The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาฉบับปรับปรุง 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noom2522nan, 2022-04-27 11:35:18

หลักสูตรสถานศึกษาฉบับปรับปรุง 2563

หลักสูตรสถานศึกษาฉบับปรับปรุง 2563

๑๓๙

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น

ก๑๒๙๐๒ ลกู เสือสารอง (ดาวดวงที่๒) กิจกรรมนักเรยี น

ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กจิ กรรมใหศ้ กึ ษาวเิ คราะหว์ างแผน
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามฐานการเรยี นรูโ้ ดยเน้นระบบหมู่และปฏบิ ตั ติ ามคาปฏญิ าณคตพิ จน์ และกฎของลูกเสอื
สารองเรยี นรู้จากการคดิ และปฏบิ ตั จิ รงิ ใช้สญั ลกั ษณ์สมาชกิ ลูกเสอื สารองท่มี คี วามเป็นเอกลกั ษณ์ร่วมกนั
ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่รตู้ ามวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพยี งสรุปผลและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมปิดประชุม
กองในเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี

ลูกเสอื สารองดาวดวงท่ี ๒ นิยายเมาคลปี ระวตั กิ ารเรมิ่ กจิ การลูกเสอื การทาความเคารพหมู่ (แกรน
ฮาวล์)การทาความเคารพเป็นรายบุคคลการจบั มอื ซ้ายระเบยี บแถวคาปฏญิ าณกฎและคตพิ จน์ของลูกเสอื
สารองอนามยั ความสามารถเชงิ ทกั ษะการสารวจการค้นหาธรรมชาติ การอนุรกั ษ์ทรพั ยากรในชุมชนท้องถิ่น
ความปลอดภยั บรกิ ารการผกู เงอ่ื นธงและประเทศต่างๆการฝีมอื ทใ่ี ชว้ สั ดุเหลอื ใชใ้ นทอ้ งถน่ิ กจิ กรรมกลางแจง้ การ
บนั เทงิ ทส่ี ง่ เสรมิ สขุ ภาพกายสุขภาพจติ และอนุรกั ษ์ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ อนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ้ ม
ลดภาวะโลกรอ้ น

เพ่อื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในกจิ กรรมลูกเสอื สารองดาวดวงท่ี ๒ สามารถปฏบิ ตั ติ ามคาปฏิญาณ
กฎและคติพจน์ของลูกเสือสารองมนี ิสยั ในการสงั เกตจดจาเช่ือฟัง และพ่งึ ตนเองมีความซ่ือสตั ย์สุจริตมี
ระเบยี บวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจรจู้ กั บาเพญ็ ตนเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์รจู้ กั ทาการฝีมอื และฝึกฝนทา
กิจกรรมต่างๆตามความเหมาะสมรกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณีวฒั นธรรมภูมิปัญญาท้องถน่ิ อนุรกั ษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ้ มความมนั่ คงของชาตแิ ละสามารถประยุกตใ์ ชป้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้

๑.มนี สิ ยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟังและพง่ึ พาตนเองได้
๒.มคี วามซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ มรี ะเบยี บวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ ่นื
๓.บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์
๔.ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆตามความเหมาะสม
๕.รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณวี ฒั นธรรมภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ และความมนั่ คงของชาติ
๖.อนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยกุ ต์ใชป้ รชั ญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรียนรู้

๑๔๐

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน

ก๑๓๙๐๒ ลูกเสือสารอง (ดาวดวงที่๓) กิจกรรมนักเรยี น

ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กจิ กรรมใหศ้ กึ ษาวเิ คราะหว์ างแผน
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามฐานการเรยี นรูโ้ ดยเน้นระบบหมู่และปฏบิ ตั ติ ามคาปฏญิ าณคตพิ จน์ และกฎของลูกเสอื
สารองเรยี นรู้จากการคดิ และปฏบิ ตั จิ รงิ ใชส้ ญั ลกั ษณ์สมาชกิ ลูกเสอื สารองท่มี คี วามเป็นเอกลกั ษณ์ร่วมกนั
ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่รตู้ ามวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพยี งสรุปผลและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมปิดประชุม
กองในเรอ่ื งต่อไปน้ี

ลูกเสอื สารองดาวดวงท๓่ี นิยายเมาคลปี ระวตั กิ ารเรม่ิ กจิ การลูกเสอื การทาความเคารพหมู่ (แกรน
ฮาวล์)การทาความเคารพเป็นรายบุคคลการจบั มอื ซ้ายระเบยี บแถวคาปฏญิ าณกฎและคตพิ จน์ของลูกเสอื
สารองอนามยั ความสามารถเชงิ ทกั ษะการสารวจการค้นหาธรรมชาติ การอนุรกั ษ์ทรพั ยากรในชุมชนท้องถ่ิน
ความปลอดภยั บรกิ ารการผกู เงอ่ื นธงและประเทศต่างๆการฝีมอื ทใ่ี ชว้ สั ดุเหลอื ใชใ้ นทอ้ งถนิ่ กจิ กรรมกลางแจ้งการ
บนั เทงิ ทส่ี ง่ เสรมิ สุขภาพกายสุขภาพจติ และอนุรกั ษ์ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ อนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติสงิ่ แวดลอ้ ม
ลดภาวะโลกรอ้ น

เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจในกจิ กรรมลกู เสอื สารองดาวดวงท๓่ี สามารถปฏบิ ตั ติ ามคาปฏญิ าณกฎ
และคตพิ จน์ของลูกเสอื สารองมนี ิสยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟัง และพง่ึ ตนเองมคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบียบ
วนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจรจู้ กั บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์รจู้ กั ทาการฝีมอื และฝึกฝนทากจิ กรรม
ต่างๆตามความเหมาะสมรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรมภูมิปั ญญาท้องถ่ินอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ้ มความมนั่ คงของชาตแิ ละสามารถประยุกตใ์ ชป้ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้

๑.มนี สิ ยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟังและพง่ึ พาตนเองได้
๒.มคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ัยและเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ ่นื
๓.บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์
๔.ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆตามความเหมาะสม
๕.รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณีวฒั นธรรมภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ และความมนั่ คงของชาติ
๖.อนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยุกต์ใชป้ รชั ญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรียนรู้

๑๔๑

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น

ก๑๔๙๐๒ ลูกเสือสามญั (ลกู เสือตร)ี กิจกรรมนักเรียน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กิจกรรมโดยให้ศกึ ษาวเิ คราะห์
วางแผน ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามฐานการเรยี นรโู้ ดยเน้นระบบหม่แู ละปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามคาปฏญิ าณคตพิ จน์และกฎของ
ลูกเสอื สามญั เรยี นรู้จากการคดิ และปฏบิ ตั ิจรงิ ใช้สญั ลกั ษณ์สมาชิกลูกเสอื สามญั ท่ีมคี วามเป็นเอกลักษณ์
ร่วมกนั ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่รตู้ ามวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพยี งสรุปผลและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมปิด
ประชุมกองในเร่อื งต่อไปน้ี

ความรู้เก่ยี วกบั กระบวนการลูกเสอื ประวตั ขิ องลอรด์ เบเดนโพเอลล์(Load Baden Powell; B.P.)
พระราชประวตั สิ งั เขปของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู วั ววิ ฒั นาการของกระบวนการลูกเสอื ไทย
และลกู เสอื โลกการทาความเคารพการแสดงรหสั การจบั มอื ซา้ ยกจิ กรรมกลางแจง้ ระเบยี บแถวท่ามอื เปล่าท่า
ถอื ไมพ้ ลองการใชส้ ญั ญาณมอื และนกหวดี การตงั้ แถวและการเรยี กแถว การใชท้ กั ษะในทางวชิ าลูกเสอื การ
รจู้ กั ดแู ลตนเองการชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื การเดนิ ทางไปยงั สถานทต่ี ่างๆการทางานอดเิ รกและเร่อื งทส่ี นใจ

เพอ่ื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในกจิ กรรมลูกเสอื สามญั สามารถปฏบิ ตั ติ ามคาปฏญิ าณกฎและคติพจน์
ของลูกเสอื สามญั มนี ิสยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟังและพง่ึ ตนเองมคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ัยและเหน็ อก
เหน็ ใจผอู้ ่นื บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆตามความ
เหมาะสมความถนัดและความสนใจรกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณีวฒั นธรรมและความมนั่ คงของชาติ และ
สามารถประยุกตใ์ ชป้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรียนรู้

๑.มนี ิสยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟังและพง่ึ พาตนเองได้
๒.มคี วามซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ัยและเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ น่ื
๓.บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์
๔.ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆตามความเหมาะสม
๕.รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณีวฒั นธรรมภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ และความมนั่ คงของชาติ
๖.อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยกุ ต์ใชป้ รชั ญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรียนรู้

๑๔๒

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน

ก๑๕๙๐๒ ลูกเสือสามญั (ลูกเสือโท) กิจกรรมนักเรยี น

ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กิจกรรมโดยให้ศกึ ษาวเิ คราะห์
วางแผน ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามฐานการเรยี นรโู้ ดยเน้นระบบหม่แู ละปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามคาปฏญิ าณคตพิ จน์และกฎของ
ลูกเสอื สามญั เรยี นรู้จากการคดิ และปฏิบตั ิจรงิ ใช้สญั ลกั ษณ์สมาชกิ ลูกเสอื สามญั ท่ีมคี วามเป็นเอกลักษณ์
ร่วมกนั ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่รตู้ ามวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพยี งสรุปผลและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมปิด
ประชมุ กองในเรอ่ื งต่อไปน้ี

ความรู้เก่ยี วกบั กระบวนการลูกเสอื ประวตั ขิ องลอรด์ เบเดนโพเอลล์(Load Baden Powell; B.P.)
พระราชประวตั สิ งั เขปของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอย่หู วั ววิ ฒั นาการของกระบวนการลูกเสอื ไทย
และลกู เสอื โลกการทาความเคารพการแสดงรหสั การจบั มอื ซ้ายกจิ กรรมกลางแจง้ ระเบยี บแถวท่ามอื เปล่าท่า
ถอื ไมพ้ ลองการใชส้ ญั ญาณมอื และนกหวดี การตงั้ แถวและการเรยี กแถว การใชท้ กั ษะในทางวชิ าลูกเสอื การ
รจู้ กั ดแู ลตนเองการช่วยเหลอื ผอู้ ่นื การเดนิ ทางไปยงั สถานทต่ี ่างๆการทางานอดเิ รกและเร่อื งทส่ี นใจ

เพอ่ื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในกจิ กรรมลูกเสอื สามญั สามารถปฏบิ ตั ติ ามคาปฏญิ าณกฎและคตพิ จน์
ของลูกเสอื สามญั มนี ิสยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟังและพง่ึ ตนเองมคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ัยและเหน็ อก
เหน็ ใจผอู้ น่ื บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆตามความ
เหมาะสมความถนดั และความสนใจรกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณีวฒั นธรรมและความมนั่ คงของชาติ และ
สามารถประยกุ ตใ์ ชป้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้

๑.มนี สิ ยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟังและพง่ึ พาตนเองได้
๒.มคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ น่ื
๓.บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์
๔.ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมต่างๆตามความเหมาะสม
๕.รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณีวฒั นธรรมภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ และความมนั่ คงของชาติ
๖.อนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยุกต์ใชป้ รชั ญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรียนรู้

๑๔๓

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น

ก๑๖๙๐๒ ลกู เสือสามญั (ลูกเสือเอก) กิจกรรมนักเรียน
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กิจกรรมโดยให้ศึกษาวเิ คราะห์
วางแผน ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามฐานการเรยี นรโู้ ดยเน้นระบบหม่แู ละปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามคาปฏญิ าณคตพิ จน์และกฎของ
ลูกเสอื สามญั เรยี นรู้จากการคดิ และปฏิบตั ิจรงิ ใช้สญั ลกั ษณ์สมาชกิ ลูกเสอื สามญั ท่ีมคี วามเป็นเอกลักษณ์
ร่วมกนั ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่รตู้ ามวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพยี งสรุปผลและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมปิด
ประชมุ กองในเร่อื งต่อไปน้ี

ความรู้เก่ยี วกบั กระบวนการลูกเสอื ประวตั ขิ องลอร์ดเบเดนโพเอลล์(Load Baden Powell; B.P.)
พระราชประวตั สิ งั เขปของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู วั ววิ ฒั นาการของกระบวนการลูกเสอื ไทย
และลกู เสอื โลกการทาความเคารพการแสดงรหสั การจบั มอื ซ้ายกจิ กรรมกลางแจง้ ระเบยี บแถวท่ามอื เปล่าท่า
ถอื ไมพ้ ลองการใชส้ ญั ญาณมอื และนกหวดี การตงั้ แถวและการเรยี กแถว การใชท้ กั ษะในทางวชิ าลูกเสอื การ
รจู้ กั ดแู ลตนเองการช่วยเหลอื ผอู้ ่นื การเดนิ ทางไปยงั สถานทต่ี ่างๆการทางานอดเิ รกและเรอ่ื งทส่ี นใจ

เพ่อื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในกจิ กรรมลูกเสอื สามญั สามารถปฏบิ ตั ติ ามคาปฏญิ าณกฎและคตพิ จน์
ของลูกเสอื สามญั มนี ิสยั ในการสงั เกตจดจาเช่อื ฟังและพง่ึ ตนเองมคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ัยและเหน็ อก
เหน็ ใจผอู้ ่นื บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมต่างๆตามความ
เหมาะสมความถนัดและความสนใจรกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณีวฒั นธรรมและความมนั่ คงของชาติ และ
สามารถประยกุ ตใ์ ชป้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรียนรู้

๑.มนี สิ ยั ในการสงั เกตจดจาเชอ่ื ฟังและพง่ึ พาตนเองได้
๒.มคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ ่นื
๓.บาเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์
๔.ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมต่างๆตามความเหมาะสม
๕.รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณวี ฒั นธรรมภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ และความมนั่ คงของชาติ
๖.อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยกุ ตใ์ ชป้ รชั ญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรียนรู้

๑๔๔

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น กิจกรรมนักเรยี น
กิจกรรมชมุ นุม เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๑-๖

คำอธบิ ายรายวิชา

ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามความสนใจความถนัดและความต้องการเพอ่ื พฒั นาความรคู้ วามสามารถดา้ นการ
คิดวเิ คราะห์สงั เคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ทงั้ ด้านวิชาการและพ้นื ฐานอาชีพทกั ษะชีวติ และสงั คมตาม
ศกั ยภาพอย่างรอบดา้ น เพ่อื ความเป็นมนุษยท์ ส่ี มบูรณ์มคี วามสามารถในการส่อื สารมที กั ษะการคดิ แก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยพี ฒั นาทกั ษะในการทางานและการอยู่ร่วมกบั ผู้อ่นื ในสงั คมได้อย่างมี
ความสุขรกั ในสถาบนั ชาตศิ าสนาพระมหากษตั รยิ ์มคี วามซ่ือสตั ย์สุจรติ มวี นิ ัยใฝ่รู้ ใฝ่เรยี นดารงชวี ติ อย่าง
พอเพยี งมคี วามมุ่งมนั่ ในการทางานรกั ความเป็นไทยและมจี ติ สาธารณะ

เพ่อื ให้ผู้เรยี นได้ปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจความถนัดและความต้องการของตนได้พัฒนา
ความรคู้ วามสามารถด้านการคดิ วเิ คราะหส์ งั เคราะหใ์ หเ้ กดิ ประสบการณ์ทัง้ ทกั ษะทางวชิ าการทกั ษะอาชพี
ทกั ษะชวี ติ และสงั คมตามศกั ยภาพใชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวมคดิ เป็นทาได้ทางาน
ร่วมกบั ผอู้ ่นื ไดต้ ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยและประยุกตห์ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอ้ ย่างเหมาะสม

โรงเรยี นบ้านแก้งกอก ไดก้ าหนดกจิ กรรมชุมนุมจานวน ๕ ชุมนุม เพ่อื ให้นักเรยี นเลอื กเขา้ ตาม
ความถนดั และความสนใจ ไดแ้ ก่

๑. ชมุ นุมหถั กรรมสานมอื ๒. ชมุ นุมตามรอยพอ่ อยอู่ ย่างพอเพยี ง ๓. ชุมนุมนกั วทิ ยน์ ้อย
๔. ชมุ นุม English Fun Fun! ๕. ชมุ นุมรกั การอ่าน

๑๔๕

ชุมนุมตามรอยพอ่ อย่อู ยา่ งพอเพียง

คาอธิบาย
การจดั การเรยี นการสอนเพอ่ื ใหเ้ ดก็ ไดเ้ รยี นรปู้ ฏบิ ตั จิ รงิ จากประสบการณ์ของเขาโดยตรงเป็นสง่ิ

สาคญั ยงิ่ ประการหน่งึ เพอ่ื ใหเ้ ดก็ ไดม้ คี วามรเู้ ขา้ ใจอย่างถอ่ งแท้ และ ตระหนกั ถงึ หน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ การ
เรยี นรกู้ ารทางานเป็นกลมุ่ รจู้ กั หลกั และวธิ กี ารขนั้ ตอนการปฏบิ ตั เิ พอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้ เป็นการ
ปลกู ฝังใหเ้ ดก็ ชอบรบั ประทานพชื ผกั ทม่ี ปี ระโยชน์จาเป็นตอ่ รา่ งกายในวยั ของเขา อกี ทงั้ ยงั เป็นการน้อมนา
ปรชั ญาตามแนวพระราชดารพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ภมู พิ ลอดุลยเดชรชั การท่ี ๙ แห่งราชวงศจ์ กั รไี ทย
มาปรบั ประยุกตใ์ ชใ้ หเ้ หมาะสมกบั การดารงชวี ติ การเลา่ เรยี น การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นใหม้ คี วามเป็นอย่ทู ด่ี ี
ตามอธั ภาพตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดว้ ยหลกั การการมเี หตผุ ล การพอประมาณ การมภี ูมคิ ุม้ กนั
ทด่ี บี นพน้ื ฐานของความรคู้ ่คู ุณธรรม

ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั
๑. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ไ่ี ดร้ บั ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และเผยแพรส่ คู่ รอบครวั ได้
๓. นกั เรยี นทุกคนมสี ขุ ภาพร่างกายทแ่ี ขง็ แรง ทางานร่วมกนั อย่างมคี วามสุข มจี ติ สาธารณะ ได้
รบั ประทานอาหารกลางวนั ทม่ี พี ชื ผกั เป็นสว่ นประกอบเหมาะสมตามหลกั โภชนาการ

รวม ๓ ผลการเรียนรู้

๑๔๖

ชมุ นุมนักวิทยน์ ้อย

คาอธิบาย
ศกึ ษา ค้นคว้าอุปกรณ์วิทยาศาสตร์เก่ียวกบั ช่ือ ลกั ษณะ คณุ สมบตั ิ วสั ดทุ ี่ใช้ทารวมทงั้ วิธีการใช้และ

การเก็บรักษาอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ใช้ในห้องวิทยาศาสตร์และการออกแบบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อย่างง่าย
โดยใช้วสั ดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการออกแบบและการฝึกปฏิบัติ
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์และ นา
ความร้ ูไปใช้ ให้ เกิดประโยชน์อย่างสร้ างสรรค์

ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวงั
๑. มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั อปุ กรณ์วทิ ยาศาสตร์
๒. เลอื กใช้อปุ กรณ์วทิ ยาศาสตร์และบอกเหตผุ ลในการเลือกได้
๓. ทาความสะอาด และเก็บรักษาอปุ กรณ์วิทยาศาสตร์ได้
๔. มที กั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และรู้จกั ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

รวม ๔ ผลการเรียนรู้

๑๔๗

ชมุ นุมรกั การอ่าน

คาอธิบาย
ความหมายและความสาคัญของการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ความสนใจในการอ่าน และ

วรรณกรรมท่ีเหมาะกบั บุคคลแต่ละวยั การสร้างนิสยั รักการอ่านและการเรียนรู้การสร้าง วฒั นธรรมในการอ่าน
กิจกรรม โครงการและวิธีจดั กิจกรรมสง่ เสริมการอ่านและการเรียนรู้การบาบดั ด้วยการอ่าน องค์กรที่ส่งเสริม
การอา่ นและการเรียนรู้

ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั

๑. อธบิ ายความหมาย ความสำคัญของห้องสมุดและแหล่งเรยี นรไู้ ด้
๒. บอกวัตถุประสงค์และประโยชน์ของหอ้ งสมดุ ได้
๓. บอกระเบยี บและมารยาทการใช้ห้องสมุดได้
๔. สามารถใช้ห้องสมดุ ได้อย่างมีมารยาท และมคี ุณธรรม
๕. สามารถใช้ห้องสมุดและแหล่งเรยี นรูเ้ พ่ือการศึกษาค้นคว้าได้

รวม ๕ ผลการเรยี นรู้

๑๔๘

ชุมนุม English Fun Fun!

คาอธิบาย
เป็นการฝึกทักษะทัง้ ๔ ทักษะคือทักษะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน และทักษะการเขียน ใช้

ทกั ษะภาษาองั กฤษเพ่ือสื่อความเกีย่ วกบั ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ส่ิงแวดลอ้ มใกล้ตัว และนนั ทนาการและ การ
เรยี นรูค้ ำศัพท์ในเรื่องต่างๆ นนั้ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้ พูดใหข้ ้อมูลเก่ียวกับตนเอง บุคคลใกล้
ตัวเรื่องใกล้ตัวเข้าใจคำ เข้าใจภาษาท่าทางได้อย่างเหมาะสมตามวัย การแสวงหาความรู้ ความเพลิดเพลินจาก
ภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาองั กฤษเพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่ เก่ียวขอ้ งใกล้ตัว มเี จตคติทด่ี ี เหน็ ประโยชน์และคุณค่าในการ
เรียนรู้ภาษาองั กฤษ

ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั
๑. เพ่ือให้นกั เรยี นเกดิ เจตคตทิ ด่ี ตี ่อภาษาองั กฤษ
๒. เพ่อื ฝกึ เสริมทกั ษะการฟงั พดู อ่าน เขียน ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสมตามวัย
๓. เพือ่ ใหน้ กั เรียนนำความรู้ไปใชใ้ นชวี ิประจำวัน

รวม ๓ ผลการเรยี นรู้

๑๔๙

กิจกรรมเพื่อสงั คม
และสาธารณประโยชน์

๑๕๐

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน

กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน

ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๑-๖ เวลา ๑๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

ฝึกปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดว้ ยความสมคั รใจผ่านกจิ กรรมทห่ี ลากหลายฝึกการทางานทส่ี อดคลอ้ งกบั ชวี ติ
จรงิ ตลอดจนสะท้อนความรูท้ กั ษะและประสบการณ์สารวจและใช้ขอ้ มูลประกอบการวางแผนอย่างเป็น
ระบบเน้นทกั ษะการคดิ วเิ คราะหแ์ ละใชค้ วามคดิ สรา้ งสรรคก์ ารบรกิ ารดา้ นต่างๆทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อตนเองและ
สว่ นรวมเสรมิ สร้างความมนี ้าใจเอื้ออาทรความเป็นพลเมอื งดแี ละความรบั ผดิ ชอบต่อตนเองครอบครวั
และสงั คมคิดออกแบบกิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์ในลกั ษณะอาสาสมคั รจติ อาสาเพื่อแสดงความ
รบั ผดิ ชอบต่อสงั คมตามแนวทางวถิ ชี วี ติ เศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นบาเพญ็ ตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครวั โรงเรยี นชุมชนสงั คมและประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจดั กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์อย่างสรา้ งสรรคต์ ามความถนัดและความ
สนใจในลกั ษณะอาสาสมคั รพฒั นาศกั ยภาพตนเองในการจดั กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ไดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธภิ าพเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ จนเกิดคุณธรรมจรยิ ธรรมตามคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มจี ติ สาธารณะและใชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้

ผลการเรยี นรู้

๑.บาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ ครอบครวั โรงเรยี นชมุ ชนสงั คมและประเทศชาติ
๒.ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์อย่างสรา้ งสรรคต์ ามความถนดั และความ

สนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร
๓.สามารถพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
๔.ปฏบิ ตั กิ จิ การเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรมจรยิ ธรรม ตามคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
๕.สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

๑๕๑

กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้

การลดเวลาเรยี น หมายถงึ การลดเวลาเรยี นภาควชิ าการและการลดเวลาของการจดั กิจกรรม
การเรยี นรทู้ ผ่ี เู้ รยี นเป็นผรู้ บั ความรู้ เช่น การบรรยาย การสาธติ การศกึ ษาใบความรู้ ใหน้ ้อยลง และการเพมิ่
เวลารู้ หมายถงึ การเพม่ิ เวลาและโอกาสใหผ้ เู้ รยี นไดล้ งมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ มปี ระสบการณ์ตรง คดิ วเิ คราะห์ ทา
งานเป็นทีม และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุขจากกิจกรรมสร้างสรรค์ท่ีหลากหลายมากข้ึน เพ่อื
โรงเรยี นบา้ นดอนเวยี งจนั ทน์ ไดก้ าหนดหมวดกจิ กรรม ไวเ้ ป็นแนวทางดาเนินการ ดงั น้ี

หมวดท่ี ๑ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น (บงั คบั )
กจิ กรรมท่ี ๑ กจิ กรรมแนะแนว
กจิ กรรมท่ี ๒ กจิ กรรมนกั เรยี น
กจิ กรรมท่ี ๓ กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์

หมวดท่ี ๒ สรา้ งเสรมิ สมรรถนะการเรยี นรู้
กจิ กรรมท่ี ๔ พฒั นาความสามารถดา้ นการสอ่ื สาร
กจิ กรรมท่ี ๕ พฒั นาความสามารถดา้ นศลิ ปะ ดนตรี กฬี า
กจิ กรรมท่ี ๖ พฒั นาความสามารถดา้ นการคดิ และการแกป้ ัญหา
กจิ กรรมท่ี ๗ พฒั นาความสามารถดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยี
กจิ กรรมท่ี ๘ พฒั นาทกั ษะการเรยี นรทู้ ส่ี ง่ เสรมิ การเรยี นรู้ ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

หมวดท่ี ๓ สรา้ งเสรมิ คณุ ลกั ษณะและคา่ นิยม
กจิ กรรมท่ี ๙ ปลกู ฝังคา่ นิยมและจติ สานกึ การทาประโยชน์ตอ่ สงั คม มจี ติ สาธารณะ และ

การใหบ้ รกิ ารดา้ นตา่ ง ๆ ทงั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองและต่อสว่ นรวม
กจิ กรรมท่ี ๑๐ ปลูกฝังความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
กจิ กรรมท่ี ๑๑ ปลูกฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรม (โรงเรยี นคุณธรรม)
กจิ กรรมท่ี ๑๒ปลูกฝังความรกั ความภาคภูมใิ จในความเป็นไทยและหวงแหนสมบตั ิ ของ

ชาติ
หมวดท่ี ๔ สรา้ งเสรมิ ทกั ษะการทางาน การดารงชพี และทกั ษะชวี ติ
กิจกรรมท่ี ๑๓ ตอบสนองความสนใจ ความถนัดและความต้องการของผู้เรยี นตามความ

แตกต่างระหวา่ งบคุ คล
กจิ กรรมท่ี ๑๔ ฝึกการทางาน ทกั ษะทางอาชพี ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา อย่อู ยา่ งพอเพยี ง และ

มวี นิ ยั ทางการเงนิ
กจิ กรรมท่ี ๑๕ พฒั นาความสามารถดา้ นการใชท้ กั ษะชวี ติ
กจิ กรรมท่ี ๑๖ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะทางกาย

๑๕๒

ส่วนท่ี ๔
เกณฑก์ ารจบการศึกษา

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแก้งกอก (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๓) ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ กาหนดเกณฑส์ าหรบั การจบการศกึ ษา ไวด้ งั น้ี

เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา

๑. ผู้เรยี นเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานจานวน ๘๔๐ ชวั ่ โมงและรายวชิ าเพมิ่ เตมิ จานวน ๘๐ ชวั ่ โมง
และมผี ลการประเมนิ รายวชิ าพน้ื ฐานผ่านทกุ รายวชิ า

๒. ผเู้ รยี นตอ้ งมผี ลการประเมนิ การอ่านคดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี นระดบั “ผ่าน”ขน้ึ ไป
๓. ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคร์ ะดบั “ผ่าน”ขน้ึ ไป
๔. ผเู้ รยี นตอ้ งเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นและไดร้ บั การตดั สนิ ผลการเรยี น “ผา่ น”ทกุ กจิ กรรม

การจดั การเรียนรู้

การจดั การเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานเป็นหลกั สูตรท่มี มี าตรฐานการเรยี นรู้สมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ของผูเ้ รยี นเป็นเป้าหมายสาหรบั พฒั นาเดก็ และเยาวชน

ในการพฒั นาผู้เรยี นให้มีคุณสมบตั ติ ามเป้าหมายหลกั สูตรผู้สอนพยายามคดั สรรกระบวนการ
เรยี นรจู้ ดั การเรยี นรูโ้ ดยชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเรยี นรผู้ ่านสาระทก่ี าหนดไวใ้ นหลกั สตู ร ๘ กลุม่ สาระการเรยี นรรู้ วมทงั้
ปลูกฝังเสรมิ สรา้ งคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคพ์ ฒั นาทกั ษะต่างๆอนั เป็นสมรรถนะสาคญั ใหผ้ เู้ รยี นบรรลุตาม
เป้าหมาย

๑. หลกั การจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรู้เพ่อื ให้ผู้เรยี นมคี วามรูค้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรู้สมรรถนะ

สาคญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามท่ีกาหนดไว้ในหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานโดยยดึ
หลกั ว่าผู้เรยี นมคี วามสาคญั ทส่ี ดุ เช่อื ว่าทุกคนมคี วามสามารถเรยี นรแู้ ละพฒั นาตนเองไดย้ ดึ ประโยชน์ทเ่ี กดิ
กบั ผู้เรยี นกระบวนการจดั การเรยี นรู้ต้องส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นสามารถพฒั นาตามธรรมชาตแิ ละเต็มตาม
ศกั ยภาพคานึงถงึ ความแตกต่างระหว่างบุคคลและพฒั นาการทางสมองเน้นใหค้ วามสาคญั ทงั้ ความรู้และ
คณุ ธรรม

๒. กระบวนการเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรู้ทีเ่ น้นผูเ้ รยี นเป็นสาคญั ผูเ้ รยี นจะต้องอาศยั กระบวนการเรยี นรู้ท่ี

หลากหลายเป็นเคร่อื งมอื ท่จี ะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลกั สูตร โดยกระบวนการเรยี นรู้ท่จี าเป็น
สาหรบั ผเู้ รยี นอาทกิ ระบวนการเรยี นรแู้ บบบูรณาการกระบวนการสรา้ งความรกู้ ระบวนการคดิ กระบวนการ

๑๕๓

ทางสงั คมกระบวนการเผชญิ สถานการณ์และแกป้ ัญหากระบวนการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการ
ปฏิบัติลงมือทาจริงกระบวนการจัดการกระบวนการวิจัยกระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง
กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ยั

กระบวนการเหล่านี้ จดั เป็นแนวทางในการจดั การเรยี นรูท้ ีผ่ ูเ้ รยี นควรไดร้ บั การฝึกฝนและ
พฒั นาเพราะจะสามารถช่วยใหผ้ ูเ้ รยี นเกดิ การเรยี นรูไ้ ดด้ บี รรลุเป้าหมายของหลกั สตู รดงั นัน้ ผูส้ อนจงึ
จาเป็นต้องศกึ ษาทาความเขา้ ใจในกระบวนการเรยี นรตู้ ่างๆเพอ่ื ใหส้ ามารถเลอื กใชใ้ นการจดั กระบวนการเรยี นรู้
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

๓. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
ผูส้ อนต้องศกึ ษาหลกั สูตรสถานศกึ ษาใหเ้ ขา้ ใจถงึ มาตรฐานการเรยี นรู้ตวั ชี้วดั สมรรถนะ

สาคญั ของผู้เรยี นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละสาระการเรยี นรูท้ ่เี หมาะสมกบั ผูเ้ รยี นแล้วจงึ จะพจิ ารณา
ออกแบบการจดั การเรยี นรูโ้ ดยเลอื กใชว้ ธิ สี อนและเทคนิคการสอนสอ่ื /แหล่งเรยี นรูก้ ารวดั และประเมนิ ผล
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นไดพ้ ฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพและบรรลุตามเป้าหมายทก่ี าหนด

๔. บทบาทของผ้สู อนและผเู้ รียน
การจดั การเรยี นรู้เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นมคี ุณภาพตามเป้าหมายของหลกั สูตรทงั้ ผูส้ อนและผูเ้ รยี นควรมี

บทบาทดงั น้ี
๔.๑ บทบาทของผสู้ อน
๑) ศกึ ษาวเิ คราะหผ์ ู้เรยี นเป็นรายบุคคลแลว้ นาขอ้ มูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ

เรยี นรู้ทท่ี า้ ทายความสามารถของผเู้ รยี น
๒) กาหนดเป้าหมายทต่ี อ้ งการใหเ้ กดิ ขน้ึ กบั ผเู้ รยี นดา้ นความรแู้ ละทกั ษะกระบวนการในท่ี

เป็นความคดิ รวบยอดหลกั การและความสมั พนั ธร์ วมทงั้ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ท่ีตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ

พฒั นาการทางสมองเพอ่ื นาผเู้ รยี นไปสเู่ ป้าหมาย
๔) จดั บรรยากาศทเ่ี ออ้ื ตอ่ การเรยี นรแู้ ละดแู ลช่วยเหลอื ผเู้ รยี นใหเ้ กดิ การเรยี นรู้
๕) จดั เตรยี มและเลือกใช้ส่อื ให้เหมาะสมกับกจิ กรรมนาภูมปิ ัญญาท้องถ่ินเทคโนโลยที ่ี

เหมาะสมมาประยุกตใ์ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน
๖) ประเมนิ ความกา้ วหน้าของผเู้ รยี นดว้ ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลายเหมาะสมกบั ธรรมชาตขิ อง

วชิ าและระดบั พฒั นาการของผเู้ รยี น
๗) วเิ คราะห์ผลการประเมนิ เพ่ือนามาใช้ในการซ่อมเสรมิ และพฒั นาผู้เรยี นรวมทงั้

ปรบั ปรุงการจดั การเรยี นการสอนของตนเอง
๔.๒ บทบาทของผ้เู รยี น
๑) กาหนดเป้าหมายวางแผนและรบั ผดิ ชอบการเรยี นรูข้ องตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้เขา้ ถงึ แหล่งการเรยี นรูว้ เิ คราะหส์ งั เคราะห์ขอ้ ความรู้ตงั้ คาถาม

คดิ หาคาตอบหรอื หาแนวทางแกป้ ัญหาดว้ ยวธิ กี ารต่างๆ

๑๕๔

๓) ลงมือปฏิบัติจริงสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ด้วยตนเองและนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน
สถานการณ์ตา่ งๆ

๔) มปี ฏสิ มั พนั ธท์ างานทากจิ กรรมร่วมกบั กลมุ่ และครู
๕) ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรยี นรขู้ องตนเองอยา่ งต่อเน่อื ง

ส่ือการเรียนรู้

สอ่ื การเรยี นรเู้ ป็นเคร่อื งมอื ส่งเสรมิ สนับสนุนการจดั การกระบวนการเรยี นรใู้ หผ้ ู้เรยี นเขา้ ถงึ ความรู้
ทกั ษะกระบวนการและคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลกั สูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพส่อื การเรียนรู้มี
หลากหลายประเภททงั้ สอ่ื ธรรมชาตสิ อ่ื สงิ่ พมิ พส์ อ่ื เทคโนโลยแี ละเครอื ข่ายการเรยี นรตู้ ่างๆทม่ี ใี นทอ้ งถน่ิ การ
เลอื กใชส้ อ่ื ควรเลอื กใหม้ คี วามเหมาะสมกบั ระดบั พฒั นาการและลลี าการเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลายของผเู้ รยี น

การจดั หาสอ่ื การเรยี นรผู้ เู้ รยี นและผสู้ อนสามารถจดั ทาและพฒั นาขน้ึ เองหรอื ปรบั ปรุงเลอื กใชอ้ ย่าง
มคี ุณภาพจากสอ่ื ต่างๆทม่ี อี ย่รู อบตวั เพอ่ื นามาใชป้ ระกอบในการจดั การเรยี นรทู้ ส่ี ามารถสง่ เสรมิ และส่อื สาร
ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้โดยสถานศกึ ษาควรจดั ให้มอี ย่างพอเพยี งเพ่อื พฒั นาให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรูอ้ ย่าง
แท้จรงิ สถานศึกษาเขตพ้นื ท่ีการศึกษาหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องและผู้มีหน้าท่ีจดั การศึกษาขนั้ พ้นื ฐานควร
ดาเนินการดงั น้ี

๑.จดั ใหม้ แี หลง่ การเรยี นรศู้ ูนยส์ อ่ื การเรยี นรรู้ ะบบสารสนเทศการเรยี นรูแ้ ละเครอื ขา่ ยการเรยี นรูท้ ม่ี ี
ประสทิ ธิภาพทงั้ ในสถานศกึ ษาและในชุมชนเพ่อื การศกึ ษาค้นคว้าและการแลกเปล่ยี นประสบการณ์การ
เรยี นรรู้ ะหวา่ งสถานศกึ ษาทอ้ งถน่ิ ชมุ ชนสงั คมโลก

๒.จดั ทาและจดั หาส่อื การเรยี นรู้สาหรบั การศกึ ษาคน้ ควา้ ของผูเ้ รยี นเสรมิ ความรูใ้ หผ้ ูส้ อนรวมทงั้
จดั หาสงิ่ ทม่ี อี ย่ใู นทอ้ งถน่ิ มาประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นสอ่ื การเรยี นรู้

๓.เลอื กและใช้ส่อื การเรยี นรู้ท่มี คี ุณภาพมคี วามเหมาะสมมคี วามหลากหลายสอดคล้องกบั วธิ ีการ
เรยี นรธู้ รรมชาตขิ องสาระการเรยี นรแู้ ละความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลของผเู้ รยี น

๔.ประเมนิ คณุ ภาพของสอ่ื การเรยี นรทู้ เ่ี ลอื กใชอ้ ย่างเป็นระบบ
๕.ศกึ ษาคน้ ควา้ วจิ ยั เพอ่ื พฒั นาสอ่ื การเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ งกบั กระบวนการเรยี นรูข้ องผเู้ รยี น
๖.จดั ใหม้ กี ารกากบั ตดิ ตามประเมนิ คุณภาพและประสทิ ธภิ าพเกย่ี วกบั ส่อื และการใชส้ อ่ื การเรยี นรู้
เป็นระยะๆและสม่าเสมอ
ในการจดั ทาการเลือกใช้และการประเมินคุณภาพส่ือการเรยี นรู้ท่ีใช้ในสถานศึกษาควรคานึงถึง
หลกั การสาคญั ของส่อื การเรยี นรเู้ ช่นความสอดคลอ้ งกบั หลกั สตู รวตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรกู้ ารออกแบบกจิ กรรม
การเรยี นรูก้ ารจดั ประสบการณ์ใหผ้ เู้ รยี นเน้ือหามคี วามถูกต้องและทนั สมยั ไม่กระทบความมนั่ คงของชาตไิ ม่
ขดั ตอ่ ศลี ธรรมมกี ารใชภ้ าษาทถ่ี ูกตอ้ งรปู แบบการนาเสนอทเ่ี ขา้ ใจง่ายและน่าสนใจ

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นตอ้ งอย่บู นหลกั การพน้ื ฐานสองประการคอื การประเมนิ
เพอ่ื พฒั นาผเู้ รยี นและเพอ่ื ตดั สนิ ผลการเรยี นในการพฒั นาคุณภาพการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นใหป้ ระสบผลสาเรจ็ นัน้
ผู้เรียนจะต้องได้รบั การพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้สะท้อน

๑๕๕

สมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูเ้ รยี นซึง่ เป็นเป้าหมายหลกั ในการวดั และประเมนิ ผล
การเรยี นรใู้ นทุกระดบั ไม่ว่าจะเป็นระดบั ชนั้ เรยี นระดบั สถานศกึ ษาระดับเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาและระดบั ชาติ
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรเู้ ป็นกระบวนการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี นโดยใช้ผลการประเมนิ เป็นขอ้ มูลและ
สารสนเทศทแ่ี สดงพฒั นาการความก้าวหน้าและความสาเรจ็ ทางการเรยี นของผูเ้ รยี นตลอดจนขอ้ มูลท่เี ป็น
ประโยชน์ตอ่ การสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การพฒั นาและเรยี นรอู้ ย่างเตม็ ตามศกั ยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้แบ่งออกเป็น ๔ ระดับประกอบด้วยระดับชัน้ เรียนระดับ
สถานศกึ ษาระดบั เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาและระดบั ชาตโิ ดยมรี ายละเอยี ดดงั น้ี

๑. การประเมินระดบั ชนั้ เรียนเป็นการวดั และประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจดั การเรียนรู้
ครูผู้สอนดาเนินการเป็นปกตแิ ละสม่าเสมอในการจดั การเรยี นการสอนใช้เทคนิคการประเมนิ อย่าง
หลากหลายเช่นการซกั ถามการสงั เกตการตรวจการบา้ นการประเมนิ โครงงานการประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน
แฟ้มสะสมงานการใชแ้ บบทดสอบฯลฯโดยผสู้ อนเป็นผู้ประเมนิ เองหรอื เปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นประเมนิ ต นเอง
เพอ่ื นประเมนิ เพอ่ื นผปู้ กครองร่วมประเมนิ ในกรณีทไ่ี ม่ผา่ นตวั ชว้ี ดั ใหม้ กี ารสอนซ่อมเสรมิ

การประเมนิ ระดบั ชนั้ เรยี นเป็นการตรวจสอบว่าผู้เรยี นมพี ฒั นาการความก้าวหน้าในการเรยี นรู้อนั
เป็นผลมาจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื ไม่และมากน้อยเพยี งใดมสี ง่ิ ทจ่ี ะต้องได้รบั การพฒั นา
ปรบั ปรงุ และสง่ เสรมิ ในดา้ นใดนอกจากน้ียงั เป็นขอ้ มลู ใหผ้ สู้ อนใชป้ รบั ปรุงการเรยี นการสอนของตนดว้ ยทงั้ น้ี
โดยสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั

๒. การประเมินระดบั สถานศึกษาเป็นการประเมนิ ท่สี ถานศกึ ษาดาเนินการเพ่อื ตดั สนิ ผลการ
เรยี นของผเู้ รยี นเป็นรายปี/รายภาคผลการประเมนิ การอ่านคดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
และกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นนอกจากน้ีเพ่อื ใหไ้ ดข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั การจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษาว่าสง่ ผลต่อ
การเรยี นรู้ของผู้เรยี นตามเป้าหมายหรอื ไม่ผู้เรยี นมจี ุดพฒั นาในด้านใดรวมทงั้ สามารถนาผลการเรียนของ
ผูเ้ รยี นในสถานศกึ ษาเปรยี บเทียบกบั เกณฑ์ระดบั ชาติผลการประเมนิ ระดบั สถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศเพ่อื การปรบั ปรุงนโยบายหลกั สูตรโครงการหรอื วธิ กี ารจดั การเรยี นการสอนตลอดจนเพ่อื การ
จดั ทาแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกนั คุณภาพการศกึ ษาและการ
รายงานผลการจัดก ารศึกษาต่อคณะก รรมก ารสถ านศึกษ าสานักง านเ ขตพ้ืนท่ีการศึกษาส านัก ง า น
คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานผปู้ กครองและชุมชน

๓. การประเมินระดบั เขตพื้นที่การศึกษาเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรยี นในระดบั เขตพ้นื ท่ี
การศกึ ษาตามมาตรฐานการเรยี นรตู้ ามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานเพอ่ื ใชเ้ ป็นขอ้ มลู พน้ื ฐานใน
การพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาของเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาตามภาระความรบั ผดิ ชอบสามารถดาเนินการโดย
ประเมนิ คุณภาพผลสมั ฤทธขิ์ องผเู้ รยี นดว้ ยขอ้ สอบมาตรฐานทจ่ี ดั ทาและดาเนินการโดยเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
หรอื ด้วยความร่วมมอื กบั หน่วยงานต้นสงั กดั ในการดาเนินการจดั สอบนอกจากน้ียงั ได้จากการตรวจสอบ
ทบทวนขอ้ มลู จากการประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษาในเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา

๔. การประเมินระดบั ชาติเป็นการประเมนิ คุณภาพผูเ้ รยี นในระดบั ชาตติ ามมาตรฐานการ
เรยี นรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานสถานศึกษาต้องจดั ให้ผู้เรียนทุกคน ท่ีเรียนในชัน้
ประถมศึกษาปีท่ี๓ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที๖่ เขา้ รบั การประเมนิ ผลจากการประเมนิ ใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการ

๑๕๖

เทยี บเคยี งคุณภาพการศกึ ษาในระดบั ต่างๆเพื่อนาไปใช้ในการวางแผนยกระดบั คุณภาพการจดั
การศึกษาตลอดจนเป็นขอ้ มูลสนับสนุนการตดั สนิ ใจในระดบั นโยบายของประเทศ

ขอ้ มูลการประเมนิ ในระดบั ต่างๆขา้ งต้นเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นถอื เป็นภาระความรบั ผดิ ชอบของสถานศกึ ษาทจ่ี ะตอ้ งจดั ระบบดูแลชว่ ยเหลอื ปรบั ปรุง
แก้ไขส่งเสรมิ สนับสนุนเพ่อื ให้ผู้เรยี นได้พฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพบนพน้ื ฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ี
จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการได้แก่กลุ่มผู้เรียนทวั่ ไปกลุ่มผู้เรียนท่ีมีความสามารถพเิ ศษกลุ่ม
ผู้เรยี นท่มี ผี ลสมั ฤทธิท์ างการเรียนต่ากลุ่มผู้เรยี นท่ีมีปัญหาด้านวนิ ัยและพฤตกิ รรมกลุ่มผู้เรยี นท่ีปฏิเสธ
โรงเรยี นกลมุ่ ผเู้ รยี นทม่ี ปี ัญหาทางเศรษฐกจิ และสงั คมกลมุ่ พกิ ารทางรา่ งกายและสตปิ ัญญาเป็นต้นขอ้ มูลจาก
การประเมนิ จงึ เป็นหวั ใจของสถานศกึ ษาในการดาเนินการช่วยเหลอื ผเู้ รยี นไดท้ นั ท่วงทีเป็นการเปิดโอกาส
ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ บั การพฒั นาและประสบความสาเรจ็ ในการเรยี น

สถานศกึ ษาในฐานะผรู้ บั ผดิ ชอบจดั การศกึ ษาจะต้องจดั ทาระเบยี บว่าดว้ ยการวดั และประเมนิ ผล
การเรยี นของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของ
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานเพอ่ื ใหบ้ ุคลากรทเ่ี กย่ี วขอ้ งทกุ ฝ่ายถอื ปฏบิ ตั ริ ว่ มกนั

เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการเรยี น

๑. การตดั สิน การให้ระดบั และการรายงานผลการเรียน
๑.๑ การตดั สินผลการเรยี น
การตดั สนิ ผลการเรยี นของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ การประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น

การประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียนนัน้ ผู้สอนต้องคานึงถึง
การพฒั นานกั เรยี นแตล่ ะคนเป็นหลกั และตอ้ งเกบ็ ขอ้ มลู ของนกั เรยี นทุกดา้ นอย่างสม่าเสมอและต่อเน่อื งในแต่
ละภาคเรยี น รวมทงั้ สอนซอ่ มเสรมิ นกั เรยี นใหพ้ ฒั นาจนเตม็ ตามศกั ยภาพ ดงั น้ี

๑.๑.๑ ผเู้ รยี นตอ้ งมเี วลาเรยี นไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทงั้ หมด
๑.๑.๒ ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ ทกุ ตวั ชว้ี ดั และผ่านตวั ชว้ี ดั ทุกตวั
๑.๑.๓ ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การตดั สนิ ผลการเรยี นทุกรายวชิ า
๑.๑.๔ ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี นอยใู่ นระดบั “ดเี ยย่ี ม”
หรอื “ด”ี หรอื “ผ่าน”
๑.๑.๕ ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคอ์ ย่ใู นระดบั “ดเี ย่ยี ม”หรอื
“ด”ี หรอื “ผา่ น”
๑.๑.๖ ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น อย่ใู นระดบั “ผ่าน”
๑.๒ การเล่อื นชนั้ มเี กณฑด์ งั น้ี
๑.๒.๑ ผเู้ รยี นตอ้ งมเี วลาเรยี นตลอดภาคเรยี น/ปีการศกึ ษาไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลา
เรยี นทงั้ หมด
๑.๒.๒ ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ ทกุ ตวั ชว้ี ดั และผ่านตวั ช้วี ดั ทุกตวั ในแต่ละกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้

๑๕๗

๑.๒.๓ ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การตดั สนิ ผลการเรยี นทกุ รายวชิ าทเ่ี รยี น และมผี ลการเรยี นเฉลย่ี ไม่

น้อยกวา่ ๑.๐๐

๑.๒.๔ ผู้เรยี นต้องได้รบั การประเมนิ และมผี ลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษา

กาหนดในการประเมนิ ผลการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขยี น และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรม

พฒั นาผเู้ รยี น

อน่งึ หากผลการประเมนิ ผเู้ รยี นไม่เป็นไปตามทก่ี าหนด หรอื ขาดคุณสมบตั ขิ อ้ ใดขอ้ หน่ึง

และเป็นเหตุผลท่ไี ดร้ บั การยกเว้นตามทส่ี ถานศกึ ษากาหนด รวมทงั้ มขี อ้ บกพร่องไม่มากนัก ซ่งึ ครูผู้สอน

สามารถทาการซ่อมเสริมได้ ให้ผู้เรียนมีโอกาสในการซ่อมเสริม เพ่อื ให้ผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศกึ ษากาหนด

สาหรบั ผเู้ รยี นทม่ี สี ตปิ ัญญาและความสามารถเป็นเลศิ สถานศกึ ษาอาจพจิ ารณาใหม้ กี าร

เล่ือนชนั้ เรียนระหว่างปี ได้ โดยสถานศึกษาแต่งตัง้ คณะกรรมการประเมินผลการเรียน ประกอบด้วย

คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและวชิ าการโรงเรยี น ผแู้ ทนจากตน้ สงั กดั เพอ่ื พจิ ารณาตามเงอ่ื นไขดงั น้ี

๑) มผี ลการเรยี นในปีการศกึ ษาท่ผี ่านมาและผลการเรยี นในปีการศกึ ษาปัจจุบนั อยู่

ในเกณฑด์ เี ยย่ี ม

๒) มวี ฒุ ภิ าวะทเ่ี หมาะสมและสามารถเรยี นในชนั้ สงู ขน้ึ ได้

๓) ผ่านการประเมนิ ตวั ช้วี ดั ทงั้ หมดในปีปัจจุบนั และภาคเรยี นท่ี ๑ ของชนั้ เรยี นท่ี

สงู ขน้ึ

ในการเล่ือนชัน้ เรียนสูงข้ึนระหว่างปี ให้เป็นไปตามความยินยอมของผู้เรียนและ

ผปู้ กครองและตอ้ งดาเนนิ การใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในเดอื นกนั ยายนของปี

๑.๓ การให้ระดบั ผลการเรยี น

๑.๓.๑ การตดั สินเพ่ือให้ระดบั ผลการเรยี นของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใหใ้ ชต้ วั เลขแสดง

ระดบั ผลการเรยี นเป็น ๘ ระดบั ดงั น้ี

ระดบั ผลการเรยี น ช่วงคะแนน (รอ้ ยละ) ความหมาย

๔ ๘๐-๑๐๐ ดเี ยย่ี ม

๓.๕ ๗๕-๗๙ ดมี าก

๓ ๗๕-๗๔ ดี

๒.๕ ๗๐-๗๔ ค่อนขา้ งดี

๒ ๖๕-๖๙ น่าพอใจ

๑.๕ ๖๐-๖๔ พอใช้

๑ ๕๐-๕๔ ผ่านเกณฑข์ นั้ ต่า

๐ ๐-๔๙ ต่ากวา่ เกณฑ์

๑๕๘

๑.๓.๒ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ใหร้ ะดบั ผลการประเมนิ เป็น ดเี ยย่ี ม
ดี ผ่านและไมผ่ ่าน ดงั น้ี

ดเี ยย่ี ม หมายถงึ มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นท่ี
มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ทม่ี คี ุณภาพดเี ลศิ อย่เู สมอ

ดี หมายถงึ มผี ลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นท่มี ี
ผลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ทม่ี คี ุณภาพเป็นทย่ี อมรบั

ผ่าน หมายถงึ มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นทม่ี ี
มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ทม่ี ขี อ้ บกพร่องบางประการ

ไม่ผ่าน หมายถงึ มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นท่ี
มไี ม่มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น หรอื ถ้ามผี ลงาน ผลงานนัน้ ยงั มี
ขอ้ บกพร่องทต่ี อ้ งไดร้ บั การปรบั ปรุงแกไ้ ขหลายประการ

๑.๓.๓ การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ รวมทกุ คุณลกั ษณะเพอ่ื การเล่อื นชนั้ และ
จบการศึกษา เป็นผ่านและไม่ผ่าน ในการผ่านกาหนดเกณฑ์การตัดสินเป็นดีเย่ียม ดี และผ่าน และ
ความหมายของแตล่ ะระดบั ดงั น้ี

ดีเย่ียม หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็ นนิสัย และนาไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวนั เพอ่ื ประโยชน์สุขของตนเองและสงั คม โดยพจิ ารณาจากผเู้ รยี นปฏบิ ตั ติ นตามคุณลกั ษณะจน
เป็นนิสยั และนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั เพ่อื ประโยชน์สุขของตนเองและสงั คม โดยพจิ ารณาจากผลการ
ประเมนิ ระดบั ดเี ยย่ี ม จานวน ๕-๘ คุณลกั ษณะ และไม่มคี ุณลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมนิ ต่ากวา่ ระดบั ดี

ดี หมายถงึ ผเู้ รยี นมคี ุณลกั ษณะในการปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑ์ เพอ่ื ใหเ้ ป็นการยอมรบั ของ
สงั คม โดยพจิ ารณาจากผู้เรยี นมคี ุณลกั ษณะในการปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑ์ เพ่อื ให้เป็นการยอมรบั ของสงั คม
โดยพจิ ารณาจาก

๑) ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ดเี ยย่ี ม จานวน ๑ - ๔ คณุ ลกั ษณะ และไมม่ คี ณุ ลกั ษณะใด
ไดผ้ ลการประเมนิ ต่ากวา่ ระดบั ดี หรอื

๒) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดเี ย่ยี ม จานวน ๔ คุณลกั ษณะ และไม่มคี ุณลกั ษณะใด
ไดผ้ ลการประเมนิ ต่ากวา่ ระดบั ผ่าน หรอื

๓) ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ดี จานวน ๕-๘ คุณลกั ษณะ และไม่มคี ุณลกั ษณะใดไดผ้ ล
การประเมนิ ต่ากว่าระดบั ผ่าน

ผ่าน หมายถงึ ผู้เรยี นรบั รู้และปฏบิ ตั ิตามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขท่สี ถานศึกษากาหนด
โดยพจิ ารณาจากผเู้ รยี นรบั รแู้ ละปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขทส่ี ถานศกึ ษากาหนดโดยพจิ ารณาจาก

๑) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ผ่าน จานวน ๕-๘ คุณลกั ษณะ และไม่มคี ุณลกั ษณะใด
ไดผ้ ลการประเมนิ ต่ากว่าระดบั ผ่าน หรอื

๒) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี จานวน ๔ คุณลกั ษณะ และไม่มคี ุณลกั ษณะใด ได้ผล
การประเมนิ ต่ากว่าระดบั ผ่าน

๑๕๙

ไม่ผ่าน หมายถงึ ผู้เรยี นรบั รู้และปฏบิ ตั ไิ ดไ้ ม่ครบตามกฎเกณฑแ์ ละเง่อื นไขท่กี าหนด
โดยพิจารณาจากผู้เรียนรบั รู้และปฏิบัตไิ ด้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขท่ีสถานศึกษากาหนด โดย
พจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดบั ไม่ผ่าน ตงั้ แต่ ๑ คุณลกั ษณะ

๑.๓.๔ การประเมินกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน จะต้องพจิ ารณาทงั้ เวลาการเข้าร่วมกิจกรรม
การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมและผลงานของนกั เรยี น ตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนด และใหผ้ ลการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
เป็นผา่ น และไม่ผา่ น

“ผ” หมายถงึ ผเู้ รยี นมเี วลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลา
เรยี นทงั้ หมด ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม และมผี ลงานอย่ใู นระดบั ดี

“มผ” หมายถงึ ผู้เรยี นมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นน้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลา
เรยี นทงั้ หมด ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม และมผี ลงานอยใู่ นระดบั ปรบั ปรุง

ในกรณีทผ่ี ู้เรยี นได้ “มผ” ครูผูด้ ูแลกจิ กรรมต้องจดั ซ่อมเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นทากิจกรรมใน
ส่วนทผ่ี เู้ รยี นไม่ไดเ้ ขา้ ร่วมหรอื ไม่ไดท้ าจนครบถ้วน แลว้ จงึ เปลย่ี นผลการเรยี นจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ทงั้ น้ี
ตอ้ งดาเนนิ การใหเ้ สรจ็ สน้ิ ภายในปีการศกึ ษาถดั ไป ยกเวน้ กรณมี เี หตุสุดวสิ ยั

๒. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตาม

หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ กาหนดเกณฑส์ าหรบั การจบการศกึ ษา ดงั น้ี
๒.๑ ผูเ้ รยี น มเี วลาเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐาน จานวน ๘๔๐ ชวั่ โมง รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ปีละไม่น้อย

กว่า ๘๐ ชวั่ โมง และกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ปีละ ๔ กจิ กรรม
๒.๒ ผเู้ รยี นต้องมผี ลการประเมนิ รายวชิ าพน้ื ฐานผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ อย่ใู นระดบั “๑” เป็น

อยา่ งต่า
๒.๓ ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นอย่ใู นระดบั “ ดเี ยย่ี ม” หรอื “ ด”ี

หรอื “ผา่ น”
๒.๔ ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคอ์ ยใู่ นระดบั “ ดเี ยย่ี ม” หรอื “ ดี “ หรอื

“ผา่ น”
๒.๕ ผเู้ รยี นเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมผี ลการประเมนิ อยใู่ นระดบั “ผา่ น” ทุกกจิ กรรม

เอกสารหลกั ฐานการศึกษา

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาเป็นเอกสารสาคญั ทีบ่ นั ทกึ ผลการเรยี นขอ้ มูลและสารสนเทศท่ี
เก่ยี วขอ้ งกบั พฒั นาการของผเู้ รยี นในดา้ นต่างๆแบง่ ออกเป็น ๒ ประเภทดงั น้ี

๑. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาที่กระทรวงศกึ ษาธิการกาหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียนเป็นเอกสารแสดงผลการเรยี นและรบั รองผลการเรยี นของ

ผเู้ รยี นตามรายวชิ าผลการประเมนิ การอ่านคดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี นผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ อง
สถานศึกษาและผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นสถานศึกษาจะต้องบนั ทกึ ขอ้ มูลและออกเอกสารน้ีให้
ผเู้ รยี นเป็นรายบคุ คลเม่อื ผเู้ รยี นจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖)

๑๖๐

๑.๒ แบบรายงานผ้สู าเรจ็ การศึกษาเป็นเอกสารอนุมตั กิ ารจบหลกั สตู รโดยบนั ทกึ รายช่อื และ
ขอ้ มลู ของผจู้ บการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖)

๒. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาท่ีสถานศกึ ษากาหนด
เป็นเอกสารทส่ี ถานศกึ ษาจดั ทาข้นึ เพ่อื บนั ทกึ พฒั นาการผลการเรยี นรูแ้ ละขอ้ มูลสาคญั เก่ยี วกบั

ผเู้ รยี นเช่นแบบรายงานประจาตวั นักเรยี นแบบบนั ทกึ ผลการเรยี นประจารายวชิ าระเบยี นสะสมใบรบั รองผล
การเรยี นและเอกสารอ่นื ๆตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการนาเอกสารไปใช้

การเทียบโอนผลการเรยี น

สถานศกึ ษาสามารถเทยี บโอนผลการเรยี นของผู้เรยี นในกรณีต่างๆไดแ้ ก่การย้ายสถานศกึ ษาการ
เปล่ยี นรูปแบบการศกึ ษาการย้ายหลกั สูตรการออกกลางคนั และขอกลบั เขา้ รบั การศกึ ษาต่อการศกึ ษาจาก
ต่างประเทศและขอเขา้ ศกึ ษาต่อในประเทศนอกจากน้ียงั สามารถเทยี บโอนความรูท้ กั ษะประสบการณ์จาก
แหล่งการเรยี นรอู้ ่นื ๆเช่นสถานประกอบการสถาบนั ศาสนาสถาบนั การฝึกอบรมอาชพี การจดั การศกึ ษาโดย
ครอบครวั

การเทียบโอนผลการเรียนควรดาเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรกหรอื ต้นภาคเรียนแรกท่ี
สถานศกึ ษารบั ผขู้ อเทยี บโอนเป็นผเู้ รยี นทงั้ น้ีผเู้ รยี นทไ่ี ด้รบั การเทยี บโอนผลการเรยี นต้องศกึ ษาต่อเน่ืองใน
สถานศกึ ษาทร่ี บั เทยี บโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรยี นโดยสถานศกึ ษาท่รี บั ผเู้ รยี นจากการเทยี บโอนควรกาหนด
รายวชิ า/จานวนหน่วยกติ ทจ่ี ะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม

การพจิ ารณาการเทยี บโอนสามารถดาเนินการไดด้ งั น้ี
๑. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศึกษาและเอกสารอ่นื ๆท่ใี ห้ข้อมูลแสดงความรู้ความสามารถของ
ผเู้ รยี น
๒. พจิ ารณาจากความรคู้ วามสามารถของผเู้ รยี นโดยการทดสอบดว้ ยวธิ กี ารต่างๆทงั้ ภาคความรู้
และภาคปฏบิ ตั ิ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ตั ใิ นสภาพจรงิ
การเทยี บโอนผลการเรยี นใหเ้ ป็นไปตามประกาศหรอื แนวปฏบิ ตั ขิ องกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

การบริหารจดั การหลกั สตู ร

ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอานาจให้ท้องถ่ินและสถานศึกษามีบทบาทในการพฒั นา
หลกั สตู รนนั้ หน่วยงานต่างๆทเ่ี กย่ี วขอ้ งในแตล่ ะระดบั ตงั้ แต่ระดบั ชาตริ ะดบั ทอ้ งถนิ่ จนถงึ ระดบั สถานศกึ ษามี
บทบาทหน้าท่แี ละความรบั ผดิ ชอบในการพฒั นาสนับสนุนสง่ เสรมิ การใชแ้ ละพฒั นาหลกั สตู รใหเ้ ป็นไปอย่าง
มีประสิทธิภาพเพ่ือให้การดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของ
สถานศกึ ษามปี ระสทิ ธภิ าพสูงสุดอนั จะส่งผลใหก้ ารพฒั นาคุณภาพผู้เรยี นบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรูท้ ่ี
กาหนดไวใ้ นระดบั ชาติ

ระดบั ทอ้ งถิน่ ไดแ้ ก่สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาหน่วยงานตน้ สงั กดั อื่นๆเป็นหน่วยงานที่มี
บทบาทในการขบั เคล่อื นคุณภาพการจดั การศกึ ษาเป็นตวั กลางท่จี ะเช่อื มโยงหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้

๑๖๑

พ้นื ฐานท่กี าหนดในระดบั ชาตใิ ห้สอดคล้องกบั สภาพและความต้องการของท้องถน่ิ เพ่อื นาไปสู่การจดั ทา
หลกั สูตรของสถานศึกษาส่งเสรมิ การใชแ้ ละพฒั นาหลกั สูตรในระดบั สถานศกึ ษาให้ประสบความสาเร็จโดยมี
ภารกิจสาคญั คือกาหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดบั ท้องถ่ินโดยพิจารณาให้
สอดคลอ้ งกบั สง่ิ ทเ่ี ป็นความต้องการในระดบั ชาตพิ ฒั นาสาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่ ประเมนิ คุณภาพการศกึ ษาใน
ระดบั ทอ้ งถนิ่ รวมทงั้ เพมิ่ พูนคุณภาพการใชห้ ลกั สตู รดว้ ยการวจิ ยั และการพฒั นาบุคลากรสนับสนุนสง่ เสรมิ
ตดิ ตามผลประเมนิ ผลวเิ คราะหแ์ ละรายงานผลคณุ ภาพของผเู้ รยี น

สถานศึกษามีหน้าท่ีสาคญั ในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษาการวางแผนและดาเนิ นการใช้
หลกั สูตรการเพมิ่ พูนคุณภาพการใชห้ ลักสูตรดว้ ยการวจิ ยั และพฒั นาการปรบั ปรุงและพฒั นาหลกั สูตรจดั ทา
ระเบยี บการวดั และประเมนิ ผลในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษาต้องพจิ ารณาให้สอดคล้องกบั หลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานและรายละเอยี ดทเ่ี ขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาหรอื หน่วยงานสงั กดั อ่นื ๆในระดบั ทอ้ งถน่ิ
ได้จดั ทาเพม่ิ เตมิ รวมทงั้ สถานศกึ ษาสามารถเพม่ิ เตมิ ในส่วนท่เี ก่ยี วกบั สภาพปัญหาในชุมชนและสงั คมภูมิ
ปั ญ ญ าท้อ งถิ่นแ ล ะค ว ามต้อ งก ารขอ งผู้เ รียนโ ด ยทุก ภาค ส่ว นเ ข้ามามีส่ว นร่ว มใ นก ารพ ัฒนาห ลัก สูต ร
สถานศกึ ษา

๑๖๒

เอกสารอ้างอิง

กรมวชิ าการ.(๒๕๕๕). พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๕ และพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาภาคบงั คบั พ.ศ. ๒๕๔๕. กรุงเทพฯ : อกั ษรไทย

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๔๕). หลกั สตู รการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๕. กรงุ เทพฯ :
ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว.

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๕๐ ก). แนวทางการจดั ทาหน่วยการเรยี นร้แู บบบรู ณาการปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงช่วงชนั้ ที่ ๑ (ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ ๑-๓). กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๕๐ ข). แนวทางการจดั ทาหน่วยการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงช่วงชนั้ ท่ี ๒(ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี ๔-๖). กรงุ เทพฯ : ชมุ นุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๕๑). หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑.
กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .

สถาบนั สง่ เสรมิ าการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (๒๕๖๐). ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พื้นฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ
ไทย จากดั .

สถาบนั สง่ เสรมิ าการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (๒๕๖๐). ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พ้ืนฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศ
ไทย จากดั .

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน.( ๒๕๕๗,๒๙ กนั ยายน). แนวปฏิบตั ิเกี่ยวกบั ค่านิยมหลกั
๑๒ ประการสู่การปฏิบตั ิ. กรงุ เทพฯ : ผแู้ ต่ง.

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน. (๒๕๖๑, ๘ มกราคม) แนวทางบริหารจดั การหลกั สตู ร
สถานศึกษา กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ผู้
แต่ง.

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๕๑). แนวทางการบริหารจดั การหลกั สตู ร. กรงุ เทพฯ :
ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .

๑๖๓

เอกสารอ้างอิง (ต่อ)

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน. (๒๕๖๑, ๕ มกราคม) คาสงั่ สานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ เรอ่ื ง ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชี้วดั
การเรียนร้คู ณิตศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. กรงุ เทพฯ : ผแู้ ตง่ .

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๕๑). ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นร้แู กนกลางกลุ่มสาระการ
เรียนร้ภู าษาไทย. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทยจากดั ,
๒๕๕๑.

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๕๑). ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนร้แู กนกลางกลุ่มสาระการ
เรียนร้สู งั คมศึกษาศาสนา และวฒั นธรรม. กรุงเทพฯ : ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง
ประเทศไทย จากดั .

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๕๑). ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนร้แู กนกลางกลุ่มสาระการ
เรยี นร้สู ขุ ศึกษาและ พลศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทยจากดั .

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๕๑). ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นร้แู กนกลางกลุ่มสาระการ
เรียนร้กู ารงานอาชีพและเทคโนโลย.ี กรงุ เทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
จากดั .

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๕๑). ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนร้แู กนกลางกลุ่มสาระการ
เรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ : ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจากดั .

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๕๗). แนวทางการจดั การเรียนร้รู ายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่
พลเมือง. กรุงเทพฯ : ผแู้ ต่ง.

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๕๘). ค่มู ือบริหารจดั การเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพ่ิม
เวลาร้”ู กรงุ เทพฯ : ผแู้ ตง่ .

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๖๑). ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นร้แู กนกลางสาระภมู ิศาสตร์
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรมตาม
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ และแนวการจดั กิจกรรมการ
เรียนร้.ู .กรงุ เทพฯ : ผแู้ ต่ง.

สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๖๑). เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบตั ิการพฒั นา
บคุ ลากรหลกั เพื่อสรา้ งความเข้าใจเรอ่ื ง การจดั ทามาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชี้วดั กลุ่ม
สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สาระภมู ิศาสตรฯ์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พงศ. ๒๕๖๐)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ไปส่กู ารปฏิบตั ิ.
กรุงเทพฯ : ผแู้ ตง่ .

๑๖๔

๑๖๕




Click to View FlipBook Version