The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการฝึกอบรม โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมที่ 1.1 อบรมแกนนำพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by training-nakhonnayok Library, 2022-05-19 05:24:09

รายงานผลการฝึกอบรมแกนนำพัมนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

รายงานผลการฝึกอบรม โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมที่ 1.1 อบรมแกนนำพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง



คำนำ
กรมกำรพัฒนำชุมชน มอบหมำยสถำบันกำรพัฒนำชุมชน โดยให้ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก
ได้ดำเนินโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2565 กิจกรรมท่ี 1 สรำ้ งและ
พัฒนำกลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นท่ี กิจกรรมท่ี 1.1 สรำ้ งแกนนำขับเคล่ือนหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง หลักสูตร
ฝึกอบรมกำรพัฒนำวถิ ีชวี ติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบตั ิ) วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดผู้นำพัฒนำ
(Change Leader) ท่ีอยู่ในชุมชน และนำกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับบรบิ ทชุมชนและนำไปสู่ส่ิงที่ชุมชนต้องกำร
สอดคล้องกับยุทธศำสตรช์ ำติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) มุ่งเน้นกำรพัฒนำประเทศไทยให้บรรลุวสิ ัยทัศน์
“ประเทศมีควำมม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนำแล้ว ด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ
พอเพียง” เป็นกำรพัฒนำให้ประชำชนคนไทยมีคุณภำพชีวติ ที่ดี มีควำมสุข สรำ้ งพ้ืนฐำนกำรพ่ึงตนเอง ลดควำม
เหลื่อมล้ำในระดับครวั เรอื น ชุมชน และส่งผลให้ประเทศมีควำมเข้มแข็งในกำรใชค้ วำมสำมำรถบรหิ ำรจดั กำรชวี ติ
และบรหิ ำรจดั กำรชุมชน ส่งเสรมิ กำรสรำ้ งรำยได้ พัฒนำเศรษฐกิจฐำนรำก
ในสถำนกำรณ์ปัจจุบัน สถำนกำรณ์กำรแพรร่ ะบำดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนำ 2019 (COVID - 19)
ได้ส่งผลกระทบกับประเทศไทยเป็นอย่ำงมำก ทั้งส่งผลกระทบต่อสุขภำพประชำชน สภำพเศรษฐกิจและสังคม
อย่ำงรุนแรง และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่สรำ้ งควำมรุนแรงในทุกภำคส่วน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และกำรเมือง
กรมกำรพัฒนำชุมชน จึงได้ปรบั เปลี่ยนรูปแบบกำรฝึกอบรมให้เหมำะสมกับสถำนกำรณ์ ด้วยรูปแบบฝึกอบรม
ทำงไกลในรูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meetings ซง่ึ สถำบันกำรพัฒนำชุมชนได้
มอบหมำยให้ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก ดำเนินงำนโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมที่ 1 สรำ้ งและพัฒนำกลไกลกำรขับเคล่ือนในระดับพ้ืนท่ี กิจกรรมท่ี ๑.1 อบรมแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้ำน
เศรษฐกิจพอเพียง ใช้รูปแบบออนไลน์ จำนวน ๒ รุน่ ๆ ละ ๕ วัน โดยกำหนดให้ดำเนินกำรฝึกอบรม รุน่ ท่ี ๑
ระหว่ำงวันท่ี 22-26 พฤศจิกำยน ๒๕๖๔ และรุน่ ท่ี ๒ ระหว่ำงวันที่ 29 พฤศจิกำยน - 3 ธนั วำคม ๒๕๖๔
กลุ่มเป้ำหมำยจำนวน 539 คน ประกอบด้วย ผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพื้นทเี่ รยี นรู้ “โคก หนอง นำ” ผู้นำชุมชนของ
ครวั เรอื นพัฒนำพื้นที่เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” และเจ้ำหน้ำท่ีพัฒนำชุมชนอำเภอเป้ำหมำย ในพ้ืนท่ีจังหวัด
7 จงั หวัด จำนวน 27 จุดดำเนินกำร

ซง่ึ บัดน้ี ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก ได้ดำเนินกำรจดั อบรมดังกล่ำวเรยี บรอ้ ยแล้ว จงึ ได้จดั ทำ
เอกสำรรำยงำนผลกำรฝึกอบรมโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2565
กิจกรรมที่ 1 สรำ้ งและพัฒนำกลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นท่ี กิจกรรมท่ี 1.1 สรำ้ งแกนนำขับเคล่ือนหมู่บ้ำน
เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้องได้รบั ทรำบผลกำรดำเนินงำนฝึกอบรมและเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงำน
ทีเ่ กี่ยวข้องต่อไป

ศูนยศ์ ึกษำและพฒั นำชุมชนนครนำยก
พฤษภำคม 2565

สำรบัญ ข

คำนำ หน้ำ
สำรบญั ก
บทสรปุ ผู้บรหิ ำร ข

ส่วนที่ 1 ทม่ี ำของโครงกำร
1. เกี่ยวกับโครงกำร 1
1.1 ควำมเป็นมำ 2
1.2 วตั ถุประสงค์ 2
1.3 กลุ่มเปำ้ หมำย 2
1.4 กระบวนกำรเรยี นรู้ 3
1.5 เนื้อหำหลักสูตร 4
1.6 กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตร 4
1.7 ระยะเวลำดำเนินกำร 4
1.8 สถำนที่ 4
1.9 งบประมำณ 4
1.10 ผลทีค่ ำดว่ำจะได้รบั 4
1.11 ตัวชว้ี ดั กิจกรรม 5
2. รำยชอื่ ทีมวทิ ยำกร 5
3. ชอื่ วทิ ยำกรประจำวชิ ำ
7
ส่วนท่ี 2 สรุปเน้ือหำวชิ ำกำร ผลกำรฝกึ อบรมรำยวชิ ำ 14
2.1 หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎใี หม่ (ภำคเชำ้ ) 16
2.2 หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคบำ่ ย) 23
2.3 ถอดรหัส “พระมหำชนก” 26
2.4 ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ “แผ่นดินวกิ ฤตฺ” 29
2.5 พัฒนำ 3 ขุมพลงั กำย ใจ ปัญญำ 38
2.6 ทฤษฎีบันได ๙ ข้ัน สู่ควำมพอเพียง 40
2.7 หลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคเชำ้ ) 44
2.8 หลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคบ่ำย) 46
2.9 ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ “ภูมิปัญญำไทยกับกำรพ่ึงตนเอง” 51
2.10 เรยี นรู้ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง
2.11 กิจกรรมกำรเอำมื้อสำมัคคี

สำรบัญ (ต่อ) ค

2.12 หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบ โคก หนอง นำ เบ้ืองต้น หน้ำ
2.13 Work Shop กำรออกแบบพื้นท่ี และสรุปบทเรยี น“กำรออกแบบพ้ืนท่ี” 54
2.14 กำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง และWork shop 58
61
กระบวนกำรพัฒนำหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง
69
ส่วนที่ 3 กำรประเมินโครงกำร 69
๓.๑ วตั ถปุ ระสงค์กำรประเมิน 70
3.2 วธิ กี ำรดำเนินกำร 70
3.3 เครอ่ ื งมือท่ีใชใ้ นกำรประเมินผล 70
3.4 วธิ กี ำรเก็บรวบรวมข้อมูล 71
3.5 วธิ กี ำรวเิ ครำะห์ข้อมูล 71
3.6 ผลกำรวเิ ครำะห์ข้อมูล 83
3.7 ประเมินผลภำพรวมโครงกำร 117
3.8 ประเมินผลรำยวชิ ำ
3.9 กำรประเมินอำรมณ์ Mood Meter

ส่วนที่ 4 ภำคผนวก
ภำพกิจกรรมรำยวชิ ำ
ภำพกิจกรรมเสรมิ หลักสูตร

รหัสจุดอบรม
รำยชอื่ ผู้เข้ำอบรม
ตำรำงฝกึ อบรม



สำรบัญตำรำง

ตำรำงท่ี หน้ำ

ตำรำงที่ 3.1 แสดงข้อมลู ทัว่ ไปของผูเ้ ข้ำรบั กำรฝกึ อบรม รนุ่ ที่ 1 71

ตำรำงท่ี 3.2 ควำมคิดเห็นต่อกำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร รนุ่ ที่ 1 72

ตำรำงท่ี 3.3 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรู้ 73

ไปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำน รุน่ ท่ี 1

ตำรำงท่ี 3.4 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร รนุ่ ที่ 1 74

ตำรำงที่ 3.5 แสดงข้อมูลท่วั ไปของผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรม รนุ่ ท่ี 2 77

ตำรำงท่ี 3.6 ควำมคิดเห็นต่อกำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร รนุ่ ที่ 2 78

ตำรำงที่ 3.7 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรู้ 78

ไปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำน รุน่ ที่ 2

ตำรำงที่ 3.8 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร รนุ่ ที่ 2 79

ตำรำงท่ี 3.9 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง 83

และทฤษฎีใหม่ (ภำคเชำ้ ) รนุ่ ท่ี 1

ตำรำงที่ 3.10 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง 84

และทฤษฎีใหม่ (ภำคเชำ้ ) รนุ่ ท่ี 2

ตำรำงที่ 3.11 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง 85
และทฤษฎีใหม่ (ภำคบำ่ ย) รนุ่ ที่ 1

ตำรำงที่ 3.12 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง 86

และทฤษฎีใหม่ (ภำคบำ่ ย) รนุ่ ท่ี 2

ตำรำงที่ 3.13 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำถอดรหัสพระมหำชนก รนุ่ ท่ี 1 88

ตำรำงท่ี 3.14 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำถอดรหัสพระมหำชนก รนุ่ ท่ี 2 89

ตำรำงท่ี 3.15 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ แผ่นดินวกิ ฤต รนุ่ ท่ี 1 90

ตำรำงท่ี 3.16 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ แผ่นดินวกิ ฤต รนุ่ ท่ี 2 91

ตำรำงที่ 3.17 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำพัฒนำ 3 ขุมพลัง กำย ใจ ปญั ญำ รนุ่ ท่ี 1 92

ตำรำงท่ี 3.18 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำพัฒนำ 3 ขุมพลัง กำย ใจ ปญั ญำ รนุ่ ท่ี 2 93

ตำรำงที่ 3.19 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่ควำมพอเพียง รนุ่ ท่ี 1 94

ตำรำงที่ 3.20 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำทฤษฎีบนั ได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง รนุ่ ท่ี 2 95

ตำรำงท่ี 3.21 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำหลกั กสิกรรมธรรมชำติ (ภำคเชำ้ ) รนุ่ ท่ี 1 96
ตำรำงท่ี 3.22 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำหลกั กสิกรรมธรรมชำติ (ภำคเชำ้ ) รนุ่ ที่ 2 97
ตำรำงที่ 3.23 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำหลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคบำ่ ย) รนุ่ ท่ี 1 98

ตำรำงท่ี 3.24 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำหลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคบำ่ ย) รนุ่ ท่ี 2 99

ตำรำงที่ 3.25 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือวถิ ีภูมิปัญญำไทย 100

กับกำรพ่ึงตนเอง รนุ่ ท่ี 1



สำรบัญตำรำง (ต่อ)

ตำรำงที่ หน้ำ

ตำรำงที่ 3.26 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือวถิ ีภูมิปัญญำไทย 101

กับกำรพ่ึงตนเอง รนุ่ ที่ 2

ตำรำงท่ี 3.27 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำเรยี นรู้ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง 102

รนุ่ ที่ 1

ตำรำงที่ 3.28 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำเรยี นรู้ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง 104

รนุ่ ท่ี 2

ตำรำงที่ 3.29 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำกิจกรรมกำรเอำมื้อสำมัคคี รนุ่ ที่ 1 105

ตำรำงท่ี 3.30 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำกิจกรรมกำรเอำม้ือสำมัคคี รนุ่ ที่ 2 106

ตำรำงท่ี 3.31 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำหลักกำรออกแบบและกำรออกแบบ 107

โคก หนองนำฯ รนุ่ ท่ี 1

ตำรำงที่ 3.32 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำหลักกำรออกแบบและกำรออกแบบ 108

โคก หนองนำฯ รนุ่ ท่ี 2

ตำรำงท่ี 3.33 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำ Work Shop กำรออกแบบพ้ืนที่ รนุ่ ที่ 1 109

ตำรำงที่ 3.34 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำ Work Shop กำรออกแบบพื้นที่ รนุ่ ท่ี 2 110

ตำรำงท่ี 3.35 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำสรปุ กำรออกแบบพ้ืนท่ี รนุ่ ที่ 1 111

ตำรำงท่ี 3.36 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำสรปุ กำรออกแบบพื้นที่ รนุ่ ท่ี 2 112

ตำรำงที่ 3.37 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำกำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บ้ำน 113

เศรษฐกิจพอเพียง รนุ่ ที่ 1

ตำรำงที่ 3.38 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำกำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บำ้ น 114

เศรษฐกิจพอเพียง รนุ่ ที่ 2

ตำรำงที่ 3.39 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำ Work shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บำ้ น 115

เศรษฐกิจพอเพียง รนุ่ ที่ 1

ตำรำงท่ี 3.40 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำ Work shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำน 116

เศรษฐกิจพอเพียง รนุ่ ท่ี 2



บทสรปุ ผู้บรหิ ำร
กรมกำรพัฒนำชุมชน มอบหมำยสถำบันกำรพัฒนำชุมชน โดยให้ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก
ได้ดำเนินโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2565 กิจกรรมที่ 1 สรำ้ ง
และพัฒนำกลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ กิจกรรมท่ี 1.1 สรำ้ งแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง
หลักสูตรฝึกอบรมกำรพัฒนำวถิ ีชวี ติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบัติ) วัตถุประสงค์เพ่ือให้เกิด
ผู้นำพัฒนำ (Change Leader) ท่ีอยู่ในชุมชน และนำกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับบรบิ ทชุมชนและนำไปสู่สิ่งท่ี
ชุมชนต้องกำร และส่งเสรมิ กำรใชห้ ลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทำงในกำรพัฒนำหมู่บำ้ น ให้มีระบบ
กำรบรหิ ำรจดั กำรชุมชนแบบบูรณำกำรท่ีเข้มแข็ง และพัฒนำเศรษฐกิจชุมชนให้มั่นคง ตลอดจนให้ผู้นำมีควำมรู้
ควำมเข้ำใจในหลักกำรแนวทำงกำรพัฒนำหมู่บำ้ นตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง สำมำรถขับเคล่ือนกำร
พัฒนำหมู่บ้ำนให้เป็นแหล่งเรยี นรูต้ ้นแบบรว่ มกันของชุมชนโดยกำรส่งเสรมิ และสนับสนุนกระบวนกำรเรยี นรู้
รวมท้ังกำรฝึกปฏิบัติให้สำมำรถพ่ึงพำตนเองได้นำไปสู่ กำรสรำ้ งควำมมั่นคง ม่ังค่ังให้กับครอบครวั โดยกำร
ดำเนินกำรฝึกอบรมได้ปรบั เปล่ียนให้เหมำะสมกับสถำนกำรณ์ ด้วยรูปแบบฝึกอบรมทำงไกลในรูปแบบออนไลน์
(Online) ผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meetings กลุ่มเป้ำหมำยประกอบด้วย ผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพื้นท่ี
เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” ผู้นำชุมชนของครวั เรอื นพัฒนำพื้นท่ีเรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” และเจำ้ หน้ำท่ีพัฒนำชุมชน
อำเภอเป้ำหมำย ในพื้นที่จังหวัด 7 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 539 คน ซ่ึงจัดดำเนินกำรถ่ำยทอดสัญญำณ
กำรฝึกอบรม ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก และมีจุดดำเนินกำรในพื้นที่ จำนวน 27 จุด โดยกำหนด
ดำเนินกำรฝึกอบรม จำนวน ๒ รนุ่ ดังน้ี

รุน่ ที่ ๑ ระหว่ำงวันท่ี 22 - 26 พฤศจกิ ำยน ๒๕๖๔ กลุ่มเป้ำหมำยจำนวน 147 คน ในพ้ืนท่ี 4 จงั หวัด
จำนวน 7 จุดดำเนินกำร ได้แก่ นครนำยก ปรำจนี บุร ีปทมุ ธำนี และมุกดำหำร

รุน่ ที่ ๒ ระหว่ำงวันที่ 29 พฤศจิกำยน - 3 ธนั วำคม ๒๕๖๔ กลุ่มเป้ำหมำยจำนวน 392 คน ในพ้ืนท่ี
3 จงั หวดั จำนวน 20 จุดดำเนินกำร ได้แก่ พระนครศรอี ยุธยำ บุรรี มั ย์ และยโสธร

โครงกำรดังกล่ำว มีกระบวนกำรฝึกอบรมรุน่ ละ 5 วัน เพื่อให้ผู้เข้ำอบรมมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจในหลักกำร
แนวทำงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง สำมำรถขับเคล่ือนกำรพัฒนำหมู่บ้ำน
ให้เป็นแหล่งเรยี นรูต้ ้นแบบรว่ มกันของชุมชน ขอบเขตเน้ือหำหลักสูตร ประกอบด้วย 1) หลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ 2) หลักกสิกรรมธรรมชำติ 3) หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบ โคก หนอง
นำฯ และ 4) กำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงและกระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง
โดยมีรำยวชิ ำและกิจกิจกรรมเสรมิ หลักสูตร ดังนี้

หัวข้อวชิ ำ ประกอบด้วย
1. หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่
2. ถอดรหัส “พระมหำชนก”
3. ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ “แผ่นดินวกิ ฤตฺ”
4. ทฤษฎีบนั ได ๙ ขั้น สู่ควำมพอเพียง
5. หลักกสิกรรมธรรมชำติ
6. ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ “ภูมิปญั ญำไทยกับกำรพึ่งตนเอง”
7. หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบ โคก หนอง นำ เบื้องต้น



8. Work Shop กำรออกแบบพ้นื ที่
9. สรุปบทเรยี น “กำรออกแบบพื้นท”่ี
10. เรยี นรู้ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง
11. กิจกรรมกำรเอำมื้อสำมัคคี
12. กำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง และWork shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำน

เศรษฐกิจพอเพียง
13. พัฒนำ 3 ขุมพลัง กำย ใจ ปญั ญำ

กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร ประกอบด้วย
1. ปฐมนิเทศก่อนเข้ำรบั กำรฝกึ อบรม
2. กิจกรรมสรำ้ งแรงบันดำลใจและกระตุ้นกำรมีส่วนรว่ ม ด้วยหลัก 3 ค คึกคัก คล่องแคล่ว ครน้ ื เครง
3. กิจกรรมหน้ำเสำธง (๕ ข้ัน)
4. กิจกรรมในหลวงในดวงใจ
5. กิจกรรมประเมินควำมรสู้ ึกของผู้อบรม ด้วยเครอ่ ื งมือ Mood Meter
6. กิจกรรมรบั ประกำศนียบัตร

กำรประเมินผลโครงกำร ประกอบด้วย
1. กำรประเมินผลภำพรวมโครงกำรฯ ใช้วธิ ีกำรเก็บรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้ำหมำยประกอบด้วย

ผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนที่เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” ผู้นำชุมชนของครวั เรอื นพัฒนำพื้นท่ีเรยี นรู้ “โคก หนอง นำ”
และเจำ้ หน้ำทพี่ ัฒนำชุมชนอำเภอเป้ำหมำยในพื้นท่ีจงั หวัด 7 จงั หวัด โดยให้ผู้เข้ำอบรมทำแบบสอบถำมออนไลน์
ผ่ำนทำง Google Form ผลกำรจัดเก็บข้อมูลพบว่ำมีผู้เข้ำรบั กำรอบรมตอบแบบสอบถำม รุน่ ที่ 1 จำนวน
147 คน และรุน่ ที่ 2 จำนวน 147 คน รวมจำนวน 539 คน จำกจำนวนท้ังสิ้น 539 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100
โดยใชแ้ บบประเมินผลภำพรวมโครงกำร ผลกำรประเมินสรุปได้ ดังน้ี

ข้อมูลท่ัวไปของผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม รุน่ ท่ี 1 ดำเนินกำรระหว่ำงวันท่ี 22-26 พฤศจกิ ำยน 2565
มีผู้เข้ำอบรมทงั้ ส้ิน 147 คน มีผู้ตอบแบบประเมินจำนวน 147 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของจำนวนผู้เข้ำอบรม
ทงั้ หมด จำกผลกำรประเมินข้อมูลทัว่ ไปของผู้ตอบแบบประเมินโครงกำรฯ มีรำยละเอียดดังนี้

1) เพศ ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรุน่ ที่ 1 ส่วนใหญ่เป็นเพศชำย จำนวน 91 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 61.90
และเพศหญิง จำนวน 56 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 38.10

2) ตำแหน่ง ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรุน่ ท่ี 1 ส่วนใหญ่มีตำแหน่งผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนที่เรยี นรู้
“โคก หนอง นำ” จำนวน 65 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 44.22 ตำแหน่งผู้นำชุมชนของครวั เรอื นพัฒนำพื้นท่ีเรยี นรู้
“โคก หนอง นำ” จำนวน 65 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 44.22 และเจำ้ หน้ำที่พัฒนำชุมชนอำเภอเป้ำหมำย จำนวน
17 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 11.56

3) กำรศึกษำ ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรุน่ ที่ 1 ส่วนใหญ่มีกำรศึกษำระดับมัธยมศึกษำ จำนวน 66 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 44.90 รองลงมำระดับประถมศึกษำ จำนวน 36 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 24.49 ระดับปรญิ ญำตร ี
จำนวน 33 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 22.45 และระดับสูงกวำ่ ปรญิ ญำตร ี จำนวน 12 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 8.16



4) อำยุ ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรุน่ ที่ 1 ส่วนใหญ่ อำยุระหว่ำง 41 - 50 ปี จำนวน 60 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 40.82 รองลงมำอำยุ 51 ปีข้ึนไป จำนวน 37 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 25.17 อำยุระหว่ำง 31 - 40 ปี
จำนวน 26 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 17.69 อำยุระหว่ำง 25 - 30 ปี จำนวน 18 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 12.24
และอำยุตำ่ กว่ำ 25 ปี จำนวน 6 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 4.08

ข้อมูลท่ัวไปของผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม รุน่ ที่ 2 ดำเนินกำรระหวำ่ งวันที่ 29 พฤศจกิ ำยน - 3 ธนั วำคม
2565 มีผู้เข้ำอบรมทั้งส้ิน 392 คน มีผู้ตอบแบบประเมินจำนวน 392 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของจำนวน
ผู้เข้ำอบรมท้งั หมด จำกผลกำรประเมินข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมินโครงกำรฯ มีรำยละเอียดดังนี้

1) เพศ ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรนุ่ ท่ี 2 ส่วนใหญ่เป็นเพศชำย จำนวน 232 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 59.18
และเพศหญิง จำนวน 160 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 40.82

2) ตำแหน่ง ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรุน่ ท่ี 2 ส่วนใหญ่มีตำแหน่งผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพื้นท่ีเรยี นรู้
“โคก หนอง นำ” จำนวน 180 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 45.92 ตำแหน่งผู้นำชุมชนของครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนท่ีเรยี นรู้
“โคก หนอง นำ” จำนวน 180 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 45.92 และเจ้ำหน้ำที่พัฒนำชุมชนอำเภอเป้ำหมำย
จำนวน 32 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 8.16

3) กำรศึกษำ ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรุน่ ท่ี 2 ส่วนใหญ่มีกำรศึกษำระดับมัธยมศึกษำ จำนวน 190 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 48.47 รองลงมำระดับปรญิ ญำตร ี จำนวน 153 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 39.03 ระดับประถมศึกษำ
จำนวน 33 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 8.42 และระดับสูงกว่ำปรญิ ญำตร ีจำนวน 16 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 4.08

4) อำยุ ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรุน่ ท่ี 2 ส่วนใหญ่อำยุระหว่ำง 41 - 50 ปี จำนวน 178 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 45.41 รองลงมำอำยุ 51 ปีข้ึนไป จำนวน 110 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 28.06 อำยุระหว่ำง 31 - 40 ปี
จำนวน 91 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 23.21 และอำยุระหว่ำง 25 - 30 ปี จำนวน 13 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 3.32

ควำมคิดเห็นต่อกำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร ผลกำรประเมินพบว่ำผู้ตอบแบบสอบถำม
รุน่ ที่ 1 จำนวน 147 คน มีควำมคิดเห็นต่อกำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร มีค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม
อยู่ในระดับมำกที่สุด มีค่ำเฉลี่ย 4.54 และผู้ตอบแบบสอบถำม รุน่ ท่ี 2 จำนวน 392 คน มีควำมคิดเห็นต่อ
กำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร มีค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม อยู่ในระดับมำกท่สี ุด มีค่ำเฉล่ีย 4.54

ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรูไ้ ปปรบั ใช้ในกำรปฏิบัติงำน
ผลกำรประเมินพบว่ำผู้ตอบแบบสอบถำม รุน่ ที่ 1 จำนวน 147 คน ได้รบั ประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำร
นำควำมรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำนในหัวข้อวชิ ำ มีค่ำเฉล่ียโดยรวมอยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำเฉลี่ยคะแนน คือ
4.57 โดยเรยี งลำดับจำกมำกไปหำน้อย 3 ลำดับ คือ วชิ ำ ทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่ควำมพอเพียง อยู่ในระดับมำก
ที่สุด ค่ำเฉลี่ย คือ 4.64 วชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ "วถิ ีภูมิปัญญำไทยกับกำรพึ่งตนเอง" อยู่ในระดับมำกที่สุด
ค่ำเฉล่ีย คือ 4.64 และวชิ ำ หลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคบ่ำย) อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำเฉลี่ย คือ 4.62 และ
ผลกำรประเมินพบว่ำผู้ตอบแบบสอบถำม รุน่ ท่ี 2 จำนวน 392 คน ได้รบั ประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำ
ควำมรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำนในหัวข้อวชิ ำ มีค่ำเฉล่ียโดยรวมอยูใ่ นระดับมำกท่ีสุด ค่ำเฉล่ียคะแนน คือ 4.64
โดยเรยี งลำดับจำกมำกไปหำน้อย 5 ลำดับ คือ วชิ ำ ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง อยู่ในระดับมำกที่สุด
ค่ำเฉล่ีย คือ 4.69 วชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่(ภำคเชำ้ ) อยูใ่ นระดับมำกท่ีสุด ค่ำเฉลี่ย
คือ 4.68 วชิ ำ ถอดรหัสพระมหำชนก อยูใ่ นระดับมำกท่ีสุด ค่ำเฉล่ีย คือ 4.67



ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร
ผลกำรประเมินโดยผู้ตอบแบบประเมินผลโครงกำร รุน่ ที่ 1 จำนวน 147 คน จำกจำนวนท้ังสิ้น
147 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่คิดว่ำกำรบรกิ ำรทั้ง 5 ด้ำน อยู่ในระดับมำกที่สุด
ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมทง้ั หมด 5 ด้ำน คือ 4.53 โดยเรยี งลำดับจำกคะแนนค่ำเฉลี่ยมำกทส่ี ุดไปหำน้อยท่สี ุด ดังนี้
1. ด้ำนเจำ้ หน้ำทผ่ี ู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน ค่ำเฉลี่ยอยูใ่ นระดับมำกทส่ี ุด ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.57
2. ด้ำนคุณภำพกำรให้บรกิ ำร ค่ำเฉลี่ยอยู่ในระดับมำกทส่ี ุด ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.56
3. ด้ำนวทิ ยำกร ค่ำเฉล่ียอยูใ่ นระดับมำกทีส่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.55
4. ด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก ค่ำเฉล่ียอยูใ่ นระดับมำกทีส่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.51
5. ด้ำนกระบวนกำรข้ันตอนกำรให้บรกิ ำร ค่ำเฉล่ียอยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.47

ผลกำรประเมินโดยผู้ตอบแบบประเมินผลโครงกำร รุน่ ที่ 2 จำนวน 392 คน จำกจำนวนท้ังส้ิน
392 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่คิดว่ำกำรบรกิ ำรทั้ง 5 ด้ำน อยู่ในระดับมำกที่สุด
ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมทั้งหมด 5 ด้ำน คือ 4.54 โดยเรยี งลำดับจำกคะแนนค่ำเฉล่ียมำกทส่ี ุดไปหำน้อยที่สุด ดังนี้

1. ด้ำนเจำ้ หน้ำท่ีผู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน ค่ำเฉลี่ยอยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.59
2. ด้ำนวทิ ยำกร ค่ำเฉล่ียอยู่ในระดับมำกทีส่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.57
3. ด้ำนคณุ ภำพกำรให้บรกิ ำร ค่ำเฉลี่ยอยูใ่ นระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.55
4. ด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก ค่ำเฉล่ียอยู่ในระดับมำกท่สี ุด ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.52
5. ด้ำนกระบวนกำรขั้นตอนกำรให้บรกิ ำร ค่ำเฉล่ียอยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.49
ข้อเสนอแนะด้ำนเน้ือหำหลักสูตร (รนุ่ ท่ี 1 และรนุ่ ท่ี 2)

- จดั ตำรำงสอนให้รวบรดั กระชบั
- เพ่ิมเวลำกำรฝกึ ปฏิบตั ิ และนำเสนอมำกข้ึน
- ควรเพิ่มระยะเวลำอบรม
- ปรบั ปรุงกำรบรรยำยให้น่ำสนใจ มีกิจกรรมเสรมิ กระตุ้นกำรเรยี นรผู้ ู้อบรม
- ฐำนเรยี นรู้ 9 ฐำน ควรจดั ฝึกปฏิบัติให้ครบ

ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม (รนุ่ ที่ 1 และรนุ่ ท่ี 2)
- อบรมจรงิ ไม่ผ่ำนออนไลน์ หรอื ควรมีไปอบรมที่ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก
- สัญญำณเสียงและภำพ ควรเสถียรมำกกวำ่ นี้
- สื่อสไลด์แต่ละวชิ ำ ควรส่งมำในกลุ่มไลน์อบรม หรอื ก่อนกำรอบรม เพ่ือผู้อบรมจะได้เตรยี ม

ควำมพรอ้ มและได้ทบทวนเนื้อหำวชิ ำ
- ควรจัดกำรประชุมแลกเปล่ียนสำหรบั ผู้ได้รบั กำรอบรมไปแล้ว ถึงปัญหำอุปสรรคในกำร

ดำเนินกำรจรงิ พ้ืนท่ี

1

ส่วนที่ 1
บทนำ
โครงกำรพัฒนำหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2565
กิจกรรมท่ี 1 สรำ้ งและพฒั นำกลไกขับเคล่ือนในระดับพ้ืนท่ี
กิจกรรมท่ี 1.1 สรำ้ งแกนนำขับเคลื่อนหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง
หลักสูตรฝกึ อบรมกำรพัฒนำวถิ ีชวี ติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบตั ิ)

1. ควำมเปน็ มำ/เก่ียวกับโครงกำร
1.1 ควำมเปน็ มำ
ยุทธศำสตรช์ ำติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) มุ่งเน้นกำรพัฒนำประเทศไทยให้บรรลุวสิ ัยทัศน์

“ประเทศมีควำมมั่นคง มั่งค่ัง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนำแล้ว ด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ
พอเพียง” เป็นกำรพัฒนำให้ประชำชนคนไทยมีคุณภำพชีวติ ที่ดี มีควำมสุข สรำ้ งพื้นฐำนกำรพ่ึงตนเอง
ลดควำมเหล่ือมล้ำในระดับครวั เรอื น ชุมชน และส่งผลให้ประเทศมีควำมเข้มแข็ง ในกำรใชค้ วำมสำมำรถบรหิ ำร
จดั กำรชวี ติ และบรหิ ำรจดั กำรชุมชน ส่งเสรมิ กำรสรำ้ งรำยได้ พัฒนำเศรษฐกิจฐำนรำก ส่งเสรมิ ควำมเสมอภำค
และเป็นธรรม

ในสถำนกำรณ์ปจั จุบนั สังคมไทยประสบปัญหำภำวะหน้ีสินครวั เรอื นสูงขึ้น และจำกสถำนกำรณ์
กำรแพรร่ ะบำดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนำ 2019 (COVID - 19) ส่งผลกระทบต่อสุขภำพประชำชน
สภำพเศรษฐกิจและสังคมอย่ำงรุนแรง ผู้ประกอบกำรจำนวนมำกได้รบั ผลกระทบต้องปิดกิจกำร ส่งผลให้มีคน
ตกงำนเป็นจำนวนมำก ผลกระทบเป็นลูกโซส่ รำ้ งควำมรุนแรงในทุกภำคส่วน ท้ังเศรษฐกิจ สังคม และกำรเมือง
ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นกำรน้อมนำแนวพระรำชดำรสั ในพระบำทสมเด็จพระบรมชนกำธิเบศร
มหำภูมิพลอดุลยเดชมหำรำช บรมนำถบพิตร ไปสู่กำรปฏิบัติ เพื่อกำรพัฒนำท่ีสมดุลเป็นธรรมและมีภูมิคุ้มกัน
กับผลกระทบกำรเปลี่ยนแปลงท้ังจำกภำยในชุมชน ประเทศและภำยนอกจำกสังคมโลกที่จะส่งผลต่อครอบครวั
กำรเตรยี มควำมพรอ้ มแต่ละครวั เรอื นให้ได้รบั กำรพัฒนำ อย่ำงบูรณำกำรตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง
และศำสตรพ์ ระรำชำ โดยสอดคล้องกับภูมิสังคมท่แี ต่ละพ้ืนทม่ี ีควำมแตกต่ำงกันของปจั จยั พ้ืนฐำน ด้ำนศักยภำพ
วถิ ีชวี ติ วัฒนธรรม ผสมผสำนกับภูมิปัญญำพ้ืนบำ้ นได้อย่ำงสอดคล้องกัน

กรมกำรพัฒนำชุมชน ตระหนักถึงปัญหำดังกล่ำว และมีควำมแน่วแน่ในกำรเดินตำมรอย
พระยุคลบำท สืบสำน รกั ษำ ต่อยอด ด้วยเชื่อมั่นว่ำปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนทำงเดียวที่จะทำให้
ประเทศชำติรอดพ้นวกิ ฤตและภัยพิบัติท้ังหลำย เกิดกำรพัฒนำท่ีย่ังยืน จึงได้จัดทำโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำน
เศรษฐกิจพอเพียง ๑ สรำ้ งและพัฒนำกลไกขับเคล่ือนในระดับพื้นที่ ๑.๑ อบรมแกนนำขับเคล่ือนหมู่บำ้ นเศรษฐกิจ
พอเพียง และได้ปรบั เปล่ียนรูปแบบกำรฝึกอบรมให้เหมำะสมกับสถำนกำรณ์ ด้วยรูปแบบฝึกอบรมทำงไกล
ในรูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meetings

ศู น ย์ ศึ ก ษ ำ แ ล ะ พั ฒ น ำ ชุ ม ช นน ค ร น ำ ย ก ไ ด้ รับ ม อ บ ห ม ำย จ ำ ก ก ร ม ก ำ ร พั ฒ น ำ ชุ ม ช น
ให้ดำเนินโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2565 กิจกรรมท่ี 1 สรำ้ งและ
พัฒนำกลไกขับเคล่ือนในระดับพ้ืนที่ กิจกรรมท่ี 1.1 สรำ้ งแกนนำขับเคล่ือนหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิด
ผู้นำกำรพัฒนำ (Change Leader) ท่ีอยู่ในชุมชน และนำกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับบรบิ ทชุมชน และนำไปสู่สิ่งท่ี
ชุมชนต้องกำร ใชร้ ูปแบบออนไลน์ จำนวน ๒ รุน่ ๆ ละ ๕ วัน ด้วยรูปแบบฝึกอบรมทำงไกลในรูปแบบออนไลน์

2

(Online) ผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meetings ณ ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก กลุ่มเป้ำหมำย
จำนวน 539 คน ประกอบด้วย ผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพื้นที่เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” ผู้นำชุมชนของครวั เรอื น
พัฒนำพื้นที่เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” และเจำ้ หน้ำท่ีพัฒนำชุมชนอำเภอเป้ำหมำย ในพื้นท่ีจงั หวัด 7 จงั หวัด
จำนวน 27 จุดดำเนินกำร โดยกำหนดให้ดำเนินกำรฝึกอบรมดังน้ี

รุน่ ที่ ๑ ระหว่ำงวันท่ี 22-26 พฤศจกิ ำยน ๒๕๖๔ กลุ่มเป้ำหมำยจำนวน 147 คน ในพื้นท่ี
4 จงั หวัด 7 จุดดำเนินกำร ได้แก่

จงั หวัด จำนวนจุดดำเนินกำร กลุ่มเป้ำหมำย (คน)

นครนำยก 1 จุด 12 คน

ปรำจนี บุร ี 4 จุด 87 คน

ปทมุ ธำนี 1 จุด 24 คน

มุกดำหำร 1 จุด 24 คน

รุน่ ที่ ๒ ระหว่ำงวันท่ี 29 พฤศจกิ ำยน - 3 ธนั วำคม ๒๕๖๔ กลุ่มเป้ำหมำยจำนวน 392 คน

ในพื้นท่ี 3 จงั หวดั 20 จุดดำเนินกำร ได้แก่

จงั หวัด จำนวนจุดดำเนินกำร กลุ่มเปำ้ หมำย (คน)

ยโสธร 6 จุด 113 คน

พระนครศรอี ุธยำ 2 จุด 43 คน

บุรรี มั ย์ 12 จุด 236 คน

1.2 วัตถุประสงค์
เพื่อให้เกิดผู้นำพัฒนำ (Change Leader) ท่ีอยู่ในชุมชน และนำกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับบรบิ ท

ชุมชนและนำไปสู่ส่ิงท่ชี ุมชนต้องกำร
1.3 กลุ่มเป้ำหมำย
กลุ่มเป้ำหมำย จำนวน 539 คน ในพ้ืนที่จังหวัด 7 จงั หวัด ได้แก่ นครนำยก ปทุมธำนี ปรำจนี บุร ี

มุกดำหำร พระนครศรอี ยุธยำ บุรรี มั ย์ และยโสธร จำนวนทงั้ สิ้น 539 คน ประกอบด้วย
1.3.1 ผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนที่เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” ท่ีสมัครใจเข้ำรว่ มกิจกรรมกำรพัฒนำ

ศูนยเ์ รยี นรเู้ ศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 245 คน
1.3.2 ผู้นำชุมชนของครวั เรอื นพัฒนำพื้นท่เี รยี นรู้ “โคก หนอง นำ” ที่เข้ำรว่ มกิจกรรมกำรพัฒนำหมู่บ้ำน

เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 245 คน
1.3.3 เจำ้ หน้ำท่พี ัฒนำชุมชนอำเภอจำนวน 49 คน

1.4 กระบวนกำรเรยี นรู้
1.4.1 ใชก้ ำรฝึกอบรมรูปแบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meetings) โดยแบ่งผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม

ออกเป็นจุด ๆ ละ ประมำณ 15 - 33 คน กำหนดพ้ืนที่ฝึกอบรมรุน่ ที่ 1 จำนวน 7 จุดดำเนินกำร และรุน่ ที่ 2
จำนวน 20 จุดดำเนินกำร ตำมบรบิ ทพื้นท่ีของจังหวัดท่ีเป็นพ้ืนที่เป้ำหมำยพิจำรณำคัดเลือกจุดดำเนินกำร
ทเี่ หมำะสมกับกำรเรยี นรผู้ ่ำนระบบออนไลน์ และมีพื้นทฝ่ี ึกปฏิบตั ิสำหรบั กิจกรรมเอำมื้อสำมัคคี

3

1.4.2 กระบวนกำรเรยี นรูท้ ี่มีลักษณะฝึกปฏิบัติ แบ่งกลุ่ม และกิจกรรมเสรมิ หลักสูตร หน่วยรบั กำร
ฝึกอบรม มีวทิ ยำกรกระบวนกำร หรอื ครูพำทำในพื้นท่ี เพื่อเป็นพ่ีเลี้ยงและวทิ ยำกรประจำกลุ่มในกิจกรรมกำร
เอำมื้อสำมัคคี ๑ คน ต่อ ๑ จุดดำเนินกำร หรอื ๑ กลุ่ม (๑ กลุ่ม จำนวน ๒๐ คน) และมอบหมำยเจำ้ หน้ำที่พัฒนำ
ชุมชน เป็นเจ้ำหน้ำที่โครงกำรเพื่ออำนวยควำมสะดวกและประสำนงำนกับหน่วยฝึ กอบรม ๑ คน ต่อ ๑ จุด
ดำเนินกำร

1.4.3 กระบวนกำรเรยี นรูเ้ น้นกำรฝึกปฏิบัติ workshop และเน้นกำรบูรณำกำรยึดผู้เรยี นเป็น
ศูนย์กลำง
และเน้นกำรเรยี นรแู้ บบมีส่วนรว่ ม

1.4.4 วทิ ยำกรให้ควำมรู้ แลกเปลี่ยนประสบกำรณ์ และเติมเต็มควำมรู/้ ฝกึ ปฏิบตั ิ

1.4.5 แบ่งกลุ่มฝกึ ปฏิบตั ิ workshop และสรุปเติมเต็มโดยวทิ ยำกร
1.4.6 ใช้สื่อกำรเรยี นรูท้ ่ีเกี่ยวข้องกับประเด็นกำรเรยี นรูเ้ พ่ือให้เห็นภำพควำมเป็นจรงิ และสรำ้ งแรง
บนั ดำลใจ
1.4.7 กิจกรรมฝึกปฏิบัติเอำม้ือสำมัคคี ตำมบรบิ ทของพื้นท่ีจุดดำเนินกำร
1.5 เนื้อหำหลักสูตร

1. หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ และหลักสิกรรมธรรมชำติ
2. หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบ โคก หนอง นำ เบ้ืองต้น ตำมหลักภูมิสังคม ดิน น้ำ ลม ไฟ
พืช คน
3. กำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง และWork shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำน
เศรษฐกิจพอเพียง
โดยมีรำยวชิ ำดังนี้
1. หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ประกอบด้วยเน้ือหำ ส.ค.ส. ๒๕๔๗ วกิ ฤต
ระเบิดส่ีลูก ปรชั ญำ ๓ ระบบ (ทุนนิยม สังคมนิยม พอเพียง) ทฤษฎใี หม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ”
วธิ ปี ฏิบตั ิอย่ำงเปน็ ขั้นเป็นตอน และวธิ กี ำรทำงำนแบบคนจน
2. ถอดรหัส “พระมหำชนก”
3. ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ “แผ่นดินวกิ ฤตฺ”
4. ทฤษฎีบนั ได ๙ ข้ัน สู่ควำมพอเพียง
5. หลักกสิกรรมธรรมชำติ ประกอบด้วยเน้ือหำ นิยำม ๕ ชวี ติ ในดิน ดินมีชวี ติ เลี้ยงดินให้ดินเล้ียงพืช
ห่มดิน ป่ำ ๓ อย่ำง ให้ประโยชน์ ๔ อยำ่ ง กำรปลูกไม้ ๕ ระดับ และ ๑๐ ขั้นตอนกำรตรวจแปลง
6. ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ “ภูมิปัญญำไทยกับกำรพ่ึงตนเอง”
7. หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบ โคก หนอง นำ เบ้อื งต้น ประกอบด้วยเนื้อหำ กำรออกแบบ
ตำมหลักภมู ิสังคม ดิน นำ้ ลม ไฟ พืช คน กำรสำรวจพ้ืนท่กี ่อนกำรออกแบบ และหลักกำรคำนวณกำรกักเก็บน้ำ
ในพื้นท่ี
8. Work Shop กำรออกแบบพน้ื ท่ี ประกอบด้วยเน้ือหำ ข้ันตอนกำรออบแบบ “โคก หนอง นำ”
ด้วยตนเอง หัวใจ คือ กำรอยรู่ ว่ มกับธรรมชำติ โดยไม่ฝนื ธรรมชำติ
9. สรปุ บทเรยี น “กำรออกแบบพื้นท”ี่
10. เรยี นรู้ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง
11. กิจกรรมกำรเอำม้ือสำมัคคี

4

12. กำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง และWork shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำน
เศรษฐกิจพอเพียง

13. พัฒนำ 3 ขุมพลงั กำย ใจ ปญั ญำ

1.6 กิจกรรมหลักสูตร ประกอบด้วย
1. ปฐมนิเทศก่อนเข้ำรบั กำรฝึกอบรม
2. กิจกรรมเคำรพธงชำติ
3. กิจกรรมทำบุญตักบำตรและบำเพ็ญประโยชน์
4. กิจกรรมในหลวงในดวงใจ
5. กิจกรรมรบั ประกำศนียบัตร

1.7 ระยะเวลำดำเนินกำร

ดำเนินกำรจดั ฝึกอบรม จำนวน 2 รนุ่ ดังน้ี

รนุ่ ที่ 1 ระหวำ่ งวันที่ 22-26 พฤศจกิ ำยน ๒๕๖๔

รนุ่ ที่ 2 ระหวำ่ งวนั ท่ี 29 พฤศจกิ ำยน - 3 ธนั วำคม ๒๕๖๔

1.8 สถำนที่ดำเนินกำร
หน่วยดำเนินกำรฝึกอบรม : ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก ตำบลสำรกิ ำ อำเภอเมืองนครนำยก

จงั หวัดนครนำยก
หน่วยรบั กำรฝึกอบรม : สำนักงำนพัฒนำชุมชนจงั หวัด/อำเภอ จำนวน 27 จุดดำเนินกำร ในพื้นท่ี

7 จงั หวัด ได้แก่ นครนำยก ปทุมธำนี ปรำจนี บุร ีมุกดำหำร พระนครศรอี ยุธยำ บุรรี มั ย์ และยโสธร

1.9 งบประมำณ
งบประมำณทไ่ี ด้รบั จดั สรร เปน็ เงนิ 91,000 บำท (เก้ำหม่ืนหนงึ่ พันบำทถ้วน)
งบประมำณท่ีใชไ้ ปเปน็ เงนิ งบประมำณ 91,000 บำท (เก้ำหมื่นหนึ่งพันบำทถ้วน)

1.10 ผลท่ีคำดว่ำจะได้รบั
ครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนท่ีเรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” มีควำมรูค้ วำมเข้ำใจหลักกำรแนวทำงกำรพัฒนำหมู่บ้ำน

ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง และสำมำรถเป็นแกนนำในกำรขับเคลื่อนกำรน้อมนำหลักปรชั ญำ
ของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่กำรปฏิบตั ิในรปู แบบ “โคก หนอง นำ” ในพื้นท่เี ป้ำหมำยได้

1.11 ตัวชวี้ ัดกิจกรรม
กลุ่มเป้ำหมำย จำนวน 539 คน ซ่งึ ประกอบด้วย ผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนที่เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ ”

จำนวน 245 คน ผู้นำชุมชนของครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนที่เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” ท่ีเข้ำรว่ มกิจกรรมกำรพัฒนำหมู่บำ้ น
เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 245 ชุมชน รวมทั้งส้ิน 245 คน และเจ้ำหน้ำท่ีพัฒนำชุมชนอำเภอเป้ำหมำย
อำเภอละ ๑ คน จำนวน 49 คน รวมท้ังส้ิน 539 คน ได้รบั กำรพัฒนำมีควำมรคู้ วำมเข้ำใจกำรน้อมนำหลักปรชั ญำ
ของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่กำรปฏิบตั ิในรปู แบบ “โคก หนอง นำ”

5

2. รำยชอื่ ทีมวทิ ยำกรกระบวนกำร ตำแหน่ง ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก
2.1 นำงประภำ ปำนนิตยกุล ตำแหน่ง นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนชำนำญกำร
2.2 นำยศุภกิตต์ รอบรู้ ตำแหนง่ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
2.3 นำงสุพรรษำ รำ้ ยไธสง ตำแหนง่ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
2.4 นำยเมธำพันธ์ นิลแก้ว ตำแหนง่ นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนปฏิบตั ิกำร
2.5 นำงสำวพิมพ์ณดำ ไมตรเี วช ตำแหนง่ นักทรพั ยำกรบุคคล
2.6 นำงสำววชริ ญำณ์ แยม้ เยอ้ื น ตำแหน่ง นักทรพั ยำกรบุคคล
2.7 นำงสำวสุฑำมำศ อัมรนิ ทร์ ตำแหน่ง นักทรพั ยำกรบุคคล
2.8 นำงสำวภัทธญิ ำ ติกจนิ ำ
2.9 นำงสำวชนิชกำนต์ รมิ สมุทร์ เจำ้ พนักงำนโสตทัศนศึกษำปฏิบัติงำน

3. รำยชอื่ วทิ ยำกรประจำรำยวชิ ำ

3.1 วชิ ำ หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่

ผู้รบั ผิดชอบ นำงประภำ ปำนนิตยกุล ตำแหนง่ ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก

นำยศุภกิตต์ รอบรู้ ตำแหนง่ นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนชำนำญกำร

3.2 วชิ ำ ถอดรหัส “พระมหำชนก”

ผู้รบั ผิดชอบ นำงสำวพิมพ์ณดำ ไมตรเี วช ตำแหน่ง นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนปฏิบตั ิกำร

3.3 วชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ “แผ่นดินวกิ ฤตฺ” ตำแหน่ง นักทรพั ยำกรบุคคล
ผู้รบั ผิดชอบ นำงสำวภัทธญิ ำ ติกจนิ ำ

3.4 วชิ ำ ทฤษฎีบันได ๙ ขั้น สู่ควำมพอเพียง

ผู้รบั ผิดชอบ รนุ่ ท่ี 1 : นำยเกษมชยั แสงสวำ่ ง ปรำชญ์ชุมชนจงั หวัดสุพรรณบุร ี
รนุ่ ที่ 2 นำงสำวกันหำ โทมนตร ี เจำ้ หน้ำที่ศูนยภ์ ูมิรกั ษ์ธรรมชำติ จงั หวัดนครนำยก

3.5 วชิ ำ หลักกสิกรรมธรรมชำติ
ผู้รบั ผิดชอบ นำงสำวจนั จริ ำ ไพรหอมรน่ ื เจำ้ หน้ำที่ศูนย์ภูมิรกั ษ์ธรรมชำติ จงั หวัดนครนำยก
นำยสุนทร แววมะบุตร เครอื ข่ำยโคก หนอง นำ โมเดล จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยำ

3.6 วชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ “ภูมิปัญญำไทยกับกำรพ่ึงตนเอง”
ผู้รบั ผิดชอบ นำยเมธำพันธ์ นิลแก้ว ตำแหน่ง นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร

3.7 วชิ ำ หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบ โคก หนอง นำ เบื้องต้น
ผู้รบั ผิดชอบ นำยอดุลย์ วเิ ชยี รชยั เครอื ข่ำยโคก หนอง นำ โมเดล จงั หวัดปทุมธำนี

3.8 วชิ ำ Work Shop กำรออกแบบพ้ืนที่
ผู้รบั ผิดชอบ นำยอดุลย์ วเิ ชยี รชยั เครอื ข่ำยโคก หนอง นำ โมเดล จงั หวดั ปทมุ ธำนี
นำยสุนทร แววมะบุตร เครอื ข่ำยโคก หนอง นำ โมเดล จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยำ
นำงสุพรรษำ รำ้ ยไทสง นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร

3.9 วชิ ำ สรุปบทเรยี น “กำรออกแบบพ้ืนท”ี่
ผู้รบั ผิดชอบ นำงสุพรรษำ รำ้ ยไทสง ตำแหน่ง นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร

6

3.10 วชิ ำ เรยี นรู้ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง

ผู้รบั ผิดชอบ นำงสำวพิมพ์ณดำ ไมตรเี วช ตำแหนง่ นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนปฏิบัติกำร

และวทิ ยำกรประจำฐำนกำรเรยี นรู้

3.11 วชิ ำ กิจกรรมกำรเอำม้ือสำมัคคี

ผู้รบั ผิดชอบ นำยเมธำพันธ์ นิลแก้ว ตำแหน่ง นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร

และครูพำทำจุดดำเนินกำรในพ้ืนที่ฝกึ อบรม

3.12 วชิ ำ กำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้รบั ผิดชอบ นำงประภำ ปำนนิตยกุล ตำแหนง่ ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก

3.13 วชิ ำ Work shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง
ผู้รบั ผิดชอบ นำงประภำ ปำนนิตยกุล ตำแหน่ง ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก

3.14 วชิ ำ พัฒนำ 3 ขุมพลัง กำย ใจ ปัญญำ ตำแหน่ง นักทรพั ยำกรบุคคล
ผู้รบั ผิดชอบ นำงสำวสุฑำมำศ อัมรนิ ทร์

3.14 กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร : กิจกรรมในหลวงในดวงใจ

ผู้รบั ผิดชอบ นำงสำววชริ ญำณ์ แยม้ เย้ือน ตำแหน่ง นักทรพั ยำกรบุคคล

7

ส่วนท่ี 2
สรปุ เนือ้ หาวชิ าการ ผลการฝึกอบรมรายวิชา

โครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2565 กิจกรรมที่ 1 สรำ้ ง
และพัฒนำกลไกขับเคล่ือนในระดับพื้นท่ี กิจกรรมที่ 1.1 สรำ้ งแกนนำขับเคล่ือนหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง
หลักสูตรฝึกอบรมกำรพัฒนำวถิ ีชีวติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบัติ) รูปแบบออนไลน์
มีวัตถุประสงค์เกิดผู้นำพัฒนำ (Change Leader) ที่อยู่ในชุมชน และนำกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับบรบิ ท
ชุมชนและนำไปสู่สิ่งท่ชี ุมชนต้องกำร ส่งเสรมิ กำรใชห้ ลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงเปน็ แนวทำงในกำรพัฒนำ
หมู่บ้ำน ให้มีระบบกำรบรหิ ำรจัดกำรชุมชนแบบบูรณำกำรที่เข้มแข็ง และพัฒนำเศรษฐกิจชุมชนให้ม่ันคง
ตลอดจนให้ผู้นำมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจในหลักกำรแนวทำงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ
พอเพียง สำมำรถขับเคลื่อนกำรพัฒนำหมู่บ้ำนให้เป็นแหล่งเรยี นรูต้ ้นแบบรว่ มกันของชุมชนโดยกำรส่งเสรมิ
และสนับสนุนกระบวนกำรเรยี นรู้ รวมทั้งกำรฝึกปฏิบัติให้สำมำรถพึ่งพำตนเองได้นำไปสู่กำรสรำ้ งควำมม่ันคง
มั่งคั่งให้กับครอบครวั รวมถึงกระตุ้นจิตสำนึกในกำรมีน้ำใจเอ้ืออำร ี มีจิตอำสำเพ่ือช่วยดูแลสังคมและชุมชน
ให้เข้มแข็ง โดยมีรำยวชิ ำ ดังนี้
1. วชิ ำหลักปรชั ญของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคเชำ้ )
วทิ ยำกร นำงประภำ ปำนนิตยกุล ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก
1. วัตถุประสงค์

เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรอบรมมีควำมรู้ “หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่” เพื่อนำไป
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ พัฒนำชุมชน”

2. ประเด็นเนื้อหำ
2.1) ส.ค.ส. พ.ศ. 2547 วกิ ฤตระเบิดสี่ลูก
บรบิ ทกำรเปล่ียนแปลงของโลกที่คนไทยได้เผชญิ มำแล้ว และจะรุนแรงขึ้นในทศวรรษหน้ำด้วยระเบิด

๔ ลูกทจ่ี ุดชนวนทว่ั โลก
- ลูกที่ ๑ วกิ ฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) วกิ ฤตเศรษฐกิจพลังงำนน้ำมัน กำรเงนิ ขำดแคลน

ปจั จยั สี่ และน้ำดื่มน้ำใช้
- ลูกท่ี ๒ วกิ ฤตสิ่งแวดล้อม (Environmental Crisis) กำรเปล่ียนแปลงสภำพภูมิอำกำศโลก

เชน่ โลกรอ้ น นำ้ แข็งละลำย แผ่นดินไหว อุทกภัย วำตภัย และภัยแล้ง กำรสูญพันธขุ์ องส่ิงมีชวี ติ
- ลูกท่ี ๓ วกิ ฤตสังคม (Social Crisis) วกิ ฤตกำรณ์สังคม และ โรคระบำดใหม่ ๆ
- ลูกท่ี ๔ วกิ ฤตกำรเมือง (Political Crisis) ควำมขัดแย้งในลัทธคิ วำมเชอื่ ศำสนำ วัฒนธรรม สีผิว

กำรเมืองต่อสู้แย่งชงิ ทรพั ยำกร นำสู่สงครำม

8

2.2) ปรชั ญำ 3 ระบบ (ทุนนิยม สังคมนิยม ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง)

เปน็ ปรชั ญำเบ้อื งหลังของกำรก่อเกิดและเปน็ แรงผลักดันของกำรสถำปนำปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
เพื่อเป็นมรรควธิ ี และวใิ นกำดำเนินชีวติ ใหม่ของมวลมนุษยชำติ เพื่อเพื่อให้เห็นควำมหมำยของทฤษฎีหลักของ
โลก ๒ ทฤษฎี ท่ีต่อสู้กันมำตลอด และเศรษฐกิจพอเพียง เป็นทฤษฎีใหม่ของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว
รชั กำลที่ 9 ซง่ึ อำจจะมีผู้สอบถำมว่ำ ทำไมจงึ ไม่นำพอเพียงไว้ด้ำนบน อธบิ ำยได้ว่ำ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นฐำน
ก่อนทำกำรค้ำ หรอื กระจำยรำยได้เท่ำเทียม เรำต้องทำให้พอเพียงก่อนเป็นข้ึนพื้นฐำน หำกจะทำกำรค้ำในขั้น
ก้ำวหน้ำ ก็ต้องแบ่งปันสังคม ทำบุญ ทำทำนก่อน จึงจะม่ันคงได้สำหรบั ระบบเศรษฐกิจหลักของโลก ๒ ระบบ
ได้แก่ (๑) ระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยม (Capitalism) และ (๒) ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (Socialism)

1) ระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยม (Capitalism) ลักษณะระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เรยี กอีกอยำ่ งหน่ึง
ว่ำ ระบบเศรษฐกิจแบบเสรนี ิยม มีเสรภิ ำพในกำรตัดสินใจว่ำ จะผลิตอะไร (What) ผลิต (How) ผลิตเพ่ือใคร
(Who) เอกชนสำมำรถเลือกใช้ทรพั ย์สินทำกำรผลิตในส่ิงที่ตนถนัด และเห็นว่ำจะนำผลกำไรมำให้มำกที่สุด
รฐั บำลไม่มีส่วนเข้ำไปเก่ียวข้องหรอื ถ้ำมีก็น้อยมำก โดยอยู่ในรูปของกำรบรกิ ำรให้ควำมสะดวกแก่ผู้ผลิตกำร
ดำเนินกำรผลิต ขึ้นอยูก่ ับ กลไกรำคำ

2) ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (Socialism) รฐั จะเข้ำควบคมุ และโอนกิจกำรธนำคำรทง้ั หมดมำเป็น
ของรฐั กำรดำเนินกิจกรรมขนำดใหญ่จะถูกควบคุมโดยรฐั เช่น กิจกำรสำธำรณูปโภค อำทิ ไฟฟ้ำ ประปำ รถไฟ
โทรศัพท์ และโทรคมนำคม รวมถึงอุตสำหกรรมหนักต่ำง ๆ เชน่ อุตสำหกรรมปำ่ ไม้ เหมืองแร่ อุตสำหกรรมน้ำมัน
และพลังงำน แต่ยงั เปิดโอกำสให้เอกชนมีทรพั ย์สินส่วนตัว สำหรบั ดำเนินธรุ กิจขนำดย่อม มีอิสระในกำรประกอบ
อำชีพ และมีเสรภี ำพในกำรเลือกซ้ือสินค้ำและบรกิ ำร และมีกรรมสิทธใ์ิ นท่ีอยู่อำศัย รฐั จะเข้ำไปจัดสวัสดิกำร
ให้กับประชำชน รฐั จะเข้ำไปจดั สวัสดิกำรให้กับประชำชน เช่น กำรประกันกำรว่ำงงำน กำรกำหนดค่ำแรงข้ันต่ำ
กำรเล้ียงดูคนชรำ

3) ระบบเศรษฐกิจตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นระบบเศรษฐกิจท่ีมุ่งต่อศักยภำพ
ของประเทศท่ีมีควำมสมดุลเป็นพื้นฐำน โดยให้ควำมสำคัญกับกำรผลิตเพ่ืออุปโภค บรโิ ภค สำรอง และแบ่งปัน
หลังจำกน้ันจึงผลิตเพ่ือกำรค้ำ ซึ่งประกอบด้วย 3 คุณลักษณะที่เป็นห่วงสอดรอ้ ยประสำนกันเพื่อนำไปสู่กำร
ปฏิบัติ ได้แก่ ควำมพอประมำณ (ควำมพอดี ไม่น้อยเกินไปและไม่มำกเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
เชน่ กำรผลิตและกำรบรโิ ภคท่ีอยู่ในระดับพอประมำณ) ควำมมีเหตุผล (กำรตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของควำม
พอเพียงน้ัน จะต้องเป็นไปอย่ำงมีเหตุผลโดยพิจำรณำจำกเหตุปัจจยั ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลท่ีคำดว่ำจะ
เกิดข้ึนจำกกำรกระทำน้ัน" อย่ำงรอบคอบ) ภูมิคุ้มกันท่ีดีในตัว (กำรเตรยี มตัวให้พรอ้ มรบั ผลกระทบและกำร

9

เปลี่ยนแปลงด้ำนกำรต่ำง ๆ ที่จะเกิดข้ึนโดยคำนึงถึงควำมเป็นไปได้ของสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ท่ีคำดว่ำจะเกิดข้ึน
ในอนำคตท้งั ใกล้และไกล)

นอกจำกคุณลักษณะ ๓ ห่วง ดังกล่ำวแล้ว ส่ิงสำคัญอีกอย่ำงหนึ่งคือกำรกำหนดเง่อื นไขไว้ ๒ ประกำร
เพ่ือกำรตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่ำง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงน้ันต้องอำศัยทั้งควำมรูแ้ ละคุณธรรม
เป็นพื้นฐำน น่ันคือ เง่อื นไขควำมรู้ ซ่ึงประกอบด้วยควำมรอบรูเ้ ก่ียวกับวชิ ำกำรต่ำง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องอย่ำงรอบด้ำน
ควำมรอบคอบที่จะนำควำมรูเ้ หล่ำน้ันมำพิจำรณำให้เช่ือมโยงกันเพื่อประกอบ กำรวำงแผนและควำมระมัดระวัง
ในข้ันตอนปฏิบัติ และเง่อื นไขคุณธรรม ท่ีจะต้องเสรมิ สรำ้ ง ประกอบ ด้วยมีควำมตระหนักในคุณธรรม
มีควำมซอ่ื สัตย์สุจรติ และมีควำมอดทน มีควำมเพียร ใชส้ ติปัญญำในกำรดำเนินชวี ติ

“พอเพียง ไม่ปฏิเสธ ทนุ นิยม และ สังคมนิยม
แต่ให้ทำ "พื้นฐำน“ ให้ม่ันคงเสียก่อน”

2.3) แนวคิด ทฤษฎี นวตั กรรมศำสตรพ์ ระรำชำ วำ่ ด้วยเรอ่ ื ง ดิน นำ้ ป่ำ คน
ศำสตรพ์ ระรำชำ หมำยถึง พระรำชดำร ิ(King Initiate) พระรำชดำรสั พระบรมรำโชวำททไ่ี ด้มีกำรนำไป
ปฏิบัติ โดย มีกำรประยุกต์รว่ มกับวชิ ำกำรด้ำนต่ำง ๆ ท่ีมีลักษณะเป็นองค์รวมนำมำใชร้ ว่ มกับภูมิปัญญำท้องถิ่น
(บรรพบุรุษท่ำนทำไว้ดีแล้ว) และ ได้นำไปสู่กำรทดลองปฏิบัติหลำยครงั้ จนได้รบั ควำมผลสำเรจ็ ตำมพระรำช
ประสงค์ สำมำรถนำไปใช้แก้ไขปัญหำด้ำนต่ำง ๆ ได้ เช่น โครงกำรพระรำชดำร ิ และสรุปขึ้นเป็นหลักกำรกรอบ
ในกำรปฏิบัติงำน (หลักกำรทรงงำน) และทฤษฎีใหม่ด้ำนต่ำง ๆ ตลอดจนแนวทำงกำรพัฒนำท่ีเกิดเป็นรูปธรรม
จนเป็นทป่ี ระจกั ษ์แก่สำธำรณะ ทง้ั น้ี จำกกำรศึกษำในเบื้องต้นพบวำ่ ศำสตรพ์ ระรำชำมีอยูด่ ้วยกัน ๓ ด้ำน ได้แก่
(1) ศำสตรด์ ้ำนกำรพัฒนำบรหิ ำร: เป็นทฤษฎีใหม่ด้ำนต่ำง ๆ ได้แก่ ทฤษฎีด้ำนกำรพัฒนำเศรษฐกิจใหม่
เศรษฐกิจพอเพียง “Sufficiency Economy” ทฤษฎีใหม่ด้ำนกำรเกษตร และทฤษฎีใหม่ด้ำนอ่ืน ๆ
(2) ศำสตรด์ ้ำนกำรพัฒนำมนุษย์: มีควำมสำคัญเปน็ อันดับแรก โดยเรม่ ิ ด้วยกำรพัฒนำคนให้มีคณุ ธรรม
(3) ศำสตรด์ ้ำนกำรอนุรกั ษ์และฟ้ ืนฟู: ทฤษฎีใหม่ด้ำนกำรอนุรกั ษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ ดิน น้ำ ป่ำ
ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพรวมถึงควำมหลำกหลำยทำงชำติพันธุ์ วัฒนธรรม ควำมเช่ือ ศำสนำ ภูมิปัญญำ
ตำม ภูมิ-สังคม

10

3. ระยะเวลำ จำนวน 3 ชว่ั โมง
4. วธิ กี ำร/เทคนิค

4.1) วทิ ยำกรใชส้ ่ือวดิ ีทัศน์สถำนกำรณ์ปัญหำและวกิ ฤตเพ่ือสรำ้ งกำรรบั รกู้ ่อนเข้ำสู่บทเรยี น
4.2) วทิ ยำกรใชส้ ื่อ PowerPoint presentation ในกำรบรรยำยให้ควำมรแู้ ละสรำ้ งควำมเข้ำใจ
4.3) วทิ ยำกรมใชก้ ำรถำม-ตอบ เพ่ือกระตุ้นและประเมินควำมเข้ำใจของผู้รบั กำรฝึกอบรม
4.4) วทิ ยำกรให้ผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมนำเสนอ เพื่อสรำ้ งกำรมีส่วนรว่ ม
5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) ส่ือวดิ ีทศั น์ รำยกำร แผ่นดินไทย ตอน แผ่นดินวกิ ฤต
5.2) สื่อ PowerPoint presentation วชิ ำหลักปรชั ญของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่
5.3) กระดำษฟลิบชำรต์
5.4) ปำกกำเคมีคละสี

6. ข้ันตอน/วธิ กี ำร
6.1) วทิ ยำกรมอบหมำยให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมได้แสดงควำมคิดเห็นตำมประเด็นคำถำมก่อนเข้ำสู่กำร

บรรยำย ได้แก่ (1) ปัญหำวกิ ฤตในชุมชนท่ำนมีอะไรบำ้ ง พรอ้ มนำเสนอ
6.2) วทิ ยำกรใช้สื่อวดิ ีทัศน์สะท้อนปัญหำและวกิ ฤตของสังคมไทย “แผ่นดินไทย ตอน แผ่นดินวกิ ฤต”

และใชค้ ำถำมให้ผู้เข้ำอบรมได้แสดงควำมคิดเห็น
6.3) วทิ ยำกรบรรยำยเพื่อให้มีควำมรูต้ ำมประเด็นเนื้อหำด้วย PowerPoint presentation (1)

ควำมหมำยและควำมสำคัญของ ส.ค.ส. พ.ศ. 2547 วกิ ฤตระเบิดส่ีลูก (2) ปรชั ญำ 3 ระบบ (ทนุ นิยม สังคมนิยม
ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง) และ (3) แนวคิด ทฤษฎี นวตั กรรมศำสตรพ์ ระรำชำ ว่ำด้วยเรอ่ ื ง ดิน นำ้ ปำ่ คน

6.4) วทิ ยำกรสรุปบทเรยี น

11

7. สรุปผลกำรเรยี นรู้
7.1) ส.ค.ส. พ.ศ. 2547 วกิ ฤตระเบิดสี่ลูก
จำกกำรถอดนัยสำคัญของ ส.ค.ส. พระรำชทำน พ.ศ. 2547 วกิ ฤตระเบิดสี่ลูก สะท้อนให้เห็นว่ำ

ในปัจจุบันทั้งสังคมโลกและสังคมประเทศไทย ประสบภำวะวกิ ฤตกำรณ์ทั้ง 4 ด้ำน ท้ังในอดีต ปัจจุบัน
และอนำคตก็สำมำรถเกิดขึ้นได้เชน่ กัน ได้แก่

(1) วกิ ฤตส่ิงแวดล้อม: เกิดโรคระบำดในพืช ในคน ทรพั ยำกรธรรมชำติเสื่อมโทรม
(2) วกิ ฤตสังคม: ปญั หำคนวำ่ งงำน ลักลอบเข้ำเมือง ประชำกรหนำแน่น หย่ำรำ้ ง ยำเสพติด ฯลฯ
(3) วกิ ฤตเศรษฐกิจ: หนี้ครวั เรอื นพุ่งสูงขึ้น ขำดแคลนอำหำร ข้ำวยำกหมำกแพง ฯลฯ
(4) วกิ ฤตกำรเมือง: ควำมขัดแย้งในเรอ่ ื งลัทธคิ วำมเชอื่ กำรต่อสู้แย่งชงิ อำนำจ ฯลฯ
ซง่ึ สิ่งที่จะนำพำให้คนไทยผ่ำนพ้นวกิ ฤตเหล่ำน้ีได้คือ ควำมสำมัคคี ดังในภำพ ส.ค.ส. พระรำชทำน พ.ศ.
2547 ทวี่ ่ำ “สำมัคคีเป็นพลังคำ้ จุนแผ่นดินไทย” ด้วยกำรใชห้ ลักกำรทรงงำน “เข้ำใจ เข้ำถึง พัฒนำ”

1. เข้ำใจ : เข้ำใจศำสตรพ์ ระรำชำ (สิ่งทีพ่ ่อคิด)
: เข้ำใจชวี ติ (เข้ำใจตนเอง)
: เข้ำใจโลก (ปญั หำ)
: บรบิ ทของชุมชน (รำกเหงำ้ )

2. เข้ำถึง : ภูมิปัญญำของบรรพบุรุษ (ควำมรู)้
: หลักกำรทรงงำน
: กิจทพ่ี ่อทำ
: ปญั หำ

3. พัฒนำ : มนษุ ย์ในระบบเศรษฐกิจพอเพียง
: ลงมือทำ (ทำเปน็ ขั้นเปน็ ตอน) ทำแบบคนจน
: ปรบั ใช้
: ต่อยอด

7.2 ปรชั ญำ 3 ระบบ (ทุนนิยม สังคมนิยม ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง)
ระบบทุนนิยมมีววิ ัฒนำกำรมำจำกทฤษฎีของชำรล์ ดำรว์ นิ ว่ำด้วยเรอ่ ื งกำรคัดสรรตำมธรรมชำติ
(natural selection) ใครแข็งแรงกว่ำก็จะอยู่รอด อดัม สมิท ก็นำมำพัฒนำเป็นกำรให้เสรภี ำพในกำรใช้
ทรพั ยำกรโลก มีกำรพัฒนำเทคโนโลยี และกำรเรง่ พัฒนำตำมกระบวนกำรเสร ี ทำให้คนท้ังถิ่นฐำนมำอยู่ในแหล่ง
อุตสำหกรรม เกิดมลภำวะ เกิดชอ่ งว่ำงระหว่ำงคนรวยกับแรงงำน ซงึ่ จะก่อปัญหำสังคมมำกมำย ชนบทก็จะถูก
ทอดทิ้ง มันจึงเกิดหลักคิดใหม่ จะเกิดกำรดูดคน ทรพั ยำกรมำใช้กระจุกตัวอยู่ในเมือง ชนบทและควำมเป็น
ทอ้ งถิ่นก็จะล่มสลำย ตัวอย่ำงในอังกฤษ กักตุนท่ีดิน มีคนรวยเพียง ๒% นักทฤษฎีไม่ได้อธบิ ำยเรอ่ ื งกิเลส พูดถึง
แต่เรอ่ ื งวัตถุ จงึ ทำให้เกิดทฤษฎีสังคมนิยม โดยฝรง่ั เศสกับเยอรมัน ให้อำนำจกับชุมชน ทรพั ย์สมบัติเป็นของ
ส่วนรวม ไม่ใชป่ ล่อยเสรจี นทำลำยชุมชน
ระบบทุนนิยมและระบบสังคมนิยม ขัดแย้งกันจนเกิดสงครำม ผลของสังคมนิยมก็ไม่ได้พูดเรอื งกิเลส
สุดท้ำยก็เกิดกำรเอำเปรยี บ ด้ำนสังคมนิยมยึดทรพั ยำกรและกิจกำรทุกอย่ำงด้วยอำนำจทำงทหำร ใชก้ ฎหมำย
จำกั ดเสรภี ำพ สุดท้ำยผู้มีอำนำจในสังคมนิยมก็ เกิ ดกิ เลส แต่ เศรษฐกิ จพอเพียงพั ฒนำจิตวญิ ญำณ
ซงึ่ พระบำมสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว รชั กำลท่ี 9 บอกว่ำ ...ประเทศไทยเป็นไม่ได้ท้ังสองแบบ ประเทศไทยมีจุดแข็ง
มีควำมพอเพียง คนก็มีจติ ใจท่ีพอเพียงมีวัด มีศำสนำเป็นศูนย์กลำงกำรพัฒนำ ทุนนิยมเสรสี ุดโต่งไม่เอำ แต่ไม่

12

ห้ำมกำรค้ำ ไม่ได้ห้ำมค้ำขำย เป็นเสรภี ำพบนคุณธรรม มีศำสนำพุทธ จิตวญิ ญำณ คุณธรรมเป็นเครอ่ ื งกำกับ
แล้วไปสะสมไว้ที่วัด ซง่ึ พระองค์ทรงทำปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่ำงสำคัญ ทรพั ย์สินส่วนพระองค์ท่ำนก็แจกจำ่ ย
ชว่ ยเหลือ ทำโครงกำรพระรำชดำรมิ ำกมำย “our loss is our gain” ขำดทนุ คือ กำไร

ทฤษฎีท้ัง ๓ มีทั้งสิ่งที่เหมือนกัน และแตกต่ำงกัน กล่ำวคือ ส่ังที่เหมือนกันคือ ทั้ง ๓ ระบบต้องกำร
มีกฎหมำยกำกับ ต้องกำร "กำไร"

- ทนุ นิยมมีกฎหมำยเพื่อรบั รองสิทธทิ ี่จะสะสม ต้องกำรกำไรเพ่ือแบ่งผู้ถือหุ้นผู้บรหิ ำร
- สังคมนิยมมีกฎหมำยเพ่ือห้ำมสะสม ต้องกำรกำไรกระจำยสู่คนจน
- เศรษฐกิจพอเพียงมีกฎหมำยเพื่อรบั รอง ส่งเสรมิ ควำมรแู้ ละคุณธรรม ต้องกำรกำไรเพ่ือไปชว่ ยเหลือคน
สัตว์ สิ่งแวดล้อม และกำไรใชส้ ำรองเพ่ือควำมย่ังยืน
จะได้เห็นได้ว่ำ หลักปรัชญำของเ ศรษฐกิจพอเพียง จะเน้นในเร่อื งของ จิตวญิ ญำณ คุณธรรม
กำรเอื้อเฟ้ ือเผ่ือแผ่ กำรแบ่งปนั กำรให้ และจำกกำรบรรยำย มีประโยคสำคัญ คือ “พอเพียง ไม่ปฏิเสธ ทุนนิยม
และ สังคมนิยม แต่ให้ทำ "พ้ืนฐำน“ ให้ม่ันคงเสียก่อน”

7.3 แนวคิด ทฤษฎี นวัตกรรมศำสตรพ์ ระรำชำ ว่ำด้วยเรอ่ ื ง ดิน น้ำ ป่ำ คน
ศำสตรพ์ ระรำชำมีอยู่ด้วยกัน ๓ ด้ำน ได้แก่ (1) ศำสตรด์ ้ำนกำรพัฒนำบรหิ ำร: เป็นทฤษฎีใหม่ด้ำนต่ำง ๆ
ได้แก่ ทฤษฎีด้ำนกำรพัฒนำเศรษฐกิจใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง “Sufficiency Economy” ทฤษฎีใหม่ด้ำน
กำรเกษตร และทฤษฎีใหม่ด้ำนอื่น ๆ (2) ศำสตรด์ ้ำนกำรพัฒนำมนษุ ย:์ มีควำมสำคัญเปน็ อันดับแรก โดยเรม่ ิ ด้วย
กำรพั ฒนำคนให้ มีคุณธรรม แล ะ(3 ) ศำสตร์ด้ ำนกำรอนุรักษ์ และฟ้ ืนฟู : ทฤษฎี ใหม่ ด้ ำนกำรอนุรัก ษ์
ทรพั ยำกรธรรมชำติ ดิน น้ำ ป่ำ ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพรวมถึงควำมหลำกหลำยทำงชำติพันธุ์ วัฒนธรรม
ควำมเชอ่ื ศำสนำ ภูมิปญั ญำ ตำม ภูมิ-สังคม

13

8. รปู ภำพกิจกรรม

14

3. หัวข้อวชิ ำ หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคบ่ำย)
วทิ ยำกร นำยศุภกิตต์ รอบรู้ นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนชำนำญกำร

1. วัตถุประสงค์ เพื่อนนำไป
เพื่อให้ผู้เข้ำรบั กำรอบรมมีควำมรู้ “หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่”

ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ พัฒนำชุมชน”

2. ประเด็นเนื้อหำ
2.1) ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ "โคก หนอง นำ เดล"
2.2) วธิ ปี ฏิบัติอย่ำงเปน็ ขั้นเปน็ ตอน
2.3) ทำแบบคนจน (เอำม้ือสำมัคคี)

3. ระยะเวลำ
จำนวน 1.30 ชว่ั โมง

4. วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1) ชมส่ือวดี ีทศั น์
4.2) วทิ ยำกร ใช้ PowerPoint และคลิปส่ือ ประกอบกำรบรรยำย
4.3) สรำ้ งกระบวนกำรมีส่วนรว่ มด้วยกำรถำม-ตอบ

5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) สื่อวดี ีทศั น์ ประกอบกำรบรรยำย ผ่ำนระบบ Zoom Clould Meeting
5.2) เครอ่ ื งคอมพิวเตอร์ เครอ่ ื งฉำย และจอภำพ
5.3) กระดำน กระดำษฟลิปชำรต์ ปำกกำ กระดำษกำว
4.4) โปรแกรม Zoom Cloud meeting

6. ข้ันตอน/วธิ กี ำร
วทิ ยำกรแนะนำตนเอง และชแี้ จงวัตถุประสงค์ของวชิ ำ เตรยี มควำมพรอ้ มในกำรเรยี นรูผ้ ่ำนกำรพูดคุย

กับผู้เข้ำอบรมในแต่ละจุดฝกึ อบรม ทบทวนควำมรคู้ วำมเข้ำใจ หลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง
วทิ ยำกรบรรยำย ด้วยสื่อ Power Point ถึงสถำนกำรณ์วกิ ฤตต่ำง ๆ ที่เกิดข้ึนบนโลก ส่งผลกระทบถึง

ประเทศ หมู่บ้ำนและชุมชน ยกตัวอย่ำงประกอบ เรอ่ ื งภัยแล้งจำกประเทศจนี กำรสรำ้ งเข่ือนที่ส่งผลต่อภูมิภำค
ลุ่มน้ำโขงท้ังหมด กำรตัดไม้ทำลำยป่ำ ท่ีส่งผลต่อกำรเกิดวกิ ฤตภัยแล้ง น้ำท่วมในประเทศไทย ปัญหำเรอ่ ื งฝุ่น
ละออง และ โรคภัยต่ำง ๆทคี่ นไทยต้องเผชญิ อยู่ในปัจจุบัน รวมท้ังเรอ่ ื งสถำนกำรณ์กำรแพรร่ ะบำดของเชอื่ ไวรสั
โคโรนำ (covid – 19) ตลอดจนควำมขำดแคลนอำหำรในประเทศต่ำง ๆ

วทิ ยำกรใชส้ ื่อPowerPoint บรรยำยเรอ่ ื งวธิ ปี ฏิบัติอย่ำงเป็นข้ันเป็นตอน กล่ำวถึงปรชั ญำเศรษฐกิจ
พอเพียง คือ ปรชั ญำใหม่ในกำรพัฒนำมนุษย์ ให้เปล่ียน mindset ใหม่ จำกมุ่งแข่งขันเป็นมุ่งสรำ้ งสรรค์
แบ่งปัน หัวใจสำคัญ คือ พระรำชดำรสั “ Our Loss is Our Gain” ย่ิงให้ไป ยิ่งได้มำ ดังน้ันกำรพัฒนำต้อง

15

เป็นไปเพื่อสรำ้ งขบวนกำร “จิตอำสำ” พรอ้ มนำศำสตรพ์ ระรำชำเข้ำแก้ไขปัญหำประเทศท้ังในและนอกระบบ
รำชกำร

วทิ ยำกรบรรยำยเกี่ยวกับ กำรแปลงปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียงท่ีเป็นนำมธรรมลงสู่รูปธรรมกำรปฏิบัติ
แบบเป็นขั้นเป็นตอน จำกปรชั ญำ สู่ทฤษฎีกว่ำ 40 ทฤษฎี และนำมำปฏิบัติในโครงกำรอันเนื่องมำจำก
พระรำชดำรติ ่ำง ๆ กว่ำ 4000 โครงกำร ซง่ึ นำเทคนิค นวัตกรรมต่ำง ๆมำปรบั ใช้ โดยใชก้ ำรบรหิ ำรงำนแบบคน
จนมำปฏิบตั ิ

วทิ ยำกรสรุปเติมเต็มเช่อื มโยงเนื้อหำ วชิ ำท้ังหมดด้วยสื่อ PowerPoint จำกองค์ควำมรูท้ ่ีเกิดจำก
ศำสตรพ์ ระรำชำ นำมำซง่ึ กำรพัฒนำคณุ ภำพชวี ติ ของปวงชนชำวไทย เปน็ ทฤษฎีใหม่ที่เกี่ยวกับกำรจดั กำร ดิน น้ำ
ป่ำ คน กว่ำ 40 ทฤษฎี เชน่ โครงกำรหลวงพืชผักเมืองหนำวปลอดสำรพิษ ฝำยต้นน้ำลำธำรฟ้ ืนฟูอนุรกั ษ์ต้นน้ำ
หน้ำแฝกอนุรกั ษ์ดินและป่ำ กำรปลูกป่ำ 3 อย่ำง ได้ประโยชน์ 4 อย่ำง เพื่อรกั ษำระบบนิเวศ เป็นต้น สำหรบั
เกษตรทฤษฎีใหม่ (กำรจัดกำรน้ำตำมศำสตรพ์ ระรำชำและภูมิปัญญำท้องถ่ิน) คือ แนวพระรำชดำร ิ กำรแบ่ง
สัดส่วนพื้นที่ทำกินเพื่อกำรพ่ึงพำตนเอง โดยกำหนดอัตรำกำรใช้พื้นท่ีเป็น 30 : 30 : 30 : 10 ได้แก่ สระน้ำ
ทำนำ ปลูกพืช และท่ีอยู่ ตำมลำดับ จำกนั้นพัฒนำตำมขั้นตอน 3S คือ

1) อยู่รอด Survival เกษตรทฤษฎีใหม่แบง่ สัดส่วนพ้ืนท่ีทำกิน สรำ้ งผลผลิต ให้สำมำรถพ่ึงตนเองได้
2) พอเพียง Sufficiency กำรรวมพลังในชุมชนในลักษณะสหกรณ์ชว่ ยเหลือกันด้ำนต่ำง ๆ
3) ย่งั ยืน Sustainability รว่ มกันผลักดันให้เกิดกำรลงทุนจำกแหล่งเงนิ ทำให้เกษตรกรแข็งแรงไม่ถูก
กดรำคำ
จำกสถำนกำรณ์วกิ ฤตทำงส่ิงแวดล้อม เช่น ปัญหำภัยแล้ง คงเป็นปัญหำที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่
ในชว่ งหน้ำแล้งของทกุ ปี ทำให้คนไทยจะต้องปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นนำมธรรมลงสู่รูปธรรมกำรปฏิบัติใน
โครงกำรพัฒนำพ้ืนท่ีต้นแบบกำรพัฒนำชวี ติ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นำโมเดล โดยวทิ ยำกรเชอ่ื มโยงกำรทำงำน
แบบคนจน (เอำม้ือสำมัคคี) โดยอธบิ ำยจำกพระรำชดำรสั ของในหลวงรชั กำลท่ี 9
แบบที่เรยี กว่ำ ทำ "แบบคนจน" คือทำวธิ กี ำรแบบคนจน ไม่ได้มีกำรลงทุนมำกหลำยอย่ำงของเขำเรำก็ทำไป
ก็เลยบอกวำ่ ถ้ำจะแนะนำ ก็แนะนำได้ "ทำแบบคนจน" เพรำะเรำไม่ได้เป็นประเทศทีร่ วย เรำก็รวยพอสมควรอยู่ได้
แต่ไม่ใชเ่ ปน็ ประเทศที่ก้ำวหน้ำอย่ำงมำก เรำไม่อยำกจะเป็นประเทศอย่ำงก้ำวหน้ำอย่ำงมำก เพรำะว่ำถ้ำเรำเป็น
ประเทศที่ก้ำวหน้ำอย่ำงมำก มีแต่.. มีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่ำนั้นท่ีเขำมีอุตสำหกรรมสูงมีแต่ถอย หลัง และ
ถอยหลังอยำ่ งน่ำกลัวแต่ถ้ำเรำมีกำรปกครองแบบ แบบว่ำ แบบคนจน แบบท่ไี ม่ติดกับตำรำมำกเกินไปทำอย่ำงมี
สำมัคคีนี่แหละ มีเมตตำกัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตำมวชิ ำกำร แล้วก็วชิ ำกำรน้ันก็เรำดูตำรำแล้ว
พลิกไปถึงหน้ำสุดท้ำย หนึ่งหน้ำสุดท้ำยนั้นเขำบอกว่ำ"อนำคตยังมี" แต่ไม่บอกว่ำเป็นอย่ำงไร เวลำปิดเล่มแล้ว
มันก็ปิดตำรำ ปิดตำรำแล้วไม่รูจ้ ะทำอะไรลงท้ำยก็ต้องเปิดหน้ำแรกใหม่ เปิดหน้ำแรกก็เรม่ ิ ต้นใหม่ "ถอยหลัง
เข้ำคลอง"แต่ถ้ำเรำใชต้ ำรำแบบทีเ่ รำอะลุ่มอล่วยกัน ตำรำน้ันไม่จบ"

7. สรุปผลกำรเรยี นรู้ รุน่ ที่ 1 และรุน่ ท่ี 2
ผู้เข้ำรบั กำรอบรมได้เรยี นรูเ้ ก่ียวกับกำรนำปรชั ญำไปสู่กำรปฎิบัติ โดยเข้ำใจถึงกำรจัดกำรแบบเป็น

ขั้นเป็นตอน โดยยึดหลักกำรทำงำนแบบคนจน หรอื เรยี กว่ำกำรเอำม้ือสำมัคคี รวมถึงเกิดกระบวนกำรเรยี นรู้
ถำม ตอบ กับวทิ ยำกรประจำวชิ ำ เกิดเป็นองค์ควำมรใู้ ห้กับผู้เข้ำรบั กำรอบรม

16

8. ภำพกิจกรรม

5. หัวข้อวชิ ำ ถอดรหัสพระมหำชนก
วทิ ยำกร นำงสำวพิมพ์ณดำ ไมตรเี วช ตำแหนง่ อนักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนปฏิบตั ิกำร

1. วัตถุประสงค์
๑.1) เพ่ือให้ผู้เรยี นได้สังเครำะห์ควำมรูถ้ อดรหัส “พระมหำชนก” จำกมุมมองด้ำนกำร พัฒนำมนุษย์

และองค์กำรอัจฉรยิ ภำพอันสรำ้ งสรรค์ของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว
1.๒) เพื่อให้ผู้อบรมมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจ คติธรรมกำรพัฒนำมนุษย์ตำมแนวทำง จำกกำร ถอดรหัส

“พระมหำชนก” ตอนกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง
1.3) เพ่ือให้ผู้เข้ำฝึกอบรม ได้ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรนำหลักคติธรรมกำรพัฒนำมนุษย์

ตำมแนวทำง จำกกำรถอดรหัส “พระมหำชนก ตอนกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง” ไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำรงชวี ติ

2. ประเด็นเนื้อหำ
2.1) กำรถอดรหัส “พระมหำชนก” จำกมุมมองด้ำนกำรพัฒนำมนุษย์และองค์กำรอัจฉรยิ ภำพอันสรำ้ งสรรค์

ของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัวฯรชั กำลที่ 9
2.2) คติธรรมกำรพัฒนำมนษุ ยต์ ำมแนวทำงจำกกำรถอดรหัสพระมหำชนก ตอน “กำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง”
2.3) กำรนำหลักคติธรรมกำรพัฒนำมนุษย์จำกกำรถอดรหัส “พระมหำชนก ตอน กำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง”

ไปปรบั ใชใ้ นกำรดำรงชวี ติ

3. ระยะเวลำ
จำนวน 1 ชวั่ โมง

4. วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1) ชมส่ือวดี ีทศั น์ “พระมหำชนก” ตอนกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง
4.2) บรรยำยประกอบ ส่ือ Power point
4.3) ประเด็นตั้งคำถำม - คำตอบ คือ 1.ได้ข้อคิดมุมมองอะไรบำ้ ง จำกกำรถอดรหัสกำร

รบั ชมคลิปวดิ ีโอ พระรำชนิพนธเ์ รอ่ ื ง “พระมหำชนก ตอน กำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง” และ 2.จะนำไปปรบั ใชใ้ นกำรดำเนิน
ชวี ติ อย่ำงไรบำ้ ง

4.4) วธิ กี ำรแบ่งกลุ่ม ระดมสมอง รว่ มกันสังเครำะห์องค์ควำมรู้

17

4.3) นำเสนอข้อมูลรำยกลุ่มตำมโจทย์ท่ีได้รบั มอบหมำย โดยหำกมีจุดดำเนินกำรหลำยจุด จะใชว้ ธิ กี ำร
จบั สลำก

4.4) วทิ ยำกรเติมเต็มให้ข้อคิด และสรำ้ งกระบวนกำรเรยี นรูด้ ้วยกำรใชว้ ธิ กี ำร ถำม-ตอบ และให้ผู้เข้ำรบั
กำรฝึกอบรมให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) ส่ือวดี ีทศั น์ “พระมหำชนก ตอนกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง”
5.2) เครอ่ ื งคอมพิวเตอร์ เครอ่ ื งฉำย และจอภำพ
5.3) กระดำน กระดำษฟลิปชำรต์ ปำกกำ กระดำษกำว
5.4) โปรแกรม Zoom Cloud meeting
5.5) สัญญำณอินเตอรเ์ น็ต

6. ขั้นตอน/วธิ กี ำร
6.1) วทิ ยำกรแนะนำตนเอง และชี้แจงวัตถุประสงค์ของวชิ ำ เกรน่ ิ นำก่อนเข้ำสู่บทเรยี นในประเด็น

กำรถอดรหัส “พระมหำชนก” มุมมองด้ำนกำรพัฒนำมนุษย์และองค์กำรอัจฉรยิ ภำพอันสรำ้ งสรรค์ของ
พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว

6.2) วทิ ยำกรให้ผู้เข้ำอบรมชมสื่อวดี ีทัศน์ “พระมหำชนก ตอนกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง”
6.3) วทิ ยำกรมอบโจทยใ์ นกำรเรยี นรู้ คือ

1. ท่ำนได้ข้อคิดมุมมองอะไรบ้ำง จำกกำรถอดรหัสกำรรบั ชมคลิปวดิ ีโอ พระรำชนิพนธเ์ รอ่ ื ง
“พระมหำชนก ตอน กำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง”

2. ทำ่ นจะนำไปปรบั ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ อย่ำงไรบำ้ ง
6.4) ผู้เข้ำอบรมในแต่จะจุดดำเนินกำรรว่ มกันระดมสมองตำมโจทยท์ ่ไี ด้รบั
6.5) ให้ส่งตัวแทนของจุดดำเนินกำร นำเสนอ และแลกเปล่ียนเรยี นรู้
6.6) วทิ ยำกรสรปุ เติมเต็ม และสรำ้ งกระบวนกำรเรยี นรูด้ ้วยกำรใชว้ ธิ กี ำร ถำม-ตอบ และให้ผู้เข้ำรบั กำร
ฝกึ อบรมให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
7. สรุปผลกำรเรยี นรู้
ถอดรหัส “พระมหำชนก” จำกมุมมองด้ำนกำรพัฒนำมนุษย์และองค์กำร อัจฉรยิ ภำพอันสรำ้ งสรรค์
ของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว พระรำชนิพนธ์ “พระมหำชนก” กับแนวคิดกำรพัฒนำมนุษย์และองค์กำร
“พระมหำชนก” ถือเป็นหนังสือตำรำชน้ิ เอก ท่ีแสดงให้เห็นถึงแนวคิดกำรพัฒนำทรพั ยำกรมนุษย์และองค์กำร
ของพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดชไว้ท้ังอย่ำง “ชดั เจน” และท่ี “ซอ่ นเรน้ แนบนัย” ในกำรอ่ำน
และตีควำมอย่ำงแยบคำย พระรำชนิพนธ์ “พระมหำชนก” กับแนวคิดกำรพัฒนำมนุษย์และองค์กำร
พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช เมื่อได้ทรงสดับพระธรรมเทศ นำชำดก เรอ่ ื งนี้แล้วได้ทรง
บำเพ็ญวริ ยิ ะศึกษำค้นคว้ำ, แปลและดัดแปลงเป็นพระรำชนิพนธเ์ รอ่ ื ง “พระมหำชนก” ด้วยภำษำท่ีง่ำยขึ้นแต่
วจิ ิตงดงำมย่ิง บทพระรำชนิพนธ์“พระมหำชนก” มีกลวธิ ีกำรเขียนและกำรนำเสนอที่ซ่อนเรน้ “คติธรรม”
อันจะ เป็นประโยชน์สำหรบั กำรพัฒนำทรพั ยำกรมนษุ ย์และองค์กำรไว้อยำ่ งแยบยลยง่ิ นัก

1. คติธรรมกำรพัฒนำมนษุ ย์ตำมแนวทำง “กำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง”
ภำวะผู้นำที่ดีย่อมแตกต่ำงจำกปุถุชนธรรมดำท่ัวไปทั้งหลำย เมื่อเห็นภัยพำล คืบคลำนเข้ำมำหรอื
เห็นปัญหำเกิดขึ้น ปุถุชนมักจะตื่นตระหนก ร่ำรอ้ งโวยวำย กล่ำวโทษใส่รำ้ ยกัน คนเหล่ำนี้มัก “พลิกวกิ ฤตให้

18

เป็น หำยนะ” ในทำงตรงข้ำมผู้ที่มีภำวะผู้นำคือผู้ที่ตั้งอยู่ในสติสัมปชญั ญะ ใชป้ ัญญำ เรยี กระดมผู้รูม้ ำชว่ ยกันขบ
คิดเพ่ือ แสวงหำทำงออกและฟ้ ืนฟูกู้ปัญหำเหล่ำนั้น พระมหำชนก คือแบบอย่ำงแห่งภำวะผู้นำ เม่ือเห็นปัญหำ
แม้ตนเอง จะมีควำมทกุ ข์ใจหนักหนำกับปัญหำทเ่ี กิดข้ึน แต่ก็ต้ังสติเรยี กระดมปรำชญ์รำชบัณฑิต แล้วเตือนสติว่ำ
แทนที่จะ มำน่ังพร่ำบ่นเสียอกเสียใจ แต่ควรจะมำชว่ ยกันคิดและดำเนินกำร “พลิกวกิ ฤตให้กลำยเป็นโอกำส”
มำกกว่ำ ในตอนนี้พระอัจฉรยิ ภำพของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวได้ปรำกฏให้เห็นเ ด่นชัดอีกครงั้ เมื่อทรง
นำเสนอ “แนวทำงกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง” อยำ่ งเป็นระบบถกู ต้องตำมหลักวชิ ำ ถึง 9 วธิ กี ำรดังปรำกฏในตอนที่ 35

(ตอนท่ี 35) “…อุทิจจพรำหมณ์มหำศำลรบี มำเฝ้ำพระรำชำ พรอ้ มด้วยลูกศิษย์สองคน คือ จำรุ เตโช
พรำหมณ์และคเชนทรสิงหบัณฑิตสองคนน้ีคนแรกชำนำญกำรปลูก คนท่ีสองชำนำญกำรถอนทันใดท่ี มำถึง
คเชนทรสิงหบัณฑิตก็ทรุดลงแทบพระบำทของพระรำชำแล้วทูลว่ำ “ข้ำพระองค์ผิดไปเองเม่ือเหล่ำอมำตย์ขอให้
ข้ำ พระองค์ชว่ ยเก็บมะม่วงถวำยะระอุปรำช ข้ำพระบำทจงึ นำเอำ “ยันตกลเก็บเกี่ยว” มำใชม้ ิได้คิดว่ำจะทำให้ต้น
มะม่วงถอนรำกโค่นลงมำ พระพุทธเจำ้ ข้ำขอรบั .”

พระรำชตรสั ว่ำ : อย่ำโทมนัสไปเลย อำจำรย์ผู้ดำรกิ ำรต้นมะม่วงโค่นไปแลว้ ณ บัดน้ีปญั หำคือ ฟ้ ืนฟูต้น
มะม่วงได้อยำ่ งไร เรำมีวเี ก้ำอย่ำงท่อี ำจใชไ้ ด้ หนง่ึ เพำะเม็ดมะม่วง สอง ถนอมรำกที่ยงั มีอยูใ่ ห้งอกใหม่ สำม ปกั ชำ
ก่ิงที่เหมำะแก่กำรปกั ชำ สี่ เอำก่ิงดีมำเสียบยอดกิ่งของต้นไม้ท่ีมีผลให้มีผล ห้ำ เอำตำมำต่อก่ิงของอกี ต้น
หก เอำกิ่งมำทำบก่ิง เจด็ ตอนกิ่ง ให้ออกรำก แปด รมควันต้นที่ไม่มีผลให้ออกผล เก้ำ ทำ “ชวี ำณูสงสงเครำะห์”
ท่ำนพรำหมณ์มหำศำล จงให้ พรำหมณ์อันเตวำสิกไปพจิ ำรณำ อุทิจจพรำหมณ์รบั สนองพระรำชโองกำร วำ่ :
ข้ำพระองค์ผู้ทรงภูมิปญั ญำ จงให้คเชนทรสิงหบัณฑิตนำเครอ่ ื ง “ยันตกล” ไปยกต้นมะม่วงให้ต้ังตรงทนั ทีและจะ
ให้จำรุเตโชพรำหมณ์เก็บเม็ดและกิ่ง ไปดำเนินกำรตำมพระรำชดำร”ิ พระรำชโปรดให้สองคนน้ันรบี ไป แต่ขอให้
พรำหมณ์มหำศำลคอยรบั พระรำชดำรไิ ป หลักกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง ด้วย 9 วธิ กี ำร สะท้อนให้เห็นถึงหลักคิดแบบ
“มนุษย์นิยม” (Humanism) และ “มนษุ ยธรรมนิยม” (Humanitarianism) ท่ีให้ควำมเอำใจใส่ดูแลบุคลำกร
ครอบคลุมทุก กลุ่ม ไม่ว่ำจะเป็นกลมุ่ คนท่ีมีผลงำนดีหรอื ยงั ไม่มีผลงำนชดั เจนก็ตำม ด้วยหลักควำมคิดพ้ืนฐำน
ในแง่บวกทเี่ ชอ่ื วำ่ คงไม่มีมนษุ ย์คนใดทอ่ี ยำกเปน็ คนไม่เก่งไม่ดี

มุมมองข้อคิดจำกกำรถอดรหัส “กำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง” มำประยุกต์ใชใ้ นกำรพัฒนำหมู่บำ้ นเศรษฐกิจ
พอเพียง ด้วย 9 วธิ กี ำร

1.กำรเพำะเม็ดมะม่วง คือ กำรบ่มเพำะสมำชกิ รนุ่ เยำว์ มำอบรมบม่ เพำะให้กำรศึกษำ ใส่ปญั ญำ
ใส่ควำมรู้ คณุ ธรรมตั้งแต่เยำว์วัย ให้เติบโต เป็นผู้ใหญ่ทีร่ ผู้ ิดชอบชวั่ ดี อยู่ทำ่ มกลำงกระแสทเ่ี ปลี่ยนแปลงไปได้
“สรำ้ งเยำวชนต้นกล้ำ/คนรนุ่ ใหม่ มำทำงำนในชุมชน”

19

2. ถนอมรำกทยี่ ังมีอยูใ่ ห้งอกใหม่
รำก คือ (รำกเหงำ้ ) กำรรกั ษำประวตั ิศำสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญำ คุณค่ำอันดีงำมท่ีตกทอดมำจำก

บรรพบุรษุ ให้คงอยู่ “กำรฟ้ ืนฟูรำกเหงำ้ ภูมิปญั ญำพัฒนำสรำ้ งเป็นขีดควำมสำมำรถของชุมชน”

3. ปกั ชำก่ิงทเ่ี หมำะแก่กำรปกั ชำ
ตัดกิ่งที่ดีที่เหมำะไปปักลงในวัสดุเพ่ือเกิดรำกข้ึนมำกิ่งที่เหมำะแก่กำรปักชำ คือ กลุ่มคนท่ีเป็นกลุ่ม

“คนดีคนเก่ง” ก็เสมือน “กำรหำคนดีคนเก่งในแต่ละด้ำนในชุมชน มำส่งเสรมิ พัฒนำ เพื่อให้สำมำรถสรำ้ ง
ประโยชน์ ชว่ ยพัฒนำชุมชนให้เข็มแข็ง”

4.เอำกิ่งดีมำเสียบยอดก่ิงของต้นทไ่ี ม่มีผลให้มีผล
กิ่ ง ดี คื อ ก ลุ่ ม ค น ดี ค น เ ก่ ง เ ป็ น ก ำ ร ส่ ง เ ส ร มิ ค น ดี ใ ห้ มี อ ำ น ำ จ เห นื อ ค น ไ ม่ ดี ค น ไ ร้ปั ญ ญ ำ

จนสำมำรถเปลี่ยนแปลงขัดเกลำคนเหล่ำน้ีได้ เสมือนกับว่ำค้นหำบุคคลต้นแบบในชุมชน ในด้ำนต่ำงๆ เพื่อให้
เปน็ ผู้นำสำมำรถชน้ี ำคนในชุมชน มำเรยี นรพู้ ัฒนำตนเองได้

20

5.เอำตำมำต่อกิ่งของอีกต้น
ตำ คือ ควำมคิดดี ๆ ควำมรูใ้ หม่ ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ มำให้กับคนท่ีไม่เคยรู้ คนท่ีหลงอยู่ในอบำย

มีกำร “สรำ้ ง” “ต่อยอด” “เปลี่ยนแปลง” เสมือนกับว่ำสรำ้ งค่ำนิยมดี ๆ แนวคิดดี ๆ มำต่อเติม เสรมิ แต่งให้คนใน
หมู่บำ้ นได้ปฏิบัติ

6.เอำก่ิงมำทำบก่ิง
กำรเอำไม้พันธุเ์ ดียวกันมำทำบด้วยกันทำบกิ่ง คือ กำรมีพ้ืนที่ให้คนมีควำมเชอื่ ควำมคิดเหมือนกันมำ

อยู่ด้วยกัน เช่น กำรระดมกลุ่มคนดีคนเก่งให้มำทำงำนรว่ มกันเป็นทีม กำรพัฒนำบุคลำกรกลุ่มคนดีคนเก่งที่มี
คุณภำพให้เป็น วทิ ยำกรต้นแบบ หรอื กำรเอำควำมรู้ เทคนิค ประสบกำรณ์ของบุคลำกรมำแลกเปล่ียนเรยี นรู้
แบ่งปนั รว่ มกัน เชน่ ผ่ำนกิจกรรมเอำม้ือสำมัคคี

7.ตอนกิ่งให้ออกรำก
กำรนำเอำก่ิงที่ยังแข็งแรงมำตอนรอให้ออกรำกและนำไปปลูกใหม่ ก็คือ ตอนกิ่ง เป็นกำรเสรมิ สรำ้ ง

“คนดี” ให้มีควำมม่ันคงแข็งแรง มีพลังกำลังใจ สำมำรถขยำยไปสรำ้ งรำกฐำนใหม่ ๆ ได้ด้วยของตนเอง เสมือนกับ
วำ่ สนับสนุนให้โอกำสคนได้พัฒนำ แสดงศักยภำพของตนเองออกมำ ขยำยผลไปยงั ครวั เรอื นอื่น ๆ ชุมชนอื่น ๆ

21

8.รมควนั ต้นไม้ทไี่ ม่มีผลให้ออกผล
รมควัน ก็คือ กำรบีบบังคับ เพ่ือให้กระทำสิ่งที่ควรกระทำ เปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่สิ่งท่ีดีกว่ำ

ในกำรพัฒนำชุมชนต้องสรำ้ งกระบวนกำรพัฒนำตำมหลักแนวคิดทดี่ ีและพัฒนำให้เหมำะสมกับบรบิ ทของชุมชน

9.ทำชวี ำณสู งเครำะห์
กำรเพำะเนื้อเยอ่ื คือกำรบม่ เพำะสรำ้ งสรรค์ค่ำนิยม วฒั นธรรมที่เหมำะกับยุคสมัย ขยำยไปในวงกวำ้ ง

เสมือนกำรนำเอำปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง ให้คนได้รบั รจู้ ำนวนมำก โดยผ่ำนส่ือต่ำงๆ จะชว่ ยสรำ้ งเสรมิ
ควำมแข็งแกรง่ อย่ำงยงั่ ยนื ในอนำคต

2. คติธรรมจำกกำรถอดรหัสพระมหำชนก มี 3 ประกำร ดังนี้
1) มีควำมเพียรที่บรสิ ุทธิ์
2) มีปัญญำทเ่ี ฉียบแหลม
3) มีกำลังกำยที่สมบูรณ์
กำรมีควำมรูป้ ัญญำ นอกจำกกำรมีสติสัมปชัญญะ, กำรยึดถือคุณค่ำแห่งกำรพ่ึงตนเองและกำรมี
เป้ำหมำยในชีวติ ท่ีชัดเจนแล้ว คติธรรมท่ีสำคัญอีกประกำรหน่ึงที่ซอ่ นเรน้ เป็นรหัสนัยอยู่ในข้อควำมข้ำงต้นของ
พระรำชนิพนธพ์ ระมหำชนกก็คือ “สำธุชนพึงมีปัญญำควำมรูค้ ู่กำย” ปัญญำควำมรูจ้ ะเป็นส่ิงท่ีทำให้มนุษย์
กลำยเป็นทรพั ยำกรมนุษย์ที่สำมำรถเอำตัวรอดได้อย่ำงย่ังยืนและสติสัมปชญั ญะภูมิปัญญำควำมรูค้ ือ สิ่งสำคัญ
ท่ี จะทำให้เรำรอดพ้นภำวะวกิ ฤต
สรุปผลกำรเรยี นรู้ จำกกำรสังเกตพฤติกรรมของผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมท้งั รนุ่ ที่ 1 และรนุ่ ท่ี 2 ผู้เข้ำรบั กำร
ฝึกอบรมในแต่ ละรุ่น ให้ ควำมสนใจ ตลอดระยเวลำของกำรร่วมกิ จกรรม วชิ ำถอดรหั ส พระมหำชนก
โดยกำรประเมินด้วยวธิ สี ังเกตในกำรรว่ มกิจกรรม แต่ละจุดอบรมมีควำมกระตือรอื รน้ ในกำรถำมตอบ ต้ังใจฟัง
กำรบรรยำย มีกำรจดบนั ทึกข้อมูลควำมรจู้ ำกวทิ ยำกร และได้มีกำรต้ังคำถำมจำกวทิ ยำกร จำนวน 2 ข้อ จำกกำร
ที่ได้รบั ชมสื่อวดี ีทัศน์ “พระมหำชนก ตอนกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง” ซ่ึงแต่ละจุดอบรมรว่ มกันระดมสมองตำมโจทย์

22

ท่ีได้รบั จำกน้ันส่งตัวแทนของจุดดำเนินกำร นำเสนอ และแลกเปลี่ยนเรยี นรู้เติมเต็มกับวทิ ยำกรผ่ำนระบบ
ออนไลน์ จำกกำรสังเครำะห์ควำมรขู้ องผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม ทง้ั สรปุ ได้ดังนี้

รนุ่ ที่ 1 ระหว่ำงวันท่ี 22 - 26 พฤศจกิ ำยน 2564

ได้ข้อคิดมุมมองอะไรบำ้ ง จะนำไปปรบั ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ อยำ่ งไรบ้ำง
1.ได้ควำมรเู้ รอ่ ื งกำรขยำยพันธพุ์ ืช 9 วธิ ี วธิ กี ำรดูแลรกั ษำ 1.เรำต้องแสวงหำควำมรตู้ ลอดเวลำ
พันธตุ์ ้นมะม่วง ไวใ้ ชใ้ นอนำคต
2.ได้รบั ควำมสำมัคคีในกำรทำงำนรว่ มกัน 2.วธิ แี ก้ปัญหำรว่ มกัน ต้องใชค้ นหลำยฝ่ำย
บำงปัญหำไม่สำมำรถแก้ไขปญั หำคนเดียวได้
3.วธิ กี ำรแก้ปัญหำ ในกำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วง 3.นำควำมรจู้ ำก 9 วธิ กี ำรฟ้ ืนฟูต้นมะม่วงไปปรบั ใช้
ในกำรดำเนินชวี ติ กำรบำรงุ ดูแลพันธไุ์ ม้ให้ดี มี
4.ยอมรบั ในส่ิงท่ีผิดพลำด และเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผลผลิตหมุนเวยี นอย่ำงยงั่ ยนื
4.นำไปปรบั ใชใ้ นกำรพัฒนำควำมเป็นผู้นำ กำร
5.ควำมโลภนำไปสู่หำยนะ ผู้นำที่ดีควรแก้ปัญหำด้วย แก้ปญั หำต่ำงๆ ในชุมชน ด้วยกำรใชป้ ัญญำ
ปัญญำ และใชค้ นให้ถกู กับงำน 5. รว่ มควำมสำมัคคีกันในชุมชนเพ่ือพัฒนำหมู่บ้ำน
เศรษฐกิจพอเพียง

รนุ่ ท่ี 2 ระหว่ำงวันที่ 29 พฤศจกิ ำยน - 3 ธนั วำคม 2564

ได้ข้อคิดมุมมองอะไรบำ้ ง จะนำไปปรบั ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ อยำ่ งไรบ้ำง

1.กำรวำงแผน กำรคิด กำรลงมือทำเพื่อประโยชน์สูงสุด 1.ทำอะไรต้องคิดวำงแผน ทดลองเพื่อหำวธิ ที ี่ดีที่สุด

และแบง่ หน้ำท่ีให้ชดั เจน

2.ควำมสำมัคคีเพื่อค้นหำวธิ ที ่ีดีทีส่ ุดเพื่อเป้ำหมำย 2.ก ำรล ดต้ นทุนประ ก อบอำชีพ ก ำรเพ่ิ มรำยไ ด้

ลดรำยจำ่ ยในครอบครวั ด้วยกำรจดั กำรทรพั ยำกรที่มี

อยู่ในครวั เรอื นให้ค้มุ ค่ำและเกิดประโยชน์มำกสุด

3.ใช้วัตถุดิบ ทรพั ยำกรธรรมชำติให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.นำวธิ กี ำรขยำยพันธุไ์ ม้ไปปรบั ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ

ในชวี ติ ประจำวนั ในชุมชน ให้มีผลผลิตและควำมอุดมสมบูรณ์ทำง

สิ่งแวดล้อม

4.กำรดูแลต้นไม้ด้วย 9 วธิ ฟี ้ ืนฟูต้นมะม่วง เรยี นรูก้ ำร 4.ให้ลูกหลำนได้มีควำมรเู้ รอ่ ื งกำรดูแล กำรขยำยพันธุ์

ขยำยพันธมุ์ ะม่วง ไม้ และนำไปต่อยอดไปสรำ้ งผลผลิต เปน็ ผลผลิตของ

ครวั เรอื น ให้มีรำยได้ ลดรำยจำ่ ย

5.วธิ กี ำรท่จี ะให้ต้นมะม่วงทีไ่ ม่มีผลให้มีผลข้ึนมำ 5.ควำมสำมัคคีภำยในกลุ่ม วธิ กี ำรทำงำนรว่ มกัน

23

ภำพกิจกรรม

5. หัวข้อวชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ แผ่นดินวกิ ฤต ตอน ชะตำกรรมเกษตรเชงิ เด่ียว
วทิ ยำกร นำงสำวภัทธญิ ำ ติกจนิ ำ นักทรพั ยำกรบุคคล

1. วัตถุประสงค์
๑.1) เพ่ือให้ผู้เข้ำอบรมได้ชมส่ือเพ่ือสรำ้ งแรงบนั ดำลใจ
1.2) เพ่ือสรำ้ งแรงบันดำลใจและตระหนักในกำรทำหลักกสิกรรมธรรมชำติ

2. ประเด็นเนื้อหำ
2.1) คลิปวดี ีทัศน์ แผ่นดินไท แผ่นดินวกิ ฤต ตอน ชะตำกรรมเกษตรเชงิ เดี่ยว

3. ระยะเวลำ
จำนวน 1 ชวั่ โมง

4. วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1) ชมสื่อวดี ีทัศน์
4.2) วธิ กี ำรแบ่งกลุ่ม ระดมสมอง รว่ มกันสังเครำะห์องค์ควำมรู้
4.3) นำเสนอข้อมูลรำยกลุ่มตำมโจทยท์ ี่ได้รบั มอบหมำย
4.4) สรำ้ งกระบวนกำรมีส่วนรว่ มด้วยกำรถำม-ตอบ

5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) ส่ือวดี ีทศั น์ แผ่นดินวกิ ฤต ตอน ชะตำกรรมเกษตรเชงิ เดี่ยว
5.2) เครอ่ ื งคอมพิวเตอร์ เครอ่ ื งฉำย และจอภำพ
5.3) กระดำน กระดำษฟลิปชำรต์ ปำกกำ กระดำษกำว
4.4) โปรแกรม Zoom Cloud meeting

24

6. ข้ันตอน/วธิ กี ำร
6.1) วทิ ยำกรแนะนำตนเอง และชี้แจงวัตถุประสงค์ของวชิ ำ เกรน่ ิ นำก่อนเข้ำสู่บทเรยี นในประเด็น

สถำนกำรณ์วกิ ฤตของโลก และประเทศไทย
6.2) วทิ ยำกรให้ผู้เข้ำอบรมชมสื่อวดี ีทัศน์ แผ่นดินวกิ ฤต ตอน ชะตำกรรมเกษตรเชงิ เดี่ยว
6.3) วทิ ยำกรมอบโจทย์ในกำรเรยี นรู้ คือ
1. ทำ่ นได้ข้อคิดอะไรจำกกำรชมสื่อวดี ีทศั น์
2. ทำ่ นพบปญั หำอะไร และจะแก้ไขปญั หำทีเ่ กิดข้ึนในเชงิ บวกอยำ่ งไร
6.4) ผู้เข้ำอบรมในแต่จะจุดำเนินกำรรว่ มกันระดมสมองตำมโจทยท์ ่ีได้รบั
6.5) ให้ส่งตัวแทนของจุดดำเนินกำร นำเสนอ และแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
6.6) วทิ ยำกรสรปุ เติมเต็ม และสรำ้ งกระบวนกำรเรยี นรูด้ ้วยกำรใชว้ ธิ กี ำร ถำม-ตอบ และให้ผู้เข้ำรบั กำร

ฝกึ อบรมให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

7. สรุปผลกำรเรยี นรู้

สรุปผลกำรเรยี นรู้ รุน่ ท่ี 1

สรุปผลกำรเรยี นรู้ ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือวดี ีทัศน์ แผ่นดินวกิ ฤต ตอน ชะตำกรรมเกษตรเชงิ เด่ียวจำก กำร

สังเครำะห์ควำมรขู้ องผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรม ทง้ั สรุปได้ดังนี้

ข้อคิดทไ่ี ด้รบั จำกกำรชมสื่อ มุมมองในกำรแก้ไขปญั หำเชงิ บวก

1) ศัตรพู ืชทำให้เกษตรต้องใชส้ ำรเคมี 1) พ่ึง พำตนเองให้ ได้ มำกท่ีสุ ด ด้ วยกำรปลู ก

2) เกษตรกรกำหนดรำคำสินค้ำไม่ได้ สมุนไพรไล่แมลง

3) กำรทำเกษตรเชงิ เดี่ยวน้ันทำให้เกิดต้นทุนสูง 2) เกษตรกรต้องรวมกลุ่มกัน และทำเกษตรแบบ

4) เกิดปญั หำสุขภำพจำกกำรรบั สำรเคมีผ่ำนกำรทำ ผสมผสำน รวมถึงกำรนำภูมิปัญญำท้องถ่ินมำใช้

เกษตรและกำรบรโิ ภคอำหำรท่ใี ชส้ ำรเคมี 3) รูจ้ ักเตรยี มตัวให้พรอ้ ม สรำ้ งสังคมแห่งกำรทำ

5) เห็นภำพของกำรผูกขำดรำคำสินค้ำของนำยทนุ เกษตรอินทรยี ์

6) ปัจจุบันเกษตรกรยังยึดติดกับกำรใช้สำรเคมี 4) เน้นกำรปลูกพืชผักกินเอง โดยไม่ใชส้ ำรเคมี

เพรำะสำมำรถให้ผลผลิตได้เรว็ 5) ศึกษำควำมรูด้ ้ำนกำรทำเกษตรอินทรยี ์ หรอื

7) เห็นภำพเหตุผลกำรตัดสินใจกำรบรโิ ภคของ ขอให้หน่วยงำนทเ่ี ก่ียวข้องให้ควำมรู้

ประชำชน ที่ตัดใจเลือกแต่ผลผลิตท่ีสวย แต่ไม่ได้ 6) เลิกใชส้ ำรเคมี

คำนงึ กำรใชส้ ำรเคมี 7) เลิกรบั ประทำนผักที่ใชส้ ำรเคมีเป็นตัวกระตุ้นให้

8) ประ เทศไ ทยยัง ต้ อ ง พ่ึ ง นำยทุน ในกำรท ำ มีดอกสวย แล้วหันมำรบั ประทำนผักทปี่ ลูกเอง

กำรเกษตร มีกำรกู้ยมื จนเป็นหน้ีสิน 8) ตระหนักใช้หลักกสิกรรม นำมำใช้ในกำรทำ

9) ทรพั ยำกรธรรมชำติ ถูกทำลำย กำรใช้สำรเคมี กำรเกษตร

ทำลำยดิน นำ้ ป่ำ และคน 9) ปรบั เปล่ียนทัศนคติในกำรทำกำรเกษตร และ

กำรบรโิ ภค พืชผักตำมทอ้ งตลำด

25

สรุปผลกำรเรยี นรู้ รนุ่ ท่ี 2

สรปุ ผลกำรเรยี นรู้ ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อวดี ีทัศน์ แผ่นดินวกิ ฤต ตอน ชะตำกรรมเกษตรเชงิ เด่ียวจำก กำร

สังเครำะห์ควำมรขู้ องผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม ทงั้ สรุปได้ดังนี้

ข้อคิดท่ไี ด้รบั จำกกำรชมส่ือ มุมมองในกำรแก้ไขปญั หำเชงิ บวก

1. ควำมเชอ่ื และควำมเข้ำใจผิดในกำรบรโิ ภคสินค้ำ 1. ปรับเปล่ียนกำรทำกำรเกษตรเชิงเด่ียว เป็น

ทำงกำรเกษตรของคนในสังคม เกษตรแบบผสมผสำน

2. กำรปลูกพืชเชงิ เดี่ยวทำให้เกษตรกร “ครบวงจน” 2. งดกำรใชส้ ำรเคมีในกำรทำกำรเกษตร

3. กำรใชส้ ำรเคมีทำให้ทำลำยดิน 3. ทำปุย๋ หมักใชเ้ อง ซงึ่ วัสดุหำได้ง่ำยในท้องถิ่น

4. กำรทำเกษตรเชิงเด่ียวทำให้ทำลำยระบบนิเวศ 4. เปลี่ยนแนวคิดในกำรทำกำรเกษตร

ทำลำยป่ำไม้ จนกลำยเปน็ ภูเขำหัวโล้น 5. ปลูกฝงั ควำมพอเพียงให้กับชำวบ้ำน

5. เกษตรกรไม่สำมำรถควบคุมกลไกทำงกำรตลำด 6. นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมำใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั

ได้ 7. ปลูกผักทีไ่ ม่ใชส้ ำรเคมีไว้บรโิ ภคในครวั เรอื น เพ่ือ

6. กำรทำเกษตรกรเชิงเดี่ยว ทำให้ประชำชนเป็น กำรมีสุขภำพที่ดี

ทำสนำยทุน เปน็ หนี้สิน 8. กำรสรำ้ งเครอื ข่ำย หรอื กำรรวมกลุ่มกันแปรรูป

7. เลิกกินกะหลำ่ ปลี ท่ใี ชส้ ำรเคมี ผลผลิตที่มีมำกเกินไป ล้นตลำด เพื่อกำรบรหิ ำร

8. เกษตรต้องพ่ึงพำเครอ่ ื งจกั รเป็นหลัก แต่ไม่เน้น จดั กำรในชุมชน

กำรสรำ้ งเครอื ข่ำย 9. กำรปลูกพืชหมุนเวยี น

9. ปัญหำสุขภำพเกิดจำกกำรบรโิ ภค 10. ไม่ใชว้ ธิ กี ำรเผำเพื่อจะทำกำรเกษตร

10. ผลผลิตทำงกำรเกษตรยังต้ องใช้สำรเคมี 11. ปรบั เปล่ียนพฤติกรรมกำรบรโิ ภค

เพื่อจะได้รำคมผลผลิตดี แต่ทำให้ไม่ปลอดภัยต่อ

ผู้บรโิ ภค

ภำพกิจกรรม

26

6. วชิ ำสุขภำพพ่ึงตน พัฒนำ ๓ ขุมพลัง” พลังกำย พลังใจ พลังปัญญำ รุน่ ที่ 1
วทิ ยำกร นำงสำวสุฑำมำศ อัมรนิ ทร์ นักทรพั ยำกรบุคคล

1. วัตถุประสงค์
1.1 เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมได้ยดื เส้นยดื สำย ออกกำลังกำย ก่อนกำรฝกึ อบรม
1.2 เพ่ือพัฒนำพลังกำย พลังใจ และพลังปญั ญำ
1.3 เพื่อศึกษำแนวคิดและทฤษฎีว่ำด้วยกำรสรำ้ งคณุ ค่ำในกำรดำเนินชวี ติ

2. ประเด็นเน้ือหำ
2.1) ออกกำลังกำย
2.2) แรงบันดำลใจเพ่ือสรำ้ งพลังใจในกำรเรยี นรูแ้ ละกำรดำเนินชีวติ ด้วยหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ

พอเพียง
2.3) กำรทบทวนบทเรยี นของวันที่ผ่ำนมำ

3. ระยะเวลำ จำนวน 1 ชวั่ โมง / วัน

4. วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1) วทิ ยำกรใชส้ ่ือวดิ ีทศั น์สรำ้ งแรงบนั ดำลใจให้แก่ผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรม
4.2) วทิ ยำกรใชส้ ื่อ PowerPoint presentation ในกำรทบกวนบทเรยี นท่ีผำนมำแก่ผู้เข้ำอบรมใน

ทุกเชำ้ ก่อนเรยี นวชิ ำถัดไป
4.3) วทิ ยำกรมใชก้ ำรถำม-ตอบ เพ่ือกระตุ้นผู้รบั กำรฝกึ อบรม

5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) สื่อวดิ ีทศั น์สรำ้ งแรงบันดำลใจจำนวน 3 เรอ่ ื ง จำกมูลนิธปิ ิดทองหลังพระ และภำพควำมสำเรจ็ ของ

ผู้นำต้นแบบกำรพัฒนำคุณภำพชวี ติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นำ โมเดล และสื่อออกกำลังกำย
5.2) ส่ือ PowerPoint presentation สรุปบทเรยี น

6. ข้ันตอน/วธิ กี ำร
6.1) วทิ ยำกรเตรยี มควำมพรอ้ มด้วยกำรปรบมือใส่รหัส
6.2) วทิ ยำกรใชส้ ่ือวดิ ีทัศน์ออกกำลังกำย นำผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมออกกำลังกำย
6.3) วทิ ยำกรใชส้ ่ือสรำ้ งแรงบันดำลใจให้แก่ผู้เข้ำอบรม และให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมแสดงควำมคิดและ

ควำมรสู้ ึกต่อส่ือที่ได้รบั ชม
6.4) วทิ ยำกรสรปุ บทเรยี นในวชิ ำทีผ่ ่ำนมำ

7. สรุปผลกำรเรยี นรู้
1) กำรพัฒนำพลังกำยด้วยกำรออกกำลังกำย ที่เหมำะสมกับผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม เชน่ กำรออกกำลัง

กำยด้วยเก้ำอี้ กำรเต้นในจงั หวะแบบไทย และกำรออกกำลังกำยแบบงำ่ ยของ สสส.
2) กำรพัฒนำพลังใจ ด้วยสื่อวดิ ีทัศน์ ผู้ต้นแบบฯ ที่ดำเนินชวี ติ ตำมศำสตรพ์ ระรำชำ ด้วยกำรน้อมหลัก

ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำประยุกต์ใช้ ได้สรำ้ งกำลังใจให้แก่ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม และได้รบั แนวคิด วธิ กี ำร
ปฏิบัติ จำกผู้สรำ้ งแรงบันดำลใจ

3) กำรพัฒนำพลังปัญญำ ด้วยกำรทบทวนบทเรยี นในวันที่ผ่ำนมำ โดยวทิ ยำกรของศูนย์ศึกษำและ
พัฒนำชุมชนนครนำยก ในทกุ วันตอนเชำ้ ของกำรฝึกอบรม เพ่ือสรุปและทบทวนบทเรยี นให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม

27

ให้พรอ้ มสำหรบั กำรเรยี นในชีวติ ต่อไป และจำกกำรสังเกตพบว่ำผู้เข้ำอบรมมีควำมตั้งใจ และสำมำรถเชอ่ื มโยง
เน้ือหำวชิ ำเรยี นได้
8. รูปภำพกิจกรรม

7.วชิ ำสุขภำพพึ่งตน พัฒนำ ๓ ขุมพลัง” พลังกำย พลังใจ พลังปัญญำ รุน่ ที่ 2
วทิ ยำกร นำงสำวสุฑำมำศ อัมรนิ ทร์ นักทรพั ยำกรบุคคล

1. วัตถุประสงค์
1.1 เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมได้ยืดเส้นยดื สำย ออกกำลังกำย ก่อนกำรฝกึ อบรม
1.2 เพ่ือพัฒนำพลังกำย พลังใจ และพลังปญั ญำ
1.3 เพ่ือศึกษำแนวคิดและทฤษฎีวำ่ ด้วยกำรสรำ้ งคณุ ค่ำในกำรดำเนินชวี ติ

2. ประเด็นเน้ือหำ
2.1) ออกกำลังกำย
2.2) แรงบันดำลใจเพ่ือสรำ้ งพลังใจในกำรเรยี นรูแ้ ละกำรดำเนินชีวติ ด้วยหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ

พอเพียง
2.3) กำรทบทวนบทเรยี นของวนั ทผี่ ่ำนมำ

3. ระยะเวลำ จำนวน 1 ชวั่ โมง / วัน
4. วธิ กี ำร/เทคนิค

4.1) วทิ ยำกรใชส้ ื่อวดิ ีทัศน์สรำ้ งแรงบนั ดำลใจให้แก่ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม
4.2) วทิ ยำกรใช้สื่อ PowerPoint presentation ในกำรทบกวนบทเรยี นที่ผำนมำแก่ผู้เข้ำอบรม
ในทุกเชำ้ ก่อนเรยี นวชิ ำถัดไป
4.3) วทิ ยำกรมใชก้ ำรถำม-ตอบ เพ่ือกระตุ้นผู้รบั กำรฝกึ อบรม

28

5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) ส่ือวดิ ีทัศน์สรำ้ งแรงบนั ดำลใจจำนวน 3 เรอ่ ื ง จำกมูลนิธปิ ิดทองหลังพระ และภำพควำมสำเรจ็ ของ

ผู้นำต้นแบบกำรพัฒนำคณุ ภำพชวี ติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นำ โมเดล และสื่อออกกำลังกำย
5.2) ส่ือ PowerPoint presentation สรปุ บทเรยี น

6. ขั้นตอน/วธิ กี ำร
6.1) วทิ ยำกรเตรยี มควำมพรอ้ มด้วยกำรปรบมือใส่รหัส
6.2) วทิ ยำกรใชส้ ่ือวดิ ีทศั น์ออกกำลังกำย นำผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมออกกำลังกำย
6.3) วทิ ยำกรใชส้ ่ือสรำ้ งแรงบนั ดำลใจให้แก่ผู้เข้ำอบรม และให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมแสดงควำมคิดและ

ควำมรสู้ ึกต่อสื่อทีไ่ ด้รบั ชม
6.4) วทิ ยำกรสรปุ บทเรยี นในวชิ ำทผี่ ่ำนมำ

7. สรุปผลกำรเรยี นรู้
1) กำรพัฒนำพลังกำยด้วยกำรออกกำลังกำย ท่ีเหมำะสมกับผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม เชน่ กำรออกกำลัง

กำยด้วยเก้ำอี้ กำรเต้นในจงั หวะแบบไทย และกำรออกกำลังกำยแบบง่ำยของ สสส.
2) กำรพัฒนำพลังใจ ด้วยส่ือวดิ ีทัศน์ ผู้ต้นแบบฯ ที่ดำเนินชวี ติ ตำมศำสตรพ์ ระรำชำ ด้วยกำรน้อมหลัก

ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำประยุกต์ใช้ ได้สรำ้ งกำลังใจให้แก่ผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรม และได้รบั แนวคิด วธิ กี ำร
ปฏิบัติ จำกผู้สรำ้ งแรงบนั ดำลใจ

3) กำรพัฒนำพลังปัญญำ ด้วยกำรทบทวนบทเรยี นในวันท่ีผ่ำนมำ โดยวทิ ยำกรของศูนย์ศึกษำและ
พัฒนำชุมชนนครนำยก ในทกุ วนั ตอนเชำ้ ของกำรฝึกอบรม เพ่ือสรุปและทบทวนบทเรยี นให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม
ให้พรอ้ มสำหรบั กำรเรยี นในชีวติ ต่อไป และจำกกำรสังเกตพบว่ำผู้เข้ำอบรมมีควำมต้ังใจ และสำมำรถเชอ่ื มโยง
เน้ือหำวชิ ำเรยี นได้

8. รปู ภำพกิจกรรม

29

8. วชิ ำทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง รุน่ ท่ี 1
วทิ ยำกร นำยเกษมชยั แสงสวำ่ ง ปรำชญ์เพ่ือควำมม่ันคงฯ จงั หวัดสุพรรณบุร ี
1. วัตถุประสงค์

เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมมีควำมรู้ ควำมเข้ำใจหลักคิดปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่
กำรบรหิ ำรจัดกำรตำมข้ันตอนเศรษฐกิจพอเพียงมำปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน และสำมำรถนำไปปฏิบัติจนเป็น
วถิ ีชวี ติ
2. ประเด็นเน้ือหำ

ทฤษฎีบันได 9 ข้ันสู่ควำมพอเพียง เป็นแนวทำงท่ีใชล้ ำดับขั้นเพ่ือเดินตำมไปทีละขั้น ค่อย ๆ ก้ำวไปแบบ
ยง้ั ยืนและมั่นคง ซง่ึ หำกใครทำตำมได้ รบั รองวำ่ ไม่มีจนแน่นอน โดยแต่ละขั้นจะมี ดังนี้

(1) บันไดขั้นท่ี 1-4 คือ เศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐำน
ข้ันที่ 1 พอกิน พ้ืนฐำนทสี่ ุดของมนษุ ย์ คือ ควำมต้องกำรปจั จยั 4 และประกำรสำคัญท่ีสุดของปัจจยั

4 คือ อำหำร ขั้นที่ 1 ของแนวทำงแก้ปัญหำที่ยั่งยืนคือ ตอบคำถำมให้ได้ว่ำ “ทำอย่ำงไรจึงจะพอกิน”
โดยให้ควำมสำคัญกับ ข้ำวปลำอำหำร ไม่ให้ควำมสำคัญกับเงนิ ซ่ึงเป็นเพียงแค่ “ตัวกลำง” ในกำรแลกเปล่ียน
ตำมมำตรฐำนสำกล โดยยดึ หลักวำ่ “เงนิ ทองเปน็ ของมำยำ ข้ำวปลำสิของจรงิ ” เกษตรกรต้องเรม่ ิ จำกกำรอยู่ให้ได้
โดยไม่ใชเ้ งนิ มีอำหำรพอมี พอกิน ด้วยกำรปลูกพืชผัก ผลไม้ ให้พอกิน ชำวนำต้องเก็บข้ำวไว้ให้เพียงพอสำหรบั
กำรมีกินท้ังปี ไม่ขำยข้ำวเปลือกเพ่ือนำเงนิ ไปซอื้ ข้ำวสำรนอกจำกน้ัน หัวใจสำคัญของ “พอกิน” ยังมีควำมหมำย
รวมไปถึงควำมปลอดภัยในอำหำรกินอย่ำงไรให้มีสุขภำพดี ไม่สะสมเอำควำมเจ็บไข้ได้ป่วยไว้ในรำ่ งกำย
นี่คือควำมหมำยของบันไดขั้นท่ี ๑ ท่ีเกษตรกรต้องก้ำวข้ำมให้ได้

(2) บันไดข้ันที่ 2-4 พอใช้ พออยู่ พอรม่ เย็น
เกิดขึ้นได้พรอ้ มกัน ด้วยคำตอบเดียวคือ “ปลูกป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง” ซง่ึ ป่ำ 3 อย่ำงจะให้

ทงั้ อำหำร เครอ่ ื งนงุ่ ห่ม สมุนไพรสำหรบั รกั ษำโรค ทั้งโรคคน โรคพืช โรคสัตว์ ให้ไม้สำหรบั ทำบ้ำนพักท่ีอยู่อำศัย
และให้ควำมรม่ เย็นกับบ้ำน กับชุมชน กับโลกใบนี้ ซงึ่ เปน็ แนวทำงในกำรแก้ปัญหำควำมยำกจนของเกษตรกรไทย
ซึ่งได้รบั กำรพิสูจน์แล้วว่ำสำมำรถแก้ปัญหำได้จรงิ และยังสำมำรถย้อนกลับไปแก้ไข ปัญหำหน้ีสินซึ่งสะสม
พอกพูนจำกกำรท ำ เกษตรเชงิ เด่ียว ปัญหำควำมเสื่อมโทรมของทรพั ยำกร ปัญหำควำมขำดแคลนน้ำ ภัยแล้ง
ทัง้ หมดล้วนแก้ไขได้จำกแนวคิดป่ำ 3 อย่ำงประโยชน์ 4 อย่ำง

(3) บนั ไดข้ันท่ี 5-9 คือ เศรษฐกิจพอเพียงข้ันก้ำวหน้ำ
ข้ันที่ 5-6 บุญและทำน เครอื ข่ำยเศรษฐกิจพอเพียง เชอ่ื ม่ันว่ำสังคมไทยเป็นสังคมบุญ สังคมทำนไม่

เน้นกำรแลกเปล่ียนทำงกำรค้ำ แต่เน้นกำรทำบุญ ไม่เน้นกำรสะสมเป็นของส่วนตัว แต่เน้นกำรให้ทำน
และสะสมโดยมอบให้เป็นทรพั ย์สินส่วนรวมโดยวัด หรอื ศำสนสถำนตำมแต่ละศำสนำเป็นศูนย์กลำงเป็นกำร
ฝกึ จติ ใจ ให้ละซง่ึ ควำมโลภ และกิเลสในกำรอยำกได้ ใครม่ ี ลดปัญหำชอ่ งว่ำงระหว่ำงชนชนั้ ตำมควำมหมำยอัน
ลึกซ้ึงของประโยคท่ีว่ำ “ย่ิงทำย่ิงได้ ย่ิงให้ยิ่งมี” กำรให้ไปคือได้มำ และเชอื่ มั่นในฤทธขิ์ องทำน ว่ำทำนมีฤทธจิ์ รงิ
และจะส่งผลกลับมำเป็นเพื่อน เป็นกัลยำณมิตร เป็นเครอื ข่ำยท่ีชว่ ยเหลือกันในทุกสถำนกำรณ์ แม้ในวันท่ีโลกนี้
ประสบกับวกิ ฤตกำรณ์

ข้ันที่ 7 เก็บรกั ษำ ข้ันต่อไปหลังจำกสำมำรถพ่ึงตนเองได้ พอมี พอเหลือทำบุญ ทำทำนแล้ว
คือกำรรูจ้ กั เก็บรกั ษำ ซ่งึ เป็นกำรต้ังอยู่ในควำมไม่ประมำท และกำรรูจ้ กั เก็บรกั ษำ ยังเป็นกำรสรำ้ งรำกฐำนของ
กำรเอำตัวรอดในเวลำเกิดวกิ ฤตกำรณ์ โดยยึดแนวทำงตำมวถิ ีชีวติ ชำวนำสมัยก่อนซงึ่ เก็บรกั ษำข้ำวไว้ในยุ้งฉำง
เพ่ือให้พอมีกินข้ำมปี คัดเลือกและเก็บรกั ษำ “ข้ำวพันธุ”์ ไว้สำหรบั เป็นพันธุข์ ้ำวในปีต่อไปซึ่งผิดกับวถิ ีชำวนำ

30

ในปัจจุบนั ท่ีใชว้ ธิ กี ำรขำยข้ำวท้ังหมด แล้วนำเงนิ ที่ขำยได้ไปซอื้ พันธขุ์ ้ำวเพ่ือปลูกในปีต่อไป ส่งผลให้เกิดกำรขำด
ควำมม่ันคงและเปรยี บเสมือนกำรใชช้ วี ติ อยูบ่ นเส้นทำงสำยควำมประมำท เพรำะหำกเกิดภัยแล้ง น้ำทว่ ม ผลผลิต
ไม่ได้ตำมที่ตั้งใจไว้ ย่อมหมำยถึงปญั หำหนี้สินและกำรขำดแคลนพันธขุ์ ้ำวสำหรบั ปลูกในปตี ่อไปนอกจำกเก็บพันธุ์
ข้ำวแล้ว ยังเน้นให้รูจ้ กั วธิ กี ำรถนอมอำหำร กำรสะสม อำหำร ไว้กินในยำมหน้ำแล้ง ด้วยกำรแปรรูปอำหำรหลำก
ชนิด อำทิ ปลำรำ้ ปลำแห้ง มะขำมเปียก พรกิ แห้ง หอมกระเทียม เพ่ือเก็บไวก้ ินในอนำคต

ขั้นที่ 8 ขำย เน่ืองจำกเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใชเ่ ศรษฐกิจกำรค้ำ แต่ก็ไม่ใชเ่ ศรษฐกิจหลังเขำกำรค้ำ
ขำยสำมำรถทำได้ แต่ทำภำยใต้กำรรูจ้ ักตนเอง รูจ้ ักพอประมำณ และทำไปตำมลำดับ โดยของที่ขำย คือ ของที่
เหลือจำกทกุ ข้ันแล้วจงึ นำมำขำย เชน่ ทำนำอินทรยี ์ ปลูกข้ำวปลอดสำรเคมี ไม่ทำลำยธรรมชำติ ได้ผลผลิตเก็บไว้
พอกิน เก็บไวท้ ำพันธุ์ ทำบุญ ทำทำน แล้วจงึ นำมำขำยด้วยควำมรูส้ ึกของกำร “ให้” อยำกท่ีจะให้ส่ิงดี ๆ ท่ีเรำปลูก
เอง เผ่ือแผ่ให้กับคนอื่น ๆ ได้รบั ส่ิงดี ๆ น้ัน ๆ ด้วยกำรค้ำขำยตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นกำรค้ำ
ทมี่ องกลับด้ำน “เพรำะรกั คุณจงึ อยำกให้คณุ ได้รบั ในสิ่งดี ๆ” พอเพียงเพื่ออุ้มชู เผ่ือแผ่ แบ่งปนั ไปด้วยกัน

ข้ันที่ 9 เครอื ข่ำยกองกำลังเกษตรโยธนิ คือกำรสรำ้ งกองกำลังเกษตรโยธนิ หรอื กำรสรำ้ งเครอื ข่ำย
เช่ือมโยงท้ังประเทศ เพื่อขยำยผลควำมสำเรจ็ ตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง สู่กำรปฏิวัติแนวคิด และวถิ ีกำร
ดำเนินชีวติ ของคนในสังคม ในชุมชน เพ่ือกำรแก้ปัญหำวกิ ฤต 4 ประกำร อันได้แก่ วกิ ฤตกำรณ์สิ่งแวดล้อม
ภัยธรรมชำติ วกิ ฤตกำรณ์โรคระบำดท้งั ในคน สัตว์ พืช วกิ ฤตเศรษฐกิจ ข้ำวยำกหมำกแพงวกิ ฤตควำมขัดแย้งทำง
สังคม เครอื ข่ำยกสิกรรมธรรมชำติ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชำติ ได้น้อมนำศำสตร์พระรำชำมำสู่กำรปฏิบัติ
ในระยะเวลำกว่ำ ๓๐ ปีท่ีผ่ำนจนได้ผลจรงิ ในกำรปฏิบัติเพ่ือแก้ไขปัญหำท้ังด้ำนดิน น้ำ ป่ำ และคนจนพัฒนำเป็น
หลักกำร แนวปฏิบัติตำมศำสตรพ์ ระรำชำ อย่ำงเป็นข้ันเป็นตอน เรยี กว่ำ “ทฤษฎีบันได ๙ ขั้นสู่ควำมพอเพียง
มั่งคั่ง ยั่งยืน”
3. ระยะเวลำ จำนวน 3 ชว่ั โมง
4. วธิ กี ำร/เทคนิค

4.1) วทิ ยำกรใชส้ ื่อวดิ ีทศั น์สถำนกำรณ์ปญั หำและวกิ ฤตเพ่ือสรำ้ งกำรรบั รกู้ ่อนเข้ำสู่บทเรยี น
4.2) วทิ ยำกรใชส้ ื่อ PowerPoint presentation ในกำรบรรยำยให้ควำมรแู้ ละสรำ้ งควำมเข้ำใจ
4.3) วทิ ยำกรมใชก้ ำรถำม-ตอบ เพ่ือกระตุ้นและประเมินควำมเข้ำใจของผู้รบั กำรฝึกอบรม
4.4) วทิ ยำกรให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมแบง่ กลุ่มระดมควำมคิดนำเสนอ เพื่อสรำ้ งกำรมีส่วนรว่ ม
5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) ส่ือวดิ ีทัศน์
5.2) สื่อ PowerPoint presentation
5.3) กระดำษฟลิบชำรต์
5.4) ปำกกำเคมีคละสี
6. ข้ันตอน/วธิ กี ำร
6.1) วทิ ยำกรใชส้ ่ือวดิ ีทศั น์สะทอ้ นปญั หำและวกิ ฤตสิ่งแวดล้อมและสังคมของดลกและประเทศไทย และ
ให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมได้แสดงควำมคิดเห็นต่อส่ือท่ไี ด้รบั ชม
6.2) วทิ ยำกรใช้สื่อวดิ ีทัศน์ เกษตรทฤษฎีใหม่ (1/8): ศำสตรพ์ ระรำชำสู่โคก หนอง นำ โมเดล
ประกอบกำรอธบิ ำยศำสตรพ์ ระรำชำและเกษตรทฤษฎีใหม่ และทฤษฎีบนั ได 9 ขั้นสู่ควำมพอเพียง

31

6.3) วทิ ยำกรบรรยำยเพื่อให้มีควำมรตู้ ำมประเด็นเนื้อหำด้วย PowerPoint presentation โดยเรม่ ิ
จำกกำรถำมผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมว่ำ “หำกท่ำนจะดำเนินศูนย์เรยี นรูใ้ นหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ท่ำนจะเรม่ ิ ต้น
อย่ำงไร” และวทิ ยำกรได้ยกตัวอย่ำงควำมสำเรจ็ และประสบกำรณ์ของตนเองแลกเปลี่ยนเรยี นรูแ้ ก่ผู้เข้ำรบั กำร
ฝกึ อบรม

6.4) วทิ ยำกรสรปุ บทเรยี น
7. สรุปผลกำรเรยี นรู้

ผลกำรเรยี นรู้ สรปุ ได้ตำมประเด็นดังนี้
(1) จำกส่ือวดิ ีทศั น์ของวทิ ยำกรในกำรสื่อภำพวกิ ฤตกำรณ์ต่ำง ๆ ทีเ่ กิดข้ึน สรปุ ได้ว่ำ

- เรำกำลังจะไม่มีน้ำกิน
- ไม่มีน้ำใช้
- น้ำแข็งบนยอดเขำละลำย
- เรำกำลังจะไม่มีป่ำ ป่ำต้นนำ้ กลำยเปน็ ภูเขำหัวโล้น
- ดินกำลังจะตำย เพรำะกำรเผำหน้ำดิน ใชส้ ำรเคมี
- ส่ิงมีชวี ติ 3 ใน 4 สำยพันธุ์ จะสูญพันธุ์
และปัญหำท่ีพบในกำรทำเกษตรของเกษตรกรในปัจจุบนั พบวำ่
- คุณภำพดินเสื่อมโทรม
- ปุย๋ ยำ รำคำแพง
- แหล่งน้ำไม่เพียงพอต่อกำรทำเกษตร
- ปจั จยั กำรผลิตรำคำสูง
- รำคำผลผลิตตกตำ่
ข้อคิดจำกผู้เข้ำอบรม : กำรดำรงชวี ติ ของมนุษย์ส่งผลทำลำยสิ่งแวดล้อม ปัญหำใด ๆ จะแก้ไขได้คือต้อง
ลงมือทำด้วยปัญญำ สรำ้ งควำมตระหนัก ปลูกจติ สำนึก ใชท้ รพั ยำกรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด และใชภ้ ูมิปัญญำ
ท้องถ่ินในกำรแก้ไขปัญหำ เรม่ ิ จำกตัวเรำ ครอบครวั ชุมชน และขยำยผลสู่ในระดับประเทศ
(2) ทฤษฎีบันได 9 ข้ันสู่ควำมพอเพียง
โดยสรุปแล้ว ‘ทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ควำมพอเพียง’ เป็นรูปแบบกำรดำเนินชวี ติ และกำรทำกำรเกษตร
ท่ีพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดชได้พระรำชทำนไว้ให้ดำเนินกำรโดยใช้หลักปรชั ญำแห่ง

32
เศรษฐกิจพอเพียงมำเป็นแนวคิดในกำรพัฒนำอย่ำงเป็นขั้นเป็นตอนในพื้นท่ีท่ีเหมำะสม กล่ำวคือเป็นพ้ืนฐำน
ควำมคิดจำกกำรเกษตรผสมผสำน ผนวกกับกำรบรหิ ำรจัดกำรพื้นที่จำนวนน้อย กำรบรหิ ำรจัดกำรแหล่งน้ำ
เพ่ือให้เปน็ กำรผลิตเพื่อยงั ชพี มีผลผลิตพอกินตลอดท้งั ปีจนเม่ือผลผลิตเหลือแล้วจงึ นำไปจำหน่ำยเพ่ือเพ่ิมรำยได้
ให้กับครอบครวั นั่นคือเศรษฐกิจพอเพียงข้ันพื้นฐำน เมื่อก้ำวข้ำมข้ันพ้ืนฐำนสู่ขั้นก้ำวหน้ำแล้วก็จะกล่ำวถึงกำรรว่ ม
กลุ่มกันของเกษตรกรเพ่ือพัฒนำกำรผลิตสู่วสิ ำหกิจชุมชน และเพื่อกำรดูแลกันด้วยควำมเอื้อเฟ้ ือเผื่อแผ่แบ่งปัน
ตลอดจนให้ควำมสำคัญกับกำรพัฒนำกำรศึกษำโดยชุมชน กำรพัฒนำสังคมและกำรอยู่รว่ มกันโดยมีศำสนำ
เป็นศูนย์กลำง ก่อนขยำยผลสู่ก้ำวต่อไปด้วยกำรเสำะแสวงหำแหล่งทุนเพื่อกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์และยกระดับ
คุณภำพชวี ติ

(3) เรยี นรจู้ ำกตัวอย่ำงควำมสำเรจ็ “หมู่บ้ำนหนองกระโดนมน”
จำกกำรเรยี นรูจ้ ำกสื่อวดิ ีทัศน์กำรพัฒนำหมู่บ้ำนหนองกระโดนมนด้วยหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจ
พอเพียง สรปุ ได้ดังน้ี

33

8. รูปภำพกิจกรรม

9. วชิ ำทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่ควำมพอเพียง รุน่ ที่ 2
วทิ ยำกร นำงสำวจนั หำ โทมนตร ีวทิ ยำกรประจำศูนยภ์ ูมิรกั ษ์ธรรมชำติ จงั หวดั นครนำยก
1. วัตถุประสงค์

เพื่อให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมมีควำมรู้ ควำมเข้ำใจหลักคิดปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ กำร
บรหิ ำรจดั กำรตำมข้ันตอนเศรษฐกิจพอเพียงมำปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน และสำมำรถนำไปปฏิบตั ิจนเปน็ วถิ ีชวี ติ
2. ประเด็นเน้ือหำ

ทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ควำมพอเพียง เปน็ แนวทำงท่ีใชล้ ำดับขั้นเพื่อเดินตำมไปทีละข้ัน ค่อย ๆ ก้ำวไปแบบ
ยั้งยนื และม่ันคง ซง่ึ หำกใครทำตำมได้ รบั รองว่ำไม่มีจนแน่นอน โดยแต่ละข้ันจะมี ดังนี้

(1) บันไดขั้นท่ี 1-4 คือ เศรษฐกิจพอเพียงข้ันพื้นฐำน
ข้ันที่ 1 พอกิน พ้ืนฐำนทีส่ ุดของมนษุ ย์ คือ ควำมต้องกำรปัจจยั 4 และประกำรสำคัญที่สุดของปัจจยั

4 คือ อำหำร ขั้นที่ 1 ของแนวทำงแก้ปัญหำท่ีย่ังยืนคือ ตอบคำถำมให้ได้ว่ำ “ทำอย่ำงไรจึงจะพอกิน”
โดยให้ควำมสำคัญกับ ข้ำวปลำอำหำร ไม่ให้ควำมสำคัญกับเงนิ ซึ่งเป็นเพียงแค่ “ตัวกลำง” ในกำรแลกเปลี่ยน
ตำมมำตรฐำนสำกล โดยยึดหลักวำ่ “เงนิ ทองเป็นของมำยำ ข้ำวปลำสิของจรงิ ” เกษตรกรต้องเรม่ ิ จำกกำรอยู่ให้ได้
โดยไม่ใชเ้ งนิ มีอำหำรพอมี พอกิน ด้วยกำรปลูกพืชผัก ผลไม้ ให้พอกิน ชำวนำต้องเก็บข้ำวไว้ให้เพียงพอสำหรบั
กำรมีกินทั้งปี ไม่ขำยข้ำวเปลือกเพื่อนำเงนิ ไปซ้อื ข้ำวสำรนอกจำกน้ัน หัวใจสำคัญของ “พอกิน” ยังมีควำมหมำย
รวมไปถึงควำมปลอดภัยในอำหำรกินอย่ำงไรให้มีสุขภำพดี ไม่สะสมเอำควำมเจ็บไข้ได้ป่วยไว้ในรำ่ งกำย
นี่คือควำมหมำยของบันไดข้ันที่ ๑ ท่เี กษตรกรต้องก้ำวข้ำมให้ได้

(2) บันไดขั้นท่ี 2-4 พอใช้ พออยู่ พอรม่ เยน็
เกิดขึ้นได้พรอ้ มกัน ด้วยคำตอบเดียวคือ “ปลูกป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง” ซงึ่ ป่ำ 3 อย่ำงจะให้

ท้งั อำหำร เครอ่ ื งน่งุ ห่ม สมุนไพรสำหรบั รกั ษำโรค ทั้งโรคคน โรคพืช โรคสัตว์ ให้ไม้สำหรบั ทำบ้ำนพักที่อยู่อำศัย

34

และให้ควำมรม่ เยน็ กับบ้ำน กับชุมชน กับโลกใบนี้ ซง่ึ เปน็ แนวทำงในกำรแก้ปญั หำควำมยำกจนของเกษตรกรไทย
ซงึ่ ได้รบั กำรพิสูจน์แล้วว่ำสำมำรถแก้ปัญหำได้จรงิ และยังสำมำรถย้อนกลับไปแก้ไข ปัญหำหน้ีสินซงึ่ สะสมพอก
พูนจำกกำรท ำ เกษตรเชงิ เดี่ยว ปัญหำควำมเสื่อมโทรมของทรพั ยำกร ปัญหำควำมขำดแคลนนำ้ ภัยแล้ง ทั้งหมด
ล้วนแก้ไขได้จำกแนวคิดปำ่ 3 อยำ่ งประโยชน์ 4 อย่ำง

(3) บันไดข้ันท่ี 5-9 คือ เศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้ำวหน้ำ
ขั้นท่ี 5-6 บุญและทำน เครอื อข่ำยเศรษฐกิจพอเพียง เชอ่ื มั่นว่ำสังคมไทยเป็นสังคมบุญ สังคมทำน

ไม่เน้นกำรแลกเปล่ียนทำงกำรค้ำ แต่เน้นกำรทำบุญ ไม่เน้นกำรสะสมเป็นของส่วนตัว แต่เน้นกำรให้ทำนและ
สะสมโดยมอบให้เป็นทรพั ยส์ ินส่วนรวมโดยวดั หรอื ศำสนสถำนตำมแต่ละศำสนำเป็นศูนย์กลำงเป็นกำรฝึกจติ ใจ
ให้ละซงึ่ ควำมโลภ และกิเลสในกำรอยำกได้ ใครม่ ี ลดปัญหำชอ่ งว่ำงระหว่ำงชนชนั้ ตำมควำมหมำยอันลึกซง้ึ ของ
ประโยคท่ีว่ำ “ย่ิงทำย่ิงได้ ยิ่งให้ย่ิงมี” กำรให้ไปคือได้มำ และเชื่อมั่นในฤทธข์ิ องทำน ว่ำทำนมีฤทธจิ์ รงิ และจะ
ส่งผลกลับมำเป็นเพื่อน เป็นกัลยำณมิตร เป็นเครอื ข่ำยท่ีชว่ ยเหลือกันในทุกสถำนกำรณ์ แม้ในวันท่ีโลกน้ีประสบ
กับวกิ ฤตกำรณ์

ขั้นท่ี 7 เก็บรกั ษำ ขั้นต่อไปหลังจำกสำมำรถพึ่งตนเองได้ พอมี พอเหลือทำบุญ ทำทำนแล้ว
คือกำรรูจ้ กั เก็บรกั ษำ ซึ่งเป็นกำรต้ังอยู่ในควำมไม่ประมำท และกำรรูจ้ ักเก็บรกั ษำ ยังเป็นกำรสรำ้ งรำกฐำนของ
กำรเอำตัวรอดในเวลำเกิดวกิ ฤตกำรณ์ โดยยึดแนวทำงตำมวถิ ีชีวติ ชำวนำสมัยก่อนซง่ึ เก็บรกั ษำข้ำวไว้ในยุ้งฉำง
เพ่ือให้พอมีกินข้ำมปี คัดเลือกและเก็บรกั ษำ “ข้ำวพันธุ”์ ไว้สำหรบั เป็นพันธขุ์ ้ำวในปีต่อไปซง่ึ ผิดกับวถิ ีชำวนำใน
ปัจจุบันท่ีใชว้ ธิ กี ำรขำยข้ำวทั้งหมด แล้วน ำเงนิ ที่ขำยได้ไปซอ้ื พันธุข์ ้ำวเพ่ือปลูกในปีต่อไป ส่งผลให้เกิดกำรขำด
ควำมม่ันคงและเปรยี บเสมือนกำรใชช้ วี ติ อยูบ่ นเส้นทำงสำยควำมประมำท เพรำะหำกเกิดภัยแล้ง น้ำท่วม ผลผลิต
ไม่ได้ตำมท่ีต้ังใจไว้ ย่อมหมำยถึงปัญหำหน้ีสินและกำรขำดแคลนพันธขุ์ ้ำวสำหรบั ปลูกในปตี ่อไปนอกจำกเก็บพันธุ์
ข้ำวแล้ว ยังเน้นให้รูจ้ กั วธิ กี ำรถนอมอำหำร กำรสะสม อำหำร ไว้กินในยำมหน้ำแล้ง ด้วยกำรแปรรูปอำหำรหลำก
ชนิด อำทิ ปลำรำ้ ปลำแห้ง มะขำมเปียก พรกิ แห้ง หอมกระเทียม เพื่อเก็บไวก้ ินในอนำคต

ขั้นท่ี 8 ขำย เน่ืองจำกเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใชเ่ ศรษฐกิจกำรค้ำ แต่ก็ไม่ใชเ่ ศรษฐกิจหลังเขำกำรค้ำ
ขำยสำมำรถทำได้ แต่ทำภำยใต้กำรรูจ้ กั ตนเอง รูจ้ ักพอประมำณ และทำไปตำมลำดับ โดยของท่ีขำย คือ ของท่ี
เหลือจำกทกุ ขั้นแล้วจงึ นำมำขำย เชน่ ทำนำอินทรยี ์ ปลูกข้ำวปลอดสำรเคมี ไม่ทำลำยธรรมชำติ ได้ผลผลิตเก็บไว้
พอกิน เก็บไว้ท ำพันธุ์ ท ำบุญ ท ำทำน แล้วจงึ น ำมำขำยด้วยควำมรูส้ ึกของกำร “ให้” อยำกท่ีจะให้ส่ิงดี ๆ ที่เรำ
ปลูกเอง เผื่อแผ่ให้กับคนอ่ืน ๆ ได้รบั ส่ิงดี ๆ นั้น ๆ ด้วยกำรค้ำขำยตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง จงึ เป็นกำรค้ำที่
มองกลับด้ำน “เพรำะรกั คณุ จงึ อยำกให้คุณได้รรบั ในสิ่งดี ๆ” พอเพียงเพ่ืออุ้มชู เผ่ือแผ่ แบง่ ปนั ไปด้วยกัน

ขั้นท่ี 9 เครอื ข่ำยกองกำลังเกษตรโยธนิ คือกำรสรำ้ งกองกำลังเกษตรโยธนิ หรอื กำรสรำ้ งเครอื ข่ำย
เชอื่ มโยงท้ังประเทศ เพื่อขยำยผลควำมสำเรจ็ ตำมแนวทำงเศรษฐกิจพอเพียง สู่กำรปฏิวัติแนวคิด และวถิ ีกำรด
ำเนินชีวติ ของคนในสังคม ในชุมชน เพ่ือกำรแก้ปัญหำวกิ ฤต 4 ประกำร อันได้แก่ วกิ ฤตกำรณ์ส่ิงแวดล้อม ภัย
ธรรมชำติ วกิ ฤตกำรณ์โรคระบำดทั้งในคน สัตว์ พืช วกิ ฤตเศรษฐกิจ ข้ำวยำกหมำกแพงวกิ ฤตควำมขัดแย้งทำง
สังคม เครอื ข่ำยกสิกรรมธรรมชำติ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชำติ ได้น้อมนำศำสตรพ์ ระรำชำมำสู่กำรปฏิบัติ
ในระยะเวลำกว่ำ ๓๐ ปีท่ีผ่ำนจนได้ผลจรงิ ในกำรปฏิบัติเพ่ือแก้ไขปัญหำทั้งด้ำนดิน น้ำ ป่ำ และคนจนพัฒนำเป็น
หลักกำร แนวปฏิบัติตำมศำสตรพ์ ระรำชำ อย่ำงเป็นข้ันเป็นตอน เรยี กว่ำ “ทฤษฎีบันได ๙ ขั้นสู่ควำมพอเพียง
มั่งค่ัง ยงั่ ยืน”

3. ระยะเวลำ จำนวน 3 ชว่ั โมง
4. วธิ กี ำร/เทคนิค

35

4.1) วทิ ยำกรใชส้ ่ือวดิ ีทัศน์สถำนกำรณ์ปัญหำและวกิ ฤตเพื่อสรำ้ งกำรรบั รกู้ ่อนเข้ำสู่บทเรยี น
4.2) วทิ ยำกรใชส้ ื่อ PowerPoint presentation ในกำรบรรยำยให้ควำมรแู้ ละสรำ้ งควำมเข้ำใจ
4.3) วทิ ยำกรมใชก้ ำรถำม-ตอบ เพ่ือกระตุ้นและประเมินควำมเข้ำใจของผู้รบั กำรฝึกอบรม
4.4) วทิ ยำกรให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมแบง่ กลุ่มระดมควำมคิดนำเสนอ เพ่ือสรำ้ งกำรมีส่วนรว่ ม
5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) ส่ือวดิ ีทศั น์
5.2) ส่ือ PowerPoint presentation
5.3) กระดำษฟลิบชำรต์
5.4) ปำกกำเคมีคละสี
6. ขั้นตอน/วธิ กี ำร
6.1) วทิ ยำกรแนะนำควำมเป็นมำของศูนย์ภูมิรกั ษ์ธรรมชำติ จงั หวัดนครนำยก ในมูลนิธชิ ยั พัฒนำข้อมูล
โดยสรุป
สมเด็จพระกนิษฐำธิรำชเจ้ำ กรมสมเด็จพระเทพรตั นรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรพี ระรำชทำน
พระรำชดำร ิ ให้สำนักงำนมูลนิธิชัยพัฒนำรว่ มกับสมำคมนักเรยี นเก่ำวชิรำวุธวทิ ยำลัย ดำเนินกำรจัดทำ
ศูนย์นิทรรศกำรและแสดงแนวคิดและทฤษฎีกำรพัฒนำในด้ำนต่ำง ๆ ของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว อำทิ
ด้ำนกำรเกษตร ด้ำนปศุสัตว์ ด้ำนส่ิงแวดล้อม และด้ำนพลังงำนเพื่อเผยแพรแ่ นวพระรำชดำรใิ ห้กว้ำงขวำงและ
ลึกซ้ึง ตลอดจนสำธติ ควำมเป็นอยู่วถิ ีไทยด้วยเทคโนโลยีที่เหมำะสม โดยสมเด็จพระเทพรตั นรำชสุดำฯ สยำม
บรมรำชกุมำร ีได้พระรำชทำนชอ่ื โครงกำรแห่งนี้วำ่ “ศูนย์ภูมิรกั ษ์ธรรมชำติ”
ศูนย์ภูมิรกั ษ์ธรรมชำติ นับเปน็ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชำติมีชวี ติ ” เพรำะให้ผู้สนใจได้ศึกษำ ทดลอง และเรยี นรู้
ด้วยตนเอง ทำให้ได้รบั ท้ังควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และควำมเพลิดเพลิน นำไปสู่กำรพัฒนำต่อยอดควำมรู้ โดยรจู้ กั กำร
ชว่ ยเหลือตนเอง ใชภ้ ูมิปัญญำประกอบกับควำมคิดสรำ้ งสรรค์มำประยุกต์ใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ โดยได้ดำเนินกำร
เพื่อเผยแพรแ่ นวคิดเปน็ 4 ส่วนใหญ่ๆดังนี้
1. เปิดให้ทุกภำคส่วนเข้ำมำศึกษำดูงำน โดยไม่มีวันหยุด
2. จดั ให้มีกำรอบรมเพื่อเผยแพรแ่ นวคิดเรอ่ ื งปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่ส่วนงำนต่ำง ๆ
3. ออกบรรยำยให้แก่ส่วนงำนต่ำง ๆ ที่สนใจ
4. เข้ำรว่ มขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง กับเครอื ข่ำยต่ำง ๆ ทัว่ ประเทศ
6.2) วทิ ยำกรละลำยพฤติกรรม ด้วยกำรสรำ้ งกำรมีส่วนรว่ มให้แก่ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมด้วยกำรมให้
แนะนำตัว ภูมิลำเนำ
6.3) วทิ ยำกรใชส้ ่ือประกอบกำรบรรยำยก่อนเข้ำสู่บทเรยี นด้วยสื่อ “ที่มำของปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง”
และใชค้ ำถำมให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมได้แสดงควำมเห็น อีกทง้ั วทิ ยำกรได้อธบิ ำยส่ือวดิ ีทศั น์เพิ่มเติม
6.4) วทิ ยำกรให้ผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมระดมควำมคิดตำมโจทยท์ ี่มอบหมำยให้พรอ้ มนำเสนอ ดังนี้
- กลุ่มท่ี 1-3 ให้ค้นหำวถิ ีชวี ติ วฒั นธรรม ประเพณี กำรพึ่งตนเองด้ำนพอกิน

- กลุ่มที่ 4-6 ให้ค้นหำวถิ ีชวี ติ วัฒนธรรม ประเพณี กำรพึ่งตนเองด้ำนพอใช้
- กลุ่มท่ี 7-8 ให้ค้นหำวถิ ีชวี ติ วัฒนธรรม ประเพณี กำรพ่ึงตนเองด้ำนพออยู่
- กลุ่มที่ 9-10 ให้ค้นหำวถิ ีชวี ติ วฒั นธรรม ประเพณี กำรทำบุญ
- กลุ่มท่ี 11-12 ให้ค้นหำวถิ ีชวี ติ วัฒนธรรม ประเพณี กำรแบ่งปนั
- กลุ่มท่ี 13-14 ให้ค้นหำวถิ ีชวี ติ วฒั นธรรม ประเพณี เรอ่ ื งควำมสำมัคคี

36
- กลุ่มที่ 15-17 ให้ค้นหำภูมิปัญญำในเรอ่ ื งกำรแปรรูป
- กลุ่มท่ี 18-20 ประเพณีของท้องถิ่น
6.5) วทิ ยำกรบรรยำยเพื่อให้มีควำมรตู้ ำมประเด็นเน้ือหำและสรุปด้วย รูปภำพทฤษฎีบันได 9 ข้ันสู่ควำม
พอเพียง

7. สรุปผลกำรเรยี นรู้
7.1 ภำพสรุปกิจกรรมแบ่งกลุ่มระดมควำมคิดตำมโจทย์

37

7.2 ภำพสรปุ จำกส่ือวดิ ีทัศน์ที่มำของหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง

ทฤษฎีบันได 9 ข้ันสู่ควำมพอเพียง คือแนวควำมคิดท่ีพัฒนำมำจำกปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือเป็นแนว
ทำงแก้ไขให้รอดพ้นจำกปญั หำควำมยำกจน และสำมำรถใชช้ วี ติ ในกำรดำรงชพี อยูไ่ ด้อย่ำงมั่นคงและยงั่ ยืนภำยใต้
กระแสโลกำภิวัตน์ รวมถึงควำมเปล่ียนแปลงต่ำง ๆ ท่ีอำจจะเกิดข้ึนอย่ำงต่อเนื่องในอนำคต 4 ขั้นแรกของทฤษฎี
บันได 9 ขั้นสู่ควำมพอเพียง คือ 4 พื้นฐำน 4 ควำมพอ ได้แก่ พออยู่ พอกิน พอใช้ พอมีอำกำศหำยใจรม่ เย็น
สบำย สภำพแวดล้อมน่ำอยู่ ซง่ึ ถือว่ำเป็นปัจจยั ข้ันพ้ืนฐำนในกำรดำรงชีวติ อย่ำงมีคุณภำพ เป็นแนวทำงในกำร
แก้ปัญหำควำมยำกจนให้แก่คนในสังคมได้เป็นอย่ำงดี โดยเฉพำะกับเกษตรกรไทย จำกกำรได้ลองใชห้ ลักกำร
เหล่ำนี้ในชีวติ ประจำวันก็สำมำรถพิสูจน์ได้ว่ำแก้ปัญหำได้จรงิ และยังสำมำรถย้อนกลับไปแก้ไขปัญหำหนี้สิน
ซ่ึงสะสมพอกพูนจำกกำรทำเกษตรเชิงเด่ียว ปัญหำควำมเสื่อมโทรมของทรพั ยำกร ปัญหำควำมขำดแคลนน้ำ
ภัยแล้ง ท้ังหมดล้วนแก้ไขได้จำกแนวคิดป่ำ 3 อย่ำงประโยชน์ 4 อย่ำงของพระบำทสมเด็จพระปรมินทร
มหำภูมิพลอดุลยเดช ท้ำยทส่ี ุดแล้วสิ่งที่สำคัญทสี่ ุดก็คือ คำวำ่ “พอ” ในควำมหมำยของ กำรพออกพอใจ เรำต้อง
รูจ้ ักพอ รูจ้ ักประมำณตน ไม่ใครอ่ ยำกใครม่ ีเช่นผู้อ่ืน เพรำะเรำจะหลงติดกับวัตถุ จนทำให้ชวี ติ ต้องประสบกับ
ปญั หำ

8. รูปภำพกิจกรรม

38

10. หัวข้อวชิ ำ หลักสิกรรมธรรมชำติ (ภำคเชำ้ )
วทิ ยำกร นำงสำวจนั จริ ำ ไพรหอมรน่ ื เจำ้ หน้ำที่ศูนยภ์ ูมิรกั ษ์ธรรมชำตินครนำยก

1. วัตถุประสงค์
๑.1) เพ่ือให้ผู้เข้ำอบรมได้เข้ำใจถึงเรอ่ ื ง นิยำม 5
1.2) เพ่ือสรำ้ งแรงบนั ดำลใจและตระหนักในกำรทำหลักกสิกรรมธรรมชำติ

2. ประเด็นเน้ือหำ
2.1) นิยำม 5
2.2) หลักกสิกรรมธรรมชำติ

3. ระยะเวลำ
จำนวน 2 ชว่ั โมง

4. วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1) ชมส่ือวดี ีทศั น์
4.2) วทิ ยำกรบรรยำย โดยใชส้ ่ือ powerpoint
4.3) สรำ้ งกระบวนกำรมีส่วนรว่ มด้วยกำรถำม-ตอบ

5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) สื่อวดี ีทัศน์ อำจำรยย์ ักษ์สอนหลักคิดของกำรทำกสิกรรม
5.2) ส่ือวดี ีทศั น์ เรอ่ ื งชวี ติ ในดิน ดินมีชวี ติ
5.3) เครอ่ ื งคอมพิวเตอร์ เครอ่ ื งฉำย และจอภำพ
5.4) โปรแกรม Zoom Cloud meeting

6. ขั้นตอน/วธิ กี ำร
วทิ ยำกรแนะนำตนเอง และทำควำมรูจ้ ักผู้เข้ำอบรม ในแต่ละจุดฝึกอบรม และเกรน่ ิ นำเข้ำสู่บทเรยี น

และให้ผู้เข้ำอบรมชมคลิป “อำจำรยย์ ักษ์สอนหลักคิดของกำรทำกสิกรรม” และวทิ ยำกรสรุปเติมเต็มเกี่ยวกับเรอ่ ื ง
นิยำม 5 คือ

1. อุตุนิยำม คือ กำรเพำะปลูกต้องเข้ำใจธรรมชำติ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตำม “ภูมิ” ลักษณะของดินท่ีมีชวี ติ
กำรไหลของน้ำ กำรมองภำพลุ่มน้ำ กำรกำเนิดของลม ทิศทำงลม ทิศทำงของดวงอำทิตย์ ซง่ึ สัมพันธก์ ับส่ิงมีชวี ติ
ทุกอยำ่ งบนโลก

2. พีชนิยำม คือ สิ่งมีชีวติ เดียวท่ีสำมำรถกักเก็บพลังงำนของดวงอำทิตย์ นำมำผลิตเป็นน้ำตำล
เป็นแป้งคำยอำกำศและน้ำ ให้แก่มนุษย์และสัตว์ พืชจึงมีควำมสำคัญยิ่งยวด ดังน้ันเพื่อจะดูแลรกั ษำดิน
ให้เป็น “ดินที่มีชีวติ ” และดินจะมีชีวติ ได้ดินจะต้องมี “จุลินทรยี ์” เพ่ือช่วยย่อยสลำยซำกพืช ซำกสัตว์ ให้เป็น
แรธ่ ำตุและอำหำรของพืช

3. จิตนิ ยำม คื อ ทุกชีวติ ย่อมมี จิตใจ และมี จิตวญิ ญ ำณ จำกคำว่ำ “ปลู กเรอื นตำมใจผู้ อยู่ ”
จงึ มีควำมหมำย ถึงเรำจะเลี้ยงปลำก็ต้องเข้ำใจธรรมชำติของกำรสรำ้ งรงั วำงไข่ หำทเ่ี ล้ียงลุก และออกแบบหนอง
นำ้ จงึ ตำเป็นต้องมีตะพัก เพื่อเข้ำใจถึงวถิ ีชวี ติ และธรรมชำติของปลำ

39

4. กรรมนิยำม คือ กรรมหมำยถึงกำรกระทำ ชีวติ ท้ังหลำยสำมำรถจัดสภำพแวดล้อม ท่ีตนเองอยู่ได้
ตำมควำมชอบ คนก็จดั สภำพแวดล้อม และเรยี นรูท้ ี่จะเข้ำใจ ควำมสัมพันธน์ ้ีแล้วและทำกรรมเพ่ือเอื้อให้สัตว์อ่ืน
มำอยู่โดยจดั สภำพแวดล้อม ให้มีสภำพแวดล้อมให้สมบูรณ์ สัตว์ก็มีทพี่ ึ่ง

5. ธรรมนิยำม คือ ควำมไม่มีอะไรกำหนด ตำยตัวไว้มันไม่น่ิง ปี ๆ หน่ึงมันเปล่ียน ลมมำมันเปล่ียน
พืชก็ปรบั ไปตำมสภำพแวดล้อม ต้องเข้ำใจกฎของอนิจจัง กฎของกำรเปลี่ยนแปลงสภำพแวดล้อม หมุนวน
เป็นธรรมดำ พอเข้ำใจ ก็จต้องคอยดู คอยซอ่ มบำรุง ตลอดเวลำ

วทิ ยำกรให้ผู้เข้ำอบรมชมคลิปสื่อวดี ีโอ เรอ่ ื ง ชีวติ ในดิน ดินมีชวี ติ part 1 เพ่ือให้ผู้เข้ำอบรมเข้ำใจ
และสำมำรถเชอื่ มโยงเรอ่ ื งของ นิยำม 5 กับ เรอ่ ื งหลักกสิกรรมธรรมชำติได้ โดยวทิ ยำกรเชอ่ื มโยงกับเรอ่ ื งหลัก
กสิกรรมธรรมชำติ เกี่ยวกับ ดิน นำ้ ลม ไฟ

ดิน คือกำรห่มดิน ซึ่งประโยชน์ของกำรห่มดิน จะเป็นที่อยู่ของจุลินทรยี ์ เก็บควำมชืน้ และป้องกันกำร
ระเหยของน้ำในดิน เมื่อใบไม้เน่ำเป่ อื ยเป็นอำหำรของสัตว์หน้ำดินทชี่ ว่ ยพลวนดินและถ่ำยมูลเปน็ ปุ๋ย และเม่ือซำก
พืช ซำกสัตว์ย่อยสลำยกลำยเป็นฮิวมัสชนิ้ ดี ประโยชน์ของจุลินทรยี ์ จะชว่ ยตรงึ ไนโตรเจนจำกอำกำศ ชว่ ยย่อย
เศษซำกพืช/สัตว์ ช่วยย่อยแรธ่ ำตุจำกหิน/ลูกรงั /ทรำย เช่น เหล็ก สังกะสี แมงกำนีส แคลเซียม ฟอสฟอรสั
เปน็ ต้น ชว่ ยสรำ้ งฮอรโ์ มนให้พืช เชน่ ไซโตไคนิน จบิ เบอรล์ ิน อ๊อกซนิ และสรำ้ งสำรป้องกันโรคพืช

นำ้ คือ น้ำฝนทุกหยดทีต่ กลงมำจะต้องเก็บไว้ใช้ เก็บไว้ในทด่ี ินของตนเอง
ลม ในประเทศไทย มีลม 3 แบบ คือ ลมหนำว (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ลมรอ้ นและลมฝน (ตะวันออก
เฉียงใต้)
ไฟ ได้แก่ แสงแดด/แสงจนั ทร์ พ้ืนที่ปลูกพืชทต่ี ้องกำรแดดจดั ไม่ให้ปลูกพืชที่มีรม่ เงำ ในแนวตะวันออก/
ตะวนั ตกเพรำะจะมีรม่ เงำทำให้พืชทีต่ ้องกำรแดดจดั ไม่ให้ผลผลิตท่ีดี เชน่ ข้ำว ผัก
วทิ ยำกรเปดิ โอกำสให้ผู้เข้ำอบรมสอบถำมประเด็นข้อสงสัย
7. สรุปผลกำรเรยี นรู้ รนุ่ ท่ี 1 และรนุ่ ท่ี 2
ผู้เข้ำรบั กำรอบรมได้เรยี นรูเ้ กี่ยวกับเรอ่ ื ง นิยำม 5 และหลักกสิกรรมธรรมชำติ โดยเข้ำใจถึงกำรนำหลัก
นิยำม 5 มำเชอื่ มโยงกับหลักกสิกรรมเบ่ืองต้น ในเรอ่ ื ง ดิน น้ำ ลม ไฟ รวมถึงเกิดกระบวนกำรเรยี นรู้ ถำม ตอบ
กับวทิ ยำกรประจำวชิ ำ เกิดเปน็ องค์ควำมรใู้ ห้กับผู้เข้ำรบั กำรอบรม

8. รูปภำพกิจกรรม

40

11. วชิ ำหลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคบ่ำย)

วทิ ยำกร นำยสุนทร แววมะบุตร เครอื ข่ำยโคก หนอง นำ โมเดล จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยำ

1) วตั ถุประสงค์

1.1 เพื่อให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมเข้ำใจเกี่ยวกับหลักกสิกรรมธรรมชำติ

1.2 ตระหนักกำรปลูกให้เกิดคุณค่ำบูรณำกำรในพ้ืนทที่ ำกินเดิมให้มีสภำพใกล้เคียงกับป่ำ

2) ประเด็นเน้ือหำ

2.1 ควำมหมำยของกสิกรรม และเกษตรกรรม

2.2 แนวคิดของกสิกรรมธรรมชำติ

2.3 ควำมเปน็ จรงิ แห่งปญั หำทุนนิยม

2.4 หัวใจหลักกสิกรรมธรรมชำติ กับปำ่ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง

3) ระยะเวลำ

2 ชว่ั โมง 30 นำที

4) วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1. วทิ ยำกรบรรยำยให้ควำมรู้ โดยใชส้ ื่อ Power Point ประกอบกำรบรรยำย
4.2. แลกเปล่ียนควำมคิดเห็น

5) วัสดุ / อุปกรณ์
1. ส่ือ Power Point
2. คอมพิวเตอร์ เครอ่ ื งฉำยโปรเจคเตอร์

6) ขั้นตอน / วธิ กี ำร
วทิ ยำกรแนะนำตัว แนะนำสื่อประกอบกำรสอน โดยวทิ ยำกรได้ให้ผู้เข้ำอบรมตระหนักถึง

ควำมสำคัญของกำรทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว สำมำรถเรยี นรูส้ ่ิงใหม่ ๆ ตำมสถำนกำรณ์โลกได้ตลอดเวลำ
จำกกำรบรรยำยสำมำรถสรุปใจควำมสำคัญได้ ดังน้ี

ควำมหมำยของคำว่ำ “กสิกรรม” และ “เกษตรกรรม”
คำว่ำ “กสิกรรม” กับคำว่ำ “เกษตรกรรม” มีควำมหมำยต่ำงกัน คำว่ำ“กสิกรรม” มำจำกคำบำลีว่ำ
กสิกมฺม (อ่ำนวำ่ กะ-สิ-กัม-มะ) ซง่ึ หมำยถึง กำรเพำะปลูก, กำรไถ ในภำษำไทยคำว่ำ “กสิกรรม” เขียนคำว่ำ กรรม
ตำมแบบสันสกฤต คือ ก ไก่ ร หัน ม ม้ำ หมำยถึง กำรทำไรไ่ ถนำ ใชต้ รงกับคำภำษำอังกฤษว่ำ farming (อ่ำนว่ำ
ฟำรม์ -ม่ิง)
ส่วนคำว่ำ “เกษตรกรรม” มำจำกคำสันสกฤตว่ำ เกฺษตฺร (อ่ำนว่ำ กะ-เสด-ตระ) ซงึ่ หมำยถึง นำ กับ
คำว่ำ กมฺม (อ่ำนว่ำ กัม -มะ) ซึ่งหมำยถึงกำรกระทำ คำว่ำ เกษตร กรรม ใช้ตรงกับคำภำษำอังกฤษว่ำ
agriculture (อ่ำนว่ำ อะ-กฺร-ี คัล-เชอ่ ร)์ หมำยถึง กำรใชป้ ระโยชน์จำกท่ีดิน เชน่ กำรเพำะปลูกพืชต่ำง ๆ กำรป่ำ
ไม้ รวมทั้งกำรเลี้ยงสัตว์ และกำรประมงด้วย
กสิกรรม คือ กำรเพำะปลูก ไม่รวมถึงกำรเลี้ยวสัตว์ กำรประมงหรอื ป่ำไม้ โดยคำว่ำ กสิ คือ
กำรไถหว่ำน จึงหมำยถึงผู้ทำกำรปลูกข้ำว พ่ึงตนเอง พ่ึงธรรมชำติ ไม่ธรรมลำยเคำรพนอบน้อมต่อธรรมชำติ
และเกิดมิติทำงควำมเชือ่ และจติ วญิ ญำณเป็นที่มำแห่งวถิ ีวัฒนธรรมไทย เพรำะสมัยก่อนคนไทยจะเรยี กดินว่ำ
แม่ธรณี เรยี กน้ำว่ำแม่คงคำ เรยี กฝนว่ำพระพิรุณ เรยี กข้ำวว่ำ แม่โพสพ และต้นไม้น้ันก็เชื่อว่ำมีรุกขะเทวดำ


Click to View FlipBook Version