ง๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๘๙
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๒
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาวธิ กี ารและประโยชน์การทางานเพอ่ื ช่วยเหลอื ตนเองและครอบครวั การใชว้ สั ดุอุปกรณ์และ
เครอ่ื งมอื ในการทางานทเ่ี หมาะสมและประหยดั การทางานเพอ่ื ช่วยเหลอื ตนเองและครอบครวั อย่างปลอดภยั
มาตรฐานตวั ชี้วดั /
ง๑.๑ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๑ มาตรฐาน ๓ ตวั ชี้วดั
๙๐
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๓
กลมุ่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาวิธีการและประโยชน์การทางานเพ่อื ช่วยเหลือตนเองครอบครวั และส่วนรวมการใช้วสั ดุ
อุปกรณ์และเคร่อื งมอื ตรงกบั ลกั ษณะงานการทางานอย่างเป็นขนั้ ตอนตามกระบวนการทางานดว้ ยความสะอาด
ความรอบคอบและอนุรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
มาตรฐานตัวชี้วดั /
ง๑.๑ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวม ๑ มาตรฐาน ๓ ตวั ชี้วดั
๙๑
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๔
กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาถึงเหตุผลในการทางานให้บรรลุเป้ าหมายการทางานบรรลุเป้ าหมายท่ีวางไว้อย่างเป็ น
ขนั้ ตอน ดว้ ยความขยนั อดทน รบั ผดิ ชอบ และซ่อื สตั ยก์ ารปฏบิ ตั ติ นอย่างมมี ารยาทในการทางานการใช้
พลงั งานและทรพั ยากรในการทางานอย่างประหยัดและคุ้มค่า และศกึ ษาความหมายและความสาคญั ของ
อาชพี
มาตรฐานตวั ช้ีวัด/
ง๑.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ง๒.๑ป.๔/๑
รวม ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ชี้วดั
๙๒
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๕
กล่มุ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวชิ า
ศกึ ษาเหตุผลในการทางานแต่ละขนั้ ตอนตามกระบวนการทางานการใช้ทกั ษะการจดั การในการ
ทางานอย่างเป็นระบบประณีตและมคี วามคดิ สร้างสรรค์การปฏิบตั ติ นอย่างมีมารยาทในการใทางาน
กบั สมาชิกในครอบครวั ตลอดจนการมจี ติ สานึกในการใชพ้ ลงั งานและทรพั ยากรอย่างประหยดั และคุม้ ค่า
การสารวจขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วกบั อาชพี ตา่ ง ๆ ในชุมชน รวมถงึ การระบุความแตกต่างของอาชพี
มาตรฐานตวั ชี้วัด/
ง๑.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ง๒.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๒ มาตรฐาน ๖ ตวั ชี้วดั
๙๓
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๖
กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาแนวทางในการทางานและปรบั ปรุงการทางานแต่ละขนั้ ตอนการใชท้ กั ษะการจดั การในการ
ทางานและมที กั ษะการทางานร่วมกนั การปฏบิ ตั ติ นอย่างมมี ารยาทในการทางานกับครอบครบั และผอู้ ่นื และ
การสารวจตนเองเพ่อื วางแผนในการเลือกอาชพี การระบุความรู้ความสามารถและคุณธรรมท่สี มั พนั ธ์กบั
อาชพี ทส่ี นใจ
มาตรฐานตัวชี้วัด/
ง๑.๑ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ง๒.๑ป.๖/๑, ป.๖/๒
รวม ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ชี้วดั
๙๔
คาอธิบายรายวิชา
ภาษาองั กฤษ
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
๙๕
อ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๑ คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา๑๖๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวชิ า
ปฏิบตั ติ ามคาสงั่ ง่าย ๆท่ฟี ังระบุตวั อกั ษรและเสยี ง อ่านออกเสยี งและสะกดคาง่ายๆถูกต้องตาม
หลกั การอ่าน เลอื กภาพตรงตามความหมายของคาและกลุ่มคาทฟ่ี ังตอบคาถามจากการฟังเร่อื งใกลต้ วั การ
พูดโต้ตอบดว้ ยคาสนั้ ๆง่ายๆในการส่อื สารระหว่างบุคคลตามแบบทฟ่ี ังการใช้คาสงั่ ง่ายๆตามแบบท่ฟี ังบอก
ความต้องการง่ายๆของตนเองตามแบบทฟ่ี ังการพดู ขอและใหข้ อ้ มูลง่ายๆเก่ยี วกบั ตนเองตามแบบทฟ่ี ังการ
พดู ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองและเรอ่ื งใกลต้ วั
การพูดและทาท่าประกอบตามวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาบอกช่อื และคาศพั ท์เกย่ี วกบั เทศกาล
สาคญั ของเจา้ ของภาษาการเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมทเ่ี หมาะสมกบั วยั การระบุตวั อกั ษรและ
เสยี งอกั ษรของภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย
บอกคาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ่นื
การฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆท่เี กิดข้นึ ในห้องเรียนการใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)เพ่อื
รวบรวมคาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งใกลต้ วั
มาตรฐานตวั ช้ีวัด/
ต ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๓ ป.๑/๑
ต ๒.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒, ป.๑/๓
ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๒ ป.๑/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ชี้วดั
๙๖
อ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๒ คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๒
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ และคาขอรอ้ งง่ายๆทฟ่ี ังระบุตวั อกั ษรและเสยี งอ่านออกเสยี งคาสะกดคาและอ่าน
ประโยคง่ายๆถูกต้องตามหลกั การอ่านเลอื กภาพตรงตามความหมายของคา กลุ่มคา และประโยคท่ฟี ังตอบ
คาถามจากการฟังประโยคบทสนทนาหรอื นิทานง่ายๆท่มี ภี าพประกอบพูดโต้ตอบดว้ ยคาสนั้ ๆง่ายๆในการ
สอ่ื สารระหว่างบุคคลตามแบบทฟ่ี ังใช้คาสงั่ และคาขอรอ้ งง่ายๆตามแบบทฟ่ี ังบอกความต้องการง่ายๆของ
ตนเองตามแบบท่ฟี ังพูดขอและให้ขอ้ มูลงา่ ยๆเกย่ี วกบั ตนเองตามแบบท่ฟี ังพดู ใหข้ ้อมูลเกย่ี วกบั ตนเองและ
เร่อื งใกลต้ วั
พูดและทาท่าทางประกอบตามวฒั นธรรมของเจ้าของภาษาบอกช่อื และคาศพั ท์เก่ยี วกบั เทศกาล
สาคญั ของเจ้าของภาษาเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมทเ่ี หมาะสมกบั วยั ระบุตวั อกั ษรและเสยี ง
อกั ษรของภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย
บอกคาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กล่มุ สาระการเรยี นรอู้ ่นื
ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆท่เี กิดข้นึ ในห้องเรียนใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)เพ่อื รวบรวม
คาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งใกลต้ วั
มาตรฐานตวั ชี้วดั /
ต ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ต ๑.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ต ๒.๒ ป.๒/๑
ต ๓.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๒ ป.๒/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ตวั ชี้วดั
๙๗
อ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๓ คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๓ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ และคาขอรอ้ งท่ฟี ังหรอื อ่านอ่านออกเสยี งคาสะกดคาอ่านกลุ่มคา ประโยคและบท
พูดเขา้ จงั หวะ (chant)ง่ายๆถูกต้องตามหลกั การอ่านเลอื ก/ระบุภาพหรอื สญั ลกั ษณ์ตรงตามความหมายของ
กลุ่มคาและประโยคทฟ่ี ังตอบคาถามจากการฟังหรอื อ่านประโยคบทสนทนาหรอื นิทานง่าย ๆพูดโต้ตอบดว้ ยคา
สนั้ ๆง่ายๆในการส่อื สารระหว่างบุคคลตามแบบทฟ่ี ังใช้คาสงั่ และคาขอร้องง่ายๆตามแบบท่ฟี ังบอกความ
ตอ้ งการงา่ ยๆของตนเองตามแบบทฟ่ี ัง พดู ขอและใหข้ อ้ มูลง่ายๆเก่ยี วกบั ตนเองและเพ่อื นตามแบบทฟ่ี ังบอก
ความรสู้ กึ ของตนเองเก่ยี วกบั สง่ิ ต่างๆใกลต้ วั หรอื กจิ กรรมต่างๆตามแบบทฟ่ี ังพูดใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั ตนเองและ
เร่อื งใกลต้ วั จดั หมวดหม่คู าตามประเภทของบคุ คลสตั วแ์ ละสง่ิ ของตามทฟ่ี ังหรอื อ่าน
พูดและทาท่าประกอบตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษาบอกช่อื และคาศพั ท์ง่ายๆ
เก่ยี วกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลองและชวี ติ ความเป็นอยู่ของเจา้ ของภาษาเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษา
และวฒั นธรรมท่เี หมาะสมกบั วยั บอกความแตกต่างของเสียงตวั อักษรคากลุ่มคาและประโยคง่ายๆของ
ภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย
บอกคาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กล่มุ สาระการเรยี นรอู้ น่ื
ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆท่เี กิดข้นึ ในห้องเรียนใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)เพ่อื รวบรวม
คาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งใกลต้ วั
มาตรฐานตวั ช้ีวดั /
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชี้วดั
๙๘
อ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๔ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๔
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ คาขอรอ้ งและคาแนะนา (instructions) งา่ ยๆ ทฟ่ี ังหรอื อ่านอ่านออกเสยี งคาสะกดคา
อ่านกลุ่มคาประโยคข้อความง่ายๆและบทพูดเข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่านเลือก/ระบุภาพหรือ
สญั ลกั ษณ์หรอื เคร่อื งหมายตรงตามความหมายของประโยคและขอ้ ความสนั้ ๆ ทฟ่ี ังหรอื อ่านตอบคาถาม
จากการฟังหรอื อ่านประโยคบทสนทนา และนิทานง่ายๆพดู /เขยี นโต้ตอบในการสอ่ื สารระหว่างบุคคลใช้
คาสงั ่ คาขอร้องและคาขออนุญาตงา่ ยๆพูด/เขยี นแสดงความต้องการของตนเองขอความช่วยเหลอื ใน
สถานการณ์ง่ายๆพดู /เขยี นเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเองเพ่อื นและครอบครวั พูดแสดงความรูส้ กึ ของ
ตนเองเกย่ี วกบั เร่อื งต่างๆใกลต้ วั หรอื กจิ กรรมต่างๆตามแบบทฟ่ี ังพดู /เขยี นใหข้ อ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเองและเร่อื งใกล้
ตวั พดู /วาดภาพแสดงความสมั พนั ธ์ของสงิ่ ต่างๆใกลต้ วั ทฟ่ี ังหรอื อา่ นพูดแสดงความคดิ เหน็ งา่ ยๆเกย่ี วกบั เร่อื ง
ต่าง ๆ ใกลต้ วั
พูดและทาท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษาตอบคาถาม
เก่ยี วกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลองและชวี ติ ความเป็นอย่งู า่ ยๆของเจา้ ของภาษาการเขา้ ร่วมกจิ กรรมทาง
ภาษาและวฒั นธรรมทเ่ี หมาะสมกบั วยั บอกความแตกต่างของเสยี งตวั อกั ษรคากลุ่มคาประโยคและขอ้ ความของ
ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทยบอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงาน
ฉลองตามวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทย
คน้ ควา้ รวบรวมคาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ น่ื และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี นฟังและ
พูด/อ่านในสถานการณ์ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรยี นและสถานศกึ ษาใชภ้ าษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการสบื ค้น
และรวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ
๙๙
มาตรฐานตวั ชี้วดั /
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔
ต ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป๔/๕
ต ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ต ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๒ ป.๔/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชี้วดั
๑๐๐
อ๑๕๑๐๑ภาษาองั กฤษ๕ คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๕
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั ่ คาขอรอ้ งและคาแนะนางา่ ย ๆทฟ่ี ังหรอื อ่านอ่านออกเสยี งประโยคขอ้ ความและ
บทกลอนสนั้ ๆถูกต้องตามหลกั การอ่านระบุ/วาดภาพสญั ลกั ษณ์หรือเคร่อื งหมายตรงตามความหมายของ
ประโยคและขอ้ ความสนั้ ๆทฟ่ี ังหรอื อ่านบอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังหรอื อ่านบทสนทนาและ
นิทานง่ายๆหรอื เร่อื งสนั้ ๆพูด/เขยี นโต้ตอบในการส่อื สารระหว่างบุคคลใชค้ าสงั่ คาขอรอ้ งคาขออนุญาตและให้
คาแนะนางา่ ยๆพดู /เขยี นแสดงความตอ้ งการขอความช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลอื ใน
สถานการณ์ง่ายๆพูด/เขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองเพ่อื นครอบครวั และเร่อื งใกลต้ วั พดู /เขยี นแสดง
ความรสู้ กึ ของตนเองเก่ยี วกบั เร่อื งต่างๆใกลต้ วั และกจิ กรรมต่างๆพรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลสนั้ ๆประกอบพูด/เขยี นให้
ขอ้ มูลเก่ยี วกบั ตนเองและเร่อื งใกล้ตวั เขยี นภาพแผนผงั และแผนภูมแิ สดงขอ้ มูลต่างๆตามทฟ่ี ังหรอื อ่านพูด
แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เร่อื งต่างๆใกลต้ วั
ใชถ้ ้อยคาน้าเสยี งและกริ ยิ าท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของ
ภาษาตอบคาถาม/บอกความสาคญั ของเทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลองและชวี ติ ความเป็นอยงู่ ่ายๆของเจา้ ของ
ภาษาการเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจบอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่าง
การออกเสยี งประโยคชนิดต่างๆการใชเ้ คร่อื งหมายวรรคตอนและการลาดบั คา(order)ตามโครงสรา้ งประโยคของ
ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทยบอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงาน
ฉลองของเจา้ ของภาษากบั ของไทย
คน้ ควา้ รวบรวมคาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ่นื และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น
ฟั งพูดและอ่าน/เขียนในสถานการณ์ต่างๆท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษาใช้
ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการสบื คน้ และรวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ
๑๐๑
มาตรฐานตวั ช้ีวดั /
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชี้วดั
๑๐๒
อ๑๖๑๐๑ภาษาองั กฤษ๖ คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๖
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวชิ า
ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ คาขอรอ้ งและคาแนะนาทฟ่ี ังและอ่านอ่านออกเสยี งขอ้ ความนิทานและบทกลอนสัน้ ๆ
ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่านเลอื ก/ระบุประโยคหรอื ขอ้ ความสนั้ ๆตรงตามภาพสญั ลกั ษณ์หรอื เคร่อื งหมายทอ่ี ่าน
บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนานิทานงา่ ยๆและเรื่องเล่าพดู /เขยี น
โตต้ อบในการส่อื สารระหว่างบุคคลใช้คาสงั่ คาขอร้องคาขออนุญาตและใหค้ าแนะนาพูด/เขยี นแสดงความ
ต้องการขอความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์ง่ายๆพดู และเขยี นเพอ่ื ขอ
และใหข้ อ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเองเพอ่ื นครอบครวั และเร่อื งใกลต้ วั พดู /เขยี นแสดงความรสู้ กึ ของตนเองเก่ยี วกบั เร่อื ง
ต่างๆใกล้ตวั กิจกรรมต่างๆพร้อมทงั้ ให้เหตุผลสนั้ ๆประกอบพูด/เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองเพ่อื นและ
สง่ิ แวดล้อมใกล้ตวั เขยี นภาพแผนผงั แผนภูมิ และตารางแสดงขอ้ มูลต่างๆตามท่ฟี ังหรอื อ่านพูด/เขยี นแสดง
ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งตา่ งๆใกลต้ วั
ใช้ถ้อยคาน้าเสยี งและกิริยาท่าทางอย่างสุภาพเหมาะสมตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษาใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง/ชวี ติ ความเป็นอยู่ของเจา้ ของภาษาการเขา้
ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ บอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างการออกเสยี ง
ประโยคชนิดต่างๆการใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลาดบั คาตามโครงสร้างประโยคของ
ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทยเปรยี บเทยี บความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล
งานฉลองและประเพณีของเจา้ ของภาษากบั ของไทย
ค้นคว้ารวบรวมคาศพั ท์ทีเ่ กี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่นจากแหล่งการเรยี นรู้และ
นาเสนอด้วยการพดู /การเขยี น
ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์ต่างๆท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษาใช้ภาษาต่างประเทศ
(ภาษาองั กฤษ)ในการสบื คน้ และรวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ
๑๐๓
มาตรฐานตวั ช้ีวดั /
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ต ๑.๓ ป.๖/๑,ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชี้วดั
๑๐๔
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
วิชาหน้าท่ีพลเมือง
๑๐๕
ส๑๑๒๓๑ หน้าท่ีพลเมอื ง๑ คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๑
กลุม่ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
คาอธิบายรายวิชา
ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทไทยในเร่อื งการแสดงความเคารพการรบั ประทานอาหารการทกั ทายดว้ ย
วาจาและยม้ิ แสดงออกถงึ ความกตญั ญูกตเวทตี ่อพอ่ แมแ่ ละญาตผิ ใู้ หญ่เหน็ ความสาคญั ของภาษาไทยปฏบิ ตั ิ
ตนเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่หาความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละ
ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
เขา้ ร่วมกจิ กรรมเก่ยี วกบั ชาตศิ าสนาและสถาบนั พระมหากษตั รยิ ป์ ฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทใน
เร่อื งการออมและการประหยดั หลกั การทรงงานในเร่อื งการประหยดั ความเรยี บงา่ ยไดป้ ระโยชน์สูงสุดความ
ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ และจรงิ ใจตอ่ กนั และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองในเร่อื ง
ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่หาความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั ิหน้าทแ่ี ละยอมรบั ผลท่ีเกดิ จากการกระทา
ของตนเอง
ปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ตกลงกตกิ าและหน้าทท่ี ต่ี อ้ งปฏบิ ตั ใิ นหอ้ งเรยี นในเร่อื งการรกั ษาความสะอาดการ
รกั ษาของใช้ร่วมกันและการส่งงานปฏิบตั ิตนตามบทบาทหน้าท่ีในฐานะสมาชิกท่ีดีของครอบครัวและ
ห้องเรยี นในเร่อื งการเช่อื ฟังคาสงั่ สอนของพ่อแม่ญาตผิ ูใ้ หญ่และครูปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ ีวนิ ัยในตนเองในเร่อื ง
ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่หาความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทา
ของตนเอง
ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างของตนเองและผอู้ ่นื ในเร่อื งเช้อื ชาตภิ าษาเพศสุขภาพความ
พกิ ารความสามารถถนิ่ กาเนิดฯลฯยกตวั อย่างความขดั แยง้ ในหอ้ งเรยี นในกรณีความคดิ เหน็ ไม่ตรงกนั การ
ละเมดิ สทิ ธิของผู้อ่ืนและเสนอวธิ ีการแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ีปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มวี ินัยในตนเองในเร่อื งความ
ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ อดทนและยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง โดยใชก้ ระบวนการคิดกระบวนการกลุ่ม
กระบวนการปฏบิ ตั กิ ระบวนการเผชญิ สถานการณ์และกระบวนการแกป้ ัญหา
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทยภาคภูมใิ จและรกั ษาไวซ้ ง่ึ ความเป็นไทยแสดงออกถงึ ความรกั
ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ดาเนินชวี ติ ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่นื อย่าง
สนั ตสิ ามารถจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ แี ละมวี นิ ัยในตนเอง
๑๐๖
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญกู ตเวทตี อ่ บุคคลในครอบครวั
๓. เหน็ ความสาคญั ของภาษาไทย
๔. เขา้ รว่ มกจิ กรรมเกย่ี วกบั ชาตศิ าสนาและสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ตกลงกตกิ าและหน้าทท่ี ต่ี อ้ งปฏบิ ตั ใิ นหอ้ งเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทใ่ี นฐานะสมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครวั และหอ้ งเรยี น
๘. ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกตา่ งของตนเองและผอู้ น่ื
๙. ยกตวั อย่างความขดั แยง้ ในหอ้ งเรยี นและเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๐๗
ส๑๒๒๓๒ หน้าที่พลเมือง๒ คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๒
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวชิ า
คาอธิบายรายวิชา
ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มมี ารยาทไทยในเร่อื งการพูดด้วยถ้อยคาไพเราะและการมกี ริ ยิ าสุภาพอ่อนน้อม
แสดงออกถงึ ความกตญั ญูกตเวทตี ่อบุคคลในโรงเรยี นเหน็ ประโยชน์ของการแต่งกายดว้ ยผา้ ไทยปฏบิ ตั ติ น
เป็นผูม้ วี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ย์สุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่ หาความรู้ตงั้ ใจปฏิบตั หิ น้าท่แี ละ
ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
เขา้ ร่วมกจิ กรรมเก่ยี วกบั ชาตศิ าสนาและสถาบนั พระมหากษตั รยิ ป์ ฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทใน
เร่อื งความขยนั และความอดทนหลกั การทรงงานในเร่อื งการพ่งึ ตนเองและรูร้ กั สามคั คแี ละหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งปฏิบตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่ือสตั ย์สุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่ หา
ความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ตั ติ นตามกฎระเบยี บและหน้าทท่ี ่ตี ้องปฏบิ ตั ใิ นโรงเรียนในเร่อื งการแต่งกายการเขา้ แถวการ
ดูแลพน้ื ท่ที ไ่ี ด้รบั มอบหมายปฏิบตั ติ นตามบทบาทหน้าท่ใี นฐานะสมาชกิ ทด่ี ขี องหอ้ งเรยี นและโรงเรียนใน
เร่อื งการเป็นผู้นาและการเป็นสมาชกิ ทด่ี หี น้าท่แี ละความรบั ผดิ ชอบปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ วี นิ ัยในตนเองในเร่อื ง
ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพียรอดทนใฝ่หาความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั ิหน้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทา
ของตนเอง
ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างของตนเองและผู้อ่นื ในเร่อื งเช้อื ชาติภาษาเพศสุขภาพความพิการ
ความสามารถถนิ่ กาเนิดฯลฯยกตวั อย่างความขดั แยง้ ในโรงเรยี นในกรณีหน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบและการ
ใช้ของส่วนรวมและเสนอวธิ กี ารแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ปี ฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ย์
สุจริตอดทนและยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง โดยใช้กระบวนการคิดกระบวนการกลุ่ม
กระบวนการปฏบิ ตั กิ ระบวนการเผชญิ สถานการณ์และกระบวนการแกป้ ัญหา
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทยภาคภูมใิ จและรกั ษาไวซ้ ง่ึ ความเป็นไทยแสดงออกถงึ ความรกั
ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ด์ าเนินชวี ติ ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่นื อย่าง
สนั ตสิ ามารถจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ แี ละมวี นิ ัยในตนเอง
๑๐๘
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญูกตเวทตี ่อบคุ คลในโรงเรยี น
๓. เหน็ ประโยชน์ของการแตง่ กายดว้ ยผา้ ไทย
๔. เขา้ ร่วมกจิ กรรมเกย่ี วกบั ชาตศิ าสนาและสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏบิ ตั ติ นตามกฎระเบยี บและหน้าทท่ี ต่ี อ้ งปฏบิ ตั ใิ นโรงเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทใ่ี นฐานะสมาชกิ ทด่ี ขี องหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น
๘. ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างของตนเองและผอู้ น่ื
๙. ยกตวั อยา่ งความขดั แยง้ ในโรงเรยี นและเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๐๙
ส๑๓๒๓๓ หน้าที่พลเมือง๓ คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ ๓
กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
เห็นคุณค่าและปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มมี ารยาทไทยในการสนทนาการปฏิบตั ิตนตามกาลเทศะและการ
ต้อนรบั ผู้มาเยอื นรูค้ ุณค่าใช้อย่างประหยดั คุ้มค่าและบารุงรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มมสี ่วน
รว่ มในศลิ ปวฒั นธรรมไทย ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละ
ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
เหน็ คุณค่าและแสดงออกถงึ ความรกั ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ด์ ว้ ยการ
ใชส้ นิ คา้ ไทยดูแลรกั ษาโบราณสถานโบราณวตั ถุและสาธารณสมบตั ปิ ฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนิกชนทด่ี ปี ฏบิ ตั ติ น
ตามพระราชจรยิ วตั รและพระจรยิ วตั รปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทในเร่ืองความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่และความ
สามคั คหี ลักการทรงงานในเร่ืองการทาตามลาดับขนั้ และทางานอย่างมคี วามสุขและหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่ือสตั ย์สุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่ หา
ความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
มสี ่วนร่วมในการสร้างและปฏบิ ตั ติ นตามกฎระเบยี บของโรงเรยี นในการรกั ษาความสะอาดการรกั ษา
ของใชร้ ่วมกนั และการดูแลพน้ื ทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมายโดยใชก้ ระบวนการมสี ่วนร่วมในการสรา้ งกฎระเบยี บดว้ ย
หลกั เหตุผลและยดึ ถอื ประโยชน์สว่ นรวมปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทข่ี องการเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องหอ้ งเรยี นและ
โรงเรยี นในเร่อื งการยดึ ถอื หลกั ความจรงิ ความดงี ามความถูกต้องและหลกั เหตุผลการยดึ ถอื ประโยชน์ของ
สว่ นรวมเป็นสาคญั การยดึ หลกั ความเสมอภาคและความยตุ ธิ รรมมสี ว่ นร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจใน
กจิ กรรมของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี นปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ยั ในตนเองในเร่อื งความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี ร
อดทนใฝ่หาความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
ยอมรบั ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในท้องถ่ินในเร่ืองวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนาและ
สงิ่ แวดลอ้ มอย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื อย่างสนั ตแิ ละพง่ึ พากนั ดว้ ยการเคารพซง่ึ กนั และกนั ไม่แสดงกริ ยิ าวาจาดหู มน่ิ ผอู้ ่นื
ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั และแบ่งปันวเิ คราะห์ปัญหาความขดั แย้งในภูมภิ าคของตนเองในเร่อื งการจดั การ
ทรพั ยากรและการขดั แยง้ ทางความคดิ และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ีปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มวี ินัยใน
ตนเองในเร่อื งความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ความอดทนและยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิดกระบวนการกลุ่มกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ์และ
กระบวนการแกป้ ัญหา
๑๑๐
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทยภาคภูมใิ จและรกั ษาไวซ้ ่งึ ความเป็นไทยแสดงออกถงึ ความ
รกั ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ด์ าเนนิ ชวี ติ ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยอย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื อย่าง
สนั ตสิ ามารถจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ แี ละมวี นิ ัยในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทไทย
๒. รคู้ ุณค่าและบารงุ รกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
๓. มสี ว่ นร่วมในศลิ ปวฒั นธรรมไทย
๔. เหน็ คณุ ค่าและแสดงออกถงึ ความรกั ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. มสี ว่ นร่วมในการสรา้ งและปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทม่ี สี ว่ นร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของหอ้ งเรยี น
และโรงเรยี น
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวฒั นธรรมในทอ้ งถนิ่ และอย่รู ่วมกบั ผอู้ ่นื อย่างสนั ตแิ ละ
พง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั
๙. วเิ คราะหป์ ัญหาความขดั แยง้ ในภูมภิ าคของตนเองและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๑๑
ส๑๔๒๓๔ หน้าท่ีพลเมือง๔ คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ ๔
กลุม่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทไทยในพิธกี ารต่างๆในเร่อื งการกลา่ วคาตอ้ นรบั การแนะนา
ตัวเองและแนะนาสถานท่ีแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ทาประโยชน์ในสังคมมีส่วนร่วมใน
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในทอ้ งถน่ิ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองในเรอ่ื งความซ่อื สตั ยส์ ุจริตอดทนและ
ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
เหน็ ความสาคญั และแสดงออกถงึ ความรกั ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
ในเร่อื งการใชส้ นิ คา้ ไทยดแู ลรกั ษาโบราณสถานโบราณวตั ถุและสาธารณสมบตั ปิ ฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนิกชนทด่ี ี
ปฏบิ ตั ติ นตามพระราชจรยิ วตั รและพระจรยิ วตั รปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทในเร่อื งการมวี นิ ัยและการข่ม
ใจหลกั การทรงงานในเร่อื งประโยชน์สว่ นรวมและพออย่พู อกนิ และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งปฏบิ ตั ิ
ตนเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่หาความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละ
ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
มสี ว่ นร่วมในการสร้างและปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงกตกิ าของหอ้ งเรยี นในเร่อื งการรกั ษาความสะอาดการ
รกั ษาของใชร้ ่วมกนั และการส่งงานโดยใชก้ ระบวนการมสี ่วนร่วมในการสรา้ งขอ้ ตกลงกตกิ าดว้ ยหลกั เหตุผล
และยดึ ถอื ประโยชน์สว่ นรวมปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทข่ี องการเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครวั และหอ้ งเรยี น
ในเร่อื งการเป็นผูน้ าและการเป็นสมาชกิ ทด่ี กี ารมเี หตุผลยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื และการปฏบิ ตั ติ าม
เสยี งขา้ งมากและยอมรบั เสยี งขา้ งน้อยมสี ว่ นร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของครอบครวั และ
หอ้ งเรยี นปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมัน่ เพยี รอดทนใฝ่หาความรู้ตงั้ ใจ
ปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างบุคคลในเร่อื งเช้อื ชาตภิ าษาเพศสุขภาพความพกิ าร
ความสามารถถน่ิ กาเนิดสถานะของบุคคลฯลฯอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่ืนอย่างสนั ตแิ ละพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั ในเร่อื งการ
ไม่รงั แกไม่ทารา้ ยไม่ลอ้ เลยี นช่วยเหลอื ซ่งึ กนั และกนั และแบ่งปันวเิ คราะห์ปัญหาความขดั แยง้ ในทอ้ งถนิ่ ใน
กรณีการใชส้ าธารณสมบตั แิ ละการรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ปี ฏบิ ตั ติ น
เป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองในเรอ่ื งความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ อดทนและยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการกลุ่มกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ์และ
กระบวนการแกป้ ัญหา
๑๑๒
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทยภาคภูมใิ จและรกั ษาไวซ้ ง่ึ ความเป็นไทยแสดงออกถงึ ความรกั
ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ดาเนินชวี ติ ตามวถิ ีประชาธปิ ไตยอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่นื อย่าง
สนั ตสิ ามารถจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ แี ละมวี นิ ยั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ญกู ตเวทตี อ่ ผทู้ าประโยชน์ในสงั คม
๓. มสี ว่ นร่วมในขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทย
๔. เหน็ ความสาคญั และแสดงออกถงึ ความรกั ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. มสี ว่ นร่วมในการสรา้ งและปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงกตกิ าของหอ้ งเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทม่ี สี ว่ นร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของครอบครวั
และหอ้ งเรยี น
๘. ยอมรบั และอย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื อยา่ งสนั ตแิ ละพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั
๙. วเิ คราะหป์ ัญหาความขดั แยง้ ในทอ้ งถน่ิ และเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๑๓
ส๑๕๒๓๕ หน้าที่พลเมอื ง๕ คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ ีมารยาทไทยในการสนทนาการปฏิบตั ติ นตามกาลเทศะและการ
ต้อนรบั ผูม้ าเยอื นรู้คุณค่าใชอ้ ย่างประหยดั คุม้ ค่าและบารุงรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มมสี ว่ น
ร่วมในศลิ ปวฒั นธรรมไทยปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่แี ละ
ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
เหน็ คุณค่าและแสดงออกถงึ ความรกั ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ด์ ว้ ย
การใชส้ นิ คา้ ไทยดูแลรกั ษาโบราณสถานโบราณวตั ถุและสาธารณสมบตั ปิ ฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนิกชนทด่ี ีปฏบิ ตั ิ
ตนตามพระราชจรยิ วตั รและพระจรยิ วตั รปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทในเร่อื งความเอ้อื เฟ้ือเผ่อื แผ่และ
ความสามคั คหี ลกั การทรงงานในเร่อื งการทาตามลาดบั ขนั้ และทางานอย่างมคี วามสุขและหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่ือสตั ย์สุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่ หา
ความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
มสี ว่ นร่วมในการสรา้ งและปฏบิ ตั ติ นตามกฎระเบยี บของโรงเรยี นในการรกั ษาความสะอาดการรกั ษา
ของใชร้ ่วมกนั และการดแู ลพน้ื ทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมายโดยใชก้ ระบวนการมสี ว่ นร่วมในการสรา้ งกฎระเบยี บดว้ ย
หลกั เหตุผลและยดึ ถอื ประโยชน์สว่ นรวมปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าท่ีของการเป็นสมาชกิ ท่ดี ขี องหอ้ งเรยี น
และโรงเรยี นในเร่อื งการยดึ ถอื หลักความจรงิ ความดงี ามความถูกตอ้ งและหลกั เหตุผลการยดึ ถอื ประโยชน์
ของส่วนรวมเป็นสาคญั การยึดหลกั ความเสมอภาคและความยุติธรรมมีส่วนร่วมและรบั ผิดชอบในการ
ตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของห้องเรยี นและโรงเรยี นปฏิบตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ย์สุจรติ
ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่หาความรตู้ งั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในท้องถ่ินในเร่ืองวิถีชีวิตวฒั นธรรมศาสนาและ
สง่ิ แวดล้อมอยู่ร่วมกบั ผู้อ่นื อย่างสนั ตแิ ละพ่ึงพากนั ด้วยการเคารพซ่งึ กนั และกนั ไม่แสดงกริ ิยาวาจาดูหมน่ิ
ผอู้ น่ื ช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั และแบ่งปันวเิ คราะหป์ ัญหาความขดั แยง้ ในภูมภิ าคของตนเองในเร่อื งการจดั การ
ทรพั ยากรและการขดั แยง้ ทางความคดิ และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ปี ฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ วี นิ ัยใน
ตนเองในเร่อื งความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ความอดทนและยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการกลุ่มกระบวนการปฏบิ ัตกิ ระบวนการเผชิญสถานการณ์และ
กระบวนการแกป้ ัญหา
๑๑๔
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทยภาคภูมใิ จและรกั ษาไวซ้ ง่ึ ความเป็นไทยแสดงออกถงึ ความรกั
ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ดาเนินชวี ติ ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่นื อย่าง
สนั ตสิ ามารถจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ แี ละมวี นิ ยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทไทย
๒. รคู้ ณุ ค่าและบารุงรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
๓. มสี ว่ นรว่ มในศลิ ปวฒั นธรรมไทย
๔. เหน็ คุณค่าและแสดงออกถงึ ความรกั ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. มสี ว่ นรว่ มในการสรา้ งและปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทม่ี สี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของหอ้ งเรยี น
และโรงเรยี น
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวฒั นธรรมในทอ้ งถนิ่ และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ น่ื อย่างสนั ตแิ ละพง่ึ พา
ซง่ึ กนั และกนั
๙. วเิ คราะหป์ ัญหาความขดั แยง้ ในภูมภิ าคของตนเองและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๑๕
ส๑๖๒๓๖ หน้าท่ีพลเมือง๖ คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๖
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผอู้ ่นื ใหม้ มี ารยาทไทยในเร่อื งการแสดงความเคารพการสนทนาการปฏบิ ตั ติ น
ตามกาลเทศะและการต้อนรบั ผู้มาเยือนมีส่วนร่วมและชกั ชวนผู้อ่ืนให้อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ มมสี ว่ นรว่ มในขนบธรรมเนียมประเพณีศลิ ปวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทยปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ วี นิ ัยใน
ตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
เห็นคุณค่าและแนะนาผู้อ่ืนให้แสดงออกถึงความรักชาติยึดมัน่ ในศาสนาและเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์ด้วยการใช้สนิ ค้าไทยดูแลรกั ษาโบราณสถานโบราณวตั ถุและสาธารณสมบตั ิปฏิบตั ิตน
เป็นศาสนิกชนท่ดี ปี ฏบิ ตั ติ นตามพระราชจรยิ วตั รและพระจรยิ วตั รปฏบิ ตั ิตนตามพระบรมราโชวาทในเร่อื ง
ความใฝ่รคู้ วามกตญั ญหู ลกั การทรงงานในเรอ่ื งองคร์ วมและทาใหง้ า่ ยและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซ่ือสตั ย์สุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่หาความรู้ตงั้ ใจปฏบิ ตั ิ
หน้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
ปฏบิ ตั ติ นและแนะนาผอู้ ่นื ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงกตกิ ากฎระเบยี บของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี นในการ
ใชแ้ ละดแู ลรกั ษาสง่ิ ของเคร่อื งใชว้ สั ดุอุปกรณ์และสถานทข่ี องส่วนรวมเหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ิตนตามบทบาท
หน้าทข่ี องการเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องหอ้ งเรยี นและโรงเรยี นดว้ ยการเป็นผูน้ าและการเป็นสมาชกิ ทด่ี กี ารยดึ ถอื
ประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสาคญั การใช้สิทธิและหน้าท่ีการใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบมสี ่วนร่วมและ
รบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี นปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองในเรอ่ื งความ
ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝ่หาความรู้ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทาของ
ตนเอง
ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวฒั นธรรมในประเทศไทยในเร่อื งวถิ ชี วี ติ วฒั นธรรมศาสนาและ
สงิ่ แวดลอ้ มอย่รู ่วมกบั ผอู้ ่นื อย่างสนั ติและพง่ึ พากนั ในเร่อื งการเคารพซ่งึ กนั และกนั ไม่แสดงกริ ยิ าวาจาดูหมน่ิ
ผอู้ ่นื ช่วยเหลอื ซ่งึ กนั และกนั และแบ่งปันวเิ คราะห์ปัญหาความขดั แยง้ ในประเทศไทยในเร่อื งการการละเมดิ
สทิ ธกิ ารรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ มและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ปี ฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเองในเร่ือง
ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ อดทนและยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการกลุ่มกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ์และ
กระบวนการแกป้ ัญหา
๑๑๖
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทยภาคภูมใิ จและรกั ษาไวซ้ ง่ึ ความเป็นไทยแสดงออกถงึ ความรกั
ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ด์ าเนินชวี ิตตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่นื อย่าง
สนั ตสิ ามารถจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ แี ละมวี นิ ยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผอู้ ่นื ใหม้ มี ารยาทไทย
๒. มสี ว่ นร่วมและชกั ชวนผอู้ ่นื ใหอ้ นุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
๓. มสี ว่ นร่วมในขนบธรรมเนียมประเพณศี ลิ ปวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
๔. เหน็ คณุ ค่าและแนะนาผอู้ ่นื ใหแ้ สดงออกถงึ ความรกั ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏบิ ตั ติ นและแนะนาผอู้ ่นื ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงกตกิ ากฎระเบยี บของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น
๗. เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหน้าทม่ี สี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรม
ของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวฒั นธรรมในประเทศไทยและอย่รู ่วมกบั ผอู้ ่นื อย่างสนั ตแิ ละ
พง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั
๙. วเิ คราะหป์ ัญหาความขดั แยง้ ในประเทศไทยและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้
๑๑๗
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
วิชาภาษาองั กฤษเพือ่ การส่ือสาร
๑๑๘
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร๑ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ใชค้ าสงั่ ท่ใี ชใ้ นห้องเรยี น ตวั อกั ษร เสยี งตวั อกั ษร สระ การสะกดคา ให้ขอ้ มูลเก่ยี วกบั ตนเอง
ประโยคบอกความตอ้ งการเก่ยี วกบั ตนเองประโยค ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง คาสงั่ ทใ่ี ชใ้ นหอ้ งเรยี น ขอ้ ความ
ทใ่ี ชใ้ นการพดู ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง และเร่อื งใกลต้ วั คา ทม่ี คี วามหมายสมั พนั ธก์ บั สง่ิ ตา่ งๆใกลต้ วั อาหาร
เครอ่ื งดม่ื วฒั นธรรมเจา้ ของภาษาแสดงกริ ยิ า การขอบคุณ ขอโทษ การพดู แนะนาตนเองการใชภ้ าษาในการ
ฟัง พดู อา่ นในสถานการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทกั ษะทางสงั คม มวี ิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซอ่ื สตั ย์ ใฝ่เรยี นรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถส่อื สารสงิ่ ท่เี รยี นรู้ และ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ใน
ชวี ติ ประจาวนั
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ คาขอรอ้ งทฟ่ี ัง
๒. อ่านออกเสยี งตวั อกั ษร คา กลุ่มคา ประโยคง่ายๆ และบทพูดเข้าจงั หวะง่ายๆ ถูกต้องตาม
หลกั การอา่ น
๓. บอกความหมายของคาและกลมุ่ คาทฟ่ี ังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรอื อา่ น
ประโยค บทสนทนาหรอื นิทานงา่ ยๆ
๔. พูดโต้ตอบดว้ ยคาสนั้ ๆ งา่ ยๆ ในการส่อื สารระหว่างบุคคลตามแบบทฟ่ี ัง ใชค้ าสงั่ และคาขอร้อง
งา่ ยๆ บอกความตอ้ งการง่ายๆ ของตนเอง พดู ขอและใหข้ อ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเองและเพอ่ื นบอกความรสู้ กึ ของ
ตนเองเกย่ี วกบั สงิ่ ต่างๆ ใกลต้ วั หรอื กจิ กรรมต่างๆ ตามแบบทฟ่ี ัง
๕. พูดใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั ตนเองและเร่อื งใกลต้ วั จดั หมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สตั ว์ และ
สง่ิ ของตามทฟ่ี ังหรอื อา่ น
รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้
๑๑๙
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร๒ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ใชค้ าสงั่ ทใ่ี ชใ้ นหอ้ งเรยี น ตวั อกั ษร เสยี งตวั อกั ษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสยี ง คา กลุ่มคา
บทอ่าน บทสนทนา ประโยค ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองคา ประโยคบทอ่าน บทสนทนา ประโยค ใหข้ อ้ มลู
เกย่ี วกบั ตนเอง ขอ้ ความทใ่ี ชใ้ นการพดู ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง และเรอ่ื งใกลต้ วั คา ทม่ี คี วามหมายสมั พนั ธ์
กบั สง่ิ ตา่ งๆใกลต้ วั อาหาร เคร่อื งดม่ื วฒั นธรรมเจา้ ของภาษาแสดงกริ ยิ า การขอบคุณ ขอโทษ การพดู
แนะนาตนเอง กจิ กรรมทางภาษา
การรอ้ งเพลง การใชภ้ าษาในการฟัง พดู อ่านในสถานการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มลู และมที กั ษะทางสงั คม มวี ถิ ขี องระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซอ่ื สตั ย์ ใฝ่เรยี นรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสอ่ื สารสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ และ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ใน
ชวี ติ ประจาวนั
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ คาขอรอ้ งทฟ่ี ัง
๒. อา่ นออกเสยี งตวั อกั ษร คา กล่มุ คา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพูดเขา้ จงั หวะง่ายๆ ถูกตอ้ งตาม
หลกั การอา่ น
๓. บอกความหมายของคาและกลมุ่ คาทฟ่ี ังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรอื อา่ น
ประโยค
บทสนทนาหรอื นิทานงา่ ยๆ
๔. พดู โตต้ อบดว้ ยคาสนั้ ๆ งา่ ยๆ ในการสอ่ื สารระหว่างบุคคลตามแบบท่ฟี ัง ใชค้ าสงั่ และ
คาขอรอ้ งงา่ ยๆ บอกความตอ้ งการงา่ ยๆ ของตนเอง พดู ขอและใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองและเพอ่ื น
บอกความรสู้ กึ ของตนเองเกย่ี วกบั สง่ิ ต่างๆ ใกลต้ วั หรอื กจิ กรรมตา่ งๆ ตามแบบทฟ่ี ัง
๕. พดู ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองและเร่อื งใกลต้ วั จดั หมวดหมคู่ าตามประเภทของบุคคล สตั ว์ และ
สงิ่ ของตามทฟ่ี ังหรอื อา่ น
๖. พดู และทาทา่ ประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา บอกชอ่ื และคาศพั ท์
งา่ ยๆ เกย่ี วกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง และชวี ติ ความเป็นอย่ขู องเจา้ ของภาษา เขา้ รว่ มกจิ กรรมทาง
ภาษาและวฒั นธรรมทเ่ี หมาะกบั วยั
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้
๑๒๐
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร๓ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ คาแนะนา คาขอรอ้ งทใ่ี ชใ้ นหอ้ งเรยี น พดู เขา้ จงั หวะ บทสนทนา ประโยค ให้
ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองคา เลอื กระบภุ าพ หรอื สญั ลกั ษณ์ตรงความหมาย ตอบคาถามจากการฟังและอา่ น บท
สนทนา พดู เขยี น
ใหข้ อ้ มลู โตต้ อบเกย่ี วกบั ตนเอง ส่อื สารระหวา่ งบคุ คล ประโยคบอกความตอ้ งการเก่ยี วกบั ตนเอง
คา คาสงั่ ทใ่ี ชใ้ นหอ้ งเรยี น ขอ้ ความทใ่ี ชใ้ นการพดู เขยี น แสดงความตอ้ งการของตนเอง ใหข้ อ้ มลู
ความรสู้ กึ เกย่ี วกบั ตนเอง และเรอ่ื งใกลต้ วั วฒั นธรรมเจา้ ของภาษาแสดงกริ ยิ า การขอบคณุ ขอโทษ การพดู
แนะนาตนเอง คาศพั ทเ์ กย่ี วกบั เทศกาลเจา้ ของภาษา กจิ กรรมทางภาษา การรอ้ งเพลง ศกึ ษา การใชภ้ าษา
ในการฟัง พดู ทาท่าประกอบอย่างสุภาพ เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษา อา่ น พดู ในสถานการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ใน
หอ้ งเรยี น
โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสบื คน้ ขอ้ มลู และมที กั ษะทางสงั คม มวี ถิ ขี องระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซ่อื สตั ย์ ใฝ่เรยี นรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถส่อื สารสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้ และ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ใน
ชวี ติ ประจาวนั
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ คาขอรอ้ งทฟ่ี ัง
๒. อา่ นออกเสยี งตวั อกั ษร คา กลมุ่ คา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพดู เขา้ จงั หวะงา่ ยๆ ถูกตอ้ งตาม
หลกั การอ่าน
๓. บอกความหมายของคาและกล่มุ คาทฟ่ี ังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรอื อา่ น
ประโยค
บทสนทนาหรอื นิทานงา่ ยๆ
๔. พดู โตต้ อบดว้ ยคาสนั้ ๆ งา่ ยๆ ในการสอ่ื สารระหว่างบุคคลตามแบบทฟ่ี ัง ใชค้ าสงั่ และคาขอรอ้ ง
งา่ ยๆ
บอกความตอ้ งการงา่ ยๆ ของตนเอง
๕. พดู ขอและใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองและเพอ่ื น บอกความรสู้ กึ ของตนเองเกย่ี วกบั สง่ิ ตา่ งๆ ใกลต้ วั
หรอื กจิ กรรมต่างๆ ตามแบบทฟ่ี ัง
๖. พดู ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองและเร่อื งใกลต้ วั จดั หมวดหม่คู าตามประเภทของบคุ คล สตั ว์ และ
สงิ่ ของตามทฟ่ี ังหรอื อ่าน
๑๒๑
๗. พดู และทาทา่ ประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา บอกชอ่ื และคาศพั ท์
งา่ ยๆ เกย่ี วกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง และชวี ติ ความเป็นอยขู่ องเจา้ ของภาษา เขา้ รว่ มกจิ กรรมทาง
ภาษาและวฒั นธรรมทเ่ี หมาะกบั วยั
๘. บอกความแตกตา่ งของเสยี งตวั อกั ษร คา กลุ่มคา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาภาษาองั กฤษและ
ภาษาไทย
๙.ฟัง/พดู ในสถานการณ์งา่ ยๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
รวมทงั้ หมด ๙ ผลการเรยี นรู้
๑๒๒
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
วิชาคอมพิวเตอรเ์ ชิงสรา้ งสรรค์
๑๒๓
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๑๔๒๐๑ คอมพิวเตอรเ์ ชิงสรา้ งสรรค๑์ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวชิ า
ร้เู ข้าใจ อธิบายความสำคญั ของข้อมูล แหล่งข้อมลู การรวบรวมข้อมลู ท่ีสนใจได้ตรงตามวตั ถุประสงคจ์ าก
แหล่งข้อมลู ตา่ งๆ ที่เช่ือถือได้ การจัดเกบ็ ข้อมูลทเ่ี ปน็ ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ช่อื และหนา้ ท่ีของอปุ กรณ์พ้นื ฐาน
ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ขัน้ ตอนการใช้คอมพิวเตอร์ การนำเสนอข้อมูลในรปู แบบที่เหมาะสม วธิ ีการวางแผน
เลือกและใช้เทคโนโลยที เ่ี หมาะสมกับงาน เพื่อให้เข้าใจ รู้คุณคา่ เห็นประโยชน์ของข้อมลู สารสนเทศ การ
ดำเนินการทำงานได้อยา่ งเปน็ ระบบ และนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และมีคุณธรรม
ผลการเรยี นรู้
๑. บอกความสำคัญของข้อมูลและแหลง่ ข้อมลู
๒. รวบรวมข้อมูลท่สี นใจได้ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์จากแหล่งข้อมูลตา่ งๆ ท่เี ช่ือถือได้
๓. จดั เกบ็ ขอ้ มูลท่เี ปน็ ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ
๔. บอกชือ่ และหนา้ ท่ขี องอปุ กรณ์พน้ื ฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
๕ บอกขั้นตอนการใช้คอมพวิ เตอร์
๖.นำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสม
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้
๑๒๔
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว๑๕๒๐๑ คอมพิวเตอรเ์ ชิงสรา้ งสรรค๒์ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
รู้ เข้าใจ ความหมายของข้อมลู แหลง่ ขอ้ มูล ประโยชน์ของข้อมูล ขัน้ ตอน วธิ กี ารรวบรวมข้อมูลท่ีน่าสนใจ
จากแหล่งข้อมูล ชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์พื้นฐานที่เป็นส่วนประกอบหลักของคอมพิวเตอร์ ประโยชน์ของ
คอมพิวเตอร์ และเลือกใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับงาน เพื่อให้เข้าใจ รู้คุณค่า เห็นประโยชน์ของ
ข้อมูลสารสนเทศ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนอใน
รูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงาน การรวบรวมข้อมูล การจัดการและประมวลผลข้อมูลเพื่อให้ได้
สารสนเทศ และออกแบบงาน มีทักษะในการรวบรวมและจัดการข้อมูลในการออกแบบงาน มีทักษะในการ
แก้ปัญหา ตลอดจนฝึกทักษะการคิดออกแบบงานอย่างสร้างสรรค์ พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรู้เท่า
ทันและมีทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้างงานจากจินตนาการตามหลักการทำโครงงานอย่าง
สร้างสรรค์ มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่าง
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. อธิบายวิธกี ารรวบรวมขอ้ มูลท่นี า่ สนใจจากแหล่งข้อมลู ต่างๆ ทเ่ี ชือ่ ถือได้
๒. จดั เก็บข้อมลู ทเ่ี ป็นประโยชนใ์ นรปู แบบตา่ งๆ
๓. อธบิ ายหลักการทำงานเบ้ืองต้นและประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
๔. ใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการค้นหาข้อมลู และความรู้จากแหล่งความรู้
๕. การใช้คอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสร้างชนิ้ งานตามจินตนาการ
๖. เรียนรูแ้ ละฝึกปฏิบตั กิ ารใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรใ์ นการออกแบบสรา้ งสรรคผ์ ลงานด้วยตวั เอง
๑๒๕
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ว๑๖๒๐๑ คอมพิวเตอรเ์ ชิงสรา้ งสรรค๓์ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๖ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
รู้ เขา้ ใจ ความหมายของขอ้ มูล แหล่งขอ้ มลู ประโยชน์ของข้อมูล ขน้ั ตอน วธิ กี ารรวบรวมขอ้ มลู ท่ีนา่ สนใจ
จากแหล่งข้อมูล ชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์พื้นฐานที่เป็นส่วนประกอบหลักของคอมพิวเตอร์ ประโยชน์ของ
คอมพิวเตอร์ และเลือกใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับงาน เพื่อให้เข้าใจ รู้คุณค่า เห็นประโยชน์ของ
ข้อมูลสารสนเทศ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนอใน
รูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะงาน การรวบรวมข้อมูล การจัดการและประมวลผลข้อมูลเพื่อให้ได้
สารสนเทศ และออกแบบงาน มีทักษะในการรวบรวมและจัดการข้อมูลในการออกแบบงาน มีทักษะในการ
แก้ปัญหา ตลอดจนฝึกทักษะการคิดออกแบบงานอย่างสร้างสรรค์ พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรู้เท่า
ทันและมีทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้างงานจากจินตนาการตามหลักการทำโ ครงงานอย่าง
สร้างสรรค์ มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่าง
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. อธบิ ายวิธกี ารรวบรวมขอ้ มูลทนี่ า่ สนใจจากแหลง่ ข้อมลู ต่างๆ ทเี่ ชอื่ ถือได้
๒. จัดเกบ็ ข้อมลู ที่เป็นประโยชนใ์ นรูปแบบต่างๆ
๓. อธบิ ายหลักการทำงานเบ้ืองต้นและประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
๔. ใชค้ อมพวิ เตอร์ในการคน้ หาข้อมลู และความรจู้ ากแหลง่ ความรู้
๕. การใชค้ อมพวิ เตอรช์ ว่ ยสร้างชิ้นงานตามจินตนาการ
๖. เรยี นรแู้ ละฝึกปฏบิ ตั กิ ารใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ในการออกแบบสร้างสรรคผ์ ลงานดว้ ยตัวเอง
๗. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของคอมพวิ เตอร์ทเ่ี ขา้ มาช่วยในการทำงานท่ีเปน็ รูปธรรม
๑๒๖
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
กิจกรรมแนะแนว
๑๒๗
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ก๑๑๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว๑ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
บอกช่อื และหน้าท่ขี องส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตนเองได้ถูกต้อง ระบุส่วนต่าง ๆ ของร่างกายท่ี
ตนเองพอใจพร้อมเหตุผล และรบั รูใ้ นส่วนของร่างกายทเ่ี พ่อื นพอใจ ดูแลรกั ษาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทงั้
ของตนเองและเพอ่ื นใหป้ ลอดภยั
บอกอารมณ์และความรู้สกึ ของตนเองได้ รับรู้ความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพ่อื น
ยอมรบั ความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพ่อื น ระบุงานและกจิ กรรมเก่ยี วกบั การเรยี นทช่ี อบ
และไม่ชอบ รวมทงั้ การรบั รคู้ วามชอบและไม่ชอบของเพอ่ื นในชนั้ เรยี น
บอกอาชพี ของพ่อแม่ บอกความหมายของเครอ่ื งหมาย สญั ลกั ษณ์ท่แี สดงถงึ คณุ ภาพดา้ นการเรยี น
ของตน ดูแลตวั เองในการปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจาวนั รู้จกั สงั เกต ตงั้ คาถาม และแสวงหาคาตอบ รู้เท่าทนั
อารมณ์ของตนเอง และเป็นผฟู้ ังทด่ี ี
ผลการเรยี นรู้
๑.เรยี กชอ่ื สว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายไดถ้ กู ตอ้ ง
๒. ระบุส่วนต่าง ๆ ของร่างกายท่ตี นเองพอใจพรอ้ มเหตุผล และรับรูใ้ นส่วนของร่างกายท่เี พ่อื น
พอใจ
๓. ดแู ลสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายทงั้ ของตนเองและเพอ่ื นใหป้ ลอดภยั
๔. บอกอารมณ์และความรสู้ กึ ของตนเองได้
๕. รบั รคู้ วามแตกตา่ งทางดา้ นรา่ งกายของตนเองและเพอ่ื น
๖. ยอมรบั ความแตกต่างทางดา้ นรา่ งกายของตนเองและเพอ่ื น
๗. ระบุงานและกจิ กรรมเก่ยี วกบั การเรยี นท่ีชอบและไม่ชอบ รวมทงั้ การรบั รู้ความชอบและไม่
ชอบของเพอ่ื นในชนั้ เรยี น
๘. บอกอาชพี ของพอ่ แม่
๙. บอกความหมายของเคร่อื งหมาย สญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดงถงึ คุณภาพดา้ นการเรยี นของตน
๑๐. ดแู ลตวั เองในการปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจาวนั
๑๑. รจู้ กั สงั เกต ตงั้ คาถาม และแสวงหาคาตอบ
๑๒. รเู้ ทา่ ทนั อารมณ์
๑๓. เป็นผฟู้ ังทด่ี ี
รวมทงั้ หมด ๑๓ ผลการเรียนรู้
๑๒๘
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ก๑๒๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว๒ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
อธบิ ายหน้าทขี่ องสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายไดถ้ ูกตอ้ ง ดูแลรกั ษาสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายทงั้ ของ
ตนเองและเพอ่ื ใหป้ ลอดภยั
บอกอารมณ์ ความรูส้ กึ ของตนและรบั รู้อารมณ์ความรู้สึกของครู เพ่อื นในห้องเรยี นและสมาชิกใน
ครอบครวั รบั รูอ้ ารมณ์ความรู้สกึ ของตนเองและเพ่อื น ยอมรบั ความแตกต่างด้านอารมณ์ จติ ใจของตนเอง
และเพอ่ื น
บอกอาชพี ในชุมชน บอกความหมายผลการเรยี นของตน ระบวุ ชิ าทม่ี ผี ลการเรยี นอย่ใู นระดบั ดแี ละ
ทต่ี อ้ งปรบั ปรงุ
แสดงพฤตกิ รรมทแ่ี สดงถงึ ความมเี มตตา แบ่งปันของกนิ ของใช้ วเิ คราะห์ความน่าเช่อื ถอื ของข้อมูล
ขา่ วสารไดส้ มเหตสุ มผล ควบคมุ อารมณ์ของตนเองได้ และใชภ้ าษาและกริ ยิ าทเ่ี หมาะสมในการสอ่ื สาร
ผลการเรียนรู้
๑.อธบิ ายหน้าทข่ี องสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. ดแู ลรกั ษาสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายทงั้ ของตนเองและเพอ่ื ใหป้ ลอดภยั
๓. บอกอารมณ์ ความรู้สกึ ของตนและรบั รูอ้ ารมณ์ความรู้สกึ ของครู เพ่อื นในหอ้ งเรยี นและสมาชกิ ใน
ครอบครวั
๔. รบั รอู้ ารมณ์ความรสู้ กึ ของตนเองและเพอ่ื น
๕. ยอมรบั ความแตกต่างดา้ นอารมณ์ จติ ใจของตนเองและเพอ่ื น
๖. บอกอาชพี ในชุมชน
๗. บอกความหมายผลการเรยี นของตน
๘. ระบุวชิ าทม่ี ผี ลการเรยี นอยใู่ นระดบั ดแี ละทต่ี อ้ งปรบั ปรุง
๙. แสดงพฤตกิ รรมทแ่ี สดงถงึ ความมเี มตตา แบ่งปันของกนิ ของใช้
๑๐. วเิ คราะหค์ วามน่าเช่อื ถอื ของขอ้ มลู ขา่ วสารไดส้ มเหตุสมผล
๑๑. ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
๑๒. ใชภ้ าษาและกริ ยิ าทเ่ี หมาะสมในการสอ่ื สาร
รวมทงั้ หมด ๑๒ ผลการเรียนรู้
๑๒๙
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น
ก๑๓๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว๓ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
บอกประโยชน์ของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ถูกต้อง รบั รู้การเปล่ยี นแปลงของร่างกายตามวยั
ยอมรบั การเปลย่ี นแปลงของร่างกายตามวยั
ระบุสาเหตุของการเกดิ อารมณ์ความรู้สกึ ของตนเองและเพอ่ื น ยอมรบั ความแตกต่างดา้ นอารมณ์
จติ ใจของตนเองและเพอ่ื น รบั รอู้ ารมณ์ ความรสู้ กึ ของครู เพอ่ื นตา่ งหอ้ งเรยี น และสมาชกิ ในครอบครวั แสดง
ความคดิ และแสดงออกดา้ นอารมณ์ท่มี ตี ่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม รู้จกั เอาใจเขามาใส่ใจเรา
คานึงถงึ ความรสู้ กึ ของผอู้ น่ื ในการสอ่ื สาร
ระบุความสนใจ ความถนัด ความสามารถด้านการเรียนของตนเองพร้อมเหตุผล รบั รู้ความสนใจ
ความถนัด ความสามารถดา้ นการเรยี นของเพอ่ื นพรอ้ มเหตผุ ล ยอมรบั ความแตกต่างดา้ นความสนใจ ความ
ถนัด ความสามารถทางการเรยี นของตนเองและเพ่อื น ยอมรบั ความแตกต่างดา้ นบุคลกิ ภาพของตนเองและ
เพอ่ื น
บอกอาชพี ทหี่ ลากหลาย บอกพฤตกิ รรมของตนเองที่ช่วยใหผ้ ลการเรยี นดี ระบุพฤตกิ รรมทจี่ ะ
นามาใชใ้ นการปรบั ตวั ด้านการเรยี นให้มผี ลการเรยี นระดบั ดขี ้นึ ไป และมคี วามพร้อมสาหรับการประเมนิ
ระดบั ชาติ รวมทงั้ ประเมนิ สถานการณ์และนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ผลการเรยี นรู้
๑.บอกประโยชน์ของสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. รบั รกู้ ารเปลย่ี นแปลงของร่างกายตามวยั
๓. ยอมรบั การเปลย่ี นแปลงของรา่ งกายตามวยั
๔. ระบุสาเหตขุ องการเกดิ อารมณ์ความรสู้ กึ ของตนเองและเพอ่ื น
๕. ยอมรบั ความแตกต่างดา้ นอารมณ์ จติ ใจของตนเองและเพอ่ื น
๖. รบั รอู้ ารมณ์ ความรสู้ กึ ของครู เพอ่ื นตา่ งหอ้ งเรยี น และสมาชกิ ในครอบครวั
๗. แสดงความคดิ และแสดงออกดา้ นอารมณ์ทม่ี ตี อ่ สถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๘. รจู้ กั เอาใจเขามาใสใ่ จเรา
๑๓๐
๙. คานงึ ถงึ ความรสู้ กึ ของผอู้ ่นื ในการสอ่ื สาร
๑๐. ระบุความสนใจ ความถนดั ความสามารถดา้ นการเรยี นของตนเองพรอ้ มเหตผุ ล
๑๑. รบั รคู้ วามสนใจ ความถนดั ความสามารถดา้ นการเรยี นของเพอ่ื นพรอ้ มเหตุผล
๑๒. ยอมรบั ความแตกต่างดา้ นความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรยี นของตนเองและ
เพอ่ื น
๑๓. ยอมรบั ความแตกตา่ งดา้ นบคุ ลกิ ภาพของตนเองและเพอ่ื น
๑๔. บอกอาชพี ทห่ี ลากหลาย
๑๕. บอกพฤตกิ รรมของตนเองทช่ี ่วยใหผ้ ลการเรยี นดี
๑๖. ระบุพฤตกิ รรมทจ่ี ะนามาใชใ้ นการปรบั ตวั ดา้ นการเรยี นใหม้ ผี ลการเรยี นระดบั ดขี น้ึ ไปและมคี วาม
พรอ้ มสาหรบั การประเมนิ ระดบั ชาติ
๑๗. ประเมนิ สถานการณ์และนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
รวมทงั้ หมด ๑๗ ผลการเรียนรู้
๑๓๑
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น
ก ๑๔๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว๔ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวชิ า
รบั รกู้ ารเปลย่ี นแปลงของร่างกายตามวยั บอกความคดิ ความรสู้ กึ อารมณ์ของตนและรบั รคู้ วามคดิ
ความรูส้ กึ อารมณ์ของครู เพ่อื น และสมาชกิ ในครอบครวั จาแนกความคดิ ความรูส้ กึ อารมณ์ทด่ี แี ละไม่ดี
ของตนเองและผอู้ น่ื
อธบิ ายบคุ ลกิ ภาพของตนเองและรบั รบู้ ุคลกิ ภาพของเพอ่ื น รบั ไดก้ บั บคุ ลกิ ภาพของตนเอง ยอมรบั
ในสงิ่ ทผ่ี อู้ น่ื เป็นดา้ นบุคลกิ ภาพ พอใจในสงิ่ ทด่ี ขี องตนเองดา้ นร่างกาย ความคดิ อารมณ์ และจติ ใจ ชน่ื ชมสง่ิ
ท่ีดีของผู้อ่ืน ด้านร่างกาย ความคดิ อารมณ์ และจิตใจ ยอมรบั สิง่ ท่ีตนเองมีในด้านความสนใจ ความถนัด
ความสามารถทางการเรยี น เขา้ ใจผอู้ ่นื ในดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น
บอกลกั ษณะของอาชพี ทส่ี นใจ บอกคุณลกั ษณะของตนเองทส่ี อดคลอ้ งกบั อาชพี ท่สี นใจ วเิ คราะห์ผล
การเรยี นของตนแต่ละรายวชิ า และระบวุ ธิ กี ารพฒั นารายวชิ าทผ่ี ลการเรยี นยงั ไมเ่ ป็นทพ่ี อใจ
มจี นิ ตนาการและมคี วามสามารถในการคดิ เชอ่ื มโยง มวี ธิ ผี อ่ นคลายอารมณ์และความเครยี ดใหก้ ับ
ตนเอง รจู้ กั แสดงความคดิ ความรสู้ กึ ช่นื ชมการกระทาทด่ี งี ามใหผ้ อู้ น่ื รบั รู้
มมี ารยาทในการส่อื สารกบั ผู้อ่ืน ช่ืนชมความสาเร็จ ความสามารถและการกระทาท่ีดีงามของ
ผู้อ่นื ดว้ ยคาพดู ภาษากาย และสญั ลกั ษณ์ ควบคุมความคดิ และอารมณ์ของตนเองได้ และมวี ธิ สี รา้ งความมนั่ คง
ในอารมณ์ของตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑.รบั รกู้ ารเปลย่ี นแปลงของร่างกายตามวยั
๒. บอกความคดิ ความรสู้ กึ อารมณ์ของตนและรบั รคู้ วามคดิ ความรสู้ กึ อารมณ์ของครู เพอ่ื น และ
สมาชกิ ในครอบครวั
๓. จาแนกความคดิ ความรสู้ กึ อารมณ์ทด่ี แี ละไม่ดขี องตนเองและผอู้ ่นื
๔. อธบิ ายบคุ ลกิ ภาพของตนเองและรบั รบู้ คุ ลกิ ภาพของเพอ่ื น
๕. รบั ไดก้ บั บุคลกิ ภาพของตนเอง
๖. ยอมรบั ในสงิ่ ทผ่ี อู้ น่ื เป็นดา้ นบุคลกิ ภาพ
๑๓๒
๗. พอใจในสง่ิ ทด่ี ขี องตนเองดา้ นรา่ งกาย ความคดิ อารมณ์ และจติ ใจ
๘. ชน่ื ชมสง่ิ ทด่ี ขี องผอู้ ่นื ดา้ นรา่ งกาย ความคดิ อารมณ์ และจติ ใจ
๙. ยอมรบั สงิ่ ทต่ี นเองมใี นดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น
๑๐. เขา้ ใจผอู้ ่นื ในดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น
๑๑. บอกลกั ษณะของอาชพี ทส่ี นใจ
๑๒. บอกคณุ ลกั ษณะของตนเองทส่ี อดคลอ้ งกบั อาชพี ทส่ี นใจ
๑๓. วเิ คราะหผ์ ลการเรยี นของตนแต่ละรายวชิ า
๑๔. ระบุวธิ กี ารพฒั นารายวชิ าทผ่ี ลการเรยี นยงั ไม่เป็นทพ่ี อใจ
๑๕. มจี นิ ตนาการและมคี วามสามารถในการคดิ เช่อื มโยง
๑๖. มวี ธิ ผี ่อนคลายอารมณ์และความเครยี ดใหก้ บั ตนเอง
๑๗. รจู้ กั แสดงความคดิ ความรสู้ กึ ช่นื ชมการกระทาทด่ี งี ามใหผ้ อู้ ่นื รบั รู้
๑๘. มมี ารยาทในการสอ่ื สารกบั ผอู้ ่นื
๑๙. ช่นื ชมความสาเรจ็ ความสามารถและการกระทาทด่ี งี ามของผอู้ ่นื ดว้ ยคาพดู ภาษากาย และ
สญั ลกั ษณ์
๒๐. ควบคมุ ความคดิ และอารมณ์ของตนเองได้
๒๑. มวี ธิ สี รา้ งความมนั่ คงในอารมณ์ของตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม
รวมทงั้ หมด ๒๑ ผลการเรียนรู้
๑๓๓
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ก๑๕๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว๕ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
รบั รกู้ ารเปลย่ี นแปลงของร่างกายตามวยั ระบุบุคลกิ ภาพทด่ี แี ละไม่ดขี องตนเองและรบั รบู้ ุคลกิ ภาพ
ทด่ี แี ละไมด่ ขี องเพอ่ื น ภมู ใิ จในบคุ ลกิ ภาพด้านดขี องตน ชน่ื ชมบคุ ลกิ ภาพดา้ นดขี องผอู้ น่ื
แสดงออกถงึ ความมนั่ ใจในสง่ิ ท่ดี ขี องตนเอง ด้านร่างกาย ความคดิ อารมณ์ และจติ ใจ รูเ้ ท่าทนั
ความคดิ และอารมณ์ของตนเอง จดั การกบั ความคดิ และอารมณ์ของตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
บอกวชิ าทต่ี นเองถนัดอย่างมเี หตุผล รบั รวู้ ชิ าทเ่ี พ่อื นถนัดพรอ้ มเหตผุ ล ภูมใิ จในคุณค่าของตนเอง
ในดา้ นความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรยี น และอาชพี ช่นื ชมในคุณค่าของผูอ้ ่นื ในด้านความ
สนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น และอาชพี
บอกอาชพี ทต่ี นสนใจบอกคุณสมบตั ขิ องบคุ คลทป่ี ระกอบอาชพี ศกึ ษาขอ้ มลู ดา้ นอาชพี ทก่ี วา้ งและ
ลกึ ซง้ึ มากขน้ึ รบั รคู้ วามคดิ ความรสู้ กึ อารมณ์ของผทู้ ต่ี นคบหาสมาคม วเิ คราะหผ์ ลการเรยี นของตนแต่ละ
รายวชิ าและปรบั ปรงุ พฤตกิ รรมการเรยี นในรายวชิ าทม่ี ผี ลการเรยี นไมเ่ ป็นทพ่ี อใจ
วพิ ากษ์ วจิ ารณ์ บนพน้ื ฐานของขอ้ มลู สารสนเทศทถ่ี ูกตอ้ ง การยตุ ขิ อ้ ขดั แยง้ ในกลุม่ เพอ่ื นดว้ ยสนั ติ
วธิ ี อาสาทางานเพ่อื ส่วนรวมและสงั คม รจู้ กั ปฏเิ สธ ต่อรอง และรอ้ งขอความช่วยเหลอื ในสถานการณ์เส่ยี ง
แสดงออกถงึ พฤตกิ รรมทด่ี ใี นการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื ตลอดจนรบั ฟังและยอมรบั ความคดิ เหน็ ซง่ึ กนั และกนั
ผลการเรยี นรู้
๑.รบั รกู้ ารเปลย่ี นแปลงของร่างกายตามวยั
๒. ระบุบุคลกิ ภาพทด่ี แี ละไมด่ ขี องตนเองและรบั รบู้ ุคลกิ ภาพทด่ี แี ละไม่ดขี องเพอ่ื น
๓. ภูมใิ จในบุคลกิ ภาพดา้ นดขี องตน
๔. ชน่ื ชมบคุ ลกิ ภาพดา้ นดขี องผอู้ ่นื
๕. แสดงออกถงึ ความมนั่ ใจในสงิ่ ทด่ี ขี องตนเอง ดา้ นร่างกาย ความคดิ อารมณ์ และจติ ใจ
๖. รเู้ ท่าทนั ความคดิ และอารมณ์ของตนเอง
๗. จดั การกบั ความคดิ และอารมณ์ของตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๘. บอกวชิ าทต่ี นเองถนดั อย่างมเี หตุผล
๑๓๔
๙. รบั รวู้ ชิ าทเ่ี พอ่ื นถนดั พรอ้ มเหตผุ ล
๑๐. ภูมใิ จในคุณค่าของตนเองในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรยี น และ
อาชพี
๑๑. ช่นื ชมในคุณคา่ ของผอู้ น่ื ในดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น และอาชพี
๑๒. บอกอาชพี ทต่ี นสนใจ
๑๓. บอกคุณสมบตั ขิ องบุคคลทป่ี ระกอบอาชพี
๑๔. ศกึ ษาขอ้ มลู ดา้ นอาชพี ทก่ี วา้ งและลกึ ซง้ึ มากขน้ึ
๑๕. รบั รคู้ วามคดิ ความรสู้ กึ อารมณ์ของผทู้ ต่ี นคบหาสมาคม
๑๖. วเิ คราะหผ์ ลการเรยี นของตนแต่ละรายวชิ าและปรบั ปรุงพฤตกิ รรมการเรยี นในรายวชิ าท่มี ผี ลการ
เรยี น ไม่เป็นทพ่ี อใจ
๑๗. วพิ ากษ์ วจิ ารณ์ บนพน้ื ฐานของขอ้ มลู สารสนเทศทถ่ี ูกตอ้ ง
๑๘. ยุตขิ อ้ ขดั แยง้ ในกลุม่ เพอ่ื นดว้ ยสนั ตวิ ธิ ี
๑๙. อาสาทางานเพอ่ื สว่ นรวมและสงั คม
๒๐. รจู้ กั ปฏเิ สธ ตอ่ รอง และรอ้ งขอความช่วยเหลอื ในสถานการณ์เสย่ี ง
๒๑. แสดงออกถงึ พฤตกิ รรมทด่ี ใี นการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื
๒๒. รบั ฟังและยอมรบั ความคดิ เหน็ ซง่ึ กนั และกนั
รวมทงั้ หมด ๒๒ ผลการเรียนรู้
๑๓๕
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ก๑๖๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว๖ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวชิ า
รบั รู้ความคดิ ความรู้สกึ อารมณ์ของคู่สนทนา แสดงออกถงึ ความมนั่ ใจในคุณค่าของตนเอง ด้าน
ความสนใจความถนัด ความสามารถทางการเรยี นและอาชพี เช่อื มนั่ ในคุณค่าของผอู้ ่นื ด้านความสนใจ ความ
ถนดั ความสามารถทางการเรยี นและอาชพี แสดงออกถงึ ความมัน่ ใจในบุคลกิ ภาพดา้ นดขี องตนเอง รวมทงั้
เช่อื มนั่ ในคณุ คา่ ของผอู้ น่ื ดา้ นบคุ ลกิ ภาพ
มขี อ้ มูลโลกกวา้ งทางด้านการศกึ ษา มแี นวทางในการเลอื กศึกษาต่อ พจิ ารณาความเหมาะสม
ของตนกบั อาชพี ทส่ี นใจ ระบอุ าชพี ทต่ี นเองสนใจวเิ คราะหผ์ ลการเรียนของตนแต่ละรายวชิ า โดยเฉพาะวชิ า
ทต่ี ้องใช้ประเมนิ ระดบั ชาติ และการเรยี นต่อระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น และเรยี นรู้เพมิ่ เตมิ เพอ่ื ความพรอ้ มใน
การเขา้ เรยี นต่อ
ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า และระเบยี บของสงั คม ปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครวั โรงเรยี น และ
ประเทศชาติ มวี ธิ สี รา้ งความมนั่ คงในอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม มคี ุณธรรมทเ่ี หมาะสมกบั วยั เช่น
ซอ่ื สตั ยก์ ตญั ญกู ตเวที เออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผ่ มนี ้าใจ มจี ติ สานกึ เพอ่ื ส่วนรวม สามคั คี ฯลฯ มจี ติ อาสา และทากจิ กรรมท่ี
เป็นประโยชน์ต่อสว่ นรวม
รูจ้ กั วธิ กี ารตดั สนิ ใจและแก้ปัญหาทถ่ี ูกต้อง ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมท่ที าแลว้ มคี วามสุข ผู้อ่นื ไม่เดอื ดร้อน
ตลอดถงึ ใหค้ วามร่วมมอื และทางานร่วมกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์
ผลการเรยี นรู้
๑.รบั รคู้ วามคดิ ความรสู้ กึ อารมณ์ของคสู่ นทนา
๒. แสดงออกถงึ ความมนั่ ใจในคุณค่าของตนเอง ดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการ
เรยี นและอาชพี
๓. เชอ่ื มนั่ ในคณุ คา่ ของผอู้ น่ื ดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี นและอาชพี
๔. แสดงออกถงึ ความมนั่ ใจในบุคลกิ ภาพดา้ นดขี องตนเอง
๕. เชอ่ื มนั่ ในคุณค่าของผอู้ น่ื ดา้ นบคุ ลกิ ภาพ
๖. มขี อ้ มลู โลกกวา้ งทางดา้ นการศกึ ษา
๑๓๖
๗. มแี นวทางในการเลอื กศกึ ษาตอ่
๘. พจิ ารณาความเหมาะสมของตนกบั อาชพี ทส่ี นใจ
๙. ระบอุ าชพี ทต่ี นเองสนใจ
๑๐. วเิ คราะหผ์ ลการเรยี นของตนแตล่ ะรายวชิ า โดยเฉพาะวชิ าทต่ี อ้ งใชป้ ระเมนิ ระดบั ชาติ และการ
เรยี นตอ่ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
๑๑. เรยี นรเู้ พม่ิ เตมิ เพอ่ื ความพรอ้ มในการเขา้ เรยี นตอ่
๑๒. ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า และระเบยี บของสงั คม
๑๓. ปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครวั โรงเรยี น และประเทศชาติ
๑๔. มวี ธิ สี รา้ งความมนั่ คงในอารมณ์ของตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๑๕. มคี ุณธรรมทเ่ี หมาะสมกบั วยั เช่น ซ่อื สตั ย์ กตญั ญกู ตเวที เอ้อื เฟ้ือเผ่อื แผ่ มนี ้าใจ มจี ติ สานึกเพอ่ื
สว่ นรวม สามคั คี ฯลฯ
๑๖. มจี ติ อาสา และทากจิ กรรมทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อสว่ นรวม
๑๗. รจู้ กั วธิ กี ารตดั สนิ ใจและแกป้ ัญหาทถ่ี กู ตอ้ ง
๑๘. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทท่ี าแลว้ มคี วามสุข ผอู้ น่ื ไม่เดอื ดรอ้ น
๑๙. ใหค้ วามร่วมมอื และทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์
รวมทงั้ หมด ๑๙ ผลการเรียนรู้
๑๓๗
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
๑๓๘
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น กิจกรรมนักเรยี น
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ก๑๑๙๐๒ เตรยี มลูกเสือสารองและลูกเสือสารอง (ดาวดวงท่ี๑)
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๑
คำอธบิ ายรายวิชา
เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจดั กิจกรรมโดยให้ศกึ ษาวเิ คราะห์
วางแผนปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามฐานการเรยี นรโู้ ดยเน้นระบบหม่แู ละปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามคาปฏญิ าณและกฎของ
ลูกเสอื สารองเรยี นรู้จากการคดิ และปฏบิ ตั ิจรงิ ใชส้ ญั ลกั ษณ์สมาชิกลูกเสอื สารองท่มี คี วามเป็นเอกลกั ษณ์
ร่วมกนั ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่รตู้ ามวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพยี งสรุปผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมปิด
ประชุมกองในเร่อื งตอ่ ไปน้ี
๑. เตรยี มลูกเสอื สารองนิยายเมาคลีประวตั ิการเริ่มกิจการลูกเสอื การทาความเคารพหมู่ (แกรนด์
ฮาวล์)การทาความเคารพเป็นรายบุคคลการจบั มอื ซ้ายระเบียบแถวเบ้อื งต้นคาปฏิญาณกฎและคตพิ จน์ของ
ลกู เสอื สารอง
๒.ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๑ อนามยั ความสามารถเชิงทกั ษะการสารวจการค้นหาธรรมชาติความ
ปลอดภยั บรกิ ารธงและประเทศต่างๆการฝีมือกจิ กรรมกลางแจง้ การบนั เทงิ การผูกเงอ่ื นคาปฏญิ าณและกฎ
ของลกู เสอื สารอง
เพอ่ื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในกจิ กรรมลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๑ สามารถปฏบิ ตั ติ ามคาปฏญิ าณ
กฎและคตพิ จน์ของลูกเสอื สารองมนี ิสยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟังและพง่ึ ตนเองมคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บ
วนิ ัยและเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืนรู้จกั บาเพ็ญตนเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทา
กจิ กรรมต่างๆตามความเหมาะสมรกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณีวฒั นธรรมและความมนั่ คงของชาตแิ ละ
สามารถประยกุ ตใ์ ชป้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรียนรู้
๑.มนี สิ ยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟังและพง่ึ พาตนเองได้
๒.มคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ยั และเหน็ อกเห็นใจผอู้ น่ื
๓.บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์
๔.ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆตามความเหมาะสม
๕.รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณวี ฒั นธรรมภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ และความมนั่ คงของชาติ
๖.อนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยกุ ตใ์ ชป้ รชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรียนรู้