159 5.2 ครูประเมินด้านทักษะจากการสังเกตการทำใบกิจกรรมของนักเรียน เรื่อง ความร้อนกับการ เปลี่ยนสถานะของน้ำ 5.3 ครูสังเกตและให้คะแนนนักเรียนที่มีวินัย มีความสนใจใฝ่รู้ มุ่งมั่นในการทำงานโดยใช้แบบ ประเมินผลด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือสื่อการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐาน(สสวท.) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2 2. ใบงาน เรื่อง ผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร 3. ใบกิจกรรมที่ 4 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของน้ำ 4. Power Point การวัดและประเมินผล (K-P-A) การวัดและ ประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล ความรู้ความเข้าใจ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายผล ของความร้อนต่อการ เปลี่ยนแปลงสถานะของสารได้ 1. การสังเกต 2. การตรวจใบ กิจกรรม 1. แบบประเมิน ใบกิจกรรม เรื่อง ผล ของความร้อนที่มีต่อ การเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป ทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถคำนวณ ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสาร เปลี่ยนอุณหภูมิและเปลี่ยน สถานะได้ 1. การสังเกต 2. การตรวจใบ งาน 1. แบบประเมินการ ทำงานกลุ่มใน ใบงาน เรื่อง ผลของ ความร้อนที่มีต่อการ เปลี่ยนแปลงสถานะ ของสสาร ผ่านเกณฑ์การประเมิน รูบริคส์ระดับ ดี ขึ้นไป คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) - นักเรียนที่มีวินัย มีความสนใจ ใฝ่รู้ มุ่งมั่นในการทำงานโดยใช้ 1. การสังเกต 1. แบบประเมินผล ด้านคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์การประเมิน รูบริคส์ระดับ ดีขึ้นไป
160 การวัดและ ประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล แบบประเมินผลด้าน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใบกิจกรรมที่ 4 เรื่อง ผลของความร้อนต่อการเปลี่ยนสถานะของสาร สมาชิกในกลุ่มที่...........ชั้น.............. 1………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 2………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 3………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 4………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 5………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 6………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... จุดประสงค์ สังเกตและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำเนื่องจากความร้อน วัสดุอุปกรณ์ 1. น้ำแข็ง 2. บีกเกอร์ 3. แท่งแก้ว 4. เทอร์มอมิเตอร์ 5. ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ 6. ขาตั้งพร้อมที่จับ 7. กระดาษกราฟ 8. นาฬิกาจับเวลา วิธีการดำเนินกิจกรรม 1. ใส่น้ำแข็งก้อนเล็กๆปริมาณ 2 ใน 3 ของบีกเกอร์ แล้วจัดอุปกรณ์ วัดอุณหภูมิเมื่อระดับของเหลวใน เทอร์มอมิเตอร์คงที่ สังเกตสถานะของน้ำแข็งในบีกเกอร์ 2. ให้ความร้อนแก่น้ำแข็งในบีกเกอร์ด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์ ใช้แท่งแก้วคนคนน้ำแข็งให้ทั่วบีกเกอร์ ตลอดเวลา วัดอุณหภูมิ สังเกตสถานะของสิ่งที่อยู่ในบีกเกอร์ทุกๆ 1 นาที จนเดือด บันทึกผล
161 3. ให้ความร้อนต่อไปอีก 3 นาที วัดอุณหภูมิ สังเกตสถานะของสิ่งที่อยู่ในบีกเกอร์ทุกๆ 1 นาที บันทึก ผล 4. เขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับเวลา ตั้งแต่เริ่มวัดอุณหภูมิของน้ำแข็งจนสิ้นสุด การทำกิจกรรม บันทึกผลการทดลอง เวลา (นาที) อุณหภูมิ (C) สิ่งที่เกิดขึ้น
162 เวลา (นาที) อุณหภูมิ (C) สิ่งที่เกิดขึ้น
163 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับเวลาที่ใช้ในการให้ความร้อนแก่น้ำแข็ง สรุปผลการทดลอง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. คำถามท้ายการทดลอง 1. การต้มน้ำแข็งจนกลายเป็นไอ มีการเปลี่ยนแปลงสถานะกี่ครั้ง อะไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. น้ำแข็ง น้ำ และไอน้ำ มีพลังงานเท่ากันหรือไม่ อย่างไร................................................................................... .......................................................................................................... .................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................... ................................... 3. ในการเปลี่ยนสถานะจากน้ำแข็งเป็นน้ำ น้ำแข็งได้รับความร้อนจากภายนอกหรือสูญเสียความร้อนให้ ภายนอก เพราะเหตุใด................................................................................................................ ..........................
164 ........................................................................................................ ...................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................... ..................................... 4. ในการเปลี่ยนสถานะจากน้ำเป็นไอน้ำ น้ำได้รับความร้อนจากภายนอกหรือสูญเสียความร้อนให้ภายนอก เพราะเหตุใด.................................................................................................................... ..................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................. ................................................
165 เฉลย ใบกิจกรรมที่ 4 เรื่อง ผลของความร้อนต่อการเปลี่ยนสถานะของสาร สมาชิกในกลุ่มที่...........ชั้น.............. 1………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 2………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 3………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 4………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 5………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 6………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... จุดประสงค์ สังเกตและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำเนื่องจากความร้อน วัสดุอุปกรณ์ 1. น้ำแข็ง 2. บีกเกอร์ 3. แท่งแก้ว 4. เทอร์มอมิเตอร์ 5. ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ 6. ขาตั้งพร้อมที่จับ 7. กระดาษกราฟ 8. นาฬิกาจับเวลา วิธีการดำเนินกิจกรรม 1. ใส่น้ำแข็งก้อนเล็กๆปริมาณ 2 ใน 3 ของบีกเกอร์ แล้วจัดอุปกรณ์ วัดอุณหภูมิเมื่อระดับของเหลวใน เทอร์มอมิเตอร์คงที่ สังเกตสถานะของน้ำแข็งในบีกเกอร์ 2. ให้ความร้อนแก่น้ำแข็งในบีกเกอร์ด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์ ใช้แท่งแก้วคนคนน้ำแข็งให้ทั่วบีกเกอร์ ตลอดเวลา วัดอุณหภูมิ สังเกตสถานะของสิ่งที่อยู่ในบีกเกอร์ทุกๆ 1 นาที จนเดือด บันทึกผล 3. ให้ความร้อนต่อไปอีก 3 นาที วัดอุณหภูมิ สังเกตสถานะของสิ่งที่อยู่ในบีกเกอร์ทุกๆ 1 นาที บันทึก ผล 4. เขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับเวลา ตั้งแต่เริ่มวัดอุณหภูมิของน้ำแข็งจนสิ้นสุด การทำกิจกรรม
166 บันทึกผลการทดลอง กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับเวลาที่ใช้ในการให้ความร้อนแก่น้ำแข็ง สรุปผลการทดลอง
167 จากการทดลองพบว่า น้ำแข็งที่ 0 องศาเซลเซียส เมื่อได้รับความร้อนจะเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำที่ 0 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง จากนั้นน้ำจะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็นไอที่ 100 องศาเซลเซียส และ จะเปลี่ยนสถานะเป็นไอน้ำที่ 100 องศาเซลเซียส โดยไม่เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ จากกราฟแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างเวลากับอุณหภูมิ เมื่อให้ความร้อนกับน้ำแข็งมีลักษณะดังนี้ ขณะที่น้ำแข็งกำลังหลอมเหลว กราฟเป็น เส้นขนานกับแกนนอน และเมื่อน้ำแข็งหลอมเหลวหมดแล้ว เส้นกราฟมีลักษณะชันขึ้นเป็นเส้นตรง เมื่อน้ำ เดือดเป็นไอน้ำเส้นกราฟจะขนานกับแกนนอน ช่วงที่อุณหภูมิคงที่มี 2 ช่วง คือ ช่วงที่น้ำแข็งหลอมเหลวและ ขณะที่น้ำเดือดกลายเป็นไอน้ำ อธิบายได้ว่าความร้อนที่น้ำได้รับถูกใช้ไปทำให้น้ำแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำ และ น้ำเปลี่ยนสถานะเป็นไอ อุณหภูมิคงที่ พลังงานความร้อนทำให้สารเปลี่ยนสถานะได้ เมื่อได้รับพลังงานความ ร้อนสารจะมีพลังงานมากขึ้นกว่าเดิม สารในสถานะแก๊สมีพลังงานมากกว่าของเหลวและของแข็ง ตามลำดับ คำถามท้ายการทดลอง 1. การต้มน้ำแข็งจนกลายเป็นไอ มีการเปลี่ยนแปลงสถานะกี่ครั้ง อะไรบ้าง เมื่อให้ความร้อนแก่น้ำแข็งเกิดการเปลี่ยนสถานะ 2 ครั้ง คือ น้ำแข็งอุณหภูมิ 0 ํC เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำ อุณหภูมิ 0 ํC โดยการเปลี่ยนสถานะครั้งนี้อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง และน้ำเดือดอุณหภูมิ 100 ํC เปลี่ยน สถานะเป็นไอน้ำเดือดอุณหภูมิ 100 ํC การเปลี่ยนสถานะครั้งนี้อุณหภูมิก็ไม่เปลี่ยนแปลง 2. น้ำแข็ง น้ำ และไอน้ำ มีพลังงานเท่ากันหรือไม่ อย่างไร ไม่เท่ากัน ไอน้ำมีพลังงานมากกว่าน้ำและน้ำมี พลังงานมากกว่าน้ำแข็ง เนื่องจาก น้ำแข็งต้องได้รับความร้อนเข้าไปในการหลอมเหลวและน้ำต้องใช้ความร้อน ทำให้กลายเป็นไอ 3. ในการเปลี่ยนสถานะจากน้ำแข็งเป็นน้ำ น้ำแข็งได้รับความร้อนจากภายนอกหรือสูญเสียความร้อนให้ ภายนอก เพราะเหตุใด ได้รับความร้อนจากภายนอก เพื่อทำให้อนุภาคของน้ำแข็งเคลื่อนที่ออกห่างจากกัน มากขึ้นจนสถานะของสารเปลี่ยนไปเป็นของเหลว 4. ในการเปลี่ยนสถานะจากน้ำเป็นไอน้ำ น้ำได้รับความร้อนจากภายนอกหรือสูญเสียความร้อนให้ภายนอก เพราะเหตุใด ได้รับความร้อนจากภายนอก เพื่อทำให้อนุภาคของน้ำเคลื่อนที่ออกห่างจากกันมากขึ้นจนสถานะ ของสารเปลี่ยนไปเป็นไอน้ำ
168 ทบทวนความรู้ เรื่อง การเปลี่ยนสถานะของสสาร คำชี้แจง จากแผนผังการเปลี่ยนสถานะ ให้เติมตัวอักษรที่ถูกต้องลงในช่องว่างให้ตรงกับข้อความต่อไปนี้ ของแข็ง ของเหลว แก๊ส ....................... การกลายเป็นไอ ....................... การหลอมเหลว ....................... การควบแน่น ....................... การแข็งตัว ....................... การระเหิด ....................... การระเหิดกลับ ชื่อ...............................................................................................................ชั้น...... ............เลขที่................ ก ข ค ฉ จ ง
169 เฉลย ทบทวนความรู้ เรื่อง การเปลี่ยนสถานะของสสาร คำชี้แจง จากแผนผังการเปลี่ยนสถานะ ให้เติมตัวอักษรที่ถูกต้องลงในช่องว่างให้ตรงกับข้อความต่อไปนี้ ของแข็ง ของเหลว แก๊ส ......ค.....การกลายเป็นไอ .....ข.......การหลอมเหลว .......ง.......การควบแน่น .....ก.......การแข็งตัว ....ฉ...... การระเหิด ....จ...... การระเหิดกลับ ชื่อ...............................................................................................................ชั้น...... ............เลขที่................ ก ข ค ฉ จ ง
170 ใบงานที่ 4 เรื่อง ความร้อนแฝง เราทราบแล้วว่าเมื่อวางแก้วน้ำแข็งไว้สักครู่ พบว่าน้ำแข็งจะหลอมละลายเป็นน้ำในสถานะของเหลว และเมื่อนำน้ำไปต้มโดยให้พลังงานความร้อนอย่างเพียงพอ น้ำก็จะเดือดเป็นไอน้ำได้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิของน้ำ โดยทั่วไปน้ำแข็งจะมีอุณหภูมิ 0 ๐C เมื่อน้ำแข็งได้รับความร้อน น้ำแข็งจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ที่อุณหภูมิ 0 ๐C ขณะน้ำแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำเหลว อุณหภูมิของน้ำแข็งและน้ำเหลวจะไม่เปลี่ยนแปลง ในขณะที่น้ำแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำเหลวอุณหภูมิจะคงที่ พลังงานความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจาก น้ำแข็งเป็นน้ำเหลว ดังกล่าวนี้เรียกว่า "ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของน้ำแข็ง" และกำหนดให้พลังงาน ความร้อนที่ทำให้น้ำแข็งมวล 1 กรัม เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำเหลวโดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง เป็นความร้อน แฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำแข็ง ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำแข็ง มี ค่าประมาณ 80 แคลอรีต่อกรัม เมื่อน้ำที่อุณหภูมิ 0 ๐C ได้รับความร้อนเพิ่มขึ้น อุณหภูมิก็จะมีค่าเพิ่มขึ้นด้วย น้ำจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น แล้วเดือด และถ้าวัดอุณหภูมิของไอน้ำเดือดและอุณหภูมิของน้ำเดือด จะพบว่ามีค่าใกล้เคียงกัน แสดงว่าน้ำ เดือดเปลี่ยนสถานะเป็นไอน้ำเดือด โดยอุณหภูมิจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยปกติน้ำบริสุทธิ์จะเดือดที่อุณหภูมิ 100 ๐C ความดันบรรยากาศเท่ากับ 760 มิลลิเมตรของปรอท ขณะน้ำเดือดเป็นไอ พลังงานความร้อนที่ทำให้น้ำเดือดเปลี่ยนสถานะเป็นไอน้ำ โดยอุณหภูมิไม่ เปลี่ยนแปลงนี้ เรียกว่า "ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอของน้ำเดือด" และกำหนดให้พลังงานความร้อนที่ ทำให้น้ำเดือดมวล 1 กรัม เปลี่ยนสถานะเป็นไอน้ำโดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงว่า "ความร้อนแฝงจำเพาะของ การกลายเป็นไอของน้ำเดือด" ความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอน้ำเดือด มีค่าประมาณ 540 แคลอรี ต่อกรัม การเปลี่ยนสถานะจากของแข็งให้เป็นของเหลว 1. การเปลี่ยนสถานะจากของแข็งให้เป็นของเหลว ต้องใช้พลังงานความร้อนจำนวนหนึ่ง ความร้อนนี้ เรียกว่า "ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของสาร" จากการทำกิจกรรมที่ผ่านมา จะเห็นว่าเมื่อให้ความร้อน แก่น้ำแข็ง น้ำแข็งจะเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำโดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง พลังงานความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยน สถานะของน้ำแข็งให้เป็นน้ำ เรียกว่า "ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของน้ำแข็ง" ในทางตรงข้ามถ้าทำให้ น้ำ 0 ๐C ให้เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็งที่ 0 ๐C จะต้องนำพลังงานความร้อนออกไปเช่นกัน 2. ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำแข็ง คือ พลังงานความร้อนที่ทำให้น้ำแข็ง มวล 1 กรัม เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำ โดยอุณหภูมิคงที่อาจเขียนแผนภาพเเสดงการเปลี่ยนแปลงสถานะของ น้ำแข็งให้เป็นน้ำ ได้ดังแผนภาพข้างล่าง
171 ถ้าเรามีน้ำแข็ง 1 กรัม ที่ 0 ๐C จะทำให้หลอมเหลวเปลี่ยนเป็นน้ำ 1 กรัมที่ 0 ๐C ต้องใช้ความร้อน 80 แคลอรี ในทางตรงข้าม ถ้าจะทำให้น้ำ 1 กรัม ที่ 0๐C เป็นน้ำแข็ง 1 กรัม ที่ 0 ๐C จะต้องคายความร้อน 80 แคลอรี ดังนั้นค่าความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำแข็งเท่ากับ 80 แคลอรีต่อกรัม การคำนวณหาปริมาณความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของสาร เมื่อ Q = ปริมาณความร้อนแฝง มีหน่วยเป็นแครอลี่(cal) หรือกิโลแคลอรี(kcal) หรือจูล() m = มวลของสาร มีหน่วยเป็นกรัม (g) หรือกิโลกรัม(kg) l = ความร้อนแฝงจำเพาะของสารมีหน่วยเป็นแคลอรีต่อกรัม(cal/g) หรือกิโลแคลอรีต่อ กิโลกรัม (kcal/kg) หรือจูลต่อกิโลกรัม(J/kg) ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว = 80 cal/g ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ = 540 cal/g ตัวอย่างที่ 1 น้ำแข็ง 50 กรัม หลอมเหลวเปลี่ยนเป็นน้ำที่ 0 ๐C จะต้องใช้ความร้อนทั้งหมดเท่าไร วิธีทำ จากสูตร Q = ml ในที่นี้ m = 50 กรัม l = 80 แคลอรีต่อกรัม แทนค่าได้ Q = 50g x 80 cal/g = 4000 cal ตอบ พลังงานความร้อนที่ใช้เท่ากับ 4000 cal การเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นแก๊ส 1. การเปลี่ยนสถานะจากของเหลวในแก๊ส ของเหลวเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สต้องใช้พลังงานความร้อน เช่นกัน ความร้อนที่ต้องใช้นี้เรียกว่า "ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอของของเหลว" และเมื่อน้ำเดือด เปลี่ยนสถานะเป็นไอน้ำเดือด อุณหภูมิของน้ำจะคงที่อยู่ตลอดเวลา และในทางตรงข้าม ไอน้ำเดือดที่ 100 ๐C เมื่อคายความร้อนจำนวนหนึ่งจะกลายเป็นน้ำเดือดที่ 100 ๐C ซึ่งสามารถเขียนแผนภาพ แสดงการ เปลี่ยนแปลงของน้ำเดือดเป็นไอน้ำเดือด ได้ดังนี้ สูตร Q = ml
172 2. ความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอของสาร คือ ปริมาณความร้อนที่สารมวล1หน่วย ได้รับ เพื่อเปลี่ยนสถานะจากของเหลวให้กลายเป็นไอ โดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง 3. ค่าความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอของน้ำเดือด มีค่าเท่ากับ 540 แคลอรีต่อกรัม ซึ่ง หมายความว่า น้ำเดือด 1 กรัม ต้องการความร้อน 540 แคลอรีจึงจะกลายเป็นน้ำเดือด ตัวอย่างที่ 2 น้ำเดือดมวล 50 g กลายเป็นน้ำเดือด 50 g ต้องใช้ ความร้อนแฝงเท่าไร วิธีทำ จากสูตร Q = mL ในที่นี้ m = 50g และ L= 540 cal/g แทนค่า ได้ Q = 50g x 540 cal/g = 27000 cal ตอบ ต้องใช้ความร้อนแฝง 27000 cal
173 ใบงาน เรื่อง ผลของความร้อนต่อการเปลี่ยนสถานะของสาร สมาชิกในกลุ่มที่...........ชั้น.............. 1………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 2………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 3………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 4………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 5………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... คำชี้แจง ให้นักเรียนแสดงวิธีทำให้ถูกต้อง 1. ตะกั่ว 500 กรัม อุณหภูมิ 327C ต้องใช้พลังงานความร้อนเท่าใดในการหลอมเหลวเป็นของเหลว หมดพอดี (ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของตะกั่วเท่ากับ 5.9 cal/g) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. พลังงานความร้อน 84 กิโลแคลอรี จะหลอมน้ำข็งได้กี่กรัมที่ 0C ให้กลายเป็นน้ำที่ 0C หมดพอดี (ความ ร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำเท่ากับ 80 cal/g) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ไอน้ำมวล 300 กรัม อุณหภูมิ 100 C ต้องคายความร้อนออกมากี่แคลอรี จึงจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นน้ำ ทั้งหมดที่อุณหภูมิ 100 C (ความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอของน้ำเท่ากับ 540 cal/g) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
174 4. น้ำแข็งมวล 300 กรัม อุณหภูมิ 0 C ต้องดูดความร้อนเข้ามากี่แคลอรี จึงจะเปลี่ยนสถานะ กลายเป็นน้ำทั้งหมดที่อุณหภูมิ 0 C (ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำเท่ากับ 80 cal/g) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ต้องใช้พลังงานความร้อนกี่กิโลแคลอรีที่ทำให้น้ำมวล 150 กรัม ที่อุณหภูมิ30C เปลี่ยนสถานะ เป็นไอน้ำหมดพอดีที่ 100C (ความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 1 cal/gC, ความร้อนแฝงจำเพาะของการ กลายเป็นไอของน้ำเท่ากับ 540 cal/g) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
175 เฉลย ใบงานที่ 4 เรื่อง ผลของความร้อนต่อการเปลี่ยนสถานะของสาร สมาชิกในกลุ่มที่...........ชั้น.............. 1………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 2………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 3………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 4………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... 5………………………………………………………………………………………………เลขที่……………………... คำชี้แจง ให้นักเรียนแสดงวิธีทำให้ถูกต้อง 1. . ตะกั่ว 500 กรัม อุณหภูมิ 327C ต้องใช้พลังงานความร้อนเท่าใดในการหลอมเหลวเป็น ของเหลวหมดพอดี (ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของตะกั่วเท่ากับ 5.9 cal/g) วิธิทำ จากสมการ Q = mL จะได้ Q = 500 x 5.9 Q = 2,950 ตอบ ต้องใช้ปริมาณความร้อน 2,950 cal 2. พลังงานความร้อน 84 กิโลแคลอรี จะหลอมน้ำแข็งได้กี่กรัมที่ 0C ให้กลายเป็นน้ำที่ 0C หมด พอดี (ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำเท่ากับ 80 cal/g) วิธิทำ จากสมการ Q = mL จะได้ 84 x 1000 = m x 80 m = 1,050 g ตอบ จะหลอมน้ำแข็งได้1,050 กรัม 3. ไอน้ำมวล 300 กรัม อุณหภูมิ 100 C ต้องคายความร้อนออกมากี่แคลอรี จึงจะเปลี่ยนสถานะ กลายเป็นน้ำทั้งหมดที่อุณหภูมิ 100 C (ความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอของน้ำเท่ากับ 540 cal/g) วิธิทำ จากสมการ Q = mL จะได้ Q = 300 x 540 Q = 162,000 ตอบ ต้องใช้ปริมาณความร้อน 162,000 cal
176 4. น้ำแข็งมวล 300 กรัม อุณหภูมิ 0 C ต้องดูดความร้อนเข้ามากี่แคลอรี จึงจะเปลี่ยนสถานะ กลายเป็นน้ำทั้งหมดที่อุณหภูมิ 0 C (ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำเท่ากับ 80 cal/g) วิธิทำ จากสมการ Q = mL จะได้ Q = 300 x 80 Q = 24,000 ตอบ ต้องใช้ปริมาณความร้อน 24,000 cal 5. ต้องใช้พลังงานความร้อนกี่กิโลแคลอรีที่ทำให้น้ำมวล 150 กรัม ที่อุณหภูมิ30C เปลี่ยนสถานะ เป็นไอน้ำหมดพอดีที่ 100C (ความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 1 cal/gC, ความร้อนแฝงจำเพาะของการ กลายเป็นไอของน้ำเท่ากับ 540 cal/g) วิธิทำ จากสมการ Q1 = mct จะได้ Q1 = 150 x 1 x 70 Q1 = 10,500 cal จากสมการ Q2 = mL Q2 = 150 x 540 Q2 = 81,000 cal ดังนั้น พลังงานความร้อนทั้งหมด = Q1 + Q2 = 10,500 + 81,000 = 91,500 cal ตอบ ต้องใช้พลังงานความร้อน เท่ากับ 9.1 Kcal
177 ใบบันทึกคะแนนรายบุคคล แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/……. ที่ ชื่อ – สกุล คะแนน ใบงาน เรื่อง ผลของความร้อนที่มีต่อการ เปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร (10 คะแนน) ประเมินการทำงานกลุ่มใน ใบงาน เรื่อง ผลของความร้อนที่มีต่อการ เปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร (5คะแนน) แบบประเมินผลด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์(5คะแนน) รวมคะแนน (20 คะแนน) รวม (1 คะแนน) 1 เด็กชายกฤษกร เฮงสถิติกุล 2 เด็กชายฉลองรัฐ จันดาหงส์ 3 เด็กชายชัยมงคล ปะระติ 4 เด็กชายชัยวัฒน์ หมื่นขวา 5 เด็กชายธีรพัฒน์ สมุทรศรี 6 เด็กชายนนทวัฒน์ ผ่องแผ้ว 7 เด็กชายนพณัฐ เทียมเกตุ 8 เด็กชายพศวีร์ พาพาน 9 เด็กชายภวินทร์ หาญป้อ 10 เด็กชายภานุวัฒน์ หนองหารพิทักษ์ 11 เด็กชายภูชนะ ไชยเวช 12 เด็กชายรฏิภูมิ บุญพา 13 เด็กชายวรากรณ์ บุบผามาลา ลงชื่อ..................................................ผู้สอน (นางสาวบุณณดา วุฒทะสิงห์) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู วันที่............เดือน.................พ.ศ...............
178 เกณฑ์ประเมิน ใบงาน เรื่อง ผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน อธิบายเนื้อหาไม่ละเอียดชัดเจน ไม่ถูกต้อง ภาษาที่ใช้สื่อความหมายเข้าใจยาก ไม่ สะอาดและไม่เป็นระเบียบ สะกดคำไม่ได้ถูกต้อง 10 อธิบายเนื้อหาไม่ละเอียดชัดเจน ถูกต้องบางส่วน ภาษาที่ใช้สื่อความหมายเข้าใจยาก ไม่สะอาดและไม่เป็นระเบียบ สะกดคำไม่ได้ถูกต้อง 8 อธิบายเนื้อหาไม่ละเอียดชัดเจน ถูกต้อง ภาษาที่ใช้สื่อความหมายเข้าใจง่าย ไม่สะอาด และไม่เป็นระเบียบ สะกดคำไม่ได้ถูกต้อง 6 อธิบายเนื้อหาได้ละเอียดชัดเจน ถูกต้อง ภาษาที่ใช้สื่อความหมายเข้าใจง่าย ไม่สะอาด และไม่เป็นระเบียบ สะกดคำไม่ได้ถูกต้อง 4 อธิบายเนื้อหาได้ละเอียดชัดเจน ถูกต้อง ภาษาที่ใช้สื่อความหมายเข้าใจง่าย สะอาด เป็นระเบียบ และสะกดคำได้ถูกต้อง 2 รวม 10 คะแนน เกณฑ์การผ่าน ตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป (7 คะแนนขึ้นไป)
179 แบบประเมินทักษะการทำงานกลุ่ม วิชา วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/.......... ปีการศึกษา 2565 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร คำชี้แจง ให้ครูผู้สอนประเมินโดยให้คะแนนผู้เรียนลงในช่องจากการสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในการปฏิบัติ กิจกรรม โดยให้ระดับคะแนนลงในตารางที่ตรงกับพฤติกรรมของผู้เรียน เกณฑ์การประเมิน 70 % ขึ้นไป ผ่าน ต่ำกว่า 70 % ไม่ผ่าน ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ 10.5 คะแนนขึ้นไป ที่ กลุ่ม รายการประเมิน ผลการประเมิน ตรงต่อเวลา การวางแผน ความถูกต้อง ของเนื้อหา การนำเสนอ ผลงาน การมีส่วน ร่วม คะแนน (15) คะแนนเฉลี่ย (5) 3 3 3 3 3 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 กลุ่ม 1 2 กลุ่ม 2 3 กลุ่ม 3 4 กลุ่ม 4 5 กลุ่ม 5 6 กลุ่ม 6 7 กลุ่ม 7 8 กลุ่ม 8
180 เกณฑ์การประเมินทักษะการทำงานกลุ่ม รายการประเมิน คะแนน 3 2 1 1. การตรงต่อเวลา ส่งงานได้ตามเวลาที่ กำหนด ส่งงานช้ากว่าเวลาที่ กำหนด 1 วัน ส่งงานช้ากว่าเวลาที่กำหนด มากว่า 1 วัน 2. การวางแผน มีการวางแผนและแบ่ง หน้าที่การทำงานให้กับ ทุกคน มีการวางแผนการทำงาน แต่ไม่มีการแบ่งหน้าที่ ไม่มีการวางแผนและแบ่ง หน้าที่การทำงาน 3. ความถูกต้องของ เนื้อหา ข้อมูลที่สืบค้นมาได้ ถูกต้องทุกข้อ ข้อมูลที่สืบค้นมาได้ ไม่ ถูกต้องบางข้อ ข้อมูลที่สืบค้นมาได้ ไม่ถูกต้องทุกข้อ 4. การนำแสนอผลงาน เนื้อหาชัดเจน เข้าใจง่าย ผลการสืบค้นครบทุกข้อ เนื้อหาชัดเจน เข้าใจง่าย ผลการสืบค้นไม่ครบทุกข้อ เนื้อหาไม่ชัดเจน เข้าใจยาก ผลการสืบค้นไม่ครบทุกข้อ 5. การมีส่วนร่วมในการ ทำงาน การมีส่วนในกิจกรรม มี ส่วนร่วมในการทำงาน การส่วนร่วมในกิจกรรม บางส่วนในการทำงาน ไม่มีส่วนร่วมในการทำงาน เกณฑ์การให้คะแนน 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถึง ต้องปรับปรุงคะแนน
181 เกณฑ์การประเมินผลด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รายการประเมิน คะแนน 3 2 1 1. มีความสนใจ มีความสนใจในกิจกรรม การจัดการเรียนรู้ สนใจในกิจกรรมการ จัดการเรียนรู้บางครั้ง ไม่มีความสนใจในกิจกรรม การจัดการเรียนรู้ 2. ความกระตือรือร้น กระตือรือร้นในการเรียน และการทำงาน กระตือรือร้นในการเรียน และการทำงานบางครั้ง ขาดความกระตือรือร้นใน การเรียนและการทำงาน 3. มีส่วนร่วมในกิจกรรม การเรียนการสอน มีส่วนร่วมและให้ความ ร่วมมืออย่างเต็มที่ มีส่วนร่วมและให้ความ ร่วมมือบางครั้ง ไม่ให้ความความร่วมมือ 4. มีความรับผิดชอบ เอาใจใส่ต่อการทำงาน ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย เอาใจใส่ต่อการทำงาน บางครั้งปฏิบัติหน้าที่ได้รับ มอบหมาย ขาดการเอาใจใส่ต่อการ ทำงาน ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย 5. มีความตรงต่อเวลา ทำงานส่งเสร็จตามเวลา ที่กำหนดหรือเสร็จก่อน เวลาที่กำหนด ส่งงานช้ากว่าเวลาที่ กำหนด ไม่ส่งงานตามกำหนด เกณฑ์การประเมิน 70 % ขึ้นไป ผ่าน ต่ำกว่า 70 % ไม่ผ่าน ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ 10.5 คะแนนขึ้นไป