The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบรายงาน SAR ปี 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noom2522nan, 2022-05-11 10:54:20

แบบรายงาน SAR ปี 2564

แบบรายงาน SAR ปี 2564



รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา
(Self – Assessment Report : SAR)

ปีการศกึ ษา 2564

โรงเรียนบา้ นแก้งกอก
ตำบลแกง้ กอก อำเภอศรีเมอื งใหม่ จังหวดั อุบลราชธานี

สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาอุบลราชธานี เขต 3
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

เอกสารลำดบั ที่ 1/2565



คำนำ

รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบา้ นแก้งกอกฉบับนี้ จัดทำ
ขน้ึ ตามกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศกึ ษา พ.ศ. 2561 ข้อ 3 ระบใุ หส้ ถานศึกษาจัดส่งรายงานผล
การประเมินตนเองให้แก่หน่ว ยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาเป็นประจำ ทุกปีเพ่ือ
รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรฐานการศึกษาที่สะท้อนผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็น
ผลสำเร็จจากการบริหารจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาในระดับปฐมวัย 3 มาตรฐาน
ได้แก่ คุณภาพของเด็ก กระบวนการบริหารและการจัดการ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
และระดับการศึกษาขน้ั พื้นฐาน 3 มาตรฐานได้แก่ คุณภาพของผู้เรยี น กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเี่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ เพ่ือนำเสนรายงานผลการจดั การศกึ ษาในรอบปีท่ี
ผ่านมาต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้รับทราบ และ
เตรียมความพร้อมในการรับการประเมินภายนอก โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานการศึกษาและประเมิน
คณุ ภาพการศึกษา(องคก์ ารมหาชน) ต่อไป

ขอขอบคุณคณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ที่มีส่วน
เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาปีการศึกษา 2564
ฉบับนี้ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารรายงานฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการ
พฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรียนบา้ นแกง้ กอก ในปีการศึกษา 2564 ตอ่ ไป

( นายวิษณุ สนู านนท์ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นแกง้ กอก

22 เมษายน 2565



สารบญั

เร่ือง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
บทสรุปสำหรบั ผู้บริหาร ค
ส่วนที่ 1 ข้อมลู พนื้ ฐานของสถานศึกษา 1
 ขอ้ มูลท่วั ไป 1
 ข้อมลู ครูและบคุ ลากร 3
 ข้อมูลนักเรียน 6
 สรุปขอ้ มลู ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นระดับสถานศกึ ษา 7
 ผลการทดสอบระดบั ชาติของผู้เรียน 12
ส่วนท่ี 2 ผลการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา 39
ระดับปฐมวยั 39
39
ผลการประเมินมาตรฐานการศึกษาระดบั ปฐมวยั 39
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของเดก็ 43
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ 46
มาตรฐานที่ 3 การจดั ประสบการณท์ เี่ นน้ เดก็ เป็นสำคัญ 51
ระดบั การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน 51
51
ผลการประเมินมาตรฐานการศึกษาระดบั การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน 56
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 61
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ 69
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเี่ น้นผูเ้ รียนเปน็ สำคญั 70
ภาคผนวก 71
 บันทกึ การให้ความเหน็ ชอบรายงานพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษา
 คำรับรองและให้ความเหน็ ชอบรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา 72
 หนงั สอื ใหค้ วามเห็นชอบการกำหนดมาตรฐานการศกึ ษาระดับการศึกษาปฐมวยั และระดบั
การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน 73
 ประกาศโรงเรยี นบ้านแกง้ กอก เรอ่ื ง แต่งตั้งคณะกรรมการตดิ ตามตรวจสอบและประเมินผล
คณุ ภาพการศึกษา

สารบัญ ( ตอ่ ) ง

เร่ือง หนา้
 คำส่ังแต่งตัง้ คณะกรรมการประเมินผลคณุ ภาพการศกึ ษา ปีการศกึ ษา 2564 74
 แบบสรปุ ระดับคุณภาพรายมาตรฐานของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564 76
 ผลงานดีเดน่ สถานศึกษา/ผ้บู รหิ าร/คร/ู นักเรยี น 109
 การเผยแพรข่ ้อมูลของโรงเรยี นบ้านแก้งกอก ช่องทางตา่ งๆ หรอื QR CODE 154
155
 การวิเคราะห์ประสิทธภิ าพและโอกาสในการพฒั นาสถานศกึ ษา



บทสรุปสำหรบั ผู้บรหิ าร
สรุปผลการประเมินตนเองตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา ระดบั ปฐมวยั

ขอ้ มูลทั่วไป
ชื่อโรงเรียนบ้านแก้งกอก รหัสสถานศึกษา 1034030001 ที่อยู่ หมู่ 1 ตำบลแก้งกอก อำเภอศรี

เมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี รหัสไปรษณีย์ 34250 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
อุบลราชธานี เขต 3 โทรศัพท์ 081 - 6697595 E-mail [email protected] เปิดสอน
ระดบั ชัน้ อนุบาลปที ่ี 2 ถึง ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 ผ้บู รหิ าร 1 คน ครูประจำการ 9 คน ครูอัตราจ้าง
2 คน ครธู ุรการ 1 คน นกั การภารโรง 1 คน นักเรยี น 164 คน ผู้บริหารโรงเรยี น นายวษิ ณุ สูนานนท์

ผลการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษาอย่ใู นระดับ ยอดเยี่ยม
จากผลการดำเนินงาน โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาประสบ

ผลสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดไว้ในแต่ละมาตรฐาน จากผลการประเมินสรุปว่า ได้
ระดับ ยอดเยี่ยม ทั้งนี้เพราะมาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 2
กระบวนการบริหารและการจัดการ อยู่ในระดับ ยอดเย่ียม และมาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เนน้
เดก็ เปน็ สำคัญอยใู่ นระดบั ยอดเยยี่ ม

ด้านคุณภาพของเด็ก พบว่า พบว่า มีกระบวนการพัฒนาเด็กที่หลากหลาย ส่งเสริมให้เด็กมี
พัฒนาการทั้ง 4 ด้านคือ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคมและสติปัญญาสมวัย การจัดการศึกษา
ปฐมวัยการจัดประสบการณ์แบบโครงการ (Project Approach)ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กมี
พัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ มีโครงการพัฒนาด้าน
รา่ งกายของเด็กปฐมวัย ผลการประเมนิ มีค่าเฉล่ยี เทา่ กับ 93.10 เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม
และแสดงออกทางอารมณ์ได้โดยมี โครงการพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจของเด็กปฐมวัย ปฐมวัย ผลการ
ประเมินมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 96.55 เด็กมีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเองและเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม
โดยมีโครงการพัฒนาด้านสังคมของเด็กปฐมวัย ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 96.55 และเด็กมี
พัฒนาการดา้ นสตปิ ญั ญา สอ่ื สารได้ มีทกั ษะการคดิ พ้ืนฐานและแสวงหาความรู้ได้ โดยมโี ครงการพัฒนาด้าน
สตปิ ญั ญาของเดก็ ปฐมวัย ผลการประเมินมีคา่ เฉล่ยี เท่ากับ 86.21 อยูใ่ นระดบั ยอดเยี่ยม

ดา้ นกระบวนการบรหิ ารจัดการ พบวา่ โรงเรียนมหี ลักสูตรครอบคลมุ พฒั นาการท้งั 4 ด้านสอด
คล้องกับบริบทของท้องถิ่น จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน มีการส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญในการจัด
ประสบการณ์ มกี ารจดั สภาพแวดล้อมและสื่อเพ่ือการเรยี นรู้อย่างปลอดภัยและเพยี งพอ เกดิ จากการมีส่วน
ร่วมและรบั ฟังความคิดเหน็ ของผมู้ สี ่วนเก่ยี วข้องทุกฝ่าย ท้ังภายในและภายนอก จงึ ทำให้โรงเรยี นมีหลักสตู ร
ที่สอดคล้องเหมาะสม ครูมีคุณวุฒิ จัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ มีสื่อสนับสนุนที่เพียงพอเหมาะสม
โดยเฉพาะ หอ้ งเรยี นระดบั ปฐมวยั มีการจัดสือ่ มุมประสบการณ์ครบ 5 มุม ทง้ั มมุ บ้าน ศลิ ปะ มุมบล็อก มุม
หนังสือ มุมวิทยาศาสตร์ เหมาะสมกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและครู ให้บริการสื่อ
เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ และมีระบบบริหารคุณภาพท่ี



เปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและได้รับความร่วมมือในการร่วมพัฒนาโรงเรียนจากทุกภาค
ส่วนจากผู้ปกครองในการร่วมบริจาคทั้งด้านงบประมาณและด้านความร่วมมืออื่น ๆ มีโครงการพัฒนา
กระบวนการบริหารและจัดการประสบการณ์ปฐมวัย สถานศึกษามีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
ด้านครูผู้สอน STEM สร้างสรรค์สู่ผลิตภัณฑ์จักสาน (ลายสานแปลงร่าง) ด้านการดำเนินงานการพัฒนา
คุณภาพบริหารการจัดการศึกษาปฐมวัย ผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 95.40 อยู่ในระดับ ระดับ ยอด
เยี่ยม

ด้านการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นพบว่า พบว่า ครูจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมี
พัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครู
โรงเรียนบ้านแก้งกอก มุ่งเน้นการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการการเรียนรู้แบบเรียนผ่านเล่น เพื่อให้เด็ก
ได้รับการจัดประสบการณ์ตรง ได้ลงมอื ปฏบิ ตั ิจริงด้วยตนเอง ผา่ นกิจกรรมประจำวัน 6 กิจกรรมหลัก ได้แก่
การจัดการเรียนรู้สอนแบบโครงการ (Project Approach)ในกจิ กรรมเสริมประสบการณ์ ตลอดจนจดั ทำ
สื่อการเรียนการสอน การจัดทำหลักสูตร และครูประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง และนำผลการ
ประเมินพัฒนาการ เด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็กมีโครงการส่งเสริมและพัฒนา
คุณลักษณะและค่านิยมที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรระดับปฐมวัยมีโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการ
ศกึ ษา ผลการประเมินมคี ่าเฉลีย่ เท่ากบั 95.60 อยูใ่ นระดับ ยอดเยย่ี ม
หลกั ฐานสนบั สนุนการดำเนินงาน

1.รายงานผลการประเมินพฒั นาการเด็กปฐมวัย
2.หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 (ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช 2564)
3. โครงการพัฒนาดา้ นรา่ งกายของเด็กปฐมวยั
4 โครงการพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจของเด็กปฐมวยั
5. โครงการพัฒนาด้านสงั คมของเด็กปฐมวยั
6. โครงการพัฒนาด้านสติปญั ญาของเด็กปฐมวัย
7. โครงการพัฒนากระบวนการบรหิ ารและจดั การประสบการณป์ ฐมวัย
8.โครงการพฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษา
9.โครงงานโครงงานสีแสนสวยสร้างงานศิลป์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ บ้านนักวิทยาศาสตร์
นอ้ ย
10.รายงานผลกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงการ (Project Approach)เรื่อง หน้ากากอนามัยใส่ใจ
สุขภาพ
11.กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบ(Best Practice)ดา้ นครูผู้สอน STEM สร้างสรรคส์ ู่ผลิตภณั ฑ์จักสาน
(ลายสานแปลงร่าง)
12.นวัตกรรมการจกั ารเรียนรศู้ ลิ ป์สรา้ งสรรคง์ านปั้นแสนสนุก ด้วยนวตั กรรม ๒S๒A Moded
13.นวัตกรรมการจัการเรยี นรฉู้ ีกปะแสนสนุก ตามจนิ ตนาการ ดว้ ยนวัตกรรม ME-DE Moded
15.แผนการจัดประสบการณ์



ความโดดเดน่ ของสถานศกึ ษา(จดุ เนน้ )
โรงเรียนมีการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัยโดยเน้นการนำนวัตกรรมการศึกษาปฐมวัยมา

ประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน สถานศึกษามีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best
Practice) ด้านครูผู้สอน STEM สร้างสรรค์สู่ผลิตภัณฑ์จักสาน (ลายสานแปลงร่าง) เน้นการพัฒนา
กระบวนการคิด การแกป้ ญั หา และการสรา้ งองคค์ วามร้จู ากการเรยี นร้ดู ว้ ยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย



บทสรปุ สำหรบั ผบู้ ริหาร
สรุปผลการประเมินตนเองตามมาตรฐานการศกึ ษา ระดับการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน

ผลการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษาอยูใ่ นระดับ ยอดเย่ียม
จากผลการดำเนินงาน โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาประสบ

ผลสำเร็จตามเป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดไว้ในแต่ละมาตรฐาน ผลการประเมินระดับ ยอด
เยี่ยม ทั้งนี้เพราะมาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 2 กระบวนการ
บริหารและการจดั การ อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม และมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน้
ผเู้ รยี นเป็นสำคญั อย่ใู นระดบั ยอดเย่ียม

การพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนมี
ความสามารถในการอ่าน การเขยี น การสื่อสาร และการคดิ คำนวณ มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คิด
อย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความเห็นและแก้ปัญหา มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตร
สถานศึกษา มีความรู้ ทักษะพื้นฐานและเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ และด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ
ผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด มีความภูมิใจในท้องถิ่นและ
ความเป็นไทย มีการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย และมีสุขภาวะทางร่างกาย
และจิตสังคม มีโครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จำนวน 7 โครงการ เช่น 1.โครงการพัฒนาทักษะการอ่าน
การเขียนการสอื่ สารและการคิดคำนวณของผเู้ รยี น ผลการประเมิน มีคา่ เฉล่ยี 95.40 อยู่ในระดบั ยอดเย่ียม
2.โครงการพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียน มีค่าเฉลี่ย 97.80 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม 3.โครงการหน่ึง
ห้องเรียนหนึ่งนวัตกรรม “หัตถกรรมสานมือ” มีค่าเฉลี่ย 97.40 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม 4.โครงการพัฒนา
ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีค่าเฉลี่ย 95.80 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม 5. โครงการ
ยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของผู้เรียน มีค่าเฉลีย่ 92.80 อยู่ในระดับำยอดเยี่ยม 6. โครงการศาสตร์
พระราชา ส่กู ารพฒั นาอย่างยงั่ ยืน มคี ่าเฉล่ยี 92.80 อยู่ในระดับ ยอดเยีย่ ม 7.โครงการพฒั นาคุณลักษณะ
ท่พี งึ ประสงค์ของผูเ้ รียน มคี า่ เฉล่ีย 96.20 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม

ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ พบว่า สถานศึกษามีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
ที่สถานศึกษากำหนด มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศกึ ษา มีการดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้น
คุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย มีการพัฒนาครูและบุคลากรให้มี
ความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ มีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้
อย่างมีคุณภาพ และมีการจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ
และการเรียนรู้มีโครงการ 4 โครงการ เชน่ 1. โครงการประกันคุณภาพระดับขน้ั พ้ืนฐาน มีค่าเฉล่ีย 93.80
อยใู่ นระดับ ยอดเย่ยี ม 2.โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา มีคา่ เฉล่ีย 95.60 อยใู่ นระดับ ยอด
เยี่ยม 3. โครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อม มีค่าเฉลี่ย 97.20 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม 4. โครงการ
โรงเรยี นคุณภาพประจำตำบล มีค่าเฉลี่ย 93.20 อยใู่ นระดับ ยอดเย่ยี ม



ด้านกระบวนการจดั การเรียนการสอนทเี่ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั พบวา่ ครูมกี ารจดั การเรยี นรู้ผา่ น
กระบวนการคิดและปฏิบัติจริงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ใช้สื่อ เทคโนโลยี สารสนเทศ และ
แหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ครูตรวจสอบและประเมินผู้เรียน
อย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน และครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อ
พัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้โครงการ 8 โครงการ เช่น 1. โครงการประกันคุณภาพระดับขั้น
พื้นฐาน มีค่าเฉลี่ย 93.80 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม 2.โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา มี
ค่าเฉลี่ย 95.60 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม 3. โครงการปรับภมู ิทัศน์จัดสภาพแวดล้อม มีค่าเฉลี่ย 97.20 อยู่
ในระดับ ยอดเยี่ยม 4. โครงการโรงเรยี นคณุ ภาพประจำตำบลมคี า่ เฉลี่ย 93.20 อยใู่ นระดบั ยอดเยย่ี ม 5.
โครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีค่าเฉลี่ย 96.60 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม 6.
โครงการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีค่าเฉลี่ย 96.60 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม 7. โครงการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย 93.80 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม 8.
โครงการเฝ้าระวังป้องกนั การควบคุมโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19) มคี า่ เฉลี่ย 97.00 อยู่ใน
ระดบั ยอดเย่ยี ม ผลการประเมนิ โดยภาพรวมอย่ใู นระดับ ยอดเยย่ี ม

หลักฐานสนับสนนุ การดำเนินงาน
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผเู้ รยี น

1.1 ประกาศมาตรฐานและค่าเป้าหมายให้มีความสอดคล้องกบั มาตรฐานการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
จำนวน 3 มาตรฐาน 21 ประเดน็ พจิ ารณา

1.2 แผนพฒั นาการจดั การศึกษา ระยะ3 ปี (2564-2566)
1.3 แผนปฏิบัติการประจำปี 2564
1.4 รายงานการประเมินโครงการพฒั นาคณุ ภาพของผู้เรียน จำนวน 7 โครงการ ไดแ้ ก่

1.4.1 โครงการพฒั นาทกั ษะการอา่ นการเขยี นการส่ือสารและการคดิ คำนวณของผเู้ รยี น
1.4.2 โครงการพัฒนาทกั ษะการคดิ ของผูเ้ รียน
1.4.3 โครงการหนึง่ หอ้ งเรียนหนง่ึ นวตั กรรม “หัตถกรรมสานมอื ”
1.4.4 โครงการพฒั นาทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
1.4.5 โครงการยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของผู้เรยี น
1.4.6 โครงการศาสตร์พระราชา สู่การพฒั นาอย่างยั่งยืน
1.4.7 โครงการพัฒนาคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงคข์ องผู้เรียน
1.4.8 สถติ ิ/ผลการวเิ คราะหน์ ้ำหนักส่วนสงู ตามเกณฑ์มาตรฐาน อนามยั
1.4.9 รายงานผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
1.4.10 รายงานผลการทดสอบระดับชาติ
1.4.11 รายงานผลการสอบสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์ของกรมพลศกึ ษา



มาตรฐานท่ี 2 ดา้ นกระบวนการบริหารและการจดั การ
2.1 ประกาศมาตรฐานและคา่ เป้าหมายใหม้ ีความสอดคล้องกบั มาตรฐานการศกึ ษา จำนวน 3

มาตรฐาน 21 ประเดน็ พจิ ารณา
2.2 แผนพฒั นาการจดั การศึกษา ระยะ 3 ปี (2564-2566)
2.3 แผนปฏิบตั ิการประจำปี 2564
2.4 รายงานการประเมินโครงการ จำนวน 5 โครงการ ได้แก่
2.4.1 โครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน
2.4.2 โครงการพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษา
2.4.3 โครงการพัฒนาบุคลากร
2.4.4 โครงการปรบั ภูมิทัศน์จดั สภาพแวดล้อม
2.4.5 โครงการพฒั นาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ
2.5 หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแกง้ กอก
2.6 รายงานผลการประเมินหลักสูตรสถานศึกษา
2.7 รายงานการอบรมพัฒนาของครู
2.8 แบบบนั ทกึ ผลการใช้สอ่ื /ผลิตส่ือ
2.9 บันทึกการประชมุ ผู้ปกครองและกรรมการสถานศึกษา
2.10 สรปุ ผลการอบรมพฒั นาครู จำนวนชว่ั โมง/คน/ปี

มาตรฐานท่ี 3 ดา้ นกระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ
3.1 ประกาศมาตรฐานและคา่ เปา้ หมายใหม้ ีความสอดคล้องกบั มาตรฐานการศึกษา

จำนวน 3 มาตรฐาน 21 ประเดน็ พิจารณา
3.2 แผนการจัดการเรียนรู้
3.3 รายงานการประเมนิ โครงการ จำนวน 4 โครงการ ได้แก่
3.3.1 โครงการประกนั คุณภาพระดับข้นั พื้นฐาน
3.3.2 โครงการพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
3.3.3 โครงการปรับภมู ทิ ัศนจ์ ัดสภาพแวดล้อม
3.3.4 โครงการโรงเรียนคณุ ภาพประจำตำบล
3.4 รายงานผลการจดั การเรียนรู้
3.5 แบบบนั ทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
3.6 รายงานผลการพฒั นานวัตกรรม Best Practice
3.7 แบบสรุปผลการวเิ คราะห์ผู้เรียนรายบุคคล
3.8 รายงานผลการเรยี นของนักเรยี น
3.9 รายงานวจิ ัยในชนั้ เรยี น



3.10 โครงการประกนั คณุ ภาพระดับขน้ั พ้นื ฐาน
3.11 โครงการพฒั นาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา
3.12 โครงการปรบั ภมู ิทศั นจ์ ัดสภาพแวดลอ้ ม
3.13 โครงการโรงเรียนคณุ ภาพประจำตำบล

ความโดดเดน่ ของสถานศึกษา(จุดเนน้ )
1. ผ้เู รียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสือ่ สารและการคดิ คำนวณ
2. พฒั นาระบบการบรหิ ารและจัดการคุณภาพสถานศึกษา
3. มุ่งพฒั นาผู้เรียนเรยี นรู้โดยผ่านกระบวนการคดิ และปฏิบตั ิจรงิ เนน้ การสอนแบบโครงงานและสะเต็ม
ศกึ ษา

1

ส่วนที่ 1
ข้อมลู พนื้ ฐานของสถานศึกษา

1.1 ขอ้ มลู ท่ัวไป
ชื่อสถานศึกษา : โรงเรียนบ้านแก้งกอก รหัสสถานศึกษา 1034710856 ที่อยู่ : หมู่ที่ 1 บ้านแก้ง
กอก ตำบลแก้งกอก อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี รหัสไปรษณีย์ 34250 สังกัด:
สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาอุบลราชธานี เขต 3
โทรศัพท์ : 081 - 6697595 E-Mail : [email protected]
เปิดสอน : ระดับช้ันอนุบาลปีที่ 2 ถงึ ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6

ประวัติโดยสังเขป

โรงเรียนบ้านแก้งกอก ตั้งอยู่บ้านแก้งกอก หมู่ที่ 1 ตำบลแก้งกอก อำเภอศรีเมืองใหม่
จงั หวัดอบุ ลราชธานี มีพ้ืนที่ 25 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา หมู่บ้านในเขตบริการมี 3 หม่บู า้ น คือ บ้าน
แกง้ กอก บา้ นกุดชุม และบา้ นดอนงัว

โรงเรยี นบา้ นแก้งกอก เดมิ เปน็ สาขาโรงเรยี นประชาบาล (บ้านนาเอือด) ต่อมาในปี พ.ศ.
2477 ทางราชการได้ยกฐานะเป็นโรงเรียนอิสระ ชื่อโรงเรียนประชาบาล ตำบลนาคำ 2 บ้านแก้งก อก
อาศยั ศาลาวัดบ้านแกง้ กอกเปน็ สถานทีเ่ รียน โดยมี นายพร ประจญศึก เปน็ ครูใหญ่คนแรก

พ.ศ. 2482 คณะครูและชาวบ้าน บ้านแก้งกอก บ้านกุดชุม และบ้านดอนงัว ได้บริจาค
เงิน 400 บาท ซื้อที่ดินปลูกสร้างอาคารเรียน ซึ่งได้รับงบประมาณปลูกสร้างอาคารเรียน ขนาดกว้าง 7
เมตร ยาว 33 เมตรใต้ถุนสูง 3 เมตร จำนวน 1 หลัง เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ่ี 4

พ.ศ. 2512 ไดร้ ับงบประมาณจากสำนกั งานสลากกนิ แบ่งรัฐบาล ปลกู สรา้ งอาคารเรยี น แบบ ป.
1 ซ ขนาด 5 หอ้ งเรียน 1 หลงั

พ.ศ. 2515 ไดร้ บั อนุมัตใิ หเ้ ปดิ ขยายการศึกษาถึงช้นั ประถมศึกษาปีที่ 7
พ.ศ. 2517 ไดร้ ับงบประมาณปลกู สรา้ งอาคารเรยี นแบบ ป.1ซ ขนาด 2 ห้องเรยี น
พ.ศ. 2520 ได้รับงบประมาณปลูกสรา้ งอาคารเรยี น แบบ ป.1ซ ขนาด 5 ห้องเรยี น
พ.ศ. 2523 โรงเรียนได้โอนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาสังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2529 โรงเรียนได้รับคัดเลือกให้เป็นที่ตั้งศูนย์วิชาการกลุ่มโรงเรียนเอือดใหญ่เปิด
สอนต้ังแตช่ นั้ เดก็ เล็กถึงช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6
พ.ศ. 2535 เปดิ ทำการสอนตงั้ แต่ชั้นอนบุ าล 1 ถงึ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

2

พ.ศ. 2540 โรงเรยี นไดร้ ับอนุมตั เิ ข้าโครงการโรงเรียนปฏิรปู การเรียนรู้
พ.ศ. 2543 ไดร้ บั งบประมาณปลูกสร้างอาคารเรยี นแบบสปช.105/29จำนวน1 หลัง 4 ห้องเรยี น
ต่อมาไดร้ บั งบประมาณต่อเติมอาคารเรยี นช้นั ล่างอีก 4 ห้องเรียน
พ.ศ. 2546 โรงเรยี นได้โอนมาสงั กัดสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาอบุ ลราชธานี เขต 3
พ.ศ. 2551 สรา้ งหอประชุมรวมใจจากเงนิ ผ้าป่าศิษยเ์ กา่ โรงเรียนบ้านแก้งกอก
พ.ศ. 2562 โรงเรียนบ้านแกง้ กอกเขา้ ร่วมโครงการโรงเรยี นคุณภาพประจำตำบล

สภาพชุมชน เศรษฐกิจ สังคม
สภาพชมุ ชนโดยท่วั ไปเปน็ ลักษณะของสงั คมเกษตรกรรมท่ีประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเปน็
หลัก เชน่ ทำนา ทำสวน ปลกู พชื ผกั สวนครัวตามฤดูกาล เชน่ ถวั่ ฝักยาว ฟกั ทอง บวบ พริก ผูป้ กครอง
สว่ นใหญ่มีฐานะยากจน โดยมีรายไดเ้ ฉลี่ยปลี ะประมาณ 25,000 บาท ต่อครอบครัว เมื่อเสร็จฤดูกาลทำ
นา ผ้ปู กครองนักเรยี นมักจะไปประกอบอาชพี รับจ้างในตวั เมืองใหญ่ ๆ เชน่ กรงุ เทพมหานคร ทงิ้ ลกู ท่ีอยใู่ น
วัยเรียนอยกู่ บั ปู่ ย่า ตา ยาย หรือญาติ เป็นส่วนใหญ่
ชาวบ้านในชุมชน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยในเขตบริการมีวัดอยู่ 1 วัด คือวัดไชยมงคล ใน
วันพระและวันสำคัญทางศาสนา วัดจะเป็นศูนย์รวมของชาวบ้านที่ไปทำบุญและกิจกรรมต่างๆ ที่วัดเป็น
ประจำ นอกจากนี้ ชาวบ้านยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม ไว้เป็นเอกลักษณ์ เช่น บุญ
ประจำปี บญุ ขา้ วจี่ บุญข้าวประดับดนิ การอปุ สมบท เป็นตน้

วิสัยทัศน์
โรงเรียนบา้ นแก้งกอกเปน็ องค์กรแห่งการเรยี นรู้ เนน้ การจัดการศึกษาและบริหารจัดการท่ีมี
ประสิทธิภาพ มีความเป็นเลิศด้านทักษะอาชีพ บนพ้นื ฐานความเป็นไทย น้อมนำหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง มีความร้คู ู่คุณธรรม นำสกู่ ารมสี ่วนร่วมของชมุ ชน

พันธกจิ
1. พัฒนาระบบบริหารและจัดการศึกษาเน้นการมสี ่วนรว่ ม โดยยดึ ห้องเรยี นและโรงเรียนเปน็ ฐาน
2. ส่งเสริมใหส้ ถานศกึ ษาจัดการเรยี นรู้ใหผ้ เู้ รียนได้รับการพัฒนาเตม็ ตามศกั ยภาพ มคี วามเปน็ เลศิ
ด้านทกั ษะอาชพี
3. ส่งเสริมให้สถานศึกษาจดั การเรียนรู้ให้ผู้เรยี นไดร้ บั การพัฒนาเต็มตามศกั ยภาพ บนพน้ื ฐาน
ความเปน็ ไทย ใสใ่ จสิ่งแวดลอ้ ม
4. สง่ เสริมการจดั การศกึ ษาเพื่อปลูกฝังใหผ้ เู้ รยี น มีความรู้คูค่ ณุ ธรรม นอ้ มนำหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงสกู่ ารปฏิบัติ
5. พฒั นาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ตามมาตรฐานวชิ าชีพอยา่ งมีคุณภาพ

3

เอกลกั ษณ์ " โรงเรียนสะอาด บรรยากาศร่มรน่ื "
อตั ลักษณ์ “ ทกั ษะอาชีพดี มีคณุ ธรรม นอ้ มนำเศรษฐกิจพอเพียง ”

ทักษะอาชีพดี หมายถงึ ความสามารถของนักเรียนทจ่ี ะดำเนนิ การเรอ่ื งใดเรือ่ งหน่งึ ได้อย่าง
ชำนาญ ซึง่ ความสามารถนน้ั เกิดข้นึ ไดจ้ ากการเรยี นรู้ เช่น ทกั ษะทางการจกั สานไม้ไผ่

มคี ุณธรรม หมายถงึ ความดีงามของนกั เรยี นท่ถี ูกปลูกฝงั ข้ึนในจิตใจ มคี วามกตัญญู ขยัน ปะหยดั
ซ่ือสตั ย์ สามคั คี มวี นิ ยั มนี ้ำใจ และ เปน็ สุภาพชน

นอ้ มนำเศรษฐกจิ พอเพยี ง หมายถึง แนวทางสำหรับการดำเนนิ ชีวิตของนกั เรยี นและคนทกุ
ระดบั ช้ัน

1.2 ขอ้ มลู บคุ ลากรของสถานศึกษา
1) จำนวนบคุ ลากร

บคุ ลากร ผู้บรหิ าร ขา้ ราชการครู พนกั งาน ครอู ตั ราจา้ ง เจ้าหน้าที่ รวมทงั้ หมด
จำนวน 1 9 ราชการ 2 อ่ืน ๆ 14
2
0

แผนภูมแิ สดงขอ้ มลู บคุ ลากรของสถานศึกษา

10 9

จานวน 51 02 2
0

จานวนบุคลากรโรงเรยี นบา้ นแกง้ กอก

2) ข้อมูลการจดั ชั้นเรยี น 4
ประเภท
จำนวน หมายเหตุ
1.1 ข้อมูลผ้เู รยี น
จำนวนเด็ก 29 สัดสว่ นครู : เด็ก 1: 10
จำนวนผู้เรียน 135 สดั สว่ นครู : ผเู้ รยี น 1: 8
1.2 ข้อมูลบุคลากร
ผู้บริหารสถานศกึ ษา 1
ครปู ฐมวัย 2
ครูประถมศึกษา 7
บคุ ลากรสนบั สนนุ 2
อนื่ ๆ 2
1.3 จำนวนห้อง
ห้องเรียนปฐมวยั 2 สดั สว่ น ห้อง: เด็ก
หอ้ งเรยี นประถมศกึ ษา 6 สัดสว่ นหอ้ ง:นักเรียน
หอ้ งปฏิบตั ิการ 4
ห้องพยาบาล 1

3) วฒุ กิ ารศึกษาสงู สุดของบุคลากร

บคุ ลากร ต่ำกวา่ ปริญญาตรี ปรญิ ญาโท ปรญิ ญาเอก รวมท้ังหมด
จำนวน ปรญิ ญาตรี 7 6 - 14

1

5

แผนภูมิแสดงข้อมูลวุฒกิ ารศกึ ษาสงู สดุ ของบุคลากร

87
6

6

จานวน 4

21 ปริญญาตรี ปรญิ ญาโท 0
ปริญญาเอก
0
ต่ากว่าปริญญาตรี

วุฒกิ ารศกึ ษา

4) สาขาวชิ าท่จี บการศึกษาและภาระงานสอน

สาขาวิชา จำนวน (คน) ภาระงานสอนเฉลยี่ ของครู 1 คน
ในแต่ละสาขาวชิ า (ชม./สปั ดาห)์

1. บรหิ ารการศึกษา 15

2. ภาษาไทย 1 20

3. คณติ ศาสตร์ 1 20

4. วิทยาศาสตร์ 1 20

5. ภาษาอังกฤษ 3 20

6. สงั คมศึกษา 1 20

7. คหกรรม 1 20

8. จติ วทิ ยาและการแนะแนว 1 25

9. วทิ ยาการคอมพวิ เตอร์ 1 20

10.ปฐมวัย 2 25

รวม 13

6

5) การอบรมพฒั นาตนเองของบุคลากรและการเข้ารว่ มกจิ กรรม (PLC) ปกี ารศกึ ษา 2564

บุคลากร จำนวน การอบรมพัฒนาตนเอง การเข้าร่วมกิจกรรม PLC
จำนวนช่ัวโมง เฉลี่ยตอ่ คน
ผบู้ รหิ าร จำนวนช่ัวโมง เฉลยี่ /คน
ครูปฐมวัย 50 1
ครูประถมศกึ ษา 1 36 36 50 25
50 7
รวม 2 72 36 150 33

7 383 54

10 491 126

1.3 ข้อมูลนักเรยี น
จำนวนนกั เรียน ปกี ารศึกษา 2564 รวม 164 คน

ระดับชนั้ เรยี น จำนวนหอ้ ง เพศ รวม เฉลยี่ ต่อห้อง
ชาย หญงิ
อ.2
อ.3 1 10 9 19 19
รวม
ป.1 1 6 4 10 10
ป.2
ป.3 2 16 13 29 14.5
ป.4
ป.5 1 6 8 14 18
ป.6
รวม 1 7 13 20 20

รวมทั้งหมด 1 17 11 28 28

1 10 15 25 25

1 11 12 23 23

1 12 13 25 25

6 63 72 135 135

8 79 85 164 22.5

แผนภมู แิ สดงข้อมูลจำนวนนักเรียน ปี กำรศึกษำ 2564 7

28 25
ป.6
25
23

19 20
จำนวน 18

้รอยละ 10

อนบุ าล 2 อนบุ าล 3 ป.1 ป.2 ระดบั ชนั้ ป.3 ป.4 ป.5

1.4 ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นระดับสถานศึกษาปกี ารศกึ ษา 2564
ระดับปฐมวัย
ร้อยละของนักเรยี นที่มีผลการประเมินพัฒนาการแต่ละดา้ นในระดบั 3 ขน้ึ ไป

ผลการประเมนิ พัฒนาการนกั เรียนด้าน ครบทง้ั 4
ด้าน
ระดบั ช้ัน อารมณ์
17.75
อ.2 รา่ งกาย จิตใจ สังคม สติปัญญา 9.25
อ.3 27.00
รวม 18 18 18 17 93.10
ร้อยละ
9 10 10 8

27 28 28 25

93.10 96.55 96.55 86.21

แผนภูมิแสดงข้อมลู ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนระดบั สถานศึกษาปีการศกึ ษา
ระดับปฐมวัย 2564

110 90 100 100 95.65 ร่างกาย
100 94.7494.7494.7494.74 อนบาล 3 อารมณ์ จิตใจ
สงั คม
90 สตปิ ญั ญา

80
อนุบาล 2

ระดับช้นั

8

กราฟเปรยี บเทยี บสรุปผลการประเมินพฒั นาการเด็กปฐมวยั ตามหลักสตู ร ปีการศึกษา 2562-2564

120 100 96.55 100 100 96.55 86.66 86.21
100 96.66 96.15 93.1 83.33 95.45

80 อารมณณ์-จติ ใจ สงั คม สตปิ ัญญา

60

40

20

0
รา่ งกาย

2562 2563 2564

ระดับการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน
1) รอ้ ยละของนักเรียนท่ีมเี กรดเฉลี่ยผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวชิ าในระดับ 3 ข้ึนไป

ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 ถงึ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ปกี ารศึกษา 2564

รายวิชา(พ้ืนฐาน)

ระดบั ชนั้
ภาษาไทย
ค ิณตศาสตร์
ิวทยาศาสตร์
สังคมศึกษาฯ
ประ ัวติศาสตร์
ภาษาอังกฤษ
สุขศึกษาฯ
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ

ป.1 100 100 100 100 100 100 100 100 100
ป.2 100 100 100 100 100 100 100 100 100
ป.3 96.42 85.71 85.71 92.85 96.42 100 100 100 100
ป.4 88.00 80.00 100 100 100 80.60 100 100 100
ป.5 86.23 82.60 100 100 100 82.60 100 100 100
ป.6 80.00 80.00 92.00 100 100 80.00 100 100 100
รวม 523.65 528.31 577.71 592.85 596.42 543.20 600 600 600
ร้อยละ 87.28 88.05 96.29 98.81 99.40 90.53 100 100 100

9

นกั เรียนทมี่ ีเกรดเฉล่ยี ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นแต่ละรายวิชาในระดบั 3 ข้นึ ไป1111111110000000000000000001111111110000000000000000008855..977992.11111166..8000044500002211100000088822..6.662311111100000000000092110000
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1-6 ปกี ารศกึ ษา 2564 111000000 111000000

120 8088 8800
100 80.6 80
80
ร้อยละ 60
40
20

0

ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6

ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยราะศดาบั สชต้ันร์ สงั คมศึกษา ประวัติศาสตร์
ภาษาองั กฤษ สุขศกึ ษา ศลิ ปะ การงานอาชีพ

2) รอ้ ยละของนกั เรยี นที่มีผลการประเมินการอ่าน คิด วเิ คราะห์ และเขยี น ในระดับดีขน้ึ ไป
ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 ถงึ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 ปกี ารศึกษา 2564

ระดับชั้น จำนวน ผลการประเมิน ระดับดี รอ้ ยละ
นักเรียน ผ่าน ดี ขน้ึ ไป
ไม่ผ่าน ดีเยี่ยม 78.57
80.00
ป.1 14 - 347 11 78.57
88.00
ป.2 20 - 4 6 10 16 82.60
84.00
ป.3 28 - 6 14 8 22 81.96

ป.4 25 - 3 7 15 22

ป.5 23 - 4 11 8 19

ป.6 25 - 4 9 12 21

รวม 135 - 24 51 60 111

10

แผนภูมิแสดงขอ้ มลู นกั เรยี นท่ีมผี ลการประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี น ในระดับดี

ขน้ึ ไป

90 ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1-6 ปกี ารศ8กึ8ษา 2564
88

86 84

84 82.6

้รอยละ 82 80
80 78.57 78.57

78

76

74

72

ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6

ระดบั ชน้ั

3) รอ้ ยละของนักเรียนท่ีมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ในระดบั ดีขึ้นไป
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1 ถงึ ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 ปกี ารศึกษา 2564

ระดบั ชัน้ จำนวน ผลการประเมนิ ระดับดี รอ้ ยละ
นักเรียน ผา่ น ดี ขนึ้ ไป
ไมผ่ า่ น ดเี ยย่ี ม 100
100
ป.1 14 - - - 14 14 100
100
ป.2 20 - - - 20 20 100
100
ป.3 28 - - 14 14 28 100

ป.4 25 - - 4 21 25

ป.5 23 - - 11 12 23

ป.6 25 - - 4 21 25

รวม 135 - - 33 102 135

ร้อยละ 11

แผนภูมิแสดงขอ้ มูลนักเรียนทมี่ ผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ในระดบั ดขี ้ึนไป ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1-6 ปีการศึกษา 2564

120
100 100 100 100 100 100

100
80
60
40
20
0

ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6
ระดบั ชั้น

4) ร้อยละของนกั เรยี นท่ีมีผลการประเมนิ สมรรถนะสำคญั ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
พทุ ธศักราช 2551 ปีการศึกษา 2564 ของผ้เู รียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 ในระดับผ่านขน้ึ ไป

สมรรถนะสำคญั ไม่ผา่ น ผลการประเมิน ระดบั ผา่ น ร้อยละ
- ผา่ น ดี ดีเยยี่ ม ขน้ึ ไป 100
1. ความสามารถ - -6
ในการสื่อสาร - 17 23
2. ความสามารถ - - 14
ในการคดิ - 9 23 100
3. ความสามารถ - - 14
ในการแก้ปญั หา 9 23 100
4. ความสามารถใน -1
การใช้ทกั ษะชีวติ 22 23 100
5. ความสามารถใน --
การใชเ้ ทคโนโลยี 23 23 100
- 35
รวม 80 115 100

ร้อยละ 12

แผนภมู ิแสดงข้อมลู นักเรยี นทมี่ ผี ลการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ปีการศึกษา 2564 ของผเู้ รยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ในระดบั ผา่ นข้ึนไป
150

100 100 100 100 100 100
100

50

0
ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6
ระดับชน้ั

1.5 ผลการประเมนิ ทดสอบความสามารถพนื้ ฐานของผู้เรยี นระดับชาติ (NT) ระดบั ช้ันประถมศึกษา
ปที ี่ 3

1) ผลการประเมนิ ทดสอบความสามารถพน้ื ฐานของผเู้ รยี นระดับชาติ (NT) ปีการศึกษา 2564

ความสามารถ ระดบั โรงเรยี น คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ระดบั ประเทศ
75.45 ระดบั สพฐ. 56.14
ด้านภาษาไทย 68.30 55.48 49.44
ด้านคณติ ศาสตร์ 48.73
รวมความสามารถทงั้ 2 ดา้ น 71.87 52.80
52.11

2) การเปรียบเทียบผลการประเมนิ ทดสอบความสามารถพืน้ ฐานของผ้เู รยี นระดบั ชาติ (NT)
ปกี ารศกึ ษา 2563 – 2564

ความสามารถ ปีการศกึ ษา ปกี ารศึกษา รอ้ ยละของผลตา่ ง
2563 2564 ระหว่างปกี ารศึกษา
ด้านภาษาไทย 73.34 75.45
ด้านคณิตศาสตร์ 66.92 68.30 +2.11
รวมความสามารถทงั้ 2 ดา้ น 70.13 71.87 +1.38
+1.74

13

การเปรียบเทยี บผลการประเมินทดสอบความสามารถพื้นฐานของผูเ้ รียน

ระดบั ชาติ (NT)

ปีการศึกษา 2563 - 2564

80 73.34 75.45 66.92 68.3

60

้รอยละ 40 ปกี ารศกึ ษา 2563

20 ปกี ารศึกษา 2564
2.11 1.38 ผลตา่ ง

0

ดา้ นภาษาไทย ด้านคณติ ศาสตร์
ความสามารถพืน้ ฐาน

1.6 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้ันพน้ื ฐาน (O-NET)
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6

1) ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ ้นั พน้ื ฐาน (O-NET) ปีการศกึ ษา 2564

รายวิชา ระดับโรงเรยี น คะแนนเฉล่ยี ระดับประเทศ
ระดับ สพฐ.

ภาษาไทย 58.04 49.54 50.38

คณิตศาสตร์ 42.00 35.85 36.83

วิทยาศาสตร์ 42.29 33.68 34.31

ภาษาอังกฤษ 48.96 35.46 39.22

รวมคะแนนเฉล่ยี 47.82 38.632 40.185

14

ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ น้ั พน้ื ฐาน (O-NET) ปีการศกึ ษา 2564

80

60

40

20

0
ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
รายวิชา
้รอยละ ระดบั โรงเรียน
58.04 ระดบั สพฐ.
ระดบั ประเทศ
49.54
50.38
42
35.85
36.83
42.29
33.68
34.31
48.96
35.46
39.22

2) การเปรยี บเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขน้ั พนื้ ฐาน (O-NET) ปกี ารศกึ ษา 2563 – 2564

รายวิชา ปีการศกึ ษา 2563 คะแนนเฉลีย่ ระดับประเทศ
57.11 ปกี ารศึกษา 2564 50.38
ภาษาไทย 29.69 36.83
คณติ ศาสตร์ 36.16 58.04 34.31
วิทยาศาสตร์ 39.06 42.00 39.22
ภาษาอังกฤษ 40.51 42.29 40.185
รวมคะแนนเฉลีย่ 48.96
47.82

15

การเปรยี บเทยี บผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขัน้ พื้นฐาน (O-NET)
ปีการศกึ ษา 2563 - 2564

70

60

50

40
ปกี ารศึกษา 2563

30 ปีการศึกษา 2564
20 ระดบั ประเทศ

10

0
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาองั กฤษ
รายวิชา
ร้อยละ
57.11
58.04

50.38
29.69

42
36.83
36.16

42.29
34.31

39.06
48.96

39.22

2) การเปรียบเทยี บผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาตขิ น้ั พ้ืนฐาน (O-NET)
ปกี ารศึกษา 2563 – 2564

รายวชิ า ปีการศกึ ษา 2563 คะแนนเฉล่ยี ผลตา่ ง
ระหวา่ งปกี ารศกึ ษา
ภาษาไทย 57.11 ปีการศึกษา 2564
คณติ ศาสตร์ 29.69 +0.93
วิทยาศาสตร์ 36.16 58.04 +12.31
ภาษาองั กฤษ 39.06 42.00 +6.13
รวมคะแนนเฉลีย่ 40.51 42.29 +9.90
48.96 +7.31
47.82

16

การเปรยี บเทยี บผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติข้ันพ้นื ฐาน (O-NET)
ปีการศกึ ษา 2563 - 2564

7057.11 29.69 36.16 39.06
60 58.04 42 42.29 48.96
50 0.93
ร้อยละ 40 12.31 ปีการศกึ ษา 2563
30 ปกี ารศกึ ษา 2564
20 6.13 9.9 ผลต่าง
10
0

ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาองั กฤษ

รายวิชา

17

โครงสร้างการบริหารโรงเรียนบ้านแก้งกอก

นายวิษณุ สูนานนท์ คณะกรรมการสถานศกึ ษาฯ
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบา้ นแก้งกอก

บริหารวชิ าการ บรหิ ารงบประมาณ บริหารบคุ คล บรหิ ารทวั่ ไป

นางนภิ าพร บุญจำเนียร นางรณญา อัศพมิ พ์ นางฉววี รรณ บญุ ปอง นางรฐั ดา โคตรสีหา
นางรัฐดา โคตรสีหา นางเปรมกมล ละอองแกว้ นางนิภาพร บญุ จำเนยี ร นางเปรมกมล ละอองแก้ว
นางรณญา อศั พิมพ์ นางนงค์ลกั ษณ์ สอแสง
นางสาวลลิตา คงรอด นางมลฤดี มนัส นางสาวลลติ า คงรอด นางสาวอภิญญา นามวงศ์ษา
นางสาวพนิดา สิทธิมงคล
นางสาวอภิญญา นามวงศ์ษา นางสาวลลิตา คงรอด นางสาวทพิ ธญั ญา แสนทวสี ขุ นางสาวทพิ ธญั ญา แสนทวสี ขุ
นางสาวทพิ ธญั ญา แสนทวีสุข นายสายสมร ผวิ งาม
นางสาวทิพธญั ญา แสนทวสี ุข นายคำมี พลทู อง

หัวหนา้ สายปฐมวัย หัวหน้าสายชนั้ ป.1-3 หวั หนา้ นสาางสยาชวม้ันกุ ดปา.4เส-6าธง

นางรณญา อศั พมิ พ์ นางนงค์ลกั ษณ์ สอแสง นางฉววี รรณ บุญปอง
นางเปรมกมล ละอองแก้ว นางนิภาพร บญุ จำเนยี ร
นางสาวอภิญญา นามวงศ์ นางมลฤดี มนสั นางรฐั ดา โคตรสีหา
ษา นายสายสมร ผวิ งาม
นางสาวลลิตา คงรอด
หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้ นางสาวพนิดา สทิ ธมิ งคล

ภาษาไทย วทิ ยาศาสตร์ฯ คณิตศาสตร์ สงั คมฯ ภาษาองั กฤษ ศลิ ปะ สขุ ศึกษาฯ งานอาชีพ กิจกรรมฯ ปฐมวยั

ครมู ลฤดี ครนู ภิ าพร ครูลลติ า ครนู งค์ลักษณ์ ครูรฐั ดา ครูเปรมกมล ครูสายสมร ครฉู วีวรรณ ครูอภญิ ญา ครู
รณญา
ครูนพรัตน์

ผ้เู รยี น

กรอบการบริหารงาน 4 กลุ่มงาน 18

คณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรียน ผู้ปกครองและศษิ ย์เก่า

กล่มุ บริหารวชิ าการ กล่มุ บริหารงบประมาณ กล่มุ บริหารงานบุคคล กล่มุ บริหารงานทว่ั ไป

- งานพฒั นาสาระหลกั สูตรทอ้ งถน่ิ - งานจดั ทาแผนงบประมาณและคาขอ - งานวางแผนและจกั สรรอตั รากาลงั - งานพฒั นาระบบและเครือข่าย
- งานวางแผนงานดา้ นวชิ าการ ต้งั งบประมาณ - งานสรรหาและบรรจแุ ตง่ ต้งั ขอ้ มูล สารสนเทศ
- งานจดั การเรียนการสอน - งานนโยบาย/แผนงานและโครงการ - งานการเปลีย่ นตาแหน่งให้สูงข้นึ - การวางแผนการบริหารงาน
- งานพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา - งานอนุมตั ิการใชจ้ า่ ยงบประมาณ - งานยา้ ยขา้ ราชการครูและบคุ ลากร การศกึ ษา
- งานพฒั นากระบวนการเรียนรู้ - งานขอโอนและขอเปลยี่ นแปลง ทางการศกึ ษา - การวิจยั เพ่ือพฒั นานโยบายและ
- งานทะเบียนวดั ผลและเทียบโอน งบประมาณ รายงานผลการเบิกจ่าย - งานการเลอื่ นข้นั เงินเดือน /ประเมนิ ผล แผน
ผลการเรียน งบประมาณ การปฏิบตั ิงาน - การจดั ระบบบริหารและพฒั นา
- งานวจิ ยั เพือ่ พฒั นาคุณภาพ - งานตรวจสอบติดตามและรายงาน - งานการลาทุกประเภท องคก์ ร
การศึกษา การใชง้ บประมาณ - งานวนิ ยั และการลงโทษ /รายงานการ - การพฒั นามาตรฐานการ
- งานพฒั นาและส่งเสริมให้มีแหลง่ - งานตรวจสอบติดตามและรายงาน ดาเนินการทางวนิ ยั และการลงโทษ ปฏิบตั ิงาน
เรียนรู้ การใชผ้ ลผลิตจากงบประมาณ - งานสง่ั พกั ราชการและการออกจาก - การเสนอต้งั ยบุ รวม เลิก โรงเรียน
- งานนิเทศการศึกษา - งานระดมทรัพยากรและการลงทนุ ราชการ อทุ ธรณแ์ ละการร้องทุกข์ - งานธุรการ/สารบรรณโรงเรียน
- งานแนะแนว เพื่อการศึกษา - งานการออกจากราชการ - งานคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั
- งานพฒั นาระบบประกนั คณุ ภาพ - งานบริหารจดั การทรัพยากรเพ่ือ - งานส่งเสริมวินยั คุณธรรมและ พ้ืนฐาน
ภายในและมาตรฐานการศกึ ษา การศึกษา จริยธรรม - งานสมาคมครู/ผปู้ กครอง/ศษิ ยเ์ กา่
- การส่งเสริมประสานงานเครือข่าย - งานวางแผนพสั ดุ - งานจดั ทาบญั ชีและเสนอขอ - งานอนามยั โรงเรียน/โภชนาการ
การศกึ ษา - งานกาหนดรูปแบบรายการหรือ เคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ์ - งานปฏิคมโรงเรียน
- งานจดั ทาระเบียบและแนวปฏิบตั ิ คุณลกั ษณะครุภณั ฑ์ สิ่งกอ่ สร้าง - งานเกษยี ณอายรุ าชการ - งานประชาสัมพนั ธ์การศกึ ษา
เกี่ยวกบั งานดา้ นวชิ าการ - งานพฒั นาระบบขอ้ มลู และ - งานสง่ เสริมการประเมินวทิ ยฐานะ - งานกิจการนกั เรียน
- งานคดั เลือกหนงั สือ แบบเรียนเพอ่ื สารสนเทศ เพอ่ื จดั ทาและจดั หาพสั ดุ - งานจัดทำระบบและการจดั ทำทะเบยี น
ใชใ้ นสถานศึกษา - งานจดั หาพสั ดุ ประวตั ิ • ระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน
- งานพฒั นาและใชส้ ื่อเทคโนโลยี - งานควบคุมดูแลบารุงรักษาและ - งานสง่ เสรมิ และยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ
เพอ่ื การศกึ ษา จาหน่ายพสั ดุ - งานส่งเสรมิ ขวัญและกำลงั ใจ • การส่งเสริมระเบียบวนิ ัย
- งานส่งเสริมและพฒั นาความเป็น - งานจดั หาผลประโยชน์จากทรัพยส์ ิน - งานพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากร
เลศิ ทางวชิ าการ - งานเบิกเงินจากคลงั ทางการศึกษา • การส่งเสริมประชาธิปไตยสภา
- งานหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้ - งานรับเงิน เกบ็ รักษาเงิน จ่ายเงิน - งานส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและ นกั เรียน
- งานจดั ทาสามะโนผเู้ รียน - งานนาเงินส่งคลงั จดั ทาบญั ชีการเงิน จรรยาบรรณวชิ าชีพ
- งานรับนกั เรียน - งานจดั ทารายงานทางการเงินและ งบ - งานส่งเสริมขอรับใบอนุญาตประกอบ • การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหายา
- งานพัฒนากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน/ การเงิน วชิ าชีพ เสพติด
- งานจดั ทาหรือจดั หาแบบพมิ พบ์ ญั ชี - งานธุรการ สารบรรณกลุ่มบริหารงาน
งานทศั นศกึ ษา ทะเบียน และรายงาน บคุ คล • งานระดบั ช้นั หวั หนา้ ระดบั ครู
- งานจดั ระบบควบคุมภายใน - งานดูแลอาคารสถานที่ ที่ปรึกษา
- งานสารสนเทศกล่มุ วชิ าการ หน่วยงาน - งานโรงเรียนและชุมชน
- งานประกนั อบุ ตั ิเหตุหมู่นกั เรียน - งานสารสนเทศกลุ่มบคุ ลากร/จดั ทา • การจราจรในโรงเรียน
- งานอื่นๆท่ีได้รับมอบหมาย - งานยานพาหนะ คมู่ ือปฏิบตั ิงาน
- งานอื่น ๆ ท่ีได้รับมอบหมาย • การจดั ทาคมู่ ือนกั เรียน
- งานอืน่ ๆ ที่ได้รับมอบหมาย - งานเครือข่ายผแู้ กครองนกั เรียน
- งานเวรยามและเวรประจาวนั
- งานรายงานผลการปฏิบตั ิงาน
บริหาร ทวั่ ไป
- การส่งเสริมแกไ้ ขพฤติกรรม
นกั เรียนและลงโทษนกั เรียน
- งานอืน่ ๆ ท่ีได้รับมอบหมาย

ข้อมูลผู้เรียนและผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษา
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านแกง้ กอก มีนกั เรียนแยกตามระดับชน้ั ดังนี้

ชน้ั จำนวนนกั เรยี น จำนวนทจ่ี บการศึกษา คดิ เปน็ รอ้ ยละ
ปฐมวยั 29 29 100
ประถมศึกษาปีที่ 6 25 25 100
รวม 54 54 100

ขอ้ มูลหลกั สูตร
โรงเรียนบา้ นแก้งกอก สังกัด สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาอุบลราชานี เขต 3 ดำเนินการ

จดั การเรียนการสอน 2 ระดับการศึกษา ได้แก่ ระดับการศึกษาปฐมวยั และระดับการศึกษาข้นั พน้ื ฐานมีการ
จัดการเรยี นการสอนโดยใชห้ ลักสตู รสถานศึกษา ดังน้ี

1. หลกั สูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย พุทธศักราช 2564 ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย
พุทธศักราช 2560 มีรายละเอยี ดพอสังเขตดงั นี้

วิสยั ทศั นก์ ารศึกษาระดับปฐมวัยโรงเรยี นบ้านแก้งกอก

โรงเรียนบ้านแก้งกอก จะมุ่งจัดการพัฒนาเด็กปฐมวัย 3 - 6 ปีบนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและ
ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาการของเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ และพัฒนาเด็ก
โดยองคร์ วม มพี ฒั นาการท้ังดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสติปญั ญา เรยี นรผู้ ่านการเลน่ ปนเรียน และ
ลงมือปฏิบัติ มีทักษะในการดำรงชีวิต ประจำวันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยผ่านการจัด
กิจกรรมโครงงานในรูปแบบสเต็มและตามแนวโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ด้วยความรัก ความเข้าใจ
ของทุกคน เพ่อื สรา้ งรากฐานคณุ ภาพชวี ิตที่ดีโดยการมีสว่ นรว่ มของผ้ปู กครอง ชุมชนและทกุ ฝ่ายท่ีเก่ียวข้องใน
การพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการรอบด้านอย่างสมดุล เต็มตามศักยภาพ สนใจใฝ่รู้ ใฝ่เรียน เรียนรู้อย่าง มี
ความสขุ มีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ ทอ้ งถน่ิ และส่งเสรมิ ให้เด็กมีความพร้อมในการเรยี นต่อในช้นั ท่สี ูงขึน้ ต่อไป

พันธกิจ
1. โรงเรียนมงุ่ จดั ประสบการณ์พฒั นาการเดก็ ปฐมวัยชว่ งอายุ 3 - 6 ปใี ห้มีพฒั นาการท้ัง 4 ด้าน
อยา่ งสมดุลและเตม็ ศกั ยภาพ มีเจตคติท่ีดีตอ่ ท้องถ่นิ สนใจใฝร่ ู้ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม มีทกั ษะชีวิตและเรยี นรู้
อยา่ งมีความสขุ เปน็ คนดี มีวินยั อยูร่ ว่ มกับผู้อ่นื ได้อยา่ งมีความสุข
2. พัฒนาครูและบุคลากรให้สามารถจัดประสบการณ์โดยบูรณาการเรียนรู้ผ่านการเล่นเน้นให้เด็กได้
ลงมือปฏิบตั ิจริงท่ีมีจดุ หมายอยา่ งต่อเนื่อง และมีความร้คู วามเขา้ ใจและสามารถจัดประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเด็ก
อย่างถูกต้องและเตม็ ศักยภาพ
3. จดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ทห่ี ลากหลาย สภาพแวดลอ้ ม ส่อื เทคโนโลยี ท่สี อดคล้องกับพัฒนาการ
ของเด็ก โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน มาใช้เสริมสร้าง
พฒั นาการ การเรียนร้ขู องเดก็ `และ`มกี ารจดั มุมประสบการณก์ ารเรียนรทู้ ีห่ ลากหลาย

20

4. ผู้ปกครองและชุมชนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัยใหม้ ีพัฒนาการอย่างรอบด้าน เต็ม
ศักยภาพอยา่ งสมดุล มคี วามพร้อมในการศกึ ษาต่อในระดบั ทส่ี งู ข้ึน

เปา้ หมาย
1. เดก็ ปฐมวัยช่วงอายุ 4 – 6 ปีให้มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน อยา่ งสมดุลและเต็มศักยภาพ มเี จตคติท่ดี ตี ่อ
ท้องถิ่น สนใจใฝร่ ู้ มีคณุ ธรรม จริยธรรม มที ักษะชวี ิตและเรียนรอู้ ยา่ งมีความสุข เปน็ คนดี มวี ินัย อยู่ร่วมกบั
ผอู้ ืน่ ได้อยา่ งมีความสุข
2. ครูและบุคลากรางการศึกษาทกุ คนสามารถจดั ประสบการณ์โดยบรู ณาการเรียนรผู้ ่านการเล่นเน้นให้เดก็ ไดล้ ง
มอื ปฏิบัติจรงิ ท่ีมีจุดหมายอย่างตอ่ เนื่องและมีความรู้ความเขา้ ใจและสามารถจดั ประสบการณ์เพ่ือพฒั นาเด็ก
อย่างถูกต้องและเต็มศักยภาพ
3. ทุกห้องเรียน จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย สภาพแวดล้อม สื่อเทคโนโลยี ที่สอดคล้องกับ
พัฒนาการของเด็ก โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้
เสริมสร้างพฒั นาการการเรยี นรขู้ องเดก็ `และ`มีการจดั มุมประสบการณก์ ารเรยี นรทู้ ่หี ลากหลาย น่าสนใจ
4. ผู้ปกครองและชุมชนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 85 ขึ้นไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มี
พฒั นาการอย่างรอบดา้ น เตม็ ศักยภาพอย่างสมดุล มคี วามพร้อมในการศกึ ษาต่อในระดับท่ีสูงข้ึน

จดุ หมาย
หลกั สูตรสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวัย พุทธศักราช 2564 ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช
2560 มุง่ ใหเ้ ดก็ มีพฒั นาการตามวยั เต็มตามศักยภาพ และเพ่ือให้มคี วามพร้อมในการเรียนร้ตู ่อไป จึงกำหนด
จุดหมายเพ่ือให้เกิดกบั เด็กเม่ือเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวยั ดังน้ี
1. มีรา่ งกายเจรญิ เตบิ โตตามวยั แข็งแรง และมสี ุขนิสัยท่ีดี
2. มสี ขุ ภาพจิตดี มสี ุนทรยี ภาพ มคี ณุ ธรรม จริยธรรมและจติ ใจทด่ี งี าม
3. มีทกั ษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มีวนิ ัย และอย่รู ่วมกบั ผูอ้ น่ื ได้
อย่างมคี วามสขุ
4. มที กั ษะการคิด การใช้ภาษาสือ่ สาร และการแสวงหาความรูไ้ ด้เหมาะสมกบั วยั

พัฒนาการเด็กปฐมวัย
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาแสดงให้เห็นถึงการ
เปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นตามวฒุ ิภาวะและสภาพแวดลอ้ มที่เด็กไดร้ ับ พัฒนาการเดก็ ในแต่ละช่วงวัยอาจเร็วหรือ
ช้าแตกตา่ งกันไปในเดก็ แต่ละคน มรี ายละเอยี ด ดังน้ี
1. พฒั นาการดา้ นรา่ งกาย เป็นพฒั นาการทีเ่ ปน็ ผลมาจากการเปล่ยี นแปลงในทางท่ดี ีขึ้นของร่างกายใน
ด้านโครงสร้างของร่างกาย ดา้ นความสามารถในการเคลื่อนไหว และด้านการมสี ุขภาพอนามยั ท่ดี ี รวมถึงการใช้
สัมผัสรับรู้ การใช้ตาและมือประสานกันในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เด็กอายุ 3-5 ปีมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว
โดยเฉพาะในเรื่องน้ำหนักและส่วนสูง กล้ามเนื้อใหญ่จะมีความก้าวหน้ามากกว่ากล้ามเนื้อเล็ก สามารถบังคับ

21

การเคลื่อนไหวของร่างกายได้ดี มีความคล่องแคล่วว่องไวในการเดิน สามารถวิ่ง กระโดด ควบคุมและบังคับ
การทรงตัวได้ดี จึงชอบเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง พร้อมที่จะออกกำลังและเคลื่อนไหวในลักษณะต่าง ๆ ส่วน
กล้ามเนือ้ เล็กและความสมั พันธ์ระหว่างตาและมือยังไม่สมบูรณ์ การสัมผัสหรือการใชม้ ือมีความละเอียดขึ้น ใช้
มอื หยบิ จบั ส่ิงของต่าง ๆ ไดม้ ากขน้ึ ถา้ เดก็ ไม่เครยี ดหรือกังวลจะสามารถทำกจิ กรรมที่พัฒนากล้ามเน้ือเล็กได้ดี
และนานขนึ้

2. พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ เป็นความสามารถในการรู้สึกและแสดงความรู้สกึ ของเด็ก เช่นพอใจ
ไม่พอใจ รัก ชอบ สนใจ เกลียด ฯลฯ โดยท่ีเดก็ รจู้ ักควบคมุ การแสดงออกอย่างเหมาะสมกับวยั และสถานการณ์
เผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนการสร้างความรู้สึกที่ดีและการนับถือตนเองเด็กอายุ 3-5 ปีจะแสดง
ความรู้สึกอย่างเต็มที่ ไม่ปิดบัง ช่อนเร้น เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธแต่จะเกิดเพียงชั่วครู่แล้วหายไป การที่เด็ก
เปลี่ยนแปลงอารมณ์ง่ายเพราะมีช่วงความสนใจระยะสั้น เมื่อมีสิ่งใดน่าสนใจก็จะเปลี่ยนความสนใจไปตามส่ิง
นนั้ เด็กวันนม้ี ักหวาดกลวั ส่ิงตา่ ง ๆ เช่น ความมืด หรือสัตวต์ ่าง ๆ ความกลัวของเดก็ เกดิ จากจนิ ตนาการ ซงึ่ เด็ก
ว่าเป็นเรื่องจริงสำหรับตน เพราะยังสับสนระหว่างเรื่องปรุงแต่งและเรื่องจริง ความสามารถแสดงอารมณ์ได้
สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสมกับวัย รวมถึงชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและ ผู้อ่ืน
เพราะยึดตวั เองเป็นศูนย์กลางนอ้ ยลงและตอ้ งการความสนใจจากผู้อื่น มากขึ้น

3. พัฒนาการด้านสังคม เป็นความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมครั้งแรก
ในครอบครัว โดยมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่และพี่น้อง เมื่อโตขึ้นต้องไปสถานศึกษา เด็กเริ่มเรียนรู้การติดต่อและ
การมีสัมพันธ์กับบุคคลนอกครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในวัยเดียวกัน เด็กได้เรียนรู้การปรับตัวให้เข้า
สงั คมกบั เด็กอื่น พร้อม ๆ กบั ร้จู กั รว่ มมือในการเลน่ กับกลุ่มเพ่ือน เจตคตแิ ละพฤติกรรมทางสงั คมของเด็กจะก่อ
ข้ึนในวยั นแ้ี ละจะฝงั แนน่ ยากท่จี ะเปลี่ยนแปลงในวัยต่อมา ดงั น้ัน จึงอาจกลา่ วได้ว่าพฤตกิ รรมทางสังคมของเด็ก
วัยนี้ มี 2 ลักษณะ คือลักษณะแรกนั้น เป็นความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่และลักษณะที่สองเป็นความสัมพันธ์กับเด็ก
ในวัยใกลเ้ คียงกัน

4. ด้านสติปัญญา ความคิดของเด็กวัยนี้มีลักษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ยังไม่สามารถเข้าใจ
ความรสู้ กึ ของคนอ่นื เดก็ มีความคิดเพียงแตว่ ่าทุกคนมองส่ิงต่าง ๆ รอบตัว และรู้สกึ ต่อส่ิงต่าง ๆ เหมือนตนเอง
ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ที่สุด เมื่ออายุ 4-5 ปี เด็กสามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุสิ่งของที่อยู่
รอบตัวได้ สามารถจำสิ่งตา่ ง ๆ ที่ได้กระทำซ้ำกนั บ่อย ๆ ได้ดี เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่ยังอาศัยการรบั รู้เปน็
ส่วนใหญ่ แก้ปัญหาการลองผิดลองถูกจากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอดเกีย่ วกับสิ่งตา่ ง ๆ ท่ี
อยู่รอบตัวพัฒนาอย่างรวดเร็วตามอายุที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของพัฒนาการทางภาษา เด็กวัยนี้เป็นระยะเวลาของ
การพฒั นาภาษาอยา่ งรวดเรว็ โดยมีการฝกึ ฝนการใช้ภาษาจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในรูปของการพูดคุย การ
ตอบคำถาม การเล่าเรื่อง การเล่านิทานและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการใช้ภาษา ในสถานศึกษา
เด็กปฐมวัยสามารถ ใช้ภาษาแทนความคิดของตนและใช้ภาษาในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่นได้คำพูดของเด็ก
วัยนี้ อาจจะทำให้ผู้ใหญ่บางคนเข้าใจว่าเด็กรู้มากแล้วแต่ที่จริงเด็กยังไม่เข้าใจความหมายของคำและเรื่องราว
ลึกซ้ึง

22

มาตรฐานคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จำนวน 12 มาตรฐาน

ประกอบด้วยมาตรฐานคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ ตวั บง่ ช้ี และสภาพท่พี ึงประสงค์ ดงั นี้
1.พฒั นาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย 2 มาตรฐานคือ
มาตรฐานท่ี 1 รา่ งกายเจรญิ เตบิ โตตามวัยและมีสุขนิสัยท่ดี ี
ตัวบ่งชท้ี ่ี 1.1 น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์
ตวั บง่ ชี้ที่ 1.2 มีสขุ ภาพอนามยั สุขนสิ ัยที่ดี
ตวั บง่ ชท้ี ่ี 1.3 รักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น
มาตรฐานที่ 2 กลา้ มเนอื้ ใหญ่และกล้ามเน้ือเลก็ แข็งแรงใชไ้ ด้อยา่ งคล่องแคล่วและประสาน
สัมพนั ธก์ ัน
ตัวบง่ ชท้ี ่ี 2.1 เคล่อื นไหวร่างกายอยา่ งคล่องแคล่ว ประสานสัมพนั ธ์และทรงตัวได้
ตวั บ่งชี้ท่ี 2.2 ใชม้ อื -ตาประสานสมั พันธก์ ัน
2.พัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ประกอบดว้ ย 3 มาตรฐานคือ
มาตรฐานท่ี 3 มสี ขุ ภาพจติ ดีและมคี วามสุข
ตวั บ่งชท้ี ่ี 3.1 แสดงออกทางอารมณ์ไดอ้ ย่างเหมาะสม
ตวั บ่งชี้ที่ 3.2 มคี วามรูส้ ึกท่ดี ีต่อตนเองและผ้อู ืน่
มาตรฐานที่ 4 ชืน่ ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลือ่ นไหว
ตัวบ่งชีท้ ่ี 4.1 สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว
มาตรฐานที่ 5 มคี ุณธรรม จริยธรรม และมจี ติ ใจที่ดีงาม
ตัวบง่ ชี้ท่ี 5.1 ซือ่ สัตย์สุจรติ
ตัวบง่ ชที้ ่ี 5.2 มีความเมตตากรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือแบง่ ปัน
ตัวบง่ ช้ีท่ี 5.3 มีความเหน็ อกเห็นใจผู้อื่น
ตวั บง่ ชีท้ ่ี 5.5 มีความรับผิดชอบ
3.พัฒนาการด้านสงั คม ประกอบด้วย 3 มาตรฐานคอื
มาตรฐานท่ี 6 มที ักษะชวี ติ และปฏิบตั ิตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ตัวบ่งชท้ี ี่ 6.1ชว่ ยเหลือตนเองในการปฏบิ ัติกิจวัตรประจำวัน
ตัวบง่ ชีท้ ่ี 6.2 มวี ินัยในตนเอง
ตวั บง่ ชี้ท่ี 6.3 ประหยดั และพอเพียง
มาตรฐานที่ 7 รักธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย
ตวั บ่งช้ที ี่ 7.1 ดแู ลรกั ษาธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
ตัวบง่ ชี้ท่ี 7.2 มีมารยาทตามวฒั นธรรมไทย และรักความเปน็ ไทย
มาตรฐานที่ 8 อยูร่ ่วมกบั ผู้อืน่ ไดอ้ ยา่ งมีความสุขและปฏบิ ัติตนเปน็ สมาชกิ ทดี่ ีของสงั คมใน
ระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข
ตวั บ่งชีท้ ี่ 8.1 ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งบุคคล

23

ตวั บ่งชี้ท่ี 8.2 มีปฏสิ ัมพนั ธ์ทดี่ กี ับผู้อื่น
ตัวบง่ ชี้ที่ 8.3 ปฏบิ ัติตนเบื้องตน้ ในการเป็นสมาชิกทีด่ ีของสังคม
4.พัฒนาการด้านสติปญั ญา ประกอบด้วย 4 มาตรฐานคือ
มาตรฐานท่ี 9 ใชภ้ าษาสอ่ื สารได้เหมาะสมกับวัย
ตวั บ่งชี้ท่ี 9.1 สนทนาโต้ตอบและเลา่ เรอ่ื งให้ผอู้ ่ืนเขา้ ใจ
ตวั บ่งชท้ี ี่ 9.2 อา่ น เขยี นภาพและสญั ลกั ษณไ์ ด้
มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคดิ ที่เป็นพื้นฐานการเรยี นรู้
ตัวบง่ ช้ีที่ 10.1 มคี วามสามารถในการคดิ รวบยอด
ตัวบง่ ชท้ี ่ี 10.2 มีความสามารถในการคดิ เชิงเหตุผล
ตวั บ่งชี้ท่ี 10.3 มคี วามสามารถในการคดิ แก้ปัญหาและตัดสินใจ
มาตรฐานที่ 11 มจี นิ ตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์
ตวั บ่งชีท้ ี่ 11.1 ทำงานศลิ ปะตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ตัวบ่งชที้ ี่ 11.2 แสดงท่าทางเคลอ่ื นไหวตามจนิ ตนาการอย่างสรา้ งสรรค์
มาตรฐานที่ 12 มเี จตคตทิ ่ดี ีต่อการเรยี นรแู้ ละมีความสามารถในการแสวงหาความรไู้ ด้เหมาะสม

กับวยั
ตวั บ่งชี้ที่ 12.1 มเี จตคตทิ ี่ดีต่อการเรียนรู้
ตัวบง่ ชท้ี ่ี 12.2 มีความสามารถในการแสวงหาความรู้
ตวั บง่ ชี้
ตวั บ่งชี้ เป็นเปา้ หมายในการพฒั นาเด็กทม่ี ีความสัมพันธ์สอดคล้องกับมาตรฐานคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์
สภาพท่พี ึงประสงค์
สภาพที่พึงประสงค์ เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิด บนพ้ื นฐาน
พัฒนาการตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาตใิ นแต่ละระดับอายุเพ่ือนำไปใชใ้ นการกำหนดสาระเรียนร้ใู น
การจดั ประสบการณ์ กิจกรรมและประเมินพัฒนาการเด็ก
ระยะเวลาเรยี น
โรงเรียนบ้านแก้งกอก กำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาในการจดั ประสบการณใ์ ห้กับเด็ก 2 ปกี ารศกึ ษา โดยมีเวลา
เรยี นไม่นอ้ ยกวา่ 180 วนั ต่อปีการศกึ ษา แต่ละวันตอ้ งใช้เวลาไมน่ ้อยกว่า 5 ช่วั โมง โดยสามารถปรบั เปลี่ยนให้
เหมาะสมตามบรบิ ทของสถานศึกษา

24

โครงสรา้ งของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
เพือ่ ใหก้ ารจัดการศึกษาเปน็ ไปตามหลักการ จดุ หมายทก่ี ำหนดไวใ้ หส้ ถานศึกษา และผเู้ กย่ี วข้องกบั
การเลีย้ งดเู ด็กปฏบิ ตั ิ ในการจัดทำหลกั สูตรสถานศึกษาจึงกำหนดโครงสร้างของหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัยของ
โรงเรยี นบ้านแกง้ กอก ดงั น้ี

โครงสรา้ งหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2564

ชว่ งอายุ อายุ 3 - 6 ปี

ประสบการณส์ ำคัญ สาระทีค่ วรเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ - ดา้ นรา่ งกาย - เร่ืองราวเกี่ยวกับตวั เด็ก

- ด้านอารมณ์ จิตใจ - เรื่องราวเก่ยี วกบั บคุ คลและสถานทีแ่ วดล้อมเดก็

- ด้านสังคม - ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก

- ดา้ นสติปญั ญา - สิ่งตา่ ง ๆ รอบตวั เด็ก

จดั การศึกษา 2 ภาคเรยี น : 1 ปกี ารศึกษา

ชั้นอนบุ าลปีท่ี 1 อายรุ ะหว่าง 3-4 ปี

ระยะเวลาเรยี น ชั้นอนบุ าลปีที่ 2 อายรุ ะหวา่ ง 4-5 ปี
ชั้นอนุบาลปีที่ 3 อายุระหวา่ ง 5-6 ปี

ไมน่ อ้ ยกว่า 180 วัน : 1 ปี ใชเ้ วลาไม่น้อยกวา่ 5 ชั่วโมง : 1 วนั

25-30 ชั่วโมง/สัปดาห์

หมายเหตุ 3-4 ปี มคี วามสนใจ 8 - 12 นาที

4-5 ปี มคี วามสนใจ 12 - 15 นาที

5-6 ปี มีความสนใจ 15 - 20 นาที

* กจิ กรรมท่ตี ้องใช้ความคดิ ในกลุ่มเลก็ และกลมุ่ ใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาตอ่ เน่อื งนานเกนิ กวา่ 20 นาที

* กจิ กรรมทเ่ี ด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี เช่น การเลน่ ตามมมุ การเล่นกลางแจ้ง ใชเ้ วลา 40 – 60 นาที

สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญในการใช้เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

ให้กับเด็กเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน ให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรที่กำหนด ประกอบด้วย
ประสบการณส์ ำคญั และสาระท่ีควรเรียนรู้ ดังนี้

1. ประสบการณ์สำคญั
ประสบการณ์สำคัญเป็นแนวทางสำหรับผู้สอนไปใช้ในการออกแบบการจัดประสบการณ์ ให้เด็ก

ปฐมวัยเรยี นรู้ ลงมอื ปฏิบัติ และได้รับการสง่ เสริมพฒั นาการครอบคลมุ ทุกดา้ น ดงั น้ี
1.1 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส

พัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาท ใน

25

การทำกิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ และสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย และ
การรักษาความปลอดภัย ดงั นี้

1.1.1 การใชก้ ล้ามเน้ือใหญ่
1.1.1.1 การเคล่ือนไหวอยู่กบั ท่ี
1.1.1.2 การเคล่อื นไหวเคล่อื นท่ี
1.1.1.3 การเคลอื่ นไหวพร้อมวัสดุอปุ กรณ์
1.1.1.4 การเคลื่อนไหวทีใ่ ชก้ ารประสานสมั พนั ธ์ของการใชก้ ล้ามเน้ือมัดใหญใ่ นการขวา้ ง
การจับ การโยน การเตะ
1.1.1.5 การเล่นเครื่องเล่นสนามอยา่ งอสิ ระ

1.1.2 การใช้กล้ามเนือ้ เลก็
1.1.2.1 การเล่นเครือ่ งเลน่ สัมผสั และการสรา้ งจากแท่งไม้ บลอ็ ก
1.1.2.2 การเขียนภาพและการเลน่ กับสี
1.1.2.3 การป้นั
1.1.2.4 การประดิษฐ์สิง่ ต่าง ๆ ดว้ ย เศษวสั ดุ
1.1.2.5 การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉกี การตดั การปะ และการร้อยวัสดุ

1.1.3 การรกั ษาสุขภาพอนามยั ส่วนตัว
1.1.3.1 การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สขุ นิสยั ท่ดี ีในกิจวัตรประจำวัน

1.1.4 การรักษาความปลอดภยั
1.1.4.1 การปฏิบัตติ นให้ปลอดภัยในกิจวตั รประจำวัน
1.1.4.2 การฟงั นิทาน เรอ่ื งราว เหตุการณ์ เก่ียวกบั การป้องกนั และรกั ษาความปลอดภยั
1.1.4.3 การเล่นเคร่อื งเลน่ อยา่ งปลอดภยั
1.1.4.4 การเลน่ บทบาทสมมตเิ หตกุ ารณ์ต่าง ๆ

1.1.5 การตระหนักรู้เก่ียวกับรา่ งกายตนเอง
1.1.5.1 การเคลอ่ื นไหวเพื่อควบคมุ ตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพน้ื ที่
1.1.5.2 การเคล่ือนไหวขา้ มสง่ิ กีดขวาง

1.2 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจเป็นการสนับสนุนให้เด็กได้
แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย ตระหนักถึงลักษณะพิเศษเฉพาะที่เป็นอัต-
ลักษณ์ ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม
สุนทรยี ภาพ ความรสู้ กึ ท่ดี ีต่อตนเอง และความเช่อื มนั่ ในตนเองขณะปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ ดังนี้

1.2.1 สนุ ทรยี ภาพ ดนตรี
1.2.1.1 การฟงั เพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิรยิ าโต้ตอบเสียงดนตรี
1.2.1.2 การเคลอ่ื นไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี
1.2.1.3 การเลน่ บทบาทสมมติ
1.2.1.4 การทำกจิ กรรมศิลปะตา่ ง ๆ

26

1.2.1.5 การสร้างสรรคส์ ิง่ สวยงาม
1.2.2 การเลน่

1.2.2.1 การเลน่ อิสระ
1.2.2.2 การเลน่ รายบคุ คล กลมุ่ ยอ่ ย กลุ่มใหญ่
1.2.2.3 การเล่นตามมมุ ประสบการณ์
1.2.2.4 การเล่นนอกหอ้ งเรยี น
1.2.3 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
1.2.3.1 การปฏิบตั ติ นตามหลกั ศาสนาทน่ี บั ถอื
1.2.3.2 การฟงั นทิ านเก่ยี วกับคุณธรรม จรยิ ธรรม
1.2.3.3 การรว่ มสนทนาแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ เชงิ จรยิ ธรรม
1.2.4 การแสดงออกทางอารมณ์
1.2.4.1 การสะท้อนความรู้สกึ ของตนเองและผู้อน่ื
1.2.4.2 การเลน่ บทบาทสมมติ
1.2.4.3 การเคลือ่ นไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี
1.2.4.4การร้องเพลง
1.2.4.5 การทำงานศิลปะ
1.2.5 การมีอัตลกั ษณเ์ ฉพาะตนและเชือ่ วา่ ตนเองมคี วามสามารถ
1.2.5.1 การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมต่าง ๆตามความสามารถของตนเอง
1.2.6 การเหน็ อกเห็นใจผู้อน่ื
1.2.6.1 การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข เห็นอกเห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้าหรือเสียใจ และ
การ ช่วยเหลอื ปลอบโยนเม่ือผู้อนื่ ไดร้ บั บาดเจบ็
1.3 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส
ปฏิสัมพันธ์กับบุคลและสิง่ แวดลอ้ มต่าง ๆ รอบตัวจากการปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ผ่านการเรียนรู้ทางสังคม เชน่
การเล่น การทำงานกับผอู้ ืน่ การปฏิบตั กิ ิจวตั รประจำวนั การแกป้ ัญหาขอ้ ขดั แย้งตา่ ง ๆ
1.3.1 การปฏบิ ตั ิกจิ วัตรประจำวัน
1.3.1.1 การช่วยเหลือตนเองในกิจวตั รประจำวนั
1.3.1.2 การปฏิบัตติ นตามแนวทางหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
1.3.2 การดูแลรกั ษาธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
1.3.2.1 การมสี ่วนร่วมรับผิดชอบดแู ลรกั ษาสิ่งแวดลอ้ มท้งั ภายในและภายนอกห้องเรียน
1.3.2.2 การทำงานศลิ ปะทใ่ี ชว้ ัสดหุ รอื ส่ิงของท่ีใชแ้ ล้วมาใชซ้ ้ำหรือแปรรปู แลว้ นำกลบั มาใชใ้ หม่
1.3.2.3 การเพาะปลกู และดูแลต้นไม้
1.3.2.4 การเลี้ยงสตั ว์
1.3.2.5 การสนทนาขา่ วและเหตุการณท์ เ่ี กี่ยวกบั ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มในชีวติ ประจำวนั

27

1.3.3 การปฏิบัติตามวัฒนธรรมทอ้ งถ่ินทีอ่ าศัยและความเปน็ ไทย
1.3.3.1 การเลน่ บทบาทสมมตุ ิการปฏิบัตติ นในความเป็นคนไทย
1.3.3.2 การปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมทอ้ งถน่ิ ทีอ่ าศยั และประเพณีไทย
1.3.3.3 การประกอบอาหารไทย
1.3.3.4 การศึกษานอกสถานที่
1.3.3.5 การละเล่นพนื้ บ้านของไทย

1.3.4 การมปี ฏสิ มั พันธ์ มวี นิ ัย มสี วนร่วม และบทบาทสมาชิกของสังคม
1.3.4.1 การร่วมกำหนดข้อตกลงของห้องเรียน
1.3.4.2 การปฏิบัติตนเป็นสมาชทิ ี่ดีของห้องเรียน
1.3.4.3 การให้ความร่วมมือในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ
1.3.4.4 การดแู ลหอ้ งเรยี นร่วมกนั
1.3.4.5 การร่วมกจิ กรรมวนั สำคัญ

1.3.5 การเลน่ แบบร่วมมอื ร่วมใจ
1.3.5.1 การรว่ มสนทนาและแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็
1.3.5.2 การเล่นและทำงานรว่ มกับผู้อ่ืน
1.3.5.3 การทำศิลปะแบบร่วมมอื

1.3.6 การแกป้ ญั หาความขัดแยง้
1.3.6.1 การมสี ว่ นร่วมในการเลือกวิธีการแก้ปัญหา
1.3.6.2 การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขดั แยง้

1.3.7 การยอมรับในความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งบุคคล
1.3.7.1 การเลน่ หรอื ทำกิจกรรมร่วมกบั กล่มุ เพือ่ น

1.4 ประสบการณ์สำคัญที่สง่ เสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้ เรียนรู้
สิ่งต่าง ๆ รอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่าง ๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่
หลากหลาย เพอ่ื เปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาการใช้ภาษา จนิ ตนาการความคดิ สร้างสรรค์ การแก้ปญั หา การคิดเชิง
เหตุผล และการคิดรวบยอดเกีย่ วกับสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตวั และมีความคดิ รวบยอดทางคณิตศาสตรท์ ี่เป็นพนื้ ฐานของ
การเรียนรใู้ นระดับท่ีสงู ขึน้ ตอ่ ไป

1.4.1 การใช้ภาษา
1.4.1.1 การฟังเสยี งต่าง ๆ ในส่งิ แวดล้อม
1.4.1.2 การฟงั และปฏิบตั ติ ามคำแนะนำ
1.4.1.3 การฟังเพลง นทิ าน คำคล้องจอง บทร้อยกรงหรอื เรือ่ งราวต่าง ๆ
1.4.1.4 การแสดงความคิด ความรสู้ ึก และความตอ้ งการ
1.4.1.5 การพดู กบั ผ้อู ่ืนเก่ียวกับประสบการณ์ของตนเอง หรอื พูดเล่าเร่ืองราวเกี่ยวกับตนเอง
1.4.1.6 การพดู อธิบายเกยี่ วกับสิง่ ของ เหตุการณ์ และความสัมพนั ธข์ องสงิ่ ตา่ ง ๆ
1.4.1.7 การพูดอย่างสรา้ งสรรคใ์ นการเลน่ และการกระทำต่าง ๆ

28

1.4.1.8 การรอจงั หวะท่ีเหมาะสมในการพดู
1.4.1.9 การพูดเรยี งลำดบั เพื่อใชใ้ นการสอื่ สาร
1.4.1.10 การอ่านหนังสอื ภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รปู แบบ
1.4.1.11 การอ่านอิสระตามลำพงั การอา่ นร่วมกนั การอ่านโดยมผี ้ชู แ้ี นะ
1.4.1.12 การเห็นแบบอย่างของการอา่ นทีถ่ กู ตอ้ ง
1.4.1.13 การสงั เกตทศิ ทางการอ่านตวั อกั ษร คำ และข้อความ
1.4.1.14 การอ่านและช้ขี ้อความ โดยกวาดสายตาตามบรรทดั จากซ้ายไปขวา จากบนลงลา่ ง
1.4.1.15 การสงั เกตตัวอักษรในชอ่ื ของตน หรอื คำคุ้นเคย
1.4.1.16 การสังเกตตัวอักษรที่ประกอบเป็นคำผ่านการอา่ นหรือเขยี นของผใู้ หญ่
1.4.1.17 การคาดเดาคำ วลี หรือประโยค ที่มีโครงสรา้ งซ้ำ ๆกัน จากนทิ าน เพลง คำคลอ้ งจอง
1.4.1.18 การเล่นเกมทางภาษา
1.4.1.19 การเหน็ แบบอย่างของการเขียนทถี่ กู ต้อง
1.4.1.20 การเขียนรว่ มกนั ตามโอกาส และการเขียนอิสระ
1.4.1.21 การเขยี นคำทม่ี ีความหมายกบั ตัวเด็ก/คำคุ้นเคย
1.4.1.22 การคดิ สะกดคำและเขียนเพื่อสอ่ื ความหมายด้วยตนเองอยา่ งอิสระ
1.4.2 การคดิ รวบยอด การคดิ เชิงเหตุผล การตดั สินใจและแก้ปญั หา
1.4.2.1 การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ
โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม
1.4.2.2 การสังเกตสง่ิ ตา่ งๆ และสถานที่จากมมุ มองท่ตี า่ งกัน
1.4.2.3 การบอกและแสดงตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทางของสิ่งต่างๆ ด้วยการกระทำ
ภาพวาด ภาพถา่ ย และรปู ภาพ
1.4.2.4 การเลน่ กับส่อื ต่างๆ ท่เี ป็นทรงกลม ทรงสี่เหล่ียมมมุ ฉาก ทรงกระบอก กรวย
1.4.2.5 การคัดแยก การจดั กลมุ่ และการจำแนกส่งิ ต่างๆ ตามลกั ษณะและรปู รา่ ง รปู ทรง
1.4.2.6 การตอ่ ของชิน้ เล็กเตมิ ในช้นิ ใหญ่ใหส้ มบูรณ์ และการแยกชนิ้ ส่วน
1.4.2.7 การทำซำ้ การตอ่ เติม และการสรา้ งแบบรูป
1.4.2.8 การนับและแสดงจำนวนของสิง่ ต่างๆ ในชวี ิตประจำวนั
1.4.2.9 การเปรียบเทยี บและเรียงลำดบั จำนวนของสง่ิ ต่างๆ
1.4.2.10 การรวมและการแยกส่งิ ตา่ งๆ
1.4.2.11 การบอกและแสดงอนั ดบั ทีข่ องสิ่งตา่ งๆ
1.4.2.12 การช่งั ตวง วัดสิง่ ต่างๆ โดยใช้เครือ่ งมอื และหนว่ ยทไ่ี มใ่ ช่หน่วยมาตรฐาน
1.4.2.13 การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ สิ่งต่างๆ ตามลักษณะความยาว/
ความสงู น้ำหนกั ปรมิ าตร
1.4.2.14 การบอกและเรยี งลำดับกจิ กรรมหรือเหตูการณต์ ามช่วงเวลา
1.4.2.15 การใชภ้ าษาทางคณิตศาสตร์กบั เหตุการณใ์ นชวี ติ ประจำวัน

29

1.4.2.16 การอธบิ ายเชอ่ื มโยงสาเหตุและผลที่เกิดข้ึนในเหตุการณ์หรือการกระทำ
1.4.2.17 การคาดเดาหรือการคาดคะเนสงิ่ ทีอ่ าจเกดิ ขน้ึ อย่างมีเหตผุ ล
1.4.2.18 การมสี ่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอยา่ งมีเหตผุ ล
1.4.2.19 การตดั สนิ ใจและมสี ่วนร่วมในกระบวนการแกป้ ญั หา
1.4.3 จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
1.4.3.1 การรบั รู้ และแสดงความคดิ ความรสู้ กึ ผ่านส่ือ วสั ดุ ของเล่น และช้ินงาน
1.4.3.2 การแสดงความคดิ สรา้ งสรรคผ์ า่ นภาษา ทา่ ทาง การเคลอื่ นไหว และศิลปะ
1.4.3.3 การสรา้ งสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่างรปู ทรงจากวัสดทุ หี่ ลากหลาย
1.4.4 เจตคติทดี่ ีตอ่ การเรียนรู้และการแสวงหาความรู้
1.4.4.1 การสำรวจส่งิ ตา่ งๆ และแหล่งเรยี นรูร้ อบตวั
1.4.4.2 การตัง้ คำถามในเร่อื งที่สนใจ
1.4.4.3 การสืบเสาะหาความร้เู พ่อื ค้นหาคำตอบของข้อสงสยั ต่างๆ
1.4.4.4 การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจากการสืบเสาะหาความรู้ใน
รปู แบบตา่ งๆ และแผนภูมอิ ย่างงา่ ย
2. สาระทีค่ วรเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดแนวคิด
หลังจากนำสาระการเรียนรู้นั้นๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ก เพื่อให้บรรลุจัดหมายที่กำหนดไว้ทั้งนี้ ไม่เน้นการ
ท่องจำเนอ้ื หา ครูสามารถกำหนดรายละเอยี ดข้ึนเองใหส้ อดคล้องกบั วัย ความต้องการ และความสนใจของเด็ก
โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำคัญ ทั้งนี้ อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้โดยคำนึงถึงประสบการณ์และ
สิง่ แวดลอ้ มในชวี ติ จรงิ ของเดก็ ดงั น้ี
2.1 เรือ่ งราวเกีย่ วกบั ตัวเด็ก เดก็ ควรรู้จกั ชอ่ื นามสกลุ รปู รา่ งหน้าตา รจู้ ักอวัยวะตา่ งๆ วธิ ีระวังรักษา
ร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การระมัดระวังความ
ปลอดภัยของตนเองจากผู้อน่ื และภยั ใกลต้ ัว รวมท้ังการปฏบิ ัตติ ่อผู้อื่นอยา่ งปลอดภัย การร้จู ักความเป็นมาของ
ตนเองและครอบครัว การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและ
ผู้อน่ื การร้จู ักแสดงความคิดเหน็ ของตนเองและรบั ฟงั ความคิดเห็นของผู้อื่น การกำกับตนเอง การเล่นและทำส่ิง
ต่าง ๆ ด้วยตนเองตามลำพังหรือกับผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อน
การรับรู้อารมณแ์ ละความรสู้ ึกของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และความรสู้ กึ อย่างเหมาะสม การ
แสดงมารยาททดี่ ี การมีคุณธรรมจริยธรรม
2.2 เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา
ชุมชน และบุคคลต่าง ๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน สถานที่สำคัญ วัน
สำคัญ อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนาธรรมในชมุ ชน สัญลักษณ์สำคัญของชาติไทยและการปฏิบัติ
ตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและนำมาบูรณาการสู่สาระ
การเรียนรู้ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ส่กู ารจัดประสบการณ์หน่วยการเรยี นรู้

30

2.3 ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและ
ความสัมพันธ์ของมนุษย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรง
และพลังงานในชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการรักษาสาธารณสมบัติและ
นำมาบูรการสู่การจัดกิจกรรมในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยแห่งประเทศไทยเข้าสู่การจัดประสบการณ์
การเรียนรู้

2.4 สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจำวัน
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง
ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ รอบตัว เวลา เงิน
ประโยชน์ การใช้งาน และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการสื่อสาร
ต่างๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อมและนำมาบูรณากา รสู่การจัด
กจิ กรรมในโครงการบ้านนกั วทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทยเข้าสกู่ ารจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้

การจดั ประสบการณ์
การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3 – 6 ปี เป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการ

ผ่านการเล่น การลงมือกระทำจากประสบการณ์ตรงอย่างหลากหลาย เกิดความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม
รวมทั้งเกิดการพัฒนาท้ังด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาไม่จัดเป็นรายวิชา โดยมีแนวทางการ
จดั ประสบการณ์ ดงั น้ี

แนวทางการจัดประสบการณ์
1. จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการทำงานของสมองที่เหมาะสม

กับอายุ วุฒภิ าวะและระดบั พฒั นาการ เพื่อใหเ้ ดก็ ทุกคนไดพ้ ัฒนาเต็มตามศักยภาพ
2. จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับแบบการเรียนรู้ของเด็ก เด็กได้ลงมือกระทำเรียนรู้ผ่าน

ประสาทสัมผัสท้งั หา้ ได้เคลื่อนไหว สำรวจ เล่น สังเกต สืบค้น ทดลอง และคิดแก้ปญั หาด้วยตนเอง
3. จัดประสบการณแ์ บบบรู ณาการ โดยบรู ณาการท้ังกิจกรรม ทกั ษะ และสาระการเรยี นรู้
4. จัดประสบการณ์ใหเ้ ด็กได้รเิ ร่ิมคิด วางแผน ตัดสินใจลงมอื กระทำและนำเสนอความคิดโดย

ครหู รือผจู้ ดั ประสบการณเ์ ปน็ ผู้สนบั สนุนอำนวยความสะดวก และเรยี นรรู้ ว่ มกับเด็ก
5. จัดประสบการณ์ใหเ้ ด็กมีปฏิสัมพนั ธ์กับเด็กอน่ื กับผู้ใหญ่ ภายใตส้ ภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการ

เรียนรู้ ในบรรยากาศท่ีอบอนุ่ มคี วามสขุ และเรียนรกู้ ารทำกจิ กรรมแบบรว่ มมือในลักษณะต่าง ๆ กนั
6. จัดประสบการณ์ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและอยู่ในวิถี

ชีวิตของเดก็
7. จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีและทักษะการใช้ชีวิตประจำวันตลอดจน

สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้เป็นส่วนหนึง่ ของการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้อยา่ งต่อเนื่อง
8. จดั ประสบการณ์ทง้ั ในลกั ษณะท่ีดีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและแผนท่เี กิดขนึ้ ในสภาพจริงโดย

ไม่ไดค้ าดการณไ์ ว้

31

9. จัดทำสารนิทัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กเป็น
รายบคุ คล นำมาไตรต่ รองและใช้ให้เป็นประโยชนต์ อ่ การพัฒนาเดก็ และการวิจยั ในชน้ั เรียน

10. จัดประสบการณ์โดยให้พ่อแม่ ครอบครวั และชมุ ชนมีส่วนรว่ มทั้งการวางแผน การสนับสนุน
สือ่ แหลง่ เรยี นรู้ การเข้าร่วมกิจกรรม และการประเมินพัฒนาการ
การจดั กิจกรรมประจำวัน

กิจกรรมสำหรับเด็กอายุ 3 – 6 ปีบริบูรณ์ สามารถนำมาจัดเป็นกิจกรรมประจำวันได้หลาย
รปู แบบเปน็ การชว่ ยให้ครผู สู้ อนหรือผ้จู ดั ประสบการณท์ ราบว่าแต่ละวนั จะทำกจิ กรรมอะไร เมือ่ ใด และอย่างไร
ทั้งนี้การจัดกิจกรรมประจำวันสามารถจัดได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนำไปใช้ของแต่ละ
หนว่ ยงานและสภาพชมุ ชน ทส่ี ำคัญครผู ู้สอนตอ้ งคำนงึ ถึงการจดั กจิ กรรมให้ครอบคลมุ พฒั นาการทุกดา้ นการจัด
กจิ กรรมประจำวันมหี ลักการจดั และขอบขา่ ยกิจกรรมประจำวัน ดงั นี้

1. หลักการจดั กิจกรรมประจำวัน
1.1 กำหนดระยะเวลาในการจดั กจิ กรรมแต่ละกจิ กรรมให้เหมาะสมกับวัยของเด็กในแต่ละวัน

แต่ยืดหย่นุ ได้ตามความตอ้ งการและความสนใจของเด็ก เชน่
วยั 3- 4 ปี มคี วามสนใจประมาณ 8-12 นาที
วัย 4 – 5 ปี มีความสนใจประมาณ 12-15 นาที
วยั 5- 6 ปี มคี วามสนใจประมาณ 15- 20 นาที
1.2 กจิ กรรมทตี่ อ้ งใช้ความคิดท้ังในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไมค่ วรใชเ้ วลาตอ่ เนื่องนานเกินกว่า

20 นาที
1.3 กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี เพื่อช่วยให้เด็กรู้จักเลือกตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา คิด

สร้างสรรค์ เช่น การเล่นตามมุม การเลน่ กลางแจ้ง ฯลฯ ใชเ้ วลาประมาณ 40-60 นาที
1.4 กิจกรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องและนอกห้อง กิจกรรมท่ีใช้กล้ามเนื้อ

ใหญแ่ ละกล้ามเน้ือเล็ก กจิ กรรมทเ่ี ปน็ รายบุคคล กลมุ่ ยอ่ ยและกล่มุ ใหญ่ กิจกรรมที่เด็กเป็นผรู้ ิเริ่มและครูผู้สอน
หรือผจู้ ัดประสบการณเ์ ปน็ ผู้ริเร่ิม และกิจกรรมที่ใชก้ ำลังและไม่ใช้กำลัง จดั ใหค้ รบทกุ ประเภท ท้ังนี้ กิจกรรมท่ี
ตอ้ งออกกำลงั กายควรจัดสลับกบั กิจกรรมที่ไมต่ ้องออกกำลงั มากนัก เพอ่ื เดก็ จะได้ไม่เหนอื่ ยเกินไป

2. ขอบขา่ ยของกจิ กรรมประจำวนั
การเลือกกิจกรรมทีจ่ ะนำมาจัดในแตล่ ะวันสามารถจัดได้หลายรปู แบบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม
ในการนำไปใช้ของแตล่ ะหน่วยงานและสภาพชุมชน ทสี่ ำคญั ครูผ้สู อนต้องคำนึกถึงการจัดกจิ กรรมให้ครอบคลุม
พฒั นาการทกุ ด้าน ดงั ต่อไปน้ี

2.1 การพัฒนากลา้ มเน้อื ใหญ่ เป็นการพฒั นาความแข็งแรง การทรงตวั ความยืดหยุน่ ความ
คลอ่ งแคลว่ ในการใช้อวัยวะต่าง ๆ และจังหวะการเคลื่อนไหวในการใช้กล้ามเน้ือใหญ่ โดยจดั กิจกรรมให้เด็กได้
เล่นอิสระกลางแจง้ เลน่ เครื่องเลน่ สนาม ปนี ป่ายเล่นอิสระ เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะดนตรี

2.2 การพัฒนาการกล้ามเนื้อเล็ก เป็นการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเล็ก กล้ามเน้ือ
มือ-นิ้วมือการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือและระบบประสาทตามือได้อย่างคล่องแ คล่วและประสาน

32

สัมพันธ์ โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้เล่นเคร่ืองสัมผสั เล่นเกมการศึกษา ฝึกช่วยเหลือตนเองในการแต่งกาย หยิบ
จบั ชอ้ นสอ้ ม และใชอ้ ปุ กรณ์ศิลปะ เชน่ สีเทียน กรรไกร พู่กัน ดินเหนียว ฯลฯ

2.3 การพัฒนาการอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม เป็นการปลกู ฝังให้เด็กมี
ความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความเชื่อมั่น กล้าแสดงออก มีวินัย รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประหยัด เมตต า
กรุณา เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน มีมารยาทและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทยและศาสนาที่นับถือโดยจัดกิจกรรมต่างๆ
ผ่านการเล่นให้เด็กได้มีโอกาสตัดสินใจเลือก ได้รับการตอบสนองตาความต้องการได้ฝึกปฏิบัติโดยสอดแทรก
คุณธรรม จรยิ ธรรมอยา่ งต่อเนอ่ื ง

2.4 การพฒั นาสังคมนิสัย เปน็ การพฒั นาใหเ้ ด็กมลี ักษณะนสิ ัยท่ีดี แสดงออกอย่างเหมาะสม
และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวันมีนิสัยรักการทำงาน
ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น โดยรวมทั้งระมัดระวังอันตรายจากคนแปลกหน้า ให้เด็กได้
ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ เช่น รับประทานอาหาร พักผ่อนนอนหลับ ขับถ่าย ทำความสะอาด
ร่างกาย เล่นและทำงานร่วมกบั ผ้อู น่ื ปฏบิ ัตติ ามกฎกติกาขอ้ ตกลงของร่วมรวม เก็บของเข้าท่ีเม่อื เลน่ หรอื ทำงาน
เสรจ็

2.5 การพัฒนาการคิด เป็นการพัฒนาให้เด็กมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาความ คิด
รวบยอดทางคณิตศาสตร์ และคิดเชิงเหตผุ ลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้สนทนา
อภิปรายและเปลี่ยนความคิดเห็น เชิญวิทยากรมาพูดคุยกับเด็ก ศึกษานอกสถานที่ เล่นเกมการศึกษา ฝึกการ
แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ฝึกออกแบบและสร้างชิ้นงาน และทำกิจกรรมทั้งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่และ
รายบคุ คล

2.6 การพัฒนาภาษา เป็นการพัฒนาให้เด็กใชภ้ าษาสื่อสารถ่ายทอดความรู้สกึ นึกคิด ความรู้
ความเข้าใจในส่ิงต่างๆ ที่เดก็ มปี ระสบการณโ์ ดยสามารถตงั้ คำถามในสิ่งทสี่ งสัยใครร่ ู้ จัดกิจกรรมทางภาษาให้มี
ความหลากหลายในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังให้เด็กได้กล้าแสดงออกในการฟัง พูด อ่าน
เขียน มีนสิ ัยรักการอา่ น และบุคคลแวดล้อมต้องเป็นแบบอยา่ งทด่ี ีในการใช้ภาษา ทั้งนี้ตอ้ งคำนกึ ถึงหลักการจัด
กจิ กรรมทางภาษาท่เี หมาะสมกบั เด็กเป็นสำคัญ

2.7 การส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เป็นการส่งเสริมให้เด็กมีความคิดริเร่มิ
สร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและเห็นความสวยงามของสิ่งต่างๆ โดยจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
ดนตรี การเคล่อื นไหวและจังหวะตามจินตนาการ ประดิษฐ์สงิ่ ตา่ งๆ อยา่ งอสิ ระ เล่นบทบาทสมมุติ เลน่ น้ำ เล่น
ทรายเลน่ บลอ็ ก และเล่นกอ่ สร้าง

33

ตารางกิจกรรมประจำวัน

กิจกรรมในแต่ละวันของโรงเรียนบ้านแก้งกอก กำหนดขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กปฐมวัยได้รับการ

พฒั นาอยา่ งรอบดา้ น ดังน้ี

เวลา กิจกรรม

07.00 -08.00 น. รบั เดก็ รายบุคคล

08.00 -08.30 น. เขา้ แถว เคารพธงชาติ สวดมนต์

08.30 -09.00 น. ตรวจสขุ ภาพ/ไปห้องนำ้

09.00 -09.30 น. กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ

09.30 -10.00 น. กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์

10.00 -10.40 น. กิจกรรมศลิ ปะสร้างสรรค์

10.40 -11.20 น. กิจกรรมการเลน่ ตามมุม

11.20 -12.00 น. กจิ กรรมการเลน่ กลางแจ้ง

12.00 -12.30 น. พัก/รบั ประทานอาหารกลางวนั

12.30 -12.40 น. แปรงฟนั

12.40 -14.00 น. นอนพักผ่อน

14.00 -14.20 น. เกบ็ ทีน่ อน ลา้ งหนา้

14.20 -14.30 น. พัก/ด่ืมนม

14.30 -15.00 น. เกมการศกึ ษา

15.00 -15.15 น. สรุป ทบทวนกจิ กรรมประจำวนั

15.15-15.30 น. ผู้ปกครองรบั นักเรยี นกลับบ้าน

หมายเหตุ : การจัดกิจกรรมในแตล่ ะวนั สามารถปรับเปลยี่ นได้ตามความเหมาะสม

34

2.หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2564) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 รายละเอยี ดดงั น้ี

วิสัยทัศนข์ องโรงเรยี น (Vision)
โรงเรียนบ้านแก้งกอกเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เน้นการจัดการศึกษาและบริหารจัดการที่มี
ประสิทธิภาพ มีความเป็นเลิศด้านทักษะอาชีพ บนพื้นฐานความเป็นไทย น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง มคี วามรู้คคู่ ณุ ธรรม นำสู่การมสี ่วนร่วมของชมุ ชน
พนั ธกิจ (Mission)
1. พฒั นาระบบบริหารและจัดการศกึ ษาเน้นการมสี ่วนรว่ ม โดยยึดหอ้ งเรียนและโรงเรียนเป็นฐาน
2. ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีความเป็นเลิศ

ดา้ นทักษะอาชีพ
3. ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ใหผ้ ูเ้ รียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ บนพื้นฐานความ

เป็นไทย ใสใ่ จส่ิงแวดลอ้ ม
4. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียน มีความรู้คู่คุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียงส่กู ารปฏิบตั ิ
5. พัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างมคี ณุ ภาพ
เป้าประสงค์
1. มีการพัฒนาระบบบริหารและจัดการศึกษาเน้นการมีส่วนร่วม โดยยึดห้องเรียนและโรงเรียนเป็น

ฐาน
2. มีการส่งเสริมใหส้ ถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนไดร้ บั การพัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีความเป็น

เลิศด้านทกั ษะอาชพี
3. มีการส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ บนพื้นฐาน

ความเป็นไทย ใส่ใจส่งิ แวดล้อม
4. มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อปลูกฝังใหผ้ ูเ้ รียน มีความรู้คู่คุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ
5. มกี ารพฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างมีคุณภาพ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการพฒั นาผเู้ รยี นตามหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแก้งกอก (ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช 2564)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานทก่ี ำหนด ซ่ึงจะชว่ ยให้ผู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ดงั น้ี
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแก้งกอก (ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช 2564) ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มงุ่ ให้ผ้เู รยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดังนี้

35

1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชนต์ ่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลอื กรบั หรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก
เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อ
ตนเองและสังคม

2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพ่ือการตดั สนิ ใจเกี่ยวกับตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลย่ี นแปลงของเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรมู้ าใช้ในการป้องกันและแกไ้ ขปัญหา
และมีกาตดั สินใจท่ีมปี ระสทิ ธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่ีเกดิ ขน้ึ ต่อตนเอง สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสรา้ งเสริมความสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหวา่ งบคุ คล การจดั การปญั หาและความขดั แย้งตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม การ
ปรับตัวใหท้ นั กบั การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลย่ี งพฤติกรรมไม่พึงประสงค์
ที่สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อนื่

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน
การแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านแกง้ กอก (ฉบับปรับปรุง พทุ ธศกั ราช 2564) ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่
ร่วมกบั ผอู้ ่นื ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสขุ ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี
1. รักษช์ าติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซ่ือสตั ย์สจุ รติ
3. มวี ินัย
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยู่อย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ติ เป็นสาธารณะ

36

โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา

กลมุ่ สาระการเรียนรู้/รายวชิ า/ เวลาเรยี น : ช่ัวโมง/ปี
กิจกรรม ระดบั ประถมศึกษา
ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6
กลุ่มสาระการเรียนรู/้ วิชาพน้ื ฐาน
ภาษาไทย 200 200 200 160 160 160
คณิตศาสตร์ 200 200 200 160 160 160
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 80 80 80 120 120 120
สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 40 40 40 80 80 80
40 40 40 40 40 40
ประวัตศิ าสตร์ 40 40 40 40 40 40
สขุ ศึกษาและพลศึกษา 40 40 40 40 40 40
ศิลปะ 40 40 40 40 40 40
การงานอาชีพ 160 160 160 160 160 160
ภาษาต่างประเทศ 840 840 840 840 840 840
รวมเวลาเรียน (รายวชิ าพื้นฐาน)
รายวิชาเพ่มิ เติม 40 40 40 40 40 40
หนา้ ที่พลเมือง
ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 40 40 40 - - -
คอมพิวเตอรเ์ ชิงสร้างสรรค์
รวมเวลาเรยี น (รายวชิ าเพิม่ เติม) - - - 40 40 40
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
กิจกรรมแนะแนว 80 80 80 80 80 80
กจิ กรรมนักเรยี น
ลกู เสอื /เนตรนารี 30 30 30 30 30 30
ชมุ นุม*
กจิ กรรมเพ่ือสังคม 40 40 40 40 40 40
และสาธารณประโยชน์ 40 40 40 40 40 40
รวมเวลา (กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน)
10 10 10 10 10 10
รวมเวลาทง้ั หมด 120 120 120 120 120 120

1,040 ชว่ั โมง 1,040 ช่วั โมง

37

ขอ้ มูลอาคารสถานที่ ได้มาเมอ่ื ไร ส่งิ สำคัญ ใช้ประโยชน์
1. อาคารสถานท่ี ไดม้ าอยา่ งไร ประกอบ
อาคารเรียน
1.1 พนื้ ที่ พ.ศ. 2482 น.ส.3 ก. อาคารประกอบ
จำนวนเน้อื ท่ี ชาวบ้านซื้อท่ีดนิ เลขที่ 1298 สนามกฬี า
บรจิ าค เลม่ ท่ี 13 ข สวนเกษตร
แปลงท่ี ไร่ งาน ตารางวา หนา้ 48

1 25 1 55

1.2 อาคารเรียน จำนวนหลงั ห้อง หมายเหตุ

ประเภทอาคารเรียน 12
1. แบบ ป.1ซ 15
2. แบบ ป.1ซ 18
3. แบบ สปช.105/29 3 15
รวม

1.3 อาคารประกอบ หลงั ใชป้ ระโยชน์ หมายเหตุ

ประเภทอาคารประกอบ 1 ประกอบอาหาร
1 ใช้พักอาศยั
1. โรงอาหาร 1 จดั กจิ กรรม
2. บ้านพกั ครแู บบจังหวัด 1 ห้องจริยธรรม
3. โรงฝึกงาน 312 1 แขง่ ขันกฬี า
4. อาคารอเนกประสงค์ 1 ฝึกซอ้ มกีฬา
5. สนามกีฬา ฟ. 3 พเิ ศษ 1 ฝึกซ้อมกฬี า
6. สนามวอลเลย์บอล 1 ฝึกซ้อมกีฬา
7. สนามตะกร้อ 3 เกบ็ นำ้ ดม่ื นำ้ ใช้
8. สนามบาสเกตบอล 1 เด็ก ๆไดเ้ ลน่ ออกกำลงั กาย
9. ถังเกบ็ น้ำฝน 1 ท่ีประชุม/จัดกจิ กรรม
10. สนามเดก็ เลน่
11.หอประชมุ รวมใจ

ประเภทอาคารประกอบ หลงั ใชป้ ระโยชน์ 38
หมายเหตุ
ทำกิจธุระสว่ นตวั
12. ส้วมแบบ สปช.๖๐๑/๒๙ 3 ใช้แปรงฟัน /ลา้ งมือ
13. ท่ีแปรงฟัน /ลา้ งมือ 2

ขอ้ มูลแหล่งเรยี นรู้ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา

แหลง่ เรียนรู้ภายในโรงเรียน สถิติการใช้ แหล่งเรยี นรู้ภายนอกโรงเรยี น สถิตกิ ารใช้

ชื่อแหลง่ เรียนรู้ (จำนวนครงั้ /ปี) ชือ่ แหลง่ เรยี นรู้ (จำนวนครงั้ /ปี)
1. หอ้ งสมดุ 2
2. ห้องเรยี นคณุ ภาพ 200 1.โรงงานทำขนมจนี 20
3. ห้องปฏบิ ัติการทาง 10
วทิ ยาศาสตร์ 100 2. วดั ไชยมงคล
4. ห้องพยาบาล 2
5. สวนสมนุ ไพร 180 3. องคก์ ารบริหารสว่ นตำบล 5
6. เรอื นเพาะชำ 5
7. ห้องครัว แกง้ กอก 5
8. ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ 5
9. บ่อเลี้ยงปลา 20 4. ดอนปตู่ า 2
10. สนามเดก็ เล่น
11.สนามกีฬา 100 5. โรงนำ้ แข็งวารีเทพ
12.หอ้ งสหกรณ์โรงเรยี น
13.สวนมะนาว 100 6. สวนผักเสกดิน
14.หอ้ งปฏิบัตกิ ารทางภาษา
15.ห้องเด็กพเิ ศษเรียนรว่ ม 180 7. ฝายยางหว้ ยตุงลุง

160 8. ตลาดสามแยกอบต.แก้งกอก

80 9. สถานประกอบการปลาทนู ่ึง

180

180

185

100

100

100

จำนวนวนั ท่ีสถานศกึ ษาเปิดทำการเรยี นการสอน
- ภาคเรียนที่ 1 เปิดเรยี นวนั ท่ี 1 มิถนุ ายน 2564 - 10 ตลุ าคม 2564 สอนชดเชย 11 วนั

รวมเวลาเรียน 100 วัน
- ภาคเรยี นที่ 2 เปิดวนั ท่ี 1 พฤศจิกายน 2564 – 31 มีนาคม 2564 รวมเวลาเรียน 104 วัน
ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านแก้งกอก เปดิ ทำการเรียนการสอน จำนวน 204 วัน

39

สว่ นที่ 2 ระดับคุณภาพ
ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา
ยอดเย่ียม
ระดบั ปฐมวยั ยอดเยี่ยม
ผลการประเมนิ มาตรฐานการศกึ ษาระดบั ปฐมวัย ยอดเยยี่ ม

มาตรฐานการศกึ ษา : ระดับยอดเย่ียม

มาตรฐานการศกึ ษา
มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของเด็ก
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
มาตรฐานท่ี 3 การจัดประสบการณท์ ่ีเนน้ เด็กเปน็ สำคัญ

มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของเดก็
ระดับคณุ ภาพ : ยอดเย่ียม
จุดเน้น เด็กมีพัฒนาการทุกดา้ นอยา่ งสมดุลเตม็ ศักยภาพ
1. กระบวนการพฒั นา

โรงเรยี นบา้ นแกง้ กอกได้พฒั นาคณุ ภาพของเด็กโดยใช้กระบวนการขับเคล่ือนคุณภาพตามวงจร PDCA
โดยใชว้ ิธปี ฏบิ ตั ทิ ี่เปน็ เลศิ ( Best Practice) การพฒั นาการคิดสรา้ งสรรคโ์ ดยใช้กจิ กรรมสร้างสรรค์การปั้น การ
จดั กจิ กรรมแบบโครงการ (Project Approach)เรื่องหน้ากากอนามัยใส่ใจสุขภาพ มาพัฒนา เด็กให้มี
พฒั นาการทกุ ดา้ นอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ดังน้ี

ขัน้ เตรียมการและสร้างความตระหนกั (Plan)
1. ประชุมบคุ ลากรทเ่ี กีย่ วข้อง กบั การพฒั นาคุณภาพเด็กปฐมวัย
2. แต่งตง้ั คณะกรรมการประกนั คณุ ภาพภายใน ในการพฒั นาคุณภาพเด็กปฐมวัย ครอบคลมุ 3 มาตรฐาน

14 ประเดน็
3. วางแผนการพัฒนาคุณภาพของเดก็ ปฐมวยั ใหม้ ีความสอดคล้องกับหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย

พทุ ธศกั ราช 2560 และหลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย
4. ประเมนิ พัฒนาการเด็กเป็นรายบคุ คลเพื่อดูพฒั นาการรายด้านแลว้ นำมาเป็นแนวทางสร้าง

นวัตกรรมเพื่อใช้ในการพัฒนาเดก็ ปฐมวัย
ข้ันดำเนินการ (Do)
1. กำหนดมาตรฐานของโรงเรยี น โดยกำหนดมาตรฐานการพัฒนาคณุ ภาพเด็กปฐมวยั จำนวน 3 มาตรฐาน
14 ประเด็น
2. กำหนดวสิ ัยทศั น์ พนั ธกจิ เปา้ หมาย ในการพฒั นาคุณภาพเด็กใหม้ ีพัฒนาการทุกดา้ นอย่างเหมาะสมกบั วยั
3. จดั ทำแผนพฒั นาการจัดการศึกษาและแผนปฏบิ ตั กิ าร โดยกำหนดโครงการ /กจิ กรรมในการพฒั นา
คณุ ภาพเด็กปฐมวัยให้ครอบคลมุ มาตรฐานทีก่ ำหนด
4. ดำเนินการตามแผนงาน/โครงการ กำหนดปฏทิ นิ ในการปฏบิ ัตงิ านตามโครงการตลอดปกี ารศึกษา


Click to View FlipBook Version