5. ใชสารสนเทศไดอยางมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค ์
้ ่
้
6. ท�าความเขาใจเกี่ยวกับการใชสารสนเทศอยางรอบดาน เชน ประเด็นทางเศรษฐศาสตร การเมืองและ
่
์
้
้
่
้
สังคม
7. เขาถึงและใชสารสนเทศอยางมีจริยธรรมและถูกตองตามกฎหมาย
้
้
้
่
ความส�าคัญ
การรูสารสนเทศมีความส�าคัญตอความส�าเร็จของบุคคลในดานตาง ๆ ดังนี้
่
้
่
้
1. การศึกษา การรูสารสนเทศเป็นสิ่งจ�าเป็นส�าหรับการศึกษาของบุคคลทุกระดับ ทั้งการศึกษาในระบบ
้
โรงเรียน การศึกษานอกระบบโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรูตลอดชีวิต โดยเฉพาะอยางยิ่งการศึกษา
้
่
ในปัจจุบันตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 มีการปฏิรูปการเรียนรูที่เนนผูเรียนเป็นส�าคัญ ดังนั้น
้
่
้ ้
บทบาทของผูสอนจึงเปลี่ยนเป็นผูใหค�าแนะน�าชี้แนะโดยอาศัยทรัพยากรเป็นพื้นฐานส�าคัญ
้ ้
้
2. การด�ารงชีวิตประจ�าวัน การรูสารสนเทศเป็นสิ่งส�าคัญยิ่งในการด�ารงชีวิตประจ�าวัน เพราะผูรูสารสนเทศ
้ ้
้
จะเป็นผูที่สามารถวิเคราะหประเมินและใชสารสนเทศใหเกิดประโยชนสูงสุดแกตนเองเมื่อตองการตัดสินใจเรื่องใด
์
์
่
้
้
้
้
เรื่องหนึ่งไดอยางมีประสิทธิภาพ เชน ถาตองการซื้อเครื่องปรับอากาศของบริษัทใดบริษัทหนึ่งก็ตองพิจารณามาตรฐาน
้
่
้ ้
้ ่
คุณภาพ บริการหลังการขาย และเปรียบเทียบราคา แลวจึงคอยตัดสินใจ เป็นตน
้
้
่
3. การประกอบอาชีพ การรูสารสนเทศมีความส�าคัญตอการประกอบอาชีพของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะ
้
่
บุคคลนั้นสามารถแสวงหาสารสนเทศที่มีความจ�าเป็นตอการประกอบอาชีพของตนเองได เชน เกษตรกร เมื่อประสบ
่
้ ่
ปัญหาโรคระบาดกับพืชผลทางการเกษตรของตน ก็สามารถหาตัวยาหรือสารเคมีเพื่อมาก�าจัดโรคระบาด ดังกลาวได ้
่
เป็นตน
้
4. สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง การรูสารสนเทศเป็นสิ่งส�าคัญโดยเฉพาะสังคมในยุคสารสนเทศ
้
(Information Age) บุคคลจ�าเป็นตองรูสารสนเทศเพื่อปรับตนเองใหเขากับสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เชน การ
้ ้
้
่
้
อยูรวมกันในสังคม การบริหารจัดการ การด�าเนินธุรกิจและการแขงขัน การบริหารบานเมืองของผูน�าประเทศ เป็นตน
้
้
้
่ ่
่
อาจกลาวไดวาผูรูสารสนเทศ คือ ผูที่มีอ�านาจสามารถาชี้วัดความสามารถขององคกรหรือประเทศชาติได ดังนั้น
้
้ ่ ้ ้
้
่
์
ประชากรที่เป็นผูรูสารสนเทศจึงถือวาเป็นทรัพยากรที่มีคามากที่สุดของประเทศ
้ ้
่
่
องคประกอบของการรูสารสนเทศ
์
้
การรูสารสนเทศเป็นทั้งความรู ความสามารถ ทักษะ และกระบวนการอันเป็นประโยชนในการพัฒนา
์
้
้
การเรียนรูทุกรูปแบบ สมาคมหองสมุดอเมริกัน (American Library Association. 2005 : online) ไดก�าหนดองค ์
้
้
้
ประกอบของการรูสารสนเทศไว 4 ประการ คือ
้
้
1. ความสามารถในการตระหนักวาเมื่อใดจ�าเป็นตองใชสารสนเทศ ผูเรียนจะตองก�าหนดเรื่องที่จะศึกษา
้
้
่
้
้
คนควา ก�าหนดความตองการสารสนเทศ ระบุชนิดและรูปแบบที่หลากหลายของแหลงสารสนเทศที่จะศึกษา เชน
้
่
้
้
่
หองสมุด ศูนยสารสนเทศ พิพิธภัณฑ หอจดหมายเหตุ บุคคล สถานที่ อินเทอรเน็ต เป็นตน รวมทั้งตระหนักถึงคาใชจาย
่
์
์
้ ่
้
้
์
และประโยชนที่ไดรับ และทราบขอบเขตของสารสนเทศที่จ�าเป็น
้
์
95
2. การเขาถึงสารสนเทศ ผูเรียนสามารถเลือกวิธีการคนคืนสารสนเทศที่เหมาะสม ก�าหนดกลยุทธการคน
์
้
้
้
้
คืนอยางมีประสิทธิภาพ สามารถคนคืนสารสนเทศออนไลนหรือสารสนเทศจากบุคคลโดยใชวิธีการที่หลากหลาย
์
้
่
้
สามารถปรับกลยุทธการคนคืนที่เหมาะสมตามความจ�าเป็น รวมถึงการตัดตอน บันทึก และการจัดการสารสนเทศและ
์
้
แหลงสารสนเทศ
่
3. การประเมินสารสนเทศ ผูเรียนสามารถสรุปแนวคิดส�าคัญจากสารสนเทศที่รวบรวม โดยใชเกณฑการ
์
้
้
ประเมินสารสนเทศและแหลงสารสนเทศ ไดแก ความนาเชื่อถือ ความเที่ยงตรง ความถูกตอง และความทันสมัย สามารถ
้
่
้ ่
่
สังเคราะหแนวคิดหลักเพื่อสรางแนวคิดใหม เปรียบเทียบความรูใหมกับความรูเดิมเพื่อพิจารณาวาอะไรคือสิ่งที่เพิ่มขึ้น
์
้
้
้
่
่
่
อะไรคือสิ่งที่ขัดแยงกัน และอะไรคือสิ่งที่คลอยตามกัน
้
้
4. ความสามารถในการใชสารสนเทศที่ตองการอยางมีประสิทธิภาพ ผูเรียนสามารถใชสารสนเทศใหม ่
้
้
้
้
่
ผนวกกับสารสนเทศที่มีอยูในการวางแผนและสรางผลงาน หรือการกระท�าตามหัวขอที่ก�าหนดทบทวนกระบวนการ
่
้
้
พัฒนาการผลิตผลงานของตนเอง และสามารถสื่อสารหรือเผยแพรผลงานของตนเองตอบุคคลอื่นไดอยางมี
่
่
้ ่
ประสิทธิภาพ
นอกจากความสามารถดังกลาวแลว ผูเรียนควรมีคุณสมบัติในดานอื่น ๆ ประกอบอีก ไดแก
้
่
้
้ ่
้
1. การรูหองสมุด (Library literacy) ผูเรียนตองรูวา หองสมุดเป็นแหลงรวบรวมสารสนเทศในสาขาวิชา
้
้
่
้ ่
้ ้
้
ตาง ๆ ไวในรูปแบบที่หลากหลายทั้งในรูปสื่อสิ่งพิมพ สื่อโสตทัศน และสื่ออิเลกทรอนิกส รูวิธีการจัดเก็บสื่อ
์
์ ้
์
้
่
รูจักใชเครื่องมือชวยคนตาง ๆ รูจักกลยุทธในการคนคืนสารสนเทศแตละประเภท รวมทั้งบริการตาง ๆ ของหองสมุด
์
้
่
้
่
้ ่
้
่
้
้
โดยเฉพาะหองสมุดของสถาบันการศึกษาที่ผูเรียนก�าลังศึกษาอยูจะตองรูจักอยางลึกซึ้งในประเด็นตาง ๆ ดังกลาวแลว
้
้
้
้
้
่
่
่
่
การรูหองสมุดครอบคลุมการรูแหลงสารสนเทศอื่น ๆ ดวย
้ ้
้
่
้
2. การรูคอมพิวเตอร (Computer Literacy) ผูเรียนตองรูเกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอรเบื้องตนในเรื่อง
้
้
้
้
้
์
์
ของฮารดแวร ซอฟแวร การเชื่อมประสาน และการใชประโยชนจากคอมพิวเตอร เชน การพิมพเอกสาร การสงจดหมาย
์
์
์
์
์
้
์ ่
่
อิเล็กทรอนิกส การใชอินเทอรเน็ตในการติดตอสื่อสาร รวมถึงการรูที่ตั้งของแหลงสารสนเทศ เป็นตน
์
้
่
์
่
้
้
3. การรูเครือขาย (Network Literacy) ผูเรียนตองรูขอบเขตและมีความสามารถในการใชสารสนเทศ
้
้
้
้
่
้
ทางเครือขายที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก สามารถใชกลยุทธการสืบคนสารสนเทศจากเครือขาย และการบูรณาการ
่
้
์
่
้
สารสนเทศจากเครือขายกับสารสนเทศจากแหลงอื่น ๆ
่
่
4. การรูเกี่ยวกับสิ่งที่เห็น (Visual Literacy) ผูเรียนสามารถเขาใจและแปลความหมายสิ่งที่เห็นไดรวมถึง
้
้
้
้
ความสามารถในการคิดวิเคราะห การเรียนรู การแสดงความคิดเห็น และสามารถใชสิ่งที่เห็นนั้นในการท�างานและ
์
้
้
การด�ารงชีวิตประจ�าวันของตนเองได เชน สัญลักษณบุหรี่ และ มีเครื่องหมายกากบาททาบอยูดานบนหมายถึง
่ ้
์
้ ่
หามสูบบุหรี่ สัญลักษณผูหญิงอยูหนาหองน�า หมายถึง หองน�าส�าหรับสตรี เป็นตน
์ ้
้
่ ้ ้
้
้
5. การรูสื่อ (Media Literacy) ผูเรียนตองสามารถเขาถึง วิเคราะห และผลิตสารสนเทศจากสื่อตาง ๆ เชน
่
่
้
้
้
์
้
โทรทัศน ภาพยนตร วิทยุ ดนตรี หนังสือพิมพ นิตยสาร เป็นตน รูจักเลือกรับสารสนเทศจากสื่อที่แตกตางกัน รูขอบเขต
์
์
้
้ ้
์
่
และการเผยแพรสารสนเทศของสื่อ เขาใจถึงอิทธิพลของสื่อ และ สามารถพิจารณาตัดสินไดวาสื่อนั้น ๆ มีความ
้ ่
้
่
นาเชื่อถือมากนอยเพียงไร
้
่
96
6. การรูสารสนเทศดิจิทัล (Digital Literacy) ผูเรียนสามารถเขาใจและใชสารสนเทศรูปแบบซึ่งน�าเสนอ
้
้
้
้
ในรูปดิจิทัลผานเครื่องคอมพิวเตอร ตัวอยางการรูสารสนเทศดิจิทัล เชน สามารถดาวนโหลดไฟลขอมูลจากแหลง ่
์
์
้
่
่
์ ้
่
ทรัพยากรสารสนเทศที่เขาถึงในระยะไกลมาใชได รูวาคุณภาพสารสนเทศที่มาจากเว็บไซตตาง ๆ แตกตางกันรูวา
่
์ ่
้
้ ่
้ ้ ้ ่
เว็บไซตนาเชื่อถือและเว็บไซตไมนาเชื่อถือ รูจักโปรแกรมการคนหา สามารถสืบคนโดยใชการสืบคนขั้นสูง รูเรื่องของ
้
้
์ ่
้
้
้
์ ่ ่
้
กฎหมายลิขสิทธิ์ที่คุมครองทรัพยากรสารสนเทศบนเว็บไซต การอางอิงสารสนเทศจากเว็บไชต เป็นตน
์
้
์
้
้
7. การมีความรูดานภาษา (Language Literacy) ผูเรียนมีความสามารถก�าหนดค�าส�าคัญส�าหรับการคน
้
้ ้
้
ในขั้นตอนการคนคืนสารสนเทศที่ส�าคัญอยางยิ่งก็คือ การคนสารสนเทศจากอินเทอรเน็ต และการน�าเสนอสารสนเทศ
์
้
่
้
ที่คนมาได ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่จ�าเป็นมากที่สุด เนื่องจากเป็นภาษาสากล
้
้
และสารสนเทศสวนใหญเผยแพรเป็นภาษาอังกฤษ
่
่
่
8. การคิดอยางมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) ผูเรียนสามารถคิดวิเคราะห สังเคราะห ตัดสินใจเลือก
้
์
์
่
รับสารสนเทศที่น�าเสนอไวหลากหลาย โดยการพิจารณาทบทวนหาเหตุผล จากสิ่งที่เคยจดจ�า คาดการณ โดยยัง
้
์
ไมเห็นคลอยตามสารสนเทศที่น�าเสนอเรื่องนั้น ๆ แตจะตองพิจารณาใครครวญไตรตรองดวยความรอบคอบและ
่
่
้
่
้
่
้
มีเหตุผลวาสิ่งใดส�าคัญมีสาระกอนตัดสินใจเชื่อ จากนั้นจึงด�าเนินการแกปัญหา
่
่
้
9. การมีจริยธรรมทางสารสนเทศ (Information Ethic) การสรางผูเรียนใหเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม
้
้
้
และจรรยาบรรณ มีความส�าคัญและเป็นเปาหมายหลักของการจัดการศึกษา เพื่อปลูกฝังผูเรียนใหรูจักใชสารสนเทศ
้
้
้
้ ้
โดยชอบธรรมบนพื้นฐานของจริยธรรมทางสารสนเทศ เชน การน�าขอความหรือแนวคิดของผูอื่นมาใชในงานของตน
่
้
้
้
จ�าเป็นตองอางอิงเจาของผลงานเดิม การไมน�าขอมูลที่ขัดตอศีลธรรมและจรรยาบรรณของสังคมไปเผยแพร เป็นตน
้
้
้
่
้
่
้
่
เกณฑการประเมินคาทรัพยากรสารสนเทศบนอินเทอรเน็ต (Evaluation of Internet
์
่
์
Resources)
พิจารณา 4 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. ความนาเชื่อถือ
่
2. การเขาถึงสารสนเทศ
้
3. คุณคาของเนื้อหา
่
4. วิธีการน�าเสนอเนื้อหา
1. ความนาเชื่อถือ
่
- มีชื่อ และที่อยูที่จะติดตอกับผูรับผิดชอบในการจัดท�าเว็บไซต หรือไม ซึ่งควรปรากฏที่หนาแรก
้
์
่
่
้
่
หรือหนาที่ใกลเคียง
้
้
- กรณีผูจัดท�าเว็บไซตเป็นบุคคล ใหพิจารณาวุฒิการศึกษา ต�าแหนงงาน ประสบการณการ
่
้
์
้
์
ท�างานของบุคลนั้น ๆ สัมพันธกับเนื้อหาเว็บหรือไม ่
์
- ถาเป็นหนวยงาน หากเว็บไซตนั้นจัดท�าโดยหนวยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา องคกร
้
่
์
์
่
ไมหวังผลก�าไร และองคกรระหวางประเทศ (สังเกตไดจากโดเมน .edu .gov .org .ac) จัดวามีความนาเชื่อถือ
์
้
่
่
่
่
- มีการระบุจุดประสงคการจัดท�าเว็บไซตหรือไม เชน เพื่อการเรียนการสอน เพื่อเผยแพรขาวสาร
่ ่
์
์
่ ่
ความเเคลื่อนไหวของหนวยงาน ฯลฯ
่
- เว็บไซตนั้นไดรับการอางอิงสารสนเทศ หรือเชื่อมโยงจากเว็บไซตที่นาเชื่อถืออื่น ๆ หรือไม ่
์ ่
้
้
์
97
2. การเขาถึงสารสนเทศ
้
- สามารถคนหาสารสนเทศไดอยางรวดเร็ว และไดสารสนเทศจริง
้
้
้ ่
- ดูความแนนอนในการเขาถึง URL ไมควรเปลี่ยนบอย แตหากเปลี่ยนตองมีการแจง URL ใหม ่
้
้
่
่
้
่
่
ใหทราบ และสามารถเชื่อมโยงไปยัง URL ใหมไดทันที
้
่ ้
3. คุณคาของเนื้อหา
่
- มีเนื้อหาสาระที่ถูกตองสมบูรณ ละเอียดลึกซึ้ง และระบุแหลงที่มาของขอมูลอยางชัดเจน
์
้
้
่
่
- เนื้อหามีความทันสมัย ตรวจสอบไดจากวันเวลาครั้งสุดทายของการปรับปรุงขอมูล หรือตรวจสอบ
้
้
้
Link ตาง ๆ วายังใชการไดอยูหรือไม ่
่
้
่
้ ่
- เนื้อหาสาระอานเขาใจงาย และมีการใชภาษาที่เหมาะสมกับผูใช
้
่
้ ้
่
้
- น�าเสนอขอมูลที่เป็นกลาง ไมมีอคติ ไมชักจูงทางความคิด
้
่
่
4. วิธีการน�าเสนอเนื้อหา
- หนาแรกของเว็บควรกระชับ ชัดเจน จัดเรียงหัวขอตาง ๆ เป็นระบบ
้ ่
้
- งายตอการใช โดยในแตละหนาควรมีค�าสั่ง Back Home Top ฯลฯ
้
่
่
้
่
- เว็บไซตที่เชื่อมโยงตองมีความเกี่ยวของในดานเนื้อหากับเว็บนั้น ๆ
้
้
้
์
- ไอคอน (icon) ชัดเจนเป็นตัวแทนของสิ่งที่ตองการสื่อได ้
้
- กราฟิกดีสื่อหรือเกี่ยวของกับสาระในสวนนั้น ๆ
่
้
- กรณีเว็บไซตนั้นมีสาระจ�านวนมาก ตองสามารถคนคืนได ฯลฯ
้
้
์
้
98
บรรณานุกรม
การน�าเสนอขอมูล. สืบคนเมื่อ 1 พฤษภาคม 2563, จาก http://oagtoiixa.blogspot.com/p/blog-
้
้
page.html
การน�าเสนอขอมูล. สืบคนเมื่อ 1 พฤษภาคม 2563, จาก https://a31979667.wordpress.com
้
้
การน�าเสนอขอมูล. สืบคนเมื่อ 1 พฤษภาคม 2563, จาก https://sites.google.com/
้
้
site/karsenxngan/my- forms
การรูสารสนเทศ. สืบคนเมื่อ 1 พฤษภาคม 2563, จาก http://library.tru.ac.th/images/academic/
้
้
book/b56244/10chap7.pdfy.html
การรูสารสนเทศ. สืบคนเมื่อ 1 พฤษภาคม 2563, จาก http://iteacherthai.blogspot.
้
้
com/2013/09/21.html
เกณฑการประเมินคาทรัพยากรสารสนเทศบนอินเทอรเน็ต. สืบคนเมื่อ 1 พฤษภาคม 2563, จาก
้
์
่
์
http://srionsri.blogspot.com/2007/07/evaluation-of-internet-resources.html
เทคนิคการน�าเสนอ. สืบคนเมื่อ 1 พฤษภาคม 2563, จาก http://pretechnic.blogspot.com/
้
2013/10/blog-post.html
เทคนิคการน�าเสนอขอมูล. สืบคนเมื่อ 1 พฤษภาคม 2563, จาก http://www.tpa.or.th/
้
้
writer/read_this_book_topic.php?bookID=667&pageid=3&read=tru e&count=true
เทิดศักดิ์ ไมเทาทอง. (2563). ทักษะการรูสารสนเทศในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: บริษัท กรีนไลฟพริ้นติ้ง
์
้
้ ้
เฮาส จ�ากัด.
้ ์
ประทีป จรัสรุงระวีวร. (2535). หองสมุดและการศึกษาคนควา. กรุงเทพมหานคร: แสงศิลปการพิมพ. ์
์
้
้
้
่
พวา พันธุเมฆา. (2541). สารนิเทศกับการศึกษาคนควา. พิมพครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชา
้
้
์
์
บรรณารักษศาสตร คณะมนุษยศาสตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
์
์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (2548). ทักษะการรูสารสนเทศ. กรุงเทพฯ: ภาควิชาบรรณารักษศาสตร ์
้
และสารสนเทศศาสตร คณะมนุษยศาสตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
์
์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. (2539). เอกสารประกอบการเรียนวิชาสารนิเทศกับการศึกษา
คนควา. พิมพครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน.
้
์
้
์
ลมุล รัตตากร. (2539). การใชหองสมุด. พิมพครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน.
์
์
้ ้
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตนนทบุรี. (2549). บทเรียนออนไลน เรื่องการเขียนรายงานทาง
์
อาชีพ ของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตนนทบุรี. สืบคนเมื่อ 23 กันยายน 2549, จาก
้
www.non.rmutsb.ac.th/homepages/reportwriting/souce_project/unit3-1.html
99