๑๓๙
จะมีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมากคอแห้ง กระหายน้ำมาก หิวบ่อย กินจุ น้ำหนักลด อ่อนเพลีย
ผวิ หนังอกั เสบ แผลหายช้า คนั ตามผิวหนงั และตาพร่ามวั
การรักษาโรคเบาหวานในปัจจุบัน มี ๓ วิธี คือ ๑) ควบคุมอาหาร โดย หลีกเลี่ยงของหวาน
และอาหารที่ส่วนผสมของน้ำตาล รับประทานอาหารที่มคี ารโ์ บไฮเดรตในใยอาหารเพิ่มขึ้น มีไขมันให้
น้อยลง ลดอาหารเค็ม และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ๒) ฉีดอินซูลิน โดยแพทย์จะเป็นผู้
วินิจฉัยถึงชนิดและขนาดของอินซูลินที่ให้กับผู้ป่วย และ ๓) รับประทานยาลดน้ำตาลในเลือดตาม
คำแนะนำของแพทย์ ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยเบาหวานมี ๒ ประเภท คือ ๑.
ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน มีอาการรุนแรง และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัยและ
รักษาตงั้ แต่เร่ิมแรก สามารถเกิดขน้ึ ได้ทุกเวลาเปน็ ตน้ ว่า โรคติดเชอ้ื เนื่องจากผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลใน
เลือดสูง ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง มักทำ
ให้ผู้ป่วยพิการหรือคุณภาพชีวิตด้อยลง อาการแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่ ๑. ปัสสาวะของผู้ป่วยที่เป็น
เบาหวานมีน้ำตาลทำให้เช้ือโรคเจริญได้ดี การอักเสบเกิดข้นึ ตั้งแต่กระเพาะปัสสาวะ ทอ่ ปัสสาวะ เข้า
ไปถึงเนื้อไต ทำให้เกิดการอักเสบของไตและกรวยไต และ ๒. การเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดแดง
เล็ก ๆ เป็นต้นเหตุสำคัญท่ีทำให้เกิดการเสื่อมของจอตาและหน่วยไต หลอดเลือดแดงแข็ง ซึ่งเป็นผล
จากการที่มรี ะดับไขมนั ในเลอื ดสูง
๕.๑.๒ หลกั พุทธธรรมทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับการบำบดั โรค
ชีวิตเป็นธรรมชาติที่ประกอบขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ที่ปรุงแต่งขึ้นมา โดยดาเนินไปตามกฎ
ธรรมชาติ เละการดารงชีวติอยู่ได้ด้วยการอิงอาศัยกันและกันระหว่างเหตุและปัจจัยต่างๆ ซ่ึง
ความสัมพนั ธ์ในรปู แบบองิ อาศัยกนั และกนั น้ี เรยี กว่า เป็นความสมั พันธใ์ นรูปแบบขององคร์ วม ในทาง
พระพทุธศาสนาเน้นการดูแลรักษาสุขภาพโดยองคร์ วมมากท่ีสุด ดว้ ยเหตุว่า เมอ่ื มีโรคภยั เกิดข้ึน หรือ
เกิดความผิดปกติกับร่างกาย จะต้องดูแลรักษาโดยคานึงถึงกาย ใจ อาหาร กรรม ธรรมชาติ
สิ่งแวดล้อม และต้องจัดการกับสิ่งที่อิทธิพลท้ังหลาย โดยดูแลจิตใจให้แจ่มใส ดูแลกรรม อย่า
เบยี ดเบยี นชวี ิตอ่นื ดแู ลรกั ษาอณุ หภูมิของร่างกายให้พอเหมาะอยเู่ สมอ ดแู ลเร่อื งอาหาร รับประทาน
อาหารที่มีประโยชน์ สูดอากาศบริสทุ ธิแ์ ละออกกำลังกายเป็นประจำ
๑) หลักธรรมทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับการบำบดั โรคเบาหวาน
หลักสัมมัปธาน ๔ คือ ๑) สังวรปธาน เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นภายในจิต ๒) ปหานปธาน
เพยี รละบาปอกุศลธรรมทเ่ี กิดข้ึนแลว้ ๓) ภาวนาปธาน เพยี รทากุศลทีย่ ังไม่เกดิ ให้เกิดขน้ึ และ ๔) อนุ
รักขนาปธาน เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่น มิให้เสื่อม บุคคล เมื่อต้องการประยุกต์ใช้
หลักสัมมัปธาน ในการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด ก็ควรเริ่มด้วยการใช้สังวรปธาน คือความเพียรสารวม
ระวังไม่ให้สิ่งทีเ่ ปน็ โทษ หรือสิ่งที่เป็นพิษภยั ต่าง ๆ เกิดขึ้นในตน กรณีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ควรใช้
ยาลดน้ำตาลในเลือดตามเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้การรักษาโรคได้ผลดีมากขึ้น จากนั้น ใช้ปหาน
๑๔๐
ปธาน คือความเพียรละส่ิงท่เี ป็นโทษ และส่ิงทีเ่ ปน็ พิษภัยที่ตนเคยบริโภค เคยเสพ หรือเคยสัมผัสออก
จากตน กรณีผู้ปว่ ยดว้ ยโรคเบาหวาน ควรเลิกการใช้ยาลดน้ำตาล ท่ีไมผ่ ่านการรับรองจากผู้เช่ียวชาญ
เฉพาะ จากนั้น ใช้ภาวนาปธาน คือ ความเพียรแสวงหาสิ่งที่เป็นคุณ และเป็นประโยชน์ให้แก่ตนเอง
กรณีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ควรจาตัวยา และอาหารที่บริโภคท่ีทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงอยู่ใน
เกณฑ์ปกติได้ จากนั้น ใช้อนุรักขนาปธาน คือความเพียรรักษาสิ่งที่เป็นคุณและเป็นประโยชน์แก่
ตนเองไว้ กรณีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน เมื่อพบว่า ยาชนิดใดมีผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดเป็น
อย่างดี และไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ ก็ควรใช้ยานั้นต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้การรักษาโรคเบาหวานประสบ
ผลดีมากข้ึน
๕.๑.๓ การประยกุ ต์หลกั พุทธจิตวทิ ยาบรู ณาการในการสร้างความเข้มแขง็ ทางจติ ใจของญาติ
ผ้ดู ูแลผ้ปู ว่ ยโรคเรอ้ื รงั ในอำเภอขนุ ตาล จังหวดั เชยี งราย
ก. ความคิดเหน็ การประยุกต์ใชห้ ลกั พทุ ธธรรมในการดูแลผูป้ ว่ ยเบาหวาน
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน (ความเพียรโดยชอบ) เพื่อดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ด้านการปรับจิตใจให้มีชีวิตอยู่กับโรคอย่างปกติสุข พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความ
คิดเหน็ โดยรวมอยใู่ นระดบั ดมี าก ( x=๓.๔๑) เม่อื วเิ คราะหเ์ ปน็ รายขอ้ พบว่า ข้อท่ีมีค่าเฉล่ียสูงสุด อยู่
ในระดับมาก คือ สมาชิกครอบครวั ควรพยายามดูแลญาติทีป่ ่วยเปน็ โรคเบาหวาน โดยการหมนั่ พูดคุย
ให้ผู้ป่วยสบายใจ มีกำลังใจ เพื่อให้ผู้ป่วยคลายความวิตก (x=๓.๔๔) รองลงมา อยู่ในระดับมาก คือ
สมาชิกครอบครวั ควรพยายามแนะนำญาติทีป่ ่วยเป็นโรคเบาหวาน ใหห้ าวธิ ีปล่อยวางในภารกิจต่างๆ
ที่ตนเข้าไปมีส่วนร่วมดาเนินการ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่เครียดกับงานที่คั่งค้างอยู่ ( x=๓.๔๓) ส่วนข้อที่มี
ค่าเฉลี่ยต่าสุด อยู่ในระดับมาก คือ สมาชิกครอบครัวควรพยายามหาแนวทางให้ญาติที่ป่วยเป็นโรค
เบาไดเ้ ขา้ วดั ฟังธรรมเปน็ ประจำ เพ่อื ใหผ้ ู้ปว่ ยและใชชีวิตอยางมีสติ (x=๓.๓๖)
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน (ความเพียรโดยชอบ) เพื่อดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ด้านควบคุมน้ำตาลในผู้ป่วย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็น โดยรวมอยู่ใน
ระดบั มาก (x=๓.๕๘) เมือ่ วเิ คราะห์เป็นรายขอ้ พบวา่ ขอ้ ท่มี คี ่าเฉล่ยี สูงสุด อยใู่ นระดบั มาก คอื สมาชิก
ครอบครัวควรพยายามเตือนสติผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานท่ีเป็นญาติ ให้หมั่นควบคุมระดับนำ้ ตาลให้อยู่
ในระดับที่แพทย์แนะนำ ( x=๓.๗๕) รองลงมา อยู่ในระดับมาก คือ สมาชิกครอบครัวควรหมั่นศึกษา
ให้เข้าใจว่า น้ำตาลในเลือด จะมีมากขึ้นหรือลดลง มาจากสาเหตุใดบ้าง แล้วถ่ายทอดความรู้นั้นให้
ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นญาติได้เข้าใจ เพื่อร่วมกันป้องกันปัจจัยที่จะทำให้ร่างกายมีน้ำตาลในเลือด
ผิดปกติ ( x=๓.๖๗) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุด อยู่ในระดับมาก คือ สมาชิกครอบครัวต้องพยายาม
เตือนผู้ป่วยเป็นหวานที่เป็นญาติให้เห็นโทษของการสูบบุหรี่ เสพสารเสพติด หรือดื่มสุราเป็นประจำ
และขอให้ผู้ป่วยพยายามเลกิ สิ่งทีเ่ ปน็ โทษเหล่าน้ีเสยี ( =๓.๕๑)
๑๔๑
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน (ความเพียรโดยชอบ) เพื่อดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ด้านการใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็น
โดยรวมอย่ใู นระดับปานกลาง ( x=๓.๓๓) เม่อื วิเคราะห์เป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มคี ่าเฉล่ียสูงสุด อยู่ใน
ระดับมาก คือ สมาชิกครอบครัว เมื่อพบว่า ยาชนิดใดมีผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด และไม่มี
อันตรายต่อสุขภาพ ก็ควรรักษาระดับการใช้ยาในผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานที่เป็นญาติต่อไป ไม่ควร
เปลี่ยนยา (x=๓.๕๓) รองลงมา อยู่ในระดับมาก คือ การจัดยาลดนำ้ ตาลในเลอื ดแตล่ ะชนิดแกญ่ าติท่ี
ป่วยเป็นโรคเบาหวาน สมาชิกครอบครัวต้องเพียรพยายามสังเกตและ ประเมินผลว่า อาการ
โรคเบาหวานในผู้ป่วยนั้น บรรเทาลงมากน้อยแค่ไหน หากพบว่า ได้ผลดี ก็ควรใช้ยานั้นต่อไป (x=
๓.๕๑) สว่ นขอ้ ทมี่ คี ่าเฉล่ียต่ำสุด อยูใ่ นระดับปานกลาง คอื สมาชิกครอบครัว ควรหม่ันพยายามนาพา
ญาติผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานไปขอรับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ทุก ๓ เดือน เพื่อจะได้ทราบ
ผลการรับประทานยาปจั จุบนั ของผปู้ ่วย (x=๓.๒๐)
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน (ความเพียรโดยชอบ) เพื่อดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ด้านการดูแลสุขสภาพร่างกายและจิตใจ ของผู้มีอาการโรคเบาหวาน โดยรวมอยู่ใน
ระดบั มาก (x=๓.๔๒) เมื่อวิเคราะหเ์ ป็นรายขอ้ พบวา่ ขอ้ ทม่ี คี า่ เฉล่ียสงู สดุ อย่ใู นระดบั มาก คอื สมาชิก
ครอบครัว ควรพยายามดูแลผู้ป่วยเป็นเบาหวานที่เป็นญาติ เป็นพิเศษ ทั้งในด้านการรับประทาน
อาหาร การออกกำลังกาย และการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชน เพื่อสร้างแรงใจให้สู้ชีวิต(x=๓.๖๗)
รองลงมา อยู่ในระดับมาก คือ สมาชิกครอบครัว ควรพยายามหางานต่างๆ ที่ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน
ทเี่ ป็นญาติ มีความสนใจ อยากรู้ อยากลอง ให้ผปู้ ว่ ยน้ัน นาไปฝกึ ปฏบิ ัติ ท้ังนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความสุข
ในการทางานซึ่งจะทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น (x=๓.๖๒) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับปานกลาง
คือ สมาชิกครอบครัว ควรพยายามทบทวนกิจกรรมที่ผ่านมา และประเมินผลแห่งการสร้างเสริม
สุขภาพร่างกายและจิตใจผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานทีเ่ ป็นญาติ ทุกวันก่อนนอน เพื่อปรับปรุงพฒั นาใหด้ ี
ยิ่งขนึ้ ต่อไป (x=๒.๙๓)
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน (ความเพียรโดยชอบ) เพื่อดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ด้านการป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็น
โดยรวมอยใู่ นระดบั มาก ( x=๓.๕๓) เมือ่ วิเคราะหเ์ ป็นรายข้อ พบว่า ขอ้ ทีม่ ีค่าเฉล่ียสูงสุด อยู่ในระดับ
มาก คือ สมาชกิ ครอบครัว ควรหมนั่ เตือนผ้ปู ่วยเป็นโรคเบาหวานท่เี ป็นญาติ ให้ละการใชช้ ีวติ หมกมุน่
ในอบายมุข เพราะอบายมุขจะทำให้สภาพร่างกายทรุดโทรม จิตใจมีความเครียดซึ่งจะทำให้อาการ
ของโรคเบาหวานกำเริบขนึ้ (x=๓.๖๗) รองลงมา อยูใ่ นระดับมาก คือ สมาชิกครอบครัว ควรพยายาม
เป็นแบบอย่างแก่ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานที่เป็นญาติในด้านการรับประทานอาหารแต่พออิ่ม และ
พยายามสรรหาอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเป็นเบาหวาน ( x=๓.๕๘) สว่ นขอ้ ทม่ี คี ่าเฉลี่ยต่ำสุดอยู่
ในระดับปานกลาง คือ สมาชิกครอบครัว ควรพยายามชักนาผู้ป่วยเป็นโคเบาหวานที่เป็นญาติ การ
รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และมีปริมาณเพียงพอต่อร่างกาย จะช่วย
ปอ้ งกันการเกดิ โรคแทรกซอ้ นได้ (x=๓.๔๐)
๑๔๒
ข. การประยกุ ต์ใช้หลักพทุ ธธรรมในการดูแลผปู้ ว่ ยเบาหวาน
ประเด็นบุคคลในชุมชนควรแนะนำผู้มีอาการโรคเบาหวานในด้านการปรับจิตใจให้ยอมรับ
สภาพชวี ติ ทตี่ อ้ งอยู่กบั โรคเบาหวาน เพื่อใหก้ ารดาเนนิ ชวี ิตเปน็ ไปอยา่ งปกติ ผทู้ รงคุณวุฒิ เสนอแนะ
ให้บุคคลในครอบครัวหรือชุมชนควร เมื่อมีโอกาส ควรพยายามแนะนำผู้ป่วยโรคเบาหวานให้รู้จัก
ยอมรบั สภาพท่เี กิดขึ้น เพราะมันแกไ้ ขรา่ งกายให้เปน็ ดังเดิมไม่ไดแ้ ล้ว ควรยอมรบั ว่า เปน็ ธรรมดาของ
ชีวิตที่ไม่เที่ยง ย่อมแปรผันไปตามสภาพแห่งการดาเนินชีวิต ให้รู้จักทาชีวิตใหมีความสุข ด้วยการ
รูจักปลอยวางจากโรคที่เป็นอยู่ โดยเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมไป เป็นเรื่องธรรมดา
ของโลกและให้รู้จักใชวิจารณญาณ คือการพิจารณาไตรตรอง ในการเผชิญกับปญหาที่เกิดขึ้นกับตน
และหาทางบรรเทา แกไขปญหาอย่างมสี ติ
ประเด็นบุคคลในชุมชนควรแนะนำผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ให้รู้จักควบคุมน้ำตาลในเลือด
ผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอแนะให้บุคคลในครอบครัวหรือชุมชน ควรพยายามแนะนำผู้ป่วยโรคเบาหวาน ให้
รู้จักหาความสงบใจ คอื ความสขุ ท่ีเป็นธรรมชาติ ไม่ใชส่ ุขทเ่ี กิดจากการบรโิ ภค หมั่นตั้งจิตสวดมนต์แผ่
เมตตา ส่งเคราะห์สัตว์ผู้หิวโหย และมีจิตสาธารณะคิดช่วยสังคม ซึ่งจะให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจ และให้
รู้จักสละความชอบและเคยชินในการรับประทานอาหารที่เป็นเหตุให้โรคเบาหวานกำเริบ รวมทั้งให้
รจู้ ักสำรวจสภาพร่างกายของตนวา่ มีอาการเป็นอยา่ งไรบ้างผิดปกติหรอื ไม่ อยา่ งไร หากพบวา่ ร่างกาย
รู้สึกชา หรือปัสสาวะมีกลิ่นน้ำตาล ก็ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพื่อจะได้ทราบอาการของโรค
และรวู้ ธิ ีการรักษาตอ่ ไป
ประเดน็ บุคคลในชุมชนควรแนะนำผปู้ ว่ ยดว้ ยโรคเบาหวานให้รู้จกั การใชย้ าลดน้ำตาลในเลือด
ผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอแนะให้บุคคลในครอบครัวหรือชุมชน เมื่อมีโอกาสควรพยายามแนะนำผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ไมใ่ ห้ใชย้ าลดนำ้ ตาลในเลอื ดมากหรือน้อยกว่าเกณฑ์ทีแ่ พทย์กาหนดไว้ ควรรับประทาน
ยาตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้การรักษาโรคได้ผลดีตามแผนการรักษาที่แพทย์กาหนดไว้และให้รู้จัก
ระมัดระวังการใช้ยาลดน้ำตาล โดยเฉพาะยาที่ไม่ผ่านการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ไม่ควรซื้อหา
มารับประทาน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เป็นอันตรายเพราะการรับประทานยาที่ขาดคุณภาพ
รวมทั้งให้รู้จกั ประเมินผลการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดแต่ละชนิดว่า ทำให้อาการโรคเบาหวานบรรเทา
ลงมากน้อยแค่ไหน มีผลข้างเคยี งหรือไม่ อย่างไร หากอาการของโรคบรรเทาลง และไมม่ โี รคอ่ืนแทรก
ซอ้ น ก็ควรใช้ยานน้ั ตอ่ ไป
ประเด็นบุคคลในชุมชนควรช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานด้านสุขภาพกายและจิตใจ
ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ เสนอแนะให้บุคคลในครอบครวั หรือชุมชน ควรพยายามหาแนวทางช่วยเหลือผู้ป่วยด้วย
การแนะนำวิธีดูแลสุขภาพรา่ งกายใหแ้ ขง็ แรงตามวัย ใส่ใจกับสิ่งที่จะทำให้จิตแจ่มใส่โดยไม่ควรท้อแท้
กับสิ่งที่ไม่ประสงค์ที่เกิดขึ้นแล้ว รวมทั้งหมั่นชักชวนผู้ป่วยไปออกกำลังกายด้วยกัน ตามความ
เหมาะสมกับอายุอย่างน้อยวันละ ๑๐-๓๐ นาที เพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกายให้แข้งแรง จิตใจเบา
สบาย
๑๔๓
ประเด็นบุคคลในครอบครัวและชุมชนควรแนะนำผู้ปว่ ยดว้ ยโรคเบาหวาน ในการป้องกันโรค
แทรกซ้อน ผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอแนะให้บุคคลในครอบครัวหรือชุมชนควรหมั่นแนะนำผู้ป่วย
โรคเบาหวานให้ระมัดระวังอุบัติเหตุต่างๆ อย่าให้ร่างกายเป็นแผล เพราะบาดแผลของคนที่มีอาการ
โรคเบาหวานจะหายยาก และติดเชื่อได้ง่าย เนื่องจากภูมิต้านทานบกพร่อง และให้รู้จักรับประทาน
อาหารท่ีเป็นประโยชนต์ อ่ ร่างกาย และมีปริมาณเพียงพอต่อร่างกาย รวมท้งั ให้รจู้ กั การใช้ชีวติ ไม่ควร
หมกมนุ่ ในอบายมขุ ทุกประเภท เพราะอบายมุขจะทำให้สภาะร่างกายทรดุ โทรม จติ ใจมคี วามเครียด
ค. แนวทางการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในชุมชนบ้านแพะ
ดอนสัก ตาบลหา้ งฉัตร อำเภอหา้ งฉัตร จังหวัดลาปาง
๑. การประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธานปรับจิตใจให้มีชีวิตอยู่กับโรคอย่างปกติสุข โดยสมาชิก
ครอบครัว ควรพยายามดูแลญาติที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดยการหมั่นพูดคุยให้ผู้ป่วยสบายใจ มี
กำลังใจ เพ่ือให้ผู้ป่วยคลายความวิตก และควรพยายามแนะนำญาติที่ปว่ ยเป็นโรคเบาหวาน ให้หาวิธี
ปล่อยวางในภารกิจต่างๆ ที่ตนเข้าไปมีส่วนร่วมดาเนินการ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่เครียดกับงานที่คั่งค้างอยู่
และให้รู้จักใชวิจารณญาณ คือการพิจารณาไตรตรอง ในการเผชิญกับปญหาที่เกิดขึ้นกับตน และ
หาทางบรรเทา แกไขปญหาอยา่ งมีสติ เชน่ นี้ จะทำให้ผู้ปว่ ยสบายใจ คลายความวิตก และพรอ้ มเผชิญ
ปัญหาทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ กบั ตน
๒. การประยุกต์ใชห้ ลักสัมมัปธานควบคุมนำ้ ตาลในผ้ปู ่วย โดยสมาชกิ ครอบครวั ควรพยายาม
เตอื นสติผูป้ ่วยเปน็ โรคเบาหวานที่เปน็ ญาติ ให้หมนั่ ควบคมุ ระดบั น้ำตาลให้อยู่ในระดับท่ีแพทย์แนะนำ
และให้รู้จักสละความชอบและเคยชินในการรับประทานอาหารที่เป็นเหตุให้โรคเบาหวานกำเริบ เช่น
อาหารประเภทแป้ง และน้ำตาล เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้ หากรับประทานมากเกินไป อาจทำให้
โรคเบาหวานกำเริบขึน้ ได้ เช่นนี้ จะทำให้ผู้ป่วยผู้ป่วยมีความตั้งใจควบคุมน้ำตาลในเลือดตามที่ตนได้
ศึกษาดีแลว้
๓. การประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธานใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยสมาชิกครอบครัวเม่ือ
พบว่า ยาชนิดใดมีผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด และไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ ก็ควรรักษาระดับ
การใช้ยาในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นญาติต่อไป ไม่ควรเปลี่ยนยาและให้รู้จักงดยาดอง ของมึนเมา
และสารเสพติดทุกประเภท ที่ตนเคยดื่ม เคยเสพย์ เพื่อให้การใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดมีผลสัมฤทธ์ิ
ตามทคี่ าดหวัง เชน่ นี้ จะทำให้ผปู้ ว่ ยร้จู ักรักษาระดบั มาตรฐานการใช้ยาควบคมุ ระดับนำ้ ตาลในเลือดท่ี
เหมาะสม
๔. การประยกุ ต์ใช้หลักสัมมปั ธานดูแลสุขสภาพร่างกายและจิตใจ โดย สมาชกิ ครอบครัวควร
พยายามดูแลผู้ป่วยเป็นเบาหวานที่เป็นญาติ เป็นพิเศษ ทั้งในด้านการรับ ประทานอาหาร การออก
กำลังกาย และการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชน เพื่อสร้างแรงใจให้สู้ชีวติ และควรหมั่นรักษาสภาพปกตขิ อง
๑๔๔
ร่างกายและจิตใจไว้ ดว้ ยการทาใจวางเฉยในสิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมอง เช่นนี้ จะทำให้ผู้ปว่ ยรู้จักเอาใจใส่
มุ่งม่นั ในการปรับสภาพตนเองใหเ้ ขม้ แข็ง
๕. การประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธานป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน โดย สมาชิกครอบครัวควร
หมน่ั เตอื นผ้ปู ่วยเป็นโรคเบาหวานที่เป็นญาติ ใหล้ ะการใชช้ วี ติ หมกมุ่นในอบายมุข เพราะอบายมุขจะ
ทำให้สภาะร่างกายทรุดโทรม จิตใจมีความเครียดซึ่งจะทำให้อาการของโรคเบาหวานกำเริบขึ้น และ
ใหร้ ้จู กั รบั ประทานอาหารท่ีเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และมีปรมิ าณเพียงพอต่อรา่ งกายจะช่วยป้องกัน
การเกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่นนี้ จะทำให้ผู้ปว่ ยรจู้ ักหลกี เลี่ยงส่งิ ทอี่ าจเป็นโทษต่อตนเอง
๕.๒ อภปิ รายผลการวจิ ยั
จากการวิเคราะห์ข้อมูลแบบสอบถาม สามารถนาข้อความที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มี
ความคดิ เห็นสูงสดุ ในแต่ละด้าน มาอภปิ รายผลได้ ดังน้ี
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน (ความเพียรโดยชอบ) เพื่อดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ดา้ นการปรับจิตใจให้มชี ีวิตอยู่กบั โรคอยา่ งปกตสิ ุข ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่า
สมาชิกควรครวั ควรพยายามดูแลญาตทิ ่ปี ว่ ยเป็นโรคเบาหวาน โดยการหม่นั พดู คุยใหผ้ ปู้ ่วยสบายใจ มี
กำลังใจ เพือ่ ใหผ้ ู้ป่วยคลายความวิตก ท่เี ปน็ เชน่ นอ้ี าจเป็นเพราะเห็นว่า ผู้ปว่ ยเปน็ โรคเบาหวาน มักมี
ความวิตกกังวลในเรื่องสุขภาพของตน เพราะเป็นที่รู้กันทั่วไปว่า ยังไม่มีทางที่จะรักษาให้หายขาดได้
การที่คนใกล้ชิดในครอบครัวคอยดูและ พูดคุยและให้กำลังใจผู้ป่วย จะทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกโดดเดียว
และมีกำลังใจทจี่ ะรกั ษาตนต่อไป ซึงสอดคล้องกับแนวคดิ ของ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน (ความเพียรโดยชอบ) เพื่อดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ดา้ นควบคุมนำ้ ตาลในผู้ปว่ ย ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญเ่ หน็ วา่ สมาชิกครอบครัวควร
พยายามเตือนสติผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานที่เป็นญาติ ให้หมั่นควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับท่ี
แพทย์แนะนำ ที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะเห็นว่า บุคคลที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มักมีใจวิตกกังวล
เพราะคิดว่า ตนเองมีร่างกายบกพร่องแล้ว มองอนาคตตนเองอย่างวิตก เพราะรู้สึกไม่พร้อมรับ
สถานการณ์ในอนาคต จงึ ทำให้หลายคนปลอ่ ยเน้ือปล่อยตน หนั ไปเสพสขุ กบั อบายมุข เพราะคิดว่าตน
คงมีชีวติ ไม่ยืนยาว ดงั นั้น จึงเปน็ หนา้ ที่ของญาติที่ต้องพยายามเตือนสตผิ ูป้ ่วยใหห้ ม่ันดูแลตัวเอง และ
รักษาสภาพร่างกายให้เป็นปกติที่สุด สอดคลองกับแนวคิดของความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้
หลักสัมมัปธานเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ด้านการใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ตอบ
แบบสอบถามสว่ นใหญเ่ สนอความเห็นว่า “สมาชิกครอบครัวเม่ือพบว่า ยาชนดิ ใดมผี ลต่อการลดระดับ
น้ำตาลในเลือด และไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ ก็ควรรักษาระดับการใช้ยาในผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานที่
เป็นญาติต่อไป ไม่ควรเปลี่ยนยา”ที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะอาจเห็นว่า สภาพของชีวิต ย่อมเป็นไป
ตามเหตปุ จั จยั แต่อยา่ งไรกต็ าม ชวี ิตจะดาเนินตอ่ ไปอยา่ งไร กต็ ้องอาศยั ปจั จัยสืบต่อ ยาซึ่งเป็นปัจจัย
รักษาอาการของโรคก็เช่นกัน ถ้าผู้ป่วยรับประทานยานั้นแล้ว ลดอาการป่วยของโรคได้ ก็ไม่ควร
เปลี่ยนยานั้น ไปใช้ยาอย่างอื่น เพราะยาเปลี่ยนไป อาการของโรคก็อาจเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งอาจไม่
๑๔๕
เป็นไปอย่างที่ตอ้ งการ เหมือนกับข้อความท่ีว่า “ปัจจัยเปลี่ยนชีวิตก็เปลีย่ น” สอดคล้องกับหลักธรรม
ที่ สินชัย วงษ์จำนง๑ นำมากลา่ ว ความว่า “อนุรักขนาปธาน เพยี รรกั ษากุศลธรรมทเ่ี กิดขึน้ แล้วให้ต้ัง
มั่น มิให้เสื่อม หมายถึง การทาฉันทะให้เกิดพยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตตั้งมั่น เพื่อรักษา
กุศลธรรมที่ตนมีอยู่นั้นไว้ เพื่อความความตั้งมั่นไม่หลงลืม เพื่อความไพบูรณ์ เพ่ือความเจริญ เพื่อให้
กุศลธรรมท่ีมอี ยูใ่ นตนนั้นอยู่ไดน้ าน หรือตลอดไป ซึ่งจะทำให้ชีวิตของผู้นั้น ไม่หวนกลับมาตกต่าอกี ”
กลา่ วคือ สิ่งทดี่ แี ลว้ ควรดาเนินต่อไป
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน (ความเพียรโดยชอบ) เพื่อดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ด้านการดูแลสุขสภาพร่างกายและจิตใจ ของผู้มีอาการโรคเบาหวาน ผู้ตอบ
แบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่า “สมาชิกครอบครัว ควรพยายามดูแลผู้ป่วยเป็นเบาหวานที่เป็นญาติ
เป็นพิเศษ ทั้งในด้านการรับ ประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชน เพ่ือ
สร้างแรงใจให้สู้ชีวิต”ที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะเห็นว่า การดูแลสุขสภาพร่างกายและจิตใจในผู้ปว่ ย
โรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรครื้อรัง รักษาให้หายขาดยาก เป็นเรื่องที่ต้องให้กำลังใจผู้ป่วย ควรแนะนำให้
เข้าใจความจริงที่วา่ ร่างกายของเราเกิดจากปัจจยั คือ ธาตุ ๔ ดิน น้า ไฟ ลม และจิต ซึ่งไม่คงที่ย่อม
เปลี่ยนแปลงไปตามการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของปัจจัย ดังนั้น ควรแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาความ
สมดุลของธาตุ ๔ และจิตใจในกายของตน ให้อยู่ในสภาพปกติ ด้วยการออกกำลังกาย ฝึกสมาธิ
รบั ประทานอาหารทถี่ ูกสขุ ลักษณะ และพักผอ่ นให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซ่ึงสอดคล้อง
กับขอ้ ความท่ี สนอง วรอุไร๒ ไดก้ ลา่ วไว้ มีขอ้ ความตอนหนง่ึ ว่า “ความสำเรจ็ อยทู่ ่ใี จ ไม่วา่ เราจะต้อง
การอะไร หากเราตั้งใจกาหนดจิตไว้มั่นคง ทุกสิ่งจะสำเร็จได้ดั่งใจ และสิ่งที่ให้ถึงขั้นสำเร็จ คือ ทาสิ่ง
ต่างๆ ด้วยใจรัก ด้วยความพากเพียร ด้วยใจจดจ่อ และใช้ปัญญาอย่างสม่าเสมอ แล้วความสำเร็จจะ
ไมห่ นีไปไหน”
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน (ความเพียรโดยชอบ) เพื่อดูแลผู้ป่วย
โรคเบาหวาน ด้านการป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่า “สมาชิก
ครอบครัว ควรหมั่นเตือนผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานที่เป็นญาติ ให้ละการใช้ชีวิต หมกมุ่นในอบายมุข
เพราะอบายมุขจะทำให้สภาะร่างกายทรุดโทรม จิตใจมีความเครียด ซึ่งจะทำให้อาการของ
โรคเบาหวานกำเริบขึ้น”ที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะเห็นว่า อบายมุข คือ เส้นทางให้ชีวิตเกิดความ
เสื่อมและทรุดโทรม ทำให้เสียทั้งทรัพย์ และเสียสุขภาพ เช่น การดื่มสุรา เที่ยวกลางคืน เป็นต้น
สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน การดื่มของมึนเมา และการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้โรคกำเรบิ
ขน้ึ ได้ ดังนน้ั สิ่งทีค่ วรตนื่ ตวั รู้ทันสภาพที่เปน็ จริง แลว้ ระวงั ในการดาเนินชีวิตให้ดี ตามข้อความท่ีพระ
พรหมคุณาภรณ์๓ กล่าวไว้ตอนหนึ่ง ความว่า การหมั่นประกอบความตื่น ไม่เห็นแก่นอน คือ
ขยันหมั่นเพียรตื่นตัวอยู่เปน็ นิตย์ ชาระจิตมิให้มีนิวรณ์ พร้อมเสมอทุกเวลาที่จะปฏิบัติกิจให้ก้าวหนา้
ตอ่ ไป” เชน่ น้ี จะทำให้มีสขุ ภาพทพ่ี ร้อมจะดาเนนิ ชวี ิตต่อไปเปน็ ปกติ
๑๔๖
๕.๓ ขอ้ เสนอแนะ
๕.๓.๑ ขอ้ เสนอแนะเชงิ วชิ าการ
การลดน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้ ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ถือเป็นหัวใจของ
การดูแลรักษาผ้ปู ว่ ย ปจั จบุ ัน ยาลดน้ำตาลในเลอื ดของผู้ปว่ ยโรคเบาหวานมีหลายชนิด ทั้งยาท่ีได้จาก
สมุนไพร และยาแผนปัจจุบันที่ผลิตขึ้นมาจากสารอินทรีและอนินทรี ซึ่งสะดวกต่อการซื้อหามา
รับประทาน แต่ปัญหาที่ไม่สามรถลดน้ำตาลในเลือดในอยู่ในเกณฑ์ปกติเหมือนคนทั่วไปได้ ก็คือ การ
ขาดวนิ ัยในตนเอง เช่น ไมร่ ับประทานยาตามเวลา ไม่รับประทายยาตามปริมาณท่ีแพทย์แนะนำ ไม่ไป
พบแพทย์เพื่อตรวจวัดน้ำตาล หรือบริโภคอาหาร และเครื่องดื่มที่เป็นต้นเหตุให้มีน้ำตาลในเลือดเพมิ่
มากขนึ้ เปน็ ตน้ ดังนัน้ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรมวี ินยั คอื สรา้ งขอ้ กาหนดใหต้ นเองปฏิบัตเิ ก่ียวกับการ
ควบคุมนำ้ ตาลในเลือด แลว้ ปฏิบตั ติ ามข้อกาหนดน้ันโดยเคร่งครัด ขอ้ กาหนดเก่ียวกับการดูแลตนเอง
ตามแนวทางพระพุทธศาสนา ที่ผู้วิจัยเห็นว่า เหมาะสมที่สุดที่จะนามาใช้กากับตนเอง เพื่อลดน้ำตาล
ในเลือด ก็คือ หลักสัมมปั ธาน ๔ ประกอบด้วย สังวรปธาน ปหานปธาน ภาวนาปธาน และอนุรักขนา
ปธาน โดยนามาประยกุ ตใ์ ช้เปน็ ฐานการลดน้ำตาลในเลือด ดงั นี้
๑) ใช้สังวรปธาน เป็นฐาน: สังวรปธาน คือ ความเพียรสารวมระวังไมใ่ ห้ส่ิงที่เป็นโทษหรือส่ิง
ที่เป็นพิษภัยต่างๆ เกิดขึ้นในตน ดังนั้น บุคคล เมื่อจะใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด จะต้องไม่ใช้ยาตาม
ความรู้สึกชอบ หรือไม่ชอบ หรือใช้ยาที่ตนหามาเองตามความคิดเห็นของตนโดยขาดการทดลองว่ามี
ผลในการรักษาเป็นอย่างไร เพราะถ้าชอบยาประเภทใด ก็อาจรับประทานประเภทนั้นมากกว่าเกณฑ์
ที่ฉลากยากาหนดไว้ เช่น แพทย์แนะนำให้รับประทานยา Metformin วันละ ๑ ครั้ง ครั้งละ ๒ เม็ด
แตผ่ ู้ปว่ ยเพิ่มการรับประทานยานนั้ ครั้งละ ๓ เมด็ ข้อนอ้ี าจเปน็ อันตรายต่อร่างกาย เพราะอาจทำให้
น้ำตาลในเลือดลดลงมากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้หมดสติได้ ส่วนยาประเภทใดที่ตนไม่ชอบ เช่น ยาฉีด
เพื่อลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้ใช้ฉีดวันละ ๑ ครั้ง ในกรณีที่ไม่สามารถลดน้ำตาลใน
เลือดโดยการใช้ยารับประทาน เนื่องจากน้ำตาลสูงมากเกินไป หรือร่างกายตื้อยา แต่ผู้ป่วยหลีกเลี่ยง
ไม่ยอมฉีด กลับไปแสวงหายาที่ตนหามาเองตามความคิดเห็นของตนว่าจะลดน้ำตาลได้ เช่น ยา
สมุนไพรบางชนิด เช่นนี้ จะทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดผิดพลาด น้ำตาลอาจเพิ่มสุขขึ้นถึงข้ัน
วิกฤตทิ อ่ี าจเป็นอันตรายตอ่ อวัยวะส่วนอ่นื ๆ เช่น ทำให้ไตวาย หรอื ตาบอดได้ ดังนัน้ ผปู้ ว่ ยควรใช้หลัก
สัมมัปธาน คือ การสารวมระวังไม่นาสิ่งทั้งหลายที่เป็นโทษแก่ตนเอง มาใช้สอยบริโภค ควรใช้ยาลด
น้ำตาลในเลือดตามเกณฑท์ แี่ พทย์แนะนำ เพ่อื ใหก้ ารรักษาโรคได้ผลดมี ากขึ้น
๒) ใชป้ หานปธาน เป็นฐาน: ปหานปธาน คอื ความเพียรละส่ิงท่ีเป็นโทษ และส่งิ ที่เป็นพิษภัย
ที่ตนเคยบริโภค เคยเสพ หรือเคยสัมผัสออกจากตน ดังนั้น บุคคล เมื่อจะใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด ก็
ความเพยี รละการบรโิ ภคอาหารท่ีเพ่ิมน้ำตาลในเลือด เชน่ อาหารทีห่ วานจดั และเลกิ เสพสารเสพติดท่ี
ตนเคยชนิ ตลอดทงั้ การเที่ยวเตร่ในยามวิกาลที่ทำให้การนอนพักผ่อนไม่เพยี งพอ และเลกิ การใช้ยาลด
น้ำตาล ที่ไม่ผ่านการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดตาม
๑๔๗
คำแนะนำของแพทย์มปี ระสิทธิผล และเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เปน็ อันตราย จากการบรโิ ภคเสพ และ
สัมผสั สงิ่ ทเ่ี ป็นโทษต่อรา่ งกาย
๓) ใช้ภาวนาปธาน เป็นฐาน: ภาวนาปธาน คือ ความเพียรแสวงหาสิ่งที่เป็นคุณและเป็น
ประโยชน์ให้แก่ตนเอง กรณีการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยควรสังเกตอาการของโรคเบาหวานว่า
ร่างกายผิดปกติจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ เช่น ถ้าผิดปกติโดยมีน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น มักจะมี
อาการตึงตามน่องเท้า คันบริเวณข้อเท้า หรือปลายนิ้วมือนิ้วเท้าชา เป็นต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพ่ือ
ขอรับการตรวจวินิจฉัย แพทย์อาจเปลี่ยนยาให้ใหม่ แต่ถ้าน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับปกติเหมือนคน
ทั่วไป ก็ควรจาตัวยา และอาหารที่บริโภคว่า ใช้ยาอะไร รับประทานอาหารประเภทใดบ้าง จึงทำให้
น้ำตาลในเลอื ดลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ความเพียรเช่นนี้ เป็นภาวนาปธานควรพยายามให้เกดิ ขึน้ ใน
ตนของบุคคลผปู้ ว่ ยด้วยโรคเบาหวาน
๔) ใช้อนุรักขนาปธาน เป็นฐาน: อนุรักขนาปธาน คือ ความเพียรรักษาสิ่งที่เป็นคุณและเป็น
ประโยชน์แก่ตนเองไว้ กรณีการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วย เมื่อพบว่า ยาชนิดใดมีผลต่อการลด
ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นอย่างดี และไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ ก็ควรใช้ยานั้นต่อไป ไม่ควรเปลี่ยนยา
บ่อยๆ เพราะการเปลี่ยนยาบ่อยๆ อาจทำให้หลงทิศทางในการรักษาโรคได้ และควรมีการตรวจวัด
ระดับน้ำตาลในเลือดทุก ๓ เดือน จากผลการรับประทานยาปัจจุบัน เพื่อให้ทราบผลของการใช้ยาใน
ปัจจุบัน หากพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัย ก็ควรใช้ยานั้นต่อไปดังน้ัน
บคุ คล เมอื่ ต้องการประยุกตใ์ ช้หลักสมั มปั ธาน ในการใชย้ าลดนำ้ ตาลในเลือดก็ควรเรมิ่ ด้วยการใช้สังวร
ปธาน คือความเพยี รสารวมระวังไม่ใหส้ ่ิงที่เป็นโทษ หรือสง่ิ ท่เี ปน็ พิษภยั ต่างๆเกดิ ข้ึนในตน กรณีผู้ป่วย
ด้วยโรคเบาหวาน ควรใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดตามเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำเพื่อให้การรักษาโรคได้ผลดี
มากขึ้น จากนั้น ใช้ปหานปธาน คือความเพียรละสิ่งที่เป็นโทษ และสิ่งที่เป็นพิษภัยที่ตนเคยบริโภค
เคยเสพ หรอื เคยสมั ผัสออกจากตน กรณีผ้ปู ่วยดว้ ยโรคเบาหวาน ควรเลิกการใชย้ าลดน้ำตาล ทไ่ี มผ่ ่าน
การรับรองจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ จากนั้น ใช้ภาวนาปธาน คือ ความเพียรแสวงหาสิ่งที่เป็นคุณ และ
เป็นประโยชน์ให้แก่ตนเอง กรณีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ควรจาตัวยาและอาหารที่บริโภคที่ ทำให้
น้ำตาลในเลอื ดลดลงอยใู่ นเกณฑ์ปกติได้ จากนนั้ ใช้อนุรกั ขนาปธาน คอื ความเพียรรกั ษาสิ่งท่ีเป็นคุณ
และเป็นประโยชน์แก่ตนเองไว้ กรณีผปู้ ่วยด้วยโรคเบาหวาน เมื่อพบว่า ยาชนดิ ใดมีผลต่อการลดระดับ
น้ำตาลในเลือดเป็นอย่างดี และไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ ก็ควรใช้ยานั้นต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้การรักษา
โรคเบาหวานประสบผลดีมากขึน้
๕.๓.๒ ขอ้ เสนอแนะเพื่อการวิจยั คร้งั ต่อไป
จากการวิจยั เร่อื ง “การประยุกต์ใชห้ ลักพทุ ธธรรมในการดแู ลผปู้ ว่ ยเบาหวาน: กรณีศกึ ษา
ชมุ ชนบ้านแพะดอนสกั ตาบลหา้ งฉัตร อาเภอห้างฉตั ร จังหวดั ลาปาง” คร้ังน้ี ผู้วิจัยมีความเห็นวา่
ยังมีอีกหลายประเดน็ ที่ควรนำมาวจิ ยั เปน็ ตน้ ว่า
๑๔๘
๑) ควรวิจัยเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักสัมมัปธาน ๔ เป็นฐานการควบคุมโรคความเครียด
เพราะเหน็ วา่ หลกั สัมมปั ธาน ๔ เปน็ หลกั ธรรมที่มไี วใ้ นใจ เพอื่ ปอ้ งกันและแก้ไขโรคทางใจ
๒) ควรวิจัยเกี่ยวกับการใช้หลักสัมมัปธาน ๔ เป็นแนวป้องกันโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเพราะ
เห็นว่า หลักสัมมัปธาน ๔ เป็นหลักความเพียรป้องกันความเสื่อมและสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ผู้
ปฏิบตั ิตาม
๓) ควรวจิ ัยเกย่ี วกบั การนำหลักสัมมัปธาน ๔ มาเปน็ พลงั ในการเสริมสรา้ งสุขภาพร่างกายให้
มีภูมิต้านทานโรค เพราะเห็นว่า หลักสัมมัปธาน ๔ เป็นพลังขับเคลื่อนกิจกรรมของตนให้ประสบ
ความสำเรจ็ ดงั ประสงค์
๑๔๙
บรรณานุกรม (ช่ัวคราว)
๑. ภาษาไทย:
ก. ขอ้ มูลปฐมภมู ิ
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ ๒๕๐๐. กรงุ เทพมหานคร :
โรงพิมพม์ หาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๕.
ข. ขอ้ มลู ทตุ ยิ ภูมิ :
(๑) หนงั สอื :
กนกพรรณ สนิ จยั .พระราชบญั ญัติสหกรณ์. กรงุ เทพมหานคร : โฟรเ์ พซ, ๒๕๖๐.
กรมสง่ เสริมการเกษตร. นโยบายและแนวทางการดำเนนิ งานส่งเสริมการเกษตร. กรงุ เทพมหานคร :
โรงพมิ พส์ ำนกั พัฒนาการถา่ ยทอดเทคโนโลยี, ๒๕๖๑.
จันทรานี สงวนนาม. ทฤษฎแี ละแนวปฏบิ ตั ใิ นการบรหิ ารสถานศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร : บคุ๊ พอยท์,
๒๕๖๐.
นพิ นธ์ กินาวงศ์.หลกั การบริหารการศกึ ษา. พษิ ณุโลก : ตระกลู ไทย,๒๕๖๐.
ฑิตยา สุวรรณชฎ, สงั คมวิทยา. กรุงเทพมหานคร : ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๒๗.
ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์ และคณะ. วิถีใหม่แห่งการพัฒนา : วิธีวิทยาศึกษาสังคมไทย.
กรงุ เทพมหานคร: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, ๒๕๕๙.
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยรู ธมมฺ จิตโฺ ต). พุทธวิธีบรหิ าร. กรุงเทพมหานคร : มหาจฬุ าลงกรณราช
วิทยาลัย, ๒๕๖๑.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโฺ ต). ธรรมนญู ชีวิต. กรงุ เทพมหานคร: สำนักงานพระพุทธศาสนา
แหง่ ชาติ, ๒๕๔๙.
พระราชวรมนุ ี (ประยทุ ธ์ ปยุตโฺ ต). ทางสายกลางของการศกึ ษาไทย. กรงุ เทพมหานคร : คณะ
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๒๗.
ยุวฒั น์ วุฒิเมธี. หลกั การพัฒนาชมุ ชนและการพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร : ไทยอนุเคราะห์ไทย,
๒๕๒๖.
๑๕๐
ราชบณั ฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน. กรุงเทพมหานคร : นานมีบคุ๊ สพ์ ับลิเคชน่ั ส์,
๒๕๔๖.
วริ ัช วิรชั นิภาวรรณ. การบรหิ ารเมอื งหลวงและการบรหิ ารท้องถ่นิ : สหรฐั อเมริกา อังกฤษ ฝรัง่ เศส
ญีป่ ุ่นและไทย. กรุงเทพมหานคร : โฟรเ์ พซ, ๒๕๖๐.
สนธยา พลศรี. กระบวนการพฒั นาชมุ ชน. กรงุ เทพมหานคร : ไทยวฒั นาพานชิ , ๒๕๖๐.
สมศักด์ิ ศรีสันตสิ ุข, สงั คมไทย : แนวทางวจิ ยั และการพฒั นา, กรงุ เทพมหานคร : สถาบนั วิจยั
พฤติกรรมศาสตร์, ๒๕๒๕.
สัญญา สญั ญาววิ ฒั น,์ การพฒั นาชุมชน, (กรงุ เทพมหานคร : สำนักพมิ พ์ไทยวฒั นา, ๒๕๒๖).
อมร รักษาสัตย์ และ ขตั ตยิ า กรรณสตู ร (บรรณาธกิ าร), ทฤษฎีและแนวความคดิ ในการพัฒนาประเทศ,
กรุงเทพมหานคร : ชุมชนสหกรณก์ ารขายและการซอื้ แหง่ ประเทศไทย, ๒๕๑๕.
(๒) รายงานวิจัย:
บุญทัน ดอกไธสง, “รูปแบบการพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีประสิทธิผล ตาม
หลักพุทธธรรม” .รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์. สงขลา: ภาควิชาสารัตถศึกษาคณะ
ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ๒๕๖๒.
ปรียาวดี ผลอเนก, “ปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ ตน้ ทุนการผลติ น้ำนมของฟาร์มโคนมในจงั หวัดสกลนคร” .
รายงานการวิจยั ฉบบั สมบรู ณ์. สงขลา: ภาควชิ าสารัตถศึกษาคณะศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์, ๒๕๖๒.
ภรภัทร ไชยสมบัติ และคณะ, “ปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนการผลิต น้ำนมของฟาร์มโคนมในจังหวัด
สกลนคร”, รายงานการวิจยั ฉบบั สมบูรณ์. สงขลา: ภาควิชาสารัตถศกึ ษาคณะศิลปศาสตร์,
มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์, ๒๕๖๒.
ภาณุพันธุ์ ประภาติกุล. “ความพึงพอใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต่อการดำเนินงานของสหกรณ์โคน
ในภาคเหนือ ตอนบนของประเทศไทย”. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์. สงขลา :
ภาควิชาสารตั ถศกึ ษาคณะศลิ ปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ๒๕๖๒.
รุ่งอาทติ ย์ บูชาอนิ ทร์. “โครงการการสรา้ งระบบกล่มุ เกษตรกร พ่ีเลีย้ งเพ่อื พัฒนาคุณภาพนำ้ นมดิบ
๑๕๑
กลุ่มภาคเหนือของประเทศไทย โดยประยุกต์หลักการพัฒนาองค์การและเทคโนโลยีภูมิ
สารสนเทศ”. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์. สงขลา : ภาควิชาสารัตถศึกษาคณะศิลป
ศาสตร.์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์, ๒๕๖๒.
วรมนั ไม้เจริญ, “ระบบการผลติ โคนมของเกษตรกรรายย่อยภายใต้การสนับสนนุ ที่ต่างกนั ในภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือตอนบน”. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์. สงขลา : ภาควิชาสารตั ถ ศึกษาคณะ
ศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์, ๒๕๖๒.
วีรณัฐ โรจนประภา, “การนำหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสังคมแห่งสัมมาปัญญาใน
ประเทศไทย”. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์, สงขลา: ภาควิชาสารัตถศึกษาคณะ
ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ๒๕๖๒.
เอกชยั อุตสาหะ. “การวเิ คราะห์ต้นทนุ และผลตอบแทนจากการลงทุนทำฟาร์มโคนมของสมาชิก
สหกรณ์โคนมแม่ลาว จำกัด จังหวัดเชียงราย”. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ สงขลา : ภาควิชาสา
รตั ถศกึ ษาคณะ ศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์, ๒๕๖๒.
(๓) บทความ:
กนกพรรณ สนิ จัย, พระราชบัญญัตสิ หกรณ์ พ.ศ. ๒๕๑๑, (กรุงเทพมหานคร : สำนกั พมิ พโ์ ฟกัส
FOCUS, ๒๕๖๐), หน้า ๒๗๙.
โฆสติ ป้นั เปยี่ มรชั ฎ์, การพฒั นาประเทศไทย, (กรงุ เทพมหานคร : สำนกั งานคณะกรรมการพฒั นา
เศรษฐกจิ และการศกึ ษาแห่งชาติ, ๒๕๓๒), หน้า ๒๕
จำรสั จนั ทรแ์ สงศรี, หลักการบรหิ ารงานสมัยใหมก่ ับ หลกั การบรหิ ารงานเชงิ พุทธศาสตร์, หน้า ๒๒
จนั ทรานี สงวนนาม, ทฤษฎีและแนวปฏิบตั ิในการบรหิ ารสถานศึกษา, (กรุงเทพมหานคร : บุ๊ค
พอยท,์ ๒๕๖๐), หน้า ๑๑.
นิพนธ์ กินาวงศ,์ หลกั การบริหารการศึกษา, (พิษณุโลก : ตระกลู ไทย,๒๕๖๐), หน้า ๘๐-๑๓๕.
พระทองพจน์ ธรี ธมโฺ มและคณะ.”หลักสปั ปุริสธรรมกับการแกไ้ ขวกิ ฤตปิ ญั หาสังคม”.วารสารสมาคม
ศิษย์เกา่ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, (๒๕๖๑).
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยรู ธมฺมจิตโฺ ต), พทุ ธวิธบี รหิ าร, (กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั , ๒๕๖๑), หนา้ ๔–๕.
ราชกิจจานุเบกษาเลม่ ๑๒๗ ตอนที่ ๒๖ ก หนา้ ๔ วันท่ี ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓.
๑๕๒
วริ ชั วิรชั นิภาวรรณ, ผลการดำเนนิ งานของสหกรณ์, (กรุงเทพมหานคร : ศนู ย์หนงั สือแหง่
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย, ๒๕๖๐), หน้า ๗๙.
ศนู ย์อัจฉรยิ ะเพอ่ื อตุ สาหกรรมอาหาร, องค์การสง่ เสรมิ กิจการโคนมแห่งประเทศไทย, (กรุงเทพมหานคร
: โฟร์เพซ, ๒๕๖๐), หนา้ ๗๙.
สนธยา พลศรี, กระบวนการพัฒนาชุมชน, (กรงุ เทพมหานคร : ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๔๕), หนา้ ๖.
(๕) การสมั ภาษณ์ :
สมั ภาษณ์ ผู้ให้ข้อมลู ทส่ี ำคัญคนท่ี ๑, ผู้บริหารและเจา้ หน้าทสี่ หกรณ์, ๑๗ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผใู้ ห้ขอ้ มลู ที่สำคัญคนท่ี ๒, ผู้บรหิ ารและเจ้าหน้าที่สหกรณ์, ๑๗ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผู้ให้ขอ้ มลู ท่ีสำคญั คนที่ ๓, ผู้บริหารและเจ้าหน้าท่สี หกรณ์, ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผใู้ ห้ข้อมูลทส่ี ำคญั คนที่ ๔, ผู้บรหิ ารและเจา้ หน้าทีส่ หกรณ์, ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผู้ใหข้ ้อมลู ท่สี ำคญั คนที่ ๕, ผบู้ รหิ ารและเจา้ หน้าที่สหกรณ์, ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผู้ใหข้ อ้ มูลทสี่ ำคญั คนท่ี ๖, ผบู้ ริหารและเจา้ หน้าทส่ี หกรณ์, ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลที่สำคญั คนท่ี ๗, ผู้บรหิ ารและเจ้าหน้าทส่ี หกรณ์, ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผใู้ ห้ข้อมลู ทสี่ ำคัญคนที่ ๘, ผบู้ ริหารและเจา้ หน้าที่สหกรณ์, ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผู้ใหข้ อ้ มูลทส่ี ำคญั คนท่ี ๙, ผู้บรหิ ารและเจ้าหน้าที่สหกรณ์, ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผู้ให้ข้อมลู ทสี่ ำคญั คนท่ี ๑๐, ผู้บรหิ ารและเจ้าหนา้ ทส่ี หกรณ์, ๒๑ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผู้ใหข้ ้อมลู ทส่ี ำคัญคนที่ ๑๑, ผบู้ ริหารและเจา้ หน้าท่สี หกรณ์, ๒๑ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ให้ขอ้ มลู ท่ีสำคญั คนท่ี ๑๒, ผู้บรหิ ารและเจา้ หน้าที่สหกรณ์, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผู้ใหข้ ้อมูลที่สำคัญคนท่ี ๑๓, ผบู้ รหิ ารและเจ้าหน้าที่สหกรณ์, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ใหข้ อ้ มูลทีส่ ำคัญคนท่ี ๑๔, ผู้บริหารและเจ้าหนา้ ที่สหกรณ์, ๒๓ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ใหข้ อ้ มลู ที่สำคญั คนที่ ๑๕, ผู้บริหารและเจา้ หน้าที่สหกรณ์, ๒๓ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลท่สี ำคญั คนที่ ๑๖, สมาชกิ สหกรณ์, ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผู้ใหข้ อ้ มลู ที่สำคญั คนที่ ๑๗, สมาชกิ สหกรณ์, ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผใู้ ห้ขอ้ มูลที่สำคัญคนที่ ๑๘, สมาชกิ สหกรณ์, ๒๘ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผใู้ ห้ข้อมลู ทส่ี ำคัญคนท่ี ๒๕, สมาชิกสหกรณ์, ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผู้ให้ขอ้ มลู ที่สำคญั คนท่ี ๑๙, สมาชิกสหกรณ์, ๒๘ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมลู ที่สำคญั คนท่ี ๒๐, สมาชิกสหกรณ์, ๒๙ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลทสี่ ำคญั คนที่ ๒๑, สมาชกิ สหกรณ์, ๒๙ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผใู้ หข้ อ้ มลู ที่สำคัญคนที่ ๒๒, สมาชกิ สหกรณ์, ๓๐ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผูใ้ ห้ขอ้ มูลที่สำคัญคนท่ี ๒๕, สมาชกิ สหกรณ์, ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผใู้ ห้ขอ้ มูลทสี่ ำคญั คนท่ี ๒๓, สมาชกิ สหกรณ์, ๓๐ มกราคม ๒๕๖๕.
๑๕๓
สมั ภาษณ์ ผ้ใู หข้ ้อมูลทีส่ ำคัญคนท่ี ๒๔, สมาชกิ สหกรณ์, ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผู้ใหข้ อ้ มลู ทีส่ ำคญั คนท่ี ๒๖, เครือข่ายสหกรณ์, ๒๓ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผู้ใหข้ ้อมูลทสี่ ำคญั คนท่ี ๒๗, เครือขา่ ยสหกรณ์, ๒๔ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผใู้ ห้ข้อมลู ทสี่ ำคญั คนท่ี ๒๘, เครอื ขา่ ยสหกรณ์, ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕.
สมั ภาษณ์ ผ้ใู หข้ อ้ มูลทส่ี ำคญั คนที่ ๒๙, เครอื ข่ายสหกรณ์, ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์ ผใู้ หข้ ้อมูลทส่ี ำคัญคนที่ ๓๐, เครือข่ายสหกรณ์, ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕.
๒ ภาษาองั กฤษ :
Dess, Gregory G., and Alex Miller, Strategic management, (Singapore: McGraw-Hill, Inc.,
๒๐๑๙), p. ๑.
Kit Field and Other, Effective Subject Leadership, (London: Routledge [Taylor and
Francis Group],
Shafritz, J. M., Russell, E. W., & Borick, C. P., Introducing Public Administration, (New
York: Pearson
Stoner, James AF., Management, (New jersey: Prentice-Hall, ๒๐๑๙), P. ๓๒.
Education, ๒๐๑๘), p. ๒๑.
Stoner, James AF., Management, (New jersey: Prentice-Hall, ๒๐๑๙), P. ๓๒.
Thompson, Arthur A. Jr. and A.J. Strickland, Strategic management : Concept and Cases,
hed., (New York: Business, ๒๐๑๘), p. ๔.
Schermerhorn, J. R., Management, (th ed.), (Danvers: John Wiley & Sons, ๒๐๑๘), p. ๒๓๗.
William, W. P., Shawna, C. H., & Daphne, Y. W., Organizational Image, Identity, and
International Divestment: A Theoretical Examination, Global Strategy Journal,
(๕/๓/๒๐๑๘) :P. ๒๐๕-๒๒๒.
๑๕๔
ภาคผนวก
๑๕๕
ภาคผนวก ก.
รายนามผูใ้ หข้ ้อมลู เพื่อการวิจัย (สัมภาษณ)์
๑๕๖
๑๕๗
๑๕๘
ภาคผนวก ข.
หนงั สอื ขอความอนเุ คราะหเ์ ก็บข้อมลู เพื่อการวจิ ัย (สัมภาษณ์)
๑๕๙
ภาคผนวก ค.
แบบสมั ภาษณ์ หรือแนวคำถามท่ีใชใ้ นการสัมภาษณ์
๑๖๐
๑๖๑
๑๖๒
๑๖๓
๑๖๔
๑๖๕
๑๖๖
๑๖๗
๑๖๘
๑๖๙
๑๗๐
๑๗๑
๑๗๒
๑๗๓
๑๗๔
๑๗๕
๑๗๖
๑๗๗
๑๗๘
๑๗๙
๑๘๐
๑๘๑
๑๘๒
ภาคผนวก ง.
ประมวลภาพจากการศึกษาภาคสนาม/การสมั ภาษณ์/สนทนากล่มุ
๑๘๓
๑๘๔
๑๘๕
๑๘๖
๑๘๗
๑๘๘