100
5.2.6 รว่ มกันอภิปรายเปรยี บเทียบขอ้ มลู ท่ีได้จากกิจกรรม โดยอาจเลือกเฉพาะผลกิจกรรมท่ี
ถกู ต้องชัดเจนและผลกิจกรรมท่ี คลาดเคลอื่ น มาอภปิ รายเปรียบเทียบและหาสาเหตุทีท่ าให้เกดิ ผล
กิจกรรมคลาดเคลื่อน เชน่ ใส่นา้ สูงกว่าระดับยางท่ี รดั ปากถุงเซลโลเฟน มฟี องอากาศอยู่ในถงุ เซลโลเฟน
5.2.7 ให้นกั เรียนตอบคาถามท้ายกจิ กรรม และรว่ มกันอภิปรายคาตอบเพื่อให้ไดข้ ้อสรปุ วา่
นา้ เคลื่อนที่ผา่ นเซลโลเฟนเขา้ ไป ภายในถงุ ทีบ่ รรจุสารละลายนา้ ตาลได้แต่สารละลายนา้ ตาลไม่สามารถ
เคล่ือนทผ่ี า่ นเซลโลเฟนออกมานอกถุงทบี่ รรจุ อยู่ได้โดยอาจใช้คาถามดังต่อไปน้ี
(1) ระดบั ของเหลวในหลอดแก้วมกี ารเปลย่ี นแปลงอยา่ งไร (ระดบั ของเหลวในหลอดแก้วสงู ขน้ึ )
(2) เพราะเหตใุ ดระดับของเหลวในหลอดแก้วจงึ สงู ขน้ึ (ระดับของเหลวในหลอดแก้วสงู ขน้ึ เพราะ
น้าเคลอ่ื นที่ เข้าไปในถงุ เซลโลเฟน ผสมกบั สารละลายน้าตาล ทาให้มปี รมิ าณสารละลายมากขึน้
ของเหลวในหลอดแกว้ จึง สงู ข้ึน)
5.2.6 ให้นกั เรียนอา่ นเน้ือหาในหนงั สือเรียน พร้อมทงั้ ตอบคาถามระหว่างเรียน เพ่ือให้นักเรยี น
เรียนร้เู พมิ่ เติมและประเมิน ความเขา้ ใจเกี่ยวกับออสโมซสิ
5.3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายสรปุ เนื้อหาท้ังหมดที่ไดเ้ รยี นรู้จากกจิ กรรมและการศกึ ษา
เพิ่มเติมจากหนงั สือเรียน เพ่ือ ใหไ้ ดข้ ้อสรุปว่าการแพร่เกิดขึ้นเมือ่ มีความแตกต่างของความเขม้ ขน้ ของ
สารละลายระหว่างสองบรเิ วณ โดยมีทศิ ทาง การเคล่อื นท่ีของตัวละลายจากบริเวณที่มีความเข้มขน้ มาก
ไปยังบรเิ วณที่มีความเขม้ ข้นน้อย จนความเข้มขน้ ของ สารละลายโดยเฉลย่ี เทา่ กันทุกบริเวณ เรียกว่าเกดิ
สมดุลของการแพรก่ ารแพร่นอกจากแพร่ในตัวกลางท่ีเปน็ ของเหลว ดังกจิ กรรมแลว้ การแพรส่ ามารถ
แพร่ผ่านตัวกลางทเี่ ป็นแก๊สได้เชน่ การแพรข่ องนา้ มันหอมระเหยหรอื กลนิ่ ดอกไม้ กลิ่นอาหารผา่ น
อากาศเปน็ ตน้ ซงึ่ เซลล์ของส่ิงมชี ีวิตกม็ กี ารแพรข่ องสารเขา้ ออกเซลล์เช่นเดียวกัน เช่นการแพรเ่ ข้าออก
ของแก๊สออกซิเจนและแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดบ์ ริเวณถุงลมปอด การแพร่เข้าออกของแกส๊ ออกซเิ จน
และ แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์บริเวณปากใบ เป็นตน้
5.3.2 รว่ มกนั อภปิ รายและสรุปเนือ้ หาท้ังหมดท่ีไดเ้ รียนรู้จากการทากิจกรรมและการอ่านเนือ้ หา
เพม่ิ เติม โดยครูอาจให้นักเรียน แต่ละกลมุ่ วาดแผนภาพหรือใช้โปรแกรมประยุกต์ตา่ ง ๆ ในการนาเสนอ
องค์ความรู้ท่ีได้จากการเรยี นในเรือ่ งนี้เพ่ือให้ ได้ข้อสรุปวา่ ออสโมซิส เปน็ การเคลอ่ื นทส่ี ทุ ธขิ องโมเลกุล
นา้ จากบรเิ วณท่ีมคี วามเขม้ ข้นของสารละลายต่า (มีโมเลกุล ของนา้ มาก) ผา่ นเยื่อเลือกผ่านไปยงั บรเิ วณ
ทีม่ ีความเข้มขน้ ของสารละลายสงู (มีโมเลกุลของน้าน้อย)
5.4 ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ใหน้ กั เรียนทากิจกรรมเสริมในหนังสือเรยี น ครูอาจใช้ประเดน็ คาถามดังต่อไปน้ีก่อนทา
กิจกรรม
(1) ทาไมกจิ กรรมนี้จงึ เลือกใช้เซลโลเฟน (เซลโลเฟนมรี ูขนาดเลก็ มากกระจายอยู่ทว่ั ไป จงึ ยอม
ใหส้ ารทมี่ ีอนภุ าค ขนาดเล็กผ่านได้แต่ไมย่ อมใหส้ ารที่มีอนุภาคขนาดใหญ่ผา่ น)
(2) นักเรยี นคิดว่าเมื่อนาถงุ เซลโลเฟนบรรจุน้าแปงู สกุ ใสใ่ นบกี เกอรท์ ี่มสี ารละลายไอโอดีน จะ
เกิดการแพร่อยา่ งไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) ครูควรเน้นให้นกั เรียนบันทึกส่ิงทนี่ ักเรียนคาดการณ์
ไวใ้ นแบบบันทึกกจิ กรรม
5.4.2 เช่อื มโยงไปสู่การเรียนเร่อื งตอ่ ไป โดยกล่าวว่าการแพรม่ กี ระบวนการดงั ทเ่ี รยี นมาแลว้ ซง่ึ
ใชใ้ นการนาสารทม่ี ีขนาดเลก็ เชน่ แกส๊ ออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซดเ์ ข้าและออกจากเซลลถ์ า้
รา่ งกายต้องการนาน้าเข้าและออกจากเซลลจ์ ะมี กระบวนการอย่างไร นักเรยี นจะไดศ้ ึกษาในเร่ืองต่อไป
5.5 ขัน้ ประเมนิ (evaluation)
แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
101
5.5.1 ให้นักเรียนทากจิ กรรมตรวจสอบตนเอง เพ่อื สรปุ องคค์ วามรทู้ ่ีได้เรยี นรูจ้ ากบทเรียน โดย
การเขียนบรรยาย วาดภาพ หรือเขยี นผงั มโนทัศน์สงิ่ ท่ีได้เรียนรู้จากบทเรียนเร่ือง การลาเลยี งสารเข้า
ออกเซลล์
5.5.2 ให้นกั เรยี นนาเสนอผลงาน โดยการอภิปรายภายในกล่มุ อภปิ รายร่วมกนั ในช้ันเรยี น หรอื
ตดิ แสดงผลงานบนผนังหอ้ งเรียน และใหน้ ักเรียนในห้องรว่ มชมผลงานและแสดงความคิดเหน็ จากน้ันครู
และนักเรยี นอภิปรายสรุปองคค์ วามรทู้ ี่ได้ จากบทเรียนร่วมกนั
5.5.3 เชื่อมโยงความร้เู ร่อื งการลาเลยี งสารเขา้ ออกเซลล์ไปสู่การนาไปใช้ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจาวันโดยใหน้ กั เรียนทากิจกรรม ทา้ ยบท เพราะเหตุใดน้าหนกั ของไข่ไกจ่ ึงเปลยี่ นแปลง และ
ตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม
5.5.4 ใช้คาถามสาคัญของบทในหน้านาบทท่ี 2 การลาเลียงสารเข้าออกเซลลถ์ ามนกั เรียนและ
ใหน้ กั เรียนอภปิ รายรว่ มกนั โดยนกั เรียนควรตอบคาถามสาคญั ของบทได้
5.5.5 ให้นักเรยี นตรวจสอบทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ทไ่ี ดเ้ รยี นรจู้ ากบทเรียนนี้ ใน
กรอบตรวจสอบตนเอง
5.5.6 ให้นักเรยี นอา่ นสรุปท้ายบท ทาแบบฝึกหัดทา้ ยบท และประเมนิ ความร้คู วามเข้าใจจาก
การเรียนหน่วยท่ี3 หน่วยพื้นฐาน ของส่งิ มชี ีวิต โดยการทาแบบฝึกหัดทา้ ยหน่วย
5.5.7 เชื่อมโยงองคค์ วามรู้ท่ีได้จากหนว่ ยการเรียนรู้น้ไี ปยังหน่วยที่4 การดารงชีวติ ของพืช โดย
ครอู าจใหแ้ นวคดิ วา่ ส่ิงมีชวี ติ ทุกชนดิ มเี ซลลเ์ ป็นหน่วยพ้ืนฐาน เซลล์แตล่ ะชนดิ มีโครงสร้างและหนา้ ที่
แตกตา่ งกนั และเซลลม์ กี ารลาเลยี งสารเข้าและ ออกจากเซลล์เพอ่ื การดารงชวี ิต แล้วพืชซึ่งเป็นสง่ิ มชี ีวิต
ทเ่ี กี่ยวข้องกับการดารงชีวิตของนักเรียนนัน้ มกี ระบวนการใน การดารงชวี ิตอย่างไร
6. การวัดและประเมินผล การวดั และประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
วธิ กี ารวัด เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมิน
1. อธิบายกระบวนการแพร่
และการออสโมซสิ (K) - สรปุ ผลการทากิจกรรม - แบบบันทึก - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
ลงในกระดาษบรู๊ฟ กิจกรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
- นาเสนอผลงาน - การอภิปรายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
2. ยกตวั อย่างการแพร่ - สรุปผลการทากจิ กรรม - แบบบนั ทึก - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
และการออสโมซิสท่พี บ
ในชวี ิตประจาวัน (P) ลงในกระดาษบรู๊ฟ กิจกรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
- นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
3. มคี วามสนใจใฝุเรียนรู้ - สังเกตความสนใจ - แบบสงั เกต - ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
แสดงความคิดเห็น วางแผน ใฝุเรียนรู้ แสดงความ พฤติกรรมการ ร้อยละ 70
ร่วมกนั รบั ฟังความคิดเหน็ (A) คิดเหน็ วางแผนรว่ มกัน ทางานกลมุ่
รบั ฟังความคดิ เหน็
7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
7.1 หนงั สือเรียน วทิ ยาศาสตร์ 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรฟู๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 .ใบกิจกรรมที่ 3.3 และ 3.4 ในหนังสอื เรียน
แผนการจดั การเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
102
8. บนั ทึกหลังการสอน
8.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
(2) ด้านทกั ษะ ............................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
(3) ดา้ นคณุ ลักษณะ ..................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.2 ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
8.3 ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข
.......................................................................................................................... ........................................................
............................................................................................................................. .....................................................
ลงช่ือ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครูผสู้ อน
วนั ท่ี ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชอ่ื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วนั ท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
103
9. ผลการนิเทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรียนหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคิดเหน็ ดังน้ี
แผนการจัดการเรยี นรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั
ยงั ไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจัดการเรียนรู้
นาไปใช้สอนไดจ้ ริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้
ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชือ่ .....................................................ผู้นิเทศ/ผ้ตู รวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันที่............เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
104
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เร่อื ง ……………………………………..
ช้ัน..........................หอ้ ง.......................................เวลา..............................
วันท่ี .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้ีแจง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรยี น โดยทาเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ ร่วมกนั ความ ตามท่ีไดร้ ับ คะแนน
กลุม่ ที่ คิดเห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงช่ือ...........................................ผ้ปู ระเมิน
........./...................../...........
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
4 = ปฏบิ ตั ิตลอดเวลาท่รี ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบตั ิมปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
3 = ปฏิบตั บิ างครั้ง ผลจากการปฏบิ ัติมปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
2 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 ครัง้ ผลจากการปฏิบัตมิ ปี ระโยชน์ตอ่ กลมุ่
1 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 คร้งั ผลจากการปฏบิ ัติมีประโยชน์ต่อกลุ่มเล็กน้อย
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคุณภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
105
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 13
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การดารงชีวิตของพืช เรอ่ื ง การสืบพันธุแ์ ละการขยายพันธุพ์ ชื ดอก
เวลาเรยี น 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง
1. สาระการเรียนร/ู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องสิง่ มชี วี ติ หนว่ ยพื้นฐานของสิ่งมีชวี ติ การลาเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธข์ องโครงสร้างและหน้าทข่ี องระบบตา่ งๆ ของสัตวแ์ ละมนุษย์ทที่ างานสัมพนั ธ์กัน
ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องอวยั วะต่าง ๆ ของพืชท่ีทางานสัมพนั ธก์ ัน รวมทงั้ นาความรไู้ ปใช้
ประโยชน์
ตัวชี้วดั (ว 1.2 ม.1/11-13)
ม.1/11 อธบิ ายการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่อาศยั เพศของพืชดอก
ม.1/12 อธิบายลกั ษณะโครงสร้างของดอก ท่ีมสี ว่ นทาให้เกดิ การถา่ ยเรณู รวมท้งั บรรยายการปฏิสนธิ
ของพืชดอก การเกดิ ผลและเมลด็ การกระจายเมล็ด และการงอกของเมลด็
ม.1/13 ตระหนักถงึ ความสาคัญของสัตว์ที่ช่วยในการถา่ ยเรณูของพชื ดอก โดยการไม่ทาลายชีวิตของสตั ว์
ที่ชว่ ยในการถา่ ยเรณู
2. สาระสาคญั
พชื ดอกทุกชนดิ สามารถสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศได้ นอกจากนน้ั บางชนดิ ยังพบการสบื พนั ธ์ุแบบไม่อาศัย
เพศดว้ ย การสืบพนั ธุ์แบบอาศยั เพศของพืชดอกเกดิ ขึน้ ทด่ี อก โดยทว่ั ไปดอกประกอบดว้ ย กลีบเล้ียง กลีบดอก
เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี ภายในอบั เรณูของเกสรเพศผู้มเี รณูทาหน้าท่สี ร้างสเปริ ม์ ภายในออวลุ ของเกสรเพศ
เมียมถี งุ เอ็มบริโอ ทาหน้าท่สี ร้างเซลล์ไข่ ซ่ึงต้องมีการถ่ายเรณจู ากอบั เรณูไปยงั ยอดเกสรเพศเมียนาไปส่กู าร
ปฏสิ นธริ ะหว่างสเปริ ม์ กับเซลลไ์ ข่ และระหวา่ งสเปิรม์ กับโพลารน์ ิวคลไี อ ในถุงเอ็มบริโอ หลงั การปฏสิ นธิจะได้ไซ
โกตและเอนโดสเปิรม์ ไซโกตจะพัฒนาต่อไป เป็นเอ็มบรโิ อ โดยมีเอนโดสเปริ ์มเปน็ อาหารสะสมสาหรับเลีย้ ง
เอม็ บริโอ สว่ นออวลุ พฒั นาไปเป็นเมล็ดและรงั ไข่พฒั นาไปเป็นผลผลและเมลด็ เมอ่ื เจริญเติบโตเต็มทจ่ี ะกระจาย
ออกจากต้นโดยวิธีการตา่ งๆเมื่อเมล็ดไปตกในสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมจะงอกเปน็ ตน้ ใหม่ ส่วนการสืบพนั ธ์ุแบบ
ไมอ่ าศัยเพศ เปน็ การสบื พนั ธุ์ท่พี ชื ต้นใหม่พฒั นาและเจรญิ เติบโตมาจากเนื้อเย่อื สว่ นต่าง ๆ ของพืชตน้ เดิม
3.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 อธบิ ายการสืบพนั ธแ์ุ บบอาศัยเพศและไม่อาศยั เพศของพืชดอก (K)
3.2 อธิบายลักษณะโครงสรา้ งของดอกท่มี ีสว่ นทาให้เกดิ การถา่ ยเรณู รวมทง้ั บรรยายการปฏิสนธิ
ของพชื ดอก การเกิดผลและเมล็ด การกระจายเมล็ด และการงอกของเมล็ด (P)
3.3 ตระหนกั ถึงความสาคญั ของสตั ว์ท่ีชว่ ยในการถา่ ยเรณขู องพชื ดอก โดยการไม่ทาลายชีวิตของสตั วท์ ่ี
ช่วยในการถา่ ยเรณู (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 การสืบพนั ธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศยั เพศของพชื ดอก
5. กระบวนการจดั การเรยี นรู้ (จดั กระบวนการเรียนการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้นั สร้างความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครนู าเข้าส่บู ทเรียน ดังน้ี
- ใหน้ กั เรยี นสงั เกตภาพและอ่านเนื้อหานาหน่วยท่ี 4 ในหนังสือเรียน ร่วมกันอภิปรายและตอบ
คาถามดัง ตอ่ ไปนี้
แผนการจดั การเรียนรูว้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
106
• นักเรียนสงั เกตเห็นอะไรบา้ งจากภาพในหนงั สือ เรียน(สังเกตเหน็ อโุ มงคท์ ี่มืด มีหลอดไฟให้แสง
สว่าง มีชัน้ วางและมีพชื อยู่บนชั้น)
• นกั เรียนคิดวา่ การปลูกพืชในอุโมงคด์ ังภาพ พืช จะเจริญเติบโตได้หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(นกั เรียน ตอบตามความเขา้ ใจ เช่น พืชเจริญเติบโตไมไ่ ด้ เพราะไม่มีดิน ไม่มแี สงอาทิตย์ หรอื พืชเจริญ
เตบิ โตได้เพราะสามารถปลูกพืชแบบไม่ใช้ดนิ ได้ และสามารถใช้แสงไฟฟูาแทนแสงอาทิตย์ได้)
• นักเรียนคิดวา่ ต้องทาอย่างไรบ้าง ใหอ้ ุโมงค์ใต้ดิน มีสภาพแวดลอ้ มทีส่ ามารถปลูกพืชได้(ต้อง
ศึกษา ความตอ้ งการของพชื ปรบั พน้ื ที่ วางระบบน้า ระบบไฟ และระบบระบายอากาศให้เหมาะสม
ตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืช)
• สภาพของอโุ มงคใ์ ต้ดนิ หลงั มกี ารปรับสภาพ แวดลอ้ มแล้ว มีความเหมาะสมกบั การปลูกพืช
หรือไม่อยา่ งไร (นักเรยี นตอบได้ตามความเขา้ ใจ เช่น เหมาะสมตอ่ พชื เพราะมีการให้นา้ สาหรบั พชื
นาไปใชใ้ นการเจรญิ เตบิ โต มีแสงไฟสาหรบั ใหพ้ ืชใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง)
5.2 ขัน้ สารวจและค้นหา (exproration)
5.2.1. ให้นักเรียน สังเกตภาพนาบทท่ี 1 ในหนังสอื เรยี น วดี ิทัศน์หรอื ส่ืออนื่ ๆ ที่เกีย่ วกับปัญหา
การเพิ่มจานวน ของผักตบชวาในแหล่งนา้ ของประเทศไทย จากน้ันใหน้ ักเรียนอ่านเน้ือหานาบท และ
รว่ มกันอภปิ ราย เกยี่ วกับการเพ่มิ จานวนของผักตบชวา
5.2.2 ให้นักเรยี นอา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรขู้ องบทเรยี น และอภปิ รายร่วมกนั เพ่อื ใหน้ ักเรียน
ทราบขอบเขตเนื้อหา เปาู หมายการเรียนรูแ้ ละแนวทางการประเมนิ ทน่ี ักเรียนจะได้เรียนรูใ้ นบทเรียนน้ี
(นักเรียนจะได้สงั เกตและ อธิบายวิธีการและผลของการสบื พนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศของพชื ดอก ตระหนักถงึ
ความสาคญั ของสัตวท์ ช่ี ่วยในการ ถา่ ยเรณรู วมถึงอธิบายการสืบพันธ์แุ บบไม่อาศยั เพศของพชื ดอก
สามารถเลอื กวธิ ีการขยายพันธ์พุ ชื ให้เหมาะสมกับ ชนดิ ของพืชและความตอ้ งการของตนเอง รวมทง้ั
อธิบายความสาคัญของการนาเทคโนโลยกี ารเพาะเลีย้ งเนื้อเยื่อพืช มาใช้ประโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ)
5.2.3 ตรวจสอบความรู้เดมิ เก่ียวกบั การสบื พนั ธุข์ องพืชดอกโดยให้นกั เรยี นทากจิ กรรม
ร้อู ะไรบา้ งก่อนเรยี น นกั เรียนสามารถ เขยี นตามความเขา้ ใจครูยังไม่เฉลยคาตอบ และนาข้อมูลจากการ
ตรวจสอบความรูเ้ ดิมของนักเรยี นไปใชใ้ นการวางแผน การจัดการเรยี นรวู้ ่าควรเน้นยา้ หรืออธิบายเรื่อง
ใดเปน็ พิเศษ เม่ือนักเรยี นเรียนจบเร่ืองนแี้ ลว้ นักเรยี นจะมีความร้คู วาม เข้าใจครบถว้ นตามจดุ ประสงค์
ของบทเรียน
5.2.4 ให้นกั เรียนทบทวนความรู้เกย่ี วกับส่วนประกอบของดอกและหนา้ ที่ของแตล่ ะ
สว่ นประกอบ โดยอาจนาดอกพชื มาให้ดู และสงั เกตส่วนประกอบแต่ละสว่ น เพื่อใหเ้ ห็นอยา่ งชัดเจนวา่
เรณกู บั ถุงเอ็มบริโออยู่คนละส่วนกนั ครูใชค้ าถามเพื่อให้ นกั เรยี นคดิ วิเคราะหด์ ังนี้
• ส่วนใดของดอกท่ีเกย่ี วข้องโดยตรงกับการสืบพันธุแ์ บบอาศยั เพศของพชื ดอก เพราะเหตุใด
(สว่ นเกสรเพศผ้แู ละ เกสรเพศเมียเพราะวา่ เกสรเพศผ้เู ป็นสว่ นทสี่ รา้ งเซลลส์ บื พันธ์ุเพศผู้และเกสรเพศ
เมยี เป็นส่วนท่ีสร้างเซลลส์ บื พันธ์ุ เพศเมยี )
• การสบื พันธแ์ุ บบอาศัยเพศของพืชมีขน้ั ตอนอยา่ งไร(การถ่ายเรณูและการผสมกนั ของเซลล์
สบื พนั ธุเ์ พศผแู้ ละเซลล์ สบื พันธเุ์ พศเมยี )
• การถ่ายเรณูเกดิ ขนึ้ ได้อย่างไร มสี ่งิ ใดบ้างทชี่ ว่ ยในการถา่ ยเรณ(ู นกั เรยี นตอบตามความเข้าใจ)
5.2.5 ร่วมกันอภปิ รายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า การสบื พนั ธ์แุ บบอาศัยเพศของพืชจะเกดิ ขึ้นที่ดอก
ส่วนของดอกท่ีทาหน้าท่สี รา้ ง เซลล์สืบพนั ธุ์เพศผู้คือเรณูซึง่ อยใู่ นอับเรณูของเกสรเพศผแู้ ละส่วนท่สี รา้ ง
เซลลส์ บื พันธเ์ุ พศเมียคือถุงเอ็มบรโิ อซึง่ อยู่ ในออวุลของเกสรเพศเมียการสบื พนั ธแุ์ บบอาศยั เพศต้องมีการ
ผสมกันของเซลล์สบื พนั ธ์ุเพศผู้และเซลลส์ ืบพันธเ์ุ พศเมีย จงึ ต้องมีการเคล่ือนย้ายเรณูจากอบั เรณไู ปยงั
ยอดเกสรเพศเมียเรณจู ากอับเรณจู ะไปตกบนยอดเกสรเพศเมยี ได้อย่างไร นนั้ จะได้ทราบจากการทา
กิจกรรมที่ 4.1 ให้นกั เรียนอ่านวิธกี ารดาเนินกจิ กรรมในหนังสอื เรยี น
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
107
5.2.6 ใหน้ กั เรียนทากิจกรรมตามขน้ั ตอน โดยแนะนาใหน้ ักเรียนในกล่มุ สงั เกตดอกพชื ทีละชนิด
ไปพร้อมกนั ทง้ั กลมุ่ เพื่อให้มีการลงความเห็นกนั ในกลมุ่ และบนั ทกึ ผล ครูสังเกตการบนั ทึกผล
ของนักเรยี น ใหข้ ้อแนะนาถา้ เกิดข้อผิดพลาดหรือ บนั ทึกผลไมค่ รบถว้ น เพอื่ นาข้อมลู ทีค่ วรจะปรับปรุง
และแก้ไขมาใชป้ ระกอบการอภปิ รายหลงั ทากิจกรรม
5.2.7 ใหน้ ักเรยี นรวบรวมขอ้ มลู เรอ่ื งการถ่ายเรณูของพชื ดอก เชน่ การชมวดี ิทัศนแ์ ละบันทึก
ข้อมูล เชน่ ความจาเพาะของลักษณะดอกของพชื และสง่ิ ที่ชว่ ยในการถา่ ยเรณูสิ่งที่พืชใช้ในการดึงดูดสตั ว์
มาถา่ ยเรณูและสงิ่ ท่ีสตั ว์ได้รบั จากการถ่ายเรณู กจิ กรรมท่ี 4.1 การถา่ ยเรณูเกดิ ข้นึ ได้อยา่ งไร
5.2.8 ให้นกั เรยี นนาข้อมลู วธิ กี ารถ่ายเรณูของพชื ดอกแตล่ ะชนดิ มานาเสนอในรูปแบบต่าง ๆ
เช่น การเขยี นแผนภาพ หรือการทาภาพเคล่ือนไหวโดยใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รูป หรือแอปพลิเคชัน สาหรับ
จดั ทางานนาเสนอ
5.3 ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 รว่ มกันอภิปรายคาตอบเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสรุปไดว้ า่ วธิ ีการถ่ายเรณูของพืชดอกแตล่ ะชนิด
เกี่ยวข้องกับลักษณะต่าง ๆ ของดอกพืช ท้งั รปู รา่ ง ขนาด สีกลิ่น ตาแหน่ง ของเกสรเพศผู้และเกสรเพศ
เมีย ซงึ่ จะสัมพันธก์ บั ส่ิงทช่ี ่วยในการถ่ายเรณู เช่น สัตว์ ลม น้า
5.3.2 เชอื่ มโยงความรขู้ องนักเรยี นทไี่ ดจ้ ากเร่ืองวิธีการถ่ายเรณูของพืชดอกและตรวจสอบ
ความรเู้ ดมิ ในเร่ืองการปฏิสนธขิ อง พืชดอก โดยอาจใช้คาถามดงั น้ี
• การถา่ ยเรณูเรณูจะไปตกทส่ี ว่ นใดของเกสรเพศเมีย (ยอดเกสรเพศเมีย)
• หลงั จากถ่ายเรณูแล้วเซลลส์ ืบพันธุ์เพศผู้ที่อยู่ในเรณูจะเขา้ ไปผสมกบั เซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศเมียได้
อย่างไร (นักเรียนตอบ ตามความเขา้ ใจ)
5.3.3 ให้นกั เรียนอา่ นจับใจความและสรุปเนือ้ หาจากหนังสือเรียนเก่ียวกับการปฏิสนธขิ องพืช
ดอกจากน้นั ซกั ถาม โดยอาจใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
• ไซโกตเกิดข้ึนได้อย่างไร (ไซโกต เกิดจากการปฏิสนธขิ องสเปริ ม์ กับเซลล์ไข)่
• ไซโกตมคี วามสาคัญอย่างไร (ไซโกตเป็นเซลล์ทจ่ี ะพฒั นาไปเป็นเอม็ บริโอซึ่งเป็นสว่ นทม่ี ี
ลกั ษณะคลา้ ยตน้ ออ่ นอยูใ่ น เมลด็ )
• เอนโดสเปิร์มเกดิ ข้ึนได้อยา่ งไร และสาคญั อย่างไร (เอนโดสเปริ ์มเกิดจากการปฏิสนธขิ อง
สเปริ ม์ กบั โพลาร์นิวคลีไอ มีความสาคญั เพราะเปน็ แหล่งสะสมอาหารในเมลด็ )
• ผล และเมลด็ พฒั นามาจากส่วนใด (ผลพฒั นามาจากรังไข่ เมล็ดพฒั นามาจากออวลุ )
5.3.4 ร่วมสนทนากบั นักเรยี นเกีย่ วกับการถา่ ยเรณูของพืชซึ่งเปน็ กระบวนการทนี่ าไปสกู่ าร
ปฏิสนธิของพืชดอก ทาให้เกิดไซโกตและเอนโดสเปริ ม์ ส่วนออวุลจะเจรญิ เติบโตเป็นเมล็ดและรังไข่
จะเจริญเติบโตเป็นผลหอ่ ห้มุ เมลด็ ครูอาจใช้คาถาม ตอ่ ไปว่าเมล็ดพชื มีสว่ นประกอบใดบ้าง เมลด็ พืชงอก
ไดอ้ ย่างไร เมลด็ มคี วามสาคัญต่อพชื อยา่ งไรเพ่ือเช่อื มโยงเข้าสู่ กจิ กรรมท่ี 4.2 เมลด็ งอกได้อยา่ งไร
5.3.5 ใหน้ ักเรียนอา่ นเน้ือหาในหนังสอื รว่ มกันอภิปรายเพื่อให้ได้ขอ้ สรุปเก่ียวกับส่วนประกอบ
และหนา้ ทีข่ องแต่ละส่วน ประกอบของเมลด็ เพื่อลงข้อสรุปวา่ เมล็ดพืชแตล่ ะชนดิ มลี ักษณะและ
ส่วนประกอบบางอยา่ งแตกต่างกัน บางอยา่ งเหมือนกนั ซ่ึงโดยทว่ั ไปเมลด็ พชื ประกอบด้วยเปลอื กหุม้
เมลด็ ทีเ่ ปน็ ส่วนหอ่ ห้มุ ส่วนประกอบอนื่ ๆของเมลด็ เอม็ บรโิ อท่ีเป็นต้นอ่อนภายในเมลด็ และเอนโดสเปิร์ม
เป็นอาหารสะสมภายในเมลด็
5.4 ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ให้นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายและสรปุ เนือ้ หาทง้ั หมดทีไ่ ด้เรียนรจู้ ากการทากจิ กรรมและการ
อา่ นเพ่ิมเติม โดยอาจให้ นักเรียนวาดภาพขน้ั ตอนตง้ั แต่การถ่ายเรณูจนถึงการปฏสิ นธิของพชื ดอก
เพอ่ื ให้ได้ข้อสรุปว่า การสบื พันธุ์แบบอาศยั เพศของพชื ดอกเกดิ ข้นึ ที่ดอก มีการถา่ ยเรณูจากอับเรณูไปยัง
ยอดเกสรเพศเมียโดยมีสง่ิ ตา่ ง ๆ ช่วยในการถ่ายเรณู จากนน้ั สเปิรม์ ในเรณจู ะเข้าไปปฏสิ นธกิ บั เซลล์ไข่
แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
108
และโพลาร์นวิ คลไี อในถุงเอ็มบริโอ ได้ไซโกตและเอนโดสเปิร์ม สว่ น ออวุลจะพฒั นาและเจรญิ เตบิ โตไป
เปน็ เมล็ด รังไขจ่ ะพฒั นาและเจริญเติบโตเป็นผล
5.4.2 ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม และร่วมกนั อภิปรายคาตอบเพื่อใหน้ กั เรยี นสรุปไดว้ า่
เมล็ดจะงอกได้ต้องอยู่ในสภาพ ทมี่ ีน้าหรือความชื้น มแี กส๊ ออกซเิ จน และมอี ุณหภมู ิทีเ่ หมาะสม ในขณะ
งอกเมล็ดพืชที่มีสว่ นประกอบแตกตา่ งกัน จะมีการเปล่ียนแปลงขณะงอกท่ีแตกตา่ งกนั
5.4.3 รว่ มสนทนากับนักเรยี นเก่ยี วกับการงอกของเมลด็ วา่ เมล็ดพชื สามารถงอกไดเ้ ม่ืออยใู่ น
สภาวะทเ่ี หมาะสม ครอู าจ ใชค้ าถามต่อไปว่า เมล็ดพชื กระจายออกจากตน้ เพื่อไปตกในสภาวะที่
เหมาะสมต่อการงอกได้อย่างไร เพ่ือเชื่อมโยงกบั เน้ือหาเรอ่ื งการกระจายของผลและเมล็ด
5.4.4 ใหน้ กั เรยี นสังเกตภาพ 4.8 ในหนังสอื เรียน และวเิ คราะห์ว่าผลและเมล็ดที่มีรูปร่าง
ลักษณะแตกตา่ งกนั ดังภาพจะกระจาย ออกจากตน้ ไปงอกยังท่ตี ่าง ๆ ได้ด้วยวธิ ีการใด ในการเรยี นเรอื่ งนี้
ครสู ามารถนาตวั อย่างจริงมาให้นกั เรยี นสงั เกตและ วเิ คราะห์วิธกี ารกระจายของผลและเมล็ดพชื ชนดิ นั้น
ๆ ได้
5.4.5 ให้นักเรยี นอา่ นเน้ือหาเร่อื งการกระจายของเมลด็ และร่วมกนั อภปิ รายเพื่อใหไ้ ด้ข้อสรปุ
วา่ เมล็ดจะกระจายออกไปจาก ตน้ ได้โดยวธิ ีการทห่ี ลากหลาย ขึน้ อยกู่ ับลักษณะของผลและเมลด็ พชื
แต่ละชนิด
5.4.6 ร่วมสนทนากบั นกั เรียนเกย่ี วกับการสบื พันธ์ุแบบอาศัยเพศของพืชวา่ การสบื พนั ธุแ์ บบ
อาศยั เพศของพืชเกิดข้ึนทดี่ อก มีการถา่ ยเรณูการปฏิสนธทิ าใหไ้ ด้เมล็ด เมลด็ สามารถงอกไดเ้ ม่อื มีปัจจยั
ทเี่ หมาะสม ครอู าจใช้คาถามวา่ นอกจาก การสืบพนั ธแุ์ บบอาศยั เพศ พืชมกี ารสบื พันธุ์แบบอื่นอีกหรือไม่
อยา่ งไร เพื่อเชือ่ มโยงไปยงั เร่ืองการสืบพันธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศของพชื ดอก
5.4.7 ใหน้ กั เรยี นอ่านเนื้อหาเรอ่ื งการสืบพนั ธุ์แบบไมอ่ าศัยเพศของพืชในหนงั สือเรียน และ
ร่วมกนั อภปิ รายเพอ่ื ให้ไดข้ ้อสรุป วา่ การสืบพันธแุ์ บบไม่อาศัยเพศของพชื เปน็ การที่เน้ือเยื่อจากส่วนตา่ ง
ๆ ของพืชตน้ เดิมยกเว้นสว่ นของดอกมีการ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปเปน็ ตน้ อ่อนที่สามารถเจรญิ แยก
ออกจากตน้ เดิมกลายเปน็ ต้นใหม่
5.4.8 ร่วมสนทนากบั นกั เรียนเกย่ี วกับการสบื พันธ์ขุ องพืชว่าการสืบพนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศของพืช
เปน็ กระบวนการเพ่ิมจานวนตามธรรมชาตโิ ดยพชื เองเพื่อดารงพันธุ์ไว้ซง่ึ พืชดอกทุกชนดิ สามารถสืบพนั ธุ์
แบบอาศัยเพศได้และบางชนิดยังพบการสบื พนั ธแ์ุ บบไม่อาศยั เพศด้วย การสบื พนั ธ์ุแบบอาศยั เพศเกดิ ข้นึ
ท่ดี อกมีการถ่ายเรณโู ดยมสี ิง่ ต่าง ๆ ชว่ ยในการถา่ ยเรณูและตามมาด้วยการปฏิสนธซิ ้อนไดไ้ ซโกตและ
เอนโดสเปิร์ม ไซโกตจะพัฒนาต่อไปเป็นเอ็มบริโอเอนโดสเปิร์ม เป็นเน้ือเยื่อในเมลด็ ทาหน้าทสี่ ะสม
อาหารส่วนออวลุ พัฒนาไปเป็นเมล็ดรงั ไข่ พัฒนาไปเป็นผลผลและเมล็ดจะกระจาย ออกจากตน้ โดย
วธิ กี ารต่าง ๆ เม่อื เมล็ดไปตกในสภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสมจะงอกเปน็ ตน้ ใหม่ ส่วนการสืบพนั ธุแ์ บบ
ไมอ่ าศัยเพศ เปน็ การสบื พันธ์ุทพี่ ชื ตน้ ใหมเ่ กิดจากการพฒั นาและเจริญเตบิ โตของเน้ือเย่ือส่วนต่าง ๆ
ของพชื ตน้ เดมิ ครูอาจใช้คาถามวา่ ถ้าตอ้ งการพชื จานวนมาก และให้ได้พชื ทีม่ ลี ักษณะตรงกบั ความ
ตอ้ งการ มนุษย์จะต้องทาอยา่ งไร เพ่ือเช่อื มโยงไปยังเร่ืองการขยายพนั ธุ์พชื ดอก
5.5 ข้ันประเมิน (evaluation)
5.5.1 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามระหวา่ งเรียน เพ่ือประเมนิ ความเข้าใจเกย่ี วกบั การสบื พนั ธ์ุ
แบบไม่อาศยั เพศของพืชดอกใน หนังสือเรยี น และรว่ มกันอภิปรายคาตอบ
5.5.2 สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การตอบคาถาม การเข้าร่วมกจิ กรรม
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
109
6. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
วธิ กี ารวดั เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมิน
3.1 อธิบายการสบื พันธ์ุ - สรุปผลการทากจิ กรรม - แบบบันทกึ - นาเสนองานได้อย่างถูกต้อง
แบบอาศยั เพศและไม่อาศัยเพศ ลงในกระดาษบรู๊ฟ กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
ของพชื ดอก (K) - นาเสนอผลงาน - การอภิปรายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
2. อธบิ ายลักษณะโครงสรา้ ง - สรุปผลการทากจิ กรรม - แบบบนั ทึก - นาเสนองานได้อย่างถกู ต้อง
ของดอกท่ีมสี ่วนทาใหเ้ กดิ การ ลงในกระดาษบรู๊ฟ กิจกรรม ตามทักษะกระบวนการ
ถา่ ยเรณู รวมท้งั บรรยายการ - นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
ปฏิสนธขิ องพืชดอก การเกิดผล
และเมลด็ การกระจายเมล็ด - สรปุ ผลการทากจิ กรรม - แบบบันทึก - นาเสนองานได้อย่างถกู ต้อง
และการงอกของเมลด็ (P) ลงในกระดาษบรู๊ฟ กิจกรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
- นาเสนอผลงาน - การอภิปรายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
3. ตระหนักถงึ ความสาคัญของ
สัตว์ทช่ี ่วยในการถ่ายเรณขู อง - สงั เกตความสนใจ ใฝุ - แบบสังเกต - ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
พชื ดอก โดยการไม่ทาลายชีวติ เรียนรู้ แสดงความคดิ เหน็ พฤติกรรมการ รอ้ ยละ 70
ของสตั วท์ ่ชี ่วยในการถ่ายเรณู วางแผนรว่ มกัน รับฟัง ทางานกลมุ่
(A) ความคดิ เหน็
4. มคี วามสนใจใฝเุ รียนรู้
แสดงความคิดเห็น วางแผน
รว่ มกัน รบั ฟังความคิดเหน็ (A)
7. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
7.1 หนงั สือเรยี น วิทยาศาสตร์ 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรฟู๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 ใบกิจกรรม ท่ี 4.1 และ 4.2 ในหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
110
8. บนั ทึกหลงั การสอน
8.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................
............................................................................................................................................................................ .....
(2) ด้านทักษะ ............................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
(3) ดา้ นคุณลกั ษณะ ..................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.2 ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
......................................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครูผู้สอน
วนั ท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงช่ือ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
111
9. ผลการนิเทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง นางสาวนนทยา เชดิ ทอง มีความคิดเหน็ ดังน้ี
แผนการจัดการเรียนรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
เนน้ ผู้เรียนเป็นสาคญั
ยงั ไมเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจัดการเรียนรู้
นาไปใช้สอนไดจ้ ริง
ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
............................................................................................................................. .....................................................
................................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................... .............................................................
ลงชือ่ .....................................................ผ้นู เิ ทศ/ผู้ตรวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันท่ี............เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
112
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เร่ือง ……………………………………..
ช้ัน..........................หอ้ ง.......................................เวลา..............................
วันท่ี .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้ีแจง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรียน โดยทาเครือ่ งหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟัง ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ รว่ มกัน ความ ตามท่ีไดร้ ับ คะแนน
กลุม่ ที่ คิดเห็น คดิ เห็น มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงชื่อ...........................................ผ้ปู ระเมิน
........./...................../...........
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
4 = ปฏบิ ตั ิตลอดเวลาท่รี ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
3 = ปฏิบตั บิ างครั้ง ผลจากการปฏบิ ัติมปี ระโยชนต์ อ่ กลุ่ม
2 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 ครัง้ ผลจากการปฏิบัตมิ ปี ระโยชนต์ ่อกลมุ่
1 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 คร้งั ผลจากการปฏบิ ัติมีประโยชน์ต่อกลุ่มเล็กน้อย
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคุณภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
113
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 14
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 การดารงชีวติ ของพชื เรือ่ ง การขยายพันธ์ุพืชดอก
เวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง ครผู ู้สอน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง
1. สาระการเรยี นรู้/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั
สาระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องส่ิงมีชีวติ หน่วยพ้ืนฐานของสง่ิ มีชีวิต การลาเลียงสารเขา้ และออก
จากเซลล์ ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้างและหนา้ ที่ของระบบตา่ งๆ ของสตั ว์และมนุษยท์ ่ีทางานสมั พนั ธก์ ัน
ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้างและหน้าทขี่ องอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ท่ีทางานสัมพนั ธ์กนั รวมทงั้ นาความรไู้ ปใช้
ประโยชน์
ตัวชวี้ ัด (ว 1.2 ม.1/16-18)
ม.1/16 เลือกวิธีการขยายพันธุพ์ ชื ให้เหมาะสมกับความตอ้ งการของมนษุ ยโ์ ดยใชค้ วามรู้เกี่ยวกบั การ
สืบพันธ์ุของพชื
ม.1/17 อธิบายความสาคัญของเทคโนโลยกี ารเพาะเล้ยี งเน้ือเย่ือพืชในการใชป้ ระโยชนด์ า้ นต่างๆ
ม.1/18 ตระหนักถึงประโยชนข์ องการขยายพันธพุ์ ืชโดยการนาความรูไ้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวนั
2. สาระสาคัญ
มนุษยน์ าความร้เู รื่องการสืบพันธุ์แบบอาศยั เพศและไม่อาศัยเพศของพืชมา ใชใ้ นการขยายพนั ธุ์เพ่ือเพิ่ม
จานวนพชื ซึ่งการเลอื กวธิ กี ารขยายพนั ธพ์ุ ชื ควรเลอื กใหเ้ หมาะสมกับชนดิ พชื และความต้องการของมนษุ ย์ เช่น
การใชเ้ มลด็ หรือการใช้เทคโนโลยกี ารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ก็เป็นการนาความรู้เกี่ยวกับปัจจัยท่ีจาเป็นต่อการ
เจริญเติบโตของพชื มาใช้ในการเพ่ิมจานวนพืช และทาให้พชื สามารถเจริญเติบโตได้ในหลอดทดลอง ซึ่งจะได้พชื จานวน
มากในระยะเวลาสั้น และสามารถนาเทคโนโลยีการเพาะเล้ียงเน้อื เย่ือมาประยุกต์ เพ่ือการอนุรักษ์พนั ธุกรรมพืช
ปรบั ปรงุ พนั ธุ์พืชท่ีมีความสาคัญทางเศรษฐกิจการผลิตยาและสารสาคัญในพชื และอื่น ๆ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธิบายความสาคัญของการใช้เทคโนโลยเี พาะเล้ยี งเน้ือเย่อื พชื ในการขยายพนั ธ์พุ ืชเพ่ือใช้ประโยชน์
ดา้ นต่างๆ (K)
3.2 เลือกวธิ ีการขยายพันธ์พุ ืชให้เหมาะสมกบั ชนิดของพชื และความต้องการของมนษุ ย์และเสนอแนว
ทางการนาความรูเ้ ร่ืองการขยายพนั ธพ์ุ ืชไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน (P)
3.3 ตระหนักถึงประโยชน์ของการขยายพนั ธ์ุพืชโดยการนาความร้ไู ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน (A)
3.4 มคี วามสนใจใฝเุ รยี นรู้ แสดงความคิดเห็น วางแผนร่วมกนั รบั ฟังความคิดเห็น (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 การขยายพันธุ์พชื ดอก
5. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (จดั กระบวนการเรียนการสอนแบบ 5Es)
5.1 ขั้นสร้างความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครูนาเขา้ สบู่ ทเรยี นดังนี้
- ใหน้ กั เรยี นสังเกตภาพนาเรื่อง อา่ นเน้ือหา นาเร่อื ง และรู้จักคาสาคัญ ทากิจกรรมทบทวน
ความรู้ก่อนเรียน แล้วนาเสนอผลการทากิจกรรม ถ้าครูพบวา่ นกั เรยี นทากิจกรรมทบทวนความรู้ก่อน
เรียนยงั ไมถ่ ูกต้อง ครูควรทบทวนหรอื แก้ไขความ เขา้ ใจผิด ของนักเรียน เพ่ือให้นกั เรยี นมีความรพู้ ้ืนฐาน
ที่ถูกต้องและเพียงพอทีจ่ ะเรยี นเรอ่ื ง การขยายพันธ์ุพชื ดอกต่อไป
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
114
5.1.2 ตรวจสอบความรเู้ ดิมเก่ียวกับการขยายพันธพ์ุ ืชดอก โดยใหน้ ักเรยี นทากิจกรรม
รอู้ ะไรบ้างก่อนเรยี น นกั เรยี นสามารถ เขยี นตามความเข้าใจ ครูยงั ไมเ่ ฉลยคาตอบ แตน่ าขอ้ มูลจากการ
ตรวจสอบความรู้เดมิ ของนักเรียนไปใช้ในการวางแผน การจดั การเรียนรูว้ ่าควรเน้นย้า หรืออธิบายเร่ือง
ใดเป็นพิเศษ เม่ือนักเรียนเรยี นจบเร่ืองนแ้ี ลว้ นกั เรยี นจะมีความรคู้ วาม เขา้ ใจครบถว้ นตามจดุ ประสงค์
ของบทเรียน
5.1.3 กระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี นโดยอาจนาภาพพืชท่ีแปลกตาทีเ่ กิดจากการขยายพันธ์ุพืช
มาใหน้ ักเรยี นชม เช่น ภาพเฟื่องฟูามดี อกหลายสีในต้นเดียว และอาจถามนักเรียนว่ามนุษย์ทาให้
ต้นเฟือ่ งฟูามดี อกหลายสีในต้นเดยี ว ได้อย่างไร จะใชว้ ธิ เี ดียวกนั นีก้ ับพชื ชนดิ อน่ื ได้หรือไมซ่ งึ่ จะได้ทราบ
จากการทากจิ กรรมท่ี 4.3 เรื่อง เลือกวิธกี ารขยายพันธุ์พชื อย่างไรให้เหมาะสม ให้นกั เรียนอา่ นวธิ กี าร
ดาเนินกจิ กรรมในหนงั สอื เรียน
5.2 ขั้นสารวจและคน้ หา (exproration)
5.2.1 ใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมตามข้นั ตอน โดยครสู งั เกตการทางานร่วมกัน การสืบค้นข้อมูล
จากแหลง่ ทนี่ า่ เช่ือถือ ในกรณีที่ นกั เรียนไม่ร้จู ักพชื ทจ่ี ะเลือกมาขยายพันธ์ุครูควรแนะนาหรือสอบถาม
ถึงพืชที่มที ่บี ้านของนักเรียน เพ่ือนามาเป็นตวั อย่าง พืชในการอธิบายการขยายพนั ธ์ุ
5.2.2 ให้นักเรียนนาข้อมูลวิธกี ารข้อดขี ้อจากัดของการขยายพันธพุ์ ืชวิธีต่างๆ มานาเสนอ
ในรูปแบบตารางและนาเสนอการ ขยายพันธ์ุพชื ท่ีต้องการในรปู แบบแผนภาพโดยใชแ้ อบพลิเคชนั่
สาเร็จรูปต่าง ๆ
5.2.3 ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลการทากิจกรรม และร่วมกนั เปรยี บเทียบข้อดแี ละ
ข้อจากดั ของการขยายพนั ธ์พุ ืชแตล่ ะ วิธโี ดยทุกกลุ่มอาจติดผลงานบนผนังห้องเรยี น ครแู ละนกั เรียนรว่ ม
พจิ ารณาผลงาน
5.3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ให้นักเรยี นตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม ร่วมกนั อภปิ รายคาตอบเพ่ือใหไ้ ด้ข้อสรุปว่ามนษุ ย์
มีความจาเป็นต้องขยายพันธุ์พชื ใหเ้ พ่มิ จานวนมากขน้ึ ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ประโยชน์
ของตนเอง การขยายพนั ธพ์ุ ชื มีหลายวธิ แี ต่ละวิธมี ขี น้ั ตอน ข้อดแี ละข้อจากัดท่ีแตกต่างกัน บางวิธี
มหี ลักการท่ีคล้ายคลงึ กัน ซง่ึ เหมาะกับพืชต่างชนิดกันการเลือกวิธีขยาย พันธุ์พชื กบั พชื ที่ต้องการ
ขยายพนั ธุ์ควรเลือกให้มีความเหมาะสมกบั ชนิดของพชื จานวนและลักษณะที่ต้องการ
5.3.2 ให้นักเรยี นอา่ นเนอื้ หาในหนังสอื เรยี น เพ่อื ให้นักเรียนเรยี นรูเ้ พ่ิมเติมเก่ยี วกับการขยายพันธ์ุพืช
5.3.3 ครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถามระหวา่ งเรยี น เพื่อประเมนิ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับการขยายพนั ธพ์ุ ืช
ในหนงั สือเรยี นและรว่ มกัน อภปิ รายคาตอบ
5.4 ขั้นขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมเสริมนอกเวลาเรยี น โดยสารวจพืชทน่ี ักเรยี นสนใจที่พบภายใน
บริเวณโรงเรียน รวบรวม ขอ้ มลู การขยายพันธุ์และขยายพันธุ์พืชชนดิ น้ัน
5.4.2 สนทนารว่ มกับนกั เรียนเก่ยี วกบั หวั ข้อเรื่องในบทเรยี นการสืบพนั ธแ์ุ ละการขยายพันธ์ุของ
พชื ดอก จากนน้ั ครูให้ นกั เรียนทากิจกรรมตรวจสอบตนเอง เพ่อื สรปุ องค์ความรู้ทไี่ ดเ้ รียนรูจ้ ากบทเรียน
โดยการเขยี นบรรยาย วาดภาพ หรือเขียนผังมโนทศั นส์ ่งิ ที่ได้เรยี นรูจ้ ากบทเรียนน้ี ใหน้ ักเรียนนาเสนอ
ผลงาน โดยอาจออกแบบให้นักเรียน นาเสนอและอภปิ รายภายในกลมุ่ หรอื อภิปรายร่วมกันในช้ันเรยี น
หรือติดแสดงผลงานบนผนังห้องเรยี น และใหน้ กั เรียนร่วมพิจารณาผลงาน จากน้ันครูและนกั เรยี น
อภิปรายสรุปองค์ความรทู้ ี่ไดจ้ ากบทเรยี นรว่ มกนั
5.5 ขั้นประเมนิ (evaluation)
5.5.1 สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ การตอบคาถาม การเข้าร่วมกจิ กรรม
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
115
6. การวดั และประเมนิ ผล การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ
วธิ ีการวดั - แบบบันทึก - นาเสนองานได้อย่างถูกต้อง
3.1 อธิบายความสาคัญของการ - สรปุ ผลการทากจิ กรรม กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
ใชเ้ ทคโนโลยีเพาะเลย้ี งเนื้อเย่ือ ลงในกระดาษบรู๊ฟ
พชื ในการขยายพนั ธุ์พืชเพอ่ื ใช้ - นาเสนอผลงาน - การอภิปรายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
ประโยชน์ดา้ นตา่ งๆ (K)
- แบบบนั ทึก - นาเสนองานได้อย่างถกู ต้อง
2. เลือกวธิ ีการขยายพันธ์พุ ืชให้ - สรปุ ผลการทากิจกรรม
เหมาะสมกับชนดิ ของพชื และ ลงในกระดาษบรู๊ฟ กจิ กรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
ความตอ้ งการของมนุษยแ์ ละ - นาเสนอผลงาน
เสนอแนวทางการนาความรู้ - การอภปิ รายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
เร่ืองการขยายพันธพ์ุ ชื ไปใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั (P) - แบบบันทกึ - นาเสนองานได้อยา่ งถูกต้อง
3. ตระหนักถงึ ประโยชน์ของการ - สรปุ ผลการทากิจกรรม กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
ขยายพันธุ์พืชโดยการนาความรู้ ลงในกระดาษบรู๊ฟ
ไปใช้ในชีวิตประจาวนั (A) - นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
4. มีความสนใจใฝุเรยี นรู้ - สงั เกตความสนใจ ใฝุ - แบบสังเกต - ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
แสดงความคิดเหน็ วางแผน เรียนรู้ แสดงความคดิ เหน็ พฤติกรรมการ รอ้ ยละ 70
รว่ มกัน รบั ฟงั ความคิดเห็น (A) วางแผนรว่ มกนั รบั ฟงั ความ ทางานกลมุ่
คิดเห็น
7. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
7.1 หนังสอื เรียน วิทยาศาสตร์ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรู๊ฟ
7.3 ปากกาเคมี
7.4 ใบกิจกรรมท่ี 4.3 ในหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
116
8. บนั ทึกหลังการสอน
8.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
(1) ดา้ นความรู้ ........................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
(2) ด้านทักษะ ............................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
(3) ดา้ นคุณลกั ษณะ ..................................................................................................................
............................................................................................... ...................................................................................
8.2 ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ................................................................................
ลงช่อื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
ครผู ้สู อน
วันที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคดิ เห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงช่ือ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันที่ ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
117
9. ผลการนเิ ทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผู้ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เห็นดังน้ี
แผนการจดั การเรยี นรู้
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจดั การเรยี นรู้
นาไปใช้สอนได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................................................ .....................
ลงชื่อ.....................................................ผู้นเิ ทศ/ผู้ตรวจ
(......................................................................)
ตาแหนง่ ..................................................................
วันท่ี............เดือน.................................พ.ศ.............
แผนการจดั การเรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
118
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เร่อื ง ……………………………………..
ช้ัน..........................หอ้ ง.......................................เวลา..............................
วันท่ี .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้ีแจง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนกั เรยี น โดยทาเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ ร่วมกนั ความ ตามที่ไดร้ ับ คะแนน
กลุม่ ที่ คิดเห็น คดิ เหน็ มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงช่ือ...........................................ผ้ปู ระเมิน
........./...................../...........
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
4 = ปฏบิ ตั ิตลอดเวลาท่รี ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบตั ิมปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
3 = ปฏิบตั บิ างครั้ง ผลจากการปฏบิ ัติมปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
2 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 ครัง้ ผลจากการปฏิบัตมิ ปี ระโยชน์ตอ่ กลมุ่
1 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 คร้งั ผลจากการปฏบิ ัติมีประโยชน์ต่อกลุ่มเล็กน้อย
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคุณภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
119
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 15
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 การดารงชีวติ ของพชื เรื่อง การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช 1
เวลาเรียน 3 ชวั่ โมง ครผู ู้สอน นางสาวนนทยา เชดิ ทอง
1. สาระการเรียนรู้/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมชี วี ิต หนว่ ยพืน้ ฐานของสงิ่ มีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้างและหนา้ ทีข่ องระบบต่างๆ ของสตั วแ์ ละมนุษย์ทีท่ างานสมั พนั ธก์ ัน
ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชท่ีทางานสมั พนั ธ์กนั รวมท้งั นาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตวั ช้วี ดั (ว 1.2 ม.1/6 - 8)
ม.1/6 ระบปุ ัจจยั ที่จาเปน็ ในการสงั เคราะหด์ ้วยแสงและผลผลิตท่เี กดิ ขน้ึ จากการสังเคราะห์ดว้ ยแสงโดย
ใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์
ม.1/7 อธิบายความสาคัญของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชต่อสิง่ มีชีวิตและส่งิ แวดลอ้ ม
ม.1/8 ตระหนกั ในคณุ ค่าของพชื ท่มี ตี ่อสง่ิ มีชีวิตและส่ิงแวดลอ้ ม โดยการรว่ มกนั ปลูกและดแู ลรักษา
ตน้ ไมใ้ นโรงเรียนและชุมชน
2. สาระสาคญั
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื เกิดขน้ึ ในคลอโรพลาสต์ เปน็ กระบวนการทน่ี าพลังงานแสง
มาเปลยี่ น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และนา้ ให้เป็นน้าตาล พืชจะเปลย่ี นน้าตาลเป็นสารประกอบอินทรียอ์ ืน่ ๆ
และเกบ็ สะสมในโครงสร้างต่าง ๆ ของพชื พืชจงึ เปน็ แหลง่ อาหารและพลังงานทีส่ าคัญของสง่ิ มชี วี ิตชนิดอื่น
นอกจากน้กี ารสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ยังเป็นกระบวนการผลติ แก๊สออกซิเจนออกสบู่ รรยากาศ เพื่อให้สิ่งมีชวี ติ
ชนิดอื่นนาไปใช้ในกระบวนการหายใจ
3.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 อธิบายปจั จัยทีจ่ าเปน็ ในการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชและผลผลิตท่ีได้จากการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง(P)
3.2 ตระหนกั ในคณุ ค่าของพืชทีม่ ีต่อสิง่ มชี วี ิตและสิ่งแวดลอ้ ม โดยการรว่ มกนั ปลูกและดูแลรักษาต้นไม้
ในโรงเรียนและชมุ ชน (P)
3.3 มีความสนใจใฝเุ รียนรู้ แสดงความคดิ เห็น วางแผนรว่ มกนั รับฟงั ความคดิ เหน็ (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ปจั จัยและผลผลติ ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสง
5. กระบวนการจดั การเรียนรู้ (จดั กระบวนการเรยี นการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครนู าเข้าส่บู ทเรียน ดังน้ี
- ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นเก่ียวกับอาหารของพชื โดยใหอ้ า่ น เนื้อหานาบท และ
ร่วมกนั อภิปรายเก่ยี วกับอาหารของพืช โดยอาจใชค้ าถามดังนี้
• สว่ นใดของเมลด็ ท่เี ป็นอาหารสาหรับใช้ ในการงอกของเมล็ด (เอนโดสเปิรม์ หรือ ใบเล้ยี ง)
• ถ้าอาหารในเอนโดสเปริ ์มหรือใบเล้ียง หมดไป พชื จะนาอาหารจากทใ่ี ดมาใชใ้ นการ
เจริญเติบโต(นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ เชน่ สรา้ งอาหารขึน้ มาใหม่ได้เอง)
5.1.2 ใหน้ กั เรียนอา่ นจุดประสงค์ของบทเรยี นและ อภปิ รายร่วมกัน เพอื่ ใหท้ ราบขอบเขต
เน้ือหา เปูาหมายการเรียนรู้และแนวทางการประเมิน ทนี่ ักเรยี นจะไดเ้ รียนรูใ้ นบทเรียนน้ี (นกั เรียนจะได้
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
120
ทดลองเพอ่ื ระบปุ ัจจัยและผลผลิตของการ สังเคราะห์ด้วยแสงของพชื รวมทง้ั อธิบาย ความสาคญั ของการ
สงั เคราะหด์ ้วยแสงทมี่ ตี ่อส่ิงมีชีวติ และสง่ิ แวดล้อม)
5.1.3 ใหน้ ักเรียนสงั เกตภาพนาเรอ่ื งอา่ นเน้อื หานาเร่ือง และรูจ้ ักคาสาคัญ ทากจิ กรรมทบทวน
ความรู้ก่อนเรียน แล้วนาเสนอผลการทากจิ กรรม ถา้ ครูพบว่านักเรยี นยงั ทากจิ กรรมทบทวนความร้กู ่อน
เรยี นไม่ถูกต้อง ครูควรทบทวนหรือแก้ไข ความเขา้ ใจผิดของนักเรียน เพ่ือให้นักเรยี นมคี วามรูพ้ น้ื ฐาน
ที่ถกู ต้องและเพียงพอที่จะเรียนเร่ืองการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชต่อไป
5.1.4 ตรวจสอบความรู้เดมิ เก่ียวกับการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื โดยให้นักเรยี นทากิจกรรม
รู้อะไรบา้ งก่อนเรียน นักเรียน สามารถเขียนตามความเข้าใจของนักเรียน ครยู งั ไม่เฉลยคาตอบ แตน่ า
ขอ้ มูลจากการตรวจสอบความรู้เดมิ ของนกั เรียน ไปใช้ในการวางแผนการจดั การเรียนรู้ว่า ควรเนน้ ยา้
หรอื อธิบายเร่ืองใดเป็นพิเศษ เมือ่ นักเรียนเรียนจบเร่ืองนี้แลว้ นกั เรยี นจะมคี วามรู้ความเข้าใจครบถ้วน
ตามจดุ ประสงคข์ องบทเรียน
5.1.5 ครูทบทวนความรเู้ ก่ยี วกบั ปจั จยั ในการเจรญิ เตบิ โตของพชื และความสาคัญของโครงสรา้ ง
ในเซลลพ์ ืช โดยใชค้ าถาม ต่อไปนี้
• ปจั จยั ในการเจรญิ เติบโตและการดารงชีวติ ของพชื มีอะไรบ้าง
• โครงสร้างใดในเซลล์ของพืชมีหนา้ ทใ่ี นการสรา้ งอาหารของพืช เพราะเหตุใด
5.1.6 รว่ มกันอภปิ รายเพ่ือให้ไดข้ ้อสรุปว่าพชื เป็นส่งิ มีชวี ิตที่ตอ้ งการ นา้ แสง และอากาศในการ
เจรญิ เติบโตและการ ดารงชวี ิต พชื มคี ลอโรพลาสต์ซงึ่ เป็นโครงสร้างในเซลลท์ มี่ ีหน้าท่ีสร้างอาหาร สว่ น
พืชจะสรา้ งอาหารได้อยา่ งไร และใชป้ ัจจยั ใดบ้างในการสรา้ งอาหารนัน้ จะไดท้ ราบจากการทากจิ กรรมที่
4.4 เรอื่ ง ปัจจยั ในการสรา้ งอาหารของพืชมีอะไรบ้าง
5.2 ขั้นสารวจและคน้ หา (exproration)
5.2.1 ใหน้ ักเรียนอา่ นวธิ ีการดาเนนิ กจิ กรรมตอนที่ 1
5.2.2 ให้นักเรยี นทากิจกรรมตามข้นั ตอน โดยครสู งั เกตการหุ้มใบผกั บุ้งด้วยกระดาษทบึ แสงสดี า
บริเวณที่นกั เรียนนาผกั บุ้ง ไปวางการจดั และใช้อุปกรณ์สาหรับการสกัดคลอโรฟลิ ลอ์ อกจากใบผกั บงุ้ การ
ทดสอบแปูงด้วยสารละลายไอโอดนี การ สงั เกตและการบันทึกผลการสงั เกตของนักเรียนทกุ กลุ่ม เพือ่ ให้
คาแนะนาถา้ เกิดข้อผดิ พลาดในขณะทากิจกรรม เชน่ ต้มใบผักบงุ้ ในแอลกอฮอลต์ ามเวลาทีก่ าหนดแลว้
ใบยังไม่ซดี ขาว ให้ตม้ ต่อไปอีกระยะจนซีดขาวท้ังใบ รวมทั้งนาข้อมูล ท่ีควรจะปรับปรุงและแก้ไขมาใช้
ประกอบการอภิปรายหลังการทากิจกรรม
5.2.3 ให้นกั เรยี นนาเสนอข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของสีของสารละลายไอโอดีนหลงั จากทดสอบ
กับใบผกั บงุ้ ในรูปแบบที่น่าสนใจ เช่น วาดภาพและระบายสีโดยใช้โปรแกรมสาเรจ็ รูปต่าง ๆ
5.2.4 ร่วมกนั อภิปรายเปรยี บเทียบข้อมลู ทไี่ ด้จากการทากจิ กรรม สาเหตุทท่ี าใหผ้ ลการทา
กจิ กรรมคลาดเคล่ือน เชน่ สกัด คลอโรฟลิ ลอ์ อกไมห่ มด ไม่ไดน้ ากระถางผกั บุ้งไปไว้ในทมี่ ืด หรือในวนั ที่
ทาการทดลองไมม่ ีแสง หรอื ไดร้ ับแสงน้อยไป
5.2.5 ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม และรว่ มกันอภิปรายคาตอบเพ่ือให้นกั เรยี นสรุปได้วา่
แสงเป็นสง่ิ ทจ่ี าเป็นต่อการ สร้างอาหารของพชื
5.2.6 รว่ มสนทนากับนักเรยี นเกย่ี วกับเร่อื งแสงเปน็ ปจั จยั ในการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช
และครูอาจใชค้ าถามต่อไปว่า นอกจากแสงแล้วมสี ่งิ ใดอีกที่จาเปน็ ต่อการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพืช
เพือ่ เช่ือมโยงกับกจิ กรรมตอนท่ี 2 ให้นกั เรยี นอา่ นวธิ ีการดาเนนิ กิจกรรมตอนที่ 2
5.2.7 ให้นกั เรียนทากจิ กรรมตามขั้นตอน โดยครูสงั เกตการบันทึกลกั ษณะของใบชบาดา่ งก่อน
นาไปต้ม การจดั และใชอ้ ปุ กรณ์ สาหรบั การสกดั คลอโรฟิลล์ออกจากใบ การทดสอบแปูงด้วยสารละลาย
ไอโอดีน การสงั เกตและการบันทึกผลการสังเกต ของนกั เรียนทุกกลุ่ม เพอ่ื ให้ข้อแนะนาถ้าเกดิ
แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
121
ข้อผิดพลาดในขณะทา รวมท้ังนาข้อมลู ทีค่ วรจะปรับปรุงและแก้ไขมาใช้ ประกอบการอภิปรายหลงั การ
ทากิจกรรม
5.2.8 ใหน้ กั เรียนนาเสนอข้อมูลการเปล่ยี นแปลงของสีของสารละลายไอโอดีนหลงั จากทดสอบ
กับใบชบาดา่ งในรูปแบบทน่ี า่ สนใจ เชน่ วาดภาพและระบายสีโดยใช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู ตา่ ง ๆ ดว้ ยแสง
ของพืช เพ่ือ เช่ือมโยงไปสู่กิจกรรมตอนที่ 3 นักเรียนอ่านวธิ ีการดาเนนิ กจิ กรรมตอนที่ 3
5.2.9 ให้นักเรียนทากิจกรรมตามขน้ั ตอน โดยสังเกตการร่วมกันวเิ คราะห์วธิ ีการทดลอง การ
ตั้งสมมติฐานการทดลอง นยิ าม เชงิ ปฏิบตั กิ าร ตัวแปรต้น ตวั แปรตาม ตวั แปรควบคมุ และการวิเคราะห์
ผลการทดลองเพื่อลงข้อสรุปร่วมกัน ครูนา ข้อมูลทีค่ วรจะปรับปรงุ และแกไ้ ขมาใชป้ ระกอบการอภิปราย
หลังทากิจกรรม
5.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ร่วมกันอภปิ รายเปรยี บเทียบขอ้ มูลทีไ่ ด้จากการทากจิ กรรม และสาเหตุท่ที าให้ผลการทา
กิจกรรมคลาดเคลื่อน เชน่ สกัด คลอโรฟิลลอ์ อกไม่หมด หรือเก็บใบชบาด่างมาก่อนที่ใบชบาจะไดร้ ับแสง
ในวนั ท่ีเก็บ
5.3.2 ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม และร่วมกันอภิปรายคาตอบเพื่อให้นักเรียนสรปุ ได้วา่
สว่ นที่มีสเี ขียวของพืชเป็นส่วน ท่ีมีการสรา้ งอาหาร และสีเขียวทพี่ บในพชื เรยี กว่า คลอโรฟิลล์ซึ่งเปน็ สาร
สีเขียวท่ีอย่ใู นคลอโรพลาสต์
5.3.3 รว่ มสนทนากับนักเรยี นเกี่ยวกับเรื่องแสงและคลอโรฟิลล์เป็นปัจจยั สาคญั ในการ
สังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช ครูอาจใช้ คาถามต่อไปว่า นอกจากแสงและคลอโรฟลิ ลแ์ ล้วยงั มีส่งิ ใดอีกที่
จาเปน็ ต้องใช้ในการสงั เคราะห์
5.3.4 ให้นักเรยี นตอบคาถามท้ายกจิ กรรม และรว่ มกนั อภิปรายคาตอบเพื่อใหน้ ักเรยี นสรปุ ได้ว่า
แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดเ์ ป็น ปัจจยั ที่จาเปน็ ตอ่ การสร้างอาหารของพืช
5.3.5 ใหน้ กั เรยี นอา่ นเน้ือหาในหนงั สือเรียน และรว่ มกันอภิปรายเกีย่ วกบั ปจั จยั ในการ
สงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืชเพื่อใหไ้ ด้ ขอ้ สรุปวา่ ปัจจยั ทจ่ี าเป็นในการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพืชไดแ้ กแ่ สง
สารสีเขยี วหรือคลอโรฟลิ ลแ์ ก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ และน้า สงิ่ ทีส่ ามารถระบไุ ด้วา่ มีการสังเคราะห์ดว้ ย
แสงเกิดข้นึ คือ เม่ือทดสอบใบของพชื ด้วยสารละลายไอโอดีน พบ ว่าสีของสารละลายไอโอดนี จะ
เปลี่ยนเปน็ สนี ้าเงินเข้ม แสดงว่ามีแปูงเกิดข้ึนในใบพืชโดยแปงู เป็นสารท่ีเปล่ยี นมาจาก น้าตาลซึง่ เป็น
ผลผลิตชนิดแรกของการสังเคราะห์ด้วยแสง และครคู วรเน้นย้ากบั นักเรียนในการอภปิ รายหลงั จากอ่าน
เน้ือเรอื่ งวา่ ผลผลติ ชนดิ แรกท่ีไดจ้ ากการสงั เคราะห์ด้วยแสง คอื น้าตาล
5.4 ข้ันขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ใหน้ ักเรียนนาเสนอขอ้ มูลการวิเคราะห์วิธีและผลการทดลองตามวิธกี ารท่กี าหนดให้
ในรปู แบบทนี่ ่าสนใจ และรว่ มกนั อภปิ รายเปรยี บเทยี บขอ้ มูลท่ีได้จากการทากิจกรรม
5.5 ขั้นประเมิน (evaluation)
5.5.1 ใหน้ กั เรียนตอบคาถามระหว่างเรียน เพ่ือประเมินความเข้าใจเกย่ี วกบั ปัจจยั ในการ
สงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื ในหนังสอื เรียน และร่วมกนั อภิปรายคาตอบ
5.5.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ การตอบคาถาม การเขา้ ร่วมกจิ กรรม
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
122
6. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผล
วิธีการวดั เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การประเมิน
1. อธบิ ายปัจจยั ท่ีจาเป็นในการ - สรปุ ผลการทากจิ กรรม - แบบบนั ทึก - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
สงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชและ ลงในกระดาษบรู๊ฟ กิจกรรม ตามทักษะกระบวนการ
ผลผลิตที่ได้จากการสังเคราะห์ - นาเสนอผลงาน - การอภิปรายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
ดว้ ยแสง(P)
2. ตระหนกั ในคุณค่าของพชื ท่ีมี - สรปุ ผลการทากจิ กรรม - แบบบันทึก - นาเสนองานได้อยา่ งถูกต้อง
ตอ่ สง่ิ มชี ีวิตและส่ิงแวดล้อม ลงในกระดาษบรู๊ฟ กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
โดยการรว่ มกันปลกู และดูแล - นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
รักษาตน้ ไมใ้ นโรงเรยี นและ
ชุมชน (P)
3. มคี วามสนใจใฝุเรียนรู้ - สงั เกตความสนใจ ใฝุ - แบบสังเกต - ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
พฤติกรรมการ รอ้ ยละ 70
แสดงความคิดเหน็ วางแผน เรียนรู้ แสดงความคดิ เหน็ ทางานกลุ่ม
รว่ มกนั รับฟงั ความคดิ เห็น (A) วางแผนรว่ มกัน รบั ฟงั
ความคดิ เห็น
7. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
7.1 หนังสือเรียน วทิ ยาศาสตร์ 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรูฟ๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 ใบกจิ กรรมที่ 4.4 ในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
123
8. บนั ทกึ หลังการสอน
8.1 ผลการจดั การเรียนรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
(2) ด้านทกั ษะ ............................................................................................................................
............................................................................................................... ...................................................................
(3) ด้านคุณลักษณะ ..................................................................................................................
................................................................................................................................................................................. .
8.2 ปัญหาและอุปสรรค
.......................................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครผู สู้ อน
วันท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
.......................................................................................................................................................... ........................
........................................................................................................... ......................................................................
ลงช่อื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชิดทอง)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วันที่ ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
124
9. ผลการนิเทศ
ขอ้ เสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรียนหรอื ผ้ทู ีไ่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวนนทยา เชิดทอง มีความคิดเห็นดังน้ี
แผนการจัดการเรียนรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั
ยงั ไม่เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจดั การเรยี นรู้
นาไปใช้สอนได้จริง
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้
ข้อเสนอแนะเพ่มิ เติม
........................................................................................ ..........................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชือ่ .....................................................ผู้นิเทศ/ผ้ตู รวจ
(......................................................................)
ตาแหน่ง..................................................................
วนั ท.่ี ...........เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
125
แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน เร่ือง ……………………………………..
ช้ัน..........................หอ้ ง.......................................เวลา..............................
วันท่ี .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้ีแจง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรยี น โดยทาเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รับฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ รว่ มกัน ความ ตามทไ่ี ด้รับ คะแนน
กลุม่ ที่ คิดเหน็ คดิ เหน็ มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงช่ือ...........................................ผ้ปู ระเมิน
........./...................../...........
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
4 = ปฏบิ ตั ิตลอดเวลาท่รี ว่ มทากจิ กรรม ผลจากการปฏิบัตมิ ีประโยชนต์ ่อกลุ่ม
3 = ปฏิบตั บิ างครั้ง ผลจากการปฏบิ ตั ิมีประโยชนต์ ่อกลุ่ม
2 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 ครัง้ ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกลมุ่
1 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 คร้งั ผลจากการปฏบิ ัติมปี ระโยชนต์ อ่ กลมุ่ เล็กน้อย
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคุณภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
126
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 16
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเพญ็ พทิ ยาคม
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 การดารงชวี ติ ของพืช เรือ่ ง การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช 2
เวลาเรียน 3 ชว่ั โมง ครูผู้สอน นางสาวนนทยา เชิดทอง
1. สาระการเรียนรู/้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องส่งิ มชี ีวติ หนว่ ยพ้ืนฐานของส่งิ มีชวี ติ การลาเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้างและหน้าทขี่ องระบบตา่ งๆ ของสตั ว์และมนุษย์ท่ที างานสมั พนั ธ์กนั
ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชท่ีทางานสมั พนั ธก์ ัน รวมทัง้ นาความรูไ้ ปใช้
ประโยชน์
ตวั ชีว้ ดั (ว 1.2 ม.1/6 - 8)
ม.1/6 ระบุปจั จยั ทจ่ี าเป็นในการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงและผลผลติ ท่เี กดิ ข้นึ จากการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงโดย
ใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์
ม.1/7 อธบิ ายความสาคญั ของการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืชต่อสง่ิ มชี วี ติ และส่งิ แวดล้อม
ม.1/8 ตระหนกั ในคุณค่าของพชื ทม่ี ตี ่อสงิ่ มชี วี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม โดยการร่วมกนั ปลูกและดแู ลรักษา
ตน้ ไมใ้ นโรงเรียนและชมุ ชน
2. สาระสาคัญ
กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพืชเกดิ ขน้ึ ในคลอโรพลาสต์ เป็นกระบวนการทน่ี าพลังงานแสง
มาเปลยี่ น แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์และน้าให้เป็นน้าตาล พืชจะเปลยี่ นน้าตาลเป็นสารประกอบอนิ ทรีย์อนื่ ๆ
และเก็บสะสมในโครงสร้างต่าง ๆ ของพืช พืชจงึ เปน็ แหลง่ อาหารและพลังงานท่สี าคัญของส่งิ มีชวี ิตชนดิ อ่นื
นอกจากนกี้ ารสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ยังเป็นกระบวนการผลิตแก๊สออกซเิ จนออกสู่บรรยากาศ เพื่อให้ส่ิงมชี วี ิต
ชนิดอื่นนาไปใชใ้ นกระบวนการหายใจ
3.จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธิบายปัจจัยที่จาเปน็ ในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื และผลผลิตท่ีได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง(P)
3.2 ตระหนักในคณุ ค่าของพชื ทมี่ ีต่อส่ิงมชี วี ติ และส่ิงแวดลอ้ ม โดยการร่วมกนั ปลกู และดูแลรกั ษาต้นไม้
ในโรงเรยี นและชมุ ชน (P)
3.3 มคี วามสนใจใฝเุ รียนรู้ แสดงความคิดเหน็ วางแผนรว่ มกัน รบั ฟงั ความคดิ เห็น (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ปจั จยั และผลผลิตของการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
5. กระบวนการจดั การเรียนรู้ (จดั กระบวนการเรยี นการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้นั สรา้ งความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครนู าเขา้ สู่บทเรยี น ดงั น้ี
- ร่วมสนทนากับนกั เรียนเก่ยี วกับปจั จยั ในการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื ว่าประกอบดว้ ยแสง
คลอโรฟิลล์ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ และน้า และการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงได้ผลผลิต คือ น้าตาล และครู
อาจใชค้ าถาม ตอ่ ไปวา่ นอกจากน้าตาลแลว้ ผลผลติ ของการสงั เคราะห์ด้วยแสงยังมีอะไรอีกบา้ ง เพ่ือ
เชอ่ื มโยงเขา้ สกู่ จิ กรรมที่ 4.5 การสังเคราะห์ด้วยแสงไดผ้ ลผลิตใดอีกบ้าง
5.2 ขั้นสารวจและคน้ หา (exproration)
5.2.1 ใหน้ ักเรยี นอ่านวธิ กี ารดาเนนิ กจิ กรรมที่ 4.5 เรือ่ งการสังเคราะห์ดว้ ยแสงไดผ้ ลผลิตใด
อกี บา้ งในหนงั สอื เรียน
แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
127
5.2.2 ใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมตามขนั้ ตอน ครสู ังเกตการทางานร่วมกัน การเตรียมชุดการทดลอง
การจับเวลาและสงั เกตสิ่งท่ี เกดิ ขน้ึ ในหลอดทดลอง การเก็บและทดสอบแก๊สทีเ่ กิดขน้ึ ในหลอดทดลอง
การบันทึกผลตามความเปน็ จริง เพื่อให้คาแนะนาถ้าเกิดข้อผดิ พลาดขณะทากจิ กรรม รวมทั้งนาข้อมูล
ทคี่ วรจะปรบั ปรงุ และแกไ้ ขมาใชป้ ระกอบการ อภปิ รายหลงั การทากจิ กรรม
5.2.3 ใหน้ ักเรียนนาผลการสังเกตที่บนั ทึกไว้มานาเสนอ รว่ มกนั อภิปรายเปรยี บเทียบข้อมลู ทีไ่ ด้
สาเหตุที่ทาให้ผลการทา กจิ กรรมคลาดเคล่ือน เช่น ไมส่ ามารถสงั เกตเห็นการเปล่ียนแปลงของปลายธูป
เมอ่ื ทดสอบแก๊สออกซิเจนหรือเหน็ ผล การทดสอบไมช่ ดั เจน ครูอาจถามคาถามเพ่มิ เติม หรอื อาจ
เปรียบเทียบผลจากกลมุ่ อืน่ หรอื อาจเปดิ วีดิทัศน์การทดลอง ทีค่ ลา้ ยคลงึ กันใหน้ ักเรียนชม
5.2.4 ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม และรว่ มกนั อภิปรายคาตอบเพ่ือให้นักเรียนสรุปได้วา่
ชุดการทดลองท่ีวางกลางแดดมีฟองแกส๊ เกิดขึ้นในหลอดทดลอง เม่ือทดสอบสรุปได้ว่าแก๊สที่เกดิ ข้ึนคอื
แก๊สออกซิเจน ดังนน้ั ผลผลติ ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื คือ นา้ ตาลและแกส๊ ออกซิเจน
5.3 ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ใหน้ กั เรยี นอ่านเนื้อหาในหนังสือเรียนและร่วมกนั อภิปรายเกยี่ วกบั การสงั เคราะหด์ ้วยแสง
ของพชื เพ่ือใหไ้ ด้ข้อสรุปว่า กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงมคี วามสาคัญตอ่ การดารงชวี ิตของพชื และ
ส่งิ มชี ีวติ ชนิดอ่นื รวมท้งั ต่อสิง่ แวดล้อม เพราะเป็นกระบวนการเดียวท่นี าพลังงานแสงมาเปล่ียนใหเ้ ป็น
พลงั งานเคมเี กบ็ ไว้ในรปู ของสารประกอบอินทรีย์ ทีเ่ ปน็ อาหารใหก้ ับสิง่ มีชีวติ ทกุ ชนดิ บนโลก และเปน็
กระบวนการทีม่ ีการผลติ แก๊สออกซิเจนสาหรบั ให้พืชเองและ สิง่ มีชวี ิตชนิดอน่ื ๆ ใชใ้ นการหายใจ รวมทัง้
ยงั มสี ่วนชว่ ยรกั ษาสมดุลของปรมิ าณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์และ แก๊สออกซเิ จนในอากาศ ทาให้
สิ่งมชี ีวิตชนดิ ต่างๆ สามารถดารงชวี ิตอย่ไู ด้
5.4 ขน้ั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามระหว่างเรียน เพ่ือประเมินความเข้าใจเกี่ยวกบั การสงั เคราะห์ดว้ ย
แสงของพืชใน หนังสอื เรยี น และรว่ มกนั อภปิ รายคาตอบดงั ตวั อย่าง
5.4.2 ให้นกั เรยี นทากจิ กรรมเสริมนอกเวลาเรียน โดยให้ออกแบบการทดลองและทดลองเพื่อหา
ว่าพชื ชนดิ ใดในโรงเรียน ท่ีผลิตแกส๊ ออกซเิ จนออกสู่อากาศมากทสี่ ดุ
5.5 ขัน้ ประเมิน (evaluation)
5.5.1 สนทนากับนักเรียนเกย่ี วกับเร่อื งในบทเรยี นการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพชื จากนั้นให้
นักเรียนทากจิ กรรมตรวจสอบ ตนเอง เพื่อสรุปองค์ความรู้ท่ีได้เรยี นรจู้ ากบทเรยี น โดยการเขยี นบรรยาย
วาดภาพ หรือเขียนผังมโนทัศนส์ ิง่ ที่ไดเ้ รียน รูจ้ ากบทเรียนน้ใี ห้นกั เรยี นนาเสนอผลงาน โดยอาจออกแบบ
ให้นกั เรยี นนาเสนอและอภิปรายภายในกลมุ่ หรืออภิปราย รว่ มกันในช้นั เรียน หรือตดิ แสดงผลงานบน
ผนงั หอ้ งเรยี น และใหน้ กั เรียนร่วมพจิ ารณาผลงาน จากนน้ั ครแู ละนกั เรียน อภปิ รายสรปุ องค์ความรู้ที่ได้
จากบทเรยี นรว่ มกนั
5.5.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม การตอบคาถาม การเข้าร่วมกิจกรรม
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
128
6. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผล
วิธีการวดั เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ
1. อธบิ ายปัจจยั ท่ีจาเป็นในการ - สรปุ ผลการทากจิ กรรม - แบบบนั ทึก - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืชและ ลงในกระดาษบรู๊ฟ กิจกรรม ตามทักษะกระบวนการ
ผลผลติ ที่ได้จากการสังเคราะห์ - นาเสนอผลงาน - การอภิปรายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
ดว้ ยแสง(P)
2. ตระหนกั ในคุณคา่ ของพชื ท่ีมี - สรปุ ผลการทากจิ กรรม - แบบบันทึก - นาเสนองานได้อยา่ งถูกต้อง
ตอ่ สง่ิ มชี วี ิตและส่ิงแวดล้อม ลงในกระดาษบรู๊ฟ กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
โดยการรว่ มกันปลกู และดูแล - นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
รักษาตน้ ไมใ้ นโรงเรยี นและ
ชุมชน (P)
3. มีความสนใจใฝุเรียนรู้ - สงั เกตความสนใจ ใฝุ - แบบสังเกต - ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
พฤติกรรมการ รอ้ ยละ 70
แสดงความคิดเหน็ วางแผน เรียนรู้ แสดงความคดิ เหน็ ทางานกลุ่ม
รว่ มกัน รับฟงั ความคิดเห็น (A) วางแผนรว่ มกัน รบั ฟงั
ความคดิ เห็น
7. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
7.1 หนังสอื เรียน วทิ ยาศาสตร์ 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรูฟ๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 ใบกจิ กรรมที่ 4.5 ในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
129
8. บนั ทกึ หลงั การสอน
8.1 ผลการจัดการเรียนรู้
(1) ด้านความรู้ ........................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
(2) ด้านทกั ษะ ............................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
(3) ด้านคุณลักษณะ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................ ......................................
8.2 ปัญหาและอปุ สรรค
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................................... ...................................
ลงช่ือ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครผู ู้สอน
วันที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วนั ที่ ……. เดือน ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
130
9. ผลการนเิ ทศ
ขอ้ เสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผ้ทู ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เหน็ ดงั นี้
แผนการจัดการเรยี นรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สาคญั
ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจดั การเรยี นรู้
นาไปใชส้ อนไดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
ข้อเสนอแนะเพิม่ เติม
................................................................................................................................................................................ ..
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชื่อ.....................................................ผนู้ ิเทศ/ผตู้ รวจ
(......................................................................)
ตาแหน่ง..................................................................
วันท่.ี ...........เดือน.................................พ.ศ.............
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
131
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เรอ่ื ง ……………………………………..
ช้ัน..........................หอ้ ง.......................................เวลา..............................
วันที่ .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาชแ้ี จง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรยี น โดยทาเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รับฟงั ทางาน รวม 20
ใฝเุ รียนรู้ ความ ร่วมกนั ความ ตามที่ไดร้ ับ คะแนน
กลุม่ ที่ คิดเห็น คิดเหน็ มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงช่ือ...........................................ผ้ปู ระเมิน
........./...................../...........
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
4 = ปฏบิ ตั ิตลอดเวลาท่รี ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
3 = ปฏิบตั บิ างครัง้ ผลจากการปฏบิ ัติมปี ระโยชนต์ อ่ กลุ่ม
2 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 ครัง้ ผลจากการปฏิบัตมิ ปี ระโยชนต์ อ่ กลมุ่
1 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 คร้งั ผลจากการปฏบิ ัติมีประโยชน์ตอ่ กล่มุ เล็กน้อย
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคุณภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
132
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 17
กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเพ็ญพิทยาคม
รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 (ว 21101) ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 การดารงชีวติ ของพืช เร่ือง การลาเลียงนา้ ธาตุอาหาร และอาหารของพืช
เวลาเรยี น 3 ช่ัวโมง ครผู ู้สอน นางสาวนนทยา เชิดทอง
1. สาระการเรียนร/ู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องสงิ่ มชี วี ิต หนว่ ยพน้ื ฐานของส่ิงมชี วี ติ การลาเลียงสารเขา้ และออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหนา้ ที่ของระบบต่างๆ ของสัตวแ์ ละมนุษย์ทที่ างานสมั พันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสรา้ งและหน้าท่ขี องอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชที่ทางานสัมพันธ์กนั รวมท้ังนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตวั ชว้ี ดั (ว 1.2 ม.1/9 – 10, ม.1/14 - 15)
ม.1/9 บรรยายลกั ษณะและหนา้ ทขี่ องไซเล็มและโฟลเอม็
ม.1/10 เขียนแผนภาพทบ่ี รรยายทศิ ทางการลาเลยี งสารในไซเล็มและโฟลเอ็มของพชื
ม.1/14 อธิบายความสาคญั ของธาตอุ าหารบางชนดิ ท่ีมีผลต่อการเจรญิ เตบิ โต และการดารงชวี ติ ของพืช
ม.1/15 เลอื กใชป้ ยุ๋ ทมี่ ธี าตุอาหารเหมาะสมกับพชื ในสถานการณ์ท่ีกาหนด
2. สาระสาคัญ
พืชตอ้ งการอากาศ น้า แสง และธาตุอาหารในการเจริญเติบโตและการดารงชวี ิต พืชดดู น้าและธาตุ
อาหารจากดินเข้าสู่ รากและลาเลียงผ่านทางไซเลม็ ไปสลู่ าต้น ใบ และสว่ นอนื่ ๆ ของพืช เพื่อใชใ้ นการสงั เคราะห์
ดว้ ยแสงรวมถึงกระบวนการ อื่น ๆ และมีโฟลเอ็มลาเลียงอาหารท่ีไดจ้ ากการสังเคราะหด์ ้วยแสงไปสสู่ ่วนตา่ ง ๆ
ของพืช
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 อธิบายความสาคญั ของธาตอุ าหารบางชนดิ ทีม่ ีผลต่อการเจรญิ เตบิ โตและการดารงชวี ติ ของพืช (K)
3.2 เลอื กใชป้ ุ๋ยที่มีธาตอุ าหารเหมาะสมกับพชื ในสถานการณ์ท่ีกาหนด (K)
3.3 บรรยายลกั ษณะและหน้าท่ีของไซเล็มและโฟลเอ็ม (P)
3.4 เขียนแผนภาพที่อธิบายทศิ ทางการลาเลียงสารในไซเลม็ และโฟลเอม็ ของพชื (P)
3.5 มคี วามสนใจใฝุเรียนรู้ แสดงความคิดเห็น วางแผนร่วมกนั รบั ฟงั ความคดิ เห็น (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 การลาเลยี งน้าของพืช
4.2 ธาตุอาหาร
4.3 การลาเลยี งธาตอุ าหารของพืช
5. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (จัดกระบวนการเรียนการสอนแบบ 5Es)
5.1 ข้นั สร้างความสนใจ (engagement)
5.1.1 ครูนาเข้าสบู่ ทเรยี น ดงั นี้
- ใหน้ กั เรยี นสังเกตภาพนาบทท่ี 3 ในหนังสือเรยี น หรือภาพวดี ทิ ัศน์หรอื ส่ืออ่นื ๆ ทเี่ กีย่ วกับ
ขนราก ของพชื พรอ้ มทงั้ ให้นักเรยี นอ่านเนื้อหานาบท จาก นัน้ ร่วมกันอภิปรายเกย่ี วกบั การลาเลยี งในพชื
โดยอาจใช้คาถามดังน้ี
• พชื ได้รับน้า ธาตุอาหารและอาหารจากแหล่งใด (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจ เชน่ พืชจะดดู
นา้ และธาตุอาหารจากดนิ และไดร้ ับอาหารโดยการ สรา้ งขึน้ เอง)
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
133
• พชื นานา้ จากดนิ และอาหารทสี่ ร้างขนึ้ ทใี่ บไปยัง ส่วนต่างๆของพืชได้อยา่ งไร(นักเรยี นตอบ
ตาม ความเข้าใจ เชน่ ลาเลยี งผา่ นลาตน้ )
5.1.2 ให้นักเรียนอา่ นจุดประสงค์ของบทเรียน และ อภิปรายร่วมกัน เพื่อให้ทราบขอบเขต
เนอ้ื หา เปาู หมายการเรยี นรแู้ ละแนวทางการประเมินที่ นักเรียนจะได้เรยี นรใู้ นบทเรยี นน้ี (นักเรียนจะได้
สบื ค้น อธบิ ายชนิดและความสาคญั ของธาตุอาหาร พืช บรรยายลักษณะ หน้าท่ขี องเน้ือเย่อื ลา เลียงและ
ทิศทางการลาเลยี งสารในพืช)
5.1.3 ใหน้ ักเรียนสังเกตภาพนาเรอ่ื ง อา่ นเนื้อหานา เร่ือง และรจู้ ักคาสาคญั ทากิจกรรมทบทวน
ความรู้ก่อนเรียน แลว้ นาเสนอผลการทากจิ กรรม ถ้า ครพู บว่านักเรยี นยังทากิจกรรมทบทวนความรู้
กอ่ นเรยี นยงั ไม่ถูกต้อง ครูควรทบทวนหรือแก้ไข ความเข้าใจผิดของนักเรยี น เพื่อใหน้ ักเรียนมี ความรู้
พ้ืนฐานท่ีถูกต้องและเพียงพอทีจ่ ะเรยี นเร่อื ง ธาตุอาหารของพืชตอ่ ไป
5.1.4 ตรวจสอบความรเู้ ดมิ เกี่ยวกบั ธาตุอาหารของพืช โดยให้นักเรียนทากิจกรรม รู้อะไรบ้าง
ก่อนเรยี น นกั เรยี นสามารถ เขยี นตามความเขา้ ใจของนักเรียน โดยยงั ไม่เฉลยคาตอบ และนาข้อมูลจาก
การตรวจสอบความรู้เดิมของนกั เรียนไป ใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรวู้ ่าควรเน้นย้า หรอื อธิบาย
เรื่องใดเปน็ พเิ ศษ เม่ือนกั เรียนเรียนจบเรือ่ งนแี้ ลว้ นักเรยี น จะมีความรู้ความเข้าใจครบถ้วนตาม
จดุ ประสงคข์ องบทเรยี น
5.1.5 ครูทบทวนความรเู้ กี่ยวกบั การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื โดยนาใบพืชทป่ี กตแิ ละใบพชื ที่
มีอาการผดิ ปกติทีเ่ กิด จากการขาดธาตุอาหารมาให้นักเรียนดแู ละ ใช้คาถามต่อไปนี้ • สว่ นท่สี ังเคราะห์
ดว้ ยแสงของพชื ต้องมีส่ิงใดในเซลล์
• ใบพชื ท่มี ีอาการซีดเหลืองจะสงั เคราะห์ด้วยแสงได้ดหี รือไม่
• อาการซีดเหลืองของใบ เกิดเพราะอะไร และจะแกป้ ัญหาได้อย่างไร
5.1.6 ร่วมกนั อภิปรายเพ่ือให้ได้ข้อสรปุ ว่าพืชตอ้ งการ น้า แสง แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์และ
คลอโรฟลิ ลใ์ นการสังเคราะห์ ดว้ ยแสงแลว้ ได้ผลผลติ เป็นน้าตาลซึง่ เปน็ อาหารของพชื นอกจากนี้พืชยัง
ตอ้ งการธาตุอาหารเพ่ือใชเ้ ปน็ องค์ประกอบ ของนา้ ตาลและสารตา่ ง ๆ ท่ีพืชสรา้ งข้ึน แลว้ พชื จะใช้
น้าตาลและสารเหลา่ นัน้ เพื่อใหก้ ารเจรญิ เติบโตเป็นไปอยา่ งปกติ ธาตอุ าหารของพืชมีอะไรบ้าง แต่ละ
ชนิดมีความสาคญั อยา่ งไรตอ่ พชื จะได้ทราบจากการทากจิ กรรมท่ี 4.6
5.2 ขัน้ สารวจและคน้ หา (exproration)
5.2.1 ให้นักเรียนอ่านวิธีการดาเนนิ กจิ กรรมท่ี 4.6 เรื่องธาตุอาหารของพืชสาคญั ต่อพืชอย่างไร
5.2.2 ให้นกั เรียนทากจิ กรรมตามข้นั ตอน โดยครูสงั เกตการทางานร่วมกนั และการบนั ทึกผล
การทากิจกรรมของนักเรียนทุก กลุม่ รวมทง้ั การนาข้อมลู มาจดั กระทาโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพอ่ื ให้
ข้อแนะนาถ้าเกิดขอ้ ผิดพลาดขณะทากิจกรรม รวมทงั้ นาข้อมูลทคี่ วรจะปรับปรุงและแก้ไขมาใช้
ประกอบการอภปิ รายหลงั การทากิจกรรม
5.2.3 ให้นกั เรียนนาข้อมูลเกย่ี วกับชนดิ และความสาคญั ของธาตอุ าหารพชื แตล่ ะชนดิ รวมทัง้ การ
แก้ปญั หาการขาดธาตุอาหาร ของพืช มานาเสนอในรปู แบบตา่ ง ๆ เช่น ตาราง หรอื แผนภาพพร้อม
คาอธบิ าย
5.2.4 ร่วมกันอภิปรายเปรยี บเทียบข้อมลู ท่ไี ดจ้ ากการทากจิ กรรม และสาเหตุที่ทาให้ผลการทา
กิจกรรมคลาดเคล่ือน เช่น นกั เรียนสบื ค้นข้อมูลและได้ขอ้ มูลวา่ ธาตอุ าหารทจ่ี าเปน็ ต่อพืชมีเพียง 16
ธาตุซงึ่ ปัจจบุ นั มีการเพมิ่ เปน็ 17 ธาตแุ ลว้
5.2.5 ให้นักเรยี นตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม และร่วมกนั อภิปรายคาตอบเพ่ือให้นักเรยี นสรปุ ไดว้ ่า
ในดนิ มธี าตอุ าหารท่พี ชื ใช้ใน การเจริญเติบโตและดารงชวี ิต ธาตุอาหารทพี่ ชื ขาดไมไ่ ด้มี 17 ชนดิ ถ้าพชื
ขาดธาตุอาหารพชื จะแสดงอาการผิดปกติ ควรแก้ไขโ้ ดยการวเิ คราะห์ดินเพ่ือหาชนดิ และปริมาณของธาตุ
อาหารทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อพืช และเพ่ือหาสาเหตุวา่ ดิน ขาดธาตุอาหารหรือมธี าตุอาหารแตอ่ ยใู่ นรปู ที่พชื
แผนการจัดการเรียนรูว้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
134
ไมส่ ามารถนาไปใช้ได้วิเคราะหเ์ นื้อเย่ือพืช เพื่อประเมินระดับความ ขาดธาตุอาหารของพืช ซึ่งถา้ ดนิ ขาด
ธาตอุ าหารของพืชสามารถทาการเพิ่มธาตุอาหารของพืชในดินโดยการใส่ปุ๋ย
5.2.6 ใหน้ กั เรยี นอา่ นเน้ือหาในหนังสอื และรว่ มกันอภปิ รายเกยี่ วกบั ธาตุอาหารของพชื เพ่ือให้ได้
ขอ้ สรุปว่าธาตุอาหารใน ดนิ มีความสาคญั ต่อการเจริญเติบโตของพชื ถ้าพชื ขาดธาตอุ าหารพชื จะแสดง
อาการผดิ ปกตจิ งึ จาเป็นต้องใหพ้ ชื ได้รบั ธาตอุ าหารของพชื อย่างเพยี งพอ ถา้ ในดินไม่มีหรอื มธี าตอุ าหาร
ของพืชนอ้ ยต้องเพิ่มธาตุอาหารลงในดนิ ในปริมาณ ท่เี หมาะสม
5.2.7 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามระหวา่ งเรยี น เพ่ือประเมนิ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับธาตุอาหารของพืช
ในหนังสือเรียนและร่วมกันอภปิ รายคาตอบดังตวั อย่าง
5.2.8 รว่ มสนทนากับนักเรียนเก่ยี วกบั ธาตุอาหารของพชื ว่าพชื ดดู ธาตุอาหารจากดนิ เพือ่ ใชใ้ น
การเจริญเติบโตใหเ้ ป็นไป อย่างปกติและครูอาจใชค้ าถามต่อไปวา่ พืชนาธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์ใน
สว่ นต่างๆของต้นได้อย่างไร เพ่ือเช่ือมโยงกบั เนื้อหาเรื่องการลาเลยี งในพชื
5.2.9 ให้นักเรียนสงั เกตภาพนาเรอื่ ง อ่านเนอ้ื หา นาเรอื่ ง และร้จู ักคาสาคญั ทากจิ กรรมทบทวน
ความรกู้ ่อนเรียน แลว้ นาเสนอผลการทากิจกรรม ถา้ ครูพบวา่ นักเรยี นยงั ทากจิ กรรมทบทวนความรู้ กอ่ น
เรยี นไมถ่ ูกตอ้ ง ครคู วรทบทวนหรอื แก้ไข ความเข้าใจผิดของนักเรียน เพื่อใหน้ ักเรียน มคี วามรู้พนื้ ฐานท่ี
ถกู ต้อง และเพยี งพอท่จี ะ เรยี นเรอ่ื งการลาเลยี งในพชื ต่อไป
5.2.10 ตรวจสอบความรู้เดิมเกย่ี วกับการลาเลยี งในพืช โดยใหน้ กั เรียนทากิจกรรม รู้อะไรบ้าง
ก่อนเรียน นักเรยี นสามารถ เขียนตามความเข้าใจของนกั เรียน ครยู ังไมเ่ ฉลยคาตอบ และนาขอ้ มูลจาก
การตรวจสอบความรูเ้ ดิมของนักเรียน ไปใชใ้ นการวางแผนการจัดการเรียนรูว้ า่ ควรเนน้ ยา้ หรืออธิบาย
เรอื่ งใดเปน็ พิเศษ เม่ือนกั เรยี นเรียนจบเร่อื งนี้แล้ว นกั เรียนจะมคี วามรู้ความเข้าใจครบถ้วนตาม
จดุ ประสงคข์ องบทเรียน
5.2.11 ครูทบทวนความรเู้ กย่ี วกับส่งิ ที่จาเปน็ ในการเจริญเตบิ โตและการดารงชวี ิตของพืช
โดยอาจใชค้ าถามต่อไปน้ี
• พืชได้รบั น้า ธาตุอาหารจากแหลง่ ใด
• พชื สรา้ งอาหารทส่ี ่วนใด
5.2.12 รว่ มกนั อภิปรายเพอื่ ให้ได้ข้อสรปุ วา่ พืชไดร้ บั นา้ และธาตุอาหารจากดนิ พืชสามารถสรา้ ง
อาหารได้เองโดยกระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสงซึ่งเกดิ ข้ึนท่ี โครงสรา้ งที่มคี ลอโรฟลิ ล์ของพชื สว่ นพชื
จะลาเลยี งสารเหลา่ นีไ้ ปยงั สว่ นต่าง ๆ ของ พืชได้อยา่ งไร จะได้ทราบจากการทากจิ กรรมที่ 4.7
5.2.13 ใหน้ กั เรียนอ่านวิธกี ารดาเนนิ กจิ กรรมท่ี 4.7 พชื ลาเลียงนา้ และธาตุอาหารอย่างไร
5.2.14 ให้นกั เรียนทากิจกรรมตามข้ันตอน โดยครสู งั เกตการตดั เนื้อเย่ือพชื การเตรียมสไลด์การ
ใช้กลอ้ งจลุ ทรรศน์การสืบคน้ ขอ้ มลู การสงั เกตและการบันทึกผลการสังเกตของนักเรยี นทุกกล่มุ เพ่ือให้
ขอ้ แนะนาถ้าเกิดขอ้ ผดิ พลาดขณะทากจิ กรรม รวมทั้งนาข้อมูลทีค่ วรจะปรับปรงุ และแก้ไขมาใช้
ประกอบการอภิปรายหลงั การทากิจกรรม
5.3 ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
5.3.1 ให้นักเรียนตอบคาถามทา้ ยกิจกรรม และรว่ มกนั อภิปรายคาตอบเพ่ือให้นกั เรียนสรปุ ได้วา่
นา้ สเี คลอื่ นทเ่ี ขา้ ส่รู ากต้นเทียน และเคลอื่ นต่อเนื่องขน้ึ ไปยังส่วนต่างๆของต้น เนื่องจากรากและลาต้นมี
กลุม่ เซลล์หรอื เน้ือเย่ือท่ีเรียงต่อกันเป็นท่อซึ่ง เป็นช่องทางสาหรบั การลาเลยี งนา้ สไี ปสสู่ ว่ นต่าง ๆ ของต้น
เทียน
5.3.2 ให้นกั เรยี นอ่านเน้ือหาในหนงั สือและร่วมกนั อภปิ รายเกีย่ วกับการลาเลยี งสารในพชื
เพื่อให้ได้ขอ้ สรปุ วา่ น้าเข้าสู่ รากพชื โดยการออสโมซิส สว่ นธาตุอาหารเขา้ สู่รากพืชโดยการแพรห่ รอื การ
ลาเลยี งแบบต้องใชพ้ ลังงาน พชื มีไซเล็ม ทาหน้าทีล่ าเลยี งนา้ และธาตอุ าหารจากรากขนึ้ ไปสูท่ ุกส่วนของ
พืชและมีโฟลเอ็มทาหนา้ ท่ลี าเลียงอาหารท่ีพืชสร้างข้ึน ที่บริเวณทมี่ สี ีเขยี วไปสู่ทุกสว่ นของพืช
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
135
5.4 ข้นั ขยายความรู้ (elaboration)
5.4.1 ใหน้ กั เรยี นนาข้อมลู เกีย่ วกบั ลกั ษณะเนื้อเยือ่ และทิศทางการเคล่ือนท่ีของน้าและธาตุ
อาหารในพืชมานาเสนอในรูปแบบ ตา่ ง ๆ เช่น นาเสนอโดยใชโ้ ปรแกรมหรอื แอปพลิเคชัน่ ท่ีทนั สมยั
5.4.2 รว่ มกันอภิปรายเปรียบเทียบข้อมลู ท่ไี ด้จากการทากิจกรรม และอภิปรายถงึ สาเหตุที่ผล
การทากิจกรรมคลาดเคลือ่ น เช่น ไมเ่ หน็ การเคลื่อนท่ีของน้าสอี าจเนอ่ื งจากตน้ เทียนยงั สดเกนิ ไปจึงดูด
น้าสไี ด้น้อย หรือดดู ไดช้ ้า หรือไม่สามารถ ตัดเน้อื เย่ือบรเิ วณปลายรากได้เนอ่ื งจากรากเกิดความเสียหาย
หรอื ไม่เหน็ การติดสใี นเน้ือเยื่อเนอื่ งจากไม่ได้แชเ่ น้ือเยอ่ื ในสารละลายซาฟรานิน
5.4.3 ให้นกั เรียนตอบคาถามระหว่างเรียนในหนังสือเรยี น เพือ่ ประเมนิ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั การ
ลาเลยี งในพชื และรว่ มกนั อภิปรายคาตอบดังตวั อย่าง
5.4.4 อาจใหน้ กั เรียนทากจิ กรรมเสริมนอกเวลาเรยี น โดยใหอ้ อกแบบสวนแนวตง้ั ในโรงเรยี น
โดยเลอื กชนดิ พืช วัสดปุ ลกู ภาชนะท่ใี ชป้ ลกู การดแู ลรกั ษา และบอกประโยชน์ของสวนแนวตงั้
ของตนเอง
5.5 ขน้ั ประเมนิ (evaluation)
5.5.1 สนทนากบั นกั เรียนเก่ยี วกับเรือ่ งในบทเรียนการลาเลียงนา้ ธาตอุ าหารและอาหารของพืช
จากน้นั ใหน้ ักเรียนทากิจกรรม ตรวจสอบตนเอง เพ่ือสรปุ องค์ความรูท้ ่ีไดเ้ รยี นรู้จากบทเรียน โดยการ
เขยี นบรรยายวาดภาพ หรอื เขยี นผังมโนทศั นส์ ่ิงท่ี ได้เรยี นรูจ้ ากบทเรยี นน้ีให้นักเรยี นนาเสนอผลงาน โดย
อาจออกแบบให้นกั เรียนนาเสนอและอภิปรายภายในกลมุ่ หรือ อภปิ รายร่วมกันในชน้ั เรียน หรือตดิ
แสดงผลงานบนผนงั หอ้ งเรยี น และให้นักเรยี นร่วมพิจารณาผลงาน จากนนั้ ครแู ละ นกั เรยี นอภิปรายสรปุ
องค์ความรูท้ ่ีไดจ้ ากบทเรยี นร่วมกัน
5.5.2 สงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ การตอบคาถาม การเข้าร่วมกิจกรรม
6. การวัดและประเมนิ ผล การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรียนรู้
วิธกี ารวดั เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
1. อธิบายความสาคญั ของธาตุ - สรุปผลการทากจิ กรรม
อาหารบางชนดิ ท่ีมีผลตอ่ การ ลงในกระดาษบรู๊ฟ - แบบบนั ทกึ - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
เจรญิ เติบโตและการดารงชีวติ - นาเสนอผลงาน
ของพชื (K) กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
2. เลือกใช้ปุย๋ ทีม่ ีธาตุอาหาร - สรปุ ผลการทากจิ กรรม
เหมาะสมกับพชื ในสถานการณ์ ลงในกระดาษบรู๊ฟ - การอภปิ รายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
ทก่ี าหนด (K) - นาเสนอผลงาน
- แบบบันทึก - นาเสนองานได้อย่างถูกต้อง
กิจกรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
- การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
3. บรรยายลักษณะและหนา้ ท่ี - สรปุ ผลการทากิจกรรม - แบบบนั ทกึ - นาเสนองานได้อยา่ งถกู ต้อง
ของไซเล็มและโฟลเอ็ม (P) ลงในกระดาษบรู๊ฟ กจิ กรรม ตามทกั ษะกระบวนการ
- นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 70
4. เขยี นแผนภาพที่อธิบายทิศ - สรุปผลการทากิจกรรม - แบบบนั ทึก - นาเสนองานได้อย่างถกู ต้อง
ทางการลาเลียงสารในไซเล็ม ลงในกระดาษบรู๊ฟ กจิ กรรม ตามทักษะกระบวนการ
และโฟลเอ็มของพืช(P) - นาเสนอผลงาน - การอภปิ รายผล ทางวทิ ยาศาสตร์ ร้อยละ 70
แผนการจดั การเรียนร้วู ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
136
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ การวดั และประเมินผล
5. มีความสนใจใฝุเรียนรู้ วิธีการวัด เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การประเมนิ
แสดงความคิดเห็น วางแผน
รว่ มกัน รบั ฟังความคดิ เห็น (A) - สงั เกตความสนใจ ใฝุ - แบบสงั เกต - ผ่านเกณฑ์การประเมิน
เรยี นรู้ แสดงความคดิ เหน็ พฤติกรรมการ รอ้ ยละ 70
วางแผนรว่ มกัน รับฟังความ ทางานกลุ่ม
คิดเหน็
7. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
7.1 หนงั สือเรยี น วิทยาศาสตร์ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ของ สสวท.
7.2 กระดาษบรฟู๊
7.3 ปากกาเคมี
7.4 ใบกจิ กรรมที่ 4.7 ในหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์
แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม
137
8. บนั ทกึ หลังการสอน
8.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
(1) ดา้ นความรู้ ........................................................................................................................
........................................................................................................... ......................................................................
(2) ดา้ นทกั ษะ ............................................................................................................................
........................................................................................................................................................................ ..........
(3) ดา้ นคณุ ลักษณะ ..................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
8.2 ปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................... ..............................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
ลงชื่อ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
ครูผู้สอน
วันท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
ความคดิ เหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................................... .............
ลงชอ่ื ……………………………………..……..
(นางสาวนนทยา เชดิ ทอง)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันท่ี ……. เดอื น ………...........………..พ.ศ. ……….......…
แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
138
9. ผลการนิเทศ
ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรียนหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ นางสาวนนทยา เชิดทอง มคี วามคดิ เห็นดังน้ี
แผนการจดั การเรยี นรู้
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรงุ
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั
ยังไม่เน้นผเู้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
ภาพรวมของแผนการจดั การเรยี นรู้
นาไปใช้สอนไดจ้ ริง
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้
ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม
................................................................................................................................................. .................................
.................................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงช่อื .....................................................ผู้นเิ ทศ/ผู้ตรวจ
(......................................................................)
ตาแหน่ง..................................................................
วนั ที.่ ...........เดอื น.................................พ.ศ.............
แผนการจัดการเรียนร้วู ชิ าวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชิดทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
139
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เร่อื ง ……………………………………..
ช้ัน..........................หอ้ ง.......................................เวลา..............................
วันท่ี .........................เดือน.............................พ.ศ.....................สอนโดย....................................................
คาช้ีแจง สงั เกตการทางานรายกลุ่มของนักเรยี น โดยทาเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ ง
พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การวางแผน รบั ฟงั ทางาน รวม 20
ใฝุเรียนรู้ ความ ร่วมกัน ความ ตามที่ไดร้ ับ คะแนน
กลุม่ ที่ คิดเห็น คดิ เหน็ มอบหมาย
1
2 43214321432143214321
3
4
5
6
7
8
ลงช่ือ...........................................ผ้ปู ระเมิน
........./...................../...........
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
4 = ปฏบิ ตั ิตลอดเวลาท่รี ว่ มทากิจกรรม ผลจากการปฏิบัติมปี ระโยชน์ต่อกลุ่ม
3 = ปฏิบตั บิ างครั้ง ผลจากการปฏบิ ัติมปี ระโยชน์ตอ่ กลุ่ม
2 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 ครัง้ ผลจากการปฏิบัตมิ ปี ระโยชน์ตอ่ กลุม่
1 = ปฏบิ ัตเิ พียง 1-2 คร้งั ผลจากการปฏบิ ัติมีประโยชน์ตอ่ กลุ่มเล็กน้อย
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนนระดับคุณภาพ 15 - 20 ดี
7 - 14 พอใช้
1 - 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วิทยฐานะชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเพญ็ พิทยาคม
140
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาวทิ ยาศาสตร์ นางสาวนนทยา เชดิ ทอง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนเพญ็ พทิ ยาคม