The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาพลศึกษา

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Keywords: ปีการศึกษา 2564

บันทกึ หลงั การสอน
1.ผลการจดั การเรยี นรู้

............................................................................................................................. ................................................ .
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..........................................................................................................
2.ปญั หาการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………
3.ขอ้ เสนอแนะ

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

..........................................................................................................

4.ความคดิ เหน็ ครพู ี่เลี้ยง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………

ลงชอ่ื ลงชอ่ื
(…………………………………….) (…………………………………)

ครพู ีเ่ ล้ียง ครผู สู้ อน

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑๕ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ ภาคเรยี นที่ ๒
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รายวิชา พ๑๕๑๐๑ ยืดหยุ่น ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๖ กิจกรรมแสนสนุก คาบที่ ๑๕ วันท่ี.........เดือน..........พ.ศ..........

เร่อื ง หกกบ เวลา ๖๐ นาที
ผสู้ อน นายพงศ์ทวี รัตนวงศ์ โรงเรยี นอนุบาลสงขลา

มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรยี นรู้
พ ๓.๑ เข้าใจ มที กั ษะในการเคลอ่ื นไหวกจิ กรรมทางกาย การเล่นเกมและกาี า
พ ๓.๒ รักการออกกาลงั กาย การเลน่ เกม และการเล่นกาี า ปฏิบัตเิ ป็นประจาอยา่ งสม่าเสมอ มี

วินยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มีน้าใจนกั กีาา มีจติ วิญญาณในการแข่งขัน และชน่ื ชมในสนุ ทรยี ภาพของการกาี า
สาระสาคญั (Learning Concepts)

การทรงตัวด้วยแขนเป็นท่าทีส่ าคัญ ในการฝึกยืดหยุ่น ที่จะพฒั นาท่าตอ่ ไปในการทรงตัวด้วยแขน
ท่มี ปี ระสิทธภิ าพของกล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่เป็นหลกั ซงึ่ มที า่ ในการฝกึ 3 ท่า คอื 1.หกกบ 2.หกสามเศรา้ 3.
หกสูง

ตวั ชว้ี ัด(Indicators)
ป.5/1 ออกกาลงั กายอยา่ งมีรปู แบบ เลน่ เกมทใ่ี ชท้ ักษะการคิดและตดั สนิ ใจ

ป.5/2 เล่นกาี าทีต่ นเองชอบอย่างสมา่ เสมอโดยสรา้ งทางเลอื กในการปฏบิ ัติของตนเองอย่าง
หลากหลายและมนี า้ ใจนกั กีาา

ป.5/3 ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กติกา การเล่นเกม กาี าไทย และกีาาสากลตามชนิดกีาาทีเ่ ล่น

ป.5/4 ปฏิบัตติ นตามสทิ ธข์ิ องตนเองไม่ละเมิดสทิ ธิผู้อ่นื และยอมรบั ในความแตกตา่ งระหว่าง
บุคคลในการเล่นเกมและกาี าไทย กาี าสากล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (Learning Objectives)
ดา้ นความรู้ (Knowledge) : นกั เรียนสามารถ
22)บอกขอ้ ตกลงในการเรยี นการสอนทก่ี าหนดได้
23) บอกความสาคัญของการหกกบได้
24)บอกลกั ษณะทา่ ทางการหกกบได้

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Skills during the Process) : นักเรยี นสามารถ
14)ปฏบิ ตั ิทกั ษะการหกกบได้

ด้านคณุ ลักษณะ (Desired charteristics) : นักเรียน
17)มวี นิ ยั
18)ใฝ่เรยี นรู้

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน (Competencies of learners) : นักเรียน
20)มคี วามสามารถในการคดิ
21)มคี วามสามารถในการสือ่ สาร
3) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต

สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
วิธีการหกกบ

หลกั ฐานการเรียนรู้
-

กระบวนการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (Learning process)
วิธีการสอนโดยใชว้ ธิ ีการออกคาสง่ั และอธิบาย

กิจกรรมการเรียนรู้
1ข้นั เตรยี ม ( 10 นาที )
- นักเรียนเขา้ แถว สารวจรายชื่อ เครอื่ งแต่งกาย
-วอรม์ อัพ

= ครู  = นักเรียน

 
 
 
 
 
 

- ครูสนทนากบั นกั เรียน

2 ขั้นสอน(10นาที)
-ครอู ธบิ ายเกย่ี วกบั จงั หวะของการหกกบดงั นี้
1. สรา้ งความเช่ือมั่นใหต้ นเอง โดยการน่งั ยองทา่ เตรยี มพร้อม
1. น่ังยองๆ วางมอื ท้งั สองข้างหนา้ ห่างกันประมาณ 1 ชว่ งไหล่
2. งอแขนเลก็ นอ้ ย ให้เข่าทั้งสองขา้ งมาวางเหนือขอ้ ศอกเล็กน้อย จากนัน้ คอ่ ยๆ ถ่ายนา้ หนกั ตวั มาที่แขนและ
ยกเทา้ ทั้งสองขา้ งจากพ้นื โดยเงยหน้าขน้ึ -ครูสาธติ ให้นกั เรียนดเู ป็นตวั อย่าง
3 ขน้ั ฝึก (15 นาที)

- ครแู บ่งนกั เรยี นเปน็ 4 แถว ให้นง่ั ตรงเบาะของแตล่ ะแถว
-ใหน้ กั เรียนมาทาทลี่ ะ4คน โดยครูคอยสอนขา้ งๆ

4 ขัน้ นาไปใช้ ( 10นาที)
-ให้นักเรยี นในแต่ละแถวส่งตัวแทนของแถวมา3คนเพื่อมาทาการแข่งขันกนั
-ครูจับเวลาของนักเรียน

5 ขนั้ สรปุ และประเมินผล (5นาท)ี
-ครูตั้งคาถามใหน้ ักเรียนตอบดงั น้ี
1.การหกสูงส่งิ สาคญั เวลาปฏิบตั คิ อื อะไร
-ครพู ดู สรุปทักษะการหกสูง

การวัดและการประเมินผล (evaluation)

ส่ิงท่วี ดั ผล วธิ ีวัดผล เครือ่ งมือวัดผล เกณฑก์ ารประเมนิ
แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑ์คณุ ภาพระดบั ผา่ น
ด้านความรู้ (Knowledge) :
เกณฑค์ ุณภาพระดับผา่ น
นกั เรยี นสามารถ

1.บอกขอ้ ตกลงในการเรียนการ ซักถาม
สอนทกี่ าหนดได้
2.บอกความสาคัญของการหก
กบได้
3.บอกลกั ษณะท่าทางการหกกบ
ได้

ด้านทักษะ/กระบวนการ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม
(Skills during the Process)
: นักเรียนสามารถ

1.ปฏบิ ตั ิทกั ษะการหกกบ

ดา้ นคณุ ลักษณะ (Desired สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมินคุณลักษณะ เกณฑค์ ณุ ภาพระดับผ่าน
charteristics) : นักเรียน สงั เกตพฤติกรรม อันพงึ ประสงค์

1) มวี ินัย แบบประเมนิ สมรรถนะ เกณฑค์ ณุ ภาพระดบั ผ่าน
2) ใฝ่เรยี นรู้ สาคัญของผู้เรยี น
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
(Competencies of
learners) : นักเรียน
1) มีความสามารถในการคดิ
2) มคี วามสามารถในการ
สื่อสาร
3)ความสามารถในการใช้
ทักษะชวี ติ

ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้ (Learning medias)
1 ส่อื ประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.1. แบบบันทึกการสังเกตพฤตกิ รรม
2 แหลง่ เรียนรเู้ พิ่มเติม
2.1 หนงั สอื เกี่ยวกบั ยมิ นาสตกิ
2.2 หอ้ งสมดุ
2.3 เวบ็ ไซดเ์ กยี่ วกบั ยมิ นาสตกิ

บันทกึ หลังการสอน
1.ผลการจดั การเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............
..........................................................................................................
2.ปญั หาการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………
3.ขอ้ เสนอแนะ

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

..........................................................................................................

4.ความคดิ เหน็ ครพู ่เี ล้ียง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………

ลงชอ่ื ลงชื่อ
(…………………………………….) (…………………………………)

ครพู ่ีเลีย้ ง ครผู ู้สอน

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๑๖ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ ภาคเรยี นที่ ๒
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา

รายวิชา พ๑๕๑๐๑ ยดื หยุ่น ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๖ กิจกรรมแสนสนุก คาบที่ ๑๖ วนั ท่.ี ........เดอื น..........พ.ศ..........

เร่ือง หกสามเศร้า เวลา ๖๐ นาที
ผู้สอน นายพงศท์ วี รัตนวงศ์ โรงเรียนอนบุ าลสงขลา

มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรยี นรู้
พ ๓.๑ เข้าใจ มีทกั ษะในการเคลือ่ นไหวกิจกรรมทางกาย การเลน่ เกมและกาี า
พ ๓.๒ รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเลน่ กีาา ปฏบิ ัติเปน็ ประจาอยา่ งสม่าเสมอ มี

วนิ ยั เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า มนี ้าใจนกั กีาา มีจิตวญิ ญาณในการแขง่ ขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกาี า

สาระสาคญั (Learning Concepts)

การทรงตวั ด้วยแขนเปน็ ท่าที่สาคญั ในการฝึกยืดหยนุ่ ทจี่ ะพัฒนาท่าตอ่ ไปในการทรงตัวด้วยแขน
ทม่ี ปี ระสิทธิภาพของกลา้ มเนื้อแขนและหวั ไหลเ่ ป็นหลกั ซงึ่ มที ่าในการฝึก 3 ทา่ คอื 1.หกกบ 2.หกสามเศรา้ 3.
หกสูง

ตวั ช้ีวัด(Indicators)
ป.5/1 ออกกาลงั กายอย่างมรี ปู แบบ เล่นเกมทใี่ ชท้ กั ษะการคดิ และตดั สนิ ใจ

ป.5/2 เลน่ กีาาทต่ี นเองชอบอย่างสม่าเสมอโดยสร้างทางเลือกในการปฏบิ ตั ิของตนเองอยา่ ง
หลากหลายและมนี า้ ใจนกั กาี า

ป.5/3 ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กติกา การเล่นเกม กีาาไทย และกาี าสากลตามชนดิ กาี าท่เี ลน่

ป.5/4 ปฏิบตั ิตนตามสทิ ธข์ิ องตนเองไม่ละเมิดสิทธิผู้อน่ื และยอมรบั ในความแตกตา่ งระหวา่ ง
บุคคลในการเลน่ เกมและกาี าไทย กีาาสากล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Learning Objectives)
ดา้ นความรู้ (Knowledge) : นักเรียนสามารถ
บอกข้อตกลงในการเรยี นการสอนท่กี าหนดได้
บอกความสาคญั ของหกสามเศรา้ ได้
บอกลักษณะทา่ ทางหกสามเศรา้ ได้

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Skills during the Process) : นักเรยี นสามารถ
ปฏบิ ตั ทิ กั ษะหกสามเศรา้ ได้

ดา้ นคณุ ลักษณะ (Desired charteristics) : นักเรียน
มีวินยั
ใฝเ่ รยี นรู้

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น (Competencies of learners) : นกั เรยี น
มคี วามสามารถในการคิด
มคี วามสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
วธิ ที าหกสามเศร้า

หลักฐานการเรยี นรู้
-

กระบวนการการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (Learning process)
วิธกี ารสอนโดยใช้วิธกี ารออกคาสั่งและอธิบาย

กิจกรรมการเรียนรู้
1ข้ันเตรียม ( 10 นาที )
- นักเรียนเขา้ แถว สารวจรายช่อื เคร่ืองแตง่ กาย
-วอร์มอัพ

= ครู  = นักเรยี น

 
 
 
 
 
 

- ครูสนทนากบั นกั เรียน

2 ขัน้ สอน(10นาที) 3.
-ครอู ธิบายเก่ยี วกบั จังหวะของหกสามเศรา้ ดังนี้

1. นง่ั ยอ่ พับเขา่ ขาแยกออกจากกนั เล็กนอ้ ยมือท้งั สองสองช้ีออกไปดา้ นขา้ ง
2. วางมอื บนพ้ืนระหว่างขา แขนท้งั 2หา่ งกันเท่ากับ1ชว่ งไหล่
3.งอข้อศอกดา้ นขา้ งเล็กน้อย เขยง่ เท้าให้ส้นเท้าพ้นพน้ื นาเข่าท้ังสองข้างวางบนข้อศอก
4.โล้ลาตัวไปด้านหนา้ ค่อยๆยกขาขึ้น
5.ใชม้ ือท้ังสองช่วยในการทรงตวั

3 ข้ันฝกึ (20 นาที)
- ครูแบง่ นกั เรียนเป็น 4 แถว ใหน้ ั่งตรงเบาะของแต่ละแถว
-ให้นักเรียนมาทาทีล่ ะ4คน โดยครูคอยสอนข้างๆ

ลักษณะของการหกสามเศร้า

4 ขั้นนาไปใช้ ( 15 นาท)ี
-ให้นกั เรยี นในแต่ละแถวสง่ ตวั แทนของแถวมา3คนเพอ่ื มาทาการแข่งขันกนั
-ครูจับเวลาของนกั เรยี น

5 ขัน้ สรุปและประเมินผล (5นาที)
-ครูตั้งคาถามใหน้ กั เรยี นตอบดงั น้ี
1.การของหกสามเศร้าสงิ่ สาคญั เวลาปฏิบัตคิ ืออะไร
-ครูพดู สรปุ ทกั ษะของการหกสามเศรา้

การวัดและการประเมินผล (evaluation)

สิง่ ทีว่ ัดผล วิธีวดั ผล เคร่อื งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมิน
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑค์ ณุ ภาพระดบั ผ่าน
ด้านความรู้ (Knowledge) :
เกณฑค์ ุณภาพระดบั ผา่ น
นักเรยี นสามารถ

1.บอกข้อตกลงในการเรยี นการ ซักถาม
สอนท่กี าหนดได้
2.บอกความสาคัญของการหก
สามเศรา้ ได้
3.บอกลกั ษณะทา่ ทางการหก
สามเศรา้ ได้

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม
(Skills during the Process)
: นกั เรยี นสามารถ

1.ปฏบิ ัติทกั ษะการหกสามเศรา้

ดา้ นคณุ ลักษณะ (Desired สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมินคุณลักษณะ เกณฑ์คุณภาพระดับผ่าน
charteristics) : นักเรียน สังเกตพฤตกิ รรม อนั พึงประสงค์

1) มวี นิ ยั แบบประเมนิ สมรรถนะ เกณฑ์คุณภาพระดับผา่ น
2) ใฝเ่ รยี นรู้ สาคัญของผูเ้ รยี น
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
(Competencies of
learners) : นักเรียน
1) มีความสามารถในการคดิ
2) มคี วามสามารถในการ
สอื่ สาร
3)ความสามารถในการใช้
ทักษะชวี ติ

ส่อื /แหล่งเรียนรู้ (Learning medias)
1 สือ่ ประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.1. แบบบนั ทึกการสังเกตพฤตกิ รรม
2 แหลง่ เรยี นรเู้ พิ่มเติม
2.1 หนงั สอื เกย่ี วกับยมิ นาสติก
2.2 ห้องสมดุ
2.3 เวบ็ ไซด์เกย่ี วกับยมิ นาสตกิ

บนั ทึกหลงั การสอน
1.ผลการจดั การเรยี นรู้

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..........................................................................................................
2.ปญั หาการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………
3.ข้อเสนอแนะ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

..........................................................................................................

4.ความคิดเหน็ ครูพ่ีเลี้ยง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………

ลงชอื่ ลงชือ่
(…………………………………….) (…………………………………)

ครพู ่เี ล้ยี ง ครผู ู้สอน

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑๗ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ภาคเรยี นที่ ๒
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

รายวิชา พ๑๕๑๐๑ ยดื หยุ่น ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๖ กิจกรรมแสนสนกุ คาบที่ ๑๗ วนั ที่.........เดือน..........พ.ศ..........

เรื่อง หกสูง เวลา ๖๐ นาที
ผู้สอน นายพงศท์ วี รัตนวงศ์ โรงเรยี นอนบุ าลสงขลา

มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรยี นรู้
พ ๓.๑ เข้าใจ มที กั ษะในการเคล่อื นไหวกจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกาี า
พ ๓.๒ รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกาี า ปฏิบัตเิ ป็นประจาอยา่ งสมา่ เสมอ มี

วนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มีนา้ ใจนักกีาา มจี ิตวิญญาณในการแข่งขัน และชืน่ ชมในสนุ ทรียภาพของการกีาา

สาระสาคญั (Learning Concepts)

การทรงตวั ด้วยแขนเปน็ ท่าที่สาคญั ในการฝึกยดื หยุ่น ที่จะพฒั นาทา่ ตอ่ ไปในการทรงตัวด้วยแขน
ทมี่ ีประสทิ ธภิ าพของกล้ามเนอื้ แขนและหัวไหลเ่ ปน็ หลัก ซงึ่ มีท่าในการฝกึ 3 ท่า คอื 1.หกกบ 2.หกสามเศร้า3.
หกสงู

ตวั ชีว้ ดั (Indicators)
ป.5/1 ออกกาลงั กายอยา่ งมรี ูปแบบ เล่นเกมทใี่ ชท้ กั ษะการคิดและตัดสนิ ใจ

ป.5/2 เล่นกาี าทต่ี นเองชอบอย่างสมา่ เสมอโดยสรา้ งทางเลอื กในการปฏบิ ตั ิของตนเองอย่าง
หลากหลายและมนี า้ ใจนักกาี า

ป.5/3 ปฏบิ ัตติ ามกฎ กตกิ า การเล่นเกม กาี าไทย และกาี าสากลตามชนดิ กีาาท่เี ล่น

ป.5/4 ปฏิบตั ิตนตามสทิ ธ์ขิ องตนเองไมล่ ะเมิดสทิ ธิผู้อืน่ และยอมรบั ในความแตกต่างระหวา่ ง
บคุ คลในการเล่นเกมและกาี าไทย กีาาสากล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Learning Objectives)
ด้านความรู้ (Knowledge) : นกั เรยี นสามารถ
25) บอกข้อตกลงในการเรียนการสอนที่กาหนดได้
26) บอกความสาคัญของหกสูงได้
27)บอกลักษณะท่าทางหกสงู ได

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Skills during the Process) : นกั เรียนสามารถ
15)ปฏบิ ตั ทิ ักษะการหกสูงได้

ดา้ นคุณลักษณะ (Desired charteristics) : นกั เรยี น
19)มวี ินยั
20)ใฝ่เรยี นรู้

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น (Competencies of learners) : นกั เรยี น
22)มคี วามสามารถในการคิด
23)มีความสามารถในการสอ่ื สาร
3) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
วิธที าการหกสูง

หลักฐานการเรียนรู้
-

กระบวนการการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (Learning process)
วิธกี ารสอนโดยใช้วธิ ีการออกคาสั่งและอธบิ าย

กจิ กรรมการเรียนรู้
8.1ขั้นเตรยี ม ( 10 นาที )
- นักเรียนเข้าแถว สารวจรายชื่อ เคร่อื งแต่งกาย
-วอร์มอัพ

= ครู  = นักเรยี น

 
 
 
 
 
 

- ครสู นทนากบั นกั เรียน

2 ขั้นสอน(10นาท)ี
-ครูอธบิ ายเกยี่ วกบั จงั หวะของหกสงู เศรา้ ดังน้ี
1. ยืนตัวตรง เหยยี ดแขนทง้ั ข้นึ เหนอื ศีรษะ
2.ก้าวขาไปข้างหน้า1กา้ ว งอเข่าหน้าขาหลังตรง ก้มตัวลงด้านหน้า
3.วางมือลงบนพน้ื หา่ งไกล 1 ชว่ งไหล่ ปลายนว้ิ ชี้ไปด้านหน้าโดนใช้หัวแมม่ ือขนานกันเตะขาทอี่ ย่ดู า้ นหลงั ไป
ขา้ งบน ขาตรงปลายเท้างมุ้ ถีบขาที่อยู่ดา้ นหน้าไปชิดกับขาดา้ นบนขาทง้ั สองเหยยี ดตรง
4.การลงสพู่ น้ื ให้พบั เอว ลดเท้าทลี ะขา้ งลงสู่พน้ื
3 ข้ันฝึก (15 นาที)

- ครูแบง่ นักเรยี นเปน็ 4 แถว ให้นง่ั หา่ งจากฝาผนัง 4เมตร ระยะหา่ งแตล่ ะแถว 3เมตร
-ใหน้ ักเรยี นมาทาทล่ี ะ4คน โดยครูคอยสอนข้างๆ
-ใหน้ กั นกั เรียนคนที่ตีลงั กาขน้ึ เองไมไ่ ด้ ให้เพอื่ นมาช่วยยกจัวขน้ึ ไปพงิ กับฝาผนงั

ลกั ษณะของการหกสูง
4 ข้นั นาไปใช้ ( 10นาที)

-ใหน้ ักเรยี นในแต่ละแถวส่งตวั แทนของแถวมา2คนเพ่ือมาทาการแข่งขันกัน
-ครูจบั เวลาของนักเรียน

5 ขน้ั สรปุ และประเมินผล (5นาท)ี
-ครูตงั้ คาถามให้นักเรียนตอบดังนี้

1.การทาหกสงู สง่ิ สาคญั เวลาปฏบิ ตั คิ ืออะไร
-ครพู ูดสรุปทกั ษะของการหกสูง
การวดั และการประเมนิ ผล (evaluation)

สิ่งท่ีวดั ผล วิธวี ดั ผล เครอื่ งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
เกณฑ์คุณภาพระดบั ผ่าน
ด้านความรู้ (Knowledge) :

นกั เรียนสามารถ

1.บอกขอ้ ตกลงในการเรียนการ ซกั ถาม แบบสังเกตพฤติกรรม
สอนที่กาหนดได้
2.บอกความสาคัญของการหกสงู
ได้
3.บอกลกั ษณะท่าทางการหกสงู

ได้

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑค์ ุณภาพระดบั ผ่าน
(Skills during the Process) สงั เกตพฤติกรรม
: นกั เรยี นสามารถ แบบประเมินคุณลักษณะ เกณฑค์ ุณภาพระดับผ่าน
สงั เกตพฤติกรรม อันพงึ ประสงค์
1.ปฏบิ ตั ทิ ักษะการการหกสงู
ด้านคณุ ลกั ษณะ (Desired แบบประเมนิ สมรรถนะ เกณฑ์คุณภาพระดับผ่าน
charteristics) : นกั เรยี น สาคญั ของผเู้ รียน

1) มีวินัย
2) ใฝเ่ รยี นรู้

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
(Competencies of
learners) : นักเรยี น

1) มคี วามสามารถในการคิด
2) มคี วามสามารถในการ
ส่ือสาร
3)ความสามารถในการใช้
ทักษะชวี ติ

ส่อื /แหลง่ เรียนรู้ (Learning medias)
1 ส่อื ประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1.1. แบบบนั ทึกการสังเกตพฤตกิ รรม
.2 แหล่งเรยี นรเู้ พม่ิ เตมิ
2.1 หนังสือเกีย่ วกบั ยมิ นาสตกิ
2.2 หอ้ งสมุด
2.3 เวบ็ ไซด์เกี่ยวกบั ยมิ นาสตกิ

บันทึกหลังการสอน
1.ผลการจดั การเรยี นรู้

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..........................................................................................................
2.ปญั หาการจดั การเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………
3.ขอ้ เสนอแนะ

............................................................................................................................. ............................................ .....
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

..........................................................................................................

4.ความคดิ เหน็ ครพู ่เี ล้ยี ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………

ลงชอ่ื ลงชื่อ
(…………………………………….) (…………………………………)

ครพู เ่ี ล้ยี ง ครผู ู้สอน

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๑๘ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ ภาคเรียนท่ี ๒
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา

รายวิชา พ๑๕๑๐๑ ยดื หยนุ่ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๖ กจิ กรรมแสนสนุก คาบที่ ๑๘ วันที.่ ........เดือน..........พ.ศ..........

เรือ่ ง กติกาการแข่งขนั กีฬายมิ นาสตกิ เวลา ๖๐ นาที
ผู้สอน นายพงศ์ทวี รตั นวงศ์ โรงเรียนอนุบาลสงขลา

มาตรฐาน (Standards)
มาตรฐานการเรยี นรู้
พ ๓.๑ เขา้ ใจ มที ักษะในการเคลอ่ื นไหวกจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกีาา
พ ๓.๒ ออกกาลังกายและเลอื กเขา้ ร่วมเล่นกีาาตามความถนัด ความสนใจอยา่ งเต็มความสามารถ

พรอ้ มทัง้ มีการประเมินการเล่นของตนและผู้อ่นื

สาระสาคญั (Learning Concepts)

ยิมนาสติก (Gymnastics) เป็นกีาาสากลประเภทหนงึ่ ทจี่ ดั เข้าแข่งขนั กาี าโอลมิ ปิกเพ่ือทดสอบ
ความแขง็ แรงของนกั กาี า รวมทงั้ จงั หวะ ความยดื หยุ่นตัวหรือความอ่อนตัวและความคลอ่ งแคล่ววอ่ งไว กีาา
ยิมนาสตกิ ท่ีใชใ้ นการแขง่ ขันมี 3 แบบคือ ยมิ นาสติกสากล ยิมนาสตกิ ลีลาและแทรมโปลิซงึ้ จะมีกตกิ าในการ
แข่งขนั ในแตล่ ะประเภท

ตวั ชวี้ ัด(Indicators)
ป.5/1 ออกกาลงั กายอยา่ งมีรูปแบบ เลน่ เกมท่ใี ชท้ กั ษะการคิดและตัดสินใจ

ป.5/2 เล่นกีาาที่ตนเองชอบอยา่ งสม่าเสมอโดยสร้างทางเลอื กในการปฏบิ ตั ิของตนเองอย่าง
หลากหลายและมนี า้ ใจนักกีาา

ป.5/3 ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา การเลน่ เกม กีาาไทย และกาี าสากลตามชนิดกาี าที่เล่น

ป.5/4 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธขิ์ องตนเองไมล่ ะเมิดสิทธิผู้อ่นื และยอมรับในความแตกต่างระหวา่ ง
บคุ คลในการเลน่ เกมและกีาาไทย กีาาสากล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Learning Objectives)

ด้านความรู้ (Knowledge) : นกั เรยี นสามารถ
บอกขอ้ ตกลงในการเรยี นการสอนท่ีกาหนดได้
บอกถึงกติกาในการแขง่ ขนั ยมิ นาสตกิ ได้
บอกถงึ เกณฑ์ในการให้คะแนนของกีาายมิ นาสตกิ ได้

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Skills during the Process) : นกั เรยี นสามารถ
-

ด้านคุณลกั ษณะ (Desired charteristics) : นกั เรยี น
มวี นิ ยั
ใฝ่เรยี นรู้

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน (Competencies of learners) : นักเรยี น
มีความสามารถในการคดิ
มีความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

สาระการเรียนรู้ (Learning Contents
กติกาการแข่งขันกาี ายมิ นาสติก

หลกั ฐานการเรยี นรู้
-ใบความรทู้ ี่ 1

กระบวนการการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (Learning process)
วิธกี ารสอนโดยใช้วธิ ีการออกคาสง่ั และอธิบาย

กิจกรรมการเรยี นรู้
1ขั้นเตรยี ม ( 1๕ นาที )
- นกั เรยี นเข้าแถว สารวจรายชอื่ เครอ่ื งแต่งกาย

= ครู  = นักเรยี น

 
 
 
 
 
 
- ครสู นทนากบั นักเรยี น

2 ขั้นสอน( ๓0 นาท)ี

ครอู ธิบายเรอื่ ง

-กตกิ ากีาายมิ นาสติก

-เกณฑใ์ นการใหค้ ะแนนของกาี ายิมนาสตกิ

-การใชอ้ ุปกรณใ์ นกีาายมิ นาสตกิ

3 ขัน้ สรปุ และประเมนิ ผล (3๕ นาที)

- นักเรียนเข้าแถวเปน็ ระเบยี บตามกลุ่ม ครูซกั ถามสง่ิ ทีเ่ รียนในวันนี้ และสรุปความรู้ท่ีเรียนอีก

คร้ัง

-ครบู อกถึงคะแนนเก็บท้งั หมดของนกั เรียน

การวดั และการประเมินผล (evaluation)

สงิ่ ที่วดั ผล วธิ ีวดั ผล เคร่ืองมือวัดผล เกณฑก์ ารประเมนิ

ด้านความรู้ (Knowledge) :

นักเรียนสามารถ

1.บอกข้อตกลงในการเรียนการ

สอนทก่ี าหนดได้ ซกั ถาม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑค์ ุณภาพระดับผา่ น

2.บอกถงึ กตกิ าการแข่งขันกีาา

ยมิ นาสตกิ

3.บอกถึงเกณฑใ์ นการให้คะแนน

ของกาี ายิมนาสติกได้

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ-

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Desired สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินคุณลักษณะ เกณฑ์คณุ ภาพระดับผ่าน
charteristics) : นักเรียน อันพึงประสงค์

1) มวี ินยั

2) ใฝเ่ รยี นรู้

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ สมรรถนะ เกณฑค์ ุณภาพระดับผ่าน
(Competencies of สาคัญของผู้เรียน

learners) : นักเรยี น
1) มคี วามสามารถในการคิด
2) มีความสามารถในการ

ส่ือสาร
3)ความสามารถในการใช้

ทกั ษะชวี ติ

ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้ (Learning medias)

1 ส่อื ประกอบการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1.1 แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤตกิ รรม

2 แหลง่ เรียนรู้เพมิ่ เตมิ
2.1 หนังสือเกี่ยวกบั ยิมนาสตกิ
2.2 หอ้ งสมดุ
2.3 เวบ็ ไซดเ์ กี่ยวกบั ยมิ นาสติก

บนั ทกึ หลงั การสอน
1.ผลการจัดการเรยี นรู้

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................ .........
............................................................................................................................. .................................................
..........................................................................................................
2.ปัญหาการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………
3.ขอ้ เสนอแนะ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

..........................................................................................................

4.ความคิดเห็นครูพ่ีเลีย้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………

ลงช่ือ ลงช่ือ
(…………………………………….) (…………………………………)

ครูพี่เลี้ยง ครผู ู้สอน

เรื่อง กตกิ าการแขง่ ขันกฬี ายมิ นาสติก ใบความรู้
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 1
วชิ า พลศึกษา รหสั วชิ า พ๑๕10๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา

กตกิ าการแข่งขนั ยมิ นาสติก

การแขง่ ขันจะแบง่ ออกเปน็ ประเภทชายและประเภทหญงิ แข่งขันกนั โดยใชอ้ ปุ กรณ์
ต่างๆกนั เช่น ม้ากระโดด ม้าหู บารเ์ ด่ียว บาร์คู่ ห่วงน่ิงและฟลอร์ ผเู้ ข้าแขง่ ขนั จะต้องแสดงภาค

บังคับและทา่ สมัครในอุปกรณแ์ ตล่ ะชนิดขา้ งต้น การแข่งขันแบง่ เป็นหลายประเภท เช่น ประเภท
ทมี ประเภทเด่ยี วผสม และประเภทเดย่ี ว
อุปกรณช์ าย หว่ งนิง่ บารค์ ู่ มา้ กระโดด บาร์เดย่ี ว ม้าหู
อปุ กรณห์ ญงิ บาร์ตา่ งระดับ ราวทรงตัว ม้ากระโดด
กรรมการ ประกอบด้วยกรรมการให้คะแนน 4 คน กรรมการผู้ชข้ี าด 1 คน
( ในการแข่งขนั ประเภทชายเด่ียวรอบชิงชนะเลิศจะมกี รรมการชข้ี าด 2 คน )
การใหค้ ะแนน คะแนนของผ้เู ข้าแขง่ ขนั คิดจากกรรมการทั้ง 4 คน โดยจะตัดคะแนนทสี่ ูงสุดและ
ตา่ สุดออก และนาคะแนนกลางจากกรรมการอกี 2 คน มาหาคา่ เฉลย่ี เปน็ คะแนนของผูเ้ ขา้ แขง่ ขัน

คะแนนทไ่ี ดจ้ ะมตี ้ังแต่ 0 ถึง 10 คะแนน ซงึ่ อาจจะถูกหักออกท้งั หมดคร่งึ หน่ึง หรอื 1/10
คะแนน ในการแข่งขนั อปุ กรณบ์ างประเภทอาจมีการให้คะแนนการเรมิ่ เลน่ เปน็ คะแนนพเิ ศษ (
เนอ่ื งจากเป็นทา่ เสีย่ งอนั ตรายตอ้ งใชพ้ ลงั กาลงั และมีความคดิ สรา้ งสรรค์)ซง่ึ อาจทาให้ได้รับคะแนน
เต็ม 10 คะแนนได้
การแขง่ ขนั ประเภททีม แตล่ ะทีมจะมีผ้แู ข่งขนั 6 คน โดยผู้เข้าแข่งขันทกุ คนจะทาการแขง่ ขนั ทุก
อปุ กรณ์ด้วยทา่ บงั คบั และท่าสมคั ร แล้วนาคะแนนของผเู้ ข้าแขง่ ขันที่ไดค้ ะแนนสูงสดุ ของทมี 5 คน
มารวมกันเปน็ คะแนนของทมี (คะแนนสูงสุดของชายคอื 600 คะแนน และหญงิ คือ 400
คะแนน)

การแขง่ ขันประเภทบุคคลรวมอปุ กรณ์ ผู้เข้าแข่งขนั คดั จากผู้ได้คะแนนรวมทุกอปุ กรณ์สูงสุดจาก
การแขง่ ขันประเภททีมจานวน 3 คน มาแข่งขนั รอบสดุ ท้ายดว้ ยทา่ สมคั ร คะแนนจากรอบน้ีจะรวม
กบั ครึง่ หนง่ึ ของคะแนนท่ีทาได้จากการแข่งขันประเภททีมเปน็ คะแนนรวมของแต่ละคน (คะแนน
สงู สดุ ของชายคอื 120 และหญิง 80คะแนน)
การแข่งขันประเภทบุคคลแยกอุปกรณ์ ในการแข่งขนั แต่ละอุปกรณ์จะมผี ู้เข้าแข่งขัน 6 คน โดย
คัดจากผ้ไู ดค้ ะแนนสงู สุดในแตล่ ะอุปกรณ์จากการแข่งขนั ประเภททีมมาทาการแข่งขันในรอบ
สดุ ท้าย คะแนนท่ีไดจ้ ากรอบน้ีจะรวมกบั ครงึ่ หนงึ่ ของคะแนนทที่ าได้ในอปุ กรณ์นั้นๆ จากการ
แข่งขนั ประเภททีมเป็นคะแนนรวมแตล่ ะคน (คะแนนสูงสดุ ของท้งั ชายและหญงิ คือ 20 คะแนน)

กตกิ าการแข่งขันยิมนาสติกลีลาใหม่ประกอบดนตรี

เดิมใชเ้ ป็นกจิ กรรมเพือ่ การฝกึ บริหารรา่ งกาย โดยเน้นการใชท้ กั ษะยิมนาสตกิ ผสมกับ

จังหวะของดนตรี และเพ่ือใหส้ ะทอ้ นลลี าทสี่ วยงามจงึ เปลีย่ นมาใชอ้ ปุ กรณใ์ หม่ คือ ลูกบอล หว่ ง

ไม้โยน รบิ บิ้นยาว และเชอื ก เพอื่ เพม่ิ ความตน่ื เต้นผสมกับความสวยงาม และไดร้ บั การพัฒนาจน

กลายเป็นกีาาที่มกี ารแขง่ ขนั ในกีาาโอลมิ ปิกครัง้ ท่ี 23 ณ นครลอสแองเจลิส สหรฐั อเมรกิ า เมอ่ื ปี

พ.ศ. 2527 จุดเด่นของยิมนาสตกิ ลีลาใหม่ประกอบดนตรี คอื การเนน้ ความสัมพนั ธใ์ นการ

เคลือ่ นไหวรา่ งกายอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพพรอ้ มอุปกรณใ์ หส้ อดคล้องกบั ดนตรีไดอ้ ยา่ งงดงามและมี

ศิลปะออ่ นชอ้ ย

อุปกรณ์ มที ้งั หมด 5 ชนิ้ ไดแ้ ก่ ลกู บอล รบิ บ้นิ หว่ ง ไมโ้ ยน และเชอื ก อุปกรณท์ ั้ง 5 ชิ้นจะใช้สีใด

ก็ได้ ยกเว้น สที อง เงนิ และทองแดง จะใช้สีตัดกันหรือสีผสมกลมกลนื กนั ก็ได้แลว้ แต่พอใจ

ดนตรี เปน็ ความสาคัญสุดยอดในการพัฒนาจงั หวะและการเคลอื่ นไหว การแสดงออกจึงตอ้ งผสม

กลมกลืนกบั การเคลือ่ นไหวในลกั ษณะเดียวกบั ศลิ ปะบัลเลต่ ์ เครอ่ื งดนตรีทีใ่ ช้ในการแข่งขนั ตอ้ ง

เปน็ เครอื่ งดนตรีทบี่ รรเลงชิ้นเดียว เช่น เปียโน ขลุย่ และไวโอลิน

การแข่งขนั ไมจ่ ากัดเพศและอายุ นกั กีาาต้องแข่งขันกันตามลาดบั อุปกรณ์ คือ เชอื ก ห่วง ลูก

บอล ไมโ้ ยน และริบบ้ิน ในการแข่งขันแต่ละครั้งนักกาี าจะแสดงเพยี ง 4 อุปกรณเ์ ท่าน้นั ซงึ่ ฝ่าย

จัดการแขง่ ขันจะแจ้งให้ทราบล่วงหนา้

ประเภทการแข่งขนั มี 2 ประเภท คอื ประเภทบุคคล และ ประเภททมี

ประเภทบคุ คล ประเภททีม

นักกีฬา/นักกีฬาสารอง 1 คน / 1 คน 6 คน / 2 คน

เวลาท่ใี ชใ้ นการแขง่ ขนั 1.00– 1.30 นาที 2.30–3.00 นาที

ขนาดของฟลอร์ 12 x 12 เมตร 12.5 x 12.5 เมตร

เครือ่ งแตง่ กาย ตอ้ งเป็นชุดแนบเนอ้ื หากไม่มแี ขน ไหลจ่ ะต้องกว้างอยา่ งน้อย 5 เซนติเมตร

การแขง่ ขันประเภทบุคคล คะแนนเต็ม 10 คะแนน แบ่งคะแนนเปน็ 2 ส่วน
สว่ นท่ี 1 มี 7 คะแนน เป็นคะแนนการเรยี งลาดบั ท่า ซงึ่ ประกอบดว้ ยท่าของความยาก 5

คะแนน ความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีและทา่ ทาง 1 คะแนน ทา่ ของเทคนิคในการประกอบชุด 0.5
คะแนน และความคิดรเิ รมิ่ ในการแต่งท่า 0.5 คะแนน

ส่วนที่ 2 มี 3 คะแนน เปน็ คะแนนทา่ จบประกอบดว้ ยเทคนิคการทาให้สาเรจ็ 1.5
คะแนน ผลสะทอ้ นโดยสรปุ 1.5 คะแนน
การแข่งขนั ประเภททีม คะแนนเตม็ 20 คะแนน แบง่ กรรมการออกเปน็ 2 กลุ่มๆละ 10 คะแนน
แล้วนาคะแนนของกรรมการท้ัง 2 กล่มุ มารวมกนั กรรมการกลมุ่ ที่ 1 ตดั สินจากการแข่งทา่ 5

คะแนนและท่าของเทคนคิ การแสดง 5 คะแนน กรรมการกลุ่มท่ี 2 จะตัดสนิ จากการผสมกลมกลืน
และเทคนิคการทาทา่ ให้สาเร็จ 10 คะแนน
ทา่ ทใี่ ช้ในการแขง่ ขันทั้งประเภทบุคคลและทมี กาหนดให้มที ่าแขง่ ขนั ท่ายากอย่างน้อย 2 ท่า ทา่
ละ 1 คะแนน ทา่ ง่าย 6 ท่า ท่าละ 0.5 คะแนน การตัดสินความยากงา่ ยของทา่ ไม่กาหนดตายตวั
เนอ่ื งจากเทคนิคมกี ารพัฒนาอยู่ตลอดเวลา กอ่ นการแข่งขนั จงึ มีการประชมุ ระหวา่ งกรรมการเพ่อื
ตกลงกนั เรอื่ งการให้คะแนน
กรรมการและเจา้ หนา้ ที่
การแข่งขนั ประเภทบุคคล กรรมการหญงิ 4 คน และมีหวั หนา้ กรรมการ 1 คน รวมเป็น 5 คน

การแข่งขันประเภททมี กรรมการหญงิ 8 คน และหัวหนา้ 2 คน รวมเป็น 10 คน


Click to View FlipBook Version