The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการฝึกอบรม โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมที่ 1.1 อบรมแกนนำพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by training-nakhonnayok Library, 2022-05-19 05:24:09

รายงานผลการฝึกอบรมแกนนำพัมนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

รายงานผลการฝึกอบรม โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมที่ 1.1 อบรมแกนนำพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

41

เฝ้ำอำศัยอยู่ รวมถึงวัฒนธรรมเกี่ยวกับกำรเพำะปลูก ในสมัยก่อนที่มีกำรทำพิธขี วัญควำย เพรำะควำยมีพระคุณ

ต่อชำวนำ

เกษตร มำจำกศัพท์ภำษำอังกฤษว่ำ Agriculture เป็นแนวคิดตะวันตกแบบทุนนิยม เน้นควำม

ร่ำรวยและผลประโยชน์สูงสุด นำไปสู่กำรทำลำยน้ำ ดิน และทรพั ยำกรธรรมชำติทั้งหมด ส่วนเกษตรสมัยใหม่นั้น

ทำแบบผูกขำดครบวงจร ดังคำกล่ำวที่ว่ำ “เกษตรนำยทุนครบวงจร เกษตรกรครบวงจน” เป็นกำรทำเกษตร

เชิงเด่ียว มีกำรดัดแปลงพันธุกรรมพืชและสัตว์ ใช้เทคโนโลยีและเครอ่ ื งจักรในกำรผลิต เกษตรกรหันมำใช้

สำรเคมี/ ปุ๋ย / ยำฆ่ำแมลง และฮอรโ์ มนต่ำง ๆ ในภำคกำรเกษตร ทำแบบครบวงจรเพ่ือสรำ้ งระบบผูกขำด

ใชก้ ลไกตลำดเป็นตัวควบคมุ รำคำ และท้ำยทีส่ ุดเปลี่ยนกำรผลิตเป็นเกษตรอุตสำหกรรม เชน่ บรษิ ัท CP ค้นคว้ำ

กำรผลิตไก่แบบไม่มีขน เน้นกำรใชเ้ ทคโนโลยีเพื่อกำรผลิตและเน้นผลกำไรสูงสุด

ปัจจัยท่ีทำให้เกิดทุกข์ของแผ่นดินในระบบกำรศึกษำ เศรษฐกิจกำรเมือง พิจำรณำได้จำกบันได

3 ข้ัน ของลัทธกิ ำรล่ำอำณำนิคมสมัยใหม่ ขั้นที่ 1 ครอบงำ คือ ระบบกำรศึกษำที่แยกส่วนปลูกฝังอุดมกำรณ์ทุน

นิยม โดยระบบกำรศึกษำท่ีล้มเหลว นำสู่ระบบรำชกำรทำให้บูรณำกำรกันไม่ได้ ข้ันท่ี 2 ควบคุม คือ ระบอบ

ประชำธปิ ไตยแบบผู้แทนผูกขำดรฐั สภำท่ีขำดคุณธรรมกำรเลือกตั้ง และกำรซอื้ เสียงเพ่ือได้อำนำจบรหิ ำร และ

นิติบัญญัติ รวมถึงกำรสรำ้ งเศรษฐกิจแบบผูกขำด ข้ันที่ 3 ยึดครอง คือ ยึดครองที่ดินเกษตรโดยธนำคำร หรอื

ภำคอุตสำหกรรม

จำกกำรขยำยตัวของประชำกรและเศรษฐกิจส่งผลให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงกำรใชป้ ระโยชน์ที่ดินไปสู่

พ้ืนท่เี กษตรอุตสำหกรรม และที่อยู่อำศัยมำกข้ึน ส่งผลให้คุณภำพแหล่งน้ำผิวดินเส่ือมโทรมลงปี 2551 คุณภำพ

น้ำแหล่งนำ้ ผิวดิน ดังนี้

22 % อยู่ในเกณฑ์ดี

54 % อยู่ในเกณฑ์พอใช้

24 % เสื่อมโทรม

0 % เส่ือมโทรมมำก

โดยแหล่งนำ้ ผิวดินที่เสื่อมโทรมมำกคือ แม่น้ำ เจำ้ พระยำและท่ำจนี ตอนล่ำง สะแกกรงั ลพบุร ี เพชรบุรตี อนล่ำง

และลำตะคอง ตอนล่ำง ซง่ึ มีควำมหนำแน่นของประชำกร และกิจกรรมทำงเศรษฐกิจ

ท้ังนี้ผลกระทบจำกกำรทำเกษตรกรรมแบบทุนนิยม จะส่งผลผลกระทบข้ำงเคียงต่อเกษตรกร/

ผู้บรโิ ภค ได้แก่

1. ผลกระทบต่อเกษตรกร สำรพิษสะสมในตัวเกษตรกร(80%) สุขภำพอ่อนแอเส่ียงต่อกำรเป็น

โรครำ้ ยแรง สุดท้ำยหมดตัวจำกกำรปว่ ยไข้

2. ผลกระทบต่อผู้บรโิ ภค คือ บรโิ ภคอำหำรมีสำรพิษและฮอรโ์ มนตกค้ำงเส่ียงต่อโรครำ้ ยแรงอำยุ

สั้นตำยก่อนวยั อันควร สำรตกค้ำงทีพ่ บมำกทีส่ ุด ในกะหล่ำปลี กะหล่ำปลีสีม่วง กะหล่ำดอก คะน้ำ ถั่วฝกั ยำว พรกิ

ถั่วลันเตำ สลัดแก้ว ผักกำดฮ่องเต้ บล็อกโคลี่ ผลไม้ทีม่ ีสำรตกค้ำงมำกทสี่ ุด ได้แก่ องุ่น ส้ม สตรอวเบอร่ ีแคนตำ

ลูป และแตงโม ตำมลำดับ ส่วนสำรพิษตกค้ำงในอำหำร ผัก 4 อันดับท่ีมีสำรตกค้ำงมำกท่ีสุด ได้แก่

1) ถ่ัวฝักยำว เกินค่ำควำมปลอดภัย 2-10 เทำ่ 2) ผักชเี กินค่ำควำมปลอดภัย 30-100 เท่ำ 3) พรกิ จนิ ดำ เกิน

ค่ำควำมปลอดภัย 121 เทำ่ และ 4) คะน้ำ เกินค่ำควำมปลอดภัย 202 เทำ่

3. ผลกระทบด้ำนภูมิปัญญำและวถิ ีท้องถิ่น ทำลำยระบบกำรพึ่งพำตนเองของเกษตรกรปุ๋ย/เมล็ด

พันธพุ์ ืช/พันธสุ์ ัตว์ ทำลำยภูมิปัญญำท้องถิ่น สมุนไพรวถิ ีกำรเพำะปลูกพืชกำรเลี้ยงสัตว์

42
จำกผลกระทบของกำรทำเกษตรในระบบทุนนิยม แนวคิดหลักกสิกรรมจึงต้องมีคำถำเลี้ยงดิน
เพ่ือระลึกถึงกำรทำเกษตร

ยุทธศำสตรข์ องกสิกรรมธรรมชำติ คือ “ดิน” ดินดีคือดินมีชีวติ “เรำเช่ือว่ำดินมีชีวติ ” เรำมำช่วยกัน
“คืนชีวติ ให้แผ่นดิน” ตำมพระรำชดำรขิ องในหลวง รชั กำลที่ 9 ที่ว่ำ จะทำให้ดินดี อย่ำปอกเปลือกเปลือยดิน
ให้ห่มดิน บำรุงดินด้วยแห้งชำม (ปุ๋ยหมัก) น้ำชำม (ปุ๋ยน้ำหมัก) และลักษณะกำรปลูกพืชตำมหลักกสิกรรม
ธรรมชำติ ควรปลูกดอกไม้ล่อแมลง เรยี กวำ่ กำรหลอกล่อ สมุนไพรไล่แมลง(เปล่ียนกลิ่นพืช) ปลูกดอกไม้หลำกสี
ดึงดูด ตัวห้ำ ตัวเบียน กับดักแมลง ไฟล่อแมลง ส่วนกำรบรหิ ำรจัดกำรน้ำตำมศำสตรพ์ ระรำชำ ใช้แนวคิด
“จำกภูผำ...สู่มหำนที” ดังภำพ

สมุนไพร เจด็ รส ท่ีใชใ้ นกำรเกษตรตำมหลักกสิกรรม สรุปได้ ดังน้ี
1. น้ำหมักสมุนไพรรสจืด ได้แก่ ใบกล้วย ผักบุ้ง รำงจดื และพืชสมุนไพรที่มีรสจืดทุกชนิด สรรพคุณ จะเป็นปุ๋ย
บำรุงดิน ให้ดินมีควำมรว่ นซุย โปรง่ และทำให้ดินไม่แข็ง และใชบ้ ำบดั นำ้ เสียได้

43

2. น้ำหมักสมุนไพรรสขม ได้แก่ ใบสะเดำ บอระเพ็ด ใบขี้เหล็ก และพืชสมุนไพรท่ีมีรสขมทุกชนิด สรรพคุณ
สำมำรถฆ่ำเชอื้ แบคทีเรยี เพื่อสรำ้ งภูมิค้มุ กันให้กับพืช
3. นำ้ หมักสมุนไพรรสฝำด ได้แก่ ปลีกล้วย เปลือกมังคุด เปลือกฝรง่ั มะยมหวำน และพืชสมุนไพรที่มีรสฝำดทุก
ชนิด สรรพคุณ ฆ่ำเชอื้ รำในโรคพืชทุกชนิด
4 . น้ำหมักสมุนไพรรสเบ่ือเมำ ได้แก่ หัวกลอย ใบเมล็ดสบู่ดำ ใบน้อยหน่ำ และพืชสมุนไพรที่มีรสเบื่อเมำทุกชนิด
สรรพคณุ ฆ่ำเพลี้ย หนอน และ แมลง ในพืชผักทกุ ชนิด
5.น้ำ หมักสมุนไพรรสเปรย้ ี ว วัตถุดิบ ได้แก่ มะกรูด มะนำว กระเจี๊ยบ และพืชสมุนไพรที่มีรสเปรย้ ี วทุกชนิด
สรรพคณุ ไล่แมลงโดยเฉพำะ
6. นำ้ หมักสมุนไพรรสหอมระเหย วัตถุดิบ ได้แก่ ตะไครห้ อม ใบกะเพรำ ใบเตย และพืชสมุนไพรมีรสหอมระเหย
ทุกชนิด สรรพคุณ จะเปน็ นำ้ หมักท่ีเปล่ียนกลิ่นของต้นพืช เพื่อปอ้ งกันไม่ให้แมลงไปกัดกินทำลำย
7. น้ำหมักสมุนไพรรสเผ็ดรอ้ น วตั ถุดิบ ได้แก่ พรกิ ขิง ข่ำ และพืชสมุนไพรทม่ี ีรสเผ็ดรอ้ นทุกชนิด

สรุปผลกำรเรยี นรู้
พบว่ำ ผู้เข้ำอบรมส่วนใหญ่มีควำมสนใจในเนื้อหำของกำรบรรยำย เนื่องจำกบำงเรอ่ ื งเป็นควำมรใู้ หม่

ของผู้เข้ำอบรม ทำให้ผู้เข้ำอบรมมีส่วนรว่ มในกำรเรยี น บรรยำกำศในห้องเรยี นจึงเป็นเวทีของกำรแลกเปลี่ยน
เรยี นรู้ ทำให้ผู้เข้ำอบรมมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจมำกข้ึนเก่ียวกับปัญหำของทุนนิยมนำไปสู่แนวคิดกสิกรรมธรรมชำติ
และเข้ำใจ เห็นคุณค่ำของกำรทำเกษตรกรรมตำมหลักกสิกรรม ทั้งนี้ ผู้เข้ำอบรมสำมำรถนำควำมรูจ้ ำกกำรฟัง
บรรยำยของวทิ ยำกรไปเผยแพรใ่ ห้กับองค์กรของตนเอง

8.ภำพถ่ำยกิจกรรม

44

12. วชิ ำ : ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ วถิ ีภูมิปญั ญำไทยกับกำรพงึ่ ตนเอง
วทิ ยำกร นำยเมธำพันธ์ นิลแก้ว ตำแหน่ง นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร
1. วัตถุประสงค์

1.1) เพื่อให้ผู้เรยี นได้สังเครำะห์ควำมรูท้ ี่ได้รบั จำกวทิ ยำกรท่ีได้มำบรรยำยในแต่ละวชิ ำ มำสังเครำะห์
ควำมรผู้ ่ำนกำรถอดบทเรยี นจำกส่ือ

1.2) เพื่อให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรน้อมนำหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง
ไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำรงชวี ติ

1.3) เพ่ือให้ผู้อบรมมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจสถำนกำรณ์โลกปัจจุบันกับกำรเปลี่ยนแปลงของดิน ฟ้ำ อำกำศ
และตระหนักถึงวกิ ฤตปัญหำด้ำนดิน น้ำ ลม ไฟ โรคติดต่อระบำดทอี่ ำจเกิดขึ้นในประเทศไทยและกำรป้องกันภัย

2. ประเด็นเนื้อหำ
2.1) กำรพ่ึงพำตนเองในภำวะวกิ ฤต
2.2) ภูมิปัญญำของไทย
2.3) กำรน้อมนำหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใชใ้ นกำรดำรงชวี ติ
2.4) ภำวะวกิ ฤตสังคมโลก สังคมไทย ในปจั จุบนั
2.5) หำทำงออกวกิ ฤตด้วยศำสตรพ์ ระรำชำ

3. ระยะเวลำ
จำนวน 1 ชวั่ โมง

4. วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1) ชมส่ือวดิ ีทศั น์
4.2) แต่ละจุดอบรมรว่ มกันะดมสมอง รว่ มกันสังเครำะห์องค์ควำมรู้
4.3) นำเสนอข้อมูลตำมโจทย์ทไี่ ด้รบั มอบหมำย โดยหำกมีจุดอบรมหลำยจุด จะใชว้ ธิ กี ำรจบั สลำก
4.4) สรำ้ งกระบวนกำรมีส่วนรว่ มด้วยกำรถำม-ตอบ

5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) สื่อวดิ ีทศั น์ “พ่อเลี่ยม บุตรจนั ทำ” ปลดหนี้ด้วยศำสตรพ์ ระรำชำ:คนรกั ษ์ป่ำ
5.2) เครอ่ ื งคอมพิวเตอร์ เครอ่ ื งฉำย และจอภำพ
5.3) กระดำน กระดำษฟลิปชำรต์ ปำกกำ กระดำษกำว
5.4) สัญญำณอินเตอรเ์ น็ต

6. ขั้นตอน/วธิ กี ำร
6.1) วทิ ยำกรแนะนำตนเอง และชแี้ จงวัตถปุ ระสงค์ของวชิ ำ เกรน่ ิ นำก่อนเข้ำสู่บทเรยี น โดยให้ดูภำพและ

ให้แต่ละจุดอบรมตอบวำ่ สิ่งทีเ่ ห็นในภำพคืออะไร คือภูมิปัญญำประเภทใด
6.2) ทบทวนควำมรเู้ ก่ียวกับคำว่ำภูมิปัญญำไทย คำว่ำกำรพึ่งตนเอง และทำไมจงึ ต้องพึ่งตนเอง

45

6.3) วทิ ยำกรให้ชมชมสื่อวดิ ีทศั น์ของ พ่อเล่ียม บุตรจนั ทำ ปลดหนี้ด้วยศำสตรพ์ ระรำชำ: คนรกั ษ์ปำ่
6.4) วทิ ยำกรมอบโจทยใ์ นกำรเรยี นรู้ คือ ได้อะไรจำกกำรชมส่ือวดี ีทัศน์ เชน่ พ่อเลี่ยมใชภ้ ูมิปัญญำอะไร
ในกำรแก้ปญั หำ และผู้อบรมจะนำส่ิงทีไ่ ด้ไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันอย่ำงไร
6.5) แต่ละจุดอบรมรว่ มกันระดมสมองตำมโจทยท์ ี่ได้รบั
6.6) แต่ละจุดอบรมนำเสนอ และแลกเปล่ียนเรยี นรกู้ ับวทิ ยำกรและจุดอบรมอ่ืน ๆ
6.7) วทิ ยำกรสรปุ เติมเต็ม และสรำ้ งกระบวนกำรเรยี นรดู้ ้วยกำรใชว้ ธิ กี ำร ถำม-ตอบ และให้ผู้เข้ำรบั กำร
ฝกึ อบรมให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
6.8) กิจกรรมตอบคำถำมและมอบของรำงวลั เปน็ ต้นไม้ทเี่ พำะพันธจุ์ ำกฐำนเรยี นรคู้ นรกั ษ์ป่ำ

7. สรุปผลกำรเรยี นรู้
7.1) สรุปผลกำรเรยี นรู้ ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อวดิ ีทัศน์ พ่อเล่ียม บุตรจันทำ ” ปลดหนี้ด้วยศำสตร์

พระรำชำ: คนรกั ษ์ป่ำ จำกกำรสังเครำะห์ควำมรูจ้ ำกประเด็นคำถำม “ได้ข้อคิด/มุมมองอะไรบ้ำง และจะทำอะไร
ต่อไป” ของผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม สรปุ ได้ดังนี้

ประเด็นที่ 1 ได้ข้อคิดและมุมมองอะไรบ้ำง
- กำรทำบญั ชคี รวั เรอื น
- กำรพ่ึงตนเองกำรน้อมหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียงมำปรบั ใชก้ ำรดำเนินชวี ติ
- กำรวำงแผนชวี ติ ล่วงหน้ำ เพ่ือสำมำรถพึ่งตนเองได้ในภำวะวกิ ฤต

- กำรน้อมหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียงมำสู่กำรปฏิบัติอยำ่ งเปน็ รปู ธรรม
- กำรใชช้ วี ติ ด้วยภูมิปญั ญำไทย

- ส่งต่อภูมิปญั ญำแก่ลูกหลำนและผู้อ่ืน ด้วยกำรทำให้เห็นรูปธรรม
ประเด็นที่ 2 ภูมิปัญญำท่ีพ่อเลี่ยมใชม้ ีอะไรบ้ำง
- ศำสตรพ์ ระรำชำ
- หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
- กำรปลูกต้นไม้ กำรทำกำรเกษตร
- กำรแปรรูปผลผลิต
- กำรเผำถ่ำน
- กำรทำบัญชคี รวั เรอื น
ประเด็นที่ 3 ภูมิปัญญำในหมู่บ้ำนหรอื ครวั เรอื นทำ่ นมีอะไรบำ้ ง
- ด้ำนกำรเกษตร
- ด้ำนกำรแปรรูปอำหำร
- ด้ำนเครอ่ ื งจกั สำน
- ด้ำนสมุนไพร
ประเด็นท่ี 4 จะนำไปปรบั ใชใ้ นครวั เรอื นและชุมชนอย่ำงไร
- นำองค์ควำมรกู้ ำรทำบญั ชคี รวั เรอื นไปทำในครอบครวั
- ส่งเสรมิ กำรใชช้ วี ติ ด้วยศำสตรพ์ ระรำชำแก่คนในชุมชน

- กลับมำมองตนเอง หำเหตุของปัญหำทเ่ี กิดขึ้น และแก้ไขให้ตรงจุด

46

8. รูปภำพกิจกรรม

13. วชิ ำ เรยี นรู้ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพยี ง
วทิ ยำกร คณะวทิ ยำกร ศพช.นครนำยก
1. วัตถุประสงค์

๑.1) เพื่อให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรแู้ ละเข้ำใจถึงกำรน้อมนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำปรบั ใช้
ในชวี ติ ประจำวัน และสำมำรถปฏิบตั ิจนเปน็ วถิ ีชวี ติ

1.2) เพ่ือผู้เข้ำอบรมมีทกั ษะ ควำมรใู้ นแต่ละฐำนกำรเรยี นรแู้ ละนำไปปฏิบัติได้
1.3) สำมำรถนำควำมรูแ้ ละเทคนิคในฐำนต่ำง ๆ ไปประยุกต์ใชเ้ ป็นอำชีพเสรมิ ในครวั เรอื น เพ่ือให้เกิด
รำยได้และพ่ึงพำตนเองได้

2. ประเด็นเนื้อหำ
2.1) ควำมสำคัญของ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพยี ง และกำรนำไปปรบั ใชใ้ นกำรดำเนินชวี ติ
2.2) เรยี นรแู้ ละฝกึ ปฏิบัติ 4 กิจกรรม ดังน้ี
2.2.1) ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์แม่ธรณี”
เนื้อหำกำรเรยี นรู:้ กำรทำปุย๋ ชวี ภำพ ทำน้ำหมักชวี ภำพ
2.2.2) ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์แม่ธรณี”
เน้ือหำกำรเรยี นรู:้ กำรห่มดิน
2.2.3) ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์น้ำ”
เนื้อหำกำรเรยี นรู:้ ทำลูกระเบิดจุลินทรยี ์

47

2.2.4) จุดเรยี นรกู้ ำรเลี้ยงสัตว์
เนื้อหำกำรเรยี นรู:้ กำรทำอำหำรสัตว์

3. ระยะเวลำ 3 ชว่ั โมง

4. วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1) บรรยำยให้ควำมรู้ ท่มี ำและควำมสำคัญของ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง
4.2) บรรยำยกำรนำไปประยุกต์ใช้ ยกตัวอยำ่ ง กำรขับเคลื่อนฐำนเรยี นรตู้ ่ำง ๆ ของศูนยเ์ รยี นรเู้ ศรษฐกิจ

พอเพียง พ้ืนท่ีศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก
4.3) วทิ ยำกรหลักสำธติ กำรฝึกปฏิบัติ และให้ครพู ำทำ เสรมิ กระบวนกำรเรยี นรใู้ ห้ผู้อบรมแต่ละจุดอบรม

ในพื้นท่ีฝึกปฏิบัติไปพรอ้ มกันกับวทิ ยำกรหลัก ผ่ำนระบบออนไลน์ โดยกำรแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 10-15 คน
ซงึ่ มีกิจกรรมฝึกปฏิบัติ 4 กิจกรรม ได้แก่ 1) ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์แม่ธรณี” กำรทำปุ๋ยชวี ภำพ ทำน้ำหมักชวี ภำพ
2) ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์แม่ธรณี” : กำรห่มดิน 3) ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์น้ำ” : ทำลูกระเบิดจุลินทรยี ์ และ
4) จุดเรยี นรกู้ ำรเล้ียงสัตว์ : กำรทำอำหำรสัตว์

5. วัสดุ/อปุ กรณ์

5.1) ส่ือ PowerPoint presentation หัวข้อเรอ่ ื ง ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง
5.2) ส่ือ PowerPoint presentation กิจกรรมทีฝ่ กึ ปฏิบัติ กำรทำปุย๋ ชวี ภำพ ทำน้ำหมักชวี ภำพ กำรห่ม
ดิน ทำลูกระเบดิ จุลินทรยี ์ และกำรทำอำหำรสัตว์
5.3) วสั ดุ/อุปกรณ์ ประจำฐำนเรยี นรอู้ ุปกรณ์ขยำยเสียง, ไมค์โครโฟน
5.4) เอกสำรองค์ควำมรใู้ นแต่ละฐำนเรยี นรู้
5.5) เครอ่ ื งคอมพิวเตอร์ เครอ่ ื งฉำย และจอภำพ
5.6) โปรแกรม Zoom Cloud meeting

6. ขัน้ ตอน/วธิ กี าร

6.1) วทิ ยำกรแนะนำตัวเอง เนื้อหำวชิ ำ ท่ีมำและควำมสำคัญของ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง
6.2) วทิ ยำกรกำรนำไปประยุกต์ใช้ ยกตัวอย่ำง กำรขับเคล่ือนฐำนเรยี นรตู้ ่ำง ๆ ของศูนย์เรยี นรูเ้ ศรษฐกิจ
พอเพียง พื้นทศี่ ูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก
6.3) วทิ ยำกรแนะนำวทิ ยำกรประจำจุดเรยี นรูท้ ั้ง 4 กิจกรรมที่ฝึกปฏิบัติ และนำเข้ำสู่กำรสำธติ
และฝึกปฏิบัติแต่ละกิจกรรมจนครบ โดยให้แต่ละจุดอบรมฝึกปฏิบัติไปพรอ้ มกันกับวทิ ยำกรหลักแต่ละจุด
กิจกรรม ผ่ำนระบบออนไลน์ ซงึ่ จะมีครูพำทำแต่ละจุดอบรมในพ้ืนท่ีพำฝึกปฏิบัติให้คำแนะนำตอบข้อซกั ถำม
ผู้อบรมระหว่ำงดำเนินกิจกรรม
6.4) วทิ ยำกรประจำฐำนเรยี นรู้ อธิบำยเน้ือหำควำมรูแ้ ละนำผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมลงมือฝึกปฏิบัติ
(ฐำนเรยี นรูล้ ะ 40 นำที) โดยเรม่ ิ จำก 1) ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์แม่ธรณี” กำรทำปุ๋ยชีวภำพ ทำน้ำหมักชวี ภำพ
2) ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์แม่ธรณี” : กำรห่มดิน และ 3) จุดเรยี นรูก้ ำรเล้ียงสัตว์ : กำรทำอำหำรสัตว์ 4) ฐำนเรยี นรู้
“ฅนรกั ษ์น้ำ” : ทำลูกระเบิดจุลินทรยี ์

48

7. สรุปผลกำรเรยี นรู้
สรปุ ผลกำรเรยี นรวู้ ชิ ำ เรยี นรู้ ๙ ฐำนกำรเรยี นรู้ สู่เศรษฐกิจพอเพียง สรุปได้ดังน้ี

กิจกรรมฝึกปฏิบัติท่ี 1 ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์แม่ธรณี”
เนื้อหำกำรเรยี นรู:้ กำรทำปุ๋ยชวี ภำพ
ปุ๋ยอินทรยี ์ชวี ภำพ หมำยถึง สำรธรรมชำติท่ีได้จำกกระบวนกำรหมักบ่มวัตถุดิบจำกธรรมชำติ

ต่ำง ๆ ท้ังพืช และสัตว์จนสลำยตัวสมบูรณ์เปน็ ฮิวมัส วติ ำมิน ฮอรโ์ มน และ สำรธรรมชำติต่ำง ๆ ซงึ่ เป็นท้ังอำหำร
ของดิน ตัวเรง่ กำรทำงำนของส่ิงมีชวี ติ เล็ก ๆ ที่อำศัยอยู่ในดิน และอำศัยอยู่ปลำยรำกของพืชที่สำมำรถสรำ้ งธำตุ
อำหำรกวำ่ ๙๓ ชนิด ให้แก่พืช

ปุ๋ยหมักแห้งอินทรยี ์ชวี ภำพ สูตรมูลสัตว์
ส่วนประกอบ

- มูลสัตว์ ๑ กระสอบ
- แกลบ เศษใบไม้ หรอื ซงั ข้ำวโพด ๑ กระสอบ
- ขี้เถ้ำแกลบ ๑ กระสอบ
- รำอ่อน ๑ กระสอบ
- น้ำสะอำด ๑๐ ลิตร (ถ้ำวัตถดุ ิบ แห้งมำกก็สำมำรถเพ่ิมปรมิ ำณข้ึน)
- หัวเชอ้ื จุลินทรยี ์เข้มข้น ๑ ลิตร
วธิ ที ำ
๑) นำมูลสัตว์ แกลบ ข้ีเถ้ำแกลบ และรำอ่อนมำผสมคลุกเคล้ำให้เข้ำเป็นเนื้อเดียวกัน
๒) ผสมนำ้ กับหัวเชอ้ื จุลินทรยี ์เข้มข้นให้เข้ำกัน รดลงบนกองวสั ดุ และผสมให้เข้ำกันจนมีควำมชนื้
ประมำณ ๓๕% โดยทดลองกำดูจะเกำะกันเป็นก้อนได้แต่ไม่เหนียว และเมื่อปล่อยทิ้งลงพ้ืนจำกควำมสูงประมำณ
๑ เมตร ก้อนปุย๋ จะแตกแต่ยงั มีรอยน้ิวมือเหลืออยู่
3) คลุกเคล้ำให้เข้ำกันดี ตักปุ๋ยใส่กระสอบ และมัดปำกถุงให้แน่น
๔) กองกระสอบปุ๋ยซ้อนกันเป็นชนั้ ๆ และควรวำงกระสอบแต่ละตั้งให้ห่ำงกัน เพื่อให้ ควำม
รอ้ นสำมำรถระบำยออกได้ทงั้ ๔ ด้ำน เพ่ือไม่ต้องกลับกระสอบทกุ วัน
๕) ทงิ้ ไว้ประมำณ ๕-๗ วนั ตรวจดูวำ่ มีกล่ินหอมและไม่มีไอรอ้ น ก็สำมำรถนำไปใช้ งำนและ
เก็บรกั ษำไวไ้ ด้นำน
ปุ๋ยน้ำหมักรสจดื ทำจำกหน่อกล้วย (จุลินทรยี ์หน่อกล้วย) ซงึ่ ชว่ ยเปน็ ปุย๋ บำรุงดิน ให้ดินมีควำม
รว่ นซุย โปรง่ และทำให้ดินไม่แข็ง และสำมำรถใชบ้ ำบดั นำ้ เสียได้ด้วย
1.1) ส่วนประกอบ
- หน่อกล้วย เอำพรอ้ มรำก เงำ้ ของหน่อกล้วย สูงไม่เกิน 1 เมตร 3 กิโลกรมั
- กำกน้ำตำล 1 กิโลกรมั
1.2) วธิ ที ำ
1) นำหน่อกล้วยท่ีได้มำหั่นเป็นแว่นบำง ๆ หรอื บดให้ละเอียด จำนวน 3 กิโลกรมั
2) นำมำคลุกกับกำกน้ำตำล จำ้ นวน 1 กิโลกรมั คลุกเคล้ำให้เข้ำกัน น้ำใส่ถำดหมักไว้ 7
วนั คนทกุ วันเชำ้ - เย็น พอถึง 7 วัน ใส่ถังปิดฝำให้สนิท

49

กิจกรรมฝึกปฏิบัติท่ี 2 ฐำนเรยี นรู้ “คนรกั ษ์แม่ธรณี” : กำรห่มดิน
เนื้อหำกำรเรยี นรู:้ กำรห่มดิน
กำรห่มดินตำมหลักกสิกรรมธรรมชำติ โดยใชฟ้ ำง เศษหญ้ำ หรอื ใบไม้ท่ีสำมำรถย่อยสลำยได้เอง

ตำมธรรมชำติห่มหรอื คลุมลงบนหน้ำดิน และใส่ปุ๋ยอินทรยี ์ชวี ภำพลงไป เพ่ือให้อำหำรแก่ดิน ดินจะปล่อยธำตุ
อำหำรให้พืชโดยกระบวนกำรย่อยสลำยของจุลินทรยี ์ เรยี กหลักกำรนี้ว่ำ “เลี้ยงดิน ให้ดินเล้ียงพืช”

1) ห่มดินด้วยฟำง เศษหญ้ำ หรอื ใบไม้ รอบโคนต้นไม้ประเภทไม้ยืนต้นหรอื พืชที่เรำปลูก
ห่ำงจำกโคนต้นไม้หรอื พืชที่ปลูก 1 คืบ ห่มหนำ 1 คืบ ถึง 1 ฟุต ต้องทำเป็นวงเหมือนโดนัท

2) โรยด้วยปุ๋ยคอก (มูลสัตว์) บำง ๆ และรดด้วยน้ำหมักชวี ภำพผสมนำ้ เจอื จำง อัตรำส่วน 1
: 100 - 200 หรอื เรยี กข้ันตอนนี้วำ่ “แห้งชำม น้ำชำม”

กิจกรรมฝึกปฏิบัติที่ 3 “จุดเรยี นรูก้ ำรเลี้ยงสัตว์” : กำรทำอำหำรสัตว์
เน้ือหำกำรเรยี นรู:้ กำรทำอำหำรสัตว์
ในกำรฝึกปฏิบัติฐำนเรยี นรูห้ น่ึงงำนบ้ำนพอเพียง ซ่ึงเป็นฐำนเรยี นรูท้ ่ีมีองค์ควำมรูห้ ลำกหลำยในกำร
อบรมครง้ั วทิ ยำกรได้ให้ควำมรเู้ ก่ียวกับกำรทำอำหำรไก่แบบพอเพียง โดยให้ผู้เข้ำอบรมฝึกปฏิบัติมีส่วนผสมและ
วธิ ที ำ ดังนี้
วัตถุดิบ/อุปกรณ์

1) ผักตบชวำ ไม่เอำรำก
2) นำ้ ตำลทรำย
3) เกลือ
4) ถังสำหรบั หมัก
5) มีด
6) เขียง
วธิ กี ำรทำ
1) แบง่ ผักตบชวำออกเป็น 4 ส่วนๆ ละ 12.5 กิโลกรมั จะบรรจุได้เต็มถังขนำด 50 ลิตร พอดี
2) จำกนั้นใส่ผักตบชวำลงไปในถังพลำสติกชนั้ ล่ำงสุดประมำณ 12.5 กิโลกรมั เหยยี บกดลงไปให้แน่น
3) โรยนำ้ ตำลทรำยชนั้ ละ 0.5 กิโลกรมั และโรยทับด้วยเกลืออีกประมำณ 1 กำมือ เสรจ็ ชน้ั ท่ี 1
5) ทำเหมือนกันซ้ำอีกจนครบ 4 ชนั้ จะเต็มถังพอดี
6) ปดิ ฝำถังให้สนิท ตั้งไว้ในทรี่ ม่ หมักนำน 21 วนั สำมำรถนำไปใชเ้ ล้ียงสัตวไ์ ด้

กิจกรรมฝึกปฏิบัติท่ี 4 ฐำนเรยี นรู้ “ฅนรกั ษ์น้ำ”: ทำลูกระเบิดจุลินทรยี ์
เนื้อหำกำรเรยี นรู:้ ทำลูกระเบิดจุลินทรยี ์
ในกำรฝึกปฏิบัติในฐำนเรยี นรูค้ นรกั ษ์น้ำ วทิ ยำกรให้องค์ควำมรูเ้ ก่ียวกั บลูกระเบิดจุลินทรยี ์ เป็น
ลูกระเบิดจุลินทรยี ์ ซงึ่ เป็นตัวชว่ ยบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำใส เพรำะ “น้ำ” เป็นปัจจยั ที่สำคัญสำหรบั ดำรงชวี ติ ของ
ส่ิงมีชวี ติ และย่อมเกิดควำมเดือดรอ้ นเมื่อเกิดสภำวะนำ้ เน่ำเสียขึ้นมำ
วธิ กี ำรบำบดั งำ่ ย ๆ ทำได้โดยกำรนำน้ำหมักชวี ภำพมำผสมกับส่วนผสมอ่ืน ๆ ป้ นั เปน็ ลูกระเบิด จุลินทรยี ์
เม่ือโยนลงไปในน้ำแล้ว จะช่วยบำบัดน้ำที่เน่ำเสียให้ใสและไม่ส่งกล่ินเหม็น เพ่ิมออกซิเจนในน้ำรวมท้ังไรน้ำ
ซงึ่ เปน็ อำหำรธรรมชำติที่สำคัญยิ่งของสัตว์น้ำพวก ปู กุ้ง ปลำ และหอยอีกด้วย

50

สูตรทำลูกระเบิดจุลินทรยี ์อย่ำงง่ำย
1) วัสดุ ส่วนผสม

1. ปุ๋ยอินทรยี ์แบบแห้ง ถ้ำหำไม่ได้ ใช้อินทรยี ์วัตถุ เช่น ใบไม้แห้ง ฟำง หญ้ำ ชำ นอ้อยn
ขุยมะพรำ้ ว 1 ส่วน

2. มูลสัตว์ เชน่ ไก่ แพะ ววั ควำย 1 ส่วน
3. ดินโคลนเลน ถ้ำหำไม่ได้ ใชด้ ินธรรมดำแทนได้ แต่ต้องเนื้อเหนียวหน่อย เพรำะจะป้ ันเป็นลูก
ง่ำย 1 ส่วน
4. รำ 1/2 ส่วน
5. ปุ๋ยนำ้ หมักชวี ภำพ รสจดื หมักจำกเศษอำหำร ผัก แยกเศษเน้ือสัตวอ์ อก ควรเปน็ รสจืดจะ
ชว่ ยบำบัดน้ำได้ดี ควรใชป้ ุ๋ยน้ำที่หมักไว้แล้วอย่ำงน้อย 3 เดือน ถ้ำหมักไม่ทันก็ใชป้ ุ๋ยน้ำหมักชวี ภำพที่มีขำยตำม
รำ้ นค้ำได้ ผสมน้ำในอัตรำ 1:1 ส่วน
2) วธิ กี ำรทำ
1. ผสมส่วนผสมท้งั หมดคลุกให้เข้ำกัน แล้วรดด้วยปุ๋ยนำ้ หมักชวี ภำพผสมน้ำ พอให้ส่วนผสมชนื้
คลุกให้เข้ำกัน ลองหยิบส่วนผสมมำบีบดู พอให้มีนำ้ ซมึ ๆ ออกมำตำมง่ำมนิ้ว ถือวำ่ ใชไ้ ด้ ไม่เละ หรอื เหลวเกินไป
2. ป้ นั เป็นลูกขนำดพอเหมำะหรอื ขนำดเทำ่ ลูกเปตอง วำงผ่ึงไว้ในที่รม่ จนแห้ง นำวัสดุที่สำมำรถ
ระบำยอำกำศได้คลุม ประมำณ 4-7 วนั (ห้ำมโดดแดด โดนฝน) จงึ สำมำรถนำไปบำบัดนำ้ ได้
3) วธิ กี ำรบำบัดน้ำเสีย
1. โยนลูกระเบิด โดยใช้ในอัตรำส่วน 5 กิโลกรมั ต่อ น้ำ 1 ล้ำนลิตร หรอื 25-50 กิโลกรมั ต่อ
พ้ืนที่ 1 ไร่ หรอื 4 ก้อน ต่อ 1 ลูกบำศก์เมตร ทง้ั น้ีขึ้นอยู่กับสภำพน้ำท่ีเน่ำเสีย
2. นำน้ำหมักชีวภำพ รำดบรเิ วณขอบบ่อหรอื สระที่ต้องกำรบำบัดน้ำเสีย และนำน้ำหนักรำด
เป็นรูปเครอ่ ื งหมำยคูณ บรเิ วณกลำงบ่อหรอื สระ ลูกระเบิดจะแตกภำยใน 21 นำที บำบัดน้ำจำก ล่ำง ข้ึน บน
และใส่ปุย๋ นำ้ ชวี ภำพ จำบำบดั นำ้ จำก บน ลง ล่ำง

8. รูปภำพกิจกรรม

51

14. วชิ ำ : กิจกรรมกำรเอำเมอื้ สำมัคคี

วทิ ยำกร ครูพำทำประจำจุดอบรม

1. วัตถุประสงค์

เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรอบรมได้เห็นควำมสำคัญ เห็นผลของกำรรว่ มมือรว่ มใจกันทำงำน ผ่ำนกิจกรรม

กำรพัฒนำพื้นท่ีตำมหลักทฤษฎีใหม่ โดยใชว้ ธิ กี ำรท่ีบรรพบุรุษทำมำก่อนแล้ว คือ กำรเอำม้ือสำมัคคีหรอื ที่ใน

ภำคกลำงเรยี กว่ำกำรลงแขก น่ันเอง

2. ประเด็นเน้ือหำ

2.1 แนะนำวทิ ยำกร

2.2 แนวทำงกำรพัฒนำพื้นทีต่ ำมหลักทฤษฎีใหม่

2.3 ขั้นตอนกำรตรวจแปลง 10 ข้ันตอน

2.4 กำรมอบหมำยหน้ำท่ผี ู้เข้ำรบั กำรอบรม และกรรมกำรตรวจแปลง

2.5 กำรวำงแผนรว่ มกันทง้ั ในกลุ่มยอ่ ยและกลุ่มใหญ่

2.6 กำรลงมือปฏิบัติเอำม้ือ

2.7 กำรตรวจแปลง

2.8 สรปุ กำรเรยี นรู้

3. ระยะเวลำ 2 ชว่ั โมง 30 นำที

4. วธิ กี ำร/เทคนิค

4.1 บรรยำย

4.2 แลกเปล่ียนคำถำมก่อนลงมือปฏิบตั ิ

4.3 ลงมือปฏิบัติโดยมีครูพำทำคอยแนะนำในทกุ ๆ จุดอบรม

4.4 คณะกรรมกำรตรวจแปลงดำเนินกำรตรวจแปลงและให้คำแนะนำ

4.5 สรปุ ผลกิจกรรม

4.6 ระหว่ำงกิจกรรมคณะวทิ ยำกรจำกส่วนกลำงรว่ มสังเกตกำรณ์เป็นระยะ

52

5. วัสดุ / อุปกรณ์
5.1 เครอ่ ื งเสียงพรอ้ มไมโครโฟน
5.2 อุปกรณ์ประกอบจงั หวะ
5.3 อุปกรณ์กำรเกษตร ได้แก่ จอบ เสียม พลั่ว ครำด มีดอีโต้ เล่ือย ฟำง ปุ๋ยแห้ง ปุ๋ยน้ำ ลวด

คีม บุง้ กี๋ บัวรดนำ้
5.4 ต้นไม้ทใี่ ชป้ ลูกปำ่ 5 ระดับ
5.5 เครอ่ ื งขยำยเสียง โทรโข่ง
5.6 นำ้ ด่ืม
5.7 ยำสำมัญประจำบำ้ น

6. ขั้นตอน / วธิ กี ำร
1. วทิ ยำกรของศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยกให้ควำมรู้ 10 ขั้นตอนกำรตรวจแปลง
2. วทิ ยำกรให้ควำมรเู้ กี่ยวกับกำรเอำมื้อสำมัคคีและกำรพฒั นำพื้นทีต่ ำมหลักทฤษฎีใหม่ โดยยดึ

หลักกสิกรรมธรรมชำติ ได้แก่

1) กำรจดั กำรกลุ่ม สำรวจพื้นท่ี แบง่ หน้ำที่ แบง่ คน ควำมสำมัคคี
2) กำรเตรยี มดิน ขุดรอ่ งนำ้ ฝำย
3) กำรปลูกป่ำ 5 ระดับ
4) กำรปลูกแฝก อนรุ กั ษ์ดินและนำ้
5) กำรปลูกดอกไม้เพื่อบรหิ ำรแมลง
6) กำรห่มดิน
7) กำรเลี้ยงดินโดยกำรใส่ปุย๋ อินทรยี ์ (แห้งชำม-นำ้ ชำม)
8) กำรท่องคำถำเลี้ยงดิน 5 ภำษำ

เล้ียงดินให้ดินเลี้ยงพืช
ฟีด เดอะ ซอย แอนด์ เลท เดอะ ซอย ฟีด เดอะ แพลนท์
เจยี ม ได๋ ออย ได๋ เจยี ม ตะนำ
เลี่ยง เทะ อึด เทะ เล่ียง ละชวิ
เลี้ยงแม่ธรณีให้แม่ธรณีเล้ียงแม่โพสพ
9) ศิลปะ ควำมสวยงำม ควำมเรยี บรอ้ ยของแปลง
10) กำรจดั เก็บอุปกรณ์ ล้ำงทำควำมสะอำดจดั วำงให้เป็นระเบยี บ
3. วทิ ยำกรมอบโจทยส์ ำหรบั กำรสรุปบทเรยี น และมอบหน้ำท่ีกำรดำเนินกิจกรรมให้กับครูพำทำ
ประจำจุดอบรม
4. ครูพำทำนำผู้อบรมรว่ มกิจกรรมตำมแผนทแ่ี ต่ละจุดอบรมวำงไว้
5. ผู้อบรมรว่ มกันทำกิจกรรม โดยยดึ หลักกสิกรรมธรรมชำติ และมีครพู ำทำคอยให้คำแนะนำ
6. ครูพำทำนำหลัก3ค คือ คึกคัก คล่องแคล่ว ครน้ ื เครง มำใชใ้ นกิจกรรม

53

7. ระหว่ำงลงมือปฏิบัติทำงวทิ ยำกรจะเปิดเพลงที่เก่ียวกับหลักกสิกรรมธรรมชำติ และเพลง
สนกุ สนำนอื่นๆ เพื่อให้กำรเอำมื้อสำมัคคีมีควำมสนุกสนำนเพลิดเพลิน

8. เม่ือทกุ จุดอบรมได้รบั ดำเนินกำรเสรจ็ แล้ว จะเปน็ กิจกรรมสรุปผลกำรดำเนินกิจกรรมเอำมื้อ
สำมัคคี โดยวทิ ยำกรจะมอบโจทย์และให้แต่ละจุดอบรมรว่ มกันคิดและนำเสนอในจุดของตนเอง
7.สรุปผลกำรเรยี นรู้

จำกกำรดำเนินกิจกรรมพบว่ำ ผู้เข้ำรับกำรอบรมส่วนใหญ่มีควำมสนใจ ให้กำรมีส่วนร่วม
ในกระบวนกำรเรยี นรู้ เนื่องจำกเป็นกำรลงมือปฏิบัติจรงิ ทุกๆ จุดอบรมจะต้องทำผลงำนให้ดีที่สุด เกิดภำวะ
ควำมเปน็ ผู้นำ ผู้ทีม่ ีควำมสำมำรถด้ำนกำรเกษตรจะคอยแนะนำเพ่ือนๆ คนอื่น มีกำรแบ่งหน้ำท่กี ันทำอย่ำงชดั เจน
เชน่ ผู้ชำยทำงำนท่หี นัก ผู้หญิงคอยชว่ ยงำนทีเ่ บำกวำ่ หรอื งำนท่ตี ้องใชค้ วำมละเอียด เป็นต้น มีกำรพูดคุยชว่ ยกัน
แก้ปัญหำต่ำงๆ ท่ีเกิดข้ึนระหว่ำงดำเนินงำน เพื่อให้ภำพรวมของแปลงออกมำดีท่ีสุด ระหว่ำงดำเนินกิจกรรม
มีกำรช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ผู้เข้ำอบรมคนใดเหน่ือยก็พัก เม่ือหำยเหน่ือยก็กลับมำช่วยกันต่อ หลำยๆ คน
นำนำ้ และอำหำรวำ่ งไปบรกิ ำรเพ่ือนๆ ในกลุ่ม ซง่ึ สิ่งเหล่ำนี้เป็นส่ิงทตี่ อบวตั ถุประสงค์ของวชิ ำเน่ืองจำกต้องกำรให้
นำกระบวนกำรเอำมื้อสำมัคคี หรอื กำรลงแขก กลับมำใชใ้ นยุคปัจจุบันอีกครงั้ ดังคำท่กี ล่ำวไวว้ ำ่ “ทำแบบคนจน”

8.ภำพถ่ำยกิจกรรม

54

15. วชิ ำ หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคก หนองนำฯ เบือ้ งต้น
วทิ ยำกร นำยอดุลย์ วเิ ชยี รชยั เครอื ข่ำยโคก หนอง นำ โมเดล จงั หวัดปทุมธำนี
1. วตั ถุประสงค์

เพ่ือให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม มีควำมรูค้ วำมเข้ำใจในกำรออกแบบพื้นที่เชงิ ภูมิสังคมไทยตำมหลักกำร
พัฒนำภูมิสังคมอยำ่ งย่ังยนื เพ่ือกำรพึ่งตนเองและรองรบั ภัยพิบัติ “โคก หนอง นำ โมเดล”
2. ประเด็นเน้ือหำ

๑. สถำนกำรณ์และภำวะวกิ ฤติของโลก ประเทศ ชุมชน (นำ้ อำหำร พลงั งำน)
1.1 ทรพั ยำกรนำ้
1.1.1) กำรใชป้ ระโยชน์จำกทรพั ยำกรนำ้
1.1.2) สถำนกำรณ์ทำงน้ำ
1.2 วกิ ฤตกำรณ์ด้ำนอำหำร
1.2.1) สถำนกำรณ์ขำดแคลนด้ำนอำหำร
1.3 วกิ ฤตกำรณ์ด้ำนพลังงำน
1.3.1) กำรขำดแคลนพลังงำน

2. แนวทำงกำรแก้ไขและรองรบั ภัยพิบัติด้วยกำรบรหิ ำรจดั กำรพื้นท่ี “โคก หนอง นำ”
3. ระยะเวลำ ๓ ชวั่ โมง

55

4. วธิ กี ำร /เทคนิค
๑. วทิ ยำกรบรรยำยประกอบส่ือ Power point และส่ือวดี ีทัศน์
2. บรรยำย
3. กระตุ้นด้วยคำถำมและแลกเปล่ียนควำมคิดเห็น
4. สรปุ กำรเรยี นรู้

5. วัสดุ /อุปกรณ์
1. ส่ือวดี ีทศั น์
2. ส่ือนำเสนอด้วยโปรแกรม power point

6. ขั้นตอน /วธิ กี ำร
๑. วทิ ยำกรเล่ำสถำนกำรณ์และวกิ ฤตของโลกและประเทศในปัจจุบัน (น้ำ อำหำร พลังงำน) พรอ้ ม

ยกตัวอย่ำง
2. วทิ ยำกรบรรยำยกำรออกแบบเชิงภูมิสังคมไทยตำมหลักกำรพัฒนำภูมิสังคมอย่ำงย่ังยืนเพื่อกำร

พึ่งตนเองและรองรบั ภัยพิบัติ (กำรออกแบบพ้ืนท่ีชวี ติ )
3. วทิ ยำกรยกตัวอย่ำงแบบจำลองกำรจดั กำรพ้ืนท่ีกสิกรรมประกอบ เพ่ือให้เห็นภำพชดั เจนยิ่งข้ึน
4. วทิ ยำกรบรรยำยให้ควำมรเู้ ก่ียวกับแนวทำงกำรแก้ไขและรองรบั ภัยพิบัติด้วยกำรบรหิ ำรจดั กำรพ้ืนท่ี

กำรพัฒนำคุณภำพชีวติ ตำมหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นำ โมเดล” พรอ้ มยกตัวอย่ำงควำมสำเรจ็
(พ้ืนท่ีต้นแบบ)

5. ส่ือวดี ีทัศน์ กรณีศึกษำ “ควำมสำเรจ็ ของ “คนผู้เดินตำมรอยศำสตรพ์ ระรำชำ” : เจำะใจ” (ลุงแสวง
ผู้ม่ังคั่ง)

7. สรุปเนื้อหำกำรเรยี นรู้
วทิ ยำกรผู้เชี่ยวชำญ เกรน่ ิ นำสถำนกำรณ์โลกท่ีต้องเผชิญกับภัยพิบัติในหลำกหลำยรูปแบบและทำง

เดียวท่ีประเทศไทยจะรอดพ้นจำกภัยพิบัติเหล่ำนี้ได้คือ กำรน้อ มนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
และหลักกำรทรงงำน พระรำชดำรสั “เข้ำใจ เข้ำถึง พัฒนำ” ของในหลวงรชั กำลที่ 9 มำประยุกต์ใชใ้ นวถิ ีชวี ติ พรอ้ ม
เชอ่ื มโยงถึงสถำนกำรณ์กำรทำเศรษฐกิจพอเพียงที่ไม่ประสบควำมสำเรจ็ ท่ีผ่ำนมำ ไปไม่ถึงไหนเพรำะทำไม่จรงิ
ทำเล่นๆ แม้ในมุมมองภำควชิ ำกำรทที่ ำงำนวจิ ยั เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงมำกกว่ำแปดหมื่นเรอ่ ื ง ก็ยังไม่สำมำรถ
นำผลท่ีได้จำกกำรวจิ ัยน้ันมำปรบั ใช้และดำเนินกำรในพื้นที่จรงิ ได้ หน่วยงำนภำครฐั จงึ ต้องน้อมนำหลักปรชั ญำ
ของเศรษฐกิจพอเพียง ไปเปน็ ตัวชวี้ ดั หลักขององค์กร โดยเน้นหลัก 2 เงอ่ ื นไข คือ กำรใชค้ วำมรูบ้ วกกับคุณธรรม
คือ กำรรรู้ กั สำมัคคี ในท่นี ้ีคือ กำรเอำมื้อสำมัคคี กำรรว่ มแรงรว่ มใจกันปรบั และพัฒนำพ้ืนท่ีให้สำมำรถเป็นแหล่ง
อำหำรและเป็นศูนย์พ่ึงพิงได้เมื่อยำมเกิดภัยพิบัติ อีกท้ังเป็นศูนย์เรยี นรูใ้ นระดับพื้นท่ีได้ ด้วยหลักกำรท้ังหมดนี้
เรำจะสำมำรถอยูร่ อดและพึ่งตนเองได้ จะเปน็ ทำงรอดของประเทศไทย

วทิ ยำกรกล่ำวถึงบทบำทและภำรกิจกำรดำเนินงำนของศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนท่ีจะต้องขับเคลื่อน
ให้เป็นมหำวทิ ยำลัยศำสตรพ์ ระรำชำ โดยยกตัวอย่ำงกำรดำเนินงำนของสถำบันเศรษฐกิจพอเพียงภูมิพล
King Bhumibol Institute of Sufficiency Economy (KBISE) ท่ีเน้นกำรขับเคล่ือนสืบสำนศำสตร์
พระรำชำ ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงสู่เป้ำหมำยควำมยั่งยืนของโลก และกรมกำรพัฒนำชุมชนต้อง
ต้ังเป้ำหมำยพื้นท่ีต้นแบบในกำรน้อมนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงให้ได้อย่ำงน้อยหมู่บ้ำนละ 15 แปลง
อีกทั้งใชก้ ลไกกำรทำงำนแบบเครอื ข่ำยในกำรขยำยผล จดั ทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือ “กำรขับเคล่ือนปรชั ญำของ

56

เศรษฐกิจพอเพียงสู่เป้ำหมำยควำมย่ังยืนโลก” โดยมีเครอื ข่ำย ดังน้ี กำรไฟฟ้ำฝ่ำยผลิตแห่งประเทศไทย,สถำบัน
เทคโนโลยีพระจอมเกล้ำเจ้ำคุณทหำรลำดกระบัง (สจล.),มูลนิธสิ ภำครสิ ตจักร, ธนำคำรเพื่อกำรเกษตรและ
สหกรณ์กำรเกษตร (ธกส.), มหำวทิ ยำลัยแม่โจ้, มหำวทิ ยำลัยรำชภัฏรำชนครนิ ทร,์ มูลนิธริ กั ษ์ดิน รกั ษ์น้ำ,มูลนิธิ
กสิกรรมธรรมชำติ และบรษิ ัทเอำมื้อสำมัคคีวสิ ำหกิจเพ่ือสังคม จำกัด ซง่ึ มีเป้ำหมำยรว่ มกัน คือ ควำมยั่งยืนของ
โลก เครอื ข่ำยกำรขยำยผลน้ันได้แก่ เครอื ข่ำยระดับพ้ืนท่ี ระดับลุ่มแม่น้ำ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ
โดยเรม่ ิ จำกพ้ืนที่จงั หวัดท่ีประสบปัญหำภัยแล้งซ้ำซำก เช่น จงั หวัดกำญจนบุร ี จงั หวัดเชียงรำย ได้ดำเนินกำร
ส่งประชำชนในพื้นท่ีเข้ำรบั ควำมรูด้ ้วยกำรอบรมตำมหลักสูตรของศูนย์กสิกรรมธรรมชำติ (มำบเอ้ือง) จังหวัด
ชลบุร ี เน้นกลุ่มเป้ำหมำย 4 กลุ่ม คือ 1. คน, 2.ควำมรู,้ 3.เครอื ข่ำย และ 4.ขยำยผล ภำยใต้แนวคิดท่ีว่ำทุกคน
มีควำมสำมำรถ มีสิทธเิ ป็นครไู ด้ ซง่ึ เป้ำหมำยที่ 1 ด้ำนคนน้ัน ให้เน้นผ่ำนกระบวนกำรพัฒนำคนผ่ำนศูนยบ์ ่มเพำะ
เบ็ดเสรจ็ โดยมีองค์ประกอบคือ หลักสูตรทเ่ี หมำะสม วทิ ยำกรฐำนเรยี นรู/้ วทิ ยำกรกระบวนกำร ทีมออกแบบพ้ืนที่
ทีมขับเคล่ือนพ้ืนที่ ทีมเก็บข้อมูล และทีมวจิ ัยรว่ มชุมชน ป้ำหมำยท่ี 2 ด้ำนควำมรู้ เน้นด้ำนกำรเป็นศูนย์ข้อมูล
และติดตำมแบบบูรณำกำร วเิ ครำะห์/สังเครำะห์ ตัวอย่ำงควำมสำเรจ็ สู่งำนวชิ ำกำร เช่ือมโยงควำมรูส้ ู่สำกล
โดยมีองค์กระกอบคือ หลักสูตรที่เหมำะสม วทิ ยำกรฐำนเรยี นรู้/วทิ ยำกรกระบวนกำร ทีมออกแบบพ้ืนท่ี
ทีมขับเคล่ือนพ้ืนท่ี ทีมเก็บข้อมูล และทีมวจิ ัยรว่ มชุมชน เป้ำหมำยท่ี 3 ด้ำนเครอื ข่ำย เน้นกระบวนกำรสรำ้ ง
เครอื ข่ำย โดยมีองค์ประกอบคือ กำรบวนกำรสรำ้ งเครอื ข่ำย กระบวนกำรเชอ่ื มรอ้ ยกลไกกำรมีส่วนรว่ ม กิจกรรม
รณรงค์แลกเปลี่ยนเรยี นรู้

วทิ ยำกรยกตัวอย่ำงกรณีศึกษำ โคก หนอง นำ โมเดล ซงึ่ ทฤษฎีดังกล่ำวเป็นกำรแปลงปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นรปู ธรรม โดยมี 5 ขั้นตอน คือ

1.บนั ได 9 ข้ันสู่เศรษฐกิจพอเพียง
2.ทฤษฎีใหม่กว่ำ 40 ทฤษฎี
3.วธิ ปี ฏิบตั ิอยำ่ งเปน็ ข้ันเปน็ ตอนกว่ำ 4,741 โครงกำร และ 47,000 เรอ่ ื ง
4.เทคนิค/นวัตกรรม ทเ่ี ป็นเคล็ดวชิ ำ เคล็ดลับ บทเรยี นจำนวนมำก
5.กำรบรหิ ำรแบบคนจนโดยยึดวลีว่ำ “ควำมขำดแคลนไม่เป็นปัญหำถ้ำมีปัญญำถ้ำมีปัญญำและ
ควำมอดทน”
สำหรบั หลักกำรทำ โคก หนอง นำ โมเดล หำกมีพื้นที่ในกำรดำเนินกำร จำนวน 1 ไร่ เรยี กว่ำเป็นกำร
ลดรำยจ่ำย จำนวนพ้ืนท่ี 3 ไร่ เรยี กว่ำพึ่งตนเอง จำนวนพ้ืนที่ 5 ไร่ เรยี กว่ำแก้จน จำนวนพื้นที่ 10 ไร่ เรยี กว่ำ
พ้นเกษียณ และจำนวนพ้ืนที่ 10 ไร่ เรยี กวำ่ ศูนยพ์ ึ่งพิง หำกใครเรม่ ิ ทำก่อนก็จะรอดก่อน เพรำะเป้ำหมำยของกำร
ทำ โคก หนอง นำ คือ กำรขุดหนองนำ้ ไวใ้ ห้สำมำรถมีนำ้ ใชไ้ ด้ทัง้ ปี ปลูกไม้ยืนต้น ปลูกพืชผัก ทำประมง ทำปศุสัตว์
ซึ่งในหลักสูตรน้ี จะเน้นไปท่ีกำรบรหิ ำรจัดกำรพื้นท่ีขนำดเล็กให้สำมำรถเก็บกักน้ำฝนไว้เป็นกำรช่วย
แก้สถำนกำรณ์ภัยแล้งรนุ แรงหรอื ซ้ำซำก ในขณะที่วธิ คี ิดกำรบรหิ ำรจดั กำรน้ำแบบเก่ำท่ีต่ำงชำติคิดนั้นเป็นวธิ คี ิด
ที่จะกักเก็บน้ำแต่ไม่สำมำรถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ได้เท่ำท่ีควร ประเทศไทยเรำจึงคิดวธิ กี ำรบรหิ ำรจัดกำรน้ำ
ในรูปแบบใหม่ที่สำมำรถนำน้ำมำใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ได้ จงึ มีโครงกำรเกิดขึ้นดังนี้
1.โครงกำร โขง ชี มูล โดยใชห้ ลักกำรแรงโน้มถ่วงของโลกในกำรแก้ปญั หำแม่น้ำโขงแห้ง
2.โครงกำรผันน้ำเข้ำแม่น้ำสำละวนิ ไปยังเขื่อนภูมิพล เพื่อแก้ปัญหำภูเขำหัวโล้นในพ้ืนท่ีจงั หวัดน่ำน
และเชยี งรำย
3.โครงกำรผันน้ำจำกเข่ือนป่ำสักไปยังเข่ือนลำตะคอง

57

4.โครงกำรผันน้ำจำกเขื่อนศรนี ครนิ ทร์ เพ่ือแก้ปัญหำกำรใช้สำรเคมีท่ีเกินปรมิ ำณและทำให้สำรเคมี
ตกค้ำงในดิน

5.โครงกำรอุโมงค์ผันน้ำที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่มีควำมล่ำช้ำถึงรอ้ ยละ 85 กรมชลประทำนจึงเข้ำมำ
แก้ปญั หำด้วยกำรขุดโคก หนอง นำ ให้กับพ่ีน้องประชำชน โดยใชง้ บประมำณในกำรขุด จำนวน 26,500 บำทต่อ
1 ไร่ จงึ เป็นที่มำของ “ชุมชนกสิกรรมวถิ ี” ซงึ่ กำรทำ โคก หนอง นำ น้ัน ถือเป็นกำรบรหิ ำรจดั กำรในด้ำน ดิน น้ำ
ปำ่ คน ให้สำมำรถพึ่งพำอำศัยเก้ือกูลกันระหว่ำงคนกับธรรมชำติ เป็นกำรปรบั สมดุลเพ่ือคืนชวี ติ ให้กับธรรมชำติ
และเป็นกำรเตรยี มควำมพรอ้ มเพื่อต้ังรบั กับสถำนกำรณ์ท่ีไม่คำดคิดหรอื ภัยพิบัติในรูปแบบ ต่ ำง ๆ ไม่เว้น
แม้กระท่งั วกิ ฤตท่คี นจะตกงำนในอนำคต ให้มีพ้ืนทีท่ ำมำหำกิน สำมำรถเล้ียงตนเองและครอบครวั ได้

หลักกำรออกแบบพ้ืนที่ ต้องคำนึงถึงศำสตรพ์ ระรำชำ (เกษตร 2 ขำ) คือ กำรรวมกันระหว่ำงทฤษฎีใหม่
กับกำรเกษตรเชงิ เดี่ยว ต้องวเิ ครำะห์พื้นท่ี โดยเลือกพื้นที่ทีม่ ีระดับพ้นจำกกำรเกิดน้ำท่วม มีวธิ ปี ฏิบัติคือ หำหรอื
ปรบั ปรงุ แหล่งนำ้ ปรบั ปรงุ คุณภำพของดินและเลือกกิจกรรมท่มี ีควำมเหมำะสมและฟ้ ืนฟูสภำพดินโดยใชก้ ำรย่ำข้ี
ห่มดิน(แห้งชำม น้ำชำม) ปลูกป่ำ 3 อย่ำง ประโยชน์ 4 อย่ำง ทำน้ำหมักชีวภำพ มีกำรขุดลอกหนองน้ำเดิม
ให้สำมำรถรองรบั น้ำฝนได้ในปรมิ ำณมำก ทำกำรขุดคลองไส้ไก่เพ่ือให้สำมำรถควบคุมทิศทำงกำรไหลของน้ำ และ
สำมำรถใชพ้ ื้นที่ในกำรรองรบั น้ำฝน ถือเป็นกำรวำงแผนให้คนสำมำรถอยู่กับน้ำได้ ไม่ก่อปัญหำในพ้ืนที่ข้ำงเคียง
เม่ือเกิดปัญหำนำ้ ทว่ ม มีกำรทำโคก ทำนำขั้นบันได และกำรยกหัวคันนำทองคำ ปรบั พื้นท่ีให้สำมำรถเป็นแก้มลิง
เปน็ ศูนย์พึ่งพิงในอนำคตได้

กำรทำโคก หนอง นำ น้ี หำกดำเนินกำรได้รอ้ ยละ 10 ของหมู่บำ้ น จะสำมำรถเป็นแนวทำงเป็นต้นแบบ
ในกำรขับเคล่ือนศำสตรพ์ ระรำชำ โดยกำรใชท้ ฤษฎีใหม่มำประยุกต์ในวถิ ีชวี ติ วทิ ยำกรฉำยภำพพรอ้ มยกตัวอย่ำง
พื้นที่จงั หวัดน่ำนและจงั หวัดทำงภำคอีสำนที่ประสบควำมสำเรจ็ ในกำรดำเนินงำน โคก หนอง นำ เพ่ือเป็นกำร
กระจำยและสรำ้ งแรงบนั ดำลใจให้กับผู้เข้ำรว่ มอบรมในกำรดำเนินงำนต่อไป

วทิ ยำกรเปดิ โอกำสให้ผู้เข้ำอบรมได้ซกั ถำมและแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นในหัวข้อวชิ ำน้ี
โดยสรปุ พบว่ำ ผู้เข้ำอบรมส่วนใหญ่มีควำมสนใจ ต้ังใจ และมีส่วนรว่ มในกำรเรยี นรูแ้ ละกำรรบั ฟังกำร
บรรยำยด้วยควำมต้ังใจ กำรตอบคำถำม กำรแสดงควำมคิดเห็นอย่ำงสรำ้ งสรรค์ และมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจ
ท่ีถูกต้องเก่ียวกับหลักกำรออกแบบเชงิ ภูมิสังคมไทยเพื่อกำรพึ่งตนเองและรองรบั ภัยพิบัติ อีกท้ังเกิดแรงบันดำล
ใจให้สำมำรถนำแนวคิด โคก หนอง นำ โมเดล ซง่ึ เป็นหนึ่งในทฤษฎีใหม่ เป็นกำรน้อมนำศำสตรพ์ ระรำชำและ
ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรชั กำลที่ 9 ไปประยุกต์ใชใ้ นวถิ ีชวี ติ สู่ควำมยั่งยนื ต่อไป

8. สรุปผลกำรเรยี นรู้
พบว่ำ ผู้เข้ำอบรมส่วนใหญ่มีควำมสนใจ มีควำมต้ั งใจในกำรเรยี นรูใ้ นหัวข้อวชิ ำกำรออกแบบ

เชงิ ภูมิสังคมไทยตำมหลักกำรพัฒนำภูมิสังคมอย่ำงยง่ั ยืน เพ่ือกำรพึ่งตนเอง และรองรบั ภัยพิบตั ิ เนื่องจำกเน้ือหำ
ของหัวข้อวชิ ำเปน็ หลักกำรที่สำมำรถนำไปขยำยผลให้ควำมรูก้ ับประชำชนในพ้ืนที่กำรดำเนินงำนได้จรงิ อีกท้ังยัง
เปน็ ประโยชน์กับกำรพัฒนำและต่อยอดในพื้นท่กี ำรดำเนินงำนของผู้อบรม

58

9. ภำพกิจกรรม

16. วชิ ำ Work Shop กำรออกแบบพ้ืนที่ และสรุปกำรออกแบบพ้ืนท่ี
วทิ ยำกร : 1. นำยอดุลย์ วเิ ชยี รชยั เครอื ข่ำยโคก หนอง นำ โมเดล จ.ปทุมธำนี
2. นำยสุนทร แววมะบุตร เครอื ข่ำยโคก หนอง นำ โมเดล จ.พระนครศรอี ยุธยำ
3. นำงสุพรรษำ รำ้ ยไธสง ตำแหนง่ นักทรพั ยำกรบุคคลชำนำญกำร

1. วัตถุประสงค์
1.1 เพื่อให้ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมมีควำมรู้ ควำมเข้ำใจในกำรจัดกำรพ้ืนที่เชิงภูมิสังคมไทย

ตำมหลักกำรพัฒนำภูมิสังคมอย่ำงย่ังยนื ตำมหลักกำรออกแบบ “โคก หนองนำ โมเดล”
1.2 เพ่ือให้ผู้เข้ำอบรมฝกึ ปฏิบัติ workshop ออกแบบพื้นที่ในรปู แบบ 2 มิติ และ 3 มิติ

2. ประเด็นเนื้อหำ
2.1 หลกั คิดพื้นฐำนกำรออกแบบตำมหลักภูมิสงั คม (Geosocial)
2.2 กำรคำนวณกำรจดั กำรนำ้ ฝนในพื้นท่ี
2.3 แนวคิดกำรออกแบบและฝกึ ปฏิบตั ิกำรเขียนแบบตำมหลัก “โคก หนอง นำ” เพ่ือกำรใช้
พ้ืนที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3. ระยะเวลำ 5 ชวั่ โมง

4. วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1. วทิ ยำกรบรรยำยให้ควำมรู้ โดยใชส้ ่ือ Power Point ประกอบกำรบรรยำย

59

4.2. มอบหมำยโจทย์สำหรบั ฝึกปฏิบัติ workshop จดั ทำผลงำนออกแบบพื้นท่ีในกระบะไม้
และนำเสนอผลงำน

5. วัสดุ / อุปกรณ์
1. ส่ือ Power Point
2. คอมพิวเตอร์ เครอ่ ื งฉำยโปรเจคเตอร์
3. กระดำษฟลิปชำรต์ / ปำกกำเคมี
4. กระบะไม้ / ดินปลกู บัว

6. ข้ันตอน / วธิ กี ำร

วทิ ยำกรบรรยำยเกี่ยวกับกำรคำนวณน้ำเพื่อกำรกักเก็บน้ำฝนในกำรออกแบบพื้นที่ โดยหลักกำรมีปัจจยั

หลักท่สี ำคัญของกำรออกแบบพ้ืนท่ี ภูมิ คือ สภำพทำงกำยภำพ เชน่ สภำพดิน นำ้ ลม ไฟ สังคม วฒั นธรรม ควำม

เชื่อ ภูมิปัญญำดั้งเดิมท่ีอยู่ในพ้ืนท่ีน้ัน ซ่งึ ในกำรออกแบบจะให้ควำมสำคัญกับ “สังคม” มำกกว่ำ “ภูมิ” คือต้อง

ออกแบบตำมสังคมและวัฒนธรรมของคนที่อยู่ แม้ว่ำภูมิประเทศจะเหมือนกันก็ตำม หำก สังคมต่ำงกันกำร

ออกแบบก็จะต่ำงกันออกไปมีหลักพิจำรณำ ดังนี้

1. ปรมิ ำณนำ้ ฝนท่ตี กเฉล่ียในพ้ืนท่ี

2. ควำมสูงต่ำของพ้ืนทแี่ ละทศิ ทำงกำรไหลของนำ้ ในแปลง

3. กำรวำงองค์ประกอบของพน้ื ท่ี

- ดิน กำรออกแบบพื้นที่ควรคำนึงถึงสภำพปัญหำของดินและลักษณะของดิน ควำมอุ้มน้ำของ

ดิน ดินทรำย ดินเหนียว เพื่อวำงแผนกำรขุดหนองนำ้ และกำรปรบั ปรงุ ดินให้เหมำะสม โดยใชห้ ลักกำรฟ้ ืนฟูดิน ไม่

เปลือยดิน เติมปุ๋ยอินทรยี แ์ บบแห้งและนำ้ หลังกำรห่มดินด้วยฟำง ใบไม้

- น้ำ กำรออกแบบพื้นที่ควรคำนึงถึงทิศทำงกำรไหลของน้ำเข้ำและออกจำกพ้ืนท่ี ขุดหนองให้มี

ควำมคดเค้ียวเพื่อเพิ่มพ้ืนท่เี พำะปลูกพืชขอบรมิ หนอง และกำรทำตะพักนำ้

- ลม กำรออกแบบพ้ืนทีค่ วรคำนงึ ถึง ทศิ ทำงลม ลมในพ้ืนทีพ่ ัดเข้ำมำทำงไหน ท้งั ลมรอ้ นและลม

ฝน ตำมหลักของลมน้ัน ลมฝนจะพัดมำทำงทิศตะวันตกเฉียงใต้ และลมหนำวพัดมำทำงทศิ ตะวันออกเฉียงเหนือ

วทิ ยำกรมอบโจทย์ให้กับผู้เข้ำอบรมเปน็ กลุ่มสี โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม (สีน้ำเงนิ ชมพู แดง เหลือง และ สี

เขียว) เพ่ือให้ออกแบบพื้นทแ่ี บบ 2 มิติ ในกระดำษฟลิปชำรท์ แล้วนำไปสรำ้ งแบบจำลองในกระบะไม้ แบบ 3 มิติ

ทัง้ นี้เมื่อออกแบบเรยี บรอ้ ยแล้วผู้เข้ำอบรมจะต้องนำเสนอผลงำน พรอ้ มอธบิ ำยกำรคำนวณนำ้ ด้วย โดย

วทิ ยำกรจะเปน็ ผู้เติมเต็มให้กับผู้เข้ำอบรมแต่ละกลุ่ม

โจทย์กำหนดออกแบบ

1. กำหนดพื้นที่ 3 ไร่

2. ด้ำนข้ำงแปลงล้อมรอบด้วยนำเคมี

3. ด้ำนทศิ เหนือของพื้นท่ีติดคลองชลประทำน

4. ด้ำนทศิ ตะวันตกติดถนนสำธำรณะ และกำหนดให้ในพื้นทจี่ ะต้องมีฐำนกำร

เรยี นรอู้ ยำ่ งน้อย 2 ฐำน

5. ทิศตะวนั ออกติดกับไรอ่ ้อย (ใชส้ ำรเคมี)

6. พ้ืนทจี่ ะต้องเลี้ยงคนในครอบครวั ได้

60

สรปุ ผลกำรเรยี นรู้
ผู้เข้ำอบรมตื่นตัวกับกำรออกแบบในกระบะทรำย เนื่องจำกไม่เคยออกแบบมำก่อนและได้นำควำมรู้

พื้นฐำนเกี่ยวกับหลักกำรออกแบบพื้นท่ี “โคก หนอง นำ โมเดล” มำฝึกปฏิบัติจรงิ ทำให้เกิดควำมเข้ำใจมำกข้ึน
และเกิดกำรแลกเปล่ียนเรยี นรูร้ ะหว่ำงผู้เข้ำอบรมในกำรออกแบบ เพ่ือสรำ้ งหุ่นจำลองในกระบะทรำย ทำ ให้
บรรยำกำศในกิจกรรมเป็นไปด้วยควำมสนุกสนำน เกิดควำมสำมัคคีช่วยเหลือ แบ่งงำนกันทำ เพ่ือให้กำรสรำ้ ง
แบบในกระบะทรำยเปน็ ไปตำมหลักของกำรออกแบบเพื่อกำรจดั กำรพื้นทีใ่ ห้ใชป้ ระโยชน์ได้สูงสุด

ภำพกิจกรรม

61
17. วชิ ำ กำรบรหิ ำรโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง
วทิ ยำกร นำงประภำ ปำนนิตยกุล ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก
1. วัตถุประสงค์

เพ่ือส่งเสรมิ กำรใช้หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทำงในกำรพัฒนำหมู่บ้ำน ให้มีระบบกำ
รบรหำรจดั กำรชุมชนแบบบูรณำกำรท่เี ข้มแข็ง และพัฒนำเศรษฐกิจชุมชนให้มั่นคง
2. ประเด็นเนื้อหำ

2.1 กำรบรหิ ำรจดั กำรโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง

กำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง คือ กำรจดั กำรพัฒนำหมู่บ้ำนหรอื ชุมชน ประชำชนให้มีวถิ ีชีวติ
เศรษฐกิจพอเพียงและอยูด่ ีมีสุข ด้วยกำรน้อมนำปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว
มำเป็นแนวทำงในกำรดำเนินงำน โดยเน้นประชำชนเป็นศูนย์กลำงกำรพัฒนำในกำรเสรมิ สรำ้ งชุมชนให้เข้มแข็ง
ซงึ่ กำรพัฒนำชนบทโดยนำแนวทำงกำรพัฒนำอันเน่ืองมำจำกพระรำชดำรมิ ำใช้ เพ่ือเป็น ตัวแบบหรอื แนวทำง
ให้กับหน่วยงำน หมู่บ้ำนหรอื ชุมชน ประชำชน นำไปปรบั ใช้ให้เหมำะสมกับกำรดำเนินงำนในพ้ืนที่ ด้วยกำร
ประสำนพลังระหวำ่ งภำคีกำรพัฒนำในระดับต่ำง ๆ ไม่ว่ำจะเป็นหน่วยงำนรำชกำร ปรำชญ์ชำวบ้ำน องค์กรพัฒนำ
เอกชน เอกชน สถำบันกำรศึกษำและประชำชนในพื้นท่ี ซง่ึ เกิด ด้วยแนวคิดกำรบูรณำกำรในด้ำนต่ำง ๆ นำไปสู่
กระบวนกำรเรยี นรู้ เพ่ือชว่ ยเหลือตนเอง และพ่ึงตนเองได้

62

ข้ันตอนกำรดำเนินกำร กำรดำเนินกำรแบ่งเปน็ 4 ข้ัน ประกอบด้วย
ข้ันท่ี 1 กำรประเมินและกำรแยกประเภทหมู่บ้ำนหรอื ชุมชน
1) กำรพัฒนำหมู่บ้ำนจะดำเนินในหมู่บ้ำนตำมประกำศของกระทรวงมหำดไทย ใช้ฐำนข้อมูล
กรมกำรปกครอง พ.ศ. 2549 จำนวน 74,435 หมู่บ้ำน ตำมสภำพภูมิสังคมของแต่ละหมู่บ้ำนโดยกำรประสำน
พลังกำรพัฒนำจำกภำยในชุมชน (Outside-in) โดยกระบวนกำรแผนชุมชน และพลังกำรส่งเสรมิ สนับสนุน
ของหน่วยงำนจำกภำยนอก ในกำรจดั กิจกรรมเพื่อสรำ้ งกำรเรยี นรแู้ ละพัฒนำ ทักษะชวี ติ ของชุมชน
2) ส่งเสรมิ หมู่บ้ำนหรอื ชุมชน ให้มีวถิ ีชวี ติ เศรษฐกิจพอเพียง ด้วยหลักกำรกำรมีส่วนรว่ ม เปิดโอกำสให้
ประชำชนในหมู่บ้ำนหรอื ชุมชนเป็นผู้ดำเนินกำรพัฒนำเพื่อตนเอง ตำมแนวคิดประชำชนเป็นศูนย์กลำงด้วยกำร
เรยี นรูด้ ้วยกำรปฏิบัติจรงิ โดยมีเป้ำหมำยกำรพัฒนำ ตำมเกณฑ์ประเมิน 6 ด้ำน 12 ตัวชว้ี ัด โดยมีพัฒนำกร
อำสำสมัคร ผู้นำชุมชน รว่ มเป็นชุดปฏิบัติกำรขับเคล่ือนรว่ มกับภำคี กำรพัฒนำ ทำให้มีหมู่บำ้ นทผี่ ่ำนเกณฑ์ตัวชวี้ ัด
3) ส่งเสรมิ หมู่บ้ำนหรอื ชุมชนเพื่อยกระดับเป็นแหล่งเรยี นรู้ ในหมู่บ้ำนท่ีมีกำรดำเนินกำรขับเคลื่อน
ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงผ่ำนเกณฑ์ 6 ด้ำน 12 ตัวช้ีวัดแล้ว ให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยน เรยี นรู้เพิ่ม
ควำมสำมำรถของครอบครวั ที่ดำเนินกำรให้สำมำรถถ่ำยทอดควำมรู้ ประสบกำรณ์ กำหนดเป็น จุดเรยี นรู้
ในหมู่บ้ำน และทำให้ชุมชนเป็นแหล่งเรยี นรูด้ ้วยกำรมีกำรจดั ตั้งศูนย์เรยี นรูช้ ุมชนเพ่ือจดั กิจกรรมให้กำรเรยี นรู้
รว่ มกันของคนในหมู่บ้ำนหรอื ชุมชน และให้กำรเรยี นรูแ้ ก่ผู้สนใจจำกภำยนอกชุมชนซง่ึ ได้ ดำเนินกำรส่งเสรมิ ให้
หมู่บ้ำนเป็นแหล่งเรยี นรไู้ ด้
4) กำรดำเนินกำรส่งเสรมิ กำรขับเคล่ือนปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง คำนงึ ถึง อัตลักษณ์และภูมิสังคม
ของแต่ละชุมชน เพื่อกำรใชว้ ธิ กี ำรในกำรส่งเสรมิ ท่ีแตกต่ำงกัน ระหว่ำงในหมู่บ้ำนหรอื ชุมชนท่ัว ๆ ไป กับหมู่บ้ำน
หรอื ชุมชน ในพ้ืนทหี่ ่ำงไกลและกันดำรที่ใชใ้ นแนวทำงกำรประกวดผลงำนตำมปรชั ญำของ เศรษฐกิจพอเพียงของ
สำนักงำนคณะกรรมกำรพิเศษเพื่อประสำนงำนโครงกำรอันเน่ืองมำจำกพระรำชดำร ิ(กปร.) เป็นหมู่บ้ำนมีลักษณะ
เป็นพื้นท่ีสูงเป็นท่ีอยู่ของชำวเขำ ชนกลุ่มน้อย พื้นที่พัฒนำเพ่ืออควำมมั่นคง ตำมแนวชำยแดน พ้ืนที่ ๆ เส้นทำง
กำรคมนำคมยำกลำบำกห่ำงไกล เสี่ยงภัยมีโรคภัยไข้เจบ็ ชุกชุมมีควำม เป็นอยู่ยำกลำบำก ดังนั้น เพ่ือให้เกิดผล
ในทำงปฏิบัติผู้ทำหน้ำท่ีส่งเสรมิ กำรพัฒนำจึงต้องพิจำรณำและ ศึกษำสภำพชุมชนเพื่ออเตรยี มควำมพรอ้ ม
ให้เข้ำใจ เพ่ือเลือกวธิ กี ำรเข้ำถึง เพื่อกำรพัฒนำที่สัมฤทธผิ์ ล
ข้ันที่ 2 กำรคัดเลือกหมู่บ้ำนหรอื ชุมชน เป็นพ้ืนที่เป้ำหมำยในกำรพัฒนำเป็นหมู่บ้ำนพัฒนำตำมแนวคิด
เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
1) กำรประเมินหมู่บ้ำน/ชุมชน ทม่ี ีวถิ ีชวี ติ ตำมแนวปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง 6 ด้ำนแล้ว
สำนักงำนพัฒนำชุมชนจังหวัดจะทำกำรประเมินหมู่บ้ำนหรอื ชุมชน เพ่ือแยกระดับหมู่บ้ำนตำมแนวคิด
เศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้เกณฑ์ชี้วัดของกระทรวงมหำดไทย 4 ด้ำน 23 ตัวช้ีวัดเป็นเกณฑ์ในกำรประเมิน
และพิจำรณำแยกประเภท จัดระดับหมู่บ้ำน โดยมุ่งเน้นให้เสนอหมู่บ้ำนที่ผ่ำนเกณฑ์จรงิ ๆ เน้นในเชงิ คุณภำพ
ไม่เน้นปรมิ ำณ
2) สำนักงำนพัฒนำชุมชนจังหวัดจัดทำบัญชีหมู่บ้ำนเป้ำหมำย โดยกำรนำผลกำรประเมินหมู่บ้ำน
มำจดั ประเภทของแต่ละหมู่บ้ำน เป็นหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพ้ืนฐำน คือหมู่บ้ำนที่ผ่ำนเกณฑ์เป็น หมู่บ้ำน
ระดับ “พออยู่ พอกิน” และข้ันก้ำวหน้ำ คือหมู่บ้ำนท่ีผ่ำนเกณฑ์เป็นหมู่บ้ำน ระดับ “อยู่ดี กินดี” และระดับ
“มั่งมี ศรสี ุข” ซง่ึ ทั้ง 3 ระดับระดับนี้สำมำรถพัฒนำไปได้ เฉพำะระดับของตนเอง ไม่จำเป็นต้องพัฒนำเป็นลำดับ
หรอื ข้ันตอนต่อกันไป

63

3) กำรตรวจสอบผลกำรประเมินหมู่บ้ำนและชุมชน และจดั เรยี งลำดับเพื่อกำหนดหมู่บ้ำนเป้ำหมำย
โดยสำนักงำนพั ฒนำชุ มชนจังหวัดนำเสนอผลกำรประเมินให้ ศู นย์อำนวยกำรปฏิบัติ กำรขจัด ควำมยำกจนและ
พัฒนำชนบทตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.) พิจำรณำตรวจสอบ และจดั ลำดับหมู่บ้ำนเป็น
หมู่บ้ำนพัฒนำตำมแนวคิดปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงในแต่ละระดับของ จงั หวัด พรอ้ มทั้งกำหนดหมู่บ้ำน
เปำ้ หมำยในกำรพัฒนำให้เปน็ หมู่บ้ำนต้นแบบของจงั หวดั

ขั้นที่ 3 กำรพัฒนำขยำยผลวถิ ีชวี ติ ประชำชนตำมแนวคิดปรชั ญำของเศรษฐกิจพอพียง
เมื่อกำหนดหมู่บ้ำนเป้ำหมำยในแต่ละระดับของจงั หวัดแล้วเพ่ือให้เกิดกำรพัฒนำให้เป็นหมู่บ้ำน พัฒนำ
ตำมแนวคิดปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ จึงต้องมีกิจกรรมเพ่ือเพ่ิมควำมสำมำรถของ ประชำชน
และศักยภำพของชุมชน คือ
1) กำรเพิ่มศักยภำพของแกนนำชุมชน ให้มีควำมสำมำรถในกำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำหมู่บ้ำน หรอื ชุมชน
ได้ด้วยชุมชนเอง โดยให้ศูนย์ช่วยเหลือทำงวชิ ำกำรพัฒนำชุ มชนเขต เป็นผู้รบั ผิดชอบฝึกอบรมสรำ้ งแกนนำ
กำรพัฒนำหมู่บ้ำนซงึ่ เปน็ ตัวแทนจำกหมู่บำ้ นเป้ำหมำย
2) กำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ตำมเป้ำหมำยในกำรเป็นหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ต้นแบบ
แยกเปน็ หมู่บ้ำนระดับ “พออยู่ พอกิน” หมู่บ้ำนระดับ “อยู่ดี กินดี” และหมู่บ้ำน ระดับ “ม่ังมี ศรสี ุข” บ้ำนมุ่งหมำย
ให้ประชำชนในหมู่บ้ำนน้อมนำแนวคิดปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชเ้ ป็นวถิ ีชวี ติ ของชุมชน จังหวัดจะจดั
กิจกรรมเพื่อ

- สรำ้ งกำรเรยี นรู้ของประชำชนและเกิดกำรยอมรับปรชั ญำของเศร ษฐกิจพอเพียงไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั

- กิจกรรมเพ่ิมทักษะกำรประกอบกิจกรรมกำรดำรงชวี ติ แบบเศรษฐกิจพอเพียงในครวั เรอื น ทักษะ
กำรบรหิ ำรจดั กำรกิจกรรมกลุ่ม ทักษะกำรบรกิ ำรจดั กำรเครอื ข่ำยเพ่ือกำรพัฒนำ ท้ังน้ีให้เป็นไปตำมพ้ืนฐำนของ
หมู่บำ้ นและระดับหมู่บ้ำนเป้ำหมำย พรอ้ มท้งั มีกำรจดั กำรควำมรเู้ พื่อค้นหำ

- กิจกรรมเพ่ิมทักษะกำรบรหิ ำรจัดกำรชุมชนเป็นกำรทบทวนปรบั ประยุกต์ข้ันตอนรูปแบบ
กำรพัฒนำหมู่บ้ำนเพ่ือสรำ้ งควำมย่ังยืนของกำรพัฒนำ หรอื กิจกรรมสรำ้ งกำรเรยี นรูว้ ถิ ีประชำธปิ ไตย กิจกรรม
สรำ้ งควำมรกั ควำมเข้ำใจ ควำมสมำนฉันท์ สำมัคคีในหมู่บำ้ น

- สรุปผลกำรเรยี นรูจ้ ำกกำรปฏิบัติ เป็นกำรเรยี นรูจ้ ำกประสบกำรณ์ เพื่อนำองค์ควำมรูภ้ ูมิปัญญำ
ไปจดั ให้เป็นแหล่งเรยี นรู้ และกิจกรรมในศูนย์เรยี นรูข้ องชุมชนเพ่ือขยำยผลสู่หมู่บ้ำน ชุมชนอ่ืน ๆ ต่อไป รวมทั้ง
กำรประเมินควำม “อยู่เย็นเป็นสุข” หรอื ควำมสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness : GVH)
เพื่อทรำบผลกระทบของกำรพัฒนำของหมู่บำ้ นวำ่ มีระดับควำมสุขระดับใด

ข้ันท่ี 4 กำรยกย่องและเชดิ ชูเกียรติ
1) กำรประกำศหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ด้วยคณะกรรมกำรประเมินผลหลังกำรพัฒนำ หมู่บ้ำน
ด้วยเกณฑ์กำรประเมินผลหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของกระทรวงมหำดไทย (พิจำรณำ เกณฑ์กำรเป็น
หมู่บ้ำนต้นแบบเพิ่มเพื่อให้เห็นเด่นชัด เช่น ควำมยั่งยืนของผลกำรพัฒนำ ควำมสำมำรถในกำรบรหิ ำรจัดกำร
ชุมชน ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอดควำมรูข้ องหมู่บ้ำน เป็นต้น ท้ังน้ี จังหวัดสำมำรถ เพิ่มเติมตัวชี้วัดได้
เพ่ือควำมเหมำะสมของพื้นที่เพื่อแยกหมู่บ้ำนต้นแบบให้เห็นโดดเด่นต่ำงจำกหมู่บ้ำน ทั่วไป) ตรวจสอบและ
ประกำศควำมสำเรจ็ ของกำรเป็นหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ

64

2) สนับสนนุ ให้เข้ำสู่กระบวนกำร กำรประกวดผลงำนตำมปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักงำน
คณะกรรมกำรพิเศษเพื่ออประสำนงำนโครงกำรอันเน่ืองมำจำกพระรำชดำร ิ(กปร.) เพ่ือรบั รำงวลั ถ้วยพระรำชทำน
พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว ด้วยกำรสนับสนุนให้บุคคล/ ชุมชุน เข้ำสู่กระบวนกำรประกวดดังกล่ำว

3) หมู่บ้ำนหรอื ชุมชนดำเนินกำรขับเคล่ือนกำรพัฒนำต่อเนื่องเพ่ือให้หมู่บ้ำนหรอื ชุมชนและ ประชำชน
มีวถิ ีชวี ติ เศรษฐกิจพอพียงอย่ำงมีควำมสุข ด้วยกำรดำเนินกิจกรรมประจำวันอย่ำงพอเพียงที่มี พฤติกรรมของ
ชุมชนประกอบด้วย

- มีควำมพอประมำณ หมำยถึงควำมพอเหมำะต่อควำมจำเป็นที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มำกเกินไป
โดยไม่เบียดเบยี นตนเองและผู้อื่น

- ยดึ หลักควำมมีเหตุผล หมำยถึงกำรตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของควำมพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไป อย่ำงมี
เหตุมีผล โดยพิจำรณำจำกเหตุปัจจยั ท่ีเก่ียวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลท่ีคำดวำจะเกิดข้ึนจำกกำร กระทำน้ัน ๆ
อย่ำงรอบคอบ

- มีหลักกำรมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมำยถึง กำรเตรยี มตัวให้พรอ้ มรบั ผลกระทบและกำร เปลี่ยนแปลง
ด้ำนต่ำง ๆ ทจี่ ะเกิดข้ึนโดยคำนึงถึงควำมเป็นไปได้ของสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ทีค่ ำดว่ำจะเกิดขึ้นในอนำคต

- ด้วยเง่อื นไขควำมรู้ ท่ีประกอบด้วย ควำมรอบรูเ้ ก่ียวกับวชิ ำกำรต่ำง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องอย่ำงรอบคอบ
ท่ี จะนำควำมรเู้ หล่ำน้ันมำพิจำรณำให้เชอื่ มโยงกัน เพื่อประกอบกำรวำงแผนและควำมระมัดระวงั ในข้ันปฏิบตั ิ

- เง่อื นไขคุณธรรม ที่จะต้องเสรมิ สรำ้ งให้เกิดขึ้น ประกอบด้วย มีควำมตระหนักในคุณธรรม และ
มีควำมอดทน มีควำมเพียร ใช้สติปัญญำในกำรดำเนินชวี ติ อำศัยกระบวนกำรจำกควำมสัมพันธข์ องประชำชน
ในกำรพัฒนำ ต่อยอดภูมิปัญญำและวัฒนธรรมของ ท้องถิ่น ให้เป็นหมู่บ้ำนหรอื ชุมชนท่ีเข้มแข็งพึ่งตนเองได้
และพรอ้ มทจี่ ะเป็นแหล่งวชิ ำกำรให้กำรเรยี นรู้ เพื่ออกำรพัฒนำให้กับหมู่บำ้ นหรอื ชุมชนอื่น ๆ ต่อไป

กระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ

กรมกำรพัฒนำชุมชนได้น้อมนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงมำเป็นหลักในกำรพัฒนำหมู่บ้ำน
มีเปูำหมำยเพื่อให้สังคมของหมู่บ้ำน “อยู่เย็น เป็นสุข” ซง่ึ สอดคล้องกับหลักกำรพัฒนำชุมชน คือ กำรส่งเสรมิ
กระบวนกำรเรยี นรูแ้ ละสรำ้ งกำรมีส่วนรว่ มของประชำชน ในกำรขับเคลื่อน กระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำนทั้งระบบ
อย่ำงต่อเน่ือง เพ่ือให้หมู่บ้ำนเป็นชุมชนท่ีเข้มแข็ง เศรษฐกิจฐำนรำก ม่ันคง สำมำรถพึ่งตนเองได้อย่ำงยั่งยืน
โดยใชก้ ลไกของผู้นำชุมชนในกำรขับเคลื่อน ไม่ได้เลือกดำเนินกำรเฉพำะกิจกรรมหรอื เฉพำะกลุ่มบุคคล และใช้

65

แผนชุมชน ในกำรบูรณำกำรพื้นที่ดำเนินกำรและงบประมำณ ไม่สำมำรถดำเนินงำนให้เกิดผลสำเรจ็ ได้ด้วย
หน่วยงำนเดียวโดยลำพัง กำรดำเนินงำนจงึ เป็นกำรขับเคล่ือน ในรูปแบบคณะกรรมกำร ในทกุ ระดับ

กำรจดั กิจกรรมในหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ จงึ มีข้ันตอนทีเ่ รม่ ิ จำกกำรพัฒนำส่งเสรมิ สนับสนุน
บทบำทของผู้นำให้เป็นแกนนำหรอื หัวเรย่ ี วหัวแรงหลัก ในกำรนำประชำชนในหมู่บ้ำนให้ลุกขึ้นทำกิจกรรม
เพื่อจัดกำรแก้ไขปัญหำที่เกิดขึ้น หรอื อำจจะเกิดขึ้นในอนำคต ส่งเสรมิ ให้ผู้นำจัดกระบวนกำรทำแผนชุมชน
สรำ้ งกระบวนกำรมีส่วนรว่ มของประชำชนในกำรคิด ตัดสินใจ กำหนดเป้ำหมำยกำรทำงำน โดยคนในชุมชนเอง
ผลักดัน สรำ้ งควำมรบั ผิดชอบให้เกิดกับบุคคลในชุมชนในกำรดำเนินกำร บรหิ ำร จดั กำรในกิจกรรมตำมแผนงำน
กำรพัฒนำ ซง่ึ สำมำรถบูรณำกำรกิจกรรมต่ำง ๆ จำกทุกหน่วยงำน โดยมีแผนชุมชนเป็นเครอ่ ื งกำกับกำรพัฒนำ
เม่ือได้ดำเนินกำรมีประสบกำรณ์ มีควำมรู้ จัดทำเป็นชุดควำมรู้ มีหลักสูตรสำหรบั กำรถ่ำยทอดควำมรู้ จดั เป็น
แหล่งเรยี นรู้ หรอื ศูนยเ์ รยี นรชู้ ุมชน เพ่ือกำรขยำยผลใน ฐำนะหมู่บ้ำนต้นแบบต่อไป ซง่ึ ผลกำรจัดโครงกำรต่ำง ๆ
นอกจำกจะจัดข้ึนเพื่อป้องกัน แก้ปัญหำ อนุรกั ษ์ เพ่ิมมูลค่ำให้กับชุมชนแล้ว ยังสำมำรถสรำ้ งภำวะผู้นำ
เสรมิ ทักษะกำรจดั กำรและพัฒนำกลุ่มต่ำง ๆ ในชุมชนให้เข้มแข็งย่ิงขึ้น เสรมิ สรำ้ งเครอื ข่ำยของภำคประชำชน
มีกำรแลกเปล่ียนทรพั ยำกรจำกภำยนอก ซงึ่ สำมำรถสรำ้ งควำมสัมพันธเ์ ป็นเครอื ข่ำยระหว่ำงกันท้ังกับหน่วยงำน
กับองค์กร กับหมู่บ้ำนอื่น ๆ ในลักษณะพี่สอนน้อง รวมทั้งใช้กำรถอดบทเรยี นกำรพัฒนำและกำรประเมินตำม
เกณฑ์เครอ่ ื งมือ เพื่อวำงแผนและหมุนวนกำรพัฒนำไปอย่ำงไม่สิ้นสุด

2.2 ฝึกปฏิบัติทำแผนปฏิบัติกำรขับเคลื่อน/พัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง

66

2.3 Best case โคก หนอง นำ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น และหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงท่ดี ำเนินกำรใน
ปี 2564

(1) Best case โคก หนอง นำ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น
(2) Best case โคก หนอง นำ อ.ภูกระดึง จ.เลย
(3) Best case หมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบแม่ใจใต้ อ.ฝำง จ.เชยี งใหม่
(4) Best case หมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้ำนทุ่งกระโปง อ.บำ้ นนำ จ.นครนำยก
3. ระยะเวลำ จำนวน 6 ชวั่ โมง
4. วธิ กี ำร/เทคนิค
4.1) วทิ ยำกรเล่ำถึงควำมสำคัญของโครงกำรและควำมสำคัญของกำรน้อมนำหลักปรชั ญำของ
4.2) วทิ ยำกรมใชก้ ำรถำม-ตอบ เพ่ือกระตุ้นและประเมินควำมเข้ำใจของผู้รบั กำรฝกึ อบรม
4.3) วทิ ยำกรใชส้ ่ือ PowerPoint presentation ในกำรบรรยำยให้ควำมรแู้ ละสรำ้ งควำมเข้ำใจ
4.4) วทิ ยำกรให้ผู้เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมนำเสนอ เพ่ือสรำ้ งกำรมีส่วนรว่ ม
4.5) วทิ ยำกรใชส้ ื่อบุคคลท่ีน้อมนำหลักปรชั ญำมำสู่กำรปฏิบัติอย่ำงเป็นรูปธรรมและประสบผลสำเรจ็
5. วัสดุ/อุปกรณ์
5.1) สื่อวดิ ีทัศน์
5.2) สื่อ PowerPoint presentation
5.3) กระดำษฟลิบชำรต์
5.4) ปำกกำเคมีคละสี
6. ขั้นตอน/วธิ กี ำร
6.1) วทิ ยำกรเกรน่ ิ นำเก่ียวกับหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง และบทบำทผู้นำพัฒนำ (Change Leader)
ท่ีอยู่ในชุมชน และแนวทำงกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับบรบิ ทชุมชน และนำไปสู่ส่ิงที่ชุมชนต้องกำร รวมถึงกำร
น้อมนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง เล่ำถึงควำมสำคัญของโครงกำรและควำมสำคัญของกำรน้อมนำหลัก
ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
6.2) วทิ ยำกรใช้สื่อวดิ ีทัศน์ เน้นย้ำเน้ือหำวชิ ำด้วยสื่อวดิ ีทัศน์ของ ดร.ววิ ัฒน์ ศัลยกำธร และเครอื ข่ำย
กสิกรรมธรรมชำติ ผู้ทนี่ ้อมนำหลักปรชั ญำมำสู่กำรปฏิบัติอยำ่ งเปน็ รูปธรรมและประสบผลสำเรจ็
6.3) วทิ ยำกรมอบโจทย์ แบง่ กลุ่มระดมควำมคิด โดยมีโจทย์ดังนี้

1) ภำพควำมสำเรจ็ ของหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงท่ที ำ่ นอยำกเห็น (วำดภำพ)
2) แนวทำงกำรบรหิ ำรจดั กำรหมู่บำ้ นของท่ำน ทำอะไร ใครทำ ทำอยำ่ งไร ทำเมื่อไหร่
6.4)นำเสนอแผนกำรปฏิบัติกำรขับเคล่ือนและพัฒนำหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง
6.4) วทิ ยำกรเติมเต็ม แผนปฏิบตั ิกำรขับเคล่ือนหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง
6.5) วทิ ยำกรบรรยำยเพื่อให้มีควำมรูต้ ำมประเด็นเนื้อหำด้วย PowerPoint presentation
ประกอบด้วย (1) กำรบรหิ ำรจัดกำรโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง และ (2) กำรทำแผนปฏิบัติกำร
ขับเคล่ือน/พัฒนำหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง
6.6) วทิ ยำกรสรปุ บทเรยี น

67

7. สรุปผลกำรเรยี นรู้
จำกภำรกิจของกรมกำรพัฒนำชุมชนและภำรกิจท่ีได้รบั มอบหมำยจำกกระทรวงมหำดไทย กรมฯ

จงึ ได้น้อมนำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง มำขยำยผลในกระบวนกำรทำงำน โดยยึดเป็นแนวทำงกำรใน
ดำเนินตำมภำรกิจเกี่ยวกับกำรส่งเสรมิ กำรเรยี นรูแ้ ละกำรมีส่วนรว่ มของประชำชน ส่งเสรมิ และพัฒนำเศรษฐกิจ
ฐำนรำกให้มีควำมม่ันคงและมีเสถียรภำพ กรมกำรพัฒนำชุมชนจงึ เรม่ ิ ดำเนินกำรพัฒนำหมู่บ้ำน ท่ัวประเทศ
จำนวน 74,435 หมู่บ้ำน (ข้อมูลจำนวนหมู่บ้ำน ตำมประกำศกรมกำรปกครอง กระทรวงมหำดไทย พ.ศ.2549)
โดยส่งเสรมิ ให้หมู่บำ้ น/ชุมชนเดินตำมรอยเท้ำพ่อสู่วถิ ีชวี ติ เศรษฐกิจพอเพียงด้วยหลักกำรมีส่วนรว่ ม เปิดโอกำส
ให้ประชำชนในหมู่บ้ำน/ชุมชน เปน็ ผู้ดำเนินกำรพัฒนำเพื่อตนเอง ซง่ึ เป็นกิจกรรมทีส่ ่งเสรมิ ประชำธปิ ไตยในชุมชน
และสอดคล้องตำมแนวคิดประชำชนเป็นศูนย์กลำงผ่ำน กำรเรยี นรูด้ ้วยกำรปฏิบัติจรงิ โดยมีรูปธรรมของควำม
พอเพียงตำมเกณฑ์ 6 ด้ำน

1) กำรลดรำยจำ่ ย
2) กำรเพิ่มรำยได้
3) กำรออม
4) กำรเรยี นรู้
5) กำรอนรุ กั ษ์สิ่งแวดล้อมและใชท้ รพั ยำกรธรรมชำติอย่ำงยงั่ ยืน
6) ด้ำนกำรเอื้ออำรตี ่อกัน

“พออยู่ พอกิน”
ผลที่ต้องกำร คือ กำรดำเนินกำรเพื่อสรำ้ ง ควำมเข้มแข็งทง้ั ระบบคิดและกิจกรรมเพื่อกำรพึ่งตนเองให้ได้
ตัวอย่ำงกิจกรรม เช่น กิจกรรมเพ่ือลดรำยจ่ำย ส่งเสรมิ กำรออม ส่งเสรมิ กำรลดกำรใช้พลังงำน

กำรใช้พลังงำนทำงเลือกพลังงำนทดแทน กำรปรบั ปรุงคุณภำพวัสดุเหลือใช้เพื่ อใช้ประโยชน์ กำรส่งเสรมิ
ควำมสัมพันธแ์ ละกำรอนุรกั ษ์ประเพณีวัฒนธรรมในกำรชว่ ยเหลือกันท ำงำน (กำรลงแขก) กำรส่งเสรมิ สุขภำพ
กำรปูองกัน กำรแก้ไข และฟ้ ืนฟู ปัญหำจำกส่ิงเสพติด เป็นต้น
“อยู่ดี กินดี”

ผลที่ต้องกำร คือ กำรขยำยควำมเข้มแข็งที่เกิดจำกครอบครวั หรอื ปัจเจกขยำยไปสู่ควำมรว่ มมือ สรำ้ ง
พลัง แบง่ ปนั ชว่ ยเหลือเกื้อกูลระหวำ่ งกัน สรำ้ งและพัฒนำระบบกลุ่มเพ่ือยกระดับคุณค่ำในชุมชน

ตัวอย่ำงกิจกรรม เช่น กิจกรรมเพ่ือสรำ้ งรำยได้ กำรส่งเสรมิ กำรออมทรพั ย์เพื่อกำรผลิต ส่งเสรมิ
กำรแปรรูปผลิตภัณฑ์ กำรพัฒนำกระบวนกำรผลิต กำรพัฒนำพลังงำนทดแทน กำรพัฒนำแผนธรุ กิจกลุ่มอำชพี
กำรสรมิ สรำ้ ง สวัสดิกำรชุมชน เชน่ กำรปลูกต้นไม้ไว้ใชป้ ระโยชน์ในอนำคต เป็นต้น
“ม่ังมี ศรสี ุข”

ผลที่ต้องกำร คือ กำรสรำ้ งเครอื ข่ำยในกำรสรำ้ งมูลค่ำและควำมรว่ มมือกำรทำงำนท่ียำกและอำจมีกำร
ประสำนควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงกลุ่ม องค์อื่น ๆ จำกทงั้ ภำยใน/ภำยนอกหมู่บำ้ น เพ่ือกำรพัฒนำทีย่ ั่งยืน

ตัวอย่ำงกิจกรรม เช่น จัดให้มีกำรฝึกปฏิบัติ เพ่ิมพูนควำมรู้ จำกเครอื ข่ำยที่มีประสบกำรณ์ในกำรจัด
กิจกรรมส่งเสรมิ ทักษะด้ำนกำรจัดสวัสดิกำรชุมชน กิจกรรมกำรเรยี นรูเ้ พ่ือเสรมิ สรำ้ งทักษะด้ำนกำรอำชีพ
และเครอื ข่ำยด้ำนอำชพี กิจกรรมกำรเรยี นรูก้ ำรบรกิ ำรจดั กำรเครอื ข่ำยวสิ ำหกิจ เชน่ กิจกรรมกำรบรหิ ำรจดั กำร
หมู่บ้ำนทอ่ งเทีย่ วเชงิ อนุรกั ษ์ เปน็ ต้น

68

8. รปู ภำพกิจกรรม

69

ส่วนท่ี 3
กำรประเมินผลโครงกำร

กำรประเมินผลกำรฝึกอบรมโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ 2565
กิจกรรมท่ี 1 สรำ้ งและพัฒนำกลไกขับเคล่ือนในระดับพื้นที่ กิจกรรมที่ 1.1 อบรมแกนนำขับเคล่ือนหมู่บ้ำน
เศรษฐกิจพอเพียง หลักสูตรฝึกอบรมกำรพัฒนำวถิ ีชีวติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบัติ)
กำรฝกึ อบรมแบบออนไลน์ วธิ กี ำรเก็บรวบรวมข้อมูลโดยให้ผู้เข้ำอบรมทำแบบสอบถำมออนไลน์ผ่ำนทำง Google
Form ผลกำรจดั เก็บข้อมูลพบว่ำมีผู้เข้ำรบั กำรอบรมตอบแบบสอบถำม จำนวน 539 คน จำกจำนวนท้ังส้ิน
539 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 มีรำยละเอียดดังน้ี

3.1 ควำมเป็นมำ
ศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชนนครนำยก ได้ดำเนินโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง

ปีงบประมำณ พ.ศ.2565 กิจกรรมที่ 1 สรำ้ งและพัฒนำกลไกลกำรขับเคล่ือนในระดับพ้ืนที่ และมอบหมำยให้
สถำบันกำรพัฒนำชุมชนได้ดำเนินกำรกิจกรรมท่ี ๑.1 อบรมแกนนำขับเคล่ือนหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง หลักสูตร
ฝึกอบรมกำรพัฒนำวถิ ีชวี ติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบัติ) เพื่อให้เกิดผู้นำพัฒนำ (Change
Leader) ทอ่ี ยูใ่ นชุมชนและนำกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับบรบิ ทชุมชนและนำไปสู่ส่ิงที่ชุมชนต้องกำร โดยจดั กำร
ฝึกอบรมให้แก่กลุ่มเป้ำหมำย ผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพื้นที่เรยี นรู้ โคก หนอง นำ ในหมู่บ้ำนเป้ำหมำย จำนวน
1 คนต่อหมู่บ้ำน ผู้นำชุมชนของหมู่บ้ำนเป้ำหมำย จำนวน 1 คนต่อหมู่บ้ำน และเจ้ำหน้ำที่พัฒนำชุมชน
ทร่ี บั ผิดชอบโครงกำรหรอื ได้รบั มอบหมำย อำเภอละ 1 คน เน่ืองจำกสถำนกำรณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันต้อง
เผชญิ กับผลกระทบจำกวกิ ฤตกำรณ์แพรร่ ะบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรน่ำ ๒๐๑๙ (COVID - ๑9) ในวงกว้ำง
จึงทำให้ต้องมีกำรปรบั เปล่ียนวธิ กี ำรฝึกอบรมโดยใช้รูปแบบฝึกอบรมทำงไกล (Online) ผ่ำนระบบ Zoom
Cloud Meetings โดยดำเนินกำรฝกึ อบรมจำนวน ๒ รนุ่ ๆ ละ 5 วนั ดังน้ี

รุน่ ท่ี 1 ดำเนินกำรระหว่ำงวันท่ี 22 - 26 พฤศจกิ ำยน 2564 ผ่ำนระบบ Zoom Cloud Meeting
กลุ่มเปำ้ หมำย 147 คน มีจุดดำเนินกำร จำนวน 7 จุดดำเนินกำร ในพ้ืนที่ดำเนินกำร 4 จงั หวัด ได้แก่ นครนำยก
ปรำจนี บุร ีปทุมธำนี และมุกดำหำร

รุน่ ที่ 2 ดำเนินกำรระหว่ำงวันที่ 30 พฤศจกิ ำยน - 3 ธนั วำคม 2564 ผ่ำนระบบ Zoom Cloud
Meeting กลุ่มเปำ้ หมำย 392 คน มีจุดดำเนินกำร จำนวน 20 จุดดำเนินกำร ในพ้ืนทด่ี ำเนินกำร 3 จงั หวัด ได้แก่
พระนครศรอี ยุธยำ ยโสธร และบุรรี มั ย์

๓.2 วัตถุประสงค์กำรประเมิน
3.2.1 เพ่ือประเมินผลกำรเรยี นรคู้ วำมเข้ำใจต่อเนื้อหำวชิ ำทไี่ ด้รบั กำรอบรม
3.2.2 เพื่อประเมินควำมพึงพอใจต่อกำรฝึกอบรมและกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรขู้ องวทิ ยำกร
3.2.3 เพ่ือประเมินกำรนำควำมรูท้ ่ีได้รบั ไปใช้ในกำรปฏิบัติงำน และข้อเสนอแนะเพ่ือกำรพัฒนำ

หลักสูตรและกำรจดั ฝึกอบรมในครงั้ ต่อไป
3.3 วธิ กี ำรดำเนินกำร
๓.3.๑ ดำเนินกำรแจกแบบสอบถำม รูปแบบออนไลน์ Google Form ผ่ำนชอ่ งทำงกลุ่มไลน์ และ

แจก QR-Code สำหรบั สแกนไปยงั ลิงค์แบบสอบถำมออนไลน์ ในวันทีท่ ำกำรฝึกอบรม
๓.3.๒ รวมรวมแบบสอบถำม และประมวลผลจำกแบบสอบถำม

70

3.4 ประโยชน์ท่ีคำดว่ำจะได้รบั จำกกำรประเมิน
3.4.1 ทำให้ทรำบถึงควำมรคู้ วำมเข้ำใจของผู้อบรมทีม่ ีต่อเนื้อหำวชิ ำท่ไี ด้รบั กำรอบรบ
3.2.2 สำมำรถนำผลกำรประเมินควำมพึงพอใจต่อกำรฝกึ อบรมและผลประเมินกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้

ของวทิ ยำกร มำใชป้ รบั ปรงุ และพัฒนำหลักสูตรฝกึ อบรมในครง้ั ต่อไป

3.5 เครอ่ ื งมือท่ีใชใ้ นกำรประเมินผล
ใชเ้ ครอ่ ื งมือประเมินผล จำนวน 3 เครอ่ ื งมือ ดังนี้
3.5.1 ใชแ้ บบประเมินผลภำพรวมโครงกำรฝกึ อบรมฯ แบง่ เปน็ ๒ ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ประกอบด้วย เพศ ตำแหนง่ กำรศึกษำ และอำยุ
ส่วนท่ี 2 ควำมคิดเห็นต่อโครงกำร
2.1 กำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร
2.2 ประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรไู้ ปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำน
2.3 ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร
2.4 ข้อเสนอแนะ
3.5.2 ใชแ้ บบประเมินผลรำยวชิ ำ โดยประเมินจำนวน 12 วชิ ำ แบง่ ออก 5 ส่วน ได้แก่
ส่วนท่ี ๑ ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวชิ ำ
ส่วนที่ 2 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวทิ ยำกร
ส่วนที่ 3 สิ่งที่ทำ่ นประทับใจในวทิ ยำกรทำ่ นนี้
ส่วนท่ี 4 สิ่งที่วทิ ยำกรควรปรบั ปรุง
ส่วนท่ี 5 ข้อเสนอแนะอื่นๆ
3.5.3 ใชเ้ ครอ่ ื งมือประเมินอำรมณ์ของผู้อบรมด้วย Mood Meter

3.6 วธิ กี ำรเก็บรวบรวมข้อมูล
3.6.๑ ผู้เข้ำรบั กำรอบรมตอบแบบประเมินผลภำพรวมโครงกำรฯ เมื่อเสรจ็ ส้ินกำรฝึกอบรม
๓.๖.๒ ผู้เข้ำรบั กำรอบรมตอบแบบประเมินผลรำยวชิ ำ เม่ือเสรจ็ ส้ินกระบวนกำรแต่ละวชิ ำ
๓.๖.๓ ผู้เข้ำรบั กำรอบรมประเมินผลอำรมณ์ ด้วยเครอ่ ื งมือ Mood Meter เมื่อเสรจ็ ส้ินกำรอบรม

ในแต่ละวนั

3.7 วธิ กี ำรวเิ ครำะห์ข้อมูล

ใช้อัตรำส่วนค่ำรอ้ ยละ และวธิ ที ำงสถิติเบื้องต้น โดยกำหนดให้มี ๕ ตัวเลือก ให้คะแนนเต็ม

เทำ่ กับ ๕ ค่ำเฉล่ียตัวกลำง เทำ่ กับ ๒.51 และแบง่ เขตคำตอบของค่ำเฉล่ียตัวกลำงเลขคณิต ดังนี้

ค่ำเฉล่ียต้ังแต่ 4.51 - 5.00 อยูใ่ นเกณฑ์ดีมำก ระดับควำมคิดเห็นมำกที่สุด =5

ค่ำเฉล่ียระหว่ำง 3.51 - 4.50 อยู่ในเกณฑ์ดี ระดับควำมคิดเห็นมำก =4

ค่ำเฉล่ียระหว่ำง 2.51 - 3.50 อยูใ่ นเกณฑ์พอใช้ ระดับควำมคิดเห็นปำนกลำง = 3

ค่ำเฉล่ียระหวำ่ ง 1.51 - 2.50 อยู่ในเกณฑ์น้อย ระดับควำมคิดเห็นน้อย =2

ค่ำเฉล่ียต้ังแต่ 1.00 - 1.50 อยู่ในเกณฑ์ควรปรบั ปรุง ระดับควำมคิดเห็นน้อยที่สุด = 1

71

3.8 ผลกำรวเิ ครำะห์ข้อมูล
กำรประเมินผลโครงกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ 2565 กิจกรรม

ท่ี 1 สรำ้ งและพัฒนำกลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นท่ี กิจกรรมที่ 1.1 อบรมแกนนำขับเคล่ือนหมู่บ้ำนเศรษฐกิจ
พอเพียง ฝึกอบรมกำรพัฒนำวถิ ีชวี ติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง (ภำคทฤษฎีและปฏิบตั ิ) จำนวน 2 รนุ่ มีดังน้ี

3.8.1 ประเมินผลภำพรวมโครงกำรฝึกอบรมฯ แบง่ เปน็ ๒ ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถำม ประกอบด้วย เพศ ตำแหน่ง กำรศึกษำ และ

อำยุ
ส่วนท่ี 2 ควำมคิดเห็นต่อโครงกำร
2.1 กำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร
2.2 ประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรไู้ ปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำน
2.3 ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร
2.4 ข้อเสนอแนะ

ส่วนท่ี 1 ข้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถำม
จำแนกตำมปัจจยั ส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อำยุ กำรศึกษำ (รำยละเอียดแสดงตำมตำรำงท่ี 1)
ตำรำงท่ี 3.1 แสดงข้อมูลทัว่ ไปของผูเ้ ข้ำรบั กำรฝกึ อบรม รนุ่ ที่ 1 จำนวนผู้ตอบแบบสอบถำม จำนวน

147 คน

ข้อมูล จำนวน(คน) รอ้ ยละ

1. เพศ 91 61.90
56 38.10
ชำย
หญิง 65 44.22

2. ตำแหน่ง 65 44.22
ผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนทเ่ี รยี นรู้ “โคก หนอง นำ” ที่ 17 11.56

สมัครใจเข้ำรว่ มกิจกรรมกำรพัฒนำศูนย์ฯ 36 24.49
ผู้นำชุมชนของครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนท่เี รยี นรู้ “โคก 66 44.90
33 22.45
หนอง นำ” 12 8.16
เจำ้ หน้ำที่พัฒนำชุมชนอำเภอเป้ำหมำย -
-
3. กำรศึกษำ

ระดับประถมศึกษำ
ระดับมัธยมศึกษำ
ระดับปรญิ ญำตร ี
ระดับสูงกวำ่ ปรญิ ญำตร ี
ระดับอ่ืน ๆ

72

ข้อมูล จำนวน(คน) รอ้ ยละ

4. อำยุ

ตำ่ กวำ่ 25 ปี 6 4.08
25 - 30 ปี 18 12.24
31 - 40 ปี 26 17.69
41 – 50 ปี 60 40.82
51 ปขี ึ้นไป 37 25.17

จำกตำรำงพบว่ำ ผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรุน่ ที่ 1 ส่วนใหญ่เป็นเพศชำย จำนวน 91 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 61.90 และเพศหญิง จำนวน 56 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 38.10 ส่วนใหญ่ตำแหน่งผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำ
พื้นท่เี รยี นรู้ “โคก หนอง นำ” จำนวน 65 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 44.22 ตำแหน่งผู้นำชุมชนของครวั เรอื นพัฒนำพื้นท่ี
เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” จำนวน 65 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 44.22 และเจ้ำหน้ำที่พัฒนำชุมชนอำเภอเป้ำหมำย
จำนวน 17 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 11.56 ส่วนใหญ่กำรศึกษำระดับมัธยมศึกษำ จำนวน 66 คน คิดเป็นรอ้ ยละ
44.90 รองลงมำระดับประถมศึกษำ จำนวน 36 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 24.49 ระดับปรญิ ญำตร ี จำนวน 33 คน คิด
เปน็ รอ้ ยละ 22.45 และระดับสูงกว่ำปรญิ ญำตร ีจำนวน 12 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 8.16 ส่วนใหญ่อำยุระหว่ำง 41 -
50 ปี จำนวน 60 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 40.82 รองลงมำอำยุ 51 ปีข้ึนไป จำนวน 37 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 25.17
อำยุระหว่ำง 31 - 40 ปี จำนวน 26 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 17.69 อำยุระหว่ำง 25 - 30 ปี จำนวน 18 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 12.24 และอำยุต่ำกวำ่ 25 ปี จำนวน 6 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 4.08

ส่วนที่ 2 ควำมคิดเห็นต่อโครงกำร
2.1 กำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร
ตำรำงท่ี 3.2 ควำมคิดเห็นต่อกำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร รุน่ ท่ี 1 จำนวนผู้ตอบ

แบบสอบถำม จำนวน 147 คน

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย() ระดับ

เพ่ือให้เกิดผู้นำพัฒนำ (Change Leader) ท่ีอยูใ่ น 4.54 มำกท่ีสุด
ชุมชน และนำกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับบรบิ ทชุมชน 4.54 มำกทีส่ ุด
และนำไปสู่สิง่ ทีช่ ุมชนต้องกำร

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมทง้ั หมด

จำกตำรำงท่ี 3.2 แสดงให้เห็นว่ำ ผู้ตอบแบบสอบถำมบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำรฯ
มีค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมท้ังหมดอยูใ่ นระดับมำกท่สี ุด มีค่ำเฉล่ีย 4.54

73

2.2 ประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำน

ตำรำงที่ 3.3 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นกำร

ปฏิบัติงำน รนุ่ ท่ี 1 จำนวนผู้ตอบแบบสอบถำม จำนวน 147 คน

ประเด็น ค่ำเฉลี่ย ระดับ
( )

1.หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎใี หม่ (ภำคเชำ้ ) 4.54 มำกทส่ี ุด

2.หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคบำ่ ย) 4.52 มำกทส่ี ุด

3.ถอดรหัสพระมหำชนก 4.60 มำกทสี่ ุด

4.ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ แผ่นดินวกิ ฤติ 4.60 มำกที่สุด

5.พัฒนำ 3 ขุมพลัง "กำย ใจ ปัญญำ" 4.50 มำกที่สุด

6.ทฤษฎีบันได 9 ข้ัน สู่ควำมพอเพียง 4.64 มำกที่สุด

7.หลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคเชำ้ ) 4.61 มำกท่ีสุด

8.หลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคบ่ำย) 4.62 มำกทส่ี ุด

9.ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ "วถิ ีภูมิปญั ญำไทยกับกำรพึ่งตนเอง" 4.64 มำกที่สุด

10.เรยี นรู้ 9 ฐำนเรยี นรูส้ ู่เศรษฐกิจพอเพียง 4.62 มำกที่สุด

11.หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคก หนองนำฯ เบอ้ื งต้น 4.57 มำกทีส่ ุด

12.Work Shop กำรออกแบบพื้นท่ี และสรุปกำรออกแบบพ้ืนท่ี 4.57 มำกทส่ี ุด

14.กิจกรรมกำรเอำมื้อสำมัคคี 4.60 มำกทีส่ ุด

15.กำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง 4.61 มำกท่ีสุด

16.Work Shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง 4.62 มำกทสี่ ุด

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมท้ังหมด 4.59 มำกที่สุด

จำกตำรำงท่ี ๓.3 แสดงให้เห็นว่ำ ผู้ตอบแบบประเมินผลโครงกำร รุน่ ที่ 1 จำนวน 147 คน
ได้รบั ประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำนในหัวข้อวชิ ำ มีค่ำเฉลี่ยโดยรวมอยู่ใน
ระดับมำกที่สุด ค่ำเฉล่ียคะแนน คือ 4.57 โดยเรยี งลำดับจำกมำกไปหำน้อย 5 ลำดับ ดังน้ี

1. วชิ ำ ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำเฉล่ีย คือ 4.64
2. วชิ ำ ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ "วถิ ีภูมิปัญญำไทยกับกำรพึ่งตนเอง" อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำเฉล่ีย
คือ 4.64
3. วชิ ำ หลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคบำ่ ย) อยูใ่ นระดับมำกท่ีสุด ค่ำเฉล่ีย คือ 4.62
4. วชิ ำ เรยี นรู้ 9 ฐำนเรยี นรสู้ ู่เศรษฐกิจพอเพียง อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำเฉลี่ย คือ 4.62
5. วชิ ำ Work Shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ในระดับมำกที่สุด
ค่ำเฉลี่ย คือ 4.62

74

2.3 ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร
ตำรำงที่ 3.4 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร รุน่ ที่ 1 จำนวน
ผู้ตอบแบบสอบถำม จำนวน 147 คน

ประเด็น ค่ำเฉลี่ย ระดับ
( )

1. กระบวนกำรขั้นตอนกำรให้บรกิ ำร 4.46 มำก
1) ควำมเหมำะสมของสถำนที่ 4.41 มำก
2) ควำมเหมำะสมของระยะเวลำ 4.47 มำก
3) ควำมเหมำะสมของชว่ งเวลำ 4.54 มำกที่สุด
4) กำรจดั ลำดับข้ันตอนของกำรจดั กิจกรรม 4.47 มำก

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม

2. ด้ำนวทิ ยำกร 4.57 มำกที่สุด
1) ควำมรอบรูใ้ นเนื้อหำของวทิ ยำกร 4.53 มำกทส่ี ุด
2) ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ 4.54 มำกทส่ี ุด
3) กำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำมแสดงควำมคิดเห็น 4.54 มำกทส่ี ุด
4) กำรสรำ้ งบรรยำกำศกำรเรยี นรู้ 4.55 มำกทส่ี ุด

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 4.61 มำกทส่ี ุด
3. เจำ้ หน้ำทผี่ ู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน 4.61 มำกทส่ี ุด
1) กำรแต่งกำย 4.54 มำกทส่ี ุด
2) ควำมสุภำพ 4.53 มำกที่สุด
3) กำรตอบคำถำม 4.57 มำกที่สุด
4) กำรประสำนงำน
4.48 มำก
ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.49 มำก
4. กำรอำนวยควำมสะดวก 4.55 มำกที่สุด
1) เอกสำร และส่ือประกอบกำรอบรม 4.51 มำกที่สุด
2) โสตทัศนูปกรณ์ (กำรส่ือสำร ระบบสัญญำณภำพและเสียง)
3) เจำ้ หน้ำท่ีสนับสนุน (จนท. 12 จุด และครูพำทำ) 4.57 มำกทส่ี ุด

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 4.56 มำกทสี่ ุด
5. คณุ ภำพกำรให้บรกิ ำร
1) ท่ำนได้รบั ควำมรู้ แนวคิด ทักษะและประสบกำรณ์ใหม่ๆจำก
โครงกำร/กิจกรรมน้ี
2) ท่ำนสำมำรถนำส่ิงที่ได้รบั จำกโครงกำร/กิจกรรมนี้ไปใชใ้ นกำรเรยี น/
กำรปฏิบัติงำน

75

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ
( )
3) ส่ิงท่ีท่ำนได้รบั จำกโครงกำร/กิจกรรมครงั้ นี้ตรงตำมควำมคำดหวัง
ของท่ำนหรอื ไม่ 4.59 มำกที่สุด
4) สัดส่วนระหว่ำงฝึกอบรมภำคทฤษฎีกับภำคปฏิบัติ มีควำมเหมำะสม
5) ประโยชน์ท่ีท่ำนได้รบั จำกโครงกำร/กิจกรรม 4.46 มำก
4.60 มำกทส่ี ุด
ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.56 มำกที่สุด

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมท้งั หมด 5 ด้ำน 4.53 มำกทสี่ ุด

จำกตำรำงที่ 3.4 ผลกำรประเมินโดยผู้ตอบแบบประเมินผลโครงกำร รุน่ ท่ี 1 จำนวน 147 คน
พบว่ำ ประเด็นควำมพึงพอใจต่อภำพรวมโครงกำร โดยมีหัวข้อดังน้ี

1) ด้ำนกระบวนกำรข้ันตอนกำรให้บรกิ ำร
2) ด้ำนวทิ ยำกร
3) ด้ำนเจำ้ หน้ำทีผ่ ู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน
4) ด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก
5) ด้ำนคณุ ภำพกำรให้บรกิ ำร

ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่คิดว่ำกำรบรกิ ำรท้ัง 5 ด้ำน อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย

โดยรวมท้งั หมด 5 ด้ำน คือ 4.53 และผลกำรวเิ ครำะห์จำกตำรำงดังกล่ำวแสดงให้เห็นได้ว่ำ ผู้ตอบแบบประเมินมี

ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร โดยเรยี งลำดับจำกมำกที่สุดไปหำน้อยท่ีสุดสำมลำดับ แยกตำมหัวข้อประเมิน

5 ด้ำน ดังนี้

1) ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนกระบวนกำรข้ันตอนกำรให้บรกิ ำร

ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนกระบวนกำรขั้นตอนกำรให้บรกิ ำร อยู่ในระดับมำก

ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.47 โดยมีค่ำคะแนนเฉลี่ย 3 ลำดับดังนี้

1. กำรจดั ลำดับข้ันตอนของกำรจดั กิจกรรม อยูใ่ นระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.54

2. ควำมเหมำะสมของชว่ งเวลำ อยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.47

3. ควำมเหมำะสมของสถำนท่ี อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.46

2) ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนวทิ ยำกร

ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนวทิ ยำกร อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.55 โดย

มีค่ำคะแนนเฉล่ีย 3 ลำดับดังนี้

1. ควำมรอบรูใ้ นเน้ือหำของวทิ ยำกร อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.57

2. กำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำมแสดงควำมคิดเห็น อยูใ่ นระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.54

3. กำรสรำ้ งบรรยำกำศกำรเรยี นรู้ อยู่ในระดับมำกทสี่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.54

76

3) ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนเจำ้ หน้ำท่ีผู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน

ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนเจ้ำหน้ำที่ผู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน อยู่ในระดับมำกที่สุด

ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.57 โดยมีค่ำคะแนนเฉลี่ย 3 ลำดับดังน้ี

1. กำรแต่งกำย อยูใ่ นระดับมำกทสี่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.61

2. ควำมสุภำพ อยู่ในระดับมำกทสี่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.61

3. กำรตอบคำถำม อยูใ่ นระดับมำกทีส่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.54

4. ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก
ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย

รวม 4.51 โดยมีค่ำคะแนนเฉล่ีย 3 ลำดับดังน้ี
1. เจำ้ หน้ำที่สนับสนุน (จนท. 12 จุด และครูพำทำ) อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย

4.55
2. โสตทัศนูปกรณ์ (กำรสื่อสำร ระบบสัญญำณภำพและเสียง) อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนน

เฉลี่ย 4.49
3. เอกสำร และส่ือประกอบกำรอบรม อยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.48

5) ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนคุณภำพกำรให้บรกิ ำร
ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนคุณภำพกำรให้บรกิ ำร อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย

รวม 4.56 โดยมีค่ำคะแนนเฉล่ีย 3 ลำดับดังนี้
1. ประโยชน์ท่ีท่ำนได้รบั จำกโครงกำร/กิจกรรม อยูใ่ นระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.60
2. ส่ิงที่ท่ำนได้รบั จำกโครงกำร/กิจกรรมครง้ั นี้ตรงตำมควำมคำดหวังของท่ำนหรอื ไม่ อยู่ในระดับ

มำกทีส่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.59
3. ท่ำนได้รบั ควำมรู้ แนวคิด ทักษะและประสบกำรณ์ใหม่ๆจำกโครงกำร/กิจกรรมนี้ อยูใ่ นระดับ

มำกทสี่ ุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.57
6) ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมโครงกำร
ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมโครงกำร รุน่ ท่ี 1 อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย คือ 4.63

2.4 ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะในกำรดำเนินกำรจดั ฝึกอบรมโครงกำรฯ รุน่ ที่ 1 ระหว่ำงวันที่ 22-26

พฤศจกิ ำยน 2565 มีดังน้ี
2.4.1 ส่ิงท่ีท่ำนพึงพอใจในกำรรว่ มโครงกำรหรอื กิจกรรมครง้ั น้ี
- ได้มำรบั ควำมรใู้ หม่ ๆ ได้เรยี นรแู้ ละปรบั เปล่ียนกำรดำเนินชวี ติ สำมำรถนำควำมรูจ้ ำกกำรอบรม

ไปดำเนินกำรในพ้ืนทไ่ี ด้จรงิ
- เนื้อหำวชิ ำชดั เจน มีสำรประโยชน์ ได้รบั ควำมรู้ ทุกกิจกรรม
- ได้ควำมเสียสละของผู้ทเ่ี กี่ยวข้องในครงั้ น้ี
- ได้เพ่ือนใหม่แลกเปลี่ยนควำมรู้ และรบั กำรสรำ้ งแรงบนั ดำลใจ
- ทีมวทิ ยำกรให้ควำมรู้ เข้ำใจง่ำย และเห็นภำพได้อยำ่ งชดั เจน ประทับใจมำกวทิ ยำกรทุกคน

77

- ประทับใจวชิ ำกำรออกแบบ ตำมแบบท่เี รำต้องกำรทำโคก หนอง นำ

2.4.2 ส่ิงท่ีควรเสนอแนะนำไปพัฒนำกำรจดั โครงกำรหรอื กิจกรรมครงั้ ต่อไป
- ต้องกำรให้ Print เอกสำรประกอบวชิ ำให้ก่อนเรยี นเพ่ือท่ีจะเข้ำใจง่ำย และ

สำมำรถกลับมำอ่ำนเพื่อควำมเข้ำใจได้
- จะนำควำมรทู้ ไี่ ด้ไปแนะนำคนในครอบครวั ก่อน ค่อยแนะนำเพื่อนบำ้ นในชุมชน
- ฐำนเรยี นรู้ 9 ฐำน ควรจดั ฝกึ ปฏิบตั ิให้ครบ
- ควรจดั กำรประชุมแลกเปลี่ยนสำหรบั ผู้ได้รบั กำรอบรมไปแล้ว ถึงปัญหำอุปสรรค

ในกำรดำเนินกำรจรงิ พ้ืนท่ี
- ควรอบรมที่ ศพช.นครนำยก และมีพักค้ำง ให้ผู้เข้ำอบรมได้มีส่วนรว่ มกิจกรรม

ตำรำงท่ี 3.5 แสดงข้อมูลทั่วไปของผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรม รุน่ ท่ี 2 จำนวนผู้ตอบแบบสอบถำม

จำนวน 392 คน

ข้อมูล จำนวน(คน) รอ้ ยละ

1. เพศ

ชำย 232 59.18

หญิง 160 40.82

ผู้แทนครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนที่เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” ที่ 180 45.92
สมัครใจเข้ำรว่ มกิจกรรมกำรพัฒนำศูนย์ฯ
180 45.92
ผู้นำชุมชนของครวั เรอื นพัฒนำพ้ืนท่ีเรยี นรู้ “โคก
หนอง นำ” 32 8.16

เจำ้ หน้ำทีพ่ ัฒนำชุมชนอำเภอเป้ำหมำย 33 8.42
3. กำรศึกษำ 190 48.47
153 39.03
ระดับประถมศึกษำ 16 4.08
ระดับมัธยมศึกษำ
ระดับปรญิ ญำตร ี - -
ระดับสูงกว่ำปรญิ ญำตร ี 13 3.32
ระดับอื่น ๆ 91 23.21
4. อำยุ 178 45.41
ต่ำกว่ำ 25 ปี 110 28.06
25 - 30 ปี
31 - 40 ปี
41 – 50 ปี
51 ปีข้ึนไป

78

จำกตำรำงท่ี 3.5 พบว่ำผู้เข้ำรบั กำรฝึกอบรมรุน่ ท่ี 2 ส่วนใหญ่เป็นเพศชำย จำนวน 232 คน
คิดเปน็ รอ้ ยละ 59.18 และเพศหญิง จำนวน 160 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 40.82 ส่วนใหญ่ตำแหน่งผู้แทนครวั เรอื น
พัฒนำพื้นที่เรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” จำนวน 180 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 45.92 ตำแหน่งผู้นำชุมชนของครวั เรอื น
พัฒนำพ้ืนท่ีเรยี นรู้ “โคก หนอง นำ” จำนวน 180 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 45.92 และเจำ้ หน้ำที่พัฒนำชุมชนอำเภอ
เป้ำหมำย จำนวน 32 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 8.16 ส่วนใหญ่กำรศึกษำระดับมัธยมศึกษำ จำนวน 190 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 48.47 รองลงมำระดับปรญิ ญำตร ี จำนวน 153 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 39.03 ระดับประถมศึกษำ จำนวน
33 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 8.42 และระดับสูงกว่ำปรญิ ญำตร ี จำนวน 16 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 4.08 ส่วนใหญ่อำยุ
ระหวำ่ ง 41 - 50 ปี จำนวน 178 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 45.41 รองลงมำอำยุ 51 ปขี ึ้นไป จำนวน 110 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 28.06 อำยุระหว่ำง 31 - 40 ปี จำนวน 91 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 23.21 และอำยุระหว่ำง 25 - 30 ปี
จำนวน 13 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 3.32

ส่วนท่ี 2 ควำมคิดเห็นต่อโครงกำร
2.1 กำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร
ตำรำงที่ 3.6 ควำมคิดเห็นต่อกำรบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำร รุน่ ที่ 2 จำนวนผู้ตอบ

แบบสอบถำม จำนวน 392 คน

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย( ) ระดับ

เพ่ือให้เกิดผู้นำพัฒนำ (Change Leader) ทอ่ี ยู่ใน 4.67 มำกทสี่ ุด
ชุมชน และนำกำรพัฒนำให้สอดคล้องกับบรบิ ทชุมชน 4.67 มำกที่สุด
และนำไปสู่ส่ิงทีช่ ุมชนต้องกำร

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมทัง้ หมด

จำกตำรำงที่ 3.6 แสดงให้เห็นว่ำ ผู้ตอบแบบสอบถำมบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงกำรฯ

มีค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมทงั้ หมดอยูใ่ นระดับมำกทีส่ ุด มีค่ำเฉลี่ย

2.2 ประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำน

ตำรำงที่ 3.7 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรไู้ ปปรบั ใชใ้ นกำร

ปฏิบัติงำน รนุ่ ที่ 2 จำนวนผู้ตอบแบบสอบถำม จำนวน 392 คน

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ
( )

1.หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคเชำ้ ) 4.68 มำกท่สี ุด

2.หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎใี หม่ (ภำคบ่ำย) 4.65 มำกที่สุด

3.ถอดรหัสพระมหำชนก 4.67 มำกทส่ี ุด

4.ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ แผ่นดินวกิ ฤติ 4.60 มำกทส่ี ุด

5.พัฒนำ 3 ขุมพลัง "กำย ใจ ปญั ญำ" 4.62 มำกที่สุด

6.ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ควำมพอเพียง 4.69 มำกทีส่ ุด

7.หลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคเชำ้ ) 4.65 มำกทส่ี ุด

79

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ
( )
8.หลักกสิกรรมธรรมชำติ (ภำคบ่ำย) 4.65 มำกที่สุด
9.ถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ "วถิ ีภูมิปญั ญำไทยกับกำรพึ่งตนเอง" 4.63 มำกที่สุด
10.เรยี นรู้ 9 ฐำนเรยี นรสู้ ู่เศรษฐกิจพอเพียง 4.66 มำกทส่ี ุด
11.หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคก หนองนำฯ เบอ้ื งต้น 4.67 มำกที่สุด
12.Work Shop กำรออกแบบพ้ืนที่ และสรุปกำรออกแบบพื้นท่ี 4.60 มำกที่สุด
14.กิจกรรมกำรเอำม้ือสำมัคคี 4.56 มำกที่สุด
15.กำรบรหิ ำรโครงกำรหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง 4.60 มำกที่สุด
16.Work Shop กระบวนกำรพัฒนำหมู่บำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง 4.64 มำกทส่ี ุด

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมทั้งหมด 4.64 มำกที่สุด

จำกตำรำงที่ 3.7 แสดงให้เห็นว่ำ ผู้ตอบแบบประเมินผลโครงกำร รุน่ ที่ 2 จำนวน 392 คน
ได้รบั ประโยชน์ของหัวข้อวชิ ำต่อกำรนำควำมรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นกำรปฏิบัติงำนในหัวข้อวชิ ำ มีค่ำเฉล่ียโดยรวม
อยูใ่ นระดับมำกท่ีสุด ค่ำเฉลี่ยคะแนน คือ 4.64 โดยเรยี งลำดับจำกมำกไปหำน้อย 5 ลำดับ ดังนี้

1. วชิ ำ ทฤษฎีบนั ได 9 ข้ัน สู่ควำมพอเพียง อยู่ในระดับมำกท่สี ุด ค่ำเฉลี่ย คือ 4.69
2. หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่(ภำคเช้ำ) อยู่ในระดับมำกที่สุด
ค่ำเฉล่ีย คือ 4.68
3. วชิ ำ ถอดรหัสพระมหำชนก อยูใ่ นระดับมำกทส่ี ุด ค่ำเฉลี่ย คือ 4.67
4. วชิ ำ หลักกำรออกแบบและกำรออกแบบโคก หนองนำฯ เบื้องต้น อยู่ในระดับมำกที่สุด
ค่ำเฉลี่ย คือ 4.67
5. วชิ ำ เรยี นรู้ 9 ฐำนเรยี นรสู้ ู่เศรษฐกิจพอเพียง อยูใ่ นระดับมำกท่ีสุด ค่ำเฉลี่ย คือ 4.66

2.3 ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร
ตำรำงที่ 3.8 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร รุน่ ท่ี 2 จำนวน
ผู้ตอบแบบสอบถำม จำนวน 392 คน

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ
( )
1. กระบวนกำรขั้นตอนกำรให้บรกิ ำร
1) ควำมเหมำะสมของสถำนที่ 4.49 มำก
2) ควำมเหมำะสมของระยะเวลำ 4.49 มำก
3) ควำมเหมำะสมของชว่ งเวลำ 4.51 มำกทส่ี ุด
4) กำรจดั ลำดับข้ันตอนของกำรจดั กิจกรรม 4.48 มำก
4.49 มำก
ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม

80

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ
( )
2. ด้ำนวทิ ยำกร
1) ควำมรอบรูใ้ นเน้ือหำของวทิ ยำกร 4.59 มำกที่สุด
2) ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ 4.58 มำกทส่ี ุด
3) กำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำมแสดงควำมคิดเห็น 4.56 มำกทส่ี ุด
4) กำรสรำ้ งบรรยำกำศกำรเรยี นรู้ 4.54 มำกที่สุด
4.57 มำกที่สุด
ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม
3. เจำ้ หน้ำที่ผู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน 4.53 มำกทส่ี ุด
1) กำรแต่งกำย 4.65 มำกท่ีสุด
2) ควำมสุภำพ 4.62 มำกที่สุด
3) กำรตอบคำถำม 4.55 มำกที่สุด
4) กำรประสำนงำน 4.59 มำกที่สุด

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.51 มำกที่สุด
4. กำรอำนวยควำมสะดวก 4.49 มำก
1) เอกสำร และส่ือประกอบกำรอบรม 4.56
2) โสตทัศนูปกรณ์ (กำรส่ือสำร ระบบสัญญำณภำพและเสียง) 4.52 มำกทส่ี ุด
3) เจำ้ หน้ำที่สนับสนุน (จนท. 12 จุด และครูพำทำ) มำกทส่ี ุด

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 4.58 มำกทส่ี ุด
5. คณุ ภำพกำรให้บรกิ ำร
1) ท่ำนได้รบั ควำมรู้ แนวคิด ทักษะและประสบกำรณ์ใหม่ๆจำก 4.51 มำกที่สุด
โครงกำร/กิจกรรมนี้
2) ท่ำนสำมำรถนำส่ิงที่ได้รบั จำกโครงกำร/กิจกรรมนี้ไปใชใ้ นกำรเรยี น/ 4.57 มำกที่สุด
กำรปฏิบัติงำน
3) สิ่งท่ีท่ำนได้รบั จำกโครงกำร/กิจกรรมครง้ั นี้ตรงตำมควำมคำดหวัง 4.55 มำก
ของท่ำนหรอื ไม่ 4.53 มำกทส่ี ุด
4) สัดส่วนระหว่ำงฝึกอบรมภำคทฤษฎีกับภำคปฏิบัติ มีควำมเหมำะสม 4.55 มำกทส่ี ุด
5) ประโยชน์ท่ีท่ำนได้รบั จำกโครงกำร/กิจกรรม

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมทง้ั หมด 5 ด้ำน 4.54 มำกที่สุด

จำกตำรำงท่ี 3.8 ผลกำรประเมินโดยผู้ตอบแบบประเมินผลโครงกำร รุน่ ที่ 2 จำนวน 392 คน
พบว่ำ ประเด็นควำมพึงพอใจต่อภำพรวมโครงกำร โดยมีหัวข้อดังน้ี

1) ด้ำนกระบวนกำรขั้นตอนกำรให้บรกิ ำร

81

2) ด้ำนวทิ ยำกร
3) ด้ำนเจำ้ หน้ำท่ีผู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน
4) ด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก
5) ด้ำนคุณภำพกำรให้บรกิ ำร

ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่คิดว่ำกำรบรกิ ำรทั้ง 5 ด้ำน อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย

โดยรวมทง้ั หมด 5 ด้ำน คือ 4.54 และผลกำรวเิ ครำะห์จำกตำรำงดังกล่ำวแสดงให้เห็นได้ว่ำ ผู้ตอบแบบประเมินมี

ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร โดยเรยี งลำดับจำกมำกท่ีสุดไปหำน้อยท่ีสุดสำมลำดับ แยกตำมหัวข้อประเมิน

5 ด้ำน ดังน้ี

1) ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนกระบวนกำรขั้นตอนกำรให้บรกิ ำร

ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนกระบวนกำรข้ันตอนกำรให้บรกิ ำร อยู่ในระดับมำก

ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.49 โดยมีค่ำคะแนนเฉล่ีย 3 ลำดับดังน้ี

1. ควำมเหมำะสมของชว่ งเวลำ อยู่ในระดับมำกทสี่ ุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.51

2. ควำมเหมำะสมของสถำนท่ี อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.49

3. ควำมเหมำะสมของระยะเวลำ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.49

2) ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนวทิ ยำกร

ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนวทิ ยำกร อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.57 โดย

มีค่ำคะแนนเฉลี่ย 3 ลำดับดังนี้

1. ควำมรอบรูใ้ นเนื้อหำของวทิ ยำกร อยู่ในระดับมำกท่สี ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.59

2. ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ อยูใ่ นระดับมำกท่สี ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.58

3. กำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำมแสดงควำมคิดเห็น อยู่ในระดับมำกทส่ี ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.56

3) ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนเจำ้ หน้ำท่ผี ู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน

ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนเจ้ำหน้ำที่ผู้ให้บรกิ ำร/ผู้ประสำนงำน อยู่ในระดับมำกที่สุด

ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.59 โดยมีค่ำคะแนนเฉล่ีย 3 ลำดับดังนี้

1. ควำมสุภำพ อยู่ในระดับมำกทสี่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.65

2. กำรตอบคำถำม อยูใ่ นระดับมำกทีส่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.62

3. กำรประสำนงำน อยูใ่ นระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.55

4. ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก
ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนกำรอำนวยควำมสะดวก อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย

รวม 4.52 โดยมีค่ำคะแนนเฉล่ีย 3 ลำดับดังน้ี
1. เจำ้ หน้ำที่สนับสนุน (จนท. 12 จุด และครูพำทำ) อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย

4.56
2. เอกสำร และสื่อประกอบกำรอบรม อยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.51
3. โสตทัศนูปกรณ์ (กำรสื่อสำร ระบบสัญญำณภำพและเสียง) อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนน

เฉลี่ย 4.49

82

5) ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร : ด้ำนคุณภำพกำรให้บรกิ ำร
ควำมพึงพอใจต่อโครงกำร ด้ำนคุณภำพกำรให้บรกิ ำร อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย

รวม 4.55 โดยมีค่ำคะแนนเฉลี่ย 3 ลำดับดังนี้
1. ท่ำนได้รบั ควำมรู ้ แนวคิด ทักษะและประสบกำรณ์ใหม่ๆจำกโครงกำร /กิจกรรมน้ี

อยูใ่ นระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.58
2. ส่ิงท่ีท่ำนได้รบั จำกโครงกำร/กิจกรรมครงั้ นี้ตรงตำมควำมคำดหวังของท่ำนหรอื ไม่

อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.57
3. สัดส่วนระหว่ำงฝึกอบรมภำคทฤษฎีกับภำคปฏิบัติ มีควำมเหมำะสม อยูใ่ นระดับมำกท่สี ุด

ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.55
6) ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมโครงกำร
ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมโครงกำร รุน่ ท่ี 2 อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย คือ 4.61

2.4 ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะในกำรดำเนินกำรจดั ฝึกอบรมโครงกำรฯ รุน่ ท่ี 2 ระหว่ำงวันที่ 30 พฤศจกิ ำยน 2564

ถึงวนั ท่ี 3 ธนั วำคม 2564 มีดังน้ี
2.4.1 สิ่งที่ท่ำนพึงพอใจในกำรรว่ มโครงกำรหรอื กิจกรรมครง้ั นี้
- หลักสูตรดี มีคณุ ภำพ เวลำเน้ือหำท่ีได้เหมำะสม
- ได้ควำมรใู้ หม่ ๆ สำมำรถนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
- มีควำมรมู้ ำกทง้ั ทฤษฎีและปฏิบตั ิ
- ได้ควำมรูเ้ กี่ยวกับโคก หนอง นำ และเกษตรทฤษฎีใหม่ เพิ่มมำกข้ึน
- ประทบั ใจวทิ ยำกร กำรถ่ำยทอดควำมรใู้ ห้ผู้เข้ำอบรม บรรยำยได้ดี เข้ำใจงำ่ ย ชดั เจน
- ได้รจู้ กั กับเพื่อนใหม่ ควำมสำมัคคีในกลุ่มทมี่ ำอบรม
- มีควำมสุข สนกุ สนำน ตลอดโครงกำร และควำมรว่ มมือรว่ มใจของทกุ ๆ ฝำ่ ย
- วทิ ยำกรและพิธกี รทุกคนเปน็ กันเอง
- ได้หลักกำรในกำรวำงแผนแบบแปลนพ้ืนที่ ควำมรใู้ นกำรดูแลดิน นำ้ ปำ่ ลม แดด
2.4.2 ส่ิงทีค่ วรเสนอแนะนำไปพัฒนำกำรจดั โครงกำรหรอื กิจกรรมครงั้ ต่อไป
- สัญญำณเสียงและภำพ ควรเสถียรมำกกวำ่ นี้
- จดั ตำรำงสอนให้รวบรดั
- เพิ่มเวลำกำรฝกึ ปฏิบตั ิ และนำเสนอมำกขึ้น
- อบรมจรงิ ไม่ผ่ำนออนไลน์ หรอื ควรมีไปอบรมท่ีศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชน
นครนำยก
- ควรเพ่ิมระยะเวลำอบรม
- ส่ือสไลด์แต่ละวชิ ำ ควรส่งมำในกลุ่มไลน์อบรม หรอื ก่อนกำรอบรม เพื่อผู้อบรมจะ

ได้เตรยี มควำมพรอ้ มและได้ทบทวนเน้ือหำวชิ ำ
- ปรบั ปรุงกำรบรรยำยให้น่ำสนใจ มีกิจกรรมเสรมิ กระตุ้นกำรเรยี นรผู้ ู้อบรม
-

83

3.8.2 ประเมินผลรำยวชิ ำ
ใชแ้ บบประเมินผลรำยวชิ ำ ในกำรฝึกอบรมโครงกำรฯ จำนวน 2 รนุ่ ใชแ้ บบสอบถำมรูปแบบ

ออนไลน์ Google Form โดยประเมินจำนวน 16 วชิ ำ แบ่งออก 5 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ ๑ ควำมคิดเห็นเก่ียวกับหัวข้อวชิ ำ
ส่วนที่ 2 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวทิ ยำกร
ส่วนท่ี 3 สิ่งทท่ี ่ำนประทับใจในวทิ ยำกรทำ่ นนี้
ส่วนท่ี 4 ส่ิงที่วทิ ยำกรควรปรบั ปรุง
ส่วนที่ 5 ข้อเสนอแนะอื่นๆ

รุน่ ที่ 1 ผลประเมินวชิ ำท่ี 1 หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคเชำ้ )

วทิ ยำกร : นำงประภำ ปำนนิตยกุล ตำแหน่ง ผู้อำนวยกำรศูนยศ์ ึกษำและพฒั นำชุมชน
นครนำยก
ตำรำงท่ี 3.9 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่

รนุ่ ที่ 1

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ

ส่วนที่ 1 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับเน้ือหำวชิ ำ

1. กำรบรรลุวตั ถุประสงค์ของรำยวชิ ำ 4.39 มำก

2. ควำมชดั เจนของเนื้อหำวชิ ำ 4.47 มำก

3. ควำมรู้ ทักษะ ทไ่ี ด้รบั เพิม่ เติมจำกวชิ ำนี้ 4.40 มำก

4. ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ 4.42 มำก

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.42 มำก

ส่วนที่ 2 ควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร

1. ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย 4.49 มำก

2. เทคนิคและวธิ กี ำรทใ่ี ชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้ 4.48 มำก

3. กำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น 4.39 มำก

4. กำรสรำ้ งบรรยำกำศในกำรเรยี นรู้ 4.26 มำก

5. บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง น้ำเสียง ฯลฯ) 4.57 มำกทีส่ ุด

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 4.44 มำก

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมทั้ง 2 ด้ำน 4.43 มำก

จำกตำรำงพบว่ำ ผลกำรประเมินรำยวชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่
(ภำคเช้ำ) โดยผู้ตอบแบบสอบถำม รุน่ ท่ี 1 จำนวน 147 คน พบว่ำ ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำหลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคเชำ้ ) รุน่ ท่ี 1 อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมท้ัง 2 ด้ำน
คือ 4.43 เมื่อพิจำรณำรำยด้ำนพบวำ่ ด้ำนควำมคิดเห็นเก่ียวกับเน้ือหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม
4.42 และพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับท่ีมีค่ำเฉล่ียมำกที่สุด ได้แก่ ควำมชัดเจนของเน้ือหำวชิ ำ

84

อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.47 ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.42
และควำมรู้ ทักษะ ทไี่ ด้รบั เพ่ิมเติมจำกวชิ ำนี้ อยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.40 ด้ำนควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร
อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.44 เมื่อพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับท่ีมีค่ำเฉลี่ยมำกที่สุด
ได้แก่ บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง น้ำเสียง ฯลฯ) อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.57 ควำมรู้
ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.49 และเทคนิคและวธิ กี ำรที่ใชใ้ นกำร
ถ่ำยทอดควำมรู้ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.48

ส่วนท่ี 3 ส่ิงทท่ี ำ่ นประทับใจในวทิ ยำกรทำ่ นน้ี คือ
- นำ้ เสียง กำรพูด ชดั เจน กำรแต่งกำยดี
- พูดสั้น กระชบั งำ่ ยต่อกำรเข้ำใจ ม่งุ เน้นทเี่ นื้อหำเปน็ หลัก
- กำรให้คำแนะนำ ชดั เจน ตอบคำถำมตรงประเด็น
- ได้เนื้อหำครบถ้วน ควำมรทู้ ำงวชิ ำกำร

ส่วนท่ี 4 ส่ิงท่ีวทิ ยำกรควรปรบั ปรุง คือ สอดแทรกอำรมณ์ขัน
ส่วนท่ี 5 ข้อเสนอแนะอื่นๆ ไม่มี

รุน่ ท่ี 2 ผลประเมินวชิ ำที่ 1 หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคเชำ้ )

วทิ ยำกร : นำงประภำ ปำนนิตยกุล ตำแหนง่ ผู้อำนวยกำรศูนย์ศึกษำและพัฒนำชุมชน
นครนำยก

ตำรำงที่ 3.10 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ รนุ่

ที่ 2

ประเด็น ค่ำเฉลี่ย ระดับ

ส่วนท่ี 1 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับเน้ือหำวชิ ำ

1. กำรบรรลุวัตถปุ ระสงคข์ องรำยวชิ ำ 4.26 มำก

2. ควำมชดั เจนของเนื้อหำวชิ ำ 4.34 มำก

3. ควำมรู้ ทักษะ ทไี่ ด้รบั เพม่ิ เติมจำกวชิ ำนี้ 4.32 มำก

4. ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ 4.34 มำก

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 4.32 มำก

ส่วนที่ 2 ควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร

1. ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย 4.32 มำก

2. เทคนิคและวธิ กี ำรทีใ่ ชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้ 4.34 มำก

3. กำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น 4.33 มำก

4. กำรสรำ้ งบรรยำกำศในกำรเรยี นรู้ 4.31 มำก

5. บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ทำ่ ทำง น้ำเสียง ฯลฯ) 4.36 มำก

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.33 มำก

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมท้ัง 2 ด้ำน 4.32 มำก

85

จำกตำรำงพบว่ำ ผลกำรประเมินรำยวชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่
(ภำคเช้ำ) โดยผู้ตอบแบบสอบถำม รุน่ ท่ี 2 จำนวน 392 คน พบว่ำ ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำหลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคเชำ้ ) รนุ่ ที่ 2 อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมทัง้ 2 ด้ำน คือ 4.32
เม่ือพิจำรณำรำยด้ำนพบว่ำ ด้ำนควำมคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.32 และ
พิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบวำ่ 3 อันดับทมี่ ีค่ำเฉล่ียมำกท่ีสุด ได้แก่ ควำมชดั เจนของเนื้อหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก
ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.34ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.34 และควำมรู้ ทักษะ
ท่ีได้รบั เพิ่มเติมจำกวชิ ำนี้ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.32 ด้ำนควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร อยู่ในระดับมำก
ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.33 เม่ือพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับท่ีมีค่ำเฉลี่ยมำกที่สุด ได้แก่ บุคลิกภำพ
(กำรแต่งกำย ท่ำทำง นำ้ เสียง ฯลฯ) อยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.36 เทคนิคและวธิ กี ำรท่ีใชใ้ นกำรถ่ำยทอด
ควำมรู้ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.34 และกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น อยู่ในระดับมำก
ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.33

ส่วนที่ 3 สิ่งท่ีท่ำนประทบั ใจในวทิ ยำกรทำ่ นนี้ คือ
- ให้ควำมรชู้ ดั เจนและเข้ำใจงำ่ ย ลำดับกำรบรรยำยดีมำก เสียงดังฟงั ชดั
- องค์ควำมรทู้ ส่ี ื่อสำร ใชภ้ ำษำที่เข้ำใจง่ำย
- นำ้ เสียงกำรพูดและเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม
- มีกำรสอบถำมทุกข้ันตอนเพ่ือกระตุ้นผู้เข้ำอบรม

ส่วนที่ 4 สิ่งที่วทิ ยำกรควรปรบั ปรงุ คือ
- กำรเพิ่มควำมน่ำสนใจและเข้ำใจในรำยวชิ ำ โดยเพ่ิมควำมสนุกสนำน
- บรรยำกำศ/กำรมีส่วนรว่ มของผู้เข้ำรว่ มอบรม

ส่วนที่ 5 ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
- สัญญำณเน็ตไม่ต่อเน่ือง สัญญำณถ่ำยทอดไม่ชดั เจน ควรปรบั ปรงุ
- มีโอกำสได้เข้ำรบั กำรอบรมทไ่ี ม่ใชแ่ บบ zoom

รุน่ ท่ี 1 ผลประเมินวชิ ำที่ 2 หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคบำ่ ย)

วทิ ยำกร : นำยศุภกิตต์ รอบรู้ ตำแหน่ง นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนชำนำญกำร

ตำรำงที่ 3.11 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ รนุ่ ท่ี

1

ประเด็น ค่ำเฉลี่ย ระดับ

ส่วนท่ี 1 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับเนื้อหำวชิ ำ

1. กำรบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ของรำยวชิ ำ 4.43 มำก

2. ควำมชดั เจนของเน้ือหำวชิ ำ 4.43 มำก

3. ควำมรู้ ทักษะ ท่ีได้รบั เพิ่มเติมจำกวชิ ำน้ี 4.46 มำก

4. ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ 4.42 มำก

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.44 มำก

ส่วนท่ี 2 ควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร

1. ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย 4.44 มำก

86

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ
2. เทคนิคและวธิ กี ำรที่ใชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้ 4.38 มำก
3. กำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น 4.35 มำก
4. กำรสรำ้ งบรรยำกำศในกำรเรยี นรู้ 4.29 มำก
5. บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง น้ำเสียง ฯลฯ) 4.48 มำกที่สุด
4.39 มำก
ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 4.41 มำก

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมท้งั 2 ด้ำน

จำกตำรำงพบว่ำ ผลกำรประเมินรำยวชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่
(ภำคบ่ำย) โดยผู้ตอบแบบสอบถำม รุน่ ท่ี 1 จำนวน 147 คน พบว่ำ ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำหลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคบ่ำย) รุน่ ที่ 1 อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมทั้ง 2 ด้ำน คือ
4.41 เม่ือพิจำรณำรำยด้ำนพบวำ่ ด้ำนควำมคิดเห็นเก่ียวกับเน้ือหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.44
และพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับทม่ี ีค่ำเฉลี่ยมำกทีส่ ุด ได้แก่ ควำมรู้ ทักษะ ท่ีได้รบั เพิ่มเติมจำกวชิ ำน้ี
อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.46 กำรบรรลุวัตถุประสงค์ของรำยวชิ ำ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.43
และควำมชดั เจนของเน้ือหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.33 ด้ำนควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร อยู่ในระดับ
มำก ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.43 เมื่อพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับที่มีค่ำเฉลี่ยมำกท่ีสุด ได้แก่
บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง น้ำเสียง ฯลฯ) อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.48 ควำมรู้ ควำมสำมำรถใน
กำรถ่ำยทอด/บรรยำย อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.44 และเทคนิคและวธิ กี ำรท่ีใชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้
อยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.38

ส่วนที่ 3 ส่ิงท่ที ำ่ นประทับใจในวทิ ยำกรท่ำนน้ี คือ
- พูดชดั เจน เข้ำใจง่ำย
- ให้ควำมรไู้ ด้ดี นำเสนอ อธบิ ำยได้ชดั เจน

ส่วนที่ 4 ส่ิงทว่ี ทิ ยำกรควรปรบั ปรุง คือ
- เน้ือหำควำมรกู้ ระชบั กว่ำนี้ และสอดแทรกอำรมณ์ขัน

ส่วนที่ 5 ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ ไม่มี

รุน่ ที่ 2 ผลประเมินวชิ ำที่ 2 หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคบำ่ ย)

วทิ ยำกร : นำยศุภกิตต์ รอบรู้ ตำแหนง่ นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนชำนำญกำร

ตำรำงที่ 3.12 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่

รนุ่ ที่ 2

ประเด็น ค่ำเฉลี่ย ระดับ

ส่วนท่ี 1 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับเน้ือหำวชิ ำ

1. กำรบรรลุวัตถปุ ระสงค์ของรำยวชิ ำ 4.33 มำก

2. ควำมชดั เจนของเน้ือหำวชิ ำ 4.41 มำก

3. ควำมรู้ ทักษะ ทีไ่ ด้รบั เพ่ิมเติมจำกวชิ ำน้ี 4.36 มำก

4. ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ 4.42 มำก

87

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.38 มำก
ส่วนที่ 2 ควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร
1. ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย 4.42 มำก
2. เทคนิคและวธิ กี ำรท่ใี ชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้ 4.38 มำก
3. กำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น 4.37 มำก
4. กำรสรำ้ งบรรยำกำศในกำรเรยี นรู้ 4.36 มำก
5. บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง น้ำเสียง ฯลฯ) 4.43 มำก
4.39 มำก
ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 4.39 มำก

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมท้ัง 2 ด้ำน

จำกตำรำงพบว่ำ ผลกำรประเมินรำยวชิ ำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่
(ภำคบ่ำย) โดยผู้ตอบแบบสอบถำม รุน่ ที่ 2 จำนวน 392 คน พบว่ำ ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำหลักปรชั ญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ (ภำคบ่ำย) รุน่ ท่ี 2 อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมท้ัง 2 ด้ำน คือ
4.39 เม่ือพิจำรณำรำยด้ำนพบว่ำ ด้ำนควำมคิดเห็นเก่ียวกับเน้ือหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม
4.38 และพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับท่ีมีค่ำเฉลี่ยมำกที่สุด ได้แก่ ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้
อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.42 ควำมชัดเจนของเน้ือหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.41 และ
ควำมรู้ ทกั ษะ ท่ีได้รบั เพ่ิมเติมจำกวชิ ำนี้ อยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.36 ด้ำนควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร อยู่
ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.39 เม่ือพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับท่ีมีค่ำเฉลี่ยมำกที่สุด ได้แก่
บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง น้ำเสียง ฯลฯ) อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.43 ควำมรู้ ควำมสำมำรถใน
กำรถ่ำยทอด/บรรยำย อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.42 และเทคนิคและวธิ กี ำรท่ีใชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้
อยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.38

ส่วนที่ 3 ส่ิงท่ที ำ่ นประทบั ใจในวทิ ยำกรท่ำนน้ี คือ
- บรรยำยดีเข้ำใจง่ำย มกี ำรยกสถิติประกอบกำรสอน
- มีควำมรถู้ ่ำยทอดได้ชดั เจนดี
- ใชภ้ ำษำในกำรส่ือสำรได้ดีและเหมำะสม

ส่วนที่ 4 สิ่งทว่ี ทิ ยำกรควรปรบั ปรุง คือ
- ควรปรบั ปรงุ เรอ่ ื งระดับเสียงสูงตำ่

ส่วนที่ 5 ข้อเสนอแนะอื่นๆ ไม่มี

88

รุน่ ท่ี 1 ผลประเมินวชิ ำที่ 3 ถอดรหัสพระมหำชนก
วทิ ยำกร : นำงสำวพิมพ์ณดำ ไมตรเี วช ตำแหน่ง นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนปฏิบัติกำร

ตำรำงที่ 3.13 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำถอดรหัสพระมหำชนก รนุ่ ที่ 1

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ

ส่วนที่ 1 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหำวชิ ำ

1. กำรบรรลุวัตถุประสงคข์ องรำยวชิ ำ 4.43 มำก
2. ควำมชดั เจนของเนื้อหำวชิ ำ 4.38 มำก

3. ควำมรู้ ทักษะ ท่ไี ด้รบั เพิ่มเติมจำกวชิ ำน้ี 4.43 มำก
4. ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ 4.36 มำก

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.40 มำก

ส่วนท่ี 2 ควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร

1. ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย 4.43 มำก
2. เทคนิคและวธิ กี ำรที่ใชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้ 4.37 มำก

3. กำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น 4.40 มำก

4. กำรสรำ้ งบรรยำกำศในกำรเรยี นรู้ 4.37 มำก
5. บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง น้ำเสียง ฯลฯ) 4.41 มำก

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.40 มำก

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมทั้ง 2 ด้ำน 4.40 มำก

จำกตำรำงพบว่ำ ผลกำรประเมินรำยวชิ ำถอดรหัสพระมหำชนก ผู้ตอบแบบสอบถำม รุน่ ที่ 1
จำนวน 147 คน พบวำ่ ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำถอดรหัสพระมหำชนก รนุ่ ที่ 1 อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย
โดยรวมท้งั 2 ด้ำน คือ 4.40 เมื่อพิจำรณำรำยด้ำนพบว่ำ ด้ำนควำมคิดเห็นเกี่ยวกับเน้ือหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก
ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.40 และพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับที่มีค่ำเฉลี่ยมำกที่สุด ได้แก่ กำรบรรลุ
วัตถุประสงค์ของรำยวชิ ำ อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.43 ควำมรู้ ทักษะ ที่ได้รบั เพ่ิมเติมจำกวชิ ำนี้
อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.43 และควำมชัดเจนของเนื้อหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.38
ด้ำนควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.40 เม่ือพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ
3 อันดับที่มีค่ำเฉลี่ยมำกที่สุด ได้แก่ ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนน
เฉลี่ย 4.43 บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง น้ำเสียง ฯลฯ) อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.41 และกำรเปิด
โอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น อยูใ่ นระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.40

ส่วนที่ 3 ส่ิงทีท่ ่ำนประทบั ใจในวทิ ยำกรทำ่ นน้ี คือ
- อธบิ ำยเนื้อหำ ชดั เจน บรรยำยดี
- กำรส่ือสำรเข้ำใจง่ำย นำไปปฏิบัติได้
- สุภำพ บุคลิกดี

ส่วนท่ี 4 ส่ิงทว่ี ทิ ยำกรควรปรบั ปรุง คือ
- เพ่ิมข้อมูลเกี่ยวกับมหำชนก เชน่ ชำติหนง่ึ ของพระพุทธเจำ้ .

ส่วนที่ 5 ข้อเสนอแนะอื่นๆ ไม่มี

89

รุน่ ท่ี 2 ผลประเมินวชิ ำท่ี 3 ถอดรหัสพระมหำชนก
วทิ ยำกร : นำงสำวพิมพ์ณดำ ไมตรเี วช ตำแหนง่ นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนปฏิบัติกำร

ตำรำงท่ี 3.14 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำถอดรหัสพระมหำชนก รนุ่ ท่ี 2

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ

ส่วนที่ 1 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับเนื้อหำวชิ ำ

1. กำรบรรลุวัตถปุ ระสงคข์ องรำยวชิ ำ 4.46 มำก
2. ควำมชดั เจนของเนื้อหำวชิ ำ 4.45 มำก

3. ควำมรู้ ทกั ษะ ท่ไี ด้รบั เพม่ิ เติมจำกวชิ ำนี้ 4.46 มำก
4. ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ 4.51 มำกทส่ี ุด

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 4.47 มำก

ส่วนท่ี 2 ควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร

1. ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย 4.51 มำกท่ีสุด
2. เทคนิคและวธิ กี ำรท่ีใชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้ 4.45 มำก

3. กำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น 4.51 มำกทส่ี ุด

4. กำรสรำ้ งบรรยำกำศในกำรเรยี นรู้ 4.46 มำก
5. บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ทำ่ ทำง น้ำเสียง ฯลฯ) 4.56 มำกท่ีสุด

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.50 มำก

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมท้ัง 2 ด้ำน 4.48 มำก

จำกตำรำงพบว่ำ ผลกำรประเมินรำยวชิ ำถอดรหัสพระมหำชนก ผู้ตอบแบบสอบถำม รุน่ ท่ี 2
จำนวน 392 คน พบวำ่ ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับวชิ ำถอดรหัสพระมหำชนก รนุ่ ท่ี 2 อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ย
โดยรวมทงั้ 2 ด้ำน คือ 4.48 เมื่อพิจำรณำรำยด้ำนพบว่ำ ด้ำนควำมคิดเห็นเก่ียวกับเนื้อหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำก
ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.47 และพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับที่มีค่ำเฉล่ียมำกที่สุด ได้แก่
ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.51 กำรบรรลุวัตถุประสงค์ของรำยวชิ ำ
อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.46 และควำมรู้ ทักษะ ท่ีได้รบั เพ่ิมเติมจำกวชิ ำนี้ อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนน
เฉล่ีย 4.46 ด้ำนควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉล่ียรวม 4.50 เม่ือพิจำรณำเป็น
รำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับท่ีมีค่ำเฉล่ียมำกที่สุด ได้แก่ บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง น้ำเสียง ฯลฯ)
อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.56 ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย อยู่ในระดับมำกที่สุด
ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.51 และกำรเปิดโอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย
4.51

ส่วนที่ 3 ส่ิงท่ีท่ำนประทับใจในวทิ ยำกรทำ่ นน้ี คือ
- บรรยำยได้เห็นภำพตำมและเข้ำใจตำม ได้ควำมรหู้ ลำกหลำย
- แนวคิดในกำรถอดรหัสดีมำก ยกตัวอยำ่ งได้ดี
- ถ่ำยถอดควำมรไู้ ด้ดีมำก บรรยำยเน้ือหำชดั เจน เข้ำใจง่ำย สนกุ
- พูดเพรำะ ยม้ิ แยม้ แจม่ ใส กำรบรรยำยแววตำ

90

ส่วนที่ 4 สิ่งท่วี ทิ ยำกรควรปรบั ปรุง คือ ไม่มี
ส่วนที่ 5 ข้อเสนอแนะอื่นๆ สัญญำณเสียงไม่ต่อเน่ือง

รุน่ ท่ี 1 ผลประเมินวชิ ำท่ี 4 ถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ แผ่นดินวกิ ฤต
วทิ ยำกร : นำงสำวภัทธญิ ำ ติกจนิ ำ ตำแหนง่ นักทรพั ยำกรบุคคล

ตำรำงท่ี 3.15 ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ แผ่นดินวกิ ฤต รนุ่ ที่ 1

ประเด็น ค่ำเฉล่ีย ระดับ

ส่วนท่ี 1 ควำมคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหำวชิ ำ

1. กำรบรรลุวัตถปุ ระสงค์ของรำยวชิ ำ 4.54 มำกทีส่ ุด
2. ควำมชดั เจนของเนื้อหำวชิ ำ 4.59 มำกทีส่ ุด

3. ควำมรู้ ทักษะ ท่ีได้รบั เพม่ิ เติมจำกวชิ ำน้ี 4.51 มำกท่สี ุด
4. ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ 4.55 มำกที่สุด

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.55 มำกทสี่ ุด

ส่วนท่ี 2 ควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร

1. ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย 4.53 มำกท่สี ุด
2. เทคนิคและวธิ กี ำรที่ใชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้ 4.53 มำกทสี่ ุด

3. กำรเปดิ โอกำสให้ซกั ถำม แสดงควำมคิดเห็น 4.49 มำก

4. กำรสรำ้ งบรรยำกำศในกำรเรยี นรู้ 4.48 มำก
5. บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ทำ่ ทำง นำ้ เสียง ฯลฯ) 4.57 มำกที่สุด

ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวม 4.52 มำกที่สุด

ค่ำคะแนนเฉลี่ยโดยรวมทงั้ 2 ด้ำน 4.53 มำกทส่ี ุด

จำกตำรำงพบว่ำ ผลกำรประเมินรำยวชิ ำถอดบทเรยี นผ่ำนสื่อ แผ่นดินวกิ ฤต ผู้ตอบ
แบบสอบถำม รุน่ ที่ 1 จำนวน 147 คน พบว่ำ ควำมคิดเห็นเก่ียวกับวชิ ำถอดบทเรยี นผ่ำนส่ือ แผ่นดินวกิ ฤต
รนุ่ ท่ี 1 อยู่ในระดับมำกที่สุด ค่ำคะแนนเฉล่ียโดยรวมทั้ง 2 ด้ำน คือ 4.53 เมื่อพิจำรณำรำยด้ำนพบวำ่ ด้ำนควำม
คิดเห็นเก่ียวกับเน้ือหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม 4.55 และพิจำรณำเป็นรำยประเด็นพบว่ำ
3 อันดับที่มีค่ำเฉล่ียมำกท่ีสุด ได้แก่ ควำมชัดเจนของเนื้อหำวชิ ำ อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.59
ควำมสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ อยู่ในระดับมำกทีส่ ุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.55 และกำรบรรลุวัตถุประสงค์ของรำยวชิ ำ
อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.54 ด้ำนควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร อยู่ในระดับมำก ค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม
4.52 เมื่อพิจำรณำเปน็ รำยประเด็นพบว่ำ 3 อันดับที่มีค่ำเฉลี่ยมำกที่สุด ได้แก่ บุคลิกภำพ (กำรแต่งกำย ท่ำทำง
น้ำเสียง ฯลฯ) อยู่ในระดับมำกท่ีสุด ค่ำคะแนนเฉล่ีย 4.57 ควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอด/บรรยำย
อยูใ่ นระดับมำกท่สี ุด ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.53 และเทคนิคและวธิ กี ำรท่ใี ชใ้ นกำรถ่ำยทอดควำมรู้ อยู่ในระดับมำกท่ีสุด
ค่ำคะแนนเฉลี่ย 4.53

ส่วนท่ี 3 สิ่งท่ีทำ่ นประทบั ใจในวทิ ยำกรท่ำนน้ี คือ
- เน้ือหำชดั เจน บรรยำยเข้ำใจงำ่ ย
- บรรยำยได้ดี


Click to View FlipBook Version