The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาฉบับปรับปรุง 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noom2522nan, 2022-04-27 11:35:18

หลักสูตรสถานศึกษาฉบับปรับปรุง 2563

หลักสูตรสถานศึกษาฉบับปรับปรุง 2563

๓๙

คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

ว๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๓ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๓ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

บรรยายสิ่งท่จี ำเปน็ ต่อการดำรงชวี ติ และการเจริญเตบิ โตของมนุษย์และสตั วโ์ ดยใช้ข้อมลู ท่รี วบรวม
ได้ ตระหนักถึงประโยชน์ของอาหาร น้ำ และอากาศโดยการดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสิ่งเหล่านี้อย่างเหมาะสม
สร้างแบบจำลองที่บรรยายวัฏจักรชีวิตของสัตว์และเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์บางชนิด ตระหนักถึงคุณค่า
ของชีวิตสตั วโ์ ดยไมท่ ำใหว้ ฏั จกั รชวี ติ ของสตั ว์เปล่ยี นแปลง

อธิบายว่าวัตถุประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนย่อย ๆ ซ่ึงสามารถแยกออกจากกันได้และประกอบกันเป็นวัตถุ
ชิ้นใหม่ได้โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำให้ร้อนขึ้นหรือทำให้เย็นลงโดยใช้
หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุผลของแรงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์
เปรยี บเทยี บและยกตัวอย่างแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสท่ีมผี ลต่อการเคลื่อนที่ของวตั ถุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
จำแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแม่เหล็กเป็นเกณฑ์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุขั้วแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่
เกิดข้ึนระหว่างขว้ั แมเ่ หล็กเม่ือนำมาเข้าใกล้กันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ยกตัวอยา่ งการเปลย่ี นพลังงานหน่ึงไปเป็น
อีกพลังงานหนึ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์ บรรยายการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบุแหล่งพลังงานใน
การผลิตไฟฟ้าจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักในประโยชน์และโทษของไฟฟ้า โดยนำเสนอวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่าง
ประหยัด และปลอดภัย

อธิบายแบบรปู เส้นทางการขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์ อธบิ ายสาเหตุการเกิด
ปรากฏการณ์การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกำหนดทิศโดยใช้แบบจำลอง
ตระหนักถึงความสำคัญของดวงอาทิตย์ โดยบรรยายประโยชน์ของดวงอาทิตย์ต่อส่ิงมีชีวิต ระบุส่วนประกอบของ
อากาศ บรรยายความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิตจากข้อมูลที่รวบรวมได้
ตระหนักถึงความสำคัญของอากาศ โดยนำเสนอแนวทาง การปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ
อธิบายการเกิดลมจากหลักฐานเชิงประจักษ์ บรรยายประโยชน์และโทษของลมจากข้อมลู ที่รวบรวมได้

แสดงอัลกอรทิ ึมในการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ เขยี นโปรแกรม
อย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ รวบรวม
ประมวลผล และนำเสนอข้อมลู โดยใชซ้ อฟต์แวร์ตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติ
ตามขอ้ ตกลงในการใชอ้ นิ เทอร์เน็ต

๔๐

มาตรฐานตัวชี้วัด/

ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวม ๗ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชี้วัด

๔๑

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ว๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๔ กล่มุ สาระการเรยี วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๔ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

บรรยายหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และดอกของพืชดอกโดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ จำแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้

ความเหมือน และความแตกต่างของลักษณะของสิง่ มีชวี ิตออกเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ไมใ่ ช่พืชและสัตว์

จำแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอกโดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ จำแนกสัตว์

ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่

รวบรวมได้ บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

กลุม่ สตั วเ์ ลอื้ ยคลาน กลุ่มนก และกลมุ่ สัตวเ์ ล้ียงลูกด้วยนำ้ นม และยกตวั อยา่ งสิ่งมีชีวิตในแตล่ ะกล่มุ

เปรยี บเทียบสมบตั ิทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยดื หยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุ

โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนำสมบัติเรื่องความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน

และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวันผ่านกระบวนการออกแบบชิ้นงาน แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่น

โดยการอภิปรายเก่ียวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอย่างมีเหตุผลจากการทดลอง เปรียบเทียบสมบัติของสสาร

ท้ัง ๓ สถานะ จากข้อมลู ท่ีได้จากการสังเกตมวล การตอ้ งการที่อยู่ รูปรา่ งและปริมาตรของสสาร ใชเ้ ครือ่ งมือเพ่ือวัดมวล

และปรมิ าตรของสสารทง้ั ๓ สถานะ ระบผุ ลของแรงโน้มถ่วงทม่ี ีตอ่ วตั ถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ใชเ้ คร่อื งชั่งสปริง

ในการวัดน้ำหนักของวัตถุ บรรยายมวลของวัตถุที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิง

ประจักษ์ จำแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง จากลักษณะการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ

ผ่านวตั ถนุ น้ั เปน็ เกณฑ์โดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจักษ์

อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึน้ และตกของดวงจันทร์ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ สร้าง

แบบจำลองที่อธิบายแบบรูป การเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ และพยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวง

จันทร์ สรา้ งแบบจำลองแสดงองคป์ ระกอบของระบบสุริยะ และอธบิ ายเปรียบเทยี บ คาบการโคจรของดาวเคราะห์

ต่าง ๆ จากแบบจำลอง

ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย

ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาด และแก้ไข ใช้

อนิ เทอรเ์ น็ตค้นหาความรู้ และประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดย

ใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและ

หนา้ ทีข่ องตน เคารพในสิทธิของผูอ้ ่นื แจง้ ผู้เก่ียวขอ้ งเม่ือพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม

๔๒

มาตรฐานตวั ชี้วดั /

ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑.ป ,๔/๒.ป ,๔/๓.ป ,๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑.ป ,๔/๒.ป ,๔/๓.ป ,๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑.ป ,๔/๒.ป ,๔/๓
ว ๒ ๓. ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑.ป ,๔/๒.ป ,๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑.ป ,๔/๒.ป ,๔/๓.ป ,๔/๔.ป ,๔/๕

รวม ๗ มาตรฐาน ๒๑ ตวั ชี้วดั

๔๓

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๕ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจาก

การปรบั ตัวของสิ่งมชี วี ิตในแตล่ ะแหล่งท่ีอยู่ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมชี ีวติ กับส่ิงมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหนา้ ที่ของ

สิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต

โดยมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม อธิบายลักษณะทางพันธุกรรม ที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช

สัตว์ และมนุษย์ แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการถาม คำถามเกี่ยวกับลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อ

แม่

อธบิ ายการเปลย่ี นสถานะของสสาร เมอ่ื ทำให้สสารร้อนข้นึ หรอื เยน็ ลงโดยใชห้ ลักฐาน เชงิ

ประจักษ์ อธิบายการละลายของสารในน้ำโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการ

เปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับได้และการ

เปล่ยี นแปลงที่ผันกลับไม่ได้ อธิบายวธิ ีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกัน ท่กี ระทำต่อวัตถุในกรณีที่

วัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุ ที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่

กระทำต่อวัตถุ ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการ

เคล่อื นท่ีของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันท่ีกระทำ

ต่อวัตถุ อธบิ ายการได้ยินเสียงผ่านตวั กลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบายลักษณะและ

การเกิดเสยี งสงู เสียงตำ่ ออกแบบ การทดลองและอธิบายลักษณะและการเกดิ เสียงดัง เสียงคอ่ ย วัดระดบั เสยี งโดย

ใชเ้ ครื่องมือวัดระดับเสียง ตระหนักในคุณคา่ ของความรู้เร่ืองระดบั เสยี งโดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเลี่ยงและ

ลดมลพษิ ทางเสียง

เปรียบเทยี บความแตกตา่ งของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง ใชแ้ ผนทดี่ าวระบุตำแหน่งและ

เส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้น และตกของกลุ่มดาวฤกษ์

บนท้องฟ้าในรอบปี เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแตล่ ะแหล่ง และระบุปริมาณน้ำ ที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์

ได้จากขอ้ มูลท่รี วบรวมได้ ตระหนกั ถึงคุณค่าของน้ำโดยนำเสนอ แนวทางการใช้น้ำอยา่ งประหยัดและการอนุรักษ์

น้ำ สร้างแบบจำลองท่ีอธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง

และน้ำคา้ งแข็งจากแบบจำลอง เปรียบเทยี บกระบวนการเกิดฝน หมิ ะ และลูกเหบ็ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้

๔๔

ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หา การอธิบายการทำงาน การคาดการณผ์ ลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย
ออกแบบ และเขียนโปรแกรมทม่ี ีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหาข้อผดิ พลาด และแกไ้ ข ใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต
คน้ หาข้อมูล ติดต่อสอ่ื สารและทำงานร่วมกัน ประเมนิ ความน่าเช่ือถือของข้อมลู รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูล
และสารสนเทศ ตามวตั ถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการ บนอนิ เทอร์เนต็ ทหี่ ลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิต
ประจำวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั มีมารยาท เข้าใจสทิ ธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อ่ืน
แจง้ ผเู้ ก่ียวข้องเมือ่ พบขอ้ มูลหรือบุคคลทไ่ี มเ่ หมาะสม

มาตรฐานตัวช้ีวดั /

ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ,ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑ ,ป.๕/๒ , ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๒ ตวั ชี้วัด

๔๕

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ว๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๖ กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารท่ตี นเองรบั ประทาน บอก
แนวทางในการเลอื กรบั ประทานอาหารใหไ้ ด้สารอาหารครบถ้วนในสดั สว่ นทเ่ี หมาะสมกบั เพศและวยั รวมทงั้
ความปลอดภัยต่อสุขภาพ ตระหนักถึงความสาคัญของสารอาหารโดยการเลือกรับประทานอาหารท่ีมี
สารอาหารครบถ้วนในสดั สว่ นทเ่ี หมาะสมกบั เพศและวยั รวมทงั้ ปลอดภยั ต่อสุขภาพ สรา้ งแบบจาลองระบบย่อย
อาหารและบรรยายหน้าท่ีของอวัยวะในระบบย่อยอาหารรวมทงั้ อธิบายการย่อยอาหารและการดูดซึม
สารอาหารตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของระบบย่อยอาหารโดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบ
ยอ่ ยอาหารใหท้ างานเป็นปกติ

อธบิ ายและเปรยี บเทยี บการแยกสารผสมโดยการหยบิ ออกการร่อนการใช้แม่เหลก็ ดงึ ดูดการรนิ
ออกการกรองและการตกตะกอนโดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์รวมทงั้ ระบวุ ธิ แี กป้ ัญหาในชวี ติ ประจาวนั เก่ยี วกบั การ
แยกสาร อธบิ ายการเกดิ และผลของแรงไฟฟ้าซง่ึ เกดิ จากวตั ถทุ ผ่ี ่านการขดั ถูโดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ ระบุ
ส่วนประกอบและบรรยายหน้าท่ขี องแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
เขยี นแผนภาพและตอ่ วงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวธิ ที เ่ี หมาะสมในการอธบิ าย
วธิ กี ารและผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ตระหนักถงึ ประโยชน์ของความรูข้ องการต่อเซลลไ์ ฟฟ้า
แบบอนุกรมโดยบอกประโยชน์และการประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวธิ ี
ท่เี หมาะสมในการอธบิ ายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ตระหนักถงึ ประโยชน์ของความรู้
ของการต่อหลอดไฟฟ้ าแบบอนุ กรมและแบบขนานโ ดยบอกประโยชน์ ข้อจากัดและการประยุกต์ใช้ใ น
ชวี ติ ประจาวนั อธบิ ายการเกดิ เงามดื เงามวั จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์เขยี นแผนภาพรงั สขี องแสงแสดงการ
เกดิ เงามดื เงามวั

สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกดิ และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุรยิ ุปราคาและจนั ทรุปราคา
อ ธิบ า ย พ ัฒนาก ารขอ งเ ทค โนโล ยีอ ว ก าศ แ ล ะยก ตัว อ ย่ า งก า รน า เ ทค โ นโล ยีอ ว ก าศ มาใ ช้ป ระโ ย ช น์ ใ น
ชีวิตประจาวนั จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหนิ อคั นีหินตะกอนและหนิ แปรและ
อธบิ ายวฏั จกั รหนิ จากแบบจาลองบรรยายและยกตวั อย่างการใชป้ ระโยชน์ของหนิ และแร่ในชวี ติ ประจาวนั
จากขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้ สรา้ งแบบจาลองท่อี ธบิ ายการเกดิ ซากดกึ ดาบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อมใน
อดตี ของซากดึกดาบรรพ์ เปรียบเทียบการเกดิ ลมบกลมทะเลและมรสุมรวมทงั้ อธบิ ายผลท่มี ตี ่อสงิ่ มชี วี ติ และ
สง่ิ แวดลอ้ มจากแบบจาลอง อธบิ ายผลของมรสุมตอ่ การเกดิ ฤดูของประเทศไทยจากขอ้ มลู ทร่ี วบรวมไดบ้ รรยาย

๔๖

ลกั ษณะและผลกระทบของน้าท่วมการกดั เซาะชายฝัง่ ดนิ ถล่มแผ่นดนิ ไหวสนึ ามติ ระหนกั ถงึ ผลกระทบของ
ภัยธรรมชาติและธรณีพิบตั ิภัยโดยนาเสนอแนวทางในการเฝ้าระวงั และปฏิบตั ิตนให้ปลอดภัยจากภัย
ธรรมชาตแิ ละธรณีพบิ ตั ภิ ยั ทอ่ี าจเกดิ ในทอ้ งถนิ่ สร้างแบบจาลองทอ่ี ธบิ ายการเกดิ ปรากฏการณ์เรอื นกระจก
และผลของปรากฏการณ์เรอื นกระจกต่อสงิ่ มีชีวติ ตระหนักถงึ ผลกระทบของปรากฏการณ์เรอื นกระจกโดย
นาเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ลดกจิ กรรมทก่ี ่อใหเ้ กดิ แก๊สเรอื นกระจก

ใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการอธบิ ายและออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหาท่พี บในชวี ติ ประจาวนั ออกแบบและ
เขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ยเพ่อื แกป้ ัญหาในชวี ติ ประจาวนั ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรมและแก้ไข ใช้
อนิ เทอรเ์ น็ตในการคน้ หาขอ้ มูลอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศทางานร่วมกนั อย่างปลอดภยั
เขา้ ใจสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องตนเคารพในสทิ ธขิ องผอู้ ่นื แจง้ ผเู้ กย่ี วขอ้ งเมอ่ื พบขอ้ มลู หรอื บคุ คลทไ่ี มเ่ หมาะสม

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/

ว ๑.๒ป.๖/๑.ป ,๖/๒.ป ,๖/๓.ป,๖/๔.ป ,๖/๕
ว ๒.๑ป.๖/๑
ว ๒.๒ป.๖/๑
ว ๒.๓ป.๖/๑.ป ,๖/๒.ป ,๖/๓.ป ,๖/๕.ป ,๖/๕.ป ,๖/๖.ป,๖/๗.ป ,๖/๘
ว ๓.๑ป.๖/๑.ป ,๖๒/
ว ๓.๒ป.๖/๑.ป ,๖/๒.ป ,๖/๓.ป ,๖/๕.ป ,๖/๕.ป ,๖/๖.ป,๖/๗.ป ,๖/๘.ป ,๖/๙
ว ๔.๒ป.๖/๑.ป ,๖/๒.ป ,๖/๓.ป ,๖/๔

รวม ๗ มาตรฐาน ๓๐ ตวั ชี้วดั

๔๗

คาอธิบายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา

และวฒั นธรรม

๔๘

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ส๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม๑ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษาฯ
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

ศึกษาพุทธประวตั หิ รอื ประวตั ิของศาสดาท่ีตนนับถอื โดยสงั เขปช่ืนชมและบอกแบบอย่างการ
ดาเนินชวี ติ และขอ้ คดิ จากประวตั สิ าวกชาดกเร่อื งเล่าและศาสนิกชนตัวอย่างตามทก่ี าหนดบอกความหมาย
ความสาคญั และเคารพพระรตั นตรยั ปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมโอวาท๓ในพระพุทธศาสนาหรอื หลกั ธรรมของ
ศาสนาท่ีตนนับถือตามท่ีกาหนด เห็นคุณค่าและสวดมนต์แผ่เมตตามีสติท่ีเป็ นพ้ืนฐานของสมาธิใน
พระพุทธศาสนาหรอื การพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนาทต่ี นนบั ถอื ตามทก่ี าหนดบาเพญ็ ประโยชน์ต่อวดั
หรอื ศาสนสถานของศาสนาทต่ี นนบั ถอื แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรอื แสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาท่ี
ตนนับถอื ปฏบิ ตั ติ นในศาสนพธิ พี ธิ กี รรมและวนั สาคญั ทางศาสนาตามทก่ี าหนดไดถ้ ูกตอ้ ง

ปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครวั ยกตวั อยา่ งความดขี องตนเองและผอู้ ่นื โครงสรา้ งบทบาท
หน้าทข่ี องสมาชกิ มสี ว่ นร่วมในการตดั สนิ ใจ

ระบุสนิ คา้ และบรกิ ารทใ่ี ชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ยกตวั อย่างการใชจ้ ่ายเงนิ ในชวี ติ ประจาวนั ทไ่ี ม่
เกนิ ตวั และเห็นประโยชน์ของการออม ยกตวั อย่างการใช้ทรพั ยากรในชวี ติ ประจาวนั อย่างประหยดั
อธบิ ายเหตุผลความจาเป็นทค่ี นตอ้ งทางานอยา่ งสุจรติ

ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี นาหลักธรรมทางศาสนา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ประยุกต์ใช้ในการดารงชวี ติ อยู่ในสงั คมร่วมกนั อย่างสนั ตสิ ุข เคารพในสทิ ธขิ องความเป็นมนุษย์ เห็น
คณุ คา่ ชน่ื ชม วฒั นธรรมประเพณีไทย อนุรกั ษ์สบื สานภมู ปิ ัญญาไทย ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ

จาแนกสงิ่ แวดล้อมรอบตวั ทเ่ี กดิ ข้นึ เองตามธรรมชาตแิ ละท่มี นุษย์สร้างข้นึ ระบุความสมั พนั ธ์ของ
ตาแหน่งระยะทิศของส่ิงต่างๆใช้แผนผงั แสดงตาแหน่งของสิ่งต่างๆในห้องเรียนสังเกตและบอกการ
เปล่ยี นแปลงของสภาพอากาศในรอบวนั บอกสง่ิ แวดล้อมท่เี กิดตามธรรมชาตทิ ่สี ่งผลต่อความเป็นอยู่ของ
มนุษย์ สงั เกตและเปรยี บเทยี บการเปล่ยี นแปลงของสงิ่ แวดลอ้ มเพอ่ื การปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสมมสี ่วนร่วม
ในการดแู ลสงิ่ แวดลอ้ มทบ่ี า้ นและหอ้ งเรยี น

มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม มี
ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั
STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม

๔๙

สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ปฏบิ ตั ติ นเป็นผลู้ ะอาย
และไม่ทนตอ่ การทุจรติ ทกุ รปู แบบ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผทู้ ่ี STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ ปฏบิ ตั ติ นตามหน้าท่ี
พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม

ตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการไม่ทุจรติ ในการเขา้ แถว การทาเวรภายในหอ้ งเรยี น การเลอื ก
หวั หน้าหอ้ ง

มาตรฐานตัวช้ีวดั /

ส ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ส ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ส ๒.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ส ๕.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๓ ตวั ช้ีวดั

๕๐

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ส๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๒ กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษาฯ
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

บอกความสาคญั ของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนับถอื สรุปพุทธประวตั ติ ัง้ แต่ประสูติ
จนถงึ การออกผนวชหรอื ประวตั ศิ าสดาทต่ี นนับถอื ตามท่กี าหนด ช่นื ชมและบอกแบบอย่างการดาเนินชีวติ
และขอ้ คดิ จากประวตั สิ าวก ชาดกเร่อื งเล่าและศาสนกิ ชนตวั อย่างตามทก่ี าหนดบอกความหมาย ความสาคญั
และเคารพพระรตั นตรยั ปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาทต่ี นนบั
ถอื ตามทก่ี าหนดช่นื ชมการทาความดขี องตนเอง บุคคลในครอบครวั และในโรงเรยี นตามหลักศาสนาเหน็
คุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มสี ตทิ ่เี ป็นพ้นื ฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรอื การพฒั นาจิตตาม
แนวทางของศาสนาทต่ี นนบั ถอื ตามทก่ี าหนดบอกช่อื ศาสนา ศาสดา และความสาคญั ของคมั ภรี ข์ องศาสนาท่ี
ตนนับถอื และศาสนาอ่นื ๆปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสมต่อสาวกของศาสนาท่ตี นนับถอื ตามทก่ี าหนดไดถ้ ูกต้อง
ปฏบิ ตั ติ นในศาสนพธิ ี พธิ กี รรม และวนั สาคญั ทางศาสนา ตามทก่ี าหนดไดถ้ กู ตอ้ ง

ศกึ ษา สงั เกต ความเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยของตนเองและผอู้ ่นื ในสงั คมปัจจุบนั การ
ยอมรบั กฎกตกิ า กฎระเบยี บ หน้าทค่ี วามแตกตา่ งและความหลากหลายทาง ดา้ นวฒั นธรรม ค่านิยม
ความเชอ่ื ปลกู ฝังคา่ นิยม สทิ ธิ หน้าท่ี เสรภี าพการดาเนินชวี ติ อยา่ งสนั ตสิ ขุ ในสงั คมไทย และการ
ชว่ ยเหลอื การเขา้ ร่วมกจิ กรรมของชมุ ชน

ระบุทรพั ยากรทน่ี ามาผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารทใ่ี ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั บอกทม่ี าของรายไดแ้ ละรายจ่าย
ของตนเองและครอบครวั บนั ทกึ รายรบั รายจา่ ยของตนเองสรุปผลดขี องการใชจ้ ่ายทเ่ี หมาะสมกบั รายได้ การ
ออมและการนาหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อธบิ ายการแลกเปลย่ี นสนิ คา้ และบรกิ ารโดย
วธิ ตี ่าง ๆระบุความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผซู้ อ้ื และผขู้ าย

ระบุสงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาติ และท่ีมนุษย์สร้างข้ึน ซ่ึงปรากฏระหว่างบ้านกับโรงเรียนระบุ
ตาแหน่งและลกั ษณะทางกายภาพของสงิ่ ต่างๆ ทป่ี รากฏในแผนผงั แผนทร่ี ปู ถ่าย และลูกโลกสงั เกตและแสดง
ความสมั พนั ธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์และดวงจนั ทร์ ท่ีทาให้เกิดปรากฏการณ์อธิบายความสาคัญของ
สง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติและทม่ี นุษยส์ รา้ งขน้ึ จาแนกและใชท้ รพั ยากรธรรมชาติ ทใ่ี ชแ้ ลว้ ไม่หมดไป ทใ่ี ชแ้ ลว้
หมดไป และสร้างทดแทนข้นึ ใหม่ไดอ้ ย่างคุ้มค่าอธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่างฤดูกาลกบั การดาเนินชวี ติ ของ
มนุษยม์ สี ว่ นร่วมในการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มในโรงเรยี น

มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม มี
ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั
STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม

๕๑

สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ปฏบิ ตั ติ นเป็นผลู้ ะอาย
และไม่ทนตอ่ การทุจรติ ทกุ รูปแบบ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผทู้ ่ี STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ ปฏบิ ตั ติ นตามหน้าท่ี
พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม

ตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการเป็นผลู้ ะอายและไม่ทนตอ่ การทุจรติ เกย่ี วกบั การใชน้ ้า-ไฟฟ้า
การทง้ิ ขยะ การรบั ประทานอาหารและการเลอื กตงั้ ประธานนกั เรยี น

มาตรฐานตวั ชี้วัด/

ส ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๙ ตัวชี้วดั

๕๒

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ส๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๓ กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษาฯ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

อธิบายความสาคญั ของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนับถือ ในฐานะท่ีเป็นรากฐานสาคญั ของ
วฒั นธรรมไทยสรุปพุทธประวตั ติ งั้ แต่การบาเพญ็ เพยี รจนถึงปรนิ ิพพาน หรอื ประวตั ขิ องศาสดาท่ตี นนับถือ
ตามทก่ี าหนดช่นื ชมและบอกแบบอย่างการดาเนินชวี ติ และขอ้ คดิ จากประวตั สิ าวก ชาดกเรอ่ื งเล่าและศาสนิก
ชนตวั อย่างตามทก่ี าหนดบอกความหมาย ความสาคญั ของพระไตรปิฎก หรอื คมั ภรี ข์ องศาสนาทต่ี นนับถอื
แสดงความเคารพพระรตั นตรัย และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของ
ศาสนาท่ีตนนับถือตามท่ีกาหนดเห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติท่ีเป็นพ้ืนฐานของสมาธิใน
พระพุทธศาสนา หรอื การพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถอื ตามทก่ี าหนดบอกช่อื ความสาคญั
และปฏบิ ตั ติ นไดอ้ ย่างเหมาะสมต่อศาสนวตั ถุ ศาสนสถาน และศาสนบุคคลของศาสนาอ่นื ๆปฏิบตั ติ น
อย่างเหมาะสมต่อสาวก ศาสนสถาน ศาสนวตั ถุของศาสนาทต่ี นนบั ถอื ตามทก่ี าหนดไดถ้ ูกต้องเหน็ คุณค่า
และปฏบิ ตั ติ นในศาสนพธิ พี ธิ กี รรม และวนั สาคญั ทางศาสนา ตามทีก่ าหนดไดถ้ ูกต้องแสดงตนเป็นพุทธ
มามกะ หรอื แสดงตนเป็นศาสนกิ ชนของศาสนาทต่ี นนบั ถอื

จาแนกความต้องการและความจาเป็นในการใชส้ นิ ค้าและบรกิ ารในการดารงชวี ติ วเิ คราะหก์ ารใช้
จ่ายของตนเองอธบิ ายไดว้ ่าทรพั ยากรทม่ี อี ยู่จากดั มผี ลต่อการผลติ และบรโิ ภคสนิ ค้าและบรกิ ารบอกสนิ คา้
และบรกิ ารทร่ี ฐั จดั หาและใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชนบอกความสาคญั ของภาษแี ละบทบาทของประชาชนในการ
เสยี ภาษอี ธบิ ายเหตผุ ลการแขง่ ขนั ทางการคา้ ทม่ี ผี ลทาใหร้ าคาสนิ คา้ ลดลง

สารวจข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในโรงเรียนและชุมชนโดยใช้แผนผงั แผนท่ี และรูปถ่ายเพ่ือแสดง
ความสมั พนั ธ์ของตาแหน่ง ระยะ ทศิ ทางวาดแผนผงั เพ่อื แสดงตาแหน่งท่ตี งั้ ของสถานท่สี าคัญในบรเิ วณ
โรงเรยี นและชุมชนเปรยี บเทยี บการเปล่ยี นแปลงสง่ิ แวดล้อมของชุมชนในอดตี กบั ปัจจุบนั อธิบายการใช้
ประโยชน์จากสงิ่ แวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาตใิ นการสนองความต้องการพ้นื ฐานของมนุษย์ และการ
ประกอบอาชพี อธบิ ายสาเหตุท่ีทาให้เกดิ มลพษิ โดยมนุษย์อธบิ ายความแตกต่างของลกั ษณะเมอื งและ
ชนบทอธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่างลกั ษณะทางกายภาพกบั การดาเนินชวี ติ ของคนในชุมชนมีส่วนร่วมใน
การจดั การสง่ิ แวดลอ้ มในชุมชน

๕๓

มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม มี
ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั
STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม

สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ปฏบิ ตั ติ นเป็นผลู้ ะอาย
และไมท่ นต่อการทุจรติ ทกุ รปู แบบ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้ท่ี STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ ปฏบิ ตั ติ นตามหน้าท่ี
พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม

ตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ในการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
มเี จตคตทิ ด่ี ใี นการปฏบิ ตั ติ นเป็นผลู้ ะอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ในการเลอื กตงั้ ผใู้ หญ่บา้ น การทาความ
สะอาดภายในหมบู่ า้ น การใชถ้ นน และการทง้ิ ขยะในหม่บู า้ น เหน็ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี
คุณธรรมจรยิ ธรรมเก่ยี วกบั ความพอเพยี งมวี นิ ยั ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ และมจี ติ สาธารณะในการป้องกนั การทุจรติ

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/

ส ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ,ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒,
ส ๕.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชี้วดั

๕๔

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ส๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษาฯ
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๔ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

อธบิ ายความสาคญั ของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทต่ี นนับถอื ในฐานะเป็นศูนย์รวมจติ ใจของศา
สนิกชนสรุปพุทธประวตั ติ งั้ แต่บรรลุธรรมจนถงึ ประกาศธรรม หรอื ประวตั ศิ าสดาทต่ี นนับถอื ตามท่กี าหนด
เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามแบบอย่างการดาเนินชวี ติ และขอ้ คดิ จากประวตั สิ าวก ชาดกเร่อื งเล่าและศา
สนิกชนตวั อย่าง ตามทก่ี าหนดแสดงความเคารพพระรตั นตรยั ปฏบิ ตั ติ ามไตรสกิ ขาและหลกั ธรรมโอวาท ๓
ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาท่ตี นนับถือตามท่กี าหนดช่นื ชมการทาความดีของตนเอง
บุคคลในครอบครวั โรงเรยี นและชุมชนตามหลกั ศาสนา พรอ้ มทงั้ บอกแนวปฏบิ ตั ใิ นการดาเนินชวี ติ เหน็
คุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มสี ติท่เี ป็นพ้นื ฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรอื การพฒั นาจิตตาม
แนวทางของศาสนาทต่ี นนับถอื ตามท่กี าหนดปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมของศาสนาท่ตี นนับถอื เพ่อื การอยู่
ร่วมกนั เป็นชาตไิ ดอ้ ย่างสมานฉันท์อธบิ ายประวตั ศิ าสดาของศาสนาอ่นื ๆ โดยสงั เขปอภปิ รายความสาคญั
และมสี ่วนร่วมในการบารุงรกั ษาศาสนสถานของศาสนาที่ตนนับถอื มมี รรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดี
ตามทก่ี าหนดปฏบิ ตั ติ นในศาสนพธิ ี พธิ กี รรมและวนั สาคญั ทางศาสนา ตามทก่ี าหนดไดถ้ กู ตอ้ ง

ระบุปัจจยั ทีม่ ผี ลต่อการเลอื กซือ้ สนิ ค้าและบรกิ ารบอกสทิ ธพิ น้ื ฐานและรกั ษาผลประโยชน์ของ
ตนเองในฐานะผบู้ รโิ ภคอธบิ ายหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี งและนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ของตนเองอธบิ าย
ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ ของคนในชุมชนอธบิ ายหน้าทเ่ี บอ้ื งตน้ ของเงนิ

สบื ค้นและอธบิ ายข้อมูลลักษณะทางกายภาพในจงั หวดั ของตน ด้วยแผนท่แี ละรูปถ่ายระบุแหล่ง
ทรพั ยากรและสถานทส่ี าคญั ในจงั หวดั ของตนดว้ ยแผนทแ่ี ละรปู ถ่ายอธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพทส่ี ง่ ผลต่อ
แหล่งทรพั ยากรและสถานทส่ี าคญั ในจงั หวดั วเิ คราะหส์ งิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพทส่ี ง่ ผลต่อการดาเนินชวี ติ ของ
คนในจงั หวดั อธบิ ายการเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอ้ มในจงั หวดั และผลทเ่ี กดิ จากการเปล่ยี นแปลงนาเสนอแนว
ทางการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มในจงั หวดั

มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม มี
ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั
STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม

สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ปฏบิ ตั ติ นเป็นผลู้ ะอาย
และไม่ทนต่อการทุจรติ ทุกรูปแบบ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผทู้ ่ี STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ ปฏบิ ตั ติ นตามหน้าท่ี
พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม

๕๕

ตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการตอ่ ตา้ นและป้องกนั การทุจรติ เหน็ ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการ
ขดั กนั ระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวมในชุมชน เหน็ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ น
เป็นผมู้ คี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมเกย่ี วกบั ความพอเพยี งมวี นิ ยั ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ และมจี ติ สาธารณะในการป้องกนั การ
ทุจรติ

มาตรฐานตัวช้ีวัด/

ส ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๐ ตวั ชว้ี ดั

๕๖

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ส๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๕ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษาฯ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

วิเคราะห์ความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือ ในฐานะท่ีเป็นมรดกทาง
วฒั นธรรมและหลกั ในการพฒั นาชาตไิ ทยสรุปพุทธประวตั ติ งั้ แต่เสดจ็ กรุงกบลิ พสั ดุ์จนถงึ พุทธกจิ สาคญั
หรอื ประวตั ศิ าสดาทต่ี นนบั ถอื ตามทก่ี าหนดเหน็ คุณค่า และประพฤตติ นตามแบบอย่างการดาเนินชวี ติ และ
ข้อคิดจากประวตั ิสาวก ชาดกเร่ืองเล่าและศาสนิกชนตัวอย่างตามท่ีกาหนดอธิบายองค์ประกอบและ
ความสาคญั ของพระไตรปิฎกหรอื คมั ภรี ์ของศาสนาที่ตนนับถอื แสดงความเคารพพระรตั นตรยั และปฏบิ ตั ิ
ตามไตรสกิ ขาและหลกั ธรรมโอวาท ๓ในพระพุทธศาสนาหรอื หลกั ธรรมของศาสนาทีต่ นนบั ถอื ตามท่ี
กาหนด เหน็ คุณค่าและสวดมนตแ์ ผ่เมตตา มสี ติทเ่ี ป็นพน้ื ฐานของสมาธใิ นพระพุทธศาสนา หรอื การพฒั นา
จติ ตามแนวทางของศาสนาท่ตี นนับถอื ตามทก่ี าหนดปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมของศาสนาทต่ี นนับถอื เพ่อื
การพฒั นาตนเองและสง่ิ แวดลอ้ มจดั พธิ กี รรมตามศาสนาทต่ี นนบั ถอื อย่างเรยี บงา่ ย มปี ระโยชน์ และปฏบิ ตั ิ
ตนถูกตอ้ งปฏบิ ตั ติ นในศาสนพธิ ี พธิ กี รรม และวนั สาคญั ทางศาสนา ตามทก่ี าหนด และอภปิ รายประโยชน์ท่ี
ได้รบั จากการเขา้ ร่วมกจิ กรรมมมี รรยาทของความเป็นศาสนิกชนท่ดี ี ตามทก่ี าหนด

อธบิ ายปัจจยั การผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารประยุกต์ใชแ้ นวคดิ ของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน
การทากจิ กรรมต่าง ๆ ในครอบครวั โรงเรยี นและชุมชนอธิบายหลกั การสาคญั และประโยชน์ของสหกรณ์
อธบิ ายบทบาทหน้าทเ่ี บอ้ื งตน้ ของธนาคารจาแนกผลดแี ละผลเสยี ของการกู้ยมื

สบื ค้นและอธิบายข้อมูลลกั ษณะทางกายภาพในภูมิภาคของตนด้วยแผนท่แี ละรูปถ่ายอธิบาย
ลกั ษณะทางกายภาพทส่ี ่งผลต่อแหล่งทรพั ยากรและสถานทส่ี าคญั ในภูมภิ าคของตนวเิ คราะห์สง่ิ แวดล้อม
ทางกายภาพท่มี อี ทิ ธพิ ลต่อลกั ษณะการตงั้ ถ่ินฐานและการย้ายถ่นิ ของประชากรในภูมภิ าคของตนวเิ คราะห์
อิทธิพลของสงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาติท่กี ่อให้เกิดวถิ กี ารดาเนินชวี ติ ในภูมภิ าคของตนนาเสนอตวั อย่างท่ี
สะท้อนให้เห็นผลจากการรกั ษาและทาลายสิง่ แวดล้อม และเสนอแนวทางในการจดั การสง่ิ แวดล้อมใน
ภมู ภิ าคของตน

มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม มี
ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั
STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม

๕๗

สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ปฏบิ ตั ติ นเป็นผลู้ ะอาย
และไมท่ นต่อการทุจรติ ทกุ รปู แบบ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผทู้ ่ี STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ ปฏบิ ตั ติ นตามหน้าท่ี
พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม

ตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการตอ่ ตา้ นและป้องกนั การทุจรติ และเหน็ ความสาคญั ของการ
ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ คี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมเก่ยี วกบั ความพอเพยี ง มวี นิ ยั ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ และมจี ติ สาธารณในการ
ป้องกนั การทุจรติ

มาตรฐานตัวช้ีวดั /

ส ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ส ๕.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๖ ตัวชีว้ ดั

๕๘

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ส๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๖ กล่มุ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษาฯ
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

วเิ คราะหค์ วามสาคญั ของพระพุทธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจาชาติ หรอื ความสาคญั ของ
ศาสนาทต่ี นนับถอื สรุปพุทธประวตั ติ งั้ แต่ปลงอายุสงั ขารจนถงึ สงั เวชนียสถาน หรอื ประวตั ศิ าสดาทต่ี นนับถอื
ตามทก่ี าหนดเหน็ คุณค่าและประพฤตติ นตามแบบอย่างการดาเนินชวี ติ และขอ้ คดิ จากประวตั สิ าวก ชาดกเร่อื ง
เล่า และศาสนิกชนตวั อย่างตามทีก่ าหนดวเิ คราะหค์ วามสาคญั และเคารพพระรตั นตรยั ปฏบิ ตั ติ าม
ไตรสกิ ขาและหลกั ธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาทต่ี นนับถอื ตามทก่ี าหนดช่นื
ชมการทาความดขี องบุคคลในประเทศตามหลกั ศาสนา พรอ้ มทงั้ บอกแนวปฏบิ ตั ใิ นการดาเนินชวี ติ เหน็
คุณค่าและสวดมนต์แผ่เมตตา และบรหิ ารจติ เจรญิ ปัญญา มสี ตทิ เ่ี ป็นพน้ื ฐานของสมาธใิ นพระพุทธศาสนา
หรอื การพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนาทต่ี นนับถอื ตามทก่ี าหนดปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมของศาสนาทต่ี น
นับถือ เพ่อื แก้ปัญหาอบายมุขและส่งิ เสพติดอธิบายหลกั ธรรมสาคญั ของศาสนาอ่ืนๆ โดยสงั เขปอธบิ าย
ลกั ษณะสาคญั ของศาสนพธิ พี ธิ กี รรมของศาสนาอ่นื ๆ และปฏบิ ตั ติ นไดอ้ ย่างเหมาะสมเม่อื ต้องเขา้ ร่วมพธิ ี
อธิบายความรู้เก่ยี วกบั สถานท่ตี ่างๆในศาสนสถาน และปฏบิ ตั ิตนได้อย่างเหมาะสมมมี รรยาทของความ
เป็นศาสนิกชนทด่ี ตี ามทก่ี าหนดอธบิ ายประโยชน์ของการเขา้ ร่วมในศาสนพธิ ี พธิ กี รรม และกจิ กรรมในวนั
สาคญั ทางศาสนาตามทก่ี าหนด และปฏบิ ตั ติ นไดถ้ ูกตอ้ งแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ หรอื แสดงตนเป็นศาสนกิ
ชนของศาสนาทต่ี นนบั ถอื

อธิบายบทบาทของผู้ผลิตท่ีมคี วามรบั ผดิ ชอบอธบิ ายบทบาทของผู้บรโิ ภคท่ีรู้เท่าทนั บอกวธิ ีและ
ประโยชน์ของการใช้ทรพั ยากรอย่างยงั ่ ยนื อธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่างผู้ผลติ ผู้บริโภค ธนาคาร และ
รฐั บาลยกตวั อย่างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ภายในทอ้ งถนิ่

สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มูลลกั ษณะทางกายภาพของประเทศไทย ดว้ ยแผนทร่ี ูปถ่ายทางอากาศ และ
ภาพจากดาวเทียมอธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพกับภัยพิบัติในประเทศไทยเพ่ือ
เตรยี มพรอ้ มรบั มอื ภยั พบิ ตั วิ เิ คราะห์ปฏิสมั พนั ธ์ระหว่างสิง่ แวดล้อมทางกายภาพกบั ลกั ษณะกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจและสงั คมในประเทศไทยวเิ คราะห์การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพของประเทศไทยในอดตี
กบั ปัจจุบนั และผลทีเ่ กดิ ขึน้ จากการเปล่ียนแปลงนาเสนอตวั อย่างท่สี ะท้อนให้เห็นผลจากการรกั ษาและ
ทาลายทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ ม และเสนอแนวทางในการจดั การทย่ี งั่ ยนื ในประเทศไทย

๕๙

มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม มี
ความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั
STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม

สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ปฏบิ ตั ติ นเป็นผลู้ ะอาย
และไม่ทนต่อการทุจรติ ทกุ รูปแบบ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผทู้ ่ี STRONG:จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ ปฏบิ ตั ติ นตามหน้าท่ี
พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม

ตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ คี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมเกย่ี วกบั ความพอเพยี ง มี
วนิ ยั ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ และมจี ติ สาธารณะในการป้องกนั การทจุ รติ

มาตรฐานตัวช้ีวัด/

ส ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ส ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ส ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ส ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ส ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๐ ตัวชวี้ ัด

๖๐

คาอธิบายรายวิชา
ประวตั ิศาสตร์

กล่มุ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม

๖๑

ส๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร๑์ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๑
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

ศึกษาการใช้ปฏทิ ินในการบอกวัน เดอื น ปี และการนับช่วงเวลาตามปฏิทินท่ใี ช้ในชีวิตประจาวนั
เรยี งลาดบั เหตุการณ์ในชวี ติ ประจาวนั ตามวนั เวลาท่เี กิดข้นึ และบอกประวตั ิความเป็นมาของตนเองและ
ครอบครวั อยา่ งงา่ ยๆโดยสอบถามผเู้ กย่ี วขอ้ ง

ศกึ ษาเพ่อื บอกความเปลยี่ นแปลงของสภาพแวดลอ้ มสงิ่ ของเคร่อื งใชห้ รอื การดาเนินชวี ติ ของ
ตนเองในสมยั ปัจจุบนั กบั สมยั ของพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายรวมทัง้ บอกเหตุการณ์ที่เกดิ ขึ้นในอดตี ที่มี
ผลกระทบต่อตนเองในปัจจุบนั

อธบิ ายความหมายและความสาคญั ของสญั ลกั ษณ์สาคญั ของชาตไิ ทย และปฏบิ ตั ติ นไดถ้ ูกต้องตาม
กาลเทศะรวมทงั้ รู้จกั สถานทส่ี าคญั ซึ่งเป็นแหล่งวัฒนธรรมในชุมชน ศาสนสถาน ตลาด พพิ ิธภณั ฑ์ และ
ระบุสง่ิ ท่ีตนรกั และเป็นความภาคภูมใิ จในทอ้ งถนิ่

มาตรฐานตวั ชี้วัด/

ส๔ ๑.ป๓/๑.ป,๒/๑.ป ,๑/๑.
ส ๔.๒ป๒/๑.ป,๑/๑.
ส๔.๓ป๓/๑.ป ,๒/๑.ป ,๑/๑.
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วดั

ส๑๒๑๐๒ ประวตั ิศาสตร๒์ ๖๒
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๒
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

ใชค้ าระบุเวลาทแ่ี สดงเหตกุ ารณ์ในอดตี ปัจจบุ นั และอนาคตลาดบั เหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในครอบครวั หรอื
ในชวี ติ ของตนเอง โดยใชห้ ลกั ฐานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

สบื คน้ ถงึ การเปลย่ี นแปลงในวถิ ชี วี ติ ประจาวนั ของคนในชุมชนของตนจากอดตี ถงึ ปัจจุบนั และอธบิ าย
ผลกระทบของการเปลย่ี นแปลงทม่ี ตี อ่ วถิ ชี วี ติ ของคนในชุมชน

ระบบุ ุคคลทท่ี าประโยชน์ต่อทอ้ งถน่ิ หรอื ประเทศชาตยิ กตวั อย่างวฒั นธรรมประเพณีและภูมปิ ัญญาไทย
ทภ่ี าคภูมใิ จและควรอนุรกั ษ์ไว้

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/

ส๔ ๑.ป.๒.ป ,๑/๒๒/
ส ๔.๒ป.๒.ป,๑/๒๒/
ส๔.๓ป.๒.ป ,๑/๒๒/
รวม ๓ มาตรฐาน ๖ ตวั ชี้วดั

๖๓

ส๑๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร๓์ คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๓
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

ศกึ ษาการเทยี บศกั ราชทส่ี าคญั ตามปฏทิ นิ ท่ใี ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั แสดงลาดบั เหตุการณ์ทส่ี าคญั ของ
โรงเรยี นและชุมชนโดยระบุหลกั ฐานและแหล่งขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

ระบุปัจจยั ท่มี อี ิทธพิ ลต่อการตงั้ ถนิ่ ฐานและพฒั นาการชุมชนสรุปลกั ษณะท่สี าคญั ของขนมธรรม
เนียมประเพณี และวฒั นธรรมในชุมชนตลอดถงึ การเปรยี บเทยี บความเหมอื นและความต่างทางวฒั นธรรม
ของชุมชนตนเองกบั ชมุ ชนอน่ื ๆ

ระบุพระนามและพระราชกรณียกจิ โดยสงั เขปของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยทเ่ี ป็นผสู้ ถาปนาอาณาจกั ร
ไทยอธบิ ายพระราชประวตั แิ ละพระราชกรณียกจิ ของพระมหากษตั รยิ ใ์ นรชั กาลปัจจุบนั ไดโ้ ดยสงั เขปและ
สามารถเล่าถงึ วรี กรรมของบรรพบุรุษไทยทม่ี สี ว่ นปกป้องประเทศชาตไิ วใ้ ห้คงอย่ถู งึ ปัจจุบนั

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/

ส๔ ๑.ป.๓.ป ,๑/๓๒/
ส ๔.๒ป.๓.ป,๑/๓๒/, ป.๓/๓
ส๔.๓ป.๓.ป ,๑/๓.ป ,๒/๓๓/
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วดั

๖๔

ส๑๔๑๐๒ ประวตั ิศาสตร๔์ คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๔
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

ศกึ ษาการนับช่วงเวลาเป็นทศวรรษศตวรรษและสหสั วรรษอธบิ ายยุคสมยั ในการศกึ ษาประวตั ิของ
มนุษยชาตโิ ดยสงั เขปรวมทงั้ สามารถแยกแยะประเภทหลกั ฐานทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาความเป็นมาของทอ้ งถน่ิ ได้

อธิบายการตงั้ หลักแหล่งและพฒั นาการของมนุษย์ยุคก่อนประวตั ิศาสตร์และยุคประวตั ิศาสตร์
โดยสงั เขปและยกตวั อย่างหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ ่พี บในท้องถน่ิ ท่แี สดงพฒั นาการของมนุษยชาตใิ น
ดนิ แดนไทย

อธบิ ายพฒั นาการของอาณาจกั รสุโขทยั โดยสังเขปบอกประวตั แิ ละผลงานของบุคคลสาคญั สมยั
สุโขทยั และสามารถอธบิ ายภมู ปิ ัญญาไทยทส่ี าคญั สมยั สโุ ขทยั ทน่ี ่าภาคภูมใิ จและควรคา่ แก่การอนุรกั ษ์

มาตรฐานตัวช้ีวัด/

ส๔ ๑.ป.๔.ป ,๑/๔.ป,๒/๔๓/
ส ๔.๒ป.๔.ป,๑/๔๒/
ส๔.๓ป.๔.ป ,๑/๔.ป ,๒/๔๓/
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วดั

๖๕

ส๑๕๑๐๒ ประวตั ิศาสตร๕์ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ ๕
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

ศกึ ษาสบื คน้ ความเป็นมาของทอ้ งถน่ิ โดยใชห้ ลกั ฐานทห่ี ลากหลายศกึ ษารวบรวมขอ้ มลู จากแหล่ง
ต่างๆเพอ่ื ตอบคาถามทางประวตั ศิ าสตรอ์ ย่างมเี หตผุ ล และสามารถบอกประวตั คิ วามเป็นมาของตนเองและ
ครอบครวั โดยสอบถามผเู้ กย่ี วขอ้ ง

อธบิ ายอิทธิพลของอารยธรรมอนิ เดยี และจีนที่มตี ่อไทย และเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ได้
โดยสงั เขปรวมทงั้ สามารถอธบิ ายอทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมต่างชาตทิ ม่ี ตี อ่ สงั คมไทยปัจจุบนั โดยสงั เขป

อธิบายพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรีโดยสงั เขป อธิบายปัจจยั ท่ีส่งเสริมความ
เจรญิ รุ่งเรอื งทางเศรษฐกจิ และการปกครองของอาณาจกั รอยุธยาบอกเล่าถงึ ประวตั แิ ละผลงานของบุคคล
สาคญั ในสมยั อยุธยาและธนบุรที ่นี ่าภาคภูมใิ จ และสามารถอธบิ ายภูมปิ ัญญาไทยท่สี าคญั สมยั อยุธยาและ
ธนบรุ ที น่ี ่าภาคภูมใิ จและควรค่าแกก่ ารอนุรกั ษ์ไว้

มาตรฐานตวั ช้ีวดั /

ส๔ ๑.ป.๕.ป ,๑/๕.ป,๒/๕๓/
ส ๔.๒ป.๕.ป,๑/๕๒/
ส๔.๓ป.๕.ป ,๑/๕.ป ,๒/๕๓/, ป.๕/๔
รวม ๓ มาตรฐาน ๙ ตวั ชี้วดั

๖๖

ส๑๖๑๐๒ ประวตั ิศาสตร๖์ คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๖
กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาค้นคว้าเพ่อื อธิบายความสาคญั ของวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ในการศึกษาเร่ืองราวทาง
ประวตั ศิ าสตรอ์ ย่างงา่ ย ๆนาเสนอขอ้ มลู หลกั ฐานทห่ี ลากหลายในการทาความเขา้ ใจเรอ่ื งราวสาคญั ในอดตี

อธบิ ายสภาพสงั คมเศรษฐกจิ และการเมอื งของประเทศเพอ่ื นบา้ นในปัจจุบนั และบอกความสมั พนั ธ์
ของกลุ่มอาเซยี นโดยสงั เขป

อธิบายพฒั นาการของไทยสมยั รัตนโกสินทร์โดยสงั เขป สามารถอธิบายปัจจยั ท่ีส่งเสริมความ
เจรญิ รุ่งเรอื งทางเศรษฐกจิ และการปกครองของไทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์และยกตวั อย่างผลงานของบุคคล
สาคญั ด้านต่าง ๆสมยั รตั นโกสนิ ทร์ตลอดทงั้ สามารถอธบิ ายภูมปิ ัญญาไทยทส่ี าคญั สมยั รตั นโกสนิ ทร์ท่ีน่า
ภาคภูมใิ จและควรค่าแกก่ ารอนุรกั ษไ์ ว้

มาตรฐานตัวช้ีวดั /

ส๔ ๑.ป.๖.ป ,๑/๖๒/
ส ๔.๒ป.๖.ป,๑/๖๒/
ส๔.๓ป.๖.ป ,๑/๖.ป ,๒/๖๓/, ป.๖/๔
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วดั

๖๗

คาอธิบายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษา

และพลศึกษา

๖๘

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

พ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา๑ กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพละศึกษา

ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

รู้เขา้ ใจธรรมชาตกิ ารเจรญิ เตบิ โตอธิบายลกั ษณะและหน้าท่ขี องอวัยวะภายนอก และอธบิ ายวธิ ี
ดแู ลรกั ษาอวยั วะภายนอกระบุสมาชกิ ในครอบครวั และความรกั ความผูกพนั ของสมาชกิ ทม่ี ตี ่อกนั บอกสงิ่ ท่ี
ช่นื ชอบและภาคภูมใิ จในตนเองและสามารถบอกลกั ษณะความแตกตา่ งระหวา่ งเพศชายและเพศหญงิ

มที กั ษะในการดาเนินชวี ติ การเคล่อื นไหวร่างกายขณะอยู่กบั ท่ี เคล่อื นท่ี และใช้อุปกรณ์ประกอบ
กจิ กรรมการเล่นเกมเบด็ เตลด็ และเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางกายทใ่ี ชก้ ารเคล่อื นไหวตามธรรมชาติ

การออกกาลงั กายและเล่นเกมตามคาแนะนาอย่างสนุกสนาน โดยสามารถปฏิบตั ิตนตามกฎกติกา
ขอ้ ตกลงในการเลน่ เกมตามคาแนะนา

การปฏิบตั ิตนตามหลกั สุขบญั ญตั แิ ห่งชาตติ ามคาแนะนา การบอกอาการเจบ็ ป่ วยท่ีเกิดข้นึ กบั
ตนเอง และสามารถปฏบิ ตั ติ นตามคาแนะนาเมอ่ื มอี าการเจบ็ ป่วย

ศกึ ษาระบุสงิ่ ทที่ าใหเ้ กดิ อนั ตรายทบี่ า้ น โรงเรยี น และการป้องกนั บอกสาเหตุและการป้องกนั
อนั ตรายท่เี กดิ จากการเล่น และแสดงคาพูดหรือท่าทางขอความช่วยเหลอื จากผู้อ่นื เม่อื เกดิ เหตุร้ายทบ่ี ้าน
และโรงเรยี น

มาตรฐานตวั ชี้วัด/

พ๑.๑ป.๑/๑, ป.๑/๒
พ๒.๑ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
พ๓.๑ป.๑/๑, ป.๑/๒
พ๓.๒ป.๑/๑, ป.๑/๒
พ๔.๑ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
พ๕.๑ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๕ ตวั ชี้วดั

๖๙

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

พ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพละศึกษา

ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

รเู้ ขา้ ใจธรรมชาตกิ ารเจรญิ เตบิ โตอธบิ ายลกั ษณะและหน้าทข่ี องอวยั วะภายใน อธบิ ายวธิ ดี ูแลรกั ษา
อวยั วะภายใน และอธบิ ายธรรมชาตขิ องชวี ติ มนุษยร์ ะบุบทบาทหน้าทข่ี องตนเองและสมาชกิ ในครอบครวั บอก
ความสาคญั ของเพ่อื น ระบุพฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกบั เพศอธบิ ายความภาคภูมใิ จในความเป็นเพศหญิงหรอื
เพศชาย

มที กั ษะในการดาเนินชวี ติ ควบคุมการเคล่อื นไหวร่างกายขณะอยู่กบั ท่ี เคล่อื นท่ี และใช้อุปกรณ์
ประกอบกจิ กรรมการเล่นเกมเบด็ เตลด็ และเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางกายทว่ี ธิ เี ล่นอาศยั การเคล่อื นไหวเบอ้ื งต้นทงั้
แบบอย่กู บั ท่ี เคล่อื นท่ี และใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบกจิ กรรม

บอกลกั ษณะของการมสี ุขภาพดี การเลอื กกนิ อาหารทมี่ ปี ระโยชน์ ระบุของใชแ้ ละของเลน่ ทมี่ ี
ผลเสยี ต่อสุขภาพ อธบิ ายอาการและวธิ ปี ้องกันการเจบ็ ป่ วย การบาดเจบ็ ที่อาจเกดิ ขึ้น และการปฏบิ ตั ิ
ตามคาแนะนาเม่อื มอี าการเจบ็ ป่วยและบาดเจบ็

การปฏบิ ตั ติ นในการป้องกนั อุบตั เิ หตุทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ทางน้าและทางบก บอกช่อื ยาสามญั ประจา
บา้ นและใชย้ าตามคาแนะนา ระบุโทษของสารเสพตดิ สารอนั ตรายใกลต้ วั และวธิ กี ารป้องกนั การปฏบิ ตั ติ น
ตามสญั ลกั ษณ์และป้ายเตอื นของสิง่ ของหรอื สถานทีท่ ีเ่ ป็นอนั ตราย และอธบิ ายสาเหตุ อนั ตราย วธิ ี
ป้องกนั อคั คภี ยั และแสดงการหนีไฟ

มาตรฐานตัวชี้วดั /

พ๑.๑ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
พ๒.๑ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
พ๓.๑ป.๒/๑, ป.๒/๒
พ๓.๒ป.๒/๑, ป.๒/๒
พ๔.๑ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
พ๕.๑ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๑ ตวั ชี้วดั

๗๐

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

พ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๓ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพละศึกษาา
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

อธิบายลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตอธบิ ายลกั ษณะและการเจรญิ เตบิ โตของร่างกายมนุษย์
เปรยี บเทยี บการเจรญิ เตบิ โตของตนเองกบั เกณฑม์ าตรฐาน และระบปุ ัจจยั ทม่ี ผี ลต่อการเจรญิ เตบิ โต

อธบิ ายความสาคญั และความแตกต่างของครอบครวั ท่มี ตี ่อตนเอง อธบิ ายวธิ สี ร้างสมั พนั ธภาพใน
ครอบครวั และกล่มุ เพอ่ื น บอกวธิ หี ลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมทน่ี าไปสกู่ ารถูกล่วงละเมดิ ทางเพศ

ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายขณะอยู่กบั ที่ เคลื่อนที่ และใช้อุปกรณ์ประกอบอย่างมี
ทศิ ทาง การเคลอ่ื นไหวรา่ งกายทใ่ี ชท้ กั ษะการเคล่อื นไหวแบบบงั คบั ทศิ ทางในการเลน่ เกมเบด็ เตลด็

เลือกออกกาลงั กาย การละเล่นพื้นเมอื ง และเล่นเกมที่เหมาะสมกบั จุดเด่น จุดด้อย และ
ขอ้ จากดั ของตนเอง การปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า และขอ้ ตกลงของการออกกาลงั กาย การเล่นเกม การละเล่น
พน้ื เมอื งไดด้ ว้ ยตนเอง

อธบิ ายการตดิ ต่อและวธิ กี ารป้องกนั การแพร่กระจายของโรค จาแนกอาหารหลกั ๕ หมู่ เลอื กกนิ
อาหารท่หี ลากหลายครบ ๕ หมู่ ในสดั ส่วนทีเ่ หมาะสม แสดงการแปรงฟันให้สะอาดอย่างถูกวธิ ี สร้าง
เสรมิ สมรรถภาพทางกายไดต้ ามคาแนะนา

การปฏบิ ตั ิตนเพ่อื ความปลอดภยั จากอุบตั เิ หตุในบ้าน โรงเรยี น และการเดินทาง แสดงวธิ ขี อความ
ช่วยเหลอื จากบุคคลและแหล่งต่าง ๆ เม่อื เกดิ เหตุรา้ ยหรอื อุบัตเิ หตุ และแสดงวธิ ปี ฐมพยาบาลเม่อื บาดเจบ็
จากการเล่น

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/

พ๑.๑ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ๒.๑ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ๓.๑ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ๓.๒ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ๔.๑ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
พ ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชี้วดั

๗๑

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

พ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพละศกึ ษา
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาการเจริญเติบโตและพัฒนาก ารของร่างกายและจิตใ จตามวัย อธิบายความส าคัญ ขอ ง
กลา้ มเน้ือกระดูกและขอ้ ท่มี ผี ลต่อสุขภาพ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการ อธบิ ายวธิ ดี แู ลกลา้ มเน้ือกระดูก
และขอ้ ใหท้ างานอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

อธบิ ายคุณลกั ษณะของความเป็นเพ่อื นและสมาชกิ ท่ดี ขี องครอบครวั แสดงพฤตกิ รรมท่เี หมาะสม
กบั เพศของตนตามวฒั นธรรมไทย ยกตวั อย่างวธิ กี ารปฏเิ สธการกระทาท่เี ป็นอนั ตรายและไม่เหมาะสมใน
เร่อื งเพศ

การควบคุมตนเองเม่อื ใชท้ กั ษะการเคล่อื นไหวในลกั ษณะผสมผสานได้ทงั้ แบบอยู่กบั ท่ี เคล่อื นท่ี
และใชอ้ ุปกรณ์ประกอบฝึกกายบรหิ ารท่ามอื เปล่าประกอบจงั หวะการเล่นเกมเลยี นแบบและกิจกรรมแบบ
ผลดั การเลน่ กฬี าพน้ื ฐานอยา่ งน้อย ๑ ชนดิ

การออกกาลงั กายเล่นเกม และกฬี าทีต่ นเองชอบ และมคี วามสามารถในการวเิ คราะหผ์ ล
พฒั นาการของตนเองตามตวั อย่างและแบบปฏบิ ตั ขิ องผูอ้ ่นื การปฏบิ ตั ติ ามกฎกตกิ าการเล่นกฬี าพ้นื ฐาน
ตามชนดิ กฬี าทเ่ี ลน่

อธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่างสงิ่ แวดล้อมกบั สุขภาพ อธบิ ายสภาวะอารมณ์ ความรู้สกึ ทม่ี ผี ลต่อ
สุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลบนฉลากอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพเพ่อื การเลือกบรโิ ภค และการทดสอบและ
ปรบั ปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

อธบิ ายความสาคญั ของการใชย้ าและการใชย้ าอย่างถกู วธิ ี แสดงวธิ ปี ฐมพยาบาลเมอ่ื ไดร้ บั อนั ตราย
จากการใชย้ าผดิ สารเคมี แมลงสตั วก์ ดั ต่อย และการบาดเจบ็ จากการเล่นกฬี า รวมทงั้ วเิ คราะหผ์ ลเสยี ของ
การสบู บหุ รแ่ี ละการด่มื สรุ าทม่ี ตี อ่ สขุ ภาพและการป้องกนั

๗๒

มาตรฐานตวั ชี้วัด/

พ๑.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ๒.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ๓.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
พ๓.๒ป.๔/๑, ป.๔/๒
พ๔.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
พ๕.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓

รวม ๖ มาตรฐาน ๑๙ ตวั ชี้วดั

๗๓

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

พ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๕ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ุขศึกษาและพละศึกษา
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาอธิบายความสาคัญของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายท่ีมีผลต่อสุขภาพ การ
เจรญิ เตบิ โต และพฒั นาการ อธบิ ายวธิ ดี แู ลระบบยอ่ ยอาหารและระบบขบั ถา่ ยใหท้ างานตามปกติ

อธบิ ายการเปล่ยี นแปลงทางเพศและปฏบิ ตั ติ นไดเ้ หมาะสมอธบิ ายความสาคญั ของการมคี รอบครวั ท่ี
อบอ่นุ ตามวฒั นธรรมไทยและระบุพฤตกิ รรมทพ่ี งึ ประสงคแ์ ละไม่พงึ ประสงคใ์ นการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้
ในครอบครวั และกล่มุ เพอ่ื น

การจดั รปู แบบการเคล่อื นไหวแบบผสมผสาน และควบคุมตนเองเม่อื ใชท้ ักษะการเคล่อื นไหวตาม
แบบท่ีกาหนดวิธีการเล่นเกมนาไปสู่กีฬาท่ีเลือกและกิจกรรมการเคล่ือนไหวแบบผลดั การควบคุมการ
เคล่อื นไหวในเรอ่ื งการรบั แรงการใชแ้ รงและความสมดุล การแสดงทกั ษะกลไกในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทางกาย
และเล่นกฬี าการเล่นกฬี าไทยและกฬี าสากล ประเภทบุคคลและประเภททีมอย่างละ ๑ ชนิด และอธบิ าย
หลกั การและเขา้ ร่วมกจิ กรรมนันทนาการอย่างน้อย ๑ กจิ กรรม

การออกกาลงั กายอย่างมรี ูปแบบ เล่นเกมทใี่ ชท้ กั ษะการคดิ และตดั สนิ ใจ การเล่นกฬี าทต่ี นเอง
ชอบอย่างสม่าเสมอ โดยสรา้ งทางเลอื กในวธิ ปี ฏิบตั ขิ องตนเองอย่างหลากหลาย และมนี ้าใจนักกฬี า การ
ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ าการเล่นเกม กฬี าไทยและกฬี าสากลตามชนิดกฬี าท่เี ล่น ตลอดถงึ การปฏบิ ตั ติ นตาม
สทิ ธขิ องตนเอง ไม่ละเมดิ สทิ ธผิ อู้ ่นื และยอมรบั ในความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นเกมและกฬี าไทย
กฬี าสากล

การแสดงพฤตกิ รรมท่ีเหน็ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นตามสุขบญั ญตั แิ ห่งชาติ การค้นหาขอ้ มลู
ข่าวสารเพ่อื ใช้สร้างเสริมสุขภาพ การวเิ คราะห์ส่อื โฆษณาในการตดั สนิ ใจเลือกซ้ืออาหารและผลิตภัณฑ์
สุขภาพอย่างมเี หตุผลการปฏบิ ตั ติ นในการป้องกนั โรคทีพ่ บบ่อยในชวี ติ ประจาวนั และการทดสอบและ
ปรบั ปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

การวเิ คราะห์ปัจจยั ท่ีมอี ทิ ธพิ ลต่อการใช้สารเสพตดิ วเิ คราะหผ์ ลกระทบของการใชย้ าและสาร
เสพตดิ ทม่ี ผี ลต่อร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา การปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ความปลอดภยั จากการใช้ยา
และหลกี เลย่ี งสารเสพตดิ การวเิ คราะหอ์ ทิ ธพิ ลของสอ่ื ท่มี ตี ่อพฤตกิ รรมสุขภาพ ตลอดทงั้ การปฏบิ ตั ติ นเพ่อื
ป้องกนั อนั ตรายจากการเล่นกฬี า

๗๔

มาตรฐานตัวช้ีวดั /

พ๑.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒
พ๒.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
พ๓.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖
พ๓.๒ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
พ๔.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
พ๕.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓,ป.๕/๔, ป.๕/๕
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชี้วดั

๗๕

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

พ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๖ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ขุ ศึกษาและพละศึกษา

ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาอธบิ ายความสาคญั ของระบบสืบพนั ธุ์ ระบบไหลเวยี นโลหติ และระบบหายใจท่ีมผี ลต่อ
สุขภาพ การเจรญิ เติบโต และพฒั นาการ อธิบายวธิ ดี ูแลระบบสบื พนั ธุ์ ระบบไหลเวยี นโลหติ และระบบ
หายใจใหท้ างานตามปกติ

อธบิ ายความสาคญั ของการสร้างและรกั ษาสมั พนั ธภาพกบั ผอู้ ่นื และวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมเสย่ี งท่อี าจ
นาไปสกู่ ารมเี พศสมั พนั ธ์ การตดิ เชอ้ื เอดส์ และการตงั้ ครรภก์ ่อนวยั อนั ควร

แสดงทกั ษะการเคล่อื นไหวร่วมกบั ผอู้ ่นื ในลกั ษณะแบบผลดั และแบบผสมผสานไดต้ ามลาดบั ทงั้ แบบ
อย่กู บั ทเ่ี คล่อื นท่ี และใชอ้ ุปกรณ์ประกอบ และการเคล่อื นไหวประกอบเพลง การจาแนกหลกั การเคล่อื นไหวใน
เร่อื งการรบั แรงการใช้แรง และความสมดุลในการเคล่อื นไหวร่างกายในการเล่นเกม เล่นกีฬา และนาผลมา
ปรบั ปรุง เพมิ่ พูนวธิ ปี ฏบิ ตั ขิ องตนและผอู้ น่ื การเล่นกฬี าไทยกฬี าสากล ประเภทบุคคลและประเภททมี อยา่ ง
ละ ๑ ชนิด การใชท้ กั ษะกลไกเพ่อื ปรบั ปรุงเพมิ่ พูนความสามารถของตนเองและผู้อ่นื ในการเล่นกฬี า และ
ร่วมกจิ กรรมนันทนาการอย่างน้อย ๑ กจิ กรรม แลว้ นาความรแู้ ละหลกั การทไ่ี ดไ้ ปใชเ้ ป็นฐานการศกึ ษาหา
ความรเู้ รอ่ื งอ่นื ๆ

อธิบายประโยชน์และหลกั การออกกาลงั กายเพ่อื สุขภาพ สมรรถภาพทางกาย และการสร้างเสรมิ
บคุ ลกิ ภาพ การเล่นเกมทใ่ี ชท้ กั ษะการวางแผน และสามารถเพม่ิ พูนทกั ษะการออกกาลงั กายและเคลอ่ื นไหว
อย่างเป็นระบบ การเล่นกฬี าทต่ี นเองช่นื ชอบและสามารถประเมนิ ทกั ษะการเล่นของตนเป็นประจา การปฏบิ ตั ิ
ตามกฎ กตกิ าตามชนิดกฬี าทเ่ี ล่น โดยคานึงถงึ ความปลอดภยั ของตนเองและผอู้ ่นื การจาแนกกลวธิ กี ารรุก
การป้องกนั และการนาไปใชใ้ นการเลน่ กฬี า รวมถงึ การเล่นเกมและกฬี าดว้ ยความสามคั คแี ละมนี ้าใจนกั กฬี า

การแสดงพฤตกิ รรมในการป้องกนั และแก้ไขปัญหาสงิ่ แวดลอ้ มท่มี ผี ลต่อสุขภาพ การวเิ คราะห์
ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการระบาดของโรคและเสนอแนวทางการป้องกนั โรคตดิ ต่อสาคญั ท่พี บในประเทศไทย
การแสดงพฤติกรรมท่ีบ่งบอกถึงความรับผิดชอบต่อสุขภาพของส่วนรวม การสร้างเสริมและปรบั ปรุง
สมรรถภาพทางกายเพอ่ื สขุ ภาพอย่างตอ่ เน่อื ง

การวเิ คราะห์ผลกระทบจากความรุนแรงของภยั ธรรมชาติท่มี ตี ่อร่างกาย จิตใจ และสงั คม ระบุวธิ ี
ปฏบิ ตั ติ นเพ่อื ความปลอดภยั จากธรรมชาติ การวเิ คราะห์สาเหตุของการติดสารเสพตดิ และชกั ชวนให้ผู้อ่นื
หลกี เลย่ี งสารเสพตดิ

๗๖

มาตรฐานตัวชี้วดั /

พ๑.๑ป.๖/๑, ป.๖/๒
พ๒.๑ป.๖/๑, ป.๖/๒
พ๓.๑ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
พ๓.๒ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
พ๔.๑ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
พ๕.๑ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชี้วดั

๗๗

คาอธิบายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ

๗๘

ศ๑๑๑๐๑ ศิลปะ๑ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๑
กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

อภปิ รายเกย่ี วกบั รูปร่างลกั ษณะและขนาดของสงิ่ ต่างๆรอบตวั ในธรรมชาตแิ ละสง่ิ ทม่ี นุษยส์ รา้ งขน้ึ
บอกความรู้สกึ ท่ีมีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมที ักษะพ้ืนฐานในการใช้วสั ดุอุปกรณ์สร้างงาน
ทศั นศลิ ป์ สรา้ งงานทศั นศลิ ป์ โดยการทดลองใชส้ ดี ว้ ยเทคนิคง่าย ๆ วาดภาพระบายสภี าพธรรมชาติตาม
ความรสู้ กึ ของตนเอง และระบงุ านทศั นศลิ ป์ ในชวี ติ ประจาวนั ได้

เรยี นรวู้ ่าสง่ิ ต่างๆสามารถก่อกาเนิดเสยี งทแ่ี ตกต่างกนั บอกลกั ษณะของเสียงดงั -เบาและความชา้ -
เรว็ ของจงั หวะท่องบทกลอนรอ้ งเพลงง่ายๆมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมดนตรอี ย่างสนุกสนาน บอกความเกย่ี วขอ้ ง
ของเพลงทใ่ี ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เล่าถงึ เพลงในทอ้ งถน่ิ ระบสุ งิ่ ทช่ี น่ื ชอบในดนตรที อ้ งถน่ิ

ศกึ ษาเลยี นแบบการเคล่อื นไหวแสดงท่าทางงา่ ยๆเพ่อื ส่อื ความหมายแทนคาพูดบอกสง่ิ ทต่ี นเอง
ชอบจากการดูหรือร่วมการแสดงระบุและเล่นการละเล่นของเด็กไทยบอกสงิ่ ท่ีตนเองชอบในการแสดง
นาฏศลิ ป์

มาตรฐานตัวช้ีวดั /

ศ๑ ๑.ป๓/๑.ป,๒/๑.ป ,๑/๑., ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ๑.๒ป๑/๑.
ศ๒.๑ป๓/๑.ป ,๒/๑.ป ,๑/๑., ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ๒.๒ป๒/๑.ป ,๑/๑.
ศ๓ ๑.ป๓/๑.ป,๒/๑.ป ,๑/๑.
ศ๓.๒ป๒/๑.ป ,๑/๑.
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชี้วดั

๗๙

ศ๑๒๑๐๑ ศิลปะ๒ คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

บรรยายรูปร่างรูปทรงท่ีพบในธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมระบุทศั นธาตุท่ีอยู่ในส่งิ แวดล้อมและงาน
ทศั นศลิ ป์ โดยเน้นเร่อื งเสน้ สรี ูปร่างและรูปทรงสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ ต่าง ๆ โดยใชท้ ศั นธาตุทเ่ี น้นเส้นรูปร่างมี
ทกั ษะพน้ื ฐานในการใชว้ สั ดุอุปกรณ์สร้างงานทศั นศลิ ป์ ๓มติ สิ ร้างภาพปะติดโดยการตดั หรอื ฉีกกระดาษวาด
ภาพเพอ่ื ถา่ ยทอดเร่อื งราวเก่ยี วกบั ครอบครวั ของตนเองและเพอ่ื นบา้ นเลอื กงานทศั นศลิ ป์ และบรรยายถงึ สงิ่ ท่ี
มองเหน็ รวมถงึ เน้อื หาเร่อื งราวสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ เป็นรูปแบบงานโครงสรา้ งเคลอ่ื นไหวบอกความสาคญั
ของงานทศั นศลิ ป์ ทพ่ี บเหน็ ในชวี ติ ประจาวนั อภปิ รายเกย่ี วกบั งานทศั นศลิ ป์ ประเภทต่างๆในทอ้ งถนิ่ โดยเน้น
ถงึ วธิ กี ารสรา้ งงานและวสั ดุอปุ กรณ์ทใ่ี ช้

จาแนกแหล่งกาเนิดของเสยี งที่ได้ยนิ จาแนกคุณสมบตั ขิ องเสยี งสูง-ต่าดงั -เบายาว-สนั้ ของ
ดนตรเี คาะจงั หวะหรอื เคลอ่ื นไหวร่างกายใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้อื หาของเพลง รอ้ งเพลงงา่ ยๆทเ่ี หมาะสมกบั วยั บอก
ความหมายและความสาคญั ของเพลงท่ไี ด้ยิน บอกความสมั พนั ธ์ของเสยี งร้องเสยี งเคร่อื งดนตรใี นเพลง
ทอ้ งถนิ่ โดยใชค้ างา่ ยๆแสดงและเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางดนตรใี นทอ้ งถนิ่

เคลื่อนไหวขณะอยู่กบั ทีแ่ ละเคล่ือนที่แสดงการเคล่ือนไหวทีส่ ะทอ้ นอารมณ์ของตนเองอย่าง
อสิ ระแสดงท่าทางเพอ่ื สอ่ื ความหมายแทนคาพูดแสดงท่าทางประกอบจงั หวะอย่างสร้างสรรค์มมี ารยาทในการ
ชมการแสดงระบุและเล่นการละเล่นพ้นื บา้ นเช่อื มโยงสง่ิ ทพ่ี บเหน็ ในการละเล่นพ้นื บ้านกบั สง่ิ ทพ่ี บเหน็ ในการ
ดารงชวี ติ ของคนไทยระบสุ ง่ิ ทช่ี น่ื ชอบและภาคภูมใิ จในการละเล่นพน้ื บา้ น

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/

ศ๑ ๑.ป.๒.ป ,๑/๒.ป,๒/๒๓/, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ศ ๑.๒ป.๒๑/, ป.๒/๒
ศ๒.๑ป.๒.ป ,๑/๒.ป ,๒/๒๓/, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ๒.๒ป.๒.ป ,๑/๒๒/
ศ๓ ๑.ป.๒.ป ,๑/๒.ป,๒/๒๓/, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ๓.๒ป.๒.ป ,๑/๒๒/, ป.๒/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชี้วดั

ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ๓ ๘๐
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๓
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรียนร้ศู ิลปะ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

บรรยายรูปร่างรูปทรงในธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ้ มและงานทศั นศลิ ป์ ระบุวสั ดุอุปกรณ์ทใ่ี ชส้ ร้างผลงาน
เม่อื ชมงานทศั นศลิ ป์ จาแนกทศั นธาตุของสงิ่ ต่างๆในธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ้ มและงานทศั นศลิ ป์ โดยเน้นเร่อื งเสน้ สี
รปู รา่ งรปู ทรงและพน้ื ผวิ วาดภาพระบายสสี งิ่ ของรอบตวั มที กั ษะพน้ื ฐานในการใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์สรา้ งสรรคง์ านปั้น
วาดภาพถ่ายทอดความคดิ ความรสู้ กึ จากเหตุการณ์ชวี ติ จรงิ โดยใชเ้ สน้ รปู ร่างรปู ทรงสแี ละพน้ื ผวิ บรรยายเหตุผล
และวธิ กี ารในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ โดยเน้นถงึ เทคนิคและวสั ดุอุปกรณ์ระบสุ งิ่ ทช่ี ่นื ชมและสง่ิ ทค่ี วรปรบั ปรุงใน
งานทศั นศิลป์ ของตนเองระบุและจดั กลุ่มของภาพตามทศั นธาตุท่เี น้นในงานทศั นศิลป์ นั้นๆบรรยายลกั ษณะ
รูปร่างรูปทรงในงานการออกแบบสงิ่ ต่างๆท่ีมใี นบ้านและโรงเรยี นเล่าถึงท่ีมาของงานทศั นศิลป์ ในท้องถ่ิน
อธบิ ายเกย่ี วกบั วสั ดุอุปกรณ์และวธิ กี ารสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถนิ่

ระบุรูปร่างลกั ษณะของเคร่อื งดนตรที ่เี ห็นและไดย้ นิ ในชวี ติ ประจาวนั ใชร้ ูปภาพหรอื สญั ลกั ษณ์แทน
เสยี งและจงั หวะเคาะบอกบทบาทหน้าท่ีของเพลงท่ไี ด้ยนิ ขบั ร้องและบรรเลงดนตรงี ่ายๆเคล่อื นไหวท่าทาง
สอดคลอ้ งกบั อารมณ์ของเพลงทฟี่ ังแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั เสยี งดนตรเี สยี งขบั รอ้ งของตนเองและผอู้ ่นื
นาดนตรไี ปใช้ในชวี ติ ประจาวนั หรอื โอกาสต่างๆไดอ้ ย่างเหมาะสมระบุลกั ษณะเดน่ และเอกลกั ษณ์ของดนตรี
ในทอ้ งถน่ิ ระบคุ วามสาคญั และประโยชน์ของดนตรตี ่อการดาเนนิ ชวี ติ ของคนในทอ้ งถนิ่

สร้างสรรค์การเคล่ือนไหวในรูปแบบต่างๆในสถานการณ์สนั้ ๆการแสดงท่าทางประกอบเพลงตาม
รูปแบบนาฏศลิ ป์ การเปรยี บเทยี บถงึ บทบาทหน้าท่ขี องผู้แสดงและผูช้ มมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมการแสดงท่ี
เหมาะสมกบั วยั บอกประโยชน์ของการแสดงนาฏศลิ ป์ ในชวี ติ ประจาวนั เล่าการแสดงนาฏศลิ ป์ ทเ่ี คยเหน็ ใน
ท้องถนิ่ ระบุสง่ิ ทเ่ี ป็นลกั ษณะเด่นและเอกลกั ษณ์ของการแสดงนาฏศลิ ป์ อธบิ ายความสาคญั ของการแสดง
นาฏศลิ ป์

มาตรฐานตัวช้ีวัด/

ศ๑ ๑.ป.๓.ป ,๑/๓,๒/ป.๓๓/, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖.ป ,๓/๗.ป,๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ป.๓๑/, ป.๓/๒
ศ๒.๑ป.๓.ป ,๑/๓.ป,๒/๓๓/, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖.ป ,๓/๗
ศ๒.๒ป.๓.ป ,๑/๓๒/
ศ๓ ๑.ป.๓.ป ,๑/๓.ป,๒/๓๓/, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ศ๓.๒ป.๓.ป ,๑/๓.ป,๒/๓๓/
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ชี้วดั

๘๑

ศ๑๔๑๐๑ ศิลปะ๔ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๔
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

เปรยี บเทยี บรูปลกั ษณะของรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม และงานทศั นศลิ ป์ อภปิ ราย
เกย่ี วกบั อทิ ธพิ ลของสวี รรณะอุ่นและสวี รรณะเยน็ ทม่ี ตี อ่ อารมณ์ของมนุษย์ จาแนกทศั นธาตขุ องสง่ิ ตา่ งๆ ใน
ธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม และงานทศั นศลิ ป์ โดยเน้นเร่อื งเส้น สี รูปร่าง รูปทรง พ้นื ผวิ และพ้นื ท่วี ่าง มที กั ษะ
พน้ื ฐานในการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์สรา้ งสรรคง์ านพมิ พ์ภาพและงานวาดภาพระบายสี บรรยายลกั ษณะของภาพ
โดยเน้นเร่อื งการจดั ระยะ ความลกึ น้าหนักและแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใช้สวี รรณะอุ่นและสี
วรรณะเยน็ ถ่ายทอดความรสู้ กึ และจนิ ตนาการเปรยี บเทยี บความคดิ ความรสู้ กึ ทถ่ี า่ ยทอดผา่ นงานทศั นศลิ ป์
ของตนเองและบุคคลอ่นื เลอื กใช้วรรณะสเี พ่อื ถ่ายทอดอารมณ์ ความรูส้ กึ ในการสร้างงานทศั นศลิ ป์ ระบุและ
อภปิ รายเก่ยี วกบั งานทศั นศลิ ป์ ในเหตุการณ์และงานเฉลมิ ฉลองของวฒั นธรรมในทอ้ งถน่ิ บรรยายเก่ยี วกบั
งานทศั นศลิ ป์ ทม่ี าจากวฒั นธรรมต่าง ๆ

บอกประโยคเพลงอย่างง่ายจาแนกประเภทของเคร่อื งดนตรีท่ีใช้ในเพลงท่ฟี ังระบุทิศทางการ
เคล่อื นท่ี ข้นึ -ลงง่าย ๆ ของทานอง รูปแบบจงั หวะและความเรว็ ของจงั หวะในเพลงท่ฟี ังอ่าน เขยี นโน้ต
ดนตรไี ทยและสากลรอ้ งเพลงโดยใชช้ ่วงเสยี งทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองใช้และเกบ็ เคร่อื งดนตรอี ย่างถูกตอ้ งและ
ปลอดภยั ดนตรี ระบวุ ่าดนตรสี ามารถใชใ้ นการสอ่ื เร่อื งราวบอกแหล่งทม่ี าและความสมั พนั ธข์ องวถิ ชี วี ติ ไทยท่ี
สะทอ้ นในดนตรแี ละเพลงทอ้ งถน่ิ ระบคุ วามสาคญั ในการอนุรกั ษ์สง่ เสรมิ วฒั นธรรมทางดนตรี

ระบทุ กั ษะพน้ื ฐานทางนาฏศลิ ป์ และการละครทใ่ี ชส้ อ่ื ความหมายและอารมณ์ ใชภ้ าษาท่าและนาฏย
ศพั ท์หรอื ศพั ท์ทางการละครง่าย ๆ ในการถ่ายทอดเร่อื งราวแสดงการเคล่อื นไหวในจงั หวะต่าง ๆ ตาม
ความคดิ ของตน แสดงนาฏศลิ ป์ เป็นคู่และหมู่เล่าสง่ิ ท่ชี ่นื ชอบในการแสดง โดยเน้นจุดสาคญั ของเร่อื งและ
ลกั ษณะเด่นของตวั ละครอธบิ ายประวตั คิ วามเป็นมาของนาฏศลิ ป์ หรอื ชุดการแสดงอย่างง่าย ๆเปรยี บเทยี บ
การแสดงนาฏศลิ ป์ กบั การแสดงท่มี าจากวฒั นธรรมอ่นื อธบิ ายความสาคญั ของการแสดงความเคารพในการ
เรยี นและการแสดงนาฏศลิ ป์ ระบเุ หตุผลทค่ี วรรกั ษาและสบื ทอดการแสดงนาฏศลิ ป์

มาตรฐานตวั ชี้วัด/

๘๒

ศ๑ ๑.ป.๔.ป ,๑/๔.ป,๒/๔๓/, ป.๔/๔, ป.๔/๕.ป ,๔/๖.ป,๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙
ศ ๑.๒ป.๔.ป ,๑/๔๒/
ศ๒.๑ป.๔ ,๑/ป.๔.ป,๒/๔๓/, ป.๔/๔, ป.๔/๕.ป ,๔/๖.ป,๔/๗
ศ๒.๒ป.๔.ป ,๑/๔๒/
ศ๓ ๑.ป.๔.ป ,๑/๔.ป,๒/๔๓/, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ศ๓.๒ป.๔.ป ,๑/๔.ป,๒/๔๓/, ป.๔/๔
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ชี้วดั

๘๓

ศ๑๕๑๐๑ ศิลปะ๕ คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๕
กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ิลปะ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

บรรยายเก่ียวกับจังหวะ ตาแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ท่ีปรากฏในสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์
เปรยี บเทยี บความแตกต่างระหว่างงานทัศนศลิ ป์ ทส่ี ร้างสรรค์ดว้ ยวสั ดุ อุปกรณ์ และวธิ กี ารทต่ี ่างกนั วาด
ภาพโดยใชเ้ ทคนิคของแสงเงา น้าหนัก และวรรณะสี สรา้ งสรรค์งานปั้นจากดนิ น้ามนั หรอื ดนิ เหนียว โดย
เน้นการถ่ายทอดจินตนาการ สร้างสรรค์งานพมิ พภ์ าพ โดยเน้นการจัดวางตาแหน่งของสง่ิ ต่าง ๆ ในภาพ
ระบุปัญหาในการจดั องค์ประกอบศิลป์ และการส่อื ความหมายในงานทศั นศลิ ป์ ของตนเอง และบอกวธิ กี าร
ปรบั ปรุงงานใหด้ ีข้นึ บรรยายประโยชน์และคุณค่าของงานทศั นศลิ ป์ ท่มี ผี ลต่อชวี ติ ของคนในสงั คม ระบุและ
บรรยายเกย่ี วกบั ลกั ษณะรูปแบบของงานทศั นศลิ ป์ ในแหล่งเรยี นรหู้ รอื นิทรรศการศลิ ปะ อภปิ รายเกย่ี วกบั งาน
ทศั นศลิ ป์ ทส่ี ะทอ้ นวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาในทอ้ งถน่ิ

ระบุองคป์ ระกอบดนตรใี นเพลงทใ่ี ชใ้ นการส่อื อารมณ์จาแนกลกั ษณะของเสยี งขบั รอ้ งและเคร่อื ง
ดนตรที อ่ี ยใู่ นวงดนตรปี ระเภทต่าง ๆอา่ น เขยี นโน้ตดนตรไี ทยและสากล๕ ระดบั เสยี งใชเ้ ครอ่ื งดนตรบี รรเลง
จงั หวะและทานอง รอ้ งเพลงไทยหรอื เพลงสากล หรอื เพลงไทยสากลทเ่ี หมาะสมกบั วยั ดน้ สดง่าย ๆ โดยใช้
ประโยคเพลงแบบถาม-ตอบใชด้ นตรรี ่วมกบั กจิ กรรมในการแสดงออกตามจนิ ตนาการ อธบิ ายความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งดนตรกี บั ประเพณใี นวฒั นธรรมต่าง ๆอธบิ ายคุณคา่ ของดนตรที ม่ี าจากวฒั นธรรมทต่ี ่างกนั

บรรยายองค์ประกอบนาฏศิลป์ แสดงท่าทางประกอบเพลงหรอื เร่อื งราวตามความคิดของตนแสดง
นาฏศลิ ป์ โดยเน้นการใช้ภาษาท่าและนาฏยศพั ท์ในการส่อื ความหมายและการแสดงออกมสี ่วนร่วมในกลุ่ม
กบั การเขยี นเคา้ โครงเร่อื งหรอื บทละครสนั้ ๆ เปรยี บเทยี บการแสดงนาฏศลิ ป์ ชุดต่าง ๆ บอกประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั
จากการชมการแสดงเปรยี บเทยี บการแสดงประเภทต่าง ๆ ของไทยในแต่ละทอ้ งถนิ่ ระบุหรอื แสดงนาฏศลิ ป์
นาฏศลิ ป์ พน้ื บา้ นทส่ี ะทอ้ นถงึ วฒั นธรรมและประเพณี

มาตรฐานตวั ชี้วดั /

๘๔

ศ๑ ๑.ป.๕.ป ,๑/๕.ป,๒/๕๓/, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ศ ๑.๒ป.๕.ป ,๑/๕๒/
ศ๒.๑ป.๕.ป ,๑/๕.ป,๒/๕๓/, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ศ๒.๒ป.๕.ป ,๑/๕๒/
ศ๓ ๑.ป.๕.ป ,๑/๕.ป,๒/๕๓/, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖
ศ๓.๒ป.๕.ป ,๑/๕๒/
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตวั ชี้วดั

ศ๑๖๑๐๑ ศิลปะ๖ ๘๕
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๖
คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
กลุม่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

ระบุสคี ู่ตรงข้าม และอภิปรายเก่ียวกบั การใช้สีคู่ตรงข้ามในการถ่ายทอดความคิดและอารมณ์
อธบิ ายหลกั การจดั ขนาดสดั สว่ นความสมดลุ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ สรา้ งงานทศั นศลิ ป์ จากรปู แบบ ๒ มติ ิ
เป็น ๓ มิติ โดยใชห้ ลกั การของแสงเงาและน้าหนกั สรา้ งสรรคง์ านปั้นโดยใชห้ ลกั การเพิม่ และลด
สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ โดยใชห้ ลกั การของรูปและพ้นื ท่วี ่าง สร้างสรรค์งานทศั นศลิ ป์ โดยใช้สคี ู่ตรงข้าม
หลกั การจดั ขนาดสดั ส่วน และความสมดุล สรา้ งงานทศั นศลิ ป์ เป็นแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบเพ่อื
ถ่ายทอดความคดิ หรอื เร่อื งราวเก่ยี วกบั เหตุการณ์ต่าง ๆ บรรยายบทบาทของงานทศั นศลิ ป์ ทสี่ ะทอ้ นชวี ติ
และสงั คม อภปิ รายเกย่ี วกบั อทิ ธพิ ลของความเช่อื ความศรทั ธาในศาสนาทม่ี ผี ลต่องานทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถนิ่
ระบุและบรรยายอทิ ธพิ ลทางวฒั นธรรมในทอ้ งถนิ่ ทม่ี ผี ลตอ่ การสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ ของบุคคล

บรรยายเพลงทฟ่ี ัง โดยอาศยั องคป์ ระกอบดนตรแี ละศพั ท์สงั คตี จาแนกประเภทและบทบาทหน้าท่ี
เคร่ืองดนตรไี ทยและเคร่ืองดนตรที ี่มาจากวฒั นธรรมต่าง ๆ อ่าน เขยี นโน้ตไทยและโน้ตสากลทานอง
ง่าย ๆใชเ้ คร่อื งดนตรบี รรเลงประกอบการรอ้ งเพลงด้นสดทม่ี จี งั หวะและทานองง่าย ๆบรรยายความรสู้ กึ ทม่ี ี
ต่อดนตรแี สดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั ทานอง จงั หวะ การประสานเสยี ง และคุณภาพเสยี งของเพลงทีฟ่ ัง
อธบิ ายเร่อื งราวของดนตรไี ทยในประวตั ศิ าสตร์ จาแนกดนตรที ่ีมาจากยุคสมยั ทต่ี ่างกนั อภปิ รายอทิ ธพิ ล
ของวฒั นธรรมต่อดนตรใี นทอ้ งถนิ่

สรา้ งสรรค์การเคล่อื นไหวและการแสดงโดยเน้นการถ่ายทอดลลี าหรอื อารมณ์ออกแบบเคร่อื งแต่ง
กาย หรอื อุปกรณ์ประกอบการแสดงอย่างง่าย ๆ แสดงนาฏศลิ ป์ และการละครอย่างงา่ ย ๆบรรยายความรสู้ กึ
ของตนเองทม่ี ตี ่องานนาฏศลิ ป์ และการละครอย่างสรา้ งสรรค์แสดงความคดิ เหน็ ในการชมการแสดง อธบิ าย
ความสมั พนั ธ์ระหว่างนาฏศลิ ป์ และการละครกับสง่ิ ทป่ี ระสบในชวี ติ ประจาวนั อธบิ ายสง่ิ ท่มี คี วามสาคญั ต่อ
การแสดงนาฏศลิ ป์ และละครระบปุ ระโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการแสดงหรอื การชมการแสดงนาฏศลิ ป์ และละคร

มาตรฐานตัวช้ีวดั /

๘๖

ศ๑ ๑.ป.๖.ป ,๑/๖.ป,๒/๖๓/, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗
พ ๑.๒ป.๖.ป ,๑/๖.ป,๒/๖๓/
ศ๒.๑ป.๖.ป ,๑/๖.ป,๒/๖๓/, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ๒.๒ป.๖.ป ,๑/๖.ป,๒/๖๓/
ศ๓ ๑.ป.๖.ป ,๑/๖.ป,๒/๖๓/, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ๓.๒ป.๖.ป ,๑/๖๒/
รวม ๖ มาตรฐาน๒๗ตวั ชี้วดั

๘๗

คาอธิบายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ

๘๘

ง๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ ๑
กลมุ่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

ศกึ ษาวธิ กี ารทางานเพอ่ื ช่วยเหลอื ตนเองการใชว้ สั ดุอุปกรณ์และเครอ่ื งมอื งา่ ยๆในการทางานอย่าง
ปลอดภยั การทางานเพอ่ื ชว่ ยเหลอื ตนเองอยา่ งกระตอื รอื รน้ และตรงเวลา

มาตรฐานตัวชี้วดั /

ง๑.๑ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
รวม ๑ มาตรฐาน ๓ ตวั ชี้วดั


Click to View FlipBook Version