13. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
13.1 สรุปผลหลงั การจดั การเรยี นรู้ คิดเป็นรอ้ ยละ 100
1. นักเรยี นจำนวน 231 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ -
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 231 คน
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ - คน
นักเรียนที่ไม่ผ่าน มดี ังน้ี
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…
แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ไี ม่ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
...........................................-. ...........................................................................................................
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจ (K)
..น..ัก...เ.ร..ยี ..น...เ.ข..า้..ใ..จ..แ..ล...ะ..ส..า..ม..า..ร..ถ..บ...อ..ก...ไ.ด..ว้...า่ ..ก..า..ร..พ...มิ ..พ...์ภ..า..พ...ส..า..ม...า..ร..ถ..ใ.ช...้ว..ัส..ด...แุ ..ล..ะ..อ...ุป..ก..ร..ณ....ใ์ .ด...ไ.ด..้บ...้า..ง................
3. นักเรียนมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ (P)
.น..ัก..เ..ร..ยี ..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..ท...ำ..ใ.บ...ง..า..น..เ.ร..ือ่...ง...ภ..า..พ...พ...มิ ..พ...แ์..ส...น..ส..น...ุก....ไ.ด..อ้...ย..า่ ..ง..ถ..ูก..ต...้อ..ง.................................................
4. นกั เรียนมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรม จรยิ ธรรม (A)
..น..ัก...เ.ร..ยี ..น...ม..ีค..ว...า..ม..ม..ุ่ง..ม...่นั ..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................
13.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
..เ.น...ือ่ ..ง..จ..า..ก..ว...ชิ ..า..ศ..ลิ...ป..ะ..เ.ป...น็ ..ก...า..ร..เ.ร..ยี ..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...กั..เ.ร..ีย...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..เ่..ข..า้..เ.ร..ยี..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ีย...น..ท...่กี ..ำ..ห..น...ด....จ..ึง..ม..กี..า..ร..เ..ร.ีย...น..ย..อ้...น..ห...ล..งั...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..ูค...ล..ปิ...ย..้อ..น...ห..ล...ัง.ไ..ด..้ผ...่า..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………
13.3 ขอ้ เสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .....................................................
(นางสาวสุธวี รางค์ องอาจ)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ สอน
แผนการจดั การเรียนรโู้ รงเรยี นพญาไท
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ รายวชิ า ทศั นศลิ ป์ รหัสวชิ า ศ 14101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ สนกุ กบั งานภาพพมิ พ์ เร่อื ง การพมิ พภ์ าพจากวัสดุธรรมชาติ
เวลา 1 ช่วั โมง
ผสู้ อน นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์
วพิ ากษ์ วจิ ารณ์ คณุ คา่ งานทศั นศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชม และ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวัน
2.ตัวชว้ี ดั
ศ 1.1 ป.4/4 มที กั ษะพ้นื ฐานในการใช้วสั ดุ อุปกรณ์ สรา้ งสรรค์งานพิมพ์ภาพ
3.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ดา้ นการเรียนรู้ (K)
- เพอื่ ใหน้ กั เรียนมีความรเู้ รื่อง การพิมพ์ภาพจากธรรมชาติ
2. ดา้ นทักษะ (P)
- เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถสร้างสรรค์งานภาพพิมพจ์ ากวสั ดธุ รรมชาตไิ ด้
3. ด้านคณุ ลักษณะ (A)
- มงุ่ ม่ันในการทำงาน
4.สาระสำคัญ
การพิมพ์ภาพ เป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะทม่ี ลี กั ษณะเป็น 2 มิติ ซงึ่ เกิดจากกระบวนการพิมพ์
โดยใชว้ สั ดุต่างๆเปน็ แม่พมิ พ์ และใชส้ ที าลงบนแมพ่ ิมพ์ จากน้ันนำไปกดหรือทับลงบนกระดาษให้เกิดเปน็
ภาพ
5.สาระการเรียนรู้
การพิมพภ์ าพ
2. การพมิ พภ์ าพ หมายถงึ การนำแมพ่ ิมพ์มาจุ่มสหี รอื ทาสแี ล้วกดลงแผน่ รองพมิ พ์
2.วัสดุท่ีใช้ในการพิมพภ์ าพ มี 2 ประเภท
2.1วสั ดุจากธรรมชาติ
2.2วัสุดสงั เคราะห์
3.อุปกรณ์การพิมพ์ภาพ
3.1พู่กัน
3.2จานสี
3.3สโี ปสเตอร์
3.4แผน่ รองพิมพ์ เช่น กระดาษ ผ้า เป็นตน้
4.ขัน้ ตอนการสรา้ งสรรค์การพิมพภ์ าพจากวสั ดุธรรมชาติ มี 3 ขัน้ ตอน
4.1 ขน้ั รา่ งภาพ
4.2 ขนั้ พมิ พ์ภาพ
4.3 ขั้นผลงานเสร็จสมบรู ณ์
6.สมรรถนะสำคญั ผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
7.คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
2. มวี นิ ยั
3. ใฝ่เรียนรู้
8.ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- งานภาพพมิ พจ์ ากวสั ดุธรรมชาติ
9.การประเมินผล
เป้าหมาย (K/P/A) วธิ ีการวดั และประเมินผล เครอื่ งมือท่ใี ช้ใน เกณฑก์ ารผา่ น
การวดั และประเมิน
1. เพื่อใหน้ กั เรียนมีความรู้ -สังเกต/ซักถาม/ตรวจ -แบบสังเกต/ประเดน็ -ตอบคำถามได้
เรื่อง การพิมพ์ภาพจากวัสดุ แบบฝึกหัด ซักถาม/แบบทดสอบ ทุกขอ้
ธรรมชาติ (K)
2. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนสามารถ -ตรวจผลงาน -แบบบันทึกคะแนน -ไดค้ ะแนน
สรา้ งสรรค์งานภาพพมิ พจ์ าก 70%ขึ้นไป
วสั ดธุ รรมชาตไิ ด้
(P)
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน (A) -สังเกตการรว่ มกิจกรรม -แบบสังเกต -ผา่ น/ไมผ่ า่ น
การประเมินทกั ษะกระบวนการ ดี (3) เกณฑ์การประเมนิ ควรปรบั ปรุง (1)
รายการประเมนิ พอใช้ (2)
สาระสำคัญของช้ินงาน สาระสำคญั ครบถ้วน สาระสำคญั ถกู ต้อง สาระสำคญั ถูกตอ้ ง
องค์ประกอบของชิ้นงาน และถกู ต้องมากกวา่
80% 50-80% นอ้ ยกวา่ 50%
จดั องค์ประกอบได้ จัดองค์ประกอบได้ จัดองคป์ ระกอบยังไม่
ถูกตอ้ ง สมบูรณ์
ถกู ต้อง แตย่ งั ไม่ ถูกตอ้ ง และไม่สมบูรณ์
สมบรู ณ์
ความประณีต สวยงาม ชิ้นงานมีความประณีต ช้ินงานมคี วามประณีต ชนิ้ งานไมม่ คี วาม
ของชนิ้ งาน เรียบรอ้ ย สัดสว่ น
สวยงาม เรียบรอ้ ย แตส่ ัดสว่ น ประณีต เรียบร้อย
งานเสร็จทนั เวลาท่ี ช้นิ งานเสรจ็ ครบถว้ น
กำหนด สมบูรณต์ าม ยงั ไม่สวยงาม สดั ส่วนไม่สวยงาม
กำหนดเวลา
ชิน้ งานยังไมค่ รบถว้ น ชน้ิ งานยงั ไมค่ รบถว้ น
แต่ทันเวลา และไมท่ นั เวลา
การประเมนิ ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
ทกั ษะแหง่ รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ
ศตวรรษท่ี 21 ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
1.3R การอา่ น (Reading) สามารถอา่ นตาม สามารถอา่ น ไมส่ ามารถอ่าน
ประโยคทีก่ ำหนดให้ ประโยคที่ ประโยคท่ี
ได้ถกู ต้องตามหลัก กำหนดใหไ้ ด้ แต่มี กำหนดใหไ้ ด้
ภาษาไทยทั้งหมด บางประโยคทีไ่ ม่ ถกู ต้องตามหลกั
สามารถอ่านได้ ภาษาไทย
ถูกต้องตามหลกั
ภาษาไทย
2.4C การสื่อการ -ตอบคำถามได้ตรง -ต อ บ ค ำ ถ า ม ไ ด้ -ตอบคำถามไม่
(Communication) ประเด็น ค ่ อ น ข ้ า ง ต ร ง ตรงประเดน็
-พูดคุยโต้ตอบด้วย ประเดน็ -พ ู ด ค ุ ย โ ต ้ ต อ บ
อารมณ์ปกติและมี -พูดคุยโต้ตอบด้วย ด้วยกิริยาที่ไม่
ประโยชน์ต่อการ อารมณ์ปกติ เหมาะสมและไม่
เรยี นรู้ เกิดผลดีต่อการ
เรยี นรู้
การร่วมมือ -ร่วมปฏิบัติกิจกรรม -ร ่ ว ม ป ฏ ิ บ ั ติ -มีพฤติกรรมไม่
(Collaboration) ในชั้นเรียนอย่าง ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ช้ั น อยากร่วมปฏิบัติ
เตม็ ที่ เรยี นได้ดี ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ช้ั น
-ก ล ้ า แ ส ด ง อ อ ก -กล้าแสดงออกใน เรยี น
ใ น ท า ง ท ี ่ เ ป็ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ที่ -ไม่มีความกล้า
ประโยชน์ต่อการ จำเป็น แสดงออก
เรียนรู้ -แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง -ไม่ใสใ่ จใฝเ่ รยี นรู้
-แสดงออกถึงความ ค ว า ม ใ ส ่ ใ จ ใ ฝ่
ใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้และมี เรียนรู้
ความสุข
ความคดิ สร้างสรรค์ -สามารถนำสิ่งที่ -สามารถนำสิ่งท่ี -ไม่สามารถนำส่ิง
(Creativity) เรียนรู้ในบทเรียนมา เรียนรู้ในบทเรียน ท ี ่ เ ร ี ย น ร ู ้ ใ น
บ ู ร ณ า ก า ร แ ล ะ มาสร้างสรรค์เป็น บ ท เ ร ี ย น ม า
ส ร ้ า ง ส ร ร ค ์ เ ป็ น ผลงานของตนเอง บูรณาการหรือ
ผลงานของตนเอง ตามจินตนาการได้ สร้างสรรค์เป็น
ตามจินตนาการได้ดี ผลงานตาม
จนิ ตนาการได้
10.สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สอื ศิลปะป.4
2. power point เรื่อง ภาพพมิ พ์แสนสนุก
3. ตวั อย่างผลงานภาพพมิ พว์ ัสดธุ รรมชาติ
11.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำ
5. กล่าวทักทายนกั เรยี น
6. ครนู ำผลงานทัศนศลิ ปจ์ ากการพมิ พ์ภาพใหน้ ักเรียนสังเกต พร้อมสนทนาซักถามกบั ผู้เรยี น
ดังนี้
- ผลงานมีการใชว้ สั ดุอะไรบา้ ง?
7. ครนู ำเข้าสบู่ ทเรียนในเรือ่ ง การพิมพ์ภาพจากวสั ดุธรรมชาติ
ข้ันสอน
7. ครทู บทวนเนอ้ื หาภาพพมิ พโ์ ดยใหน้ กั เรียนดู Power point เร่ือง ภาพพิมพ์แสนสนุก โดยมี
เนือ้ หาดงั น้ี
1.1 การพิมพภ์ าพ หมายถงึ การนำแม่พิมพ์มาจมุ่ สหี รอื ทาสีแล้วกดลงแผน่ รองพมิ พ์
1.2 วสั ดุท่ีใชใ้ นการพมิ พภ์ าพ มี 2 ประเภท
1.2.1 วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ใบไม้ , กิ่งไม้ , ผัก เปน็ ต้น
1.2.2 วัสดุ สงั เคราะห์ เชน่ สำลีก้าน , ฝาขวด , ฟองนำ้ เป็นตน้
1.3อปุ กรณ์การพมิ พภ์ าพ
1.3.1 พ่กู ัน
1.3.2 จานสี
1.3.3 สโี ปสเตอร์
1.3.4 แผ่นรองพมิ พ์ เชน่ กระดาษ ผา้ เป็นต้น
1.3.5 ดนิ สอ
1.4ขั้นตอนการสรา้ งสรรค์การพิมพภ์ าพจากวสั ดธุ รรมชาติ
1.4.1 ขัน้ รา่ งภาพ
- คิดแบบ ออกแบบ ร่างลงในกระดาษ
1.4.2 ขนั้ พมิ พภ์ าพ
- ใชพ้ กู่ นั หรือฟองนำ้ จมุ่ สแี ล้วทาลงบนแม่พิมพ์
- นำแมพ่ ิมพ์ทาบลงบนกระดาษให้เป็นรูปรา่ ง ตามทอ่ี อกแบบ
1.4.3 ขน้ั ผลงานเสรจ็ สมบรู ณ์
- ทำจนเสรจ็ ตามรูปแบบที่ออกแบบไว้
8. ครูสาธิตการพมิ พ์ภาพจากวสั ดุธรรมชาตใิ หน้ กั เรยี นดู
9. ครูใหน้ กั เรยี นสรา้ งสรรค์งานภาพพมิ พ์จากวสั ดุธรรมชาติ หวั ข้อ ‘แจกนั ดอกไม้แสนสวย’ ให้
สวยงามเรยี บรอ้ ย
10. ครสู ุม่ ให้นักเรยี นออกมานำเสนอผลงานพรอ้ มบรรยายความรูส้ กึ ต่อผลงาน
11. ครูพูดชมเชยนกั เรียนและข้อเสนอแนะต่างๆหลังจากนักเรยี นนำเสนอ
ขั้นสรุป
2. ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันสรุปเนอ้ื หาเร่ือง การพมิ พ์ภาพจากวัสดุธรรมชาติ ดังนี้
การพิมพ์ภาพ หมายถงึ การนำแม่พมิ พ์มาจ่มุ สหี รอื ทาสีแลว้ กดลงแผน่ รองพมิ พ์ วสั ดุทใ่ี ชใ้ น
การพิมพ์ภาพ มี 2 ประเภท คอื วสั ดจุ ากธรรมชาติ และวสั ดุ สังเคราะห์ อปุ กรณท์ ่ใี ช้ในการ
พิมพภ์ าพ มี พู่กัน , จานสี , สีโปสเตอร์ , แผ่นรองพมิ พ์ และดนิ สอ ขน้ั ตอนการพมิ พ์มี 3
ขนั้ ตอน คือ ข้ันร่างภาพ , ขน้ั พิมพภ์ าพ และข้ันผลงานเสรจ็ สมบรู ณ์
ใบงาน เรอื่ ง ภาพพมิ พ์
*เน่อื งจากสถานการณโ์ ควดิ -19 จึงไมไ่ ดท้ ำการสอนตามท่ไี ดว้ างแผนเอาไว้
12. ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
❑ ดีมาก
❑ ดี
❑ พอใช้
❑ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
❑ เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
❑ ยังไมเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ีดี
❑ นำไปใช้ไดจ้ รงิ
❑ ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
..................................................................................................................................................................
…………........................................................................................................................................................
....…..………………………………………………………………………………………………………………..………..………………
………………………………................................................................................................................................
............................………………………………………………………………..………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวอภญิ ญา สขุ บัว)
13. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
13.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1. นักเรยี นจำนวน 231 คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ 231 คน คิดเป็นร้อยละ 100
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - คน คดิ เป็นรอ้ ยละ -
นกั เรยี นทไี่ ม่ผ่าน มดี งั น้ี
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…
แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นทไ่ี ม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
...........................................-. ...........................................................................................................
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ (K)
..น..กั...เ.ร..ีย..น...ม..คี..ว...า..ม..ร..แู้ ..ล...ะ.เ..ข..า้..ใ..จ..เ.ร..ื่อ..ง...ก...า..ร..พ..มิ...พ...์ภ..า..พ...จ..า..ก..ว...สั ..ด..ุธ..ร..ร..ม...ช..า..ต..ิ.................................................
3. นกั เรียนมคี วามร้เู กดิ ทกั ษะ (P)
.น..กั..เ..ร..ยี ..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..ส..ร..้า..ง..ส...ร.ร..ค...ง์ ..า.น...ภ..า..พ...พ...มิ..พ...จ์...า.ก...ว..ัส..ด...ุธ..ร..ร..ม..ช..า..ต...ไิ .ด..้อ...ย..า่..ง..ถ..กู..ต...อ้ ..ง..ส..ว..ย...ง.า..ม... ......................
1. นักเรียนมเี จตคติ ค่านยิ ม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
..น..ัก...เ.ร..ยี ..น...ม..ีค..ว...า..ม..ม..ุ่ง..ม...่นั ..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................
13.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
..เ.น...่อื ..ง..จ..า..ก..ว...ิช..า..ศ..ลิ...ป..ะ..เ.ป...็น..ก...า..ร..เ.ร..ยี ..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...ัก..เ.ร..ยี...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..่เ..ข..้า..เ.ร..ีย..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ยี...น..ท...่กี ..ำ..ห..น...ด....จ..ึง..ม..กี..า..ร..เ..ร.ยี...น..ย..อ้...น..ห...ล..งั...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..คู...ล..ปิ...ย..้อ..น...ห..ล...ัง.ไ..ด..้ผ...า่ ..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………
13.3 ขอ้ เสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.....................................................
(นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ สอน
แผนการจัดการเรียนร้โู รงเรียนพญาไท
กลุ่มสาระการเรียนรูศ้ ิลปะ รายวชิ า ทศั นศลิ ป์ รหัสวชิ า ศ 14101
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ สนุกกบั งานภาพพิมพ์ ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ผสู้ อน นางสาวสธุ ีวรางค์ องอาจ
เรอ่ื ง การพิมพ์ภาพจากวัสดธุ รรมชาติ(ต่อ) เวลา 1 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรค์งานทศั นศิลปต์ ามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์
วพิ ากษ์ วิจารณ์ คณุ คา่ งานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคดิ ต่องานศิลปะอยา่ งอิสระ ชน่ื ชม และ
ประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั
2.ตวั ชีว้ ัด
ศ 1.1 ป.4/4 มีทักษะพื้นฐานในการใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ สรา้ งสรรคง์ านพมิ พ์ภาพ
3.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ด้านการเรยี นรู้ (K)
- เพอื่ ให้นักเรียนมคี วามรู้เรือ่ ง การพมิ พ์ภาพจากธรรมชาติ
2. ดา้ นทักษะ (P)
- เพือ่ ให้นักเรียนสามารถสรา้ งสรรค์งานภาพพิมพ์จากวสั ดธุ รรมชาตไิ ด้
3. ด้านคณุ ลักษณะ (A)
- ม่งุ มั่นในการทำงาน
4.สาระสำคญั
การพมิ พภ์ าพ เป็นการสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะท่ีมีลักษณะเป็น 2 มติ ิ ซึง่ เกิดจากกระบวนการพิมพ์
โดยใชว้ สั ดุต่างๆเปน็ แมพ่ มิ พ์ และใช้สที าลงบนแมพ่ มิ พ์ จากนั้นนำไปกดหรือทับลงบนกระดาษให้เกดิ เป็น
ภาพ
5.สาระการเรยี นรู้
การพิมพภ์ าพ
1. การพิมพ์ภาพ หมายถึง การนำแมพ่ ิมพม์ าจุ่มสหี รอื ทาสีแล้วกดลงแผน่ รองพมิ พ์
2.วสั ดทุ ี่ใช้ในการพิมพภ์ าพ มี 2 ประเภท
2.1วสั ดุจากธรรมชาติ
2.2วสั ุดสงั เคราะห์
3.อุปกรณ์การพมิ พ์ภาพ
3.1พกู่ นั
3.2จานสี
3.3สโี ปสเตอร์
3.4แผ่นรองพิมพ์ เชน่ กระดาษ ผา้ เป็นตน้
4.ขั้นตอนการสร้างสรรค์การพมิ พภ์ าพจากวัสดธุ รรมชาติ มี 3 ข้นั ตอน
4.1 ขั้นร่างภาพ
4.2 ขั้นพิมพ์ภาพ
4.3 ขน้ั ผลงานเสรจ็ สมบูรณ์
6.สมรรถนะสำคัญผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
7.คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
2. มีวินัย
3. ใฝเ่ รยี นรู้
8.ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงาน เร่อื ง ภาพพิมพ์
9.การประเมินผล วิธีการวัดและประเมนิ ผล เครือ่ งมือท่ีใชใ้ น เกณฑก์ ารผ่าน
-สังเกต/ซักถาม/ตรวจ การวัดและประเมนิ -ตอบคำถามได้
เป้าหมาย (K/P/A) แบบฝึกหดั -แบบสังเกต/ประเด็น ทุกข้อ
-ตรวจผลงาน ซักถาม/แบบทดสอบ
1. เพอื่ ใหน้ ักเรยี นมคี วามรู้ -แบบบนั ทึกคะแนน -ได้คะแนน
เร่ือง การพมิ พ์ภาพจากวสั ดุ -สงั เกตการรว่ มกจิ กรรม 70%ขน้ึ ไป
ธรรมชาติ (K) -แบบสงั เกต
2. เพื่อให้นกั เรียนสามารถ -ผ่าน/ไม่ผา่ น
สรา้ งสรรค์งานภาพพิมพจ์ าก
วัสดธุ รรมชาติได้
(P)
3. มุง่ มั่นในการทำงาน (A)
การประเมนิ ทักษะกระบวนการ
รายการประเมิน ดี (3) เกณฑก์ ารประเมนิ ควรปรบั ปรุง (1)
สาระสำคญั ของชน้ิ งาน สาระสำคัญครบถว้ น พอใช้ (2) สาระสำคญั ถูกต้อง
และถูกต้องมากกว่า น้อยกว่า 50%
80% สาระสำคัญถกู ตอ้ ง
50-80%
องค์ประกอบของช้ินงาน จัดองคป์ ระกอบได้ จัดองคป์ ระกอบได้ จดั องค์ประกอบยงั ไม่
ถกู ตอ้ ง สมบูรณ์
ถูกต้อง แตย่ งั ไม่ ถกู ตอ้ ง และไมส่ มบูรณ์
สมบูรณ์
ความประณีต สวยงาม ชนิ้ งานมคี วามประณตี ช้นิ งานมคี วามประณีต ชิน้ งานไมม่ ีความ
ของช้นิ งาน เรยี บร้อย สดั ส่วน เรยี บร้อย แตส่ ดั สว่ น ประณตี เรียบร้อย
สวยงาม ยังไมส่ วยงาม สดั สว่ นไมส่ วยงาม
งานเสร็จทนั เวลาท่ี ชน้ิ งานเสรจ็ ครบถ้วน ชน้ิ งานยงั ไมค่ รบถ้วน ช้ินงานยังไมค่ รบถว้ น
กำหนด สมบรู ณต์ าม
กำหนดเวลา แต่ทนั เวลา และไมท่ นั เวลา
การประเมนิ ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21
ทักษะแห่ง รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
ศตวรรษท่ี 21 ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
1.3R การอา่ น (Reading) สามารถอ่านตาม สามารถอา่ น ไมส่ ามารถอ่าน
ประโยคท่ีกำหนดให้ ประโยคท่ี ประโยคท่ี
ไดถ้ ูกต้องตามหลกั กำหนดให้ได้ แตม่ ี กำหนดให้ได้
ภาษาไทยทั้งหมด บางประโยคทีไ่ ม่ ถูกตอ้ งตามหลัก
สามารถอ่านได้ ภาษาไทย
ถูกตอ้ งตามหลัก
ภาษาไทย
2.4C การสื่อการ -ตอบคำถามได้ตรง -ต อ บ ค ำ ถ า ม ไ ด้ -ตอบคำถามไม่
(Communication) ประเด็น ค ่ อ น ข ้ า ง ต ร ง ตรงประเดน็
-พูดคุยโต้ตอบด้วย ประเด็น -พ ู ด ค ุ ย โ ต ้ ต อ บ
อารมณ์ปกติและมี -พูดคุยโต้ตอบด้วย ด้วยกิริยาที่ไม่
ประโยชน์ต่อการ อารมณ์ปกติ เหมาะสมและไม่
เรยี นรู้ เกิดผลดีต่อการ
เรียนรู้
การร่วมมอื -ร่วมปฏิบัติกิจกรรม -ร ่ ว ม ป ฏ ิ บ ั ติ -มีพฤติกรรมไม่
(Collaboration) ในชั้นเรียนอย่าง ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ช้ั น อยากร่วมปฏิบัติ
เต็มที่ เรียนไดด้ ี ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ชั้ น
-ก ล ้ า แ ส ด ง อ อ ก -กล้าแสดงออกใน เรยี น
ใ น ท า ง ท ี ่ เ ป็ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ที่ -ไม่มีความกล้า
ประโยชน์ต่อการ จำเปน็ แสดงออก
เรยี นรู้ -แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง -ไม่ใสใ่ จใฝ่เรียนรู้
-แสดงออกถึงความ ค ว า ม ใ ส ่ ใ จ ใ ฝ่
ใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้และมี เรยี นรู้
ความสุข
ความคดิ สรา้ งสรรค์ -สามารถนำสิ่งที่ -สามารถนำสิ่งที่ -ไม่สามารถนำส่ิง
(Creativity) เรียนรู้ในบทเรียนมา เรียนรู้ในบทเรียน ท ี ่ เ ร ี ย น ร ู ้ ใ น
บ ู ร ณ า ก า ร แ ล ะ มาสร้างสรรค์เป็น บ ท เ ร ี ย น ม า
ส ร ้ า ง ส ร ร ค ์ เ ป็ น ผลงานของตนเอง บูรณาการหรือ
ผลงานของตนเอง ตามจินตนาการได้ สร้างสรรค์เป็น
ตามจินตนาการไดด้ ี ผลงานตาม
จินตนาการได้
10.สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สอื ศลิ ปะป.4
2. power point เรอื่ ง ภาพพมิ พ์แสนสนุก
3. ตัวอยา่ งผลงานภาพพิมพ์วัสดุธรรมชาติ
11.กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
1. กลา่ วทกั ทายนกั เรียน
2. ครนู ำเขา้ สบู่ ทเรียนในเรื่อง การพมิ พภ์ าพจากวสั ดุธรรมชาติ
ขั้นสอน
1. ครูทบทวนเนอื้ หาภาพพมิ พโ์ ดยใหน้ กั เรียนดู Power point เร่ือง ภาพพมิ พแ์ สนสนุก โดยมี
เน้ือหาดังนี้
1.1 การพมิ พภ์ าพ หมายถึง การนำแมพ่ ิมพ์มาจุ่มสหี รือทาสีแล้วกดลงแผ่นรองพิมพ์
1.2 วัสดุทใ่ี ช้ในการพิมพภ์ าพ มี 2 ประเภท
1.2.1 วสั ดุจากธรรมชาติ เชน่ ใบไม้ , ก่งิ ไม้ , ผกั เปน็ ต้น
1.2.2 วสั ดุ สงั เคราะห์ เชน่ สำลีก้าน , ฝาขวด , ฟองน้ำ เป็นตน้
1.3อปุ กรณก์ ารพิมพภ์ าพ
1.3.1 พกู่ ัน
1.3.2 จานสี
1.3.3 สีโปสเตอร์
1.3.4 แผ่นรองพิมพ์ เช่น กระดาษ ผ้า เปน็ ตน้
1.3.5 ดินสอ
1.4ขน้ั ตอนการสร้างสรรค์การพิมพ์ภาพจากวสั ดุธรรมชาติ
1.4.1 ข้นั ร่างภาพ
- คดิ แบบ ออกแบบ รา่ งลงในกระดาษ
1.4.2 ขน้ั พมิ พภ์ าพ
- ใช้พูก่ ัน หรอื ฟองนำ้ จุ่มสแี ลว้ ทาลงบนแมพ่ ิมพ์
- นำแม่พมิ พ์ทาบลงบนกระดาษใหเ้ ปน็ รปู ร่าง ตามที่ออกแบบ
1.4.3 ขั้นผลงานเสร็จสมบูรณ์
- ทำจนเสรจ็ ตามรปู แบบทอ่ี อกแบบไว้
2. ครูสนทนาซกั ถามกับนกั เรยี นระหวา่ งการบรรยาย ดังนี้
- วัสดทุ ใี่ ช้ในการพมิ พ์ภาพมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
- ข้นั ตอนการพมิ พ์ภาพมกี ่ีขั้นตอน อะไรบา้ ง?
3. ครใู ห้นักเรยี นสรา้ งสรรค์งานภาพพิมพ์จากนิว้ มอื ตามจนิ ตนาการ ใหส้ วยงามเรียบรอ้ ยจน
เสรจ็ สมบรู ณ์
4. ครูส่มุ ให้นักเรียนออกมานำเสนอผลงานพร้อมบรรยายความรสู้ ึกตอ่ ผลงาน
5. ครูพดู ชมเชยนักเรียนและข้อเสนอแนะตา่ งๆหลังจากนักเรยี นนำเสนอ
ข้ันสรปุ
1. ครูและนักเรยี นชว่ ยกันสรปุ เนอื้ หาเร่อื ง การพมิ พ์ภาพจากวัสดธุ รรมชาติ ดังนี้
การพิมพ์ภาพ หมายถงึ การนำแม่พมิ พม์ าจุ่มสีหรอื ทาสีแล้วกดลงแผน่ รองพิมพ์ วสั ดทุ ใ่ี ช้ใน
การพิมพภ์ าพ มี 2 ประเภท คือ วสั ดุจากธรรมชาติ และวสั ดุ สังเคราะห์ อุปกรณท์ ีใ่ ช้ในการ
พิมพภ์ าพ มี พู่กัน , จานสี , สโี ปสเตอร์ , แผน่ รองพมิ พ์ และดนิ สอ ข้นั ตอนการพิมพ์มี 3
ขั้นตอน คอื ข้ันรา่ งภาพ , ข้ันพมิ พภ์ าพ และข้ันผลงานเสร็จสมบรู ณ์
Youtube เรื่อง ภาพพมิ พ์
ใบงาน เรื่อง ภาพพมิ พ์
ผลงานใบงาน เร่อื ง ภาพพมิ พ์ ของนกั เรยี น
12. ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่
❑ ดมี าก
❑ ดี
❑ พอใช้
❑ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
❑ เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
❑ ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ทด่ี ี
❑ นำไปใช้ได้จริง
❑ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
..................................................................................................................................................................
…………........................................................................................................................................................
....…..………………………………………………………………………………………………………………..………..………………
………………………………................................................................................................................................
............................………………………………………………………………..………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวอภญิ ญา สขุ บัว)
13. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
13.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นจำนวน 231 คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ 231 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - คน คดิ เป็นรอ้ ยละ -
นักเรยี นทไี่ ม่ผ่าน มดี งั นี้
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…
แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นทไ่ี ม่ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
...........................................-. ...........................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ (K)
..น..กั...เ.ร..ีย..น...ม..คี..ว...า..ม..ร..แู้ ..ล...ะ.เ..ข..า้..ใ..จ..เ.ร..ื่อ..ง...ก...า..ร..พ..มิ...พ...์ภ..า..พ...จ..า..ก..ว...ัส..ด..ุธ..ร..ร..ม...ช..า..ต..ิ.................................................
3. นักเรียนมคี วามร้เู กดิ ทักษะ (P)
.น..กั..เ..ร..ยี ..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..ส..ร..้า..ง..ส...ร.ร..ค...ง์ ..า.น...ภ..า..พ...พ...ิม..พ...จ์...า.ก...ว..สั..ด...ุธ..ร..ร..ม..ช..า..ต...ไิ .ด..อ้...ย..่า..ง..ถ..ูก..ต...้อ..ง..ส..ว..ย...ง.า..ม... ......................
2. นักเรียนมเี จตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม (A)
..น..ัก...เ.ร..ยี ..น...ม..ีค..ว...า..ม..ม..ุ่ง..ม...่นั ..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................
13.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
..เ.น...่อื ..ง..จ..า..ก..ว...ิช..า..ศ..ลิ...ป..ะ..เ.ป...็น..ก...า..ร..เ.ร..ยี ..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...ัก..เ.ร..ีย...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..เ่..ข..้า..เ.ร..ยี..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ยี...น..ท...กี่ ..ำ..ห..น...ด....จ..ึง..ม..กี..า..ร..เ..ร.ยี...น..ย..อ้...น..ห...ล..งั...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..คู...ล..ิป...ย..อ้..น...ห..ล...งั .ไ..ด..้ผ...่า..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………
13.3 ขอ้ เสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .....................................................
(นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ)
ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกสอน
แผนการจดั การเรียนรูโ้ รงเรียนพญาไท
กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ รายวชิ า ทศั นศิลป์ รหสั วชิ า ศ 14101
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4
ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ สนุกกับงานภาพพิมพ์ ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
ผู้สอน นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ
เร่ือง การพมิ พภ์ าพจากวัสดสุ งั เคราะห์ เวลา 1 ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรค์งานทศั นศลิ ปต์ ามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์
วิพากษ์ วจิ ารณ์ คณุ ค่างานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอย่างอิสระ ชน่ื ชม และ
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
2.ตัวชี้วดั
ศ 1.1 ป.4/4 มีทักษะพื้นฐานในการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ สรา้ งสรรคง์ านพมิ พ์ภาพ
3.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ดา้ นการเรียนรู้ (K)
- เพื่อให้นกั เรียนมีความรเู้ รือ่ ง การพมิ พภ์ าพจากวสั ดสุ ังเคราะห์
2. ดา้ นทกั ษะ (P)
- เพื่อให้นักเรียนสามารถสรา้ งสรรคง์ านภาพพมิ พ์จากวัสดสุ ังเคราะหไ์ ด้
3. ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
- มุ่งม่ันในการทำงาน
4.สาระสำคัญ
การพมิ พภ์ าพ เป็นการสร้างสรรคง์ านศลิ ปะทม่ี ลี ักษณะเป็น 2 มติ ิ ซ่ึงเกิดจากกระบวนการพมิ พ์
โดยใชว้ ัสดตุ ่างๆเปน็ แม่พิมพ์ และใช้สที าลงบนแม่พมิ พ์ จากน้นั นำไปกดหรือทับลงบนกระดาษให้เกดิ เปน็
ภาพ
5.สาระการเรยี นรู้
การพมิ พภ์ าพ
1.การพมิ พภ์ าพ หมายถงึ การนำแม่พมิ พม์ าจ่มุ สีหรอื ทาสแี ลว้ กดลงแผ่นรองพมิ พ์
2.วสั ดทุ ี่ใช้ในการพิมพภ์ าพ มี 2 ประเภท
2.1วสั ดุจากธรรมชาติ
2.2วสั ุดสงั เคราะห์
3.อุปกรณ์การพมิ พ์ภาพ
3.1พกู่ นั
3.2จานสี
3.3สโี ปสเตอร์
3.4แผ่นรองพิมพ์ เชน่ กระดาษ ผา้ เป็นตน้
4.ขั้นตอนการสรา้ งสรรค์การพิมพภ์ าพจากวัสดสุ งั เคราะห์ มี 3 ขัน้ ตอน
4.1 ข้นั ร่างภาพ
4.2 ข้นั พมิ พ์ภาพ
4.3 ข้นั ผลงานเสร็จสมบรู ณ์
6.สมรรถนะสำคัญผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
7.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มุ่งมั่นในการทำงาน
2. มวี นิ ัย
3. ใฝ่เรยี นรู้
8.ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- งานภาพพมิ พ์จากวสั ดสุ ังเคราะห์
9.การประเมินผล
เปา้ หมาย (K/P/A) เครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ น
วิธีการวดั และประเมนิ ผล การวัดและประเมิน เกณฑ์การผ่าน
1. เพ่ือใหน้ กั เรียนมีความรู้ -สังเกต/ซักถาม/ตรวจ -แบบสงั เกต/ประเด็น -ตอบคำถามได้
เรื่อง การพิมพภ์ าพจากวัสดุ แบบฝึกหัด ซักถาม/แบบทดสอบ ทุกข้อ
สงั เคราะห์ (K)
2. เพือ่ ใหน้ ักเรยี นสามารถ -ตรวจผลงาน -แบบบันทกึ คะแนน -ได้คะแนน
สรา้ งสรรคง์ านภาพพมิ พจ์ าก -แบบสงั เกต 70%ข้ึนไป
วัสดสุ ังเคราะหไ์ ด้
(P) -ผา่ น/ไมผ่ า่ น
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน (A) -สังเกตการรว่ มกจิ กรรม
การประเมนิ ทกั ษะกระบวนการ
รายการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน
ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1)
สาระสำคญั ของชน้ิ งาน สาระสำคญั ครบถ้วน สาระสำคัญถกู ตอ้ ง สาระสำคญั ถูกตอ้ ง
และถกู ต้องมากกวา่ 50-80% น้อยกวา่ 50%
80%
องคป์ ระกอบของช้ินงาน จดั องค์ประกอบได้ จดั องค์ประกอบได้ จดั องคป์ ระกอบยงั ไม่
ถกู ตอ้ ง สมบูรณ์
ถกู ต้อง แตย่ งั ไม่ ถูกตอ้ ง และไมส่ มบรู ณ์
สมบูรณ์
ความประณีต สวยงาม ชิน้ งานมีความประณีต ชิ้นงานมีความประณีต ชิน้ งานไมม่ คี วาม
ของชิ้นงาน เรียบร้อย สัดส่วน
สวยงาม เรยี บร้อย แตส่ ดั สว่ น ประณตี เรยี บร้อย
งานเสร็จทันเวลาที่
กำหนด ชน้ิ งานเสร็จครบถ้วน ยงั ไม่สวยงาม สดั สว่ นไม่สวยงาม
สมบูรณ์ตาม
กำหนดเวลา ช้นิ งานยงั ไมค่ รบถว้ น ชน้ิ งานยังไม่ครบถว้ น
แตท่ ันเวลา และไม่ทันเวลา
การประเมนิ ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
ทกั ษะแหง่ รายการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน
ศตวรรษท่ี 21 ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
1.3R การอ่าน (Reading) สามารถอา่ นตาม สามารถอ่าน ไม่สามารถอา่ น
ประโยคทก่ี ำหนดให้ ประโยคท่ี ประโยคท่ี
ได้ถูกต้องตามหลกั กำหนดใหไ้ ด้ แต่มี กำหนดให้ได้
ภาษาไทยทงั้ หมด บางประโยคทไ่ี ม่ ถูกตอ้ งตามหลัก
สามารถอ่านได้ ภาษาไทย
ถูกตอ้ งตามหลัก
ภาษาไทย
2.4C การสือ่ การ -ตอบคำถามได้ตรง -ต อ บ ค ำ ถ า ม ไ ด้ -ตอบคำถามไม่
(Communication) ประเด็น ค ่ อ น ข ้ า ง ต ร ง ตรงประเด็น
-พูดคุยโต้ตอบด้วย ประเดน็ -พ ู ด ค ุ ย โ ต ้ ต อ บ
อารมณ์ปกติและมี -พูดคุยโต้ตอบด้วย ด้วยกิริยาที่ไม่
ประโยชน์ต่อการ อารมณ์ปกติ เหมาะสมและไม่
เรียนรู้ เกิดผลดีต่อการ
เรียนรู้
การร่วมมือ -ร่วมปฏิบัติกิจกรรม -ร ่ ว ม ป ฏ ิ บ ั ติ -มีพฤติกรรมไม่
(Collaboration) ในชั้นเรียนอย่าง ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ชั้ น อยากร่วมปฏิบัติ
เตม็ ท่ี เรียนไดด้ ี ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ชั้ น
-ก ล ้ า แ ส ด ง อ อ ก -กล้าแสดงออกใน เรียน
ใ น ท า ง ท ี ่ เ ป็ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ท่ี -ไม่มีความกล้า
ประโยชน์ต่อการ จำเป็น แสดงออก
เรยี นรู้ -แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง -ไมใ่ ส่ใจใฝ่เรียนรู้
-แสดงออกถึงความ ค ว า ม ใ ส ่ ใ จ ใ ฝ่
ใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้และมี เรยี นรู้
ความสุข
ความคิดสร้างสรรค์ -สามารถนำสิ่งท่ี -สามารถนำสิ่งท่ี -ไม่สามารถนำสิ่ง
(Creativity)
เรียนรู้ในบทเรียนมา เรียนรู้ในบทเรียน ท ี ่ เ ร ี ย น ร ู ้ ใ น
บ ู ร ณ า ก า ร แ ล ะ มาสร้างสรรค์เป็น บ ท เ ร ี ย น ม า
ส ร ้ า ง ส ร ร ค ์ เ ป็ น ผลงานของตนเอง บูรณาการหรือ
ผลงานของตนเอง ตามจนิ ตนาการได้ สร้างสรรค์เป็น
ตามจินตนาการได้ดี ผลงานตาม
จนิ ตนาการได้
10.สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือศลิ ปะป.4
2. power point เรอ่ื ง ภาพพมิ พ์แสนสนกุ
3. ตวั อยา่ งผลงานภาพพมิ พว์ สั ดสุ ังเคราะห์
11.กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำ
8. กล่าวทกั ทายนกั เรียน
9. ครนู ำผลงานทศั นศิลปจ์ ากการพมิ พภ์ าพจากวัสดุสังเคราะหใ์ หน้ ักเรยี นสังเกต พร้อมสนทนา
ซักถามกบั ผูเ้ รียน ดังน้ี
- ผลงานมีการใช้วัสดอุ ะไรบา้ ง?
10. ครนู ำเขา้ สูบ่ ทเรยี นในเรอ่ื ง การพิมพ์ภาพจากวัสดสุ ังเคราะห์
ขนั้ สอน
12. ครูทบทวนเน้ือหาภาพพิมพโ์ ดยให้นักเรียนดู Power point เรอ่ื ง ภาพพมิ พ์แสนสนุก โดยมี
เนอื้ หาดังนี้
1.1 การพิมพภ์ าพ หมายถึง การนำแม่พมิ พ์มาจมุ่ สหี รือทาสแี ลว้ กดลงแผน่ รองพิมพ์
1.2 วสั ดทุ ใ่ี ชใ้ นการพิมพภ์ าพ มี 2 ประเภท
1.2.1 วสั ดจุ ากธรรมชาติ เชน่ ใบไม้ , กงิ่ ไม้ , ผกั เปน็ ตน้
1.2.2 วัสดุ สังเคราะห์ เชน่ สำลกี า้ น , ฝาขวด , ฟองนำ้ เปน็ ตน้
1.3อุปกรณ์การพิมพภ์ าพ
1.3.1 พู่กนั
1.3.2 จานสี
1.3.3 สโี ปสเตอร์
1.3.4 แผน่ รองพมิ พ์ เชน่ กระดาษ ผ้า เปน็ ต้น
1.3.5 ดนิ สอ
1.4ขนั้ ตอนการสรา้ งสรรคก์ ารพมิ พภ์ าพจากวสั ดสุ งั เคราะห์
1.4.1 ขนั้ รา่ งภาพ
- คดิ แบบ ออกแบบ รา่ งลงในกระดาษ
1.4.2 ขั้นพมิ พภ์ าพ
- ใชพ้ กู่ นั หรอื ฟองน้ำจมุ่ สแี ลว้ ทาลงบนแมพ่ มิ พ์
- นำแม่พมิ พ์ทาบลงบนกระดาษใหเ้ ป็นรปู รา่ ง ตามทีอ่ อกแบบ
1.4.3 ขั้นผลงานเสร็จสมบรู ณ์
- ทำจนเสร็จตามรปู แบบที่ออกแบบไว้
13. ครสู าธติ การพิมพ์ภาพจากวสั ดสุ ังเคราะหใ์ ห้นกั เรียนดู
14. ครใู ห้นกั เรียนสรา้ งสรรค์งานภาพพิมพ์จากวสั ดสุ ังเคราะห์ หวั ขอ้ ‘ดอกไม้แสนสวย’ ให้
สวยงามเรียบรอ้ ย
15. ครสู ุ่มใหน้ กั เรยี นออกมานำเสนอผลงานพร้อมบรรยายความรูส้ ึกต่อผลงาน
16. ครูพูดชมเชยนักเรยี นและขอ้ เสนอแนะตา่ งๆหลังจากนักเรียนนำเสนอ
ข้ันสรปุ
3. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั สรุปเนอ้ื หาเรื่อง การพิมพ์ภาพจากวัสดสุ ังเคราะห์ ดงั น้ี
การพมิ พภ์ าพ หมายถึง การนำแมพ่ มิ พม์ าจ่มุ สีหรือทาสีแลว้ กดลงแผน่ รองพมิ พ์ วสั ดุทใ่ี ช้ใน
การพิมพภ์ าพ มี 2 ประเภท คือ วสั ดุจากธรรมชาติ และวสั ุดสังเคราะห์ อุปกรณท์ ีใ่ ช้ในการ
พิมพ์ภาพ มี พ่กู นั , จานสี , สีโปสเตอร์ , แผน่ รองพมิ พ์ และดินสอ ขัน้ ตอนการพิมพม์ ี 3
ขน้ั ตอน คือ ขั้นร่างภาพ , ขั้นพมิ พภ์ าพ และข้ันผลงานเสร็จสมบูรณ์
ใบงาน เรอ่ื ง ภาพพมิ พ์
*เนอ่ื งจากสถานการณโ์ ควดิ -19 จงึ ไม่ได้ทำการสอนตามท่ไี ด้วางแผนเอาไว้
12. ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่
❑ ดมี าก
❑ ดี
❑ พอใช้
❑ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
❑ เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
❑ ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ทด่ี ี
❑ นำไปใช้ได้จริง
❑ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
..................................................................................................................................................................
…………........................................................................................................................................................
....…..………………………………………………………………………………………………………………..………..………………
………………………………................................................................................................................................
............................………………………………………………………………..………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวอภญิ ญา สขุ บัว)
13. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
13.1 สรปุ ผลหลังการจดั การเรียนรู้ คดิ เป็นร้อยละ 100
1. นักเรยี นจำนวน 231 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ -
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 231 คน
ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ - คน
นักเรยี นท่ไี มผ่ า่ น มดี งั นี้
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
...........................................-. ...........................................................................................................
2. นักเรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจ (K)
..น..ัก...เ.ร..ยี ..น...ม..ีค..ว...า..ม..ร..ู้แ..ล...ะ.เ..ข..้า..ใ..จ..เ.ร..อื่..ง...ก...า..ร..พ..มิ...พ...์ภ..า..พ...จ..า..ก..ว...สั ..ด..สุ...ัง.เ..ค..ร..า..ะ..ห..์................................................
3. นกั เรยี นมคี วามรเู้ กิดทักษะ (P)
.น..กั..เ..ร..ยี ..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..ส..ร..า้..ง..ส...ร.ร..ค...ง์ ..า.น...ภ..า..พ...พ...ิม..พ...จ์...า.ก...ว..สั..ด...ุส..ัง..เ.ค..ร..า..ะ..ห...ไ์ .ด...อ้ ..ย..่า..ง..ถ..กู..ต...้อ..ง..ส..ว..ย...ง..า..ม.. .....................
3. นักเรียนมเี จตคติ คา่ นิยม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม (A)
..น..ัก...เ.ร..ยี ..น...ม..คี..ว...า..ม..ม..งุ่..ม...ัน่ ..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................
13.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
..เ.น...ื่อ..ง..จ..า..ก..ว...ชิ ..า..ศ..ลิ...ป..ะ..เ.ป...็น..ก...า..ร..เ.ร..ยี ..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...กั..เ.ร..ีย...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..เ่..ข..า้..เ.ร..ีย..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ีย...น..ท...ี่ก..ำ..ห..น...ด....จ..งึ ..ม..ีก..า..ร..เ..ร.ยี...น..ย..้อ...น..ห...ล..งั...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..ูค...ล..ปิ...ย..อ้..น...ห..ล...งั .ไ..ด..้ผ...า่ ..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………
13.3 ขอ้ เสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .....................................................
(นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ)
ตำแหนง่ นกั ศกึ ษาฝึกสอน
แผนการจดั การเรยี นรโู้ รงเรยี นพญาไท
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ รายวชิ า ทัศนศลิ ป์ รหัสวิชา ศ 14101
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4
ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ สนุกกับงานภาพพมิ พ์ ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ผู้สอน นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ
เร่อื ง การพิมพภ์ าพจากวสั ดุสังเคราะห์(ตอ่ ) เวลา 1 ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ปต์ ามจนิ ตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์
วิพากษ์ วิจารณ์ คณุ คา่ งานทัศนศลิ ป์ ถา่ ยทอดความร้สู ึก ความคดิ ต่องานศิลปะอยา่ งอิสระ ชืน่ ชม และ
ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
2.ตัวชี้วัด
ศ 1.1 ป.4/4 มีทักษะพนื้ ฐานในการใช้วสั ดุ อุปกรณ์ สรา้ งสรรค์งานพิมพภ์ าพ
3.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ด้านการเรียนรู้ (K)
- เพือ่ ใหน้ ักเรยี นมคี วามรูเ้ ร่ือง การพิมพ์ภาพจากวสั ดสุ งั เคราะห์
2. ด้านทกั ษะ (P)
- เพ่อื ให้นกั เรียนสามารถสร้างสรรคง์ านภาพพมิ พจ์ ากวสั ดสุ งั เคราะหไ์ ด้
3. ด้านคุณลักษณะ (A)
- มงุ่ มั่นในการทำงาน
4.สาระสำคัญ
การพิมพภ์ าพ เปน็ การสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะท่ีมลี ักษณะเป็น 2 มิติ ซึง่ เกิดจากกระบวนการพิมพ์
โดยใช้วสั ดุต่างๆเป็นแมพ่ มิ พ์ และใชส้ ีทาลงบนแม่พิมพ์ จากน้ันนำไปกดหรือทับลงบนกระดาษให้เกดิ เปน็
ภาพ
5.สาระการเรยี นรู้
การพิมพ์ภาพ
1.การพมิ พภ์ าพ หมายถึง การนำแมพ่ ิมพ์มาจมุ่ สีหรือทาสแี ล้วกดลงแผ่นรองพิมพ์
2.วสั ดทุ ี่ใช้ในการพิมพภ์ าพ มี 2 ประเภท
2.1วสั ดุจากธรรมชาติ
2.2วสั ุดสงั เคราะห์
3.อุปกรณ์การพมิ พ์ภาพ
3.1พกู่ นั
3.2จานสี
3.3สโี ปสเตอร์
3.4แผ่นรองพิมพ์ เชน่ กระดาษ ผา้ เป็นตน้
4.ขั้นตอนการสรา้ งสรรค์การพิมพภ์ าพจากวัสดุสงั เคราะห์ มี 3 ขัน้ ตอน
4.1 ข้นั ร่างภาพ
4.2 ข้นั พมิ พ์ภาพ
4.3 ข้นั ผลงานเสร็จสมบรู ณ์
6.สมรรถนะสำคัญผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
7.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
2. มีวนิ ัย
3. ใฝ่เรียนรู้
8.ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- งานภาพพิมพ์จากวสั ดสุ ังเคราะห์
9.การประเมินผล วิธีการวดั และประเมนิ ผล เครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ น เกณฑ์การผ่าน
-สังเกต/ซักถาม/ตรวจ การวัดและประเมิน
เป้าหมาย (K/P/A) แบบฝึกหัด -แบบสงั เกต/ประเด็น -ตอบคำถามได้
-ตรวจผลงาน ซักถาม/แบบทดสอบ ทุกข้อ
1. เพือ่ ให้นักเรยี นมีความรู้
เร่ือง การพมิ พภ์ าพจากวัสดุ -สังเกตการรว่ มกจิ กรรม -แบบบันทกึ คะแนน -ได้คะแนน
สังเคราะห์ (K) 70%ข้ึนไป
2. เพือ่ ให้นักเรียนสามารถ -แบบสงั เกต
สรา้ งสรรคง์ านภาพพมิ พจ์ าก -ผา่ น/ไมผ่ า่ น
วสั ดุสงั เคราะห์ได้ (P)
3. มุ่งม่ันในการทำงาน (A)
การประเมนิ ทกั ษะกระบวนการ
รายการประเมิน ดี (3) เกณฑ์การประเมิน ควรปรับปรุง (1)
สาระสำคญั ของชิ้นงาน
สาระสำคญั ครบถ้วน พอใช้ (2) สาระสำคญั ถูกตอ้ ง
และถกู ต้องมากกวา่ สาระสำคัญถกู ตอ้ ง น้อยกวา่ 50%
80% 50-80%
องคป์ ระกอบของช้ินงาน จดั องค์ประกอบได้ จดั องค์ประกอบได้ จดั องคป์ ระกอบยงั ไม่
ถกู ตอ้ ง สมบูรณ์
ถกู ต้อง แตย่ งั ไม่ ถูกตอ้ ง และไมส่ มบรู ณ์
สมบูรณ์
ความประณีต สวยงาม ชิน้ งานมีความประณีต ชิ้นงานมีความประณีต ชิน้ งานไมม่ ีความ
ของชิ้นงาน เรียบร้อย สัดส่วน
สวยงาม เรยี บร้อย แตส่ ดั สว่ น ประณตี เรียบร้อย
งานเสร็จทันเวลาที่
กำหนด ชน้ิ งานเสร็จครบถ้วน ยงั ไม่สวยงาม สดั สว่ นไม่สวยงาม
สมบูรณ์ตาม
กำหนดเวลา ช้นิ งานยงั ไมค่ รบถว้ น ชน้ิ งานยังไม่ครบถว้ น
แตท่ ันเวลา และไม่ทันเวลา
การประเมนิ ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
ทกั ษะแหง่ รายการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน
ศตวรรษท่ี 21 ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
1.3R การอ่าน (Reading) สามารถอา่ นตาม สามารถอ่าน ไม่สามารถอา่ น
ประโยคทก่ี ำหนดให้ ประโยคท่ี ประโยคท่ี
ได้ถูกต้องตามหลกั กำหนดใหไ้ ด้ แต่มี กำหนดให้ได้
ภาษาไทยทงั้ หมด บางประโยคทไ่ี ม่ ถูกต้องตามหลัก
สามารถอ่านได้ ภาษาไทย
ถูกตอ้ งตามหลัก
ภาษาไทย
2.4C การสือ่ การ -ตอบคำถามได้ตรง -ต อ บ ค ำ ถ า ม ไ ด้ -ตอบคำถามไม่
(Communication) ประเด็น ค ่ อ น ข ้ า ง ต ร ง ตรงประเด็น
-พูดคุยโต้ตอบด้วย ประเดน็ -พ ู ด ค ุ ย โ ต ้ ต อ บ
อารมณ์ปกติและมี -พูดคุยโต้ตอบด้วย ด้วยกิริยาที่ไม่
ประโยชน์ต่อการ อารมณ์ปกติ เหมาะสมและไม่
เรียนรู้ เกิดผลดีต่อการ
เรียนรู้
การร่วมมือ -ร่วมปฏิบัติกิจกรรม -ร ่ ว ม ป ฏ ิ บ ั ติ -มีพฤติกรรมไม่
(Collaboration) ในชั้นเรียนอย่าง ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ชั้ น อยากร่วมปฏิบัติ
เตม็ ท่ี เรียนไดด้ ี ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ชั้ น
-ก ล ้ า แ ส ด ง อ อ ก -กล้าแสดงออกใน เรียน
ใ น ท า ง ท ี ่ เ ป็ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ท่ี -ไม่มีความกล้า
ประโยชน์ต่อการ จำเป็น แสดงออก
เรยี นรู้ -แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง -ไมใ่ ส่ใจใฝ่เรียนรู้
-แสดงออกถึงความ ค ว า ม ใ ส ่ ใ จ ใ ฝ่
ใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้และมี เรยี นรู้
ความสุข
ความคิดสร้างสรรค์ -สามารถนำสิ่งที่ -สามารถนำสิ่งที่ -ไม่สามารถนำสิ่ง
(Creativity)
เรียนรู้ในบทเรียนมา เรียนรู้ในบทเรียน ท ี ่ เ ร ี ย น ร ู ้ ใ น
บ ู ร ณ า ก า ร แ ล ะ มาสร้างสรรค์เป็น บ ท เ ร ี ย น ม า
ส ร ้ า ง ส ร ร ค ์ เ ป็ น ผลงานของตนเอง บูรณาการหรือ
ผลงานของตนเอง ตามจนิ ตนาการได้ สร้างสรรค์เป็น
ตามจนิ ตนาการไดด้ ี ผลงานตาม
จินตนาการได้
10.สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือศิลปะป.4
2. power point เรอ่ื ง ภาพพิมพแ์ สนสนกุ
3. ตวั อยา่ งผลงานภาพพิมพจ์ ากวสั ดสุ ังเคราะห์
11.กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
3. กล่าวทกั ทายนกั เรียน
4. ครูนำเข้าสู่บทเรยี นในเรือ่ ง การพมิ พภ์ าพจากวสั ดสุ ังเคราะห์
ขน้ั สอน
6. ครทู บทวนเน้อื หาภาพพมิ พ์โดยใหน้ กั เรยี นดู Power point เร่อื ง ภาพพมิ พ์แสนสนุก โดยมี
เนื้อหาดงั น้ี
1.1 การพมิ พ์ภาพ หมายถงึ การนำแม่พิมพม์ าจุ่มสีหรอื ทาสแี ลว้ กดลงแผน่ รองพมิ พ์
1.2 วัสดทุ ี่ใชใ้ นการพิมพ์ภาพ มี 2 ประเภท
1.2.1 วัสดจุ ากธรรมชาติ เชน่ ใบไม้ , ก่งิ ไม้ , ผกั เป็นต้น
1.2.2 วสั ดุ สงั เคราะห์ เชน่ สำลกี ้าน , ฝาขวด , ฟองน้ำ เป็นตน้
1.3อุปกรณ์การพิมพ์ภาพ
1.3.1 พู่กนั
1.3.2 จานสี
1.3.3 สโี ปสเตอร์
1.3.4 แผ่นรองพมิ พ์ เช่น กระดาษ ผา้ เป็นต้น
1.3.5 ดินสอ
1.4ขนั้ ตอนการสร้างสรรคก์ ารพมิ พ์ภาพจากวัสดสุ ังเคราะห์
1.4.1 ขั้นร่างภาพ
- คดิ แบบ ออกแบบ รา่ งลงในกระดาษ
1.4.2 ข้นั พิมพภ์ าพ
- ใช้พกู่ ัน หรอื ฟองนำ้ จุ่มสีแล้วทาลงบนแมพ่ ิมพ์
- นำแม่พิมพ์ทาบลงบนกระดาษใหเ้ ป็นรปู ร่าง ตามท่อี อกแบบ
1.4.3 ข้ันผลงานเสรจ็ สมบูรณ์
- ทำจนเสร็จตามรปู แบบท่อี อกแบบไว้
7. ครูสนทนาซักถามกบั นักเรยี นระหวา่ งการบรรยาย ดงั น้ี
- วัสดสุ งั เคราะห์มีอะไรบา้ ง?
8. ครูใหน้ กั เรยี นสร้างสรรค์งานภาพพิมพจ์ ากวสั ดธุ รรมชาติ หัวขอ้ ‘ดอกไม้แสนสวย’ ให้
สวยงามเรียบรอ้ ยจนเสร็จสมบูรณ์
9. ครสู ่มุ ให้นกั เรียนออกมานำเสนอผลงานพร้อมบรรยายความรู้สึกต่อผลงาน
10. ครูพดู ชมเชยนกั เรียนและข้อเสนอแนะต่างๆหลงั จากนักเรียนนำเสนอ
ขัน้ สรุป
2. ครูและนักเรียนช่วยกนั สรุปเนื้อหาเร่ือง การพมิ พภ์ าพจากวัสดุธรรมชาติ ดังน้ี
การพมิ พ์ภาพ หมายถึง การนำแมพ่ ิมพ์มาจุ่มสีหรอื ทาสีแลว้ กดลงแผ่นรองพิมพ์ วัสดทุ ใ่ี ช้ใน
การพมิ พ์ภาพ มี 2 ประเภท คอื วสั ดุจากธรรมชาติ และวสั ุดสังเคราะห์ อปุ กรณ์ทใี่ ชใ้ นการ
พิมพ์ภาพ มี พ่กู นั , จานสี , สโี ปสเตอร์ , แผ่นรองพมิ พ์ และดินสอ ขน้ั ตอนการพมิ พ์มี 3
ขนั้ ตอน คือ ขัน้ รา่ งภาพ , ขนั้ พมิ พ์ภาพ และขนั้ ผลงานเสรจ็ สมบรู ณ์
ใบงาน เรอ่ื ง ภาพพิมพ์
*เนอ่ื งจากสถานการณโ์ ควดิ -19 จึงไมไ่ ด้ทำการสอนตามท่ไี ด้วางแผนเอาไว้
12. ความเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่
❑ ดมี าก
❑ ดี
❑ พอใช้
❑ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
❑ เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
❑ ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ทด่ี ี
❑ นำไปใช้ได้จริง
❑ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
..................................................................................................................................................................
…………........................................................................................................................................................
....…..………………………………………………………………………………………………………………..………..………………
………………………………................................................................................................................................
............................………………………………………………………………..………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวอภญิ ญา สขุ บัว)
13. บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
13.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรยี นจำนวน 231 คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ 231 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100
ไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ - คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ -
นักเรียนทีไ่ ม่ผ่าน มดี งั น้ี
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…
แนวทางแก้ไขนักเรยี นทีไ่ ม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
...........................................-. ...........................................................................................................
2. นักเรียนมีความรู้ความเขา้ ใจ (K)
..น..ัก...เ.ร..ยี ..น...ม..คี..ว...า..ม..ร..แู้ ..ล...ะ.เ..ข..้า..ใ..จ..เ.ร..ือ่..ง...ก...า..ร..พ..ิม...พ...ภ์ ..า..พ...จ..า..ก..ว...สั ..ด..ุส...ัง.เ..ค..ร..า..ะ..ห..์................................................
3. นกั เรียนมคี วามรเู้ กิดทักษะ (P)
.น..กั..เ..ร..ยี ..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..ส..ร..้า..ง..ส...ร.ร..ค...ง์ ..า.น...ภ..า..พ...พ...ิม..พ...จ์...า.ก...ว..สั..ด...ุส..งั..เ.ค..ร..า..ะ..ห...ไ์ .ด...อ..ย..า่..ง..ถ..ูก..ต...้อ..ง..ส..ว..ย...ง..า..ม.. .....................
4. นกั เรียนมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
..น..ัก...เ.ร..ยี ..น...ม..คี..ว...า..ม..ม..งุ่..ม...นั่ ..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................
13.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
..เ.น...ื่อ..ง..จ..า..ก..ว...ชิ ..า..ศ..ลิ...ป..ะ..เ.ป...น็ ..ก...า..ร..เ.ร..ีย..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...กั..เ.ร..ยี...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..เ่..ข..้า..เ.ร..ยี..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ีย...น..ท...ีก่ ..ำ..ห..น...ด....จ..งึ ..ม..ีก..า..ร..เ..ร.ีย...น..ย..อ้...น..ห...ล..ัง...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..คู...ล..ปิ...ย..้อ..น...ห..ล...ัง..ไ.ด..ผ้...่า..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………
13.3 ข้อเสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวสธุ ีวรางค์ องอาจ)
ตำแหน่ง นักศกึ ษาฝกึ สอน
แผนการจัดการเรียนร้โู รงเรยี นพญาไท
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ รายวิชา ทศั นศิลป์ รหสั วชิ า ศ 14101
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ทำอย่างไรให้ภาพสวย เรอ่ื ง การลงแสงเงาดว้ ยเส้น
ผสู้ อน นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ เวลา 1 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลปต์ ามจินตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วิเคราะห์
วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่างานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรสู้ กึ ความคิดตอ่ งานศิลปะอยา่ งอสิ ระ ช่ืนชม และ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั
2.ตวั ชี้วดั
ศ 1.1 ป.4/6 บรรยายลกั ษณะของภาพ โดยเนน้ เรื่องการจดั ระยะ ความลกึ นำ้ หนัก และแสงเงา
ในภาพ
3.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ดา้ นการเรยี นรู้ (K)
- เพ่ือใหน้ กั เรียนมคี วามรเู้ รื่อง การลงแสงเงาดว้ ยเส้น
2. ดา้ นทกั ษะ (P)
- เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถไล่น้ำหนักแสงเงาดว้ ยเส้นได้
3. ด้านคณุ ลักษณะ (A)
- มุ่งมนั่ ในการทำงาน
4.สาระสำคญั
ความอ่อน กลาง แก่ของนำ้ หนัก นอกจากจะใชเ้ พื่อสรา้ งมิติให้เกิดความรูส้ กึ สงู ต่ำ หนา บาง แก่
วตั ถุในภาพแล้ว นำ้ หนักยังใช้สรา้ งมติ ิแห่งความรสู้ กึ ด้านระยะใกลไ้ กลของวตั ถุในภาพ ค่านำ้ หนกั ใช้ใน
การสรา้ งความรสู้ ึกดา้ นมิติแกว่ ตั ถุ คา่ น้ำหนกั แก่จะให้ความรู้สึกต่ำหรือลกึ ลงไป คา่ น้ำหนกั ทีอ่ อ่ นจะให้
ความรู้สึกท่สี งู หรือนูนข้นึ มา สว่ นในการสร้างความรสู้ ึกด้านระยะใกล-้ ไกล ระยใกล้จะใช้ค่าน้ำหนักแสงเงา
ทชี่ ดั เจนกว่าระยะไกล ระยะกลางก็ใชค้ า่ น้ำหนักทอี่ อ่ นลง และระยะไกลก็จะแรเงาใหอ้ อ่ นทส่ี ดุ หรือเนน้
รายละเอยี ด หรือเส้นใหน้ ้อยกว่าระยะกลางและใกล้
5.สาระการเรยี นรู้
นำ้ หนักแสงเงา
1. น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนัก
ทำใหร้ ูปทรงมี ปริมาตร และให้ระยะแกภ่ าพ แสงและเงา(Light & Shade)
2. แสงและเงา เปน็ องค์ประกอบที่อยู่คูก่ นั แสง เม่ือสอ่ งกระทบกบั วตั ถุ จะทำให้เกดิ เงา
ประเภทของแสงเงา มี 2 ประเภท
1. แสงจากธรรมชาติ ได้แก่ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว หง้ิ หอ้ ย
2. แสงทีม่ นุษยส์ รา้ งขึ้น ไดแ้ ก่ หลอดไฟ เทยี นไข ตะเกยี ง เป็นตน้
ขั้นตอนการลงแสงเงาดว้ ยเส้น มี 3 ข้ันตอน
1. ข้นั ที่ 1 ลงเส้นไปในทางเดยี วกนั ในดา้ นตรงกันขา้ มกบั แสง จากในภาพเงาอยู่ทางขวา
2. ข้ันท่ี 2 เพ่ิมนำ้ หนกั เงา โดยฝนเส้นทบั เงาในข้นั ที่ 1
3. ข้นั ท่ี 3 ฝนเส้นไขว้ทบั กัน โดยควรไล่ระดับเงาให้มคี วามกลมกลนื สวยงาม
6.สมรรถนะสำคญั ผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
7.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
2. มวี ินยั
3. ใฝ่เรยี นรู้
8.ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงานนำ้ หนกั แสงเงา
9.การประเมินผล วิธีการวัดและประเมินผล เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ น เกณฑ์การผา่ น
-สังเกต/ซกั ถาม/ตรวจ การวัดและประเมนิ
เป้าหมาย (K/P/A) แบบฝึกหดั -แบบสงั เกต/ประเด็น -ตอบคำถามได้
-ตรวจผลงาน ซักถาม/แบบทดสอบ ทกุ ขอ้
1. เพอื่ ใหน้ ักเรียนมคี วามรู้
เรื่อง การลงแสงเงาด้วยเส้น -สงั เกตการรว่ มกจิ กรรม -แบบบันทกึ คะแนน -ไดค้ ะแนน
(K) 70%ข้นึ ไป
2. เพือ่ ให้นักเรยี นสามารถไล่ -แบบสงั เกต
นำ้ หนกั แสงเงาด้วยเส้นได้ -ผา่ น/ไม่ผ่าน
(P)
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน (A)
การประเมนิ ทักษะกระบวนการ
รายการประเมนิ ดี (3) เกณฑก์ ารประเมิน ควรปรบั ปรงุ (1)
สาระสำคัญของชิ้นงาน สาระสำคัญครบถว้ น พอใช้ (2) สาระสำคญั ถกู ตอ้ ง
องคป์ ระกอบของชิน้ งาน และถูกต้องมากกวา่ น้อยกว่า 50%
80% สาระสำคญั ถูกตอ้ ง
50-80%
จัดองค์ประกอบได้
ถูกต้อง สมบูรณ์ จดั องค์ประกอบได้ จดั องค์ประกอบยงั ไม่
ถกู ต้อง แตย่ งั ไม่ ถกู ต้อง และไม่สมบูรณ์
สมบรู ณ์
ความประณตี สวยงาม ชิ้นงานมคี วามประณตี ชนิ้ งานมคี วามประณีต ชิน้ งานไมม่ คี วาม
ของช้นิ งาน เรยี บร้อย สัดสว่ น
สวยงาม เรยี บรอ้ ย แตส่ ัดส่วน ประณีต เรียบรอ้ ย
งานเสร็จทันเวลาท่ี ชน้ิ งานเสร็จครบถ้วน
กำหนด สมบรู ณ์ตาม ยังไมส่ วยงาม สดั สว่ นไมส่ วยงาม
กำหนดเวลา
ชิ้นงานยงั ไม่ครบถว้ น ชิน้ งานยังไมค่ รบถ้วน
แตท่ นั เวลา และไมท่ ันเวลา
การประเมนิ ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
ทักษะแห่ง รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน
ศตวรรษที่ 21 ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
1.3R การอ่าน (Reading) สามารถอา่ นตาม สามารถอา่ น ไมส่ ามารถอา่ น
ประโยคทีก่ ำหนดให้ ประโยคท่ี ประโยคที่
ได้ถูกตอ้ งตามหลัก กำหนดให้ได้ แต่มี กำหนดให้ได้
ภาษาไทยทั้งหมด บางประโยคที่ไม่ ถกู ต้องตามหลกั
สามารถอ่านได้ ภาษาไทย
ถูกตอ้ งตามหลกั
ภาษาไทย
2.4C การสอ่ื การ -ตอบคำถามได้ตรง -ต อ บ ค ำ ถ า ม ไ ด้ -ตอบคำถามไม่
(Communication) ประเดน็ ค ่ อ น ข ้ า ง ต ร ง ตรงประเดน็
-พูดคุยโต้ตอบด้วย ประเด็น -พ ู ด ค ุ ย โ ต ้ ต อ บ
อารมณ์ปกติและมี -พูดคุยโต้ตอบด้วย ด้วยกิริยาที่ไม่
ประโยชน์ต่อการ อารมณป์ กติ เหมาะสมและไม่
เรยี นรู้ เกิดผลดีต่อการ
เรยี นรู้
การร่วมมือ -ร่วมปฏิบัติกิจกรรม -ร ่ ว ม ป ฏ ิ บ ั ติ -มีพฤติกรรมไม่
(Collaboration) ในชั้นเรียนอย่าง ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ชั้ น อยากร่วมปฏิบัติ
เตม็ ท่ี เรยี นได้ดี ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ช้ั น
-ก ล ้ า แ ส ด ง อ อ ก -กล้าแสดงออกใน เรยี น
ใ น ท า ง ท ี ่ เ ป็ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ที่ -ไม่มีความกล้า
ประโยชน์ต่อการ จำเป็น แสดงออก
เรียนรู้ -แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง -ไม่ใส่ใจใฝ่เรียนรู้
-แสดงออกถึงความ ค ว า ม ใ ส ่ ใ จ ใ ฝ่
ใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้และมี เรยี นรู้
ความสขุ
ความคดิ สร้างสรรค์ -สามารถนำสิ่งท่ี -สามารถนำสิ่งที่ -ไม่สามารถนำส่ิง
(Creativity) เรียนรู้ในบทเรียนมา เรียนรู้ในบทเรียน ท ี ่ เ ร ี ย น ร ู ้ ใ น
บ ู ร ณ า ก า ร แ ล ะ มาสร้างสรรค์เป็น บ ท เ ร ี ย น ม า
ส ร ้ า ง ส ร ร ค ์ เ ป็ น ผลงานของตนเอง บูรณาการหรือ
ผลงานของตนเอง ตามจินตนาการได้ สร้างสรรค์เป็น
ตามจนิ ตนาการได้ดี ผลงานตาม
จินตนาการได้
10.ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือศลิ ปะป.4
2. power point เรือ่ ง น้ำหนักแสงเงา
3. ตวั อยา่ งผลงานไล่น้ำหนกั แสงเงาดว้ ยเสน้
11.กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำ
1. กล่าวทกั ทายนักเรยี น
2. ครูทบทวนบทเรยี นเรื่องนำ้ หนกั แสงเงา พรอ้ มสนทนาซกั ถามกบั ผู้เรียน ดงั น้ี
-น้ำหนกั แสงเงา คืออะไร?
- แสงเงา มีก่ปี ระเภท?
3. ครูนำเขา้ สู่บทเรียนในเรอื่ ง การลงแสงเงาด้วยเสน้