หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
หลกั สูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี
พทุ ธศักราช ๒๕๕๒
(ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๓)
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต ๑
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๓)
ประกาศโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี
เร่ือง ให๎ใชห๎ ลักสตู รโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖3)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
.................................................................................
ด๎วยกระทรวงศึกษาธิการได๎ประกาศใช๎หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โรงเรียนอนุบาลราชบุรีได๎รับการคัดเลือกให๎เป็นโรงเรียน
ต๎นแบบการใช๎หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และในปัจจุบัน
กระทรวงศึกษาธกิ ารโดยสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐานจึงได๎ดาเนนิ การทบทวนหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ
1239/260 โดยนาข๎อมลู จากแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหํงชาติ ฉบับที่ ๑๒ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐
ปี และแผนการศึกษาแหงํ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ มาใช๎เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตร
ให๎มีความเหมาะสมชัดเจนยิ่งขึ้น และเห็นควรปรับปรุงหลักสูตรในกลํุมสาระการเรียนร๎ูคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลํุมสาระการเรียนร๎ูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งมี
ความสาคญั ตํอการพัฒนาประเทศ ดั ง น้ั น เ พ่ื อ ใ ห๎ ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า เ ป็ น ไ ป ต า ม น โ ย บ า ย ข อ ง
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โรงเรยี นอนบุ าลราชบุรีจึงได๎จัดทาหลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศักราช
๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๕63) จานวน ๘ กลํุมสาระการเรียนรู๎ และ ๑ กิจกรรมพฒั นาผู๎เรียน
ทั้งนี้ หลักสูตรโรงเรียนได๎รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เม่ือวันที่
๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕6๓ จงึ ประกาศให๎ใช๎หลกั สูตรโรงเรียนต้งั แตํบัดนี้เปน็ ตน๎ ไป
ประกาศ ณ วนั ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.๒๕63
(นางปราณี ทยั คุปต์)
ผอู๎ านวยการโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
การให้ความเห็นชอบเอกสาร
หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช 2552 (ฉบบั ปรับปรุง 2563)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
............................................................................
ทปี่ ระชมุ คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐานโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี ครัง้ ท่ี 1/2563 เม่อื
วนั ท่ี 11 มถิ นุ ายน พ.ศ.2563 ไดพ๎ ิจารณาหลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช 2552 (ฉบบั
ปรบั ปรุง 2563) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มมี ตทิ ่ีประชมุ ให๎
ความเหน็ ชอบ ใหโ๎ รงเรียนอนุบาลราชบรุ ี ประกาศตํอสาธารณชน และเปน็ ข๎อมลู ในการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาตํอไป
ลงชือ่ ......................................................
(ดร.สุริยะ ชมศรเี มฆ)
ประธานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
โรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี
ลงชื่อ.....................................................
(นางปราณี ทัยคุปต)์
ผอู๎ านวยการโรงเรียนอนุบาลราชบุรี
หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๓)
คานา
ด๎วยกระทรวงศึกษาธิการได๎ประกาศใช๎หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ลงวันท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โรงเรียนอนุบาลราชบุรีได๎รับการคัดเลือกให๎เป็นโรงเรียน
ต๎นแบบการใช๎หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และในปัจจุบัน
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารโดยสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานจงึ ได๎ดาเนินการทบทวนหลักสตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ โดยนาข๎อมูลจากแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหงํ ชาติ
ฉบบั ที่ ๑๒ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และแผนการศึกษาแหํงชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ มาใชเ๎ ปน็ กรอบ
และทิศทางในการพฒั นาหลกั สูตรใหม๎ คี วามเหมาะสมชัดเจนยิง่ ข้ึน และเหน็ ควรปรบั ปรุงหลกั สตู รในกลมํุ สาระ
การเรียนรู๎คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุํมสาระการเรียนร๎ูสังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม ซง่ึ มีความสาคัญตอํ การพัฒนาประเทศ
การจัดทาหลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี(ฉบับปรับปรุง ๒๕61) ในครั้งน้ีได๎รับความรํวมมือ
จากคณะครูโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี ไดร๎ บั การแนะนาจากศึกษานิเทศก์ เขตพื้นที่การศึกษาราชบุรี เขต
๑ และความรํวมมือจากชุมชน ผู๎ปกครอง คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทาให๎หลักสูตรสาเร็จ
ด๎วยดี หลกั สตู รทั้ง ๘ กลุํมสาระ และ ๑ กิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียน จะเป็นประโยชน์อยํางย่ิงตํอคณะครูท่ี
จะนาไปใช๎ในการจัดการเรียนร๎ูได๎อยํางมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาเด็กไทยให๎มีความรู๎ ความสามารถ
มีทกั ษะกระบวนการคดิ เป็นคนดี มีคณุ ธรรม และดารงชวี ิตในสงั คมได๎อยาํ งมคี วามสุข
นางปราณี ทัยคุปต์
ผู๎อานวยการโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
สารบญั หน๎า
คานา 1
สารบญั 3
ความนา 5
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี ๑1
โครงสรา๎ งเวลาเรียน ๒0
โครงสร๎างหลกั สูตร 29
คาอธบิ ายรายวชิ า รายวิชาภาษาไทย ๔5
คาอธิบายรายวชิ า รายวชิ าคณิตศาสตร์ 54
คาอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖0
คาอธิบายรายวิชา รายวิชาสงั คม ศาสนาและวฒั นธรรม 66
คาอธิบายรายวิชา รายวิชาประวตั ิศาสตร์ 72
คาอธบิ ายรายวชิ า รายวิชาสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 78
คาอธบิ ายรายวชิ า รายวชิ าศลิ ปะ 84
คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชาการงานอาชพี 122
คาอธบิ ายรายวชิ า รายวิชาภาษาอังกฤษ ๑26
คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชาเพ่ิมเตมิ ๑27
กิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียน
เกณฑ์การจบการศึกษาของนักเรยี นโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี
คณะผจ๎ู ัดทาหลักสูตร
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
ความนา
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต๎องสอดคล๎องกับการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม
วฒั นธรรมสภาพแวดล๎อม และความร๎ทู างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก๎าวหน๎าอยํางรวดเร็ว เพ่ือ
พัฒนาและเสริมสร๎างศักยภาพคนของชาติให๎สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแขํงขันของประเทศ
โดยการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนร๎ูให๎มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคล๎องกับ
ประเทศไทย ๔.๐ และโลกในศตวรรษท่ี ๒๑กระทรวงศึกษาธิการโดยสานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขัน้ พืน้ ฐานจึงไดด๎ าเนินการทบทวนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยนา
ข๎อมูลจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติฉบับท่ี ๑๒ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และแผนการ
ศึกษาแหํงชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ มาใช๎เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรให๎มีความ
เหมาะสมชัดเจนยิ่งขึ้น และเห็นควรปรับปรุงหลักสูตรในกลุํมสาระการเรียนร๎ูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และสาระภมู ศิ าสตร์ ในกลุํมสาระการเรียนร๎ูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมซ่ึงมีความสาคัญตํอการ
พัฒนาประเทศ และเป็นรากฐานสาคัญที่จะชํวยให๎มนุษย์มีความคิดริเริ่ม สร๎างสรรค์คิดอยํางมีเหตุผล
เป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ปัญหา หรือสถานการณ์ได๎อยํางรอบคอบและถี่ถ๎วน สามารถนาไปใช๎ใน
ชีวิตประจาวัน ตลอดจนการใช๎เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมในการบูรณาการกับความร๎ูทางด๎านวิทยาศาสตร์
และคณิตศาสตร์ เพื่อแก๎ปัญหา หรือพัฒนางานด๎วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมที่นาไปสํูการ
คิดค๎นสิ่งประดิษฐ์ หรือสร๎างนวัตกรรมตําง ๆ ที่เอ้ือประโยชน์ตํอการดารงชีวิต การใช๎ทักษะการคิดเชิง
คานวณ ความร๎ูทางด๎านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี และการส่ือสาร ในการแก๎ปัญหาที่พบใน
ชวี ติ จริงได๎อยํางมีประสิทธิภาพ รวมท้ังใช๎ความร๎ู ความสามารถ ทักษะ กระบวนการ และเครื่องมือทาง
ภูมิศาสตร์ เรียนรู๎ส่ิงตําง ๆท่ีอยูํรอบตัวอยํางเข๎าใจสภาพที่เป็นอยํู และการเปล่ียนแปลงเพ่ือนาไปสํูการ
จดั การและปรับใช๎ในการดารงชีวิตและการประกอบอาชีพอยํางสร๎างสรรค์โรงเรียนอนุบาลราชบุรีได๎รับ
การคดั เลือกใหเ๎ ป็นโรงเรยี นต๎นแบบการใชห๎ ลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ของเขตพ้ืนที่การศึกษาราชบุรี เขต 1 ซ่ึงโรงเรียนอนุบาลราชบุรีได๎ประกาศใช๎หลักสูตร ในปีการศึกษา
2552 โรงเรียนอนุบาลราชบุรีเป็นโรงเรียนที่ขนาดใหญํพิเศษ เปิดทาการสอนตั้งแตํระดับปฐมวัย
จนถึงช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนอนุบาลราชบุรีต้ังอยูํในเขตชุมชนเมือง ผู๎ปกครองสํวนใหญํมี
ฐานะปานกลางถงึ ดี ดังนน้ั ผปู๎ กครองจงึ ต๎องการให๎บุตรหลานเกํงทางด๎านวิชาการ ทางด๎านภาษา เพื่อ
การศึกษาตํอในระดับสูง แตํสิ่งที่โรงเรียนเห็นวําควรปลูกฝังไปพร๎อม ๆ กับวิชาการ คือคุณธรรม ซึ่ง
ผ๎ูปกครองสํวนใหญํเห็นดว๎ ย ดังนนั้ หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรีจึงมีจุดมํุงหมายพัฒนาผ๎ูเรียนให๎เป็น
คนดี มีปัญญา มีความสุข มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘ ประการ สอดคล๎องกับหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และสอดคล๎องกบั ความตอ๎ งการของทอ๎ งถนิ่
โรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี จัดโครงสร๎างเวลาเรียน ๑,240 ช่ัวโมง/ปี ๘ กลุํมสาระการเรียนร๎ู
๑ กิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียน ๙ รายวิชาพื้นฐาน 5 รายวิชาเพ่ิมเติม ได๎แกํ คณิตคิดสร๎างสรรค์ ดนตรี
สากล ภาษาจนี เพ่อื การสือ่ สาร ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอื่ สาร การคน๎ คว๎าเพอ่ื เรยี นร๎ู คอมพิวเตอร์ หน๎าท่ี
พลเมือง ซ่ึงสอดคล๎องกับความต๎องการของท๎องถ่ิน จัดการเรียนการสอนสอดคล๎องกับหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และสิ่งที่สาคัญยิ่งคือให๎ผ๎ูเรียนทุกคนเม่ือจบการศึกษาจากโรงเรียน
อนบุ าลราชบรุ ีไปแลว๎ จะเปน็ คนดขี องสงั คม อยูํรวํ มกบั ผอู๎ นื่ อยาํ งมคี วามสขุ
หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๓)
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕63)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
วิสัยทัศน์
โรงเรียนอนบุ าลราชบุรีสรา๎ งคนดี มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สํมู าตรฐานสากล
เน๎นทักษะการเรียนรู๎ในศตวรรษท่ี 21 รักษ์ส่งิ แวดล๎อม มวี ถิ ีชวี ิตพอเพยี ง ยดึ หลักธรรมาภิบาล
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการพฒั นาผเ๎ู รยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน และหลกั สตู รสถานศึกษา
โรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี มงํุ เนน๎ พัฒนาผ๎ูเรียนใหม๎ ีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด ซึ่งจะชวํ ยใหผ๎ ูเ๎ รยี น
เกดิ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดังนี้
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน และหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี มุํงให๎
ผ๎เู รียนเกิดสมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร เป็นความสามารถในการรับและสงํ สาร มีวฒั นธรรมในการใช๎
ภาษาถาํ ยทอดความคดิ ความรูค๎ วามเข๎าใจ ความรู๎สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลย่ี นขอ๎ มูล
ขําวสารและประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ตอํ การพฒั นาตนเองและสงั คม รวมทั้งการเจรจาตํอรอง
เพื่อขจดั และลดปัญหาความขัดแยง๎ ตําง ๆ การเลอื กรบั หรอื ไมรํ ับข๎อมูลขําวสารดว๎ ยหลักเหตผุ ลและ
ความถูกตอ๎ ง ตลอดจนการเลอื กใชว๎ ิธีการสื่อสาร ทมี่ ีประสิทธภิ าพโดยคานึงถึงผลกระทบทมี่ ีตํอตนเอง
และสงั คม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อยาํ งสร๎างสรรค์ การคดิ อยํางมวี จิ ารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสูํการสร๎างองค์ความรู๎หรือ
สารสนเทศเพอื่ การตดั สินใจเกยี่ วกบั ตนเองและสงั คมได๎อยํางเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก๎ปัญหาและอุปสรรคตําง ๆ
ที่เผชิญได๎อยํางถูกต๎องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข๎อมูลสารสนเทศ เข๎าใจ
ความสมั พนั ธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ตําง ๆ ในสังคม แสวงหาความร๎ู ประยุกต์ความร๎ูมาใช๎
ในการปูองกันและแก๎ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น
ตอํ ตนเอง สงั คมและสิง่ แวดลอ๎ ม
หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๓)
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ เป็นความสามารถในการนากระบวนการตาํ ง ๆ ไปใช๎ใน
การดาเนนิ ชวี ติ ประจาวัน การเรยี นรด๎ู ว๎ ยตนเอง การเรยี นรูอ๎ ยาํ งตํอเน่ือง การทางาน และการอยํู
รวํ มกันในสังคมดว๎ ยการสร๎างเสรมิ ความสัมพนั ธอ์ ันดรี ะหวํางบุคคล การจดั การปญั หาและความขัดแย๎งตําง
ๆ อยาํ งเหมาะสม การปรับตัวให๎ทนั กับการเปลี่ยนแปลงของสงั คมและสภาพแวดล๎อม และการร๎ูจัก
หลีกเลย่ี งพฤติกรรมไมํพึงประสงค์ทีส่ ํงผลกระทบตํอตนเองและผ๎อู ื่น
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช๎ เทคโนโลยีด๎านตําง
ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด๎านการเรียนรู๎ การส่ือสาร
การทางาน การแกป๎ ัญหาอยํางสรา๎ งสรรค์ ถกู ตอ๎ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลราชบุรี มุํง
พัฒนาผ๎ูเรียนให๎มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให๎สามารถอยํูรํวมกับผู๎อ่ืนในสังคมได๎อยํางมีความสุข
ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝเุ รยี นรู๎
๕. อยํอู ยํางพอเพยี ง
๖. มงํุ มั่นในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๓)
โครงสร้างเวลาเรยี น หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช 2552 (ฉบับปรับปรุง 2563)
เวลาเรยี น
สาระการเรยี นร๎/ู กจิ กรรม
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
กลมํุ สาระการเรียนรู๎/รายวชิ า
ภาษาไทย ๒4๐ ๒4๐ ๒4๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ 16๐ 16๐ 16๐
-วิทยาศาสตร์ -60 -60 -60 -120 -120 -120
-วทิ ยาการคานวณ -20 -20 -20 -40 -40 -40
สงั คมศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม 4๐ 4๐ 4๐ 8๐ ๘๐ ๘๐
ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
สุขศกึ ษาและพลศึกษา 4๐ 4๐ 4๐ 4๐ 4๐ 4๐
ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ 4๐ 4๐ 4๐
ภาษาตํางประเทศ 120 120 120 120 120 120
รวมเวลาเรยี น(พืน้ ฐาน) ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐ ๘4๐
รายวชิ า/กิจกรรมท่ีสถานศกึ ษา 240 240 240 280 280 280
จัดเพิม่ เตมิ ตามความพร้อมและ
จุดเน้น
คณติ คดิ สรา๎ งสรรค์ 40 40 40 40 40 40
การคน๎ คว๎าเพือ่ เรยี นร๎ู - - - 40 40 40
(STEM ศกึ ษา)
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
เวลาเรียน
สาระการเรียนร๎/ู กจิ กรรม
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
กลมํุ สาระการเรียนร๎ู/รายวชิ า
คอมพิวเตอร์ 40 40 40 40 40 40
ดนตรสี ากล 40 40 40 - - -
ภาษาจนี เพื่อการส่ือสาร - - - 80 80 80
ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 80 80 80 ๔๐ ๔๐ ๔๐
หน๎าท่พี ลเมือง 40 40 40 40 40 40
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน 120 120 120 120 120 120
กจิ กรรมลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้
กจิ กรรมแนะแนว ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
กิจกรรมนกั เรียน
ลูกเสือ/เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ชมรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมเพ่อื สังคมและ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
สาธารณประโยชน์
รวมทั้งส้นิ ๑,20๐ ๑,20๐ ๑,20๐ ๑,240 ๑,240 ๑,240
หมายเหตุ : 1. รายวิชาหน๎าทพี่ ลเมืองบรู ณาการกบั วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
2. โรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี มจี ดุ เน๎นการสอื่ สารสองภาษา คิดวเิ คราะห์ ก๎าวทัน
เทคโนโลยี
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๓)
โครงสร้างหลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบรุ ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
รายวิชาพื้นฐาน (ช.ม./ปี)
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๘4๐
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒4๐
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๒๐๐
ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๘๐
พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา 4๐
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี 4๐
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ 4๐
รายวชิ าเพม่ิ เติม ๔๐
ค ๑๑๒๐๑ คณิตคิดสรา๎ งสรรค์ 12๐
ว ๑๑๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๒4๐
ศ ๑๑๒๐๑ ดนตรสี ากล ๔๐
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 4๐
ส ๑๑๒๐๑ หน๎าท่ีพลเมือง ๑ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น 8๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กิจกรรมนกั เรยี น ๑๒๐
๓๐
ลกู เสอื /ยวุ กาชาด
ชมรม ๔๐
กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๔๐
๑๐
รวมท้ังส้นิ ๑,๒0๐
หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
รายวชิ าพ้นื ฐาน (ช.ม./ปี)
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๘4๐
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒4๐
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๒๐๐
ส ๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๘๐
พ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา 4๐
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี 4๐
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ 4๐
รายวชิ าเพ่มิ เติม ๔๐
ค ๑๒๒๐๑ คณิตคิดสรา๎ งสรรค์ 12๐
ว ๑๒๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๒4๐
ศ ๑๒๒๐๑ ดนตรีสากล ๔๐
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร 4๐
ส ๑๒๒๐๑ หนา๎ ที่พลเมือง ๒ ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น 8๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กิจกรรมนักเรยี น ๑๒๐
๓๐
ลกู เสอื /ยุวกาชาด
ชมรม ๔๐
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๔๐
๑๐
รวมทั้งส้นิ ๑,๒0๐
หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๓)
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
รายวชิ าพื้นฐาน (ช.ม./ปี)
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๘4๐
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒8๐
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๒๐๐
ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๘๐
พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา 4๐
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี 4๐
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ 4๐
รายวชิ าเพิม่ เติม ๔๐
ค ๑๓๒๐๑ คณติ คิดสรา๎ งสรรค์ 12๐
ว ๑๓๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๒4๐
ศ ๑๓๒๐๑ ดนตรสี ากล ๔๐
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร 4๐
ส ๑๓๒๐๑ หนา๎ ที่พลเมือง ๓ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 8๐
กิจกรรมแนะแนว ๔๐
กิจกรรมนกั เรยี น ๑๒๐
๓๐
ลกู เสือ/ยุวกาชาด
ชมรม ๔๐
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๔๐
๑๐
รวมทั้งส้นิ ๑,๒0๐
หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๓)
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
รายวิชาพื้นฐาน (ช.ม./ปี)
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๘4๐
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๖๐
ส ๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๖๐
ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ 160
พ ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๘๐
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ 4๐
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐
รายวิชาเพม่ิ เติม 4๐
ค ๑๔๒๐๑ คณิตคิดสร๎างสรรค์ 120
I ๑๔๒๐๑การค๎นควา๎ เพ่ือเรยี นร๎ู (STEM ศึกษา) 280
ว ๑๔๒๐๑คอมพวิ เตอร์ ๔๐
จ ๑๔๒๐๑ ภาษาจีนเพ่อื การส่ือสาร ๔๐
อ ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพือ่ การสือ่ สาร ๔๐
ส ๑๔๒๐๑ หนา๎ ทพี่ ลเมือง ๔ ๘๐
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๔๐
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมนักเรียน ๑๒๐
๓๐
ลูกเสือ/ยวุ กาชาด
ชมรม ๔๐
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๔๐
๑๐
รวมท้ังสน้ิ ๑,๒4๐
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
รายวิชาพื้นฐาน (ช.ม./ปี)
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๘4๐
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๖๐
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๖๐
ส ๑๕๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ 160
พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๘๐
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ 4๐
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐
รายวิชาเพม่ิ เติม 4๐
ค ๑๕๒๐๑ คณิตคิดสรา๎ งสรรค์ 120
I ๑๕๒๐๑การค๎นคว๎าเพ่ือเรยี นร๎ู (STEM ศึกษา) ๒๘๐
ว ๑๕๒๐๑คอมพวิ เตอร์ ๔๐
จ ๑๕๒๐๑ ภาษาจีนเพ่ือการส่ือสาร ๔๐
อ ๑๕๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพือ่ การสือ่ สาร ๔๐
ส ๑๕๒๐๑ หนา๎ ทพี่ ลเมอื ง ๕ ๘๐
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ๔๐
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๑๒๐
๓๐
ลูกเสือ/ยวุ กาชาด
ชมรม ๔๐
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๔๐
๑๐
รวมท้ังสน้ิ ๑,๒4๐
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
รายวิชาพื้นฐาน (ช.ม./ปี)
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๘4๐
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๖๐
ส ๑๖๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๖๐
ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ 160
พ ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๘๐
ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ 4๐
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐
รายวิชาเพม่ิ เติม ๘๐
ค ๑๖๒๐๑ คณิตคิดสรา๎ งสรรค์ 120
I ๑๖๒๐๑การค๎นควา๎ เพ่ือเรียนรู๎(STEM ศึกษา) ๒๘๐
ง ๑๖๒๐๑คอมพวิ เตอร์ ๔๐
จ ๑๖๒๐๑ ภาษาจนี เพ่ือการสอ่ื สาร ๔๐
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร ๔๐
ส ๑๖๒๐๑ หนา๎ ที่พลเมอื ง ๖ ๘๐
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๔๐
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๑๒๐
๓๐
ลูกเสือ/ยวุ กาชาด
ชมรม ๔๐
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๔๐
๑๐
รวมทั้งส้ิน ๑,๒4๐
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ท ๑๑๑๐๑ รายวชิ าภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๒4๐ ชวั่ โมง
อํานคาพ้นื ฐานได๎ถูกต๎อง อาํ นสะกดคา แจกลูกคา ผนั อักษร ไดต๎ ามหลักการอําน อํานคลํอง
เขา๎ ใจความหมาย ความสาคัญและขอ๎ ความท่ีอาํ นรายละเอียดของเรื่อง ร๎จู กั การอํานจับใจความ การ
อํานในใจ อาํ นออกเสยี ง บทรอ๎ ยแกว๎ บทร๎อยกรอง บทอาขยาน นทิ านพืน้ บ๎าน วรรณกรรม
วรรณคดี เขียนคาไดต๎ รงกับความหมายของคา กลุมํ คา ประโยค เรยี งประโยค ข๎อความ ตัวการนั ต์
คาคล๎องจองปริศนาคาทาย คาขวัญ บทสนทนา เขียนตามคาบอก คดั ลายมือ เขียนบันทึกประจาวัน
เข๎าใจ ภาษากลาง ภาษาถิ่น เหน็ คุณคําตวั เลขไทย เขยี นเชงิ สรา๎ งสรรค์ สื่อความ สามารถนาไปใชใ๎ น
ชวี ิตจรงิ ได๎อยํางเหมาะสม กบั กาลเทศะและบุคคลปลูกฝงั ให๎มนี สิ ยั รกั การอํานการเขียนมีมารยาทใน
การอาํ น การเขยี น การฟัง การดู และการพูด ร๎ูคุณคําของวรรณกรรม วรรณคดี หรือเร่ืองท่อี าํ น
เพอื่ ใหเ๎ กิดความรู๎ ความเขา๎ ใจ ความบันเทงิ และข๎อคิดจากเรื่องที่อําน สามารถนาความร๎แู ละข๎อคดิ ไป
ใช๎ในชวี ติ จรงิ จนเกดิ ความภมู ิใจ และรักภาษาไทย
รหัสตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔ ป.๑/๕ ป.๑/๖ ป.๑/๗ ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔ ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป๑/๑ ป.๑/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชี้วดั
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ท ๑๒๑๐๑ รายวชิ าภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา ๒4๐ ช่ัวโมง
การอา่ น
อาํ นคาพืน้ ฐานใหถ๎ กู ตอ๎ ง อํานสะกดคา แจกลกู เปน็ อกั ษรไดถ๎ กู ตอ๎ ง ตามหลักการอําน อําน
ไดค๎ ลอํ งแคลวํ และเร็ว เขา๎ ใจความหมายของคาและข๎อความที่อําน เข๎าใจความสาคัญ รายละเอียดของ
เรื่อง หาคาสาคัญจากการอาํ นโดยใช๎แผนภาพ โครงเร่ือง หรอื แผนภาพความคิด เพื่อพัฒนาความเข๎าใจ
การอําน อํานในใจ และอํานออกเสียง บทร๎องกรอง ร๎อยแก๎ว บทอาขยาน บทกลํองเด็ก นิทานพ้ืนฐาน
ตามลักษณะคาประพันธ์ เลือกอํานบทประพันธ์ท่ีมีคุณคํา มีนิสัยรักการอํานและมีมารยาท ในการ
อาํ น
การเขียน
เขยี นคาไดถ๎ กู ความหมายและสะกดการตั นใ์ ช๎ความร๎ูและประสบการณ์ในการเขียนเป็นข๎อความ
ประโยคและเรื่องราว แสดงความคิดความต๎องการ จดบันทึกความร๎ูประสบการณ์ และเรื่องราวใน
ชีวติ ประจาวัน มีนิสยั รักการเขยี น และมมี ารยาทในการอาํ น การฟัง การดู และการพูด
จับใจความสาคัญจากสิ่งท่ีได๎ฟังและได๎ดู เข๎าใจเน้ือเรื่อง ถ๎อยคา และการใช๎น้าเสียง และกิริยา
ทําทางของผพ๎ู ดู ตอบคาถาม สนทนา แสดงความคิดเห็น ความรู๎สึก ความต๎องการ และจินตนาการ เลํา
เรื่องถํายทอดความรู๎จากประสบการณ์ ใช๎ถ๎อยคาได๎เหมาะสมกับเร่ืองสร๎างสรรค์ ตามหลักคาพูด มี
มารยาทการฟัง การดแู ละการพดู
หลักการใชภ้ าษา
อาํ นและเขียนสะกดคา โดยนาเสียงและรปู พยญั ชนะ สระและวรรณยุกต์มาประสมคาอํานและ
เขียนคาถูกต๎อง ตามหลักเกณฑ์ของภาษา เข๎าใจความหมายและหน๎าท่ีของคา กลุํมคา ประโยค เร่ือง
ลาดับคาและเรียบเรียงประโยคข๎อความ ตามลาดับความคิด เป็นข๎อความที่ชัดเจน ใช๎ภาษาในการ
ส่ือสารในชีวิตประจาวัน ใช๎ทักษะทางภาษาเป็นเครื่องมือการเรียน การแสวงหา ความรู๎และใช๎ได๎
เหมาะสมกบั บุคคลและสถานการณ์ เขา๎ ใจความหมายของภาษาไทยกลาง และภาษาถ่ินใช๎ภาษาในกลุํม
วิชาตําง ๆ เพ่ือพัฒนาการอํานการเขียน เห็นคุณคําการใช๎ตัวเลขไทยใช๎ภาษาพูด และภาษาเขียนตาม
ความหมาย เป็นจริง มีมารยาทในการอําน การเขียน การฟงั การดแู ละการพูด
วรรณคดี
อํานนทิ าน เรอื่ งสั้น สารคดี บทความ บทร๎อยกรอง บทอํานเสรมิ บทเรียน นิทานพ้นื บ๎าน บท
กลํอมเด็ก บทอาขยาน นิทานอสี ป แสวงหาความร๎ู ความบันเทิงจากการเรียน
หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
รหสั ตัวช้ีวดั
ท.๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕ ป.๒/๖ ป.๒/๗ ป.๒/๘
ท.๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
ท.๓.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕ ป.๒/๖ ป.๒/๗
ท.๔.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕
ท.๕.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ชี้วดั
หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ท ๑๓๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๒4๐ ชั่วโมง
อํานคาพ้ืนฐานได๎ถูกต๎อง อํานสะกดคา แจกลูก ผันอักษรได๎ถูกต๎องตามหลักการอําน อํานได๎
คลํองและเร็ว เข๎าใจความหมายของคาและข๎อความท่ีอําน เข๎าใจความสาคัญรายละเอียดของเรื่อง หา
คาสาคัญจากการอํานโดยใช๎แผนภาพโครงเร่ือง หรือแผนภาพความคิด เพ่ือพัฒนาความเข๎าใจการอําน
อาํ นในใจ และอํานออกเสียงบทประพนั ธ์ทม่ี ีคุณคํา มีนิสัยรักการอําน และมีมารยาทในการอาํ น
เขียนคาได๎ถูกความหมาย และสะกดคาได๎ถูกต๎อง ใช๎ความร๎ูและประสบการณ์ในการเขียน
ข๎อความประโยค และเร่ืองราว แสดงความคิดความต๎องการ จดบันทึกความร๎ูประสบการณ์ และ
เร่ืองราวในชวี ิตประจาวัน มนี สิ ัยรักการเขียน และมมี ารยาทในการเขียน
มคี วามสามารถจบั ใจความสาคญั จากสงิ่ ท่ไี ด๎ฟงั และดู เขา๎ ใจเรอื่ งถ๎อยคาและการใช๎น้าเสียงของ
ผ๎ูพูดตอบคาถาม สนทนาแสดงความคิดเหน็ ความร๎ูสึก ความต๎องการ และจนิ ตนาการ เลําเร่ืองถํายทอด
ความร๎ูจากประสบการณ์ ใช๎ถ๎อยคาให๎เหมาะสมกับเร่ือง สร๎างสรรค์ ตามหลักการพูด มีมารยาทการฟัง
การดูและการพูด
มีความสามารถในการอํานเขียนสะกดคา เขียนถูกต๎องตามหลักเกณฑ์ของภาษา เข๎าใจ
ความหมายและหน๎าทขี่ องคา กลุํมคา ประโยค เรียงลาดับคา และเรียบเรียงประโยค ข๎อความ ใช๎ภาษา
ในการสื่อสารในชีวิตประจาวัน ใช๎ทักษะทางภาษาเป็นเคร่ืองมือการเรียนการแสวงหาความร๎ู และใช๎ได๎
เหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์ เขา๎ ใจความหมายของภาษาไทยกลาง และภาษาถ่ิน ใช๎ภาษาในกลุํม
วิชาตาํ ง ๆ เพ่อื พฒั นาการอํานและเขยี น เห็นคณุ คําการใช๎ตัวเลขไทย ใช๎ภาษาพูดภาษาเขียน ตามความ
เปน็ จรงิ มมี ารยาทในการอาํ น การเขียน การฟัง การดู และการพูด
สามารถอํานนิทาน เร่ืองสั้น สารคดี บทความ บทร๎อยกรอง บทอํานเสริม บทเรียนนิทาน
พืน้ บ๎าน บทกลอํ มเดก็ บทอาขยาน นิทานอีสป แสวงหาความรู๎ ความบันเทงิ จากการเรียน
รหสั ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑ – ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑ – ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑ – ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ – ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑ – ป.๓/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ช้วี ัด
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ท ๑๔๑๐๑ รายวชิ าภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
อาํ นได๎คลอํ งและเรว็ เขา๎ ใจความหมายของคาสานวนโวหาร การเปรยี บเทียบ ใช๎ห๎อง
ปฏิบตั กิ ารทางภาษาและห๎องสมดุ การแยกข๎อเท็จจรงิ ขอ๎ คิดเหน็ วเิ คราะห์ความ ตีความ สรุป
ใจความสาคัญ หาคาสาคญั ในเรื่องโดยใชแ๎ ผนทีค่ วามคิดหรอื แผนภาพความคิดพัฒนาการอาํ นนาความรู๎
ความคดิ จากการอาํ นไปใชแ๎ ก๎ปญั หาและตัดสนิ ใจใช๎การอํานเปน็ เคร่อื งมือในการพฒั นาตนและค๎นควา๎
เพิม่ เติม อํานในใจและอาํ นออกเสียงบทร๎อยแกว๎ และบทร๎อยกรองได๎คลํองรวดเรว็ ถูกต๎องตามลักษณะ
ของคาประพันธแ์ ละอกั ขระวิธีทอํ งจาบทร๎อยกรองที่มคี ุณคําทางความคดิ และความงามทางภาษา
อธิบายความหมายและคุณคาํ ของบทร๎อยกรอง เลือกหนงั สืออํานตามผลการเรยี นรูท๎ ี่คาดหวัง มีนสิ ยั
รกั การอาํ นและมีมารยาทในการอาํ น
เขยี นเรียงความ ยอํ ความ จดหมาย เขียนอธบิ าย เขียนชี้แจง การปฏบิ ัตงิ านได๎เหมาะกบั
โอกาส เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับจินตนาการ จดบนั ทึกข๎อมลู ความร๎ูประสบการณ์เพื่อนามาพัฒนางาน
เขียน มนี สิ ยั รกั การอาํ น มมี ารยาทและจติ สานึกท่ีดีในการเขียน
จบั ประเดน็ สาคัญ แยกข๎อเท็จจริง ขอ๎ คดิ เห็น สอบความวเิ คราะห์เร่อื ง เข๎าใจเรอื่ งของผ๎ู
พูด เขา๎ ใจถ๎อยคา น้าเสียงท่ีแสดงออก กิริยาทําทางรับสารจากการฟงั และการดูโดยสงั เกต สนทนา
โตต๎ อบ พดู วเิ คราะหเ์ ร่อื งราว พูดรายงาน มีมารยาทในการฟัง การพูด
อํานและเขยี นสะกดคาศพั ท์ที่กว๎างขวางใชค๎ า กลํุมคา ตามชนิดและหน๎าทีม่ าเรียบเรียงเป็น
ประโยค ใช๎ประโยคสื่อสารได๎ชัดเจน ใช๎คาท่ีมคี วามหมายโดยตรง ใช๎ภาษาในการสนทนาเช้ือเชญิ
ชกั ชวน ปฏิเสธ ช้ีแจง ดว๎ ยถ๎อยคาสุภาพใช๎คาราชาศพั ทร์ ู๎จกั คดิ ไตรตํ รองกํอนพูดและเขยี น ลักษณะ
ของคาไทย คาภาษาถิ่นและคาภาษาตํางประเทศที่ปรากฏในภาษาไทย แตํงบทร๎อยกรองคาประพันธ์
ประเภทตําง ๆ เลํานทิ านและตานานพ้นื บ๎าน ใชท๎ ักษะทางภาษาเป็นเคร่ืองมือในการเรียน
การแสวงหาความร๎แู ละการดารงชีวติ การใช๎หอ๎ งปฏิบัตกิ ารทางภาษาและแหลงํ เรียนรท๎ู าง
ภาษา บอกระดบั ของภาษา ลกั ษณะของภาษา ลักษณะของภาษาพูดและภาษาเขียน ใชภ๎ าษาได๎
ถกู ต๎องเหมาะสมกับบคุ คลและสถานการณ์ ใช๎ภาษาในกลุมํ สาระการพูดและภาษาเขียนอยาํ งถูกต๎อง
มคี ุณธรรมและเหมาะสมแกสํ ถานการณ์ใช๎ภาษาอยํางสรา๎ งสรรคแ์ ละสอดคลอ๎ งกับธรรมเนียม ประเพณี
และวฒั นธรรม เข๎าใจการใช๎ภาษาของกลุมํ บุคคลในชมุ นมุ มคี วามภาคภมู ิใจ ช่นื ชม ภาษาไทย ซึ่ง
เป็นเอกลักษณ์ของชาตไิ ทย
อาํ นนิทาน ตานาน เร่ืองส้ัน สารคดี บทความ บทร๎อยกรอง บทละคร ใชห๎ ลักการ
พิจารณา เหน็ คุณคํา มคี วามชืน่ ชม ในความงดงาม เกิดความภมู ใิ จในความเป็นไทย มีความซาบซ้ึง
และเพลดิ เพลินในการเรียนรู๎ภาษาวรรณคดี วรรณกรรม อนั เปน็ เอกลกั ษณ์ มรดกวฒั นธรรมของชาติ
หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
รหสั ตัวช้ีวดั
ท.๑.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖ ป.๔/๗ ป.๔/๘
ท.๒.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖ ป.๔/๗ ป.๔/๘
ท.๓.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖
ท.๔.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖ ป.๔/๗
ท.๕.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ช้ีวดั
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ท ๑๕๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
ศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาความร๎ู บทร๎อยแก๎วบทร๎อยกรอง คา ประโยค ข๎อความ สานวนโวหาร
คาที่มีความหมายโดยนัย การแยกข๎อเท็จจริง ข๎อคิดเห็น วิเคราะห์ความ ตีความ สรุปใจความสาคัญ
การอํานออกเสียง การทํองจาบทร๎อยกรอง การเขียนเรียงความ ยํอความจดหมาย เขียนอธิบาย
เขียนช้ีแจง เขียนเร่ืองราวตามจินตนาการ จดบันทึกข๎อมูลความรู๎ ประสบการณ์ การเขียนบันทึก
ประจาวนั เพ่ือนามาพฒั นางานเขียน จับประเด็นสาคัญ แยกขอ๎ เท็จจรงิ ขอ๎ คิดเหน็ สรุปความ วิเคราะห์
เร่ืองราวจากการฟัง การดูและการพูดโดยสังเกต สนทนาโต๎ตอบอยํางมีวิจารณญาณ อํานและเขียน
สะกดคา ใช๎คา กลํุมคา ตามชนิดและหน๎าที่ของคา เรียบเรียงประโยคใช๎ประโยคส่ือสารได๎
ชดั เจนใชค๎ าราชาศัพท์ คาสภุ าพคาภาษาตํางประเทศทใ่ี ชใ๎ นภาษาไทย แตํงบทร๎อยกรองประเภทตาํ ง ๆ
กลอนสี่ กลอนหก กลอนแปด กาพย์ยานี 11 อาํ นบทความเรอ่ื งส้ัน วรรณคดี บทร๎อยกรอง ใช๎หลักการ
อํานอยาํ งพิจารณา มีมารยาทในการอําน การเขียน การฟัง การดแู ละการพูด
โดยฝึกทักษะการอําน การเขียน การฟัง การดูและการพูด ฝึกอธิบาย บรรยาย พรรณนา
ฝึกการวิเคราะห์ ตีความ สรปุ ความ แยกข๎อเท็จจริง ข๎อคดิ เหน็ ฝกึ การเขียนในรปู แบบตําง ๆ การเขียน
ตามจินตนาการ การเขียนอยํางอิสระ การเขียนบันทึกประจาวัน ฝึกมีนิสัยรักการอําน การเขียน
มีมารยาทในการอําน การเขียน การฟัง การดูและการพูด ปลูกจิตสานึกที่ดีแกํผ๎ูเรียน รักและ
ภูมิใจในความเปน็ ไทย
รหสั ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๖ ป.๕/๗ ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๖ ป.๕/๗ ป.๕/๘ ป. ๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๖ ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวช้ีวัด
หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ท ๑๖๑๐๑ รายวชิ าภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
อํานได๎คลํองและเร็ว เข๎าใจความหมายของคา สานวนโวหาร การแยกข๎อเท็จจริง ข๎อคิดเห็น
วิเคราะห์ความ ตีความ สรุปใจความสาคัญ หาคาสาคัญในเรื่องโดยใช๎แผนที่ความคิดหรือแผนภาพ
ความคิด พัฒนาการอําน นาความร๎ูความคิดจากการอํานไปใช๎แก๎ปัญหา และตัดสินใจ ใช๎การอํานเป็น
เครื่องมือในการพัฒนาตนและค๎นคว๎าเพิ่มเติม อํานในใจและอํานออกเสียงบทร๎อยแก๎ว และบทร๎อย
กรองได๎คลอํ ง รวดเร็ว ถูกต๎องตามลักษณะของคาประพันธ์และอักขรวิธี ทํองจา บทร๎อยกรองท่ีมีคุณคํา
ทางความคิดและความงดงามทางภาษา อธิบายความหมายและคุณคํา ของบทร๎อยกรอง เลือกหนังสือ
อาํ นได๎เหมาะสมกับวัยและ มนี ิสัยรักการอาํ นและมีมารยาทในการอําน
เขียนเรียงความ ยํอความ จดหมาย เขียนอธิบาย เขยี นชี้แจง การปฏิบตั งิ านได๎เหมาะกับโอกาส
เขยี นเร่ืองราวจากจินตนาการ จดบนั ทึกข๎อมูลความร๎ู ประสบการณ์เพ่ือนามาพฒั นางานเขียน มนี ิสยั รัก
การเขียนและมีมารยาทในการเขียน
จบั ประเดน็ สาคญั แยกข๎อเท็จจรงิ ขอ๎ คิดเห็น สรปุ ความ วิเคราะหเ์ ร่ือง เข๎าใจเรือ่ งเขา๎ ใจถ๎อยคา
น้าเสยี งท่แี สดงออก กริ ยิ าทาํ ทาง รับสารจาก การฟังและการดูโดยสังเกต สนทนาโตต๎ อบ พูดวเิ คราะห์
เรือ่ งราว พดู รายงาน มมี ารยาทในการฟัง ดูและพดู
อํานและเขียนสะกดคา ในวงคาศัพท์ท่ีกว๎างขวาง ใช๎คา กลุํมคา ตามชนิด และหน๎าท่ีมาเรียบเรียง
เปน็ ประโยค ใช๎ประโยค ส่อื สารไดช๎ ดั เจน ใชค๎ าท่มี คี วามหมายโดยตรง ใชภ๎ าษาในการสนทนาเช้ือเชิญ
ชักชวน ปฏิเสธ ช้ีแจงด๎วยถ๎อยคาสุภาพ ใช๎คาราชาศัพท์ ร๎ูจักคิดไตรํตรองกํอนพูดและเขียน ลักษณะ
ของคาไทย คาภาษาถ่ินและคาภาษา ตํางประเทศที่ปรากฏในภาษาไทย แตํงบทร๎อยกรอง
ประเภท กลอนแปด กลอนสุภาพ เลํานิทาน และตานาน พ้ืนบ๎านใช๎ทักษะทางภาษาเป็นเคร่ืองมือใน
การเรียน การแสวงหาความรู๎และการดารงชีวิต บอกระดับของภาษา ลักษณะของภาษาพูดและภาษา
เขียนใชภ๎ าษาไดถ๎ ูกต๎องเหมาะกับบคุ คล และสถานการณ์ ใชภ๎ าษาในกลมํุ สาระภาษาพูด และภาษาเขียน
อยํางถูกต๎อง มีคุณธรรมและเหมาะแกํสถานการณ์ ใช๎ภาษาอยํางสร๎างสรรค์ สอดคล๎อ งกับ
ขนบธรรมเนียม ประเพณแี ละวัฒนธรรม เข๎าใจการใชภ๎ าษาของกลุมํ บุคคลในชุมชน
อาํ นนทิ าน ตานาน เรื่องสนั้ สารคดี บทความ บทร๎อยกรอง บทละคร ใช๎หลักการพิจารณา
คุณคาํ ของหนงั สือ เพ่ือนาไปใช๎ในชีวติ ประจาวัน
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
รหสั ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตัวชวี้ ดั
หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๓)
๒๗
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ค ๑๑๑๐๑ รายวชิ าคณิตศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
ศึกษาจานวนของส่ิงตําง ๆ และส่ิงตําง ๆ ตามจานวนที่กาหนด ตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทย จานวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ โดยใช๎เครื่องหมาย = ≠ > < ตัวไมํทราบคําในประโยค
สัญลักษณ์ การลบของจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ๐ โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบของ
จานวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ ความยาวเป็นเซนติเมตร น้าหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด รูปสามเหลี่ยม
รูปสเี่ หลยี่ ม วงกลม วงรี ทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย แผนภูมิรูปภาพ ในการ
หาคาตอบของโจทย์ปญั หา
โดยใช๎กระบวนการทางคณิตศาสตร์ บอกจานวน การอํานและการเขียน และแสดงส่ิง
ตําง ๆ ตามจานวนทก่ี าหนด การเปรียบเทียบจานวนไมํเกนิ ๑๐๐ และ ๐ โดยใชเ๎ คร่ืองหมาย = ≠ > <
แสดงการเรยี งลาดับจานวนตามท่ีกาหนด การหาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์ การแสดง
วธิ ีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ระบจุ านวนลดและเพิม่ ทีละ ๑ และ ๑๐ ระบรุ ูปทห่ี ายไปในแบบรูปซ้า
ของรูปเรขาคณิต และรูปอ่ืน ๆ ที่สมาชิกในแตํละชุดท่ีมีซ้า ๒ รูป วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็น
เซนติเมตรและเมตร วัดและเปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโ ลกรัมและขีด บอก จาแนก
รูปทรงเรขาคณิต ใชข๎ อ๎ มลู จากแผนภูมิในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา
ทางานอยํางเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วิจารณญาณ มีความเชื่อมัน่ ในตนเอง ตระหนักในคณุ คําและมีเจตคตทิ ่ดี ีตํอวิชาคณติ ศาสตร์
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวม ๑๐ ตวั ชว้ี ดั
หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
๒๘
คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ค ๑๒๑๐๑ รายวิชาคณิตศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
ศกึ ษา ฝกึ ทักษะการคิดคานวณ และฝกึ การแก๎ปญั หาในสาระตํอไปน้ี
การใชจ๎ านวนบอกปริมาณที่ไดจ๎ ากการนับ การอาํ น และการเขยี นตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลข
ไทยและตัวหนงั สือแสดงจานวนนบั ไมํเกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ การนบั ทลี ะ ๒ ทีละ ๕ ทลี ะ ๑๐ และทลี ะ
๑๐๐ จานวนคํู จานวนคี่ หลกั คาํ ของเลขโดดในแตํละหลัก และการเขยี นตวั เลขแสดงจานวนในรูป
กระจาย
การเปรียบเทยี บและการเรยี งลาดบั จานวน การบวกและการลบจานวน ความหมายของการ
คณู และการหาร การหาผลคูณ การหาผลหารและเศษ ความสัมพันธ์ของการคณู และการหาร การบวก
ลบ คณู หารระคน และโจทย์ปญั หา
แบบรปู ของจานวนที่เพ่มิ ขึน้ หรอื ลดลงทีละ ๒ ทีละ ๕ และทีละ ๑๐๐ แบบรปู ซา้ าของรูป
เรขาคณิตและรปู อนื่ ๆ
การวัดและการเปรียบเทยี บความยาวเปน็ เมตรและเซนตเิ มตร การคาดคะเนความยาวเปน็
เมตรการวัดและการเปรยี บเทียบน้าหนกั เป็นกิโลกรัมและกรมั กิโลกรมั และขดี การวัดและเปรียบเทยี บ
ปรมิ าตรและความจโุ ดยใช๎หนํวยท่ไี มํใชํหนวํ ยมาตรฐาน เป็นชอ๎ นชา ช๎อนโตะ๏ ถว๎ ยตวง ลติ ร โจทย์
ปญั หาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบเกย่ี วกบั ความยาว นา้ หนกั ปริมาตรและความจุ
การบอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาที (ชํวง ๕ นาท)ี การบอกระยะเวลาเปน็ ช่วั โมง เปน็ นาที
การเปรียบเทยี บระยะเวลาเป็นช่วั โมง เปน็ นาที การอํานปฎทิ ิน โจทย์ปญั หาเกี่ยวกับเวลา การจาแนก
และบอกลักษณะของรูปหลายเหล่ยี ม วงกลม และวงรี การเขยี นรูปเรขาคณิตสองมติ ิ
การวดั และประเมินผล ใช๎วิธกี ารที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ของเน้ือหาและทกั ษะที่
ตอ๎ งการวัด
รหัสตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวมทั้งหมด ๑๖ ตัวช้ีวดั
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
๒๙
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ค ๑๓๑๐๑ รายวชิ าคณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
คณติ ศาสตร์ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๓
ฝึกทักษะการคิดคานวณ และฝกึ การแก๎ปญั หาในเร่อื ง จานวนนบั ไมํเกิน ๑๐๐,๐๐๐
การเขยี นและการอํานตวั เลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตวั หนังสอื แสดงจานวน การนบั เพมิ่ การ
นับลด หลักและคูขํ องเลขโดดในแตลํ ะหลัก การเขียนในรูปกระจาย การเปรยี บเทยี บ การใช๎
เครอื่ งหมาย = > < และการเรียงลาดับ การบวก การลบ การคณู จานวนหน่งึ หลกั กับจานวน
ไมเํ กินส่ีหลัก การคูณจานวนสองหลักกบั จานวนสองหลัก การหารตวั ตัง้ ไมํเกนิ สห่ี ลกั และตวั หารมีหนง่ึ
หลัก การบวก การคณู การหารระคน โจทยป์ ัญหา การบวก ลบ คูณ หารระคน และการสรา๎ ง
โจทยป์ ญั หาการบวก การลบ การคณู การหาร การวัดความยาว (เมตร เซนตเิ มตร มิลลิเมตร)
การเลือกเคร่อื งมือวัดท่เี หมาะสม การชงั่ (กิโลกรัม กรัม ขดี ) การเลือกเครื่องชง่ั การเปรยี บเทียบ
การคาดคะเน ความสัมพนั ธ์ของหนวํ ยการช่ัง แกป๎ ัญหาการช่ัง การตวง (ลติ ร มลิ ลิลติ ร) การเลือก
เครือ่ งตวงการเปรียบเทยี บปริมาตรและความจุ การคาดคะเน แก๎ปัญหาการตวง เวลา การบอกเวลา
เป็นนาฬกิ าและนาที การเขยี นบอกเวลาโดยใชจ๎ ุดและการอาํ น ความสมั พนั ธข์ องหนํวยเวลา
แก๎ปัญหาเวลา อาํ นและเขยี นบันทึกกิจกรรมหรอื เหตุการณ์ท่รี ะบเุ วลา เงิน การเขียนและอํานจานวน
เงนิ โดยใชจ๎ ุด บนั ทกึ รายรบั รายจาํ ย แกโ๎ จทย์ปัญหาเกย่ี วกับเงนิ รูปเรขาคณิต การบอกชนดิ รูป
เรขาคณติ สองมิตแิ ละสามมติ ิ การเขยี นรเ๎ู รขาคณิต และบอกรปู เรขาคณิตตําง ๆ ท่ีอยใํู นส่งิ แวดล๎อม
รอบตัวรูปทม่ี แี กนสมมาตร แบบรปู และความสัมพนั ธข์ องเรขาคณิต จุด เส๎นตรง รงั สี สํวนของ
เส๎นตรง มุม เขยี นชอื่ จดุ เส๎นตรง รังสี สวํ นของเสน๎ ตรง มมุ และสญั ลกั ษณ์ แผนภมู ริ ปู ภาพและ
แผนภูมิแทงํ การรวบรวมจาแนกข๎อมลู เกยี่ วกับตนเองสง่ิ แวดล๎อม การอํานแผนภูมิรปู ภาพและแผนภูมิ
แทํง
ใช๎ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพื่อใหม๎ ีความสามารถในการสอื่ สาร การคิดการ
แก๎ปญั หา การใช๎ทักษะชีวิตและเทคโนโลยี มีวนิ ยั ใฝเุ รยี นร๎ู มงํุ มนั่ การทางาน อยูํอยาํ งพอเพียง รกั
ความเป็นไทย รกั ชาติ ศาสตรก์ ษตั ริย์ ซ่อื สตั ยส์ ุจริต มจี ิตสาธารณะ พร๎อมทั้งตระหนักในคุณคําและ
มเี จตคติที่ทีด่ ตี ํอคณิตศาสตร์
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๓)
๓๐
รหสั ตวั ช้ีวดั
ค๑.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,ป๓/๑๑
ค๑.๒ ป.๓/๑
ค๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ , ป.๓/๖, ป.๓/๗ , ป.๓/๘,ป.๓/๙ , ป.๓/๑๐
ป.๓/๑๑, ป๓/๑๒,ป๓/๑๓
ค๒.๒ ป.๓/๑
ค๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
รวมท้ังหมด ๒๘ ตัวชี้วัด
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๓)
๓๑
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ว. ๑๔๑๐๑ รายวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือจานวนนับท่ีมากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ จาก
สถานการณ์ตํางๆ เศษสํวน จานวนคละของสิ่งตําง ๆ และส่ิงตําง ๆ ตามเศษสํวนของจานวนคละท่ี
กาหนด เศษสํวนและจานวนคละที่ตัวสํวนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง ทศนิยมไมํเกิน ๓
ตาแหนงํ แสดงของปริมาณสิ่งตําง ๆ และสิ่งตําง ๆ ตามทศนิยมท่ีกาหนด จากสถานการณ์ตําง ๆ การ
บวก การลบ การคูณ การหารจากสถานการณ์ตําง ๆ ตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์แสดงการ
บวก และประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดงการลบของจานวนนับท่ีมากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ ตัวไมํทราบคํา
ในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณ ของจานวนหลายหลัก ๒ จานวน ที่มีผลคูณไมํเกิน ๖ หลัก และ
ประโยคสัญลักษณ์แสดงการหาร ท่ีตัวต้ังไมํเกิน ๖ หลัก ตัวหารไมํเกิน ๒ หลัก การบวก ลบ คูณ หาร
ระคน ของจานวนนับและ ๐ โจทยป์ ัญหา ๒ ข้นั ตอนของจานวนนับทม่ี ากกวาํ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ โจทย์
ปัญหา ๒ ขั้นตอน ของจานวนนับและ๐ ผลบวก ผลลบของเศษสํวน และจานวนคละที่ตัวสํวนตัวหน่ึง
เป็นพหุคูณของอีกตัวหน่ึง โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษสํวนและจานวนคละท่ีตัว
สํวนตัวหน่ึงเป็นพหุคูณของอีกตัวหน่ึง ผลบวก ผลลบของทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง โจทย์ปัญหาการ
บวก การลบ ๒ ข้ันตอน ของทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง โจทย์ปัญหาเก่ียวกับเวลา มุม โจทย์ปัญหา
เกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก มุม ช่ือมุม สํวนประกอบของมุม และ
สัญลักษณแ์ สดงมมุ ส่เี หลีย่ มมุมฉาก ขอ๎ มลู แผนภูมแิ ทงํ ตารางสองทาง
โดยใช๎ทักษะในการอําน และเขียนตัวเลข เปรียบเทียบ เรียงลาดับจานวน ประมาณ
คําของผลลัพธ์ หาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีหาคาตอบ เทียบกับเวลา สร๎าง
โจทย์ปัญหาพร๎อมท้ังหาผลลัพธ์ของผลบวก ผลลบ ของเศษสํวน สามารถวัดและสร๎างมุมโดยใช๎โปร
แทรกเตอร์ แสดงวธิ ีการหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาของรูปและพน้ื ท่ขี องรปู สเ่ี หลีย่ ม จาแนกชนิดของมุม
และเขียนสัญลักษณ์แสดงมุม สร๎างรูปส่ีเหล่ียมเม่ือกาหนดความยาวของด๎านมาให๎ และใช๎ข๎อมูลของ
แผนภูมแิ ทงํ ตารางสองทาง ในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา
เพ่ือให๎เห็นคุณคําและมีเจตคติที่ดีตํอคณิตศาสตร์ สามารถทางานได๎อยํางเป็นระบบ มี
ระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่ม สร๎างสรรค์ และมีความเช่ือมั่น
ในตนเอง
หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
๓๒
มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
ค ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘ , ป.๔/๙ ,ป.๔/๑๐ ,
ป.๔/๑๑ ป.๔/๑๒ , ป.๔/๑๓ , ป.๔/๑๔ , ป.๔/๑๕ , ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๒๒ ตวั ชวี้ ัด
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
๓๓
คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ค ๑๕๑๐๑ รายวชิ าคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
ศกึ ษา ฝกึ ทกั ษะการคิดคานวณ และฝกึ การแก๎ปัญหาในเน้ือหาตอํ ไปน้ี
การเปรียบเทียบเศษสํวนและจานวนคละ การบวก การลบเศษสํวนและจานวนคละ การคณู
การหารของเศษสวํ นและจานวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสํวนและจานวนคละ การแก๎
โจทยป์ ัญหาเศษสํวนและจานวนคละ
ความสัมพันธร์ ะหวาํ งเศษสวํ นและทศนิยม คาํ ประมาณของทศนิยมไมํเกิน 3 ตาแหนงํ ให๎
เป็นจานวนเตม็ หนวํ ย ทศนิยม 1 ตาแหนํง และ 2 ตาแหนํง การใช๎เครื่องหมาย ≈ การประมาณผลลัพธ์
ของการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม การคูณทศนิยม การหารทศนิยม ความสัมพนั ธ์ระหวําง
หนวํ ยความยาว เซนตเิ มตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร ความสัมพนั ธร์ ะหวาํ ง
หนวํ ยน้าหนัก กิโลกรัมกบั กรัม การแกโ๎ จทย์ปัญหา เก่ียวกับความยาวและน้าหนักโดยใชค๎ วามรู๎เกีย่ วกบั
ทศนยิ มและการเปล่ยี นหนวํ ย
การแกโ๎ จทยป์ ญั หาโดยใชบ๎ ัญญัติไตรยางศ์ การอาํ นและการเขียนร๎อยละหรือเปอร์เซ็นต์
การแกโ๎ จทยป์ ัญหาร๎อยละ
เส๎นตัง้ ฉากและสัญลกั ษณ์แสดงการต้ังฉาก เส๎นขนานและสญั ลักษณ์แสดงการขนาน การ
สรา๎ งเสน๎ ขนานมุมแย๎ง มุมภายในและมุมภายนอกท่ีอยํูบนข๎างเดียวกนั ของเส๎นตดั ขวาง ชนิดและสมบัติ
ของรปู สี่เหล่ียม การสร๎างรปู สเี่ หลย่ี ม ความยาวรอบรปู ของรปู สเ่ี หลย่ี ม พนื้ ทีข่ องรปู สี่เหล่ียมด๎านขนาน
และรูปสเี่ หลี่ยมขนมเปียกปูน การแกโ๎ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพ้นื ทข่ี องรปู สี่เหล่ียม
ดา๎ นขนานและรปู สเี่ หล่ยี มขนมเปียกปูน
ลักษณะและสวํ นตําง ๆ ของปรซิ ึม ปรมิ าตรของทรงส่เี หลย่ี มมมุ ฉากและความจุของ
ภาชนะทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความสมั พันธร์ ะหวาํ ง มลิ ลิลิตร ลติ ร ลูกบาศก์เซนติเมตร และลกู บาศก์
เมตร การแกโ๎ จทยป์ ัญหาเก่ยี วกับปรมิ าตรของทรงสเี่ หล่ียมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงสีเ่ หลยี่ ม
มุมฉาก
การอาํ นและการเขียนแผนภูมแิ ทํง การอํานกราฟเส๎น
โดยจัดประสบการณห์ รือสร๎างสถานการณ์ที่ใกล๎ตัว ใหน๎ กั เรียนได๎ศกึ ษาค๎นควา๎ จากการ
ปฏิบตั ิจรงิ สรปุ รายงานเพ่ือพัฒนาทักษะการคดิ คานวณ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
เก่ียวกับการแกป๎ ญั หา การส่ือสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การใหเ๎ หตผุ ล
และ การคิดสร๎างสรรค์ สามารถทางานอยาํ งเป็นระบบมีระเบียบวนิ ยั มีความรอบคอบ มีความ
รบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเชือ่ มน่ั ในตนเอง รวมทงั้ ตระหนักในคุณคําและมีเจตคติทดี่ ตี ํอ
คณิตศาสตร์
การวัดและประเมนิ ผล เน๎นการวัดและประเมินผลเพ่ือพฒั นาการเรยี นร๎ู ด๎วยวธิ ีการที่
หลากหลายโดยให๎สอดคล๎องกับบริบท และเปน็ ไปตามมาตรฐานการเรียนรแู๎ ละตัวชว้ี ัด
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๓๔
ตัวชีว้ ดั ช้นั ปี
รหสั ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/8, ป.5/9
ค 1.2 -
ค 1.3 -
ค 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ค 2.2 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ค 3.1 ป.5/1, ป.5/2
ค 3.2 -
รวมท้ังหมด 19 ตัวช้วี ัด
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
๓๕
คาอธิบายรายวิชา
ค ๑๖๑๐๑ รายวชิ าคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
เปรยี บเทยี บ เรยี งลาดบั เศษสํวนและจานวนคละจากสถานการณ์ตําง ๆ เขยี นอัตราสวํ นแสดง
การเปรยี บเทียบปริมาณ ๒ ปริมาณ จากข๎อความหรือสถานการณ์ โดยทีป่ รมิ าณแตลํ ะปรมิ าณเปน็
จานวนนบั หาอัตราสํวนที่เทาํ กับอตั ราสวํ นท่ีกาหนดให๎ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น.ของจานวนบั ไมํเกิน ๓
จานวน แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาโดยใช๎ความรู๎เก่ียวกับห.ร.ม.และค.ร.น. หาผลลพั ธข์ องการ
บวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสํวนและจานวนคละ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเศษสํวนและ
จานวนคละ ๒-๓ ข้นั ตอน หาผลหารของทศนยิ มทตี่ ัวหารและผลหารเป็นทศนิยมไมํเกนิ ๓ ตาแหนงํ
แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม ๓ ขน้ั ตอน แสดงวิธหี า
คาตอบของโจทยป์ ัญหาอัตราสํวนและโจทยป์ ัญหาร๎อยละ ๒-๓ ข้นั ตอน แสดงวิธีคิดและหาคาตอบของ
ปญั หาเกีย่ วกับแบบรปู แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปญั หาเก่ียวกบั ปรมิ าตรของรูปเรขาคณติ สามมิตทิ ่ี
ประกอบดว๎ ยทรงสีเ่ หล่ียมมุมฉาก แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั ความยาวรอบรูปและพื้นท่ี
ของรูปหลายเหล่ยี ม ความยาวรอบรปู และพ้นื ทข่ี องวงกลม จาแนกรปู สามเหลยี่ มโดยพิจารณาจาก
สมบัตขิ องรปู สร๎างรูปสามเหลีย่ มเมื่อกาหนดความยาวของด๎านและขนาดของมุม บอกลักษณะของรูป
เรขาคณิตสามมิตชิ นิดตําง ๆ ระบุรปู เรขาคณิตสามมิตทิ ปี่ ระกอบจากรูปคล่ี และระบุรปู คลี่ของรปู
เรขาคณติ สามมิติ ใช๎ข๎อมลู จากแผนภูมริ ูปวงกลมในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา
ในการจัดการเรียนร๎ูได๎กาหนดสถานการณ์เพื่อใหผ๎ ๎เู รยี นได๎ศึกษา ค๎นควา๎ ฝกึ ทักษะโดยการ
ปฏบิ ตั ิจริง สรุปเน้อื หา มเี จตคติท่ีดตี ํอคณติ ศาสตร์ มีความคดิ ริเริ่มสรา๎ งสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะและ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์ของผเ๎ู รยี น และนาไปใชใ๎ นชีวติ ประจาวันได๎
รหสั ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙,
ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑, ป.๖/๑๒
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวมทั้งสิ้น ๒๑ ตัวช้วี ัด
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
๓๖
คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหัส ว ๑๑๑๐๑ รายวิชา วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา ๘๐(100) ชัว่ โมง
ศกึ ษาการเรยี นรูแบบนกั วทิ ยาศาสตร ลกั ษณะ หนาที่และการดูแลรักษาสวนตางๆ ของรางกาย
มนุษย ลักษณะและหนาที่ของสวนตาง ๆ ของสัตวและพืชรอบตัว และสภาพแวดลอม ในบริเวณที่สัตว
และพืชอาศัยอยู ชนิดและสมบัติของวัสดุที่ใชทาวัตถุรอบตัว การเกิดเสียงและ ทิศทางการเคล่ือนที่ของ
เสียง ลักษณะของหิน และการมองเห็นดาวบนทองฟาในเวลากลางวัน และกลางคืน การแกปญหาโดย
การลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ การเขียนโปรแกรมอยางงายโดยใช ซอฟตแวรหรือสื่อ การใชงาน
อุปกรณเทคโนโลยีเบ้ืองตน การใชงานซอฟตแวรเบื้องตน ใชการสืบเสาะหาความรู สังเกต สารวจ
ตรวจสอบโดยใชเครื่องมืออยางงาย รวบรวมขอมูล บันทึก และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพ่ือให
เกิดความรูความเขาใจ มีทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรขั้นพ้ืนฐานและมีทักษะการเรียนรูใน
ศตวรรษท่ี ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสารเบ้ืองตน สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู
มีความคดิ สรางสรรค สามารถทางาน รวมกับผูอ่ืน แสดงข้ันตอนการแกปญหาอยางงาย เขียนโปรแกรม
โดยใชส่ือ สราง จัดเก็บและเรียกใช ไฟลตามวัตถุประสงค ตระหนักถึงประโยชนของการใชความรูและ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรในการดารงชวี ิต ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย ปฏิบัติตามขอตก
ลงในการใชงาน ดูแลรักษาอุปกรณและใชงาน เทคโนโลยีสารสนเทศอยางเหมาะสม มีจิตวิทยาศาสตร
จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมทีเ่ หมาะสม
รหัสตวั ชี้วัด
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ , ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวม 15 ตัวชว้ี ดั
หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
๓๗
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ว ๑๒๑๐๑ รายวชิ าวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๘๐(100) ชั่วโมง
ศึกษาการเรยี นรูแบบนักวิทยาศาสตร ลักษณะของสง่ิ มชี ีวติ และส่ิงไมมชี ีวติ ความจาเปนของ
แสง และํนา๎ ตอการเจรญิ เตบิ โตของพชื วฏั จักรชวี ิตของพืชดอก สมบตั ิการดูดซบั ํน๎าของวัสดุและการ
นาไปใช ประโยชน สมบัติของวสั ดทุ ่ีเกดิ จากการนาวัสดุมาผสมกนั การเลอื กวสั ดุมาใชทาวตั ถตุ ามสมบัติ
ของวัสดุ การนาวสั ดทุ ี่ใชแลวกลบั มาใชใหม การเคลื่อนทีข่ องแสง การมองเหน็ วัตถุ การปองกนั อนั ตราย
จากการ มองวัตถุในบรเิ วณท่ีมีแสงสวางไมเหมาะสม สวนประกอบและการจาแนกชนิดของดิน การใช
ประโยชนจากดิน การแสดงข้ันตอนการแกปญหา การตรวจหาขอผิดพลาดของโปรแกรม การใชงาน
ซอฟตแวรเบ้ืองตน การจดั การไฟลและโฟลเดอร การใชงานและดแู ลรักษาอุปกรณคอมพิวเตอร
เทคโนโลยใี นชวี ิตประจาวนั การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย ใชการสบื เสาะหาความรู สงั เกต
จาแนกประเภท รวบรวมขอมูล บนั ทึก และอธิบายผลการสารวจ ตรวจสอบ เพื่อใหเกิดความรูความ
เขาใจ มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข้นั พน้ื ฐานและมที ักษะ การเรยี นรูในศตวรรษท่ี ๒๑ ในดาน
การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารเบ้ืองตน สามารถสื่อสารสง่ิ ที่ เรียนรู มีความคิดสรางสรรค
สามารถทางานรวมกับผูอ่ืน แสดงขนั้ ตอนการแกปญหาอยางงาย เขยี นโปรแกรม แบบมเี งื่อนไขโดยใช
บตั รคาส่งั และตรวจหาขอผิดพลาด ใชงานซอฟตแวร สราง จัดหมวดหมูไฟลและโฟลเดอร ตระหนกั ถึง
ประโยชนของการใชความรูและกระบวนการทางวิทยาศาสตรในการดารงชีวิต ตระหนัก ถึงความสาคัญ
ของการปกปองขอมูลสวนตัว ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภยั ดแู ลรกั ษาอุปกรณ คอมพิวเตอร มี
จติ วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มที่เหมาะสม
รหัสตัวช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชว้ี ดั
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๓๘
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว ๑๓๑๐๑ รายวชิ าวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๘๐(100) ช่ัวโมง
ศกึ ษา วเิ คราะห์ สิ่งที่จาเป็นตํอการดารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์
ประโยชน์ของอาหาร น้า และอากาศ การดูแลตนเองและสัตว์ให๎ได๎รับส่ิงเหลํานี้อยํางเหมาะสม วัฏจักร
ชีวิตของสัตว์ สํวนประกอบของวัตถุ และการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทาให๎ร๎อนข้ึนหรือทาให๎เย็นลง
แรงที่มีตํอการเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ แรงสัมผัสและแรงไมํสัมผัสที่มีผลตํอการเคลื่อนท่ีของ
วัตถุ การดึงดูดระหวํางแมํเหล็กกับวัตถุ ข้ัวแมํเหล็ก การเปลี่ยนพลังงาน การทางานของเครื่องกาเนิด
ไฟฟูา และแหลํงพลังงานในการผลิตไฟฟูา ประโยชน์และโทษของไฟฟูา วิธีการใช๎ไฟฟูาอยํางประหยัด
และปลอดภัย เส๎นทางการข้ึนและตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกาหนดทิศ
ความสาคัญของดวงอาทิตย์ตํอส่ิงมีชีวิต สํวนประกอบของอากาศ ความสาคัญของอากาศ และ
ผลกระทบของมลพิษทางอากาศตํอส่ิงมีชีวิต การปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ การเกิด
ลม ประโยชน์และโทษของลม
โดยใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู๎ การสารวจ ตรวจสอบ การสืบค๎น
ข๎อมูล การเปรียบเทียบข๎อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพ่ือให๎เกิดความรู๎ ความคิด
ความเข๎าใจ สามารถส่อื สารส่ิงทเ่ี รียนรู๎ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ นาความร๎ูไปใช๎ ในชีวิตประจาวัน
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคาํ นิยมท่เี หมาะสม
ศกึ ษาขัน้ ตอนการแสดงอัลกอรทิ ึมในการทางานหรือการแก๎ปญั หาอยํางงําย การเขยี น
โปรแกรมอยํางงาํ ยโดยใช๎ซอฟตแ์ วร์หรือสื่อและตรวจหาข๎อผิดพลาดของโปรแกรม การใชอ๎ ินเตอร์เนต็
คน๎ ควา๎ หาความร๎ู การรวบรวม ประมวลผลและนาเสนอข๎อมูลโดยใชซ๎ อฟต์แวร์ตามวตั ถุประสงค์
ใชก๎ ระบวนการการทางานอยาํ งเป็นขน้ั ตอนและเป็นระบบ คิดในเชิงคานวณในการแก๎ปัญหา
ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในการเรียนรู๎การทางาน แสดงอลั กอริทึมเป็นขั้นตอนการทางาน
หรอื การแก๎ปัญหาโดยการเขียน บอกเลํา วาดภาพ หรือใช๎สัญลักษณ์ การแก๎ปญั หาโดยใช๎เกม การเขยี น
โปรแกรมเพื่อสั่งการใหต๎ ัวละครทางานซ้าไมสํ น้ิ สดุ และตรวจสอบข๎อผิดพลาด ปรบั แก๎ไขใหไ๎ ด๎ผลลพั ธ์
ตามทีต่ ๎องการ ถา๎ ไมเํ ปน็ ไปตามทีต่ ๎องการให๎ตรวจสอบการทางานทลี ะคาสงั่ ใชซ๎ อฟตแ์ วรเ์ ขียนโปรแกรม
โดยใช๎บตั รคาสง่ั แสดงการเขียนโปแกรม,Code.org สามารถสืบค๎นข๎อมลู บนอนิ เตอร์เน็ตโดยใชเ๎ วบ็ ไซต์
ในการสืบคน๎
ตระหนักและเห็นคุณคาํ ของการนาความรูไ๎ ปใชป๎ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน ใช๎อินเตอร์เน็ต
เทคโนโลยีสารสนเทศอยํางปลอดภยั ปฏิบตั ติ ามข๎อตกลงในการใชอ๎ ินเตอร์เน็ต ดแู ลรกั ษาอปุ กรณแ์ ละใช๎
หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๓๙
งานเทคโนโลยีสารสนเทศอยาํ งเหมาะสม รักการทางาน ทางานดว๎ ยความกระตือรือรน๎ และตรงเวลา
มีเจตคตทิ ด่ี ีตํอการทางาน มีลกั ษณะนิสัยการทางานท่ีเหมาะสม มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคํานิยมท่ี
เหมาะสม
รหัสตวั ช้ีวดั
ว ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป๓/๕
รวม ๒๕ ตัวช้ีวัด
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๔๐
คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
ว ๑๔๑๐๑ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา 120 ชั่วโมง
ศึกษาการเรียนรูแบบนกั วิทยาศาสตร การจาแนกส่ิงมีชีวิตเปนกลุมพืช กลุมสัตว และกลุมท่ี ไม
ใชพืชและสัตว การจาแนกพืชออกเปนพืชดอกและพืชไมมีดอก การจาแนกสัตวออกเปนสัตว มีกระดูก
สันหลังและสัตวไมมีกระดกู สนั หลงั ลกั ษณะเฉพาะของสัตวมกี ระดูกสนั หลังในกลุมปลา กลุมสัตวสะเทิน
ํน๎าสะเทินบก กลุมสัตวเล้ือยคลาน กลุมนก และกลุมสัตวเลี้ยงลูกดวยํน๎านม หนาที่ของ ราก ลาตน ใบ
และดอกของพืชดอก สมบัติทางกายภาพ ดานความแข็ง สภาพยืดหยุน การนาความรอน และการนา
ไฟฟาของวัสดุ การนาสมบัติทางกายภาพของวัสดุไปใชในชีวิตประจาวัน สมบัติของสสาร ท้ัง 3 สถานะ
ผลของแรงโนมถวงท่ีมีตอวัตถุการวัดํน๎าหนักของวัตถุ มวลของวัตถุท่ีมีผลตอการ เปล่ียนแปลงการ
เคลือ่ นทีข่ องวัตถุ และตวั กลางของแสง การขน้ึ และตกและรูปรางดวงจนั ทร และองคประกอบของระบบ
สุริยะ การใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหา การออกแบบและเขียน โปรแกรมอยางงาย การ
ตรวจหาขอผิดพลาดในโปรแกรม การคนหาขอมูลในอินเทอรเน็ตและการใช คาคน การประเมินความน
าเชอ่ื ถอื ของขอมลู การรวบรวม นาเสนอขอมูลและสารสนเทศ
ใชการสืบเสาะหาความรู ตั้งคาถาม คาดคะเนคาตอบหรือสรางสมมติฐาน วางแผนและสารวจ
ตรวจสอบโดยใชเคร่ืองมืออุปกรณและเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเหมาะสม ประเมินความนาเชื่อถือ ของข
อมูล รวมรวมขอมูล ประมวลผลอยางงาย วิเคราะหขอมูล วิเคราะหผลและสรางทางเลือก นาเสนอข
อมูล ลงความคิดเห็นและสรุปผลการสารวจตรวจสอบ เพื่อให เกิดความรูความเขาใจ มีทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรและมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารเบื้องตน มีความคิดสรางสรรค สามารถทางานรวมกับผูอ่ืน ใชเหตุผลเชิง
ตรรกะในการแกปญหา และอธิบายการทางานหรือคาดการผลลัพธจากปญหาอยางงาย ออกแบบและ
เขียนโปรแกรม ตรวจหาขอผิดพลาดจากโปรแกรมของตนเองและผูอน่ื
ตระหนักถึงคุณคาของความรูทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี และใชความรูและกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตรในการดารงชีวิต สามารถสื่อสารอยางมีมารยาทและรูกาลเทศะ รูจักการปกปองขอมูล
สวนตวั มีจิตวิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานยิ มทีเ่ หมาะสม
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๔๑
ตวั ช้ีวดั
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป. ๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป. ๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป. ๔/๔, ป. ๔/๕
รวม ๒๑ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
ว ๑๕๑๐๑ รายวิชาวิทยาศาสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา 120 ช่ัวโมง
ศึกษาการเรียนรูแบบนักวิทยาศาสตร โครงสรางและลักษณะของสิ่งมีชีวิตท่ีเหมาะสมในแตละ
แหลงทอี่ ยู ความสัมพันธระหวางสง่ิ มีชวี ิตกับสิง่ มชี ีวิตและความสัมพันธระหวางส่ิงมีชีวิตกับสิ่งไมมีชีวิต กา
รถายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรมของพชื สัตว และมนุษยการเปล่ียนสถานะของสสาร การละลายของสาร
ในํน๎า การเปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปล่ียนแปลงที่ผันกลับไดและผันกลับไมได แรงลัพธ แรงเสียดทาน
การไดยินเสียงผานตัวกลาง ลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่า เสียงดัง และเสียงคอย ระดับเสียงและ
มลพิษ ทางเสียง ความแตกตางของดาวเคราะหและดาวฤกษ การใชแผนที่ดาว แบบรูปเสนทางการขึ้น
และตก ของกลุมดาวฤกษบนทองฟาในรอบปปรมิ าณนา้ ในแตละแหลง ปรมิ าณน้าทีม่ นุษยสามารถนามาใช
ไดการใช นา้ อยางประหยัดและการอนุรักษน้า วฏั จักรนา้ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าคาง และ
น้าคางแขง็ กระบวนการเกิดฝน หมิ ะ และลูกเห็บ การใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหา การเขียนรหัส
ลาลองเพอ่ื แสดง วธิ แี กปญหา การออกแบบ และการเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไขและการทางานแบบวน
ซา้ การใชซอฟตแวร ประมวลผลขอมูล การตดิ ตอสอื่ สารผานอินเทอรเน็ต การใชอินเทอรเน็ตคนหา
ขอมูลและการประเมิน ความนาเชื่อถือของขอมูล อันตรายจากการใชงานและอาชญากรรมทางอินเทอร
เนต็
ใชการสืบเสาะหาความรู สังเกต รวบรวมขอมูล จัดกระทาและสื่อความหมายขอมูล สรางแบบ
จาลอง และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยา
ศาสตร ข้ันพื้นฐานและทักษะการเรียนรูในศตวรรษท่ี ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สอ่ื สารเบือ้ งตน สามารถสอ่ื สารส่ิงที่เรยี นรู มีความคดิ สรางสรรค สามารถทางานรวมกับผูอ่ืน แสดงวิธีแกป
ญหาโดยใชเหตุผล เชิงตรรกะ ใชรหัสลาลองแสดงวิธีการแกปญหาอยางเปนขั้นตอน ออกแบบ และเขียน
โปรแกรมแบบมีเง่อื นไข และการทางานแบบวนํซา๎ ตรวจหาขอผิดพลาดของโปรแกรม ใชซอฟตแวรชวยใน
การแกปญหา ใชอินเทอรเน็ตติดตอส่ือสารและคนหาขอมูล แยกแยะขอเท็จจริงกับขอคิดเห็น ประเมิน
ความนาเชอื่ ถือ ของขอมูล
ตระหนักถึงคุณคาของความรูทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี และใชความรูและกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตรในการดารงชีวติ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัยและมีมารยาท มีจิตวิทยาศาสตร
จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมท่ีเหมาะสม
หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
รหัส ตัวชว้ี ัด
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
รวม 8 มาตรฐาน ๓2 ตัวชี้วัด
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ท ๑๖๑๐๑ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ และเทคโนโลยี
เวลา 120 ชว่ั โมง
บรรยาย จาแนก เปรียบเทียบ อภิปราย ระบุ อธิบาย สร๎างแบบจาลอง ใช๎เหตุผลเชิงตรรกะใน
การแก๎ปัญหา ออกแบบและเขียนโปรแกรม ใช๎อินเตอร์เน็ต รวบรวม ประเมิน นาเสนอข๎อมูล เกี่ยวกับ
ประโยชน์ของสารอาหารท่ีตนเองได๎รับ ในสัดสํวนท่ีเหมาะสมกับเพศและวัย หน๎าท่ีและการดูดซึมของ
อวัยวะในระบบยอํ ยอาหารใหท๎ างานเป็นปกติ
การแยกสารผสม โดยการหยิบออก การรอํ น การใชแ๎ มํเหลก็ ดงึ ดดู การรินออก การกรองและการ
ตกตะกอนโดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมถึงการแยกสารในชีวิตประจาวัน การเกิดแรงไฟฟูาซึ่งเกิดจาก
วัตถุผํานการขัดถู หน๎าท่ีของสํวนประกอบของวงจรไฟฟูาอยํางงําย แผนภาพการตํอวงจรไฟฟูาอยํางงําย
ผลของการตํอเซลล์ไฟฟูาแบบอนุกรม การตํอหลอดไฟฟูาแบบอนุกรมและแบบขนาน รวมถึงการใช๎
ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั การเกดิ เงามืดเงามัว แผนภาพรงั สีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามวั
การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ การนา
เทคโนโลยีอวกาศมาใชป๎ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวัน การเกดิ หนิ อคั นี หนิ ตะกอนและหินแปร วัฏจักรหินจาก
แบบจาลอง การใชป๎ ระโยชน์ของหนิ และแรใํ นชีวติ ประจาวัน การคาดคะเนสภาพแวดล๎อมในอดีตจากซาก
ดกึ ดาบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมทม่ี ีผลตํอสิ่งมีชวี ิตและส่ิงแวดล๎อม ผลของมรสุมตํอการเกิด
ฤดขู องประเทศไทย ผลกระทบจากน้าทํวม การกัดเซาะของชายฝั่ง ดินถลํม แผํนดินไหว และสึนามิ การ
เฝูาระวังและปฏิบัติตนให๎ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิดในท๎องถ่ิน การเกิด
ปรากฏการณ์เรือนกระจก การปฏิบตั ติ นเพ่อื ลดกิจกรรมทีก่ อํ ใหเ๎ กิดแกส็ เรอื นกระจก
โดยใช๎กระบวนทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู๎ การสารวจตรวจสอบ การสืบค๎นข๎อมูล
บันทึก จัดกลุํมข๎อมูล เพ่ือให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สามารถนาเสนอสื่อสารส่ิงท่ีเรียนร๎ู มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคําของการนาความรู๎ไปใช๎ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
คุณธรรม จริยธรรม และคาํ นิยมทเ่ี หมาะสม
ศึกษาข้ันตอนการใช๎เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก๎ปัญหาท่ีพบใน
ชีวิตประจาวัน ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยํางงํายเพ่ือแก๎ปัญหาชีวิตประจาวัน ตรวจหาข๎อผิดพลาด
และแก๎ไขโปรแกรม การใช๎อินเตอร์เน็ตค๎นหาข๎อมูลอยํางมีประสิทธิภาพ การใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศ
ทางานรํวมกันอยาํ งปลอดภยั
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
ใช๎กระบวนการการทางานอยํางเป็นข้ันตอนและเป็นระบบ การใช๎เหตุผลเชิงตรรกะในการ
อธบิ ายและออกแบบวธิ ีการแก๎ปัญหาโดยการนากฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขโดยใช๎แนวคิดการทางานแบบวนซ้า
และเง่ือนไข การออกแบบโปรแกรมโดยเขียนเปน็ ข๎อความหรือผงั งาน การออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมี
การใช๎ตัวแปรการวนซ้าและการตรวจสอบเง่ือนไขที่ครอบคลุมทุกกรณี ถ๎าไมํเป็นไปตามท่ีต๎องการให๎
ตรวจสอบการทางานทีละคาส่ัง ทาการแก๎ไขจนกวําจะได๎ผลลัพธ์ท่ีถูกต๎อง และฝึกตรวจสอบข๎อผิดพลาด
จากโปรแกรมของผอ๎ู ืน่ ใช๎ ซอฟต์แวร์เขียนโปรแกรม โดยใชโ๎ ปรแกรม Scratch, logo
ตระหนักและเห็นคุณคําของการใช๎อินเตอร์เน็ตในการติดตํอสื่อสารและทางานรํวมกัน ใช๎
เทคโนโลยีสารสนเทศอยํางปลอดภัย มีมารยาท เข๎าใจสิทธิและหน๎าท่ีของตนเอง เคารพในสิทธิของผู๎อื่น
แจ๎งผู๎เก่ียวข๎องเม่ือพบข๎อมูลหรือบุคคลท่ีไมํเหมาะสม ทางานด๎วยความกระตือรือร๎น และตรงเวลา มี
เจตคติท่ีดีตํอการทางาน มีลักษณะนิสัยการทางานที่เหมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม และคํานิยมท่ี
เหมาะสม
รหสั ตวั ชี้วดั
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวมท้ังหมด ๓๐ ตัวชี้วัด
หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
รหัส ว ๑๑๑๐๑ รายวิชาวิทยาการคานวณ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา 20 ชว่ั โมง
ศึกษาและฝึกทกั ษะในการแก๎ปญั หาโดยใช๎ขัน้ ตอนการแก๎ปัญหาอยาํ งงําย การแสดง
ขัน้ ตอนการแก๎ปญั หาโดยการเขยี น บอกเลาํ วาดภาพ หรือใชส๎ ัญลกั ษณ์ การเขยี นโปรแกรมอยาํ งงําย
โดยใช๎ซอฟตแ์ วร์หรือส่อื การใชง๎ านอปุ กรณ์เทคโนโลยีเบอ้ื งต๎น การใชง๎ านซอฟต์แวรเ์ บ้ืองตน๎
การสรา๎ ง จดั เก็บ และเรียกใช๎ไฟล์ตามวัตถุประสงค์ การใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศอยาํ งปลอดภัย
ขอ๎ ปฏบิ ัติในการใชง๎ านและการดแู ลรกั ษาอุปกรณ์ การใช๎งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยาํ งเหมาะสม
รหสั ตวั ชี้วดั
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป 1/1 , ป 1/2, ป 1/3, ป 1/4, ป 1/5
รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วดั
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว ๑๒๑๐๑ รายวิชาวทิ ยาการคานวณ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ และเทคโนโลยี
เวลา 20 ชัว่ โมง
ศกึ ษาและฝึกทกั ษะในการแก๎ปญั หาโดยใช๎การแสดงขนั้ ตอนการแก๎ปัญหาทาไดโ๎ ดยการเขยี น
บอกเลํา วาดภาพ หรือใช๎สัญลกั ษณ์ ปญั หาอยํางงํายเชนํ เกมตวั ตํอ 6 - 12 ชน้ิ การแตํงตัวมาโรงเรยี น
เขียนโปรแกรมส่ังให๎ตวั ละคร ทางานตามทต่ี ๎องการ และตรวจสอบข๎อผิดพลาดปรบั แก๎ไขใหไ๎ ดผ๎ ลลพั ธ์
ตามที่กาหนด การตรวจหาข๎อผิดพลาดทาได๎โดยตรวจสอบคาสง่ั ทแี่ จง๎ ข๎อผิดพลาด หรอื หากผลลพั ธ์ไมํ
เป็นไปตามท่ีต๎องการ ใหต๎ รวจสอบการทางานทีละคาสั่ง ซอฟต์แวรห์ รอื ส่อื ที่ใชใ๎ นการเขยี นโปรแกรม เชนํ
ใชบ๎ ัตรคาสงั่ แสดงการเขยี นโปรแกรม Code.org การใชง๎ านซอฟต์แวร์เบอื้ งต๎น
การสรา๎ ง คดั ลอก ย๎าย ลบ เปล่ยี นชอ่ื จัดหมวดหมํูไฟล์ และโฟลเดอร์อยาํ งเปน็ ระบบจะทาให๎
เรยี กใช๎ ค๎นหาข๎อมลู ไดง๎ ํายและรวดเร็ว การการใช๎เทคโนโลยสี ารสนเทศอยํางปลอดภัย ปฏบิ ัติในการใช๎
งานและการดูแลรักษาอปุ กรณ์
รหสั ตัวช้ีวัด
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป 2/1 , ป 2/2, ป 2/3, ป 2/4
รวมท้ังหมด 4 ตวั ช้วี ัด
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว ๑3๑๐๑ รายวิชาวทิ ยาการคานวณ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 และเทคโนโลยี
เวลา 20 ช่ัวโมง
ศึกษาและฝึกทกั ษะเกยี่ วกบั การใช๎อัลกอริทมึ เป็นขนั้ ตอนท่ใี ชใ๎ นการแก๎ปัญหา การแสดง
อลั กอริทึมทาไดโ๎ ดยการเขียน บอกเลํา วาดภาพหรือใช๎สัญลกั ษณ์ การเขียนโปรแกรมเป็นการสร๎างลาดบั
ของคาสง่ั ให๎ คอมพวิ เตอรท์ างาน การตรวจหาข๎อผดิ พลาดทาได๎โดยตรวจสอบคาส่ังทแ่ี จง๎ ขอ๎ ผดิ พลาด
หรอื หากผลลพั ธไ์ มํเป็นไปตามท่ีต๎องการให๎ ตรวจสอบการทางานทีละคาสัง่ ซอฟต์แวร์หรือส่อื ท่ีใช๎ใน
การเขยี น เว็บเบราวเ์ ซอรเ์ ป็นโปรแกรมสาหรับอาํ นเอกสารบนเวบ็ เพจ การสบื ค๎นข๎อมูลบนอินเตอร์เน็ต
ทาไดโ๎ ดยใช๎เว็บไซต์สาหรบั สืบค๎นและต๎องกาหนดคาค๎นทเี่ หมาะสมจึงจะไดข๎ ๎อมลู ตามต๎องการ การใช๎
อินเตอร์เน็ตอยํางปลอดภยั ควรอยํูในการดูแลของครู หรือผู๎ปกครอง การรวบรวมข๎อมูลทาได๎โดยกาหนด
หัวข๎อท่ตี ๎องการ เตรียมอุปกรณ์ในการจดบนั ทึก การประมวลผลอยํางงาํ ย การนาเสนอข๎อมลู ทาไดห๎ ลาย
ลกั ษณะตามความเหมาะสม การใช๎ซอ๎ ฟแวรท์ างานตาวตั ถุประสงค์ การใชเ๎ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยําง
ปลอดภัย ขอความชํวยเหลอื จากครูหรือผูป๎ กครองเมื่อเกดิ ปัญหาจาก การใชง๎ าน เมื่อพบขอ๎ มลู
หรือบคุ คลที่ทาให๎ไมสํ บายใจ การปฏิบัติตามข๎อตกลงในการใช๎อินเทอรเ์ น็ตจะทาให๎ ไมเํ กิดความเสยี หาย
ตํอตนเองและผ๎ูอื่น ข๎อดีและข๎อเสยี ในการใช๎เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร
รหสั ตวั ช้ีวัด
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป 3/1 , ป 3/2, ป 3/3, ป 3/4, ป 3/5
รวมทั้งหมด 5 ตวั ชีว้ ัด
หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ว ๑4๑๐๑ รายวชิ าวิทยาการคานวณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 และเทคโนโลยี
เวลา 40 ชวั่ โมง
ศกึ ษาและฝึกทกั ษะเก่ยี วกับการใช๎อลั กอริทึมเป็นข้ันตอนท่ีใช๎ในการแก๎ปัญหา การแสดง
อลั กอรทิ มึ ทาได๎โดยการเขียน บอกเลํา วาดภาพหรือใช๎สัญลักษณ์ การเขียนโปรแกรมเป็นการสร๎างลาดับ
ของคาสั่งให๎ คอมพิวเตอร์ทางาน การตรวจหาข๎อผิดพลาดทาได๎โดยตรวจสอบคาส่ังที่แจ๎ง ข๎อผิดพลาด
หรอื หากผลลัพธ์ไมํเป็นไปตามทีต่ อ๎ งการให๎ ตรวจสอบการทางานทลี ะคาสงั่ ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช๎ใน
การเขียนโปรแกรม อนิ เตอรเ์ นต็ เป็นเครือขาํ ยขนาดใหญํ ชํวยให๎การติดตํอส่ือสารทาได๎สะดวกและรวดเร็ว
เป็นแหลํงข๎อมูลความรู๎ท่ีชํวย ในการเรียนและการดาเนินชีวิต เว็บเบราว์เซอร์เป็นโปรแกรมสาหรับอําน
เอกสารบนเว็บเพจ การสืบค๎นข๎อมูลบนอินเตอร์เน็ตทาได๎โดยใช๎เว็บไซต์สาหรับสืบค๎นและต๎องกาหนด
คาค๎นที่เหมาะสมจึงจะได๎ข๎อมูลตามต๎องการ การใช๎อินเตอร์เน็ตอยํางปลอดภัยควรอยูํในการดูแลของครู
หรือผ๎ูปกครอง การรวบรวมข๎อมูลทาได๎โดยกาหนดหัวข๎อท่ีต๎องการ เตรียมอุปกรณ์ในการจดบันทึก การ
ประมวลผลอยํางงําย การนาเสนอข๎อมูลทาได๎หลายลักษณะตามความเหมาะสม การใช๎ซ๎อฟแวร์ทางาน
ตามวตั ถปุ ระสงค์ การใช๎เทคโนโลยสี ารสนเทศอยาํ งปลอดภัย ขอความชํวยเหลือจากครูหรือผู๎ปกครองเม่ือ
เกิดปัญหาจาก การใช๎งาน เม่ือพบข๎อมูลหรือบุคคลท่ีทาให๎ไมํสบายใจ การปฏิบัติตามข๎อตกลงในการใช๎
อินเทอร์เน็ตจะทาให๎ ไมํเกิดความเสียหายตํอตนเองและผู๎อื่น ข๎อดีและข๎อเสียในการใช๎เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอ่ื สาร
รหสั ตัวช้ีวดั
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป 4/1 , ป 4/2, ป 4/3, ป 4/4, ป 4/5
รวมท้ังหมด 5 ตัวชว้ี ดั
หลกั สูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว ๑5๑๐๑ รายวิชาวิทยาการคานวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 และเทคโนโลยี
เวลา 40 ชว่ั โมง
ศกึ ษาและฝึกทักษะเกย่ี วกบั การใช๎เหตุผลเชิงตรรกะในการแกป๎ ญั หา การอธิบายการทางาน
หรอื การคาดการผลลัพธ์จากปัญหาอยาํ งงาํ ย การออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยํางงําย การตรวจหา
ขอ๎ ผดิ พลาดในโปรแกรม การค๎นหาข๎อมูลในอินเทอรเ์ น็ตและการใช๎คาค๎น การประเมินความนําเชอื่ ถือ
ของข๎อมูล การรวบรวมข๎อมูล การประมวลผลอยํางงําย การวิเคราะห์ผลและสร๎างทางเลือก การนาเสนอ
ขอ๎ มลู การสื่อสารอยาํ งมีมารยาทและร๎กู าลเทศะ การปกปอู งข๎อมลู สํวนตวั
รหัสตัวชีว้ ดั
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป 5/1 , ป 5/2, ป 5/3, ป 5/4, ป 5/5
รวมท้ังหมด 5 ตวั ชี้วดั
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)