187 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 73 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาจีบหงาย ระดับชายพก มือซ้ายกำมือหลวม ๆ เท้าแตะจมูกซ้าย ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือขวาจับข้อมือ ซ้ายตัวนาง มือซ้ายท้าวสะเอว เท้าแตะจมูก เท้าขวา รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านขวา วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือขวาจีบปรกข้าง มือซ้ายตั้งวงระดับปาก เท้าถัดขวาเดิน ขึ้นไปทิศด้านหน้า ตัวพระ ทิศทาง: ด้านขวา วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือขวาจีบปรกข้าง มือซ้ายตั้งวงระดับปาก เท้าถัดขวาเดิน ขึ้นไปทิศด้านหน้า
188 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 74 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาตั้งวงหงาย แขนตึงระดับไหล่ มือซ้ายกำมือหลวม ๆ เท้าประเท้าซ้าย ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาจับข้อมือ ตัวนาง มือซ้ายตั้งวงแขนตึงระดับไหล่ เท้าประเท้าซ้าย รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านขวา วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบส่งหลัง เท้าถัดเท้าขวาเดินลงทิศ ด้านหลัง หมุนตัวไปทิศด้านซ้าย ตัวพระ ทิศทาง: ด้านขวา วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบส่งหลัง เท้าถัดเท้าขวาเดินลงทิศ ด้านหลัง หมุนตัวไปทิศด้านซ้าย
189 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 75 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือขวาตั้งวง แขนตึงระดับไหล่ มือซ้ายกำข้อมือ หลวม ๆ เท้าก้าวหน้าเท้าซ้าย ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือขวาจับข้อมือ ตัวนาง มือซ้ายตั้งวงหงายแขนตึง ระดับไหล่ เท้าก้าวหน้าเท้าซ้าย รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านซ้าย วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาตั้งวง ระดับปาก มือซ้ายจีบปรกข้าง เท้าถัดเท้าขวา เดินขึ้นทิศด้านหน้า ตัวพระ ทิศทาง: ด้านซ้าย วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาตั้งวง ระดับปาก มือซ้ายจีบปรกข้าง เท้าถัดเท้าขวา เดินขึ้นทิศด้านหน้า
190 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 76 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาตั้งวงหงาย แขนตึงระดับไหล่ มือซ้ายกำข้อมือหลวม ๆ เท้ากระทุ้งเท้าขวาแล้วประสมเท้าซ้าย จากนั้นถัดเท้าขวาเดินวนลงไปทิศด้านหลัง ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวา จับข้อมือตัวนาง มือซ้ายตั้งวงแขนตึง ระดับไหล่ เท้ากระทุ้งเท้าขวาแล้วประสม เท้าซ้าย จากนั้นถัดเท้าขวาเดินวนลงไปทิศ ด้านหลัง รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านซ้าย วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือขวาจีบส่งหลัง มือซ้ายตั้งวงบน เท้าถัดเท้าขวาเดินลง ทิศด้านหลัง หมุนตัวกลับมาทิศด้านหน้า ตัวพระ ทิศทาง: ด้านซ้าย วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือขวาจีบส่งหลัง มือซ้ายตั้งวงบน เท้าถัดเท้าขวาเดินลง ทิศด้านหลัง หมุนตัวกลับมาทิศด้านหน้า
191 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 77 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้ายแล้วเอียงขวา มือขวาตั้งวงหงาย มือซ้ายตั้งวง มือทั้งสอง แขนตึงระดับไหล่ วาดแขนแล้วพลิกข้อมือ เท้าก้าวหน้าเท้าขวาวางหลังเท้าซ้าย ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้ายแล้วเอียงขวา มือขวาตั้งวงหงาย มือซ้ายตั้งวง มือทั้งสอง แขนตึงระดับไหล่ วาดแขนแล้วพลิกข้อมือ เท้าก้าวหน้าเท้าขวาวางหลังเท้าซ้าย รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้ายแล้วเอียงขวา มือขวาตั้งวง มือซ้ายตั้งวงหงาย มือทั้งสองแขนตึง ระดับไหล่ เท้าก้าวหน้าขวากระทุ้งเท้าซ้าย ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้ายแล้วเอียงขวา มือขวาตั้งวง มือซ้ายตั้งวงหงาย มือทั้งสองแขนตึง ระดับไหล่ เท้าก้าวหน้าขวากระทุ้งเท้าซ้าย
192 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 78 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหลัง วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้ายแล้วเอียงขวา มือทั้งสองจีบล่อแก้วระดับวงกลาง เท้าก้าวหน้าเท้าซ้าย จรดเท้าขวาแล้ว ซอยเท้าวิ่งเป็นวงกลมสลับที่กับตัวพระ ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้ายแล้วเอียงขวา มือทั้งสองจีบล่อแก้วระดับวงกลาง เท้าก้าวหน้าเท้าซ้าย จรดเท้าขวาแล้ว ซอยเท้าวิ่งเป็นวงกลมสลับที่กับตัวนาง รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือทั้งสองหยิบแล้ว คลายมือ มือขวาระดับวงบน มือซ้ายระดับ วงล่าง เท้าประเท้าขวาแล้วก้าวหน้าเท้าขวา ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือทั้งสองหยิบแล้ว คลายมือ มือขวาระดับวงบน มือซ้ายระดับ วงล่าง เท้าประเท้าขวาแล้วก้าวหน้าเท้าขวา
193 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 79 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหลัง วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือทั้งสอง จีบล่อแก้วหักข้อมือเข้าหาลำตัว มือทั้งสอง อยู่ระดับวงกลางเท้าถอนเท้าขวาแล้วจรด เท้าซ้าย จากนั้นซอยเท้าวิ่งเป็นวงกลม สลับที่กับตัวพระ ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือทั้งสอง จีบล่อแก้วหักข้อมือเข้าหาลำตัว มือทั้งสอง อยู่ระดับวงกลางเท้าถอนเท้าขวาแล้วจรด เท้าซ้าย จากนั้นซอยเท้าวิ่งเป็นวงกลม สลับที่กับตัวนาง รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือทั้งสองหยิบแล้ว คลายมือ มือขวาระดับวงล่าง มือซ้ายระดับ วงบน เท้าประเท้าซ้ายแล้วก้าวหน้าเท้าซ้าย (ก้าวหน้า 3 จังหวะ วางหลัง 3 จังหวะ) ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือทั้งสองหยิบแล้ว คลายมือ มือขวาระดับวงล่าง มือซ้ายระดับ วงบน เท้าประเท้าซ้ายแล้วก้าวหน้าเท้าซ้าย (ก้าวหน้า 3 จังหวะ วางหลัง 3 จังหวะ)
194 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 80 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหลัง วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบหงายระดับชายพก เท้าถอนเท้า ซ้ายและจรดเท้าขวา จากนั้นซอยเท้าวิ่งเป็น วงกลมสลับที่กับตัวพระ ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบหงายระดับชายพก เท้าถอนเท้า ซ้ายและจรดเท้าขวา จากนั้นซอยเท้าวิ่งเป็น วงกลมสลับที่กับตัวนาง รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้ายแล้วเอียงขวา มือขวาตั้งวง มือซ้ายจีบหงาย มือทั้งสอง ระดับอก เท้าถอนซ้าย ถอนเท้าขวา นั่งบนส้นเท้า ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้ายแล้วเอียงขวา มือขวาตั้งวง มือซ้ายจีบหงาย มือทั้งสอง ระดับอก เท้าถอนซ้าย ถอนเท้าขวา นั่งบนส้นเท้า
195 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 81 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหลัง วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาตั้งวงล่าง มือซ้ายจีบปรกข้าง เท้าถอนเท้าขวาแล้ว จรดเท้าซ้าย จากนั้นซอยเท้าวิ่งเป็นวงกลม สลับที่กับตัวพระ ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือขวาตั้งวงล่าง มือซ้ายจีบปรกข้าง เท้าถอนเท้าขวาแล้ว จรดเท้าซ้าย จากนั้นซอยเท้าวิ่งเป็นวงกลม สลับที่กับตัวนาง รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะตรง มือทั้งสองจีบคว่ำ ที่หน้าขาแล้วม้วนมือปล่อยจีบวางมือบน หน้าขา นั่งบนส้นเท้า ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะตรง มือทั้งสองจีบคว่ำ ที่หน้าขาแล้วม้วนมือปล่อยจีบวางมือบน หน้าขา นั่งบนส้นเท้า
196 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 82 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านซ้าย วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือทั้งสอง จีบล่อแก้ว มือขวาระดับวงบน มือซ้าย ระดับชายพก เท้าก้าวหน้าเท้าซ้ายแล้ว ก้าวหน้าเท้าขวา หมุนตัวไปด้านทิศขวา ตัวพระ ทิศทาง: ด้านซ้าย วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือทั้งสองหยิบ แล้วคลายมือ มือขวาระดับวงบน มือซ้าย ระดับวงล่าง เท้าก้าวหน้าเท้าซ้ายแล้ว ก้าวหน้าเท้าขวา หมุนตัวไปด้านทิศขวา รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะตรง มือไหว้ นั่งบนส้นเท้า ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะตรง มือไหว้ นั่งบนส้นเท้า
197 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 83 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านขวา วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงซ้าย มือทั้งสอง จีบล่อแก้ว มือขวาระดับชายพก มือซ้าย ระดับวงบน เท้าก้าวหน้าเท้าขวาแล้ว ก้าวหน้าเท้าซ้าย หมุนตัวไปด้านทิศหน้า ตัวพระ ทิศทาง: ด้านขวา วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวา มือทั้งสองหยิบ แล้วคลายมือ มือขวาระดับวงล่าง มือซ้าย ระดับวงบน เท้าก้าวหน้าเท้าขวาแล้ว ก้าวหน้าเท้าซ้าย หมุนตัวไปด้านทิศหน้า รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะตรง มือไหว้ปลายนิ้วหัวแม่มือ จรดที่ตีนผม นั่งบนส้นเท้า ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะตรง มือไหว้ปลายนิ้วหัวแม่มือ จรดที่ตีนผม นั่งบนส้นเท้า
198 ตารางที่ 7 เปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 84 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวาแล้วเอียงซ้าย มือทั้งสองจีบคว่ำระดับชายพก แล้วปล่อย จีบออกเป็นมือขวาตั้งวงบน มือซ้ายตั้งวง แขนตึงระดับไหล่ เท้าประเท้าซ้ายแล้ว ก้าวหน้าเท้าซ้าย ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะเอียงขวาแล้วเอียงซ้าย มือทั้งสองจีบคว่ำระดับชายพก แล้วปล่อย จีบออกเป็นมือขวาตั้งวงบน มือซ้ายตั้งวง แขนตึงระดับไหล่ เท้าประเท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าซ้ายแล้วแตะจมูกเท้าซ้าย ยืนพระ รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ตัวนาง ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะตรง มือไหว้ นั่งบนส้นเท้า ตัวพระ ทิศทาง: ด้านหน้า วิธีปฏิบัติ: ศีรษะตรง มือไหว้ นั่งบนส้นเท้า ที่มา: ผู้วิจัย
199 จากตารางเปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร พบว่ามีกระบวนท่ารำในการตีบท ตามคำร้องเหมือนกัน จำนวน 10 ท่า ได้แก่ คำร้องว่า “ทอดกร” “ซ้ายขวา” “ไขว่คว้า” “เคล่าคล่อง” “เลี้ยวลอด” “สอดคล้อง” “วนเวียน” “กั้นกาง” และ “อัมพร” แต่อย่างไรก็ตาม บางกระบวนท่ารำถึงแม้ว่าจะใช้ลักษณะสรีระร่างกายคล้ายกัน แต่มีการใช้ทิศทางในการรำแตกต่างกัน ได้แก่ คำร้องว่า “เคล่าคล่อง” กล่าวคือ กระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร จะหันหน้ามาทางด้านขวา ศีรษะเอียงขวา หันหน้าไปทางทิศหน้า ส่วนกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) จะหันหน้ามาทางด้านขวา ศีรษะเอียงซ้าย หันหน้าไปทางทิศหลัง คำร้องว่า “อัมพร” กล่าวคือ กระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร จะหันหน้ามาทางด้านซ้าย ส่วนกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) จะหันหน้ามาทางด้านหน้า และกระบวนท่ารำในทำนองเพลงเร็ว จำนวน 4 ท่า ได้แก่ ท่าผาลาเพียงไหล่ ท่าจับหนึ่ง ตัวพระท่ายิ้ม ตัวนางท่าอาย และท่ารำส่าย ดังตารางที่ 6 ซึ่งท่าผาเพียงไหล่นั้น ถึงแม้กระบวนท่ารำ ทั้ง 2 รูปแบบจะใช้ลักษณะมือเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ กระบวนท่ารำระบำ พรหมาสตร์ของกรมศิลปากรผู้แสดงจะยืนสวนทางกัน โดยตัวพระจะหันด้านหลัง ตัวนางจะหัน ด้านหน้า ส่วนกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ตัวพระและตัวนางจะหันหน้ามาทางด้านหน้า ตัวพระยืนด้านหลังตัวนาง
200 ตารางที่ 8กระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกันระหว่างชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนายธงชัยไพรพฤกษ์ กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 1 รำตามบทร้อง “ทอดกร” รำตามบทร้อง “ทอดกร” 2 ทำนองเอื้อนหลังคำร้องว่า “กรีดกราย” ทำนองเอื้อนหลังคำร้องว่า “กรีดกราย” 3 รำตามบทร้อง “ซ้ายขวา” รำตามบทร้อง “ซ้ายขวา”
201 ตารางที่ 8กระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกันระหว่างชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนายธงชัยไพรพฤกษ์ กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 4 รำตามบทร้อง “ไขว่คว้า” รำตามบทร้อง “ไขว่คว้า” 5 รำตามบทร้อง “เคล่าคล่อง” รำตามบทร้อง “เคล่าคล่อง” 6 รำตามบทร้อง “สอดคล้อง” รำตามบทร้อง “สอดคล้อง”
202 ตารางที่ 8กระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกันระหว่างชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนายธงชัยไพรพฤกษ์ กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 7 ทำนองเอื้อนหลังคำร้องว่า “สอดคล้อง” ทำนองเอื้อนหลังคำร้องว่า “สอดคล้อง” 8 รำตามบทร้อง “วนเวียน” รำตามบทร้อง “วนเวียน”
203 ตารางที่ 8 กระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกันระหว่างชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนายธงชัยไพรพฤกษ์ กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 9 รำตามบทร้อง “กั้นกาง” รำตามบทร้อง “กั้นกาง” 10 รำตามบทร้อง “อัมพร” รำตามบทร้อง “อัมพร”
204 ตารางที่ 8กระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกันระหว่างชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนายธงชัยไพรพฤกษ์ กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 11 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา 12 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา
205 ตารางที่ 8กระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกันระหว่างชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนายธงชัยไพรพฤกษ์ กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร (ต่อ) ที่ กระบวนท่ารำของกรมศิลปากร กระบวนท่ารำของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ 13 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา เข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา 14 รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา รำเข้าตามทำนองเพลงเร็ว – ลา ที่มา: ผู้วิจัย นอกจากกระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกันระหว่างชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนายธงชัย ไพรพฤกษ์ กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร ที่มีกระบวนท่ารำ ในการตีบทตามคำร้องเหมือนกัน จำนวน 10 ท่า และกระบวนท่ารำในทำนองเพลงเร็ว จำนวน 4 ท่า ดังกล่าวข้างต้นแล้ว กระบวนท่ารำทั้งสองชุดการแสดงยังมีความแตกต่างกัน ดังนี้
206 1. การรำออกเพลงของชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ใช้กระบวนท่ารำชักแป้งผัดหน้า แล้วใช้ท่าป้องหน้า ส่วนกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์จะใช้กระบวนท่ารำ ได้แก่ ท่าสอดสูง ท่าผาลา ท่าจีบยาว และท่าสอดสร้อยมาลา 2. ท่ารำประกอบคำร้อง นอกจากกระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกันจำนวน 15 ท่า ได้แก่ คำร้องว่า “ทอดกร” “ซ้ายขวา” “ไขว่คว้า” “เคล่าคล่อง” “เลี้ยวลอด” “สอดคล้อง” “วนเวียน” “กั้นกาง” และ “อัมพร” ยังมีท่ารำประกอบคำร้องที่มีความแตกต่างกัน จำนวน 15 ท่า ได้แก่ คำร้องว่า “ต่างจับ” “ระบำ” “รำฟ้อน” “กรีดกราย” “ร่ายเรียง” “เคียงคม” “ประสมตา” “เลี้ยวไล่” “เป็นท่าทาง” “ซ้อนจังหวะ” “ประเท้า” “ไปตามหว่าง” “เหียนหัน” “เป็นคู่ ๆ” และ “อยู่กลาง” 3. กระบวนท่ารำในทำนองเพลงเร็ว ลักษณะที่มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ กระบวนท่ารำ ระบำพรหมาสตร์ส่วนมากผู้แสดงจะยืนสวนทางกัน โดยตัวพระจะหันด้านหลัง ตัวนาง จะหันด้านหน้า ส่วนกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) เป็นกระบวนท่ารำคู่ที่ให้ตัวพระและ ตัวนางจะหันหน้ามาทิศทางเดียวกัน สรุป องค์ประกอบการแสดงของคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) สันนิษฐานว่า เมื่อนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) อพยพออกมาจากวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชแล้วได้มา ตั้งคณะละครของตนขึ้นใหม่ องค์ประกอบการแสดงต่าง ๆ ทั้งผู้แสดง เครื่องแต่งกาย ดนตรี ประกอบการแสดงจึงเป็นสิ่งที่สามารถจัดหาได้ตามบริบทของตน หรือสังคมแวดล้อมที่มีอยู่ เมื่อวิเคราะห์แนวคิดในการสร้างสรรค์กระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) สันนิษฐาน ได้ว่ากระบวนท่ารำการแสดงชุดนี้เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ที่ได้สร้างสรรค์กระบวนท่ารำนี้มาจากความรู้ ความชำนาญในการแสดงทางด้านนาฏศิลป์ที่ได้รับการฝึกหัด โขน ละคร มาจากครูละครในวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ตั้งแต่อายุเพียง 9 ปี จนมีความแตกฉาน ในการแสดงนาฏศิลป์ไทย ดังจะเห็นได้จากกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) โดยส่วนใหญ่ นำกระบวนท่ารำแม่บทวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชมาใช้ในการสร้างสรรค์ กอปรกับการที่ย่าพลับได้ เข้ามาสอนในวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราชทำให้ได้พบเห็นการแสดงชุดระบำพรหมาสตร์ จึงอาจจะนำการแสดงชุดนี้มาเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์การแสดงชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง)
207 ดังจะเห็นได้จากเนื้อร้องที่มีความเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะบรรจุเพลงร้องแตกต่างก็ตามแต่ก็ปรากฏ กระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกัน คือ กระบวนท่ารำในการตีบทตามคำร้องเหมือนกัน จำนวน 10 ท่า และกระบวนท่ารำในทำนองเพลงเร็ว จำนวน 4 ท่า ทั้งนี้ย่าพลับได้นำกระบวนท่ารำจากองค์ความรู้ ของตนมาสอดแทรกเข้าไป จึงทำให้การแสดงทั้งสองชุดยังมีความแตกต่างกันปรากฏทั้งในช่วงการรำออก การรำตีบทประกอบคำร้อง จำนวน 15 ท่า และการรำในช่วงทำนองเพลงเร็ว จากการเปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) กับกระบวนท่ารำระบำ พรหมาสตร์ของกรมศิลปากร ที่มีกระบวนท่ารำในการตีบทตามคำร้องและกระบวนท่ารำในทำนอง เพลงเร็วที่เหมือนกันดังกล่าวข้างต้น จึงอนุมานได้ว่ากระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ได้รับแบบอย่างหรืออิทธิพลมาจากกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากรนั่นเอง
บทที่ 6 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง ละครรำนครศรีธรรมราช คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมาละครของคณะละครทองทรัพย์จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) และ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบการแสดงและกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) โดยศึกษากระบวนท่ารำดังกล่าว ผ่านการสืบทอดของ นายธงชัย ไพรพฤกษ์ ลูกศิษย์ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) อีกทั้งการศึกษาจากเอกสาร ตำรา งานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อในการวิจัยครั้งนี้ นอกจากนี้ผู้วิจัยยังใช้วิธีการลงภาคสนามด้วยการฝึกปฏิบัติกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลต่าง ๆ จึงสามารถสรุปผลและอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. สรุปผลการวิจัย 1.1 ความเป็นมาของคณะละครทองทรัพย์จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ด้วยการนำของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ผู้ซึ่งเป็นศิลปินรุ่นสุดท้ายของละครผู้หญิงเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ในสมัยเจ้าพระยา นครศรีธรรมราช (หนูพร้อม) ซึ่งละครผู้หญิงเจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีความเป็นมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่สมัยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หลวงนายสิทธิ หนู) ที่เข้ามารับราชการในแผ่นดินสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้รับความดีความชอบถึงกับได้ละครผู้หญิง อันเป็น เครื่องประดับพระเกียรติยศเฉพาะพระมหากษัตริย์จะมีได้เท่านั้นไปประดับแก่เจ้าพระยา นครศรีธรรมราชองค์นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีละครผู้หญิงเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ที่สืบทอด มานับแต่นั้นหลายยุคหลายสมัยจนกลายละครคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) และ สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันโดยนายธงชัย ไพรพฤกษ์ ผู้วิจัยสามารถสรุปความเป็นมาได้เป็น 3 ช่วง ดังนี้
209 1.1.1 ช่วงที่ 1 สมัยกรุงธนบุรี- สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช (หลวงนายสิทธิ หนู) ตั้งตน เป็นใหญ่ที่หัวเมืองนครศรีธรรมราช จนกลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้อพยพ นางจัน อุษา นางละครในแห่งราชสำนักกรุงศรีอยุธยาพร้อมคณะละครผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่งก็ได้อพยพไปยังเมือง นครศรีธรรมราชด้วยเช่นกัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2312 พระเจ้ากรุงธนบุรียกกองทัพมาปราบหัวเมืองทางใต้ และได้กวาดต้อนเอาเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หลวงนายสิทธิ หนู) พร้อมครอบครัว บ่าวไพร่ และ ละครผู้หญิงกลับขึ้นไปกรุงธนบุรีด้วย ซึ่งภายหลังพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงโปรดฯ ให้เจ้าพระยา นครศรีธรรมราชกลับไปปกครองเมืองนครศรีธรรมราชดังเดิม โดยมีฐานะเป็นเจ้าเมืองประเทศราช ขึ้นต่อกรุงธนบุรี และพระราชทานอนุญาตให้นำละครผู้หญิงไปเป็นเครื่องประดับอิสริยยศตามเดิม นับแต่นั้นมาละครผู้หญิงเจ้าพระยานครศรีธรรมราชก็มีความเจริญรุ่งเรืองผ่านการอุปถัมภ์ค้ำชู จากเจ้าพระยานครศรีธรรมราชมาโดยตลอด อีกทั้งยังมีปฏิสัมพันธ์กับละครของหลวงอีกด้วย ในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ละครผู้หญิงเจ้าพระยานครศรีธรรมราชได้ ครูน้อยงอก (ไกรทอง) เป็นตัวละครของหลวงมาเป็นครูฝึกหัดละครให้กับละครผู้หญิงของท่าน จนถึงในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำรัสในการแก้ไขการปกครอง หัวเมืองทางใต้เสียใหม่โดยให้ตำแหน่งเจ้าเมืองเดิมถูกเปลี่ยนมาเป็นเพียงผู้ว่าราชการเมือง จากการ เปลี่ยนแปลงการปกครองของหัวเมืองทางใต้ด้วยการลดบทบาทหน้าที่ของเจ้าพระยา นครศรีธรรมราชลง เป็นเพียงผู้ว่าราชการเมือง จึงทำให้มีการปรับเปลี่ยนที่ทำการเจ้าเมืองนคร (ศาลากลางหลังเก่า) มาเป็นศาลากลางจังหวัด เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนูพร้อม) จึงได้ถวาย ที่ดินและทรัพย์สินบางส่วนให้ตกเป็นของแผ่นดิน ละครผู้หญิงเจ้าพระยานครศรีธรรมราชก็มาถึง จุดสิ้นสุดลงนับแต่นั้นมา 1.1.2 ช่วงที่ 2 การก่อตั้งคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) จากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำรัส ในการแก้ไขการปกครองหัวเมืองทางใต้เสียใหม่โดยให้ตำแหน่งเจ้าเมืองเดิมถูกเปลี่ยนมาเป็น เพียงผู้ว่าราชการเมือง ทั้งผู้แสดงและผู้บรรเลงภายในวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ต่างแตกกระสาน ซ่านเซ็นออกมาทำมาหากินเลี้ยงชีพตนเองภายนอกวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช นางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) เป็นตัวละครหนึ่งภายในวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช จึงต้องอพยพออกมา
210 จากวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชมาตั้งหลักปักฐานอยู่บริเวณท้ายวัง คือบ้านของย่าเจต ไชยาคำ (เพื่อนที่อพยพออกมาด้วยกัน) บริเวณหลังวัดสวนป่าน แล้วฝึกหัดเยาวชนละแวกท้ายวังแสดงโขน ละคร ตามที่ตนมีความรู้ความสามารถ เพื่อออกรับงานการแสดงจนเกิดเป็น “คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ)” ลูกศิษย์รุ่นแรกที่เริ่มฝึกหัดกับนางทองทรัพย์จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2500 เป็นบรรดาลูกหลานในละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง เช่น คุณจริต เสาวพรรณ คุณปัณฑรีทรงพร คุณนิภา สมเชื้อ และคุณมลินีนัน ณัฐศรีวัฒน นายธงชัย ไพรพฤกษ์ เป็นต้น สถานที่ฝึกซ้อมเป็น บ้านของแม่เจต ไชยาคำ โดยฝึกซ้อมเรื่องรามเกียรติ์ อิเหนา ทุษยันต์ สังข์ทอง พรพะสมุทร พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน ไกรทอง เป็นต้น นางทองทรัพย์ถึงแก่กรรมด้วยโรคชราเมื่อปี พ.ศ. 2536 รวมอายุ ได้ 103 ปี นับว่าท่านได้บำเพ็ญคุณูปการในการรื้อฟื้นฝึกหัด การโขนและละครของวังเจ้าพระยา นครศรีธรรมราช จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ตั้งแต่อายุ 9 ขวบจวบจนอายุ103 ปี รวมระยะเวลา 94 ปี ถึงแม้ว่าบทบาทของนางทองทรัพย์กับละครวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชจะสิ้นสุดลง แต่การสืบทอด กระบวนท่ารำคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ยังได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2564) โดยนายธงชัย ไพรพฤกษ์ ศิษย์เอกของนางทองทรัพย์นั่นเอง 1.1.3 ช่วงที่ 3 การสืบทอดโดยนายธงชัย ไพรพฤกษ์ นายธงชัย ไพรพฤกษ์ เป็นผู้หนึ่งที่ได้เข้ารับการฝึกหัดการแสดงโขน ละคร กับคณะละคร ทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2512 ซึ่งในขณะนั้นมีอายุ12 ปีจนถึงอายุประมาณ 22 ปี รวมระยะเวลา 10 ปีด้วยความวิริยะอุตสาหะ ประกอบกับพรสวรรค์และการสั่งส ม ประสบการณ์จากการฝึกหัดโขน ละคร จากคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์(ย่าพลับ) อีกทั้งการที่ นายธงชัย อยู่ในสถานะลูกศิษย์ ผู้ช่วยฝึกสอน และผู้ถ่ายทอดท่ารำให้กับผู้อื่น ทำให้นายธงชัย ไพรพฤกษ์ มีความแตกฉานในการแสดงโขน ละคร ของคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) อย่างดียิ่ง กล่าวคือ ท่านมีความสามารถในด้านการกำกับการแสดง และการแสดงทั้งโขน ละครใน และละครนอก นายธงชัยเคยรับราชการครูที่โรงเรียนโยธินบำรุง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จนเกษียณอายุ ราชการ ปัจจุบัน (พ.ศ. 2564) นายธงชัยยังคงได้ถ่ายทอดกระบวนท่ารำที่ตนได้เรียนมาจากย่าพลับ ให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้ามาขอรับการถ่ายทอดอยู่ตลอดมา
211 จึงกล่าวได้ว่าละครผู้หญิงเจ้าพระยานครศรีธรรมราชที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยานั้น ได้รับการสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ถึงแม้ว่าละครผู้หญิงเจ้าพระยานครศรีธรรมราชจะสิ้นสุด บทบาทลงภายในวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช แต่ศิลปะการแสดงโขน ละครเหล่านั้นกลับมาเจริญ งอกงามอยู่ภายนอกวังจากการที่เคยเป็นเครื่องราชูปโภคของเจ้านายชั้นสูงมาสู่การเป็นเครื่องมือ ประกอบสัมมาอาชีพให้กับศิลปินที่อพยพออกมาจากวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชใช้เลี้ยงชีพตน อย่างเช่น นางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) จนเกิดเป็น “คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ)” สืบเนื่องมาจนถึงลูกศิษย์คนสำคัญของย่าพลับ คือ นายธงชัย ไพรพฤกษ์ ผู้ที่ได้รับ การถ่ายทอดศิลปะการแสดงทั้งโขน ละคร จากบทบาทของนายธงชัยในอดีตที่เป็นผู้รับการถ่ายทอด กระบวนท่ารำต่าง ๆ จนมาถึงปัจจุบันนี้นายธงชัย ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเองมาเป็นครู ผู้ถ่ายทอด ผู้ที่สืบสาน รักษา และต่อยอดศิลปะการแสดงให้กับเยาวชนรุ่นหลังได้รู้จักและรักษาต่อไป 1.2 องค์ประกอบการแสดงและกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละคร ทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) องค์ประกอบการแสดงและกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ก็มีองค์ประกอบเช่นเดียวกับการแสดงละครรำอื่น ๆ แต่สิ่งที่มีความแตกต่าง กันคือรายละเอียดปลีกย่อย ที่ย่าพลับปรับใช้เพื่อความเหมาะสมกับคณะละครของตนเอง ดังนั้นผู้วิจัย จึงขอสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับองค์ประกอบการแสดงและกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ดังนี้ 1.2.1 แนวคิดในการสร้างสรรค์กระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) กระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์(ย่าพลับ) อนุมานได้ว่า กระบวนท่ารำชุดนี้เกิดจากแนวคิดในการสร้างสรรค์ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) เนื่องจากละครผู้หญิงเจ้าพระยานครศรีธรรมราชคงจะสิ้นสุดบทบาทลงในวังเจ้าพระยา นครศรีธรรมราช มาตั้งแต่ก่อนในปี พ.ศ. 2444 ดังนั้นนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ น่าจะอพยพออกมา จากวังเจ้าพระยานครตั้งแต่ก่อนในปี พ.ศ. 2444 และจากหลักฐานเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2503 กรมศิลปากร โดยนายประพันธ์ สุคนธชาติ เป็นผู้ปรับปรุงบทด้วยการนำบทคอนเสิร์ตของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มาใช้ในแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพรหมาสตร์ ณ หอประชุมวัฒนธรรม
212 สนามเสือป่าแทน ในปี พ.ศ. 2504 การแสดงชุดระบำพรหมาสตร์จึงมีการสร้างสรรค์ขึ้น โดยกรมศิลปากรนับแต่นั้นมา จึงอนุมานได้ว่ากระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) จึงยังไม่ปรากฏ มีในวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช เมื่อย่าพลับอพยพออกมาจากวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชจนได้มาตั้งคณะละครของ ตนเองหลังวัดสวนป่าน และได้ฝึกหัดโขน ละครให้กับเยาวชนละแวกชุมชนนั้น ย่าพลับจึงได้ สร้างสรรค์การแสดงชุดนี้ขึ้นเพื่อใช้ในการฝึกหัดการรำเข้าคู่พระ นางให้กับศิษย์ของตน ด้วยการนำ ความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ และความชำนาญทางด้านการแสดงโขน ละครจากวังเจ้าพระยา นครศรีธรรมราชมาปรับใช้ โดยนำแบบอย่างการแสดงชุดนี้มาจากวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช เมื่อครั้งที่ตนรับเชิญให้เข้ามาสอนให้กับวิทยาลัยฯ จากเหตุผลดังกล่าวย่าพลับจึงสามารถนำ องค์ความรู้ทั้งหมดที่ตนมีมาสร้างสรรค์การแสดงชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) 1.2.2 องค์ประกอบการแสดงชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) 1.2.2.1 ผู้แสดง ผู้แสดงของคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ล้วนแต่ เป็นเยาวชนที่อยู่ในละแวกบ้านที่ย่าพลับใช้เป็นสถานที่ฝึกหัดโขน ละคร ซึ่งเป็นบุตรหลานของ ชาวบ้านในย่านนั้น จึงทำให้มีผู้มาฝึกหัดจำนวนไม่มากนัก อีกทั้งการคัดเลือกย่อมทำได้ยากซึ่งเป็นไป ตามจำนวนของผู้ที่มาฝึกหัดนั่นเอง ส่งผลให้การฝึกหัดนั้นต้องหัดให้รำได้ทุกบทบาท ดังนั้นในขณะ ฝึกหัดโขน ละครหากมีการสอนบทบาทเฉพาะให้ตัวละครตัวใด ลูกศิษย์คนอื่นแม้ว่าจะไม่ได้รับ มอบหมายเป็นตัวละครนั้น ๆ ก็ต้องรำตามอยู่ข้างหลัง ให้ทุกคนได้รับการฝึกหัดไปทุกตัวละคร ด้วยเหตุผลดังกล่าวมานี้เองการคัดเลือกผู้ฝึกหัดให้เรียนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะจึงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นผู้ฝึกหัดที่เป็นเพศชายจะได้รับการฝึกหัดในบทบาทั้งตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ และตัวลิง ผู้แสดง ชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) จึงใช้ผู้ชายรำทั้งบทบาทตัวพระ และตัวนาง 1.2.2.2 เครื่องแต่งกาย เครื่องแต่งกายของของคณะละครทองทรัพย์จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) เป็นเครื่องแต่งกายที่สะดวกในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้นำมาทำเครื่องแต่งกายเท่าที่จะ จัดหาได้ โดยต้องปรับรูปแบบหรือลดทอนความหรูหรา วิจิตรงดงามตามแบบอย่างละครผู้หญิง เจ้าพระยานครศรีธรรมราชโดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่นและมีราคาไม่แพง เช่น การใช้ลูกปัดมาปัก
213 แทนดิ้น เป็นต้น เครื่องแต่งกายในการรำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) โดยเครื่องแต่งกายตัวพระศีรษะสวมชฎายอดชัย ไม่มีกรอบพักตร์ ทำโดยใช้กระดาษเป็น โครงสร้างประดับลวดลายด้วยกระแหนะรัก แล้วใช้การทาสีทองแทนการปิดทอง ประดับกระจก ทัดอุบะด้านขวา ทัดดอกไม้ด้านซ้าย สวมเสื้อสองชั้น เสื้อชั้นในมีลักษณะเป็นเสื้อแขนยาว แขนเสื้อ ใช้ผ้าลายริ้วที่มีลักษณะลวดลายคล้ายผ้าเข้มขาบ ตัวเสื้อใช้ผ้าพื้นสีต่าง ๆ และผ้าตาด สวมสนับเพลา นุ่งผ้ายกเมืองนคร จีบโจงหางหงส์ ห้อยหน้า ห้อยข้าง ใช้ผ้าพื้น ปักลวดลายด้วยเลื่อมและลูกปัด ติดประดับตกแต่งด้วยแถบผ้าที่ริมขอบผ้า ประดับชายครุย รัดสะเอว ใช้ผ้าพื้น ปักลวดลายด้วยเลื่อม และลูกปัด ติดประดับตกแต่งด้วยแถบผ้าที่ริมขอบผ้า กรองคอ อินทรธนู ใช้ผ้าพื้นสีต่าง ๆ และผ้าตาดทอง ปักลวดลายด้วยเลื่อมและลูกปัด ส่วนเครื่องประดับใช้วัสดุที่ทำจากผ้า ตัดเย็บเป็นรูปทรงของ เครื่องประดับต่าง ๆ ปักลวดลายเพิ่มความสวยงามด้วยเลื่อมและลูกปัด ประกอบด้วยทับทรวง ตาบทิศ สังวาล สายเข็มขัด หัวเข็ดขัด กำไลข้อมือ กำไลข้อเท้า มีการสวมสังวาลก่อนสวมทับทรวง ทับทรวง จะทับอยู่บนสายของสังวาล มีลักษณะคล้ายกับลำดับเครื่องต้น เครื่องทรงของกษัตริย์ สำหรับเครื่องแต่งกายตัวนาง ศีรษะสวมมงกุฎกษัตริย์ ประกอบด้วยส่วนเกี้ยวยอด กระบังหน้าและจอนหู ทำโดยใช้กระดาษเป็นโครงสร้างประดับลวดลายด้วยกระแหนะรัก แล้วใช้การ ทาสีทองแทนการปิดทอง ประดับกระจก ทัดอุบะด้านซ้าย ดอกไม้ทัดด้านขวา สวมเสื้อในนางแขนกุด ผ้าห่มนางใช้ผ้าพื้นสีต่าง ๆ และผ้าตาดทอง ติดประดับตกแต่งด้วยแถบผ้าที่ริมขอบสไบ นุ่งผ้ายกเมืองนคร จีบหน้านาง กรองคอ ใช้ผ้าตาดทอง ปักลวดลายเพิ่มขึ้นมาด้วยเลื่อมและลูกปัดสีต่าง ๆ สวมเครื่องประดับใช้วัสดุที่ทำจากผ้า ตัดเย็บเป็นรูปทรงของเครื่องประดับต่าง ๆ ปักลวดลายเพิ่ม ความสวยงามด้วยเลื่อมและลูกปัด ประกอบด้วยทับ สายเข็มขัด หัวเข็ดขัดกำไลข้อมือ กำไลข้อเท้า 1.2.2.3 บทร้องและทำนองเพลง บทร้องชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของคณะ ละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) มีบทร้อง 4 คำกลอน พรรณนาถึงเหล่าเทพบุตร เทพธิดามา จับระบำอย่างรื่นเริงบันเทิงใจร่ายรำอย่างวิจิตร สวยงาม ซึ่งบทร้องมีใช้บทประพันธ์เช่นเดียวกับ บทร้องระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร แต่ใช้เพลงร้องที่มีความแตกต่างกัน คือ การแสดงชุด จับระบำ (ระบำหน้าช้าง) เริ่มด้วยเพลงรัวสำหรับให้ผู้แสดงออกสู่หน้าเวที แล้วใช้เพลงร้อง ทำนอง เพลงเขมรพวงสองชั้น จบด้วยเพลงเร็ว และเพลงลา
214 1.2.2.4 ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง การแสดงชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของ คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ใช้วงดนตรีปี่พาทย์เครื่องห้าประกอบการบรรเลง เนื่องจากวงดนตรีปี่พาทย์เครื่องห้าเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ตามแบบอย่างการแสดงละครของชาวบ้าน โดยทั่วไป อีกทั้งเมื่อมีงานการแสดงครั้งใดก็จะหาผู้ร่วมบรรเลงในละแวกใกล้บ้านที่รับบรรเลงให้กับ คณะลิเกมาร่วมวงกันในแต่ละงาน จึงทำให้สันนิษฐานได้ว่าเครื่องดนตรีที่ใช้สำหรับการแสดงโขน ละคร ของคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ใช้วงดนตรีปี่พาทย์เครื่องห้าประกอบ การบรรเลง 1.2.2.5 ฉาก ดังที่กล่าวมาแล้วนั้นว่าคณะละครของทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) เป็นคณะละครที่มีองค์ประกอบการแสดงตามแบบอย่างการแสดงละครของชาวบ้าน โดยทั่วไป เพราะสะดวกต่อการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ และเหมาะสมกับงบประมาณของคณะละครที่มี กำลังในการจัดซื้อ การแสดงชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของคณะละครของทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) จึงมีเพียงฉากที่ทำด้วยผ้าขาวเขียนสี วาดลวดลายก้อนเมฆ เพื่อสื่อถึงขบวนของพระอินทร์ และเหล่าเทวดานางฟ้าฟ้อนรำอยู่บนท้องฟ้า 1.2.2.6 กระบวนท่ารำ สำหรับกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของ คณะละครของทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) เมื่อพิจารณาลักษณะกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) พบว่า ส่วนใหญ่ใช้กระบวนท่ารำที่นำมาจากท่ารำแม่บทวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช และผสมผสานกระบวนท่ารำของกรมศิลปากร เมื่อเปรียบเทียบกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) กับกระบวนท่ารำระบำ พรหมาสตร์ของกรมศิลปากร พบว่ามีกระบวนท่ารำในการตีบทตามคำร้องเหมือนกัน จำนวน 10 ท่า ได้แก่ ท่ารำในคำร้องว่า “ทอดกร” “กรีดกราย” “ซ้ายขวา” “ไขว่คว้า” “เคล่าคล่อง” “สอดคล้อง” “วนเวียน” “กั้นกาง” “อัมพร” และท่ารำในทำนองเอื้อนหลังคำร้องว่า “สอดคล้อง” นอกจากนี้ยังมี กระบวนท่ารำในทำนองเพลงเร็ว จำนวน 4 ท่า ได้แก่ ท่าโลมพระนางท่าที่หนึ่ง ท่าพระยิ้ม นางอาย ท่าผาลาเพียงไหล่ และท่ารำส่าย สำหรับกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของ กรมศิลปากรที่มีความแตกต่างกัน ดังนี้
215 1. การรำออกเพลงของชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ใช้กระบวนท่ารำชักแป้งผัดหน้า แล้วใช้ท่าป้องหน้า ส่วนกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์จะใช้กระบวนท่ารำ ได้แก่ ท่าสอดสูง ท่าผาลา ท่าจีบยาว และท่าสอดสร้อยมาลา 2. ท่ารำประกอบคำร้อง นอกจากกระบวนท่ารำที่มีความเหมือนกันจำนวน 15 ท่า ได้แก่ คำร้องว่า “ทอดกร” “ซ้ายขวา” “ไขว่คว้า” “เคล่าคล่อง” “เลี้ยวลอด” “สอดคล้อง” “วนเวียน” “กั้นกาง” และ “อัมพร” ยังมีท่ารำประกอบคำร้องที่มีความแตกต่างกัน จำนวน 15 ท่า ได้แก่ คำร้องว่า “ต่างจับ” “ระบำ” “รำฟ้อน” “กรีดกราย” “ร่ายเรียง” “เคียงคม” “ประสมตา” “เลี้ยวไล่” “เป็นท่าทาง” “ซ้อนจังหวะ” “ประเท้า” “ไปตามหว่าง” “เหียนหัน” “เป็นคู่ ๆ” และ “อยู่กลาง” 3. กระบวนท่ารำในทำนองเพลงเร็ว ลักษณะที่มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ กระบวน ท่ารำระบำพรหมาสตร์ส่วนมากผู้แสดงจะยืนสวนทางกัน โดยตัวพระจะหันด้านหลัง ตัวนางจะหัน ด้านหน้า ส่วนกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) เป็นกระบวนท่ารำคู่ที่ให้ตัวพระและตัวนาง จะหันหน้ามาทิศทางเดียวกัน จากกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) กับกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของ กรมศิลปากร ที่มีเหมือนกัน และแตกต่างกันดังกล่าว จึงอนุมานได้ว่านางทองทรัพย์จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ได้นำกระบวนท่ารำแม่บทวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชมาเป็นหลักในการสร้างสรรค์ กระบวนท่ารำและนำกระบวนท่ารำระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากรมาปรับใช้กับการแสดงชุดนี้ 2. อภิปรายผล 2.1 การศึกษาความเป็นมาของละครคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ด้วยการนำ ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ผู้ซึ่งเป็นศิลปินรุ่นสุดท้ายของละครผู้หญิงเจ้าพระยา นครศรีธรรมราช ในสมัยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนูพร้อม) ซึ่งละครผู้หญิงเจ้าพระยา นครศรีธรรมราชมีความเป็นมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่สมัยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หลวงนายสิทธิหนู) ที่เข้ามารับราชการในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้รับความดีความชอบ ถึงกับได้ละครผู้หญิง อันเป็นเครื่องประดับพระเกียรติยศเฉพาะพระมหากษัตริย์จะมีได้เท่านั้นไป ประดับแก่เจ้าพระยานครศรีธรรมราชองค์นี้สอดคล้องกับ ปัทมา วัฒนพานิช (2551, น. 14) ศึกษาเรื่อง การศึกษานาฏยลักษณ์ของละครหลวงในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พบว่า
216 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หลวงนายสิทธิ หนู) เคยรับราชการในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บรมโกศ ได้รับความดีความชอบถึงกับได้ละครผู้หญิง อันเป็นเครื่องประดับพระเกียรติยศเฉพาะ พระมหากษัตริย์จะมีได้เท่านั้นไปประดับแก่เจ้านคร ฯ นอกจากนี้ในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ยกกองทัพมาปราบหัวเมืองทางใต้และได้กวาดต้อนเอา เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หลวงนายสิทธิ หนู) พร้อมครอบครัว บ่าวไพร่ และที่สำคัญคือละคร ผู้หญิงกลับขึ้นไปกรุงธนบุรีด้วย ซึ่งภายหลังพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงโปรดฯ ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช กลับไปปกครองเมืองนครศรีธรรมราชดังเดิม โดยมีฐานะเป็นเจ้าเมืองประเทศราชขึ้นต่อกรุงธนบุรี และพระราชทานอนุญาตให้นำละครผู้หญิงไปเป็นเครื่องประดับอิสริยยศตามเดิม สอดคล้องกับ สะวรรณยา วัยวัฒน์ (2539, น. บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่อง ละครผู้หญิงของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ผลการศึกษาพบว่า ละครผู้หญิงของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช มีรูปแบบลักษณะองค์ประกอบ เช่นเดียวกับละครผู้หญิงของหลวง เนื่องด้วยเมืองนครศรีธรรมราชมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทางเมืองหลวง ในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มตั้งแต่เจ้าพระยา นครศรีธรรมราช (หลวงนายสิทธิ หนู) ถูกกวาดต้อนไปกรุงธนบุรีเมื่อแพ้สงคราม และได้ถวายธิดาทำ ราชการในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จากนั้นเจ้าพระยานครศรีธรรมราชกับพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงมี ความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนด้านการแสดงกันมาโดยตลอด อีกทั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 มีเปลี่ยนแปลงการปกครองของหัวเมืองทางใต้ด้วยการลดบทบาท หน้าที่ของเจ้าพระยานครศรีธรรมราชลง เป็นเพียงผู้ว่าราชการเมือง จึงทำให้มีการปรับเปลี่ยนที่ทำ การเจ้าเมืองนคร (ศาลากลางหลังเก่า) มาเป็นศาลากลางจังหวัด ละครผู้หญิงเจ้าพระยา นครศรีธรรมราชก็มาถึงจุดสิ้นสุดลง ทำให้ผู้แสดงและผู้บรรเลงในวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ต้อง อพยพแยกย้ายกันออกมาจากวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช แล้วออกมาทำมาหากินเลี้ยงชีพตนเอง รวมทั้งนางทองทรัพย์จันทราทิพย์ที่ต้องอพยพออกมาจากวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชมาตั้งหลัก ปักฐานอยู่บริเวณท้ายวัง คือบ้านของย่าเจต ไชยาคำ (เพื่อนที่อพยพออกมาด้วยกัน) บริเวณหลังวัด สวนป่าน แล้วฝึกหัดเยาวชนละแวกท้ายวังแสดงโขนละครตามที่ตนมีความรู้ความสามารถ เพื่อออกรับ งานการแสดงจนเกิดเป็น “คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ)” สอดคล้องกับ มาลัยเงิน สงเคราะห์(2558, น. 50) ศึกษาเรื่อง รำแม่บท ฉบับวังพระยานคร พบว่า นางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ย้ายออกมาจากวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชมาตั้งหลักปักฐานอยู่บริเวณท้ายวัง และ เปิดรับเยาวชนในบริเวณใกล้เคียงบ้านของตนมาฝึกหัดโขน ละคร
217 2.2 แนวคิดในการสร้างสรรค์กระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของคณะละคร ทองทรัพย์จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) สันนิษฐานว่ากระบวนท่ารำชุดนี้เกิดจากแนวคิดในการสร้างสรรค์ ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ เนื่องจากย่าพลับนำความรู้ ความชำนาญในการแสดงทางด้าน นาฏศิลป์ ที่ได้รับการฝึกหัดโขน ละคร มาจากครูละครในวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ตั้งแต่อายุ เพียง 9 ปี จนมีความแตกฉานในการแสดงนาฏศิลป์ไทยมาใช้ ดังจะเห็นได้จากกระบวนท่ารำชุด จับระบำ (ระบำหน้าช้าง) โดยส่วนใหญ่นำกระบวนท่ารำแม่บทวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชมาใช้ใน การสร้างสรรค์อีกทั้งการที่ย่าพลับได้เข้ามาสอนในวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราชจึงทำให้ได้พบ เห็นการแสดงชุดอื่น ๆ ที่ถ่ายทอดกันในวิทยาลัยฯ ด้วยความรู้ ความชำนาญของย่าพลับนี้เองจึงนำ สิ่งเหล่านี้มาผสมผสานร่วมกันระหว่างความรู้เดิมที่ฝังอยู่ในตัวและสิ่งใหม่ที่ได้จากการพบเห็นและ จดจำ จึงเกิดเป็นการแสดงชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) สอดคล้องกับ จิตติมา นาคีเภท (2547, น. 397) ศึกษาเรื่อง การแสดงพื้นบ้านของอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย พบว่า นายสำเนา จันทร์จรูญ ผู้ซึ่งเกิดและเติบโตในตำบลวังลึก อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ที่คลุกคลีอยู่กับการแสดงพื้นบ้านมา ตั้งแต่จำความได้ นอกจากนี้นายสำเนายังมีความสามารถในการรำละครรำได้เป็นอย่างดี จากการฝึกฝน กับยายผู้เป็นครูละครรำของคณะศรีไทยรุ่งเรือง และจากการเข้าอบรม อสร. ของวิทยาลัยนาฏศิลป กรุงเทพ ในปี พ.ศ. 2505 และปี พ.ศ. 2514 ซึ่งในขณะนั้น (พ.ศ. 2503) นายสำเนาได้เริ่มเข้ารับราชการ ที่โรงเรียนบ้านหนองกระดี่ และมองเห็นการแสดงพื้นบ้านของอำเภอศรีสำโรงที่กำลังจะสูญหายไป จึงได้รื้อฟื้นการแสดงพื้นบ้านของอำเภอศรีสำโรงขึ้นมาอีกครั้ง โดยการเก็บข้อมูลจากชาวบ้านที่เคยแสดง นอกจากนี้นายสำเนายังได้คิดประดิษฐ์รำกลองยาวและรำมังคละขึ้นในรูปแบบของการแสดง โดยการนำท่ารำของเดิมและการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่มาประกอบกัน การสร้างสรรค์กระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ที่มีการนำกระบวนท่ารำรำแม่บทที่ตนได้ฝึกหัดมาจากวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราชเข้ามา ผสมผสานกับกระบวนท่ารำในการแสดงชุดระบำพรหมาสตร์ จนเกิดเป็นการแสดงชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ในแบบฉบับของคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) การสร้างสรรค์กระบวนท่ารำ เช่นนี้สอดคล้องกับ ณัฏฐนันท์ จันนินวงศ์ (2556, น. 344) ศึกษาเรื่อง การออกแบบลีลานาฏยศิลป์ ของอาจารย์สุวรรณี ชลานุเคราะห์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2533 พบว่า แนวคิดในการออกแบบ นาฏยศิลป์จากประสบการณ์การแสดง ประกอบกับแรงบันดาลใจของท่านนำมาออกแบบโดยใช้หลัก ในการออกแบบลีลาท่ารำ กล่าวคือ การใช้หลักการตีบทผสมผสานท่าทางธรรมชาติเป็นการนำ
218 หลักการตีบท โดยการนำแม่ท่าต่าง ๆ ที่เคยเรียนมา เช่น เพลงช้า เพลงเร็ว เพลงแม่บท มาผสมผสาน ท่าทางธรรมชาติ เช่น การเดิน การนั่ง การยิ้ม การอาย การมอง เป็นต้น นำมาร้อยเรียงใหม่ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ให้ออกมาในรูปแบบของนาฏยศิลป์ไทย การนำท่ารำเก่ามาพัฒนาใหม่ โดยการนำหลักนาฏยศัพท์และภาษานาฏศิลป์มาร้อยเรียงผสมผสานกันให้ตรงความหมายของท่ารำ และการใช้หลักการสร้างสรรค์กระบวนท่ารำใหม่ ในรูปแบบการรำตีบทตามคำร้องและทำนองเพลง กระบวนลีลาท่ารำแบบมาตรฐาน มีการนำแม่ท่านาฏศิลป์ไทย และนาฏศิลป์ต่างชาติมาร้อยเรียง กระบวนลีลาท่ารำใหม่อย่างมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ สมรัตน์ ทองแท้ (2538, น. 74 และ 336) ศึกษาเรื่อง ระบำในการแสดงโขน ของกรมศิลปากร พบว่า ระบำในการแสดงโขนของ ตัวพระ - ตัวนาง มี 3 ชุด คือ ระบำพรหมาสตร์ระบำนางใน และระบำอู่ทอง ลักษณะท่ารำที่สำคัญนั้น ส่วนใหญ่นำมาจากท่ารำในรำแม่บทใหญ่ จากกรณีของนายสำเนา จันทร์จรูญ ดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่าของนางทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) เป็นผู้ที่นำองค์ความรู้ที่ตนได้ฝึกหัดโขนละครมาจากวังเจ้าพระยา นครศรีธรรมราช และการเก็บเกี่ยวความรู้ทางด้านนาฏศิลป์ไทยจากวิทยาลัยนาฏศิลป นครศรีธรรมราชมาเป็นองค์ความรู้สู่การสร้างสรรค์ เนื่องจากย่าพลับเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการแสดงเป็นอย่างดีจนสามารถสร้างสรรค์การแสดงชุดใหม่ โดยการปรับใช้ท่ารำ ที่นำมาจากท่ารำแม่บทวังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช และกระบวนท่ารำที่นำแบบอย่างมาจาก การแสดงชุดระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากรมาปรับใช้ๆ จนเกิดเป็นกระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) นั่นเอง 3. ข้อเสนอแนะ 3.1 ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ 3.1.1 การสร้างสรรค์กระบวนท่ารำชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ซึ่งมีแนวคิดมาจากการนำกระบวนท่ารำที่ตนได้ฝึกหัดมาจากท่ารำแม่บท วังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช และการแสดงชุดระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากรเข้ามาผสมผสาน กันจนเกิดเป็นการแสดงชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) ในแบบฉบับของตนเอง การสร้างสรรค์เช่นนี้ ผู้ที่สนใจศึกษาสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการสร้างสรรค์ พัฒนาหรือต่อยอดงานด้านนาฏศิลป์ ต่อไป
219 3.1.2 สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ หรือสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ที่จัดการเรียนการสอน ด้านนาฏศิลป์ไทย สามารถนำองค์ความรู้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ประกอบการเรียนการสอนปฏิบัติ ระบำพรหมาสตร์ของกรมศิลปากร หรือชุดจับระบำ (ระบำหน้าช้าง) คณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) 3.2 ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป กระบวนท่ารำของคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) ที่สืบทอดผ่าน นายธงชัย ไพรพฤกษ์ ยังมีการแสดงชุดอื่น ๆ อีกที่น่าสนใจศึกษา เช่น ฉุยฉายพราหมณ์ รจนาเสี่ยงพวงมาลัย ฉุยฉายฮเนา เป็นต้น เพื่อให้ทราบถึงความเป็นมาของชุดการแสดงและกระบวนท่ารำที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะอันจะก่อให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ในแวดวงวิชาการนาฏศิลป์ไทย
220 บรรณานุกรม กรมศิลปากร. (2501). จดหมายเหตุความทรงจำของ กรมหลวงนรินทรเทวี และพระราชวิจารณ์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. พระนคร: กรมศิลปากร. กรมศิลปากร. (2502). จดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช. พระนคร: กรมศิลปากร. กรมศิลปากร. (2505). รวมเรื่องเมืองนครศรีธรรมราช พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร). พระนคร: กรมศิลปากร. กรมศิลปากร. (2542). จดหมายเหตุเจมส์ โลว์ “Journal of Public Mission to Raja of Ligor”. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. กรมศิลปากร. (2550). การศึกษา และการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการแต่งกายยืนเครื่องโขนละครรำ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิซซิ่ง. กรมศิลปากร. (2557). จิตรกรรมฝาผนังพระที่นั่งพุทไธสวรรย์. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์. โกมารกุลมนตรี, พระยา. (2505). วงศ์เจ้าพระยานคร. พระนคร: มหามกุฎราชวิทยาลัย. ข้อมูลจังหวัดนครศรีธรรมราช, (ม.ป.ป.). ประวัติศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2564. จาก http://www.nakhonsithammarat.go.th. จิตติมา นาคีเภท. (2547).การแสดงพื้นบ้านของอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย. (วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. จิตติรัตน์ แสงเลิศอุทัย. (2558). เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย. วารสารบัณฑิตศึกษา, 12(58), กรกฎาคม - กันยายน, น. 13 - 24. จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. (2467). จดหมายเหตุ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสแหลมมลายู คราว ร.ศ. 109 ร.ศ. 117 ร.ศ.119 ร.ศ. 124 ร.ศ. 128. พระนคร: โสภณพิพรรฒธนากร. ชวลิต สุนทรานนท์ และคณะ. (2550). การศึกษาและการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการแต่งกายยืน เครื่องโขน-ละครรำ. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์. (2542). สารานุกรมเพลงไทย. กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์. ณัฏฐนันท์ จันนินวงศ์ (2556). การออกแบบลีลานาฏยศิลป์ของอาจารย์สุวรรณี ชลานุเคราะห์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2533. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.
221 ธนิต อยู่โพธิ์. (2496). โขนภาคต้น ว่าด้วยตำนานและทฤษฎี. พระนคร: กองการสังคีต กรมศิลปากร. ธนิต อยู่โพธิ์. (2516). ศิลปละคอนรำหรือคู่มือนาฏศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ: ศิวพร. ธีรภัทร์ ทองนิ่ม. (2556). แบบแผนและกลวิธีการพากย์-เจรจาโขนของกรมศิลปากร. (วิทยานิพนธ์ ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. นริศรานุวัดติวงศ์, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยา. (2506). ชุมนุมบทละครและบท คอนเสิต. พระนคร: กรมศิลปากร. ปัทมา วัฒนพานิช. (2551). การศึกษานาฏยลักษณ์ของละครหลวงในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. ปี๊บ คงลายทอง. (2538). เพลงปี่ฉุยฉาย : การวิเคราะห์ทางดนตรีวิทยาและภาพสะท้อนแห่งความงาม. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหิดล, นครปฐม. พรรัตน์ ดำรุง. (2544) การพัฒนาละครแบบขนบนิยม : กรณีศึกษาจากงานละครชาวบ้าน. วารสาร อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 30(2), กรกฎาคม – ธันวาคม, น. 62 - 78. พูนพิศ อมาตยกุล. (2554). พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการดนตรี. นครปฐม: สำนักพิมพ์วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล. มาลัยเงิน สงเคราะห์. (2558). รำแม่บท ฉบับวังพระยานคร. สงขลา: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา. ยศธร เมฆาระ และอังคณา วิชัยดิษฐ. (ม.ป.ป.). วงปี่พาทย์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2563. จาก http://cdans.bpi.ac.th/page/wbi_thaiband/peepat/peepat01.html ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. วันพระ สืบสกุลจินดา. (2563). เจาะลึกโขนละคร วังพระเจ้านครศรีธรรมราช จากกรุงธนบุรีถึง รัตนโกสินทร์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2563. จาก https://www.silpamag.com/history/article_12725 สมรัตน์ ทองแท้. (2538). ระบำในการแสดงโขน ของกรมศิลปากร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. สมศักดิ์ บัวรอด. (2558). การสร้างสรรค์ละครรำ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ฝ่ายธุรกิจมัลติมิเดีย เพื่อการศึกษา (ศูนย์หนังสือ) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. สะวรรณยา วัยวัฒน์. (2539). ละครผู้หญิงของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช. (วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. สุธรรม ชยันต์เกียรติ. (2558, 10 สิงหาคม). โขน-ละคร เจ้าเมืองนคร. รักบ้านเกิด, 4(48), น. 9.
222 สุนันทา เกตุเหล็ก. (2556). แบบแผน ลีลาและกระบวนท่ารำลงสรงทรงเครื่องตัวนางละครในเรื่อง อิเหนา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร. สุภางค์ จันทวานิช. (2559). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 23. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุรพล วิรุฬห์รักษ์. (2547). วิวัฒนาการนาฏยศิลป์ไทยในกรุงรัตนโกสินทร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุรพล วิรุฬห์รักษ์. (2547). หลักการแสดงนาฏยศิลป์ปริทรรศน์. พิมพ์ครั้งที่ 3.กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. อมรา กล่ำเจริญ. (2535). สุนทรียนาฏศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. เอื้อมพร หลินเจริญ. (ม.ป.ป.). เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 12 ตุลาคม 2563. จาก file:///C:/Users/Nu/Downloads/149164-Article%20Text399664-1-10-20181004.pdf Google map. (2565) สถานที่ตั้งคณะละครทองทรัพย์ จันทราทิพย์ (ย่าพลับ) [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 25 กรกฎาคม 2565. จาก https://www.google.com/maps. Mekloy. (2563). เพลงเขมรพวงสองชั้น. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 16 มิถุนายน 2563. จาก http://praptat.blogspot.com/2008/09/blog-post_8524.html
223 บุคลานุกรม กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ. คีตศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. (ผู้ให้สัมภาษณ์) พัชรพล เหล่าดี. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ12 มิถุนายน 2563. ธงชัย ไพรพฤกษ์. ศิษย์รุ่นสุดท้ายของคุณทองทรัพย์ จันทราทิพย์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) พัชรพล เหล่าดี. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ16 พฤษภาคม 2563. มลินีนัน ณัฐศรีวัฒน. ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน จังหวัดนครศรีธรรมราช. (ผู้ให้สัมภาษณ์) พัชรพล เหล่าดี. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ18 พฤษภาคม 2563. ราตรี เยี่ยมแสง. ศิษย์รุ่นสุดท้ายของคุณทองทรัพย์ จันทราทิพย์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) พัชรพล เหล่าดี. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ18 พฤษภาคม 2563. วรรณี ยุวัฒน์. ศิษย์รุ่นสุดท้ายของคุณทองทรัพย์ จันทราทิพย์. (ผู้ให้สัมภาษณ์) พัชรพล เหล่าดี. (ผู้สัมภาษณ์) เมื่อ16 พฤษภาคม 2563.
ภาคผนวก
225 ภาคผนวก ก แบบสอบถามในการสัมภาษณ์
226 แบบสอบถามในการสัมภาษณ์ เรื่อง ................................................................................................................................. 1. ละครผู้หญิงฉบับวังเจ้าพระยานครฯ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร 2. ท่านได้รับการถ่ายทอดกระบวนท่ารำจากใคร 3. การฝึกหัดละครผู้หญิงฉบับวังเจ้าพระยานครฯ ที่คุณยายพลับฝึกหัดให้กับท่านมีแนวทางอย่างไร 4. จากข้อที่ 3 ท่านมีแนวทางในการฝึกหัดให้กับลูกศิษย์อย่างไร 5. ระบำพรหมาสตร์ฉบับวังเจ้าพระยานครฯ มีความเป็นมาอย่างไร 6. ความสำคัญ และลักษณะของระบำพรหมาสตร์เป็นอย่างไร 7. ดนตรี และทำนองเพลงเป็นอย่างไร มีความแตกต่างจากกรมศิลปากรอย่างไร 8. กระบวนท่ารำเป็นอย่างไร มีความแตกต่างจากกรมศิลปากรอย่างไร 9. เครื่องแต่งกายผู้แสดงฉบับวังเจ้าพระยานครฯ เป็นอย่างไร 10. ผู้แสดงละครผู้หญิงฉบับวังเจ้าพระยานครฯ เป็นมาอย่างไร และการคัดเลือกผู้แสดงในระบำ พรหมาสตร์เป็นอย่างไร
227 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ-ชื่อสกุล นายพัชรพล เหล่าดี วันเดือนปีเกิด 30 มีนาคม พ.ศ. 2538 สถานที่เกิด เขตสายไหม จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ เลขที่ 84 ถนนตลาดใหม่ ตำบาลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำแหน่ง นาฏศิลปินปฏิบัติงาน สถานที่ทำงาน สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2556 มัธยมศึกษาปีที่ 6 สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย (โขนพระ) วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2560 ศิลปบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2566 ศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์