คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
อ ๑๑๒๐๑ รายวิชาภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ใช๎คาสงั่ และปฏิบตั ิตามคาส่ังงํายๆ ตามแบบท่ีฟัง ใช๎คาถามและพูดโต๎ตอบด๎วยถ๎อยคาสั้นๆ งาํ ยๆ
ในการสอ่ื สารระหวํางบุคคลตามแบบที่ฟงั บอกความตอ๎ งการงํายๆ ของตนเอง พดู ขอและให๎ข๎อมูลงาํ ยๆ
เกยี่ วกบั ตนเอง และเรื่องใกล๎ตัวตามแบบที่ฟงั ระบุตัวอักษรและเสียง อาํ นออกเสียงและสะกดคางาํ ยๆ
ถูกต๎องตามหลักการอําน
ผลการเรียนรู้
๑. พูดและปฏบิ ัตติ ามคาสัง่ งํายๆ
๒. พดู โต๎ตอบงํายๆในการสือ่ สารระหวาํ งบุคคลตามแบบทฟ่ี ัง
๓. พูดขอและให๎ข๎อมูลเก่ยี วกับตนเองและเรือ่ งใกล๎ตวั
๔. ระบตุ วั อักษรและเสียง คาศัพทง์ าํ ยๆ
๕. อาํ นและสะกดคาศัพท์งาํ ยๆ สนั้ ๆ
รวม ๕ ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
อ ๑๒๒๐๑ รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่อื การสื่อสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่วั โมง
ใช๎คาส่งั และคาขอรอ๎ ง และปฏบิ ตั ิตามคาสั่งและคาขอร๎องงํายตามแบบท่ีฟงั ตอบคาถามจากการ
ฟังประโยค บทสนทนาหรอื นิทานงํายๆ ทม่ี ีภาพประกอบ พูดโตต๎ อบด๎วยถ๎อยคาสั้นๆ งํายในการส่ือสาร
ระหวํางบุคคลตามแบบทฟ่ี งั บอกความต๎องการงํายๆ เกย่ี วกบั ตนเองตามแบบที่ฟงั พูดขอและให๎ขอ๎ มูล
เกี่ยวกบั ตนเองและเรือ่ งใกล๎ตัวแบบที่ฟัง ระบุตวั อกั ษรและเสยี ง อาํ นออกเสยี งและสะกดคา อําน
ประโยคงํายๆ ถูกต๎องตามหลักการอําน เลอื กภาพตรงตามความหมายของคา กลํมุ คาและประโยคทฟ่ี งั
ผลการเรยี นรู้
๑. พดู และปฏบิ ตั ติ ามคาสัง่ งาํ ยๆ สัน้ ๆ
๒. พูดโต๎ตอบงํายๆในการสอ่ื สารระหวํางบุคคลตามแบบที่ฟัง
๓. พูดขอและใหข๎ ๎อมลู เกย่ี วกับตนเองและเรื่องใกล๎ตัว
๔. ระบตุ ัวอกั ษรและเสียงคาศพั ทง์ ํายๆ
๕. อํานและสะกดคาศัพท์งํายๆ สนั้ ๆ
๖. อาํ นคา กลํุมคา และประโยคงํายๆ สน้ั ๆ
๗. เลอื กภาพ หรือคาศัพท์ ตามความหมายของคา
รวม ๗ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
อ ๑๓๒๐๑ รายวชิ าภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
พดู โต๎ตอบดว๎ ยถ๎อยคาสน้ั ๆ งาํ ยๆ ในการสื่อสารระหวํางบุคคลตามแบบท่ีฟังโดยพูดขอ ข๎อมูล
งาํ ยๆเกย่ี วกับตนเอง เร่ืองใกลต๎ วั และเพ่ือนตามแบบที่ฟัง
ปฏบิ ัตติ ามคาส่งั และคาขอร๎องจากเรื่องท่ฟี ังหรืออาํ นและตอบคาถามจากการฟังหรอื อํานด๎วยบท
สนทนางาํ ยๆ และประโยคสัน้ ๆ
บอกความต๎องการงํายๆของตนเองตามแบบที่ฟงั โดยพูดเป็นคาสั่งหรือคาขอร๎อง และบอก
ความรสู๎ ึกของตนเองเก่ยี วกับสิ่งตํางๆ ใกลต๎ วั หรอื กจิ กรรมตาํ งๆตามแบบที่ฟงั
อาํ นออกเสยี งจัดหมวดหมูํ คา กลุํมคา ประโยค และบทสนทนาตามประเภทถูกตอ๎ งตามหลกั การ
อาํ น เลอื กระบภุ าพหรอื สญั ลักษณ์ตรงตามความหมายของกลมํุ คา และประโยคท่ีฟัง
เห็นประโยชน์ของการเรียนภาษาอังกฤษ สนใจรวํ มกิจกรรมทางภาษาแสวงหาความร๎ูเพ่ิมเติม
ผลการเรยี นรู้
๑. พดู โต๎ตอบดว๎ ยคาสงั่ งาํ ยๆ ในการส่ือสารระหวํางบุคคลไดถ๎ ูกต๎อง
๒. พดู ขอข๎อมลู งํายๆเกีย่ วกับตนเอง เร่ืองใกลต๎ วั และเพื่อนได๎ตามสถานการณ์
๓. ตอบคาถามจากการฟังหรืออํานคา ประโยคส้นั ๆ หรอื การสนทนา และนิทานงํายๆ
๔. นาเสนอกิจกรรมทางภาษาที่เหมาะสมกบั วัย ตามความสนใจด๎วยความสนกุ สนาน
๕. เข๎าใจ คา กลํุมคา และประโยค โดยถาํ ยโอนเปน็ ภาพหรือสัญลกั ษณง์ ํายๆ
๖. ใช๎ภาษางาํ ยๆ ส้ันๆ เพ่ือแสดงความตอ๎ งการของตน โดยใช๎สื่อเทคโนโลยีงํายๆที่มีอยํูใน
สถานศึกษา
๗. ใช๎ภาษางํายๆ เพื่อแสดงความรู๎สกึ ของตนโดยใชป๎ ระโยชน์จากสอื่ การเรียนทางภาษา และผลจาก
การฝกึ ทักษะตาํ งๆ
๘. สนใจเข๎ารวํ มกจิ กรรมทางภาษา แสวงหาความรเ๎ู พมิ่ เตมิ
รวม ๘ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
อ ๑๔๒๐๑ รายวชิ าภาษาอังกฤษเพอื่ การสอ่ื สาร กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ปฏบิ ัติตามและใช๎คาสั่ง คาขอร๎อง คาขออนญุ าตและคาแนะนางํายๆ ออกเสยี งคา กลํุมคา
ประโยค ขอ๎ ความ และบทพูดเข๎าจังหวะตามหลกั การอําน ฟังหรืออํานข๎อความสน้ั ๆ แล๎ววาดภาพ แสดง
ความสมั พนั ธ์ ของส่ิงตํางๆ ใกล๎ตวั ตามทฟี่ งั หรืออําน พูดและเขยี นเพอื่ แสดงความต๎องการให๎ขอ๎ มูล
เกีย่ วกับตนเอง แสดงความรส๎ู กึ ของตนเองตํอสง่ิ ตํางๆใกล๎ตัว รวบรวมคาศพั ท์ที่เกีย่ วข๎องกบั กลุมํ สาระการ
เรียนร๎ูอ่นื มาใช๎ในการสอ่ื สารในสถานการณ์ตํางๆ มีวนิ ัย ใฝุคณุ ธรรม มีจติ สาธารณะ เพื่ออยูใํ นสงั คมอยาํ ง
มีความสุข
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ติ ามคาส่งั คาขอร๎องและคาแนะนางําย ๆ จากเร่ืองท่ีฟงั และอําน
๒. อาํ นออกเสยี งประโยคข๎อความและบทกลอนส้ัน ๆ ถูกต๎องตามหลักการอาํ น
๓. ฟงั หรอื อาํ นข๎อความส้ัน ๆ แลว๎ สามารถเขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ แสดงขอ๎ มลู สญั ลักษณ์
หรือเครอื่ งหมายได๎ตรงตามความหมายของประโยค
๔. บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟงั และอํานบทสนทนาและนิทานงําย ๆ หรือ
เร่ืองสน้ั ๆ
๕. พดู / เขยี น โตต๎ อบในการสือ่ สารระหวํางบุคคล
๖. ใชค๎ าสั่ง คาขอร๎อง คาขออนญุ าตและให๎คาแนะนางําย ๆ
๗. พดู /เขียนแสดงความตอ๎ งการ ขอความชวํ ยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธการ ให๎ความชวํ ยเหลือใน
สถานการณง์ ํายๆ
๘. พดู / เขยี นเพอ่ื ขอและให๎ขอ๎ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเร่ืองใกล๎ตัว
๙. พดู / เขยี น แสดงความรูส๎ ึกของตนเองเกีย่ วกับเรื่องตํางๆใกล๎ตวั และกิจกรรมตํางๆพร๎อมทั้งให๎
เหตุผลสน้ั ๆ ประกอบ
๑๐. พดู /เขยี นให๎ข๎อมลู เกี่ยวกับตนเองและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั สงิ่ ตาํ งๆใกล๎ตวั
รวม ๑๐ ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
อ ๑๕๒๐๑ รายวชิ าภาษาองั กฤษเพ่อื การสือ่ สาร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ คาขอร๎อง คาแนะนางํายๆ ออกเสียงประโยค ข๎อความและบทกลอนสัน้ ตาม
หลักการอําน ฟังขอ๎ ความส้ันๆ และเขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ แสดงข๎อมลู สัญลักษณ์ เครอ่ื งหมายตรง
ตามความหมายของประโยค บอกใจความสาคญั ตอบคาถามจากการฟัง อํานบทสนทนา นิทานงํายๆ
และเรื่องสน้ั โต๎ตอบในการสื่อสารระหวาํ งบคุ คล ใช๎คาสงั่ คาขอรอ๎ ง คาขออนุญาต และให๎คาแนะนา
งํายๆ แสดงความต๎องการของความชํวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหค๎ วามชํวยเหลือในสถานการณ์
งํายๆ ขอใหข๎ ๎อมลู เกย่ี วกับตนเอง เพื่อน ครอบครัวและเรอ่ื งใกลต๎ วั แสดงความรู๎สึกของตนเองเกยี่ วกับ
เร่อื งใกลต๎ ัวและกิจกรรม พร๎อมทัง้ ให๎เหตผุ ล ใหข๎ ๎อมูลตนเองและแสดงความเห็นเก่ียวกับเรื่องตาํ งๆใกลต๎ วั
รวบรวมคาศพั ท์ที่เกยี่ วข๎องกับสาระอ่ืน และนามาสื่อสารในสถานการณ์ตํางๆ ทีเ่ กิดข้ึนในห๎องเรียน
สถานศกึ ษาและอืน่ ๆ มีคุณธรรม มีวนิ ัย ใฝเุ รยี นร๎ู รกั ความเปน็ ไทย
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบตั ติ ามคาสงั่ คาขอรอ๎ งและคาแนะนางําย ๆ จากเร่ืองท่ีฟงั และอําน
๒. อํานออกเสยี งประโยคข๎อความและบทกลอนสน้ั ๆ ถูกต๎องตามหลักการอาํ น
๓. ฟงั หรืออาํ นข๎อความสน้ั ๆ แลว๎ สามารถเขียนภาพ แผนผัง แผนภมู ิ แสดงขอ๎ มลู สัญลักษณ์
หรอื เครื่องหมายไดต๎ รงตามความหมายของประโยค
๔. บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟงั และอาํ นบทสนทนาและนิทานงําย ๆ หรอื
เร่ืองสนั้ ๆ
๕. พูด / เขียน โตต๎ อบในการส่ือสารระหวาํ งบุคคล
๖. ใช๎คาส่ัง คาขอร๎อง คาขออนญุ าตและให๎คาแนะนางาํ ย ๆ
๗. พดู /เขยี นแสดงความตอ๎ งการ ขอความชวํ ยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการ ให๎ความชํวยเหลือใน
สถานการณ์งํายๆ
๘. พดู / เขยี นเพ่อื ขอและให๎ข๎อมลู เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครวั และเร่ืองใกลต๎ ัว
๙. พูด / เขยี น แสดงความร๎สู ึกของตนเองเกี่ยวกบั เรือ่ งตํางๆใกลต๎ ัวและกิจกรรมตํางๆพร๎อมท้งั ให๎
เหตุผลสนั้ ๆ ประกอบ
๑๐. พูด/เขียนใหข๎ ๎อมลู เก่ยี วกับตนเองและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับส่ิงตํางๆใกลต๎ ัว
รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
อ ๑๖๒๐๑ รายวชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
ฟังคาส่ัง คาขอรอ๎ ง คาแนะนา แลว๎ เข๎าใจสามารถปฏบิ ัติตามไดถ๎ ูกต๎อง มที ักษะในการพูดตอบ
คาถาม พูดโตต๎ อบ พดู แสดงความต๎องการขอความชวํ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธ พูดเพอื่ ขอและให๎
ข๎อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครัว เรือ่ งใกลต๎ ัว เทศกาล วนั สาคัญ งานฉลอง ชีวิตความเป็นอยํูของ
เจา๎ ของภาษา โดยใชถ๎ ๎อยคานา้ เสียง และกริ ิยาทาํ ทางอยํางสุภาพเหมาะสม ตามมารยาทสงั คมและ
วัฒนธรรมของเจา๎ ของภาษา เพอ่ื ส่ือสารในสถานการณต์ าํ งๆ ทเ่ี กิดขึ้นในหอ๎ งเรียนและสถานศกึ ษามีความ
มั่นใจในการใช๎ภาษาและมเี จตคติทด่ี ีตํอการเรยี นภาษาอังกฤษรวมท้ังฝึกใหเ๎ ป็นผู๎มีคุณธรรม มีวนิ ยั ใฝุ
เรียนรู๎ และรักความเปน็ ไทย
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอรอ๎ งและคาแนะนางาํ ย ๆ จากเรื่องที่ฟังและอําน
๒. อาํ นออกเสียงประโยคขอ๎ ความและบทกลอนสน้ั ๆ ถูกต๎องตามหลักการอาํ น
๓. ฟังหรืออํานขอ๎ ความสนั้ ๆ แลว๎ สามารถเขยี นภาพ แผนผัง แผนภมู ิ แสดงข๎อมูลสัญลักษณ์
หรือเครอื่ งหมายไดต๎ รงตามความหมายของประโยค
๔. บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังและอํานบทสนทนาและนิทานงาํ ย ๆ หรอื
เร่ืองสั้น ๆ
๕. พูด / เขียน โตต๎ อบในการสื่อสารระหวํางบคุ คล
๖. ใช๎คาส่ัง คาขอร๎อง คาขออนญุ าตและให๎คาแนะนางําย ๆ
๗. พูด/เขียนแสดงความตอ๎ งการ ขอความชวํ ยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการ ใหค๎ วามชวํ ยเหลอื ใน
สถานการณ์งํายๆ
๘. พูด / เขียนเพอื่ ขอและให๎ขอ๎ มลู เกย่ี วกับตนเอง เพื่อน ครอบครวั และเร่ืองใกล๎ตัว
๙. พูด / เขียน แสดงความร๎สู ึกของตนเองเกย่ี วกบั เรื่องตํางๆใกลต๎ ัวและกิจกรรมตํางๆพร๎อมท้ังให๎
เหตผุ ลสั้นๆ ประกอบ
๑๐. พูด/เขียนใหข๎ ๎อมูลเก่ยี วกับตนเองและแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั สิง่ ตาํ งๆใกล๎ตัว
รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
ง ๑๑๒๐๑ รายวชิ าคอมพวิ เตอร์ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง
ศึกษาคน๎ ควา๎ สงั เกต รวบรวมขอ๎ มูลและแหลํงขอ๎ มลู ทีอ่ ยํูใกล๎ตัว สามารถจัดหมวดหมํูของข๎อมูล
และแหลํงข๎อมลู บอกชอ่ื อปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์พ้ืนฐาน อุปกรณ์เทคโนโลยใี นชีวติ ประจาวนั และการใช๎
งานโปรแกรม Paint, Microsoft Word โดยใช๎เคร่อื งมือพน้ื ฐานไปสร๎างงานในรูปแบบคาสัง่ ตาม
จนิ ตนาการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรมในการใชค๎ อมพิวเตอร์และ การสืบค๎นข๎อมลู จาก Internet
ผลการเรียนรู้
๑. บอกข๎อมูลทส่ี นใจและแหลงํ ขอ๎ มูลท่ีอยูใํ กลต๎ วั
๒. บอกประโยชน์ของอปุ กรณเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศ
รวม ๒ ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม
ง ๑๒๒๐๑ รายวชิ าคอมพวิ เตอร์ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ศึกษาค๎นคว๎า สงั เกต รวบรวมข๎อมูลและแหลงํ ขอ๎ มูลทอี่ ยํูใกล๎ตวั สามารถจดั หมวดหมํู
ของขอ๎ มลู และแหลํงขอ๎ มลู บอกชอื่ อุปกรณค์ อมพวิ เตอร์พ้ืนฐานและอุปกรณ์ตํอพํวง อุปกรณ์เทคโนโลยี
ในชวี ติ ประจาวนั และการใช๎งานโปรแกรม Paint, Microsoft Word , Microsoft PowerPoint โดย
ใชเ๎ ครื่องมือพ้นื ฐานไปสร๎างงานในรูปแบบคาสง่ั ตามจินตนาการ สามารถนาเสนอสิ่งท่เี รียนรู๎ เหน็ คุณคาํ
ของการนาความรู๎ไปใชป๎ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั มคี ุณธรรมจริยธรรมในการใชค๎ อมพวิ เตอร์และ การ
สืบคน๎ ขอ๎ มูลจาก Internet
ผลการเรยี นรู้
๑. บอกประโยชน์ของข๎อมูลและรวบรวมข๎อมลู ท่สี นใจจากแหลํงข๎อมลู ตาํ ง ๆ ทเ่ี ชือ่ ถอื ได๎
๒. บอกประโยชนแ์ ละการรักษาแหลงํ ขอ๎ มูล
๓. บอกชอ่ื และหนา๎ ทีอ่ ปุ กรณ์พนื้ ฐานที่เป็นสํวนประกอบหลกั ของคอมพิวเตอร์
รวม ๓ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ง ๑๓๒๐๑ รายวชิ าคอมพวิ เตอร์ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
ศึกษาคน๎ คว๎า การสังเกต อธิบาย วเิ คราะห์อภปิ ราย รวบรวมขอ๎ มลู และแหลงํ ข๎อมลู ท่ี
อยํูใกล๎ตัว บอกช่อื และประโยชนข์ องอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ อปุ กรณ์บันทึกข๎อมูล อุปกรณ์ตํอพวํ งและ
อุปกรณ์เทคโนโลยีในชีวติ ประจาวนั และการใชง๎ านโปรแกรม Microsoft Word , Microsoft
PowerPoint, Microsoft Excel โดยใชเ๎ ครอ่ื งมอื พนื้ ฐานไปสรา๎ งงานในรปู แบบคาสั่ง สามารถนาเสนอ
ส่ิงที่เรียนร๎ู ทกั ษะการแสวงหาความรเู๎ พ่ือใหม๎ จี ิตสานึก เห็นคุณคําของการนาความรู๎ไปใชป๎ ระโยชนใ์ น
ชวี ิตประจาวนั มีคุณธรรมจรยิ ธรรมในการใช๎คอมพวิ เตอร์และ การสืบคน๎ ข๎อมูลจาก Internet
ผลการเรียนรู้
๑. คน๎ หาขอ๎ มูลอยาํ งมีขั้นตอนและนาเสนอข๎อมูลในลักษณะตําง ๆ
๒. บอกวธิ ีดูแลและรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ
รวม ๒ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ง ๑๔๒๐๑ รายวชิ าคอมพิวเตอร์ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
สังเกต ศึกษา เกี่ยวกับความสาคญั ของโปรแกรม Powerpoint และการใช๎เคร่ืองมือตาํ งๆ ใน
โปรแกรม Powerpoint ในการนาเสนอ จดั รูปแบบ แทรกภาพ ตารางและแผนภมู ิ นาเสนองานภาพนิง่
ฝกึ ทักษะขัน้ ตอนการใชโ๎ ปรแกรม Powerpoint สร๎างสรรคช์ ิ้นงานตามความสนใจและจากระบบเครือขาํ ย
ซึ่งสามารถนาความรไู๎ ปใช๎ในชวี ติ ประจาวนั
ผลการเรยี นรู้
๑. เพอ่ื ให๎ผเ๎ู รียนสามารถใช๎โปรแกรม Powerpoint ได๎
๒. เพื่อใหผ๎ เู๎ รียนสามารถสร๎างงานนาเสนอดว๎ ยโปรแกรม Powerpoint ได๎
๓. เข๎าโปรแกรม Internet Explorer เพื่อสืบค๎นขอ๎ มลู ได๎
๔. นาภาพทค่ี ดั ลอกภาพและขอ๎ ความจากระบบเครือขํายไปใชใ๎ นโปรแกรม Powerpoint ได๎
รวม ๔ ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม
ง ๑๕๒๐๑ รายวิชาคอมพิวเตอร์ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
สังเกต บอก ใชโ๎ ปรแกรมที่เกี่ยวกบั การนาเสนอโดยใช๎แหลํงขอ๎ มลู มีทกั ษะในการใช๎ระบบ
อนิ เทอรเ์ นต็ ในการสบื คน๎ ข๎อมลู และนาไปประยุกต์ใช๎ในการเรียนรูใ๎ ช๎ระบบเครือขาํ ยของคอมพวิ เตอร์ใน
การสอื่ สาร และถาํ ยโอนข๎อมูล วางแผนดาเนนิ งานอยํางเป็นระบบฝึกปฏิบตั แิ ละนาทักษะในการใช๎
โปรแกรมคอมพวิ เตอรส์ าเร็จรูปมาพฒั นางาน ออกแบบและสรา๎ งผลงานเปน็ ท่ีนาํ พอใจของตนเองและ
ผอู๎ ่นื มีเจตคตทิ ่ดี ีตอํ วิชาคอมพิวเตอร์
ศึกษาความสาคัญ คานิยาม ลักษณะและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ข๎อมูล สารสนเทศ
แฟูมข๎อมลู และการจดั การสารสนเทศ พัฒนาการด๎านคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ สวํ นประกอบฮาร์ดแวร์
ซอรฟ์ แวร์ บคุ ากร เครือขําย ข๎อมลู ขาํ วสารในรูปแบบตาํ งๆ ทีเ่ ป็นเทคโนโลยสี ารสนเทศสมยั ใหมํ มคี วาม
รบั ผิดชอบ ปฏิบัติการใชค๎ อมพิวเตอรใ์ นการศึกษาเทคโนโลยี การประมวลผลใหไ๎ ด๎สารสนเทศ การ
ประยุกตใ์ ช๎งาน ในดา๎ นการประมวลผลและสร๎างภาพกราฟิกตํางๆ นาเสนองานด๎วยคอมพิวเตอร์ที่
แสดงออกถึงศักยภาพในการเรียนร๎ู
ศกึ ษาหลักการและวิธีการของเทคโนโลยสี ารสนเทศ องคป์ ระกอบและหลักการทางานของ
คอมพิวเตอร์ ระบบส่อื สารข๎อมูล ชนิดของสญั ญาณอเิ ลคทรอนิกส์ท่ีใช๎ในการสอื่ สารขอ๎ มูล ทิศทาง
ชอํ งทาง และอปุ กรณใ์ นการสื่อสารข๎อมลู ระบบเครือขาํ ยอินเทอร์เน็ต การสํงไปรษณียอ์ ิเล็กทรอนิกส์
และการใชท๎ รัพยากรรวํ มกนั ในเครือขําย การประมวลผลข๎อมูลเป็นสารสนเทศ พฒั นาโครงการและ
นาเสนองานโดยใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศ ปฏบิ ตั ใิ นการใช๎ระบบส่ือสารข๎อมลู กับงานดา๎ นตาํ งๆ โดย
นาเสนองานในรูปท่ีเหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์ของงานได๎
ศกึ ษาองค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ ข๎อกาหนดของคอมพิวเตอรแ์ ละอปุ กรณ์
ท่ีเกี่ยวข๎อง แกป๎ ัญหาด๎วยระบบทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อยาํ งมีประสทิ ธิภาพ การประมวลผลแบบสื่อ
ประสมรวบรวมข๎อมูลและนาเสนองานแบบสื่อประสมอยํางมีจิตสานกึ และความรบั ผิดชอบ ปฏิบตั ิสร๎าง
งานนาเสนอแบบสื่อประสม ได๎อยํางมีความคิดสร๎างสรรค์ และตรงตามวตั ถุประสงคข์ องงาน
ศกึ ษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูปฝึกปฏิบัตจิ นมคี วามรู๎ความเขา๎ ใจ หลกั การทางานวิธใี ช๎งาน
โปรแกรม เทคนิคตาํ งๆ ทักษะในการปฏบิ ตั ิการใชโ๎ ปรแกรม วางแผน ออกแบบ ความคิดสร๎างสรรค์
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
สรา๎ งช้นิ งาน แกป๎ ัญหา นาเสนอและสามารถนาเอาเทคนคิ ในการใช๎งานไปประยุกต์ใช๎งานตํางๆได๎อยําง
สร๎างสรรค์ มคี วามรบั ผดิ ชอบและเหมาะสมกับงาน
ผลการเรียนรู้
๑. พิจารณา จัดกลุํม และบอกข๎อดี ของข๎อมลู ได๎
๒. จัดทาข๎อมูลใหเ๎ ป็นสารสนเทศได๎ตามศักยภาพของช้ัน
๓. ประมวลผลดว๎ ยวธิ ีการอยํางงํายได๎
๔. เก็บข๎อมูลจากแหลงํ ข๎อมลู ที่เช่ือถือได๎
๕. บอกชอื่ อปุ กรณ์พนื้ ฐานของคอมพิวเตอรไ์ ด๎
๖. บอกองคป์ ระกอบของการผลิตสารสนเทศดว๎ ยคอมพวิ เตอร์
๗. บอกประโยชนข์ องการนาเอาคอมพิวเตอร์ไปใช๎งานในวงการตํางๆได๎
๘. ใชค๎ อมพิวเตอร์ในการประมวลผลคาและข๎อมลู ได๎
๙. รจู๎ ักสํวนประกอบรปู แบบและอุปกรณ์เชื่อมตํอของเครือขาํ ยอยาํ งงาํ ย
๑๐.สามารถใช๎ทรัพยากรของเครือขํายได๎
๑๑.สามารถนาเสนอขอ๎ มลู ในรูปแบบทเ่ี หมาะสม
๑๒. แกป๎ ญั หาตาํ งๆด๎วยกระบวนการแกป๎ ญั หาได๎
๑๓.สร๎างงานสารสนเทศด๎วยคอมพิวเตอรจ์ ากจินตนาการอยํางมีสานกึ และมคี วามรับผิดชอบ
ดว๎ ยโปรแกรมประยุกต์ได๎
หลกั สูตรโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ง ๑๖๒๐๑ รายวิชาคอมพวิ เตอร์ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ศึกษาประวตั คิ วามเปน็ มาของภาษาโลโก แหลงํ คน๎ หา ภาษาโลโกประเภทตํางๆ การตดิ ต้ัง
โปรแกรม การเรยี กใช๎ การตงั้ คําและสวํ นประกอบของตัวทาการภาษาโลโก(mswlogo) รวมถงึ รูปแบบ
การใชค๎ าสั่งภาษาโลโกในรปู แบบตํางๆ ทัง้ แบบยอํ และแบบทั่วไปสร๎างงานในรูปแบบชุดคาสัง่ และ
กระบวนงาน สรา๎ งงานตามจินตนาการ สามารถเรียกใช๎และบันทึกจัดเกบ็ งาน ในรปู แบบตํางๆ โดยใช๎
กระบวนการทางด๎านเทคโนโลยี 7 ข้ันตอน การสืบค๎นข๎อมูล การแกป๎ ัญหา ดว๎ ยผังงาน การนาเสนอและ
อภิปรายผล เพ่อื เปิดหนา๎ ตํางความคดิ ให๎นักเรียนได๎ใช๎ประสบการณ์ เทคนิคใหมํทค่ี น๎ พบนามาสรา๎ งงาน
ตามจนิ ตนาการ กอํ ใหเ๎ กิดคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ มีความรู๎ ความคดิ ความเขา๎ ใจ มวี ินัย ใฝเุ รยี นรู๎
มุํงม่ันในการทางาน และมีจติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
๑. ใชค๎ อมพิวเตอรใ์ นการค๎นหาข๎อมูลและความรจู๎ ากแหลํงข๎อมูล
๒. นาเสนอข๎อมูลในรูปแบบที่เหมาะสม
๓. ใช๎คอมพวิ เตอร์ในการค๎นหาข๎อมลู
- ข๎อมลู ประวตั ิความเปน็ มาของภาษาโลโก
- ขอ๎ มูลลักษณะเดํนของภาษาโลโก
- ขอ๎ มลู การเลือกใชป๎ ระเภทของภาษาโลโก
จากแหลงํ เรยี นรู๎ได๎
๔. นาเสนอข๎อมลู ในรูปแบบทเี่ หมาะสมและเผยแพรํไดอ๎ ยํางมจี ิตสานึก
๕. รวบรวมข๎อมลู ที่สนใจได๎ตรงตามวัตถุประสงคจ์ ากแหลํงข๎อมลู ตาํ งๆ ทเ่ี ชื่อถือได๎
๖. เข๎าใจหลักการทางานเบื้องต๎น และประโยชน์ของคอมพวิ เตอร์
๗. เขา๎ ใจขน้ั ตอนการใช๎งานคอมพวิ เตอร์
๘. ตดิ ต้ังโปรแกรมภาษาโลโกท่ไี ดจ๎ ากการ Download ได๎
๙. เรยี กใชแ๎ ละออกจากโปรแกรมภาษาโลโกได๎
๑๐. รู๎จกั ชื่อและหนา๎ ทข่ี องอุปกรณ์พ้ืนฐานทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ
๑๑. เข๎าใจหลักการทางานเบ้ืองต๎นและประโยชนข์ องคอมพิวเตอร์
หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
๑๒. บอกชอ่ื และหน๎าที่ของสํวนประกอบหน๎าตํางหลักของภาษาโลโกได๎
๑๓. ปรบั แตํงและแก๎ไขชิ้นงานด๎วยคาสั่งบนเมนบู าร์ได๎
๑๔. เข๎าใจข้นั ตอนการใชง๎ านคอมพิวเตอร์
๑๕. ใชค๎ อมพิวเตอร์ชํวยสรา๎ งช้ินงานจากจินตนาการหรืองานที่ทาในชีวติ ประจาวันอยํางมีจติ สานึกและมี
ความรับผดิ ชอบ
๑๖. สามารถใชค๎ าสง่ั พ้ืนฐานภาษาโลโกสร๎างงานหรอื ภาพได๎
๑๗. สามารถเรยี กใช๎ คาส่ังให๎ทาซา้ สร๎างภาพหรืองานได๎
๑๘. เข๎าใจขัน้ ตอนการใช๎งานคอมพวิ เตอร์
๑๙. เขา๎ ใจหลักการเบ้อื งต๎นของการ แกป๎ ัญหา
๒๐. ใชค๎ อมพวิ เตอร์ชวํ ยสรา๎ งชิ้นงานจากจินตนาการหรืองานที่ทาในชีวิตประจาวันอยํางมีจิตสานึกและมี
ความรับผดิ ชอบ
๒๑. สร๎างกระบวนงานเพ่ือใช๎ในการสร๎างงานได๎
๒๒. เลือกบันทกึ ชนดิ ของแฟูมงานภาษาโลโกได๎ถกู ต๎องและเหมาะสม
๒๓. ใชค๎ าส่งั ภาษาโลโกพิมพ์ตวั อักษรออกมาทางหน๎าตํางแสดงผลได๎
๒๔. สร๎างกระบวนงานรบั คาํ ตัวเลขผาํ นทางตวั แปรได๎
๒๕. เขา๎ ใจขน้ั ตอนการใช๎งานคอมพิวเตอร์
๒๖. เข๎าใจหลักการเบอ้ื งตน๎ ของการ แกป๎ ัญหา
๒๗. ใช๎คอมพิวเตอร์ชํวยสรา๎ งชนิ้ งานจากจินตนาการหรืองานที่ทาในชวี ติ ประจาวนั อยํางมีจติ สานกึ และมี
ความรับผดิ ชอบ
๒๘. ใช๎ฟังก์ชั่นพน้ื ฐานของคณติ ศาสตรส์ ร๎าง ชุดคาสั่งคานวณคาํ ตวั เลข และตวั แปรได๎
๒๙. ใชค๎ าสง่ั กาหนดคําสีในรูปแบบตํางให๎กับชิน้ งานที่สรา๎ งได๎
๓๐. ใชค๎ าสงั่ ภาษาโลโกกาหนดคําเสยี งให๎ เป็นเสยี งโนต๎ มดิ ีได๎
รวม ๓๐ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ศ ๑๑๒๐๑ – ๑๓๒๐๑ รายวชิ าดนตรสี ากล สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ – ๓ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ร๎ู และเข๎าใจเร่ืองระดับเสยี ง ตวั โนต๏ ของดนตรสี ากลระดบั พ้ืนฐาน ฝึกปฏิบตั เิ ครือ่ งดนตรีสากล
ประเภทคยี บ์ อร์ดจนเกดิ ความชานาญในการวางนิ้ว การฝึกไลํบนั ไดเสยี ง เทคนิคตํางๆ การจบั คอรด์
ลักษณะตาํ งๆ การถาํ ยทอดอารมณ์ ตลอดจนพฒั นาฝกึ ฝนเพลงในโน๎ต โด ถึง ซอล แบบงํายๆได๎ ช่นื ชม
ผลงานของตนเอง สามารถนาไปประยุกต์ใชก๎ ับชวี ิตประจาวนั ได๎
ผลการเรยี นรู้
๑. สามารถบอกตวั โน๏ต ไลํระดับเสยี งได๎
๒. สามารถเลนํ คีย์บอรด์ เพลงงํายๆได๎
๓. ช่นื ชมผลงานของตนเอง
๔. สามารถนาความร๎ูท่ีได๎รบั ไปประยุกต์ใช๎กบั ชีวิตประจาวนั
รวม ๔ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
I ๑๔๒๐๑ รายวิชาการคน้ ควา้ เพ่ือเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔-๖ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ฝึกทกั ษะการสังเกต การรับรู๎ สภาพแวดล๎อมและปัญหาเก่ียวกับเร่ืองราวงํายๆส่ิงแวดล๎อมและ
บุคคลใกล๎ตัวที่กาหนดให๎ การคิดวิเคราะห์ การค๎นคว๎าและแสวงหาความร๎ูต้ังประเด็นความรู๎ คาถาม
กาหนดขอบเขต ตงั้ สมมติฐาน แสวงหาข๎อมูล คาตอบ ตามจินตนาการ ตามความรู๎และประสบการณ์
ของตนหรือแหลํงศึกษาค๎นคว๎าใกล๎ตัว ออกแบบ วางแผนรวบรวม วิเคราะห์ข๎อมูลจากการสืบค๎นจัด
กระทาข๎อมูลอยํางงํายและสรุปประเด็นความร๎ูจากข๎อคิดสาคัญ โดยใช๎กระบวนการคิด การต้ังคาถาม
สอบถาม สืบค๎นข๎อมูลคาตอบ กระบวนการปฏิบัติ เพ่ือให๎เกิดทักษะในการค๎นคว๎า แสวงหาความรู๎มี
ทักษะในการคดิ
เขยี นและส่ือสารขอ๎ มูลท่เี รยี นรใ๎ู นรูปแบบกลํมุ หรือรายบุคคลมีลาดับขั้นตอนในการนาเสนอเข๎าใจ
งํายโดยใช๎สื่อที่เหมาะสมกับวัย อ๎างอิงความรู๎ที่ศึกษาค๎นคว๎าและแหลํงความรู๎ท่ีเชื่อถือได๎ มีความคิด
สร๎างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ สามารถเช่ือมโยงความร๎ูสํูการปฏิบัติในสถานการณ์งํายๆใกล๎ตัวท่ีเป็น
ประโยชน์ตํอส่ิงแวดล๎อมหรือบุคคลใกล๎ตัว เห็นคุณคําและประโยชน์ของการศึกษาเรียนร๎ูด๎วยตัวเอง
ทักษะการสอ่ื ความและการนาเสนอ เห็นคุณคาํ และประโยชนข์ องการเรยี นรู๎ดว๎ ยตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. ต้ังประเดน็ ความรู๎ คาถาม ข๎อสงสัย ในสิ่งทสี่ นใจเก่ียวกับส่ิงแวดลอ๎ มหรอื บุคคลใกลต๎ ัว
๒. วางแผน กาหนดขอบเขต ในการรวบรวมและลาดับขั้นตอนการเก็บข๎อมูล ค๎นคว๎า
แสวงหาขอ๎ มูล คาตอบ จากแหลงํ ค๎นควา๎ ใกลต๎ วั
๓. แสวงหาข๎อมูลและอา๎ งอิงแหลํงเรียนรู๎ท่ีเช่อื ถือได๎
๔. อภิปรายและวิเคราะหข์ ๎อมูลการสบื คน๎
๕. พดู เขยี น เพือ่ สรุปประเดน็ ความร๎จู ากขอ๎ คิดสาคญั ท่ไี ด๎ศึกษาคน๎ ควา๎
๖. สือ่ สารและนาเสนอเปน็ ลาดบั ขน้ั ตอน เขา๎ ใจงําย ในรปู แบบกลํุม หรือรายบุคคล
๗. ใช๎สื่อในการนาเสนอท่เี หมาะสมกบั วยั
รวม ๗ ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติมหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ส๑๑๒01 หน้าทพ่ี ลเมอื ง ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
ปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีมารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การรับประทานอาหาร การทักทาย
ด๎วยวาจาและย้ิม แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีตํอพํอแมํและญาติผ๎ูใหญํ เห็นความสาคัญของภาษาไทย
ปฏบิ ตั ิตนเป็นผ๎ูมีวนิ ัยในตนเอง ในเรอ่ื งความซื่อสตั ย์สุจริต ขยนั หม่ันเพยี ร อดทน ใฝุหาความร๎ู ตั้งใจปฏิบัติ
หน๎าท่ี และยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทาของตนเอง
เข๎ารํวมกิจกรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนตามพระบรม
ราโชวาท ในเรื่องการออมและการประหยัด หลักการทรงงาน ในเรื่องการประหยัด ความเรียบงําย ได๎
ประโยชน์สงู สดุ ความซือ่ สตั ยส์ ุจริตและจรงิ ใจตํอกัน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู๎
มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความร๎ู ต้ังใจปฏิบัติหน๎าที่ และ
ยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ตั ติ นตามข๎อตกลง กติกา และหน๎าท่ีที่ต๎องปฏิบัติในห๎องเรียน ในเร่ืองการรักษาความสะอาด
การรกั ษาของใชร๎ วํ มกนั และการสงํ งาน ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหน๎าทใี่ นฐานะสมาชิกที่ดีของครอบครัวและ
ห๎องเรียน ในเรื่องการเชื่อฟังคาส่ังสอนของพํอแมํ ญาติผ๎ูใหญํและครู ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ใน
เร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความร๎ู ต้ังใจปฏิบัติหน๎าท่ี และยอมรับผลท่ีเกิดจาก
การกระทาของตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกตํางของตนเองและผู๎อ่ืน ในเร่ืองเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ
ความพิการ ความสามารถ ถิ่นกาเนิด ฯลฯ ยกตัวอยํางความขัดแย๎งในห๎องเรียน ในกรณีความคิดเห็นไมํ
ตรงกัน การละเมดิ สทิ ธิของผอู๎ ่ืน และเสนอวธิ ีการแก๎ปัญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ใน
เรือ่ งความซ่อื สัตย์สุจริต อดทน และยอมรับผลท่เี กิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช๎กระบวนการคิด กระบวนการกลํุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
และกระบวนการแกป๎ ัญหา
เพือ่ ให๎ผู๎เรยี นมีลกั ษณะที่ดีของคนไทย ภาคภมู ใิ จและรกั ษาไว๎ซงึ่ ความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รกั ชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนา เทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยํูรํวมกับผู๎อื่น
อยํางสันติ สามารถจดั การความขัดแยง๎ ดว๎ ยสันตวิ ธิ ี และมวี ินยั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผม๎ู มี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญกู ตเวทีตอํ บคุ คลในครอบครัว
๓. เห็นความสาคญั ของภาษาไทย
๔. เข๎ารํวมกจิ กรรมเกย่ี วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏบิ ัตติ นตามขอ๎ ตกลง กติกา และหนา๎ ทที่ ี่ต๎องปฏบิ ัตใิ นหอ๎ งเรยี น
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
๗. ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหน๎าทใ่ี นฐานะสมาชิกที่ดขี องครอบครัวและหอ๎ งเรยี น
๘. ยอมรับความเหมือนและความแตกตาํ งของตนเองและผอู๎ ่ืน
๙. ยกตวั อยํางความขดั แยง๎ ในหอ๎ งเรยี นและเสนอวธิ ีการแก๎ปัญหาโดยสันติวธิ ี
๑๐. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผ๎ูมีวินยั ในตนเอง
รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติมหน้าทพ่ี ลเมือง
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ ส๑๒๒01 หน้าทพ่ี ลเมือง ๒ เวลา ๔๐ ช่วั โมง
ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีมารยาทไทย ในเรื่องการพูดด๎วยถ๎อยคาไพเราะและการมีกิริยาสุภาพอํอนน๎อม
แสดงออกถงึ ความกตัญญูกตเวทีตํอบคุ คลในโรงเรยี น เห็นประโยชน์ของการแตํงกายด๎วยผ๎าไทย ปฏิบัติตน
เป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝุหาความรู๎ ต้ังใจปฏิบัติหน๎าท่ี
และยอมรับผลที่เกดิ จากการกระทาของตนเอง
เข๎ารํวมกิจกรรมเก่ียวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนตามพระบรม
ราโชวาท ในเร่อื งความขยันและความอดทน หลักการทรงงาน ในเร่อื งการพ่งึ ตนเองและร๎ู รัก สามัคคี และ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต
ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน ใฝหุ าความรู๎ ต้ังใจปฏิบัติหน๎าท่ี และยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบ และหน๎าท่ีที่ต๎องปฏิบัติในโรงเรียน ในเรื่องการแตํงกาย การเข๎าแถว
การดูแลพ้ืนทที่ ่ไี ดร๎ บั มอบหมาย ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหน๎าทีใ่ นฐานะสมาชกิ ท่ดี ีของห๎องเรียนและโรงเรียน
ในเร่ืองการเปน็ ผ๎นู าและการเป็นสมาชกิ ที่ดี หนา๎ ทีแ่ ละความรบั ผดิ ชอบ ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ใน
เร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความร๎ู ตั้งใจปฏิบัติหน๎าที่ และยอมรับผลที่เกิดจาก
การกระทาของตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกตํางของตนเองและผ๎ูอ่ืน ในเร่ืองเช้ือชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ
ความพิการ ความสามารถ ถ่ินกาเนิด ฯลฯ ยกตัวอยํางความขัดแย๎งในโรงเรียน ในกรณีหน๎าท่ีและความ
รบั ผิดชอบ และการใชข๎ องสํวนรวม และเสนอวิธีการแก๎ปัญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง
ในเรื่องความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ อดทน และยอมรบั ผลทเ่ี กิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช๎กระบวนการคิด กระบวนการกลํุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
และกระบวนการแกป๎ ญั หา
เพ่ือใหผ๎ ูเ๎ รียนมลี กั ษณะทีด่ ขี องคนไทย ภาคภมู ิใจและรกั ษาไว๎ซงึ่ ความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดมัน่ ในศาสนา เทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูํรํวมกับผ๎ูอื่น
อยาํ งสันติ สามารถจัดการความขัดแยง๎ ดว๎ ยสันติวธิ ี และมวี ินยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมมี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญูกตเวทตี อํ บุคคลในโรงเรยี น
๓. เห็นประโยชน์ของการแตงํ กายด๎วยผา๎ ไทย
๔. เข๎ารํวมกจิ กรรมเกีย่ วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
๕. ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบียบ และหนา๎ ทท่ี ่ีตอ๎ งปฏิบตั ิในโรงเรียน
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา๎ ท่ีในฐานะสมาชกิ ที่ดีของห๎องเรียนและโรงเรยี น
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
๘. ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกตํางของตนเองและผูอ๎ ืน่
๙. ยกตวั อยํางความขัดแยง๎ ในโรงเรยี นและเสนอวิธีการแก๎ปญั หาโดยสนั ติวิธี
๑๐. ปฏิบตั ิตนเป็นผม๎ู ีวินัยในตนเอง
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ส๑๓๒01 หน้าทพี่ ลเมือง ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีมารยาทไทย ในเร่ืองการต๎อนรับผ๎ูมาเยือน และการปฏิบัติตนตามกาลเทศะ
แสดงออกถงึ ความกตญั ญูกตเวทีตํอบุคคลในชุมชน เห็นคุณคําของภูมิปัญญาท๎องถิ่นในเรื่องตําง ๆ ปฏิบัติ
ตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน และยอมรับผลท่ีเกิดจากการ
กระทาของตนเอง
เข๎ารํวมกิจกรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนตามพระบรม
ราโชวาท ในเรื่องความซื่อสัตย์และความเสียสละ หลักการทรงงาน ในเรื่องการมีสํวนรํวมและความเพียร
และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
ขยันหมั่นเพยี ร อดทน ใฝหุ าความร๎ู ต้งั ใจปฏิบัติหนา๎ ท่ี และยอมรบั ผลทีเ่ กดิ จากการกระทาของตนเอง
ปฏิบัติตนตามข๎อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหน๎าที่ที่ต๎องปฏิบัติในห๎องเรียนและโรงเรียน ใน
เรื่องการใช๎และการดูแลรักษาสิ่งของ เครื่องใช๎และสถานท่ีของสํวนรวม ปฏิบัติตนตามบทบาทหน๎าที่ใน
ฐานะสมาชิกท่ีดีของห๎องเรียนและโรงเรียน ในเรื่องการใช๎สิทธิและหน๎าที่ และการใช๎เสรีภาพอยําง
รบั ผดิ ชอบ มีสํวนรํวมในกิจกรรมตําง ๆ ของหอ๎ งเรยี นและโรงเรยี น ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู๎ วี นิ ยั ในตนเอง ในเรื่อง
ความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝุหาความร๎ู ต้ังใจปฏิบัติหน๎าท่ี และยอมรับผลท่ีเกิดจากการ
กระทาของตนเอง
ยอมรับความเหมอื นและความแตกตํางระหวํางบุคคล ในเร่ืองเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความ
พิการ ความสามารถ ถ่ินกาเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อยํูรํวมกับผู๎อื่นอยํางสันติและพ่ึงพาซ่ึงกันและกัน
ด๎วยการไมํรังแก ไมํทาร๎าย ไมํล๎อเลียน ชํวยเหลือซ่ึงกันและกัน และแบํงปัน ยกตัวอยํางความขัดแย๎งใน
ชุมชน ในกรณีการใช๎สาธารณสมบัติและการรักษาสิ่งแวดล๎อม และเสนอวิธีการปัญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติ
ตนเปน็ ผม๎ู วี นิ ัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยส์ ุจริต อดทน และยอมรับผลทเี่ กิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช๎กระบวนการคิด กระบวนการกลุํม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
และกระบวนการแก๎ปัญหา
เพ่ือใหผ๎ เ๎ู รยี นมีลักษณะทีด่ ีของคนไทย ภาคภูมิใจและรกั ษาไวซ๎ ึ่งความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดม่นั ในศาสนา เทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูํรํวมกับผู๎อื่น
อยาํ งสันติ สามารถจดั การความขดั แยง๎ ดว๎ ยสันติวิธี และมวี ินยั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู๎ ีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความกตัญญกู ตเวทตี ํอบคุ คลในชุมชน
๓. เหน็ คณุ คําของภมู ปิ ัญญาทอ๎ งถ่ิน
๔. เข๎ารํวมกิจกรรมเกย่ี วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. ปฏิบัตติ นตามขอ๎ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ และหนา๎ ทที่ ี่ตอ๎ งปฏิบตั ิในหอ๎ งเรยี นและโรงเรียน
หลกั สูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
๗. ปฏิบตั ิตนตามบทบาทหน๎าที่และมีสวํ นรํวมในกิจกรรมตําง ๆ ของหอ๎ งเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรบั และอยรูํ วํ มกับผู๎อ่ืนอยํางสนั ติ
๙. ยกตัวอยํางความขัดแยง๎ ในชมุ ชนและเสนอวธิ ีการแกป๎ ัญหาโดยสนั ติวิธี
๑๐. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผม๎ู ีวินยั ในตนเอง
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติมหน้าทพ่ี ลเมือง
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔ ส๑๔๒01 หน้าที่พลเมือง ๔ เวลา ๔๐ ช่วั โมง
เห็นคุณคําและปฏิบัติตนเป็นผู๎มีมารยาทไทยในพิธีการตําง ๆ ในเรื่องการกลําวคาต๎อนรับ การ
แนะนาตวั เองและแนะนาสถานที่ แสดงออกถึงความกตญั ญูกตเวทีตํอผ๎ูทาประโยชน์ในสังคม มีสํวนรํวมใน
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในท๎องถ่ิน ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต อดทน
และยอมรบั ผลที่เกดิ จากการกระทาของตนเอง
เห็นความสาคัญและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์ ในเรื่องการใช๎สินค๎าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติ
ตนเป็นศาสนกิ ชนท่ดี ี ปฏบิ ัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตร ปฏิบตั ิตนตามพระบรมราโชวาท ใน
เร่ืองการมีวินัยและการขํมใจ หลักการทรงงาน ในเรื่องประโยชน์สํวนรวมและพออยูํพอกิน และหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร
อดทน ใฝหุ าความร๎ู ต้ังใจปฏิบตั ิหน๎าท่ี และยอมรับผลที่เกดิ จากการกระทาของตนเอง
มสี วํ นรํวมในการสร๎างและปฏิบัตติ ามข๎อตกลง กติกาของห๎องเรียน ในเร่ืองการรักษาความสะอาด การ
รักษาของใช๎รํวมกันและการสํงงาน โดยใช๎กระบวนการมีสํวนรํวมในการสร๎างข๎อตกลง กติกาด๎วยหลักเหตุผล
และยึดถือประโยชน์สํวนรวม ปฏิบัติตนตามบทบาทหน๎าที่ของการเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและห๎องเรียน
ในเร่ืองการเป็นผู๎นาและการเป็นสมาชิกท่ีดี การมีเหตุผล ยอมรับฟังความคิดเห็นของผ๎ูอ่ืน และการปฏิบัติตาม
เสียงข๎างมากและยอมรับเสียงข๎างน๎อย มีสํวนรํวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของครอบครัวและ
ห๎องเรียน ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝุหาความร๎ู
ตง้ั ใจปฏิบตั ิหน๎าที่ และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความเหมือนและความแตกตํางระหวํางบุคคล ในเร่ืองเช้ือชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ ความ
พกิ าร ความสามารถ ถิ่นกาเนิด สถานะของบุคคล ฯลฯ อยํูรํวมกับผ๎ูอื่นอยํางสันติและพ่ึงพาซ่ึงกันและกัน
ในเรื่องการไมํรังแก ไมํทาร๎าย ไมํล๎อเลียน ชํวยเหลือซึ่งกันและกันและแบํงปัน วิเคราะห์ปัญหาความ
ขัดแย๎งในทอ๎ งถน่ิ ในกรณกี ารใช๎สาธารณสมบตั ิและการรักษาส่ิงแวดล๎อม และเสนอแนวทางการแก๎ปัญหา
โดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจาก
การกระทาของตนเอง
โดยใช๎กระบวนการคิด กระบวนการกลํุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
และกระบวนการแกป๎ ญั หา
เพอื่ ให๎ผ๎เู รยี นมลี ักษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภูมิใจและรกั ษาไวซ๎ ึ่งความเป็นไทย แสดงออกถึงความ
รักชาติ ยึดม่ันในศาสนา เทดิ ทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูํรํวมกับผ๎ูอ่ืน
อยํางสนั ติ สามารถจดั การความขัดแย๎งด๎วยสันตวิ ิธี และมีวนิ ัยในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. เหน็ คุณคาํ และปฏิบัติตนเปน็ ผ๎ูมมี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญกู ตเวทตี อํ ผทู๎ าประโยชนใ์ นสงั คม
๓. มีสํวนรํวมในขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
๔. เห็นความสาคัญและแสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนาและเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. มีสํวนรวํ มในการสรา๎ งและปฏิบตั ิตามข๎อตกลง กตกิ าของหอ๎ งเรียน
๗. ปฏิบัติตนตามบทบาทหนา๎ ที่ มีสวํ นรวํ มและรบั ผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจในกิจกรรมของครอบครัวและหอ๎ งเรียน
๘. ยอมรับและอยํรู ํวมกับผูอ๎ ่ืนอยาํ งสนั ติ และพ่งึ พาซ่งึ กนั และกัน
๙. วเิ คราะหป์ ัญหาความขัดแย๎งในท๎องถน่ิ และเสนอแนวทางการแก๎ปัญหาโดยสันติวิธี
๑๐. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผ๎ูมีวินยั ในตนเอง
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติมหนา้ ทพี่ ลเมอื ง
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ส๑๕๒๐๑ หน้าท่พี ลเมือง ๕ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
เห็นคุณคําและปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีมารยาทไทยในการสนทนา การปฏิบัติตนตามกาลเทศะ และ
การต๎อนรับผ๎ูมาเยือนร๎ูคุณคํา ใช๎อยํางประหยัด ค๎ุมคําและบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล๎อม มีสํวนรํวมในศิลปวัฒนธรรมไทยปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต
ต้งั ใจปฏบิ ัติหนา๎ ท่ี และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
เห็นคุณคําและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
ด๎วยการใช๎สินคา๎ ไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนท่ี
ดี ปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเรื่องความ
เอ้ือเฟ้ือเผื่อแผํและความสามัคคีหลักการทรงงาน ในเรื่องการทาตามลาดับข้ันและทางานอยํางมี
ความสุข และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์
สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความร๎ู ตั้งใจปฏิบัติหน๎าที่ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของ
ตนเอง
มีสํวนรํวมในการสร๎างและปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบของโรงเรียน ในการรักษาความสะอาด
การรักษาของใช๎รํวมกันและการดูแลพ้ืนที่ที่ได๎รับมอบหมาย โดยใช๎กระบวนการมีสํวนรํวมในการสร๎าง
กฎ ระเบียบ ด๎วยหลักเหตุผลและยึดถือประโยชน์สํวนรวม ปฏิบัติตนตามบทบาทหน๎าที่ของการเป็น
สมาชิกท่ีดีของห๎องเรียนและโรงเรียน ในเรื่องการยึดถือหลักความจริง ความดีงาม ความถูกต๎องและ
หลกั เหตุผล การยึดถือประโยชน์ ของสํวนรวมเป็นสาคัญ การยึดหลักความเสมอภาคและความยุติธรรม
มสี ํวนรํวมและรบั ผดิ ชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห๎องเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยใน
ตนเอง ในเรอ่ื งความซือ่ สตั ยส์ จุ รติ ขยนั หมัน่ เพียร อดทน ใฝุหาความรู๎ ตัง้ ใจปฏิบัติหน๎าท่ี และยอมรับผล
ทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในท๎องถิ่น ในเร่ืองวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนาและ
ส่ิงแวดล๎อม อยูํรํวมกับผ๎ูอ่ืนอยํางสันติและพ่ึงพากัน ด๎วยการเคารพซึ่งกันและกัน ไมํแสดงกิริยา วาจาดู
หม่ินผ๎ูอื่น ชํวยเหลือซึ่งกันและกัน และแบํงปัน วิเคราะห์ปัญหาความขัดแย๎งในภูมิภาคของตนเอง ใน
เร่ืองการจัดการทรัพยากร และการขัดแย๎งทางความคิด และเสนอแนวทางการแก๎ปัญหาโดยสันติวิธี
ปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการ
กระทาของตนเอง
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
๒
โดยใช๎กระบวนการคิด กระบวนการกลํุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
และกระบวนการแก๎ปญั หา
เพ่ือให๎ผ๎ูเรียนมีลักษณะท่ีดีของคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว๎ซ่ึงความเป็นไทย แสดงออกถึง
ความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยํู
รํวมกบั ผ๎ูอื่นอยาํ งสนั ติ สามารถจัดการความขดั แยง๎ ด๎วยสันติวธิ ี และมีวินยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. เห็นคุณคาํ และปฏิบัติตนเป็นผู๎มีมารยาทไทย
๒. รค๎ู ุณคาํ และบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ๎ ม
๓. มีสํวนรวํ มในศิลปวัฒนธรรมไทย
๔. เห็นคุณคําและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์
๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. มีสํวนรวํ มในการสรา๎ งและปฏบิ ัตติ ามกฎ ระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏิบัติตนตามบทบาทหน๎าท่ี มีสํวนรํวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของ
หอ๎ งเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรับความหลากหลายทางสังคม วฒั นธรรมในท๎องถนิ่ และอยํูรํวมกับผ๎ูอื่นอยํางสันติ และ
พ่งึ พาซึง่ กนั และกัน
๙. วิเคราะห์ปญั หาความขัดแย๎งในภมู ิภาคของตนเองและเสนอแนวทางการแก๎ปัญหาโดยสันตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผม๎ู วี นิ ัยในตนเอง
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
๓
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติมหน้าทพ่ี ลเมอื ง
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ส๑๖๒01 หนา้ ทพ่ี ลเมือง ๖ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ปฏบิ ัติตนและชักชวนผู๎อื่นให๎มีมารยาทไทย ในเร่ืองการแสดงความเคารพ การสนทนา การปฏิบัติ
ตนตามกาลเทศะ และการต๎อนรับผ๎ูมาเยือน มีสํวนรํวมและชักชวนผู๎อ่ืนให๎อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล๎อม มีสํวนรํวมในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู๎มี
วินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต ตั้งใจปฏิบัติหน๎าท่ี และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของ
ตนเอง
เห็นคุณคําและแนะนาผู๎อ่ืนให๎แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์ ด๎วยการใช๎สินค๎าไทย ดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ ปฏิบัติตน
เปน็ ศาสนกิ ชนท่ีดี ปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท ในเร่ือง
ความใฝุรู๎ ความกตัญญู หลักการทรงงาน ในเรื่ององค์รวมและทาให๎งําย และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความร๎ู
ต้ังใจปฏิบัติหน๎าท่ี และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏิบัติตนและแนะนาผูอ๎ นื่ ให๎ปฏิบัติตามขอ๎ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบของห๎องเรียนและโรงเรียน
ในการใช๎และดูแลรักษาส่ิงของ เคร่ืองใช๎ วัสดุอุปกรณ์ และสถานที่ของสํวนรวม เห็นคุณคําและปฏิบัติ
ตนตามบทบาทหน๎าที่ของการเป็นสมาชิกท่ีดีของห๎องเรียนและโรงเรียน ด๎วยการเป็นผ๎ูนาและการเป็น
สมาชิกที่ดี การยึดถือประโยชน์ของสํวนรวมเป็นสาคัญ การใช๎สิทธิและหน๎าที่ การใช๎เสรีภาพอยําง
รับผิดชอบ มีสํวนรํวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห๎องเรียนและโรงเรียน ปฏิบัติตน
เป็นผ๎ูมวี ินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความร๎ู ตั้งใจปฏิบัติหน๎าที่
และยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทย ในเรือ่ งวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา
และสิ่งแวดล๎อม อยํูรํวมกับผ๎ูอื่นอยํางสันติและพ่ึงพากัน ในเร่ืองการเคารพซ่ึงกันและกัน ไมํแสดงกิริยา
วาจาดูหม่ินผ๎ูอื่น ชํวยเหลือซ่ึงกันและกัน และแบํงปัน วิเคราะห์ปัญหาความขัดแย๎งในประเทศไทย ใน
เร่ืองการการละเมิดสิทธิ การรักษาสิ่งแวดล๎อม และเสนอแนวทางการแก๎ปัญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตน
เปน็ ผ๎มู วี นิ ัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจรติ อดทน และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช๎กระบวนการคิด กระบวนการกลุํม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
และกระบวนการแกป๎ ญั หา
เพ่ือให๎ผู๎เรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว๎ซ่ึงความเป็นไทย แสดงออกถึง
ความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยํู
รํวมกับผอ๎ู นื่ อยํางสนั ติ สามารถจดั การความขัดแย๎งดว๎ ยสนั ตวิ ธิ ี และมีวนิ ยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ัติตนและชกั ชวนผอ๎ู นื่ ใหม๎ มี ารยาทไทย
หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๔
๒. มีสวํ นรํวมและชักชวนผอู๎ ื่นใหอ๎ นุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ๎ ม
๓. มสี วํ นรวํ มในขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภูมปิ ญั ญาไทย
๔. เห็นคุณคําและแนะนาผู๎อื่นให๎แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์
๕. ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏิบัติตนและแนะนาผู๎อ่ืนให๎ปฏิบัติตามข๎อตกลง กติกา กฎ ระเบียบของห๎องเรียนและ
โรงเรยี น
๗. เห็นคุณคําและปฏิบัติตนตามบทบาทหน๎าท่ี มีสํวนรํวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจใน
กิจกรรมของห๎องเรยี นและโรงเรียน
๘. ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทย และอยูํรํวมกับผู๎อ่ืนอยํางสันติ และ
พึง่ พาซ่ึงกนั และกนั
๙. วเิ คราะหป์ ัญหาความขดั แยง๎ ในประเทศไทยและเสนอแนวทางการแกป๎ ัญหาโดยสันตวิ ิธี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม๎ วี ินยั ในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๕
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาผเ๎ู รยี น เปน็ กิจกรรมท่ีมํุงเนน๎ ใหผ๎ ู๎เรยี นพฒั นาตนเองตามศักยภาพ พฒั นาอยาํ ง
รอบดา๎ นเพ่อื ความเป็นมนุษย์ทสี่ มบูรณ์ ทง้ั ราํ งกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสรา๎ งให๎เปน็
ผูม๎ ีศีลธรรม จรยิ ธรรม มีระเบียบวนิ ัย ปลกู ฝงั และสรา๎ งจิตสานกึ ของการทาประโยชนเ์ พือ่ สงั คม
สามารถจดั การตนเองได๎ และอยูํรวํ มกบั ผอ๎ู ืน่ อยํางมีความสุข
โรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี ได๎จดั กิจกรรมพฒั นาผู๎เรยี นโดยแบงํ ออกเปน็ 3 ลกั ษณะ ดงั น้ี
๑. กจิ กรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมท่ีสงํ เสริมและพฒั นานักเรียนให๎นักเรียนมคี ุณภาพ ดังนี้
๑.๑ เพอื่ ให๎ผ๎เู รยี นเกิดการเรียนร๎ู รจู๎ กั เข๎าใจ และเห็นคณุ คาํ ในตนเองและผ๎ูอ่นื
๑.๒ เพ่ือให๎ผูเ๎ รียนเกิดการเรยี นร๎ู สามารถวางแผนการเรยี น อาชพี รวมทั้งการดาเนินชวี ิตและสังคม
๑.๓ เพ่ือให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนร๎ู สามารถปรับตัวได๎อยํางเหมาะสม และอยํูรํวมกับผ๎ูอื่นได๎อยํางมี
ความสุขนกั เรียนทุกคนต๎องเขา๎ รํวมกิจกรรมแนะแนว 40 ชว่ั โมงตํอปีการศึกษา
แนวการจดั กิจกรรมแนะแนว
๑. สารวจสภาพปัญหา ความต๎องการ ความสนใจ และธรรมชาติของผ๎เู รยี น เพอ่ื ใช๎เป็นขอ๎ มูลในการ
กาหนดแนวทางและแผนการปฏิบัตกิ จิ กรรมแนะแนว
๒. ศึกษาวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และวิเคราะห์ข๎อมูลของผู๎เรียนท่ีได๎จากฐานข๎อมูลผ๎ูเรียนเป็น
รายบุคคล หรือการสารวจเพ่อื ทราบปัญหา ความตอ๎ งการ และความสนใจ เพ่ือนาไปกาหนดสาระและรายละเอียด
ของกจิ กรรมแนะแนว
๓. กาหนดสดั สํวนของกิจกรรมด๎านการศึกษา การงานและอาชพี รวมท้ังชวี ติ และสังคม ให๎ได๎สัดสํวน
ท่ีเหมาะสม โดยยึดสภาพปัญหา ความต๎องการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู๎เรียนเป็นหลัก ท้ังนี้ครูและ
ผู๎เรยี นมสี ํวนรํวมในการปฏิบตั ิกจิ กรรม
๔. กาหนดการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมแนะแนว โดยระดับประถมศึกษาจัดเป็นรายปี/ระดับมัธยมศึกษาจัดเป็น
รายภาค เมือ่ กาหนดสดั สํวนของกิจกรรมในแตลํ ะด๎านแลว๎ จะตอ๎ งระบวุ าํ จะจัดกจิ กรรมแนะแนวในด๎านใด จานวนก่ี
ช่ัวโมง พร๎อมท้ังจะต๎องกาหนดรายละเอียดของแตํละด๎านให๎ชัดเจนวําควรมีเร่ืองอะไรบ๎าง เพ่ือจะได๎จัดทาเป็น
รายละเอยี ดของแตํละกจิ กรรมยํอยตอํ ไป
หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)
๖
๕. การจัดทารายละเอียดของแตํละแผนการปฏิบัติกิจกรรม เร่ิมตั้งแตํการกาหนดชื่อกิจกรรม
จุดประสงค์ เวลา เน้ือหา/สาระ วธิ ดี าเนนิ กิจกรรม สือ่ /อุปกรณ์ และการประเมินผล
๖. ปฏิบตั ติ ามแผนการปฏิบัติกจิ กรรมแนะแนว วดั และประเมนิ ผล และสรุปรายงาน
๒. กิจกรรมนกั เรียน เป็นกจิ กรรมทส่ี ํงเสริมและพฒั นานักเรยี นใหเ๎ กดิ คุณลักษณะ ดงั น้ี
๒.๑ เพ่อื พัฒนาผเ๎ู รียนใหม๎ ีระเบียบวินัย มคี วามเปน็ ผ๎นู า ผู๎ตามที่ดี และมคี วามรับผิดชอบ
๒.๒ เพื่อพัฒนาผู๎เรียนให๎มีทักษะการทางานรํวมกัน ร๎ูจักการแก๎ปัญหา มีเหตุผล ตัดสินใจที่
เหมาะสม ชวํ ยเหลือแบงํ ปนั เอ้ืออาทร และสมานฉนั ท์
๒.๓ สงํ เสรมิ สนบั สนุนให๎ผูเ๎ รียนมีคุณธรรมจริยธรรม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๒.๔ สํงเสริมและสนบั สนนุ ให๎ผ๎เู รยี นได๎ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามความถนัดและความสนใจ
กิจกรรมนักเรยี นประกอบด๎วย
๒.๑ กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด นกั เรียนทกุ คนต๎องเข๎ารวํ มกิจกรรม
ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด 40 ชว่ั โมงตอํ ปีการศึกษา
แนวการจัดกจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด
การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวิธีการลูกเสือ (Scout Method) ซึ่งมี
องค์ประกอบ ๗ ประการ คือ
๑. คาปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลักเกณฑ์ท่ีลูกเสือทุกคนให๎คาม่ันสัญญาวําจะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ
กฎของลกู เสือมีไวใ๎ ห๎ลูกเสือเปน็ หลักในการปฏิบัติ ไมํได๎ “ห๎าม” ทา หรือ “บังคับให๎” ทา แตํถ๎า “ทา” ก็จะทา
ให๎เกดิ ผลดีแกํตวั เอง เป็นคนดี ไดร๎ ับการยกยอํ งวาํ เปน็ ผมู๎ เี กียรตเิ ชื่อถือได๎ ฯลฯ
๒. เรยี นร้จู ากการกระทา เป็นการพฒั นาสํวนบคุ คล ความสาเร็จหรือไมํสาเร็จของผลงานอยทูํ ่ีการกระทา
ของตนเอง ทาให๎มคี วามร๎ทู ช่ี ัดเจน และสามารถแก๎ปญั หาตาํ ง ๆ ดว๎ ยตนเองได๎ และทา๎ ทายความสามารถของตนเอง
๓. ระบบหมู่ เปน็ รากฐานอันแท๎จริงของการลูกเสือ เป็นพื้นฐานในการอยูํรํวมกัน การยอมรับซึ่งกันและ
กัน ซงึ่ เปน็ การเรียนรกู๎ ารใชป๎ ระชาธิปไตยเบื้องต๎น
๔. การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ฝึกให๎มีความเป็นหนึ่งเดียวในการเป็นสมาชิกลูกเสือ เนตรนารี ด๎วยการใช๎
สัญลักษณ์รํวมกัน ได๎แกํ เคร่ืองแบบ เคร่ืองหมาย การทาความเคารพ รหัส คาปฏิญาณ กฎ คติพจน์ คาขวัญ
ธง เป็นต๎น วิธีการนี้จะชํวยให๎ผ๎ูเรียนตระหนักและภาคภูมิใจในการเป็นสมาชิกขององค์การลูกเสือแหํงโลก ซึ่งมี
สมาชิกอยูทํ วั่ โลก และเป็นองคก์ รท่ีมจี านวนสมาชกิ มากท่สี ุดในโลก
๕. การศึกษาธรรมชาติ คือ สิ่งสาคัญอันดับหนึ่งในกิจกรรมลูกเสือ ธรรมชาติอันโปรํงใสตามชนบท ปุา
เขา ปุาละเมาะ และพํมุ ไม๎ เป็นท่ีปรารถนาอยาํ งยิ่งในการไปทากจิ กรรมกบั ธรรมชาติ การปีนเขา ต้ังคํายพักแรมใน
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
๗
สุดสัปดาห์ หรือตามวาระของกาอยํูคํายพักแรกตามกฎระเบียบ เป็นท่ีเสนํหาแกํเด็กทุกคน ถ๎าขาดส่ิงนี้แล๎ว ก็ไมํ
เรียกวาํ ใช๎ชีวติ แบบลกู เสอื
๖. ความกา้ วหน้าในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม กจิ กรรมตําง ๆ ท่ีจัดให๎เด็กทา ต๎องมีความก๎าวหน๎าและดึงดูด
ใจ สร๎างให๎เกดิ ความกระตอื รนื รน๎ อยากทจ่ี ะทาและวตั ถปุ ระสงค์ในการจดั แตลํ ะอยํางให๎สมั พนั ธก์ ับความหลากหลาย
ในการพฒั นาตนเอง เกมการเลนํ ที่สนุกสนาน การแขํงขนั กันก็เป็นสิง่ ดงึ ดูดใจและเปน็ การจงู ใจท่ีดี
๗. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู๎ใหญํเป็นผู๎ที่ชี้แนะหนทางท่ีถูกต๎องให๎แกํเด็ก เพ่ือให๎เขาเกิดความมั่นใจใน
การที่จะตัดสินใจกระทาสิ่งใดลงไป ท้ังคํูมีความต๎องการซ่ึงกันและกัน เด็กก็ต๎องการให๎ผู๎ใหญํชํวยชี้นา ผู๎ใหญํเองก็
ต๎องการนาพาใหไ๎ ปสูํหนทางท่ดี ี ใหไ๎ ดร๎ บั การพัฒนาอยาํ งถูกตอ๎ งและดีท่ีสุด จึงเปน็ การรํวมมอื กันทั้งสองฝาุ ย
ภาพการจดั กจิ กรรมตามวิธีการลูกเสอื (Scout Method)
๒.๒ กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนต๎องเขา๎ รํวมกิจกรรมชมุ นมุ 40 ชวั่ โมงตอํ ปกี ารศกึ ษา
แนวการจดั กิจกรรมชมุ นุม
การจดั กจิ กรรมชมุ นุม ชมรมของสถานศึกษา สามารถปรับใช๎ได๎ตามความเหมาะสมกับบริบทและสภาพของ
สถานศกึ ษา ดงั นี้
๒.๒.๑ สถานศกึ ษาสามารถบรหิ ารการจัดการใหผ๎ ๎ูเรียนดาเนินกิจกรรมได๎หลากหลาย ทั้งรูปแบบภายใน
หรอื ภายนอกห๎องเรยี น และระยะเวลาการจัดกิจกรรม เชํน กิจกรรมระยะเวลา 1 ภาคเรียน กิจกรรมระยะเวลา
1 ปีการศึกษา และกจิ กรรมระยะเวลามากกวํา 1 ปีการศกึ ษา
๒.๒.๒ กรณีสถานศึกษามีการจัดตั้งชุมนุม หรือชมรมอยํูแล๎ว สถานศึกษาควรสารวจความสนใจของ
ผเ๎ู รียนในการเลอื กเขา๎ รํวมชมุ นมุ ชมรม
๒.๒.๓ กรณีสถานศึกษายังไมํมีการจัดต้ังชุมนุม หรือชมรม ควรให๎ผ๎ูเรียนรํวมกันจัดต้ังชุมนุม ชมรม
และเชญิ ครูเป็นท่ีปรึกษา โดยรํวมกันดาเนนิ กิจกรรมชุมนุม ชมรม ตามระเบยี บปฏิบตั ทิ ีส่ ถานศึกษากาหนด
หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
๘
๒.๒.๔ ถอดประสบการณ์แลกเปล่ียนเรยี นรแู๎ ละเผยแพรกํ จิ กรรม
๒.๒.๕ ครทู ีป่ รึกษากิจกรรมประเมนิ ตามหลักเกณฑก์ ารประเมนิ
๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กิจกรรมท่ีสงํ เสริมและพฒั นานกั เรยี น
ให๎มคี ุณลักษณะ ดงั น้ี
๓.๑ เพ่ือให๎ผู๎เรียนบาเพ็ญตนให๎เป็นประโยชน์ตํอครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และ
ประเทศชาติ
๓.๒ เพื่อให๎ผ๎ูเรียนออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อยํางสร๎างสรรค์ตาม
ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
๓.๓ เพื่อให๎ผู๎เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได๎อยํางมี
ประสิทธิภาพ
๓.๔ เพ่ือให๎ผ๎ูเรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมอันพึง
ประสงค์
๓.๕ เพื่อให๎ผเู๎ รียนมจี ิตสาธารณะและใชเ๎ วลาวาํ งใหเ๎ ปน็ ประโยชน์
นกั เรียนทุกคนต๎องเขา๎ รํวมกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ 10 ชว่ั โมงตํอปี
การศกึ ษา
แนวการจัดกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เน๎นให๎ผ๎ูเรียนรํวมกันสารวจ และวิเคราะห์สภาพปัญหา รํวมกัน
ออกแบบการจดั กิจกรรม วางแผนการจดั กจิ กรรม ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามแผน รวํ มสรปุ และประเมินผลการจัดกิจกรรม
รํวมรายงานผล พร๎อมทง้ั ประชาสมั พันธ์ และเผยแพรผํ ลการจัดกจิ กรรม
การจดั กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ สามารถเลอื กจัดกจิ กรรมหรอื เข๎ารวํ มกจิ กรรมได๎ทั้งภายใน
และภายนอกโรงเรยี น ดังน้ี
๑. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลํุมสาระการเรียนร๎ู และประสบการณ์ของผู๎เรียนเอง โดย
ผเ๎ู รยี นสามารถจัดกิจกรรมตามองค์ความรู๎ทีไ่ ดจ๎ ากการเรยี นรู๎และประสบการณ์ ซ่ึงสามารถจดั กจิ กรรมได๎ดังนี้
๑.๑ จัดกิจกรรมภายในโรงเรยี น
๑.๒ จดั กจิ กรรมภายนอกโรงเรยี น
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๙
๒. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม หมายถึง กิจกรรมท่ีผ๎ูเรียนนาเสนอการจัด
กิจกรรมตํอโรงเรียนเพื่อขอความเห็นชอบในการจัดทาโครงการ โครงงานหรือกิจกรรม ซึ่งมีระยะเวลาเร่ิมต๎นและ
สน้ิ สดุ ท่ชี ัดเจน โดยสามารถจัดกจิ กรรมไดด๎ ังน้ี
๒.๑ จัดกจิ กรรมในโรงเรยี น
๒.๒ จดั กิจกรรมนอกโรงเรยี น
๓. จัดกจิ กรรมรํวมกบั องคก์ รอ่ืน หมายถงึ กิจกรรมท่ีผ๎ูเรียนอาสาสมัครเข๎ารํวมกิจกรรมกับหนํวยงานหรือ
องค์กรอ่ืน ๆ ท่ีจัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยผู๎เรียนสามารถเลือกเข๎ารํวมกิจกรรมได๎
ดงั น้ี
๓.๑ รวํ มกบั หนํวยงานอ่ืนทเี่ ข๎ามาจัดกจิ กรรมในโรงเรียน
๓.๒ รวํ มกบั หนวํ ยงานอน่ื ที่จดั กจิ กรรมนอกโรงเรียน
แนวทางการประเมนิ ผลกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผ๎เู รียน เปน็ การประเมินการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผ๎ูเรยี น
และเวลาในการเข๎ารวํ มกิจกรรมตามเกณฑ์ทกี่ าหนดไว๎ในแตํละกจิ กรรม และใชเ๎ ป็นขอ๎ มูลประเมินการ
เล่อื นชั้นเรียนและการจบการศกึ ษา โดยใช๎เกณฑ์การประเมิน ผาํ น/ไมผํ ําน
เกณฑก์ ารจบการศึกษาของนกั เรียนโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี
๑. ผเู๎ รียนเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน จานวน 840 ชว่ั โมง ในชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 – 3 จานวน
840 ชว่ั โมง ในชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 – 6 และรายวิชาเพิม่ เติม จานวน 240 ชวั่ โมง ในช้ัน
ประถมศึกษาปที ่ี 1 – 3 จานวน 280 ชัว่ โมงในชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 – 6 และมผี ลการประเมนิ
รายวชิ าพน้ื ฐานผาํ นทกุ รายวชิ า
๒. ผเ๎ู รียนต๎องมผี ลการประเมินการอําน คิด วเิ คราะห์ และเขียน ระดับ “ผําน” ข้ึนไป
๓. ผเ๎ู รยี นต๎องมผี ลการประเมิน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั “ผาํ น” ข้ึนไป
๔. ผเ๎ู รยี นตอ๎ งเขา๎ รวํ มกจิ กรรมพัฒนาผ๎เู รียน และไดร๎ บั การตดั สนิ ผลการเรยี น “ผําน” ทกุ กิจกรรม
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๑๐
คณะผู้จดั ทาหลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี
คณะท่ปี รกึ ษา
๑. นางปราณี ทยั คุปต์ ผู๎อานวยการโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี
2. นางดวงพร ปญั ตภิ าณวุ ัฒน์ ผช๎ู ํวยผ๎ูอานวยการโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี
3. คณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐานโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี
คณะบรรณาธิการ ผ๎ชู วํ ยผู๎อานวยการโรงเรียนอนบุ าลราชบรุ ี
หวั หนา๎ กลุํมสาระการเรยี นรู๎ภาษาไทย
๑. นางดวงพร ปัญตภิ าณุวฒั น์ หัวหนา๎ กลุํมสาระการเรียนรู๎คณิตศาสตร์
๒. นางสาววาสนา เกดิ มงคล หวั หนา๎ กลุํมสาระการเรยี นรู๎วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๓. นางวนั วสิ าข์ ไพศาลนนั ทน์ หวั หน๎ากลุํมสาระการเรียนรส๎ู ังคม ศาสนา และวฒั นธรรม
๔. นางสาวประทมุ มา จติ รงาม หัวหนา๎ กลุํมสาระการเรยี นรส๎ู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
๕. นายธราเทพ พลับพลา หัวหน๎ากลมํุ สาระการเรียนรู๎ศิลปะ
๖. ส.ต.ประภาส เปลงํ เติม หวั หน๎ากลุํมสาระการเรยี นรู๎การงานอาชีพ
๗. นางกมลณชั ศรวี ิชยั หวั หนา๎ กลมํุ งานคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
๘. นางสาวพจวรรณ์ หนูนารถ หวั หน๎ากลุํมสาระการเรยี นรภ๎ู าษาตํางประเทศ
๙. นางสาวรัตนา ศรีวลิ ัย หัวหนา๎ กลุํมกจิ กรรมพัฒนาผู๎เรียน
๑๐. นางนันทิยา คยุ ซอน ฝุายวัดผลและประเมินผล
๑๑. นางนฤมล เปล่ียนแพ กรรมการและเลขานุการ
๑๒. นางสาวนพิ ิฐพร โกมลกติ ิศกั ด์ิ
๑๓. นางวิชตุ า ผงึ้ ทัศน์
คณะผูจ้ ัดพิมพ์
๑. นางธญั ชนก จูบ๎ง
๒. นางสาวนภิ าพร จิตรลดั ดา
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
๑๑
ผตู้ รวจทาน
๑. หวั หน๎ากลํุมสาระการเรียนร๎ู
๒. นางสาววาสนา เกิดมงคล
๓. นางดวงพร ปัญตภิ าณุวฒั น์
คณะผู้รับผดิ ชอบจัดทาหลกั สตู ร
คณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
๑. นางสาววาสนา เกิดมงคล หวั หน๎ากลมํุ สาระ
๒. นางปราณี ลาภพนู นิวัฒน์
๓. นางชัญญานุช อยํสู ถิตย์
๔. นางจิรารตั น์ เขยี วอดุ ม
๕ นางสาวปทิตตา หอมนาน
๖. นางภัสชนนั ทพ์ ร ลีส้ จั จาสาคร
๗. นางธญั ญลักษณ์ ประดิษฐาน
๘. นางเดอื นใจ คานุ
๙. นางยุพา บังพึ่ง
๑๐. นางสมใจ ยามชวํ ง
๑๑. นางอรณุ ี โพธอิ าศยั
๑๒. นางอาไพ เกดิ ดี
๑๓. นายปภาวิน ฉวศี กั ด์ิ
๑๔. นางมะลฉิ ัตร ภเูํ พชร
๑๕. นางวราพร สงั ขท์ อง
๑๖ นางสาวเสาวลักษณ์ นานคงแนบ
๑๗. นางสญั ญา บญุ เปลยี่ น
18. นางวิชุตา ผ้งึ ทัศน์
19. นางสาวนงนุช พนั ธย์ุ ง่ิ ยก
20. นางสาวสายชล รอดพ๎น
21. นางสาวอุไรภสั ร์ วิโรจน์ยะกลุ
คณะกรรมการกลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๑๒
๑. นางวนั วสิ าข์ ไพศาลนนั ทน์ หัวหนา๎ กลํมุ สาระ
๒. นางสาวชนิศา จรัสรักษ์
๓. นางสาวบบุ ผา ขันทอง
๔. นางสาวกมลชนก ทองแย๎ม
๕. นางณัฐยา รกั พงษไ์ ทย
๖. นางสาวจิตรวรรณ ม่ันยืน
๗. นางจรุ ีรตั น์ เอี่ยมละมยั
๘. นางวราพร เนียมรกั ษา
๙. นางสาวจิรภา ขนุ เณร
๑๐. นางสาวภทั รมน ชาญประสิทธิ์
๑๑. นางพรรณี เครือมลู
๑๒. นางอรุณรัตน์ หาญกลุ
๑๓. นางสาวรํงุ เรอื ง สมร
๑๔. นางเพยี รใจ เจรญิ เรว็
๑๕. นางจนิ ตนา พรมมาฎร์
๑๖. นางสาวฐติ พิ ร ดีประเสริฐ
๑๗. นางสาวสุรีย์พร ฟากฟ้ืน
๑๘. นางสาวบญุ ญกิ า แก๎วศรี
๑๙. นางสาวณิชนันทน์ คงขุนทด
คณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
๑. นางสาวประทมุ มา จิตรงาม หัวหน๎ากลุมํ สาระ
๒. นางสาวอญั ชลี กฐินทอง
๓. นางพรปวนี ์ เภารัศมี
๔. นางประภาพร หงส์แก๎ว
๕. นางนฤมล เปลย่ี นแพ
๖. นางสาวอัมพิกา ภํพู นั ธ์ตระกูล
๗. นางสาวอรวรรณ เนียมรักษา
๘. นางบุบผา สขุ หนองบึง
๙. นายไกรสทิ ธ์ เพิกโสถณ
๑๐. นางสุรดา ปัญจพรชัย
๑๑. นางวาสนา ชยาภิวฒั น์
12. นางสาวสมพร ทาประเสริฐ
13. นางสาวสาวิตรี ปัญญางาม
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
๑๓
14. นางสาวยอดช๎อย วงศ์ฤทธิ์
15. นางสาวธวัลรตั น์ สงกระสินธุ์
16. นางสาวกลั ยาณี ปานประเสริฐ
คณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
๑. นายธราเทพ พลบั พลา หัวหนา๎ กลมํุ สาระ
๒. นางอนงค์ ศรีนิล
๓. นางบงกช ศิริคา
๔. นางญาณนิ ี จันทรธ์ านี
๕. นางสาวนิพฐิ พร โกมลกิตศิ ักดิ์
๖. นางคนงึ นิจ สอาดโฉม
๗. นางสาวรจุ ิเรศ ขลิบศรี
๘. นางสาวเกศวลี ลักษณเลิศวงศ์
9. นายวทิ วัส อํวมทบั
10. นางหฤทัย เพลากรณ์
คณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
๑. สิบตรปี ระภาส เปลงํ เตมิ หัวหน๎ากลมุํ สาระ
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)
๑๔
๒. นายวรดนยั ตรีสวุ รรณ์
๓. นายธรี พล สตู ะบตุ ร
๔. นายสุทธพิ งศ์ คงพราหมณ์
5. นางอนงค์ ศรีนิล
6. นายสาโรช แผ๎วสมบญุ
7. นายธนภาคย์ จงประสทิ ธิ์
คณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ลิ ปะ
๑. นางกมลณัช ศรีวิชยั หัวหนา๎ กลุมํ สาระ
หวั หนา๎ กลมํุ สาระ
๒. นางวัชรวี รรณ วงศ์ทองดี
3. นางสาวสมศรี มจี ารัส
4. นายพเิ ชษฐ์ ประกอบพร
5. นางสาวสชุ ญา ศรอี ริยะกุล
6. นายพหล เรอื นทองดี
7. นางสาวชนัญชดิ า เมฆคลี
คณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
๑. นางสาวพจวรรณ์ หนูนารถ
๒. นางศรีสะคราญ องั สุขนิรันดร์
3. นางจุรีรัตน์ เอย่ี มละมยั
คณะกรรมการกลุ่มสาระการเรยี นรู้คอมพวิ เตอร์
๑. นางสาวรัตนา ศรวี ิลยั หวั หน๎ากลํมุ สาระ
๒. วําท่ี ร.ต.มนตรี สภุ าพ
3. นางสาวภาวรนิ ทร์ รศั มีกอบกุล
4. นายบรุ นิ ทร์ รัตนศักดิ์ชยั ชาญ
5. นายคงเดช ศรอี ทุ ารวงศ์
6. นางสาววรรษมน เมธวี ิวฒั น์
7. นางสาวชุตมิ า ปาลวสิ ทุ ธิ์
คณะกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
๑. นางนันทยิ า คยุ ซอน หวั หน๎ากลํมุ สาระ
๒. นางสาวชมณศ์กาญจน์ เนตรวจิ ิตร
๓. นางบญุ ณิสา อินจีน
๔. นางสาวกฤตยิ า ธนชยั ศริ ิกลุ
๕. นางเอมมิกา อํวมประเสริฐ
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)
๑๕
๖. นางสรุ ยี ์ อ๎วนวิจิตร
๗. นางมณั ฑนา ศริ ิกัณรัตน์
๘. นางสาวบษุ ราคมั หอมชื่น
๙. นางสาวภวันตรี เจรญิ วงศ์
๑๐. นางสนุ ันทา ดวงแกว๎
๑๑. นางสาวรตั นชนก เมอื งเชียงหวาน
12. นางสาวกญั ญณ์ ณฐั นากร
13. นางสาวพิมลทิพย์ จาตุรประเสรฐิ
14. นางสาววันเพญ็ ตนั อนุกลู
15. นางสมาพร เดชาฤทธิ์
16. นายชาตณิ รงค์ สขุ นา
17. นางสาวสกุ ญั ญา สมเทพ
คณะกรรมการกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน เปล่ียนแพ หวั หนา๎
กจิ กรรมแนะแนว สมร
เอยี่ มละมัย
๑. นางนฤมล
๒. นางสาวรํุงเรือง
๓. นางจรุ รี ตั น์
กจิ กรรมลูกเสอื /ยุวกาชาด เวสสวุ รรณ์
๑. นางสาวเวธกา คงพราหมณ์
๒. นายสทุ ธพิ งศ์ ลษั ณเลศิ วงศ์
๓. นางสาวเกศวลี หอมนาน
๔. นางสาวปทิตตา แซมเขียว
๕. นางพิสชา สมร
6. นางรุง่ เรือง ยามช่วง
7. นางสมใจ อว่ มทับ
8. นายวทิ วัส
หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศกั ราช 2552 (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๕๗)