แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
รายวิชาพลศึกษา (ยืดหยนุ่ ) ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕
รหัสวิชา พ๑๕๑๐๑
ผสู้ อน
นายพงศท์ วี รตั นวงศ์
โรงเรยี นอนุบาลสงขลา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ ภาคเรยี นท่ี ๒
สานกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษา สงขลา เขต ๑
หลักสูตรแกนกลางข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
วิสยั ทัศน์
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานมุ่งพัฒนาผู้เรยี นทุกคนซึ่งเปน็ กาลังของชาติใหเ้ ป็นมนุษย์ท่ีมี
ความสมดลุ ท้ังดา้ นร่างกายความรู้คุณธรรมมีจิตสานึกในความเปน็ พลเมืองไทยและเป็นพลโลกยดึ มนั่ ในการ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุขมีความรู้และทักษะพืน้ ฐานรวมทัง้ เจต
คตทิ จ่ี าเป็นตอ่ การศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชพี และการศึกษาตลอดชีวติ โดยมุ่งเน้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญบนพ้นื ฐาน
ความเช่อื ว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ
หลักการ
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานมหี ลกั การท่สี าคญั ดังนี้
1. เป็นหลักสตู รการศกึ ษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาตมิ จี ุดหมายและมาตรฐานการเรยี นรู้
เปน็ เปา้ หมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนใหม้ ีความร้ทู กั ษะเจตคติและคุณธรรมบนพนื้ ฐานของความเปน็ ไทย
ควบคูก่ ับความเปน็ สากล
2. เป็นหลกั สูตรการศกึ ษาเพอ่ื ปวงชนท่ีประชาชนทกุ คนมโี อกาสได้รบั การศึกษาอย่างเสมอภาค
และมีคุณภาพ
3. เป็นหลกั สูตรการศึกษาท่ีสนองการกระจายอานาจใหส้ ังคมมสี ว่ นรว่ มในการจดั การศึกษา
ใหส้ อดคล้องกบั สภาพและความต้องการของทอ้ งถ่นิ
4. เปน็ หลักสตู รการศึกษาทม่ี โี ครงสรา้ งยืดหยนุ่ ท้งั ด้านสาระการเรยี นร้เู วลาและการจดั การเรียนรู้
5. เปน็ หลักสูตรการศึกษาท่เี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบนอกระบบและตามอัธยาศัยครอบคลุมทุก
กลมุ่ เป้าหมายสามารถเทียบโอนผลการเรยี นรูแ้ ละประสบการณ์
จดุ หมาย
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานมงุ่ พัฒนาผเู้ รยี นให้เปน็ คนดีมีปัญญามคี วามสขุ มีศกั ยภาพใน
การศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชพี จงึ กาหนดเปน็ จุดหมายเพ่ือให้เกิดกับผู้เรยี นเม่ือจบการศึกษาขั้นพนื้ ฐานดังนี้
1. มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านยิ มทีพ่ ึงประสงคเ์ ห็นคุณคา่ ของตนเองมีวินยั และปฏิบัติตน
ตามหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทีต่ นนบั ถอื ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. มคี วามรคู้ วามสามารถในการสอ่ื สารการคดิ การแก้ปญั หาการใชเ้ ทคโนโลยีและมที ักษะชวี ติ
3. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจิตทีด่ ีมีสุขนสิ ยั และรกั การออกกาลังกาย
4. มีความรกั ชาติมจี ิตสานึกในความเป็นพลเมอื งไทยและพลโลกยึดมนั่ ในวิถชี ีวติ และการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข
5. มีจิตสานึกในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทยการอนุรักษแ์ ละพัฒนาสิ่งแวดล้อมมีจิต
สาธารณะทมี่ ุ่งทาประโยชน์และสร้างสิง่ ทีด่ งี ามในสงั คมและอยูร่ ่วมกนั ในสังคมอย่างมีความสุข
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี นและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานมุ่งเน้นพัฒนาผเู้ รียนใหม้ คี ุณภาพตาม
มาตรฐานท่ีกาหนดซ่งึ จะชว่ ยให้ผ้เู รยี นเกดิ สมรรถนะสาคัญและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ดงั น้ี
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐานมุ่งให้ผเู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคญั ๕ประการดังน้ี
1. ความสามารถในการส่ือสารเป็นความสามารถในการรบั และส่งสารมีวัฒนธรรมในการใชภ้ าษา
ถ่ายทอดความคดิ ความรู้ความเข้าใจความรู้สึกและทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณอ์ นั จะเป็นประโยชนต์ ่อการพัฒนาตนเองและสังคมรวมทงั้ การเจรจาต่อรองเพ่อื ขจัดและลดปญั หา
ความขดั แย้งต่างๆการเลือกรับหรือไมร่ ับข้อมลู ข่าวสารด้วยหลกั เหตุผลและความถูกตอ้ งตลอดจนการเลือกใช้
วิธกี ารส่ือสารท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบที่มตี ่อตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์การคิดสังเคราะห์การคิดอย่าง
สรา้ งสรรค์การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและการคิดเป็นระบบเพือ่ นาไปสู่การสรา้ งองคค์ วามรู้หรอื สารสนเทศเพ่ือ
การตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั ตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปญั หาเป็นความสามารถในการแกป้ ัญหาและอุปสรรคต่างๆท่ีเผชิญได้
อยา่ งถูกต้องเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลักเหตุผลคณุ ธรรมและข้อมูลสารสนเทศเข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตกุ ารณ์ต่างๆในสังคมแสวงหาความรปู้ ระยุกตค์ วามรมู้ าใช้ในการปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหา
และมีการตัดสินใจที่มปี ระสิทธิภาพโดยคานึงถงึ ผลกระทบทีเ่ กิดขนึ้ ตอ่ ตนเองสงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ เป็นความสามารถในการนากระบวนการตา่ งๆไปใชใ้ น
การดาเนินชวี ติ ประจาวนั การเรียนรดู้ ว้ ยตนเองการเรยี นร้อู ยา่ งตอ่ เนอ่ื งการทางานและการอยูร่ ว่ มกัน
ในสงั คมดว้ ยการสรา้ งเสริมความสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหวา่ งบุคคลการจัดการปญั หาและความขดั แย้งต่างๆ
อย่างเหมาะสมการปรบั ตวั ให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมและการรจู้ ักหลีกเลี่ยง
พฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงคท์ ี่สง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลอื กและใช้เทคโนโลยดี ้านตา่ งๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยเี พ่ือการพัฒนาตนเองและสงั คมในด้านการเรียนรกู้ ารส่อื สาร
การทางานการแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรคถ์ กู ต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานม่งุ พัฒนาผ้เู รยี นใหม้ ีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
เพือ่ ให้สามารถอย่รู ว่ มกบั ผู้อ่ืนในสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุขในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลกดงั นี้
1. รกั ชาตศิ าสนก์ ษตั รยิ ์
2. ซือ่ สัตยส์ จุ รติ
3. มีวินยั
4. ใฝเ่ รยี นรู้
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
6. มงุ่ มั่นในการทางาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ
นอกจากนสี้ ถานศกึ ษาสามารถกาหนดคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์เพม่ิ เติมให้สอดคลอ้ งตาม
บรบิ ทและจดุ เน้นของตนเอง
มาตรฐานการเรยี นรู้
การพัฒนาผเู้ รียนให้เกดิ ความสมดุลตอ้ งคานึงถงึ หลกั พัฒนาการทางสมองและพหปุ ัญญาหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐานจงึ กาหนดใหผ้ ู้เรยี นเรียนรู้๘กลุ่มสาระการเรียนรูด้ งั น้ี
1. ภาษาไทย
2. คณติ ศาสตร์
3. วิทยาศาสตร์
4. สงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
5. สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
6. ศิลปะ
7. การงานอาชพี และเทคโนโลยี
8. ภาษาต่างประเทศ
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนร้ไู ด้กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสาคัญของการพัฒนา
คณุ ภาพผเู้ รียนมาตรฐานการเรยี นรู้ระบุสิง่ ทผ่ี ู้เรยี นพงึ รปู้ ฏบิ ตั ิไดม้ ีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมและค่านยิ มทพี่ ึงประสงค์
เม่ือจบการศึกษาข้ันพน้ื ฐานนอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรู้ยงั เป็นกลไกสาคัญในการขับเคลื่อนพัฒนา
การศึกษาทั้งระบบเพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนใหท้ ราบว่าต้องการอะไรจะสอนอย่างไรและประเมิน
อย่างไรรวมทั้งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการประเมิน
คณุ ภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกซึ่งรวมถงึ การทดสอบระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและการ
ทดสอบระดับชาติระบบการตรวจสอบเพ่ือประกันคุณภาพดงั กล่าวเป็นสิ่ งสาคัญท่ีช่วยสะท้อนภาพการจัด
การศกึ ษาว่าสามารถพัฒนาผู้เรยี นใหม้ ีคุณภาพตามทีม่ าตรฐานการเรียนรู้กาหนดเพียงใด
ตัวชีว้ ัด
ตวั ชว้ี ัดระบสุ ่ิงทนี่ กั เรยี นพึงรู้และปฏบิ ัติได้รวมท้ังคณุ ลักษณะของผ้เู รียนในแตล่ ะระดับชน้ั
ซงึ่ สะทอ้ นถงึ มาตรฐานการเรยี นรมู้ ีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรปู ธรรมนาไปใช้ในการกาหนดเนื้อหา
จดั ทาหน่วยการเรยี นรูจ้ ดั การเรยี นการสอนและเปน็ เกณฑ์สาคัญสาหรบั การวัดประเมนิ ผลเพ่อื ตรวจสอบ
คณุ ภาพผู้เรยี น
1. ตัวช้วี ดั ชน้ั ปีเปน็ เป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปใี นระดบั การศกึ ษาภาคบังคับ
(ประถมศึกษาปีที่1–มธั ยมศึกษาปีท่ี3)
2. ตวั ชีว้ ัดช่วงช้นั เปน็ เปา้ หมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
(มัธยมศึกษาปีท่ี4- 6)
หลกั สตู รได้มกี ารกาหนดรหสั กากับมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชว้ี ัดเพื่อความเขา้ ใจและใหส้ ่ือสาร
ตรงกนั ดังนี้
ว1.1ป. 1/2
ป.1/2 ตวั ชว้ี ัดชนั้ ประถมศึกษาปีท1ี่ ขอ้ ท2่ี
1.1 สาระที่1มาตรฐานข้อท่ี1
ว กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ต2.2ม.4-6/3
ม.4-6/3 ตวั ชีว้ ัดชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายขอ้ ท่ี 3
2.3 สาระที่ 2 มาตรฐานขอ้ ที่ 2
ต กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้ประกอบด้วยองคค์ วามรูท้ กั ษะหรือกระบวนการเรยี นรู้และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ซ่งึ กาหนดใหผ้ ู้เรยี นทุกคนในระดับการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐานจาเปน็ ต้องเรียนรโู้ ดยแบ่งเปน็ 8 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ดงั น้ี
ภาษาไทย: ความรู้ทกั ษะ คณติ ศาสตร์: การนาความรู้ วิทยาศาสตร์: การนาความรู้
และวฒั นธรรมการใช้ภาษา ทกั ษะและกระบวนการทาง และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
เพื่อการสือ่ สารความชน่ื ชม คณติ ศาสตร์ไปใชใ้ น ไปใชใ้ นการศึกษาคน้ ควา้ หา
การเห็นคณุ คา่ ภมู ปิ ญั ญาไทยและ การแกป้ ัญหาการดาเนินชวี ติ ความรูแ้ ละแกป้ ัญหาอยา่ งเป็น
ภมู ิใจในภาษาประจาชาติ และศกึ ษาตอ่ การมเี หตมุ ผี ล ระบบการคิดอยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล
มเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ คณติ ศาสตร์ คดิ วเิ คราะห์คดิ สรา้ งสรรค์และ
ภาษาต่างประเทศ: ความรู้ พฒั นาการคดิ อยา่ งเป็นระบบ จติ วทิ ยาศาสตร์
ทกั ษะเจตคตแิ ละวฒั นธรรม และสร้างสรรค์ สังคมศกึ ษาศาสนาและ
การใชภ้ าษาตา่ งประเทศใน วฒั นธรรม:
การส่ือสารการแสวงหา องค์ความร้ทู กั ษะสาคญั การอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมไทยและ
ความรู้และการประกอบ และคณุ ลักษณะ สงั คมโลกอยา่ งสันตสิ ุขการเป็น
พลเมอื งดีศรทั ธาในหลกั ธรรม
อาชพี ในหลักสูตรแกนกลาง ของศาสนา การเห็นคณุ คา่ ของ
การศึกษา ทรพั ยากรและสิ่งแวดลอ้ มความ
ข้นั พน้ื ฐาน รกั ชาตแิ ละภมู ใิ จในความเป็น
การงานอาชีพและเทคโนโลยี: ไทย
ความรู้ทกั ษะและเจตคติ
ในการทางานการจดั การ ศิลปะ : ความรูแ้ ละทกั ษะใน สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา: ความรู้
การดารงชีวติ การประกอบ การคดิ ริเร่ิมจนิ ตนาการ ทกั ษะและเจตคติในการสร้าง
สรา้ งสรรคง์ านศิลปะ เสริมสุขภาพพลานามยั ของ
อาชีพและการใชเ้ ทคโนโลยี สุนทรียภาพและการเห็น ตนเองและผอู้ น่ื การป้ องกนั และ
ปฏิบตั ิตอ่ ส่ิงตา่ งๆที่มผี ลตอ่
คณุ คา่ ทางศลิ ปะ สุขภาพอยา่ งถูกวธิ ีและทกั ษะใน
วิสัยทัศน์
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐานมงุ่ พฒั นาผเู้ รียนทกุ คนซ่งึ เป็นกาลังของชาติให้เป็นมนษุ ยท์ ่ีมี
ความสมดลุ ทงั้ ด้านร่างกายความรูค้ ณุ ธรรมมจี ติ สานกึ ในความเป็นพลเมืองไทยและเปน็ พลโลกยดึ มัน่ ในการ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุขมคี วามรู้และทักษะพ้ืนฐานรวมทั้งเจต
คติทีจ่ าเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศกึ ษาตลอดชีวิตโดยมุ่งเน้นผูเ้ รียนเป็นสาคญั บนพืน้ ฐาน
ความเช่อื วา่ ทุกคนสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองได้เต็มตามศกั ยภาพ
จดุ หมาย
1. มคี ุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงคเ์ ห็นคุณค่าของตนเองมีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทตี่ นนบั ถอื ยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. มีความรอู้ ันเป็นสากลและมีความสามารถในการสือ่ สารการคิดการแก้ปญั หาการใชเ้ ทคโนโลยแี ละมี
ทกั ษะชวี ติ
3. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ที่ดมี สี ขุ นสิ ยั และรักการออกกาลังกาย
4. มคี วามรักชาตมิ ีจติ สานึกในความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลกยึดมนั่ ในวถิ ชี ีวิตและการปกครองใน
ระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ
5. มจี ิตสานึกในการอนุรกั ษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทยการอนุรักษแ์ ละพัฒนาสิ่งแวดล้อมมีจิต
สาธารณะที่มงุ่ ทาประโยชน์และสรา้ งสิง่ ทีด่ ีงามในสงั คมและอยู่ร่วมกนั ในสังคม อย่างมคี วามสขุ
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ 1. รกั ชาตศิ าสนก์ ษตั ริย์ 2. ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ 3. มีวนิ ยั 4. ใฝ่เรยี นรู้
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. อยอู่ ย่างพอเพียง 6. มุง่ ม่ันในการ
ทางาน
7. รักความเป็นไทย8. มจี ติ สาธารณะ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชว้ี ัด๘กล่มุ สาระการเรยี นรู้ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
1. ภาษาไทย 2. คณติ ศาสตร์ 3. วทิ ยาศาสตร์
4. สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม 1.กจิ กรรมแนะแนว
5. สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 6. ศลิ ปะ 7. การงานอาชีพและ 2.กจิ กรรมนกั เรยี น
เทคโนโลยี 8. ภาษาตา่ งประเทศ 3. กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
คุณภาพของผ้เู รียนระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ัดสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ทาไมตอ้ งเรียนสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
สุขภาพ หรือ สขุ ภาวะ หมายถงึ ภาวะของมนุษย์ท่สี มบูรณท์ ัง้ ทางกาย ทางจิต ทางสงั คม และ
ทางปัญญาหรอื จิตวิญญาณ สขุ ภาพหรอื สุขภาวะจึงเป็นเร่ืองสาคญั เพราะเก่ียวโยงกบั ทกุ มติ ขิ องชีวิต ซึ่งทุก
คนควรจะได้เรียนรู้เร่ืองสุขภาพ เพ่อื จะได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีเจตคติ คุณธรรมและค่านิยมที่
เหมาะสม รวมทั้งมที กั ษะปฏิบัตดิ า้ นสุขภาพจนเปน็ กจิ นิสยั อันจะส่งผลใหส้ ังคมโดยรวมมคี ุณภาพ
เรียนร้อู ะไรในสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษาเปน็ การศกึ ษาด้านสุขภาพท่มี ีเป้าหมาย เพื่อการดารงสขุ ภาพ การสร้างเสริม
สขุ ภาพและการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตของบุคคล ครอบครัว และชุมชนให้ยั่งยนื
สุขศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียน พัฒนาพฤติกรรมด้า นความรู้ เจตคติ คุณธรร ม ค่านิยม และ
การปฏิบตั ิเก่ยี วกับสุขภาพควบคูไ่ ปด้วยกนั
พลศึกษา มุ่งเนน้ ให้ผเู้ รยี นใช้กจิ กรรมการเคลอ่ื นไหว การออกกาลังกาย การเลน่ เกมและกีาา เป็น
เครื่องมือในการพฒั นาโดยรวมทง้ั ด้านร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม สตปิ ัญญา รวมทัง้ สมรรถภาพเพื่อ
สุขภาพและกาี า
สาระที่เปน็ กรอบเนื้อหาหรือขอบข่ายองคค์ วามรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ประกอบด้วย
การเจริญเติบโตและพัฒนาการข อง ม นุษย์ ผู้เรียน จ ะได้เรียนรู้เร่ืองธร ร มชา ติของ
การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์ ปัจจัยที่มผี ลต่อการเจริญเติบโต ความสัมพันธ์เชื่อมโยงในการ
ทางานของระบบต่างๆของร่างกาย รวมถึงวิธปี ฏิบัติตนเพื่อให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการทส่ี มวัย
ชวี ิตและครอบครัว ผูเ้ รียนจะได้เรียนรู้เรอ่ื งคณุ ค่าของตนเองและครอบครวั การปรับตัวต่อการ
เปลยี่ นแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณค์ วามรสู้ ึกทางเพศ การสร้างและรักษาสัมพนั ธภาพกับผ้อู นื่ สุขปฏบิ ัติ
ทางเพศ และทักษะในการดาเนินชวี ิต
การเคลอ่ื นไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล ผู้เรยี นได้เรยี นร้เู รือ่ ง
การเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ การเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีาา ทงั้ ประเภทบคุ คล และประเภททีม
อยา่ งหลากหลายทง้ั ไทยและสากล การปฏิบตั ติ ามกฎ กติกา ระเบียบ ขอ้ ตกลงในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมทาง
กายและกีาา และความมีนา้ ใจนักกาี า
การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค ผู้เรียนจะได้เรยี นรู้เกี่ยวกบั หลักและ
วธิ ีการเลอื กบริโภคอาหาร ผลติ ภัณฑแ์ ละบริการสขุ ภาพ การสรา้ งเสริมสมรรถภาพเพอ่ื สุขภาพ และการ
ป้องกันโรคทงั้ โรคติดตอ่ และโรคไมต่ ิดต่อ
ความปลอดภัยในชวี ิต ผเู้ รียนจะได้เรียนรู้เรือ่ งการป้องกนั ตนเองจากพฤติกรรมเสี่ยงตา่ งๆ
ทงั้ ความเสย่ี งตอ่ สุขภาพ อุบัตเิ หตุ ความรุนแรง อันตรายจากการใช้ยาและสารเสพตดิ รวมถึงแนวทางในการ
สร้างเสรมิ ความปลอดภยั ในชวี ิต
คุณภาพผ้เู รยี น
จบชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๓
มีความรู้ และเขา้ ใจในเรือ่ งการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์ ปัจจยั ทม่ี ีผลตอ่ การ
เจริญเตบิ โตและพฒั นาการ วิธกี ารสรา้ งสัมพนั ธภาพในครอบครัวและกลมุ่ เพ่ือน
มีสขุ นสิ ัยที่ดใี นเรือ่ งการกนิ การพักผ่อนนอนหลบั การรักษาความสะอาดอวัยวะทุกส่วนของ
ร่างกาย การเล่นและการออกกาลงั กาย
ปอ้ งกันตนเองจากพฤติกรรมท่ีอาจนาไปสู่การใช้สารเสพติด การล่วงละเมิดทางเพศและรู้จัก
ปฏเิ สธในเรอ่ื งท่ไี มเ่ หมาะสม
ควบคมุ การเคล่ือนไหวของตนเองได้ตามพัฒนาการในแต่ละช่วงอายุ มีทักษะการเคลอ่ื นไหวขั้น
พ้นื ฐานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกาย กิจกรรมสร้างเสรมิ สมรรถภาพทา งกายเพ่ือสุขภาพ และเกม ได้
อยา่ งสนุกสนาน และปลอดภัย
มีทกั ษะในการเลอื กบริโภคอาหาร ของเล่น ของใช้ ทมี่ ีผลดตี อ่ สุขภาพ หลีกเล่ียงและป้องกัน
ตนเองจากอบุ ตั ิเหตไุ ด้
ปฏบิ ตั ติ นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมเม่ือมปี ญั หาทางอารมณ์ และปัญหาสขุ ภาพ
ปฏิบตั ติ นตามกฎ ระเบียบข้อตกลง คาแนะนา และขั้นตอนตา่ งๆ และให้ความรว่ มมอื กับผูอ้ ื่น
ดว้ ยความเตม็ ใจจนงานประสบความสาเร็จ
ปฏบิ ตั ติ ามสิทธขิ องตนเองและเคารพสิทธขิ องผู้อื่นในการเล่นเปน็ กลมุ่
จบชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
เขา้ ใจความสัมพันธ์เชื่อมโยงในการทางานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และรู้ จกั ดูแลอวัยวะท่ี
สาคัญของระบบนั้น ๆ
เข้าใจธรรมชาติการเปลย่ี นแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม แรงขบั ทางเพศของชาย
หญิง เมื่อย่างเขา้ สู่วยั แรกร่นุ และวัยรนุ่ สามารถปรับตัวและจัดการได้อยา่ งเหมาะสม
เขา้ ใจและเหน็ คณุ คา่ ของการมีชวี ติ และครอบครวั ท่ีอบอุน่ และเป็นสุข
ภมู ิใจและเห็นคณุ คา่ ในเพศของตน ปฏิบตั ิสขุ อนามัยทางเพศไดถ้ ูกต้องเหมาะสม
ป้องกนั และหลีกเล่ียงปัจจัยเสย่ี ง พฤตกิ รรมเส่ยี งต่อสขุ ภาพและการเกิดโรค อุบตั ิเหตุ ความ
รุนแรง สารเสพติดและการล่วงละเมิดทางเพศ
มีทักษะการเคล่อื นไหวพืน้ ฐานและการควบคมุ ตนเองในการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน
ร้หู ลกั การเคลื่อนไหวและสามารถเลอื กเข้าร่วมกจิ กรรมทางกาย เกม การละเล่นพนื้ เมือง กาี า
ไทย กาี าสากลได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน มีน้าใจนักกาี า โดยปฏิบตั ิตามกฎ กติกา สทิ ธิ และหน้าที่
ของตนเอง จนงานสาเรจ็ ลุล่วง
วางแผนและปฏิบัติกิจกรรมทางกาย กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสขุ ภาพไดต้ าม
ความเหมาะสมและความต้องการเปน็ ประจา
จดั การกบั อารมณ์ ความเครยี ด และปัญหาสขุ ภาพไดอ้ ย่างเหมาะสม
มีทกั ษะในการแสวงหาความรู้ ข้อมลู ข่าวสารเพื่อใช้สร้างเสริมสขุ ภาพ
จบช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓
เข้าใจและเหน็ ความสาคัญของปัจจัยท่ีส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่มีต่อ
สขุ ภาพและชีวิตในช่วงวัยตา่ ง ๆ
เข้าใจ ยอมรับ และสามารถปรบั ตัวตอ่ การเปล่ียนแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ ความรูส้ ึก
ทางเพศ ความเสมอภาคทางเพศ สร้างและรกั ษาสัมพันธภาพกบั ผอู้ ่นื และตดั สินใจแก้ ปัญหาชีวติ ด้วยวิธกี ารท่ี
เหมาะสม
เลือกกินอาหารท่ีเหมาะสม ได้สดั สว่ น สง่ ผลดตี ่อการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการตามวัย
มีทักษะในการประเมิน อิทธิพลของเพศ เพื่อน ครอบครัว ชุมชนและวัฒน ธรรมที่มีต่อ
เจตคติ ค่านิยมเกี่ยวกบั สขุ ภาพและชีวติ และสามารถจดั การได้อย่างเหมาะสม
ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเส่ียง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพและกา รเกิดโรค อุบัติเหตุ
การใชย้ า สารเสพติด และความรนุ แรง รจู้ ักสรา้ งเสรมิ ความปลอดภัยให้แกต่ นเอง ครอบครวั และชุมชน
เขา้ รว่ มกิจกรรมทางกาย กิจกรรมกีาา กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทาง
กายเพ่ือสขุ ภาพ โดยนาหลักการของทักษะกลไกมาใชไ้ ดอ้ ย่างปลอดภัย สนุกสนาน และปฏิบตั ิเป็นประจา
สมา่ เสมอตามความถนดั และความสนใจ
แสดงความตระหนกั ในความสัมพนั ธร์ ะหว่างพฤติกรรมสขุ ภาพ การป้องกันโรค การดารงสขุ ภาพ
การจัดการกับอารมณแ์ ละความเครียด การออกกาลงั กายและการเล่นกีาากบั การมวี ถิ ีชีวิตทีม่ สี ุขภาพดี
สานกึ ในคณุ ค่า ศักยภาพและความเปน็ ตัวของตวั เอง
ปฏบิ ตั ิตามกฎ กตกิ า หน้าท่ีความรบั ผิดชอบ เคารพสิทธิของตนเองและผอู้ น่ื ใหค้ วามร่วมมือ
ในการแข่งขนั กีาาและการทางานเปน็ ทีมอยา่ งเป็นระบบ ดว้ ยความมุ่งม่ันและมนี ้าใจนกั กีาา จนประสบ
ความสาเร็จตามเปา้ หมายดว้ ยความช่นื ชม และสนุกสนาน
จบช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๖
สามารถดูแลสุขภาพ สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ปอ้ งกนั โรค หลกี เล่ียงปจั จยั เสย่ี ง และพฤตกิ รรมเสีย่ ง
ต่อสุขภาพ อุบตั ิเหตุ การใชย้ า สารเสพติด และความรุนแรงได้ อย่างมีประสิทธภิ าพด้วยการวางแผนอยา่ ง
เปน็ ระบบ
แสดงออกถึงความรัก ความเอื้ออาทร ความเข้าใจในอิทธพิ ลของครอบครวั เพอ่ื น สงั คม และ
วัฒนธรรมทมี่ ีต่อพฤตกิ รรมทางเพศ การดาเนนิ ชีวิต และวิถชี ีวิตทม่ี ีสุขภาพดี
ออกกาลังกาย เล่นกีาา เข้าร่วมกจิ กรรมนันทนาการ กจิ กรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ เพือ่
สุขภาพโดยนาหลักการของทักษะกลไกมาใช้ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง สม่าเสมอด้วยความชนื่ ชมและสนุกสนาน
แสดงความรับผดิ ชอบ ให้ความรว่ มมือและปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกา สิทธิ หลักความปลอดภัยใน
การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางกาย และเล่นกีาาจนประสบความสาเร็จตามเป้าหมายของตนเองและทมี
แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเลน่ และการแขง่ ขนั ด้วยความมีน้าใจนักกาี าและนาไป
ปฏิบัติในทุกโอกาสจนเป็นบุคลิกภาพที่ดี
วเิ คราะห์และประเมนิ สขุ ภาพส่วนบคุ คลเพ่อื กาหนดกลวิธีลดความเสย่ี ง สร้างเสริมสุขภาพ ดารง
สุขภาพ การปอ้ งกันโรค และการจดั การกบั อารมณ์และความเครยี ดไดถ้ ูกต้องและเหมาะสม
ใชก้ ระบวนการทางประชาสังคม สร้างเสรมิ ใหช้ มุ ชนเขม้ แข็งปลอดภยั และมวี ิถชี ีวิตทด่ี ี
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ ภาคเรียนท่ี ๒
รายวชิ า พ๑๕๑๐๑ ยดื หยุ่น ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี กจิ กรรมแสนสนุก คาบท่ี ๑ วนั ที่.........เดือน..........พ.ศ..........
เรือ่ ง การปฐมนิเทศ และหลกั การออกกาลังกายทีถ่ ูกต้อง เวลา ๖๐ นาที
ผู้สอน นายพงศท์ วี รตั นวงศ์ โรงเรียนอนบุ าลสงขลา
มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน พ 1.3 เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลอ่ื นไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีาา
สาระสาคญั (Learning Concepts)
การปฐมนเิ ทศ มคี วามสาคัญสาหรับการเรยี นการสอนเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทาให้นักเรยี นมีความรู้
ความเข้าใจในความสาคัญของวิชาเรียน จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ การประเมินผล การวัดผล ในการเรียนพลศึกษา
ระเบียบตา่ ง ๆ การแต่งกายและการปฏิบตั ิตนในคาบเรยี นตอ่ ไป
ตวั ชวี้ ดั (Indicators)
ป.5/1 ออกกาลงั กายอยา่ งมรี ูปแบบ เล่นเกมท่ใี ช้ทักษะการคดิ และตดั สินใจ
ป.5/2 เล่นกีาาท่ตี นเองชอบอย่างสม่าเสมอโดยสร้างทางเลอื กในการปฏบิ ตั ขิ องตนเองอยา่ ง
หลากหลายและมนี า้ ใจนักกาี า
ป.5/3 ปฏิบตั ติ ามกฎ กตกิ า การเล่นเกม กีาาไทย และกาี าสากลตามชนิดกีาาทีเ่ ล่น
ป.5/4 ปฏบิ ตั ิตนตามสิทธ์ิของตนเองไมล่ ะเมิดสิทธิผู้อ่นื และยอมรับในความแตกต่างระหวา่ ง
บคุ คลในการเล่นเกมและกีาาไทย กาี าสากล
จุดประสงค์การเรยี นรู้ (Learning Objectives)
ดา้ นความรู้ (Knowledge) : นักเรยี นสามารถ
1) บอกขอ้ ตกลงในการเรยี นการสอนท่ีกาหนดได้
2) บอกถงึ เรื่องท่ีจะเรยี นได้
3) บอกถึงเกณฑใ์ นการให้คะแนนได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Skills during the Process)
1.นกั เรียนปฏบิ ัติทักษะและการเคลื่อนไหวตา่ งๆได้ถกู ตอ้ ง
ด้านคณุ ลักษณะ (Desired charteristics) : นกั เรยี น
1) มีวินัย
2) ใฝเ่ รยี นรู้
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น (Competencies of learners) : นกั เรยี น
1) มีความสามารถในการคดิ
2) มคี วามสามารถในการสื่อสาร
3) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สาระการเรียนรู้ (Learning Contents
- การปฐมนเิ ทศ
หลกั ฐานการเรียนรู้
-ใบความรู้ที่ 1
กระบวนการการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (Learning process)
วธิ กี ารสอนโดยใชว้ ธิ ีการออกคาสงั่ และอธิบาย
กิจกรรมการเรียนรู้
1ขั้นเตรียม ( 15 นาที )
- นกั เรียนเข้าแถว สารวจรายช่ือ เครื่องแต่งกาย
-วอร์มอัพ
= ครู = นักเรยี น
- ครูสนทนากับนักเรยี น
2 ข้นั สอน( 10 นาที)
ปฐมนเิ ทศ ทาขอ้ ตกลงเก่ยี วกบั การเรียนการสอน
- ระเบยี บวินัยตา่ งๆ เชน่ การแตง่ กาย การเขา้ แถวก่อนเรยี น การปฏบิ ัตติ นในการเรยี น
การสอน
- ความสนใจตอ่ การเรียนการสอน เชน่ การเขา้ เรียนตรงตอ่ เวลา การนาอุปกรณ์
ประกอบการเรียนการสอน แนวปฏบิ ัติในการเรียนการสอน
- มีความรบั ผดิ ชอบในหน้าท่ี จากงานที่ได้รับมอบหมาย เช่น รายงาน การทาความ
สะอาดหอ้ งเรียน
- การวัดผล ประเมินผล เช่น ผลการเรียน 1-1.5-2-2.5-3-3.5-4, 0 , ร , มส.
. ขน้ั สรุปและประเมินผล (35 นาที)
- นักเรยี นเขา้ แถวเปน็ ระเบียบตามกลมุ่ ครซู ักถามสงิ่ ท่ีเรียนในวนั นี้ และสรุปความรทู้ เ่ี รยี นอกี
ครงั้
- หัวหนา้ สารวจความเรยี บร้อยของเครอ่ื งแต่งกายสมาชิกภายในกลุ่ม ครูนดั หมายเกี่ยวกับ
การเรยี นครงั้ ตอ่ ไป
การวดั และการประเมนิ ผล (evaluation)
ส่งิ ท่ีวัดผล วธิ ีวัดผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ด้านความรู้ (Knowledge) :
นกั เรียนสามารถ
1.บอกข้อตกลงในการเรยี นการ
สอนทกี่ าหนดได้ ซักถาม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑ์คุณภาพระดบั ผา่ น
2.บอกความสาคัญการออกกาลัง
กายทถ่ี กู ตอ้ ง
3.บอกลกั ษณะท่าทางการการ
ออกกาลงั กายทถี่ กู ตอ้ ง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ - - -
(Skills during the Process)
-
ด้านคณุ ลักษณะ (Desired สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมินคุณลักษณะ เกณฑ์คุณภาพระดบั ผ่าน
charteristics) : นักเรียน อันพึงประสงค์
1) มวี ินยั
2) ใฝเ่ รยี นรู้
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมินสมรรถนะ เกณฑ์คุณภาพระดบั ผ่าน
(Competencies of สาคัญของผูเ้ รยี น
learners) : นักเรยี น
1) มีความสามารถในการคิด
2) มีความสามารถในการ
ส่อื สาร
3)ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวิต
ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้ (Learning medias)
1 สื่อประกอบการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1.1 แบบบันทึกการสงั เกตพฤตกิ รรม
2 แหล่งเรียนรู้เพิม่ เตมิ
2.1 หนงั สือเก่ียวกบั การเคล่อื นไหวตา่ งๆ
2.2 ห้องสมดุ
2.3 เวบ็ ไซดเ์ ก่ียวกับการเคล่ือนไหวตา่ งๆ
บนั ทกึ หลงั การสอน
1.ผลการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................ .....
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................................................
2.ปญั หาการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
3.ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................... ....................................................................
4.ความคดิ เห็นหวั หนา้ ฝา่ ยวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ลงชื่อ
(…………………………………………….) (…………………………..…………………)
หวั หน้างานวิชาการ ครูผสู้ อน
เร่ือง ระเบียบและข้อปฏบิ ัติ ใบความรู้
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
วิชา พลศึกษา รหัสวิชา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา-
ระเบียบและขอ้ ปฏบิ ตั ิ
3. การตรงตอ่ เวลา
1.1 นักเรียนเขา้ เรียนสายได้ไมเ่ กนิ 10 นาที ถา้ หลังจาก 10 นาที ถือวา่ เขา้ เรียนสาย
1.2 ถา้ นกั เรยี นเขา้ เรยี นสาย 2 ครั้ง ถือว่าขาด 1 ครัง้
1.3 นักเรียนขาดเกิน 4ครง้ั หมดสทิ ธ์สิ อบ (ยกเว้นในกรณปี ่วยต้องมใี บลาหรือใบรบั รองแพทยจ์ ะไม่
ถือว่าขาด)
2. การแต่งกาย
2.1 นักเรยี นจะต้องแตง่ กายชดุ พละเรียบร้อยและถูกต้อง ดังนี้
- ถุงเทา้ - รองเทา้ ผ้าใบ - ชดุ พละ
3. การประเมนิ ผล
อตั ราสว่ นคะแนนต่อภาคเรียน 80 : 20
3.1 สอบปลายภาค (ทฤษฎี) 15 คะแนน
3.2 สอบปฏบิ ัติ (ทักษะ) 35คะแนน
การประเมนิ ผลการเรยี น 4
คะแนน 80 ขึน้ ไป 3.5
คะแนน 75 - 79 3
คะแนน 70 - 74 2.5
คะแนน 65 – 69 2
คะแนน 60 – 64 1.5
คะแนน 55 – 59 1
คะแนน 50 – 54 0
คะแนน 49 ลงไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรมดา้ นความรขู้ องนักเรยี นรายบุคคล
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 หลักการออกกาลงั กายท่ถี ูกตอ้ ง
เร่ืองที่ 1 การปฐมนิเทศ
รายการประเมินคะแนน สรุปผล
ที่ ช่ือ 1.บอก ้ขอตกลงในการเรียนการ ผา่ น ไม่
สอน ี่ทกาหนดไ ้ด ผา่ น
2.บอก ึถงเรื่อง ีท่จะเรียนไ ้ด
3.บอก ึถงเกณฑ์ในการใ ้หคะแนนไ ้ด
คะแนนรวม9คะแนน
ระดับคุณภาพ
333
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ลงช่ือ………………………….......ผู้ประเมิน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบสังเกตพฤตกิ รรมดา้ นความรขู้ องนกั เรียนรายบุคคล
เรื่องที่ 1 การปฐมนิเทศ
รายการประเมิน ระดับคะแนน
1.บอกขอ้ ตกลงในการเรียน 3 21 0
การสอนที่กาหนดได้
นักเรยี นไมส่ ง่ เสยี งดงั นักเรยี นไมส่ ง่ เสียง นกั เรียนไมส่ ่งเสียงดงั นกั เรียนส่งเสียงดงั
ขณะครสู อน มกี ารเข้า
แถวเปน็ ระเบียบแต่ง ดงั ขณะครูสอน มี ขณะครสู อน มีการเข้า ขณะครูสอน มีการเขา้
การชดุ พละเรียบรอ้ ย
การเข้าแถวเป็น แถวเปน็ ระเบยี บแต่ง แถวไมเ่ ป็นเป็นระเบียบ
ระเบยี บแต่งการชุด การชุดพละเรียบร้อย แต่งการชุดพละไม่
พละเรยี บรอ้ ยเป็น เปน็ บางคร้ัง เรียบรอ้ ยเรียบรอ้ ย
ส่วนใหญ่
2.บอกถึงเรอื่ งทจ่ี ะเรยี นได้ นกั เรียนบอกถงึ เรื่องที่ นักเรียนบอกถึง นกั เรยี นบอกถึงเรื่อง นักเรยี นบอกถงึ เรื่อง
จะเรียนได้
เรื่องทีจ่ ะเรยี นได้ ท่จี ะเรียนได้เป็นสว่ น ที่จะเรียนไมไ่ ด้
เป็นสว่ นใหญ่
นอ้ ย
3.บอกถงึ เกณฑใ์ นการให้ นกั เรียนเขา้ ใจถึงเกณฑ์ นกั เรยี นเขา้ ใจถึง นกั เรยี นเขา้ ใจถึง นักเรยี นไมเ่ ข้าใจ
คะแนนได้ เขา้ ใจถึงเกณฑใ์ นการ
ในการใหค้ ะแนนได้ เกณฑใ์ นการให้ เกณฑใ์ นการให้
ใหค้ ะแนนไดข้ ณะ
ขณะเรยี น คะแนนไดข้ ณะ คะแนนไดข้ ณะเรียน เรียนได้
เรียนเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางคร้ัง
เกณฑ์ระดับคุณภาพ
ช่วงคะแนน 7-9 คะแนน อยู่ในคณุ ภาพระดับ ดี
ช่วงคะแนน 4-6 คะแนน อยู่ในคณุ ภาพระดบั พอใช้
ช่วงคะแนน 1-3 คะแนน อยใู่ นคณุ ภาพระดับ ปรับปรงุ
เกณฑใ์ นการตดั สนิ ผเู้ รยี นต้องไดค้ ณุ ภาพระดบั พอใชข้ ้นึ ไปถอื ว่าผา่ น
แบบประเมนิ คะแนนพฤติกรรมด้านด้านดา้ นคณุ ลักษณะ ของนักเรียนรายบุคคล
เรื่องท่ี 2 การออกกาลังกายท่ีถูกตอ้ ง
รายการประเมิน สรุปผล
คะแนน
ท่ี ช่ือ 1) ีม ิวนัย
2) ใ ่ฝเรียนรู้
คะแนนรวม 6 คะแนน ผ่าน ไมผ่ ่าน
ระ ัดบ ุคณภาพ
33
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ลงช่อื ………………………….......ผ้ปู ระเมิน
เกณฑก์ ารให้คะแนนพฤตกิ รรมดา้ นด้านด้านคณุ ลักษณะ ของนักเรยี นรายบคุ คล
เรอื่ งท่ี 1 การปฐมนเิ ทศ
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
1) มวี นิ ยั
32 1 0
2) ใฝเ่ รยี นรู้ ไม่มีความตรงตอ่
มีความตรงตอ่ เวลา มีความตรงต่อเวลา มีความตรงตอ่ เวลาในการ เวลาในการ
ปฏิบัตงิ าน
ในการปฏิบัติงาน ในการปฏิบัตงิ าน ปฏิบตั งิ านบางครั้ง
ไม่มีความตงั้ ใจ
เปน็ ตวั อยา่ งกับผอู้ นื่ เรียนรูแ้ ละเอาใจใส่
ได้ เวลาเรยี น
มีความตั้งใจเรียนรู้ มีความตง้ั ใจเรยี นรู้ มคี วามตั้งใจเรยี นรู้และเอา
เอาใจใส่ในการเรยี น และเอาใจใส่เวลา ใจใส่เวลาเรียนเปน็ บางคร้งั
จนสามารถเปน็ เรยี น
ตวั อย่างกบั ผ้อู ่ืนได้
เกณฑร์ ะดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 5-6 คะแนน อยูใ่ นคณุ ภาพระดบั ดี
ชว่ งคะแนน 3-4 คะแนน อยู่ในคุณภาพระดับ พอใช้
ช่วงคะแนน 1-2 คะแนน อยใู่ นคณุ ภาพระดบั ปรบั ปรงุ
เกณฑ์ในการตดั สิน ผู้เรยี นตอ้ งได้คณุ ภาพระดับพอใชข้ น้ึ ไปถือวา่ ผา่ น
แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน นกั เรียนรายบุคคล
เรือ่ งที่ 1 การปฐมนิเทศ
รายการประเมิน สรปุ ผล
คะแนน
ท่ี ชื่อ 1) ีมความสามารถในการ ิคด
กาหนดไ ้ด
2) ีมความสามารถในการส่ือสาร ผา่ น ไมผ่ า่ น
3)ความสามารถในการใ ้ช ัทกษะชี ิวต
คะแนนรวม9คะแนน
ระ ัดบ ุคณภาพ
333
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ลงช่อื ………………………….......ผู้ประเมนิ
เกณฑก์ ารให้คะแนนสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ของนกั เรยี นรายบุคคล
เร่ืองที่ 1 การปฐมนิเทศ
เกณฑ์ระดบั คุณภาพ
รายการประเมิน ระดบั คะแนน
1) มีความสามารถในการ 3 21 0
คดิ
สามารถคิดอยา่ งมี สามารถคิดอยา่ งมี สามารถคดิ อย่างมี ไม่สามารถคดิ อยา่ งมี
วจิ ารณญาณวชิ า
เรียนท่ถี ูกต้อง วจิ ารณญาณตอ่ วชิ า วิจารณญาณต่อวิชา วิจารณญาณในการ
ตอ่ วชิ าเรยี นที่
เรยี นทีถ่ กู ตอ้ ง เรยี นที่ถูกต้อง ถูกตอ้ ง
เปน็ สว่ นใหญ่ เป็นบางคร้งั
2) มีความสามารถในการ นกั เรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ นักเรยี นสามารถ นกั เรยี นสามารถ
สอื่ สาร อธิบายถึงกฎขอ้ อธิบายถึงกฎขอ้ อธิบายถงึ กฎขอ้ อธิบายถึงกฎข้อ
ปฏบิ ัติต่อวชิ าเรยี น ปฏบิ ตั ิตอ่ วิชาเรียน ปฏิบัตติ ่อวชิ าเรยี น ปฏบิ ัตติ อ่ วิชาเรียน
3)ความสามารถในการใช้ ได้ ได้ ได้ ถูกตอ้ งไม่ได้
ทกั ษะชีวิต เป็นสว่ นใหญ่ เปน็ สว่ นนอ้ ย
นักเรยี นสามารถอยู่ นักเรียนสามารถอยู่ นกั เรียนไม่สามารถ
ร่วมกบั เพือ่ นในห้อง ร่วมกับเพอื่ นในหอ้ ง นักเรยี นสามารถอยู่ อยรู่ ่วมกบั เพ่ือนใน
ได้ ได้ รว่ มกับเพื่อนในหอ้ ง หอ้ งได้
มกี ารช่วยเหลือ มีการช่วยเหลอื ได้ ไม่มกี ารชว่ ยเหลอื
เพอ่ื นในการเก็บ เพ่ือนในการเกบ็ มีการช่วยเหลือเพอ่ื น เพ่อื นในการเก็บ
อปุ กรณ์ อุปกรณ์เปน็ สว่ น ในการเกบ็ อปุ กรณ์ อุปกรณ์
ใหญ่ เป็นบางครัง้
ช่วงคะแนน 7-9 คะแนน อยู่ในคุณภาพระดบั ดี
ชว่ งคะแนน 4-6 คะแนน อยใู่ นคณุ ภาพระดับ พอใช้
ชว่ งคะแนน 1-3 คะแนน อย่ใู นคณุ ภาพระดบั ปรับปรุง
เกณฑใ์ นการตดั สิน ผ้เู รยี นตอ้ งไดค้ ณุ ภาพระดบั พอใช้ขน้ึ ไปถอื ว่าผ่าน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ ภาคเรียนท่ี ๒
รายวชิ า พ๑๕๑๐๑ ยืดหยุ่น ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ กจิ กรรมแสนสนกุ คาบท่ี ๒ วนั ท.ี่ ........เดอื น..........พ.ศ..........
เรอ่ื ง ออกกาลังกายทถ่ี ูกต้อง เวลา ๖๐ นาที
ผสู้ อน นายพงศท์ วี รัตนวงศ์ โรงเรียนอนุบาลสงขลา
มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรียนรู้
พ ๓.๑ เขา้ ใจ มีทักษะในการเคล่อื นไหวกิจกรรมทางกาย การเล่นเกมและกีาา
พ ๓.๒ รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกาี า ปฏิบตั ิเปน็ ประจาอย่าง
สมา่ เสมอ มีวนิ ยั เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีาา มจี ิตวิญญาณในการแข่งขนั และชื่นชมในสนุ ทรียภาพ
ของการกีาา
สาระสาคัญ (Learning Concepts)
ส่งิ แรกของการออกกาลงั กายท่ถี ูกตอ้ ง หมอจะบอกอยู่เสมอว่าแต่ละคนต้องเรมิ่ จากดูท่ีตวั เองเป็น
หลัก หมายความว่าสภาพรา่ งกายเป็นอย่างไร มีโรคประจาตัวหรือเปล่า เม่อื ได้คาตอบแลว้ ว่าเราควรออกกาลัง
กายอยา่ งไรให้เหมาะสมกับตวั เอง สง่ิ สาคัญทจ่ี ะขาดไม่ไดเ้ มอ่ื ออกกาลังกายไม่ว่าประเภทไหนคือ ตอ้ งมีการ
วอรม์ อัพและคลู ดาวน์ ท้ังน้ี เพอ่ื ป้องกนั การบาดเจบ็ อนั เน่อื งมาจากการออกกาลงั กาย
ตวั ช้ีวดั (Indicators)
ป.5/1 ออกกาลังกายอยา่ งมีรูปแบบ เล่นเกมท่ใี ช้ทักษะการคิดและตัดสินใจ
ป.5/2 เลน่ กีาาท่ีตนเองชอบอย่างสมา่ เสมอโดยสรา้ งทางเลือกในการปฏิบตั ิของตนเองอย่าง
หลากหลายและมีน้าใจนกั กีาา
ป.5/3 ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า การเลน่ เกม กาี าไทย และกีาาสากลตามชนดิ กีาาทเ่ี ล่น
ป.5/4 ปฏิบัตติ นตามสิทธข์ิ องตนเองไมล่ ะเมิดสทิ ธผิ ู้อนื่ และยอมรบั ในความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลใน
การเลน่ เกมและกีาาไทย กาี าสากล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Learning Objectives)
ดา้ นความรู้ (Knowledge) : นกั เรียนสามารถ
1.บอกขอ้ ตกลงในการเรียนการสอนทีก่ าหนดได้
2.บอกความสาคัญของการออกกาลังกายทถี่ กู ต้อง
3.บอกลกั ษณะทา่ ทางการออกกาลงั กายที่ถกู ตอ้ ง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Skills during the Process) : นกั เรยี นสามารถ
1.วอรม์ อพั
2.คูลดาวน์
ด้านคุณลกั ษณะ (Desired charteristics) : นกั เรียน
1.มวี ินัย
2.ใฝเ่ รียนรู้
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น (Competencies of learners) : นกั เรียน
1.มคี วามสามารถในการคิด
2.มคี วามสามารถในการส่อื สาร
3.ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
สาระการเรียนรู้ (Learning Contents
การออกกาลงั กายท่ถี ูกต้อง
หลกั ฐานการเรยี นรู้
-
กระบวนการการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (Learning process)
วธิ ีการสอนโดยใช้วธิ ีการออกคาสัง่ และอธิบาย
กจิ กรรมการเรยี นรู้
1ขนั้ เตรยี ม ( 10 นาที )
- นกั เรียนเข้าแถว สารวจรายชื่อ เครื่องแต่งกาย
-วอร์มอพั
= ครู = นกั เรียน
- ครูสนทนากับนกั เรียน
2 ขน้ั สอน(10นาท)ี
-ครูอธิบายเกี่ยวกับการออกกาลงั กายท่ถี กู ตอ้ ง
-ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั ขัน้ ตอนการออกกาลงั กายท่ีถูกตอ้ ง
-ครูทาตวั อย่างท่าการวอรม์ อพั ใหน้ ักเรียนดูเปน็ ตวั อยา่ ง
-ครูทาตวั อยา่ งทา่ การคลู ดาวน์ใหน้ กั เรียนดูเป็นตวั อย่าง
ท่าวอร์มอัพ
ตวั อยา่ งการคลู ดาวน์
3 ขน้ั ฝึก (10 นาท)ี
-ครใู หน้ กั เรียนทาท่าวอร์มอัพตามท่คี รูทา
-ครูให้นกั เรยี นทาท่าคลู ดาวนต์ ามทีค่ รูทา
4 ขั้นนาไปใช้ ( 15นาท)ี
-ครแู บ่งนักเรียนเป็น2กลมุ่ เท่าๆกัน
-กล่มุ แรกใหฝ้ ึกการวอร์มอัพ กลุ่มที่สองฝกึ การคูลดาวน์
-พอครบ5นาทีครูเปา่ นกหวดี ให้นักเรียนเปลีย่ นกลมุ่
-คลู ดาวน์
5 ขั้นสรุปและประเมนิ ผล (5นาท)ี
-ครูต้งั คาถามให้นักเรยี นตอบ
- ให้นกั เรยี นยกตัวอยา่ งถึงการออกกาลังกายท่ถี กู ต้อง
-ครสู รปุ การออกกาลงั กายท่ีถกู ต้อง
วอรม์ อัพ (Warm Up) เป็นการเคลือ่ นไหวกล้ามเนื้อมัดใหญอ่ ย่างชา้ ๆและการยืดเหยียดกล้ามเน้ือ
เพ่ือให้ร่างกายค่อยๆปรับตวั เตรยี มพร้อมการออกกาลังอย่างเต็มท่ี ส่วนคูลดาวน์ (Cool Down) ก็เป็นไปใน
ทางตรงข้าม คือค่อยๆผอ่ นการเคลอื่ นไหวหลังจากออกกาลังมาเตม็ ที่ เช่น จากวิ่งจ็อกกิง้ กเ็ ปล่ียนมาเปน็ เดนิ เร็ว
และเดินชา้ ลงกอ่ นท่ีจะหยดุ เพื่อให้ร่างกายปรบั คืนกลับสภู่ าวะปกติ
การวัดและการประเมินผล (evaluation)
ส่งิ ที่วัดผล วธิ วี ัดผล เครอ่ื งมอื วดั ผล เกณฑก์ ารประเมนิ
แบบสังเกตพฤตกิ รรม เกณฑค์ ณุ ภาพระดบั ผ่าน
ด้านความรู้ (Knowledge) :
เกณฑค์ ณุ ภาพระดับผ่าน
นกั เรียนสามารถ
1.บอกขอ้ ตกลงในการเรียนการ
สอนทกี่ าหนดได้ สังเกตพฤตกิ รรม
2.บอกความสาคัญการออกกาลัง
กายที่ถกู ตอ้ ง
3.บอกลกั ษณะทา่ ทางการการ
ออกกาลังกายท่ถี ูกต้อง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
(Skills during the Process)
: นกั เรียนสามารถ
1.ปฏบิ ตั ทิ ักษะการวอร์มอพั
2.ปฏิบตั ทิ กั ษะการคลู ดาวน์
ดา้ นคณุ ลักษณะ (Desired สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมินคุณลักษณะ เกณฑ์คณุ ภาพระดับผา่ น
charteristics) : นักเรียน อันพงึ ประสงค์
1) มีวินัย
2) ใฝ่เรยี นรู้
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ สมรรถนะ เกณฑค์ ุณภาพระดับผา่ น
(Competencies of สาคญั ของผู้เรยี น
learners) : นักเรียน
1) มคี วามสามารถในการคิด
2) มคี วามสามารถในการ
สอ่ื สาร
3)ความสามารถในการใช้
ทักษะชีวติ
สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ (Learning medias)
1 สือ่ ประกอบการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.1 แบบบนั ทกึ การสงั เกตพฤติกรรม
2 แหลง่ เรียนร้เู พิม่ เตมิ
2.1 หนังสอื เรยี นวชิ าสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
2.2 ห้องสมดุ
2.3 เว็บไซด์เกยี่ วกบั การเคลือ่ นไหวต่างๆ
บนั ทึกหลงั การสอน
1.ผลการจดั การเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................... ..................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................................................
2.ปญั หาการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
3.ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................... ..........................................................
4.ความคดิ เหน็ หัวหน้าฝ่ายวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………… …………… ………… …………… ………… ………… …………… ………… …………
ลงช่ือ ลงชื่อ
(…………………………………………….) (…………………………..…………………)
หวั หนา้ งานวชิ าการ ครูผู้สอน
ใบความรู้
การออกกาลงั กายอยา่ งถูกวิธี
การมสี ุขภาพดนี บั ว่าเป็นสิ่งท่ีประเสริฐที่ทกุ คนปรารถนา คาวา่ สุขภาพดใี นท่ีน้ีหมายถงึ การที่เราดูแล
ตวั เองอยา่ งถูกตอ้ ง ตั้งแตเ่ รอ่ื งการออกกาลังกายอยา่ งสม่าเสมอ การรับประทานอาหารทม่ี ปี ระโยชน์
ครบถ้วน การพักผ่อนทีเ่ พียงพอ การป้องกันโรค การลดหรอื เลกิ ส่ิงท่ีบนั ทอนสขุ ภาพ ซ่งึ จะส่งผลใหร้ า่ งกายมี
ความสดชน่ื กระฉับกระเฉง พร้อมท่จี ะดาเนนิ ชีวิตประจาวันไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ปจั จุบนั คนไทยได้หนั มา
ให้ความสนใจ และเอาใจใส่ต่อสุขภาพกนั มากขนึ้ ดังจะเห็นได้จากการเลอื กรับประทานอาหารทม่ี ปี ระโยชน์
และถกู หลักโภชนาการ หรอื การรวมกลุ่มกันเลน่ กาี าและออกกาลงั กายเพ่อื สุขภาพ ซงึ่ กาลังเปน็ ทนี่ ยิ มมากใน
ขณะนี้ การออกกาลังกายให้ไดผ้ ลดีน้นั จะต้องคอ่ ย ๆ ทา ตอ้ งใชเ้ วลา และควรทาอย่างสม่าเสมอดว้ ยวิธกี ารที่
เหมาะสม จะทาให้ร่างกายเกิดพฒั นาการอย่างมีคณุ ภาพและมีสขุ ภาพแข็งแรงในระยะยาว สาหรบั การออก
กาลงั กายท่ีดแี ละถูกตอ้ งนน้ั ต้องประกอบด้วย
การเตรียมพร้อมกอ่ นออกกาลงั กาย
ในการออกกาลังกายนน้ั ไมว่ ่าทา่ นจะมีอายอุ ยู่ในชว่ งวยั ใด และไม่ว่าจะออกกาลังกายนานแคไ่ หน
หรอื บางทา่ นยังไมเ่ คยออกกาลงั กายมาก่อนเลย ท่านกส็ ามารถที่จะออกกาลงั กายได้โดยเริ่มตน้ จากวธิ งี ่าย ๆ
คอื การออกกาลงั กายจากกิจวัตรประจาวนั เชน่ การเดนิ หรือขจ่ี กั รยาน เมือ่ ไปยงั สถานที่ท่ีไมไ่ กล หรอื หยดุ
การใช้รถ แตใ่ ชก้ ารเดนิ ไปทางานสาหรบั ผู้ท่มี ีบ้านและท่ที างานไม่ไกลจากกนั หรือใชบ้ นั ไดแทนการขึน้ ลฟิ ต์
หรือบนั ไดเล่ือน เป็นตน้ ใหท้ ่านทากจิ วัตรเหลา่ นีท้ กุ วันเป็นเวลา 1-2 เดอื น จากนน้ั จงึ ค่อย ๆ เพม่ิ การออก
กาลังกายเพ่ือใหร้ า่ งกายแข็งแรงขนึ้ เช่น เดนิ ให้เรว็ ขน้ึ ข้ีจกั รยานให้นานขึน้ ขน้ึ บันไดหลายช้ันขึน้ วา่ ยน้า
เปน็ ต้น และในช่วงแรก ๆ ของออกกาลังกายไมค่ วรหยดุ ใหอ้ อกกาลงั อย่างสม่าเสมอจนเป็นนิสยั หากเป็นไป
ได้ควรจะมกี ลุ่มเพ่ือน เพื่อชว่ ยกันประคับประคอง หรือทา่ นอาจจะใหค้ นในครอบครวั มามีสว่ นรว่ มดว้ ยกจ็ ะดี
ท่านท่เี รม่ิ ตน้ ออกกาลังกาย ควรใช้วิธเี ดนิ ไม่ควรว่ิง เน่ืองจากการเดนิ จะทาใหท้ า่ นไม่เหนื่อย
มาก และยังสามารถลดน้าหนักได้ด้วย นอกจากน้ีอาการปวดข้อจะมไี มม่ าก เหมาะสาหรับคนอ้วน หรือผ้ทู ี่
เร่ิมออกกาลังกาย สว่ นการวิง่ จะเป็นการออกกาลงั กายสาหรบั ผู้ที่เตรยี มรา่ งกายไว้พรอ้ มแล้ว เพราะการวิ่งจะ
ทาใหห้ วั ใจเตน้ เร็ว ทาใหเ้ หนือ่ ย เหมาะสาหรบั ทา่ นท่ีต้องการเพมิ่ ความฟติ ของรา่ งกายให้มากขึน้
การออกกาลังกายอยา่ งปลอดภยั
หลงั จากทท่ี า่ นเตรียมความพร้อม และไดอ้ อกกาลังกายจนเป็นสว่ นหนงึ่ ของชีวติ ประจาวนั แล้ว หาก
ทา่ นต้องการเพม่ิ ความฟติ รา่ งกายก็สามารถกระทาได้ ทง้ั นีท้ า่ นควรเลือกการออกกาลังกายท่ีชอบและสะดวก
ทส่ี ดุ แต่สาหรบั ทา่ นทีม่ ีอายมุ ากกวา่ 45 ปี หรอื มโี รคประจาตวั เชน่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรค
ไขมนั ในเลอื ดสงู หรือมปี ระวัตคิ รอบครวั เปน็ โรคหวั ใจ ควรปรึกษาแพทย์กอ่ นเร่ิมการเลอื กวธิ ีการออกกาลัง
กาย นอกจากน้ใี นการออกกาลังกายไมค่ วรหักโหมมากในครัง้ แรก ๆ การออกกาลงั กายที่ดี ควรเป็นการออก
กาลงั กายอย่างต่อเน่อื ง ไม่ใชท่ าเปน็ คร้งั คราวแตห่ ักโหม และไม่ควรกลั้นหายใจหรือสูดลมหายใจอยา่ ง
แรง ควรหายใจเข้าและออกยาว ๆ เพอื่ ช่วยระบบการหายใจของร่างกาย และขณะออกกาลงั กายท่าน
สามารถสงั เกตอาการขณะออกกาลังกายว่าทามากไปหรอื ไม่ โดยสังเกตจากอาการ ดังนี้
- หัวใจเตน้ มากจนร้สู ึกเหนื่อย
- หายใจเหนอ่ื ยจนพดู ไมเ่ ป็นประโยค
- เหนอื่ ยจนเป็นลม
หากมอี าการดังกลา่ ว ขอให้ท่านหยดุ การออกกาลังกายสกั 2 วนั และเวลาออกกาลงั กายในครัง้
ต่อไปใหล้ ดระดบั การออกกาลงั กายลง
การเตรยี มตัวก่อนออกกาลังกาย
กอ่ นออกกาลงั กายทกุ ครง้ั ท่านตอ้ งทาการอบอุ่นรา่ งกายก่อน อาจใช้วธิ เี ดินภายในบา้ น รอบบา้ น
หรอื เดือนบนสายพาน ฯลฯ โดยปกตแิ ลว้ ควรใชเ้ วลาในการอบอ่นุ ร่างกายประมาณ 5-10นาที ซงึ่ ในกาทา
ความอบอนุ่ ร่างกายนีจ้ ะทาให้เลอื ดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ไดม้ ากข้นึ และหลอดเลือดมีการเตรียมความ
พรอ้ มมากข้นึ เป็นการปอ้ งกันการบาดเจบ็ จากการออกกาลังกาย
การปฏบิ ัตติ วั หลังการออกกาลังกาย
หลงั จากออกกาลังกายแล้ว อย่าหยดุ ออกกาลังกายในทนั ที โดยเฉพาะท่านท่ีออกกาลงั กายอย่าง
หนัก เพราะจะทาใหเ้ ลอื ดไปเลี้ยงสมองไม่ทนั อาจทาใหเ้ กิดอาการหน้ามอื ควรอบอุ่นรา่ งกายประมาณ 5-
10 นาที จนกระท่งั ชีพจรกลบั คนื สู่สภาพปกติ และควรดืม่ น้าให้เพียงพอภายหลังออกกาลังกาย
ประโยชนข์ องการออกกาลงั กาย
ทา่ นท่ีออกกาลงั กายอย่างสมา่ เสมอจะทาใหส้ ขุ ภาพร่างกายแขง็ แรง ระบบตา่ ง ๆ ในรา่ งกายทางาน
ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ เช่น
- ชว่ ยใหร้ ะบบไหลเวียนของเลือดทางานไดด้ ี ไปเลย้ี งสว่ นต่าง ๆ ไดม้ ากขนึ้ ป้องกนั การเกิด
โรคหวั ใจ โรคความดนั ตา่ มภี มู ติ ้านทานของร่างกายดขี ้นึ และป้องกนั โรคตา่ ง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน
โรคขอ้ เสือ่ ม เปน็ ต้น
- ช่วยในการควบคมุ นา้ หนัก การทรงตัว และทาใหก้ ารเคล่ือนไหวคลอ่ งแคล่วข้นึ
- ชว่ ยให้ระบบขับถา่ ยทางานไดด้ ีข้ึน
- ช่วยลดความเครยี ด และทาให้การนอนหลับพักผอ่ นดขี ้ึน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๓
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ ภาคเรยี นท่ี ๒
รายวิชา พ๑๕๑๐๑ ยดื หยุ่น ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๖ กิจกรรมแสนสนกุ คาบท่ี ๓ วนั ท่ี.........เดือน..........พ.ศ..........
เรอื่ ง การเคลือ่ นไหวของอวัยวะต่างๆ เวลา ๖๐ นาที
ผสู้ อน นายพงศ์ทวี รัตนวงศ์ โรงเรยี นอนบุ าลสงขลา
3. มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรียนรู้
พ ๓.๑ เขา้ ใจ มีทักษะในการเคล่ือนไหวกจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกาี า
พ ๓.๒ รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีาา ปฏิบัติเป็นประจาอยา่ งสมา่ เสมอ
มวี นิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มนี า้ ใจนกั กาี า มีจติ วิญญาณในการแข่งขัน และช่นื ชม
ในสุนทรยี ภาพของการกาี า
สาระสาคญั (Learning Concepts)
การเคล่ือนไหวรา่ งกายเปน็ กจิ กรรมทีค่ วบคไู่ ปกบั การดาเนินชวี ิตของคนเรา เพราะมนุษย์ทกุ คน
ตอ้ งมีการเคล่อื นไหวร่างกาย และการเคล่ือนไหวรา่ งกายนั้นถา้ เราพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแลว้ จะพบว่ามีหลาย
แบบซ่ึงเราได้ปฏิบตั ิและพบเหน็ กนั อยู่ทุกเม่ือเช่ือวัน สาหรับการออกกาลังกายนัน้ จะต้องมกี ารเคล่ือนไหว
รา่ งกายซ่ึงต้องยึดหลกั การออกกาลงั กาย
ตัวช้วี ัด(Indicators)
ป.5/1 ออกกาลงั กายอยา่ งมรี ูปแบบ เล่นเกมทใี่ ช้ทกั ษะการคิดและตัดสินใจ
ป.5/2 เลน่ กีาาทตี่ นเองชอบอย่างสมา่ เสมอโดยสร้างทางเลือกในการปฏบิ ตั ิของตนเองอย่าง
หลากหลายและมีน้าใจนกั กีาา
ป.5/3 ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กติกา การเลน่ เกม กีาาไทย และกาี าสากลตามชนดิ กีาาท่ีเลน่
ป.5/4 ปฏิบตั ติ นตามสทิ ธิ์ของตนเองไม่ละเมิดสทิ ธิผู้อ่นื และยอมรบั ในความแตกต่างระหวา่ ง
บุคคลในการเลน่ เกมและกาี าไทย กาี าสากล
ด้านความรู้ (Knowledge) : นกั เรยี นสามารถ
1.บอกข้อตกลงในการเรยี นการสอนท่กี าหนดได้
2.บอกความสาคัญของการเคลือ่ นไหวของอวยั วะตา่ งๆ
3.บอกลักษณะทา่ ทางการเคลื่อนไหวของอวยั วะต่างๆ
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Skills during the Process) : นักเรยี นสามารถ
1.ปฏบิ ตั ิทกั ษะการบิด
2.ปฏบิ ตั ิทักษะการเอียง
3.ปฏบิ ตั ทิ ักษะการกม้
ด้านคณุ ลักษณะ (Desired charteristics) : นักเรยี น
1.มวี ินยั
2.ใฝเ่ รียนรู้
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น (Competencies of learners) : นักเรยี น
1.มีความสามารถในการคดิ
2.มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร
3.ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
การเคลื่อนไหวของอวยั วะตา่ งๆ
หลักฐานการเรียนรู้
-
กระบวนการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (Learning process)
วธิ กี ารสอนโดยใช้วิธกี ารออกคาส่ังและอธิบาย
กิจกรรมการเรียนรู้
1ขัน้ เตรยี ม ( 10 นาที )
- นกั เรยี นเขา้ แถว สารวจรายช่อื เคร่อื งแต่งกาย
-วอรม์ อพั
= ครู = นักเรยี น
- ครูสนทนากับนกั เรียน
2 ขน้ั สอน(10นาท)ี
-ครอู ธิบายเกีย่ วกับการเคล่ือนไหวของอวัยวะต่างๆ
-ครสู นทนากบั นักเรียนเกย่ี วกับข้ันตอนการเคลือ่ นไหวของอวัยวะต่างๆ
-ครูทาตัวอย่างทา่ การเคลอื่ นไหวของอวยั วะตา่ งๆใหน้ ักเรยี นดู
การก้ม การบิด
การเอยี ง
3 ขั้นฝึก (20 นาท)ี
-ครใู ห้นกั เรยี นฝกึ ท่าการการเคลื่อนไหวของอวยั วะ การก้ม การบิด การเอยี ง
-ครใู ห้ต้ังหวั หน้ากลุม่ 1คนออกมานาเพือ่ นในการเคล่ือนไหวของอวยั วะตา่ งๆ
4 ขั้นนาไปใช้ ( 15นาที)
-ครแู บง่ นักเรียนเป็น 3 กลมุ่ เท่าๆกัน
-กลมุ่ ท1่ี ปฏบิ ตั กิ ารกม้ กลุ่มที่2ปฏิบตั ิการเอยี ง กลมุ่ ที่3 ปฏิบัตกิ ารบิด
-ครูใหน้ ักเรียนปฏิบัติทักษะละ5นาที แลว้ ครูจะเปา่ สญั ญาณนกหวีดเพือ่ ใหน้ ักเรยี นเปลี่ยนกลมุ่ จาก
กล่มุ 1ไปกลุ่ม2กลมุ่ 2ไปกลมุ่ 3กลุ่ม3ไปกลุ่ม1 จนคบ
-คลู ดาว
5 ขั้นสรุปและประเมนิ ผล (5นาท)ี
-ครูตงั้ คาถามใหน้ กั เรียนตอบ
-การก้มตวั คืออะไร
-ครูสรุปการเคล่อื นไหวตา่ งๆ
การกม้ ตัวคอื การงอพบั ตัวให้รา่ งกายสว่ นบนลงมาใกล้กบั ส่วนลา่ ง
การบิด คือ การทาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายบิดไปจากแกนตงั้ เชน่ การบดิ ลาตัว
การเอียง คอื การทิ้งนา้ หนกั ไปยังสว่ นใดสว่ นหนึ่งโดยไมถ่ า่ ยน้าหนกั เชน่ ยนื เอียงคอ
การวัดและการประเมนิ ผล (evaluation)
ส่ิงท่ีวดั ผล วิธีวัดผล เคร่อื งมือวัดผล เกณฑก์ ารประเมิน
แบบสังเกตพฤตกิ รรม เกณฑค์ ุณภาพระดับผ่าน
ดา้ นความรู้ (Knowledge) :
เกณฑค์ ุณภาพระดบั ผ่าน
นกั เรยี นสามารถ
1.บอกขอ้ ตกลงในการเรยี นการ
สอนทีก่ าหนดได้ ซกั ถาม
2.บอกความสาคญั การ
เคลื่อนไหวของอวัยวะตา่ งๆได้
3.บอกลักษณะท่าทางการ
เคล่ือนไหวของอวัยวะตา่ งๆได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม
(Skills during the Process)
: นักเรียนสามารถ
1.ปฏิบตั ิทกั ษะการบดิ
2.ปฏิบัติทกั ษะการเอียง
3.ปฏิบตั ทิ ักษะการกม้
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Desired สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมินคุณลักษณะ เกณฑค์ ณุ ภาพระดับผา่ น
charteristics) : นกั เรียน อนั พงึ ประสงค์
1) มวี นิ ยั
2) ใฝเ่ รยี นรู้
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน สังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ สมรรถนะ เกณฑค์ ุณภาพระดับผา่ น
(Competencies of สาคญั ของผู้เรยี น
learners) : นักเรียน
1) มีความสามารถในการคิด
2) มีความสามารถในการ
สอ่ื สาร
3)ความสามารถในการใช้
ทักษะชวี ติ
สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้ (Learning medias)
1 สือ่ ประกอบการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.1 แบบบนั ทกึ การสังเกตพฤติกรรม
2 แหลง่ เรียนร้เู พิม่ เตมิ
2.1 หนังสอื เรยี นวชิ าสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
2.2 ห้องสมดุ
2.3 เว็บไซด์เกยี่ วกบั การเคลือ่ นไหวต่างๆ
บนั ทกึ หลงั การสอน
1.ผลการจดั การเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................. ................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................... ..............................
2.ปญั หาการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
3.ขอ้ เสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................... ............
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
4.ความคดิ เห็นครูพ่เี ลีย้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ ลงชือ่
(…………………………………………….) (…………………………..…………………)
ครูพ่เี ล้ียง ครูผสู้ อน
รปู ภาพประกอบการสอน
การกม้
การเอยี ง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๔
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ ภาคเรยี นที่ ๒
รายวชิ า พ๑๕๑๐๑ ยดื หยุ่น ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๖ กิจกรรมแสนสนกุ คาบที่ ๔ วันท.่ี ........เดือน..........พ.ศ..........เรอื่ ง
การเหยยี ดยืดกลา้ มเน้อื ของรา่ งกาย เวลา ๖๐ นาที
ผ้สู อน นายพงศ์ทวี รตั นวงศ์ โรงเรียนอนุบาลสงขลา
มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรยี นรู้
พ ๓.๑ เขา้ ใจ มที ักษะในการเคล่ือนไหวกิจกรรมทางกาย การเลน่ เกมและกีาา
สาระสาคญั (Learning Concepts)
การเหยยี ดยดื กลา้ มเนอ้ื เปน็ สิง่ ที่ดี และมีความจาเปน็ เพราะชว่ ยส่งเสรมิ ให้มรี า่ งกายสมรรถภาพท่ี
ดีขนึ้ และทาให้ร่างกายรู้สกึ ผอ่ นคลายจากการปฏิบตั ิงานระหว่างหลังการเล่นกาี าทาให้การทางานความ
สัมพนั ธ์ของระบบประสาทกล้ามเน้ือ มปี ระสทิ ธิภาพในการเคลอ่ื นไหว
ตวั ชว้ี ัด(Indicators)
ป.5/1 ออกกาลังกายอย่างมีรปู แบบ เลน่ เกมทใี่ ชท้ ักษะการคิดและตัดสินใจ
ป.5/2 เล่นกีาาท่ีตนเองชอบอย่างสม่าเสมอโดยสร้างทางเลอื กในการปฏิบตั ขิ องตนเองอย่าง
หลากหลายและมนี า้ ใจนักกาี า
ป.5/3 ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา การเลน่ เกม กีาาไทย และกาี าสากลตามชนิดกาี าที่เล่น
ป.5/4 ปฏบิ ตั ติ นตามสิทธ์ิของตนเองไมล่ ะเมิดสิทธิผู้อื่นและยอมรบั ในความแตกตา่ งระหวา่ ง
บคุ คลในการเล่นเกมและกีาาไทย กีาาสากล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (Learning Objectives)
ดา้ นความรู้ (Knowledge) : นักเรียนสามารถ
1.บอกขอ้ ตกลงในการเรยี นการสอนทีก่ าหนดได้
2.บอกความสาคญั ของการเหยียดยดื กล้ามเน้ือของรา่ งกาย
3.บอกลักษณะท่าทางการเหยยี ดยืดกลา้ มเน้ือของรา่ งกาย
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Skills during the Process) : นักเรียนสามารถ
1.ปฏบิ ัติทักษะการการเหยยี ดยืดกล้ามเน้ือของร่างกายแบบคนเดียวได้
2.ปฏิบัตทิ ักษะการการเหยยี ดยืดกลา้ มเนอื้ ของรา่ งกายแบบเป็นค่ไู ด้
ด้านคุณลักษณะ (Desired charteristics) : นักเรียน
1.มีวนิ ัย
2.ใฝเ่ รียนรู้
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น (Competencies of learners) : นกั เรียน
1.มีความสามารถในการคดิ
2.มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร
3.ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
การเหยยี ดยืดกลา้ มเนอ้ื ของร่างกาย
หลกั ฐานการเรยี นรู้
-
กระบวนการการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (Learning process)
วธิ ีการสอนโดยใชว้ ิธีการออกคาสงั่ และอธบิ าย
กิจกรรมการเรียนรู้
1ข้ันเตรยี ม ( 10 นาที )
- นกั เรียนเขา้ แถว สารวจรายชอ่ื เครือ่ งแต่งกาย
-วอรม์ อัพ
= ครู = นกั เรยี น
- ครูสนทนากบั นักเรียน
2 ขนั้ สอน(10นาที)
-ครอู ธิบายเกีย่ วกบั การเหยียดยดื กล้ามเนอื้ ของร่างกาย
-ครสู นทนากบั นกั เรยี นเก่ียวกับขน้ั ตอนการเหยียดยดื กล้ามเนอื้ ของรา่ งกาย
-ครูทาตัวอยา่ งทา่ การการเหยียดยืดกล้ามเนือ้ ของรา่ งกายใหน้ ักเรยี นดู
ลกั ษณะการเหยียดยดื กลา้ มเนื้อของร่างกาย
3 ขน้ั ฝกึ (20 นาที)
-ครแู บง่ นกั เรยี นเปน็ 4กล่มุ ใหไ้ ปฝกึ ทา่ การเหยียดยืดกลา้ มเนื้อของรา่ งกาย
-ครูใหต้ งั้ หัวหนา้ กลุม่ 1คนออกมานาเพื่อนในการเหยยี ดยดื กล้ามเน้อื ของรา่ งกาย
4 ข้ันนาไปใช้ ( 15นาท)ี
-ครูให้นักเรยี นมาแสดงท่าการเหยยี ดยืดกล้ามเนอ้ื ของรา่ งกายทีละกลมุ่
-ครใู ห้นกั เรยี นออกมาแสดงการเหยียดยดื กล้ามเน้ือของร่างกายจนครบทุกกลุ่ม
-คูลดาว
5 ขน้ั สรุปและประเมินผล (5นาที)
-ครูต้งั คาถามใหน้ ักเรยี นตอบ
นกั เรยี นเหยยี ดยดื กล้ามเน้ือของรา่ งกายเพ่อื อะไร
-ครูสรุปการเหยียดยืดกล้ามเนื้อของร่างกายทาเพือ่
1. ลดการตงึ ของกล้ามเนอื้ และทาใหร้ า่ งกายรู้สึกผอ่ นคลายจากการปฏิบัตงิ านระหวา่ งวนั และการเลน่
กาี า
2. ทาให้การทางานความสมั พนั ธข์ องระบบประสาทกล้ามเน้ือ มปี ระสทิ ธิภาพในการเคล่ือนไหว
3. เพม่ิ มุมการเคลื่อนไหวของขอ้ ต่าง ๆ
4. ปอ้ งกันการบาดเจบ็ จากการเล่นกาี า หรอื ออกกาลงั กาย
5.ช่วยเตรยี มความพรอ้ มของร่างกายในการทากจิ กรรมหนัก เช่น การเล่นกีาา การออกกาลังกาย
6. ส่งเสรมิ ระบบไหลเวยี นโลหติ ทางานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
7. รูส้ กึ ผ่อนคลาย สบาย ส่งเสริมการพฒั นาทางดา้ นสมาธิ
การวัดและการประเมินผล (evaluation)
ส่ิงทว่ี ัดผล วธิ วี ัดผล เครอื่ งมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน
ซกั ถาม
ด้านความรู้ (Knowledge) : แบบสังเกตพฤตกิ รรม เกณฑค์ ุณภาพระดบั ผา่ น
นักเรยี นสามารถ สงั เกตพฤตกิ รรม
1.บอกข้อตกลงในการเรยี นการ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม เกณฑ์คุณภาพระดบั ผา่ น
สอนที่กาหนดได้ แบบประเมินคุณลักษณะ เกณฑ์คุณภาพระดับผ่าน
2.บอกความสาคญั การเหยยี ดยืด อันพึงประสงค์
กลา้ มเน้ือของรา่ งกายได้
3.บอกลักษณะท่าทางการ
เหยยี ดยดื กล้ามเนื้อของรา่ งกาย
ได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ
(Skills during the Process)
: นกั เรียนสามารถ
1.ปฏบิ ตั ิทักษะการเหยยี ดยืด
กล้ามเน้ือของร่างกายแบบคน
เดยี วไดถ้ กู ต้อง
2.ปฏิบตั ทิ กั ษะการเหยียดยืด
กล้ามเนอื้ ของร่างกายแบบเป็นคู่
ได้ถกู ต้อง
ดา้ นคณุ ลักษณะ (Desired
charteristics) : นกั เรียน
1) มวี ินยั
2) ใฝเ่ รยี นรู้
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ สมรรถนะ เกณฑ์คุณภาพระดบั ผา่ น
(Competencies of สาคัญของผูเ้ รยี น
learners) : นกั เรียน
1) มีความสามารถในการคิด
2) มีความสามารถในการ
สื่อสาร
3)ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชวี ิต
สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ (Learning medias)
1 สือ่ ประกอบการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1.1 แบบบันทึกการสงั เกตพฤติกรรม
2 แหลง่ เรยี นรู้เพมิ่ เตมิ
2.1 หนงั สอื เกย่ี วกบั ยมิ นาสติก
2.2 หอ้ งสมุด
2.3 เวบ็ ไซดเ์ กี่ยวกบั ยมิ นาสติก
บันทกึ หลงั การสอน
1.ผลการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
2.ปญั หาการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
3.ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
4.ความคดิ เหน็ ครูพ่ีเลีย้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ ลงช่ือ
(…………………………………………….) (…………………………..…………………)
ครพู ่เี ล้ยี ง ครูผสู้ อน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ภาคเรียนท่ี ๒
รายวชิ า พ๑๕๑๐๑ ยดื หยุ่น ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๖ กิจกรรมแสนสนกุ คาบท่ี ๕ วนั ท่.ี ........เดอื น..........พ.ศ..........
เรอื่ ง การเดนิ เวลา ๖๐ นาที
ผสู้ อน นายพงศท์ วี รัตนวงศ์ โรงเรยี นอนบุ าลสงขลา
มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรียนรู้
พ ๓.๑ เขา้ ใจ มที กั ษะในการเคลอ่ื นไหวกิจกรรมทางกาย การเล่นเกมและกีาา
พ ๓.๒ รักการออกกาลังกาย การเลน่ เกม และการเล่นกีาา ปฏิบัตเิ ป็นประจาอย่างสม่าเสมอ มี
วินยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีนา้ ใจนกั กาี า มจี ิตวญิ ญาณในการแขง่ ขัน และช่ืนชมในสนุ ทรยี ภาพของการกีาา
สาระสาคัญ (Learning Concepts)
การเดนิ เปน็ การออกกาลงั กายประเภทหน่ึง การออกกาลงั กายด้วยการเดนิ ขึ้นอยู่กบั ตนเอง
และความมุ่งหวังต่อความเริงร่นื เพราะไมจ่ าเป็นท่ีจะตอ้ งเปน็ สมาชกิ สโมสรสุขภาพ และการเดินขึ้นอยกู่ ับความ
ตอ้ งการ โดยทไ่ี ม่ตอ้ งอาศัยการพจิ ารณาตอ่ อปุ กรณ์ราคาแพง หากมีบรรยากาศและทางเดินท่เี พยี งพอ การเดนิ
คือการออกกาลังกายทยี่ อดเยยี่ ม และการเดนิ เหมาะสมกับสภาพร่างกายตามปกติของทุกคน การเดินมผี ลดตี อ่
สขุ ภาพกาย และใจ ทกุ คนควรจะเรม่ิ การเดิน แบบใดกไ็ ด้ อย่ทู ่คี วามพอใจและความถนดั
ตวั ชี้วัด(Indicators)
ป.5/1 ออกกาลังกายอย่างมีรปู แบบ เล่นเกมทใ่ี ช้ทักษะการคิดและตดั สนิ ใจ
ป.5/2 เลน่ กีาาทต่ี นเองชอบอย่างสม่าเสมอโดยสร้างทางเลือกในการปฏบิ ตั ิของตนเองอยา่ ง
หลากหลายและมีน้าใจนกั กาี า
ป.5/3 ปฏิบตั ิตามกฎ กตกิ า การเลน่ เกม กาี าไทย และกีาาสากลตามชนิดกีาาที่เลน่
ป.5/4 ปฏิบตั ิตนตามสิทธิ์ของตนเองไมล่ ะเมิดสทิ ธผิ ู้อนื่ และยอมรับในความแตกตา่ งระหว่าง
บุคคลในการเล่นเกมและกีาาไทย กาี าสากล
จุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objectives)
ด้านความรู้ (Knowledge) : นกั เรียนสามารถ
1.บอกข้อตกลงในการเรียนการสอนท่กี าหนดได้
2.บอกความสาคญั ของการเคล่อื นทีไ่ ด้
3.บอกลกั ษณะทา่ ทางการเดนิ
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Skills during the Process) : นกั เรยี นสามารถ
1.ปฏบิ ัตทิ กั ษะการเดนิ ไดถ้ ูกต้อง
2.ปฏิบตั ทิ ักษะการเดินเร็วไดถ้ ูกต้อง
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Desired charteristics) : นกั เรียน
1.มวี นิ ัย
2.ใฝเ่ รยี นรู้
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน (Competencies of learners) : นักเรียน
1.มีความสามารถในการคดิ
2.มีความสามารถในการส่ือสาร
3.ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
การเดนิ
หลักฐานการเรียนรู้
-
กระบวนการการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (Learning process)
วธิ กี ารสอนโดยใช้วิธกี ารออกคาสง่ั และอธิบาย
กจิ กรรมการเรยี นรู้
1ขัน้ เตรยี ม ( 10 นาที )
- นักเรยี นเข้าแถว สารวจรายชอื่ เคร่อื งแตง่ กาย
-วอรม์ อพั
= ครู = นกั เรียน
- ครสู นทนากับนกั เรยี น
2 ขั้นสอน(10นาที)
-ครอู ธบิ ายเก่ียวกบั ลกั ษณะของการเดนิ
-ครูอธบิ ายถึงความแตกตา่ งของการเดนิ ปกตกิ บั การเดนิ ไว
-ครสู นทนากับนกั เรยี นเก่ยี วกับขั้นตอนในการทดสอบการเดิน
-ครทู าตวั อยา่ งการ เดนิ ใหน้ ดั เรียนดู
ลกั ษณะการเดิน
3 ขั้นฝกึ (20 นาท)ี
-ครูให้นักเรยี นฝกึ เดินทลี ะ10คนจนครบ 2 รอบ/1คน
-ครูใหน้ กั เรียนฝึกเดนิ เรว็ ทลี ะ10คนจนครบ 2 รอบ/1คน
4 ข้ันนาไปใช้ ( 15นาที)
-ครูให้นักเรยี นแบ่งเปน็ 2แถวเท่ากัน
-ครคู รูให้นักเรียนแข่งขันการเดนิ เร็ว
-ใหน้ กั เรยี นเดินเร็วไปออ้ มกรวยที่ครูกาหนดไวแ้ ลว้ กลับมาแตะมอื ของคนต่อไปในแถวแถวไหนเดนิ เรว็
ครบทกุ คนก่อนจะเปน็ ฝา่ ยชนะ
-คลู ดาว
5 ข้นั สรปุ และประเมนิ ผล (5นาที)
-ครูตง้ั คาถามให้นกั เรยี นตอบ
การเดนิ ปกติกับการเดนิ เร็วแตกตา่ งกันอย่างไร
-ครูสรุปหลังการเดินออกกาลงั กายควรยืดตัวใหต้ รง กา้ วยาวๆ และแกวง่ แขนตามสบาย กอ่ นจะหยุด
ควรเดนิ ใหช้ ้าลงเปน็ เวลา 5 นาที เพอื่ ให้หัวใจค่อยๆเต้นช้าลงอย่างปลอดภัย
การวดั และการประเมนิ ผล (evaluation)
สงิ่ ท่วี ัดผล วธิ วี ัดผล เคร่อื งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมิน
ซักถาม แบบสังเกตพฤตกิ รรม เกณฑ์คณุ ภาพระดับผา่ น
ดา้ นความรู้ (Knowledge) :
นักเรยี นสามารถ สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม เกณฑค์ ุณภาพระดบั ผ่าน
1.บอกข้อตกลงในการเรียน
การสอนทก่ี าหนดได้
2.บอกความสาคัญของการ
เดนิ ได้
3.บอกลักษณะท่าทางการเดิน
ได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ
(Skills during the
Process) : นักเรยี นสามารถ
1.ปฏิบัติทกั ษะการเดนิ ได้
ถูกตอ้ ง
2.ปฏบิ ัติทักษะการเดินเร็วได้
ถูกต้อง
ดา้ นคณุ ลักษณะ (Desired สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินคุณลกั ษณะ เกณฑค์ ุณภาพระดับผา่ น
charteristics) : นักเรียน อันพงึ ประสงค์
1) มีวินยั
2) ใฝเ่ รียนรู้
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินสมรรถนะ เกณฑค์ ณุ ภาพระดบั ผา่ น
(Competencies of สาคัญของผ้เู รยี น
learners) : นกั เรียน
1) มคี วามสามารถในการ
คิด
2) มีความสามารถในการ
สื่อสาร
3)ความสามารถในการใช้
ทักษะชวี ติ
ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้ (Learning medias)
1 ส่อื ประกอบการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1.1 แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤตกิ รรม
2 แหลง่ เรียนรู้เพมิ่ เตมิ
2.1 หนังสือเกี่ยวกบั ยิมนาสตกิ
2.2 หอ้ งสมดุ
2.3 เวบ็ ไซดเ์ กี่ยวกบั ยมิ นาสติก
บนั ทกึ หลังการสอน
1.ผลการจดั การเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................ .............................................................
2.ปญั หาการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
3.ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
4.ความคดิ เหน็ ครพู ีเ่ ลี้ยง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ลงช่อื
(…………………………………………….) (…………………………..…………………)
ครูพี่เลี้ยง ครูผสู้ อน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ภาคเรยี นท่ี ๒
รายวิชา พ๑๕๑๐๑ ยดื หยนุ่ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๕
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๖ กจิ กรรมแสนสนกุ คาบท่ี ๖ วันที่.........เดือน..........พ.ศ..........
เรอ่ื ง การวิ่ง เวลา ๖๐ นาที
ผสู้ อน นายพงศ์ทวี รัตนวงศ์ โรงเรียนอนบุ าลสงขลา
มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรยี นรู้
พ ๓.๑ เข้าใจ มที ักษะในการเคลือ่ นไหวกจิ กรรมทางกาย การเล่นเกมและกีาา
พ ๓.๒ รักการออกกาลงั กาย การเลน่ เกม และการเลน่ กาี า ปฏิบตั เิ ปน็ ประจาอยา่ งสมา่ เสมอ มี
วนิ ยั เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีนา้ ใจนกั กาี า มจี ิตวิญญาณในการแข่งขนั และชน่ื ชมในสุนทรียภาพของการกีาา
สาระสาคญั (Learning Concepts)
การวิง่ คือการเคลื่อนทบี่ นพนื้ ดนิ ของมนษุ ยห์ รือสตั วท์ ีใ่ ช้เทา้ เคล่ือนทอ่ี ยา่ งฉบั ไว ยงั มคี วาม
หมายถงึ กาี าของมนุษย์ ทเ่ี ปน็ การเคล่ือนท่ีมีความเรว็ ในจุดทท่ี ง้ั 2 เทา้ อยเู่ หนอื พน้ื ในขณะเดียวกัน ซ่ึงแตกต่าง
จากการเดนิ ตรงที่เท้าหน่ึงจะต้องสมั ผสั พนื้ การว่ิงยงั มีความเรว็ ทแ่ี ตกต่างกนั จากการจอ็ กกิงไปจนถงึ การว่ิง
ระยะสนั้
ตวั ช้ีวัด(Indicators)
ป.5/1 ออกกาลังกายอยา่ งมรี ปู แบบ เล่นเกมท่ีใช้ทักษะการคิดและตัดสนิ ใจ
ป.5/2 เลน่ กีาาทต่ี นเองชอบอย่างสมา่ เสมอโดยสร้างทางเลอื กในการปฏิบัติของตนเองอยา่ ง
หลากหลายและมนี า้ ใจนกั กาี า
ป.5/3 ปฏิบตั ติ ามกฎ กติกา การเลน่ เกม กีาาไทย และกีาาสากลตามชนดิ กีาาท่เี ลน่
ป.5/4 ปฏิบัตติ นตามสทิ ธ์ขิ องตนเองไม่ละเมิดสทิ ธิผู้อ่นื และยอมรับในความแตกต่างระหว่าง
บคุ คลในการเลน่ เกมและกาี าไทย กาี าสากล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (Learning Objectives)
ดา้ นความรู้ (Knowledge) : นักเรียนสามารถ
1.บอกขอ้ ตกลงในการเรยี นการสอนทีก่ าหนดได้
2.บอกความสาคัญของการเคล่ือนทไ่ี ด้
3.บอกลักษณะทา่ ทางการวงิ่ ได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Skills during the Process) : นักเรยี นสามารถ
1.ปฏบิ ตั ทิ ักษะการวิ่งระยะส้ันไดถ้ ูกต้อง
2.ปฏบิ ตั ทิ ักษะการวงิ่ ระยะยาวได้ถูกตอ้ ง