Page | 18 ขั้นตอนการ จัดการความรู้ กิจกรรมการจัดการความรู้และเครื่องมือที่ใช้ 1) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพนักวิจัยในการท าวิจัยแบบ Mixed Method / การวิพากษ์โครงร่างรายสาขาวิชา 3) แสวงหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Explicit Knowledge) ผ่านโครงการ การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ 4) สนับสนุน/กระตุ้นให้สมาชิกใน COP เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกิจกรรมการ จัดการความรู้ของคณะพยาบาลศาสตร์ 3 .KM tool : ก า รเ รียน รู้โดยก า รปฏิบัติ ( Action Learning) โดยสม าชิก COP การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงในการเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุและ น าไปสู่การแก้ไขปัญหา โดยสามารถพัฒนาวิธีการท างานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ 4.KM tool: เพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Assist) สมาชิกของ COP สามารถขอรับค าแนะน า จากอาจารย์ที่ประสบความส าเร็จในการขอทุนวิจัยภายนอก ก่อน submission 5.KM tool : การสอนงาน (Coaching) โดยสมาชิก COP ที่เป็นนักวิจัยรุ่นใหม่จะได้รับ การถ่ายทอดจากรุ่นพี่ที่มีผลงานมาแนะน า สอนให้คนที่มาใหม่หรือคนที่ต้องการเรียนรู้ ปรับปรุงโครงร่าง เพื่อเตรียมขอทุน ววน. ที่ สบช. กองวิจัย เปิดรับเป็นประจ าทุกปี 6.KM tool : พี่เลี้ยง (Mentoring) โดยฝ่ายวิจัยฯ จัดให้มีระบบพี่เลี้ยงแต่ละสาขาวิชา ช่วยแนะน าวิธีทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัยช่วยเหลือสนับสนุน คอยให้ค าปรึกษา ชี้แนะ จนขอทุนวิจัยได้ส าเร็จ 6.7 KM tool : ก าหนดแหล่งผู้รู้ในองค์กร (Center of Excellence) วิทยาลัยจัดตั้ง Research clinic ก าหนดแหล่งผู้รู้/ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงร่างเพื่อขอรับทุน วิจัยภายนอกทั้งรายสาขาวิชาและภาพรวมของวิทยาลัย ให้ค าปรึกษาในประเด็นต่างๆ เช่น การเลือกใช้สถิติ การค านวณกลุ่มตัวอย่าง มีการนัดหมายวัน-เวลา ที่เหมาะสม รวมทั้งมีห้องให้ค าปรึกษาที่เป็นสัดส่วน เงียบสงบ การเรียนรู้ (Learning) จากการด าเนินการจัดการความรู้ของ CoP การเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอก ของปีการศึกษา 2566 ท าให้อาจารย์ประจ าเกิดการเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพด้าน การวิจัยที่ชัดเจน ดังนี้ 1.สร้างแรงบันดาลใจให้อาจารย์ประจ าการเขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอกได้ ส าเร็จ ( ทุน ววน. และ สวรส.) จ านวน 8 คน
Page | 19 ขั้นตอนการ จัดการความรู้ กิจกรรมการจัดการความรู้และเครื่องมือที่ใช้ 2.พัฒนาให้อาจารย์ประจ ามีการพัฒนาศักยภาพโดยเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย และเขียน โครงการวิจัยอนุมัติร่วมกับมีนักวิจัยพี่เลี้ยง (ววน.) จ านวน 9 คน 3.อาจารย์ประจ าได้รับทุนวิจัย Fundamental fund ของ ววน. ปีงบประมาณ 2567 จ านวน 12 คน (6 เรื่อง) และปีงบประมาณ 2568 จ านวน 10 คน ( 6 เรื่อง) 4.อาจารย์ประจ าได้รับทุนวิจัยของ สวรส. จ านวน 8 คน (4 เรื่อง) โดยมีตัวอย่างของ ผลจากการสะท้อนความรู้สึก ต่อผลความส าเร็จจากการเข้าร่วม กิจกรรมการจัดการความรู้ ดังนี้ -การสร้างเสริมขวัญและก าลังใจในการขอทุนวิจัยภายนอก ทั้งในส่วนการพัฒนา ศักยภาพ การให้ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการจัดการความรู้ ตัวอย่างค าพูดของ ผู้ให้ข้อมูลที่เป็นอาจารย์ประจ า ต่อไปนี้ “การได้รับความรู้ท าให้มีแนวทางในการท างานวิจัยและมั่นใจในการท าวิจัยและการ เขียนโครงร่างวิจัยเพื่อขอทุนภายนอกมากขึ้น” “มีแรง มีก าลังใจในการท า มีคนเข้าใจช่วยเหลือ” “สามารถเพิ่มความก้าวหน้าในการท าการวิจัยได้มากขึ้น การมีพี่ดีๆ คอยช่วยน้อง จะ เพิ่มสัมพันธภาพระหว่างพี่น้อง” “รู้สึกดีใจและมีความพยายามในการขอทุนวิจัยภายนอก นับว่าเป็นการสร้างขวัญ ก าลังใจที่ดีมากๆ รวมทั้งได้รับการพัฒนาตนเอง” “ท าให้กล้าที่จะท างานวิจัยอีกครั้ง ไม่ต้องกลัวว่างานวิจัยจะไม่ส าเร็จเพราะมีระบบช่วย ผลักดัน กระตุ้น ให้ค าปรึกษา และมีแบบอย่างที่ดี” 12. การเผยแพร่ งานจัดการความรู้ ได้น าแนวปฏิบัติ I CAN DO Model การเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน ภายนอก เผยแพร่ในรูปแบบบทความวิชาการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร TCI2 ฉบับเดือนธันวาคม 2566 ดังนี้ “การจัดการความรู้สู่แนวทางปฏิบัติที่ดี I CAN DO Model เพื่อเขียนโครงร่างวิจัยขอทุนภายนอก” วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ และ คุณภาพชีวิต, 3(3), 107-118.
Page | 20 13.เอกสารอ้างอิง KM PCKCN. (2562). แนวปฏิบัติในการเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนภายนอกปี 2563.https://www.facebook.com/groups/405632046717410 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. (2565). องค์กรแห่งการเรียนรู้(Learning Organization: LO). https://www2.si.mahidol.ac.th/km/ Knowledge assets/definition/1920/ ณัฏฐ์ณพัชร์อ่อนตาม. (2563). เทคนิคการบริหารงานแบบ PDCA (Deming Cycle) PDCA (Deming Cycle) Management Techniques. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่ง ประเทศไทย, 1(3), 39-46. ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2551). ชุดเครื่องมือการพัฒนา องค์การ(Organization Improvement Toolkits) ตามแนวทางการ พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ-หมวด 4 การวัดการวิเคราะห์และการจัดการความรู้.https://www.opdc.go.th/content/search/web รพีพรรณ นาคบุบผา, อัจฉราวดี ศรียะศักดิ์ และ จุไรรัตน์ ดวงจันทร์. (2556). การจัดการความรู้สู่แนวทาง ปฏิบัติที่ดี I CAN DO Model เพื่อเขียนโครงร่างวิจัยขอทุนภายนอก. วารสารวิจัยเพื่อการ ส่งเสริมสุขภาพ และ คุณภาพชีวิต, 3(3), 107-118.
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ: การจัดการหลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ: การจัดการหลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 2. ชื่อหน่วยงาน : คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3. คณะท างาน : คณะกรรมการบริหารหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 4. บทสรุปโครงการ 1. เข้าใจการท างานเป็นทีม (Cross Functional Team) เพื่อจัดท าหลักสูตรฯ ในทุกขั้นตอน 2. สามารถน าเทคนิค/วิธีการในการจัดท าหลักสูตรไปประยุกต์ใช้กับการเปิดหลักสูตรอื่นๆ เพื่อการสร้าง หลักสูตรใหม่ๆ การด าเนินการขณะท าหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. สามารถพัฒนา การคิดสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างสม่ าเสมอและต่อเนื่องจะช่วยให้สามารถน าไปประยุกต์และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ 5. ที่มาและความส าคัญของโครงการ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นวิธีการสร้างเสริมสุขภาพและคุณภาพประชากรของประเทศตั้งแต่ แรกเกิด เพราะนมแม่มิใช่เป็นเพียงสารอาหาร แต่เด็กที่ได้รับน้ านมแม่อย่างเหมาะสมจะมีภูมิต้านทานโรค ที่จะช่วย ป้องกันการติดเชื้อ ท าให้มีสุขภาพดี ไม่ป่วยบ่อย และลดโอกาสในการเป็นโรคเรื้อรังเช่น โรคอ้วน และ เบาหวาน เมื่อเด็กโตขึ้นได้ นอกจากนั้นยังช่วยส่งเสริมความผูกพันใกล้ชิดระหว่างแม่ลูก เป็นการวางรากฐาน ของสติปัญญา ความฉลาดทางอารมณ์ และสุขภาพจิตที่ดีของลูก องค์การอนามัยโลกจึงแนะน าให้เลี้ยงลูกด้วย นมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิด – 6 เดือน และให้นมแม่ต่อไปควบคู่กับอาหารตามวัยจนถึง 2 ปี หรือนานกว่า นั้น ปัจจุบันอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ลดลงในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพียงอย่างเดียว (Exclusive Breastfeeding: EBF) ของประเทศไทยมีตัวเลขที่ต่ ามาก ซึ่งเป็นผลมาจากการ เปลี่ยนแปลงของสังคมและการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ท าให้ผู้หญิงต้องออกไปท างานมากขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ทาง การตลาดของตลาดนมผงส าหรับเลี้ยงทารกและเด็กเล็กซึ่งมีการแข่งขันสูง ประกอบกับการแข่งขันโฆษนานม ผง และสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมซึ่งแม่ต้องท างานนอกบ้าน ท าให้แม่ตัดสินใจหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เร็วขึ้น หรือตัดสินใจไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การให้นมกระป๋องซึ่งมีการ แข่งขันสูงในภูมิภาคนี้ท าให้แม่ตัดสินใจหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เร็วขึ้น หรือตัดสินใจไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กลับมาใช้นมผสมแก้ปัญหาต่างๆแทน อุปสรรคส าคัญคือ การขาดความรู้ความเข้าใจการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ พยาบาลนับเป็นบุคลากรส าคัญในการ ส่งเสริม สนับสนุน คุ้มครอง และช่วยเหลือแม่ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
Page | 2 ให้ประสบความส าเร็จ การที่พยาบาลจะด าเนินการดังกล่าวได้ จ าเป็นต้องมีความรู้และทักษะการให้ความ ช่วยเหลือที่ถูกต้อง คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมตระหนักถึงความส าคัญดังกล่าวจึงจัดท าหลักสูตร ฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ขึ้น ร่วมกับฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาล นครปฐมและโรงพยาบาลสามพราน เพื่อพัฒนาความรู้ ความช านาญ และสมรรถนะเฉพาะสาขาการเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ เพื่อตอบสนองความต้องการการดูแลมารดา และทารกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ พัฒนาเด็กไทย ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาวิชาชีพต่อๆไป 6. วัตถุประสงค์ 6.1 เพื่อจัดท าหลักสูตรให้พยาบาลที่ปฏิบัติการในโรงพยาบาลระแวกเขตสุขภาพที่ 5 หรือในเขตอื่นๆ ได้มาอบรมหลักสูตรสาขาเฉพาะทางนี้เพื่อน าไปปฏิบัติส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้กว้างขวางต่อไป 6.2 ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ นโยบายสุขภาพและระบบบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แนวคิดและบทบาทของพยาบาลในการส่งเสริม สนับสนุนและคุ้มครองการเลี้ยงลูกด้วย นมแม่ ภาวะโภชนาการเด็กในระยะ 2 ปีแรก 6.3 ผู้อบรมสามารถวางแผนและปฏิบัติการพยาบาลแบบองค์รวมแก่สตรีตั้งครรภ์ มารดา เด็ก และ ครอบครัว มีทักษะการให้การปรึกษาและแก้ไขปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ใน การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในภาวะปกติ ภาวะผิดปกติ และภาวะเจ็บป่วย 7.แนวปฏิบัติที่ดี
Page | 3 แสดงการด าเนินการตาม PDCA แผนภูมิการด าเนินการ PDCA การจัดการหลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
Page | 4 7.1 ขั้นวางแผน (P) 7.1.1ศึกษาคุณสมบัติการท าหลักสูตรของสภาการพยาบาลในการเปิดหลักสูตรเฉพาะทาง ในการท า หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะต้องมีผู้บริหารหลักสูตรจัดตั้งเป็น “คณะกรรมการ บริหารหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” 7.1.2 ประสานแหล่งฝึกงาน (คณบดีและคณาจารย์คณะกรรมการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางเข้าพบ ผู้บริหารของโรงพยาบาล) โรงพยาบาลที่ท าข้อตกลงความร่วมมือระหว่างคณะพยาบาลศาสตร์ และโรงพยาบาลเพื่อ เป็นแหล่งฝึกปฏิบัติซึ่ง มีบุคคลากรในโรงพยาบาลต้องมีพยาบาลซึ่งจบหลักสูตรการพยาบาลพาะทาง การเลี้ยงลูกด้วย นมแม่อยู่ในโรงพยาบาล รวมทั้งขอเอกสารการรับรองโรงพยาบาล ท าหนังสือยินยอมให้เป็นแหล่งฝึกปฏิบัติ 7.1.3 จัดหาผู้สอนในหลักสูตรนี้ โดยผู้สอนมีคุณสมบัติที่ท างานเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ให้ผู้มี คุณสมบัติในการสอนหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ประกอบด้วยผู้สอนภาคทฤษฎี และปฏิบัติตามคุณสมบัติที่สภาการพยาบาลก าหนด) 7.1.4 จัดท าหลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ส่งเล่มไปที่สภาการ พยาบาล เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสภาการพยาบาลพิจารณาหลักสูตร ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิของ สภาการพยาบาลจนกว่าสภาการพยาบาลอนุมัติรับรองหลักสูตรจึงสามารถเปิดการอบรมได้ 7.1.5 ร่างระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมว่าด้วยการรับ-จ่ายเงิน, ข้อบังคับมหาวิทยาลัย หลักสูตร ฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ 7.1.6 การเตรียมจัดท าโครงการฯ เพื่อประกอบการเบิก-จ่ายขณะฝึกอบรม 7.2 ขั้นด าเนินการ (D) 7.2.1 เมื่อหลักสูตรผ่านการรับรอง จะเปิดอบรมได้ต้องท าโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หลักสูตร ซึ่งระบุ วัน เวลาอบรม รายละเอียดคุณสมบัติ พร้อมทั้ง Link การสมัครเรียน เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หรือ คิวอาร์โคต ก าหนดวัน ประกาศผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ และวันประกาศผู้มีสิทธิ์เข้ารับการอบรม 7.2.2 ส่งหนังสือประชาสัมพันธ์ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ 7.2.3 เตรียมท าตารางสอน (ตามเนื้อหา ชั่วโมงสอนในหลักสูตรที่ผ่านการรับรอง) และท าจดหมายเชิญ ผู้สอนภายนอกและภายใน จัดท าคู่มือการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ link e-bookของวิชาต่างๆ ให้ผู้อบรมได้ ศึกษาเนื้อหาก่อนการเข้าฝึกอบรม 7.2.4 ท าเรื่องระบบการรับสมัครผู้เข้าอบรม ซึ่งสามารถแนบเอกสารได้ทั้งหมด 7.2.4 เช็คคุณสมบัติผู้เข้าอบรม ประกาศรายชื่อผู้เข้าสัมภาษณ์ เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ ประกาศผู้มีสิทธิ์เข้ารับ การอบรม นัดหมายการรายงานตัวพร้อมทั้งช าระค่าธรรมเนียมการศึกษา 7.2.5 เตรียมการวันอบรม ด าเนินการอบรมตามตารางสอน ตารางฝึกปฏิบัติที่ก าหนด
Page | 5 7.2.6 เมื่อฝึกอบรมเสร็จ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร Transcript และท าหนังสือส่งตัวผู้เข้าอบรมไปยัง ต้นสังกัดที่ส่งตัวมาอบรม กลับท างาน 7.3 ขั้นตรวจสอบ (C) 7.3.1 ประชุมประเมินหลักสูตร โดยให้ผู้เข้าอบรมประเมิน ทั้งแบบ Focus group และแบบ multiple choice จัดท ารายงานน าเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางฯ 7.3.2 ประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตรเฉพาะทาง วิเคราะห์ปัญหาที่มี พร้อมทั้งหาข้อสรุปในการ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 7.4 ขั้นปรับปรุง (A) 7.4.1 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรฯ ประชุมเพื่อหาแนวทางจัดด าเนินการเตรียมจัดฝึกอบรมครั้งต่อไป ยกตัวอย่าง เช่น ผู้อบรมประเมินการสอนของผู้สอนบางคนที่น่าจะให้สอนในภาคปฏิบัติมากกว่าที่จะสอนใน ภาคทฤษฎี ดังนั้นในปีการศึกษาถัดไปต้องจัดผู้สอนให้เหมาะสม 7.4.2 เพิ่มการท า e book ให้ผู้เข้าอบรมในปีถัดไปได้ศึกษาเนื้อหาก่อนเข้าอบรม เพื่อเป็นแนวทางในการคิด หัวข้อท านวัตกรม หรืองานวิจัยต่อยอดงานของผู้เข้าอบรมในอนาคต 7.4.3 จัดซื้ออุปกรณ์ที่จ าเป็นเพิ่มเติมเช่น ชุดคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เกี่ยวกับการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วย นมแม่จ าเป็นที่ใช้ในการเรียนการสอนในห้อง SIM MOM 7.4.4 จัดท าสถานการณ์จ าลองเพื่อฝึกปฏิบัติในห้อง SIM MOM เพิ่มเติม 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า 8.1 พยาบาลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 4 เดือน มี ความรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้กว้างขวางต่อไป เป็นการพัฒนาสร้าง เด็กไทยที่มีคุณภาพแข็งแรงทั้งร่างกาย จิตใจพร้อมพัฒนาประเทศในอนาคต และตัวแม่มีความแข็งแรงลดการ เจ็บป่วยโรคบางประเภทได้ 8.2 พัฒนาสร้างงานวิจัย นวัตกรรมใหม่ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ 8.3 พยาบาลที่ผ่านการอบรมสามารถเลื่อนขั้นการปฏิบัติงานให้สูงขึ้น 9. ปัจจัยแห่งความส าเร็จ 9.1 ผู้บริหารในระดับสูงของมหาวิทยาลัยเห็นความส าคัญในการให้เปิดหลักสูตร 9.2 กรรมการบริหารหลักสูตร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ภายในคณะพยาบาลศาสตร์ร่วมมือช่วยกันท างาน ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 9.3 แหล่งฝึกปฏิบัติงาน แหล่งศึกษาดูงานที่ต่างๆ เจ้าหน้าที่บุคคลากรในสถานที่นั้นๆ ให้ความร่วมมือ
Page | 6 9.4 ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ยินดีให้การสนับสนุน ทั้งด้านการสอน การวิพากษ์งานนวัตกรรม การให้ ค าปรึกษาการด าเนินงานภายในหลักสูตร 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข 10.1 กรรมการบริหารหลักสูตรมีงานประจ า ต้องแบ่งเวลาเพื่อพัฒนาหลักสูตร 10.2 จัดการประชุมน้อย แบ่งงานยังไม่ชัดเจน จึงควรต้องจัดประชุมเพื่อก าหนดงานให้คณะกรรมการ บริหารหลักสูตรทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ 11. แนวทางในการจัดการความรู้ 11.1 จัดท าแนวทางการจัดท าหลักสูตร ขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อน าผู้ที่ท าหลักสูตรฯ สามารถน าไป ปฏิบัติได้ 11.2 น าเสนอ Best practice เกี่ยวกับการท าหลักสูตรนี้ เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาในการปรับปรุงการ เรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขั้นไป QR CODE ขั้นตอนการจัดท าและบริหารหลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือ link https://drive.google.com/file/d/1c7kGewhbSSA5V_oQ1DYDX46IXltFcNH6/view?usp=sharing
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ : การจัดการเรียนการสอน คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ 2. ชื่อหน่วยงาน คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3. คณะทำงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. วริยา จันทร์ขำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.กมลภู ถนอมสัตย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.วาร์ธินีย์. แสนยศ อาจารย์ดร. กรวรรณ สุวรรณสาร อาจารย์ศิริพร ฉายาทับ 4. บทสรุปโครงการ 5. ที่มาและความสำคัญของโครงการ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ได้พัฒนาหลักสูตร พยาบาลศาสตรบัณฑิต (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562) โดยมีความเชื่อว่าคนเป็นองค์รวม ประกอบด้วย กาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ มี ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม มีศักยภาพในการดูแลตนเอง และเชื่อว่าวิชาชีพการพยาบาลเป็นวิชาชีพที่ต้องใช้ทั้ง ศาสตร์และศิลป์ในการปฏิบัติการพยาบาลแบบองค์รวมกับชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ทุกช่วงวัย ทุกภาวะ สุขภาพ ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน โดยบูรณาการความรู้ หลักฐานเชิงประจักษ์ และศาสตร์ที่ เกี่ยวข้อง มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ คิดอย่างมีวิจารณญาณและเป็นระบบสร้างสรรค์ นวัตกรรม มีภาวะผู้นำและสามารถทำงานเป็นทีมภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมดังนั้นหลักสูตรพยาบาลศาสตร บัณฑิต จึงประยุกต์ใช้ปรัชญาพิพัฒนาการนิยม เป็นกรอบในการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ ให้ผู้เรียนเป็น ศูนย์กลางของการเรียนรู้โดยพัฒนาจากความต้องการของผู้เรียน ผ่านกระบวนการแก้ปัญหาและค้นคว้าด้วย ตนเอง กระบวนลงมือปฏิบัติทั้งในและนอกห้องเรียน ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยกระบวนการ จัดการเรียนรู้เชิงรุกหลากหลายรูปแบบ ในการผลิตบัณฑิตให้เป็นบัณฑิตนักปฏิบัติที่พร้อมต่อการปฏิบัติการ
Page | 2 พยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพฯ ทั้งในมิติของการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การบำบัดทางการ พยาบาล การรักษาโรคเบื้องต้น และการฟื้นฟูสภาพ ความโดดเด่นในการเป็นนักจัดการสุขภาพที่สร้างความผูกพันและไว้วางใจให้กับชุมชน ให้การ พยาบาลในการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้โดยพัฒนาจากความ ต้องการของผู้เรียน ผ่านกระบวนการแก้ปัญหาและค้นคว้าด้วยตนเอง กระบวนลงมือปฏิบัติทั้งในและนอก ห้องเรียน ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกหลากหลายรูปแบบ ในการ ผลิตบัณฑิตให้เป็นบัณฑิตนักปฏิบัติที่พร้อมต่อการปฏิบัติการพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพฯ ทั้งในมิติของการ สร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การบำบัดทางการพยาบาล การรักษาโรคเบื้องต้น และการฟื้นฟูสภาพ มี ความโดดเด่นในการเป็นนักจัดการสุขภาพที่สร้างความผูกพันและไว้วางใจให้กับชุ่มชน ให้การพยาบาลใน สถานการณ์ภัยพิบัติ และการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ โดยมุ่งให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาศักยภาพครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ เจตคติ และทักษะการปฏิบัติการพยาบาล สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถนำ ความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการทางสุขภาพของผู้ใช้บริการสุขภาพทุกช่วงวัย ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรวมทั้งมุ่งพัฒนาให้ ผู้เรียน มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่เน้นทางด้านการสื่อสารภาษาไทยและภาษาสากล ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นบัณฑิตที่มีคุณธรรม มีภูมิปัญญาในวิชาชีพพยาบาล ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิตสามารถทำงาน เพื่อดำรงชีพตนเอง และเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพแก่ชุมชน ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม 6. วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้โดยพัฒนาจาก ความต้องการของผู้เรียน ผ่านกระบวนการแก้ปัญหาและค้นคว้าด้วยตนเอง กระบวนลงมือปฏิบัติทั้งในและ นอกห้องเรียน 7.แนวปฏิบัติที่ดี 7.1 ขั้นวางแผน (P) จากที่มาและความสำคัญดังกล่าว หลักสูตร จึงนำหลักการดังกล่าวมาดำเนินการดังนี้ หลักสูตรวางกรอบ ในการจัดการเรียนการสอน บนความเชื่อบน แนวคิดการตอบสนองความต้องการแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่นและ พัฒนากลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก หลักสูตรจึงมีแนวทางการสอน
Page | 3 แบบบูรณาการภารกิจอุคมศึกษาโดยใช้ระบบบริหารจัดการแนวใหม่สนับสนุนการเรียนรู้เชิงบูรณาการการเรียนการสอน กับพันธกิจด้านการวิจัยและการบริการวิชาการที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นจัดการเรียนรู้ใน รายวิชาทางการพยาบาล ส่งเสริมผู้เรียนให้ร่วมทำกิจกรรมการวิจัยและบริการวิชาการแก่ชุมชนกับอาจารย์ โดยส่งเสริม การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาสุขภาพของชุมชนท้องถิ่น การปลูกฝังวัฒนธรรมการเป็นจิตอาสามีจิตบริการ พร้อม เรียนรู้ พัฒนาทักษะปฏิบัติกรพยาบาล รวมถึงการบูรณาการประสบการณ์การพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับวิชาชีพและ ระดับสากล เพื่อพัฒนาผลาารเรียนรู้ใน 6 ด้าน คือ 1) ส่งเสริมผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณธรรม จริยธรรม พอเพียง มีวินัย สุจริต จิตอาสา มีความภาคภูมิใจในสถาบันและท้องถิ่น 2) เพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการที่ก้าวหน้าและทันสมัย 3 พัฒนา ทักษะทางปัญญา 4) พัฒนาทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและมีความรับผิดชอบที่ดี 5) พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง และ 6) พัฒนาทักษะการปฏิบัติทางวิชาชีพการพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น หลักสูตรจึงเพิ่มสาระด้านการใช้ทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล การเข้าใจความแตกต่างด้าน วัฒนธรรม การใช้ยาอย่างสมเหตุผล การพัฒนานวัตกรรมทางการพยาบาล และเน้นจริยธรรมการประกอบวิชาชีพการ พยาบาล โดยจัดกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ที่เนั้นการลงมือปฏิบัติจริง พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมให้ เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นทางเลือกของการแสวงหาความรู้ พัฒนาศักยภาพของอาจารย์ให้เกิดการปรับตัวเร่ง พัฒนาวิธีการสอนแบบใหม่ ร่วมกับภารกิจแบบบูรณาการ ส่งเสริมให้จัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง พัฒนา วิธีการสอนโดยใช้สื่อเทคโนโลยีและการเลือกใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาวิธีการสอนที่เสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การ แก้ไขปัญหาจากสถานการณ์จริง เพื่อให้นักศึกษาเกิดการปรับพฤติกรรมการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติได้ด้วยตนเอง พัฒนาศักยภาพสมรรถนะของนักศึกษาให้ได้เรียนรู้เท่าทันโลกศตวรรษที่ 21 ตามเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป สามารถ วางแผนการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกช่วงอายุที่เหมาะสมตามปัจจัยกำหนดสุขภาพด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็น พยาบาลนักปฏิบัติที่มีความสามารถในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนจนนำไปสู่การบริการที่มี คุณภาพและมีความสามารถในการเลือกและนำใช้องค์ความรู้ได้อย่างรู้เท่าทัน
Page | 4 7.2 ขั้นดำเนินการ (D) วงรอบที่ 1 หลักสูตรจึงกำหนดกรอบ การพัฒนา กลยุทธ์ และตัวชี้วัดไว้ดังนี้ แผนการพัฒนา/เปลี่ยนแปลง กลยุทธ์ หลักฐาน/ตัวบ่งชี้ 1. แผนพัฒนานักศึกษาเป็น บัณฑิตนักปฏิบัติการพยาบาลใน ชุมชน 1.1 จัดกิจกรรมเสริม ประสบการณ์บูรณาการ ภารกิจการบริการวิชาการ งานวิจัย และทำนุบำรุง ศิลปะวัฒนธรรมในรายวิชา ปฏิบัติการพยาบาล 1.2 พัฒนาศักยภาพด้าน ปฏิบัติการพยาบาลและการ สอนภาคปฏิบัติของ โรงพยาบาลแหล่งฝึกและ ชุมชนท้องถิ่น 1.3 ส่งเสริมให้นักศึกษามี โอกาส ได้ส่งผลงานเข้าประกวดใน เวทีประชุมวิชาการทางการ พยาบาลเพื่อพัฒนาทักษะ ด้านการพยาบาลและนัวตก รรมทางการพยาบาล 1.1 ร้อยละ 100 ของนักศึกษาผ่าน กิจกรรมเสริมประสบการณ์บูรณา การการบริการวิชาการ งานวิจัย และทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม ในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาล 1.2 ร้อยละ 100 ของโรงพยาบาล แหล่งฝึกและชุมชนท้องถิ่นได้รับการ พัฒนาศักยภาพด้านปฏิบัติการ พยาบาลและการสอนภาคปฏิบัติของ โรงพยาบาลแหล่งฝึกและชุมชน ท้องถิ่น 1.3 ร้อยละ 10 ของผลงานนักศึกษา ผ่านการประกวดในเวทีประชุม วิชาการทางการพยาบาลเพื่อพัฒนา ทักษะด้านการพยาบาลและนัวตก รรมทางการพยาบาล 2. แผนพัฒนานักศึกษาให้เป็น พยาบาลที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ด้านสุขภาพ (Digital health) 2.1 จัดกิจกรรมเสริมทักษะ เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ บูรณาการในรายวิชาการ 2.1.1 ร้อยละ 10 ของผลงานจาก กิจกรรมเสริมทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล
Page | 5 พยาบาล และรายวิชา ปฏิบัติการพยาบาล 2.2 สร้างเครือข่ายการบูรณา การศาสตร์เพื่อพัฒนา เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ ด้านสุขภาพนำมาพัฒนาสื่อการสอน ในรายวิชาการพยาบาล 2.1.2 ร้อยละ 100ของรายวิชาปฏิบัติ ทางการพยาบาลฝึกให้นักศึกษาใช้ ทักษะการสอนหรือให้คำปรึกษาโดย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพเพื่อ สื่อสารด้านสุขภาพ 2.2.1 มีเครือข่ายความร่วมมือกับ คณะอื่นในพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านสุขภาพ 2.2.2 ร้อยละ 10 ผลงานการ พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ ได้รับการเผยแพร่ 3. แผนการส่งเสริมการเรียนการ สอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ตามวิธีการสอนในศตวรรษที่ 21 3.1 จัดการเรียนการสอนที่ เน้นการพัฒนาทักษะการ ปฏิบัติด้วยการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร ความร่วมมือ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นวัตกรรมทางการพยาบาล การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ ความเข้าใจความแตกต่างทาง วัฒนธรรม โดยยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง 3.2 ส่งเสริมให้นักศึกษามีส่วน ร่วม ในการวางแผนการจัดการ เรียน 3.1 ร้อยละ 100 ของรายวิชา ที่คณะรับผิดชอบสอนมีการเน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง 3.2 มีการกำหนดรายวิชา ในหลักสูตรที่ให้นักศึกษา มีส่วนร่วมในการวางแผนจัด การเรียนการสอนทุกรายวิชา 3.3 จำนวนครั้งของการใช้ ห้องปฏิบัติการพยาบาลในรายวิชา
Page | 6 การสอน 3.3 ส่งเสริมการใช้ ห้องปฏิบัติการทางการ พยาบาลเพื่อฝึกทักษะ การพยาบาลด้วยตนเอง 3.4 พัฒนาระบบสารสนเทศ สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลด้าน สุขภาพที่สนับสนุนการเรียนรู้ ด้วยตนเอง ปฏิบัติการพยาบาลเพื่อฝึกทักษะการ เรียนรู้ของนักศึกษาด้วยตนเอง 3.4 ร้อยละ 70 ของรายวิชา มีสื่อสารสนเทศ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ด้านสุขภาพในการจัดการเรียนการ สอนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วย ตนเอง 1. โดยหลักสูตรแนวทางการบริหารหลักสูตร และปรับปรุงกลยุทธ์การเรียนการสอน และสาระวิชาให้ ทันสมัย ดังนี้ รายวิชาต้องระบุผลการประเมินรายวิชาในประเด็นที่สำคัญของปีการศึกษาที่ผ่านมาให้ กระชับ (2-3 บรรทัด) 2. ระบุการนำข้อเสนอแนะที่ระบุใน มคอ 5 และ มคอ 6 จากปีการศึกษาที่ผ่านมา และผลการดำเนินการ faculty practice รายบุคคลและรายกลุ่มวิชา มาปรับปรุงในรายวิชา 3. ระบุการปรับสาระสำคัญที่ทันสมัยต่อสถานการณ์ปัจจุบันและตามผลลัพธ์การเรียนรู้ โดยให้มีปรากฏใน หัวข้อที่สอนในตารางสอนด้วย ดังนี้ 1) ประเด็นความรอบรู้ ได้แก่ 1.1) ความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1.2) ความรอบรู้ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ 2) ประเด็นผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ 2.1) การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2.2) เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ 2.3) นวัตกรรมทางการพยาบาล 2.4) การจัดการภัยพิบัติในชุมชน 2.5) การดูแลผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมให้กับสูงอายุ
Page | 7 2.6) การใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่ 3 2.7) ประเด็นและแนวโน้มทางจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ 3) ประเด็นการขับเคลื่อนวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ได้แก่ 3.1) การใช้ยาอย่างสมเหตุผล 3.2) การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากฐานข้อมูลทางการพยาบาล 3.3) การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 3.4) การควบคุมยาสูบ 4) ประเด็นการยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การผลิตและพัฒนาบุคลาการสู่ 4.1) มหาวิทยาลัยสีเขียว 4.2) การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG) 4.3) ความร่วมมือกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและการจัดการองค์กร 4. ออกแบบรายวิชาให้ทันสมัยโดยให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ทั้งแบบในห้องเรียนและแบบออนไลน์ และพัฒนาบทเรียนออนไลน์บนระบบ NPRU Online Course ทุกกลุ่มวิชา 5. รายวิชาทฤษฎี ควรมีการอัพโหลดเอกสารประกอบการสอน/เอกสารคำสอนทุกหัวข้อ และเอกสาร ประกอบคำบรรยายการสอนเป็นภาษาอังกฤษ อย่างน้อยวิชาละ 2 หัวข้อในระบบ LMS ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดเวลา 6. ลดชั่วโมงการสอนแบบบรรยาย แต่เน้นการสอนที่ผ่านการลงมือปฏิบัติ โดยใช้Active Learning เพิ่มมาก ขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการใช้THAIMOOC ในการ เรียนการสอน 7. จัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน และการประเมินผลโดยยังต้อง ครบตามคำอธิบายรายวิชา วัตถุประสงค์รายวิชา และผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา 8. ประเมินการสอน ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในมคอ 3 และ มคอ 4 รวมทั้งใช้แบบประเมินผลที่สอดคล้องกับ ผลลัพธ์มาตรฐานการเรียนรู้ โดยใช้เกณฑ์การประเมินแบu rubric score 9. ปรับปรุงเอกสารประกอบการสอน/เอกสารคำสอน หนังสือ ตำรา วารสารภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไม่เกิน 5 ปี 10. ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สอน โดยมีเอกสารแสดงการพัฒนาตนเองด้านสาระความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ รายวิชาที่สอนทุกปีการศึกษา โดยแนบประกาศนียบัตร หรือสรุปสาระที่ได้จากการเข้าอบรมวิชาการที่
Page | 8 เกี่ยวข้องกับรายวิชาที่สอนพร้อมประกาศนียบัตรเสนอในคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและ คณะกรรมการบริหารคณะ ด้านการจัดการศึกษาการเรียนรู้เชิงบูรณาการ 1. ระบุกิจกรรมการจัดการศึกษาการเรียนรู้เชิงบูรณาการ (Work integrated Learning) แบบ กำหนดประสบการณ์ก่อนการศึกษา (Pre-course experience) เพื่อเสริมการเรียนรู้ของ รายวิชา เช่น 1.1. ประกาศนียบัตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือกิจกรรมจิตอาสาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ 1.2. กิจกรรมจิตบริการในงานบริการวิชาการของคณะ เช่น ศูนย์ฉีดวัคซีน ศูนย์กักตัวของชุมชน การตรวจคัดกรองหาสารพันธุ์กรรมโควิด การฝึกหัดการช่วยฟื้นคืนชีพ ฯลฯ 2. ระบุการบูรณาการรายวิชา โดยปีการศึกษา 2565 ได้กำหนดรายวิชาให้มีการบูรณาการ ดังนี้ บูรณาการรายวิชากับการพัฒนานวัตกรรม หรือวิจัยในชั้นเรียน หรือการจัดทำคลิปวีดีโอการทำหัตถการทางการ พยาบาลที่จำเป็น ได้แก่ ภาคเรียนที่ 1 1) รายวิชาการสร้างเสริมสุขภาพในระบบสุขภาพชุมชน (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิชาการพยาบาลพื้นฐาน (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 4) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลชุมชน2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) ภาคเรียนที่ 2 1) รายวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิซาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศทางการพยาบาล (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 4) รายวิชาการพยาบาลชุมชน (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 5) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 6) รายวิชาปฏิบัติการจัดการทางคลินิก (นักศึกษาชั้นปีที่ 4)
Page | 9 7) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการพยาบาลที่ เลือกสรร (นักศึกษา ชั้นปีที่ 4) ภาคฤดูร้อน 1) รายวิชากระบวนการพยาบาล (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาการรักษาโรคเบื้องต้น (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 1.1. ประเด็นความรอบรู้ ได้แก่ 1.1.1. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1.1.2. ความรอบรู้ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.2. ประเด็นผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ 1.2.1. การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 1.2.2. เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ 1.2.3. นวัตกรรมทางการพยาบาล 1.2.4. การจัดการภัยพิบัติในชุมชน 1.2.5. การดูแลผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมให้กับสูงอายุ 1.2.6. การใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่ 3 1.2.7. ประเด็นและแนวโน้มทางจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ 1.3. ประเด็นการขับเคลื่อนวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ได้แก่ 1.3.1. การใช้ยาอย่างสมเหตุผล 1.3.2. การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากฐานข้อมูลทางการพยาบาล 1.3.3. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1.3.4. การงดการสูบบุหรี่ 1.4.ประเด็นการยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การผลิตและพัฒนาบุคลาการสู่วิชาชีพและสาขา เฉพาะได้แก่ 1.4.1. มหาวิทยาลัยสีเขียว 1.4.2. การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG) 1.4.3. ความร่วมมือกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและการจัดการองค์กร
Page | 10 3. ระบุการบูรณาการรายวิชาการการบริการวิชาการภายในหน่วยงาน หรือภายนอกหน่วยงาน ตามความต้องการ ได้แก่ ภาคเรียนที่ 1 1) รายวิชาการสร้างเสริมสุขภาพในระบบสุขภาพชุมชน (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิชาการพยาบาลพื้นฐาน (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่1 (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 4) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 5) รายวิชาการฝึกปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ1 (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 6) รายวิชาการฝึกปฏิบัติการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) 7) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารกและผดุงครรภ์2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) ภาคเรียนที่ 2 1) รายวิชาการฝึกปฏิบัติการพยาบาลพื้นฐาน (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 2) รายวิชาการฝึกปฏิบัติการพยาบาลชุมชน 1 (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารกและผดุงครรภ์1 (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 4) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 5) รายวิชาปฏิบัติการรักษาโรคเบื้องต้น (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) 6) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการพยาบาลที่เลือกสรร (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) ภาคฤดูร้อน 1) รายวิชากระบวนการพยาบาล (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) ขั้นตรวจสอบ (C) วงรอบที่ 1 จากผลการดำเนินการพบว่า การจัดการเรียนสอน และการบริหารหลักสูตรตามแนวทางดังกล่าวมีผลด้วยพัฒนา นักศึกษาตามผลลัพธ์การเรียนรู้ได้แต่ยังมีบางส่วนที่หลักสูตรยังสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อพัฒนาสักยภาพนักศึกษา
Page | 11 ได้ หลักสูตรจึงยังคงในหลักการเดิม และการพัฒนานักศึกษาตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง และปรับปรุง กระบวนการวัดและประเมินผล ดังรายละเอียดขั้นดำเนินการ (D) วงรอบที่ 2 7.2 ขั้นดำเนินการ (D) วงรอบที่ 2 หลักสูตรนำผลของการดำเนินการของวงรอบที่ผ่านมา นำมาปรับปรุงการจัดการรียนบการสอนโดย กำหนดกรอบวัตถุประสงค์ในการพัฒนา/ปรับปรุงรายวิชา ดังนี้ 11. รายวิชาต้องระบุผลการประเมินรายวิชาในประเด็นที่สำคัญของปีการศึกษาที่ผ่านมาให้กระชับ (2-3 บรรทัด) 12. บอกการพัฒนาปรับปรุงรายวิชาในปีการศึกษานี้ที่สอดคล้องกับผลการประเมินรายวิชา (ในข้อ1) 13. ระบุการนำข้อเสนอแนะที่ระบุใน มคอ 5 และ มคอ 6 จากปีการศึกษาที่ผ่านมา และผลการดำเนินการ faculty practice รายบุคคลและรายกลุ่มวิชา มาปรับปรุงในรายวิชา 14. ระบุการปรับสาระสำคัญที่ทันสมัยต่อสถานการณ์ปัจจุบันและตามผลลัพธ์การเรียนรู้ โดยให้มีปรากฏใน หัวข้อที่สอนในตารางสอนด้วย ดังนี้ 1) ประเด็นความรอบรู้ ได้แก่ 1.1) ความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1.2) ความรอบรู้ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ 2) ประเด็นผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ 2.1) การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2.2) เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ 2.3) นวัตกรรมทางการพยาบาล 2.4) การจัดการภัยพิบัติในชุมชน 2.5) การดูแลผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมให้กับสูงอายุ 2.6) การใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่ 3 2.7) ประเด็นและแนวโน้มทางจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ 2.8) การเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย (DSPM & DAIM) 3) ประเด็นการขับเคลื่อนวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ได้แก่
Page | 12 3.1) การใช้ยาอย่างสมเหตุผล 3.2) การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากฐานข้อมูลทางการพยาบาล 3.3) การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 3.4) การควบคุมยาสูบ 4) ประเด็นการยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การผลิตและพัฒนาบุคลาการสู่ 4.1) มหาวิทยาลัยสีเขียว 4.2) การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG) 4.3) ความร่วมมือกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและการจัดการองค์กร 15. ออกแบบรายวิชาให้ทันสมัยโดยให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ทั้งแบบในห้องเรียนและแบบออนไลน์ และพัฒนาบทเรียนออนไลน์บนระบบ NPRU Online Course ทุกกลุ่มวิชา 16. รายวิชาทฤษฎี ควรมีการอัพโหลดเอกสารประกอบการสอน/เอกสารคำสอนทุกหัวข้อ และเอกสาร ประกอบคำบรรยายการสอนเป็นภาษาอังกฤษ อย่างน้อยวิชาละ 2 หัวข้อในระบบ LMS ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดเวลา 17. ลดชั่วโมงการสอนแบบบรรยาย แต่เน้นการสอนที่ผ่านการลงมือปฏิบัติ โดยใช้Active Learning เพิ่มมาก ขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการใช้THAIMOOC ในการ เรียนการสอน 18. จัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน และการประเมินผลโดยยังต้อง ครบตามคำอธิบายรายวิชา วัตถุประสงค์รายวิชา และผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา 19. ประเมินการสอน ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในมคอ 3 และ มคอ 4 รวมทั้งใช้แบบประเมินผลที่สอดคล้องกับ ผลลัพธ์มาตรฐานการเรียนรู้ โดยใช้เกณฑ์การประเมินแบu rubric score 20. ปรับปรุงเอกสารประกอบการสอน/เอกสารคำสอน หนังสือ ตำรา วารสารภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไม่เกิน 5 ปี 21. ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สอน โดยมีเอกสารแสดงการพัฒนาตนเองด้านสาระความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ รายวิชาที่สอนทุกปีการศึกษา โดยแนบประกาศนียบัตร หรือสรุปสาระที่ได้จากการเข้าอบรมวิชาการที่ เกี่ยวข้องกับรายวิชาที่สอนพร้อมประกาศนียบัตรเสนอในคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและ คณะกรรมการบริหารคณะ
Page | 13 ด้านการจัดการศึกษาการเรียนรู้เชิงบูรณาการ 1. ระบุกิจกรรมการจัดการศึกษาการเรียนรู้เชิงบูรณาการ (Work integrated Learning) แบบ กำหนดประสบการณ์ก่อนการศึกษา (Pre-course experience) เพื่อเสริมการเรียนรู้ของ รายวิชา เช่น 1.1. ประกาศนียบัตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือกิจกรรมจิตอาสาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ 1.2. กิจกรรมจิตบริการในงานบริการวิชาการของคณะ เช่น ศูนย์ฉีดวัคซีน ศูนย์กักตัวของชุมชน การตรวจคัดกรองหาสารพันธุ์กรรมโควิด การฝึกหัดการช่วยฟื้นคืนชีพ ฯลฯ 2. ระบุการบูรณาการรายวิชา โดยปีการศึกษา 2565 ได้กำหนดรายวิชาให้มีการบูรณาการ ดังนี้ บูรณาการรายวิชากับการพัฒนานวัตกรรม หรือวิจัยในชั้นเรียน หรือการจัดทำคลิปวีดีโอการทำหัตถการทางการ พยาบาลที่จำเป็น ได้แก่ ภาคเรียนที่ 1 1) รายวิชาการสร้างเสริมสุขภาพในระบบสุขภาพชุมชน (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิชาการพยาบาลพื้นฐาน (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 4) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลชุมชน2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) ภาคเรียนที่ 2 1) รายวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิซาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศทางการพยาบาล (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 4) รายวิชาการพยาบาลชุมชน (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 5) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 6) รายวิชาปฏิบัติการจัดการทางคลินิก (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) 7) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการพยาบาลที่ เลือกสรร (นักศึกษา ชั้นปีที่ 4) ภาคฤดูร้อน
Page | 14 1) รายวิชากระบวนการพยาบาล (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาการรักษาโรคเบื้องต้น (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 1.5. ประเด็นความรอบรู้ ได้แก่ 1.5.1. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1.5.2. ความรอบรู้ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.6. ประเด็นผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ 1.6.1. การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 1.6.2. เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ 1.6.3. นวัตกรรมทางการพยาบาล 1.6.4. การจัดการภัยพิบัติในชุมชน 1.6.5. การดูแลผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมให้กับสูงอายุ 1.6.6. การใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่ 3 1.6.7. ประเด็นและแนวโน้มทางจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ 1.7. ประเด็นการขับเคลื่อนวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ได้แก่ 1.7.1. การใช้ยาอย่างสมเหตุผล 1.7.2. การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากฐานข้อมูลทางการพยาบาล 1.7.3. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1.7.4. การงดการสูบบุหรี่ 1.8.ประเด็นการยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การผลิตและพัฒนาบุคลาการสู่วิชาชีพและสาขา เฉพาะได้แก่ 1.8.1. มหาวิทยาลัยสีเขียว 1.8.2. การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG) 1.8.3. ความร่วมมือกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและการจัดการองค์กร 3. ระบุการบูรณาการรายวิชาการการบริการวิชาการภายในหน่วยงาน หรือภายนอกหน่วยงาน ตามความต้องการ ได้แก่ ภาคเรียนที่ 1
Page | 15 1) รายวิชาการสร้างเสริมสุขภาพในระบบสุขภาพชุมชน (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิชาการพยาบาลพื้นฐาน (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่1 (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 4) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 5) รายวิชาการฝึกปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ1 (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 6) รายวิชาการฝึกปฏิบัติการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) 7) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารกและผดุงครรภ์2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) ภาคเรียนที่ 2 1) รายวิชาการฝึกปฏิบัติการพยาบาลพื้นฐาน (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 2) รายวิชาการฝึกปฏิบัติการพยาบาลชุมชน 1 (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารกและผดุงครรภ์1 (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 4) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ2 (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) 5) รายวิชาปฏิบัติการรักษาโรคเบื้องต้น (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) 6) รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการพยาบาลที่เลือกสรร (นักศึกษาชั้นปีที่ 4) ภาคฤดูร้อน 1) รายวิชากระบวนการพยาบาล (นักศึกษาชั้นปีที่ 1) 2) รายวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ (นักศึกษาชั้นปีที่ 2) 3) การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (นักศึกษาชั้นปีที่ 3) การพัฒนานักศึกษาตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง 4.1 ระบุการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังวัง โดยตรวจสอบผลลัพธ์การเรียนรู้หลักและรอง ให้ ถูกต้องกับหลักสูตรที่ใช้ 4.2 ระบุกลยุทธ์การสอน และเทคนิคการสอนที่ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น การ สอนแบบออนไลน์ โดยใช้โปรแกรมต่างๆ การสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การสอนแบบ active learning (ระบุเทคนิคที่ใช้ เช่น group discussion, brain storming, case study, problem/project-based learning,
Page | 16 role playing, reflection, games-based learning เป็นต้น) รวมทั้งการมีส่วนร่วมของอาจารย์ และนักศึกษา ระบุการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างรับผิดชอบในการเรียนการสอน เช่น 4.2.1 การแบ่งกลุ่มโดยอิสระ 4.2.2 เลือกอาจารย์ที่ปรึกษาโดยอิสระ 4.2.3 ให้นักศึกษาเลือกหัวข้อที่สนใจที่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญเรื่อง......../บทที่...... เพื่อศึกษา ค้นคว้า 4.2.4 นักศึกษาศึกษาค้นคว้า..........ด้วยเทคโนโลยีและฐานข้อมูลที่หลากหลายและน่าเชื่อถือ เช่น CINHAL GOOGLE Scholar Thai Journal online PubMed เป็นต้น 4.2.5 ใช้การอ้างอิงตามหลักวิชาการ เช่น APA7ed Vancouver เป็นต้น 4.2.6 วิเคราะห์ สังเคราะห์เนื้อหาที่ได้จากการค้นคว้า 4.2.7 เลือกวิธีการนำเสนอ 4.3 ระบุกลยุทธ์การประเมินที่สอดคล้องกับการวัดผลลัพธ์การเรียนรู้หลัก (สำหรับผลการเรียนรู้รอง จะประเมินผลหรือไม่ก็ได้ แต่หากมีการนำมาระบุในช่องผลลัพธ์การเรียนรู้ ต้องระบุวิธีการประเมินผลด้วย) เช่น การประเมินโดยใช้แบบประเมิน...... การสอบกลางภาค/ปลายภาค/quiz (ระบุสัปดาห์และหัวข้อที่จะประเมิน) แผนการสอนและการประเมินผล 5.1 แผนการสอน 5.1.1 ระบุวันเวลาสอนตรงกับประกาศตารางสอนของคณะ ในปีการศึกษา 2566 5.1.2 ตรวจสอบจำนวนชั่วโมงสอนทฤษฎี (1 หน่วยกิต เท่ากับ 15 ชั่วโมง) และสอนฝึก ปฏิบัติทดลอง (1 หน่วยกิต เท่ากับ 30 ชั่วโมง) ให้ตรงกับหน่วยกิต 5.1.3 ระบุความสอดคล้องของเนื้อที่สอนกับผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา (CLOs) 5.1.4 ระบุกลยุทธ์การสอน โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย เช่น group discussion การถาม ตอบ การเล่นเกมส์ การบรรยาย การอภิปราย เป็นต้น 5.1.5 ระบุวันและเวลาสอบ ให้ตรงกับประกาศตารางสอบของคณะ ในปีการศึกษา 2566 5.1.6 ระบุวิธีการจัดการความเสี่ยง กรณที่นักศึกษามีคะแนนการประเมินผลไม่ผ่านเกณฑ์ (ร้อยละ 60) 5.2 แผนการประเมินตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังของรายวิชา
Page | 17 5.2.1 ระบุงานที่ใช้ในการประเมินผลที่สอดคล้องผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา (CLOs) แต่ละด้านให้ชัดเจน 5.2.2 ระบุวัน หรือสัปดาห์ของการวัดประเมินผล 5.2.3 ระบุสัดส่วนการประเมินผลตามประกาศของคณะ ในประกาศสัดส่วนการประเมินผล ภาคทฤษฎี ปีการศึกษา 2566 การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของรายวิชา 7.1 ระบุกลยุทธ์ที่จะใช้ในการประเมินรายวิชาโดยนักศึกษา การประเมินการสอน ให้ชัดเจน และ สอดคล้องกับแบบประเมิน 7.2 กระบวนการประเมินจากภาคทำงาน ระบุการกิจกรรมการสัมมนาร่วมกับอาจารย์พิเศษ ภาคทฤษฎี และอาจารย์พิเศษภาคปฏิบัติเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษาทุกแหล่งฝึกปฏิบัติการพยาบาล รวมถึงผู้ใช้ บัณฑิต เพื่อประเมินความต้องการของภาคการทำงาน รวมถึงการสะท้อนผลการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาในภาค การศึกษาที่ผ่านมา 7.3 การปรับปรุงการสอน ควรมีการวางแผนการประชุมทีมผู้สอนอย่างน้อย 3 ครั้ง ดังนี้ ก่อนเปิด ภาคเรียนเพื่อชี้แจงรายวิชาที่สอนนักศึกษา ระหว่างเปิดภาคเรียนเพื่อวิพากษ์ข้อสอบ และหลังปิดภาคการเรียน เพื่อพิจารณาผลการเรียนรู้ของนักศึกษา 7.4 กระบวนการยืนยัน (verification) ผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา ระบุวิธิการทวนสอบการบรรลุผล ลัพธ์การเรียนรู้ของรายวิชา 7.5 การอุทธรณ์ผลการเรียน ระบุขั้นตอนการอุทธรณ์ผลการเรียน ระบบการจัดการอุทธรณ์ผลการ เรียน ในกรณีที่นักศึกษามีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการเรียน สามารถขอตรวจสอบผลการเรียนของรายวิชาต่างๆ ได้ โดยนักศึกษาสามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์ผลการเรียนตามแนวปฏิบัติที่ผ่านการประกาศและลงนามโดยคณบดีคณะ พยาบาลศาสตร์ นักศึกษาสามารถยื่นเรื่องขอร้องเรียนผลการเรียน ระหว่างการเรียนการสอน หรือหลังประกาศผล การเรียนของรายวิชา ภายใน 1 สัปดาห์หลังทราบผลการเรียน ยื่นเรื่องที่ปิดผนึกด้วยตนเองต่อเจ้าหน้าที่สำนักงาน คณะพยาบาลศาสตร์ และจะทำการรวบรวมทุกๆ สัปดาห์ที่ 4 ของเดือนเสนอต่อคณบดี จากนั้นคณบดี พิจารณา แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการข้อร้องเรียนการเรียนการสอน จากนั้นประธานสาขาร่วมกับคณะกรรมการจัดการข้อ
Page | 18 ร้องเรียน พิจารณาข้อเท็จจริง สาเหตุ และกำหนดแนวทางแก้ไข คณะกรรมการจัดการข้อร้องเรียนการเรียนการ สอน เสนอผลการสอบข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการบริหารคณะ รองคณบดีฝ่ายดูแลยุทธศาสตร์ผลิตบัณฑิตวิชาชีพ และประธานสาขาจะดำเนินการแจ้งผลให้นักศึกษาทราบภายหลังจากมีมติผ่านคณะกรรมการบริหารคณะ 7.3 ขั้นตรวจสอบ (C) ผลการดำเนินการภาคการศึกษาที่ 1/2566 พบว่า ยังมี นักศึกษาส่วนหนึ่งที่ ยังมีผลลัพธ์ การเรียนรู้ไม่เป็นไปตามผลลัพธ์การเรียนรู้ หลังจากวิเคราะข้อมูลพบว่า กระบวนการพัฒนาผู้เรียนใน ระหว่างเรียน ในแต่ละสัปดาห์ยังไม่ต่อเนื่อง ในบางรายวิชา มีการเปิดให้ทดสอบ pretest- posttest นักศึกษารายวิชาดังกล่าวมีการเตรียมตัวก่อนเรียน และการพัฒนานักศึกษา ต้องให้สะท้อนคิดกับ นักศึกษาอย่างทันถ่วงทีตามความเหมาะสมในแต่ละกลุ่มเพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสวางแผนพัฒนาตนเอง ตลอดระยะเวลาในการเรียน ประกอบกับมีผลการประเมินรายวิชา ที่นักศึกษาสะท้อนว่า การใช้ เทคโนโลยีเสมือนจริงช่วยสอน ทำให้นักศึกษาเข้าใจมากขึ้น จากข้อมูลดังกล่าวหลักสูตรจึงประชุมกันและจัดทำร่างการปรับกลยุทธ์ การเรียนการสอน และ การวัดและประเมินให้ทันสมัย โดยนำร่องใช้ในภาคการศึกษาที่ 2/2566 พบว่าผลการรียนของนักศึกษา โดยรวมดีขึ้น จึง นำข้อสรุปดังกล่าวมาจัดทำเป็น เป็น นโยบายและแนวทางการปรับปรุง กลยุทธ์ การ เรียนการสอน และการวัดและประเมินให้ทันสมัยประจำปีการศึกษา 2566-2567 เพื่อใช้ใน ภาคการศึกษา ฤดูร้อน /2566 ดังรายละเอียดใน ลำดับถัดไป 7.4 ขั้นปรับปรุง (A) หลังจากดำเนินการหลักสูตรมีการปรับกลยุทธ์ การเรียนการสอน และการวัด และประเมินให้ทันสมัยแล้ว พบว่า การเรียนวิธีดังกล่าว ช่วยให้สามารถพัฒนานักศึกษาได้ อย่างเป็นระบบ หลักสูตร จึงจัดทำร่างและประกาศเป็น นโยบายและแนวทางการปรับปรุง กลยุทธ์ การเรียนการสอน และ การวัดและประเมินให้ทันสมัยประจำปีการศึกษา 2566-2567 ดังนี้ กลยุทธ์ การเรียนการสอน
Page | 19 1) การจัดการเรียนการสอนหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562 และหลักสูตร พยาบาลศาสตร์ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2567 ให้ทุกรายวิชา จัดการเรียนการสอน ตามกลยุทธ์วิธีการสอนที่ กำหนดไว้ในผลลัพธ์การรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ร่วมกับการสอนแบบเชิงรุก (Active learning) ตามความเหมาะสม และใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR,VR) ช่วยสอน ในนักศึกษาทุก ชั้นปี 2) การจัดการเรียนการสอนให้ทุกรายวิชา ใช้Simulation หรือผู้ป่วยเสมือน ในการ เตรียมความ พร้อมก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติการพยาบาล (Pre-clinic) โดยให้ผู้รับผิดชอบรายวิชา จัดทำแบบประเมินที่ เกี่ยวข้องกับสถานการณ์นั้น ๆ ก่อนเปิดการรียนการสอน 3) การจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ การเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ และปลูกฝังให้ ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้ทุกรายวิชา มอบหมายงานให้นักศึกษาค้นคว้า วารสารทางด้าน สุขภาพที่ทันสมัย และดำเนินกิจกรรม “Journal club” โดยให้ทุกรายวิชาจัดตารางการเรียนการสอน ให้มี Journal club วิชาละ 1 ครั้ง โดยระบุในตารางแผนการเรียนให้ชัดเจน 4) การจัดการเรียนการสอน เพื่อ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ ให้ทุกรายวิชา มอบหมายให้นักศึกษาทำ Concept mapping อย่างน้อยวิชาละ 2 หัวข้อ เพื่อช่วยให้นักศึกษา เกิดทักษะการคิด อย่างมีวิจารณญาณ (Critacal thinking) และคิดอย่างเป็นระบบ (Symtempmic thinking) การวัดและประเมิน การการวัดและประเมินแบบ Formative assessment /Feedback 1. รายวิชาต้องมีกระบวนการพัฒนาผู้เรียนในระหว่างเรียน ในแต่ละสัปดาห์ เช่น การเปิดให้ทดสอบ pretest- posttest การพัฒนาด้าน คุณธรรมจริยธรรม ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ต้องผ่านร้อย ละ 80 โดยไม่นำไม่คิดเป็นคะแนน 2. หลังการทดสอบ posttest เพื่อวัดผลการเรียนรู้ กำหนดให้รายวิชาต้องให้ข้อสะท้อนคิดกับนักศึกษา ตามความเหมาะสมในแต่ละกลุ่ม และให้นักศึกษาวางแผนพัฒนาตนเองตลอดระยะเวลาในการเรียน
Page | 20 3. การประเมินความก้าวหน้าในการพัฒนาตนเองของนักศึกษา ประเมินจากผลการสอบและคุณภาพ ของงานที่มอบหมาย นักศึกษาที่ไม่มีพัฒนาการ รายวิชาต้องนำข้อมูลในการพัฒนาแต่ละสัปดาห์ รายงานต่อที่ปรึกษาหมู่เรียน ที่ปรึกษาย่อยและหลักสูตร เพื่อร่วมกันกำกับติดตามนักศึกษา 4. มีวิธีการประเมินผู้เรียนที่หลากหลาย โดยสอดคล้องกับการบรรลุผลสำเร็จของผลการเรียนรู้ที่ คาดหวังและวัตถุประสงค์การเรียนการสอนในรายวิชาที่กำหนด Summative assessment ด้านความรู้ 1. การสอบรายวิชา ในสาระสำคัญของวิชาครอบคลุมเนื้อหาในส่วนที่สำคัญ โดยกำหนดข้อสอบ จำนวน 75 ข้อ สอบวัดประเมินผลแบบ Summative assessment ในครั้งเดียว หรือ ข้อสอบอัตนัยต้องมี marking scheme เมื่อผ่านการวิพากษ์แล้ว ให้ส่งประธานสาขาพยาบาล เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สอบ (โดยวิธีการประเมินผู้เรียนต้องแสดงให้เห็นถึงเกณฑ์การให้คะแนน (rubrics) การเฉลยคำตอบ (marking schemes) เวลาในการประเมิน (timelines) และกฎระเบียบในการประเมิน (regulations) และยุติธรรม) 2. รายวิชาต้องแจ้ง คะแนนสอบที่ ต่ำกว่าร้อยละ 60 นักศึกษา ให้รับทราบคะแนน เพื่อวางแผนการพัฒนา ความรู้ของนักศึกษา และให้นักศึกษาเขียนรายงานเพื่อพัฒนาตนเองภายใน 3 วัน ทำข้อตกลงการพัฒนา ผู้เรียน และสอบใหม่ในเวลา 1 สัปดาห์ โดยไม่ปรับคะแนนสอบ 3. กรณีนักศึกษาประเมินผลไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของรายวิชาในแต่ละระยะของการเรียนการสอนและการ ประเมินผล จะมีการพัฒนานักศึกษา เช่น การมอบหมายงานเพิ่ม มอบหมายให้ใช้กระบวนการกลุ่มเพื่อน ช่วยเพื่อน สอนเสริมนอกเวลาและสอบซ้ำ เป็นต้น 4. ผลการพัฒนาในแต่ละสัปดาห์มีความก้าวหน้าและเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ ความ รับผิดชอบ คุณภาพของรายงานหรือชิ้นงานที่มอบหมายเพิ่มเติม และผลการสอบพัฒนาความรู้ ทักษะปฏิบัติ
Page | 21 1. การประเมินสมรรถนะ ทักษะปฏิบัติโดยใช้ แบบประเมินที่มีลักษณะเป็น Rubric Score และต้องแจ้ง ให้ผู้เรียน รับทราบเพื่อวางแผนตามเตรียมในการพัฒนาทักษะให้บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ที่รายวิชา คาดหวัง คุณลักษณะพิเศษ 1. การประเมินสมรรถนะ ทักษะปฏิบัติโดยใช้ แบบประเมินที่มีลักษณะเป็น Rubric Score และต้องแจ้ง ให้ผู้เรียน รับทราบเพื่อวางแผนตามเตรียมในการพัฒนาทักษะให้บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ที่รายวิชา คาดหวัง หมายเหตุ 1. รายวิชาต้องทำกระบวนการทวนสอบมาตรฐาน เครื่องมือวัดและประเมินผล และวางแผนการ ปรับปรุงพัฒนาเครื่องมือในการประเมินผล 2. เมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษามีการประชุมทบทวนเครื่องมือวัดและประเมินผลของรายวิชา โดยมีการ ทบทวนด้านความตรงตามเนื้อหา ผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา และระดับการเรียนรู้ เพื่อปรับปรุง ในปีการศึกษาต่อไป 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า คณะพยาบาลศาสตร์ ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562) โดยเน้นการผลิตบัณฑิตพยาบาลนักปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานประกันคุณภาพระดับนานาชาติ (AUN-QA) ซึ่งบัณฑิตพยาบาลนักปฏิบัติสามารถเป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีความโดเด่นในด้านการดูแลผู้สูงอายุ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการจัดการดูแลประชาชนที่มีภาวะสุขภาพดี ภาวะสุขภาพเสี่ยง และภาวะเจ็บป่วยที่ประยุกต์ใช้กระบวนการพยาบาล โดยมีการกำหนดผลลัพธ์มาตรฐานการเรียนรู้ดังนี้ PLO1 ประยุกต์ใช้ความรู้ทางการพยาบาล การผดุงครรภ์ และศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้อง (K3) 1.1 ประยุกต์ใช้ความรู้ทางการพยาบาล การผดุงครรภ์ และศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลผู้ป่วย (K3) 1.2 ประยุกต์ใช้ความรู้ทางการพยาบาล การผดุงครรภ์ และศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้อง ในการออกแบบ บริการพยาบาลเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนท้องถิ่น (K3) 1.3 ประยุกต์ใช้ความรู้ในการพยาบาลผู้สูงอายุ (K3)
Page | 22 PLO2 ปฏิบัติการพยาบาลแบบองค์รวมด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานวิชาชีพและยอมรับความ แตกต่างทางวัฒนธรรม (S4) 2.1 ปฏิบัติการพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ (S4) 2.2 ปฏิบัติการพยาบาลโดยคำนึงถึงสิทธิและความแตกต่างทางวัฒนธรรม (S4) 2.3 ปฏิบัติการพยาบาลในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม (S4) PLO3 แสดงออกถึงความซื่อสัตย์ มีวินัย และปฏิบัติตามมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพ (A5) PLO4 แสดงออกถึงการริเริ่มสร้างสรรค์พัฒนาผลงานนวัตกรรมทางด้านสุขภาพ (A5) PLO5 ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสื่อสารในการสร้างสรรค์งานวิจัยได้ (K3) 5.1 ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์งานวิจัยได้อย่างเหมาะสม (K3) 5.2 สื่อสารด้วยภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (K3) 5.3 ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ (K3) PLO6 แสดงออกถึงการมีภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีมและมีมนุษยสัมพันธ์ (A5) PLO7 แสดงออกถึงความมีจิตอาสาในการให้บริการ (A5) จากการผลการดำเนินงานการพัฒนานักศึกษาสู่บัณฑิตนักปฏิบัติด้วยการกำหนดสอบสมรรถนะชั้นปี ประจำปีการศึกษา 2565 ของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 1-4 ประกอบด้วย ภาคทฤษฎี (knowledge) และ ภาคปฏิบัติ (Practice) เพื่อให้บรรลุตามผลลัพธ์การเรียนรู้ในแต่ละชั้นปีมีรายละเอียดดังนี้ 1. นักศึกษาชั้นปีที่ 1 หมู่เรียน 65/101 จำนวนทั้งสิ้น 59 คน สมรรถนะที่กำหนด 8 PLOs เครื่องมือที่สอบคือ ข้อสอบและ การสอบภาคปฏิบัติทางคลินิก (OSCE) เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 ผลการสอบผ่านการประเมินสมรรถนะบัณฑิตนักปฏิบัติ ครั้งแรกร้อยละ 88.14 ครั้งที่ 2 ร้อยละ 100.00 2. นักศึกษาชั้นปีที่ 2 หมู่เรียน 64/99 จำนวนทั้งสิ้น 52 คน สมรรถนะที่กำหนด 8 PLOs เครื่องมือที่สอบคือ ข้อสอบและ การสอบภาคปฏิบัติทางคลินิก (OSCE) เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80
Page | 23 ผลการสอบผ่านการประเมินสมรรถนะบัณฑิตนักปฏิบัติ ครั้งแรกร้อยละ 82.00 ครั้งที่ 2 ร้อยละ 100.00 3. นักศึกษาชั้นปีที่ 3หมู่เรียน 63/101 จำนวนทั้งสิ้น 56 คน สมรรถนะที่กำหนด 9 PLOs เครื่องมือที่สอบคือ ข้อสอบและ การสอบภาคปฏิบัติทางคลินิก (OSCE) เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 ผลการสอบผ่านการประเมินสมรรถนะบัณฑิตนักปฏิบัติ ครั้งแรกร้อยละ 67.83 ครั้งที่ 3 ร้อยละ 100.00 4. นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หมู่เรียน 62/97จำนวนทั้งสิ้น 44 คน สมรรถนะที่กำหนด 12 PLOs เครื่องมือที่สอบคือ ข้อสอบและ การสอบภาคปฏิบัติทางคลินิก (OSCE) เกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 ผลการสอบผ่านการประเมินสมรรถนะบัณฑิตนักปฏิบัติ ครั้งแรกร้อยละ 88.14 ครั้งที่ 3 ร้อยละ 100
Page | 24 ภาพผลลัพธ์มาตรฐานการเรียนรู้ของบัณฑิตพยาบาลนักปฏิบัติประจำปีการศึกษา 2565 ให้การพยาบาลด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พัฒนาสู่ความเชี่ยวชาญการพยาบาลการจัดการภัยพิบัติในชุมชน พร้อมเรียนรู้ มีจิตให้บริการ
Page | 25 ประยุกต์ใช้ความรู้ในการพยาบาลผู้สูงอายุ ปฏิบัติการพยาบาลแบบองค์รวมด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐาน วิชาชีพ และยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม แสดงออกถึงความซื่อสัตย์ มีวินัย และปฏิบัติตามมาตรฐาน จรรยาบรรณวิชาชีพ แสดงออกถึงการริเริ่มสร้างสรรค์พัฒนาผลงานนวัตกรรมทางด้านสุขภาพ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสื่อสารในการสร้างสรรค์งานวิจัยได้ แสดงออกถึงการมีภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีมและมีมนุษยสัมพันธ์
Page | 26 แสดงออกถึงความมีจิตอาสาในการให้บริการ 9. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 1. การมีส่วนร่วมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างสร้างสรรค์ และร่วมออกแบบกิจกรรมการรียนด้วยตนเอง และคณาจารย์เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอน” มาเป็น “ผู้สร้างกระบวนการ หาความรู้และพัฒนาทักษะ” ทำให้นักศึกษากล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำ และเกิดการเรียนรู้จริงจากการทำงานและ สามารถนาไปใช้ได้จริงในอนาคต 2. ผู้บริหาร และอาจารย์ของคณะพยาบาลศาสตร์ มีการปรับตัว และเปลี่ยนแปลงเร็ว 3. คำแนะนำ แนวทาง การวางแผน และวิธีการติดตามงานที่เป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพจาก คณบดี 4. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากสถาบันต่าง ๆ 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข ภาระงานของอาจารย์มีมากทำให้ต้องมีระบบการสื่อสารและติดตามกำกับอย่างใกล้ชิดจึงจะได้ผลลัพธ์ ที่วางแผนไว้ 11. แนวทางในการจัดการความรู้ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับต่างคณะ หรือสถาบันเครือข่ายอื่นๆ ในการแลกเปลี่ยนทัศนคติ และแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนการบริหารหลักสูตร และการจัดการรียนการสอนอย่างมี ประสิทธิภาพ
Page | 1 แนวปฏิบัติที่ดี ด้านแนวปฏิบัติ: ด้านการจัดการเรียนการสอน 1. ชื่อเรื่อง / แนวปฏิบัติ แนวปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริม สมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วย หัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา 2. ชื่อหน่วยงาน วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา คณะสาธารณสุขศาสตร์ และสหเวชศาสตร์ สถาบัน พระบรมราชชนก 3. คณะทำงาน ดร.อุบลทิพย์ ไชยแสง 4. บทสรุปโครงการ แนวปฏิบัติที่ดีด้านการจัดการเรียนการสอนด้วยการบูรณาการรายวิชาสุขภาพจิตสำหรับการแพทย์แผนไทย โดยการส่งเสริมให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริง ในการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน ภายใต้ โครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่ชุมชนเมือง เทศบาลนครยะลา ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการ พิจารณาคัดเลือกให้ได้รับงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครยะลา เป็นจำนวนเงิน 97,150 บาท ( เงินเก้าหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยห้าสิบบาทถ้วน) โดยมีผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการจำนวน 300 คน ซึ่งในโครงการได้จัดให้ นักศึกษาหลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิตชั้นปีที่ 3 จำนวน 39 คน ได้มีส่วนร่วม และสร้างประสบการณ์ นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้แก่ กิจกรรมการฝึกประสบการณ์ การประเมินสุขภาวะทางจิตในผู้สูงอายุ นอกจากนั้นยังให้นักศึกษาได้บูรณาการความรู้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่ช่วย สร้างเสริมสุขภาวะทางจิตแก่ผู้สูงอายุ ส่งเสริมการให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ โดยการดำเนินการให้นักศึกษา รวมกลุ่มเพื่อพิจารณาดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตให้กับผู้สูงอายุผู้เข้าร่วมอบรม ตาม หลักการบริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ถือเป็นการจัดการเรียนการสอนที่นำการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ กระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experience-based Learning) มาปรับใช้กับนักศึกษา ซึ่งนักศึกษาได้คิด วิเคราะห์ ประเมิน และวางแผนดำเนินกิจกรรมในฐานต่าง ๆ ได้แก่ 1) การนวดผ่อนคลาย 2) การสุมยา 3) การออก กำลังกายคลายเครียดด้วยศาสตร์มณีเวช 4) การออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีดัดตน และ 5) การฝึกสมาธิคลายเครียด ซึ่งนอกเหนือจากการได้รับความพึงพอใจจากผู้เข้าร่วมโครงการ นักศึกษายังได้ฝึกประสบการณ์การทำงานร่วมกับ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสร้างเสริมสุขภาพจิต และบุคลากรประจำโรงเรียนผู้สูงอายุ ทั้งจากบุคลากรด้านการแพทย์ แผนไทย และสหวิชาชีพอื่นๆ จากสำนักงานการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครยะลา ทำให้นักศึกษามีความ เข้าใจลักษณะการปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้เมื่อนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานภาคสนามนักศึกษามีความเข้าใจ ในลักษณะงานตามขอบเขตวิชาชีพและสามารถทำงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพได้เป็นอย่างดี นักศึกษามีความมั่นใจใน
Page | 2 การการสอบทักษะภาคปฏิบัติก่อนสอบวัดประมวลความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพของสถาบันพระบรมราชชนก และการ สอบขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และเป็นการสนับสนุนให้เกิดบุคลากรสาธารณสุขที่มีคุณภาพเพื่อดูแลสุขภาพของ ประชาชนต่อไป 5. ที่มาและความสำคัญของโครงการ สถาบันพระบรมราชชนก ได้กำหนดทิศทางของการพัฒนาการศึกษาที่สอดคล้องตามพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2545 และทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นการพัฒนาตามปรัชญาการ สาธารณสุขแนวใหม่คือ การเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง แบบบูรณาการและเน้นชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิต บุคลากรที่มีความรู้และสมรรถนะเชิงวิชาชีพ มีความคิดวิจารณญาณและความใฝ่รู้อย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความ เข้าใจมนุษย์และสังคมที่เป็นจริง สามารถนำความรู้ประยุกต์ไปสู่การปฏิบัติทั้งการให้การดูแลรักษา การสร้างเสริม สุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพร่างกาย ตลอดจนการสนับสนุนบทบาทของประชาชนในการดูแลสุขภาพ ตนเองตามศักยภาพที่เป็นจริง จึงจำเป็นต้องมีการปรับการเรียนการสอนใหม่ที่แต่เดิมเป็นการเรียนการสอนที่เน้น เนื้อหาสาระและสมรรถภาพเชิงวิชาชีพเป็นสำคัญ มาเป็นเน้นความเข้าใจมนุษย์ ชุมชน สังคม และความเป็นจริง ผสมผสานกับความรู้ทางวิชาการและทางวิชาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนนอกจากมีความรู้ทักษะทางวิชาชีพ แล้วยังต้องเข้าใจ ชีวิตจริงเพื่อเป็นฐานในการให้บริการทางสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของประชน ตลอดจนสามารถประยุกต์ ความรู้และถ่ายทอดเพื่อพัฒนาศักยภาพการดูแลตนเองของประชาชนตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา เป็นสถาบันอุดมศึกษา สังกัดคณะสาธารณสุขศาสตร์ และสหเวช ศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ทำหน้าที่ผลิตกำลังคนด้านสุขภาพ ตอบสนองความต้องการของระบบบริการสุขภาพ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และมีวิสัยทัศน์ตอบสนองตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม กระทรวง สาธารณสุข ซึ่งมีนโยบายมุ่งเน้นพัฒนาระบบบริการสุขภาพประชาชน ให้เกิดความครอบคลุม ทุกระดับทุกพื้น ที่ โดยการกระจายของสถานบริการอย่างทั่วถึงให้บริการอย่างเสมอภาคเท่าเทียม เป็นมิตร เต็มใจ เอื้ออาทร มีจิตอาสา ซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรมในหน้าที่ ผดุงเกียรติศักดิ์ศรีของตนเองและผู้อื่น เป็นที่ไว้วางใจ และเชื่อมั่นของประชาชน ดำรงตนตั้งมั่นเป็นแบบอย่างที่ดีงาม ดังนั้นเพื่อให้บรรลุยุทธศาสตร์ดังกล่าวข้างต้นและตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม กระทรวงสาธารณสุข สถาบันพระบรมราชชนก ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยโดยเฉพาะ ความสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีมาตรฐาน เป็นคนที่มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ พร้อมที่ จะปฏิบัติงานด้วยจิตที่เมตตา เอื้ออาทร การปลูกฝังสมรรถนะด้านวิชาชีพ และการบริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็น มนุษย์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลผู้รับบริการบนพื้นฐานจิตเมตตา และเอื้ออาทร และเนื่องจากในปัจจุบัน สังคมมีภาวะวิกฤตเยาวชนส่วนใหญ่ยึดความเจริญทางวัตถุ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากขึ้น ดังนั้น
Page | 3 สถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรด้านสุขภาพควรจัดให้นักศึกษาได้สัมผัสความรู้สึกของการเป็นผู้ให้โดยไม่หวัง ผลตอบแทน ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลและช่วยเหลือผู้อื่นอย่างใส่ใจ นักศึกษาจึงควรได้รับการพัฒนาสมรรถนะด้านวิชาชีพ ควบคู่กับความมีเมตตาในการดูแลสุขภาพ เพื่อพัฒนาเพื่อสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม มีคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ในการดำเนินชีวิต มีความเมตตา เอื้ออาทร และให้การบริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ เพื่อเป็นการสร้าง บุคลากรที่มีคุณภาพรวมถึงการเป็นคนดีของสังคม รูปแบบการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับคุณธรรม จริยธรรม จะต้องมีการลงมือปฏิบัติและเชื่อมโยงกับ ประสบการณ์การเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้สู่ชุมชนด้วยการสร้างประสบการณ์ ความรับผิดชอบ การเรียนโดยเน้นให้ ผู้เรียนได้ลงมือทำ ได้รับอิสระ ริเริ่มความคิด และลงมือทำตามความคิด ผู้เรียนใช้กระบวนการแก้ปัญหาด้วยตนเอง การ ให้ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญที่จะสืบค้นหาความรู้ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ได้ทดลองปฏิบัติ เสาะหาข้อมูล จัด ระเบียบข้อมูล หาข้อสรุป ค้นคว้าหาวิธีการด้วยตนเอง หรือร่วมกันเป็นกลุ่ม เทคนิคการจัดการเรียนการสอนที่สำคัญ คือ การเรียนรู้จากสภาพจริง ซึ่งเป็นการเรียนรู้จาก ประสบการณ์จริง สร้างความเข้าใจในชีวิตของผู้อื่น ซึ่งมีหลักการว่า การเรียนรู้ใด ๆ ก็ตาม ย่อมมีความสัมพันธ์กับบริบทของเรื่องนั้น ๆ รวมถึงการจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลางแบบเน้นประสบการณ์ ซึ่งมีหลักการว่าประสบการณ์เป็นแหล่งที่มาของการเรียนรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญ ของการเกิดความคิด ความรู้ และการกระทำต่าง ๆ และนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาพิจารณาไตร่ตรองร่วมกันจนกระทั่งผู้เรียน สามารถสร้างความคิดหรือสมมติฐานเหล่านั้นไปทดลองหรือประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ต่อไป โดยจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่หลากหลายจากสภาพจริง และพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียนเป็นกลไกสำคัญ โดย กระบวนการเรียนการสอนจะให้ผู้เรียนรู้จักคิด หาความรู้ และคำตอบด้วยตัวเอง เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และ ศาสตร์ที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพ เชื่อมโยงกับความจริงทางสังคมอย่างไม่แยกส่วนและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ การบูรณาการการเรียนการสอนแบบบูรณาการให้มีหัวใจของความเป็นมนุษย์กับการบูรณาการกับพันธกิจการ บริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติควบคู่กันไปได้เพื่อตอบสนองต่อนโยบาย การจัดการศึกษา ซึ่งการบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เป็นพันธกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของ สถาบันการศึกษา ที่ต้องมีการดำเนินการควบคู่กันไปกับพันธกิจด้านการเรียนการสอน และการวิจัย ที่มีเป้าประสงค์ ที่จะสร้างจิตสำนึก สร้างค่านิยม ปลูกฝังคุณธรรมและ จริยธรรมให้นักศึกษา ในการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม รัก ในศิลปะและวัฒนธรรม เป็นคนดี และมีจิตใจที่ อ่อนโยน และร่วมมือกับชุมชนในการให้บริการวิชาการ เพื่อเผยแพร่ให้ ความรู้ด้านสุขภาพ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งในกระบวนการต่าง ๆ ของการบูรณาการ พันธกิจทั้ง 2 ประการ ยังสามารถส่งเสริมและหล่อหลอมให้นักศึกษาได้เข้าใจเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพที่อิงมาจาก การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยซึ่งเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ รวมถึงการตระหนักในคุณค่าภูมิ ปัญญาไทยและร่วมอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทย และส่งเสริมผู้เรียนได้ปรับทัศนคติ พัฒนาความคิดให้มีหัวใจความ เป็นมนุษย์ ในการให้บริการประชาชน เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองใน ชุมชนอย่างยั่งยืน
Page | 4 ผู้รับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนจึงมีความสนใจศึกษาแนวทางการดำเนินการสร้างแนวปฏิบัติด้านการ จัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการในพื้นที่ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิต ผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา เพื่อเป็น แนวทางให้กับผู้สอน และผู้สนใจ ในการนำไปประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการสอน นำไปสู่การดูแลสุขภาพของ ประชาชน โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำลังให้ความสำคัญ จะทำให้เกิด แนวทางหรือรูปแบบแนวปฏิบัติที่ดี เป็นประโยชน์สำหรับบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งเป็น บุคคลที่มีคุณค่าให้มีสุขภาวะทางจิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนต่อไป 6. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริม สมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัว ใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา 2. เพื่อประเมินประสิทธิผลการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการโดยใช้การเรียนรู้เชิง ประสบการณ์ เพื่อสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพ สุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา 7.แนวปฏิบัติที่ดี การจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมิน สุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของ นักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา มีกระบวนการสำคัญตั้งแต่การวางแผนการดำเนินงาน การลงมือปฏิบัติ การตรวจสอบ และการนำไปใช้ อย่างเป็นระบบ รวมถึงเป็นรูปแบบที่สร้างสรรค์พัฒนางานขึ้นมา จากการเรียนรู้จากสถานศึกษาอื่น ๆ มาปรับใช้กับบริบทในพื้นที่อย่างลงตัว มีการกำหนดการติดตามเป็นระยะ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรุ้ร่วมกันทั้งองค์กร ถือเป็นการบูรณาการอย่างเป็นระบบตามวงจร PDCA ดังนี้ 7.1 ขั้นวางแผน (P)
Page | 5 7.1.1 ประชุมทีมเพื่อสำรวจความต้องการและวางแผนเพื่อกำหนดรูปแบบการ จัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิต ผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา 7.1.2 นำผลที่ได้จากการปรึกษาหารือมาใช้ในการจัดการเรียนการอนเขียน โครงการเพื่อขออนุมัติโดยมีการกำหนดกิจกรรมโครงการโดยการมีส่วนร่วมกับชุมชน กลุ่มเป้าหมาย รายละเอียดและงบประมาณในการดำเนินโครงการ 7.1.3 นำขออนุมัติการจัดการเรียนการสอน และขออนุมัติโครงการโครงการ สร้างเสริมสุขภาวะทางจิตสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่ชุมชนเมือง เทศบาลนครยะลา ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการ พิจารณาคัดเลือกให้ได้รับงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครยะลา 7.1.4 จัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการกับผู้เกี่ยวข้อง 7.1.5 วางแผนการจัดการเรียนการสอน แจ้งกับนักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง 7.2 ขั้นดำเนินการ (D) การนำหลักการการบริการวิชาการ ไปสู่การปฏิบัติจริง มีการวางแผนการจัดการเรียนการ สอนให้ผู้เรียนได้เข้าใจความเป็นจริงของความเป็นมนุษย์ในสังคม และชุมชนเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการปู พื้นฐานที่ทำให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจมนุษย์ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจความหมายของสุขภาพที่ เป็นจริงตามมุมมอง และบริบทของของบุคคล และเข้าใจที่มาของพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งทาง ร่างกาย และจิตใจของบุคคล เพื่อเพิ่มความสามารถในการประเมินสุขภาวะทางจิตสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนที่จะสามารถบูรณาการการบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและ วัฒนธรรม การอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย จึงจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม ทั้งในเนื้อหา สาระ ความเชี่ยวชาญและสั่งสมประสบการณ์ทางด้านวิชาชีพของตนเองในระดับ ที่จะสามารถ นำมาถ่ายทอดสู่การบริการวิชาการ รายวิชาสุขภาพจิตสำหรับการแพทย์แผนไทย ของนักศึกษา หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต ชี้นปีที่ 3 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลาซึ่งเป็นวิชาที่ เหมาะในการจัดการเรียนการสอนที่จะสามารถบูรณาการการบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและ วัฒนธรรม การอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย และเสริมสร้างทัศนคติ การพัฒนาความคิดของผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้ ไปสู่แนวคิดเรื่องการส่งเสริมสุขภาพจิตด้วยการแพทย์แผนไทย ที่จะส่งเสริมและปูพื้นฐานด้านวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยของนักศึกษาเมื่อสำเร็จการศึกษา โดยเรียนรู้ทั้งในองค์ความรู้ที่เป็นหลักการ ทฤษฎีและ ปฏิบัติในมุมมองบริบทของประชาชนเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ เข้าใจชีวิตของ บุคคล และเกิดการเรียนรู้ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะติดตัวไปสู่การให้บริการด้วย
Page | 6 หัวใจของความเป็นมนุษย์จากความเอื้ออาทรไปสู่ความเข้าใจชีวิต อันจะนำไปสู่การให้บริการสุขภาพที่มี ประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนมากที่สุด มีลำดับการดำเนินการในการจัดการเรียนการ สอน ดังนี้ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบูรณาการด้วยการเรียนรู้ถึงหัวใจความเป็นมนุษย์ รวมถึงการบูร ณาการเข้ากับพันธกิจการบริการวิชาการ เป็นการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นการปรับความคิด ของผู้เรียนให้คิดใหม่ทำใหม่ ด้วยความเชื่อว่าเมื่อความคิดเปลี่ยนพฤติกรรมและการกระทำย่อมเปลี่ยนตาม ความคิด คนเรามักคุ้นชินกับความคิดและการกระทำเดิมๆที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ มาตั้งแต่เกิดและ เรียนรู้คัดกรองเอามาเป็นแนวคิดและแนวการกระทำของตนเอง ดังนั้น ในรายวิชาสุขภาพจิตสำหรับ การแพทย์แผนไทย สำหรับนักศึกษาการแพทย์แผนไทยบัณฑิต มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อนำนักศึกษา เข้าสู่ความเข้าใจทั้งในเนื้อหาของรายวิชา แทรกด้วยความเข้าใจในหัวใจความเป็นมนุษย์ รวมถึงการนำไปสู่ พันธกิจการบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ผู้สอนจึงได้จัดให้มีการดำเนินการการ จัดการเรียนการสอน ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ( ตามเอกสารแนบภาคผนวก) ซึ่งผู้สอนได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย กระบวนการ 4 ขั้นตอนได้แก่ 1) ขั้นสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับการประเมินสุขภาวะทางจิต และการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ได้แก่ การวิเคราะห์และสังเกตภ าพนิ่ง และ การศึกษากรณีศึกษาจากวิดิทัศน์ 2) ขั้นสร้างประสบการณ์โดยกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ได้แก่ การสังเกตการณ์ และ เรียนรู้จากหอผู้ป่วยทางจิตเวช และการสังเกตศึกษาชุมชน 3) ขั้นสำรวจความคิด โดยการให้นักศึกษา ได้ถ่ายทอดความคิดเห็น และความรู้สึกของตนเอง 4) ทดลองปฏิบัติในสถานการณ์จริง โดยการวางแผนส่งเสริมสุขภาพจิต และดำเนินการบริการ วิชาการ ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย ในชุมชน 7.3 ขั้นตรวจสอบ (C) การประเมินผลการเรียนรู้ภายใต้แนวปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการ วิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแล สุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา เป็นกระบวนการที่สำคัญเนื่องจากจะเป็นขั้นตอนที่ทำให้ทราบ ว่าการเรียนการสอนนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร หากแต่ว่าหลายครั้งที่หลายคนตั้งคำถามว่าจะมีวิธีประเมิน อย่างไรที่จะแสดงว่าผู้เรียนมีสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตที่เพิ่มขึ้น และได้รับการปลูกฝัง การบริการ ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ การเรียนการสอนแบบนี้เน้นไปที่ความรู้สึกระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนและผู้รับบริการหรือไม่ แล้วจะวัดได้อย่างไร ดังนั้นขอสรุปการประเมินผลซึ่งได้แบ่งการประเมินผลออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
Page | 7 1. การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน การประเมินผู้เรียนในการแสดงเข้าใจและยอมรับในความเป็นตัวตนของผู้ป่วย ยอมรับความ แตกต่างและให้เกียรติและเคารพในคุณค่าของผู้ป่วย เกิดความเห็นอกเห็นใจ เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เคารพใน สิทธิและศักดิ์ศรีของผู้รับบริการ ซึ่งสามารถสังเกตจากการแสดงออกด้วยภาษาท่าทาง การสัมผัส กริยาทั้งทางกาย วาจา และการกระทำที่สะท้อนถึงจิตใจ ซึ่งการแสดงออกนั้นต้องมาจากพื้นฐานของความเข้าใจในคุณค่าความเป็น มนุษย์ของผู้รับบริการอย่างแท้จริง โดยการใช้ แบบประเมินพฤติกรรม เป็นเครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์พฤติกรรมของ ผู้เรียน 2. การประเมินผลการปฏิบัติในสถานการณ์จริง การประเมินผู้เรียนจากผลการปฏิบัติในสถานการณ์จริง เป็นการทดสอบถึงการวางแผนงาน การเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งแสดงถึงผู้เรียนสามารถจะนำแนวคิดเกี่ยวกับการบริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์เข้า ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง การมองถึงประโยชน์ของการเป็นผู้ให้ได้ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร โดยการใช้ แบบประเมินผลงานเป็นเครื่องมือในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติในสถานการณ์จริง 3. การประเมินผลจากการบันทึกการเรียนรู้ การสะท้อนคิด การประเมินผลจากการเรียนรู้การสะท้อนคิด เป็นการทดสอบถึงความคิดที่เชื่อมโยงจากการ ศึกษาแนวคิดนำหลักการบริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ไปสู่การได้ทดลองปฏิบัติจริงแล้ว ผู้เรียนเกิด ความรู้สึกอย่างไร ตั้งแต่ก่อนได้ลงมือทำ ระยะดำเนินการ และช่วงเวลาภายหลังการดำเนินการไปแล้ว สามารถทำให้ นักศึกษาเกิดความตระหนักหรือเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของตนเองต่อการดูแลสุขภาพอย่างไร ที่สำคัญผู้สอนจะต้องไม่ บังคับ หรือสร้างเงื่อนไข การแสดงความคิดเห็นสะท้อนคิดของผู้เรียน ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ได้เพียงแค่การ สะท้อนคิดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่สามารถสื่อถึงผลสัมฤทธิ์ของการนำแนวคิดหลักการสู่การปฏิบัติจริง ซึ่ง สามารถใช้แบบประเมินการสะท้อนคิดเป็นเครื่องมือในการวัดประเมินผลการจัดการเรียนการสอนภายใต้แนวปฏิบัติ ด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิต ผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา จากการประเมินผู้เรียนพบว่า ภายหลังได้เข้าร่วมการจัดการเรียนการสอนภายใต้แนวปฏิบัติด้านการจัดการ เรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา ผู้เรียนมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนในระดับสูง ดังแสดงในตารางที่ 1 ตารางที่ 1 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนภายใต้ แนว ปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะ ทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของ นักศึกษา (N = 39)
Page | 8 รายด้าน คะแนนเฉลี่ย ( ) ส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) ระดับ 1. มีความสอดคล้องของเนื้อหาสาระกับวัตถุประสงค์ของ รายวิชา 3.84 0.52 สูง 2. สามารถเชื่อมโยงความรู้และทำให้เกิดความคิดอย่างมี วิจารณญาณมากขึ้น 3.91 0.55 สูง 3.ทำให้เกิดความเขาใจเกี่ยวกับการดูแลส่งเสริมสุขภาพจิตด้วย การแพทย์แผนไทยมากขึ้น 3.84 0.52 สูง 4. สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงไปสู่เนื้อหา รายวิชาได้ดีขึ้น 3.82 0.57 สูง 5. รูปแบบการเรียนมีความน่าสนใจและกระตุ้นให้เกิดการ เรียนรู้ 3.71 0.54 สูง 6. เกิดทัศนคติที่ดีต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตด้วยการแพทย์แผน ไทย 3.71 0.45 สูง 7.ความเหมาะสมของระยะเวลาของการเรียนการสอน 3.62 0.64 สูง 8. สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนรายวิชาอื่น 3.84 0.47 สูง 9. สามารถเชื่อมโยงให้เกิดทักษะที่จำเป็นต่อวิชาชีพ 3.88 0.61 สูง 10. สามารถนำความรู้ที่ได้มาบูรณาการกับการปฏิบัติงาน 3.80 0.66 สูง โดยรวม 3.80 0.38 สูง ผลการศึกษาพบว่านักศึกษามีความระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอนแบบเรียนรู้จากประสบการณ์ จริงโดยรวมและรายด้านมีคะแนนเฉลี่ยในระดับสูง ( = 3.80, S.D. = 0.38) โดยมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 3.91, S.D. = 0.55) การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงสามารถเชื่อมโยงความรู้และทำให้เกิดความคิดอย่างมีวิจารณญาณมาก ขึ้น และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดเรื่องความเหมาะสมของระยะเวลา ( = 3.62, S.D. = 0.64) นอกจากนี้จากการประเมินผู้เรียนในด้านสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิต ซึ่งเป็นสมรรถนะที่จำเป็นของ นักศึกษาหลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิตชั้นปีที่ 3 ภายหลังได้เข้าร่วมการจัดการเรียนการสอนภายใต้แนวปฏิบัติ ด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิต ผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา ผู้เรียนมี สมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตเพิ่มขึ้น ดังแสดงในตารางที่ 2 ตารางที่ 2 เปรียบเทียบสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุของนักศึกษาหลักสูตรการแพทย์แผนไทย บัณฑิต ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนการสอนภายใต้แนวปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับ
Page | 9 การบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริม คุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของ (N=39) การทดสอบ n X S.D. t p-value ก่อนเรียน 39 18.56 0.43 หลังเรียน 39 24.17 0.40 7.577 .000* *P – Value < .01 จากการประเมินเปรียบเทียบสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุของนักศึกษาหลักสูตรการแพทย์ แผนไทยบัณฑิต พบว่าก่อนและหลังการได้รับการเรียนการสอนภายใต้แนวปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณา การกับการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริม คุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 การประเมินผู้เรียนในประเด็นด้านการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรมที่สำคัญของนักศึกษาตามอัตลักษณ์ บัณฑิต ของนักศึกษาในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ได้แก่ “ การบริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์” ซึ่ง ภายหลังได้เข้าร่วมการจัดการเรียนการสอนภายใต้แนวปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการ วิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแล สุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา และการเรียนรู้จากการบริการวิชาการในโครงการสร้างเสริมสุขภาวะ ทางจิตสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่ชุมชนเมือง เทศบาลนครยะลานักศึกษามีคะแนนการบริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็น มนุษย์เพิ่มขึ้น ดังแสดงในตารางที่ 3 ตารางที่ 3 เปรียบเทียบคุณลักษณะการดูแลสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา ระหว่างก่อนระหว่าง ก่อนและหลังทดลอง (N=39) การทดสอบ n X S.D. t p-value ก่อนเรียน 39 3.52 0.46 หลังเรียน 39 3.77 0.40 6.947 .000* *P – Value < .01 จากการประเมินเปรียบเทียบคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา พบว่าก่อนและหลังการได้รับการเรียนการสอนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิง ประสบการณ์ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นอกจากนี้ผู้สอนยังได้ประเมินผู้เรียนเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่ม ซึ่งพบว่าสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิง คุณภาพ จากการสัมภาษณ์เชิงลึก และให้นักศึกษาเขียนรายงานสะท้อนคิดเป็นรายบุคคล เกี่ยวกับการรับประสบการณ์
Page | 10 การเรียนรู้พบว่านักศึกษาส่วนใหญ่สะท้อนคิดถึงสิ่งที่ได้รับและส่งผลต่อคุณลักษณะการดูแลสุขภาพด้วยหัวใจความ เป็นมนุษย์ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ นักศึกษาคนที่ 1 “ การเรียนแบบนี้ดีมากเลยครับอาจารย์ ทำให้พวกเราได้เข้าถึงประสบการณ์จริง การได้ไปทำโครงการเองด้วย ได้ใช้ความรู้แพทย์แผนไทยที่มีอยู่มาจัดการกับการทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพจิตได้เห็นวิถีชีวิตเห็นเรื่องของมนุษย์ ทำให้ลดความเห็นแกตัว เห็นความจริงในชีวิต เช่นกลุ่มผมได้ไปทำโครงการกับผู้สูงอายุที่ คือเห็นแล้วน้ำตาผมจะไหล คิดถึงย่าที่บ้าน ผมจึงตั้งใจทำโครงการให้ดีที่สุด แค่เห็นรอยยิ้มผู้สูงอายุผมก็ดีใจแล้วคับ ” นักศึกษาคนที่ 2 “ ตอนที่ทราบว่าต้องทำกิจกรรมกับผู้สูงอายุ หนูนี้เครียดเลย ทำไมเพื่อนในกลุ่มต้องตัดสินใจไปที่นี่กันก็รู้อยู่ แล้วว่า ผู้สูงอายุน่าจะทำโครงการด้วยยาก แต่พอไปจริง ผู้สูงอายุน่ารักมากขอเพียงมีคนเข้าใจเท่านั้น ในส่วนการทำ กิจกรรมหนูดีใจมากค่ะ ที่ความรู้ที่หนูเรียนมาจนถึงปี 3 ได้เอาไปใช้จริง รวมถึงการได้นำภูมิปัญญาไทยมาใช้คือ ท่าฤาษี ดัดตน ทุกคนมีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ หนูนี้น้ำตาไหลเลย ตอนคุณยายคนหนึ่งเข้ามากอดบอกว่าขอบใจนะลูก ขอบคุณอาจารย์ที่ทำให้หนูได้มีโอกาสทำสิ่งดี ๆ ให้สังคม การได้ใช้วิชาความรู้มาถ่ายทอดให้กับผู้อื่น มันเป็นความรู้สึกที่ อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก ทำให้หนูรูซึ้งถึงการให้ และการมีจิตสาธารณะทำเพื่อผู้อื่น และอาจารย์เคยพูดเรื่องการดูแล ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ตอนนี้หนูคิดว่าหลังจากที่หนูได้ทำโครงการ หนูซาบซึ้งและเข้าใจกับคำนี้มากค่ะ ขอบคุณ อาจารย์มาก ๆ ค่ะ” 7.4 ขั้นปรับปรุง (A) ภายหลังการดำเนินการได้มีการรวบรวมผลจากการประเมิน และบริบทของการดำเนิน โครงการเข้าที่ประชุมคณะกรรมการวิชาการของวิทยาลัยเพื่อเพื่อสรุปผลการวิเคราะห์ผลการ ดำเนินงานและการวางแผนการ ปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานกระบวนการจัดทำเป็นแนวปฏิบัติที่ดี และเกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง โดยมีการ ปรับปรุงในส่วนของระยะเวลา และรูปแบบกิจกรรม รวมถึงขยายผลไปสู่การดำเนินการไปสู่การเรียน การสอนสำหรับนักศึกษาในสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเรียนการสอนของนักศึกษาในหมวด วิชาชีพที่เกี่ยวข้องด้านการดูแลสุขภาพ
Page | 11 8. ผลกระทบที่เป็นประโยชน์หรือสร้างคุณค่า การจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาให้นักศึกษาเกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติ การมองความหมายของมนุษย์ อย่างเข้าใจความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ด้วยการบูรณาการเข้ากับการบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและ วัฒนธรรมควบคู่ไปด้วยกัน เป็นการสร้างความเข้าใจผ่านการจัดประสบการณ์จริง มองปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วย การรักษาและการฟื้นฟูตามสภาพความเป็นจริงของชีวิตของมนุษย์ การเรียนรู้ผ่านจากประสบการณ์จริงย่อมส่งผลให้ เกิดความรู้ความเข้าใจแบบฝังรากลึก นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อสามารถประยุกต์ความรู้ ที่ได้เรียนมา นำไปสู่การตอบแทนสังคม ช่วยในการส่งเสริมดูแล แก้ไขปัญหาสุขภาพ ตลอดจนสามารถปรับบทบาทใน ส่วนของวิชาชีพต่อการดูแลสุขภาพตนเองของคนในสังคม จากการศึกษาของผู้เขียนด้วยกระบวนการวิจัยจาการจัดการ เรียนการสอนในครั้งนี้ ภายหลังการจัดการเรียนการสอนจากประสบการณ์จริง เรื่องประสิทธิผลของการจัดการเรียน การสอนแบบเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ต่อการพัฒนาคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลาพบว่าผลการ
Page | 12 ประเมินคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา พบว่าก่อนและหลังการได้รับการ เรียนการสอน นักศึกษามีคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ มีความแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสามารถสรุปได้ว่าการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนรู้จากประสบการณ์จริงมี ประสิทธิผลต่อการพัฒนาคุณลักษณะการดูแลสุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ เกิดขึ้นจากผู้รียนได้เรียนรู้จาก ประสบการณ์จริง จนเกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น จะเห็นได้ว่าการจัดเรียนการสอนแบบบูรณาการนี้ไม่ได้ถูกจำกัดเพียงการเรียนรู้สาระเนื้อหาทางวิชาการและ วิชาชีพเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการเรียนการสอนบูรณาการที่ให้เข้าใจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งด้านความรู้ทางวิชาการ และวิชาชีพ และมิติทางด้านสังคมคือความเข้าใจความเป็นมนุษย์การดำรงชีวิตของมนุษย์และบริบทที่อยู่รอบๆ ซึ่ง สาระและกระบวนการเรียนเหล่านี้มีผลต่อการสร้างทัศนคติให้ผู้เรียนเข้าใจในชีวิตจริง เรียนรู้ความคิดเหตุผลของผู้อื่น มองเห็นความจริงของผู้รับบริการที่มีบริบทพื้นฐานการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน รู้จักประยุกต์ความรู้และถ่ายทอดเพื่อ พัฒนาผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม การมีจิตอาสา การช่วยเหลือผู้อื่น สามารถพัฒนาต่อยอด ความคิดของผู้เรียนตลอดจนการกระตุ้นการเรียนรู้จากภายในตัวผู้เรียนอย่างถ่องแท้ซึ่งจะทำให้เกิดทักษะติดตัวไปสู่ การให้บริการประชาชนด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดสุขภาวะชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป 9. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ การดำเนินการจัดการเรียนการสอนภายใต้แนวปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการ วิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแล สุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา ประสบความสำเร็จ มีปัจจัยที่สามารถส่งเสริมความสำเร็จได้ ดังนี้ 9.1 มีการวางแผนและกำหนดเป้าหมายของการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน มีการเตรียมความพร้อมทั้งอาจารย์ ผู้สอน นักศึกษา และสายสนับสนุน รวมถึงบุคลากรภายนอกสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม 9.2 มีการกำหนดนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนจากผู้บริหารลงสู่ผู้ปฏิบัติงานอย่างจริงจัง และชัดเจน โดย การสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 9.4 มีการสร้างกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาวางแผนการดำเนินการอย่าง ต่อเนื่อง ส่งผลให้บุคลากรทุกฝ่ายทราบถึงแนวปฎิบัติที่เกี่ยวข้องของตนเอง และทีมงาน 9.5 มีช่องทางในการติดสื่อสารหลากหลาย เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน 9.6 มีการเรียนรู้ร่วมกัน แก้ไขปัญหาร่วมกัน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์และสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 9.7 มีการเลือกวิธีการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ โดยใช้การสอนแบบโครงงาน (Project Based Learning) โดยการสอนแบบโครงงานความเหมาะสมของโจทย์งาน และคุณลักษณะที่ต้องการพัฒนา วางแผนและกำหนดเกณฑ์อย่างกว้างๆ แล้วให้นักศึกษาวางแผนดำเนินการ ศึกษาค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเอง โดยผู้สอนมี บทบาทเป็นผู้ให้คำปรึกษา จากนั้นให้นักศึกษานำเสนอแนวคิด การออกแบบชิ้นงาน พร้อมให้เหตุผลประกอบจากการ
Page | 13 ค้นคว้า ให้ผู้สอนพิจารณาร่วมกับการอภิปรายในชั้นเรียน จากนั้นผู้เรียนลงมือปฏิบัติทำชิ้นงาน และส่งความคืบหน้า ตามกำหนด การประเมินผลจะประเมินตามสภาพจริง โดยมีเกณฑ์การประเมินกำหนดไว้ล่วงหน้าและแจ้งให้ผู้เรียน ทราบก่อนลงมือทำโครงการและมีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายนอกมาร่วมประเมินผล 10. ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข การดำเนินการจัดการเรียนการสอนภายใต้แนวปฏิบัติด้านการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับการบริการ วิชาการ เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิตผู้สูงอายุในชุมชน และสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแล สุขภาพสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษา พบปัญหาอุปสรรค และสามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังต่อไปนี้ 1. อาจารย์ส่วนใหญ่มีภาระงานสอนมาก จึงไม่สามารถจัดสรรเวลาในการดำเนินการได้ทุกครั้ง ส่งผลให้เกิด ความเข้าใจคลาดเคลื่อนในกระบวนการดำเนินงานในบางประเด็น 2. ปัญหาการติดต่อประสานงานกับบุคลากรภายนอกที่มีความซับซ้อนในขั้นตอนของการดำเนินการด้าน เอกสาร และการเบิกจ่ายงบประมาณ แนวทางการแก้ปัญหา 1. จัดทำรายงาน และบันทึกการประชุมในรูปแบบเอกสาร และวิดิทัศน์บันทึก ส่งต่อให้กับผู้ไม่สามารถเข้าร่วม การดำเนินการ และประสานเป็นรายบุคคลตามความจำเป็นของการดำเนินงาน 2. ประสานงานการดำเนินการล่วงหน้า เพื่อการจัดการเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินการด้านเอกสาร และการ เบิกจ่ายงบประมาณ 11. แนวทางในการจัดการความรู้ จากการพัฒนาการเรียนการสอนโดยเน้นเกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะการประเมินสุขภาวะทางจิต และการ สร้างเสริมพัฒนาคุณลักษณะการดูแลสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ได้มีการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวที วิชาการทั้งภายใน และภายนอกวิทยาลัย ทั้งในรูปแบบการดำเนินการวิจัย และบทความิชาการ ผู้สอน และผู้เรียนได้ เผยแพร่เรื่องราวสู่สื่อโซเชี่ยลมีเดีย ต่างๆ เช่น Youtube Facebook รวมถึงการถ่ายทอดบทความต่าง ๆถึงวิธีการสอน เพื่อสร้างเสริมคุณลักษณะการดูแลสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ทั้งการถ่ายทอดในรูปแบบบทความ และการ ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดการยอมรับจากหน่วยงานภายนอก ทั้งสถานศึกษา และ หน่วยงานสุขภาพในการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ และดำเนินกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตแก่หน่วยงาน ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างการเผยแพร่ผลงาน เรื่อง ประสิทธิผลการจัดการเรียนการสอนโดยใช้การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ เพื่อ พัฒนาคุณลักษณะด้านจิตสาธารณะ และการบริการสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ของนักศึกษาหลักสูตรการแพทย์ แผนไทยบัณฑิต วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา
Page | 14 การเผยแพร่ : การนำเสนอในประชุมวิชาการทางการศึกษาระดับชาติ การพัฒนาประสบการณ์การเรียนรู้ใน ชีวิตจริง การเรียนการสอนยุคใหม่ ณ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง และได้รับการรางวัลบทความยอดเยี่ยม ด้านการจัดการเรียนการสอน เรื่อง “ ประสิทธิผลการ จัดการเรียนการสอนโดยใช้การเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อพัฒนาคุณลักษณะด้านจิตสาธารณะ และการดูแลสุขภาพ ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของนักศึกษาวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา
Page | 15 ภาคผนวก