สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน
เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน แบบสำรวจความพึงพอใจและไม่พึงพอใจต่อการให้บริการ สำนักงบประมาณของรัฐสภา (PBO) เรื่อง เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการของเงินทุนหมุนเวียน ฉบับที่ 6/2566 จัดพิมพ์ครั้งที่ ครั้งที่ 1 จำนวนหน้า 142 หน้า จำนวนที่พิมพ์ 50 เล่ม จัดทำโดย สำนักงบประมาณของรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทร. 0 2242 5900 ต่อ 7420 ที่ปรึกษา นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายชูเกียรติ รักบำเหน็จ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณของรัฐสภา นางณิชา รักจ้อย ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานวิเคราะห์งบประมาณ 5 ผู้จัดทำ นางสาวสาวิตรี วาระคำ นักวิเคราะห์งบประมาณชำนาญการพิเศษ กลั่นกรองโดย คณะกรรมการอ่านและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารวิชาการสำนักงบประมาณของรัฐสภา พิมพ์ที่ สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทร.0 2242 5900 ต่อ 5421 ___________________
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ก เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน คำนำ เอกสารวิชาการ เรื่อง “เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน” สำนักงบประมาณของรัฐสภาจัดทำขึ้นโดยรวบรวมกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ และข้อมูลทุนหมุนเวียนจากเอกสารรายงานสรุปผลการดำเนินงาน มติคณะรัฐมนตรี ระหว่าง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560-2565 รวมถึงข้อมูลจากการสัมภาษณ์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการ ดำเนินงานของทุนหมุนเวียน เพื่อให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในส่วนที่เกี่ยวข้องจากการ สำหรับใช้ ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสมาชิกรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตลอดจนเผยแพร่ ความรู้ให้แก่บุคคลในวงงานรัฐสภา และผู้สนใจ ผู้ศึกษาขอขอบคุณในความอนุเคราะห์ข้อมูลสนับสนุนการจัดทำรายงานวิชาการฉบับนี้ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มา ณ โอกาสนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารวิชาการฉบับนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสมาชิกรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีและ คณะอนุกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการศึกษาวิเคราะห์เพิ่มเติมใน ประเด็นที่เกี่ยวข้องของบุคคลในวงงานรัฐสภา และผู้สนใจต่อไป สำนักงบประมาณของรัฐสภา กันยายน 2566
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ข เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สารบัญ หน้า คำนำ...........................................................................................................................................ก สารบัญ .......................................................................................................................................ข สารบัญตาราง.............................................................................................................................ค สารบัญแผนภาพ.........................................................................................................................จ บทสรุปผู้บริหาร..........................................................................................................................ฉ บทที่ 1 บทนำ.............................................................................................................................1 1.1 หลักการและเหตุผล.......................................................................................................1 1.2 วัตถุประสงค์การศึกษา..................................................................................................3 1.3 ขอบเขต วิธีการศึกษา และข้อจำกัดทางการศึกษา........................................................3 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ...........................................................................................5 1.5 นิยามศัพท์...................................................................................................................5 บทที่ 2 กฎหมาย และแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ....................................................................................7 2.1 กฎหมาย และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเงินนอกงบประมาณ.............................................7 2.2 กฎหมาย และแนวทางที่เกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน ....................................................15 2.3 กฎหมาย และแนวคิดเที่เกี่ยวข้องกับงบการเงินและการวิเคราะห์งบการเงิน..............27 2.4 วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ................................................................................................35 2.5 กรอบความคิดในการศึกษา........................................................................................37 บทที่ 3 ข้อมูลพื้นฐานของทุนหมุนเวียน ....................................................................................38 3.1 ข้อมูลเกี่ยวกับทุนหมุนเวียน.........................................................................................38 3.2 งบประมาณของทุนหมุนเวียน......................................................................................40 3.3 สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน...........................................................................45 3.4 การประเมินผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน..........................................................51 บทที่ 4 ผลการศึกษา................................................................................................................59 4.1 การวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน.......................................................59 4.2 การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน............................................81 4.3 ข้อเสนอ/แนวทาง ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี และข้อสังเกตจากการศึกษา.........................................................................84 บทที่ 5 บทสรุป และข้อเสนอแนะจากการศึกษา...................................................................100 5.1 บทสรุป .....................................................................................................................100 5.2 ข้อเสนอแนะจากการศึกษา .......................................................................................113 บรรณานุกรม .............................................................................................................................116
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ค เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 การจัดทำรายละเอียดข้อมูลประกอบการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน 17 ตารางที่ 2 งบประมาณจำแนกรายทุนหมุนเวียนระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 -2566 40 ตารางที่ 3 ผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุนหมุนเวียน สิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 43 ตารางที่ 4 สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สิ้นสุดปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน 46 ตารางที่ 5 การนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน จำแนกรายทุนหมุนเวียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2565 49 ตารางที่ 6 สรุปผลการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ปีบัญชี พ.ศ.2560 - 2564 54 ตารางที่ 7 รายงานการเงินปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภท/จำแนกรายทุนหมุนเวียน 60 ตารางที่ 8 อัตราส่วนสภาพคล่อง ปีบัญชี 2561-2565 66 ตารางที่ 9 อัตราส่วนสภาพคล่อง ปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน 67 ตารางที่ 10 อัตราส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวม ปีปัญชี 2561 -2565 68 ตารางที่ 11 อัตราส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน 69 ตารางที่ 12 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2561-2565 70 ตารางที่ 13 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน 71 ตารางที่ 14 อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้งบประมาณ ปีบัญชี 2561-2565 73 ตารางที่ 15 อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้งบประมาณ ปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน 74 ตารางที่ 16 อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินรับต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2561-2565 75 ตารางที่ 17 อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน 76 ตารางที่ 18 รายได้เงินนอกงบประมาณ และการสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ของทุนหมุนเวียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 -2566 79
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ง เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สารบัญตาราง (ต่อ) หน้า ตารางที่ 19 เปรียบเทียบงบประมาณกับค่าใช้จ่าย เฉลี่ย 5 ปีบัญชี (2561-2565) กับเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนของทุนหมุนเวียน (จำแนกรายกระทรวงที่กำกับ) 86 ตารางที่ 20 สรุปผลการวิเคราะห์งบการเงินทุนหมุนเวียน 103 ตารางที่ 21 กลุ่มทุนหมุนเวียนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี108
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา จ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สารบัญแผนภาพ หน้า แผนภาพที่ 1 ที่มา และขอบเขตการกำกับดูแลเงินนอกงบประมาณ 12 แผนภาพที่ 2 กรอบความคิดในการศึกษา 37 แผนภาพที่ 3 งบประมาณที่ทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรร ระหว่างปี พ.ศ. 2561-2566 40 แผนภาพที่ 4 งบประมาณทุนหมุนเวียนปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เรียงลำดับสูงสุด/ต่ำสุด 5 อันดับแรก 43 แผนภาพที่ 5 รายงานงบแสดงฐานะทางการเงิน ปีบัญชี 2561–2565 45 แผนภาพที่ 6 รายงานงบแสดงผลการดำเนินงาน ปีบัญชี 2561-2565 46 แผนภาพที่ 7 สัดส่วนสินทรัพย์ หนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน ณ สิ้นปีบัญชี 2565 47 แผนภาพที่ 8 สัดส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุน ณ สิ้นปีบัญชี 2565 47 แผนภาพที่ 9 สัดส่วนหนี้สิน ณ สิ้นปีบัญชี 2565 48 แผนภาพที่ 10 ขั้นตอนการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน 54 แผนภาพที่ 11 สถานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานทางการเงิน ปีบัญชี 2561–2565 60 แผนภาพที่ 12 อัตราส่วนสภาพคล่องของทุนหมุนเวียนจำแนกรายทุนหมุนเวียน ปีบัญชี 2565 เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก 67 แผนภาพที่ 13 อัตราส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวม ปีบัญชี2565จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก 69 แผนภาพที่ 14 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565 จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก 71 แผนภาพที่ 15 อัตราส่วนรายได้ต่อเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้งบประมาณ ปีบัญชี 2565 จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก 74 แผนภาพที่ 16 อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565 จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก 76 แผนภาพที่ 17 การนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินปีบัญชี 2565 77
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ฉ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน บทสรุปผู้บริหาร เป็นแหล่งเงินนอกงบประมาณที่สำคัญในการบริหารงาน สำหรับเป็นส่วนเสริมภารกิจต่าง ๆ ของส่วนราชการ ช่วยในการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายของรัฐ เนื่องจากมีความคล่องตัวในการเบิกจ่ายและการดำเนินงานไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบของราชการ นอกจากนี้ กฎหมายยังให้อำนาจทุนหมุนเวียนสามารถหารายได้และเก็บสะสมเงินไว้ใช้จ่ายได้ โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีรับทราบ เพียงข้อมูลสถานะเงินนอกงบประมาณ และแผนการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณของทุนหมุนเวียน ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเท่านั้น ยังไม่มีข้อมูลของสถานะทางการเงินในภาพรวม และจำแนกรายทุนหมุนเวียนทั้ง 116 ทุน ที่จะสะท้อนให้ทราบถึงจำนวนเงินสะสมของทุนหมุนเวียน และสามารถใช้ประกอบการวิเคราะห์ความสามารถในการดำเนินงาน และประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงิน ของทุนหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนการพิจารณา สำนักงบประมาณของรัฐสภาจึงได้กำหนดให้มีการจัดทำ เอกสารวิชาการ เรื่อง “เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ศึกษาการดำเนินงาน ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน จัดทำข้อเสนอ/แนวทาง พร้อมให้ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะสนับสนุนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ของฝ่ายนิติบัญญัติจากการศึกษาวิเคราะห์สามารถสรุปผลการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้ ส่วนที่ 1 ผลการศึกษา 1.การวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ปัจจุบันกรมบัญชีกลางกำกับดูแลทุนหมุนเวียนทั้งสิ้น 116 ทุน ผ่านระบบบริหาร จัดการเงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System :NBMS) โดยกำหนดให้ ทุนหมุนเวียนนำเข้าแบบคำของบประมาณรายจ่ายทุนหมุนเวียน ข้อมูลแผน-ผลการรับและการใช้ จ่ายเงินของทุนหมุนเวียน รายงานทางการเงินทุนหมุนเวียน และข้อมูลอื่น ๆ สำหรับใช้สนับสนุน การปฏิบัติงานด้านการพัฒนาเงินนอกงบประมาณ ซึ่งทุนหมุนเวียนที่บันทึกข้อมูลในระบบ NBMS มีจำนวน 114 ทุน สำหรับ 2 ทุนหมุนเวียนที่ยังไม่บันทึกข้อมูลในระบบ NBMS คือ กองทุน เพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งยังไม่มีการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์จัดตั้ง และกองทุนเพื่อการพัฒนาการตรวจเงินแผ่นดิน อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม ดังนั้น ผู้ศึกษา จึงสืบค้นข้อมูลรายงานการเงินของกองทุนเพื่อการพัฒนาการตรวจเงินแผ่นดิน จากการเปิดเผยข้อมูล ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมข้อมูลรายงานการเงินของทุนหมุนเวียนสำหรับการศึกษาวิเคราะห์ครั้งนี้ จึงมีข้อมูลรายงานการเงินของทุนหมุนเวียนจำนวน 115 ทุน “ทุนหมุนเวียน”
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ช เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน จากข้อมูลรายงานการเงินของทุนหมุนเวียนทั้ง 115 ทุน ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 มีฐานะทางการเงินประกอบด้วย สินทรัพย์รวมทั้งสิ้นจำนวน 4,846,499.7954 ล้านบาท หนี้สิ้นรวม จำนวน 2,122,265.8531 ล้านบาท และ สินทรัพย์สุทธิ/ทุน จำนวน 2,886,346.0462 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานทางการเงินแสดงให้ทราบว่าทุนหมุนเวียนมีรายได้รวมจำนวนทั้งสิ้น 482,358.3842 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายสูงถึงจำนวน 644,470.4881 ล้านบาท ส่งผลให้ มีรายได้ (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายจำนวน (162,112.1039) ล้านบาท ทั้งนี้ ในสินทรัพย์รวมยังพบว่า ทุนหมุนเวียนมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงิน และเงินลงทุน รวมสูงถึง 4,096,799.5243 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 84.53 สะท้อนให้ทราบในภาพรวมว่าทุนหมุนเวียนมีสภาพคล่องสูงในการบริหาร จัดการ และการใช้จ่ายเงิน ซึ่งในการวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียนนั้น ผู้ศึกษาได้ วิเคราะห์โครงสร้างของงบประมาณเพื่อแสดงข้อมูลในภาพรวมงบการเงินของทุนหมุนเวียน และวิเคราะห์งบการเงินเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ทางการเงินของทุนหมุนเวียนสรุปได้ดังนี้ 1.1 การวิเคราะห์โครงสร้างรายงานการเงิน ประกอบด้วย • สินทรัพย์รวม หนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิรวม/ส่วนทุนรวมของทุนหมุนเวียน จากงบแสดงฐานะการเงิน ระหว่างปีบัญชี 2561 – 2565 ฐานะการเงินของทุนหมุนเวียน ในภาพรวมไม่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงมากนัก สำหรับสินทรัพย์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ทั้งสิ้นจำนวน 4,846,499.7954 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีบัญชี 2564 จำนวน 7,235.6784 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15 โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด จำนวน 4,096,799.5243 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 84.53 ของสินทรัพย์รวม การที่สินทรัพย์ ส่วนใหญ่ของทุนหมุนเวียน เป็นเงินสดหรือรายการเทียบเท่า เ งิ น ส ด ส ะ ท้ อ น ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และการใช้จ่ายเงินตามหลัก การจัดตั้งทุนหมุนเวียน สำหรับหนี้สินและสินทรัพย์สุทธิ/ทุน พบว่า ทุนหมุนเวียนมีหนี้สิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ทั้งสิ้นจำนวน 2,122,265.8531 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีบัญชี 2564 จำนวน 133,333.1511ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.70 และสินทรัพย์สุทธิ/ทุน จำนวน 2,723,519.3902 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีบัญชี 2564 จำนวน 48,586.1926 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.71 เมื่อคำนวณสัดส่วน ของหนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิ/ทุน พบว่า มีสัดส่วนร้อยละ 21.89 และร้อยละ 28.11 ตามลำดับ Accounting Equation Assets = Liabilities + Equity
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ซ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน • รายได้และค่าใช้จ่ายของทุนหมุนเวียน จากงบแสดงผลการดำเนินงาน ทางการเงิน พบว่า ทุนหมุนเวียนมีรายได้สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 รวมจำนวน 482,358.3842 ล้านบาท หากไม่นับรวมรายได้ที่ได้รับจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่มีจำนวนรวม 195,370.4029 ล้านบาทแล้วพบว่า ทุนหมุนเวียนมีรายได้จากการดำเนินงานสูงจำนวน 286,987.9813 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 59.50 สะท้อนให้เห็นว่าทุนหมุนเวียนสามารถดำเนินงานได้ โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณของรัฐ สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินงานพบว่า ทุนหมุนเวียน มีค่าใช้จ่ายรวมจำนวน 644,470.4881 ล้านบาท ส่งผลให้มีรายได้ (ต่ำ) กว ่าค่าใช้จ่ายจำนวน (162,112.1039) ล้านบาท โดยกองทุนหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติมีผลการ ดำเนินงานรายได้สูงกว่า ค่าใช้จ่ายถึง 21,788.3995 ล้านบาท ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีผลการดำเนินงานรายได้(ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายถึงจำนวน (138,590.8031) ล้านบาท หรือร้อยละ 85.90 1.2 การวิเคราะห์งบการเงินทุนหมุนเวียน ผู้ศึกษาประยุกต์ใช้แนวคิดการวิเคราะห์ งบการเงินของภาคเอกชนให้เหมาะสมกับการวิเคราะห์งบการเงินของทุนหมุนเวียนที่มีลักษณะ ไม่แสวงหากำไร โดยใช้อัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ ประกอบด้วย 1.2.1 การวิเคราะห์สภาพคล่อง พบว่า ทุนหมุนเวียนมีสภาพคล่องสูงมาก สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินงานและการชำระหนี้สิน ทั้งนี้ การที่จะมีสภาพคล่องต่ำ หรือสูงอาจขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การจัดตั้งทุนหมุนเวียนด้วย เช่น หากเป็นทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งขึ้น เพื่อการกู้ยืม หรือการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม มีความจำเป็นต้องสภาพคล่องสูงเพื่อสนับสนุน ผู้รับบริการ โดยในภาพรวมมีสภาพคล่องสูงถึง 2.28 เท่า 1.2.2 การวิเคราะห์งบประมาณเชิงประยุกต์พบว่า ทุนหมุนเวียนมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนสูงมาก เมื่อเทียบกับรายได้รวมและรายได้งบประมาณ ที่รัฐอุดหนุนให้แม้ทุนหมุนเวียนจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นโดยไม่มีวัตถุประสงค์ ในการแสวงหากำไร แต่กฎหมายจัดตั้งไม่ห้ามให้ทุนหมุนเวียนหารายได้จากการดำเนินงาน ดังนั้น ปัจจุบันจึงมีทุนหมุนเวียน 2 ลักษณะ คือ ทุนหมุนเวียนมีรายได้หลักมาจากงบประมาณ ที่รัฐจัดสรรให้ และทุนหมุนเวียนสามารถพึ่งพาตนเองโดยไม่พึ่งพางบประมาณรายจ่ายประจำปี รายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่าย = รายได้– ค่าใช้จ่าย
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ฌ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน เมื่อทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรรงบประมาณแล้วงบประมาณเหลือจ่าย สามารถเก็บสะสมไว้ที่หน่วยงานหรือสถาบันการเงิน เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินงานได้โดยไม่ต้องนำส่ง คลังเป็นรายได้แผ่นดิน หากสะสมไว้มากเกินไปอาจทำให้รัฐเกิดค่าเสียโอกาสในการนำเงินงบประมาณ ไปใช้สำหรับพัฒนาประเทศในด้านอื่น อีกทั้งหากเป็นทุนหมุนเวียนที่การที่มีรายได้ดอกเบี้ยฯ ในสัดส่วนที่สูงสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการหารายได้ และประสิทธิภาพของการใช้จ่ายเงิน ที่มีต้นทุนในการใช้จ่ายต่ำเป็นเหตุให้มีเงินคงเหลือสะสมไว้ที่สถาบันการเงินจนเกิดรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งอาจนำรายได้ดอกเบี้ยเหล่านี้มาสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทนการขอรับจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจำปี 1.3 การนำทุนและผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 – 2565 กรมบัญชีกลางได้มีหนังสือให้ ทุนหมุนเวียนนำเงินสะสมส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินรวมทั้งสิ้น 47,520.3121 ล้านบาท โดยทุนหมุนเวียนที่มีเงินทุนสะสมฯ และนำส่งคลังสูงที่สุด 5 อันดับแรก คือ กองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงานนำส่งฯ จำนวน 24,377.5734 ล้านบาท กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะนำส่งฯ จำนวน 7,881.2000ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนการบริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ทรัพย์สินมีค่าของรัฐและการทำของนำส่งฯ จำนวน 3,484.6926 ล้านบาท กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนนำส่งฯ จำนวน 2,604.7642 ล้านบาท และกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลนำส่งฯ จำนวน 2,094.3500 ล้านบาท สำหรับปีบัญชี 2565 ทุนหมุนเวียน 16 ทุน ได้นำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน จำนวน 16 ทุน รวมเป็นเงิน 22,838.5683 ล้านบาท โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนำส่งทุนฯ สูงสุดถึง 14,377.5734 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 62.95 1.4 การสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี จากการรวบรวมข้อมูลการสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ปรากฏในเอกสาร งบประมาณฉบับที่ 7 รายงานสถานะและแผนการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณของหน่วยรับ งบประมาณ ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2566 พบว่า ทุนหมุนเวียนมีรายได้เงินนอก งบประมาณรวม จำนวน 639,908.6289 ล้านบาท มีการนำเงินนอกงบประมาณสมทบงบประมาณ รายจ่ายประจำปีรวมจำนวน 3,366.8534 ล้านบาท โดยทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา สมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีสูงที่สุดถึง 1,480.7212 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 43.98 ของเงินสมทบ สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 206,819.3509 ล้านบาท สมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 3 กองทุน รวมเป็นเงิน 586.0000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.28 ของงบประมาณ ที่ได้รับจัดสรร ได้แก่ กองทุนจัดรูปที่ดิน จำนวน 10.0000 ล้านบาท กองทุนเพื่อการสืบสวน
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ญ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา จำนวน 336.0000 ล้านบาท และกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 240.0000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบ เงินสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี กับเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุน ที่ทุนหมุนเวียนสะสมไว้เฉพาะในส่วนที่ไม่รวมทุนหมุนเวียนที่จำเป็นต้องสะสมไว้เพื่อจ่ายคืน ให้แก่สมาชิกกองทุนตามที่กฎหมายกำหนด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 จำนวน 586,879.9903 ล้านบาท พบว่า สมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพียงร้อยละ 0.10 2.การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน ผู้ศึกษาได้เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระบวนการที่ทุนหมุนเวียน ต้องถูกกำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พบประเด็นสำคัญ ดังนี้ 2.1 การพิจารณาจัดสรรงบประมาณยังไม่มีการพิจารณาถึงรายงานการประเมินผล ดำเนินงานของทุนหมุนเวียนที่จัดทำขึ้นโดยกรมบัญชีกลาง เนื่องจากช่วงระยะเวลาที่มีการประเมิน คลาดเคลื่อนกับช่วงเวลาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2.2 การติดตามผลการดำเนินงาน ยังไม่มีการกำหนดแนวทางการติดตามประเมินผล การดำเนินงานของทุนหมุนเวียนที่ชัดเจนเช่นเดียวกับหน่วยรับงบประมาณที่ต้องดำเนินการรายงาน แผน/ผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณในระบบ BB EvMIS 2.3 ระบบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (NBMS) มีการเชื่อมโยงข้อมูล กับระบบการจัดการงบประมาณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Budgeting) และระบบบริหารจัดการเงิน การคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (New GFMIS Thai) เพียงข้อมูลงบประมาณเท่านั้น ยังไม่มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการติดตามผลการดำเนินงานและการใช้จ่าย งบประมาณ สำหรับการมีจัดทำรายงานการเงินรวมภาครัฐแสดงเพียงข้อมูลของทุนหมุนเวียน ที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลเท่านั้น 2.4 รายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินนั้นเป็นตรวจเพื่อแสดง ความเห็นที่เป็นบทวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายและทรัพย์สินถูกใช้เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด คุ้มค่า และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ โดยรายงานการประเมินฯ ดังกล่าว ไม่ได้ถูกจัดส่งให้ฝ่ายนิติบัญญัติให้รับทราบสำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ฎ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 3. ข้อเสนอ/แนวทางการพิจารณาสำหรับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี สำหรับทุนหมุนเวียนที่ขอรับจัดสรรงบประมาณ และข้อสังเกตจากการศึกษา 3.1 ข้อเสนอ/แนวทางการพิจารณาสำหรับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี สำหรับทุนหมุนเวียนที่ขอรับจัดสรรงบประมาณ จากผลการวิเคราะห์งบการเงินด้วยเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ผู้ศึกษาได้เสนอแนวทาง การพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีสำหรับทุนหมุนเวียนที่ขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีสรุปได้ 2 แนวทาง ดังนี้ แนวทางที่ 1 การลดภาระงบประมาณ โดย “นำเงินที่เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่าง ๆ ที่ทุนหมุนเวียนสะสมไว้ที่สถาบันการเงินที่เหลือจากการหักภาระผูกพัน หารด้วยค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5 ปีที่ทุนหมุนเวียนจำเป็นต้องใช้จ่าย” มาใช้ดำเนินงานแทนการขอรับจัดสรร งบประมาณในปีปัจจุบัน ซึ่งแนวทางนี้อาจไม่สามารถสะท้อนผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ที่มีเงินสะสมจากสมทบที่จัดเก็บจากสมาชิก ได้แก่ กองทุนประกันสังคม กองทุนการออมแห่งชาติ กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นอดีตสมาชิกรัฐสภา กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนเงินทดแทน กองทุนสงเคราะห์ ซึ่งกองทุนเหล่านี้จำเป็นต้องจ่ายคืนเงินให้แก่สมาชิกตามเงื่อนไข และ ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดในอนาคต จากผลการศึกษาสามารถจัดกลุ่มทุนหมุนเวียนทั้ง 116 ทุน เป็น 2 กลุ่ม คือ 1) ทุนหมุนเวียนที่ไม่ขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีจำนวน 77 ทุน สามารถหารายได้จากการดำเนินงานได้โดยไม่พึ่งพิงภาระงบประมาณรายจ่ายประจำปี และ 2) ทุนหมุนเวียนที่ขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีจำนวน 39 ทุน จากข้อมูลสถานะทางการเงินสามารถจัดกลุ่มทุนหมุนเวียนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ดังนี้ กลุ่มของทุนหมุนเวียน ผลการวิเคราะห์ 1. รัฐไม่จำเป็นต้องขอรับจัดสรรงบประมาณ จำนวน 14 ทุน เช่น กองทุนพัฒนาเกษตร (กพส.) กองทุนเพื่อรับงานไปทำงานที่บ้าน กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ดำเนินงานได้โดยไม่ขอรับจัดสรรงบประมาณ ระหว่าง3 – 84 ปี 2. รัฐจำเป็นต้องอุดหนุนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีจำนวน 25 ทุน เช่น กองทุนประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ดำเนินงานได้ 0 – 2 ปี
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ฏ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน หากทุนหมุนเวียนไม่ขอรับจัดสรรงบประมาณอย่างน้อยเป็นเวลา 10 ปี รัฐอาจประหยัดงบประมาณรวมสูงถึงประมาณจำนวน 7,600 ล้านบาท ขณะที่ยังคงมีอีกหลายทุน หมุนเวียนที่รัฐจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการ ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐตอบสนองความต้องการของประชาชน ดังนั้น การพิจารณาจัดสรร งบประมาณนอกจากจะต้องพิจารณาถึงเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่าง ๆ ของทุน หมุนเวียน ร่วมกับหนี้สิน ภาระผูกพัน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของทุนหมุนเวียนด้วย และยังจำเป็นต้องคำนึงถึงรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน และวัตถุประสงค์การจัดตั้งทุนหมุนเวียน ซึ่งหากได้รับรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินจำนวนมากพออาจสามารถนำมาใช้สมทบงบประมาณรายจ่าย ประจำปีได้เช่นกัน กรณีที่ทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรรงบประมาณแล้วมีงบประมาณเหลือจ่ายสะสมไว้ จำนวนมาก อาจสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบริหารและการใช้จ่ายเงินงบประมาณ อีกทั้งอาจเกิด ความเสี่ยงจากการเสียโอกาสในการใช้งบประมาณไปดำเนินงานตามนโยบายในด้านต่าง ๆ ได้ แนวทางที่ 2 การลดสัดส่วนงบประมาณ โดย “นำเงินรายได้ดอกเบี้ยรับจากสถาบัน การเงินเฉลี่ย 5 ปี” มาสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีทั้งจำนวน โดยสำหรับแนวทางนี้ใช้เฉพาะ กับทุนหมุนเวียนที่ขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี และเป็นกองทุนที่สามารถ นำข้อเสนอจากข้อ 1) มาใช้ประกอบ เท่านั้น แนวทางนี้อาจไม่สามารถสะท้อนผลการดำเนินงาน ของทุนหมุนเวียนที่มีรายได้จากดอกเบี้ยจากดำเนินงานตามวัตถุประสงค์เพื่อการให้กู้ยืม เช่น กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน จากการศึกษาพบว่า ระหว่าง ปีบัญชี 2561-2565 ทุนหมุนเวียนมีรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินเฉลี่ย 428.0528 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 0.20 ของรายได้รวม ขณะที่มีทุนหมุนเวียนที่ขอรับจัดสรรงบประมาณจำนวน 39 ทุน โดยทุนหมุนเวียนที่มีรายได้ดอกเบี้ยฯ จำนวน 28 ทุน สูงที่สุด คือ กองทุนการออมแห่งชาติมีรายได้ ดอกเบี้ยฯ จำนวน 132.4865 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 30.95 ของรายได้ดอกเบี้ยฯ รวม ขณะที่ขอรับ จัดสรรงบประมาณเฉลี่ย 366.1938 ล้านบาท เนื่องจากกองทุนการออมมีรายได้จากเงินสะสมจาก สมทบที่จัดเก็บจากสมาชิกและงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่รัฐจัดสรรให้จำเป็นต้องสะสมเงินไว้ที่ สถาบันการเงินไว้เพื่อจ่ายคืนเงินให้แก่สมาชิกตามเงื่อนไข และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดในอนาคต หากกองทุนฯ พิจารณานำรายได้ดอกเบี้ยฯ มาสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี อาจสามารถ ประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน มีรายได้ดอกเบี้ยฯ ต่ำที่สุด จำนวน 0.0013 ล้านบาท แต่ทุนหมุนเวียนนี้มีผลการคำนวณจาก แนวทางที่ 1) โดยสามารถนำเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุน มาใช้จ่ายในการ ดำเนินงานได้สูงถึง 59 ปี
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ฐ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ การเลือกใช้แนวทางประกอบการพิจารณาจำเป็นต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ การดำเนินงาน และแหล่งรายได้ของทุนหมุนเวียนอัตราแลกเปลี่ยน อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย ที่เกี่ยวข้องด้วย ขณะที่การพิจารณาจัดสรรงบประมาณนอกจากต้องพิจารณาถึงเงินสด รายการ เทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่าง ๆ ของทุนหมุนเวียน สำหรับการใช้จ่ายในการชำระหนี้ และ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้วยังจำเป็นต้องคำนึงถึงรายได้ดอกเบี้ยฯ ที่ทุนหมุนเวียนได้รับจาก สถาบันการเงินมีจำนวนมากพอก็สามารถนำมาใช้สมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี ทุนหมุนเวียนถือเป็นเงินนอกงบประมาณที่มีความคล่องตัวในการใช้จ่าย งบประมาณ นอกจากข้อควรคำนึงในการจัดสรรงบประมาณแล้วในฐานะผู้รับงบประมาณ ทุนหมุนเวียนจำเป็นต้องใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อ ประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่ของบประมาณไปแล้วไม่ใช้จ่ายมีงบประมาณคงเหลือแล้วสะสมไว้ที่ สถาบันการเงินจำนวนมากจนเกิดเป็นรายได้ดอกเบี้ยจำนวนมาก ส่งผลให้รัฐเกิดต้นทุน ค่าเสียโอกาสในการนำงบประมาณรายจ่ายไปใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ 3.2 ข้อสังเกตจากการศึกษา จากการศึกษาวิเคราะห์ ผู้ศึกษามีประเด็นข้อสังเกตในส่วนที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ ข้อสังเกตเกี่ยวกับกฎหมาย มาตรฐาน และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 1. พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 มาตรา 21 การให้อำนาจคณะกรรมการบริหารทุนหมุนเวียนสามารถกำหนดมาตรฐาน เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การเงิน การพัสดุ ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์หรือ สวัสดิการต่าง ๆ ของคณะกรรมการผู้บริหาร ผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงานและลูกจ้าง ได้อย่างอิสระนั้น อาจเป็นภาระงบประมาณสำหรับทุนหมุนเวียนที่ขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี มาตรา 25 การให้อำนาจคณะกรรมการบริหารในการกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และเงื่อนไขการจ้างผู้บริหารทุนหมุนเวียนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ภายในทุนหมุนเวียน ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการบริหารกำหนดอาจเป็นเหตุให้เกิดปัญหาในการบริหารทุน หมุนเวียนในภาพรวม หรืออาจเกิดการทุจริตร่วมระหว่างผู้บริหารและคณะกรรมการบริหาร มาตรา 27 ให้อำนาจคณะกรรมการบริหารทุนหมุนเวียนมีความอิสระในการดำเนินงาน วางระบบควบคุมภายใน และระบบบัญชีเพื่อให้สามารถจัดทำรายงานการเงิน (งบแสดงฐานะ ทางการเงิน และงบแสดงผลการดำเนินงาน) ของทุนหมุนเวียนที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามหลักการ บัญชีที่รับรองโดยทั่วไปได้พร้อมทั้งสามารถออกประกาศเรื่องของหลักเกณฑ์การเงิน การบัญชี สินทรัพย์และการพัสดุ เพื่อบังคับใช้เองที่แตกต่างกัน โดยไม่จำเป็นต้องจัดทำตามมาตรฐานการบัญชี ภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กรมบัญชีกลางกำหนด อาจส่งผลให้รายงานการเงินไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน และไม่สมบูรณ์ เป็นเหตุให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรับรองรายงานการแบบมีเงื่อนไข
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ฑ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 2. พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 4 หน่วยงานของรัฐ นับเฉพาะทุนหมุนเวียนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ไม่นับรวมทุนหมุนเวียนที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นหน่วยรับของรัฐ ในขณะที่พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 4 ทุนหมุนเวียน ที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่ขอรับจัดสรรงบประมาณถือเป็นหน่วยรับงบประมาณ โดยมีการตั้งรหัส งบประมาณรายจ่ายไว้ชัดเจนตามคู่มือรหัสงบประมาณรายจ่ายประจำปี (เอกสารงบประมาณฉบับที่ 8) 3. จากข้อ 2 ส่งผลให้การจัดทำรายงานการเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ไม่แสดง ข้อมูลงบการเงินของทุนหมุนเวียนทั้งที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 75 และ มาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังภาครัฐ พ.ศ.2561 ซึ่งจากข้อมูลรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พบว่า การจัดทำรายงานไม่ครอบคลุมทุนหมุนเวียนทั้งหมด 116 ทุน โดยแสดงเพียงข้อมูลรายจ่ายจากงบประมาณของทุนหมุนเวียนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลในหมายเหตุ ประกอบงบการเงินที่ 27 จำนวน 8,851.6100 ล้านบาท ขณะที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 6,136.9625 ล้านบาท และในภาพรวมทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรร งบประมาณรวมทั้งสิ้น 195,370.4029 ล้านบาท 4. หลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงาน อาจไม่สะท้อนถึงผลการดำเนินงาน ของทุนหมุนเวียนได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากเป็นหลักเกณฑ์กลางที่สามารถใช้ประเมิน ได้ทุกทุนหมุนเวียน อีกทั้งเกณฑ์การวัดกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การประเมินที่ค่อนข้างละเอียด ทำให้ทุนหมุนเวียนให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามตัวชี้วัดแทนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ การจัดตั้ง เพราะหากทุนหมุนเวียนไม่ผ่านการประเมินหรือได้รับผลการประเมินที่เฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน (คะแนนต่ำกว่า 3.0000) ต้องจัดปรับปรุงการดำเนินงานหรือทบทวนความจำเป็น ในการดำเนินงานในฐานะทุนหมุนเวียน โดยจัดทำแผนฟื้นฟูประสิทธิภาพ หากไม่สามารถปรับปรุง ให้ผ่านเกณฑ์การประเมินได้ในปีถัดไปได้ หรือมีผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี อาจมีผลให้ทุนหมุนเวียนถูกยุบได้นอกจากประเด็นตัวชี้วัดที่มีจำนวนมากแล้ว ทุนหมุนเวียน ยังต้องเผชิญกับความท้าทายของระดับคะแนนตามตัวชี้วัดที่ต้องให้เพิ่มสูงขึ้นจากการประเมิน ในปีก่อนแล้ว หลักเกณฑ์การวัดส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการดำเนินงาน ในเชิงปริมาณมากกว่าผลสำเร็จในเชิงคุณภาพอีกด้วย 5. ปัจจุบันมีทุนหมุนเวียนที่เข้าระบบการประเมินผลการดำเนินงานของกรมบัญชีกลาง จำนวน 98 ทุน และไม่เข้าระบบการประเมินจำนวน 18 ทุน ในจำนวนทุนที่ไม่เข้าระบบการประเมิน จำแนกเป็นทุนหมุนเวียนที่มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการประเมิน จำนวน 9 ทุน และทุนหมุนเวียน ที่มีสถานะไม่พร้อมประเมินผลการดำเนินงาน 9 ทุน ซึ่งในจำนวนนี้จำนวน 3 ทุนเป็นทุนหมุนเวียน ที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าระบบการประเมินผลการดำเนินงานตั้งแต่ปีบัญชี 2562-2564 จำนวน 3 ทุน ประกอบด้วย
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ฒ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 5.1 กองทุนเพื่อการพัฒนาการตรวจเงินแผ่นดิน จัดตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 5.2 กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม จัดตั้งตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจ เพื่อสังคม พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 5.3 กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จัดตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 6. การจัดทำรายงานการเงินของหน่วยงานของรัฐ ยังไม่สอดคล้องและเป็นไปตามแนว ปฏิบัติในการจัดทำรายงานการเงินภาพรวมสำหรับหน่วยงานของรัฐที่กระทรวงการคลังกำหนดตาม หนังสือที่ กค 0410.2/ว2 ลงวันที่ 28 มกราคม 2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน จัดทำบัญชีและรายงานการเงินตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบาย การบัญชีภาครัฐ ที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยให้หน่วยงานของรัฐที่ควบคุม (หน่วยงานระดับกรม) เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำรายงานการเงินภาพรวม โดยนำรายงานการเงินของหน่วยงานภายใต้ การควบคุมที่กฎหมายกำหนด หรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือตามนโยบายให้ดำเนินงาน ตามวัตถุประสงค์เดียวกัน สอดคล้องกัน หรือสนับสนุนกับภารกิจของหน่วยงานของรัฐ เช่น ทุนหมุนเวียน และหน่วยงานบริการแบบพิเศษที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล หรือหน่วยงานอื่นใด ที่มีลักษณะดังกล่าวมารวมไว้ในงบการรวมด้วย ข้อสังเกตเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ ปัจจุบันกรมบัญชีกลางพัฒนาระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ ทุนหมุนเวียน เช่น ระบบบริหารจัดการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (New GFMIS Thai) ระบบรายงานการเงินรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ (Consolidated Financial Statement Program : CFS) ระบบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) และระบบติดตามประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน (Revolving fund Evaluation system: RFES) ผู้ศึกษามีข้อสังเกตที่เกี่ยวข้องกับระบบต่าง ๆ ดังนี้ 1. ระบบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) กำกับดูแลเพียงในส่วนของทุนหมุนเวียนเท่านั้น ยังไม่สามารถครอบคลุมเงินนอก งบประมาณประเภท เช่น เงินนอกในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบันทึกข้อมูลด้วย ระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น e-LAAS ดังนั้น ข้อมูลเงินนอกในปัจจุบัน จึงมีเพียงทุนหมุนเวียนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมบัญชีกลางเท่านั้น นอกจากนี้ ระบบดังกล่าว ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับระบบรายงานการเงินรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ (Consolidated Financial Statement Program : CFS) และระบบบริหารจัดการเงินการคลัง ภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (New GFMIS Thai)
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ณ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 2. ระบบต่าง ๆ เหล่านี้มีฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันบางส่วน เช่น งบประมาณรายจ่าย ประจำปีที่รัฐจัดสรรให้แก่ทุนหมุนเวียน ซึ่งยังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล และส่งต่อการดำเนินงานใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกันอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การดำเนินงานขาดความต่อเนื่องไม่สามารถดำเนินงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และอาจเป็นเหตุการดำเนินงานของทุนหมุนเวียนมีความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ ในการรายงานผลการดำเนินงานผ่านระบบติดตามประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน (Revolving fund Evaluation system: RFES) ยังขาดช่องทางการชี้แจงข้อผิดพลาดหรือเหตุของ การดำเนินงานไม่ครบถ้วนหรือเหตุของความล่าช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนด เป็นเหตุให้ ทุนหมุนเวียนถูกปรับลดคะแนนวันละ 0.0500 คะแนน หรือสูงถูกปรับลดสูงสุดไม่เกิน 1.0000 คะแนน จากคะแนนรวมของผลการดำเนินงาน ข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงสร้างและการดำเนินงาน 1. ในปีบัญชี 2565 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 ทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์ สูงจำนวน 4,846,499.7954 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 28.55 ของ GDP และเป็นสัดส่วนสูงถึง ร้อยละ 156.34 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยส่วนใหญ่เป็นเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนสูงถึง 4,096,799.5243 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 84.53 ของทุนหมุนเวียนที่มีสินทรัพย์ หรือสูงถึง 132.15 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 การที่ทุนหมุนเวียนมี สินทรัพย์เป็นจำนวนมากอาจสะท้อนให้ทราบว่ามีระบบการควบคุมภายใน หรือระบบการบริหาร สินทรัพย์อย่างเหมาะสมและเพียงพอ แต่หากไม่นับรวมสินทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากการจัดเก็บเงิน สมทบของสมาชิกกองทุนที่มีกำหนดระยะเวลาการชำระคืนตามกฎหมาย ซึ่งในที่นี้หมายถึง กองทุน ประกันสังคม และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แล้วพบว่า ทุนหมุนเวียนมีเงินสด รายการ เทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุน จำนวน 586,879.9903 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.33 ของเงินสดฯ หรือจำนวนร้อยละ 18.93 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กรณีที่ทุน หมุนเวียนที่ขอรับจัดสรรงบประมาณหากมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนสะสมไว้ ที่สถาบันการเงินจำนวนมาก หรือหากทุนหมุนเวียนนำเงินสดฯ ที่สะสมไว้มาใช้แทนการขอรับ จัดสรรงบประมาณ หรือสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี อาจทำให้ประหยัดงบประมาณ และ ทำให้รัฐเสียโอกาสจากการนำงบประมาณไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ 2. ทุนหมุนเวียนที่มีวัตถุประสงค์การดำเนินงานคล้ายคลึง หรือดำเนินงานต่อเนื่องกัน ขาดการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันตามห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain : ต้นน้ำ - กลางน้ำ - ปลายน้ำ) การที่ทุนหมุนเวียนจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐให้สามารถ ตอบสนองความต้องการและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างครบถ้วนครอบคลุมจำเป็นต้อง มีการทำงานเชื่อมโยงข้อมูลและดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีทุนหมุนเวียน ที่มีการดำเนินงานซ้ำซ้อนและอยู่ระหว่างการควบรวม คือ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด และกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ในขณะที่การดำเนินงานของทุนหมุนเวียนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ด เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ยังไม่สามารถส่งเป้าหมายการดำเนินงานตามห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain : ต้นน้ำ -กลางน้ำ - ปลายน้ำ) อาจจำเป็นต้องกำหนดกรอบในการดำเนินงานให้มีความเชื่อมโยงกันในด้านต่าง ๆ ที่จะสามารถ ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐให้ตอบสนองความต้องการ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ส่วนที่ 2 ข้อเสนอแนะจากการศึกษา จากผลการศึกษา และข้อสังเกตในการศึกษา ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะในส่วนที่เกี่ยวข้อง 2 ส่วน จำแนกประเด็นที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1.1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเพื่อให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ให้การบังคับใช้กฎหมายมีเอกภาพสามารถสนับสนุนในการดำเนินงาน ของทุนหมุนเวียนเป็นในทิศทางเดียวกัน มีมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของการจัดสรรงบประมาณ การติดตามประเมินการดำเนินงานการใช้จ่ายงบประมาณ รวมไปถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบรายงานการเงินสามารถดำเนินงานตามหน้าที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน และครอบคลุมทุกทุนหมุนเวียนทั้งที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลและไม่มีสถานะ เป็นนิติบุคคล 1.2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรกำหนดนโยบาย และทบทวนร่วมกันในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ที่จะสะท้อนให้ทราบถึงผล การดำเนินงานของทุนหมุนเวียนได้อย่างเหมาะสมครบถ้วนครอบคลุมโดยคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ในการ ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งทุนหมุนเวียนเป็นสำคัญ ตลอดจนพิจารณาการประเมิน ผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานผ่านการสำรวจความพึงพอใจจากผู้รับบริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาหรือกำหนดแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ สารสนเทศที่มีอยู่ในปัจจุบัน อันได้แก่ ระบบการจัดการงบประมาณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Budgeting) ระบบบริหารจัดการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (New GFMIS Thai)ระบบบริหารจัดการเงินนอก งบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) ระบบรายงานการเงินรวมของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ (Consolidated Financial Statement Program : CFS) และระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (e-LAAS) ให้เกิดการบูรณาการ ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุมทุกมิติของเงินนอกงบประมาณ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ข้อมูลผลการดำเนินงาน ข้อมูลผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ข้อมูลการประเมิน ผลการดำเนินงาน รวมไปถึงข้อมูลการตรวจสอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และกำหนดให้มีช่องทาง การสื่อสารระหว่างทุนหมุนเวียนเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน ปรึกษาหารือในประเด็นปัญหา การดำเนินงาน ให้สามารถส่งต่อเป้าหมายการดำเนินงานตามห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain : ต้นน้ำ - กลางน้ำ - ปลายน้ำ) โดยอาจจำเป็นต้องกำหนดกรอบในการดำเนินงานให้มีความเชื่อมโยง กันในด้านต่าง ๆ ที่จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายของรัฐให้ตอบสนองความต้องการ และเกิดประโยชน์
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ต เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สูงสุดต่อประชาชนได้อย่างครบถ้วนครอบคลุม และลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานนำไปสู่ การทบทวนความจำเป็นและเหมาะสมในการดำรงอยู่ของทุนหมุนเวียน 1.4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งทุนหมุนเวียนควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงต้นทุน ที่เกี่ยวข้อง ณ วันจัดตั้ง และภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงพิจารณาความซ้ำซ้อน ในการดำเนินงานกับทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งแล้วในปัจจุบัน พร้อมกำหนดแนวทางในการยุบรวมและยุบเลิก ทุนหมุนเวียนที่ไม่มีความจำเป็น หรือดำเนินการบรรลุความวัตถุประสงค์การจัดตั้งครบถ้วนแล้ว นอกจากการจัดตั้งทุนหมุนเวียนควรกำหนดแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงินระยะยาว ที่กำหนดเป้าหมาย หรือเงื่อนไขและปัจจัยในการดำเนินงานโดยไม่ขอรับอุดหนุนงบประมาณจากรัฐ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทุนหมุนเวียนและความอิสระในการพึ่งตนเองในอนาคต 1.5 ควรกำหนดนโยบายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ขวัญและกำลังใจในการทำงาน โดยกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) ให้เป็นตามความรู้ ความสามารถ สำหรับปรับหรือเลื่อนอัตราค่าตอบแทนให้สูงขึ้น ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานทุนหมุนเวียน สร้างความเชื่อมั่นให้พนักงานของทุนหมุนเวียนและลดความเสี่ยงในการลาออกจากงานของพนักงาน 2. ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ 2.1 การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ควรพิจารณาถึงเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่าง ๆ ของทุนหมุนเวียน ร่วมกับหนี้สิน ภาระผูกพัน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ของทุนหมุนเวียนด้วย และต้องคำนึงถึงรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน เพราะหากทุนหมุนเวียน ได้รับจากสถาบันการเงินมีจำนวนมากพอก็สามารถนำมาใช้สมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ได้เช่นกัน หากทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรรงบประมาณแล้วมีงบประมาณเหลือจ่ายสะสมไว้จำนวนมาก อาจสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบริหารและการใช้จ่ายเงินงบประมาณ อีกทั้งอาจเกิดความเสี่ยง จากการเสียโอกาสในการใช้งบประมาณไปดำเนินงานตามนโยบายในด้านต่าง ๆ ได้ 2.2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความรู้ ให้คำปรึกษาทุนหมุนเวียนด้วยการจัดทำ แผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อลดข้อผิดพลาด ในการนำข้อมูลผ่านระบบการกำกับดูแล และระบบติดตามผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้ การจัดทำรายงานการเงินของทุนหมุนเวียนมีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป 2.3 นอกจากการจัดทำประมาณการรายรับ - รายจ่าย แล้วทุนหมุนเวียน ควรพิจารณาแนวทางการลดภาระงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ ความสามารถในการดำเนินงาน ได้โดยไม่ขอรับจัดสรรงบประมาณ โดยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้จากการดำเนินงาน หรือนำทรัพย์สินที่มีอยู่ไปสร้างรายได้ อันจะนำไปสู่การพึ่งตนเองได้ในอนาคต 2.4 การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้แก่ทุนหมุนเวียนควรพิจารณาถึงข้อมูล ในรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ที่จัดทำโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แสดงให้ทราบถึงความสามารถของการใช้จ่ายทรัพย์สินของทุนหมุนเวียนว่าถูกใช้จ่ายไปเพื่อให้บรรลุ
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา ถ เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน วัตถุประสงค์ อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด คุ้มค่า และเป็นไปตามเป้าหมายการดำเนินงานที่กำหนดไว้ นำไปสู่การจัดสรรงบประมาณรายจ่าย 2.5 ทุนหมุนเวียนควรเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของโดยการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้บทบาท อำนาจหน้าที่ของทุนหมุนเวียนด้วยสื่อออนไลน์ สถานีวิทยุท้องถิ่น สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำแต่สามารถเข้าถึงผู้รับบริการได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง อันจะส่งเสริมให้การดำเนินงานของทุนหมุนเวียนบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ควรเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างผู้รับบริการภาคประชาชนให้มากขึ้น ผ่านการสำรวจความพึงพอใจเชิงคุณภาพ เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงกระบวนการทำงานของทุนหมุนเวียน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น __________________________________
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 1 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน บทที่ 1 บทนำ 1.1 หลักการและเหตุผล ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน ให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเนื่องไปพร้อม ๆ กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนต่าง ๆ ให้บรรลุ เป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณของประเทศส่งผลให้การจัดทำงบประมาณ ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณที่ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน โดยเฉพาะ เงินนอกงบประมาณ ซึ่งหน่วยรับงบประมาณต้องพิจารณานำเงินดังกล่าวมาใช้ในการดำเนินงาน ตามภารกิจรวมทั้งพิจารณาแหล่งเงินอื่นเพื่อลดภาระงบประมาณและทำให้การใช้จ่ายทรัพยากร ของประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเช่นเดียวกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่ให้ความสำคัญกับฐานะเงินนอกงบประมาณ รายได้หรือเงินอื่น ๆ ที่หน่วยรับงบประมาณสามารถ นำมาใช้จ่ายได้ โดยหน่วยรับงบประมาณต้องแสดงข้อมูลรายงานเกี่ยวกับสถานะเงินนอกงบประมาณ และแผนการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณประกอบการพิจารณาด้วย ทุนหมุนเวียน ถือเป็นเงินนอกงบประมาณประเภทหนึ่งซึ่งแหล่งเงินที่รัฐใช้เป็นเครื่องมือ ในการบริหารงานของส่วนราชการ และช่วยในการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายของรัฐในการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เนื่องจากมีความ คล่องตัวในการเบิกจ่าย และการดำเนินงานไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบของราชการ ซึ่งทุนหมุนเวียน เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อนกับทุนหมุนเวียนที่มีอยู่ หรือไม่ซ้ำซ้อนกับหน้าที่หลักหน่วยงานของรัฐอื่น หรือมีการดำเนินงานในลักษณะเดียวกับ การปฏิบัติงานตามภารกิจปกติของส่วนราชการ สามารถหารายได้จากการดำเนินงานโดยไม่มีรายรับ จากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเพียงอย่างเดียวไม่เป็นการแข่งขันกับภาคเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นกิจกรรมที่เอกชนหรือรัฐวิสาหกิจสามารถดำเนินการได้การบริหารทุนหมุนเวียนอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 และกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องโดยไม่ผ่าน กระบวนการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัตินอกจากนี้ กฎหมายยังให้อำนาจทุนหมุนเวียนเก็บสะสมเงิน ไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อใช้สำหรับเป็นส่วนเสริมภารกิจต่าง ๆ ของหน่วยรับงบประมาณให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ซึ่งการอนุญาตให้หน่วยรับงบประมาณ สามารถเก็บเงินนอกงบประมาณประเภททุนหมุนเวียนไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน อาจเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการเงินของทุนหมุนเวียน ที่ขาดประสิทธิภาพหรือผิดวัตถุประสงค์ส่งผลให้การบริหารเงินแผ่นดินในภาพรวมขาดความต่อเนื่อง และความเป็นเอกภาพได้
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 2 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ปัจจุบันประเทศไทยมีทุนหมุนเวียนที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จำนวนทั้งสิ้น 116 ทุน ซึ่งระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561–2566 รัฐจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ทุนหมุนเวียนแล้วรวมทั้งสิ้นจำนวน 1,229,252.8585 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 204,875.4764 ล้านบาทต่อปีโดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รัฐกำหนดกรอบวงเงิน งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 3,185,000 ล้านบาท ทุนหมุนเวียน ได้รับจัดสรรงบประมาณจำนวน 31 ทุน เป็นเงินงบประมาณ 206,819.3509 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 6.49 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือคิดเป็นร้อยละ 1.11 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม ของประเทศ (GDP) และเมื่อพิจารณาข้อมูลรายงานการเงินของทุนหมุนเวียนยัง สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 ปีบัญชี 2565 พบว่า ทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์รวมสูงถึง 4,846,499.7954 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดที่สูงกว่าเท่าตัวจากวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงาน ของกรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแล จึงพัฒนาระบบบริหารจัดการ เงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ ในการกำกับดูแล รวบรวมข้อมูลการดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลประกอบ การประเมินผลและจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียนทั้งหมด เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนเพื่อพิจารณานำเรียนต่อคณะรัฐมนตรี และรัฐสภาเพื่อทราบต่อไป ในกระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ผ่านมากพิจารณา เพียงข้อมูลสถานะการเงินนอกงบประมาณ และแผนการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณของทุนหมุนเวียน ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเท่านั้น ยังไม่มีข้อมูลของสถานะทางการเงินทั้งใน ภาพรวมและรายทุนหมุนเวียนสำหรับใช้ประกอบการพิจารณา สำนักงบประมาณของรัฐสภา ในฐานะที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการให้แก่ฝ่ายนิติบัญญัติ เห็นว่า ข้อมูลสถานะ ทางการเงินเป็นแหล่งข้อมูลที่สะท้อนให้ทราบถึงจำนวนเงินสะสมของทุนหมุนเวียน และสามารถ ใช้ประกอบการวิเคราะห์ความสามารถในการดำเนินงาน รวมไปถึงประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงิน ของทุนหมุนเวียน จึงได้กำหนดให้มีการจัดทำเอกสารวิชาการ เรื่อง “เงินนอกงบประมาณ : สถานะ ทางการเงินของทุนหมุนเวียน” ไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อนำเสนอข้อมูลการวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียนและประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจัดทำข้อเสนอ/แนวทาง ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 3 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 1.2 วัตถุประสงค์การศึกษา 1.2.1 เพื่อศึกษาวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 1.2.2 เพื่อศึกษาการดำเนินงานของหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทุนหมุนเวียน 1.2.3 เพื่อจัดทำข้อเสนอ/แนวทางการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีของฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมให้ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะจากการศึกษา 1.3 ขอบเขต วิธีการศึกษา และข้อจำกัดทางการศึกษา 1.3.1 ขอบเขตการศึกษา 1) การวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียนตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 โดยรวบรวม และศึกษาข้อมูลทุติยภูมิจากกฎหมาย ระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.1) ข้อมูลงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2561 -2566 จากเอกสารงบประมาณ 1.2) ข้อมูลรายงานสถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียนจากระบบบริหารจัดการ เงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) ปีบัญชี 2561 – 2565 1.3) รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน รายงานประจำปีของทุน หมุนเวียน ปีบัญชี 2561 – 2565 1.4) มติคณะรัฐมนตรีส่วนที่เกี่ยวข้อง 2) การศึกษาการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ของทุนหมุนเวียน ตามวัตถุประสงค์ข้อจากข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการสัมภาษณ์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินทุนหมุนเวียน ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 3) นำข้อมูลจากข้อ 1-2 มา สรุปประเด็นการศึกษาวิเคราะห์ เพื่อจัดทำรายงาน การศึกษาวิเคราะห์ บทสรุป และให้ข้อเสนอสำหรับใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาการจัดสรร งบประมาณให้กับทุนหมุนเวียนของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี อันจะนำไปสู่การปรับปรุง และพัฒนาทุนหมุนเวียน อาจสามารถลดภาระ งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้อย่างเหมาะสมในโอกาสต่อไป ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 1.3.2 วิธีการศึกษา การศึกษาวิเคราะห์ครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยใช้ข้อมูล ทุติยภูมิ (Secondary Data) จากรวบรวมเอกสาร (Documentary Research) และวิเคราะห์ข้อมูล (Documentary Analysis) ที่ได้จากการค้นคว้า ประกอบด้วย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ แนวปฏิบัติบทความ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) จากการสัมภาษณ์ หน่วยงานเป้าหมายที่มีบทบาท และหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน 2 กลุ่ม จำนวน 3 หน่วยงาน คือ หน่วยงานกำหนดนโยบาย กำกับดูและติดตามประเมินผล ประกอบด้วย สำนักงบประมาณ และ กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานตรวจสอบ ประกอบด้วย สำนักงานการตรวจ เงินแผ่นดิน โดยมีประเด็นคำถามที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 4 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกำหนดนโยบาย กำกับดู และติดตามประเมินผลการดำเนินงาน • สำนักงบประมาณ ประเด็นคำถามดังนี้ 1) แนวทางการพิจารณาคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีของทุนหมุนเวียน 2) แนวทางการใช้งบการเงินของทุนหมุนเวียนประกอบการพิจารณาคำขอ งบประมาณของทุนหมุนเวียน 3) มีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ภาพรวม และแนวโน้มภาระงบประมาณ ที่จัดสรรให้ทุนหมุนเวียนในแต่ละปีหรือไม่ อย่างไร 4) มีแนวทางหรือมาตรการ เพื่อลดภาระการจัดสรรงบประมาณ กรณีทุนหมุนเวียน ที่มีรายได้ หรือมีเงินสะสมจำนวนมากหรือไม่ อย่างไร 5) แนวทางการบูรณาการข้อมูลที่เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณของทุนหมุนเวียน • กรมบัญชีกลาง ประเด็นคำถามดังนี้ 1) แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนในภาพรวม และการเผยแพร่ข้อมูลผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียนจำแนกรายหน่วยงาน และภาพรวมอย่างไร 2) แนวทางหรือมาตรการ เพื่อลดภาระการจัดสรรงบประมาณ หรือเพิ่มรายได้แผ่นดิน กรณีทุนหมุนเวียนที่มีรายได้ หรือมีสภาพคล่องสูง นอกเหนือหรือเพิ่มเติมจากที่บัญญัติไว้ตาม พระราชกฤษฎีกาการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียน ส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2565 3) แนวทางในการบูรณาการฐานข้อมูลเงินนอกงบประมาณของหน่วยรับ งบประมาณทั้งประเทศ ตลอดจนฐานข้อมูลจากระบบสารสนเทศของหน่วยงานภายในและภายนอก หน่วยงาน สำหรับการกำกับดูแล การสรุปผลดำเนินงานการประเมินผล รวมถึงปรับปรุง การดำเนินงานของทุนหมุนเวียนอย่างไร ปัจจุบันระบบ NBMS สามารถกำกับดูแลทุนหมุนเวียน ได้อย่างครอบคลุมหรือไม่อย่างไร 4) ปัจจุบันทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งขึ้นมีวัตถุประสงค์การดำเนินงานซ้ำกับ หน่วยงานที่มีอยู่แล้วหรือไม่อย่างไร มีแนวทางแก้ไขอย่างไร 5) แนวทางการบูรณาการข้อมูลที่เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณของ ทุนหมุนเวียนอย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ • สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประเด็นคำถาม ดังนี้ 1) หลักเกณฑ์แนวทาง และวิธีการตรวจสอบรายงานการเงินทุนหมุนเวียน 2) ตัวอย่างของข้อตรวจพบความผิดปกติของงบการเงิน และวิธีการจัดการปัญหา
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 5 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 3) หลักเกณฑ์แนวทาง และวิธีการควบคุมคุณภาพ กรณีให้บริษัทสอบบัญชี เอกชนเป็นผู้ตรวจสอบแทน 4) ปัญหา อุปสรรคของการตรวจสอบรายงานการเงินและแนวทางการแก้ไข 5) ข้อเสนอแนะที่มีต่อการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน 1.3.3 ข้อจำกัดของการศึกษา 1) การจัดทำรายงานวิชการฉบับนี้ ไม่สามารถสะท้อนให้ทราบถึงจำนวนเงิน สะสมสูงสุดใช้คำนวณทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน จำแนกรายกองทุนได้เนื่องจากข้อจำกัดของสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล 2) ข้อมูลรายงานทางการเงินที่ใช้ประกอบการศึกษาวิเคราะห์มาจากหลายแหล่ง ประกอบด้วย ระบบ NBMS ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทุนหมุนเวียนเป็นผู้บันทึกข้อมูลในระบบ ข้อมูลรายงาน ของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของทุนหมุนเวียน 3) ข้อมูลที่แสดงในระบบ NBMS ไม่สามารถพิสูจน์สมการทางบัญชี(สินทรัพย์ รวม = หนี้สิน + สินทรัพย์สุทธิ/ทุน หรือ สินทรัพย์ + ค่าใช้จ่าย = หนี้สิน + สินทรัพย์สุทธิ/ทุน + รายได้) ได้เนื่องจากบางทุนหมุนเวียนบันทึกบัญชีผิดดุลบัญชีส่งผลให้ภาพรวมของงบการเงิน มีความคลาดเคลื่อน 4) ข้อมูลจากการศึกษาวิเคราะห์ไม่สามารถนำไปใช้คาดการณ์ในอนาคตได้ (ex-ante) เนื่องจากข้อมูลทางการเงินเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว (ex-post) แต่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทาง ในการวิเคราะห์ข้อมูลในปัจจุบันได้ 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ สมาชิกรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ บุคลากรในวงงานรัฐสภา และประชาชนทั่วไปได้รับ ทราบข้อมูลสถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน และอาจนำข้อมูล ข้อเสนอ/แนวทาง ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะจากการศึกษาวิเคราะห์ไปใช้ประโยชน์ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ตลอดจนเป็นข้อมูลการศึกษาวิเคราะห์ในประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 1.5 นิยามศัพท์ 1.5.1 เงินแผ่นดิน หมายถึง บรรดาเงินทั้งปวง ทรัพย์สิน สิทธิ และผลประโยชน์ ที่รัฐเป็นเจ้าของหรืออยู่ในความครอบครองของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เงินกู้ เงินอุดหนุน เงินบริจาค หรือเงินช่วยเหลือจากแหล่งในประเทศหรือต่างประเทศอันเนื่องมาจาก การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานรัฐนั้น ๆ (สำนักงานกฤษฎีกา, 2557, น. 2)
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 6 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 1.5.2 งบประมาณรายจ่าย หมายถึง จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ ผูกพันได้ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย (พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ, 2561, น. 2) 1.5.3 เงินนอกงบประมาณ หมายถึง บรรดาเงินที่หน่วยงานของรัฐได้รับ หรือได้รับไว้เป็น กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือจากนิติกรรมหรือนิติเหตุ หรือกรณีอื่นใดที่ต้องนำส่ง แต่มีกฎหมายอนุญาตให้เก็บไว้ได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง (พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง, 2561, น.2) 1.5.4 ทุนหมุนเวียน หมายถึง กองทุน กองทุนหมุนเวียน เงินทุน เงินทุนหมุนเวียน ทุนหรือทุนหมุนเวียน ที่ตั้งขึ้นเพื่อกิจการที่อนุญาตให้นำรายรับสมทบทุนไว้ใช้จ่ายได้ โดยไม่ต้อง นำส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน (พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง, 2561, น. 2) 1.5.5 สถานะทางการเงิน หมายถึง ความเป็น ลักษณะที่เป็น หรือความเป็นไป ใช้กับ บุคคล สถานที่ หรือสิ่งต่าง ๆ (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, 2553, น. 1) ในเอกสารวิชการฉบับนี้ หมายถึง ความมั่นคง/ไม่มั่นคง หรือ ร่ำรวย/ไม่รวย เช่น สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียนนี้ไม่มั่นคง 1.5.6 ระบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) หมายถึง ระบบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณพัฒนาขึ้นโดยกรมบัญชีกลางพัฒนา ระบบขึ้นเพื่อสนับสนุการปฏิบัติงานเงินนอกงบประมาณให้ครอบคลุมทั้งกระบวนการทำงาน (กรมบัญชีกลาง, 2564) 1.5.7 ระบบการประเมิน หมายถึง ระบบติดตามประเมินผลการดำเนินงาน ทุนหมุนเวียน (Revolving Fund Evaluation System : RFES) เป็นระบบที่กรมบัญชีกลางพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในรวบรวมข้อมูลสำหรับประเมินผลการดำเนินงานของทุนมหุนเวียนประจำปีตามที่ จัดทำบันทึกข้อตกลงการประเมินผลการดำเนินงาน (กรมบัญชีกลาง, 2565) 1.5.8 จำนวนเงินสะสมสูงสุด หมายถึง จำนวนเงินสะสมที่ทุนหมุนเวียนพึงมีไว้ใช้จ่าย ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์สำหรับช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งทุนหมุนเวียนต้องจัดทำข้อมูล เพื่อประกอบการคำนวณส่งให้แก่กรมบัญชีกลางตามระยะเวลา และหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด (พระราชกฤษฎีกาการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุน หมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. 2561, 2561, น. 5) __________________________________
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 7 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน บทที่ 2 กฎหมาย และแนวคิดที่เกี่ยวข้อง การจัดทำเอกสารวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาวิเคราะห์ คือ เพื่อศึกษา วิเคราะห์เงินนอกงบประมาณ :สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สำหรับบทนี้เป็นการรวบรวมกฎหมาย และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเงินนอกงบประมาณ และทุนหมุนเวียน รวมถึงงบการเงินและการวิเคราะห์ งบการเงิน ตลอดจนทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องพร้อมสรุปกรอบความคิดในการศึกษา ดังนี้ 2.1 กฎหมาย และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเงินนอกงบประมาณ 2.1.1 ความหมาย พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 4 และ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 4 ได้ให้นิยามเหมือนกันว่า “เงินนอก งบประมาณ” หมายความว่า บรรดาเงินทั้งปวงที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บ หรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือจากนิติกรรมหรือนิติเหตุ หรือกรณีอื่นใดที่ต้องนำส่งคลังแต่มี กฎหมายอนุญาตให้สามารถเก็บไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง (พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ, 2561, น. 2) นอกจากนี้ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 ข้อ 4 ก็ได้ให้ความหมายของ เงินนอกงบประมาณไว้ไม่ต่างกัน (ระเบียบกระทรวงการคลังกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงิน จากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง, 2562, น. 11) ลักษณะสำคัญของเงินนอกงบประมาณมีดังนี้ 1) เป็นเงินที่มีความสะดวก และคล่องตัวในการใช้จ่ายสูง เนื่องจากไม่ต้อง ผ่านกระบวนการในการพิจารณาอนุมัติจากรัฐสภา เพื่อตราเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีเพราะเป็นเงินที่ส่วนงานของรัฐที่กฎหมายอนุญาตให้เก็บไว้ใช้เอง เช่น พระราชบัญญัติ เงินคงคลัง พ.ศ. 2491 มาตรา 4 พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 24 พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 34 เป็นต้น ทำให้เงินเหล่านี้ไม่ต้อง เผชิญความเสี่ยงจากการที่รัฐบาลหรือรัฐสภาปรับลดวงเงินใช้จ่ายที่ได้ร้องขอไป ซึ่งทำให้มีความเป็นอิสระ จากการพิจารณาของรัฐบาลหรือรัฐสภาเป็นอย่างสูง (ภาวิน ศิริประภานุกูล, 2558) 2) เป็นเงินที่สามารถขับเคลื่อนภารกิจของรัฐดำเนินการไปได้อย่าง ต่อเนื่อง เช่น กรณีของเงินทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำเงินงบประมาณ ที่ได้กำหนดเป็นเงินทุนหมุนเวียน สามารถนำไปใช้จ่ายในกิจกรรมหรือวัตถุประสงค์ตามกฎหมายนั้น ๆ หรือนำเงินรายรับที่ได้รับจากการดำเนินงานสบทบไว้ใช้จ่ายหมุนเวียนในกิจการ โดยไม่ต้องนำส่ง เป็นรายได้แผ่นดิน
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 8 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 3) เป็นเงินที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะให้เป็นของหน่วยงานใด เช่น องค์กรอิสระ องค์การมหาชน โดยเงินดังกล่าวจะเป็นของหน่วยงานนั้น ๆ ตามกฎหมายไม่ใช่ เงินที่รัฐบาลจะบังคับใช้ได้ 4) เป็นเงินที่ยากต่อการตรวจสอบ แม้จะมีการรายงานผลการดำเนินงาน เมื่อสิ้นสุดปีบัญชีให้รัฐสภาทราบ แต่เป็นการรายงานข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีต 5) เป็นเงินที่ยกเว้นหลักวินัยการคลังบางประการ เช่น ในเรื่องหลักความ ยินยอมให้ใช้เงินแผ่นดิน ถึงแม้ว่าเงินนอกงบประมาณจะเป็นเงินที่อยู่ในการครอบครองของหน่วยงาน ของรัฐ แต่ในความหมายของเงินแผ่นดิน ที่เป็นไปในแนวทางว่า บรรดาเงินทั้งปวง ทรัพย์สิน สิทธิและ ผลประโยชน์ที่รัฐเป็นเจ้าของหรืออยู่ในความครอบครองของรัฐไม่ว่าจะเป็นเงินงบประมาณ เงินนอก งบประมาณ ทำให้เงินดังกล่าวยังต้องให้ประชาชนเจ้าของเงินแผ่นดินเป็นผู้อนุมัติผ่านรัฐสภา อีกทั้งในหลักเรื่องลักษณะทั่วไปของรายได้ที่กำหนดให้รายได้ต้องไม่มีความผูกพันกับรายจ่ายของ หน่วยงาน และต้องการให้องค์กรที่ได้เงินมาทั้งจากหน้าที่โดยตรงหรือมีอำนาจตามกฎหมาย หรือมีเหตุอย่างอื่นก็ตาม จะต้องนำเงินที่ได้รับมาทั้งหมดนี้นำส่งเข้าคลัง เพื่อให้รัฐสามารถรับรู้รายได้ ที่แท้จริง เพื่อประโยชน์ในการจัดสรรงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ความหมายและลักษณะของเงินนอกงบประมาณข้างต้นยังไม่ครอบคลุม ถึงเงินนอกงบประมาณที่เป็นเงินคงคลัง ดังนั้น “เงินนอกงบประมาณ” เงินที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งกฎหมายอนุญาตให้สามารถเก็บไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้ แผ่นดิน นอกเหนือจากที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืออาจกล่าวได้ว่าเงินนอก งบประมาณ ก็คือ เงินที่ไม่ใช่เงินงบประมาณนั่นเอง ทั้งนี้ เพื่อความคล่องตัวด้านการดำเนินงานและ การบริหารจัดการตามภารกิจและวัตถุประสงค์ที่หน่วยงานของรัฐกำหนด อีกทั้งเป็นส่วนเสริมในกรณี ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ (สำนักงบประมาณของรัฐสภา, 2565, น. 10) 2.1.2 ประเภทของเงินนอกงบประมาณ พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 (พระราชบัญญัติเงินคงคลัง, 2491, น. 2) และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 (พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ของรัฐ พ.ศ. 2561, น. 8-11) สามารถแบ่งเงินนอกงบประมาณออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 2.1.2.1 ทุนหมุนเวียน ตามพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 มาตรา 4 ทุนหมุนเวียน หมายความว่า “กองทุน กองทุนหมุนเวียน เงินทุน เงินทุนหมุนเวียน ทุนหรือทุนหมุนเวียน ที่ตั้งขึ้นเพื่อกิจการที่อนุญาตให้นำรายรับสมทบทุนไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน” ซึ่งทุนหมุนเวียนเหล่านี้เป็นแหล่งเงินอีกแหล่งหนึ่ง ที่ภาครัฐใช้เป็นกลไก และเครื่องมือในการบริหารงานของส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เนื่องจากสามารถใช้ดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นและสำคัญที่ภาครัฐไม่สามารถดำเนินการได้ตามแนวทาง ของระบบงบประมาณปกติได้อย่างคล่องตัว
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 9 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 2.1.2.2 เงินทดรองราชการ 1) ความหมาย เงินทดรองราชการ หมายความว่า เงินจำนวนซึ่งกระทรวงการคลังจ่าย และอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อให้ส่วนราชการสามารถนำเงินทดรอง ราชการไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายปลีกย่อยในการปฏิบัติราชการได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ 2) การเก็บรักษาเงินทดรองราชการ (ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย เงินทดรองราชการ, 2562, น. 31-32) ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณและหน่วยงานในสังกัด เก็บรักษาเงินทดรองราชการเป็นเงินสดไว้ ณ ที่ทำการ เพื่อสำรองจ่ายได้ (ข้อ 11) ดังนี้ 2.1) ส่วนราชการผู้เบิกส่วนกลาง ให้เก็บรักษาได้แห่งละไม่เกิน 100,000 บาท 2.2) ส่วนราชการผู้เบิกในส่วนภูมิภาค ให้เก็บรักษาได้แห่งละไม่เกิน 30,000 บาท 2.3) หน่วยงานย่อย ให้เก็บรักษาได้แห่งละไม่เกิน 10,000 บาท กรณีที่ส่วนราชการใดมีเงินทดรองราชการสูงกว่าที่กำหนด ให้เก็บรักษาเป็นเงินสด ณ ที่ทำการ ตามที่กำหนดข้างต้น หากส่วนราชการเจ้าของงบประมาณหรือ หน่วยงานในสังกัด นำส่วนที่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาตไปฝากธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจประเภทออมทรัพย์ ดอกเบี้ยที่เกิดจากการนำเงินทดรองราชการไปฝากธนาคารให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน (ข้อ 12) 3) การใช้จ่ายเงินทดรองราชการ เงินทดรองราชการมีไว้สำหรับทดรอง ใช้จ่ายตามงบประมาณรายจ่าย (ข้อ 14) ดังนี้ 3.1) งบบุคลากร เฉพาะค่าจ้างซึ่งไม่มีกำหนดจ่ายเป็นงวดแน่นอน เป็นประจำแต่จำเป็นต้องจ่ายให้ลูกจ้างแต่ละวันหรือแต่ละคราวเมื่อเสร็จงานที่จ้าง 3.2) งบดำเนินงาน ยกเว้นค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา 3.3) งบกลาง เฉพาะที่จ่ายเป็นเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร และเงินสวัสดิการเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล 3.4) งบอื่นที่จ่ายในลักษณะเช่นเดียวกับ ข้อ 1-3 4) การคืนเงินทดรองราชการ กรณีที่หมดความจำเป็นต้องใช้ เงินทดรองราชการ ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณนำเงินทดรองส่งคืนคลังภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่หมดความจำเป็นต้องใช้เงินทดรอง (ข้อ 29) 2.1.2.3 เงินฝากกระทรวงการคลัง 1) ความหมาย เงินฝากกระทรวงการคลัง หมายความว่า เงินที่กระทรวงการคลังรับฝากไว้ และจ่ายคืนตามคำขอของผู้ฝากตามข้อบังคับและระเบียบของกระทรวงการคลัง โดยเงินที่นำฝากเป็น
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 10 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน เงินนอกงบประมาณ คือ จะต้องไม่เป็นเงินงบประมาณ เงินที่มีบัญชีเงินทุนหมุนเวียน และเงินรายได้ แผ่นดิน เว้นแต่จะได้รับความตกลงจากกระทรวงการคลัง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1.1) เงินฝากตามกฎหมาย หมายถึง เงินฝากที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องนำส่งคลังตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ แบ่งเป็น 7 ประเภทย่อย 1.1.1) เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ 1.1.2) เงินอุดหนุน/เงินบริจาค 1.1.3) เงินกู้ 1.1.4) เงินท้องถิ่น 1.1.5) เงินฝากต่าง ๆ 1.1.6) เงินรับฝากเพื่อรอการจัดสรร/รอถอนคืน และ 1.1.7) เงินฝากวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่เข้าประเภทที่จัดไว้ 1.2) เงินฝากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาตให้เก็บไว้ ใช้จ่ายได้ แบ่งเป็น 10 ประเภทย่อย 1.2.1) เงินบำรุง/เงินรายรับสถานศึกษา 1.2.2) เงินบำรุงโรงพยาบาล/เงินรายรับสถานพยาบาล 1.2.3) เงินบูรณะทรัพย์สิน 1.2.4) เงินฝากค่าใช้จ่ายเก็บภาษีท้องถิ่น 1.2.5) เงินรายได้จากการดำเนินงาน 1.2.6) เงินประกันสัญญา/เงินมัดจำ 1.2.7) เงินดอกเบี้ยกลางศาล/ค่าธรรมเนียมศาล/ ค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี 1.2.8) เงินฝากผลพลอยได้ 1.2.9) เงินเพื่อประโยชน์ในการศึกษา และ 1.2.10) เงินสินบนรางวัล 2) การนำเงินส่งคลังหรือฝากคลัง (ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วย การเบิกจ่ายเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง, 2562, น.26-27) เงินที่เบิกจากคลัง ถ้าไม่ได้จ่ายหรือจ่ายไม่หมด ให้ส่วนราชการ ผู้เบิกนำส่งคืนคลังภายใน 15 วันทำการนับแต่วันรับเงินจากคลัง หากมีการรับคืนเงินที่ได้จ่ายไปแล้ว เป็นเงินสดหรือเช็ค ให้นำส่งคืนคลังภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับคืน ยกเว้นกรณีมีการรับคืน เงินที่ได้จ่ายไปแล้วด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) (ข้อ 99) ถ้านำส่งก่อนสิ้นปีงบประมาณ หรือก่อนสิ้นระยะเวลาเบิกเงิน ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี ให้ส่วนราชการนำส่งเป็นเงินเบิกเกินส่งคืน
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 11 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน แต่ถ้านำส่งภายหลังกำหนดดังกล่าว ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินประเภทเงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืน (ข้อ 100) ทั้งนี้ ให้นำส่งตามระยะเวลาที่กำหนดเวลา (ข้อ 101) ดังต่อไปนี้ 2.1) เช็ค หรือเอกสารแทนตัวเงินอื่น ให้นำส่งหรือนำฝากในวันที่ ได้รับหรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป 2.2) เงินรายได้แผ่นดินที่ได้รับเป็นเงินสด ให้นำส่งอย่างน้อย เดือนละ1 ครั้ง แต่ถ้าส่วนราชการใดมีเงินรายได้แผ่นดินเก็บรักษาในวันใดเกิน 10,000 บาท ให้นำเงิน ส่งโดยด่วนแต่อย่างช้า ต้องไม่เกิน 3 วันทำการถัดไป 2.3) เงินรายได้แผ่นดินที่รับด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ให้นำส่งภายในระยะเวลาที่กระทรวงการคลังกำหนด 2.4) เงินเบิกเกินส่งคืน หรือเงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืน ให้นำส่งภายใน 15 วันทำการนับแต่วันรับเงินจากคลังหรือนับแต่วันที่ได้รับคืน 2.5) เงินนอกงบประมาณที่รับเป็นเงินสด ให้นำฝากคลังอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง แต่สำหรับเงินที่เบิกจากคลังเพื่อรอการจ่าย ให้นำฝากคลังภายใน 15 วันทำการนับแต่ วันรับเงินจากคลัง โดยให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้นำเงินส่งคลัง ในส่วนกลางหรือในส่วนภูมิภาค นำส่งหรือนำฝากเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ตามหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติที่กระทรวงการคลังกำหนด เพื่อเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของกรมบัญชีกลาง หรือของสำนักงาน คลังจังหวัดแล้วแต่กรณี หากเป็นเงินสด หรือเช็ค หรือเอกสารแทนตัวเงินอื่น ให้จัดทำใบนำฝากเงิน พร้อมทั้งนำเงินสด หรือเช็ค หรือเอกสารแทนตัวเงิน ฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของกรมบัญชีกลาง หรือ ของสำนักงานคลังจังหวัด แล้วแต่กรณี โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด (ข้อ 102-103) 2.1.2.4 เงินขายบิล 1) ความหมาย เงินขายบิล หมายถึง เงินที่กระทรวงการคลังรับไว้ ณ ที่แห่งหนึ่ง เพื่อโอนไปจ่าย ณ ที่อีกแห่งหนึ่ง ตามข้อบังคับและระเบียบกระทรวงการคลัง เงินที่ขอโอนขายบิล ต้องไม่ใช้เงินงบประมาณ 2) หลักเกณฑ์ของการขอโอนเงินขายบิลกระทำได้ 3 กรณี 2.1) โอนจากกรุงเทพ ไปตั้งจ่ายทางจังหวัดหรืออำเภอ 2.2) โอนจากจังหวัดหรืออำเภอ ไปตั้งจ่ายที่กรุงเทพฯ 2.3) โอนจากจังหวัดหรืออำเภอหนึ่ง ไปตั้งจ่ายที่จังหวัดหรืออำเภอหนึ่ง
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 12 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ดังนั้น เงินนอกงบประมาณ ตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 และ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 ตลอดจนกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดประเภทหลัก ๆ ไว้จำนวน 4 ประเภท คือ ทุนหมุนเวียน เงินทดรองราชการ เงินฝากคลัง และเงินขายบิล โดยเงินนอกงบประมาณเหล่านี้อนุญาตให้ส่วนราชการที่ได้รับเงินนั้นไม่ต้องนำเงินส่งคลัง แสดงตามแผนภาพที่ 1 แผนภาพที่ 1 ที่มา และขอบเขตการกำกับดูแลเงินนอกงบประมาณ 2.1.3 การบริหารเงินนอกงบประมาณ การบริหารเงินนอกงบประมาณของประเทศไทยจะดำเนินการโดยอาศัยอำนาจ ตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1.3.1 พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 (พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ, 2561, น. 6-17) ที่มา : สำนักงบประมาณของรัฐสภา, 2565, น.21 ระเบียบ/ข้อบังคับ พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 มาตรา 4, มาตรา 12 และ มาตรา 13 พระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 4, 34, 35 และมาตรา 86 เงินนอกงบประมาณ เงินทุนหมุนเวียน เงินทดรองรายการ เงินฝาก เช่น เงินค่าใช้จ่ายเก็บภาษาท้องถิ่น เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกงสุล เงินค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ราชพัสดุ เงินขายบิล กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 34 เงินดอกเบี้ยกลางศาล/ ค่าธรรมเนียมศาล/ค่าธรรมเนียม ในการบังคับคดี เงินที่ได้รับในลักษณะเงิน ผลพลายได้ เงินรายได้จากการดำเนินงาน เงินประกันสัญญา/เงินมัดจำ เงินกู้ เงินท้องถิ่น เงินช่วยเหลือจาก ต่างประเทศ เงินบริจาค/เงินอุดหนุน เงินบำรุง/เงินรายรับ สถานศึกษา เงินบำรุงโรงพยาบาล/ เงินรับจากสถานพยาบาล เงินฝากบูรณะทรัพย์สิน เงินฝากค่าใช้จ่ายเก็บภาษี ท้องถิ่น
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 13 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน มาตรา 17 การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายให้แก่หน่วยงานของรัฐต้องคำนึงถึง (1) ความจำเป็นและภารกิจของหน่วยงานของรัฐที่ขอรับจัดสรรงบประมาณ (2) ฐานะเงินนอกงบประมาณของหน่วยงานของรัฐที่สามารถใช้จ่าย ได้รวมตลอดถึงรายได้หรือเงินอื่นใดที่หน่วยงานของรัฐนั้นมีอยู่หรือสามารถนำมาใช้จ่ายได้ (3) ความสามารถในการใช้จ่ายและการก่อหนี้ผูกพันของหน่วยงานของรัฐ ภายในปีงบประมาณนั้น (4) การปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของรัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ (5) กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเป็นไปเพื่อสนับสนุนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในการทำหน้าที่ดูแลและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น โดยคำนึงถึงความสามารถในการหารายได้ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ตลอดจนความเหมาะสมและความแตกต่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ มาตรา 34 บรรดาเงินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าจะได้รับตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือได้รับชำระตามอำนาจหน้าที่หรือสัญญา หรือ ได้รับจากการให้ใช้ทรัพย์สินหรือเก็บดอกผลจากทรัพย์สินของราชการ ให้นำส่งคลังตามระเบียบที่ รัฐมนตรีกำหนดเว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น เมื่อมีเหตุผลอันสมควร รัฐมนตรีจะอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐตาม วรรคหนึ่งที่ได้รับเงินในกรณีต่อไปนี้ นำเงินนั้นไปใช้จ่ายโดยไม่ต้องนำส่งคลังก็ได้ (1) เงินที่ได้รับในลักษณะค่าชดใช้ความเสียหายหรือสิ้นเปลืองแห่ง ทรัพย์สินและจำเป็นต้องจ่ายเพื่อบูรณะทรัพย์สินหรือจัดให้ได้ทรัพย์สินคืนมา (2) เงินรายรับของหน่วยงานของรัฐที่เป็นสถานพยาบาล สถานศึกษา หรือสถานอื่นใดที่อำนวยบริการอันเป็นสาธารณประโยชน์ หรือประชาสงเคราะห์ (3) เงินที่ได้รับในลักษณะผลพลอยได้จากการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ (4) เงินที่ได้รับจากการจำหน่ายหุ้นในนิติบุคคลเพื่อนำไปซื้อหุ้นในนิติบุคคลอื่น การจ่ายเงินตาม (2) และ (3) ต้องเป็นไปตามระเบียบที่ได้รับอนุมัติจาก รัฐมนตรีและผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ส่วนการจำหน่ายหุ้นและการซื้อหุ้นตาม (4) ต้องเป็นไป ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี มาตรา 37 หน่วยงานของรัฐจะก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายเงินได้โดยอาศัย อำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมาย ซึ่งการก่อหนี้ผูกพันและการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติ หน้าที่หรือการดำเนินงานต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่าและประหยัด โดยพิจารณาเป้าหมาย ประโยชน์ที่ได้รับ ผลสัมฤทธิ์ และประสิทธิภาพของหน่วยงานของรัฐ และต้องเป็นไปตามรายการและ วงเงินงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐนั้นด้วย
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 14 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน มาตรา 61 เงินนอกงบประมาณให้มีเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ ในการปฏิบัติหน้าที่ หรือการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการมีเงินนอกงบประมาณนั้น ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา 37 วรรคสองมาบังคับใช้กับการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณด้วยโดยอนุโลม เงินนอกงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ ให้นำฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นหรือได้ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นอย่างอื่น เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เงินนอกงบประมาณนั้น เมื่อได้ใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์จนบรรลุวัตถุประสงค์ แห่งการนั้นแล้ว มีเงินคงเหลือให้นำส่งคลังโดยมิชักช้า ทั้งนี้ การนำเงินส่งคลังให้เป็นไปตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มาตรา 62 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณหรือมีเงินนอกงบประมาณ มากเกินสมควร ให้กระทรวงการคลัง เรียกให้หน่วยงานของรัฐนำเงินดังกล่าวส่งคลัง ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี 2.1.3.2 พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 (พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ, 2561, น. 4-5) มาตรา 8 ให้รัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือรัฐมนตรีซึ่งกฎหมาย กำหนดให้มีหน้าที่กำกับ หรือควบคุมกิจการของหน่วยรับงบประมาณ หรือรัฐมนตรีผู้รักษาการตาม กฎหมาย ผู้อำนวยการ และ หัวหน้าหน่วยรับงบประมาณควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไป อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ และ ให้มีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานเพื่อให้ การใช้จ่ายงบประมาณเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด มาตรา 9 เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการงบประมาณ ให้หัวหน้าหน่วยรับ งบประมาณมอบหมาย ผู้บริหารของหน่วยรับงบประมาณคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบประสานงาน เกี่ยวกับงบประมาณของหน่วยรับ งบประมาณนั้น โดยให้แจ้งสำนักงบประมาณทราบด้วย มาตรา 10 งบประมาณประจำปีที่เสนอต่อรัฐสภา อย่างน้อยต้องมี เอกสารประกอบ ดังต่อไปนี้ (1) คำแถลงประกอบงบประมาณแสดงฐานะและนโยบายการคลังและ การเงิน สาระสำคัญ ของงบประมาณ และความสัมพันธ์ระหว่างรายรับและงบประมาณรายจ่ายที่ขอตั้ง (2) รายรับรายจ่ายเปรียบเทียบระหว่างปีที่ล่วงมาแล้ว ปีปัจจุบัน และ ปีที่ขอตั้งงบประมาณรายจ่าย (3) คำอธิบายเกี่ยวกับประมาณการรายรับ (4) คำชี้แจงเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายที่ขอตั้ง ซึ่งรวมถึงการแสดง ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณ และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 15 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน (5) รายงานเกี่ยวกับสถานะทางการเงินโดยรวมของรัฐวิสาหกิจ (6) รายงานเกี่ยวกับสถานะเงินนอกงบประมาณและแผนการใช้จ่าย เงินนอกงบประมาณ โดยรวมของหน่วยรับงบประมาณ (7) คำอธิบายเกี่ยวกับหนี้ของรัฐบาลทั้งที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันและหนี้ ที่เสนอเพิ่มเติม (8) ผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณของปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้ว (9) ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี มาตรา 70 ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำรายงานการเงินประจำปีงบประมาณ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงินและงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน ทั้งเงินงบประมาณ เงินนอกงบระมาณ และเงินอื่นใด รวมถึงการก่อหนี้ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด ดังนั้น การศึกษาและการให้ข้อเสนอแนะผู้ศึกษา เห็นว่า ควรคำนึงถึงบทบัญญัติ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 โดยเอกสารคำของบประมาณจะต้องคำนึงถึงเงินนอกงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณมีและต้องแสดง รายงานเกี่ยวกับสถานะเงินนอกงบประมาณและแผนการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ โดยรวมของ หน่วยรับงบประมาณ และต้องมีเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ เมื่อใช้แล้วคงเหลือต้องนำส่งคืนโดยเร็ว 2.2 กฎหมาย และแนวทางที่เกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน 2.2.1 การจัดตั้งทุนหมุนเวียน 2.2.1.1 พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 (พระราชบัญญัติ การบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ., 2558, น. 3-9) พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 มีการจำแนก ประเภทของทุนหมุนเวียนตามลักษณะที่มาและการจัดตั้ง ออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) ทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล 2) ทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ (พระราชบัญญัติเฉพาะ) ซึ่งมีสถานะเป็นนิติบุคคล และไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล โดยการเสนอขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน ให้หน่วยงานของรัฐที่ประสงค์ ขอจัดตั้งทุนหมุนเวียนเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน เพื่อพิจารณา ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี โดยทุนหมุนเวียนที่ขอจัดตั้งต้องมีลักษณะตามพระราชบัญญัติการบริหาร กองทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 ตามมาตรา 14 - 15 ดังนี้ 1) มีความจำเป็นต้องจัดตั้งตามนโยบายของรัฐบาล
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 16 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 2) ไม่มีการดำเนินในลักษณะเดียวกับภารกิจปกติของหน่วยงานของรัฐ ที่ขอจัดตั้ง และไม่ซ้ำซ้อนกับหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐอื่นหรือทุนหมุนเวียนที่ดำเนินการอยู่แล้ว 3) ไม่เป็นการประกอบกิจการแข่งขันกับภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ หรือ กิจกรรมที่เอกชนหรือรัฐวิสาหกิจสามารถดำเนินการได้ 4) มีลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ประกาศกำหนด 2.2.1.2 พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 (พระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ, 2561, น. 17) มาตรา 63 การจัดตั้งทุนหมุนเวียนให้กระทำได้แต่โดยบทบัญญัติ แห่งกฎหมายเฉพาะเท่านั้น โดยต้องมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งที่ชัดเจนและเป็นกรณีที่เป็นกิจกรรม ที่หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคม และเหมาะสมที่จะอนุญาตให้นำรายรับจากการดำเนินกิจกรรมนั้นสมทบทุนไว้ใช้จ่ายได้ รวมถึงไม่ซ้ำซ้อนกับทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งไว้แล้ว การขอตั้ง การบริหาร การประเมินผล การรวมหรือยุบเลิกทุนหมุนเวียน ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียน เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น 2.2.1.3 ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน (ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขใน การขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน, 2561, น. 2) อาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 กระทรวงการคลังได้มีประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 โดยกำหนดหลัดเกณฑ์ฯ ไว้ 5 ข้อ ดังนี้ ข้อ 1 การขอตั้งทุนหมุนเวียนให้กระทำได้แต่โดยกฎหมาย และเป็น ทุนหมุนเวียนที่มีลักษณะตามที่กำหนดในมาตรา 15 ข้อ 2 การจัดตั้งทุนหมุนเวียนต้องคำนึงถึงหลักการ ดังต่อไปนี้ (1) เป็นกิจการที่หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามหน้าที่ เพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือเพื่อช่วยเหลือในการครองชีพ หรือ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนและไม่สามารถใช้วิธีการดำเนินงานภายใต้ระบบงบประมาณปกติ (2) เป็นกิจการที่ก่อให้เกิดรายได้จากการดำเนินงานกลับเข้า สมทบเป็นรายรับของทุนหมุนเวียน โดยมิได้มีรายรับมาจากเงินงบประมาณแต่เพียงอย่างเดียว และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน (3) ต้องมีความพร้อมที่จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ของ ทุนหมุนเวียนที่ได้จัดตั้งขึ้น
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 17 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน (4) ต้องไม่ขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณเป็นทุนประเดิม และเงินสมทบ เพื่อนำไปฝากสถาบันการเงินให้ได้ดอกผลมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ ทุนหมุนเวียนแต่เพียงอย่างเดียว ข้อ 3 ให้หน่วยงานของรัฐที่ประสงค์จะขอจัดตั้งทุนหมุนเวียนจัดทำ รายละเอียดข้อมูลตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ส่งให้แก่กรมบัญชีกลางพิจารณาตรวจสอบความ ครบถ้วนของข้อมูลเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการพิจารณาต่อไป กรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดข้อมูล หรือจัดส่ง เอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ให้ดำเนินการจัดส่งให้กรมบัญชีกลางภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง กรณีที่กรมบัญชีกลางตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าที่ขอจัดตั้งไม่เป็นไปตามลักษณะที่กำหนดไว้ตามมาตรา 15 ให้แจ้งหน่วยงานของรัฐที่ขอจัดตั้งทุนหมุนเวียนทราบ พร้อมทั้งส่งเรื่องคืน ข้อ 4 เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาแล้วเห็นควรให้มีการจัดตั้งตามที่ หน่วยงานของรัฐเสนอ ให้คณะกรรมการเสนอผลการพิจารณาต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ พร้อมทั้งแจ้งผลการพิจารณาให้หน่วยงานของรัฐทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ข้อ 5 เมื่อคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งทุนหมุนเวียน ตามที่คณะกรรมการเสนอแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้มีผล เป็นการจัดตั้งทุนหมุนเวียนตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวต่อไป 2.2.1.4 หนังสือราชการกรมบัญชีกลาง วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2561เรื่องการจัดทำ รายละเอียดข้อมูลการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน (กรมบัญชีกลาง, 2561, น. 1-6) ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่จะขอจัดตั้งทุนหมุนเวียนต้องจัดทำรายละเอียด ข้อมูลตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ตามหนังสือกรมบัญชีกลางด่วนที่สุด ที่ กค 0406.2/ว145 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2561 เรื่อง การจัดทำรายละเอียดการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน โดยกำหนดไว้ จำนวน 15 ข้อ ตามตารางที่ 1 ดังนี้ ตารางที่ 1 การจัดทำรายละเอียดข้อมูลประกอบการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน หัวข้อ รายละเอียด 1. หลักการและเหตุผล ให้ระบุรายละเอียดโดยแจกแจงเป็นหัวข้อหรือภาพรวมที่มีสาระสำคัญ เกี่ยวเนื่องอันนำไปสู่การพิจารณาจัดตั้งทุนหมุนเวียน เช่น ที่มาและความ จำเป็นในการจัดตั้งทุนหมุนเวียน ข้อเท็จจริงและสภาพแวดล้อมที่นำไปสู่ ความจำเป็นที่จะต้องมีทุนหมุนเวียน
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 18 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่ 1 การจัดทำรายละเอียดการจัดทำข้อมูลประกอบการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน (ต่อ) หัวข้อ รายละเอียด 2.วัตถุประสงค์ ให้ระบุเจตนารมณ์หรือความต้องการของทุนหมุนเวียนว่ามีความประสงค์ที่จะจัดตั้ง ทุนหมุนเวียนมาเพื่อดำเนินภารกิจมีขอบเขตอย่างไร โดยควรมีลักษณะดังต่อไปนี้ • มีขอบเขตของกรอบวัตถุประสงค์ชัดเจน • สามารถปฏิบัติและประเมินผลได้ • มีลักษณะเฉพาะเจาะจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ ทุนหมุนเวียน 3. เป้าหมาย ให้ระบุความคาดหวังล่วงหน้าในสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากได้ดำเนินการตาม วัตถุประสงค์แล้ว ซึ่งสามารถแสดงได้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ • กรณีเชิงปริมาณควรระบุหน่วยนับที่ต้องการ เช่น ความถี่ ร้อยละ อัตราส่วน หรือจำนวนตัวเลขทั่วไป • กรณีเชิงคุณภาพควรแสดงถึงความรู้ความสามารถ ความกินดีอยู่ดี ของประชาชนความคงทนถาวร และความสมบูรณ์ ทั้งนี้ เป้าหมายควรต้องระบุถึงผลสำเร็จในการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม ต่าง ๆของทุนหมุนเวียน ซึ่งสามารถประเมินผลได้ภายในกำหนดช่วงระยะเวลา หนึ่ง (ไม่ควรเกิน 5 ปี) หรือกรณีทุนหมุนเวียนดำเนินงานต่อเนื่องให้ใช้ระยะเวลา ตามแผนยุทธศาสตร์หรือการบริหารพัฒนาทุนหมุนเวียน 4. ความซ้ำซ้อน ให้ระบุข้อเท็จจริงที่แสดงถึงความไม่ซ้ำซ้อนของทุนหมุนเวียนที่จะขอจัดตั้ง เทียบเคียงกับทุนหมุนเวียนที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว หรือหน้าที่หลักของ หน่วยงานรัฐอื่นรวมทั้งไม่เป็นการแข่งขันกับภาคเอกชน 5. หน่วยงานของรัฐหรือ ทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวข้อง ให้ระบุรายละเอียดของหน่วยงานของรัฐหรือทุนหมุนเวียนที่มีลักษณะหรือ ขอบเขตของงานที่มีความเกี่ยวเนื่องกับทุนหมุนเวียนที่จะขอจัดตั้ง 6. ระยะดำเนินงาน ให้ระบุระยะเวลาดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ดังนี้ • ทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งตามนโยบายของรัฐ หรือตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการใดกิจการหนึ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญ ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งต้องกำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน ที่ชัดเจน (ไม่ควรเกิน 5 ปี) • กรณีทุนหมุนเวียนที่ไม่สามารถระบุขอบเขตระยะเวลาดำเนินงานจะต้อง มีการกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกทุนหมุนเวียนว่าจะเกิดในกรณีใดบ้าง 7.โครงสร้างการบริหาร งานทุนหมุนเวียน ให้ระบุหน่วยงานทำหน้าที่รับผิดชอบกำกับและบริหารงานทุนหมุนเวียน รวมทั้งการกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการภายในของทุนหมุนเวียนที่ชัดเจน 8. แผนการดำเนินงาน (Action Plan ให้ระบุกิจกรรมหลักที่สำคัญที่มีความสอดคล้องกับระยะเวลาดำเนินงานของ ทุนหมุนเวียน รวมทั้งระบุส่วนงานกำกับดูแลในแต่ละกิจกรรม
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 19 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่ 1 การจัดทำรายละเอียดการจัดทำข้อมูลประกอบการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน (ต่อ) หัวข้อ รายละเอียด 9. แนวทาง/วิธีการ ดำเนินงาน ให้ระบุแนวทาง/วิธีการดำเนินงานต่าง ๆ ดังนี้ • รูปแบบการบริหารทุนหมุนเวียนว่าจะบริหารในรูปของคณะกรรมการ บริหารโดยส่วนงานภายในหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ หรือโดยวิธีอื่นใด รวมทั้งระบุองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารทุนหมุนเวียน • โครงสร้างองค์กรของทุนหมุนเวียน รวมทั้งบุคลากรที่จะปฏิบัติงาน ให้ทุนหมุนเวียน • ขั้นตอนการดำเนินงานพร้อมทั้งหลักเกณฑ์การพิจารณาดำเนินการตั้งแต่ รับเรื่อง/อนุมัติ/รับ – จ่ายเงิน/ติดตาม/รายงาน เป็นต้น 10.แหล่งเงินทุน ให้ระบุถึงแหล่งที่มาของเงินทุน เช่น จำนวนเงินทุนประเดิม เงินที่ได้รับจาก เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี และเงินสมทบจากแหล่งอื่น ๆ พร้อมทั้ง แสดงเอกสารหรือหลักฐานอื่นใดที่บ่งบอกได้ว่าทุนหมุนเวียนมีโอกาส ได้รับเงินจากแหล่งเงินทุนที่ระบุได้จริง 11. ประมาณการรายรับและ ประมาณการรายจ่าย ให้ระบุประมาณการรายรับและประมาณการรายจ่ายของทุนหมุนเวียน ดังนี้ • ประมาณการรายรับ แสดงรายละเอียดจำนวนรายรับและแหล่งที่มา ของรายรับของทุนหมุนเวียน พร้อมทั้งให้จัดทำประมาณการรายรับจาก แหล่งต่าง ๆ ที่สามารถกลับเข้ามาสมทบเป็นเงินทุน โดยให้จัดทำ เป็นรายปี ทั้งนี้ ประมาณการรายรับดังกล่าวให้แสดงรายละเอียด ทั้งประมาณการวงเงินงบประมาณประจำปีที่คาดว่าจะได้รับจัดสรร จากสำนักงบประมาณ และแหล่งอื่น ๆ ดังนี้ - กรณีเป็นทุนหมุนเวียนที่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดในการดำเนินงาน ชัดเจน ให้จัดทำประมาณการรายรับตั้งแต่เริ่มจัดตั้งจนถึงปีที่ยุติ/ สิ้นสุดการดำเนินงาน - กรณีเป็นทุนหมุนเวียนที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องให้จัดทำประมาณ การรายรับ 4 ปีตั้งแต่เริ่มจัดตั้ง • ประมาณการรายจ่าย แสดงรายละเอียดหลักเกณฑ์การใช้จ่าย ทุนหมุนเวียนในแต่ละกิจกรรม และประมาณการรายจ่ายแต่ละปี ซึ่งต้องสอดคล้องกับการจัดทำประมาณการรายรับในแต่ละกรณี 12.กระบวนการติดตาม ความสำเร็จของงาน ให้ระบุส่วนงานหรือผู้รับผิดชอบติดตามความสำเร็จของกิจกรรมตาม แผนการดำเนินงาน รวมทั้งระบุรายละเอียดวิธีการติดตาม/รายงานผล การดำเนินงาน/ฐานะการเงิน/ปัญหาและอุปสรรค เป็นต้น
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 20 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่ 1 การจัดทำรายละเอียดการจัดทำข้อมูลประกอบการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน (ต่อ) หัวข้อ รายละเอียด 13.การวิเคราะห์สภาวะ แวดล้อม (SWOT Analysis) ให้ระบุการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม (SWOT Analysis) ดังต่อไปนี้ • จุดแข็ง (Strengths): ข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในของหน่วยงาน ของรัฐ/ทุนหมุนเวียน เช่น จุดแข็งด้านส่วนประกอบด้านการเงิน ด้านการผลิต ด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งหน่วยงานของรัฐ/ทุนหมุนเวียน จะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์ • จุดอ่อน (Weaknesses): จุดด้อยหรือจุดอ่อนที่เป็นผลจากปัจจัย ภายในของหน่วยงานของรัฐ/ทุนหมุนเวียน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่อง ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายใน ซึ่งหน่วยงานของรัฐ/ทุนหมุนเวียน จะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น ๆ • โอกาส (Opportunities): โอกาสซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอกซึ่งเป็นผลจากการ ที่สภาพแวดล้อมภายนอกเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานของ หน่วยงานของรัฐ/ทุนหมุนเวียน โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้น เป็นสิ่งที่กำหนดไม่ได้แต่จุดแข็งเป็นสิ่งที่เราสามารถกำหนด ควบคุมได้ • อุปสรรค (Threats): อุปสรรคที่เกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นข้อจำกัด ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งหน่วยงานของรัฐ/ทุนหมุนเวียน จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องและขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 14.การวิเคราะห์ความ เป็นไปได้ทางด้าน เศรษฐกิจสังคมและ การเงิน ให้ระบุรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและผลตอบแทนการลงทุน ความคุ้มค่าของการลงทุนทั้งนี้ต้องระบุหลักการวิเคราะห์ วิธีคำนวณ และข้อ สมมติฐานต่างๆ ที่นำมาใช้ในการประมาณการค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น จากการดำเนินงานของทุนหมุนเวียนว่ามีความสมเหตุสมผลเพียงใด โดยพิจารณาจาก • ความเหมาะสมในการประมาณการค่าใช้จ่ายของทุนหมุนเวียน มีสมมติฐานเป็นที่ยอมรับและตรวจสอบได้ และครอบคลุมรายการ ต่าง ๆ ครบถ้วนหรือไม่ • ความเหมาะสมของรายรับและแหล่งที่มาของรายรับ ให้พิจารณาว่า มีความพร้อมหรือความเป็นไปได้ในการจัดหาหรือไม่ ประมาณการของรายรับ ที่ตั้งไว้มีความครบถ้วนและสมแก่เหตุผลหรือไม่ รวมทั้งให้พิจารณา ถึงผลประโยชน์อื่น ๆ ที่ไม่สามารถประมาณการออกมาเป็นรูปตัวเงินได้ • การวิเคราะห์ความเหมาะสมในการลงทุน มีหลักเกณฑ์การพิจารณาว่า ทุนหมุนเวียนนั้นจะมีความคุ้มค่าในการลงทุนหรือไม่ โดยใช้ตัวชี้วัด ต่างๆ ดังนี้ - มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value หรือ NPV) โดยทุนหมุนเวียนที่มี มูลค่าปัจจุบันสุทธิมากกว่าศูนย์จะเป็นทุนหมุนเวียนที่คุ้มค่าในการลงทุน
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 21 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่ 1 การจัดทำรายละเอียดการจัดทำข้อมูลประกอบการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน (ต่อ) หัวข้อ รายละเอียด 14. การวิเคราะห์ความ เป็นไปได้ทางด้าน เศรษฐกิจสังคมและ การเงิน (ต่อ) - อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน (Benefit Cost Ratio หรือ B/C) โดย B/C มากกว่าหนึ่งจะเป็นทุนหมุนเวียนที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนคุ้มค่า - อัตราผลตอบแทนของทุนหมุนเวียน (Internal Rate of Return หรือ IRR) โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างผลประโยชน์กับเงิน ลงทุนและค่าใช้จ่ายของทุนหมุนเวียน- การวิเคราะห์ด้านสังคม โดยทั่วไปจะใช้เกณฑ์วิเคราะห์ประสิทธิผล ต้นทุน และค่าใช้จ่าย (Cost Effectiveness) - การวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) เป็นการพิจารณา การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ความเหมาะสม ในการลงทุนภายใต้สมมติฐานเปลี่ยนแปลงไปจากกรณีเดิม (Base Case) เช่น การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและการลดลงของรายได้ เป็นต้น 15. ประโยชน์ที่คาดว่า จะได้รับ ให้ระบุผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อมหลังจาก ที่ทุนหมุนเวียนได้ดำเนินงานตามระยะเวลาที่กำหนด โดยผลประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้รับอาจกำหนดในรูปแบบเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ ที่มา : กรมบัญชีกลาง, 2561, น. 1-6 2.2.2 การบริหารทุนหมุนเวียน 2.2.2.1 พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 (พระราชบัญญัติ การบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ., 2558, น. 3-9) พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 ตราขึ้นเพื่อให้ ครอบคลุมการบริหารทุนหมุนเวียนทั้งกระบวนการตั้งแต่การขอจัดตั้ง การบริหารงาน และการประเมินผล เพื่อให้การบริหารทุนหมุนเวียนมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงด้านการเงินการคลังของรัฐเนื่องจากทุนหมุนเวียน เป็นเงินนอกงบประมาณ ดังนั้น การบริหารและการควบคุมจึงไม่ได้อยู่ในกระบวนการงบประมาณปกติ พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 จึงบัญญัติให้มีคณะกรรมการจำนวน 2 ชุด ดังนี้ 1) คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน (มาตรา 11) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการเงิน การคลัง เศรษฐศาสตร์ บริหาร หรือกฎหมาย โดยให้อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ อธิบดีกรมบัญชีกลางแต่งตั้งข้าราชการในกรมบัญชีกลาง จำนวนสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้คณะกรรมการฯ มีหน้าที่ดังนี้
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 22 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 1.1) กำหนดนโยบายและแผนการบริหารทุนหมุนเวียนเสนอ ต่อคณะรัฐมนตรี 1.2) พิจารณากลั่นกรองการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียน 1.3) กำกับติดตามการบริหารทุนหมุนเวียน 1.4) เสนอให้มีหลักเกณฑ์ในการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด สำหรับทุนหมุนเวียนต่าง ๆ ตามความเหมาะสมต่อคณะรัฐมนตรี โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องตรา เป็นพระราชกฤษฎีกา 1.5) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการรวมหรือยุบเลิกทุนหมุนเวียน 1.6) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกิน ของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา 1.7) ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลทุนหมุนเวียนและ การจัดทำรายงานทางการเงินของทุนหมุนเวียน 1.8) กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การเงิน การพัสดุ ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการต่าง ๆ ของคณะกรรมการบริหาร ผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงานและลูกจ้าง 1.9) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย 2) คณะกรรมการบริหารทุนหมุนเวียน (มาตรา 18 - 21) มีหัวหน้า หน่วยงานของรัฐที่มีทุนหมุนเวียน เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ และผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่มีทุนหมุนเวียนที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล เป็นกรรมการ กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสามคนซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง จากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ด้านการเงิน เศรษฐศาสตร์ การลงทุน กฎหมาย หรือ ด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยให้ผู้บริหารทุนหมุนเวียนเป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ 2.1) กำหนดนโยบาย กำกับดูแลการบริหารจัดการ และติดตาม การดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทุนหมุนเวียน 2.2) กำหนดข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล การเงิน การพัสดุ ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการต่าง ๆ ของผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงาน และลูกจ้างให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา 11(8) 2.3) พิจารณาอนุมัติแผนการดำเนินงานประจำปี 2.4) แต่งตั้งผู้บริหารทุนหมุนเวียน โดยคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดข้างต้น เป็นผู้กำหนดวิธีการควบคุม ทุนหมุนเวียน และส่วนราชการเจ้าสังกัดเป็นผู้กำหนดระเบียบและวิธีปฏิบัติของเงินทุนหมุนเวียน
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 23 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานตามภารกิจของทุนหมุนเวียนซึ่งระเบียบดังกล่าวต้องได้รับ ความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง โดยกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารทุนหมุนเวียน ดังนี้ 1) การบริหารการเงิน โดยกรมบัญชีกลาง ควบคุมการบริหารเงิน ของทุนหมุนเวียนของส่วนราชการต่าง ๆ ดังนี้ 1.1) งบประมาณ กำหนดให้ทุนหมุนเวียนที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล จัดทำแผนการดำเนินงานประจำปี ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผลการดำเนินงานของปี ที่ผ่านมา แผนการปฏิบัติงาน ประมาณการรายรับรายจ่ายประจำปี และประมาณการกระแสเงินสด ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดเพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริหารพิจารณาอนุมัติอย่างน้อย60 วันก่อนวัน เริ่มต้นปีบัญชีของทุกปี และให้ส่งกระทรวงการคลังอย่างน้อย 30 วันก่อนวันเริ่มต้นปีบัญชีของทุกปี เพื่อใช้ประกอบการกำกับดูแล การบริหารทุนหมุนเวียนและติดตามการประเมินผลการดำเนินงาน (มาตรา 17) 1.2) การเบิกจ่ายเงิน กำหนดให้ทุนหมุนเวียน ต้องเปิดบัญชีเงิน ทุนหมุนเวียนกับกระทรวงการคลัง เรียกว่าบัญชีเงินฝากคลัง เพื่อเป็นบัญชีสำหรับการรับเงินเข้า และเบิกไปใช้จ่าย ซึ่งการเบิกจ่ายเงินต้องออกเป็นกฎหมายลำดับรองเพื่อกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไงในการเบิกจ่ายเงินไว้ให้มีความชัดเจน 1.3) การบัญชี 1.3.1) ทุนหมุนเวียนต้องมีระบบบัญชีที่เหมาะสมและจัดทำ รายงานการเงินของทุนหมุนเวียนประกอบด้วย รายงานแสดงฐานะทางการเงิน และรายงานผล การดำเนินงานจัดส่งให้ผู้สอบบัญชีภายใน 60 วันนับแต่สิ้นสุดปีบัญชี (ปีงบประมาณ) (มาตรา 27 - 28) 1.3.2) ทุนหมุนเวียนต้องนำส่งเงินสะสมสูงสุดหรือผลกำไร ส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน(มาตรา 11(4) และ (6)) ตามความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรีที่เสนอโดยกระทรวงการคลัง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา 2) การบริหารทรัพยากรบุคคล การบริหารทุนหมุนเวียนผู้บริหารต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบ ความประหยัด และความคุ้มค่า ในการกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติของตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าตอบแทน อำนาจหน้าที่ ระยะเวลาการจ้าง การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการเลิกจ้าง พนักงานและลูกจ้าง (มาตรา 24–26) 3) การบริหารทั่วไป ส่วนราชการเจ้าหน่วยงานเจ้าสังกัดทุนหมุนเวียนเป็นผู้บริหาร โดยปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ในกฎหมายของทุนหมุนเวียนนั้น ๆ ทั้งด้านบุคลากร และ ด้านการเงิน ภายใต้ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร. พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 24 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 2.2.2.2 พระราชกฤษฎีกาการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุน หรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. 2561 (พระราชกฤษฎีกา การกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็น รายได้แผ่นดิน, 2561, น. 4 - 5) มาตรา 3 พระราชกฤษฎีกาฯ ไม่ใช้บังคับกับ (1) กองทุนการออมแห่งชาติ (2) กองทุนเงินทดแทน (3) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (4) กองทุนประกันสังคม (5) ทุนหมุนเวียนอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา 4 ในพระราชกฤษฎีกานี้ “จำนวนเงินสะสมสูงสุด” หมายความว่าจำนวนเงินที่ทุนหมุนเวียน พึงมีไว้ใช้จ่ายในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์สำหรับช่วงระยะเวลาหนึ่ง มาตรา 5 เพื่อประโยชน์ในการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุดตาม มาตรา 6 และการนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามมาตรา 8 ให้ทุนหมุนเวียนจัดทำข้อมูล เพื่อประกอบการคำนวณส่งให้กรมบัญชีกลางตามระยะเวลาและ หลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด มาตรา 7 การคำนวณทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนที่ต้อง นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ให้คำนวณโดยนำเงินคงเหลือ ณ วันต้นปีบัญชีที่คำนวณ หักด้วยจำนวน เงินสะสมสูงสุดที่คำนวณได้ตามมาตรา 6 เงินคงเหลือตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึง เงินฝากกระทรวงการคลัง เงินฝากธนาคารและเงินที่นำไปลงทุนหาผลประโยชน์ด้วย ทุนหรือผลกำไรส่วนเกินฯ = เงินคงเหลือ ณ วันต้นปีบัญชีปัจจุบัน - จำนวนเงินสะสมสูงสุด มาตรา 8 เมื่อได้ผลลัพธ์จากการคำนวณตามมาตรา 7 แล้ว ให้ กรมบัญชีกลางเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเรียกให้ทุน หมุนเวียนนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป 2.2.2.3 พระราชกฤษฎีกาการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือ ผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. 2565 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 (พระราชกฤษฎีกาการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือกำไรส่วนเกินของทุน หมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน (ฉบับที่ 2), 2561, น. 15) มาตรา 6 การกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด ให้คำนวณโดยนำประมาณ การรายจ่ายสามรอบปีบัญชีคูณด้วยร้อยละเฉลี่ยของความสามารถในการจ่ายเงินสามรอบปีบัญชีที่ล่วงมาแล้ว
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 25 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ในกรณีที่การกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุดที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ ในวรรคหนึ่งจะทำให้ทุนหมุนเวียนใดมีจำนวนเงินสะสมสูงสุดมากเกินความจำเป็นต่อการดำเนินงาน ในปีบัญชีใด คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุดของทุนหมุนเวียนในปีบัญชีนั้น โดยให้คำนวณโดยนำประมาณการรายจ่ายประจำปีบัญชีปัจจุบันและประมาณการรายจ่ายประจำปี บัญชีย้อนหลังไปอีกหนึ่งปีรวมกันสองรอบปีบัญชี คูณด้วยร้อยละเฉลี่ยของความสามารถ ในการจ่ายเงินสองรอบปีบัญชีที่ล่วงมาแล้ว ทุนหมุนเวียนใดเห็นว่าจำนวนเงินสะสมสูงสุดที่คำนวณตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง แล้วแต่กรณีจะไม่เพียงพอในการดำเนินงาน จะขอกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด เพิ่มขึ้นก็ได้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ” จำนวนเงินสะสมสูงสุด = ประมาณการรายจ่าย 3 ปี (ปีปัจจุบัน+รายจ่ายย้อนหลัง 2 ปี) X ร้อยละเฉลี่ยของความสามารถในการจ่ายเงินย้อนหลัง 3 ปี 2.2.3 การตรวจสอบและติดตามประเมินผล พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน (พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน, 2558, น.7 - 8) ได้กำหนดแนวทางการตรวจสอบและติดตามประเมินผลไว้ ดังนี้ 1) การตรวจสอบ ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินให้ความ เห็นชอบเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ทำการตรวจสอบและรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของ ทุนหมุนเวียน โดยให้ผู้สอบบัญชีทำรายงานการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการบริหารภายใน 150 วัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี และให้คณะกรรมการบริหารนำส่งรายงานการเงินพร้อมรายงานผู้สอบบัญชี ต่อกระทรวงการคลังภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากผู้สอบบัญชี(มาตรา 29 – 30) 2) การติดตามประเมินผล ให้กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ในด้านต่าง ๆ (มาตรา 31) ดังนี้ 2.1) การเงิน 2.2) การปฏิบัติการ 2.3) การสนองประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2.4) การบริหารจัดการทุนหมุนเวียน 2.5) การปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหาร ผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงาน และลูกจ้าง 2.6) ด้านอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และให้กรมบัญชีกลาง รายงานการประเมินผลทุนหมุนเวียนต่อคณะกรรมการภายใน 180 วันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของ
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 26 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ทุนหมุนเวียน พร้อมรวบรวมและจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ทั้งต่อคณะกรรมการ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเพื่อทราบต่อไป กรณีทุนหมุนเวียนที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลมีกฎหมายกำหนดระบบการ ประเมินผลการดำเนินงานไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ให้คณะกรรมการบริหารจัดทำรายงานผลการ ประเมินผลการดำเนินงานเสนอต่อกรมบัญชีกลางภายใน 60 วันนับจากวันสิ้นปีบัญชี ตามหลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการกำหนด (มาตรา 32) โดยกรมบัญชีกลางมีหน้าที่ในการรวบรวมและจัดทำรายงาน สรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียนทั้งหมดต่อคณะกรรมการ เพื่อเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเพื่อทราบต่อไป (มาตรา 33) 2.2.4 การรวบหรือยุบเลิกทุนหมุนเวียน พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 (พระราชบัญญัติการบริหาร ทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558, 2558, น. 9) ได้กำหนดแนวทางการรวมทุนหมุนเวียน ให้ทำได้ เมื่อมีวัตถุประสงค์เดียวกัน หรือสามารถดำเนินงานร่วมกันได้ และต้องไม่มีผลการขยายวัตถุประสงค์ เกินกว่าที่กำหนดได้เดิมของทุนหมุนเวียนที่รวมกัน (มาตรา 39) สำหรับการยุบเลิกทุนหมุนเวียน (มาตรา 40) ให้กระทำได้ในกรณีดังนี้ (1) หมดความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ทุนหมุนเวียนนั้นแล้ว (2) ทุนหมุนเวียนได้หยุดการดำเนินงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (3) มีผลการประเมินผลการดำเนินงานต่ำกว่าเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด เป็นเวลาสามปีติดต่อกันและคณะกรรมการเห็นสมควรให้ยุบเลิกทุนหมุนเวียนนั้น (4) มีเหตุอื่นอันสมควรต้องยุบเลิกทุนหมุนเวียนตามที่คณะกรรมการประกาศ กำหนดให้คณะกรรมการเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นเพื่อประกอบการรวมหรือยุบเลิกทุนหมุนเวียน เสนอต่อ และเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ยุบเลิกทุนหมุนเวียนใด ให้ถือว่าเป็นการยุบเลิกทุนหมุนเวียน นั้นตามกฎหมายเว้นแต่ในกรณีที่ทุนหมุนเวียนใดจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ ให้ดำเนินการยกเลิก หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อยุบเลิกทุนหมุนเวียนนั้น (มาตรา 41) เมื่อยุบเลิกทุนหมุนเวียนให้โอน ทรัพย์สินหนี้สิน ภาระผูกพัน สิทธิ หน้าที่ พนักงานและลูกจ้างของทุนหมุนเวียนเดิมไปเป็นของ ทุนหมุนเวียนที่คงอยู่ภายหลังการรวมทุนหมุนเวียนหรือของทุนหมุนเวียนใหม่ เว้นแต่ในกรณีที่ ทุนหมุนเวียนใดจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ ให้ดำเนินการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อรวม ทุนหมุนเวียนนั้น (มาตรา 42) สำหรับการจัดการสิทธิประโยชน์ของผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงาน และลูกจ้างของทุนหมุนเวียนที่ยุบรวมให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (มาตรา 43)
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 27 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 2.3 กฎหมาย และแนวคิดเที่เกี่ยวข้องกับงบการเงินและการวิเคราะห์งบการเงิน 2.3.1 กฎหมาย และแนวคิดเที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน 2.3.1.1 พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 (พระราชบัญญัติ การบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558, 2558, น. 7) มาตรา 27 ให้คณะกรรมการบริหารวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชี ที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถจัดทำรายงานการเงิน แสดงฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานของ ทุนหมุนเวียนที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลได้อย่างถูกต้องตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป มาตรา 28 ให้คณะกรรมการบริหารจัดทำรายงานการเงินของ ทุนหมุนเวียนที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลส่งผู้สอบบัญชีภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ปีบัญชีของทุนหมุนเวียนให้เป็นไปตามปีงบประมาณ เว้นแต่ คณะกรรมการบริหารจะประกาศกำหนดเป็นอย่างอื่นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ มาตรา 29 ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลที่สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของทุนหมุนเวียนที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล และให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของทุนหมุนเวียนทุกรอบปีบัญชี ให้ผู้สอบบัญชีของทุนหมุนเวียนที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลทำรายงาน การสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการบริหารภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ให้คณะกรรมการบริหารนำส่งรายงานการเงินพร้อมด้วยรายงาน การสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีต่อกระทรวงการคลังภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากผู้สอบบัญชี มาตรา 30 ให้หน่วยงานของรัฐที่มีทุนหมุนเวียนที่ไม่มีสถานะเป็น นิติบุคคลจัดให้มีระบบการตรวจสอบภายในเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานต่าง ๆ ของทุนหมุนเวียน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด 2.3.1.2 พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 (พระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561, 2561, น. 18-19) มาตรา 68 ให้กระทรวงการคลังกำหนดมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและ นโยบายการบัญชีภาครัฐ ให้หน่วยงานของรัฐที่มิใช่รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียนจัดทำบัญชีและ รายงานการเงินตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐตามวรรคหนึ่ง ในกรณีหน่วยงานของรัฐที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ให้จัดทำบัญชีและรายงาน การเงินตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป ในกรณีหน่วยงานของรัฐที่เป็นทุนหมุนเวียน ให้จัดทำบัญชีและรายงานการเงินตามที่กฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด มาตรา 69 ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีผู้ทำบัญชีตามหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติที่กระทรวงการคลังกำหนด เพื่อจัดทำบัญชีและรายงานการเงินตามพระราชบัญญัตินี้
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 28 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน มาตรา 70ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำรายงานการเงินประจำปีงบประมาณ ซึ่งอย่างน้อย ต้องประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงินและงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน ทั้งเงินงบประมาณเงินนอกงบประมาณ และเงินอื่นใด รวมถึงการก่อหนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กระทรวงการคลังกำหนด ในกรณีที่มีความจำเป็น หน่วยงานของรัฐจะขอทำความตกลงกับ กระทรวงการคลังจัดทำรายงานการเงินประจำปีซึ่งมิใช่ปีงบประมาณก็ได้ และกระทรวงการคลัง จะกำหนดเงื่อนไขให้หน่วยงานของรัฐนั้น ปฏิบัติด้วยก็ได้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณหรือตามที่ได้ตกลงกับ กระทรวงการคลังตามวรรคสองให้หน่วยงานของรัฐนำส่งรายงานตามวรรคหนึ่งให้สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินเพื่อตรวจสอบ และนำส่งกระทรวงการคลังด้วย มาตรา 71 ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชี ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นชอบตรวจสอบรายงานการเงินที่หน่วยงานของรัฐส่งให้ตาม มาตรา 70 ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณหรือตามที่ได้ตกลงกับ กระทรวงการคลัง โดยให้ตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบตามนโยบาย หลักเกณฑ์และ มาตรฐานที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด มาตรา 72 ให้หน่วยงานของรัฐนำส่งรายงานการเงินประจำปีพร้อมกับ รายงานผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และกระทรวงเจ้าสังกัด เว้นแต่กรณีหน่วยงานของรัฐที่เป็นหน่วยงานของรัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ ให้นำส่งให้ คณะรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ และเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย ทั้งนี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานผล การตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 2.3.2 ระบบบัญชีภาครัฐ 2.3.2.1 ความหมาย ระบบบัญชีภาครัฐ หมายถึง ระบบการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูล ทางการเงิน เพื่อนำข้อมูลมาบันทึกรายการบัญชีที่จัดทำตามมาตรฐานการบัญชีหรือหลักการที่รับรองทั่วไป และรวบรวมข้อมูลทางบัญชีเพื่อสรุปผลออกเป็นรายงานการเงินนำเสนอผู้บริหารและส่งให้ผู้ตรวจสอบ เพื่อตรวจสอบ (กรมบัญชีกลาง, 2558, น. 7 - 9) จากคำนิยามระบบบัญชีภาครัฐ จึงหมายถึง ระบบการจัดเก็บและ รวบรวมข้อมูลทางการเงินที่เกิดขึ้นจากการรับและจ่ายภาครัฐในการดำเนินงานหรือดำเนินกิจกรรม ของส่วนราชการ โดยนำข้อมูลทางการเงินตามประเภทของเงิน ได้แก่ เงินงบประมาณ เงินนอก งบประมาณ และเงินรายได้แผ่นดิน มาวิเคราะห์รายงานทางบัญชีเพื่อนำข้อมูลทางการเงินดังกล่าว