คำนำ
เอกสารคอมพิวเตอร์กราฟิกเพ่ืองานส่ือสิ่งพิมพ์จัดทาข้ึนเพ่ือเป็นส่ือประกอบการเรียนรายวิชา
คอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ เพอ่ื งานส่ือสิ่งพมิ พ์ รหสั วิชา 2308-2002 เพ่อื ใหน้ ักเรียนมคี วามร้คู วามเขา้ ใจเกยี่ วกับ การ
ใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปด้านการออกแบบสิ่งพมิ พ์ สรา้ ง ภาพกราฟกิ สงิ่ พิมพ์ สามารถการจัดเกบ็ ขอ้ มูล และการ
พิมพผ์ ลงานออกทางเครือ่ งพมิ พ์ นักเรยี นสามารถปฏบิ ัติการการใช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู สรา้ งภาพกราฟิกสิ่งพิมพ์
อีกทงั้ เกิดทักษะในการประเมนิ คณุ คา่ ผลงาน และมเี จตคติที่ดใี นการทางาน มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน มี
ความรอบคอบตรงต่อเวลา เนื้อหาในการเรียนแบ่งออกเป็น 8 หน่วยการเรียนรู้ ได้นาเสนอเนื้อหาความรู้
เกยี่ วกับคอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ การใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปต่างๆในการออกแบบกราฟิกส่ือส่ิงพิมพ์ การออกแบบ
ตราสญั ลักษณ์ การออกแบบโปสเตอรป์ ระชาสมั พนั ธ์ การออกแบบไวนลิ อนิ โฟกราฟิก และหลักการออกแบบ
ADDIE MODEL ซ่ึงเป็นหลักการท่ีสามารถนามาประยุกต์ในการทางานเพ่ือให้ผลงานได้ประสิทธิภาพและ
คุณภาพสูงสดุ
ผู้จัดทาขอขอบคุณคณะทางานและอาจารย์ในวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ทุกท่ านที่มีส่วนร่วมในการให้
คาปรกึ ษา และทาให้เอกสารเล่มนี้สาเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์ต่อการเรยี นการสอนวชิ าคอมพวิ เตอรก์ ราฟิกเพ่ือส่อื สิง่ พมิ พ์ และเป็นคมู่ ือแก่บุคคลท่วั ไป
พีรภัทร สัญญาสุวรรณ
อาจารย์ผูส้ อน
วทิ ยาลัยเทคโนโลยีรตั นโกสินทร์
สำรบญั
เร่ือง หนำ้
จดุ ประสงค์รายวชิ า....................................................................................................................................... ก
สมรรถนะรายวชิ า......................................................................................................................................... ก
คาอธบิ ายรายวิชา......................................................................................................................................... ก
ความรเู้ บ้อื งต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอรก์ ราฟกิ เพอื่ สื่อสิง่ พมิ พ.์ ........................................................................ ข
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ความรูเ้ ก่ียวกบั หลักการ ข้ันตอนการออกแบบกราฟิกสื่อสง่ิ พิมพ์ (Publishing Design)
...................................................................................................................................................................... 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ความรเู้ กยี่ วกับโปรแกรมสาเรจ็ รปู ดา้ นการออกแบบสงิ่ พมิ พ์...................................... 24
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 การออกแบบตราสญั ลักษณ์ (Logo Design).............................................................. 53
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 การออกแบบโปสเตอร์ (Poster Design).................................................................... 63
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5 การออกแบบหนา้ ปก (Book Cover Design)........................................................... 73
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 6 การออกแบบอนิ โฟกราฟกิ (Infographic Design)..................................................... 78
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 7 การออกแบบป้ายไวนลิ และสอ่ื ประชาสมั พันธ์........................................................... 85
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 การสร้างชิน้ งานสอ่ื สิงพมิ พ์ และการนาเสนอผลงาน................................................... 89
รำยวชิ ำคอมพวิ เตอรก์ รำฟิกเพือ่ ส่ืองำนสื่อสง่ิ พมิ พ์
Computer graphic for authentic materials
รหัสวิชำ 2308-2002 คอมพิวเตอร์กรำฟกิ เพอ่ื งำนส่อื สิง่ พิมพ์
จุดประสงค์รำยวิชำ
1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การใช้โปรแกรมสาเร็จรปู ดา้ นการออกแบบส่งิ พมิ พ์ สร้าง
ภาพกราฟกิ ส่ิงพิมพ์ การจัดเก็บขอ้ มูล และการพมิ พผ์ ลงานออกทางเครอ่ื งพิมพ์
2. สามารถปฏิบัตกิ ารการใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู สร้างภาพกราฟิกสง่ิ พมิ พ์
3. มที กั ษะในการประเมินคณุ ค่าผลงาน
4. มเี จตคติท่ีดีในการทางาน มีความมงุ่ มนั่ ในการปฏิบัตงิ าน มีความรอบคอบตรงตอ่ เวลา
สมรรถนะรำยวิชำ
1. แสดงความรูเ้ กี่ยวกับการใช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู ดา้ นการออกแบบสิ่งพมิ พ์ โดยสร้าง ภาพกราฟิก
สง่ิ พมิ พ์ การจัดเกบ็ ขอ้ มูล และการพมิ พผ์ ลงาน
2. ประยกุ ตใ์ ชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปสร้างภาพกราฟกิ ส่ิงพิมพ์ต่างๆและปฏบิ ตั ิจนเกดิ ผลของช้ินงาน
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับการออกแบบส่ิงพิมพ์ประเภทต่าง ๆ โดยการใช้โปรแกรมสาเร็จรูป
ในการ สร้างสรรค์ภาพกราฟิก เพ่ือผลิตงานต้นแบบสิ่งพิมพ์ เช่น นามบัตร โปสการ์ด โชว์การ์ด โลโก้
สญั ลกั ษณ์ ปกวารสาร ฯลฯ การจัดเกบ็ ข้อมลู และการพมิ พผ์ ลงานออกทางเครอ่ื งพมิ พ์แบบต่าง ๆ
ควำมรเู้ บือ้ งต้นเกย่ี วกบั คอมพวิ เตอรก์ รำฟิกเพอ่ื สื่อสง่ิ พิมพ์
(Introduction)
คอมพิวเตอร์กราฟิกคือ ศิลปะหรือศาสตร์แขนงหน่ึง ท่ีสื่อความหมายโดยการใช้เส้น ภาพเขียน
สัญลักษณ์ภาพถ่าย ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน สามารถเข้าใจได้โดยทันที โดยผ่านโปรแกรมสาเร็จรูป
คอมพิวเตอร์ และสามารถปริ้นออกมาในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ นอกจากน้ี ผู้เรียนสามารถนาเอาความรู้ได้จาก
การศึกษาการเรียนการสอน นาไปใช้ ฝึกฝน เรียนรู้ ทดลองปฏิบัติ จะส่งผลให้นักเรียนเกิดทักษะความคิด
สรา้ งสรรค์ มีความรคู้ วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ซ่ึงเป็นทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21และเกิดเป็น
มืออาชพี ในการสรา้ งรายไดใ้ ห้กับตนเองและครอบครัวไดใ้ นอนาคต
ควำมรเู้ ก่ยี วกับหลกั กำร ข้ันตอนกำรออกแบบกรำฟิกสื่อส่งิ พมิ พ์ (Publishing Design)
เรียนรู้หลักการออกแบบ ขนั้ ตอนการออกแบบสือ่ กราฟกิ สื่อสงิ่ พมิ พ์ พร้อมท้ังทราบถึงประเภทของสอ่ื
ส่งิ พิมพ์ ทาใหผ้ ู้เรยี นเกิดความเข้าใจและเกดิ เป็นแรงบันดาลใจท่ีสาคญั ในการผลติ ส่ือสิ่งพิมพ์ของตวั เอง
ควำมรเู้ กี่ยวกบั โปรแกรมสำเร็จรปู ดำ้ นกำรออกแบบสิ่งพมิ พ์
เรียนรู้การใช้โปรแกรมสาเร็จรูปออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้แก่
โปรแกรม Adobe Photoshop และ โปรแกรม Adobe Illustrator ที่สามารถทาความเข้าใจและปฏิบัติการ
เรยี นรูโ้ ดยใชท้ ฤษฎี Learning by doing
กำรออกแบบตรำสัญลักษณ์ (Logo Design)
เรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของตราสัญลักษณ์ว่า แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร สามารถ
ออกแบบตราสัญลักษณ์ส่ิงที่ตัวเองชอบ หรือสามารถนาไปใช้ในชีวิต อธิบายคุณสมบัติ ข้อดี ข้อเสีย
และข้ันตอนในการออกแบบตราสัญลกั ษณ์ได้
กำรออกแบบโปสเตอร์ (Poster Design)
ผเู้ รยี นสามารถบอกประโยชน์ของการออกแบบโปสเตอร์ บอกประเภทของโปสเตอร์ รูปแบบการวาง
Lay out ในการออกแบบ รวมถงึ การสร้างและขน้ั ตอนการออกแบบโปสเตอร์ท่ีดี
กำรออกแบบหน้ำปก (Book Cover Design)
หนา้ ปกมคี วามสาคัญในการเรยี นรู้ ผเู้ รียนจะเกิดความสนใจ ในการเรียนมากขึ้น หรือ การที่เรา
สามารถออกแบบหนา้ ปกอาจจะเสริมสรา้ งทักษะสามารถอาจจะนาไปประกอบอาชีพในอนาคต
กำรออกแบบอินโฟกรำฟิก (Infographic Design)
ภาพอนิ โฟกราฟกิ เปน็ ทนี่ ยิ มในปจั จบุ นั อกี ทั้งสามารถสือ่ ความหมายได้งา่ ย รวดเรว็
กำรออกแบบป้ำยไวนลิ และสอ่ื ประชำสมั พันธ์
รู้ขนาดในการออกแบบป้ายไวนิลประชาสัมพันธแ์ ละขึน้ ตอนการออกแบบสือ่ สิง่ พิพเ์ พอื่ การ
ประชาสมั พันธ์
กำรสร้ำงช้ินงำนสอื่ สงิ พมิ พ์ และกำรนำเสนอผลงำน
รู้จักการพฒั นาชนิ้ งานสามารถนาความรูท้ ี่ได้มาประยกุ ตเ์ ปน็ ผลงานของตนเอง สร้างเสริม
ประสบการณ์ในการออกแบบสู่ความเป็นมอื ชีพ
1|Page
หน่วยที่ 1 ความรู้เก่ียวกบั หลกั การ ขั้นตอนการออกแบบกราฟิกสอ่ื สิ่งพิมพ์
1.1 ความหมายของการออกแบบ
การออกแบบ หมายถึง กระบวนการทีส่ นองความต้องการในสิง่ ใหม่ๆของมนุษย์ ซึ่งส่วน
ใหญเ่ พ่อื การดารงชวี ติ ใหอ้ ยู่รอด และสรา้ งความสะดวกสบายมากยงิ่ ข้นึ
การออกแบบ ( Design ) คือศาสตร์แห่งความคดิ และตอ้ งใช้ศิลปร์ ่วมดว้ ย เป็นการ
สรา้ งสรรค์ และการแก้ไขปญั หาทมี่ ีอยู่ เพ่ือสนองต่อจุดมุง่ หมาย และนากลับมาใช้งานไดอ้ ยา่ งน่า
พอใจ ความน่าพอใจน้นั แบ่งออกเปน็ 3 ขอ้ หลกั ๆ ได้ดังน้ี
1. ความสวยงาม (Aesthetic) เป็นสิ่งแรกท่ีเราได้สัมผัสก่อน คนเราแต่ละคนต่างมีความ
รับร้เู ร่ือง ความสวยงาม กับความพอใจ ในท้ัง 2 เรอ่ื งนี้ไม่เท่ากัน จึงเป็นส่ิงที่ถกเถียงกันอย่างมาก
และไม่มีเกณฑ์ ในการตัดสินใดๆ เป็นตัวท่ีกาหนดอย่างชัดเจน ดังน้ันงานที่เราได้มีการจัด
องค์ประกอบทเี่ หมาะสมนน้ั ก็จะมองว่าสวยงามไดเ้ หมอื นกัน
2. มปี ระโยชน์ใช้สอย (Function) เป็นเรื่องทส่ี าคัญมากในงานออกแบบทกุ ประเภท เช่น
ถ้าเป็นการออกแบบสิ่งของ เช่น เก้าอี้,โซฟา น้ันจะต้องออกแบบมาให้น่ังสบาย ไม่ปวดเม่ือย
ถ้าเป็นงานกราฟฟิค เช่น งานสื่อส่ิงพิมพ์นั้น ตัวหนังสือจะต้องอ่านง่าย เข้าใจง่าย ถึงจะได้ชื่อว่า
เปน็ งานออกแบบท่ีมีประโยชนใ์ ช้สอยท่ีดีได้
3. มีแนวความคิดในการออกแบบและการส่ือความหมาย(Concept & Meaning)
เป็นหนทางความคิด ที่ทาให้งานออกแบบสามารถตอบสนอง ต่อความรู้สึกพอใจ ชื่นชม มีคุณค่า
บางคนอาจให้ความสาคัญมากหรือน้อย หรืออาจไม่ให้ความสาคัญเลยก็ได้ ดังนั้นบางคร้ังในการ
ออกแบบ โดยใช้แนวความคิดทด่ี ี อาจจะทาใหผ้ ลงาน หรือสงิ่ ทอี่ อกแบบมคี ุณค่ามากขนึ้ ก็ได้
ดังนน้ั นกั ออกแบบ ( Designer ) คือ ผูท้ ี่พยายามคน้ หา และสร้างสรรค์ส่งิ ใหม่
หาวิธีแก้ไข หรือหาคาตอบใหม่ๆสาหรบั ปญั หาตา่ งๆ
2|Page
1.2 ความหมายของส่อื สงิ่ พมิ พ์
ส่ิงพิมพ์ หมายถึง สมุด แผ่นกระดาษ หรือวัตถุใด ๆ ท่ีพิมพ์ข้ึน รวมตลอดท้ังบทเพลง
แผนที่ แผนผัง แผนภาพ ภาพวาดภาพระบายสี ใบประกาศ แผ่นเสียง หรอื ส่ิงอนื่ ใดอนั มลี ักษณะ
เชน่ เดียวกนั
1. สือ่ หมายถงึ ผูห้ รอื สิ่งท่ีทาการติดตอ่ ใหถ้ ึงกัน หรอื ชักนาใหร้ ู้จักกัน
2. พมิ พ์ หมายถึง ถ่ายแบบ ใช้เครอื่ งจักรกดตัวหนังสือหรือภาพ เป็นต้นให้ตดิ บนวัตถุ เช่น
แผน่ กระดาษ ผ้า
ดังนนั้ “สื่อสิง่ พมิ พ์” จงึ หมายถึง สงิ่ ทีพ่ ิมพข์ ึน้ ไม่วา่ จะเปน็ แผ่นกระดาษหรอื
วตั ถุใดๆ ด้วยวิธีการตา่ งๆอันเกิดเป็นช้นิ งานท่ี มีลกั ษณะเหมอื น ต้นฉบบั
ประเภทของสอ่ื ส่งิ พมิ พ์
สือ่ สิ่งพมิ พป์ ระเภทหนังสือ
– หนังสือสารคดี ตารา แบบเรยี นเป็น ส่ือส่ิงพิมพ์ท่ีแสดงเนื้อหาวิชาการในศาสตร์ความรู้
ต่าง ๆ เพ่ือสื่อให้ผู้อ่าน เข้าใจ ความหมาย ดว้ ยความรู้ท่ีเป็นจรงิ จึงเป็นส่ือสิ่งพิมพ์ที่เน้นความรู้
อยา่ งถูกตอ้ ง
– หนังสือบันเทิงคดี เป็นส่ือสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นโดยใช้เรื่องราวสมมติ เพ่ือให้ผู้อ่านได้รับ
ความเพลิดเพลิน สนกุ สนาน มักมีขนาดเลก็ เรียกวา่ หนังสือฉบบั กระเป๋า หรือ Pocket Book ได้
สื่อสิง่ พมิ พ์เพื่อเผยแพร่ข่าวสาร
– หนังสือพิมพ์ (Newspapers) เป็นส่ือส่ิงพิมพ์ที่ผลิตข้ึนโดยนาเสนอเร่ืองราว
ข่าวสารภาพ และความ คิดเห็น ในลักษณะของแผ่นพิมพ์ แผ่นใหญ่ ท่ีใช้วิธีการพับรวมกัน ซึ่งส่ือ
ส่ิงพิมพช์ นิดนี้ ไดพ้ มิ พ์ออกเผยแพร่ท้งั ลกั ษณะ หนังสือพมิ พ์รายวัน, รายสปั ดาห์ และรายเดอื น
– วารสาร, นิตยสาร เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นโดยนาเสนอสาระ ข่าว ความบันเทิง
ท่ีมีรูปแบบการนาเสนอ ท่ีโดดเด่น สะดุดตา และสร้างความสนใจให้กับผู้อ่าน ทั้งน้ีการผลิตนั้น
มีการ กาหนดระยะเวลาการออกเผยแพร่ท่ีแน่นอน ท้ังลักษณะวารสาร, นิตยสารรายปักษ์
(15 วัน) และ รายเดือน
3|Page
– จุลสาร เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นแบบไม่มุ่งหวังผลกาไร เป็นแบบให้เปล่าโดยให้ผู้อ่านได้
ศึกษาหาความรู้ มีกาหนดการออกเผยแพรเ่ ปน็ ครง้ั ๆ หรอื ลาดับตา่ ง ๆ ในวาระพิเศษ
– สงิ่ พิมพ์โฆษณา
– โบร์ชัวร์ (Brochure) เป็นสื่อส่ิงพิมพ์ท่ีมีลักษณะเป็นสมุดเล่มเล็ก ๆ เย็บติดกันเป็นเล่ม
จานวน 8 หน้าเป็น อย่างน้อย มีปกหน้าและปกหลัง ซ่ึงในการแสดงเนื้อหาจะเก่ียวกับ
โฆษณาสินค้า
– ใบปลิว (Leaflet, Handbill) เป็นส่ือส่ิงพิมพ์ใบเดียว ที่เน้นการประกาศหรือโฆษณา
มักมีขนาด A4 เพ่ือง่ายในการแจกจ่าย ลักษณะการแสดงเน้ือหาเป็นข้อความท่ีผู้อ่าน อ่านแล้ว
เขา้ ใจง่าย
– แผ่นพับ (Folder) เป็นสื่อส่ิงพิมพ์ที่ผลิตโดยเน้นการนาเสนอเน้ือหา ซ่ึงเนื้อหาท่ี
นาเสนอนั้นเปน็ เนือ้ หา ทส่ี รปุ ใจความสาคญั ลกั ษณะมกี ารพับเปน็ รปู เลม่ ตา่ ง ๆ
– ใบปิด (Poster) เป็นสื่อส่ิงพิมพ์โฆษณา โดยใช้ปิดตามสถานท่ีต่าง ๆ มีขนาดใหญ่เป็น
พเิ ศษ ซ่ึงเนน้ การนาเสนออยา่ งโดดเด่น ดึงดูดความสนใจ
สง่ิ พมิ พเ์ พือ่ การบรรจุภณั ฑ์ เป็น ส่อื สิ่งพมิ พ์ทใี่ ชใ้ นการหอ่ หมุ้ ผลิตภัณฑ์การค้าต่าง ๆ
แยกเปน็ สง่ิ พมิ พห์ ลกั ได้แก่ สิง่ พิมพ์ทีใ่ ช้ปิดรอบขวด หรอื กระปอ๋ งผลิตภัณฑก์ ารค้า สิ่งพิมพร์ อง
ได้แก่ ส่งิ พิมพ์ท่เี ป็นกลอ่ งบรรจุ หรอื ลัง
ส่ิงพมิ พม์ ีคา่ เปน็ ส่อื สงิ่ พิมพ์ที่เนน้ การนาไปใช้เปน็ หลกั ฐานสาคญั ต่าง ๆ ซ่ึงเปน็ กาหนด
ตามกฎหมาย เชน่ ธนาณัติ, บัตรเครดติ , เช็คธนาคาร, ต๋ัวแลกเงนิ , หนงั สอื เดนิ ทาง, โฉนด เป็นต้น
สง่ิ พมิ พ์ลักษณะพเิ ศษ เป็น สอื่ สิ่งพมิ พ์มีการผลติ ขึน้ ตามลกั ษณะพเิ ศษแลว้ แตก่ ารใช้งาน
ไดแ้ ก่ นามบตั ร, บัตรอวยพร, ปฏิทนิ ,บัตรเชิญ,ใบส่งของ,ใบเสร็จรับเงนิ ,สิง่ พิมพ์บนแก้ว ,สิง่ พิมพ์
บนผา้ เปน็ ตน้
4|Page
ความสาคัญของส่อื สงิ่ พิมพ์
ส่ิงพิมพ์ในสังคมไทยมีหลายแบบหลายลักษณะ มีท้ังท่ีพิมพ์ในวงจากัดและท่ีพิมพ์
แพร่หลายทั่วไป ตามความต้องการของสังคมและจุดมุ่งหมายของผู้ผลิต ย่ิงในอนาคตอันใกล้น้ี
ประเทศไทยกาลังก้าวสู่การเป็นประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรม ทาให้ประชาชนมีความต้องการที่จะ
รับรู้ข่าวสารท่ีดี ที่ถูกต้อง กว้างขวางและมีประสิทธิภาพ ในบรรดาส่ือต่าง ๆ ที่นาเสนอข้อมูลใน
ปัจจบุ นั สอ่ื ส่ิงพิมพ์นับเป็นสื่อท่สี าคัญสิ่งหนึ่งที่ สามารถตอบสนองความตอ้ งการเหล่าน้นั ได้ส่งิ พิมพ์
ทาหน้าท่ีเป็นสื่อมวลชนชนิดหนึ่ง ซ่ึง มีความสาคัญไม่แพ้ส่ืออ่ืน ๆ ปัจจุบันมีการสนับสนุนวงการ
พิมพ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น งานแสดงความทันสมัยของเทคโนโลยีทางการพิมพ์ท่ีกรุงเบอร์ลิน
ประเทศเยอรมัน งานดรูปา (Drupa) จัดทุก 4 ปี ท่ีเมืองดุชเชลดอร์ฟ การจัดงานประกวดโฆษณา
ยอดเย่ียมของโลก (Clio Award) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างย่ิงในการประกวดงาน
โฆษณายอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย คร้ังที่ 18 ประจาปี พ.ศ. 2536 – 2537 (Tact Award)
มีสงิ่ พมิ พส์ ่งเข้าประกวดมากที่สุดถงึ 697 ช้ิน ทั้งนีเ้ ป็นเพราะส่งิ พมิ พ์มลี ักษณะเฉพาะที่แตกต่างไป
จากสื่ออนื่ ๆ ส่งิ พมิ พม์ ีอิทธพิ ลตอ่ วงการต่าง ๆ
บทบาทหนา้ ท่ขี องสอ่ื ส่งิ พมิ พ์
เปรยี บเสมอื นสื่อกลางหรือกระจกสะท้อนใหเ้ หน็ ลกั ษณะตา่ ง ๆ ของสงั คมบา้ นเมืองหรือ
ของประเทศน้ัน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกจิ สงั คมประเพณีและวัฒนธรรม โดยทาหน้าท่ี
และบทบาทในการถา่ ยทอดขา่ วสาร ขอ้ มลู การนาเสนอ แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ดังน้ันบทบาท
ของสื่อสิง่ พมิ พ์กค็ อื การกระทาหรอื การสือ่ สารของส่ือสิ่งพมิ พ์ทไ่ี ด้ส่งผล กาลงั ส่งผลหรอื จะส่งผล
ตอ่ ชีวติ และสงั คม
หน้าที่ของสอื่ ส่งิ พมิ พ์
1. ใหข้ ่าวสารและรายงานความเคลื่อนไหวของเหตกุ ารณต์ า่ งๆ
2. เป็นแหล่งกลางในการนาเสนอความคิดเห็นหรอื ข้อโตแ้ ยง้ ตอ่ ปญั หาท่ีเกิดข้ึนในสังคม
3. ให้สาระและความบันเทิง
4. ให้ความรู้ทางการศกึ ษาและบารงุ ศิลปวฒั นธรรมของชาติ
5. ให้บริการด้านธรุ กจิ การคา้
5|Page
อิทธิพลของส่ือสง่ิ พิมพ์
อิทธิพลของส่ือสิ่งพิมพ์ หมายถึง ความสัมพันธ์ท่ีเกิดขึ้นระหว่างผู้กระทาการ กั บ
ผู้ถูกกระทาการ ในลักษณะที่ผู้กระทาทาการลงไปโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ผ่านสื่อส่ิงพิมพ์
อันมีผลให้ผู้ถูกกระทาการมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือทัศนคติเป็นไปตามความมุ่งหมาย
หรือสอดคล้องกบั ผกู้ ระทาการ
ส่ือส่ิงพิมพ์เป็นเคร่ืองมือส่ือสารของสังคมซึ่งช่วยให้คนในสังคมมีความเข้า ใจกัน และอยู่
ร่วมกันอย่างสันติสุข ในฐานะท่ีผู้ผลิตส่ือสิ่งพิมพ์เป็นหน่วยหนึ่งของสังคม ก็จาเป็นท่ีจะต้องใส่
ความเคลือ่ นไหวของสังคม และถา่ ยทอดความรู้สกึ น้ันออกมาทางส่ือสงิ่ พิมพ์ ดงั นนั้ ส่ือสิ่งพิมพแ์ ละ
สังคมจึงมบี ทบาทและอทิ ธพิ ลต่อกัน อิทธิพลของสอื่ สิง่ พิมพแ์ ละสงั คม พอจะนามากล่าวได้ ดงั นี้
1) ส่ือสิ่งพิมพ์เป็นเครื่องมือสื่อสารของสังคม ซ่ึงช่วยให้ประโยชน์ทางการศึกษา ทาให้คน
เกิดความรกู้ วา้ งขวาง
2) ช่วยทาหน้าท่ีเป็นส่ือบันทึกภาพสังคม ค่านิยม วัฒนธรรม ความเช่ือถือ ตลอดจนชีวิต
ความเปน็ อยู่
3) ช่วยในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสารท้ังในภาคธุรกิจเอกชนและ
ภาครฐั บาล
4) เป็นสื่อในการช่วยเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคเพ่ือให้มีการเปลี่ยนแปลง
สังคมไปในวถิ ีทางท่ถี ูกต้องยุติธรรม
อย่างไรก็ตามอิทธิพลของส่ือสิ่งพิมพ์จะเป็นอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับสภาพสังคมในช่วงเวลานั้นๆ
เพราะสั่งคมและสอ่ื สง่ิ พิมพ์ เปน็ ส่งิ ทต่ี ่างเกื้อกลู ซ่ึงกนั และกัน อย่างหลกี เลยี่ งไม่ได้
ลักษณะอทิ ธิพลของสื่อสงิ่ พมิ พ์
1. ไม่มีอิทธิพล หมายถึง สื่อส่ิงพิมพ์ได้ทาลงไปเพ่ือให้ผู้อ่านเกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ
หรอื พฤติกรรม แต่ไม่บังเกิดผล
2. อิทธิพลเบี่ยงเบน หมายถึง เม่ือสื่อสิ่งพิมพ์ได้ทาลงไปแล้วเกิดการเปล่ียนแปลงทัศนคติ
หรือพฤติกรรม ที่ไม่ตรงกบั เจตนาของสือ่ สง่ิ พมิ พ์นั้น
6|Page
3. อิทธพิ ลในทางลบ หมายถึง การกระทาของสื่อสิง่ พิมพ์เพ่ือให้ผูอ้ ่านเกดิ การเปลีย่ นแปลง
ทัศนคติ หรือพฤติกรรม แต่ผู้อ่านได้เปลี่ยนแปลงไปในทางตรงกันข้าม ไม่สอดคล้องกับความ
ต้องการของสอื่ ส่ิงพิมพ์นน้ั
4. อิทธพิ ลในทางบวก หมายถึง เมื่อส่อื ส่งิ พิมพ์ได้เสนอข่าวแลว้ ทาให้ผู้อ่านเกิดการ
เปลีย่ นแปลง หรือเปลยี่ นทศั นคติตามท่ีสื่อส่ิงพิมพ์น้ันต้องการ
อิทธิพลของหนงั สือพิมพ์
หนังสือพิมพ์เป็นสื่อมวลชนชนิดหน่ึงในจานวนหลายชนิดที่เผยแพร่ข่าวสาร ความรู้
ความคิด และความบันเทิงไปสู่ประชาชน หนังสือพิมพ์ที่ดีมีคุณภาพ ก็จะมีส่วนในการยกระดับ
ความเป็นอยู่ของประชาชนให้สูงข้ึน และหนังสือพิมพ์ที่ไร้คุณภาพก็จะฉุดประชาชนและสังคมให้
ตกต่าลง ดังน้ันหนังสือพิมพ์จึงเป็นสิ่งท่ีรัฐบาลจาเป็นต้องเอาใจใส่ สอดส่องดูแล และควบคุม
เพราะหนงั สอื พิมพ์สามารถท่ีจะปลุกระดม แทรกซึม โน้มนา้ วใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงทางความคิด
เจตคติ และพฤติกรรม หรอื จริยธรรมของสังคมได้มาก ซ่ึงอาจนาไปในทางสร้างสรรค์หรือทาลายก็
ได้ สาเหตุท่หี นังสือพิมพม์ ีอทิ ธิพลต่อสังคม เป็นเพราะ
1) หน้าท่ีของหนังสือพิมพ์ อันได้แก่ หน้าที่ในการเสนอข่าวสารแก่สาธารณชน หน้าที่ใน
การเสนอแนะแนวทางแก่สงั คมในรูปของบทความ ความคิดเห็น หรือข้อทักท้วง และหน้าท่ีในการ
ให้ความบันเทิงและบริการต่างๆ ดังนั้นศิลปะในการนาเสนอข่าว หรือเทคนิคในการถ่ายทอด
เรื่องราว จงึ ควรอยใู่ นขอบเขตท่เี หมาะสม สร้างสรรค์ และดาเนินไปดว้ ยความรบั ผิดชอบ
2) ลักษณะของหนังสือพิมพ์ที่แฝงไว้ด้วยความพิเศษ คือ หนังสือพิมพ์เป็นสิ่งที่ราคาถูก
หาซ้ือได้ง่ายท่ัวไป หนังสือพิมพ์ให้ข่าวสารและรายละเอียดได้ลึกซ้ึงกว่ารายการข่าวทางวิทยุหรือ
โทรทัศน์ และยังประกอบด้วยหลายๆ ข่าวในฉบับเดียว จะอ่านเมื่อใดก็ได้ การนาเสนอภาพ และ
เร่ืองราวสามารถเก็บไว้เป็นหลักฐานได้อีกด้วย จะเห็นว่าหน้าท่ีหลักของหนังสือพิมพ์ ดังกล่าว
ข้างต้น กอ่ ให้เกิดการหลั่งไหลของข่าวสารในสังคม ซึ่งก่อใหเ้ กิดอิทธิพลตอ่ สังคมมากมาย สามารถ
สรปุ ไดด้ งั น้ี
1. มีอิทธิพลต่อจติ ใจผูอ้ ่าน
2. ทาใหค้ ่านยิ มของประชาชนเปลย่ี นไป
3. มักตกเปน็ เครือ่ งมอื ของกลมุ่ ประโยชน์
4. มีส่วนช่วยในการสร้างประชามตติ ่างๆ
7|Page
5. ภาษาองั กฤษจากหนังสือพมิ พ์ มีผลต่อภาษาไทยบ้างในบางกรณี
6. อทิ ธพิ ลจากวธิ ีการนาเสนอขา่ ว
ทั้งนี้ หนังสอื พมิ พจ์ ะมีอทิ ธิพลตอ่ ประชาชนมากนอ้ ยเพยี งใด ขึ้นอยกู่ บั ปจั จยั ต่อไปน้ี
1. จานวนและลกั ษณะของการท่ปี ระชาชนได้รับข่าวสารหรืออา่ นโดยตรง
2. อิทธิพลของหนังสือพิมพ์จะมีมากกว่า ถ้าเร่ืองราวที่เสนอน้ันสอดคล้องกับความคิดเห็น
เดมิ ของประชาชน แทนทจี่ ะเสนอในทางตรงข้าม
3. ขึน้ อย่กู บั เรือ่ งราวว่าผ้อู ่านได้ทราบดีอยแู่ ล้วหรือไม่
อทิ ธพิ ลของนิตยสาร และสง่ิ พมิ พอ์ ื่นๆ
นิตยสาร และหนังสืออ่านเล่น เป็นสิ่งพิมพ์ที่มุ่งเสนอเน้ือหาสาหรับอ่านเพ่ือเบาสมองและ
ให้ความบันเทิง ซ่งึ อาจก่อใหเ้ กดิ อิทธพิ ลตอ่ สังคม ดังน้ี
1. เป็นแหล่งแสดงความรู้ความสามารถของคนท่ัวไป เปน็ เวทีวรรณกรรม
2. สะท้อนใหเ้ หน็ สภาพสงั คมปัจจุบนั
3. สง่ เสริมคน้ คว้า และสร้างนสิ ยั ใฝร่ ้ใู หก้ บั ผู้ทส่ี นใจ
4. นติ ยสารบางประเภทมีลักษณะมอมเมาประชาชน ก่อใหเ้ กิดผลเสียต่อสังคม
5. ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด
6. สรา้ งคา่ นิยมต่อคนในสงั คม และเปลย่ี นแปลงทศั นคติของผบู้ รโิ ภค
1.3 หลกั การออกแบบ
หลักการออกแบบ มีดงั น้ี
1. เอกภพ ( unity)
2. ความสมดลุ ย์ ( balance)
3. การเนน้ ใหเ้ กิดจุดเดน่ ( Emphasis)
4. เสน้ แย้ง ( opposition)
5. ความกลมกลืน ( Harmony )
6. จังหวะ (rhythm)
7. ความลกึ / ระยะ ( Perspective)
8. ความขดั แยง้ (Contrast)
9. การซา้ ( Repetition)
8|Page
1. ความเป็นหนว่ ย / เอกภพ (Unity)
ในการออกแบบ ผู้ออกแบบจะต้องคานึงถึงงานทงั้ หมดให้อยู่ในหนว่ ยงานเดียวกันเป็นกลุ่ม
ก้อน หรือมีความสัมพันธ์กันท้ังหมดของงานนั้น ๆ และพิจารณาส่วนย่อยลงไปตามลาดับใน
ส่วนยอ่ ยๆ ก็คงตอ้ งถอื หลกั การน้เี ช่นกัน
ทมี่ า : https://kritsanabbcit58.files.wordpress.com
การสร้างเอกภพในทางปฎิบตั ิมี 2 แบบคือ
- Static unity การจัดกลุ่มของ from และ shape ท่ีแข็ง เช่น รูปทรงเรขาคณิต จะให้ผล
ทรงพลังเดด็ ขาด แข็งแรก และ แน่นอน
- Dynamic unity เป็นการเน้นไปทางอ่อนไหวการเคล่ือนไหว ซึ่งอยู่รูปในลักษณะ
gradation or harmony or contrast อยา่ งใดอย่างหนง่ึ ให้แสดงออกมาจากงานชิ้นนัน้ ด้วยจะทา
ให้งานสมบูรณ์ข้ึน การจัดองค์ประกอบที่ดีนั้นควรให้ส่วนประกอบรวมตัวเป็นอันหน่ึงอันเดียวกัน
ไม่แตกกระจาย การรวมตัวกันจะทาให้เกิดหน่วย หรือเอกภพ จะได้ส่วนประธานเป็นจุดสนใจ
และมีส่วนประกอบตา่ งๆ ให้น่าสนใจ
2. ความสมดุล ( Balance ) คือ
ความเท่ากันหรือเท่าเทียมกันทง้ั สองข้าง แบ่งออกเป็น
- สมดุลแบบท้ัง 2 ข้างเหมือนกัน (Symmetrical balance) ท้ังซ้ายขวาเหมือนกัน
การสมดุลแบบนีจ้ ะทาให้ดูมนั่ คงหนักแน่น ยุติธรรม เชน่ งานราชการ ใบวฒุ ิบตั ร ประกาศนียบตั ร
การถ่ายรูปติดบตั รเปน็ ต้น
9|Page
ท่ีมา : https://th.pngtree.com/freepng/
- สมดลุ แบบ 2 ข้างไมเ่ หมือนกนั (Asymmetrical balance )ดา้ นซา้ ยและขวาจะ
ไม่เหมือนกัน แต่มองดูแล้วเท่ากันด้วยน้าหนักทางสายตา เช่น สมดุลด้วยน้าหนัก และขนาดของ
รูปทรง ด้วยจุดสนใจ ดว้ ยจานวนด้วยความแตกต่างของรายละเอียดด้วยค่าความเข้ม – จางของสี
เป็นต้น
ทมี่ า : https://kor.pngtree.com/freepng
10 | P a g e
3. การเนน้ ใหเ้ กดิ จดุ เด่น (Emphasis )
ทม่ี า : www.pixabay.com
ในการออกแบบจะประกอบด้วยจุดสาคัญหรือส่วนประธานในภาพ จุดรองลงมาหรือส่วน
รองประธาน ส่วนประกอบหรอื พวกรายละเอียดปลีกยอ่ ย ตา่ งๆ หลักและวธิ ใี นการใช้การเน้น
- เน้นดว้ ยการใชห้ ลกั เรือ่ ง Contrast
- เน้นด้วยการประดบั
- เนน้ ดว้ ยการจัดกลมุ่ ในส่วนที่ตอ้ งการเนน้
- เน้นดว้ ยการใช้สี
- เน้นด้วยขนาด
- เนน้ ด้วยการทาจุดรวมสายตา
4. เสน้ แยง้ (Opposition)
เปน็ การจดั องค์ประกอบโดยการนาเอาเส้นในลักษณะแนวนอนและแนวตงั้ ฉากมาประกอบ
กันให้เป็นเนื้อหาท่ีต้องการ มีลักษณะของภาพแบบเส้นแย้งในธรรมชาติรอบๆ ตัวเรา อยู่มากมาย
นับว่าเป็นรากฐานของการจดั องค์ประกอบ
การจัดองค์ประกอบให้เกิดความแตกต่างเพื่อดึงดูดความสน ใจหรือให้เกิดความสนุก
ต่นื เต้น นา่ สนใจ ลดความเรียบ น่าเบ่อื ใหค้ วามรสู้ กึ ฝืนใจ ขัดใจ แตช่ วนมอง
11 | P a g e
5. ความกลมกลืน ( Harmony )
การจัดองค์ประกอบที่ใกล้เคียงกันหรือคล้ายๆ กันมาจัดภาพทาให้เกิดความนุ่มนวล
กลมกลนื กันมี 3 แบบดงั นี้
A. กลมกลนื ในด้านประโยชน์ใชส้ อย คือ ทาให้เปน็ ชุดเดียวกัน
B. กลมกลนื ในความหมาย เชน่ การออกแบบเครือ่ งหมายการคา้ และ โลโก้
C. กลมกลืนในองค์ประกอบไดแ้ ก่
ท่มี า : WordPress.com
- กลมกลนื ด้วยเส้น – ทิศทาง
- กลมกลืนดว้ ยรปู ทรง – รปู ร่าง
- กลมกลืนด้วยวัสดุ – พนื้ ผวิ
- กลมกลนื ด้วยสี มักใชโ้ ทนสที ีใ่ กลก้ นั
- กลมกลนื ดว้ ยขนาด – สัดสว่ น
- กลมกลนื ดว้ ยน้าหนัก
6. จังหวะ (Rhythm)
จังหวะเกิดจากการต่อเน่ืองกันหรือซ้าซ้อนกัน จังหวะท่ีดีทาให้ภาพดูสนุก เปรียบได้กับ
เสยี งเพลงอนั ไพเราะในด้านการออกแบบ แบง่ จงั หวะ เปน็ 4 แบบคือ
12 | P a g e
- จังหวะแบบเหมือนกันซ้าๆกัน เป็นการนาเอาองค์ประกอบหรือรูปที่เหมือนๆ กันมาจัด
วางเรียงต่อกัน ทาให้ดูมีระเบียบ ( order ) เป็นทางการ การออกแบบลายต่อเน่ือง เช่น ลาย
เหล็กดัด ลายกระเบอ้ื งปพู ื้นหรอื ผนัง ลายผา้ เปน็ ต้น
- จงั หวะสลับกันไปแบบคงท่ี เปน็ การนาองค์ประกอบหรอื รูปท่ตี ่างกนั มาวางสลับกันอย่าง
ตอ่ เน่อื ง เป็นชดุ เป็นชว่ ง ให้ความรู้สกึ เปน็ ระบบ สมา่ เสมอ ความแน่นอน
- จังหวะสลับกันไปแบบไม่คงท่ี เป็นการนาองค์ประกอบหรือรูปที่ต่างกันมาวางสลับกัน
อย่างอสิ ระ ทง้ั ขนาด ทิศทาง ระยะห่าง ใหค้ วามรุ้สึกสนกุ สนาน
- จังหวะจากเล็กไปใหญ่ หรือจากใหญ่ไปเล็ก เป็นการนารูปท่ีเหมือนกัน มาเรียงต่อกัน
แต่มีขนาดต่างกัน โดยเรียงจากเล็กไปใหญ่ หรือ จากใหญ่ไปเล็กอย่างต่อเน่ือง ทาใหภ้ าพมคี วาม
ลกึ มีมติ ิ
7. ความลกึ / ระยะ ( Perspective )
ให้ภาพดูสมจริง คือ ภาพวัตถุใดอยู่ใกลัจะใหญ่ ถ้าอยุ่ไกลออกไปจะมองเห็นเล็กลง
ตามลาดับ จนสุดสายตา ซ่ึงมีมุมมองหลักๆ อยู่ 3 ลักษณะ คือ วัตถุอยู่สูงกว่าระดับตาวัตถอุ ยู่ใน
ระดับสายตา และวตั ถอุ ยู่ตต่ากวา่ ระดบั สายตา
8. ความขัดแยง้ ( contrast )
ความขัดแย้ง หมายถึง ความไม่ลงรอยกันเข้ากันไม่ได้ ไม่ประสานสัมพันธ์กัน ของ
องค์ประกอบศืลป์ ทาให้ขาดความกลมกลืน ในเร่ืองรูปทรง สี ขนาดลักษณะผิวที่แตกต่างกัน
ดังน้ันนักออกแบบที่ดี จะต้องลดความขัดแย้งดังกล่าว ให้เป็นความกลมกลืน จึงจะทาให้งาน
ออกแบบมีคุณคา่ ลกั ษณะของความขัดแยง้ เช่น ความขัดแยง้ ของรูปร่าง ความขดั แยง้ ของขนาด
ต่างๆ เป็นต้น
9. การซ้า ( Repetition )
คือการปรากฎตัวของหน่วยท่ีเหมอื นกันตง้ั แต่ 2 หนว่ ยขึน้ ไปเปน็ การรวมตัวกันของสิ่งท่มี ีอ
ยูฝา่ ยเดยี วเข้าด้วยกัน เชน่ การซา้ ของน้าหนักตา การซ้าของเส้นตั้ง การซา้ ของนา้ หนักเทา การ
ซ้าของรปู ทรงทเี่ หมอื นกัน เป็นต้น
13 | P a g e
การซ้าสามารถใช้ประกอบโครงสร้างสิ่งต่างๆ ให้มีคุณค่ามากย่ิงข้ึน เช่น กราฟฟิคบ
นบรรจุภัณฑ์ ลวดลายผ้า เป็นต้น สิ่งสาคัญของการซา้ คือ ส่วนประกอบของการซ้าและหลักการ
จัดองค์ประกอบของการซ้า เพื่อใช้เป็นข้อมูล ในการสร้างและต้องเข้าใจในหลักการประกอบ
สว่ นย่อยนัน้ เขา้ ดว้ ยกัน
ซ่ึงการซา้ สามารถแบง่ ออกเปน็ ทัง้ หมด 8 รปู แบบ
- การเรียงลาดับ ( Translation in step )
- การสลับซ้าย – ขวา (Reflection about line )
- การหมุนรอบจดุ (Rotation about a point )
- การสลับซา้ ย – ขวา และหมุนรอบจุด (Reflection and rotation)
- การสลับซา้ ยขวา และเรียงลาดับ ( Reflection and translation )
- การหมนุ รอบจุด และเรยี งลาดับ (Rotation and translation)
- การเรยี งลาดบั สลับจังหวะ (Reflection and alternate translation )
- การผสมระหว่างเรยี งลาดับ สลบั จังหวะและหมุนรอบจุด ( Reflection, rotation and
translation )
1.4 ขนั้ ตอนการออกแบบงานกราฟกิ
1. วิเคราะหโ์ จทย์ ที่มมี าใหแ้ ก้ไข (Program Analysis)
จุดเร่ิมต้นของงานออกแบบคือ ปัญหาคือ มีปัญหา มีโจทย์ จึงมีการออกแบบแก้ไข โจทย์
ทวี่ า่ นั้นมีความยากงา่ ยตา่ งกนั แลว้ แต่ชนิดของงาน แตโ่ จทยไ์ ม่มีทางออก-แบบได้ ถา้ ปราศจากการ
วเิ คราะห์ท่ถี กู ตอ้ ง
การวเิ คราะหห์ ลกั ๆ 5W1H สาหรับโจทยง์ านกราฟกิ มักจะเป็นดงั น้ี
What กาหนดเป้าหมายของงานท่ีจะทา ซึง่ เป็นเรอื่ งเบื้องตน้ ในการออกแบบทีเ่ ราจะต้องรู้
ก่อนว่า จะกาหนดให้งานของเราบอกอะไร (Inform) เช่น เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ บอกทฤษฎี
หรอื หลักการ เพ่ือความบนั เทงิ เปน็ ตน้
Where เช่น งานออกแบบผนังร้านหนังสือท่ีสยามสแควร์ที่เต็มไปด้วยร้านค้าแหล่งวัยรุ่น
คงตอ้ งมสี ีสันฉูดฉาดสะดุดตามาก-กวา่ รา้ นแถวสลี ม ซ่งึ สถานท่ีในเขตคนทางาน ซึง่ มอี ายมุ ากขึ้น
Who กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร กลุ่มเป้าหมาย (User Target Group) เป็นเรื่องสาคัญท่ีสุด
ในการวิเคราะห์โจทย์เพื่อการออกแบบ เพราะผู้ใช้งานเป้าหมายอาจเป็นตัวกาหนดแนวความคิด
14 | P a g e
และรูปลักษณ์ของงานออกแบบได้เช่น งานออกแบบโปสเตอร์สาหรับผู้ใหญ่ เราต้องออกแบบโดย
ใช้สีจานวนไม่มากไม่ฉูดฉาด และต้องใช้ตัวอักษรท่ีมีขนาดใหญ่ รวมถึงจัดวางอย่างเรียบง่าย
มากกวา่ ผใู้ ช้ในวยั อื่น ๆ
Where เหตุการณห์ รอื กระบวนการนั้น เกิดขึ้นทไ่ี หนเม่อื ไหร่
Why เหตุใดถึงทาสิ่งน้ันหรือ เพราะเหตุใดถึงเกิดเหตุการณ์นั้นๆ อาจมีการพิจารณาท่ีไม่
เกยี่ วขอ้ งอาจจะเกิดจากนโยบายหรือขน้ั ตอน
How การคิดวิเคราะห์ในข้ันสุดท้ายน้ีอาจจะยากสักหน่อย แต่เป็นการคิดท่ีรวบรวมการ
วเิ คราะห์ที่มีมาทั้งหมดกล่ันออกมาเป็นแนวทาง
2. สรา้ งแนวคิดหลักในการออกแบบให้ได้ (Conceptual Design)
งานท่ีดีต้องมีแนวความคิด (Concept) แต่ไม่ได้หมายความว่างานที่ไม่มีแนวความคิดจะ
เป็นงานที่ไม่ดีเสมอไป งานบางงานไม่ได้มีแนวความคิด แต่เป็นงานออกแบบทีตอบสนองต่อ
กฎเกณฑก์ ารออกแบบ (Design Criteria) ท่มี อี ยูก่ เ็ ป็นงานที่ดีไดเ้ ช่นกนั เพียงแตถ่ ้าเราลองเอางาน
ท่ีดีมาวางเทียบกัน 2 ช้ิน เราอาจจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างอะไรมากมายนักในตอนแรก แต่เมื่อ
เรารู้ว่า งานช้ินท่ีหนึ่งมีแนวความคิดที่ดี ในขณะที่อีกชิ้นหน่ึงไม่มี งานชิ้นท่ีมีแนวความคิดจะดูมี
คณุ คา่ สงู ข้นึ จนเราเกดิ ความรู้สกึ แตกต่าง
3. ศึกษางานหรอื กรณตี ัวอย่างทม่ี อี ยู่แล้ว (Case Study)
การศึกษากรณีตัวอย่างเป็นการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของงานท่ีมีอยู่แล้ว เพื่อนามา
ประยุกต์ใช้ออกแบบในงานของเรา สาหรับผมการทากรณีศึกษานับเป็นเรื่องสาคัญมากทีเดียวใน
งานออกแบบ เพราะเปรียบเสมือนตัวช้ีแนะหนทางในการออกแบบหรือแก้ไขปัญหาของเราได้
แต่จงระวังว่าอย่าไปติดกับรูปแบบที่ช่ืนชอบมากเพราะ อาจจะทาให้เราติดกับกรอบความคิด
ตดิ กับภาพทีเ่ ห็นจนบางคร้ังไม่สามารถสร้างสรรค์งานใหม่ ๆออกมาได้ ซ่ึงการติดรปู แบบหรอื ภาพ
มากเกินไปน้ีเอง มันจะซึบซับมาสู่งานของเรา จนกลายเป็นการตบแบบหรือลอกแบบชาวบ้านมา
น่นั เอง
15 | P a g e
4. ออกแบบร่าง (Preliminary Design)
การออกแบบรา่ งเป็นเรื่องสาคญั ที่หลายคนมักมองข้าม การออกแบบร่างคือ การออกแบบ
ร่างเอาแนวความคดิ ทีเ่ รามีออกมาตีความเปน็ แบบ ซ่ึงส่วนใหญเ่ วลาทางานเรามกั จะสเก็ตงานด้วย
มือออกมาเป็นแบบร่างก่อน (สเก็ตด้วยมือไม่ได้สวยอะไรมาก ให้เราเข้าใจคนเดียว หรือเพ่ือนท่ี
ร่วมงานกับเราเข้าใจก็พอ) เพราะการสเก็ตจากมือคือการถ่ายทอดส่ิงที่อยู่ในสมองของเรา
สิ่งที่เป็นนามธรรมให้ออกมาเป็นรูปธรรม ความคิดออกมาจากสมองกลายเป็นส่ิงท่ีเห็นได้ จับต้อง
ได้บนกระดาษ แล้วจับไอ้นี่ท่ีเราสเก็ต หรือแบบร่างนั่นแหละ ไปทาต่อ โดยนาไปออกแบบใน
โปรแกรมที่ตนถนัด ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Illustrator หรือ Freehand ฯลฯ ซ่ึงก็แล้วแต่
คนออกแบบแต่ละคน
5. ออกแบบจริง (Design)
ออกแบบจริงจากแบบร่างที่มีอยู่ จากแบบร่างทั้งหมดทเ่ี ราคดั เลือกแล้ว คราวนี้แหละท่ีเรา
ต้องเลือกเอามาออกแบบในโปรแกรมท่ีเราถนัด ซ่ึงขั้นตอนนี้คงจะไม่บอกว่าทาอย่างไรเพราะเป็น
เรอ่ื งตอ่ ไปท่ีใหไ้ ดศ้ ึกษากนั
1.5 ประเภทของไฟล์ภาพ (File Format) และโหมดสี (Color Mode)
ไฟลง์ านกราฟฟิคมอี ยู่หลายประเภท ขึ้นอยูก่ บั การนาไปใช้งานในรปู แบบ
ทต่ี อ้ งการ ตวั อยา่ งเชน่
AI จะใช้นามสกุลไฟล์ .AI เปน็ ไฟลพ์ ้นื ฐานของโปรแกรม Adobe Illustraor เปน็ การ
save ไฟลแ์ บบ Vector จึงมขี นาดเลก็ แต่ถา้ มีการ place รปู เข้าไปวาง ขนาดของไฟลก์ จ็ ะใหญ่
ข้นึ ตามขนาดของไฟล์รูป ถ้าใช้การ link ไฟลร์ ูป ไฟล์ AI กจ็ ะมขี นาดเล็ก แตก่ ารเปลีย่ นชื่อไฟล์
link หรือมกี ารเปลยี่ นที่อยขู่ องไฟล์ link จะทาให้โปรแกรมหารปู น้นั ไมเ่ จอ ไฟล์ AI ไมส่ ามารถใช้
สง่ ไปพิมพไ์ ด้ เพราะเครือ่ งพิมพไ์ ม่เขา้ ใจโครงสรา้ งของไฟล์ AI ตอ้ ง save เป็นไฟล์ EPS หรอื PDF
ก่อน
16 | P a g e
PSD (Photoshop Document) จะใช้นามสกลุ ไฟล์ .PSD เปน็ ไฟลพ์ น้ื ฐานของโปรแกรม
Adobe Photoshop สามารถ save ค่าไฟลท์ ่ีเราทาในโปรแกรม Photoshop ไดท้ ุกอย่าง โดยท่มี ี
ขนาดใหญ่สุดไดถ้ ึง 2GB ไฟล์ PSD มกั จะมีขนาดเล็กกว่าไฟล์ TIF เพราะคา่ บางคา่ จะเกบ็ เป็นสตู ร
คณิตศาสตร์ทีโ่ ปรแกรม Photoshop สามารถแปลงคา่ กลับมาใชง้ านได้ เหมาะสาหรบั เกบ็ ไว้เป็น
ไฟล์ต้นฉบับ เพื่อแก้ไขไฟลใ์ นแตล่ ะ Layer และควร save เปน็ ไฟล์ TIF 8-bits/Channel เพื่อ
ส่งไปพิมพ์
PSB (Photoshop Large Document) จะใชน้ ามสกลุ ไฟล์ .PSB เป็นไฟล์พ้ืนฐานของ
โปรแกรม Adobe Photoshop เหมือนกบั ไฟล์ PSD แตค่ ่าบางค่าจะเกบ็ ในรปู แบบ 32-bit หรือ
64-bit ทาให้เราสามารถ save ไฟลท์ ีม่ ่ขี นาดใหญ่เกิน 30,000 pixels และขนาดของไฟลเ์ กินกวา่
2GB แต่จะเรยี กใช้งานได้เฉพาะโปรแกรม Photoshop CS ขึ้นไปเท่านนั้ เหมาะสาหรับเก็บเปน็
ไฟลต์ ้นฉบบั เพ่อื แก้ไขไฟล์ในแต่ละ Layer และควร save เป็นไฟล์ TIF 8-bits/Channel เพือ่
ส่งไปพมิ พ์
17 | P a g e
GIF (Graphic Interchange Format) จะใชน้ ามสกลุ ไฟล์ .GIF เปน็ ไฟล์
แบบ LZW (Lemple-Zif-Welch) Lossless compression แต่สว่ นใหญจ่ ะใช้เปน็ ไฟล์ 8-bit
หรอื 256 สี เหมาะสาหรับรปู กราฟฟคิ ท่มี สี นี อ้ ย เช่น กราฟ โลโก้ และการต์ นู (สามารถ save ได้
หลายเฟรมจงึ นาไปใช้เป็น animation ง่ายๆ ได้) ถกู ใชง้ านอย่างแพร่หลายในการทาเวบ็ เพจ
เพราะสามารถกาหนด palette สไี ดต้ ามทต่ี อ้ งการและโหลดขอ้ มลู ไดเ้ ร็ว
PNG (Portable Network Graphics) จะใช้นามสกลุ ไฟล์ .PNG เปน็ ไฟลแ์ บบ Lossless
compression ไฟล์ PNG รองรบั Grayscale (8 Bits/Channel) และ RGB (24-bit / 48-bit)
รองรับ Alpha Channel แต่ไม่รองรบั โหมด CMYK ทาให้ได้รับความนยิ มกวา่ ไฟล์ JPG สาหรับ
การใช้งานในการทาเวบ็ เพจ แต่ไมส่ ามารถระบคุ ่า ICC Profiles ได้ จึงไม่เหมาะท่ีจะเอาไปใช้พมิ พ์
งาน
18 | P a g e
JPEG 2000 จะใชน้ ามสกลุ ไฟล์ .JP2 เป็น เปน็ การ save ไฟลแ์ บบทง้ั Lossy
compression และ Lossless compression โดยวิธีการบีบอดั ข้อมลู จะต่างจากไฟล์
JPEG/JIFF ตรงทคี่ ณุ ภาพของภาพจะดีกว่า แต่ขนาดกจ็ ะใหญ่ขน้ึ ด้วย เปน็ ไฟลท์ ่ีใชใ้ นการตัดต่อ
ภาพยนตรเ์ ป็นหลกั และใช้ในโรงภาพยนตร์แบบดจิ ติ อลด้วย
PICT (ใชก้ บั Macintosh) จะใช้นามสกุลไฟล์ .PICT เป็นไฟล์ bitmap ที่ไมค่ ่อยไดใ้ ช้แล้ว
ในปจั จบุ นั เป็นไฟล์ท่ีรองรับ RGB (24-bits 16.7 ล้านสี), Indexed Color (8-bits 256 สี),
Grayscale (8-bits 256 ระดับสเี ทา) และ Bitmap (1-bit ขาว-ดา) เหมือนกบั ไฟล์ BMP ของ
Windows
BMP (ใชก้ บั Windows) จะใช้นามสกุลไฟล์ .BMP เป็นไฟล์ bitmap ท่ีมขี นาดใหญ่
เพราะเป็นไฟลแ์ บบ Lossless compression สว่ นใหญ่จะมกั ใชเ้ ป็นรูป wallpaper ในระบบ
Windows
19 | P a g e
ไฟล์งานกราฟฟิคทเี่ ราใช้งานอยูใ่ นการพิมพง์ านนั้น ก็มีอยูห่ ลายประเภทเชน่ กนั
JPEG (Joint Photographic Experts Group)จะใช้นามสกุลไฟล์ .JPG หรือ .JPEG เป็น
ไฟล์แบบ Lossy compression โดยที่รูป JPEG จะเก็บอยู่ในรูปแบบไฟล์ JFIF (JPEG File
Interchange Format)
ข้อมู ลข องไฟ ล์ JPG รองรับ Grayscale (8 Bits/Channel) แ ละ RGB / CMYK (8
Bits/Channel) แตไ่ มร่ องรับ Alpha Channel / Transparency
ข้อดี ไฟล์จะมีขนาดเล็กลง ขึ้นอยู่กับระดับ compression ที่เราเลือกตอน save ไฟล์
เหมาะสาหรับจากส่งไฟล์ทาง email (โหลดข้อมูลเร็วกว่า) และเปิดดูในโทรศัพท์ (ไม่สามารถเปิด
ไฟล์ TIF ได)้
ข้อเสีย ไฟล์จะเสียคุณภาพลงไปเร่ือยๆ ทุกๆ ครั้งท่ีแก้ไขและ save ไฟล์ใหม่
(Generational degradation) หลงั จาก save ไฟลแ์ ลว้ ไม่สามารถดึงข้อมลู ของไฟลท์ ถ่ี ูกบีบอัด
ไปแลว้ กลับมาได้อกี
TIFF (Tagged Image File Format) จะใช้นามสกุลไฟล์ .TIF หรือ .TIFF เป็นไฟล์
แบบ Lossless compression โดยท่ีรูป TIFF จะมีทั้งโหมด RGB (8-Bits, 16-Bits และ 32-Bits
/Channel และ CMYK (8-Bits/Channel) ขนาดของไฟล์ TIFF ที่ทาในโปรแกรม Photoshop
ไมเ่ กิน 4GB
20 | P a g e
ขอ้ มูลของไฟล์ TIFF รองรับ Grayscale, RGB และ CMYK สามารถ save ค่า Alpha Channel /
Transparency รวมถงึ ICC Profiles ไดด้ ว้ ย
ข้อดี เป็นการ save ไฟล์แบบ Lossless compression และสามารถเลือก save ไฟล์
แบบ LZW-compressed เพ่ือให้มีขนาดเล็กลง โดยไม่เสียคุณภาพของรูป และยังเหมาะสาหรับ
การขยายไฟล์ใหใ้ หญ่ขึน้ (Pixel Interpolation) ดว้ ย
ขอ้ เสีย ไฟล์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามขนาดของรูป เพราะเป็นการ save ไฟล์แบบ pixel ต่อ
pixel แต่เน่ืองจากสามารถกาหนดค่า ICC Profiles มาด้วย จึงต้องระวังในการ open และ save
ไฟล์ TIFF ตามคา่ ICC ทีเ่ ราตอ้ งการ
EPS (Encapsulated PostScript) จะใช้นามสกุลไฟล์ EPS เป็นไฟล์ที่มีท้ังข้อมูล Vector
และ Bitmap ต่างจากไฟล์ AI ตรงท่ีจะมีการ save ค่า BoundingBox เพื่อบอกขนาดหน้าของ
ไฟล์ที่กาหนดไว้ไปด้วย ถ้ามีการใช้ Font ควรจะใช้คาสั่ง Create Outlines เพื่อแปลง Font ให้
เป็น Object ด้วย จะได้ไม่มีปัญหาในการพิมพ์ ข้อมูลของไฟล์ EPS รองรับทั้งโหมด RGB และ
CMYK และยังสามารถระบคุ ่า ICC Profiles ได้ดว้ ย
ข้อดี เหมาะสาหรับการส่งไฟล์ Vector ไปพิมพ์ เพราะไฟล์มีขนาดเล็กและขยายขนาดให้
ใหญ่ไดต้ ามท่ีต้องการทีค่ วามละเอยี ดสงู สุดทเี่ ครื่องพมิ พส์ ามารถพมิ พ์ได้
ข้อเสีย ถ้ามีการ place รูป bitmap ไปใช้งานร่วมกับ Vector ต้องแน่ใจด้วยว่า รูปมี
ความละเอียดเพียงพอ ถ้าต้องขยายขนาดข้ึน มิฉะนั้น ข้อง Vector จะคมชัด แต่รูปที่ขยายขึ้นจะ
เบลอ ไม่คมชดั
21 | P a g e
PDF (Portable Document Format) จะใช้นามสกุลไฟล์ .PDF เป็นไฟล์ทม่ี ีพ้นื ฐานบน
PostScript แตจ่ ะทาการ save ข้อมูลตา่ งๆ ท่ีจาเป็นไปด้วย เช่น Font, ขนาดหนา้ ของไฟล์,
ขอ้ มูล Vector และรปู Bitmap จึงไม่ต้องกงั วลเรื่องหา Font และรปู ท่ี place ไม่เจอ รองรบั ไฟล์
แบบ Layer และสามารถต้งั ค่า ICC Profiles ได้ด้วย
ขอ้ ดี ไฟล์ PDF ขนาดเลก็ แต่มีข้อมูลครบทุกอยา่ ง ทั้ง font และรปู image และยังมคี า่
ICC Profiles ตดิ ไปด้วย จงึ สะดวกต่อการส่งไฟลแ์ คไ่ ฟล์เดียว
ข้อเสยี ขนาดของรูปท่ี save ในไฟล์ ขึ้นอยกู่ ับค่า setting ในการ save ซง่ึ คา่ default
จะเป็นการ downsampling (ทาให้รปู มขี นาดเล็กลง) โดยใช้ JPEG compression ซงึ่ อาจจะทา
ใหเ้ สยี คุณภาพในการพิมพ์
ไฟลก์ ราฟฟิคมหี ลายประเภท ขึ้นอยู่กับงานท่ีเราจะพมิ พ์
EPS ถ้าเป็นตวั อกั ษรง่ายๆ บนพน้ื สเี รียบๆ ทไี่ มม่ กี ารไล่สี ทาในโปรแกรม Illustrator
กาหนดขนาดใหเ้ ปน็ อัตราส่วนกับงานจรงิ ส่งั Create Outline กบั ฟอนตท์ ี่ใช้ ส่ัง Flatten
Layers ท่ีมใี หเ้ หลือ Layer เดยี ว save ไฟล์เปน็ EPS แลว้ ส่งไป RIPไดเ้ ลย ไฟล์ EPS จะมขี นาด
เล็ก สจี ะคอ่ นข้างเที่ยงตรง RIP ไฟล์เรว็ ตัวอักษรคมชัด ขยายใหญไ่ ดไ้ มจ่ ากัด
JPG ถ้าเราไดไ้ ฟลง์ านมาจากลกู ค้าเปน็ ไฟล์ JPG ให้เปิดในโปรแกรม Photoshop แลว้
save เป็นไฟล์ TIF เพื่อทางานต่อ หา้ ม save เปน็ ไฟล์ JPG อกี ไม่ว่าจะ save ทับไฟล์เดมิ หรือ
เปน็ ไฟลใ์ หม่
TIF เป็นไฟล์ส่วนใหญท่ ่ีเราใช้ในการพิมพ์งาน ถ้าไฟลต์ ้นฉบบั เป็น JPG ให้ save เป็น TIF
ก่อน ถา้ เปน็ ไฟล์ AI ทม่ี ีการ Place รปู มีการ Blend ไลส่ ี มีการใชค้ าสัง่ Mask มีการกาหนดค่า
22 | P a g e
Transparency หรอื มี object ที่ซับซอ้ น กใ็ ห้เปิดในโปรแกรม Photoshop แลว้ save เป็น TIF
ก่อนพิมพ์ การเปดิ ไฟล์ AI ใน Photoshop จะชว่ ยใหเ้ ราสามารถตรวจสอบไฟลไ์ ด้ก่อนพมิ พว์ า่
ครบถ้วยถูกตอ้ งหรอื ไม่ เพราะวา่ Effect บางอย่างที่ใช้ใน Illustrator โปรแกรม RIP ไม่สามารถ
แปลงค่าออกมาให้ถูกต้องได้ การเปดิ ใน Photoshop กจ็ ะเหมอื นการ Preview กอ่ นท่จี ะส่งไฟล์
ไปพิมพ์ แตต่ อ้ งระวงั เร่ืองคา่ Profiles ท่ีเราใช้งานใน Photoshop เพราะจะมีผลอยา่ งมากในเรื่อง
ค่าสขี องไฟล์
23 | P a g e
24 | P a g e
หนว่ ยที่ 2 ความรเู้ กี่ยวกบั โปรแกรมสาเรจ็ รปู ท่ีใช้ในดา้ นการออกแบบกราฟกิ สง่ิ พมิ พ์
2.1 ประเภทของโปรแกรมท่ีใช้ในการออกแบบงานกราฟกิ
โปรแกรมสาหรับกราฟฟิกถือเป็นโปรแกรมที่สาคัญมากของผู้ที่ทางานเก่ียวกับ ภาพถ่าย
นักออกแบบ นักดีไซน์ นักทาโฆษณา สถาปนิค และอาชีพอื่นๆ เพราะการจะสร้างชิ้นงานหนึ่งช้ิน
ใหม้ ีความสวยงาม เหมือนจริง น่าสนใจ ดึงดดู ลูกคา้ จาต้องมีการออกแบบ การคดิ การวเิ คราะห์ท่ี
ดี และอีกอย่างคือเครื่องมือท่ีใช้ นั้นก็คือโปรแกรมกราฟฟิกต่างๆ ในบทความนี้เราจะไปดูว่า
โปรแกรมกราฟฟิกมโี ปรแกรมอะไรบา้ ง และนิยมนาไปใช้ในงานประเภทใด เร่ิมกนั เลยท่ี
1. โปรแกรมAdobe Photoshop
สาหรับโปรแกรมนี้ในปัจจุบันถือเป็นหน่ึงในโปรแกรมคลาสิกท่ี่เกือบทุกเครื่อง จาเป็นต้อง
ตดิ ต้งั ไว้ เพราะ Photoshop เป็นโปรแกรมในการออกแบบ การแตง่ ภาพ การใส่เอ็ฟเฟ็กยอดนยิ ม
ด้วยความที่ใช้งานง่ายและมีเครื่องมีในการใช้งานมากมาย สามารถผลิกแผลงได้สารพัดประโยชน์
โดยส่วนใหญ่จะใช้ในการตัดต่อภาพ การแต่งภาพให้สวยข้ึน คมชัดข้ึน ขาวข้ึน ในปัจจุบันโปรแร
กมAdobe Photoshop มอี อกมาหลายเวอรช์ ัน และยังคงพฒั นาต่อไปอย่างต่อเนือ่ ง
2. โปรแกรมAdobe Flash
สาหรับโปรแกรมน้ีเป็นโปรแกรมที่ใช้ทา Animation หรือภาพเคล่ือนไหว ซึ่งใช้งานง่าย
เพราะโปรแกรมไม่มีความซับซ้อนมากนัก ถือเป็นโปรแกรมพ้ืนฐานในการหัดออกแบบ
ภาพเคลอ่ื นไหว
3. โปรแกรมAdobe Illustrator
โปรแกรมออกแบบโลโก้ ออกแบบภาพ เสริม เติม แต่งภาพ ระดับมืออาชีพ มีฟังก์ชันคล้าย
กับPhotoshop แต่มีการทางานที่เหนือชั้นกว่าในการออกแบบ โปรแกรมน้ีอาจต้องลองศึกษา
เพ่มิ เติม แตร่ บั ประกันว่าเปน็ โปรแกรมท่อี อกแบบภาพไดด้ ีเยย่ี มโปรแกรมหน่งึ
25 | P a g e
4. โปรแกรมAdobe InDesign
โปรแกรมน้ีผมนิยมใช้ในการออกแบบวารสาร นิตยสาร หน้าสืออิเล็กทรอนิกส์ อยู่ในตระกลู
Adobe เหมอื นกัน
5. โปรแกรมSweet Home 3D
โปรแกรมท่ีสาหรับการออกแบบบ้าน ที่มีลักษณะการใช้งานง่ายๆ และไม่ยุ่งยากเลย โดยจะมี
อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ให้เราได้เลือกจานวนมากมาย และยังสามารถท่ีจะนาอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์
ใหมๆ่ เข้ามาเพม่ิ ไดต้ ลอด ซึ่งโปรแกรมรองรบั ไฟลก์ าร Import ได้หลายแบบ
6. โปรแกรม Google Sketch Up WEN
เป็นอีกโปรแกรมหน่ึงในการใช้ออกแบบแปลนบ้าน ออกแบบโครงสร้างการก่อสร้าง เหมาะ
สาหรับนักสถาปนิคในการออกแบบ
7. โปรแกรม Photo Scape Setup
เปลี่ยนแปลงภาพ เพมิ่ แสงเงา ใสก่ รอบ เพมิ่ ขอ้ ความ สัญลกั ษณ์ ลดขนาดไฟลภ์ าพ
ออกแบบโลโก้อย่างง่าย เรียกไดว้ ่าเป็นหน่ึงในโปรแกรมท่ีนิยมใช้งาน เพราะใช้งา่ ย ไมจ่ าเป็นตอ้ งมี
พื้นฐานหรอื ศึกษาโปรแกรม ดว้ ยโปรแกรมไมไ่ ดซ้ ับซอ้ นเหมือนกบั โปรแกรมออกแบบอน่ื ๆ ติดต้งั
แล้วลองใช้งานได้เลย
2.2 โปรแกรมทใ่ี ชส้ รา้ งภาพ (Adobe Illustrator)
Adobe Illustrator คือโปรแกรมออกแบบกราฟกิ เน้นการวาดภาพหรอื การออกแบบ
สัญลกั ษณ์ ทางานดว้ ยระบบ vector ซงึ่ ภาพกราฟิกแบบเวคเตอรน์ จี้ ะมีความคมชัดอย่างมาก
เนอื่ งจากเปน็ การกาหนดรูปทรงดว้ ยสมการทางคณติ ศาสตร์ มีตาแหน่งและสีที่แน่นอน ไมว่ า่ จะ
ขยายขนาดเท่าไหรภาพก็จะไมแ่ ตก และยังคงความคมชัดไดเ้ หมือนเดิม เหมาะกับงานออกแบบ
ท่ัวไปที่เนน้ ลายละเอียด ไปจนถงึ ปา้ ยโฆษณาหรือโปสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่
26 | P a g e
โปรแกรม Adobe Illustrator ทาอะไรไดบ้ า้ ง
โปรแกรม Illustrator ช่วยให้เราสามารถสร้างผลงานโดยเรม่ิ จากหนา้ กระดาษเปลา่
เหมอื นงานศลิ ปะ โดยใน Illustrator จะมีทง้ั ปากกา ดนิ สอ พ่กู ัน หวั แปรงหลายรปู แบบ และ
อุปกรณ์การวาดภาพอน่ื ๆ ทาให้เราสรา้ งผลงานไดอ้ ย่างหลากหลาย เชน่ โบรชวั ร์ นามบตั ร
หนงั สอื งานออกแบบทางกราฟิก โลโก้ วาดการ์ตูน หรอื แบนเนอร์เวบ็ ไซต์
หนา้ จอของโปรแกรม Illustrator จะประกอบดว้ ยส่วนตา่ งๆ
ซงึ่ มีหน้าทก่ี ารใชง้ านแตกต่างกันออกไปดังน้ี
27 | P a g e
1. แถบเมนคู าส่งั (Menu bar)
เปน็ เมนูคาสง่ั หลกั ของโปรแกรม Illustrator แบง่ ออกเป็นหมวดหมูต่ า่ งๆ ดงั น้ี
• File: หมวดคาสง่ั ที่จดั การเก่ยี วกบั ไฟล์และโปรแกรมทั้งหมด ไม่วา่ จะเป็นการ เปิด-ปิดไฟล์
การ บนั ทกึ ไฟล์ การนาภาพเข้ามาใช้ (Place) ตลอดจนการออกจากโปรแกรม (Exit)
• Edit: หมวดคาสัง่ ทจ่ี ัดการแกไ้ ข เชน่ Undo Cut Copy Paste Select รวมท้งั การ
กาหนดคุณสมบตั ิ ต่างๆ ที่มผี ลตอ่ การปรับแตง่ ภาพด้วย เชน่ การสร้างรปู แบบ (Define
Pattern) การกาหนดค่าสี (Color Setting) เป็นตน้
• Type: หมวดคาสั่งทีใ่ ชจ้ ัดการตัวหนงั สอื เชน่ Fonts Paragraph เปน็ ตน้
• Select: หมวดคาสั่งทใี่ ชใ้ นการเลอื กวัตถุ สามารถเลือกดว้ ยคณุ สมบตั ิได้ เช่น เลือกวตั ถทุ ี่
มี Fill และ Stroke แบบเดยี วกัน กบั วัตถุทีอ่ ยูบ่ น Layer เดยี วกนั เปน็ ต้น
• Filter: หมวดคาส่งั ทใี่ ช้สร้างเทคนิคพิเศษใหก้ ับภาพ โดยจะมผี ลตอ่ รูปรา่ งของ Path
• Effect: หมวดคาสั่งที่ใชส้ รา้ งเทคนิคพเิ ศษใหก้ ับภาพคลา้ ย Filter แตจ่ ะไมม่ ผี ลกบั รูปรา่ ง
ของ Path
• View: หมวดคาสงั่ เก่ียวกับการมองทกุ สิ่งในงาน เช่น Zoom Show/Hide Ruler
Bounding Box Outline Mode/Preview Mode เปน็ ต้น
• Window: หมวดคาสั่งเกี่ยวกับการเปดิ -ปิดหน้าต่างเครือ่ งมอื ตา่ งๆ เช่น Palette Tool
Box เป็นต้น
• Help: หมวดที่รวบรวมวิธีการใช้งานและคาแนะนาเพอ่ื ช่วยเหลือผู้ใชโ้ ปรแกรม
2. คอนโทรลพาเนล (Control Panel)
เปน็ แถบตวั เลอื กสาหรบั กาหนดคา่ ตา่ งๆ ของวตั ถุ เพือ่ อานวยความสะดวกแก่ผู้ใชใ้ ห้
สามารถกาหนดคา่ สี ขนาด ตาแหน่ง และคุณสมบัตติ า่ งๆ ของวัตถุทเ่ี ลอื กได้ง่ายข้ึน
28 | P a g e
3. กล่องเครือ่ งมอื (Toolbox)
เป็นส่วนทเ่ี ก็บรวบรวมเครื่องมอื ท่ใี ชใ้ นการสร้าง ปรับแตง่ และแกไ้ ขภาพ
ที่มา : https://thesensei.info/photoshop/
29 | P a g e
Selection tool เครื่องมอื เลือกวัตถุ ประกอบไปดว้ ย
- Selection tool (ลูกศรสดี า) ใช้เลอื กวัตถทุ ้ังช้ิน (กดคยี ์ V)
- Direct-selection tool (ลูกศรสีขาว) ใช้เลอื ก points หรือ path ของวตั ถุ (กดคยี ์ A)
- Magic wand tool (คฑาวิเศษ) ใชเ้ ลือกวตั ถทุ ่มี ีสีเดียวกนั (กดคีย์ Y)
- Lasso tool ใชเ้ ลือกโดยการคลิกเมาส์ Drag การใช้งานเหมือนใน Photoshop (กดคยี ์ Q)
ทีม่ า : https://thesensei.info/photoshop/
Create tool เคร่ืองมอื สรา้ ง objects ไม่ว่าจะเปน็ เสน้ รูปทรง และตวั หนงั สอื
ท่มี า : https://thesensei.info/photoshop/
• Pen tool สร้างเสน้ path อย่างแม่นยา โดยการใช้แขน มีผลทาให้ object มีจดุ นอ้ ย-
นอ้ ยมาก สว่ นเครอื่ งมือย่อยจะเอาไวใ้ ช้ปรับแตง่ curved ไม่วา่ จะเป็นการเพิม่ จดุ ลบจดุ
หักแขนของแกนเสน้ สมั ผัส (กดคยี ์ P)
30 | P a g e
•Type tool ใช้พิมพ์ตัวหนังสือ ข้อความ
ต่างๆ ส่วนเคร่ืองมือย่อยเป็นการพิมพ์
ตัวหนังสือให้อยู่ในกรอบและทาตัวอักษรว่ิง
ตามเส้น paths (กดคยี ์ T)
•
•Line segment tool สาหรับลากเส้นตรง
สามารถเลือกทาขดก้นหอย ทา grid ของ
ต า ร า งห ม า ก รุ ก grid แ บ บ ใย แ ม งมุ ม
(กดคีย์ \)
Rectangle tool เอาไว้วาดรูปทรงสเี่ หล่ียม
นอกจากนี้ยังมรี ูปทรงพนื้ ฐานอนื่ ๆอกี เชน่
สามเหลีย่ ม วงกลม รปู ดาว แต่ท่พี เิ ศษสุดคอื
flare tool ใช้สรา้ งเอฟเฟค lens-flare
(กดคยี ์ M)
Paintbrush tool แปรงท่ีเอาไว้สร้างเส้น path โดยการ drag เมาส์ลากอย่างอิสระ สามารถใช้
brush แบบพิเศษ (กดคีย์ B) Pencil tool จะคล้ายๆ paintbrush tool แต่จะมีเคร่ืองมือย่อยให้
31 เ|รPยี กaใgชeใ้ นการแกไ้ ขเสน้ ซ่งึ จะช่วยในการปรบั แตง่ แกไ้ ข และทาให้งานดูด+ี เร็วข้นึ (กดคยี ์ N)
Transform tool เคร่อื งมอื ปรับแต่งรปู ทรงของวตั ถุ ไมว่ า่ จะเป็นหมุน เอียง บดิ กลบั ดา้ น
ยอ่ ขยาย นอกจากนยี้ งั มีเอฟเฟคต่างๆดว้ ย
• Rotate tool ใชใ้ นการหมนุ วตั ถุ โดยการกาหนดจดุ หมนุ ก่อนแลว้ จึงทาการหมุน ซงึ่
สามารถกาหนดไดว้ า่ ตอ้ งการหมนุ กี่องศา (กดคยี ์ R)
• Reflect tool ใชใ้ นการกลับด้านของวตั ถุ (กดคยี ์ O)
• Scale tool ปรบั ยอ่ -ขยาย วตั ถุ (กดคยี ์ S)
• Shear tool ใชเ้ อียงวตั ถุ
• Reshape tool ใชเ้ พม่ิ จุด และดึงยดื วัตถุ
32 | P a g e
• Width tool ใช้ในการปรับขนาดของเส้นไดต้ ามใจชอบ (กดคยี ์ Shift+W)
• Warp tool ใชโ้ น้มวตั ถุใหบ้ ดิ เบีย้ ว (กดคีย์ Shift+R)
• Twirl tool ทาให้วตั ถบุ ดิ ตามจดุ ทีก่ าหนด
• Pucker tool ดงึ ดดู จุดใหเ้ ข้าสจู่ ดุ ศนู ยก์ ลาง
• Bloat tool ทาใหว้ ตั ถุแบออก
• Scallop tool ดึงวัตถุใหเ้ ขา้ ศนู ย์กลางพร้อมกับสร้างรอยหยัก
• Crystallize tool ขยายวตั ถุให้ออกจากศนู ย์กลางพรอ้ มกับสรา้ งรอยหยัก
• Wrinkle tool สรา้ งคลื่นให้วัตถุ
• Free transform tool ย่อ ขยาย หมุน เอยี ง วัตถุ โดยอิสระ (กดคีย์ E)
33 | P a g e
ท่มี า : https://thesensei.info/photoshop/
Paint color tool เครือ่ งมือทีใ่ ชจ้ ัดการเรือ่ งของสี
• Mesh tool เคร่อื งมือสีท่ีชว่ ยให้วัตถใุ หด้ เู ป็นทรงนูนหรอื ลึกแบบ 3 มิติ โดยการสร้าง
point และมีแกนในการควบคมุ (กดคีย์ U)
• Gradient tool เคร่ืองมือไล่ระดบั สี ซงึ่ มกี ารไล่ระดับอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คอื Linear และ
Radial ใช้การลากจากจุดเร่มิ ตน้ และ สน้ิ สดุ ทีจ่ ดุ ปล่อยเมาส์ ในการควบคุมการไล่ระดับ
ของสี (กดคยี ์ G)
• Eyedropper tool หลอดดูดสี ใช้ copy สีของวตั ถุ สามารกาหนดได้ดว้ ยว่าจะ copy
ลักษณะอยา่ งไร อะไรบ้าง (กดคีย์ I)
• Measure tool เครอื่ งมือวัดขนาด
• Blend tool เครื่องมอื ไล่ระดับการเปลีย่ นรูปร่างและสี สามารถควบคุมการไล่ระดบั ได้ 3
ชนิด (กดคยี ์ W)
34 | P a g e
Special tool เปน็ เครอ่ื งมอื ใหมท่ ีจ่ ดั การเก่ยี วกับ Symbol และ graph
• Symbol Sprayer tool ใช้จดั การเก่ยี วกับสญั ลกั ษณซ์ ่งึ มเี คร่อื งมือยอ่ ยมากมาย
(กดคยี ์ Shift+S)
• Column Graph tool ใชส้ ร้าง graph ในรปู แบบต่างๆ
35 | P a g e
View tool กล่มุ เครอ่ื งมอื กลุม่ น้จี ะเน้นท่ีมมุ มองเปน็ หลัก
• Artboard tool ใช้เพิม่ พนื้ ทส่ี รา้ งชนิ้ งาน (กดคยี ์ Shift+O)
• Slice tool ใชเ้ ก่ียวกับการแบง่ ภาพออกเปน็ ส่วนๆ ใช้ในงานเว็บ (กดคีย์ Shift+K)
• Hand tool ใช้เลอื่ นดบู ริเวณพน้ื ทกี่ ารทางานบนหน้าจอ (กดคยี ์ H หรือ Spacebar เพอื่
เรียกใช้เคร่ืองมือชวั่ คราว)
• Zoom tool ใช้ขยายพนื้ ทก่ี ารทางาน (กดคีย์ Z หรือ กดคยี ์ Alt คา้ งไว้ แลว้ scroll เมาส์
ขนึ้ -ลง เพื่อขยาย-ยอ่ )
36 | P a g e
Fill and Stroke เคร่อื งมือกาหนดสีและเส้นขอบ
Fill และ Stroke นั้นจะทางานร่วมกับเคร่ืองมืออน่ื ๆ อยา่ งเช่น Eyedropper tool
• Fill color ใชก้ าหนดสภี ายในวัตถุ (กดคีย์ X)
• Stroke color ใชก้ าหนดสเี ส้นขอบให้กับวัตถุ (กดคยี ์ X)
• Swap Fill and Stroke ใช้สลับระหวา่ งสภี ายในกับสเี ส้นขอบ (กดคีย์ Shift+X)
• Default Fill and Stroke ใช้คนื ค่าสเี ดิม (กดคีย์ D)
ตวั อย่างการใช้ Fill และ Stroke สามารถดูไดใ้ นรปู ประกอบดา้ นบน
37 | P a g e
4. พน้ี ทีก่ ารทางาน (Artboard)
พนื้ ทส่ี ีขาวเป็นบริเวณทเี่ ราใชว้ างวตั ถุเพอ่ื สรา้ งชนิ้ งาน สว่ นพื้นทีน่ อกเหนอื จากน้นั ทเ่ี ป็น
พืน้ สีเทา (Scratch area) เป็นบริเวณที่เราใช้เพอ่ื พักวัตถุเตรยี มรอนามาใช้งาน ในส่วนพ้นื สีเทานี้
จะไม่ถกู นับรวมเปน็ ชิ้นงาน
38 | P a g e
5. พาเนลควบคุมการทางาน (Panel)
เป็นหนา้ ต่างยอ่ ยที่รวบรวมคณุ สมบตั ิการทางานของเคร่อื งมอื ตา่ งๆ ให้เราเลือกปรบั แตง่
การใชง้ านไดง้ า่ ยๆ ไมต่ ้องเปดิ หาแถบคาส่งั เชน่ ในตัวอย่างจะเปน็ ในสว่ นจัดการสแี ละเส้นและ
แถบเลเยอร์ หรือช้นั สว่ นประกอบของช้นิ งานอยดู่ ้านลา่ ง
39 | P a g e
คุณสมบัตพิ ื้นฐานของโปรแกรม
โปรแกรม Photo shop เป็นโปรแกรมในตระกูล Adobe ท่ีใช้สาหรับตกแตง่ ภาพถ่ายและ
ภาพกราฟฟิก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสิ่งพิมพ์ นิตยสาร และงานด้าน
มัลติมีเดีย อีกท้ังยังสามารถ retouching ตกแต่งภาพและการสร้างภาพ ซึ่งกาลังเป็นท่ีมนิยมสูง
มากในขณะน้ี เราสามารถใช้โปรแกรม Photoshop ในการตกแต่งภาพ การใส่ Effect ต่าง ๆ
ให้กับภาพ และตัวหนังสือ การทาภาพขาวดา การทาภาพถ่ายเป็นภาพเขียน การนาภาพมา
รวมกัน การ Retouch ตกแตง่ ภาพต่าง
เราสามารถเรียนรู้วธิ ีการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop นี้ได้ด้วยตวั เอง คุณสามารถท่ี
จะทาการแก้ไขภาพ ตกแต่งภาพ ซ้อนภาพในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และสิ่งท่ีขาดไม่ได้ก็
คือ การใส่ข้อความประกอบลงในภาพด้วย และเน่ืองด้วย Adobe Photoshop มีการพัฒนา
โปรแกรมมาอย่างต่อเน่ือง ทาให้เราจาเป็นต้องศึกษาคาส่ังต่างๆ ให้เข้าใจ แต่ท่ีสาคัญ เมื่อคุณ
เรยี นรกู้ ารใชค้ าสงั่ ในเวอร์ชน่ั เกา่ คณุ ก็ยังคงสามารถนาไปประยกุ ต์ใชก้ ับเวอร์ช่ันใหม่ๆ ไดด้ ้วยครบั
ความสามารถพ้นื ฐานของ Adobe Photoshop ทค่ี วรทราบ
• ตกแต่งหรือแกไ้ ขรปู ภาพ
• ตดั ต่อภาพบางสว่ น หรอื ท่ีเรยี กว่า crop ภาพ
• เปล่ยี นแปลงสขี องภาพ จากสีหนึง่ เป็นอกี สหี นึ่งได้
• สามารถลากเส้น แบบฟรสี ไตล์ หรือใส่รูปภาพ สีเ่ หลี่ยม หรอื สร้างภาพได้อย่างอิสระ
• มีการแบ่งชัน้ ของภาพเปน็ Layer สามารถเคล่อื นย้ายภาพได้เปน็ อสิ ระต่อกนั
• การทา cloning ภาพ หรือการทาภาพซ้าในรูปภาพเดยี วกัน
• เพิ่มเตมิ ขอ้ ความ ใส่ effect ของข้อความได้
• Brush หรอื แปรงทาสี ท่ีสามารถเลอื กรูปแบบสาเร็จรปู ในการสรา้ งภาพได้
40 | P a g e
โปรแกรม Adobe Photoshop CS6 เม่ือทาการเปิดโปรแกรมแลว้ จะพบหนา้ ตาของ
โปรแกรมดงั รูป
มีสว่ นสาคัญหลกั ทท่ี ต่ี อ้ งรดู้ งั นี้
1. เมนูของโปรแกรม Application menu หรอื Menu bar ประกอบดว้ ย
1. File หมายถึง รวมคาสั่งท่ีใช้จัดการกับไฟล์รูปภาพ เช่น สร้างไฟล์ใหม่, เปิด, ปิด, บันทึก
ไฟล์, นาเข้าไฟล์, สง่ ออกไฟล์ และอื่น ๆ ทเ่ี กี่ยวกับไฟล์
2. Edit หมายถงึ รวมคาสั่งทใ่ี ช้สาหรับแก้ไขภาพ และปรับแตง่ การทางานของโปรแกรม
เบ้อื งตน้ เช่น ก๊อปป,้ี วาง, ยกเลิกคาสง่ั , แก้ไขเครื่องมอื และอน่ื ๆ
3. Image หมายถึง รวมคาสงั่ ท่ีใช้ปรับแต่งภาพ เชน่ สี, แสง, ขนาดของภาพ (image size),
ขนาดของเอกสาร (canvas), โหมดสีของภาพ, หมนุ ภาพ และอ่ืน ๆ
4. Layer หมายถึง รวมคาส่ังที่ใช้จัดการกับเลเยอร์ ทั้งการสร้างเลเยอร์, แปลงเลเยอร์ และ
การจดั การกบั เลเยอร์ในด้านต่าง ๆ
5. select รวม คาสั่งเกี่ยวกับการเลือกวัตถุหรือพ้ืนท่ีบนรูปภาพ (Selection) เพ่ือนาไปใช้
งานรว่ มกบั คาส่งั อ่ืน ๆ เชน่ เลือกเพือ่ เปลย่ี นสี, ลบ หรอื ใชเ้ อฟเฟ็กต์ตา่ ง ๆ กบั รูปภาพ
6. Filter เปน็ คาสัง่ การเล่น Effects ต่างๆสาหรับรปู ภาพและวตั ถุ
7. View เป็นคาส่ังเก่ียวกับมุมมองของภาพและวัตถุในลักษณะต่างๆ เช่น การขยายภาพและ
ยอ่ ภาพใหด้ เู ลก็
8. Window เป็นส่วนคาสั่งในการเลือกใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆท่ีจาเป็นในการใช้สร้าง Effects
ต่างๆ
41 | P a g e
9. Help เป็นคาส่ังเพ่ือแนะนาเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมฯและจะมีลายละเอียดของโปรแกรม
อยใู่ นน้นั
2. เมนขู องพ้ืนทีท่ างาน Panel menu
Panel (พาเนล) เป็นวินโดว์ย่อย ๆ ท่ีใช้เลือกรายละเอียด หรือคาสั่งควบคุมการทางานต่าง ๆ
ของโปรแกรม ใน Photoshop มีพาเนลอยู่เป็นจานวนมาก เช่น พาเนล Color ใช้สาหรับเลือกสี,
พาเนล Layers ใช้สาหรับจัดการกับเลเยอร์ และพาเนล Info ใช้แสดงค่าสีตรงตาแหน่งท่ีชี้เมาส์
รวมถงึ ขนาด/ตาแหน่งของพน้ื ที่ทเี่ ลือกไว้
3. พ้นื ทท่ี างาน Stage หรอื Panel
เปน็ พน้ื ทวี่ ่างสาหรบั แสดงงานทก่ี าลังทาอยู่
4. เครอ่ื งมอื ที่ใชง้ าน Tools panel หรือ Tools box
Tool Panel (ทูลพาเนล) หรอื กล่องเคร่อื งมือ จะประกอบไปด้วยเคร่ืองมือต่าง ๆ ท่ีใช้ในการ
วาด ตกแต่ง และแก้ไขภาพ เครื่องมือเหล่าน้ีมีจานวนมาก ดังน้ันจึงมีการรวมเครื่องมือที่ทาหน้าที่
คล้าย ๆ กันไว้ในปุ่มเดียวกัน โดยจะมีลักษณะรูปสามเหลี่ยมอยู่บริเวณมุมด้านล่างดังภาพ 2 เพื่อ
บอกใหร้ ู้ว่าในปมุ่ น้ยี งั มีเครื่องมืออ่นื อยูด่ ้วย
5. ส่ิงท่คี วบคมุ เครอื่ งมือทใ่ี ช้งาน Tools control menu หรอื Option bar
Option Bar (ออปช่ันบาร์) เป็นส่วนที่ใช้ปรับแต่งค่าการทางานของเครื่องมือต่าง ๆ โดย
รายละเอียดในออปช่ันบาร์จะเปลยี่ นไปตามเครื่องมือท่ีเราเลือกจากทูลบอ็ กซ์ในขณะน้ัน เช่น เม่ือ
เราเลือกเครื่องมือ Brush (พู่กัน) บนออปช่ันบาร์จะปรากฏออปชั่นท่ีใช้ในการกาหนดขนาด และ
ลกั ษณะหวั แปรง, โหมดในการระบายความโปร่งใสของสี และอัตราการไหลของสี เปน็ ตน้
42 | P a g e
เครื่องมือพืน้ ฐานของโปรแกรม Tools
Tool Panel (ทูลพาเนล) หรือ กล่องเครือ่ งมือ จะประกอบไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ท่ีใช้ใน
การวาด ตกแต่ง และแก้ไขภาพ เคร่ืองมือเหล่าน้ีมีจานวนมาก ดังนั้นจึงมีการรวมเคร่ืองมือท่ีทา
หน้าท่ีคล้าย ๆ กันไว้ในปุ่มเดียวกัน โดยจะมีลกั ษณะรูปสามเหลี่ยมอยู่บริเวณมุมด้านลา่ งดังภาพ 2
เพือ่ บอกใหร้ ู้ว่าในป่มุ นยี้ งั มีเครือ่ งมอื อนื่ อยูด่ ้วย
ทาการแบง่ กลมุ่ เครอ่ื งมอื ไดด้ งั ภาพต่อไปนี้
43 | P a g e
เครื่องมอื แตล่ ะชิ้นมคี ุณสมบัติดงั น้ี
Move ใช้สาหรับเลอื กพ้ืนทบี่ นภาพเป็นรปู ส่เี หลยี่ ม วงกลม วงรี
หรือเลือกเป็นแถวคอลัมน์
Mขaนrาqดu1eeพใิเชซ้สลาหรบั ย้ายพ้นื ทท่ี ีเ่ ลือกไวข้ องภาพ หรือย้ายภาพในเลเยอร์
หรอื ยา้ ยเสน้ ไกด์
Lasso ใช้เลือกพน้ื ทีบ่ นภาพเปน็ แนวเขตแบบอสิ ระ
Magic Wand ใช้เลอื กพ้ืนทด่ี ้วยวธิ รี ะบายบนภาพ หรอื เลือกจากสที ่ี
ใกล้เคียงกนั
Crop ใช้ตดั ขอบภาพ
Slice ใชต้ ัดแบ่งภาพเพือ่ บนั ทึกไฟลภ์ าพยอ่ ย ๆ ที่เรียกวา่ สไลซ์ (Slice)
สาหรับนาไปสร้างเว็บเพจ
Eyedropper ใชเ้ ลือกสีจากสีตา่ ง ๆ บนภาพ
Healing Brush ใช้ตกแต่งลบรอยตาหนใิ นภาพ
Brush ใช้ระบายลงบนภาพ
Clone Stamp ใช้ทาสาเนาภาพ โดยก๊อปป้ีภาพจากบริเวณอืน่ มา
ระบาย หรือระบายด้วยลวดลาย
44 | P a g e
เคร่อื งมือแตล่ ะชิ้นมคี ณุ สมบตั ดิ งั นี้
History Brush ใช้ระบายภาพดว้ ยภาพของขน้ั ตอนเดิมทผี่ า่ นมา หรือ
ภาพของสถานะเดมิ ท่ีบันทึกไว้
ขนาด 1 พิเซล
Eraser ใชล้ บภาพบางส่วนท่ีไมต่ ้องการ
Gradient ใช้เติมสแี บบไล่ระดบั โทนสีหรอื ความทบึ
Blur ใช้ระบายภาพใหเ้ บลอ
Bern ใชร้ ะบายเพอื่ ใหภ้ าพมืดลง
Dodge ใชร้ ะบายเพ่ือให้ภาพสวา่ งขน้ึ
Pen ใชว้ าดเสน้ พาธ (Path)
Horizontal Type ใชพ้ มิ พ์ตวั อกั ษรหรือขอ้ ความลงบนภาพ
Path Selection ใชเ้ ลอื กและปรับแตง่ รูปทรงของเส้นพาธ
Rectangle ใช้วาดรปู ทรงเรขาคณติ หรอื รปู ทรงสาเรจ็ รปู
45 | P a g e