1
2
ประกาศโรงเรียนบ้านแก้งกอก
เรอื่ ง ใหใ้ ชห้ ลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐
……………………………….
เพื่อให้การจดั การศึกษาปฐมวัยที่ตอ้ งพฒั นาเด็กตงั้ แต่แรกเกิด-๖ ปี ใหม้ พี ัฒนาดา้ นร่างกาย อารมณ์
จิตใจ สังคมและสติปญั ญา ท่ีเหมาะสมกบั วยั ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคล เป็นการเตรียม
ความพร้อมทจ่ี ะเรยี นรแู้ ละสร้างรากฐานชีวติ ให้พัฒนาเด็กสู่ความเป็นมนษุ ย์ทีส่ มบูรณ์ เป็นคนดี มวี นิ ัย ภูมิใจ
ชาติและมีความรับผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ ตามเจตนารมณข์ องรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔
อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๕ แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๒ และท่ี
แก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารจงึ ให้ใชห้ ลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พ.ศ.
๒๕๖๐ ดงั ปรากฏแนบทา้ ยคาสงั่ น้แี ทนหลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พ.ศ.๒๕๔๒ เพอ่ื ใหส้ ถานศกึ ษา นา
หลกั สตู รฉบบั น้ไี ปใชโ้ ดยปรบั ปรงุ ใหเ้ หมาะสมกบั เดก็ และสภาพทอ้ งถนิ่
ทงั้ น้ี ตงั้ แต่ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ เป็นตน้ ไป
สงั่ ณ วนั ท่ี ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
(..................................................) (.............................................)
นางบญุ ชอบ โคตรสหี า นายวิษณุ สนู านนท์
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นแก้งกอก
3
สารบญั
คำนำ............................................................................................................ ......................... หน้า
ประกาศใชห้ ลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช๒๕๖๔……………………….…………. ก
สารบัญ................................................................................................................................. ข
ความนำ................................................................................................................... ............. จ
ปรชั ญา....................................................................................................................... ........... ๑
หลักการ............................................................................................................. ................... ๒
วิสัยทัศน์ .............................................................................................................................. ๒
พันธกิจ ................................................................................................................................ ๓
เปา้ หมาย.............................................................................................................................. ๓
จดุ หมาย............................................................................................................................... ๔
พัฒนาการเด็กปฐมวยั .......................................................................................................... ๔
มาตรฐานคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค.์ .................................................................................... ๔
ระยะเวลาเรยี น..................................................................................................................... ๖
โครงสรา้ งหลักสูตร............................................................................................................... ๘
การวิเคราะหส์ ภาพท่พี ึงประสงค.์ ........................................................................................ ๘
การวเิ คราะห์สาระการเรยี นรู้รายป.ี .................................................................................... ๙
สาระการเรียนรู้.............................................................................................................. ........ ๒๐
๖๗
ประสบการณส์ ำคญั ............................................................................................. ๖๗
สาระทค่ี วรเรียนรู้................................................................................................... ๗๒
การจัดประสบการณ.์ ........................................................................................................... ๗๓
การจดั สภาพแวดลอ้ ม ส่ือและแหลง่ เรยี นรู้........................................................................... ๗๖
ตารางกิจกรรมประจำวนั .................................................................................................... ๗๙
การจดั กิจกรรมประจำวัน................................................................................................... ๘๐
การสร้างบรรยากาศการเรยี นรู้.......................................................................................... ๘๕
มุมประสบการณ์.................................................................................................................. ๘๗
การประเมินพัฒนาการ............................................................................................ .............. ๙๕
การบรหิ ารจัดการหลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั ............................................................... ๑๑๕
ปฏทิ นิ การจดั ประสบการณ์....................................................................................... ๑๒๒
หลกั สตู รตา้ นทุจรติ ระดบั ปฐมวยั ๑๒๔
ภาคผนวก 4
............................................................................................................................. ๑๓๐
คาสงั่ คณะกรรมการทป่ี รกึ ษาและคณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและวชิ าการ
...............
แบบประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมหลกั
..................................................................................
5
ความนำ
สภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
ประกอบกบั รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ รวมทง้ั กรอบยทุ ธศาสตรช์ าติ ระยะ ๒๐ ปี
(พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) แผนการ
ศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑) แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)นำไปสู่การ
กำหนดทักษะสำคัญสำหรับเด็กในศตวรรษที่ ๒๑ ที่มีความสำคัญในการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็ก
ปฐมวัยใหม้ คี วามสอดคล้องและทนั ตอ่ การเปล่ียนแปลงทุกดา้ น
กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้มีการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยอย่างจริงจงั และต่อเนื่องโดยได้
แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลง
ดังกล่าว หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นหลักสูตรสถานศึกษา สถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัย
และหน่วยงานทีเ่ ก่ียวข้อง นำไปใชเ้ ปน็ กรอบและทศิ ทางในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
และไดม้ าตรฐานตามจดุ หมายหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ท่กี ำหนดเปา้ หมายในการพัฒนา
เด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ครอบครัว ชุมชน สังคม และ
ประเทศชาตใิ นอนาคต
โรงเรียนบ้านแก้งกอก จึงได้จัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๒ เพื่อใช้ แทน
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้สถานศึกษา นำหลักสูตรฉบับนี้ไปใช้โดยปรับปรุงให้
เหมาะสมกบั เด็กและสภาพของท้องถนิ่
6
ปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวัย
การศกึ ษาปฐมวยั เป็นการพัฒนาเด็กต้ังแตแ่ รกเกิดถึง ๖ ปี บริบูรณ์ อยา่ งเป็นองคร์ วม บน
พ้นื ฐานการอบรมเล้ยี งดู และสง่ เสรมิ กระบวนการเรียนรู้ท่ีสนองต่อธรรมชาตแิ ละพัฒนาการตามวยั ของเด็ก
แต่ละคนใหเ้ ต็มตามศกั ยภาพภายใตบ้ รบิ ทสังคมและวฒั นธรรมท่ีเด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอ้ืออาทร
และความเข้าใจของทุกคน เพ่ือสรา้ งรากฐานคุณภาพชีวติ ใหเ้ ด็กพฒั นาไปสูค่ วามเปน็ มนุษยท์ ่สี มบูรณเ์ กิด
คุณคา่ ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
ปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวัยโรงเรยี นบ้านแก้งกอก
โรงเรยี นบ้านแก้งกอกจัดการพฒั นาเดก็ อายุ ๓-๖ ปีบนพ้ืนฐานการอบรมเล้ียงดูและส่งเสรมิ
กระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพฒั นาการทางสมองของเด็กแตล่ ะคนใหเ้ ต็มตามศักยภาพ ผา่ นการเลน่
การช่วยเหลือตนเอง มีทกั ษะในการดำรงชวี ิตประจำวนั ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดว้ ยความรกั
ความเข้าใจของทกุ คน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชวี ติ และพฒั นาเดก็ มีพัฒนาการท้ังด้านร่างกาย อารมณ์
จิตใจ สงั คม และสตปิ ัญญา
หลักการ
เดก็ ทกุ คนมสี ิทธทิ์ ่ีจะได้รับการอบรมเล้ยี งดูและสง่ เสริมพัฒนาการตามอนุสญั ญาว่าด้วยสทิ ธิเดก็
ตลอดจนไดร้ ับการจัดประสบการณ์การเรียนรอู้ ยา่ งเหมาะสม ด้วยปฏสิ ัมพันธท์ ่ีดรี ะหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็ก
กบั ผ้สู อน เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือผทู้ เ่ี ก่ียวข้องในการอบรมเล้ียงดู การพัฒนา และให้การศึกษาแก่เดก็ ปฐมวยั
เพ่อื ใหเ้ ด็กมีโอกาสพฒั นาตนเองตามลำดับขัน้ ของพัฒนาการทุกด้าน อย่างเป็นองค์รวม มคี ุณภาพ และเต็ม
ตามศักยภาพโดยมหี ลกั การดังนี้
๑. สง่ เสรมิ กระบวนการเรียนรแู้ ละพัฒนาการทคี่ รอบคลุมเด็กปฐมวยั ทุกคน
๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่าง
ระหว่างบุคคลและวิถชี วี ิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย
๓. ยดึ พฒั นาการและการพฒั นาเดก็ โดยองค์รวมผา่ นการเล่นอยา่ งมีความหมายและมีกจิ กรรมท่ี
หลากหลาย ไดล้ งมือกระทำในสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับวัย และมีการพักผ่อนทีเ่ พียงพอ
๔. จัดประสบการณ์การเรยี นรใู้ ห้เด็กมที ักษะชีวิต และสามารถปฏบิ ัตติ นตามหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง เป็นคนดี มีวินยั และมีความสุข
๕. สร้างความรู้ ความเข้าใจและประสานความรว่ มมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อ
แม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายทเี่ ก่ียวข้องกบั การพฒั นาเด็กปฐมวัย
7
วิสยั ทัศน์หลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย
หลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัยมุ่งพฒั นาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และ
สติปญั ญาอย่างมีคุณภาพและตอ่ เน่ือง ได้รับการจดั ประสบการณ์การเรียนร้อู ยา่ งมีความสุขและเหมาะสมตาม
วัย มีทกั ษะชีวิตและปฏบิ ัติตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ คนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย
โดยความร่วมมอื ระหวา่ งสถานศกึ ษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝา่ ยท่เี กย่ี วข้องกบั การพัฒนาเด็ก
วิสัยทัศนก์ ารศกึ ษาระดบั ปฐมวัยโรงเรยี นบา้ นแกง้ กอก
โรงเรียนบ้านแก้งกอก จะมุ่งจัดการพัฒนาเด็กปฐมวัย ๓-๖ ปีบนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและ
ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ท่สี อดคล้องกบั การพัฒนาการของเด็กแตล่ ะคนใหเ้ ต็มตามศักยภาพ และพัฒนาเด็ก
โดยองค์รวม มีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เรียนรู้ผ่านการเล่นปนเรียน
และลงมือปฏิบัติ มีทักษะในการดำรงชีวิต ประจำวันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยผ่านการจัด
กิจกรรมโครงงานในรูปแบบสเต็มและตามแนวโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ด้วยความรัก ความเข้าใจ
ของทกุ คน เพอ่ื สรา้ งรากฐานคุณภาพชวี ิตทด่ี ีโดยการมีส่วนรว่ มของผ้ปู กครอง ชุมชนและทุกฝา่ ยท่ีเก่ียวข้องใน
การพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการรอบด้านอย่างสมดุล เต็มตามศักยภาพ สนใจใฝ่รู้ ใฝ่เรียน เรียนรู้อย่าง มี
ความสขุ มีเจตคติท่ดี ตี ่อท้องถ่นิ และสง่ เสริมให้เด็กมีความพร้อมในการเรยี นต่อในช้นั ทสี่ ูงข้ึนต่อไป
พนั ธกจิ
๑. โรงเรยี นมุ่งจัดประสบการณ์พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ช่วงอายุ ๓-๖ ปใี หม้ พี ัฒนาการทงั้ ๔ ดา้ น อย่างสมดลุ
และเต็มศักยภาพ มเี จตคติทีด่ ีตอ่ ท้องถิน่ สนใจใฝ่รู้ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม มที ักษะชวี ติ และเรียนรอู้ ยา่ งมี
ความสขุ เป็นคนดี มีวินัย อยู่ร่วมกับผอู้ น่ื ได้อยา่ งมคี วามสุข
๒. พัฒนาครูและบุคลากรให้สามารถจัดประสบการณ์โดยบูรณาการเรียนรู้ผ่านการเล่นเน้นให้เด็กได้ลงมือ
ปฏิบัติจริงที่มีจุดหมายอย่างต่อเนื่อง และมีความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็ก
อยา่ งถูกตอ้ งและเตม็ ศักยภาพ
๓. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ทห่ี ลากหลาย สภาพแวดลอ้ ม สื่อเทคโนโลยี ทีส่ อดคลอ้ งกับพัฒนาการของเด็ก
โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและแหล่งเรยี นรู้ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น มาใชเ้ สริมสร้างพัฒนาการ การ
เรียนร้ขู องเด็ก `และ`มีการจดั มุมประสบการณ์การเรยี นรทู้ ีห่ ลากหลาย
๔. ผูป้ กครองและชุมชนทุกฝา่ ยมีสว่ นร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มพี ัฒนาการอย่างรอบด้าน เตม็ ศักยภาพ
อยา่ งสมดุล มคี วามพรอ้ มในการศึกษาต่อในระดับท่สี ูงขึ้น
เปา้ หมาย
๑. เด็กปฐมวัยชว่ งอายุ ๔-๖ ปีใหม้ ีพัฒนาการท้ัง ๔ ดา้ น อยา่ งสมดลุ และเต็มศกั ยภาพ มเี จตคตทิ ่ีดีตอ่ ทอ้ งถนิ่
สนใจใฝ่รู้ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม มที กั ษะชีวติ และเรยี นรู้อย่างมคี วามสุข เป็นคนดี มวี นิ ัย อยรู่ ว่ มกับผอู้ ่นื ได้
อย่างมีความสุข
8
๒. ครูและบคุ ลากรางการศึกษาทุกคนสามารถจัดประสบการณโ์ ดยบรู ณาการเรียนร้ผู า่ นการเลน่ เนน้ ให้เดก็ ได้
ลงมือปฏบิ ตั ิจริงท่ีมีจดุ หมายอย่างต่อเน่ืองและมีความรคู้ วามเข้าใจและสามารถจัดประสบการณ์เพอื่ พัฒนาเด็ก
อย่างถูกต้องและเต็มศักยภาพ
๓. ทุกห้องเรียน จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย สภาพแวดล้อม สื่อเทคโนโลยี ที่สอดคล้องกับ
พัฒนาการของเด็ก โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้
เสริมสร้างพฒั นาการการเรียนรู้ของเด็ก `และ`มกี ารจัดมุมประสบการณก์ ารเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลาย น่าสนใจ
๔. ผู้ปกครองและชุมชนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มี
พัฒนาการอย่างรอบดา้ น เต็มศักยภาพอย่างสมดลุ มคี วามพร้อมในการศกึ ษาต่อในระดบั ทีส่ ูงขึน้
จดุ หมาย
การศึกษาปฐมวัย มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตามศักยภาพ และเพื่อให้มีความพร้อมในการ
เรียนรูต้ อ่ ไป จงึ กำหนดจุดหมายเพ่อื ใหเ้ กิดกบั เดก็ เมื่อเด็กจบการศึกษาระดบั ปฐมวยั ดงั นี้
๑. มรี า่ งกายเจริญเติบโตตามวัย แขง็ แรง และมีสุขนิสัยท่ีดี
๒. มีสขุ ภาพจิตดี มีสุนทรยี ภาพ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและจติ ใจทด่ี ีงาม
๓. มที กั ษะชีวิตและปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวนิ ัยและอยรู่ ว่ มกับผอู้ ่ืนได้อย่าง
ความสขุ
๔. มที ักษะการคิด การใชภ้ าษาสอื่ สาร และการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวยั
พฒั นาการเดก็ ปฐมวัย
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านร่างกาย จติ ใจ สังคม และสตปิ ญั ญาแสดงให้เหน็ ถึงการเปล่ียนแปลงที่
เกดิ ข้นึ ตามวฒุ ิภาวะและสภาพแวดลอ้ มทเี่ ด็กได้รับ พัฒนาการเดก็ ในแตล่ ะช่วงวยั อาจเร็วหรือช้าแตกต่างกนั ไป
ในเดก็ แต่ละคน มรี ายละเอยี ด ดังนี้
๑. พัฒนาการดา้ นร่างกาย เป็นพัฒนาการที่เปน็ ผลมาจากการเปล่ียนแปลงในทางที่ดีขึ้นของรา่ งกายในด้าน
โครงสรา้ งของร่างกาย ดา้ นความสามารถในการเคล่ือนไหว และด้านการมีสุขภาพอนามัยทดี่ ี รวมถงึ การใช้
สมั ผสั รบั รู้ การใช้ตาและมือประสานกนั ในการทำกจิ กรรมต่างๆ เดก็ อายุ ๓-๕ ปีมกี ารเจริญเติบโตรวดเร็ว
โดยเฉพาะในเรอ่ื งน้ำหนกั และสว่ นสงู กลา้ มเนอื้ ใหญจ่ ะมีความกา้ วหนา้ มากกว่ากลา้ มเนอื้ เลก็ สามารถบังคบั
การเคลอ่ื นไหวของรา่ งกายได้ดี มีความคล่องแคล่ววอ่ งไวในการเดิน สามารถว่งิ กระโดด ควบคุมและบังคบั
การทรงตัวได้ดี จึงชอบเคล่ือนไหว ไมห่ ยุดน่งิ พรอ้ มทจี่ ะออกกำลังและเคลือ่ นไหวในลกั ษณะตา่ งๆสว่ น
กล้ามเน้อื เล็กและความสมั พันธร์ ะหว่างตาและมือยังไมส่ มบูรณ์ การสัมผสั หรือการใชม้ อื มีความละเอียดข้ึน ใช้
มอื หยบิ จบั สงิ่ ของตา่ งๆไดม้ ากขน้ึ ถา้ เด็กไม่เครียดหรือกงั วลจะสามารถทำกจิ กรรมที่พฒั นากล้ามเน้ือเลก็ ไดด้ ี
และนานข้ึน
๒. พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ เป็นความสามารถในการรู้สกึ และแสดงความรสู้ กึ ของเด็ก เช่นพอใจ ไม่
พอใจ รัก ชอบ สนใจ เกียด โดยทเี่ ดก็ รจู้ กั ควบคมุ การแสดงออกอยา่ งเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ เผชิญ
กบั เหตุการณ์ต่างๆ ตลอดจนการสร้างความรูส้ ึกที่ดแี ละการนบั ถอื ตนเอง เด็กอายุ ๓-๕ ปีจะแสดงความ
9
รู้สึกอยา่ งเต็มท่ีไม่ปดิ บงั ชอ่ นเร้น เช่น ดใี จ เสียใจ โกรธแตจ่ ะเกดิ เพียงชั่วครแู่ ลว้ หายไปการที่เด็กเปล่ยี นแปลง
อารมณ์ง่ายเพราะมชี ่วงความสนใจระยะสน้ั เม่ือมสี ่งิ ใดน่าสนใจกจ็ ะเปลีย่ นความสนใจไปตามส่งิ นนั้ เดก็ วันนี้
มกั หวาดกลัวสิ่งต่างๆ เชน่ ความมดื หรอื สัตว์ตา่ งๆ ความกลัวของเดก็ เกดิ จากจนิ ตนาการ ซง่ึ เดก็ ว่าเปน็ เร่อื ง
จรงิ สำหรบั ตน เพราะยงั สบั สนระหวา่ งเรอื่ งปรุงแต่งและเร่ืองจรงิ ความสามารถแสดงอารมณ์ไดส้ อดคล้องกับ
สถานการณ์อย่างเหมาะสมกับวัย รวมถึงชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อืน่ เพราะยดึ ตัวเอง
เปน็ ศนู ยก์ ลางน้อยลงและต้องการความสนใจจากผอู้ ่นื มากขึ้น
๓. พฒั นาการด้านสังคม เปน็ ความสามารถในการสร้างความสัมพนั ธ์ทางสังคมครงั้ แรกในครอบครัว โดยมี
ปฏสิ มั พนั ธก์ ับพ่อแม่และพนี่ อ้ ง เม่อื โตขนึ้ ต้องไปสถานศึกษา เดก็ เริ่มเรียนร้กู ารตดิ ต่อและการมสี ัมพันธ์กบั
บุคคลนอกครอบครวั โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เด็กในวยั เดียวกนั เด็กไดเ้ รียนรู้การปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ สงั คมกบั เด็กอื่น
พร้อมๆกบั รจู้ ักรว่ มมอื ในการเล่นกบั กลมุ่ เพ่อื น เจตคตแิ ละพฤติกรรมทางสงั คมของเดก็ จะก่อข้ึนในวยั น้แี ละจะ
แฝงแนน่ ยากท่จี ะเปล่ียนแปลงในวยั ต่อมา ดังน้ัน จงึ อาจกล่าวไดว้ ่าพฤติกรรมทางสังคมของเด็กวยั น้ี มี ๒
ลกั ษณะ คอื ลักษณะแรกน้นั เป็นความสมั พันธ์กับผูใ้ หญ่และลกั ษณะทสี่ องเปน็ ความสัมพนั ธก์ บั เด็กในวัย
ใกล้เคยี งกัน
๔. พฒั นาการด้านสติปัญญา ความคดิ ของเด็กวัยนี้มีลักษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ยังไม่สามารถเขา้ ใจ
ความร้สู กึ ของคนอื่น เดก็ มีความคิดเพยี งแตว่ า่ ทุกคนมองส่งิ ตา่ งๆรอบตวั และรู้สกึ ต่อสงิ่ ต่างๆ เหมอื นตนเอง
ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ท่ีสดุ เมือ่ อายุ ๔-๖ ปี เด็กสามารถโตต้ อบหรอื มปี ฏิสัมพันธก์ ับวัตถุส่ิงของที่อยู่
รอบตวั ได้ สามารถจำสง่ิ ตา่ งๆ ที่ได้กระทำซ้ำกนั บ่อยๆ ได้ดี เรยี นรูส้ ่ิงต่างๆ ไดด้ ีขน้ึ แตย่ ังอาศัยการรับรเู้ ป็น
สว่ นใหญ่ แก้ปญั หาการลองผิดลองถูกจากการรบั รูม้ ากกวา่ การใชเ้ หตผุ ลความคดิ รวบยอดเกี่ยวกับสง่ิ ตา่ งๆ ที่
อย่รู อบตวั พัฒนาอย่างรวดเรว็ ตามอายุท่ีเพิ่มข้นึ ในสว่ นของพัฒนาการทางภาษา เด็กวยั นีเ้ ปน็ ระยะเวลาของ
การพัฒนาภาษาอย่างรวดเรว็ โดยมีการฝึกฝนการใชภ้ าษาจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในรูปของการพดู คุย การ
ตอบคำถาม การเล่าเรอ่ื ง การเล่านทิ านและการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ที่ เก่ียวข้องกับการใช้ภาษาในสถานศึกษา
เดก็ ปฐมวัยสามารถ ใชภ้ าษาแทนความคิดของตนและใช้ภาษาในการติดตอ่ สัมพนั ธก์ บั คนอื่นได้คำพูดของเดก็
วยั น้ี อาจจะทำให้ผูใ้ หญบ่ างคนเขา้ ใจว่าเด็กรู้มากแลว้ แต่ทจ่ี ริงเด็กยงั ไม่เขา้ ใจความหมายของคำและเร่ืองราว
ลกึ ซ้งึ นัก
มาตรฐานคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคจ์ ำนวน ๑๒ มาตรฐาน
ประกอบดว้ ย
๑.พัฒนาการดา้ นรา่ งกาย ประกอบดว้ ย ๒ มาตรฐานคอื
มาตรฐานท่ี ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมสี ุขนิสยั ท่ีดี
ตวั บ่งช้ที ี่ ๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์
ตวั บ่งชท้ี ี่ ๑.๒ มสี ุขภาพอนามยั สุขนสิ ยั ท่ดี ี
ตัวบ่งช้ที ่ี ๑.๓ รักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อนื่
10
มาตรฐานที่ ๒ กลา้ มเนื้อใหญแ่ ละกลา้ มเนอ้ื เลก็ แข็งแรงใช้ได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่ และประสาน
สัมพันธก์ นั
ตัวบ่งชท้ี ่ี ๒.๑ เคลือ่ นไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่ว ประสานสมั พนั ธ์และทรงตัวได้
ตวั บ่งชที้ ี่ ๒.๒ ใชม้ ือ-ตาประสานสมั พันธ์กัน
๒.พฒั นาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ ๓ มสี ขุ ภาพจติ ดีและมคี วามสุข
ตวั บ่งชี้ที่ ๓๑ แสดงออกทางอารมณไ์ ด้อย่างเหมาะสม
ตวั บง่ ชท้ี ี่ ๓.๒ มีความรู้สกึ ที่ดตี อ่ ตนเองและผู้อน่ื
มาตรฐานที่ ๔ ชน่ื ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่อื นไหว
ตวั บ่งชท้ี ่ี ๔.๑ สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลือ่ นไหว
มาตรฐานที่ ๕ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และมีจิตใจท่ดี ีงาม
ตวั บง่ ชี้ที่ ๕.๑ ซื่อสัตย์สุจริต
ตวั บง่ ชี้ที่ ๕.๒ มีความเมตตากรณุ า มีนำ้ ใจและช่วยเหลอื แบ่งปัน
ตวั บ่งชท้ี ่ี ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อืน่
ตวั บ่งชท้ี ่ี ๕.๔ มคี วามรบั ผดิ ชอบ
๓.พฒั นาการด้านสงั คม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคอื
มาตรฐานท่ี ๖ มีทกั ษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตัวบ่งชท้ี ี่ ๖.๑ ชว่ ยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ตั ิกจิ วัตรประจำวนั
ตัวบง่ ชท้ี ี่ ๖.๒ มวี ินัยในตนเอง
ตัวบง่ ชี้ที่ ๖.๓ ประหยดั และพอเพยี ง
มาตรฐานที่ ๗ รกั ธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม และความเป็นไทย
ตัวบ่งชี้ท่ี ๗.๑ ดูแลรกั ษาธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๒ มมี ารยาทตามวฒั นธรรมไทย และรักความเปน็ ไทย
มาตรฐานที่ ๘ อยรู่ ่วมกบั ผู้อน่ื ได้อยา่ งมีความสุขและปฏิบตั ิตนเปน็ สมาชกิ ทดี่ ีของสังคมใน
ระบอบประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข
ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๑ ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งบุคคล
ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๒ มปี ฏิสัมพนั ธท์ ดี่ กี ับผอู้ นื่
ตวั บ่งชี้ที่ ๘.๓ ปฏบิ ัติตนเบอื้ งตน้ ในการเป็นสมาชกิ ท่ดี ขี องสงั คม
๔.พัฒนาการดา้ นสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคอื
มาตรฐานท่ี ๙ ใชภ้ าษาสอื่ สารได้เหมาะสมกบั วยั
ตวั บง่ ชท้ี ี่ ๙.๑ สนทนาโตต้ อบและเลา่ เรื่องใหผ้ ้อู ื่นเขา้ ใจ
ตวั บ่งชี้ที่ ๙.๒ อา่ น เขียนภาพและสัญลกั ษณ์ได้
มาตรฐานท่ี ๑๐ มีความสามารถในการคดิ ทเี่ ปน็ พืน้ ฐานการเรยี นรู้
ตัวบ่งช้ที ่ี ๑๐.๑ มีความสามารถในการคดิ รวบยอด
11
ตัวบง่ ช้ีที่ ๑๐.๒ มคี วามสามารถในการคิดเชิงเหตุผล
ตวั บ่งชท้ี ี่ ๑๐.๓ มีความสามารถในการคดิ แกป้ ัญหาและตัดสินใจ
มาตรฐานท่ี ๑๑ มจี นิ ตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์
ตวั บง่ ช้ีที่ ๑๑.๑ ทำงานศลิ ปะตามจนิ ตนาการและความคดิ สร้างสรรค์
ตวั บ่งชท้ี ี่ ๑๑.๒ แสดงท่าทางเคลอื่ นไหวตามจนิ ตนาการอย่างสร้างสรรค์
มาตรฐานท่ี ๑๒ มีเจตคติท่ีดตี ่อการเรยี นรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรูไ้ ด้เหมาะสม
กับวัย
ตวั บ่งชี้ที่ ๑๒.๑ มีเจตคติท่ดี ตี อ่ การเรยี นรู้
ตัวบง่ ช้ีท่ี ๑๒.๒ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้
ตัวบ่งช้ี
ตวั บง่ ชี้ เป็นเปา้ หมายในการพัฒนาเด็กทมี่ ีความสมั พนั ธส์ อดคล้องกบั มาตรฐานคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์
สภาพที่พงึ ประสงค์
สภาพที่พึงประสงค์ เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิด บนพื้นฐาน
พฒั นาการตามวยั หรือความสามารถตามธรรมชาติในแตล่ ะระดบั อายุเพื่อนำไปใชใ้ นการกำหนดสาระเรียนรู้ใน
การจดั ประสบการณ์ กิจกรรมและประเมนิ พฒั นาการเดก็
ระยะเวลาเรยี น
หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาในการจดั ประสบการณใ์ ห้กับเด็ก ๒ ปี
การศกึ ษาโดยประมาณ ทั้งน้ี ขนึ้ อยูก่ ับอายุของเด็กท่ีเรมิ่ เข้าสถานศกึ ษาหรอื สถาบันพัฒนาเดก็ ปฐมวัย
เวลาเรียนสำหรบั เดก็ ปฐมวยั ขนึ้ อยู่กับสถานศกึ ษาแต่ละแห่ง โดยมเี วลาเรียนไม่นอ้ ยกว่า ๑๘๐ วนั ตอ่ ๑ ปี
การศึกษา ในแต่ละวนั จะใช้เวลาไม่นอ้ ยกว่า ๕ ชว่ั โมง โดยสามารถปรบั เปล่ยี นใหเ้ หมาะสมตามบรบิ ทของ
สถานศึกษา
โครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
เพอ่ื ใหก้ ารจัดการศึกษาเป็นไปตามหลกั การ จุดหมายท่ีกำหนดไว้ ใหส้ ถานศกึ ษาและผู้เกี่ยวข้องกับ
การเลี้ยงดเู ด็กปฏบิ ัติในการจัดทำหลักสตู รสถานศึกษา จึงกำหนดโครงสร้างของหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั
ของโรงเรียนบ้านแกง้ กอก ดังนี้
โครงสร้างหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐
ช่วงอายุ อายุ ๓ - ๖ ปี
ประสบการณส์ ำคัญ สาระท่ีควรเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ - ดา้ นรา่ งกาย - เรือ่ งราวเกี่ยวกบั ตวั เดก็
- ดา้ นอารมณ์ จิตใจ - เรื่องราวเกี่ยวกบั บคุ คลและสถานที่
- ดา้ นสังคม แวดล้อมเดก็
12
- ดา้ นสติปญั ญา - ธรรมชาติรอบตัว
- สง่ิ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก
จัดการศกึ ษา ๒ ภาคเรียน : ๑ ปกี ารศึกษา
ชน้ั อนบุ าลปที ี่ ๑ อายุระหว่าง ๓-๔ ปี
ระยะเวลาเรียน ชัน้ อนุบาลปีที่ ๒ อายุระหวา่ ง ๔-๕ ปี
ช้ันอนบุ าลปีท่ี ๓ อายรุ ะหวา่ ง ๕-๖ ปี
ไมน่ ้อยกว่า ๑๘๐ วนั : ๑ ปี ใชเ้ วลา ๕-๖ ชัว่ โมง : ๑ วัน
๒๕-๓๐ ชวั่ โมง/สัปดาห์
หมายเหตุ ๓-๔ ปี มคี วามสนใจ ๘ - ๑๒ นาที
๔-๕ ปี มคี วามสนใจ ๑๒ - ๑๕ นาที
๕-๖ ปี มคี วามสนใจ ๑๕ - ๒๐ นาที
* กจิ กรรมทีต่ ้องใช้ความคิดในกลุ่มเล็กและกลมุ่ ใหญ่ ไม่ควรใชเ้ วลาตอ่ เนอ่ื งนานเกนิ กวา่ ๒๐ นาที
* กิจกรรมท่เี ด็กมีอสิ ระเลือกเลน่ เสรี เชน่ การเล่นตามมุม การเล่นกลางแจ้ง ใช้เวลา ๔๐ – ๖๐ นาที
สภาพท่พี งึ ประสงค์
สภาพที่พึงประสงคเ์ ป็นพฤติกรรมหรอื ความสามารถตามวยั ทีค่ าดหวงั ให้เด็กเกิด บนพืน้ ฐาน
พัฒนาการตามวยั หรอื ความสามารถตามธรรมชาตใิ นแต่ละระดับอายุเพ่ือนำไปใช้ในการกำหนดสาระเรียนรู้ใน
การจัดประสบการณ์ กิจกรรมและประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมรี ายละเอียดของมาตรฐาน มาตรฐาน
คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ ตัวบ่งช้ี และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ ดังน้ี
มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวยั เดก็ มสี ขุ นิสัยที่ดี
ตวั บ่งชี้ที่ ๑.๑ มนี ้ำหนกั และส่วนสูงตามเกณฑ์
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-นำ้ หนักและสว่ นสงู ตาม -น้ำหนักและส่วนสงู ตามเกณฑ์ -น้ำหนักและสว่ นสงู ตามเกณฑข์ อง
เกณฑ์ของกรมอนามยั ของกรมอนามยั กรมอนามยั
ตัวบ่งช้ที ี่ ๑.๒ มสี ุขภาพอนามยั สุขนสิ ัยท่ีดี
สภาพที่พงึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-ยอมรับประทานอาหารท่ีมี -รบั ประทานอาหารท่มี ี -รับประทานอาหารท่มี ีประโยชน์ได้
ประโยชนแ์ ละดืม่ น้ำท่ีสะอาด ประโยชนแ์ ละด่มื นำ้ สะอาดด้วย หลายชนดิ และดมื่ นำ้ สะอาดไดด้ ้วย
เมื่อมผี ู้ชี้แนะ ตนเอง ตนเอง
13
-ล้างมือก่อนรับประทาน -ลา้ งมือก่อนรับประทานอาหาร -ล้างมอื ก่อนรบั ประทานอาหารและ
อาหารและหลงั จากใช้หอ้ งนำ้ และหลังจากใช้ห้องน้ำห้องสว้ ม หลังจากใช้หอ้ งน้ำห้องสว้ มด้วย
หอ้ งสว้ มเมื่อมีผชู้ ี้แนะ ด้วยตนเอง ตนเอง
-นอนพกั ผ่อนเป็นเวลา -นอนพักผ่อนเปน็ เวลา -นอนพกั ผ่อนเป็นเวลา
-ออกกำลงั กายเป็นเวลา -ออกกำลงั กายเปน็ เวลา -ออกกำลงั กายเป็นเวลา
ตัวบ่งชีท้ ี่ ๑.๓ รักษาความปลอดภยั ของตนเองและผู้อ่ืน
สภาพท่ีพงึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-เลน่ และทำกิจกรรมและปฏิบัติตอ่
-เล่นและทำกจิ กรรมอยา่ ง -เลน่ และทำกจิ กรรมอยา่ ง ผอู้ ่นื อยา่ งปลอดภัย
ปลอดภัยเมือ่ มีผชู้ ีแ้ นะ ปลอดภัยด้วยตนเอง
มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนือ้ ใหญ่และกล้ามเนื้อเลก็ แข็งแรงใชไ้ ด้อย่างคล่องแคลว่ และประสาน สมั พันธ์กนั
ตัวบง่ ช้ีที่ ๒.๑ เคล่อื นไหวรา่ งกายอยา่ งคล่องแคลว่ ประสานสมั พันธ์และทรงตัวได้
สภาพท่ีพงึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-เดนิ ตามแนวท่กี ำหนดได้ -เดนิ ต่อเทา้ ไปข้างหน้าเปน็ เส้นตรง -เดนิ ตอ่ เท้าถอยหลงั เป็นเส้นตรงได้
ได้โดยไม่ต้องกางแขน โดยไมต่ อ้ งกางเกง
-กระโดดสองขา ขึ้นลงอยู่กับท่ีได้ -กระโดดขาเดยี วอยกู่ ับทีไ่ ด้โดยไม่ -กระโดดขาเดยี ว ไปขา้ งหนา้ ได้
เสยี การทรงตัว อยา่ งต่อเน่อื งโดยไมเ่ สยี การทรงตวั
-ว่งิ แลว้ หยุดได้ -วิ่งหลบหลีกส่งิ กดี ขวางได้ -วิง่ หลบหลีกส่งิ กีดขวางได้อย่าง
คล่องแคลว่
-รับลูกบอลโดยใชม้ ือและลำตัวช่วย -รับลกู บอลได้ดว้ ยมือทั้งสองข้าง -รับลกู บอลที่กระดอนขึน้ จากพ้นื ได้
ตัวบ่งชี้ท่ี ๒.๓ ใช้มือ-ตาประสานสมั พนั ธก์ นั
สภาพท่พี ึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-ใชก้ รรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้น
-ใชก้ รรไกรตัดกระดาขาดจากกัน -ใชก้ รรไกรตัดกระดาษตามแนว โคง้ ได้
-เขียนรูปสามเหลย่ี มตามแบบได้
ได้โดยใชม้ ือเดยี ว เสน้ ตรงได้ อย่างมีมุมชดั เจน
-ร้อยวสั ดทุ ่มี รี ขู นาดเส้นผ่าน
-เขยี นรูปวงกลมตามแบบได้ -เขยี นรปู ส่ีเหลยี่ มตามแบบได้อยา่ งมี ศูนย์กลาง๐.๒๕ ซม.ได้
มมุ ชัดเจน
-รอ้ ยวัสดทุ ่ีมีรูขนาดเสน้ ผ่าน -รอ้ ยวสั ดุที่มรี ูจนาดเส้นผ่านศูนย์
ศูนย์กลาง ๑ ซม.ได้ ๐.๕ ซม.ได้
14
๒.พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ
มาตรฐานท่ี ๓ มสี ุขภาพจติ ดแี ละมคี วามสุข
ตัวบง่ ช้ีที่ ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม
สภาพทพ่ี ึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-แสดงอารมณ์ ความรสู้ ึกได้
-แสดงอารมณ์ ความรูส้ ึกได้เหมาะสมกบั -แสดงอารมณ์ ความรสู้ กึ ได้ตาม สอดคล้องกบั สถานการณ์
อย่างเหมาะสม
บางสถานการณ์ สถานการณ์
ตัวบ่งช้ที ่ี ๓.๒ มคี วามร้สู ึกท่ีดตี ่อตนเองและผู้อืน่
สภาพทพี่ งึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-กล้าพดู กล้าแสดงออก
-กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่าง -กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่าง
เหมาะสมบางสถานการณ์ เหมาะสมตามสถานการณ์
-แสดงความพอใจในผลงาน -แสดงความพอใจในผลงานและ -แสดงความพอใจในผลงานและ
ตนเอง ความสามารถของตนเอง ความสามารถของตนเองและผูอ้ น่ื
มาตรฐานที่ ๔ ช่นื ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว
ตัวบ่งช้ีที่ ๔.๑ สนใจและมีความสุขและแสดงออกผา่ นงานศิลปะ ดนตรีและการเคลอื่ นไหว
สภาพท่ีพึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-สนใจและมีความสุขและ -สนใจและมีความสุขและแสดงออก -สนใจและมีความสุขและ
แสดงออกผา่ นงานศิลปะ ผา่ นงานศิลปะ แสดงออกผ่านงานศิลปะ
-สนใจ มคี วามสุขและแสดงออก -สนใจ มคี วามสุขและแสดงออกผา่ น -สนใจ มีความสุขและแสดงออก
ผา่ นเสยี งเพลง ดนตรี เสียงเพลง ดนตรี ผา่ นเสียงเพลง ดนตรี
-สนใจ มคี วามสขุ และแสดง -สนใจ มคี วามสขุ และแสดงท่าทาง/ 15
-สนใจ มคี วามสขุ และแสดง
ท่าทาง/เคลอื่ นไหวประกอบเพลง เคลอื่ นไหวประกอบเพลง จงั หวะ ท่าทาง/เคล่อื นไหวประกอบเพลง
จังหวะและ ดนตรี
จังหวะและ ดนตรี และ ดนตรี
มาตรฐานท่ี ๕ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและมีจติ ใจที่ดงี าม
ตวั บง่ ชี้ท่ี ๕.๑ ซื่อสตั ย์ สจุ ริต
สภาพทพี่ งึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-บอกหรอื ช้ีไดว้ า่ สง่ิ ใดเป็นของ - ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อต้องการ - ขออนญุ าตหรือรอคอยเม่ือ
ตนเองและส่งิ ใดเป็นของผู้อืน่
ส่งิ ของของผู้อ่นื เมื่อมผี ูช้ ี้แนะ ต้องการสิง่ ของของผู้อื่นดว้ ย
ตนเอง
ตัวบ่งช้ที ี่ ๕.๒ มีความเมตตา กรณุ า มนี ำ้ ใจและช่วยเหลือแบ่งปัน
สภาพที่พึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-แสดงความรกั เพ่อื นและมีเมตตา
-แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตา -แสดงความรกั เพื่อนและมีเมตตา
สตั ว์เลี้ยง
สตั วเ์ ลยี้ ง สตั วเ์ ล้ยี ง
-แบ่งปันสิง่ ของให้ผ้อู ื่นได้เมื่อมีผู้ -ช่วยเหลือและแบ่งปันผูอ้ ่ืนได้เม่ือมผี ู้ -ช่วยเหลือและแบ่งปนั ผูอ้ ่ืนได้
ชแี้ นะ ชีแ้ นะ ดว้ ยตนเอง
ตวั บ่งชี้ท่ี ๕.๓ มคี วามเห็นอกเหน็ ใจผู้อ่ืน
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-แสดงสีหนา้ หรือทา่ ทางรบั รู้ -แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้ -แสดงสหี น้าหรือทา่ ทางรบั รู้
ความรู้สกึ ผู้อื่นอยา่ งสอดคลอ้ งกบั
ความรสู้ กึ ผ้อู ื่น ความร้สู กึ ผู้อน่ื สถานการณ์
ตวั บ่งช้ีท่ี ๕.๔มีความรบั ผิดชอบ
16
สภาพที่พงึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-ทำงานท่ีได้รบั มอบหมายจน
-ทำงานท่ไี ดร้ บั มอบหมายจนสำเร็จ -ทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมายจน
สำเรจ็ ดว้ ยตนเอง
เมอ่ื มีผู้ช่วยเหลือ สำเรจ็ เมื่อมีผชู้ แี้ นะ
๓. พัฒนาการดา้ นสังคม
มาตรฐานท่ี ๖ มที กั ษะชีวิตและปฏบิ ตั ติ นตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ตวั บ่งช้ีที่ ๖.๑ ชว่ ยเหลือตนเองในการปฏิบัตกิ ิจวัตรประจำวัน
สภาพทพ่ี ึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
- แตง่ ตัวโดยมีผู้ชว่ ยเหลือ - แตง่ ตัวด้วยตนเอง - แต่งตัวดว้ ยตนเองได้อย่าง
คลอ่ งแคลว่
- รับประทานอาหารด้วยตนเอง -รับประทานอาหารด้วยตนเอง - รับประทานอาหารด้วยตนเอง
อยา่ งถูกวธิ ี
-ใช้หอ้ งนำ้ ห้องส้วมโดยมผี ู้ -ใชห้ ้องนำ้ ห้องส้วมด้วยตนเอง -ใชแ้ ละทำความสะอาดหลงั ใช้
ช่วยเหลือ ห้องนำ้ ห้องสว้ มดว้ ยตนเอง
ตัวบง่ ชที้ ี่ ๖.๒ มีวินัยในตนอง
สภาพทพ่ี ึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-เกบ็ ของเลน่ ของใช้เขา้ ที่เม่ือมผี ู้ -เก็บของเล่นของใชเ้ ข้าท่ีดว้ ย -เกบ็ ของเลน่ ของใช้เข้าทีอ่ ยา่ ง
ชแี้ นะ ตนเอง เรียบร้อยด้วยตนเอง
-เข้าแถวตาลำดับกอ่ นหลังได้เมอ่ื มี -เข้าแถวตาลำดับกอ่ นหลงั ได้ด้วย -เขา้ แถวตาลำดบั ก่อนหลงั ได้ดว้ ย
ผู้ชี้แนะ ตนเอง ตนเอง
ตัวบ่งชที้ ่ี ๖.๓ ประหยัดและพอเพยี ง
สภาพที่พงึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี 17
อายุ ๕ ปี
-ใชส้ งิ่ ของเคร่ืองใช้อยา่ งประหยดั -ใชส้ ิ่งของเคร่ืองใช้อย่างประหยัด -ใช้สิ่งของเคร่ืองใช้อย่างประหยัด
และพอเพยี งเมื่อมผี ู้ช้แี นะ และพอเพียงเม่ือมผี ชู้ แี้ นะ และพอเพียงดว้ ยตนเอง
มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม วัฒนธรรม และความเปน็ ไทย
ตัวบง่ ชที้ ี่ ๗.๑ ดแู ลรักษาธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-มสี ว่ นรว่ มในการดแู ลรักษา -มีส่วนรว่ มในการดแู ลรกั ษา -มสี ่วนรว่ มในการดแู ลรกั ษา
ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มเมือ่ มผี ู้ ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มเมอ่ื มผี ู้ ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มด้วย
ชแ้ี นะ ชแ้ี นะ ตนเอง
-ทิง้ ขยะได้ถูกท่ี -ท้งิ ขยะได้ถูกที่ -ทิ้งขยะได้ถูกท่ี
ตวั บง่ ช้ีท่ี ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรักความเปน็ ไทย
สภาพทีพ่ ึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทยได้
ปฏบิ ตั ิตนตามมารยาทไทยได้ เมอ่ื มี -ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทยได้
ตามกาลเทศะ
ผชู้ ี้แนะ ด้วยตนเอง
-กล่าวคำขอบคณุ และขอโทษเมือ่ มี -กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วย -กล่าวคำขอบคณุ และขอโทษดว้ ย
ผู้ช้ีแนะ ตนเอง ตนเอง
-หยุดเมื่อไดย้ ินเพลงชาติไทยและ -หยดุ เมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติไทยและ -ยืนตรงและร่วมรอ้ งเพลงชาติ
เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสรรเสรญิ พระบารมี ไทยและเพลงสรรเสรญิ พระมารมี
มาตรฐานท่ี ๘ อยู่ร่วมกับผ้อู ่นื ได้อยา่ งมคี วามสขุ และปฏิบัตติ นเปน็ สมาชกิ ท่ดี ีของสงั คมใน
ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ
ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๑ ยอมรบั ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบคุ คล
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
18
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-เล่นและทำกิจกรรมรว่ มกบั เดก็ ท่ี -เล่นและทำกิจกรรมรว่ มกับกลมุ่ -เลน่ และทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่
แตกตา่ งไปจากตน เด็กทแ่ี ตกต่างไปจากตน แตกตา่ งไปจากตน
ตัวบง่ ชี้ที่ ๘.๒ มปี ฏิสมั พันธท์ ดี่ ีกับผู้อื่น
สภาพที่พงึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-เล่นร่วมกบั เพ่อื น
-เลน่ หรือทำงานรว่ มกบั เพื่อน -เล่นหรือทำงานร่วมกบั เพื่อนอยา่ งมี
เปน็ กลมุ่ เป้าหมาย
-ยมิ้ หรือทักทายผู้ใหญ่และ -ยิ้มหรอื ทักทายหรือพูดคุยกบั -ย้มิ หรอื ทักทายหรอื พูดคยุ กบั ผู้ใหญ่และ
บุคคลที่คนุ้ เคยเมื่อมผี ชู้ แ้ี นะ
ผใู้ หญแ่ ละบคุ คลทค่ี ุ้นเคยได้ บุคคลทีค่ ้นุ เคยได้เหมาะสมกับ
ด้วยตนเอง สถานการณ์
ตวั บง่ ชท้ี ี่ ๘.๓ ปฏบิ ัติตนเบอื้ งตน้ ในการเปน็ สมาชกิ ทีด่ ีของสังคม
สภาพท่ีพึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ -มีส่วนรว่ มสร้างขอ้ ตกลงและ
-มีสว่ นร่วมสร้างข้อตกลงและปฏบิ ัติ
ช้แี นะ ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ ตามข้อตกลงด้วยตนเอง
-ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้นำและผตู้ าม -ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้นำและผ้ตู ามทดี่ ี -ปฏิบัตติ นเป็นผู้นำและผูต้ ามได้
เม่ือมผี ู้ชแ้ี นะ ได้ดว้ ยตนเอง เหมาะสมกับสถานการณ์
-ยอมรับการประนีประนอม -ประนปี ระนอมแก้ไขปญั หาโดย -ประนปี ระนอมแก้ไขปญั หาโดย
แกไ้ ขปญั หาเมื่อมผี ู้ชแ้ี นะ ปราศจากการใชค้ วามรุนแรงเมื่อ ปราศจากการใชค้ วามรนุ แรงดว้ ย
มผี ชู้ ี้แนะ ตนเอง
๔. ดา้ นสตปิ ัญญา
มาตรฐานที่ ๙ ใชภ้ าษาสือ่ สารไดเ้ หมาะสมกับวยั
ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๑ สนทนาโตต้ อบและเลา่ เรอื่ งใหผ้ อู้ ่ืนเข้าใจ
19
สภาพที่พงึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-ฟงั ผู้อื่นพูดจนจบและโตต้ อบ -ฟงั ผ้อู ืน่ พูดจนจบและสนทนา -ฟังผู้อ่ืนพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบ
เก่ียวกบั เรอื่ งทฟ่ี ัง โต้ตอบสอดคล้องกับเร่อื งท่ฟี ัง อยา่ งต่อเนอ่ื งเช่ือมโยงกบั เรือ่ งท่ฟี งั
-เล่า เรอ่ื งดว้ ยประโยคสั้นๆ -เลา่ เรือ่ งเป็นประโยคอย่าง -เลา่ เป็นเรอ่ื งราวต่อเน่ืองได้
ต่อเนื่อง
ตวั บ่งช้ีที่ ๙.๒ อา่ น เขียนภาพ และสัญลักษณไ์ ด้
สภาพท่ีพึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-อ่านภาพ และพูดขอ้ ความด้วย -อ่านภาพ สญั ลักษณ์ คำ พร้อม -อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ ด้วยการช้ี
ทง้ั ช้ี หรือกวาดตามองข้อความ หรอื กวาดตามองจุดเริ่มตน้ และจุด
ภาษาของตน ตามบรรทัด จบของขอ้ ความ
-เขยี นขดี เข่ยี อย่างมีทศิ ทาง -เขยี นคล้ายตวั อักษร -เขียนช่ือของตนเอง ตามแบบ
เขยี นขอ้ ความดว้ ยวิธีท่ีคิดขน้ึ เอง
มาตรฐานที่ ๑๐ มคี วามสามารถในการคิดทเี่ ปน็ พืน้ ฐานในการเรยี นรู้
ตัวบง่ ชี้ที่ ๑๐.๑ มคี วามสามารถในการคิดรวบยอด
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-บอกลกั ษณะของสงิ่ ของต่างๆ -บอกลกั ษณะและสว่ นประกอบ -บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การ
จากการสงั เกตโดยใช้ประสาท ของสิง่ ของต่างๆจากการสงั เกต เปลี่ยนแปลง หรือความสมั พันธ์ของ
สมั ผสั โดยใช้ประสาทสมั ผสั สง่ิ ของต่างๆจากการสงั เกตโดยใช้
ประสาทสัมผัส
-จบั ค่หู รอื เปรียบเทียบส่ิงต่างๆ -จับคู่และเปรยี บเทียบความ -จับคูแ่ ละเปรยี บเทียบความแตกต่าง
โดยใช้ลักษณะหรือหน้าท่ีการ แตกต่างหรือความเหมอื นของสิง่ หรือความเหมือนของสง่ิ ตา่ งๆโดยใช้
งานเพยี งลกั ษณะเดยี ว ต่างๆโดยใช้ลักษณะท่สี ังเกตพบ ลกั ษณะที่สงั เกตพบสองลกั ษณะขึ้น
เพียงลกั ษณะเดียว ไป
20
-คัดแยกสง่ิ ต่างๆตามลักษณะ -จำแนกและจัดกลุม่ สง่ิ ต่างๆโดย -จำแนกและจดั กลมุ่ ส่งิ ต่างๆโดยใช้
ต้ังแต่สองลักษณะขน้ึ ไปเป็นเกณฑ์
หรอื หนา้ ท่ีการใช้งาน ใชอ้ ย่างนอ้ ยหนึ่งลกั ษณะเป็น
-เรียงลำดับสงิ่ ของหรือเหตุการณ์
เกณฑ์
-เรยี งลำดบั สง่ิ ของหรือ -เรียงลำดบั สงิ่ ของหรือเหตกุ ารณ์
เหตกุ ารณ์อย่างน้อย ๓ ลำดับ อย่างน้อย ๔ ลำดบั
ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๒ มคี วามสามารถในการคิดเชิงเหตผุ ล
สภาพท่ีพึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-ระบผุ ลท่เี กิดข้ึนในเหตุการณ์
-ระบุสาเหตุหรอื ผลทเี่ กิดขน้ึ ใน -อธิบายเชือ่ มโยงสาเหตแุ ละผลที่
หรือการกระทำเม่ือมีผชู้ ี้แนะ
เหตุการณ์หรือ การกระทำเม่ือมผี ู้ เกิดข้ึนในเหตุการณห์ รือการกระทำ
ชแี้ นะ ดว้ ยตนเอง
-คาดเดา หรอื คาดคะเนสิง่ ที่ -คาดเดา หรอื คาดคะเนสิง่ ที่ -คาดคะเนสิง่ ทอี่ าจจะเกดิ ขน้ึ และมี
อาจเกดิ ข้ึน อาจจะเกิดข้นึ หรือมสี ่วนรว่ มใน ส่วนรว่ มในการลงความเห็นจาก
การลงความเหน็ จากข้อมูล ขอ้ มลู อย่างมเี หตผุ ล
ตวั บ่งช้ีที่ ๑๐.๓ มีความสามารถในการคดิ แกป้ ญั หาและตดั สนิ ใจ
สภาพท่พี ึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-ตัดสินใจในเรอื่ งง่ายๆ -ตัดสินใจในเร่ืองง่ายๆและเริ่ม -ตัดสนิ ใจในเรอื่ งง่ายๆและยอมรับผล
เรียนร้ผู ลทีเ่ กิดข้นึ ท่ีเกิดขึน้
-แกป้ ญั หาโดยลองผดิ ลองถูก -ระบปุ ัญหา และแก้ปัญหาโดย -ระบุปัญหาสร้างทางเลอื กและเลอื ก
ลองผิดลองถกู วิธีแกป้ ัญหา
มาตรฐานที่ ๑๑ มีจนิ ตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ตวั บง่ ชี้ท่ี ๑๑.๑ เลน่ /ทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
สภาพที่พึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
21
-สร้างผลงานศลิ ปะเพื่อสอ่ื สาร -สรา้ งผลงานศิลปะเพ่ือส่อื สาร -สรา้ งผลงานศิลปะเพื่อสือ่ สาร
ความคดิ ความรู้สึกของตนเอง ความคิด ความรู้สึกของตนเอง ความคดิ ความร้สู ึกของตนเองโดยมี
โดยมกี ารดดั แปลงและแปลกใหม่ การดดั แปลงและแปลกใหม่จากเดิม
จากเดิมหรือมีรายละเอยี ดเพ่ิมข้ึน และ
มรี ายละเอยี ดเพิ่มขน้ึ
ตัวบ่งชี้ท่ี ๑๑.๒ แสดงท่าทาง/เคลอื่ นไหวตามจนิ ตนาการอย่างสรา้ งสรรค์
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-เคล่อื นไหวท่าทางเพือ่ ส่ือสาร -เคลือ่ นไหวทา่ ทางเพอ่ื ส่ือสาร -เคล่อื นไหวทา่ ทางเพือ่ สื่อสาร
ความคิด ความร้สู ึกของตนเอง ความคิด ความรสู้ ึกของตนเอง ความคดิ ความรู้สึกของตนเอง
อยา่ งหลากหลายหรือแปลกใหม่ อยา่ งหลากหลายและแปลกใหม่
มาตรฐานที่ ๑๒ มเี จตคติท่ดี ีต่อการเรยี นรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ไดเ้ หมาะสม กับวัย
ตวั บง่ ช้ีที่ ๑๒.๑ มเี จตคตทิ ่ีดีต่อการเรียนรู้
สภาพที่พึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
-สนใจฟงั หรอื อ่านหนงั สือดว้ ย -สนใจซักถามเกี่ยวกับสญั ลักษณ์ -หยบิ หนงั สือมาอ่านและเขยี นสือ่
ความคดิ ดว้ ยตนเองเป็นประจำอย่าง
ตนเอง หรอื ตวั หนงั สอื ที่พบเหน็ ตอ่ เน่ือง
-กระตือรือรน้ ในการเขา้ รว่ ม -กระตือรอื ร้นในการเข้ารว่ ม -กระตือรือร้นในการรว่ มกจิ กรรม
กจิ กรรม กจิ กรรม ต้ังแต่ต้นจนจบ
ตัวบง่ ชี้ที่ ๑๒.๒ มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้
สภาพท่ีพึงประสงค์
อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี
22
-ค้นหาคำตอบของข้อสงสัย -ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยตา่ งๆ -ค้นหาคำตอบของข้อสงสยั ตา่ งๆ
ตา่ งๆ ตามวธิ กี ารที่มีผู้ช้ีแนะ ตามวธิ ีการของตนเอง ตามวธิ กี ารที่หลากหลายดว้ ยตนเอง
-เชอ่ื มโยงคำถา “อะไร” ในการ -ใชป้ ระโยคคำถามวา่ “ที่ไหน” -ใช้ประโยคคำถามว่า “เม่ือไร”
ค้นหาคำตอบ “ทำไม” ในการค้นหาคำตอบ อยา่ งไร” ในการคน้ หาคำตอบ
ตารางวเิ คราะหส์ าระการเรียนรู้รายปี ชว่ งอายุ ๓ – ๔ ปี
พัฒนาการด้านรา่ งกาย
มาตรฐานที่ ๑รา่ งกายเจริญเตบิ โตตามวัยเด็กมสี ขุ นิสัยที่ดี
ตัวบง่ ชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นร้รู ายปี
ชนั้ อนุบาลปที ี่ ๑ (๓-๔ ปี) ประสบการณ์สำคญั สาระทีค่ วรเรียนรู้
๑.๑ มนี ำ้ หนกั และสว่ น -น้ำหนกั และสว่ นสงู ตามเกณฑ์ ๑.การปฏิบตั ิตนตามสขุ อนามยั ตัวเด็ก
๑. การรับประทานทม่ี ปี ระโยชน์
สงู ตามเกณฑ์ ของกรมอนามยั สขุ นสิ ยั ท่ีดใี นกจิ วตั รประจำวนั ๒. วดั เส้นรอบศีรษะ
๓. การช่งั นำ้ หนกั และวดั ส่วนสงู
๑.๒ มสี ุขภาพอนามยั -ยอมรบั ประทานอาหารท่ีมี ๑.การปฏิบตั ิตนตามสขุ อนามยั ตัวเด็ก
๑. การปฏบิ ัติตนตามสขุ อนามัย
สขุ นสิ ัยท่ีดี ประโยชน์และดม่ื น้ำทสี่ ะอาดเม่ือ สขุ นสิ ยั ทีด่ ีในกิจวตั รประจำวัน - การรบั ประทานอาหาร
๒. การประกอบอาหารไทย อาหารหลกั ๕ หมู่
มผี ู้ชแี้ นะ ๒. อาหารท่ีมปี ระโยชนแ์ ละไม่มีประโยชน์
-ลา้ งมือก่อนรบั ประทานอาหาร ๑.การปฏิบตั ิตนตามสขุ อนามยั ตวั เดก็
สขุ นิสยั ท่ดี ใี นกิจวตั รประจำวัน - อวยั วะต่างๆ ของรา่ งกายและการรักษา
และหลงั จากใช้หอ้ งน้ำหอ้ งสว้ ม ๒. การช่วยเหลอื ตนเองในการปฏิบตั ิกิจก ความปลอดภยั
เม่อื มผี ชู้ ีแ้ นะ วตั รประจำวนั - วธิ ีระวงั รักษาร่างกายให้สะอาดและมี
๓. การปฏิบัติตนให้ปลอดภยั ในกิจวัตร สุขอนามัยทดี่ ี
ประจำวัน
๔. การฟังนทิ าน เรอ่ื งราว เหตุการณ์
เกย่ี วกบั การปอ้ งกัน และรกั ษาความ
ปลอดภยั
- ล้างหน้าและแปรงฟนั หลงั ๑.การปฏิบัตติ นตามสขุ อนามยั สุขนิสยั ท่ดี ี ตัวเดก็
รบั ประทานอาหารเมื่อมผี ูช้ ี้แนะ ในกจิ วตั รประจำวัน ๑. การปฏบิ ตั ติ นตามสขุ อนามัย
๒. การชว่ ยเหลือตนเองในการปฏบิ ัติกจิ วตั ร - การทำความสะอาดร่างกาย
ประจำวัน
๓. การปฏิบตั ติ นให้ปลอดภยั ในกจิ วตั ร
ประจำวนั
๔. การฟงั นทิ าน เร่ืองราว เหตุการณ์
เกย่ี วกบั การปอ้ งกนั และรักษาความ
ปลอดภยั
23
-นอนพกั ผอ่ นเป็นเวลา - การปฏิบตั ิตนตามสุขอนามยั สขุ นิสัยท่ีดี ตวั เด็ก
-ออกกำลังกายเป็นเวลา ในกิจวัตรประจำวัน -ประโยชนข์ องการนอนหลับพกั ผ่อน
ตัวเด็ก
ตวั บง่ ชท้ี ี่ ๑.๓ รักษา -เล่นและทำกจิ กรรมอย่าง ๑. การเลน่ อิสระ ๑. ประโยชนข์ องการออกกำลงั กาย
๒. การเคล่ือนไหวขา้ มสงิ่ กีดขวาง ๒. การเลน่ เครื่องเล่นสนามการออกกำลัง
ความปลอดภยั ของ ปลอดภยั เมือ่ มผี ู้ชีแ้ นะ ๓. การเลน่ เครือ่ งเล่นอยา่ งปลอดภัย กาย
ตนเองและผอู้ ืน่ ๔. การละเลน่ พน้ื บา้ นไทย - การเล่นเคร่ืองเล่นสนามอยา่ งถกู วิธี
๕. การเล่นนอกหอ้ งเรียน
๖. การเลน่ เคร่ืองเล่นสนามอย่างอสิ ระ ตวั เด็ก
๑.การปฏิบัติตนใหป้ ลอดภยั ใน กิจวตั ร ๑. ความปลอดภยั ในการปฏิบตั กิ จิ วัตร
ประจำวนั ประจำวนั
๒. การฟังนิทาน เร่อื งราวเหตุการณ์ ๒. การปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสม เมอ่ื
เก่ียวกบั การปอ้ งกนั และรกั ษาความ เจบ็ ป่วย
ปลอดภยั ๓. การระวังภยั จากคนแปลกหน้าและ
๓. การเล่นบทบาทสมมตุ เิ หตกุ ารณ์ต่างๆ อบุ ัตเิ หตตุ ่างๆ
๔. การพูดกบั ผ้อู ืน่ เกยี่ วกบั ประสบการณ์
ของตนเองหรอื พดู เรือ่ งราวเกี่ยวกับตนเอง
๕. การเล่นเคร่ืองเลน่ อยา่ งปลอดภัย
๖. การเลน่ และทำงานรว่ มกับผอู้ ่นื
มาตรฐานท่ี ๒ กลา้ มเนอื้ ใหญ่และกลา้ มเนอื้ เล็กแข็งแรงใช้ไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ และประสานสัมพันธก์ ัน
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรูร้ ายปี
ชั้นอนุบาลปีท่ี ๑ (๓-๔ ปี)
ตวั บง่ ช้ี
ประสบการณ์สำคญั สาระที่ควรเรยี นรู้
ตัวบง่ ชท้ี ี่ ๒.๑ -เดินตามแนวท่กี ำหนดได้ ๑. การเคลอื่ นไหวอยู่กับที่ ตวั เดก็
-กระโดดสองขา ข้ึนลงอยู่กบั ท่ีได้ ๒. การเคลอื่ นไหวเคลอ่ื นที่ ๑. สามารถเคลือ่ นไหวโดยควบคุม
เคลื่อนไหวรา่ งกายอยา่ ง -วง่ิ แลว้ หยดุ ได้ ๓. การเคลื่อนไหวพรอ้ มอปุ กรณ์ ร่างกายไปในทิศทาง ระดับและ
คลอ่ งแคลว่ ประสาน -โยนรับลูกบอลโดยใช้มือและ ๔. การเคลอ่ื นไหวที่ใชก้ ารประสานสมั พนั ธ์ของ พื้นท่ตี า่ งๆ
สมั พันธแ์ ละทรงตวั ได้ กลา้ มเนื้อใหญ่ในการขว้าง การจับ การโยน การ
ลำตวั ช่วย เตะ ตวั เดก็
ตวั บง่ ชที้ ี่ ๒.๒ ใช้มือ-ตา ๕. การเลน่ เครอ่ื งเล่นสนามอยา่ งอสิ ระ ๑. การใชม้ ือทำสิ่งต่างๆ
- ใช้กรรไกรตัดกระดาษขาดจาก ๖. การเคลอื่ นไหวข้ามสง่ิ กดี ขวาง ๒. การใชก้ รรไกรที่ถกู วิธี
ประสานสมั พันธก์ นั ๗. การเคลือ่ นไหวโดยควบคุมตนเองไปในทิศทาง ๓. การทำงานศลิ ปะ
กนั ไดโ้ ดยใช้มือเดียว ระดบั และพน้ื ท่ี
๑. การเลน่ เครือ่ งเลน่ สัมผัส และการสรา้ งสง่ิ
- เขียนรปู วงกลมตามแบบได้ ต่างๆจากแท่งไม้บลอ็ ก
-ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่าน ๒.การเขยี นภาพและการเลน่ กบั สี
๓. การประดษิ ฐ์สง่ิ ต่างๆดว้ ยเศษวัสดุ
ศูนย์กลาง ๑ ซม.ได้ ๔. การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การตัด
การปะ การร้อยวสั ดุ
๒. พัฒนาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ
มาตรฐานที่ ๓ มสี ขุ ภาพจติ ดีและมคี วามสขุ
24
ตวั บ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
๓.๑ แสดงออกทาง ชัน้ อนุบาลปีที่ ๑ (๓-๔ ปี) ประสบการณ์สำคญั สาระทคี่ วรเรียนรู้
อารมณอ์ ย่างเหมาะสม ตวั เด็ก
-แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้ ๑. การพดู สะท้อนความรสู้ กึ ๑. อารมณ์ ความรสู้ กึ ความต้องการ-
๓.๒ มคี วามรู้สกึ ที่ดตี ่อ เหมาะสมกับบาง ของตนเองและผูอ้ ื่น อารมณ์ต่างๆ
ตนเองและผู้อื่น สถานการณ์ ๒. การเล่นบทบาทสมมตุ ิ - การแสดงออกทางอารมณ์ท่ีเหมาะสมกบั
๓. การเคล่ือนไหวตาม บางสถานการณ์
-กลา้ พดู กลา้ แสดงออก เสียงเพลง ดนตรี - ความตอ้ งการทางรา่ งกาย และการ
-แสดงความพอใจในผลงาน ๔. การร้องเพลง ตอบสนอง
ตนเอง ๕. การทำงานศลิ ปะ
๑. การแสดงออกอย่างมน่ั ใจ
๑. การแสดงความภาคภูมใิ จในส่งิ ทต่ี นเอง
ทำแล้วประสบความสำเร็จ
มาตรฐานที่ ๔ ช่ืนชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว
ตวั บง่ ชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี
๔.๑ สนใจและมคี วาม ชัน้ อนบุ าลปที ี่ ๑ (๓ – ๔ ป)ี ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรียนรู้
สุขและแสดงออกผา่ น -สนใจและมีความสุขและ ตัวเดก็
งานศลิ ปะ ดนตรแี ละการ ๑. การทำกิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆ
เคลอื่ นไหว แสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ๒. การสร้างสรรคส์ ง่ิ สวยงาม - ความภมู ใิ จในตนเอง
๓. การรบั รแู้ ละแสดงความคดิ การสะทอ้ นการรับรู้
ความรสู้ ึกผา่ นสื่อ วสั ดุ ของเลน่ และ อารมณ์และความรสู้ ึกของ
ช้นิ งาน ตนเองและผอู้ ่นื
๔. การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ ตาม
ความสามารถของตนเอง
-สนใจ มคี วามสุขและ ๑. การฟังเพลง การร้องเพลง และการ ตัวเดก็
แสดงออกผา่ นเสยี งเพลง แสดงปฏกิ ริ ยิ าโต้ตอบเสียงดนตรี - การฟัง ดนตรี การร้อง
ดนตรี ๒. การเล่นเครื่องดนตรีประกอบจงั หวะ เพลง
๔. การปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ตาม - การเคลื่อนไหวร่างกาย
ความสามารถของตนเอง ประกอบเพลง
-สนใจ มคี วามสุขและแสดง ๑. การฟงั เพลง การร้องเพลง และการ - การแสดงท่าทาง
ท่าทาง/เคลือ่ นไหวประกอบ แสดงปฏิกริ ยิ าโตต้ อบเสียงดนตรี เคล่อื นไหวประกอบเพลง
เพลง จงั หวะและ ดนตรี ๒. การเคลือ่ นไหวตามเสียงเพลง ดนตรี จงั หวะและดนตรี
25
๔. การปฏิบตั กิ จิ กรรมต่างๆ ตาม
ความสามารถของตนเอง
๕. การเล่นเครื่องดนตรปี ระกอบจงั หวะ
มาตรฐานท่ี ๕ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและมจี ติ ใจท่ดี ีงาม สาระการเรียนรรู้ ายปี
ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ช้ันอนุบาลปีที่ ๑ (๓–๔ ปี) ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้
๕.๑ ซอื่ สตั ย์ สจุ ริต -บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่งใดเป็น ๑. ปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชิกทดี่ ีของ ตวั เด็ก
- มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ความเมตตา
ของตนเองและสิ่งใดเป็นของ หอ้ งเรียน กรณุ า
- เคารพสทิ ธิของตนเองและผู้อ่นื
ผอู้ น่ื ๒. การฟังนทิ านเกย่ี วกับคณุ ธรรม - การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์
ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
จรยิ ธรรม (การเข้าแถว)
- พลเมืองกับความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
๓. การร่วมสนทนาและ (ความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง)
แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ เชิง
จริยธรรม
๔. เล่นบทบาทสมมุติ
๕. การเล่นและทำงานร่วมกับผอู้ นื่
๖. การปฏบิ ตั ิตนตามหลักศาสนา
ท่นี บั ถอื
๕.๒ มีความเมตตา -แสดงความรักเพื่อนและมี ๑. การฟังนทิ านเก่ียวกับคณุ ธรรม ตัวเดก็
กรุณา มีน้ำใจและ เมตตาสตั วเ์ ลย้ี ง จรยิ ธรรม - คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ชว่ ยเหลอื แบง่ ปัน -แบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่นได้ ๒. เล่นบทบาทสมมุติ เร่ืองความเมตตากรณุ า
เมือ่ มีผ้ชู แ้ี นะ - จิตต่อต้านการทุจริต (ความเอื้อ
อาทร)
๓. ปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชกิ ท่ีดขี อง ตวั เด็ก (การ
ห้องเรยี น - คุณธรรม จรยิ ธรรม เร่อื ง
๔. การเล่นรายบุคคล กลมุ่ ย่อย มนี ำ้ ใจ แบ่งปนั ชว่ ยเหลอื
และกลมุ่ ใหญ่ โตไปไม่โกง
- จิตต่อต้านการทุจริต
ชว่ ยเหลือเพอ่ื น)
26
๕. การเลน่ ตามมุมประสบการณ/์
มุมเลน่ ตา่ งๆ
๕.๓ มีความเห็นอก -แสดงสหี น้าหรือท่าทางรับรู้ ๑. การเลน่ และทำงานร่วมกับผอู้ นื่ ตวั เดก็
เหน็ ใจผูอ้ ื่น ความรสู้ กึ ผู้อ่นื ๒. การเลน่ บทบาทสมมุติ - ความกตัญญู
- การแสดงออกทางอารมณ์
๓. การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมี - การแสดงมารยาททดี่ ใี นการเห็นอก
ความสุข เห็นใจเมือ่ ผู้อื่นเศร้าหรือ เหน็ ใจผู้อืน่
เ ส ี ย ใ จ แ ล ะ ก า ร ช ่ ว ย เ ห ลื อ - จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต
ปลอบโยนเมือ่ ผอู้ ืน่ ได้รับบาดเจ็บ (ความเอ้ืออาทร)
๕.๔ มีความ -ทำงานทไ่ี ด้รับมอบหมายจน ๑. การทำกจิ กรรมศิลปะตา่ งๆ ตัวเด็ก
รบั ผดิ ชอบ สำเรจ็ เมื่อมีผชู้ ว่ ยเหลือ ๒. การดแู ลหอ้ งเรียนรว่ มกนั
คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
๓. การมสี ว่ นรว่ มรบั ผดิ ชอบ ดแู ล
- ความรบั ผิดชอบ
รกั ษาส่ิงแวดลอ้ มท้งั ภายในและ - ระเบยี บวินัย- การคดิ แยกแยะระหว่าง
ภายนอกห้องเรยี น ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์
๔. การร่วมกำหนดข้อตกลงของ สว่ นรวม
ห้องเรียน
๓.พัฒนาการดา้ นสังคม
มาตรฐานท่ี ๖ มีทักษะชีวติ และปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ตวั บ่งชี้ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี
๖.๑ ชว่ ยเหลอื ตนเองใน ช้ันอนบุ าลปที ี่ ๑ (๓-๔ ปี) ประสบการณ์สำคญั สาระทีค่ วรเรียนรู้
การปฏบิ ตั ิกจิ วัตรประจำ
วัน - แต่งตวั โดยมผี ชู้ ว่ ยเหลือ ๑. การชว่ ยเหลอื ตนเองใน ตวั เดก็
- รับประทานอาหารด้วย กจิ วัตรประจำวนั - การปฏิบตั กิ จิ วัตรประจำวัน
ตนเอง ๒. การใหค้ วามร่วมมอื ในการ
ปฏิบัติกจิ กรรมตา่ งๆ - การแตง่ กาย
-ใช้หอ้ งน้ำห้องส้วมโดยมีผู้ ๓. การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมต่างๆตาม
ช่วยเหลอื ความสามารถของตนเอง - การรับประทานอาหาร
- การใชห้ ้องน้ำหอ้ งสว้ ม
๖.๒ มวี ินยั ในตนอง -เกบ็ ของเลน่ ของใชเ้ ขา้ ทเ่ี ม่ือ ๑. การร่วมกำหนดขอ้ ตกลงของ ตวั เดก็
มีผูช้ แ้ี นะ หอ้ งเรียน
๒. การปฏิบัตติ นเป็นสมาชิกทีด่ ี ๑. การเลน่
ของหอ้ งเรียน
๒. ระเบียบวินัย
๓. ความรบั ผดิ ชอบ
-เข้าแถวตามลำดับก่อนหลัง ๓. การให้ความร่วมมอื ในการ 27
๑. การรอคอยตามลำดับ
ได้เมื่อมผี ู้ช้ีแนะ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ก่อนหลัง
๒. การเข้าแถว
๔. การดแู ลห้องเรยี นรว่ มกนั
๖.๓ ประหยดั และพอเพียง -ใชส้ ิ่งของเคร่อื งใช้อย่าง ๑. การปฏิบัติตนตามแนวทาง ธรรมชาตริ อบตัว
ประหยดั และพอเพียงเมื่อมี
ผชู้ ี้แนะ หลักปรัชญาของเศรษฐ กิ จ -การอนุรกั ษส์ ิง่ แวดล้อมและรักษา
สาธารณสมบตั ิ
พอเพียง
- การใช้ของใชอ้ ยา่ งถูกวธิ ี
๒. การใชว้ สั ดุและสิ่ง
- การเห็นคุณค่าของสิ่งของ
ของเครื่องใชอ้ ย่างคุม้ ค่า
เครื่องใช้
มาตรฐานท่ี ๗ รกั ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย
สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี
ชนั้ อนุบาลปที ่ี ๑ (๓ – ๔ ปี)
ตวั บง่ ชี้
ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรยี นรู้
๗.๑ ดแู ลรกั ษาธรรม -มสี ว่ นรว่ มในการดแู ลรักษา ๑. การมสี ว่ นร่วมในการดูแลรกั ษา ธรรมชาติรอบตวั
ชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมเมอื่
มผี ชู้ แี้ นะ ส่งิ แวดลอ้ มทั้งภายในและ -การอนรุ ักษส์ ิง่ แวดล้อมและรักษา
ภายนอกหอ้ งเรยี น สาธารณะสมบัติ
- พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม
๒.การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ที่ - ส่งิ มีชวี ติ สิง่ ไม่มีชีวติ
เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม - ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมรอบตัว
ในชวี ิตประจำวนั - การมรี ะเบียบวินยั
๓. การเพาะปลูกและดแู ลตน้ ไม้
๔. การอธิบายเช่ือมโยงสาเหตุและ
ผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการ
กระทำ
๕. การตดั สนิ ใจและมสี ่วนร่วมใน
กระบวนการแก้ปญั หา
-ทงิ้ ขยะได้ถูกท่ี ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่มและ ธรรมชาตริ อบตวั
จำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะและ - การดแู ลรักษาสงิ่ แวดลอ้ ม
รปู ร่าง รูปทรง - การมรี ะเบยี บวินัย
๒. การใช้วัสดแุ ละสิ่งของเครือ่ งใช้
อย่างคมุ้ คา่
28
๓. การทำงานศิลปะที่นำวัสดุหรือ
สิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำ
หรือแปรรปู แลว้ นำกลับมาใช้ใหม่
๔. การสร้างสรรค์ช้นิ งานโดยใช้
รูปรา่ งรปู ทรงจากวสั ดทุ ่ี
หลากหลาย
๕. การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดี
ของหอ้ งเรยี น
๗.๒ มมี ารยาทตาม -ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทยได้ ๑. การปฏบิ ัตติ นตามวัฒนธรรม ตวั เด็ก
วัฒนธรรมไทยและรัก เม่อื มีผูช้ แี้ นะ ทอ้ งถิ่นทอี่ าศยั และประเพณไี ทย -การปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชิก
ความเปน็ ไทย ๒. การเล่นบทบาทสมมุติการ ท่ดี ีของครอบครวั และโรงเรยี น
ปฏิบัติตนในความเปน็ คนไทย -การมมี ารยาทท่ีดี
การปฏิบัติตนตามมารยาทและ
วัฒนธรรมไทย
- การแสดงความเคารพ
-กล่าวคำขอบคุณและขอโทษ ๑. การปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรม ตัวเดก็
เม่อื มผี ชู้ แี้ นะ ทอ้ งถ่ินที่อาศัยและประเพณไี ทย - การปฏิบัติตนตามมารยาทและ
๒. การเลน่ บทบาทสมมุติการ วัฒนธรรมไทย
ปฏบิ ตั ติ นในความเปน็ ไทย - การกลา่ วคำขอบคณุ และขอโทษ
๓. การพูดสะท้อนความรู้สึกของ
ตนเองและผู้อ่ืน
-หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติไทย ๑. การปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรม บุคคลและสถานทแี่ วดลอ้ มเด็ก
และเพลงสรรเสริญพระบารมี ทอ้ งถ่ินที่อาศยั และประเพณไี ทย -สญั ลกั ษณ์สำคัญของชาติไทย
๒. การเล่นบทบาทสมมุติการ -การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถ่ิน
ปฏิบตั ิตนในความเปน็ ไทย
๓. การรว่ มกจิ กรรมวนั สำคัญ และความเปน็ ไทย
- วันสำคัญของชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ ์
มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
29
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี
๘.๑ ยอมรบั ความเหมือนและ ชน้ั อนบุ าลปที ี่ ๑ (๓-๔ ป)ี ประสบการณ์สำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
ความแตกต่างระหว่าง
บคุ คล -เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับ ๑.การเลน่ และทำงานร่วมกบั ตวั เดก็
๘.๒ มีปฏิสัมพนั ธ์ที่ดีกับผูอ้ ่ืน
เด็กท่ีแตกตา่ งไปจากตน ผู้อนื่ - การปฏิบตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของ
-เลน่ รว่ มกบั เพื่อน ๒. การเล่นพื้นบ้านของไทย ครอบครัวและโรงเรยี น
๓. การศกึ ษานอกสถานที่ -การรจู้ ัก การเล่นและการทำกจิ กรรม
รว่ มกบั ผอู้ ื่น
๔. การเล่นและทำกิจกรรม บุคคลและสถานท่ีแวดล้อมเด็ก
- การเคารพสทิ ธขิ องตนเองและผอู้ ่ืน
-ยิ้มหรือทักทายผู้ใหญ่และ ร่วมกับกลมุ่ เพือ่ น
บคุ คลท่ีคุ้นเคยเมื่อมผี ้ชู ี้แนะ ๕. การทำศลิ ปะแบบรว่ มมอื
๖. การร่วมสนทนาและ
แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็
๗. การเล่นรายบุคคล กลมุ่
ย่อยและกลุม่ ใหญ่
๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องต้นในการ -ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ ๑. การร่วมกำหนดข้อตกลง ตวั เดก็
-การสะทอ้ นการรบั รู้อารมณแ์ ละ
เป็นสมาชิกทดี่ ีของสงั คม ช้ีแนะ ของหอ้ งเรียน ความรู้สกึ ของตนเองและผู้อื่น
-การแสดงออกทางอารมณแ์ ละ
๒.การปฏิบัตติ นเป็นสมาชกิ ท่ี ความรูส้ ึกอยา่ งเหมาะสม
- จติ พอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจรติ
-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ ดขี องห้องเรยี น (ความโปรง่ ใส)
ตามเมอ่ื มผี ูช้ ้แี นะ ๓. การให้ความร่วมมอื ในการ -มีปฏสิ มั พนั ธ์ในชีวติ ประจำวัน
-ยอมรับการประนีประนอม ปฏิบตั กิ จิ กรรมต่างๆ การปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บและ
แกไ้ ขปญั หาเม่อื มีผ้ชู ้แี นะ ๔. การร่วมกจิ กรรมวันสำคัญ
๕. การมสี ว่ นร่วมในการเลอื ก ขอ้ ตกลง
วิธกี ารแก้ปญั หา ๒. ผนู้ ำผู้ตาม
๖. การมสี ่วนร่วมในการ ๓. การเล่นร่วมกบั ผ้อู ื่น
แกป้ ัญหาความขดั แย้ง
๔. ด้านสติปัญญา
มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกบั วยั
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ตัวบ่งชี้
ช้ันอนบุ าลปีท่ี ๑ (๓- ๔ ปี) ประสบการณส์ ำคญั สาระท่ีควรเรียนรู้
๙ . ๑ ส น ท น า -ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ ๑. การฟังเสียงต่างๆในส่ิงแวดล้อม ตัวเดก็
โต้ตอบและเล่า โตต้ อบเกี่ยวกบั เร่อื งทฟี่ ัง ๒. การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ
การส่อื สาร
- มารยาทในการฟัง
30
เ ร ื ่ อ ง ใ ห ้ ผ ู ้ อื่ น ๓. การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง บท - การสนทนา
เข้าใจ ร้อยกรอง หรือเร่อื งราวต่างๆ - การรูจ้ ักประวัติความเป็นมาของ
๔. การเลน่ เกมทางภาษา ตนเองและครอบครัว
- การแสดงมารยาทท่ีดี
เร่ืองราวเกีย่ วกบั บคุ คลและสถานที่
แวดล้อมเดก็
- บุคคลต่างๆที่เดก็ ต้องเกี่ยวขอ้ งหรอื
ใกล้ชดิ
- สถานที่สำคญั วนั สำคัญ อาชีพของ
คนในชมุ ชน
- แหลง่ วัฒนธรรมในชุมชน
- แหล่งเรยี นรูภ้ ูมปิ ญั ญาท้องถิน่
- สญั ลกั ษณข์ องชาตไิ ทย
-เล่า เรื่องด้วยประโยคสัน้ ๆ ๑. การพูดแสดงความคิด ความรู้สึก และ ส่ิงตา่ งๆรอบตัวเด็ก
ความตอ้ งการ -การใช้ภาษาเพอ่ื สอ่ื ความหมายใน
ชีวติ ประจำวัน
๒. การพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ของ ทอ้ งถิ่น
ตนเอง หรอื พูดเร่ืองราวเกยี่ วกบั ตนเอง - การละเล่น การแสดงท้องถิ่น
๓. การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ การใชภ้ าษาในการสื่อสาร
เหตกุ ารณ์ และความสมั พันธ์ของส่งิ ต่างๆ - การเล่าเร่ือง
๔. การพดู อยา่ งสรา้ งสรรคใ์ นการเลน่ และ
การกระทำต่างๆ
๕. การรอจังหวะทีเ่ หมาะสมในการพดู
๖. การพดู เรียงลำดับเพอ่ื ใช้ในการสื่อสาร
๗. การเล่นเกมทางภาษา
๙.๒ อ่าน เขียน -อา่ นภาพ และพดู ข้อความ ๑. การอา่ นหนงั สือภาพ นิทาน บุคคลและสถานทแี่ วดลอ้ มเด็ก
ภาพและ ด้วยภาษาของตน หลากหลายประเภท/รูปแบบ - ครอบครวั
สัญลักษณ์ได้ ๒. การอา่ นอยา่ งอสิ ระตามลำพงั การ - บคุ คลตา่ งๆทีเ่ กย่ี วขอ้ งสถานท่ี
อา่ นร่วมกนั การอ่านโดยมผี ูช้ ้แี นะ
๓. การเหน็ แบบอยา่ งของการอา่ นท่ี สำคญั วันสำคญั อาชีพของคนใน
ถูกตอ้ ง ชมุ ชน
๔. การสงั เกตทิศทางการอา่ นตวั อกั ษร - สญั ลักษณข์ องชาติไทย
คำ และขอ้ ความ สงิ่ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก
๕. การอ่านและชี้ข้อความ โดยกวาด - การใช้หนงั สอื และตัวหนังสอื
สายตาตามบรรทัดจากซ้ายไปขวา จาก - การใชภ้ าษาเพอื่ สอ่ื ความหมายใน
บนลงลา่ ง ชวี ิตประจำวัน
ทอ้ งถ่นิ
- การละเล่น การแสดงท้องถนิ่
การใชภ้ าษาในการส่อื
31
๖. การสังเกตตัวอักษรในชื่อของตน หรือ - การอา่ นภาพ สัญลักษณ์
คำคนุ้ เคย นิทาน
๗. การสังเกตตัวอักษรที่ประกอบเป็นคำ
ผ่านการอา่ นหรอื เขียนของผูใ้ หญ่
๘. การคาดเดาคำ วลี หรือประโยคที่มี
โครงสร้างซ้ำๆกันจากนิทาน เพลง คำ
คล้องจอง
๙. การเล่นเกมทางภาษา
๑๐. การเห็นแบบอย่างของการเขียนท่ี
ถกู ต้อง
-เขยี นขดี เข่ีย อย่างมี ๑. การเขียนร่วมกันตามโอกาส และการ ตัวเด็ก
ทศิ ทาง
เขียนอสิ ระ - ชอ่ื – นามสกุล
ส่ิงต่างๆรอบตัวเดก็
๒. การเขยี นคำทม่ี ีความหมายกับตัวเด็ก/ - การใชห้ นังสือและตวั หนังสือ
คำคุ้นเคย - การใช้ภาษาเพ่ือสื่อความหมาย
๓. การคิดสะกดคำและเขียนเพื่อส่ือ ในชีวิตประจำวนั . การใช้ภาษา
ความหมายด้วยตนเองอยา่ งอิสระ ในการสอ่ื สาร
๔. การเลน่ เกมทางภาษา - การเขยี นภาพ สญั ลักษณ์
มาตรฐานท่ี ๑๐ มคี วามสามารถในการคดิ ทเี่ ปน็ พ้นื ฐานในการเรยี นรู้
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ช้ันอนบุ าลปีท๑ี่ (๓-๔ ปี) ประสบการณ์สำคญั สาระทคี่ วรเรียนรู้
๑๐.๑ -บอกลักษณะของสิ่งของ ๑. การสังเกตลักษณะ เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ตวั เด็ก
มีความสามารถ ต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ ส่วนประกอบ การเปลยี่ นแปลง - รูปรา่ ง
ในการคิดรวบ ประสาทสัมผัส และความสัมพนั ธข์ องสิ่งตา่ งๆโดย หนา้ ตา อวยั วะตา่ งๆ
ยอด ใชป้ ระสาทสมั ผสั อยา่ งเหมาะสม ธรรมชาติรอบตวั
๒. การสังเกตส่ิงต่างๆและสถานท่ี - ช่อื ลกั ษณะ สว่ นประกอบ การเปล่ียนแปลงและ
จากมมุ มองที่ตา่ งกัน ความสมั พนั ธ์ของมนษุ ย์ สัตว์ พืช
๓. การเลน่ กบั ส่ือตา่ งๆท่เี ปน็ ทรง สงิ่ ต่างๆรอบตวั เด็ก
กลม ทรงส่ีเหลย่ี มมุมฉาก
ทรงกระบอก ทรงกรวย - รู้จักชื่อลักษณะสี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง
๔. การใชภ้ าษาทางคณติ ศาสตร์
รูปทรง
- การคดิ - ประสาทสัมผสั
- การสังเกต
กับเหตุการณใ์ นชีวติ ประจำวัน
32
-จับคู่หรอื เปรยี บเทียบส่งิ ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม และ สิ่งตา่ งๆรอบตวั เด็ก
ตา่ งๆโดยใช้ลักษณะหรือ
หน้าทกี่ ารใช้งานเพยี ง การจำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะ - รู้จกั ชอื่ ลกั ษณะ สี ขนาดรปู ร่าง
ลักษณะเดยี ว และรปู รา่ ง รูปทรง
๒. การต่อของชิ้นเล็กเติมในช้ิน - การเปรียบเทียบและการเรียงลำดับสิ่งต่างๆ
ใหญ่ให้สมบูรณ์ และการแยก ตามลักษณะความยาว ความสูง น้ำหนัก
ชิ้นสว่ น
๓. การจบั คู่ การเปรยี บเทียบและ ปรมิ าตร
- การจับคู่
- การเปรยี บเทยี บ
การเรยี งลำดับส่ิงต่างๆตาม
ลักษณะความยาว/ความสูง
น้ำหนัก ปรมิ าตร
๔. การใชภ้ าษาทางคณติ ศาสตร์
กบั เหตุการณใ์ นชวี ติ ประจำวัน
-คัดแยกสิ่งต่างๆตาม ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม และ ธรรมชาติรอบตวั
ลักษณะหรือหน้าที่การใช้ การจำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะ - ดินน้ำ ทอ้ งฟา้ สภาพอากาศ
งาน และรปู รา่ ง รูปทรง สงิ่ ต่างๆรอบตวั เดก็
๒. การทำซ้ำ การต่อเติม และการ - รู้จกั ชอ่ื ลักษณะ สขี นาด รปู ร่าง รปู ทรง ปรมิ าตร
น้ำหนัก จำนวน
สร้างแบบรูป
๓. การรวมและการแยกสง่ิ ต่างๆ
๔. การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์
กับเหตกุ ารณใ์ นชีวิตประจำวัน
-เรียงลำดับสิ่งของหรือ ๑. การนับและแสดงจำนวนของสง่ิ ส่งิ ต่างๆรอบตัวเด็ก
เหตุการณ์อย่างน้อย ๓ ตา่ งๆในชีวิตประจำวัน -การจบั คู่ การเปรยี บเทียบและการเรยี งลำดบั ตา่ งๆ
ลำดบั ๒. การเปรียบเทยี บและ ตามลักษณะความยาวความสงู นำ้ หนกั ปริมาณ
เรียงลำดบั จำนวนของสิ่งตา่ ง ๆ - ขนาด รปู รา่ ง รปู ทรง
ปริมาตร
๓. การบอกและแสดงอันดับทขี่ อง
ส่ิงต่าง ๆ
๔. การบอกและเรยี งลำดบั
กิจกรรมหรือเหตกุ ารณต์ ามช่วง
หรอื เวลา
๕. การใช้ภาษาทางคณติ ศาสตร์
กับเหตุการณใ์ นชวี ิตประจำวนั
๖. การบอกและแสดงตำแหน่ง
ทศิ ทาง และระยะทางของสิง่ ต่าง
33
ด้วยการกระทำ ภาพวาด
ภาพถ่าย และรปู ภาพ
๑๐.๒มี -ระบุผลที่เกิดขึ้นใน ๑. การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่างๆโดยใช้ สง่ิ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก
ความสามารถใน เหตุการณ์หรือการกระทำ เครือ่ งมือและหน่วยท่ไี มใ่ ช่หนว่ ย - การสังเกตลกั ษณะ สว่ นประกอบ การเปลี่ยน
การคิดเชิงเหตุผล เมอื่ มีผ้ชู ้ีแนะ มาตรฐาน แปลง และความสมั พนั ธ์ของส่ิงตา่ งๆ โดยใช้ประสาท
๒. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุ สมั ผัสอย่างเหมาะสม
และผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือ -การบอกและแสดงตำแหนง่ ทศิ ทางและระยะทางของ
การกระทำ ส่งิ ต่างๆด้วยการกระทำ
-การคิดแยกแยะ
-คาดเดา หรือ คาดคะเน ๑. การคาดเดาหรือการคาดคะเน ธรรมชาติรอบตัว
ส่ิงท่ีอาจเกดิ ขึ้น สงิ่ ที่อาจจะเกิดขน้ึ อยา่ งมีเหตุผล - ดนิ น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภยั ธรรมชาติ สิ่งตา่ งๆ
รอบตัว
๒. การมีส่วนร่วมในการลง
ความเหน็ จากขอ้ มลู อย่างมีเหตผุ ล
๑๐.๓มี -ตัดสนิ ใจในเรือ่ งง่ายๆ ๑. การตดั สินใจและมีส่วนร่วมใน ธรรมชาติรอบตัว
ความสามารถใน กระบวนการแก้ปญั หา - ดนิ น้ำ ทอ้ งฟา้ สภาพอากาศกับธรรมชาติ
การคิดแก้ปัญหา ๒. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุ - แรงและพลังงานในชวี ิตประจำวันทแี่ วดลอ้ มเดก็ สง่ิ
และตดั สินใจ และผลที่เกดิ ขึ้นในเหตกุ ารณ์หรือ ตา่ งๆรอบตัว
การกระทำ -การตัดสินใจและมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการแก้ปญั หา
-แก้ปัญหาโดยลองผิดลอง ๑. การตดั สนิ ใจและมีสว่ นรว่ มใน สง่ิ ต่างๆรอบตัวเด็ก
ถูก กระบวนการแก้ปญั หา - ส่วนประกอบ การเปลี่ยน
๒. การคาดเดาหรอื การคาดคะเน แปลงและความสัมพันธข์ องสิง่ ตา่ งๆรอบตวั
ส่ิงทอ่ี าจจะเกิดขน้ึ อยา่ งมเี หตผุ ล - เวลา ประโยชนแ์ ละการใช้
๓. การมสี ว่ นร่วมในการลง งานสภาพอากาศกบั ธรรมชาติ
ความเหน็ จากขอ้ มลู อยา่ งมีเหตผุ ล - แรงและพลงั งานในชวี ติ ประจำวันทแี่ วดลอ้ มเดก็ การ
แกป้ ญั หา
- การเรียนรู้ในการทำส่ิงต่างๆ
มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์ สาระการเรยี นรู้รายปี
ตวั บ่งช้ี สภาพทพี่ งึ ประสงค์
๑๑.๑ เลน่ /ทำงานศลิ ปะตาม ช้ันอนบุ าลปที ี่ ๑ (๓-๔ ป)ี ประสบการณ์สำคญั สาระท่คี วรเรยี นรู้
จินตนาการและความคิ
สรา้ งสรรค์ -สร้างผลงานศลิ ปะเพอื่ สือ่ สาร ๑. การแสดงความคดิ สรา้ งสรรคผ์ า่ น ตัวเด็ก
ความคิด ความร้สู กึ ของตนเอง ภาษา ทา่ ทาง การเคลือ่ นไหว และ -การทำงานศลิ ปะ
ศิลปะ บุคคลและสถานทีแ่ วดล้อมเด็ก
๒. การเขยี นภาพและการเล่นกับสี -การทำงานศลิ ปะ
-ศิลปะสร้างสรรค์
34
๓. การปัน้ -การเลา่ นิทาน
๔. การประดษิ ฐส์ ิง่ ตา่ งๆดว้ ยเศษวสั ดุ สงิ่ ต่างๆรอบตัวเด็ก
-ศิลปะสรา้ งสรรค์
๕. การทำงานศลิ ปะท่นี ำวัสดหุ รอื สง่ิ ของ -การเลา่ นิทาน
เครื่องใช้ที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำหรือแปรรูป -ประดษิ ฐส์ ่ิงตา่ ง ๆ
แลว้ นำกลบั มาใชใ้ หม่ อยา่ งอิสระ การทำงาน
๖. การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก ศิลปะ
การตัด การปะและการรอ้ ยวสั ดุ
๗.การแสดงความคิดสร้างสรรคผ์ ่าน
ภาษา ทา่ ทาง การเคลื่อนไหว และ
ศิลปะ
๘. การทำงานศลิ ปะ
๙. การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่าง
รปู ทรง จากวสั ดุท่ีหลากหลาย
๑๐. การรบั รู้และแสดงความคดิ
ความรสู้ กึ ผา่ นส่อื วสั ดุ ของเลน่ และ
ชิ้นงาน
๑๑.๒ แสดงท่าทาง/ -เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสือ่ สาร ๑. การเคลอื่ นไหวอยู่กบั ท่ี ตวั เดก็
เคลอื่ นไหวตามจนิ ตนา ความคดิ ความรู้สกึ ของตนเอง ๒. การเคลื่อนไหวเคล่อื นที่ - การแสดงทา่ ทางต่างๆตาม
การอยา่ งสรา้ งสรรค์ ๓. การเคลอื่ นไหวพร้อมวสั ดอุ ุปกรณ์ ความคดิ ของตนเอง
๔. การแสดงความคดิ สร้างสรรคผ์ า่ นภาษา
ทา่ ทาง การเคล่ือนไหวและศิลปะ ส่ิงตา่ งๆรอบตัวเด็ก
๕. การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปใน -เลา่ นทิ าน บริหารรา่ งกายตาม
ทิศทาง ระดบั และพน้ื ที่ เร่ืองราวของนทิ าน
๖. การเคล่อื นไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี -การเล่าเรอ่ื ง โดยมอี ปุ กรณช์ ว่ ย
๗. การฟังเพลง การร้องเพลงและการแสดง -เลา่ นทิ าน แสดงท่าทางอสิ ระ
ตามความตอ้ งการ
ปฏกิ ริ ยิ าโต้ตอบเสียงดนตรี
มาตรฐานท่ี ๑๒ มีเจตคตทิ ่ดี ตี ่อการเรยี นรู้ และมคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ไดเ้ หมาะสมกบั วัย
ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ช้ันอนบุ าลปที ่ี ๑ (๓-๔ป)ี ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรียนรู้
๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อ - สนใจฟงั หรอื อา่ นหนังสอื ๑. การสำรวจสิ่งต่างๆ และ ตวั เดก็
แหล่งเรียนรู้รอบตัว -รปู รา่ งหนา้ ตา อวยั วะตา่ งๆ
การเรียนรู้ ดว้ ยตนเอง ๒. การตั้งคำถามในเรอ่ื งที่สนใจ บุคคลและสถานท่แี วดลอ้ มเด็ก
-ชุมชน
-แหล่งวฒั นธรรมในชมุ ชน
-แหล่งเรียนร้ภู มู ิปญั ญาท้องถ่ิน
35
ธรรมชาติรอบตวั เดก็
-พืช,สัตว์
-ดนิ ,น้ำ,ทอ้ งฟ้า,สภาพอากาศ,ภยั ธรรมชาติ
- แ ร ง แ ล ะ พ ล ั ง ง า น ใ น ช ี ว ิ ต ป ร ะ จ ำ ว ั น ที่
แวดล้อมเด็ก
-กระตอื รือร้นในการเข้ารว่ ม ๑. การให้ความร่วมมือในการ สงิ่ ต่างๆรอบตวั เด็ก
กิจกรรม ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตา่ งๆ -สำรวจสง่ิ ต่าง ๆ และแหล่งเรียนรู้รอบตัว
๒. การตั้งคำถามในเร่อื งที่สนใจ -การใช้หนังสือแลตัวหนังสือ
๓. การมีสว่ นรว่ มในการรวบรวม -กจิ กรรมผา่ นการละเล่นพื้นบา้ นตา่ งๆ
ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจาก -ศิลปะสรา้ งสรรค์
การสืบเสาะหาความรู้ในรูปแบบ -ดนตรี
ต่างๆและแผนภูมอิ ย่างงา่ ย -การเคลื่อนไหวและจงั หวะตามจินตนาการ
-ประดษิ ฐ์สงิ่ ตา่ ง ๆ อยา่ งอิสระ
-การเลน่ บทบาทสมมติ
-เล่นนำ้ เล่นทราย
-เลน่ บลอ็ ก -เลน่ กอ่ สร้าง
๑๒.๒ มี -ค้นหาคำตอบของข้อสงสัย ๑. การสำรวจสิ่งต่างๆ และ ส่ิงต่างๆรอบตวั เด็ก
ความสามารถใน ตา่ งๆ ตามวธิ กี ารที่มผี ชู้ ้ีแนะ แหลง่ เรยี นรู้รอบตัว -ทักษะกระบวนการวทิ ยาศาสตร์
การแสวงหาความรู้ ๒. การตงั้ คำถามในเรอ่ื งท่สี นใจ -การเปล่ียนแปลงและความสมั พนั ธข์ องส่ิงต่าง ๆ
๓. การสืบเสาะหาความรู้เพื่อ รอบตวั
ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยตา่ งๆ -การแก้ปัญหาในชวี ติ ประจำวนั
๔. การมสี ่วนรว่ มในการรวบรวม
-ฝึกออกแบบ และสร้างชิ้นงานการเรียนรู้ท่ี
จะเลน่ และทำสิง่ ต่างๆ
ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจาก
การสืบเสาะหาความรใู้ นรูปแบบ
ตา่ งๆและแผนภมู อิ ยา่ งงา่ ย
-เชื่อมโยงคำถาม “อะไร” ๑. การต้ังคำถามในเรอื่ งที่สนใจ การต้งั คำถามในส่งิ ท่สี งสยั ใคร่รู้
ในการคน้ หาคำตอบ ๒. การสืบเสาะหาความรู้เพ่ือ -กิจกรรมทางภาษาทหี่ ลากหลาย
ค้นหาคำตอบของขอ้ สงสัยตา่ งๆ -การแสดงบทบาทสมมติ
-การสนทนาใชภ้ าษา
-การศึกษานอกสถานที
ตารางวิเคราะหส์ าระการเรยี นรู้รายปี ช่วงอายุ ๔ – ๕ ปี
๑. พฒั นาการดา้ นร่างกาย
มาตรฐานท่ี ๑ ร่างกายเจริญเตบิ โตตามวัยเดก็ มสี ุขนสิ ยั ทด่ี ี
ตวั บ่งช้ี สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี
36
ชนั้ อนุบาลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระที่ควรเรียนรู้
๑.๑ มนี ำ้ หนกั และส่วน -นำ้ หนกั และสว่ นสูงตามเกณฑ์ ๑.การปฏบิ ัติตนตามสขุ อนามยั สขุ ตัวเดก็
นิสัยทดี่ ใี นกจิ วตั รประจำวนั ๑. การปฏบิ ัตกิ จิ วตั รประจำวัน
สงู ตามเกณฑ์ ของกรมอนามัย - การเปล่ยี นแปลงของร่างกาย
๑.การปฏบิ ตั ติ นตามสขุ อนามยั สขุ ตัวเดก็
๑.๒ มสี ขุ ภาพอนามัย สขุ -รบั ประทานอาหารทมี่ ี นิสยั ท่ีดใี นกิจวัตรประจำวัน ๑. การปฏบิ ตั ิกจิ วตั รประจำวนั
๒. การประกอบอาหารไทย - สขุ นสิ ยั ทด่ี ีในการรับประทานอาหาร
นสิ ัยที่ดี ประโยชนแ์ ละดื่มน้ำสะอาดดว้ ย ตัวเด็ก
ตนเอง ๑.การปฏิบตั ิตนตามสขุ อนามยั สขุ - อาหารทม่ี ีประโยชนแ์ ละไม่มปี ระโยชน์
๑.๓ รักษาความปลอดภัย นสิ ยั ทด่ี ใี นกิจวตั รประจำวนั - อาหารหลกั ๕ หมู่
-ลา้ งมอื กอ่ นรบั ประทานอาหาร ๒. การชว่ ยเหลือตนเองในการปฏิบัตกิ จิ ก - การรับประทานอาหาร
ของตนเองและผอู้ ่ืน วัตรประจำวัน - การมีเจตคติทีม่ ีตอ่ การรับประทาน
และหลงั จากใช้หอ้ งนำ้ หอ้ งสว้ ม ๓. การปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภยั ในกิจวตั ร อาหารท่มี ปี ระโยชน์
ด้วยตนเอง ประจำวัน - มารยาทในการรบั ประทานอาหารการ
๔. การฟังนทิ าน เรื่องราว เหตกุ ารณ์ ปฏบิ ัติกิจวตั รประจำวนั
-ลา้ งหนา้ และแปรงฟันถูกวิธหี ลัง เกีย่ วกบั การปอ้ งกนั และรักษาความ - การทำความสะอาดร่างกาย
รบั ประทานอาหาร ปลอดภัย ตวั เด็ก
๑.การปฏิบตั ติ นตามสขุ อนามยั สขุ - อวยั วะตา่ งๆ ของรา่ งกายและการรักษา
-นอนพกั ผอ่ นเป็นเวลา นิสยั ท่ีดใี นกิจวตั รประจำวัน ความปลอดภยั
-ออกกำลังกายเป็นเวลา ๒. การช่วยเหลือตนเองในการปฏบิ ตั ิ - วธิ ีระวงั รกั ษารา่ งกายใหส้ ะอาดและมี
กจิ วตั รประจำวัน สุขอนามัยทีด่ ี
-เลน่ และทำกิจกรรมอย่าง ๓. การปฏิบัตติ นให้ปลอดภยั ในกจิ วตั ร
ประจำวนั ตวั เด็ก
ปลอดภัยดว้ ยตนเอง ๔. การฟงั นทิ าน เร่ืองราว เหตกุ ารณ์ - ประโยชน์ของการนอนหลบั พกั ผอ่ น
เก่ยี วกบั การปอ้ งกนั และรกั ษาความ ตัวเดก็
ปลอดภยั - การเลน่ เครื่องเลน่ สนามอยา่ งถูกวิธี
- การปฏบิ ตั ติ นตามสุขอนามยั สขุ - ประโยชนข์ องการออกกำลงั กาย
นิสยั ทีด่ ีในกิจวัตรประจำวัน - การเลน่ ในหอ้ งเรยี นและนอกหอ้ งเรยี น
๑. การเล่นอิสระ - การเลน่ และทำงานดว้ ยตนเอง
๒. การเคลือ่ นไหวขา้ มส่งิ กีดขวาง
๓. การเล่นเครอ่ื งเลน่ อย่างปลอดภยั ตัวเดก็
๔. การละเลน่ พ้ืนบา้ นไทย - การรักษาความปลอดภยั ของตนเองและ
๕. การเลน่ นอกหอ้ งเรยี น การปฏบิ ัติตอ่ ผอู้ นื่ อยา่ งปลอดภยั ใน
๖. การเล่นเคร่อื งเล่นสนามอย่างอิสระ ชวี ติ ประจำวัน
- การปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสม เมอ่ื
๑.การปฏิบัตติ นใหป้ ลอดภยั ใน กจิ วตั ร เจ็บป่วย
ประจำวนั - การระวงั ภยั จากคนแปลกหนา้ และ
๒. การฟงั นทิ าน เรือ่ งราวเหตกุ ารณ์ อุบตั ิเหตตุ ่างๆ
เกย่ี วกบั การปอ้ งกันและรกั ษาความ
ปลอดภยั
๓. การเลน่ บทบาทสมมุตเิ หตกุ ารณ์ตา่ งๆ
๔. การพดู กบั ผู้อนื่ เกยี่ วกบั ประสบการณ์
ของตนเองหรือพูดเร่ืองราวเกยี่ วกบั ตนเอง
๕. การเลน่ เครอ่ื งเลน่ อยา่ งปลอดภยั
๖. การเลน่ และทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื
37
มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนือ้ ใหญแ่ ละกลา้ มเน้ือเลก็ แขง็ แรงใช้ไดอ้ ย่างคล่องแคลว่ และประสานสัมพันธก์ นั
ตัวบ่งชี้ สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรูร้ ายปี
ชัน้ อนุบาลปที ี่ ๒ ประสบการณ์สำคญั สาระทีค่ วรเรยี นรู้
๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกาย -เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็นเส้นตรง ๑. การเคล่อื นไหวอยู่กบั ที่ ตัวเดก็
๒. การเคลื่อนไหวเคล่ือนที่ - สามารถเคลอื่ นไหวโดยควบคมุ
อย่างคล่องแคล่วประสาน ได้โดยไม่ตอ้ งกางแขน ๓. การเคลือ่ นไหวพร้อมอุปกรณ์ ร่างกายไปในทศิ ทาง ระดับและ
สมั พนั ธแ์ ละทรงตัวได้ ๔. การเคลื่อนไหวทีใ่ ช้การประสานสมั พนั ธ์ พื้นทต่ี า่ งๆในลักษณะต่าง ๆ
-กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้โดยไม่ ของกลา้ มเนอื้ ใหญ่ในการขวา้ ง การจบั การ ๒. การใชม้ ือทำสงิ่ ตา่ ง
๒.๒ ใช้มือ-ตาประสาน โยน การเตะ - สามารถเคลือ่ นไหวร่างกายโดย
เสียการทรงตวั ๕. การเล่นเครือ่ งเล่นสนามอยา่ งอิสระ ควบคุมใหอ้ ย่กู ับที่
สมั พันธก์ นั ๖. การเคลอ่ื นไหวข้ามส่ิงกดี ขวาง
-วง่ิ หลบหลีกส่งิ กีดขวางได้ ๗. การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปใน ตวั เดก็
-โยนรับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสอง ทศิ ทางระดบั และพนื้ ท่ี - การกำกบั ตนเอง
๑. การเล่นเครือ่ งเลน่ สัมผัส และการสรา้ งส่ิง - การเล่นและทำสิ่งต่างๆ ด้วย
ขา้ ง ต่างๆจากแท่งไม้บล็อก ตนเอง ตามลำพงั หรือกบั ผอู้ น่ื
๒.การเขียนภาพและการเลน่ กับสี - การใช้มือทำสิ่งตา่ ง ๆ
-ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนว ๓. การประดิษฐ์สิง่ ต่างๆดว้ ยเศษวัสดุ
๔. การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การ
เส้นตรงได้ ตดั การปะ การร้อยวสั ดุ
-เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้อยา่ ง
มมี ุมชัดเจน
-ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่านศูนย์
กลาง ๐.๕ ซม.ได้
๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จติ ใจ
มาตรฐานท่ี ๓ มสี ขุ ภาพจติ ดแี ละมีความสุข
ตัวบง่ ช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
๓.๑ แสดงออกทาง ชัน้ อนบุ าลปที ี่ ๒ ประสบการณ์สำคญั สาระที่ควรเรยี นรู้
อารมณอ์ ยา่ ง ตวั เด็ก
เหมาะสม -แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ ๑. การพูดสะทอ้ น -การแสดงออกทางอารมณ์และความรสู้ กึ อยา่ ง
ตามสถานการณ์ ความรสู้ ึกของตนเอง เหมาะสมอารมณ์และความรู้สึก
และผูอ้ ่นื - ความตอ้ งการทางร่างกายและการตอบสนอง
๒. การเล่นบทบาท - ความตอ้ งการทางจิตใจและการตอบสนอง
สมมตุ ิ
38
๓.๒ มีความรสู้ ึกที่ดี -กล้าพดู กลา้ แสดงออกอยา่ ง ๓. การเคลอ่ื นไหวตาม ตวั เดก็
ตอ่ ตนเองและผอู้ ืน่ เหมาะสมบางสถานการณ์ เสียงเพลง ดนตรี - การแสดงความคิดเหน็ ของตนเองและรับฟงั ความ
๔. การรอ้ งเพลง คิดเหน็ ของผ้อู ื่น
-แสดงความพอใจในผลงาน ๕. การทำงานศลิ ปะ
และความสามารถของตนเอง - การประสบความสำเร็จใน สงิ่ ตา่ งๆ ทีท่ ำ
- การตระหนกั รู้เก่ียวกบั ตนเอง
มาตรฐานท่ี ๔ ชน่ื ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
ตัวบง่ ชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์ สาระการเรียนรรู้ ายปี
๔.๑ สนใจและมี ชัน้ อนบุ าลปีท่ี ๒ ประสบการณ์สำคญั สาระที่ควรเรยี นรู้
ความสุขและ ตวั เดก็
แสดงออกผ่าน -สนใจและมคี วามสขุ และ ๑. การทำกจิ กรรมศลิ ปะตา่ งๆ
งานศิลปะ ดนตรีและ แสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ๒. การสร้างสรรคส์ ิ่งสวยงาม - ความภูมิใจในตนเอง การ
การเคลอื่ นไหว ๓. การรบั ร้แู ละแสดงความคดิ สะท้อนการรบั ร้อู ารมณแ์ ละ
ความรสู้ กึ ผ่านส่ือ วสั ดุ ของเล่น และ ความรสู้ กึ ของตนเองและผู้อ่ืน
ชนิ้ งาน -การทำกจิ กรรมศิลปะ
๔. การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตาม สร้างสรรค์
ความสามารถของตนเอง
-สนใจ มีความสุขและ ๑. การฟังเพลง การรอ้ งเพลง และการ ตวั เด็ก
แสดงออกผา่ นเสียงเพลง แสดงปฏกิ ริ ิยาโตต้ อบเสียงดนตรี
ดนตรี ๒. การเลน่ เคร่ืองดนตรปี ระกอบจงั หวะ - การเคลื่อนไหวร่างกาย
๔. การปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ตาม
ความสามารถของตนเอง ประกอบเพลง
- การฟัง การรอ้ งเพลง
-สนใจ มคี วามสุขและ ๑. การฟังเพลง การรอ้ งเพลง และการ ตัวเดก็
แสดงท่าทาง/เคลอ่ื นไหว แสดงปฏิกริ ยิ าโต้ตอบเสยี งดนตรี
ประกอบเพลง จงั หวะและ ๒. การเคล่อื นไหวตามเสียงเพลง ดนตรี - การแสดงทา่ ทางเคลอ่ื นไหว
ดนตรี ๔. การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ตาม ประกอบเพลง จงั หวะและดนตรี
- การกำกบั ตนเองการเลน่ และ
ความสามารถของตนเอง ทำสงิ่ ตา่ งด้วยตนเองตามลำพัง
๕. การเล่นเคร่ืองดนตรีประกอบจงั หวะ หรอื กับผ้อู ่ืน
มาตรฐานที่ ๕ มคี ุณธรรม จริยธรรมและมจี ติ ใจทด่ี ีงาม สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ตวั บ่งช้ี สภาพท่พี งึ ประสงค์
ชนั้ อนุบาลปที ่ี ๒ ประสบการณ์สำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้
39
๕.๑ ซ่อื สัตย์ สุจริต - ขออนุญาตหรือรอคอย ๑. ปฏิบตั ติ นเป็นสมาชิกทีด่ ขี อง ตัวเดก็
- มคี ุณธรรม จริยธรรม ความเมตตากรุณา
เมื่อต้องการสิ่งของของ ห้องเรยี น - พลเมอื งกับความรบั ผิดชอบต่อสังคม(ความ
รบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง)
ผู้อ่ืนเมอ่ื มผี ชู้ ้แี นะ ๒. การฟังนิทานเก่ียวกับ
- ความซือ่ สตั ย์ สุจรติ
คุณธรรม จรยิ ธรรม
- ความเกรงใจ
๓. การร่วมสนทนาและ
- การเคารพสทิ ธิของตนเองและผู้อ่นื
แลกเปลยี่ นความคดิ เห็นเชิง
จริยธรรม
๔. เล่นบทบาทสมมุติ
๕. การเล่นและทำงานรว่ มกบั
ผู้อื่น
๖. การปฏิบัตติ นตามหลกั
ศาสนาทีน่ ับถอื
๕.๒ มีความเมตตา -แสดงความรักเพื่อน ๑. การฟงั นิทานเก่ียวกับ ตวั เด็ก
เร่อื งความเมตตากรณุ า
กรุณา มีน้ำใจและ และมีเมตตาสตั วเ์ ลยี้ ง คุณธรรม จริยธรรม - จติ ตอ่ ตา้ นการทุจริต (ความเอื้ออาทร)
ช่วยเหลอื แบง่ ปัน ๒. เล่นบทบาทสมมุติ - คณุ ธรรมจริยธรรม
๓. การเล้ียงสตั ว์
-ช่วยเหลือและแบ่งปัน ๑. การฟังนิทานเก่ยี วกบั ตัวเดก็
ผอู้ ่นื ไดเ้ มือ่ มีผู้ช้แี นะ คุณธรรม จรยิ ธรรม - คณุ ธรรม จรยิ ธรรม เรือ่ ง
มีน้ำใจ แบง่ ปัน ชว่ ยเหลือ
๒. เลน่ บทบาทสมมุติ โตไปไมโ่ กง
๓. ปฏิบัตติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของ
หอ้ งเรียน - จิตต่อต้านการทุจริต(การช่วยเหลือ
๔. การเล่นรายบคุ คล กล่มุ ยอ่ ย
และกลมุ่ ใหญ่ เพ่ือน)
๕. การเลน่ ตามมุม
ประสบการณ/์ มมุ เลน่ ตา่ งๆ - ความกตญั ญู
๕.๓ มีความเห็นอก -แสดงสีหน้าหรือท่าทาง ๑. การเล่นและทำงานร่วมกับ ตวั เดก็
เหน็ ใจผู้อื่น รบั ร้คู วามรสู้ ึกผอู้ ่ืน ผอู้ นื่ - ความกตญั ญู
๒. การเล่นบทบาทสมมุติ - การแสดงออกทางอารมณ์
- การแสดงมารยาทท่ดี ใี นการเห็นอกเหน็ ใจ
๓. การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่น ผ้อู นื่
มีความสุข เห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้า - จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต (ความ
หรือเสียใจและการช่วยเหลือ เออ้ื อาทร)
40
ป ล อ บ โ ย น เ ม ื ่ อ ผ ู ้ อ ื ่ น ไ ด ้ รั บ
บาดเจบ็
๕.๔ มีความรบั ผดิ - ท ำ ง า น ท ี ่ ไ ด ้ รั บ ๑. การทำกจิ กรรมศิลปะต่างๆ ตวั เด็ก
ชอบ
มอบหมายจนสำเร็จเมื่อ ๒. การดูแลหอ้ งเรยี นร่วมกัน - มุง่ ม่ันในการทำงานทไี่ ด้รบั มอบหมายให้
สำเรจ็
มีผู้ชแี้ นะ ๓. การมสี ว่ นร่วมรบั ผิดชอบ
- ความภูมิใจในตนเองสะท้อนการรับ
ดูแลรักษาสงิ่ แวดลอ้ มทงั้ ภายใน ความรสู้ กึ ของตนเองและผูอ้ ื่น
และภายนอกห้องเรียน - ความรับผิดชอบ
๔. การร่วมกำหนดข้อตกลงของ - ความอดทน มงุ่ ม่ัน - ความเพียร
ห้องเรยี น
๓. พฒั นาการด้านสังคม
มาตรฐานที่ ๖ มที กั ษะชวี ิตและปฏบิ ัติตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ตัวบง่ ชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรียนรรู้ ายปี
๖.๑ ชว่ ยเหลอื ตนเองใน ชน้ั อนุบาลปีที่ ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
การปฏบิ ัติกจิ วัตร ตวั เด็ก
ประจำวัน - แตง่ ตวั ดว้ ยตนเอง ๑. การช่วยเหลอื ตนเองใน -การปฏิบตั ิกจิ วตั รประจำวนั
-รับประทานอาหารด้วย กจิ วตั รประจำวัน -การแตง่ กาย
๖.๒ มีวนิ ยั ในตนอง ตนเอง ๒. การให้ความรว่ มมือในการ
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมต่างๆ - การช่วยเหลือตนเอง
๖.๓ประหยดั และ - ใช้ห้องนำ้ ห้องส้วมดว้ ย ๓. การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆตาม -มารยาทในการรับประทานอาหาร
พอเพียง ตนเอง ความสามารถของตนเอง
ตวั เด็ก
-เกบ็ ของเล่นของใชเ้ ขา้ ท่ี ๑. การรว่ มกำหนดข้อตกลงของ -วิธรี ะวังรักษารา่ งกายให้สะอาด
ดว้ ยตนเอง หอ้ งเรียน - สขุ ภาพอนามยั ท่ดี ี
๒. การปฏิบัติตนเป็นสมาชกิ ท่ีดี ตัวเดก็
ของห้องเรยี น
- การเล่นและทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง
ตามลำพงั หรือกบั ผ้อู ื่นการเลน่ และการ
เก็บสิง่ ของ
- เ ข้ า แ ถวต า ม ล ำ ดั บ ๓. การให้ความร่วมมือในการ ตวั เดก็
ก่อนหลังไดด้ ้วยตนเอง ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ -การปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชิกที่ดีของสงั คมและ
โรงเรยี น
๔. การดูแลหอ้ งเรยี นร่วมกนั -การเคารพสทิ ธิของตนเองและผอู้ ่ืน
-ใชส้ ิ่งของเครอ่ื งใชอ้ ย่าง ๑. การปฏิบัติตนตามแนวทาง ธรรมชาติรอบตวั
ประหยดั และพอเพยี ง ห ล ั ก ป ร ั ช ญ า ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ -การอนุรักษ์ส่ิงแวดลอ้ มและรักษาสาธารณ
เม่ือมีผู้ชี้แนะ พอเพียง สมบัติ
๒. การใช้วสั ดแุ ละสิง่ - เศรษฐกจิ พอเพยี ง
- จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต
41
ของเครอ่ื งใช้อย่างคุม้ คา่
มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย
ตัวบง่ ชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี
๗.๑ ดแู ลรกั ษาธรรมชาติ ชน้ั อนบุ าลปที ่ี ๒ ประสบการณ์สำคญั สาระทค่ี วรเรียนรู้
และสงิ่ แวดล้อม
-มีส่วนร่วมในการดูแล ๑. การมสี ว่ นร่วมในการดูแลรกั ษา ธรรมชาตริ อบตวั
ร ั ก ษ า ธ ร ร ม ช า ต ิ แ ล ะ ส่ิงแวดล้อมท้งั ภายในและภายนอก ๑. สิ่งแวดล้อมในโรงเรยี นและ
สงิ่ แวดล้อมเมื่อมีผู้ช้แี นะ ห้องเรยี น การดแู ลรักษา
๒.การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ที่ ๒. สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ
เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน และการอนรุ กั ษ์ส่งิ แวดล้อม
ชวี ติ ประจำวนั ๓. การรกั ษาสาธารณสมบัตใิ น
๓. การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ หอ้ งเรียน
๔. การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่
เกดิ ข้นึ ในเหตกุ ารณ์หรือการกระทำ
๕. การตดั สินใจและมีส่วนรว่ มใน
กระบวนการแก้ปญั หา
-ท้งิ ขยะไดถ้ ูกท่ี ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่มและจำแนก ธรรมชาติรอบตวั
สงิ่ ตา่ งๆตามลักษณะและรปู รา่ ง รูปทรง -การอนุรักษส์ ิง่ แวดลอ้ มและรกั ษา
สาธารณะสมบัติ
๒. การใช้วัสดุและสิ่งของเครื่องใช้อย่าง - การคดิ แยกแยะระหวา่ ง
คมุ้ ค่า ผลประโยชน์สว่ นตนและ
๓. การทำงานศิลปะทีน่ ำวสั ดุหรือสิง่ ของ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
เครื่องใช้ที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำหรือแปรรูป (การใชน้ ำ้ ไฟฟา้ กระดาษ การ
ทิ้งขยะขยะและการคัดแยก
แลว้ นำกลับมาใชใ้ หม่
๔. การสรา้ งสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รปู รา่ ง ขยะ
รปู ทรงจากวัสดทุ ี่หลากหลาย
๕. การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของ
ห้องเรียน
๗.๒ มมี ารยาทตาม -ปฏิบัติตนตามมารยาท ๑. การปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมทอ้ ง ๑. ตัวเดก็
วฒั นธรรมไทยและรกั ไทยได้ด้วยตนเอง ถนิ่ ทอ่ี าศยั และประเพณีไทย -การปฏบิ ัติตนเป็นสมาชกิ
ความเปน็ ไทย ๒. การเลน่ บทบาทสมมุติการปฏิบตั ติ น ท่ีดีของครอบครัวและโรงเรียน
ในความเปน็ คนไทย -การมีมารยาททีด่ ีการปฏิบตั ติ น
ตามมารยาทและวฒั นธรรมไทย
- การแสดงความเคารพ
42
-กล่าวคำขอบคุณและขอ ๑. การปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมทอ้ ง ตวั เดก็
โทษดว้ ยตนเอง ถิ่นทีอ่ าศยั และประเพณไี ทย -การเคารพสิทธขิ องตนเองและผอู้ ่ืน
๒. การเล่นบทบาทสมมตุ กิ ารปฏิบตั ิตน ร้จู กั การแสดงความคดิ เห็นของ
ในความเปน็ ไทย ตนเองและรับฟังความคิดเห็นของ
๓. การพูดสะท้อนความรู้สึกของตนเอง ผู้อน่ื
และผู้อืน่
- การพูดสุภาพ
- การกล่าวคำขอบคุณและขอ
โทษ
-หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติ ๑. การปฏบิ ัตติ นตามวัฒนธรรมทอ้ ง บคุ คลและสถานทแ่ี วดล้อมเด็ก
-สญั ลกั ษณส์ ำคญั ของชาติไทย
ไทยและเพลงสรรเสริญ ถ่ินทอ่ี าศัยและประเพณีไทย
-การปฏิบัติตามวัฒนธรรม
พระบารมี ๒. การเล่นบทบาทสมมุติการปฏิบตั ิตน
ทอ้ งถ่นิ และความเปน็ ไทย
ในความเปน็ ไทย
๓. การร่วมกิจกรรมวนั สำคัญ
มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบ
ประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข
สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ตัวบง่ ช้ี
๘.๑ ยอมรบั ความเหมือนและ ชนั้ อนุบาลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้
ความแตกตา่ งระหวา่ ง
บุคคล -เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับ ๑.การเล่นและทำงานร่วมกบั ตัวเดก็
กลุ่มเด็กที่แตกต่างไปจากตน ผ้อู นื่ -การเคารพสทิ ธขิ องตนเองและผอู้ น่ื
๘.๒ มีปฏสิ มั พนั ธ์ทีด่ ีกบั ผ้อู ่นื ๒. การเลน่ พื้นบา้ นของไทย -การรู้จกั แสดงความคิดเห็นของ
-เล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อน ๓. การศึกษานอกสถานที่ ตนเองและยอมรบั ฟังความคิดเห็น
เปน็ กลุ่ม ๔. การเล่นและทำกิจกรรม ของผอู้ ืน่
รว่ มกบั กลุ่มเพอ่ื น - การเล่นและการทำกจิ กรรมร่วมกบั
-ยิ้มหรือทักทายหรือพูดคุยกบั ๕. การทำศิลปะแบบร่วมมอื ผู้อื่น
ผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคยได้ ๖. การร่วมสนทนาและ - การปฏิบัติตามวฒั นธรรมท้องถ่ิน
ด้วยตนเอง แลกเปลยี่ นความคดิ เห็น และความเป็นไทย
๗. การเลน่ รายบคุ คล กลุม่ ย่อย
และกลมุ่ ใหญ่
๘.๓ปฏิบัติตนเบื้องต้นในการ -มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและ ๑. การรว่ มกำหนดข้อตกลงของ ตวั เดก็
-เคารพสิทธิของตนเองและผอู้ ืน่
เปน็ สมาชิกทีด่ ีของสังคม ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ หอ้ งเรียน -การตระหนกั ร้เู กี่ยวกบั ตนเอง
ชี้แนะ
-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ ๒.การปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชิกทด่ี ี 43
ตามท่ีดไี ดด้ ว้ ยตนเอง ของห้องเรียน -การแสดงออกทางอารมณ์และ
ความรสู้ ึกอยา่ งเหมาะสม
๓. การให้ความร่วมมือในการ บุคคลและสถานท่แี วดล้อมเดก็
-ประนีประนอมแก้ไขปัญหา ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่างๆ -มีปฏสิ มั พนั ธ์ในชีวติ ประจำวนั
โดยปราศจากการใช้ความ ๔. การรว่ มกจิ กรรมวนั สำคญั - การปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บและ
รุนแรงเมื่อมผี ชู้ แี้ นะ ๕. การมสี ่วนร่วมในการเลือก ขอ้ ตกลง
วธิ ีการแก้ปัญหา - ผูน้ ำผูต้ าม
๖. การมสี ่วนรว่ มในการ - การแสดงออกทางอารมณแ์ ละ
ความรสู้ กึ อยา่ งเหมาะสม
แก้ปัญหาความขดั แย้ง
๔. ดา้ นสตปิ ัญญา
มาตรฐานที่ ๙ ใชภ้ าษาสือ่ สารไดเ้ หมาะสมกบั วยั
สภาพที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรูร้ ายปี
ตวั บ่งช้ี
ช้นั อนบุ าลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระที่ควรเรยี นรู้
๙ . ๑ ส น ท น า -ฟงั ผอู้ น่ื พดู จนจบและ ๑. การฟังเสยี งตา่ งๆในสง่ิ แวดล้อม ตัวเด็ก
โต้ตอบและเล่า สนทนาโตต้ อบ ๒. การฟังและปฏบิ ัติตามคำแนะนำ - การรู้จักประวัตคิ วามเปน็ มาของตนเองและ
ครอบครวั
เรื่องให้ผู้อ่ืน สอดคล้องกบั เรอื่ งทีฟ่ งั ๓. การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง - การแสดงมารยาททด่ี ี
เข้าใจ บทรอ้ ยกรอง หรือเรือ่ งราวตา่ งๆ บุคคลและสถานท่แี วดล้อมเด็ก
๔. การเลน่ เกมทางภาษา - บุคคลตา่ งๆทีเ่ ดก็ ต้องเกย่ี วขอ้ งหรือใกลช้ ิด
- สถานท่สี ำคญั วนั สำคัญ อาชีพของคนในชมุ ชน
- แหลง่ วัฒนธรรมในชุมชน
- แหล่งเรียนรูภ้ ูมปิ ัญญาท้องถนิ่
- สญั ลักษณข์ องชาติไทย
ส่ิงตา่ งๆรอบตวั เด็ก
-การใชภ้ าษาเพอ่ื สื่อความหมายในชีวิตประจำวนั
ท้องถิ่น
- การละเลน่ การแสดงทอ้ งถน่ิ
-เล่าเรอื่ งเปน็ ประโยค ๑. การพูดแสดงความคิด ความรู้สกึ ตวั เดก็
อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
และความต้องการ - การเล่าเร่ืองราวหรือนทิ าน
บุคคลและสถานทแี่ วดล้อมเดก็
๒. การพดู เกยี่ วกับประสบการณข์ อง - บุคคลต่างๆที่เด็กต้องเกี่ยวขอ้ งหรือใกลช้ ดิ
ตนเอง หรอื พดู เรอ่ื งราวเกี่ยวกับ - สถานทส่ี ำคัญ วันสำคญั อาชพี ของคนในชุมชน
ตนเอง - แหล่งวฒั นธรรมในชมุ ชน
๓. การพูดอธิบายเกีย่ วกบั สิ่งของ - แหลง่ เรียนร้ภู มู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน
เหตกุ ารณ์ และความสมั พนั ธข์ องสิ่ง สิง่ ตา่ งๆรอบตวั เด็ก
ตา่ งๆ -การใชภ้ าษาเพอื่ สือ่ ความหมายในชีวิตประจำวนั
ทอ้ งถ่ิน
44
๔. การพดู อย่างสรา้ งสรรค์ในการ - การละเลน่ การแสดงทอ้ งถน่ิ - การเลา่
เล่นและการกระทำตา่ งๆ เรอ่ื งราวหรอื นิทาน
๕. การรอจังหวะที่เหมาะสมในการ
พูด
๖. การพูดเรียงลำดับเพอ่ื ใชใ้ นการ
ส่อื สาร
๗. การเล่นเกมทางภาษา
๙.๒อ่าน เขียน -อา่ นภาพ สัญลกั ษณ์ ๑. การอา่ นหนังสือภาพ นทิ าน ตัวเด็ก
ภ า พ แ ล ะ คำ พร้อมท้ังชี้ หรือ
สัญลกั ษณ์ได้ กวาดตามองขอ้ ความ หลากหลายประเภท/รปู แบบ - การรจู้ กั ประวตั ิความเป็นมาของตนเองและ
๒. การอา่ นอยา่ งอิสระตามลำพงั ครอบครัว
ตามบรรทดั
บคุ คลและสถานทีแ่ วดลอ้ มเด็ก
การอ่านรว่ มกัน การอา่ นโดยมผี ู้ - ครอบครวั
- บุคคลตา่ งๆทีเ่ ก่ยี วขอ้ งสถานท่สี ำคญั วนั สำคญั
ชีแ้ นะ อาชีพของคนในชมุ ชน
๓. การเห็นแบบอยา่ งของการอา่ นที่ - สัญลักษณ์ของชาติไทย
ถูกตอ้ ง สง่ิ ต่างๆรอบตวั เด็ก
๔. การสงั เกตทศิ ทางการอา่ น - การใช้หนังสอื และตัวหนังสือ
ตวั อักษร คำ และขอ้ ความ - การใชภ้ าษาเพ่อื สอ่ื ความหมายในชีวิตประจำวัน
ทอ้ งถิน่
๕. การอา่ นและช้ีขอ้ ความ โดยกวาด - การละเล่น การแสดงท้องถิ่น การอ่านภาพ
สายตาตามบรรทัดจากซ้ายไปขวา สญั ลกั ษณ์ นทิ าน
จากบนลงลา่ ง
๖. การสังเกตตัวอักษรในชื่อของตน
หรอื คำคุ้นเคย
๗. การสังเกตตัวอักษรที่ประกอบ
เป็นคำผ่านการอ่านหรือเขียนของ
ผใู้ หญ่
๘. การคาดเดาคำ วลี หรือประโยค
ที่มีโครงสร้างซ้ำๆกันจากนิทาน
เพลง คำคลอ้ งจอง
๙. การเลน่ เกมทางภาษา
๑๐. การเห็นแบบอย่างของการ
เขียนที่ถูกต้อง
-เขยี นคลา้ ยตัวอกั ษร ๑. การเขยี นรว่ มกันตามโอกาส และ ตวั เดก็
การเขยี นอสิ ระ - ช่ือ – นามสกลุ
ส่งิ ต่างๆรอบตวั เดก็
- การใช้หนงั สือและตวั หนังสอื
45
๒. การเขียนคำทีม่ ีความหมายกับตัว - การใช้ภาษาเพ่ือส่อื ความหมายในชีวติ ประจำวัน
เดก็ /คำคุน้ เคย - การใชม้ อื ทำส่ิงตา่ ง ๆ
๓. การคิดสะกดคำและเขียนเพื่อสอ่ื - การเขียนภาพ สญั ลักษณ์ ตัวอกั ษร
ความหมายด้วยตนเองอย่างอิสระ
๔. การเล่นเกมทางภาษา
มาตรฐานท่ี ๑๐ มคี วามสามารถในการคดิ ทเ่ี ป็นพื้นฐานในการเรยี นรู้
สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี
ตัวบง่ ช้ี
๑๐.๑ มคี วามสามารถ ช้นั อนุบาลปที ่ี ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้
ในการคิดรวบยอด ตัวเดก็
-บอกลกั ษณะและ ๑. การสงั เกตลกั ษณะ ส่วนประกอบ - รูปร่าง
หน้าตา อวยั วะตา่ งๆ
ส่วนประกอบของส่งิ ของ การเปลย่ี นแปลง และความสมั พนั ธ์ของ ธรรมชาตริ อบตวั
- ชอื่ ลกั ษณะ สว่ นประกอบ การ
ตา่ งๆจากการสงั เกตโดย สง่ิ ต่างๆโดยใชป้ ระสาทสมั ผสั อย่าง เปล่ยี นแปลงและความสัมพนั ธ์ของมนุษย์
สตั ว์ พืช
ใช้ประสาทสมั ผสั เหมาะสม ส่งิ ตา่ งๆรอบตวั เดก็
- ร้จู กั ชอ่ื ลักษณะ สี ผวิ สัมผสั ขนาด
๒. การสังเกตสิ่งตา่ งๆและสถานทจ่ี าก
รปู รา่ ง รูปทรง
มมุ มองทต่ี า่ งกัน
- ประสาทสมั ผสั
๓. การเลน่ กบั ส่อื ต่างๆทเี่ ปน็ ทรงกลม
- การสงั เกต
ทรงสีเ่ หล่ียมมมุ ฉาก ทรงกระบอก ทรง
กรวย
๔. การใช้ภาษาทางคณติ ศาสตรก์ บั
เหตกุ ารณใ์ นชวี ิตประจำวนั
-จับคู่และเปรียบเทียบ ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการ สง่ิ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก
ความแตกต่างหรือความ จำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะและรูปร่าง - รู้จกั ชอื่ ลกั ษณะ สี ขนาดรปู รา่ ง
เหมือนของสิ่งต่างๆโดย รูปทรง
ใช้ลักษณะที่สังเกตพบ ๒. การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้ - การเปรียบเทียบและการ
เพยี งลักษณะเดียว สมบรู ณ์ และการแยกช้ินสว่ น เรียงลำดับสิ่งต่างๆตามลักษณะ
ความยาว ความสูง นำ้ หนกั ปริมาตร
๓. การจับคู่ การเปรยี บเทยี บและการ - การเปรียบเทยี บความเหมอื นความ
เรยี งลำดบั สิง่ ตา่ งๆตามลักษณะความ
ต่าง
ยาว/ความสงู นำ้ หนกั ปรมิ าตร
๔. การใชภ้ าษาทางคณติ ศาสตรก์ ับ
เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
46
-จำแนกและจัดกลุ่มส่ิง ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการ ธรรมชาตริ อบตัว
ต่างๆโดยใช้อย่างน้อย จำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะและรูปร่าง - ดินน้ำ ทอ้ งฟ้า สภาพอากาศ
สง่ิ ต่างๆรอบตวั เดก็
หนง่ึ ลักษณะเปน็ เกณฑ์ รปู ทรง
- รู้จักชอื่ ลักษณะ สีขนาด รปู ร่าง รปู ทรง
๒. การทำซ้ำ การต่อเติม และการสร้าง ปริมาตร น้ำหนกั จำนวน
- การจำแนกการจดั กลมุ่ สง่ิ ของหนึง่
แบบรปู
ลกั ษณะ
๓. การรวมและการแยกสิง่ ต่างๆ
๔. การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์กับ
เหตกุ ารณ์ในชีวติ ประจำวนั
-เรียงลำดับสิ่งของหรือ ๑. การนบั และแสดงจำนวนของสง่ิ ตา่ งๆ สง่ิ ต่างๆรอบตวั เดก็
เหตุการณ์อย่างน้อย ๔ ในชีวติ ประจำวัน -การจับคู่ การเปรยี บเทียบและการ
ลำดบั ๒. การเปรียบเทยี บและเรยี งลำดบั เรยี งลำดับตา่ งๆ ตามลกั ษณะความยาว
จำนวนของสิ่งต่าง ๆ ความสูง นำ้ หนกั ปรมิ าณ
๓. การบอกและแสดงอนั ดบั ท่ขี องส่ิง - ขนาด รปู รา่ ง รูปทรง ปรมิ าตร
ต่าง ๆ
๔. การบอกและเรยี งลำดบั กิจกรรมหรือ - การเรียงลำดับเหตกุ ารณ์ ๔ ลำดบั
เหตกุ ารณต์ ามช่วงหรอื เวลา
๕. การใช้ภาษาทางคณติ ศาสตรก์ บั - จำนวนและตัวเลข
เหตุการณใ์ นชีวติ ประจำวัน
๖. การบอกและแสดงตำแหนง่ ทศิ ทาง
และระยะทางของสง่ิ ตา่ งด้วยการกระทำ
ภาพวาด ภาพถ่าย และรปู ภาพ
๑๐.๒มีความสามารถ -ระบุสาเหตุหรือผลที่ ๑. การชั่ง ตวง วดั สิ่งตา่ งๆโดยใช้ ส่ิงต่างๆรอบตวั เด็ก
ในการคดิ เชิงเหตุผล เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรอื เครอ่ื งมือและหนว่ ยที่ไมใ่ ช่หนว่ ย -การสงั เกตลักษณะ สว่ นประกอบ การ
การกระทำเม่ือมีผู้ช้ีแนะ มาตรฐาน เปลี่ยนแปลง และความสัมพันธข์ องสง่ิ
ตา่ งๆ โดยใช้ประสาทสมั ผัสอยา่ งเหมาะสม
๒. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตแุ ละผลท่ี -การคิดแยกแยะ การแสดงความคิดเห็น
เกดิ ขนึ้ ในเหตกุ ารณ์หรอื การกระทำ - การช่งั - การตวง- การวัด
- คาดเดา หรือคาดคะเน ๑. การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งท่ี ธรรมชาตริ อบตวั
สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น หรือ อาจจะเกิดขึน้ อยา่ งมีเหตุผล - ดนิ นำ้ ทอ้ งฟา้ สภาพอากาศ ภยั ธรรมชาติ
ส่ิงตา่ งๆรอบตัว
มีส่วนร่วมในการลง ๒. การมีส่วนรว่ มในการลงความเห็นจาก -การหาความสัมพันธ์ และแสดง
ความเหน็ จากขอ้ มลู ขอ้ มลู อย่างมีเหตผุ ล ความคิดเหน็ ของส่ิงตา่ งๆรอบตัว
47
๑๐.๓มีความสามารถใน -ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ ๑. การตดั สนิ ใจและมีส่วนรว่ มใน ธรรมชาตริ อบตัว
การคิดแก้ปัญหาและ และเริ่มเรียนรู้ผลที่ กระบวนการแก้ปญั หา - ดิน น้ำ ทอ้ งฟ้า สภาพอากาศกบั
ธรรมชาติ
ตัดสนิ ใจ เกดิ ขน้ึ ๒. การอธิบายเชอ่ื มโยง สาเหตแุ ละผลที่ - แรงและพลงั งานในชีวิตประจำวันที่
เกดิ ข้ึนในเหตุการณห์ รือการกระทำ แวดลอ้ มเดก็ สงิ่ ต่างๆรอบตัว
-การตัดสินใจและมสี ว่ นร่วมใน
กระบวนการแกป้ ัญหา
-ระบปุ ญั หา และ ๑. การตดั สนิ ใจและมสี ว่ นร่วมใน สิง่ ตา่ งๆรอบตวั เด็ก
แกป้ ญั หาโดยลองผดิ กระบวนการแก้ปญั หา - สว่ นประกอบ การเปลยี่ นแปลงและ
ลองถกู ๒. การคาดเดาหรอื การคาดคะเนส่งิ ท่ี ความสมั พนั ธข์ องสิง่ ต่างๆ
รอบตัว
อาจจะเกดิ ขนึ้ อย่างมเี หตผุ ล - เวลา ประโยชน์และการใชง้ าน
๓. การมสี ่วนรว่ มในการลงความเหน็ จาก สภาพอากาศกบั ธรรมชาติ
- แรงและพลังงานในชีวิตประจำวนั
ข้อมลู อยา่ งมเี หตุผล
ท่ีแวดล้อมเดก็
มาตรฐานท่ี ๑๑ มจี นิ ตนาการและความคดิ สร้างสรรค์ สาระการเรียนรู้รายปี
ตวั บง่ ช้ี สภาพท่พี งึ ประสงค์
๑๑.๑ เลน่ /ทำงานศลิ ปะ ชน้ั อนบุ าลปีท่ี ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรียนรู้
ตามจนิ ตนาการแลความคิด
สรา้ งสรรค์ -สร้างผลงานศลิ ปะเพื่อ ๑. การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ ตัวเดก็
สือ่ สารความคดิ การเปลย่ี นแปลง และความสัมพันธ์ -การทำงานศลิ ปะ
ความรสู้ กึ ของตนเองโดย ของสงิ่ ต่างๆโดยใช้ประสาทสัมผสั สง่ิ ต่างๆรอบตัวเดก็
มีการดดั แปลงและ อย่างเหมาะสม -ศลิ ปะสร้างสรรค์
แปลกใหม่จากเดมิ หรือมี ๒. การสังเกตสิ่งตา่ งๆและสถานท่ี -การเลา่ นิทาน
รายละเอยี ดเพิม่ ขึน้ จากมุมมองท่ีตา่ งกนั
๓. การเลน่ กบั ส่ือต่างๆทเ่ี ปน็ ทรง -ประดษิ ฐ์สง่ิ ต่าง ๆอย่างอิสระ การ
กลม ทรงสเี่ หลีย่ มมุมฉาก
ทรงกระบอก ทรงกรวย ทำงานศิลปะ
๔. การใช้ภาษาทางคณติ ศาสตรก์ บั
เหตกุ ารณ์ในชวี ติ ประจำวัน - วธิ ีการใช้เครอ่ื งมอื เครอื่ งใชใ้ นการ
ทำงานศิลปะอย่างถกู วิธแี ละปลอดภัย
๑๑.๒ แสดงทา่ ทาง/ -เคลื่อนไหวท่าทางเพ่ือ ๑. การเคลอ่ื นไหวอยู่กบั ท่ี ตวั เดก็
เคลอื่ นไหวตามจินตนา ส ื ่ อ ส า ร ค ว า ม คิ ด ๒. การเคลือ่ นไหวเคลอื่ นที่
การอยา่ งสรา้ งสรรค์ ความรสู้ ึกของตนเอง ๓. การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดอุ ุปกรณ์ -การเคลื่อนไหวร่างกายในทิศทางระดับ
อย่างหลากหลายหรือ ๔. การแสดงความคิดสร้างสรรคผ์ า่ นภาษา และพื้นท่ตี า่ งๆ
แปลกใหม่ ท่าทาง การเคลอ่ื นไหวและศิลปะ
๕. การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปใน - การแสดงท่าทางอยา่ งอสิ ระ
ทิศทาง ระดบั และพื้นที่ บคุ คลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
๖. การเคล่ือนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี -เลา่ นิทาน บรหิ ารรา่ งกายตามเร่อื งราวของ
๗. การฟังเพลง การร้องเพลงและการ นทิ าน
แสดงปฏิกริ ิยาโตต้ อบเสยี งดนตรี ส่งิ ตา่ งๆรอบตวั เดก็
48
-เล่านทิ าน บรหิ ารรา่ งกายตามเร่อื งราวของ
นิทาน
-การเล่าเรื่อง โดยมอี ุปกรณ์ช่วย
-เล่านิทาน แสดงทา่ ทางอสิ ระตามความ
ตอ้ งการ
มาตรฐานที่ ๑๒ มเี จตคติท่ดี ีตอ่ การเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรไู้ ด้เหมาะสมกับวัย
ตัวบง่ ชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนร้รู ายปี
๑๒.๑ มีเจตคติที่ดี ช้นั อนุบาลปที ่ี ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้
ตอ่ การเรยี นรู้ เรื่องราวเก่ียวกบั ตวั เด็ก
-สนใจซกั ถามเกยี่ วกบั ๑. การสำรวจสิ่งต่างๆ และ -รูปรา่ งหนา้ ตา อวยั วะตา่ งๆ
บคุ คลและสถานทีแ่ วดล้อมเด็ก
สัญลกั ษณห์ รอื ตวั หนงั สือ แหล่งเรยี นรรู้ อบตวั -ชุมชน
ท่ีพบเหน็ ๒. การต้ังคำถามในเรื่องทส่ี นใจ -แหลง่ วัฒนธรรมในชมุ ชน
-แหล่งเรียนรู้ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ
ธรรมชาติรอบตัวเด็ก
-พืช,สตั ว์
-ดิน,นำ้ ,ทอ้ งฟา้ ,สภาพอากาศ,ภยั ธรรมชาติ
-แรงและพลงั งานในชวี ติ ประจำวนั ท่ีแวดล้อม
เดก็
- ความรูพ้ ื้นฐานเกี่ยวกับการใชห้ นงั สือและ
ตวั หนงั สอื
-กระตือรือร้นในการเข้า ๑. การให้ความร่วมมือในการ ส่ิงต่างๆรอบตัวเด็ก
รว่ มกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตา่ งๆ -การใช้หนงั สอื และตวั หนังสอื
๒. การตงั้ คำถามในเรอื่ งทส่ี นใจ -ยานพาหนะการคมนาคม
๓. การมสี ่วนรว่ มในการรวบรวม -เทคโนโลยีและการสอ่ื สาร
ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจาก -การเลา่ นทิ าน
การสืบเสาะหาความรู้ในรูปแบบ -ภาษาในชวี ิตประจำวัน
ตา่ งๆและแผนภมู อิ ยา่ งง่าย -การใชห้ นงั สอื และตวั หนงั สอื
-กจิ กรรมทางภาษาท่ีหลากหลาย ในสภาพแวดลอ้ มท่ี
เอื้อตอ่ การเรียนรู้
-มุมหนงั สือ
-มุมห้องสมดุ
-รกั การอา่ น
-การแสดงออกทางอารมณ์และความรสู้ กึ อยา่ ง
เหมาะสม
-ความสนใจการเรียนรู้และทำกิจกรรมต่างๆ
๑๒.๒ มี - ค ้ น ห า ค ำ ต อ บ ข อ ง ข้ อ ๑. การสำรวจสิ่งต่างๆ และ ส่งิ ต่างๆรอบตัวเด็ก
ความสามารถ สงสัยต่างๆ ตามวิธีการ แหล่งเรยี นรู้รอบตัว -ทกั ษะกระบวนการวิทยาศาสตร์
ของตนเอง ๒. การตง้ั คำถามในเรื่องทส่ี นใจ -การเปลยี่ นแปลงและความสมั พันธ์ของส่งิ ต่าง ๆ
รอบตวั
49
ในการแสวงหา ๓. การสืบเสาะหาความรู้เพ่ือ -การแกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวนั
ความรู้ ค้นหาคำตอบของข้อสงสยั ตา่ งๆ -ฝึกออกแบบ และสรา้ งช้ินงาน
๔. การมีส่วนรว่ มในการรวบรวม
ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจาก
การสืบเสาะหาความรใู้ นรูปแบบ
ตา่ งๆและแผนภูมอิ ยา่ งง่าย
-ใช้ประโยคคำถามว่า “ที่ ๑. การต้งั คำถามในเรือ่ งทสี่ นใจ ส่ิงต่างๆรอบตวั เดก็
ไ ห น ”“ท ำ ไ ม ”ใ น ก า ร ๒. การสืบเสาะหาความรู้เพ่ือ -การต้งั คำถามในสงิ่ ท่ีสงสยั ใคร่รู้
คน้ หาคำตอบ คน้ หาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ -กจิ กรรมทางภาษาทห่ี ลากหลาย
-การแสดงบทบาทสมมติ
-การใช้ภาษา
-การสนทนา
-การศึกษานอกสถานท่ี
- การสนใจซกั ถามคำถามเพ่อื คน้ หาคำตอบ
ตารางวิเคราะหส์ าระการเรียนร้รู ายปี ชว่ งอายุ ๕ – ๖ ปี
๑. พฒั นาการด้านรา่ งกาย
มาตรฐานที่ ๑ รา่ งกายเจริญเติบโตตามวัยเดก็ มีสุขนิสยั ท่ีดี
ตวั บง่ ช้ี สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรูร้ ายปี สาระทคี่ วรเรยี นรู้
ชัน้ อนบุ าลปที ่ี ๓ ประสบการณส์ ำคญั
๑.๑ มีนำ้ หนักและส่วน -น้ำหนกั และสว่ นสงู ตาม ๑.การปฏบิ ัติตนตามสขุ อนามยั ตัวเดก็
สุขนสิ ัยที่ดีในกจิ วัตรประจำวัน - การรบั ประทานอาหารที่มีประโยชน์
สูงตามเกณฑ์ เกณฑ์ของกรมอนามัย -การปฏิบัตกิ จิ วัตรประจำวัน
- การเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย
๑.๒ มสี ุขภาพอนามยั สุข -รับประทานอาหารทีม่ ี ๑.การปฏิบตั ิตนตามสขุ อนามยั ตัวเด็ก
สุขนิสัยที่ดใี นกิจวัตรประจำวนั - อาหารที่มีประโยชนแ์ ละไมม่ ี
นสิ ยั ทด่ี ี ประโยชนไ์ ด้หลายชนิดและ ๒. การประกอบอาหารไทย ประโยชน์
ดืม่ นำ้ สะอาดได้ดว้ ยตนเอง - อาหารหลกั ๕ หมู่
- การมเี จตคติทมี่ ีต่อการรบั ประทาน
-ลา้ งมือกอ่ นรับประทาน ๑.การปฏบิ ตั ติ นตามสขุ อนามยั อาหารทม่ี ปี ระโยชน์
สขุ นิสยั ทีด่ ีในกิจวัตรประจำวนั - มารยาทในการรับ ประทานอาหาร
อาหารและหลงั จากใช้ ๒. การช่วยเหลือตนเองในการปฏบิ ตั ิกจิ กวัตร -การปฏบิ ตั ิกิจวัตรประจำวัน
หอ้ งน้ำหอ้ งสว้ มดว้ ยตนเอง ประจำวัน การปฏบิ ัตกิ ิจวตั รประจำวัน
๓. การปฏิบตั ติ นใหป้ ลอดภยั ในกิจวตั รประจำวัน ๑. อวยั วะตา่ งๆของรา่ งกายและการ
๔. การฟังนิทาน เรอื่ งราว เหตกุ ารณ์เกีย่ วกบั การ รักษาความปลอดภยั
ป้องกนั และรกั ษาความปลอดภยั ๒. วิธีรักษารา่ งกายให้สะอาดและมี
สุขอนามยั ที่ดี
50
๑.๓ รักษาความปลอด -ล้างหนา้ และแปรงฟนั ถูกวิธี ๑.การปฏิบตั ติ นตามสขุ อนามยั ตัวเด็ก
หลงั รบั ประทานอาหารด้วย สขุ นิสัยท่ีดีในกจิ วัตรประจำวัน - อวยั วะตา่ งๆ ของร่างกายและการ
ภยั ของตนเองและผู้อืน่ ตนเอง ๒. การช่วยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ตั ิกจิ วตั ร รกั ษาความปลอดภยั
ประจำวนั - วธิ ีระวังรักษารา่ งกายใหส้ ะอาดและ
๑.๓ รักษาความปลอด -นอนพกั ผ่อนเป็นเวลา ๓. การปฏิบตั ิตนใหป้ ลอดภยั ในกิจวตั รประจำวัน มสี ขุ อนามยั ท่ีดี
-ออกกำลงั กายเปน็ เวลา ๔. การฟังนิทาน เรอ่ื งราว เหตุการณ์เกี่ยวกบั การ -การปฏิบตั ิกจิ วัตรประจำวนั
ภยั ของตนเองและผอู้ ื่น ป้องกัน และรกั ษาความปลอดภยั
-เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับ - การปฏิบตั ติ นตามสุขอนามยั ตวั เดก็
สขุ นิสัยที่ดใี นกิจวัตรประจำวนั - ประโยชน์ของการนอนหลับพกั ผ่อน
ผูอ้ ืน่ ด้วยความระมัดระวัง
อยา่ งปลอดภยั ๑. การเลน่ อิสระ ตวั เดก็
๒. การเคลือ่ นไหวข้ามสิ่งกดี ขวาง - ประโยชน์ของการออกกำลงั กาย
๓. การเล่นเคร่ืองเล่นอย่างปลอดภัย - การเล่นเคร่ืองเล่นสนามอย่างถกู วิธี
๔. การละเลน่ พนื้ บา้ นไทย
๕. การเล่นนอกหอ้ งเรียน ตัวเดก็
๖. การเล่นเครื่องเล่นสนามอยา่ งอสิ ระ - การรกั ษาความปลอดภยั ของตนเอง
๑.การปฏบิ ตั ติ นใหป้ ลอดภยั ใน กิจวตั รประจำวนั และการปฏิบตั ิตอ่ ผ้อู ่นื อย่างปลอดภัย
๒. การฟงั นิทาน เรื่องราวเหตุการณเ์ ก่ียวกบั การ ในชวี ติ ประจำวนั
ป้องกนั และรักษาความปลอดภยั - การปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสม เม่อื
๓. การเลน่ บทบาทสมมตุ เิ หตุการณ์ต่างๆ เจบ็ ปว่ ย
๔. การพูดกบั ผูอ้ ่นื เกี่ยวกบั ประสบการณข์ องตนเอง - การระวังภยั จากคนแปลกหนา้ และ
หรือพูดเร่อื งราวเกยี่ วกบั ตนเอง อบุ ตั ิเหตตุ ่างๆ
๕. การเล่นเครอ่ื งเล่นอย่างปลอดภยั
๖. การเล่นและทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่ืน
มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนือ้ ใหญ่และกลา้ มเนือ้ เลก็ แขง็ แรงใชไ้ ดอ้ ย่างคลอ่ งแคล่วและประสานสัมพนั ธ์กนั
ตวั บ่งช้ี สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สาระการเรยี นรูร้ ายปี
ช้ันอนุบาลปีท่ี ๓ ประสบการณ์สำคญั สาระท่คี วรเรยี นรู้
๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกาย -เดินต่อเท้าถอยหลังเป็นเส้นตรง ๑. การเคลอ่ื นไหวอยู่กบั ท่ี ตวั เดก็
๒. การเคลื่อนไหวเคลื่อนท่ี - สามารถเคลอื่ นไหวโดยควบคมุ รา่ งกายไป
อ ย ่ า ง ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว ได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่ ๓. การเคลื่อนไหวพร้อมอปุ กรณ์ ในทศิ ทาง ระดบั และพ้นื ท่ตี า่ งๆ
ประสานสัมพันธ์และ ๔. การเคล่ือนไหวทีใ่ ช้การประสานสมั พนั ธข์ อง - การออกกำลังกาย
ทรงตวั ได้ -กระโดดขาเดียว ไปข้างหน้าได้ กล้ามเนื้อใหญ่ในการขวา้ ง การจับ การโยน - สามารถเคล่อื นไหวร่างกายโดยควบคุมให้
การเตะ อยู่กบั ท่ี
๒.๒ ใช้มือ-ตาประสาน อย่างต่อเนื่องโดยไม่เสียการทรง ๕. การเล่นเคร่ืองเลน่ สนามอยา่ งอสิ ระ
ตวั ๖. การเคลอ่ื นไหวขา้ มสง่ิ กดี ขวาง ตัวเด็ก
สมั พันธ์กนั ๗. การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปใน - การกำกบั ตนเอง
-ว่ิงหลบหลกี สิง่ กีดขวางได้อย่าง ทิศทาง ระดับ และพ้นื ที่ - การเล่นและทำส่ิงต่างๆ ด้วยตนเอง ตาม
๑. การเล่นเคร่อื งเล่นสัมผสั และการสรา้ งส่ิง ลำพังหรอื กับผูอ้ นื่
คล่องแคลว่ ตา่ งๆจากแทง่ ไม้บล็อก
๒.การเขียนภาพและการเลน่ กับสี
-โยนรับลูกบอลที่กระดอนข้ึน ๓. การประดษิ ฐส์ ่งิ ตา่ งๆด้วยเศษวัสดุ
จากพ้นื โดยใช้มือท้ัง ๒ ข้างได้
-ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนว
เส้นโค้งได้
-เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้
อย่างมีมมุ ชัดเจน