The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การวิจัยเชิงปริมาณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ning.somakul, 2022-05-17 14:25:53

การวิจัยเชิงปริมาณ

การวิจัยเชิงปริมาณ

Silpakorn University

2. Quantitative Research

ศาสตราจารย์ ดร.นรินทร์ สังข์รักษา

คณะวทิ ยาการจัดการ มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 1

ความรู้พืน้ ฐานการวจิ ยั

•Research is a systematic investigation to
establish facts.
•Research is a search for new knowledge.

•การวจิ ัย หมายถึง การค้นหาอย่างเป็ นระบบ เพื่อให้ได้
ข้อเทจ็ จริง
•การวจิ ัย หมายถงึ กระบวนการค้นหาความรู้ใหม่ๆ

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 2

ระเบยี บวธิ ีวจิ ยั

(Research Methodology)
•แบบการวจิ ยั ซ่ึงจะต้องอาศัยกระบวนการ วธิ ีการ เพ่ือให้
ได้มาซ่ึงข้อมูล รวมท้งั การวเิ คราะห์และการเลือกส่ิงท่ี
ผู้วจิ ยั สนใจจะศึกษา
•เป็ นกระบวนการหรือข้นั ตอนต่างๆ อนั ประกอบไปด้วย
การกาํ หนดกรอบแนวคดิ ทฤษฎี การออกแบบการวจิ ยั
หรือการกาํ หนดเทคนิควธิ ีในการรวบรวมข้อมูล การ
วเิ คราะห์ข้อมูล และการนําเสนอข้อมูลทไ่ี ด้จากการศึกษา

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 3

การออกแบบการวจิ ยั

(Research Design)
•ตทลุกอๆดเรโค่ือรงงทกเ่ี การยี่ ววจิขัย้องเรกิ่มบั ตก้งัาแรตว่างแผนดาํ เนินงาน
ผกาลรกกาาํรหวนจิ ยัดปัญหาวจิ ัย ไปจนถงึ การนําเสนอ

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 4

วธิ ีวจิ ยั (Research Method)

•วธิ ีการทใ่ี ช้ในการรวบรวมข้อมูล เช่น การ
สอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกต การศึกษา
เอกสาร การสนทนากล่มุ ซึ่งวธิ ีการรวบรวม
ข้อมูลแต่ละวธิ ีจะมที ้งั จุดแขง็ และจุดอ่อนอยู่
ในตวั เอง

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 5

ปัญหาการวจิ ยั (Research problem)
หมายถงึ ส่ิงทผ่ี ู้วจิ ยั ต้องการจะศึกษา หรือ
สิ่งทผี่ ู้วจิ ยั ต้องการหาคาํ ตอบด้วย
กระบวนการทเ่ี ชื่อถือได้

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 6

ความเข้าใจทถ่ี ูกต้องเกยี่ วกบั การทาํ วจิ ยั

• การทาํ วจิ ยั ไม่ใช่เร่ืองยาก
• ควรเริ่มต้นทาํ วจิ ยั โดยการศึกษาปรากฏการณ์

ทอ่ี ยู่รอบ ๆ ตวั
• ความแตกต่างระหว่างงานวจิ ยั (Research)

และวทิ ยานิพนธ์ (Thesis, Dissertation)

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 7

•การออกแบบการวจิ ยั (Research design)

คือ การกาํ หนดวธิ ีการศึกษาเพือ่ ใหไ้ ดค้ าํ ตอบท่ีถูกตอ้ ง เชื่อถือได้
ลกั ษณะการออกแบบการวจิ ยั ข้ึนอยกู่ บั คาํ ถามและวตั ถุประสงค์
การวจิ ยั

•โครงร่างการวจิ ยั (Research proposal)

เป็นแผนการที่กาํ หนดไวล้ ่วงหนา้ อยา่ งละเอียดถึงข้ึนตอนของ
การทาํ วจิ ยั ทุกข้นั ตอน เพ่อื เป็นแม่แบบในการดาํ เนินการวจิ ยั

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 8

•ระดบั นยั สาํ คญั

คทกเทลนัดร่าาะสอไดดรยอเบัา่คบเงชทลคม่นื่อ่ีสวีนนาาทยัมมไศสั แาดนาํรต้ค5ถคกญัยตตคอิขท่ารมงอา้ังใงงจหสผาํ ถปูม้น้ ่ิตีคววิทยวนโาี่รหมระนคคด่ึงเลบัอราด้อด.ส0ยเค์คใ5ลนร้่ือังผหนชู้ยมไอาายดมยแค้คใลิหดวะเาม้ปผมีก็นหู้วาาร่ญร้อใิงยนแลกตะากรต่าง

.01
.05

.001

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 9

•ความตรง(validity) : คุณภาพของเครื่องมือท่ีวดั สิ่งท่ีตอ้ งการ

วดั ไดต้ รงกบั ความจริงมากนอ้ ยเพียงใด(ประสิทธิภาพ)
-ความตรงภายใน คือ ผลการวจิ ยั มีเน้ือหาสาระถูกตอ้ ง ครบถว้ น

สมบูรณ์
-ความตรงภายนอก คือ ผลการวจิ ยั ไดร้ ับจากกลุ่มตวั อยา่ งสามารถ

สรุปอา้ งอิงไปยงั ประชากรที่ศึกษาไดท้ ้งั หมด
ไดจ้ ากการหาค่า IOC

•ความเที่ยง(reliability) : ระดบั ความสามารถของเครื่องมือใน

การวดั วดั ไดค้ ่าคงท่ี วดั กี่คร้ังกไ็ ดค้ ่าคงที่(ประสิทธิผล)
• ค่า r= …….

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 10

กระบวนทศั น์การวจิ ยั

การวจิ ยั เชิงปริมาณ

อธิบายและทาํ นาย สนบั สนุนยนื ยนั

(explain & predict) (confirm)

ทดสอบทฤษฎี

(test theory)

11

กระบวนทศั น์การวจิ ยั

การวจิ ยั เชิงคุณภาพ

บรรยายและอธิบาย สาํ รวจและแปรความ

(describe &explain) (explore & interpret)

สร้างทฤษฎี

(build theory)

12

ธรรมชาตขิ องการวจิ ยั เชิงปริมาณ

การวจิ ยั เชิงปริมาณ

จุดเนน้ บริบทกวา้ ง
มีแนวทางกาํ หนด รูปแบบชดั เจน
(focused)

รู้ตวั แปร

ธรรมชาตขิ องการวจิ ยั เชิงคุณภาพ

การวจิ ยั เชิงคุณภาพ

ภาพรวม แนวทางยดื หยนุ่ บริบทจาํ กดั

(holistic) รูปแบบไม่ชดั เจน

ไม่รู้ตวั แปร

กระบวนทศั น์การเกบ็ ข้อมูล
การวจิ ยั เชิงปริมาณ

กลุ่มขนาดใหญ่ เครื่องมือที่ไดม้ าตรฐาน

การวจิ ยั เชิงคุณภาพ

กลุ่มขนาดเลก็ การสงั เกต การสมั ภาษณ์

15

รูปแบบการวเิ คราะห์ข้อมูล

การวจิ ยั เชิงปริมาณ

เชิงอนุมาน (Deductive) จากลกั ษณะทว่ั ไปสู่ลกั ษณะเฉพาะ
ทดสอบทฤษฎี
สมมติฐาน/คาํ ถามการวจิ ยั ที่ไดจ้ ากทฤษฎี
แนวคิดเชิงปฏิบตั ิการ/ตวั แปรท่ีไดจ้ ากทฤษฎี
ใชเ้ คร่ืองมือเพ่ือวดั ตวั แปรที่ไดจ้ ากทฤษฎี
Prof.

Dr.N

arin

Sun

Leedy & Ormrod 2001 grug
sa

รูปแบบการวเิ คราะห์ข้อมูล

การวจิ ยั เชิงคุณภาพ

พฒั นาทฤษฎีหรือเปรียบเทียบกบั ทฤษฎีอื่น
มองหารูปแบบของทฤษฎี
จดั ประเภท
ต้งั คาํ ถาม
รวบรวมขอ้ มูล

เชิงอุปมาน (Inductive)จากลกั ษณะเฉพาะสู่ลกั ษณะทวั่ ไป

Leedy & Ormrod 2001

การกาํ หนดโจทย์/ปัญหาการวจิ ยั

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 18

ต้งั สมมติฐาน พสิ ูจน์หรือทดสอบ
สมมตฐิ าน
คดั ค้านสมมตฐิ าน
ทไี่ ด้ต้ังไว้ ได้ผลหรือคาํ ตอบ
การวจิ ยั
ได้ความรู้ใหม่ และคาํ ถามการ
วจิ ัยได้รับคาํ ตอบแล้ว สนับสนุนสมมตฐิ าน
ทไี่ ด้ต้งั ไว้

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 19

การกาํ หนดปัญหาทางการวจิ ยั

• การเลือกเรื่องสาํ หรับทาํ วิจยั
“เริ่มตน้ ที่ดีเหมือนสาํ เร็จไปแลว้ คร่ึงหน่ึง” หลกั การเลือกเร่ือง

1. เร่ืองที่จะทาํ วิจยั น่าสนใจหรือไม่
2. เร่ืองท่ีจะทาํ วจิ ยั เป็นเรื่องสาํ คญั และเป็นประโยชน์คุม้ คา่ กบั การ

ลงทุน
3. เร่ืองท่ีจะทาํ วจิ ยั เป็นเรื่องท่ีสามารถทาํ วจิ ยั ไดห้ รือไม่ โดยพิจารณา

จากงบประมาณ จริยธรรม เวลา
4. เรื่องที่จะทาํ วิจยั ซ้าํ ซอ้ นกบั งานวิจยั ที่ทาํ มาแลว้ หรือไม่

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 20

เกณฑ์การพจิ ารณาการวจิ ยั

•วธิ ีการง่ายๆ ในการพจิ ารณา ว่าเป็ นวจิ ยั หรือไม่น้ัน มขี ้อสังเกต คือ
•มขี ้อมูลหลกั ฐานสนบั สนุนหรือไม่

•เป็ นการศึกษาอย่างเป็ นระบบครบวงจรหรือไม่ อย่างไร

•มคี วามเป็ นปรนัยหรือไม่

•สามารถตรวจสอบและสอบทานได้ ใช่หรือไม่

•มีความใหม่ ซ่ึงคาํ ตอบทตี่ ้องการ ยงั ไม่มีใครตอบปัญหานีไ้ ด้

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 21

นวโจิ ยยั บขาอยงแสลภะแาวผจินัยแแมห่บ่งทชกาตาริ นวโจิยพยับข.าศยอ.แง2ชล5ะา5ตแ2นิ -ร2วะ5ทย7ะา1งยกาวาร

 นโยบายระยะยาว
คนยุทวโยาธมบศตาาย้สอรงตัฐกรบา์งราบทลป้อรงะถม่ินาณ  กรอบแนวทาง
 นวโยจิ บยั ขายอแงลชะายตทุิ ธศพา.สศต.2ร5์ 6ก0า-ร  กกปาารรระบตเดิดรน็ิหตวาาจิมรจัยปัดรกะาเมริน
 2564 
 
 แนวทางแผนพฒั นาฯ
ฉบบั ที่ 12
การปฏริ ูประบบวจิ ยั ของประเทศ
นโยบายแลหะนย่วทุ ยธงศานาสตร์ ของ  กกกลาารรไมบกกสีริ่หาวรนาขรรับจ่วัดเมคกลาื่อรนและสนับสนุน


 การติดตามประเมินผล
Prof.Dr.Narin Sungrugsa 22

นักวจิ ยั

ค้นให้พบ พสิ ูจน์ให้ได้ ใช้ให้เป็ น

(ปัญหาอะไร)
ต้งั ปัญหา

ที่มา : ศ.ดร.สนิท อกั ษรแกว้ ,2564 Open House วช. 23

Prof.Dr.Narin Sungrugsa

หากทาํ วจิ ัยทเ่ี ด่นต้องม.ี ..
ช่ือเร่ือง
โดดเด่น/Hot Issue

ปัญหาการวจิ ยั การวเิ คราะห์ Gab Analysis

วตั ถุประสงค์ Clear ชัด/วดั ได้

กรอบแนวคดิ เชื่อมโยง เห็นภาพรวม

วธิ ีดาํ เนินการวจิ ยั Research Design/บูรณาการ

Finding ใช้ประโยชน์ได้ มี Impact

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 24

หลกั การกาํ หนดโจทย์การวจิ ยั

ปัญหา 1 ปัญหา 2 ปัญหา 3

Pain Point ปัญหาการวจิ ยั Gab Analysis

Holistic Interdisciplinary
Approach

โครงการวจิ ยั 25

Prof.Dr.Narin Sungrugsa

• ความซ้าํ ซอ้ นในการวจิ ยั

1. การซ้าํ ซอ้ นในชื่อเร่ืองและปัญหาการวจิ ยั
2. การซ้าํ ซอ้ นในสถานท่ีทาํ วจิ ยั
3. การซ้าํ ซอ้ นในระยะเวลาทาํ วจิ ยั
4. การซ้าํ ซอ้ นในวธิ ีการหรือระเบียบวธิ ีการวจิ ยั

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 26

แหล่งของปัญหาการวจิ ยั

•แหล่งขอ้ มูลจากประสบการณ์การทาํ งาน
•วรรณกรรมในเรื่องที่สนใจ
•แนวคิดและทฤษฎี ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
•แหล่งขอ้ มูลจากภายนอก

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 27

การกาํ หนดเร่ืองวจิ ยั

•การกาํ หนดแนวคิดกวา้ งๆ ไวก้ ่อนวา่ จะทาํ วจิ ยั ประเดน็ ปัญหาอะไร
•การทบทวนรายงาน การวจิ ยั ที่เกี่ยวขอ้ งอยา่ งกวา้ งๆ
•วเิ คราะห์หวั เรื่องชว่ั คราว โดยอาศยั แนวความคิด และการทบทวน
รายงานการวจิ ยั
•วเิ คราะห์หวั เร่ืองท่ีกาํ หนดข้ึนในประเดน็ ต่อไปน้ี แนวคิดหลกั ตวั
แปรที่ศึกษา วตั ถุประสงคท์ ี่ตอ้ งการทราบ ขอ้ มูลและแหล่งขอ้ มูล
คืออะไรจะใชร้ ูปแบบการวจิ ยั อยา่ งไร มีขอ้ ตกลงเบ้ืองตน้
•ต้งั ช่ือหวั เร่ือง พิจารณาคุณค่าของหวั เรื่องท่ีจะทาํ

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 28

การต้งั หัวเร่ือง

•กะทดั รัด ชดั เจน ไดใ้ จความสมบูรณ์ ชื่อหวั เรื่องท่ีดีจะ
บอก
-ตวั แปรตามท่ีศึกษา
-ประชากรท่ีใชใ้ นการวจิ ยั
-ลกั ษณะขอ้ มูลท่ีใชใ้ นการวจิ ยั
-แนวทางการทาํ วจิ ยั น่าใชร้ ูปแบบอยา่ งไร

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 29

ขอบเขตของการวจิ ยั

•การกาํ หนดขอบเขต หรือประเดน็ เฉพาะในการวจิ ยั

•นิยามศพั ท์ (Definition)
หมายถึงการกาํ หนด นิยาม หรือความหมายที่สาํ คญั ของตวั
แปรตน้ และตวั แปรตาม เช่น
ผใู้ หบ้ ริการ
ผรู้ ับบริการ
ความพงึ พอใจ

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 30

•ข้นั ตอนการวจิ ยั เชิงปริมาณ

การกาํ หนดปัญหาและขอบเขตของปัญหา

กรอบแนวคิด การทบทวนเอกสารและงานวจิ ยั กรอบทฤษฎี

ประชากรและ การต้งั สมมติฐาน การสร้างเคร่ืองมือ
การสุ่มตวั อยา่ ง ในการวจิ ยั
สถิติบรรยาย การกาํ หนดตวั แปร
สถิติอา้ งอิง
การออกแบบการวจิ ยั
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 31

การเตรียมขอ้ มูล
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล

การแปรผล
รายงานผลการวจิ ยัProf.Dr.Narin Sungrugsa

บทท่ี 1

บทนาํ

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 32

องค์ประกอบบทที่ 1 บทนํา

1.ความเป็ นมาและความสําคญั ของปัญหา
2. วตั ถุประสงค์ของการวจิ ัย
3. คาํ ถามการวจิ ัย
4 กรอบแนวคดิ ทใ่ี ช้ในการวจิ ยั
5. สมมตฐิ านการวจิ ัย
6. ขอบเขตการวจิ ัย

เปนรื้อะหชาากพรืน้ กทล่ี ุ่มรตะวัยอะเยว่าลงาตทัวใี่ ชแ้ใปนรกทาศี่ รึกทษดาล(อตงัวแปรอสิ ระ , ตวั แปรตาม)
7. นิยามศัพท์
8. ประโยชน์ทจี่ ะได้รับ

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 33

บทที่ 1 บทนํา
1. ความเป็ นมาและความสําคญั ของปัญหา

- เรื่องทท่ี าํ นีส้ ําคญั อย่างไร
- ปัญหาทเ่ี กดิ กบั นักเรียน คืออะไร หรือต้องการพฒั นาอะไร เขยี น
เปรียบเทยี บสภาพทเ่ี กดิ ขนึ้ จริงกบั นักเรียนในเรื่องใดเร่ืองหน่ึงซึ่ง
ยงั ไม่เป็ นไปตามเกณฑ์ เป้าหมาย ความต้องการ ความคาดหวงั
ของหลกั สูตร+ มขี ้อมูลสนับสนุน
- ปัญหาเกดิ จากสาเหตุใดบ้าง สาเหตุใดสําคญั ทสี่ ุด
- มวี ธิ ีการใดแก้ไขหรือพฒั นาได้บ้างทาํ ไม่จงึ เลือกวธิ ีสอน /
นวตั กรรมนีม้ าแก้ไข มใี ครบ้างทศี่ ึกษาไว้แล้วได้ผล

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 34

บทที่ 1 บทนํา
1. ความเป็ นมาและความสําคญั ของปัญหา
- หาเอกสารโดยอ้างองิ แนวคดิ ทฤษฎี ผลการวจิ ยั เป็ นข้อมูลสนับสนุนว่า
เป็ นวธิ ีการทด่ี ี
- เขยี นเรียบเรียงโดยเกดิ จากการวเิ คราะห์สังเคราะห์เอกสารข้อเขียนชอง
นักวชิ าการ ผลงาน แนวคดิ ทฤษฎี ผลงานวจิ ยั อ้างองิ ให้เกดิ นักวชิ าการ
ไม่เขยี นอ้างองิ เป็ นช้ัน ๆ หรือกระโดดไปมาวกวน
- เขยี น 3-5 หน้า อ้างเอกสารไม่เก่าเกนิ 5 ปี ยกเว้นเอกสารร่วมสมยั
(classic)
- เขยี นอ้างองิ จากเอกสารสําคญั ระดบั ประเทศสู่สถานศึกษา (จากใหญ่มา
เลก็ ) เฉพาะทเี่ กยี่ วข้อง
35
Prof.Dr.Narin Sungrugsa

หลกั เกณฑ์ในการเขยี นความสําคญั ของปัญหา

1. เขียนใหต้ รงปัญหา เนน้ ใหถ้ ูกจุด อยา่ เขียนเยน่ิ เยอ้ หรือออ้ มคอ้ ม
วกวน เขียนหว้ นหรือส้นั เกินไป

2. อยา่ เอาตารางหรือตวั เลขท่ีไม่เกี่ยวขอ้ งกบั ปัญหา หรือตารางท่ีมี
ตวั เลขมากเกินไป

3. เขียนใหเ้ น้ือเรื่องมีความสมั พนั ธ์กนั อยา่ งต่อเนื่อง รวมท้งั มีการ
อา้ งอิงท่ีถูกตอ้ งและเป็นแบบเดียวกนั ตลอดท้งั รายงานการวจิ ยั

4. ส่วนสุดทา้ ยของความสาํ คญั ของปัญหา ใหส้ รุปส้นั ๆ เพื่อให้
เช่ือมโยงกบั วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 36

หลกั การเขยี นวตั ถุประสงค์

•วตั ถุประสงคเ์ ป็นส่วนขยายของรายละเอียดของปัญหาการวจิ ยั
ท่ีกาํ หนดกรอบไวล้ ่วงหนา้ โดยเป็นภาษาเขียนที่ชดั เจน รัดกมุ
เขา้ ใจง่าย
•หนา้ ที่ของวตั ถุประสงค์
วตั ถุประสงคท์ ี่ดีจะบอกรายละเอียดต่างๆใหท้ ราบวา่ ทิศทาง
หรือกรอบการวจิ ยั เป็นไปอยา่ งไร เปรียบเป็นแบบแปลนของ
สถาปนิกสร้างบา้ น กาํ หนดรายละเอียดชดั เจน

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 37

2. วตั ถุประสงค์การวจิ ยั

ผู้วจิ ยั / ผู้ศึกษา ต้องการศึกษาหาอะไร เขยี นเป็ นข้อ ในรูปประโยคบอกเล่า
เขยี นเป็ นภาษาวชิ าการ เพื่อส่ือความเข้าใจให้ตรงกนั

1. เพื่อพฒั นา เช่น
 เพื่อพฒั นานวตั กรรม (หนังสืออ่านเพมิ่ เตมิ )เร่ือง......สําหรับนักเรียน.............

ให้มี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80
2. เพื่อเปรียบเทยี บ เช่น

 เพื่อเปรียบเทยี บผลการเรียนรู้.........ของนักเรียน...........ก่อนและหลงั การใช้
หนังสืออ่านเพม่ิ เตมิ

 เพื่อเปรียบเทยี บทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ โดยใช้ชุดการสอนสื่อประสมระหว่าง
นักเรียนชายและนักเรียนหญงิ ช้ัน ป.6

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 38

วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั

การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาเร่ืองคลองมหาสวสั ด์ิ สาํ หรับนกั เรียนช้นั
ประถมศึกษาปี ที่ 6 มีวตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั ดงั น้ี

1. เพ่ือศึกษาขอ้ มูลพ้ืนฐานเกี่ยวกบั พฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาเร่ืองคลองมหาสวสั ด์ิ
สาํ หรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6

2. เพ่อื พฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาเรื่องคลองมหาสวสั ด์ิ สาํ หรับนกั เรียนช้นั
ประถมศึกษาปี ที่ 6

3. เพอื่ ทดลองใชห้ ลกั สูตรสถานศึกษาเร่ืองคลองมหาสวสั ด์ิ สาํ หรับนกั เรียนช้นั
ประถมศึกษาปี ท่ี 6ฃ

4. เพอื่ ประเมินและปรับปรุงหลกั สูตรสถานศึกษาเร่ืองคลองมหาสวสั ด์ิ สาํ หรับนกั เรียน
ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 เกี่ยวกบั ผลการเรียนรู้ที่คลองมหาสวสั ด์ิ ความสามารถในการ
ทาํ โครงงานและศึกษาความคิดเห็นของนกั เรียนท่ีมีตอ่ หลกั สูตรสถานศึกษาเร่ือง
คลองมหาสวสั ด์ิ
Prof.Dr.Narin Sungrugsa 39

คาํ ถามการวจิ ยั

เขียนในรูปประโยคบอกเล่า เขียนใหส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคเ์ ช่น

1. ผลการเรียนรู้ เรื่องโจทยป์ ัญหา ก่อนและหลงั การจดั การเรียนรู้แบบ
ร่วมกนั เทคนิคกลุ่มผลสมั ฤทธ์ิ (STAD) ร่วมกบั เทคนิค KWLD ของ
นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 แตกต่างกนั อยา่ งไร

2. พฤติกรรมการทาํ งานกลุ่มของนกั เรียนในการจดั การเรียนรู้แบบร่วมมือ
กนั เทคนิคกลุ่มผลสมั ฤทธ์ิ (STAD) ร่วมกบั เทคนิค KWDL อยใู่ นระดบั
ใด

3. นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 มีความคิดเห็นที่มีต่อการจดั การเรียนรู้แบบ
ร่วมมือกนั เทคนิคกลุ่มสมั ฤทธ์ิ (STAD) ร่วมกบั เทคนิค KWDL ในดา้ น
บรรยากาศในช้นั เรียนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ และประโยชนท์ ่ีไดร้ ับ
อยใู่ นระดบั ใด
Prof.Dr.Narin Sungrugsa 40

การต้งั สมมตฐิ านการวจิ ัย

•สมมติฐานเป็นขอ้ ความท่ีแสดงถึงการคาดการณ์ถึงผลการวจิ ยั ท่ีจะ
ไดร้ ับ สมมติฐานที่ดีจะช่วยใหน้ กั วจิ ยั ทราบรายละเอียดของตวั แปร
•สมมติฐานแบ่งเป็น สมมติฐานทางการวจิ ยั และสมมติฐานทางสถิติ
ในการทาํ วิจยั เนน้ สมมติฐานทางการวิจยั สมมติฐานทางสถิติจะใชใ้ น
การวิเคราะห์และแปลผล
•รูปแบบของสมมติฐานแบ่งเป็น สมมติฐานเชิงพรรณนา และสมมติฐาน
เชิงวเิ คราะห์
•การเขียนสมมติฐานตอ้ งเขียนประโยคยอกเล่า ส้นั เขา้ ใจง่าย แสดง
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั แปรอยา่ งชดั เจนและสามารถทดสอบได้

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 41

3. สมมตฐิ านการวจิ ยั
การต้งั สมมตฐิ านได้มากจากการทบทวน แนวคดิ ทฤษฎี

ผลการวจิ ยั ผู้วจิ ยั /ผู้ศึกษาคาดคะเนว่าจะได้คาํ ตอบอะไรหลงั การใช้
นวตั กรรม/จดั การเรียนรู้

เขยี นเป็ นข้อ ๆ เกย่ี วข้องกบั ตวั แปรต้น(วธิ ีสอน นวตั กรรม)
และตวั แปรตาม (ผลการเรียนรู้ ความสามารถ ทกั ษะ
กระบวนการ เจตคติ ความพงึ พอใจ ความคดิ เห็น คุณธรรม
จริยธรรม) เขยี นในรูปสมมตฐิ านการวจิ ยั ต้องทดสอบได้ เขยี นเป็ น
ข้อความบอกเล่า
หลงั การใช้หนังสืออ่านเพมิ่ เตมิ เร่ืองแม่นํา้ ท่าจนี แล้ว นักเรียนมีผล
การเรียนรู้วชิ าสังคมศึกษาสูงกว่าก่อนเรียน(ระบุทศิ ทาง)

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 42

การเขยี นขอบเขตการวจิ ยั 43

ประชากรที่ใชใ้ นการศึกษาวจิ ยั
 กลุ่มตวั อย่าง / กลุ่มเป้าหมายท่ีใชใ้ นการศึกษาวจิ ยั
 ตวั แปรทศ่ี ึกษา

ตวั แปรอสิ ระ/ตวั แปรต้น
ตวั แปรตาม
เนื้อหา
พืน้ ที่
 ระยะเวลาทใี่ ช้ในการทดลอง/ศึกษาวจิ ยั

Prof.Dr.Narin Sungrugsa

5. นิยามศัพท์
ตแเใชนนนิงกวเปอานคฏรงดิยิ ศิบาทไึกัตมมฤษกิศ่อษาาัพ้าวฎรงทจิ ีข(ยั์ผวเอปดัลใง็หนไงคด้าผขนนู้้อ้อทใว่าดคดจินควสยังนาอามหแบนทลนไวอี่้ดวจิ่ึงธส้ยั สิบังเังขเาคเ้ยากรใคตจาวไะชาดหัดม้)์เเหรจไียนมดบตา้จยเรารขกงียอกกงงนัาเขครเยีศาํขสนึกยี ําเษนปคา็นนญัเอิยขกๆาอสมทงาใใี่นรช้
นําคาํ ใดมาเขยี นนิยามศัพท์เชิงปฏบิ ัตกิ ารได้บ้าง
 ตวั แปรต้น (.........) หมายถงึ ..........
 ตวั แปรตาม (.........) หมายถงึ .........
 กลุ่มเป้าหมาย นักเรียน หมายถงึ .....................
* รายละเอยี ดของตวั แปรต้น/ตวั แปรตาม/กลุ่มเป้าหมาย
Prof.Dr.Narin Sungrugsa 44

การนิยามศัพท์

ทกั ษะการเขยี นสะกดคาํ หมายถงึ คะแนน ความสามารถในการ
เขยี นภาษาไทยโดยนําพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ ตวั สะกดและตวั
การันต์มาประสมเป็ นคาํ ให้ถูกต้องตามอกั ขรวธิ ีและมีความหมาย
ตามพจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542

แบบฝึ กเสริมทกั ษะการเขยี นสะกดคาํ หมายถงึ ส่ือการเรียนท่ี

สามารถช่วยเพมิ่ ทกั ษะการเรียนภาษาไทยสําหรับให้นักเรียนฝึ ก
ปฏิบตั ดิ ้วยตนเองเพ่ือให้มที กั ษะการเขยี นสะกดคาํ เพม่ิ ขนึ้
ประกอบด้วย คาํ ชี้แจง จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบฝึ ก และแบบ
ประเมินท้ายหน่วย(แบบฝึ กหัด)

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 45

ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รับ

•ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับ เขียนท้งั
Output/Outcome /Impact
•เป็นผลที่คาดวา่ จะเกิดข้ึนหลงั จากสิ้นสุดการวจิ ยั แลว้
อาจไม่เป็นไปตามท่ีคาดหวงั ไวก้ ไ็ ด้
•ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ วา่ จะไดร้ ับ ไม่ใช่เป็นเรื่องใหผ้ วู้ จิ ยั
ตอ้ งทาํ เหมือนวตั ถุประสงค์

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 46

ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ

- เป็ นการระบุ ผลทค่ี าดว่าจะได้รับจากการวจิ ยั แล้วกล่มเป้าหมายและผ้เู รียนจะได้
ประโยชน์อะไรบ้าง
- เขียนตามสภาพประโยชน์ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ จริง ไม่ฝันเฟ่ื องเกนิ ความจริง
- ควรสอดคล้องกบั วตั ถุประสงค์การวจิ ัย
1.เพื่อส่งเสริมให้ครูได้จัดการเรียนการสอนโดยนวตั กรรมหรือเทคนิควธิ ีการ
สอนทหี่ ลากหลาย
2.เพื่อทราบถึงประโยชน์ของนวตั กรรมและสามารถนําไปใช้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
3.เพื่อให้ครูได้เห็นความสําคญั ของการพฒั นานวตั กรรมและการนํานวัตกรรม
ไปใช้กบั ผู้เรียน

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 47

บทที่ 1
-อ่านแล้วไม่ทราบว่าเรื่องนีส้ ําคญั อย่างไร มคี วามเป็ นมาอย่างไร
-ทาํ ไมต้องสร้างนวตั กรรมนี/้ โครงการนี้
-เขยี นวตั ถุประสงค์การวจิ ัยไม่ถูกต้อง
-วตั ถุประสงค์กบั สมมตฐิ านการวจิ ยั ไม่สอดคล้องกนั
- ไม่ระบุขอบเขตในการวจิ ัยให้ชัดเจน
-เขยี นแบบตดั ต่อ ข้อความ (แบบขนมช้ัน) โดยนําข้อความของแต่
ละคนมาต่อๆ กนั
- ไม่เขยี นนิยามศัพท์ทใี่ ช้ในการวจิ ัยแต่ไปลอกของผู้อ่ืนมา

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 48

บทท่ี 2
•วรรณกรรมทเ่ี กยี่ วข้อง

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 49

การทบทวนวรรณกรรมทเ่ี กย่ี วข้องจะช่วยในการกาํ หนด
ปัญหาการวจิ ยั (Research Problem)
ความเป็ นมาและความสําคญั ของปัญหา
กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั (Research Conceptual Framework)
ขอบเขตการวจิ ยั (Scope of Research)
สมมตฐิ านการวจิ ยั
การออกแบบการวจิ ยั (Research Design)
การสร้างเครื่องมือ (Research Instrument)
การอภปิ รายผล (Discussion)
ข้อเสนอแนะ (Recommendation)

Prof.Dr.Narin Sungrugsa 50


Click to View FlipBook Version