The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้-วิชาวิทยาศาสตร์-1-ม.1-ภาคเรียนที่-1-63-A

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nonthaya, 2020-09-16 06:09:01

แผนการจัดการเรียนรู้-วิชาวิทยาศาสตร์-1-ม.1-ภาคเรียนที่-1-63

แผนการจัดการเรียนรู้-วิชาวิทยาศาสตร์-1-ม.1-ภาคเรียนที่-1-63-A

0

แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

ก1

คานา
แผนการจดั การเรยี นรู้เล่มน้ี จัดทาขน้ึ เพือ่ ใช้ประกอบการจดั การเรียนรใู้ นรายวิชาวิทยาศาสตร์ 1
รหัส ว 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ซ่ึงประกอบไปด้วยหนว่ ยการเรียนรู้
4 หนว่ ย จานวน 25 แผน ซง่ึ มรี ายละเอียด ดังนี้
แผนการจัดการเรียนรู้ จานวน 25 แผน รายละเอียดเก่ียวกับหลักสูตรกล่มุ สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาตอนต้น การวดั และประเมนิ ผล ตัวชว้ี ัด
แผนการจดั การเรยี นรู้เล่มน้ี ได้จัดทาให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) เปน็ การจดั กิจกรรมทเ่ี นน้ นักเรียนเป็นศูนยก์ ลาง ที่ครูจะเป็นผเู้ ตรยี ม
สภาพแวดล้อมท่ีเอื้อตอ่ การเรียนรู้ โดยมุ่งหวังให้ผ้เู รยี นไดร้ ับความรจู้ ากเน้ือหาที่เป็นความรพู้ ้นื ฐาน ทฤษฎี หรือ
เทคนิคตา่ งๆ ส่วนผเู้ รยี นจะเป็นผู้ลงมือปฏบิ ัติ เพื่อฝึกฝนทักษะความสามารถ โดยใชป้ ระโยชน์จากการเรียนรู้ทาง
ทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในการปฏบิ ัติ และสามารถนาความร้แู ละทักษะทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรู้ไปประยกุ ต์ใชใ้ น
ชวี ิตประจาวนั
ขอขอบคุณ ผู้อานวยการโรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม นางเนตรชนก ชมภธู ร และคณะผบู้ ริหารทกุ ท่าน
ท่ไี ด้กรุณาให้คาแนะนา ขอ้ คิด ขอ้ เสนอแนะอยา่ งดียิง่ ในการจดั ทาเอกสารเลม่ น้ี

นนทยา เชดิ ทอง

แผนการจัดการเรยี นรูว้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

ข2

สารบญั

เรือ่ ง หนา้
คานา ............................................................................................................................. ............. ก
สารบญั ................................................................................................................................... ข
หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรช์ ้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ........................................ 4
การวดั และประเมนิ ผล ............................................................................................................... 10

ปฐมนเิ ทศ ................................................................................................................... 11
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอื่ ง ความสาคญั ความหมายของวทิ ยาศาสตร์ ................2..0......
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ..................................2...7...
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 เรื่อง ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ .......................3..4.....
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 เรื่อง จุดเดอื ดและจุดหลอมเหลวของสาร .........................4..1
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เรอ่ื ง ความหนาแนน่ ของสาร ........................................ 49
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6 เรื่อง การจาแนกสารบริสทุ ธิ์ .............................................5..6
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 เรือ่ ง โครงสร้างอะตอม ............................................... 63
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรอื่ ง การจาแนกธาตุและการใช้ประโยชน์ .......................6..9....
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรือ่ ง กลอ้ งจุลทรรศน์ ...................................................... 76
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 10 เร่อื ง เซลล์ 1 ................................................................ 86
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 11 เร่อื ง เซลล์ 2 ................................................................... 92
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง การลาเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์ ................ 98
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13 เรอ่ื ง การสืบพนั ธุ์ของพืชดอก ....................................... 108
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 14 เรือ่ ง การขยายพันธ์ุพืชดอก ......................................... 113
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 15 เรอ่ื ง การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื 1 ........................ 119
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16 เรอื่ ง การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช 2 ........................ 126
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 17 เร่ือง การลาเลยี งนา้ ธาตุอาหาร และอาหารของพืช .... 132

แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

3

หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ความสาคัญ
วทิ ยาศาสตร์ มีบทบาทสาคัญยิ่งในสังคมโลกปจั จุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เก่ียวข้องกบั ทุก

คนท้งั ในชีวติ ประจาวนั และการงานอาชพี ต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครอ่ื งมือเคร่ืองใช้และผลผลิตต่างๆ ท่ี
มนษุ ยไ์ ด้ใช้เพ่ืออานวยความสะดวกในชีวิต และการทางานเหลา่ นี้
ล้วนเปน็ ผลของความรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ผสมผสานกับความคิดสรา้ งสรรค์และศาสตร์อื่นๆ วิทยาศาสตร์ชว่ ยให้
มนษุ ยไ์ ด้พัฒนาวธิ คี ดิ ทั้งความคดิ เป็นเหตเุ ป็นผล คิดสรา้ งสรรค์ คดิ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ มที กั ษะสาคัญในการ
ค้นควา้ หาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตดั สินใจ
โดยใช้ขอ้ มลู ทห่ี ลากหลายและมปี ระจกั ษ์พยานท่ีตรวจสอบได้ วทิ ยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมยั ใหมซ่ ึ่ง
เป็นสงั คมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge - based society) ดังนนั้ ทุกคนจึงจาเปน็ ต้องได้รับการพฒั นาให้รู้
วทิ ยาศาสตร์ เพอ่ื ท่จี ะได้มีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาตแิ ละเทคโนโลยีที่มนษุ ย์สร้างสรรคข์ ึ้น สามารถนา
ความรูไ้ ปใช้อย่างมีเหตผุ ล สร้างสรรค์ และมคี ุณธรรม

ความรู้วทิ ยาศาสตร์ไม่เพียงแต่นามาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเท่านัน้ ความรวู้ ิทยาศาสตร์
ยังช่วยเพมิ่ ขีดความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกจิ ความสามารถในการแขง่ ขนั กับนานาประเทศและชว่ ยให้
สามารถดาเนินชีวติ ร่วมกนั ในสังคมโลกได้อยา่ งมีความสุข

กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรม์ ุง่ หวงั ใหผ้ เู้ รียน ไดเ้ รียนรู้วทิ ยาศาสตรท์ ี่เนน้ การเช่ือมโยงความรกู้ บั
กระบวนการ มีทกั ษะสาคัญในการค้นคว้าและสรา้ งองค์ความรู้ โดยใชก้ ระบวนการ
ในการสืบเสาะหาความรู้ และการแกป้ ัญหาท่ีหลากหลาย ให้ผู้เรยี นมสี ่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกข้ันตอน
มกี ารทากจิ กรรมดว้ ยการลงมือปฏบิ ัตจิ รงิ อย่างหลากหลาย เหมาะสมกับระดับช้ัน

ธรรมชาตแิ ละลักษณะเฉพาะของวทิ ยาศาสตร์
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้มาด้วยความพยายามของมนุษย์ ทใ่ี ชก้ ระบวนการสืบเสาะ

หาความรู้ (Scientific Inquiry) การสังเกต สารวจตรวจสอบ ศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งเป็นระบบ และการสบื คน้
ขอ้ มูลทาให้เกดิ องค์ความรู้ใหมเ่ พ่มิ พูนตลอดเวลา ความร้แู ละกระบวนการดงั กลา่ ว มีการถ่ายทอดต่อเนื่องกนั
เป็นเวลายาวนาน

ความรู้วิทยาศาสตรต์ ้องสามารถอธิบายและตรวจสอบได้ เพอื่ นามาใชอ้ า้ งอิงท้ังในการสนับสนนุ หรือ
โต้แยง้ เมอ่ื มกี ารค้นพบข้อมลู หรอื หลักฐานใหม่ หรือแม้แตข่ อ้ มลู เดิมเดียวกันกอ็ าจเกดิ ความขดั แย้งข้ึนได้ ถ้า
นกั วทิ ยาศาสตรแ์ ปลความหมายด้วยวิธกี ารหรือแนวคิดท่แี ตกตา่ งกัน ความรู้วิทยาศาสตรจ์ ึงอาจเปลย่ี นแปลงได้

วิทยาศาสตรเ์ ป็นเรอ่ื งท่ีทุกคนสามารถมีสว่ นร่วมได้ไมว่ า่ จะอย่ใู นส่วนใดของโลกวทิ ยาศาสตร์จงึ เปน็ ผล
จากการสรา้ งเสริมความรู้ของบคุ คล การสื่อสารและการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อใหเ้ กิดความคิดในเชิงวเิ คราะห์วจิ ารณ์
มีผลให้ความรู้วทิ ยาศาสตร์เพิ่มขนึ้ อย่างไม่หยุดยั้งและสง่ ผลต่อคน
ในสังคม การศึกษาค้นคว้าและการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จึงต้องอยู่ในขอบเขต คุณธรรม จริยธรรม เป็นที่
ยอมรบั ของสงั คม

ความรูว้ ิทยาศาสตร์เป็นพ้ืนฐานท่สี าคญั ในการพัฒนาเทคโนโลยี เทคโนโลยีเปน็ กระบวนการ
ในงานต่างๆ หรือกระบวนการพัฒนา ปรับปรุงผลิตภณั ฑ์ โดยอาศยั ความร้วู ิทยาศาสตร์ร่วมกับศาสตร์อ่ืนๆ
ทกั ษะ ประสบการณ์ จนิ ตนาการและความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ของมนษุ ย์ โดยมีจดุ มุ่งหมาย
ท่จี ะให้ไดผ้ ลติ ภัณฑท์ ่ีตอบสนองความต้องการและแกป้ ัญหาของมวลมนษุ ย์ เทคโนโลยีเก่ียวข้องกบั ทรัพยากร
กระบวนการ และระบบการจัดการ จึงตอ้ งใชเ้ ทคโนโลยใี นทางสร้างสรรค์ต่อสงั คมและสง่ิ แวดล้อม

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

4

คุณภาพของผู้เรยี น

จบช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3
1. เข้าใจลักษณะและองคป์ ระกอบทสี่ าคัญของเซลล์สง่ิ มชี ีวิต ความสัมพันธ์ของการทางานของ

ระบบตา่ งๆ การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม เทคโนโลยชี วี ภาพ ความหลากหลาย
ของสง่ิ มชี วี ิต พฤติกรรมและการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของสิ่งมชี วี ิต ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสง่ิ มชี วี ิต
ในส่งิ แวดล้อม

2. เข้าใจองค์ประกอบและสมบตั ิของสารละลาย สารบริสุทธิ์ การเปลี่ยนแปลงของสารในรูปแบบ
ของการเปลยี่ นสถานะ การเกดิ สารละลายและการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี

3. เขา้ ใจแรงเสียดทาน โมเมนตข์ องแรง การเคล่ือนทีแ่ บบต่างๆ ในชวี ติ ประจาวัน
กฎการอนรุ ักษ์พลงั งาน การถ่ายโอนพลงั งาน สมดลุ ความร้อน การสะทอ้ น การหักเห
และความเข้มของแสง

4. เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างปรมิ าณทางไฟฟูา หลักการต่อวงจรไฟฟาู ในบ้าน พลงั งานไฟฟูา
และหลกั การเบอื้ งตน้ ของวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

5. เข้าใจกระบวนการเปลยี่ นแปลงของเปลือกโลก แหล่งทรพั ยากรธรณี ปจั จยั ทีม่ ีผลต่อการ
เปลยี่ นแปลงของบรรยากาศ ปฏสิ มั พนั ธ์ภายในระบบสรุ ยิ ะ และผลท่มี ีตอ่ ส่ิงต่างๆ บนโลก ความสาคัญของ
เทคโนโลยอี วกาศ

6. เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งวิทยาศาสตร์กบั เทคโนโลยี การพฒั นาและผลของการพัฒนา
เทคโนโลยตี ่อคณุ ภาพชีวติ และสิ่งแวดล้อม

7. ตัง้ คาถามท่มี ีการกาหนดและควบคมุ ตัวแปร คิดคาดคะเนคาตอบหลายแนวทาง วางแผนและ
ลงมอื สารวจตรวจสอบ วเิ คราะหแ์ ละประเมินความสอดคลอ้ งของข้อมูล และสร้างองค์ความรู้

8. สื่อสารความคิด ความรู้จากผลการสารวจตรวจสอบโดยการพูด เขียน จดั แสดง
หรอื ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

9. ใช้ความรูแ้ ละกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดารงชีวิต การศึกษาหา
ความรเู้ พิ่มเติม ทาโครงงาน หรือสร้างชิน้ งานตามความสนใจ

10. แสดงถงึ ความสนใจ มุง่ มัน่ รับผดิ ชอบ รอบคอบ และซ่ือสัตย์ในการสบื เสาะ
หาความรู้โดยใชเ้ ครือ่ งมือและวิธกี ารทีใ่ ห้ผลได้ถูกตอ้ งเชือ่ ถือได้

11. ตระหนกั ในคุณคา่ ของความร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที ใ่ี ช้ในชีวติ ประจาวนั
และการประกอบอาชพี แสดงความช่ืนชม ยกยอ่ งและเคารพสทิ ธิในผลงานของผู้คิดคน้

12. แสดงถงึ ความซาบซงึ้ ห่วงใย มพี ฤติกรรมเกี่ยวกบั การใชแ้ ละรักษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สิ่งแวดล้อมอย่างรู้คุณคา่ มสี ่วนรว่ มในการพทิ ักษ์ ดแู ลทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมในทอ้ งถิน่

13. ทางานรว่ มกบั ผู้อื่นอย่างสรา้ งสรรค์ แสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็น
ของผู้อื่น

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

5

สาระและมาตรฐานการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสิ่งไม่มีชวี ิตกบั สง่ิ มีชีวติ และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสง่ิ มชี วี ิตกับสิ่งมชี ีวติ ต่างๆ ในระบบนเิ วศ การถา่ ยทอดพลังงาน การ
เปล่ียนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปญั หาและผลกระทบท่มี ีต่อ
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมแนวทางในการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและการแก้ไข
ปญั หาสิ่งแวดลอ้ มรวมท้ังนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของสง่ิ มชี วี ติ หน่วยพน้ื ฐานของสิง่ มชี วี ิต การลาเลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์
ความสมั พันธข์ องโครงสร้างและหน้าทขี่ องระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสมั พันธ์
กัน ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหนา้ ท่ีของอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ทท่ี างานสัมพนั ธ์กัน
รวมทง้ั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสาคญั ของการถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม
สารพนั ธกุ รรม การเปลี่ยนแปลงทางพนั ธกุ รรมท่ีมผี ลต่อสิ่งมชี ีวติ ความหลากหลายทาง
ชีวภาพและววิ ฒั นาการของสิง่ มีชีวติ รวมทงั้ นาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบตั ขิ องสสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ
ของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวนั ผลของแรงที่กระทาต่อวัตถุ ลักษณะการเคล่อื นท่ี
แบบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมท้งั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่าง
สสารและพลังงาน พลังงานในชวี ิตประจาวนั ธรรมชาตขิ องคลืน่ ปรากฏการณ์ที่เก่ยี วข้องกบั
เสยี ง แสง และคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟูารวมทั้งนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี

ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏสิ มั พนั ธ์ภายในระบบสุริยะ ทส่ี ่งผลตอ่ สง่ิ มชี วี ิต และการ
ประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยอี วกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบและความสัมพันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพบิ ัติภยั กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟาู อากาศและภูมิอากาศโลก
รวมทงั้ ผลตอ่ สง่ิ มชี ีวิตและส่ิงแวดลอ้ ม

สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยเี พ่ือการดารงชวี ิตในสงั คมท่มี กี ารเปล่ียนแปลงอย่างรวดเรว็

ใชค้ วามรูแ้ ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ื่น ๆ เพื่อแกป้ ัญหาหรือ
พฒั นางานอยา่ งมีความคิดสร้างสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลอื กใช้
เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และสิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวติ จริงอย่างเปน็ ขน้ั ตอนและเป็น
ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรียนรู้การทางาน และการแกป้ ัญหาได้
อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เทา่ ทนั และมจี ริยธรรม

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

6

คาอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 1 รหัสวิชา ว 21101 กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 จานวน 1.5 หนวยกติ เวลาเรยี น 60 ช่ัวโมง

ศกึ ษา วิเคราะห์ ความหมายและความสาคญั ของวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการทางานของนักวิทยาศาสตร์
และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทาความเขา้ ใจกระบวนการและทักษะทใี่ ชใ้ นการสร้างองค์ความรทู้ าง
วทิ ยาศาสตร์ สมบัตบิ างประการของสารบรสิ ุทธิ์ และการจาแนกองคป์ ระกอบของสารบริสทุ ธิ์ จุดเดอื ด จดุ
หลอมเหลว และความหนาแน่นของสารบรสิ ทุ ธแ์ิ ละสารผสม สมบตั ิทางกายภาพ บางประการของธาตโุ ลหะ
อโลหะ และกึ่งโลหะ การใช้ประโยชนแ์ ละผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ของธาตโุ ลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ และธาตุ
กมั มนั ตรังสีที่มีต่อส่ิงมชี วี ิต ส่ิงแวดล้อม เศรษฐกจิ และสังคม การใช้กลอ้ งจุลทรรศนแ์ บบใช้แสง รูปร่างลักษณะ
ของเซลล์ โครงสร้าง และหน้าทแ่ี ตล่ ะโครงสร้างของเซลล์ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งรูปร่าง ลักษณะกบั หนา้ ที่ของ
เซลล์ และการจดั ระบบของสิ่งมีชีวิต รวมทง้ั กระบวนการลาเลยี งสารผา่ นเซลล์ โดยการแพร่ และออสโมซิส การ
สืบพนั ธ์ุ การขยายพันธ์ุ การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ธาตุอาหารพชื การลาเลียงนา้ ธาตุอาหารและอาหารของพชื
กระบวนการดารงชวี ิตของพืช และความสาคัญของพืชที่มผี ลต่อมนุษย์และสิง่ แวดล้อม

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 และเทคโนโลยีในการสารวจตรวจสอบ
การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมลู และการอภปิ ราย เพ่ือใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ และตระหนัก
ถงึ คุณค่าของความรูท้ างวิทยาศาสตร์ สามารถส่อื สารส่ิงที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นาความรูไปใช
ในชีวิตประจาวนั มจี ิตวิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม

รหสั ตัวช้วี ัด
ว 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11,
ม.1/12, ม.1/13, ม.1/14, ม.1/15, ม.1/16, ม.1/17, ม.1/18
ว 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8

รวมทั้งหมด 26 ตวั ช้ีวัด

แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

หน่วยการเรยี นรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ 7
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
วชิ า วิทยาศาสตร์ 1 เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง

หน่วยการเรียนรู้ 4 หน่วย เวลา(ชั่วโมง)
9
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ 18

1 เรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์อยา่ งไร 12

1.1 ความสาคญั และความหมายของวทิ ยาศาสตร์ 15

1.2 กระบวนการทางานของนักวทิ ยาศาสตร์

1.3 ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

2 สารบริสุทธ์ิ

บทท่ี 1 สมบัตขิ องสารบริสุทธิ์

2.1.1 จุดเดือดและจดุ หลอมเหลว

2.1.2 ความหนาแน่น

บทที่ 2 การจาแนกและองค์ประกอบของสารบรสิ ุทธ์ิ

2.2.1 การจาแนกสารบริสุทธ์ิ

2.2.2 โครงสรา้ งอะตอม

2.2.3 การจาแนกธาตุและการใช้ประโยชน์

3 หนว่ ยพื้นฐานของสิ่งมชี ีวติ

บทที่ 1 เซลล์

3.1.1 การศกึ ษาเซลลด์ ้วยกลอ้ งจุลทรรศน์

3.1.2 โครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องเซลล์

บทท่ี 2 การลาเลยี งสารเขา้ ออกเซล์

3.2.1 การแพร่

3.2.2 ออสโมซสิ

4 การดารงชวี ติ ของพืช

บทที่ 1 การสบื พันธุ์และการขยายพันธุพ์ ชื ดอก

4.1.1 การสืบพันธแ์ุ บบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ

ของพืชดอก

4.1.2 การขยายพนั ธพ์ุ ชื ดอก

บทที่ 2 การสังเคราะหด์ ้วยแสง

4.2.1 ปจั จัยและผลผลิตของการสังเคราะห์ดว้ ยแสง

บทที่ 3 การลาเลียงน้า ธาตอุ าหาร และอาหารของพืช

4.3.1 ธาตอุ าหารของพชื

4.3.2 การลาเลยี งในพชื

แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

8

ตัวช้วี ัด
1. ตระหนกั ถงึ คณุ ค่าของวิทยาศาสตร์ โดยอธิบายความสาคัญและความหมายของวิทยาศาสตร์
2. วิเคราะห์และอธบิ ายกระบวนการทางานของนักวิทยาศาสตร์
3. ปฏิบัติทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
4. อธิบายสมบัตทิ างกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์ที่ได้

จากการสังเกตและการทดสอบและใช้สารสนเทศทไี่ ดจ้ ากแหล่งข้อมลู ต่างๆ รวมทง้ั จัดกลุ่มธาตุเปน็ โลหะ
อโลหะ และก่ึงโลหะ
5. วิเคราะหผ์ ลจากการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึง่ โลหะและธาตกุ มั มนั ตรังสที ม่ี ตี ่อส่งิ มชี วี ิต สง่ิ แวดลอ้ มเศรษฐกิจ
และสังคมจากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
6. ตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของการใช้ธาตโุ ลหะ อโลหะกึ่งโลหะ ธาตกุ ัมมนั ตรงั สโี ดยเสนอแนวทางการใชธ้ าตุอย่าง
ปลอดภัย คุ้มค่า
7. เปรียบเทียบจุดเดือดจดุ หลอมเหลวของสารบรสิ ทุ ธ์แิ ละสารผสม โดยการวดั อุณหภมู เิ ขียนกราฟแปล
ความหมายข้อมูลจากกราฟ หรอื สารสนเทศ
8. อธบิ ายและเปรยี บเทียบความหนาแนน่ ของสารบรสิ ุทธ์ิและสารผสม
9. ใช้เครื่องมือเพื่อวดั มวลและปรมิ าตรของสารบริสทุ ธแิ์ ละสารผสม
10. อธบิ ายเกยี่ วกับความสัมพันธ์ระหว่างอะตอมธาตแุ ละสารประกอบ โดยใชแ้ บบจาลองและสารสนเทศ
11. อธบิ ายโครงสร้างอะตอมทป่ี ระกอบด้วยโปรตอน นวิ ตรอน และอิเล็กตรอน โดยใช้แบบจาลอง
12. เปรยี บเทยี บรูปรา่ ง ลักษณะและโครงสรา้ งของเซลล์พืชและเซลล์สัตวร์ วมทง้ั บรรยายหน้าที่ของผนงั เซลล์เย่ือ
หมุ้ เซลลไ์ ซโทพลาซมึ นิวเคลียส แวควิ โอล ไมโทคอนเดรียและคลอโรพลาสต์
13. ใชก้ ล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลลแ์ ละโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์
14. อธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่างรูปรา่ งกับการทาหน้าท่ีของเซลล์
15. อธิบายการจัดระบบของสิง่ มีชีวิต โดยเร่ิมจากเซลล์ เนอ้ื เยื่อ อวยั วะ ระบบอวัยวะ จนเป็นส่งิ มชี ีวิต
16. อธบิ ายกระบวนการแพร่และออสโมซสิ จากหลักฐานเชิงประจักษแ์ ละยกตัวอย่างการแพร่และออสโมซสิ ใน
ชีวิตประจาวนั
17. ระบุปัจจัยที่จาเป็นในการสังเคราะหด์ ้วยแสงและผลผลติ ทเี่ กดิ ข้นึ จากการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงโดยใช้หลกั ฐาน
เชงิ ประจักษ์
18. อธบิ ายความสาคัญของการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชตอ่ ส่ิงมีชวี ิตและสิ่งแวดล้อม
19. ตระหนักในคณุ ค่าของพืชทม่ี ีต่อส่ิงมีชีวิตและสง่ิ แวดลอ้ ม โดยการรว่ มกันปลกู และดูแลรักษาตน้ ไมใ้ นโรงเรียน
และชุมชน
20. บรรยายลกั ษณะและหนา้ ทข่ี องไซเล็มและโฟลเอ็ม
21. เขยี นแผนภาพท่บี รรยายทิศทางการลาเลียงสารในไซเลม็ และโฟลเอ็มของพชื
22. อธบิ ายการสบื พันธุแ์ บบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศของพืชดอก
23. อธบิ ายลักษณะโครงสรา้ งของดอกที่มสี ว่ นทาใหเ้ กิดการถา่ ยเรณรู วมทงั้ บรรยายการปฏิสนธิของพชื ดอก การ
เกิดผลและเมล็ดการกระจายเมล็ด และการงอกของเมลด็
24. ตระหนักถึงความสาคญั ของสัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอก โดยการไม่ทาลายชวี ิตของสตั ว์ที่ช่วยในการ
ถ่ายเรณู
25. อธิบายความสาคัญของธาตุอาหารบางชนดิ ท่ีมีผลตอ่ การเจรญิ เติบโต และการดารงชวี ิตของพชื
26. เลือกใชป้ ุ๋ยท่ีมีธาตุอาหารเหมาะสมกับพชื ในสถานการณ์ท่ีกาหนด
27. เลือกวธิ ีการขยายพนั ธ์พุ ืชใหเ้ หมาะสมกับความต้องการของมนษุ ยโ์ ดยใชค้ วามรู้เกย่ี วกบั การสืบพนั ธขุ์ องพชื
28. อธิบายความสาคัญของเทคโนโลยกี ารเพาะเลยี้ งเนอ้ื เยื่อพืชในการใช้ประโยชนด์ า้ นต่างๆ
29. ตระหนักถึงประโยชน์ของการขยายพันธพ์ุ ืชโดยการนาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน

แผนการจดั การเรยี นรูว้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

9

การวัดและประเมนิ ผลการเรียน

การใหค้ ะแนนจะใหเ้ ปน็ รายภาคการศึกษา โดยคิดเปน็ 100% มเี กณฑ์การให้คะแนนดงั น้ี

คะแนนกลางภาค คิดเปน็ 20 %

คะแนนสอบปลายภาค คดิ เป็น 30 %

คะแนนเก็บระหวา่ งเรยี น คิดเป็น 50 %

แบง่ ออกเป็น

- ทดสอบระหวา่ งเรยี น คดิ เป็น 10 %

- แบบฝกึ หดั /ใบงาน/สมดุ คดิ เปน็ 10 %

- การศึกษาคน้ คว้าและนาเสนอรายงาน คิดเป็น 10 %

- การทดลอง บนั ทึกผล และสรปุ ผล คดิ เปน็ 10 %

- จติ พสิ ัย คดิ เปน็ 10 %

เกณฑ์การให้ระดับผลการเรยี น ชว่ งคะแนนร้อยละ 60-64 ระดบั ผลการเรียน 2.0
ช่วงคะแนนร้อยละ 80-100 ระดบั ผลการเรียน 4.0 ชว่ งคะแนนรอ้ ยละ 55-59 ระดับผลการเรียน 1.5
ช่วงคะแนนร้อยละ 75-79 ระดับผลการเรียน 3.5 ชว่ งคะแนนรอ้ ยละ 50-55 ระดับผลการเรยี น 1.0
ชว่ งคะแนนร้อยละ 70-74 ระดับผลการเรยี น 3.0 ชว่ งคะแนนร้อยละ 0-49 ระดบั ผลการเรยี น 0
ช่วงคะแนนรอ้ ยละ 65-69 ระดับผลการเรยี น 2.5

แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

10

แผนปฐมนิเทศ โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ครูผสู้ อน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง
เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง

1. สาระสาคัญ

การปฐมนิเทศนักเรียนก่อนเร่ิมการเรยี นการสอน จะช่วยให้นักเรียนทราบแนวการเรียนและได้ทราบ

กฎเกณฑข์ ้อควรปฏบิ ตั ิตนในการเรยี นและวิธกี ารวัดผลประเมนิ ผลการเรียน ซึ่งจะทาให้นักเรียนสามารถวาง

แผนการเรียนของตนเพ่อื ใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นสูงสดุ ซงึ่ ในการเรียนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 1 (ว 21101)

จาเป็นที่จะต้องมีการตกลงรว่ มกนั ระหว่างครูกับนักเรยี นเพื่อให้มีความเขา้ ใจทีต่ รงกนั

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายขอบขา่ ยของการเรียนในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ได้

2. บอกเกณฑ์การวัดและประเมินผลของการเรยี นในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ได้

3. สร้างปฏิสัมพันธท์ ่ดี ีระหวา่ งครผู ้สู อนกับนกั เรยี นได้

4. บอกกฎ กติกา ข้อตกลงในการเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ได้

3. สาระการเรียนรู้

คาอธบิ ายรายวชิ า

วิชาวิทยาศาสตร์ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1

ศกึ ษา วิเคราะห์ ความหมายและความสาคญั ของวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางานของ

นักวิทยาศาสตร์ และทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทาความเข้าใจกระบวนการและทกั ษะทใี่ ช้ในการสรา้ ง

องค์ความรทู้ างวิทยาศาสตร์ สมบตั ิบางประการของสารบริสทุ ธ์ิ และการจาแนกองค์ประกอบของสารบรสิ ทุ ธ์ิ จุด

เดอื ด จดุ หลอมเหลว และความหนาแนน่ ของสารบริสุทธแิ์ ละสารผสม สมบตั ิทางกายภาพ บางประการของธาตุ

โลหะ อโลหะ และกงึ่ โลหะ การใช้ประโยชน์และผลกระทบจากการใช้ประโยชนข์ องธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ

และธาตุกมั มนั ตรังสที ่ีมีตอ่ สิ่งมีชวี ติ สิ่งแวดลอ้ ม เศรษฐกจิ และสังคม การใชก้ ล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง รปู รา่ ง

ลกั ษณะของเซลล์ โครงสรา้ ง และหนา้ ท่แี ต่ละโครงสร้างของเซลล์ ความสมั พันธ์ระหว่างรูปรา่ ง ลกั ษณะกบั หน้าที่

ของเซลล์ และการจดั ระบบของส่ิงมชี วี ติ รวมท้ังกระบวนการลาเลียงสารผ่านเซลล์ โดยการแพร่ และออสโมซิส

การสบื พันธุ์ การขยายพนั ธุ์ การสังเคราะห์ดว้ ยแสง ธาตุอาหารพืช การลาเลยี งนา้ ธาตอุ าหารและอาหารของพชื

กระบวนการดารงชีวิตของพืช และความสาคัญของพืชท่ีมผี ลตอ่ มนุษย์และสิ่งแวดล้อม

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 และเทคโนโลยีในการสารวจตรวจสอบ

การสบื เสาะหาความรู การสบื คนขอมูล และการอภิปราย เพอ่ื ใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ และตระหนัก

ถงึ คณุ คา่ ของความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ สามารถสอื่ สารสิง่ ทีเ่ รียนรู มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นาความรูไปใช

ในชวี ติ ประจาวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม

หน่วยการเรยี นรรู้ ายวิชา วิทยาศาสตร์

วิชา วิทยาศาสตร์ 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
เวลาเรียน 60 ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรู้ 4 หนว่ ย
เวลา(ช่ัวโมง)
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ 9

1 เรยี นรู้วิทยาศาสตร์อย่างไร

1.1 ความสาคญั และความหมายของวทิ ยาศาสตร์

1.2 กระบวนการทางานของนักวิทยาศาสตร์

1.3 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

2 สารบรสิ ทุ ธิ์ 11
บทที่ 1 สมบัตขิ องสารบริสุทธิ์ 18
2.1.1 จุดเดือดและจดุ หลอมเหลว
2.1.2 ความหนาแน่น 12
บทที่ 2 การจาแนกและองคป์ ระกอบของสารบริสุทธ์ิ
2.2.1 การจาแนกสารบริสุทธิ์ 15
2.2.2 โครงสรา้ งอะตอม
2.2.3 การจาแนกธาตแุ ละการใชป้ ระโยชน์

3 หน่วยพนื้ ฐานของสงิ่ มชี ีวิต
บทท่ี 1 เซลล์
3.1.1 การศกึ ษาเซลล์ด้วยกล้องจลุ ทรรศน์
3.1.2 โครงสรา้ งและหน้าที่ของเซลล์
บทท่ี 2 การลาเลยี งสารเข้าออกเซล์
3.2.1 การแพร่
3.2.2 ออสโมซิส

4 การดารงชวี ติ ของพืช
บทท่ี 1 การสืบพันธแ์ุ ละการขยายพนั ธ์ุพืชดอก
4.1.1 การสบื พนั ธ์ุแบบอาศยั เพศและไมอ่ าศัยเพศ
ของพชื ดอก
4.1.2 การขยายพันธุพ์ ชื ดอก
บทท่ี 2 การสังเคราะห์ด้วยแสง
4.2.1 ปจั จัยและผลผลิตของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
บทที่ 3 การลาเลยี งนา้ ธาตุอาหาร และอาหารของพืช
4.3.1 ธาตอุ าหารของพืช
4.3.2 การลาเลยี งในพืช

ตัวชวี้ ดั
1. ตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของวิทยาศาสตร์ โดยอธบิ ายความสาคญั และความหมายของวิทยาศาสตร์
2. วเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายกระบวนการทางานของนักวทิ ยาศาสตร์
3. ปฏิบัติทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
4. อธิบายสมบตั ทิ างกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกงึ่ โลหะ โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ทไี่ ด้

จากการสังเกตและการทดสอบและใช้สารสนเทศทไ่ี ด้จากแหลง่ ขอ้ มลู ต่างๆ รวมทงั้ จดั กลุ่มธาตุเป็นโลหะ
อโลหะ และก่ึงโลหะ
5. วเิ คราะหผ์ ลจากการใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ ก่งึ โลหะและธาตกุ มั มนั ตรังสที ่ีมตี ่อสิ่งมชี ีวิต ส่ิงแวดลอ้ มเศรษฐกิจ
และสังคมจากข้อมูลที่รวบรวมได้
6. ตระหนักถงึ คุณค่าของการใชธ้ าตโุ ลหะ อโลหะก่งึ โลหะ ธาตุกมั มนั ตรังสโี ดยเสนอแนวทางการใช้ธาตุอยา่ ง
ปลอดภัย ค้มุ ค่า
7. เปรียบเทียบจุดเดือดจดุ หลอมเหลวของสารบริสุทธแ์ิ ละสารผสม โดยการวัดอณุ หภูมิเขียนกราฟแปล
ความหมายข้อมูลจากกราฟ หรือสารสนเทศ
8. อธบิ ายและเปรียบเทยี บความหนาแนน่ ของสารบรสิ ทุ ธิ์และสารผสม
9. ใชเ้ ครอื่ งมือเพื่อวัดมวลและปรมิ าตรของสารบรสิ ุทธ์ิและสารผสม

แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

12

10. อธบิ ายเกยี่ วกบั ความสัมพันธ์ระหวา่ งอะตอมธาตแุ ละสารประกอบ โดยใชแ้ บบจาลองและสารสนเทศ
11. อธบิ ายโครงสร้างอะตอมทีป่ ระกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอเิ ล็กตรอน โดยใช้แบบจาลอง
12. เปรียบเทียบรูปร่าง ลกั ษณะและโครงสรา้ งของเซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์รวมท้ังบรรยายหน้าท่ขี องผนังเซลล์เยอ่ื

ห้มุ เซลล์ไซโทพลาซมึ นวิ เคลยี ส แวควิ โอล ไมโทคอนเดรยี และคลอโรพลาสต์
13. ใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ใช้แสงศกึ ษาเซลล์และโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์
14. อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างรปู รา่ งกับการทาหนา้ ท่ีของเซลล์
15. อธบิ ายการจดั ระบบของสิ่งมีชวี ิต โดยเรม่ิ จากเซลล์ เน้อื เยอื่ อวัยวะ ระบบอวยั วะ จนเป็นสง่ิ มชี ีวิต
16. อธบิ ายกระบวนการแพร่และออสโมซิสจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์และยกตวั อยา่ งการแพร่และออสโมซิสใน

ชีวิตประจาวนั
17. ระบปุ จั จยั ทจี่ าเป็นในการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงและผลผลติ ทีเ่ กดิ ขึน้ จากการสังเคราะห์ดว้ ยแสงโดยใชห้ ลกั ฐาน

เชิงประจักษ์
18. อธิบายความสาคัญของการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ตอ่ ส่งิ มชี ีวติ และส่ิงแวดลอ้ ม
19. ตระหนกั ในคุณค่าของพืชที่มตี อ่ ส่งิ มชี วี ติ และสิ่งแวดลอ้ ม โดยการรว่ มกนั ปลกู และดแู ลรักษาต้นไม้ในโรงเรียน

และชมุ ชน
20. บรรยายลักษณะและหนา้ ทีข่ องไซเล็มและโฟลเอม็
21. เขียนแผนภาพท่บี รรยายทิศทางการลาเลยี งสารในไซเล็มและโฟลเอ็มของพชื
22. อธบิ ายการสบื พนั ธ์ุแบบอาศัยเพศและไม่อาศยั เพศของพชื ดอก
23. อธบิ ายลักษณะโครงสรา้ งของดอกที่มสี ่วนทาให้เกิดการถ่ายเรณรู วมท้ังบรรยายการปฏิสนธขิ องพชื ดอก การ

เกดิ ผลและเมล็ดการกระจายเมลด็ และการงอกของเมล็ด
24. ตระหนักถึงความสาคัญของสตั ว์ทีช่ ว่ ยในการถา่ ยเรณูของพืชดอก โดยการไม่ทาลายชีวิตของสตั ว์ทชี่ ว่ ยในการ

ถ่ายเรณู
25. อธบิ ายความสาคัญของธาตอุ าหารบางชนดิ ทม่ี ีผลตอ่ การเจริญเติบโต และการดารงชวี ติ ของพชื
26. เลือกใชป้ ุ๋ยที่มธี าตุอาหารเหมาะสมกับพชื ในสถานการณท์ ก่ี าหนด
27. เลือกวธิ กี ารขยายพันธุ์พชื ใหเ้ หมาะสมกับความต้องการของมนุษย์โดยใชค้ วามรเู้ ก่ยี วกับการสืบพนั ธ์ุของพชื
28. อธบิ ายความสาคัญของเทคโนโลยกี ารเพาะเลี้ยงเนอ้ื เยื่อพชื ในการใช้ประโยชนด์ ้านต่างๆ
29. ตระหนักถึงประโยชนข์ องการขยายพันธ์ุพชื โดยการนาความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน

การวดั และประเมนิ ผลการเรียน

การใหค้ ะแนนจะให้เป็นรายภาคการศึกษา โดยคิดเป็น 100% มเี กณฑก์ ารให้คะแนนดงั นี้

คะแนนกลางภาค คดิ เปน็ 20 %

คะแนนสอบปลายภาค คดิ เป็น 30 %

คะแนนเกบ็ ระหวา่ งเรียน คิดเป็น 50 %

แบ่งออกเปน็

- ทดสอบระหวา่ งเรยี น คดิ เปน็ 10 %

- แบบฝึกหัด/ใบงาน/สมดุ คิดเปน็ 10 %

- การศึกษาค้นคว้าและนาเสนอรายงาน คิดเป็น 10 %

- การทดลอง บันทึกผล และสรปุ ผล คดิ เปน็ 10 %

- จติ พิสัย คดิ เปน็ 10 %

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

เกณฑ์การให้ระดับผลการเรียน 13
ชว่ งคะแนนร้อยละ 80-100 ระดบั ผลการเรยี น 4.0
ช่วงคะแนนรอ้ ยละ 75-79 ระดบั ผลการเรยี น 3.5 ช่วงคะแนนรอ้ ยละ 60-64 ระดบั ผลการเรยี น 2.0
ชว่ งคะแนนรอ้ ยละ 70-74 ระดบั ผลการเรียน 3.0 ช่วงคะแนนร้อยละ 55-59 ระดับผลการเรียน 1.5
ชว่ งคะแนนรอ้ ยละ 65-69 ระดับผลการเรยี น 2.5 ช่วงคะแนนร้อยละ 50-55 ระดับผลการเรยี น 1.0
ช่วงคะแนนรอ้ ยละ 0-49 ระดับผลการเรยี น 0

การจัดกิจกรรมการเรยี นร้/ู สือ่ การเรียนร้/ู แหล่งเรียนรู้
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

- การบรรยาย การอภปิ รายกลุม่
- การทดลอง การลงมือปฏิบตั ิ การบนั ทึกผล การสรุปและการอภปิ รายผล
- การสารวจสงิ่ แวดลอ้ มและทรัพยากรภายในโรงเรียน
- กาสบื ค้นข้อมูลและการนาเสนอข้อมลู
- ศกึ ษานอกสถานที่/ศึกษานอกเวลา

สือ่ การเรยี นรู้
- เอกสารประกอบการเรยี นรู้
- โปสเตอรภ์ าพประกอบการบรรยาย สารเคมี/อุปกรณ์วิทยาศาสตร์
- ชุดทดลองวทิ ยาศาสตร์ วดี ที ัศน์
- สง่ิ แวดล้อมบรเิ วณโรงเรียน
- เว็ปไซต์และบทเรยี นทางอนิ เตอรเ์ นต็

แหลง่ เรียนรู้
- หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ หนังสอื พิมพแ์ ละวารสารตา่ งๆ
- อินเตอร์เน็ต วดี ที ศั น์
- ห้องปฏบิ ตั ิการและแหลง่ การเรียนรทู้ อ้ งถิ่น

4. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
4.1 ขั้นนา (5 นาท)ี

4.1.1 นักเรียนทาความเคารพครู จากนั้นครูกล่าวทักทายนักเรียนและแนะนาตนเอง โดยการ

บอกชื่อ-สกุล ชอ่ื เล่น รายวชิ าทส่ี อน ห้องพัก ฯ
4.1.2 ครทู าความรู้จกั กับนักเรยี นโดยการเรยี กช่อื -สกุลนักเรียน แล้วให้นกั เรยี นบอกชื่อเล่นของ

ตนเอง

4.2 ข้นั สอน (30 นาที)
4.2.1 ครแู จ้งเนื้อหาและขอบข่ายของเน้ือหารายวิชา รวมท้ังเกณฑ์การวัดและประเมินผลต่างๆ

ใหน้ ักเรียนไดท้ ราบ

4.2.2 นักเรียนและครูร่วมกันตกลงเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติในการเรียนการสอนโดยครูเป็นคน
อ่าน ให้นักเรียนฟัง และใหน้ ักเรยี นหาข้อตกลงรว่ มกนั ซ่งึ หลักการปฏิบตั ใิ นการเรียนการสอน มี

รายละเอยี ดดังน้ี

- นักเรยี นตอ้ งมีเวลาเรยี นไมต่ ่ากวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นท้ังหมด ถา้ ต่ากว่าร้อยละ
80 จะถือว่าไมม่ สี ิทธ์สิ อบ

- นักเรียนไม่ควรเข้าสายเกิน 10 นาที ถ้าเกิน นักเรียนจะถูกเขียน สาย (ส) ถ้าสาย 2

ครงั้ จะถอื วา่ ขาดเรยี น

แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

14

- นักเรียนควรส่งงานให้ตรงเวลา และครบตามที่ครูมอบหมาย หากส่งช้ากว่ากาหนด
จะถกู หักคะแนนในงานช้นิ นั้นๆ ตามวันท่ีช้าออกไป (หักวันละ 0.5 คะแนน)

- นักเรียนไม่ควรหยอกล้อกันระหว่างเรียน ส่งเสียงดัง หรือหลับในขณะเรียน
ถา้ นกั เรียนฝาุ ฝืนจะถูกหกั คะแนนจติ พิสยั

- หา้ มนาขนมขบเคี้ยว หรอื อาหาร เคร่ืองดมื่ มารบั ประทานในเวลาเรยี น
- นกั เรียนควรให้ความรว่ มมือกับสมาชิกภายในกลุ่ม ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมกล่มุ
- นักเรียนควรแต่งกายให้เรยี บรอ้ ย ตดั เล็บ และตดั ผมให้เป็นไปตามระเบียบที่โรงเรียน
กาหนด
- ในระหว่างเรยี นนกั เรียนไมค่ วรนาตารา หรือหนังสืออ่ืน ๆ นอกเหนือจากวิชาที่เรียน
ขึ้นมาอ่านหรอื ทาในขณะเรยี น
- ก่อนออกจากห้องเรยี นทุกครัง้ จะตอ้ งจัดโตะ๊ เกา้ อ้ี ให้เป็นระเบยี บเหมือนเดมิ ทกุ
คร้งั และรักษาความสะอาดห้องช่วยกนั เมื่อเห็นเศษขยะต่าง ๆ บนพ้นื ห้องเรียน
- หากช่ัวโมงใดมีการทดลองให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเก็บและทาความสะอาดอุปกรณ์ให้
เรยี บร้อยหากกล่มุ ใดไม่ปฏบิ ัตติ ามจะถูกหักคะแนน
4.2.3 นักเรยี นกรอกแบบฟอรม์ แนะนาตัวเอง ตามท่ีครูแจกให้ พร้อมกับติดรูปให้เรียบร้อยแล้ว
นาส่งครูในคาบต่อไป
4.3 ขน้ั สรุป
4.3.1 ครูใช้คาถามถามนักเรยี นเพอ่ื เปน็ การสรุป ตามแนวคาถามดงั ต่อไปน้ี
- ในรายวชิ าวิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) นักเรยี นจะไดเ้ รียนท้ังหมดกห่ี น่วยการเรยี นรู้
อะไรบา้ ง

(แนวคาตอบ : 4 หนว่ ยการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ เรียนรูว้ ิทยาศาสตร์อยา่ งไร สารบริสุทธิ์
หน่วยพื้นฐานของสงิ่ มีชีวติ การดารงชวี ติ ของพืช)
- การใหค้ ะแนนในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 1 (ว 21101) 100 คะแนน มาจากส่วน
ใดบา้ ง
(แนวคาตอบ : คะแนนสอบกลางภาค 20 คะแนน คะแนนสอบปลายภาค 30
คะแนน และคะแนนเกบ็ ระหว่างเรียน 50 คะแนน)
- นักเรียนจะไดเ้ กรด 4 ตอ้ งมคี ะแนนเท่าไร
(แนวคาตอบ : มากกวา่ 80 คะแนน เตม็ 100 คะแนน)
5. สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
- ประมวลผลการสอนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 1 (ว 21101)
- แบบแฟอร์มแนะนาตวั เอง

6. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล

สิ่งที่ต้องการวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั และประเมนิ ผล เครือ่ งมือท่ีใชว้ ดั และประเมนิ ผล
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียน
1.การมีส่วนร่วมในช้นั เรียน - สงั เกตการตอบคาถาม
และการให้ความร่วมมือ
- การทาใบประวัตสิ ว่ นตัว

แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

15
7. บนั ทึกหลังการสอน

7.1 ผลการจัดการเรียนรู้
......................................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................. ...............................

7.2 ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................

7.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
................................................................................................................................................................................ ..
............................................................................................................................. ....................................................

ลงช่ือ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
ครูผู้สอน

วันท่ี ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…

ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................

ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วนั ท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…

แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

16
8. ผลการนเิ ทศ

ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี

แผนการจัดการเรียนรู้
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
 เน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
 ยังไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

ภาพรวมของแผนการจัดการเรียนรู้
 นาไปใช้สอนได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้

ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................ผู้นิเทศ/ผูต้ รวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

17

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี น
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เร่ือง ……………………………………..
ชัน้ ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................

คาช้แี จง สังเกตการทางานของนักเรยี น โดยทาเครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ ง

ความสนใจ ความ ความ

ลาดับที่ ช่อื - สกุล ใฝเุ รียนรู้ รบั ผิดชอบ กระตือรอื รน้ รวม

ในการเรยี น

4 32143214321

ลงช่อื ...........................................ผู้ประเมนิ
........./...................../...........

แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

18

เกณฑก์ ารให้คะแนน

เกณฑก์ ารประเมิน ระดับคะแนน
ความสนใจใฝ่เรียนรู้
4321
ความรับผิดชอบ
มีการต้งั คาถามและ มกี ารตัง้ คาถามและ มีการตั้งคาถามและ การต้งั คาถามและ
ความกระตือรือร้น
ในการเรยี น ตัง้ ใจทากิจกรรม ตงั้ ใจทากจิ กรรม ตงั้ ใจทากิจกรรม ตัง้ ใจทากิจกรรม

ครบถ้วน เปน็ ส่วนใหญ่ เป็นบางสว่ น เป็นสว่ นนอ้ ย

เขา้ เรยี นและส่งงาน เข้าเรียนตรงเวลา เขา้ เรียนชา้ มากกว่า เขา้ เรยี นชา้ มากกว่า

ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย และสง่ งานที่ไดร้ ับ 15 นาทแี ละส่งงาน 15 นาทีและสง่ งาน

ตรงเวลา มอบหมายช้าไม่ ท่ีได้รบั มอบหมาย ที่ได้รบั มอบหมาย

เกนิ 1-2 วัน ช้าไม่เกิน 1-2 วนั ชา้ เกนิ 2 วนั

มีสว่ นร่วมใน มสี ่วนรว่ มใน มสี ว่ นร่วมใน มสี ่วนรว่ มใน

กิจกรรมอยา่ ง กจิ กรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้

ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ บางสว่ น นอ้ ย

การแปลผลการประเมิน หมายถึง ระดับดมี าก
10-12 คะแนน หมายถึง ระดับดี
7-9 คะแนน หมายถงึ ระดับพอใช้
4-6 คะแนน หมายถงึ ระดับทีต่ ้องปรบั ปรงุ
1-3 คะแนน

แผนการจดั การเรยี นรูว้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

19

แนะนาตัวนกั เรียน

ชื่อ.................................................................ชอ่ื เลน่ .................................................
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี …………….… หอ้ ง.....................
วนั เดอื น ปี เกดิ ........................................................................................................
ที่อย่ปู จั จุบัน................................................................................................................
Tel : ………………………………………
E-mail : ………………………………………
Face book : …………………………………..
วิชาทช่ี อบท่ีสดุ .............................................................................................................
วิชาทีน่ ักเรียนคิดว่ายากสาหรบั นักเรยี น........................................................................
งานอดเิ รก
.....................................................................................................................................
บิดาชื่อ-สกลุ ............................................................................อาชีพ
............................
มารดาชื่อ-สกลุ ........................................................................อาชพี ............................
เพอ่ื นสนทิ ของนกั เรยี น
1.ชื่อ-สกุล.........................................................................ชอ่ื เล่น........................
ชน้ั ………………
2.ชื่อ-สกุล.........................................................................ชื่อเลน่ ........................
ชน้ั ………………
ความใฝ่ฝันในอนาคต
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
คตปิ ระจาใจ
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

20

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม

รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์อยา่ งไร เร่อื ง ความสาคัญความหมายของวิทยาศาสตร์

เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวนนทยา เชิดทอง

1. สาระการเรียนร/ู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด
-

2. สาระสาคัญ
องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีการพัฒนาอย่างต่อเน่ืองนับแต่อดีตยุคโบราณ จนกระท่ังปัจจุบัน

วิทยาศาสตร์เป็นความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ ซึ่งสามารถอธิบายได้ด้วยหลักฐานและความเป็นเหตุเป็นผลทาง
วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์จึงหมายถึง เน้ือหาหรือองค์ความรู้ (knowledge) ท่ีได้จากการศึกษาค้นคว้าและเรียบ
เรียงไวอ้ ยา่ งเป็นระเบียบ และกระบวนการ (process) ในการแสวงหาความรู้
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 อธบิ ายความหมายของวิทยาศาสตรไ์ ด้ (K)
3.2 อธิบายธรรมชาติของวทิ ยาศาสตรแ์ ละความรทู้ างวิทยาศาสตร์ได้ (K)
3.3 จาแนกส่ิงท่เี ป็นวทิ ยาศาสตรแ์ ละไมใ่ ชว่ ิทยาศาสตร์ได้ (P)
3.4 มีความสนใจใฝเุ รียนรู้ มีความรับผดิ ชอบ และมคี วามกระตือรือร้นในการเรยี น (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความสาคัญของวิทยาศาสตร์
4.2 ความหมายของวิทยาศาสตร์
5. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (จัดกระบวนการเรยี นการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้ันสร้างความสนใจ (engagement)

5.1.1 ครูถามคาถามเพ่ือนาเข้าสู่บทเรียน โดยครใู ชค้ าถามตามแนวคาถามดังต่อไปน้ี
- ตอนเชา้ นักเรยี นมาโรงเรียนอย่างไร
(แนวคาตอบ : รถยนต์ รถโดยสาร ขี่จกั รยาน ข่ีรถมอเตอรไ์ ซด์ เป็นตน้ )
- ทบี่ ้านนกั เรยี นมเี ครอื่ งใชไ้ ฟฟูาอะไรบา้ ง
(แนวคาตอบ : หมอ้ หุงขา้ วไฟฟา้ โทรทัศน์ ต้เู ยน็ เป็นตน้ )
- นักเรียนคดิ ว่าเครอื่ งใช้ไฟฟาู ตา่ งๆ เหลา่ นไ้ี ดม้ าจากความรทู้ างดา้ นใด
(เป็นผลมาจากความร้ทู างวทิ ยาศาสตร์ ทนี่ ามาสู่การพัฒนาเป็นเทคโนโลย)ี
- นักเรียนคดิ ว่าเราจาเปน็ ต้องเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์หรือไม่
(จาเป็น/ไม่จาเปน็ )
5.1.2 ครูเชือ่ มโยงเข้าสบู่ ทเรียน เร่ือง วิทยาศาสตรค์ ืออะไร ทง้ั ชแ้ี จงจุดประสงคก์ ารเรียนรใู้ ห้
นักเรยี นฟัง โดยจุดประสงค์การเรยี นรมู้ ดี งั นี้

1. อธิบายความหมายของวิทยาศาสตรไ์ ด้ (K)
2. อธิบายธรรมชาติของวิทยาศาสตรแ์ ละความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ได้ (K)
3. จาแนกสิ่งท่เี ป็นวิทยาศาสตรแ์ ละไมใ่ ช่วิทยาศาสตร์ได้ (P)
4. มคี วามสนใจใฝุเรียนรู้ มคี วามรบั ผดิ ชอบและมีความกระตือรอื รน้ ในการเรียน (A)
5.2 ขน้ั สารวจและค้นหา (exproration)
5.2.1 แบง่ กล่มุ นักเรยี นออกเป็น 6 กลมุ่ ซ่งึ แต่ละกลมุ่ จะมีนักเรยี นเกง่ ปานกลาง และอ่อน

แผนการจดั การเรียนร้วู ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

21

5.2.1 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มศึกษา หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. หนา้ 1-3

จากนนั้ ทาใบกจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง วิทยาศาสตร์คืออะไร

5.3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)

5.3.1 นกั เรยี นและครรู ่วมกนั อภปิ ราย โดยครูใช้คาถามตามแนวคาถามดงั ต่อไปนี้

- การเรยี นวิทยาศาสตรม์ คี วามจาเป็นตอ่ ตัวนักเรียนหรือไม่ อย่างไร

(จาเป็น เพราะวิทยาศาสตร์มผี ลต่อการดารงชีวิต รวมไปถงึ อาชีพการงานและความเปน็ อยู่

ทางด้านสังคมและวัฒนธรรม)

- เครอ่ื งอานวยความสะดวกในชีวิตประจาวนั ของเราในปจั จุบัน เชน่ โทรทศั น์ หม้อหงุ ข้าว

โทรศัพท์ เราใชค้ วามรู้ด้านใดเปน็ พืน้ ฐานในการผลติ สง่ิ เหลา่ น้ี

(ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร)์

- วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ จุดเรม่ิ ตน้ หรือเปน็ พนื้ ฐานของการพัฒนาสิ่งใด

(เทคโนโลย)ี

5.4 ข้นั ขยายความรู้ (elaboration)

5.4.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย โดยได้ข้อสรปุ ดงั น้ี

- วทิ ยาศาสตร์ คอื ความรู้ของโลกธรรมชาติหรอื ความรใู้ นสง่ิ ทเ่ี กิดขน้ึ โดยสามารถอธบิ ายได้

ดัวยจากหลักฐานและความเป็นเหตเุ ป็นผลทางวิทยาศาสตร์

- โดยส่งิ ทจี่ ดั เปน็ วิทยาศาสตร์นัน้ จะตอ้ งอธิบายและอาศยั ความร้ทู ่ีอยู่บนพ้ืนฐานของความเปน็

จริง เชน่ การเกิดสุริยปุ ราคา ซง่ึ เกิดจาก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรอยใู่ นแนวเดยี วกัน การ

เกดิ ฟาู ผา่ เกดิ จากประจุบวก ประจบลบ เป็นตน้

- สิ่งที่ไม่ถือเป็นวิทยาศาสตร์ นนั้ คือความเชอื่ ของมนุษย์สมัยก่อน ที่เชื่อในเรอ่ื งของผีพุง่ ไต้และ

ราหอู มจันทร์ ซึ่งไม่สามารถหาหลกั ฐานหรอื ประจักษ์พยานมาพิสจู น์หรืออธบิ ายได้

- วิทยาศาสตร์เปน็ จุดเรมิ่ ต้นของการพัฒนาเทคโนโลยตี ่างๆ เชน่ การส่อื สาร การคมนาคมและ

อปุ กรณ์อานวยความสะดวกต่างๆในชีวติ ประจาวนั ของเรา เชน่ ตู้เย็น เครอ่ื งปรับอากาศ หมอ้ หุงข้าว

ไฟฟูา เปน็ ตน้

5.5 ขัน้ ประเมนิ (evaluation)

5.5.1 สงั เกตพฤติกรรมการเรียน การตอบคาถาม การเข้าร่วมกิจกรรม

6. การวดั และประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล

วิธีการวัด เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน

1. อธบิ ายความหมายของ - สังเกตจากการตอบ - ข้อคาถาม - ตอบคาถามในใบ

วิทยาศาสตรไ์ ด้ (K) คาถามของนกั เรียน กจิ กรรมได้ถูกตอ้ ง

2. อธิบายธรรมชาตขิ อง รอ้ ยละ 70

วทิ ยาศาสตร์และความรู้ทาง

วทิ ยาศาสตรไ์ ด้ (K)

3. จาแนกสิ่งทเ่ี ป็นวทิ ยาศาสตร์ - นักเรยี นทาใบกจิ กรรมที่ 1 - ใบกิจกรรมท่ี 1 - ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน

และไม่ใชว่ ทิ ยาศาสตร์ได้ (P) เรอ่ื ง วิทยาศาสตร์คอื อะไร เรอ่ื ง วทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70

คืออะไร

4.มคี วามสนใจใฝเุ รยี นรู้ - สังเกตความสนใจ - แบบสังเกต - ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน

มคี วามรบั ผิดชอบ และมีความ ใฝุเรยี นรู้ ความรบั ผดิ ชอบ พฤติกรรมการ ร้อยละ 70

กระตือรอื รน้ ในการเรียน (A) ความกระตือรือร้นในการ เรยี น

เรยี นของนักเรยี น

แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

22

7. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
7.1 ใบกิจกรรมที่ 1 เร่อื ง วิทยาศาสตร์คืออะไร
7.2 หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท.

8. บันทึกหลงั การสอน
8.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................

............................................................................................................................................................................ .....
(2) ด้านทกั ษะ ............................................................................................................................

............................................................................................................................. .....................................................
(3) ด้านคณุ ลกั ษณะ ..................................................................................................................

............................................................................................................................. .....................................................
8.2 ปัญหาและอปุ สรรค

............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................

8.3 ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
................................................................................................................................................................................ ..
............................................................................................................................. ....................................................

ลงชอื่ ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครผู ู้สอน

วันที่ ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................

ลงชอื่ ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)

หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

23
9. ผลการนเิ ทศ

ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชดิ ทอง มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี

แผนการจัดการเรียนรู้
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
 เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ
 ยังไม่เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป

ภาพรวมของแผนการจัดการเรียนรู้
 นาไปใชส้ อนได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้

ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................ผู้นิเทศ/ผตู้ รวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

24

แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน เรือ่ ง ……………………………………..
ชั้น..........................หอ้ ง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................

คาชแี้ จง สังเกตการทางานของนกั เรียน โดยทาเคร่อื งหมาย  ลงในช่อง

ความสนใจ ความ ความ

ลาดับที่ ชอื่ - สกุล ใฝเุ รยี นรู้ รับผิดชอบ กระตือรอื ร้น รวม

ในการเรียน

43 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1

ลงชื่อ...........................................ผ้ปู ระเมนิ
........./...................../...........

แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

25

เกณฑก์ ารให้คะแนน

เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน
ความสนใจใฝ่เรียนรู้
4 3 21
ความรับผิดชอบ มีการต้งั คาถามและ
ตงั้ ใจทากจิ กรรม มกี ารตงั้ คาถามและ มีการตั้งคาถามและ การตง้ั คาถามและ
ความกระตือรือรน้ ครบถว้ น
ในการเรยี น เขา้ เรยี นและส่งงาน ตง้ั ใจทากจิ กรรม ตง้ั ใจทากิจกรรม ตงั้ ใจทากจิ กรรม
ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ตรงเวลา เปน็ ส่วนใหญ่ เป็นบางส่วน เป็นส่วนนอ้ ย

มสี ว่ นร่วมใน เข้าเรยี นตรงเวลา เขา้ เรยี นช้ามากกวา่ เขา้ เรยี นช้ามากกวา่
กจิ กรรมอยา่ ง
ครบถว้ น และส่งงานท่ีได้รับ 15 นาทีและสง่ งาน 15 นาทแี ละสง่ งาน

มอบหมายช้าไม่ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

เกิน 1-2 วนั ชา้ ไม่เกนิ 1-2 วัน ชา้ เกนิ 2 วัน

มสี ว่ นร่วมใน มสี ่วนรว่ มใน มสี ว่ นรว่ มใน

กิจกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการ

เป็นส่วนใหญ่ บางส่วน เรยี นรู้น้อย

การแปลผลการประเมิน หมายถึง ระดับดีมาก
10-12 คะแนน หมายถึง ระดบั ดี
7-9 คะแนน หมายถึง ระดับพอใช้
4-6 คะแนน หมายถงึ ระดับทตี่ ้องปรบั ปรุง
1-3 คะแนน

แผนการจดั การเรียนร้วู ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

26

ใบกิจกรรมท่ี 1 เรือ่ ง วิทยาศาสตร์คืออะไร

1.1 วทิ ยาศาสตร์คืออะไร
วทิ ยาศาสตร์ มาจากคาในภาษาละตนิ วา่ “Scientia” หมายถงึ ความรู้ ซึง่ ตรงกบั คาในภาษาอังกฤษว่า

“Science” ทบวงมหาวิทยาลัยของรฐั ได้ให้ความหมายของวิทยาศาสตร์เอาไวว้ ่า วทิ ยาศาสตร์หมายถงึ เนื้อหา
หรือองค์ความรู้ (knowledge) ที่ได้จากการศกึ ษาคน้ ควา้ และเรียบเรยี งไว้อยา่ งเปน็ ระเบียบ และกระบวนการ
(process) ในการแสวงหาความรู้ ดงั นนั้ วทิ ยาศาสตร์จงึ ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ 2 สว่ น ไดแ้ ก่

1. เน้ือหาหรือองคค์ วามรู้ องค์ความรทู้ ี่ได้รบั การยอมรับวา่ เป็นวิทยาศาสตรน์ ั้น จะตอ้ งเป็นความรเู้ ป็น
จรงิ สามารถทดลองและพิสจู นไ์ ด้

2. กระบวนการในการเสาะแสวงหาความรู้

วิทยาศาสตร์ = ความรู้ + กระบวนการในการแสวงหาความรู้

จงบอกวา่ ข้อใดเป็นวิทยาศาสตรแ์ ละไม่เป็นวทิ ยาศาสตรเ์ พราะเหตุใด คาตอบ
ข้อมูล

1. หมาหอนเพราะเหน็ ผี
2. นา้ แขง็ ลอยน้าไดเ้ พราะมคี วามหนาแนน่ นอ้ ยกวา่ นา้
3. ถา้ มดขนไขแ่ สดงว่าฝนจะตก
4. อากาศร้อนจะขยายตัวลอยขนึ้ ส่ทู ี่สงู
5. ถ้าเอามือชรี้ ุ้งกนิ น้าแล้วมอื จะกุด
6. ดวงอาทิตยห์ มนุ รอบโลก
7. ถา้ บรรจนุ า้ อดั ลมเต็มขวดแล้วนาไปแช่แขง็ ขดวจะแตก
8. น้าแขง็ ละลายเพราะได้รับความร้อน
9. วนั นี้โชคไมด่ ีเพราะจิ้งจกทักตั้งแต่เชา้
10. แมวดากระโดดขา้ มศพจะทาให้ผเี ฮ้ยี น
11. เอาแม่เหล็ก 2 แท่งมาใกลก้ ัน ถ้าไม่ดดู กนั กผ็ ลักกนั
12. วนั น้จี ามท้ังวันแสดงวา่ มีคนคดิ ถึง
13. วันน้ีตาเขมน่ ข้างขวาทัง้ วันอาจจะมเี รื่องไมด่ ี
14. นักโหราศาสตร์ทานายไวว้ ่า โลกจะแตกในปี 2013
15. ถ้าผ่าผลแอปเปล้ิ แลว้ ไปผ่าโดนเมล็ดจะทาให้มปี ญั หากับคนในครอบครวั

ในการศึกษาคน้ คว้าเพื่อสรา้ งองค์ความรู้ หรือเพี่อใหค้ ้นพบความรู้ใหม่ๆ น้ัน นกั วิทยาศาสตร์จะใช้วธิ ี
การศึกษาอย่างเป็นระบบ ทไ่ี ด้รับการยอมรบั วา่ เปน็ วธิ ีการท่ดี ที ี่สดุ ในการศกึ ษาค้นคว้าหา คาตอบในเรือ่ งที่
ต้องการศกึ ษา เรียกวิธีการน้วี ่า วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ (Scientific method)

แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

27

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 2

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม

รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์อย่างไร เรือ่ ง กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

เวลาเรียน 3 ช่วั โมง ครูผู้สอน นางสาวนนทยา เชิดทอง

1. สาระการเรียนรู้/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั
-

2. สาระสาคญั
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการที่กระทาเพื่อให้ได้มาซ่ึงความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็น

กระบวนการท่ีประกอบด้วย การสังเกตและระบุปัญหา การต้ังสมมติฐาน การวางแผน การสารวจ หรือการ
ทดลอง รวมทง้ั การเกบ็ ขอ้ มูล การวเิ คราะห์ขอ้ มลู และสร้างคาอธิบาย การสรุปผลและการสื่อสาร
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 อธิบายเก่ยี วกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ (K)
3.2 ทาการทดลองเกี่ยวกบั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ได้ (P)
3.3 มีความสนใจใฝเุ รียนรู้ แสดงความคิดเหน็ วางแผนรว่ มกนั รบั ฟังความคิดเห็น (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 กระบวนการทางานของนักวทิ ยาศาสตร์
4.2 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
4.3 ตวั อยา่ งนกั วทิ ยาศาสตรไ์ ทย
5. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (จัดกระบวนการเรยี นการสอนแบบ 5Es)
5.1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (engagement)

5.1.1 ครทู บทวนความรู้เดมิ จากชว่ั โมงที่แลว้ เรื่อง วิทยาศาสตรค์ ืออะไร โดยใช้คาถามดงั นี้
- วิทยาศาสตร์ คอื อะไร
(แนวคาตอบ : ความรู้ของโลกธรรมชาติ หรือความรใู้ นสง่ิ ที่เกดิ ข้นึ หรือที่มอี ย่ใู น

ธรรมชาติ ซึง่ สามารถอธบิ ายไดด้ ว้ ยหลักฐานและความเปน็ เหตุและผลทางวิทยาศาสตร)์
- สง่ิ ใดถือวา่ เป็นวทิ ยาศาสตร์และสิง่ ใดไม่ถือว่าเป็นวทิ ยาศาสตร์
(แนวคาตอบ : เรอื่ งผพี ุ่งไตแ้ ละราหูอมจนั ทร์ ไมส่ ามารถหาหลกั ฐานหรือประจักษ์

พยานมาพิสูจน์หรืออธบิ ายได้ จงึ ไม่ถือวา่ เปน็ วิทยาศาสตร์ ส่วนเร่อื งของดาวตกและการบัง
กันระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เปน็ เรอ่ื งทส่ี ามารถศึกษา หาหลักฐาน และ
อธิบายได้บนพ้นื ฐานของความเป็นจริงจึงจัดวา่ เปน็ วทิ ยาศาสตร์)
5.1.2 ครนู าเข้าส่บู ทเรยี นโดยการถามคาถาม ดังน้ี

- ใครคอื ผทู้ ่ีศกึ ษาเก่ียวกับความรทู้ างวิทยาศาสตร์ ประดิษฐ์ส่งิ อานวยความสะดวก
ต่างๆ มาให้พวกเราได้ใช้ในปัจจุบัน (นกั วิทยาศาสตร์)

- นกั เรียนคิดวา่ นกั วทิ ยาศาสตร์เขามีวิธกี ารทางานอยา่ งไรถึงจะได้ความรู้ หรืออุปกรณ์
นนั้ ๆมาได้

(ตอ้ งมกี ารทางานอยา่ งเป็นระบบ มีข้นั ตอน)
- นักเรียนคิดวา่ การทางานของนักวิทยาศาสตร์ทที่ าแบบมีระบบและเป็นขนั้ ตอน
เราเรียกว่าอะไร (กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร)์
5.1.3 ครูเช่อื มโยงเข้าส่บู ทเรยี น เร่ือง กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ทง้ั ช้แี จงจุดประสงค์
การเรยี นรใู้ ห้ นักเรยี นฟงั โดยจุดประสงค์การเรยี นรมู้ ดี ังน้ี

แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

28

1. อธบิ ายเกยี่ วกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้
2. ทาการทดลองเกย่ี วกับกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ได้
5.2 ข้ันสารวจและคน้ หา (exproration)
5.2.1 แบง่ นักเรียนออกเปน็ 6 กลุ่ม ตามกลุ่มเดมิ เมื่อชั่วโมงทแี่ ล้ว
5.2.2 สง่ ตัวแทนมารบั ใบกิจกรรม ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ใบกจิ กรรม คือใบกิจกรรมท่ี 1
เรอ่ื ง นักวิทยาศาสตร์ทางานอยา่ งไร ใบกจิ กรรมที่ 2 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และใบกิจกรรมท่ี 3
เร่ือง ตวั อย่างนักวิทยาศาสตรไ์ ทยท่ีทางานดา้ นต่างๆ นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศึกษาวธิ ีการทากิจกรรม
5.2.3 ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภิปรายวธิ ีการทากิจกรรม เมือ่ นักเรียนไม่มขี ้อสงสยั ให้ลงมอื
ปฏิบัติ สังเกตและบันทึกผลการทดลอง และเตรียมตวั แทนออกมานาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
5.3 ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 แตล่ ะกลุม่ ส่งตวั แทนมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรียน
5.3.2 ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายและสรุปผลจากการทากจิ กรรม โดยใหไ้ ดข้ ้อสรปุ ดังน้ี
(จากกิจกรรมท่ี 1 นกั วทิ ยาศาสตร์ทางานอยา่ งไร กระบวนการทางานของกาลเิ ลโอ ในแผนผัง
ทสี่ รา้ งขน้ึ เหมือนกบั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ แตบ่ างข้ันตอนมีการรวบอยู่ในขัน้ เดียวกนั คอื การ
วิเคราะหข์ ้อมลู และสรุปผล อกี ทงั้ ในหนงั สือเรยี นไมม่ ีข้อมูลวา่ เขาได้สื่อสารหรือเผยแพร่ผลงาน แต่ใน
ความเปน็ จริงเขาคงได้เผยแพร่ผลงาน สสู่ าธารณชนจงึ เป็นท่ีมาของดวงจนั ทร์ของกาลเิ ลโอ
จากกิจกรรมที่ 2 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการท่ใี ช้เพ่ือให้ไดม้ าซึ่งความรู้ทาง
วทิ ยาศาสตรเ์ รยี กวา่ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ได้แก่ 1.การสงั เกตและระบุปญั หา 2. การ
ตงั้ สมมติฐาน 3.การวางแผน การสารวจ หรือการทดลองรวมท้งั การเก็บข้อมูล 4. การวิเคราะหข์ ้อมลู
และสรา้ งคาอธบิ าย 5. การสรุปผลและการส่ือสาร โดยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรส์ ามารถเพ่ิมเติม
ลดทอน สลบั ลาดับไดต้ ามความเหมาะสม
จากกิจกรรมที่ 3 ตัวอยา่ งนักวิทยาศาสตร์ไทยท่ที างานด้านตา่ งๆ ในปัจจบุ ัน
มีนักวทิ ยาศาสตร์ที่เป็นคนไทย และมคี วามสามารถจานวนมาก ซ่ึงนักวิทยาศาสตร์ไทยแตล่ ะทา่ น
ไดส้ รา้ งผลงานทีห่ ลากหลายและมีคุณค่าต่อวงการวทิ ยาศาสตรอ์ ยา่ งมากมาย)
5.4 ขัน้ ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 นักเรียนเปดิ หนงั สือเรียน วิทยาศาสตร์ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ของ สสวท. หน้า 6 เรือ่ ง
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ให้นักเรียนศกึ ษาและอภิปรายรว่ มกันภายในกลมุ่
5.4.2 ครูถามนกั เรยี นเพ่ือทดสอบความเข้าใจ ตามแนวคาถามดังนี้
- นกั เรยี นเคยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทางานหรอื ไม่ อยา่ งไร
(คาตอบนกั เรียนจะมีความแตกต่างขึน้ อยู่กบั ประสบการณ์เดิมที่นักเรียนเคยได้รบั มา)
5.4.3 ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายและสรุปผลจากการศกึ ษา เร่อื ง กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
5.5 ข้นั ประเมนิ (evaluation)
5.5.1 สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ การตอบคาถาม การเขา้ รว่ มกิจกรรม

แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

29

6. การวดั และประเมนิ ผล การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
วธิ กี ารวัด เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมิน
1.อธิบายเกย่ี วกับกระบวนการ - ตอบคาถามในใบ
ทางวทิ ยาศาสตร์ได้ - ตรวจใบกิจกรรมท่ี 1 ใบกิจกรรมท่ี 1 เรือ่ ง กิจกรรมถูกต้อง
อยา่ งน้อย รอ้ ยละ 70
2. ทาการทดลองเกย่ี วกบั เรื่อง นกั วทิ ยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตรท์ างาน
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ - ตอบคาถามในใบ
ทางานอย่างไร กจิ กรรมท่ี อย่างไร กจิ กรรมที่ 2 กิจกรรมถูกต้อง
3. มคี วามสนใจใฝุเรยี นรู้ อยา่ งน้อย รอ้ ยละ 70
แสดงความคิดเห็น วางแผน 2 เร่อื ง กระบวนการทาง เร่ือง กระบวนการทาง
ร่วมกัน รับฟังความคิดเห็น (A) - ผ่านเกณฑก์ าร
วิทยาศาสตร์ และกจิ กรรม วิทยาศาสตร์ และ ประเมนิ ร้อยละ 70

ที่ 3 เร่ือง ตวั อย่าง กิจกรรมที่ 3 เรื่อง

นักวิทยาศาสตร์ไทย ตัวอย่าง

ที่ทางานดา้ นตา่ งๆ นกั วิทยาศาสตร์ไทยที่

ทางานดา้ นตา่ งๆ

- ตรวจใบกิจกรรมท่ี 1 ใบกิจกรรมท่ี 1 เรือ่ ง

เรือ่ ง นกั วิทยาศาสตร์ นกั วิทยาศาสตร์ทางาน

ทางานอย่างไร กจิ กรรมท่ี อย่างไร กิจกรรมท่ี 2

2 เรอ่ื ง กระบวนการทาง เรือ่ ง กระบวนการ

วิทยาศาสตร์ และกจิ กรรม ทางวทิ ยาศาสตร์ และ

ท่ี 3 เรอื่ ง ตวั อยา่ ง กจิ กรรมท่ี 3 เร่ือง

นักวทิ ยาศาสตร์ไทยที่ ตัวอยา่ ง

ทางานดา้ นตา่ งๆ นกั วทิ ยาศาสตร์ไทยท่ี

ทางานด้านตา่ งๆ

- สังเกตความสนใจ - แบบสงั เกต

ใฝเุ รียนรู้ แสดงความ พฤติกรรมการทางาน

คดิ เหน็ วางแผนร่วมกัน กลมุ่

รบั ฟังความคิดเห็น

7. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
7.1 ใบกิจกรรมที่ 1 เรือ่ ง นกั วทิ ยาศาสตร์ทางานอยา่ งไร
7.2 ใบกิจกรรมท่ี 2 เรอ่ื ง กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
7.3 ใบกิจกรรมที่ 3 เรอ่ื ง ตัวอยา่ งนกั วทิ ยาศาสตร์ไทยท่ีทางานด้านต่างๆ
7.4 หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ 1 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ของ สสวท.

แผนการจัดการเรียนรูว้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

30
8. บันทกึ หลังการสอน

8.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................

............................................................................................................................. ....................................................
(2) ด้านทักษะ ............................................................................................................................

....................................................................................................................... ...........................................................
(3) ด้านคณุ ลกั ษณะ ..................................................................................................................

..................................................................................................................................................................................
8.2 ปญั หาและอปุ สรรค

.................................................................................................................. ................................................................
............................................................................................................................. .....................................................

8.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครผู ู้สอน

วนั ท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................. ................
................................................................................................................... ..............................................................

ลงชอื่ ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)

หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วนั ท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

31
9. ผลการนเิ ทศ

ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี

แผนการจัดการเรียนรู้
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
 เน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
 ยังไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

ภาพรวมของแผนการจัดการเรียนรู้
 นาไปใช้สอนได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้

ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................ผู้นิเทศ/ผูต้ รวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

32

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เร่ือง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................

คาช้แี จง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเครอ่ื งหมาย  ลงในช่อง

พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางานตามท่ี รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ รว่ มกัน ความ ได้รับ คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น คดิ เห็น
1 มอบหมาย
2
3 43214321432143214321
4
5
6
7
8

ลงชื่อ...........................................ผปู้ ระเมนิ
........./...................../...........

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกลมุ่
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ตอ่ กลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏิบตั มิ ีประโยชน์ตอ่ กลมุ่
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏิบัติมีประโยชนต์ ่อกล่มุ เล็กนอ้ ย

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี

7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

33

กิจกรรมท่ี 1 นักวิทยาศาสตร์ทางานอยา่ งไร
ก่อนการทากจิ กรรม

1. ให้นักเรยี นศึกษาจุดประสงค์ของกจิ กรรมและวิธกี ารดาเนินกิจกรรมในหนังสือเรยี น จากน้ันครแู ละ
นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายในประเด็นดงั ต่อไปนี้

• กิจกรรมนเ้ี กยี่ วกบั เร่ืองอะไร (กระบวนการทางานของนักวิทยาศาสตร์)
• การทากจิ กรรมมีข้นั ตอนโดยสรุปอย่างไร (อา่ นขอ้ มลู การทางานของนกั วิทยาศาสตรแ์ ละวาดแผนผงั
กระบวนการ ทางานของนักวทิ ยาศาสตร)์
ระหว่างการทากจิ กรรม
2. ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มเริม่ ทากิจกรรม ครูสังเกตการทางานของนักเรียน และให้คาแนะนาเมื่อนักเรียน
มีคาถาม
หลังการทากจิ กรรม
3. ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามท้ายกจิ กรรมจากนั้นใหต้ วั แทน 3 – 4 คน นาเสนอแผนผังกระบวนการทางาน
ของนักวิทยาศาสตร์
4. ใหน้ ักเรียนอ่านเนื้อหาในหนังสอื เรียนเกีย่ วกบั กระบวนการทางวิทยาศาสตรจ์ ากนน้ั ตอบคาถาม
ระหวา่ งเรียน

*****************************************************************************************************

กิจกรรมที่ 2 กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

คาสงั่ : ใหน้ กั เรียนศึกษากระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นหนังสือเรียนหนา้ 6 และตอบคาถามต่อไปน้ี
1. กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ทัง้ 5 ข้ันนี้ เหมือนกบั กระบวนการทางานของนักวทิ ยาศาสตรจ์ าก

แผนผัง ทีน่ ักเรียนสรา้ งขนึ้ ในกจิ กรรมท่ี 1 หรือไมอ่ ยา่ งไร
2. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีอะไรบา้ ง (นักเรียนสามารถนาเสนอในรูปแบบ Mind Mapping ได้)

*****************************************************************************************************

กิจกรรมที่ 3 ตวั อยา่ งนกั วิทยาศาสตร์ไทยท่ีทางานดา้ นตา่ งๆ

คาสัง่ : ให้นกั เรยี นศึกษาตวั อย่างนกั วทิ ยาศาสตร์ไทยท่ีทางานดา้ นต่างๆหนงั สือเรียนหนา้ 7 และปฏิบัติตามคาส่งั
ตอ่ ไปนี้

 ให้นักเรยี นเลือกนักวิทยาศาสตรไ์ ทยมา 1 ทา่ น และทาการศึกษาประวตั ิและผลงานของทา่ น ให้
นาเสนอข้อมลู ในรปู แบบ Mind Mapping

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

34

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 3

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม

รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์อยา่ งไร เร่ือง ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

เวลาเรียน 5 ชั่วโมง ครูผสู้ อน นางสาวนนทยา เชิดทอง

1. สาระการเรยี นรู้/มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด
-

2. สาระสาคัญ
ทกั ษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรจ์ ะชว่ ยให้การสร้างความร้ทู างวทิ ยาศาสตรเ์ ป็นไปอย่างมี

ประสิทธิภาพ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ประกอบด้วย การสงั เกต การวัด การจาแนกประเภท
การหาความสัมพันธร์ ะหวา่ งสเปซกับสเปซและสเปซกบั เวลา การใชจ้ านวน การจดั กระทาและสือ่ ความหมาย
ขอ้ มูล การลงความเหน็ จากข้อมลู การพยากรณ์ การตั้งสมมติฐาน การกาหนดนยิ ามเชิงปฏบิ ัตกิ าร การกาหนด
และควบคุมตวั แปร การทดลอง การตีความหมายของขอ้ มูลและลงขอ้ สรุป และการสร้างแบบจาลอง ซ่ึงหาก
นักเรยี นย่งิ ฝกึ ฝนก็จะยิ่งมีความชานาญในแต่ละทักษะเพิ่มขึ้น
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 อธิบายทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ได้ (K)
3.2 ปฏิบตั ิทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ (P)
3.2 มีความสนใจใฝเุ รียนรู้ แสดงความคดิ เห็น วางแผนรว่ มกนั รบั ฟงั ความคิดเหน็ (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 14 ทักษะ ประกอบด้วย
- ทกั ษะข้ันพืน้ ฐาน 8 ทกั ษะ ได้แก่ การสังเกต การวดั การจาแนกประเภท การหาความสมั พันธร์ ะหว่าง
สเปซกบั สเปซและสเปซกับเวลา การใช้จานวน การจัดกระทาและสื่อความหมายข้อมูล การลงความเห็นจาก
ขอ้ มลู
- ทักษะข้ันสูง 6 ทกั ษะ ได้แก่ การพยากรณ์ การต้ังสมมติฐาน การกาหนดนยิ ามเชงิ ปฏิบัตกิ าร การ
กาหนดและควบคมุ ตวั แปร การทดลอง การตคี วามหมายของข้อมลู และลงข้อสรปุ และการสรา้ งแบบจาลอง
5. กระบวนการจดั การเรียนรู้ (จดั กระบวนการเรยี นการสอนแบบ 5Es)
5.1 ขนั้ สรา้ งความสนใจ (engagement)

5.1.1 ครูนาเขา้ สู่บทเรียน โดยใชค้ าถามดังน้ี
- การทางานอย่างเปน็ ระบบ เปน็ ขนั้ ตอนของนักวทิ ยาศาสตร์ เรยี กวา่ อะไร
(กระบวนการทางวิทยาศาสตร)์
- กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ มีขนั้ ตอนใดบา้ ง
(1.การสงั เกตและระบปุ ัญหา 2. การตงั้ สมมติฐาน 3.การวางแผน การสารวจ หรือ

การทดลองรวมท้งั การเกบ็ ข้อมลู 4. การวิเคราะหข์ ้อมลู และสรา้ งคาอธบิ าย 5. การสรปุ ผล
และการสื่อสาร)

- นกั เรยี นทราบแล้ววา่ นกั วทิ ยาศาสตร์คือ ผทู้ ีท่ างานอยา่ งเปน็ ระบบ การที่
นกั วทิ ยาศาสตร์สามารถทางานเป็นกระบวนการไดน้ ัน้ นักเรียนจะบอกไดห้ รือไม่วา่
นักวทิ ยาศาสตรค์ วรจะตอ้ งมีทกั ษะอะไรบ้าง

(ทกั ษะการสงั เกต การวดั การจาแนกประเภท การหาความสมั พันธ์ระหวา่ งสเปซ
กับสเปซและสเปซกับเวลา การใช้จานวน การจัดกระทาและสือ่ ความหมายข้อมูล
การลงความเห็นจากข้อมูล การพยากรณ์ การตั้งสมมติฐาน การกาหนดนยิ ามเชิง

แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

35

ปฏิบตั กิ าร การกาหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง การตีความหมายของข้อมูล
และลงข้อสรปุ และการสร้างแบบจาลอง)
วันนีเ้ ราจะมาศึกษาวา่ การที่นกั วิทยาศาสตร์สามารถทางานไดน้ ้นั ควรจะต้องมีทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์อะไรบา้ ง
5.2 ขัน้ สารวจและค้นหา (exproration)
กิจกรรมชว่ั โมงที่ 1
5.2.1 แบง่ นักเรียนออกเปน็ 6 กลุ่ม ตามกลุ่มเดิมเม่ือช่ัวโมงทแ่ี ลว้
5.2.2 ครูอธบิ ายวธิ ีการทากจิ กรรมท่ี 1 เรือ่ งทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (ใหน้ ักเรยี น
แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายและแสดงความคิดเห็นวา่ นักวิทยาศาสตรต์ อ้ งมีทักษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์อะไรบา้ ง โดยให้ทาเปน็ แผนผงั ความคดิ )
5.2.3 ส่งตวั แทนออกมารับ กระดาษ ปากกา และสีจากครูหนา้ ช้นั เรียน
5.2.4 นักเรยี นแต่ละกลุ่มลงมือปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและเลือกตัวแทนออกมานาเสนอหน้าช้นั เรยี น
กิจกรรมชว่ั โมที่ 2
5.2.5 แบง่ นกั เรียนออกเป็น 6 กลมุ่ ตามกลุม่ เดิมเมื่อชั่วโมงทแ่ี ล้ว
5.2.6 ครอู ธิบายวธิ ีการทากิจกรรมท่ี 2 เรือ่ งกล่องปรศิ นา (ครูนากล่องปริศนามา 6 กลอ่ ง มอบ
ใหน้ กั เรียนกลุ่มละ 1 กลอ่ ง ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกล่มุ ช่วยกันสารวจตรวจสอบเพ่อื ให้ไดค้ าตอบวา่ สงิ่ ของใดท่ี
อย่ภู ายในกล่อง)
5.2.7 สง่ ตวั แทนออกมารบั กระดาษ ปากกา และสีจากครหู น้าชัน้ เรียน
5.2.8 นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ลงมือปฏิบัตกิ ิจกรรมและเลือกตวั แทนออกมานาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น
กจิ กรรมชั่วโมที่ 3
5.2.9 แบ่งนกั เรยี นออกเปน็ 6 กลมุ่ ตามกลุ่มเดมิ เมื่อชัว่ โมงทแี่ ล้ว
5.2.10 ครูอธบิ ายวิธกี ารทากิจกรรมที่ 3 เร่อื งน้าสีเคล่ือนท่ีอย่างไร ในหนังสือเรยี นหน้า 10
5.2.11 ส่งตวั แทนออกมารับ กระดาษ ปากกา และสีจากครหู นา้ ช้ันเรียน
5.2.12 นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ลงมอื ปฏิบตั กิ จิ กรรมและเลอื กตัวแทนออกมานาเสนอหนา้ ชัน้ เรียน
กิจกรรมชัว่ โมท่ี 4
5.2.13 แบ่งนักเรยี นออกเปน็ 6 กลุ่ม ตามกล่มุ เดิมเมื่อชัว่ โมงที่แล้ว
5.2.14 ครูอธบิ ายวิธกี ารทากิจกรรม 4 เรือ่ งจรวดกระดาษของใครบินได้นานท่ีสดุ
ในหนงั สือเรียนหน้า 11
5.2.15 ส่งตัวแทนออกมารบั กระดาษ ปากกา และสจี ากครหู น้าชั้นเรยี น
5.2.16 นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ลงมือปฏิบตั ิกจิ กรรมและเลอื กตัวแทนออกมานาเสนอหนา้ ชัน้ เรยี น
กิจกรรมช่วั โมท่ี 5
5.2.17 แบง่ นักเรยี นออกเป็น 6 กลมุ่ ตามกลมุ่ เดมิ เมอ่ื ชัว่ โมงท่ีแลว้
5.2.18 ครอู ธบิ ายวิธีการทากิจกรรม (ให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อภิปรายและแสดงความ
คดิ เหน็ วา่ จากกิจกรรมท่ี 2 – 4 ท่นี กั เรยี นไดล้ งมือปฏิบตั นิ ้ัน นักเรียนไดใ้ ชท้ ักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรอ์ ะไรบา้ ง โดยใหท้ าเปน็ แผนผงั ความคิด และให้นกั เรยี นตรวจสอบวา่ ทกั ษะทนี่ กั เรียนไดฝ้ ึก
ปฏิบตั จิ ากกจิ กรรมที่ 2 - 4 นนั้ มีทักษะใดบ้างทเ่ี ปน็ ทกั ษะทน่ี ักเรียนได้ทาการศึกษาค้นคว้าไวใ้ น
กจิ กรรมที่ 1 ให้นกั เรียนเลือกวิธใี นการนาเสนอข้อมูลน้ีเอง อาจจะนาเสนอเป็นตารางเปรียบเทยี บหรอื
Mind Mapping เปน็ ต้น)
5.2.19 สง่ ตัวแทนออกมารบั กระดาษ ปากกา และสีจากครหู น้าชั้นเรยี น
5.2.20 นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ลงมือปฏิบัติกจิ กรรมและเลือกตัวแทนออกมานาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น
5.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (explanation)

แผนการจดั การเรียนรูว้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

36

5.3.1 แตล่ ะกล่มุ สง่ ตัวแทนออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชน้ั เรยี น
5.3.2 กลุ่มทไี่ ม่ไดน้ าเสนอ ให้คะแนนกลมุ่ ทนี่ าเสนอตามแบบฟอร์มการให้คะแนนทีค่ รูแจก
5.3.3 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทากิจกรรม โดยเอาคาตอบจากทุกกลุ่มมา
สรปุ ในส่วนที่เหมือนและตา่ งกัน
5.3.4 แตล่ ะกลุม่ สง่ แผนผังความคิดและแบบประเมนิ การให้คะแนนการนาเสนอ
5.4 ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 นักเรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายโดยครูใช้คาถามตามแนวคาถามดังตอ่ ไปนี้

- จากกจิ กรรมที่ 1 เร่อื งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ท่ีนกั เรยี นศกึ ษา
จากหนังสอื ประกอบไปดว้ ย
(ทกั ษะการสงั เกต การวัด การจาแนกประเภท การหาความสมั พนั ธ์ระหว่างสเปซ
กบั สเปซและสเปซกับเวลา การใชจ้ านวน การจัดกระทาและสอ่ื ความหมายข้อมูล
การลงความเห็นจากข้อมูล การพยากรณ์ การต้งั สมมติฐาน การกาหนดนิยามเชิง
ปฏบิ ตั ิการ การกาหนดและควบคมุ ตัวแปร การทดลอง การตีความหมายของข้อมูล
และลงข้อสรปุ และการสรา้ งแบบจาลอง)
- จากกจิ กรรมที่ 2 เรือ่ ง กล่องปรศิ นา นกั เรยี นไดฝ้ ึกทักษะใดบ้าง
(ทักษะการสังเกต การวดั การจาแนกประเภท การหาความสมั พันธร์ ะหว่างสเปซ
กบั สเปซและสเปซกับเวลา การใชจ้ านวน การจัดกระทาและสื่อความหมายข้อมูล
การลงความเห็นจากข้อมูล การพยากรณ์ การตัง้ สมมติฐาน การกาหนดนยิ ามเชงิ
ปฏบิ ัตกิ าร การกาหนดและควบคมุ ตัวแปร การทดลอง การตีความหมายของข้อมูล
และลงข้อสรปุ และการสรา้ งแบบจาลอง)
- จากกิจกรรมท่ี 3 เรื่อง น้าสีเคลื่อนที่อยา่ งไร นกั เรียนไดฝ้ กึ ทักษะใดบา้ ง
(ทักษะการสงั เกต การวดั การจาแนกประเภท การหาความสมั พนั ธร์ ะหว่างสเปซ
กบั สเปซและสเปซกับเวลา การใช้จานวน การจัดกระทาและสื่อความหมายข้อมูล
การลงความเหน็ จากข้อมูล การพยากรณ์ การต้งั สมมติฐาน การกาหนดนิยามเชงิ
ปฏิบตั ิการ การกาหนดและควบคมุ ตัวแปร การทดลอง การตคี วามหมายของข้อมูล
และลงข้อสรปุ และการสร้างแบบจาลอง)
- จากกจิ กรรมท่ี 4 เรื่อง จรวดกระดาษของใครบนิ ไดน้ านทีส่ ุด นักเรยี นได้ฝึกทกั ษะ
ใดบ้าง
(ทักษะการสังเกต การวดั การจาแนกประเภท การหาความสมั พันธร์ ะหวา่ งสเปซ
กบั สเปซและสเปซกับเวลา การใช้จานวน การจัดกระทาและสอ่ื ความหมายข้อมูล
การลงความเหน็ จากข้อมูล การพยากรณ์ การตัง้ สมมติฐาน การกาหนดนยิ ามเชิง
ปฏิบัติการ การกาหนดและควบคมุ ตัวแปร การทดลอง การตคี วามหมายของข้อมูล
และลงข้อสรุป และการสร้างแบบจาลอง)
- จากกิจกรรมท่ี 5 เป็นการสรุปทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรท์ น่ี กั เรยี นได้ฝึก
ปฏิบตั ติ ้ังแต่กิจกรรมท่ี 2-4 และเปรยี บเทียบวา่ มีทักษะใดบ้างทเี่ หมือนในหนงั สือเรยี น
(ไดฝ้ กึ ปฏิบตั ทิ ุกทกั ษะและทักษะทไ่ี ด้ฝึกปฏิบัตกิ ค็ อื ทักษะทงั้ 14 ทกั ษะตามทีไ่ ด้
ศึกษาจากหนงั สือ)
5.5 ขั้นประเมิน (evaluation)
5.5.1 สังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม การตอบคาถาม การเข้าร่วมกจิ กรรม

แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

37

6. การวดั และประเมนิ ผล การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
วิธกี ารวัด เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
1. อธิบายทกั ษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ได้ (K) - สรุปผลการทากจิ กรรม - แบบฝกึ หัด - นาเสนองานได้อย่างถูกต้อง

ลงในกระดาษบรู๊ฟ - การอภปิ ราย ตามทกั ษะกระบวนการ

- นาเสนอผลงาน ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70

2. ปฏบิ ัตทิ ักษะกระบวนการ - สรุปผลการทากจิ กรรม - แบบสังเกต - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
ทางวิทยาศาสตร์ได้ (P) ลงในกระดาษบรู๊ฟ ตามทักษะกระบวนการ
- นาเสนอผลงาน ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70

3. มีความสนใจใฝเุ รยี นรู้ - สงั เกตความสนใจ ใฝุเรยี นรู้ - แบบสงั เกต - ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ
ร้อยละ 70
แสดงความคดิ เหน็ วางแผน แสดงความคดิ เห็น วางแผน พฤติกรรมการ

ร่วมกนั รับฟังความคดิ เหน็ (A) ร่วมกัน รบั ฟงั ความคิดเห็น ทางานกลมุ่

7. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
7.1 หนงั สือเรียน วทิ ยาศาสตร์ 1 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรฟู๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 กลอ่ งปรศิ นา 6 กลอ่ ง

แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

38
8. บันทกึ หลังการสอน

8.1 ผลการจัดการเรียนรู้
(1) ดา้ นความรู้ ........................................................................................................................

............................................................................................................................. ....................................................
(2) ด้านทกั ษะ ............................................................................................................................

............................................................................................................................. .....................................................
(3) ดา้ นคณุ ลกั ษณะ ..................................................................................................................

..................................................................................................................................................................................
8.2 ปญั หาและอปุ สรรค

.......................................................................................................................... ........................................................
............................................................................................................................. .....................................................

8.3 ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครูผู้สอน

วันท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
.......................................................................................................................................................................... ........
........................................................................................................................... ......................................................

ลงชอ่ื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…

แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

39
9. ผลการนเิ ทศ

ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี

แผนการจัดการเรียนรู้
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
 เน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
 ยังไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

ภาพรวมของแผนการจัดการเรียนรู้
 นาไปใช้สอนได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้

ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................ผู้นิเทศ/ผูต้ รวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

40

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เร่ือง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................

คาช้แี จง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเครอ่ื งหมาย  ลงในช่อง

พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ รว่ มกัน ความ ตามท่ไี ดร้ ับ คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8

ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมนิ
........./...................../...........

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกล่มุ
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ตอ่ กลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏิบตั มิ ีประโยชน์ตอ่ กลมุ่
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏิบัติมีประโยชนต์ ่อกล่มุ เล็กน้อย

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี

7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

41

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4

กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเพ็ญพทิ ยาคม

รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 สารบรสิ ุทธ์ิ เรือ่ ง จุดเดอื ดและจดุ หลอมเหลว

เวลาเรยี น 3 ชว่ั โมง ครูผสู้ อน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง

1. สาระการเรยี นรู้/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัตขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหว่างสมบตั ิของสสาร

กบั โครงสรา้ งและแรงยดึ เหน่ียวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกดิ
สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี

ตัวชีว้ ัด (ว 2.1 ม.1/4)
ม.1/4 เปรยี บเทยี บจดุ เดือดจดุ หลอมเหลวของสารบรสิ ุทธ์ิและสารผสม โดยการวัดอุณหภมู ิเขียน

กราฟแปลความหมายขอ้ มูลจากกราฟ หรอื สารสนเทศ
2. สาระสาคัญ

สารบริสุทธิป์ ระกอบดว้ ยสารเพียงชนดิ เดยี ว ส่วนสารผสมประกอบดว้ ยสารตง้ั แต่ 2 ชนิดขนึ้ ไป
สารบริสทุ ธิ์แตล่ ะชนิด มสี มบัตบิ างประการทีเ่ ป็นค่าเฉพาะตวั มีคา่ คงที่ เช่น จดุ เดือด จุดหลอมเหลว และความ
หนาแนน่ แต่สารผสมมีจดุ เดือด จดุ หลอมเหลว และความหนาแนน่ ไม่คงท่ีขน้ึ อยู่กบั ชนดิ และสัดสว่ นของสาร
ที่ผสมอย่ดู ว้ ยกัน
3. จุดประสงค์การเรียนรู้

3.1. อธิบายและเปรยี บเทยี บ จดุ เดือด จุดหลอมเหลวของสารบริสุทธแิ์ ละสารผสม (K)
3.2 ทากิจกรรมการทดลองเปรียบเทยี บจุดเดือดและจดุ หลอมเหลวของสารบริสุทธิ์และสารผสมได้ (P)
3.3. มีความสนใจใฝเุ รยี นรู้ แสดงความคดิ เห็น วางแผนร่วมกัน รบั ฟังความคิดเห็น (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สารบรสิ ทุ ธ์ิ
4.2 สารผสม
4.3 จดุ เดอื ด
4.4 จุดหลอมเหลว
5. กระบวนการจดั การเรยี นรู้ (จดั กระบวนการเรยี นการสอนแบบ 5Es)
5.1 ขั้นสรา้ งความสนใจ (engagement)

5.1.1 ครนู าเข้าสูบ่ ทเรียน โดยใช้คาถามดังน้ี
- ให้นักเรียนสังเกตภาพและอ่านเนอื้ หานาหน่วยที่ 2 ในหนังสือเรียน รว่ มกนั อภิปรายและตอบ
คาถาม ดงั ต่อไปน้ี

(1) นักเรยี นสงั เกตเห็นอะไรในภาพ (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจของนกั เรยี น)
(2) สงิ่ ทเี่ ห็นในภาพมลี ักษณะเหมือนและแตกตา่ ง กันอยา่ งไร
(นักเรยี นตอบคาถามตามความเขา้ ใจของนักเรียน เชน่ เปน็ ของแข็งและ มนั วาว
เหมือนกนั แตม่ รี ูปร่างท่แี ตกตา่ ง กันลักษณะเป็นก้อน คดโคง้ ทรงกระบอก คลา้ ยทอ่ )
(3) ถา้ นักเรียนต้องการทราบวา่ ส่ิงทเ่ี ห็นในภาพ เป็นสารผสมหรือสารบริสทุ ธิจ์ ะต้องทา
อยา่ งไร (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง เชน่ นาไปทดลอง นาไปแยกสารหรืออืน่ ๆ)
- ให้นักเรียนคน้ หาคาตอบของคาถามโดยอา่ นเนื้อหา นาหนว่ ยและอภปิ รายคาตอบท่ีถูกต้อง

แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

42

- ใหน้ ักเรยี นร่วมกันวเิ คราะหค์ าถามนาหนว่ ย และ อภิปรายวา่ ในหน่วยน้ีนักเรยี นจะได้เรียนรู้
เกีย่ วกบั เรือ่ งอะไร

5.1.2 เชอ่ื มโยงเขา้ สูบ่ ทท่ี 1 โดยครูอาจใชค้ าถามว่า นักเรยี นมคี วามรู้เกย่ี วกับสารบรสิ ทุ ธ์หิ รอื ไม่
สารบริสุทธแ์ิ ตกต่างจากสารผสมอยา่ งไร และสารบรสิ ทุ ธมิ์ ีสมบตั อิ ยา่ งไร

5.1.3 ให้นกั เรียนดภู าพในหนังสอื เรียนหรือสื่ออน่ื ๆทเี่ กีย่ วกับ ทองคาแท่งและทองรปู พรรณ
โดยครูใชค้ าถาม ใหน้ กั เรยี นอภิปรายวา่ ทองคาแท่งและทองรปู พรรณเหมือนหรือต่างกนั อย่างไร
จากน้นั ให้นักเรียน ตรวจสอบคาตอบของตนเอง โดยอ่านเนื้อหานาบท และนาอภปิ รายโดยอาจใช้คาถาม
ตอ่ ไปน้ี

(1) เพราะเหตใุ ด ทองคาแท่งจึงเปน็ สารบรสิ ุทธิ์ และทองรูปพรรณจึงเป็นสารผสม
(ทองคา แทง่ เป็นสารบริสุทธ์ิ เนอ่ื งจากเป็นทองคา 100% ไมม่ สี ว่ นผสมของโลหะ
ชนิดอนื่ ๆ แต่ ทองรปู พรรณมโี ลหะชนิดอ่นื ผสมอยู่ เชน่ เงิน ทองแดง)
(2) ทองคาแทง่ และทองรูปพรรณมีสมบัตติ ่าง กันอย่างไร
(ทองคาแทง่ มคี วามเหนียว สามารถยืดขยายตีหรือรีดแผ่ไปได้ทุกทิศทาง มีความ
ออ่ นตวั มากกวา่ โลหะชนดิ อ่ืน ๆ ทาให้ ไม่สามารถประดิษฐ์เป็นรปู ทรงตา่ ง ๆ ตาม ทตี่ อ้ งการไดส้ ว่ น
ทองรูปพรรณมสี ่วนผสม ของโลหะอืน่ ทาใหม้ ีสมบัตแิ ข็งและคงรปู ดีขน้ึ สามารถประดิษฐ์เปน็
เคร่ืองประดบั ไดง้ ่ายข้นึ )
(3) นักเรียนคิดวา่ ทองรปู พรรณมจี ดุ เดือด จุดหลอมเหลว และความหนาแน่นเหมือน
หรือต่างจากทองคาแทง่ อย่างไร (นักเรยี น สามารถตอบได้ตามความเขา้ ใจของตนเอง)
5.1.4 ทบทวนความรู้เกย่ี วกบั องค์ประกอบของสารผสมและสารบรสิ ุทธิโ์ ดยใชค้ าถามต่อไปน้ี
- สารผสมและสารบริสุทธม์ิ ีองค์ประกอบแตกต่างกนั อย่างไร จากนน้ั อภิปรายรว่ มกัน
เพ่อื ให้ได้ขอ้ สรปุ ว่า สารผสมเปน็ สารทม่ี อี งค์ประกอบต้ังแต่ 2 ชนิดข้ึนไป เช่น ทองรูปพรรณ เป็น สาร
ผสมระหว่างทองคาและโลหะอื่น น้าเกลือ เปน็ สารผสมระหวา่ งน้าและเกลือ สว่ นสารบริสทุ ธเ์ิ ป็นสารทมี่ ี
องคป์ ระกอบ เพียงชนดิ เดียว เช่น ทองคาแทง่ นา้ กลั่น กลโู คส
5.1.5 ให้นักเรยี นอ่านคาถามนาบท จุดประสงค์ของบทเรยี น และอภิปรายรว่ มกนั เพื่อให้
นักเรียนทราบขอบเขตเนื้อหาเปาู หมาย การเรียนรแู้ ละแนวทางการประเมนิ ทีน่ ักเรียนจะไดเ้ รยี นรูใ้ น
บทเรยี นนี้
(นกั เรยี นจะได้เปรียบเทียบจุดเดอื ด จดุ หลอมเหลว และความหนาแน่นของสารบริสุทธ์แิ ละ
สารผสม)
5.2 ขนั้ สารวจและค้นหา (exproration)
5.2.1 แบง่ นักเรียนออกเป็น 6 กลมุ่ ตามกลุ่มเดมิ เม่ือชว่ั โมงที่แลว้
5.2.2 ให้นักเรียนดภู าพนาเรื่อง อ่านเนอื้ หานาเรือ่ ง รู้จัก คาสาคัญ และทากิจกรรมทบทวน
ความรู้ก่อนเรียน แล้วนาเสนอผลการทากิจกรรม หากครูพบวา่ นักเรียน ยงั ทากิจกรรมทบทวนความรู้
ก่อนเรยี นไม่ถูกต้อง ครูควรทบทวนหรอื แก้ไขความเข้าใจผดิ ของนักเรยี น เพื่อใหน้ ักเรยี นมคี วามร้พู ืน้ ฐาน
ทีถ่ กู ต้องและเพียงพอ ทจ่ี ะเรียนเร่อื งจดุ เดือดและจดุ หลอมเหลวของสาร ต่อไป
5.2.3 ตรวจสอบความรเู้ ดิมเกี่ยวกับจุดเดือดจุดหลอมเหลวของสารบรสิ ุทธ์แิ ละสารผสมของ
นักเรยี นโดยใหท้ ากจิ กรรม รู้อะไรบา้ งก่อนเรยี น นกั เรยี นสามารถเขยี นได้ตามความเขา้ ใจของนักเรียน
โดยครไู มเ่ ฉลยคาตอบ และครูนาข้อมลู จากการความร้เู ดมิ ของ นักเรียนนไี้ ปใช้ในการวางแผนการจัดการ
เรียนร้วู า่ ควรเน้นยา้ หรอื อธิบายเร่อื งใดเป็นพิเศษ เม่ือนกั เรียนเรยี นจบเรือ่ งนแี้ ล้ว นักเรยี นจะมีความรู้
ความเข้าใจครบถว้ น ตามจุดประสงคข์ องบทเรยี น
5.2.4 นาเข้าสกู่ จิ กรรมท่ี 2.1 จุดเดือดของสารบริสทุ ธแิ์ ละสารผสมเปน็ อยา่ งไร โดยช้ีแจงวา่
นกั เรยี นจะไดเ้ รยี นสมบัติเกย่ี วกบั จุดเดือดของสารบรสิ ุทธ์ิและสารผสมต่อไป

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

43

- ใหน้ กั เรียนอ่านวิธกี ารดาเนินกิจกรรมในหนังสือเรียน
- แนะนาใหน้ ักเรียนวางแผนการทางานร่วมกนั และออกแบบตารางบันทึกผลให้เรียบร้อย
กอ่ นทากิจกรรม โดยให้นกั เรียน ออกแบบวธิ ีการบันทึกผลเพื่อนาข้อมูลอุณหภมู ขิ องสารกับเวลามาเขียน
กราฟความสัมพันธร์ ะหวา่ งอุณหภมู ิกบั เวลาของ นา้ กลั่นและสารละลายโซเดียมคลอไรด์ เมือ่ ไดร้ ับความ
ร้อน ครูตรวจสอบการออกแบบตารางบันทกึ ผลของนักเรียนแต่ละกลมุ่ โดยอาจใหบ้ างกล่มุ นาเสนอ
ตารางทีอ่ อกแบบและครใู ห้คาแนะนาปรับแก้ตามความเหมาะสม
- ให้นักเรยี นทากิจกรรมตามแผนทวี่ างไว้ครสู ังเกตวธิ กี ารจดั อปุ กรณ์การวัดอุณหภมู ิและการ
บันทึกผลการสงั เกตของนักเรียนทกุ กลุ่ม เพอ่ื ให้คาแนะนาหากเกดิ ข้อผดิ พลาดในขณะทากจิ กรรม
รวมทง้ั นาข้อมลู ท่ีควรจะปรับปรงุ และแกไ้ ขมาใชป้ ระกอบ การอภปิ รายหลังทากจิ กรรม
5.2.5 ให้นกั เรียนทากิจกรรม 2.2 จุดหลอมเหลวของสารบริสุทธแ์ิ ละสารผสมเปน็ อย่างไร
- ใหน้ กั เรยี นอ่านวิธกี ารดาเนินกิจกรรมในหนังสือเรยี น และร่วมกันอภิปรายในประเด็น
ดังตอ่ ไปนี้

(1) กจิ กรรมนเี้ ก่ียวกบั เรือ่ งอะไร (จุดหลอมเหลวของสารบริสทุ ธ์แิ ละสารผสม)
(2) จุดประสงคข์ องกจิ กรรมน้ีคอื อะไร (นักเรยี นตอบตามความคดิ ของตนเอง)
(3) วธิ ีดาเนนิ กิจกรรมมขี นั้ ตอนโดยสรุปอยา่ งไร (วเิ คราะห์ข้อมลู เกี่ยวกบั ชว่ งอณุ หภมู ิที่
หลอมเหลวของแนฟทาลีน และกรดเบนโซอิกในแนฟทาลนี ที่มีอตั ราสว่ นต่างกันจากตาราง
จากน้นั หาจดุ หลอมเหลวของสารและอภิปราย รว่ มกนั เพอื่ เปรียบเทยี บชว่ งอุณหภูมทิ ี่
หลอมเหลว และจุดหลอมเหลวของแนฟแนฟทาลีนและกรดเบนโซอกิ ในแนฟทาลนี แลว้ ตอบ
คาถามทา้ ยกจิ กรรม)
- ควรใหค้ วามรูว้ ธิ กี ารหาจุดหลอมเหลวของของแข็งโดยใหน้ กั เรียนชมวดี ิทศั นห์ รือชมการสาธิต
ของครูและอภปิ รายเพื่อให้ ไดข้ อ้ สรปุ วา่ การหาจดุ หลอมเหลวของของแข็งทาโดยบดของแข็งให้ละเอียด
บรรจุในหลอดแคปปลิ ลารปี ริมาณเลก็ น้อย ผกู กบั เทอร์มอมเิ ตอร์แล้วใหค้ วามร้อนผ่านน้า เมือ่ หาจุด
หลอมเหลวของแนฟทาลีนและสารผสมของกรดเบนโซอิกใน แนฟทาลนี ที่มอี ัตราส่วนผสมตา่ งๆจะได้ผล
ตามทแี่ สดงในหนังสือเรยี น
- ย้าใหน้ กั เรยี นวิเคราะห์ข้อมูลในตารางช่วงทอ่ี ุณหภมู ทิ ี่หลอมเหลวของแนฟทาลีนและตาราง
ชว่ งที่อุณหภมุ ิท่หี ลอมเหลวของ กรดเบนโซอกิ นาช่วงการหลอมเหลวมาหาจดุ หลอมเหลวของสารแต่ละ
ชนดิ แลว้ ตอบคาถามท้ายกจิ กรรม และนาเสนอ ผลการวิเคราะห์ข้อมลู
- ให้เวลานักเรยี นรว่ มกันวิเคราะห์ข้อมลู ในตาราง
- เดนิ สงั เกตการทากิจกรรมของนกั เรยี น ถ้าพบว่านักเรยี นส่วนมากไม่สามารถวิเคราะห์ขอ้ มูลได้
ครูควรกาหนดประเด็นให้ นักเรียนวเิ คราะห์ เพื่อช่วยให้นักเรยี นมีแนวทางในการวเิ คราะห์
5.3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ให้นักเรียนนาข้อมูลเกยี่ วกับการเปล่ียนแปลงอณุ หภมู ิของนา้ กลั่นและสารละลายโซเดยี ม
คลอไรด์มาเขยี นกราฟแสดงความ สัมพันธร์ ะหว่างอุณหภูมิกับเวลาด้วยวธิ กี ารต่างๆ เชน่ เขียนลงใน
กระดาษกราฟ หรือใชโ้ ปรแกรมซอฟแวรส์ าเร็จรูป
5.3.2 ให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการทากจิ กรรม โดยทกุ กลุม่ นาข้อมูลไปเขยี นกราฟลงใน
กระดาษกราฟแผน่ เดยี วกัน หรือนาข้อมูลไปสรา้ งกราฟเปรียบเทียบกนั โดยใช้โปรแกรมซอฟแวร์
สาเร็จรูป จากนนั้ รว่ มกนั อภิปรายเปรยี บเทียบข้อมูลทแี่ ต่ละกลุ่มได้จากการทากจิ กรรม และสาเหตทุ ่ีทา
ใหเ้ กดิ ผลคลาดเคล่ือน เช่น การจัดอปุ กรณ์และการอ่านคา่ อุณหภูมิไมถ่ ูกต้อง
5.3.3 ให้นกั เรยี นตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม และร่วมกันอภิปรายคาตอบเพ่ือให้ได้ข้อสรุปวา่
อุณหภูมขิ ณะเดอื ดของน้ากลั่นและสารละลายโซเดียมคลอไรด์เปน็ อยา่ งไร

แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

44

5.3.4 ให้นกั เรยี นตอบคาถามระหวา่ งเรียน เพื่อประเมนิ ความเข้าใจเกี่ยวกบั จุดเดือดของสาร
บริสุทธิแ์ ละสารผสมในหนงั สือเรยี น และรว่ มกนั อภิปรายคาตอบ

5.3.5 ใหน้ กั เรยี นร่วมกันอภปิ รายโดยใช้ข้อมลู ที่ได้จากการนาเสนอและตอบคาถามท้ายกจิ กรรม
จากนนั้ ครูและนักเรียน รว่ มกันอภิปรายคาตอบร่วมกนั เพอ่ื ให้นักเรยี นสรปุ ได้ว่าจดุ หลอมเหลวของแนฟ
ทาลนี ท้ัง 3 ครั้ง มีค่าใกล้เคียงกนั แนฟทาลีนซงึ่ เปน็ สารบริสุทธ์ไิ มไ่ ด้หลอมเหลวจนหมดที่อณุ หภูมิ
เดียวกนั และมชี ว่ งอุณหภูมทิ ี่หลอมเหลวคอ่ นขา้ งแคบ ส่วนกรดเบนโซอิก ในแนฟทาลนี มีชว่ งอุณหภูมทิ ่ี
หลอมเหลวคอ่ นข้างกว้าง และจดุ หลอมเหลวไมค่ งท่ีขึ้นอยู่กับอตั ราส่วนของสารผสมนัน้ ๆ

5.3.6 อภปิ รายเพิ่มเติมความร้โู ดยให้นกั เรียนอ่านเนื้อหาท้ายกิจกรรมที่ 2.2 จากน้นั ครตู ้ัง
คาถาม เพอ่ื ให้ได้ข้อสรุปวา่ จุดหลอมเหลว (melting point) คอื อุณหภูมิทขี่ องแข็งเปล่ยี นสถานะเปน็
ของเหลว ซงึ่ สารแต่ละชนิดมีจดุ หลอมเหลวแตกตา่ งกัน โดยสารบริสุทธมิ์ ีจุดหลอมเหลวคงที่ เนอื่ งจาก
ประกอบด้วยสารเพียงอยา่ งเดียว จึงทาใหค้ วามร้อนท่ใี ช้เปลย่ี นสถานะ จากของแข็งเปน็ ของเหลวมคี ่า
เท่ากนั สังเกตไดจ้ ากแนฟทาลีนท่ีเป็นสารบรสิ ุทธิ์มชี ว่ งอณุ หภมู ิทหี่ ลอมเหลวค่อนขา้ งแคบ ไม่หลอมเหลว
หมดท่ีอุณหภูมิเดยี วกันเนื่องจากโดยท่ัวไปสารบริสทุ ธ์ิมักอาจมสี ่งิ เจือปนอยูบ่ า้ ง จึงทาให้อุณหภมู ิทส่ี าร
เริม่ หลอมเหลว และอณุ หภูมิที่สารหลอมเหลวหมดไม่เปน็ อุณหภูมเิ ดียวกนั ส่วนสารผสมมีจดุ หลอมเหลว
ไม่คงที่ สงั เกตได้จากจดุ หลอมเหลวของกรดเบนโซอิกในแนฟทาลีน ท่ีมีอัตราสว่ นระหว่างกรดเบนโซอิก
กับแนฟทาลนี แตกต่างกนั จะมีจุดหลอมเหลวไม่เทา่ กันและมชี ่วงอณุ หภูมิทห่ี ลอมเหลวกว้าง เพราะแนฟ
ทาลีนมีกรดเบนโซอิกเจือปนมาก

5.3.7 ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามระหวา่ งเรียน เพ่ือประเมินความเข้าใจเกีย่ วกับจุดหลอมเหลวของ
สารบริสุทธแิ์ ละสารผสมใน หนังสือเรยี น และรว่ มกนั อภิปรายคาตอบดังตวั อยา่ ง
5.4 ข้ันขยายความรู้ (elaboration)

5.4.1 ให้นกั เรยี นอา่ นเน้ือหาในหนังสือรว่ มกันอภิปราย เพื่อใหไ้ ด้ขอ้ สรุปเกยี่ วกับจุดเดือด
ของสารบรสิ ุทธ์ิและสารผสม ตามประเดน็ ดังน้ี

• สารบริสทุ ธแิ์ ละสารผสมที่ใช้ในกจิ กรรมนี้คือสารใด (น้ากล่ันและสารละลายโซเดยี มคลอไรด์)
• จุดเดอื ดของน้ากล่นั และสารละลายโซเดียมคลอไรดแ์ ตกต่างกันเพราะเหตุใด
• สารบรสิ ุทธิแ์ ละสารผสมจะมจี ุดเดือดเช่นเดียวกับน้ากลัน่ และสารละลายโซเดยี มคลอไรด์
หรอื ไม่
- ครเู ช่อื มโยงความรเู้ กย่ี วกับจุดเดือดของสารบรสิ ทุ ธแ์ิ ละสารผสมเพอ่ื ให้ได้ข้อสรปุ วา่ สาร
บริสทุ ธ์ิมีจุดเดอื ดคงท่แี ละสารผสม มีจุดเดอื ดไม่คงท่ี เชน่ นา้ กล่ันเปน็ สารบริสุทธ์ิมีองค์ประกอบเพียง
ชนิดเดยี ว จุดเดือดคงท่ี สารบรสิ ทุ ธอิ์ ื่น ๆ ก็มีจดุ เดือด คงทเี่ ช่นเดียวกบั น้ากลนั่ เช่น ปรอทมีจดุ เดือด
356.7 °C กลีเซอรอลมจี ุดเดอื ด 290 °C ส่วนสารละลายโซเดียมคลอไรด์ เป็นสารผสม ประกอบดว้ ย
น้ากล่ันกับโซเดยี มคลอไรด์ มีองค์ประกอบมากกว่า 1 ชนิด ขณะเดือดอตั ราสว่ นผสมระหวา่ ง นา้ กล่ัน
กับโซเดียมคลอไรดจ์ ะเปล่ยี นแปลงไปไม่คงท่ี จดุ เดอื ดจงึ ไม่คงท่ี สารผสมอ่ืน ๆ ก็มจี ดุ เดือดไมค่ งท่เี ช่นกนั
เชน่ น้าเชื่อม สารละลายเอทานอล
5.4.2. นานักเรียนอภปิ รายร่วมกัน โดยให้พจิ ารณาตาราง 2.1 จดุ เดอื ดของนา้ ที่ความดนั ตา่ งๆ
ซึ่งจะเห็นไดว้ ่าจุดเดอื ดของสารข้ึน อยู่กบั ความดันบรรยากาศ โดยความดันบรรยากาศ คือ น้าหนกั ของ
อากาศที่กดลงบนพืน้ โลกในแนวตัง้ ฉากต่อหนึง่ หนว่ ย พ้ืนที่ซง่ึ นักเรียนสามารถศึกษาข้อมูลเพ่มิ เตมิ ไดจ้ าก
กรอบน่ารู้แลว้ ตอบคาถามระหว่างเรียน
5.4.3 ให้นักเรยี นอภิปรายร่วมกนั เพื่อสรุปเรอ่ื งจดุ เดือดและจุดหลอมเหลวจากการทากิจกรรม
ที่ 2.1 และ 2.2 เพื่อให้ได้ ข้อสรุปว่า สารบริสทุ ธแ์ิ ตล่ ะชนดิ มสี มบตั ิบางประการที่เป็นค่าเฉพาะตัว เชน่
จุดเดือดและจุดหลอมเหลวคงท่ี แต่สารผสมมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวไม่คงท่ีขนึ้ อยู่กบั ชนดิ และ

แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

45

อตั ราสว่ นของสารท่ผี สมอยู่ด้วยกัน ซง่ึ จุดเดอื ดและจุดหลอมเหลว ของสารจะเปลี่ยนแปลงไป ขนึ้ อยู่กบั
ความดนั บรรยากาศ และให้นักเรยี นตอบคาถามในหนงั สือเรยี น
5.5 ข้ันประเมนิ (evaluation)

5.5.1 สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ การตอบคาถาม การเข้าร่วมกจิ กรรม

6. การวัดและประเมินผล การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ
1. อธิบายและเปรยี บเทยี บ จุด
เดอื ด จดุ หลอมเหลวของสาร - สรปุ ผลการทากิจกรรม - แบบฝึกหัด - นาเสนองานได้อยา่ งถูกต้อง
บริสุทธิ์และสารผสม (K) ลงในกระดาษบรู๊ฟ
- นาเสนอผลงาน - การอภิปราย ตามทักษะกระบวนการ

ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70

2. ทากจิ กรรมการทดลอง - สรปุ ผลการทากิจกรรม - แบบฝกึ หดั - นาเสนองานได้อยา่ งถูกต้อง
ตามทกั ษะกระบวนการ
เปรียบเทียบจดุ เดือดและจดุ ลงในกระดาษบรู๊ฟ - การอภปิ ราย ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70

หลอมเหลวของสารบรสิ ทุ ธิ์และ - นาเสนอผลงาน - ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
ร้อยละ 70
สารผสมได้ (P)

3. มีความสนใจใฝุเรียนรู้ - สังเกตความสนใจ ใฝเุ รยี นรู้ - แบบสังเกต

แสดงความคดิ เห็น วางแผน แสดงความคดิ เหน็ วางแผน พฤติกรรมการ

ร่วมกัน รบั ฟังความคิดเห็น (A) ร่วมกนั รบั ฟังความคิดเห็น ทางานกลมุ่

7. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
7.1 หนังสอื เรยี น วิทยาศาสตร์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 หนา้ 14 – 22 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรูฟ๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 อุปกรณ์การทดลองตามใบกจิ กรรมท่ี 2.1 และ 2.2
7.5 ใบกจิ กรรม 2.1 และ 2.2 ในหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์

แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

46
8. บันทึกหลังการสอน

8.1 ผลการจัดการเรียนรู้
(1) ดา้ นความรู้ ........................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................... .......
(2) ดา้ นทักษะ ............................................................................................................................

............................................................................................................................. .....................................................
(3) ด้านคณุ ลกั ษณะ ..................................................................................................................

............................................................................................................................. .....................................................
8.2 ปญั หาและอปุ สรรค

............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................

8.3 ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
........................................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. .....................................................

ลงช่ือ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
ครูผู้สอน

วนั ที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…

ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................

ลงช่อื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันที่ ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…

แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

47
9. ผลการนเิ ทศ

ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี

แผนการจัดการเรียนรู้
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
 เน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
 ยังไม่เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

ภาพรวมของแผนการจดั การเรียนรู้
 นาไปใช้สอนได้จรงิ
 ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้

ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................ผู้นิเทศ/ผูต้ รวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม

48

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เร่ือง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................

คาช้แี จง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเครอ่ื งหมาย  ลงในช่อง

พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ รว่ มกัน ความ ตามท่ไี ดร้ ับ คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8

ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมนิ
........./...................../...........

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกล่มุ
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ตอ่ กลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏิบตั มิ ีประโยชน์ตอ่ กลมุ่
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏิบัติมีประโยชนต์ ่อกล่มุ เล็กน้อย

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี

7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม

49

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 5

กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม

รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 สารบรสิ ทุ ธ์ิ เรอ่ื ง ความหนาแน่น

เวลาเรยี น 3 ชว่ั โมง ครูผูส้ อน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง

1. สาระการเรยี นรู้/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด
สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสมบตั ขิ องสสาร

กบั โครงสร้างและแรงยดึ เหนี่ยวระหวา่ งอนุภาค หลักและธรรมชาตขิ องการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ
สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี

ตวั ชวี้ ดั (ว 2.1 ม.1/5 - ม.1/6)
ม.1/5 อธิบายและเปรียบเทียบความหนาแน่นของสารบริสทุ ธแิ์ ละสารผสม
ม.1/6 ใช้เคร่ืองมือเพื่อวดั มวลและปรมิ าตรของสารบริสุทธิ์และสารผสม

2. สาระสาคญั
สารบริสุทธป์ิ ระกอบด้วยสารเพยี งชนิดเดยี ว ส่วนสารผสมประกอบด้วยสารตง้ั แต่ 2 ชนดิ ขน้ึ ไป

สารบรสิ ุทธ์แิ ต่ละชนดิ มีสมบัติบางประการที่เป็นคา่ เฉพาะตัว มคี า่ คงที่ เชน่ จดุ เดือด จุดหลอมเหลว และความ
หนาแน่น แตส่ ารผสมมจี ุดเดือด จุดหลอมเหลว และความหนาแนน่ ไม่คงที่ขึ้นอยู่กบั ชนดิ และสัดส่วนของสาร
ทผี่ สมอยู่ด้วยกัน
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 คานวณ อธิบายและเปรียบเทยี บ ความหนาแนน่ ของสารบริสุทธแ์ิ ละสารผสม (K)
3.2 ใช้เคร่อื งมือเพอ่ื วัดมวลและปริมาตรของสารบรสิ ทุ ธแ์ิ ละสารผสม (P)
3.3 มคี วามสนใจใฝุเรยี นรู้ แสดงความคิดเห็น วางแผนร่วมกนั รับฟงั ความคดิ เห็น (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 มวล
4.2 ปรมิ าตร
4.3 ความหนาแน่น
5. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (จดั กระบวนการเรียนการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้นั สรา้ งความสนใจ (engagement)

5.1.1 ครูนาเขา้ ส่บู ทเรยี น โดยใชค้ าถามดังน้ี
- กระตนุ้ ความสนใจเก่ียวกับเรือ่ งความหนาแนน่ ของสาร โดยให้ดวู ดี ทิ ัศนเ์ กย่ี วกบั การนา
ของเหลวชนิดตา่ ง ๆ ท่ีไม่ผสมเป็นเน้ือเดยี วกันแล้วมาเทรวมกัน นกั เรยี นอธบิ ายสถานการณน์ ีโ้ ดยใช้
คาถามดังนี้ เหตใุ ดของเหลว แตล่ ะชนิดจงึ แยกชนั้ กนั เหตใุ ดของเหลวบางชนดิ อยขู่ า้ งบน บางชนดิ อยู่
ด้านลา่ ง หรือใหน้ ักเรยี นสงั เกต ภาพเรอื ดาน้าในมหาสมุทร และอา่ นคาบรรยาย
ใตภ้ าพ จากน้ันร่วมกนั อภปิ รายโดยใช้คาถาม ดงั น้ี
• นกั เรยี นคดิ วา่ ความหนาแน่นคอื อะไร (นักเรยี นสามารถตอบไดต้ ามความเข้าใจของ นกั เรียน
เองโดยครยู ังไมต่ ้องเฉลยว่าความหนาแนน่ คอื อะไร)
• ความหนาแน่นมีความเกย่ี วข้องกับเรือดานา้ อย่างไร (การท่เี รอื ดาน้าสามารถดาลงสู่ทะเลลึก
ไดน้ ัน้ ต้องทาใหเ้ รือดานา้ ท้ังลามคี วามหนาแนน่ มากกวา่ นา้ และหากต้องการใหเ้ รือลอยขึ้นสู่
ผิวน้าต้องทาให้เรือมีความหนาแน่นน้อยกวา่ นา้ )

แผนการจดั การเรียนร้วู ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม


Click to View FlipBook Version