101
ระดับ สถานศึกษาอาจตัดสินสรุปผลการประเมินพัฒนาการบนพื้นฐาน หลักพัฒนาการและการเตรียมความ
พร้อม หากเป็นภาคเรียนที่ ๑ สถานศึกษาควรเลือกตัดสินใจใช้ฐานนิยมที่มีระดับคุณภาพต่ำกว่าเพื่อใช้เป็น
ข้อมูลในการพัฒนาเด็กให้พร้อมมากขึ้น หากเป็นภาคเรียนที่ ๒ สถานศึกษาควรเลือกตัดสินใจใช้ฐานนิยมที่มี
ระดับคุณภาพสงู กวา่ เพือ่ ตดั สินและการสง่ ต่อเด็กในระดับชน้ั ท่ีสงู ขนึ้
๒.๓.๓ การเล่อื นชน้ั อนุบาลและเกณฑ์การจบการศกึ ษาระดับปฐมวยั
เม่ือสิ้นปกี ารศกึ ษา เด็กจะไดร้ บั การเลอ่ื นชนั้ โดยเดก็ ตอ้ งไดร้ ับการประเมนิ มาตรฐานคุณลักษณะ
ทพ่ี งึ ประสงค์ทั้ง ๑๒ ข้อ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย เพื่อเป็นขอ้ มูลในการสง่ ตอ่ ยอดการพัฒนาให้กบั เด็กใน
ระดับสูงขึ้นต่อไป และเนื่องจากการศึกษาระดับอนุบาลเปน็ การจดั การศึกษาขั้นพื้นฐานที่ไม่นับเปน็ การศึกษา
ภาคบังคับ จงึ ไม่มกี ารกำหนดเกณฑ์การจบช้ันอนบุ าล การเทยี บโอนการเรียน และเกณฑ์การเรียนซ้ำช้ัน และ
หากเด็กมีแนวโน้มว่าจะมีปญั หาต่อการเรยี นรูใ้ นระดับที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตัง้ คณะกรรมการเพื่อพิจารณา
ปญั หา และประสานกบั หน่วยงานทเ่ี กยี่ วข้องในการใหค้ วามช่วยเหลือ เช่น เจา้ หน้าท่ีสาธารณสขุ สง่ เสริมตำบล
นกั จติ วทิ ยา ฯลฯ เขา้ รว่ มดำเนนิ งานแก้ปัญหาได้
อย่างไรก็ตาม ทักษะที่นำไปสู่ความพร้อมในการเรียนรู้ที่สามารถใช้เป็นรอยเช่ือมต่อระหว่าง
ชนั้ อนุบาลกบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ท่คี วรพิจารณามีทักษะดงั น้ี
๑. ทกั ษะการชว่ ยเหลือตนเอง ได้แก่ ใช้ห้องนำ้ ห้องสว้ มไดด้ ว้ ยตนเอง แตง่ กายได้เอง เก็บของ
เข้าท่ีเมื่อเล่นเสรจ็ และช่วยทำความสะอาด รู้จักรอ้ งขอให้ชว่ ยเมอ่ื จำเปน็
๒. ทักษะการใช้กล้ามเนือ้ ใหญ่ ได้แก่ วิ่งได้อย่างราบรื่น วิ่งก้าวกระโดดได้ กระด้วยสองขาพน้
จากพ้นื ถือจบั ขว้าง กระดอนลกู บอลได้
๓. ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็ก ได้แก่ ใช้มือหยิบจับอุปกรณ์วาดภาพและเขียน วาดภาพคนมี
แขน ขา และส่วนต่างๆของร่างกาย ตัดตามรอยเสน้ และรูปต่างๆ เขยี นตามแบบอยา่ งได้
๔. ทักษะภาษาการรู้หนังสือ ได้แก่ พูดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ฟังและปฏิบัติตามคำชี้แจงงง่ายๆ ฟัง
เร่ืองราวและคำคลอ้ งจองต่างๆอย่างสนใจ เข้ารว่ มฟงั สนทนาอภปิ รายในเรื่องต่างๆ รจู้ ักผลัดกันพูดโตต้ อบ เล่า
เรื่องและทบทวนเรื่องราวหรือประสบการณ์ต่างๆ ตามลำดับเหตุการณ์เล่าเรื่องจากหนงั สอื ภาพอย่างเป็นเหตุ
เปน็ ผล อา่ นหรอื จดจำคำบางคำท่มี คี วามหมายตอ่ ตนเอง เขยี นชือ่ ตนเองได้ เขียนคำที่มีความหมายตอ่ ตนเอง
๕. ทักษะการคิด ได้แก่ แลกเปลี่ยนความคิดและให้เหตุผลได้ จดจำภาพและวัสดุที่เหมือนและ
ต่างกันได้ ใช้คำใหม่ๆในการแสดงความคิด ความรู้สึก ถามและตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังเปรียบเทียบ
จำนวนของวตั ถุ ๒ กลุม่ โดยใช้คำ “มากกวา่ ” “น้อยกวา่ ” “เท่ากนั ” อธบิ ายเหตกุ ารณ์/เวลา ตามลำดับอย่าง
ถูกตอ้ ง รู้จักเชื่อมโยงเวลากับกิจวัตรประจำวนั
๖. ทักษะทางสังคมและอารมณ์ ได้แก่ ปรับตัวตามสภาพการณ์ ใช้คำพูดเพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งน่ัง
ได้นาน ๕-๑๐ นาที เพื่อฟังเรื่องราวหรือทำกิจกรรม ทำงานจนสำเร็จ ร่วมมือกับคนอื่นและรู้จักผลัดกันเล่น
ควบคุมอารมณ์ตนเองได้เมื่อกังวลหรือตื่นเต้น หยุดเล่นและทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการให้ทำได้ ภูมิใจใน
ความสำเร็จของตนเอง
๓. การรายงานผลการประเมินพัฒนาการ
102
การรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการเปน็ การสื่อสารให้พ่อแม่ ผูป้ กครองไดร้ ับทราบความก้าวหน้า
ในการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินพัฒนาการ และจัดทำเอกสารรายงานให้
ผปู้ กครองทราบเปน็ ระยะๆ หรืออยา่ งนอ้ ยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง
การรายงานผลการประเมินพัฒนาการสามารถรายงานเปน็ ระดับคุณภาพท่แี ตกตา่ งไปตามพฤติกรรม
ที่แสดงออกถึงพัฒนาการแต่ละด้าน ที่สะท้อนมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้ง ๑๒ ข้อ ตามหลักสูตร
การศกึ ษาปฐมวัย
๓.๑ จดุ มุ่งหมายการรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการ
๑) เพอื่ ใหผ้ ู้เกี่ยวข้อง พ่อ แม่ และผู้ปกครองใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ในการปรับปรงุ แกไ้ ข ส่งเสรมิ และพัฒนาการ
เรียนรู้ของเด็ก
๒) เพือ่ ใหผ้ ้สู อนใชเ้ ปน็ ขอ้ มูลในการวางแผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
๓) เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานต้นสังกัดใช้ประกอบในการ
กำหนดนโยบายวางแผนในการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
๓.๒ ข้อมูลในการรายงานผลการประเมินพฒั นาการ
๓.๒.๑ข้อมูลระดับชั้นเรียน ประกอบด้วย เวลาเรียนแบบบันทึกการประเมินพัฒนาการตามหน่วย
การจดั ประสบการณ์ สมดุ บันทกึ ผลการประเมินพฒั นาการประจำชัน้ และสมดุ รายงานประจำตวั นกั เรียน และ
สารนิทัศน์ที่สะท้อนการเรียนรู้ของเด็ก เป็นข้อมูลสำหรับรายงานให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร
สถานศกึ ษา ผ้สู อน และผูป้ กครอง ได้รับทราบความกา้ วหน้า ความสำเรจ็ ในการเรยี นรขู้ องเดก็ เพือ่ นำไปในการ
วางแผนกำหนดเป้าหมายและวิธีการในการพฒั นาเด็ก
๓.๒.๒ ข้อมูลระดับสถานศึกษา ประกอบด้วย ผลการประเมินมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ท้งั ๑๒ ข้อตามหลักสูตร เพื่อใช้เป็นข้อมูลและสารสนเทศในการพัฒนาการจดั ประสบการณ์การเรียนการสอน
และคุณภาพของเด็ก ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์และแจ้งให้ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง
ได้รบั ทราบข้อมูล โดยผมู้ หี นา้ ที่รบั ผิดชอบแต่ละฝ่ายนำไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาเด็กให้เกิดพัฒนาการอย่าง
ถกู ตอ้ ง เหมาะสม รวมท้ังนำไปจัดทำเอกสารหลักฐานแสดงพัฒนาการของผเู้ รียน
๓.๒.๓ ข้อมูลระดับเขตพื้นที่การศึกษา ได้แก่ ผลการประเมินมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง
ประสงค์ทง้ั ๑๒ ข้อ ตามหลักสตู รเปน็ รายสถานศกึ ษา เพอื่ เป็นขอ้ มลู ทีศ่ ึกษานิเทศก์/ผ้เู กีย่ วข้องใชว้ างแผนและ
ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้เกิดการยกระดับ
คุณภาพเด็กและมาตรฐานการศกึ ษา
๓.๓ ลักษณะขอ้ มูลสำหรับการรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการ
การรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการ สถานศึกษาสามารถเลือกลกั ษณะข้อมูลสำหรับการรายงานได้
หลายรูปแบบให้เหมาะสมกับวิธีการรายงานและสอดคล้องกับการให้ระดับผลการประเมินพัฒนาการโดย
คำนงึ ถึงประสทิ ธภิ าพของการรายงานและการนำข้อมลู ไปใชป้ ระโยชน์ของผูร้ ายงานแตล่ ะฝา่ ยลกั ษณะข้อมูลมี
รปู แบบ ดงั นี้
103
๓.๓.๑ รายงานเป็นตัวเลข หรอื คำที่เป็นตวั แทนระดับคุณภาพพฒั นาการของเด็กที่เกิดจากการ
ประมวลผล สรปุ ตัดสินขอ้ มูลผลการประเมินพฒั นาการของเดก็ ได้แก่
- ระดบั ผลการประเมินพฒั นาการมี ๓ ระดบั คือ ๓ ๒ ๑
- ผลการประเมินคุณภาพ “ด”ี “พอใช้” และ “ควรสง่ เสริม”
๓.๓.๒ รายงานโดยใช้สถิติ เป็นรายงานจากข้อมูลที่เป็นตัวเลข หรือข้อความให้เป็นภาพ
แผนภูมิหรือเส้นพัฒนาการ ซึ่งจะแสดงให้เห็นพัฒนาการความก้าวหน้าของเด็กว่าดีขึ้น หรือควรได้รับการ
พัฒนาอยา่ งไร เมือ่ เวลาเปลี่ยนแปลงไป
๓.๓.๓ รายงานเป็นข้อความ เป็นการบรรยายพฤติกรรมหรือคุณภาพที่ผู้สอนสังเกตพบ เพื่อ
รายงานใหท้ ราบว่าผู้เกี่ยวขอ้ ง พ่อ แม่และผู้ปกครองทราบว่าเดก็ มีความสามารถ มีพฤติกรรมตามคุณลักษณะ
ทพี่ งึ ประสงคต์ ามหลกั สูตรอยา่ งไร เช่น
- เดก็ รบั ลกู บอลทีก่ ระดอนจากพนื้ ดว้ ยมือทง้ั ๒ ขา้ งได้โดยไม่ใชล้ ำตัวช่วยและลกู บอลไมต่ กพน้ื
- เดก็ แสดงสีหนา้ ทา่ ทางสนใจ และมีความสุขขณะทำงานทุกช่วงกจิ กรรม
- เดก็ เลน่ และทำงานคนเดียวเปน็ สว่ นใหญ่
- เดก็ จับหนงั สอื ไม่กลบั หัว เปดิ และทำทา่ ทางอ่านหนงั สือและเล่าเร่อื งได้
๓.๔ เปา้ หมายของการรายงาน
การดำเนินการจัดการศึกษาปฐมวัย ประกอบด้วย บุคลากรหลายฝ่ายร่วมมือประสานงานกันพัฒนา
เด็กทางตรงและทางอ้อม ให้มพี ัฒนาการ ทกั ษะ ความสามารถ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มและคุณลักษณะท่ี
พึงประสงคโ์ ดยผ้มู สี ่วนรว่ มเกี่ยวข้องควรไดร้ บั การายงานผลการประเมินพัฒนาการของเด็กเพื่อใช้เป็นข้อมูลใน
การดำเนินงาน ดงั น้ี
กลมุ่ เปา้ หมาย การใชข้ ้อมูล
ผูส้ อน -วางแผนและดำเนนิ การปรบั ปรงุ แก้ไขและพัฒนาเด็ก
-ปรบั ปรงุ แก้ไขและพฒั นาการจดั การเรียนรู้
ผู้บรหิ ารสถานศึกษา -สง่ เสริมพัฒนากระบวนการจัดการเรียนร้รู ะดับปฐมวยั ของสถานศกึ ษา
พ่อ แม่ และผ้ปู กครอง -รบั ทราบผลการประเมินพัฒนาการของเด็ก
-ปรบั ปรงุ แก้ไขและพฒั นาการเรยี นรขู้ องเด็ก รวมทัง้ การดูแลสขุ ภาพอนามัย
คณะกรรมการ รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และพฤตกิ รรมต่างๆของเด็ก
สถานศึกษาข้นั พ้นื ฐาน -พัฒนาแนวทางการจดั การศึกษาปฐมวัยสถานศกึ ษา
สำนกั งานเขตพื้นท่ี
การศึกษา/หนว่ ยงานต้น -ยกระดบั และพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาปฐมวัยของสถานศึกษาในเขตพื้นท่ี
สงั กดั การศกึ ษา นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมนิ ผลและให้ความช่วยเหลอื การพฒั นา
คุณภาพการศึกษาปฐมวัยของสถานศกึ ษาในสงั กดั
๓.๕ วิธีการรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการ
104
การรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการใหผ้ เู้ กย่ี วขอ้ งรับทราบ สามารถดำเนินการ ไดด้ งั น้ี
๓.๕.๑ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการในดอกสารหลักฐานการศึกษา ข้อมูลจาก
แบบรายงาน สามารถใช้อา้ งอิง ตรวจสอบ และรับรองผลพฒั นาการของเด็ก เชน่
- แบบบันทกึ ผลการประเมนิ พฒั นาการประจำชัน้
- แฟม้ สะสมงานของเดก็ รายบคุ คล
- สมุดรายงานประจำตัวนกั เรยี น
- สมุดบันทกึ สุขภาพเด็ก
ฯลฯ
๓.๕.๒ การรายงานคุณภาพการศกึ ษาปฐมวัยให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ สามารถรายงานได้หลาย
วธิ ี เช่น
- รายงานคณุ ภาพการศกึ ษาปฐมวยั ประจำปี
- วารสาร/จลุ สารของสถานศึกษา
-จดหมายสว่ นตวั
-การใหค้ ำปรึกษา
-การให้พบครทู ปี่ รึกษาหรอื การประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง
- การให้ขอ้ มูลทางอินเตอรเ์ น็ตผา่ นเว็บไซต์ของสถานศึกษา
ภารกจิ ของผู้สอนในการประเมนิ พฒั นาการ
การประเมินพัฒนาการตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพนั้น เกิดขึ้นใน
ห้องเรียนและระหว่างการจัดกิจกรรมประจำวันและกิจวัตรประจำวัน ผู้สอนต้องไม่แยกการประเมิน
พัฒนาการออกจากการจัดประสบการณ์ตามตารางประจำวัน ควรมีลักษณะการประเมินพัฒนาการในชั้น
เรียน (Classroom Assessment) ซึ่งหมายถึง กระบวนการและการสังเกต การบันทึกและรวบรวมข้อมูลจาก
การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน/กิจกรรมประจำวันตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ผู้สอนควรจัดทำ
ข้อมูลหลักฐานหรือเอกสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นร่องรอยของการเจริญเติบโต
พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย แล้วนำมาวิเคราะห์ ตีความ บันทึกข้อมูลที่ได้จากการประเมิน
พฒั นาการว่าเด็กรู้อะไร สามารถทำอะไรได้ และจะทำต่อไปอย่างไร ด้วยวิธีการและเครื่องมือท่ีหลากหลายท้ัง
ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ทั้งนั้นการดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติกิจวัตร
ประจำวัน/กิจกรรมประจำวันและการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ดังนั้น ข้อมูลที่เกิดจากการประเมินที่มี
คุณภาพเท่านั้น จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ตรงตามเป้าหมาย ผู้สอนจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่าง
ถ่องแท้ในหลักการ แนวคิด วิธีดำเนินงานในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการจัดประสบการเรียนรู้ เพื่อ
105
สามารถนำไปใช้ในการวางแผนและออกแบบการประเมินพัฒนาการได้อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานการ
ประเมินพัฒนาการในชน้ั เรยี นที่มคี วามถูกตอ้ ง ยุติธรรม เชือ่ ถือได้ มีความสมบูรณ์ ครอบคลุมตามจดุ หมายของ
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สะท้อนผลและสภาพความสำเร็จเมื่อเปรียบเทียบกับเปา้ หมายของการดำเนินการ
จัดการศึกษาปฐมวยั ทงั้ ในระดบั นโยบาย ระดบั ปฏบิ ัติการ และผ้มู ีสว่ นเกี่ยวขอ้ งต่อไป
๑. ข้นั ตอนการประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวัย
การประเมินพฒั นาการเดก็ ของผู้สอนระดบั ปฐมวัยจะมีขน้ั ตอนสำคัญๆคล้ายคลงึ กบั การประเมิน
การศึกษาทั่วไป ขั้นตอนต่างๆอาจปรับลด หรือเพิ่มได้ตามความเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาและ
สอดคล้องกับการจัดประสบการณ์ หรืออาจสลับลำดับก่อนหลังได้บ้าง ขั้นการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
โดยสรปุ ควรมี ๖ ข้ันตอน ดงั น้ี
ขั้นตอนที่ ๑ การวิเคราะห์มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์
ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ที่สัมพันธ์กับหน่วยการจัดประสบการณ์ต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ในการ
ดำเนินงานการประเมนิ พัฒนาการอยา่ งเป็นระบบและครอบคลุมท่วั ถงึ
ขั้นตอนที่ ๒ การกำหนดสิ่งที่จะประเมินและวิธีการประเมิน ในขั้นตอนนี้สิ่งที่ผู้สอนต้องทำคือ
การกำหนดการประเด็นการประเมิน ได้แก่ สภาพที่พึงประสงค์ในแต่ละวัยของเด็กที่เกิดจากกาจัด
ประสบการณ์ในแต่ การจัดประสบการณ์ มากำหนดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้
จุดประสงค์ย่อยของกิจกรรมตามตารางประจำวัน ๖กิจกรรมหลัก หรือตามรูปแบบการจัดประสบการณ์ที่
กำหนด ผู้สอนต้องวางแผนและออกแบบวิธีการประเมินให้เหมาะสมกับกิจกรรม บางครั้งอาจใช้การสังเกต
พฤตกิ รรม การประเมนิ ผลงาน/ช้ินงาน การพูดคุยหรือสัมภาษณเ์ ด็ก เป็นต้น ท้ังนว้ี ิธกี ารที่ผู้สอนเลือกใช้ต้องมี
ความหมายหลากหลาย หรอื มากวา่ ๒ วธิ กี าร
ขัน้ ตอนท่ี ๓ การสรา้ งเคร่ืองมือและเกณฑ์การประเมิน ในข้ันตอนนี้ ผสู้ อนจะต้องกำหนดเกณฑ์
การ ประเมินพัฒนาการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่จะประเมินในขั้นตอนที่ ๒ อาจใช้แนวทางการกำหนด
เกณฑ์ที่ กล่าวมาแล้วข้างต้นในส่วนที่ ๒ เป็นเกณฑ์การประเมินแยกส่วนของแต่ละพฤติกรรมและเกณฑ์
สรุปผลการ ประเมิน พร้อมกับจัดทำแบบบันทึกผลการสังเกตพฤติกรรมตามสภาพที่พึงประสงค์ของแต่ละ
หน่วยการจัดประสบการณน์ ั้นๆ
ขั้นตอนที่ ๔ การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนที่ผู้สอนออกแบบ/วางแผนและทำ
การสังเกต พฤติกรรมของเด็กเป็นรายบุคคล รายกลุ่ม การพูดคุยหรือการสัมภาษณ์เด็ก หรือการประเมินผล
งาน/ชน้ิ งานของเดก็ อยา่ งเปน็ ระบบ เพื่อรวบรวมขอ้ มลู พฒั นาการของเด็กให้ทว่ั ถึงครบทุกคน สอดคล้องและ
ตรงประเดน็ การประเมินทวี่ างแผนไว้ในขั้นตอนท่ี ๔ บันทกึ ลงในเครื่องมือท่ีผู้สอนพัฒนาหรือจดั เตรียมไว้ การ
บนั ทกึ ผลการประเมินพัฒนาการตามสภาพที่พงึ ประสงคข์ องแตล่ ะหนว่ ยการจดั ประสบการณน์ นั้ ผสู้ อนเปน็ ผู้
ประเมินเด็กเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม อาจให้ระดับคุณภาพ ๓ หรือ ๒ หรือ ๑ หรือให้คำสำคัญที่เป็น
คณุ ภาพ เชน่ ดี พอใช้ และควรสง่ เสริม กไ็ ด้ ท้งั นี้ควรเปน็ ระบบเดยี วกนั เพื่อสะดวกในการวเิ คราะห์ข้อมูลและ
แปลผลการประเมินพัฒนาการเด็ก ในระยะต้นควรเป็นการประเมนิ เพื่อความก้าวหน้าไม่ควรเป็นการประเมนิ
เพื่อตัดสิ้นพัฒนาการเด็ก หากผลการประเมนิ พบวา่ เด็กอยู่ในระดับ ๑ พฤติกรรมหนึ่งพฤติกรรมใดผูส้ อนต้อง
106
ทำความเข้าใจว่าเด็กคนนั้นมีพัฒนาการเร็วหรือช้า ผู้สอนจะต้องจัดประสบการณ์ส่งเสริมในหน่วยการจัด
ประสบการณ์ต่อไปอย่างไร ดังนั้น การเก็บรวบรวมข้อมูลผลการประเมินพัฒนาการในแต่ละหน่วยการจัด
ประสบการณ์ของผู้สอน จึงเป็น การสะสมหรือรวบรวมข้อมูลผลการประเมินพัฒนาการของเด็กรายบุคคล
หรือรายกลุ่มนั่นเอง เมื่อผู้สอนจัดประสบการณ์ครบทุกหน่วยการจัดประสบการณ์ตามที่วิเคราะห์สาระการ
เรยี นรู้รายปีของแต่ละภาคเรยี น
ขั้นตอนที่ ๕ การวิเคราะห์ข้อมูลและแปลผล ในขั้นตอนนี้ ผู้สอนที่เป็นผู้ประเมิน ควร
ดำเนนิ การ ดังน้ี
๑) การวิเคราะห์และแปลผลการประเมินพัฒนาการเมื่อสิ้นสุดหน่วยการจัดประสบการณ์
ผู้สอนจะบันทึกผลการประเมินพัฒนาการของเด็กลงในแบบบันทึกผลการสังเกตพฤติกรรมตามสภาพที่พึง
ประสงค์ของหนว่ ยการจัดประสบการณ์หน่วยที ๑ จนถงึ หนว่ ยสุดทา้ ยของภาคเรยี น
๒) การวิเคราะห์และแปลผลการประเมินประจำภาคเรียนหรือภาคเรียนที่ ๒ เมื่อสิ้นปี
การศึกษา ผู้สอนจะนำผลการประเมินพัฒนาการสะสมที่รวบรวมไว้จากทุกหน่วยการเรียนรู้สรุปลงในสมุด
บันทึกผลประเมนิ พัฒนาการประจำชัน้ และสรปุ ผลพฒั นาการรายด้านทัง้ ชั้นเรียน
ขั้นตอนที่ ๖ การสรุปรายงานผลและการนำข้อมูลไปใช้ เป็นขั้นตอนที่ผู้สอนซึ่งเป็นครูประจำ
ชั้นจะสรุปผลเพ่อื ตัดสนิ พฒั นาการของเด็กปฐมวยั เป็นรายตัวบง่ ช้ีรายมาตรฐานและพัฒนาการทัง้ ๔ ด้าน เพื่อ
นำเสนอผู้บริหารสถานศึกษาอนุมัติการตัดสิน และแจ้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมกั บครู
ประจำชั้นจะจัดทำรายงานผลการประเมินประจำตัวนักเรียน นำข้อมูลไปใช้สรุปผลการประเมินคุณภาพเด็ก
ของระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเม่ือสิ้นภาคเรียนท่ี ๒ หรือเม่ือสน้ิ ปีการศกึ ษา
รายละเอยี ดการดำเนนิ งานแต่ละข้ันตอน มดี งั น้ี
ขั้นตอนที่ ๑ การวิเคราะห์มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรสถานศึกษา
โดยนำข้อมูลจากการวิเคราะห์การเรียนรู้รายปีในหลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัยมาตรวจสอบความถี่ของตัวบง่ ช้ี
และสภาพที่พงึ ประสงค์ว่าเกิดขึ้นกบั เดก็ ตามหนว่ ยการจัดประสบการณเ์ รยี นร้ใู ดบ้าง
ข้นั ตอนท่ี ๑.๑ การวิเคราะหส์ าระการเรียนร้รู ายปีของโรงเรยี น
ขั้นตอนที่ ๑.๒ ตรวจสอบความถี่เพื่อตรวจสอบจำนวนครั้งของตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ว่า
วางแผนใหเ้ กิดพฒั นาการในหนว่ ยการจดั ประสบการณ์การเรยี นรูใ้ ดบ้างจากหลกั สตู รสถานศึกษา
ขั้นตอนที่ ๒ กำหนดสิ่งที่ประเมินและวิธีการประเมิน โดยกำหนดสภาพที่พึงประสงค์ที่
วเิ คราะหไ์ วใ้ น
ข้ันตอนท่ี ๑.๒ มากำหนดจุดประสงคก์ ารเรียนรใู้ น ๖ กิจกรรมหลัก
๒.๑ การเขียนหรือกำหนดจุดประสงคก์ ารเรยี นของหนว่ ยการจัดประสบการณ์
๒.๒ การวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
107
ข้นั ตอนท่ี ๓ การสร้างเครอ่ื งมือและเกณฑ์การประเมนิ ผสู้ อนจะต้องกำหนดเกณฑ์การประเมิน
พัฒนาการเด็กให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่จะประเมินตามแผนการจัดกิจกรรม พร้อมทำเกณฑ์การประเมิน
และสรปุ ผลการประเมิน พรอ้ มจัดทำแบบบนั ทกึ ผลหลงั สอนประจำหน่วยการจัดประสบการณ์
ขั้นตอนที่ ๔ การดำเนินการเป็นการรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนนี้ ผู้สอนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมิน
โดยการสังเกตพฤติกรรมของเด็กรายบุคคล รายกลุ่ม การพูดคุยหรือสัมภาษณ์เด็ก หรือการประเมินผลงาน
ชิ้นงานของเด็กอย่างเป็นระบบ ไปพรอ้ มๆกับกจิ กรรมให้เด็ก เพือ่ รวบรวมข้อมูลพัฒนาการของเด็กทุกคน และ
บันทึกลงแบบบนั ทกึ ผลหลังสอนประจำหน่วยการจัดประสบการณ์ ที่จัดเตรียมไว้
ขั้นตอนที่ ๕ การวิเคราะห์ข้อมูลและแปลผลเมื่อสิ้นสุดหน่วยการจัดประสบการณ์ ผู้สอนจะ
ตรวจสอบความครบถว้ น สมบูรณ์ของผลการประเมินในแบบบนั ทกึ ผลการประเมินพัฒนาการของเด็กหลังการ
จดั ประสบการณ์ลงในแบบบันทึกผลหลงั การจัดประสบการณป์ ระจำหนว่ ยการจัดประสบการณ์ และเก็บสะสม
เพื่อนำได้สรุปผลในการตัดสินพัฒนาการเด็กในภาพรวมเมื่อสิ้นปีการศึกษา โดยผู้สอนจะนำผลการประเมิน
พฒั นาสะสมท่รี วบรวมไว้ทุกหนว่ ยการเรียนรู้ มาสรปุ ลงในสมุดบนั ทึกผลการประเมนิ พัฒนาการประจำช้ันและ
สรุปผลพัฒนาการรายด้านทั้งชั้นเรียน ทั้งนี้การสรุปผลการประเมินพัฒนาการ ผู้สอนควรใช้ ฐานนิยม
(Mode) จงึ เหมาะสมและ สอดคล้องกับการประเมนิ มากท่สี ุด ตามท่กี ลา่ วมาแล้วขา้ งตน้
ขั้นตอนที่ ๖ การสรุปรายงานผลและการนำข้อมูลไปใช้ ครูประจำชั้นจะสรุปผลเพื่อ
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยเป็นรายตัวบ่งชี้ รายมาตรฐานและพัฒนาการทั้ง๔ ด้าน และรายงานต่อผู้บริหาร
สถานศึกษาอนุมัติผลการตัดสินและแจ้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมกับครูประจำชั้นจะจัดทำ
รายงานผลการประเมินพัฒนาการของเด็กรายบุคคล รายภาค และรายปีต่อผู้ปกครองในสมุดรายงานปรำตัว
เดก็ นกั เรยี น
การบริหารจดั การหลักสตู ร
การนำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสู่การปฏบิ ัตใิ หเ้ กิดประสิทธภิ าพตามจุดหมายของ หลักสูตร
ผู้เกี่ยวข้องกับการบรหิ ารจัดการหลักสตู รในระบบสถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้สอน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง
และชุมชน มบี ทบาทสำคัญย่งิ ต่อการพัฒนาคณุ ภาพของเด็ก
๑. บทบาทผู้บรหิ ารสถานศึกษาปฐมวยั
การจดั การศึกษาแก่เด็กปฐมวยั ในระบบสถานศึกษาให้เกดิ ประสิทธผิ ลสูงสดุ ผู้บรหิ าร
สถานศึกษาควรมบี ทบาท ดงั น้ี
๑.๑ ศึกษาทำความเขา้ ใจหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัยและมีวิสัยทศั นด์ า้ นการจดั การศึกษาปฐมวัย
๑.๒ คัดเลือกบุคลากรที่ทำงานกับเด็ก เช่น ผู้สอน พี่เลี้ยง อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงคุณสมบัติหลัก
ของบคุ ลากร ดังนี้
๑.๒.๑ มีวุฒิทางการศึกษาด้านการอนุบาลศกึ ษา การศึกษาปฐมวัย หรือผ่านการอบรมเก่ียวกบั
การจัดการศึกษาปฐมวยั
108
๑.๒.๒ มคี วามรักเดก็ จิตใจดี มอี ารมณ์ขนั และใจเยน็ ให้ความเปน็ กนั เองกบั เด็กอยา่ งเสมอภา
๑.๒.๓ มีบุคลกิ ของความเปน็ ผสู้ อน เขา้ ใจและยอมรบั ธรรมชาตขิ องเดก็ ตามวยั
๑.๒.๔ พดู จาสุภาพเรียบรอ้ ย ชัดเจนเปน็ แบบอย่างได้
๑.๒.๕ มีความเป็นระเบยี บ สะอาด และรจู้ กั ประหยัด
๑.๒.๖ มีความอดทน ขยัน ซอ่ื สัตย์ในการปฏบิ ัติงานในหนา้ ทีแ่ ละการปฏิบัตติ อ่ เด็ก
๑.๒.๗ มีอารมณ์ร่วมกับเด็ก รู้จักรับฟัง พิจารณาเรื่องราวปัญหาต่างๆ ของเด็กและตัดสินปัญหา
ต่างๆอย่างมีเหตผุ ลด้วยความ เป็นธรรม
๑.๒.๘ มสี ขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตสมบูรณ์
๑.๓ ส่งเสริมการจดั บรกิ ารทางการศึกษาให้เด็กได้เข้าเรียนอย่างท่วั ถึง และเสมอภาค และปฏบิ ตั ิการรับ
เดก็ ตามเกณฑ์ทีก่ ำหนด
๑.๔ สง่ เสรมิ ใหผ้ ้สู อนและผทู้ ี่ปฏิบัตงิ านกับเด็กพฒั นาตนเองมคี วามรกู้ ้าวหน้าอยเู่ สมอ
๑.๕ เป็นผู้นำในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโดยร่วมให้ความเห็นชอบ กำหนดวิสัยทัศน์ และ
คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ของเดก็ ทกุ ชว่ งอายุ
๑.๖ สรา้ งความร่วมมอื และประสานกับบุคลากรทกุ ฝ่ายในการจัดทำหลกั สตู รสถานศกึ ษา
๑.๗ จัดให้มีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับตัวเด็ก งานวิชาการหลักสูตร อย่างเป็นระบบและมีการ
ประชาสัมพันธ์หลักสตู รสถานศกึ ษา
๑.๘ สนบั สนุนการจัดสภาพแวดล้อมตลอดจนสื่อ วสั ดุ อปุ กรณ์ทเี่ อือ้ อำนวยต่อการเรียนรู้
๑.๙ นิเทศ กำกับ ติดตามการใช้หลักสตู ร โดยจดั ให้มรี ะบบนิเทศภายในอยา่ งมรี ะบบ
๑.๑๐ กำกบั ติดตามให้มีการประเมินคุณภาพภายในสถานศกึ ษาและนำผลจากการประเมนิ ไปใช้ในการ
พัฒนาคณุ ภาพเดก็
๑.๑๑ กำกับ ติดตาม ให้มีการประเมินการนำหลกั สูตรไปใช้ เพื่อนำผลจากการประเมินมาปรับปรุง
และพัฒนาสาระของหลักสูตรของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก บริบทสังคมและให้มี
ความทนั สมัย
๒. บทบาทผสู้ อนปฐมวยั
การพัฒนาคุณภาพเด็กโดยถือว่าเด็กมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้อง
ส่งเสรมิ ใหเ้ ด็กสามารถพฒั นาตนตามธรรมชาติ สอดคลอ้ งกับพฒั นาการและเต็มตามศกั ยภาพ ดงั นน้ั ผู้สอนจึง
มีบทบาทสำคัญยิ่งที่จะทำให้กระบวนการจัดการเรียนรู้ดังกลา่ วบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สอนจึงควรมี
บทบาท / หนา้ ท่ี ดงั น้ี
๒.๑ บทบาทในฐานะผเู้ สรมิ สรา้ งการเรียนรู้
๒.๑.๑ จัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กที่เด็กกำหนดขึ้นด้วยตัวเด็กเองและผู้สอนกับเด็ก
ร่วมกันกำหนด โดยเสรมิ สรา้ งพัฒนาการเดก็ ให้ครอบคลมุ ทกุ ด้าน
๒.๑.๒ ส่งเสริมให้เด็กใช้ข้อมูลแวดล้อม ศักยภาพของตัวเด็ก และหลักทางวิชาการในการผลิต
กระทำ หรอื หาคำตอบในสิง่ ทเ่ี ด็กเรียนรอู้ ย่างมเี หตผุ ล
109
๒.๑.๓ กระตุ้นใหเ้ ดก็ ร่วมคิด แกป้ ัญหา คน้ ควา้ หาคำตอบดว้ ยตนเองดว้ ยวิธีการศึกษาที่นำไปสู่
การใฝ่รู้ และพัฒนาตนเอง
๒.๑.๔ จัดสภาพแวดล้อมและสร้างบรรยากาศการเรียนที่สร้างเสริมให้เด็กทำกิจกรรมได้เต็ม
ศักยภาพและความแตกต่างของเด็กแตล่ ะบุคคล
๒.๑.๕ สอดแทรกการอบรมด้านจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ในการจัดการเรียนรู้ และ
กิจกรรมตา่ งๆอย่างสม่ำเสมอ
๒.๑.๖ ใชก้ จิ กรรมการเลน่ เปน็ สอ่ื การเรยี นรู้สำหรบั เด็กใหเ้ ปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
๒.๑.๗ ใช้ปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้สอนและเด็กในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนอย่าง
สม่ำเสมอ
๒.๑.๘ จัดการประเมินผลการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพจริงและนำผลการประเมินมา
ปรับปรงุ พัฒนาคุณภาพเด็กเตม็ ศกั ยภาพ
๒.๒ บทบาทในฐานะผดู้ แู ลเดก็
๒.๒.๑ สังเกตและสง่ เสรมิ พฒั นาการเดก็ ทกุ ดา้ นท้ังทางดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และ
สติปญั ญา
๒.๒.๒ ฝึกใหเ้ ด็กช่วยเหลอื ตนเองในชวี ิตประจำวัน
๒.๒.๓ ฝึกให้เด็กมคี วามเช่ือมัน่ มคี วามภมู ิใจในตนเองและกล้าแสดงออก
๒.๒.๔ ฝกึ การเรยี นรูห้ นา้ ที่ ความมวี นิ ัย และการมีนิสัยทีด่ ี
๒.๒.๕ จำแนกพฤติกรรมเด็กและสรา้ งเสริมลกั ษณะนสิ ัยและแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล
๒.๒.๖ ประสานความรว่ มมอื ระหวา่ งสถานศกึ ษา บ้าน และชมุ ชน เพ่อื ให้เด็กได้พฒั นาเต็มตาม
ศักยภาพและมีมาตรฐานคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์
๒.๓ บทบาทในฐานะนักพัฒนาเทคโนโลยีการสอน
๒.๓.๑ นำนวัตกรรม เทคโนโลยีทางการสอนมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพบริบทสังคม
ชมุ ชน และทอ้ งถ่ิน
๒.๓.๒ ใช้เทคโนโลยแี ละแหลง่ เรียนรู้ในชุมชนในการเสรมิ สร้างการเรียนรใู้ หแ้ ก่เดก็
๒.๓.๓ จัดทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร / กระบวนการเรียนรู้ และ
พัฒนาสอื่ การเรียนรู้
๒.๓.๔ พัฒนาตนเองให้เป็นบคุ คลแห่งการเรียนรู้ มีคุณลักษณะของผู้ใฝ่รู้มีวิสัยทัศน์และทันสมยั
ทนั เหตุการณใ์ นยคุ ของขอ้ มูลข่าวสาร
๒.๔ บทบาทในฐานะผบู้ ริหารหลักสูตร
๒.๔.๑ ทำหน้าที่วางแผนกำหนดหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การ
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๒.๔.๒ จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ให้เด็กมีอิสระในการเรียนรู้ทั้งกาย
และใจ เปิดโอกาสใหเ้ ด็กเลน่ /ทำงาน และเรยี นรูท้ ้ังรายบคุ คลและเปน็ กลุ่ม
110
๒.๔.๓ ประเมินผลการใชห้ ลกั สูตร เพื่อนำผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมยั
สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของ ผเู้ รยี น ชมุ ชน และทอ้ งถนิ่
๓. บทบาทของพอ่ แมห่ รือผู้ปกครองเดก็ ปฐมวยั
การศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่จัดให้แก่เด็กที่ผู้สอนและพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้อง
ส่ือสารกนั ตลอดเวลา เพ่อื ความเข้าใจตรงกนั และพรอ้ มรว่ มมือกันในการจัดการศึกษาให้กับเด็ก ดงั นั้น พอ่ แม่
หรอื ผู้ปกครองควรมบี ทบาทหนา้ ที่ ดังน้ี
๓.๑ มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษาและให้ความเห็นชอบ กำหนด แผนการ
เรยี นร้ขู องเดก็ ร่วมกับผู้สอนและเดก็
๓.๒ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ กจิ กรรมของสถานศกึ ษา และกิจกรรมการเรยี นร้เู พอื่ พัฒนาเด็กตามศักยภาพ
๓.๓ เป็นเครอื ข่ายการเรยี นรู้ จดั บรรยากาศภายในบ้านใหเ้ อือ้ ต่อการเรยี นรู้
๓.๔ สนับสนุนทรพั ยากรเพื่อการศกึ ษาตามความเหมาะสมและจำเป็น
๓.๕ อบรมเลี้ยงดู เอาใจใส่ให้ความรัก ความอบอุ่น ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่าง ๆ
ของเด็ก
๓.๖ ปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หาพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงคต์ ลอดจนส่งเสริมคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ โดย
ประสานความร่วมมือกบั ผู้สอน ผูเ้ กยี่ วข้อง
๓.๗ เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านการปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และมี คุณธรรมนำไปสู่
การพฒั นาใหเ้ ป็นสถาบนั แห่งการเรยี นรู้
๓.๘ มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กและในการประเมินการจัดการศึกษาของ
สถานศึกษา
๔. บทบาทของชุมชน
การปฏิรูปการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดให้ชุมชนมี
บทบาทในการมีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษา โดยใหม้ กี ารประสานความรว่ มมือเพื่อ รว่ มกนั พฒั นาผู้เรียนตาม
ศักยภาพ ดังนั้น ชุมชนจงึ มีบทบาทในการจดั การศึกษาปฐมวยั ดงั น้ี
๔.๑ มีส่วนรว่ มในการบริหารสถานศกึ ษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศกึ ษา สมาคม / ชมรม
ผู้ปกครอง
๔.๒ มสี ว่ นร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาเพ่อื เปน็ แนวทางในการดำเนินการของสถานศึกษา
๔.๓ เป็นศูนย์การเรียนรู้ เครือข่ายการเรียนรู้ ให้เด็กได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จากสถานการณ์
จริง
๔.๔ ใหก้ ารสนบั สนุนการจดั กิจกรรมการเรียนร้ขู องสถานศึกษา
๔.๕ ส่งเสริมให้มีการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ตลอดจนวิทยากรภายนอก และภูมิปัญญา
ท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กทุกด้าน รวมทั้งสืบสานจารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น
และของชาติ
111
๔.๖ ประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สถานศึกษาเป็นแหล่งวิทยาการของ
ชุมชน และมีส่วนในการพฒั นาชุมชนและทอ้ งถิน่
๔.๗ มสี ่วนรว่ มในการตรวจสอบ และประเมนิ ผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาทำหน้าท่ีเสนอแนะ
ในการพัฒนาการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา
การจัดการศึกษาระดบั ปฐมวยั ( เด็กอายุ ๓ – ๖ ปี )สำหรับกลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ
การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะสามารถนำหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั ไปปรับใช้ได้
ทั้งในส่วนของโคตรสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ และการประเมินพัฒนาการให้
เหมาะสมกับสภาพ บริบท ความต้องการ และศักยภาพของเด็กแต่ละประเภทเพื่อพัฒนาให้เดก็ มีคณุ ภาพตาม
มาตรฐานคุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงคท์ หี่ ลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดโดยดำเนินการดังน้ี
๑. เป้าหมายคุณภาพเด็ก หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และสาระ
การเรียนรู้ เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ในการพัฒนาเด็ก สถาน ศึกษาหรือ
ผู้จัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ สามารถเลือกหรือปรับใช้ ตัวบ่งชี้และสภาพที่พึงประสงค์ในการ
พัฒนาเด็ก เพื่อนำไปทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพพัฒนาการของเด็กทั้งด้าน
ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสตปิ ญั ญา
๒. การประเมินพัฒนาการ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยความแตกต่างของเด็ก อาทิ เด็กที่พิการอาจต้องมีการปรับ
การประเมนิ พฒั นาการท่เี ออ้ื ตอ่ สภาพเด็ก ทั้งวธิ กี ารเครอื่ งมอื ทใี่ ช้ หรอื กลุ่มเดก็ ทม่ี จี ดุ เนน้ เฉพาะดา้ น
การสรา้ งรอยเช่อื มต่อของการศกึ ษาระดบั ปฐมวัยกบั ระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑
การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ มีความสำคัญอย่างย่ิง
บคุ ลากรทุกฝา่ ยจะต้องใหค้ วามสนใจต่อการช่วยลดช่องวา่ งของความไม่เข้าใจในการจดั การศกึ ษาทั้งสองระดับ
ซึง่ จะส่งผลตอ่ การจัดการเรียนการสอน ตวั เดก็ ครู พอ่ แม่ ผู้ปกครอง และบคุ ลากรทางการศกึ ษาอื่นๆท้ังระบบ
การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ จะประสบผลสำเร็จได้ต้องดำเนินการ
ดงั ตอ่ ไปนี้
๑. ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการเชื่อมต่อโดยเฉพาะระหว่างหลักสูตร
การศึกษาปฐมวัยในช่วงอายุ ๓ – ๖ ปี กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
โดยต้องศึกษาหลักสูตรทั้งสองระดับ เพื่อทำความเข้าใจ จัดระบบการบริหารงานด้านวิชาการที่จะเอื้อต่อการ
เช่ือมโยงการศกึ ษาโดยการจัดกจิ กรรมเพอ่ื เช่อื มต่อการศึกษา ดงั ตวั อยา่ งกิจกรรมตอ่ ไปน้ี
๑.๑ จัดประชมครูระดับปฐมวัยและครูระดับประถมศึกษาร่วมกันสร้างรอยเชื่อมต่อของหลักสูตรท้ัง
สองระดับใหเ้ ป็นแนวปฏบิ ตั ขิ องสถานศกึ ษาเพื่อครูท้ังสองระดบั จะไดเ้ ตรียมการสอนให้สอดคล้องกับเดก็ วัยนี้
112
๑.๒ จัดหารเอกสารด้านหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของทั้งสองระดับมาไว้ให้ครูและบุคลากร
อนื่ ๆไดศ้ กึ ษาทำความเขา้ ใจ อยา่ งสะดวกและเพียงพอ
๑.๓ จัดกิจกรรมให้ครูทั้งสองระดับมีโอกาสแลกเปลี่ยนเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้รับจากการอบรม
ศกึ ษาดงู าน ซงึ่ ไมค่ วรจดั ใหเ้ ฉพาะครูในระดับเดียวกันเทา่ น้นั
๑.๔ จัดเอกสารเผยแพร่ตลอดจนกิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่
ผูป้ กครองและบุคลากรทางการศกึ ษาอย่างสม่ำเสมอ
๑.๕ จัดให้มีการพบปะ หรือการทำกิจกรรมร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
ในระหว่างที่เด็กอยู่ในระดับปฐมวัย เพื่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง จะได้สร้างความเข้าใจและสนับสนุนการเรียน การ
สอนของบตุ รหลานตนได้อย่างถูกตอ้ ง
๑.๖ จดั กจิ กรรมให้ครทู ัง้ สองระดับไดท้ ำกิจกรรมร่วมกันกับพอ่ แม่ ผ้ปู กครองและเด็กในบางโอกาส
๑.๗ จัดกิจกรรมปฐมนิเทศพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างน้อย ๒ ครั้ง คือ ก่อนเด็กเข้าเรียนระดับปฐมวัย
ศึกษาและก่อนเด็กจะเลื่อนขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเข้าใจ การศึกษาทั้งสองระดับ
และให้ความร่วมมือในการชว่ ยเดก็ ใหส้ ามารถปรบั ตวั เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ดี
๒. ครรู ะดบั ปฐมวยั
ครูระดับปฐมวัย นอกจากจะต้องศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และจัดกิจกรรม
พัฒนาเด็กของตนแล้ว ควรศึกษาหลักสูตรการศึกษาขนั้ พื้นฐาน การจัดการเรียนการสอนในชั้นประถมศึกษาปี
ที่ ๑ และสร้างความเข้าใจให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรอื่นๆ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวก่อน
เลอ่ื นขน้ึ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ โดยครูอาจจัดกจิ กรรมดงั ตัวอย่างตอ่ ไปนี้
๒.๑ เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั ตวั เด็กเป็นรายบุคคลเพื่อส่งต่อครชู ัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ซึ่งจะทำ
ให้ครูระดบั ประถมศึกษาสามารถใช้ข้อมูลน้นั ชว่ ยเหลอื เดก็ ในการปรบั ตวั เขา้ กบั การเรียนรู้ใหมต่ ่อไป
๒.๒ พูดคุยกับเด็กถึงประสบการณ์ที่ดีๆ เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑
เพื่อให้เด็กเกิดเจตคติทด่ี ีต่อการเรยี นรู้
๒.๓ จัดให้เด็กได้มีโอกาสทำความรู้จักกับครูตลอดจนสภาพแวดล้อม บรรยากาศของห้องเรียน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ทงั้ ที่อยใู่ นสถานศกึ ษาเดียวกันหรอื สถานศกึ ษาอื่น
๓. ครรู ะดับประถมศึกษา
ครูระดับประถมศึกษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเด็กปฐมวัยและมีเจตคติที่ดีต่อการจัด
ประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยเพื่อนำมาเป็นข้อมูลใ นการพัฒนาจัดการเรียนรู้ในระดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ของตนใหต้ อ่ เนือ่ งกบั การพฒั นาเด็กในระดับปฐมวัย ดังตัวอย่าง ตอ่ ไปน้ี
๓.๑ จัดกจิ กรรมให้เด็ก พ่อแม่ และผ้ปู กครอง มีโอกาสไดท้ ำความร้จู กั คนุ้ เคยกับครูและหอ้ งเรียน
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ก่อนเปดิ ภาคเรยี น
๓.๒ จัดสภาพห้องเรียนให้ใกล้เคียงกับห้องเรียนระดับปฐมวัย โดยจัดให้มีมุมประสบการณ์
ภายในห้องเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสทำกิจกรรมได้อย่างอิสระเช่น มุมหนังสือ มุมของเล่น มุมเกมการศึกษา เพ่ือ
ชว่ ยให้เดก็ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ไดป้ รบั ตัวและเรียนรู้จากการปฏิบัติจรงิ
113
๓.๓ จัดกจิ กรรมรว่ มกันกบั เด็กในการสร้างขอ้ ตกลงเก่ยี วกับการปฏบิ ตั ิตน
๓.๔ เผยแพร่ข่าวสารด้านการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และ
ชุมชน
๔. พ่อแม่ ผู้ปกครองและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาต้องทำความเข้าใจหลักสูตรของการศึกษาทั้งสองระดบั
และเข้าใจว่าถึงแม้เด็กจะอยู่ในระดับประถมศึกษาแล้วแต่เด็กยังต้องการความรักความเอาใจใส่ การดูแลและ
การปฏิสัมพันธ์ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากระดับปฐมวัย และควรให้ความร่วมมือกับครูและสถานศึกษาในการช่วย
เตรยี มตัวเด็ก เพอ่ื ใหเ้ ด็กสามารถปรับตวั ได้เร็วย่ิงข้ึน
การกำกับ ติดตาม ประเมิน และรายงาน
การจัดสถานศึกษาปฐมวัยมีหลักการสำคัญในการให้สังคม ชุมชน มีส่วนร่วมในการจัด
การศึกษาและกระจายอำนาจการศึกษาลงไปยังท้องถิ่นโดยตรง โดยเฉพาะสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็ก
ปฐมวัย ซึ่งเป็นผู้จัดการศึกษาในระดับนี้ ดังนั้น เพื่อให้ผลผลิตทางการศึกษาปฐมวัยมีคุณภาพตามมาตรฐาน
คุณลักษณะที่พึงประสงค์และสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและสังคมจำเป็นต้องมีระบบการกำกับ
ติดตาม ประเมินและรายงานทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ เพอื่ ให้ทกุ กลมุ่ ทุกฝา่ ยทมี่ สี ่วนรว่ มรบั ผดิ ชอบในการจัดการศึกษา
เห็นความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค ตลอดจนการให้ความร่วมมือช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน การวางแผน
และดำเนนิ งานการจัดการศึกษาปฐมวัยใหม้ ีคณุ ภาพอยา่ งแท้จริง
การกำกับ ติดตาม ประเมินและรายงานผลการจัดการศึกษาปฐมวัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหาร
การศึกษาและระบบการประกันคุณภาพที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและ
มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย สร้างความมั่นใจให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยต้องมีการดำเนินการที่เป็นระบบเครือข่าย
ครอบคลุมทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกตั้งแต่ระดับชาติ เขตพื้นที่ทุกระดับและทุกอาชีพ การกำกับดูแล
ประเมินผลตอ้ งมีการรายงานผลจากทุกระดบั ให้ทุกฝา่ ยรวมทั้งประชาชนทวั่ ไปทราบ เพื่อนำขอ้ มูลจากรายงาน
ผลมาจัดทำแผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาของสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ต่อไป
114
ปฏิทนิ การจดั ประสบการณ์
ระดบั ชั้นอนุบาลปีท่ี ๒ -๓ โรงเรยี นบ้านแกง้ กอก
ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒
ลำดับที่ ช่อื หน่วย วัน เดือน ปี
๑ ปฐมนเิ ทศ ๒๑-๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒
๒ วันวสิ าขบชู า ๒๗-๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒
๓ ตวั เรา ๔-๗ มถิ นุ ายน ๒๕๖๒
๔ โรงเรยี นของเรา ๑๐-๑๔ มถิ นุ ายน ๒๕๖๒
๕ หนทู ำได้ ๑๗-๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒
๖ ครอบครัวมีสุข ๒๔-๒๘ มิถนุ ายน ๒๕๖๒
๗ อาหารดมี ีประโยชน์* ๑-๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๘ ฝน ๘-๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๙ วันเขา้ พรรษา/วนั อาสาฬหบูชา ๑๕-๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๑๐ วันเฉลิมพระชนพรรษา ร๑๐ ๒๒-๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒
115
๑๑ ขา้ ว ๓๐-๓๑ กรกฎาคม – ๒ สิงหาคม
๒๕๖๒
๑๒ วันแม่แห่งชาติ ๕-๙ สงิ หาคม ๒๕๖๒
๑๓ ปลอดภยั ไว้ก่อน* ๑๓-๑๖ สงิ หาคม ๒๕๖๒
๑๔ รกั เมอื งไทย ๑๙-๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๒
๑๕ ของเลน่ ของใช้/นักวทิ ยาศาสตร์น้อย*** ๒๖-๓๐ สงิ หาคม ๒๕๖๒
๑๖ ชมุ ชนของเรา ๒-๖ กันยายน ๒๕๖๒
๑๗ ต้นไมท้ ่รี ัก ๙-๑๓ กันยายน ๒๕๖๒
๑๘ ดนิ หิน ทราย ๑๖-๒๐ กันยายน ๒๕๖๒
๑๙ สัตว์ นา่ รัก ๒๓-๒๗ กันยายน ๒๕๖๒
๒๐ คมนาคม ๓๐ กันยายน – ๔ ตลุ าคม ๒๕๖๒
ทบทวนความรู้ , ประเมินพัฒนาการ ๗– ๑๐ ตลุ าคม ๒๕๖๒
ปฏิทินการจัดประสบการณ์
ระดบั ช้ันอนบุ าลปที ่ี ๒ -๓ โรงเรียนบ้านแกง้ กอก
ภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒
ลำดับที่ ช่อื หน่วย วนั เดือน ปี
๒๑ รู้รอบปลอดภัย ๔-๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒
๒๒ ลอยกระทง ๑๑-๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒
๒๓ กลางวนั – กลางคนื ๑๘-๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒
๒๔ คา่ นิยมไทย ๒๕-๒๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒
๒๕ วนั พ่อแหง่ ชาติ/วนั ชาติ ๒-๖ ธันวาคม ๒๕๖๒
๒๖ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ๙-๑๓ ธนั วาคม ๒๕๖๒
๒๗ เทคโนโลยีและการส่อื สาร*** ๑๖-๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๒
๒๘ วนั ขนึ้ ปใี หม่ ๒๓-๒๗ ธนั วาคม ๒๕๖๒
๒๙ สนุกกับตวั เลข ๖ -๑๐ มกราคม ๒๕๖๓
๓๐ วันเด็ก วันครู ๑๓-๑๗ มกราคม ๒๕๖๓
116
๓๑ ขนาด รปู รา่ ง รูปทรง ๒๐-๒๔ มกราคม ๒๕๖๓
๓๒ โลกสวยดว้ ยสสี ัน ๒๗- ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓
๓๓ วนั มาฆบชู า ๓-๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
๓๔ ฤดหู นาว* ๑๒-๑๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓
๓๕ แรงและพลงั งานในชวี ติ ประจำวนั *** ๑๗-๒๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓
๓๖ เสยี งรอบตวั *** ๒๔-๒๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓
๓๗ รกั การอา่ น** ๒-๖ มนี าคม ๒๕๖๓
๓๘ ปริมาตร นำ้ หนัก*** ๙-๑๓ มนี าคม ๒๕๖๓
๓๙ ฤดูรอ้ น ๑๖-๒๐ มีนาคม ๒๕๖๓
๔๐ ทบทวนความรู้/เตรียมสู่ ป.1 ๒๓-๓๑ มนี าคม ๒๕๖๓
หมายเหตุ *โรงเรียนในโครงบา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย จำนวน ๑๐ หนว่ ย
** โรงเรยี นบรู ณาการจัดกิจกรรมมอนเตสซอรี่ จำนวน ๑ หนว่ ย
*** โรงเรยี นบูรณการจดั กิจกรรมSTEM ในระดบั ปฐมวัย จำนวน ๑ หนว่ ย
โรงเรียนบูรณการจัดกิจกรรมภาษาตามธรรมชาติและการปอ้ งกันการทุจรติ ในระดบั ปฐมวยั ใน
หนว่ ยการเรยี นรู้
หลกั สตู รต้านทจุ ริตศกึ ษา (Anti-Corruption Education)จึงจัดทำรายวิชาเพิม่ เตมิ “การปอ้ งกันการ
ทจุ รติ ” ระดับปฐมวัย
ลำดบั หน่วยการเรียนรู้ เรอื่ ง จำนวนช่วั โมง
๑. การคดิ แยกแยะ การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์ ๑๔
ระหว่างผลประโยชน์ สว่ นรวม
สว่ นตนและ - การคิดแยกแยะ
ผลประโยชน์ - ระบบคดิ ฐาน ๒
สว่ นรวม - ของเล่น
- การรับประทานอาหาร
- การเขา้ แถว
- การเกบ็ ของใช้ส่วนตัว
- ทำงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
- การแบ่งปัน
- การแต่งกาย
- การทำกจิ วัตรประจำวนั (การใช้น้ำ ไฟฟ้า กระดาษ การท้ิงขยะ)
๒. ความละอายและ ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ 117
ความไม่ทนต่อการ - ของเล่น ๑๒
ทจุ รติ - การรบั ประทานอาหาร
- การเข้าแถว ๙
- การเก็บของใชส้ ว่ นตวั
- ทำงานที่ไดร้ บั มอบหมาย
- การแบ่งปนั
- การแต่งกาย
- การทำกิจวัตรประจำวัน
๓. STRONG / จิต STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทุจริต
พอเพยี งต่อตา้ นการ - ความพอเพยี ง
ทจุ รติ - ความโปรง่ ใส
- ความต่ืนรู้ / ความรู้
- ตา้ นทจุ รติ
- ม่งุ ไปขา้ งหน้า
- ความเออ้ื อาทร
- การรับประทานอาหาร
- การช่วยเหลอื เพื่อน
- การใชก้ ระดาษ
ลำดบั หนว่ ยการเรียนรู้ เร่ือง จำนวนช่วั โมง
๔. พลเมอื งกบั ความ พลเมอื งกับความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม ๕
- ความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง
รับผดิ ชอบตอ่ สงั คม - ความรับผดิ ชอบต่อผู้อ่ืน ๔๐
- การตรงตอ่ เวลา
- การทำความสะอาดห้องเรยี น
- การช่วยเหลือตนเอง
รวม
* หมายเหตุ การจดั ประสบการณ์แตล่ ะกิจกรรมจะใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที
๑. ช่อื หลักสตู ร “รายวชิ าเพ่มิ เติม การปอ้ งกันการทุจริต”
118
ตามท่สี ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติ ร่วมกับสำนกั งาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ดำเนนิ การจัดทำหลักสูตรหรือชดุ การเรียนรู้
และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการปอ้ งกนั การทุจรติ สำหรบั ใชเ้ ปน็ เน้ือหามาตรฐานกลางให้
สถาบันการศึกษาหรือหนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้องนำไปใช้ในการเรยี นการสอนให้กบั กลุม่ เป้าหมายครอบคลุมทุก
ระดบั ชัน้ เรียน เพ่ือปลูกฝงั จติ สำนกึ ในการแยกประโยชน์สว่ นบคุ คลและประโยชนส์ ่วนรวม จติ พอเพยี ง การไม่
ยอมรบั และไม่ทนต่อการทจุ ริต โดยใช้ชอ่ื ว่าหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education)
หลกั สตู รท่ี ๑ หลักสูตรการศึกษาขนั้ พื้นฐาน โดยมีแนวทางการนำไปใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละโรงเรยี น
ดังนี้
๑.๑ นำไปจดั เป็นรายวชิ าเพมิ่ เติมของโรงเรยี น
๑.๒ นำไปจัดในช่ัวโมงลดเวลาเรยี นเพ่มิ เวลารู้
๑.๓ นำไปบูรณาการกับการจัดการเรียนการสอนในกล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและ
วฒั นธรรม (สาระหน้าทีพ่ ลเมือง) หรือนำไปบูรณาการกับกลุม่ สาระการเรยี นรูอ้ ่ืน ๆ
๒. จุดมุ่งหมายของรายวชิ า เพื่อให้นกั เรยี น
๒.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒.๒ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ
๒.๓ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับ STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทจุ ริต
๒.๔ มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับพลเมืองและมคี วามรับผิดชอบต่อสังคม
๒.๕ สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวมได้
๒.๖ ปฏิบตั ติ นเป็นผู้ละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ รติ ทกุ รปู แบบ
๒.๗ ปฏิบตั ิตนเปน็ ผทู้ ่ี STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทจุ ริต
๒.๘ ปฏิบัตติ นตามหน้าทพี่ ลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
๓. คำอธิบายรายวิชา
ศกึ ษาเกีย่ วกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ความละอายและ
ความไม่ทนตอ่ การทุจรติ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ ริต รูห้ นา้ ที่ของพลเมืองและรับผิดชอบตอ่
สังคมในการตอ่ ต้านการทจุ รติ
โดยใช้กระบวนการคิด วเิ คราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัตจิ รงิ การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู้ ๕ ขั้นตอน (๕ STEPs) การอภิปราย การสบื สอบ การแกป้ ญั หา ทักษะการอา่ นและการเขยี น เพ่ือให้มี
ความตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อตา้ นและการป้องกนั การทุจรติ
๔. ผลการเรียนรู้
๔.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๔.๒ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ
๔.๓ มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ียวกบั STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทจุ ริต
๔.๔ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมคี วามรับผิดชอบตอ่ สงั คม
119
๔.๕ สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวมได้
๔.๖ ปฏบิ ัติตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทจุ ริตทกุ รปู แบบ
๔.๗ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผทู้ ี่ STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทุจรติ
๔.๘ ปฏิบตั ติ นตามหนา้ ที่พลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
๔.๙ ตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทจุ รติ
รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู้
๕. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ และแนวการสอน
กิจกรรมการเรยี นร้ทู ใี่ ชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน เน้นการใช้ทฤษฎกี ารเรยี นรู้ การสร้างความรู้
ได้แก่ ๑) ทฤษฎคี อนสตรคั ตวิ ิสต์ (Construction Theory) ๒) ทฤษฎคี อนสตรัคติวิสต์เชงิ สงั คม (Social
Constructivism Theory) ๓) ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เชงิ ปัญญา (Cognitive Constructivism) ๔) ทฤษฎี
ประมวลผลข้อมลู (Information Processing Theory) ๕) ทฤษฎพี หุปญั ญา (Theory of Multiple
Intelligences) ๖) ทฤษฎกี ารเรยี นรูแ้ บบร่วมมอื (Cooperative Learning Theory) ในการจัดการเรียนการ
สอน โดยภาพรวมจะใช้กลยทุ ธ์การสอนทเ่ี น้นผูเ้ รียนเป็นสำคญั คอื จดั ตามความแตกตา่ งของเด็กแตล่ ะคน ด้วย
การสอนโดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ การฝึกปฏบิ ตั จิ รงิ การทำโครงงานสบื สวนสอบสวน
กระบวนการเรียนรู้ ๕ ขนั้ ตอน (๕ STEPs) การอภิปราย การแกป้ ัญหาตลอดจนใช้เทคนิคการสอนที่
หลากหลายเหมาะกับผเู้ รยี นแตล่ ะวยั
๖. สอื่ การเรียนรู้และแหลง่ เรียนรู้
จัดกจิ กรรมดว้ ยสอื่ การเรยี นรู้ทเ่ี กยี่ วกบั การป้องกันและปราบปรามการทจุ ริต เช่น วีดโิ อ ข่าว VTR
นทิ าน การ์ตนู ภาพยนตรส์ น้ั เอกสารแก้ทจุ รติ คิดฐานสอง สื่อสิงพิมพต์ า่ ง ๆ ใบความรู้ ใบงาน วัสดุอปุ กรณ์
ตา่ ง ตลอดจนแหลง่ เรียนรู้ท่ีใชค้ อมพวิ เตอร์ในการสบื คน้
๗. การวดั และประเมินผล
๗.๑ การประเมินการเรียนรู้ โดยใชเ้ ครอ่ื งมือประเมินการเรยี นรใู้ นดา้ น
-ความรคู้ วามเข้าใจ
-การปฏิบตั ิ
-คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์
เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ประเมนิ
-แบบสอบ
-แบบประเมนิ การปฏบิ ตั ิงาน
-แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงาน
๗.๒ การประเมนิ ผล
นกั เรียนผ่านการประเมนิ ทุกกิจกรรม ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไป จึงจะถือวา่ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
120
๘. ตารางช่วั โมงการจดั การเรยี นการสอน
ประกอบดว้ ย ๔ หนว่ ยการเรยี นรู้ คือ ๑) การคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชน์
สว่ นรวม ๒) ความไมท่ นและความอายต่อการทจุ รติ ๓) STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ ริต และ ๔) พลเมืองกบั
ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม โดยกำหนดชั่วโมงการจดั การเรียนการสอนดงั นี้
ท่ี หน่วยการเรียนรู้ ระดบั การศึกษา
ปฐมวยั (ชัว่ โมง) ป.๑-๓ (ช่ัวโมง) ป.๔-๖ (ชวั่ โมง)
๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ ๑๔ ๑๖ ๑๔
ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
๒ ความไม่ทนและความอายตอ่ การ ๑๒ ๑๐ ๑๐
ทุจรติ
๓ STRONG : จติ พอเพยี งตอ่ ตา้ นการ ๙ ๔ ๖
ทจุ ริต
๔ พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบต่อสงั คม ๕ ๑๐ ๑๐
รวม ๔๐ ๔๐ ๔๐
โดยหลักสตู รรายวชิ าเพม่ิ เตมิ การปอ้ งกันการทุจริต การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน กำหนดเป็น ๑ หลกั สตู ร
และแยกเปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ ๗ ระดับช้ันปี ได้แก่ ระดบั ปฐมวัย ระดับประถมศึกษาชน้ั ปีที่ ๑ - ๖
ท้งั น้ี ในแตล่ ะระดับช้นั ปี จะใช้เวลาเรียนทั้งปี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ซึ่งจะมเี นอื้ หาและกจิ กรรมการ
เรียนการสอนที่แตกตา่ งกนั ตามความเหมาะสมและการเรียนรู้ในแต่ละชว่ งวัย
121
ภาคผนวก
คำสงั่ โรงเรียนบ้ำนแก้งกอก
ที่ ๔ / ๒๕๖๒
เร่ือง แต่งตงั้ คณะกรรมกำรท่ีปรกึ ษำและกำรบริหำรหลกั สูตรและวิชำกำร
โรงเรยี นบำ้ นแก้งกอก พทุ ธศกั รำช ๒๕๖๒
ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ดว้ ย กระทรวงศกึ ษาธกิ ารมคี าสงั่ ท่ี สพฐ.
๑๒๒๓/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๓ สงิ หาคม ๒๕๖๐ เร่อื งใหใ้ ช้หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๒
เพ่อื ใหก้ ารจดั การศึกษาปฐมวยั ท่ตี ้องพฒั นาเดก็ แรกเกดิ – ๖ ปี ให้มพี ฒั นาการด้านร่างการ อารมณ์
จติ ใจ สงั คม และสตปิ ัญญา ทเ่ี หมาะสมกบั วยั ความสามารถ และความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นการ
เตรยี มความพรอ้ มทจ่ี ะเรยี นรแู้ ละสรา้ งรากฐานชวี ติ ใหพ้ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั ไปสคู่ วามเป็นมนุษยท์ ส่ี มบรู ณ์
เป็นคนดี มวี นิ ยั มที กั ษาชวี ติ และมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครวั ชุมชุน สงั คมและประเทศชาติ
ตามเจตนารมณ์ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช๒๕๖๐ มาตรา ๕๔และโดยอาศยั
122
อานาจความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ( ฉบบั
ท่ี ๒ ) พ.ศ.๒๕๔๕ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จงึ ใหใ้ ชห้ ลกั สูตรพุทธศกั ราช ๒๕๖๐แทนหลกั สตู รการศกึ ษา
ปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๔๖ เพอ่ื ใหส้ ถานศกึ ษาหรอื สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ทุกสงั กดั นาหลกั สตู รไปใช้
โดยปรบั ปรุงใหเ้ หมาะสมกบั เดก็ และสภาพทอ้ งถนิ่
ดงั นนั้ เพอ่ื ใหก้ ารจดั ทาหลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นแก้งกอก พุทธศกั ราช ๒๕๖๒
ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ดาเนินการไปดว้ ยความเรยี บและมปี ระสทิ ธภิ าพ
สงู สดุ จงึ แตง่ ตงั้ คณะกรรมการดงั น้ี
1. คณะกรรมกำรท่ีปรกึ ษำ ประกอบดว้ ย
1. นายวษิ ณุ สนู านนท์ ผอู้ านวยการโรงเรยี น ประธาน
คณะกรรมการ
2. นางบญุ ชอบ โคตรสหี า ประธานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กรรมการ
3. นางรณญา อศั พมิ พ์ ครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ
๔. นางศริ ทิ ยั ธโนปจยั ศกึ ษานเิ ทศกผ์ รู้ บั ผดิ ชอบงานการศกึ ษาปฐมวยั กรรมการ
๕. นายพรี กฤต เครอื ลุนทรี ะยทุ ธ ศกึ ษานิเทศกป์ ระจากลุ่มเครอื ข่ายสถานศกึ ษา กรรมการ
มหี น้ำท่ี ใหค้ าปรกึ ษา แนะนาเสนอแนะแนวทางหรอื วนิ จิ ฉยั สงั่ การเพอ่ื ใหก้ ารจดั ทาหลกั สตู ร
สถานศกึ ษาปฐมวยั เป็นไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย บรรลุผลสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงคอ์ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
2. คณะกรรมกำรบริหำรหลกั สตู รและวิชำกำร ประกอบดว้ ย
1. นายวษิ ณุ สนู านนท์ ผอู้ านวยการโรงเรยี น ประธานกรรมการ
กรรมการ
2. นางรณญา อศั พมิ พ์ ครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการ
3. นางรศั มี ชมทอง ครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการและ
๔. นางรณญา วเิ วก ครชู านาญการพเิ ศษ กรรมการและ
เลขานุการ
๕. นางสาวทพิ ธญั ญา แสนทวสี ขุ เจา้ หน้าทธ่ี ุรการ
ผชู้ ว่ ยเลขานุการ
มหี น้ำท่ีดงั นี้
๑. ศึกษาทาความเข้าใจเอกสารท่เี ก่ียวข้อง ได้แก่ หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช
๒๕๖๐ คมู่ อื หลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ และเอกสารอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
๒. รวบรวมขอ้ มลู พน้ื ฐาน สภาพปัจจุบนั ความตอ้ งการของชุมชุนและทอ้ งถน่ิ นโยบาย จดุ เน้น
วสิ ยั ทศั น์ อตั ลกั ษณ์และเอกลกั ษณ์ของโรงเรยี น ตามแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาของ
โรงเรยี น
123
๓. ดาเนินการจดั ทาหลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านแก้งกอก พุทธศกั ราช ๒๕๖๒
ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้สมบูรณ์ครบองค์ประกอบ โดย
ปรบั ปรงุ ใหเ้ หมาะสมกบั เดก็ และสภาพทอ้ งถน่ิ
๔. ดาเนินการตรวจสอบคุณภาพหลกั สตู ร ปรบั ปรงุ คุณภาพหลกั สตู รเสนอขอความเหน็ ชอบให้
ใชห้ ลกั สตู รตอ่ คณะกรรมการสถานศกึ ษาของโรงเรยี น
ใหค้ ณะกรรมการทไ่ี ดแ้ ตง่ ตงั้ ดาเนินการตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมายอยา่ งเตม็ ความ
ความสามารถ ใหด้ าเนินงานประสบผลสาเรจ็ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ เกดิ ประโยชน์สงู สุดต่อการ
บรหิ ารจดั กาการศกึ ษาปฐมวยั
ทงั้ น้ี ตงั้ แต่บดั น้เี ป็นตน้ ไป
สงั่ ณ วนั ท่ี ๑๖ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
(ลงชอ่ื )............... .......................................
(นายวษิ ณุ สนู านนท)์
ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นแกง้ กอก
124
125