The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

6011011030002
นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ
โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paruenatsang, 2022-02-21 02:26:48

สุธีวรางค์ องอาจ

6011011030002
นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ
โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

ขนั้ สอน
1. ครูให้นักเรียนดู Power point เรือ่ ง นำ้ หนกั แสงเงา โดยมเี นื้อหาดงั นี้

1.1 น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ
น้ำหนักทำให้รูปทรงมี ปริมาตร และให้ระยะแก่ภาพ แสงและเงา(Light &
Shade) แสงและเงา เป็นองค์ประกอบที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะ
ทำใหเ้ กดิ เงา

1.2 ประเภทของแสงเงา มี 2 ประเภท
1.2.1 แสงจากธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ ดวงดาว หิ้งหอ้ ย
1.2.2 แสงทมี่ นุษย์สร้างขน้ึ ไดแ้ ก่ หลอดไฟ เทียนไข ตะเกียง เป็นต้น

1.3 การลงแสงเงา มี 2 วิธี
1.3.1 การลงแสงเงาดว้ ยเสน้ ไดแ้ ก่ ปากกา เมจิก ดนิ สอ พู่กัน เป็นต้น
1.3.2การลงแสงเงาด้วยสี ไดแ้ ก่ สไี ม้ สเี ทียน สีน้ำ สีโปสเตอร์ เป็นตน้

1.4 ขัน้ ตอนการลงแสงเงาดว้ ยเสน้ มี 3 ขั้นตอน
1.4.1 ขั้นที่ 1 ลงเส้นไปในทางเดียวกัน ในด้านตรงกันข้ามกับแสง จากในภาพ

เงาอยทู่ างขวา
1.4.2 ขนั้ ที่ 2 เพิม่ นำ้ หนักเงา โดยฝนเสน้ ทับเงาในข้นั ที่ 1
1.4.3 ข้ันที่ 3 ฝนเสน้ ไขวท้ บั กัน โดยควรไล่ระดบั เงาใหม้ ีความกลมกลนื สวยงาม

2. ครสู าธิตการไลร่ ะดบั ค่าน้ำหนัก 7 ระดบั ให้นักเรียนดู
3. ครใู ห้นกั เรยี นวาดกรอบสีเ่ หลยี่ มขนาด21*4 ซม. แบ่งเป็น 7 ชอ่ งเท่ากนั
4. ครใู หน้ ักเรียนไลร่ ะดบั คา่ น้ำหนัก 7 ระดบั ลงในชอ่ ง 7 ช่อง ด้วยดนิ สอee
5. ระหว่างปฎิบตั ิงานครูค่อยเดนิ ดูและใหค้ ำชี้แนะกับนกั เรยี น
6. ครูส่มุ ใหผ้ ลงานของนกั เรียนมาเปน็ ตวั อยา่ งให้นกั เรียนคนอน่ื ๆดู
7. ครูพูดชมเชยนกั เรยี นและขอ้ เสนอแนะตา่ งๆ

ข้นั สรุป
1. น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี แสงและเงา เป็นองค์ประกอบที่อยู่คู่กัน เมื่อแสงส่อง

กระทบกับวตั ถุ จะทำใหเ้ กิดเงา ประเภทของแสงเงา มี 2 ประเภท คือ แสงจากธรรมชาติ และ
แสงที่มนุษย์สร้างขึ้น การลงแสงเงา มี 2 วิธี คือ การลงแสงเงาด้วยเส้น และการลงแสงเงา
ดว้ ยสี ขั้นตอนการลงแสงเงาด้วยเสน้ มี 3 ขัน้ ตอน

Youtube เรอื่ ง นำ้ หนกั แสงเงา

ใบงาน เร่อื ง น้ำหนกั แสงเงา

12. ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่

❑ ดมี าก
❑ ดี
❑ พอใช้
❑ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
❑ เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
❑ ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ทด่ี ี
❑ นำไปใช้ได้จริง
❑ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
..................................................................................................................................................................
…………........................................................................................................................................................
....…..………………………………………………………………………………………………………………..………..………………
………………………………................................................................................................................................
............................………………………………………………………………..………………………………………………………

ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวอภญิ ญา สขุ บัว)

13. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้

13.1 สรปุ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้

1. นกั เรียนจำนวน 231 คน

ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 231 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100

ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ - คน คิดเปน็ รอ้ ยละ -

นกั เรียนที่ไม่ผ่าน มดี งั น้ี
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…

แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นทีไ่ มผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

...........................................-. ...........................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจ (K)

..น..กั...เ.ร..ยี ..น...ม..ีค..ว...า..ม..ร..ูแ้ ..ล...ะ.เ..ข..้า..ใ..จ..เ.ร..ื่อ..ง...ก...า..ร..ล..ง..แ..ส..ง..เ.ง..า..ด...้ว..ย..เ.ส...้น..................................................................
3. นักเรยี นมีความรเู้ กดิ ทกั ษะ (P)

.น..ัก..เ..ร..ยี ..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..ไ..ล..่น..ำ้..ห...น..ัก...แ..ส..ง..เ.ง..า..ด...้ว..ย..เ.ส...น้ ..ไ..ด..้อ..ย..า่..ง..ถ..ูก...ต..้อ..ง..ส...ว..ย..ง..า..ม.. .................................................
5. นักเรยี นมีเจตคติ คา่ นิยม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม (A)

..น..กั...เ.ร..ีย..น...ม..คี..ว...า..ม..ม..่งุ..ม...่นั ..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................

13.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
..เ.น...ื่อ..ง..จ..า..ก..ว...ชิ ..า..ศ..ิล...ป..ะ..เ.ป...น็ ..ก...า..ร..เ.ร..ีย..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...ัก..เ.ร..ีย...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..เ่..ข..้า..เ.ร..ีย..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ีย...น..ท...ี่ก..ำ..ห..น...ด....จ..ึง..ม..กี..า..ร..เ..ร.ยี...น..ย..อ้...น..ห...ล..งั...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..ูค...ล..ปิ...ย..้อ..น...ห..ล...ัง.ไ..ด..ผ้...า่ ..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………

13.3 ขอ้ เสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .....................................................
(นางสาวสธุ ีวรางค์ องอาจ)
ตำแหน่ง นกั ศึกษาฝกึ สอน



แผนการจดั การเรียนรู้โรงเรยี นพญาไท

กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ รายวชิ า ทศั นศิลป์ รหัสวชิ า ศ 14101
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4
ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ ทำอยา่ งไรให้ภาพสวย ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ผู้สอน นางสาวสธุ ีวรางค์ องอาจ
เรื่อง การลงแสงเงาด้วยเสน้ (ตอ่ ) เวลา 1 ชวั่ โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์
วิพากษ์ วิจารณ์ คณุ ค่างานทศั นศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สกึ ความคิดตอ่ งานศลิ ปะอย่างอิสระ ชื่นชม และ
ประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวัน

2.ตวั ช้วี ัด

ศ 1.1 ป.4/6 บรรยายลกั ษณะของภาพ โดยเนน้ เรื่องการจัดระยะ ความลกึ นำ้ หนกั และแสงเงา
ในภาพ

3.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ดา้ นการเรียนรู้ (K)

- เพ่อื ใหน้ กั เรียนมีความร้เู ร่อื ง การลงแสงเงาดว้ ยเส้น
2. ดา้ นทกั ษะ (P)

- เพอื่ ใหน้ กั เรยี นสามารถแรงเงาแอปเปิลด้วยเส้นด้วยดินสอได้
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
- มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

4.สาระสำคัญ

ความอ่อน กลาง แกข่ องนำ้ หนกั นอกจากจะใช้เพ่อื สร้างมติ ิใหเ้ กดิ ความรู้สกึ สูง ต่ำ หนา บาง แก่
วัตถุในภาพแล้ว น้ำหนักยงั ใช้สร้างมติ ิแหง่ ความรู้สกึ ด้านระยะใกลไ้ กลของวัตถุในภาพ คา่ น้ำหนักใชใ้ น
การสรา้ งความรสู้ ึกด้านมติ แิ ก่วตั ถุ ค่าน้ำหนกั แก่จะให้ความรูส้ ึกต่ำหรือลึกลงไป คา่ นำ้ หนกั ท่ีออ่ นจะให้
ความรูส้ กึ ที่สงู หรอื นูนขึน้ มา ส่วนในการสรา้ งความร้สู ึกด้านระยะใกล-้ ไกล ระยใกลจ้ ะใช้ค่านำ้ หนกั แสงเงา
ท่ชี ัดเจนกวา่ ระยะไกล ระยะกลางก็ใช้คา่ นำ้ หนักทอ่ี อ่ นลง และระยะไกลก็จะแรเงาใหอ้ ่อนท่สี ุด หรือเนน้
รายละเอยี ด หรือเส้นให้น้อยกวา่ ระยะกลางและใกล้

5.สาระการเรยี นรู้
นำ้ หนักแสงเงา
3. น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนัก
ทำใหร้ ูปทรงมี ปริมาตร และให้ระยะแกภ่ าพ แสงและเงา(Light & Shade)
4. แสงและเงา เปน็ องค์ประกอบที่อยู่คูก่ นั แสง เม่ือสอ่ งกระทบกบั วตั ถุ จะทำให้เกดิ เงา

ประเภทของแสงเงา มี 2 ประเภท
3. แสงจากธรรมชาติ ได้แก่ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว หง้ิ หอ้ ย

4. แสงทีม่ นุษยส์ รา้ งขึ้น ไดแ้ ก่ หลอดไฟ เทยี นไข ตะเกยี ง เป็นตน้

ขั้นตอนการลงแสงเงาดว้ ยเส้น มี 3 ข้ันตอน
4. ข้นั ที่ 1 ลงเส้นไปในทางเดยี วกนั ในดา้ นตรงกันขา้ มกบั แสง จากในภาพเงาอยู่ทางขวา
5. ข้ันท่ี 2 เพ่ิมนำ้ หนกั เงา โดยฝนเส้นทบั เงาในข้นั ที่ 1
6. ข้นั ท่ี 3 ฝนเส้นไขว้ทบั กัน โดยควรไล่ระดับเงาให้มคี วามกลมกลนื สวยงาม

6.สมรรถนะสำคญั ผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

7.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
2. มวี ินยั
3. ใฝ่เรยี นรู้

8.ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงานนำ้ หนกั แสงเงา

9.การประเมินผล วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ น เกณฑก์ ารผ่าน
-สงั เกต/ซักถาม/ตรวจ การวัดและประเมิน
เปา้ หมาย (K/P/A) แบบฝึกหดั -แบบสังเกต/ประเดน็ -ตอบคำถามได้
-ตรวจผลงาน ซักถาม/แบบทดสอบ ทุกข้อ
1. เพอื่ ใหน้ ักเรยี นมีความรู้
เรือ่ ง การลงแสงเงาดว้ ยเส้น -สงั เกตการรว่ มกิจกรรม -แบบบันทึกคะแนน -ไดค้ ะแนน
(K) 70%ขนึ้ ไป
2. เพ่ือให้นักเรียนสามารถ -แบบสงั เกต
แรงเงาแอปเปิลดว้ ยเสน้ ด้วย -ผ่าน/ไม่ผา่ น
ดนิ สอได้ (P)
3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน (A)

การประเมนิ ทกั ษะกระบวนการ

รายการประเมิน ดี (3) เกณฑก์ ารประเมิน ควรปรับปรงุ (1)

สาระสำคัญของชน้ิ งาน สาระสำคัญครบถ้วน พอใช้ (2) สาระสำคัญถูกต้อง
องคป์ ระกอบของชน้ิ งาน และถูกตอ้ งมากกวา่ น้อยกวา่ 50%
80% สาระสำคญั ถกู ต้อง
50-80%
จดั องค์ประกอบได้
ถกู ต้อง สมบูรณ์ จดั องคป์ ระกอบได้ จัดองคป์ ระกอบยงั ไม่

ถูกตอ้ ง แตย่ งั ไม่ ถกู ต้อง และไมส่ มบรู ณ์

สมบรู ณ์

ความประณตี สวยงาม ชิน้ งานมคี วามประณีต ชน้ิ งานมคี วามประณตี ชิ้นงานไมม่ ีความ
ของช้นิ งาน เรียบรอ้ ย สดั สว่ น
สวยงาม เรียบร้อย แต่สดั ส่วน ประณตี เรยี บร้อย
งานเสร็จทนั เวลาที่ ชนิ้ งานเสรจ็ ครบถ้วน
กำหนด สมบรู ณ์ตาม ยังไมส่ วยงาม สัดส่วนไม่สวยงาม
กำหนดเวลา
ชน้ิ งานยังไมค่ รบถว้ น ชน้ิ งานยงั ไมค่ รบถ้วน

แต่ทันเวลา และไม่ทนั เวลา

การประเมินทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21

ทกั ษะแห่ง รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ
ศตวรรษท่ี 21 ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ

1.3R การอ่าน (Reading) สามารถอ่านตาม สามารถอ่าน ไมส่ ามารถอ่าน

ประโยคทก่ี ำหนดให้ ประโยคที่ ประโยคท่ี

ได้ถกู ตอ้ งตามหลัก กำหนดใหไ้ ด้ แตม่ ี กำหนดใหไ้ ด้

ภาษาไทยท้ังหมด บางประโยคทไ่ี ม่ ถูกต้องตามหลกั

สามารถอา่ นได้ ภาษาไทย

ถกู ตอ้ งตามหลกั

ภาษาไทย

2.4C การสือ่ การ -ตอบคำถามได้ตรง -ต อ บ ค ำ ถ า ม ไ ด้ -ตอบคำถามไม่

(Communication) ประเดน็ ค ่ อ น ข ้ า ง ต ร ง ตรงประเด็น

-พูดคุยโต้ตอบด้วย ประเดน็ -พ ู ด ค ุ ย โ ต ้ ต อ บ

อารมณ์ปกติและมี -พูดคุยโต้ตอบด้วย ด้วยกิริยาที่ไม่

ประโยชน์ต่อการ อารมณป์ กติ เหมาะสมและไม่

เรียนรู้ เกิดผลดีต่อการ

เรียนรู้

การร่วมมอื -ร่วมปฏิบัติกิจกรรม -ร ่ ว ม ป ฏ ิ บ ั ติ -มีพฤติกรรมไม่

(Collaboration) ในชั้นเรียนอย่าง ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ช้ั น อยากร่วมปฏิบัติ

เต็มที่ เรียนไดด้ ี ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ชั้ น

-ก ล ้ า แ ส ด ง อ อ ก -กล้าแสดงออกใน เรยี น

ใ น ท า ง ท ี ่ เ ป็ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ที่ -ไม่มีความกล้า

ประโยชน์ต่อการ จำเป็น แสดงออก

เรยี นรู้ -แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง -ไม่ใสใ่ จใฝ่เรียนรู้

-แสดงออกถึงความ ค ว า ม ใ ส ่ ใ จ ใ ฝ่

ใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้และมี เรยี นรู้

ความสขุ

ความคิดสร้างสรรค์ -สามารถนำสิ่งที่ -สามารถนำสิ่งท่ี -ไม่สามารถนำสิ่ง

(Creativity) เรียนรู้ในบทเรียนมา เรียนรู้ในบทเรียน ท ี ่ เ ร ี ย น ร ู ้ ใ น

บ ู ร ณ า ก า ร แ ล ะ มาสร้างสรรค์เป็น บ ท เ ร ี ย น ม า

ส ร ้ า ง ส ร ร ค ์ เ ป็ น ผลงานของตนเอง บูรณาการหรือ

ผลงานของตนเอง ตามจนิ ตนาการได้ สร้างสรรค์เป็น

ตามจนิ ตนาการได้ดี ผลงานตาม

จนิ ตนาการได้

10.ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื ศลิ ปะป.4
2. power point เรือ่ ง นำ้ หนกั แสงเงา
3. ตวั อย่างผลงานแรงเงาแอปเปลิ ด้วยเส้นด้วยดินสอ

11.กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขั้นนำ

1. กล่าวทักทายนักเรยี น
2. ครทู บทวนบทเรียนเรอ่ื งการลงแสงเงาดว้ ยเส้น พรอ้ มสนทนาซักถามกับผ้เู รยี น ดงั น้ี

-ขั้นตอนการลงแสงเงาด้วยเส้น มีกขี่ ้นั ?
3. ครนู ำเขา้ สบู่ ทเรยี นในเรื่อง การลงแสงเงาดว้ ยเส้น

ข้นั สอน
1. ครูทบทวนเนื้อโดยให้นักเรียนดู Power point เร่ือง นำ้ หนักแสงเงา โดยมีเน้ือหาดงั น้ี

1.2 น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ
น้ำหนักทำให้รูปทรงมี ปริมาตร และให้ระยะแก่ภาพ แสงและเงา(Light &
Shade) แสงและเงา เป็นองค์ประกอบที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะ
ทำใหเ้ กิดเงา

1.2 ประเภทของแสงเงา มี 2 ประเภท
1.2.1 แสงจากธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว หิง้ หอ้ ย
1.2.2 แสงทม่ี นุษยส์ รา้ งขึน้ ไดแ้ ก่ หลอดไฟ เทยี นไข ตะเกียง เปน็ ตน้

1.3 การลงแสงเงา มี 2 วธิ ี
1.3.1 การลงแสงเงาดว้ ยเสน้ ได้แก่ ปากกา เมจิก ดนิ สอ พูก่ ัน เปน็ ต้น
1.3.2การลงแสงเงาด้วยสี ไดแ้ ก่ สีไม้ สีเทยี น สนี ำ้ สีโปสเตอร์ เปน็ ต้น

1.4 ขน้ั ตอนการลงแสงเงาดว้ ยเส้น มี 3 ข้ันตอน
1.4.1 ขั้นที่ 1 ลงเส้นไปในทางเดียวกัน ในด้านตรงกันข้ามกับแสง จากในภาพ

เงาอยูท่ างขวา
1.4.2 ข้นั ที่ 2 เพ่ิมน้ำหนักเงา โดยฝนเส้นทบั เงาในขั้นท่ี 1
1.4.3 ขั้นที่ 3 ฝนเส้นไขว้ทับกัน โดยควรไล่ระดับเงาให้มีความกลมกลืน
สวยงาม

2. ครูสาธิตการแรงเงาแอปเปิลดว้ ยดินสอeeให้นกั เรียนดู
3. ครูใหน้ กั เรยี นวาดรปู แอปเปลิ
4. ครใู ห้นักเรียนแรงเงาแอปเปิล ด้วยดินสอee
5. ระหว่างปฎบิ ัติงานครูคอ่ ยเดินดูและให้คำชแี้ นะกับนักเรียน
6. ครสู ุ่มให้ผลงานของนักเรยี นมาเปน็ ตวั อย่างให้นักเรยี นคนอื่นๆดู
7. ครูพูดชมเชยนกั เรียนและข้อเสนอแนะตา่ งๆ

ข้นั สรปุ
1. น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี แสงและเงา เป็นองค์ประกอบที่อยู่คู่กัน เมื่อแสงส่อง

กระทบกับวัตถุ จะทำใหเ้ กิดเงา ประเภทของแสงเงา มี 2 ประเภท คือ แสงจากธรรมชาติ และ
แสงที่มนุษย์สร้างขึ้น การลงแสงเงา มี 2 วิธี คือ การลงแสงเงาด้วยเส้น และการลงแสงเงา
ด้วยสี ขั้นตอนการลงแสงเงาด้วยเส้น มี 3 ขั้นตอน

Youtube เรอื่ ง นำ้ หนกั แสงเงา

ใบงาน เร่อื ง น้ำหนกั แสงเงา

ใบงาน เร่อื ง น้ำหนกั แสงเงา

12. ความเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่

❑ ดมี าก
❑ ดี
❑ พอใช้
❑ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
❑ เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
❑ ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ทด่ี ี
❑ นำไปใช้ได้จริง
❑ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
..................................................................................................................................................................
…………........................................................................................................................................................
....…..………………………………………………………………………………………………………………..………..………………
………………………………................................................................................................................................
............................………………………………………………………………..………………………………………………………

ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวอภญิ ญา สขุ บัว)

13. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้

13.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้

1. นักเรียนจำนวน 231 คน

ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 231 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100

ไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ - คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ -

นกั เรยี นทไี่ ม่ผ่าน มีดังนี้
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…

แนวทางแก้ไขนกั เรียนทีไ่ ม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

...........................................-. ...........................................................................................................
2. นกั เรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจ (K)

..น..ัก...เ.ร..ีย..น...ม..ีค..ว...า..ม..ร..แู้ ..ล...ะ.เ..ข..้า..ใ..จ..เ.ร..่ือ..ง...ก...า..ร..ล..ง..แ..ส..ง..เ.ง..า..ด...ว้ ..ย..เ.ส...น้ ..................................................................
3. นักเรียนมคี วามร้เู กิดทักษะ (P)

.น..ัก..เ..ร..ีย..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..แ..ร..ง..เ.ง..า..แ...อ..ป..เ..ป..ลิ...ด..ว้ ..ย..เ..ส..น้ ..ด...้ว..ย..ด...ิน..ส..อ...ไ.ด..อ้...ย..่า..ง..ถ..ูก..ต...้อ..ง..ส..ว..ย...ง.า..ม... ...................................
6. นกั เรยี นมเี จตคติ คา่ นยิ ม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)

..น..กั...เ.ร..ีย..น...ม..คี..ว...า..ม..ม..ุ่ง..ม...ัน่ ..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................

13.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
..เ.น...่อื ..ง..จ..า..ก..ว...ิช..า..ศ..ิล...ป..ะ..เ.ป...็น..ก...า..ร..เ.ร..ีย..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...ัก..เ.ร..ีย...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..เ่..ข..า้..เ.ร..ีย..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ีย...น..ท...ีก่ ..ำ..ห..น...ด....จ..งึ ..ม..ีก..า..ร..เ..ร.ีย...น..ย..้อ...น..ห...ล..ัง...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..คู...ล..ิป...ย..อ้..น...ห..ล...งั .ไ..ด..้ผ...่า..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………

13.3 ขอ้ เสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .....................................................
(นางสาวสธุ ีวรางค์ องอาจ)
ตำแหนง่ นักศึกษาฝึกสอน



แผนการจดั การเรียนรูโ้ รงเรียนพญาไท

กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ รายวชิ า ทัศนศลิ ป์ รหัสวชิ า ศ 14101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ ทำอย่างไรใหภ้ าพสวย เรือ่ ง การลงแสงเงาด้วยสี
ผสู้ อน นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ เวลา 1 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ปต์ ามจนิ ตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วเิ คราะห์
วิพากษ์ วจิ ารณ์ คุณคา่ งานทศั นศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคิดตอ่ งานศิลปะอยา่ งอสิ ระ ช่ืนชม และ
ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

2.ตัวชีว้ ดั

ศ 1.1 ป.4/6 บรรยายลกั ษณะของภาพ โดยเน้นเร่ืองการจัดระยะ ความลกึ น้ำหนกั และแสงเงา
ในภาพ

3.จุดประสงค์การเรียนรู้

1. ด้านการเรียนรู้ (K)

- เพอ่ื ใหน้ กั เรียนมีความรเู้ รือ่ ง การลงแสงเงาดว้ ยสี
2. ด้านทักษะ (P)

- เพ่ือใหน้ กั เรยี นสามารถแรงเงาแอปเปลิ ด้วยสไี มไ้ ด้
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
- ม่งุ มัน่ ในการทำงาน

4.สาระสำคญั

ความอ่อน กลาง แก่ของน้ำหนัก นอกจากจะใชเ้ พ่อื สรา้ งมิติใหเ้ กดิ ความรู้สึก สูง ตำ่ หนา บาง แก่
วัตถใุ นภาพแลว้ นำ้ หนกั ยงั ใชส้ รา้ งมติ แิ ห่งความรูส้ กึ ด้านระยะใกลไ้ กลของวัตถุในภาพ คา่ น้ำหนกั ใชใ้ น
การสร้างความร้สู ึกด้านมติ ิแกว่ ัตถุ ค่านำ้ หนักแก่จะให้ความรู้สกึ ต่ำหรอื ลกึ ลงไป ค่าน้ำหนกั ทอ่ี อ่ นจะให้
ความรสู้ กึ ที่สูงหรือนนู ขน้ึ มา สว่ นในการสร้างความรูส้ ึกดา้ นระยะใกล-้ ไกล ระยใกล้จะใช้คา่ นำ้ หนักแสงเงา
ทช่ี ัดเจนกว่าระยะไกล ระยะกลางกใ็ ช้คา่ นำ้ หนกั ทอ่ี อ่ นลง และระยะไกลก็จะแรเงาใหอ้ อ่ นที่สดุ หรือเน้น
รายละเอยี ด หรือเส้นให้น้อยกว่าระยะกลางและใกล้

5.สาระการเรยี นรู้
นำ้ หนักแสงเงา
5. น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนัก
ทำใหร้ ูปทรงมี ปริมาตร และให้ระยะแกภ่ าพ แสงและเงา(Light & Shade)
6. แสงและเงา เปน็ องค์ประกอบที่อยู่คูก่ นั แสง เม่ือสอ่ งกระทบกบั วตั ถุ จะทำให้เกดิ เงา

ประเภทของแสงเงา มี 2 ประเภท
5. แสงจากธรรมชาติ ได้แก่ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว หง้ิ หอ้ ย

6. แสงทีม่ นุษยส์ รา้ งขึ้น ไดแ้ ก่ หลอดไฟ เทยี นไข ตะเกยี ง เป็นตน้

ขั้นตอนการลงแสงเงาดว้ ยสี มี 3 ข้นั ตอน(รปู พ่มุ ไม้ในกระถาง)
1. ข้ันที่ 1 เริ่มลงสีเหลอื งเป็นส่วนท่รี ับแสง
2. ขั้นที่ 2 เพิ่มสีเขียวในด้านที่เป็นเงาของพุ่งไม้ สีม่วงที่ด้านเงาของลำต้น และสีน้ำตาลที่

กระถาง
3. ขนั้ ที่ 3 เพิ่มน้ำหนักของสใี นขน้ั ที่ 2 ในดา้ นเงาของพุม่ ไม้ ลำต้น และกระถาง

6.สมรรถนะสำคัญผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

7.คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มุ่งม่ันในการทำงาน
2. มีวนิ ัย
3. ใฝ่เรียนรู้

8.ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงานนำ้ หนกั แสงเงา

9.การประเมินผล วิธีการวัดและประเมินผล เครอ่ื งมือท่ีใช้ใน เกณฑก์ ารผ่าน

เปา้ หมาย (K/P/A) -สงั เกต/ซกั ถาม/ตรวจ การวัดและประเมนิ -ตอบคำถามได้
แบบฝกึ หัด -แบบสงั เกต/ประเด็น ทุกข้อ
1. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนมคี วามรู้ ซักถาม/แบบทดสอบ
เรือ่ ง การลงแสงเงาด้วยสี -ไดค้ ะแนน
(K) -ตรวจผลงาน -แบบบันทกึ คะแนน 70%ขนึ้ ไป
2. เพอื่ ใหน้ กั เรยี นสามารถ
แรงเงาแอปเปลิ ดว้ ยสีไมไ้ ด้ -สงั เกตการรว่ มกิจกรรม -แบบสงั เกต -ผ่าน/ไมผ่ ่าน
(P)
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน (A)

การประเมินทกั ษะกระบวนการ

รายการประเมิน ดี (3) เกณฑ์การประเมิน ควรปรบั ปรุง (1)

สาระสำคญั ของชนิ้ งาน สาระสำคญั ครบถ้วน พอใช้ (2) สาระสำคัญถูกตอ้ ง
องคป์ ระกอบของชน้ิ งาน และถกู ตอ้ งมากกว่า น้อยกว่า 50%
80% สาระสำคัญถูกตอ้ ง
50-80%
จัดองค์ประกอบได้
ถกู ตอ้ ง สมบรู ณ์ จดั องค์ประกอบได้ จัดองคป์ ระกอบยังไม่

ถูกตอ้ ง แตย่ งั ไม่ ถกู ตอ้ ง และไม่สมบูรณ์

สมบรู ณ์

ความประณีต สวยงาม ชิ้นงานมีความประณีต ช้นิ งานมคี วามประณตี ชน้ิ งานไม่มคี วาม
ของชน้ิ งาน เรียบรอ้ ย สดั สว่ น
สวยงาม เรยี บร้อย แตส่ ัดส่วน ประณีต เรยี บรอ้ ย
งานเสรจ็ ทนั เวลาที่ ชน้ิ งานเสร็จครบถ้วน
กำหนด สมบูรณต์ าม ยงั ไม่สวยงาม สัดส่วนไมส่ วยงาม
กำหนดเวลา
ชิ้นงานยงั ไม่ครบถ้วน ชิ้นงานยงั ไม่ครบถ้วน

แต่ทันเวลา และไม่ทันเวลา

การประเมินทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

ทกั ษะแห่ง รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน
ศตวรรษที่ 21 ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ

1.3R การอา่ น (Reading) สามารถอ่านตาม สามารถอา่ น ไมส่ ามารถอ่าน

ประโยคทก่ี ำหนดให้ ประโยคท่ี ประโยคท่ี

ได้ถูกตอ้ งตามหลกั กำหนดใหไ้ ด้ แต่มี กำหนดใหไ้ ด้

ภาษาไทยท้ังหมด บางประโยคท่ีไม่ ถูกตอ้ งตามหลกั

สามารถอา่ นได้ ภาษาไทย

ถกู ตอ้ งตามหลัก

ภาษาไทย

2.4C การส่อื การ -ตอบคำถามได้ตรง -ต อ บ ค ำ ถ า ม ไ ด้ -ตอบคำถามไม่

(Communication) ประเด็น ค ่ อ น ข ้ า ง ต ร ง ตรงประเดน็

-พูดคุยโต้ตอบด้วย ประเดน็ -พ ู ด ค ุ ย โ ต ้ ต อ บ

อารมณ์ปกติและมี -พูดคุยโต้ตอบด้วย ด้วยกิริยาที่ไม่

ประโยชน์ต่อการ อารมณ์ปกติ เหมาะสมและไม่

เรียนรู้ เกิดผลดีต่อการ

เรยี นรู้

การร่วมมือ -ร่วมปฏิบัติกิจกรรม -ร ่ ว ม ป ฏ ิ บ ั ติ -มีพฤติกรรมไม่

(Collaboration) ในชั้นเรียนอย่าง ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ช้ั น อยากร่วมปฏิบัติ

เตม็ ท่ี เรียนได้ดี ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ช้ั น

-ก ล ้ า แ ส ด ง อ อ ก -กล้าแสดงออกใน เรียน

ใ น ท า ง ท ี ่ เ ป็ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ท่ี -ไม่มีความกล้า

ประโยชน์ต่อการ จำเปน็ แสดงออก

เรยี นรู้ -แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง -ไม่ใส่ใจใฝ่เรยี นรู้

-แสดงออกถึงความ ค ว า ม ใ ส ่ ใ จ ใ ฝ่

ใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้และมี เรียนรู้

ความสุข

ความคิดสร้างสรรค์ -สามารถนำสิ่งที่ -สามารถนำสิ่งที่ -ไม่สามารถนำส่ิง

(Creativity) เรียนรู้ในบทเรียนมา เรียนรู้ในบทเรียน ท ี ่ เ ร ี ย น ร ู ้ ใ น

บ ู ร ณ า ก า ร แ ล ะ มาสร้างสรรค์เป็น บ ท เ ร ี ย น ม า

ส ร ้ า ง ส ร ร ค ์ เ ป็ น ผลงานของตนเอง บูรณาการหรือ

ผลงานของตนเอง ตามจินตนาการได้ สร้างสรรค์เป็น

ตามจนิ ตนาการได้ดี ผลงานตาม

จนิ ตนาการได้

10.ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สือศลิ ปะป.4
2. power point เร่อื ง น้ำหนกั แสงเงา
3. ตวั อยา่ งผลงานแรงเงาแอปเปลิ ดว้ ยสีไม้

11.กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้ันนำ

2. กล่าวทกั ทายนักเรยี น
2. ครูทบทวนบทเรยี นเร่ืองน้ำหนักแสงเงา พรอ้ มสนทนาซักถามกับผเู้ รียน ดังนี้

-น้ำหนกั แสงเงา คืออะไร?
- การลงแสงเงา มีก่ีวิธ?ี
3. ครูนำเขา้ สู่บทเรยี นในเร่ือง การลงแสงเงาด้วยสี

ขั้นสอน
1. ครทู บทวนเน้ือโดยใหน้ ักเรยี นดู Power point เร่ือง น้ำหนกั แสงเงา โดยมเี น้อื หาดงั นี้

7.1 น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ
น้ำหนักทำให้รูปทรงมี ปริมาตร และให้ระยะแก่ภาพ แสงและเงา(Light &
Shade) แสงและเงา เป็นองค์ประกอบที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะ
ทำให้เกิดเงา

1.2 ประเภทของแสงเงา มี 2 ประเภท
1.2.1 แสงจากธรรมชาติ ได้แก่ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว หิง้ หอ้ ย
1.2.2 แสงท่ีมนุษย์สรา้ งขึ้น ได้แก่ หลอดไฟ เทียนไข ตะเกยี ง เปน็ ต้น

1.3 การลงแสงเงา มี 2 วิธี
1.3.1 การลงแสงเงาดว้ ยเสน้ ไดแ้ ก่ ปากกา เมจิก ดนิ สอ พู่กัน เปน็ ต้น
1.3.2การลงแสงเงาดว้ ยสี ได้แก่ สไี ม้ สเี ทยี น สีน้ำ สโี ปสเตอร์ เปน็ ตน้

1.4 ข้ันตอนการลงแสงเงาด้วยสี มี 3 ขน้ั ตอน(รูปพ่มุ ไม้ในกระถาง)
1.4.1 ขน้ั ท่ี 1 เร่มิ ลงสเี หลอื งเป็นสว่ นท่ีรบั แสง
1.4.2 ขั้นที่ 2 เพิ่มสีเขียวในด้านที่เป็นเงาของพุ่งไม้ สีม่วงที่ด้านเงาของลำต้น

และสนี ำ้ ตาลทกี่ ระถาง
1.4.3 ขั้นที่ 3 เพิ่มน้ำหนักของสีในขั้นที่ 2 ในด้านเงาของพุ่มไม้ ลำต้น และ

กระถาง

2. ครสู าธติ การแรงเงาแอปเปิลด้วยสีไมใ้ ห้นกั เรียนดู
3. ครูให้นกั เรยี นวาดรูปแอปเปลิ
4. ครูใหน้ ักเรยี นแรงเงาแอปเปิล ดว้ ยสไี ม้
5. ระหวา่ งปฎบิ ตั งิ านครูคอ่ ยเดินดูและใหค้ ำชแ้ี นะกับนักเรยี น
6. ครสู มุ่ ใหผ้ ลงานของนกั เรียนมาเป็นตัวอย่างใหน้ ักเรียนคนอ่นื ๆดู
7. ครพู ดู ชมเชยนักเรียนและข้อเสนอแนะต่างๆ

ขนั้ สรุป
1. น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี แสงและเงา เป็นองค์ประกอบที่อยู่คู่กัน เมื่อแสงส่อง

กระทบกบั วตั ถุ จะทำให้เกิดเงา ประเภทของแสงเงา มี 2 ประเภท คอื แสงจากธรรมชาติ และ
แสงที่มนุษย์สร้างขึ้น การลงแสงเงา มี 2 วิธี คือ การลงแสงเงาด้วยเส้น และการลงแสงเงา
ด้วยสี ขน้ั ตอนการลงแสงเงาดว้ ยสี มี 3 ขั้นตอน

ใบงาน เรอ่ื ง น้ำหนัก แสงเงา

*เนื่องจากสถานการณโ์ ควดิ -19 จงึ ไม่ได้ทำการสอนตามท่ไี ด้วางแผนเอาไว้

12. ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่

❑ ดมี าก
❑ ดี
❑ พอใช้
❑ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
❑ เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
❑ ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ทด่ี ี
❑ นำไปใช้ได้จริง
❑ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
..................................................................................................................................................................
…………........................................................................................................................................................
....…..………………………………………………………………………………………………………………..………..………………
………………………………................................................................................................................................
............................………………………………………………………………..………………………………………………………

ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวอภญิ ญา สขุ บัว)

13. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้

13.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้

1. นักเรียนจำนวน 231 คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ 231 คน คิดเป็นร้อยละ 100

ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ - คน คดิ เป็นร้อยละ -

นกั เรยี นทีไ่ มผ่ า่ น มีดังน้ี
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…

แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นทไี่ ม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

...........................................-. ...........................................................................................................
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจ (K)

..น..ัก...เ.ร..ีย..น...ม..ีค..ว...า..ม..ร..ูแ้ ..ล...ะ.เ..ข..า้..ใ..จ..เ.ร..่อื..ง...ก...า..ร..ล..ง..แ..ส..ง..เ.ง..า..ด...ว้ ..ย..ส..ี....................................................................
3. นักเรยี นมีความรเู้ กิดทักษะ (P)

.น..ัก..เ..ร..ยี ..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..แ..ร..ง..เ.ง..า..แ...อ..ป..เ..ป..ลิ...ด..้ว..ย..ส...ไี .ม...ไ้ .ด..้อ...ย..่า..ง..ถ..กู..ต...้อ..ง..ส..ว..ย..ง..า..ม... ...................................................
7. นักเรียนมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม (A)
..น..ัก...เ.ร..ีย..น...ม..ีค..ว...า..ม..ม..ุ่ง..ม...นั่ ..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................

13.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
..เ.น...อื่ ..ง..จ..า..ก..ว...ิช..า..ศ..ลิ...ป..ะ..เ.ป...็น..ก...า..ร..เ.ร..ีย..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...กั..เ.ร..ยี...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..เ่..ข..า้..เ.ร..ยี..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ีย...น..ท...่ีก..ำ..ห..น...ด....จ..งึ ..ม..กี..า..ร..เ..ร.ีย...น..ย..้อ...น..ห...ล..งั...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..ูค...ล..ปิ...ย..อ้..น...ห..ล...ัง.ไ..ด..ผ้...า่ ..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………

13.3 ข้อเสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.....................................................
(นางสาวสธุ ีวรางค์ องอาจ)
ตำแหน่ง นักศกึ ษาฝกึ สอน



แผนการจัดการเรียนรู้โรงเรยี นพญาไท

กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ รายวิชา ทัศนศิลป์ รหัสวชิ า ศ 14101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ ทศั นศิลป์กบั วัฒนธรรม ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ผสู้ อน นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ
เร่ือง ความเปน็ มาของงานทศั นศลิ ป์ เวลา 1 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์
วิพากษ์ วจิ ารณ์ คณุ คา่ งานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคดิ ตอ่ งานศิลปะอยา่ งอสิ ระ ชนื่ ชม และ
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน

มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งทศั นศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ คา่
งานทศั นศิลป์ท่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ ภูมิปัญญาไทยและสากล

2.ตวั ชว้ี ดั

ศ 1.1 ป. 4/5 มที ักษะพ้ืนฐานในการใช้วสั ดอุ ุปกรณ์ สร้างานวาดภาพระบายสี
ศ 1.2 ป. 4/1 ระบแุ ละอภปิ รายเก่ียวกับงานทัศนศิลป์ ในเหตกุ ารณแ์ ละงานเฉลิมฉลองของ
วัฒธรรมในทอ้ งถนิ่
ศ 1.2 ป. 4/2 บรรยายเกีย่ วกบั งานทัศนศิลปท์ ่ีมาจากวัฒนธรรมตา่ งๆ

3.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. ดา้ นการเรยี นรู้ (K)
- เพอ่ื ให้นักเรียนมีความรู้เรื่อง ความเปน็ มาของงานทัศนศลิ ป์

2. ด้านทกั ษะ (P)
- เพอื่ ใหน้ ักเรียนสามารถวาดงานทศั นศลิ ปใ์ นทอ้ งถิน่ ได้

3. ด้านคุณลักษณะ (A)
- มุง่ มั่นในการทำงาน

4.สาระสำคัญ

งานทัศนศลิ ปใ์ นท้องถน่ิ เปน็ งานท่มี คี ุณค่า สบื ทอดกนั มาตงั้ แตโ่ บราณจนถงึ ปัจจุบัน โดยเช่ือมโยง
กับเหตกุ ารณ์ งานประเพณี วัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ นัน้ ๆ สรา้ งเปน็ ผลงานทมี่ เี อกลักษณ์ประจำท้องถน่ิ
ดดั แปลงสร้างสรรค์ทมี่ คี วามสวยงาม มีค่าควรแก่การอนรุ กั ษ์และรักษาใหอ้ ยูค่ กู่ ับประเทศไทย

5.สาระการเรยี นรู้
ความเปน็ มาของงานทัศนศิลป์
งานทศั นศิลป์ เปน็ งานท่มี คี ุณคา่ ต่อคนไทย สบื ทอดกันมาต้ังแต่โบราณจนถึงปจั จุบนั โดย

เชอื่ มโยงกบั เหตกุ ารณ์ งานประเพณี วัฒนธรรมในทอ้ งถิ่นนัน้ ๆ สรา้ งเปน็ ผลงานท่ีมเี อกลกั ษณป์ ระจำ
ทอ้ งถ่นิ

ภาคเหนอื
เชน่ ชามตราไก่ , กระเบื้องประดับผนัง เปน็ ต้น

ภาคกลาง
เชน่ การสานปลาตะเพยี น , งอบ , โอง่ มงั กร เปน็ ต้น

ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
เชน่ เทียนพรรษา , การนุ่งผา้ ถงุ ขาวม้า เปน็ ตน้

ภาคใต้
เชน่ หนงั ตะลงุ , ผา้ บาตกิ เป็นตน้

6.สมรรถนะสำคัญผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

7.คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
2. มวี ินยั
3. ใฝ่เรยี นรู้

8.ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานเร่อื ง ทศั นศิลปก์ บั วฒั นธรรม

9.การประเมินผล

เป้าหมาย (K/P/A) วิธีการวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ น เกณฑก์ ารผ่าน
การวัดและประเมิน

1. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นมีความรู้ -สังเกต/ซกั ถาม/ตรวจ -แบบสังเกต/ประเดน็ -ตอบคำถามได้

เรอ่ื ง ความเปน็ มาของงาน แบบฝึกหัด ซักถาม/แบบทดสอบ ทุกข้อ
ทัศนศลิ ป์ (K) -ตรวจผลงาน
2. เพ่อื ให้นกั เรียนสามารถ -แบบบันทึกคะแนน -ไดค้ ะแนน
วาดงานทัศนศิลป์ในท้องถน่ิ 70%ขนึ้ ไป
ได้ (P)

3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน (A) -สงั เกตการรว่ มกิจกรรม -แบบสงั เกต -ผ่าน/ไม่ผา่ น

การประเมนิ ทกั ษะกระบวนการ ดี (3) เกณฑก์ ารประเมิน ควรปรับปรงุ (1)
รายการประเมนิ พอใช้ (2)

สาระสำคญั ของชนิ้ งาน สาระสำคญั ครบถ้วน สาระสำคญั ถกู ต้อง สาระสำคัญถูกต้อง
องค์ประกอบของช้นิ งาน และถกู ต้องมากกวา่
80% 50-80% น้อยกวา่ 50%

จัดองคป์ ระกอบได้ จดั องคป์ ระกอบได้ จัดองคป์ ระกอบยงั ไม่
ถูกต้อง สมบรู ณ์
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ไม่ ถกู ต้อง และไมส่ มบรู ณ์

สมบรู ณ์

ความประณตี สวยงาม ชนิ้ งานมีความประณีต ชน้ิ งานมคี วามประณตี ชิ้นงานไมม่ ีความ
ของชิ้นงาน
เรียบร้อย สดั ส่วน เรียบร้อย แต่สดั ส่วน ประณตี เรยี บร้อย
งานเสรจ็ ทนั เวลาท่ี สวยงาม
กำหนด ชน้ิ งานเสร็จครบถ้วน ยังไมส่ วยงาม สัดส่วนไม่สวยงาม
สมบูรณต์ าม
กำหนดเวลา ชน้ิ งานยังไมค่ รบถว้ น ชน้ิ งานยงั ไมค่ รบถ้วน

แต่ทันเวลา และไม่ทนั เวลา

การประเมินทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21

ทกั ษะแหง่ รายการประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ
ศตวรรษท่ี 21 ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ

1.3R การอ่าน (Reading) สามารถอ่านตาม สามารถอ่าน ไมส่ ามารถอ่าน

ประโยคทก่ี ำหนดให้ ประโยคที่ ประโยคท่ี

ได้ถกู ตอ้ งตามหลัก กำหนดใหไ้ ด้ แตม่ ี กำหนดใหไ้ ด้

ภาษาไทยท้ังหมด บางประโยคทไ่ี ม่ ถูกต้องตามหลกั

สามารถอา่ นได้ ภาษาไทย

ถกู ตอ้ งตามหลกั

ภาษาไทย

2.4C การสอ่ื การ -ตอบคำถามได้ตรง -ต อ บ ค ำ ถ า ม ไ ด้ -ตอบคำถามไม่

(Communication) ประเด็น ค ่ อ น ข ้ า ง ต ร ง ตรงประเด็น

-พูดคุยโต้ตอบด้วย ประเด็น -พ ู ด ค ุ ย โ ต ้ ต อ บ

อารมณ์ปกติและมี -พูดคุยโต้ตอบด้วย ด้วยกิริยาที่ไม่

ประโยชน์ต่อการ อารมณ์ปกติ เหมาะสมและไม่

เรียนรู้ เกิดผลดีต่อการ

เรยี นรู้

การรว่ มมอื -ร่วมปฏิบัติกิจกรรม -ร ่ ว ม ป ฏ ิ บ ั ติ -มีพฤติกรรมไม่

(Collaboration) ในชั้นเรียนอย่าง ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ชั้ น อยากร่วมปฏิบัติ

เต็มท่ี เรยี นไดด้ ี ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ช้ั น

-ก ล ้ า แ ส ด ง อ อ ก -กล้าแสดงออกใน เรียน

ใ น ท า ง ท ี ่ เ ป็ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ที่ -ไม่มีความกล้า

ประโยชน์ต่อการ จำเป็น แสดงออก

เรยี นรู้ -แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง -ไม่ใส่ใจใฝเ่ รียนรู้

-แสดงออกถึงความ ค ว า ม ใ ส ่ ใ จ ใ ฝ่

ใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้และมี เรยี นรู้

ความสุข

ความคดิ สรา้ งสรรค์ -สามารถนำสิ่งที่ -สามารถนำสิ่งที่ -ไม่สามารถนำสิ่ง

(Creativity) เรียนรู้ในบทเรียนมา เรียนรู้ในบทเรียน ท ี ่ เ ร ี ย น ร ู ้ ใ น

บ ู ร ณ า ก า ร แ ล ะ มาสร้างสรรค์เป็น บ ท เ ร ี ย น ม า

ส ร ้ า ง ส ร ร ค ์ เ ป็ น ผลงานของตนเอง บูรณาการหรือ

ผลงานของตนเอง ตามจนิ ตนาการได้ สร้างสรรค์เป็น

ตามจินตนาการได้ดี ผลงานตาม

จินตนาการได้

10.สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนังสอื ศิลปะป.4
2. power point เร่อื ง ทศั นศลิ ปก์ ับวฒั นธรรม
3. ตวั อย่างผลงานทัศนศลิ ปใ์ นท้องถิน่ ตา่ งๆ

11.กจิ กรรมการเรยี นรู้

ข้ันนำ

11. กลา่ วทักทายนักเรียน
12. ครนู ำผลงานทศั นศลิ ปใ์ นท้องถิน่ ตา่ งๆใหน้ กั เรียนสงั เกต พร้อมสนทนาซกั ถามกบั ผเู้ รียน ดังน้ี

- งานทศั นศิลป์มาจากภาคอะไร?
- งานทัศนศิลป์มคี วามเป็นมาอย่างไร?
13. ครูนำเขา้ สบู่ ทเรยี นในเรื่อง ความเปน็ มาของงานทัศนศลิ ป์

ขั้นสอน
17. ครูใหน้ ักเรยี นดู Power point เรื่อง ทศั นศิลป์และวัฒนธรรม โดยมีเนอื้ หาดังนี้

1.1 งานทศั นศลิ ป์ เป็นงานที่มคี ุณค่าตอ่ คนไทย สบื ทอดกันมาตงั้ แตโ่ บราณจนถึงปจั จบุ นั
โดยเช่ือมโยงกับเหตุการณ์ งานประเพณี วฒั นธรรมในท้องถ่นิ นนั้ ๆ สร้างเปน็ ผลงานที่มี
เอกลักษณ์ประจำทอ้ งถ่นิ

1.2 ภาคเหนอื
เช่น ชามตราไก่ , กระเบื้องประดบั ผนงั เป็นต้น

1.3 ภาคกลาง
เช่น การสานปลาตะเพยี น , งอบ , โอง่ มังกร เป็นต้น

1.4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
เช่น เทยี นพรรษา , การนงุ่ ผา้ ถุงขาวมา้ เป็นต้น

1.5 ภาคใต้
เช่น หนงั ตะลุง , ผา้ บาตกิ เป็นต้น

18. ครใู ห้นักเรยี นดูคลปิ ความเป็นมาของงานทศั นศลิ ปเ์ พ่ิมเตมิ่
19. ครูแจกใบงาน เร่อื ง ทศั นศิลปก์ ับวฒั นธรรม
20. ครูใหน้ กั เรียนวาดภาพระบายสงี านทัศนศิลป์ในทอ้ งถ่นิ ของตวั เองให้สวยงาม
21. ครคู อ่ ยเดินดแู ละใหค้ ำชี้แนะต่างๆกบั นักเรียน

ขนั้ สรุป
1. งานทศั นศิลป์ เป็นงานท่ีมีคุณคา่ ตอ่ คนไทย สบื ทอดกนั มาตง้ั แตโ่ บราณจนถึงปัจจุบนั โดย

เชื่อมโยงกบั เหตกุ ารณ์ งานประเพณี วฒั นธรรมในทอ้ งถ่ินน้ันๆ สร้างเปน็ ผลงานท่มี ี
เอกลกั ษณป์ ระจำทอ้ งถนิ่ แบ่งเป็น 4 ภาค คือ ภาคเหนอื , ภาคกลาง , ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนอื และภาคใต้

ใบงาน เรือ่ ง ทศั นศิลปก์ บั วฒั นธรรม

ช%ือ………………………..
ภาค………………………
…………………………..
ใชท้ าํ อะไร………………
…………………………

ช%ือ………………………..
ภาค………………………
…………………………..
ใชท้ าํ อะไร………………
…………………………

*เน่อื งจากสถานการณ์โควิด-19 จงึ ไมไ่ ด้ทำการสอนตามท่ไี ด้วางแผนเอาไว้

12. ความเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่

❑ ดมี าก
❑ ดี
❑ พอใช้
❑ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
❑ เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
❑ ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ทด่ี ี
❑ นำไปใช้ได้จริง
❑ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
..................................................................................................................................................................
…………........................................................................................................................................................
....…..………………………………………………………………………………………………………………..………..………………
………………………………................................................................................................................................
............................………………………………………………………………..………………………………………………………

ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวอภญิ ญา สขุ บัว)

13. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้

13.1 สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้

1. นกั เรยี นจำนวน 231 คน

ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 231 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100

ไม่ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - คน คดิ เป็นร้อยละ -

นักเรียนท่ีไมผ่ า่ น มดี งั นี้
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…

แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไม่ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

...........................................-. ...........................................................................................................
2. นักเรยี นมีความรูค้ วามเข้าใจ (K)

..น..กั...เ.ร..ยี ..น...ม..คี..ว...า..ม..ร..แู้ ..ล...ะ.เ..ข..า้..ใ..จ..เ.ร..อ่ื..ง...ค...ว..า..ม..เ..ป..น็...ม..า..ข..อ...ง..ง.า..น...ท..ัศ...น..ศ...ลิ ..ป...์ ...................................................
3. นกั เรียนมีความร้เู กิดทกั ษะ (P)

.น..กั..เ..ร..ีย..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..ว..า..ด...ง..า.น...ท...ศั ..น..ศ...ิล..ป...์ใ.น...ท..้อ...ง.ถ...่นิ ..ไ..ด..้..............................................................................
8. นักเรยี นมเี จตคติ ค่านยิ ม คุณธรรมจริยธรรม (A)
..น..ัก...เ.ร..ีย..น...ม..คี ..ว...า..ม..ม..ุง่..ม...่ัน..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................

13.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
..เ.น...่อื ..ง..จ..า..ก..ว...ิช..า..ศ..ลิ...ป..ะ..เ.ป...็น..ก...า..ร..เ.ร..ยี ..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...กั..เ.ร..ยี...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..่เ..ข..้า..เ.ร..ีย..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ีย...น..ท...กี่ ..ำ..ห..น...ด....จ..ึง..ม..กี..า..ร..เ..ร.ีย...น..ย..้อ...น..ห...ล..ัง...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..ูค...ล..ิป...ย..้อ..น...ห..ล...ัง.ไ..ด..ผ้...า่ ..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………

13.3 ขอ้ เสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .....................................................
(นางสาวสุธวี รางค์ องอาจ)
ตำแหน่ง นักศกึ ษาฝกึ สอน



แผนการจัดการเรยี นรโู้ รงเรยี นพญาไท

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ รายวชิ า ทศั นศิลป์ รหัสวชิ า ศ 14101

ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564

ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ ทัศนศิลปก์ บั วัฒนธรรม เรอื่ ง สรปุ อภิปรายงานทศั นศลิ ป์กับวัฒนธรรม เวลา 1ชัว่ โมง

ผสู้ อน นางสาวสธุ ีวรางค์ องอาจ

1. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์
วพิ ากษ์ วิจารณ์ คณุ คา่ งานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอยา่ งอสิ ระ ชื่นชม และ
ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั

มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งทัศนศลิ ป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่า
งานทัศนศิลป์ทเี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น ภมู ิปัญญาไทยและสากล

2.ตัวชีว้ ดั

ศ 1.1 ป. 4/5 มที ักษะพื้นฐานในการใช้วสั ดุอปุ กรณ์ สร้างานวาดภาพระบายสี
ศ 1.2 ป. 4/1 ระบแุ ละอภปิ รายเก่ยี วกบั งานทศั นศลิ ป์ ในเหตุการณ์และงานเฉลมิ ฉลองของ
วฒั ธรรมในทอ้ งถนิ่
ศ 1.2 ป. 4/2 บรรยายเกีย่ วกบั งานทศั นศิลป์ท่ีมาจากวัฒนธรรมตา่ งๆ

3.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. ด้านการเรยี นรู้ (K)
- เพือ่ ให้นกั เรยี นมคี วามรู้เรื่อง งานทัศนศิลป์กบั วฒั นธรรม

2. ดา้ นทักษะ (P)
- เพอ่ื ให้นักเรยี นสามารถวาดงานทัศนศิลปใ์ นท้องถิน่ ต่างๆได้

3. ดา้ นคุณลักษณะ (A)
- มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

4.สาระสำคญั

งานทศั นศลิ ปใ์ นท้องถิ่นเปน็ งานทม่ี คี ุณคา่ สืบทอดกนั มาต้ังแต่โบราณจนถึงปจั จุบนั โดยเชือ่ มโยง
กบั เหตุการณ์ งานประเพณี วัฒนธรรมในทอ้ งถนิ่ นนั้ ๆ สร้างเปน็ ผลงานที่มีเอกลักษณ์ประจำทอ้ งถิน่
ดดั แปลงสร้างสรรค์ท่ีมคี วามสวยงาม มคี า่ ควรแก่การอนรุ ักษ์และรักษาให้อยคู่ ู่กบั ประเทศไทย

5.สาระการเรยี นรู้
ความเปน็ มาของงานทัศนศิลป์
งานทศั นศิลป์ เปน็ งานท่มี คี ุณคา่ ต่อคนไทย สบื ทอดกันมาต้ังแต่โบราณจนถึงปจั จุบนั โดย

เชอื่ มโยงกบั เหตกุ ารณ์ งานประเพณี วัฒนธรรมในทอ้ งถิ่นนัน้ ๆ สรา้ งเปน็ ผลงานท่ีมเี อกลกั ษณป์ ระจำ
ทอ้ งถ่นิ

ภาคเหนอื
เชน่ ชามตราไก่ , กระเบื้องประดับผนัง เปน็ ต้น

ภาคกลาง
เชน่ การสานปลาตะเพยี น , งอบ , โอง่ มงั กร เปน็ ต้น

ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
เช่น เทียนพรรษา , การนุ่งผา้ ถุงขาวม้า เป็นต้น

ภาคใต้
เช่น หนังตะลงุ , ผ้าบาตกิ เปน็ ตน้

6.สมรรถนะสำคัญผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

7.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
2. มีวนิ ัย
3. ใฝ่เรียนรู้

8.ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานเรอื่ ง ทัศนศิลป์กับวัฒนธรรม

9.การประเมินผล

เป้าหมาย (K/P/A) วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ น เกณฑก์ ารผ่าน
การวัดและประเมิน

1. เพ่อื ให้นกั เรยี นมคี วามรู้ -สงั เกต/ซักถาม/ตรวจ -แบบสังเกต/ประเดน็ -ตอบคำถามได้

เรือ่ ง ทศั นศลิ ปก์ บั วัฒนธรรม แบบฝกึ หดั ซักถาม/แบบทดสอบ ทุกข้อ
(K)
2. เพอื่ ให้นกั เรียนสามารถ -ตรวจผลงาน -แบบบันทึกคะแนน -ไดค้ ะแนน
วาดงานทัศนศิลป์ในทอ้ งถน่ิ 70%ขนึ้ ไป
ต่างๆได้ (P)

3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน (A) -สงั เกตการรว่ มกิจกรรม -แบบสงั เกต -ผ่าน/ไม่ผา่ น

การประเมนิ ทกั ษะกระบวนการ ดี (3) เกณฑก์ ารประเมิน ควรปรับปรงุ (1)
รายการประเมนิ พอใช้ (2)

สาระสำคัญของช้นิ งาน สาระสำคัญครบถ้วน สาระสำคญั ถกู ต้อง สาระสำคัญถูกต้อง
องคป์ ระกอบของชิน้ งาน และถูกตอ้ งมากกวา่
80% 50-80% น้อยกวา่ 50%

จดั องคป์ ระกอบได้ จดั องคป์ ระกอบได้ จัดองคป์ ระกอบยงั ไม่
ถกู ตอ้ ง สมบูรณ์
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ไม่ ถกู ต้อง และไมส่ มบรู ณ์

สมบรู ณ์

ความประณตี สวยงาม ชน้ิ งานมีความประณีต ชน้ิ งานมคี วามประณตี ชิ้นงานไมม่ ีความ
ของช้นิ งาน
เรยี บร้อย สดั สว่ น เรียบร้อย แต่สดั ส่วน ประณตี เรยี บร้อย
งานเสร็จทนั เวลาท่ี สวยงาม
กำหนด ชิน้ งานเสรจ็ ครบถ้วน ยังไมส่ วยงาม สัดส่วนไม่สวยงาม
สมบูรณ์ตาม
กำหนดเวลา ชน้ิ งานยังไมค่ รบถว้ น ชน้ิ งานยงั ไมค่ รบถ้วน

แต่ทันเวลา และไม่ทนั เวลา

การประเมินทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21

ทักษะแหง่ รายการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ
ศตวรรษที่ 21 ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ

1.3R การอา่ น (Reading) สามารถอ่านตาม สามารถอ่าน ไมส่ ามารถอ่าน

ประโยคทก่ี ำหนดให้ ประโยคที่ ประโยคท่ี

ได้ถกู ตอ้ งตามหลัก กำหนดใหไ้ ด้ แตม่ ี กำหนดใหไ้ ด้

ภาษาไทยท้ังหมด บางประโยคทไ่ี ม่ ถูกต้องตามหลกั

สามารถอา่ นได้ ภาษาไทย

ถกู ตอ้ งตามหลกั

ภาษาไทย

2.4C การสอ่ื การ -ตอบคำถามได้ตรง -ต อ บ ค ำ ถ า ม ไ ด้ -ตอบคำถามไม่

(Communication) ประเด็น ค ่ อ น ข ้ า ง ต ร ง ตรงประเด็น

-พูดคุยโต้ตอบด้วย ประเดน็ -พ ู ด ค ุ ย โ ต ้ ต อ บ

อารมณ์ปกติและมี -พูดคุยโต้ตอบด้วย ด้วยกิริยาที่ไม่

ประโยชน์ต่อการ อารมณป์ กติ เหมาะสมและไม่

เรยี นรู้ เกิดผลดีต่อการ

เรียนรู้

การร่วมมือ -ร่วมปฏิบัติกิจกรรม -ร ่ ว ม ป ฏ ิ บ ั ติ -มีพฤติกรรมไม่

(Collaboration) ในชั้นเรียนอย่าง ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ช้ั น อยากร่วมปฏิบัติ

เตม็ ท่ี เรยี นไดด้ ี ก ิ จ ก ร ร ม ใ น ชั้ น

-ก ล ้ า แ ส ด ง อ อ ก -กล้าแสดงออกใน เรยี น

ใ น ท า ง ท ี ่ เ ป็ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ ที่ -ไม่มีความกล้า

ประโยชน์ต่อการ จำเปน็ แสดงออก

เรียนรู้ -แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง -ไมใ่ สใ่ จใฝเ่ รยี นรู้

-แสดงออกถึงความ ค ว า ม ใ ส ่ ใ จ ใ ฝ่

ใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้และมี เรียนรู้

ความสุข

ความคดิ สรา้ งสรรค์ -สามารถนำสิ่งท่ี -สามารถนำสิ่งท่ี -ไม่สามารถนำสิ่ง

(Creativity) เรียนรู้ในบทเรียนมา เรียนรู้ในบทเรียน ท ี ่ เ ร ี ย น ร ู ้ ใ น

บ ู ร ณ า ก า ร แ ล ะ มาสร้างสรรค์เป็น บ ท เ ร ี ย น ม า

ส ร ้ า ง ส ร ร ค ์ เ ป็ น ผลงานของตนเอง บูรณาการหรือ

ผลงานของตนเอง ตามจนิ ตนาการได้ สร้างสรรค์เป็น

ตามจินตนาการไดด้ ี ผลงานตาม

จินตนาการได้

10.ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สือศิลปะป.4
2. power point เรื่อง ทศั นศิลป์กับวัฒนธรรม
3. ตวั อยา่ งผลงานทศั นศิลปใ์ นทอ้ งถนิ่ ตา่ งๆ

11.กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขนั้ นำ

1. กล่าวทกั ทายนักเรยี น
2. ครูนำทบทวนเนอื้ เรอ่ื ง ทศั นศลิ ป์ พร้อมสนทนาซกั ถามกบั ผูเ้ รยี น ดงั นี้

- งานทศั นศลิ ปม์ คี วามเปน็ มาอยา่ งไร?
- งานทศั นศลิ ป์ มีก่ีภาค?
3. ครนู ำเขา้ สบู่ ทเรียนในเรือ่ ง สรปุ อภิปรายงานทัศนศิลปก์ บั วฒั นธรรม

ข้ันสอน
1. ครูให้นกั เรียนดู Power point เร่อื ง ทศั นศิลปแ์ ละวัฒนธรรม โดยมเี น้ือหาดังนี้

1.1 งานทัศนศลิ ป์ เปน็ งานท่ีมีคณุ คา่ ตอ่ คนไทย สืบทอดกันมาต้งั แต่โบราณจนถึงปัจจุบนั
โดยเชือ่ มโยงกับเหตุการณ์ งานประเพณี วฒั นธรรมในทอ้ งถิน่ นน้ั ๆ สรา้ งเปน็ ผลงานที่มี
เอกลักษณป์ ระจำทอ้ งถนิ่

1.2 ภาคเหนอื งานทศั นศลิ ป์สว่ นใหญ่เป็นงานศิลปะพ้ืนบ้าน ได้แกเ่ ครอ่ื งปัน้ ดินเผา มี
ลวดลายท่ีเปน็ เอกลักษณ์ เช่น ชามตราไก่ , กระเบื้องประดบั ผนงั เป็นตน้

1.3 ภาคกลาง งานทัศนศลิ ปส์ ว่ นใหญเ่ ก่ียวข้องกบั วิถีชีวติ ของคนในชมุ ชน วัสดทุ ี่ใช้ทำ
มาจากธรรมชาติ งานทัศนศลิ ปท์ ีส่ ำคญั เช่น การสานปลาตะเพียน , งอบ , โอ่งมังกร เปน็ ตน้

1.4 ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื มงี านทศั นศลิ ปท์ ้องถ่นิ ทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณ์ เช่น เทียน
พรรษา , การนุ่งผา้ ถงุ ขาวม้า เปน็ ต้น

1.5 ภาคใต้ มงี านทัศนศลิ ปท์ ้องถ่นิ ทส่ี ำคัญ เชน่ หนงั ตะลงุ , ผา้ บาตกิ เปน็ ต้น

2. ครแู จกใบงาน เรือ่ ง ทัศนศลิ ป์กับวฒั นธรรม
3. ครูใหน้ กั เรยี นวาดภาพระบายสงี านทัศนศิลปใ์ นท้องถนิ่ ตา่ งๆมาอย่างละ 1 ภาค พรอ้ มระบุช่อื

และภาคใหเ้ รยี บรอ้ ย
4. ครคู อ่ ยเดนิ ดูและใหค้ ำชแ้ี นะตา่ งๆกบั นักเรยี น

ขั้นสรุป
1. งานทัศนศลิ ป์ เป็นงานท่ีมีคณุ ค่าตอ่ คนไทย สืบทอดกนั มาตง้ั แต่โบราณจนถึงปัจจุบัน โดย

เชอื่ มโยงกบั เหตกุ ารณ์ งานประเพณี วฒั นธรรมในทอ้ งถ่ินน้นั ๆ สรา้ งเปน็ ผลงานทีม่ ี
เอกลกั ษณ์ประจำทอ้ งถิน่ แบ่งเป็น 4 ภาค คอื ภาคเหนือ , ภาคกลาง , ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนอื และภาคใต้

ใบงาน เรื่อง ทศั นศลิ ปก์ บั วฒั นธรรม

12. ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ

ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่

❑ ดมี าก
❑ ดี
❑ พอใช้
❑ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
❑ เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
❑ ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ทด่ี ี
❑ นำไปใช้ได้จริง
❑ ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
..................................................................................................................................................................
…………........................................................................................................................................................
....…..………………………………………………………………………………………………………………..………..………………
………………………………................................................................................................................................
............................………………………………………………………………..………………………………………………………

ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวอภญิ ญา สขุ บัว)

13. บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้

13.1 สรุปผลหลงั การจดั การเรยี นรู้

1. นกั เรียนจำนวน 231 คน

ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 231 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100

ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ - คน คดิ เป็นรอ้ ยละ -

นักเรียนที่ไมผ่ ่าน มีดังน้ี
1........................-. ........................................
2........................-. .....................................…
3........................-. ........................................
4........................-. .....................................…

แนวทางแก้ไขนักเรียนทไี่ มผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

...........................................-. ...........................................................................................................
2. นกั เรยี นมีความรูค้ วามเข้าใจ (K)

..น..กั...เ.ร..ีย..น...ม..ีค..ว...า..ม..ร..ู้แ..ล...ะ.เ..ข..า้..ใ..จ..เ.ร..่อื..ง...ง..า..น...ท..ศั...น..ศ...ิล..ป..ก์...บั ..ว...ฒั ...น..ธ..ร..ร..ม...........................................................
3. นกั เรียนมีความรูเ้ กิดทักษะ (P)

.น..ัก..เ..ร..ีย..น..ส...า..ม..า..ร..ถ..ว..า..ด...ง..า.น...ท...ศั ..น..ศ...ิล..ป...์ใ.น...ท..อ้...ง.ถ...ิน่ ..ต...า่ ..ง.ๆ...ไ.ด...้อ..ย..่า..ง..ถ..กู...ต..อ้..ง..ส..ว...ย..ง..า..ม.......................................
ได้ 1. นกั เรียนมเี จตคติ คา่ นยิ ม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
..น..กั...เ.ร..ยี ..น...ม..ีค..ว...า..ม..ม..ุ่ง..ม...นั่ ..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น.. ...............................................................................................

13.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
..เ.น...อ่ื ..ง..จ..า..ก..ว...ชิ ..า..ศ..ิล...ป..ะ..เ.ป...็น..ก...า..ร..เ.ร..ยี ..น..ก...า..ร..ส..อ..น...ร..ูป..แ...บ..บ....O...n....D...e..m....a..n..d....น...กั..เ.ร..ีย...น..ห...ล..า..ย..ค..น...อ..า..จ...ไ.ม..่เ..ข..้า..เ.ร..ีย..น...ต..า..ม...…
…ต…าร..า…ง…เร.ีย...น..ท...ก่ี ..ำ..ห..น...ด....จ..งึ ..ม..ีก..า..ร..เ..ร.ีย...น..ย..้อ...น..ห...ล..งั...ส...า..ม..า..ร..ถ..ด..ูค...ล..ปิ...ย..อ้..น...ห..ล...ัง.ไ..ด..้ผ...า่ ..น....Y..o..u...t.u...b..e....แ..ล..ะ..g..o...o..g..l.e.. .........
.....………………………………………………………………………………………………………………..…………………….………
13.3 ข้อเสนอแนะ
....................................-. .............................................................................................................................
………….................................................................................................................................…....................
.....….…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………..……………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.....................................................
(นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ)
ตำแหนง่ นักศึกษาฝกึ สอน



PART 5

วจิ ัยชั้นเรียน
และ

โครงการพัฒนาผู เ้ รยี น


Click to View FlipBook Version