รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคณุ ธรรมศีลธรรมนาการศึกษา
ตามโครงการพฒั นาความเป็ นคนดีของครอบครัวและสังคมด้วย
กิจกรรมบรู ณาการท่ีหลากหลาย ตามจดุ เน้นที่ 10
ปี การศึกษา 2563
สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษากาแพงเพชร เขต 1
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. 2564
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
บทคัดยอ่
ชือ่ เรื่อง : การประเมนิ โครงการส่งเสริมคณุ ธรรมศลี ธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวงั ทอง
ผูเ้ ขียน : โรงเรยี นบ้านวงั ทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
ปีการศกึ ษา : 2562 - 2563
วัตถปุ ระสงค์ของการประเมินโครงการ
1. เพ่ือประเมินปัจจัยนาเข้าของการดาเนินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา
โรงเรียนบา้ นวงั ทอง สงั กัดสานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
2. เพื่อประเมินกระบวนการดาเนินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา
โรงเรยี นบา้ นวังทอง สงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
3. เพื่อประเมินผลการดาเนินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา โรงเรียน
บ้านวังทอง สังกดั สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
วธิ ีดาเนินการประเมนิ โครงการ
การประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัด
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร
สถานศึกษา ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียน จานวน 294 คน จากประชากร
ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียน จานวน 439 คน
เคร่ืองมือที่ใช้ในการประเมินโครงการเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating
scale) สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉล่ีย ( X ), ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard
Deviation: S.D.)
ผลการประเมนิ โครงการ พบว่า
การประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัด
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 โดยภาพรวมมีความพึงพอใจ
อยู่ในระดับมากที่สุด เม่ือพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านปัจจัยนาเข้า (Input) ด้านกระบวนการ
(Process) ด้านผลผลติ (Output) มีความพงึ พอใจอยู่ในระดับมากทส่ี ดุ ตามลาดับ โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
ข
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
1. ด้านปัจจัยนาเข้า (Input) โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากท่ีสุด เมื่อ
พิจารณารายข้อ พบวา่ การกาหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ กิจกรรมของโครงการมีความเหมาะสม
การมีส่วนร่วมในการวางแผนกิจกรรมและวิธีดาเนินงาน และงบประมาณที่ใช้บริหารจัดการกิจกรรม
มีค่าเฉล่ียสูงสุด รองลงมาคือ ระยะเวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรม และกระบวนการจัดกิจกรรมมีการ
บรหิ ารจดั การเหมาะสม ตามลาดับ
2. ด้านกระบวนการ (Process) โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากท่ีสุด
เม่ือพิจารณารายข้อ พบวา่ ทราบวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในโครงการฯ การมีส่วนร่วมในการ
วางแผนกิจกรรม และการได้ฝึกปฏิบัติกิจกรรมการแสดงความเคารพต่อสถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษตั ริย์ มีคา่ เฉลยี่ สงู สุด รองลงมาคือการได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติเร่ืองมัคนายกน้อย สามารถ
ปฏิบัติตนรักษาศีล 5 การเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการอาราธนาศีล อาราธนาธรรม และอาราธนาพระ
ปริตร และนักเรยี นมีความพึงพอใจทต่ี นเองไดม้ โี อกาสปฏบิ ตั ติ ามแบบชาวพทุ ธท่ีดี ตามลาดบั
3. ด้านผลผลิต (Output) โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณา
รายข้อ พบว่า มีความพึงพอใจต่อความรู้/ประสบการณ์ท่ีนักเรียนได้รับจากโครงการฯครู และ
ผู้ปกครองมีความพึงพอใจที่ได้มีโอกาสส่งเสริมให้นักเรียนปฏิบัติตามแบบชาวพุทธที่ดี กิจกรรมใน
โครงการส่งเสริมคุณธรรม ศีลธรรมนาการศึกษา รองลงมาคือ นักเรียนมีการแสดงออกถึงความ
เคารพสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นักเรียนสามารถปฏิบัติตนรักษาศีล 5 ได้
ครูที่รับผิดชอบกิจกรรมมีความเหมาะสม นักเรียนสามารถปฏิบัติเรื่องมัคนายกน้อย และนักเรียน
สามารถปฏบิ ตั ิการอาราธนาศีล อาราธนาธรรม และอาราธนาพระปริตร ตามลาดับ
ค
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
กิตตกิ รรมประกาศ
รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาของโรงเรียนบ้านวังทอง
ประจาปีการศกึ ษา 2562 เป็นโครงการที่ไดร้ บั การสนับสนุนงบประมาณจากบรษิ ัทเฉาก๊วย ชากังราว
จากัด โดยโรงเรียนบ้านวังทองได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท เฉาก๊วยชากังราว จากัด ในการจัดทา
โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาของโรงเรยี นบ้านวังทอง
โรงเรียนบา้ นวังทอง เลง็ เห็นความสาคัญของคุณธรรมและศิลธรรม จึงได้พัฒนาความเป็นคน
ดขี องครอบครวั และสังคมด้วยกิจกรรมบูรณาการที่หลากหลายตามแนวทางศิลธรรมนาการศึกษาของ
นักเรียนโรงเรียนบ้านวังทอง จึงได้จัดทากิจกรรมท่ีหลากหลาย โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพ่ือให้
ผเู้ รียนมีความรกั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์ 2) เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม มี
ความกตัญญูกตเวทีต่อบิดา มาดา ครู อาจารย์ ผู้มีพระคุณ แผ่นดินไทย 3) เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้
ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติตนตามหลักศาสนพิธี ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคนายกน้อย การ
อาราธนาศีล อาราธนาธรรม อาราธนาพระปรติ ร คาถวายทาน คาถวายผา้ ป่า คาแผ่เมตตา ได้อย่าง
ถูกต้อง 4) เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับศีล 5 ได้อย่างถูกต้อง และสามารถนาไป
ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้
ขอขอบคุณดร.เสริมวุฒิ สุวรรณโรจน์ ประธานบริษัทเฉาก๊วยชากังราว จากัด
ดร.สุพล จันต๊ะคาด ผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
ผู้เช่ียวชาญทุกท่าน และขอขอบคุณคณะกรรมการฝ่ายประเมินผลการดาเนินโครงการทุกท่าน
ท่ีเสียสละเวลา ในการประเมิน ติดตาม และให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาให้การดาเนินโครงการ
สง่ เสรมิ คณุ ธรรมศลี ธรรมนาการศึกษาของโรงเรยี นบา้ นวังทอง จนทาให้รายงานการประเมินโครงการ
ฉบบั นี้สาเรจ็ ลลุ ่วงด้วยดี
ผู้ประเมินโครงการหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลการประเมินและข้อเสนอแนะที่ได้รวบรวม
ดว้ ยความอุตสาหะนี้ นาไปพฒั นาโครงการให้ได้ดังวัตถุประสงคท์ ่ตี ้ังไวใ้ นโอกาสตอ่ ไป
(นายศุภกจิ คงเพชรศักดิ์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นวงั ทอง
ง
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
สารบัญ หน้า
บทคดั ย่อ ข
กิตติกรรมประกาศ ง
สารบญั จ
บทท่ี 1
1
1 บทนา 3
ความเป็นมาและความสาคัญของการประเมนิ โครงการ 3
วตั ถปุ ระสงค์ของการประเมินโครงการ 3
ขอบเขตของการประเมินโครงการ 4
ระยะเวลาการประเมนิ โครงการ 6
นิยามศพั ท์เฉพาะ
ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะได้รบั จากการประเมินโครงการ 7
7
2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกย่ี วข้อง 7
บริบทของโรงเรยี นบา้ นวงั ทอง 28
แนวคิด ทฤษฎที เ่ี กี่ยวกับการประเมนิ โครงการ 31
งานวิจยั ที่เกี่ยวข้อง
กรอบแนวคิด 32
32
3 วิธกี ารประเมินโครงการ 32
รูปแบบการประเมินโครงการ 33
ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง 35
เครอื่ งมอื ที่ใช้ในการประเมนิ โครงการ 36
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู 36
การวิเคราะหผ์ ลการประเมนิ โครงการ
สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
จ
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
สารบญั (ตอ่ )
บทท่ี หนา้
4 ผลการประเมินโครงการ 39
ตอนที่ 1 สถานภาพทว่ั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม 39
ตอนที่ 2 การประเมนิ โครงการสง่ เสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศกึ ษา 41
5 สรุปผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ 47
วตั ถปุ ระสงค์ของการประเมินโครงการ 47
รปู แบบการประเมินโครงการ 47
วธิ กี ารประเมินโครงการ 48
สรุปผลการประเมินโครงการ 48
อภปิ รายผล 49
ขอ้ เสนอแนะ 51
บรรณานกุ รม 52
ภาคผนวก
ก ผลการหาค่าดัชนคี วามสอดคล้อง (IOC) ของเครื่องมือการประเมนิ โครงการ 57
ข แบบสอบถามเพ่ือการประเมินโครงการ 60
ค ภาพกิจกรรมโครงการ 65
73
ง โครงการ 80
จ คาส่ังคณะทางาน 83
รายช่อื คณะทางาน
ฉ
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ช
บทที่ 1
บทนา
ความเปน็ มาและความสาคัญของการประเมนิ โครงการ
การจัดทาโครงการพัฒนาความเป็นคนดีของครอบครัวและสังคมด้วยกิจกรรมบูรณาการท่ี
หลากหลายสงั กดั สานักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 ตามโครงการส่งเสริม
ศิลธรรมนาการศึกษา มีความสาคัญในการส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทย ซ่ึงต้อง
อาศัยกระบวนการปลกู ฝงั คุณธรรม ตามหลักพระพทุ ธศาสนา ทาให้เกิดสมาธิและสติปัญญา โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งการฝึกปฏิบัติธรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มข้าราชการและพนักงาน จะช่วยทาให้มีจิตใจ
พื้นฐานทโี่ อบออ้ มอารี มีเมตตากรุณา และมคี ณุ ธรรม ซงึ่ จะทาให้พืน้ ฐานทางจิตใจอยู่ในกรอบคุณธรรม
และจรยิ ธรรม
ส่งผลให้เด็กและเยาวชนเป็นคนดี และสามารถแก้ปัญหาสังคมได้ และทาให้ประเทศชาติ
เจรญิ กา้ วหนา้ ได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันคุณภาพของโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา
กาแพงเพชร เขต 1 มีผลงานดีเด่นทั้งผลงานระดับชาติ ระดับภาค และระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ได้แก่ ด้านคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา โรงเรียนบ้านวังทองมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนอยู่ใน
ระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศใน 4 กลุ่มสาระหลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนมีความเป็นเลิศด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ และเทคโนโลยี โรงเรียนมี
คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ 8 ประการ คือ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันการทางาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะ โรงเรียนมีสมรรถนะสาคัญ
5 ประการ คือ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี นักเรียนมีสุขภาพกายและ
สุขภาพจติ ท่ดี ี
โรงเรียนบ้านวังทอง ตั้งอยู่ในเขต หมู่ที่ 2 ตาบลวังทอง อาเภอเมืองกาแพงเพชร จังหวัด
กาแพงเพชร เปน็ โรงเรยี นขนาดกลางและโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 14 ข้าราชการครูและบุคากรทางการศึกษา จานวน 18 คน
ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา ข้าราชการครู ลูกจา้ งช่วั คราว
1
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ปัจจุบันปัญหาการขาดคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทยได้ทวีความรุนแรง และมีความ
หลากหลายมากขึ้นกว่าในอดีตท่ีผ่านมา ส่งผลถึงเด็ก เยาวชน และประชาชนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยง
ไม่ได้ให้ หลงผิดและมีพฤติกรรมท่ีเบ่ียงเบน ขาดระเบียบวินัย ซ่ึงทาให้ภูมิคุ้มกันของเด็กเยาวชนและ
ประชาชนในสังคมที่จะต้านทานกับปัญหา ต้องขาดความม่ันคงจนเกิดปัญหาต่างๆ ของสังคมตามมา
เช่น สาหรับเด็กและเยาวชน ได้แก่ ปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาท ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพ
ตดิ ปัญหาการมีเพศสมั พันธ์ในวัยเรียน ปญั หาการตดิ เกม สาหรบั ประชาชนทว่ั ไป ไดแ้ ก่ ปัญหาการ
ทางานที่ไมม่ คี วามสุข ปัญหาความสามคั คใี นองคก์ ร เปน็ ต้น
ความตอ้ งการในการพฒั นาผ้เู รียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม มีความกตัญญูกตเวทีต่อ
บิดา มาดา ครู อาจารย์ ผมู้ พี ระคุณ แผ่นดินไทย มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถปฏิบัติตน
ตามหลักศาสนพิธี ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคนายกน้อย การอาราธนาศีล อาราธนาธรรม
อาราธนาพระปริตร คาถวายทาน คาถวายผ้าป่า คาแผ่เมตตา ได้อย่างถูกต้อง และผู้เรียนมีความรู้
ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั ศลี 5 ได้อยา่ งถูกต้อง และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวนั ได้
สาเหตุท่ที าให้เกิดปัญหา ปัจจุบันมาจากสภาพแวดล้อม และเปล่ียนแปลงไปตามกระแสการ
พัฒนาทางเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารไรพ้ รมแดน การใช้สื่อออนไลน์มากเกินไป การติดเกม
การถูกเลี้ยงดูแบบตามใจเนือ่ งจากพ่อแมไ่ ปทางานต่างจังหวัดจึงจาเป็นต้องท้ิงบุตรหลานไว้กับปู่ย่าตา
ยายเลี้ยงดู และการขาดความถ่ใี นการประกอบศาสนพิธี การขาดความรดู้ า้ นศานพธิ ี
ผู้รับผิดชอบจึงไดจ้ ัดทาโครงการพฒั นาความเป็นคนดขี องครอบครัวและสงั คมด้วยกิจกรรม
บูรณาการท่หี ลากหลายตามโครงการส่งเสริมคุณธรรมศลี ธรรมนาการศึกษา เพอื่ พัฒนานกั เรยี นใหเ้ ป็น
คนดีของครอบครวั และสังคมต่อไป
ผู้ประเมินจึงได้ประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 เพ่ือนาผลมาใช้ในการปรับปรุง
แก้ไข และพัฒนางานตลอดจนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพต่อไปจึงจาเป็นต้องตรวจสอบความ
พร้อมของปัจจัยการาเนินงาน เพ่ือประเมินความก้าวหน้า ความสาเร็จของโครงการอย่างต่อเน่ือง
อนั จะสง่ ผลใหเ้ กิดคุณภาพการพัฒนาความเป็นคนดีของครอบครัวและสังคมด้วยกิจกรรมบูรณาการที่
หลากหลายให้แกผ่ เู้ รียนอย่างยั่งยนื ต่อไป
หน้า : 2
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
วตั ถปุ ระสงคข์ องการประเมนิ โครงการ
1. เพ่ือประเมินปัจจัยนาเข้าของการดาเนินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา
โรงเรียนบ้านวงั ทอง สงั กัดสานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
2. เพื่อประเมินกระบวนการดาเนินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา
โรงเรียนบา้ นวงั ทอง สังกัดสานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
3. เพื่อประเมินผลการดาเนินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา โรงเรียน
บ้านวังทอง สังกดั สานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
ขอบเขตของการประเมินโครงการ
ในการประเมินโครงการได้กาหนดขอบเขตของการประเมินโดยใช้รูปแบบเชิงระบบ
(Systematic Approach) ท่ีแบ่งเป็น ปัจจัยนาเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต
(Output)
ประชากร
ประชากรในการประเมินโครงการครั้งน้ี ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จานวน
16 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน จานวน 7 คน ผู้ปกครอง จานวน 208 คน และ
นักเรียน จานวน 208 คน ในโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กาแพงเพชร เขต 1 ปีการศึกษา 2563 จานวนทัง้ หมด 439 คน
กลุ่มตัวอยา่ ง
กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการประเมินโครงการครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู
จานวน 15 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จานวน 7 คน ผู้ปกครอง จานวน 136 คน
และนักเรียน จานวน 136 คน ในโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2563 จานวนท้ังหมด 294 คน
กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซ่ีและมอร์แกน (Krejcie & Morgan 1970, pp.
607-608 โดยใชว้ ิธีการสมุ่ แบบหลายขั้นตอน ได้แก่ การสุ่มแบบแบง่ ชัน้ และการสุม่ อย่างงา่ ย
ระยะเวลาการประเมนิ โครงการ (ปีการศึกษา 2562-2563)
วันที่ 16 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ถงึ วนั ท่ี 31 เดือน มกราคม พ.ศ. 2564
หนา้ : 3
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
นยิ ามศพั ท์เฉพาะ
1. โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา หมายถึง การกาหนดกิจกรรมของ
โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 ท่ีได้รบั งบประมาณสนับสนุนจากบริษัทเฉาก๊วย ชากังราว
จากัด ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมนาการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้โรงเรียน
ดาเนินกิจกรรมให้นักเรียนมีศีล 5 มีทักษะในการเป็นมัคนายกน้อย และมีกิริยามารยาทที่งดงามตาม
วิถีชาวพุทธ โดยมาจดั ทาเป็นของการของโรงเรียน ได้แก่ โครงการโครงการพัฒนาความเป็นคนดีของ
ครอบครัวและสงั คมด้วยกิจกรรมบูรณาการท่ีหลากหลาย
2. ผลการประเมินโครงการ หมายถึง ส่ิงท่ีเกิดจากการดาเนินงานตามโครงการส่งเสริม
คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
กาแพงเพชร เขต 1 โดยใช้รูปแบบการประเมนิ 3 ลาดบั ไดแ้ ก่ การประเมนิ ปัจจยั นาเข้า การประเมิน
กระบวนการ และการประเมนผลการดาเนินโครงการ
2.1 การประเมินปัจจัยนาเข้า หมายถึง ปัจจัยที่ส่งผลต่อโครงการส่งเสริมคุณธรรม
ศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา
กาแพงเพชร เขต 1 ได้แก่ ปัจจัยด้านบุคลากร ปัจจัยด้านงบประมาณ ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์ และ
ปจั จยั ด้านการบรหิ ารจัดการโครงการ
2.1.1 ปัจจัยด้านบุคลากร หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษาหรือบุคลากร
ทางการศึกษาที่ปฏิบัติตามจุดประสงค์ของโครงการเป็นตัวแปรกระบวนการที่ส่งผล ต่อโครงการ
ส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา
2.1.2 ปัจจัยด้านงบประมาณ หมายถึง เงินเป็นค่าใช้จ่ายในการจัด
กิจกรรมโครงการส่งเสริมคุณธรรมศลี ธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 ประกอบด้วยการได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม
เพยี งพอกับการจดั กจิ กรรม มีงบประมาณในการจดั หาวัสดุ อปุ กรณ์ ท่ีใช้สนับสนุนงาน การจัดทาสรุป
รายงานโครงการ
2.1.3 ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์ หมายถึง เคร่ืองมือที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงาน
ทางานไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ได้แก่ หนงั สอื สวดมนต์ เสือ่ ปนู ง่ั สวดมนต์ โตะ๊ หมู่บูชา
2.1.4 ปัจจัยด้านบริหารจัดการโครงการ หมายถึง การบริหารโครงการ
อย่างมีระบบ ประกอบด้วยกาหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ เป้าหมาย การวางแผนท่ีชัดเจน การ
อานวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมตามโครงการสนับสนุนให้ครูและนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมใน
การจดั กจิ กรรม เปิดโอกาสและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมกิจกรรม ควบคุมการใช้ทรัพยากร มี
การควบคุมดแู ลวัสดอุ ปุ กรณ์ใหอ้ ยู่ในสภาพพร้อมใชง้ าน
หนา้ : 4
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
2.2 การประเมินกระบวนการ หมายถึง ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการดาเนินงาน
โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 ในปีการศึกษา 2562 – 2563 3 ขั้นตอน ได้แก่
การวางแผน การดาเนินงาน การสรปุ ผลและรายงานผล
2.3 การประเมินผลการดาเนินโครงการ หมายถึง การนาผลการจัดเก็บข้อมูลจาก
แบบสอบถามความพงึ พอใจ จากกลุ่มตัวอยา่ งมาสรุปผลการดาเนินงาน
3. ผ้บู ริหารสถานศึกษา หมายถงึ ผ้อู านวยการโรงเรยี นบ้านวังทอง หรือผู้ที่ได้รับการแต่งต้ัง
ให้รักษาการแทนในตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 จานวน 1 คน
4. ครู หมายถึง ผู้ปฏิบัติหน้าท่ีในโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 ให้ปฏิบัติหน้าที่หรือมีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริม
คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา
กาแพงเพชร เขต 1 จานวน 15 คน
4. คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน หมายถึง ผู้ที่มีบทบาทหน้าท่ีสนับสนุนให้คาแนะ
เหน็ ชอบในการทากิจกรรมโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัด
สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 จานวน 7 คน
5. ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ในในโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงาน
เขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 ที่มีส่วนร่วมและสนับสนุนในการจัดกิจกรรม
โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษากาแพงเพชร เขต 1 จานวน 208 คน
6. นักเรียน หมายถึง ผู้ท่ีศึกษาอยู่ในในโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 ท่ีปฏิบัติกิจกรรมโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนา
การศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
จานวน 208 คน
7. โรงเรียนบ้านวังทอง หมายถึง หน่วยงานสถานศึกษาขนาดกลาง และเป็นโรงเรียนขยาย
โอกาสทางการศึกษา เป็นโรงเรียนดีประจาตาบล จัดการศึกษา จานวน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับก่อน
ประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น มีเขตพ้ืนท่ีบริการ จานวน 3 หมู่บ้าน
ได้แก่ บ้านวังทอง บ้านทุ้งเอื้อง บ้านเตาขนมจีน ตาบลวังทอง อาเภอเมืองกาแพงเพชร จังหวัด
กาแพงเพชร
หนา้ : 5
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับจากการประเมิน
1. ทราบถึงผลการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้าน
วังทอง สงั กัดสานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
2. นาผลการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 เป็นข้อมูลสาคัญในการวางแผน
พฒั นาโครงการคุณธรรมศีลธรรมนาการศกึ ษา พัฒนาการดาเนนิ งานตามโครงการอย่างตอ่ เนื่อง
3. นาผลการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สงั กดั สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 เป็นองค์ความรู้ใหม่ที่จะนาไปใช้
พัฒนาการดาเนนิ โครงการที่เกี่ยวข้องหรือโครงการมีความสอดคลอ้ งกัน
4. โรงเรียนเป็นต้นแบบในการนาผลการประเมินโครงการไปใช้พัฒนางานและเผยแพร่
ผลการพัฒนาให้โรงเรียนในและนอกสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร
เขต 1 ได้
หน้า : 6
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
ในการประเมินโครงการครั้งน้ี ผู้ประเมินมุ่งศึกษาโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรม
นาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวงั ทอง สังกัดสานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
ผู้ประเมนิ ไดศ้ ึกษาแนวคดิ ทฤษฏี เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง ดงั น้ี
1. บริบทของโรงเรยี นบ้านวังทอง
2. แนวคิดและหลักการเกยี่ วกบั การประเมนิ โครงการ
1.1 ความหมายของการประเมนิ
1.2 ความหมายของโครงการ
1.3 ความหมายของการประเมินโครงการ
1.4 วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ
1.5 ความสาคัญและประโยชนข์ องการประเมนิ โครงการ
1.6 กระบวนการประเมนิ โครงการ
1.7 รปู แบบของการประเมนิ โครงการ
3. โครงการสง่ เสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา
4. งานวิจยั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
5. กรอบแนวคิดการประเมินโครงการ
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
บริบทของโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กาแพงเพชร เขต 1
บรบิ ทของโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร
เขต 1 (แผนปฏิบตั กิ ารประจาปีการศกึ ษา 2563 โรงเรียนบา้ นวงั ทอง, 2563 หนา้
สภาพทั่วไปของสถานศกึ ษา
โรงเรยี นบ้านวังทอง ต้ังอยเู่ ลขที่ 88 หมทู่ ี่ 2 ตาบลวังทอง อาเภอเมืองกาแพงเพชร
จังหวัดกาแพงเพชร รหสั ไปรษณีย์ 62000 โทรศัพท์ 055 029 580
1. เปดิ สอนตั้งแตร่ ะดบั ชนั้ อนุบาล 1 - ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3
2. เขตพนื้ ท่ีบริการ จานวน 3 หมบู่ า้ น ได้แก่
2.1) หมทู่ ี่ 2 บ้านวงั ทอง
2.2) หมู่ท่ี 16 บ้านเตาขนมจนี
2.3) หมทู่ ี่ 17 บ้านท่งุ เอ้อื ง
3. ช่อื ผู้บริหาร นายศภุ กิจ คงเพชรศักดิ์ ตาแหนง่ ผู้อานวยการชานาญการ
ดารงตาแหน่งทส่ี ถานศึกษาน้ีตั้งแต่ 2 กมุ ภาพันธ์ 2564 จนถึงปจ๎ จุบนั
4. ประวัตโิ ดยย่อของสถานศึกษา
โรงเรียนบ้านวังทอง ก่อตั้งเม่ือปี พ.ศ. 2512 โดยการนาของพระภิกษุ (เหน่ง ทอง
ชานาญ) และคณะกรรมการ จานวน 9 คน คือ รายนามดังน้ี นายเอื้อน พลบุตร นายยก นิล
พันธ์ นายทา สมดี นายแต๋ว สุวาท นายบญุ ช่วย แรงเขตการณ์ นายฤทธ์ิ ไชยศิริ นายสมาน พรม
น้อย นายถัด จันทร์ศิริ และนายเทื้อม พรมแจ่ม ร่วมกันสร้างอาคารช่ัวคราวขึ้น จานวน 1 หลัง
มีขนาดกวา้ ง 9 เมตร ยาว 18 เมตร จานวน 3 ห้องเรยี น ด้วยงบประมาณ 30,000 บาท ซึ่งสร้าง
แลว้ เสรจ็ เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2512
เปิดทาการเรียนการ สอนคร้ังแรก เม่ือวันที่ 1 พฤษภ าคมพ.ศ. 2513
โดยมี นายมาก ทองลือชา เป็นครูใหญ่คนแรก ต่อมา พ.ศ. 2515 นายแวน แว่นเขตกรรม ได้มอบ
ทด่ี ินใหแ้ กโ่ รงเรียน รวมเนอื้ ที่ 12 ไร่ 3 งาน 46 ตารางวา
ปกี ารศกึ ษา 2539 ได้รบั อนุญาตให้เปิดเป็น “โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
ม.1 – ม.3” เปน็ โรงเรียนปฏิรูปทางการศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2557 ไดผ้ า่ นการประเมินเพอ่ื การพัฒนาและรบั รองต้นแบบโรงเรยี นดี
ศรีตาบล ประจาปีการศกึ ษา 2557
หน้า : 8
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
5. ทาเนยี บผู้บริหารสถานศึกษา
ตารางท่ี 1 แสดงข้อมลู ทาเนียบผบู้ ริหารสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านวงั ทอง
ลาดับท่ี รายนามผู้บรหิ าร คุณวฒุ ิ ตาแหน่ง การดารงตาแหน่ง
1 นายมาก ทองลือชา - ครูใหญ่ 2513-2514
2514-2516
2 นายคะนึง กิตติขจร ป.กศ. รก.ครูใหญ่ 2516-2517
3 นายสารวม วังนาค - ครูใหญ่ 2517-2523
4 นายชะเอม หอมอดุ ม - ครใู หญ่ 2523-2526
2526-2530
5 นายธวชั ศรพิ งษ์ ค.บ. อาจารย์ใหญ่ 2530-2536
6 นายชาติ มชี ยั ค.บ. อาจารย์ใหญ่ 2536-2544
7 นายวกิ รม เข็มรุ่ง ค.บ. อาจารยใ์ หญ่ 2544-2547
2547-2558
8 นายสานิตย์ พุดทรัพย์ ค.บ. ผูอ้ านวยการ 21 ธ.ค. 58
ถึง 9 พ.ย.63
9 นายจานง ธรรมยา ค.บ. ผอู้ านวยการ 8 กุมภาพนั ธ์ 64
10 นายเอนก มธั ยม ศษ.บ ผู้อานวยการ
11 ดร.มีชยั พลทองมาก กษ.ค ผ้อู านวยการ
12 นายศภุ กิจ คงเพชรศกั ด์ิ กษ.ม. ผอู้ านวยการ
6. ทาเนียบคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน
ตารางท่ี 2 แสดงข้อมลู คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐานโรงเรยี นบ้านวงั ทอง ตามคาส่งั
สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษากาแพงเพชร เขต 1 ที่ 324/2559 ลงวนั ที่
29 มิถุนายน 2559 ดงั น้ี
ลาดับที่ รายนามคณะกรรมการสถานศกึ ษา ตาแหนง่
1. นายสมคิด สมัครเขตการณ์ ประธานฯ
2. นายสรุ นิ ทร์ คุ้ยเจยี๊ ผทู้ รงคณุ วุฒิ
3. นางบญุ เรือน ชาวระหาญ ผ้แู ทนผปู้ กครอง
4. นายสมจิตต์ อยู่เย็นดี ผูแ้ ทนองค์กรชมุ ชน
5. นายจันทร์ ธญั ญผล องค์กรปกครองท้องถนิ่
6. นางแตงไทย งามประดบั เลศิ ผู้แทนศิษย์เก่า
7. นายคาพอง หอมสมบัติ ผูแ้ ทนองคก์ รศาสนา
8. นายทศพร สว่างอารมณ์ ผูแ้ ทนครู
9. นายศุภกจิ คงเพชรศักด์ิ กรรมการและเลขานุการ
หนา้ : 9
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ขอ้ มูลนักเรยี น หอ้ งเรยี น งบประมาณทไ่ี ด้รบั จัดสรร
ขอ้ มูลจานวนนักเรียน จาแนกตามระดับชั้น ปีการศึกษา 2563 ขอ้ มูล ณ วันท่ี 31 มกราคม
2564 ดังนี้
1. จานวนนักเรยี นในเขตพ้ืนท่ีบริการทง้ั หมด 208 คน
2. จานวนนักเรยี นจาแนกตามระดับช้ันทเี่ ปิดสอน
ตารางที่ 3 แสดงข้อมูลนกั เรียน การศึกษา 2563 ขอ้ มูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2563 )
ทัง้ หมด
ชน้ั ชาย หญงิ รวม
อนุบาล 2 6 8 14
อนบุ าล 3 9 6 15
รวมอนุบาล 15 14 30
ประถมศึกษาปีที่ 1 11 5 16
ประถมศึกษาปีท่ี 2 13 6 19
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 15 7 22
ประถมศึกษาปีที่ 4 7 8 15
ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 12 16 28
ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 8 6 14
รวมประถม 66 48 114
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 11 14 25
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 11 10 21
มธั ยมศึกษาปีที่ 3 9 10 19
รวมมธั ยม 31 34 65
รวมท้งั หมด 112 96 208
หน้า : 10
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ขอ้ มูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา
ตารางที่ 4 แสดงข้อมูลจานวนผบู้ รหิ าร ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรยี นบา้ นวังทอง
ประจาปีการศึกษา 2563 จาแนกตามตาแหน่ง และวฒุ ทิ างการศึกษา ดงั นี้
ท่ี ช่ือ - สกลุ ตาแหน่ง วทิ ยฐานะ วฒุ ิ กศ. วชิ าเอก
( ยอ่ )
1 นายศุภกจิ คงเพชรศักดิ์ ผอู้ านวยการ ชานาญการ กศ.ม. บรหิ ารการศึกษา
2 นายทศพร สว่างอารมณ์ ครู ชานาญการพิเศษ ค.บ. สังคมศึกษา
3 นางขตั ตยิ า หมหู่ ม่ืนศรี ครู ชานาญการพเิ ศษ กศ.ม. แนะแนว
4 นางสุธรรมมา วงศธ์ นบัตร ครู ชานาญการพิเศษ ค.บ. ภาษาองั กฤษ
5 นายสปุ ระวัติ วงศธ์ นบตั ร ครู ชานาญการพเิ ศษ กศ.ม. บรหิ ารการศกึ ษา
6 นางสาวณพฐั อร เกษมี ครู คศ.1 - กศ.ม. การบริหารการศึกษา
7 นางสาวนพวรรณ พรอ้ มวงศ์ ครู ค.ศ.1 - ศษ.บ. บรหิ ารการศกึ ษา
8 นางสาวอัสนา วทิ ิต ครู ค.ศ.1 - ค.บ. การศกึ ษาปฐมวัย
9 นางสาวขนิษฐา ประทมุ แมน ครผู ู้ชว่ ย - ค.บ. ภาษาองั กฤษ
10 นายวีระ แซ่ย่าง ครูผ้ชู ว่ ย - ค.บ. คณติ ศาสตร์
11 นางสาวศศธิ ร ศรแี กว้ ครผู ูช้ ่วย - ค.บ. ภาษาไทย
12 นายชวรฐั สุทธะมสุ กิ ครผู ู้ช่วย - ค.บ. สังคมศึกษา
13 นายณรงค์ อินหมู ครูผชู้ ว่ ย - ค.บ. วทิ ยาศาสตร์
14 นางพชั รินทร์ แมน้ พว่ ง ครผู ูส้ อน - ค.บ. การประถมศึกษา
15 นางสาววาธนิ ี สังคง พ่เี ล้ียงเดก็ - ศศ.บ. ภาษาไทย
พิการ
16 นางสาวจุฑารตั น์ โชติประชา จนท.ธรุ การ - บธ.บ การวิจัยสังคม
17 นางลาดวน มานะต่อ นักการฯ - ป.6 -
18 นางวชั รพล มานะต่อ จนท.รักษาความ - ป.6 -
ปลอดภยั
หนา้ : 11
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
อาคารเรยี นและอาคารประกอบ
ข้อมูลอาคารเรียนและอาคารประกอบ จานวน 10 หลงั ดงั น้ี
ตารางที่ 5 แสดงข้อมูลอาคารเรยี นและอาคารประกอบโรงเรียนบ้านวงั ทอง จาแนกตามประเภทของ
อาคาร และห้องเรยี น ดังน้ี
ลาดบั รายการ จานวน
อาคารเรยี น
1 อาคารเรียนระดับปฐมวัย (แบบ ป.1ซ) 1 หลัง
2 อาคารประถมศกึ ษาตอนตน้ และห้องเรยี นพิเศษ (LD) 1 หลงั
(แบบ สปช. 102/26 ขนาด 4 ห้องเรียน ) 1 หลัง
1 หลงั
3 อาคารเรยี นประถมศึกษาตอนปลาย
(แบบ สปช 105/29 ใต้ถุนสูง บันไดข้ึน 2 ข้าง)
4 อาคารเรียนมัธยมศึกษาตอนตน้ (แบบ สปช. 105/29)
ห้องเรียน/หอ้ งพเิ ศษ
5 หอ้ งเรยี นระดบั ก่อนประถม 2 ห้อง
6 หอ้ งเรยี นประถมศึกษา 6 ห้อง
7 หอ้ งเรยี นระดับมัธยม 3 หอ้ ง
8 หอ้ งวทิ ยาศาสตร์ (ห้องเรยี น ม.3) 1 หอ้ ง
9 หอ้ งปฏบิ ัติการทางภาษา - หอ้ ง
10 ห้องคอมพิวเตอร์ 1 หอ้ ง
11 ห้องสมดุ 1 ห้อง
12 หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารการงานอาชีพ 1 ห้อง
อาคารประกอบ
13 อาคารอเนกประสงค์ (แบบ สปช. 203/26) 1 หลัง
14 บา้ นพกั ครู (แบบ สปช. 301/26) 2 หลัง
15 สว้ ม (แบบ 601/26 ขนาด 4 ทน่ี ่ัง) 2 หลัง
16 อาคารห้องสมดุ (วังทองร่วมใจ) 1 หลงั
17 สว้ มนกั เรียนหญิง 4 ท/่ี 49 (ขนาด 4 หอ้ ง) 1 หลงั
18 อาคารปฏิบตั เิ พาะเห็ด/เก็บอุปกรณก์ ารเกษตร 1 หลงั
20 โรงเรือนไก่พันไข่ 1 หลัง
หน้า : 12
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
สภาพชมุ ชนโดยรวม
1. สภาพชุมชนรอบสถานศึกษา
ที่ตงั้
ตงั้ อยู่ ณ หมทู่ ่ี 2 บา้ นวังทอง ตาบลวงั ทอง อาเภอเมืองกาแพงเพชรจังหวดั กาแพงเพชร
ทศิ เหนือ ตดิ ตอ่ กับ หม่ทู ่ี 16 บ้านเตาขนมจีน ตาบลวงั ทอง
อาเภอเมืองฯ จังหวัดกาแพงเพชร
ทิศตะวนั ออก ติดต่อกับ หมทู่ ี่ 15 บา้ นมอสาราญ ตาบลวงั ทอง
อาเภอเมืองฯ จงั หวัดกาแพงเพชร
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ตอ่ กับ หมูท่ ่ี 17 บา้ นท่งุ เอ้ือง ตาบลวังทอง
อาเภอเมืองฯ จังหวดั กาแพงเพชร
ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกับ หมทู่ ่ี 17 บ้านอา่ งหิน ตาบลอา่ งทอง
อาเภอเมืองฯ จงั หวดั กาแพงเพชร
ลกั ษณะภูมิประเทศ
โดยพ้ืนที่สว่ นใหญเ่ ปน็ ทีร่ าบสลบั เนินเขา ซง่ึ ตง้ั อยบู่ ริเวณทิศตะวนั ตกเฉยี งใต้ของอาเภอ
เมืองกาแพงเพชร โดยระยะใกลท้ ่ีสดุ จากอาเภอเมืองกาแพงเพชร ประมาณ 36 กิดลเมตร และ
ระยะหา่ งที่สดุ จากอาเภอเมอื งกาแพงเพชร ประมาณ 50 กโิ ลเมตร
การคมนาคมขนสง่
ในเขตพ้นื ท่ีบริการของโรงเรยี นบ้านวงั ทอง มีเสน้ ทางคมนาคมทางรถยนต์ระหวา่ ง
อาเภอเมืองกาแพงเพชร จังหวดั กาแพงเพชร และอาเภอคลองลาน จังหวดั กาแพงเพชร แยกเขา้
โรงเรียนจากเสน้ ทางหลักถึงโรงเรยี นบ้านวังทอง 3 กิโลเมตร ปจ๎ จบุ ันนบั ว่า สะดวกและรวดเรว็
เนื่องจากมโี ครงขา่ ยการคมนาคมสะดวกและรวดเร็ว ซ่งึ ประกอบหมู่ที่ 2 บา้ นวงั ทอง หมู่ที่ 2 และหมู่
ท่ี 5 เป็นถนนลาดยางและถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จานวน 2 ชอ่ งทาง
การสาธารณสขุ
ในเขตบริการของโรงเรียนบ้านวงั ทอง มีจานวนสถานบริการดา้ นการแพทยแ์ ละ
สาธารณสุข ได้แก่
- โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบลมอสงู 1 แหง่
ลกั ษณะภูมศิ าสตร์
1. เนอื้ ท่ที ั้งหมดของเขตบริการ 16,369 ตารางกิโลเมตร
2. ประชากรท้งั หมด) 1,837 คน
หนา้ : 13
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ประชากรแยกรายหมู่บา้ น (ข้อมูลจากสาธารณสุขมลู ฐานจังหวัดกาแพงเพชร) ดงั นี้
- หมู่ที่ 2 บ้านวงั ทอง 693 คน
- หม่ทู ี่ 16 บ้านเตาขนมจีน 517 คน
- หมทู่ ่ี 17 บา้ นทงุ่ เอ้ือง 627 คน
3. จานวนบา้ นท้ังหมด 1,129 ครัวเรือน
4. การปกครองและการบริหาร
1. หมู่บา้ น 3 แหง่
2. องค์การบริหารสว่ นตาบล 1 แหง่
5. ศาสนา
จานวนวัดรวม 3 แหง่
จานวนพระภิกษุ 14 รูป
บริบทชุมชน/แหลง่ เรยี นรู้ ภมู ปิ ญ๎ ญาท้องถนิ่ และการใช้แหล่งวชิ าการการนอกระบบ
1. โบราณสถานขึน้ ทะเบยี นแลว้ - แห่ง
2. ศนู ย์การเรยี นรชู้ ุมชน 4 แห่ง
3. ศูนยก์ ีฬาประจาตาบล 1 แห่ง
2. ขอ้ มูลผปู้ กครอง
ระดบั การศกึ ษาของผปู้ กครอง
ระดบั การศกึ ษาของผปู้ กครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3
และประถมศึกษาปที ี่ 6
การประกอบอาชพี
สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของพื้นทภี่ ายในเขตพื้นทบี่ รกิ ารโรงเรยี นบ้านวงั ทอง ส่วนใหญ่
จะขนึ้ อยู่กบั ภาคเกษตรกรรมเปน็ หลักประกอบดว้ ย การทานา พืชเศรษฐกิจที่ทารายได้เข้าหม่บู า้ น
ไดแ้ ก่ ข้าวและมนั สาปะหลัง สาขาอนั ดบั รองจากภาคเกษตรกรรม คือ การค้าขาย และอาชพี รับจา้ ง
รายไดข้ องผูป้ กครอง
รายได้เฉลย่ี 25,000 บาท/คน/ปี
ศาสนาท่นี ับถือ
ประชากรในเขตบริการของโรงเรียนบา้ นวงั ทอง นับถือศาสนาพทุ ธ รอ้ ยละ 100
หน้า : 14
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
แนวคดิ และหลกั การเกี่ยวกบั การประเมิน
ความหมายของการประเมนิ
มนี กั วชิ าการหลายทา่ นได้กลา่ วถงึ ความหมายของการประเมนิ ไวด้ ังนี้
สุวิมล ติรกานันท์ (2548, หน้า 17) กล่าวว่า นิยามของการประเมิน คือ กระบวนการ
จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศประกอบการตัดสินใจ คุณภาพของสารสนเทศข้ึนอยู่กับ
ความเปน็ ปรนยั หรือความชดั เจนของการได้ข้อมูลมา จงึ ไดข้ ้อมลู อย่างถูกต้องและเหมาะสม
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 6) กล่าวว่า ความหมายการประเมินว่า คือ
กระบวนการตีความหมายของการตัดสินคุณค่าจากส่วนท่ีวัดได้จากการวัดผล โดยวัตถุประสงค์เป็น
ตัวกาหนดวา่ กจิ กรรมนัน้ ดีหรือเลวอย่างไร เหมาะสมประการใด
พสิ ณุ ฟองศรี (2549, หน้า 2) กล่าวว่า ความหมายของการประเมิน คือ กระบวนการ
ตัดสินคุณค่าของสิ่งหนึ่งส่ิงใดโดยการนาสารสนเทศหรือผลจากการวัดมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์
ที่กาหนดไว้ นอกจากความหมายของการประเมิน ภาษาอังกฤษ คือ Evaluation หรือ Assessment
บางกรณีก็ใช้ในความหมายเดยี วกนั โดยเฉพาะในหนงั สือ ตาราของอเมริกัน ส่วนกลุ่มประเทศที่อยู่ใน
เครือจกั รภพอังกฤษจะใช้ 2 คานี้ในความหมายท่ีแตกต่างกนั
นงลักษณ์ วิรัชชัย (2545, หน้า 151) กล่าวว่า การประเมิน หรือ Assessment คือ
การตัดสนิ ใจโดยไม่เนน้ ข้อสรุปในภาพรวม (Precision) ในการประเมนิ มากนัก เช่น การประเมินผู้เรียน
(Student Assessment) การประเมินบุคลากร (Personnel Assessment) และการประเมิน
ความต้องการจาเป็น (Need Assessment) ซ่ึงการดังกล่าวจะนาไปสู่กระบวนการประเมินท่ีเรียกว่า
Evaluation ต่อไป ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า Evaluation เป็นความหมายของการประเมินที่กว้างและ
ครอบคลมุ มากทสี่ ดุ
กลา่ วโดยสรปุ การประเมนิ หมายถึง กระบวนการตดั สินคุณค่าอย่างเปน็ ระบบตอ่ ส่ิงใดส่ิง
หนึง่ ดว้ ยการเกบ็ รวบรวมข้อมูลเพ่ือสร้างสารสนเทศประกอบการตัดสนิ ใจ มาวเิ คราะห์เปรียบเทยี บ
กบั เกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ให้ไดส้ ารสนเทศปรนัยหรือความชดั เจน ถูกต้องและเหมาะสม มาประกอบการ
ตดั สินใจ ว่ากจิ กรรมนน้ั ดหี รือเลวอย่างไร เหมาะสมประการใด
หน้า : 7
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ความหมายของโครงการ
มีนกั วิชาการหลายทา่ นไดก้ ลา่ วถึง ความหมายของโครงการ ไวด้ ังน้ี
สภุ าพร พศิ าลบตุ ร (2542, หนา้ 71) กลา่ วว่า โครงการ หมายถึง แผนงานที่จัดทาขึ้นอย่าง
เป็นระบบ โดยประกอบด้วยกิจกรรมย่อยหลายกิจกรรมท่ีต้องใช้ทรัพยากรในการดาเนินงานและ
คาดหวงั ว่าจะได้ผลตอบแทนอย่างคมุ้ ค่าจะต้องมีจุดเร่ิมต้นและจุดสิ้นสดุ ในการดาเนนิ งาน
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544, หน้า 115) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง แผนย่อยซ่ึงเป็น
ส่วนหน่ึงของแผนงานหรือเป็นกลุ่มของกิจกรรมที่จะดาเนินการในระยะเวลาที่กาหนดเพ่ือให้บรรลุ
เปูาหมายและวัตถปุ ระสงค์ของแผนงานท่ไี ด้ระบไุ ว้
สุพักตร์ พิบูลย์ และกานดา นาคะเวช (2545, หน้า 117) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง
กลุ่มของกิจกรรมท่ีเห็นว่าเป็นทางเลือกในการยกระดับคุณภาพงานท่ีได้รับการคัดสรรแล้วว่า
เหมาะสมและน่าจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการยกระดับคุณภาพงานปกติ โดยมีจุดมุ่งหมาย
เปูาหมายกิจกรรมการดาเนนิ งานทช่ี ดั เจนและมีชว่ งระยะเวลาในการดาเนินงานที่แน่นอน
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 80-81) กล่าวว่า โครงการมีความหมาย
4 ประการ ได้แก่ โครงการจะต้องมีกาหนดเวลาสิ้นสุด โครงการมีกิจกรรมที่ซับซ้อน กิจกรรมจะ
สนองตอบวัตถุประสงคโ์ ครงการและเมือ่ โครงการสิ้นสดุ จะไม่มกี ารทาซ้าในลักษณะเดิมอีก
ศุภชัย ยาวะประภาษ (2547, หน้า 380) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง กิจกรรมพื้นฐาน
ท่ีกาหนดขึ้นเพื่อนาเอาวัตถุประสงค์ของหน่วยงานหรือองค์การไปปฏิบัติให้สาเร็จลุล่วงภายใน
ระยะเวลาทีก่ าหนดไวแ้ น่นอน
สุวิมล ติรกานันท์ (2548, หน้า 36) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง แผนงานย่อยท่ีจัดเป็น
แผนปฏิบัติการและถูกจัดทาข้ึนมาในลักษณะท่ีเป็นรูปธรรม มีความชัดเจนในระดับท่ีสามารถนาไป
เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้ มีลักษณะที่สาคัญ คือ เป็นแผนงานที่มีการกาหนดจุดเริ่มต้นและ
จุดส้ินสุดของแผนงาน ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย ๆ ที่พ่ึงพิงและสอดคล้องกันภายใต้วัตถุประสงค์
เดียวกัน มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ภายใต้เง่ือนไขภายนอกและภายในองค์กร มีการระบุ
เปูาหมายสุดท้ายของโครงการและมสี ถานทีต่ ง้ั โครงการ อาจจะเปน็ แหง่ เดยี วหรือหลายแหง่ ก็ได้
พิสณุ ฟองศรี (2549, หน้า 64) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง สิ่งที่กาหนดไว้เพ่ือ
วัตถปุ ระสงคอ์ ย่างใดอย่างหน่งึ ซงึ่ ต้องมเี ปาู หมายกจิ กรรมและเวลาในการดาเนินการที่ชัดเจน โดยจะ
เป็นส่วนหน่ึงตามลาดับช้ันของแผนระดับต่าง ๆ มีความสาคัญในการช่วยให้เป็นแนวทางกาหนด
กิจกรรมและทรัพยากรต่าง ๆ รวมท้ังช่วยประสานในการดาเนินงานและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ
ทาให้เกิดประโยชน์ต่อความชัดเจนของแผน และการนาแผนไปปฏิบัติ โดยการใช้ทรัพยากรได้อย่าง
เหมาะสม ลดความซา้ ซ้อน ควบคุมการปฏบิ ัติตามแผนได้ ทาให้ผเู้ กี่ยวข้องเกิดความม่นั ใจ
หน้า : 8
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
สุวิทย์ มูลคา และสุนันทา สุนทรประเสริฐ (2550, หน้า 146) กล่าวว่า โครงการ
(Project) หมายถึง การกาหนดแนวทางในการแก้ป๎ญหาหรือพัฒนางานท่ีมีวัตถุประสงค์เด่นชัด
มีกิจกรรมท่ีทาให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างเหมาะสม มีการจัดทรัพยากรอย่างประหยัดและมี
ประสิทธิภาพ มีเวลาเร่ิมต้นและสิ้นสุดของงาน โครงการประกอบด้วยงานและกิจกรรมต่าง ๆ ที่มี
ความสมั พันธ์กันและมเี ปาู หมายเดียวกนั
กล่าวโดยสรุป โครงการ หมายถึง การกาหนดแผนงานหรือส่วนหนึ่งของงานท่ีจัดทาขึ้น
อยา่ งเป็นระบบและชัดเจน มีการกาหนดรายละเอียดในการปฏิบัติงานโดยประกอบด้วยกิจกรรมย่อย
หลายกิจกรรม มีการกาหนดวัตถุประสงค์ เปูาหมายอย่างวิธีการดาเนินงาน ระยะเวลาชัดเจน มีการ
ประเมินผลได้อย่างเป็นระบบทาให้เกิดประโยชน์ต่อความชัดเจนของแผน และการนาแผนไปปฏิบัติ
โดยการใช้ทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ลดความซ้าซ้อน ควบคุมการปฏิบัติตามแผนได้ ทาให้
ผูเ้ ก่ยี วขอ้ งเกดิ ความมัน่ ใจเพื่อให้งานดาเนินไปได้และบรรลุ ตามวัตถุประสงค์ และเปูาหมายที่กาหนด
ไว้ ในระยะเวลาทกี่ าหนด
ความหมายของการประเมนิ โครงการ
การประเมินโครงการเป็นกระบวนการในการกาหนดคุณค่าของการดาเนินโครงการหรือ
กิจกรรมท่ีกาหนดข้ึนในแผนงาน เพื่อไปสู่การตัดสินใจกับโครงการนั้น ๆ ว่าดีมีประสิทธิผลเพียงใด
และได้มนี ักวิชาการหลายทา่ นได้กลา่ วถงึ ความหมายของการประเมนิ โครงการ ไว้ดงั น้ี
สาราญ มีแจ้ง (2544, หน้า 14) กลา่ วว่า การประเมินโครงการ หมายถึง การตัดสินคุณค่า
ของสิ่งของหรือบุคคลอันได้แก่ พฤติกรรมโดยเทียบกับเกณฑ์ การประเมินค่าแตกต่างกับการตีค่า
ตรงทีว่ ่า การตคี า่ นน้ั ดูลกั ษณะหรือพฤตกิ รรมของบุคคลทีเ่ ทียบกบั สงิ่ แวดล้อม
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544, หน้า 117) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง
กระบวนการที่ก่อให้เกิดสารนิเทศในการปรับปรุงโครงการ และสารนิเทศในการตัดสินผลสัมฤทธิ์ของ
โครงการ ซึ่งเป็นขั้นตอนสาคัญของการบริหารงานเชิงระบบ จึงมีความจาเป็นอย่างยิ่งที่เมื่อ
ดาเนนิ งานโครงการส้นิ สดุ แลว้ ตอ้ งมีการประเมินโครงการ
กัมพล ผลพฤกษา (2545, หน้า 26 ) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง
กระบวนการในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และวิเคราะหข์ ้อมูลของการดาเนินโครงการแล้วพิจารณาตัดสิน
ว่าโครงการนนั้ บรรลุตามวัตถุประสงคท์ ่กี าหนดไว้หรือไม่ ระดบั ใด
ประชุม รอดประเสริฐ (2545, หน้า 73) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง
กระบวนการในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของการดาเนินโครงการ และพิจารณาบ่งชี้ให้
ทราบถึงจุดเด่นหรือจุดด้อยของโครงการนั้น ๆ อย่างมีระบบแล้ว ตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไข
โครงการนัน้ เพือ่ การดาเนินการต่อไปหรือยุติการดาเนินโครงการนน้ั
หนา้ : 9
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
สุณี หงส์วิเศษ (2546, หน้า 28) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง วิธีการหรือ
กระบวนการในการเก็บและรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบคุณค่าของส่ิงท่ีต้องการจัดเพื่อ
พิจารณาจุดเด่น จุดด้อยของโครงการนั้นอย่างมีระบบแล้วนามาตัดสินคุณค่าโดยเปรียบเทียบตาม
โครงการเพื่อนาผลเหลา่ น้ันมาตอบคาถามต่าง ๆ ใหผ้ ู้บรหิ ารทราบ
มยุรี อนุมานราชธน (2546, หน้า 286) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง การ
ออกแบบการวิจัยประเมินผล และการวิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือให้ได้มาซ่ึงผลสรุปการวิจัยท่ีมี ความ
เทีย่ งตรงและความเช่ือมั่นมากทีส่ ุดในสถานการณ์หนึ่ง ๆ
สุชาติ ประสิทธิ์สินธ์ุ (2547, หน้า 2) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการ
แสวงหาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดาเนินโครงการว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้ันตอนต่าง ๆ ท่ี
ได้กาหนดไว้หรือไม่มีป๎ญหาและอุปสรรคอะไร และบรรลุตามเปูาหมายที่ต้องการหรือไม่มีผลกระทบ
ในแง่มมุ ต่าง ๆ อย่างไรท่ีเกดิ ขนึ้ จากโครงการบ้าง
กล่าวโดยสรุป การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการตัดสินคุณค่าของโครงการ
มีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของการดาเนินโครงการโดยนามาใช้เป็นสารสนเทศในการ
ตรวจสอบเปูาหมายของโครงการและพิจารณาบ่งชี้ให้ทราบถึงจุดเด่น จุดด้อยของโครงการน้ัน
อย่างมีระบบ แล้วตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไขโครงการน้ันเพ่ือการดาเนินงานต่อไปหรือจะยุติ
การดาเนินงานโครงการน้ันเสียหรือนาข้อมูล ป๎ญหา อุปสรรคท่ีพบไปใช้เป็นแนวทางการดาเนิน
โครงการท่ีมีลักษณะใกลเ้ คียงกนั ตอ่ ไป
วตั ถปุ ระสงค์ของการประเมินโครงการ
การดาเนินการประเมินโครงการใด ๆ ก็ตามจะต้องมีจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาขอ้ เทจ็ จรงิ ของการดาเนินโครงการ ซ่ึงผลของการประเมินโครงการ สามารถนาไปใช้ในการ
จัดทาข้อเสนอแนะต่อผู้บริหาร ประกอบการตัดสินใจเก่ียวกับการดาเนินการจัดทาโครงการหรือ
เพ่ือเป็นข้อมูลในการปรับปรุงรูปแบบการบริหารโครงการให้เกิดความถูกต้อง เหมาะสม และ
เกิดประโยชน์ มีนกั วชิ าการหลายทา่ นได้กลา่ วถึงวตั ถุประสงคข์ องการประเมินโครงการ ไว้ดังน้ี
สภุ าพร พิศาลบตุ ร (2542, หนา้ 210) กล่าววา่ วัตถปุ ระสงคข์ องการประเมนิ โครงการ
มดี งั น้ี
1. เพ่ือศึกษาดูวัตถปุ ระสงค์หรือเปูาหมายทกี่ าหนดไวแ้ ต่เดิมยงั คงเปน็ เปูาหมาย
ทแ่ี ทจ้ รงิ ในปจ๎ จบุ ันหรือไม่เพียงใด และยังคงเปน็ เปาู หมายที่เหมาะสมมากเพยี งใด
2. เพือ่ ค้นหาการบรรลวุ ัตถุประสงค์ทกี่ าหนด
3. เพอ่ื พจิ ารณาเหตผุ ลของความสาเร็จและความลม้ เหลวของการปฏิบัติ
4. เพอ่ื แสดงถงึ หลกั การของแผนงานท่ีสาเรจ็ ผล
หนา้ : 10
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
5. เพอ่ื อานวยการบรหิ ารงานโดยการใช้เทคนิคสาหรับเพ่ิมประสทิ ธิผล
6. เพื่อเปน็ พ้นื ฐานสาหรับการวิจัยตา่ ง ๆ ทจ่ี ะมีขึ้นในระยะตอ่ ไป
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544 , หน้า 94) กล่าวว่า การประเมินโครงการมีวัตถุประสงค์
สาคญั คอื เพื่อช่วยปรบั ปรุงการบริหารงานหรอื โครงการ ตลอดจนดาเนินงานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ
สูงสุด เพื่อช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการหรืองานที่รับผิดชอบได้อย่างถูกต้องให้มี
ประสทิ ธภิ าพสูงสุด สาหรับวัตถปุ ระสงคเ์ ฉพาะของการประเมนิ มดี งั ตอ่ ไปน้ี
1. เพื่อช่วยปรบั ปรงุ พัฒนางานหรือโครงการต่าง ๆ
2. เพ่ือตัดสินผลเกี่ยวกับระดับผลสัมฤทธิ์ของงานหรือโครงการต่าง ๆ ช่วยให้ผู้บริหาร
ตัดสนิ ใจเกีย่ วกับโครงการไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. เพือ่ กระตุ้นทกุ ฝาุ ยทีเ่ ก่ียวข้องใหป้ ฏิบัตหิ นา้ ท่ีอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
สวุ ิมล ติรกานันท์ (2548, หน้า 22) กล่าวว่า วัตถุประสงค์จะต้องสอดคล้องกับแผนงาน
หลักและครอบคลุมเปูาหมาย การกาหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินผลมีหลักการตลอดจนวิธีการ
คล้ายคลึงกับการกาหนดวัตถุประสงค์ของแผนทุกอย่าง มีแตกต่างกันตรงท่ีการกาหนดวัตถุประสงค์ของ
การประเมินผลนี้จะต้องอิงอยู่กับวัตถุประสงค์ของแผนหรือโครงการเป็นสาคัญ ท้ังน้ีเพราะการ
ประเมินผลเป็นการตรวจสอบแผนหรือตรวจสอบสมมุติฐานของแผนว่าเมื่อผ่านการปฏิบัติมาแล้ว
ยังเกิดผลตามท่ีคาดหมายไว้เพียงใดและได้มีการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ประการใดหรือไม่เพราะ
เหตุใด ดังนั้นจึงจาเป็นอย่างย่ิงที่ผู้ประเมินจะต้องรู้และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ เปูาหมาย มาตรฐาน
กระบวนการและวิธกี ารปฏบิ ัติงานรวมทั้งทรัพยากรต่าง ๆ ของแผนเป็นอย่างดี มิฉะนั้นแล้วผู้ประเมิน
จะทาการประเมนิ ไมไ่ ดเ้ ลย
กล่าวโดยสรุป วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ คือ การหาแนวทางตัดสินและ
การประเมินโครงการท่ีต้องสอดคล้องกับแผนงานมีความชัดเจนไม่คลุมเครือและต้องครอบคลุม
เปูาหมายและวัตถุประสงค์ เปูาหมายในการประเมินโครงการทาให้ทราบผลของการประเมินเพื่อ
เป็นการรวบรวมขอ้ มูลช่วยในการตดั สินใจว่าโครงการท่ีจะดาเนินการมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
มีป๎ญหาและอุปสรรคในการดาเนินการหรือไม่ และช่วยในการตัดสินใจว่าจะพัฒนาต่อไปหรือ
ยกเลิกโครงการ
หน้า : 11
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ความสาคัญและประโยชน์ของการประเมินโครงการ
นักวิชาการหลายทา่ นได้กลา่ วถึงความสาคัญและประโยชน์ของการประเมนิ โครงการ ไว้ดงั นี้
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544, หน้า 120) กล่าวว่า คุณลักษณะที่สาคัญของการประเมิน
โครงการ คือ เพื่อมุ่งแก้ป๎ญหาเฉพาะ เน้นเสนอทางเลือกเพื่อการตัดสินใจ มุ่งสนองตอบความต้องการ
ของผ้ใู ช้ ผลการประเมินเน้นการประเมินอรรถประโยชน์ทางสังคม (Social Utility) ผลการประเมิน
มีอสิ ระสูง มีความเป็นสากลน้อย เป็นเรือ่ งเก่ยี วกบั คุณค่า (Value) โดยตรง การตรงต่อเวลาแลเชื่อถือ
ในผลทปี่ ระเมนิ ได้ ซง่ึ ความสาคัญหรอื คุณประโยชน์ของการประเมินโครงการ ไดด้ ังนี้
1. การประเมินจะช่วยให้การกาหนดวัตถุประสงค์และมาตรฐานของการดาเนินงานมี
ความชัดเจนขน้ึ กลา่ วคอื กอ่ นที่โครงการจะได้รับการสนับสนุนให้นาไปใช้ย่อมจะได้รับการตรวจสอบ
อย่างละเอียดจากผู้บริหารและผู้ประเมินส่วนใดท่ีไม่ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์หรือมาตรฐานในการ
ดาเนินงาน หากขาดความแน่นอน แจ่มชัด จะต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้มีความถูกต้องชัดเจน
เสยี ก่อน ฉะน้นั กลา่ วได้วา่ การประเมนิ โครงการมสี ว่ นชว่ ยให้โครงการมีความชัดเจนและสามารถนาไป
ปฏบิ ัติไดอ้ ย่างได้ผลมากกว่าโครงการท่ไี มไ่ ด้รบั การประเมนิ
2. การประเมินโครงการช่วยให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่าหรือเกิดประโยชน์เต็มท่ี
ท้ังน้ีเพราะการประเมินโครงการจะต้องวิเคราะห์ทุกส่วนของโครงการ ข้อมูลใดหรือป๎จจัยใดท่ี
เป็นป๎ญหาจะได้รับการจัดสรรให้อยู่ในจานวนหรือปริมาณท่ีเหมาะสมเพียงพอแก่การดาเนินงาน
ทรัพยากรที่ไม่จาเป็นหรือมีมากเกินไปจะได้รับการตัดทอน และทรัพยากรใดที่ขาดก็จะได้รับ
การจัดหาเพ่ิมเติม ฉะนั้นการประเมินโครงการจึงมีส่วนทาให้การใช้ทรัพยากรของโครงการเป็นไป
อยา่ งคมุ้ ค่า และมีประสิทธิภาพ
3. การประเมินโครงการช่วยให้แผนงานบรรลุวัตถุประสงค์ดังที่ได้กล่าวแล้วว่าโครงการ
เป็นส่วนหนึ่งของแผน ดังน้ันเม่ือโครงการได้รับการตรวจสอบ วิเคราะห์ ปรับปรุง แก้ไข ให้ดาเนินการ
ไปด้วยดี ย่อมทาให้แผนงานดาเนินไปด้วยดีและบรรลุถึงวัตถุประสงค์ที่ได้กาหนดไว้ หากโครงการใด
โครงการหนึ่งมีป๎ญหาในการนาไปปฏิบัติย่อมกระทบกระเทือนต่อแผนงานท้ังหมด โดยส่วนรวม ฉะน้ัน
จึ ง อ า จ ก ล่ า ว ไ ด้ เ ช่ น เ ดี ย ว กั น ว่ า ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร มี ส่ ว น ช่ ว ย ใ ห้ โ ค ร ง ก า ร ด า เ นิ น ไ ป อ ย่ า ง มี
ประสิทธิภาพ หมายถึง การประเมินโครงการมีส่วนช่วยให้แผนงานบรรลุถึงวัตถุประสงค์และ
ดาเนนิ งานไปดว้ ยดีเช่นเดียวกนั
4. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยในการแก้ป๎ญหาอันเกิดจากผลกระทบ (Impact) ของ
โครงการและทาใหโ้ ครงการมีข้อที่ทาให้เกิดความเสียหายลดน้อยลง ดังตัวอย่างโครงการเข่ือนน้าโจน
ซง่ึ ในการสร้างถนนเพื่อไปสู่สถานท่ีสร้างเขื่อนนั้นต้องผ่านปุาไม้ธรรมชาติ ทาให้เกิดการลักลอบตัดไม้
ทาลายปาุ และสัตว์ปุาหลายชนิดอาจต้องสูญพันธ์ การประเมินโครงการจะช่วยให้เกิดโครงการปูองกัน
หนา้ : 12
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
รักษาปุา และโครงการอนุรักษ์และอพยพสัตว์ปุาข้ึนเพื่อแก้ป๎ญหา เป็นต้น ด้วยตัวอย่างและเหตุผล
ดงั กล่าวจึงถือได้ว่าการประเมนิ โครงการมีสว่ นในการชว่ ยแกป้ ๎ญหาได้
5. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยอย่างสาคัญในการควบคุมคุณภาพของงาน ดังท่ีได้
กล่าวแลว้ ว่า การประเมินโครงการเป็นการตรวจสอบและควบคมุ ชนิดหนง่ึ ซ่ึงดาเนินงานอย่างมีระบบ
และมคี วามเปน็ วิทยาศาสตร์อย่างมาก ทกุ อยา่ งของโครงการและป๎จจัยทุกชนิดที่ใช้ในการดาเนินงาน
จะได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียด กล่าวคือทั้งข้อมูลนาเข้า (Inputs) กระบวนการ (Process) และ
ผลงาน (Outputs) จะไดร้ บั การตรวจสอบประเมนิ ผลทกุ ขนั้ ตอน สว่ นใดท่ีเป็นป๎ญหาหรือไม่มีคุณภาพ
จะได้รับการพิจารณาย้อนกลับ (Feedback) เพ่ือให้การดาเนินงานใหม่จนกว่าจะเป็นไปตาม
มาตรฐานหรือเปูาหมายท่ีต้องการ ดังน้ัน จึงถือได้ว่าการประเมินผลเป็นการควบคุมคุณภาพของ
โครงการ
6. การประเมินโครงการ มีส่วนในการสร้างขวัญและกาลังใจให้ผู้ปฏิบัติตามโครงการเพราะ
การประเมินมิใช่เป็นการควบคุมบังคับบัญชาหรือสั่งการแต่เป็นการศึกษา วิเคราะห์เพื่อการปรับปรุง
แก้ไขและเสนอวิธีการใหม่ ๆ เพ่ือใช้ในการปฏิบัติโครงการอันย่อมจะนามาซ่ึงผลงานที่ดีเป็นท่ียอมรับ
ของผู้เก่ียวข้องทั้งปวงโดยลักษณะเช่นน้ีย่อมทาให้ผู้ปฏิบัติมีกาลังใจ มีความพึงพอใจและมีความตั้งใจ
กระตือรือร้นที่จะปฏิบตั งิ านตอ่ ไปและมากขนึ้ ฉะน้ันจึงกล่าวได้ว่าการประเมินโครงการ มีส่วนสาคัญ
ในการสร้างขวญั กาลังใจและความพึงพอใจในการปฏบิ ัตงิ าน
7. การประเมนิ โครงการช่วยในการตัดสนิ ใจในการบริหารโครงการ กลา่ วคือ การประเมิน
โครงการจะทาให้ผู้บริหารได้ทราบถึงอุปสรรค ข้อดี ข้อเสีย ความเป็นไปได้ และแนวทางในการ
ปรับปรุงแก้ไขการดาเนนิ โครงการ โดยข้อมลู ดังกล่าวจะช่วยทาให้ผู้บริหารตัดสินใจว่าจะดาเนินโครงการ
นั้นต่อไปหรือจะยุติโครงการน้ันเสีย นอกจากนั้นผลของการประเมินโครงการอาจเป็นข้อมูลอย่างสาคัญ
ในการวางแผนหรือการกาหนดนโยบายของผบู้ ริหาร
สวุ ทิ ย์ มลู คา และสุนันทา สนุ ทรประเสริฐ (2550, หน้า 151) กล่าวว่า ความสาคัญของ
การประเมนิ โครงการมีประโยชน์อย่างยง่ิ ตอ่ การบรหิ ารโครงการ ดงั นี้
1. ชว่ ยใหไ้ ด้ขอ้ มูลสารสนเทศต่าง ๆ เก่ียวกับโครงการที่นาไปใช้ในการตัดสินใจ เกี่ยวกับ
การกาหนดโครงการ การตรวจสอบความพร้อมของทรัพยากรต่าง ๆ ที่จาเป็นต้องใช้ในการดาเนิน
โครงการ ตลอดจนความเปน็ ไปได้ในการจดั ทาโครงการ
2. ชว่ ยใหท้ ราบขอ้ มูลสารสนเทศเกย่ี วกับความกา้ วหน้า ปญ๎ หาและอปุ สรรคของโครงการ
ท่ีนามาใช้ในการตัดสินใจเพื่อปรับปรุง หรือเปล่ียนแปลงแก้ไขการดาเนินโครงการ ให้เป็นไปตาม
ทิศทางทีต่ ้องการ
หน้า : 13
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
3. ช่วยให้ได้ข้อมูลสารสนเทศเก่ียวกับความสาเร็จและความล้มเหลวของโครงการ
ท่ีนามาใช้ในการตัดสินใจและวินิจฉัยว่าจะดาเนินการในช่วงต่อไป ยกเลิกหรือขยายการดาเนิน
โครงการต่อไปอกี
กล่าวโดยสรุป การประเมินโครงการมีความสาคัญและมีประโยชน์ คือ ช่วยให้ได้ข้อมูล
สารสนเทศต่าง ๆ เกี่ยวกับการดาเนินโครงการ ทาให้ทราบถึงความก้าวหน้า ป๎ญหาและอุปสรรค
ความสาเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการเพ่ือพิจารณาถึงคุณค่าหรือคุณประโยชน์ของโครงการ
เพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารโครงการ ตรวจสอบและปรับปรุง แก้ไขการดาเนินโครงการสามารถ
วิเคราะหข์ ้อดี ขอ้ จากัดของโครงการ เพ่ือเปน็ การตดั สินใจในการสนบั สนนุ โครงการต่อไป
กระบวนการประเมนิ โครงการ
ขั้นตอนหรือกระบวนการประเมินต้องมีจุดเร่ิมต้นของการกระทาและดาเนินไปได้โดยใช้เวลา
และทรัพยากรต่าง ๆ จนส้ินสุดลง ณ เวลาหนึ่งซึ่งคล้าย ๆ กับการเดินทางว่าจะออกเดินทางเมื่อใด
ไปโดยพาหนะอะไร ใช้เส้นทางไหน และจะถึงจุดหมายเม่ือใด ถ้าผู้ใดเดินทางมีข้อมูลเหล่านี้ย่อมจะ
มองเห็นภาพได้ สามารถเตรียมตัวเพื่อร่วมเดินทางได้ดีข้ึน การประเมินโครงการก็เช่นกัน มีข้ันตอน
การกระทาวา่ จะทาอะไรบา้ ง เม่ือร้วู ่าจะทาอะไร ในขน้ั ตอนไหน จะทาให้รตู้ อ่ ไปว่า
จะใชว้ ธิ ีการอะไร และไปสน้ิ สดุ ที่ไหน เกี่ยวกบั ขั้นตอนหรือกระบวนการประเมนิ โครงการ
มนี กั วิชาการหลายท่านได้กล่าวถงึ กระบวนการประเมนิ โครงการ ไว้ดังน้ี
สมหวัง พธิ ยิ านวุ ัฒน์ (2545, หนา้ 122) กล่าวว่า กระบวนการประเมินผลโครงการ
มขี ้นั ตอน ดังนี้
1. หลกั การเหตผุ ล และความสาคญั ของการประเมนิ โครงการ
2. ประเมินโครงการเพ่ืออะไร : การกาหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ
3. ประเมนิ อะไร : การวเิ คราะห์โครงการ
4. ประเมนิ ได้อะไร : การออกแบบการประเมิน
5. ขอ้ มูลท่ีต้องการมีอะไรบา้ งหรอื จะได้ข้อมลู เหล่านัน้ ด้วยวิธใี ด : การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
6. จะแยกและย่อสรุปข้อมูลเพื่อให้มคี วามหมายไดอ้ ย่างไร : การวิเคราะห์ข้อมลู
7. ผลการประเมนิ เป็นอย่างไรจะให้ผมู้ ีหน้าทต่ี ัดสนิ ใจทราบได้อย่างไร : การเขียนรายงาน
และการรายงานผลการประเมิน
ไพศาล หวังพานิช (2544, หนา้ 11 – 13) กล่าวว่า ขนั้ ตอนการประเมินโครงการ
มีข้ันตอนสาคัญ ดังน้ี
1. กาหนดเปาู หมาย ผู้ประเมินต้องกาหนดสิง่ ตอ่ ไปนี้อย่างชัดเจน
1.1 การประเมินโครงการนี้มีความจาเปน็ เพยี งใด
หนา้ : 14
รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
1.2 จะนาผลการประเมินไปใช้อย่างไร
1.3 เป็นการประเมนิ ประเภทใดหรือระยะใดของโครงการ
1.4 จะใชแ้ นวคิดหรอื รูปแบบการประเมนิ อย่างไร
2. กาหนดวตั ถุประสงค์ เพ่อื สนองตอบเปูาหมายของการประเมินท่ีกาหนดไว้การประเมิน
ควรมีวัตถุประสงค์อย่างไรบ้าง ซ่ึงวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดนี้ต้องชัดเจน ครอบคลุม และสอดคล้องกับ
เปาู หมาย
3. กาหนดคุณลักษณะท่ีจะประเมินการท่ีจะสนองตอบวัตถุประสงค์ที่กาหนด จะต้อง
พิจารณาคุณลักษณะใดหรือมีอะไรเป็นตัวบ่งช้ี คุณลักษณะที่กาหนดนี้จะต้องสาคัญและตรง
ตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงและอย่างครบถ้วน คุณลักษณะหรือตัวบ่งชี้ในการประเมินก็คือตัวแปร
ในการวจิ ัยนนั่ เอง
4. นิยามคุณลักษณะ คุณลักษณะที่กาหนดข้ึนจะต้องนิยามหรือให้ความหมายอย่าง
ชัดเจนว่าคืออะไรหรือมีคุณสมบัติอย่างไร จะสังเกตคุณลักษณะเหล่าน้ันได้อย่างไร ถ้าคุณลักษณะใด
ไมส่ ามารถนยิ ามได้ย่อมหมายถึงผู้ประเมนิ ไมร่ ูจ้ กั คุณลักษณะน้ันและย่อมหมายถึงไม่สามารถวัดหรือเก็บ
ขอ้ มูลได้ ซง่ึ หมายถึงประเมินไม่ได้
5. ออกแบบการประเมนิ ทาการพิจารณาว่าการทจ่ี ะประเมินตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีกาหนด
หรอื ตอบป๎ญหาที่ต้องการทราบนนั้ ควรจะดาเนนิ การประเมนิ อยา่ งไร จากใคร ช่วงเวลาใดจงึ จะ
เหมาะสม
6. กาหนดแหล่งข้อมลู คณุ ลักษณะท่ีกาหนดเปน็ ลักษณะของส่ิงใดหรือของบุคคล กลุ่มใด
ในการประเมินครัง้ น้จี ะประเมนิ จากแหลง่ ใดหรอื จากใครบา้ ง จานวนเท่าใด
7. กาหนดเครื่องมือรวบรวมข้อมูลจากคุณลักษณะท่ีกาหนดและจากแหล่งข้อมูลที่จะใช้
ควรใช้เคร่ืองมือชนิดใดจึงจะได้ข้อมูลตรงความเป็นจริงมีความเป็นไปได้และสะดวกที่สุด วิธีการหรือ
เครือ่ งมือทใี่ ชเ้ ป็นหลักการเพื่อการรวบรวมข้อมูลสาหรับการประเมนิ ไดแ้ ก่
7.1 การสงั เกต (Observation)
7.2 การสัมภาษณ์ (Interview)
7.3 แบบทดสอบ (Test)
7.4 แบบสอบถาม (Questionnaires)
7.5 มาตราประมาณค่า (Scaling)
7.6 การวเิ คราะหเ์ อกสาร (Document Analysis)
8. เขียนแผนการประเมนิ เปน็ การกาหนดโครงร่าง (Proposal) ของการประเมินโดยระบุ
รายละเอียดในการดาเนนิ การประเมนิ ไว้แต่ต้น (ข้อ 1-7) พร้อมทั้งกาหนดแผนปฏิบัติหรือปฏิทินการ
ดาเนนิ การ ตลอดจนค่าใช้จ่ายตา่ ง ๆ ทจ่ี าเป็นเพ่ือการจดั สรรงบประมาณ
หนา้ : 15
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
9. สร้างเคร่ืองมือ ดาเนินการสร้างหรือเลือกเครื่องมือท่ีจะใช้ในการรวบรวมข้อมูล โดย
เคร่ืองมือเหล่านั้นจะต้องมีความเที่ยงตรง (Validity) ความเช่ือมั่น (Reliability) ความเป็นปรนัย
(Objectivity) หรือชัดเจน เข้าใจง่ายและเหมาะสม (Usability) กับหน่วยตัวอย่างหรือกลุ่มตัวอย่าง
ทีจ่ ะให้ขอ้ มลู
10. ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ควรตรวจสอบคณุ ภาพของเคร่ืองมือในด้านตา่ ง ๆ ดว้ ย
วิธีทเ่ี หมาะสม เพื่อการแก้ไขปรบั ปรงุ เครื่องมือก่อนทจี่ ะนาไปใช้เกบ็ รวบรวมข้อมลู จรงิ
11. กาหนดเกณฑ์การประเมิน การตรวจสอบคุณลักษณะท่ีกาหนด จะใช้ส่ิงใดเป็น
เกณฑ์ตัดสิน อาจเป็นได้ทั้งเกณฑ์การบรรยายหรือเกณฑ์ท่ีเป็นจานวน เกณฑ์ที่กาหนดอาจเป็นทั้ง
แบบสมบูรณ์(Absolute Criteria) ในกรณีที่คุณลักษณะนั้นมีการกาหนดมาตรฐานไว้ และแบบ
สัมพัทธ์ (Relative Criteria) ในกรณีท่ีมิได้กาหนดมาตรฐานไว้ก่อน ซ่ึงเกณฑ์แบบสัมพัทธ์น้ีต้อง
คานึงถงึ ความเหมาะสมเปน็ ไปได้ ประกอบการพจิ ารณาในการกาหนด
12. เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดาเนินการอยา่ งทันการณ์ อย่างเปน็ ระบบและถูกต้อง
ยุตธิ รรม และให้ครบถว้ นตามแผนทกี่ าหนด
13. วิเคราะห์ขอ้ มลู รวบรวม ประมวล จดั หมวดหมูข่ ้อมูล ดาเนนิ การวเิ คราะหห์ รอื
สรปุ ข้อมลู ดว้ ยเทคนิคและวธิ กี ารทีเ่ หมาะสม
ชยั ชนะ สระทองทา (2544, หน้า 41 – 42) กลา่ ววา่ ขนั้ ตอนของการประเมินผล
มี 3 ขนั้ ตอน คือ
1. ทาการวัดส่ิงท่ีจะเกิดขึ้นจริงโดยกาหนดว่าจะวัดอะไร แล้ววัดโดยวิธีอะไร แล้วจึง
กาหนดวิธกี ารวดั และการเก็บรวบรวมขอ้ มลู
2. เปรยี บเทยี บข้อมูลท่ีวัดไดก้ บั มาตรฐาน เมื่อวดั ข้อมูลมาแลว้ จะตอ้ งทาการเปรียบเทียบ
กบั มาตรฐานท่ีมีอยู่ ถ้าการปฏบิ ัตจิ รงิ หรือผลการวดั ออกมาแตกต่างไปจากมาตรฐานการทบทวนจะ
เกิดขึน้ โดยขัน้ ตอนต่อไป
3. เมื่อการปฏิบัติแตกต่างจากมาตรฐาน การพิจารณาเพื่อหาสาเหตุความเหมาะสมและ
ความเป็นไปได้ต่างๆ ซึ่งเม่ือพิจารณาแล้วอาจมีการปรับปรุงวิธีการข้ันตอนและกระบวนการ
ปฏิบัตงิ านใหมเ่ พอื่ ใหส้ ามารถทางานได้อาจจะต้องทาการปรบั ปรุงมาตรฐานเสียใหม่ใหส้ อดคล้องกนั
ทวีป ศิริรัศมี (2545, หน้า 115) กล่าวว่า องค์ประกอบที่เป็นหัวใจของกระบวนการ
ประเมิน คอื การวดั (Measurement) และการเปรียบเทียบ (Comparison) การวัดเป็นกระบวนการ
กาหนดสถานภาพ (Status) และจานวน (Amount) ของสิ่งต่าง ๆ การวัดอยู่บนพ้ืนฐานของตัวเลขและ
การพรรณนาทม่ี ีความถูกต้องเปน็ รูปธรรมและนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ การวดั ไปใช้ในการพัฒนาตัวแปรที่
มีความสาคัญต่อสภาพที่ทาการประเมินการเปรียบเทียบเป็นการนาผลจากการวัดมาเปรียบเทียบกัน
เพื่อตัดสิน (Judgment) ตามมาตรฐาน (Standard) หรือเกณฑ์ (Criteria) ที่กาหนดไว้ในการ
หนา้ : 16
รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ประเมินผลโครงการ การเปรียบเทียบจะเป็นเรื่องของการเปรียบเทียบระหว่างจุดส้ินสุดโครงการกับ
จุดเร่ิมต้นโครงการ ระหว่างสภาพท่ีเป็นอยู่กับสภาพท่ีควรจะเป็น (บรรทัดฐานหรือมาตรฐาน) ระหว่าง
โครงการนี้กับโครงการอ่ืนที่คล้ายคลึงกันหรือระหว่างส่ิงที่เกิดข้ึนกับส่ิงท่ีมุ่งหวัง (วัตถุประสงค์) การ
เปรียบเทียบจะมีการใช้มาตรฐานเกิดขึ้น การตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกาหนดคุณค่า
(Worth or Value) การตัดสินเป็นการตัดสินใจเก่ียวกับขอบเขตที่เป็นความแตกต่างในการ
เปรียบเทียบเป็นสาคัญ โดยการวางอยู่บนพ้ืนฐานของประสบการณ์ ความรู้ และสามารถท่ีจะ
ตรวจสอบความสัมพันธ์ได้อย่างเป็นวัตถุนิสัย (Objectively) ในการตัดสินใจซึ่งเป็นการกาหนดคุณค่า
นนั้ จะเป็นการตัดสนิ ใจว่าโครงการมีประโยชนแ์ ละเป็นส่ิงทีป่ รารถนาตอ่ บคุ คลใด ๆ หรอื ไม่
กล่าวโดยสรุป กระบวนการประเมิน คือ ขั้นตอนการประเมินโดยละเอียดขึ้นอยู่กับส่ิงที่จะ
ประเมนิ แต่โดยทัว่ ไปสามารถแบง่ ครา่ ว ๆ คือ ศึกษารายละเอียดของส่ิงท่ีจะถูกประเมิน ศึกษาความ
ต้องการของผู้ท่ีจะใช้ผลการประเมินกาหนดประเด็นในการประเมิน กาหนดตัวชี้วัด ออกแบบการ
ประเมนิ เก็บรวมรวม ข้อมูล วเิ คราะหข์ ้อมลู แปรผลและสรปุ ผลเขียนรายงาน
รูปแบบของการประเมนิ โครงการ
นักวิชาการหลายทา่ นไดก้ ล่าวถึงรปู แบบของการประเมนิ โครงการ ไว้ดังนี้
เยาวดี รางชยั กุล วิบูลยศ์ รี (2546, หนา้ 27) กล่าวว่า ถงึ แม้ว่าแนวทฤษฎีและรูปแบบ
การประเมินท่ีผู้เชี่ยวชาญทางการประเมินหลายท่านได้เสนอไว้มีลักษณะที่แตกต่างกันท้ังในแนวคิด
และวิธีนาไปใช้เพ่ือให้เข้าใจลักษณะของรูปแบบได้ชัดเจนข้ึน จึงขอสรุปรูปแบบการประเมินว่า
มลี กั ษณะสาคัญ 4 ประการ ดงั นี้
1. เปน็ การถา่ ยทอดความคิด จินตนาการของบคุ คลท่มี ีต่อปรากฏการณใ์ ด ๆ การถ่ายทอด
ดังกล่าว จะถ่ายทอดออกมาเป็นโครงสร้างท่ีมีระบบระเบียบ สาหรับการนาเสนอเพื่อให้ผู้อ่ืนเข้าใจ
ตามแนวคดิ ของรปู แบบไดโ้ ดยง่าย
2. โครงสรา้ งของรูปแบบจะเน้นเฉพาะตัวแปร องค์ประกอบหรือสาระท่ีสาคัญ ๆ รูปแบบ
ต่าง ๆ ที่เข้าข่ายเป็นลักษณะของรูปแบบท่ีจะต้องเน้นส่ิงสาคัญ ๆ เท่าน้ันเพ่ือให้ง่ายต่อการทาความ
เข่าใจ
3. ต้องมีการเชื่อมโยงต่อเน่ืองระหว่างตัวแปรองค์ประกอบหรือสาระสาคัญ ตัวแปร
องคป์ ระกอบหรือสาระสาคญั ต้องมีการเช่ือมโยงอยา่ งเปน็ ระบบง่ายต่อการเข้าใจโดยอาจใช้สัญลักษณ์
ต่าง ๆ เพื่อใหร้ ปู แบบมคี วามกระชับเท่าทีจ่ ะทาได้
4. รปู แบบไม่ใชก่ ารบรรยายหรอื พรรณนาอย่างยดื ยาว รปู แบบควรเป็นภาพ แผนภมู ิ
สญั ลกั ษณห์ รือแผนผงั ทีเ่ ข้าใจไดด้ ้วยการนาเสนอเพียงครัง้ เดยี วหรือน้อยคร้ังท่ีสุด
หนา้ : 17
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
รูปแบบการประเมินโครงการของครอนบาค (Cronbach)
เยาวดี วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 32 – 34) กล่าวว่า รูปแบบการประเมินตามแนวคิดเห็น
ของครอนบาค (Cronbach) คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลและการใช้สารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจ
เก่ียวกับการจัดโปรแกรมทางการศึกษา คาว่า โปรแกรมในความหมายของครอนบาค (Cronbach)
ใช้ได้ท้ังในความหมายที่กว้าง เช่น เป็นกิจกรรมใดก็ได้ เป็นกิจกรรมการเรียนการสอน คาแนะนา
ท่แี จกจ่ายให้คนส่วนใหญ่ปฏบิ ัตติ ามหรือการทดลองทางการศึกษาก็ได้
จุดมุ่งหมายของการประเมินของครอนบาค แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดงั นี้
1. การตัดสินใจเพื่อการปรงุ รายวิชา (Course Improvement) เพ่ือตัดสินใจเลือก
อปุ กรณ์การเรยี นการสอน และวิธีการสอนใดที่น่าพอใจ และมีส่วนใดทด่ี าเนนิ การอยู่แล้วตอ้ งแก้ไข
2. การตดั สนิ ใจทเ่ี กย่ี วข้องกับตวั นักเรยี นเปน็ รายบคุ คล (Decision about individual)
เช่น การจัดกลมุ่ นกั เรยี นให้เหมาะสมกับความสามารถ
3. เพื่อการตัดสินเกยี่ วกบั ระเบียบวธิ ใี นการบรหิ าร (Administrative regulation) เช่น
การพัฒนาระบบคุณภาพของโรงเรียนเพือ่ การตัดสินว่า ระบบการศึกษาของโรงเรียนดีหรอื ไม่เพียงไร
และครูแต่ละคนของโรงเรียนมีประสิทธภิ าพดหี รือไมอ่ ย่างไร เปน็ ต้น
แนวทางการประเมนิ ของครอนบาค (Cronbach) มี 4 แนวทาง ดังน้ี
1. การศกึ ษากระบวนการ (Process Studies) ได้แก่ การศึกษาภาวะการณต์ า่ ง ๆ ที่
เกดิ ข้ึนในชั้นเรียน เชน่ การท่ีนกั เรียนทาแบบฝึกหดั ไม่ถูกต้อง การสังเกตผลการใชส้ ่ือ การซักถาม
นักเรยี นขณะทาการสอน ภาวะการณ์ท่ีเกิดข้ึนเหลา่ นี้ สามารถนามาเป็นข้อมลู ท่ใี ชเ้ พื่อพัฒนาหรอื
ปรับปรุงรายวชิ าได้เปน็ อยา่ งดี
2. การวัดศักยภาพของผเู้ รยี น (Proficiency Measurement) ครอนบาคให้ความสาคัญ
ต่อคะแนนรายข้อมากกว่าคะแนนจากแบบทดสอบทั้งฉบับ โดยให้ทัศนะว่า คะแนนจากแต่ละข้อ
สามารถช้ใี ห้เหน็ ถงึ สิง่ ที่ผเู้ รยี นได้เรียนรู้แล้วและส่ิงที่ควรจะพฒั นาตอ่ ไป
3. การวัดทัศนคติ (Attitude Measurement) เป็นผลที่เกิดจากการเรียนการสอน
ส่วนหนึ่ง ซ่ึงมีความสาคัญเช่นกัน การวัดทัศนคติอาจทาได้หลายวิธี เช่น การสัมภาษณ์และ
การตอบแบบสอบถาม
4. การตดิ ตามผล (Follow-up Studies) เปน็ การติดตามผลการทางาน หรือภาวการณ์
เลอื กศึกษาต่อในสาขาต่าง ๆ
หนา้ : 18
รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
รูปแบบการประเมนิ โครงการของไทเลอร์ (Tyler)
ไทเลอร์ (Tyler) เป็นนักประเมินรุ่นแรก ๆ ในปี ค.ศ. 1930 และเป็นผู้เร่ิมต้นบุกเบิก
แนวความคิดเห็นเก่ียวกับการประเมินโครงการ ไทเลอร์มองการประเมิน คือการเปรียบเทียบ
พฤตกิ รรมเฉพาะด้านกับจดุ มุ่งหมายเชิงพฤติกรรมทีว่ างไว้
ไทเลอร์ (Tyler) กลา่ ววา่ จุดมุ่งหมายของการประเมนิ มดี ังน้ี
1. เพือ่ ตัดสนิ ว่า จุดมุ่งหมายของการศึกษาทต่ี ั้งไว้ในรปู ของจดุ มุ่งหมายเชิงพฤติกรรมนน้ั
ประสบผลสาเรจ็ หรือไม่ ส่วนใดทปี่ ระสบผลสาเรจ็ ก็อาจเก็บไวใ้ ชไ้ ด้ต่อไปแตส่ ว่ นใด
ไม่ประสบผลสาเร็จก็จะไดป้ รับปรงุ แก้ไขต่อไป
2. เพื่อประเมินค่าความก้าวหน้าทางการศึกษาของกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ เพื่อให้
สาธารณชนได้ขอ้ มลู ท่นี า่ เชื่อถอื ได้ ในอันทจ่ี ะช่วยเขา้ ใจป๎ญหาและความต้องการทางการศึกษาได้และ
เพื่อใช้ข้อมลู นั้นเป็นแนวทางในการทจ่ี ะปรบั ปรงุ นโยบายทางการศึกษาท่ีคนสว่ นใหญ่เห็นดว้ ยได้
ในการประเมินผลโครงการนั้น ควรจะต้องยึดความสาเร็จของคนส่วนใหญ่เป็นเกณฑ์ในการ
ตัดสินความสาเรจ็ ของกลุ่มตวั อย่างขนาดเล็กจะถอื เป็นความสาเร็จของโครงการยอ่ มไมไ่ ด้
เยาวดี รางชัยกลุ วบิ ลู ยศ์ รี (2546, หน้า 30 - 31) กล่าวว่า แนวคิดทางการประเมินของ
ไทเลอร์ คือ การจัดเป็นแนวคิดทางการประเมินในระดับช้ันเรียน โดยไทเลอร์มีความเห็นว่าการ
ประเมินผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนักเรียน จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการพัฒนากระบวนการทางการ
เรียนการสอนทั้งน้ีไทเลอร์ (Tyler) ได้เร่ิมต้นการเสนอแนวคิดทางการประเมิน โดยยึดกระบวนการ
ของการจัดการเรยี นการสอนเปน็ หลัก กระบวนการจัดการเรียนการสอนเป็นกระบวนการท่ีมุ่งจัดข้ึน
เพ่ือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่พึงปรารถนาในตัวของผู้เรียน ด้วยเหตุนี้จุดเน้นของ
การเรยี นการสอน เพือ่ ให้การสอนเกดิ การเปล่ียนแปลงพฤตกิ รรม ในตัวผเู้ รียนตามท่ีมุ่งหวัง
กระบวนการประเมินของไทเลอร์ (Tyler) มขี น้ั ตอนในการดาเนินการ ดังน้ี
ขั้นท่ี 1 ต้องมีการระบุหรือกาหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนลงไปว่าเมื่อส้ินสุดการจัด
การ เรีย นการส อน แล้ว ผู้เ รียน คว รเกิดพฤติกรร มใด หรือสามาร ถกระทาสิ่ งใด ได้ บ้างลักษณะขอ ง
วัตถปุ ระสงคท์ ่ีชดั เจนดงั กลา่ วน้ี ควรมีจุดเน้นอยู่ที่การกาหนดพฤติกรรมซึ่งสังเกตเห็นได้โดยชัดเจนหรือ
ทเ่ี รียกว่าวตั ถปุ ระสงค์เชิงพฤตกิ รรม
ขั้นที่ 2 ต้องระบุต่อไปว่าจากวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ดังกล่าวนั้น มีเน้ือหาใดบ้าง
ที่ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ หรือมีสาระใดบ้างที่เมื่อผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แล้ว จะก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลง
พฤตกิ รรมไปตามวตั ถุประสงคท์ ร่ี ะบุไวใ้ นขั้นตอนที่ 1
ข้ันที่ 3 หารูปแบบและวิธีการจัดรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหา ซ่ึง
ผเู้ รยี นต้องเรยี นรูต้ ามท่ีระบุไวใ้ นขนั้ ตอนที่ 2
หน้า : 19
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ขัน้ ท่ี 4 หามาตรการตรวจสอบหลงั จากการสิ้นสุดการจัดการเรยี นการสอนว่าผูเ้ รียนได้
เกิดการเรียนรูแ้ ละบรรลุวตั ถุประสงค์ตามท่กี าหนดไวใ้ นข้อใดบ้าง และมีวตั ถุประสงค์ข้อใดบา้ งท่ี
ผเู้ รียนยังไมเ่ กิดการเรยี นรู้
แนวคิดดังกล่าวน้ีเป็นแนวคิดในช่วงต้น ๆ ของไทเลอร์ (Tyler) ต่อมาไทเลอร์ได้สร้าง
วงจรของวัตถใุ นการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลขน้ึ ซ่งึ เป็นโมเดลพ้ืนฐานได้ดังน้ี
ภาพท่ี 1 วงจรของไทเลอร์
วัตถปุ ระสงค์
การจัดการเรียนการสอน การประเมนิ ผลผเู้ รียน
จากแนวคิดพ้ืนฐานด้านหลักการและทฤษฎเี กย่ี วกับการประเมินการเรียนการสอนดังกลา่ ว
ของไทเลอร์ ได้เสนอโมเดลการประเมิน เรียกว่า “Tyler’s Goal Attainment model” เป็นโมเดล
ท่ียึดจุดมุ่งหมายเป็นหลักในการประเมินความสาเร็จของโครงการ โดยการตรวจสอบผลผลิตของ
โครงการว่าได้ไปตรงตามจดุ มงุ่ หมายทตี่ ั้งไวห้ รือไม่
กล่าวโดยสรุป การประเมินในความเห็นของไทเลอร์ (Tyler) หมายถึง การเปรียบเทียบส่ิงที่
ผู้เรียนสามารถกระทาได้จริงหลังจากท่ีได้จัดการเรียนการสอนแล้ว กับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
ซึง่ กาหนดขึน้ ไว้ก่อนท่จี ะจดั การเรียนการสอนนนั้ ๆ
รูปแบบการประเมนิ โครงการของโปรวสั (Provus)
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 52 – 54) กล่าวว่า โปรวัส (Provus) ได้เสนอ
แนวคิดเก่ียวกับการประเมินโครงการว่า หมายถึง การกาหนดเกณฑ์มาตรฐานและการค้นหาช่องว่าง
ระหว่างภาวะที่เป็นจริงกับเกณฑ์มาตรฐานที่กาหนดเพ่ือใช้ภาวะดังกล่าวเป็นตัวช้ีหรือระบุข้อบกพร่อง
ของกิจกรรมหรือโครงการใด ๆ ขั้นตอนการประเมินงานหรือกิจกรรมใด ๆ น้ัน โปรวัสถือว่าการ
ประเมนิ เปน็ ส่งิ ทต่ี อ้ งดาเนนิ การควบคู่กนั ไปกบั โครงการ โดยการประเมนิ ดงั กล่าวสามารถแบ่งออกได้
เปน็ 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. ข้ันตอนการประเมินรายละเอียดของการออกแบบโครงการ ซึ่งได้แก่การพิจารณาถึง
จุดประสงค์ของโครงการ ทีมงานท่เี กย่ี วข้อง วัสดุ สื่อ อปุ กรณต์ ่าง ๆ แผนการ กจิ กรรม ตลอดจนการ
กาหนดผลทค่ี าดว่าจะไดร้ ับจากโครงการ
2. ขนั้ ตอนการดาเนนิ งานตามแผนในการดาเนนิ งานตามโครงการ
3. ขน้ั ตอนการดาเนินงานตามแผนการที่กาหนด
หนา้ : 20
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
4. ขน้ั ตอนการตดิ ตามผลทเ่ี กิดข้นึ จรงิ จากโครงการหรือกิจกรรมทกี่ าหนด
5. ขน้ั ตอนการพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายของโครงการหรือกจิ กรรมที่กระทา
กล่าวโดยสรุป รูปแบบการประเมินของโปรวัส (Provus) คือ การประเมินเพ่ือนาไปใช้ในการ
ตัดสินใจ โดยมีนักประเมินทาหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการหาและการเตรียมข้อมูลรวมทั้งสรุปและ
รายงานให้ผู้มีอานาจในการตัดสินใจได้ทราบเพ่ือหาทางเลือกท่ีเหมาะสม นับว่าเป็นการประเมินที่มี
ระบบ คือ มีการประเมินการวางแผนโครงการเพื่อช่วยให้ได้วิธีการที่บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการมี
การประเมินการดาเนินโครงการ เพ่ือหาทางปรับปรุงจากการตรวจสอบและสุดท้ายคือการประเมินเพ่ือ
รับรองโครงการ
รปู แบบการประเมินโครงการของสเตค (Stake)
สเตค (Stake) กล่าวว่า รูปแบบการประเมิน หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลจากหลาย ๆ
แหล่ง เพ่ือนามาจัดให้เป็นระบบระเบียบและมีความหมายในการประเมิน โดยสเตค (Stake) ได้สร้าง
แบบจาลองทางความคิดเกี่ยวกับการประเมินข้ึน เรียกว่า โมเดลเคาน์ทิแนนซ์ ( Stake’s
Countenance Model) มโี ครงสร้างดงั นี้
ภาพท่ี 2 โมเดลเคานท์ แิ นนซข์ องสเตค
ความคาดหวัง สง่ิ ทเี่ กดิ ขน้ึ จรงิ มาตรฐาน การตดั สนิ
(Intents) (Observations) (Standards) (Judgements)
หลักการ สงิ่ นาหรือปจ๎ จยั เบอ้ื งต้น
(Rationale) (Antecedents)
การปฏิบตั ิ
(Transactions)
เมตรกิ บรรยาย การผลติ
(Description Matrix) (Outcomes)
เมตริกตดั สนิ คุณคา่
(Judgment Matrix
ท่ีมา : (Worthen & Sanders, 1973, p. 113, อ้างถึงใน เยาวดี รางชัยกุล วิบูลยศ์ ร,ี
2546, หนา้ 39)
หนา้ : 21
รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
เยาวดี รางชยั กุล วบิ ลู ย์ศรี (2546, หน้า 39 – 41) กลา่ วว่า โมเดลตามความคดิ ของสเตค
(Stake) มมี ิตทิ างการประเมินอยู่ 2 มติ ิ คือ
1. มิติในแนวต้ัง
1.1 สิง่ นา (Antecedence) หมายถงึ ภาวะของส่ิงตา่ ง ๆ ทเ่ี ป็นอยู่กอ่ น ก่อนทจ่ี ะมี
กิจกรรมหรือการกระทาอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ตามมา เชน่ ในเรือ่ งของการเรียนการสอน หมายถึงภูมิหลงั
ความสามารถ ความถนัด ความสนใจและผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นเดิมของนกั เรียน
1.2 การปฏิบัติ (Transactions) หมายถึง ภาวะของการกระทา การเคลื่อนไหว
หรือการจัดกิจกรรมใดๆ ตามวัตถุประสงค์ หรือเปูาหมายของงานในโครงการน้ัน ๆ เช่น การจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนสาหรับครูและนักเรียนการจัดกิจกรรมหรือการดาเนินงานต่างๆ ของ
โครงการ
1.3 ผลผลิต (Outcome) หมายถึง ผลทเ่ี กิดข้ึนจากการที่มีภาวะของการกระทาใน
โครงการ เช่น ในเรอ่ื งของการจดั การเรยี นการสอน ผลผลติ ทีค่ าดหวัง หมายถงึ การทีน่ ักเรียนเกิด
การเรยี นรู้ มที ัศนคตทิ ีด่ ี มีความสามารถ มีทกั ษะหลงั จากท่ีครูไดจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนไปแลว้
2. มิตใิ นแนวนอน
2.1 สว่ นของการบรรยาย หมายถึง ภาวะที่ไดเ้ กิดขึ้นจริงหรือต้องการจะใหเ้ กดิ ขนึ้
โดยสามารถสงั เกตได้ ภาวะในสว่ นของการบรรยายน้ีแบง่ ออกได้เปน็ 2 สว่ นย่อย คือ
2.1.1 ความม่งุ หมายหรอื ความประสงค์ที่คาดหวัง หรอื ที่วางแผนไวเ้ พ่ือ
ต้องการใหเ้ กิดขึ้น
2.1.2 ผลหรอื สิ่งที่สังเกตได้จรงิ
2.2 สว่ นของการตัดสิน หมายถึง ภาวะของการตัดสินใจเชงิ ประเมิน แบ่งออกเป็น
2 ส่วยย่อย คอื
2.2.1 เกณฑ์ ไดแ้ ก่ ภาวะท่ีกาหนดข้นึ เพอ่ื ใชเ้ ทยี บกับปรากฏการณใ์ ด ๆ
ทีส่ ังเกตได้ และเพอ่ื ระบุว่าสิ่งทเี่ กิดขนึ้ น้นั มีคุณภาพระดบั ใด
2.2.2 การเลือกตัดสนิ ใจ ได้แก่ ผลที่เกดิ จากการนาเอาเหตุการณ์หรือ
ปรากฏการณ์ใด ๆ ทเี่ กดิ ข้ึนมาเทียบกับเกณฑท์ ก่ี าหนด
หน้า : 22
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
รปู แบบการประเมนิ โครงการของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam)
ธิดา ฉิมพลี (2549, หน้า 41 – 45) ได้เสนอแนวคิดเก่ียวกับรูปแบบการประเมิน
เรียกว่า ซิปป์โมเดล (CCPP Model) ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) เป็นการประเมินท่ีเป็น
กระบวนการต่อเน่อื ง โดยมีจุดเน้นที่สาคัญคือ ใช้ควบคู่กับการตัดสินใจ คาว่า CIPP เป็นคาย่อมาจาก
คาว่า Context, Input, Process, Product สตัฟเฟลิ บมี (Stufflebeam) ไดใ้ ห้ความหมายว่า การ
ประเมนิ เป็นกระบวนการของการบรรยาย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร เพื่อ
นาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการประเมินเพื่อให้ได้
สารสนเทศท่ีสาคัญประเมิน 4 ด้าน คือ การประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม (Context
Evaluation) การประเมินป๎จจัยปูอน (Input Evaluation) การประเมินกระบวนการ (Process
Evaluation) การประเมินผลผลติ (Product Evaluation) โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี
1. การประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม เป็นรูปแบบพื้นฐานของการประเมิน โดยทั่ว
ๆ ไปเป็นการประเมินเพื่อให้ได้มาซ่ึงเหตุผล เพื่อช่วยในการกาหนดวัตถุประสงค์ของโครงการโดยจะเน้น
ในด้านความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ความต้องการ และเงื่อนไขท่ีเป็นจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับ
สภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังช่วยในการวินิจฉัยป๎ญหาเพ่ือให้ได้ข้อมูลพ้ืนฐานซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ
การตัดสินใจ การประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อมนี้มีลักษณะต่าง ๆ ที่สาคัญมากมายจัดเป็นการ
วิเคราะห์ขนาดใหญ่ เป็นตัวกาหนดขอบเขตของการประเมินการบรรยายและการวิเคราะห์บริบทหรือ
สภาพแวดล้อม นอกจากน้ียังช่วยให้ทราบถึงตัวแปรท่ีเก่ียวข้องและมีความสาคัญสาหรับการบรรลุ
เปาู หมาย การประเมนิ บริบทหรืสภาพแวดลอ้ มทาใหไ้ ด้มาซึ่งการเปลี่ยนแปลง วัตถุประสงค์โดยอาศัย
การวนิ จิ ฉยั การจัดเรียงลาดับป๎ญหาใหส้ อดคล้องกับความต้องการของที่ประชุมและสถานการณ์
สาหรับการประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อมมี 2 วิธี ได้แก่ การหาโอกาสและ
แรงผลักดันจากภายนอก (Contingency Model) เป็นการประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อมเพื่อหา
โอกาสและแรงผลักดันจากภายนอกระบบให้ได้ข้อมูลมาช่วยพัฒนา ส่งเสริมโครงการให้ดีขึ้นและการ
ประเมินโครงการเปรียบเทียบระหว่างการปฏิบัติจริง (Congruence Model) เป็นวิธีการประเมิน
โครงการเปรียบเทียบระหว่างการปฏิบัติจริงกับวัตถุประสงค์ท่ีวางไว้ การประเมินแบบนี้ทาให้ทราบ
ว่าวัตถุประสงค์ใดบ้างที่ไม่สามารถจะบรรลุเปูาหมายได้ ซ่ึงในการประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม
โดยทั่วไป ควรจะใช้วิธีการประเมินท้ังสองวิธีข้างต้น เพราะ Congruence Model จะเป็นการ
ตรวจสอบความถกู ต้องของวัตถุประสงค์ ในขณะท่ี Contingency Model เป็นไปเพ่ือการปรบั ปรุง
กล่าวโดยสรุป การประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม เป็นการประเมินจุดประสงค์
ของโครงการและจุดประสงค์ของกิจกรรม ซ่ึงในการตัดสินใจเก่ียวกับการวางแผนในการกาหนด
วัตถปุ ระสงคโ์ ครงการและกิจกรรม
หน้า : 23
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
2. การประเมินปจ๎ จัยเบื้องตน้ เป็นการจัดหาข้อมลู เพื่อให้ตัดสนิ ความเหมาะสมของแผน
ตา่ ง ๆ ทจ่ี ดั ขนึ้ โดยดูวา่ ข้อมูลนน้ั จะมสี ่วนช่วยให้บรรลจุ ุดมุ่งหมายของโครงการหรือไม่ซึ่งมักจะ
ประเมินในด้านตา่ ง ๆ อนั ไดแ้ ก่ ความสามารถของหนว่ ยงานหรือตัวแทนในการจัดโครงการยุทธวิธีท่ี
ใชใ้ นการบรรลวุ ัตถุประสงค์ของโครงการ และการไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื ในด้านตา่ ง ๆ ซึ่งจะช่วยให้
โครงการดาเนนิ ไปได้ เชน่ หนว่ ยงานทจ่ี ะชว่ ยเหลือ เวลา เงินทุน อาคารสถานท่ี อุปกรณเ์ ครอ่ื งมือ
ผลทไี่ ด้จากการประเมินปจ๎ จยั เบอื้ งต้น คือ การวเิ คราะหร์ ูปแบบของวิธกี ารทีใ่ ช้ในรปู ของราคาและ
กาไรทจ่ี ะได้รับ โดยการประเมนิ ด้านอัตรากาลงั เวลา งบประมาณ วธิ ีการท่ีมีศักยภาพ แต่ถ้าเป็นการ
ประเมินดา้ นการศึกษา ผลกาไรอาจจะไม่อยใู่ นรูปของตวั เลขก็ได้ การประเมินปจ๎ จัยเบ้ืองต้นน้จี ะช่วยให้
ข้อมลู ที่จะตัดสนิ ใจว่าควรตั้งวัตถุประสงค์เชิงปฏบิ ัติอย่างไร ใชอ้ ัตรากาลงั เท่าใด วางแผนและ
ดาเนนิ การอย่างไร ซึ่งจะแตกต่างจากการประเมนิ บรบิ ทหรือสภาพแวดล้อมในแง่ท่วี ่า การประเมนิ
ปจ๎ จยั เบ้อื งต้นเป็นการทาเฉพาะกรณนี น้ั ๆ และวเิ คราะหภ์ ายในโครงการเท่านั้น
รูปแบบของคาถามท่ใี ช้มีมากมาย เชน่ วตั ถปุ ระสงคจ์ ะกาหนดวธิ ดี าเนินการได้หรือไม่
และจะประสบผลสาเร็จหรือไม่ วิธีการที่กาหนดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้ังไว้หรือไม่ จะ
ดาเนินการกับยุทธวิธีที่เลือกมาอย่างไร ฯลฯ คาถามต่างๆ เหล่านี้จะแสดงถึงความสาคัญของการ
ประเมินข้อมลู เก่ียวกับปจ๎ จัยเบือ้ งตน้ เพ่ือจะได้เป็นตัวกาหนดยุทธวิธี เพื่อให้การดาเนินงานสอดคล้อง
กบั วตั ถปุ ระสงค์ทตี่ งั้ ไว้ โดยคาถามท่ีใช้จะมีต้ังแต่ระดบั กวา้ ง ๆ และคาถามเฉพาะ
ดังน้นั การปะเมินปจ๎ จัยเบื้องตน้ เปน็ การประเมินเนื้อหาคุณภาพของบุคลากร ความ
เหมาะสมของเวลา งบประมาณ อาคารสถานทแ่ี ละอุปกรณ์
3. การประเมินกระบวนการ เมื่อแผนดาเนินการได้รับการอนุมัติและลงมือทาการ
ประเมนิ กระบวนการจาเป็นต้องได้รับการเตรียมการเพ่ือให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้รับผิดชอบดาเนินการ
ทุกลาดับข้ัน การประเมินกระบวนการมีวัตถุประสงค์ใหญ่อยู่ 3 ประการ ประกอบไปด้วยเนื้อหา
และทานายข้อบกพร่องของกระบวนการ หรือการดาเนินการตามขั้นตอนท่ีวางไว้เพื่อรวบรวม
สารสนเทศสาหรับผ้ตู ัดสนิ ใจวางแผน และเพ่อื เปน็ รายงานสะสมถงึ การปฏิบตั ิต่าง ๆ ทเี่ กดิ ขน้ึ
สาหรับยุทธวิธีในการประเมินกระบวนการมีอยู่ 3 วิธี ได้แก่ ประการแรกแสดงให้
เห็นหรือกระตุ้นเตือนถึงศักยภาพของทรัพยากรท่ีทาให้เกิดความล้มเหลวในโครงการ เช่น
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคลในกลุ่มบุคลากรและนักศึกษา วิธีการสื่อสาร การให้เหตุผล ความเข้าใจและ
เหน็ พ้องต้องกนั ในวัตถุประสงค์ของแผนการโดยผู้เกี่ยวข้องในการวางแผนน้ันและผู้ที่ได้รับผลกระทบ
จากแผนการ ความพอเพียงของแหล่งทรัพยากร อุปกรณ์อานวยความสะดวก บุคลากร ปฏิทิน
ปฏิบัติงาน เป็นต้น ประการท่ีสอง เกี่ยวกับการวางโครงการระหว่างดาเนินโครงการนั้น ประการ
สุดท้ายยุทธวิธีในการประเมินกระบวนการ จะบอกลักษณะสาคัญใหญ่ ๆ ของโครงร่างโครงการ
เป็นต้นว่ามโนทัศน์ต้องการสอนและประมาณของการอภิปรายที่จะมีในความหมายนี้บรรยายว่าเกิด
หนา้ : 24
รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
อะไรขึ้นจริง ๆ สารสนเทศน้ีจะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะอย่างย่ิงในการกาหนดว่าทาไมวัตถุประสงค์
จึงบรรลุ หรือไม่บรรลุ
สาหรับส่วนประกอบท่ีเป็นหัวใจสาคัญของการประเมินกระบวนการมี 4 อย่าง
ได้แก่ การจดั หานักประเมินกระบวนการเต็มเวลา เครื่องมือที่เป็นสื่อในการบรรยายกระบวนการร่วม
ประชมุ อยา่ งสมา่ เสมอระหว่างนักประเมินกระบวนการและบุคลากรในโครงการหรือแผนงานเองและ
การปรับปรุงโครงร่างการประเมินอยู่เป็นนิจสิน ดังน้ันการประเมินกระบวนการจึงเป็นการประเมิน
ความเหมาะสมของการดาเนนิ การ การประเมนิ ผล การบริหารงานและ
การสง่ เสริมการจดั กิจกรรม
4. การประเมินผลผลิต การประเมินผลผลิตมีจุดมุ่งหมายเพ่ือวัดและแปรความหมาย
ของความสาเร็จ ไม่เฉพาะเมื่อส้ินสุดวัฏจักรของโครงการเท่าน้ัน แต่ยังมีความจาเป็นอย่างย่ิง
ในระหว่างการปฏิบัติตามโครงการด้วยระเบียบวิธีโดยท่ัว ๆ ไปของการประเมินผลผลิตจะรวม
สิ่งต่อไปน้ีเข้าด้วยกัน คือการดูว่าการกาหนดวัตถุประสงค์น้ันจะนาไปใช้ได้หรือไม่ เกณฑ์ในการวัด
ที่สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการทากิจกรรมคืออะไร เปรียบเทียบผลที่วัดมาได้กับเกณฑ์สมบูรณ์
(Absolute Criteria) หรือมาตรฐานสัมพันธ์ (Relative Criteria) ที่กาหนดไว้ก่อนและทาการ
แปลความหมายถึงเหตุของส่ิงท่ีเกิดขึ้น โดยอาศัยรายงานจากการประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม
ป๎จจยั และกระบวนการรว่ มกัน
ดงั น้นั การประเมนิ ผลผลิต จึงเปน็ การประเมินผลผลติ ของโครงการเพื่อชว่ ยในการ
ตดั สนิ ใจและดผู ลสาเร็จของโครงการ
การประเมนิ โครงการที่ใชร้ ูปแบบจาลองของซิปอยา่ งเต็มรูปแบบจะทาใหไ้ ด้ข้อมลู แบบ
ครบสว่ น การประเมนิ บรบิ ทหรอื สภาพแวดล้อมจะเปน็ แนวทางทน่ี าไปใชเ้ พื่อเลอื กหรอื ปรับ
วัตถปุ ระสงค์ของโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายท่ีเก่ียวข้องกับป๎ญหาและความต้องการของ
กลุม่ เปาู หมาย และเป็นผลเพ่ือปรบั เปล่ยี นปจ๎ จัยปอู น ท้ังในเชงิ ปริมาณและคุณภาพ การประเมิน
ป๎จจยั ปอู นจะเปน็ ขอ้ มลู ที่ทาใหท้ ราบถึงแนวทางทจี่ ะทาให้โครงการบรรลุเปาู หมายได้อย่างเต็มที่
ภายใตท้ รัพยากรทมี่ ีอยู่อย่างจากัด และทราบถึงคุณภาพของเครื่องมือ การประเมนิ กระบวนการ จะ
ทาให้ทราบจดุ เด่น จดุ ด้อย ป๎ญหาอุปสรรคอันจะเป็นประโยชนใ์ นการปรบั ปรงุ โครงการ การ
ประเมนิ ผลผลติ จะทาให้ทราบผลสาเร็จของโครงการว่ามีมากนอ้ ยเพียงใด ตลอดจนไดข้ ้อมลู ย้อนกลับ
ไปทบทวนเครื่องมือและเป็นแนวทางในการตดั สินใจ บทสรปุ รวบยอดของโครงการ เพอ่ื จะไดน้ า
ข้อมลู ท่ีได้ไปใช้ในการพัฒนาปรบั ปรงุ แก้ไขการดาเนินโครงการในอนาคตให้มปี ระสทิ ธิภาพตอบสนอง
ความตอ้ งการและแก้ไขป๎ญหาของสังคมได้มากย่ิงขึน้
กมั พล ผลพฤกษา (2545, หน้า 30 – 31) กล่าวา่ รปู แบบการประเมนิ ทส่ี าคัญ ๆ
เฮาส์ (House) สรุปไดด้ งั นี้
หนา้ : 25
รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
1. แบบวิเคราะห์ระบบ (System Analysis Approach) มุ่งถึงผลท่ีได้รับจากโครงการ
และพยายามหาความเกี่ยวข้องของรูปแบบแผนงานท่ีวางไว้ในโครงการ กับตัวบ่งชี้ต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ
ผลทเ่ี กิดจากโครงการจะต้องวัดในเชิงปริมาณ และหาเหตุผลและผลที่ได้นิยมใช้ในการวัดผลโครงการทาง
บริการสังคม
2. แบบยึดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม (The Behavioral Objective or Goal –
based Approach) ถือว่าวัตถุประสงค์ของโครงการคือเกณฑ์ในการวัดโครงการ ผู้ประเมินจะเอา
วัตถุประสงคข์ องโครงการต้งั ไวเ้ ป็นเกณฑ์ ความแตกต่างระหว่างวัตถปุ ระสงคท์ ี่วางไวก้ ับโครงการท่ีทา
ได้จริง คือผลของโครงการความสาเร็จของโครงการคือไม่มีความแตกต่างหรือแตกต่างกันน้อยมาก
ระหวา่ งวตั ถุประสงค์กับ
ส่ิงทท่ี าได้
3. แบบยึดการตดั สนิ ใจเป็นหลัก (Decision – making Approach) ให้ความสาคญั
และสนใจตรงจุดระดบั การตัดสินใจและสร้างภาพสถานการณต์ ่าง ๆ วา่ ถ้าการตัดสินใจแบบนน้ั แบบนี้
โอกาสอะไรนา่ จะเกดิ ข้นึ บา้ ง จากนน้ั จะเกบ็ ข้อมูลทาการวิเคราะหแ์ ละเสนอผลการตัดสนิ ใจ
4. แบบอิสระจากวัตถุประสงค์ (Goal-free Approach) เป็นการประเมินทุกอย่าง
ทีเ่ กิดขนึ้ จากโครงการท้งั หมด และเปรยี บเทียบความสาคัญของผลเหล่าน้ันว่าถกู ต้องหรอื ไม่
5. แบบศิลปะวิจารณ์ (Art Criticism Approach) กระบวนการวิจารณ์เป็นแบบอย่าง
การประเมินที่ทาโดยผู้เช่ียวชาญ มีแบบแผนหลักเกณฑ์เหล่านี้มีความคิด มีทฤษฎีน่าเชื่อถือได้ และมี
สว่ นเห็นพอ้ งกันบา้ ง แมว้ ่าจะไม่เหมอื นกัน โดยสนิ้ เชิงในกลมุ่ ผู้เชย่ี วชาญในศาสตรส์ าขาน้นั ๆ
6. การตรวจสอบทางวิชาชีพ (The Professional Review Approach) คือ การประเมิน
ที่อาศัยกลุ่มของบุคคลผู้เช่ียวชาญในวิชาน้ัน ๆ เป็นการตรวจสอบมาตรฐานและคุณค่าของคนใน
อาชพี เดียวกนั นัน่ เอง
7. แบบกงึ่ กฎหมาย (Quasi-legal Approach) ได้นากระบวนการซกั ฟอก และการ
พจิ ารณาคดีของศาลและระบบลูกขุนมาใช้ในการประเมินป๎ญหาต่าง ๆ ทางสงั คม
8. แบบศึกษาเฉพาะกรณี (The Case – study Approach) มุ่งสร้างความเข้าใจ
แก่ผู้ฟ๎งเก่ียวกับโครงการอย่างละเอียดในทุก ๆ ด้าน จึงสนใจศึกษาประเด็นว่า “บุคคลอ่ืนๆ ท่ีรู้จัก
โครงการ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการอย่างไร” จึงใช้ทั้งการสังเกตและแบบมีส่วนร่วมศึกษา
สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ของโครงการในสภาพปกติธรรมชาติ การสัมภาษณ์บุคค ล ถือว่าเป็น
กระบวนการศึกษาแบบเชงิ คณุ ภาพนน่ั เอง
สุณี หงส์วิเศษ (2546, หน้า 40) กล่าวว่า รูปแบบการประเมินซิปป์ เป็นรูปแบบการ
ประเมินท่เี ปน็ ประโยชนต์ อ่ ผบู้ ริหารโครงการ โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การดาเนินงานดังนี้
หนา้ : 26
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
1. มีขอ้ มูลท่ถี ูกต้อง มีการวิเคราะห์และรวบรวมข้อมลู อย่างมรี ะบบ สามารถนาไปใช้เป็น
ขอ้ มูลในการตัดสินใจทจี่ ะดาเนินโครงการอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
2. การประเมินผลที่มีความต่อเนือ่ งครบวงจร สามารถทาการวเิ คราะห์การดาเนินงานได้
ทั้งระบบของโครงการ
3. เป็นการประเมนิ ทป่ี ระกอบดว้ ยข้ันตอนที่สาคัญ คือ การกาหนดหรืออธบิ ายข้อมลู
การเก็บรวบรวมและวเิ คราะห์ขอ้ มูล การจัดเตรยี มข้อมลู เพ่ือเสนอผบู้ รหิ ารในการตดั สินใจ
เยาวดี รางชัยกลุ วบิ ลู ย์ศรี (2546, หนา้ 56 – 60) กล่าววา่ สตัฟเฟลิ บีม ให้ความหมาย
ของการประเมนิ คือ กระบวนการของการระบุ หรือกาหนดข้อมูลทจ่ี ัดเกบ็ มาแลว้ นั้น มาจดั ทาใหเ้ กิด
เป็นสารสนเทศท่ีมปี ระโยชน์ เพ่ือนาเสนอสาหรับใช้เป็นทางเลือกในการประกอบการตัดสินใจต่อไป
สตฟั เฟิลบีม ได้แบง่ การประเมนิ ออกเป็น 4 ประเภท คอื
1. การประเมนิ บริบทหรือสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation : C)
เปน็ การประเมนิ ก่อนที่จะลงมือดาเนนิ การโครงการใด ๆ มจี ุดมุ่งหมายเพื่อกาหนด
หลกั การและเหตุผล รวมทง้ั เพื่อพิจารณาความจาเปน็ ท่ีจะตอ้ งจัดทาโครงการดังกล่าว การชป้ี ระเด็น
ปญ๎ หา ตลอดจนการพจิ ารณาความเหมาะสมของเปาู หมายของโครงการ
2. การประเมินตวั ปูอนเขา้ (Input Evaluation : I)
เป็นการประเมนิ เพื่อพจิ ารณาถึงความเหมาะสม ความเพียงพอของทรพั ยากรท่ีจะ
ใช้ในการดาเนนิ โครงการ ตลอดจนเทคโนโลยแี ละแผนของการดาเนินงาน
3. การประเมนิ กระบวนการ (Process Evaluation : P)
สว่ นนี้เปน็ การประเมินเพือ่
3.1 หาขอ้ บกพร่องของการดาเนินโครงการ เพ่ือทาการแก้ไขใหส้ อดคลอ้ งกบั
ขอ้ บกพร่องนั้น
3.2 หาข้อมลู ประกอบการตัดสินใจทจี่ ะสัง่ การเพื่อการพัฒนางานตา่ ง ๆ
3.3 บนั ทกึ ภาวะของเหตุการณต์ ่าง ๆ ทเี่ กิดขน้ึ ไวเ้ ป็นหลกั ฐาน
4. การประเมนิ ผลผลติ ที่เกิดข้ึน (Product Evaluation : P)
เปน็ การประเมนิ เพ่ือเปรยี บเทียบผลทเี่ กดิ ขึน้ จากการทาโครงการกบั เปูาหมายหรือ
วัตถุประสงค์ของโครงการที่กาหนดไว้แต่ต้น รวมท้ังการพิจารณาในประเด็นของการยุบ เลิก ขยาย
หรือปรับเปลยี่ นโครงการ การจัดประเภทของการประเมินดังกล่าว แสดงถึงการประเมินที่พยายามให้
ครอบคลมุ กระบวนการทางานในทกุ ๆ ข้ันตอน ตามแนวคิดท่รี จู้ กั กนั ดใี นนาม “ CIPP ”
กลา่ วโดยสรปุ การประเมนิ โครงการจะใชร้ ูปแบบใด ต้องคานึงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า
ต้องการทราบข้อมูลสารสนเทศใด และจะประเมินส่วนใดของโครงการ จึงจะสามารถเลือกรูปแบบการ
ประเมินได้เหมาะสม
หนา้ : 27
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
งานวจิ ยั ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
งานวิจยั ในประเทศ
มีผู้วิจัยได้ศึกษางานวิจัยในประเทศท่ีเก่ียวข้องกับการประเมินโครงการ ส่งเสริมคุณธรรม
ศลี ธรรม ดังน้ี
สุรีย์รัตน์ พัฒนเธียร (2556) ได้ประเมินโครงการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และ
ค่านิยม ท่พี งึ ประสงค์ของนักเรยี นโรงเรยี นพิชัยรัตนาคาร โดยมวี ตั ถุประสงค์เพ่ือประเมินโครงการตาม
รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) ของสตัฟเฟิลบีมและคณะ (Stufflebeam, et al.
1971.) ได้แก่ บริบทสภาพแวดล้อม ป๎จจัยนาเข้า กระบวนการดาเนินโครงการ ผลผลิต และ
ผลกระทบของโครงการ กลมุ่ ตวั อย่างทใ่ี ช้ในการประเมินจานวน 354 คน โดยใช้ตารางของเครซ่ีและ
มอร์แกน (Krejcie and Morgan) ได้มาโดยการสุ่มแบบง่าย (Sample Random Sampling)
ประกอบด้วย ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1–6 ปีการศึกษา 2555 เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนดาเนินโครงการ ระหว่างดาเนิน
โครงการ และหลังส้ินสุดดาเนินโครงการ เครื่องมือที่ใช้ในเป็นแบบสอบถามท่ีผู้รายงานสร้างและ
พัฒนาขึ้น ลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จานวน 3 ฉบับ สถิติท่ีใช้วิเคราะห์
ขอ้ มลู ได้แก่ ค่าเฉล่ีย ( X ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และร้อยละ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
สาเรจ็ รูป ผลการประเมิน พบว่า
1. ผลการประเมินบริบทสภาพแวดล้อม ระยะก่อนดาเนินการ ในภาพรวมอยู่ในระดับ
มากที่สุด เม่ือพิจารณาเป็นรายตัวช้ีวัดพบว่า ทุกตัวช้ีวัดมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากท่ีสุด ตัวช้ีวัด
ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โครงการมีความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพความต้องการของผู้ปกครองและ
ชมุ ชน รองลงมา คอื โครงการมคี วามสอดคล้องกบั นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน ส่วนตัวชี้วัดท่ีมีค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ โครงการมีความสอดคล้องเหมาะสมกับศักยภาพและ
ทรพั ยากรของโรงเรยี น
2. ผลการประเมินป๎จจัยนาเข้า ระยะก่อนดาเนินการ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เมือ่ พิจารณาเป็นรายตัวช้ีวัดพบว่า ทุกตัวชี้วัดมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากท่ีสุด โดยการสรรหาบุคลากร
ในการแต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินงาน และการแบ่งหน้าท่ีรับผิดชอบแต่ละฝุาย มีค่าเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมา คือ ความรู้ ความสามารถ และคุณสมบตั ิของบคุ ลากรผู้รับผิดชอบดาเนินงานโครงการ ส่วน
ตัวชว้ี ัดทม่ี คี ่าเฉล่ยี ต่าสุด คอื งบประมาณทไี่ ด้รับจัดสรรเพียงพอต่อการดาเนินงาน
3. ผลการประเมินกระบวนการดาเนินโครงการ ระยะระหว่างดาเนินการ โดยภาพรวม
อยู่ในระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายตัวชี้วัดพบว่า ทุกตัวชี้วัดมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด โดย
หน้า : 28
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ด้าน การดาเนินการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านการวางแผน ด้านการนาผลการประเมินมา
ปรับปรุงพฒั นา และดา้ นการตดิ ตามและประเมนิ ผล ตามลาดับ
4. ผลการประเมินผลผลิตพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ของ
นักเรียน โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร ระยะหลังสิ้นสุดดาเนินโครงการ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด
เม่ือพิจารณาเป็นรายตัวช้ีวัด พบว่า ทุกตัวช้ีวัดมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากท่ีสุด โดยความมีวินัย และ
เอ้ืออาทรผู้อ่ืน และความกตัญํูกตเวทีมีค่าเฉล่ียสูงสุดเท่ากัน รองลงมาคือ ใฝุเรียนรู้ และยอมรับ
ความคิดและวฒั นธรรมทแ่ี ตกตา่ ง สว่ นตวั ช้ีวัดท่มี ีค่าเฉล่ยี ต่าสุดคอื การตระหนัก รู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์
และพัฒนาสิง่ แวดล้อม
5. ผลการประเมินผลกระทบของการดาเนินโครงการ ระยะหลังสิ้นสุดดาเนินโครงการ
ในภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายตัวช้ีวัดพบว่า ผลการดาเนินงานโครงการช่วย
ส่งเสริมบทบาทของโรงเรียนด้านการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียน มีค่าเฉล่ียสูงสุด
รองลงมาคือ ผลการดาเนินงานโครงการช่วยให้การจัดการเรียนการสอน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ตามหลักสูตรสถานศึกษามีประสิทธิภาพย่ิงขึ้น ส่วนความพึงพอใจที่มีต่อการดาเนินโครงการในภาพ
รวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายตัวช้ีวัดพบว่า ตัวช้ีวัดท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ นักเรียน
ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างทดี่ ีแก่ผู้อื่น รองลงมา คอื การสนับสนุนสง่ เสริมของผู้บรหิ ารโรงเรียน
และความร่วมมือของคณะครใู นการดาเนนิ งานโครงการ
สริ ิสมบรู ณ์ อู่เงิน (2555) ไดป้ ระเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมท่ีพึง
ประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีโดยมี
วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินผลการดาเนินงานใน 4 ด้าน คือ ประเมินผลด้านบริบท(Context
Evaluation) ประเมินด้านป๎จจัย (Input Evaluation) ประเมินผลด้านกระบวนการ (Process
Evaluation) ประเมินผลผลิต (Product Evaluation) และประเมินความพึงพอใจในการดาเนิน
โครงการของนักเรียน การประเมินใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) ของ
Stufflebeam โดยศึกษาจากกลมุ่ ตวั อย่าง ทีป่ ระกอบด้วย ผู้บริหารจานวน 2 คน ครูจานวน 63 คน
กรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานจานวน 13 คน นักเรียนจานวน 296 คน และผู้ปกครองนักเรียน
จานวน 296 คน ได้มาโดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งช้ัน (Stratified Random Sampling) โดยมี
กิจกรรมหลัก 7 กิจกรรม คือ กิจกรรมวันสาคัญทางพุทธศาสนา กิจกรรมวันสาคัญต่างๆ กิจกรรม
พัฒนาคุณธรรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาความรับผิดชอบและความประหยัด กิจกรรม
ประชาธิปไตยในโรงเรยี น กิจกรรมการเรียนการสอน เคร่ืองมือที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วย แบบ
ประเมินมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับจานวน 5 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย
และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูป SPSS for Windows ผลการ
ประเมนิ พบว่าผ่านเกณฑก์ ารประเมินทุกดา้ น ดังนี้
หนา้ : 29
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
1. ด้านบริบท พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด การกาหนดเปูาหมายของโครงการ
สอดคล้องกับป๎ญหาและวัตถุประสงค์ของโครงการ การกาหนดเวลาดาเนินการของโครงการมีความ
เหมาะสมอยใู่ นระดับมากทสี่ ดุ
2. ดา้ นปจ๎ จัย พบว่าโดยรวมอยู่ในระดับมาก ผู้บริหารและครูมีความรู้ ความเข้าใจและ
ความสามารถในการดาเนินงานตามโครงการอยู่ในระดับมากที่สุด บุคลากรในการดาเนินงานตาม
โครงการมคี วามเหมาะสมและมอี ย่างเพยี งพออยู่ในระดบั มากทส่ี ดุ
3. ด้านกระบวนการ มีการประเมินผลการจัดกิจกรรมหลัก 7 กิจกรรม คือ กิจกรรมวัน
สาคัญทางพุทธศาสนา กิจกรรมวันสาคัญต่างๆ กิจกรรมพัฒนาคุณธรรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาความรับผิดชอบและความประหยัด กิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียนกิจกรรมการ
เรยี นการสอน พบวา่ อย่ใู นระดบั มากทุกกจิ กรรม
4. ด้านผลผลิตมีการประเมินผลค่านิยมท่ีพึงประสงค์ 6 ด้าน คือ ด้านมีวินัยมีความ
รับผิดชอบและปฏิบัติตนตามหลักธรรมเบื้องต้นของศาสนาท่ีตนนับถือ ด้านมีความซื่อสัตย์สุจริต
ด้านมคี วามกตัญํกู ตเวที ด้านมเี มตตากรณุ า เอือ้ เฟอื้ เผื่อแผ่ และเสียสละเพื่อส่วนรวม ด้านประหยัด
รจู้ ักใชท้ รพั ยส์ ่ิงของสว่ นตน และส่วนรวมอย่างคุ้มคา่ ด้านภูมใิ จในความเป็นไทย เห็นคุณค่าภูมิป๎ญญา
ไทย นยิ มไทยและดารงไว้ซง่ึ ความเป็นไทย พบวา่ โดยภาพรวมอย่ใู นระดบั มาก
สรุป ผลการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม ที่พึงประสงค์ของ
นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พบว่าผ่านเกณฑ์การ
ประเมินทุกด้าน ส่วนด้านความพึงพอใจของนักเรียนต่อการดาเนินงานการจัดกิจกรรมส่งเสริม
คณุ ธรรมจริยธรรมและค่านิยมทพ่ี งึ ประสงคโ์ ดยรวมอยูใ่ นระดบั มาก
นัฐพล สุริรัมย์ (2560) ได้ประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึง
ประสงคข์ องนกั เรียนโรงเรยี นวัดระเบาะไผ่ โดยมีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมเก่ียวกับ
ความสอดคล้องของวตั ถปุ ระสงคแ์ ละเปาู หมาย 2) เพอ่ื ประเมินปจ๎ จยั เบอื้ งตน้ เกี่ยวกับความเหมาะสม
ของงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร และวิธีดาเนินงาน 3)เพ่ือประเมินกระบวนการดาเนินงาน
เกี่ยวกับ ความเหมาะสมของขั้นตอนในการดาเนินงาน 4)เพื่อประเมินผลผลิตเก่ียวกับผลการปฏิบัติ
ของนักเรียน และ5) เพ่ือนาผลการประเมินไปใช้พัฒนาโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และ
ค่านิยมท่ีพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนวัดระเบาะไผ่ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิป (CIPP
Model)ใน 4 ดา้ น คอื ด้านสภาพแวดลอ้ ม ดา้ นปจ๎ จัยเบอื้ งตน้ ด้านกระบวนการดาเนินงาน และด้าน
ผลผลิต ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 2 คน ครูใน
โรงเรียนวัดระเบาะไผ่ 35 คน นักการภารโรง จานวน 2 คน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
จานวน 15 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 จานวน 552 คน ที่เข้า
ร่วมกิจกรรม ปีการศึกษา 2560 รวมจานวนท้ังสิ้น 606 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินครั้งน้ี
หน้า : 30
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
คือผทู้ ่เี ข้าร่วมกิจกรรม ปีการศกึ ษา 2560 ซึ่งได้กาหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสาเร็จรูป
ของเครจซีและมอร์แกน (Krejcie & Morgan) ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 2 คน ครูใน
โรงเรียนวัดระเบาะไผ่ 32 คน นักการภารโรง จานวน 2 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
จานวน 14 คน นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 จานวน 217 คน สุ่มแบบ
ง่าย (Simple Random Sampling) รวมท้ังสิ้น จานวน 267 คน โดยแต่ละกลุ่มได้มาโดยการสุ่ม
แบบเจาะจง (Purposive Sampling) ดังน้ี คือ 1)กล่มุ ตวั อย่างทใ่ี ชใ้ นการประเมินด้านสภาพแวดล้อม
และด้านป๎จจัยเบื้องต้น ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักการภารโรงคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน รวมจานวน 50 คน 2)กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการประเมินด้านกระบวนการ
ดาเนินงานและดา้ นผลผลติ ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
1-ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวมจานวน 251 คน และ 3)กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย ครู จานวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ
รวบรวมข้อมูล ได้สร้างแบบสอบถาม จานวน 5 ฉบับ เป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า
(Rating Scale) 5 ระดับมาตรฐาน โดยวิธีการของลิเคิร์ท (Likert) แบบสอบถามมีทั้งหมด 5 ฉบับ
การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการประเมิน พบว่า
โครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนวัดระเบาะไผ่
โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทง้ั 4 ดา้ น
กรอบแนวคิด
การประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัด
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 ครั้งนี้ผู้ประเมินได้สังเคราะห์โครงการ
ส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาและการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนา
การศึกษาจากงานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวข้องมาจัดทากรอบแนวคิดการประเมินโครงการ ดงั ภาพท่ี 3
ภาพท่ี 3 กรอบแนวคดิ การประเมนิ โครงการ ตัวแปรตาม
ตวั แปรอสิ ระ
การประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนา
1. ผู้บริหารสถานศกึ ษา การศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นวงั ทอง โดยใช้รูปแบบเชิงระบบ
2. ครู (Systematic Approach)
3. คณะกรรมการ
1. ป๎จจยั นาเข้า (Input)
สถานศึกษา 2. กระบวนการ (Process)
4. นกั เรียน 3. ผลผลติ (Output)
5. ผูป้ กครองนักเรียน
หน้า : 31
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
ในการประเมินโครงการครั้งน้ี ผู้ประเมินมุ่งศึกษาโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรม
นาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวงั ทอง สังกัดสานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
ผู้ประเมนิ ไดศ้ ึกษาแนวคดิ ทฤษฏี เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง ดงั นี้
1. บริบทของโรงเรยี นบ้านวังทอง
2. แนวคิดและหลักการเกยี่ วกบั การประเมนิ โครงการ
1.1 ความหมายของการประเมนิ
1.2 ความหมายของโครงการ
1.3 ความหมายของการประเมินโครงการ
1.4 วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ
1.5 ความสาคัญและประโยชนข์ องการประเมนิ โครงการ
1.6 กระบวนการประเมนิ โครงการ
1.7 รปู แบบของการประเมนิ โครงการ
3. โครงการสง่ เสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา
4. งานวิจยั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
5. กรอบแนวคิดการประเมินโครงการ
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
บริบทของโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กาแพงเพชร เขต 1
บรบิ ทของโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร
เขต 1 (แผนปฏิบัตกิ ารประจาปีการศกึ ษา 2563 โรงเรียนบา้ นวังทอง, 2563 หนา้
สภาพทั่วไปของสถานศกึ ษา
โรงเรยี นบ้านวังทอง ต้ังอยเู่ ลขที่ 88 หมูท่ ี่ 2 ตาบลวังทอง อาเภอเมืองกาแพงเพชร
จังหวัดกาแพงเพชร รหสั ไปรษณีย์ 62000 โทรศัพท์ 055 029 580
1. เปดิ สอนต้ังแตร่ ะดบั ชนั้ อนุบาล 1 - ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3
2. เขตพนื้ ทบี่ รกิ าร จานวน 3 หมบู่ า้ น ได้แก่
2.1) หมทู่ ี่ 2 บ้านวงั ทอง
2.2) หมู่ท่ี 16 บ้านเตาขนมจนี
2.3) หมทู่ ี่ 17 บ้านทุง่ เอ้อื ง
3. ช่อื ผู้บริหาร นายศภุ กิจ คงเพชรศักดิ์ ตาแหนง่ ผู้อานวยการชานาญการ
ดารงตาแหน่งทส่ี ถานศึกษาน้ีตั้งแต่ 2 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 จนถึงปจ๎ จุบนั
4. ประวตั ิโดยย่อของสถานศึกษา
โรงเรียนบ้านวังทอง ก่อตั้งเม่ือปี พ.ศ. 2512 โดยการนาของพระภิกษุ (เหน่ง ทอง
ชานาญ) และคณะกรรมการ จานวน 9 คน คือ รายนามดังน้ี นายเอื้อน พลบุตร นายยก นิล
พันธ์ นายทา สมดี นายแต๋ว สุวาท นายบญุ ช่วย แรงเขตการณ์ นายฤทธ์ิ ไชยศิริ นายสมาน พรม
น้อย นายถัด จันทร์ศิริ และนายเท้ือม พรมแจ่ม ร่วมกันสร้างอาคารช่ัวคราวขึ้น จานวน 1 หลัง
มีขนาดกวา้ ง 9 เมตร ยาว 18 เมตร จานวน 3 ห้องเรยี น ด้วยงบประมาณ 30,000 บาท ซึ่งสร้าง
แลว้ เสรจ็ เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2512
เปิดทาการเรียนการสอนคร้ังแรก เม่ือวันที่ 1 พฤษภ าคมพ.ศ. 2513
โดยมี นายมาก ทองลือชา เป็นครูใหญ่คนแรก ต่อมา พ.ศ. 2515 นายแวน แว่นเขตกรรม ได้มอบ
ทด่ี ินใหแ้ กโ่ รงเรียน รวมเนอื้ ที่ 12 ไร่ 3 งาน 46 ตารางวา
ปกี ารศึกษา 2539 ได้รบั อนุญาตให้เปิดเป็น “โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
ม.1 – ม.3” เปน็ โรงเรียนปฏิรูปทางการศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2557 ไดผ้ า่ นการประเมินเพอ่ื การพัฒนาและรบั รองต้นแบบโรงเรยี นดี
ศรีตาบล ประจาปีการศกึ ษา 2557
หน้า : 8
รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
5. ทาเนยี บผู้บริหารสถานศึกษา
ตารางท่ี 1 แสดงข้อมลู ทาเนียบผบู้ ริหารสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านวงั ทอง
ลาดับท่ี รายนามผู้บรหิ าร คุณวฒุ ิ ตาแหน่ง การดารงตาแหน่ง
1 นายมาก ทองลือชา - ครูใหญ่ 2513-2514
2514-2516
2 นายคะนึง กิตติขจร ป.กศ. รก.ครูใหญ่ 2516-2517
3 นายสารวม วังนาค - ครูใหญ่ 2517-2523
4 นายชะเอม หอมอุดม - ครใู หญ่ 2523-2526
2526-2530
5 นายธวชั ศรพิ งษ์ ค.บ. อาจารย์ใหญ่ 2530-2536
6 นายชาติ มชี ยั ค.บ. อาจารย์ใหญ่ 2536-2544
7 นายวกิ รม เข็มรงุ่ ค.บ. อาจารยใ์ หญ่ 2544-2547
2547-2558
8 นายสานิตย์ พุดทรัพย์ ค.บ. ผูอ้ านวยการ 21 ธ.ค. 58
ถึง 9 พ.ย.63
9 นายจานง ธรรมยา ค.บ. ผอู้ านวยการ 8 กุมภาพนั ธ์ 64
10 นายเอนก มธั ยม ศษ.บ ผู้อานวยการ
11 ดร.มีชยั พลทองมาก กษ.ค ผ้อู านวยการ
12 นายศภุ กิจ คงเพชรศกั ด์ิ กษ.ม. ผอู้ านวยการ
6. ทาเนียบคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน
ตารางท่ี 2 แสดงข้อมลู คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐานโรงเรยี นบ้านวงั ทอง ตามคาส่งั
สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษากาแพงเพชร เขต 1 ที่ 324/2559 ลงวนั ที่
29 มิถุนายน 2559 ดงั น้ี
ลาดับที่ รายนามคณะกรรมการสถานศกึ ษา ตาแหนง่
1. นายสมคิด สมัครเขตการณ์ ประธานฯ
2. นายสรุ นิ ทร์ คุ้ยเจยี๊ ผทู้ รงคณุ วุฒิ
3. นางบญุ เรือน ชาวระหาญ ผ้แู ทนผปู้ กครอง
4. นายสมจิตต์ อยู่เย็นดี ผูแ้ ทนองค์กรชมุ ชน
5. นายจันทร์ ธญั ญผล องค์กรปกครองท้องถนิ่
6. นางแตงไทย งามประดบั เลศิ ผู้แทนศิษย์เก่า
7. นายคาพอง หอมสมบัติ ผูแ้ ทนองคก์ รศาสนา
8. นายทศพร สว่างอารมณ์ ผูแ้ ทนครู
9. นายศุภกจิ คงเพชรศักด์ิ กรรมการและเลขานุการ
หน้า : 9
รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑
ขอ้ มูลนักเรยี น หอ้ งเรยี น งบประมาณทไ่ี ด้รบั จัดสรร
ขอ้ มูลจานวนนักเรยี น จาแนกตามระดบั ชั้น ปกี ารศกึ ษา 2563 ข้อมูล ณ วนั ที่ 31 มกราคม
2564 ดังนี้
1. จานวนนักเรียนในเขตพื้นที่บริการทง้ั หมด 208 คน
2. จานวนนักเรยี นจาแนกตามระดับช้ันทเี่ ปิดสอน
ตารางที่ 3 แสดงข้อมูลนักเรียน การศึกษา 2563 ข้อมูล ณ วนั ที่ 31 มกราคม 2563 )
ทง้ั หมด
ชน้ั ชาย หญงิ รวม
อนุบาล 2 6 8 14
อนบุ าล 3 9 7 16
รวมอนุบาล 15 15 30
ประถมศึกษาปีที่ 1 13 6 19
ประถมศึกษาปีท่ี 2 13 6 19
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 15 7 22
ประถมศึกษาปีที่ 4 7 8 15
ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 12 16 28
ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 8 6 14
รวมประถม 68 49 117
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 11 14 25
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 11 10 21
มัธยมศึกษาปีที่ 3 9 10 19
รวมมธั ยม 31 34 65
รวมท้งั หมด 107 101 208
หนา้ : 10