The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

6011011030002
นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ
โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paruenatsang, 2022-02-21 02:26:48

สุธีวรางค์ องอาจ

6011011030002
นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ
โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

รายงานการวจิ ยั ในช.ันเรียน

เรื$อง การพฒั นาชุดฝึกทกั ษะการระบายไล่สีดว้ ยสีไม้ ประกอบ Video On-Demand สาํ หรับนกั เรียนชKนั

ประถมศึกษาปี ทNี 4 โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

โดย
นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ
/011011020003 สาขาศิลปศึกษา

วจิ ยั น>ีเป็นส่วนหนCึงของการศึกษาตามหลกั สูตรศึกษาศาสตร์บณั ฑิต สาขาวชิ าศิลปศึกษา
คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต
ปี การศึกษา 2564

กติ ตกิ รรมประกาศ

งานวิจยั ฉบบั นKีสาํ เร็จลุล่วงไปดว้ ยดีเนืNองจากผูว้ ิจยั ไดร้ ับความช่วยเหลือ ดูแลเอาใจใส่เป็ นอย่างดี
จากอาจารยท์ Nีปรึกษา ผศ.ดร.ปฤณตั นจั นฤตย์ ผศ. ดร. สุดารัตน์เทพพิมล และครูพNีเลKียงครูอภิญญา สุขบวั
ในการแนะนาํ ตรวจแกไ้ ข ใหข้ อ้ เสนอแนะ ติดตามความกา้ วหนา้ ในการดาํ เนินการวิจยั ผวู้ ิจยั รู้สึกซาบซKึงใน
ความกรุณาของอาจารยท์ Nีปรึกษาเป็นอยา่ งยงNิ และขอขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูงไว้ ณ โอกาสนKี

ขอขอบคุณผูท้ รงคุณวุฒิ ผูเ้ ชNียวชาญ ทีNสละเวลาในการตรวจทานแกไ้ ขขอ้ บกพร่องของ แผนการ
สอน ตรวจทานความถูกตอ้ งของภาษา และพิจารณาความตรงเชิงเนKือหาของเครืNองมือทีNใชใ้ นการวจิ ยั

ขอขอบพระคุณครอบครัว อาจารย์ เพNือน ทีNไดใ้ หค้ วามร่วมมือในการดาํ เนินการทดลองและขอบคุณ
บุคคลต่าง ๆ ทีNให้ความช่วยเหลือ ทNีผูว้ ิจยั ไม่สามารถกล่าวนามไดห้ มดในทีNนKี ผูว้ ิจยั รู้สึกซาบซKึงในความ
กรุณาและความปรารถนาดีของทุกท่านเป็นอยา่ งยงNิ จึงกราบขอบพระคุณและขอบคุณไวใ้ นโอกาสนKี

ผู้วจิ ยั
นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ

6011011030002

ชื,อเร,ือง การพฒั นาชุดฝึกทกั ษะการระบายไล่สีดว้ ยสีไม้ ประกอบ Video On-Demand สาํ หรับนกั เรียนชKนั
ประถมศึกษาปี ทNี 4 โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

ช,ือผู้วจิ ยั นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ
ปี การศึกษา lmno

____________________________________________________________________

บทท$ี .
บทนํา

ทม,ี าและความสําคญั

การพฒั นาการเรียนการสอนตKงั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั สNือการเรียนการสอนนบั วา่ มีบทบาทสาํ คญั ยงNิ
ต่อการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน เพราะองคป์ ระกอบทีNสาํ คญั ของกระบวนการเรียนการสอนอยทู่ Nีครูและ
สNือการสอนทีNจะนาํ จุดประสงค์ เนKือหาและกิจกรรมไปสู่นกั เรียน สืNอการเรียนการสอนเป็ นตวั กลาง ซNึงมี
มีหนา้ ทีNเป็ นตวั นาํ ความตอ้ งการของครูไปสู่ตวั นกั เรียน
ความสาํ คญั ในกระบวนการเรียนการสอน
อยา่ งถูกตอ้ งและรวดเร็ว เป็นผลใหน้ กั เรียนเปลีNยนแปลงพฤติกรรมไปตามจุดมุ่งหมายการเรียนการสอนได้

อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

การเรียนการสอนในวชิ าศิลปะ (ทศั นศิลป์ ) ในปัจจุบนั จาํ เป็นตอ้ งอาศยั ทกั ษะความรู้ ความเขา้ ใจ ใน
ทศั นธาตุและองคป์ ระกอบศิลป์ สร้างและนาํ เสนอผลงาน ทางทศั นศิลป์ จากจินตนาการ เป็นหลกั สาํ คญั ทNีจะ

ช่วยแกป้ ัญหาได้ พฒั นาความคิด การออกแบบ สร้างสรรคผ์ ลงานไดด้ ี จึงทาํ ให้ผสู้ อนตอ้ งคิดกระบวนการ
การจดั การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ดว้ ยการใชส้ ืNอเทคโนโลยเี ขา้ มาพฒั นาจดั การเรียนการสอน

ด้วยสถานการณ์โรคติดเชKือไวรัสโคโรนา lrst (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) มีการ

ระบาดในวงกวา้ ง องคก์ ารอนามยั โลก ไดป้ ระเมินสถานการณ์และประกาศให้โรค COVID-19 เป็ นภาวะ
ฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหวา่ งประเทศ โดยแนะนาํ ใหท้ ุกประเทศเร่งรัดการเฝ้าระวงั และ ป้องกนั ความเสีNยง

จากเชKือ COVID-19 ซNึงสถานศึกษาเป็ นสถานทีNทีNมีนกั เรียนอยรู่ วมกนั เป็ นจาํ นวนมาก ทาํ ใหม้ ีความเสNียงสูง
หากมีระบบการจดั การทNีไม่ดี อาจจะมีการแพร่ระบาดของเชKือ COVID-19 ไดใ้ นกลุ่มเดก็ เนืNองจากพบวา่ การ
ติดเชKือ COVID-19 ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีอาการหรือมีอาการแสดงค่อนขา้ งน้อย ความรุนแรงจะน้อยมาก
อาจทาํ ให้การแพร่ระบาดเกิดขKึนไดอ้ ย่างรวดเร็ว (Super spread) ไปยงั บุคคลในบา้ น หากมีการระบาดใน
กลุ่มนกั เรียนขKึน จะมีผลกระทบต่อสงั คมและ ครอบครัวทีNติดเชKือจากเดก็ ดงั นKนั หากมีการเปิ ดเรียน มีโอกาส
สูงทีNจะเกิดการติดเชKือ ในกลุ่มเด็กเพNิม มากขKึน ซNึงเด็กเป็ นกลุ่มทีNตอ้ งไดร้ ับการดูแลและระมดั ระวงั ในการ
กระจายเชKือเป็ นอย่างมาก มาตรการในการเปิ ดเทอม จึงมีความสําคญั มากในการควบคุมการระบาด การ
วางแผนเปิ ดเทอมจึงตอ้ งมนNั ใจว่า สามารถควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดของโรคได้ โรงเรียนพญาไทมีแนว

ทางการจดั การเรียนการสอน ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชKือไวรัสโค โรนา lrst (COVID-
19) ปี การศึกษา lmno เพืNอให้การจดั การเรียนการสอนของโรงเรียนมี ประสิทธิภาพ เนNืองจากการระบาด
ดงั กล่าว ส่งผลต่อระบบการศึกษาเป็ นอยา่ งมาก อีกทKงั บริบทของ ผูเ้ รียนในโรงเรียนยงั ไม่มีความพร้อมใน
การรับการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ (online)ไดเ้ ท่าทNีควร ฝ่ ายบริหารและคณะครูจึงจดั การประชุม
หารือกนั เพNือหาแนวทางการจดั การเรียนการสอน รูปแบบใหม่ทNีสอดรับกบั มาตรการป้องกนั การระบาด
พร้อมกบั เตรียมมาตรการต่าง ๆ เพืNอป้องกนั ไม่ใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับผลกระทบจากรูปแบบการเรียนทNีเปลีNยนไป
และจากปัญหาสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโควดิ -st เรNิมควบคุมยากในประเทศไทยและทวคี วามรุนแรง
ของเชKือโรคไปทัNวโลก การจัดการเรียนการสอนต้องเลืNอนเปิ ดภาคเรียน ฯลฯ ส่งผลให้นักเรียนชKัน
ประถมศึกษาปี ทีN o ส่วนใหญ่ ขาดการส่งงาน และมีการติดตามภาระงานนอ้ ย จึงเป็ นทีNมาของการออกแบบ
ชุดกิจกรรมโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ On-Demand วิชาศิลปะ ทNีผูส้ อนจดั ทาํ ขKึน เพืNอให้ผูเ้ รียนเขา้ มามี
ส่วนร่วมในการจดั กิจกรรม ในบทเรียนเป็นสิNงสาํ คญั ในการยกระดบั ผลสมั ฤทธ•ิทางการศึกษา

ดงั นKนั ขา้ พเจา้ ในฐานะทีNเป็ นครูผูส้ อนวิชาศิลปะ จึงมีความสนใจในการจดั กิจกรรมการวาดภาพ
ระบายสี โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ On-Demand เพ,ือพัฒนาทักษะการไล่นํLาหนักและแสงเงา สําหรับ
นักเรียนชLันประถมศึกษาปี ท,ี 4 ทีNมีความพร้อมในดา้ นอุปกรณ์ เทคโนโลยใี นช่วงสถานการณ์การระบาดของ
โรคติดเชKือไวรัสโคโรนา lrst (COVID-19) ซNึงเป็ นวิธีการจดั การเรียนการสอนอีกรูปแบบหนNึงทีNสามารถ
พฒั นาการเรียนรู้และพฒั นาทกั ษะการไล่นKาํ หนกั และแสงเงาของนกั เรียนไดด้ ียงNิ ขKึน

วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั

1. เพืNอสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกทกั ษะการระบายสีไมแ้ บบไล่ค่าสีประกอบวดิ ีโอออนดี
มาน สาํ หรับนกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทNี o โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

2. เพNือทดลองใชแ้ ละประเมินผลชุดฝึกทกั ษะการระบายสีไมแ้ บบไล่ค่าสีประกอบวดิ ีโอออนดี
มาน สาํ หรับนกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทีN o โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

ขอบเขตการวจิ ยั
1. ขอบเขตเนKือหา
s.s รูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบ Video On-Demand
s.l ชุดกิจกรรม
s.ƒ ทกั ษะการไล่นKาํ หนกั และแสงเงา
2. ขอบเขตประชากร
นกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทNี o เรียนวชิ าศิลปะ (ทศั นศิลป์ ) โรงเรียนพญาไท ในภาคเรียนทีN
l ปี การศึกษา lmno จาํ นวน lr คน ซNึงไดม้ าจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

3. ขอบเขตตวั แปรทNีศึกษา
ตวั แปรทNีศึกษา ประกอบดว้ ย
ตวั แปรตน้ ไดแ้ ก่ ชุดฝึ กทกั ษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ ประกอบ Video On-
Demand สําหรับนักเรียนชLันประถมศึกษาปี ท,ี 4 โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร
ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ ทกั ษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ ของนักเรียนชLันประถมศึกษาปี ท,ี
4 โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

กรอบแนวคดิ

1. รูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบ ตวั แปรตน้ ตวั แปรตาม
Video On-Demand ชุดฝึกทกั ษะการระบายไล่สีดว้ ยสี ทกั ษะการระบายไล่สีดว้ ย
ไม้ ประกอบ Video On-Demand สีไม้ ของนกั เรียนชKนั
2. ชุดกิจกรรม สาํ หรับนกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทีN ประถมศึกษาปี ทNี 4
3. ทกั ษะการไล่นKาํ หนกั และแสงเงา 4 โรงเรียนพญาไท โรงเรียนพญาไท
4. หลกั สูตรแกนกลาง กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร



ประโยชน์ทค,ี าดว่าจะได้รับ
1. ไดช้ ุดกิจกรรมการวาดภาพระบายสี โดยใช้การจดั การเรียนรู้แบบ On-Demand สาํ หรับนกั เรียน
ชKนั ประถมศึกษาปี ทีN o โรงเรียนพญาไท
2. หลกั จากใชช้ ุดกิจกรรม นกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทีN o มีทกั ษะการไล่นําL หนักและแสงเงามาก
ยงิN ขKึน

นิยามศัพท์เฉพาะ
รูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบ Video On-Demand หมายถึง การจดั การเรียนรู้แบบทางเดียวมีครู

สอนจากตน้ ทางสามารถเชNือมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไดท้ างอินเตอร์เน็ตบา้ นและมือถือ
- อุปกรณ์ปลายทางทNีตอ้ งเตรียม: ระบบอินเตอร์เน็ต , คอมพิวเตอร์ , แทบ็ เลต็ , สมาร์ท

โฟน , สมาร์ททีวี
- ผา่ น App DLTV ผา่ นเวบ็ ไซต์ DLTV.ac.th ,YouTube ผเู้ รียนสามารถรับชมซKาํ และ

ยอ้ นหลงั ได้
ชุดกิจกรรม หมายถึง การจดั การเรียนรู้นKนั ตอ้ งยึดหลกั ว่า ผูเ้ รียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และ
พฒั นาตนเองไดแ้ ละถือว่าผูเ้ รียนสําคญั ทีNสุด (พรบ.การศึกษาแห่งชาติ lmol , ม.ll) และตอ้ งประยุกต์ใช้

ทฤษฎีการเรียนรู้จึงควรมีนวตั กรรมมาใชป้ ระกอบการจดั การเรียนรู้ เพNือใหผ้ เู้ รียนสามารถเรียนรู้และพฒั นา

ตนเองได้

การไล่นKาํ หนกั และแสงเงา หมายถึง การสร้างเงาในภาพ ให้ดูมีความลึก มีระยะใกลไ้ กล และดูมี
ปริมาตร เปลNียนค่าของรูปร่างทNีมีเพียง l มิติใหเ้ ป็น ƒ มิติ ทาํ ใหร้ ูปร่างทีNมีเพียงความกวา้ ง-ยาว เปลีNยนค่าเป็น
รูปทรงมีความตKืนลึกหนาบางเกิดขKึน

บทท$ี 2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเี$ กย$ี วข้อง

ในการดาํ เนินงานวจิ ยั ครKังนKี ผวู้ จิ ยั ไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลรายละเอียดจากเอกสาร และงานวจิ ยั ทNี
เกNียวขอ้ ง ดงั นKี

l.s รูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบ Video On-Demand
l.l แนวคิดเกีNยวกบั แบบฝึกเสริมทกั ษะ
l.ƒ ชุดกิจกรรม
l.o ทฤษฎีสีไม้

l.m หลกั สูตรแกนกลางการจดั การการเรียนรู้ พทุ ธศกั ราช lmms
l.n งานวจิ ยั ทNีเกNียวขอ้ ง

2.1 รูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบ Video On-Demand
รูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบ Video On-Demand หมายถึง การจดั การเรียนรู้แบบทางเดียวมีครูสอน

จากตน้ ทางสามารถเชNือมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไดท้ างอินเตอร์เน็ตบา้ นและมือถือ

- อุปกรณ์ปลายทางทNีตอ้ งเตรียม: ระบบอินเตอร์เน็ต , คอมพิวเตอร์ , แทบ็ เลต็ , สมาร์ท

โฟน , สมาร์ททีวี
- ผา่ น App DLTV ผา่ นเวบ็ ไซต์ DLTV.ac.th ,YouTube ผเู้ รียนสามารถรับชมซKาํ และ

ยอ้ นหลงั ได้

2.2 แนวคดิ เกย,ี วกบั แบบฝึ กเสริมทกั ษะ
b.b.c ความหมายและความสําคญั ของแบบฝึ ก
แบบฝึกเสริมทกั ษะเป็นนวตั กรรมหรือสNือการสอนชนิดหนNึง ซNึงอาจเรียกได้ หลายชืNอ เช่น แบบฝึก แบบ

ฝึกทกั ษะ แบบฝึกเสริมทกั ษะ แบบฝึกหดั และไดม้ ีนกั การศึกษาไดใ้ หค้ วามหมายของคาํ เหล่านKีไวด้ งั นKี
ศศิธร ธญั ลกั ษณานนั ท์ (lmol: ƒ‘m) ใหค้ วามหมายแบบฝึกเสริมทกั ษะวา่ หมายถึง แบบฝึกเสริมทกั ษะทNี

ใชฝ้ ึกความเขา้ ใจ ฝึกทกั ษะต่างๆ และทดสอบความสามารถของผเู้ รียนตามบทเรียนทีNครูสอนวา่ ผเู้ รียนเขา้ ใจ
และสามารถนาํ ไปใชไ้ ดม้ ากนอ้ ยเพียงใด

สุนนั ทา สุนทรประเสริฐ (lmoo, หนา้ l) ไดใ้ หค้ วามหมายของแบบฝึกไวว้ า่ แบบฝึกหรือแบบฝึกหดั คือ
สืNอการเรียนการสอนชนิดหนNึง ทีNใชฝ้ ึกทกั ษะใหก้ บั ผเู้ รียน หลงั จากเรียนจบเนKือหาในช่วงหนNึงๆ เพNือฝึกฝน
ใหเ้ กิดความรู้ความเขา้ ใจ รวมทKงั เกิดความชาํ นาญในเรNืองนKนั ๆ อยา่ งกวา้ งขวางมากขKึน

ราชบณั ฑิตยสถาน (lmon: nos) ไดใ้ หค้ วามหมายของแบบฝึกหดั วา่ หมายถึง แบบตวั อยา่ งปัญหาหรือ
คาํ สงNั ทNีตKงั ขKึนเพืNอใหน้ กั เรียนฝึกตอบจากความหมายและความสาํ คญั ของแบบฝึกทNีกล่าวมาขา้ งตน้ สรุปไดว้ า่
แบบฝึกเสริมทกั ษะ หมายถึง สืNอการเรียนการสอนชนิดหนNึงทNีครูนาํ มาใชก้ บั นกั เรียนเพNือใหน้ กั เรียนไดท้ าํ
กิจกรรมทNีเป็นการทบทวนหรือเสริมเพิNมเติมความรู้แก่นกั เรียน ทาํ ใหผ้ เู้ รียนเกิดทกั ษะและเพิNมทกั ษะ ซNึง
สามารถนาํ ไปแกป้ ัญหาได้

b.b.b ส่วนประกอบของแบบฝึ ก
สมเดช สีแสง และสุนนั ทา สุนทรประเสริฐ (lmoƒ อา้ งถึงใน กรรณิการ์ ภิรมยร์ ัตน์ lmmƒ: sm) ไดก้ ล่าวถึง
ส่วนประกอบของแบบฝึกหรือแบบฝึกหดั มีดงั นKี
s. คู่มือการใชเ้ ป็นเอกสารประกอบการใชแ้ บบฝึกวา่ ใชเ้ พNืออะไรและมีวธิ ีการใชอ้ ยา่ งไร เช่น เป็นงานฝึก
ทา้ ยบทเรียน เป็นการบา้ น หรือใชส้ อนซ่อมเสริมประกอบดว้ ย

s.s ส่วนประกอบของแบบฝึก ระบุวา่ ในแบบฝึกชุดนKีมีทKงั หมดกNีชุดอะไรบา้ ง และมีส่วนประกอบ
อNืน ๆ หรือไม่ เช่น แบบทดสอบ หรือแบบบนั ทึกผลการประเมิน

s.l สิNงทีNครูหรือนกั เรียนตอ้ งเตรียม (ถา้ มี) จะเป็นการบอกใหค้ รูหรือนกั เรียนเตรียมตวั ใหพ้ ร้อม
ล่วงหนา้ ก่อนเรียน

s.ƒ จุดประสงคใ์ นการใชแ้ บบฝึก
s.o ขKนั ตอนในการใชแ้ บบฝึก
s.m เฉลยแบบฝึกในแต่ละชุด
l. แบบฝึกเพNือฝึกทกั ษะใหเ้ กิดการเรียนรู้ทNีถาวรประกอบดว้ ย
l.s ชNือชุดฝึกในแต่ละชุดยอ่ ย

l.l จุดประสงค์
l.ƒ คาํ สงัN
l.o ตวั อยา่ ง

l.m ชุดฝึก
l.n ภาพประกอบ
l.‘ ขอ้ ทดสอบก่อนและหลงั เรียน
l.“ แบบประเมินบนั ทึกผลการใช้
b.b.d ลกั ษณะแบบฝึ กทดี, ี
แบบฝึกเป็นเครืNองมือสาํ คญั ทNีจะช่วยเสริมสร้างทกั ษะใหก้ บั ผเู้ รียน การสร้างแบบฝึกใหม้ ีประสิทธิภาพ
จึงจาํ เป็นตอ้ งศึกษาองคป์ ระกอบและลกั ษณะของแบบฝึก เพNือเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ระดบั ความสามารถ
ของนกั เรียน
ไพรัตน์ สุวรรณแสน (lms‘ อา้ งถึงในจิรพาจนั ทะเวยี ง, lmol: oƒ) กล่าวถึงลกั ษณะของแบบฝึกทีNดี ไว้

ดงั นKี

s. เกีNยวกบั บทเรียนทNีไดเ้ รียนมาแลว้
l. เหมาะสมกบั ระดบั วยั และความสามารถของเดก็

ƒ. มีคาํ ชKีแจงสKนั ๆ ทีNจะทาํ ใหเ้ ดก็ เขา้ ใจ คาํ ชKีแจงหรือคาํ สงัN ตอ้ งกะทดั รัด
o. ใชเ้ วลาเหมาะสม คือ ไม่ใหเ้ วลานานหรือเร็วเกินไปเป็นทNีน่าสนใจและทา้ ทายความสามารถ
สุพรรณี ไชยเทพ (lmoo: st) ไดก้ ล่าวถึงลกั ษณะของแบบฝึกทNีดีไวด้ งั นKี
s. ตอ้ งมีความชดั เจน ทKงั คาํ ชKีแจง คาํ สงNั ง่ายต่อการเขา้ ใจ
l. ตรงกบั จุดประสงคท์ Nีตอ้ งการวดั
ƒ. มีภาษาและรูปภาพทีNดึงดูดความสนใจของนกั เรียนและเหมาะสมกบั วยั ของผเู้ รียน
o. แบบฝึกแต่ละเรืNองไม่ควรยาวมากจนเกินไป
m. ควรมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบทาํ ใหน้ กั เรียนไม่เบืNอ

n. ควรตอบสนองความตอ้ งการและความสนใจของผเู้ รียน สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินขณะ
ทาํ แบบฝึก

‘. มีคาํ ตอบทีNชดั เจน
“. แบบฝึกทNีดีสามารถประเมินความกา้ วหนา้ และความรู้ของนกั เรียนได้
จากลกั ษณะแบบฝึกทNีดีทีNกล่าวมาขา้ งตน้ สรุปไดว้ า่ แบบฝึกทNีดีคือตอ้ งมีจุดประสงคแ์ ละคาํ สงNั ทีN
ชดั เจน เขา้ ใจง่ายมีความเหมาะสมกบั วยั ของผเู้ รียน มีรูปแบบทีNทนั สมยั สามารถดึงดูดความสนใจของผเู้ รียน
ใหเ้ กิดความตอ้ งการทีNจะฝึกปฏิบตั ิเพNือใหเ้ กิดการเรียนรู้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
b.b.f ประโยชน์ของแบบฝึ ก
สุนนั ทา สุนทรประเสริฐ (lmoo: l) ไดก้ ล่าวถึงประโยชนข์ องแบบฝึกไวด้ งั นKี
1. ทาํ ใหเ้ ขา้ ใจบทเรียนดีขKึน เพราะเป็นเครNืองอาํ นวยประโยชนใ์ นการเรียนรู้
2. ทาํ ใหค้ รูทราบความเขา้ ใจของนกั เรียนทีNมีต่อบทเรียน

3. ฝึกใหเ้ ดก็ มีความเชNือมนัN และสามารถประเมินผลตนเองได้
เพรตตKี (Pretty, อา้ งถึงใน สุนนั ทา สุนทรประเสริฐ, lmoo: ƒ) ไดก้ ล่าวถึงประโยชนข์ องแบบฝึกไว้
ดงั นKี
s. เป็นส่วนเพิNมเติมหรือเสริมหนงั สือเรียนในการเรียนทกั ษะ เป็นอุปกรณ์การสอนทNีช่วยลดภาระครู
ไดม้ ากเพราะแบบฝึกเป็นเรืNองทNีจดั ทาํ ขKึนอยา่ งเป็นระบบและมีระเบียบ
l.ช่วยเสริมทกั ษะ แบบฝึกหดั เป็นเครNืองมือทNีช่วยเดก็ ในการฝึกทกั ษะ แต่ทKงั นKีจะตอ้ งอาศยั การ
ส่งเสริมและความเอาใจใส่จากครูผสู้ อนดว้ ย
ƒ. ช่วยในเรNืองความแตกต่างระหวา่ งบุคคล เนืNองจากเดก็ มีความสามารถทางภาษาแตกต่างกนั การให้
เดก็ ทาํ แบบฝึกหดั ทNีเหมาะสมกบั ความสามารถของเขา จะช่วยใหเ้ ดก็ ประสบผลสาํ เร็จในดา้ นจิตใจมากขKึน
ดงั นKนั แบบฝึกหดั จึงไม่ใช่สมุดฝึกทีNครูจะใหแ้ ก่เดก็ บทต่อบท หรือหนา้ ต่อหนา้ แต่เป็นแหล่งประสบการณ์

เฉพาะสาํ หรับเดก็ ทีNตอ้ งการความช่วยเหลือพิเศษและเป็นเครืNองมือช่วยทNีมีค่าของครูทีNจะสนองความตอ้ งการ
เป็ นรายบุคคลในชKนั

o. แบบฝึกหดั ช่วยเสริมใหท้ กั ษะคงทนลกั ษณะการฝึกเพืNอใหเ้ กิดผลดงั กล่าวนKนั ไดแ้ ก่
s) ฝึกทนั ทีหลงั จากทNีเดก็ ไดเ้ รียนรู้ในเรืNองนKนั ๆ
l) ฝึกซKาํ หลาย ๆ ครKัง
ƒ) เนน้ เฉพาะในเรNืองทีNผดิ

m. แบบฝึกหดั ทNีใชเ้ ป็นเครืNองมือวดั ผลการเรียนหลงั จากจบบทเรียนในแต่ละครKัง
n. แบบฝึกหดั ทNีจดั ทาํ ขKึนเป็นรูปเล่มเดก็ สามารถเกบ็ รักษาไวใ้ ชเ้ ป็นแนวทางเพNือทบทวนดว้ ยตนเอง
ไดต้ ่อไป
‘. การใหเ้ ดก็ ทาํ แบบฝึกหดั ช่วยใหค้ รูมองเห็นจุดเด่นหรือปัญหาต่าง ๆ ของเดก็ ไดช้ ดั เจนซNึงจะช่วย
ใหค้ รูดาํ เนินการปรับปรุงแกไ้ ขปัญหานKนั ๆ ไดท้ นั ท่วงที
“. แบบฝึกหดั ทีNจดั ทาํ ขKึนนอกเหนือจากทNีมีอยใู่ นหนงั สือแบบเรียนจะช่วยใหเ้ ดก็ ไดฝ้ ึกฝนอยา่ งเตม็ ทีN
t. แบบฝึกหดั ทีNจดั พิมพไ์ วเ้ รียบร้อยแลว้ จะช่วยใหค้ รูประหยดั ทKงั แรงงานและเวลาในการทีNจะตอ้ ง
เตรียมสร้างแบบฝึกอยเู่ สมอ ในดา้ นผเู้ รียนกไ็ ม่ตอ้ งเสียเวลาในการลอกแบบฝึกหดั จากตาราเรียนหรือ
กระดานดาํ ทาํ ใหม้ ีเวลาและโอกาสไดฝ้ ึกฝนทกั ษะต่าง ๆ มากขKึน
sr. แบบฝึกหดั ช่วยประหยดั ค่าใชจ้ ่าย เพราะการจดั พิมพข์ Kึนเป็นรูปเล่มทNีแน่นอน ยอ่ มลงทุนตNาํ กวา่
ทีNจะใชว้ ธิ ีพิมพล์ งกระดาษไขทุกครKังไป นอกจากนKียงั มีประโยชนใ์ นการทNีผเู้ รียนสามารถบนั ทึกและมองเห็น
ความกา้ วหนา้ ของตนเองไดอ้ ยา่ งมีระบบและเป็นระเบียบ
จากประโยชนข์ องแบบฝึกทีNกล่าวมาขา้ งตน้ สรุปไดว้ า่ แบบฝึกทีNดีและมีประสิทธิภาพจะช่วยทาํ ให้
นกั เรียนประสบผลสาํ เร็จในการฝึกทกั ษะไดเ้ ป็นอยา่ งดี แบบฝึกทNีดีเปรียบเสมือนผชู้ ่วยทNีดีของครู ทาํ ใหค้ รู
ลดภาระการสอนลงทาํ ใหผ้ เู้ รียนสามารถพฒั นาตนเองไดอ้ ยา่ งเตม็ ทีNและเพNิมความมนNั ใจในการเรียนไดเ้ ป็น
อยา่ งดี อีกทKงั แบบฝึกจะช่วยในเรืNองของความแตกต่างระหวา่ งบุคคลโดยเฉพาะเดก็ ทNีมีปัญหาในการเรียนรู้
นKนั จาํ เป็นตอ้ งมีการสอนต่างจากกลุ่มเดก็ ปกติทวNั ไป หรือเสริมเพNิมเติมใหเ้ ป็นพิเศษ ฉะนKนั แบบฝึกจึงมี
ประโยชนม์ ากสาํ หรับเดก็ ทีNมีปัญหาในการเรียนรู้ทNีจะช่วยใหเ้ ดก็ ไดฝ้ ึกปฏิบตั ิเพNือใหเ้ กิดทกั ษะทางภาษาได้
มากขKึน

b.d ชุดกจิ กรรม

b.b.c ขLนั ตอนการสร้างชดุ กิจกรรม
(สุคนธ์ สินธพานนท,์ 2551: 18) การทีNผสู้ อนสร้างชุดการเรียนการสอนเพืNอนาํ ไปใชใ้ นนการเรียน
การสอนนKนั ครูควรดาํ เนินการตามขKนั ตอนดงั ต่อไปนKี

1. เลือกหัวข้อ (Topic) กาํ หนดขอบเขตและประเดน็ สาํ คญั ของเนKือหา ผสู้ ร้างชุดการเรียนการ
สอนควรเลือกหวั ขอ้ และประเดน็ สาํ คญั ไดจ้ ากการวเิ คราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ของ
หลกั สูตรการศึกษาขน้ พKืนฐาน ในระดบั ชKนั ทีNจะสอนวา่ หวั ขอ้ ใดทNีเหมาะสมทีNควรนาํ ไปสร้างชุดการเรียน
การสอนทีNใหผ้ เู้ รียนสามารถศึกษาความรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง

2. กาํ หนดเนืLอหาทจี, ะทาํ ชุดการเรียนการสอน โดยคาํ นึงถึงความรู้พKืนฐานของผเู้ รียน
3. เขยี นจุดประสงค์ในการจดั การเรียนการสอน การเขียนจุดประสงคค์ วรเขียนเป็น
ลกั ษณะเฉพาะหรือจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม เพNือใหผ้ สู้ อนและผเู้ รียนทราบจุดประสงคว์ า่ เมNือศึกษาชุดการ

เรียนการสอนจบแลว้ ผเู้ รียนจะตอ้ งมีความสามารถอยา่ งไร
4. สร้างแบบทดสอบ การสร้างแบบทดสอบมี 3 แบบ คือ
1. แบบทดสอบวดั พKืนฐานความรู้เดิมของผเู้ รียน เพืNอดูวา่ ผเู้ รียนมีความรู้พKืนฐานก่อนทีN

จะมาเรียนเพียงพอหรือไม่ (เมืNอทดสอบแลว้ ถา้ ผเู้ รียนมีความรู้พKืนฐานไม่เพียงพอ ผสู้ อนควรแนะนาํ ให้
ผเู้ รียนแสวงหาความรู้จากแหล่งต่างๆ โดยวธิ ีใด เป็นตน้ หรือผสู้ อนอาจอธิบายความรู้เพNิมเติมแกผ้ เู้ รียนใน
เรNืองนKนั ๆ)

2. แบบทดสอบยอ่ ย เพืNอวดั ความรู้ของผเู้ รียนหลงั จากผเู้ รียนเรียนจบในแต่ละเนKือหายอ่ ย
3. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ•ินการเรียน ใชป้ ระเมินผลการเรียนรู้ของผเู้ รียนหลงั จาก

การศึกษาชุดการเรียนการสอนจบแลว้
5. จดั ทาํ ชุดการเรียนการสอน ประกอบดว้ ย
1. ใบคาํ สงNั
2. แบบทดสอบก่อนเรียนและเฉลย (ถา้ มี)

3. ใบความรู้

4. แบบฝึกหดั และเฉลยแบบฝึกหดั
5. แบบทดสอบหลงั เรียน และเฉลย
6. วางแผนจดั กจิ กรรมการเรียยนการสอน ผสู้ อนเตรียมออกแบบการจดั กิจกรรมการเรียนการ
สอน โดยมีหลกั การสาํ คญั คือ

1. ผเู้ รียนมีบทบาทสาํ คญั ในการทาํ กิจกรรมดว้ ยตนเอง ผสู้ อนเป็นผเู้ พียงคอยชKีแนะ และ
ควบคุมการเรียนการสอน

2. เลือกกิจกรรมหลากหลายทNีเหมาะสมกบั ชุดการเรียนการสอน
3. ฝึกใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้โดยการคิดอยา่ งหลากหลาย เช่น คิดวเิ คราะห์ คิดแกป้ ัยหา คิด

อยา่ งมีวจิ ารณญาณ คิดสร้างสรรค์ เป็นตน้

4. มีกิจกรรมทีNฝึกใหผ้ เู้ รียนไดท้ าํ งานร่วมกบั ผอู้ Nืน
7. การรวบรวมและจดั ทาํ สื,อการเรียนการสอน สืNอการเรียนการสอนมีความสาํ คญั ต่อการ
จดั การเรียนรู้ของผเู้ รียน สNือการเรียนการสอนบางชนิดอาจมีผจู้ ดั ทาํ ไวแ้ ลว้ ผสู้ อนอาจนาํ มาปรับปรุง

ดดั แปลงใหม่ใหส้ อดคลอ้ งกบั เนKือหาสาระและจุดประสงคท์ Nีจะสอน ครูผสู้ อน ตอ้ งสร้างสNือการ
เรียนการสอนใหม่ ซNึงตอ้ งใชเ้ วลามาก

(วชิ ยั วงษใ์ หญ่, 2525: 134-137) ไดเ้ สนอขKนั ตอนการสร้างชุดกิจกรรมไวด้ งั นKี
1. จะตอ้ งศึกษาเนKือหาสาระของวชิ าทNีจาํ นาํ มาสร้างชุดกิจกรรมนKนั อยา่ งละเอียดวา่ จะ
มุ่งเนน้ ใหเ้ กิดหลกั การเรียนรู้อะไรบา้ งกบั ผเู้ รียน นาํ มาวเิ คราะห์แลว้ แบ่งเป็นหน่วยการเรียนการสอน ในแต่

ละหน่วยจะตอ้ งมีหวั ขอ้ ยอ่ ยรวมอยอู่ ีก จะตอ้ งศึกษาพิจารณาใหล้ ะเอียดชดั เจนเพืNอไม่ใหเ้ กิดความซKาํ ซอ้ นใน
หน่วยอืNนๆ อนั จะสร้างความสบั สนใหผ้ เู้ รียนได้ การแบ่งหน่วยการเรียนการสอนของแต่ละวชิ านKนั ควร
เรียงลาํ ดบั ขKนั ตอนของเนKือหาสาระอะไรเป็นสNิงทNีจาํ เป็นทNีผเู้ รียนควรเรียนรู้ก่อน
2. เมNือศึกษาเนKือหาสาระแบ่งเป็นหน่วยการเรียนไดแ้ ลว้ จะตอ้ งพิจารณาอีกครKังวา่ จะทาํ ชุด
กิจกรรมแบบใด โดยคาํ นึงถึงขอ้ กาํ หนดวา่ ผเู้ รียนคือใคร จะใหอ้ ะไรกบั ผเู้ รียนและทาํ อยา่ งไร

3. กาํ หนดหน่วยการเรียนการสอน โดยประมาณเนKือหาสาระทNีเราถ่ายทอดความรู้แก่
นกั เรียนตามชวัN โมงทีNกาํ หนด โดยคาํ นึงถึงวา่ เป็นหน่วยทNีน่าสนุก น่าเรียนรู้ หาสืNอการเรียนไดง้ ่าย หน่วยการ
เรียนนKีมีหลกั การหรือความคิดรวบยอดอะไร
4. กาํ หนดความคิดรวบยอด ความคิดรวบยอดทีNกาํ หนดขKึนจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั หน่วย และ
หวั เรNืองโดยสรุปแนวความคิด และหลกั เกณฑท์ Nีสาํ คญั เพืNอเป็นแนวทางในการจดั กิจกรรม

5. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ กาํ หนดจุดประสงคก์ ารเรียนใหส้ อดคลอ้ ง
กบั ความคิดรวบยอดทีNกาํ หนดเป็นจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ซNึงผเู้ รียนสารถแสดงออกมาใหเ้ ห็นภายหลงั ทNี

เรียนจบเนKือหาแต่ละเรNืองและผสู้ อนสามารถวดั ได้
n. การวเิ คราะห์งาน นาํ จุดประสงคก์ ารเรียนแต่ละขอ้ มาวเิ คราะห์เพืNอหากิจกรรมการเรียน
การสอนทีNสอดคลอ้ งและเหมาะสม

7. เรียงลาํ ดบั กิจกรรมการเรียน เพNือใหเ้ กดการประสานกลมกลืน ไม่เกิดการซบั ซอ้ น
คาํ นึงถึงพฤติกรรมพKืนฐานผเุ้ รียน
8. สืNอการเรียน วสั ดุอุปกรณ์และกิจกรรมการเรียน ทNีครูและนกั เรียนจะตง้ อกระทาํ เพืNอเป็น

แนวทางการเรียนรู้ ซNึงครูจะตอ้ งจดั ทาํ ขKึนและจดั หาไวใ้ หเ้ รียบร้อย ถา้ สืNอการเรียนเป็นของใหญ่โตหรือมีคุณ
ค่าทNีตอ้ งจดั เตรียมมาก่อนจะตอ้ งเขียนบอกไวใ้ หช้ ดั เจนในคู่มือครู เกNียวกบั การใชช้ ุดกิจกรรมวา่ จะไปจดั หา

ได้ ณ ทีNใด เช่นเครNืองฉายภาพนNิง เครNืองบนั ทึกเสียง และพวกสิNงเกบ็ ไวไ้ ดไ้ ม่ทนทานเพราะเกิดการเน่าเสีย
เช่น ใบไม้ พืช สตั ว์ เป็นตน้
9. การประเมินผล คือการตรวจสอบดูวา่ หลงั การเรียนการสอนแลว้ ไดม้ ีการเปลีNยนแปลง

ตามทีNจุดประสงคก์ ารเรียนกาํ หนดไวห้ รือไม่ จะวดั ผลใหผ้ เู้ รียนวดั กนั เองและตรวจคาํ ตอบไดเ้ อง
10. การทดลองชุดกิจกรรม เพืNอหาประสิทธิภาพ การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมเพNือ

ปรับปรุงใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม ควรนาํ ไปทดลองกบั กลุ่มเลก็ ๆก่อน เพืNอตรวจสอบหาขอ้ บกพร่องและการ

แกไ้ ขปรับปรุงอยา่ งดี แลว้ จึนาํ ไปทดลองกบั เดก็ ทKงั ชKนั หรือกลุ่มใหญ่โดยกดาํ หนดขKนั ตอนไวด้ งั นKี

1) ชุดกิจกรรมนKีตอ้ งการความรู้เดิมของนกั เรียนหรือไม่
2) การนาํ เขา้ สู่บทเรียนของชุดกิจกรรมนKีเหมาะสมหรือไม่
3) การประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน มีความสบั สนวนุ่ วายกบั ผเู้ รียนหรือไม่
4) การสรุปผลการเรียนการสออนเพNือเป็นแนวทางสู่ความคิดรวบยอดหรือหลกั การ
สาํ คญั ของการเรียนรู้ในหน่วยนKนั ๆ ดีหรือไม่
5) การประเมินผลหลงั การเรียน เพNือตรวจสอบพฤติกรรมการเรียนรู้ทีNเปลีNยนแปลง
เกิดขKึนนKนั ใหค้ วามเชืNอมนัN ไดม้ ากนอ้ ยแค่ไหนกบั ผเู้ รียน

b.fทฤษฎสี ีไม้
สีไม้ หมายถึง ดินสอสีเป็นสีผงละเอียด ผสมกบั ขKีผKงึ หรือไขสตั ว์ นาํ มาอดั ใหเ้ ป็นแท่งอยใู่ นลกั ษณะ

ของดินสอเพืNอใหเ้ หมาะสาํ หรับเดก็ ๆ ใชง้ าน มีลกั ษณะคลา้ ยกบั สีชอลค์ แต่เป็นสีทีNมีราคาถูก เนืNองจากมี
ส่วนผสมอNืน ๆ ปะปนอยมู่ าก มีเนKือสีนอ้ ยกวา่ ปัจจุบนั มีการพฒั นาใหส้ ามารถละลายนKาํ หรือนKาํ มนั ได้ โดย
เมืNอใช้ ดินสอสีระบายสีแลว้ นาํ พกู่ นั จุ่มนKาํ มาระบายต่อ ทาํ ใหม้ ีลกั ษณะคลา้ ยกบั ภาพสีนKาํ (Aquarelle) บาง
ชนิด สามารถละลายไดใ้ นนKาํ มนั ซNึงทาํ ใหก้ นั นKาํ ได้ (คุณดรีม กลุ่มจิตรกรครNึงตวั lmmƒ: s)

b.s หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขLนั พืนL ฐาน พทุ ธศักราช bssc
2.s.c มาตรฐานการเรียนรู้กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเป็ นกลุ่มสาระทีNช่วยพฒั นาให้ผูเ้ รียนมีความคิดริเรNิมสร้างสรรค์ มี

จินตนาการทางศิลปะ ชืNนชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่า ซNึงมีผลต่อคุณภาพชีวติ มนุษย์ กิจกรรม
ทางศิลปะช่วยพฒั นาผเู้ รียนทKงั ดา้ นร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ตลอดจนการนาํ ไปสู่การพฒั นา
สNิงแวดลอ้ ม ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนมีความเชืNอมนัN ในตนเอง อนั เป็ นพKืนฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ
ได้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ มุ่งพฒั นาใหผ้ เู้ รียนเกิดความรู้ความเขา้ ใจ มีทกั ษะวิธีการทางศิลปะ เกิด
ความซาบซKึ งในคุณค่าของศิลปะเปิ ดโอกาสให้ผู้เรี ยนแสดงออกอย่างอิสระในศิลปะแขนง
ต่างๆ ประกอบดว้ ยสาระสาํ คญั คือ

สาระที, c ทศั นศิลป์
มาตรฐาน ศ s.s สร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์
วิจารณ์คุณค่างานทศั นศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอยา่ งอิสระ ชืNนชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชีวติ ประจาํ วนั
มาตรฐาน ศ s.l เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างทศั นศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่า
งานทศั นศิลป์ ทNีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิNน ภูมิปัญญาไทย และสากล

สาระที, b ดนตรี
มาตรฐาน ศ l.s เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์
คุณค่า
ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอยา่ งอิสระ ชืNนชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั
มาตรฐาน ศ l.l เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่าของ
ดนตรีทNี เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถNิน ภูมิปัญญาไทยและสากล
สาระที, d นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ ƒ.s เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์ อยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณค่า
นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอยา่ งอิสระ ชืNนชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั
มาตรฐาน ศ ƒ.l เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งนาฏศิลป์ ประวตั ิศาสตร์และวฒั นธรรมเห็นคุณค่า

ของนาฏศิลป์ ทีNเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถNิน ภูมิปัญญาไทยและสากล

b.s.b ตวั ชีLวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง

สาระที, c ทศั นศิลป์
มาตรฐาน ศ s.s สร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์
วิจารณ์คุณค่างานทศั นศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอยา่ งอิสระ ชืNนชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชีวติ ประจาํ วนั

ตารางที, b.c แสดงตวั ชKีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลางตามมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการ

เรียนรู้ศิลปะ ในสาระทีN s ทศั นศิลป์ มาตรฐาน ศ s.s

ชKนั ตวั ชKีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๕ ๑.บรรยายเกีNยวกบั จงั หวะตาํ แหน่ง ของสิNงต่าง ๆ ทNี ·จงั หวะ ตาํ แหน่งของสิNงต่าง ๆ ใน
ปรากฏในสNิงแวดลอ้ ม และงานทศั นศิลป์ สNิงแวดลอ้ มและงานทศั นศิลป์

๒.เปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ งงานทศั นศิลป์ ทNี ·ความแตกต่างระหวา่ งงานทศั นศิลป์

สร้างสรรคด์ ว้ ยวสั ดุอุปกรณ์และวธิ ีการทNีต่างกนั

๓. วาดภาพ โดยใชเ้ ทคนิคของแสงเงา นKาํ หนกั และ ·แสงเงา นKาํ หนกั และวรรณะสี
วรรณะสี

๔.สร้างสรรคง์ านปKันจาก ดินนKาํ มนั หรือดิน ·การสร้างงานปKันเพืNอถ่ายทอดจินตนาการ
เหนียว โดยเนน้ การถ่ายทอดจินตนาการ ดว้ ยการใชด้ ินนKาํ มนั หรือดินเหนียว

๕.สร้างสรรคง์ านพิมพภ์ าพ โดยเนน้ การจดั วาง ·การจดั ภาพในงานพิมพภ์ าพ
ตาํ แหน่งของสNิงต่าง ๆ ในภาพ

๖.ระบุปัญหาในการจดั องคป์ ระกอบศิลป์ และการสNือ · การจดั องคป์ ระกอบศิลป์ และการสNือ
ความหมายในงานทศั นศิลป์ ของตนเอง และบอก ความหมาย ในงานทศั นศิลป์
วธิ ีการปรับปรุงงานใหด้ ีขKึน

๗.บรรยายประโยชนแ์ ละคุณค่า ของงานทศั นศิลป์ ทีNมี · ประโยชนแ์ ละคุณค่าของงานทศั นศิลป์
ผลต่อชีวติ ของคนในสงั คม

มาตรฐาน ศ s.l เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งทศั นศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่า
งานทศั นศิลป์ ทีNเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิNน ภูมิปัญญาไทย และสากล

ตารางท,ี b.b แสดงตวั ชKีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลางตามมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการ

เรียนรู้ศิลปะ ในสาระทNี s ทศั นศิลป์ มาตรฐาน ศ s.l

ชKนั ตวั ชKีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๕ ๑.ระบุ และบรรยายเกNียวกบั ลกั ษณะรูปแบบของงาน ·ลกั ษณะรูปแบบของงานทศั นศิลป์

ทศั นศิลป์ ในแหล่งเรียนรู้หรือนิทรรศการศิลปะ

๒.อภิปรายเกNียวกบั งานทศั นศิลป์ ทีNสะทอ้ น ·งานทศั นศิลป์ ทNีสะทอ้ นวฒั นธรรม

วฒั นธรรมและภูมิปัญญา ในทอ้ งถNิน และ ภูมิปัญญาในทอ้ งถิNน

b.w งานวจิ ยั ทเ,ี กย,ี วข้อง
b.w.c งานวจิ ยั ในประเทศ
บุศรินทร์ นาํ ไพศาลสถิต (lmo‘: ƒo: “m) ไดศ้ ึกษาบทเรียนสาํ เร็จรูปวชิ าสงั คมศึกษาส ƒrn เรNืองการ

ปฏิรูปบา้ นเมืองใหท้ นั สมยั รัชกาลทีN m ชKนั ประถมศึกษาปี ทีN ƒ มีประสิทธิภาพ “‘.tl / “o.m“ สูงกวา่ เกณฑท์ Nี
กาํ หนดไว้ “r/“r แสดงวา่ บทเรียนสาํ เร็จรูปทีNสร้างขKึนมีประสิทธิภาพตรงตามเกณฑม์ าตรฐานทางวชิ าการ
กาํ หนดทาํ ใหน้ กั เรียนมีคะแนนผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียนตรงเป้าหมายหลกั สูตรของกลุ่มวชิ าสงั คมศึกษา
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ คือมีผลสมั ฤทธ•ิสูงกวา่ ก่อนเรียนอยา่ งมีนยั สาํ คญั ทNี ระดบั rs

สาํ เร็จ หงษข์ าว (lmm‘) ไดศ้ ึกษาวจิ ยั เรNือง ผลการพฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ ของเดก็ ปฐมวยั โดยการ
จดั ประสบการณ์กิจกรรมศิลปะสร้างสรรคจ์ ากเศษวสั ดุ กลุ่มตวั อยา่ งทNีใชใ้ น การวจิ ยั คือ นกั เรียนชKนั อนุบาล
ปี ทNี l ภาคเรียนทีN l การศึกษา lmmm โรงเรียนบา้ นหนองตะคร้อ สงั กดั สาํ นกั งานเขตพKืนทีNการศึกษา
ประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ƒ จาํ นวน sƒ คน เครืNองมือทีNใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล คือ แผนการจดั กิจกรรม

ศิลปะสร้างสรรคจ์ ากเศษวสั ดุ แบบประเมินความคิด สร้างสรรคแ์ ละแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ ผลกา
รวจิ บั พบวา่ ความคิดสร้างสรรคข์ องเดก็ ปฐมวยั หลงั การจดั กิจกรรมศิลปะสร้างสรรคจ์ ากเศษวสั ดุสูงกวา่
ก่อนการจดั กิจกรรมอยา่ งมีนยั สาํ คญั ทางสถิติ ทNีระดบั .rm

บทท$ี 3
วธิ ีการดาํ เนินการวจิ ยั

ในการดาํ เนินวจิ ยั การพฒั นาชุดฝึ กทกั ษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ ประกอบ Video On-Demand
สําหรับนักเรียนชLันประถมศึกษาปี ท,ี 4 โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร ผวู้ จิ ยั ดาํ เนินการตามขKนั ตอน ดงั นKี

ขKนั ตอนการดาํ เนินงานวจิ ยั
ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง
เครNืองมือทNีใชใ้ นการวจิ ยั
การรวบรวมขอ้ มูล
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
สถิติทNีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล

ประชากรและกล่มุ ตวั อย่าง
ประชากรทNีใชใ้ นการศึกษาครKังนKี คือ นกั เรียนระดบั ชKนั ประถมศึกษาปี ทีN o โรงเรียนพญาไท ในภาค

เรียนทNี 2 ปี การศึกษา 256o จาํ นวน ƒs คนไดม้ าจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
แบบแผนการวจิ ยั
กลุ่มตวั อยา่ งในการวิจยั ครKังนKีใชแ้ บบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียวมีการวดั ก่อนและหลงั การทาํ

กิจกรรม (one group pretest posttest design) ดงั นKี

ผงั การทดลอง T1 X T2

สญั ลกั ษณ์ในรูปแบบการทาํ กิจกกรรม
X กิจกรรมการเรียนรู้เรืNองการวาดภาพระบายสีดว้ ยเทคนิคซินเนคติกส์
T1 การวดั ผลก่อนการทาํ กิจกรรมเรNืองการวาดภาพระบายสีดว้ ยเทคนิคซินเนคติกส์
T2การวดั ผลหลงั การทาํ กิจกรรมเรNืองการวาดภาพระบายสีดว้ ยเทคนิคซินเนคติกส์

เคร,ืองมือทใี, ช้ในการวจิ ยั และการตรวจสอบคุณภาพเครื,องมือ
1. เคร,ืองมือทใี, ช้ในการวจิ ยั
1.1 ชุดฝึ กทกั ษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ จาํ นวน จาํ นวน s ชุด ประกอบดว้ ย s.แบบฝึ กไล่นKาํ หนกั สี

แบบสีเดียว l.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สีแบบหลายสี ƒ.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สีใหเ้ กิดระยะ l ใบ (ภาคผนวก ข1)

b. การสร้างเครื,องมือ
2.1 ชุดฝึ กทกั ษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ มีขKนั ตอนในการสร้าง ดงั นKี
2.1.1. ศึกษา เรNือง การไล่สี จากตาํ รา เอกสารและงานวจิ ยั ทีNเกีNยวขอ้ ง
2.1.2. ศึกษาเกีNยวกบั ทฤษฎีสีไม้ จากตาํ รา เอกสารและงานวจิ ยั ทีNเกีNยวขอ้ ง

2.1.3. ทาํ การสร้างชุดฝึกทกั ษะ จาํ นวน s ชุด ประกอบดว้ ย
s.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สีแบบสีเดียว
l.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สีแบบหลายสี
ƒ.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สีใหเ้ กิดระยะ l ใบ

2.1.4. นาํ แผนการจดั การเรียนรู้ จาํ นวน s ชุดทNีสร้างขKึนไปให้ผูเ้ ชNียวชาญ จาํ นวน ƒ ท่าน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง เทNียงตรงของเนKือหาและความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้

2.1.5. นาํ ชุดฝึกทกั ษะ จาํ นวน s ชุด โดยนาํ ใหผ้ เู้ ชีNยวชาญตรวจสอบแลว้ แกไ้ ขปรับปรุงตาม
คาํ แนะนาํ ของผเู้ ชีNยวชาญ

2.1.6. นาํ ชุดฝึกทกั ษะไปทดลองใชจ้ ริงกบั กลุ่มตวั อยา่ ง โรงเรียนพญาไท 306 ถนนศรี
อยธุ ยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 สงั กดั สาํ นกั งานเขตพKืนทNีการศึกษา
ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขKนั พKืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ภาค
เรียนทีN l ปี การศึกษา lmno นกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทีN o จาํ นวน 3s คน

2.2 เกณฑก์ ารประเมินทกั ษะการวาดภาพระบาย (Rubric score) มีขKนั ตอนในการสร้าง ดงั นKี
2.2.1. ศึกษาเอกสารและงานวิจยั ทNีเกNียวขอ้ ง และการสร้างแบบประเมินทางศิลปะ โดย

พิจารณาคุณภาพของการปฏิบตั ิกิจกรรมศิลปะโดยเทียบเป็นคะแนน ดงั นKี

คะแนน ผลการประเมิน
9-10 ดีมาก
7-8 ดี
5-6 พอใช้
3-5 ปานกลาง
0-2 ควรปรับปรุง

2.2.2. นาํ แบบประเมินไปใหผ้ เู้ ชNียวชาญ จาํ นวน ƒ ท่าน ตรวจสอบความเหมาะสมของเกณฑก์ ารให้
คะแนนเพืNอปรับปรุงแกไ้ ขใหส้ มบูรณ์

2.3 ใบงานทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียนเรียน เรืNอง มีขKนั ตอนในการสร้าง ดงั นKี
2.3.1. ศึกษาหลกั สูตร วิธีการสร้างใบงานทดสอบวดั ผลการเรียนรู้ทางการเรียน โดยการ

วเิ คราะห์เนKือหา ตวั ชKีวดั เรืNอง การระบายไล่สีด้วยสีไม้
2.3.2. สร้างทดสอบโดยแบ่งเป็ นด้านทักษะ 1 ข้อ นําแบบทดสอบทNีสร้างขKึนไปให้

ผเู้ ชNียวชาญตรวจสอบ นาํ มาปรับปรุงแกไ้ ข จนไดใ้ บงานทดสอบทีNถูกตอ้ งและเหมาะสม

3.ตรวจสอบคุณภาพของเคร,ืองมือ
นาํ เครNืองมือในการทาํ วจิ ยั ใหผ้ เู้ ชีNยวชาญจาํ นวน 3 ท่าน ประกอบดว้ ย
อาจารย์ สุดารัตน์ เทพพิมล ประธานหลักสูตรศิลปศึกษา คณะมนุษย์ศาสตร์และ

สงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต
อาจารย์ เนKืออ่อน ขรัวทองเขียว อาจารย์หลักสูตรศิลปศึกษา คณะมนุษย์ศาสตร์และ

สงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต
อาจารย์ ฆนา วีระเดชะ อาจารยห์ ลกั สูตรศิลปศึกษา คณะมนุษยศ์ าสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต

ประเมินผล โดยใหผ้ เู้ ชNียวชาญลงความเห็นและใหค้ ะแนนดงั นKี
+1 เมNือแน่ใจวา่ เหมาะสมและสอดคลอ้ ง
0 เมNือไม่แน่ใจวา่ เหมาะสมและสอดคลอ้ ง
-1 เมืNอแน่ใจวา่ ไม่เหมาะสมและสอดคลอ้ ง แลว้ นาํ มาหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง
(Index of Item – Objective Congruence : IOC)

ปรับปรุงเครNืองมือตามขอ้ เสนอแนะของผเู้ ชNียวชาญ และนาํ ไปใชก้ บั กลุ่มตวั อยา่ ง

4. การวเิ คราะห์ข้อมูลหาประสิทธิภาพของเคร,ืองมือในการทาํ วจิ ยั
ในการทาํ วจิ ยั ครKังนKีการวเิ คราะห์ขอ้ มูลหาประสิทธิภาพของเครNืองมือในการทาํ วจิ ยั ประกอบดว้ ย
1. แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน โดยหาค่าเฉลNีย ส่วนเบNียงเบนมาตรฐาน และหา

ค่า t-test
2. ผลงานการระบายไล่สีด้วยสีไม้ โดยหาค่าเฉลNีย ส่วนเบีNยงเบนมาตรฐาน

การแปลความหมาย
1) การแปลความหมายค่าเฉลNีย คะแนนแบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน(ปฏิบตั ิ) ดงั นKี
8 – 10 หมายถึง ดีมาก
5– 7 หมายถึง ดี
3 - 4 หมายถึง พอใช้
0 – 2 หมายถึง ปรับปรุง
2) การแปลความหมายค่าเฉลีNย คะแนนการระบายไล่สีด้วยสีไม้ ดงั นKี
8 – 10 หมายถึง ดีมาก
5– 7 หมายถึง ดี
3 - 4 หมายถึง พอใช้
0 – 2 หมายถึง ปรับปรุง

ขLนั ตอนการดาํ เนินงานวจิ ยั
ในการวจิ ยั ครKังนKีผวู้ จิ ยั แบ่งขKนั ตอนการทาํ งานเป็น 4 ขKนั ตอน ดงั ต่อไปนKี
ขLันตอนท,ี 1 ศึกษาข้อมูลเบืLองต้นเกี,ยวกับการพัฒนาชุดฝึ กทักษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ ผู้วิจัย

ดาํ เนินการ ดงั นีL
1. ศึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ทNีเกีNยวขอ้ ง
2 ปรึกษาอาจารยป์ ระจาํ รายวชิ า วจิ ยั ทางศิลปศึกษา
3. เรียบเรียงและแกไ้ ขเนKือหา

ขLนั ตอนที, 2 ออกแบบและจดั ทาํ เครื,องมือในการจดั ทาํ วจิ ยั ผู้วจิ ยั ดาํ เนินการ ดงั นีL
1. นาํ ขอ้ มูลจากการศึกษาและวเิ คราะห์มาสร้างชุดการเรียนการสอน ประกอบดว้ ย

1.1 แบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียนเรียนดา้ นทกั ษะ เรNือง การระบายไล่สีดว้ ยสีไม้
1.2 ชุดฝึ กทักษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ จาํ นวน จาํ นวน s ชุด ประกอบดว้ ย s.แบบฝึ กไล่
นKาํ หนกั สีแบบสีเดียว l.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สีแบบหลายสี ƒ.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สีใหเ้ กิดระยะ l ใบ
1.3 เกณฑก์ ารประเมินทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ จากวสั ดุเหลือใช้
2. นาํ ชุดกิจกรรม ประกอบดว้ ย แบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียนเรียนดา้ นทกั ษะ เรืNอง การระบาย
ไล่สีดว้ ยสีไม้ ชุดฝึ กทักษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ จาํ นวน จาํ นวน s ชุด ประกอบดว้ ย s.แบบฝึ กไล่นKาํ หนกั
สีแบบสีเดียว l.แบบฝึ กไล่นKาํ หนกั สีแบบหลายสี ƒ.แบบฝึ กไล่นKาํ หนกั สีให้เกิดระยะ l ใบ และเกณฑ์การ
ประเมินทกั ษะการระบายสีไม้ ใหผ้ เู้ ชีNยวชาญตรวจสอบหาความถูกตอ้ ง ความเหมาะสม และความเทีNยงตรง
จาํ นวน 3 ท่าน

ขLนั ตอนท,ี 3 ทดลองใช้ชุดการเรียนการสอนกบั กล่มุ ประชากร ผู้วจิ ยั ดาํ เนินการ ดงั นีL
นาํ ชุดฝึ กทกั ษะไปทดลองใชก้ บั กลุ่มประชาการตวั อยา่ งใน เดือนธนั วาคม พ.ศ lmno สิKนสุด เดือน
มกราคม พ.ศ. 2565 นกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทีN o โรงเรียนพญาไท จาํ นวน 3s คน

ขLันตอนท,ี 4 ประเมินทักษะในการทําชิLนงานทดสอบก่อนเรียน-หลัง ของกลุ่มประชากรตัวอย่าง
ผู้วจิ ยั ดาํ เนินการ ดงั นีL

1. นาํ ผลคะแนนของกลุ่มประชากรตวั อยา่ ง มาวเิ คราะห์เปรียบเทียบ และประเมินดา้ นความรู้ในการ
ทาํ ใบงานทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียนเรNือง การระบายไล่สีดว้ ยสีไม้

2. นาํ ผลคะแนนของกลุ่มประชากรตวั อยา่ ง มาวิเคราะห์เปรียบเทียบ และประเมินดา้ นทกั ษะในการ
ระบายสี
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล

ในงานวจิ ยั ชิKนนKีมีการเกบ็ ขอ้ มูลดงั นKี
1.ขอ้ มูลเนKือหาสาระทNีจาํ เป็ นต่อการจดั กิจกรรมเรืNอง การระบายไล่สีด้วยสีไม้ ประกอบ

Video On-Demand
2. ขอ้ มูลผลการทดสอบก่อนและเรียนทKงั ดา้ นทกั ษะการระบายไล่สีดว้ ยสีไม้ (ภาคผนวก ข

3) โดยเกบ็ ขอ้ มูลจากนกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทีN o โรงเรียนพญาไท ทNีเขา้ ร่วมกิจกรรม จาํ นวน 31
คน

3. ขอ้ มูลผลการประเมินชิKนงานของนกั เรียน โดยเก็บขอ้ มูลจากนกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี
ทNี o โรงเรียนพญาไท ทNีเขา้ ร่วมกิจกรรม จาํ นวน 3s คน

การวเิ คราะห์ข้อมูล
ในงานวจิ ยั ชิKนนKีมีการวเิ คราะห์ขอ้ มูลดงั นKี
1. การวิเคราะห์ขอ้ มูลพKืนฐาน แนวทางและทฤษฎีทีNเกีNยวการพฒั นาชุดฝึ กทักษะการระบายไล่สีด้วย

สีไม้ ประกอบ Video On-Demand สําหรับนักเรียนชLันประถมศึกษาปี ที, 4 โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร
ใชก้ ารจดั กลุ่มและการวเิ คราะห์เนKือหา

2. การวิเคราะห์การตรวจสอบความเทNียงตรงของเครNืองมือในการจดั ทาํ วิจยั จากผเู้ ชีNยวชาญ จาํ นวน
3 ท่าน

l.s หาค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง (Index of congruence) ของเกณฑ์การให้คะแนนของการ
สร้างสรรคผ์ ลงานศิลปะ คาํ นวณจากสูตรของพิสณุ ฟองศรี (lmot : 287)

IOC=
เมNือ IOC แทน ดชั นีความสอดคลอ้ งของเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

SR แทน ผลรวมของคะแนนของผเู้ ชีNยวชาญ
N แทน จาํ นวนผเู้ ชNียวชาญทKงั หมด
3. การวิเคราะห์ขอ้ มูลผลการทาํ ใบงานทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน ใชก้ ารหาค่าร้อยละ การหา
ค่าเฉลีNย และการวเิ คราะห์ทกั ษะ โดยใชส้ ูตร ดงั นKี

3.1. ค่าเฉลีNย (Mean) คือ ผลรวมของขอ้ มูลทKงั หมด หารดว้ ยจาํ นวนขอ้ มูล เป็ นค่ากลางทNี
นิยมใชก้ นั มากทNีสุด ซNึงเขียนเป็นสูตรไดด้ งั นKี

เมืNอ แทน ค่าเฉลีNย
ΣX แทน ผลรวมของคะแนน
n แทน จาํ นวนทKงั หมดของกลุ่มตวั อยา่ ง
ส่วนเบNียงเบนมาตรฐาน

2

S.D.=
เมืNอ S.D. แทน ส่วนเบNียงเบนมาตรฐาน

ΣX แทน ผลรวมของคะแนน
แทน ผลรวมทKงั หมดของกาํ ลงั สองของคะแนน

n แทน จาํ นวนทKงั หมดของกลุ่มตวั อยา่ ง
t=

;df = n-1

เมืNอ t แทน ค่าสถิติทNีใชใ้ นการพิจารณาใน t-distribution
D = ผลต่างระหวา่ งคะแนนในแต่ละคู่
n = จาํ นวนคู่ทKงั หมด

= ผลรวมทKงั หมดของผลต่างของคะแนนก่อนและหลงั การทดลอง
= ผลรวมยกกาํ ลงั สองของผลต่างของคะแนนก่อนและหลงั การทดลอง

บทที$ @
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล

การวจิ ยั ครKังนKีมีวตั ถุประสงคเ์ พNือศึกษาผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียนของนกั เรียน เรNือง การระบายไล่สี

ด้วยสีไม้ ประกอบ Video On-Demand โดยใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะและเพืNอเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ•ิทางการ
เรียนของนกั เรียน เรNือง การระบายไล่สีด้วยสีไม้ ประกอบ Video On-Demand ก่อนเรียนและหลงั เรียนโดย

การจดั การเรียนการสอนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะซNึงไดผ้ ลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลดงั นKี
ตารางท,ี f.c ค่าเฉลีNยและส่วนเบNียงเบนมาตรฐานคะแนนผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียนของนกั เรียนโดย
ใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะ จาํ แนกเป็นรายบุคคล

นักเรียน คะแนน
(cy คะแนน)

คนทNี s 10

คนทีN 2 8

คนทNี 3 9

คนทีN 4 10

คนทNี 5 9

คนทีN 6 10

คนทNี 7 8

คนทีN 8 7

คนทีN 9 10

คนทีN s0 10

คนทีN s1 7

คนทNี s2 10

คนทีN s3 8

คนทNี s4 9

คนทNี s5 9

คนทีN 16 8

คนทีN 17 9

คนทNี 18 10

คนทNี 19 9

คนทNี 20 10

ตารางที, f.c(ต่อ) ค่าเฉลีNยและส่วนเบีNยงเบนมาตรฐานคะแนนผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียนของนกั เรียน

โดยใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะ จาํ แนกเป็นรายบุคคล

คนทNี 21 8

คนทNี 22 7

คนทNี 23 9

คนทNี 24 8

คนทีN 25 9

คนทีN 26 8

คนทNี 27 9

คนทNี 28 9

คนทNี 29 10

คนทNี 30 9

คนทNี ƒs 8

X 8.84

S.D. 0.97

จากตารางท,ี f.c พบวา่ นกั เรียนทKงั หมดมีคะแนนผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียนหลงั ใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะ
โดยเฉลีNยเท่ากบั “.“o และมีส่วนเบีNยงเบนมาตรฐานเท่ากบั r.t‘ ผา่ นเกณฑโ์ ดยมีเกณฑก์ ารประเมิน ‘-sr
คะแนนผา่ นเกณฑ์ ตNาํ กวา่ ‘ คะแนนไม่ผา่ นเกณฑ์

ตารางท,ี f.b เปรียบเทียบค่าเฉลNียและส่วนเบีNยงเบนมาตรฐานคะแนนผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียนของ
นกั เรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน โดยใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะ จาํ แนกเป็นรายบุคคล

นักเรียน ก่อนเรียน หลงั เรียน
(cy คะแนน) (cy คะแนน)

คนทNี s 6 10

คนทีN 2 5 8

คนทีN 3 7 9

คนทีN 4 8 10

คนทNี 5 6 9

คนทNี 6 4 10

คนทีN 7 7 8

ตารางที, f.b(ต่อ) เปรียบเทียบค่าเฉลีNยและส่วนเบีNยงเบนมาตรฐานคะแนนผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียน
ของนกั เรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน โดยใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะ จาํ แนกเป็นรายบุคคล

คนทNี 8 6 7

คนทNี 9 8 10

คนทีN s0 6 10

คนทีN s1 5 7

คนทNี s2 4 10

คนทีN s3 6 8

คนทีN s4 3 9

คนทNี s5 7 9

คนทNี 16 5 8

คนทีN 17 6 9

คนทีN 18 6 10

คนทีN 19 6 9

คนทNี 20 8 10

คนทNี 21 4 8

คนทNี 22 4 7

คนทNี 23 7 9

คนทีN 24 6 8

คนทีN 25 5 9

คนทNี 26 5 8

คนทNี 27 7 9

คนทNี 28 7 9

คนทNี 29 6 10

คนทีN 30 6 9

คนทNี ƒs 4 8

X 5.81 8.84

S.D. 1.30 0.97

จากตารางท,ี f.b พบวา่ ภาคเรียนทีN l ปี การศึกษา lmno โรงเรียนพญาไท หลงั เรียนมีคะแนนเฉลNีย
เท่ากบั “.“o ส่วนค่ามาตรฐานเบีNยงเบนเท่ากบั r.t‘ ซNึงมีคะแนนสูงกวา่ ก่อนเรียนโดยมีคะแนนเฉลNียเท่ากบั

m.“s ส่วนค่ามาตรฐานเบNียงเบนเท่ากบั s.ƒr ผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียนของนกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทNี o

บทท$ี G
สรุปผลการวจิ ยั และข้อเสนอแนะ

การวจิ ยั การพฒั นาชุดฝึ กทกั ษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ ประกอบ Video On-Demand สําหรับ
นักเรียนชLันประถมศึกษาปี ที, 4 โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร ผวู้ จิ ยั ไดส้ รุปผลการวจิ ยั และไดใ้ ห้
ขอ้ เสนอแนะต่างๆ มีรายละเอียดดงั ต่อไปนKี

วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั
1. เพNือสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกทกั ษะการระบายสีไมแ้ บบไล่ค่าสีประกอบวดิ ีโอออนดี
มาน สาํ หรับนกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทีN o โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร
2. เพืNอทดลองใชแ้ ละประเมินผลชุดฝึกทกั ษะการระบายสีไมแ้ บบไล่ค่าสีประกอบวดิ ีโอออนดี
มาน สาํ หรับนกั เรียนชKนั ประถมศึกษาปี ทNี o โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร

ประชากรและกล่มุ ตวั อย่าง
ประชากรทNีใชใ้ นการศึกษาครKังนKี คือ นกั เรียนระดบั ชKนั ประถมศึกษาปี ทีN o โรงเรียนพญาไท ในภาค

เรียนทีN 2 ปี การศึกษา 256o จาํ นวน ƒs คนไดม้ าจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

เคร,ืองมือทใี, ช้ในการวจิ ยั
1.1 ชุดฝึ กทกั ษะการระบายไล่สีด้วยสีไม้ จาํ นวน จาํ นวน s ชุด ประกอบดว้ ย s.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สี

แบบสีเดียว l.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สีแบบหลายสี ƒ.แบบฝึกไล่นKาํ หนกั สีใหเ้ กิดระยะ l ใบ

สรุปผลการวจิ ยั
s. ผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียนของนกั เรียน เรNือง การระบายไล่สีดว้ ยสีไม้ โดยใชแ้ บบฝึกเสริมทกั ษะอยู่

ในระดบั ผา่ นเกณฑ์ (x = 8.84, S.D. = 0.97)
2. ผลการเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ•ิทางการเรียนของนกั เรียน เรNือง การระบายไล่สีดว้ ยสีไม้ โดยใช้

แบบฝึกเสริมทกั ษะพบวา่ หลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน

ข้อเสนอแนะ
จากผลการวจิ ยั และขอ้ คน้ พบในการศึกษาเรืNองนKีผวู้ จิ ยั มีขอ้ เสนอแนะเพืNอการใชป้ ระโยชนแ์ ละการ

ปฏิบตั ิทNีเกNียวขอ้ งดงั นKี

s. ครูผสู้ อนทีNสนใจนาํ แบบฝึกเสริมทกั ษะไปใช้ ควรประยกุ ตแ์ ละปรับใชใ้ หค้ รอบคลุมกบั เนKือหา
ในวชิ าศิลปะเรNืองอืNน ๆ

l. ควรศึกษาเปรียบเทียบแบบฝึกเสริมทกั ษะกบั นวตั กรรมการเรียนการสอนอNืน ๆ เช่น เอกสาร
ประกอบการเรียนรู้ หรือ ชุดการสอน

ชุดฝกึ ทกั ษะการระบายไล่นำ้ หนักสดี ้วยสไี ม้

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4

นางสาวสธุ วี รางค์ องอาจ

โรงเรยี นพญาไท

สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน

ช่อื ……………….………………………………………………………ช้ันป.4/………เลขที่……………

คำนำ

ชุดกจิ กรรมเพ่ือฝึกทกั ษะระบายไลน่ ้ำหนกั สีด้วยสไี ม้ เป้าหมายในการฝึกทกั ษะเบ้ืองต้นในลกั ษณะ
ตา่ งๆ นั้นเพือ่ มงุ่ เนน้ ใหผ้ เู้ รยี นมีความพร้อมในการระบายไลน่ ้ำหนักสดี ว้ ยสไี มข้ นั้ พืน้ ฐาน เพอ่ื พฒั นาไปสู่
การนำไปใช้ประโยชน์ดา้ นต่างๆ เชน่ การใช้ทกั ษะการระบายไล่นำ้ หนักสดี ว้ ยสีไม้ เพ่อื ใช้สร้างงานศิลปะที่
ตนเองพงึ พอใจมี ความสุนทรีในเชิงศิลปะ เป็นการใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์และนำความรูแ้ ละทักษะ
การระบายสีไม้เพื่อใช้ในการสร้างช้นิ งานเพือ่ เปน็ ประโยชน์ในการเรียน

ดงั นัน้ ชุดฝึกทกั ษะการระบายไลน่ ำ้ หนกั สดี ้วยสไี ม้ จึงเปน็ แบบฝึกสำหรบั การนำหลกั การและ
เทคนิคการไล่นำ้ หนักสีแบบตา่ งๆ ในการระบายสี เพ่ือนำไปใช้ประโยชนใ์ นการสรา้ งชิ้นงานทเี่ กย่ี วข้องกับ
การเรียนได้อยา่ งหลากหลาย

นางสาวสุธวี รางค์ องอาจ

สารบญั หน้า

เรอื่ ง 1
2
คำนำ 2
สารบัญ 3
คำชแ้ี จงในการใช้ชดุ ฝกึ ทกั ษะ 4
มาตรฐานการเรยี นรู้ 5
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 6
แบบฝึกไล่นำ้ หนักสแี บบสเี ดยี ว 7
แบบฝึกไลน่ ้ำหนักสีแบบหลายสี
แบบฝกึ ไลน่ ้ำหนกั สใี หเ้ กิดระยะ(Part1)
แบบฝึกไล่นำ้ หนกั สีให้เกิดระยะ(Part2)
บรรณานกุ รม

คำชแ้ี จงในการใชช้ ุดฝกึ ทกั ษะ

แบบฝึกทักษะการไล่น้ำหนักสดี ว้ ยสีไม้ นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 เป็นเอกสารที่นกั เรยี น
สามารถศึกษาด้วยตวั เอง โดยนักเรยี นปฏบิ ตั ติ ามขั้นตอน ดังนี้

1. ศกึ ษาสาระสำคัญ ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เพอ่ื จะไดท้ ราบว่าเมอ่ื ศกึ ษาเอกสาร
เร่ืองน้จี บแลว้ นักเรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจเร่ืองใดบา้ ง

2. ศึกษาเน้อื หาจากใบความรู้
3. ปฏิบัตกิ ารฝึกทักษะตามแบบฝึกทักษะ
นกั เรียนสามารถนำชุดฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ิในห้องเรยี นไปฝกึ ปฏิบัตินอกหอ้ งเรยี นได้ หากมีขอ้ สงสัย
ใดๆ ให้ขอคำแนะนำจากครผู ู้สอนและผเู้ ชย่ี วชาญด้านศิลปะที่นักเรยี นร้จู ัก

ชุดฝกึ ทกั ษะ
การไลน่ ้ำหนักสดี ว้ ยสีไม้

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลปต์ ามจนิ ตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์
วิพากษ์ วิจารณ์ คุณคา่ งานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรสู้ กึ ความคิดต่องานศิลปะอย่างอสิ ระ ชนื่ ชม และ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั

สาระการเรยี นรู้

ความอ่อน กลาง แก่ของนำ้ หนัก นอกจากจะใช้เพ่อื สรา้ งมติ ใิ ห้เกิดความรูส้ ึก สงู ต่ำ หนา บาง แก่
วัตถใุ นภาพแล้ว น้ำหนกั ยงั ใช้สรา้ งมติ แิ ห่งความร้สู กึ ดา้ นระยะใกล้ไกลของวตั ถใุ นภาพ คา่ นำ้ หนกั ใชใ้ นการ
สรา้ งความร้สู ึกดา้ นมติ ิแก่วัตถุ ค่าน้ำหนักแกจ่ ะให้ความร้สู ึกตำ่ หรอื ลกึ ลงไป คา่ นำ้ หนักทีอ่ อ่ นจะให้
ความร้สู ึกท่ีสูงหรือนูนขึน้ มา สว่ นในการสรา้ งความรู้สกึ ด้านระยะใกล-้ ไกล ระยใกล้จะใช้คา่ น้ำหนกั แสงเงา
ที่ชดั เจนกวา่ ระยะไกล ระยะกลางกใ็ ช้คา่ น้ำหนกั ท่อี ่อนลง และระยะไกลก็จะแรเงาให้อ่อนที่สดุ หรือเนน้
รายละเอียด หรอื เส้นให้นอ้ ยกว่าระยะกลางและใกล้

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3. เพอ่ื สรา้ งและหาประสทิ ธิภาพชดุ ฝกึ ทกั ษะการระบายสไี มแ้ บบไลค่ ่าสีประกอบวดิ โี อออนดีมาน
สำหรบั นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรยี นพญาไท กรุงเทพมหานคร

4. เพื่อทดลองใชแ้ ละประเมนิ ผลชุดฝึกทักษะการระบายสไี มแ้ บบไลค่ า่ สีประกอบวดิ โี อออนดีมาน
สำหรับนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4 โรงเรยี นพญาไท กรุงเทพมหานคร

ใบความรู้ เรื่อง การระบายไล่นำ้ หนักสดี ้วยสีไม้

ดินสอสี (สไี ม)้

ดนิ สอสีเปน็ สผี งละเอยี ดผสมกบั ขี้ผึ้งหรอื ไขสัตวน์ ำมาอัดใหเ้ ป็นแทง่ อยู่ในลกั ษณะของดินสอ
เพ่ือให้เหมาะสำหรบั เด็กๆ ใช้งานมลี กั ษณะคลา้ ยกบั สีชอล์ก แตเ่ ปน็ สที ่มี ีราคาถูก เนือ่ งจากมีสว่ นผสมอืน่
ๆ ปะปนอยมู่ ากมีเนอื้ สีนอ้ ยกวา่ ปจั จุบนั มกี ารพฒั นาใหส้ ามารถละลายนำ้ หรอื น้ำมันได้โดยเมือ่ ใชด้ ินสอสี
ระบายสีแล้วนำพกู่ ันจุ่มน้ำมาระบายตอ่ ทำให้มลี ักษณะคลา้ ยกบั ภาพสนี ำ้ (Aquarelle) บางชนดิ สามารถ
ละลายไดใ้ นนำ้ มนั ซ่ึงทำให้กันนำ้ ได้

การระบายสไี มส้ ไี ม้

เปน็ สพี นื้ ฐานที่ใชฝ้ กึ วาดรูปและใช้กนั อยา่ งแพรห่ ลายเนอ่ื งจาก
- สามารถควบคมุ พืน้ ท่ใี นการระบายได้ดีกวา่ สีเทยี นสีชอล์กสนี ำ้ ประเภทต่างๆ
- ไมต่ อ้ งใช้อปุ กรณ์เสริมยุ่งยากเชน่ เดยี วกบั สนี ้ำ
- พกพาสะดวก
- มีความเหมาะสมในการทำงานในสำนักงานและการ present อยา่ งรวดเรว็ เชน่ งาน

กอ่ สรา้ ง ทตี่ ้องใช้สีไมร้ ะบายเพือ่ แยกความ แตกต่างของพนื้ ที่ เปน็ ตน้
- สามารถแก้ไขไดง้ า่ ย ระบายเสริมได้ง่าย ดกี วา่ สีหมกึ และปากกาเมจิก

แม้ว่าสไี มจ้ ะใชง้ านระบายกนั เปน็ ทุกคนโดยแทบไม่ต้องฝกึ ฝน น้อยคนนักท่ีจะต้งั ใจระบายสไี ม้ให้
ออกมาดูดี คนส่วนใหญย่ งั ระบายสไี มด้ ้วยวธิ เี ดิม ๆ คือระบายอยา่ งไรก็ไดใ้ ห้เตม็ พื้นท่ี ถา้ สไี ม่ละเอยี ดเนียน
พอ บา้ งกเ็ อากระดาษทิชชหู รอื สำลีมาเช็ด แต่ดว้ ยความที่ระบายงา่ ย เทคนิคของสีไม้ไมใ่ ช่เร่ืองยากทจี่ ะ
ศึกษาเพอื่ ใหก้ ารระบายสีไม้นัน้ ออกมาดดู ีย่ิงข้นึ แทท้ ีจ่ ริงแล้ว ความเดน่ ของสไี ม้อยู่ทก่ี ารระบายใหเ้ ห็นวา่
เป็นเอกลักษณด์ ูแล้วดูออกเลยวา่ ภาพนี้ระบายดว้ ยสไี ม้ ดังนนั้

เทคนคิ การระบายสีไม้

1. เหลาปลายดนิ สอใหแ้ หลม ดนิ สอสีไมท้ ี่แหลม จะช่วยใหเ้ ป็นเสน้ ควบคมุ การระบายได้แสดง
เอกลกั ษณข์ องสีไม้ ภาพคม พกทีเ่ หลาดินสอพร้อมกับ การเปล่ยี นดา้ นของการขีดเสน้ ต่อไป ฝกึ ฝนให้เปน็
ความเคยชนิ

2. ระบายใหเ้ ป็นเสน้ ไว้ก่อนในครง้ั แรก สว่ นใหญเ่ ราจะระบายสีไมใ้ ห้เตม็ เเต็มเนือ้ กระดาษตงั้ แต่
ครง้ั แรก จนภาพโดยรวมดเู หมือนผลไม้ช้ำ โดยเหลือพน้ื ทีข่ องกระดาษ ชว่ ยใหภ้ าพมมี ิตมิ ากกวา่ การ
ระบายให้ทึบทั้งหมด และยงั ชว่ ยให้เหลือพืน้ ที่กระดาษสขี าวในการจะระบายสคี ร้งั ตอ่ ๆไป เพอื่ แก้ไขความ
ไม่สม่ำเสมอของสเี ดมิ หรอื ผสมสใี หม่ใหเ้ กิดมติ ิ แสงเงา และความสวยงามได้มากยิง่ ขน้ึ

3. การระบายสใี หส้ มำ่ เสมอโดยระบายเป็นพื้นที่เลก็ ๆ ในการระบายสไี ม้ ปญั หาทพ่ี บมากทีส่ ดุ คอื สี
ไม่สม่ำเสมอควบคุมไดย้ ากวิธีแกป้ ัญหานค้ี อื การพยายามระบายใหเ้ ปน็ เส้นสนั้ ๆ ทีละนอ้ ยเราจะคน้ พบวา่
ช่างดนู ่าเบ่อื และนา่ จะระบายไดช้ ้ากว่า แต่ในความเปน็ จรงิ เมือ่ เราระบายพ้นื ที่เล็กๆ จะช่วยใหเ้ รา
เปรยี บเทยี บสีกับพนื้ ที่ทเ่ี ราเพงิ่ ระบายไป ทำให้กำหนดน้ำหนกั มือไดใ้ กลเ้ คียงกวา่ การระบายเป็นเสน้ ยาวๆ
และนำมาตบใหเ้ รียบๆเทา่ กันภายหลังได้ยาก และเสยี เวลามากกว่า

4. การผสมสี
- ผสมสีโดยใชส้ ที แ่ี ตกต่างกนั ระบายเปน็ เสน้ ใหเ้ หลือเนอ้ื กระดาษสขี าว ไวส้ ำหรบั สีท่สี องทจ่ี ะ
ระบายลงไป เช่น สนี ้ำเงิน ระบายทับดว้ ยสเี หลอื ง จนไดส้ เี ขียว ท่ีมมี ิติมากกวา่ การระบายสีเขียวโดยตรง
เพียงอย่างเดียว
- การระบายสี โดยใชส้ ที อี่ อ่ นกว่า หรอื เขม้ กวา่ ระบายทบั ในสว่ นทแ่ี สดง แสงและเงา

การไล่สี

การไลส่ ใี นงานศิลปะเป็นเทคนิคการมองเห็นทค่ี ่อยๆ เปล่ียนจากเฉดสีหนึ่งไปอีกสหี นึ่ง หรือจาก
เฉดสหี น่งึ ไปอีกเฉดสีหนง่ึ หรอื พนื้ ผิวหน่ึงไปอกี สีหนง่ึ อวกาศ ระยะทาง บรรยากาศ ปริมาตร และรปู แบบ
โค้งหรือมนคือเอฟเฟกตภ์ าพบางส่วนทสี่ ร้างขนึ้ ดว้ ยการไล่ระดับ

ตัวอย่างผลงาน Crystal Gradationโดย Paul Kleeสีน้ำ 2464

การระบายไล่น้ำหนักสี

การไล่น้ำหนักสีน้ันจะทำให้เกิดแสงและเงาของภาพ ทำให้ภาพท่ีเราระบายดูมีมิติ และ
สมจริงมากขึ้น การไล่น้ำหนักสีของทีมงานจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ สีอ่อน สีกลาง และสีเข้ม
โดยใช้น้ำหนักมือในการควบคุมความเข้มอ่อนของสี เช่น ถ้าอยากให้ระดับสีอ่อนก็ระบายแบบเบา
มือไม่ต้องออกแรงกด ระดับสีกลางให้ออกแรงกดสีไม้เล็กน้อย และระดับสีเข้มก็ให้ออกแรงกดเพิ่ม
จากเดิมอีก

ภาพตัวอยา่ งการไลร่ ะดับสีจาก สีดำเป็นสขี าว

วสั ดอุ ปุ กรณ์

1. สไี ม้
2. กระดาษa4
3. โตะ๊ หรือ แผน่ กระดานรองวาด

เทคนิคการไลน่ ำ้ หนักสี

1. เทคนิคการไลน่ ำ้ หนกั สีแบบสเี ดียว
เกิดจากการนำสีใดสีหนึ่งเพียงสีเดียวแล้วนำมาไล่สีให้เกิดน้ำหนัก อ่อน กลาง เข้ม ถ้านักเรียน
ฝึกฝนได้เป็นอย่างดีแล้ว สามารถนำความรู้จากการไล่น้ำหนักสีนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มาก ในการสร้าง
งานศิลปะ ดงั ตวั อยา่ ง

2. เทคนคิ การไล่นำ้ หนกั สแี บบหลายสี
เกดิ จากการใช้สีหลายสีที่อยู้ใกล้เคยี งกนั ในวงจรสี หรือมีวรรณะของสีทีค่ ลา้ ยกัน ซึ่งจะทำให้
ผลงานนน้ั มีความกลมกลนื สวยงามมากยงิ่ ขึ้น

การระบายไล่น้ำหนักสีใหเ้ กิดระยะ

การระบายไล่น้ำหนกั สใี หเ้ กดิ ระยะ ระยะใกล้จะใชค้ ่าน้ำหนกั สที ี่ชดั เจนกว่าระยะไกล ระยะกลางก็
ใช้ค่าน้ำหนกั สที อ่ี อ่ นลง และระยะไกลกจ็ ะไล่นำ้ หนกั สีใหอ้ อ่ นท่ีสดุ

ภาพตวั อยา่ ง1 การระบายสีใหเ้ กิดระยะ

ภาพตวั อย่าง 2 การระบายสีให้เกิดระยะ

ขน้ั ตอนการไล่น้ำหนกั สีแบบสเี ดียว

ขน้ั ที่ 1 ระบายไลส่ ีต้งั แต่ชอ่ งที่ 1 ถึง ชอ่ งท่ี 7 ด้วยน้ำหนกั มอื ที่เบาและเสมอกนั

ตัวอยา่ งที่1.1

ตัวอย่างที่ 1.2

ขน้ั ท่ี 2 เริ่มระบายไล่สจี ากชอ่ งที่ 2 ถึง ช่องท่ี 7 ด้วยน้ำหนกั มือที่มากกว่าขน้ั ที่ 1และเสมอกนั
จากนน้ั เราจะมาเรม่ิ ระบายไล่สจี ากช่องท่ี 3 ถึง ช่องที่ 7 ดว้ ยนำ้ หนกั มือทเ่ี พมิ่ ขึ้น

ตวั อย่างที่ 2.1

ตวั อย่างที่ 2.2

ตวั อย่างท่ี 2.3

ขั้นท่ี 3 ทำตอ่ จากขัน้ ที่ 2 ไปเรอื่ ยๆ จนครบทง้ั 7 ชอ่ ง ดว้ ยนำ้ หนักทต่ี า่ งกนั จนเสร็จสมบูรณ์ ดงั
ภาพตวั อย่าง

ตวั อย่างท่ี 3.1

ตวั อย่างที่ 3.2

ป.4

แบบฝึ กไลน่ ้าํ หนกั สีแบบสเี ดยี ว









คำชแี้ จง : ให้นกั เรยี นไลน่ ำ้ หนักสแี บบสีเดยี ว 7 ระดบั ให้สวยงาม







สี ไม้

ขั้นตอนการไล่นำ้ หนักสีแบบหลายสี

ขั้นท่ี 1 ระบายสีเหลอื งไล่ไปจนถงึ ชอ่ งที่ 2 ดงั ภาพตวั อยา่ ง

ตัวอย่างท1่ี .1

ขน้ั ที่ 2 ใช้สีเขียวออ่ นทใ่ี กลเ้ คยี งกับสเี หลืองระบายผสมกนั ในชอ่ งที่ 2 ไลไ่ ปจนถึงชอ่ งที่ 4 ดงั ภาพ
ตวั อยา่ ง

ตัวอยา่ งท2่ี .1

ตัวอย่างที่2.2

ขั้นท่ี 3 ใชส้ ีเขียวทีเ่ ข้มกว่าในขนั้ ท่ี 2 ระบายผสมกันในช่องท่ี 4 ไปจนถึงชอ่ งท่ี 5 โดยควรระบาย
ใหส้ เี กิดความกลมกลนื สวยงาม

ตวั อยา่ งท3่ี .1

ตัวอยา่ งที่3.2

ป .4
แบบฝึ กไล่น้าํ หนกั สแี บบหลายสี








คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นไลน่ ้ำหนกั สีแบบหลายสใี หส้ วยงาม








สี ไม้

ขั้นตอนการไลน่ ้ำหนกั สีใหเ้ กิดระยะ

ขน้ั ท่ี 1 ระบายสีออ่ นลงในสว่ นทเ่ี ป็นระยะไกลของภาพ จากภาพจะใชส้ เี ขยี วอ่อนในการระบาย
ภเู ขาลูกทอี่ ยู่ไกล

ตัวอย่างท1่ี .1

ข้นั ที่ 2 เพิ่มนำ้ หนกั สใี หเ้ ข้มข้นึ กวา่ ขน้ั ท่ี 1 ระบายส่วนท่อี ยรู่ ะยะกลางของภาพ จากภาพจะใชส้ ี
เขยี วท่เี ขม้ กว่าขัน้ ท่ี 1 ระบายภเู ขาทอี่ ยู่ส่วนกลางของภาพ

ตัวอย่างที่2.1

ขน้ั ท่ี 3 ระบายสีท่เี ข้มท่สี ุดในสว่ นทเ่ี ป็นระยะใกล้ภาพ จากภาพจะใช้สีเขียวเข้มที่เขม้ กว่าข้ันท่ี 2
ระบายภูเขาทอ่ี ยสู่ ว่ นใกลข้ องภาพ

ตัวอย่างท่3ี .1 ตวั อย่างท3่ี .2

ป.4

แบบฝึ กไล่น้าํ หนักสใี หเ้ กดิ ระยะ

Part 1




คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นระบายสไี ล่น้ำหนกั ใหเ้ กดิ ระยะสวยงาม






สี ไม้

ป.4

แบบฝึ กไล่น้าํ หนักสใี หเ้ กดิ ระยะ

Part 2





คำชี้แจง : ให้นักเรยี นระบายสีไล่น้ำหนกั ใหเ้ กดิ ระยะสวยงาม






สี ไม้

ประวตั ผิ ู้จดั ทาํ

ชืNอ-สกลุ นางสาวสุธีวรางค์ องอาจ
วนั เดือน ปี เกิด วนั ทNี sr พฤษภาคม lmol
ทีNอยปู่ ัจจุบนั
ประวตั ิการศึกษา 2/s ม.ƒ ต. ลาํ ลูกกา อ.ลาํ ลูกกา จ. ปทุมธานี slsmr
ระดบั ประถมศึกษาปี ทีN s-l โรงเรียนวดั สุวรรณ

ระดบั ประถมศึกษาปี ทNี ƒ-n โรงเรียนระเบียบวทิ ยา

ระดบั มธั ยมศึกษาตน้ โรงเรียนมธั ยมสงั คีตวทิ ยา กรุงเทพมหานคร
ระดบั มธั ยมศึกษาปลาย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพฒั นาการ ปท

ระดบั อุดมศึกษา มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต














Click to View FlipBook Version