The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บท 17- สรุปโครงการพัฒนาความเป็นคนดีของครอบครัว-ณพัฐอร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by napattaornk, 2021-04-12 09:16:48

บท 17- สรุปโครงการพัฒนาความเป็นคนดีของครอบครัว-ณพัฐอร

บท 17- สรุปโครงการพัฒนาความเป็นคนดีของครอบครัว-ณพัฐอร

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ขอ้ มูลข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา

ตารางท่ี 4 แสดงข้อมูลจานวนผูบ้ ริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศึกษาของโรงเรยี นบา้ นวังทอง

ประจาปีการศึกษา 2563 จาแนกตามตาแหน่ง และวุฒทิ างการศึกษา ดงั นี้

ที่ ชือ่ - สกลุ ตาแหน่ง วิทยฐานะ วฒุ ิ กศ. วิชาเอก

( ยอ่ )

1 นายศภุ กิจ คงเพชรศักด์ิ ผูอ้ านวยการ ชานาญการ กศ.ม. บริหารการศึกษา

2 นายทศพร สว่างอารมณ์ ครู ชานาญการพิเศษ ค.บ. สงั คมศึกษา

3 นางขัตตยิ า หม่หู มนื่ ศรี ครู ชานาญการพเิ ศษ กศ.ม. แนะแนว

4 นางสุธรรมมา วงศ์ธนบตั ร ครู ชานาญการพิเศษ ค.บ. ภาษาองั กฤษ

5 นายสุประวัติ วงศธ์ นบัตร ครู ชานาญการพิเศษ กศ.ม. บริหารการศกึ ษา

6 นางสาวณพัฐอร เกษมี ครู คศ.1 - กศ.ม. การบรหิ ารการศึกษา

7 นางสาวนพวรรณ พรอ้ มวงศ์ ครู ค.ศ.1 - ศษ.บ. บรหิ ารการศกึ ษา

8 นางสาวอสั นา วิทติ ครู ค.ศ.1 - ค.บ. การศกึ ษาปฐมวัย

9 นางสาวขนิษฐา ประทมุ แมน ครูผชู้ ว่ ย - ค.บ. ภาษาองั กฤษ

10 นายวรี ะ แซ่ย่าง ครูผู้ช่วย - ค.บ. คณติ ศาสตร์

11 นางสาวศศิธร ศรแี กว้ ครผู ชู้ ่วย - ค.บ. ภาษาไทย

12 นายชวรัฐ สทุ ธะมสุ ิก ครผู ูช้ ่วย - ค.บ. สงั คมศึกษา

13 นายณรงค์ อนิ หมู ครูผูช้ ว่ ย - ค.บ. วทิ ยาศาสตร์

14 นางพัชรินทร์ แม้นพว่ ง ครผู ้สู อน - ค.บ. การประถมศึกษา

15 นางสาววาธนิ ี สงั คง พ่เี ลย้ี งเด็ก - ศศ.บ. ภาษาไทย

พกิ าร

16 นางสาวจุฑารัตน์ โชติประชา จนท.ธรุ การ - บธ.บ การวจิ ัยสังคม

17 นางลาดวน มานะต่อ นักการฯ - ป.6 -

18 นางวชั รพล มานะต่อ จนท.รักษาความ - ป.6 -
ปลอดภยั

หนา้ : 11

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

อาคารเรยี นและอาคารประกอบ

ข้อมูลอาคารเรียนและอาคารประกอบ จานวน 10 หลัง ดงั น้ี

ตารางที่ 5 แสดงข้อมูลอาคารเรยี นและอาคารประกอบโรงเรียนบ้านวงั ทอง จาแนกตามประเภทของ

อาคาร และห้องเรยี น ดังน้ี

ลาดบั รายการ จานวน

อาคารเรยี น

1 อาคารเรียนระดับปฐมวัย (แบบ ป.1ซ) 1 หลัง

2 อาคารประถมศกึ ษาตอนตน้ และห้องเรยี นพเิ ศษ (LD) 1 หลงั
(แบบ สปช. 102/26 ขนาด 4 ห้องเรียน ) 1 หลัง
1 หลงั
3 อาคารเรยี นประถมศึกษาตอนปลาย
(แบบ สปช 105/29 ใต้ถุนสูง บันไดข้ึน 2 ข้าง)

4 อาคารเรียนมัธยมศึกษาตอนตน้ (แบบ สปช. 105/29)

ห้องเรียน/หอ้ งพเิ ศษ

5 หอ้ งเรยี นระดบั ก่อนประถม 2 ห้อง

6 หอ้ งเรยี นประถมศึกษา 6 ห้อง

7 หอ้ งเรยี นระดับมัธยม 3 หอ้ ง

8 หอ้ งวทิ ยาศาสตร์ (ห้องเรยี น ม.3) 1 หอ้ ง

9 หอ้ งปฏบิ ัติการทางภาษา - หอ้ ง

10 ห้องคอมพิวเตอร์ 1 หอ้ ง

11 ห้องสมดุ 1 ห้อง

12 หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารการงานอาชีพ 1 ห้อง

อาคารประกอบ

13 อาคารอเนกประสงค์ (แบบ สปช. 203/26) 1 หลัง

14 บา้ นพกั ครู (แบบ สปช. 301/26) 2 หลัง

15 สว้ ม (แบบ 601/26 ขนาด 4 ทน่ี ่ัง) 2 หลัง

16 อาคารห้องสมดุ (วังทองร่วมใจ) 1 หลงั

17 สว้ มนกั เรียนหญิง 4 ท/่ี 49 (ขนาด 4 หอ้ ง) 1 หลงั

18 อาคารปฏิบตั เิ พาะเห็ด/เก็บอุปกรณก์ ารเกษตร 1 หลงั

20 โรงเรือนไก่พันไข่ 1 หลัง

หน้า : 12

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

สภาพชมุ ชนโดยรวม

1. สภาพชุมชนรอบสถานศึกษา

 ที่ตงั้

ตงั้ อยู่ ณ หมทู่ ่ี 2 บา้ นวังทอง ตาบลวงั ทอง อาเภอเมืองกาแพงเพชรจังหวดั กาแพงเพชร

ทศิ เหนือ ตดิ ตอ่ กับ หม่ทู ่ี 16 บ้านเตาขนมจีน ตาบลวังทอง

อาเภอเมืองฯ จังหวัดกาแพงเพชร

ทิศตะวนั ออก ติดต่อกับ หมู่ที่ 15 บา้ นมอสาราญ ตาบลวงั ทอง

อาเภอเมืองฯ จงั หวัดกาแพงเพชร

ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ตอ่ กับ หมู่ท่ี 17 บา้ นท่งุ เอ้ือง ตาบลวังทอง

อาเภอเมืองฯ จังหวดั กาแพงเพชร

ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกับ หมทู่ ่ี 17 บ้านอา่ งหนิ ตาบลอา่ งทอง

อาเภอเมืองฯ จงั หวดั กาแพงเพชร

 ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ

โดยพ้ืนที่สว่ นใหญเ่ ปน็ ทีร่ าบสลับเนินเขา ซง่ึ ตง้ั อยบู่ ริเวณทิศตะวนั ตกเฉยี งใต้ของอาเภอ

เมืองกาแพงเพชร โดยระยะใกลท้ ีส่ ดุ จากอาเภอเมืองกาแพงเพชร ประมาณ 36 กิดลเมตร และ

ระยะหา่ งที่สดุ จากอาเภอเมอื งกาแพงเพชร ประมาณ 50 กโิ ลเมตร

 การคมนาคมขนสง่

ในเขตพ้นื ท่ีบริการของโรงเรยี นบ้านวงั ทอง มีเสน้ ทางคมนาคมทางรถยนต์ระหวา่ ง

อาเภอเมืองกาแพงเพชร จังหวดั กาแพงเพชร และอาเภอคลองลาน จังหวดั กาแพงเพชร แยกเขา้

โรงเรียนจากเสน้ ทางหลักถึงโรงเรียนบ้านวังทอง 3 กโิ ลเมตร ปจ๎ จบุ ันนบั ว่า สะดวกและรวดเรว็

เนื่องจากมโี ครงขา่ ยการคมนาคมสะดวกและรวดเร็ว ซ่งึ ประกอบหมู่ที่ 2 บา้ นวงั ทอง หมู่ท่ี 2 และหมู่

ท่ี 5 เป็นถนนลาดยางและถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จานวน 2 ชอ่ งทาง

 การสาธารณสขุ

ในเขตบริการของโรงเรียนบ้านวงั ทอง มจี านวนสถานบริการดา้ นการแพทยแ์ ละ

สาธารณสุข ได้แก่

- โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบลมอสงู 1 แหง่

 ลกั ษณะภมู ศิ าสตร์

1. เนอื้ ท่ที ้ังหมดของเขตบรกิ าร 16,369 ตารางกิโลเมตร

2. ประชากรท้งั หมด) 1,837 คน

หนา้ : 13

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ประชากรแยกรายหมู่บา้ น (ข้อมูลจากสาธารณสุขมลู ฐานจังหวัดกาแพงเพชร) ดงั นี้

- หม่ทู ่ี 2 บ้านวงั ทอง 693 คน

- หมทู่ ่ี 16 บา้ นเตาขนมจีน 517 คน

- หมทู่ ี่ 17 บ้านทงุ่ เอ้ือง 627 คน

3. จานวนบา้ นทงั้ หมด 1,129 ครัวเรือน

4. การปกครองและการบริหาร

1. หมู่บ้าน 3 แหง่

2. องค์การบริหารสว่ นตาบล 1 แหง่

5. ศาสนา

จานวนวดั รวม 3 แหง่

จานวนพระภิกษุ 14 รูป

บริบทชุมชน/แหลง่ เรยี นรู้ ภมู ปิ ญ๎ ญาท้องถนิ่ และการใช้แหล่งวชิ าการการนอกระบบ

1. โบราณสถานขึน้ ทะเบยี นแลว้ - แห่ง

2. ศนู ยก์ ารเรยี นรชู้ ุมชน 4 แห่ง

3. ศูนย์กีฬาประจาตาบล 1 แห่ง

2. ขอ้ มูลผปู้ กครอง
 ระดบั การศกึ ษาของผู้ปกครอง

ระดบั การศกึ ษาของผปู้ กครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3
และประถมศึกษาปที ี่ 6

 การประกอบอาชีพ
สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของพื้นทภี่ ายในเขตพื้นทบี่ รกิ ารโรงเรยี นบ้านวงั ทอง ส่วนใหญ่

จะขนึ้ อยู่กบั ภาคเกษตรกรรมเปน็ หลักประกอบดว้ ย การทานา พืชเศรษฐกิจที่ทารายได้เข้าหม่บู า้ น
ไดแ้ ก่ ข้าวและมนั สาปะหลัง สาขาอนั ดบั รองจากภาคเกษตรกรรม คือ การค้าขาย และอาชพี รับจา้ ง

 รายไดข้ องผปู้ กครอง
รายได้เฉลยี่ 25,000 บาท/คน/ปี

 ศาสนาทนี่ บั ถือ
ประชากรในเขตบรกิ ารของโรงเรียนบา้ นวงั ทอง นับถือศาสนาพทุ ธ รอ้ ยละ 100

หน้า : 14

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

แนวคดิ และหลกั การเก่ียวกับการประเมิน

ความหมายของการประเมนิ
มนี กั วิชาการหลายทา่ นไดก้ ล่าวถึง ความหมายของการประเมนิ ไวด้ ังน้ี
สุวิมล ติรกานันท์ (2548, หน้า 17) กล่าวว่า นิยามของการประเมิน คือ กระบวนการ
จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศประกอบการตัดสินใจ คุณภาพของสารสนเทศข้ึนอยู่กับ
ความเปน็ ปรนยั หรอื ความชัดเจนของการได้ข้อมลู มา จึงไดข้ อ้ มลู อย่างถูกต้องและเหมาะสม
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 6) กล่าวว่า ความหมายการประเมินว่า คือ
กระบวนการตีความหมายของการตัดสินคุณค่าจากส่วนท่ีวัดได้จากการวัดผล โดยวัตถุประสงค์เป็น
ตัวกาหนดวา่ กจิ กรรมนนั้ ดีหรอื เลวอยา่ งไร เหมาะสมประการใด
พสิ ณุ ฟองศรี (2549, หน้า 2) กล่าวว่า ความหมายของการประเมิน คือ กระบวนการ
ตัดสินคุณค่าของสิ่งหน่ึงส่ิงใดโดยการนาสารสนเทศหรือผลจากการวัดมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์
ที่กาหนดไว้ นอกจากความหมายของการประเมิน ภาษาอังกฤษ คือ Evaluation หรือ Assessment
บางกรณีก็ใชใ้ นความหมายเดียวกันโดยเฉพาะในหนงั สือ ตาราของอเมริกัน ส่วนกลุ่มประเทศท่ีอยู่ใน
เครือจกั รภพองั กฤษจะใช้ 2 คาน้ใี นความหมายท่แี ตกตา่ งกนั
นงลักษณ์ วิรัชชัย (2545, หน้า 151) กล่าวว่า การประเมิน หรือ Assessment คือ
การตัดสนิ ใจโดยไมเ่ นน้ ข้อสรปุ ในภาพรวม (Precision) ในการประเมนิ มากนัก เช่น การประเมินผู้เรียน
(Student Assessment) การประเมินบุคลากร (Personnel Assessment) และการประเมิน
ความต้องการจาเป็น (Need Assessment) ซ่ึงการดังกล่าวจะนาไปสู่กระบวนการประเมินท่ีเรียกว่า
Evaluation ต่อไป ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า Evaluation เป็นความหมายของการประเมินที่กว้างและ
ครอบคลมุ มากท่สี ดุ
กล่าวโดยสรุป การประเมนิ หมายถึง กระบวนการตดั สินคุณค่าอย่างเปน็ ระบบตอ่ ส่ิงใดส่ิง
หนึง่ ดว้ ยการเกบ็ รวบรวมข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศประกอบการตัดสนิ ใจ มาวเิ คราะห์เปรียบเทียบ
กบั เกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ให้ไดส้ ารสนเทศปรนัยหรือความชัดเจน ถูกต้องและเหมาะสม มาประกอบการ
ตดั สินใจ ว่ากจิ กรรมนนั้ ดหี รือเลวอย่างไร เหมาะสมประการใด

หน้า : 7

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ความหมายของโครงการ

มีนกั วชิ าการหลายท่านได้กลา่ วถึง ความหมายของโครงการ ไวด้ งั น้ี
สภุ าพร พิศาลบตุ ร (2542, หนา้ 71) กลา่ วว่า โครงการ หมายถึง แผนงานท่ีจัดทาขึ้นอย่าง
เป็นระบบ โดยประกอบด้วยกิจกรรมย่อยหลายกิจกรรมท่ีต้องใช้ทรัพยากรในการดาเนินงานและ
คาดหวงั ว่าจะไดผ้ ลตอบแทนอยา่ งคมุ้ ค่าจะต้องมีจุดเริ่มต้นและจุดส้นิ สดุ ในการดาเนินงาน
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544, หน้า 115) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง แผนย่อยซ่ึงเป็น
ส่วนหน่ึงของแผนงานหรือเป็นกลุ่มของกิจกรรมที่จะดาเนินการในระยะเวลาท่ีกาหนดเพื่อให้บรรลุ
เปูาหมายและวตั ถปุ ระสงค์ของแผนงานท่ีไดร้ ะบุไว้
สุพักตร์ พิบูลย์ และกานดา นาคะเวช (2545, หน้า 117) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง
กลุ่มของกิจกรรมท่ีเห็นว่าเป็นทางเลือกในการยกระดับคุณภาพงานท่ีได้รับการคัดสรรแล้วว่า
เหมาะสมและน่าจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการยกระดับคุณภาพงานปกติ โดยมีจุดมุ่งหมาย
เปาู หมายกจิ กรรมการดาเนินงานทชี่ ดั เจนและมีชว่ งระยะเวลาในการดาเนินงานท่แี น่นอน
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 80-81) กล่าวว่า โครงการมีความหมาย
4 ประการ ได้แก่ โครงการจะต้องมีกาหนดเวลาส้ินสุด โครงการมีกิจกรรมท่ีซับซ้อน กิจกรรมจะ
สนองตอบวัตถุประสงคโ์ ครงการและเมอื่ โครงการสนิ้ สดุ จะไม่มกี ารทาซ้าในลักษณะเดิมอีก
ศุภชัย ยาวะประภาษ (2547, หน้า 380) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง กิจกรรมพื้นฐาน
ที่กาหนดขึ้นเพ่ือนาเอาวัตถุประสงค์ของหน่วยงานหรือองค์การไปปฏิบัติให้สาเร็จลุล่วงภายใน
ระยะเวลาทีก่ าหนดไว้แน่นอน
สุวิมล ติรกานันท์ (2548, หน้า 36) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง แผนงานย่อยท่ีจัดเป็น
แผนปฏิบัติการและถูกจัดทาข้ึนมาในลักษณะท่ีเป็นรูปธรรม มีความชัดเจนในระดับท่ีสามารถนาไป
เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้ มีลักษณะที่สาคัญ คือ เป็นแผนงานท่ีมีการกาหนดจุดเริ่มต้นและ
จุดส้ินสุดของแผนงาน ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย ๆ ที่พ่ึงพิงและสอดคล้องกันภายใต้วัตถุประสงค์
เดียวกัน มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ภายใต้เงื่อนไขภายนอกและภายในองค์กร มีการระบุ
เปูาหมายสุดท้ายของโครงการและมีสถานที่ตัง้ โครงการ อาจจะเป็นแหง่ เดียวหรอื หลายแหง่ กไ็ ด้
พิสณุ ฟองศรี (2549, หน้า 64) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง ส่ิงที่กาหนดไว้เพ่ือ
วตั ถปุ ระสงคอ์ ย่างใดอยา่ งหนง่ึ ซ่ึงต้องมเี ปูาหมายกจิ กรรมและเวลาในการดาเนินการที่ชัดเจน โดยจะ
เป็นส่วนหน่ึงตามลาดับชั้นของแผนระดับต่าง ๆ มีความสาคัญในการช่วยให้เป็นแนวทางกาหนด
กิจกรรมและทรัพยากรต่าง ๆ รวมทั้งช่วยประสานในการดาเนินงานและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ
ทาให้เกิดประโยชน์ต่อความชัดเจนของแผน และการนาแผนไปปฏิบัติ โดยการใช้ทรัพยากรได้อย่าง
เหมาะสม ลดความซา้ ซอ้ น ควบคุมการปฏบิ ัติตามแผนได้ ทาใหผ้ เู้ กี่ยวขอ้ งเกิดความมั่นใจ

หน้า : 8

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

สุวิทย์ มูลคา และสุนันทา สุนทรประเสริฐ (2550, หน้า 146) กล่าวว่า โครงการ
(Project) หมายถึง การกาหนดแนวทางในการแก้ป๎ญหาหรือพัฒนางานที่มีวัตถุประสงค์เด่นชัด
มีกิจกรรมท่ีทาให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างเหมาะสม มีการจัดทรัพยากรอย่างประหยัดและมี
ประสิทธิภาพ มีเวลาเริ่มต้นและส้ินสุดของงาน โครงการประกอบด้วยงานและกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีมี
ความสมั พันธก์ ันและมเี ปาู หมายเดียวกนั

กล่าวโดยสรุป โครงการ หมายถึง การกาหนดแผนงานหรือส่วนหน่ึงของงานที่จัดทาขึ้น
อยา่ งเป็นระบบและชดั เจน มีการกาหนดรายละเอียดในการปฏิบัติงานโดยประกอบด้วยกิจกรรมย่อย
หลายกิจกรรม มีการกาหนดวัตถุประสงค์ เปูาหมายอย่างวิธีการดาเนินงาน ระยะเวลาชัดเจน มีการ
ประเมินผลได้อย่างเป็นระบบทาให้เกิดประโยชน์ต่อความชัดเจนของแผน และการนาแผนไปปฏิบัติ
โดยการใช้ทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ลดความซ้าซ้อน ควบคุมการปฏิบัติตามแผนได้ ทาให้
ผ้เู กี่ยวขอ้ งเกดิ ความม่นั ใจเพอ่ื ใหง้ านดาเนนิ ไปได้และบรรลุ ตามวัตถุประสงค์ และเปูาหมายท่ีกาหนด
ไว้ ในระยะเวลาท่กี าหนด

ความหมายของการประเมนิ โครงการ

การประเมินโครงการเป็นกระบวนการในการกาหนดคุณค่าของการดาเนินโครงการหรือ
กิจกรรมท่ีกาหนดข้ึนในแผนงาน เพ่ือไปสู่การตัดสินใจกับโครงการนั้น ๆ ว่าดีมีประสิทธิผลเพียงใด
และได้มีนกั วิชาการหลายทา่ นได้กลา่ วถึงความหมายของการประเมนิ โครงการ ไว้ดังนี้

สาราญ มีแจง้ (2544, หน้า 14) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง การตัดสินคุณค่า
ของสิ่งของหรือบุคคลอันได้แก่ พฤติกรรมโดยเทียบกับเกณฑ์ การประเมินค่าแตกต่างกับการตีค่า
ตรงทีว่ า่ การตีคา่ นน้ั ดลู กั ษณะหรอื พฤติกรรมของบคุ คลทเ่ี ทยี บกับสิ่งแวดล้อม

สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544, หน้า 117) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง
กระบวนการท่ีกอ่ ให้เกิดสารนิเทศในการปรับปรุงโครงการ และสารนิเทศในการตัดสินผลสัมฤทธิ์ของ
โครงการ ซ่ึงเป็นขั้นตอนสาคัญของการบริหารงานเชิงระบบ จึงมีความจาเป็นอย่างยิ่งที่เม่ือ
ดาเนินงานโครงการสิ้นสดุ แล้วต้องมีการประเมินโครงการ

กัมพล ผลพฤกษา (2545, หน้า 26 ) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง
กระบวนการในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู และวิเคราะห์ข้อมูลของการดาเนินโครงการแล้วพิจารณาตัดสิน
ว่าโครงการนน้ั บรรลุตามวัตถุประสงคท์ ่ีกาหนดไวห้ รอื ไม่ ระดับใด

ประชุม รอดประเสริฐ (2545, หน้า 73) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง
กระบวนการในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของการดาเนินโครงการ และพิจารณาบ่งชี้ให้
ทราบถึงจุดเด่นหรือจุดด้อยของโครงการน้ัน ๆ อย่างมีระบบแล้ว ตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไข
โครงการนน้ั เพือ่ การดาเนินการต่อไปหรอื ยตุ ิการดาเนนิ โครงการนัน้

หน้า : 9

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

สุณี หงส์วิเศษ (2546, หน้า 28) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง วิธีการหรือ
กระบวนการในการเก็บและรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบคุณค่าของส่ิงท่ีต้องการจัดเพ่ือ
พิจารณาจุดเด่น จุดด้อยของโครงการนั้นอย่างมีระบบแล้วนามาตัดสินคุณค่าโดยเปรียบเทียบตาม
โครงการเพื่อนาผลเหล่านั้นมาตอบคาถามต่าง ๆ ใหผ้ ู้บรหิ ารทราบ

มยุรี อนุมานราชธน (2546, หน้า 286) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง การ
ออกแบบการวิจัยประเมินผล และการวิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือให้ได้มาซ่ึงผลสรุปการวิจัยที่มี ความ
เทีย่ งตรงและความเช่ือมนั่ มากทีส่ ุดในสถานการณห์ น่ึง ๆ

สุชาติ ประสิทธส์ิ นิ ธุ์ (2547, หน้า 2) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการ
แสวงหาความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับการดาเนินโครงการว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้ันตอนต่าง ๆ ท่ี
ได้กาหนดไว้หรือไม่มีป๎ญหาและอุปสรรคอะไร และบรรลุตามเปูาหมายที่ต้องการหรือไม่มีผลกระทบ
ในแง่มมุ ต่าง ๆ อย่างไรทเี่ กดิ ขึ้นจากโครงการบ้าง

กล่าวโดยสรุป การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการตัดสินคุณค่าของโครงการ
มีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของการดาเนินโครงการโดยนามาใช้เป็นสารสนเทศในการ
ตรวจสอบเปูาหมายของโครงการและพิจารณาบ่งชี้ให้ทราบถึงจุดเด่น จุดด้อยของโครงการนั้น
อย่างมีระบบ แล้วตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไขโครงการน้ันเพ่ือการดาเนินงานต่อไปหรือจะยุติ
การดาเนินงานโครงการน้ันเสียหรือนาข้อมูล ป๎ญหา อุปสรรคท่ีพบไปใช้เป็นแนวทางการดาเนิน
โครงการท่ีมีลักษณะใกลเ้ คียงกนั ตอ่ ไป

วตั ถปุ ระสงค์ของการประเมินโครงการ

การดาเนินการประเมินโครงการใด ๆ ก็ตามจะต้องมีจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาขอ้ เทจ็ จรงิ ของการดาเนินโครงการ ซ่ึงผลของการประเมินโครงการ สามารถนาไปใช้ในการ
จัดทาข้อเสนอแนะต่อผู้บริหาร ประกอบการตัดสินใจเก่ียวกับการดาเนินการจัดทาโครงการหรือ
เพ่ือเป็นข้อมูลในการปรับปรุงรูปแบบการบริหารโครงการให้เกิดความถูกต้อง เหมาะสม และ
เกิดประโยชน์ มีนกั วชิ าการหลายทา่ นได้กลา่ วถึงวัตถปุ ระสงค์ของการประเมินโครงการ ไว้ดงั น้ี

สภุ าพร พิศาลบตุ ร (2542, หนา้ 210) กล่าววา่ วัตถปุ ระสงคข์ องการประเมนิ โครงการ
มดี งั น้ี

1. เพ่ือศึกษาดูวัตถปุ ระสงค์หรือเปูาหมายทกี่ าหนดไวแ้ ต่เดิมยงั คงเปน็ เปูาหมาย
ทแ่ี ทจ้ รงิ ในปจ๎ จบุ ันหรือไม่เพียงใด และยังคงเปน็ เปาู หมายที่เหมาะสมมากเพยี งใด

2. เพือ่ ค้นหาการบรรลวุ ตั ถุประสงค์ท่กี าหนด
3. เพอ่ื พจิ ารณาเหตุผลของความสาเร็จและความลม้ เหลวของการปฏิบัติ
4. เพอ่ื แสดงถึงหลกั การของแผนงานท่ีสาเรจ็ ผล

หนา้ : 10

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

5. เพ่อื อานวยการบรหิ ารงานโดยการใชเ้ ทคนิคสาหรับเพม่ิ ประสทิ ธผิ ล
6. เพอ่ื เปน็ พืน้ ฐานสาหรับการวิจยั ตา่ ง ๆ ทจ่ี ะมีขึ้นในระยะต่อไป
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544 , หน้า 94) กล่าวว่า การประเมินโครงการมีวัตถุประสงค์
สาคญั คอื เพื่อช่วยปรับปรงุ การบรหิ ารงานหรือโครงการ ตลอดจนดาเนนิ งานตา่ ง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ
สูงสุด เพื่อช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจเก่ียวกับโครงการหรืองานที่รับผิดชอบได้อย่างถูกต้องให้มี
ประสทิ ธภิ าพสงู สุด สาหรับวัตถุประสงค์เฉพาะของการประเมิน มีดังต่อไปน้ี
1. เพื่อช่วยปรบั ปรงุ พฒั นางานหรอื โครงการตา่ ง ๆ
2. เพื่อตัดสินผลเกี่ยวกับระดับผลสัมฤทธิ์ของงานหรือโครงการต่าง ๆ ช่วยให้ผู้บริหาร
ตัดสนิ ใจเกีย่ วกบั โครงการไดอ้ ย่างถกู ต้อง
3. เพื่อกระตุ้นทกุ ฝาุ ยทีเ่ กี่ยวขอ้ งให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสทิ ธิภาพ
สวุ ิมล ตริ กานันท์ (2548, หน้า 22) กล่าวว่า วัตถุประสงค์จะต้องสอดคล้องกับแผนงาน
หลักและครอบคลุมเปูาหมาย การกาหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินผลมีหลักการตลอดจนวิธีการ
คล้ายคลึงกับการกาหนดวัตถุประสงค์ของแผนทุกอย่าง มีแตกต่างกันตรงท่ีการกาหนดวัตถุประสงค์ของ
การประเมินผลน้ีจะต้องอิงอยู่กับวัตถุประสงค์ของแผนหรือโครงการเป็นสาคัญ ท้ังนี้เพราะการ
ประเมินผลเป็นการตรวจสอบแผนหรือตรวจสอบสมมุติฐานของแผนว่าเมื่อผ่านการปฏิบัติมาแล้ว
ยังเกิดผลตามท่ีคาดหมายไว้เพียงใดและได้มีการปฏิบัติตามแผนท่ีวางไว้ประก ารใดหรือไม่เพราะ
เหตุใด ดังนั้นจึงจาเป็นอย่างย่ิงที่ผู้ประเมินจะต้องรู้และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ เปูาหมาย มาตรฐาน
กระบวนการและวิธีการปฏบิ ัติงานรวมทั้งทรพั ยากรต่าง ๆ ของแผนเป็นอย่างดี มิฉะน้ันแล้วผู้ประเมิน
จะทาการประเมนิ ไมไ่ ด้เลย
กล่าวโดยสรุป วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ คือ การหาแนวทางตัดสินและ
การประเมินโครงการที่ต้องสอดคล้องกับแผนงานมีความชัดเจนไม่คลุมเครือและต้องครอบคลุม
เปูาหมายและวัตถุประสงค์ เปูาหมายในการประเมินโครงการทาให้ทราบผลของการประเมินเพื่อ
เป็นการรวบรวมข้อมลู ชว่ ยในการตัดสินใจว่าโครงการท่ีจะดาเนินการมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
มีป๎ญหาและอุปสรรคในการดาเนินการหรือไม่ และช่วยในการตัดสินใจว่าจะพัฒนาต่อไปหรือ
ยกเลิกโครงการ

หน้า : 11

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ความสาคัญและประโยชน์ของการประเมนิ โครงการ

นกั วิชาการหลายทา่ นได้กลา่ วถงึ ความสาคัญและประโยชนข์ องการประเมนิ โครงการ ไว้ดงั นี้
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544, หน้า 120) กล่าวว่า คุณลักษณะที่สาคัญของการประเมิน
โครงการ คือ เพ่ือมุ่งแก้ป๎ญหาเฉพาะ เน้นเสนอทางเลือกเพื่อการตัดสินใจ มุ่งสนองตอบความต้องการ
ของผใู้ ช้ ผลการประเมินเน้นการประเมินอรรถประโยชน์ทางสังคม (Social Utility) ผลการประเมนิ
มีอสิ ระสูง มีความเป็นสากลน้อย เปน็ เร่อื งเกีย่ วกับคุณค่า (Value) โดยตรง การตรงต่อเวลาแลเชอื่ ถือ
ในผลทปี่ ระเมินได้ ซง่ึ ความสาคญั หรือคุณประโยชนข์ องการประเมินโครงการ ไดด้ งั น้ี

1. การประเมินจะช่วยให้การกาหนดวัตถุประสงค์และมาตรฐานของการดาเนินงานมี
ความชัดเจนข้นึ กล่าวคอื ก่อนทโี่ ครงการจะได้รับการสนับสนุนให้นาไปใช้ย่อมจะได้รับการตรวจสอบ
อย่างละเอียดจากผู้บริหารและผู้ประเมินส่วนใดท่ีไม่ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์หรือมาตรฐานในการ
ดาเนินงาน หากขาดความแน่นอน แจ่มชัด จะต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้มีความถูกต้องชัดเจน
เสยี ก่อน ฉะนน้ั กลา่ วไดว้ า่ การประเมินโครงการมีสว่ นชว่ ยให้โครงการมคี วามชัดเจนและสามารถนาไป
ปฏบิ ตั ิไดอ้ ยา่ งไดผ้ ลมากกวา่ โครงการทไี่ ม่ได้รบั การประเมิน

2. การประเมินโครงการช่วยให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่าหรือเกิดประโยชน์เต็มท่ี
ท้ังน้ีเพราะการประเมินโครงการจะต้องวิเคราะห์ทุกส่วนของโครงการ ข้อมูลใดหรือป๎จจัยใด ท่ี
เป็นป๎ญหาจะได้รับการจัดสรรให้อยู่ในจานวนหรือปริมาณท่ีเหมาะสมเพียงพอแก่การดาเนินงาน
ทรัพยากรท่ีไม่จาเป็นหรือมีมากเกินไปจะได้รับการตัดทอน และทรัพยากรใดท่ีขาดก็จะได้รับ
การจัดหาเพ่ิมเติม ฉะน้ันการประเมินโครงการจึงมีส่วนทาให้การใช้ทรัพยากรของโครงการเป็นไป
อยา่ งคมุ้ ค่า และมปี ระสิทธภิ าพ

3. การประเมินโครงการช่วยให้แผนงานบรรลุวัตถุประสงค์ดังท่ีได้กล่าวแล้วว่าโครงการ
เป็นส่วนหนึ่งของแผน ดังน้ันเม่ือโครงการได้รับการตรวจสอบ วิเคราะห์ ปรับปรุง แก้ไข ให้ดาเนินการ
ไปด้วยดี ย่อมทาให้แผนงานดาเนินไปด้วยดีและบรรลุถึงวัตถุประสงค์ที่ได้กาหนดไว้ หากโครงการใด
โครงการหน่ึงมีป๎ญหาในการนาไปปฏิบัติย่อมกระทบกระเทือนต่อแผนงานท้ังหมด โดยส่วนรวม ฉะนั้น
จึ ง อ า จ ก ล่ า ว ไ ด้ เ ช่ น เ ดี ย ว กั น ว่ า ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร มี ส่ ว น ช่ ว ย ใ ห้ โ ค ร ง ก า ร ด า เ นิ น ไ ป อ ย่ า ง มี
ประสิทธิภาพ หมายถึง การประเมินโครงการมีส่วนช่วยให้แผนงานบรรลุถึงวัตถุประสงค์และ
ดาเนินงานไปด้วยดเี ชน่ เดียวกนั

4. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยในการแก้ป๎ญหาอันเกิดจากผลกระทบ (Impact) ของ
โครงการและทาใหโ้ ครงการมีข้อท่ีทาให้เกิดความเสียหายลดน้อยลง ดังตัวอย่างโครงการเข่ือนน้าโจน
ซง่ึ ในการสร้างถนนเพื่อไปสู่สถานที่สร้างเขื่อนน้ันต้องผ่านปุาไม้ธรรมชาติ ทาให้เกิดการลักลอบตัดไม้
ทาลายปาุ และสตั วป์ าุ หลายชนดิ อาจต้องสูญพนั ธ์ การประเมินโครงการจะช่วยให้เกิดโครงการปูองกัน

หนา้ : 12

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

รักษาปุา และโครงการอนุรักษ์และอพยพสัตว์ปุาขึ้นเพ่ือแก้ป๎ญหา เป็นต้น ด้วยตัวอย่างและเหตุผล
ดงั กล่าวจึงถือไดว้ า่ การประเมนิ โครงการมีสว่ นในการชว่ ยแก้ปญ๎ หาได้

5. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยอย่างสาคัญในการควบคุมคุณภาพของงาน ดังท่ีได้
กล่าวแลว้ ว่า การประเมินโครงการเป็นการตรวจสอบและควบคุมชนิดหน่ึง ซึ่งดาเนินงานอย่างมีระบบ
และมคี วามเปน็ วิทยาศาสตร์อยา่ งมาก ทกุ อยา่ งของโครงการและป๎จจัยทุกชนิดท่ีใช้ในการดาเนินงาน
จะได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียด กล่าวคือท้ังข้อมูลนาเข้า (Inputs) กระบวนการ (Process) และ
ผลงาน (Outputs) จะไดร้ ับการตรวจสอบประเมนิ ผลทกุ ขน้ั ตอน สว่ นใดที่เป็นปญ๎ หาหรือไม่มีคุณภาพ
จะได้รับการพิจารณาย้อนกลับ (Feedback) เพ่ือให้การดาเนินงานใหม่จนกว่าจะเป็นไปตาม
มาตรฐานหรือเปูาหมายท่ีต้องการ ดังนั้น จึงถือได้ว่าการประเมินผลเป็นการควบคุมคุณภาพของ
โครงการ

6. การประเมินโครงการ มีส่วนในการสร้างขวัญและกาลังใจให้ผู้ปฏิบัติตามโครงการเพราะ
การประเมินมิใช่เป็นการควบคุมบังคับบัญชาหรือสั่งการแต่เป็นการศึกษา วิเคราะห์เพื่อการปรับปรุง
แก้ไขและเสนอวิธกี ารใหม่ ๆ เพ่ือใช้ในการปฏิบัติโครงการอันย่อมจะนามาซ่ึงผลงานท่ีดีเป็นท่ียอมรับ
ของผู้เก่ียวข้องท้ังปวงโดยลักษณะเช่นนี้ย่อมทาให้ผู้ปฏิบัติมีกาลังใจ มีความพึงพอใจและมีความตั้งใจ
กระตือรือร้นที่จะปฏิบตั งิ านต่อไปและมากข้ึน ฉะน้ันจึงกล่าวได้ว่าการประเมินโครงการ มีส่วนสาคัญ
ในการสร้างขวญั กาลงั ใจและความพงึ พอใจในการปฏบิ ัติงาน

7. การประเมนิ โครงการช่วยในการตดั สนิ ใจในการบรหิ ารโครงการ กล่าวคือ การประเมิน
โครงการจะทาให้ผู้บริหารได้ทราบถึงอุปสรรค ข้อดี ข้อเสีย ความเป็นไปได้ และแนวทางในการ
ปรับปรุงแก้ไขการดาเนนิ โครงการ โดยข้อมลู ดังกล่าวจะช่วยทาให้ผู้บริหารตัดสินใจว่าจะดาเนินโครงการ
นั้นต่อไปหรือจะยุติโครงการนั้นเสีย นอกจากน้ันผลของการประเมินโครงการอาจเป็นข้อมูลอย่างสาคัญ
ในการวางแผนหรือการกาหนดนโยบายของผบู้ รหิ าร

สวุ ทิ ย์ มลู คา และสุนนั ทา สุนทรประเสริฐ (2550, หน้า 151) กล่าวว่า ความสาคัญของ
การประเมนิ โครงการมปี ระโยชนอ์ ย่างยิง่ ตอ่ การบริหารโครงการ ดงั น้ี

1. ชว่ ยให้ไดข้ อ้ มลู สารสนเทศต่าง ๆ เก่ียวกับโครงการที่นาไปใช้ในการตัดสินใจ เกี่ยวกับ
การกาหนดโครงการ การตรวจสอบความพร้อมของทรัพยากรต่าง ๆ ที่จาเป็นต้องใช้ในการดาเนิน
โครงการ ตลอดจนความเปน็ ไปได้ในการจัดทาโครงการ

2. ช่วยให้ทราบขอ้ มลู สารสนเทศเก่ียวกบั ความก้าวหนา้ ป๎ญหาและอุปสรรคของโครงการ
ท่ีนามาใช้ในการตัดสินใจเพื่อปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขการดาเนินโครงการ ให้เป็นไปตาม
ทิศทางทีต่ ้องการ

หน้า : 13

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

3. ช่วยให้ได้ข้อมูลสารสนเทศเก่ียวกับความสาเร็จและความล้มเหลวของโครงการ
ท่ีนามาใช้ในการตัดสินใจและวินิจฉัยว่าจะดาเนินการในช่วงต่อไป ยกเลิกหรือขยายการดาเนิน
โครงการต่อไปอกี

กล่าวโดยสรุป การประเมินโครงการมีความสาคัญและมีประโยชน์ คือ ช่วยให้ได้ข้อมูล
สารสนเทศต่าง ๆ เกี่ยวกับการดาเนินโครงการ ทาให้ทราบถึงความก้าวหน้า ป๎ญหาและอุปสรรค
ความสาเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการเพื่อพิจารณาถึงคุณค่าหรือคุณประโยชน์ของโครงการ
เพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารโครงการ ตรวจสอบและปรับปรุง แก้ไขการดาเนินโครงการสามารถ
วิเคราะหข์ ้อดี ขอ้ จากัดของโครงการ เพ่ือเปน็ การตดั สนิ ใจในการสนับสนุนโครงการตอ่ ไป

กระบวนการประเมนิ โครงการ

ขั้นตอนหรือกระบวนการประเมินต้องมีจุดเร่ิมต้นของการกระทาและดาเนินไปได้โดยใช้เวลา
และทรัพยากรต่าง ๆ จนส้ินสุดลง ณ เวลาหน่ึงซึ่งคล้าย ๆ กับการเดินทางว่าจะออกเดินทางเมื่อใด
ไปโดยพาหนะอะไร ใช้เส้นทางไหน และจะถึงจุดหมายเม่ือใด ถ้าผู้ใดเดินทางมีข้อมูลเหล่านี้ย่อมจะ
มองเห็นภาพได้ สามารถเตรียมตัวเพื่อร่วมเดินทางได้ดีข้ึน การประเมินโครงการก็เช่นกัน มีข้ันตอน
การกระทาวา่ จะทาอะไรบา้ ง เม่ือร้วู ่าจะทาอะไร ในขน้ั ตอนไหน จะทาใหร้ ตู้ ่อไปว่า
จะใชว้ ธิ ีการอะไร และไปสน้ิ สดุ ที่ไหน เกี่ยวกับขั้นตอนหรือกระบวนการประเมินโครงการ
มนี กั วิชาการหลายท่านได้กล่าวถงึ กระบวนการประเมินโครงการ ไว้ดังน้ี

สมหวัง พธิ ยิ านวุ ัฒน์ (2545, หนา้ 122) กล่าววา่ กระบวนการประเมินผลโครงการ
มขี ้นั ตอน ดังนี้

1. หลกั การเหตุผล และความสาคัญของการประเมนิ โครงการ
2. ประเมินโครงการเพ่ืออะไร : การกาหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ
3. ประเมนิ อะไร : การวเิ คราะหโ์ ครงการ
4. ประเมนิ ได้อะไร : การออกแบบการประเมิน
5. ขอ้ มูลท่ีต้องการมีอะไรบา้ งหรือจะได้ข้อมูลเหลา่ น้ันด้วยวิธีใด : การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
6. จะแยกและย่อสรุปข้อมูลเพื่อใหม้ คี วามหมายไดอ้ ย่างไร : การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
7. ผลการประเมนิ เป็นอย่างไรจะใหผ้ ู้มีหนา้ ทต่ี ดั สินใจทราบไดอ้ ย่างไร : การเขียนรายงาน
และการรายงานผลการประเมิน
ไพศาล หวังพานิช (2544, หนา้ 11 – 13) กล่าวว่า ขั้นตอนการประเมนิ โครงการ
มีข้ันตอนสาคัญ ดงั น้ี
1. กาหนดเปาู หมาย ผู้ประเมินต้องกาหนดสิง่ ต่อไปน้ีอย่างชัดเจน

1.1 การประเมินโครงการนี้มคี วามจาเป็นเพียงใด

หนา้ : 14

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

1.2 จะนาผลการประเมินไปใช้อย่างไร
1.3 เปน็ การประเมินประเภทใดหรือระยะใดของโครงการ
1.4 จะใชแ้ นวคิดหรือรูปแบบการประเมนิ อยา่ งไร
2. กาหนดวตั ถุประสงค์ เพอ่ื สนองตอบเปูาหมายของการประเมินที่กาหนดไว้การประเมิน
ควรมีวัตถุประสงค์อย่างไรบ้าง ซ่ึงวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดน้ีต้องชัดเจน ครอบคลุม และสอดคล้องกับ
เปาู หมาย
3. กาหนดคุณลักษณะที่จะประเมินการท่ีจะสนองตอบวัตถุประสงค์ที่กาหนด จะต้อง
พิจารณาคุณลักษณะใดหรือมีอะไรเป็นตัวบ่งช้ี คุณลักษณะที่กาหนดนี้จะต้องสาคัญและตรง
ตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงและอย่างครบถ้วน คุณลักษณะหรือตัวบ่งช้ีในการประเมินก็คือตัวแปร
ในการวจิ ัยนน่ั เอง
4. นิยามคุณลักษณะ คุณลักษณะท่ีกาหนดขึ้นจะต้องนิยามหรือให้ความหมายอย่าง
ชัดเจนว่าคืออะไรหรือมีคุณสมบัติอย่างไร จะสังเกตคุณลักษณะเหล่าน้ันได้อย่างไร ถ้าคุณลักษณะใด
ไมส่ ามารถนยิ ามได้ยอ่ มหมายถึงผปู้ ระเมนิ ไม่รูจ้ ักคุณลกั ษณะนนั้ และย่อมหมายถึงไม่สามารถวัดหรือเก็บ
ขอ้ มูลได้ ซงึ่ หมายถงึ ประเมนิ ไมไ่ ด้
5. ออกแบบการประเมนิ ทาการพจิ ารณาวา่ การทีจ่ ะประเมินตามวัตถปุ ระสงคท์ ่ีกาหนด
หรอื ตอบป๎ญหาท่ตี ้องการทราบนน้ั ควรจะดาเนินการประเมินอยา่ งไร จากใคร ชว่ งเวลาใดจึงจะ
เหมาะสม
6. กาหนดแหลง่ ขอ้ มูล คุณลักษณะท่ีกาหนดเป็นลักษณะของสิ่งใดหรือของบุคคล กลุ่มใด
ในการประเมนิ ครงั้ นี้จะประเมนิ จากแหล่งใดหรือจากใครบา้ ง จานวนเท่าใด
7. กาหนดเครื่องมือรวบรวมข้อมูลจากคุณลักษณะท่ีกาหนดและจากแหล่งข้อมูลท่ีจะใช้
ควรใช้เครื่องมือชนิดใดจึงจะได้ข้อมูลตรงความเป็นจริงมีความเป็นไปได้และสะดวกท่ีสุด วิธีการหรือ
เครือ่ งมือทใี่ ช้เปน็ หลกั การเพอื่ การรวบรวมข้อมูลสาหรับการประเมิน ได้แก่
7.1 การสังเกต (Observation)
7.2 การสมั ภาษณ์ (Interview)
7.3 แบบทดสอบ (Test)
7.4 แบบสอบถาม (Questionnaires)
7.5 มาตราประมาณคา่ (Scaling)
7.6 การวิเคราะหเ์ อกสาร (Document Analysis)
8. เขียนแผนการประเมนิ เปน็ การกาหนดโครงร่าง (Proposal) ของการประเมินโดยระบุ
รายละเอียดในการดาเนนิ การประเมนิ ไว้แต่ต้น (ข้อ 1-7) พร้อมท้ังกาหนดแผนปฏิบัติหรือปฏิทินการ
ดาเนนิ การ ตลอดจนค่าใชจ้ า่ ยตา่ ง ๆ ท่จี าเป็นเพ่อื การจัดสรรงบประมาณ

หนา้ : 15

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

9. สร้างเคร่ืองมือ ดาเนินการสร้างหรือเลือกเคร่ืองมือท่ีจะใช้ในการรวบรวมข้อมูล โดย
เคร่ืองมือเหล่านั้นจะต้องมีความเที่ยงตรง (Validity) ความเชื่อมั่น (Reliability) ความเป็นปรนัย
(Objectivity) หรือชัดเจน เข้าใจง่ายและเหมาะสม (Usability) กับหน่วยตัวอย่างหรือกลุ่มตัวอย่าง
ทีจ่ ะให้ขอ้ มลู

10. ตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมือ ควรตรวจสอบคณุ ภาพของเคร่ืองมือในด้านต่าง ๆ ดว้ ย
วิธีทเ่ี หมาะสม เพื่อการแก้ไขปรบั ปรงุ เคร่อื งมอื ก่อนทจ่ี ะนาไปใชเ้ กบ็ รวบรวมข้อมลู จริง

11. กาหนดเกณฑ์การประเมิน การตรวจสอบคุณลักษณะที่กาหนด จะใช้ส่ิงใดเป็น
เกณฑ์ตัดสิน อาจเป็นได้ทั้งเกณฑ์การบรรยายหรือเกณฑ์ท่ีเป็นจานวน เกณฑ์ที่กาหนดอาจเป็นท้ัง
แบบสมบูรณ์(Absolute Criteria) ในกรณีท่ีคุณลักษณะนั้นมีการกาหนดมาตรฐานไว้ และแบบ
สัมพัทธ์ (Relative Criteria) ในกรณีท่ีมิได้กาหนดมาตรฐานไว้ก่อน ซ่ึงเกณฑ์แบบสัมพัทธ์น้ีต้อง
คานึงถงึ ความเหมาะสมเปน็ ไปได้ ประกอบการพจิ ารณาในการกาหนด

12. เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดาเนนิ การอยา่ งทันการณ์ อย่างเปน็ ระบบและถูกตอ้ ง
ยุตธิ รรม และให้ครบถว้ นตามแผนทกี่ าหนด

13. วิเคราะห์ขอ้ มลู รวบรวม ประมวล จดั หมวดหมู่ข้อมูล ดาเนนิ การวเิ คราะหห์ รอื
สรปุ ข้อมลู ดว้ ยเทคนิคและวธิ กี ารทีเ่ หมาะสม

ชยั ชนะ สระทองทา (2544, หน้า 41 – 42) กลา่ ววา่ ขนั้ ตอนของการประเมนิ ผล
มี 3 ขนั้ ตอน คือ

1. ทาการวัดส่ิงท่ีจะเกิดขึ้นจริงโดยกาหนดว่าจะวัดอะไร แล้ววัดโดยวิธีอะไร แล้วจึง
กาหนดวธิ กี ารวดั และการเก็บรวบรวมข้อมลู

2. เปรยี บเทยี บข้อมูลท่ีวัดได้กบั มาตรฐาน เม่ือวัดข้อมูลมาแลว้ จะตอ้ งทาการเปรยี บเทยี บ
กบั มาตรฐานท่ีมีอยู่ ถ้าการปฏบิ ัตจิ รงิ หรือผลการวัดออกมาแตกต่างไปจากมาตรฐานการทบทวนจะ
เกิดขึน้ โดยขัน้ ตอนต่อไป

3. เมื่อการปฏิบัติแตกต่างจากมาตรฐาน การพิจารณาเพื่อหาสาเหตุความเหมาะสมและ
ความเป็นไปได้ต่างๆ ซึ่งเม่ือพิจารณาแล้วอาจมีการปรับปรุงวิธีการข้ันตอนและกระบวนการ
ปฏิบัตงิ านใหมเ่ พอื่ ใหส้ ามารถทางานได้อาจจะตอ้ งทาการปรบั ปรุงมาตรฐานเสียใหม่ให้สอดคลอ้ งกัน

ทวีป ศิริรัศมี (2545, หน้า 115) กล่าวว่า องค์ประกอบที่เป็นหัวใจของกระบวนการ
ประเมิน คอื การวดั (Measurement) และการเปรียบเทียบ (Comparison) การวัดเป็นกระบวนการ
กาหนดสถานภาพ (Status) และจานวน (Amount) ของส่ิงต่าง ๆ การวัดอยู่บนพ้ืนฐานของตัวเลขและ
การพรรณนาทม่ี ีความถูกต้องเปน็ รูปธรรมและนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ การวดั ไปใช้ในการพัฒนาตัวแปรที่
มีความสาคัญต่อสภาพที่ทาการประเมินการเปรียบเทียบเป็นการนาผลจากการวัดมาเปรียบเทียบกัน
เพื่อตัดสิน (Judgment) ตามมาตรฐาน (Standard) หรือเกณฑ์ (Criteria) ที่กาหนดไว้ในการ

หน้า : 16

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ประเมินผลโครงการ การเปรียบเทียบจะเป็นเรื่องของการเปรียบเทียบระหว่างจุดส้ินสุดโครงการกับ
จุดเร่ิมต้นโครงการ ระหว่างสภาพท่ีเป็นอยู่กับสภาพที่ควรจะเป็น (บรรทัดฐานหรือมาตรฐาน) ระหว่าง
โครงการนี้กับโครงการอ่ืนที่คล้ายคลึงกันหรือระหว่างสิ่งท่ีเกิดข้ึนกับส่ิงท่ีมุ่งหวัง (วัตถุประสงค์) การ
เปรียบเทียบจะมีการใช้มาตรฐานเกิดขึ้น การตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกาหนดคุณค่า
(Worth or Value) การตัดสินเป็นการตัดสินใจเก่ียวกับขอบเขตท่ีเป็นความแตกต่างในการ
เปรียบเทียบเป็นสาคัญ โดยการวางอยู่บนพ้ืนฐานของประสบการณ์ ความรู้ และสามารถที่จะ
ตรวจสอบความสัมพันธ์ได้อย่างเป็นวัตถุนิสัย (Objectively) ในการตัดสินใจซ่ึงเป็นการกาหนดคุณค่า
นนั้ จะเป็นการตัดสินใจว่าโครงการมีประโยชนแ์ ละเปน็ สงิ่ ทปี่ รารถนาตอ่ บคุ คลใด ๆ หรือไม่

กล่าวโดยสรุป กระบวนการประเมิน คือ ข้ันตอนการประเมินโดยละเอียดขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะ
ประเมนิ แตโ่ ดยทัว่ ไปสามารถแบง่ คร่าว ๆ คือ ศึกษารายละเอียดของส่ิงที่จะถูกประเมิน ศึกษาความ
ต้องการของผู้ท่ีจะใช้ผลการประเมินกาหนดประเด็นในการประเมิน กาหนดตัวช้ีวัด ออกแบบการ
ประเมนิ เกบ็ รวมรวม ข้อมูล วเิ คราะหข์ ้อมลู แปรผลและสรปุ ผลเขยี นรายงาน

รปู แบบของการประเมินโครงการ

นักวิชาการหลายทา่ นไดก้ ลา่ วถึงรปู แบบของการประเมนิ โครงการ ไว้ดงั น้ี
เยาวดี รางชยั กุล วิบูลยศ์ รี (2546, หนา้ 27) กล่าวว่า ถึงแมว้ า่ แนวทฤษฎีและรูปแบบ
การประเมินท่ีผู้เชี่ยวชาญทางการประเมินหลายท่านได้เสนอไว้มีลักษณะที่แตกต่างกันท้ังในแนวคิด
และวิธีนาไปใช้เพ่ือให้เข้าใจลักษณะของรูปแบบได้ชัดเจนขึ้น จึงขอสรุปรูปแบบการประเมินว่า
มลี กั ษณะสาคัญ 4 ประการ ดงั นี้

1. เปน็ การถา่ ยทอดความคิด จินตนาการของบคุ คลท่มี ีต่อปรากฏการณใ์ ด ๆ การถ่ายทอด
ดังกล่าว จะถ่ายทอดออกมาเป็นโครงสร้างท่ีมีระบบระเบียบ สาหรับการนาเสนอเพ่ือให้ผู้อ่ืนเข้าใจ
ตามแนวคิดของรปู แบบไดโ้ ดยง่าย

2. โครงสรา้ งของรูปแบบจะเน้นเฉพาะตัวแปร องค์ประกอบหรือสาระท่ีสาคัญ ๆ รูปแบบ
ต่าง ๆ ที่เข้าข่ายเป็นลักษณะของรูปแบบท่ีจะต้องเน้นส่ิงสาคัญ ๆ เท่านั้นเพื่อให้ง่ายต่อการทาความ
เข่าใจ

3. ต้องมีการเชื่อมโยงต่อเน่ืองระหว่างตัวแปรองค์ประกอบหรือสาระสาคัญ ตัวแปร
องคป์ ระกอบหรือสาระสาคญั ต้องมีการเชอ่ื มโยงอย่างเป็นระบบงา่ ยต่อการเข้าใจโดยอาจใช้สัญลักษณ์
ต่าง ๆ เพื่อให้รปู แบบมคี วามกระชับเท่าทีจ่ ะทาได้

4. รูปแบบไม่ใชก่ ารบรรยายหรอื พรรณนาอย่างยืดยาว รปู แบบควรเปน็ ภาพ แผนภูมิ
สญั ลกั ษณ์หรือแผนผังทีเ่ ข้าใจไดด้ ้วยการนาเสนอเพียงครง้ั เดยี วหรอื นอ้ ยครง้ั ทส่ี ดุ

หน้า : 17

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

รูปแบบการประเมนิ โครงการของครอนบาค (Cronbach)

เยาวดี วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 32 – 34) กล่าวว่า รูปแบบการประเมินตามแนวคิดเห็น
ของครอนบาค (Cronbach) คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลและการใช้สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ
เก่ียวกับการจัดโปรแกรมทางการศึกษา คาว่า โปรแกรมในความหมายของครอนบาค (Cronbach)
ใช้ได้ทั้งในความหมายท่ีกว้าง เช่น เป็นกิจกรรมใดก็ได้ เป็นกิจกรรมการเรียนการสอน คาแนะนา
ท่แี จกจา่ ยให้คนสว่ นใหญ่ปฏบิ ตั ติ ามหรือการทดลองทางการศึกษาก็ได้

จุดมุ่งหมายของการประเมนิ ของครอนบาค แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. การตดั สินใจเพ่ือการปรุงรายวชิ า (Course Improvement) เพื่อตัดสินใจเลือก
อปุ กรณ์การเรยี นการสอน และวธิ ีการสอนใดที่น่าพอใจ และมสี ่วนใดท่ีดาเนนิ การอยู่แล้วต้องแก้ไข
2. การตดั สนิ ใจท่ีเกีย่ วข้องกับตัวนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (Decision about individual)
เช่น การจัดกลุ่มนกั เรยี นให้เหมาะสมกบั ความสามารถ
3. เพ่ือการตดั สินเก่ียวกบั ระเบียบวธิ ีในการบริหาร (Administrative regulation) เช่น
การพัฒนาระบบคุณภาพของโรงเรียนเพือ่ การตดั สนิ ว่า ระบบการศึกษาของโรงเรยี นดหี รอื ไมเ่ พยี งไร
และครแู ต่ละคนของโรงเรียนมีประสทิ ธภิ าพดีหรือไม่อยา่ งไร เป็นตน้
แนวทางการประเมินของครอนบาค (Cronbach) มี 4 แนวทาง ดังน้ี
1. การศึกษากระบวนการ (Process Studies) ไดแ้ ก่ การศึกษาภาวะการณต์ ่าง ๆ ที่
เกดิ ขน้ึ ในชั้นเรยี น เชน่ การท่ีนกั เรยี นทาแบบฝึกหัดไม่ถกู ต้อง การสงั เกตผลการใช้สื่อ การซักถาม
นักเรยี นขณะทาการสอน ภาวะการณ์ทเี่ กิดขึ้นเหลา่ น้ี สามารถนามาเปน็ ข้อมลู ท่ใี ชเ้ พื่อพัฒนาหรอื
ปรับปรงุ รายวชิ าไดเ้ ป็นอยา่ งดี
2. การวัดศักยภาพของผู้เรยี น (Proficiency Measurement) ครอนบาคให้ความสาคัญ
ต่อคะแนนรายข้อมากกว่าคะแนนจากแบบทดสอบทั้งฉบับ โดยให้ทัศนะว่า คะแนนจากแต่ละข้อ
สามารถชใี้ ห้เหน็ ถงึ ส่งิ ท่ผี เู้ รยี นได้เรยี นรู้แล้วและสง่ิ ทีค่ วรจะพัฒนาต่อไป
3. การวัดทัศนคติ (Attitude Measurement) เป็นผลท่ีเกิดจากการเรียนการสอน
ส่วนหน่ึง ซ่ึงมีความสาคัญเช่นกัน การวัดทัศนคติอาจทาได้หลายวิธี เช่น การสัมภาษณ์และ
การตอบแบบสอบถาม
4. การตดิ ตามผล (Follow-up Studies) เป็นการติดตามผลการทางาน หรอื ภาวการณ์
เลอื กศึกษาต่อในสาขาตา่ ง ๆ

หน้า : 18

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

รูปแบบการประเมินโครงการของไทเลอร์ (Tyler)

ไทเลอร์ (Tyler) เป็นนักประเมินรุ่นแรก ๆ ในปี ค.ศ. 1930 และเป็นผู้เร่ิมต้นบุกเบิก
แนวความคิดเห็นเก่ียวกับการประเมินโครงการ ไทเลอร์มองการประเมิน คือการเปรียบเทียบ
พฤตกิ รรมเฉพาะด้านกับจดุ มงุ่ หมายเชิงพฤติกรรมท่วี างไว้

ไทเลอร์ (Tyler) กลา่ ววา่ จดุ มุ่งหมายของการประเมนิ มีดังน้ี
1. เพือ่ ตัดสินว่า จุดมุ่งหมายของการศึกษาทีต่ ้ังไว้ในรูปของจดุ มุ่งหมายเชงิ พฤติกรรมนั้น

ประสบผลสาเรจ็ หรือไม่ ส่วนใดทปี่ ระสบผลสาเร็จก็อาจเก็บไวใ้ ชไ้ ดต้ ่อไปแตส่ ว่ นใด
ไม่ประสบผลสาเร็จก็จะไดป้ รับปรุงแก้ไขต่อไป

2. เพื่อประเมินค่าความก้าวหน้าทางการศึกษาของกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ เพื่อให้
สาธารณชนได้ขอ้ มลู ท่นี า่ เชอ่ื ถอื ได้ ในอันทจ่ี ะช่วยเขา้ ใจป๎ญหาและความต้องการทางการศึกษาได้และ
เพื่อใช้ข้อมลู นั้นเป็นแนวทางในการทีจ่ ะปรบั ปรุงนโยบายทางการศึกษาท่ีคนสว่ นใหญ่เห็นด้วยได้

ในการประเมินผลโครงการน้ัน ควรจะต้องยึดความสาเร็จของคนส่วนใหญ่เป็นเกณฑ์ในการ
ตัดสินความสาเรจ็ ของกลุม่ ตวั อย่างขนาดเล็กจะถือเป็นความสาเรจ็ ของโครงการย่อมไมไ่ ด้

เยาวดี รางชยั กลุ วบิ ลู ย์ศรี (2546, หน้า 30 - 31) กล่าวว่า แนวคิดทางการประเมินของ
ไทเลอร์ คือ การจัดเป็นแนวคิดทางการประเมินในระดับชั้นเรียน โดยไทเลอร์มีความเห็นว่าการ
ประเมินผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียน จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการพัฒนากระบวนการทางการ
เรียนการสอนทั้งน้ีไทเลอร์ (Tyler) ได้เริ่มต้นการเสนอแนวคิดทางการประเมิน โดยยึดกระบวนการ
ของการจัดการเรยี นการสอนเปน็ หลัก กระบวนการจัดการเรียนการสอนเป็นกระบวนการท่ีมุ่งจัดขึ้น
เพ่ือก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมที่พึงปรารถนาในตัวของผู้เรียน ด้วยเหตุน้ีจุดเน้นของ
การเรยี นการสอน เพือ่ ให้การสอนเกดิ การเปล่ยี นแปลงพฤติกรรม ในตวั ผเู้ รียนตามท่ีมงุ่ หวงั

กระบวนการประเมินของไทเลอร์ (Tyler) มขี นั้ ตอนในการดาเนนิ การ ดงั นี้
ขั้นท่ี 1 ต้องมีการระบุหรือกาหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนลงไปว่าเมื่อส้ินสุดการจัด
การเรียนการสอนแล้วผู้เรียนควรเกิดพฤติกรรมใดหรือสามารถกระทาสิ่งใดได้บ้างลักษณะของ
วัตถปุ ระสงคท์ ่ีชดั เจนดังกล่าวน้ี ควรมีจุดเน้นอยู่ท่ีการกาหนดพฤติกรรมซึ่งสังเกตเห็นได้โดยชัดเจนหรือ
ทเ่ี รียกว่าวตั ถปุ ระสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
ขั้นที่ 2 ต้องระบุต่อไปว่าจากวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ดังกล่าวน้ัน มีเนื้อหาใดบ้าง
ที่ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ หรือมีสาระใดบ้างที่เม่ือผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แล้ว จะก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลง
พฤตกิ รรมไปตามวตั ถุประสงคท์ ร่ี ะบุไวใ้ นขั้นตอนที่ 1
ข้ันที่ 3 หารูปแบบและวิธีการจัดรูปแบบการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมกับเนื้อหา ซึ่ง
ผเู้ รยี นต้องเรยี นรูต้ ามท่ีระบุไวใ้ นขนั้ ตอนท่ี 2

หนา้ : 19

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ข้ันที่ 4 หามาตรการตรวจสอบหลังจากการสิน้ สดุ การจดั การเรียนการสอนว่าผูเ้ รียนได้
เกิดการเรียนรแู้ ละบรรลวุ ตั ถุประสงคต์ ามทก่ี าหนดไวใ้ นข้อใดบ้าง และมีวตั ถปุ ระสงค์ข้อใดบา้ งที่
ผเู้ รยี นยงั ไม่เกิดการเรียนรู้

แนวคิดดังกล่าวนี้เป็นแนวคิดในช่วงต้น ๆ ของไทเลอร์ (Tyler) ต่อมาไทเลอร์ได้สร้าง
วงจรของวตั ถุในการจดั การเรียนการสอนและการประเมนิ ผลขึน้ ซึง่ เป็นโมเดลพ้ืนฐานได้ดังน้ี

ภาพที่ 1 วงจรของไทเลอร์

วัตถปุ ระสงค์

การจัดการเรยี นการสอน การประเมนิ ผลผู้เรียน

จากแนวคิดพ้ืนฐานด้านหลักการและทฤษฎีเก่ยี วกับการประเมินการเรียนการสอนดังกล่าว
ของไทเลอร์ ได้เสนอโมเดลการประเมิน เรียกว่า “Tyler’s Goal Attainment model” เป็นโมเดล
ท่ียึดจุดมุ่งหมายเป็นหลักในการประเมินความสาเร็จของโครงการ โดยการตรวจสอบผลผลิตของ
โครงการว่าได้ไปตรงตามจุดมงุ่ หมายท่ีต้ังไวห้ รือไม่

กล่าวโดยสรุป การประเมินในความเห็นของไทเลอร์ (Tyler) หมายถึง การเปรียบเทียบส่ิงท่ี
ผู้เรียนสามารถกระทาได้จริงหลังจากที่ได้จัดการเรียนการสอนแล้ว กับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
ซึ่งกาหนดขน้ึ ไว้กอ่ นทีจ่ ะจดั การเรียนการสอนนนั้ ๆ

รูปแบบการประเมินโครงการของโปรวัส (Provus)
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 52 – 54) กล่าวว่า โปรวัส (Provus) ได้เสนอ
แนวคิดเก่ียวกับการประเมินโครงการว่า หมายถึง การกาหนดเกณฑ์มาตรฐานและการค้นหาช่องว่าง
ระหวา่ งภาวะที่เป็นจริงกับเกณฑ์มาตรฐานที่กาหนดเพื่อใช้ภาวะดังกล่าวเป็นตัวชี้หรือระบุข้อบกพร่อง
ของกิจกรรมหรือโครงการใด ๆ ขั้นตอนการประเมินงานหรือกิจกรรมใด ๆ นั้น โปรวัสถือว่าการ
ประเมินเปน็ ส่ิงทีต่ ้องดาเนนิ การควบคู่กนั ไปกบั โครงการ โดยการประเมินดงั กลา่ วสามารถแบ่งออกได้
เป็น 5 ข้นั ตอน ดงั นี้

1. ขัน้ ตอนการประเมินรายละเอียดของการออกแบบโครงการ ซ่งึ ได้แก่การพจิ ารณาถึง
จดุ ประสงคข์ องโครงการ ทีมงานที่เกี่ยวข้อง วสั ดุ สื่อ อุปกรณ์ต่าง ๆ แผนการ กจิ กรรม ตลอดจนการ
กาหนดผลทีค่ าดว่าจะได้รับจากโครงการ

2. ขั้นตอนการดาเนนิ งานตามแผนในการดาเนนิ งานตามโครงการ
3. ขนั้ ตอนการดาเนนิ งานตามแผนการท่ีกาหนด

หน้า : 20

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

4. ขัน้ ตอนการตดิ ตามผลทเี่ กดิ ขนึ้ จรงิ จากโครงการหรือกิจกรรมทกี่ าหนด
5. ขน้ั ตอนการพิจารณาถึงค่าใช้จา่ ยของโครงการหรือกจิ กรรมทก่ี ระทา
กล่าวโดยสรุป รูปแบบการประเมินของโปรวัส (Provus) คือ การประเมินเพื่อนาไปใช้ในการ
ตัดสินใจ โดยมีนักประเมินทาหน้าท่ีเป็นผู้เชี่ยวชาญในการหาและการเตรียมข้อมูลรวมทั้งสรุปและ
รายงานให้ผู้มีอานาจในการตัดสินใจได้ทราบเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสม นับว่าเป็นการประเมินที่มี
ระบบ คือ มีการประเมินการวางแผนโครงการเพื่อช่วยให้ได้วิธีการที่บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการมี
การประเมินการดาเนินโครงการ เพื่อหาทางปรับปรุงจากการตรวจสอบและสุดท้ายคือการประเมินเพ่ือ
รับรองโครงการ

รปู แบบการประเมินโครงการของสเตค (Stake)

สเตค (Stake) กล่าวว่า รูปแบบการประเมิน หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลจากหลาย ๆ
แหล่ง เพ่ือนามาจัดให้เป็นระบบระเบียบและมีความหมายในการประเมิน โดยสเตค (Stake) ได้สร้าง
แบบจาลองทางความคิดเกี่ยวกับการประเมินข้ึน เรียกว่า โมเดลเคาน์ทิแนนซ์ (Stake’s
Countenance Model) มโี ครงสร้างดังน้ี

ภาพท่ี 2 โมเดลเคาน์ทิแนนซ์ของสเตค

ความคาดหวงั สง่ิ ทเ่ี กดิ ข้นึ จรงิ มาตรฐาน การตัดสิน
(Intents) (Observations) (Standards) (Judgements)

หลักการ สงิ่ นาหรือปจ๎ จยั เบือ้ งต้น
(Rationale) (Antecedents)

การปฏิบตั ิ
(Transactions)

เมตรกิ บรรยาย การผลติ
(Description Matrix) (Outcomes)

เมตริกตดั สนิ คุณคา่
(Judgment Matrix

ท่ีมา : (Worthen & Sanders, 1973, p. 113, อา้ งถงึ ใน เยาวดี รางชัยกุล วิบลู ยศ์ ร,ี
2546, หนา้ 39)

หนา้ : 21

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

เยาวดี รางชยั กุล วบิ ลู ย์ศรี (2546, หน้า 39 – 41) กลา่ วว่า โมเดลตามความคดิ ของสเตค
(Stake) มมี ิติทางการประเมินอยู่ 2 มติ ิ คือ

1. มิติในแนวต้ัง
1.1 สิง่ นา (Antecedence) หมายถงึ ภาวะของส่ิงตา่ ง ๆ ทเ่ี ป็นอยู่กอ่ น ก่อนทจ่ี ะมี

กิจกรรมหรือการกระทาอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ตามมา เช่น ในเรอ่ื งของการเรียนการสอน หมายถึงภูมิหลงั
ความสามารถ ความถนัด ความสนใจและผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นเดิมของนกั เรียน

1.2 การปฏิบัติ (Transactions) หมายถึง ภาวะของการกระทา การเคลื่อนไหว
หรือการจัดกิจกรรมใดๆ ตามวัตถุประสงค์ หรือเปูาหมายของงานในโครงการน้ัน ๆ เช่น การจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนสาหรับครูและนักเรียนการจัดกิจกรรมหรือการดาเนินงานต่างๆ ของ
โครงการ

1.3 ผลผลิต (Outcome) หมายถงึ ผลท่ีเกิดขึ้นจากการที่มีภาวะของการกระทาใน
โครงการ เช่น ในเรอ่ื งของการจดั การเรยี นการสอน ผลผลติ ทีค่ าดหวัง หมายถงึ การทน่ี ักเรียนเกิด
การเรยี นรู้ มที ศั นคตทิ ีด่ ี มีความสามารถ มีทกั ษะหลงั จากท่ีครูไดจ้ ัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนไปแล้ว

2. มิตใิ นแนวนอน
2.1 สว่ นของการบรรยาย หมายถึง ภาวะที่ไดเ้ กิดขึ้นจริงหรือต้องการจะใหเ้ กิดขนึ้

โดยสามารถสงั เกตได้ ภาวะในสว่ นของการบรรยายน้ีแบง่ ออกได้เปน็ 2 สว่ นย่อย คือ
2.1.1 ความม่งุ หมายหรอื ความประสงค์ที่คาดหวงั หรอื ที่วางแผนไวเ้ พ่ือ

ต้องการใหเ้ กิดข้ึน
2.1.2 ผลหรอื สิ่งที่สงั เกตได้จรงิ

2.2 สว่ นของการตัดสิน หมายถงึ ภาวะของการตัดสนิ ใจเชงิ ประเมนิ แบ่งออกเป็น
2 ส่วยย่อย คอื

2.2.1 เกณฑ์ ไดแ้ ก่ ภาวะท่ีกาหนดขึน้ เพอ่ื ใช้เทียบกับปรากฏการณใ์ ด ๆ
ทีส่ ังเกตได้ และเพอ่ื ระบุว่าสิ่งทเี่ กิดขนึ้ น้นั มีคุณภาพระดบั ใด

2.2.2 การเลือกตัดสนิ ใจ ได้แก่ ผลท่ีเกดิ จากการนาเอาเหตกุ ารณ์หรือ
ปรากฏการณใ์ ด ๆ ทเี่ กดิ ข้ึนมาเทียบกับเกณฑท์ ก่ี าหนด

หน้า : 22

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

รูปแบบการประเมนิ โครงการของสตัฟเฟลิ บีม (Stufflebeam)

ธิดา ฉิมพลี (2549, หน้า 41 – 45) ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบการประเมิน
เรียกว่า ซิปป์โมเดล (CCPP Model) ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) เป็นการประเมินที่เป็น
กระบวนการต่อเน่ือง โดยมีจุดเน้นท่ีสาคัญคือ ใช้ควบคู่กับการตัดสินใจ คาว่า CIPP เป็นคาย่อมาจาก
คาว่า Context, Input, Process, Product สตัฟเฟลิ บมี (Stufflebeam) ไดใ้ ห้ความหมายว่า การ
ประเมนิ เป็นกระบวนการของการบรรยาย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร เพื่อ
นาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการประเมินเพื่อให้ได้
สารสนเทศท่ีสาคัญประเมิน 4 ด้าน คือ การประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม (Context
Evaluation) การประเมินป๎จจัยปูอน (Input Evaluation) การประเมินกระบวนการ (Process
Evaluation) การประเมนิ ผลผลติ (Product Evaluation) โดยมรี ายละเอยี ดดงั น้ี

1. การประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม เป็นรูปแบบพื้นฐานของการประเมิน โดยทั่ว
ๆ ไปเป็นการประเมินเพื่อให้ได้มาซ่ึงเหตุผล เพื่อช่วยในการกาหนดวัตถุประสงค์ของโครงการโดยจะเน้น
ในด้านความสัมพันธ์ท่ีเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ความต้องการ และเง่ือนไขท่ีเป็นจริงต่าง ๆ เก่ียวกับ
สภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังช่วยในการวินิจฉัยป๎ญหาเพื่อให้ได้ข้อมูลพ้ืนฐานซ่ึงจะเป็นประโยชน์ต่อ
การตัดสินใจ การประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อมนี้มีลักษณะต่าง ๆ ที่สาคัญมากมายจัดเป็นการ
วิเคราะห์ขนาดใหญ่ เป็นตัวกาหนดขอบเขตของการประเมินการบรรยายและการวิเคราะห์บริบทหรือ
สภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังช่วยให้ทราบถึงตัวแปรท่ีเก่ียวข้องและมีความสาคัญสาหรับการบรรลุ
เปาู หมาย การประเมินบรบิ ทหรืสภาพแวดลอ้ มทาให้ได้มาซ่ึงการเปลี่ยนแปลง วัตถุประสงค์โดยอาศัย
การวนิ จิ ฉยั การจัดเรียงลาดับป๎ญหาใหส้ อดคล้องกบั ความตอ้ งการของท่ปี ระชมุ และสถานการณ์

สาหรับการประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อมมี 2 วิธี ได้แก่ การหาโอกาสและ
แรงผลักดันจากภายนอก (Contingency Model) เป็นการประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อมเพื่อหา
โอกาสและแรงผลักดันจากภายนอกระบบให้ได้ข้อมูลมาช่วยพัฒนา ส่งเสริมโครงการให้ดีข้ึนและการ
ประเมินโครงการเปรียบเทียบระหว่างการปฏิบัติจริง (Congruence Model) เป็นวิธีการประเมิน
โครงการเปรียบเทียบระหว่างการปฏิบัติจริงกับวัตถุประสงค์ท่ีวางไว้ การประเมินแบบน้ีทาให้ทราบ
ว่าวัตถุประสงค์ใดบ้างที่ไม่สามารถจะบรรลุเปูาหมายได้ ซึ่งในการประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม
โดยทั่วไป ควรจะใช้วิธีการประเมินท้ังสองวิธีข้างต้น เพราะ Congruence Model จะเป็นการ
ตรวจสอบความถูกต้องของวัตถุประสงค์ ในขณะที่ Contingency Model เป็นไปเพอื่ การปรบั ปรุง

กล่าวโดยสรุป การประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม เป็นการประเมินจุดประสงค์
ของโครงการและจุดประสงค์ของกิจกรรม ซึ่งในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวางแผนในการกาหนด
วัตถปุ ระสงค์โครงการและกจิ กรรม

หนา้ : 23

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

2. การประเมินปจ๎ จัยเบื้องตน้ เปน็ การจัดหาข้อมลู เพ่ือให้ตัดสินความเหมาะสมของแผน
ตา่ ง ๆ ทจ่ี ดั ขนึ้ โดยดูวา่ ข้อมูลนน้ั จะมีสว่ นช่วยใหบ้ รรลจุ ดุ มุ่งหมายของโครงการหรอื ไม่ซ่งึ มกั จะ
ประเมินในด้านตา่ ง ๆ อนั ไดแ้ ก่ ความสามารถของหนว่ ยงานหรือตวั แทนในการจดั โครงการยุทธวธิ ีที่
ใชใ้ นการบรรลวุ ัตถุประสงคข์ องโครงการ และการไดร้ บั ความชว่ ยเหลือในดา้ นตา่ ง ๆ ซง่ึ จะชว่ ยให้
โครงการดาเนนิ ไปได้ เชน่ หนว่ ยงานท่จี ะช่วยเหลอื เวลา เงินทนุ อาคารสถานที่ อปุ กรณ์เคร่อื งมือ
ผลทไี่ ด้จากการประเมินปจ๎ จยั เบื้องต้น คือ การวิเคราะหร์ ูปแบบของวิธีการที่ใช้ในรูปของราคาและ
กาไรทจ่ี ะได้รับ โดยการประเมนิ ด้านอตั รากาลงั เวลา งบประมาณ วิธกี ารท่ีมีศักยภาพ แตถ่ ้าเปน็ การ
ประเมินดา้ นการศึกษา ผลกาไรอาจจะไม่อยู่ในรูปของตัวเลขก็ได้ การประเมินป๎จจัยเบื้องต้นนจี้ ะช่วยให้
ข้อมลู ที่จะตัดสนิ ใจว่าควรต้ังวัตถุประสงคเ์ ชิงปฏิบัติอย่างไร ใชอ้ ัตรากาลงั เท่าใด วางแผนและ
ดาเนนิ การอย่างไร ซึ่งจะแตกต่างจากการประเมินบริบทหรอื สภาพแวดลอ้ มในแง่ที่วา่ การประเมนิ
ปจ๎ จยั เบ้อื งต้นเป็นการทาเฉพาะกรณนี ้นั ๆ และวิเคราะห์ภายในโครงการเท่านัน้

รูปแบบของคาถามท่ีใช้มีมากมาย เชน่ วตั ถุประสงคจ์ ะกาหนดวธิ ดี าเนนิ การได้หรือไม่
และจะประสบผลสาเร็จหรือไม่ วิธีการที่กาหนดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ท่ีต้ังไว้หรือไม่ จะ
ดาเนินการกับยุทธวิธีที่เลือกมาอย่างไร ฯลฯ คาถามต่างๆ เหล่านี้จะแสดงถึงความสาคัญของการ
ประเมินข้อมูลเก่ียวกบั ปจ๎ จยั เบือ้ งต้นเพ่อื จะได้เป็นตัวกาหนดยุทธวิธี เพื่อให้การดาเนินงานสอดคล้อง
กบั วตั ถปุ ระสงค์ท่ตี งั้ ไว้ โดยคาถามทีใ่ ชจ้ ะมีต้ังแตร่ ะดับกวา้ ง ๆ และคาถามเฉพาะ

ดังน้นั การปะเมินป๎จจยั เบื้องต้น เปน็ การประเมนิ เนื้อหาคุณภาพของบุคลากร ความ
เหมาะสมของเวลา งบประมาณ อาคารสถานทแี่ ละอุปกรณ์

3. การประเมินกระบวนการ เมื่อแผนดาเนินการได้รับการอนุมัติและลงมือทาการ
ประเมนิ กระบวนการจาเป็นต้องได้รับการเตรียมการเพ่ือให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้รับผิดชอบดาเนินการ
ทุกลาดับข้ัน การประเมินกระบวนการมีวัตถุประสงค์ใหญ่อยู่ 3 ประการ ประกอบไปด้วยเนื้อหา
และทานายข้อบกพร่องของกระบวนการ หรือการดาเนินการตามขั้นตอนท่ีวางไว้เพื่อรวบรวม
สารสนเทศสาหรับผ้ตู ัดสินใจวางแผน และเพอ่ื เปน็ รายงานสะสมถึงการปฏบิ ตั ิตา่ ง ๆ ทเ่ี กิดขน้ึ

สาหรับยุทธวิธีในการประเมินกระบวนการมีอยู่ 3 วิธี ได้แก่ ประการแรกแสดงให้
เห็นหรือกระตุ้นเตือนถึงศักยภาพของทรัพยากรท่ีทาให้เกิดความล้มเหลวในโครงการ เช่น
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคลในกลุ่มบุคลากรและนักศึกษา วิธีการส่ือสาร การให้เหตุผล ความเข้าใจและ
เหน็ พ้องต้องกนั ในวัตถุประสงค์ของแผนการโดยผู้เกี่ยวข้องในการวางแผนนั้นและผู้ท่ีได้รับผลกระทบ
จากแผนการ ความพอเพียงของแหล่งทรัพยากร อุปกรณ์อานวยความสะดวก บุคลากร ปฏิทิน
ปฏิบัติงาน เป็นต้น ประการที่สอง เกี่ยวกับการวางโครงการระหว่างดาเนินโครงการนั้น ประการ
สุดท้ายยุทธวิธีในการประเมินกระบวนการ จะบอกลักษณะสาคัญใหญ่ ๆ ของโครงร่างโครงการ
เป็นต้นว่ามโนทัศน์ต้องการสอนและประมาณของการอภิปรายท่ีจะมีในความหมายนี้บรรยายว่าเกิด

หนา้ : 24

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

อะไรขึ้นจริง ๆ สารสนเทศนี้จะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการกาหนดว่าทาไมวัตถุประสงค์
จึงบรรลุ หรือไม่บรรลุ

สาหรับส่วนประกอบท่ีเป็นหัวใจสาคัญของการประเมินกระบวนการมี 4 อย่าง
ได้แก่ การจดั หานักประเมินกระบวนการเต็มเวลา เคร่ืองมือที่เป็นสื่อในการบรรยายกระบวนการร่วม
ประชมุ อยา่ งสมา่ เสมอระหว่างนักประเมินกระบวนการและบุคลากรในโครงการหรือแผนงานเองและ
การปรับปรุงโครงร่างการประเมินอยู่เป็นนิจสิน ดังนั้นการประเมินกระบวนการจึงเป็นการประเมิน
ความเหมาะสมของการดาเนินการ การประเมนิ ผล การบริหารงานและ
การสง่ เสริมการจดั กิจกรรม

4. การประเมินผลผลิต การประเมินผลผลิตมีจุดมุ่งหมายเพ่ือวัดและแปรความหมาย
ของความสาเร็จ ไม่เฉพาะเมื่อสิ้นสุดวัฏจักรของโครงการเท่านั้น แต่ยังมีความจาเป็นอย่างยิ่ง
ในระหว่างการปฏิบัติตามโครงการด้วยระเบียบวิธีโดยท่ัว ๆ ไปของการประเมินผลผลิตจะรวม
สิ่งต่อไปน้ีเข้าด้วยกัน คือการดูว่าการกาหนดวัตถุประสงค์นั้นจะนาไปใช้ได้หรือไม่ เกณฑ์ในการวัด
ที่สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการทากิจกรรมคืออะไร เปรียบเทียบผลที่วัดมาได้กับเกณฑ์สมบูรณ์
(Absolute Criteria) หรือมาตรฐานสัมพันธ์ (Relative Criteria) ท่ีกาหนดไว้ก่อนและทาการ
แปลความหมายถึงเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น โดยอาศัยรายงานจากการประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม
ป๎จจยั และกระบวนการรว่ มกนั

ดงั น้นั การประเมินผลผลิต จึงเปน็ การประเมนิ ผลผลิตของโครงการเพ่ือช่วยในการ
ตดั สนิ ใจและดผู ลสาเรจ็ ของโครงการ

การประเมนิ โครงการทใี่ ช้รูปแบบจาลองของซปิ อย่างเต็มรปู แบบจะทาให้ได้ข้อมูลแบบ
ครบสว่ น การประเมนิ บรบิ ทหรอื สภาพแวดลอ้ มจะเปน็ แนวทางท่ีนาไปใชเ้ พ่ือเลอื กหรอื ปรบั
วัตถปุ ระสงค์ของโครงการใหส้ อดคล้องกับนโยบายที่เกย่ี วข้องกบั ป๎ญหาและความต้องการของ
กลุม่ เปาู หมาย และเป็นผลเพื่อปรับเปล่ยี นปจ๎ จัยปอู น ทั้งในเชิงปรมิ าณและคุณภาพ การประเมนิ
ป๎จจยั ปอู นจะเปน็ ขอ้ มลู ที่ทาให้ทราบถงึ แนวทางท่ีจะทาให้โครงการบรรลเุ ปูาหมายได้อย่างเตม็ ที่
ภายใตท้ รัพยากรทมี่ ีอยู่อย่างจากดั และทราบถงึ คุณภาพของเคร่ืองมือ การประเมินกระบวนการ จะ
ทาให้ทราบจดุ เด่น จุดด้อย ป๎ญหาอปุ สรรคอันจะเปน็ ประโยชนใ์ นการปรับปรงุ โครงการ การ
ประเมนิ ผลผลติ จะทาให้ทราบผลสาเร็จของโครงการว่ามมี ากน้อยเพยี งใด ตลอดจนไดข้ ้อมูลย้อนกลบั
ไปทบทวนเครื่องมือและเปน็ แนวทางในการตัดสนิ ใจ บทสรุปรวบยอดของโครงการ เพ่ือจะไดน้ า
ข้อมลู ท่ีได้ไปใช้ในการพัฒนาปรับปรงุ แก้ไขการดาเนนิ โครงการในอนาคตให้มีประสทิ ธิภาพตอบสนอง
ความตอ้ งการและแก้ไขป๎ญหาของสังคมไดม้ ากยงิ่ ขนึ้

กัมพล ผลพฤกษา (2545, หน้า 30 – 31) กลา่ วา่ รูปแบบการประเมนิ ท่สี าคัญ ๆ
เฮาส์ (House) สรุปได้ดังนี้

หน้า : 25

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

1. แบบวิเคราะห์ระบบ (System Analysis Approach) มุ่งถึงผลท่ีได้รับจากโครงการ
และพยายามหาความเก่ียวข้องของรูปแบบแผนงานที่วางไว้ในโครงการ กับตัวบ่งชี้ต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ
ผลทเ่ี กิดจากโครงการจะต้องวัดในเชิงปริมาณ และหาเหตุผลและผลที่ได้นิยมใช้ในการวัดผลโครงการทาง
บริการสังคม

2. แบบยึดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม (The Behavioral Objective or Goal –
based Approach) ถือว่าวัตถุประสงค์ของโครงการคือเกณฑ์ในการวัดโครงการ ผู้ประเมินจะเอา
วัตถุประสงคข์ องโครงการตง้ั ไวเ้ ปน็ เกณฑ์ ความแตกตา่ งระหวา่ งวัตถปุ ระสงคท์ วี่ างไว้กับโครงการท่ีทา
ได้จริง คือผลของโครงการความสาเร็จของโครงการคือไม่มีความแตกต่างหรือแตกต่างกันน้อยมาก
ระหวา่ งวตั ถุประสงคก์ บั
ส่ิงทท่ี าได้

3. แบบยึดการตดั สินใจเปน็ หลกั (Decision – making Approach) ใหค้ วามสาคัญ
และสนใจตรงจุดระดบั การตัดสนิ ใจและสรา้ งภาพสถานการณ์ตา่ ง ๆ ว่าถา้ การตัดสินใจแบบนนั้ แบบนี้
โอกาสอะไรน่าจะเกิดขึ้นบ้าง จากน้ันจะเก็บข้อมูลทาการวิเคราะหแ์ ละเสนอผลการตัดสินใจ

4. แบบอิสระจากวัตถุประสงค์ (Goal-free Approach) เป็นการประเมินทุกอย่าง
ทีเ่ กิดขนึ้ จากโครงการทงั้ หมด และเปรยี บเทียบความสาคญั ของผลเหลา่ นนั้ วา่ ถกู ต้องหรือไม่

5. แบบศิลปะวิจารณ์ (Art Criticism Approach) กระบวนการวิจารณ์เป็นแบบอย่าง
การประเมินที่ทาโดยผู้เชี่ยวชาญ มีแบบแผนหลักเกณฑ์เหล่านี้มีความคิด มีทฤษฎีน่าเช่ือถือได้ และมี
สว่ นเห็นพอ้ งกันบ้าง แม้วา่ จะไม่เหมอื นกัน โดยสนิ้ เชงิ ในกล่มุ ผูเ้ ช่ยี วชาญในศาสตร์สาขาน้นั ๆ

6. การตรวจสอบทางวิชาชีพ (The Professional Review Approach) คือ การประเมิน
ที่อาศัยกลุ่มของบุคคลผู้เช่ียวชาญในวิชาน้ัน ๆ เป็นการตรวจสอบมาตรฐานและคุณค่าของคนใน
อาชพี เดียวกนั นนั่ เอง

7. แบบก่ึงกฎหมาย (Quasi-legal Approach) ไดน้ ากระบวนการซกั ฟอก และการ
พจิ ารณาคดีของศาลและระบบลูกขนุ มาใช้ในการประเมินป๎ญหาตา่ ง ๆ ทางสงั คม

8. แบบศึกษาเฉพาะกรณี (The Case – study Approach) มุ่งสร้างความเข้าใจ
แก่ผู้ฟ๎งเก่ียวกับโครงการอย่างละเอียดในทุก ๆ ด้าน จึงสนใจศึกษาประเด็นว่า “บุคคลอื่นๆ ท่ีรู้จัก
โครงการ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการอย่างไร” จึงใช้ท้ังการสังเกตและแบบมีส่วนร่วมศึกษา
สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ของโครงการในสภาพปกติธรรมชาติ การสัมภาษณ์บุคคล ถือว่าเป็น
กระบวนการศึกษาแบบเชิงคณุ ภาพน่ันเอง

สุณี หงส์วิเศษ (2546, หน้า 40) กล่าวว่า รูปแบบการประเมินซิปป์ เป็นรูปแบบการ
ประเมินท่เี ปน็ ประโยชนต์ อ่ ผบู้ รหิ ารโครงการ โดยเฉพาะผูท้ เี่ ก่ยี วข้องกบั การดาเนินงานดังน้ี

หน้า : 26

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

1. มีขอ้ มูลท่ถี ูกต้อง มีการวิเคราะห์และรวบรวมข้อมลู อย่างมรี ะบบ สามารถนาไปใช้เป็น
ขอ้ มูลในการตดั สนิ ใจทจี่ ะดาเนนิ โครงการอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

2. การประเมินผลที่มีความต่อเนือ่ งครบวงจร สามารถทาการวเิ คราะห์การดาเนินงานได้
ทั้งระบบของโครงการ

3. เปน็ การประเมนิ ทป่ี ระกอบดว้ ยขัน้ ตอนที่สาคัญ คือ การกาหนดหรืออธบิ ายข้อมลู
การเก็บรวบรวมและวเิ คราะห์ขอ้ มูล การจดั เตรยี มข้อมลู เพ่ือเสนอผ้บู รหิ ารในการตดั สนิ ใจ

เยาวดี รางชัยกลุ วบิ ลู ย์ศรี (2546, หนา้ 56 – 60) กล่าววา่ สตฟั เฟลิ บีม ให้ความหมาย
ของการประเมนิ คือ กระบวนการของการระบุ หรอื กาหนดข้อมลู ทีจ่ ัดเก็บมาแล้วนัน้ มาจดั ทาใหเ้ กิด
เป็นสารสนเทศที่มีประโยชน์ เพื่อนาเสนอสาหรับใชเ้ ป็นทางเลือกในการประกอบการตัดสนิ ใจต่อไป
สตฟั เฟิลบมี ไดแ้ บง่ การประเมนิ ออกเป็น 4 ประเภท คอื

1. การประเมนิ บริบทหรือสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation : C)
เปน็ การประเมนิ ก่อนที่จะลงมือดาเนนิ การโครงการใด ๆ มจี ุดมงุ่ หมายเพื่อกาหนด

หลกั การและเหตผุ ล รวมทง้ั เพื่อพิจารณาความจาเปน็ ท่ีจะตอ้ งจัดทาโครงการดังกล่าว การชป้ี ระเด็น
ปญ๎ หา ตลอดจนการพจิ ารณาความเหมาะสมของเปาู หมายของโครงการ

2. การประเมินตัวปูอนเขา้ (Input Evaluation : I)
เป็นการประเมนิ เพื่อพจิ ารณาถึงความเหมาะสม ความเพียงพอของทรพั ยากรท่ีจะ

ใช้ในการดาเนนิ โครงการ ตลอดจนเทคโนโลยแี ละแผนของการดาเนินงาน
3. การประเมนิ กระบวนการ (Process Evaluation : P)
สว่ นนี้เปน็ การประเมินเพอื่
3.1 หาขอ้ บกพร่องของการดาเนินโครงการ เพ่ือทาการแกไ้ ขใหส้ อดคลอ้ งกบั

ขอ้ บกพร่องนน้ั
3.2 หาข้อมลู ประกอบการตัดสินใจทจี่ ะสัง่ การเพื่อการพัฒนางานตา่ ง ๆ
3.3 บนั ทกึ ภาวะของเหตุการณ์ต่าง ๆ ทเี่ กิดข้นึ ไวเ้ ป็นหลกั ฐาน

4. การประเมนิ ผลผลติ ที่เกดิ ข้ึน (Product Evaluation : P)
เป็นการประเมนิ เพ่ือเปรยี บเทียบผลทเี่ กดิ ขึน้ จากการทาโครงการกับเปูาหมายหรือ

วัตถุประสงค์ของโครงการที่กาหนดไว้แต่ต้น รวมท้ังการพิจารณาในประเด็นของการยุบ เลิก ขยาย
หรือปรับเปลี่ยนโครงการ การจดั ประเภทของการประเมินดังกล่าว แสดงถึงการประเมินท่ีพยายามให้
ครอบคลมุ กระบวนการทางานในทกุ ๆ ข้ันตอน ตามแนวคิดท่รี จู้ กั กนั ดใี นนาม “ CIPP ”

กล่าวโดยสรปุ การประเมนิ โครงการจะใชร้ ูปแบบใด ต้องคานึงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า
ต้องการทราบข้อมูลสารสนเทศใด และจะประเมินส่วนใดของโครงการ จึงจะสามารถเลือกรูปแบบการ
ประเมินได้เหมาะสม

หนา้ : 27

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

งานวจิ ยั ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง

งานวิจยั ในประเทศ
มีผู้วิจัยได้ศึกษางานวิจัยในประเทศท่ีเก่ียวข้องกับการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรม
ศลี ธรรม ดังน้ี
สุรีย์รัตน์ พัฒนเธียร (2556) ได้ประเมินโครงการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และ
ค่านิยม ท่พี งึ ประสงค์ของนกั เรยี นโรงเรียนพิชัยรัตนาคาร โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อประเมนิ โครงการตาม
รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) ของสตัฟเฟิลบีมและคณะ (Stufflebeam, et al.
1971.) ได้แก่ บริบทสภาพแวดล้อม ป๎จจัยนาเข้า กระบวนการดาเนินโครงการ ผลผลิต และ
ผลกระทบของโครงการ กลุม่ ตวั อย่างทใ่ี ชใ้ นการประเมินจานวน 354 คน โดยใช้ตารางของเครซี่และ
มอร์แกน (Krejcie and Morgan) ได้มาโดยการสุ่มแบบง่าย (Sample Random Sampling)
ประกอบด้วย ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา ครู คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1–6 ปีการศึกษา 2555 เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนดาเนินโครงการ ระหว่างดาเนิน
โครงการ และหลังส้ินสุดดาเนินโครงการ เคร่ืองมือที่ใช้ในเป็นแบบสอบถามท่ีผู้รายงานสร้างและ
พัฒนาขึ้น ลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จานวน 3 ฉบับ สถิติท่ีใช้วิเคราะห์
ขอ้ มลู ได้แก่ ค่าเฉล่ีย ( X ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และร้อยละ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
สาเรจ็ รูป ผลการประเมิน พบว่า

1. ผลการประเมินบริบทสภาพแวดล้อม ระยะก่อนดาเนินการ ในภาพรวมอยู่ในระดับ
มากที่สุด เม่ือพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัดพบว่า ทุกตัวชี้วัดมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากท่ีสุด ตัวชี้วัด
ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โครงการมีความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพความต้องการของผู้ปกครองและ
ชมุ ชน รองลงมา คอื โครงการมีความสอดคลอ้ งกับนโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน ส่วนตัวชี้วัดที่มีค่าเฉล่ียต่าสุด คือ โครงการมีความสอดคล้องเหมาะสมกับศักยภาพและ
ทรพั ยากรของโรงเรยี น

2. ผลการประเมินป๎จจัยนาเข้า ระยะก่อนดาเนินการ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด
เมือ่ พิจารณาเป็นรายตัวช้ีวัดพบว่า ทุกตัวชี้วัดมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากท่ีสุด โดยการสรรหาบุคลากร
ในการแต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินงาน และการแบ่งหน้าท่ีรับผิดชอบแต่ละฝุาย มีค่าเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมา คือ ความรู้ ความสามารถ และคณุ สมบตั ขิ องบุคลากรผู้รับผิดชอบดาเนินงานโครงการ ส่วน
ตัวชว้ี ัดทม่ี คี ่าเฉล่ยี ต่าสุด คอื งบประมาณทีไ่ ด้รับจดั สรรเพียงพอต่อการดาเนินงาน

3. ผลการประเมินกระบวนการดาเนินโครงการ ระยะระหว่างดาเนินการ โดยภาพรวม
อยู่ในระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายตัวช้ีวัดพบว่า ทุกตัวชี้วัดมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากที่สุด โดย

หน้า : 28

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ด้าน การดาเนินการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านการวางแผน ด้านการนาผลการประเมินมา
ปรับปรุงพัฒนา และดา้ นการตดิ ตามและประเมนิ ผล ตามลาดบั

4. ผลการประเมินผลผลิตพฤติกรรมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ของ
นักเรียน โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร ระยะหลังสิ้นสุดดาเนินโครงการ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด
เม่ือพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด พบว่า ทุกตัวช้ีวัดมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากท่ีสุด โดยความมีวินัย และ
เอ้ืออาทรผู้อ่ืน และความกตัญํูกตเวทีมีค่าเฉล่ียสูงสุดเท่ากัน รองลงมาคือ ใฝุเรียนรู้ และยอมรับ
ความคิดและวฒั นธรรมทแ่ี ตกต่าง ส่วนตวั ช้ีวัดท่มี ีค่าเฉล่ยี ต่าสุดคอื การตระหนัก รู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์
และพัฒนาสิง่ แวดล้อม

5. ผลการประเมินผลกระทบของการดาเนินโครงการ ระยะหลังสิ้นสุดดาเนินโครงการ
ในภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายตัวช้ีวัดพบว่า ผลการดาเนินงานโครงการช่วย
ส่งเสริมบทบาทของโรงเรียนด้านการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพนักเรียน มีค่าเฉล่ียสูงสุด
รองลงมาคือ ผลการดาเนินงานโครงการช่วยให้การจัดการเรียนการสอน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ตามหลักสูตรสถานศึกษามีประสิทธิภาพย่ิงขึ้น ส่วนความพึงพอใจที่มีต่อการดาเนินโครงการในภาพ
รวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณารายตัวช้ีวัดพบว่า ตัวช้ีวัดท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ นักเรียน
ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่ผู้อื่น รองลงมา คอื การสนับสนุนสง่ เสริมของผูบ้ รหิ ารโรงเรียน
และความร่วมมือของคณะครูในการดาเนนิ งานโครงการ

สริ ิสมบรู ณ์ อู่เงนิ (2555) ไดป้ ระเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมท่ีพึง
ประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีโดยมี
วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินผลการดาเนินงานใน 4 ด้าน คือ ประเมินผลด้านบริบท(Context
Evaluation) ประเมินด้านป๎จจัย (Input Evaluation) ประเมินผลด้านกระบวนการ (Process
Evaluation) ประเมินผลผลิต (Product Evaluation) และประเมินความพึงพอใจในการดาเนิน
โครงการของนักเรียน การประเมินใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) ของ
Stufflebeam โดยศกึ ษาจากกลมุ่ ตวั อย่าง ทีป่ ระกอบด้วย ผู้บริหารจานวน 2 คน ครูจานวน 63 คน
กรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานจานวน 13 คน นักเรียนจานวน 296 คน และผู้ปกครองนักเรียน
จานวน 296 คน ได้มาโดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งช้ัน (Stratified Random Sampling) โดยมี
กิจกรรมหลัก 7 กิจกรรม คือ กิจกรรมวันสาคัญทางพุทธศาสนา กิจกรรมวันสาคัญต่างๆ กิจกรรม
พัฒนาคุณธรรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาความรับผิดชอบและความประหยัด กิจกรรม
ประชาธิปไตยในโรงเรียน กิจกรรมการเรียนการสอน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วย แบบ
ประเมินมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับจานวน 5 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย
และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูป SPSS for Windows ผลการ
ประเมนิ พบว่าผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ทุกดา้ น ดังนี้

หน้า : 29

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

1. ด้านบริบท พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด การกาหนดเปูาหมายของโครงการ
สอดคล้องกับป๎ญหาและวัตถุประสงค์ของโครงการ การกาหนดเวลาดาเนินการของโครงการมีความ
เหมาะสมอยใู่ นระดับมากทสี่ ดุ

2. ดา้ นปจ๎ จัย พบว่าโดยรวมอยู่ในระดับมาก ผู้บริหารและครูมีความรู้ ความเข้าใจและ
ความสามารถในการดาเนินงานตามโครงการอยู่ในระดับมากที่สุด บุคลากรในการดาเนินงานตาม
โครงการมคี วามเหมาะสมและมอี ยา่ งเพยี งพออยู่ในระดับมากทส่ี ุด

3. ด้านกระบวนการ มีการประเมินผลการจัดกิจกรรมหลัก 7 กิจกรรม คือ กิจกรรมวัน
สาคัญทางพุทธศาสนา กิจกรรมวันสาคัญต่างๆ กิจกรรมพัฒนาคุณธรรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาความรับผิดชอบและความประหยัด กิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียนกิจกรรมการ
เรยี นการสอน พบวา่ อย่ใู นระดับมากทุกกิจกรรม

4. ด้านผลผลิตมีการประเมินผลค่านิยมที่พึงประสงค์ 6 ด้าน คือ ด้านมีวินัยมีความ
รับผิดชอบและปฏิบัติตนตามหลักธรรมเบ้ืองต้นของศาสนาที่ตนนับถือ ด้านมีความซื่อสัตย์สุจริต
ด้านมคี วามกตัญํกู ตเวที ด้านมเี มตตากรณุ า เอือ้ เฟอื้ เผื่อแผ่ และเสียสละเพื่อส่วนรวม ด้านประหยัด
รจู้ ักใชท้ รพั ยส์ ่ิงของสว่ นตน และสว่ นรวมอยา่ งคุ้มคา่ ดา้ นภูมใิ จในความเป็นไทย เห็นคุณค่าภูมิป๎ญญา
ไทย นยิ มไทยและดารงไว้ซง่ึ ความเปน็ ไทย พบวา่ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

สรุป ผลการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม ที่พึงประสงค์ของ
นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พบว่าผ่านเกณฑ์การ
ประเมินทุกด้าน ส่วนด้านความพึงพอใจของนักเรียนต่อการดาเนินงานการจัดกิจกรรมส่งเสริม
คณุ ธรรมจริยธรรมและค่านิยมทพ่ี งึ ประสงคโ์ ดยรวมอยูใ่ นระดบั มาก

นัฐพล สุริรัมย์ (2560) ได้ประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึง
ประสงคข์ องนกั เรียนโรงเรยี นวัดระเบาะไผ่ โดยมีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับ
ความสอดคล้องของวตั ถุประสงคแ์ ละเปาู หมาย 2) เพ่อื ประเมินปจ๎ จยั เบื้องตน้ เก่ียวกับความเหมาะสม
ของงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร และวิธีดาเนินงาน 3)เพ่ือประเมินกระบวนการดาเนินงาน
เกี่ยวกับ ความเหมาะสมของขั้นตอนในการดาเนินงาน 4)เพื่อประเมินผลผลิตเกี่ยวกับผลการปฏิบัติ
ของนักเรียน และ5) เพ่ือนาผลการประเมินไปใช้พัฒนาโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และ
ค่านิยมท่ีพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนวัดระเบาะไผ่ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิป (CIPP
Model)ใน 4 ดา้ น คอื ด้านสภาพแวดลอ้ ม ด้านปจ๎ จัยเบอื้ งตน้ ดา้ นกระบวนการดาเนินงาน และด้าน
ผลผลิต ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาครั้งน้ีประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 2 คน ครูใน
โรงเรียนวัดระเบาะไผ่ 35 คน นักการภารโรง จานวน 2 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
จานวน 15 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 จานวน 552 คน ท่ีเข้า
ร่วมกิจกรรม ปีการศึกษา 2560 รวมจานวนท้ังสิ้น 606 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินคร้ังน้ี

หนา้ : 30

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

คือผทู้ ่เี ข้าร่วมกิจกรรม ปีการศกึ ษา 2560 ซึ่งไดก้ าหนดขนาดของกล่มุ ตัวอย่างโดยใช้ตารางสาเร็จรูป
ของเครจซีและมอร์แกน (Krejcie & Morgan) ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 2 คน ครูใน
โรงเรียนวัดระเบาะไผ่ 32 คน นักการภารโรง จานวน 2 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
จานวน 14 คน นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 จานวน 217 คน สุ่มแบบ
ง่าย (Simple Random Sampling) รวมทั้งส้ิน จานวน 267 คน โดยแต่ละกลุ่มได้มาโดยการสุ่ม
แบบเจาะจง (Purposive Sampling) ดงั นี้ คือ 1)กลุ่มตัวอยา่ งท่ีใช้ในการประเมินด้านสภาพแวดล้อม
และด้านป๎จจัยเบื้องต้น ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักการภารโรงคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน รวมจานวน 50 คน 2)กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการประเมินด้านกระบวนการ
ดาเนินงานและดา้ นผลผลติ ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
1-ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวมจานวน 251 คน และ 3)กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย ครู จานวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ
รวบรวมข้อมูล ได้สร้างแบบสอบถาม จานวน 5 ฉบับ เป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า
(Rating Scale) 5 ระดับมาตรฐาน โดยวิธีการของลิเคิร์ท (Likert) แบบสอบถามมีทั้งหมด 5 ฉบับ
การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ผลการประเมิน พบว่า
โครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนวัดระเบาะไผ่
โดยภาพรวมอย่ใู นระดับมากทั้ง 4 ดา้ น

กรอบแนวคิด

การประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัด
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1 คร้ังน้ีผู้ประเมินได้สังเคราะห์โครงการ
ส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาและการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนา
การศึกษาจากงานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวข้องมาจดั ทากรอบแนวคิดการประเมนิ โครงการ ดงั ภาพท่ี 3

ภาพท่ี 3 กรอบแนวคดิ การประเมินโครงการ ตัวแปรตาม
ตวั แปรอสิ ระ
การประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนา
1. ผู้บริหารสถานศกึ ษา การศึกษาโรงเรยี นบา้ นวงั ทอง โดยใชร้ ปู แบบเชิงระบบ
2. ครู (Systematic Approach)
3. คณะกรรมการ
1. ป๎จจัยนาเข้า (Input)
สถานศึกษา 2. กระบวนการ (Process)
4. นกั เรียน 3. ผลผลติ (Output)
5. ผูป้ กครองนักเรียน
หน้า : 31

บทท่ี 2

เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง

ในการประเมินโครงการครั้งน้ี ผู้ประเมินมุ่งศึกษาโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรม
นาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวงั ทอง สังกัดสานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต 1
ผู้ประเมนิ ไดศ้ ึกษาแนวคดิ ทฤษฏี เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง ดงั น้ี

1. บริบทของโรงเรยี นบ้านวังทอง
2. แนวคิดและหลักการเกยี่ วกบั การประเมนิ โครงการ

1.1 ความหมายของการประเมนิ
1.2 ความหมายของโครงการ
1.3 ความหมายของการประเมินโครงการ
1.4 วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ
1.5 ความสาคัญและประโยชนข์ องการประเมนิ โครงการ
1.6 กระบวนการประเมนิ โครงการ
1.7 รปู แบบของการประเมนิ โครงการ
3. โครงการสง่ เสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษา
4. งานวิจยั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
5. กรอบแนวคิดการประเมินโครงการ

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

บริบทของโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กาแพงเพชร เขต 1

บรบิ ทของโรงเรียนบ้านวังทอง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร
เขต 1 (แผนปฏิบตั กิ ารประจาปีการศกึ ษา 2563 โรงเรียนบา้ นวงั ทอง, 2563 หนา้

สภาพทั่วไปของสถานศกึ ษา
โรงเรยี นบ้านวังทอง ต้ังอยเู่ ลขที่ 88 หมทู่ ี่ 2 ตาบลวังทอง อาเภอเมืองกาแพงเพชร

จังหวัดกาแพงเพชร รหสั ไปรษณีย์ 62000 โทรศัพท์ 055 029 580
1. เปดิ สอนตั้งแตร่ ะดบั ชนั้ อนุบาล 1 - ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3
2. เขตพนื้ ท่ีบริการ จานวน 3 หมบู่ า้ น ได้แก่
2.1) หมทู่ ี่ 2 บ้านวงั ทอง
2.2) หมู่ท่ี 16 บ้านเตาขนมจนี
2.3) หมทู่ ี่ 17 บ้านท่งุ เอ้อื ง
3. ช่อื ผู้บริหาร นายศภุ กิจ คงเพชรศักดิ์ ตาแหนง่ ผู้อานวยการชานาญการ

ดารงตาแหน่งทส่ี ถานศึกษาน้ีตั้งแต่ 2 กมุ ภาพันธ์ 2564 จนถึงปจ๎ จุบนั
4. ประวัตโิ ดยย่อของสถานศึกษา
โรงเรียนบ้านวังทอง ก่อตั้งเม่ือปี พ.ศ. 2512 โดยการนาของพระภิกษุ (เหน่ง ทอง

ชานาญ) และคณะกรรมการ จานวน 9 คน คือ รายนามดังน้ี นายเอื้อน พลบุตร นายยก นิล
พันธ์ นายทา สมดี นายแต๋ว สุวาท นายบญุ ช่วย แรงเขตการณ์ นายฤทธ์ิ ไชยศิริ นายสมาน พรม
น้อย นายถัด จันทร์ศิริ และนายเทื้อม พรมแจ่ม ร่วมกันสร้างอาคารช่ัวคราวขึ้น จานวน 1 หลัง
มีขนาดกวา้ ง 9 เมตร ยาว 18 เมตร จานวน 3 ห้องเรยี น ด้วยงบประมาณ 30,000 บาท ซึ่งสร้าง
แลว้ เสรจ็ เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2512

เปิดทาการเรียนการ สอนคร้ังแรก เม่ือวันที่ 1 พฤษภ าคมพ.ศ. 2513
โดยมี นายมาก ทองลือชา เป็นครูใหญ่คนแรก ต่อมา พ.ศ. 2515 นายแวน แว่นเขตกรรม ได้มอบ
ทด่ี ินใหแ้ กโ่ รงเรียน รวมเนอื้ ที่ 12 ไร่ 3 งาน 46 ตารางวา

ปกี ารศกึ ษา 2539 ได้รบั อนุญาตให้เปิดเป็น “โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
ม.1 – ม.3” เปน็ โรงเรียนปฏิรูปทางการศกึ ษา

ปี พ.ศ. 2557 ไดผ้ า่ นการประเมินเพอ่ื การพัฒนาและรบั รองต้นแบบโรงเรยี นดี
ศรีตาบล ประจาปีการศกึ ษา 2557

หน้า : 8

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

5. ทาเนยี บผู้บริหารสถานศึกษา

ตารางท่ี 1 แสดงข้อมลู ทาเนียบผบู้ ริหารสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านวงั ทอง

ลาดับท่ี รายนามผู้บรหิ าร คุณวฒุ ิ ตาแหน่ง การดารงตาแหน่ง

1 นายมาก ทองลือชา - ครูใหญ่ 2513-2514
2514-2516
2 นายคะนึง กิตติขจร ป.กศ. รก.ครูใหญ่ 2516-2517
3 นายสารวม วังนาค - ครูใหญ่ 2517-2523
4 นายชะเอม หอมอดุ ม - ครใู หญ่ 2523-2526
2526-2530
5 นายธวชั ศรพิ งษ์ ค.บ. อาจารย์ใหญ่ 2530-2536
6 นายชาติ มชี ยั ค.บ. อาจารย์ใหญ่ 2536-2544
7 นายวกิ รม เข็มรุ่ง ค.บ. อาจารยใ์ หญ่ 2544-2547
2547-2558
8 นายสานิตย์ พุดทรัพย์ ค.บ. ผูอ้ านวยการ 21 ธ.ค. 58
ถึง 9 พ.ย.63
9 นายจานง ธรรมยา ค.บ. ผอู้ านวยการ 8 กุมภาพนั ธ์ 64

10 นายเอนก มธั ยม ศษ.บ ผู้อานวยการ

11 ดร.มีชยั พลทองมาก กษ.ค ผ้อู านวยการ

12 นายศภุ กิจ คงเพชรศกั ด์ิ กษ.ม. ผอู้ านวยการ

6. ทาเนียบคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน

ตารางท่ี 2 แสดงข้อมลู คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐานโรงเรยี นบ้านวงั ทอง ตามคาส่งั

สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษากาแพงเพชร เขต 1 ที่ 324/2559 ลงวนั ที่

29 มิถุนายน 2559 ดงั น้ี

ลาดับที่ รายนามคณะกรรมการสถานศกึ ษา ตาแหนง่

1. นายสมคิด สมัครเขตการณ์ ประธานฯ

2. นายสรุ นิ ทร์ คุ้ยเจยี๊ ผทู้ รงคณุ วุฒิ

3. นางบญุ เรือน ชาวระหาญ ผ้แู ทนผปู้ กครอง

4. นายสมจิตต์ อยู่เย็นดี ผูแ้ ทนองค์กรชมุ ชน

5. นายจันทร์ ธญั ญผล องค์กรปกครองท้องถนิ่

6. นางแตงไทย งามประดบั เลศิ ผู้แทนศิษย์เก่า

7. นายคาพอง หอมสมบัติ ผูแ้ ทนองคก์ รศาสนา

8. นายทศพร สว่างอารมณ์ ผูแ้ ทนครู

9. นายศุภกจิ คงเพชรศักด์ิ กรรมการและเลขานุการ

หนา้ : 9

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ขอ้ มูลนักเรยี น หอ้ งเรยี น งบประมาณทไ่ี ด้รบั จัดสรร

ขอ้ มูลจานวนนักเรียน จาแนกตามระดับชั้น ปีการศึกษา 2563 ขอ้ มูล ณ วันท่ี 31 มกราคม
2564 ดังนี้

1. จานวนนักเรยี นในเขตพ้ืนท่ีบริการทง้ั หมด 208 คน
2. จานวนนักเรยี นจาแนกตามระดับช้ันทเี่ ปิดสอน

ตารางที่ 3 แสดงข้อมูลนกั เรียน การศึกษา 2563 ขอ้ มูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2563 )

ทัง้ หมด

ชน้ั ชาย หญงิ รวม

อนุบาล 2 6 8 14
อนบุ าล 3 9 6 15
รวมอนุบาล 15 14 30
ประถมศึกษาปีที่ 1 11 5 16
ประถมศึกษาปีท่ี 2 13 6 19
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 15 7 22
ประถมศึกษาปีที่ 4 7 8 15
ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 12 16 28
ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 8 6 14
รวมประถม 66 48 114
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 11 14 25
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 11 10 21
มธั ยมศึกษาปีที่ 3 9 10 19
รวมมธั ยม 31 34 65
รวมท้งั หมด 112 96 208

หน้า : 10

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ขอ้ มูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา

ตารางที่ 4 แสดงข้อมูลจานวนผบู้ รหิ าร ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรยี นบา้ นวังทอง

ประจาปีการศึกษา 2563 จาแนกตามตาแหน่ง และวฒุ ทิ างการศึกษา ดงั นี้

ท่ี ช่ือ - สกลุ ตาแหน่ง วทิ ยฐานะ วฒุ ิ กศ. วชิ าเอก

( ยอ่ )

1 นายศุภกจิ คงเพชรศักดิ์ ผอู้ านวยการ ชานาญการ กศ.ม. บรหิ ารการศึกษา

2 นายทศพร สว่างอารมณ์ ครู ชานาญการพิเศษ ค.บ. สังคมศึกษา

3 นางขตั ตยิ า หมหู่ ม่ืนศรี ครู ชานาญการพเิ ศษ กศ.ม. แนะแนว

4 นางสุธรรมมา วงศธ์ นบัตร ครู ชานาญการพิเศษ ค.บ. ภาษาองั กฤษ

5 นายสปุ ระวัติ วงศธ์ นบตั ร ครู ชานาญการพเิ ศษ กศ.ม. บรหิ ารการศกึ ษา

6 นางสาวณพฐั อร เกษมี ครู คศ.1 - กศ.ม. การบริหารการศึกษา

7 นางสาวนพวรรณ พรอ้ มวงศ์ ครู ค.ศ.1 - ศษ.บ. บรหิ ารการศกึ ษา

8 นางสาวอัสนา วทิ ิต ครู ค.ศ.1 - ค.บ. การศกึ ษาปฐมวัย

9 นางสาวขนิษฐา ประทมุ แมน ครผู ู้ชว่ ย - ค.บ. ภาษาองั กฤษ

10 นายวีระ แซ่ย่าง ครูผ้ชู ว่ ย - ค.บ. คณติ ศาสตร์

11 นางสาวศศธิ ร ศรแี กว้ ครผู ูช้ ่วย - ค.บ. ภาษาไทย

12 นายชวรฐั สุทธะมสุ กิ ครผู ู้ช่วย - ค.บ. สังคมศึกษา

13 นายณรงค์ อินหมู ครูผชู้ ว่ ย - ค.บ. วทิ ยาศาสตร์

14 นางพชั รินทร์ แมน้ พว่ ง ครผู ูส้ อน - ค.บ. การประถมศึกษา

15 นางสาววาธนิ ี สังคง พ่เี ล้ียงเดก็ - ศศ.บ. ภาษาไทย

พิการ

16 นางสาวจุฑารตั น์ โชติประชา จนท.ธรุ การ - บธ.บ การวิจัยสังคม

17 นางลาดวน มานะต่อ นักการฯ - ป.6 -

18 นางวชั รพล มานะต่อ จนท.รักษาความ - ป.6 -
ปลอดภยั

หนา้ : 11

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

อาคารเรยี นและอาคารประกอบ

ข้อมูลอาคารเรียนและอาคารประกอบ จานวน 10 หลงั ดงั น้ี

ตารางที่ 5 แสดงข้อมูลอาคารเรยี นและอาคารประกอบโรงเรียนบ้านวงั ทอง จาแนกตามประเภทของ

อาคาร และห้องเรยี น ดังน้ี

ลาดบั รายการ จานวน

อาคารเรยี น

1 อาคารเรียนระดับปฐมวัย (แบบ ป.1ซ) 1 หลัง

2 อาคารประถมศกึ ษาตอนตน้ และห้องเรยี นพิเศษ (LD) 1 หลงั
(แบบ สปช. 102/26 ขนาด 4 ห้องเรียน ) 1 หลัง
1 หลงั
3 อาคารเรยี นประถมศึกษาตอนปลาย
(แบบ สปช 105/29 ใต้ถุนสูง บันไดข้ึน 2 ข้าง)

4 อาคารเรียนมัธยมศึกษาตอนตน้ (แบบ สปช. 105/29)

ห้องเรียน/หอ้ งพเิ ศษ

5 หอ้ งเรยี นระดบั ก่อนประถม 2 ห้อง

6 หอ้ งเรยี นประถมศึกษา 6 ห้อง

7 หอ้ งเรยี นระดับมัธยม 3 หอ้ ง

8 หอ้ งวทิ ยาศาสตร์ (ห้องเรยี น ม.3) 1 หอ้ ง

9 หอ้ งปฏบิ ัติการทางภาษา - หอ้ ง

10 ห้องคอมพิวเตอร์ 1 หอ้ ง

11 ห้องสมดุ 1 ห้อง

12 หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารการงานอาชีพ 1 ห้อง

อาคารประกอบ

13 อาคารอเนกประสงค์ (แบบ สปช. 203/26) 1 หลัง

14 บา้ นพกั ครู (แบบ สปช. 301/26) 2 หลัง

15 สว้ ม (แบบ 601/26 ขนาด 4 ทน่ี ่ัง) 2 หลัง

16 อาคารห้องสมดุ (วังทองร่วมใจ) 1 หลงั

17 สว้ มนกั เรียนหญิง 4 ท/่ี 49 (ขนาด 4 หอ้ ง) 1 หลงั

18 อาคารปฏิบตั เิ พาะเห็ด/เก็บอุปกรณก์ ารเกษตร 1 หลงั

20 โรงเรือนไก่พันไข่ 1 หลัง

หน้า : 12

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

สภาพชมุ ชนโดยรวม

1. สภาพชุมชนรอบสถานศึกษา

 ที่ตงั้

ตงั้ อยู่ ณ หมทู่ ่ี 2 บา้ นวังทอง ตาบลวงั ทอง อาเภอเมืองกาแพงเพชรจังหวดั กาแพงเพชร

ทศิ เหนือ ตดิ ตอ่ กับ หม่ทู ่ี 16 บ้านเตาขนมจีน ตาบลวงั ทอง

อาเภอเมืองฯ จังหวัดกาแพงเพชร

ทิศตะวนั ออก ติดต่อกับ หมทู่ ี่ 15 บา้ นมอสาราญ ตาบลวงั ทอง

อาเภอเมืองฯ จงั หวัดกาแพงเพชร

ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ตอ่ กับ หมูท่ ่ี 17 บา้ นท่งุ เอ้ือง ตาบลวังทอง

อาเภอเมืองฯ จังหวดั กาแพงเพชร

ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกับ หมทู่ ่ี 17 บ้านอา่ งหิน ตาบลอา่ งทอง

อาเภอเมืองฯ จงั หวดั กาแพงเพชร

 ลกั ษณะภูมิประเทศ

โดยพ้ืนที่สว่ นใหญเ่ ปน็ ทีร่ าบสลบั เนินเขา ซง่ึ ตง้ั อยบู่ ริเวณทิศตะวนั ตกเฉยี งใต้ของอาเภอ

เมืองกาแพงเพชร โดยระยะใกลท้ ่ีสดุ จากอาเภอเมืองกาแพงเพชร ประมาณ 36 กิดลเมตร และ

ระยะหา่ งที่สดุ จากอาเภอเมอื งกาแพงเพชร ประมาณ 50 กโิ ลเมตร

 การคมนาคมขนสง่

ในเขตพ้นื ท่ีบริการของโรงเรยี นบ้านวงั ทอง มีเสน้ ทางคมนาคมทางรถยนต์ระหวา่ ง

อาเภอเมืองกาแพงเพชร จังหวดั กาแพงเพชร และอาเภอคลองลาน จังหวดั กาแพงเพชร แยกเขา้

โรงเรียนจากเสน้ ทางหลักถึงโรงเรยี นบ้านวังทอง 3 กิโลเมตร ปจ๎ จบุ ันนบั ว่า สะดวกและรวดเรว็

เนื่องจากมโี ครงขา่ ยการคมนาคมสะดวกและรวดเร็ว ซ่งึ ประกอบหมู่ที่ 2 บา้ นวงั ทอง หมู่ที่ 2 และหมู่

ท่ี 5 เป็นถนนลาดยางและถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จานวน 2 ชอ่ งทาง

 การสาธารณสขุ

ในเขตบริการของโรงเรียนบ้านวงั ทอง มีจานวนสถานบริการดา้ นการแพทยแ์ ละ

สาธารณสุข ได้แก่

- โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบลมอสงู 1 แหง่

 ลกั ษณะภูมศิ าสตร์

1. เนอื้ ท่ที ั้งหมดของเขตบริการ 16,369 ตารางกิโลเมตร

2. ประชากรท้งั หมด) 1,837 คน

หนา้ : 13

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ประชากรแยกรายหมูบ่ ้าน (ข้อมูลจากสาธารณสุขมลู ฐานจังหวัดกาแพงเพชร) ดงั นี้

- หมู่ที่ 2 บ้านวงั ทอง 693 คน

- หม่ทู ี่ 16 บา้ นเตาขนมจีน 517 คน

- หมทู่ ่ี 17 บา้ นทงุ่ เอื้อง 627 คน

3. จานวนบา้ นทง้ั หมด 1,129 ครวั เรือน

4. การปกครองและการบริหาร

1. หมู่บา้ น 3 แหง่

2. องค์การบริหารส่วนตาบล 1 แห่ง

5. ศาสนา

จานวนวดั รวม 3 แหง่

จานวนพระภิกษุ 14 รปู

บริบทชุมชน/แหล่งเรียนรู้ ภูมิปญ๎ ญาท้องถ่นิ และการใช้แหล่งวิชาการการนอกระบบ

1. โบราณสถานขนึ้ ทะเบียนแล้ว - แห่ง

2. ศนู ย์การเรยี นรชู้ ุมชน 4 แหง่

3. ศูนยก์ ีฬาประจาตาบล 1 แห่ง

2. ขอ้ มูลผปู้ กครอง
 ระดบั การศกึ ษาของผูป้ กครอง

ระดบั การศกึ ษาของผูป้ กครองส่วนใหญ่ จบการศกึ ษาชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
และประถมศึกษาปที ี่ 6

 การประกอบอาชีพ
สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของพ้ืนทภ่ี ายในเขตพื้นท่บี ริการโรงเรยี นบา้ นวงั ทอง สว่ นใหญ่

จะขนึ้ อยู่กบั ภาคเกษตรกรรมเป็นหลกั ประกอบด้วย การทานา พชื เศรษฐกิจที่ทารายไดเ้ ข้าหม่บู า้ น
ไดแ้ ก่ ข้าวและมนั สาปะหลัง สาขาอันดบั รองจากภาคเกษตรกรรม คือ การค้าขาย และอาชีพรบั จ้าง

 รายไดข้ องผูป้ กครอง
รายได้เฉลย่ี 25,000 บาท/คน/ปี

 ศาสนาท่นี ับถือ
ประชากรในเขตบริการของโรงเรียนบา้ นวังทอง นับถอื ศาสนาพุทธ รอ้ ยละ 100

หนา้ : 14

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

แนวคดิ และหลกั การเกี่ยวกบั การประเมิน

ความหมายของการประเมนิ
มนี กั วชิ าการหลายทา่ นได้กลา่ วถงึ ความหมายของการประเมนิ ไวด้ ังนี้
สุวิมล ติรกานันท์ (2548, หน้า 17) กล่าวว่า นิยามของการประเมิน คือ กระบวนการ
จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศประกอบการตัดสินใจ คุณภาพของสารสนเทศข้ึนอยู่กับ
ความเปน็ ปรนยั หรือความชดั เจนของการได้ข้อมูลมา จงึ ไดข้ ้อมลู อย่างถูกต้องและเหมาะสม
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 6) กล่าวว่า ความหมายการประเมินว่า คือ
กระบวนการตีความหมายของการตัดสินคุณค่าจากส่วนท่ีวัดได้จากการวัดผล โดยวัตถุประสงค์เป็น
ตัวกาหนดวา่ กจิ กรรมนัน้ ดีหรือเลวอย่างไร เหมาะสมประการใด
พสิ ณุ ฟองศรี (2549, หน้า 2) กล่าวว่า ความหมายของการประเมิน คือ กระบวนการ
ตัดสินคุณค่าของสิ่งหนึ่งส่ิงใดโดยการนาสารสนเทศหรือผลจากการวัดมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์
ที่กาหนดไว้ นอกจากความหมายของการประเมิน ภาษาอังกฤษ คือ Evaluation หรือ Assessment
บางกรณีก็ใช้ในความหมายเดยี วกนั โดยเฉพาะในหนงั สือ ตาราของอเมริกัน ส่วนกลุ่มประเทศที่อยู่ใน
เครือจกั รภพอังกฤษจะใช้ 2 คานี้ในความหมายท่ีแตกต่างกนั
นงลักษณ์ วิรัชชัย (2545, หน้า 151) กล่าวว่า การประเมิน หรือ Assessment คือ
การตัดสนิ ใจโดยไม่เนน้ ข้อสรุปในภาพรวม (Precision) ในการประเมนิ มากนัก เช่น การประเมินผู้เรียน
(Student Assessment) การประเมินบุคลากร (Personnel Assessment) และการประเมิน
ความต้องการจาเป็น (Need Assessment) ซ่ึงการดังกล่าวจะนาไปสู่กระบวนการประเมินท่ีเรียกว่า
Evaluation ต่อไป ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า Evaluation เป็นความหมายของการประเมินที่กว้างและ
ครอบคลมุ มากทสี่ ดุ
กลา่ วโดยสรปุ การประเมนิ หมายถึง กระบวนการตดั สินคุณค่าอย่างเปน็ ระบบตอ่ ส่ิงใดส่ิง
หนึง่ ดว้ ยการเกบ็ รวบรวมข้อมูลเพ่ือสร้างสารสนเทศประกอบการตัดสนิ ใจ มาวเิ คราะห์เปรียบเทยี บ
กบั เกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ให้ไดส้ ารสนเทศปรนัยหรือความชดั เจน ถูกต้องและเหมาะสม มาประกอบการ
ตดั สินใจ ว่ากจิ กรรมนน้ั ดหี รือเลวอย่างไร เหมาะสมประการใด

หน้า : 7

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ความหมายของโครงการ

มีนกั วิชาการหลายทา่ นไดก้ ลา่ วถึง ความหมายของโครงการ ไวด้ ังน้ี
สภุ าพร พิศาลบตุ ร (2542, หนา้ 71) กลา่ วว่า โครงการ หมายถึง แผนงานที่จัดทาขึ้นอย่าง
เป็นระบบ โดยประกอบด้วยกิจกรรมย่อยหลายกิจกรรมที่ต้องใช้ทรัพยากรในการดาเนินงานและ
คาดหวงั ว่าจะได้ผลตอบแทนอย่างคมุ้ ค่าจะต้องมีจุดเร่ิมตน้ และจุดสิ้นสดุ ในการดาเนนิ งาน
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544, หน้า 115) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง แผนย่อยซ่ึงเป็น
ส่วนหน่ึงของแผนงานหรือเป็นกลุ่มของกิจกรรมที่จะดาเนินการในระยะเวลาท่ีกาหนดเพื่อให้บรรลุ
เปูาหมายและวัตถปุ ระสงค์ของแผนงานท่ไี ด้ระบไุ ว้
สุพักตร์ พิบูลย์ และกานดา นาคะเวช (2545, หน้า 117) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง
กลุ่มของกิจกรรมท่ีเห็นว่าเป็นทางเลือกในการยกระดับคุณภาพงานท่ีได้รับการคัดสรรแล้วว่า
เหมาะสมและน่าจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการยกระดับคุณภาพงานปกติ โดยมีจุดมุ่งหมาย
เปูาหมายกิจกรรมการดาเนนิ งานทช่ี ดั เจนและมีชว่ งระยะเวลาในการดาเนินงานที่แน่นอน
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 80-81) กล่าวว่า โครงการมีความหมาย
4 ประการ ได้แก่ โครงการจะต้องมีกาหนดเวลาสิ้นสุด โครงการมีกิจกรรมที่ซับซ้อน กิจกรรมจะ
สนองตอบวัตถุประสงคโ์ ครงการและเมือ่ โครงการสิ้นสุดจะไม่มกี ารทาซ้าในลักษณะเดิมอีก
ศุภชัย ยาวะประภาษ (2547, หน้า 380) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง กิจกรรมพื้นฐาน
ท่ีกาหนดขึ้นเพื่อนาเอาวัตถุประสงค์ของหน่วยงานหรือองค์การไปปฏิบัติให้สาเร็จลุล่วงภายใน
ระยะเวลาทีก่ าหนดไวแ้ น่นอน
สุวิมล ติรกานันท์ (2548, หน้า 36) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง แผนงานย่อยท่ีจัดเป็น
แผนปฏิบัติการและถูกจัดทาข้ึนมาในลักษณะท่ีเป็นรูปธรรม มีความชัดเจนในระดับท่ีสามารถนาไป
เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้ มีลักษณะที่สาคัญ คือ เป็นแผนงานที่มีการกาหนดจุดเริ่มต้นและ
จุดส้ินสุดของแผนงาน ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย ๆ ท่ีพึ่งพิงและสอดคล้องกันภายใต้วัตถุประสงค์
เดียวกัน มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ภายใต้เงื่อนไขภายนอกและภายในองค์กร มีการระบุ
เปูาหมายสุดท้ายของโครงการและมสี ถานทีต่ ง้ั โครงการ อาจจะเปน็ แหง่ เดยี วหรือหลายแหง่ ก็ได้
พิสณุ ฟองศรี (2549, หน้า 64) กล่าวว่า โครงการ หมายถึง สิ่งที่กาหนดไว้เพ่ือ
วัตถปุ ระสงคอ์ ย่างใดอย่างหน่งึ ซงึ่ ต้องมเี ปาู หมายกิจกรรมและเวลาในการดาเนินการที่ชัดเจน โดยจะ
เป็นส่วนหน่ึงตามลาดับช้ันของแผนระดับต่าง ๆ มีความสาคัญในการช่วยให้เป็นแนวทางกาหนด
กิจกรรมและทรัพยากรต่าง ๆ รวมท้ังช่วยประสานในการดาเนินงานและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ
ทาให้เกิดประโยชน์ต่อความชัดเจนของแผน และการนาแผนไปปฏิบัติ โดยการใช้ทรัพยากรได้อย่าง
เหมาะสม ลดความซา้ ซ้อน ควบคุมการปฏบิ ัติตามแผนได้ ทาใหผ้ เู้ กี่ยวข้องเกิดความม่นั ใจ

หน้า : 8

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

สุวิทย์ มูลคา และสุนันทา สุนทรประเสริฐ (2550, หน้า 146) กล่าวว่า โครงการ
(Project) หมายถึง การกาหนดแนวทางในการแก้ป๎ญหาหรือพัฒนางานท่ีมีวัตถุประสงค์เด่นชัด
มีกิจกรรมที่ทาให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างเหมาะสม มีการจัดทรัพยากรอย่างประหยัดและมี
ประสิทธิภาพ มีเวลาเร่ิมต้นและสิ้นสุดของงาน โครงการประกอบด้วยงานและกิจกรรมต่าง ๆ ที่มี
ความสมั พันธ์กันและมีเปาู หมายเดียวกนั

กล่าวโดยสรุป โครงการ หมายถึง การกาหนดแผนงานหรือส่วนหนึ่งของงานท่ีจัดทาขึ้น
อย่างเป็นระบบและชดั เจน มีการกาหนดรายละเอียดในการปฏิบัติงานโดยประกอบด้วยกิจกรรมย่อย
หลายกิจกรรม มีการกาหนดวัตถุประสงค์ เปูาหมายอย่างวิธีการดาเนินงาน ระยะเวลาชัดเจน มีการ
ประเมินผลได้อย่างเป็นระบบทาให้เกิดประโยชน์ต่อความชัดเจนของแผน และการนาแผนไปปฏิบัติ
โดยการใช้ทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ลดความซ้าซ้อน ควบคุมการปฏิบัติตามแผนได้ ทาให้
ผ้เู ก่ยี วขอ้ งเกิดความมัน่ ใจเพือ่ ให้งานดาเนินไปได้และบรรลุ ตามวัตถุประสงค์ และเปูาหมายท่ีกาหนด
ไว้ ในระยะเวลาท่ีกาหนด

ความหมายของการประเมนิ โครงการ

การประเมินโครงการเป็นกระบวนการในการกาหนดคุณค่าของการดาเนินโครงการหรือ
กิจกรรมที่กาหนดข้ึนในแผนงาน เพื่อไปสู่การตัดสินใจกับโครงการนั้น ๆ ว่าดีมีประสิทธิผลเพียงใด
และได้มนี กั วชิ าการหลายทา่ นไดก้ ล่าวถงึ ความหมายของการประเมินโครงการ ไว้ดังนี้

สาราญ มแี จ้ง (2544, หนา้ 14) กลา่ วว่า การประเมินโครงการ หมายถึง การตัดสินคุณค่า
ของสิ่งของหรือบุคคลอันได้แก่ พฤติกรรมโดยเทียบกับเกณฑ์ การประเมินค่าแตกต่างกับการตีค่า
ตรงทว่ี า่ การตคี า่ น้ันดูลักษณะหรอื พฤติกรรมของบคุ คลท่เี ทียบกบั สิ่งแวดล้อม

สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544, หน้า 117) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง
กระบวนการทีก่ ่อให้เกิดสารนิเทศในการปรับปรุงโครงการ และสารนิเทศในการตัดสินผลสัมฤทธิ์ของ
โครงการ ซ่ึงเป็นข้ันตอนสาคัญของการบริหารงานเชิงระบบ จึงมีความจาเป็นอย่างย่ิงที่เม่ือ
ดาเนินงานโครงการสน้ิ สดุ แลว้ ตอ้ งมกี ารประเมนิ โครงการ

กัมพล ผลพฤกษา (2545, หน้า 26 ) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง
กระบวนการในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลและวเิ คราะหข์ ้อมูลของการดาเนินโครงการแล้วพิจารณาตัดสิน
ว่าโครงการน้นั บรรลุตามวัตถุประสงคท์ ก่ี าหนดไว้หรือไม่ ระดบั ใด

ประชุม รอดประเสริฐ (2545, หน้า 73) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง
กระบวนการในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของการดาเนินโครงการ และพิจารณาบ่งช้ีให้
ทราบถึงจุดเด่นหรือจุดด้อยของโครงการน้ัน ๆ อย่างมีระบบแล้ว ตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไข
โครงการน้ันเพอื่ การดาเนินการต่อไปหรอื ยุติการดาเนินโครงการน้ัน

หนา้ : 9

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

สุณี หงส์วิเศษ (2546, หน้า 28) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง วิธีการหรือ
กระบวนการในการเก็บและรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบคุณค่าของสิ่งที่ต้องการจัดเพื่อ
พิจารณาจุดเด่น จุดด้อยของโครงการนั้นอย่างมีระบบแล้วนามาตัดสินคุณค่าโดยเปรียบเทียบตาม
โครงการเพื่อนาผลเหลา่ น้ันมาตอบคาถามต่าง ๆ ใหผ้ ู้บรหิ ารทราบ

มยุรี อนุมานราชธน (2546, หน้า 286) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง การ
ออกแบบการวิจัยประเมินผล และการวิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือให้ได้มาซึ่งผลสรุปการวิจัยที่มี ความ
เทีย่ งตรงและความเช่ือมั่นมากทีส่ ุดในสถานการณ์หนึ่ง ๆ

สุชาติ ประสิทธิ์สนิ ธ์ุ (2547, หน้า 2) กล่าวว่า การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการ
แสวงหาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดาเนินโครงการว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้ันตอนต่าง ๆ ที่
ได้กาหนดไว้หรือไม่มีป๎ญหาและอุปสรรคอะไร และบรรลุตามเปูาหมายที่ต้องการหรือไม่มีผลกระทบ
ในแง่มมุ ต่าง ๆ อย่างไรท่ีเกดิ ขนึ้ จากโครงการบ้าง

กล่าวโดยสรุป การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการตัดสินคุณค่าของโครงการ
มีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของการดาเนินโครงการโดยนามาใช้เป็นสารสนเทศในการ
ตรวจสอบเปูาหมายของโครงการและพิจารณาบ่งชี้ให้ทราบถึงจุดเด่น จุดด้อยของโครงการนั้น
อย่างมีระบบ แล้วตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไขโครงการน้ันเพ่ือการดาเนินงานต่อไปหรือจะยุติ
การดาเนินงานโครงการน้ันเสียหรือนาข้อมูล ป๎ญหา อุปสรรคท่ีพบไปใช้เป็นแนวทางการดาเนิน
โครงการท่ีมีลักษณะใกลเ้ คียงกนั ตอ่ ไป

วตั ถปุ ระสงค์ของการประเมินโครงการ

การดาเนินการประเมินโครงการใด ๆ ก็ตามจะต้องมีจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาขอ้ เทจ็ จรงิ ของการดาเนินโครงการ ซ่ึงผลของการประเมินโครงการ สามารถนาไปใช้ในการ
จัดทาข้อเสนอแนะต่อผู้บริหาร ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการดาเนินการจัดทาโครงการหรือ
เพ่ือเป็นข้อมูลในการปรับปรุงรูปแบบการบริหารโครงการให้เกิดความถูกต้อง เหมาะสม และ
เกิดประโยชน์ มีนกั วชิ าการหลายทา่ นได้กลา่ วถึงวตั ถุประสงคข์ องการประเมินโครงการ ไว้ดงั น้ี

สภุ าพร พิศาลบตุ ร (2542, หนา้ 210) กล่าวว่า วัตถปุ ระสงคข์ องการประเมนิ โครงการ
มดี งั น้ี

1. เพ่ือศึกษาดูวัตถปุ ระสงค์หรือเปูาหมายทกี่ าหนดไวแ้ ตเ่ ดิมยงั คงเป็นเปูาหมาย
ทแ่ี ทจ้ รงิ ในปจ๎ จบุ ันหรือไม่เพียงใด และยังคงเปน็ เปาู หมายทเ่ี หมาะสมมากเพียงใด

2. เพือ่ ค้นหาการบรรลวุ ัตถุประสงค์ทกี่ าหนด
3. เพอ่ื พจิ ารณาเหตผุ ลของความสาเร็จและความล้มเหลวของการปฏบิ ตั ิ
4. เพอ่ื แสดงถงึ หลกั การของแผนงานท่ีสาเรจ็ ผล

หนา้ : 10

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

5. เพอ่ื อานวยการบรหิ ารงานโดยการใช้เทคนิคสาหรับเพ่ิมประสทิ ธิผล
6. เพื่อเปน็ พ้นื ฐานสาหรับการวิจัยตา่ ง ๆ ทจ่ี ะมีขึ้นในระยะตอ่ ไป
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544 , หน้า 94) กล่าวว่า การประเมินโครงการมีวัตถุประสงค์
สาคญั คอื เพื่อช่วยปรบั ปรุงการบริหารงานหรอื โครงการ ตลอดจนดาเนินงานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ
สูงสุด เพื่อช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการหรืองานที่รับผิดชอบได้อย่างถูกต้องให้มี
ประสทิ ธภิ าพสูงสุด สาหรับวัตถปุ ระสงคเ์ ฉพาะของการประเมนิ มดี งั ตอ่ ไปน้ี
1. เพื่อช่วยปรบั ปรงุ พัฒนางานหรือโครงการต่าง ๆ
2. เพ่ือตัดสินผลเกี่ยวกับระดับผลสัมฤทธิ์ของงานหรือโครงการต่าง ๆ ช่วยให้ผู้บริหาร
ตัดสนิ ใจเกีย่ วกับโครงการไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. เพือ่ กระตุ้นทกุ ฝาุ ยทีเ่ ก่ียวข้องใหป้ ฏิบัตหิ นา้ ท่ีอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
สวุ ิมล ติรกานันท์ (2548, หน้า 22) กล่าวว่า วัตถุประสงค์จะต้องสอดคล้องกับแผนงาน
หลักและครอบคลุมเปูาหมาย การกาหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินผลมีหลักการตลอดจนวิธีการ
คล้ายคลึงกับการกาหนดวัตถุประสงค์ของแผนทุกอย่าง มีแตกต่างกันตรงท่ีการกาหนดวัตถุประสงค์ของ
การประเมินผลนี้จะต้องอิงอยู่กับวัตถุประสงค์ของแผนหรือโครงการเป็นสาคัญ ท้ังน้ีเพราะการ
ประเมินผลเป็นการตรวจสอบแผนหรือตรวจสอบสมมุติฐานของแผนว่าเมื่อผ่านการปฏิบัติมาแล้ว
ยังเกิดผลตามท่ีคาดหมายไว้เพียงใดและได้มีการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ประการใดหรือไม่เพราะ
เหตุใด ดังนั้นจึงจาเป็นอย่างย่ิงที่ผู้ประเมินจะต้องรู้และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ เปูาหมาย มาตรฐาน
กระบวนการและวิธกี ารปฏบิ ัติงานรวมทั้งทรัพยากรต่าง ๆ ของแผนเป็นอย่างดี มิฉะนั้นแล้วผู้ประเมิน
จะทาการประเมนิ ไมไ่ ดเ้ ลย
กล่าวโดยสรุป วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ คือ การหาแนวทางตัดสินและ
การประเมินโครงการท่ีต้องสอดคล้องกับแผนงานมีความชัดเจนไม่คลุมเครือและต้องครอบคลุม
เปูาหมายและวัตถุประสงค์ เปูาหมายในการประเมินโครงการทาให้ทราบผลของการประเมินเพื่อ
เป็นการรวบรวมขอ้ มูลช่วยในการตดั สินใจว่าโครงการท่ีจะดาเนินการมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
มีป๎ญหาและอุปสรรคในการดาเนินการหรือไม่ และช่วยในการตัดสินใจว่าจะพัฒนาต่อไปหรือ
ยกเลิกโครงการ

หน้า : 11

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ความสาคัญและประโยชน์ของการประเมินโครงการ

นักวิชาการหลายทา่ นได้กลา่ วถึงความสาคัญและประโยชน์ของการประเมนิ โครงการ ไว้ดงั นี้
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544, หน้า 120) กล่าวว่า คุณลักษณะที่สาคัญของการประเมิน
โครงการ คือ เพื่อมุ่งแก้ป๎ญหาเฉพาะ เน้นเสนอทางเลือกเพื่อการตัดสินใจ มุ่งสนองตอบความต้องการ
ของผ้ใู ช้ ผลการประเมินเน้นการประเมินอรรถประโยชน์ทางสังคม (Social Utility) ผลการประเมิน
มีอสิ ระสูง มีความเป็นสากลน้อย เป็นเรือ่ งเก่ยี วกบั คุณค่า (Value) โดยตรง การตรงต่อเวลาแลเชื่อถือ
ในผลทปี่ ระเมนิ ได้ ซง่ึ ความสาคัญหรอื คุณประโยชน์ของการประเมินโครงการ ไดด้ ังนี้

1. การประเมินจะช่วยให้การกาหนดวัตถุประสงค์และมาตรฐานของการดาเนินงานมี
ความชัดเจนขน้ึ กลา่ วคอื กอ่ นที่โครงการจะได้รับการสนับสนุนให้นาไปใช้ย่อมจะได้รับการตรวจสอบ
อย่างละเอียดจากผู้บริหารและผู้ประเมินส่วนใดท่ีไม่ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์หรือมาตรฐานในการ
ดาเนินงาน หากขาดความแน่นอน แจ่มชัด จะต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้มีความถูกต้องชัดเจน
เสยี ก่อน ฉะน้นั กลา่ วได้วา่ การประเมนิ โครงการมสี ว่ นชว่ ยให้โครงการมีความชัดเจนและสามารถนาไป
ปฏบิ ัติไดอ้ ย่างได้ผลมากกว่าโครงการท่ไี มไ่ ด้รบั การประเมนิ

2. การประเมินโครงการช่วยให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่าหรือเกิดประโยชน์เต็มท่ี
ท้ังน้ีเพราะการประเมินโครงการจะต้องวิเคราะห์ทุกส่วนของโครงการ ข้อมูลใดหรือป๎จจัยใดท่ี
เป็นป๎ญหาจะได้รับการจัดสรรให้อยู่ในจานวนหรือปริมาณท่ีเหมาะสมเพียงพอแก่การดาเนินงาน
ทรัพยากรที่ไม่จาเป็นหรือมีมากเกินไปจะได้รับการตัดทอน และทรัพยากรใดที่ขาดก็จะได้รับ
การจัดหาเพ่ิมเติม ฉะนั้นการประเมินโครงการจึงมีส่วนทาให้การใช้ทรัพยากรของโครงการเป็นไป
อยา่ งคมุ้ ค่า และมีประสิทธิภาพ

3. การประเมินโครงการช่วยให้แผนงานบรรลุวัตถุประสงค์ดังที่ได้กล่าวแล้วว่าโครงการ
เป็นส่วนหนึ่งของแผน ดังน้ันเม่ือโครงการได้รับการตรวจสอบ วิเคราะห์ ปรับปรุง แก้ไข ให้ดาเนินการ
ไปด้วยดี ย่อมทาให้แผนงานดาเนินไปด้วยดีและบรรลุถึงวัตถุประสงค์ที่ได้กาหนดไว้ หากโครงการใด
โครงการหนึ่งมีป๎ญหาในการนาไปปฏิบัติย่อมกระทบกระเทือนต่อแผนงานท้ังหมด โดยส่วนรวม ฉะน้ัน
จึ ง อ า จ ก ล่ า ว ไ ด้ เ ช่ น เ ดี ย ว กั น ว่ า ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร มี ส่ ว น ช่ ว ย ใ ห้ โ ค ร ง ก า ร ด า เ นิ น ไ ป อ ย่ า ง มี
ประสิทธิภาพ หมายถึง การประเมินโครงการมีส่วนช่วยให้แผนงานบรรลุถึงวัตถุประสงค์และ
ดาเนนิ งานไปดว้ ยดีเช่นเดียวกนั

4. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยในการแก้ป๎ญหาอันเกิดจากผลกระทบ (Impact) ของ
โครงการและทาใหโ้ ครงการมีข้อที่ทาให้เกิดความเสียหายลดน้อยลง ดังตัวอย่างโครงการเข่ือนน้าโจน
ซง่ึ ในการสร้างถนนเพื่อไปสู่สถานท่ีสร้างเขื่อนนั้นต้องผ่านปุาไม้ธรรมชาติ ทาให้เกิดการลักลอบตัดไม้
ทาลายปาุ และสัตว์ปุาหลายชนิดอาจต้องสูญพันธ์ การประเมินโครงการจะช่วยให้เกิดโครงการปูองกัน

หนา้ : 12

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

รักษาปุา และโครงการอนุรักษ์และอพยพสัตว์ปุาข้ึนเพื่อแก้ป๎ญหา เป็นต้น ด้วยตัวอย่างและเหตุผล
ดงั กล่าวจึงถือได้ว่าการประเมนิ โครงการมีสว่ นในการชว่ ยแกป้ ๎ญหาได้

5. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยอย่างสาคัญในการควบคุมคุณภาพของงาน ดังท่ีได้
กล่าวแลว้ ว่า การประเมินโครงการเป็นการตรวจสอบและควบคมุ ชนิดหนง่ึ ซ่ึงดาเนินงานอย่างมีระบบ
และมคี วามเปน็ วิทยาศาสตร์อย่างมาก ทกุ อยา่ งของโครงการและป๎จจัยทุกชนิดที่ใช้ในการดาเนินงาน
จะได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียด กล่าวคือทั้งข้อมูลนาเข้า (Inputs) กระบวนการ (Process) และ
ผลงาน (Outputs) จะไดร้ บั การตรวจสอบประเมนิ ผลทกุ ขนั้ ตอน สว่ นใดท่ีเป็นป๎ญหาหรือไม่มีคุณภาพ
จะได้รับการพิจารณาย้อนกลับ (Feedback) เพ่ือให้การดาเนินงานใหม่จนกว่าจะเป็นไปตาม
มาตรฐานหรือเปูาหมายท่ีต้องการ ดังน้ัน จึงถือได้ว่าการประเมินผลเป็นการควบคุมคุณภาพของ
โครงการ

6. การประเมินโครงการ มีส่วนในการสร้างขวัญและกาลังใจให้ผู้ปฏิบัติตามโครงการเพราะ
การประเมินมิใช่เป็นการควบคุมบังคับบัญชาหรือสั่งการแต่เป็นการศึกษา วิเคราะห์เพื่อการปรับปรุง
แก้ไขและเสนอวิธีการใหม่ ๆ เพ่ือใช้ในการปฏิบัติโครงการอันย่อมจะนามาซ่ึงผลงานที่ดีเป็นท่ียอมรับ
ของผู้เก่ียวข้องทั้งปวงโดยลักษณะเช่นน้ีย่อมทาให้ผู้ปฏิบัติมีกาลังใจ มีความพึงพอใจและมีความตั้งใจ
กระตือรือร้นที่จะปฏิบตั งิ านตอ่ ไปและมากขนึ้ ฉะน้ันจึงกล่าวได้ว่าการประเมินโครงการ มีส่วนสาคัญ
ในการสร้างขวญั กาลังใจและความพึงพอใจในการปฏบิ ัตงิ าน

7. การประเมนิ โครงการช่วยในการตัดสนิ ใจในการบริหารโครงการ กลา่ วคือ การประเมิน
โครงการจะทาให้ผู้บริหารได้ทราบถึงอุปสรรค ข้อดี ข้อเสีย ความเป็นไปได้ และแนวทางในการ
ปรับปรุงแก้ไขการดาเนนิ โครงการ โดยข้อมลู ดังกล่าวจะช่วยทาให้ผู้บริหารตัดสินใจว่าจะดาเนินโครงการ
นั้นต่อไปหรือจะยุติโครงการน้ันเสีย นอกจากนั้นผลของการประเมินโครงการอาจเป็นข้อมูลอย่างสาคัญ
ในการวางแผนหรือการกาหนดนโยบายของผบู้ ริหาร

สวุ ทิ ย์ มลู คา และสุนันทา สนุ ทรประเสริฐ (2550, หน้า 151) กล่าวว่า ความสาคัญของ
การประเมนิ โครงการมีประโยชน์อย่างยง่ิ ตอ่ การบรหิ ารโครงการ ดงั นี้

1. ชว่ ยใหไ้ ด้ขอ้ มูลสารสนเทศต่าง ๆ เก่ียวกับโครงการที่นาไปใช้ในการตัดสินใจ เกี่ยวกับ
การกาหนดโครงการ การตรวจสอบความพร้อมของทรัพยากรต่าง ๆ ที่จาเป็นต้องใช้ในการดาเนิน
โครงการ ตลอดจนความเปน็ ไปได้ในการจดั ทาโครงการ

2. ชว่ ยใหท้ ราบขอ้ มูลสารสนเทศเกย่ี วกับความกา้ วหน้า ปญ๎ หาและอปุ สรรคของโครงการ
ท่ีนามาใช้ในการตัดสินใจเพื่อปรับปรุง หรือเปล่ียนแปลงแก้ไขการดาเนินโครงการ ให้เป็นไปตาม
ทิศทางทีต่ ้องการ

หน้า : 13

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

3. ช่วยให้ได้ข้อมูลสารสนเทศเก่ียวกับความสาเร็จและความล้มเหลวของโครงการ
ท่ีนามาใช้ในการตัดสินใจและวินิจฉัยว่าจะดาเนินการในช่วงต่อไป ยกเลิกหรือขยายการดาเนิน
โครงการต่อไปอกี

กล่าวโดยสรุป การประเมินโครงการมีความสาคัญและมีประโยชน์ คือ ช่วยให้ได้ข้อมูล
สารสนเทศต่าง ๆ เกี่ยวกับการดาเนินโครงการ ทาให้ทราบถึงความก้าวหน้า ป๎ญหาและอุปสรรค
ความสาเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการเพ่ือพิจารณาถึงคุณค่าหรือคุณประโยชน์ของโครงการ
เพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารโครงการ ตรวจสอบและปรับปรุง แก้ไขการดาเนินโครงการสามารถ
วิเคราะหข์ ้อดี ขอ้ จากัดของโครงการ เพ่ือเปน็ การตดั สินใจในการสนบั สนนุ โครงการต่อไป

กระบวนการประเมนิ โครงการ

ขั้นตอนหรือกระบวนการประเมินต้องมีจุดเร่ิมต้นของการกระทาและดาเนินไปได้โดยใช้เวลา
และทรัพยากรต่าง ๆ จนส้ินสุดลง ณ เวลาหนึ่งซึ่งคล้าย ๆ กับการเดินทางว่าจะออกเดินทางเมื่อใด
ไปโดยพาหนะอะไร ใช้เส้นทางไหน และจะถึงจุดหมายเม่ือใด ถ้าผู้ใดเดินทางมีข้อมูลเหล่านี้ย่อมจะ
มองเห็นภาพได้ สามารถเตรียมตัวเพื่อร่วมเดินทางได้ดีข้ึน การประเมินโครงการก็เช่นกัน มีข้ันตอน
การกระทาวา่ จะทาอะไรบา้ ง เม่ือร้วู ่าจะทาอะไร ในขน้ั ตอนไหน จะทาให้รตู้ อ่ ไปว่า
จะใชว้ ธิ ีการอะไร และไปสน้ิ สดุ ที่ไหน เกี่ยวกบั ขั้นตอนหรือกระบวนการประเมนิ โครงการ
มนี กั วิชาการหลายท่านได้กล่าวถงึ กระบวนการประเมนิ โครงการ ไว้ดังน้ี

สมหวัง พธิ ยิ านวุ ัฒน์ (2545, หนา้ 122) กล่าวว่า กระบวนการประเมินผลโครงการ
มขี ้นั ตอน ดังนี้

1. หลกั การเหตผุ ล และความสาคญั ของการประเมนิ โครงการ
2. ประเมินโครงการเพ่ืออะไร : การกาหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ
3. ประเมนิ อะไร : การวเิ คราะห์โครงการ
4. ประเมนิ ได้อะไร : การออกแบบการประเมิน
5. ขอ้ มูลท่ีต้องการมีอะไรบา้ งหรอื จะได้ข้อมลู เหล่านัน้ ด้วยวิธใี ด : การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
6. จะแยกและย่อสรุปข้อมูลเพื่อให้มคี วามหมายไดอ้ ย่างไร : การวิเคราะห์ข้อมลู
7. ผลการประเมนิ เป็นอย่างไรจะให้ผมู้ ีหน้าทต่ี ัดสนิ ใจทราบได้อย่างไร : การเขียนรายงาน
และการรายงานผลการประเมิน
ไพศาล หวังพานิช (2544, หนา้ 11 – 13) กล่าวว่า ขนั้ ตอนการประเมินโครงการ
มีข้ันตอนสาคัญ ดังน้ี
1. กาหนดเปาู หมาย ผู้ประเมินต้องกาหนดสิง่ ตอ่ ไปนี้อย่างชัดเจน

1.1 การประเมินโครงการนี้มีความจาเปน็ เพยี งใด

หนา้ : 14

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

1.2 จะนาผลการประเมินไปใช้อย่างไร
1.3 เป็นการประเมนิ ประเภทใดหรือระยะใดของโครงการ
1.4 จะใชแ้ นวคิดหรอื รูปแบบการประเมนิ อย่างไร
2. กาหนดวตั ถุประสงค์ เพ่อื สนองตอบเปูาหมายของการประเมินท่ีกาหนดไว้การประเมิน
ควรมีวัตถุประสงค์อย่างไรบ้าง ซ่ึงวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดนี้ต้องชัดเจน ครอบคลุม และสอดคล้องกับ
เปาู หมาย
3. กาหนดคุณลักษณะท่ีจะประเมินการท่ีจะสนองตอบวัตถุประสงค์ที่กาหนด จะต้อง
พิจารณาคุณลักษณะใดหรือมีอะไรเป็นตัวบ่งช้ี คุณลักษณะที่กาหนดนี้จะต้องสาคัญและตรง
ตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงและอย่างครบถ้วน คุณลักษณะหรือตัวบ่งชี้ในการประเมินก็คือตัวแปร
ในการวจิ ัยนนั่ เอง
4. นิยามคุณลักษณะ คุณลักษณะที่กาหนดข้ึนจะต้องนิยามหรือให้ความหมายอย่าง
ชัดเจนว่าคืออะไรหรือมีคุณสมบัติอย่างไร จะสังเกตคุณลักษณะเหล่าน้ันได้อย่างไร ถ้าคุณลักษณะใด
ไมส่ ามารถนยิ ามได้ย่อมหมายถึงผู้ประเมนิ ไมร่ ูจ้ กั คุณลักษณะน้ันและย่อมหมายถึงไม่สามารถวัดหรือเก็บ
ขอ้ มูลได้ ซง่ึ หมายถึงประเมินไม่ได้
5. ออกแบบการประเมนิ ทาการพิจารณาว่าการทจ่ี ะประเมินตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีกาหนด
หรอื ตอบป๎ญหาที่ต้องการทราบนนั้ ควรจะดาเนนิ การประเมนิ อยา่ งไร จากใคร ช่วงเวลาใดจงึ จะ
เหมาะสม
6. กาหนดแหล่งข้อมลู คณุ ลักษณะท่ีกาหนดเปน็ ลักษณะของส่ิงใดหรือของบุคคล กลุ่มใด
ในการประเมินครัง้ น้จี ะประเมนิ จากแหลง่ ใดหรอื จากใครบา้ ง จานวนเท่าใด
7. กาหนดเครื่องมือรวบรวมข้อมูลจากคุณลักษณะท่ีกาหนดและจากแหล่งข้อมูลที่จะใช้
ควรใช้เคร่ืองมือชนิดใดจึงจะได้ข้อมูลตรงความเป็นจริงมีความเป็นไปได้และสะดวกที่สุด วิธีการหรือ
เครือ่ งมือทใี่ ชเ้ ป็นหลักการเพื่อการรวบรวมข้อมูลสาหรับการประเมนิ ไดแ้ ก่
7.1 การสงั เกต (Observation)
7.2 การสัมภาษณ์ (Interview)
7.3 แบบทดสอบ (Test)
7.4 แบบสอบถาม (Questionnaires)
7.5 มาตราประมาณค่า (Scaling)
7.6 การวเิ คราะหเ์ อกสาร (Document Analysis)
8. เขียนแผนการประเมนิ เปน็ การกาหนดโครงร่าง (Proposal) ของการประเมินโดยระบุ
รายละเอียดในการดาเนนิ การประเมนิ ไว้แต่ต้น (ข้อ 1-7) พร้อมทั้งกาหนดแผนปฏิบัติหรือปฏิทินการ
ดาเนนิ การ ตลอดจนค่าใช้จ่ายตา่ ง ๆ ทจ่ี าเป็นเพ่ือการจดั สรรงบประมาณ

หนา้ : 15

รายงานการประเมนิ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบ้านวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

9. สร้างเคร่ืองมือ ดาเนินการสร้างหรือเลือกเครื่องมือท่ีจะใช้ในการรวบรวมข้อมูล โดย
เคร่ืองมือเหล่านั้นจะต้องมีความเที่ยงตรง (Validity) ความเช่ือมั่น (Reliability) ความเป็นปรนัย
(Objectivity) หรือชัดเจน เข้าใจง่ายและเหมาะสม (Usability) กับหน่วยตัวอย่างหรือกลุ่มตัวอย่าง
ทีจ่ ะให้ขอ้ มลู

10. ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ควรตรวจสอบคณุ ภาพของเคร่ืองมือในด้านตา่ ง ๆ ดว้ ย
วิธีทเ่ี หมาะสม เพื่อการแก้ไขปรบั ปรงุ เครื่องมือก่อนทจี่ ะนาไปใช้เกบ็ รวบรวมข้อมลู จรงิ

11. กาหนดเกณฑ์การประเมิน การตรวจสอบคุณลักษณะท่ีกาหนด จะใช้ส่ิงใดเป็น
เกณฑ์ตัดสิน อาจเป็นได้ทั้งเกณฑ์การบรรยายหรือเกณฑ์ท่ีเป็นจานวน เกณฑ์ที่กาหนดอาจเป็นทั้ง
แบบสมบูรณ์(Absolute Criteria) ในกรณีที่คุณลักษณะนั้นมีการกาหนดมาตรฐานไว้ และแบบ
สัมพัทธ์ (Relative Criteria) ในกรณีท่ีมิได้กาหนดมาตรฐานไว้ก่อน ซ่ึงเกณฑ์แบบสัมพัทธ์น้ีต้อง
คานึงถงึ ความเหมาะสมเปน็ ไปได้ ประกอบการพจิ ารณาในการกาหนด

12. เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดาเนินการอยา่ งทันการณ์ อย่างเปน็ ระบบและถูกต้อง
ยุตธิ รรม และให้ครบถว้ นตามแผนทกี่ าหนด

13. วิเคราะห์ขอ้ มลู รวบรวม ประมวล จดั หมวดหมูข่ ้อมูล ดาเนนิ การวเิ คราะหห์ รอื
สรปุ ข้อมลู ดว้ ยเทคนิคและวธิ กี ารทีเ่ หมาะสม

ชยั ชนะ สระทองทา (2544, หน้า 41 – 42) กลา่ ววา่ ขนั้ ตอนของการประเมินผล
มี 3 ขนั้ ตอน คือ

1. ทาการวัดส่ิงท่ีจะเกิดขึ้นจริงโดยกาหนดว่าจะวัดอะไร แล้ววัดโดยวิธีอะไร แล้วจึง
กาหนดวิธกี ารวดั และการเก็บรวบรวมขอ้ มลู

2. เปรยี บเทยี บข้อมูลท่ีวัดไดก้ บั มาตรฐาน เมื่อวดั ข้อมูลมาแลว้ จะตอ้ งทาการเปรียบเทียบ
กบั มาตรฐานท่ีมีอยู่ ถ้าการปฏบิ ัตจิ รงิ หรือผลการวดั ออกมาแตกต่างไปจากมาตรฐานการทบทวนจะ
เกิดขึน้ โดยขัน้ ตอนต่อไป

3. เมื่อการปฏิบัติแตกต่างจากมาตรฐาน การพิจารณาเพื่อหาสาเหตุความเหมาะสมและ
ความเป็นไปได้ต่างๆ ซึ่งเม่ือพิจารณาแล้วอาจมีการปรับปรุงวิธีการข้ันตอนและกระบวนการ
ปฏิบัตงิ านใหมเ่ พอื่ ใหส้ ามารถทางานได้อาจจะต้องทาการปรบั ปรุงมาตรฐานเสียใหม่ใหส้ อดคล้องกนั

ทวีป ศิริรัศมี (2545, หน้า 115) กล่าวว่า องค์ประกอบที่เป็นหัวใจของกระบวนการ
ประเมิน คอื การวดั (Measurement) และการเปรียบเทียบ (Comparison) การวัดเป็นกระบวนการ
กาหนดสถานภาพ (Status) และจานวน (Amount) ของสิ่งต่าง ๆ การวัดอยู่บนพ้ืนฐานของตัวเลขและ
การพรรณนาทม่ี ีความถูกต้องเปน็ รูปธรรมและนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ การวดั ไปใช้ในการพัฒนาตัวแปรที่
มีความสาคัญต่อสภาพที่ทาการประเมินการเปรียบเทียบเป็นการนาผลจากการวัดมาเปรียบเทียบกัน
เพื่อตัดสิน (Judgment) ตามมาตรฐาน (Standard) หรือเกณฑ์ (Criteria) ที่กาหนดไว้ในการ

หนา้ : 16

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นวังทอง
สังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

ประเมินผลโครงการ การเปรียบเทียบจะเป็นเรื่องของการเปรียบเทียบระหว่างจุดส้ินสุดโครงการกับ
จุดเร่ิมต้นโครงการ ระหว่างสภาพท่ีเป็นอยู่กับสภาพท่ีควรจะเป็น (บรรทัดฐานหรือมาตรฐาน) ระหว่าง
โครงการนี้กับโครงการอ่ืนที่คล้ายคลึงกันหรือระหว่างส่ิงที่เกิดข้ึนกับส่ิงท่ีมุ่งหวัง (วัตถุประสงค์) การ
เปรียบเทียบจะมีการใช้มาตรฐานเกิดขึ้น การตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกาหนดคุณค่า
(Worth or Value) การตัดสินเป็นการตัดสินใจเก่ียวกับขอบเขตที่เป็นความแตกต่างในการ
เปรียบเทียบเป็นสาคัญ โดยการวางอยู่บนพ้ืนฐานของประสบการณ์ ความรู้ และสามารถท่ีจะ
ตรวจสอบความสัมพันธ์ได้อย่างเป็นวัตถุนิสัย (Objectively) ในการตัดสินใจซึ่งเป็นการกาหนดคุณค่า
นนั้ จะเป็นการตัดสนิ ใจว่าโครงการมีประโยชนแ์ ละเป็นส่ิงทีป่ รารถนาตอ่ บคุ คลใด ๆ หรอื ไม่

กล่าวโดยสรุป กระบวนการประเมิน คือ ขั้นตอนการประเมินโดยละเอียดขึ้นอยู่กับส่ิงที่จะ
ประเมนิ แต่โดยทัว่ ไปสามารถแบง่ ครา่ ว ๆ คือ ศึกษารายละเอียดของส่ิงท่ีจะถูกประเมิน ศึกษาความ
ต้องการของผู้ท่ีจะใช้ผลการประเมินกาหนดประเด็นในการประเมิน กาหนดตัวชี้วัด ออกแบบการ
ประเมนิ เก็บรวมรวม ข้อมูล วเิ คราะหข์ ้อมลู แปรผลและสรปุ ผลเขียนรายงาน

รูปแบบของการประเมนิ โครงการ

นักวิชาการหลายทา่ นไดก้ ล่าวถึงรปู แบบของการประเมนิ โครงการ ไว้ดังนี้
เยาวดี รางชยั กุล วิบูลยศ์ รี (2546, หนา้ 27) กล่าวว่า ถงึ แม้ว่าแนวทฤษฎีและรูปแบบ
การประเมินท่ีผู้เชี่ยวชาญทางการประเมินหลายท่านได้เสนอไว้มีลักษณะที่แตกต่างกันท้ังในแนวคิด
และวิธีนาไปใช้เพ่ือให้เข้าใจลักษณะของรูปแบบได้ชัดเจนข้ึน จึงขอสรุปรูปแบบการประเมินว่า
มลี กั ษณะสาคัญ 4 ประการ ดงั นี้

1. เปน็ การถา่ ยทอดความคิด จินตนาการของบคุ คลท่มี ีต่อปรากฏการณใ์ ด ๆ การถ่ายทอด
ดังกล่าว จะถ่ายทอดออกมาเป็นโครงสร้างท่ีมีระบบระเบียบ สาหรับการนาเสนอเพื่อให้ผู้อ่ืนเข้าใจ
ตามแนวคดิ ของรปู แบบไดโ้ ดยง่าย

2. โครงสรา้ งของรูปแบบจะเน้นเฉพาะตัวแปร องค์ประกอบหรือสาระท่ีสาคัญ ๆ รูปแบบ
ต่าง ๆ ที่เข้าข่ายเป็นลักษณะของรูปแบบท่ีจะต้องเน้นส่ิงสาคัญ ๆ เท่าน้ันเพ่ือให้ง่ายต่อการทาความ
เข่าใจ

3. ต้องมีการเชื่อมโยงต่อเน่ืองระหว่างตัวแปรองค์ประกอบหรือสาระสาคัญ ตัวแปร
องคป์ ระกอบหรือสาระสาคญั ต้องมีการเช่ือมโยงอยา่ งเปน็ ระบบง่ายต่อการเข้าใจโดยอาจใช้สัญลักษณ์
ต่าง ๆ เพื่อใหร้ ปู แบบมคี วามกระชับเท่าทีจ่ ะทาได้

4. รปู แบบไม่ใชก่ ารบรรยายหรอื พรรณนาอย่างยดื ยาว รปู แบบควรเป็นภาพ แผนภมู ิ
สญั ลกั ษณห์ รือแผนผงั ทีเ่ ข้าใจไดด้ ้วยการนาเสนอเพียงครัง้ เดยี วหรือน้อยคร้ังท่ีสุด

หนา้ : 17

รายงานการประเมินโครงการส่งเสรมิ คุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรยี นบ้านวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

รูปแบบการประเมินโครงการของครอนบาค (Cronbach)

เยาวดี วิบูลย์ศรี (2546, หน้า 32 – 34) กล่าวว่า รูปแบบการประเมินตามแนวคิดเห็น
ของครอนบาค (Cronbach) คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลและการใช้สารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจ
เก่ียวกับการจัดโปรแกรมทางการศึกษา คาว่า โปรแกรมในความหมายของครอนบาค (Cronbach)
ใช้ได้ท้ังในความหมายที่กว้าง เช่น เป็นกิจกรรมใดก็ได้ เป็นกิจกรรมการเรียนการสอน คาแนะนา
ท่แี จกจ่ายให้คนส่วนใหญ่ปฏบิ ัตติ ามหรือการทดลองทางการศึกษาก็ได้

จุดมุ่งหมายของการประเมินของครอนบาค แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดงั นี้
1. การตัดสินใจเพื่อการปรงุ รายวิชา (Course Improvement) เพ่ือตัดสินใจเลือก
อปุ กรณ์การเรยี นการสอน และวิธีการสอนใดที่น่าพอใจ และมีส่วนใดทด่ี าเนนิ การอยู่แล้วตอ้ งแก้ไข
2. การตดั สนิ ใจทเ่ี กย่ี วข้องกับตวั นักเรยี นเปน็ รายบคุ คล (Decision about individual)
เช่น การจัดกลมุ่ นกั เรยี นให้เหมาะสมกับความสามารถ
3. เพื่อการตัดสินเกยี่ วกบั ระเบียบวธิ ใี นการบรหิ าร (Administrative regulation) เช่น
การพัฒนาระบบคุณภาพของโรงเรียนเพือ่ การตัดสินว่า ระบบการศึกษาของโรงเรียนดีหรอื ไม่เพียงไร
และครูแต่ละคนของโรงเรียนมีประสิทธภิ าพดหี รือไมอ่ ย่างไร เปน็ ต้น
แนวทางการประเมนิ ของครอนบาค (Cronbach) มี 4 แนวทาง ดังน้ี
1. การศกึ ษากระบวนการ (Process Studies) ได้แก่ การศึกษาภาวะการณต์ า่ ง ๆ ที่
เกดิ ข้ึนในชั้นเรียน เชน่ การท่ีนกั เรียนทาแบบฝึกหดั ไม่ถูกต้อง การสังเกตผลการใชส้ ่ือ การซักถาม
นักเรยี นขณะทาการสอน ภาวะการณ์ท่ีเกิดข้ึนเหลา่ นี้ สามารถนามาเป็นข้อมลู ท่ใี ชเ้ พื่อพัฒนาหรอื
ปรับปรุงรายวชิ าได้เปน็ อยา่ งดี
2. การวัดศักยภาพของผเู้ รยี น (Proficiency Measurement) ครอนบาคให้ความสาคัญ
ต่อคะแนนรายข้อมากกว่าคะแนนจากแบบทดสอบทั้งฉบับ โดยให้ทัศนะว่า คะแนนจากแต่ละข้อ
สามารถช้ใี ห้เหน็ ถงึ สิง่ ที่ผเู้ รยี นได้เรียนรู้แล้วและส่ิงที่ควรจะพฒั นาตอ่ ไป
3. การวัดทัศนคติ (Attitude Measurement) เป็นผลที่เกิดจากการเรียนการสอน
ส่วนหนึ่ง ซ่ึงมีความสาคัญเช่นกัน การวัดทัศนคติอาจทาได้หลายวิธี เช่น การสัมภาษณ์และ
การตอบแบบสอบถาม
4. การตดิ ตามผล (Follow-up Studies) เปน็ การติดตามผลการทางาน หรือภาวการณ์
เลอื กศึกษาต่อในสาขาต่าง ๆ

หนา้ : 18

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนาการศึกษาโรงเรียนบา้ นวังทอง
สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาแพงเพชร เขต ๑

รูปแบบการประเมนิ โครงการของไทเลอร์ (Tyler)

ไทเลอร์ (Tyler) เป็นนักประเมินรุ่นแรก ๆ ในปี ค.ศ. 1930 และเป็นผู้เร่ิมต้นบุกเบิก
แนวความคิดเห็นเก่ียวกับการประเมินโครงการ ไทเลอร์มองการประเมิน คือการเปรียบเทียบ
พฤตกิ รรมเฉพาะด้านกับจดุ มุ่งหมายเชิงพฤติกรรมทีว่ างไว้

ไทเลอร์ (Tyler) กลา่ ววา่ จุดมุ่งหมายของการประเมนิ มดี ังน้ี
1. เพือ่ ตัดสนิ ว่า จุดมุ่งหมายของการศึกษาทต่ี ั้งไว้ในรปู ของจดุ มุ่งหมายเชิงพฤติกรรมนน้ั

ประสบผลสาเรจ็ หรือไม่ ส่วนใดทปี่ ระสบผลสาเรจ็ ก็อาจเก็บไวใ้ ชไ้ ด้ต่อไปแตส่ ว่ นใด
ไม่ประสบผลสาเร็จก็จะไดป้ รับปรงุ แก้ไขต่อไป

2. เพื่อประเมินค่าความก้าวหน้าทางการศึกษาของกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ เพื่อให้
สาธารณชนได้ขอ้ มลู ท่นี า่ เชื่อถอื ได้ ในอันทจ่ี ะช่วยเขา้ ใจป๎ญหาและความต้องการทางการศึกษาได้และ
เพื่อใช้ข้อมลู นั้นเป็นแนวทางในการทจ่ี ะปรบั ปรงุ นโยบายทางการศึกษาท่ีคนสว่ นใหญ่เห็นดว้ ยได้

ในการประเมินผลโครงการนั้น ควรจะต้องยึดความสาเร็จของคนส่วนใหญ่เป็นเกณฑ์ในการ
ตัดสินความสาเรจ็ ของกลุ่มตวั อย่างขนาดเล็กจะถอื เป็นความสาเร็จของโครงการยอ่ มไมไ่ ด้

เยาวดี รางชัยกลุ วบิ ลู ยศ์ รี (2546, หน้า 30 - 31) กล่าวว่า แนวคิดทางการประเมินของ
ไทเลอร์ คือ การจัดเป็นแนวคิดทางการประเมินในระดับช้ันเรียน โดยไทเลอร์มีความเห็นว่าการ
ประเมินผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนักเรียน จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการพัฒนากระบวนการทางการ
เรียนการสอนทั้งน้ีไทเลอร์ (Tyler) ได้เร่ิมต้นการเสนอแนวคิดทางการประเมิน โดยยึดกระบวนการ
ของการจัดการเรยี นการสอนเปน็ หลัก กระบวนการจัดการเรียนการสอนเป็นกระบวนการท่ีมุ่งจัดข้ึน
เพ่ือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่พึงปรารถนาในตัวของผู้เรียน ด้วยเหตุนี้จุดเน้นของ
การเรยี นการสอน เพือ่ ให้การสอนเกดิ การเปล่ียนแปลงพฤตกิ รรม ในตัวผเู้ รียนตามท่ีมุ่งหวัง

กระบวนการประเมินของไทเลอร์ (Tyler) มขี น้ั ตอนในการดาเนินการ ดังน้ี
ขั้นท่ี 1 ต้องมีการระบุหรือกาหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนลงไปว่าเมื่อส้ินสุดการจัด
การ เรีย นการส อน แล้ว ผู้เ รียน คว รเกิดพฤติกรร มใด หรือสามาร ถกระทาสิ่ งใด ได้ บ้างลักษณะขอ ง
วัตถปุ ระสงคท์ ่ีชดั เจนดงั กลา่ วน้ี ควรมีจุดเน้นอยู่ที่การกาหนดพฤติกรรมซึ่งสังเกตเห็นได้โดยชัดเจนหรือ
ทเ่ี รียกว่าวตั ถปุ ระสงค์เชิงพฤตกิ รรม
ขั้นที่ 2 ต้องระบุต่อไปว่าจากวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ดังกล่าวนั้น มีเน้ือหาใดบ้าง
ที่ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ หรือมีสาระใดบ้างที่เมื่อผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แล้ว จะก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลง
พฤตกิ รรมไปตามวตั ถุประสงคท์ ร่ี ะบุไวใ้ นขั้นตอนที่ 1
ข้ันที่ 3 หารูปแบบและวิธีการจัดรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหา ซ่ึง
ผเู้ รยี นต้องเรยี นรูต้ ามท่ีระบุไวใ้ นขนั้ ตอนที่ 2

หน้า : 19


Click to View FlipBook Version