50
• ความหนาแน่นของวตั ถหุ าได้อยา่ งไร (นกั เรียน สามารถตอบไดต้ ามความเขา้ ใจของนักเรยี น
เอง โดยครูยังไมต่ ้องเฉลยวา่ ความหนาแน่นของวตั ถหุ าไดอ้ ยา่ งไร)
5.1.2 ใหน้ กั เรียนรู้จักคาสาคัญ ทากจิ กรรมทบทวนความรกู้ ่อนเรยี น แลว้ นาเสนอผลการทา
กิจกรรม หากครูพบวา่ นักเรยี น ยงั ทากจิ กรรมทบทวนความรูก้ อ่ นเรียนไม่ถูกต้องครูควรทบทวนหรือ
แกไ้ ขความเขา้ ใจผิดของนักเรียน เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นมีความรู้ พื้นฐานทถี่ ูกต้องและเพยี งพอท่ีจะเรยี น
เร่อื งความหนาแนน่ ต่อไป
5.1.3 ทบทวนความรพู้ นื้ ฐานเก่ียวกบั เร่ืองมวลและปรมิ าตรโดยอาจใชค้ าถามต่อไปนี้
(1) มวลคืออะไรและหน่วยของมวลคอื อะไร (มวลคือ ปริมาตรของเน้ือท้ังหมดของสาร
ท้ังของแข็งของเหลวและ แก๊สต่างก็มีมวล หน่วยของมวล คือ กรัมหรือกโิ ลกรัม)
(2) ปรมิ าตรคืออะไร และหน่วยของปรมิ าตรคืออะไร (ปริมาตรคอื ความจุของวัตถทุ ่ีมี
รปู ทรง 3 มิติ วตั ถทุ ุกชนิดมปี ริมาตรทัง้ สิ้น หน่วยของปรมิ าตรที่เปน็ มาตรฐานมีไดห้ ลากหลาย
เช่น cm3 หรอื m3 หรอื อ่นื ๆ)
5.1.4 ตรวจสอบความร้เู ดมิ เกี่ยวกับความหนาแนน่ ของสารบริสทุ ธ์แิ ละสารผสมของนกั เรียนโดย
ใหท้ ากจิ กรรมรู้อะไรบ้างก่อนเรยี น นักเรยี นสามารถเขยี นได้ตามความเขา้ ใจของนักเรียน โดยครูไมเ่ ฉลย
คาตอบ และครูนาขอ้ มลู จากการตรวจสอบความรู้เดิม ของนกั เรียนน้ไี ปใช้ในการวางแผนการจัดการ
เรียนร้วู ่าควรเนน้ ย้า หรอื อธิบายเรอื่ งใดเปน็ พิเศษ เม่ือนกั เรียนเรยี นจบเรอื่ งนี้ แล้ว นกั เรียนจะมีความรู้
ความเขา้ ใจครบถ้วน ตามจุดประสงค์ของบทเรยี น
5.1.5 ให้นักเรยี นอา่ นทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั เรือ่ ง ทะเลสาปเดดซี(Dead Sea)และร่วมกัน
อภิปรายถงึ ความหมายของความหนาแน่น หน่วยความหนาแนน่ วธิ ีการคานวณความหนาแน่นของสาร
จากเร่ืองดังกล่าวครใู ห้นักเรียนอภปิ รายตัวอย่างโจทยเ์ กี่ยวกบั การคานวณความหนาแน่นของสารและ
ตอบคาถามชวนคดิ
5.1.6 นาเข้าสู่กจิ กรรมท่ี 2.3 ความหนาแน่นของสารบรสิ ทุ ธิ์และสารผสมเปน็ อยา่ งไร โดยกลา่ ว
กับนักเรียนวา่ ในกจิ กรรมนี้ นกั เรยี นจะไดท้ ดลองชั่งมวล และหาปริมาตรของวตั ถุ เพื่อนามาคานวณหา
ความหนาแนน่ ของสาร ครทู บทวนวธิ กี ารใช้ เครอ่ื งช่งั มวล
5.1.7 ให้นักเรียนอ่านเกรด็ น่ารเู้ พ่ือทาความเขา้ ใจเกย่ี วกบั วิธีการหาปรมิ าตรของสารโดยใช้ถ้วย
ยรู ีกา โดยครูอาจสุ่มให้ตัวแทน นกั เรียนแต่ละกลุ่มอธบิ ายถึงวิธกี ารใชถ้ ว้ ยยรู ีกา เพื่อประเมินความเข้าใจ
การใชถ้ ว้ ยยรู กี า
5.2 ขน้ั สารวจและค้นหา (exproration)
5.2.1 แบ่งนกั เรยี นออกเป็น 6 กลมุ่ ตามกลุ่มเดิมเมื่อชั่วโมงท่ีแลว้
5.2.2 ใหน้ กั เรยี นอา่ นวธิ ีการดาเนินกิจกรรมในหนงั สือเรยี น ตอนท่ี1 ความหนาแน่นของสาร
บริสทุ ธ์ิ
5.2.3 ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ วางแผนรว่ มกันในการคานวณความหนาแน่นของสารแตล่ ะชนดิ
ตามทห่ี นังสือเรยี นกาหนดรวมทงั้ ออกแบบตารางบนั ทกึ ผลการทากจิ กรรมและวธิ ีการคานวณ
5.2.4 ให้นกั เรียนทากิจกรรมตามแผนท่ีวางไว้และสงั เกตความถกู ต้องในการใช้เครื่องมือ ไดแ้ ก่
การใชเ้ คร่อื งชัง่ ถว้ ยยูรีกา และกระบอกตวง พร้อมทั้งใหค้ าแนะนาเพม่ิ เติมเมื่อพบว่านักเรยี นปฏบิ ัติไม่
ถกู ต้อง
5.2.5 ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการทากจิ กรรม โดยนาผลการทากิจกรรมมาเขยี นใน
ตารางบนั ทึกผลการทากิจกรรม ทต่ี ดิ หนา้ หอ้ งเรยี นเพื่อเปรียบเทยี บข้อมูลของแต่ละกลุม่
5.2.5 ร่วมกันอภปิ รายเปรียบเทียบขอ้ มูลทไ่ี ดจ้ ากการทากจิ กรรม และสาเหตุทท่ี าให้เกิดผลการ
ทากจิ กรรมคลาดเคล่อื น เชน่ การจัดอปุ กรณ์และการอ่านค่ามวลและปรมิ าตรของสารไม่ถกู ต้อง
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
51
5.2.6 ให้นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายโดยใชข้ อ้ มูลท่ีได้จากการนาเสนอและตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม
ตอนท่ี 1 เพ่ือใหน้ ักเรียนสรุป ได้ว่า คา่ ความหนาแน่นเฉล่ียของเหลก็ ก้อนที่ 1 และ 2 ทม่ี ีขนาดแตกตา่ ง
กัน ของทกุ กลมุ่ มีค่าเท่ากนั หรอื ใกล้เคยี งกัน ส่วนค่าความหนาแน่นเฉลีย่ ของทองแดงก้อนท่ี 1 และ 2 ท่ี
มขี นาดแตกต่างกนั ของทุกกลุม่ ก็มีค่าเท่ากันหรือใกล้เคยี งกัน เช่นกัน เนื่องจากก้อนเหล็กและกอ้ น
ทองแดงเป็นสารบรสิ ุทธิท์ ีม่ ีความหนาแนน่ เป็นค่าเฉพาะตวั ของสารนั้น ณ สถานะ อุณหภูมิและความดัน
หนึ่ง
5.2.7 เชอื่ มโยงความรู้ของนักเรียนทไ่ี ด้จากการอภปิ รายกจิ กรรมตอนท่ี 1 กบั กิจกรรมท่จี ะเรียน
ต่อไปวา่ เมื่อทราบแล้ววา่ ความหนาแนน่ ของสารบริสุทธซ์ิ ึ่งเป็นคา่ เฉพาะตวั ของสารแล้วความหนาแน่น
ของสารผสมเปน็ อย่างไร ศึกษาไดจ้ าก กิจกรรมตอนท่ี 2 ความหนาแน่นของสารผสม
5.2.8 ใหน้ ักเรียนอ่านวิธีการดาเนินกิจกรรมในหนังสือเรียน กจิ กรรมตอนท่ี 2 ความหนาแน่น
ของสารผสม
5.2.9 ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ วางแผนร่วมกันในการคานวณความหนาแนน่ ของสารแตล่ ะชนดิ
ตามทห่ี นงั สอื เรยี นกาหนด รวมทั้งออกแบบตารางบนั ทึกผลการทากิจกรรมและวิธกี ารคานวณ
5.2.10 ให้นกั เรยี นทากิจกรรมตามแผนท่วี างไวแ้ ละสงั เกตความถูกตอ้ งในการใช้เครื่องมือได้แก่
การใชเ้ ครอ่ื งชงั่ และกระบอกตวง พร้อมทง้ั ใหค้ าแนะนาเพ่ิมเติมเม่ือพบว่านักเรียนปฏิบัติไมถ่ ูกต้อง
5.3 ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกล่มุ นาเสนอผลการทากิจกรรม โดยใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอวธิ ีการ
และนาตารางบันทกึ ผล การทากจิ กรรมติดหน้าหอ้ งเรยี นเพื่อเปรียบเทียบขอ้ มลู ของแตล่ ะกลมุ่
5.3.2 ร่วมกนั อภปิ รายเปรียบเทยี บข้อมูลท่ีได้จากการทากิจกรรม และสาเหตุที่ทาให้เกิดผลการ
ทากิจกรรมคลาดเคลอ่ื น เชน่ การจดั อปุ กรณแ์ ละการอา่ นค่ามวลและปริมาตรของสารไม่ถกู ต้อง
5.3.4 ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายขอ้ มูลทีไ่ ด้จากการทากิจกรรมตอนท่ี 2 ซง่ึ ควรเปน็ ข้อเท็จจรงิ
ทไี่ ดจ้ ากการทากจิ กรรมและการบันทึกผลของนักเรียน และตอบคาถามทา้ ยกิจกรรมตอนที่ 2 เพ่ือให้
นกั เรยี นสรุปไดว้ า่ สารละลายโซเดียมคลอไรด์ ทง้ั 2 ชดุ เป็นสารผสมทีม่ โี ซเดยี มคลอไรด์ผสมกับน้าใน
อัตราสว่ นท่แี ตกตา่ งกนั จึงมีค่าความหนาแน่นเฉล่ียแตกต่างกัน สว่ นสารละลายนา้ ตาลทรายทัง้ 2 ชดุ
เป็นสารผสมทมี่ ีน้าตาลทรายผสมกบั น้าในอัตราสว่ นท่แี ตกต่างกนั จึงมีคา่ ความ หนาแน่นเฉลีย่ แตกตา่ ง
กัน ดงั นั้นสารผสมจะมีความหนาแน่นไม่คงท่ี โดยสารผสมชนิดเดียวกันทีม่ ีอัตราส่วนของสารผสม
ต่างกัน มคี วามหนาแน่นไม่เท่ากันข้นึ อย่กู บั อตั ราส่วนของสารทีน่ ามาผสมกัน
5.3.5 ใหน้ กั เรยี นร่วมกันอภิปรายผลจากการทากจิ กรรมตอนท่ี1และตอนท่ี2เกย่ี วกับการหา
ความหนาแน่นของสารบรสิ ุทธิ์ และสารผสมเพอื่ ให้ได้ขอ้ สรุปว่า ความหนาแนน่ ของสาร เป็นปริมาณ
แสดงความสัมพันธร์ ะหว่างมวลของสารใน หน่งึ หนว่ ยปรมิ าตรของสารนัน้ โดยสารบริสุทธแิ์ ต่ละชนดิ มี
ความหนาแน่น หรือมวลต่อหนึ่งหนว่ ยปริมาตรคงที่ เปน็ ค่าเฉพาะของสารน้นั ณ สถานะอุณหภูมแิ ละ
ความดันหน่งึ แต่สารผสมมีความหนาแนน่ ไม่คงที่ขึ้นอยูก่ ับชนิดและ อัตราสว่ นของสารท่ผี สมอย่ดู ้วยกนั
5.3.6 ให้นกั เรยี นตอบคาถามระหว่างเรยี นเพื่อประเมินความรู้ระหว่างเรียน เกยี่ วกบั ความ
หนาแนน่ ของสารบริสุทธแ์ิ ละ สารผสม
5.3.7 เชอ่ื มโยงความรูเ้ กีย่ วกับความหนาแนน่ ของสารบริสุทธิแ์ ละสารผสมจากการทากิจกรรม
2.3 ไปสู่ความหนาแนน่ ของสารบริสุทธ์ิชนดิ ตา่ งๆ ท่คี วามดันเดยี วกนั ตามข้อมลู ในตาราง 2.2 ในหนงั สอื
เรยี น เพ่อื ใหน้ ักเรยี นวิเคราะห์ขอ้ มูลเกีย่ วกับ สถานะและความหนาแนน่ ของสารแล้วตอบคาถามระหวา่ ง
เรียน
5.3.8 ให้นักเรยี นอ่านเนื้อหาในหนังสอื เรียนเกย่ี วกับสถานะของสารกบั ความหนาแน่น และให้
นักเรียนรว่ มกันอภิปราย เพอื่ ใหไ้ ดข้ ้อสรุปว่า โดยสว่ นใหญแ่ ล้วสารชนิดเดยี วกนั เม่ือมสี ถานะตา่ งกนั ที่
อณุ หภมู ิและความดันเดียวกนั ของแขง็ จะมีความหนาแนน่ มากกวา่ ของเหลวและแกส๊ เน่ืองจากสารใน
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
52
สถานะของแขง็ อนุภาคจะเรียงชดิ ตดิ กันมากกว่าของเหลว และแก๊ส แต่ในบางกรณีน้าแข็งกับน้า พบว่า
น้าแข็งซงึ่ เป็นของแข็งจะมคี วามหนาแน่นนอ้ ยกว่านา้ ซึ่งเป็นของเหลว สารตา่ งชนิดกัน สารในสถานะ
ของแข็งไมจ่ าเปน็ ต้องมากกว่าของเหลวแต่อย่างไรก็ตามสารในสถานะของแข็งและของเหลว จะมคี วาม
หนาแนน่ มากกวา่ แกส๊ หลังจากนัน้ ครใู ห้นักเรียนตอบคาถามระหวา่ งเรยี นเพ่ือประเมนิ ความรรู้ ะหว่าง
เรียน เกี่ยวกับการคานวณหาคา่ ความหนาแนน่ และเปรยี บเทียบความหนาแนน่ จากข้อมูลในตาราง 2.2
5.3.9 ใชค้ าถามถามนักเรยี น เพ่ือกระตุ้นใหน้ กั เรยี นเกดิ ความอยากรู้และหาคาตอบของคาถาม
ระหว่างเรียนในประเดน็ ต่อไปน้ี
• เครื่องด่มื กระป๋องท่นี กั เรยี นเคยดม่ื มสี ว่ นผสมอะไรบ้าง (นักเรียนตอบคาถามได้ตาม
ประสบการณ์ของตน)
• นักเรียนคิดวา่ เม่ือนาเครื่องดื่มกระป๋องที่มผี สมตา่ งกนั ใส่ลงในนา้ จะเกิดอะไรข้ึน (นักเรียนตอบ
ตามความเขา้ ใจ) โดยครูอาจแนะนาให้นกั เรียนทดลองทากิจกรรมดงั กล่าวนอกเวลาเรียน
5.4 ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ใหน้ กั เรียนอภิปรายร่วมกันเก่ยี วกับประโยชน์จากการนาความรู้เร่ืองความหนาแน่นของ
สารมาใชใ้ นชวี ิตประจาวนั เพื่อให้นักเรียนเห็นความสาคญั ในการเรียนเร่อื งดังกลา่ ว พร้อมท้งั อธิบาย
ขยายความรเู้ กีย่ วกับโครงสรา้ งของเรือเดินสมุทร ท่สี ามารถลอยน้าได้และหลักการทางานของเรือดาน้าที่
ทาให้ลอยหรือจมลงสูใ่ ต้ท้องทะเล ตามเนื้อหาในหนังสือเรียน
5.4.2 ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั สรปุ หัวขอ้ เร่ืองในบทเรียนท่ี 1 สมบัติของสารบริสุทธิ์จากน้นั ครใู ห้
นกั เรยี นทากิจกรรมตรวจสอบ ตนเอง เพื่อสรุปองค์ความรู้ที่ไดเ้ รียนรู้จากบทเรยี น โดยการเขยี นบรรยาย
วาดภาพ หรอื เขยี นผังมโนทัศน์สง่ิ ที่ได้เรียนรู้ จากบทเรียนสมบัตขิ องสารบรสิ ทุ ธิ์
5.4.3 ใหน้ กั เรียนนาเสนอโดยอาจให้นักเรยี นนาเสนอและอภิปรายภายในกลมุ่ หรอื อภปิ ราย
ร่วมกันในช้ันเรียน หรอื ตดิ ผลงาน บนผนงั ของห้องเรยี นและให้นกั เรยี นเดินพิจารณาให้ความเห็น
จากนัน้ ครแู ละนกั เรยี นอภปิ รายสรุปองค์ความรู้ที่ไดจ้ าก บทเรยี นรว่ มกัน
5.5 ข้นั ประเมนิ (evaluation)
5.5.1 สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ การตอบคาถาม การเข้ารว่ มกจิ กรรม
6. การวดั และประเมนิ ผล การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
วิธีการวดั เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ
1. คานวณ อธิบายและ
เปรียบเทียบ ความหนาแน่น - สรุปผลการทากิจกรรม - แบบฝกึ หดั - นาเสนองานได้อยา่ งถูกต้อง
ของสารบริสุทธ์ิและสารผสม
(K) ลงในกระดาษบรู๊ฟ - การอภิปราย ตามทักษะกระบวนการ
- นาเสนอผลงาน ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
2. ใช้เคร่ืองมือเพ่ือวัดมวลและ - สรุปผลการทากิจกรรม - แบบฝึกหดั - นาเสนองานได้อย่างถูกต้อง
- การอภิปราย ตามทักษะกระบวนการ
ปริมาตรของสารบรสิ ุทธ์ิและ ลงในกระดาษบรู๊ฟ ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
สารผสม (P) - นาเสนอผลงาน
3. มีความสนใจใฝเุ รียนรู้ - สงั เกตความสนใจ ใฝุเรยี นรู้ - แบบสงั เกต - ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ
ร้อยละ 70
แสดงความคิดเหน็ วางแผน แสดงความคิดเหน็ วางแผน พฤติกรรมการ
ร่วมกัน รับฟังความคดิ เหน็ (A) ร่วมกัน รับฟังความคดิ เห็น ทางานกลมุ่
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
53
7. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
7.1 หนังสอื เรยี น วิทยาศาสตร์ 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 หนา้ 23 - 30 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรฟู๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 อุปกรณ์การทดลองตามใบกิจกรรมที่ 2.3
7.5 ใบกจิ กรรม 2.3 ในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์
8. บันทึกหลงั การสอน
8.1 ผลการจดั การเรียนรู้
(1) ดา้ นความรู้ ........................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
(2) ดา้ นทกั ษะ ............................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
(3) ด้านคณุ ลกั ษณะ ..................................................................................................................
..................................................................................................................................... .............................................
8.2 ปญั หาและอปุ สรรค
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.3 ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
................................................................................................................................................................................ ..
ลงชือ่ ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
ครูผ้สู อน
วันที่ ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................... .............................
...................................................................................................... ...........................................................................
ลงชอื่ ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วันท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
54
9. ผลการนเิ ทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชดิ ทอง มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี
แผนการจัดการเรียนรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ
ยังไม่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจัดการเรียนรู้
นาไปใชส้ อนได้จรงิ
ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .....................................................ผู้นิเทศ/ผตู้ รวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
55
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เร่ือง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้แี จง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเครอ่ื งหมาย ลงในช่อง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ รว่ มกัน ความ ตามท่ไี ดร้ ับ คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมนิ
........./...................../...........
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกล่มุ
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ตอ่ กลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏิบตั มิ ีประโยชน์ตอ่ กลมุ่
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏิบัติมีประโยชนต์ ่อกล่มุ เล็กน้อย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
56
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 สารบรสิ ทุ ธิ์ เรอื่ ง การจาแนกสารบรสิ ทุ ธ์ิ
เวลาเรียน 4 ชวั่ โมง ครูผสู้ อน นางสาวนนทยา เชิดทอง
1. สาระการเรยี นร้/ู มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบัตขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหว่างสมบตั ิของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหน่ียวระหวา่ งอนภุ าค หลักและธรรมชาตขิ องการเปล่ยี นแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
ตัวชวี้ ดั (ว 2.1 ม.1/1)
ม.1/1 อธบิ ายสมบตั ิทางกายภาพบางประการของธาตโุ ลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ โดยใช้หลกั ฐานเชงิ
ประจักษ์ทไี่ ด้จากการสงั เกตและการทดสอบและใช้สารสนเทศท่ีไดจ้ ากแหล่งข้อมลู ตา่ งๆ รวมทัง้ จดั กลมุ่ ธาตุเปน็
โลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ
2. สาระสาคญั
สารบรสิ ุทธสิ์ ามารถแบง่ ออกเป็นธาตุและสารประกอบ ธาตุมีองค์ประกอบเพยี งชนดิ เดียวและไมส่ ามารถ
แยกสลาย เป็นสารอน่ื ไดด้ ้วยวธิ ที างเคมสี ว่ นสารประกอบธาตุองค์ประกอบตั้งแต่ 2 ชนิดขน้ึ ไปรวมตวั กันทางเคมี
ในอัตราสว่ นคงท่ี มสี มบตั ิแตกต่างจากธาตุทเี่ ป็นองค์ประกอบ สามารถแยกองค์ประกอบของสารประกอบออก
จากกนั ได้ด้วยวธิ ีทางเคมี
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่างอะตอม ธาตแุ ละสารประกอบ (K)
3.2 ทาการทดลองเพอ่ื แยกองค์ประกอบของสารบริสุทธ์ิได้ (P)
3.3 มคี วามสนใจใฝเุ รียนรู้ แสดงความคดิ เห็น วางแผนร่วมกัน รับฟงั ความคดิ เห็น (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ธาตุ
4.2 สารประกอบ
4.3 สัญลักษณข์ องธาตุ
4.4 สตู รเคมี
5. กระบวนการจดั การเรียนรู้ (จัดกระบวนการเรียนการสอนแบบ 5Es)
5.1 ขั้นสร้างความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครูนาเขา้ สู่บทเรียน โดยใช้คาถามดังน้ี
- ให้นักเรยี นดูภาพเพชรกบั แกรไฟต์ ในหนังสือเรยี น โดยครใู ช้คาถามให้อภิปรายโดยอาจใช้
คาถามตอ่ ไปนี้
• เพชรกับแกรไฟต์มลี กั ษณะเหมอื นหรือแตกต่าง กันอย่างไร (เพชรและแกรไฟต์เป็นของแข็ง
เหมือนกัน เพชรและแกรไฟต์มีลกั ษณะแตกต่าง กัน คือเพชรโปร่งใสและมีความแขง็ แต่แกรไฟต์
ทบึ แสงและเปราะ)
• อนภุ าคทเ่ี ลก็ ทีส่ ดุ ของเพชรและแกรไฟตเ์ หมือน หรือแตกต่างกนั อยา่ งไร (อนภุ าคท่เี ล็กท่ีสุด
ของ เพชรและแกรไฟตเ์ หมือนกนั แต่มีการจัดเรยี งตวั ของอนภุ าคแตกต่างกัน)
• สารบริสทุ ธิอ์ ืน่ ๆ ยังมอี กี หรือไม่ และจะจาแนก สารบริสุทธิ์เหล่าน้ันได้อย่างไร(นักเรยี นตอบ
ตาม ความเข้าใจ เชน่ นา้ ตาล นา้ เกลือแกง)
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
57
5.1.2 ใหน้ ักเรียนอา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรขู้ องบทเรียน และอภิปรายร่วมกนั เพ่ือให้ทราบ
ขอบเขตเน้ือหา เปูาหมายการเรียนรแู้ ละแนวทางการประเมินผล ทน่ี กั เรยี นจะได้เรียนรูใ้ นบทนี้ (นกั เรยี น
จะไดเ้ รียนรู้ เกย่ี วกบั สารบรสิ ุทธ์ปิ ระเภทตา่ งๆ โครงสร้างอะตอม สมบตั ิทางกายภาพบางประการของ
ธาตแุ ละการนาธาตุไปใชป้ ระโยชน์)
5.1.3 ให้นักเรยี นสังเกตภาพในหนงั สือเรยี นอ่านเนื้อหา นาเร่ืองและรจู้ ักคาสาคัญ ทากจิ กรรม
ทบทวน ความรกู้ ่อนเรยี น แล้วนาเสนอผลการทากจิ กรรม หากครพู บวา่ นกั เรียนยังทากิจกรรมทบทวน
ความ ร้กู ่อนเรยี นไม่ถูกต้อง ครูควรทบทวนหรอื แก้ไข ความเข้าใจผดิ ของนกั เรยี น เพ่ือให้นักเรยี นมี
ความรูพ้ ้ืนฐานที่ถูกต้องและเพียงพอทจ่ี ะเรยี น เร่อื งการจาแนกประเภทของสารบริสทุ ธ์ติ อ่ ไป
5.1.4 ตรวจสอบความรู้เดมิ เก่ียวกบั ธาตแุ ละสารประกอบของนกั เรยี น โดยใหท้ ากจิ กรรมรู้
อะไรบา้ งก่อนเรยี น นักเรียนสามารถ เขยี นตามความเข้าใจของนักเรยี น โดยครูไม่เฉลยคาตอบ และครู
นาข้อมูลจากการตรวจสอบความรเู้ ดิมของนักเรียนไปใช้ ในการวางแผนการจัดการเรียนรวู้ ่าควรเน้นยา้
หรอื อธิบายเรื่องใดเปน็ พิเศษ เม่ือนกั เรยี นเรยี นจบเรอื่ งน้ีแล้ว นักเรียน จะมคี วามรู้ความเขา้ ใจครบถ้วน
ตามจดุ ประสงค์ของบทเรยี น
5.1.5 ทบทวนความรู้เก่ยี วกับสารบริสทุ ธิ์และสารผสม โดยนาตวั อยา่ งสารผสมจากกิจกรรม
ทบทวนความรกู้ ่อนเรยี น เชน่ พรกิ กบั เกลอื นา้ ปลา นา้ เกลือ ใหน้ ักเรยี นพิจารณาว่าจะแยกสารผสมออก
จากกันไดอ้ ยา่ งไร (การรอ่ น การระเหยแหง้ การตกผลกึ )และใหน้ ักเรยี นพิจารณาว่าสารบริสทุ ธ์ิ เชน่
เกลือแกง น้า นา้ ตาลจะแยกต่อไปได้อีกหรือไม่อยา่ งไร(สารบรสิ ทุ ธิ์ แยกต่อไปด้วยวธิ ีการทใ่ี ช้กับสารผสม
ไมไ่ ด้)
5.2 ขน้ั สารวจและคน้ หา (exproration) หน้า 40 กิจกรรมท่ี 2.4
กิจกรรมชวั่ โมงที่ 1
5.2.1 แบ่งนกั เรียนออกเปน็ 6 กลมุ่ ตามกลุ่มเดิมเมื่อชั่วโมงทีแ่ ลว้
5.2.2 ครอู ธิบายวิธกี ารทากจิ กรรมท่ี 2.4 เรอื่ งสารบริสุทธม์ิ อี งคป์ ระกอบอะไรบ้าง ให้นกั เรียน
อ่านวิธกี ารดาเนินกิจกรรมในหนงั สือเรยี น
5.2.3 ควรแนะนาใหน้ ักเรยี นวางแผนการทางานรว่ มกัน พร้อมท้งั ออกแบบตารางบนั ทึกผลให้
เรยี บร้อยก่อนทากจิ กรรม และ ตรวจสอบการออกแบบตารางบันทกึ ผลของนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ โดยอาจ
ใหบ้ างกล่มุ นาเสนอ แลว้ ครใู หค้ าแนะนาปรบั แกต้ ารางตามความเหมาะสม
5.2.4 ครเู ตรยี มความพร้อมการทากิจกรรมใหน้ ักเรียน ดงั นี้
- ครูใหน้ ักเรยี นประกอบเคร่ืองแยกน้าดว้ ยไฟฟูา และครูตรวจการต่อวงจรเคร่ืองแยกน้าด้วย
ไฟฟาู ของนักเรียน โดยระวังให้น้าเตม็ หลอดแก้วโดยไมม่ ีฟองอากาศ
- ครูชีแ้ จงวิธกี ารเปรียบเทียบปริมาณสารท่เี กดิ ขนึ้ จากการแยกนา้ ด้วยไฟฟูาในหลอดแก้วทง้ั สอง
หลอดทม่ี ี ขนาดเท่ากนั การเก็บสารในหลอดแก้วและการทดสอบสารที่เกิดข้นึ จากการแยกนา้ ด้วยไฟฟูา
โดยใชธ้ ูปทีเ่ ป็น เปลวไฟและธูปทเี่ ป็นถ่านแดง
- ครชู แ้ี จงให้นกั เรยี นบันทึกผลในตารางท่นี ักเรยี นออกแบบ
5.2.5 ให้นกั เรยี นทากจิ กรรมตามวิธีการในหนงั สือเรียน โดยครสู ังเกตการเปลยี่ นแปลงเมื่อใช้
เครื่องแยกน้าด้วยไฟฟาู การเกบ็ สารจากหลอดแกว้ และการทดสอบสารเพ่ือให้คาแนะนานักเรยี น รวมทง้ั
นาขอ้ มลู มาใชป้ ระกอบการอภปิ รายหลงั กจิ กรรม
5.2.6 เนน้ ให้นกั เรยี นทาการทดสอบสารและสงั เกตการเปล่ียนแปลงทเี่ กิดข้ึนอย่างละเอยี ด และ
วิเคราะหช์ นดิ ของสารท่เี ก็บ ไดจ้ ากขว้ั บวกและขัว้ ลบจากสมบตั ขิ องสาร
5.2.7 ส่งตวั แทนออกมารับ กระดาษ ปากกา และสีจากครหู นา้ ชั้นเรียน
5.3 ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
58
5.3.1. ใหน้ ักเรยี นรวบรวมผลการทากิจกรรม อภิปรายผลและตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมใน
หนงั สอื เรียน แลว้ นาเสนอโดยเลอื ก นกั เรียนให้นาเสนอผลการทากิจกรรมและบนั ทกึ ผลลงบนกระดาน
จากนัน้ ครูให้นักเรยี นกลุม่ อนื่ ทม่ี ีผลแตกตา่ งกนั นาเสนอจนครบทกุ ประเด็น แล้วตอบคาถามทา้ ย
กจิ กรรม
5.3.2 ใหน้ ักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการทากจิ กรรมและเพ่ือให้ได้ข้อสรปุ ว่าสารบรสิ ุทธ์เิ มอ่ื
ไดร้ ับพลงั งานอาจแยกสลาย ใหอ้ งคป์ ระกอบย่อยมากกว่า 1 ชนดิ เชน่ น้ามีองคป์ ระกอบย่อย 2 ชนิด
คือออกซเิ จนและไฮโดรเจนรวมตวั กนั สารบรสิ ุทธ์ิ ท่มี ีองคป์ ระกอบย่อยมากกวา่ 1 ชนดิ เรยี กวา่
สารประกอบ (compound) ส่วนสารบริสุทธิ์ทีม่ อี งค์ประกอบยอ่ ย เพียงชนดิ เดียว เรยี กว่า ธาตุ
(element)
5.3.3 ใหน้ กั เรยี นอ่านเนื้อหาในหนงั สือเรียน รว่ มกันอภปิ รายเพ่อื ใหไ้ ด้ขอ้ สรุปเก่ยี วกบั
องคป์ ระกอบของสารบริสุทธิ์ ตาม ประเด็น ดังนี้
• สารบริสทุ ธท์ิ ม่ี อี งคป์ ระกอบมากกว่า 1 ชนดิ ในอัตราส่วนคงที่ เป็นสารประกอบ
• สารบริสทุ ธ์ิทมี่ ีองค์ประกอบเพียง 1 ชนิด เป็น ธาตุ
• อะตอม เป็น องค์ประกอบของธาตุและสารประกอบ อะตอมคืออนภุ าคทเ่ี ลก็ ท่สี ุดของธาตุ
5.3.4 ให้วาดแผนภาพท่จี าลองอนภุ าคของสารบรสิ ุทธทิ์ ่ีมอี งคป์ ระกอบเพียงชนดิ เดียวและสาร
บริสุทธ์ทิ ่ีมอี งคป์ ระกอบต้งั แต่ 2 ชนิดข้ึนไป ใหน้ กั เรียนเลือกตอบวา่ แผนภาพเป็นแบบจาลองของธาตุ
และแผนภาพใดเป็นแบบจาลองของสารประกอบ เชน่ แนวคาตอบ 1 และ 3 เปน็ ธาตุ เพราะแตล่ ะสารมี
อะตอมที่เป็นองค์ประกอบเพียงชนดิ เดียว ส่วน 2 และ 4 เป็น สารประกอบ เพราะแต่ละสารมอี ะตอมท่ี
เป็นองค์ประกอบตัง้ แต่ 2 ชนดิ ขึน้ ไป
5.3.5 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามระหว่างเรียน เพื่อประเมนิ ความเข้าใจเกยี่ วกบั ธาตุและ
สารประกอบ
5.4 ข้ันขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 กระตุน้ ความสนใจโดยใชค้ าถามเพอ่ื ให้นักเรียนเกิดข้อสงสยั เก่ยี วกับชอื่ ธาตุชนิดต่าง ๆ
เชน่ นักเรียนรู้จกั ช่ือธาตุอะไร แลว้ บา้ ง นักเรยี นคดิ ว่าในโลกมธี าตอุ ยู่ประมาณกีช่ นดิ นักเรยี นคดิ วา่
นกั วทิ ยาศาสตรม์ ีวิธีบอกช่ือธาตอุ ยา่ งไร แลว้ ครู ใหน้ ักเรียนอ่านเกยี่ วกบั สัญลักษณ์ของธาตใุ นหนังสอื
เรยี น
5.4.2 ตรวจสอบความเข้าใจจากการอ่าน โดยใช้คาถาม เช่น จากหนังสอื เรียน นกั วิทยาศาสตร์
กาหนดสญั ลกั ษณข์ องธาตุโดยมี หลกั เกณฑอ์ ย่างไรบา้ งยกตวั อยา่ งชอื่ ธาตุและสัญลกั ษณ์ของธาตเุ พอื่
ร่วมกันอภปิ รายและลงข้อสรปุ เกย่ี วกบั สัญลักษณ์ ธาตุ
5.4.3 ใหน้ กั เรยี นสบื คน้ จากแหล่งข้อมลู ที่เช่ือถือได้เก่ียวกับช่ือธาตุอ่นื ๆและนาเสนอช่ือธาตแุ ละ
ทีม่ าของชอื่ ธาตุเช่น ทม่ี าจาก ชื่อนักวิทยาศาสตรป์ ระเทศ ลักษณะของธาตใุ นภาษาละติน และครอู าจ
เสนอแนะการอ่านออกเสยี งช่ือธาตทุ ่นี ักเรียน สนใจทม่ี าจากภาษาอังกฤษหรือละตนิ เชน่ โครเมียม
โพแทสเซียม กามะถนั (Sulphur ซลั -เฟอร์) ทองแดง (copper คอป-เปอร)์ โดยใช้แหล่งเรยี นรู้ เช่น
ราชบัณฑติ ยสถาน http://www.royin.go.th/?page_id=637 http://www.ratchakitcha.soc.go.th
/DATA/PDF/2550/E/134/2.PDF หรือพจนานุกรมตา่ ง ๆ
5.4.4 ใช้คาถามเพื่อใหน้ กั เรยี นเกดิ ข้อสงสัยเก่ียวกับสตู รเคมเี ช่น สัญลกั ษณ์ของธาตุใช้กับ
สารประกอบไดด้ ว้ ยหรือไม่ ถ้าจะแสดงอัตราส่วนของธาตุที่เป็นองค์ประกอบของสารประกอบจะเขียน
แสดงได้อย่างไร
5.4.5 ให้นักเรยี นอ่านเก่ยี วกบั สตู รเคมใี นหนังสือเรียน และร่วมกันอภปิ รายเกี่ยวกบั การเขียน
สูตรเคมีของสารประกอบอยา่ งงา่ ย ครูอาจให้นกั เรียนทากจิ กรรมเสรมิ เพื่อเรยี นรเู้ พ่ิมเติมเก่ยี วกบั
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
59
สญั ลักษณข์ องธาตุและสตู รเคมีหรอื อาจให้นักเรยี นเล่น เกมเพอ่ื ชว่ ยเรยี นรชู้ ือ่ ธาตุและสารเคมที ่ีพบใน
ชวี ิตประจาวนั เชน่ เกมบงิ โก อักษรไขว้เกมการ์ดหรอื เกมไพ่ หรือให้ นักเรียนแต่งเพลงหรอื กลอนจากช่ือ
ธาตุ
5.4.6 ครูใช้คาถามเพื่อใหน้ ักเรยี นร่วมกันอภิปรายและสรปุ สิ่งทีเ่ รียนร้จู ากการทากจิ กรรมและ
การอ่านเร่ืองประเภทของ สารบริสทุ ธ์ โดยใชค้ าถาม เชน่ สรุปว่าสารบรสิ ุทธ์ิแบง่ เปน็ กีป่ ระเภท
อะไรบา้ ง ใชเ้ กณฑ์อะไร ธาตุและสารประกอบ เหมือนหรือแตกตา่ งกันอย่างไรบ้าง ธาตุและสารประกอบ
เขยี นแสดงไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง อะตอม ธาตุ และสารประกอบ สัมพันธก์ ันอย่างไร ครใู ห้นักเรียนสรุปส่ิงที่
เรียนรู้โดยอาจให้นกั เรยี นเขยี นผงั มโนทศั น์เกย่ี วกับ อะตอม ธาตแุ ละ สารประกอบ หรืออินโฟกราฟิก
โดยใชค้ าสาคญั และคาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
5.4.7 เชอ่ื มโยงไปสกู่ ารเรยี นเร่อื งต่อไปว่า อะตอมของธาตุต่าง ๆ มอี งค์ประกอบทแ่ี ยกย่อยลง
ไปอีก ซ่ึงนักเรยี นจะได้เรยี นรู้ จากแบบจาลองโครงสรา้ งอะตอมของธาตตุ ่าง ๆ
5.5 ขัน้ ประเมิน (evaluation)
5.5.1 สังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ การตอบคาถาม การเขา้ ร่วมกจิ กรรม
6. การวดั และประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล
วิธีการวดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมนิ
1. อธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหว่าง - สรุปผลการทากจิ กรรม - แบบบันทึกการ - นาเสนองานได้อยา่ งถูกต้อง
อะตอม ธาตแุ ละสารประกอบ ลงในกระดาษบรู๊ฟ ทดลอง ตามทกั ษะกระบวนการ
(K) - นาเสนอผลงาน - การอภิปรายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
2. ทาการทดลองเพ่ือแยก - สรปุ ผลการทากจิ กรรม - แบบสงั เกต - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
องค์ประกอบของสารบรสิ ุทธิ์ได้ ลงในกระดาษบรู๊ฟ ตามทกั ษะกระบวนการ
(P) - นาเสนอผลงาน ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
3. มคี วามสนใจใฝุเรียนรู้ - สงั เกตความสนใจ - แบบสงั เกต - ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
แสดงความคดิ เหน็ วางแผน ใฝุเรยี นรู้ แสดงความ พฤติกรรมการ รอ้ ยละ 70
ร่วมกัน รบั ฟังความคิดเห็น (A) คดิ เห็น วางแผนรว่ มกัน ทางานกลุ่ม
รับฟงั ความคดิ เหน็
7. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
7.1 หนังสือเรยี น วิทยาศาสตร์ 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 หนา้ 38 – 48 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบร๊ฟู
7.3 ปากกาเคมี
7.4 อปุ กรณ์การทดลองตามใบกิจกรรมท่ี 2.4
7.5 ใบกิจกรรม 2.4 ในหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์
แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
60
8. บันทึกหลงั การสอน
8.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
(1) ดา้ นความรู้ ........................................................................................................................
....................................................................................................... ..........................................................................
(2) ดา้ นทักษะ ............................................................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..............
(3) ด้านคุณลักษณะ ..................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.2 ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................................................... ...................
................................................................................................................ ..................................................................
8.3 ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
................................................................................................................................................................................ ..
ลงช่อื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
ครผู สู้ อน
วันที่ ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคดิ เห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................... .............................
...................................................................................................... ...........................................................................
ลงช่อื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ท่ี ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
61
9. ผลการนเิ ทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี
แผนการจัดการเรียนรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
ยังไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจัดการเรียนรู้
นาไปใช้สอนได้จรงิ
ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .....................................................ผู้นิเทศ/ผูต้ รวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
62
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เร่ือง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้แี จง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเครอ่ื งหมาย ลงในช่อง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ รว่ มกัน ความ ตามท่ไี ดร้ ับ คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมนิ
........./...................../...........
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกล่มุ
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ตอ่ กลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏิบตั มิ ีประโยชน์ตอ่ กลมุ่
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏิบัติมีประโยชนต์ ่อกล่มุ เล็กน้อย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
63
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สารบริสุทธิ์ เรอื่ ง โครงสรา้ งอะตอม
เวลาเรียน 4 ช่ัวโมง ครผู ู้สอน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง
1. สาระการเรียนร้/ู มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัตขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหวา่ งสมบตั ิของสสาร
กบั โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าค หลักและธรรมชาติของการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ตวั ช้วี ัด (ว 2.1 ม.1/7 - ม.1/8)
ม.1/7 อธบิ ายเก่ยี วกับความสัมพนั ธร์ ะหว่างอะตอมธาตุและสารประกอบ โดยใช้แบบจาลองและ
สารสนเทศ
ม.1/8 อธิบายโครงสรา้ งอะตอมที่ประกอบดว้ ยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โดยใช้แบบจาลอง
2. สาระสาคญั
ธาตแุ ต่ละชนดิ ประกอบดว้ ยอนภุ าคท่เี ลก็ ที่สดุ เรียกว่าอะตอม อะตอมประกอบดว้ ยโปรตอน นิวตรอน
และอิเล็กตรอน ซง่ึ โปรตอนและนวิ ตรอนรวมกันตรงกลางอะตอมเรียกวา่ นวิ เคลียส ส่วนอิเล็กตรอนเคลอื่ นทรี่ อบ
นวิ เคลียส อะตอม ของแต่ละธาตแุ ตกต่างกันทีจ่ านวนโปรตอน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 อธิบายโครงสร้างอะตอมทป่ี ระกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอิเลก็ ตรอน (K)
3.2 สบื ค้นและสร้างแบบจาลองอะตอมได้ (P)
3.3 มคี วามสนใจใฝุเรยี นรู้ แสดงความคดิ เห็น วางแผนร่วมกัน รับฟังความคดิ เหน็ (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 อนภุ าค อะตอม โมเลกุล
4.2 โครงสรา้ งอะตอม (นวิ เคลียส โปรตอน นิวตรอน อเิ ล็กตรอน)
5. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (จัดกระบวนการเรยี นการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้นั สรา้ งความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครูนาเข้าสู่บทเรยี น โดยใชค้ าถามดังนี้
- ใหน้ กั เรยี นสงั เกตภาพในหนังสอื เรียนอ่านเน้ือหา นาเรื่องและรู้จักคาสาคัญ
ทากจิ กรรมทบทวน ความรกู้ ่อนเรียน แลว้ นาเสนอผลการทากจิ กรรม หากครูพบว่านกั เรยี นยงั ทา
กจิ กรรมทบทวนความรู้ กอ่ นเรยี นไม่ถูกต้อง ครูควรทบทวนหรือแก้ไข ความเข้าใจผดิ ของนกั เรยี น
เพ่อื ใหน้ ักเรยี นมีความรู้ พืน้ ฐานทถ่ี กู ต้องและเพยี งพอท่จี ะเรียนเรอื่ งโครงสร้างอะตอมต่อไป
5.1.2 ตรวจสอบความรเู้ ดมิ เก่ียวกบั โครงสรา้ งอะตอมของนักเรยี น โดยใหท้ ากิจกรรม
รูอ้ ะไรบา้ งก่อนเรยี น นกั เรยี นสามารถ เขียนตามความเขา้ ใจหรือความรู้เดมิ ที่นกั เรียนมแี ละครไู ม่เฉลย
คาตอบ ครูนาข้อมูลจากการตรวจสอบความร้เู ดิมของ นกั เรียนนีไ้ ปใชใ้ นการวางแผนการจัดการเรยี นรูว้ ่า
ควรเนน้ ย้า หรอื อธบิ ายแก้ไขความเข้าใจคลาดเคล่ือนเรือ่ งใดเป็น พิเศษ เม่ือนักเรียนเรยี นจบเร่อื งน้ีแลว้
นกั เรยี นจะมีความรู้ความเข้าใจครบถว้ น ตามจุดประสงคข์ องบทเรยี น
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
64
5.1.3 ทบทวนความรู้เกยี่ วกับอะตอม โดยใชค้ าถาม เช่น อะตอมคืออะไร สารชนดิ ใดบา้ ง
ท่ีประกอบไปด้วยอะตอม แล้ว ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ว่าอะตอมมีองคป์ ระกอบแยกย่อยลงไปอีก
นักวทิ ยาศาสตร์สร้างแบบจาลองอะตอมเพือ่ ใช้ใน การอธบิ ายโครงสร้างภายในของอะตอม
5.2 ขั้นสารวจและค้นหา (exproration)
5.2.1 ใหน้ ักเรียนศึกษาจดุ ประสงคข์ องกิจกรรมที่ 2.5 เรือ่ งโครงสร้างอะตอมเปน็ อย่างไร
และวธิ ีการดาเนินกิจกรรมในหนังสอื เรยี น โดยก่อนเร่ิมทากจิ กรรมครูและ นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายใน
ประเด็นดงั ต่อไปน้ี
(1) กจิ กรรมน้ีเกีย่ วกับเรื่องอะไร (โครงสร้างอะตอม และแบบจาลองอะตอม)
(2) จุดประสงคข์ องกิจกรรมน้ีเป็นอย่างไร (1. วเิ คราะห์และอธบิ ายโครงสรา้ งอะตอมจาก
แบบจาลอง 2.สบื คน้ และ สรา้ งแบบจาลองอะตอม)
(3) วธิ กี ารดาเนินกจิ กรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอยา่ งไร (สังเกตชนดิ และการจัดเรียงตวั ของอนุภาค
ภายในอะตอมจาก แบบจาลองอะตอมในหนงั สอื เรยี น บันทึกผล แล้วสืบคน้ และสร้างแบบจาลองของ
ธาตุที่ครกู าหนดให้ 1 ธาตุ) ครูควรอธบิ ายเพิม่ เติมในประเด็นทนี่ ักเรียนยังตอบได้ไม่ครบถ้วน
5.2.2 แนะนาใหน้ ักเรียนวางแผนการทางานรว่ มกนั พร้อมท้ังออกแบบตารางบันทึกผลให้
เรียบร้อยก่อนทากิจกรรม และตรวจ สอบการออกแบบตารางบันทึกผลของนักเรยี นแต่ละกลุม่ โดยอาจ
ใหบ้ างกลุม่ นาเสนอแลว้ ครูให้คาแนะนาปรบั แก้ตาราง ตามความเหมาะสม
5.2.3 ใหน้ ักเรียนทากจิ กรรมตามวิธีการในหนงั สอื เรยี น โดยครสู ังเกตการเปรยี บเทยี บและ
บันทึกผลโครงสรา้ งอะตอม การสบื ค้นและสร้างแบบจาลองโครงสร้างอะตอมของนกั เรียน เพือ่ ให้
คาแนะนา รวมทง้ั นาข้อมลู มาใชป้ ระกอบการอภปิ รายหลังกจิ กรรม
5.3 ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ให้นกั เรียนรวบรวมผลการทากจิ กรรม ครเู ลือกนักเรียนใหน้ าเสนอผลการสงั เกตและ
เปรียบเทียบชนิดและการจัดเรียง ตวั ของอนภุ าคภายในอะตอม และบันทกึ ผลลงกระดาน จากน้ันครู
และนักเรียนกลมุ่ อน่ื ทมี่ ผี ลแตกต่างกันนาเสนอจน ครบทุกประเดน็ แลว้ ให้นกั เรยี นนาเสนอหรือจดั แสดง
แบบจาลองอะตอมทนี่ ักเรียนสรา้ งข้ึน อภปิ รายผลในชัน้ เรียนและตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรมในหนังสือเรียน
5.3.2 ให้นักเรียนรว่ มกันอภิปรายผลจากการทากจิ กรรมและเพ่ือให้ได้ข้อสรปุ วา่ อะตอมของ
ธาตปุ ระกอบด้วย โปรตอน (proton) นิวตรอน (neutron) และอิเล็กตรอน (electron) โปรตอนมปี ระจุ
บวก นวิ ตรอนเปน็ กลางทางไฟฟูา สว่ น อิเลก็ ตรอนมีประจุลบ โดยโปรตอนและนิวตรอนอยูร่ วมกนั ตรง
กลางของอะตอม อเิ ลก็ ตรอนอยูใ่ นทีว่ า่ งรอบ ๆ แตล่ ะธาตุมจี านวนโปรตอน นิวตรอนและอเิ ลก็ ตรอน
ของแตกตา่ งกนั แตจ่ านวนโปรตอนและอิเล็กตรอนของแต่ละธาตจุ ะเทา่ กนั
5.3.3 ให้นักเรยี นอา่ นเน้ือหาในหนังสอื เรียน ดูวดี ิทศั น์ท่ีแสดงโครงสร้างอะตอม แลว้ รว่ มกัน
อภิปรายเพื่อใหไ้ ด้ข้อสรุปเกยี่ วกบั โครงสรา้ งอะตอม ตามประเด็น ดงั นี้
• อะตอมของธาตแุ ต่ละชนดิ ประกอบด้วยอนุภาคอะไรบา้ ง
• โปรตอน นิวตรอน และอเิ ล็กตรอน มีจานวนการเรียงตัวและประจุไฟฟาู เหมือนหรอื แตกต่าง
กนั อยา่ งไร
5.4 ข้นั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามระหว่างเรียน เพื่อประเมินความเข้าใจเกยี่ วกับโครงสรา้ งอะตอม
5.4.2 ใช้คาถามเพอ่ื ใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภปิ รายและสรปุ ส่งิ ทเ่ี รียนร้จู ากการทากจิ กรรมและการ
อา่ นเรื่องโครงสรา้ งอะตอม โดย ใชค้ าถาม เชน่ อะตอมประกอบด้วยอนุภาคอะไรบ้าง อะตอมของแต่ละ
ธาตเุ หมือนหรอื แตกต่างกันอยา่ งไร นิวเคลียส ประกอบดว้ ยอนภุ าคอะไรบา้ ง ครูอาจวาดแบบจาลอง
อะตอมของธาตุต่าง ๆ เพื่อให้นกั เรยี นระบุชนดิ และจานวนของ อนุภาคในแบบจาลอง
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
65
5.4.3 หากครพู บว่านักเรียนมีแนวคดิ คลาดเคล่ือนเกี่ยวกบั โครงสร้างอะตอม ใหค้ รูแก้ไข
แนวความคดิ คลาดเคลื่อนของนกั เรยี น โดยให้นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายเพือ่ แกไ้ ขใหถ้ ูกต้อง
5.4.4 เช่อื มโยงไปสกู่ ารเรยี นเรื่องต่อไปวา่ แม้จะมธี าตุแตกตา่ งกนั ถึง 118 ชนดิ แต่
นกั วิทยาศาสตรส์ ามารถจดั ธาตเุ ปน็ หมวดหมู่ใหญ่ ๆ การจัดหมวดหมธู่ าตุยังสัมพนั ธ์กับการใชป้ ระโยชน์
จากธาตุและสารประกอบอีกดว้ ย นักเรยี นจะได้ เรียนรู้เกีย่ วกบั การจาแนกธาตุและการนาธาตแุ ละ
สารประกอบไปใชใ้ นเรือ่ งต่อไป
5.5 ข้นั ประเมิน (evaluation)
5.5.1 สังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม การตอบคาถาม การเขา้ ร่วมกจิ กรรม
6. การวัดและประเมินผล การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรียนรู้
วิธีการวัด เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
1. อธบิ ายโครงสร้างอะตอม
ที่ประกอบดว้ ยโปรตอน - สรปุ ผลการทากจิ กรรม - แบบบันทึก - นาเสนองานได้อย่างถูกต้อง
นิวตรอน และอิเล็กตรอน (K)
ลงในกระดาษบรู๊ฟ กิจกรรม ตามทักษะกระบวนการ
- นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
2. สืบค้นและสรา้ งแบบจาลอง - สรุปผลการทากิจกรรม - แบบบันทกึ - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
อะตอมได้ (P) ลงในกระดาษบรู๊ฟ กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
- นาเสนอผลงาน - การอภิปรายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
3. มคี วามสนใจใฝุเรยี นรู้ - สงั เกตความสนใจ - แบบสังเกต - ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
แสดงความคดิ เหน็ วางแผน ใฝุเรียนรู้ แสดงความคิดเหน็ พฤติกรรมการ ร้อยละ 70
ร่วมกนั รับฟังความคดิ เห็น (A) วางแผนรว่ มกนั รับฟงั ทางานกลุ่ม
ความคิดเหน็
7. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
7.1 หนงั สือเรยี น วิทยาศาสตร์ 1 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรู๊ฟ
7.3 ปากกาเคมี
7.4 อุปกรณ์การทดลองตามใบกิจกรรมที่ 2.5
7.5 ใบกจิ กรรม 2.5 ในหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
66
8. บันทึกหลงั การสอน
8.1 ผลการจัดการเรียนรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
(2) ดา้ นทักษะ ............................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
(3) ดา้ นคุณลักษณะ ..................................................................................................................
.................................................................................................................................... ..............................................
8.2 ปญั หาและอปุ สรรค
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
................................................................................................................................................................................ ..
ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
ครผู ูส้ อน
วนั ท่ี ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
...................................................................................................................................................... ............................
....................................................................................................... ..........................................................................
ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วันที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
67
9. ผลการนเิ ทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี
แผนการจัดการเรียนรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
ยังไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจัดการเรียนรู้
นาไปใช้สอนได้จรงิ
ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .....................................................ผู้นิเทศ/ผูต้ รวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
68
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เร่อื ง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้แี จง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟังความ ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ ร่วมกนั คดิ เหน็ ตามทไี่ ดร้ ับ คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงชอ่ื ...........................................ผ้ปู ระเมนิ
........./...................../...........
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบตั ิมปี ระโยชนต์ ่อกลมุ่
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏบิ ตั มิ ีประโยชนต์ อ่ กลมุ่
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ตอ่ กลุ่มเล็กนอ้ ย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
69
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สารบริสุทธิ์ เรื่อง การจาแนกธาตุและการใชป้ ระโยชน์
เวลาเรยี น 4 ช่ัวโมง ครูผู้สอน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง
1. สาระการเรยี นรู/้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด
สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสมบตั ขิ องสสาร
กบั โครงสรา้ งและแรงยึดเหนย่ี วระหวา่ งอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
ตวั ช้วี ดั (ว 2.1 ม.1/1 - ม.1/3)
ม.1/1 อธบิ ายสมบัตทิ างกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ โดยใช้หลักฐานเชงิ
ประจกั ษ์ท่ไี ด้จากการสงั เกตและการทดสอบและใชส้ ารสนเทศท่ีได้จากแหลง่ ข้อมูลต่างๆ รวมทงั้ จดั กลมุ่ ธาตุเป็น
โลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ
ม.1/2 วิเคราะห์ผลจากการใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ กงึ่ โลหะและธาตุกัมมนั ตรังสีทม่ี ีต่อสิง่ มีชวี ติ ส่ิงแวดลอ้ ม
เศรษฐกจิ และสงั คมจากข้อมลู ที่รวบรวมได้
ม.1/3 ตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของการใช้ธาตุโลหะ อโลหะกงึ่ โลหะ ธาตุกัมมนั ตรังสีโดยเสนอแนวทางการใช้
ธาตอุ ย่างปลอดภยั คุ้มค่า
2. สาระสาคญั
ธาตุแต่ละชนดิ มีสมบัตเิ ฉพาะตัว นักวทิ ยาศาสตรใ์ ช้สมบตั ิทางกายภาพของธาตุเพ่ือจาแนกธาตุเปน็ โลหะ
อโลหะ และกึ่งโลหะธาตุบางชนดิ เปน็ ธาตกุ ัมมนั ตรังสีซ่งึ ธาตุโลหะอโลหะกึง่ โลหะและธาตุกัมมันตรังสีใชป้ ระโยชน์
ได้แตกตา่ งกัน การนาธาตุมาใชอ้ าจมผี ลกระทบตอ่ ส่งิ มีชวี ติ สิง่ แวดล้อม เศรษฐกจิ และสังคม
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 อธบิ ายสมบตั ทิ างกายภาพบางประการของธาตโุ ลหะ อโลหะและก่งึ โลหะรวมทั้งจัดกล่มุ ธาตุ
เป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ (K)
3.2 วิเคราะหแ์ ละสรุปผลจากการใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ กึง่ โลหะ และธาตุกัมมนั ตรงั สี (K)
3.3 นาเสนอแนวทางการใช้ธาตอุ ย่างปลอดภัย คุม้ ค่า (P)
3.4 มคี วามสนใจใฝเุ รยี นรู้ แสดงความคดิ เห็น วางแผนร่วมกนั รบั ฟังความคดิ เหน็ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ธาตโุ ลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ
4.2 ธาตกุ มั มนั ตรงั สี
4.3 กมั มันตภาพรังสี
5. กระบวนการจดั การเรียนรู้ (จัดกระบวนการเรียนการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้นั สร้างความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครูนาเข้าสบู่ ทเรยี น
- ให้นักเรียนดูภาพนาเรื่อง อ่านเนือ้ หานาเรอื่ งและร้จู ักคาสาคญั ทากิจกรรมทบทวนความรกู้ ่อน
เรยี น แล้วนาเสนอผลการทากิจกรรม หากครูพบว่า นกั เรียนยงั ทากิจกรรมทบทวนความรกู้ อ่ นเรียน ไม่
ถกู ต้อง ครูควรทบทวนหรือแกไ้ ขความเข้าใจผิด ของนกั เรียน เพือ่ ใหน้ ักเรยี นมีความรพู้ ้ืนฐาน
ท่ถี กู ต้องและเพียงพอทจ่ี ะเรียนเรอื่ งการจาแนกธาตุ และการใชป้ ระโยชน์จากธาตุและสารประกอบต่อไป
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
70
5.1.2 ตรวจสอบความรเู้ ดมิ ของนกั เรียนเก่ยี วกบั สมบัติการนาไฟฟาู ความหนาแน่น
และจุดหลอมเหลวของสาร โดยให้ ทากจิ กรรม รู้อะไรบา้ งกอ่ นเรียน นักเรียนสามารถเขียนไดต้ ามความ
เขา้ ใจของนกั เรยี น โดยครูไม่เฉลยคาตอบ และครู นาข้อมลู จากการตรวจสอบความรเู้ ดิมของนักเรียนน้ี
ไปใช้ในการวางแผนการจดั การเรยี นรวู้ ่าควรเน้นยา้ หรืออธิบาย เร่ืองใดเปน็ พิเศษ เมื่อนักเรยี นเรียนจบ
เรอื่ งนีแ้ ล้ว นักเรยี นจะมีความรคู้ วามเข้าใจครบถ้วน ตามจุดประสงคข์ องบทเรยี น
5.1.3 กระตุ้นความสนใจโดยใหน้ กั เรยี นเล่นเกมบัตรภาพที่แสดงภาพและชื่อธาตเุ ชน่ กามะถนั
ฟอสฟอรัส ฟลูออรนี คลอรนี เหล็ก เงนิ สงั กะสแี คลเซียม เพอื่ จาแนกธาตุออกตามเกณฑ์ทีน่ กั เรยี นตง้ั
เอง ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายโดยใช้ คาถามตอ่ ไปน้ี
• นักเรียนจาแนกธาตไุ ดอ้ ยา่ งไร ใช้เกณฑอ์ ะไร
• นกั เรยี นคดิ วา่ นักวิทยาศาสตรจ์ าแนกธาตุโดยใช้วธิ ีเหมอื นหรือแตกต่างจากนักเรยี น
นักวทิ ยาศาสตร์ใช้อะไร เป็นเกณฑ์ แลว้ ครูอธบิ ายเพ่ิมเติมว่านักเรียนจะไดท้ ราบเก่ียวกับการจาแนกธาตุ
ของนักวิทยาศาสตร์จากกจิ กรรมท่ี 2.6 เราจาแนกธาตุได้อย่างไร
5.2 ข้ันสารวจและคน้ หา (exproration)
5.2.1 ใหน้ กั เรียนอ่านจุดประสงคข์ องกิจกรรมที่ 2.6 เรื่อง เราจาแนกธาตุได้อยา่ งไร และอา่ นวธิ ี
ดาเนินกจิ กรรมในหนังสอื เรยี น โดยก่อนเร่ิมกจิ กรรมครูและนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายในประเดน็ ต่อไปน้ี
(1) กิจกรรมนีเ้ กี่ยวกบั เร่อื งอะไร (ทดสอบสมบัตขิ องธาตตุ ่าง ๆ และการจาแนกธาตุ)
(2) ตวั อย่างธาตุในกิจกรรมน้ีคือธาตุใดบา้ ง (อะลูมิเนียม เหล็ก ทองแดง สงั กะสกี ามะถัน ถ่านไม้)
(3) กิจกรรมนมี้ ีจดุ ประสงค์อะไร (นักเรยี นตอบตามความคิดของตนเอง)
(4) วิธกี ารดาเนินกจิ กรรมโดยสรุปเปน็ อย่างไร(สังเกต ทดสอบสมบัติตา่ งๆของธาตุวเิ คราะห์
ขอ้ มลู สมบตั ิของธาตุ ใชข้ ้อมูลเพอ่ื จาแนกธาตุออกเป็น 2 กลมุ่ โดยใชส้ มบตั ทิ างกายภาพทุกสมบัติเป็น
เกณฑ์)
(5) นักเรยี นตอ้ งรวบรวมและบันทกึ ข้อมลู อะไรบ้าง (สังเกตลกั ษณะภายนอกของธาตุ ทดสอบ
การนาไฟฟูา ความ เหนยี ว ความมันวาว การจาแนกธาตุเป็น 2 กล่มุ โดยใชส้ มบัติเป็นเกณฑ)์
(6) ขอ้ ควรระวังในการทากิจกรรมมอี ะไรบ้าง (1. ระหว่างทากจิ กรรมควรสวมแวน่ ตานริ ภยั 2.
ระหวา่ งทากิจกรรม ทเ่ี ก่ียวข้องกับกามะถัน ควรระมดั ระวงั ไมใ่ หผ้ งกามะถนั เขา้ ตาหรือเขา้ ส่รู า่ งกายทาง
ใดทางหน่ึง) ครคู วรอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ในประเดน็ ทนี่ ักเรยี นยังตอบได้ไม่ครบถว้ น
5.2.2 แนะนาใหน้ ักเรยี นวางแผนการทางานร่วมกัน พร้อมทั้งออกแบบตารางบนั ทึกผลให้
เรียบร้อยก่อนทากจิ กรรม และ ตรวจสอบการออกแบบตารางบันทึกผลของนักเรยี นแตล่ ะกลุม่ โดยอาจ
ใหบ้ างกลุ่มนาเสนอ แล้วครใู ห้คาแนะนา ปรบั แก้ตารางตามความเหมาะสม
5.2.3 ใหน้ ักเรยี นทากิจกรรมตามแผนที่วางไว้โดยครสู ังเกตวิธกี ารจัดอุปกรณส์ ังเกตการทดสอบ
สมบตั ิการบันทึกผลการ สังเกตและการจาแนกธาตุของนักเรียนทุกกลุ่ม เพือ่ ใหข้ ้อแนะนาระหวา่ งการทา
กิจกรรม รวมท้งั นาข้อมลู ที่ควรจะ ปรับปรุงและแก้ไขมาใช้ประกอบการอภปิ รายหลังทากิจกรรม
5.2.4 เลือกนกั เรียนหนง่ึ กล่มุ เพือ่ นาเสนอข้อมลู และใหน้ ักเรียนกลุม่ อืน่ ที่มผี ลการทากจิ กรรม
แตกต่างกันอภิปรายจนครบ ทกุ ประเดน็ หากมีนักเรียนทม่ี ีผลการทดลองคลาดเคล่ือน ครูและนกั เรียน
ร่วมกนั อภิปรายสาเหตุท่ีทาให้เกดิ ผลการทา กจิ กรรมคลาดเคล่ือน เช่น การต่อวงจรไฟฟูาหรอื การสงั เกต
ลกั ษณะภายนอกไม่ถกู ต้อง
5.2.5 ให้นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายผลการทากจิ กรรม และตอบคาถามท้ายกจิ กรรมเพ่ือให้ได้
ข้อสรปุ ว่า ธาตุแตล่ ะชนิดอาจมีสมบตั ทิ เ่ี หมือนหรือแตกต่างกนั สามารถใช้สมบัตเิ หล่านีเ้ ป็นเกณฑ์ในการ
จาแนกธาตุได้ธาตุทีม่ ีพืน้ ผิวมนั วาว นาไฟฟาู และนาความร้อนได้ดจี ดุ เดอื ดและจุดหลอมเหลวสูง
ไมเ่ ปราะเหนยี วจดั เป็นธาตุโลหะ(metal) สว่ นธาตทุ ีม่ พี ้ืนผิวดา้ น ไม่มนั วาว นาไฟฟาู และนาความร้อนได้
ไม่ดจี ุดเดือดและจุดหลอมเหลวต่า เปราะไม่เหนียวจดั เป็นอโลหะ(non-metal)
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
71
5.3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ให้นกั เรยี นอา่ นเน้ือหาในหนังสือเรยี นเรอื่ งการจาแนกธาตุเปน็ โลหะ อโลหะ กึง่ โลหะ
และเรื่องธาตุกัมมนั ตรังสีแล้ว รว่ มกันอภปิ รายเพ่อื ให้ไดข้ ้อสรปุ เกี่ยวกบั การจาแนกธาตตุ ามประเด็น ดังนี้
• ธาตจุ าแนกได้อย่างไรบ้าง ใชส้ มบตั ใิ ดบา้ งเป็นเกณฑ์ในการจาแนก (ธาตุสามารถจาแนกไดเ้ ปน็
โลหะ อโลหะ และ กงึ่ โลหะ โดยใชส้ มบตั ิทางกายภาพเปน็ เกณฑ์ ได้แก่ ความมนั วาว การนาไฟฟูาและ
นาความร้อน จดุ เดือดและ จดุ หลอมเหลว ความเหนยี ว นอกจากน้ีสามารถจาแนกธาตุกัมมนั ตรังสโี ดยใช้
สมบตั ิการแผร่ งั สเี ปน็ เกณฑ์)
• ธาตุแตล่ ะกล่มุ มีสมบัติอย่างไร มธี าตุใดบ้างเป็นตวั แทนในแต่ละกลมุ่ (ธาตุโลหะมพี นื้ ผวิ มันวาว
นาไฟฟูาและนา ความร้อนได้ดีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสงู ไม่เปราะ เหนียว เช่น อะลมู เิ นียม ทองแดง
สงั กะสธี าตอุ โลหะมี พนื้ ผิวดา้ น ไมม่ นั วาว นาไฟฟูาและนาความร้อนไดไ้ ม่ดีจดุ เดือดและจุดหลอมเหลว
ตา่ เปราะไมเ่ หนียวเช่น โบรมีน กามะถนั คาร์บอน ธาตกุ งึ่ โลหะมสี มบัตบิ างอยา่ งเหมือนโลหะและสมบัติ
บางอย่างเหมอื นอโลหะ นาไฟฟูาไดด้ ีกว่า อโลหะแต่ไมด่ เี ท่าโลหะเช่น พลวง โบรอน ซิลคิ อน ส่วนธาตุ
กมั มนั ตรังสแี ผร่ ังสีได้เช่น ยูเรเนยี ม เรดอน พอโลเนยี ม)
5.3.2 ให้นกั เรยี นตอบคาถามระหว่างเรียน เพื่อประเมนิ ความเข้าใจเกยี่ วกับการจาแนกธาตุเปน็
โลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ
5.4 ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 นกั เรยี นและครูร่วมกนั อภปิ รายโดยครูใช้คาถามตามแนวคาถามดังตอ่ ไปน้ี
- ให้นักเรยี นอา่ นเนื้อหาในหนังสอื เรยี นเรอื่ งการใชป้ ระโยชน์ธาตโุ ลหะอโลหะก่ึงโลหะ
และธาตุกมั มันตรังสแี ล้วร่วมกนั อภปิ รายเพื่อให้ไดข้ ้อสรุปเกย่ี วกับการใช้ประโยชนธ์ าตุตาม
ประเดน็ ดังน้ี
• ธาตุโลหะนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้อยา่ งไรบ้าง (ธาตโุ ลหะใชใ้ นเครอื่ งจักร เครอ่ื งใช้ไฟฟาู
ภาชนะหงุ ต้ม
• ธาตอุ โลหะนาไปใช้ประโยชนไ์ ด้อยา่ งไรบ้าง (ธาตอุ โลหะเปน็ องคป์ ระกอบของปยุ๋ )
• ธาตุกงึ่ โลหะนาไปใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ย่างไรบ้าง (ธาตุกึง่ โลหะใชใ้ นอุปกรณ์
อิเล็กทรอนกิ สเ์ ป็นสารก่ึงตวั นา แบตเตอรี่ รถยนตแ์ ผงเซลล์แสงอาทิตย์แผ่นซดี ี)
• ธาตกุ มั มันตรังสีนาไปใชป้ ระโยชน์ได้อยา่ งไรบ้าง (ธาตกุ ัมมันตรงั สใี ช้ในการแพทย์
การเกษตร อุตสาหกรรม เชน่ การรักษาโรคมะเรง็ การฉายรังสอี าหาร การตรวจสอบรอยร้าวใน
โลหะ)
• ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ และธาตุกมั มนั ตรังสีอาจก่ออันตรายได้อย่างไรบ้าง (โลหะ
บางชนิดที่ใชใ้ นอุตสาหกรรม อาจก่อให้เกิดอันตรายตอ่ ตับ หัวใจ ไต ธาตุกึ่งโลหะบางชนิดเปน็
พิษต่อร่างกาย เช่น สารหนซู ิลคิ อน)
หากครพู บวา่ นักเรียนมแี นวคิดคลาดเคล่อื นเกย่ี วกับการจาแนกธาตุ ให้ครแู กไ้ ข
แนวความคิดคลาดเคลือ่ นของนกั เรยี น โดยให้นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายเพอื่ แก้ไขใหถ้ ูกต้อง
5.4.2 ให้นกั เรยี นตอบคาถามระหว่างเรียน เพ่ือประเมินความเข้าใจเกี่ยวกับการใชป้ ระโยชน์ธาตุ
โลหะ อโลหะ ก่งึ โลหะและ ธาตกุ มั มันตรังสี
5.4.3 ให้นกั เรียนทากจิ กรรมเสรมิ เพื่อใหน้ ักเรยี นเรียนรู้เพ่ิมเตมิ เกีย่ วกบั ประโยชนแ์ ละอันตราย
จากการใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ และธาตุกัมมนั ตรงั สี
5.4.4 ใช้คาถามเพ่ือให้นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายและสรปุ สง่ิ ท่ีเรยี นรูจ้ ากการทากิจกรรมเรา
จาแนกธาตไุ ด้อย่างไรโดยใชค้ าถาม เชน่ สรปุ วา่ ธาตุแบง่ เป็นกปี่ ระเภท อะไรบา้ ง ใชเ้ กณฑ์อะไร ธาตุแต่
ละประเภทมสี มบัตปิ ระโยชน์และอนั ตรายอย่างไร บ้างครูให้นักเรียนสรุปสิ่งทเ่ี รียนรู้โดยโดยใชค้ าสาคัญ
และคาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง โดยการเขยี นบรรยายวาดภาพ หรือเขียน ผงั มโนทศั นส์ ิง่ ที่ไดเ้ รียนร้จู ากบทเรียน
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
72
โดยอาจแบ่งงานให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทาผังมโนทศั นย์ ่อยของ1เร่ืองแล้วนาผัง ของแต่ละกลุ่มมาผนวก
รวมกัน หรอื ครใู ห้บตั รคาที่เป็นหวั ขอ้ ใหญ่ให้นักเรยี นเติมหัวขอ้ ยอ่ ยและรายละเอียดทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
5.4.5 ให้นกั เรยี นนาเสนอ โดยอาจออกแบบให้นักเรียนนาเสนอและอภปิ รายภายในกลุ่ม หรือ
อภปิ รายรว่ มกนั ในชั้นเรียน หรือติดผลงานบนผนังของห้องเรียนและใหน้ ักเรียนเดินพจิ ารณาให้ความเห็น
จากนน้ั ครแู ละนักเรยี นอภิปรายสรุป องคค์ วามรทู้ ไี ดจ้ ากบทเรยี นรว่ มกัน
5.4.6 นักเรียนทากิจกรรมท้ายบท ตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม
5.4.7 ให้นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายคาถามสาคญั ของบท
5.4.8 ใหน้ ักเรยี นตรวจสอบตนเองเกี่ยวกบั ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทไ่ี ด้ทา
ในบทเรยี นนีพ้ ร้อมทงั้ รว่ มกนั อภิปราย ทักษะทนี่ ักเรียนได้ทาในบทเรียนนี้
5.4.9 เชอ่ื มโยงไปส่กู ารเรียนรู้ในบทเรียนต่อไปในหน่วยที่ 3 หน่วยพนื้ ฐานของส่งิ มชี ีวิต
5.5 ขัน้ ประเมนิ (evaluation)
5.5.1 สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การตอบคาถาม การเข้าร่วมกจิ กรรม
6. การวัดและประเมนิ ผล การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมิน
วธิ ีการวดั - แบบบนั ทกึ - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
1. อธิบายสมบัติทางกายภาพ - สรุปผลการทากิจกรรม กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
บางประการของธาตโุ ลหะ ลงในกระดาษบรู๊ฟ
อโลหะและกึง่ โลหะรวมทง้ั จดั - นาเสนอผลงาน - การอภิปรายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
กลมุ่ ธาตุเปน็ โลหะ อโลหะ และ
กึ่งโลหะ (K) - แบบบันทึก - นาเสนองานได้อย่างถกู ต้อง
2. วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผลจาก - สรุปผลการทากจิ กรรม กิจกรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
การใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่ง ลงในกระดาษบรู๊ฟ
โลหะ และธาตุกมั มนั ตรังสี (K) - นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
3. นาเสนอแนวทางการใช้ธาตุ - สรปุ ผลการทากิจกรรม - แบบบันทกึ - นาเสนองานได้อย่างถูกต้อง
อย่างปลอดภัย คมุ้ คา่ (P) ลงในกระดาษบรู๊ฟ
กิจกรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
- นาเสนอผลงาน
- การอภปิ รายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
4. มีความสนใจใฝเุ รยี นรู้ - สังเกตความสนใจ ใฝุเรยี นรู้ - แบบสังเกต - ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
ร้อยละ 70
แสดงความคดิ เห็น วางแผน แสดงความคดิ เหน็ วางแผน พฤติกรรมการ
ร่วมกัน รับฟังความคิดเหน็ (A) รว่ มกนั รับฟังความคดิ เหน็ ทางานกลุม่
7. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
7.1 หนงั สอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรูฟ๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 อุปกรณ์การทดลองตามใบกิจกรรมท่ี 2.6
7.5 ใบกิจกรรม 2.6 ในหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
73
8. บันทึกหลังการสอน
8.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................
............................................................................................................... ..................................................................
(2) ดา้ นทกั ษะ ............................................................................................................................
............................................................................................................................................................................ ......
(3) ดา้ นคณุ ลักษณะ ..................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.2 ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ..........................................................
8.3 ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
ลงช่ือ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
ครผู ู้สอน
วนั ที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคดิ เห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
....................................................................................................................................................................... ..........
ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วนั ที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
74
9. ผลการนเิ ทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เห็นดังน้ี
แผนการจดั การเรยี นรู้
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
เน้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ
ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจดั การเรียนรู้
นาไปใช้สอนไดจ้ ริง
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนาไปใช้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
..................................................................................................................................................... .............................
...................................................................................................... ............................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงช่อื .....................................................ผนู้ ิเทศ/ผู้ตรวจ
(......................................................................)
ตาแหน่ง..................................................................
วันที่............เดือน.................................พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
75
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เรอ่ื ง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดอื น.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้แี จง สังเกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รับฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ ร่วมกนั ความ ตามทไ่ี ด้รบั คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมนิ
........./...................../...........
เกณฑ์การให้คะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ตอ่ กลมุ่
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ตอ่ กลุ่ม
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏบิ ตั มิ ีประโยชนต์ ่อกลมุ่ เล็กนอ้ ย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
76
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 9
กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเพญ็ พิทยาคม
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 หนว่ ยพนื้ ฐานของสิง่ มีชีวติ เรื่อง กล้องจลุ ทรรศน์
เวลาเรียน 3 ชัว่ โมง ครผู ้สู อน นางสาวนนทยา เชิดทอง
1. สาระการเรียนร/ู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิง่ มีชวี ิต หนว่ ยพนื้ ฐานของสง่ิ มชี ีวติ การลาเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธข์ องโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องระบบตา่ งๆ ของสัตวแ์ ละมนุษยท์ ี่ทางานสัมพนั ธก์ ัน
ความสัมพนั ธข์ องโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ที่ทางานสมั พันธ์กัน รวมทง้ั นาความรไู้ ปใช้
ประโยชน์
ตวั ช้วี ัด (ว 1.2 ม.1/2)
ม.1/2 ใช้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลลแ์ ละโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์
2. สาระสาคัญ
สง่ิ มชี ีวติ ทุกชนดิ มเี ซลลเ์ ป็นส่วนประกอบ บางชนิด ประกอบด้วยเซลล์ 1 เซลล์ บางชนดิ ประกอบดว้ ย
เซลล์หลายเซลล์ เซลล์ของสิ่งมชี ีวิตจะมขี นาดเล็ก มากจนไม่สามารถมองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปลา่ จึงต้องใช้ กล้อง
จลุ ทรรศน์ใช้แสงเปน็ เครื่องมือชว่ ยในการศึกษา กลอ้ งจลุ ทรรศน์ เปน็ อปุ กรณส์ าหรับใช้ส่องดวู ัตถทุ ี่มีขนาดเลก็
ทไี่ ม่สามารถมองเห็นดว้ ยตาเปล่า ทาหน้าทีช่ ว่ ยขยายขนาดภาพของวตั ถุที่มขี นาดเล็กได้หลายเทา่ ดังนนั้ ในการใช้
งานกล้องจุลทรรศน์ใหถ้ ูกต้องน้นั จาเปน็ จะตอ้ งร้จู ักสว่ นประกอบและหนา้ ที่ของสว่ นประกอบต่างๆ ของกล้อง
จุลทรรศน์ เพือ่ การทางานทีเ่ ต็มประสทิ ธิภาพ ตรงตามเปูาหมาย และชว่ ยใหก้ ล้องใช้งานได้อย่างยาวนาน
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 สงั เกตและอภปิ ราย เพ่ือระบุส่วนประกอบและบรรยายหนา้ ที่แตล่ ะส่วนประกอบของกล้อง
จุลทรรศน์แบบใชแ้ สง (K)
3.2 ใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงศกึ ษาเซลล์และโครงสรา้ งตา่ งๆภายในเซลล์ (P)
3.3 ฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารใช้กล้องจุลทรรศนแ์ บบใชแ้ สงเพ่อื สงั เกตเซลล์ (P)
3.4 สงั เกตเซลลแ์ ละนาเสนอหลักฐานเชิงประจักษเ์ กย่ี วกับลกั ษณะของเซลล์ (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ส่วนประกอบของกลอ้ งจลุ ทรรศน์
4.2 วธิ ีการใชก้ ล้องจุลทรรศน์
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
5.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับรูปร่างและลักษณะของเซลล์ของส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียวและ
เซลลข์ องสงิ่ มชี วี ิตหลายเซลล์
5.1.2 ครูถามนกั เรยี นว่า นกั วทิ ยาศาสตรส์ ่วนใหญ่ใชเ้ คร่ืองมอื ชนดิ ใดในการสอ่ งดเู ซลล์
ของสิง่ มชี ีวิต
5.1.3 ครเู ฉลยคาตอบพร้อมอธบิ ายเพิ่มเตมิ ให้นักเรียนฟงั ว่า นักวิทยาศาสตร์จาเป็นต้องใช้กล้อง
จุลทรรศน์เพ่ือศึกษาส่ิงตา่ งๆ ทมี่ ีขนาดเล็กมากที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปลา่ โดยกล้องจุลทรรศน์
จะชว่ ยขยายภาพที่มขี นาดเล็กให้มขี นาดใหญข่ ึ้น
5.1.4 ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นรใู้ หน้ กั เรยี นทราบ
5.2 ขั้นสารวจและค้นหา (exproration)
แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
77
5.2.1 แบง่ นักเรยี นออกเปน็ กล่มุ กลุ่มละ 5-6 คน รว่ มกนั สืบค้นข้อมลู เกย่ี วกับกลอ้ งจุลทรรศน์
จากหนังสือ หรือแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ เช่น อินเทอรเ์ น็ต ตามประเดน็ ท่ีกาหนด ดังน้ี
- ส่วนประกอบของกลอ้ งจลุ ทรรศน์
- หน้าทขี่ องส่วนประกอบต่างๆ ของกล้องจลุ ทรรศน์
อภิปรายผลรว่ มกันภายในกลุ่ม และสรุปประเด็นสาคัญ
5.2.2 นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ช่วยกนั ทาใบงานที่ 3.2 เร่ือง ส่วนประกอบของกล้องจลุ ทรรศน์
สมาชกิ ในกลุ่มร่วมกนั ศึกษาใบกิจกรรม โดยครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกับวิธกี ารทากิจกรรม
5.2.3 สมาชิกในกลมุ่ ร่วมกันทากจิ กรรมตามวิธกี ารทากิจกรรม บนั ทึกผลและสรุปผลจากการทา
กิจกรรม พร้อมเตรียมนาเสนอ
5.2.4 ครูคอยดแู ลและใหค้ าแนะนากับนกั เรียนขณะทากิจกรรม
5.3 ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 นักเรยี นตวั แทนกลมุ่ จานวน 5-6 กลมุ่ ออกมานาเสนอใบงานที่ 3.2 หนา้ ช้นั เรยี น
จากนน้ั ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบในใบงาน
5.3.2 นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ฝึกใช้กลอ้ งจุลทรรศน์ โดยปฏิบตั ิกิจกรรมตามขัน้ ตอนท่ีกาหนดในใบ
งานท่ี 3.3 เรอื่ ง การใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ (ครคู วรดูแลให้คาแนะนานักเรยี นเกีย่ วกบั การใชก้ ล้องจลุ ทรรศน์
ตลอดระยะเวลาท่ีปฏบิ ัตกิ จิ กรรม เพ่ือใหน้ ักเรยี นเกิดความเข้าใจที่ถกู ต้อง)
5.3.3 ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปผลการอภิปรายโดยให้ได้ขอ้ สรุปดังน้ี
- กล้องจุลทรรศน์ เปน็ อปุ กรณส์ าหรับใชส้ ่องดูวัตถุท่ีมขี นาดเลก็ ท่ไี มส่ ามารถมองเหน็ ดว้ ยตาเปล่า
ทาหนา้ ท่ีช่วยขยายขนาดภาพของวัตถุท่มี ขี นาดเล็กไดห้ ลายเทา่ ดังน้ันในการใช้งานกล้องจุลทรรศน์ให้ถูกต้องน้นั
จาเปน็ จะตอ้ งรจู้ กั ส่วนประกอบและหน้าที่ของสว่ นประกอบตา่ งๆของกล้องจุลทรรศน์ เพื่อการทางานทีเ่ ต็ม
ประสทิ ธิภาพ ตรงตามเปูาหมาย และช่วยใหก้ ล้องใชง้ านได้อย่างยาวนาน
5.3.3 นกั เรยี นจดบันทกึ ขอ้ ความทส่ี รปุ ไดล้ งในสมดุ ของตนเอง
5.4 ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมในประเด็นท่ีนกั เรยี นยงั ไม่เข้าใจ
5.4.2 นักเรยี นตอบคาถามเพอื่ เชอื่ มโยงสิ่งทีเ่ รียนรู้ไปสูช่ วี ิตประจาวัน
5.5 ขั้นประเมิน (evaluation)
5.5.1 ตัวแทนกล่มุ ออกมานาเสนอใบงานท่ี 3.3 หนา้ ชน้ั เรียน แลว้ ใหเ้ พือ่ นกลุ่มอน่ื ชว่ ยแสดง
ความคดิ เหน็ เพมิ่ เติมในสว่ นท่ีแตกต่าง โดยมีครเู ป็นผตู้ รวจสอบความถูกต้อง
5.5.2 นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
- กล้องจุลทรรศนม์ ปี ระโยชน์ตอ่ การศกึ ษาทางวทิ ยาศาสตร์อย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยูใ่ นดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
78
6. การวดั และประเมนิ ผล
ส่งิ ทต่ี ้องการวดั และประเมนิ วิธีการวัด เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ เกณฑ์ในการ
และประเมนิ - ใบงานที่ 3.2 ประเมนิ
1. สงั เกตและอภปิ ราย เพ่ือระบุ - ใบงานที่ 3.2 - ใบงานที่ 3.3 รอ้ ยละ 60
ผ่านเกณฑ์
ส่วนประกอบและบรรยายหน้าทแ่ี ต่ - สมดุ บันทกึ - ใบงานท่ี 3.2
- ใบงานที่ 3.3 ร้อยละ 60
ละส่วนประกอบของกล้องจลุ ทรรศน์ แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์
การทางานรายบุคคล/
แบบใช้แสง (K) การทางานกลุ่ม รอ้ ยละ 60
ผ่านเกณฑ์
2. ใชก้ ล้องจุลทรรศน์ใชแ้ สงศกึ ษา - ใบงานที่ 3.3 ร้อยละ 50
ผา่ นเกณฑ์
เซลล์และโครงสร้างต่างๆภายใน - สมดุ บนั ทกึ
เซลล์ (P)
3. ฝึกปฏบิ ัติการใชก้ ล้องจลุ ทรรศน์ - ใบงานท่ี 3.2
แบบใชแ้ สงเพ่ือสังเกตเซลล์ (P) - ใบงานท่ี 3.3
4. สงั เกตเซลลแ์ ละนาเสนอหลักฐาน การสงั เกตจาก
เชิงประจักษ์เก่ยี วกับลักษณะของ การร่วมกจิ กรรม
เซลล์ (A)
7. ส่ือ/แหล่งเรียนรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.1 (สสวท.) หนา้ 77 - 87
2) ใบงานท่ี 3.2 เร่ือง ส่วนประกอบของกลอ้ งจุลทรรศน์
3) ใบงานท่ี 3.3 เร่ือง การใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) แหล่งข้อมลู สารสนเทศอินเทอร์เน็ต
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
79
8. บนั ทึกหลงั การสอน
8.1 ผลการจดั การเรียนรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
(2) ดา้ นทกั ษะ ............................................................................................................................
................................................................................................................................................ ..................................
(3) ด้านคณุ ลักษณะ ..................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.2 ปญั หาและอุปสรรค
........................................................................................................................................... .......................................
............................................................................................ ......................................................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครูผสู้ อน
วนั ที่ ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
.................................................................................................................. ................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
........................................................................................................................................... ......................................
ลงชอ่ื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
80
9. ผลการนเิ ทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผูท้ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มีความคดิ เหน็ ดงั น้ี
แผนการจัดการเรียนรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เน้นผู้เรยี นเป็นสาคัญ
ยังไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจดั การเรียนรู้
นาไปใชส้ อนไดจ้ รงิ
ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงช่ือ.....................................................ผูน้ เิ ทศ/ผ้ตู รวจ
(......................................................................)
ตาแหน่ง..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
81
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เรอ่ื ง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดอื น.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้แี จง สังเกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ ร่วมกัน ความ ตามทไ่ี ด้รบั คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมนิ
........./...................../...........
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ตอ่ กลมุ่
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกล่มุ
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏบิ ตั มิ ีประโยชน์ต่อกลุ่มเล็กนอ้ ย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
82
ใบงานที่ 3.2 เรอ่ื ง สว่ นประกอบของกล้องจลุ ทรรศน์
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนช้บี อกสว่ นประกอบของกล้องจุลทรรศน์ และหนา้ ท่ีของสว่ นประกอบต่างๆ
1. หนา้ ท่ี
2. หน้าที่
3. หน้าที่
4. หนา้ ท่ี
5. หนา้ ท่ี
6. หนา้ ที่
7. หนา้ ที่
8. หนา้ ท่ี
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
83
เฉลย ใบงานที่ 3.2 เรื่อง ส่วนประกอบของกล้องจลุ ทรรศน์
คาช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นช้ีบอกสว่ นประกอบของกล้องจุลทรรศน์ และหนา้ ทขี่ องสว่ นประกอบต่างๆ
5 เลนส์ใกล้ตา
1 เลนส์ใกล้วตั ถุ 6 แขน
2 แท่นวางวัตถุ
3 หลอดไฟ 7 ปุม่ ปรับภาพหยาบ
4 ฐาน 8 ปุ่มปรบั ภาพละเอียด
1. เลนสใ์ กล้วัตถุ หน้าท่ี ขยายภาพของวัตถุ
2. แท่นวางวัตถุ หนา้ ที่ ใชว้ างสไลดต์ วั อย่างท่ตี ้องการศึกษา
3. หลอดไฟ หนา้ ท่ี ใหแ้ สงสอ่ งสว่างเพ่ือดวู ตั ถุ
4. ฐาน หน้าท่ี รองรับน้าหนกั ของตัวกล้อง
5. เลนส์ใกล้ตา หนา้ ที่ ขยายภาพของวัตถุ
6. แขน หน้าที่ ใชเ้ ป็นทจ่ี ับ เมื่อเคล่ือนยา้ ยกลอ้ ง
7. ปมุ่ ปรบั ภาพหยาบ หน้าท่ี ใช้เล่ือนแทน่ วางวัตถเุ พอื่ ให้มองเหน็ ภาพ
8. ปุม่ ปรับภาพละเอยี ด หน้าท่ี ปรับความคมชดั ของภาพ
แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
84
ใบงานที่ 3.3 เรอื่ ง การใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์
คาชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ศึกษาการใช้กล้องจุลทรรศน์ โดยปฏบิ ัติกิจกรรมตามทกี่ าหนด
นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ศึกษาลักษณะเสน้ ใยผ้า 2 ชนดิ (ผา้ ฝาู ยและผ้าไนลอน) โดยนาเส้นใยวาง
บนสไลด์แลว้ สอ่ งดูด้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ วาดภาพลักษณะของเสน้ ใยที่เหน็
(วาดภาพ) ลกั ษณะ
(วาดภาพ) ลกั ษณะ
ตอบคาถามจากการทดลอง
1) เมือ่ มองเส้นใยดว้ ยตาเปล่า เส้นใยมลี ักษณะอย่างไร
เส้นใยผ้าฝาู ยมลี ักษณะ
เส้นใยผ้าไนลอนมีลักษณะ
2) เมอ่ื มองเสน้ ใยด้วยกลอ้ งจุลทรรศน์ เส้นใยมลี ักษณะตา่ งจากทีม่ องดว้ ยตาเปล่าอย่างไร
3) กลอ้ งจุลทรรศนช์ ่วยในการมองเห็นวตั ถุอยา่ งไร
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
85
เฉลย ใบงานที่ 3.3 เรือ่ ง การใช้กลอ้ งจลุ ทรรศน์
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาการใช้กลอ้ งจุลทรรศน์ โดยปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามท่ีกาหนด
นักเรยี นแต่ละกล่มุ ศึกษาลักษณะเส้นใยผ้า 2 ชนดิ (ผา้ ฝาู ยและผา้ ไนลอน) โดยนาเสน้ ใยวาง
บนสไลด์แลว้ สอ่ งดูด้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ วาดภาพลกั ษณะของเส้นใยที่เหน็ (ตวั อยา่ ง)
ลกั ษณะ
เส้นใยหนาและหยกิ งอบิดพนั กนั เป็นเกลียว ซึ่ง
อาจบดิ ตามทิศทางการหมุนของเข็มนาฬิกา หรือบิด
ทวนเข็มนาฬิกาขึ้นอยู่กับสายพันธ์ุ
ลักษณะ
เสน้ ใยยาวมคี วามตอ่ เนื่อง ผิวเรยี บแบน
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผสู้ อน)
ตอบคาถามจากการทดลอง
1) เม่อื มองเสน้ ใยดว้ ยตาเปล่า เส้นใยมลี ักษณะอย่างไร
เสน้ ใยผ้าฝาู ยมลี ักษณะ หนาและผวิ เปน็ ขยุ
เส้นใยผ้าไนลอนมลี ักษณะ บางและผิวเรียบ
2) เมือ่ มองเสน้ ใยด้วยกล้องจุลทรรศน์ เส้นใยมลี ักษณะตา่ งจากที่มองดว้ ยตาเปล่าอยา่ งไร
เส้นใยผา้ ที่มองด้วยกลอ้ งจุลทรรศน์จะมองเหน็ รายละเอยี ดได้มากกว่ามองดว้ ยตาเปล่า
3) กล้องจลุ ทรรศนช์ ่วยในการมองเหน็ วตั ถุอยา่ งไร
ช่วยขยายภาพวตั ถุให้มีขนาดใหญข่ ้นึ และทาใหม้ องเห็นวตั ถุขนาดเลก็ ท่ไี มส่ ามารถ
มองเห็นด้วยตาเปลา่ ได้
แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
86
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 หน่วยพ้ืนฐานของสงิ่ มชี วี ิต เรอ่ื ง เซลล์ 1
เวลาเรียน 3 ชัว่ โมง ครผู ู้สอน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง
1. สาระการเรียนรู้/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสงิ่ มีชวี ติ หนว่ ยพน้ื ฐานของสงิ่ มชี วี ิต การลาเลยี งสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้างและหน้าทีข่ องระบบต่างๆ ของสตั วแ์ ละมนุษย์ทีท่ างานสมั พันธ์กนั
ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหนา้ ท่ีของอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชท่ีทางานสัมพนั ธ์กัน รวมทงั้ นาความรไู้ ปใช้
ประโยชน์
ตวั ชี้วดั (ว 1.2 ม.1/1,1/3,1/4)
ม.1/1 เปรยี บเทียบรูปร่าง ลักษณะและโครงสร้างของเซลล์พชื และเซลลส์ ตั วร์ วมท้งั บรรยายหนา้ ทขี่ อง
ผนงั เซลลเ์ ย่ือห้มุ เซลลไ์ ซโทพลาซมึ นวิ เคลยี ส แวคิวโอล ไมโทคอนเดรยี และคลอโรพลาสต์
ม.1/3 อธบิ ายความสัมพันธ์ระหวา่ งรปู ร่างกับการทาหน้าที่ของเซลล์
ม.1/4 อธิบายการจดั ระบบของส่งิ มีชวี ิต โดยเริ่มจากเซลล์เนอ้ื เยอ่ื อวยั วะ ระบบอวัยวะ จนเป็นส่งิ มีชวี ติ
2. สาระสาคัญ
เซลลพ์ ชื และเซลล์สัตว์มโี ครงสร้างพนื้ ฐานเหมือน กัน คือ มีเย่ือหุม้ เซลล์ ไซโทพลาซึม และนวิ เคลยี ส
ซ่ึงโครงสร้างพนื้ ฐานนจี้ ะทาหนา้ ท่แี ตกต่างกนั ไป แต่ เซลล์พชื มีโครงสร้างบางอย่างที่ไม่พบในเซลลส์ ตั ว์ ไดแ้ ก่
ผนงั เซลล์และคลอโรพลาสต์ เซลลม์ รี ปู ร่างลักษณะท่ีหลากหลายเพื่อให้เหมาะ สมกับหน้าท่ีของเซลลน์ ้ัน ๆ โดย
เซลลช์ นิดเดยี วกันหรือ หลายชนิดจะทางานร่วมกันเป็นเนอื้ เย่อื เน้อื เย่ือ หลายชนิดรวมกันเปน็ อวัยวะอวัยวะ
ทางานรว่ มกนั จดั เป็น ระบบอวยั วะ และระบบอวัยวะทกุ ระบบทางานร่วมกันจนเปน็ สิ่งมีชีวิต
3.จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 เปรยี บเทยี บรปู รา่ ง ลกั ษณะและโครงสรา้ งของเซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์รวมทง้ั บรรยายหนา้ ท่ี
ของผนงั เซลล์เย่ือหุ้มเซลล์ไซโทพลาซึมนิวเคลยี ส แวควิ โอล ไมโทคอนเดรียและคลอโรพลาสต์ (K)
3.2 ฝึกปฏิบตั กิ ารใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงเพ่ือสงั เกตสว่ นประกอบของเซลล์ (P)
3.3 มคี วามสนใจใฝเุ รยี นรู้ แสดงความคดิ เหน็ วางแผนร่วมกัน รับฟังความคดิ เห็น (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์
5. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (จดั กระบวนการเรยี นการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้นั สร้างความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครูนาเขา้ สบู่ ทเรียนดังนี้
- ให้นักเรยี นดภู าพนาเร่ือง อ่านเนื้อหานาเร่ืองและ รูจ้ กั คาสาคญั โดยครอู าจใชค้ าถามดงั นี้
(1) ภาพทีน่ กั เรียนเห็นมลี ักษณะอย่างไร (ภาพซา้ ย เปน็ โครงสรา้ งรูปเหลยี่ ม ภายในมกี ้อนสีเขียว
คอ่ นข้างกลม ภาพขวาเป็นโครงสรา้ งรูปร่าง เรยี ว ยาว ภายในมีก้อนรปู ไข่สชี มพู)
(2) นักเรยี นคิดว่าภาพใดเป็นเซลลพ์ ืช ภาพใดเป็น เซลลส์ ัตว์ (นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)
(3) นักเรียนคิดว่าเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์มรี ูปรา่ ง ลักษณะและโครงสรา้ งแตกต่างกนั หรือไม่
อยา่ งไร (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)
5.1.2 ให้นักเรยี นทากิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน แล้วนาเสนอผลการทากิจกรรม ถ้าครู
พบวา่ นกั เรยี น ทากจิ กรรมทบทวนความร้กู ่อนเรียนไม่ถกู ต้อง ครคู วรทบทวนหรือแก้ไขความเข้าใจผิด
แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
87
ของนักเรยี น เพ่ือใหน้ กั เรียนมีความร้พู นื้ ฐานท่ีถกู ต้องและเพียง พอทจ่ี ะเรยี นเรื่องโครงสร้างและหน้าท่ี
ของเซลล์ ต่อไป
5.1.3 ตรวจสอบความร้เู ดมิ ของนักเรยี นเกย่ี วกับโครงสร้างและหนา้ ที่ของเซลลโ์ ดยให้ทา
กิจกรรม ร้อู ะไรบา้ งก่อนเรยี น นักเรยี น สามารถเขยี นไดต้ ามความเข้าใจของนักเรียน ครูไม่เฉลยคาตอบ
แต่นาข้อมลู จากการตรวจสอบความร้เู ดิมของนักเรียน นไี้ ปใชใ้ นการวางแผนการจัดการเรยี นรู้ว่าควรเน้น
ยา้ หรืออธบิ ายเรื่องใดเป็นพเิ ศษ เมื่อนักเรยี นเรยี นจบเร่ืองน้แี ลว้ นักเรยี นจะมคี วามรู้ความเขา้ ใจ
ครบถว้ น ตามจุดประสงคข์ องบทเรยี น
5.1.4 นาเข้าสู่กจิ กรรมท่ี 3.2 เซลล์พชื และเซลล์สตั วแ์ ตกตา่ งกันอย่างไร โดยการตั้งคาถามสร้าง
ความสนใจวา่ เซลล์พชื และ เซลลส์ ตั วม์ ีรูปร่างลกั ษณะเหมือนหรอื แตกต่างกนั หรือไม่และโครงสร้าง
ภายในของเซลล์ประกอบด้วยอะไรบา้ ง
5.2 ข้ันสารวจและคน้ หา (exproration)
5.2.1 ให้นักเรียนอ่านวิธกี ารดาเนินกิจกรรมในหนงั สอื เรียน กิจกรรมที่ 3.2 เซลล์พืชและ
เซลลส์ ตั วแ์ ตกตา่ งกนั อย่างไร
5.2.2 ควรแนะนาให้นักเรยี นวางแผนการทางานร่วมกัน พร้อมทั้งออกแบบการเก็บข้อมูลกอ่ น
ทากิจกรรม โดยอาจให้ บางกล่มุ นาเสนอ แล้วครูใหค้ าแนะนาปรบั แกต้ ามความเหมาะสม
5.2.3 ให้นกั เรียนทากจิ กรรมตามแผนที่วางไว้ครูสงั เกตวิธีการเตรยี มสไลดต์ วั อยา่ งการวาง
กระจกปิดสไลดก์ ารเลือกใบสาหร่าย หางกระรอก การย้อมสีเยอ่ื หอมดว้ ยสารละลายไอโอดนี การล้างสี
สารละลายไอโอดีน การซบั ของเหลวสว่ นเกิน รวม ไปถึงการใชก้ ล้องจลุ ทรรศน์ใชแ้ สงอยา่ งถูกวิธแี ละการ
บันทกึ ผลการสงั เกตของนกั เรียนทุกกล่มุ เพื่อใหค้ าแนะนา ถา้ เกดิ ข้อผดิ พลาดในขณะทากจิ กรรม รวมท้งั
นาข้อมูลทคี่ วรปรับปรงุ และแก้ไขมาประกอบการอภปิ รายภายหลัง การทากจิ กรรม
5.3.4 ให้นกั เรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอผลการทากจิ กรรม โดยใช้วิธตี ิดผลงานไว้ท่ผี นงั รอบห้อง
นกั เรียนและครูสามารถเดินชม ผลงานของแต่ละกลุ่มได้อย่างทั่วถึง
5.3 ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ร่วมกนั อภปิ รายและเปรียบเทียบผลการทากิจกรรม รวมทัง้ สาเหตุที่ทาใหผ้ ลการทา
กจิ กรรมคลาดเคลือ่ น เชน่ เลือก ใบสาหร่ายหางกระรอกท่ีแก่เกนิ ไปทาใหเ้ ซลลท์ ี่สังเกตได้มสี ีเขียวเข้มจน
ไม่สามารถสงั เกตโครงสรา้ งบางอย่างได้เยื่อหอม พบั ม้วนจนสังเกตเซลลไ์ มช่ ดั เจน สไลด์ตัวอย่างมี
ฟองอากาศจึงทาให้เข้าใจผดิ คิดว่าเปน็ เซลลเ์ ปน็ ต้น
5.3.2 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามท้ายกจิ กรรม และร่วมกันอภิปรายคาตอบเพื่อให้นักเรียนสรุปได้วา่
เซลลพ์ ชื และเซลล์สัตวม์ ี รปู ร่างลักษณะแตกต่างกนั เซลล์พืชมรี ปู ร่างเป็นเหลี่ยม เซลล์สตั วม์ ีรูปรา่ ง
ค่อนข้างกลม โครงสร้างของเซลลท์ พ่ี บได้ ทั้งเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ัตว์ ได้แก่ เยือ่ หุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม
และนิวเคลยี ส ส่วนโครงสรา้ งทีพ่ บเฉพาะเซลล์พืช ได้แก่ ผนงั เซลล์และคลอโรพลาสตส์ าหรับเยอ่ื หุม้
เซลลข์ องเซลล์พชื อาจเห็นไม่ชดั เจน เพราะเบยี ดชิดกับผนังเซลล์แต่จะเหน็ ได้ชดั เจนเม่ือเซลลเ์ หยี่ ว
5.4 ข้นั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ใหน้ กั เรียนอา่ นเน้ือหาในหนงั สือ ตอบคาถามระหว่างเรียน แลว้ รว่ มกันอภิปรายเพ่ือให้ได้
ขอ้ สรุปเกีย่ วกับรปู ร่างและ โครงสร้างของเซลลพ์ ชื และเซลล์สตั วต์ ามประเด็นต่อไปนี้
(1) ภายในไซโทพลาซึมของเซลล์จะมีโครงสร้างทที่ าหนา้ ท่เี ฉพาะ โครงสรา้ งเหลา่ นนั้ คืออะไร
(ออรแ์ กเนลล)์
(2) จากการทากจิ กรรมนี้โครงสรา้ งใดของเซลลท์ ่ไี ม่พบ (ไมโทคอนเดรยี และแวควิ โอล)
(3) นอกจากโครงสรา้ งที่นกั เรียนสังเกตเห็นจากกิจกรรมและเนอื้ หาในหนังสือเรียน นกั เรียนคิด
ว่าจะมีโครงสรา้ งอน่ื อกี หรือไม่ (มีซ่งึ นักเรียนจะไดเ้ รียนในระดบั ทสี่ งู ข้นึ เช่น ไรโบโซม เอนโดพลาสมิก
เรตคิ ูลัม ไลโซโซม เป็นตน้ ครูอาจมีรปู เพ่ิมเติมให้นักเรียนดู)
แผนการจดั การเรียนร้วู ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
88
(4) เซลล์สาหร่ายหางกระรอกและเซลลเ์ ยอ่ื หอมมโี ครงสร้างเหมอื นหรอื แตกต่างกันอย่างไร และ
มีผลตอ่ หนา้ ท่ขี อง เซลลอ์ ยา่ งไร (มโี ครงสร้างท่ีเหมือนกนั คือมผี นงั เซลลเ์ ยื่อหมุ้ เซลลไ์ ซโทพลาซมึ และ
นิวเคลยี ส แต่มีโครงสรา้ ง ทต่ี ่างกันคือพบคลอโรพลาสต์ในเซลลส์ าหรา่ ยหางกระรอก แต่ไมพ่ บในเซลล์
เยือ่ หอม ซ่ึงมผี ลตอ่ หน้าท่ีต่าง กนั คอื เซลลส์ าหรา่ ยหางกระรอกมีคลอโรพลาสต์จงึ ทาหน้าท่สี ังเคราะห์
ดว้ ยแสงไดส้ ว่ นเซลล์เยื่อหอมไม่มี คลอโรพลาสต์จึงทาหน้าทีส่ งั เคราะห์ด้วยแสงไม่ไดแ้ ต่ทาหน้าท่ปี ูองกนั
เน้ือเย่ือที่อยูภ่ ายใน) ครสู รปุ ขอ้ มูลเพื่อเชื่อมโยงความรู้เกยี่ วกับรูปร่างลกั ษณะและโครงสร้างของเซลล์พชื
และเซลล์สัตวว์ ่า ท้ังเซลล์พืช และเซลล์สัตว์มีโครงสรา้ งพ้นื ฐานเหมอื นกัน นักเรียนจะได้ศึกษา
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างรปู ร่างลักษณะของเซลล์ กบั หน้าท่ีของเซลลต์ อ่ ไป
5.5 ขัน้ ประเมนิ (evaluation)
5.5.1 สังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ การตอบคาถาม การเข้าร่วมกิจกรรม
6. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ีการวดั เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมิน
3.1 เปรียบเทยี บรปู รา่ ง - สรปุ ผลการทากิจกรรม - แบบบนั ทกึ - นาเสนองานได้อยา่ งถูกต้อง
ลกั ษณะและโครงสรา้ งของ ลงในกระดาษบรู๊ฟ กจิ กรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
เซลล์พชื และเซลล์สัตวร์ วมท้ัง - นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
บรรยายหนา้ ท่ขี องผนังเซลล์
เยอื่ หุ้มเซลล์ไซโทพลาซึม
นวิ เคลยี ส แวคิวโอล ไมโทคอน
เดรยี และคลอโรพลาสต์ (K)
2. ฝึกปฏบิ ัตกิ ารใชก้ ล้อง - สรปุ ผลการทากจิ กรรม - แบบบันทกึ - นาเสนองานได้อย่างถูกต้อง
จุลทรรศนแ์ บบใชแ้ สงเพื่อ ลงในกระดาษบรู๊ฟ กิจกรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
สังเกตส่วนประกอบของเซลล์ - นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
(P)
3. มคี วามสนใจใฝุเรยี นรู้ - สงั เกตความสนใจ - แบบสงั เกต - ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
แสดงความคิดเหน็ วางแผน ใฝุเรียนรู้ แสดงความคดิ เห็น พฤติกรรมการ รอ้ ยละ 70
ร่วมกนั รับฟงั ความคดิ เห็น (A) วางแผนรว่ มกนั ทางานกลมุ่
รบั ฟงั ความคดิ เห็น
7. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
7.1 หนังสือเรียน วทิ ยาศาสตร์ 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรฟู๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 อุปกรณ์การทดลองตามใบกิจกรรมที่ 3.2
7.5 ใบกิจกรรม 3.2 ในหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์
แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
89
8. บันทกึ หลังการสอน
8.1 ผลการจดั การเรียนรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................
....................................................................................... ..........................................................................................
(2) ดา้ นทกั ษะ ............................................................................................................................
.................................................................................................................................................... ..............................
(3) ด้านคณุ ลักษณะ ..................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.2 ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................................... ...................................
................................................................................................ ..................................................................................
8.3 ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครูผู้สอน
วนั ที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
...................................................................................................................... ............................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................................... ..................................
ลงชอ่ื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
90
9. ผลการนเิ ทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผูท้ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มีความคดิ เหน็ ดงั น้ี
แผนการจัดการเรียนรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เน้นผู้เรยี นเป็นสาคญั
ยังไม่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจดั การเรียนรู้
นาไปใชส้ อนไดจ้ ริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงช่ือ.....................................................ผูน้ เิ ทศ/ผ้ตู รวจ
(......................................................................)
ตาแหน่ง..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
91
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เรอ่ื ง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดอื น.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้แี จง สังเกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ ร่วมกัน ความ ตามทไ่ี ด้รบั คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมนิ
........./...................../...........
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ตอ่ กลมุ่
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกล่มุ
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏบิ ตั มิ ีประโยชน์ต่อกลุ่มเล็กนอ้ ย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
92
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 11
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเพ็ญพทิ ยาคม
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 หน่วยพ้นื ฐานของส่ิงมีชวี ติ เรื่อง เซลล์ 2
เวลาเรยี น 3 ช่ัวโมง ครูผู้สอน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง
1. สาระการเรยี นรู้/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ัด
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัตขิ องสิง่ มชี ีวิต หนว่ ยพ้นื ฐานของสิง่ มีชวี ติ การลาเลียงสารเขา้ และออก
จากเซลล์ ความสมั พันธ์ของโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของระบบตา่ งๆ ของสตั ว์และมนุษยท์ ีท่ างานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธข์ องโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ท่ีทางานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนาความรูไ้ ปใช้
ประโยชน์
ตวั ช้วี ดั (ว 1.2 ม.1/1,1/3,1/4)
ม.1/1 เปรียบเทยี บรปู รา่ ง ลักษณะและโครงสร้างของเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ัตวร์ วมท้ังบรรยายหนา้ ทขี่ อง
ผนงั เซลล์เยอื่ หมุ้ เซลลไ์ ซโทพลาซึมนวิ เคลียส แวคิวโอล ไมโทคอนเดรียและคลอโรพลาสต์
ม.1/3 อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่างรปู ร่างกบั การทาหน้าที่ของเซลล์
ม.1/4 อธิบายการจัดระบบของส่ิงมีชีวิต โดยเรมิ่ จากเซลลเ์ นอ้ื เย่ือ อวัยวะ ระบบอวัยวะ จนเปน็ สิ่งมชี ีวติ
2. สาระสาคญั
เซลลพ์ ชื และเซลลส์ ัตวม์ ีโครงสร้างพืน้ ฐานเหมือน กัน คือ มีเยอื่ หมุ้ เซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลยี ส
ซ่ึงโครงสร้างพน้ื ฐานนีจ้ ะทาหน้าทแ่ี ตกต่างกันไป แต่ เซลล์พืชมีโครงสร้างบางอย่างทไี่ ม่พบในเซลล์สัตว์ ได้แก่
ผนงั เซลลแ์ ละคลอโรพลาสต์ เซลลม์ รี ูปรา่ งลักษณะทีห่ ลากหลายเพอื่ ใหเ้ หมาะ สมกับหน้าทีข่ องเซลลน์ ั้น ๆ โดย
เซลล์ชนดิ เดียวกันหรอื หลายชนิดจะทางานร่วมกนั เป็นเนือ้ เยื่อ เนื้อเยื่อ หลายชนิดรวมกันเปน็ อวัยวะอวยั วะ
ทางานรว่ มกนั จดั เป็น ระบบอวยั วะ และระบบอวยั วะทกุ ระบบทางานร่วมกันจนเป็นส่งิ มีชีวติ
3.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่างรปู ร่างกบั การทาหนา้ ที่ของเซลล์ (K)
3.2 อธบิ ายการจดั ระบบของส่ิงมชี วี ิต โดยเริ่มจากเซลล์เน้อื เยอื่ อวัยวะ ระบบอวยั วะ จนเปน็ ส่ิงมีชวี ติ (K)
3.3 สร้างแบบจาลอง เพือ่ บรรยายโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของเซลล์ (P)
3.4 มคี วามสนใจใฝุเรยี นรู้ แสดงความคดิ เหน็ วางแผนรว่ มกนั รบั ฟังความคิดเห็น (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 โครงสรา้ งและหน้าทขี่ องเซลล์
4.2 การจัดระบบของสิง่ มีชีวติ
5. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (จดั กระบวนการเรียนการสอนแบบ 5Es)
5.1 ขั้นสร้างความสนใจ (engagement)
5.1.1 ทบทวนความรเู้ ดมิ เรื่องเซลลจ์ ากช่ัวโมงทีผ่ ่านมา
5.2 ข้นั สารวจและคน้ หา (exproration)
5.2.1 ใหน้ กั เรียนอา่ นเน้ือหาในหนังสอื ตอบคาถามระหว่างเรียน และรว่ มกันอภปิ รายเพื่อใหไ้ ด้
ข้อสรปุ ว่ารปู ร่างลกั ษณะของ เซลลม์ คี วามสัมพนั ธ์กบั หนา้ ที่ของเซลล์นน้ั ๆ โดยอาจใช้คาถามดงั นี้
(1) ตัวอยา่ งเซลลส์ ัตวม์ ีอะไรบ้าง (เซลล์ประสาท เซลลเ์ ม็ดเลือดแดง และเซลล์สเปิร์ม)
(2) เซลล์สตั ว์แตล่ ะชนดิ มีรูปร่างลักษณะอย่างไร (เซลลป์ ระสาทมีรูปรา่ งลกั ษณะเปน็ เสน้ ยาว
มีก้อนกลมอยู่บรเิ วณ คอ่ นไปทางสว่ นปลาย มีแขนงเป็นเส้นยาว เซลล์เมด็ เลอื ดแดงมรี ปู รา่ งลกั ษณะกลม
แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
93
ส่วนกลางเซลล์ทงั้ สองดา้ น เวา้ เขา้ หากันทาให้แบน ส่วนเซลลส์ เปิร์มมีรูปร่างลักษณะกลม มหี างยาว
เรยี ว)
(3) รูปรา่ งลักษณะของเซลล์สัตวแ์ ตล่ ะชนิดสัมพันธก์ ับหนา้ ทอ่ี ยา่ งไร (เซลล์ประสาทมีแขนงเปน็
เส้นยาวเพ่อื นากระแส ประสาทไปยงั เซลล์อนื่ ท่ีอย่ไู กลออกไป เซลล์เมด็ เลือดแดงมีรูปรา่ งกลมแบน
เพื่อใหเ้ คลื่อนทไ่ี ปในหลอดเลือดได้งา่ ย มีลกั ษณะเวา้ กลางเซลล์ทัง้ สองด้านเพื่อชว่ ยเพิ่มพนื้ ท่ีในการ
ลาเลยี งออกซเิ จน ส่วนเซลลส์ เปิร์มมหี างเพื่อช่วย ในการเคลื่อนทีไ่ ปหาเซลล์ไข่)
(4) ตัวอย่างเซลล์พืชมีอะไรบ้าง (เซลล์ขนราก เซลล์ในเน้ือเยอื่ ลาเลยี งนา้ เซลลค์ ุม)
(5) เซลล์พืชแต่ละชนิดมรี ปู ร่างลกั ษณะอย่างไร (เซลลข์ นรากมีผนังเซลลด์ ้านทสี่ ัมผัสกับดินยนื่
ยาวออกมาเปน็ หลอด คลา้ ยเสน้ ขนเลก็ ๆเซลลใ์ นเนื้อเยอ่ื ลาเลียงน้ามีรปู รา่ งเป็นท่อกลวงยาวและเซลล์คมุ
มีรูปร่างลักษณะคลา้ ยเมลด็ ถั่ว หรือรปู ไต)
(6) รูปร่างลกั ษณะของเซลลพ์ ืชแต่ละชนดิ สมั พนั ธ์กบั หนา้ ท่ีอยา่ งไร (เซลลข์ นรากมีรูปรา่ ง
ลักษณะคลา้ ยเส้นขนเล็กๆ ยน่ื ยาวออกมาเพือ่ เพ่ิมพ้ืนที่ผิวในการดดู น้าและธาตุอาหารเซลล์ในเนอื้ เย่ือลา
เลียงน้า มีลักษณะเป็นท่อกลวงยาว เพ่ือใชใ้ นการลาเลียงน้าจากรากไปยังส่วนตา่ งๆของพืชและเซลลค์ ุม
มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วหรอื รูปไต มีผนังเซลล์ หนาบางไมเ่ ท่ากัน ทาหนา้ ที่ควบคมุ การปิดเปดิ ปากใบ
5.3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 สรปุ ข้อมูลเพื่อเช่อื มโยงความรูเ้ ก่ยี วกับการจัดระบบภายในของส่ิงมีชีวติ ว่า สิง่ มีชีวิต
ประกอบด้วยเซลล์เป็นหนว่ ย พืน้ ฐานบางชนดิ มเี ซลลเ์ ดยี ว บางชนดิ มหี ลายเซลล์ มกี ารจัดระบบของ
เซลล์อย่างไรจนเปน็ อวัยวะและร่างกายของ สง่ิ มีชีวิต นกั เรียนจะได้คาตอบโดยอ่านเนื้อหาในหนังสอื
5.3.2 ให้นกั เรียนอ่านหนังสือเรียน ตอบคาถามระหวา่ งเรยี น และร่วมกนั อภปิ รายเพ่ือให้ได้
ข้อสรุปวา่ ส่งิ มชี ีวติ หลายเซลล์ทงั้ พชื และสัตวป์ ระกอบด้วยเซลลท์ มี่ กี ารจัดระบบเป็นเนื้อเยอ่ื อวัยวะ
ทางานรว่ มกันเป็นระบบอวัยวะต่างๆจนเปน็ สิง่ มีชวี ติ โดยครอู าจใช้คาถามดังต่อไปน้ี
• การจัดระบบภายในของส่ิงมีชวี ิต เรยี งลาดบั จากหน่วยเล็กไปหาหนว่ ยใหญอ่ ย่างไร
(เรมิ่ จาก เซลล์ เนือ้ เยอ่ื อวยั วะ ระบบอวัยวะ และ ส่งิ มีชีวติ )
5.3.4 นกั เรยี นรว่ มกันสรุปหวั ขอ้ เร่ืองการศึกษาเซลลด์ ้วยกล้องจลุ ทรรศน์ จากนั้นนักเรยี นทา
กิจกรรมตรวจสอบตนเอง เพ่ือสรุปองค์ความรทู้ ี่ได้เรียนรู้จากบทเรียน ดว้ ยการเขียนบรรยาย วาดภาพ
หรือเขียนผังมโนทัศนส์ ง่ิ ท่ีได้เรยี นรู้ จากบทเรยี นเร่ืองการศึกษาเซลลด์ ว้ ยกล้องจุลทรรศน์
5.3.5 ให้นกั เรยี นนาเสนอผลการทากิจกรรมโดยวธิ ีการใดวิธีการหนึ่ง เช่น ให้นักเรียนนาเสนอ
และอภปิ รายภายในกลุม่ หรือ อภปิ รายรว่ มกันในชั้นเรยี น หรอื ร่วมกันพจิ ารณาผลงานแตล่ ะกลมุ่ ตดิ ไว้
ทผ่ี นงั หอ้ งจากนัน้ ครแู ละนักเรียนอภิปรายสรปุ องค์ความรู้ท่ีได้จากบทเรยี นรว่ มกนั
5.4 ขั้นขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 เช่อื มโยงความรเู้ ร่ืองเซลล์ ไปสู่การนาไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันโดยให้นักเรียนทา
กิจกรรมท้ายบท แบบจาลอง ของเซลล์เป็นอยา่ งไร และตอบคาถามท้ายกิจกรรม
5.4.2 ใชค้ าถามสาคัญของบทในหนา้ นาบทที่ 1 เซลล์ ถามนักเรยี นและให้นักเรยี นอภิปราย
ร่วมกนั โดยนกั เรียนควร ตอบคาถามสาคญั ของบทได้
5.5 ขั้นประเมนิ (evaluation)
5.5.1 ใหน้ ักเรียนตรวจสอบทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ที่ได้เรียนรจู้ ากบทเรียนน้ีใน
กรอบตรวจสอบตนเอง
5.5.2 ให้นกั เรยี นอ่านสรุปท้ายบท ทาแบบฝึกหัดทา้ ยบท และประเมนิ ความรคู้ วามเขา้ ใจจาก
การเรยี นบทที่ 1 เซลล์ โดย การทาแบบฝึกหัดท้ายบท
5.5.3 เชื่อมโยงองค์ความรู้ที่ไดจ้ ากบทเรียนนี้ไปยังบทท่ี 2 การลาเลียงสารเขา้ ออกเซลล์ โดยครู
อาจให้แนวคดิ วา่ เซลลม์ ี รูปรา่ งและโครงสรา้ งดังที่เรียนมาแล้ว ส่งิ มีชีวติ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเซลล์
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
94
หลายเซลลท์ างานรว่ มกนั จงึ ตอ้ งการ สารเพอื่ ใชภ้ ายในเซลล์เซลล์จะมีกระบวนการอย่างไรในการนาสาร
เหล่านน้ั เข้าสเู่ ซลล์
5.5.4 สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ การตอบคาถาม การเขา้ ร่วมกจิ กรรม
6. การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล
วธิ ีการวดั เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมิน
1. อธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง - สรุปผลการทากิจกรรม - แบบบนั ทึก - นาเสนองานได้อย่างถกู ต้อง
รปู ร่างกับการทาหน้าท่ีของ ลงในกระดาษบรู๊ฟ กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
เซลล์ (K) - นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
2. อธิบายการจัดระบบของ - สรปุ ผลการทากิจกรรม - แบบบันทึก - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
สิง่ มีชีวติ โดยเริ่มจากเซลล์ ลงในกระดาษบรู๊ฟ
เน้ือเยอ่ื อวยั วะ ระบบอวัยวะ - นาเสนอผลงาน กจิ กรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
จนเป็นสง่ิ มชี ีวติ (K)
- สรุปผลการทากจิ กรรม - การอภปิ รายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
3. สรา้ งแบบจาลอง เพื่อ ลงในกระดาษบรู๊ฟ
บรรยายโครงสรา้ งและหนา้ ที่ - นาเสนอผลงาน - แบบบนั ทึก - นาเสนองานได้อย่างถกู ต้อง
ของเซลล์ (P)
กิจกรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
- การอภปิ รายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
4. มคี วามสนใจใฝเุ รียนรู้ - สงั เกตความสนใจ - แบบสงั เกต - ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
แสดงความคดิ เหน็ วางแผน ใฝเุ รยี นรู้ แสดงความคิดเห็น พฤติกรรมการ ร้อยละ 70
รว่ มกนั รับฟังความคิดเหน็ (A) วางแผนรว่ มกนั รับฟัง ทางานกลุ่ม
ความคดิ เหน็
7. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
7.1 หนังสอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ 1 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรู๊ฟ
7.3 ปากกาเคมี
7.4 กจิ กรรมแบบจาลองเซลล์
แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
95
8. บันทึกหลงั การสอน
8.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
(2) ด้านทักษะ ............................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
(3) ด้านคณุ ลกั ษณะ ..................................................................................................................
.................................................................................................. ................................................................................
8.2 ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
.................................................................................................................................................... ..............................
..................................................................................................... .............................................................................
ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครผู ู้สอน
วันท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงช่ือ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
96
9. ผลการนเิ ทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เห็นดังน้ี
แผนการจัดการเรยี นรู้
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
เน้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ
ยงั ไมเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจดั การเรียนรู้
นาไปใช้สอนไดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................................................... ..................
ลงช่อื .....................................................ผู้นเิ ทศ/ผู้ตรวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจดั การเรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
97
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เรอ่ื ง ……………………………………..
ช้นั ..........................ห้อง.......................................เวลา..............................
วนั ที่ .........................เดอื น.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้แี จง สังเกตการทางานรายกลุ่มของนกั เรียน โดยทาเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ ร่วมกัน ความ ตามทไ่ี ด้รบั คะแนน
กลมุ่ ที่ คดิ เห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน
........./...................../...........
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏิบัติตลอดเวลาทีร่ ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ตอ่ กลุ่ม
3 = ปฏิบัติบางครัง้ ผลจากการปฏบิ ัตมิ ปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
2 = ปฏิบัตเิ พยี ง 1-2 ครั้ง ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกล่มุ
1 = ปฏบิ ัติเพยี ง 1-2 ครงั้ ผลจากการปฏบิ ตั มิ ีประโยชน์ต่อกลุ่มเล็กนอ้ ย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคณุ ภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
98
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 12
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 หน่วยพน้ื ฐานของส่ิงมชี ีวิต เร่ือง การลาเลยี งสารเขา้ ออกเซลล์
เวลาเรยี น 3 ช่ัวโมง ครูผู้สอน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง
1. สาระการเรยี นรู้/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัติของสง่ิ มชี วี ติ หน่วยพนื้ ฐานของส่งิ มีชีวติ การลาเลียงสารเขา้ และออก
จากเซลล์ ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้างและหนา้ ท่ีของระบบต่างๆ ของสัตวแ์ ละมนุษย์ที่ทางานสัมพนั ธ์กนั
ความสัมพันธ์ของโครงสรา้ งและหน้าที่ของอวัยวะตา่ ง ๆ ของพชื ที่ทางานสัมพันธ์กัน รวมท้ังนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตวั ชวี้ ดั (ว 1.2 ม.1/5)
ม.1/5 อธิบายกระบวนการแพรแ่ ละออสโมซิสจากหลักฐานเชิงประจักษ์และยกตวั อย่างการแพร่
และออสโมซิสในชวี ิตประจาวัน
2. สาระสาคญั
เซลล์มกี ารนาสารเขา้ สเู่ ซลลเ์ พื่อใช้ในกระบวนการตา่ ง ๆ ของเซลล์และมีการขจดั สารบางอย่างท่ีเซลล์
ไมต่ ้องการออกนอกเซลล์การนาสารเขา้ และออกจากเซลลม์ หี ลายวิธเี ชน่ การแพร่ เปน็ การเคล่ือนที่ของสาร
จากบริเวณทมี่ ีความเข้มข้นของสารสงู ไปสู่ บรเิ วณที่มีความเข้มขน้ ของสารตา่ ส่วนออสโมซสิ เปน็ การแพร่ของน้า
ผา่ นเยื่อหุม้ เซลล์จากด้านทีม่ ีความเข้มขน้ ของสารละลายต่า ไปยงั ดา้ นท่ีมคี วามเข้มข้นของสารละลายสงู กวา่
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 อธบิ ายกระบวนการแพร่และการออสโมซิส (K)
3.2 ยกตัวอย่างการแพร่และการออสโมซสิ ที่พบในชวี ติ ประจาวัน (P)
3.3 มคี วามสนใจใฝุเรียนรู้ แสดงความคดิ เหน็ วางแผนรว่ มกัน รับฟงั ความคิดเห็น (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 การแพร่
4.2 การออสโมซสิ
5. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (จดั กระบวนการเรียนการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครูนาเขา้ สบู่ ทเรียน ดังนี้
- ใหน้ ักเรียนดูภาพการชงนา้ กระเจ๊ยี บ อ่าน เนอื้ หานาบท จากนน้ั อภปิ รายโดยอาจใช้ คาถามนา
ดงั นี้
(1) สีแดงมาจากไหน (สารสีแดงมาจาก กลบี เล้ยี งกระเจ๊ียบ)
(2) ทาไมนา้ ในแก้วจงึ มสี แี ดง (เพราะสาร สแี ดงจากกลบี เล้ียงกระเจย๊ี บละลาย ออกมาผสมกบั
น้าในแก้ว)
(3) น้ากระเจย๊ี บเม่ือตัง้ ทิง้ ไวส้ ักพักทาไม นา้ ทง้ั แก้วจึงมีสีแดง (นกั เรยี นสามารถ ตอบไดต้ าม
ความเขา้ ใจของตนเอง)
5.1.2 ให้นักเรยี นอ่านจุดประสงค์ของบทเรยี น จากนัน้ อภิปรายร่วมกนั เพื่อใหท้ ราบ ขอบเขต
เน้ือหา เปูาหมายของการเรยี น รแู้ ละแนวทางการประเมินที่นกั เรียนจะ ไดเ้ รียนรูใ้ นบทเรียนนี้ (นักเรยี น
จะสามารถ อธบิ ายกระบวนการแพร่และกระบวนการ ออสโมซิสว่าเปน็ วิธีการนาสารเข้าและออก จาก
เซลล์ไดอ้ ย่างไร พร้อมทงั้ ยกตัวอย่าง การแพรแ่ ละการออสโมซสิ ในชีวิตประจาวัน)
แผนการจดั การเรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
99
5.1.3 .ให้นกั เรียนดภู าพนาเร่ือง อ่านเนื้อหานาเร่ืองและรู้จัก คาสาคัญทากิจกรรม ทบทวน
ความรู้ก่อนเรยี น แลว้ นาเสนอผลการทากจิ กรรม ถา้ ครูพบวา่ นักเรยี นยงั ทา กจิ กรรมทบทวนความรกู้ ่อน
เรยี นไมถ่ ูกตอ้ ง ครูควร ทบทวนหรอื แก้ไขความเขา้ ใจผดิ ของนกั เรียน เพื่อ ให้นักเรยี นมคี วามรู้พ้ืนฐานท่ี
ถกู ต้องและเพยี งพอท่ี จะเรยี นเรื่องการแพรต่ ่อไป ครตู รวจสอบความรู้เดมิ ของนักเรียนเกีย่ วกบั การแพร่
โดยใหท้ ากจิ กรรม รู้อะไรบา้ งก่อนเรียน นักเรียน สามารถเขียนได้ตามความเขา้ ใจของนักเรยี น ครไู ม่
เฉลยคาตอบแตน่ าข้อมูลจากการตรวจสอบความ รเู้ ดิมของนกั เรยี นไปใชใ้ นการวางแผนการจดั การ
เรยี นรวู้ า่ ควรเนน้ ย้า หรอื อธิบายเรือ่ งใดเป็นพิเศษ เมอ่ื นกั เรียนเรยี นจบเร่อื งนแ้ี ลว้ นกั เรยี นจะมีความรู้
ความเข้าใจครบถ้วน ตามจุดประสงค์ของบทเรียน
5.2 ขั้นสารวจและค้นหา (exproration)
5.2.1 ครูนาเขา้ สู่กิจกรรมที่ 3.3 อนภุ าคของสารมกี ารเคลือ่ นท่ีอย่างไรโดยแจ้งวา่ นักเรยี นจะได้
เรยี นร้เู กี่ยวกับการแพร่และกระบวนการแพร่ของสารต่อไป
(1) ใหน้ ักเรียนทากิจกรรมตามแผนท่ีวางไว้ครสู ังเกตวธิ ีการจดั อปุ กรณก์ ารสังเกตการเคล่ือนที่
ของอนภุ าคดา่ งทับทิมและ การบันทึกผลการสังเกตของนักเรยี นทุกกลมุ่ เพ่ือให้ข้อแนะนาถา้ เกิด
ขอ้ ผิดพลาดขณะทากิจกรรม โดยอาจจะให้นักเรยี น บันทึกภาพหรอื บันทึกวดี ิโอเพิ่มเตมิ เพ่อื ใช้ในการ
อธิบายและนาเสนอ รวมทัง้ นาข้อมูลท่คี วรปรับปรุงและแก้ไขมาใช้ ประกอบการอภปิ รายหลังการทา
กิจกรรม
(2) ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลการทากจิ กรรม รวบรวมข้อมลู นาเสนอโดยใชโ้ ปรแกรม
พาวเวอร์พอยดแ์ สดงรปู หรือ วีดโิ อการทากจิ กรรม
(3) ร่วมกนั อภิปรายเปรียบเทียบขอ้ มลู ท่ีได้จากการทากจิ กรรม และสาเหตุที่ทาให้ผลการทา
กิจกรรมคลาดเคล่ือน (ถ้ามี)
(4) ให้นักเรยี นตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม และรว่ มกันอภปิ รายคาตอบเพื่อใหน้ ักเรียนสรุปไดว้ ่า
เมือ่ หย่อนเกลด็ ด่างทบั ทิม ลงในนา้ เกล็ดด่างทับทิมจะค่อยๆละลายเหน็ เป็นเสน้ สีมว่ งและจมลงก้น
บีกเกอรบ์ รเิ วณกน้ บีกเกอรจ์ ะเห็นสีม่วงเข้ม ล้อมรอบเกล็ดดา่ งทับทิม จากนั้นสมี ่วงเข้มรอบเกล็ดดา่ ง
ทบั ทิมจะค่อย ๆ เคลอื่ นทีจ่ ากบริเวณกน้ บีกเกอรไ์ ปสู่บรเิ วณ อ่นื ของบีกเกอรจ์ นสีม่วงกระจายทวั่ ทั้ง
บกี เกอรแ์ ละจะเห็นสมี ่วงอ่อนจางลงกวา่ เดิม
(5) ให้นักเรยี นอ่านเน้ือหาในหนงั สือเรียน พร้อมท้งั ตอบคาถาม เพื่อใหน้ ักเรยี นเรียนรเู้ พ่ิมเติม
เก่ยี วกับการแพร่
5.2.2 ครนู านักเรยี นเข้าสู่กิจกรรมท่ี 3.4 น้าเคล่ือนทผี่ า่ นเย่ือเลอื กผ่านได้อยา่ งไรซง่ึ อาจใช้
คาถามว่า นอกจากการแพร่ของ สารเขา้ ออกเซลลเ์ ชน่ การแพร่ของแกส๊ ออกซิเจนและแกส๊
คารบ์ อนไดออกไซด์แล้ว เซลลม์ ีการลาเลียงสารอน่ื ๆ เชน่ นา้ เขา้ และออกจากเซลล์หรอื ไม่และเซลลจ์ ะ
มวี ิธกี ารในการลาเลียงนา้ เข้าและออกจากเซลลอ์ ย่างไร
5.2.3 ใหน้ กั เรยี นอ่านวิธีการดาเนินกจิ กรรมในหนงั สอื เรยี น
5.2.4 ให้นักเรียนทากิจกรรมตามแผนที่วางไวค้ รสู ังเกตวิธกี ารจัดชุดอุปกรณ์การเทสารละลาย
นา้ ตาลลงในเซลโลเฟน การมัด ปากถงุ เซลโลเฟน เตือนให้นกั เรียนทาเครื่องหมายแสดงระดบั ของเหลว
ในหลอดแก้วก่อนที่จะใสน่ า้ ลงในบกี เกอรแ์ ละการ บนั ทึกผลการเปลยี่ นแปลงของของเหลวในหลอดแกว้
เพอ่ื ให้ขอ้ แนะนาหากเกดิ ข้อผิดพลาดในขณะทากจิ กรรม รวมทั้ง นาขอ้ มูลที่ควรจะปรบั ปรงุ และแก้ไขมา
ใชป้ ระกอบการอภปิ รายหลังทากิจกรรม
5.2.5 ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการทากิจกรรม โดยนาผลการทากจิ กรรมไปตดิ บน
กระดาน หรือนาข้อมูลท่ีไดไ้ ป เปรียบเทียบกบั เพ่อื นกล่มุ อืน่ ในหอ้ งเรยี น
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม