ÃËÑÊÇÔªÒ ¡22921, ¡22922
ÃдѺªÑé¹ÁѸÂÁÈÖ¡ÉÒ»‚·Õè 2
กลุมงานหองสมุด กลุมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
้
้
่
่
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ชื่อหนังสือ หนังสือเรียนรายวิชา กิจกรรมหองสมุด 3 - 4 (ก22921, ก22922)
้
รหัสวิชา ก22921 ภาคเรียนที่ 1 หนวยการเรียนรูที่ 1 - 3
้
่
รหัสวิชา ก22922 ภาคเรียนที่ 2 หนวยการเรียนรูที่ 4 - 6
่
้
ครั้งที่พิมพ ์ พิมพครั้งที่ 1 มิถุนายน 2563 จ�านวน 1,500 เลม
์
่
จัดท�าโดย นางสมฤดี แยมขจร
้
กลุมงานหองสมุด กลุมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
้
้
่
่
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
โรงพิมพ ์ บริษัท เพจแมคเกอร จ�ากัด
์
ขอมูลการลงรายการบรรณานุกรม
้
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน (2563: กรุงเทพฯ)
หนังสือเรียนรายวิชากิจกรรมหองสมุด 3 - 4 (ก22921, ก22922)
้
กรุงเทพมหานคร, 2563.
1. แบบเรียนรายวิชากิจกรรมหองสมุด 3 - 4 (ก22921, ก22922)
้
2. หองสมุด, การใช – การศึกษาและการสอน.
้
้
I. นางสมฤดี แยมขจร, ผูเรียบเรียง. II. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย
้
้
ศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน. III. ชื่อเรื่อง.
025.56
ISBN 978-616-485-475-8
คณะผูจัดท�า
้
ที่ปรึกษา ผศ.ชัยศักดิ์ ลีลาจรัสกุล ผูอ�านวยการ
้
นายกิตติภูมิ บุญรักษ ์ หัวหนากลุมกิจกรรมพัฒนาเรียน
้
่
พิสูจนอักษร นายนิธิส อนแกวมณี
้
้
์
ก
ค�าน�า
กิจกรรมพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
้
มุงใหผูเรียนไดพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอยางรอบดานเพื่อความเป็นมนุษยที่สมบูรณ ์
้
้ ้
้
์
่
่
ทั้งรางกาย สติปัญญา อารมณและสังคม เสริมสรางใหเป็นผูมีศีลธรรม จริยธรรม และมีระเบียบวินัย
้
้
์
้
่
ปลูกฝังและสรางจิตส�านึกของการท�าประโยชนเพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองและอยูรวมกับผูอื่น
์
้
้
่ ่
อยางมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผูเรียนมุงพัฒนาผูเรียนทุกคนใหใชองคความรูทักษะและเจตคติจาก
์
้ ้
้
้
้
่
่
การเรียนรู 8 กลุมสาระการเรียนรู และประสบการณของผูเรียนมาปฏิบัติกิจกรรมเพื่อชวยใหผูเรียน
้
้ ้
์
้
้
่
่
เกิดสมรรถนะส�าคัญอันไดแก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถ
้ ่
ในการแกปัญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ซึ่งจะสงผลในการ
่
้
้
้
พัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะอันพึงประสงค มีทักษะในการท�างาน และอยูรวมกันกับผูอื่นในสังคม
้
์
้
้
่ ่
ไดอยางมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก อันไดแก รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย ์
์
์
้ ่
้ ่
สุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการท�างาน รักความเป็นไทย และมีจิตอาสา
้
่
่
่ ่
จิตสาธารณะ
กิจกรรมพัฒนาผูเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน จึงมีการ
้
จัดกิจกรรมใหกับผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลาง แตมีปรับเปลี่ยนการจัดการตามสภาพและบริบทของ
้
้
่
โรงเรียน โดยบรรจุวิชากิจกรรมหองสมุด เป็นกิจกรรมนักเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้น
้
มัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ซึ่งจัดเป็นหลักสูตรเฉพาะของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปทุมวันเทานั้น
่
หนังสือเรียนรายวิชา กิจกรรมหองสมุด 3 - 4 เลมนี้ จัดท�าขึ้นเพื่อเป็นแบบเรียนวิชา
้
่
กิจกรรมหองสมุดใหแกนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
้
้ ่
ปทุมวัน ซึ่งเนื้อหาสวนใหญ เรียบเรียงมาจากเอกสารประกอบการสอนวิชาสารนิเทศกับการศึกษา
่
่
คนควา ของรองศาสตราจารยพวา พันธุเมฆา ที่ผูเขียนไดใชเป็นคูมือในการสอนมาโดยตลอด
้ ้
้
้
้
์
์
่
ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
เนื้อหาในหนังสือเลมนี้ ประกอบดวยการศึกษาคนควา ความหมาย วัตถุประสงคและ
้
์
้
้
่
ขั้นตอนการศึกษา บทนิพนธ การเขียนหรือการพิมพรายงาน หนังสืออางอิง การเลือกใชหนังสืออางอิง
้
้
์
์
้
การน�าเสนอขอมูล และการรูสารสนเทศ
้
้
หวังเป็นอยางยิ่งวาหนังสือนี้จะเป็นประโยชนตอนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
่
์ ่
่
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน และผูที่สนใจเรื่องหองสมุดและการศึกษา
้
้
คนควาบางตามสมควร หากมีขอผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ โอกาสนี้
้
้ ้
้
สมฤดี แยมขจร
้
มิถุนายน 2563
ข
สารบัญ
หนา
้
หนวยการเรียนรู ้
่
1 การศึกษาคนควา
้
้
ความหมาย…………………………………………………………………………………………… 2
วัตถุประสงค…………………………………………………………………………………………… 2
์
ขั้นตอนการศึกษาคนควา……………………………………………………………………… 2
้
้
หลักการปฏิบัติตามขั้นตอนในการศึกษาคนควา…………………………………… 3
้
้
2 บทนิพนธ ์
ประเภท…………………………………………………………………………………………………… 18
สวนประกอบของรายงาน……………………………………………………………………… 19
่
3 การเขียนหรือการพิมพรายงาน
์
หลักเกณฑทั่วไป…………………………………………………………………………………… 23
์
อัญประภาษ…………………………………………………………………………………………… 25
การอางอิง……………………………………………………………………………………………… 27
้
เชิงอรรถ………………………………………………………………………………………………… 27
การเขียนและการพิมพบรรณานุกรม……………………………………………………… 35
์
4 หนังสืออางอิง
้
ความหมายของหนังสืออางอิง……………………………………………………………… 50
้
ลักษณะของหนังสืออางอิง……………………………………………………………………… 50
้
ลักษณะทั่วไปของหนังสืออางอิงที่ดี………………………………………………………… 51
้
ประเภทของหนังสืออางอิง……………………………………………………………………… 54
้
5 การน�าเสนอขัอมูล
ความหมาย ความส�าคัญ ลักษณะการน�าเสนอขอมูลที่ดี………………………… 84
้
คุณสมบัติของผูน�าเสนอขอมูล……………………………………………………………… 85
้
้
การใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการน�าเสนอขอมูล………………………………… 88
้
้
6 การรูสารสนเทศ
้
ความหมาย ความส�าคัญ………………………………………………………………………… 94
องคประกอบของการรูสารสนเทศ…………………………………………………………… 95
้
์
เกณฑการประเมินคาทรัพยากรสารสนเทศบนอินเทอรเน็ต…………………… 97
์
์
่
ค
ค�าอธิบายรายวิชา
รายวิชากิจกรรมหองสมุด 3 ภาคเรียนที่ 1 หนวยการเรียนรูที่ 1 - 3
่
้
้
ศึกษาเกี่ยวกับความหมาย วัตถุประสงค และขั้นตอนของการศึกษาคนควา ซึ่งเป็นกระบวน
์
้
้
การสงเสริมใหผูเรียนรูจักคนควาหาความรูดวยตนเองอยางถูกวิธีและมีขั้นตอน โดยใหนักเรียนได ้
้
่
้
้ ้
้
้ ้
่
้
แบงกลุมและฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกตอง
่
้
่
ศึกษาเรื่องบทนิพนธ และการเขียนหรือพิมพรายงานอยางถูกตองตามแบบแผนที่สถาบัน
้
์
์
่
ก�าหนด โดยใหนักเรียนไดแบงกลุมฝึกปฏิบัติท�ารายงานที่ถูกตองจริง ดวยการก�าหนดหัวขอที่จะท�า
้
้
่
้
้ ่
้
รายงานดวยตนเอง เพื่อใหนักเรียนมีนิสัยใฝรู รักการอานและการศึกษาคนควา มีความสามารถใน
้
่ ้
้
้
่
้
ดานการคิด การแกปัญหาและมีความสามารถในการใชทักษะชีวิต
้
้
้
รายวิชากิจกรรมหองสมุด 4 ภาคเรียนที่ 2 หนวยการเรียนรูที่ 4 - 6
้
้
่
ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องหนังสืออางอิง ซึ่งเป็นเครื่องมือชวยคนควาอางอิงในสาขาวิชาตาง ๆ หรือ
้ ้
่
่
้
้
กลาวไดวาเป็นหัวใจของการศึกษาคนควา โดยมีการศึกษาความหมาย ประเภท และวิธีใชหนังสือ
้
่
้
้
้ ่
อางอิงทุกประเภทอยางละเอียด
้
่
ศึกษาเกี่ยวกับการน�าเสนอขอมูล และการรูสารสนเทศ ที่เป็นทักษะส�าคัญของนักเรียนใน
้
้
ศตวรรษที่ 21 พรอมทั้งฝึกปฏิบัติการน�าเสนอขอมูลที่ไดจากการคนควาในรูปแบบตาง ๆ โดยให ้
้
่
้
้
้
้
นักเรียนแบงกลุมศึกษาคนควาจากหนังสืออางอิง กลุมละ 1 หัวขอ ศึกษาคนควาแลวน�าเสนอในรูป
้
้
้
้
่
่
้
่
้
้
แบบของปายนิเทศสัญจร และการน�าเสนอแบบปากเปลาหนาชั้นเรียน เพื่อใหนักเรียนมีนิสัยใฝรู รัก
้
่ ้
้
่
้
การอานและการศึกษาคนควา มีความสามารถในดานการคิด การแกปัญหา มีความสามารถในการ
่
้
้
้
้
สื่อสารและมีความสามารถในการใชทักษะชีวิต
้
ง
รหัสวิชา ก22921 ภาคเรียนที่ 1 หนวยการเรียนรูที่ 1-3
้
่
หนวยการเรียนรูที่ 1 การศึกษาคนควา
้
้
้
่
หนวยการเรียนรูที่ 2 บทนิพนธ ์
้
่
หนวยการเรียนรูที่ 3 การเขียนหรือการพิมพรายงาน
์
่
้
จ
หนวยการเรียนรูที่ 1
้
่
เรื่อง การศึกษาคนควา
้
้
สาระส�าคัญ (Concept)
การศึกษาคนควา เป็นทักษะส�าคัญส�าหรับนักเรียน สงเสริมใหเกิดการศึกษา
้
้
้
่
ตลอดชีวิต นักเรียนมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับความหมาย วัตถุประสงค และขั้นตอน
์
้
้
ของการศึกษาคนควา ซึ่งเป็นกระบวนการสงเสริมใหผูเรียนรูจักคนควาหาความรูดวย
้
้ ้
้
่
้
้
้
้ ้
ตนเองอยางถูกวิธีและมีขั้นตอน โดยใหนักเรียนไดแบงกลุมและฝึกปฏิบัติตามขั้นตอน
่
้
้ ่
่
ที่ถูกตอง เพื่อใหนักเรียนมีนิสัยใฝรู รูจักวิธีการคนควาหาความรูดวยตัวเอง มีโอกาสศึกษา
่ ้ ้
้
้
้
้ ้
้
คนควาวิชาตาง ๆ ที่ตนสนใจไดอยางกวางขวางและลึกซึ้ง มีความสามารถในดานการ
้
้
้
้ ่
้
่
คิดวิเคราะหเรื่องราวตาง ๆ ไดโดยรูจักใชวิจารณญาณของตนเอง ตลอดจนสามารถ
์
้
้
่
้
แสดงความคิดเห็นอยางมีเหตุผลโดยมีหลักฐานอางอิง
้
่
จุดประสงคการเรียนรู ้
์
ดานความรู (K)
้
้
1. นักเรียนมีความรูความเขาใจ ความหมาย วัตถุประสงค และขั้นตอนของการศึกษาคนควา ้
้
้
้
์
2. นักเรียนอธิบายความหมาย และวัตถุประสงคของการศึกษาคนควาได ้
์
้
้
3. นักเรียนอธิบายขั้นตอนของการศึกษาคนควาได ้
้
้
4. นักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอนของการศึกษาคนควาได ้
้
้
ดานทักษะ / กระบวนการ (P)
้
1. นักเรียนสามารถเลือกและก�าหนดปัญหาในการคนควาได ้
้
้
2. นักเรียนสามารถรวบรวมสารนิเทศที่เกี่ยวของได ้
้
3. นักเรียนสามารถบันทึกสารนิเทศที่ไดจากการศึกษาคนควา
้
้
้
4. นักเรียนสามารถท�าโครงเรื่องได ้
5. นักเรียนสามารถเขียนอัญประภาษ การอางอิง และบรรณานุกรมไดถูกตอง
้
้
้
ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค / คุณลักษณะอาเซียน (A)
์
้
1. นักเรียนมีนิสัยรักการอานและการศึกษาคนควา
้
้
่
2. นักเรียนมีความสามารถในดานการคิด และการแกปัญหา
้
้
3. นักเรียนมีทักษะชีวิตที่ดี
สาระการเรียนรู (Content)
้
ศึกษาเกี่ยวกับความหมาย วัตถุประสงค และขั้นตอนของการศึกษาคนควาซึ่งเป็นกระบวนการสงเสริมให ้
์
้
้
่
ผูเรียนรูจักคนควาหาความรูดวยตนเองอยางถูกวิธีและมีขั้นตอน โดยศึกษาจากการฟังบรรยายเนื้อหา ศึกษาคนควา ้
้
้
้ ้
้
้
่
้
เพิ่มเติม และจากการฝึกปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนไปพรอม ๆ กัน เพื่อใหนักเรียนไดมีความรู ความเขาในเรื่องการ
้
้
้
้
้
ศึกษาคนควา โดยสามารถปฏิบัติไดอยางถูกตองและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งปลูกฝังใหนักเรียนมีนิสัยรักการคนควาและ
้
้
้
้
้ ่
้
้
รักการอาน ซึ่งการวัดผลจะพิจารณาจากการปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนที่ก�าหนด 1
่
หนวยการเรียนรูที่ 1
้
่
การศึกษาคนควา
้
้
ความหมาย
การศึกษาคนควาหมายถึง วิธีการหรือกระบวนการที่ผูเรียนใชในการศึกษาหาความรูดวยตนเอง โดยสามารถ
้
้
้
้ ้
้
ปฎิบัติไดอยางมีประสิทธิภาพเป็นขั้นตอนอยางถูกตอง
้
่
้ ่
วัตถุประสงค ์
1. เพื่อฝึกใหผูเรียนรูจักวิธีศึกษาคนควาดวยตนเอง
้
้ ้
้
้ ้
2. เพื่อสงเสริมผูเรียนใหศึกษาหาความรูเพิ่มเติมใหกวางขวางและลึกซึ้งกวาที่เรียนในชั้นเรียน
้
้
้ ้
้
่
่
3. เพื่อสงเสริมใหผูเรียนมีความสามารถในการคนควาหาความรูจากแหลงสารนิเทศตาง ๆ
้ ้
่
้
้
้
่
่
4. เพื่อสงเสริมใหผูเรียนคิดอยางมีเหตุผลและเป็นระบบ
่
้ ้
่
5. เพื่อสงเสริมผูเรียนใหมีความสามารถในการใชภาษาเพื่อสื่อความรูความคิดอยางเป็นล�าดับและระบบ
่
้
้
้
่
้
ขั้นตอนการศึกษาคนควา
้
้
1. การเลือกเรื่องหรือหัวขอที่จะศึกษา
้
2. การส�ารวจแหลงความรูอยางคราว ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการวางโครงเรื่อง
่
่
้ ่
3. การวางโครงเรื่องขั้นตน
้
4. การก�าหนดแหลงขอมูลหรือการคัดเลือกแหลงความรูที่ตองการใช ้
่
่ ้
้ ้
5. การคนหาแหลงขอมูล
่ ้
้
6. การรวบรวมขอมูลและจดบันทึก
้
7. การจัดท�าโครงเรื่องขั้นสุดทาย
้
8. การเรียบเรียงรายงาน หรือภาคนิพนธ ์
9. การเรียบเรียงบรรณานุกรม
10. การเรียบเรียงและจัดท�าสวนประกอบอื่น ๆ ใหครบถวน
่
้
้
11. การตรวจสอบความถูกตอง
้
12. การเย็บเลมและน�าสงอาจารยผูสอน
่
่
์ ้
2
หลักการปฏิบัติตามขั้นตอนในการศึกษาคนควา
้
้
ในการศึกษาคนควาเพื่อเรียบเรียงเป็นบทนิพนธประเภท รายงาน และ
้
้
์
ภาคนิพนธนั้น มีขั้นตอนปฏิบัติเป็นแผนภูมิ ดังนี้
์
1. เลือกเร ่องหร อหัวข อที่จะศึกษา
ไม เพียงพอ
2. สำรวจแหล งความรู อย างคร าวๆ เพื่อวางแนวโครงเร ่อง
มีการจดบันทึกรายละเอียด เช น เลขเรยกหนังสือ
ผู แต ง ช ่อเร ่อง สาระสังเขป
3.วางโครงเร ่องคร าวๆ ขั้นต น ไม เพียงพอ
4. คัดลอกแหล งความรู ในข อ 2. เฉพาะที่ต องการใช
5. ค นหาแหล งข อมูล เช น ตัวเล มหนังสือ บทความจากวารสาร ไม เพียงพอ
6. อ านและจดบันทึกเนื้อหาที่สำคัญที่จะนำไปกล าวอ างอิง
7. ปรับปรุงโครงเร ่องในข อ 3. ให รัดกุมเปนโครงเร ่องสุดท าย
8. เรยบเรยงรายงานหร อภาคนิพนธตามโครงเร ่อง
9. จัดทำบรรณานุกรม
10. เขยนหร อพิมพขั้นสุดท าย และจัดทำส วนประกอบ
11. ตรวจสอบความถูกต อง
12. เย็บเล ม นำส งอาจารยผู สอน
3
1. การเลือกเรื่องหรือหัวขอที่จะศึกษา
้
ในขั้นนี้บางครั้งในบางรายวิชาอาจารยผูสอนจะเป็นผูก�าหนด
์ ้
้
หัวขอใหผูเรียนไปด�าเนินการศึกษาคนควาเองเลย ซึ่งผูเรียนตองยอมรับ
้
้
้
้ ้
้
้
และพยายามสรางความรูสึกที่ดีตอหัวขอนั้น เพื่อจะไดศึกษาคนควาตอไป
้
้
่
้
้
้ ่
้
อยางมีประสิทธิภาพ แตถาผูเรียนเลือกหัวขอตองค�านึงถึงสิ่งตอไปนี้
่
่
้ ้
่ ้ ้
1.1 หลักการเลือกเรื่องหรือการก�าหนดหัวขอ
้
1.1.1 เลือกเรื่องที่ชอบหรือสนใจ การไดท�าในสิ่งที่ชอบหรือสนใจจะชวยใหท�างานดวยความสุข รูสึก
้
้
่
้
้
สนุกเพลิดเพลินในขณะที่ท�าการศึกษาคนควา ไดรับความรูในสิ่งที่สนใจอยูแลว เกิดความกระตือรือรนและทุมเท
้
้
่ ้
่
้
้
้
ความสามารถในการท�างานอยางเต็มที่ ไมทอแทหรือเบื่อหนายกับการตองท�างานหนัก การเลือกเรื่องที่สนใจจึงเป็น
้
่
่ ้
่
้
ปัจจัยส�าคัญที่มีผลตอความส�าเร็จและประสิทธิภาพของงาน เชน นักเรียนที่ชอบเรื่องเกี่ยวกับดวงดาวก็อาจคนควา
้
้
่
่
ท�ารายงานเรื่องเกี่ยวกับดาราศาสตร หรือนักเรียนที่ชอบเลนดนตรี ก็อาจคนควาท�ารายงานเรื่องเกี่ยวกับดนตรี เป็นตน
์
้
่
้
้
1.1.2. เลือกเรื่องที่มีพื้นความรูอยูพอสมควร การที่ผูท�ารายงานมีพื้นความรูอยูบางจะชวยใหท�างาน
้ ่ ้
่
้ ่
้
้
ไดเร็วขึ้น ไมตองเสียเวลาในการคนหาขอมูลพื้นฐานมากนัก ทั้งยังท�าใหมองเห็นแนวทางในการในการก�าหนดขอบเขต
้
้
้
่ ้
้
ทิศทางและเคาโครงของเรื่องและของการศึกษาคนควาไดอยางเหมาะสมและชัดเจน สวนใหญถาเป็นเรื่องหรือหัวขอ
้
่ ้
่
้
้
้
้ ่
ที่เกี่ยวกับรายวิชาที่ก�าลังศึกษาอยู นักเรียนมักจะมีพื้นความรูอยูบางแลว เชน ในภาคเรียนที่ 1 นักเรียนเรียนวิชา
่
้
้ ่ ้
่
วิทยาศาสตรเรื่องระบบสุริยะ หากนักเรียนศึกษาคนควาเรื่องระบบสุริยะ นักเรียนก็จะมีพื้นความรูที่จะชวยใหการศึกษา
์
้
้
้
้
่
ครั้งนี้ไมตองเสียเวลามาก เป็นตน
่ ้
้
1.1.3. เลือกเรื่องที่มีแหลงขอมูลใหศึกษาคนควาอยางเพียงพอ การศึกษาคนควาที่ดีตองมีแหลง ่
่
้
้
่ ้
้
้
้
้
ขอมูลหลากหลายและทันสมัย ดังนั้นเมื่อสนใจหัวขอใดจึงควรส�ารวจแหลงคนควาใหแนใจวามีเพียงพอ เหมาะสม
่
้ ่
่ ้
้
้
้
กับหัวขอและวัตถุประสงคของการท�ารายงาน ถาเป็นเรื่องที่แปลกใหมนาสนใจแตไมสามารถ หาแหลงขอมูลไดอยาง ่
้
้
่ ่
่ ่
์
่ ้
้
เพียงพอก็ยากที่จะท�าใหส�าเร็จ เชน นักเรียนสนใจจะท�ารายงานเรื่องพืชพันธุใหมที่เพิ่งคนพบ แตยังไมมีขอมูล
์
่
่ ้
่
้
้
่
ใหคนมากเพียงพอ ก็ไมสามารถเลือกเรื่องดังกลาวได ้
่
่
้ ้
1.1.4. เลือกเรื่องที่มีประโยชนเรื่องที่เมื่อศึกษาคนควาแลวมีคุณคาหรือมีประโยชนทั้งแกตัวผูคนควา ้
้ ้
์
์
่
่
้
้
้
เองและแกผูอื่น เชนท�าใหเกิดความรู ความคิด ประสบการณ เกิดทักษะใหม ๆ หรือคนพบสิ่งใหม หรือน�าผลรายงาน
้
่
่ ้
์
้
้
่
่
ไปใชแกปัญหา ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสิ่งตาง ๆ ใหดีขึ้น เป็นตน ดังนั้นจึงไมควรเลือกท�าเรื่องที่รู ๆ กันอยูแลว เป็นการ
้
้
่
่
้ ้
่ ้
้
เสียเวลาเปลาโดยไมไดรับความรูหรือประโยชนใด ๆ เพิ่มขึ้นมา ตัวอยางเชน เมื่อผูสอนมอบหมายใหท�ารายงาน
์
่
่ ้
้
่
้
่
้
นักเรียนเลือกท�าเรื่องเกี่ยวกับวิกฤติโควิด-19 เพราะเป็นชวงการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และเป็นเรื่องที่ก�าลัง
่
่
อยูในความสนใจของสังคม เป็นหัวขอที่นาสนใจหยิบยกมาศึกษาคนควาท�ารายงานเป็นอยางยิ่ง
้
่
้
่
่
้
1.1.5. เลือกเรื่องที่มีขอบเขตของเรื่องเหมาะสมไมกวางหรือแคบจนเกินไป สิ่งส�าคัญประการหนึ่ง
่ ้
ที่ควรก�าหนดขอบเขตของเรื่องใหเหมาะพอดี ไมกวางหรือแคบเกินไป เรื่องที่มีขอบเขตกวางเกินไปจะไมสามารถเจาะ
่
่ ้
้
้
ลึกในรายละเอียดเทาที่ควร จะเป็นเรื่องที่มีขอมูลผิวเผินพื้นฐานเทานั้น ท�าใหเสียเวลานานแตขาดรายละเอียด
้
่
่
้
่
ในประเด็นที่ควรเนน ท�าใหผลงานไมมีคุณภาพเทาที่ควร สวนหัวขอที่แคบเกินไป จะมีปัญหาเรื่องการคนหาขอมูล
้
้
้
่
่
้
่
้
ที่มีแหลงขอมูลจ�ากัด และในดานคุณภาพและปริมาณของงานก็อาจจะไมเหมาะสมเพียงพอ ดังนั้นการเลือกเรื่องหรือ
้
่
่ ้
หัวขอรายงานจึงตองค�านึงถึงขอบเขตของเนื้อเรื่องใหเหมาะสมพอดี
้
้
้
4
2. การส�ารวจแหลงความรูอยางคราว ๆ เพื่อวางโครง
้ ่
่
่
เรื่อง
การส�ารวจแหลงความรูดวยการสืบคนขอมูลสารสนเทศ หมายถึง
้ ้
่
้ ้
กระบวนการในการคนหาสารสนเทศที่ตองการ โดยใชเครื่องมือสืบคนรูป
้
้
้
้
แบบตาง ๆ การสืบคนสารสนเทศ แบงออกเป็น 2 วิธี คือการสืบคน
้
้
่
่
สารสนเทศดวยระบบมือ (Manual System) เชน บัตรรายการ บัตรดรรชนีวารสาร เป็นตน และการสืบคนสารสนเทศ
้
้
้
่
ดวยระบบคอมพิวเตอร (Computer System) เป็นการสืบคนที่สามารถท�าไดโดยผานอุปกรณคอมพิวเตอร ไดแก
่
์
้
์
้
์
้ ่
้
ฐานขอมูล หนังสืออิเล็กทรอนิกส วารสารอิเล็กทรอนิกส และการสืบคนสารสนเทศบนอินเทอรเน็ต เป็นตน
์
้
์
้
์
้
ในการสืบคนสารสนเทศดวยระบบมือ (Manual System) นักเรียนจะด�าเนินการใชเครื่องมือชวยคน
้
้
่
้
้
ในหองสมุด เพื่อส�ารวจแหลงความรูตาง ๆ ตามหัวขอที่ไดรับมา หรือ ที่ไดเลือกไว ขั้นตอนที่ควรปฎิบัติเป็นดังนี้
่
้ ่
้
้
้
้
้
1. ใชบัตรรายการโดยเฉพาะบัตรหัวเรื่องที่มีค�าหรือ วลี ตรงกับเรื่อง หรือ สัมพันธกับเรื่องที่ผูเรียนจะคนควา
์
้
้
้
้
ในขั้นนี้ผูเรียนตองใชความรูเกี่ยวกับการก�าหนดค�าที่เป็นหัวเรื่อง เมื่อพบกับบัตรรายการของหนังสือที่คิดวามีเนื้อหา
้
้
้
้
่
ตรงหรือเกี่ยวของแลว ตองจดบันทึกเลขเรียกหนังสือไวใหครบทุกเลม การใชบัตรรายการนี้ จะใชทั้งบัตรรายการของ
้ ้
้
้
่
้ ้
้
หนังสือภาษาไทยและหนังสือภาษาอังกฤษ โดยภาษาอังกฤษเลือกเปิดบัตรที่มีค�าหรือวลีที่มีความหมายตรงกับ
เรื่องที่จะศึกษาเชนกัน
่
2. น�าเลขเรียกหนังสือที่จดไวจากบัตรรายการ ไปหาตัวเลขที่ชั้นหนังสือ เมื่อพบเลมใดก็เปิดอานดู
่
้
่
อยางคราว ๆ อาจจะดูจากสารบัญของหนังสือกอนเพื่อตรวจสอบวามีหัวขอที่นาสนใจที่เกี่ยวของหรือไม ถาพบวา
่
่
่
้
่
่
่ ้
้
่
เลมใดไมมีใหจดบันทึกรายละเอียดของหนังสือตามแบบการเขียนบรรณานุกรม และหัวขอเนื้อหาสาระอยางสังเขป
่
้
่
้
่
ไวใหท�าอยางนี้จนครบทุกเลมที่จดเลขเรียกหนังสือมา ส�าหรับหนังสือบางเลมที่หาไมพบบนชั้นหนังสือ ผูเรียน
่
้
่
่
้ ้
่
ควรติดตอแผนกบริการ ยืม-คืน ของหองสมุด เพื่อตรวจสอบวาหนังสือนั้นมีผูใดยืมออกไป หากพบวามีก็ขอจอง
่
่
้
้
่
ยืมเป็นคนตอไปก็ได ้
่
การสืบคนสารสนเทศดวยระบบคอมพิวเตอร (Computer System) เป็นการสืบคนที่นักเรียนสามารถ
้
้
์
้
ท�าไดโดยผานอุปกรณคอมพิวเตอร ไดแก ฐานขอมูล หนังสืออิเล็กทรอนิกส วารสารอิเล็กทรอนิกส และการสืบคน
้
์
้ ่
์
์
้
่
้
์
สารสนเทศบนอินเทอรเน็ต เป็นตน
้
์
ซึ่งการสืบคนสารสนเทศบนอินเทอรเน็ต (OPAC) ของนักเรียนสามารถศึกษาวิธีการเขาถึงสารสนเทศของ
้
์
้
หองสมุดสาธิตปทุมวัน ไดจากหนังสือกิจกรรมหองสมุด 1 - 2 หนา 30 - 31 เรื่องการใชสารสนเทศหองสมุด
้
้
้
้
้
้
สาธิตปทุมวัน
การส�ารวจแหลงความรูดวยการใชหนังสืออางอิง โดยเฉพาะหนังสืออางอิงประเภทสารานุกรมทั่วไป และ
้
้
้
่
้ ้
สารานุกรมเฉพาะวิชา ทั้งนี้เพื่อหาความรูเบื้องตนเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ กอน (การใชหนังสืออางอิงใหดูรายละเอียด
้
้
้
้
้
่
หนวยการเรียนรูที่ 4)
่
้
เมื่อส�ารวจแหลงขอมูลไดแลว นักเรียนควรบันทึกขอมูลที่ไดส�ารวจไวในรูปบัตรบรรณนิทัศน ขนาดบัตร
้
้ ้
้
้
์
่ ้
3 X 5 นิ้ว โดยบันทึกขอมูลทางบรรณนานุกรม และรายละเอียดคราว ๆ ที่ไดจากค�าน�า หรือสารบัญของหนังสือ
้
้
่
ดังตัวอยาง
่
5
7 7
ตัวอยางบัตรบรรณนิทัศน (หนังสือ)
์
่
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ (หนังสือ)
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ (หนังสือ)
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
/เลขเรียก ชื่อ/นามสกุลผู้แต่ง.// ( ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ.//พิมพ์ครั้งที่ 2.//สถานที่พิมพ์:/
/เลขเรียก ชื่อ/นามสกุลผู้แต่ง.// ( ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ.//พิมพ์ครั้งที่ 2.//สถานที่พิมพ์:/
หนังสือ //ส านักพิมพ์.
หนังสือ //ส านักพิมพ์.
//หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ....................................................................................
//หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ....................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
7
ตัวอยางบัตรบรรณนิทัศน (วารสารหรือนิตยสาร)
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ ( วารสารหรือนิตยส ์าร)
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ ( วารสารหรือนิตยสาร)
่
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ (หนังสือ)
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
/เลขเรียก ชื่อ/นามสกุลผู้แต่ง.// ( ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ.//พิมพ์ครั้งที่ 2.//สถานที่พิมพ์:/
ชื่อ/นามสกุลผู้เขียนบทความ.//(ปีที่พิมพ์,เดือน).//“ชื่อบทความ,”ชื่อวารสาร.//
ชื่อ/นามสกุลผู้เขียนบทความ.//(ปีที่พิมพ์,เดือน).//“ชื่อบทความ,”ชื่อวารสาร.//
//ปีที่หรือเล่มที่ (ฉบับที่): หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.
//ปีที่หรือเล่มที่ (ฉบับที่): หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.
หนังสือ //ส านักพิมพ์.
//บทความนี้กล่าวถึง ........................................................................................
//บทความนี้กล่าวถึง ........................................................................................
//หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ....................................................................................
..............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ (หนังสือพิมพ์)
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ (หนังสือพิมพ์)
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ ( วารสารหรือนิตยสาร) ์ ์
ตัวอยางบัตรบรรณนิทัศน (หนังสือพิมพ)
่
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
ชื่อ/นามสกุลผู้เขียนบทความหรือหัวข้อข่าว.//(ปีที่พิมพ์,วันที่/เดือน,).//“ชื่อ
ชื่อ/นามสกุลผู้เขียนบทความหรือหัวข้อข่าว.//(ปีที่พิมพ์,วันที่/เดือน,).//“ชื่อ
ชื่อ/นามสกุลผู้เขียนบทความ.//(ปีที่พิมพ์,เดือน).//“ชื่อบทความ,”ชื่อวารสาร.//
//บทความหรือหัวข้อข่าว,”ชื่อหนังสือพิมพ์.//หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.
//บทความหรือหัวข้อข่าว,”ชื่อหนังสือพิมพ์.//หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.
//ปีที่หรือเล่มที่ (ฉบับที่): หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.
//บทความนี้กล่าวถึง ........................................................................................
//บทความนี้กล่าวถึง ........................................................................................
//บทความนี้กล่าวถึง ........................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ (หนังสือพิมพ์)
6
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
ชื่อ/นามสกุลผู้เขียนบทความหรือหัวข้อข่าว.//(ปีที่พิมพ์,วันที่/เดือน,).//“ชื่อ
//บทความหรือหัวข้อข่าว,”ชื่อหนังสือพิมพ์.//หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.
//บทความนี้กล่าวถึง ........................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ (หนังสือ)
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
/เลขเรียก ชื่อ/นามสกุลผู้แต่ง.// ( ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ.//พิมพ์ครั้งที่ 2.//สถานที่พิมพ์:/
หนังสือ //ส านักพิมพ์.
//หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ....................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
............................................................................................................................................... 7
...............................................................................................................................................
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ ( วารสารหรือนิตยสาร) ์ ์
ตัวอยางบัตรบรรณนิทัศน (เว็บไซต)
่
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
ชื่อ/นามสกุลผู้เขียนบทความ.//(ปีที่พิมพ์,เดือน).//“ชื่อบทความ,”ชื่อวารสาร.//
//ปีที่หรือเล่มที่ (ฉบับที่): หน้าที่ตีพิมพ์บทความ.
//บทความนี้กล่าวถึง ........................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
ตัวอย่างบัตรบรรณนิทัศน์ (หนังสือพิมพ์)
ชื่อเรื่องที่ค้นคว้า
3. การวางโครงเรื่องขั้นตน
้
ชื่อ/นามสกุลผู้เขียนบทความหรือหัวข้อข่าว.//(ปีที่พิมพ์,วันที่/เดือน,).//“ชื่อ
ในขั้นนี้เป็นการวางโครงเรื่องหรือการก�าหนดขอบขายของเรื่องที่ตองการคนควาอยางคราว ๆ และจัดล�าดับ
้
่
้
่
//บทความหรือหัวข้อข่าว,”ชื่อหนังสือพิมพ์.//หน้าที่ตีพิมพ์บทความ. ่
้
หัวขอใหเหมาะสม ในแตละหัวขอใหญควรมีขอยอย ๆ อะไรบาง ทั้งหัวขอใหญและหัวขอยอยนี้ จะไดแนวทางมาจาก
้
//บทความนี้กล่าวถึง ........................................................................................ ้
้
้
้
้
่
้ ่
้ ่
่
่
..............................................................................................................................................
ตอนที่ตรวจสอบแหลงความรูอยางคราว ๆ ใน ขอ 2 นั่นเอง โครงเรื่องประกอบดวยหัวขอใหญ และหัวขอยอย โดย
้ ่
้ ่
้
้
่
้
่
่
..............................................................................................................................................
ก�าหนดชื่อหัวขอใหกะทัดรัดไดใจความ มีความสัมพันธตอเนื่องกัน เขียนได 2 แบบ คือ
้
้
้
้
์ ่
..............................................................................................................................................
3.1. การเขียนโครงเรื่องโดยใชตัวเลขและตัวอักษรสลับกัน
..............................................................................................................................................
้
..............................................................................................................................................
1. หัวขอใหญ 1
่
้
2. หัวขอใหญ 2
่
้
ก. หัวขอรอง 1
้
ข. หัวขอรอง 2
้
1) หัวขอยอย 1
้ ่
2) หัวขอยอย 2
้ ่
ก) หัวขอยอยสุดทาย 1
้
้ ่
ข) หัวขอยอยสุดทาย 2
้
้ ่
3. หัวขอใหญ 3
้
่
7
3.2 การเขียนโครงเรื่องโดยใชตัวเลขลวน
้
้
1. หัวขอใหญ 1
้
่
2. หัวขอใหญ 2
้
่
2.1 หัวขอรอง 1
้
2.2 หัวขอรอง 2
้
2.2.1 หัวขอยอย 1
้ ่
2.2.2 หัวขอยอย 2
้ ่
2.2.2.1 หัวขอยอยสุดทาย 1
้
้ ่
2.2.2.2 หัวขอยอยสุดทาย 2
้
้ ่
*หมายเหตุ ในการก�าหนดหัวขอหรือการท�าโครงเรื่อง ขอใหนักเรียนใชแบบที่ 2 คือการเขียนโครงเรื่องโดยใชตัวเลขลวน
้
้
้
้
้
(ตัวอยางโครงเรื่อง)
่
ชีวิตและงานของศรีบูรพา
1. ประวัติ
1.1 ปฐมวัย
1.2 มัชฌิมาวัย
1.3 ปัจฉิมวัย
2. ผลงาน
2.1 งานดานการประพันธ ์
้
2.1.1 งานประพันธยุคกอน 2475
์
่
2.1.2 งานประพันธหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง(พ.ศ. 2475 - 2494)
์
2.1.3 งานประพันธ พ.ศ. 2495 – 2500
์
2.2 งานดานหนังสือพิมพ ์
้
2.3 งานตอสูเพื่อประชาธิปไตยและสันติภาพ
่ ้
4. การก�าหนดแหลงขอมูลหรือการคัดเลือกแหลงความรูที่ตองการใช ้
่ ้
่
้ ้
เมื่อวางโครงเรื่องคราว ๆ ไดแลว ความคิดตาง ๆ เกี่ยวกับหัวขอที่จะเรียบเรียงเป็นรายงานนั้นจะแจมชัดขึ้น ถึงตอน
่
้
่
้ ้
่
นี้ผูเรียนจะพอรูวา แหลงความรูตาง ๆ ที่อานผาน ๆ ไวในขอ 2 นั้น รายการใดบางที่มีเนื้อหาตรงใชประกอบการศึกษาคนควา ้
้
่
้
่
้
่
้ ่
้
้
้ ่
้
ไดแลว รายการใดมีเนื้อหาไมตรงซึ่งไมตองสนใจอานตอไปอีก เมื่อมีการคัดแหลงความรูที่จะใชในการศึกษาคนควาไดแลว
่
้
้
่
้
่
้ ้
้ ้
่
่ ้
้
อาจจะเหลือรายการหนังสือและวารสารไมกี่รายการ ถาเป็นเชนนี้ นักเรียนตองด�าเนินการส�ารวจแหลงความรูเพิ่มเติมอีก
้
่
่
้
่
้
8
5. การคนหาแหลงขอมูล
้ ้
้
ขั้นนี้นักเรียนจะตองน�าบัตรบรรณนิทัศนที่มีรายการบรรณานุกรมของรายการวัสดุตาง ๆ ที่คัดเลือกไวแลวไปหาตัว
้ ้
่
์
้
เลมที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ หากเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส ์ ก็ควรพิมพออกมา เพื่อจะไดคนหาขอมูลที่ตองการตอไป
่
่
้
์
์
้
้ ้
6. การรวบรวมขอมูลและจดบันทึก
้
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ส�าคัญที่สุดที่จะใหมาซึ่งขอมูลที่ครบถวน สมบูรณ คือเมื่อพบตัวเลมตองลงมืออานอยาง
่
้
่ ้
้
่
้
์
ละเอียด และจดบันทึกขอความเนื้อหาตาง ๆ ที่คิดวาสามารถน�าไปประกอบการเรียบเรียงรายงานได ในการบันทึกขอความนี้
้
่
่
้
้
ควรบันทึกลงบนกระดาษขนาด 5 x 8 นิ้ว (หากใชกระดาษสมุดแบงครึ่งจะได 2 บัตร) หากบัตรเดียวไมพอก็บันทึกตอในบัตร
่
่
้
้
่
ที่ 2 ที่ 3 ไปเรื่อย ๆ แลวเย็บมุมรวมกันไวไมใหกระจายสับสน
้
้ ่ ้
การท�าบัตรบันทึกท�าได 3 วิธี คือ
้
1. บันทึกยอ คือ บันทึกเอาแตใจความส�าคัญของเนื้อหาที่เกี่ยวของไว ้
่
่
้
2. บันทึกแบบถอดความ คือ การถอดเอาใจความจากตนฉบับเดิมโดยใชส�านวนของตนเองตนฉบับเดิมอาจเป็น
้
้
้
รอยกรองหรือภาษาตางประเทศ การบันทึกแบบนี้ผูเรียนตองแนใจวาขอความที่ถอดมานั้นถูกตอง ครบถวนในสาระส�าคัญ หาก
้
่
้
้
่ ้
่
้
้
ในขณะบันทึกนั้นยังไมอาจแปลหรือถอดใจความไดกระจางชัดอยางแนใจก็อาจจะลอกไวเป็นภาษาเดิมกอนก็ได เมื่อจะด�าเนิน
่
่
่
่
้
่
้
้
การเรียบเรียงรายงานในภายหลังจึงคอยพินิจพิเคราะหถอดความในตอนนั้นก็ได ้
์
่
3. บันทึกแบบคักลอกขอความ คือ การบันทึกทุกถอยค�าใหเหมือนกับตนฉบับเดิมทุกประการ ทั้งขอความและการ
้
้
้
้
้
สะกดการันต แมตนฉบับจะสะกดผิดอยางไรก็ยังคงคัดลอกไวอยางนั้น การบันทึกแบบนี้เวลาที่น�าไปอางอิงตอนเรียบเรียงรายงาน
้
้ ่
่
้ ้
์
จะตองใสขอความนั้นไวระหวางเครื่องหมายอัญประกาศ ซึ่งมีลักษณะดังนี้ “---------------------------------” และหาก
่ ้
้
้
่
ขอความที่ลอกมานั้นประมาณวาถาพิมพ หรือเขียนในตอนอางอิงแลวจะมีความยาวเกิน 4 บรรทัด จะตองแยกเป็นอีกยอหนึ่ง
้
์
้
้
้
่ ้
่
ตางหาก ขอความที่จะบันทึกคัดลอกทุกตัวอักษรนี้โดยมากจะใชขอความที่มีความส�าคัญมาก หรือ เป็นขอความที่เขียนดวยภาษา
้
้
้
่
้ ้
ที่ดีเยี่ยมอยูแลว ถาเขียนใหมจะไมดีเทาของเดิม
่
่
่
่ ้ ้
11
เมื่ออานหนังสือหรือบทความ แตละรายการและบันทึกไวแลว ก็หมุนเวียนหาเลมอื่นมาอานและบันทึกตอไป
่
่
่
่
่
้ ้
การบันทึกขอความจากนังสือเลมใดเลมหนึ่ง อาจใชบัตรบันทึกมากกวา 1 ใบก็ได แลเย็บติดไวดวยกัน
้ ้
้
่
้
้
้
่
่
ตัวอย่าง รูปแบบบัตรบันทึก
ตัวอยาง รูปแบบบัตรบันทึก
่
หัวข้อของโครงเรื่อง
/เลขเรียก ชื่อ/นามสกุลผู้แต่ง.// ( ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ.//พิมพ์ครั้งที่ 2.//สถานที่พิมพ์:/
หนังสือ //ส านักพิมพ์.
//หน้าที่น ามาอ้างอิง.
//ข้อความ.........................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
9
ตัวอย่าง รูปแบบบัตรบันทึก
หัวข้อของโครงเรื่อง
/เลขเรียก ชื่อ/นามสกุลผู้แต่ง.// ( ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ.//พิมพ์ครั้งที่ 2.//สถานที่พิมพ์:/
หนังสือ //ส านักพิมพ์.
//หน้าที่น ามาอ้างอิง.
//ข้อความ.........................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
................................................................................................................................................
............................................................................................................................................... 11
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
12
7. การจัดท าโครงเรื่องขั้นสุดท้าย
ในการอ่านและการจดบันทึกอย่างละเอียดจากแหล่งความรู้ทุกเล่มทุกชิ้นในข้อ 5. ข้อ 6. จะช่วยให้
นักเรียนมองเห็นรายละเอียด ประเด็น หัวข้อ ของเนื้อเรื่องละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น และอาจต้องการปรับปรุงโครง
เรื่องใหม่ให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นให้สอดคล้องกับหัวข้อที่ได้พบในหนังสือ และบทความต่างๆที่ได้อ่านมาแล้ว
8. การเรียบเรียงรายงาน หรือภาคนิพนธ์
10 ขั้นนี้เป็นการลงมือเรียบเรียงรายงานโดยใช้โครงเรื่องในข้อ 7. และใช้บันทึกต่างๆ ที่ท าไว้ในข้อ 6. มา
ประกอบ ดังนั้นบันทึกต่าง ๆ นั้น ผู้เรียนควรน ามาจัดเรียงล าดับตามหัวข้อในโครงเรื่องเพื่อความสะดวกในการหยิบ
มาอ่านและอ้างอิง
9. การเรียบเรียงบรรณานุกรม
เมื่อเรียบเรียงรายงานเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปที่ต้องท า คือ การเขียนบรรณานุกรม โดยรวบรวมรายชื่อ
หนังสือ วัสดุสารนิเทศ ที่ผู้เรียนได้น ามามาใช้ประกอบในการเรียบเรียงรายงานครั้งนั้นมาแสดงไว้
วิธีการปฎิบัติในขั้นนี้ก็คือ น าบัตรบันทึกข้อความจาก หนังสือ วารสาร และวัสดุสารนิเทศอื่น ๆ มาจัด
เรียงล าดับตามตัวอักษรของรายการแรกของวัสดุแต่ละชิ้น (ซึ่งส่วนใหญ่คือชื่อผู้แต่ง) โดยเรียงวัสดุภาษาไทยก่อน
จบแล้วตามด้วยวัสดุภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น เมื่อจัดเรียงเสร็จก็เขียนหรือพิมพ์ไปตามล าดับก็จะได้บรรณานุกรม
ที่ถูกต้อง เพราะรายการวัสดุต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในบัตรตอนบนสุดนั้นเขียนตามรูปแบบบรรณานุกรมอยู่แล้ว ขั้นตอน
การท าบรรณานุกรมนี้จึงง่ายและรวดเร็ว
7. การจัดท�าโครงเรื่องขั้นสุดทาย
้
ในการอานและการจดบันทึกอยางละเอียดจากแหลงความรูทุกเลมทุกชิ้นในขอ 5. ขอ 6. จะชวยใหนักเรียนมองเห็น
่
่
้
้
่
้
้
่
่
รายละเอียด ประเด็น หัวขอ ของเนื้อเรื่องละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น และอาจตองการปรับปรุงโครงเรื่องใหมใหละเอียดมากยิ่งขึ้น
้
่ ้
้
ใหสอดคลองกับหัวขอที่ไดพบในหนังสือ และบทความตาง ๆ ที่ไดอานมาแลว
้
้
้
้
้ ่
่
้
8. การเรียบเรียงรายงาน หรือภาคนิพนธ ์
ขั้นนี้เป็นการลงมือเรียบเรียงรายงานโดยใชโครงเรื่องในขอ 7. และใชบันทึกตาง ๆ ที่ท�าไวในขอ 6. มาประกอบ
้
้
้
่
้
้
ดังนั้นบันทึกตาง ๆ นั้น ผูเรียนควรน�ามาจัดเรียงล�าดับตามหัวขอในโครงเรื่องเพื่อความสะดวกในการหยิบมาอานและอางอิง
่
้
้
้
่
9. การเรียบเรียงบรรณานุกรม
เมื่อเรียบเรียงรายงานเรียบรอยแลว ขั้นตอไปที่ตองท�า คือ การเขียนบรรณานุกรม โดยรวบรวมรายชื่อหนังสือ วัสดุ
้
้
้
่
สารนิเทศ ที่ผูเรียนไดน�ามามาใชประกอบในการเรียบเรียงรายงานครั้งนั้นมาแสดงไว ้
้
้
้
วิธีการปฎิบัติในขั้นนี้ก็คือ น�าบัตรบันทึกขอความจาก หนังสือ วารสาร และวัสดุสารนิเทศอื่น ๆ มาจัดเรียงล�าดับตาม
้
ตัวอักษรของรายการแรกของวัสดุแตละชิ้น (ซึ่งสวนใหญคือชื่อผูแตง) โดยเรียงวัสดุภาษาไทยกอน จบแลวตามดวยวัสดุภาษา
้
้
่
่
่
่
้ ่
อังกฤษหรือภาษาอื่น เมื่อจัดเรียงเสร็จก็เขียนหรือพิมพไปตามล�าดับก็จะไดบรรณานุกรมที่ถูกตอง เพราะรายการวัสดุตาง ๆ
้
่
้
์
ที่เขียนไวในบัตรตอนบนสุดนั้นเขียนตามรูปแบบบรรณานุกรมอยูแลว ขั้นตอนการท�าบรรณานุกรมนี้จึงงายและรวดเร็ว
่
้
่ ้
10. การเรียบเรียงและจัดท�าสวนประกอบอื่น ๆ ใหครบถวน
่
้
้
ในการเรียบเรียงรายงาน ในขอ 8. นั้น บางคนอาจจะเรียบเรียงและเขียนดวยลายมือที่สวยงามลงในกระดาษรายงานเลย
้
้
ถาท�าเชนนั้นแลวก็ไมจ�าเป็นตองเขียนใหมอีก แตถาใชวิธีพิมพก็ตองน�างานที่เรียบเรียงนั้นมาเป็นตนฉบับส�าหรับพิมพ การเขียน
์ ้
้
้
้
่
่
้
์
่
่ ้
้
หรือพิมพรายงานใหใชกระดาษสีขาว ขนาด 8.0 x 10.5 นิ้ว
์
้ ้
หลังจากการพิมพไดเนื้อเรื่องของรายงานขั้นสุดทายแลว ผูเรียนตองจัดท�าสวนประกอบอื่น ๆ ใหครบถวน โดยเฉพาะ
้
้
้
่
้
้
้
์ ้
สวนประกอบตอนตนของบทนิพนธ เชน ปกหนา ปกใน ค�าน�า สารบัญ เป็นตน สวนประกอบตอนทายที่จ�าเป็นตองมีคือ
้
่
์ ่
้
่
้
้
้
บรรณานุกรม ซึ่งไดท�าแลวในขอ 9. ถาจ�าเป็นตองมีสวนประกอบตอนทายอื่นเพิ่มเติม ก็จัดท�าเพิ่มเขาไป เชน ภาคผนวก อภิธานศัพท ์
้
้
้
่
้
้
้
้
่
11. การตรวจสอบความถูกตอง
้
ขั้นตอนนี้เป็นการตรวจสอบความถูกตองในการเรียบเรียงรายงาน โดยตรวจสอบการล�าดับหนาตั้งแตหนาแรก
้
้
่ ้
จนหนาสุดทายวาล�าดับถูกตองหรือไม มีบางครั้งที่ผูเรียนไมสนใจตรวจสอบรีบเย็บเลมสงอาจารยผูสอนเลย เวลาที่อาจารย ์
่ ่
้
้
้
่
่
่
้
์ ้
ตรวจงาน เมื่ออานเนื้อหาจึงเกิดความสับสนท�าใหคะแนนของงานที่จะไดก็ตองลดลงไปอยางนาเสียดาย นอกจากตรวจการล�าดับ
้ ้
้
่
่
่
หนาแลว ยังตองตรวจสอบการสะกดการันต รูปแบบการเขียน การพิมพ ความถูกตองครบถวนของเนื้อหา เพราะบางกรณี
้
้
้
์
์
้
้
ที่นักเรียนไมไดพิมพงานเอง ผูพิมพอาจพิมพตกหลนเป็นบรรทัดก็ได นักเรียนจึงตองมีความละเอียดถี่ถวนในการตรวจสอบครั้งนี้
้
่
้
์
้
์
้
่ ้
์
12. การเย็บเลม
่
ขั้นนี้เป็นการท�ารูปเลมของรายงาน ดวยการเอาตัวเลมกระดาษที่เขียนหรือพิมพแลวมาเย็บลวดดานขาง แลวน�าปก
้
้
่
้
์ ้
้
่
นอกมาหุม โดยทากาวที่สันดานในและเลยสันออกมาจากแนวสันขางละประมาณ 1 เซนติเมตร แลวจึงหุมปก ทิ้งกาวใหแหง
้
้
้ ้
้
้
้
ส�าหรับรายงานที่ไมหนามาก อาจใชปกหุมตัวเนื้อกระดาษรายงานแลวเย็บลวดดานขางเลยก็ได ้
้
้
้
้
้
่
กระดาษปก ควรใชกระดาษสีสุภาพ ไมมีลวดลาย เขียนรายละเอียดบนปกใหครบถวน (ดูตัวอยางในหนวยการเรียนรู ้
้
้
้
่
่
่
ถัดไป) แลวจึงน�าสงอาจารยผูสอน เป็นอันจบสิ้นกระบวนการศึกษาคนควาเพื่อเรียบเรียงบทนิพนธ ์
่
้
้
์ ้
้
11
ใบงาน
“กิจกรรมการศึกษาคนควา”
้
้
ค�าชี้แจง การศึกษาคนควา มีหลักการปฏิบัติ ขอใหนักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอน ดังตอไปนี้
่
้
้
้
1. การเลือกเรื่องหรือหัวขอที่จะศึกษา
้
*ใหนักเรียนก�าหนดหัวขอที่จะศึกษามาอยางนอย 3 หัวขอ
่
้
้
้
้
1…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
2……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การส�ารวจแหลงความรู เพื่อเป็นแนวทางในการวางโครงเรื่อง (การท�าบัตรบรรณนิทัศน) ์
้
่
* ใหนักเรียนส�ารวจแหลงความรูตามหัวขอที่จะศึกษา แลวบันทึกขอมูลในรูปบัตรบรรณนิทัศน อยางนอยคนละ
้
้
้
้
่
์
้
้
่
2 บัตร (จากสื่อสิ่งพิมพ 1 บัตรและจากสื่ออิเล็กทรอนิกส 1 บัตร)
์
์
บัตรบรรณนิทัศนจากสื่อสิ่งพิมพ ์
์
...............................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
12
บัตรบรรณนิทัศนจากสื่ออิเล็กทรอนิกส ์
์
...............................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
13
3. การวางโครงเรื่องขั้นตน
้
* ใหนักเรียนจัดท�าโครงเรื่องขั้นตน คนละ 1 โครงเรื่อง
้
้
..............................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
14
4. การอานและการจดบันทึก
่
* ใหนักเรียนรวบรวมขอมูลที่ไดจากแหลงความรูที่คัดเลือกแลว มาอานและจัดท�าการบันทึกขอมูลลงบัตรบันทึก
้
้
้
้
้
้
่
่
ใหครบตามหัวขอของโครงเรื่อง
้
้
...............................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
(ตอบัตรที่ 2)
่
5. การท�าโครงเรื่องขั้นสุดทาย
้
* ใหนักเรียนปรับปรุงโครงเรื่องขั้นตนใหครบถวนตามเนื้อหาที่ไดจัดท�าบัตรบันทึกแลว ซึ่งจะน�าไปใชเป็นสารบัญของ
้
้
้
้
้
้
้
รายงานตอไป
่
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
15
กิจกรรมสงเสริมทักษะ
่
การอาน คิดวิเคราะห สังเคราะห และการน�าเสนอ
์
์
่
19
ชื่อกิจกรรม วีดิทัศนแนะน�าหนังสือ
์
ลักษณะกิจกรรม แนะน�าหนังสือที่ชอบ สนใจ หรือประทับใจ จ�านวน 5 เลม
่
วีดิทัศน์แนะน าหนังสือ
ชื่อกิจกรรม ระยะเวลาในการจัดท�า 1 เดือน
ลักษณะกิจกรรม แนะน าหนังสือที่ชอบ สนใจ หรือประทับใจ จ านวน 5 เล่ม
1. สวนน�า
สวนประกอบ
่
ระยะเวลาในการจัดท า 1 เดือน ่
- แนะน�าตัวเอง บอกวัตถุประสงคในการจัดท�า
ส่วนประกอบ 1. ส่วนน า ์
2. สวนเนื้อหา
่
- แนะน าตัวเอง บอกวัตถุประสงค์ในการจัดท า
- รายละเอียดของหนังสือ (ชื่อหนังสือ ชื่อผูแตง……..)
2. ส่วนเนื้อหา ้ ่
- สรุปเรื่องยอ
- รายละเอียดของหนังส ่ือ (ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง……..)
- ประโยชนที่ไดรับจากการอาน
- สรุปเรื่องย่อ
์
้
่
- ประโยชน์ที่ได้รับจากการอ่าน ้ ้
- ขอดี ขอเสียของหนังสือ (เปิดภายในหนังสือใหดูดวย)
้
้
- ข้อดี ข้อเสียของหนังสือ (เปิดภายในหนังสือให้ดูด้วย)
3. สวนสรุป
3. ส่วนสรุป ่
- สรุปประโยชนในการจัดท�าวีดิทัศน
์
- สรุปประโยชน์ในการจัดท าวีดีทัศน์ ์
1. คัดเลือกหนังสือที่นาสนใจ และคิดวามีประโยชนตอเพื่อน ๆ ที่จะน�าไปอานตอไป
ขั้นตอนการจัดท�า
่
่
์ ่
่
่
ขั้นตอนการจัดท า 1. คัดเลือกหนังสือที่น่าสนใจ และคิดว่ามีประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่จะน าไปอ่าน
(ไมควรใชหนังสือนิทานส�าหรับเด็ก หนังสือภาพ หนังสือการตูน) จ�านวน 5 เลม
์
่
้
ต่อไป (ไม่ควรใช้หนังสือนิทานส าหรับเด็ก หนังสือภาพ หนังสือการ์ตูน) ่
2. อานอยางละเอียด และบันทึกการอานไวตามหัวขอที่ก�าหนด
จ านวน 5 เล่ม ่ ่ ่ ้ ้
3. ท�าโครงเรื่องและบทพูด (scrip) ตามที่ก�าหนด
2. อ่านอย่างละเอียด และบันทึกการอ่านไว้ตามหัวข้อที่ก าหนด
3. ท าโครงเรื่องและบทพูด (scrip) ตามที่ก าหนด
4. ฝึกซอมอานตามบทพูด (scrip)
้
่
5. ท�าการบันทึกวีดิทัศน ์
4. ฝึกซ้อมอ่านตามบทพูด (scrip)
5. ท าการบันทึกวีดีทัศน์
ขอแนะน�า
1. แตงกายดวยเครื่องแบบนักเรียน
้
้
่
ข้อแนะน า 1. แต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน ้ ้
2. การพูดและการออกเสียงตองชัดเจน หากมีเสียงเพลงประกอบตองระวังเรื่องเสียงเพลง
2. การพูดและการออกเสียงต้องชัดเจน หากมีเสียงเพลงประกอบต้องระวังเรื่อง
จะดังกวาเสียงพูด
่
เสียงเพลงจะดังกว่าเสียงพูด
3. สถานที่ที่ใชในการบันทึกวีดิทัศนควรเป็นสถานที่ปิด ที่ไมมีเสียงรบกวน
่
้
์
3. สถานที่ที่ใช้ในการบันทึกวีดีทัศน์ควรเป็นสถานที่ปิด ที่ไม่มีเสียงรบกวน
≥ VDO แนะน�าหนังสือ
16 VDO แนะน าหนังสือ
2
หนวยการเรียนรูที่
้
่
เรื่อง บทนิพนธ ์
สาระส�าคัญ (Concept)
นักเรียนมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับความหมาย ประเภท และ
้
้
สวนประกอบของบทนิพนธ ซึ่งเป็นผลงานจากการศึกษาคนควาดวยตนเองอยาง
์
่
้ ้
่
้
ถูกวิธีและมีขั้นตอน
จุดประสงคการเรียนรู ้
์
ดานความรู (K)
้
้
1. นักเรียนมีความรูความเขาใจ ความหมาย ประเภทและสวนประกอบของบทนิพนธ ์
้
่
้
2. นักเรียนอธิบายความหมาย ประเภทและสวนประกอบของบทนิพนธได
่
์ ้
ดานทักษะ / กระบวนการ (P)
้
1. นักเรียนรูจักศึกษาคนควาดวยตนเอง
้
้ ้
้
2. นักเรียนไดศึกษาหาความรูเพิ่มเติมอยางกวางขวาง
่
้
้
้
3. นักเรียนมีความสามารถในการรวบรวม
4. นักเรียนสามารถท�าบทนิพนธได
์ ้
ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค / คุณลักษณะอาเซียน (A)
้
์
1. นักเรียนมีนิสัยใฝรูรักการอานและศึกษาคนควาดวยตัวเอง
่
่ ้
้
้ ้
2. นักเรียนมีความสามารถในดานการคิดวิเคราะหได
์ ้
้
3. นักเรียนมีทักษะการใชภาษาเพื่อการสื่อสาร
้
4. นักเรียนมีทักษะชีวิตที่ดี
สาระการเรียนรู (Content)
้
บทนิพนธเป็นผลจากการศึกษาคนควาอยางมีระบบที่น�ามาเรียบเรียงแลวเขียนดวยลายมือที่อานงายหรือ
์
่
้
่
้
่
้
้
พิมพตามรูปแบบที่สถาบันก�าหนด แบงเป็นประเภทตาง ๆ ได 3 ประเภท และสวนประกอบของบทนิพนธ มี 3 สวน
่
่
์
์
่
้
่
คือ สวนประกอบตอนตน สวนเนื้อเรื่อง และสวนประกอบตอนทาย
่
้
้
่
่
17
หนวยการเรียนรูที่ 2
่
้
บทนิพนธ
์
ความหมาย
บทนิพนธเป็นผลจากการศึกษาคนควาอยางมีระบบที่น�ามาเรียบเรียงแลวเขียนดวยลายมือที่อานงายหรือ
้
์
่
้
่
่
้
้
พิมพตามรูปแบบที่สถาบันก�าหนด
์
ประเภท
บทนิพนธแบงไดเป็น 3 ประเภท คือ
้
์ ่
1. รายงาน (Report) คือ ผลงานการเรียบเรียงจากการศึกษาคนควาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามที่ผูสอนก�าหนด
้
้
้
ให หรือผูเรียนเลือกเรื่องเองตามความสนใจ รายงานอาจท�าเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุมก็ไดขึ้นอยูกับขอตกลงระหวาง
่
้
่
้
่
้
้
ผูสอนและผูเรียน สวนความยาวของรายงานขึ้นอยูกับขอบเขตของเรื่องและเวลาที่ก�าหนดในการศึกษาคนควา ซึ่งปกติ
้
้
่
้
้
่
จะก�าหนดระยะเวลาศึกษาคนควาและเรียบเรียงต�ากวา 1 ภาคเรียน
่
้
้
2. ภาคนิพนธ (Term Paper) คือ ผลงานการเรียบเรียงจากการศึกษาคนควาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเชนเดียว
่
้
์
้
กับรายงาน แตมีความกวางขวางและลึกซึ้งกวารายงาน ปกติจะก�าหนด ระยะเวลาในการศึกษาคนควาและเรียบเรียง 1
้
้
้
่
่
ภาคเรียน
3. วิทยานิพนธ (Thesis or Dissertation) หมายถึง บทนิพนธที่ใชกระบวนการวิจัยที่แสดงถึงความริเริ่ม
์
้
์
ในการประมวลความรู และสรางองคความรูใหมที่นิสิตในระดับบัณฑิตศึกษา นับเป็นงานส�าคัญยิ่งสวนหนึ่งของการ
่
้
่
้
์
้
ศึกษาตามหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก โดยทั่วไปวิทยานิพนธ เป็นผลงานวิชาการที่มีเนื้อหาสาระ ที่แสดงถึง
์
ความริเริ่มของนิสิต โดยมีขอบขาย ปริมาณ คุณภาพและความลึกซึ้งของเนื้อหาสาระสูงกวาการศึกษาคนควาอิสระ
่
้
่
้
การศึกษาปัญหาพิเศษ และภาคนิพนธ ์
รูปแบบของรายงาน ภาคนิพนธ การศึกษาคนควาอิสระ การศึกษาปัญหาพิเศษ และวิทยานิพนธ สวนใหญ ่
์ ่
้
้
์
จะเหมือนกัน มีแตกตางกันบางเล็กนอยในสวนปลีกยอย เชน วิทยานิพนธจะตองมีบางสวนเพิ่มขึ้นซึ่งไมจ�าเป็นตองมี
้
้
่
้
่
์
้
่
่
่
่
ในรายงาน และภาคนิพนธ ์
18
สวนประกอบของรายงาน
่
สวนประกอบของรายงานมี 3 สวน คือ
่
่
1. สวนประกอบตอนตน มีดังนี้
่
้
1.1 ปกนอก (Cover)
1.2 หนาปกใน (Title Page)
้
1.3 ค�าน�า ( Preface)
1.4 สารบัญ (Table of Contents)
1.5 บัญชีภาพประกอบ (List of Figures) (ถามี)
้
2. สวนเนื้อเรื่อง มีดังนี้
่
2.1 สวนที่เป็นเนื้อหา
่
2.2 สวนประกอบในเนื้อหา
่
2.2.1 อัญประภาษ (Quotation)
2.2.2 การอางอิง (Reference)
้
2.2.3 ภาพประกอบ (Figure) (ถามี)
้
3. สวนประกอบตอนทาย มีดังนี้
้
่
3.1 หนาบอกตอน (Half - title Page)
้
3.2 บรรณานุกรม (Bibliography)
3.3 ภาคผนวก (Appendix) (ถามี)
้
3.4 อภิธานศัพท (Glossary) (ถามี)
์
้
สวนประกอบตอนตน
้
่
สวนประกอบตอนตน ประกอบดวย สวนตาง ๆ เรียงตามล�าดับดังนี้
่
้
้
่
่
1. ปกนอก คือกระดาษที่หอหุมเนื้อในของบทนิพนธไวไมใหฉีกขาด ช�ารุด และเปรอะเปื้อนโดยงาย ปกนอก
่
่ ้
์ ้ ่ ้
ส�าหรับบทนิพนธที่เป็นรายงานหรือภาคนิพนธอาจใชกระดาษออนคอนขางหนาและเหนียวท�าเป็นปก หรือกระดาษสี
์
้
้
์
่
่
สุภาพที่มีความหนาประมาณ 80 แกรม ขอความทุกอยางที่ปกนอกเหมือนกับขอความที่เขียนไวที่หนาปกใน
้
่
้
้
้
2. หนาปกใน คือหนากระดาษที่จัดไวเป็นหนาแรกถัดจากปกนอก ขอความที่เขียนในหนาปกใน แบงออก
้
้
้
้
้
่
้
เป็น 3 สวนดวยกันคือ บรรทัดบนสุดหางจากขอบกระดาษดานบนลงมาประมาณ 1 นิ้วเป็นชื่อของรายงาน บรรทัด
้
่
้
่
ตรงกลางหนาเป็นชื่อผูท�ารายงานซึ่งใหลงเฉพาะชื่อและนามสกุล สวนดานลางของหนาปกในหางจากขอบกระดาษ
่
่
้
้
้
้
่
้
ดานลางขึ้นไปประมาณ 1 นิ้วใหลงขอความวา 3 บรรทัด ดังนี้
้
้
้
่
่
19
รายงานนี้เป็นสวนหนึ่งของการศึกษาวิชา กิจกรรมหองสมุด 3
้
่
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ภาคเรียนที่ … ปีการศึกษา …
3. สารบัญหรือสารบาญ สารบัญประกอบดวยชื่อบทชื่อตอนหรือหัวขอใหญ หัวขอยอยตาง ๆ จัดเรียง
่
้ ่
่
้
้
ตามล�าดับที่ปรากฏในรายงาน พรอมทั้งมีเลขหนาที่เริ่มบทตอนนั้น ๆ ก�ากับเอาไว เพื่อชวยใหความสะดวกรวดเร็ว
้
้
้
่
้
ในการคนอานเรื่องนั้น ๆ
้ ่
4. บัญชีภาพประกอบ มีไวเพื่อแสดงชื่อภาพประกอบทั้งหมดตามล�าดับที่ปรากฏในรายงาน พรอมทั้ง
้
้
มีเลขหนาก�ากับบอกใหทราบวาภาพประกอบนั้น ๆ อยูในหนาใดของรายงาน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการ
้
้
้
่
่
คนหาภาพประกอบที่ตองการ
้
้
สวนเนื้อเรื่อง
่
สวนเนื้อเรื่อง ประกอบดวย 2 สวน คือ
่
่
้
1. สวนที่เป็นเนื้อหา ส�าหรับบทนิพนธประเภทรายงานและภาคนิพนธ สวนที่เป็นเนื้อหาประกอบดวยบทน�า
์ ่
้
์
่
ซึ่งมีเนื้อหากลาวน�าเขาสูตัวเรื่อง แลวก็มาถึงตัวเรื่องที่เป็นตัวเนื้อหาส�าคัญและจบลงดวยบทสรุปซึ่งเป็นการสรุปความ
้
้
้ ่
่
ที่เขียนมา
2. สวนประกอบในเนื้อหา ไดแก
่
้ ่
2.1 อัญประภาษ (Quotation) คือขอความที่คัดลอก แปล ถอดความ เก็บความหรือสรุปความ
้
จากขอเขียนหรือค�าพูดของบุคคลอื่นมาลงในบทนิพนธ อัญประภาษมี 2 ประเภท คืออัญประภาษตรง (Direct
้
์
Quotation) และอัญประภาษรอง (Indirect Quotation)
2.2 การอางอิง (Reference) คือการระบุแหลงที่มาของค�าหรือขอความในตัวเรื่องทั้งที่ประมวล
้
้
่
ความคิดและคัดลอกมาโดยตรง
2.3 ภาพประกอบ คือภาพที่ใชแสดงประกอบเนื้อเรื่องเพื่อชวยใหผูอานเขาใจในเรื่องที่อานอยาง
้
่
่
้
่
้ ้ ่
รวดเร็ว ภาพประกอบในรายงานมีหลายประเภท เชน ภาพถาย ภาพวาด ภาพลายเสน ภาพพิมพ ภาพเขียน แผนภูมิ
้
์
่
่
แผนที่ แผนผัง หรือไดอะแกรม และกราฟ เป็นตน
้
20
สวนประกอบตอนทาย
่
้
สวนประกอบตอนทายมี 4 ตอน ดังนี้
้
่
1. หนาบอกตอน คือ หนาที่เขียนหรือพิมพหัวขอเรื่องไวกลางหนากระดาษเพื่อบอกวาตอนตอไปคืออะไร
์
่
้
้
่
้
้
้
หนาบอกตอนนี้จะจัดไวกอนตอนตาง ๆ ในสวนประกอบตอนทาย เชน หนาบอกตอนของบรรณานุกรม ก็จะเขียนหรือ
่
้
้ ่
่
้
่
้
พิมพค�าวา บรรณานุกรม ไว กลางหนากระดาษ เพื่อบอกใหผูอานทราบวาตอนตอไปคือ บรรณานุกรม หนาบอกตอน
์
้
่
้ ้ ่
่
่
้
้
ของภาคผนวกก็จะเขียนหรือพิมพค�าวา ภาคผนวก ไวกลางหนากระดาษ เพื่อบอกใหผูอานทราบวาตอนตอไป คือ
้
่
่
้
่
์
้ ้ ่
ภาคผนวก
2. บรรณานุกรม คือรายการวัสดุสารนิเทศทุกประเภทที่ผูเขียนรายงานใชศึกษาคนควาประกอบการท�า
้
้
้
้
รายงาน รายการวัสดุทุกรายการที่ปรากฏในการอางอิงในตัวเรื่องจะตองปรากฏในบรรณานุกรม ผูเขียนรายงานจะตอง
้
้
้
้
ระวังไมอางชื่อวัสดุสารนิเทศที่มีเนื้อหา ไกลจากเนื้อเรื่องหรือหัวขอที่เขียน
้
่ ้
3. ภาคผนวก คือสวนที่เกี่ยวของกับรายงานแตไมใชเนื้อหาของรายงาน ซึ่งผูเขียนน�ามาเพิ่มเติมขึ้น
่ ่ ่
่
้
้
ในตอนทายของรายงาน ดวยความมุงหวังวาจะท�าใหผูอานเขาใจใน เนื้อหาของรายงานอยางแจมแจง รวมทั้งท�าให ้
่
่
้
้
้
้
่
้ ้ ่
่
เนื้อหาในรายงานมีความสมบูรณยิ่งขึ้น ตัวอยางเชนภาคผนวกในวิทยานิพนธ มักจะน�าเอาเครื่องมือที่ใชในการวิจัย
์
์
่
่
้
เชน แบบสอบถาม แบบทดสอบ เป็นตน มาลงไวในภาคผนวก
่
้
้
4. อภิธานศัพท เป็นสวนที่ผูเขียนรวบรวมค�าศัพทตาง ๆ ที่ใชในรายงาน มาจัดเรียงตามล�าดับตัวอักษร
์
้
้
่
์ ่
ของค�าศัพท แลวอธิบายความหมายของค�าศัพทเอาไว เพื่อใหผูอานเขาใจความหมายของค�าศัพทเหลานั้นตรงกับ
้
้
์
์
่
้
้ ้ ่
์
ที่ผูเขียนใช ถาค�าศัพทที่ตองการอธิบายมีนอยไมจ�าเป็นตองมีอภิธานศัพท ผูเขียนอาจอธิบายความหมายของค�าศัพท ์
์ ้
้
้
้ ้
้
์ ้
่
ไวทายหนาหรือในบันทึกทายบทก็ได ้
้
้
้ ้
21
3
หนวยการเรียนรูที่
้
่
เรื่อง การเขียนหรือการพิมพรายงาน
์
สาระส�าคัญ (Concept)
ศึกษาหลักเกณฑทั่วไปของการพิมพรายงาน อัญประภาษ
์
์
การอางอิงซ�า การอางอิงและเชิงอรรถ และหลักเกณฑในการเขียนและ
์
้
้
การพิมพบรรณานุกรม
์
จุดประสงคการเรียนรู ้
์
ดานความรู (K)
้
้
1. นักเรียนมีความรูความเขาใจหลักเกณฑทั่วไปของการพิมพรายงาน
้
์
้
์
2. นักเรียนอธิบายหลักเกณฑทั่วไปของการพิมพรายงานได ้
์
์
3. นักเรียนมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับการอางอิงแบบตาง ๆ
้
้
่
้
ดานทักษะ / กระบวนการ (P)
้
1. นักเรียนสามารถพิมพรายงานไดอยางถูกตองตามแบบแผนที่ก�าหนด
์
้
้ ่
2. นักเรียนสามารถพิมพการอางอิงรูปแบบตาง ๆ ไดอยางถูกตองรวม
์
่
้ ่
้
้
ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค / คุณลักษณะอาเซียน (A)
้
์
1. นักเรียนมีนิสัยใฝรูรักการอานและศึกษาคนควาดวยตัวเอง
้
้ ้
่ ้
่
2. นักเรียนมีความสามารถในดานการคิดวิเคราะห ์
้
3. นักเรียนไดรับการสงเสริมใหมีความคิดริเริ่ม รูจักคิดอยางมีระเบียบ มีเหตุผล
้
้
่
้
่
4. นักเรียนสามารถรวบรวมความรูความคิด น�ามาเรียบเรียงใหเป็นระเบียบได ้
้
้
5. นักเรียนมีทักษะการใชภาษาเพื่อการสื่อสาร
้
6. นักเรียนมีทักษะดานการอาน สามารถสรุปความหรือจับใจความของเรื่องที่อานได ้
่
้
่
7. นักเรียนมีทักษะดานการพิมพ ์
้
8. นักเรียนมีทักษะดานการเขียน สามารถเรียบเรียงขอมูลที่ไดมาใหเป็นเรื่องราวอยางมีระเบียบ
่
้
้
้
้
ดวยส�านวนภาษาที่ถูกตอง
้
้
สาระการเรียนรู (Content)
้
การเขียนหรือการพิมพรายงานมีหลักเกณฑทั่วไปที่ตองปฏิบัติใหถูกตองตามแบบแผนหรือตามสถาบัน
้
์
์
้
้
ก�าหนดมี 3 สวน คือ สวนประกอบตอนตน สวนเนื้อเรื่อง และสวนประกอบตอนทาย
้
้
่
่
่
่
22
หนวยการเรียนรูที่ 3
่
้
เรื่อง การเขียนหรือการพิมพรายงาน
์
26
หลักเกณฑทั่วไป
สาระการเรียนรู้ (Content)
์
การเขียนหรือการพิมพ์รายงานมีหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามแบบแผนหรือตาม
หลักเกณฑทั่วไปเป็นขอก�าหนดที่ใชกับรายงานทั้งฉบับ เป็นหลักเกณฑอันดับแรก ที่ตองค�านึงถึง
์
์
สถาบันก าหนด ้ ้ ้
มีดังนี้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การเขียนหรือการพิมพ์รายงาน
1. กระดาษที่ใชพิมพหรือเขียน ควรใชกระดาษคุณภาพดีสีขาวเหมือนกันทุกแผน มีขนาด “A4” และเป็น
้
์
้
่
หลักเกณฑ์ทั่วไป
กระดาษชนิดไมต�ากวา 70 แกรม
่
่
หลักเกณฑ์ทั่วไปเป็นข้อก าหนดที่ใช้กับรายงานทั้งฉบับ เป็นหลักเกณฑ์อันดับแรก ที่ต้องค านึงถึง มีดังนี้
1. กระดาษที่ใช้พิมพ์หรือเขียน ควรใช้กระดาษคุณภาพดีสีขาวเหมือนกันทุกแผ่น มีขนาด “A4” และเป็น
2. กอนลงมือพิมพควรก�าหนดแนวขอบซาย (กั้นหนา) ขอบขวา (กั้นหลัง) ขอบบน และขอบลางของหนา ้
้
้
์
่
่
กระดาษชนิดไม่ต่ ากว่า 70 แกรม
กระดาษใหไดขนาดที่ก�าหนด คือขอบซายและขอบบนหางจากริมกระดาษ 3.17 เซนติเมตร (1.25นิ้ว) สวนขอบขวา
้
่
้ ้
2. ก่อนลงมือพิมพ์ควรก าหนดแนวขอบซ้าย
่ (กั้นหน้า) ขอบขวา (กั้นหลัง) ขอบบน และขอบล่างของ
หน้ากระดาษให้ได้ขนาดที่ก าหนด คือขอบซ้ายและขอบบนห่างจากริมกระดาษ 3.17 เซ็นติเมตร(1.25นิ้ว) ส่วน
และขอบลางใหหางจากริมของกระดาษ 2.54 เซนติเมตร (1 นิ้ว) แนวดังกลาวนี้ เป็นแนวสมมติไมตองตีเสน
้
่ ้
้ ่
่
่
ขอบขวาและขอบล่างให้ห่างจากริมของกระดาษ 2.54 เซ็นติเมตร(1 นิ้ว) แนวดังกล่าวนี้ เป็นแนวสมมติไม่ต้องตี
ลอมกรอบ ดังภาพประกอบ 1
้
เส้นล้อมกรอบ ดังภาพประกอบ 1
ภาพประกอบ 1 การตั้งค่าหน้ากระดาษของขอบกระดาษก่อนการพิมพ์
่
้
่
ภาพประกอบ 1 การตั้งคาหนากระดาษของขอบกระดาษกอนการพิมพ ์
3. ตัวอักษรที่ใช้ต้องเป็นตัวอักษรอังสนา (Angsana) ขนาด 16 จุด ส าหรับหัวข้อ
จะเป็นตัวอักษรเข้มก็ได้ และต้องเป็นตัวอักษรแบบเดียวกันตลอดทั้งเล่ม ส่วนตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของค า
หรือข้อความจะขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่หรืออักษรตัวเล็กก็ได้ แต่ต้องเป็นแบบเดียวกันตลอดทั้งเล่ม
3. ตัวอักษรที่ใชตองเป็นตัวอักษรอังสนา (Angsana) ขนาด 16 จุด ส�าหรับหัวขอ จะเป็นตัวอักษรเขมก็ได ้
้
้
้ ้
4. ตัวเลขให้ใช้แบบเดียวกันตลอดทั้งฉบับ เช่น ใช้เลขอารบิกแบบเดียวโดยตลอดหากจ าเป็นต้องใช้เลข
และตองเป็นตัวอักษรแบบเดียวกันตลอดทั้งเลม สวนตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของค�าหรือขอความจะขึ้นตนดวย
้ ้
่
้
้
่
ไทยก็ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม เช่น อาจจะใช้เลขอารบิกกับเนื้อเรื่องหรือการอ้างอิงที่เป็ภาษาอังกฤษ และใช้เลข
อักษรตัวใหญหรืออักษรตัวเล็กก็ได แตตองเป็นแบบเดียวกันตลอดทั้งเลมฤษ
ไทยกับส่วนที่เป็นภาษาไทย แต่ต้องระวังอย่าใช้เลขไทยกับข้อความภาษาอังก
่
้
่ ้
่
5. เลขก ากับหน้าและการนับหน้า แยกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 ในส่วนประกอบตอนต้น ให้ใช้
4. ตัวเลขใหใชแบบเดียวกันตลอดทั้งฉบับ เชน ใชเลขอารบิกแบบเดียวโดยตลอดหากจ�าเป็นตองใชเลขไทย
้
้
้ ้
่
้
อักษร ก ข ค ... แทนเลขก ากับหน้า
ก็ตองเลือกใชใหเหมาะสม เชน อาจจะใชเลขอารบิกกับเนื้อเรื่องหรือการอางอิงที่เป็ภาษาอังกฤษ และใชเลขไทยกับ
้ ้
่
้
้
้
้
สวนที่เป็นภาษาไทย แตตองระวังอยาใชเลขไทยกับขอความภาษาอังกฤษ
่
่ ้
่
้
้
5. เลขก�ากับหนาและการนับหนา แยกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 ในสวนประกอบตอนตน ใหใชอักษร ก ข
่
้
้
้ ้
้
ค ... แทนเลขก�ากับหนา
้
23
27
ตอนที่ 2 ตั้งแตเนื้อเรื่องเป็นตนไปจนถึงหนาสุดทายของเลมตองใชตัวเลขก�ากับหนาตามล�าดับ
ตอนที่ 2 ตั้งแต่เนื้อเรื่องเป็นต้นไปจนถึงหน้าสุดท้ายของเล่มต้องใช้ตัวเลขก ากับหน้าตามล าดับ
้
้
้
่ ้
้
้
่
การลงเลขหนาใหวางเลขหนาหางจากริมกระดาษขอบขวา 2.5 เซนติเมตร และริมกระดาษดานบน 2.5 เซนติเมตร
้
้
้
้ ่
การลงเลขหน้าให้วางเลขหน้าห่างจากริมกระดาษขอบขวา 2.5 เซนติเมตร และริมกระดาษด้านบน
หนาและหลังเลขก�ากับหนาไมตองใสเครื่องหมายใด ๆ ต�าแหนงของเลขหนาจะตองอยูตรงกันทุกหนา ยกเวนหนาแรก
้
้
้
้
้
่ ้
้
่
้
่
่
2.5 เซนติเมตร หน้าและหลังเลขก ากับหน้าไม่ต้องใส่เครื่องหมายใด ๆ ต าแหน่งของเลขหน้าจะต้องอยู่ตรงกันทุก
ของแตละบท หนาบอกตอน บรรณานุกรม และภาคผนวก ไมตองใสเลขก�ากับหนา
้
่
้
่
่ ้
หน้า ยกเว้นหน้าแรกของแต่ละบท หน้าบอกตอน บรรณานุกรม และภาคผนวก ไม่ต้องใส่เลขก ากับหน้า
6. การพิมพและการเขียนใชกระดาษเพียงหนาเดียว เมื่อเขาเลมแลวหนาที่มีขอความจะอยูทางขวามือของ
้
่
้
้
้ ่
้
์
้
6. การพิมพ์และการเขียนใช้กระดาษเพียงหน้าเดียว เมื่อเข้าเล่มแล้วหน้าที่มีข้อความจะอยู่ทางขวามือ
ผูอานตลอด
้ ่
ของผู้อ่านตลอด
7. การยอหนา ยอหนาแรกใหเวนระยะ 1.5 เซนติเมตรจากขอบซาย หากมียอหนา ที่ยอยลงไปอีกใหเวน
้
้
้
่
่
้ ้
่
่
้
้ ้
7. การย่อหน้า ย่อหน้าแรกให้เว้นระยะ 1.5 เซ็นติเมตร จากขอบซ้าย หากมีย่อหน้า ที่ย่อยลงไปอีก
ระยะเพิ่มออกไปอีก 0.5 เซนติเมตรไปเรื่อย ๆ และเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการพิมพ ใหด�าเนินการจัดระบบ
์
้
ให้เว้นระยะเพิ่มออกไปอีก 0.5 เซ็นติเมตร ไปเรื่อย ๆ และเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการพิมพ์ ให้
การพิมพโดยการตั้งยอหนาไวที่เครื่องพิมพกอน
้
์
่
์ ่
้
ด าเนินการจัดระบบการพิมพ์โดยการตั้งย่อหน้าไว้ที่เครื่องพิมพ์ก่อน
ตัวอย่างการปรับย่อหน้า
< 1.5 ส่วนประกอบของบทนิพนธ์ มี 3 ส่วน คือ
> ตัวอยางการปรับยอหนา ้
1. /ส่วนประกอบตอนต้น
.5
่
่
2. /ส่วนประกอบตอนกลาง คือเนื้อเรื่อง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
|< 1.5 | สวนประกอบของบทนิพนธ มี 3 สวน คือ
์
่
่
2.1 /ส่วนที่เป็นเนื้อหา แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน
| .5 | 1. /สวนประกอบตอนตน
่
้
.5
2.1.1 /บทน า ่ ่
2. /สวนประกอบตอนกลาง คือเนื้อเรื่อง แบงออกเป็น 2 สวน คือ
.5
่
| .5 | 2.1 /สวนที่เป็นเนื้อหา แบงออกไดเป็น 3 สวน
่
2.1.2 ตัวเรื่อง ่ ้ ่
2.1.3 บทสรุป
| .5 | 2.1.1 /บทน�า
2.2 ส่วนประกอบในเนื้อหา ได้แก่
2.1.2 ตัวเรื่อง
.5 2.1.3 บทสรุป
2.2.1 อัญประภาษ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
2.2 สวนประกอบในเนื้อหา ไดแก
2.2.1.1 อัญประภาษตรง
้ ่
่
.5
| .5 | 2.2.1 อัญประภาษ แบงได 2 ประเภท คือ
2.2.1.2 อัญประภาษรอง
้
่
.5
| .5 | 2.2.1.1 อัญประภาษตรง
2.2.2 การอ้างอิง...
| .5 | 2.2.1.2 อัญประภาษรอง
8. การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ให้ใช้ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
8.1 เครื่องหมายมหัพภาค (.) เครื่องหมายนี้จะไม่ปรากฏในสารบัญ บัญชีตาราง บัญชีภาพประกอบ
2.2.2 การอางอิง...
้
และตัวเลขที่แสดงจ านวน ยกเว้นเครื่องหมายมหัพภาคที่ใช้ก ากับหมายเลขข้อ โดยปกติหลังมหัพภาคจะเว้น 2
24
8. การใชเครื่องหมายวรรคตอน ใหใชตามหลักเกณฑดังนี้
้ ้
์
้
8.1 เครื่องหมายมหัพภาค (.) เครื่องหมายนี้จะไมปรากฏในสารบัญ บัญชีตาราง บัญชีภาพประกอบ
่
และตัวเลขที่แสดงจ�านวน ยกเวนเครื่องหมายมหัพภาคที่ใชก�ากับหมายเลขขอ โดยปกติหลังมหัพภาคจะเวน 2 เคาะ
้
้
้
้
แลวจึงพิมพขอความตอไปยกเวนหลังเลขขอ อักษรยอ หรือค�ายอ ซึ่งจะเวน 2 เคาะ เชน p. 45 สวนหลังมหัพภาค
์ ้
่
่
่
่
้
่
้
้
้
ที่อยูในอักษรยอ ชุดเดียวกันไมตองเวนระยะ เชน พ.ศ. กศ.ม. Ph.D. เป็นตน
่
่
่ ้
้
้
่
อัญประภาษ
อัญประภาษมี 2 ชนิด คือ “อัญประภาษตรง” และ “อัญประภาษรอง” อัญประภาษตรงเป็นขอความที่คัดมา
้
ตรงตามตนฉบับเดิมทุกประการ สวนอัญประภาษรอง เป็นขอความที่ไดมาดวยการสรุปยอ ถอดความ หรือแปล ส�าหรับ
้
้
่
้
้
่
หลักเกณฑในการพิมพมีดังนี้
์
์
1. อัญประภาษตรงสั้นกวา 4 บรรทัดใหใสไวในเครื่องหมายอัญประกาศ “.....” ถาอัญประภาษตรงนั้นมี
้
้ ่ ้
่
อัญประภาษตรงอีกอันหนึ่งซอนอยูใหใชเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว (‘.....’) ส�าหรับขอความที่ซอนอยูนั้น
่ ้ ้
้
่
้
้
2. ในอัญประภาษตรง ถาตองการละขอความบางสวน ควรใสจุดไขปลา 3 จุด (...) แทนที่ขอความที่ละไว ้
้
่
่
้
้ ้
่
พรอมทั้งเวนระยะ 2 เคาะทั้งกอนและหลังจุดไขปลานั้น
่
้
่
้
3. อัญประภาษรองไมตองใชเครื่องหมายใด ๆ ประกอบ แตตองมีการอางอิงเชนเดียวกับอัญประภาษตรง
่
่ ้
้
้
่ ้
4. การคัดลอกบทรอยกรองที่ยาวมากกวา 2 บรรทัด ใหพิมพไวกลางหนากระดาษโดยไมตองใสเครื่องหมาย
้
้
่
์ ้
่ ้
่
้
อัญประกาศ และพิมพรายการอางอิงไวใตบทรอยกรองนั้น โดยเวนหางจากบรรทัดสุดทายของบทรอยกรอง 2 บรรทัด
้
้
้
์
้ ่
้ ้
้
พิมพ และใหพิมพรายการอางอิงตัวสุดทายชิดขอบขวา ถาไมมีชื่อผูประพันธ ใหบอกชื่อวรรณคดีเรื่องนั้น ถาไมปรากฏ
่
์
้
้
์
้
์
้
้
่
้
้
ชื่อผูประพันธ ใหใชค�าวา “ไมปรากฏชื่อ” หรือใชค�าวา “Anon” ดังตัวอยาง
้
้ ้
้
์
่
่
่
่
เมื่อนั้น พระนารอทผู้มีอัชฌาสัย
เสร็จการอัจนาบูชาไฟ ก็ลาสองภูวไนยธิบดี
พระองค์จงอยู่เกษมสุข อย่ามีทุกข์แผ้วพาน
บทศรีว่าแล้วพาพวกโยคี กลับไปยังที่หิมวันต์
ฯ ๔ ค�า ฯ เชิด
(พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก. 2515 : 309)
้
แสนสนุกเอี่ยมเทียมอินทร์ มาตยาพลพฤนท์
สะพรั่งสะพร้อมเนืองนันต์
(กฤษณาสอนนองค�าฉันท. 2532 : 309)
้
์
25
5. ถาอัญประภาษตรงมีความยาวมากกวา 4 บรรทัดขึ้นไปควรจัดแยกไวตางหากโดยเวนบรรทัดจากขอความ
้
้
้
้ ่
่
ขางบนและขางลาง 2 ระยะบรรทัดพิมพ บรรทัดแรกให ยอหนาเขามา 1.5 เซนติเมตรสวนบรรทัดอื่น ๆ ทุกบรรทัด
้ ่
่
์
้
้
่
้ ้
ยอหนาเขามา 0.5 เซนติเมตร จาก ขอบซายและหางจากขอบขวา 0.5 เซนติเมตร
่
้ ้
่
้
ดังตัวอยาง
่
ศาสตราจารยนายแพทยประเวศ วะสี (2535 : 56) กลาวไวในขอความตอนหนึ่งวาเมื่อคนเราอยูในที่มืด
์
์
่
้
่
่
้
หรืออยูในสภาพการณของความไมรูจะรูสึกอึดอัด ความบีบคั้นหรือปิดกั้นทางปัญญา หากไมเปิดโอกาสใหมีการเรียน
่ ้
้
์
่
้
่
รูเพื่อทะลุไปสูปัญญา จะท�าใหคนเราไมมี ความเป็นอิสระ เมื่อขาดอิสระคุณภาพชีวิตก็จะไมเกิดขึ้นในทุกสังคมขอสรุป
่
้
้
้
่
่
ของการแกปัญหาในสังคมไทยวันนี้ จึงอยูที่การจะมีคุณภาพชีวิต จะตองมีอิสรภาพ สันติ ศีลธรรมและปัญญาเสียกอน
่
่
้
้
จึงจะสามารถจัดการใหสังคมด�าเนินไปไดอยางเกื้อกูล มีอิสระและความสุขกันถวนหนา ...
้
้
้ ่
้
6. รายงานที่ใชการอางอิงแบบ เชิงอรรถ และการอางอิงอยูทายบทใหใชหมายเลขก�ากับอัญประภาษเพื่อ
้ ้
่ ้
้
้
้
อางอิง ส�าหรับอัญประภาษตรงใหพิมพหมายเลขไวตอจากเครื่องหมายอัญประกาศปิด สวนอัญประภาษรองใหพิมพ ์
้
้ ่
่
้
์
้
หมายเลขก�ากับไวทายขอความ เลขดังกลาวนี้พิมพโดยใหยกขึ้นเหนือพยัญชนะครึ่งบรรทัดพิมพ และตองตรงกับ
์
์
้
้
้
่
้ ้
หมายเลขในการอางอิง
้
ดังตัวอยาง
่
“ปรัชญาการศึกษาเป็นสิ่งที่ก�าหนดแนวทางปฏิบัติ และน�าไปสูกระบวนการเรียนการสอน และการวัดประเมินผล
่
1
ในที่สุด” ซึ่งสิ่งที่มีอิทธิพลตอการด�าเนินพฤติกรรมการจัด การเรียนการสอนของครูก็ไดแก ความคิดความเชื่อของครู
่
้ ่
ในดานปรัชญาการศึกษาที่ตนเอง ยึดถืออยู 2 แนวคิดดังกลาวนี้
้
่
่
2
สุมิตร คุณากร ก็เคยกลาวไวในท�านองเดียวกันวา “ปรัชญาการศึกษาเป็นปฏิธานในการจัดการศึกษา
้
่
่
ซึ่งเป็นตัวก�าหนดแนวปฏิบัติของผูพัฒนาหลักสูตรในระดับ ตาง ๆ ไปจนถึงการก�าหนดพฤติกรรมดานการสอนของครู
้
่
้
อาจารยในโรงเรียน”
์
1 แกวตา คณะวรรณ. (2524). หลักการของหลักสูตร. หนา 43.
้
้
2 สุมิตร คุณากร. (2520). การพัฒนาหลักสูตร. หนา 42.
้
7. การใชเลขก�ากับอัญประภาษ ใหใชหมายเลขก�ากับจากหมายเลข 1 2 3… ตอเนื่องกันไปจนจบหนา
้
่
้ ้
้
และขึ้นหนาใหมใหใชหมายเลข 1 ก�ากับใหมตอเนื่องกันไปจนจบหนา
้
่ ้ ้
้
่ ่
26
การอางอิง
้
การอางอิงเป็นการบอกที่มาของอัญประภาษ ใหใชแบบใดแบบหนึ่งใน 3 แบบดังนี้
้
้ ้
1. การอางอิงอยูตอนลางของหนา ซึ่งเรียกวา เชิงอรรถ
้
้
่
่
่
2. การอางอิงแทรกในเนื้อหา
้
3. การอางอิงอยูทายบทเรียงตามล�าดับการอางอิง
้
่ ้
้
เชิงอรรถ
1. เชิงอรรถจะอยูตอนลางของเนื้อเรื่องในแตละหนา โดยมีเสนกั้นระหวางเนื้อเรื่องกับเชิงอรรถ
้
้
่
่
่
่
2. เสนดังกลาว ขีดเสนทึบกลางบรรทัดจากขอบซายมาประมาณครึ่งหนาและหางจากบรรทัดสุดทายของ
้
้
้
่
้
่
้
เนื้อเรื่อง 1 ชวงบรรทัดพิมพ ตัวเชิงอรรถจะหางจากเสนนี้ 1 ชวงบรรทัดพิมพ ์
้
่
่
์
่
3. บรรทัดแรกของเชิงอรรถแตละรายการจะยอหนาโดยเวนระยะ 1.5 เซนติเมตร หากพิมพรายละเอียดไม ่
่
้
่
์
้
หมดในบรรทัดเดียว บรรทัดตอไปใหพิมพชิดขอบซาย
์
้
่
้
4. ตัวเลขก�ากับเชิงอรรถใหยกสูงขึ้นเหนือพยัญชนะ โดยพิมพกอนอักษรตัวแรกของเชิงอรรถ
์ ่
้
5. เชิงอรรถภาษาอังกฤษที่มากกวา 1 บรรทัดใหพิมพเวนระยะบรรทัดหางกัน 1 ชวงบรรทัดพิมพเดียว
่
์
่
์ ้
่
้
6. เชิงอรรถแตละรายการตองพิมพใหหางกัน 1 ชวงบรรทัดพิมพ ์
่
์ ้ ่
้
่
7. การใชเลขก�ากับเชิงอรรถ ใหใชหมายเลขก�ากับจากหมายเลข 1 ตอเนื่องกันไปจนจบหนา เมื่อขึ้นหนา ้
้
้ ้
้
่
ใหมใหใชหมายเลข 1 ก�ากับใหมตอเนื่องกันไปจนจบหนา ้
่ ้ ้
่ ่
8. เชิงอรรถและค�าชี้แจงในเชิงอรรถตองอยูในหนาเดียวกันกับอัญประภาษ และขอความในเนื้อเรื่อง
้
้
่
้
ที่เชิงอรรถและค�าชี้แจงกลาวถึง
่
9. วัสดุทุกชิ้นที่กลาวไวในเชิงอรรถตองปรากฏในบรรณานุกรมทายเลม
่
่
้
้
้
10. การเขียนเชิงอรรถประกอบดวย ชื่อผูแตง ชื่อหนังสือ ปีที่พิมพและหนาที่อางอิง โดยวางรูปแบบดังนี้
้
้ ่
์
้
้
(เครื่องหมาย // หมายถึงเวนระยะ 2 เคาะ
้
1 ชื่อ/นามสกุล.//(ปีที่พิมพ ). ชื่อหนังสือ.//เลขหนาที่อางอิง.
้
์
้
11. สวนของผูแตงมีขอพิจารณาดังนี้
้ ่
่
้
11.1 ลงชื่อผูแตงทั้งหมดไมเกิน 3 คน หากมีผูแตงมากกวา 3 คน ใหลงชื่อผูแตงคนแรกที่ปรากฏใน
้
่
้ ่
่
้ ่
้ ่
เอกสารนั้น ๆ แลวตามดวยค�าวา “และคนอื่น ๆ” ส�าหรับภาษาอังกฤษใหใช “and others”
้
่
้ ้
้
11.2 การลงชื่อผูแตงใหลงชื่อ นามสกุล ตามล�าดับ หากผูแตงมีบรรดาศักดิ์ ยศหรือฐานันดรศักดิ์
้ ่
้ ่
้
ใหลงน�าหนาชื่อผูแตง และถาผูแตงเป็นหนวยงานก็ใหลงชื่อหนวยงานนั้นเป็นผูแตง โดยลงฐานะหนวยงานน�าหนา
้ ้ ่
่
่
้
้
้ ่
่
้ ่
้
้
ชื่อหนวยงาน
่
27
12. ชื่อหนังสือตองพิมพตัวเขม (เขียนขีดเสนใต) ้
้
้
้
์
13. ปีที่พิมพ ใหลงตัวเลขปีพิมพตามตัวอยาง หากไมปรากฏปีพิมพใหใชอักษรยอ “ม.ป.ป.” ส�าหรับภาษา
์
์ ้ ้
์ ้
่
่
่
ไทย และใช “n.d.” ส�าหรับภาษาอังกฤษ
้
14. สวนของเลขหนาใหลงค�าวา “หนา” หรือ “p.” แลวแตกรณีแลวจึงลงเลขหนา หากไมปรากฏเลขหนา
้
่
้
่
้
่
้
้
้
้
่
ใหลงวา “ไมมีเลขหนา” หรือ unpaged
่
้
่
้
ตัวอยางเชิงอรรถแบบตาง ๆ
่
่
ผูแตงคนเดียว
้ ่
1 หลวงวิจิตรวาทการ. (2529). มันสมอง. หนา 78 - 80.
้
2 กีรติ บุญเจือ. (2528). ตรรกวิทยาทั่วไป. หนา 22.
้
3 Abraham H. Maslow. (1987). Motivation and Personality. p.119.
4 Nishi Tishio. (1982). Unconditional Democracy : Education and Politics in Occupied
Japan, 1945 - 1952. p.214.
ผูแตง 2 คน
้ ่
1 ลวน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. หนา 55.
้
้
2 สายหยุด เกิดผล และสมชัย รักวิจิตร. (2518). อนาคตของไทย. หนา 45.
้
3 สุรินทร พิศสุวรรณ และชัยวัฒน สถาอานนท. (2527). สี่จังหวัดภาคใตกับปัญหาสิทธิมนุษยชน.
์
์
์
้
หนา 30.
้
4 Harold W. Bernard and Daniel W. Fullmer. (1989). Principles of Guidance. p. 5 - 7.
5 Stephan F. Mayer and Karen Sutton. (1996). Personality an Integrative Approach. p. 57.
6 Steel, R.G.D. and J.H. Torrie. (1980). Principles and Procedures of Statistics :
A Biometrical Approach. p.110.
ผูแตง 3 คน
้ ่
1 ปรีดี โชติชวง, โกวิทย พวงงาม และพิชัย หวัดสูงเนิน. (2536). การพัฒนาชุมชนและการบริหาร
์
่
งานพัฒนาชุมชน. หนา 15.
้
2 สุวิทย ธีรศาสวัต,ชอบ ดีสวนโคก และสุเมธ แกนมณี. (2528). รายงานการวิจัยเรื่อง
่
์
ประวัติศาสตรเศรษฐกิจลุมแมน�าชี ตั้งแต พ.ศ. 2475-2528. หนา 281 - 288.
่
์
่
้
่
3 Irma H. Gross, Elizabeth W. Crandall and Marjorie M. Knoll. (1973). Management for
Modern Families. p.12 - 17.
28
ผูแตงมากกวา 3 คน
้ ่
่
1 ฉลาดชาย รมิตานนท และคนอื่น ๆ. (2526). ประเพณีการทรงผีเจานายและบทบาททางสังคม :
้
์
กรณีศึกษาในจังหวัดเชียงใหม. หนา 23 - 24.
้
่
2 สัมพันธ เตชะอธิก และคนอื่น ๆ. (2541). อบต.ในอุดมคติ. หนา 37.
้
์
3 Edward S. Bradley and others. (1961). The Amercian Tradtion in Literature. p. 72.
4 Jeffrey Stanton and others. (1984). The Book of Apple Software 1985. p. 431.
ผูแตงใชนามแฝง
้ ่
้
ในกรณีที่ไมทราบชื่อจริงใหเขียน ดังนี้
้
่
1 จันทรขาว (นามแฝง). (2526). ของดีจากพืชสมุนไพรวานยา. หนา 112.
่
้
์
ในกรณีที่ทราบชื่อจริงใหเขียน ดังนี้
้
1 พระยาอนุมานราชธน. (2515). วัฒนธรรม. โดย เสฐียรโกเศศ (นามแฝง). หนา 70.
้
2 Samuel Langhorne Clements. (1965). Tom Sawyer Abroad and Tom Sawyer Detective.
by Mark Twain (Pseud). p.18
ไมปรากฏชื่อผูแตง
้ ่
่
1 ครรภมารดา. ( 2529). หนา 30, 49, 88.
์
้
หนังสือแปล
1 ธีโอดอร เจ. วอลเดค. (2525). ตามลา. แปลโดย ลมุล รัตตากร. หนา 3 - 7.
้
์
่
2 Nikolai Nosov. (1983). Dunno's Adventures : How Dunno Became an Artist. translated
by Margaret Wettlin. p. 5 - 7.
สิ่งพิมพที่จัดท�าในนามของหนวยงานตาง ๆ
่
์
่
1. ใหลงชื่อหนวยงานนั้นในรายการผูแตง
้
่
้ ่
2. ถาสิ่งพิมพนั้นออกในนามกระทรวง ใหลงชื่อกระทรวงเป็นผูแตง
้
้
์
้ ่
3. ถาเป็นสิ่งพิมพที่ออกในนามหนวยงานระดับกรม หรือหนวยงานยอยกวากรม และมีเนื้อหาเกี่ยวของ
์
่
่
่
่
้
้
กับกรมนั้น ๆ แมจะมีชื่อกระทรวง ก็ใหใชชื่อกรมเป็นผูแตง สวนหนวยงานยอยกวากรม (ถามี) ไมตองลงในรายการ
่ ้
่
่
้
่
้
้ ่
้ ้
่
ผูแตง แตใหลงไวในสวนของผูจัดพิมพในบรรณานุกรม ดังตัวอยาง
์
่ ้
่
่
้
้ ่
้
1 กรมสงเสริมการเกษตร. (2529). การปลูกขาวฟาง. หนา 17.
่
้
่
้
2 กระทรวงคมนาคม. (2525). ผลงานประจ�าปี 2524. หนา 4 - 6.
้
3 ธนาคารกรุงเทพ. (2531). อุตสาหกรรมประมงไทย. หนา 11.
้
29
เอกสารที่ไมเป็นเลม
่
่
เอกสารที่ไมเป็นเลม เชน จดหมายเหตุ ค�าสั่ง ประกาศ เอกสารประกอบการสอนแผนปลิว ใหลงชื่อหนวย
้
่
่
่
่
่
งานที่เป็นผูผลิตหรือรับผิดชอบ ตามเกณฑการลงชื่อหนวยงานที่กลาวมาแลวตามดวยเลขที่ของเอกสาร (ถามี)
้
้
้
่
์
้
่
ตามดวยชื่อของเอกสาร วันเดือนปี ถาปีที่ระบุไวไมใชพุทธศักราช ใหลงตัวยอของศักราชนั้นไวดวย เชน ค.ศ., ร.ศ.,
้ ้
้
้
้
่
้ ่ ่
่
จ.ศ. ถาไมมีชื่อหนวยงานใหลงชื่อเอกสารเป็นรายการแรก ดังตัวอยาง
่
่
่
้
้
จดหมายเหตุ
1 กรมศิลปากร. เลขที่ 3 / 198. ลายพระหัตถกรมหลวงด�ารงราชานุภาพกราบทูลกรมหลวงเทวะวงษวโร
์
์
ปการ. ส�าเนาที่ 608 / 8177 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2445.
2 หอสมุดแหงชาติ. เลขที่ 12. จดหมายเหตุรัชกาลที่ 3. จ.ศ.1206.
่
ค�าสั่ง
1 กระทรวงศึกษาธิการ. ค�าสั่งที่ ศธ. 030303 / 1462. เรื่องเปิดสอนวิชาบรรณารักษศาสตรเป็นวิชาเอก
์
ในระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง. ลงวันที่ 9 กันยายน 2515.
เอกสารประกอบการสอน
1 ศุภร ศรีแสน. (ม.ป.ป.). การพัฒนาคุณภาพชีวิต. หนา 1.
้
2 รัถพร ซังธาดา. (ม.ป.ป.). ปรัชญาเบื้องตน. หนา 3.
้
้
หนังสือรวมบทความ
หนังสือรวมบทความ ไดแก หนังสือที่รวมบทความหลายเรื่องไวในเลมเดียวกันอาจเขียนโดยผูเขียนคน
้
้
่
้ ่
เดียวกันหรือหลายคน โดยปกติจะมีชื่อผูเขียนก�ากับไวที่สารบัญหรือที่บทความนั้นตัวอยางเชน หนังสือรวมบทความ
้
้
่
่
หนังสือรวมบทคัดยอวิทยานิพนธ สารานุกรม หนังสืองานศพ เอกสารประกอบการประชุมสัมมนา เป็นตน ใหวางรูป
้
์
้
่
แบบดังนี้
ชื่อผูเขียน.// (ปีที่พิมพ).//“ชื่อบทความ,”/ใน/ชื่อหนังสือ.// หนา.
์
้
้
1 สุนันทา ชลิตตาภรณ. (2530). “พัฒนาการความเขาใจการแปรสภาพของวัตถุของเด็กอายุ
์
้
3 - 5 ปี,” ใน รวมบทคัดยอวิทยานิพนธ ปีการศึกษา 2528. หนา 66.
์
้
่
2 สังคม ศรีราช. (2526). “ปลุกผี,” ใน สารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน. เลม 18. หนา 11457
้
่
- 11458.
3 Fred J.Tickner. (1981). “Apprenticeship and Employee Training,” in The New Encyclopaedia
Britannica, Macropaedia. Vol.1. p.1120.
30
บทความจากวารสาร
บทความจากวารสาร ใหใชรูปแบบตอไปนี้
้ ้
่
ชื่อผูเขียนบทความ.// (ปี, วันที่/เดือน). // “ชื่อบทความ,”/ชื่อวารสาร.//ปีที่หรือเลมที่ (ฉบับที่) /:/หนาที่
้
่
้
ปรากฏบทความ.
ถาไมมีปีที่หรือเลมที่ใหลงเฉพาะฉบับที่ โดยไมตองใชวงเล็บ
่
้
่
้
่ ้
้
ถาไมมีฉบับที่ ใหลงวันที่ ดังตัวอยาง
้
้
่
่
1 ปรีชา ดีสวัสดิ์. (2531, มกราคม-มีนาคม). “หมูบานเป็นโครงสรางพื้นฐานของความมั่นคง
่ ้
้
แหงชาติ,” รัฎฐาภิรักษ. 30(1) : 55-82.
่
์
2 ถานันดร สุวรรณรัตน. (2530, 15 พฤศจิกายน). “เกม,” สารพัฒนาหลักสูตร. 68 : 40 - 42 .
์
3 วาณิช จรุงกิจอนันต. (2531, พฤษภาคม). “สุขาอยูหนใด,” มติชนสุดสัปดาห. 8(402) : 17.
์
่
์
4 Norman Horrocks. (1987, November). “Culture Shock at Brighton,” Library Journal.
112(19) : 48 - 52.
หนังสือพิมพ ์
หนังสือพิมพ ใหใชรูปแบบดังนี้
์
้ ้
1. บทความ มีรูปแบบดังนี้
ชื่อผูเขียนบทความ. // (ปี, วันที่/เดือน). “ชื่อบทความ,”/ชื่อหนังสือพิมพ.// หนาที่ตีพิมพบทความ.
์
์
้
้
1 ฉลอง พินิจสุวรรณ. (2531, 17 มิถุนายน). “ขาราชการครูกับการเมืองจะเป็นตอไมหรือ,” สยามรัฐ.
้
้
หนา 9.
้
2 Ann Danaiya Usher. (1988, June 17). “Painful Images,” The Nation. p.33.
2. คอลัมน มีรูปแบบดังนี้
์
ชื่อผูเขียน.// (ปี,วันที่ เดือน).//“ชื่อคอลัมน/:/ชื่อเรื่องในคอลัมน,”/ชื่อหนังสือพิมพ.//หนา.
์
์
์
้
้
ดังตัวอยาง
่
1 Beverly Hills. (1987, March 19). “Outlook People : First to Take Thai Silk Fashion to
France,” Bangkok Post. p. 31.
2 สุชา จุลเพชร. ( 2531,17 มิถุนายน) “บทวิเคราะห : สนามนครศรีฯ กับแผนก�าจัดตอเนื่อง,” สยามรัฐ.
์
่
หนา 3.
้
31
3. ขาว มีรูปแบบดังนี้
่
“หัวขาว,”/ชื่อหนังสือพิมพ.//วันที่/เดือน/ปี.//หนา.
้
์
่
ดังตัวอยาง
่
1 “คิงกับควีน ที่สุดของปุยเผยขามทวีป,” มติชน. 17 มิถุนายน 2531. หนา 1,15.
้
๋
้
2 “Siddhi, Thach Map out Options,” Bangkok Post. June 17, 1988. p. 1,3.
การอางวัสดุสารสนเทศซ�า
้
ถาในบทหนึ่ง ๆ จ�าเป็นตองอางวัสดุสารสนเทศซ�ามากกวา 1 ครั้งใหใชค�ายอในการอาง ซึ่งมี 3 แบบ ดังนี้
้
่
้
้
่
้ ้
้
1. ภาษาไทยใช แหลงเดิม ภาษาอังกฤษใชค�าวา Ibid. ใชในกรณีไมมีเชิงอรรถ ที่กลาวถึงวัสดุสารสนเทศ
้
้
้
่
่
่
่
อื่นมาคั่น
2. ภาษาไทยใช เลมเดิม ภาษาอังกฤษใชค�าวา op. cit. ใชในกรณีที่อางอิงวัสดุสารสนเทศเลมเดิมแตเลข
้
้
้
้ ่
่
่
่
หนาที่อางตางกัน และมีเชิงอรรถที่กลาวถึงวัสดุสารสนเทศอื่นมาคั่น
่
้
้
่
3. ภาษาไทยใช หนาเดิม ภาษาอังกฤษใชค�าวา loc. cit. ใชในกรณีที่อางอิงวัสดุสารสนเทศเลมเดิม หนาเดิม
้
้
้
้
้
้
่
่
แตมีเชิงอรรถที่กลาวถึงวัสดุสารสนเทศอื่นมาคั่น
่
่
ดังตัวอยาง
่
1 กีรติ บุญเจือ. (2528). ตรรกวิทยาทั่วไป. หนา 21.
้
2 หลวงวิจิตรวาทการ. (2529). มันสมอง. หนา 78 - 80.
้
3 แหลงเดิม. หนา 80.
้
่
4 กีรติ บุญเจือ. (2528). เลมเดิม. หนา 25.
้
่
5 แหลงเดิม.
่
6 หลวงวิจิตรวาทการ. (2529). หนาเดิม.
้
7 John Rex. (1980). Key Problems of Sociological Theory. p. 1.
8 Ibid.
9 ฉวีลักษณ บุณยะกาญจน. (2525). จิตวิทยาการอาน. หนา 15.
์
้
่
10 John Rex. (1980). op. cit. p. 85 - 86.
11 Ibid. p.99.
12 ทรงพันธ วรรณมาศ. (2524). การอานตีความ. หนา 30.
์
่
้
13 John Rex. (1980). loc. cit.
32
การอางอิงแทรกในเนื้อหา
้
การอางอิงแทรกในเนื้อหา เป็นวิธีที่งายและสะดวกมากกวาวิธีอื่น ๆ แตก็มีขอเสียตรงที่ หากจ�าเป็นตองมี
้
้
้
่
่
่
การอางบอย ๆ จะท�าใหการอานเนื้อเรื่องไมตอเนื่องกัน เพราะจะมีการอางอิง มาแทรกขัดจังหวะอยูเป็นระยะ ๆ การ
้
้
่
่ ่
้
่
่
อางอิงแทรกในเนื้อหามีลักษณะดังนี้
้
1. การอางอิงวิธีนี้ใชการระบุชื่อผูแตง ปีที่พิมพ และเลขหนาของวัสดุอางอิงไวใน วงเล็บแทรกไวในเนื้อหา
์
้
้
้ ่
้
้
้
้
ในต�าแหนงที่เหมาะสม คือ อางอิงไวทายขอความหรืออางอิงไวหลังชื่อผูแตง
่
้
้ ้
้
้
้ ่
้
ดังตัวอยาง
่
... กรมวิชาการ ไดใหความหมายของหลักสูตรไววา หมายถึง “ขอก�าหนดแผนการเรียนการสอน อันเป็น
้
้ ้
้ ่
สวนรวมของประเทศเพื่อน�าไปสูความมุงหมายตามแผนการศึกษาชาติ” (กรมวิชาการ. 2522 : 4)
่
่
่
... กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ (2525 : 4) ไดใหความหมายไววา ...
้ ่
้ ้
2. หลักการของวิธีนี้คือ การอางอิงโดยลงรายการส�าคัญ 3 สวนคือ ชื่อผูแตง ปีที่พิมพ เลขหนาที่อางอิง
้ ่
่
้
์
้
้
ซึ่งมีรูปแบบดังนี้
.../(ชื่อผูแตง.//ปีที่พิมพ/:/เลขหนาที่อางอิง)/...
้
้
้ ่
์
ถาผูแตงคนเดียวกัน มีวัสดุอางอิงที่พิมพปีเดียวกันหลายชิ้น ใหใชหลักเกณฑเชนเดียวกับบรรณานุกรม
้
์
้ ้
์ ่
้ ้ ่
ดังตัวอยาง
่
… (ไพฑูรย สุขศรีงาม. 2527 ก : 11 - 19)
์
… (ไพฑูรย สุขศรีงาม. 2527 ข : 22 - 26)
์
3. การลงชื่อผูแตง ถาเป็นคนไทยใหใชหลักเกณฑเชนเดียวกับการเขียนเชิงอรรถ สวนชาวตางประเทศ
่
์ ่
้ ่ ้
้ ้
่
ใหลงเฉพาะนามสกุลเทานั้น ดังตัวอยาง
้
่
่
... (ชูศรี วงศ์รัตนะ. 2525 : 42)
... (Kidd. 1987 : 15 - 16) ...
4. ในกรณีเป็นชาวตางประเทศ ที่มีชื่อสกุลเหมือนกัน และปีที่พิมพเดียวกันใหพิมพ ตัวอักษร A, B
์
์
้
่
ในวงเล็บหลังปี ดังตัวอยาง
่
… (McCarthy. 1990 A : 27)
… (McCarthy. 1990 B : 115)
5. การอางอิงที่ไมปรากฏชื่อผูแตง ใหลงชื่อเรื่องแทนชื่อผูแตง ดังตัวอยาง
่
้
้ ่
่
้ ่
้
... (สหรัฐอเมริกากับเวียดนาม. 2530 : 3)
6. ถาไมปรากฏปีที่พิมพใหใชอักษรยอ “ม.ป.ป.” หรือ “n.d.” และถาไมปรากฏเลขหนาใหใช “ไมมีเลขหนา”
้
่
์ ้ ้
้
่
่
้
้
้ ้
่
หรือ “unpaged”
33
7. ในกรณีปีที่พิมพตอเนื่องกันใหลงเลขปีพิมพตามที่ปรากฏในเอกสาร
์
้
์ ่
8. เนื้อหาที่ไดกลาวถึงชื่อผูแตงไวและตองการอางอิงหลังชื่อนั้น ไมตองลงชื่อผูแตงซ�าอีก แตใหลงปีพิมพ ์
้
้
่ ้
้ ่ ้
่ ้
้ ่
้ ่
และเลขหนาที่อางอิงไวในวงเล็บตอจากชื่อผูแตง ดังตัวอยาง
้ ่
้
้
่
่
้
นวนิตย อินทรามะ. (2512 : 17 - 18) ใหความเห็นวา ...
่
้
์
ฮิลตัน (Hilton. 1979 : 200 - 201) ไดกลาวถึงการด�าเนินงานโรงเรียนในชนบทวา ...
้ ่
่
9. การอางอิงชื่อผูแตง กรณีการอางอิงชื่อผูแตงชาวตางประเทศ จะถายตัวอักษรหรือไมก็ได แตทั้งนี้ตอง
้ ่
่
้
่
่
้ ่
้
้
้
่
ใหเป็นรูปแบบเดียวกันตลอดเลม ดังตัวอยาง
้
่
่
ฮาลปิน (Halpin. 1966 : 27 - 28) ไดใหความเห็นไววา ...
้ ้
้ ่
Halpin (1966 : 27 - 28) ไดใหความเห็นไววา ...
้ ่
้ ้
10. ในกรณีที่ผูเขียนตองการจะกลาวถึงหนังสือหรือวัสดุอางอิงทั้งเลมหรือทั้งชิ้นซึ่งไมไดน�าเนื้อหามาจาก
้
้
่
่ ้
้
่
หนาใดหนาหนึ่ง การอางอิงใหระบุเพียงชื่อผูแตง และปีที่พิมพ ถาเป็นกรณี อางอิงหลังชื่อผูแตงเชนเดียวกับขอ 6 ให ้
้
้
์ ้
้
้
้
้
้ ่
้ ่ ่
ระบุเฉพาะปีที่พิมพเทานั้น ดังตัวอยาง
่
์ ่
พรชัย ศรีสารคาม (ม.ป.ป.) ไดรวบรวมผญาไวเป็นจ�านวนมาก พรอมทั้งจัดหมวดหมูผญา และจัดเรียง
้
้
่
้
ผญาตามล�าดับตัวอักษร ... สวนในหนังสือภาษิตชาวบานคติชาวบานอันดับ 1 ไดรวบรวมภาษิตไวถึง 659 ภาษิต
้
่
้
้
้
พรอมทั้งไดอธิบายความหมายเป็นภาษาไทยกลาง (ภิญโญ จิตตธรรม. 2520)
้
์
้
11. ถาจ�าเป็นตองอางวัสดุหลายชิ้นในคราวเดียวกัน ใหลงรายละเอียดทั้งหมดไวภายในวงเล็บเดียวกัน
้
้
้
้
้
โดยใชเครื่องหมาย ; คั่นระหวางวัสดุอางอิงแตละชิ้น และเวนระยะ 2 เคาะกอนและหลังเครื่องหมายดังกลาว ดังตัวอยาง
้
้
่
้
่
่
่
่
... ครูไมไดสอนตามแนวการสอนของ สสวท. อยางสมบูรณ (ทัศนีย ผงผาน. 2525 : 57; ศุภชัย
์
่
่ ้
่
์
จรัสสุริยา. 2529 : 59)
12. การอางอิงโสตทัศนวัสดุ ใหลงรายละเอียดโดยเพิ่มขอความแจงชนิดของวัสดุ ตอจากชื่อผูแตง
้
้
้
้
้ ่
่
แลวตามดวยมหัพภาค (.) ดังตัวอยาง
่
้
้
... (นันทิดา แกวบัวสาย. 2529 : แถบบันทึกเสียง)
้
13. ในกรณีที่ไมอาจหาแหลงเดิมของขอความที่จะอางได ก็ใหอางแหลงรอง (เลมที่ ไดอานดวยตัวเอง)
้
่
้ ่
่
้
้
่
่
้
้ ้
ในกรณีนี้อางแหลงรองกอนแลวตามดวยแหลงเดิม โดยมีค�าวา “อางอิงมาจาก”หรือ “citing” คั่นระหวางแหลงทั้งสอง
่
้
่
่
้
่
้
่
่
้
กอนหนาค�าวา “อางอิงมาจาก” ใหใสเครื่องหมาย ; ไวดวย ดังตัวอยาง
้
้ ้
่
้ ่
่
้
่
... (สวรรค สุวรรณโชติ. 2519 : 40 ; อางอิงมาจาก กรมโฆษณาการ. 2484 : 81)
์
้
... (Kotler. 1987 : 58 ; citing Stanton and Futrell. 1986 : 100)
34
ภาพประกอบ
1. ภาพประกอบ คือภาพที่ใชประกอบการอธิบายเนื้อเรื่อง มีหลายประเภท เชน ภาพถาย ภาพเขียน ภาพ
้
่
่
ลายเสน ภาพพิมพ แผนที่ แผนผัง แผนภูมิ ไดอะแกรม และกราฟ ฯลฯ
์
้
2. หลักเกณฑตาง ๆ เกี่ยวกับตารางสามารถน�ามาใชกับภาพประกอบไดเกือบทุกขอ ยกเวนการพิมพชื่อ
้
้
้
้
์ ่
์
ภาพประกอบกับการขีดเสนเทานั้น
้
่
3. ชื่อภาพประกอบใหวางไวใตภาพ โดยมีค�า “ภาพประกอบ” ตามดวยหมายเลขล�าดับ แลวจึงเป็นชื่อภาพ
้
้
้
้ ้
4. ระหวางชื่อภาพประกอบกับตัวภาพใหเวนหางกัน 2 ชวงบรรทัดพิมพ หากชื่ภาพประกอบยาวเกิน
์
่
้ ้ ่
่
1 บรรทัดใหขึ้นบรรทัดใหม และพิมพตรงกับอักษรตัวแรกของชื่อภาพประกอบ
้
์
่
5. เลขล�าดับของภาพประกอบใหใชหลักการเดียวกับเลขตาราง แตใหใชตัวเลขคนละชุด
่ ้ ้
้ ้
หนาบอกตอน
้
1. หนาบอกตอนเป็นหนาที่มีเพียงหัวขอเรื่องอยูกลางหนากระดาษ เชน หนาบอกตอนของบรรณานุกรม
้
่
้
้
้
้
่
จะมีค�าวา “บรรณานุกรม” ปรากฏอยูในหนาบอกตอน หนาบอกตอนนี้จะอยูกอนสวนตาง ๆ ที่เป็นสวนประกอบตอน
้
่
่
่
่
่
้
่ ่
ทาย ในกรณีที่ภาคผนวกมีหลายเรื่อง และใหแบงภาคผนวกออกเป็น ภาคผนวก ก ข ค ... หนาบอกตอนก็จะมีตาม
้
้ ่
้
ไปดวย ภาคผนวกแตละตอนตองมีหนาบอกตอนก�ากับพรอมกับระบุเรื่องของภาคผนวกนั้น ๆ ไวดวย
้
้ ้
้
้
่
้
การเขียนและการพิมพบรรณานุกรม
์
บรรณานุกรม คือบัญชีรายการหนังสือและวัสดุสารนิเทศทุกประเภทที่น�ามาใชประกอบการเขียนรายงาน
้
การศึกษาคนควาอิสระ โดยจัดเรียงตามล�าดับ ตัวอักษรของค�าแรกที่ปรากฏในบรรณานุกรมแตละรายการ ผูเขียน
้
้
่
้
รายงานจะตองระวังไมอางชื่อวัสดุสารนิเทศที่มีเนื้อหาไกลจากเนื้อเรื่องหรือหัวขอที่เขียน
่ ้
้
้
การเขียนและการพิมพบรรณานุกรมมี รูปแบบดังนี้
์
1. กอนถึงบรรณานุกรม ตองมีหนาบอกตอนที่มีขอความวา “บรรณานุกรม” อยูกึ่งกลางของหนา
้
่
้
่
่
้
้
กระดาษ หากเป็นรายงานภาษาอังกฤษใหใชค�าวา “BIBLIOGRAPHY” ซึ่งพิมพดวยตัวอักษรตัวพิมพใหญ ่
์ ้
่
้ ้
์
2. ในหนาแรกของบรรณานุกรม ใหใชค�าวา “บรรณานุกรม” โดยวางไวกลางหนากระดาษตอนบน
้
้
้
้ ้
่
หากเป็นบทนิพนธภาษาอังกฤษใหใชค�าวา “BIBLIOGRAPHY”
้ ้
่
์
3. บทนิพนธภาษาไทยใหใชหัวเรื่องบรรณานุกรมเป็นภาษาไทย และจัดเรียงบรรณานุกรมที่เป็น
์
้ ้
ภาษาไทยไวกอนบรรณานุกรมที่เป็นภาษาตางประเทศ แตถาเป็นบทนิพนธภาษาตางประเทศใหใชหัวเรื่องบรรณานุกรม
์
้ ่
่ ้
่
้ ้
่
เป็นภาษาตางประเทศและจัดเรียงบรรณานุกรมที่เป็นภาษาตางประเทศไวกอนบรรณานุกรมที่เป็นภาษาไทย
่
้ ่
่
35
4. ไมตองใชเลขล�าดับรายการบรรณานุกรม แตใหจัดเรียงบรรณานุกรมตามล�าดับตัวอักษรของค�า
้
่ ้
่ ้
แรกที่ปรากฏในบรรณานุกรมแตละรายการตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน หากตัวอักษรของค�าแรกเหมือน
่
กันใหจัดเรียงตามล�าดับตัวอักษรของค�าที่อยูถัดไปเรื่อย ๆ จนสามารถตัดสินไดวาจะเรียงบรรณานุกรมรายการใด
่
้ ่
้
ไวกอน หลักเกณฑการจัดเรียงตัวอักษรนั้นใชหลักเกณฑเดียวกันกับหลักเกณฑการจัดเรียงค�าในพจนานุกรมฉบับ
์
์
้ ่
์
้
ราชบัณฑิตยสถาน หรือหลักการเรียง ล�าดับอักษรในภาษานั้น ๆ
5. ขอความแรกของแตละบรรณานุกรม ใหลงชิดขอบซายของกระดาษ หากบรรณานุกรมแตละรายการ
้
้
้
่
่
มีความยาวมาก พิมพไมพอในหนึ่งบรรทัด ใหพิมพตอในบรรทัดถัดไปโดยยอหนาเขามา 1.5 เซนติเมตร ทุกบรรทัด
์ ่
์ ่
่
้ ้
้
จนจบบรรณานุกรมของวัสดุสารนิเทศ แตละรายการ
่
การเขียนและการพิมพบรรณานุกรมของหนังสือ
์
ในการเขียนบรรณานุกรมหนังสือ รายการแรกที่ตองลงคือชื่อผูแตงซึ่งลงตามหลักเกณฑการลงชื่อ
์
้
้ ่
ผูแตงในการเขียนและการพิมพบรรณานุกรม เมื่อจบชื่อผูแตงใหลงเครื่องหมายมหัพภาคติดกับตัวอักษรตัวสุดทาย
้
้ ่
์
้ ่
้
ของสวนชื่อผูแตง แลวเวนระยะ 2 เคาะ แลวลงปีที่พิมพใสในเครื่องหมายวงเล็บใสเครื่องหมายมหัพภาคแลวเวนระยะ
์ ่
่
่
้ ้
้ ่
้
้ ้
2 เคาะ ลงชื่อเรื่องพรอมทั้งขีดเสนใตชื่อเรื่องถาพิมพตัวเขม ใสเครื่องหมายมหัพภาคติดกับตัวอักษรตัวสุดทายของชื่อ
้
่
้
้
้
้
้
์
เรื่องเวนระยะ 2 เคาะ ลงครั้งที่พิมพตั้งแตพิมพครั้งที่ 2 เป็นตนไป เชน พิมพครั้งที่ 2 ถาเป็นภาษาอังกฤษใช 2 ed.
nd
์
์
์
่
้
้
้
่
้
เมื่อจบสวนครั้งที่พิมพใหลงมหัพภาค เวนระยะ 2 เคาะ ลงสถานที่พิมพ คือชื่อเมือง ชื่อรัฐ หรือชื่อจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้ง
์ ้
์
่
้
ส�านักพิมพ ไมเวนระยะลงเครื่องหมายทวิภาค (:) เวนระยะ 1 เคาะ ลงส�านักพิมพหรือหนวยงานที่ท�าหนาที่เสมือน
์
์
้
่ ้
้
่
ส�านักพิมพหรือผูจัดจ�าหนาย ถาไมมีหนวยงานดังกลาวก็ใหลงโรงพิมพ ในการลงชื่อส�านักพิมพใหลงเฉพาะชื่อของ
้
์
์ ้
้
์
่
่
่
้
่
ส�านักพิมพไมตองลงค�าวา ส�านักพิมพ ยกเวนหากไมลงค�าวาส�านักพิมพแลวจะท�าใหเกิดความสับสนก็ใหลงค�าวา
์
้
้
่
์ ้
่
์ ่ ้
่
้
่
ส�านักพิมพดวย เชนส�านักพิมพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร หากไมลงค�าวาส�านักพิมพ ก็จะท�าใหเขาใจวา มหาวิทยาลัย
่
์
่
่
์
์ ้
์
่
้ ้
ธรรมศาสตร เป็นผูจัดพิมพและจัดจ�าหนาย เมื่อจบสวนส�านักพิมพ ใหลงเครื่องหมายมหัพภาค ดังตัวอยาง
้
์
่
์
์
้
่
่
ชื่อ/ชื่อสกุล.//(ปีที่พิมพ).//ชื่อหนังสือ.//ครั้งที่พิมพ.//สถานที่พิมพ:/สานักพิมพ หรือผูจัดพิมพ.
์
์
์
์
์
้
ตัวอยาง
่
สุชา/จันทรเอม.//(2541).//จิตวิทยาทั่วไป.//พิมพครั้งที่/11.//กรุงเทพฯ:/ไทยวัฒนาพานิช.
์
์
ชูวงศ์/ฉายะบุตร.//(2535). //ขยายฐานประชาธิปไตย.//พิมพครั้งที่ 2.//กรุงเทพฯ:/กรมการปกครอง.
์
Steel, R.G.D. and J.H. Torrie. (1980). Principles and Procedures of Statistics :
A Biometrical Approach. 2 ed. Tokyo : McGraw-Hill.
nd
36
หลักเกณฑการลงรายการบรรณานุกรม ตามรูปแบบของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
์
1. การลงชื่อผูแตงที่เป็นบุคคลในบรรณานุกรม ใหปฏิบัติดังนี้
้
้ ่
1.1 ไมตองลงค�าน�าหนานาม เชน นาย นาง นางสาว ผศ. รศ. ศ. ดร. นพ. นสพ. พญ. Mr., Mrs., Dr.,
่ ้
่
้
Prof. ฯลฯ
1.2 ฐานันดรศักดิ์ อิสริยยศ บรรดาศักดิ์ หรือค�าประกอบชื่อผูแตงอื่น ๆ ตัวอยางเชน ม.ร.ว. สมเด็จฯ
่
้ ่
่
กรมพระยา พระยา Sir Sr.(Senior) Jr. (Junior) เป็นตน ใหลงชื่อผูแตง ดังตัวอยาง
้ ่
่
้
้
คึกฤทธิ์ ปราโมช, ม.ร.ว.
วิจิตรวาทการ, หลวง
ปิ่น มาลากุล, ม.ล.
ด�ารงราชานุภาพ, สมเด็จฯกรมพระยา
อนุมานราชธน, พระยา
Penn, Robert, Jr.
1.3 ผูแตงที่เป็นคนไทยหรือชาติที่นิยมเรียกชื่อตัว ใหลงชื่อตัวกอน แลวจึง ลงชื่อสกุล เชน
้
้ ่
้
่
่
Boonsong Lekagul หรือ Sujin Butdisuwan เป็นตน
้
2. การลงชื่อผูแตงที่เป็นหนวยงาน ใหลงชื่อหนวยงานตามที่ปรากฏ ดังตัวอยาง
้
่
่
่
้ ่
กรมศิลปากรกรม
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โรงเรียนสาธิตมหาวิทาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
3. กรณีไมปรากฏชื่อผูแตง ใหใชชื่อหนังสือหรือชื่อบทความขึ้นกอน
่
่
้ ้
้ ่
4. การลงรายการผูแตง
้ ่
4.1. หนังสือที่มีผูแตงคนเดียว ใหใชรูปแบบ ดังตัวอยาง
้ ่
่
้ ้
สิปปนนท เกตุทัต. (2539). การศึกษาไทยยุคโลกาภิวัตน. กรุงเทพฯ: ธนาคารกสิกรไทย.
์
์
Bayber,J. (1960). The Process of Education. New York: Vintage.
4.2. หนังสือที่มีผูแตงสองคน ใหใช “และ” หรือ “and” เชื่อมระหวางชื่อผูแตงทั้งสอง ดังตัวอยาง
้ ้
่
้ ่
่
้ ่
ลวน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2536). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ:
้
์
ศูนยสงเสริมวิชาการ.
์ ่
Anderson, R.D. and H. Pratl. (1995). Local Leadership for Science Education Reform.
Iowa: Kendall / Hunt.
37
4.3. หนังสือที่มีผูแตง 3 คน ใหใชจุลภาคคั่นระหวางชื่อผูแตงคนแรกและชื่อผูแตงคนที่สองและใช ้
้ ้
้ ่
่
้ ่
้ ่
“และ” หรือ “and” เชื่อมระหวางชื่อผูแตงคนที่ 2 กับผูแตงคนที่ 3 ดังตัวอยาง
่
้ ่
่
้ ่
อ�ารุง จันทวานิช, ภาณุรัตน รัตยาภาส และเจษฏ อนรรฆมงคล. (2529). การพัฒนาระบบสาร สนเทศตาม
์
์
โครงการการศึกษาความตองการและการจัดระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนและพัฒนาการศึกษา
้
แหงชาติ. กรุงเทพฯ: ส�านักนายกรัฐมนตรี.
่
Mix, M.C., P. Farber and K.I. King. (1996). Biology : The Network of Life. New York: Harper
Collins College Publishers.
4.4. หนังสือที่มีผูแตงมากกวา 3 คน ใหลงชื่อผูแตงคนแรกแลวใชค�าวา “และคนอื่น ๆ” ส�าหรับหนังสือ
้
้
้
่
่
้ ่
้ ่
ภาษาไทย และใชค�าวา “and others” ส�าหรับหนังสือภาษาอังกฤษ ดังตัวอยาง
่
่
้
อภิรมย ณ นคร และคนอื่น ๆ. (2521). การบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ ์
์
มหาวิทยาลัยรามค�าแหง.
rd
Albert, B.D. and others. ( 1994). Molecular Biology of the Cell. 3 ed. New York: Garland.
4.5. หนังสือที่ผูแตงใชนามแฝง ถานามจริงเป็นที่รูจักทั่วไปแลว ใหใชนามจริงและบอกนามแฝงไวดวย
้ ้
้ ้
้
้
้
้ ่ ้
ถาหากไมทราบนามจริงใหถือนามแฝงเป็นชื่อผูแตงและใหวงเล็บค�าวา “นามแฝง” หรือ (pseud) ตอจากชื่อนามแฝง
้
่
้
้
่
่
้ ่
ดังตัวอยาง
่
ศรีฟา มหาวรรณ, ม.ล. (2534). ไมออน. โดย ศรีฟา ลดาวัลย (นามแฝง). กรุงเทพฯ: ดอกหญา.
้
้
์
้
้ ่
Clemens, Samuel Langhorne. (1965). Tom Sawyer Abroad and Tom Sawyer Detective.
By Mark Twain (pseud.). New York: Dell.
4.6. หนังสือที่ออกในนามขององคการหรือหนวยงานตาง ๆ ถาไมปรากฏชื่อผูแตงใหใชชื่อ
้ ้
์
่
่
้
้ ่
่
หนวยงานหรือองคการนั้น ๆ เป็นผูแตง ดังตัวอยาง
์
่
่
้ ่
กรมการศึกษานอกโรงเรียน. (2535). สมเด็จครูแหงปวงชน. กรุงเทพฯ: ฝายพัฒนาสื่อและนวัตกรรม
่
่
กองพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน กรมการศึกษานอกโรงเรียน.
Unesco. (1991). Adolescence Education Physical Aspect Module One. Bangkok: Unesco.
4.7. หนังสือแปล ใหลงชื่อผูแตง ชื่อเรื่องที่แปลแลว สวนชื่อผูแปล ใหลงไวหลังชื่อเรื่อง
้ ่
้
้
้
้
่
้
ดังตัวอยาง
่
นิวเบิล, เดวิด และโรเบิรท แคนนอน. (2535). เทคนิคการสอนครบวงจร. แปลโดยสุนทร โคตรบรรเทา.
์
กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
Kireev, V. (1979). Physical Chemistry. Translated by G. Peck and F. Leib. 2nd ed. Moscow:
Mir.
5. หนังสือที่ไมปรากฏสถานที่พิมพและปีที่พิมพ ไมปรากฏสถานที่พิมพหรือเมืองที่พิมพใหใชอักษรยอ
์
์
์
่
์ ้ ้
่
่
“ม.ป.ท”. หรือ “S.l” สวนไมปรากฏปีที่พิมพใหใชอักษรยอ “ม.ป.ป.” หรือ “n.d. ”
่
์ ้ ้
่
่
6. หนังสือที่ไมปรากฏเลขก�ากับหนา ใหใชค�าวา “ไมมีเลขหนา” หรือ ใชค�าวา “unpaged”
้
่
่
้
้
้ ้
่
่
38
7. บรรณานุกรมที่มีชื่อผูแตงซ�ากัน ใหลงชื่อผูแตงเฉพาะบรรณานุกรมชิ้นแรกสวนชิ้นตอ ๆ มาใหใชวิธี
่
้
้ ้
้ ่
่
้ ่
ขีดเสนตรงความยาวเทากับ 1.5 เซนติเมตรโดยเริ่มจากขอบซายของหนา หลังจากนั้นใหใสเครื่องหมายมหัพภาค
้ ่
่
้
้
้
เหมือนการลงชื่อผูแตงตามปกติ เสนดังกลาวนี้ควรอยูระดับ กึ่งกลางของตัวอักษรที่พิมพในบรรทัดนั้น ๆ
่
่
้ ่
้
์
ดังตัวอยาง
่
อนุมานราชธน, พระยา. (ม.ป.ป.). ขอคิดเรื่องภาษาไทยบางประการ. (แถบบันทึกเสียง). กรุงเทพฯ:
้
วิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร.
. (2515). วัฒนธรรม. โดย เสฐียรโกเศศ (นามแฝง). กรุงเทพฯ: บรรณาคาร.
9. หนังสือสารานุกรมและหนังสือรวมเรื่องที่ใชอางอิงเพียงบางตอน
้ ้
ชื่อผูแตง.//(ปีที่พิมพ).// “ชื่อตอนที่อางอิง,” /ใน/ชื่อเรื่อง. หนาที่ปรากฏเรื่องที่ใชอางอิง.//พิมพครั้งที่.//
์
์
้ ่
้
้ ้
้
สถานที่พิมพ:/ส�านักพิมพ.
์
์
ดังตัวอยาง
่
พัธกุล จันทนมัฏฐะ. (2536). “ขาวสาลี,” ใน สารานุกรมไทยส�าหรับเยาวชน โดยพระราชประสงคใน
์
้
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว. เลม 17. หนา 239 - 273. กรุงเทพฯ: โครงการสารานุกรมไทย
้
้
่
่
ส�าหรับเยาวชน.
การเขียนและการพิมพบรรณานุกรมของวารสารและหนังสือพิมพ ์
์
1. การเขียนบรรณานุกรมของวารสาร ใหใชรูปแบบดังนี้
้ ้
ชื่อผูแตง.//(ปี,วันที่/เดือนที่วารสารออก).//“ชื่อบทความ,”/ชื่อวารสาร.//ปีที่หรือเลมที่(ฉบับที่)/:/
้ ่
่
หนาที่ปรากฏบทความ. (กรณีที่ไมปรากฏฉบับที่ ใหลงวันที่แทน)
่
้
้
ดังตัวอยาง (วารสารและนิตยสาร)
่
สมบูรณ เอื้อมอารีวงศ์. (2535, กรกฎาคม – กันยา ยน). “การน�าคอมพิวเตอรมาใชในงานศูนยขอมูลทางโทรทัศน,”
์
์
์
์ ้
้
หองสมุด. 36(3) : 10 - 17.
้
Snyder, Ilana. (1993, Spring). “Writing with Word Processors : A Research Overview,
Educational Research. 35(1) : 49 - 68.
2. การเขียนและการพิมพบรรณานุกรมหนังสือพิมพ ใหใชรูปแบบดังนี้
้ ้
์
์
ชื่อผูเขียนบทความ. (ปี,วันที่ /เดือน) “ชื่อบทความหรือหัวขอขาว,”/ชื่อหนังสือพิมพ.//หนาที่ปรากฏบทความ หรือขาว.
่
์
้
้
้ ่
ตอเวลา (นามแฝง). (2542, 12 ตุลาคม). “ศูนยสารสนเทศ กกท. แหลงขอมูลกีฬาไทย,” มติชน. หนา 22.
้
่ ้
่
์
Ames, Paul. (1993, May1) “EC Urge China to Open Markets,” The Nation. p. 35.
ในกรณีที่ไมปรากฏชื่อผูเขียนบทความ ใหใชชื่อบทความขึ้นตน ดังตัวอยาง
้
้ ้
้
่
่
“พลังผักยังไมลงตัวสงใครลงเลือกตั้งซอมเขตดุสิต,” มติชน. 1 พฤษภาคม 2536. หนา 1,28.
่
่
่
้
39
การเขียนและการพิมพบรรณานุกรมจากเว็บไซต ์
์
1. เว็บไซตทั่วไป (General Web Site) เป็นเว็บไซตที่มีชื่อองคกร หรือแสดงสัญลักษณอยางชัดเจน เชน
์
์
์
์ ่
่
หนวยงานของรัฐ บริษัท องคกรอิสระ หรือสถาบันการศึกษา เป็นตน เป็นเว็บไซตที่พบมากในอินเทอรเน็ต
์
่
์
์
้
ดังตัวอยาง
่
ทบวงมหาวิทยาลัย. (2544). กรอบแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา. สืบคนเมื่อ
้
15 พฤศจิกายน 2544, จาก http://www.qa.mua.go.th/Thai/seminar_ docoment.html.
Laux, Lila. (1999. March). “Designing Accessible Web Page and Web Applications,”
Internetworking. (2) : Accessiblity-Designing. Retrieved May 1, 1999, from
http://www.sandia.gov/itg/newsletter/ mar99/ accessibility_lila.html
40
(ตัวอยางหนาปกใน)
่
้
การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาและกายวิภาควิทยาของพังคี
ด.ญ.หนึ่ง สุวรรณานุรักษ เลขที่ 1
์
ด.ญ.สอง สุวรรณานุรักษ เลขที่ 2
์
ด.ญ.สาม สุวรรณานุรักษ เลขที่ 3
์
ด.ญ.สี่ สุวรรณานุรักษ เลขที่ 4
์
ด.ญ.หา สุวรรณานุรักษ เลขที่ 5
์
้
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หอง 422
้
รายงานนี้เป็นสวนหนึ่งของการศึกษาวิชากิจกรรมหองสมุด 3 รหัส ก22921
้
่
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560
41
(ตัวอยางหนาค�าน�า)
่
้
ค�าน�า
คานิยม เป็นเครื่องชี้แนวทาง หรือเป็นแนวทางลักษณะความประพฤติของคนในสังคมการพัฒนาคานิยม
่
่
อันดีงามใหเกิดแกสังคมจึงมีความจ�าเป็นอยางยิ่งที่ตองกระท�า ถาสังคมใดมีคานิยมไมดีก็จะเป็นอุปสรรคตอการพัฒนา
่
้
่
่
่
่
้
้
ประเทศชาติ แตถาสังคมใดมีคานิยมที่ดีที่ถูกตอง การพัฒนาประเทศก็จะท�าไดงาย ประเทศชาติก็จะเจริญกาวหนา
้
่ ้
้
้
้ ่
่
อยางรวดเร็ว แมแตวิชาชีพทุกวิชาชีพ ไมวาจะเป็นครู แพทย ทนายความ บรรณารักษ หรือวิชาชีพอื่น ๆ ตางก็ตองมี
์
้ ่
่
้
่
่ ่
์
คานิยมในวิชาชีพดวยทั้งสิ้น โดยเฉพาะวิชาชีพบรรณารักษ ซึ่งเป็นวิชาชีพที่ตองรับผิดชอบในการประสานงานระหวาง
้
์
้
่
่
คนกับเอกสารสิ่งพิมพตาง ๆ ใหเกิดประโยชนมากที่สุด บรรณารักษจึงควรค�านึงถึงคานิยมของบรรณารักษเพื่อใหการ
์ ่
์
้
์
้
์
่
ปฏิบัติหนาที่ประสบความส�าเร็จตามจุดมุงหมายของวิชาชีพ
้
่
ผูเขียนตระหนักถึงความส�าคัญในเรื่องนี้อยางมาก จึงไดศึกษาคนควาและจัดท�าคานิยมของบรรณารักษขึ้น
์
่
้
้
้
่
้
เพื่อใหผูที่สนใจศึกษาในเรื่องนี้ โดยเฉพาะบรรณารักษไดเกิดแนวทาง หรือเกิดความคิดตอคานิยมของบรรณารักษ ์
่ ่
้ ้
์ ้
จึงหวังเป็นอยางยิ่งวาภาคนิพนธเรื่องนี้ จะเป็นประโยชนตอบรรณารักษ และผูอานทุกทาน
์
์
้ ่
์ ่
่
่
่
คณะผูจัดท�า
้
20 สิงหาคม 2560
42
(ตัวอยางหนาสารบัญ)
้
่
สารบัญ
บทที่ หนา ้
ค�าน�า ก
1 บทน�า.......................................................................................................................... 1
ภูมิหลัง........................................................................................................................ 3
ความมุงหมายของการศึกษา......................................................................................... 4
่
สมมติฐานของการศึกษา............................................................................................... 4
ความส�าคัญของการศึกษา............................................................................................. 5
ขอบเขตของการศึกษา.................................................................................................. 8
นิยามศัพทเฉพาะ.......................................................................................................... 9
์
2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ...................................................................................... 10
้
เอกสารที่เกี่ยวของกับหลักสูตร...................................................................................... 13
้
เอกสารที่เกี่ยวของกับการเขียนกลอน............................................................................. 17
้
เอกสารที่เกี่ยวของกับแผนการสอน................................................................................ 20
้
เอกสารที่เกี่ยวของกับวิธีสอนแบบกลุมเพื่อนชวยเพื่อน.................................................... 27
้
่
่
งานวิจัยที่เกี่ยวของ........................................................................................................ 35
้
3 วิธีด�าเนินการศึกษา....................................................................................................... 38
ประชากร..................................................................................................................... 38
กลุมตัวอยาง................................................................................................................ 38
่
่
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล.......................................................................... 40
้
้
การเก็บรวบรวมขอมูล.................................................................................................. 54
้
การจัดกระท�ากับขอมูล................................................................................................. 56
้
สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล..................................................................................... 57
้
์ ้
บรรณานุกรม.............................................................................................................. 59
43
(ตัวอยางบัญชีภาพประกอบ)
่
บัญชีภาพประกอบ
ภาพประกอบ หนา
้
1 แผนที่แสดงที่ตั้งต�าบลเกาะหมาก อ�าเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง 45
2 แผนที่แสดงการแบงเขตหมูบานของต�าบลเกาะหมาก อ�าเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง 46
่
่ ้
3 บริเวณที่ใชวางคอกยกหรือตูดักกุง 50
้
้
้
4 คอกยก (ตูดักกุง) ขณะวางอยูบนรานเตรียมที่จะวาง 51
้
้
่
้
5 ปลายถุงคอกยกหรือตูดักกุงที่น�าเอากุง ปลา และสิ่งที่เขามาในถุงออกจากถุง 52
้
้
้
้
6 ไซดักกุง 54
้
7 การตากไซดักกุงกอนเก็บไว 55
้
้ ่
8 การกูไซดักกุงขึ้นจากน�า 56
้
้
9 บริเวณที่ใชดักโมระ 59
๊
้
10 บริเวณที่ใชดักโพงพาง 62
้
11 การผูกหูอวนในการดักโพงพาง 63
12 การกูถุงโพงพาง โดยแกที่ปลายถุง เพื่อเอากุง ปลา หรือสิ่งที่เขาอยูในถุงออกจากถุง 64
้
้
้
่
้
13 ลักษณะรูปรางของแนด 70
่
14 วิธีการรุนแนดเพื่อดักจับกุงนา 71
้
15 ชาวประมงก�าลังวางกัด 75
16 การตากกัด 76
17 การจัดกัดกอนที่จะเก็บไว 77
่
้
18 การปลด กุง ปลา ออกจากกัด 78
้
19 ลักษณะรูปรางและวิธีการใชกัดลอยกุง 80
้
่
้
44