The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by xingqitian12, 2022-09-25 09:18:30

หลักสูตรโรงเรียน

หลักสูตรโรงเรียน

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ว ๑6๑๐๑ รายวิชาวทิ ยาการคานวณ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 และเทคโนโลยี

เวลา 40 ชั่วโมง

ศกึ ษาและฝกึ ทักษะเกี่ยวกับการใช๎เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแกป๎ ญั หา การอธบิ ายการทางาน
หรือการคาดการผลลพั ธจ์ ากปญั หาอยาํ งงําย การออกแบบและเขียนโปรแกรมอยํางงําย การตรวจหา
ขอ๎ ผดิ พลาดในโปรแกรม การค๎นหาข๎อมลู ในอินเทอรเ์ นต็ และการใช๎คาค๎น การประเมินความนาํ เชื่อถือ
ของข๎อมลู การรวบรวมข๎อมูล การประมวลผลอยํางงําย การวิเคราะห์ผลและสร๎างทางเลือก การนาเสนอ
ข๎อมลู การสอื่ สารอยํางมีมารยาทและร๎ูกาลเทศะ การปกปอู งข๎อมูลสํวนตัว

รหสั ตัวชว้ี ดั

ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป 6/1 , ป 6/2, ป 6/3, ป 6/4, ป 6/5
รวมท้ังหมด 5 ตัวชวี้ ดั

หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ส ๑๑๑๐๑ รายวิชาสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลมุ่ สาระการเรียนรู้

สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา 4๐ ชั่วโมง

ศึกษา ศาสนา หลักธรรม คัมภีร์ทางศาสนาที่ตนนับถือการบริหารจิตและเจริญปัญญา ให๎มี
ความร๎คู วามเข๎าใจเกย่ี วกับศาสนาที่ตนนบั ถือสามารถนาหลักธรรมไปใชใ๎ นชวี ิตประจาวันได๎

การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัวและโรงเรียนตามบทบาทและหน๎าที่ของตน ลักษณะ
ความสามารถและความดีของตนเองและผ๎ูอื่น ผลของการทาความดี มีความเข๎าใจ รู๎ความหมาย ความ
แตกตาํ งและสามารถปฏบิ ัติตามบทบาท สิทธิ หน๎าท่ี ของตนในครอบครัวและโรงเรียน ปฏิบัติกิจกรรม
ตามกระบวนการประชาธปิ ไตยในครอบครวั และโรงเรยี น

ศึกษาประเภทและวิธีการใช๎สนิ คา๎ และบรกิ ารทใ่ี ชใ๎ นชวี ิตประจาวันท้ังของสํวนตัวและสํวนรวมอยําง
ถกู ตอ๎ งคม๎ุ คํา

เพื่อให๎มีความรู๎ในการใช๎จํายเงินในชีวิตประจาวัน ประโยชน์ของการใช๎จํายเงินการออม การ
วางแผนการใช๎จํายเงิน การใช๎ทรัพยากรในชีวิตประจาวันทั้งสํวนตัวและสํวนรวมอยํางถูกต๎องประหยัด
แบบพอเพยี ง

ศึกษาส่ิงตําง ๆ ท่ีอยํูรอบตัวทั้งท่ีเกิดเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร๎างขึ้น องค์ประกอบทาง
ภูมิศาสตร์ในเรื่องตาแหนํง ระยะ ทิศทางวิธีการวัดระยะ ด๎วยเครื่องมืออยํางงําย ๆ การจัดทาแผนผัง
ศกึ ษาการเปลยี่ นแปลงและเปรียบเทียบการเปล่ียนแปลงของสภาพแวดล๎อมที่อยํูรอบตัวมีสํวนรํวมในการ
จดั ระเบียบสงิ่ แวดลอ๎ มทบ่ี ๎านและหอ๎ งเรียน

โดยใช๎กระบวนการ สืบค๎น ความเข๎าใจ สามารถนาเสนอสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู๎ มองเห็นคุณคําการ
นาความร๎ู ไปใชใ๎ นชวี ิตประจาวนั ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ใช๎ชีวิตอยํางพอเพียง มีคุณธรรม จริยธรรม
และคํานยิ มทเ่ี หมาะสม

รหัสตวั ชวี้ ดั
ส ๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔

ส ๑.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ส ๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ส ๒.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ส ๓.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔
ส ๕.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒3 ตัวชี้วดั
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ส ๑๒๑๐๑ รายวิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา 4๐ ช่วั โมง

ศกึ ษาความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา พุทธประวัติตง้ั แตปํ ระสตู ิจนถึงการออกผนวช แบบอยําง

การดาเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติ สาวก ชาดก เรื่องเลํา ศาสนานิกชนตัวอยําง พระรัตนตรัย

หลักธรรมโอวาท ๓ ความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัวและในโรงเรียนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ

พื้นฐานของสมาธิ หรือการพัฒนาจิต ศาสนา ศาสดา ความสาคัญของคัมภีร์ของศาสนามารยาทชาว

พุทธ และ ศาสนพิธี ข๎อตกลง กติกา ระเบียบ หน๎าท่ี ที่ต๎องปฏิบัติในชีวิตประจาวันมารยาทไทย

ความคิดความเช่ือ การปฏิบัติของบุคคลอื่นท่ีแตกตํางกันโดยปราศจากคอคติ สิทธิเสรีภาพของตนเอง

และผ๎ูอื่น ความสัมพันธ์ของตนเองและสมาชิกในครอบครัวในฐานะเป็นสํวนหนึ่งของชุมชนผ๎ูมีบทบาท

อานาจในการตัดสินใจในโรงเรยี นและชุมชน ทรัพยากรท่ีนามาผลิตสนิ คา๎ และบริการที่ใชใ๎ นชีวิตประจาวัน

ที่มาของรายได๎และการออม การแลกเปล่ียนสินค๎าและบริการโดยวิธีตํางๆความสัมพันธ์ระหวํางผู๎ซื้อกับ

ผู๎ขาย คาท่ีแสดงเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือใน

ชีวิตประจาวันของตนเองโดนใชห๎ ลักฐานท่เี กย่ี วข๎อง การเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตประจาวันของคนในชุมชน

ของตนจากอดีตถึงแจจุบัน ผลกระทบของการเปล่ียนแปลงที่มีตํอวิถีชีวิตของคนในชุมชนบุคคลที่ทา

ประโยชนต์ อํ ท๎องถน่ิ และประเทศชาติ วัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาไทยที่ภาคภูมิใจและควรอนุรักษ์

ไว๎ สง่ิ ตํางๆที่เปน็ ธรรมชาติกับทม่ี นษุ ยส์ รา๎ งขน้ึ ซึง่ ปรากฏระหวํางโรงเรียนกับบ๎านตาแหนํงอยํางงํายและ

ลักษณะทางกายภาพของสิ่งตํางๆท่ีปรากฏในลูกโลก แผนท่ี แผนผัง และภาพถําย ความสัมพันธ์ของ

ปรากฏระหวํางโลกกับดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ความสาคัญและคุณคําของส่ิงแวดล๎อมทางธรรมชาติ

และทางสังคม ทรัพยากรธรรมชาติทใ่ี ช๎แลว๎ หมดไปไดอ๎ ยํางคุ๎มคาํ ความสมั พนั ธ์ของฤดูกาลกับการดาเนิน

ชวี ิตของมนุษย์ ส่งิ แวดล๎อมในโรงเรยี นและชุมชน

โดยใช๎ทักษะกระบวนการบอกความสาคัญ สรุป ช่ืนชม และบอกแบบอยํางการดาเนินชีวิต

ข๎อคิดจากประวัติสาวก ปฏิบัติตามหลักธรรม เห็นคุณคํา สวดมนต์ แผํเมตตา มีสติ บอกชื่อศาสนา

ศาสดา ปฏิบัติตนอยํางเหมาะสมตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามข๎อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ

และหน๎าท่ี แสดงพฤติกรรมในการยอมรับ ความคิด ความเช่ือ การปฏิบัติของบุคคลอ่ืนที่แตกตํางกัน

เคารพในสิทธิเสรีภาพตนเองและผู๎อื่น อธิบาย ความสัมพันธ์ของตนเองและสมาชิก ระบุผู๎มีบทบาท

อานาจในการตัดสินใจในโรงเรียนและชุมชน บอก บันทึก สรุป อธิบาย เกี่ยวกับสินค๎า รายรับ

รายจําย ความสัมพนั ธร์ ะหวํางผู๎ซอื้ กบั ผข๎ู าย ระบุการใชค๎ าทแ่ี สดงอดตี ปจั จุบัน อนาคต ลาดับเหตุการณ์

โดยใช๎หลักฐานทีเ่ กยี่ วขอ๎ ง สืบคน๎ สอบถาม อธิบาย ยกตัวอยําง เรอ่ื งราวที่เก่ียวกับวิถีชีวิต ของตนเอง

และชมุ ชน เข๎าใจความเป็นมาของวิถีชวี ิตบุคคลสาคญั วฒั นธรรมประเพณีของทอ๎ งถิ่นอธิบายแยกแยะ3

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

ความสาคัญและคุณคําของส่ิงตํางๆที่เป็นธรรมชาติและมนุษย์สร๎างขึ้น ตาแหนํงอยํางงํายในแผนที่
แผนผัง ภาพถําย ความสัมพันธ์ของปรากฏระหวํางโลกกับดวงอาทิตย์ และมีสํวนรํวมในการฟื้นฟู
ทรัพยากรและส่งิ แวดล๎อมในโรงเรยี นและชมุ ชน

เพอ่ื ใหเ๎ ข๎าใจ ศรทั ธา ตระหนักและปฏิบัติตน เป็นศาสนิกชนท่ีดี อยูํรํวมกันอยํางมีความสุขเกิด
วินัย คํานิยม รักความเป็นไทย และเป็นพลเมืองที่ดี ใช๎ทรัพยากรได๎อยํางมีประสิทธิภาพ มีการ
ดารงชีวิตอยํางมีคุณภาพ มํุงมั่นในการทางาน เข๎าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง ประหยัดร๎ูจักออม
ข้ันต๎น เป็นผ๎ูผลิตแลผ๎ูบริโภคท่ีดี ซ่ือสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มีสํวนรํวมและอยํูรํวมกันอยํางมี
ความสุข มีนิสัยใฝุเรียนร๎ู เข๎าใจความเป็นมาของวิถีชีวิตบุคคลสาคัญ วัฒนธรรมประเพณีของท๎องถิ่น
และรักท๎องถ่ินและรักความเป็นไทย มีจิตสานึกและจิตสาธารณะ มีสํวนรํวมในการอนุรักษ์ทรัพยากร
สง่ิ แวดล๎อมและเพอื่ การพฒั นาท่ยี ่ังยืน
รหัสตัวช้วี ดั

ส ๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕ ป.๒/๖ ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ส ๔.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ส ๔.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ส ๔.๓ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.2/๑ ป.2/๒ ป.2/๓
ส ๕.๒ ป2/๑ ป.2/๒ ป.2/๓ ป.2/๔
รวม 11 มาตรฐาน 34 ตัวชี้วดั

หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ส ๑๓๑๐๑ รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม กลมุ่ สาระการเรียนรู้

สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา 4๐ ช่วั โมง

ศึกษา สังเกต ค๎นคว๎า รวบรวมข๎อมูล วิเคราะห์ อภิปราย เกี่ยวกับประความสาคัญ
ประโยชน์ของพระพุทธศาสนา หลักธรรม พระไตรปิฎก การบริหารจิต พิธีกรรมวันสาคัญทางศาสนา
และวันหยุดราชการตํางๆ การยกยํองบุคคลตัวอยํางในชุมชน ท๎องถ่ินท่ีตนเองอยูํอาศัย
เพ่ือเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน ตามข๎อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ การอยํูรํวมกัน บนบรรทัดฐาน
และวัฒนธรรม ประเพณีไทย การดารงชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข
เขา๎ ใจลักษณะทางกายภาพ หน๎าท่แี ละองค์ประกอบเชิงภูมิศาสตร์ และสรรพสิ่งของบ๎าน โดยใช๎เครื่องมือ
ทางภูมิศาสตร์ รู๎จักคุณคําสิ่งแวดล๎อมทางธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อมในชุมชนสังคม คานึงถึง
ความสัมพันธ์ระหวํางมนุษย์ ธรรมชาติและวัฒนธรรม การมีสํวนรํวมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล๎อม
ระบบการพ่ึงพาอาศัย ทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ เช่ือมโยงถึงปัจจัย การผลิต
การบริโภค ผู๎ผลิต ผ๎ูบริโภค การแลกเปลี่ยน สินคํา การกระจายรายได๎ การทางานที่กํอให๎เกิด
รายได๎ และไมํกํอให๎เกิดอันตราย ตามหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงอยํางคุ๎มคํา มีดุลยภาพ

เพ่ือให๎มีความรู๎ ความเข๎าใจ รู๎จักตนเอง ชุมชน ประเทศชาติ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี
ในฐานะสมาชกิ ของครอบครัว นอ๎ งเรียน โรงเรียน ตามวิถีชวี ิตประชาธิปไตย และการอยูํรํวมกันในสังคมอยําง
สันติสขุ
รหสั ตัวช้ีวดั

ส ๑.๑ ป.๓/๑, ๓/๒, ๓/๓, ๓/๔, ๓/๕, ๓/๖, ๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑, ๓/๒, ๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑, ๓/๒, ๓/๓, ๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑, ๓/๒, ๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑, ๓/๒, ๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑, ๓/๒, ๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑, ๓/๒
ส ๕.๒ ป.๓/๑, ๓/๒, ๓/๓, ๓/๔, ๓/๕, ๓/6
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชว้ี ดั

หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ส ๑๔๑๐๑ รายวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม

ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา 8๐ ช่วั โมง

ศึกษา สังเกต ค๎นควา๎ รวบรวมข๎อมูล วเิ คราะห์ อภิปราย สรปุ เกีย่ วกับพระพทุ ธศาสนาและ
ศาสนาท่ีตนนับถือเก่ยี วกบั ประวตั ิ ความสาคญั ประโยชน์ของพระพุทธศาสนา ประวัติศาสดาและสาวก
หลักธรรม พระไตรปฎิ ก การบรหิ ารจติ พธิ กี รรมวนั สาคัญ บุคคลตัวอยาํ งในระดับชุมชน ท๎องถิน่
เพ่ือใหม๎ ีความรู๎ความเข๎าใจ ยึดมั่น ศรัทธาในศาสนาที่ตนนับถือ สามารถนาหลกั ธรรมคาสอนและแนว
ปฏิบัติที่ดีงามของศาสนา บุคคลตวั อยาํ ง ไปใช๎ในชวี ติ ประจาวนั ในการอยูรํ ํวมกันในสงั คมได๎อยาํ งสันติสุข

ศึกษา สังเกต รวบรวมข๎อมูล วเิ คราะห์ อภิปราย รายงาน สรุป ลักษณะของการเป็นคนดี
ในสังคมประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข ในเรอ่ื งวิถปี ระชาธปิ ไตย บทบาท สิทธิ
หน๎าท่ี เสรภี าพ สทิ ธิมนษุ ยชน การคมุ๎ ครองปูองกัน บรรทัดฐาน วฒั นธรรม สญั ลกั ษณ์ เอกลักษณ์
ความเช่ือ คํานยิ ม กติกา กฎ ระเบยี บ การอยรํู วํ มกันของคนในสงั คม กฎหมายรฐั ธรรมนญู กฎหมาย
ทีเ่ กีย่ วข๎องกับตนเอง เพื่อให๎เกดิ ความร๎คู วามเข๎าใจ ศรทั ธายดึ มั่นในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
อนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย วถิ ปี ระชาธิปไตย ในการอยํู
รํวมกันในสงั คมได๎อยํางสันตสิ ุข

ศกึ ษา สงั เกต รวบรวมข๎อมูล วิเคราะห์ อภปิ ราย รายงาน สรปุ เกี่ยวกบั ปัจจัยที่เปน็
แรงจูงใจให๎ผผ๎ู ลติ ผู๎บริโภค ใชท๎ รัพยากรที่มอี ยูํอยาํ งจากัดให๎เกิดประโยชน์สงู สดุ จาแนกผลดี ผลเสีย
ของระบบสนิ เช่ือ หลักการเบ้อื งตน๎ ในการใช๎เทคโนโลยีและการแขํงขนั ทม่ี ผี ลตํอการผลติ สินคา๎ และการ
บรกิ าร ระบบวธิ ีการแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง สหกรณ์ ปัจจยั ทีม่ ผี ลกระทบตอํ การทางาน บทบาทการใช๎
เงินในระบบเศรษฐกิจ การธนาคารและภาษี มีเจตคตทิ ่ีดีตอํ การดารงชีวติ แบบเศรษฐกิจพอเพียง และ
นาไปใชใ๎ นชวี ิตประจาวนั เพือ่ ให๎มคี วามรู๎ความเข๎าใจ ปจั จยั ท่เี ป็นแรงจงู ใจใหผ๎ ๎ูผลิต และผูบ๎ ริโภค
สามารถใชท๎ รัพยากรท่ีมอี ยูํอยํางจากดั ให๎เกดิ ประโยชน์ ประสิทธภิ าพสูงสดุ จาแนกผลดี ผลเสียของ
ระบบสนิ เช่อื หลกั การเบ้ืองต๎นในการใชเ๎ ทคโนโลยีและการแขํงขันการผลติ สนิ ค๎าและบริการ เห็น
ประโยชนข์ องระบบและวธิ กี ารแบบเศรษฐกจิ พอเพียง สหกรณ์ เหน็ ความสาคัญในหลักเศรษฐศาสตร์
และสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรให๎เกดิ ประโยชนส์ งู สุด คม๎ุ คาํ

ศึกษา สงั เกต รวบรวมข๎อมลู วิเคราะห์ อภิปราย รายงาน สรปุ เร่ืองราวเกี่ยวกบั มิติ
สัมพันธเ์ ชิงทาเลทีต่ ั้งและลักษณะทางกายภาพ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตใิ นท๎องถ่นิ ทรพั ยากร
ส่งิ แวดล๎อม อทิ ธิพลของส่ิงแวดล๎อมทางธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ๎ มทางสังคมและวฒั นธรรม
ภูมปิ ญั ญา ภาวะประชากร ผลกระทบจากการที่มนุษยเ์ ปลีย่ นแปลงสิ่งแวดล๎อม การอนรุ ักษส์ ิง่ แวดลอ๎ ม
ท่มี อี ยูํในท๎องถิน่ เพ่ือให๎เกิดความรคู๎ วามเข๎าใจ เห็นความสาคัญเกีย่ วกบั ลักษณะภูมิศาสตร์ ท๎องถน่ิ
ทรพั ยากร ภูมปิ ญั ญา คํานยิ มของท๎องถน่ิ ในการอนุรกั ษ์ให๎ยงั่ ยนื ตลอดไป

หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

รหสั ตัวชี้วัด ป. ๔/๘
ส ๑.๑ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒ ป. ๔/๓ ป. ๔/๔ ป. ๔/๕ ป. ๔/๖ ป. ๔/๗
ส ๒.๑ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒ ป. ๔/๓ ป. ๔/๔ ป. ๔/๕
ส ๒.๒ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒ ป. ๔/๓
ส ๓.๑ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒ ป. ๔/๓
ส ๓.๒ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒
ส ๕.๑ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒ ป. ๔/๓
ส ๕.๒ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒ ป. ๔/๓

รวม ๗ มาตรฐาน ๒7 ตวั ช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ส ๑๕๑๐๑ รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

รู๎และวิเคราะห์ความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรม และหลักในการพัฒนาชาติไทย พุทธประวัติต้ังแตํเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์จนถึงพุทธกิจสาคัญหรือ
ประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามท่ีกาหนด การประพฤติตนตามแบบอยํางการดาเนินชีวิตและข๎อคิดจาก
ประวัติสาวก เรื่องเลํา และศาสนิกชนตัวอยํางตามที่กาหนด องค์ประกอบและการปฏิบัติตามไตรสิกขา
และหลักธรรม โอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือตามที่กาหนด การ
สวดมนต์ แผํเมตตา การมีสติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนาหรือการพัฒนาจิตตามแนวทาง
ของศาสนาที่ตนนับถือตามท่ีกาหนด การปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือเพื่อพัฒนาตนเอง
และส่ิงแวดล๎อม การจัดพิธีกรรม ศาสนพิธี และวันสาคัญทางศาสนาท่ีตนนับถืออยํางเรียบงํายมี
ประโยชน์ มรรยาทของความเป็นสมาชกิ ชนท่ดี ีตามท่กี าหนด

ร๎ูและเข๎าใจการปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพและหน๎าที่ในฐานะพลเมืองดี
วิธีการปกปูองค๎ุมครองตนเองหรือผู๎อ่ืนจากการละเมิดสิทธิเด็ก คุณคําวัฒนธรรมไทยท่ีมีผลตํอการดาเนิน
ชีวิตในสงั คมไทย การมีสํวนรํวมในการอนุรักษ์และเผยแพรํภูมิปัญญาท๎องถิ่นของชุมชน โครงสร๎างอานาจ
หน๎าท่ี และความสาคัญของการปกครองสํวนท๎องถิ่น บทบาทหน๎าที่และวิธีการเข๎าดารงตาแหนํงของ
ผู๎บริหารท๎องถนิ่ ประโยชน์ท่ชี มุ ชนจะไดร๎ ับจากองคก์ รปกครองสวํ นท๎องถิ่น

รู๎และเข๎าใจปัจจัยการผลิตและบริการ แนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการทากิจกรรม
ตํางๆ ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน หลักการสาคัญและประโยชน์ของสหกรณ์ บทบาทหน๎าท่ี
เบอื้ งตน๎ ของธนาคาร ผลดแี ละผลเสียของการกู๎ยืม

ร๎ูและเข๎าใจภูมิภาคของตนเกี่ยวกับตาแหนํง ( พิกัดภูมิศาสตร์ ละติจูด ลองจิจูด ) ระยะทิศทาง
ลักษณะภูมิลักษณ์ที่สาคัญ ความสาคัญ ความสัมพันธ์ของลักษณะทางกายภาพกับลักษณะทางสังคม
สภาพแวดล๎อมทางกายภาพที่มีอิทธิพลตํอลักษณะการตั้งถ่ินฐาน การย๎ายถิ่นฐานของประชากร อิทธิพล
ของส่ิงแวดล๎อมทางธรรมชาติที่กํอให๎เกิดวิถีชีวิตและการสร๎างสรรค์วัฒนธรรม ตัวอยํางที่สะท๎อนให๎เห็น
ผลจากการรักษาและการทาลายสภาพแวดล๎อม และเสนอแนวคดิ ในการรักษา

เพ่ือให๎มีความร๎ูความเข๎าใจในสาสนา การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย
เศรษฐกจิ ของคนในชมุ ชน ความสัมพนั ธ์ของสิ่งตํางๆ ในภูมิภาค ศรัทธายึดมั่นและมีสํวนรํวมในพิธีกรรม
ทางศาสนามีคุณธรรม จริยธรรม คํานิยม เชื่อมั่น รัก ภูมิใจ และมีสํวนรํวมในการอนุรักษ์วัฒนธรรม

หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

ประเพณีในท๎องถน่ิ ตระหนกั ในสภาพ บทบาท สิทธิ หน๎าท่ี ในฐานะพลเมืองดีของท๎องถ่ิน จังหวัดและ
ประเทศ เหน็ คณุ คําของหลักการเศรษฐกจิ พอเพยี งและนาไปประยุกตใ์ ช๎ในชีวติ ิประจาวนั

รหัสตวั ชี้วดั ป. ๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๖ ป.๕/๗
ป. ๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ส ๑.๑ ป. ๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔
ส ๑.๒ ป. ๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป. ๕/๑ ป.๕/๒
ส ๒.๒ ป. ๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ส ๓.๑ ป. ๕/๑ ป.๕/๒
ส ๓.๒ ป. ๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ส ๕.๑
ส ๕.๒

รวม ๘ มาตรฐาน ๒7 ตวั ช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ส ๑๖๑๐๑ รายวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

สงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

ศึกษาปฏิบัติความสาคัญของพระพุทธศาสนา ในฐานะเป็นศาสนาที่คนไทยสํวนใหญํนับถือ
ยกตัวอยาํ ง นิทาน ชาดก ทางพระพุทธศาสนาฝึกบริหารจิตเจริญปัญญา รํวมกิจกรรมหรือพิธีกรรมตําง
ๆ ไดอ๎ ยํางถกู ตอ๎ งเหมาะสมเพ่ือให๎เกดิ คณุ ธรรม จริยธรรม เจนคติท่ีดี มีการยกยํองชื่นชมบุคคล ปฏิบัติ
ตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยตามบทบาทของรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข๎องกับชุมชน
ประกาศ การเมือง การปกครองระดับท๎องถ่ินกับรัฐบาล การทีสํวนรํวมในการไมํใช๎สิทธิออกเสียง
เลือกตง้ั การใช๎ขอ๎ มลู ขาํ วสารตําง ๆ รวู๎ ธิ กี ารบริหารจดั การทรพั ยากร ซ่ึงเป็นปจั จยั ที่มผี ลตํอการตัดสินใจ
ในการผลิตและการบริโภคโดยการนาเอาเทคโนโลยีมาชํวยในการตัดสินใจ รู๎ลักษณะสาคัญทางกายภาพ
และทางสังคม ของท๎องถ่ินและประเทศ รวมท้งั ปรากฏการณ์ธรรมชาตทิ ่ีเกดิ ขนึ้ ของประเทศ

โดยใช๎กระบวนการศึกษา สังเกต ค๎นคว๎า คิดวอเคราะห์ การมีสํวนรํวม จากสถานการณ์จริงหรือ
สถานการณส์ มมุตติ ําง ๆ ให๎ผ๎เู รียนได๎ฝึกฝนตลอดจนสอื่ สารตอบคาถาม จากขอ๎ มูลขําวสารแลํงเรียนร๎ู เพื่อ
แสวงหาแนวทางปฏิบัติท่ีถูกต๎องเหมาะสม สามารถดาเนินชีวิตและอยูํรํวมกันกับผ๎ูอ่ืนในสังคมได๎อยํางมี
ความสุข

รหสั ตวั ชวี้ ดั ป.๖/๗ ป.๖/๘ ป.๖/๙
ส ๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔ ป.๖/๕ ป.๖/๖
ส ๑.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔
ส ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/ ป.๖/๔ ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
ส ๓.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
ส ๓.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ป.๖/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

ส ๑๑๑๐๒ รายวชิ าประวัติศาสตร์ กลุม่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนา
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ และวัฒนธรรม

เวลา ๔๐ ช่วั โมง

ศกึ ษาความสาคญั ความหมาย ของคาบอกชํวงเวลา วัน เดอื น ปี และการนับชํวงเวลาตามปฏิทิน
ระบบจนั ทรคติ สรุ ิยคติ การเรียงลาดบั เหตุการณ์ตาํ งๆ ที่เกดิ ข้นึ ในชวี ติ ประจาวนั ได๎

ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของตนเองและครอบครัว วิธีสืบค๎น ประวัติ การดาเนินชีวิตใน
อดตี และปจั จบุ ัน ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล๎อมทีม่ ีผลตอํ การดาเนนิ ชวี ิตของมนุษย์

ศกึ ษาเรยี นรค๎ู วามหมาย ความสาคญั ของสญั ลักษณ์ท่ีสาคัญของชาติไทยเอกลักษณ์อื่นๆ ที่สาคัญ
ของชาติไทย แหลํงวฒั นธรรมในชมุ ชนทตี่ นเองอยํู ส่ิงทตี่ นรกั และเป็นความภาคภูมิใจในทอ๎ งถ่ินของตนเอง

โดยใช๎กระบวนการ การสืบค๎น สอบถาม บันทึก เขียนเลําเร่ืองราวอภิปรายเพ่ือให๎เกิดความร๎ู
ความเข๎าใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งที่เรยี นรู๎มีทักษะในการใชช๎ วี ติ ประจาวันมีจิตสานึกรักและภาคภูมิใจในความ
เป็นไทย รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คาํ นิยมทเี่ หมาะสม

รหัสตัวช้วี ัด
ส ๔.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ส ๔.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ส ๔.๓ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วดั

หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ส ๑๒๑๐๒ รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษาศาสนา
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๒ และวฒั นธรรม

เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษา สืบค๎น อธิบาย วิเคราะห์ ยกตัวอยําง เหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเก่ียวกับ
ครอบครัวชีวิตของตนเอง วันสาคัญการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตประจาวันของคนในชุมชนของตนจากอดีต
ถึงปัจจุบันผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่มีตํอวิถีชีวิตของตนในชุมชน บุคคลที่มีประโยชน์ตํอท๎องถ่ิน
ของตนหรือประเทศชาติ วฒั นธรรมประเพณแี ละภูมิปัญญาไทยทภี่ าคภูมใิ จและควรอนุรักษ์

เพ่ือให๎เข๎าใจความหมาย ความสาคัญ ของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช๎วิธีการ
ทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ตํางๆ อยํางเป็นระบบ เข๎าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีต
จนถึงปัจจุบันในด๎านความสัมพันธ์และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อยํางตํอเน่ือง ตระหนักถึง
ความสาคัญและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดข้ึน และเข๎าใจความเป็นมาของชนชาติ วัฒนธรรม ภูมิ
ปญั ญาไทย มีความรกั ความภมู ใิ จในท๎องถิ่นของตนเอง และธารงความเป็นไทย

รวมตวั ชีว้ ดั

ส ๔.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ส ๔.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ส ๔.๓ ป.๒/๑ ป.๒/๒

รวม ๓ มาตรฐาน ๖ ตวั ช้วี ดั

หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ส ๑๓๑๐๒ รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนา
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ และวฒั นธรรม

เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

ศกึ ษา สืบคน๎ อธบิ าย วิเคราะห์ ยกตัวอยาํ ง สรุป ระบุ เปรียบเทียบ ศักราชที่สาคัญตามปฏิทิน
เหตุการณส์ าคญั ของโรงเรียน ชุมชน อิทธิพลตํอการต้ังถ่ินฐาน และพัฒนาการของชุมชนขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน พระนามและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยท่ีเป็น
ผู๎สถาปนาอาณาจักรไทย พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในรัชการปัจจุบัน
วรี กรรมของบรรพบรุ ษุ ไทยที่มสี ํวนปกปอู งประเทศชาติ

เพื่อให๎เข๎าใจความหมาย ความสาคัญ ของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ชองชาติไทยและ
ท๎องถิ่น สามารถใช๎วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ตํางๆ อยํางเป็นระบบ เข๎าใจ
พัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด๎านความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุ การณ์
อยํางตํอเน่ือง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบท่ีเกิดข้ึน และเข๎าใจความเป็นมา
ของชนชาติ วัฒนธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรกั ความภมู ใิ จการธารงความเปน็ ไทย

รวมตวั ชีว้ ัด

ส ๔.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒
ส ๔.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓
ส ๔.๓ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓

รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ส ๑๔๑๐๒ รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษาศาสนา
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔ และวฒั นธรรม

เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

ศึกษา สังเกต ค๎นควา๎ รวบรวมขอ๎ มลู วเิ คราะห์ อภิปราย สรุปเรอื่ งของเวลา การแบงํ
ชวํ งเวลา การนับพทุ ธศักราช คริสตศ์ ักราช ทศวรรษ ศตวรรษ สหัสวรรษ ความหมายและ
ความสาคัญของข๎อมลู การรวบรวมและจดั ระบบข๎อมูล ประวตั คิ วามเปน็ มา เหตุการณ์ สถานทส่ี าคญั
ทางประวัตศิ าสตร์ ขนบธรรมเนยี มประเพณี ภูมิปญั ญา บคุ คลสาคญั ในท๎องถิ่น สัญลกั ษณ์ท่แี สดงความ
เป็นชาตไิ ทยดว๎ ยวิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ เพื่อให๎มคี วามรค๎ู วามเข๎าใจเก่ยี วกับทศวรรษ ศตวรรษ
ลักษณะข๎อมูล การจัดเก็บ รวบรวมข๎อมลู ระดับจังหวัด วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ ในการศึกษาความ
เป็นมาของจังหวัด ประวัติและบุคคลสาคัญ ทาให๎เกิดความภาคภูมิใจในภมู ปิ ัญญาของบรรพบุรุษ
วฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีทดี่ ีงาม ปฏิบัติ สบื ทอด อนุรกั ษ์และนามาเป็นแบบอยํางในการ
ดาเนนิ ชวี ิต

รหสั ตวั ชี้วดั

ส ๔.๑ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒ ป. ๔/๓
ส ๔.๒ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒
ส ๔.๓ ป. ๔/๑ ป. ๔/๒ ป. ๔/๓

รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ส ๑๕๑๐๒ รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนา
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ และวัฒนธรรม

เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

กาหนดใหผ๎ ู๎เรยี นศึกษา ค๎นคว๎าและฝึกปฏบิ ตั ิ สืบคน๎ ความเปน็ มาของท๎องถน่ิ การสรา๎ งสรรค์
อารยธรรม อทิ ธิของอารยธรรมตะวันออกและตะวนั ตก พัฒนาการของอาณาจักรอยธุ ยาและอาณาจักร
ธนบุรี ประวตั แิ ละผลงานของบุคคลสาคัญในสมยั อยธุ ยาและธนบุรี ภูมปิ ญั ญาไทยสมัยอยธุ ยาและธนบรุ ี

กิจกรรมการเรียนรู๎เน๎นการให๎ประสบการณ์ใกลต๎ วั ผ๎เู รียน เพอื่ ให๎เกิดการเชื่อมโยงประสบการณ์
ใหมํ โดยการใช๎ภาพ บทความหรือสถานการณต์ ําง ๆ ใหผ๎ ู๎เรยี นฝึกการสังเกตแสดงความคิดเหน็ เชิง
วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรท๎ู ่ีไดเ๎ ปน็ แผนผังความคดิ สงํ เสรมิ ใหฝ๎ กึ ทักษะการทางานกลมํุ และพฒั นาผลงาน
รายบคุ คลของตนเองใหด๎ ีขึน้ เกดิ ความเข๎าใจและสามารถดาเนินชีวิตประจาวนั โดยอาศัยความร๎ูทาง
การศึกษาประวัติศาสตร์ ตลอดจนตระหนักถงึ ความสาคัญของการอนรุ ักษม์ รดกทางวฒั นธรรมและภูมิ
ปญั ญาไทย เพือ่ ประโยชน์ตอํ ตนเองและผอ๎ู น่ื

รหสั ตัวชี้วดั

ส ๔.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ส ๔.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒
ส ๔.๓ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔

รวม ๓ มาตรฐาน ๙ ตวั ชีว้ ดั

หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ส ๑๖๑๐๒ รายวิชาประวัตศิ าสตร์ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษาศาสนา
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ และวัฒนธรรม

เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

การรวบรวมข๎อมูลทางประวัติศาสตร์ การตั้งถิ่นฐาน การดารงชีวิต การพัฒนาประวัติ
ความเป็นมาของท๎องถิ่นของชาติไทย สมัยรัตนโกสินทร์ ศึกษาประวัติและผลงานบุคคลสาคัญของ
ท๎องถิ่น มารยาทไทย วัฒนธรรมไทย สภาพของสังคม เศรษฐกิจการเมือง การปกครองของประเทศ
เพื่อนบ๎านความสัมพันธ์ของกลํุมอาเซียน การนาเอาภูมิปัญญาไทยท่ีสาคัญสมัยรัตนโกสินทร์ท่ีนํา
ภาคภูมใิ จ และควรคําแกํการอนุรกั ษ์มาประยุกต์ใช๎ในชวี ติ ประจาวนั

โดยใชก๎ ระบวนการศึกษา สงั เกต คน๎ ควา๎ คิดวเิ คราะห์ เพ่ือใหไ๎ ด๎ขอ๎ มลู นาไปพัฒนาความร๎ู
เปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั ติ น และเกิดความตระหนัก รกั ชาติ ดารงความเป็นไทยตํอไป

รหัสตัวช้ีวัด

ส ๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒
ส ๔.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒
ส ๔.๓ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

พ ๑๑๑๐๑ รายวิชาสุขศกึ ษา และพลศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษา และพลศึกษา

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา 4๐ ชัว่ โมง

ศกึ ษาเพื่อใหม๎ ีความรู๎ ความเข๎าใจ เรื่องพฒั นาการตามวัย และปจั จยั ทมี่ ผี ลตอํ การเจริญเติบโต
และพัฒนาการของมนุษย์ การรับฟังตํอการเปลี่ยนแปลงทางรํางกายทางอารมณ์และพัฒนาการทาง
เพศ มีทักษะการสร๎างและรักษาสัมพันธภาพกับผู๎อ่ืน ปฎิบตั ิตนเพ่ือมีสุขภาพท่ีดี การตัดสินใจและแก๎ไข
ปัญหาชีวิต ทักษะการเคล่ือนไหวในลักษณะตําง ๆ ในการเข๎ารํวมกิจกรรมทางกาย กีฬา
และการทางาน และประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลือ่ นไหวตาํ ง ๆ การเคลือ่ นไหวที่ใช๎ทักษะกลไก การ
เคล่ือนไหวที่มีรูปแบบเฉพาะในกิจกรรมทางกาย การเลํนเกม กีฬาไทย กีฬาสากล และกีฬาตามสมยั
นยิ ม การออกกาลงั กาย การเลือกเขา๎ รวํ มเลนํ กฬี า วถิ ชี วี ติ ท่ีมีสุขภาพดี กฎ กตกิ า เพื่อความปลอดภัยและ
ความสนั ติในการเลํน และแขํงขนั กีฬา กลวิธีการรุก การปอู งกนั และการใชค๎ วามรวํ มมือในการเลํน การ
แขงํ ขันกฬี า และการทางานเป็นทมี ความมีน้าใจนักกีฬา การปฏิบัตหิ น๎าที่ในการกีฬาตําง ๆ พฤติกรรม
สขุ ภาพ การปอู งกันโรค การดารงสุขภาพ การดูแลสุขภาพชุมชนและสิง่ แวดล๎อม โภชนาการภาวะสมดลุ
ระหวํางรํางกาย และสุขภาพจิต การจัดการกับอารมณ์ ความเครียด การฝึกจติ การสร๎างเสริม
สมรรถภาพทางกาย การพักผํอน นันทนาการ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพกลไก
พฤติกรรมเส่ียงตํอสุขภาพ หลักความปลอดภัย การสร๎างเสริมความปลอดภัยให๎ตนเอง ครอบครัว
และชุมชน กลวิธีในการปูองกันและหลีกเล่ียงตํอสุขภาพ การตัดสินใจและแก๎ปญั หา เมือ่ เผชิญภัย
อนั ตรายและสถานการณ์คับขัน

รหสั ตัวชี้วดั

พ.๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
พ.๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
พ.๓.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
พ.๓.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒
พ.๔.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
พ.๕.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๕ ตัวชีว้ ดั

หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

พ ๑๒๑๐๑ รายวิชาสุขศกึ ษา และพลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษา และพลศึกษา

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลา 4๐ ช่วั โมง

ศึกษาลักษณะและหนา๎ ทอี่ วัยวะภายในที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาไปตามวัย การดูแลอวัยวะ
ภายใน ธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ตั้งแตํเกิดจนตายบทบาทหน๎าที่ของสมาชิกในครอบครัว ความสาคัญ
ของเพื่อน พฤติกรรมท่ีเหมาะสมกับเพศ ลักษณะและวิธีการของการเคลื่อนไหวรํางกายแบบอยูํกับท่ี
แบบเคลื่อนที่และแบบใช๎อุปกรณ์ประกอบ การเลํนเกมเบ็ดเตล็ดและเข๎ารํวมกิจกรรมทางกายที่วิธีเลํน
อาศยั การเคล่ือนไหวเบือ้ งตน๎ ทัง้ แบบอยํูกบั ที่ เคลือ่ นท่ี และใชอ๎ ปุ กรณ์ประกอบ กฎ กติกา ข๎อตกลงใน
การเลนํ เกมเปน็ กลมํุ

ลักษณะของการมีสุขภาพดี อาหารที่ประโยชน์และไมํมีประโยชน์ ของใช๎ของเลํนท่ีมีผลเสียตํอ
สุขภาพ อาการและวิธีปูองกันการเจ็บปุวยและบาดเจ็บ อุบัติเหตุทางน้าทางบก ยาสามัญประจาบ๎าน
สารเสพติดและสารอันตรายใกล๎ตัวสัญลักษณ์และปูายเตือนของสิ่งของหรือสถานท่ีที่เป็นอันตราย และ
อัคคภี ัย

โดยใช๎การอธิบายและสาธิตเพ่ือให๎เกิดความรู๎ความเข๎าใจ สามารถนาเสนอส่ือสารส่ิงท่ีเรียนร๎ู
เห็นคุณคาํ ของการนาความร๎ูไปใช๎ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั มีวินัย ใฝเุ รยี นรู๎

รหสั ตวั ช้ีวดั

พ ๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓
พ ๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
พ ๓.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒
พ ๓.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒
พ ๔.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕
พ ๕.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

พ ๑๓๑๐๑ รายวชิ าสขุ ศกึ ษา และพลศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษา และพลศกึ ษา

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา 4๐ ชวั่ โมง

มีความรู๎ความเข๎าใจลักษณะการเจริญเติบโตของรํางกายมนุษย์ท่ีแตกตํางกันในแตํ ละ

บคุ คล และเปรยี บเทยี บการเจรญิ เติบโตของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทย ปัจจัย

ที่มีผลตํอการเจริญเติบโต เห็นความสาคัญของครอบครัว ร๎ูวิธีสร๎างสัมพันธภาพในครอบครัวและกลํุม

เพื่อน หลีกเล่ียงพฤติกรรมท่ีนาไปสํูการถูกลํวงละเมิดทางเพศ และวิธีหลีกเล่ียงพฤติกรรม ที่

นาไปสํูการถูกลํวงละเมิด ทางเพศ การติดตํอและวิธีการปูองกันการแพรํกระจายของโรค

เลือกกินอาหารท่ีมีประโยชน์ อาหารหลัก ๕ หมํู แปรงฟันอยํางถูกวิธี มีความรู๎ความเข๎าใจในเร่ืองความ

ปลอดภัยจากจากอุบัติเหตุในบ๎าน โรงเรียนและการเดินทาง รู๎วิธีการขอความชํวยเหลือ

จากบุคคลและแหลํงตําง ๆ เม่ือเกิดเหตุร๎ายแรงหรืออุบัติเหตุ มีความร๎ูความเข๎าใจวิธีการปฐมพยาบาล

เมื่อได๎รับบาดเจ็บจากการเลํน การเคล่ือนไหวรํางกายแบบอยํูกับท่ี แบบเคลื่อนที่และแบบใช๎อุปกรณ์

ประกอบ โดยมีการบังคับทิศทางวิธีการควบคุมการเคลื่อนไหวรํางกายแบบ ตําง ๆ อยํางมีทิศทาง

กิ จ ก ร ร ม ท า ง ก า ย ที่ ใ ช๎ ทั ก ษ ะ ก า ร เ ค ลื่ อ น ไ ห ว แ บ บ บั ง คั บ ทิ ศ ท า ง ใ น ก า ร เ ลํ น เ ก ม เ บ็ ด เ ต ล็ ด

เลอื กออกกาลังกายการละเลํนพื้นเมือง ท่ีเหมาะสมกับตนเอง มีความรู๎ความเข๎าใจ กฎ กติกา ข๎อตกลงใน

การออกกาลังกาย การเลนํ เกมและการละเลํนพน้ื เมอื ง การสร๎างเสรมิ สมรรถภาพทางกาย

โดยใช๎ความสามารถในการสื่อสาร ใช๎ภาษาในการถํายทอดความรู๎ ความคิด

ความเข๎าใจ ความรู๎สึก และทัศนะของตนเอง แก๎ไขปัญหาและอุปสรรคตําง ๆ ได๎ อยํางถูกต๎องเหมาะสม

บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม เข๎าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลง ของ

เหตุการณ์ตําง ๆ ในสังคมนากระบวน การตําง ๆ ไปใช๎ในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต

ใฝเุ รียนร๎ู อยูอํ ยํางพอเพียง มนี า้ ใจนกั กีฬา มจี ติ สาธารณะ และรักความเปน็ ไทย

รหัสตัวชี้วัด

พ ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓
พ ๒.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓
พ ๓.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒
พ ๓.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒
พ ๔.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕
พ ๕.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

พ ๑๔๑๐๑ รายวิชาสขุ ศกึ ษา และพลศกึ ษา กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษา และพลศึกษา

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา 4๐ ชว่ั โมง

ศึกษาการเจริญเติบโตและพัฒนาการของรํางกายและจิตใจตามวัย ความสาคัญของกล๎ามเน้ือ
กระดูกและข๎อตอํ ท่ีมีผลตํอสุขภาพการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการ วิธีดูและรกั ษากล๎ามเน้ือกระดูกและข๎อ
ให๎ทางานอยํางมีประสิทธิภาพคุณลักษณะของความเป็นเพ่ือนและสมาชิกท่ีดีของครอบครัว พฤติกรรมที่
เหมาะสมกับเพศของตนตามวัฒนธรรมไทยวิธีการปฏิเสธการกระทาที่เป็นอันตรายและไมํเหมาะสมใน
เร่อื งเพศ การเคลื่อนไหวราํ งกายแบบผสมผสานท้งั แบบอยูกํ บั ที่และใช๎อุปกรณ์ได๎ การบริหารทํามือเปลํา
ประกอบจังหวะเกมเลียนแบบและกิจกรรมแบบผลัด กีฬาพื้นฐานออกกาลังกายเลํนเกมตามความชอบ
ของตนเองและเลํนกีฬาพ้ืนฐานรํวมกับผู๎อื่น การวิเคราะห์ผลพัฒนาการของตนเองในการออกกาลังกาย
เลํนเกมและกีฬาตามตัวอยํางและแบบปฏิบัติของผู๎อื่น คุณคําของการออกกาลัง เลํนเกมและเลํนกีฬา
ตามตัวที่มีผลตํอสุขภาพ การปฏิบัติตามกฎกติกาการเลํนกีฬาพ้ืนฐานตามชนิดกีฬาที่เลํน ความสัมพันธ์
ระหวํางสงิ่ แวดล๎อมกับสุขภาพ การจัดส่ิงแวดล๎อมที่ถูกสุขลักษณะและเอื้อตํอสุขภาพสภาวะอารมณ์และ
ความรู๎สึก ผลที่มีตํอสุขภาพทางบวกและทางลบ การวิเคราะห์ข๎อมูลบนฉลากอาหารและผลิตภัณฑ์
สขุ ภาพ การปรับปรงุ สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ความสาคัญของการใช๎
ยา หลักการใชย๎ าวิธีการการปฐมพยาบาลผลเสยี ของการสบู บหุ รี่ และการดม่ื สุราและการปูองกนั

โดยใชก๎ ระบวนการ อธิบาย วเิ คราะห์ ศึกษาดว๎ ยตนเองยกตวั อยํางสาธิตปฏิบัติจริงการอภิปราย
เพ่ือให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ สามารถนาเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนร๎ู มีความสามารถในการ
แก๎ปัญหา เห็นคุณคําของการนาความร๎ูไปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีความเป็นไทย มีน้าใจเป็น
นกั กีฬา มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมมวี ินยั อยํอู ยาํ งพอเพยี ง และมคี าํ นยิ มทเ่ี หมาะสม

รหสั ตวั ชว้ี ดั

พ.๑.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔
พ.๒.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔
พ.๓.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔
พ.๔.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓
พ.๕.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓
รวม ๕ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชีว้ ดั

หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

พ ๑๕๑๐๑ รายวชิ าสุขศึกษา และพลศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษา และพลศึกษา

ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ เวลา 4๐ ชัว่ โมง

ศึกษาการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ความสาคัญของระบบยํอยอาหารและระบบ
ขับถํายที่มีผลตํอสุขภาพ การเจริญเติบโตและพัฒนาการวิธีดูแลระบบยํอยอาหารและระบบขับถํายให๎
ทางานตามปกติ เขา๎ ใจและเห็นคณุ คําของตนเอง ครอบครัวเพศศึกษา และมีทักษะในการดาเนินชีวิตท่ีดี
เกดิ การเปลีย่ นแปลงทางเพศโดยรู๎จกั วางตัวทเี่ หมาะสมตามวัฒนธรรมไทย ตลอดจนการปฏิบัติตนในการ
ดูแลรักษาสุขอนามัยทางเพศ การเคล่ือนไหวรํางกายแบบผสมผสาน ทั้งแบบอยูํกับที่และใช๎อุปกรณ์
ประกอบกายบริหารประกอบเพลงและการยืดหยุํนข้ันพ้ืนฐาน เกมนาไปสูํกีฬาและกิจกรรมแบบผลัด
การละเลนํ พืน้ เมอื ง และกจิ กรรมนันทนาการ เลํนกีฬาเพ่ือสร๎างเสริมสุขภาพ ทั้งกีฬาไทยและกีฬาสากล
ปฏิบัติตามกฎ กติกา โดยเหมาะสมกับวัย และมีน้าใจนักกีฬา ฝึกปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติ
แหํงชาติ 10 ประการ หาแหลํงและวิธีใช๎ข๎อมูลขําวสารทางสุขภาพ ตลอดจนตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร
ผลิตภัณฑ์สุขภาพตํางๆ จากการวิเคราะห์ข๎อมูลบนฉลาก ร๎ูวิธีปูองกันโรคที่พบบํอยๆในชีวิตประจาวัน
อยํางถูกวิธี การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ปัจจัยท่ีมีผลตํอ
การใช๎ยาและสารเสพติดที่มีตํอรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ปฏิบั ติตนในการ
หลีกเลยี่ งสารเสพตดิ และปูองกันอันตรายจากการใชยํ าทุกชนิด

โดยใชก๎ ระบวนการอธิบายยกตัวอยํางสาธิต ปฏิบัติจริงอภิปรายศึกษาด๎วยตนเอง การวิเคราะห์
เพ่ือให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจสามารถนาเสนอส่ือสารสิ่งท่ีเรียนร๎ู มีความสามารถในการ
แก๎ปัญหา เห็นคุณคําของการนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ในชีวิติประจาวัน มีความเป็นไทย มีน้าใจเป็น
นักกฬี า มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม มวี นิ ยั อยูํอยาํ งพอเพียง และมีคํานยิ มท่เี หมาะสมกับตัวเอง

รหสั ตวั ชี้วดั

พ.๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒
พ.๒.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป. ๕/๓
พ.๓.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป. ๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๖ ป.๕/๗ ป.๕/๘
พ.๓.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป. ๕/๓ ป.๕/๔
พ.๔.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป. ๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕
พ.๕.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป. ๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

พ ๑๖๑๐๑ รายวชิ าสุขศกึ ษา และพลศกึ ษา กลุม่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพลศกึ ษา

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เวลา 4๐ ชัว่ โมง

การเห็นคุณคํา และตระหนักในความสาคัญของระบบสืบพันธ์รุ ะบบไหลเวียนโลหติ และระบบ
หายใจทมี่ ีผลตํอสุขภาพ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการ สร๎างและรักษาสัมพนั ธภาพกบั ผ๎ูอน่ื การ
เคลื่อนไหวรวํ มกับผู๎อ่ืนทางกาย การเคลอ่ื นไหวในเรอื่ งการรับแรงการใช๎แรง และความสมดุลกับการ
พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวในการเลํนเกมและกีฬาประโยชนแ์ ละหลักการออกกาลงั กายเพ่ือสุขภาพ
สมรรถภาพทางกายและเสรมิ สร๎างบคุ ลิกภาพการเลนํ เกมท่ีใช๎ทกั ษะ การวางแผน ร๎กู ฎ กตกิ าในการเลนํ
กฬี าไทย กีฬาสากลตามชนดิ กฬี าท่ีเลนํ เหน็ ความสาคญั และปญั หาส่งิ แวดลอ๎ มที่มผี ลตํอสขุ ภาพ โรคตดิ ตอํ
สาคัญท่รี ะบาดในปัจจบุ ัน ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการระบาดของโรค วิธที ดสอบสมรรถภาพทางกายภัย
ธรรมชาติ สาเหตุของการติดสารเสพติด

โดยวธิ ดี แู ลรกั ษาระบบสบื พนั ธ์ุ ระบบไหลเวยี นโลหิต และระบบหายใจให๎ทางานตามปกติ ปัจจัย
ทีช่ วํ ยใหก๎ ารทางานกลมํุ ประสบความสาเรจ็ ความแตกตาํ งระหวาํ งบคุ คลกายบรหิ ารประกอบเพลง
ยดื หยนุํ ขั้นพ้ืนฐานท่ีใช๎ทําตํอเนอ่ื งและการตํอตวั ทํางํายๆ การพัฒนาทักษะการเคลอ่ื นไหวในการเลํนเกม
และกีฬา การเลํนกีฬาไทย กีฬาสากล ประเภทบุคคลและประเภททมี การใช๎ข๎อมูลด๎านทักษะกลไก เพือ่
ปรบั ปรงุ และเพิ่มพนู ความสามารถในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทางกายภาพและเลํนกีฬาการเพมิ่ พูนทกั ษะการ
ออกกาลังกายและการเคลื่อนไหวอยาํ งเป็นระบบ การเลนํ กีฬาประเภทบุคคลและประเภททมี ท่ีชื่นชอบ
การประเมินทักษะการเลนํ กีฬาของตน การปูองกันและแก๎ปัญหา สง่ิ แวดลอ๎ มที่มีผลตํอสุขภาพ การ
ปอู งกนั การระบาดของโรค พฤติกรรมท่แี สดงออกถงึ ความรับผิดชอบตอํ สุขภาพของสํวนรวม การสรา๎ ง
เสรมิ และปรับปรงุ สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย การปฏบิ ตั ิตนเพ่อื ความ
ปลอดภยั จากภัยธรรมชาติ ทักษะการสอ่ื สารใหผ๎ ู๎อื่นหลีกเล่ียงสารเสพติด

เพอื่ ให๎ผเ๎ู รยี นรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอื่ สตั ย์ สจุ รติ มวี นิ ยั ใฝเุ รียนรู๎ อยํอู ยํางพอเพียง มุํงม่นั ใน
การทางานรักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ มคี วามอดทน มีนา้ ใจนกั กีฬา รแ๎ู พ๎ รช๎ู นะ รอ๎ู ภยั

รหัสตวั ชี้วดั

พ ๑.๑ ป. ๖/๑ ป.๖/๒
พ ๒.๑ ป. ๖/๑ ป.๖/๒
พ ๓.๑ ป. ๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔
พ ๓.๒ ป. ๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔
พ ๔.๑ ป. ๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔
พ ๕.๑ ป. ๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๙ ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ศ ๑๑๑๐๑ รายวิชาศลิ ปะ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา 4๐ ช่วั โมง

ศึกษาและปฏิบตั เิ พอ่ื ใหม๎ คี วามรู๎ ความสามารถเกีย่ วกบั การร๎ูรูปลกั ษณะ รูปราํ ง รูปทรง
เส๎นสี สามารถถํายทอดรูปลักษณะ รูปรําง รูปทรง เส๎นสีของสิ่งตํางๆ ท่ีอยูํรอบตัว รู๎จักชนิดและการ
ใช๎วัสดุอุปกรณ์ บอกเลําความรู๎สึกในการรับรู๎ความงานตามธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อมรอบตัว ร๎ูจัก
รปู ลักษณะของงานทัศนศิลป์ และภูมิปัญญาท๎องถ่ินของตนเอง มีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ในการ
ทากจิ กรรมศิลปะ

รแ๎ู หลํงกาเนดิ และคุณสมบัติของเสียง ธรรมชาติ เสยี งมนษุ ย์ เสียงการขับรอ๎ งและ
เคร่ืองดนตรี แสดงออกถึงการรับรู๎เรื่องเสียง แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเสียงที่ได๎ยิน ฝึกปฏิบัติการขับ
รอ๎ ง การปฏิบตั เิ ครอื่ งดนตรี การอํานภาษาดนตรี การสรา๎ งสรรคท์ างดนตรแี ละการประยุกต์ใช๎
การดูแลและเก็บรักษาเครื่องดนตรี ประเภทเคร่ืองตีและเคร่ืองจังหวะ สนใจและเห็นคุณคําเพลงและ
ดนตรีพ้นื บ๎านทเ่ี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาไทยและภูมิปัญญาสากล

มคี วามรพู๎ น้ื ฐานนาฏศิลป์ และละครสร๎างสรรค์ พัฒนาทักษะการสังเกตการณ์ใช๎ประสาทสัมผัส
ท้ัง ๕ สามารถปฏิบัติการเคล่ือนไหวอยํางอิสระตามจินตนาการด๎วยทําทาง ลีลา การรับรู๎จังหวะ การ
ใชเ๎ สยี ง บทบาทสมมตุ ิ และภาษาทําทางในการแสดงออก ถาํ ยทอดความคิด ความรู๎สึกตามจินตนาการ
เกดิ ความรกั ชื่นชมเหน็ คุณคําของนาฏศลิ ปแ์ ละการละเลํนพื้นบา๎ นทเ่ี ปน็ มรดกไทย

รหัสตวั ชี้วัด
ศ ๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔ ป.๑/๕
ศ ๑.๒ ป.๑/๑
ศ ๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔ ป.๑/๕
ศ ๒.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ศ ๓.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ศ ๓.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒

รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ช้ีวดั

หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ศ ๑๒๑๐๑ รายวิชาศิลปะ กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา 4๐ ชัว่ โมง

ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพ่ือให๎มีความรู๎และความสามารถเกี่ยวกับการรู๎ลักษณะเส๎น รูปรําง รูปทรง
และการใช๎สี และสามารถบรรยายเส๎น รูปรําง และสีท่ีพบในธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมรู๎จักชนิดของ
อุปกรณ์ บอกเลําความร๎ูสึกในการรับร๎ูความงามรู๎จักลักษณะของงานทัศนศิลป์ และผลงานศิลปะใน
ทอ๎ งถิ่นของตนเองและมคี วามสนุกเพลดิ เพลินในการทากิจกรรมศิลปะ

ร๎ูแหลํงกาเนดิ และคณุ สมบัติของเสียงธรรมชาติ เสยี งมนุษย์ เสียงการขับร๎องและเสียงเครื่องดนตรี ขับ
ร๎อง ปฏบิ ตั เิ คร่อื งดนตรี การอํานภาษาดนตรี ดูแลและเก็บรักษาเครื่องดนตรี แสดงออกถึงการรับรู๎เรื่อง
เสียง การสร๎างสรรค์ทางดนตรีและการประยุกต์ใช๎แสดงความคิดเห็นกับเสียงท่ีได๎ยินร๎ูความเป็นมา
ววิ ฒั นาการ สนใจ และเหน็ คณุ คาํ ของดนตรีพืน้ บา๎ นทเ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรมภมู ิปัญญาไทยและสากล

มีความรู๎พื้นฐานความคิดสร๎างสรรค์ ด๎วยการพัฒนาการสังเกต การใช๎ประสาทสัมผัสทั้ง ๕
สามารถปฏิบตั ิการเคลอื่ นไหวอยาํ งอสิ ระ ตามจนิ ตนาการด๎วยทําทางลีลาความงามการรับร๎ูจังหวะ การใช๎
เสียง บทบาทสมมุติ และภาษาในการแสดงออกถํายทอดความคิด ความร๎ูสึก จินตนาการ และเกิดความ
รัก ช่นื ชม รับร๎ู นาฏศิลปอ์ นั เปน็ มรดกไทย
รหัสตวั ช้ีวดั
ศ ๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕ ป.๒/๖ ป.๒/๗ ป. ๒/๘
ศ ๑.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ศ ๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕
ศ ๒.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒
ศ. ๓.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕
ศ ๓.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตัวชีว้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ศ ๑๓๑๐๑ รายวชิ าศิลปะ กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา 4๐ ช่วั โมง

ศกึ ษาและฝึกปฏบิ ัติ รูปรําง รปู ทรง วัสดุอุปกรณท์ ่ีใช๎ในงานทศั นศลิ ป์ การระบายสี
การแสดงความคดิ เหน็ เลําถึงท่มี าของงานทัศนศลิ ปท์ อ๎ งถิ่น วิเคราะห์ ฝึกทกั ษะกระบวนการวาดภาพ
รูปราํ งรูปทรง กระระบายสี การป้ัน การพิมพ์ เข๎าใจความสัมพันธ์ระหวาํ งทัศนศิลป์ ประวัตศิ าสตร์ และ
วฒั นธรรม เหน็ คณุ คาํ งานทัศนศลิ ปท์ ่เี ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาท๎องถ่นิ ภูมิปญั ญาไทย และ
สากล ชื่นชม มีความสุข ตระหนกั ถึงการอนรุ ักษ์ศลิ ปะ วัฒนธรรมไทย

ศกึ ษาและปฏบิ ัติถึงเรอื่ งตน๎ กาเนดิ เสียง สารวจและแสดงออกถงึ การรับรคู๎ วามไพเราะของเสียง
รู๎และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเสียงในธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อม เสียงดนตรีของตนเองและผ๎ูอื่น สนใจ
ดนตรีอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท๎องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากลนาความรู๎ทางดนตรีไปใช๎
กบั กลุมํ สาระอน่ื และชวี ติ ประจาวัน

ศึกษาและปฏิบัติรับรู๎ ความรู๎สึกและเรื่องราวตํางๆ ด๎วยการแสดงออกอยํางอิสระ โดยใช๎
กระบวนการทางละครสร๎างสรรค์ แสดงออกทางนาฎศิลป์จากประสบการณ์อยํางอิสระ และมีรูปแบบ
นาฎศลิ ปเ์ บ้อื งต๎น นาประสบการณ์การเรยี นรูน๎ าฎศลิ ปแ์ ละละครสร๎างสรรค์มาเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของ
ตนเองและครอบครวั มีความชนื่ ชมและสนใจนาฏศิลป์อนั เปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา
ท๎องถน่ิ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล

รหสั ตวั ชี้วัด

ศ.๑.๑ ป ๓/๑ ป ๓/๒ ป ๓/๓ ป ๓/๔ ป ๓/๕ ป ๓/๖ ป ๓/๗ ป ๓/๘ ป ๓/๙ ป.๓/๑๐
ศ.๑.๒ ป ๓/๑ ป ๓/๒
ศ.๒.๑ ป ๓/๑ ป ๓/๒ ป ๓/๓ ป ๓/๔ ป ๓/๕ ป ๓/๖ ป ๓/๗
ศ.๒.๒ ป ๓/๑ ป ๓/๒
ศ.๓.๑ ป ๓/๑ ป ๓/๒ ป ๓/๓ ป ๓/๔ ป ๓/๕
ศ.๓.๒ ป ๓/๑ ป ๓/๒ ป ๓/๓

รวม ๖ มาตรฐาน ๓๐ ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนอนุบาลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ศ ๑๔๑๐๑ รายวชิ าศลิ ปะ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพ่ือให๎มีความรู๎และความสามารถเกี่ยวกับรูปรําง รูปทรง ในธรรมชาติ
สงิ่ แวดล๎อมและงานทัศนศิลป์ อิทธิพลของสี การใช๎สีวรรณะอุํนและเย็นการใช๎ทัศนธาตุในงานทัศนศิลป์
การใช๎วัสดุ อุปกรณ์ในการวาดภาพและพิมพ์ภาพ การจัดระยะความลึก น้าหนักและแสงเงาในการวาด
ภาพ ความเหมอื นและความแตกตํางในงานทัศนศิลป์ การสร๎างสรรค์งานและสื่อความคิด จินตนาการ
ด๎วยงานทัศนศิลป์การแสดงความคิดเห็นและความร๎ูสึกเกี่ยวกับความงาม คุณคําทางศิลปะ การวิจารณ์
งานทัศนศิลป์การนาความร๎ูทางทัศนศิลป์ไปใช๎กับกลุํมสาระการเรียนร๎ูอ่ืนๆและชีวิตประจาวัน เข๎าใจ
ความสัมพันธ์ ระหวํางศิลปะ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมไทยและสากล การเห็นคุณคําทางศิลปะ
วฒั นธรรมประเพณี ภูมปิ ัญญาท๎องถิน่ ภมู ิปัญญาไทยและสากล

มีความร๎ูความเข๎าใจเรื่องโครงสร๎างของบทเพลง ประเภทของเคร่ืองดนตรี ทานอง จังหวะ
เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี การขับร๎องเพลงท่ีเหมาะสมกับบันไดเสียง การใช๎และการดูแล
รกั ษาเคร่อื งดนตรี ความหมายของเน้ือหาในบทเพลง ความสมั พนั ธข์ องวิถีชีวิตกับผลงานงานดนตรี การ
อนุรักษ์วัฒนธรรมทางดนตรี เข๎าใจประวัติความเป็นมาของดนตรีความสัมพันธ์ระหวํางดนตรีกับมนุษย์
ฝึกปฏิบัติการขับร๎องและบรรเลงดนตรีเพื่อสื่อความคิด จินตนาการ ความร๎ูสึก ตลอดจนการนาความร๎ู
และหลกั ทางดนตรีมาใชก๎ บั กลุมํ สาระอืน่ และชีวิตประจาวัน

มีความรู๎และความเข๎าใจเรื่องทักษะพื้นฐานทางนาฏศิลป์ หลักและวิธีการปฏิบัตินาฏศิลป์ การ
ใช๎ภาษาทาํ และนาฏยศัพท์ประกอบเพลง การใช๎ศัพท์ทางการละคร การประดิษฐ์ทําทางหรือทํารา การ
แสดงนาฏศิลป์ประเภทตํางๆ การเลําเร่ืองเกี่ยวกับตัวละครและความเป็นมาของนาฏศิลป์ การ
สร๎างสรรค์งาน นาเสนอและสื่อสารโดยถํายทอดจินตนาการและความรู๎ สึกการประยุกต์ใช๎ใน
ชีวิตประจาวัน เห็นคุณคําของงานและมีจิตสานึกในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท๎องถิ่น
ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล

รหสั ตวั ชวี้ ัด

ศ ๑.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖ ป.๔/๗ ป.๔/๘ ป.๔/๙
ศ ๑.๒ ป.๔/๑ ป.๔/๒
ศ ๒.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖ ป.๔/๗
ศ ๒.๒ ป.๔/๑ ป.๔/๒
ศ ๓.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕
ศ ๓.๒ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตัวช้ีวดั

หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ศ ๑๕๑๐๑ รายวิชาศิลปะ กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพ่ือให๎มีความร๎ูและความสามารถเกี่ยวกับจังหวะ ตาแหนํงของส่ิง
ตํางๆ ในสิ่งแวดล๎อมและงานทัศนศิลป์ แสงเงา น้าหนัก วรรณะสี งานป้ัน งานพิมพ์ภาพ การจัด
องค์ประกอบการส่ือความหมาย ประโยชน์และคุณคําของงานทัศนศิลป์ การให๎วัสดุอุปกรณ์ในการสร๎าง
งาน การแสดงความคิดเห็นและความร๎ูสึกเกี่ยวกับความงามและคุณคําของศิลปะ การนาความร๎ูทาง
ทัศนศิลป์ไปใช๎กับกลุํมสาระอ่ืนๆ และชีวิตประจาวัน เข๎าใจความสัมพันธ์ระหวํางศิลปะ ประวัติศาสตร์
วฒั นธรรมไทยและสากล การเห็นคณุ คําของศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี ภมู ปิ ญั ญาทอ๎ งถ่ิน ภูมิปัญญาไทย
และสากล

มีความรู๎ ความเข๎าใจเร่ืองการส่ืออารมณ์ของบทเพลงด๎วยองค์ประกอบดนตรี ลักษณะ
ของเสียงนักร๎องและเสียงดนตรี เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี การบรรเลงเครื่องประกอบจังหวะ
และทานอง การร๎องเพลงไทยและสากล การสร๎างสรรค์เสียงประกอบการเลําเรื่องดนตรีกับงานประเพณี
คุณคําของดนตรีจากแหลํงวัฒนธรรม เข๎าใจประวัติความเป็นมาของดนตรีท่ีมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ ฝึก
การขับร๎องและบรรเลงดนตรี เพ่ือส่ือความคิด จินตนาการ ความร๎ูสึก ตลอดจนการนาความรู๎และหลัก
ทางดนตรีมาใช๎ กับกลุมํ สาระอืน่ ๆ และชีวิตประจาวนั

มีความร๎ู ความเข๎าใจเร่ืององค์ประกอบของนาฏศิลป์ การประดิษฐ์ทําทางประกอบเพลง
และเร่ืองราว การแสดงนาฏศิลป์ องค์ประกอบของละคร ท่ีมาของการแสดงนาฏศิลป์ชุดตํางๆ หลักการ
แสดงและการถํายทอดความร๎ูสึก การแสดงนาฏศิลป์ประเภทตํางๆ การฝึกทักษะนาฏศิลป์ไทยและ
นาฏศิลป์พื้นบ๎าน ใช๎สุนทรียะทางนาฏศิลป์ วิเคราะห์และการประดิษฐ์ทํารา การตระหนักในคุณคําของ
การจัดกิจกรรมนาฏศิลป์เพ่ืออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยและสามารถนานาฏศิลป์ไปใช๎ใน
ชีวติ ประจาวนั ได๎

รหสั ตวั ชวี้ ดั

ศ ๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๖ ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๖ ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตัวชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

ศ ๑๖๑๐๑ รายวิชาศลิ ปะ คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
กล่มุ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษาและฝึกปฏิบัติเก่ียวกับการสร๎างสรรค์ส่ือความคิดจินตนาการงานทัศนศิลป์ ประวัติและ
วิวัฒนาการของดนตรีประเภทเครื่องดนตรีและทักษะพื้นฐานด๎านนาฏศิลป์ สืบค๎นข๎อมูลขําวสารทาง
ศิลปะวิเคราะห์ทัศนธาตุและวิจารณ์งานทัศนศิลป์ นาความร๎ูทางทัศนศิลป์ไปใช๎กับกลํุมสาระการเรียนร๎ู
อ่ืนๆในชีวิตประจาวันแสดงความสัมพันธ์ระหวํางดนตรีกับมนุษย์โดยนาการผสมวงและวิเคราะห์
องคป์ ระกอบของดนตรีมีหลักการฟังและการวิเคราะห์เพลงมีหลักการขับร๎องบรรเลงดนตรีวิธีการบรรเลง
และการใช๎เครื่องดนตรีการดูแลและการเก็บรักษาเคร่ืองดนตรี มีทักษะพ้ืนฐานด๎านนาฏศิลป์ได๎แกํ
ละครเวที ละครสร๎างสรรค์ นาฏศิลป์มาตรฐาน นาฏศิลป์พ้ืนเมืองวิธีการแสดงโขน การดันสดการ
แสดงเป็นตัวละคร การใช๎รํางกายเสียงและภาษาในการส่ือความหมายกับการสร๎างนาฏกรรมฝึกทักษะ
นาฏศิลป์ไทยและนาฏศิลปพ์ นื้ บ๎านใชส๎ นุ ทรียะทางนาฏศลิ ป์วิเคราะหแ์ ละประดิษฐท์ าราและบริหารจัดการ
แสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย

สร๎างสรรคง์ านทัศนศิลป์ดนตรแี ละนาฏศิลปต์ ามจนิ ตนาการและความคิดสร๎างสรรคว์ ิเคราะห์
วิพากษ์วจิ ารณ์คุณคาํ งานทัศนศิลป์ดนตรีและนาฏศิลป์ถํายทอดความร๎สู ึกความคดิ ตํองานทศั นศลิ ป์
ดนตรี และนาฏศิลป์ อยํางอิสระ ชน่ื ชมและประยกุ ต์ใช๎ในชวี ิตประจาวนั เขา๎ ใจความสัมพันธ์ระหวาํ ง
ทัศนศิลป์ ดนตรนี าฏศิลป์ ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเน๎นคุณคํางานทัศนศลิ ปด์ นตรี และ
นาฏศิลปท์ เ่ี ปน็ มรดกทางวฒั นธรรมภูมิปัญญาท๎องถิ่น ภมู ิปัญญาไทยและสากล

รหสั ตัวช้ีวัด

ศ.๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔ ป.๖/๕ ป.๖/๖ ป.๖/๗

ศ.๑.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓

ศ.๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔ ป.๖/๕ ป.๖/๖

ศ.๒.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓

ศ.๓.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔ ป.๖/๕ ป.๖/๖

ศ.๓.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๘ ตวั ช้ีวดั

หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ง ๑๑๑๐๑ รายวิชาการงานอาชีพ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

ฝกึ ทางานด๎วยตนเองยาํ งสม่าเสมอ เชํน การแตํงกาย การเก็บของใช๎ การหยบิ จับ และใช๎ของ

สวํ นตวั การจดั โตะ๏ ต๎ู ช้นั ฝึกใช๎วสั ดอุ ปุ กรณ์และเครื่องมืองําย ๆ ในการทางานอยาํ งปลอดภยั เชนํ การ

ทาความคน๎ุ เคยกับการใช๎เคร่ืองมือ การรดน้าตน๎ ไม๎ การถอนและเก็บวัชพชื การพบั กระดาษเปน็ ของเลนํ

ศึกษาข๎อมลู ของสง่ิ ท่ีสนใจ เก่ียวกบั บคุ คล สัตว์ ส่งิ ของ เรอ่ื งราวและเหตุการณ์ตาํ ง ๆ แหลํงขอ๎ มลู ท่ีอยใํู กล๎

ตวั เชนํ บ๎าน ห๎องสมุด ผ๎ปู กครอง ครู หนงั สอื พิมพ์ รายการโทรทศั น์ การใช๎ประโยชนจ์ ากอุปกรณ์

เทคโนโลยสี ารสนเทศ คอมพิวเตอร์ วทิ ยุ โทรทัศน์ กล๎องดิจิตัล โทรศัพทม์ ือถือ

โดยใช๎ทักษะกระบวนการในการทางาน มีความคิดสรา๎ งสรรค์ ทกั ษะการจัดการ ทกั ษะ

กระบวนการแกป๎ ัญหา ทักษะการทางานรวํ มกัน และทกั ษะการแสวงหาความร๎ู มจี ติ สานกึ ในการใช๎

พลงั งาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล๎อมเพื่อดารงชวี ิตและครอบครัวอยาํ งมีคุณธรรมและคํานิยมที่เหมาะสม

รหสั ตวั ช้ีวัด

มฐ ง ๑.๑ ป . ๑/๑ ป. ๑/๒ ป . ๑/๓
มฐ ง ๓.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
รวม ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ง ๑๒๑๐๑ รายวชิ าการงานอาชีพ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

รายวชิ าการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีท่ี๒ เป็นรายวิชาทีม่ ุงํ ปลกู ฝังให๎ผูเ๎ รียนมี
ความร๎ู ความเขา๎ ใจในความสาคญั ของการทางาน ประโยชนว์ ิธกี ารใช๎และเกบ็ เครื่องมือ วางแผน
ปฏบิ ตั ิงาน แก๎ปัญหา ออกแบบสงิ่ ของเคร่ืองใช๎ ของเลนํ นาเทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์มาประยุกตใ์ ชง๎ าน
เหมาะสมชืน่ ชมในผลงานโดยมนี ิสัยรกั การทางาน ขยันซื่อสัตย์ ประหยัด อดออม มีความปลอดภยั ใน
การทางานตลอดจนร๎ูจักใชพ๎ ลังงานสิ่งแวดลอ๎ มอยํางประหยัด

ผู๎เรยี นแสดงออกดว๎ ยการเรยี นรูแ๎ ละทางาน ความสัมพนั ธ์ บทบาท และหน๎าทขี่ องตนเอง
การเลอื ก การดแู ลรกั ษาเครื่องมือ เคร่ืองใชอ๎ ปุ กรณภ์ ายในบา๎ น การเลอื กใช๎การดูแลรกั ษาเคร่ืองแตงํ
กาย การเลือกรบั ประทานอาหารและเคร่ืองดม่ื ทม่ี ีประโยชน์ การเพาะเมลด็ และการเล้ยี งสตั ว์
การออกแบบ ขั้นตอนการประดษิ ฐ์ของเลํน ของใช๎ ดูแลรกั ษารักษาเคร่ืองใชใ๎ นการประดษิ ฐข์ องเลนํ
ของใช๎การจดั เก็บเอกสาร เครอื่ งมือเครอ่ื งใช๎ในการสอื่ สารเพื่อสะดวกในการนาไปใช๎ การรจู๎ ักประหยัด
และเกบ็ เงนิ การออกแบบเลือกใชน๎ าเทคโนโลยมี าใช๎ในชีวิตประจาวันได๎อยํางค๎ุมคาํ และปลอดภัย การนา
ความร๎พู น้ื ฐานคอมพิวเตอร์มาใชง๎ านการรวบรวมข๎อมูลเบ้ืองตน๎

รหัสตวั ช้ีวัด

ง. ๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓
ง. ๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔
ง.๓.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตัวชว้ี ัด

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ง ๑๓๑๐๑ รายวิชาการงานอาชพี และเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษาบทบาท และหนา๎ ท่ีของตนเองตํอสมาชิกในครอบครัวดว๎ ยการชํวยเหลอื งานบา๎ น เพื่อแบํง
เบาภาระของพํอแมดํ ว๎ ยความเต็มใจ ดูแลรักษาและทาความสะอาดบริเวณบ๎าน ห๎องรบั แขก ห๎องครัวให๎
สะอาด สวยงาม ซํอมแซมเสือ้ ผ๎า และเครอ่ื งแตํงกายอยํางงํายได๎อยํางถูกตอ๎ งตามขนั้ ตอน เลือกบริโภค
อาหาร และเคร่ืองดมื่ ท่ีมีคณุ คําทางโภชนาการ และมีมารยาทในการรบั ประทานอาหาร ถนอมอาหารด๎วย
การดอง ตามขนั้ ตอนท่ีถกู ต๎อง ประดิษฐข์ องเลํน ของใช๎ตามกระบวนการทางานรจู๎ ักดูแลพชื ผกั สวนครวั
ไม๎ดอก ไมป๎ ระดับ ได๎อยาํ งถูกตอ๎ ง รแู๎ ละเขา๎ ใจในการใช๎เคร่ืองมือ เคร่ืองใช๎ในการทางาน มีทกั ษะ ความคดิ
สร๎างสรรค์ สามารถทางานได๎อยํางมีความสขุ ด๎วยความรบั ผดิ ชอบตอํ หนา๎ ท่ี มีกระบวนการทางานอยําง
เปน็ ขน้ั ตอนและมปี ระสทิ ธิภาพ ประสทิ ธิผล มคี ุณธรรม มีเจตคตทิ ด่ี ตี ํอการทางาน มีคณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค์

รหสั ตัวช้ีวดั

ง. ๑.๑ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
ง. ๑.๒ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓ , ป ๑/๔
ง. ๑.๓ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตัวช้ีวดั

หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

ง ๑๔๑๐๑ รายวิชาการงานอาชพี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา 4๐ ชวั่ โมง

ศึกษาอธิบาย วิเคราะห์อภิปราย สร๎างชิ้นงานภาระงานค๎นหา รวบรวมสารวจข๎อมูลใช๎

วัสดอุ ปุ กรณแ์ ละฝกึ การแก๎ปัญหาในสาระดังตํอไปนี้

งานบ้านและชีวิตความเป็นอยู่ การทางานกับสมาชิกในครอบครัว การจัดการงาน
บ๎านอยํางเป็นระบบ การซํอมแซมเสื้อผ๎า การซักเสื้อผ๎าและการตากเส้ือผ๎า การเก็บเส้ือผ๎าและการพับ
เสื้อผา๎ การรีดเสือ้ ผา๎ การเลือกซื้ออาหารและเครือ่ งดืม่

งานเกษตรคูบ่ า้ น การใช๎และเกบ็ รักษาเครอ่ื งมอื เกษตร การขยายพันธ์ุ ปลูก บารุงรักษา

และเก็บเกย่ี วผลผลติ ของไมด๎ อกไม๎ประดับและผลผลิตของพืชผักสวนครัวการบารุงรักษาสัตวเ์ ลยี้ ง

งานประดิษฐ์ และงานช่าง หลักการเบื้องตน๎ เกี่ยวกับงานประดิษฐ์เคร่ืองมือ วัสดุ และ

อุปกรณ์ที่ใช๎ในงานประดิษฐค์ วามปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงานการประดิษฐ์สง่ิ ของจากเศษวสั ดุ

งานชํางพืน้ ฐาน

ก้าวไกลไปกับงานธุรกิจ ความสาคัญ ประโยชน์ ประเภทของงานธุรกิจหน๎าท่ีในการ

ประกอบธุรกจิ ความสาคัญ ประโยชน์ ของการทาบันทึกรายรบั -รายจํายการทาบนั ทึกรายรบั รายจําย

โดยใช๎กระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ ทักษะการแสวงหาความรู๎เพื่อให๎มี
จิตสานึกในการใช๎ทรัพยากรอยํางประหยัดและค๎ุมคํา มีคณุ ธรรมในการทางาน และการอภิปรายเพ่ือให๎
เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สามารถนาเสนอส่ือสารส่ิงท่ีเรียนร๎ู มีความสามารถในการ
ตดั สินใจ เหน็ คุณคําของการนาความร๎ูไปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน คุณธรรมจริยธรรม และคํานิยม
ทเี่ หมาะสม

รหสั ตวั ช้ีวัด
ง ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ง 2.๑ ป.๔/๑
รวม 2 มาตรฐาน 5 ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

ง ๑๕๑๐๑ รายวิชาการงานอาชพี กล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา 4๐ ช่ัวโมง

ศึกษาการทางานและปรบั ปรุงการทางาน มที ักษะการทางานรวํ มกัน และทางานอยํางมรี ะบบ มี
ความคิดสร๎างสรรค์ มีลักษณะนิสยั การทางานที่ขยนั อดทน รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ และมีจติ สานกึ ใน
การใชน๎ ้าใชไ๎ ฟฟูา อยํางประหยดั และคุ๎มคาํ มีความคิดในการแก๎ไขปัญหา หรอื สนองความตอ๎ งการอยาํ ง
หลากหลาย นาความร๎ูและทักษะการสรา๎ งชิ้นงานไปประยกุ ต์ ในการสรา๎ งสง่ิ ของ เครอื่ งใช๎ตามความ
สนใจอยํางปลอดภัย อยํางมีจิตสานึก และรับผิดชอบ มีความร๎ูและเข๎าใจในอาชีพ รวมท้ังมีความรู๎
ความสามารถ และคุณธรรมที่สมั พนั ธ์กบั อาชีพ

รหัสตัวช้ีวัด

ง.๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔
ง.2.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒
รวม 2 มาตรฐาน 6 ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ง ๑๖๑๐๑ รายวชิ าการงานอาชีพ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา 4๐ ชว่ั โมง

ศึกษาอธิบาย วิเคราะห์อภิปราย สรา๎ งชิ้นงานภาระงานค๎นหา รวบรวมสารวจข๎อมลู ใชว๎ สั ดุ
อุปกรณ์และฝกึ การแก๎ปญั หาในสาระดงั ตํอไปน้ี

งานบา้ นและชีวิตความเปน็ อยู่ การดูแลรกั ษาบ๎าน การจดั ตกแตํงบา๎ นและบรเิ วณบา๎ น
การเลือกใช๎เสือ้ ผ๎าและเครื่องแตงํ กาย การซํอมแซมตกแตํงและดดั แปลงเส้ือผ๎า การจัดเก็บส่ิงของ
ในบา๎ นการดูแลรักษาเส้ือผ๎าและเครอื่ งแตํงกาย การเลือกบริโภคอาหาร อุปกรณ์
และการประกอบอาหาร การเกบ็ และการถนอมอาหาร

งานเกษตรนา่ รู้ การคัดเลือกพันธุ์และการขยายพนั ธุพ์ ชื การเตรียมดนิ และปุ๋ย การปลกู
ไม๎ดอก ไม๎ประดับ และพืชผกั สวนครัว การเลยี้ งสัตว์และประเภทของสัตว์ การคัดเลือกพันธ์ุสัตว์และการ
ขยายพันธ์ุสัตว์ การเลี้ยงและการดแู ลรกั ษาสัตว์

งานประดษิ ฐ์ งานช่าง หลกั การเบื้องต๎นเกี่ยวกับงานประดษิ ฐ์ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ เครื่องใช๎ใน
งานประดิษฐ์ ตวั อยํางงานประดิษฐ์ส่งิ ของตําง ๆการออกแบบ การประกอบหรือตดิ ตั้ง
การบารุงรกั ษา และซํอมแซมส่ิงของตาํ ง ๆ

งานธุรกจิ และการประกอบอาชีพ ปัจจยั ในการทางานธุรกิจ หนา๎ ทีข่ องธุรกจิ และกระบวนการ
ทางานธรุ กิจประเภทของธรุ กิจ วสิ าหกจิ ขนาดเลก็ และขนาดกลาง (SME) หลกั การและคณุ ธรรมในการ
ประกอบอาชีพ การนาเทคโนโลยีมาพัฒนาการงานอาชพี

รหัสตัวชี้วัด
ง ๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
ง ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
ง ๓.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔ ป.๖/๕
รวม 3 มาตรฐาน ๑1 ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน

อ ๑๑๑๐๑ รายวิชาภาษาอังกฤษ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลา 120 ชว่ั โมง

ระบุอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาองั กฤษและภาษาไทย อํานออกเสยี ง สะกดคางาํ ยๆ
เลือกภาพตรงตามความหมายของคาและกลมุํ คาท่ีฟัง ปฏิบัติตามและใช๎คาสง่ั งํายๆ บอกความต๎องการ
งาํ ยๆ ของตนเอง พดู ขอและให๎ข๎อมลู ในการสอื่ สารระหวํางบคุ คลเก่ยี วกับตนเองและเรอ่ื งใกล๎ตวั ใน
สถานการณง์ ํายๆ ท่เี กิดขนึ้ ในหอ๎ งเรยี น พร๎อมทัง้ ทาทําทางประกอบตามวฒั นธรรมของเจ๎าของภาษา
บอกชอ่ื รวบรวมคาศัพท์ และตอบคาถามเกีย่ วกบั เร่ืองใกลต๎ วั กลมุํ สาระการเรียนร๎ูอ่นื และเทศกาล
สาคัญของเจ๎าของภาษาอยํางงํายๆ และเข๎ารํวมกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย

รหัสตัวช้ีวัด

ต ๑.๑ ป.๑/๑, ๑/๒, ๑/๓, ๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑, ๑/๒, ๑/๓, ๑/๔
ต ๑.๓ ป.๑/๑
ต ๒.๑ ป.๑/๑, ๑/๒, ๑/๓
ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๒ ป.๑/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ชวี้ ัด

หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

อ ๑๒๑๐๑ รายวิชาภาษาอังกฤษ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา 12๐ ช่วั โมง

ระบตุ ัวอกั ษร และเสยี งอกั ษรของภาษาองั กฤษและภาษาไทย อาํ นออกเสยี ง สะกดคางาํ ย ๆ
เลือกภาพตรงจากความหมายของคาและกลุมํ คาท่ีฟัง ปฏบิ ัตติ ามและใชค๎ าสงั่ คาขอร๎องงําย ๆ ตามแบบที่
ฟัง ตอบคาถาม บอกช่ือ และคาศัพท์ พูดขอและใหข๎ ๎อมลู ในการส่ือสารระหวาํ งบุคคลเก่ียวกับตนเองและ
เรือ่ งใกล๎ตัวในสถานการณง์ าํ ย ๆ ที่เกิดขน้ึ ในห๎องเรยี น นทิ าน กลุมํ สาระการเรยี นรู๎อ่ืนและเทศกาลสาคญั
พร๎อมทงั้ ทาทาํ ประกอบตามวัฒนธรรมของเจ๎าของภาษา เขา๎ รํวมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ี
เหมาะสมกับวยั ถูกต๎องตามกาลเทศะ เหน็ คุณคําของการใช๎ภาษาองั กฤษ การอยูํรวํ มกนั ในสังคม เห็น
คณุ คาํ ในตนเอง ใฝเุ รยี นรู๎ และรักความเปน็ ไทย

รหัสตัวช้ีวดั

ต ๑.๑ ป.๒/๑ , ป๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ต.๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ต.๑.๓ ป.๒/๑
ต.๒.๑ ป.๒/๑ , ป๒/๒, ป.๒/๓
ต.๒.๒ ป.๒/๑
ต.๓.๑ ป.๒/๑
ต.๔.๑ ป.๒/๑
ต.๔.๒ ป.๒/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

อ ๑๓๑๐๑ รายวชิ าภาษาองั กฤษ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา 120 ชั่วโมง

ปฏิบตั ิตามคาส่งั คาขอร๎อง อํานออกเสยี งตัวอักษร คา กลุํมคา ประโยคงําย ๆ บอกความ
แตกตํางของเสียงตวั อักษร คา กลํมุ คา ประโยคงาํ ย ๆ ของภาษาตาํ งประเทศและภาษาไทย พดู บท พดู
เข๎าจังหวะถูกต๎องตามหลักการอาํ น บอกความหมายของคา กลมุํ คา และประโยคงําย ๆ บอกคาศัพท์ท่ี
เกย่ี วข๎องกบั กลํุมสาระ การเรียนร๎ูอืน่ ตอบคาถามจากการฟงั และอาํ นประโยค บทสนทนาหรอื นิทานงาํ ย
ๆ พดู โตต๎ อบดว๎ ยคาสนั้ ๆ งําย ๆ ในการสือ่ สารระหวํางบุคคล ใช๎คาส่งั และคาขอรอ๎ งงําย ๆ ในการ
สนทนาโตต๎ อบตามสถานการณ์ในหอ๎ งเรียนและในชีวิตประจาวัน พดู ขอและให๎ข๎อมลู เกี่ยวกับตนเอง
เพือ่ นและสิง่ ใกลต๎ ัว จัดหมวดหมูํคาตามประเภทของบุคคล สตั ว์ สง่ิ ของ พูดและทาทําทางประกอบตาม
มารยาทสงั คมและวัฒนธรรม บอกชอ่ื ตาแหนงํ คาศัพทเ์ กี่ยวกับเทศกาล วนั สาคญั และงายฉลอง เขา๎ รวํ ม
กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะสมกบั วัย มที ักษะในการใช๎ภาษาเพื่อการสื่อสารเกยี่ วกบั ตนเอง
ครอบครัว โรงเรยี น สง่ิ แวดล๎อมใกล๎ตัว และสถานทีส่ าคัญในจงั หวดั ราชบุรี

รหัสตวั ชี้วัด

ต ๑.๑ ป.๓/๑ ป. ๓/๒ ป. ๓/๓ ป. ๓/๔
ต ๑.๒ ป. ๓/๑ ป. ๓/๒ ป. ๓/๓ ป. ๓/๔ ป. ๓/๕
ต ๑.๓ ป. ๓/๑ ป. ๓/๒
ต ๒.๑ ป. ๓/๑ ป. ๓/๒ ป. ๓/๓
ต ๒.๒ ป. ๓/๑
ต ๓.๑ ป. ๓/๑
ต ๔.๑ ป. ๓/๑

ต ๔.๒ ป. ๓/๒
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๘ ตัวชี้วัด

หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

อ ๑๕๑๐๑ รายวชิ าภาษาอังกฤษ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง

ปฏบิ ัตติ ามคาสั่ง คาขอร๎อง และคาแนะนา (instructions) งํายๆ ท่ฟี งั หรืออําน อาํ นออกเสยี ง
คา สะกดคา อํานกลุมํ คา ประโยค ข๎อความงาํ ยๆ และบทพดู เจ๎าจังหวะ ถูกต๎องตามหลักการอาํ น เลอื ก/
ระบุภาพหรือสัญลักษณ์ หรอื เคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยคและข๎อความส้นั ๆ ที่ฟงั หรืออาํ น
ตอบคาถามจากการฟังหรืออํานประโยค บทสนทนา และนิทานงาํ ยๆ พูด/เขียนโตต๎ อบในการสือ่ สาร
ระหวาํ งบคุ คล ใช๎คาสัง่ คาขอรอ๎ ง และคาขออนุญาตงํายๆ พูด/เขียนแสดงความต๎องการของตนเอง ขอ
ความชวํ ยเหลือในสถานการณ์งาํ ยๆ พูด/เขียนเพ่ือขอและให๎ขอ๎ มลู เกยี่ วกบั ตนเอง เพ่ือน และครอบครัว
พูดแสดงความร๎สู กึ ของตนเองเก่ียวกบั เรื่องตํางๆ ใกล๎ตัว หรือกจิ กรรมตาํ งๆ ตามแบบท่ฟี ัง พูด/เขยี นให๎
ข๎อมลู เก่ยี วกบั ตนเองและเร่อื งใกล๎ตัว พดู /วาดภาพแสดงความสมั พันธ์ของสิง่ ตํางๆ ใกล๎ตัวทฟ่ี ังหรืออําน
พูดแสดงความคดิ เหน็ งํายๆ เกยี่ วกบั เรือ่ งตํางๆ ใกลต๎ ัว

พดู และทาทําประกอบอยํางสุภาพตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ๎าของภาษาตอบ
คาถามเกยี่ วกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง และชีวติ ความเปน็ อยงํู าํ ยๆ ของเจา๎ ของภาษา การเข๎ารํวม
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทเ่ี หมาะสมกบั วยั บอกความแตกตํางของเสยี งตัวอักษร คา กลุํมคา
ประโยคและข๎อความของภาษาตํางประเทศ (ภาษาองั กฤษ) และภาษาไทย

คน๎ ควา๎ รวบรวมคาศัพทท์ เ่ี ก่ียวขอ๎ งกบั กลมํุ สาระการเรยี นร๎ูอ่นื และนาเสนอดว๎ ยการพดู /การ
เขียนฟังและพดู /อาํ นในสถานการณ์ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในห๎องเรยี นและสถานศึกษา ใชภ๎ าษาตํางประเทศ
(ภาษาองั กฤษ) ในการสืบค๎นและรวบรวมข๎อมลู ตํางๆ

รหัสตัวช้ีวัด

ต ๑.๑ ป. 4/๑ ป. 4/๒ ป. 4/๓ ป. 4/๔
ต ๑.๒ ป. 4/๑ ป. 4/๒ ป. 4/๓ ป. 4/๔ ป. 4/๕
ต ๑.๓ ป. 4/๑ ป. 4/๒ ป. 4/๓
ต ๒.๑ ป. 4/๑ ป. 4/๒ ป. 4/๓
ต ๒.๒ ป. 4/๑ ป. 4/๒
ต ๓.๑ ป. 4/๑
ต ๔.๑ ป. 4/๑
ต ๔.๒ ป. 4/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

อ ๑๕๑๐๑ รายวิชาภาษาอังกฤษ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง

ปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั คาขอร๎อง คาขออนญุ าต คาแนะนา การใชถ๎ ๎อยคา น้าเสยี งและกริ ิยาทาํ ทาง
อยํางเหมาะสมตามมารยาทและวฒั นธรรมของเจา๎ ของภาษา อํานออกเสียงขอ๎ ความ นทิ าน บทกลอน
สนั้ ๆ ตามหลกั การอาํ นและเลอื กประโยค ข๎อความส้นั ๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรือเร่อื งที่อําน
และบอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอํานบทสนทนา นิทานงําย และเรื่องเลํา ในเร่ือง
เก่ียวกบั นิทาน บทสนทนา พูดและเขียนโต๎ตอบในการส่ือสารระหวาํ งบุคคล ขอและให๎ข๎อมลู แสดง
ความร๎สู ึกและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั ตนเองเพ่ือน ครอบครัวและเรื่องใกลต๎ วั ตลอดจนเขียนแผนภาพ
แผนผัง แผนภูมิ และตารางแสดงขอ๎ มูลตาํ งๆ สบื ค๎นและรวบรวมข๎อมูลเกี่ยวกับเทศกาล วันสาคัญ
งานฉลอง ชีวิตความเปน็ อยูํของเจ๎าของภาษา ตอบคาถามและบอกความสาคัญ ความเหมอื นและความ
แตกตาํ งตลอดจนเข๎ารํวมกจิ กรรม คิดค๎น รวบรวมคาศัพท์ที่เกยี่ วข๎องกับกลํมุ สาระอน่ื และนามาสื่อสาร
ในสถานการณต์ าํ งๆ ที่เกดิ ขึ้นในหอ๎ งเรยี นและสถานศึกษา มวี นิ ยั ใฝเุ รยี นร๎ู รกั ความเป็นไทย

รหัสตวั ชี้วัด

ต ๑.๑ ป. ๕/๑ป. ๕/๒ ป. ๕/๓ ป. ๕/๔
ต ๑.๒ ป. ๕/๑ ป. ๕/๒ ป. ๕/๓ ป. ๕/๔ ป. ๕/๕
ต ๑.๓ ป. ๕/๑ ป. ๕/๒ ป. ๕/๓
ต ๒.๑ ป. ๕/๑ ป. ๕/๒ ป. ๕/๓
ต ๒.๒ ป. ๕/๑ ป. ๕/๒
ต ๓.๑ ป. ๕/๑
ต ๔.๑ ป. ๕/๑
ต ๔.๒ ป. ๕/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชวี้ ัด

หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

อ ๑๖๑๐๑ รายวชิ าภาษาองั กฤษ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง

ปฏิบัตติ ามและพดู เขียนโต๎ตอบ คาส่ัง คาขอร๎อง คาขออนุญาต และคาแนะนางํายๆ จากการฟัง
และอํานออกเสียง ประโยค ข๎อความ นิทาน และบทบกลอนส้ันๆ ตามหลักการอําน และเปรียบเทียบ
ความเหมือน ความแตกตํางระหวํางการอํานออกเสียงประโยคชนิดตํางๆ การใช๎เครื่องหมายวรรคตอน
การลาดับคา ระบแุ ละวาดภาพสัญลักษณ์ หรือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายประโยคและข๎อความส้ันๆ
ตลอดจนความเหมือน/ความแตกตํางระหวํางเทศกาลและงานฉลองของเจ๎าของภาษากับของไทย เขียน
แผนผัง แผนภูมิ แสดงข๎อมูลจากเรื่องท่ีฟังหรืออําน บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและ
อาํ นบทสนทนาและนทิ านงาํ ยๆ หรอื เร่ืองส้ัน ใช๎ถ๎อยคา น้าเสียงและกริยาทําทางอยํางสุภาพตามมารยาท
ตอบคาถาม บอกความสาคัญของเทศกาล วันสาคัญ งานฉลองและชีวิตความเป็นอยูํของเจ๎าของภ าษา
ค๎นคว๎า รวบรวมคาศัพท์ที่เก่ียวข๎องกับกลํุมสาระการเรียนรู๎อ่ืน นาเสนอด๎วยการพูดและเขียน ใช๎ภาษาใน
การฟัง พูด อําน เขียน เรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์ตํางๆ ที่เกิดขึ้นในห๎องเรียน ในสถานศึกษา พูดและ
เขียนแสดงความต๎องการ แสดงความร๎ูสึก ขอความชํวยเหลือ ตอบรับ ปฏิเสธ การให๎ความชํวยเหลือ
แสดงความรู๎สึกของตนเองพร๎อมท้ังให๎เหตุผลสั้นๆ ขอและให๎ข๎อมูลเก่ียวกับครอบครัวและเร่ืองใกล๎ตัว ใช๎
ภาองั กฤษเป็นเคร่ืองมือสืบค๎น รวบรวมขอ๎ มูล มีความรกั ในความเป็นไทย ใฝรุ ๎ใู ฝเุ รยี นมีจติ สาธารณะ

รหัสรายวชิ า

ต ๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔ ป.๖/๕
ต ๑.๓ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑

ต ๔.๒ ป.๖/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชว้ี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบรุ ี พุทธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม

รหสั วชิ า ค ๑๑๒๐๑ รายวชิ า คณติ คดิ สร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์

ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง

ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดแบบมีวิจารณญาณ ในสาระ จานวนนับและการ
ดาเนนิ การ การวัด เรขาคณิต พีชคณิต การวิเคราะห์ข๎อมูลและความนําจะเป็น จัดประสบการณ์หรือ
สรา๎ งสถานการณท์ ี่ใกลต๎ ัวให๎กับผู๎เรียนได๎ศึกษาค๎นคว๎า โดยปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนา
ทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ การแก๎ปัญหา การให๎เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์
และนาประสบการณ์ด๎านความรู๎ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได๎ไปใช๎ในการเรียนรู๎สิ่งตําง ๆ และใช๎ใน
ชีวิตประจาวันอยํางสร๎างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณคําและมีเจตคติที่ดีตํอคณิตศาสตร์ สามารถทางานอยําง
เปน็ ระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณ

และเช่ือม่นั ในตนเอง

ผลการเรยี นรู้

๑. ใชว๎ ธิ กี ารท่หี ลากหลายแกป๎ ัญหา
๒. ใช๎ความร๎ู ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก๎ปัญหาในสถานการณ์

ตาํ ง ๆ ไดอ๎ ยาํ งเหมาะสม
๓. ให๎เหตุผลประกอบการตัดสนิ ใจ และสรปุ ผลได๎อยาํ งเหมาะสม
๔. ใชภ๎ าษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตรใ์ นการสือ่ สาร การส่อื ความหมาย และนาเสนอได๎อยําง

ถูกต๎องเหมาะสม
๕. เชอ่ื มโยงความรตู๎ ําง ๆ ในคณติ ศาสตร์ และเชอื่ มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อน่ื ๆ
๖. มคี วามคิดริเรม่ิ สร๎างสรรค์

รวม ๖ ผลการเรียนรู้

หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

รหสั วชิ า ค ๑๑๒๐๑ รายวชิ า คณติ คดิ สร้างสรรค์ กลุม่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

ฝกึ ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ คดิ แบบมวี จิ ารณญาณ ในสาระ จานวนนบั และ

การดาเนนิ การ การวดั เรขาคณติ พีชคณติ การวิเคราะหข์ ๎อมลู และความนาํ จะเปน็ จัดประสบการณ์

หรอื สร๎างสถานการณ์ทใ่ี กลต๎ ัวใหก๎ บั ผเู๎ รียนได๎ศึกษาคน๎ คว๎า โดยปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อ

พฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ การแก๎ปญั หา การให๎เหตผุ ล การสอ่ื ความหมายทาง

คณติ ศาสตร์ และนาประสบการณด์ า๎ นความรู๎ความคดิ ทักษะกระบวนการท่ีได๎ไปใช๎ในการเรียนรส๎ู ่ิงตาํ ง

ๆ และใช๎ในชวี ติ ประจาวันอยํางสร๎างสรรค์ รวมทั้งเหน็ คณุ คําและมีเจตคติทด่ี ตี อํ คณติ ศาสตร์ สามารถ

ทางานอยํางเปน็ ระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณ

และเช่อื มั่นในตนเอง

ผลการเรียนรู้

๑. ใชว๎ ิธีการท่ีหลากหลายแกป๎ ัญหา
๒. ใช๎ความรู๎ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในการแกป๎ ัญหาในสถานการณ์

ตาํ ง ๆ ไดอ๎ ยาํ งเหมาะสม
๓. ให๎เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลไดอ๎ ยํางเหมาะสม
๔. ใชภ๎ าษาและสัญลกั ษณท์ างคณิตศาสตรใ์ นการส่อื สาร การสื่อความหมาย และนาเสนอได๎อยําง

ถูกตอ๎ งเหมาะสม
๕. เชื่อมโยงความรู๎ตาํ ง ๆ ในคณติ ศาสตร์ และเช่อื มโยงคณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ่ืน ๆ
๖. มีความคิดริเร่ิมสรา๎ งสรรค์

รวม ๖ ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาคณิตคิดสนกุ

รหัส ๑๓๒๐๑ รายวิชาคณิตคดิ สรา้ งสรรค์ กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์

ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

ฝึกทักษะการคิด และกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ในสาระตอํ ไปนี้

จานวนนบั ท่ไี ม่เกนิ ๑๐,๐๐๐ การหา จานวน และการเขียนตวั เลขแทนจานวน ใน

สถานการณต์ ํางๆ และแบบรปู ของจานวนท่เี พมิ่ ขนึ้ และลดลง

การบวก การลบ การคูณ การหารจานวนนับและโจทยป์ ัญหา การหา และการเขียน

จานวน การเขียนเครื่องหมาย การบวก การลบ การคูณ การหาร การเปรยี บเทยี บ จากการบวก การ

ลบจานวน การคูณจานวนท่ีมหี นึ่งหลักกับจานวนที่ไมํเกินสองหลัก การหารท่ีมตี ัวหาร หนงึ่ หลกั การ

สรปุ ความโจทย์ปัญหา การแก๎โจทยป์ ัญหา และการสรา๎ งโจทย์ปัญหา

การวัดความยาว การเปรยี บเทยี บ การหาความสัมพันธ์ การแก๎ปัญหา ของโจทยป์ ญั หา

และสถานการณเ์ กี่ยวกับความยาว

การชั่ง การเปรียบเทยี บ การหาความสมั พนั ธ์ การแกป๎ ญั หา ของโจทย์ปัญหาและ

สถานการณเ์ กยี่ วกบั การชั่ง

การตวง การเปรยี บเทียบ การหาความสัมพันธ์ การแกป๎ ัญหา ของโจทยป์ ัญหาและ

สถานการณ์เก่ียวกบั การตวง

เวลา การบอก การเขยี นเวลา โจทยป์ ญั หาและสถานการณ์เกีย่ วกบั เวลา

เงิน การแกโ๎ จทยป์ ญั หาและสถานการณเ์ ก่ียวกบั การเงนิ

รปู เรขาคณิตและสมบัตบิ างประการของรูปเรขาคณติ การจาแนก การหาความสัมพนั ธ์

การแกป๎ ัญหาเกยี่ วกับรูปเรขาคณติ การหาความสัมพนั ธ์ของแบบรูปเรขาคณิต และรปู อ่นื ๆ

สถิติและความน่าจะเป็นเบื้องต้น การจาแนก วเิ คราะหข์ ๎อมลู วเิ คราะห์ความนาํ จะเป็น

จากสถานการณ์ การสงั เคราะห์ของเหตุการณท์ เ่ี กิดขนึ้ อยํางแนนํ อน อาจจะเกิดข้ึนหรอื ไมํเกดิ ขึ้น และ

ไมํเกิดข้นึ อยํางแนนํ อน

การจดั ประสบการณ์หรือสร๎างสถานการณ์ที่ใกลต๎ ัวให๎ผู๎เรยี นไดศ๎ ึกษาค๎นควา๎ โดย

ปฏบิ ตั จิ ริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทกั ษะ / กระบวนการในการคดิ การแกป๎ ญั หา การ

ใหเ๎ หตุผล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ดา๎ นความรู๎ ความคิด ทักษะ

กระบวนการที่ได๎ไปใชใ๎ นการเรยี นรู๎สงิ่ ตาํ ง ๆ และใช๎ในชีวิตประจาวันอยาํ งสร๎างสรรค์

เหน็ คุณคําและมเี จตคตทิ ี่ดีตํอคณิตศาสตร์ สามารถทางานอยํางเป็นระบบระเบียบ

รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและเช่ือมน่ั ในตนเอง

การวัดและประเมินผล ใช๎วิธีการหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงของเน้ือหา และ

ทกั ษะทตี่ ๎องการวดั

หลักสตู รโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

ผลการเรียนรู้
๑. ใชว๎ ธิ กี ารทห่ี ลากหลายแก๎ปญั หา
๒. ใช๎ความรู๎ ทกั ษะและกระบวนการคดิ ทางคณิตศาสตรใ์ นการแก๎ปัญหาในสถานการณ์

ตาํ ง ๆ ได๎
๓. ใหเ๎ หตผุ ลประกอบการตัดสนิ ใจ และสรปุ ผลไดอ๎ ยํางเหมาะสม
๔. ใชภ๎ าษาและสัญลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการส่อื สาร การส่ือความหมาย และนาเสนอได๎อยาํ ง

ถูกต๎องเหมาะสม
๕. เช่ือมโยงความร๎ตู ําง ๆ ในคณิตศาสตร์ และเชือ่ มโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อน่ื ๆ
๖. มีความคิดริเร่ิมสร๎างสรรค์
รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม

รหัสวชิ า ค ๑๔๒๐๑ รายวิชา คณิตคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดแบบมีวิจารณญาณ ในสาระ จานวนนับและการ

ดาเนนิ การ การวัด เรขาคณติ พีชคณิต การวิเคราะห์ข๎อมูลและความนําจะเป็น จัดประสบการณ์หรือ

สรา๎ งสถานการณ์ทใ่ี กลต๎ ัวให๎กับผ๎ูเรียนได๎ศึกษาค๎นคว๎า โดยปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนา

ทกั ษะ/กระบวนการในการคดิ คานวณ การแก๎ปัญหา การให๎เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์

และนาประสบการณ์ด๎านความร๎ูความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได๎ไปใช๎ในการเรียนร๎ูสิ่งตําง ๆ และใช๎ใน

ชีวิตประจาวันอยํางสร๎างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณคําและมีเจตคติที่ดีตํอคณิตศาสตร์ สามารถทางานอยําง

เปน็ ระบบระเบยี บ รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณและเช่ือมั่นในตนเอง

ผลการเรยี นรู้

๑. ใชว๎ ธิ ีการทีห่ ลากหลายแกป๎ ัญหา
๒. ใชค๎ วามร๎ู ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก๎ปัญหาในสถานการณ์

ตําง ๆ ไดอ๎ ยาํ งเหมาะสม
๓. ใหเ๎ หตผุ ลประกอบการตัดสินใจ และสรปุ ผลได๎อยาํ งเหมาะสม
๔. ใชภ๎ าษาและสัญลักษณท์ างคณิตศาสตรใ์ นการสือ่ สาร การสื่อความหมาย และนาเสนอได๎อยาํ ง

ถูกต๎องเหมาะสม
๕. เชอื่ มโยงความรตู๎ าํ ง ๆ ในคณติ ศาสตร์ และเชือ่ มโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืน ๆ
๖. มคี วามคดิ รเิ ร่ิมสรา๎ งสรรค์
รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม

รหสั วชิ า ค ๑๕๒๐๑ รายวชิ าคณติ คิดสร้างสรรค์ กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

ฝึกทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ คดิ แบบมีวิจารณญาณในสาระ จานวนนบั และการ

ดาเนนิ การ การวัด เรขาคณิต การวเิ คราะหข์ ๎อมูลและความนําจะเป็น จัดประสบการณห์ รือสรา๎ ง

สถานการณ์ท่ีใกล๎ตัวให๎กับผ๎เู รียนได๎ศึกษาค๎นคว๎า โดยปฏบิ ตั ิจรงิ เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการคิด

ในการคานวณการแก๎ปัญหา การให๎เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์

ด๎านความรคู๎ วามคดิ ทกั ษะกระบวนการท่ีไดไ๎ ปใชใ๎ นการเรียนร๎ูสิ่งตํางๆ และใช๎ในชวี ติ ประจาวันอยาํ ง

สร๎างสรรค์ รวมทงั้ เห็นคุณคําและมีเจตคติท่ีดตี ํอคณิตศาสตร์ สามารถทางานอยํางเป็นระบบระเบียบ

รอบคอบมคี วามรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณและเชือ่ มนั่ ในตนเอง

ผลการเรียนรู้

๑. ใชว๎ กี ารท่หี ลากหลายแก๎ปัญหา
๒. ใชค๎ วามรู๎ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นการแก๎ปญั หาใน

สถานการณต์ ํางๆ ได๎อยาํ งเหมาะสม
๓. ใหเ๎ หตุผลประกอบการตัดสนิ ใจ และสรปุ ผลไดอ๎ ยาํ งเหมาะสม

๔. ใช๎ภาษาและสัญลักษณท์ างคณิตศาสตร์ในการสอ่ื สาร การสือ่ ความหมาย และนาเสนอได๎

อยํางถูกต๎องเหมาะสม
๕. เชอื่ มโยงความรต๎ู าํ งๆ ในคณิตศาสตร์ และเชอื่ มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อื่นๆ
๖. มคี วามคิดริเร่ิมสร๎างสรรค์

รวม ๖ ผลการเรียนรู้

หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

รหสั วิชา ค ๑๖๒๐๑ รายวิชา คณิตคิดสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ เวลา 40 ชว่ั โมง

ฝึกทักษะการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ คิดแบบมีวจิ ารณญาณ ในสาระ จานวนนบั และการ
ดาเนนิ การ การวัด เรขาคณิต พชี คณติ การวเิ คราะหข์ ๎อมูลและความนําจะเปน็ จดั ประสบการณ์หรือ
สร๎างสถานการณ์ทใ่ี กลต๎ ัวให๎กับผู๎เรียนไดศ๎ กึ ษาคน๎ คว๎า โดยปฏิบตั จิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพอ่ื พัฒนา
ทกั ษะ/กระบวนการในการคดิ คานวณ การแก๎ปัญหา การให๎เหตผุ ล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์
และนาประสบการณ์ด๎านความร๎คู วามคดิ ทักษะกระบวนการทไี่ ด๎ไปใชใ๎ นการเรยี นร๎ูสงิ่ ตําง ๆ และใช๎ใน
ชวี ติ ประจาวันอยาํ งสร๎างสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณคําและมีเจตคตทิ ่ดี ตี ํอคณิตศาสตร์ สามารถทางานอยําง
เปน็ ระบบระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและเชอ่ื ม่ันในตนเอง

ผลการเรียนรู้

๑. ใชว๎ ิธีการทห่ี ลากหลายแก๎ปญั หา
๒. ใช๎ความรู๎ ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์และเทคโนโลยใี นการแก๎ปัญหาในสถานการณ์

ตาํ ง ๆ ได๎อยาํ งเหมาะสม
๓. ให๎เหตุผลประกอบการตัดสนิ ใจ และสรุปผลไดอ๎ ยํางเหมาะสม
๔. ใชภ๎ าษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสื่อสาร การสือ่ ความหมาย และนาเสนอได๎อยําง

ถกู ต๎องเหมาะสม
๕. เช่ือมโยงความร๎ูตาํ ง ๆ ในคณิตศาสตร์ และเชือ่ มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ่นื ๆ
๖. มีความคดิ ริเรมิ่ สร๎างสรรค์

รวม ๖ ผลการเรียนรู้

หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

จ ๑๔๒๐๑ รายวิชาภาษาจีนเพอื่ การส่อื สาร กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

ศึกษาการอํานออกเสียงพยัญชนะ สระ การสะกดคา การผันเสียงวรรณยุกต์ตามระบบ
Hanyu Pinyin การอํานคา วลี ประโยคส้ันๆ การทักทาย การแนะนาตนเอง จานวนตัวเลข คาศัพท์
เกี่ยวข๎องกับตนเอง สิ่งแวดล๎อมใกล๎ตัวในชีวิตประจาวัน การเข๎ารํวมและจัดกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมตามความเหมาะสมของสภาพแวดล๎อมของสังคมจีนและสังคมไทย

กระบวนการส่ือสาร การคิดวิเคราะห์ การระบุ การเชื่อมโยง การจัดกลุํม การสร๎างความร๎ู
การใหเ๎ หตผุ ล การเรียงลาดับ การสังเกต การนาเสนอข๎อมูล การแสดงความคดิ เห็น การทางานเปน็ กลุมํ

มีเจตคติที่ดี เห็นประโยชน์และคุณคําของการเรียนภาษาจีนเพื่อการส่ือสาร กล๎าแสดงออก
อยําถูกต๎องเหมาะสมกบั กาลเทศะ บุคคล สถานการณ์ มีมารยาทตามวฒั นธรรม
ผลการเรยี นรู้

๑. สามารถอาํ นออกเสียงPinyinได๎
๒. สามารถเขยี นลาดับตัวอักษรจีนได๎
๓. ใช๎คาศพั ทง์ ํายๆในชีวิตประจาวนั ได๎
๔. สามารถกลาํ วคาทกั ทายได๎
๕. สามารถแนะนาตนเองได๎
๖. สามารถบอกจานวนตวั เลขได๎
๗. สามารถแนะนาสมาชิกในครอบครัวได๎
๘. สามารถบอกถงึ สตี ํางๆได๎
๙. สามารถบอกถึงวัฒนธรรมไทยจนี ได๎

รวม ๙ ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม

จ ๑๕๒๐๑ รายวิชาภาษาจนี เพื่อการส่อื สาร กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ

ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

ศึกษาและเข๎าใจหลักการอํานออกเสียงพยัญชนะ สระ คา ประโยค การทักทาย การแนะนา
ตนเอง การปฎิบัติตามคาสั่งงํายๆได๎ การแสดงความต๎องการ ความรู๎สึกชอบไมํชอบ แลกเปลี่ยนข๎อมูลท่ี
เก่ียวข๎องกับตนเองและผ๎ูอ่ืน สิ่งแวดล๎อมใกล๎ตัวและในชีวิตประจาวัน ค๎นคว๎าสรุปข๎อมูล การเข๎ารํวมและ
จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความเหมาะสมของสภาพแวดล๎อมของสงั คมจนี และสังคมไทย

กระบวนการส่ือสาร การคิดวิเคราะห์ การระบุ การเชื่อมโยง การจัดกลํุม การสร๎างความร๎ู
การให๎เหตุผล การเรียงลาดับ การสังเกต การนาเสนอข๎อมูล การแสดงความคิดเห็น การทางานเป็นกลุํม
การสืบคน๎ ข๎อมลู และสามารถเชื่อมโยงภาษาจีนกับกลํมุ สาระการเรียนรู๎อื่น

มีเจตคติที่ดี เห็นประโยชน์และคุณคําของการเรียนภาษาจีนเพื่อการส่ือสาร กล๎าแสดงออก
อยาํ ถูกต๎องเหมาะสมกบั กาลเทศะ บคุ คล สถานการณ์ มีมารยาทตามวฒั นธรรม
ผลการเรียนรู้

๑. สามารถอํานออกเสยี งPinyinได๎
๒. สามารถเขยี นลาดับตัวอักษรจีนได๎
๓. ใชค๎ าศพั ทง์ ํายๆในชวี ิตประจาวนั ได๎
๔. แนะนาตนเองและบุคคลอนื่ ได๎
๕. สามารถใชป๎ ระโยคคาสัง่ และคาขอร๎องได๎
๖. สามารถพดู แสดงความรูส๎ กึ ของตนเองใหผ๎ ูอ๎ นื่ รับร๎ู
๗. สามารถบอกอายุได๎
๘. สามารถบอกและเข๎าใจถงึ วัฒนธรรมไทยกับจนี ได๎
๙. สามารถนารปู ประโยคไปใชใ๎ นการสื่อสารกับเจ๎าของภาษาได๎
๑๐.สามารถใช๎อินเตอร์เน็ตในการสบื คน๎ หาขอ๎ มูลได๎
รวม ๑๐ ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลราชบุรี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)

คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม

จ ๑๖๒๐๑ รายวิชาภาษาจนี เพอ่ื การสือ่ สาร กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง

ศึกษาและฝกึ อํานออกเสยี ง คาศพั ท์ วลี ประโยค ประโยคที่ซบั ซ๎อน ใชภ๎ าษาทาํ ทางเพ่ือการ
ส่ือสาร ถามทาง กาลงั ทาอะไร การเตรียมต๎อนรับแขก อาหารจนี ความใฝฝุ ัน การเชอื่ มโยงกับกลํุมสาระ
การเรยี นอื่นๆ การเขา๎ รวํ มกจิ กรรมเก่ียวกับวนั สาคัญของประเพณีและวฒั นธรรมไทยจนี ได๎

กระบวนการส่ือสาร การคิดวิเคราะห์ การระบุ การเช่ือมโยง การจัดกลํมุ การสร๎างความร๎ู การ
ให๎เหตุผล การเรียงลาดับ การสังเกต การนาเสนอข๎อมลู การแสดงความคิดเหน็ การทางานเปน็ กลํุมและ
การสบื ค๎นข๎อมูล

มเี จตคตทิ ี่ดี เหน็ ประโยชน์และคุณคําของการเรยี นภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร กล๎าแสดงออกอยําง
ถกู ต๎องเหมาะสมกบั กาลเทศะ บุคคล สถานการณ์ มีมารยาทตามวัฒนธรรม และการแสวงหาความรู๎
เพิม่ เติมเพื่อใช๎ในการศึกษาตํอผลการเรยี นร๎ู

ผลการเรยี นรู้

๑. สามารถอาํ นออกเสยี งคา ประโยคได๎
๒. สามารถแนะนาตนเองและผ๎อู ื่นได๎
๓. สามารถถามและบอกทางได๎
๔. สามารถบอกถึงส่งิ ท่ที าได๎
๕. สามารถบอกถึงสางของท่ีอยํใู กล๎ตวั ได๎
๖. สามารถเชอ้ื เชญิ ผใู๎ หญไํ ด๎
๗. สามารถบอกอาชพี ตํางๆได๎
๘. สามารถเขา๎ ใจและรถู๎ งึ วฒั นธรรมไทยกับจีนได๎
๙. สามารถทางานเปน๋ กลุํมได๎
๑๐. สามารถใช๎อนิ เทอร์เน็ตในการสบื ค๎นข๎อมูลได๎
รวม ๑๐ ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลราชบรุ ี พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๓)


Click to View FlipBook Version