The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาการคิดและการสร้างสรรค์ทางศิลปะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paruenatsang, 2024-05-07 05:01:35

Sการคิดและการสร้างสรรค์ทางศิลปะ

เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาการคิดและการสร้างสรรค์ทางศิลปะ

141 เทคนิคการสร้างสรรค์อาจจะดูจากช ิ้ นงานจริงได้โดยไม่ต้องดูป้ายข้อมูลผลงานซ ึ่ งต้องอาศัย ประสบการณ์ในการชมสักระยะหนึ่ง ในส่วนของการบรรยายข้อมูลในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ สร้างข ึ้ นน ั้ นผู้สร้างคนบรรยายถึงแนวคิดแรงบันดาลใจเทคนิควิธี ความเป็นมาหรือกระบวนการคิดท ี่ เกิด จากการสร้างงานอย่างละเอียดเป็นลําดับเพ ื่อให้เห็นถึงเทคนิคในการคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ อย่างเป็นระบบ 2) การเขียนบรรยายวิเคราะห์ส่วนประกอบของผลงาน เป็นข ั้ นตอนที่ผู้สอนต้องให้บรรยาย ข้อมูลของภาพโดยภาพรวมโดยการแบ่งออกเป็นส่วนในผลงาน เช่นถ้าเป็นภาพเขียนก็บรรยายใน ส่วนบน ล่าง กลาง ซ้ายและขวา ถ้าเป็นงานประติมากรรม เป็นส่วนบน ล่างหรือเป็นส่วนรูปต่างๆ และถ้า เป็นงานสถาปัตยกรรมก็เป็นส่วนยอดหรือหลังคา ส่วนตัวอาคาร และส่วนฐาน เป็นต้น - การวิเคราะห์ทัศนธาตุเป็นการมองหน่วยเล็กๆของช ิ้ นงานว่าช ิ้ นงานน ั้ นมีองค์ประกอบใดบ้าง ที่ศิลปินนําเสนอออกมา เร ิ่ มต้นโดยการมองภาพนั้นในระยะไกลหรือมองโดยภาพรวมก่อนและค่อยมอง ในรายละเอียด เร ิ่ มต ั้ งแต่จุด เส้น สีน้ําหนัก รูปร่าง-รูปทรง พื้นผิว บริเวณว่าง ในการวิเคราะห์ส่วนน ี้ ต้องพิจารณาทีละองค์ประกอบแต่ในงานทัศนศิลป์หน ึ่งอาจจะไม่ได้นําเสนอองค์ประกอบครบทุก ประเด็นก็ได้และสรุปองค์ประกอบหลัก ๆ - การวิเคราะห์หลักการออกแบบเป็นการมองโดยภาพรวมของผลงานตามหลักการว่ามีการจัด สมดุลแบบใด การใช้สัดส่วนของงานมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด จังหวะหรือลีลาของช ิ้ นงานมีการ นําเสนอหรือไม่จุดเด่นและการเน้นอยู่ที่ส่วนใด และโดยรวมเอกภาพของงานมีมากน้อยหรือไม่ซึ่งการ วิเคราะห์มักจะนําผลของการวิเคราะห์เชิง องค์ประกอบศิลป์มาต่อยอดว่าในแต่ละหลักการน ั้ นเกิด จากองค์ประกอบศิลป์ไดบ้าง - การวิเคราะห์เน ื้ อหาเร ื่ องราว หรือจุดมุ่งหมายของงานทัศนศิลป์เป็นส ิ่ งสําคัญท ี่ปรากฏมาให้ เป็นงานมีทั้งที่นําเสนอเน ื้อหาโดยตรงและเนื้ อหาเชิงนัยหรือสัญลักษณ์ การนําเสนอเน ื้ อหาหรือจุดมุ่งหมายโดยตรง งานลักษณะนี้มักจะเสนอเป็นรูปแบบเหมือนจริง และมักจะมีชื่อท ี่ ตรงตามจุดมุ่งหมายที่นําเสนอ หรือนําเสนอเป็นตัวหนังสือไว้ในภาพหรือผลงาน เช่น ภาพเขียนชาวจีน ญี่ปุ่นและอียิปต์เป็นต้น การนําเสนอเน ื้ อหาเชิงนัยหรือสัญลักษณ์เป็นเน ื้ อหาท ี่ปรากฏจากงานทัศนศิลป์ต้องอาศัยการ วิเคราะห์หลายประเด็นที่ต้องอาศัยประสบการณ์ในการชมงาน ส่วนใหญ่เป็นการนําเสนอในรูปแบบ ดัดแปลงและแบบอิสระ สําหรับสัญลักษณ์ที่จะส ื่อความหมายในภาพนั้ นก็มีมากมาย เช่น ภาพกระต่าย หรือเทพคิวปิดในภาพเขียนตะวันตกแสดงถึงความสัมพันธ์ทางเพศ หรือประติมากรรมธรรมจักรกับกวาง หมอบเป็นสัญลักษณ์ของการปฐมเทศนา เป็นต้น


142 การวิเคราะห์งานทัศนศิลป์สําหรับคนที่มีความชํานาญโดยเฉพาะกลุ่มศิลปินมักจะไม่ต้องอาศัย เวลามาก เพียงมองช ั่ วขณะเดียวก็สามารถรับรู้ได้ แต่หากนักศึกษาเร ิ่ มต้นในระยะแรกอาจะต้องอาศัย การมองและวิเคราะห์ที่ต้องใช้เวลาและอาจจะบันทึกหรือจดจําเป็นลําดับข ั้ นตอนท ี่เสนอไว้ข้างต้น การวิเคราะห์หลักการออกแบบและทัศนธาตุนั้นส ิ่ งสําคัญคือความรู้และสัญลักษณ์ในแต่ละ กลุ่มชนหรือสังคมน ั้นใช้เช่น ค้างคาว ในประเทศจีน เป็นสัญลักษณ์ของความร ่ํ ารวย เพราะมีการออก เสียงตรงกับคําว่า ฟูหรือเงิน ในประเทศตะวันตกเป็นสัญลักษณ์ของปีศาจ เพราะผีดูดเลือดแดร็กคิวล่า นิยมแปลงร่างมาเป็นค้างคาวท ี่ออกมาในยามค่ํ าคืน หรือภาพผู้ชายสักลายในสังคมล้านนาโบราณบ่ง บอกถึงความเข้มแข็งหรือนักรบ และในสังคมปัจจุบันมักจะมองเป็นคนที่มีประสบการณ์ในทางไม่ดีหรือ สีบางสีก็เป็นสัญลักษณ์เฉพาะกลุ่ม ซึ่งหากจะต้องศึกษาการวิเคราะห์เพ ื่ อการตีความหรือแปลความในสิ่ง เหล่าน ี้ไว้เพ ื่ อการตีความในงานศิลปะ ดังตัวอย่างของการบรรยายและวิเคราะห์ยกตัวอย่างผลงาน จิตรกรรม โดย ศิลปินและนักวิชาการศิลปะ ศาสตราจารย์กิตติคุณ กําจร สุนพงษ์ศรี ภาพชื่อ พัทยา (ภาพท ี่ 12.1) ด้วยข ั้ นตอน การบรรยาย การวิเคราะห์ ดังน ี้ ภาพท ี่ 12.1 ภาพพัทยา ที่มา: กําจร สุนพงษ์ศรี, 2543, น.15


143 การแนะนําข้อมูลพ ื้ นฐานหรือการศึกษาข้อมูลพ ื้ นฐานของงาน ข้อมูลของภาพจิตรกรรมน ี้ประกอบด้วย 1) ชื่อผลงาน พัทยา 2) ศิลปิน ศาสตราจารย์กิตติคุณ กําจร สุนพงษ์ศรี ศาสตราจารย์ด้านทัศนศิลป์การศึกษา ด้านประติมากรรมและจิตรกรรม จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีผลงานด้านจิตรกรรมประติมากรรมและ เอกสารตําราด้านประวัติศาสตร์ศิลป์มากมาย 3) ช่วงเวลาในการสร้างสรรค์ปีพุทธศักราช 2530 4) วัสดุและเทคนิคงานศิลปะ สีน้ํามันบนผ้าใบ 5) ขนาดของผลงาน กว้าง 40 นิ้ว ยาว 40 นิ้ว 6) สถานท ี่ สะสมงาน สมบัติมูลนิธิวิสาลี คุณหญิงมาลีสนิทวงศ์ณ อยุธยา 1. การบรรยาย ภาพช ื่ อพัทยา โดยส่วนใหญ่ของภาพเป็นโทนสีฟ้าท ี่ อยู่ในพื้ นหลัง ด้านบนของภาพ เป็นกลุ่ม สีแดง ที่กระจายออกไปแบบรัศมีคร ึ่ งวงกลม จากด้านบนลงสู่ด้านล่างซ้ายขวา และกลางภาพ ในส่วน ของภาพเม ื่ อแบ่งตามแกนแนวนอนด้านล่างของภาพ จะเป็นกลุ่มสีและกลุ่มเส้นที่ขีดสลับไขว้กันไปมา ซ้อนทับอยู่บนพ ื้ นฉากหลังสีฟ้าสีน้ําเงิน ด้านล่างของส่วนน ี้ มีแถบสีที่มีลักษณะคล้ายกับรูป สี่เหล ี่ ยมผืนผ้าวางขนานกับขอบล่าง พร้อมกับเส้นตัดโทนสีดํา เส้นใหญ่ตั้งข ึ้ นตามแนวแกนต ั้ งของภาพ ในด้านขวามือ และมีเส้นในลักษณะน ี้ไขว้ตัดไปมาอยู่โดยพื้ นหลังและขอบเส้นสีขาวท ี่ อยู่ด้านล่างของ ภาพตามแกนแนวนอน และส ิ่ งสําคัญท ี่ปรากฏให้เห็นในภาพนี้ คือ กลุ่มสีทองท ี่ กระจาย อยู่ด้านล่าง ขวาเม ื่ อแบ่งภาพออกเป็น 4 ส่วนที่มีลักษณะคล้ายการเตะหรือแต้มสีลงไป ส่วนสําคัญอีกส่วนหนึ่ง คือ ลักษณะของกลุ่มสีขาว สีเหลืองอ่อนท ี่ กระจายตัวในแนวเฉียงจากซ้ายมือบนของภาพลงสู่ด้านขวามือ ล่างของภาพ เป็นกลุ่มสีที่มีลักษณะคล้ายการป้ายสีให้สีบางและกระจายออก โดยภาพรวมทั้งภาพจะมี เส้นสีขาว ขีดซ้อนทับ ในแนวเฉียงจากซ้ายมือบนลงสู่ขวามือด้านล่าง และมีเส้นสีขาวแนวนอนตัด กระจายออกเป็นระยะๆ 2. การวิเคราะห์เป็นการแยกแยะส่วนต่างๆ ของภาพออกจากส ิ่ งท ี่ เห็นและเขียนบรรยายใน ข้างต้น ดังน ี้ 1) การวิเคราะห์ทัศนธาตุ จุด ปรากฏจุดในบริเวณกลุ่มสีทองท ี่ กระจายออกตรงก ึ่ งกลางด้านล่างของภาพ และการ ปาดพู่กันให้เกิดเป็นสีขาวกระจายอยู่ทั่วภาพ


144 เส้น ปรากฏการใช้เส้นตัดกันท ั่ วบริเวณภาพและด้านบนท ี่ ขอบของรูปร่างที่มีการกระจาย ออกของรัศมีที่เป็นกลุ่มเส้นสีแดงและขาว นอกจากน ี้ในส่วนของตรงก ึ่ งกลางด้านล่างของภาพ สีปรากฏสีอยู่ในกลุ่มหลัก คือ กลุ่มโทนสีแดงท ี่ อยู่ด้านบนของภาพ กลุ่มสีฟ้าและน ้ํ าเงินท ี่ เป็นฉากหลังของภาพ กลุ่มโทนสีทอง สีเหลือง และเขียวท ี่ อยู่ด้านล่างของภาพ กลุ่มโทนสีขาวท ี่ กระจาย อยู่ตามจุดหลักๆ ตั้งแต่ทางด้านซ้ายมือ กลุ่มสีขาวรัศมีที่อยู่ใต้กลุ่มสีแดง และการใช้การตัดเส้นสีขาวท ี่ กระจายสลับไขว้กันเป็นกลุ่มๆ ที่หนาแน่ที่สุด คือ ด้านล่างของภาพ น้ําหนักและแสงเงา ปรากฏจะเป็นค่าความต่างของสีแต่ละสีและมีค่าของแสงที่ศิลปินใช้ การตัดเส้นกระจายรอบๆ ภาพ ประกอบกลุ่มที่มีค่าของสีที่แสดงค่าน ้ํ าหนักมากที่สุด คือ ตรงบริเวณ กึ่งกลางด้านล่างท ี่เป็นกลุ่มเส้นโทนสีดําและค่าของสีน้ําเงินต่างๆ ตัดลงอยู่ด้านหลังภาพ นอกจากนี้ยังมี การเน้นความชัดความเบลอของรูปทรงด้ายแสงเงาอีกด้วย รูปร่างและรูปทรง สําหรับภาพนี้ที่ปรากฏสีออกมาชัดเจนที่สุด คือ การใช้วิธีการระบายโดย การขีดเขียนเป็นหลักและรูปร่างเกิดจากการป้าย หรือลากพู่กันเป็นแถบสีรูปร่างอิสระ พื้นผิว ปรากฏพื้ นผิวท ี่เป็นการใช้รอยท ี่แปรงที่ กระจายอยู่ตามท ี่แปรงลากเป็นทรงส ี่ เหล ี่ ยม และ เกิดจากเส้นสีขาวที่ตัดไขว้กันไปมากระจายอยู่โดยรอบของภาพ บริเวณว่าง ปรากฏบริเวณในส่วนของด้านบนของภาพมากกว่าด้านล่าง และเป็นลักษณะ บริเวณว่างท ี่ เกิดจากพ ื้ นหลังของภาพ 2) การวิเคราะห์หลักการออกแบบ สมดุล ปรากฏการตัดสมดุลในลักษณะสองด้านไม่เท่ากัน ทั้งเส้นแกนแนวนอนที่ส่วนล่าง ปรากฏกลุ่มสีและรูปทรงของมามากกว่าส่วนบน และหากแบ่งตามเส้นแกนแนวต ั้ งน ั้ นสมดุลของภาพมี ความใกล้เคียงกันมากต่างกันตรงบริเวณด้านซ้ายมีกลุ่มของสีขาวปรากฏมากและด้านขวาปรากฏกลุ่ม ของเส้นแนวต ั้งโทนสีดํามากกว่าเล็กน้อย สัดส่วน เป็นสัดส่วนเป็นสัดส่วนที่มีมาตราส่วนไม่ชัดเจน มีลักษณะเป็นสัดส่วนท ี่ เกิดจากการ จินตนาของศิลปินตามแนวหลักของงาน เพราะ จากการนําเสนอเทคนิคของสีการปาดและป้ายสีจาก รอยแปรงเป็นหลัก จังหวะ ปรากฏการใช้จังหวะท ี่ไม่เท่ากันแต่เป็นช่วงจังหวะท ี่ เกิดจากการจัดวางของเส้นท ี่ ตัดกันเป็นหลัก จุดเด่น ปรากฏจุดเด่นในภาพแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มโทนสีแดงท ี่ กระจายแบบ รัศมีคร ึ่ งงกลมด้านบนของภาพ และบริเวณกลุ่มสีทองและเส้นตัดในด้านล่างของภาพเป็นจุดเด่นรอง โดยกลุ่มหลักจะใช้โทนสีแสดงจัดเด่นบนพ ื้นโทนสีฟ้า การนําเสนอจุดเด่นท ี่ แตกต่างกัน เอกภาพ ปรากฏความเป็นเอกภาพในด้านการใช้เส้นที่ตัดไขว้กันท ั่ วภาพและการคุมโทนสี รวมของภาพท ี่เป็นโทนสีฟ้าและน ้ํ าเงิน


145 3) การวิเคราะห์เน ื้ อหาเร ื่ องราว เน ื้อหาของภาพเป็นการนําเสนอเน ื้ อหาแบบนามธรรม ที่ผู้ชมต้องจินตนาการโดยการใช้ แสดงออกสีเป็นหลักท ี่และการใช้เส้นท ี่ แสงถึงแสงสีที่ปรากฏในเรื่ องราวของภาพ สําหรับการนําเสนอแนวคิด อัลเลน ลุปตัน (Allen Luptonอ้างถึงใน ปิยบุตร สุทธิดารา, 2557) กล่าวถึงว่าความสําคัญของการนําเสนอแนวความคิดน ั้ นคือส ิ่ งที่ช่วยทําให้เกิดความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว และกระชับ ขั้นนําเสนอความคิดหรือแนวความคิดน ั้ นควรจะนําเสนอในลักษณะของการอธิบายด้วย ภาพและตัวหนังสืออาจเป็นการนําเสนอในลักษณะของงานประยุกต์ศิลป์สามารถนําเสนอได้ในสื่ อต่างๆ ทั้งคอมพิวเตอร์โทรศัพท์ภาพร่างภาพวาดงานส ื่ อส ิ่ งพิมพ์ต่างๆโดยวิธีการนําเสนอแนวความคิดใน ลักษณะของงานประยุกต์ศิลป์มีดังน ี้ 1) เลือกโปรแกรมหรือส ื่ อท ี่ใช้สําหรับการนําเสนอเช่น PowerPoint keynote หรือ Adobe pdf หลักการที่สําคัญในการเลือกควรจะเลือกส ิ่ งท ี่ สามารถง่ายต่อการนําเสนอพิมพ์บนกระดาษออกมา เป็นภาพ ส่งอีเมล นําข ึ้นออนไลน์หรือนําเสนอบนหน้าจอแบบต่างๆ 2) สร้างแบบร่างการสร้างแบบร่างเป็นส ิ่ งสําคัญอย่างย ิ่งในการนําเสนอส ิ่ งต่างๆโดยลักษณะ แบบร่างจะเป็นรูปแบบง่ายๆซ ึ่งได้นําเสนอไว้ในบทที่ผ่านมาโดยแบบร่างจะต้องมีหัวข้อภาพรวมมุมมอง ต่างๆของต้นแบบวิธีการแก้ปัญหาผลการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียและประโยชน์เพ ื่ อนําไปใช้ในการนําเสนอ หรือการผลิตต้นแบบ 3) การเติมคําในช่องว่างใช้แบบร่างสร้างแนวความคิดโดยใส่หัวกระดาษในทุกหน้าระบบ โครงการบริษัทหรือผู้ทําใส่รายละเอียดขอบเขตและส ิ่ งท ี่ เก ี่ ยวข้องและนําเสนอออกมาเป็นแนวคิดใน กระดาษด้านล่าง 4) การปรับทุกอย่างให้เกิดความเรียบง่ายโดยสิ่ งสําคัญที่ต้องให้เน้นคือการใช้รูปภาพที่ เรียบ ง่ายช่วยทําให้ผู้ชมหรือผู้รับการนําเสนอน ั้ นมีสมาธิจดจ่ออยู่กับแนวคิดพ ื้ นฐานหรืออาจจะใช้บทภาพ (Storyboard) ภาพถ่ายเพ ื่ อการสาธิตภาพยนตร์ที่มีเน ื้ อหาที่สั้นกระชับส ื่อแสดงให้เห็นถึงแนวคิดหรือ ภาพร่างน ั้ นๆ สรุป การบรรยายและการวิเคราะห์ผลงานสร้างสรรค์มีแง่มุมท ี่ กระทําได้ 2 ลักษณะ คือในการ นําเสนอผลงานของตนเองและการบรรยายวิเคราะห์ในเชิงการวิจารณ์ การบรรยายหมายถึงการอธิบาย การพัฒนาการเล่าเร ื่ องข ั้ นตอนเน ื้ อหาสาระต่างๆของผลงานท ี่ สร้างสรรค์ขึ้น ทั้งน ี้ ครอบคลุมถึงแนวคิด วิธีการวัสดุแรงบันดาลใจต่างๆในการออกแบบโดยการเล่าเร ื่ องท ี่เป็นลําดับข ั้ นตอนส่วนการวิเคราะห์คือ


146 การแยกแยะองค์ประกอบต่างๆเพ ื่ อทําให้ผู้ชมได้เห็นถึงความสวยงามของผลงานศิลปะในแต่ละส่วน ทั้งส่วนท ี่เป็นรูปลักษณ์และส่วนท ี่เป็นระบบปฏิบัติการ นอกจากน ี้ การบรรยายและการวิเคราะห์ที่ เก ี่ ยวข้องกับการนําเสนอผลงานการนําเสนอผลงานที่ดีจะช่วยทําให้การสร้างสรรค์ในส่วนของงาน ประยุกต์ศิลป์ที่ต้องเก ี่ ยวข้องกับผู้บริโภคได้อย่างราบรื่น การบรรยายที่ดีจะต้องให้ข้อมูลท ี่ เก ี่ ยวข้องกับ ข้อมูลด้านเทคนิคช ื่ อแนวความคิดแหล่งท ี่ สร้างแหล่งท ี่ เก็บผลงานรวมถึงเป้าหมายท ี่ใช้หรือท ี่ สร้าง สําหรับการวิเคราะห์ เพ ื่ อการแยกแยะส่วนประกอบต่างๆซ ึ่ งแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของงาน การวิเคราะห์ที่ดีจะต้องคํานึงถึงการมองในเชิงรูปลักษณ์ที่เก ี่ ยวข้องกับทัศนธาตุและหลักการออกแบบ สําหรับการนําเสนองานน ั้ นควรจะต้องมีการสร้างส ื่อในการนําเสนอด้วยโปรแกรมต่างๆการกําหนด จุดประสงค์ออกนามคําพูดและเรียบเรียงทุกอย่างให้มีความเรียบง่ายเพ ื่ อการส ื่ อสารและความเข้าใจ ที่ ตรงกัน คําถามทบทวน 1. จงบอกความหมายของการบรรยายผลงานศิลปะและสร้างสรรค์ 2. จงบอกความหมายของการวิเคราะห์ผลงานศิลปะและการสร้างสรรค์ 3. จงอธิบายข้อมูลที่ต้องนําเสนอในการบรรยายผลงานสร้างสรรค์ 4. จงอธิบายข้อมูลที่ต้องนําเสนอในการวิเคราะห์สําหรับการวิจารณ์ผลงานสร้างสรรค์ 5. จงบอกถึงกระบวนการนําเสนอผลงานตามความเข้าใจของท่านโดยละเอียดเป็นข ั้ นตอน


147 เอกสารอางอ้ ิง ภาษาไทย กําจร สุนพงษ์ศรี.(2543).สูจิบัตรนิทรรศการศิลปะ วิถีทางของข้าพเจ้า 2000.กรุงเทพฯ: เอ็ม ลีพับ ลิชช ิ่ งเฮ้าส์. ปิยบุตร สุทธิดารา. (2557). Graphic design thinking: beyond brainstorming. นนทบุรี: ไอดีซีฯ


148


บทท ี่ 13 การนําเสนอผลงานศลปะสร ิางสรรค้ ์ การนําเสนอผลงานทางศิลปะเป็นส่วนหน ึ่ งท ี่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของศิลปินหรือผู้สร้าง งานศิลปะเพราะปัจจุบันเป็นโลกที่ต้องอาศัยการส ื่ อสารเข้ามาเก ี่ ยวข้องในการนําเสนอความคิด ความรู้สึกต่างๆ และนําเสนอผลงานและนวัตกรรมการสร้างสรรค์ให้เกิดข ึ้ นอย่างกว้างขวางด้วย เทคโนโลยีที่ทันสมัยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศทางการส ื่ อสารมากมาย การนําเสนอผลงานทางศิลปะเป็นส ิ่ งที่สําคัญที่ช่วยทําให้ผลงานศิลปะนั้ นถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชน รูปแบบของการนําเสนอผลงานทางศิลปะเป็นส ิ่ งที่ช่วยให้ศิลปินได้มองเห็นภาพลักษณ์และความเข้าใจ ต่อผลงานศิลปะของผู้อื่นท ี่ มองผลงานศิลปะของตนเองรูปแบบการนําเสนอผลงานทางศิลปะที่สําคัญ ประกอบไปด้วย การนําเสนอนิทรรศการทางศิลปะ การนําเสนอโดยการใช้แฟ้มสะสมผลงานและการ นําเสนอโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งหลักการใช้นั้นประกอบไปด้วยการส ื่ อสารที่ดีนั่นเอง โดยมี รายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ความรู้ทั่วไปเก ี่ ยวกับการนําเสนอผลงานศลปะสร ิ ้างสรรค์ การนําเสนอผลงาน หมายถึง การที่นํารายละเอียดของผลงานสร้างสรรค์มาแสดงหรืออธิบาย แก่ผู้เก ี่ ยวข้องได้รับทราบหรือเพ ื่ อขอรับการอนุมัติทั้งผลงาน แนวคิด วัตถุประสงค์การใช้งาน วิธีการ ผลิตและสร้างสรรค์ รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ เพ ื่อให้ผลงานนํานําสู่สาธารณชน ผู้นําเสนอท ี่ประสบความสําเร็จส่วนใหญ่ จะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ - บุคลิกภาพและการแต่งกายดี - มีความรู้ในเรื่ องท ี่ จะนําเสนออย่างถ่องแท้ - มีระบบระเบียบและลําดับในการบรรยาย - มีความเช ื่ อม ั่นในตนเอง - มีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี - สามารถใช้น้ําเสียงได้เหมาะสม - มีจิตวิทยาโน้นน้าวใจ - สามารถใช้โสตทัศนอุปกรณ์ได้ดี - สามารถเข้าใจความต้องการของบุคคลอ ื่ นๆ - มีไหวพริบปฏิภาณในการคําถามดี


150 หลักการพ ื้ นฐานของการนําเสนอผลงาน มีจุดเน้นสําคัญดังน ี้ 1) การเร้าความสนใจ โดยการออกแบบให้สิ่งท ี่ปรากฏต่อสายตาน ั้ นชวนมอง และมีความสบาย ตาสบายใจขึ้น เม ื่ อชมการนําเสนอ ดังน ั้ นการเลือกองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น สีพื้น แบบ สีและขนาดของ ตัวอักษร รูปประกอบ ต้องเหมาะสม สวยงาม 2) ภาพและเน ื้ อหา ส่วนท ี่เป็นข้อความต้องส ั้ นแต่ได้ใจความชัดเจน ส่วนท ี่เป็นภาพประกอบ ต้องมีส่วนสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับข้อความที่ต้องการสื่อความหมาย การใช้ภาพประกอบ มีประโยชน์ มาก ดังคําพังเพยภาษาอังกฤษที่ว่า "A picture is worth a thousand words" หรือ "ภาพภาพหนึ่ง นั้นมีค่าเทียบเท่ากับคําพูดหน ึ่ งพันคํา" แต่ประโยคนี้คงไม่เป็นจริงหากภาพน ั้นไม่มีความสัมพันธ์อย่าง สร้างสรรค์กับความหมายที่ต้องการสื่อ ดังน ั้ นก่อนท ี่ จะตัดสินใจใช้ภาพใดประกอบ จึงควรตอบคําถาม ให้ได้เสียก่อนว่าต้องการใช้ภาพเพ ื่ อส ื่อความหมายอะไรและภาพที่ เลือกมาน ั้ นสามารถทําหน้าที่สื่อ ความหมายเช่นน ั้ นจริงหรือไม่ 3) ความข้าใจและศึกษากลุ่มเป้าหมาย การสร้างจุดเน้นข้างต้นต้องคํานึงถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วย เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก การใช้สีสด ๆ และภาพการ์ตูนมีความเหมาะสม แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้ใหญ่และเน ื้ อหาที่นําเสนอเป็นเร ื่ องวิชาการหรือธุรกิจ การใช้สีสันมากเกินไปและการใช้รูปการ์ตูน อาจทําให้ดูไม่น่าเช ื่ อถือเพราะขาดภาพลักษณ์ของการเอาจริงเอาจังไป 2. วิธีการนาเสนอํผลงานศลปะสร ิางสรรค้ ์ 2.1 การนําเสนองานด้วยนิทรรศการ นิทรรศการศิลปะ หมายถึง การนําเสนอผลงานศิลปะทั้ งวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์มาจัด แสดงพร้อมคําบรรยายประกอบ และกิจกรรมการสาธิตในเรื่ องต่างๆที่สําคัญและน่าสนใจแก่ กลุ่มเป้าหมายเพ ื่ อถ่ายทอดผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ของ ศิลปินสู่ประชาชนหรือผู้ชม นิทรรศการ กับคําภาษาอังกฤษว่า Exhibition ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคําว่า การจัดแสดง (Display ) และงานมหกรรม Exposition คือ การจัดแสดงหรือ display หมายถึงการจัดแสดงส ิ่ งของ เคร ื่องใช้สินค้าต่างๆหรือผลิตภัณฑ์เพ ื่ อการส่งเสริมการขายการจัดแสดงเพ ื่ อส่งเสริมธุรกิจที่ห้างร้าน บริษัทหน่วยงานเอกชน จัดข ึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง วัฒนะ จูฑะวิภาต (2542, น.1-2) ได้เสนอความ แตกต่างของการจัดนิทรรศการและดิสเพลย์ไว้ว่า การจัดนิทรรศการเป็นการนําเสนอแบบสองทาง(Two way communication) ส่วนการจัดดิสเพลย์เป็นลักษณะการส ื่ อสารแบบทางเดียว one way


151 communication ซึ่งมักจะใช้ในงานแถลงข่าวเล่าเร ื่ องราวเหตุการณ์ต่างๆ ในวงการธุรกิจมีลักษณะ บางอย่างคล้ายกับการจัดนิทรรศการ เช่น การจัดมหกรรมสินค้า (Exposition) การแสดงสินค้า (Trade fair) หรือมุมแนะนําสินค้าต่างๆ (windows show) ส่วน Exposition กิจกรรมการแสดงที่มีขนาดใหญ่ ทําการในระดับนานาชาติมีการเตรียมการ ไว้ล่วงหน้ามีบุคลากรจํานวนมากในการดําเนินงานและมักจะ จัดแสดงในพื้ นท ี่ขนาดใหญ่หรือต่อเน ื่ องกันเป็นระยะเวลายาวนาน ประเภทของนิทรรศการศิลปะ ประเภทของนิทรรศการศิลปะ ได้ 2 ประเภท 1) นิทรรศการถาวรเป็นนิทรรศการที่จัดข ึ้นในระยะเวลายาวนานหลายปีไม่ค่อยมีการ เปลี่ยนแปลงอาจจะมีการปรับปรุงบ้าง นิทรรศการช ั่วคราวเป็นการจัดนิทรรศการข ึ้นในระยะเวลาสั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลักษณะนิทรรศการที่มีเน ื้ อหาน้อยเพ ื่ อนําเสนอข้อมูลท ี่ไม่มากและใช้พื้นท ี่ หรือ สถานที่ต่างๆไม่เป็นสถานท ี่ เฉพาะ สร้างข ึ้ นสําหรับการจัดนิทรรศการนั้น 2) นิทรรศการหมุนเวียนเป็นนิทรรศการที่จัดข ึ้นไปตามสถานที่ต่างๆ เพ ื่อให้เข้าถึงผู้ชม นิทรรศการน ั้ นสามารถเคล ื่ อนย้ายส ิ่ งของต่างๆท ี่เป็นส ื่อได้ง่ายสะดวกเน ื้อหาจะเปลี่ยนแปลงไปตามหัว เร ื่ องหรือช่วงเวลาที่จัดข ึ้นโดยส่วนใหญ่จะจัดข ึ้ นตามภูมิภาคต่างๆของประเทศเพื่ อสร้างความคุ้มค่าใน ตัวนิทรรศการที่จะเข้าถึงผู้ชมได้มากที่สุด วัตถุประสงค์ของการจัดนิทรรศการศิลปะ มี 2 ลักษณะ คือ วัตถุประสงค์สําหรับผู้จัดที่ส่งผล ต่อผู้ชม เพ ื่อให้การศึกษา ความรู้และความเข้าใจในเรื่องใดเรื่ องหนึ่ง และเพ ื่ อสร้างผลเชิงจิตใจในการ สร้างภาพลักษณ์การกระตุ้นเตือน หรือ การสร้างความบันเทิง สําหรับวัตถุประสงค์ของนิทรรศการ ศิลปะนั้ นก็จะหมายรวมถึงวัตถุประสงค์ 2 ข้อนี้ด้วยคือ เพ ื่อให้การศึกษา ความรู้และความเข้าใจในเรื่อง ประวัติศาสตร์สุนทรียภาพ การวิจารณ์และความสามารถในศิลปะปฏิบัติต่างๆ และเพ ื่ อสร้างความ ตระหนักและสุนทรียอารมณ์ในการการวิจารณ์และศิลปะปฏิบัติต่างๆ คุณลักษณะที่ดีของนิทรรศการข ั้ นต้นวิเคราะห์แบ่งคุณลักษณะที่ดีของนิทรรศการได้ 2 คุณลักษณะ คือ คุณลักษณะที่ดีของตัวนิทรรศการ และคุณลักษณะที่ส่งผลจากนิทรรศการสู่ผู้ชม และ คุณลักษณะที่ดีของตัวนิทรรศการ คือ ข้อมูลและเร ื่ องราว รูปแบบและเทคนิคในการนําเสนอที่ดี การ ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยมีการปรับวัสดุของท้องถ ิ่นได้อย่างดี และวิธีการนําเสนอที่ทันสมัยเหมาะสมกับ โอกาสสถานที่ และคุณลักษณะที่ส่งผลจากนิทรรศการสู่ผู้ชม คือ เน ื้ อหานิทรรศการมีความเหมาะสม เทคนิคการนําเสนอน่าดึงดูดสร้างความสนใจให้แก่ผู้ชม และสื่อสารเร ื่ องราวและข้อมูลให้ถึงคนกลุ่มใหญ่ ได้มาก


152 สําหรับคุณลักษณะที่ดีของนิทรรศการทางศิลปะก็น่าจะหมายถึง คุณลักษณะที่ดีของตัว นิทรรศการท ั่วไปแต่จะมีคุณลักษณะอ ื่นๆเฉพาะเจาะลงไปดังน ี้ คุณลักษณะที่ดีของตัวนิทรรศการศิลปะ คือ ข้อมูลและเร ื่ องราวทางศิลปะที่ถูกต้องชัดเจน มีรูปแบบที่นําเสนอผลงานศิลปะที่ เด่นชัด และมี เทคนิคในการนําเสนอท ี่ เหมาะสมกับนิทรรศการศิลปะนั้น ส่วนการใช้เทคโนโลยีนั้นก็ควรให้เหมาะสม กับผลงานและไม่ทําลายผลงานทางด้านกายภาพ และคุณลักษณะส่งผลจากนิทรรศการศิลปะสู่ผู้ชม คือ การมีเน ื้ อหาหรือผลงานศิลปะที่ เหมาะสมกับผู้ชม และสามารถส ื่อสารในเชิงสุนทรียภาพ ประวัติศาสตร์ศิลป์หรือศิลปะปฏิบัติต่างๆ ขั้นตอนของการจัดนิทรรศการศิลปะ ได้รายละเอียดข ั้ นตอน ดังต่อไปนี้ 1) การกําหนดหัวเร ื่ อง เป็นข ั้นตอนในการกําหนดหัวเร ื่ องและวัตถุประสงค์ของนิทรรศการ การกําหนดหัวเร ื่ อง (จันทรา มาศสุพงศ์, 2540, น.84) ประกอบด้วยข ั้ นตอนดังต่อไปนี้ - การเปลี่ยนแปลงปัญหาต่างๆมาเป็นรูปร่างจะเกิดจากการประชุมปรึกษาหารือและหาข้อสรุป ที่เป็นนามธรรม - การเรียงลําดับปัญหา เม ื่ อเรียงลําดับปัญหาก่อนหลังและดําเนินการวางแผนจะเกิดลําดับของ การจัดนิทรรศการขึ้น - การเรียงข้อความ เป็นการสรุปเนื้ อหาสาระที่สําคัญสามารถนํามาใช้เพ ื่อให้ผู้ชม เข้าใจ โดยเฉพาะผู้ชมที่นิยมอ่านศึกษาข้อมูลต่างๆ - หลักพ ื้ นฐานเก ี่ ยวกับวิชาจิตวิทยาเป็นส ิ่ งหน ึ่ งที่ผู้จัดการสามารถนํามาใช้ในการจัดนิทรรศการ ได้ ซึ่งการกําหนดหัวเร ื่ องน ี้ในการจัดนิทรรศการศิลปะเลือกศิลปินหรือกลุ่มผลงานที่ทันสมัยเข้ากับ สังคม และทําการลําดับเร ื่ องย่อยและจึงสรุปเป็นหัวเร ื่ องนิทรรศการ ภายหลังจากน ั้ นนํามาวางแผนเพื่อ ลําดับแผนงานในส่วนต่างๆ 2) การวางแผนและการเตรียมจัดนิทรรศการศิลปะ ได้แก่ การรวบรวมแนวความคิด การ กําหนดสถานท ี่ การกําหนดกิจกรรม การออกแบบ การทําแผนผังที่ตั้ง การทําตัวอักษรที่นิทรรศการและ สัญลักษณ์ที่ต้องใช้ วัฒนะ จูฑะวิภาต (2542, น.15-39) ได้กําหนดวิธีการวางแผนงานการจัดนิทรรศการไว้สรุปได้ ดังน ี้ การวางแผนเก ี่ ยวกับผู้ชม ได้แก่จํานวนผู้เข้าชม องค์ประกอบของผู้ชมเช่นเพศอายุการศึกษา สติปัญญา เวลาในการรับชมหรือช่วงเวลาที่จัดนิทรรศการ การวางแผนเก ี่ ยวกับเน ื้ อหา การวางแผนเก ี่ ยวกับเน ื้ อหาต้องคํานึงถึงส ิ่ งต่อไปนี้ ความน่าสนใจ ของเน ื้ อหา เหมาะสมสอดคล้องกับเร ื่ องราว หรือเหตุการณ์หรือไม่ ความมุ่งหมายของการจัดงานจัด


153 ขึ้นเพ ื่อประชาสัมพันธ์หรือเพ ื่ อเผยแพร่ข้อมูลนําเสนอส ิ่ งต่างๆ หัวเร ื่องใหญ่และเน ื้ อหาย่อย ซึ่งหัวเร ื่ อง ใหญ่ควรจะต ั้ งช ื่อให้น่าสนใจมีสั้นมียาว และให้สอดคล้องกับเน ื้ อหาย่อย เน ื้ อหาย่อยต้องกําหนด ขอบเขตให้พอสมควรกับเวลาในการเข้าชม ความเป็นเอกภาพของเร ื่ องที่จัดนิทรรศการ ในประเด็นน ี้ สัมพันธ์กับเน ื้ อหาของนิทรรศการที่มีหลายหัวเร ื่ อง หากเป็นห่วงเร ื่ องที่กําหนดข ึ้ นควรจะกําหนดให้ เน ื้ อหามีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน เพ ื่อให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจในนิทรรศการได้โดยง่ายต่อกลุ่มผู้สนใจ และการรวมตัวกันของผู้สนใจต่างๆการจัดนิทรรศการต้องดึงดูดให้ผู้สนใจเข้ามาเย ี่ยมชมในสถานที่ต่างๆ ต้องพยายามหาเร ื่ องที่มีความแปลกใหม่ และสร้างสรรค์เพ ื่ อดึงดูดให้ผู้ชมเข้ามาและเป็นชมนิทรรศการ ช่วยทําให้นิทรรศการนั้นเกิดการแลกเปลี่ ยนเรียนรู้และสําเร็จตามวัตถุประสงค์นั้นอย่างแท้จริง การวางแผนเก ี่ ยวกับขนาด ขนาดของนิทรรศการต้องยึดหลักท ี่ ควรคํานึงดังน ี้ เน ื้ อท ี่ ของพ ื้ นท ี่ จัดนิทรรศการและเวลาของผู้เข้าชม เน ื้ อท ี่ ของการจัดนิทรรศการและเน ื้ อหาที่นําเสนอ วัสดุต่างๆและ การเคล ื่ อนย้าย และสุดท้ายคือกําหนดการโดยภาพรวมของผู้จัดนิทรรศการอันนั้น การวางแผนเก ี่ ยวกับสถานท ี่ประเภทของสถานที่ในการจัดนิทรรศการ ในอาคารประกอบไป ด้วย 1) ภายในห้อง 2) เฉลียงระเบียงหรือทางเดิน และ 3) ห้องโถง จํานวนวัตถุที่จัดแสดงมีความ เหมาะสมกับพ ื้ นที่หรือไม่เน ื้ อหาที่จัดแสดงน ั้ นสามารถจะนําไปขยายเป็นป้ายนิเทศได้ครอบคลุมพ ื้ นท ี่ไม่ มากไม่น้อยพอดีในการสัญจรหรือไม่ การวางแผนเก ี่ ยวกับค่าใช้จ่ายส ิ่ งที่ต้องคํานึงถึงในการวางแผนเกี่ ยวกับค่าใช้จ่ายคือค่าสถานท ี่ ถ่าย ค่าทําฉาก ค่าไฟฟ้า ค่าวัสดุสําหรับการสาธิตและกิจกรรม ค่าจ้างคนงาน ค่าเดินทางคณะผู้จัดทํา ค่าช่างวิศวกร ค่าบรรจุสําหรับการขนส่ง ค่าประกันความเสียหายรวมถึง ค่าทําความสะอาด ค่าเช่า เก้าอ ี้หรือส ิ่ งอ ื่ นที่จําเป็นต้องใช้ควรจะช ี้แจงและมาใช้คํานวณเป็นค่าใช้จ่ายเพ ื่อป้องกันความผิดพลาด การวางแผนเก ี่ ยวกับระยะเวลาในการจัดนิทรรศการน ั้ นคํานึงถึงต ั้ งแต่การเตรียมงานจนไปถึง การวางแผนในการแสดงผลงานและการวางแผนเกี่ ยวกับการทําประชาสัมพันธ์นิทรรศการในหลายสิ่ง ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าชม ดังน ั้ นเม ื่ อจําเป็นต้องจัดนิทรรศการในที่ต่างๆจึงจําเป็นจะต้องทํา การประชาสัมพันธ์เพ ื่อให้ผู้เข้าชมมาชมงานเพ ื่อให้ได้ผลตามที่ผู้จัดต้องการให้เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องคํานึงถึง คือ การออกแบบส ื่อประชาสัมพันธ์และการออกแบบป้ายนิเทศในงานนิทรรศการซ ึ่ งจะต้องคํานึงถึง หลักของการออกแบบป้ายประชาสัมพันธ์ในงานเทศกาลที่ดีควรมีคุณสมบัติดังน ี้ง่ายในการทําความ เข้าใจและในการสื่ อสารสวยสะดุดตา ประหยัดค่าใช้จ่าย ความคงทนและตรงตามวัตถุประสงค์หรือ เป้าหมายของผู้จัด การวางแผนเก ี่ ยวกับส ิ่ งของท ี่ใช้จัดแสดงต้องคํานึงถึงการจัดส ิ่ งของท ั้ งกลุ่มส ิ่ งท ี่ เหมือนกันส ิ่ งท ี่ แตกต่างกันการใช้แสงการเลือกวัตถุที่นํามาจัดแสดงมีทั้ง การใช้ของจริง การใช้หุ่นจําลอง การใช้ภาพ แผนภูมิและสิ่งต่างๆที่นํามาประกอบเพื่ อสร้างความเข้าใจและทําให้เน ื้ อหามีความชัดเจนขึ้น การวางแผนเก ี่ ยวกับการติดต ั้ งวัตถุที่จัดแสดงเป็นการวางแผนที่ต้องคํานึงถึงวัตถุที่นํามาใช้ ตั้งแต่ราคาการติดตั้ง การรองรับน ้ํ าหนัก จํานวนผู้เคล ื่ อนย้าย หรือแสงไฟที่ปรากฏประจุที่จะแสดงนั้น


154 จะมีผลต่อค่าใช้จ่ายเป็นอย่างย ิ่ งและการคํานึงถึงพ ื้ นที่ที่ใช้ตั้งแต่ โต๊ะ ตู้ รวมถึงป้ายต่างๆ ส่วนการ วางแผนเก ี่ ยวกับการจัดวัตถุ 2 มิติวัตถุ 2 มิติหมายถึง งานท ี่ สามารถมองเห็นได้ในแนวระนาบกว้างคูณ ยาววัตถุ 2 มิตินั้นได้แก่ ป้ายหรือบอร์ดรวมถึงตัวหนังสือ ภาพที่มุ่งให้เกิดการติดตั้ง แนวระนาบทั้ง แนวต ั้ งและแนวนอน รูปแบบการติดต ั้ งต้องคํานึงชนิดของงานสองมิติรวมถึงความเปราะบางของสิ่ง ต่างๆที่นํามาจัดแสดงด้วย การวางแผนเก ี่ ยวกับการถ่ายเทอากาศและแสง ในสถานที่จัดนิทรรศการควรจะคํานึงแสงแสงมี 2 ลักษณะ คือ แสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาผ่านช่องหน้าต่างประตูหรือช่องแสงที่ทําข ึ้ นสําหรับห้องจัด แสดง นอกจากนี้ยังมีแสงท ี่ สร้างข ึ้ นหรือประดิษฐ์ขึ้น คือ แสงจากหลอดไฟ ซึ่งแสงในอาคารนี้ต้อง คํานึงถึงสีของแสงที่มีลักษณะหลายอย่างที่ผู้ใช้จําเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับผลงานเสริมผลงานและ ไม่ทําลายผลงานเพราะแสงเป็นคล ื่ นข ึ้ นบางอย่างทําลายต่อผลงานเช่นผลงานภาพเขียนศิลปะที่ เก่าแก่ สภาพอากาศท ี่ไทยที่มีผลต่อการเก็บรักษาวัตถุและความสบายของผู้เข้าชมอากาศน ั้ นอาจจะเกิดจาก อากาศที่ถ่ายเทจากธรรมชาติและอากาศท ี่ มนุษย์สร้างขึ้น คือ เคร ื่องปรับอากาศซ ึ่ งต้องคํานึงถึงอุณหภูมิ ที่ไม่ทําลายผลงานที่นํามาจัดแสดงโดยเฉพาะศิลปวัตถุจริงๆ ส่วนการวางแผนต้องคํานึงถึงการวางแผน การวางแผนเก ี่ ยวกับเน ื้ อหา การวางแผนเก ี่ ยวกับ สถานท ี่ การวางแผนเก ี่ ยวกับระยะเวลา การวางแผนเก ี่ ยวกับผลงานศิลปะที่จัดแสดง การวางแผน เก ี่ ยวกับการติดต ั้ งผลงานศิลปะ และการวางแผนเก ี่ ยวกับการถ่ายเทอากาศและแสง 3) การดําเนินการจัดทํา ได้แก่การแสวงหา บุคลากรนักวิชาการ ช่างเทคนิคต่างๆ การจัดหา วัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างและการปฏิบัติงาน ในส่วนต่างๆ และการใช้สื่อเพ ื่อการประชาสัมพันธ์และ โฆษณา ได้แก่การจัดการแถลงข่าว ทางวิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์โดยอาจจะทําเป็นรูปแบบโปสเตอร์ แผ่นปลิว แผ่นพับ คัทเอาท์หรือเอกสารแจกต่างๆ การจัดทําสูจิบัตร หนังสือรวมรวมผลงานและศิลปินผู้แสดงงานนั้น เพ ื่ อการรวมรวมผลงานและ เล่าประวัติของศิลปินเจ้าของนิทรรศการศิลปะนั้น รวมถึงกําหนดการต่างๆ การจัดทําสูจิบัตรต้องมีการ รวบรวม ข้อมูลและภาพ ไว้ทําหรับการจัดและแจกผู้เข้าร่วมงานในวันเปิดงานด้วย นอกจากนั้น จะต้องดําเนินการติดต ั้ งงาน ในการติดต ั้ งงานเพ ื่ อการแสดงอย่างง่ายๆ คือการ สร้างความโดดเด่นด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้ (วัฒนะ จูฑะวิภาต, 2542, น.33) - การคัดเลือกภาพเพ ื่ อการจัดแสดงจากภาคอ ื่ นซ ึ่ งจะทําให้ดูเห็นถึงความสําคัญ - ใช้ขนาดที่ดึงดูดความสนใจเพราะขนาดใหญ่กว่าส ิ่ งอื่น มีความพิเศษหรือไม่มีมุมติดต ั้ งท ี่โดด เด่นจะสร้างความสนใจของภาพนั้น - การใช้สีและรูปทรงช่วยในการจัดวางภาพสร้างได้ทั้งความโดดเด่นและความกลมกลืน การจัดทําคําและตัวอักษร การทําตัวอักษรหรือคําบรรยายนิทรรศการและมีความสําคัญอย่าง ยิ่งหากไม่ใช้สื่อเทคโนโลยีต่างๆที่อัดเสียงหรืออัดวีดีโอเป็นเสียงบรรยายสดและคําที่นํามาเป็นภาพ 2 มิติ


155 หรือเป็นป้ายนิเทศต้องคํานึงถึงระดับอายุของผู้เข้าชมจะมีผลต่อขนาดจํานวนคําท ี่ สามารถอ่านได้ถ้า เป็นเด็กๆทําท ี่ สามารถอ่านได้ก็จะน้อยกว่าผู้ใหญ่และต่อมาคือการศึกษาเวลาที่ผู้เข้าชมจะสามารถ รวบรวมข้อมูลต่างๆจากการชมนิทรรศการได้ เทคนิคการจัดแสดงเทคนิคการแสดงมีหลายอย่างแบ่งออกได้ดังน ี้ เทคนิคการจัดแสดงเพื่อ ความงาม เทคนิคการจัดแสดงให้เกิดความรู้สึก เทคนิคการจัดแสดงตามสภาพธรรมชาติและ เทคนิค การจัดแสดงตามสภาพจริง การจัดป้ายนิทรรศการ เป็นส ิ่ งสําคัญมากในการจัดนิทรรศการ ซึ่งวัฒนะ จูฑะวิภาต (2542, น.41) เสนอรูปแบบของการจัดป้ายนิทรรศการ ดังน ี้ การจัดป้าย ห้องหรือสถานที่ที่นิยมใช้มากที่สุด คือการจัดป้ายต่อกันต่อให้ติดพ ื้ นการจัดป้าย ลอยโดยใช้โครงสร้างช่วยการจัดป้ายเป็นช ั้ นหรือเป็นตู้แผงที่มีข้อต่อการจัดเก็บรอยการห้อยจากเพดาน การจัดแขวนจากด้านหลังผนังหรือโครงสร้าง ป้ายเป็นอุปกรณ์สําคัญอย่างหนึ่ง ในการนําเสนอรูปภาพหรือวัสดุต่างๆตลอดจนสินค้าที่นํามา จัดนิทรรศการแบ่งได้ดังน ี้ - ป้าย ชนิดถาวรป้ายที่ทําถาวรไม่เคล ื่ อนท ี่ไปไหน - ชนิดเคล ื่ อนย้ายได้มาจะทําเป็นแผ่นเล็กๆเบาๆที่เคล ื่ อนย้ายไปสถานที่ต่างๆได้ - ป้ายพับได้ม้วนได้ป้ายที่มีลักษณะม้วนหรือพับหรือติดแถบแม่เหล็กรวมถึงมีรูปร่างเหมือน หนังสือเล่มใหญ่เปิดพลิก - ป้ายท ี่ใช้เชือกหรือลวดเป็นโครงสร้างสําหรับการจัดแสดงหนังสือรูปภาพหรือวัสดุต่างๆ ตัวอย่างป้ายท ี่ใช้ในการจัดนิทรรศการ ป้ายแบบขาต ั้ งติดเป็นป้ายท ี่ เคล ื่ อนท ี่ได้สะดวก ป้ายติด ผนังหรือแขวนตามกําแพง เป็นป้ายท ี่ สามารถติดหัวข้อต่างๆได้อาจจะติดด้วยชานอ้อยหรือผ้า ป้ายแบบ แบ่งห้องได้แบบน ี้ นอกจากจะแสดงเน ื้ อหาเร ื่องราวได้ทั้งสองด้านแล้วยังสะดวกและสามารถใช้กั้นห้อง ได้อีกด้วย ป้ายที่ทําจากเชือกหรือลวดแขวนจากด้านบนลงสู่ด้านล่างเป็นป้ายท ี่ สามารถทําเป็นกรอบไม้ แล้วมาติดเชือกแขวนสะดวก ในการเคลื่ อนย้ายและติดตั้ง และป้ายแบบแขวนติดผนังเป็นป้ายแบบติด ผนังห้องโดยไม่ต้องเจาะตะปูไม่ให้เกิดร่องรอยต่างๆจะทําเหล็กที่มุมของเพดานแล้วแขวนห้อยมาด้วย เชือกหรือโซ่ การจัดการระบบการสัญจรและการมองเห็น ระบบการสัญจร คือ การเดินภายในของ นิทรรศการที่มีฉากป้ายกั้น การสัญจรมีหน้าที่ทําให้ผู้ชม ได้เห็นส ิ่ งที่ผู้จัดต้องการส ื่อให้ผู้ชมเห็นอย่าง ชัดเจนเป็นระบบตามลําดับขั้นตอนและการสัญจรน ั้ นต้องคํานึงถึงจํานวนผู้ชม และพ ื้ นท ี่ ระยะห่างในการ มองด้วย เทคนิคในการจัดการสัญจรในนิทรรศการ มีดังน ี้ (วัฒนะ จูฑะวิภาต, 2542, น.66-68) - ถ้าเป็นห้องที่มีประตูเข้าออก 2 ทางควรจัดวางตําแหน่งทางเข้า ให้มีความเหมาะสมน่าสนใจ สะดวกในการเข้าชมและอยู่ห่างจากทางออกพอสมควร


156 - ไม่ควรมีประตูมากกว่า 2 บานในการเข้าออก ถ้าจัดให้มีประตู 2 บานแล้วก็ควรจัดประตู ทางออกให้อยู่บริเวณส่วนกลางของห้อง สรุปว่าควรมีประตู 2 ประตูสําหรับทางเข้าทางออกประตูไม่ ควรอยู่กึ่งกลางบริเวณของห้อง ประตูไม่ควรอยู่ในที่ที่ผู้ชมสามารถเดินออกมาชมนิทรรศการได้ก่อนหมด การจัดเส้นทางสัญจรตามความเคยชินและจัดแผนผังการแสดงตลอดเส้นทางนั้น เส้นเร ื่องของการให้ รายละเอียดสําหรับผู้ที่ต้องการศึกษาควรจะอยู่ด้านซ้ายของห้อง การแบ่งส่วนของห้องนิทรรศการ สําหรับผู้เข้าชมส่วนใหญ่และส่วนน้อยที่ต้องการศึกษารายละเอียดควรมีที่พักเหน ื่ อยพักสายตาจุดต่างๆ ให้ผู้เข้าชมได้นั่งพักหรือ จุดเขียนบันทึกต่างๆลงไปในสิ่ งท ี่ เขาต้องการศึกษาค้นคว้าจากการชม นิทรรศการ - การจัดให้มีทางออกอยู่คนละฝั่ งจากทางเข้าจะช่วยสร้างความน่าสนใจให้แก่ผู้ชมโดยจาก กําแพงให้เกิดความดึงดูดในการเข้าชมและมีสัญลักษณ์ว่าควรเข้าชมทางไหน ประตูทางออกควรอยู่ใกล้ มุมห้อง โดยห่างจากถึงกลางกําแพงได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี หลักในการจัดแสดง หลักการจัดแสดงเป็นส ิ่ งที่ต้องคํานึงถึง เพราะจะเป็นหลักในการทํา นิทรรศการให้ประสบผลสําเร็จ ได้ให้หลักการพ ื้ นฐานสําหรับผู้จัดแสดงนิทรรศการควรคํานึงถึงสิ่ง ต่อไปนี้ (วัฒนะ จูฑะวิภาต, 2542, น.54-57) - เน้นความสําคัญของวัตถุโดยใช้คําบรรยายหรือส่วนประกอบอื่นเป็นเพียงแสงต่อวัตถุให้โดด เด่นขึ้น - ให้ความรู้เก ี่ ยวกับวัตถุที่จัดโดยใช้คําบรรยายเป็นส ื่อให้ครอบคลุมความชัดเจนของตัววัตถุ นั้นๆ - การจัดแสดงโชว์วัตถุต้องมีความต่อเน ื่ องสัมพันธ์กันให้ผู้ชมเกิดการเรียงลําดับจากจุดหน ึ่งไปสู่ จุดหน ึ่ งจากเร ื่องใหญ่ไปสู่เร ื่องใหญ่ไปสู่เร ื่ องย่อย - การจัดแสดงควรยึดหลักความเรียบง่ายไม่ซับซ้อนพิสดารมากให้ความสําคัญของจุดเด่นท ี่ กําหนดไว้ - การรักษาความปลอดภัยของวัตถุควรจัดเตรียมสัญญาณต่างๆเช่นสัญญาณเตือนภัยสัญญาณ กันขโมยสัญญาณอัคคีภัยหรือการควบคุมอุณหภูมิต่างๆตามความเหมาะสมและความปลอดภัยต่อวัตถุ นั้นๆ สําหรับวิธีการดําเนินการจัดนิทรรศการศิลปะ ในโรงเรียนมีงานท ี่ เก ี่ ยวข้องกับการจัดนําเสนอ งานศิลปะของเด็กน ั้นเป็นกิจกรรมที่สําคัญของการจัดการเรียนรู้ศิลปะการกําหนดข ั้ นตอนการ ดําเนินงานจึงต้องกระทําบางข ั้ นตอนทับซ้อนกันโดยงานหลักมีดังน ี้ 1) กําหนดหัวเร ื่ องและจัดกิจกรรม 2) กําหนดการจัดงาน 3) ทําประชาสัมพันธ์ 4) กําหนดพิธีเปิด 5) จัดทําผังจัดงานหรือป้าย นิทรรศการ 6) เชิญประธานและแขกผู้มีเกียรติ 7) กําหนดและดําเนินกิจกรรม 8) ประเมินผลงาน และการจัดทํารายงาน งานนอกเหนือจากแปดขั้ นตอนนี้ที่เก ี่ ยวข้อง คือ หัวข้อนิทรรศการ แนวคิด


157 หลักการ และความเป็นมา รูปแบบนิทรรศการ กิจกรรมในนิทรรศการ การแบ่งส่วนจัดแสดง ข้อมูลใน สูจิบัตร พิธีเปิดและประธาน ของท ี่ ระลึก หรือ รูปแบบการประชาสัมพันธ์ 4) การจัดแสดงนําเสนอ ได้แก่ พิธีเปิด กิจกรรมการสาธิต และส่วนท ี่ให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วม การจัดพิธีเปิด โดยส่วนใหญ่พิธีเปิดนิทรรศการคือการจัดทําการจัดริบบ ิ้ นหรือเป็นการกระทํา แสดงสัญลักษณ์ให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้าชมนิทรรศการได้อย่างเป็นทางการ จะต้องมีองค์ประกอบ ดังน ี้ คน ได้แก่ ประธาน แขกผู้มีเกียรติผู้จัดงาน และพิธีกร เอกสารท ี่ใช้ได้แก่ สูจิบัตร คํากล่าว รายงาน และคํากล่าวเปิด สุดท้ายคือ อุปกรณ์หรือเคร ื่ องมือในการทําพิธีเปิด ได้แก่กรรไกร ริมบิ้น แท่น พิธีหรือพุ่มดอกไม้เป็นต้น การจัดกิจกรรมประกอบกิจกรรมประกอบในการจัดนิทรรศการน ั้ นมีหลายรูปแบบการจัด กิจกรรม เพ ื่ อเสริมความเข้าใจสร้างความรู้ใหม่ๆรวมถึงการตอบคําถามจากความรู้ที่ได้ชมนิทรรศการ รวมถึงการสาธิตส ิ่ งต่างๆในนิทรรศการนั้น ให้ออกมาเป็นผลงานจริงและให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในการ เรียนรู้กิจกรรมน ี้ จะมีผลต่อนิทรรศการและสร้างความเข้าใจให้กับผู้ชมได้อย่างดียิ่ง สําหรับกิจกรรม ประกอบในนิทรรศการศิลปะนั้น กิจกรรมทางศิลปะส่วนให้เป็นการสร้างสรรค์ในส่วนของศิลปะปฏิบัติ เขียน การวาดรูปแบบศิลปิน หรือการปั้ นแบบศิลปินเจ้าของนิทรรศการ เป็นต้น 5) การประเมินผลการดําเนินงานได้แก่การสังเกตพฤติกรรมความพึงพอใจหรือการแจก แบบสอบถาม ซึ่งการจัดทําการประเมินผลนั้น ต้องคําน ึ่ งถึงกลุ่มเป้าหมายในการเข้าชมนิทรรศการ หาก เป็นเด็กนักเรียนอาจจะต้องให้การสัมภาษณ์หรือการให้ดาว ถ้าเป็นเด็กท ี่โตขึ้ นมาก็สามารถใช้ แบบสอบถามอย่างง่ายที่มีคําถามพอสมควร และหากเป็นผู้ให้ก็สามารถจะใช้คําถามหรือเคร ื่ องมือที่ลึก และซับซ้อนข ึ้นได้ 6) การทําเอกสารรายงานสรุป เป็นผลจากการจัดงานนิทรรศการ ที่ต้องรายงานจํานวน ผู้ เข้าชม รูปแบการจัดงาน การดําเนินกิจกรรมประกอบ และการประเมินผล ตรงตามจุดประสงค์ของงาน หรือไม่ ทั้งในลักษณะรูปเล่มและดิจิตอล 2.2 การนําเสนอผลงานด้วยแฟ้มสะสมงาน การจัดทําแฟ้มสะสมผลงานศิลปะนั้น ศิลปินและนักออกแบบใช้เก็บรวบรวมผลงานเพื่อ นําเสนอให้ศิลปินแก่ผู้แสวงหาและสะสมผลงานศิลปะที่ เม ื่ อถูกนํามาปรับใช้กับการศึกษา แฟ้มสะสม ผลงานถูกนํามาใช้ในการสะสมผลงานและการประเมิน ซึ่งส ิ่ งสําคัญในการจัดทําแฟ้มสะสมงานการจัด หมวดหมู่ของผลงานให้เป็นระบบ ส่วนการประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน สําหรับ การประเมิน พัฒนาการการจัดเรียงลําดับผลงานตามวันเวลาท ี่ สร้างงานจึงเป็นส ิ่ งสําคัญ ประเภทแฟ้มสะสมผลงานศิลปะ 1) นําเสนอผลงานช ิ้ นสําคัญ


158 2) นําเสนอความก้าวหน้าหรือพัฒนาการ แฟ้มนําเสนอผลงานช ิ้ นสําคัญ ลักษณะงานจะเป็นงานช ิ้ นที่ดีที่สุดที่ผู้เรียนเลือกมาให้ทําการ ประเมิน ซึ่งก็เหมาะกับงานท ี่เป็นการประเมินสรุปผล ส่วนแฟ้มนําเสนอความก้าวหน้าหรือพัฒนาการ ลักษณะงานจะเป็นงานช ิ้ นต่างๆระหว่างเรียน ทําการประเมินเพ ื่ อวินิจฉัยปัญหา แนะนําในการพัฒนาซึ่ง ต้องกระทําเป็นระยะๆ แฟ้มสะสมผลงานเป็นการประเมินท ี่ เร ิ่ มต้นจากการประเมินงานของศิลปิน และยังคงใช้อยู่ใน วงการศิลปะและการออกแบบ ซึ่งการประเมินนี้ช่วยทําให้เห็นพัฒนาการและผลงานช ิ้ นสําคัญของ ผู้สร้างงาน การประเมินด้วยแฟ้มสะสมงานมีขั้นตอนดังน ี้ (สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2551, 70-71) - กําหนดวัตถุประสงค์ของแฟ้มสะสมงาน - วางแผนการจัดทําแฟ้มสะสมงาน - จัดทําแผนแฟ้มสะสมงานและดําเนินการตามแผน - ให้ผู้เรียนเก็บรวมรวมช ิ้ นงาน - ประเมินช ิ้ นงานเพ ื่ อการพัฒนา - คัดเลือกช ิ้ นงาน - ผู้เรียนสะท้อนความคิดเห็น แฟ้มสะสมงานเชิงสร้างสรรค์ ควรทําการประเมินด้วยวิธีการดังน ี้ 1) ทําการประเมินอย่างประจําและสม ่ํ าเสมอ 2) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ในการประเมินผลงานและพฤติกรรมการทํางาน 3) การประเมินเพ ื่ อสะสมความดีและปลูกฝั่ งพฤติกรรมอันพ ึ่งประสงค์ 4) พยายามให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นหรือจินตนาการมากที่สุดเพ ื่ อส่งเสิมสังคมแห่งการ เรียนรู้ ผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดแฟ้มสะสมงานในส่วนของการจัดแฟ้มสะสมผลงานเด็กจําเป็นต้องมีผู้ ชี้แนะซ ึ่ งบางคร ั้ งผู้สอนน ั้ นสามารถจัดทําแฟ้มสะสมงานแต่การจัดลงเอกสารจริงผู้สอนและผู้ปกครอง หรือให้เด็กในชั้ นเรียนมีส่วนร่วม รวมถึงเม ื่ อจัดนิทรรศการก็สามารถท ี่จะให้ผู้คนท ี่ เข้าร่วมชมวิจารณ์ ผลงานได้


159 2.3 การนําเสนอผลงานด้วยอิเล็คทรอนิค หลักการนําเสนอข้อมูลและสร้างส ื่ อนําเสนอ การนําเสนองานหรือผลงานน ั้ นส ื่ อนําเสนอ เปรียบเสมือนสะพานเช ื่ อมเน ื้ อหา ของผู้บรรยายไปยังผู้ฟังและผู้ชม ดังน ั้ นส ื่ อจึงมีบทบาทสําคัญอย่าง มาก สื่อที่ดีจะช่วยให้การถ่ายทอดเน ื้ อหาสาระทําได้อย่างรวดเร็วย ิ่ งขึ้น ผู้ฟังและผู้ชมจะสามารถ จดจํา เน ื้อหาสาระได้นานและเข้าใจในเนื้อหาได้ดีมากขึ้น ความหมายการนําเสนอ การนําเสนอข้อมูล หมายถึง การส ื่ อสารเพ ื่ อเสนอข้อมูล ความรู้ความคิดเห็น หรือความต้องการไปสู่ผู้ชม ผู้ฟังโดยใช้เทคนิคหรือ วิธีการต่าง ๆ อันจะทําให้บรรลุผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมายของการนําเสนอ จุดมุ่งหมายในการนําเสนอ มีสองลักษณะ คือ เพ ื่อให้ผู้ชม ผู้ฟังรับเข้าใจสาระสําคัญของการนําเสนอข้อมูล และ ให้ผู้ชม ผู้ฟังเกิด ความประทับใจและนําไปสู่ความเช ื่ อถือในข้อมูลที่นําเสนอ การนําเสนอผลงานโดยใช้สื่อโสตทัศนูปกรณ์มีผลในทางจิตวิทยาการเรียนรู้ซึ่งได้มีการ ค้นพบ จากการวิจัยว่าการรับรู้ข้อมูลโดยผ่านทางประสาทสัมผัสสองอย่าง คือ ตา และหูพร้อมกันนั้น ทําให้เกิด การรับรู้ที่ดีกว่าส่งผลในด้านความสามารถในการจดจําได้มากกว่าการรับรู้โดยผ่านตา หรือ หูอย่างใด อย่างหน ึ่ งเพียงอย่างเดียว จึงได้มีการพัฒนาส ื่อโสตทัศนูปกรณ์รูปแบบต่าง ๆ ขึ้นมาใช้งาน โดยเฉพาะ สื่อประสม หลักการเลือกใช้ซอฟต์แวร์สําเร็จรูปเพื่ อการนําเสนองาน หลักการเลือกซอฟต์แวร์และ หลักการนําเสนอผลงานโดยใช้ซอฟต์แวร์ไว้ดังน ี้ 1) ขั้นเตรียมการ ทําความเข้าใจกับงาน ก่อนการเลือกระบบสารสนเทศมาใช้ในการนําเสนอ งานนั้น เราต้องเข้าใจถึงลักษณะงานท ี่ เราต้องการนําเสนอก่อนว่า เป็นงานในลักษณะใด เช่น เป็น ข้อความ หรือมีการคํานวณหรือเป็นงานท ี่ เก ี่ ยวกับการค้น การเก็บรักษาข้อมูล เพ ื่อเป็นแนวทางในการ เลือกระบบสารสนเทศที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ 2) ขั้นการเลือกโปรแกรมสําเร็จรูปมาใช้ เม ื่ อทราบลักษณะของงานที่ต้องการนําเสนอแล้ว เราจะเลือกระบบสารสนเทศท ี่ เหมาะสมกับการนําเสนองานนั้น งานบางอย่างเราอาจใช้ระบบ สารสนเทศในการนําเสนอได้หลายอย่าง เราอาจต้องเลือกว่าจะใช้ระบบใด ผู้ใช้ต้องมีความเข้าใจใน ความสามารถของระบบนั้น โดยเฉพาะในส่วนโปรแกรมว่าแต่ละโปรแกรมมีข้อดีข้อเสียอย่างไร อาจจะ ต้องทําการประเมินความสามารถเบ ื้ องต้นว่าโปรแกรมใดมีความเหมาะสมเพียงใด แล้วจึงเลือกโปรแกรม ที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด


160 3) ขั้นการจัดหาเคร ื่ องมือเพ ื่ อรองรับโปรแกรม โปรแกรมแต่ละโปรแกรมมีความสามารถไม่ เหมือนกัน ขนาดของโปรแกรมก็ไม่เท่ากัน ทําให้ความต้องการของฮาร์ดแวร์ในการทํางานตามโปรแกรม นั้นแตกต่างกัน อุปกรณ์ดิจิทัลที่ช่วยในการนําเสนอผลงาน อุปกรณ์ดิจิทัลท ี่ สามารถถ่ายทอดภาพและเสียงใน งานนําเสนอเพ ื่อให้งานนําเสนอมีคุณภาพ เข้าถึงผู้ชมและผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังน ี้ - โพรเจกเตอร์ (Projector) - วิชวลไลเซอร์ (Visualizer) - คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์ตั้งตัก - โทรศัพท์เคล ื่ อนท ี่ บางรุ่น 4 ) ขั้นการนําเสนองาน ในการใช้งานนั้น นอกาจากผู้ใช้จะต้องทําความเข้าใจการทํางานของ ฮาร์ดแวร์ว่าใช้งานอย่างไรแล้ว รายละเอียดการใช้งานซอฟต์แวร์ก็เป็นส ิ่ งสําคัญที่ผู้ใช้จะต้องทําความ เข้าใจให้ชัดเจนก่อนการใช้งาน ส่วนใหญ่จะศึกษาจากคู่มือของโปรแกรมสําเร็จรูปนั้ นเพ ื่ อความเข้าใจใน ความสามารถก่อน ปกติแล้วคู่มือการใช้งานมาจากเจ้าของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ซึ่งมักจะอธิบายถึง ความสามารถตามฟังก์ชั่นที่มีอยู่แต่มักจะไม่ค่อยมีตัวอย่างการประยุกต์ใช้ผู้ใช้ต้องทดลองเอง จึงได้มีผู้ ที่มีความรู้ความสามารถในโปรแกรมนั้น ๆ ทําคู่มือการใช้งานในลักษณะการประยุกต์มีตัวอย่างของงาน แสดงให้เห็น ทําให้สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วข ึ้นและในปัจจุบันนี้มีการทําคู่มือการใช้งานในรูปของ สื่อคอมพิวเตอร์ที่เข้าใจได้ง่ายย ิ่ งขึ้น เช่น ทําเป็นซีดีการใช้งาน เป็นต้น ฉะน ั้ นผู้ใช้งานที่ยังไม่มี ประสบการณ์จึงควรเรียนรู้จากคู่มือการใช้งาน ทําความเข้าใจให้ชัดเจนก่อน แล้วจึงลงมือปฏิบัติด้วย ตนเอง รูปแบบการนําเสนอข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์และส ื่ ออิเลคทรอนิค ที่นิยมใช้กันมี 2 รูปแบบ คือ - การนําเสนอผ่านเครือข่ายสารสนเทศ เป็นรูปแบบการนําเสนอท ี่ใช้บนอินเทอร์เน็ต การ นําเสนอแบบน ี้ สามารถสร้างการเช ื่อมโยงที่ สลับซับซ้อนระหว่างส่วนต่าง ๆ ตลอดจน สามารถสร้างการ เช ื่อมโยงเอกสารที่ต่างรูปแบบกันได้แต่ต้องใช้เวลาในการจัดทํามากกว่า รูปแบบอื่ นและผู้จัดทําต้องมี ความรู้ความชํานาญในโปรแกรมที่ใช้สร้างเว็บเพจ - การนําเสนอผ่านส ื่ อคอมพิวเตอร์ เป็นการนําเสนอโดยใช้โปรแกรมนําเสนอ ซึ่งเป็น โปรแกรม ที่ใช้ง่ายมากมีรูปแบบการนําเสนอให้เลือกใช้หลายแบบ สามารถเรียกใช้ตาราง แผนภูมิหรือ รูปภาพประกอบ และตกแต่งด้วยสีสัน ทั้งสีพื้น สีของตัวอักษร รูปแบบฟอนต์ข องตัวอักษรได้ง่ายและ สะดวก ในปัจจุบันส ื่ อนําเสนอรูปแบบ Slide Presentationหรือ สไลด์ดิจิทัล มักจะสร้างด้วยโปรแกรม


161 ในกลุ่ม Presentation เช่น Microsoft PowerPoint, OfficeTLE Impress เทคนิคการออกแบบสื่อ นําเสนอ สื่อนําเสนอที่ดีความมีความโดดเด่น น่าสนใจ จะเน้นความคิด “ หนึ่งสไลด์ต่อ หน ึ่ งความคิด ” มีการสรุปประเด็น หรือสาระสําคัญโดยมีแนวทาง 3 ประการในการออกแบบ ได้แก่ 1) สื่อความหมาย ได้รวดเร็ว 2) เน ื้อหาเป็นลําดับ สื่อนําเสนอที่ดีควรมีการจัดลําดับเน ื้อหาเป็นลําดับ มีระเบียบ ดูง่าย ไม่สับสนส ิ่ งท ี่ จะช่วยให้การออกแบบส ื่ อนําเสนอที่ต้องการจัดลําดับเน ื้อหาให้เป็นระเบียบ และดูง่าย คือ รูปแบบเนื้ อหา และ แบบอักษร 3) สร้างจุดเด่นน่าสนใจ สามารถดึงดูดสายตาของผู้ดู การใช้ภาพ การใช้สี การใช้ Effect ควบคุมการนําเสนอ สรุป การนําเสนอผลงานทางศิลปะที่ดีอยู่ที่ผู้นําเสนอ ประกอบไปด้วยบุคลิกภาพและส ื่อในการ นําเสนอที่ดี โดยเฉพาะอย่างย ิ่ งการนําเสนอที่ดีจะต้องมีการลําดับ วิธีการสร้างสรรค์สื่อในการ สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะจะช่วยทําให้ผลงานทางศิลปะมีความเข้าใจได้ง่ายข ึ้ นหากแต่ผลงานทาง ศิลปะและการสร้างสรรค์มีวิธีการนําเสนอที่มักจะพบเห็นและใช้กันอยู่บ่อยๆ คือ การจัดนิทรรศการ ศิลปะทั้ งการจัดนิทรรศการศิลปะแบบถาวรและการจัดนิทรรศการศิลปะแบบหมุนเวียนซ ึ่ งท ั้ งสองชนิด เป็นส ิ่ งที่ช่วยทําให้เกิดการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างต่อเน ื่ อง นอกจากน ี้งานประยุกต์ศิลป์อย่าง เก ี่ ยวข้องกับการจัดการในส่วนของการแสดงผลงานทางศิลปะและการออกแบบส ิ่ งที่นําไปใช้ในการ นําเสนอผลงานท ี่ พบเห็นบ่อยที่สุดอย่างหน ึ่ งคือ การนําเสนอผลงานโดยการใช้แฟ้มสะสมงานซ ึ่งเป็นการ นําเสนอผลงานที่ศิลปินและนักออกแบบนิยมใช้ในการสมัครงานและนําเสนอของตนเองให้เห็นโดยทั่วไป และส ิ่ งที่สําคัญอีกประการหนึ่งในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศการนําเสนองานผ่านส ื่ ออิเล็กทรอนิกส์เป็น การนําเสนองานท ี่ใช้สื่อทางคอมพิวเตอร์และ ผ่านเว็บเพจต่างๆซ ึ่ งสามารถทําได้เป็นท ั้ งภาพน ิ่ งและ คลิปวีดีโอเพื่อให้ผู้เข้าชมผลงานได้เห็นความสวยงามของงานศิลปะและการสร้างสรรค์ซึ่งหลาย พิพิธภัณฑ์จากนําเสนอผลงานศิลปะผ่าน exhibition อิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้คนได้เห็นซ ึ่ งสามารถคลิกและ เดินเข้าไปดูเหมือนเราเดินไปชมนิทรรศการได้นั่นคือความล ้ํ าหน้าของเทคโนโลยีในการนําเสนอผลงาน ทางศิลปะ คําถามทบทวน 1. จงบอกความหมายของการนําเสนอผลงาน 2. จงบอกบุคลิกของผู้นําเสนอผลงานที่ดี 3. จงอธิบายวิธีการนําเสนอผลงานด้วยนิทรรศการ 4. จงอธิบายวิธีการนําเสนอผลงานด้วยแฟ้มสะสมงาน 5. จงอธิบายวิธีการนําเสนอผลงานด้วยอิเลคทรอนิค


162 เอกสารอางอ้ ิง ภาษาไทย จันทรา มาศสุพงศ์. (2540). หลักนิทรรศการ. กรุงเทพฯ: โอ เอสพร ิ้ นติ้ง เฮ้าส์. วัฒนะ จูฑะวิภาค. (2542). ศิลปะการจัดนิทรรศการ. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. สํานักวิชาการและมาตราฐานการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศกษาขึ ั้ นพ ื้ นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). แนวทางปฏิบัติการวัดและประเมนผลการเริ ียนรู้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.


บทท ี่ 14 การนําผลงานศิลปะสร้างสรรค์ไปใช้ในศลปศ ิ ึกษา การนําผลงานสร้างสรรค์ศิลปะไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนหรือการจัดกิจกรรมศิลปศึกษา มีลักษณะการใช้ได้ 2 ลักษณะคือการใช้ผลงานศิลปะไปใช้โดยตรงคือเม ื่ อผู้สอนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ แล้วนําผลงานน ั้นไปใช้ในการสร้างสรรค์ตกแต่งสถานท ี่ รวมถึงนําไปใช้เป็นส ื่อประกอบการเรียนการ สอนซ ึ่งเป็นการสร้างสรรค์ของครูที่ช่วยเติมเต็มจินตนาการความคิดของเด็กนอกจากน ี้ ผลงานศิลปะ สร้างสรรค์นี้ยังสามารถนําไปประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพให้กับอย่างอ ื่นได้อีกด้วยในอีกลักษณะหน ึ่ งคือ การนําผลงานสร้างสรรค์ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนซ ึ่ งการจัดการเรียนการสอนนี้มีวิธีการ สร้างสรรค์ซึ่งต้องอาศัยส่วนท ี่เป็นความคิดหรือนามธรรมอยู่ภายในและส่วนท ี่เป็นเคร ื่ องมือต่างๆ โดย การจัดการเรียนการสอนต้องคํานึงถึงตัวชี้วัดมาตรฐานสาระการเรียนรู้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ กรณีศึกษา ในการนําผลงานสร้างสรรค์สิ่งใดเป็นการใช้วิธีการคิดเพ ื่ อส่งเสริมการสร้างสรรค์และวิธีการสอนให้เกิด การสร้างสรรค์เป็นลักษณะของนวัตกรรมในเชิงกระบวนการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ความรู้ทั่วไปเก ี่ ยวกับการนําผลงานศลปะสร ิ ้างสรรคไปใช ์ ้ในศลปศ ิกษาึ การนําผลงานสร้างสรรค์ไปใช้ในโรงเรียนถือเป็นส ิ่ งที่สําคัญในอาชีพของการเป็นครูศิลปะเพราะ การท ี่ ครูศิลปะจะนําความคิดสร้างสรรค์ถอดออกมาเป็นผลงานย่อมเป็นตัวพัฒนาการอย่างหน ึ่ งของการ พัฒนาวิชาชีพและหากนําผลงานสร้างสรรค์งานไปสู่กระบวนการจัดการเรียนการสอนแล้วจะเพิ่ม ศักยภาพให้แก่ครูในการถ่ายทอดได้ดียิ่งข ึ้นโดยลักษณะของการนําผลงานสร้างสรรค์ไปใช้มีด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ การใช้ในการสร้างผลงานสร้างสรรค์ และ การใช้ในการจัดการเรียนการสอน การใช้ในการสร้างผลงานสร้างสรรค์ การใช้การสร้างสรรค์ในการจัดการเรียนการสอนอีกลักษณะหน ึ่ งคือ การใช้งานสร้างสรรค์ใน การจัดส่วนต่างๆในโรงเรียน เร ิ่ มต้นต ั้ งแต่การจัดห้องเรียนพูดได้ฮามากสร้างสรรค์งานศิลปะต่างๆ สามารถนําผลงานศิลปะมาใช้การจัดห้องเรียนได้ให้เกิดมุมมองความคิดตามลักษณะแนวคิดท ี่ ควรจะ เกิดขึ้น เช่น การนําเน ื้ อเร ื่ องราวของแมลง ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะอาจจะใช้กล่องกระดาษมา สร้างสรรค์เป็นตัวแมลงขนาดใหญ่ติดไว้บนเพดานห้องให้มีความลดหล ั่ นคร ั้งปริมาณขนาดเพ ื่อให้ดูมี ความเหนือจินตนาการนอกจากน ั้ นยังสามารถนําผลงานศิลปะมาใช้ในการจัดสวนหรือสถานที่ต่างๆ ใน โรงเรียนเช่นการนําผลงานปั้ นของนักเรียนมาจัดในส่วนของโรงเรียนหรือการเขียนลายกระเบ ื้ องนํา กระเบ ื้ องมาตกแต่งในส่วนของอาคารเรียนต่างๆ นอกจากน ี้ การนําผลงานศิลปะมาจากในรูปแบบของ


164 นิทรรศการก็ยังสามารถช่วยให้เกิดการเรียนรู้ในการสร้างสรรค์ซึ่งท ี่ กล่าวมาสรุปได้ว่ากันตามผลงาน สร้างสรรค์มาใช้ในโรงเรียนน ้ํ ากระทําได้ 2 ลักษณะคือ 1) นําผลงานสร้างสรรค์มานําเสนอ เพ ื่ อสร้าง บรรยากาศ และ 2) นําผลงานสร้างสรรค์มาเป็นส ื่อในการจัดการเรียนการสอน การใช้ในการจดการเรั ียนการสอน การใช้งานศิลปะในการสร้างสรรค์ในการจัดการเรียนการสอนประกอบด้วยลักษณะของการนํา การสร้างสรรค์ในเชิงผลงานและวิธีการมาใช้ในการจัดทําแผนการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด โดยที่ หลักการ นําไปใช้นั้นต้องคํานึงถึงการใช้ในลักษณะต่างๆระดับของช ั้ นเรียนระดับของพัฒนาการวัสดุต่างๆใน ท้องถิ่น การนํากระบวนการศิลปะสร้างสรรค์ในใช้นั้นสามารถจะเกิดจาก 2 ลักษณะคือ การใช้ครูเป็นผู้ สร้างสรรค์และถ่ายทอดสู่นักเรียน และการใช้นักเรียนเป็นผู้สร้างสรรค์จากการทําโครงการหรือ โครงงานต่างๆ ส่วนท ี่เป็นความคิด การสร้างสรรค์งานศิลปะ มีกระบวนการหรือข ั้ นตอนตามลําดับ โดยเริ่ มต้น จากการเรียนรู้หรือสัมผัสกับธรรมชาติและสภาพแวดล้อม นํามาสู่การสร้างประสบการณ์หรือความ ชํานาญแล้วจึงเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานศิลปะที่แปลกใหม่ต่อไป ซึ่งมีขั้นตอนในขั้น รายละเอียดดังน ี้ การรับรู้ (Perception) หมายถึง การท ี่ มนุษย์ใช้ประสาทสัมผัสด้านต่างๆ รับรู้และช ื่นชมใน ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมรอบตัว ได้แก่การสัมผัสรอบรู้ด้วยประสาทตาในการมองเห็นความงามของ ธรรมชาติและการสัมผัสด้วยประสาทหูในการยินเสียงจากธรรมชาติหรือจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ภาพ และเสียงเหล่าน ี้เป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์สร้างสรรค์งานศิลปะ เช่น เขียนภาพบันทึกความงามและ ความรู้สึกจากธรรมชาติแต่งเพลงหรืบรรเลงเพลงดนตรีบรรยายความงามของธรรมชาติหรือเลียน เสียงธรรมชาติเป็นต้น ประสบการณ์(Experience) หมายถึง การท ี่ มนุษย์ผ่านภาวการณ์รับรู้ได้เห็น ได้ฟัง และได้ ปฏิบัติด้วยตนเองมาแล้วบ่อยคร ั้งจนสะสมเป็นประสบการณ์และความชํานาญ เช่น ศิลปินที่มีใจรักและ ชื่นชมความงามของธรรมชาติมักจะเข้าไปสัมผัสช ื่ นชมกับความงามของธรรมชาติเหล่านั้น และนิยม ถ่ายทอดความงามด้วยการเขียนภาพ จึงเกิดประสบการณ์และความชํานาญในการเขียนภาพธรรมชาติ เป็นพิเศษนักเรียนท ี่ เรียนวิชาศิลปะทุกคน สามารถท ี่ สร้างสรรค์งานศิลปะ เพ ื่ อถ่ายทอดประสบการณ์ จากชีวิตประจําวันของตนได้อย่างมี อิสระโดยไม่ต้องคํานึงถึงทักษะฝีมือมากนัก หากแต่การที่นักเรียน สามารถเขียนภาพบันทึกประสบการณ์อย่างตรงไปตรงมาได้นั้น คือ ความงดงามที่มีคุณค่าย ิ่ งนัก


165 - จินตนาการ (Imagination) หมายถึง การคิดสร้างภาพในจิตใจก่อนท ี่ จะสร้างสรรค์ออกมา เป็นผลงานศิลปะ โดยมีพื้นฐานมาจากการได้สัมผัสรับรู้ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม จนเกิดแรงบันดาล ใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะ สะสมเป็นประสบการณ์และความชํานาญ ขยายผลเป็นการสร้างสรรค์ งานศิลปะด้วยการจิตนาการ มิใช่เป็นการถ่ายทอดจากประสบการณ์และจากสิงท ี่ ตามองเห็นเท่านั้น แต่ เป็นการแสดงออกจากภายในสู่ภายนอก สะท้อนความคิดสร้างสรรค์อิสระและหลากหลาย ส่วนต่อมาเป็นส่วนของเคร ื่ องมือ อันประกอบด้วยวัสดุและเคร ื่ องมือต่างๆ ในการสร้างงาน ศิลปะที่ต้องทําตามลักษณะของการสร้างสรรค์งานและการดัดแปลงให้เกิดความแปลกใหม่ วัสดุจากธรรมชาติเป็นวัสดุที่เกิดข ึ้ นเองตามธรรมชาติ วัสดุเหล่านี้นํามาใช้ในงานศิลปะได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับงานท ี่ จะทํา เช่น นําใบไม้มาทําภาพพิมพ์นําดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปทรง ต่างๆ เป็นต้น วัสดุที่คนสร้างข ึ้นเป็นวัสดุที่เกิดจากการทําข ึ้นใหม่ วัสดุเหล่าน ี้ สามารถนํามาสร้างสรรค์งาน ศิลปะได้ โดยเลือกใช้ให้เหมาะสมกับผลงานที่ต้องการทํา เช่น นํากระป๋องน ้ํ าอัดลมมาทําท ี่ใส่ดินสอ นํากล่องนมมาทําตุ๊กตา เป็นต้น อุปกรณ์ที่ใช้ในการทํางานศิลปะมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีวิธีการใช้แตกต่างกันไปตามชนิด ของอุปกรณ์นั้นๆ ดินสอ ใช้ร่างภาพต่างๆ ดินสอที่นิยมใช้ร่างภาพ ได้แก่ดินสอ HB เพราะมีสีอ่อน ลบออกได้ง่าย ยางลบ ใช้ลบรอยดินสอ โดยใช้ถูไปมาจนรอยหายไป สีเทียน ใช้ระบายภาพ โดยนํามาถูบริเวณที่ต้องการระบาย ดินสอสี (สีไม้) ใช้ระบายภาพ โดยนํามาฝนบริเวณที่ต้องการระบาย สีน้ํา ใช้ระบายภาพ โดยนําสีที่ต้องการใช้มาผสมน ้ําในปริมาณท ี่ พอเหมาะ ไม่จางหรือข้น จนเกินไป แล้วใช้พู่กันจุ่มสีและระบายภาพ พู่กัน ใช้คู่กับสีน้ําหรือสีโปสเตอร์เพ ื่ อระบายภาพมีหลายขนาด เลือกได้ตามความเหมาะสมและ ลักษณะของรูปภาพ สีโปสเตอร์ ใช้ระบายภาพโดยนําสีที่ต้องการใช้มาผสมเล็กน้อย เพ ื่อให้มีความเข้มข้นแล้วใช้ พู่กันจุ่มสีระบายภาพ กระดาษวาดเขียน ใช้เป็นพ ื้นในการวาดภาพหรือทํางานศิลปะ 2. กรณีศึกษาผลงานสร้างสรรค์เชิงศลปศ ิ ึกษา การสอนเพ ื่ อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์(Synectics Instructional model) ความคิด สร้างสรรค์เป็นกระบวนการทางสมองที่คิดในลักษณะอเนกอนันต์อันนําไปสู่การคิดค้นพบส ิ่งแปลกใหม่


166 ด้วยการคิดดัดแปลงปรุงแต่งความคิดเดิมผสมผสานกันให้เกิดส ิ่งใหม่ความคิดสร้างสรรค์นี้จะเกิดข ึ้นได้ มิใช่เพียงแต่คิดในสิ่ งท ี่เป็นไปได้หรือ สิ่งท ี่เป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ความคิด จินตนาการก็เป็นส ิ่ งสําคัญที่ก่อให้เกิดความแปลกใหม่แต่ต้องควบคู่ไปกับความพยายามท ี่ จะสร้าง ความคิดฝัน หรือจินตนาการให้เป็นไปด้วย หรือท ี่ เรียกว่า เป็นจินตนาการประยุกต์นั่นเอง จึงจะทําให้ เกิดผลงานความคิดสร้างสรรค์ขึ้น” (อารีพันธ์มณี, 2540, 6) ความเช ื่ อพ ื้ นฐานของความคิดสร้างสรรค์สามารถสอนได้สร้างได้ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่ พรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ต้องใช้สมองท ั้ งสองซีกในการฝึกฝน ฟิชเชอร์ได้กําหนดทักษะการคิด สร้างสรรค์ไว้ 4 ด้าน คือ (วัชรา เล่าเรียนดี, 2552, 53). 1) ความคล่องแคล่วในการคิด เป็นการคิดได้จํานวนมากๆในเวลาอันจํากัด 2) ความยืดหยุ่น เป็นความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคได้หลากหลาย 3) ความริเริ่ม เป็นความสามารถในการริเริ่ม การสร้างส ิ่งใหม่เร ื่องใหม่แนวคิดใหม่ 4) ความละเอียดถี่ถ้วน เป็นการคิดในเรื่ องเดียวกันได้จํานวนมากๆ รูปแบบการเรียนการสอนกระบวนการคิดสร้างสรรค์ที่ปรากฏในสิ่ งพิมพ์ต่างประเทศคือ Synectics Instructional model ของกอร์ดอน (Joyce.B Well.M and Calhoun.E, 2004, 162- 164) ซึ่งเป็นการคิดโดยการเปรียบเทียบสามอย่าง คือ การคิดเปรียบเทียบแบบตรง การคิดเปรียบเทียบ คนกับส ิ่ งของ และการเปรียบเทียบคําคู่ขัดแย้งซ ึ่ งมีลักษณะการอุปมาอุปมัยในหลักการของภาษาไทย ซึ่งมีขั้นตอนโดยสรุปดังน ี้ ตารางท ี่ 14.1 ขั้นตอนการสอนกระบวนการคิดสร้างสรรค์ ขั้นตอน การสอน ขั้นนํา ให้ผู้เรียนกําหนดสร้างงานตามความสามารถอย่างอิสระ ขั้นการอุปมาโดยตรง โดยการจับคู่แนวคิดหรือส ิ่ งของต่าง ๆ เป็นคู่ๆ ขั้นอุปมาบุคคล โดยการใส่ความรู้สึกเข้าไปในสิ่ งของน ั้ นหรือผลงานท ี่ เด็กสร้าง ขั้นสร้างความขัดแย้ง โดยการนําส ิ่ งที่คิดได้ในขั้ นตอนท ั้ งสองมาสร้างเป็นคู่ที่ขัดแย้งกัน ขั้นอธิบายความขัดแย้ง โดยผู้สอนกับผู้เรียนร่วมกันอธิบายความหมายของส ิ่ งต่าง ๆ ที่คิดท ี่ ละส่วน ขั้นเลือกสร้างสรรค์ โดยผู้สอนให้ผู้เรียนตัดสินเลือกว่าจะสร้างงานอะไรตามแนวคิดใด แนวคิดหน ึ่ งขึ้นมาใหม่


167 การสอนในลักษณะนี้นํามาช่วยในการคิดเพ ื่ อหาแรงบันดาลใจและมโนทัศน์ในการสร้างงานซึ่ง สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งการสอนออกแบบ การสอนด้านภาษาหรือการสอนด้านศิลปะเพื่ อสร้าง จินตนาการต่าง ๆ วิธีสอนแบบสรรค์สร้างความรู้กับทัศนศิลป์และการออกแบบ มีจุดเน้นคือวิธีที่คนสร้างความ เข้าใจการจัดลําดับความสําคัญของผู้กําหนดหลักสูตร เพ ื่ อสนับสนุนการเรียนรู้แบบสรรค์สร้าง ควรสร้าง สภาพแวดล้อมให้ผู้เรียนเข้าใจโลกอย่างมีความหมายผ่านประสบการณ์ส่วนการนําไปใช้กับการเรียนการ สอนกลุ่มสาระศิลปะ(ทัศนศิลป์) ได้มีนักวิชาการเสนอแนวการจัดการเรียนการสอนไว้ทั้งส่วนของศิลปะ ปฏิบัติและสุนทรียศาสตร์ ไมเคิล ลิตเติลไดก์ (2542,36-46) ได้กล่าวถึงพัฒนาการของการสอนสร้างสรรค์สรุปได้ดังน ี้นัก การศึกษาและนักจิตวิทยาท ี่ เก ี่ ยวข้องกับแนวคิดน ี้ เร ิ่ มจาก เจอโรม บรูเนอร์มองว่าความรู้ได้มาจากโดย ประสบการณ์จากกระทํา ภาพลักษณ์และสัญลักษณ์ต่อมาเลฟ ไวกอตสกี เน้นความคิดผ่านการพูด ซึ่งท ั้ งสองเน้นการสร้างความรู้เชิงสังคมต่อมาเดวิด ออซูเบลได้เสนอการจัดการเรียนรู้แบบสองมิติคือ ระดับของการมีความหมายกับวิธีการเผชิญความรู้ จุดเน้นคือ สิ่งที่ผู้เรียนรู้ต้องสืบให้รู้และสอนเขาใน เร ื่ องนั้น และต่อมารอส ไดรเวอร์นําแนวคิดของออซูแบลไปศึกษาแล้วเสนอตัวชี้สําหรับการฝึกฝนใน ห้องเรียน 4 ประการ คือ การพัฒนาหลักสูตรตามโครงสร้างการคิด โปรแกรมการสอนสอดคล้องกับแนว การพัฒนาความเข้าใจความคิดที่สําคัญขึ้น กิจกรรมที่ท้าทายให้มีการตีความหมายหลายๆแบบ และ ต้องให้เวลาคิด ครูต้องช่วยให้เด็กเสนอความเข้าใจเช่นการอภิปรายกลุ่มหรือการพูดคุยกับครู ไมเคิล ลิตเติลไดก์ (2542, 60-62) ได้เสนอขอบเขตสรรค์สร้างของการเรียนรู้ดังน ี้ 1) ผลการเรียนรู้ขึ้นกับประสบการณ์เดิม 2) การเรียนรู้ที่พัฒนาการสรรค์สร้างเชิงอารมณ์และเชิงกายภาพอาศัยประสบการณ์ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสังคม 3) การสร้างความเช ื่อมโยงประสบการณ์เดิมเป็นกระบวนการท ี่ เก ี่ ยวกับการเปรียบเทียบ ตรวจสอบและการสร้างใหม่ทางด้านปัญญา อารมณ์และกายภาพ 4) การเรียนไม่ได้เป็นการเพ ิ่ มเติมโครงสร้างแต่อาจจะปรับเปลี่ยนโครงสร้าง 5) ความหมายท ี่ สร้างข ึ้นใหม่อาจจะได้รับการปฏิเสธหรือยอมรับก็ได้ 6) ผู้เรียนเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเอง 7) ความหมายใหม่จะผ่านกระบวนการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม อารมณ์ความรู้สึกร่วมกัน จากการกระทําของคนอื่น ๆ และนอกจากนี้ยังได้ดัดแปลงมาเสนอวิธีการสอนสรรค์สร้างเพ ื่ อการ พัฒนาการคิด ดังน ี้ (ภาพท ี่ 14.3)


168 ภาพท14.1 ี่ วิธีสอนแบบสรรค์สร้างความรู้กับทัศนศิลป์และการออกแบบ วิธีการประเมินผลวิธีสอนแบบสรรค์สร้างความรู้กับทัศนศิลป์และการออกแบบ การ ประเมินในการสอนแบบนี้ใช้วิธีการท ี่ เรียกว่า “การสกัดเอาจุดเร ิ่ มต้น” โดยการกระทําส ิ่ งต่อไปนี้ ตารางท ี่ 14.2 วิธีการประเมินผลวิธีสอนแบบสรรค์สร้างความรู้กับทัศนศิลป์และการออกแบบ ขั้นตอน เคร ื่ องมือ การดําเนินการ 1.การบันทึกสืบย้อน แบบบันทึก สิ่งท ี่ เด็กเรียนมาแล้วเพ ื่ อทําการเปรียบเทียบ สิ่งท ี่ เด็กคิด รู้สึกและความสามารถ 2.การฟังเด็กตอบ เพ ื่ อพินิจพิเคราะห์ แบบจดบันทึก หรือ สมุดบันทึกพื้น (Floor book)สําหรับเด็กเล็กเพ ื่อให้ เด็กเห็นแนวคิดของเพ ื่ อน ครูตั้งคําถามหรือระดมความคิดเพ ื่อให้เกิด ความเข้าใจแล้วรวบรวมจดบันทึกไว้เพื่อ ประเมิน 3.การสังเกตดูเด็กร่วมกับ กิจกรรมสกัดความคิด แบบบันทึก(ต่อเน ื่ องจากแบบบันทึก ในขั้น การบันทึกสืบย้อน) แถบเสียงบันทึกการอภิปราย เฝ้าดูเด็กในด้านพฤติกรรมจากการทํา กิจกรรมต่าง ๆ และการอภิปรายกลุ่มเล็ก 4.การสังเกตการทําบันทึก ของเด็ก การบันทึกของเด็ก ทั้งบันทึกท ี่ เป็นวัจนภาษาและอวัจนภาษา ประเมินจากเสียงการสนทนา การวาดภาพ และการทําแผนท ี่ ความคิด 5.การอ้างอิงผลการวิจัย นําผลการเรียนรู้เทียบเคียงผลการวิจัยท ี่ เก ี่ ยวข้องเพ ื่ อดูพัฒนาการเด็ก การทําความเข้าใจ กระตุ้น ความสนใจ ความอยากรู้อยากเห็นและสร้างแรงจูงใจ การสืบย้อนความคิด/และการจัดโครงสร้างเป็นการช่วยให้เด็ก ค้นพบและทําความกระจ่างกับสิ่งที่เด็ก คิด รู้สึกและความสามารถทางกาย การเข้าแทรกแซง/และการจัดโครงสร้างใหม่เป็นการส่งเสริมให้ เด็กทดสองความคิด ความรู้สึกและความสามารถทางกาย ซึ่งเป็นการต่อเติมพัฒนา และปรับปรุงความคิด ความรู้สึกและความสามารถทางกาย การทบทวน เป็นการช่วยเด็กให้รู้และตระหนักถึงสิ่งที่ต้อนเองค ้นพบหรือ กระทําได้ การประยุกต์ใช้เป็นการช่วยให้เด็กเชื่อมโยงในสิ่งที่รู้หรือได้รับ ปรับสู่ ชีวิตประจําวันหรือกิจกรรมที่สําคัญ


169 สรุป จากท ี่ กล่าวมาและนําผลงานสร้างสรรค์ไปใช้ในการตกแต่งอาคารสถานท ี่ในห้องเรียนเพ ิ่ มเติม ทําการเรียนรู้และเกิดสุนทรียภาพทางอ้อมเงิน นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาวิชาชีพของครูในการฝึก การสร้างสรรค์อย่างต่อเน ื่ องสําหรับการนําการสร้างสารท ี่เป็นกระบวนการไปใช้ในการจัดการเรียนการ สอนสามารถกระทําได้โดยการใช้การสร้างสรรค์ที่เป็นกระบวนการและการสร้างสรรค์ที่เป็นผลงาน เพื่อ นําไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนจากกรณีศึกษาเป็นการนําไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนด้วย วิธีการแบบซินเนคติค คือ การเปรียบเทียบกับส ิ่ งต่างๆ ภาษาอีสานส ิ่ งแตกต่างให้เกิดข ึ้นในรูปแบบ หรือรูปลักษณ์ใหม่ๆนอกจากนี้ยังมีการจัดการเรียนการสอนในเชิงศิลปะสร้างสรรค์ในแนวคิดของการ สร้างสรรค์องค์ความรู้หรือคอนสตรัคติวิสต์ซึมซ ึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ และมุ่งเน้นให้เกิดสุนทรียภาพด้วย นอกจากน ั้ นยังมีนวัตกรรมอีกหลายอย่างในการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะที่ผู้สอนจําเป็นอย่างย ิ่ งเม ื่ อต้องศึกษาและเรียนรู้เพ ื่ อการนําไปใช้สิ่งสําคัญคือความเข้าใจใน ความคิดพ ื้ นฐานกระบวนการสร้างสรรค์เทคนิควัสดุเคร ื่ องมือต่างๆให้เกิดความแปลกใหม่ขึ้นในผลงาน คําถามทบทวน 1. จงบอกลักษณะการนําผลงานศิลปะไปใช้กับศิลปศึกษา 2. จงยกตัวอย่างการนําผลงานสร้างสรรค์ไปใช้กับตกแต่งห้อง 3. จงบอกถึงส ิ่ งต่างๆที่ต้องใช้ในการนําผลงานสร้างสรรค์ไปจัดการเรียนการสอน 4. จงอธิบายวิธีการจัดการเรียนรู้เชิงซินเนคติค 5. จงอธิบายวิธีการจัดการสอนเชิงสร้างสรรค์องค์ความรู้


170 เอกสารอางอ้ ิง ภาษาไทย ไมเคิล ลิตเติลไดก์,เขียน.และสมพร วาร์นาโด,แปล. (2542).การสอนแบบสรรคสร์ ้างความรู้. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. วัชรา เล่าเรียนดี. (2556). รูปแบบและกลยทธุ์การจัดการเรียนรู้เพ ื่ อพัฒนาทักษะการคิด. นครปฐม: คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร.


บทท ี่ 15 การนําผลงานศิลปะสร้างสรรค์ไปใช้เชงเศรษฐกิ ิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเศรษฐกิจที่ถูกระบุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ ปัจจุบันเป็นการสร้างสรรค์จากมรดกภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติขึ้นมาเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท ี่ สร้างสรรค์ให้เกิดเม็ดเงินตราต่างๆ เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีความสําคัญและ ช่วยทําให้เกิดกระแสการพัฒนาศิลปะและผลงานศิลปะต่างๆข ึ้ นมากมายผลงานศิลปะสร้างสรรค์นั้นก็ ย่อมมีส่วนส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์เช่นการกระบวนการของเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็น ระบบท ี่ สร้างขึ้น สร้างข ึ้นโดยอาศัยพ ื้ นฐานจากมรดกทางวัฒนธรรมผลงานออกแบบสร้างสรรค์ต่างๆทั้ง ทางด้านวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์เพ ื่อให้เป็นอุตสาหกรรมในการสร้างสรรค์ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ของเกาหลีจะเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างหน ึ่ งเศรษฐกิจ สร้างสรรค์จะเกิดข ึ้นได้ต้องอาศัยกระบวนการสร้างสรรค์ในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือวงเจ้าของการ สร้างสรรค์ซึ่งเป็นการบริการท ี่ สามารถนํามาใช้ในการสร้างสรรค์ศิลปะต่างจากได้โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 1. ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการนําเสนอผลงานเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอดีตที่ผ่านมาการผลิตสินค้าหรือบริการให้ได้คร ั้ งละมากๆ เพ ื่ อลด ต้นทุนการผลิต เป็นการแข่งขันในตลาดโลกที่สําคัญ หรือท ี่ เรียกว่า Mass Production ซึ่งประเทศที่ ได้เปรียบด้านค่าแรงและวัตถุดิบจะได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการผลิตแบบ Mass Production คือการแข่งขันด้านราคา และความพยายามลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด เม ื่ อการผลิตแบบ Mass Production มาถึงทางตัน การนําความคิดสร้างสรรค์มาสร้างเช ื่อมโยงกับวัฒนธรรม การส ั่ งสมความรู้ เพ ื่ อมาสร้างมูลค่าเพ ิ่มให้กับสินค้าหรือบริการ จึงเป็นทางออกท ี่ เหมาะสมสําหรับปัญหาดังกล่าว จึงเกิด การพัฒนาในลักษณะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และทําให้เกิดระบบเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ขึ้น ความหมายของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา(2552)ได้ให้ความหมายของเศรษฐกิจ สร้างสรรค์คือ การสร้างมูลค่าสินค้าหรือบริการท ี่ เกิดจากความคิดของมนุษย์สําหรับสาขาการผลิตท ี่ พัฒนาไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเรียกว่า “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” (Creative Industry) ซึ่งหมายถึง กลุ่มกิจกรรมการผลิตที่ต้องพ ึ่ งพาความคิดสร้างสรรค์เป็นส ิ่ งสําคัญ


172 ธานินทร์ผะเอม (2552:8)ได้ให้ความหมายเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือ แนวคิดการขับเคล ื่ อน เศรษฐกิจบนพ ื้นฐานของการใช้องค์ความรู้ (Knowledge) การศึกษา (Education) การสร้างสรรค์งาน (Creativity) และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property) ที่เช ื่อมโยงกับรากฐานทาง วัฒนธรรม การส ั่ งสมความรู้ของสังคม และเทคโนโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม่ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือUNCTAD (2008:4-5)ได้สรุป ลักษณะของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไว้ดังน ี้ - เศรษฐกิจสร้างสรรค์เก ี่ ยวข้องกับแนวคิดพ ื้นฐานการการใช้ศักยภาพเชิงสร้างสรรค์เพื่อ ความเจริญเติบโตและพัฒนาของเศรษฐกิจ - เศรษฐกิจสร้างสรรค์ช่วยสร้างรายได้ทุกระดับชนชั้น สร้างงานและรายได้จากการส่งออก ในขญะที่ยังดํารงความเป็นสังคม การเผยแพร่วัฒนธรรม และการพัฒนามนุษย์ - เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้หล่อมรวมระบบเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคม เข้ากับเทคโนโลยี การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและวัตถุประสงค์ของนักท่องเท ี่ ยว - เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นกลุ่มของกิจกรรมในเศรษฐกิจฐานความรู้กับมิติของการพัฒนา และการเช ื่อมโยงแบบตัดขวางท ั้ งระดับมหภาคและจุลภาคของทุกระดับเศรษฐกิจ - เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นการมองถึงการพัฒนานวัตกรรมจากสหวิทยาการและการ สร้างสรรค์จากทุกภาคส่วนของหน่วยงานรัฐ - หัวใจสําหรับของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็คือ อุตสากรรรมสร้างสรรค์ จากข้อมูลที่นําเสนอมาสรุปลักษณะและความหมายของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ว่า เศรษฐกิจ สร้างสรรค์หมายถึง ระบบที่พัฒนาบนเศรษฐกิจฐานความรู้การใช้องค์ความรู้ (Knowledge) การศึกษา (Education) การสร้างสรรค์งาน (Creativity) สะท้อนถึงกระบวนการซ ึ่ งรวมเอาวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน เพ ื่ อสร้างสรรค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ตามบริบทของสังคม นั้น


173 เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในสังคมปัจจุบัน ภาพท ี่ 15.1 การสร้างสรรค์ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่มา: UNCTAD,Creative Economy Report 2008[Online]. Accessed 3 February 2018. Available from http://www.unctad.org/creative-economy,9. จากภาพแสดงระบบเศรษฐกจสริ ้างสรรค์ที่เก ี่ ยวข้องกับปัจจัยการสร้างสรรค์ในด้าน ต่างๆ ดังน ี้ 1.การสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ เป็นพ ื้ นฐานการการพัฒนาวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ ต่างให้เกิดความเป็นศักยภาพในการผลิตและเพ ิ่ มมูลค่าในสินค้าเชิงสร้างสรรค์ต่างๆ 2.การสร้างสรรค์ทางเทคโนโลยีเป็นการสร้างสรรค์ที่เช ื่มโยงอย่างใกล้ชิดกับการ สร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์เพ ื่ อการส่งเสริมการสร้างสรรค์ทางด้านวัฒนธรรมให้เกิดเช ื่ อมโยงกันท ั่วโลก เช่น เทคโนโลยีทางด้านอินเตอร์เน็ต เป็นต้น 3.การสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม เป็นการสร้างสรรค์ที่อาศัยภูมิปัญญาตางๆในการผล ่ ิต สินค้าท ี่ เก ี่ ยวของก้ ับวัฒนธรรมและบริการตางๆ่ จากข้อมูลในภาพแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันอาศัย การสร้างสรรค์ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวัฒนธรรมและระบบเศรษฐกิจที่ต้องมีการพัฒนา ร่วมกันเพ ื่อให้เกิดเป็นสินค้าหรืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เทคโนโลยสรีางสรรค้ ์ ( ) วิทยศาสตรสร์างสรรค้ ์ ( ) เศรษฐกจสริางสรรค้ ์ ( ) วัฒนธรรมสรางสรรค้ ์ ( )


174 ลักษณะและประเภทอุตสาหกรรมสร้างสรรค์(Classification of creative industries) อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นหน่วยที่สําคัญในการผลิตสินค้าสร้างสรรค์เพ ื่ อการสร้างระบบ เศรษฐกิจน ี้ อุตสากรรมสร้างสรรค์มีลักษณะสําคัญ ดังน ี้(UNCTAD 2008:13-14) - .เป็นวัฏจักรของการสร้าง ผลิต และกระจายสินค้าและบริการท ี่ใช้หลักการของสร้างสรรค์ และปัญญาเป็นปัจจัยนําเข้าพ ื้ นฐาน - ประกอบด้วยกิจกรรมท ี่ อาศัยองค์ความรู้ต่างๆท ี่ได้ได้เน้นเฉพาะศิลปะหากยังรวมถึงการ สร้างรายได้และทรัพย์สินทางปัญญา - ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้และปัญญาที่จับต้องไม่ได้หรือบริการท ี่ เก ี่ ยวกับการ สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และวัตถุประสงค์ทางการตลาด - เป็นการเช ื่อมโยงระหว่างส่วนช่างฝีมือ บริการ และอุตสาหกรรม - ประกอบด้วยพลวัติใหม่ในการขับเคล ื่อนโลกด้านการค้า กลุ่มกิจกรรมการผลิตที่ต้องพ ึ่ งพาความคิดสร้างสรรค์เป็นสําคัญ UNCTAD แบ่ง ประเภทอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ออกเป็น โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม 15 สาขา ดังน ี้ ภาพท ี่ 15.2 ประเภทอุตสากรรมสร้างสรรค์ ที่มา: UNCTAD,Creative Economy Report 2008 [Online]. Accessed 3 February 2018. Available from http://www.unctad.org/creative-economy,14.


175 1) ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม (Heritage or Cultural Heritage) เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมท ี่ เก ี่ ยวเน ื่ องกับประวัติศาสตร์โบราณคดีวัฒนธรรม ประเพณีความเชื่อ และสภาพสังคม เป็นต้น แบ่ง ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มการแสดงออกทางวัฒนธรรมแบบด ั้ งเดิม (Traditional Cultural Expression) เช่น ศิลปะและงานฝีมือ เทศกาลงานและงานฉลอง เป็นต้น และกลุ่มที่ตั้งทางวัฒนธรรม (Cultural Sites) เช่น โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ห้องสมุด และการแสดงนิทรรศการ เป็นต้น 2) ประเภทศิลปะ (Arts) เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์บนพ ื้ นฐานของศิลปะ และวัฒนธรรม แบ่งออกเป็น 2 กุล่ม คือ งานศิลปะ (Visual Arts) เช่น ภาพวาด รูปปั้น ภาพถ่าย และวัตถุโบราณ เป็น ต้น รวมท ั้ งศิลปะการแสดง (Performing Arts) เช่น การแสดงดนตรีการแสดงละคร การเต้นรํา โอเป ร่า ละครสัตว์และการเชิดหุ่นกระบอก เป็นต้น 3) ประเภทสื่อ (Media) เป็นกลุ่มส ื่ อผลิตงานสร้างสรรค์ที่สื่อสารกับคนกลุ่มใหญ่แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ งานส ื่ อส ิ่ งพิมพ์ (Publishing and Printed Media) เช่น หนังสือ หนังสือพิมพ์และสิ่งตีพิมพ์ อื่นๆ เป็นต้น และงานโสตทัศน์ (Audiovisual) เช่น ภาพยนตร์โทรทัศน์วิทยุและการออกอากาศอ ื่ นๆ เป็นต้น 4) ประเภทการออกแบบ (Functional Creations) เป็นกลุ่มของสินค้าและบริการท ี่ ตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าท ี่ แตกต่างกัน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มการออกแบบ (Design) เช่น การ ออกแบบภายใน กราฟิค แฟชั่น อัญมณีและของเด็กเล่น เป็นต้น ส่วนกลุ่ม New Media ได้แก่ ซอฟต์แวร์วิดีโอเกม และเน ื้ อหาดิจิตอล เป็นต้น และกลุ่มบริการทางความคิดสร้างสรรค์ (Creative Services) ได้แก่บริการทางสถาปัตยกรรม โฆษณา วัฒนธรรมและนันทนาการ งานวิจัยและพัฒนา และบริการอ ื่ นท ี่ เก ี่ ยวข้องกับดิจิตอล และความคิดสร้างสรรค์เป็นต้น 2. กระบวนการสร้างสรรค์เชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กระบวนการสร้างสรรค์เชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือ ห่วงโซ่ของการสร้างสรรค์(The creative chain) ห่วงโซ่ของการสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรมองค์การสหประชาชาติได้สรุปขบวนการของการ สร้างสรรค์ในระบบอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไว้ดังน ี้


176 ภาพท ี่ 15.3 ห่วงโซ่ของสร้างสรรค์ ที่มา: UNCTAD,Creative Economy Report 2008[Online].Accessed 3 February 2018. Available from http://www.unctad.org/creative-economy,83. ห่วงโซ่ของการสร้างสรรค์เร ิ่ มต้นจากความสามารถในการผลิต(Supply) สู่ขบวนการต่างๆ เพ ื่อให้ตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภค (Demand) โดยมีขบวนการดังน ี้ 1.การสร้างสรรค์ (Creation) ขั้นตอนแรกของขบวนการท ี่ อาศัยบริบทจากส ิ่ งของท ี่เป็นรากเง้าด ั้ งเดิมนํามาคิดสร้างสรรค์ ต่อยอด ให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งในขั้ นตอนน ี้เป็นข ั้ นตอนท ี่ สร้างสรรค์โดยอาศัยการออกแบบหรือ จําลองแบบก่อนนําไปใช้ในขั้ นตอนต่อไป 2.การทําหรือการผลิต (Making) ขั้นตอนน ี้เป็นข ั้ นตอนของขบวนการท ี่ จะสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นรูปธรรมทั้ งผลงานเด ี่ ยว หรือช ิ้ นเดียวและการผลิตท ี่ ละมากมาก เป็นขบวนการท ี่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทักษะ ความสามารถรวมถึงความชํานาญเชิงช่างมาผลิตให้เกิดผลงานขึ้น 3.การเผยแพร(Dissemination) ่


177 ขั้นตอนของการกระจายหรือจําหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในระบบการขายส่งหรือการขายปลีก การเผยแพร่ยังหมายถึงการนําผลิตภัณฑ์นั้นออกสู่กระบวนการทางการตลาดน ั้ นก็คือ การประเมินว่า สามารถจําหน่ายในตลาดหรือใช้งานแบบใด 4.การจัดแสดงหรือการรับรองสินค้า (Exhibition & Reception) ขั้นตอนการการเผยแพร่สินค้าและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์เข้าถึงผู้บริโภคให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในรูปแบบของการจัดแสดงหรือนิทรรศการ นอกจากข ั้ นตอนทั้ง 4 ขั้นตอนน ี้ยังต้องมีกระบวนการจัดทําเอกสารเพ ื่ อการอนุรักษ์และ การอนุรักษ์สิ่งของท ี่ได้จากความคิดสร้างสรรค์เหล่าน ี้ซึ่งน่าจะหมายถึงการเก็บในรูปแบบของลิขสิทธ ิ์ และสิทธิบัตรต่างๆ กระบวนการที่สําหรับอีกอย่างหน ึ่ งท ี่ รองรับกับขบวนการห่วงโซ่สร้างสรรค์นี้คือ การศึกษาและฝึกอบรมให้เกิดบุคคลท ี่ มาช่วยในการผลิตและเกิดการพัฒนารวมถึงต้องมีข้อวิจารณ์ ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าน ั้ นท ั้งในเชิงบวกและลบด้วยจึงจะจัดเป็นห่วงโซ่ของการสร้างสรรค์ที่สมบูรณ์ ห่วง โซ่ของการสร้างสรรค์นี้สามารถนํามาเป็นแบบจําลองในการสร้างบทเรียนและข ั้ นตอนการเรียนรู้ได้ เพ ื่อฝึกให้นักศึกษาเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สรุปข้อมูลที่นําเสนอเก ี่ ยวกับระบบเศรษฐกจสริ ้างสรรค์กับการศึกษาและการพัฒนา หลักสูตร ในข้างต้นพบว่าเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์นั้นเป็นระบบเศรษฐกิจที่อยู่บนฐานความรู้และการ สร้างสรรค์โดยต้องอาศัยพ ื้ นฐานของการศึกษา ดังน ี้ 1.ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาศัยหลักพ ื้ นฐานจากวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจทําให้เกิดปัจจัยในการผลิตออกมาน ั้ นก็คือ ความคิดและการสร้างสรรค์ 2.ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้องอาศัยกระบวนการในการวิจัยและพัฒนา(Research and Development) ซึ่งเป็นกระบวนการพ ื้ นฐานสําคัญในการสร้างงานศิลปะและงานออกแบบต่างๆ 3.ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้องอาศัยการศึกษา การวิเคราะห์วิจารณ์และการอนุรักษ์ภูมิ ปัญญาและความคิดเชิงสร้างสรรค์โดยมีขบวนการ คือ การสร้างสรรค์ (Creation) การทําหรือการผลิต (Making) การเผยแพร่ (Dissemination) และ การจัดแสดงหรือการรับรองสินค้า (Exhibition & Reception) ซึ่งขบวนการต่างๆเหล่าน ี้ สามารถนํามาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนออกแบบท ี่ เน้นการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างดี


178 สรุป การนําผลงานสร้างสรรค์เข้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นเป็นส ิ่ งท ี่ ช่วยพัฒนาระบบเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ได้อย่างดีเพราะศิลปะการสร้างสรรค์ทั้งวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์เป็นส่วนหน ึ่ งของการ สร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมและเก ี่ ยวข้องกับการสร้างสรรค์ทางด้านงานออกแบบซ ึ่ งส ิ่ งที่สําคัญคือ ความเข้าใจในการนําเศรษฐกิจสร้างสรรค์กับงานศิลปะไปใช้อย่างเหมาะสมซ ึ่ งการนํางานศิลปะ สร้างสรรค์ไปใช้ในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์จะต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนอันประกอบไปด้วย กระบวนการสร้างสรรค์คือกระบวนการออกแบบในการคิดต่างๆ การหาแนวคิดและแรงบันดาลใจที่ นํามาใช้ในการออกแบบกระบวนการต่อมาคือกระบวนการผลิตท ี่เป็นกระบวนการในการสร้างต้นแบบ หรือสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาให้เป็นท ี่ ยอมรับตอนนําเข้าไปเผยแพร่ในส่วนต่างๆและในการเผยแพร่นั้น จะต้องประกอบไปด้วย กระบวนการของการรับรองโดยการจัดนิทรรศการ ด้วยการรับรองผลงานจาก ผู้เช ี่ ยวชาญต่างๆให้เห็นว่า ผลงานที่ทําออกมาและสร้างสรรค์ออกมาน ั้ นมีคุณภาพในระดับไหนและ สามารถนําเข้าไปผลิตในระบบอุตสาหกรรมหรือตอบสนองต่อกระบวนการทางเศรษฐกิจได้อย่างดี หรือไม่ คําถามทบทวน 1. จงบอกความหมายของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 2. จงบอกถึงองค์ประกอบของการสร้างสรรค์ในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 3. จงบอกถึงประเภทของการสร้างสรรค์ 4. จงยกตัวอย่างของประเภทของการสร้างสรรค์มาหน ึ่งประเภท 5. จงอธิบายกระบวนการสร้างสรรค์หรือ ห่วงโซ่ของการสร้างสรรค์ในระบบเศรษฐกิจ สร้างสรรค์


179 เอกสารอางอ้ ิง ภาษาไทย กองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์.“ข้อมูลพ ื้ นฐานเก ี่ ยวกบเศรษฐกั ิจเชิง สร้างสรรค์.” วันท ี่ 28 กรกฎาคม 2552. ภาษาอังกฤษ UNCTAD.(2018). Creative Economy Report 2008 [Online] . Accessed 3 February 2018. Available from http://www.unctad.org/creative-economy.


180


บรรณานุกรม ภาษาไทย กองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์.“ข้อมูลพ ื้ นฐานเก ี่ ยวกบเศรษฐกั ิจเชิง สร้างสรรค์.” วันท ี่ 28 กรกฎาคม 2552. กําจร สุนพงษ์ศรี.(2543).สูจิบัตรนิทรรศการศิลปะ วิถีทางของข้าพเจ้า 2000.กรุงเทพฯ: เอ็ม ลีพับ ลิชช ิ่ งเฮ้าส์. เกรียงศักด ิ์ เจริญวงศ์ศักด ิ์. (2548). การคดเชิ ิงวเคราะหิ . ์กรุงเทพฯ : บริษัทซัคเซส มีเดีย. เขียน ยิ้มศิริ. (2559). ศิลปะคืออะไร, ศิลลปวาการ 2 : ศิลปะคืออะไร. กรุงเทพฯ : มูลนิธิ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรอนีุสรณ์. จินดารัตน์โพธิ์ นอก. (2557). การคิดข ั้ นสูง. เดลินิวส์ออนไลด์, เข้าถึงได้ที่ https://www.dailynews. co.th/article/232076 จันทรา มาศสุพงศ์. (2540). หลักนิทรรศการ. กรุงเทพฯ: โอ เอสพร ิ้ นติ้ง เฮ้าส์. ฉันทิมา อ่องสุรักษ์, (ม.ป.ป.). ศิลปะ: พื้นทความงามและความส ี่ ุข. ม.ป.ท. ชลูด นิ่มเสมอ. (2557). องคประกอบของศ ์ ิลปะ. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์อมรินทร์. ทิศนา แขมมณีและคณะ. (2549). การพฒนาทั ักษะกระบวนการคิด. บทความท ี่ 21 ประจําปี 2527 เข้าถึงได้ที่ http://www.siripat.com/The-Middle-Path-2014/21.%20Thinking- Development-Skills.asp ทํานอง จันทมาิ . (2537). หลักการออกแบบ. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. นวลน้อย บุญวงษ์. (2542). หลักการออกแบบ. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นนทิวรรธน์จันทนะผะลิน. (2560) ประติมากรรมนิทัศน์นนทิวรรธน์อภิวันทนานุสรณ์นนทินิราศ 2560. กรุงเทพฯ: บริษัทอมรินทร์พร ิ้ นต ิ้ งแอนด์พับลิชช ิ่ งจํากัด(มหาชน) น. ณ ปากน้ํา. (2559). ความเข้าใจในศิลปะ, ศิลลปวาการ 2 : ศิลปะคืออะไร. กรุงเทพฯ : มูลนิธิ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรอนีุสรณ์. ___________ (2559). คําถามคําตอบเร ื่ องศิลปะไทย, ศิลลปวาการ 2 : ศิลปะคืออะไร. กรุงเทพฯ : มูลนิธิ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรอนีุสรณ์. ปิยะชาติแสงอรุณ. (2547). “คิดออกแบบคิดได้อย่างไรการคิดออกแบบและมิติทางวัฒนธรรม Design Education “ รวมบทความวิชาการและบทความวิจัยทางการออกแบบ”. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แหงจุ่ฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 1-27 ปิยนาถ ประยูร. (2548). วิธีคิดกระบวนระบบ (SYSTEMS THINKING). กรุงเทพฯ : โครงการ เสริมสร้างการเรียนรู้เพ ื่ อชุมชนเป็นสุข. ปิยบุตร สุทธิดารา. (2557). Graphic design thinking: beyond brainstorming. นนทบุรี:


182 ไอดีซีฯ ประเวศ วะสี .(2538) .วัฒนธรรมกับการพฒนาั .กรุงเทพฯ:คุรุสภา. ปาพจน์หนุนภักดี. (2555). หลักและกระบวนการออกแบบงานกราฟิกดีไซน์. นนทบุรี: โอดีซีฯ ฝ่ายวิชาการภาษาไทย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จํากัด(มหาชน).(2552). พจนานุกรมไทยฉบับ ทันสมัยและสมบูรณ. ์กรุงเทพฯ: บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จํากัด(มหาชน). พีระพงษ์กุลพิศาล. (2546). มโนภาพและการรับรทางศ ู้ ลปะแ ิละศลปศ ิ ึกษา.กรุงเทพฯ: ธารอักษร. ภุชงค์ โรจน์แสงรัตน์.(2547). “Graphic User Interface”. การคิดออกแบบและมิติทางวัฒนธรรม Design Education 2 รวมบทความวิชาการและบทความวิจัยทางการออกแบบ. กรุงเทพฯ:สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 43-61. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. (2535). สารานุกรมศึกษาศาสตร์ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหาคม 2535. กรุงเทพฯ: คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครนทรวิ ิโรฒ ประสาน มิตร. ไมเยอร์, ราล์ฟ. (2540). พจนานุกรมศัพทและเทคน์คทางศิ ิลปะ. มะลิฉัตร เอ ื้ ออานันท์, แปล. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. ไมเคิล ลิตเติลไดก์,เขียน.และสมพร วาร์นาโด,แปล. (2542).การสอนแบบสรรคสร์ ้างความรู้. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. ยนตกรรมอนาคต Mercedes-Benz F015. (2015). Mercedes-Benz F 015 2015 เข้าถึงเมื่อ 19 ธันวาคม 2560 เข้าถึงจาก http://www.thaicarlover.com/mazda-lm55-2015/54520 ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานพุทธศักราช 2554. กรงเทพฯุ : ราชบัณฑิตยสถาน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (2561). ความคิด.[ออนไลน์]. เข้าถึงเม ื่ อวันท ี่ 15 มกราคม 2561. เข้าถึงจาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A 1%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94 วัชรา เล่าเรียนดี. (2556). รูปแบบและกลยทธุ์การจัดการเรียนรู้เพ ื่ อพัฒนาทักษะการคิด. นครปฐม: คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร. วัฒนะ จูฑะวิภาค. (2542). ศิลปะการจัดนิทรรศการ. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. วิบูลย์ ลี้สุวรรณ. (2559). ศิลปวาการ 2 : ศิลปะคืออะไร.กรุงเทพฯ : มูลนิธิศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีอนุสรณ์. วิกรณ์รักษ์ปวงชน. (2550). การติดอาวุธสมอง การพัฒนาระบบคิด ใน ติดอาวุธนักบริหาร. กรุงทพฯ: บริษัทพิมพ์ดี.


183 ศิลป์ พีระศรี.(2559). ศิลปะ ช่าง และศิลปิน,ศิลลปวาการ 2 : ศิลปะคืออะไร. กรุงเทพฯ : มูลนิธิ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีอนุสรณ์. ศิริวัฒน์ แสนเสริม. (2547). “คิดออกแบบคิดได้อย่างไร”.การคิดออกแบบและมิติทางวัฒนธรรม Design Education 2 รวมบทความวิชาการและบทความวิจัยทางการออกแบบ. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 29-44. สกนธ์ภู่งามดี. (2545). จิตวิทยากับการออกแบบ. กรุงเทพฯ: วาดศิลป์. สมภพ จงจิตต์โพธา. (2554). องคประกอบศ ์ ิลป์. กรุงเทพฯ: วาดศิลป์. สมประสงค์น่วมบุญลือ. (2557). สรางสรรค้ ์. นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร. สืบศิริแซ่ลี้. (2552). การออกแบบสื่อนฤมตเบิ ื้ องต้น. มหาสารคาม : สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัย มหาสารคาม สุชาติ เถาทอง. (2539). หลกการทั ัศนศลปิ ์ .กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์. สํานักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย. (2557). ออกแบบสร้างสรรค์ร่วมสมัย.กรุงเทพฯ: บริษัทอมรินทร์ พร ิ้ นต ิ้ งแอนด์พับลิชช ิ่ งจํากัดมหาชน สํานักวิชาการและมาตราฐานการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศกษาขึ ั้ นพ ื้ นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). แนวทางปฏิบัติการวัดและประเมนผลการเริ ียนรู้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. สุทธิมาศ อภิรักษ์วณิชย.(2561). ์ ผังกราฟิก.[ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อ 8 มีนาคม 2561เข้าถึงจาก https://sites.google.com/site/thinkcon3unit1/title-unit-3/unit-3-3content เอกพงษ์ตรีตรง.(2554). แรงบันดาลใจที่ส่งผลต่องานสรางสรรค้ . [ ์ ออนไลน์] เข้าถึงเมื่อ 1 ธันวาคม 2560 เข้าถึงจาก http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/103184 ภาษาอังกฤษ https://www.smore.com/pzwxb-my-smore-flyer. (2018). Piaget's Theory. [Online]. Assessed 15 January 2018. Avilable fromhttps://www.smore.com/pzwxb-my- smore-flyer Oxford University.(2009).Oxford word power dictionary. Oxford University Press: UK. UNCTAD.(2018). Creative Economy Report 2008 [Online] . Accessed 3 February 2018. Available from http://www.unctad.org/creative-economy.


184


ภาคผนวก


186


187 รายวิชา การคดและการสริ ้างสรรค์ทางศิลปะ รหัสวิชา 2013304 (Artistic Creation and Thinking) จํานวนหน่วยกิต 3(2-2-5) หน่วยกิต เวลาเรียน ภาคบรรยาย 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ภาคปฏิบัติ 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ภาคศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง 75 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวม 135 ชั่วโมงต่อภาคเรียน คําอธบายรายวิ ิชา ศึกษาวิธีการคิดและการสร้างสรรค์เทคนิคการค้นหาจินตนาการและแรงบันดาลใจ การคิด อย่างเป็นระบบ และการคิดข ั้ นสูง อาทิการคิดสร้างสรรค์ด้วยการฝึกปฏิบัติการคิดสร้างสรรค์และการ นําเสนอสู่ผลงานศิลปะ จุดมุ่งหมายรายวิชา 1) มีจิตสาธารณะ เสียสละ และเป็นแบบอย่างที่ดี (1.1) 2 สามารถบูรณาการความรู้ในสาขาวิชาศิลปศึกษากับความรู้ในศาสตร์ที่เก ี่ ยวข้องอ ื่ นๆ (2.2) 3) สามารถคิดอย่างเป็นระบบ (3.1) 4) สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาในการดําเนินชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์ (3.4) 5) มีความสามารถในการทํางานเป็นกลุ่มในฐานะผู้นําและผู้ตามหน้าท ี่ (4.1) 6) ความรและวางแผนในการเร ู้ ียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเน ื่ อง (4.4) 7) ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ภาษาพูดภาษาเขียนเทคโนโลยีสารสนเทศและสถิติเพ ื่ อการวิจัย เพ ื่ อการส ื่ อสารการเรียนรู้เพ ื่ อเก็บรวบรวมข้อมูลและนําเสนอข้อมูลและการแก้ปัญหาในการดํารงชีวิต และการจัดการเรียนการสอน (5.2) 8) สามารถออกแบบและผลตผลงานศิ ิลปะโดยการบูรณาการกับวิชาชีพครูและเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ (เฉพาะ) วิธีสอนและกิจกรรม สัปดาห์ หัวข้อ/รายละเอียด กิจกรรมการเรียนการสอน/ใบงาน 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิด ความหมายของการคิด ความสําคัญของการคิด ประเภทของการคิด 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2. ทดสอบก่อนเรียน 3.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 1.1 ทดสอบก่อนเรียน กิจกรรมท ี่ 1.2 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิด กิจกรรมท ี่ 1.3 วิเคราะห์กรณีศึกษาการคิดกับชีวิตมนุษย์ (วิธี สอนโดยใช้กรณีศึกษา) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 2 ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการสร้างสรรค์ ความหมายของการสร้างสรรค์ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้


188 สัปดาห์ หัวข้อ/รายละเอียด กิจกรรมการเรียนการสอน/ใบงาน ความสําคัญของการสร้างสรรค์ ประเภทของการสร้างสรรค์ กิจกรรมท ี่ 2.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการสร้างสรรค์ กิจกรรมท ี่ 2.2 วิเคราะห์ประเภทของการสร้างสรรค์ (ใช้วิธีสอน แบบKWL) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 3 จินตนาการและแรงบันดาลใจ ความหมาย ความสําคัญ และลักษณะ ของจินตนาการและแรงบันดาลใจ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 3.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับจินตนาการและ แรงบันดาลใจ กิจกรรมท ี่ 3.2 วิเคราะห์ลักษณะของจินตนาการและแรงบันดาล ใจ (วิธีสอนโดยใช้กรณีศึกษา) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 4 การคิดอย่างเป็นระบบ ความหมายของการคิดอย่างเป็นระบบ แนวคิดและทฤษฏีพื้นฐานของการคิด อย่างเป็นระบบ ประเภทของการคิดอย่างเป็นระบบ การคิดอย่างเป็นระบบกับการ สร้างสรรค์ทางศลปะ ิ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 4.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิดอย่างเป็น ระบบ กิจกรรมท ี่ 4.2 วิเคราะห์กรณีศึกษาการคิดอย่างเป็นระบบกับ การสร้างสรรค์ทางศิลปะ (วิธีสอนโดยใช้กรณีศึกษา) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 5 การคิดข ั้ นสูง ความหมายขอการคิดข ั้ นสูง แนวคิดและทฤษฏีพื้นฐานของการคิด ขั้นสูง ประเภทของการคิดข ั้ นสูง การคิดอย่างเป็นข ั้ นสูงกับการ สร้างสรรค์ทางศลปะ ิ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 5.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิดข ั้ นสูง กิจกรรมท ี่ 5.2 วิเคราะห์กรณีศึกษาการคิดอย่างเป็นข ั้ นสูงกับ การสร้างสรรค์ทางศิลปะ (วิธีสอนโดยใช้กรณีศึกษา) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 6 การคิดและความสามารถในการ สร้างสรรค์ ความสามารถในการสร้างสรรค์ ความสามารถในการสร้างสรรค์ทาง ศิลปะ กระบวนการสร้างสรรค์ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 6.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิดและ ความสามารถในการสร้างสรรค์ กิจกรรมท ี่ 6.2 วิเคราะห์กรณีกระบวนการสร้างสรรค์ 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 7 การคิดและการสร้างสรรค์ทางวิจิตร ศิลป์ ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิดและการ สร้างสรรค์ทางวิจิตรศิลปะ การคิดและการสร้างสรรค์จิตรกรรม การคิดและการสร้างสรรค์ ประติมากรรม การคิดและการสร้างสรรค์ สถาปัตยกรรม 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 7.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิดและการ สร้างสรรค์ทางวิจิตรศิลปะ กิจกรรมท ี่ 7.2 ออกแบบสร้างสรรค์ผลงานทางวิจิตรศิลป์ (ใช้การ จัดการเรียนรู้การออกแบบเป็นฐาน ตามหลักศ.21) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป


189 สัปดาห์ หัวข้อ/รายละเอียด กิจกรรมการเรียนการสอน/ใบงาน 8 การคิดและการสร้างสรรค์ทางประยุกต์ ศิลป์ ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิดและการ สร้างสรรค์ทางประยุกต์ศิลปะ การคิดและการสร้างสรรค์มัณฑนศิลป์ การคิดและการสร้างสรรค์หัตถกรรม การคิดและการสร้างสรรค์พาณิชยศิลป์ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 8.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิดและการ สร้างสรรค์ทางวิจิตรศิลปะ กิจกรรมท ี่ 8.2 ออกแบบสร้างสรรค์ผลงานทางประยุกต์ศิลป์ (ใช้ การจัดการเรียนรู้การออกแบบเป็นฐาน ตามหลักศ.21) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 9 การศึกษาข้อมูลพ ื้นฐานในการคิดและ การสร้างสรรค์ ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการศึกษาข้อมูล พื้นฐานในการคิดและการสร้างสรรค์ การนําการศึกษาข้อมูลพ ื้นฐานในการ คิดและการสร้างสรรค์ไปใช้ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 9.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการศึกษาข้อมูล พื้นฐานในการคิดและการสร้างสรรค์ กิจกรรมท ี่ 9.2 การออกแบบผลงานสร้างสรรค์ในขั้ นการศึกษา ข้อมูลพ ื้ นฐาน (ใช้การเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 10 การออกแบบผลงานศิลปะสร้างสรรค์ ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการออกแบบ ผลงานศิลปะสร้างสรรค์ การนําการกระบวนการออกแบบไปใช้ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 10.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการคิดและการ สร้างสรรค์ทางวิจิตรศิลปะ กิจกรรมท ี่ 10.2 การออกแบบผลงานสร้างสรรค์ในขั้ นการ ออกแบบ (ใช้การจัดการเรียนรู้การออกแบบเป็นฐาน ตามหลักศ. 21) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 11 การสร้างต้นแบบผลงานศิลปะ สร้างสรรค์ ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการการสร้าง ต้นแบบผลงานศลปะสร ิ ้างสรรค์ การนํากระบวนการสร้างต้นแบบไปใช้ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 11.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการสร้าง ต้นแบบผลงานศลปะสร ิ ้างสรรค์ กิจกรรมท ี่ 11.2 การออกแบบผลงานสร้างสรรค์ในขั้ นการ ออกแบบ ใช้การจัดการเรียนรู้การออกแบบเป็นฐาน ตามหลักศ. 21) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 12 การบรรยายและวิเคราะห์ผลงานศิลปะ สร้างสรรค์ ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการบรรยายและ การวิเคราะห์ผลงานศิลปะสร้างสรรค์ การนําการบรรยายและการวิเคราะห์ไป ใช้กับผลงานศิลปะสร้างสรรค์ การสร้างต้นแบบ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ 12.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการบรรยายและวิเคราะห์ ผลงานศิลปะสร้างสรรค์ 12.2 การออกแบบผลงานสร้างสรรค์ในขั้ นการบรรยายและ วิเคราะห์ผลงานศิลปะสร้างสรรค (์ ใช้การจัดการเรียนรู้การ ออกแบบเป็นฐานตามหลักศ.21) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป


190 สัปดาห์ หัวข้อ/รายละเอียด กิจกรรมการเรียนการสอน/ใบงาน 13 การนําเสนอผลงานศิลปะสร้างสรรค์ ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการนําเสนอ ผลงานศิลปะสร้างสรรค์ วิธีการนําเสนอผลงานศิลปะสร้างสรรค์ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 13.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการนําเสนอ ผลงานศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมท ี่ 13.2 การออกแบบผลงานสร้างสรรค์ในขั้ นการ นําเสนอผลงานศลปะสร ิ ้างสรรค์ (ใช้การจัดการเรียนรู้การ ออกแบบเป็นฐานตามหลักศ.21) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 14 การนําผลงานศิลปะสร้างสรรค์ไปใช้ใน ศิลปศึกษา ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการนําผลงาน ศิลปะสร้างสรรคไปใช ์ ้ในศิลปศึกษา กรณีศึกษาผลงานสร้างสรรค์เชิง ศิลปศึกษา 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 14.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการนําเสนอ ผลงานศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมท ี่ 14.2 การออกแบบผลงานสร้างสรรค์ในการนํา ผลงานศิลปะ (ใช้การจัดการเรียนรู้การออกแบบเป็นฐานตาม หลักศ.21) สร้างสรรค์ไปใช้ในศิลปศึกษา 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 15 การนําผลงานศิลปะสร้างสรรค์ไปใช้เชิง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการนําผลงาน ศิลปะสร้างสรรคไปใช ์ ้เชิงเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ กระบวนการสร้างสรรค์เชิงเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ 1. ทําการสนทนาทักทาย/ทบวน 2.บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทํากิจกรรมต่อไปนี้ กิจกรรมท ี่ 15.1 ตอบคําถามความรู้ทั่วไปเกี่ ยวกับการนําเสนอ ผลงานเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กิจกรรมท ี่ 15.2 การออกแบบผลงานสร้างสรรค์ในการนํา ผลงานศิลปะเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (ใช้การจัดการเรียนรู้การ ออกแบบเป็นฐานตามหลักศ.21) 3.สรุปการสอนและเตรียมช ี้ แจงกิจกรรมในครั้ งต่อไป 16 ทดสอบปลายภาคและนําเสนอ โครงงาน ทดสอบปลายภาคและนําเสนอโครงงาน กิจกรรมท ี่ 16.1 นําเสนอโครงงาน กิจกรรมท ี่ 16.2 สอบปลายภาค สรุปเนื้ อหาท ั้ งภาคเรียน สื่อการเรียนการสอน 1. เพาเวอร์พอยต์และวิดีทัศน์ 2. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการคิดและการสร้างสรรค์ทางศิลปะ 3. อุปกรณ์และวัสดุการปฏิบัติงาน 4. เคร ื่ องฉายภาพ (Projector) และคอมพิวเตอร์ตั้งตัก (Laptop) 5. สื่อนําเสนอมัลติมีเดีย (Multimedia for Presentation)


Click to View FlipBook Version