The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 6-2566 เงินนอกงบประมาณ สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thaipbo.parliament02, 2023-10-05 04:16:10

เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 6-2566 เงินนอกงบประมาณ สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน

เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 6-2566 เงินนอกงบประมาณ สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 29 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ที่เกิดขึ้นมาบันทึกรายการบัญชี โดยจัดทำขึ้นตามมาตรฐานและนโยบายการบัญชีภาครัฐ เพื่อนำเสนอ รายงานการเงินให้หัวหน้าส่วนราชการและส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ ซึ่งระบบ บัญชีมีโครงสร้าง 4 ส่วน คือ 1) เอกสารประกอบการบันทึกรายการบัญชีเป็นเอกสารที่ใช้ ประกอบการบันทึกรายการบัญชีที่มาจากการปฏิบัติงานของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่การ จัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายเงิน การรับและนำส่งเงิน ตลอดจนการปรับปรุงรายการบัญชี 2) สมุดบันทึกรายการขั้นต้น เป็นสมุดที่ใช้บันทึกรายการบัญชีรายวัน 3) สมุนบันทึกรายการขั้นปลาย เป็นสมุดที่ใช้การผ่านรายการที่ บันทึกไว้ในสมุดรายวัน เพื่อนำมาแบ่งเป็นหมวดหมู่ตามรายการที่เกิดขึ้น เป็นสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย 4) รายงานการเงิน เป็นรายงานที่ส่วนราชการจัดทำขึ้นเพื่อตรวจสอบ ความถูกต้องข้อมูลทางบัญชีให้มีความถูกต้องครบถ้วนกับเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำเดือน และเมื่อสิ้นปีงบประมาณต้องจัดทำรายงานประจำปี ส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 2.3.3 งบการเงิน (รายงานการเงิน) 2.3.3.1 ความหมาย งบการเงิน หมายถึง รายงานผลประกอบการทางการเงินหรือ รายงานทางบัญชีซึ่งจัดทำขึ้นตามวิธีการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป โดยเป็นการรายงานกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, 2545, น. 5, เพชรี ขุมทรัพย์, 2554, น. 1) การจัดทำงบการเงินมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนหรือรายงานความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลา หนึ่ง โดยแสดงถึงฐานะการลงทุน การจัดหาทุนของกิจการ และผลที่ได้รับระหว่างช่วงเวลา ที่ต้องการทบทวน (เพชรี ขุมทรัพย์, 2554, น. 2) งบการเงิน หมายถึง การนำเสนอฐานะการเงินและผลการ ดำเนินงานทางการเงินของกิจการอย่างมีแบบแผนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะ การเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดของกิจการซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ ของผู้ใช้ (สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์, 2560, น. 8) งบการเงิน หมายถึง งบที่นำเสนอฐานะการเงินและผลการ ดำเนินงานทางการเงินของหน่วยงานอย่างมีแบบแผน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการ ดำเนินงาน และกระแสเงินสดของหน่วยงานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจและประเมินผลเกี่ยวกับ การจัดสรรทรัพยากร หรือกล่าวโดยเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ของการรายงานทางการเงิน โดยทั่วไปในภาครัฐมุ่งให้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ และเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อ สาธารณะของหน่วยงานเกี่ยวกับทรัพยากรที่รับผิดชอบ (ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐาน การบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ, 2561, น.3) ประกอบด้วย


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 30 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 1) ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มา การจัดสรร และการใช้ประโยชน์ของ ทรัพยากรทางการเงิน 2) วิธีการที่หน่วยงานจัดหาเงินมาสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ และ บรรลุความต้องการใช้เงินสดของหน่วยงาน 3) ข้อมูลที่นำไปใช้ในการประเมินความสามารถในการจัดการทาง การเงินสำหรับดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ และชำระหนี้สิน ตลอดจนข้อผูกพันต่าง ๆ สถานะการเงินของ หน่วยงานและการเปลี่ยนแปลงของสถานะการเงิน 4) ข้อมูลที่นำไปใช้ประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานในแง่ ต้นทุนการบริการ ประสิทธิภาพ และผลสำเร็จ 2.3.3.2 องค์ประกอบของรายงานการเงิน รายงานการเงินที่จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปอาจจะนำไปใช้ พยากรณ์ โดยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพยากรณ์ระดับของทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่องทรัพยากรที่อาจจะเกิดจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยง และความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรายงานการเงินต้องให้ข้อมูลสินทรัพย์ หนี้สิน สินทรัพย์สุทธิ/ ส่วนทุน รายได้ ค่าใช้จ่าย การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์สุทธิ/ทุน และกระแสดเงินสด รายงานการเงิน ฉบับสมบูรณ์ประกอบด้วย (ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบาย การบัญชีภาครัฐ 2561, น. 33 - 35) 1) งบแสดงฐานะการเงิน 2) งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน 3) งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน 4) งบกระแสเงินสด 5) รายงานเปรียบเทียบงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจัดสรรและ จำนวนเงินที่ใช้จริง ซึ่งอาจแสดงเป็นรายงานแยกต่างหากหรือแสดงในหมายเหตุประกอบงบการเงิน 6) หมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งประกอบด้วยสรุปนโยบาย การบัญชีที่สำคัญ และข้อมูลที่ให้คำอธิบายอื่น และ 7) ข้อมูลของงวดก่อนเปรียบเทียบสำหรับทุกรายการที่แสดง ในรายงานการเงินงวดปัจจุบัน และแสดงงบแสดงฐานะการเงิน งบแสดงผลการดำเนินงาน งบกระแส เงินสด และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และทุน ต้องแสดงข้อมูลเปรียบเทียบอย่างน้อย รายการเดียวกับข้อมูล เปรียบเทียบงวดก่อน ดังนั้น งบการเงินจึงเป็นรายงานที่เกิดจากการรวบรวมข้อมูลและเอกสาร หลักฐานทางบัญชีที่แสดงถึงสถานะการเงิน ผลการดำเนินงานทางการเงิน และกระแสเงินสดของ กิจการอย่างมีแบบแผน โดยการจัดทำงบการเงินและนำเสนอข้อมูลต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 31 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ภาครัฐหรือมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไปกำหนด ซึ่งการศึกษาใช้ข้อมูลจากงบการเงินของ ทุนหมุนเวียนเป็นข้อมูลหลักในการศึกษาวิเคราะห์ จำเป็นต้องเข้าใจถึงความหมาย โครงสร้าง และ ความเชื่อมโยงข้อมูลแต่ละประเภทของงบการเงินนำไปสู่การศึกษาวิเคราะห์ และให้ข้อเสนอแนะ ที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกับงบการเงินของทุนหมุนเวียน 2.3.4 กฎหมาย และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์งบการเงิน 2.3.4.1 ความหมายและกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ 1) ความหมาย การวิเคราะห์งบการเงิน หมายถึง การใช้เครื่องมือต่าง ๆ มา ประเมินผลการดำเนินงานขององค์การ โดยพิจารณาข้อมูลจากงบการเงิน เพื่อทราบถึงฐานะ และ ความมั่นคงของกิจการ เพื่อประกอบการตัดสินใจ แล้วจัดทาผลการวิเคราะห์ขึ้นใหม่ เรียกกว่ารายงาน การวิเคราะห์งบการเงิน (รัตนา วงศ์รัศมีเดือน, 2550, น. 7-1) การวิเคราะห์งบการเงิน หมายถึง ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อ การพัฒนาตลาดทุนไทยเนื่องจากงบการเงินแสดงถึงข้อมูลโดยสรุปเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและ สถานะทางการเงินในอดีต ซึ่งช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ สามารถประเมินผล การบริหารจัดการธุรกิจ และผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมที่องค์กรมีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังสามารถนำข้อมูลจากงบการเงินมาประยุกต์ใช้ร่วมกับปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ในการคาดการณ์ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด มูลค่ากิจการ การดำรงสัดส่วนทางการเงิน เพื่อประกอบการตัดสินใจ ด้านการลงทุนได้(ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, 2554, คำนำ) การวิเคราะห์งบการเงิน เป็นกระบวนการค้นหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งจากงบการเงินของธุรกิจนั้น พร้อมทั้งนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาประกอบ การตัดสินใจในการดำเนินงานต่อไปในอนาคต (เฉลิมขวัญ ครุทบุญยงค์, 2554, น. 74) 2) กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ 2.1) ผู้บริหาร มีหน้าที่และต้องรับผิดชอบต่อผลการดำเนินงาน และฐานะการเงินของกิจการจึงต้องการการวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อพิจารณาถึงปัญหาและโอกาส ของกิจการสำหรับการกำหนดแผนดำเนินการต่อไป 2.2) ผู้ให้กู้คือ บุคคลภายนอกที่ให้กิจการกู้เงินมาใช้ในการดำเนิน ธุรกิจ เจ้าหนี้จะวิเคราะห์งบการเงินของลูกหนี้เพื่อพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ ความสามารถในการหากำไรและลักษณะการได้มาและการใช้ไปของเงินทุน เพื่อช่วยประเมิน ความสามารถในการจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งมีจุดหมายในการวิเคราะห์ แตกต่างกัน ตามระยะเวลาการให้สินเชื่อ ได้แก่


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 32 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน - เจ้าหนี้การค้าหรือเจ้าหนี้ระยะสั้น จะให้ความสนใจ ความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นของกิจการ จะมุ่งเน้นในการวิเคราะห์สภาพคล่องการวิเคราะห์ เงินทุนหมุนเวียน รวมถึงการวิเคราะห์อัตราการหมุนเวียนของลูกหนี้และสินค้า เป็นต้น - เจ้าหนี้ระยะยาว จะให้ความสนใจในการจ่ายชำระดอกเบี้ย และเงินต้นเมื่อครบกำหนดระยะเวลา ในการวิเคราะห์งบการเงินจะมุ่งเน้นด้านความเสี่ยง ว่ามีมากน้อยเพียงใด การตัดสินใจให้กู้ยืมควรจะให้กู้หรือไม่ และจะให้กู้ได้เป็นจำนวนเท่าใด ค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของกิจการ ความมั่นคงของกิจการ ความสามารถในการทำกำไร การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด รวมถึง การวิเคราะห์โครงสร้างทางการเงินของกิจการ 2.3) รัฐบาลและหน่วยงานราชการ วิเคราะห์งบการเงินเพื่อให้ได้ ข้อมูลที่จะนำมาประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ การกำกับดูแล การกำหนดนโยบายต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยส่วนรวม ตลอดจนเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีให้ถูกต้อง ตรงกับความเป็นจริง จึงมุ่งเน้นเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างงวดปัจจุบันและงวดก่อน ตรวจสอบ ความสัมพันธ์ของรายการต่าง ๆ ว่ามีความถูกต้องและมีความเป็นไปได้ เป็นความจริงและมีเอกสาร ครบถ้วน เช่น กรมสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นต้น ดังนั้น การวิเคราะห์งบการเงินจึงเป็นการนำข้อมูลจากงบการเงิน มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบหาความสัมพันธ์เพื่อนำข้อเท็จจริงมาประกอบการวางแผน การควบคุม และการตัดสินใจ ในการดำเนินงานต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนหรือการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล การพยากรณ์ฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานในอนาคตถึงความสามารถในการชำระหนี้ สำหรับเจ้าหนี้ในการให้สินเชื่อ การวัดความเสี่ยงในเชิงเปรียบเทียบ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่อาจ เกิดขึ้นจากผลกระทบต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นฐานข้อมูลที่เกี่ยวกับผลการบริหารงานของฝ่ายบริหาร ตามที่ได้กำหนดเป้าหมายไว้ นำไปสู่การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการบริหารงาน ฐานะการเงิน และ ปัญหาอื่น ๆ ตลอดจนสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานตามภารกิจของ บุคลากรในหน่วยงาน ทั้งนี้ เพื่อเสนอแนวทางการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานของรัฐ จากผลการวิเคราะห์งบการเงิน 2.3.4.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์งบการเงินภาครัฐ แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์งบการเงินข้างต้นเป็นแนวคิด ที่ใช้กับภาคเอกชนซึ่งเป็นหน่วยงานที่แสวงหากำไร ดังนั้น หากจะทำการวิเคราะห์งบการเงินภาครัฐ จำเป็นต้องประยุกต์ใช้หลักการและเครื่องมือในการวิเคราะห์งบการเงินของภาคเอกชนมาปรับใช้ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์งบการเงินภาครัฐ โดยส่วนใหญ่ ใช้การวิเคราะห์งบการเงินตามแนวดิ่ง (Common Size Analysis) การวิเคราะห์แนวนอน ห รื อแนวโน้ม (Horizontal Analysis or Trend Analysis) และ การวิเคราะห์อัตราส่วน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 33 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ทางการเงิน (Financial Ratios) ได้แก่ การวิเคราะห์สภาพคล่อง ความสามารถในการบริหาร ทรัพย์สิน ความสามารถในการทำกำไร และการวัดสภาพหนี้ (สำนักงบประมาณของรัฐสภา, 2561, น. 50 - 57) ดังนี้ 1) อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratios) คือ การวิเคราะห์ สภาพคล่อง (Liquidity Ratio) 2) อัตราส่วนเชิงประยุกต์ซึ่งเทียบเคียงจากแนวคิดการวิเคราะห์ งบการเงินภาคเอกชนมาปรับใช้เพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยกำหนดอัตราส่วน (Ratio) ดังนี้ 2.1)อัตราส่วนของเงินสดและเงินลงทุน เป็นอัตราส่วนที่แสดง ให้ทราบถึงสัดส่วนของสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง (เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินลงทุนระยะสั้น รายได้ดอกเบี้ยค้างรับและเงินลงทุนระยะยาว) กับรายได้งบประมาณ ที่ให้เห็นภาระงบประมาณ ของรัฐภายใต้ความสามารถในการนำสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องเหล่านี้มาใช้ในการดำเนินงานแทน การขอรับจัดสรรงบประมาณ 2.1.1)อัตราส่วนเงินสดและเงินลงทุนต่อรายได้งบประมาณ เป็นอัตราส่วนที่แสดงให้ทราบถึงสินทรัพย์ที่นำมาใช้ในการดำเนินงานได้แม้ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ อัตราส่วนเงินสดและเงินลงทุนต่อรายได้งบประมาณ = (เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด + เงินลงทุนระยะสั้นและระยะยาว)/รายได้งบประมาณ หน่วย : เท่า วิธีอ่าน : ผลการคำนวณไม่ควรสูงหรือต่ำเกินไป ควรประมาณ 1 เท่า หากมีเงินสดและเงินลงทุน สะสมอยู่จำนวนมาก อาจทำให้เสียโอกาสจากการนำงบประมาณไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ ทั้งนี้เหตุที่นำเงินลงทุนระยะสั้นและระยะยาวมาใช้ในการวิเคราะห์ เนื่องจากเงินลงทุนระยะสั้น และระยะยาวส่วนใหญ่เป็นเงินฝากที่อยู่ในสถาบันการเงิน 2.1.2)อัตราส่วนกำไรสะสมต่อรายได้งบประมาณ เป็นอัตราส่วน ที่แสดงให้ทราบถึงสัดส่วนของเงินเหลือจ่ายประจำปีที่องค์การมหาชนสะสมไว้ในรูปของกำไรสะสม ต่อรายได้งบประมาณ อัตราส่วนกำไรสะสมต่อรายได้งบประมาณ = กำไรสะสม/รายได้งบประมาณ หน่วย : เท่า วิธีอ่าน : กำไรสะสมเกิดจากผลรวมของกำไร(ขาดทุน) ประจำปี อัตราส่วนนี้ไม่ควรสูงหรือต่ำเกินไป ควรจะประมาณ 1 เท่าของรายได้งบประมาณ หากค่าอัตราส่วนสูงมากแสดงว่ามีกำไรสะสมจำนวนมาก ซึ่งการจัดสรรงบประมาณจึงควรจัดสรรงบประมาณเท่ากับการใช้จ่ายภายใน 1 ปี


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 34 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 2.1.3)อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยรับต่อรายได้งบประมาณ แสดงให้ทราบถึงสัดส่วนของรายได้ดอกเบี้ยต่อรายได้งบประมาณ ซึ่งรายได้ดอกเบี้ยประกอบด้วย ดอกเบี้ยรับจากผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งหน่วยงาน ดอกเบี้ยรับจากผลตอบแทน ในการนำสินทรัพย์ไปลงทุนและหรือดอกเบี้ยรับจากกิจกรรมอื่น ๆ จากการดำเนินงาน อัตราส่วนดอกเบี้ยต่อรายได้งบประมาณ = รายได้ดอกเบี้ย/รายได้งบประมาณ x 100 หน่วย : ร้อยละ วิธีอ่าน : ทุนหมุนเวียนเป็นหน่วยงานที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไรและรายได้ส่วนใหญ่ มาจากงบประมาณ ส่วนรายได้ดอกเบี้ยมาจากหลายแหล่ง ไม่มีแยกส่วนประกอบไว้อย่างชัดเจน ในงบการเงิน ดังนั้น ผู้ศึกษาเห็นว่า ค่าที่คำนวณได้ไม่ควรสูงหรือต่ำจนเกินไป ดังนี้ - หากรายได้ดอกเบี้ยเกิดจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งหน่วยงาน ค่าที่คำนวณได้ขึ้นอยู่กับ สัดส่วนการให้สินเชื่อและการคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อของหน่วยงาน และถือเป็นรายได้ จากการดำเนินงาน - หากรายได้ดอกเบี้ยเกิดจากผลตอบแทนในการนำสินทรัพย์ไปลงทุน ผลรวมของ สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยรับไม่ควรเกิน 1 เท่าของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร เนื่องจาก สินทรัพย์ที่มีมาจากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรอาจสะท้อนได้ว่านำ งบประมาณมาลงทุนแทนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ในแผนการใช้จ่ายงบประมาณ 2.2)อัตราส่วนโครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่าย เป็นอัตราส่วนที่ แสดงให้ทราบถึงสัดส่วนรายได้และค่าใช้จ่าย ซึ่งจะสะท้อนให้รัฐบาลทราบถึงภาระงบประมาณ และประสิทธิภาพในการบริหารงาน เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการวางแผนการดำเนินงาน การบริหาร ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ รวมไปถึงการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน 2.2.1)อัตราส ่วนรายได้จากการขายและบริการต ่อรายได้ งบประมาณ แสดงให้ทราบถึงศักยภาพในการดำเนินงาน และการบริหารงานจนสามารถสร้างรายได้ อัตราส่วนรายได้จากการขายและบริการต่อรายได้งบประมาณ = (รายได้จากการขายและบริการ/รายได้งบประมาณ) x 100 หน่วย : ร้อยละ วิธีอ่าน : หากค่าที่คำนวณได้ยิ่งสูงยิ่งดีเพราะหมายความว่าหน่วยงานสามารถสร้างรายได้จาก การดำเนินงานของหน่วยงาน และอาจสามารถลดภาระงบประมาณได้ 2.2.2)อัตราส ่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม แสดงให้ทราบถึง ศักยภาพในการบริหารค่าใช้จ่ายและความสามารถในการดำเนินงาน อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม = (ค่าใช้จ่ายรวม/รายได้รวม) x 100 หน่วย : ร้อยละ วิธีอ่าน : ค่าใช้จ่ายรวมคิดเป็นร้อยละเท่าใดของรายได้รวม หากค่าที่คำนวณได้ยิ่งต่ำยิ่งดีหากเป็น ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานตามแผน แต่หากต่ำและไม่สอดคล้องกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณถือว่าไม่ดี


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 35 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 2.2.3)อัตราส่วนค่าใช้จ่ายบุคลากรต่อรายได้งบประมาณ แสดงให้ ทราบถึงสัดส่วนของค่าใช้จ่ายบุคลากรกับการขอรับจัดสรรงบประมาณ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายบุคลากรต่อรายได้งบประมาณ = (ค่าใช้จ่ายบุคลากร/รายได้งบประมาณ) x 100 หน่วย : ร้อยละ วิธีอ่าน : ค่าใช้จ่ายบุคลากรไม่ควรเกินร้อยละ 30 ของรายได้งบประมาณ ซึ่งหากงบประมาณส่วน ใหญ่เป็นงบบุคลากรหน่วยงานอาจไม่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งได้ อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร 2.2.4)อัตราส่วนเงินรางวัลหรือโบนัสต่อค่าใช้จ่ายบุคลากร แสดงให้ทราบถึงสัดส่วนของเงินรางวัลหรือโบนัส กับค่าใช้จ่ายบุคากร หมายความว่า มีการจ่าย เงินโบนัสในสัดส่วนที่สูงหรือต่ำ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายบุคลากรต่อรายได้งบประมาณ = (เงินรางวัลหรือโบนัส/ค่าใช้จ่ายบุคลากร) x100 หน่วย : ร้อยละ วิธีอ่าน : อัตราส่วนนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน แต่ควรกำหนดระดับเป้าหมายไว้เป็นขั้น ๆ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน มีความท้าทาย และปฏิบัติงานได้สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดจึงจะได้รับโบนัสแต่ละขั้น สัดส่วนที่เหมาะสม จึงขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจ่ายโบนัสในอัตราที่สูงมากจนเป็นภาระงบประมาณ ดังนั้น ในการวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ผู้ศึกษาได้นำอัตราส่วน ทางการเงิน (Financial Ratios) คือ การวิเคราะห์สภาพคล่อง (Liquidity Ratio) และอัตราส่วน เชิงประยุกต์ซึ่งเทียบเคียงจากแนวคิดการวิเคราะห์งบการเงินภาคเอกชนมาปรับใช้เพื่อให้เกิดความ เหมาะสม 2.4 วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำรายงานการศึกษาวิเคราะห์ฉบับนี้ผู้ศึกษาได้นำผลการศึกษาวิจัยในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับเงินนอกงบประมาณ มาใช้ในการศึกษา ดังนี้ สำนักงบประมาณของรัฐสภา (2565, น. จ - ฉ) ศึกษา เรื่อง รายได้เงินนอก งบประมาณกับการสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีโดยศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลรายได้ เงินนอกงบประมาณและการสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีของหน่วยรับงบประมาณทั้งประเทศ จากการรวบรวมข้อมูลจากกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ ตลอดจนเอกสาร งบประมาณระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2565 พบว่า หน่วยรับงบประมาณมีเงินนอก งบประมาณจำนวนมาก ในขณะที่การสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปียังคงเป็นสัดส่วนที่น้อย เมื่อเทียบกับรายได้เงินนอกงบประมาณที่หน่วยงานสามารถจัดเก็บและสะสมไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้อง นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และแผนการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณยังให้ความสำคัญกับภารกิจ พื้นฐาน นอกจากนี้หน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์หรือสัดส่วนที่เหมาะสม ในการนำเงินนอกงบประมาณมาสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี อีกทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 36 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ในการกำกับดูแล และบริหารเงินนอกงบประมาณยังไม่สามารถพัฒนาระบบบริหารเงินนอกงบประมาณ ให้สามารถจัดเก็บฐานข้อมูลเงินนอกงบประมาณได้คลอบคลุมทุกหน่วยรับงบประมาณทุกหน่วย สุปรียา แก้วละเอียด (2563, น. 315) ได้เขียนหนังสือ เรื่อง กฎหมายการคลัง : ภาคงบประมาณแผ่นดิน โดยแสดงให้ทราบถึงข้อจำกัดของรัฐสภาในการอนุมัติเงินนอกงบประมาณ เนื่องจากเงินนอกงบประมาณจะไม่แสดงในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพราะร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศไทยจะแสดงแต่เฉพาะรายจ่ายเงิน งบประมาณที่เป็นรายจ่าย ซึ่งจ่ายจากเงินคงคลังในกรณีปกติทั่วไป ไม่รวมเงินนอกงบประมาณที่ไม่ เป็นเงินคงคลัง โดยเงินที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐกฎหมายอนุญาตให้หน่วยงาน เก็บไว้ใช้จ่ายเองได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง และสามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างคล่องตัว ในปัจจุบัน มีเงินนอกงบประมาณจำนวนมากที่ไม่นำส่งคลังและยังไม่ได้รับความเห็นชอบให้ใช้จ่ายจากรัฐสภา สำนักงบประมาณของรัฐสภา (2563, น.ช) ศึกษา เรื่อง ภาพรวมทุนหมุนเวียน ปี 2564 โดยศึกษาข้อมูลพื้นฐานของทุนหมุนเวียน และการจัดสรรงบประมาณสำหรับทุนหมุนเวียนในช่วง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560-2564 พบว่า การบริหารจัดการทุนหมุนเวียนเป็นไปตามระเบียบการ บริหารทุนหมุนเวียนนั้น ๆ โดยมีคณะกรรมการบริหารทุนหมุนเวียนทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับดูแล การบริหารจัดการ และการติดตามการดำเนินงานและการใช้จ่ายของทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีควรมีการติดตามอย่างเป็นระบบจากหน่วยงานที่กำกับดูแล เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับหน่วยรับงบประมาณอื่น ๆ ที่สามารถติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ ที่เกิดขึ้นได้จริงจากระบบบริหารจัดการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (New GFMIS Thai) สำนักงบประมาณของรัฐสภา (2561, น.ข-จ) ศึกษา เรื่อง การวิเคราะห์งบการเงิน องค์การมหาชน โดยเป็นการศึกษาวิเคราะห์งบการเงินขององค์การมหาชน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีรายได้ หลักมาจากการได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐและเมื่อใช้จ่ายงบประมาณแล้วเหลือสามารถเก็บสะสมไว้ใช้ จ่ายในการบริหารงานในปีถัดไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งหน่วยงานได้โดยไม่ส่งนำส่งคลังเป็นรายได้ แผ่นดินถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณจำนวนมาก โดยใช้อัตราส่วนเชิงประยุกต์จากการ เทียบเคียงแนวคิดการวิเคราะห์งบการเงินของภาคเอกชน พบว่า องค์การมหาชนได้รับจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจำปีสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง เป็นผลทำให้เกิดรายได้เหลือจ่าย จำนวนมากสะสมอยู่ในรูปของเงินฝากธนาคาร และเงินลงทุนต่าง ๆ หากนำมาใช้ทดแทนการขอรับ จัดสรรงบประมาณหรือสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะสามารถลดภาระงบประมาณได้ เป็นจำนวนมาก นนทกร เกรียงศิริ(2560, น.(2)) ศึกษา เรื่อง วิเคราะห์กฎหมายเกี่ยวกับการบริหาร เงินนอกงบประมาณของประเทศไทย โดยศึกษาหลักกฎหมายพื้นฐานทางการคลัง และกฎหมาย การคลังในต่างประเทศ แล้วนำมาวิเคราะห์กับกฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารเงินนอกงบประมาณของ ประเทศไทย พบว่า ประเทศไทยมีนโยบายการบริหารประเทศ โดยเน้นความโปร่งใส ต่อต้าน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 37 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน __________________________________ การทุจริต ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่บัญญัติกฎหมายให้มีเนื้อหาที่ป้องกันการทุจริตมากเกินไป ทำให้การบริหารเงินนอกงบประมาณถูกจำกัดมากขึ้นตามไปด้วย จนขัดต่อวัตถุประสงค์ ของการบริหารเงินนอกงบประมาณที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเงินดังกล่าว นอกจากนี้การมีกฎหมายจำนวนมากที่มีบทบัญญัติเกี่ยวข้องกับการบริหารเงินนอกงบประมาณทำให้ กฎหมายต่าง ๆ ขาดความเป็นเอกภาพจนนำมาสู่ปัญหาของการบริหารเงินนอกงบประมาณขึ้น จากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องข้างต้น พบว่า มีการศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับเงินนอกงบประมาณ การวิเคราะห์งบการเงินของหน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณ เน้นศึกษากระบวนการบริหาร และการจัดสรรงบประมาณ ดังนั้น ผู้ศึกษาจึงเห็นความสำคัญ ในการศึกษาเงินนอกงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะสถานะทางการเงินของ ทุนหมุนเวียน เนื่องจากสะท้อนให้ทราบถึงฐานะความมั่นคงทางการเงินของทุนหมุนเวียนและ ความสามารถในการลดภาระงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งหากเงินสะสมที่มีอยู่สูงเกินความจำเป็น อาจทำให้เสียโอกาสในการนำงบประมาณไปใช้ในการดำเนินงานตามนโยบายที่สำคัญของประเทศ 2.5 กรอบความคิดในการศึกษา แผนภาพที่ 2 กรอบความคิดในการศึกษา กฎหมาย และแนวคิดเกี่ยวกับ - เงินนอกงบประมาณ - ทุนหมุนเวียน - งบการเงินและ การวิเคราะห์งบการเงิน - วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์สถานะทาง การเงินของทุนหมุนเวียน การดำเนินงานของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - การจัดสรรงบประมาณ - การกำกับดูแล ติดตามและ ประเมินผลการดำเนินงาน - การตรวจสอบ ข้อเสนอ ประกอบการ พิจารณาจัดสรร งบประมาณ รายจ่ายประจำปี ข้อมูลจากเอกสารงบประมาณ และระบบจัดการเงินนอก งบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) ข้อมูลจากการสัมภาษณ์


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 38 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน บทที่ 3 ข้อมูลพื้นฐานของทุนหมุนเวียน ดังที่กล่าวมาแล้วในบทที่ 2 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมาย แนวคิด และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในบทนี้จะนำเสนอเกี่ยวกับข้อมูลของทุนหมุนเวียน อันจะเป็นฐานข้อมูลประกอบการจัดทำ บทวิเคราะห์ในบทต่อไป โดยมีรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ดังนี้ 3.1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน 3.2 งบประมาณของทุนหมุนเวียน 3.3 สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 3.4 การประเมินผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน 3.1 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน ทุนหมุนเวียน เป็นเงินนอกงบประมาณประเภทจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารงาน ของส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือเพื่อช่วยเหลือในการครองชีพหรือเพื่อให้บริการ แก่ประชาชน เนื่องจากสามารถใช้ดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นและสำคัญที่ภาครัฐไม่สามารถดำเนินการได้ ตามแนวทางของระบบงบประมาณปกติได้อย่างคล่องตัว โดยทุนหมุนเวียนต้องมีวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ที่ชัดเจน และพร้อมดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ สามารถหารายได้จากการดำเนินงานกลับเข้ามาสมทบ เป็นรายรับของทุนหมุนเวียนได้โดยไม่ขอรับจัดสรรงบประมาณเพียงอย่างเดียวหรือไม่ขอรับจัดรรงบประมาณ สำหรับเป็นทุนประเดิมและสะสมไว้ที่สถาบันการเงินจนเกิดรายได้มาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ ทุนหมุนเวียน ปัจจุบันมีทุนหมุนเวียนตามนิยามของพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมบัญชีกลาง จำนวนทั้งสิ้น 116 ทุน ซึ่งมีสถานะการดำเนินงาน ดังนี้ • ดำเนินงานปกติ จำนวน 110 ทุนหมุนเวียน • อยู่ระหว่างยุบเลิก จำนวน 4 ทุนหมุนเวียน ประกอบด้วย เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กองทุนช่วยเหลือ เยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการพัฒนากฎหมาย และกองทุนพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ของรัฐ • อยู่ระหว่างการรวมทุนหมุนเวียน จำนวน 1 ทุนหมุนเวียน คือ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริม วัฒนธรรมซ้ำซ้อนกับกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม • ยังไม่ดำเนินงานตามกฎหมายจัดตั้ง จำนวน 1 ทุนหมุนเวียน คือ กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ เนื่องจากรายได้มาจาก สถานประกอบการหรือเอกชนมอบให้แก่กองทุนฯ หรือมีผู้บริจาคหรืออุทิศให้แก่กองทุนฯ โดยในปัจจุบัน ยังไม่มีรายได้จากแหล่งที่มาดังกล่าว ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินงานตามภารกิจและวัตถุประสงค์


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 39 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้จัดประเภทของทุนหมุนเวียนตามวัตถุประสงค์ การจัดตั้งและภารกิจออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ 1. ประเภทเพื่อการกู้ยืม ทุนหมุนเวียนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินทุนมาปล่อยกู้ (คิดดอกเบี้ย) หรือให้ยืมเงิน (ไม่คิดดอกเบี้ย) และมีการกำหนดให้ผ่อนชำระคืน โดยอาจจะมีรายจ่าย ให้เปล่าบางส่วนหรือจัดหาสิ่งของ กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน นักเรียนนักศึกษา ข้าราชการ พนักงานของรัฐ และประชาชนทั่วไป มีจำนวน 15 ทุน เช่น กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน เป็นต้น 2. ประเภทเพื่อการจำหน่ายและการผลิต ทุนหมุนเวียนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อและ หรือผลิตสินค้าต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายให้แก่หน่วยงานราชการ องค์กรเฉพาะกิจต่าง ๆ รวมทั้งภาคเอกชน และประชาชน มีจำนวน 12 ทุน เช่น เงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืช เงินทุนหมุนเวียน โรงงานเภสัชกรรมทหาร เงินทุนหมุนเวียนเพื่อจัดทำแผ่นป้ายทะเบียนรถ เป็นต้น 3. ประเภทเพื่อการบริการ ทุนหมุนเวียนที่มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ แก่หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป โดยมีรายได้หลักจากการให้เช่าเครื่องมือ อุปกรณ์การเก็บค่าเข้าชมสถานที่ ให้เช่า ให้ใช้สถานที่ เผยแพร่ผลงาน โดยมีรายได้จากการจำหน่าย สินค้า และบริการ มีจำนวน 6 ทุน เช่น เงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง เงินทุนค่าเครื่องจักรกล ของกรมทางหลวง เงินทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน เป็นต้น 4. ประเภทสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม ทุนหมุนเวียนที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ เงินทดแทน ช่วยเหลือ สงเคราะห์แก่ประชาชนโดยรวม โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่ด้อยโอกาส หรือ ประสบปัญหาความยากลำบาก ให้ได้รับประโยชน์จากภาครัฐอย่างเท่าเทียมกัน โดยกลุ่มเป้าหมาย อาจมีส่วนร่วมในการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนด้วย มีจำนวน 19 ทุน เช่น กองทุนประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ เป็นต้น 5. ประเภทเพื่อการสนับสนุนส่งเสริม ทุนหมุนเวียนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ของภาครัฐ และประชาชนส่วนรวมโดยไม่มุ่งหวัง ผลกำไรส่วนใหญ่เป็นการให้ความช่วยเหลือโดยการให้เปล่า (ผลประโยชน์เป็นของกลุ่มเป้าหมาย) มีจำนวน 64 ทุน เช่น กองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กองทุนสิ่งแวดล้อม เป็นต้น หรืออาจจำแนกทุนหมุนเวียนตามแหล่งเงินได้ออกเป็น 3 ประเภท (ภาวิน ศิริประภานุกุล, 2558) ดังนี้ 1. เงินทุนหมุนเวียนที่พึ่งงบประมาณเป็นหลัก เป็นกลุ่มเงินทุนหมุนเวียนที่ไม่สามารถ หารายได้จากภารกิจของเงินทุนได้จึงไม่มีเงินทุนในการบริหารงานของเงินทุนหมุนเวียนนั้น จำเป็นต้อง ได้รับเงินอุดหนุนจากงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนสนับสนุนการวิจัย กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 2. เงินทุนหมุนเวียนที่มีรายได้จากภารกิจหลัก เป็นกลุ่มทุนหมุนเวียนที่มีรายได้ จากภารกิจของเงินทุน โดยเป็นรายได้ที่จัดเก็บจากประชาชนหรือภาคธุรกิจเป็นการเฉพาะ เช่น


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 40 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน รวมงบประมาณ พ.ศ. 2561-2565 จำนวน 1,229,252.8585 ล้านบาท เฉลี่ย 204,875.4764 ล้านบาทต่อปี กองทุนประกันสังคม กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(สำนักงาน กสทช.) หรือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 3. เงินทุนหมุนเวียนที่มีรายได้หลักจากการจัดสรรภาษีให้เป็นการเฉพาะ เช่น เงินบำรุงไทยพีบีเอส กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หรือกองทุน พัฒนาการกีฬา แห่งชาติ (กองทุนกีฬา) ที่มีรายได้หลักจากภาษีที่รัฐจัดเก็บจากผู้ผลิตและผู้นำเข้า สินค้าสุราและยาสูบ 3.2 งบประมาณของทุนหมุนเวียน ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561–2566 ทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,229,252.8585 ล้านบาท จำแนกรายปีได้ตามแผนภาพที่ 3 ดังนี้ แผนภาพที่ 3 งบประมาณที่ทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรร ระหว่างปี พ.ศ. 2561-2566 ที่มา : พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2566 สำหรับงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจำแนกรายทุนหมุนเวียนระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561–2566 รายละเอียดตามตารางที่ 2 ดังนี้ ตารางที่ 2 งบประมาณจำแนกรายทุนหมุนเวียน ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561–2566 หน่วย : ล้านบาท


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 41 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่2 งบประมาณทุนหมุนเวียน ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2560–2566 (ต่อ) หน่วย : ล้านบาท


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 42 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่2 งบประมาณทุนหมุนเวียน ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2560–2566 (ต่อ) หน่วย : ล้านบาท ที่มา : พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2566 จากภาพที่ 3 และตารางที่ 2 พบว่า ทุนหมุนเวียนที่ได้รับจัดสรรงบประมาณงบประมาณ รายจ่ายระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561–2566 ส่วนใหญ่เป็นทุนหมุนเวียนเดิมที่รัฐจำเป็นต้อง จัดสรรงบประมาณให้เพื่อให้ทุนหมุนเวียนนำไปใช้จ่ายในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ การจัดตั้งได้อย่างครอบคลุม โดยส่วนใหญ่เป็นทุนหมุนเวียนที่ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นเครื่องมือใน การจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง เช่น กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณสุงที่สุด 6 ปีรวมจำนวน 826,548.6293 ล้านบาท รองลงมาเป็นกอง ทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ได้รับจัดสรรงบประมาณรวม 6 ปี จำนวน 254,887.9723 ล้านบาท และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวักรรม ได้รับจัดสรร งบประมาณ 6 ปีจำนวน 67,031.7633 ล้านบาท เป็นต้น สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีจำนวน 206,819.3509 ล้านบาท โดยทุนหมุนเวียนที่ได้รับจัดสรรงบประมาณสูงที่สุด คือ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจำนวน 142,297.9367 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 68.75 ของงบประมาณทุนหมุนเวียนที่ได้รับการจัดสรร และทุนหมุนเวียนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ต่ำที่สุดคือ กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ จำนวน 5 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรในจำนวนที่เท่ากัน รายละเอียดตามแผนภาพที่ 4ดังนี้


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 43 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สำหรับการใช้จ่ายงบประมาณหรือผลการเบิกจ่าย ในระบบบริหารจัดการเงินการคลังภาครัฐ แบบอิเล็กทรอนิกส์ (New GFMIS Thai )สิ้นสุดไตรมาสที่ 3 พบว่า ทุนหมุนเวียนมีงบประมาณหลังโอน เปลี่ยนแปลง จำนวน 206,819.3509 ล้านบาท เบิกจ่ายรวมจำนวน 206,667.9772 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 99.93 จำแนกเป็นรายจ่ายประจำ จำนวน 182,980.2287 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.47 และรายจ่ายลงทุน จำนวน 23,687.7485 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 11.45 โดยทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ มีผลการเบิกจ่ายที่ร้อยละ 100 รายละเอียดผลการเบิกจ่ายจำแนกรายทุนหมุนเวียนตามตารางที่ 3ดังนี้ ตารางที่ 3 ผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุนหมุนเวียน สิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 หน่วย : ล้านบาท แผนภาพที่ 4 งบประมาณทุนหมุนเวียนปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สูงสุด/ต่ำสุด 5 อันดับแรก ที่มา : พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 44 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่ 3 ผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุนหมุนเวียน สิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 หน่วย : ล้านบาท ที่มา : รายงานผลการเบิกจ่ายรายหน่วยงานในระบบ New GFMIS Thai ณ วันที่ 1 เมษายน 2566 กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 45 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 3.3 สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สำนักงบประมาณของรัฐสภาได้รับความอนุเคราะห์จากกรมบัญชีกลาง ให้เข้าถึงข้อมูล รายงานทางการเงินทุนหมุนเวียน : รายงานงบทดลอง (ภาพรวม) ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกิดจากการบันทึก ข้อมูลของทุนหมุนเวียน เพื่อให้กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลติดตามการดำเนินงาน ได้อย่างต่อเนื่องและครบถ้วน จากข้อมูลพบว่า มีทุนหมุนเวียนที่บันทึกข้อมูลจำนวน 114 ทุน จากทุนหมุนเวียนทั้งหมด 116 ทุน โดยภาพรวมทุนหมุนเวียนมีข้อมูลจากงบแสดงฐานะะทางการเงิน ระหว่างปีบัญชี พ.ศ. 2561 – 2565 ทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์เฉลี่ย จำนวน 4,835,585.1916 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้สิน จำนวน 1,982,930.0825 ล้านบาท และสินทรัพย์สุทธิ/ทุน (รวมรายได้สูง (ต่ำกว่า) ค่าใช้จ่ายระหว่างปี) จำนวน 2,852,526.4778 ล้านบาท รายละเอียดจำแนกรายปีบัญชี ตามแผนภาพที่ 5 ดังนี้ จากแผนภาพที่ 5เมื่อพิจารณความถูกต้องของสมการบัญชี (สินทรัพย์ = หนี้สิน + สินทรัพย์ สุทธิ/ทุน) พบว่า ในภาพรวมทุนหมุนเวียนบันทึกรายการในระบบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) ผิดดุลบัญชีจำนวน 12 ทุน โดยส่วนใหญ่ บันทึกรายการผิดดุลในปีบัญชี 2561 สำหรับข้อมูลจากรายงานแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน ปีบัญชี 2561-2565 พบว่า ทุนหมุนเวียน ที่มีรายได้เฉลี่ย 5 ปี จำนวน 469,281.3884 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจำนวน 479,744.9814ล้านบาท ส่งผลให้มีรายได้(ต่ำ)กว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยปีละจำนวน (10,463.5930) ล้านบาท รายละเอียดจำแนกรายปีบัญชีตามภาพที่ 6ดังนี้ แผนภาพที่5 รายงานงบแสดงฐานะทางการเงิน ปีบัญชี 2561 – 2565 ที่มา : ระบบ NBMS ณ วันที่ 30 เมษายน 2566


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 46 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน แผนภาพที่6 รายงานงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน ปีบัญชี 2561 – 2565 ที่มา : ระบบ NBMS ณ วันที่ 30 เมษายน 2566 จากแผนภาพที่ 6 พบว่า ปีบัญชี 2561–2562 ทุนหมุนเวียนมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย มากกว่า 45,000 ล้านบาท แต่เมื่อปีบัญชี 2563–2565 พบว่า ทุนหมุนเวียนมีแนวโน้มรายได้ต่ำกว่า ค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การที่ทุนหมุนเวียนมีรายได้จากการดำเนินงานลดลงส่วนหนึ่งอาจเกิดจาก การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเฉพาะในปีบัญชี 2565 ทุนหมุนเวียน มีรายได้ (ต่ำ) กว่ารายจ่ายถึง (162,859.9005) ล้านบาท หากพิจารณาสถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน สิ้นสุดปีบัญชี 2565 จำแนก ตามประเภทของทุนหมุนเวียน พบว่า ในปีบัญชี พ.ศ. 2565 ทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์ หนี้สิน สินทรัพย์สุทธิ/ทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่เป็นของทุนหมุนเวียนเพื่อการสงเคราะห์ และสวัสดิการสังคม รายละเอียดตามตารางที่4 ดังนี้ ตารางที่4 สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน หน่วย : ล้านบาท ประเภทของ ทุนหมุนเวียน สินทรัพย์ (1) หนี้สิน (2) สินทรัพย์สุทธิ/ทุน (3) ดุลบัญชี (1) –((2)+ (3)+(7) = (4) รายได้ (5) ค่าใช้จ่าย (6) รายได้สูง/(ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่าย (7) เพื่อการกู้ยืม 560,089.4704 2,756.7196 561,288.6658 - 16,738.7809 20,694.6959 (3,955.9150) เพื่อการจำหน่วยและการผลิต 28,657.6623 1,019.5976 26,920.2499 2,900.2480 4,218.9565 3,501.1417 717.8148 เพื่อการบริการ 56,316.3468 506.2753 52,192.0088 (40,319.5474) 6,673.6312 3,055.5685 3,618.0628 เพื่อการสงเคราะห์และ สวัสดิการสังคม 3,774,360.4030 1,866,805.8401 1,944,586.4011 (89,861.2829) 285,827.7442 322,859.5823 (37,031.8382) เพื่อการสนับสนุนส่งเสริม 426,340.3362 252,085.7502 300,092.4773 127,650.7160 151,725.6369 277,933.6618 (126,208.0249) ผลรวมทั้งหมด 4,845,764.2186 2,123,174.1827 2,885,079.8028 370.1336 465,184.7497 628,044.6502 (162,859.9005) ที่มา : ระบบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) ณ วันที่ 30 เมษายน 2566


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 47 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 3.3.1 สินทรัพย์หนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน ทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 4,845,764.2186 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 49.17 ขณะที่มีหนี้สินและ สินทรัพย์สุทธิ/ทุน จำนวน 2,123,174.1827 และ 2,885,079.8028 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21.54 และ 29.29 ตามลำดับ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณา ความถูกต้องของสมการบัญชีพบว่า ในภาพรวม ทุนหมุนเวียนยังบันทึกบัญชีผิดดุลบัญชีรวมจำนวน 370.1336 ล้านบาท โดยเป็นผลจาก 2 ทุน คือ กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันข้อมูลจากระบบ NBMS ณ วันที่ 30 เมษายน 2566 ไม่แสดงรายละเอียด ที่สามารถสอบทานความถูกต้องได้ เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล และจากการสืบค้นข้อมูล งบการเงินที่หน่วยงานบันทึกข้อมูลในระบบ CFS พบว่า งบรายงานการเงินของทุนหมุนเวียนทั้ง 2 ทุน มีความสมบูรณ์ถูกต้องตามสมการบัญชี 3.3.1.1 สินทรัพย์ณ สิ้นปีบัญชี พ.ศ. 2565 ทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น จำนวน 4,845,764.2186 ล้านบาท ลดลงจากปีบัญชี พ.ศ. 2564 จำนวน 8,960.7717 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 0.19 โดยส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์รวมของทุนหมุนเวียนเพื่อการสงเคราะห์ และสวัสดิการสังคม เช่น กองทุนประกันสังคม มีสินทรัพย์จำนวน 1,194,965.9243 ล้านบาท กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีสินทรัพย์จำนวน 897,994.5123 ล้านบาท และกองทุนวิจัยและ พัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ มีสินทรัพย์จำนวน 351,175.4621 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 49.56 24.66 และ 7.25 ของมูลค่า สินทรัพย์ของทุนหมุนเวียนรวม โดยสินทรัพย์รวมมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุน ที่สร้างสภาพคล่องให้กองทุนสูงถึงจำนวน 4,093,525.5758 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 84.84 ของสินทรัพย์รวม ประกอบด้วย ดังนี้ (1) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จำนวน 391,898.0933 ล้านบาท (2) เงินลงทุนระยะสั้น จำนวน 945,776.3655 ล้านบาท (3) เงินลงทุนระยะยาว จำนวน 2,755,851.1170 ล้านบาท เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสดฯ ที่ปรากฎข้างต้นส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนระยะยาว ซึ่งเป็นเงินสะสมที่ทุนหมุนเวียนฝากไว้ที่สถาบันการเงิน โดยมากกว่าร้อยละ 70 เป็นเงินที่เก็บสมทบจากรัฐบาล นายจ้าง ข้าราชการ และผู้ประกันตน เพื่อจ่ายคืนให้ ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เมื่อพิจารณาจำแนกรายทุนหมุนเวียนพบว่า เงินสด แผนภาพที่ 7 สัดส่วนสินทรัพย์ หนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิ/ทุน ณ สิ้นปีบัญชี 2565 แผนภาพที่ 8 สัดส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุน ณ สิ้นปีบัญชี 2565


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 48 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน และรายการเทียบเท่าเงินสดส่วนใหญ่เป็นของ 2 ทุนหมุนเวียน คือ กองทุนประกันสังคมมีจำนวน 2,401,628.3199 ล้านบาท และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ มีจำนวน 1,194,965.9243 ล้าน บาท เมื่อรวมเงินสดฯ ของทั้ง 2 ทุนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 74.22 ของสินทรัพย์รวมทั้งหมด ทั้งนี้ หากไม่รวมสินทรัพย์ของกองทุนประกันสังคมและกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ทุนหมุนเวียนจะมีสินทรัพย์รวมเพียงจำนวน 496,931.3316 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.14 ของสินทรัพย์รวมทั้งหมด 3.3.1.2 หนี้สิน ณ สิ้นปีบัญชี พ.ศ. 2565 ทุนหมุนเวียนมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น จำนวน2,123,174.1827ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 134,249.2183ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.75 เมื่อพิจารณา รายทุนหมุนเวียนพบว่า กองทุน ประกันสังคมมีหนี้สินสูงที่สุดจำนวน 1,856,160.4694 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 87.42ของหนี้สินรวม ซึ่งหนี้สิน ที่เกิดขึ้นเป็นเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เป็นยอด ประมาณการประโยชน์ทดแทน กรณีชราภาพ ซึ่งกองทุนประกันสังคมจะต้องจ่ายให้ผู้ประกันตนเมื่อถึงกำหนดตามเงื่อนไขที่กฎหมาย กำหนด โดยมีลักษณะเช่นเดียวกับบำเหน็จ/บำนาญ และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีหนี้สินจำนวน 127,757,545,033.02 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.25 หนี้สินที่เกิดขึ้นเกิดจากค่าใช้ชดเชยรอการตรวจสอบ ที่กองทุนต้องจ่ายให้แก่ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง และผู้นำเข้าที่มีสิทธิได้รับชดเชยตามอัตรา ที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานประกาศ 3.3.1.3 สินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน ณ สิ้นปีบัญชี พ.ศ. 2565 ทุนหมุนเวียน มีสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุนรวมทั้งสิ้นจำนวน 2,885,079.8028 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 44,721.1692 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.57 เมื่อพิจารณาจำแนกรายทุนหมุนเวียน พบว่า กองทุนบำเหน็จบำนาญ มีส่วนทุนสูงที่สุดจำนวน 1,183,532.5530 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 41.02 ของสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุนรวม 3.3.2 รายได้และค่าใช้จ่ายของทุนหมุนเวียน ปีบัญชี พ.ศ. 2565 ทุนหมุนเวียนมีรายได้รวม จำนวน 465,184.7497 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายรวม จำนวน 628,044.6502 ล้านบาท ส่งผลให้ทุนหมุนเวียนมีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่าย เท่ากับ (162,859.9005) ล้านบาท เมื่อพิจารณารายทุนหมุนเวียนพบว่า ทุนหมุนเวียนที่มีผล การดำเนินงานรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสูงที่สุด คือ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติโดยมีรายได้สุทธิ สูงกว่าค่าใช้จ่ายสูงถึง 21,788.3995 ล้านบาท ในขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีผลการดำเนินงาน ที่มีรายได้(ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสูงสุดจำนวน (138,590.8031) ล้านบาท แผนภาพที่9 สัดส่วนหนี้สิน สิ้นปีบัญชี 2565


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 49 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 3.3.3 การนำทุนและผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ตามที่กระทรวงการคลังได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. 2561 และ ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2565 โดยระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561–2565 กรมบัญชีกลางได้มีหนังสือให้ ทุนหมุนเวียนนำเงินสะสมส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินรวมทั้งสิ้น 59,537.3121 ล้านบาท รายละเอียด ปรากฏตามตารางที่ 5 ดังนี้ 1. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จำนวน 19 ทุน นำทุนและผลกำไรส่วนเกินส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน รวมทั้งสิ้น 18,759.75 ล้านบาท (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561) 2. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จำนวน 8 ทุน นำทุนและผลกำไรส่วนเกินส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน รวมทั้งสิ้น 1,659.17 ล้านบาท (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564) 3. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 6 ทุน นำทุนและผลกำไรส่วนเกินส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน รวมทั้งสิ้น 1,162.74 ล้านบาท (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564) 4. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 7 ทุน นำทุนและผลกำไรส่วนเกินส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน รวมทั้งสิ้น 3,100.08 ล้านบาท (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565) 5. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 2 ครั้ง รวม 18 ทุน นำทุนและผลกำไร ส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน รวมทั้งสิ้น 22,838.5683 ล้านบาท (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2565 และวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566) ตารางที่5 การนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินจำแนกรายทุนหมุนเวียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2565 หน่วย : ล้านบาท


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 50 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่5 การนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินจำแนกรายทุนหมุนเวียน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2565 (ต่อ) หน่วย : ล้านบาท ที่มา : มติคณะรัฐมนตรีระหว่างปีงบประมาณ 2561-2566


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 51 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ทุนหมุนเวียนได้นำเงินสะสมฯ ส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินสูงที่สุด คือ กองทุน น้ำมันเชื้อเพลิง โดยนำส่งระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 –2565 จำนวน 24,377.5734 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 51.30 ของจำนวนเงินสะสมฯ ที่นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินทั้งหมดระหว่างปี 2561-2565 3.4 การประเมินผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ตามที่ระบุในมาตรา 31 พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 บัญญัติให้ กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนเป็นประจำทุกปีโดยการประเมินผล การดำเนินงานของทุนหมุนเวียนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีระบบการประเมินผลการดำเนินงาน ทุนหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุนหมุนเวียนมีการพัฒนาศักยภาพ ในการบริหารจัดการและการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน อีกทั้งยังถือเป็นเครื่องมือของภาครัฐ ในการกำกับดูแลทุนหมุนเวียนให้ดำเนินงานของทุนหมุนเวียนให้เป็นไปตามเป้าหมายและ วัตถุประสงค์ของทุนหมุนเวียนเกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ซึ่งปัจจุบันกรมบัญชีกลางดำเนิน ประเมินผลการดำเนินงานร่วมกับบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ทริส) โดยนำหลักการ Balanced Scorecard : BSC มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน และกำหนดเกณฑ์วัด การดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ซึ่งกำหนดไว้ 6 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านการเงิน พิจารณาจากประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านการเงินของทุนหมุนเวียน แบ่งตามกลุ่มประเภททุนหมุนเวียน 5 ประเภท โดยวัดผลสำเร็จด้านการเงินที่เป็นตัวเงินหรือร้อยละ อัตราส่วนทางการเงิน เช่น การชำระหนี้ตามแผน อัตราการปล่อยสินเชื่อ การเพิ่มความมั่นคงของ เงินกองทุน การบริหารต้นทุนต่อหน่วย การบริหารรายได้ และการจัดหาแหล่งเงินทุนภายนอกตาม แผนการจัดการทางการเงิน เป็นต้น 2. ด้านการสนองประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีแนวทางพิจารณาการดำเนินงาน ที่ตอบสนองความต้องการความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม การแสดง ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility : CSR) การพัฒนา สังคมและสิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถวิเคราะห์ผลสำเร็จของการสนอง ประโยชน์ต่อผู้ส่วนได้เสียได้ จากความพึงพอใจของผู้ให้บริการ การพัฒนาการปฏิบัติงานที่สะท้อน ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การประเมินผลลัพธ์ (Outcome) การจัดการข้อร้องเรียน การจัดการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 3. ด้านการปฏิบัติการ พิจารณาจากการดำเนินงานที่สำคัญของทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวข้อง กับการดำเนินงาน ความสำเร็จในการปฏิบัติตามภารกิจ พันธกิจ แผนงาน/โครงการ หรือนโยบายต่าง ๆ การแก้ไขปัญหาที่เป็นข้อสังเกตจากหน่วยงานภายนอก การวิเคราะห์และจัดทำแผนพัฒนา


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 52 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน กระบวนการปฏิบัติงานที่สร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งทุนหมุนเวียน 4. ด้านการบริหารจัดการทุนหมุนเวียน พิจารณาจากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการและพัฒนาทุนหมุนเวียนให้สามารถดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น สร้างความเข้มแข็งหรือ แก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ โดยประเมินผล 3 ด้าน ได้แก่ การบริหารความเสี่ยงและการควบคุม ภายใน การตรวจสอบภายใน การบริหารจัดการสารสนเทศและดิจิทัล 5. ด้านการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหาร ผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงาน และลูกจ้าง พิจารณาจากการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลทุนหมุนเวียนของคณะกรรมการบริหาร ทุนหมุนเวียน และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อหาเหตุ วิเคราะห์ ควบคุม และให้คำแนะนำในกรอบการทำงานที่มุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร โดยประเมิน 2 ด้าน ได้แก่ บทบาทคณะกรรมการบริหารทุนหมุนเวียน และการบริหารทรัพยากรบุคคล 6. ด้านการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ/กระทรวงการคลัง พิจารณาจากความสำเร็จ ในการใช้จ่ายเงินตามแผนการใช้จ่ายเงินที่ได้รับอนุมัติ การรายงานทางการเงิน และการดำเนินงาน ตามแผนพัฒนาระบบจ่ายเงินและการรับเงินของหมุนเวียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพของทุนหมุนเวียน จำแนกตาม ประเภททุนหมุนเวียน 5 ประเภท ประกอบด้วย ทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืม ทุนหมุนเวียน เพื่อการจำหน่ายและการผลิต ทุนหมุนเวียนเพื่อการบริการ ทุนหมุนเวียนเพื่อการสงเคราะห์และ สวัสดิการสังคม และทุนหมุนเวียนเพื่อการสนับสนุนส่งเสริม ซึ่งแบ่งเกณฑ์การประเมินผล ออกเป็น 5 ระดับได้แก่ ดีมาก ดี ปกติ พอใช้ และปรับปรุง โดยกำหนดระดับคะแนนเป็น 5, 4, 3, 2, และ 1 ตามลำดับ ซึ่งคำนวณจาก ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน = น้ำหนัก X เกณฑ์การประเมิน ทั้งนี้ การประเมินผลการดำเนินงานสามารถจัดกลุ่มตามระดับการดำเนินงานภาพรวมไว้ ดังนี้ หลักเกณฑ์การประเมิน ผลการประเมิน การดำเนินการ 1. ทุนหมุนเวียนที่ได้รับผลการประเมินเฉลี่ยเกินกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน ตั้งแต่ระดับ 3.0000 คะแนนขึ้นไป และคะแนน ประเมินผลทุกด้านเกินกว่าเกณฑ์มาตราฐาน ผ่าน - 2. ทุนหมุนเวียนที่ได้รับผลการประเมินเฉลี่ยเกินกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน ตั้งแต่ระดับ 3.0000 คะแนนขึ้นไป แต่มีผลการ ประเมินในด้านในด้านหนึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ผ่าน ปรับปรุง/พัฒนา 3. ทุนหมุนเวียนที่ได้รับผลการประเมินเฉลี่ยต่ำกว่ามาตรฐาน คะแนนต่ำกว่า 3.0000 คะแนน ไม่ผ่าน ปรับปรุง/ทบทวน ความจำเป็น


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 53 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ทุนหมุนเวียนที่มีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินผล (ผ่าน) คือ ทุนหมุนเวียนที่ได้รับ ผลการประเมินเฉลี่ยและผลการประเมินในทุกด้านเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ตั้งแต่ระดับ 3.0000 คะแนนขึ้นไป ซึ่งแสดงว่า ทุนหมุนเวียนสามารถดำเนินการบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งนี้ ทุนหมุนเวียนที่ได้รับผลการประเมินเฉลี่ยเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานตั้งแต่ระดับ 3.0000 คะแนนขึ้นไป แต่มีผลการประเมินด้านใดด้านหนึ่ง ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (คะแนนต่ำกว่า 3.0000) ดังนี้ ➢ ผลการประเมินของตัวชี้วัดที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์จัดตั้งทุนหมุนเวียน ต่ำกว่า เกณฑ์มาตรฐาน หรือ ➢ ผลประเมินด้านการเงิน ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือ ➢ ผลประเมินด้านสนองประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือ ➢ ผลประเมินด้านปฏิบัติการ ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือ ➢ ผลประเมินด้านบริหารพัฒนาทุนหมุนเวียน ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือ ➢ ผลประเมินด้านการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหาร ผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงานและลูกจ้าง ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือ ➢ ผลการประเมินด้านอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เมื่อทุนหมุนเวียนที่มีผลการประเมินด้านใดด้านหนึ่งต่ำกว่ามาตรฐานจะต้องเข้าสู่ กระบวนการปรับปรุง พัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน โดยการจัดทำแผนปรับปรุงพัฒนา ประสิทธิภาพการดำเนินงานทุนหมุนเวียน หรือทบทวนความจำเป็นในการดำเนินงานในฐานะทุนหมุนเวียน หากทุนหมุนเวียนไม่ผ่านการประเมินผลหรือทุนหมุนเวียนที่ได้รับผลการประเมินเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน (คะแนนต่ำกว่า 3.0000) ทุนหมุนเวียนต้องพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานโดยด่วนหรือทบทวน ความจำเป็นในการดำเนินงานในฐานะทุนหมุนเวียน โดยการจัดทำแผนฟื้นฟูประสิทธิภาพการดำเนินงาน หรือทบทวนความจำเป็นในการดำเนินงานในฐานะทุนหมุนเวียน เพื่อเป็นการพัฒนาการดำเนินงาน ของทุนหมุนเวียนให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาศักยภาพนำไปสู่ประสิทธิผลในการดำเนินการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม เกิดการกระจายรายได้ในทุกส่วนของประเทศ เป็นประโยชน์ ต่อการจัดเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่าตอบแทน หรือรายได้อื่น ๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการ ที่มีจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย หากไม่สามารถปรับปรุงให้ผ่านเกณฑ์การประเมินผล ในปีบัญชีถัดไปได้หรือมีผลการประเมินผลการดำเนินงาน ต่ำกว่าเกณฑ์เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกันและคณะกรรมการ เห็นสมควรให้ยุบเลิกทุนหมุนเวียน (ตามมาตรา 40 พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558) กรมบัญชีกลางจะพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุบเลิกทุนหมุนเวียนต่อไป โดยทุนหมุนเวียนที่เข้ารับการประเมินต้องจัดส่งรายงานผลการดำเนินงาน และเอกสาร ประกอบการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ให้แก่บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ทริส) ผ่านระบบการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน (Revolving Fund Evaluation System : RFES) ซึ่งมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง 4 คณะ ประกอบด้วย คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 54 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน คณะอนุกรรมการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน คณะทำงานจัดทำบันทึกข้อตกลงและ ประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน และคณะทำงานตัดสินรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น และมีขั้นตอน การประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ดังแผนภาพที่ 10 ดังนี้ แผนภาพที่ 10 ขั้นตอนการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ระหว่างปีบัญชีพ.ศ. 2561–2564 กรมบัญชีกลางได้ประเมินและจัดทำรายงานผล การดำเนินงานของทุนหมุนเวียนในภาพรวม รายละเอียดตามตารางที่ 6 ดังนี้ ตารางที่6 ผลสรุปผลการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ปีบัญชี พ.ศ. 2560-2564 ปีบัญชีที่ประเมิน 2560 2561 2562 2563 2564 จำนวนทุนหมุนเวียน (ทุน) 115 115 115 116 116 เข้ารับการประเมิน (ทุน) 97* 100 97 99 98 ไม่เข้าสู่ระบบการประเมิน (ทุน) 18 15 18 17 18 เกณฑ์การประเมิน (ด้าน) 4 4 6 6 6 ผ่านเกณฑ์ (คะแนนเฉลี่ยเกิน 3.0000 คะแนนขึ้นไป) 45 54 45 55 63 ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน (คะแนนเฉลี่ยเกิน 3.0000 คะแนนขึ้นไป แต่มีบาง ด้านผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน) 39 36 44 41 30 ไม่ผ่านเกณฑ์ (คะแนนด้านใดด้านหนึ่งต่ำกว่า 3.0000) 11 10 8 3 5 คะแนนเฉลี่ยรวม 3.7496 3.8398 3.9083 4.0263 4.1244 ที่มา : กองกำกับและพัฒนาระบบเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง หมายเหตุ*สามารถประเมินได้ 95 ทุน เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนสำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา อยู่ระหว่างยุบเลิก และกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตร ไม่สามารถดำเนินงานได้เต็มรูแบบ ที่มา : กรมบัญชีกลาง, 2563, น. 3-1


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 55 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน จากตารางที่ 6 พบว่า ทุนหมุนเวียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ในขณะที่ทุนหมุนเวียนที่ประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ก็มีแนวโน้มที่ลดลง สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงาน ของทุนหมุนเวียนมีการปรับปรุงและพัฒนาสอดคล้องกับแนวทางการประเมินผลการดำเนินงานที่ กรมบัญชีกลางกำหนด หากพิจารณาจากสถิติทุนหมุนเวียนที่ผ่านเกณฑ์ และไม่ผ่านเกณฑ์ จำแนก รายทุนหมุนเวียน สามารถสรุปจัดกลุ่มการประเมินระหว่างปีบัญชี 2560–2564 ได้ดังนี้ • ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุน การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและ พัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ กองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ กองทุนส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เงินทุนเพื่อให้ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกู้ยืม เพื่อชำระหนี้สิน กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เป็นต้น • ต้องปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุน เพื่อการพัฒนาระบบสาธารสุข เงินทุนหมุนเวียนโรงงานในอารักษ์ กองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช กองทุน เพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นต้น • ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างต่อเนื่อง โดยมีคะแนนการประเมินเฉลี่ยทุกด้าน ต่ำกว่า 3.0000 คะแนน ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี คือ กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย เงินทุนหมุนเวียน เพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งคณะอนุกรรมการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนได้มีมติให้กรมบัญชีกลางดำเนินการยุบ เลิกทุนหมุนเวียนดังกล่าว ขณะที่ระหว่างปีบัญชี 2562–2564 กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร กองทุนพัฒนา เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มีผลคะแนนการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ซึ่งทุนต้องพิจารณาปรับปรุงการ ดำเนินงานโดยด่วนหรือทบทวนความจำเป็นในการดำเนินงานในฐานะทุนหมุนเวียน จากผลการประเมินทุนหมุนเวียนตามมาตรา 31 พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 กรมบัญชีกลางดำเนินการยุบเลิก หรือยุบรวมทุนหมุนเวียน ที่ผู้ศึกษาสืบค้นได้จากมติ คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ไม่นับรวมทุนหมุนเวียนที่มีการยุบเลิกตามกฎหมายจัดตั้งใหม่ ดังนี้ 1. ควบรวมทุนหมุนเวียน 1.1 กองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ และกองทุนกีฬามวย ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ การส่งเสริมการสนับสนุน การพัฒนา และการอื่นใดเกี่ยวกับการกีฬา รวบรวมเป็นกองทุนพัฒนา การกีฬาแห่งชาติปัจจุบันดำเนินการเรียบร้อยแล้ว 1.2 กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมและกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมซ้ำซ้อนกัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ 1.3 เงินทุนหมุนเวียนการผลิตเหรียญกษาปณ์และการทำของ และเงินทุนหมุนเวียน การแสดงเหรียญกษาปณ์และเงินตราไทย เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการผลิตเหรียญกษาปณ์ จัดหาและ


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 56 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน รวบรวมสะสมเงินตราและเหรียญสำหรับจัดแสดงให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าชม ปัจจุบัน ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว 1.4 กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รวมกับกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ปัจจุบันดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว 2. การยุบเลิก จำนวน 6 ทุนหมุนเวียน ได้แก่ กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ กองทุนส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เงินทุนสำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา เงินทุนหมุนเวียนการพิมพ์หนังสือพจนานุกรมและเอกสารวิชาการ กองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของรัฐ กองทุนสำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และเงินทุนหมุนเวียน เพื่อพัฒนากฎหมาย 3.5 สภาพปัญหาในการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – 2566 คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมทางการ เมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภาและคณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้มีการจัดเวทีพูดคุยจากใจถึงใจของ “คนกองทุนเห็นกองทุน” ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 5 ครั้ง และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 6 ครั้ง ด้วยการสัมมนาโดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ การเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน การบูรณาการการทำงานร่วมกัน ระหว่างทุนหมุนเวียนด้วยกัน และหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้อง อันประกอบด้วย กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงบประมาณ ตลอดจนประชาชน และสื่อมวลชลที่สนใจ ซึ่งสำนักงบประมาณของรัฐสภาได้รับเชิญให้เข้าร่วมสังเกตการณ์การสัมมนาดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 27 มิถุนายน 2566 ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ 2 โรงแรมรามา การ์เด้นส์กรุงเทพมหานคร พบว่า ปัจจุบันทุนหมุนเวียนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง มี 2 ประเภท คือ ทุนหมุนเวียนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล และทุนหมุนเวียนที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เป็นทุนหมุนเวียนอยู่ภายใต้หน่วยงานของรัฐที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยทุนหมุนเวียน ต่างได้สะท้อนปัญหาในการดำเนินงานในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ 1. การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นหน่วยงานสนับสนุนส่งเสริม และเพื่อการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า ร้อยละ 75 ทุน จากทุนหมุนเวียนทั้งหมดที่มีอยู่จำนวน 116 ทุน มีรายได้หลักจากเงินอุดหนุนทั่วไป ที่รัฐจัดสรรให้ซึ่งมากกว่า 170,000.0000 ล้านบาทในแต่ละปีงบประมาณ ดังนั้น การดำเนินงาน ของทุนหมุนเวียนจำเป็นต้องใช้งบประมาณหากได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอการดำเนินงาน อาจไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง และส่งผลต่อผู้รับบริการ นอกจากนี้ การได้รับจัดสรร งบประมาณไม่เพียงพอยังเป็นเหตุผลให้ทุนหมุนเวียนมีงบประมาณจ้างพนักงานให้พอเพียง และ ไม่สามารถเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานไม่ครบถ้วนครอบคลุมภารกิจงาน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 57 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 2. การดำเนินงานของทุนหมุนเวียน 2.1 ทุนหมุนเวียนที่อยู่ภายใต้หน่วยงานของรัฐส่งผลต่อการดำเนินงาน ดังนี้ 2.1.1 ผู้บริหารหน่วยงานของรัฐมีบทบาทในเชิงบริหารและตัดสินใจในภารกิจ ของทุนหมุนเวียน เนื่องจากผู้บริหารดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการและผู้บริหารทุนหมุนเวียน ด้วยอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในขั้นตอนการพิจารณา และการอนุมัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ ดำเนินงาน นอกจากนี้ บางทุนยังมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร บางทุนมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ส่งผลให้การดำเนินงานขาดความต่อเนื่องและสม่ำเสมอ บางทุนขาดการติดตามผลการดำเนินงาน ของทุนหมุนเวียนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนการดำเนินงานไว้ 2.1.2 ผู้ปฏิบัติงานในทุนหมุนเวียนเป็นบุคคลเดียวกับข้าราชการในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจงานประจำส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน และอาจส่งผลต่อการจัดทำแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบันจนเป็นเหตุให้ไม่ สามารถดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ได้ เช่น กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม วิชาชีพ ซึ่งจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 และปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งได้ 2.2 พนักงานของทุนหมุนเวียนขาดความมั่นคง ขวัญและกำลังใจในการทำงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานลาออก เนื่องจากพนักงานของทุนหมุนเวียนมีสัญญาจ้างรายปีเป็น ลูกจ้างชั่วคราวจึงไม่มีการกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) ให้เป็นตามความรู้ ความสามารถ สำหรับปรับหรือเลื่อนอัตราค่าตอบแทนให้สูงขึ้น ทั้งระหว่างผู้บริหารและพนักงาน ยังขาดการสร้างสัมพันธ์ในการปฏิบัติงาน 3. การติดตามประเมินผลการดำเนินงาน 3.1 การกำหนดตัวชี้วัดในการประเมินผลการดำเนินงานกำหนดเป็นเกณฑ์กลาง ซึ่งสามารถใช้วัดได้ทุกทุนหมุนเวียน อาจไม่สะท้อนถึงผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียนอย่างเหมาะสม 3.2 หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการติดตามประเมินผลในการดำเนินงานมีถึง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแล สำนักงบประมาณในฐานะ หน่วยงานที่จัดสรรงบประมาณจำเป็นต้องมีการติดตามการประเมินผลการใช้จ่าย และสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ขาดการเชื่อมโยงข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรายงานผลการดำเนินงาน ที่ใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามประเมินผลการดำเนินงาน ทุนหมุนเวียนในฐานะผู้ถูกประเมิน จำเป็นต้องดำเนินการตามประเด็นและหลักเกณฑ์การประเมินต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลกระทบต่อ การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งทุน 3.3 กองทุนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันตามวัตถุประสงค์จัดตั้ง ไม่มีการบูรณาการ การทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย และไม่มีฐานข้อมูลกลางร่วมกันสำหรับดำเนินงานสำหรับใช้เป็นกลไก ในการบริหารจัดการภาครัฐได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และเป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งได้อย่างมี ประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 58 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 4. การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 อาจไม่สะท้อนและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหาร คณะกรรมการบริหาร __________________________________


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 59 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน บทที่ 4 ผลการศึกษา การจัดทำรายงานการศึกษาวิเคราะห์ฉบับนี้ให้ความสำคัญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ทุนหมุนเวียนซึ่งถือเป็นเงินนอกงบประมาณอีกประเภทหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินนโยบาย ของภาครัฐอย่างไร รวมทั้งภาครัฐควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการบริหารจัดการ การกำกับดูแล และติดตามประเมินผลเงินทุนหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการ ส่งเสริมความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ โดยในบทนี้นำเสนอผลการศึกษาออกเป็น 3 ข้อ ดังนี้ 4.1 การวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 4.2 การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทุนหมุนเวียน 4.3 ข้อเสนอ/แนวทางประกอบการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี และข้อสังเกตจากการศึกษา 4.1 การวิเคราะห์สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน จากขอบเขตการศึกษาที่กำหนดไว้ในบทที่ 1 และข้อมูลพื้นฐานของทุนหมุนเวียน ในบทที่ 3 พบว่า ข้อมูลในรายงานการเงินของทุนหมุนเวียนระหว่างปีบัญชี พ.ศ. 2561–2565 ในระบบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS) ดังนี้ • ทุนหมุนเวียนบันทึกข้อมูลงบการเงินในระบบ NBMSจำนวน 114 ทุน จากทุนหมุนเวียน ทั้งสิ้นจำนวน 116 ทุน โดย 2 ทุนหมุนเวียนที่ยังไม่บันทึกข้อมูล คือ 1. กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งยังไม่มี การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์จัดตั้ง เนื่องจากรายได้ของทุนหมุนเวียนมาจากสถานประกอบการ หรือเอกชนมอบให้แก่กองทุนฯ หรือมีผู้บริจาคหรืออุทิศให้แก่กองทุนฯ โดยในปัจจุบันยังไม่มีรายได้ จากแหล่งดังกล่าว 2. กองทุนเพื่อการพัฒนาการตรวจเงินแผ่นดิน ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์จัดตั้งปกติ แต่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการบันทึกข้อมูลในระบบ NBMS • บางทุนหมุนเวียน และบางปีบัญชีทุนหมุนเวียนบันทึกข้อมูลในระบบ NBMS ไม่ถูกต้อง ตามสมการบัญชี (Accounting Equation)กล่าวคือ สินทรัพย์ ≠ หนี้สิน + สินทรัพย์สุทธิ/ทุน หรือเรียกว่า “ผิดดุลบัญชี” รวมจำนวน 12 ทุน เช่น กองทุนพัฒนาไฟฟ้า กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ซึ่งผู้ศึกษาจำเป็นต้องดำเนินการสืบค้นข้อมูลรายงานการเงินของทุนหมุนเวียน ที่มีการบันทึกผิดดุล และทุนหมุนเวียนที่ยังไม่บันทึกข้อมูลในระบบ NBMS จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ สามารถสืบค้นได้ เพื่อให้การวิเคราะห์สถานะทางการงบการเงินมีความถูกต้องครบถ้วน และสมบูรณ์ ในภาพรวมสถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียนหลังปรับปรุงข้อมูลปีบัญชี 2561-2565 พบว่า ทุนหมุนเวียนจำนวน 115 ทุนมีสินทรัพย์รวมจำนวนทั้งสิ้น 4,869,741.9167 ล้านบาท


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 60 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ซึ่งประกอบด้วย หนี้สิ้นรวมจำนวน 2,122,265.8531 ล้านบาทและสินทรัพย์สุทธิ/ทุน จำนวน 2,724,233.9423ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานทางการเงินแสดงให้ทราบว่าทุนหมุนเวียนมีรายได้รวม จำนวนทั้งสิ้น 482,358.3842 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายสูงถึงจำนวน 644,470.4881 ล้านบาท ส่งผล ให้มีรายได้(ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายจำนวน (162,112.1039) ล้านบาท รายละเอียดสถานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานทางการเงิน ระหว่างปีบัญชี 2561–2565 รายละเอียดตามแผนภาพที่ 11 ดังนี้ แผนภาพที่ 11 สถานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานทางการเงิน ปีบัญชี 2561-2565 ที่มา : 1. ระบบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS)ณ วันที่ 30 เมษายน 2566 2. รายงานการเงิน รายงานประจำปีของทุนหมุนเวียนจำนวน 12 ทุนหมุนเวียน จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของทุนหมุนเวียน เมื่อพิจารณาข้อมูลรายงานการเงินปีบัญชี2565 จากภาพที่ 5 สามารถจำแนกงบแสดง ฐานะทางการเงิน และงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงินตามประเภททุนหมุนเวียน และจำแนกราย ทุนหมุนเวียนได้ตามตารางที่ 7ดังนี้ ตารางที่ 7 รายงานการเงินปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภท/จำแนกรายทุนหมุนเวียน หน่วย : ล้านบาท เงินสดและรายการ เทยีบเทา่เงินสด และเงินลงทนุ สินทรัพย์รวม รายได้ดอกเบี้ย จากสถาบันการเงิน รายได้รวม ทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืม 70,498.4267 559,954.8407 2,625.4852 557,329.3555 367.2231 16,922.9666 20,866.0435 (3,943.0769) กองทุนการปฏิรูปที่ดินเพอื่เกษตรกรรม 3,686.2885 7,837.6468 65.7264 7,771.9204 - 69.9833 99.9860 (30.0027) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพอื่การศึกษา 41,243.7334 351,175.4621 2,071.4704 349,103.9917 317.4667 13,259.6378 19,501.5772 (6,241.9395) กองทุนพฒันาฝมีือแรงงาน 1,243.3042 1,285.6829 2.2552 1,283.4277 - 79.3309 35.9349 43.3959 กองทุนพฒันาสหกรณ์(กพส.) 1,160.7013 5,669.2904 2.6430 5,666.6474 7.6894 57.3696 17.2730 40.0966 กองทุนเพอื่ผใู้ช้แรงงาน 350.1565 464.9164 0.0004 464.9160 0.0023 3.2731 5.5184 (2.2453) กองทุนเพอื่ผรู้ับงานไปท าที่บ้าน 13.4680 28.4888 - 28.4888 0.0010 218,427.13 0.1957 0.0227 กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร 3,597.5052 6,955.8463 0.3897 6,955.4565 14.3275 192.9240 177.0348 15.8891 กองทุนสง่เสริมโรงเรียนในระบบ 304.9542 1,619.6850 0.7001 1,618.9849 0.2132 9.7463 1.1615 8.5847 งบแสดงผลการด าเนินงานทางการเงิน รายได้ ค่าใชจ้่ายรวม รายได้สูง (ต่ า) กว่าค่าใชจ้่าย ประเภท/เงินทุนและทุนหมุนเวียน สินทรัพย์ หนี้สิน สินทรัพย์สุทธิ/ทุน งบแสดงฐานะทางการเงิน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 61 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่ 7 รายงานการเงินปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภท/จำแนกรายทุนหมุนเวียน (ต่อ) หน่วย : ล้านบาท เงินสดและรายการ เทยีบเทา่เงินสด และเงินลงทนุ สินทรัพย์รวม รายได้ดอกเบี้ย จากสถาบันการเงิน รายได้รวม ทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืม (ต่อ) กองทุนสง่เสริมและพฒันาคุณภาพชีวิตคนพกิาร 11,055.3722 13,207.7114 271.4845 12,936.2269 5.1415 2,356.0712 591.0603 1,765.0109 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 6,729.2479 164,580.1500 127.5363 164,452.6137 21.9516 861.3455 349.6831 511.6624 กองเพอื่การกู้ยืมแก่เกษตรกรและผยู้ากจน 189.2659 4,382.6394 21.4097 4,361.2297 0.2873 1.3572 60.9038 (59.5466) เงินทุนหมุนเวียนเพอื่การสง่เสริมอาชีพอุตสาหกรรม ในครอบครัวและหัตถกรรมไทย 252.1522 459.6907 3.9623 455.7283 0.0014 6.1594 11.3528 (5.1934) เงินทุนหมุนเวียนเพอื่แก้ไขปัญหาหนี้สนิข้าราชการครู 325.0880 1,069.0931 57.8898 1,011.2032 0.1412 17.4120 13.7037 3.7083 เงินทุนหมุนเวียนเพอื่พฒันาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 335.4099 1,058.3149 0.0173 1,058.2976 - 5.0221 0.2591 4.7630 เงินทุนหมุนเวียนเพอื่ให้ข้าราชการสา นักงานเลขาธิการ สภาผแู้ทนราษฎรกู้ยืมเพอื่ชา ระหนี้สนิ 11.7792 160.2227 - 160.2227 - 3.1159 0.3990 2.7169 ทุนหมุนเวียนเพื่อการจ าหน่ายและการผลิต 17,721.0420 33,302.2082 1,077.9984 32,224.2098 0.1033 5,335.1009 3,892.4098 1,442.6911 เงินทุนหมุนเวียนการบริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ ทรัพย์สนิมีค่าของรัฐและการท าของ 8,694.0309 18,216.4391 530.9711 17,685.4680 0.0029 1,068.1114 886.9341 181.1774 เงินทุนหมุนเวียนในการผลติพนัธุ์ปลา พนัธุ์กุ้ง และ พนัธุ์สตัว์น้ าอื่น ๆ 65.9644 113.2945 - 113.2945 0.0028 41.6805 43.1113 (1.4307) เงินทุนหมุนเวียนเพอื่การชลประทาน 2,261.0364 4,644.5460 58.4008 4,586.1451 0.0518 1,116.1444 391.2682 724.8763 เงินทุนหมุนเวียนเพอื่จัดท าแผน่ ป้ายทะเบียนรถ 1,846.6644 2,184.5493 169.3222 2,015.2271 - 619.4508 357.2844 262.1664 เงินทุนหมุนเวียนเพอื่ผลติรูปถ่ายทางอากาศ 52.7892 76.2119 0.0229 76.1890 0.0032 6.1784 9.8619 (3.6835) เงินทุนหมุนเวียนเพอื่ผลติและขยายพนัธุ์พชื 528.7341 1,660.9815 19.9442 1,641.0373 - 1,191.1434 1,101.2483 89.8951 เงินทุนหมุนเวียนเพอื่ผลติวัคซีนจ าหน่าย 1,396.1041 1,957.9113 8.2743 1,949.6370 - 232.4959 162.1909 70.3051 เงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด 2,210.3073 2,883.5509 211.6372 2,671.9137 0.0252 916.2980 798.7395 117.5585 เงินทุนหมุนเวียนโรงงานแบตเตอรี่ทหาร 52.2369 151.3505 2.1004 149.2501 0.0024 36.6464 37.9943 (1.3479) เงินทุนหมุนเวียนโรงงานผลติวัตถุระเบิดทหาร 45.7683 175.8288 0.2864 175.5423 0.0028 15.9105 10.0217 5.8887 เงินทุนหมุนเวียนโรงงานเภสชักรรมทหาร 175.7740 295.6812 1.1738 294.5075 0.0114 64.3520 58.7914 5.5606 เงินทุนหมุนเวียนศูนย์อ านวยการสร้างอาวุธ 231.4543 668.7047 75.8428 592.8619 0.0003 0.0065 12.9053 (12.8988) เงินทุนหมุนเวียนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 160.1776 273.1585 0.0221 273.1364 0.0005 26.6827 22.0586 4.6240 ทุนหมุนเวียนเพื่อการบริการ 21,993.0632 56,316.3468 506.2753 55,810.0715 0.3782 6,673.6312 3,055.5685 3,618.0628 กองทุนการท่าอากาศยานอู่ตะเภา 280.3498 919.3622 24.0721 895.2901 - 144.8349 68.7769 76.0580 เงินทุนค่าธรรมเนียมผา่นทาง 19,050.5314 48,604.6391 370.4037 48,234.2354 0.3284 5,053.8882 1,433.8947 3,619.9936 เงินทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน 220.2987 794.0604 70.9705 723.0899 - 751.0299 893.3472 (142.3173) เงินทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง 1,789.7072 4,674.2970 0.7635 4,673.5335 0.0211 582.3508 573.5780 8.7727 เงินทุนหมุนเวียนเพอื่การบริหารท่าเรือพาณิชย์ สตัหีบ-กองทัพเรือ 625.1241 1,291.2557 39.6976 1,251.5582 0.0287 132.1489 76.8904 55.2585 เงินทุนหมุนเวียนสถานแสดงพนัธุ์สตัว์น้ าจังหวัดภูเก็ต 27.0520 32.7324 0.3679 32.3645 - 9.3785 9.0812 0.2973 งบแสดงผลการด าเนินงานทางการเงิน รายได้ ค่าใชจ้่ายรวม รายได้สูง (ต่ า) กว่าค่าใชจ้่าย ประเภท/เงินทุนและทุนหมุนเวียน สินทรัพย์ หนี้สิน สินทรัพย์สุทธิ/ทุน งบแสดงฐานะทางการเงิน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 62 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่ 7 รายงานการเงินปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภท/จำแนกรายทุนหมุนเวียน (ต่อ) หน่วย : ล้านบาท เงินสดและรายการ เทยีบเทา่เงินสด และเงินลงทนุ สินทรัพย์รวม รายได้ดอกเบี้ย จากสถาบันการเงิน รายได้รวม ทุนหมุนเวียนเพื่อการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม 3,681,130.9681 3,780,394.5867 1,867,039.7674 1,913,354.8194 83,429.9071 286,378.2592 323,253.9876 (36,875.7284) กองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน 185.0835 185.2997 0.0409 185.2588 0.9136 5.7658 0.2996 5.4662 กองทุนการออมแห่งชาติ 11,627.0067 11,824.5690 141.4873 11,683.0817 205.3711 215.8056 354.4445 (138.6390) กองทุนคุ้มครองธุรกิจน าเที่ยว 294.9138 308.8467 263.8890 44.9577 0.9014 1,187.3651 998.4539 188.9112 กองทุนเงินทดแทน 76,764.8768 77,395.9495 4,944.4268 72,451.5227 1,772.8173 2,580.6988 1,182.6382 1,398.0606 กองทุนช่วยเหลอืเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 80.8119 81.4757 0.6000 80.8757 - 7.7952 (7.7952) กองทุนทดแทนผปู้ระสบภัย 2,957.3316 3,532.9632 40.5864 3,492.3768 14.8325 55.4027 23.3225 32.0802 กองทุนบ าเหน็จบ านาญข้าราชการ 1,178,596.7219 1,194,965.9243 841.4040 1,194,124.5203 28,803.1070 43,852.5659 33,260.5985 10,591.9673 กองทุนประกันสงัคม 2,331,322.8121 2,401,628.3199 1,856,160.4694 545,467.8506 52,460.1822 100,980.5321 173,149.3655 (72,168.8334) กองทุนพฒันาบทบาทสตรี 1,965.2156 6,514.9459 180.1241 6,334.8219 0.7916 379.1339 48.7804 330.3535 กองทุนเพอื่การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 18.6124 19.1086 0.1618 18.9468 0.0103 18.7231 11.4408 7.2823 กองทุนเพอื่โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ประถมศึกษา 12,188.4004 6,068.8155 16.0889 6,052.7266 47.8206 47.8206 47.8206 - กองทุนเพอื่ช่วยเหลอืคนหางานไปท างานในต่างประเทศ 870.4876 874.2169 0.0036 874.2133 6.2388 15.6679 11.3651 4.3029 กองทุนเพอื่ผเู้คยเป็นสมาชิกรัฐสภา 49.9192 50.0311 - 50.0311 - 190.6338 201.3288 (10.6950) กองทุนฟนื้ฟแูละพฒันาเกษตรกร 500.1155 9,025.0934 1,324.9533 7,700.1401 2.6934 1,964.9177 409.3883 1,555.5294 กองทุนสงเคราะห์ 25,776.2960 29,582.7756 1,645.6027 27,937.1730 40.4855 355.4575 842.0533 (486.5958) กองทุนสงเคราะห์ลกูจ้าง 185.2731 353.8972 3.7735 350.1238 1.3728 5.1122 0.0327 5.0795 กองทุนสง่เสริมการจัดสวัสดิการสงัคม 40.3876 42.7510 0.0477 42.7033 0.0996 57.0150 31.3601 25.6549 กองทุนสง่เสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ 4.6386 6.0868 0.0411 6.0457 - 3.7831 1.7574 2.0257 กองทุนหลกัประกันสขุภาพแห่งชาติ 37,684.1823 37,902.9952 1,476.0649 36,426.9303 72.2694 134,457.9827 112,669.5833 21,788.3995 เงินทุนหมุนเวียนโรงงานในอารักษ์ 17.8816 30.5212 0.0021 30.5191 - 3.8755 2.1589 1.7167 ทุนหมุนเวียนเพื่อการสนับสนุนส่งเสริม 305,456.0242 416,531.8130 251,016.3269 165,515.4861 1,088.7913 167,048.4262 293,402.4787 (126,354.0524) กองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 175.1856 189.7934 0.0619 189.7315 - 142.3087 145.0573 (2.7487) กองทุนความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ สภาพแวดลอ้มในการท างาน 394.9508 434.9181 - 434.9181 1.8947 17.2621 1.9277 15.3344 กองทุนคุ้มครองเด็ก 12.7025 13.0671 0.0225 13.0446 0.0270 30.1080 21.7861 8.3219 กองทุนคุ้มครองพนัธุ์พชื 5.0230 5.0230 0.4073 4.6157 - 0.2193 1.0000 (0.7807) กองทุนจัดการซากดึกด าบรรพ์ 30.4903 31.2173 0.4302 30.7872 0.0005 13.4523 11.1814 2.2709 กองทุนจัดรูปที่ดิน 615.7266 3,586.2431 7.1641 3,579.0790 0.0083 1,038.8500 29.3377 1,009.5123 กองทุนจัดรูปที่ดินเพอื่พฒันาพนื้ที่ 85.5319 303.6140 - 303.6140 0.1054 44.8638 10.1209 34.7429 กองทุนน้ ามันเชอื้เพลงิ 2,332.6879 3,732.5350 127,757.5450 (124,025.0101) 10.5606 31,248.2367 169,839.0397 (138,590.8031) กองทุนบริหารเงินกู้เพอื่การปรับโครงสร้างหนี้ สาธารณะและพฒันาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ 42,944.2658 42,944.3724 42,907.6043 36.7681 0.2610 0.2610 6.9527 (6.6917) กองทุนประกันชีวิต 10,180.6830 10,266.4569 11.0310 10,255.4259 106.1026 146.2696 26.7466 119.5230 กองทุนประกันวินาศภัย 5,144.4512 6,112.6256 21.5315 6,091.0941 69.8747 805.1777 892.3624 (87.1848) งบแสดงผลการด าเนินงานทางการเงิน รายได้ ค่าใชจ้่ายรวม รายได้สูง (ต่ า) กว่าค่าใชจ้่าย ประเภท/เงินทุนและทุนหมุนเวียน สินทรัพย์ หนี้สิน สินทรัพย์สุทธิ/ทุน งบแสดงฐานะทางการเงิน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 63 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่ 7 รายงานการเงินปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภท/จำแนกรายทุนหมุนเวียน (ต่อ) หน่วย : ล้านบาท เงินสดและรายการ เทยีบเทา่เงินสด และเงินลงทนุ สินทรัพย์รวม รายได้ดอกเบี้ย จากสถาบันการเงิน รายได้รวม ทุนหมุนเวียนเพื่อการสนับสนุนส่งเสริม (ต่อ) กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพอื่เศรษฐกิจฐานรากและ สงัคม 25,800.1091 25,800.1091 - 25,800.1091 - 40,000.0000 33,638.3168 6,361.6832 กองทุนปรับโครงสร้างการผลติภาคการเกษตร เพอื่เพมิ่ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 195.0697 552.4027 - 552.4027 - 1.4318 10.9460 (9.5142) กองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด 2,187.8557 2,901.8279 4.1821 2,897.6457 0.7506 1,116.3228 286.8055 829.5173 กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 107.2958 107.2958 0.0120 107.2838 0.1406 112.5369 57.7150 54.8220 กองทุนผสู้งูอายุ 526.2332 974.6236 2.4023 972.2212 0.1772 4,092.7484 4,539.2555 (446.5071) กองทุนพฒันาการกีฬาแห่งชาติ 7,384.1315 8,217.7375 1,510.5586 6,707.1789 34.7451 2,605.0082 895.2268 1,709.7814 กองทุนพฒันาเขตพฒันาพเิศษภาคตะวันออก 25.6430 25.6660 0.2258 25.4401 0.0405 40.0405 14.6004 25.4401 กองทุนพฒันาดิจิทัลเพอื่เศรษฐกิจและสงัคม 8,917.0144 8,919.0751 146.6183 8,772.4568 0.1755 3,186.6135 3,444.1992 (257.5856) กองทุนพฒันาเทคโนโลยีเพอื่การศึกษา 240.1038 241.2680 203.0710 38.1970 0.0002 25.7840 20.5241 5.2599 กองทุนพฒันาน้ าบาดาล 1,271.0976 2,948.1657 6.8512 2,941.3145 - 786.0325 143.8680 642.1645 กองทุนพฒันาผปู้ระกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม 1,709.2713 1,720.6980 4.1549 1,716.5431 0.0037 310.6785 612.7026 (302.0241) กองทุนพฒันาไฟฟา้ 21,766.8614 23,696.0817 3,562.9466 20,133.1350 146.0574 16,761.9421 16,306.9412 455.0009 กองทุนพฒันาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 33,181.3094 33,213.3042 0.0728 33,213.2313 241.0567 7,278.4109 2,211.0735 5,067.3374 กองทุนพฒันาสอื่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ 574.1828 587.9243 10.9946 576.9298 1.8396 515.7808 559.3863 (43.6056) กองทุนพฒันาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ 4,129.1140 18,780.4762 0.2896 18,780.1866 0.9248 3,715.2795 3,719.5835 (4.3039) กองทุนเพมิ่ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สา หรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 9,985.1385 9,985.1385 0.2261 9,984.9124 0.0008 0.0008 6.8402 (6.8394) กองทุนเพอื่การบริหารจัดการการท างานของคนต่างด้าว 2,801.6446 3,991.0556 501.5492 3,489.5064 1.2167 2,246.2464 134.0070 2,112.2394 กองทุนเพอื่การพฒันาการตรวจเงินแผน่ดิน 227.4184 2,357.0007 - 2,357.0007 7.8046 195.6879 281.7518 (86.0639) กองทุนเพอื่การพฒันาพรรคการเมือง 1,172.0388 1,241.6292 4.6778 1,236.9514 - 141.7501 97.0093 44.7408 กองทุนเพอื่การพฒันาระบบมาตรวิทยา 618.7819 2,428.3399 230.7566 2,197.5833 0.1369 576.3435 544.8409 31.5025 กองทุนเพอื่การพฒันาระบบสาธารณสขุ 1,554.2076 1,666.0550 943.2265 722.8285 - 880.1312 820.7229 59.4083 กองทุนเพอื่การพฒันาและเผยแพร่ประชาธิปไตย 1,150.9721 2,317.2152 149.6011 2,167.6140 - 309.0264 351.2607 (42.2343) กองทุนเพอื่การพฒันาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1,999.7308 10,387.5837 1,434.5396 8,953.0441 15.5546 6,959.1814 6,707.0718 252.1096 กองทุนเพอื่การสบืสวน สอบสวน การป้องกันและ ปราบปรามการกระท าความผดิทางอาญา 76.1131 125.9030 1.1211 124.7819 - 976.5397 983.0367 (6.4970) กองทุนเพอื่ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน 7,560.7483 8,124.1441 206.8860 7,917.2582 2.9489 4,073.9204 2,027.7572 2,046.1632 กองทุนเพอื่ความเสมอภาคทางการศึกษา 2,781.4885 2,983.2503 128.9426 2,854.3077 23.0367 5,906.7000 5,969.4416 (62.7416) กองทุนเพอื่สง่เสริมการท่องเที่ยวไทย 7.7021 7.9154 0.4736 7.4418 - 6.5760 4.0104 2.5657 กองทุนเพอื่สง่เสริมการอนุรักษ์พลงังาน 26,961.4705 28,938.7367 14,388.5813 14,550.1554 12.0940 1,430.7921 15,952.3786 (14,521.5865) กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย 57.7995 65.4018 2.0632 63.3386 - 77.2162 72.0218 5.1944 กองทุนยุติธรรม 654.0256 878.1103 1.1136 876.9967 0.3436 389.4600 464.7540 (75.2940) กองทุนรวมเพอื่ช่วยเหลอืเกษตรกร 2,338.2990 6,651.7521 0.0388 6,651.7134 21.1240 841.2254 996.1381 (154.9128) งบแสดงผลการด าเนินงานทางการเงิน รายได้ ค่าใชจ้่ายรวม รายได้สูง (ต่ า) กว่าค่าใชจ้่าย ประเภท/เงินทุนและทุนหมุนเวียน สินทรัพย์ หนี้สิน สินทรัพย์สุทธิ/ทุน งบแสดงฐานะทางการเงิน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 64 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่ 7 รายงานการเงินปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภท/จำแนกรายทุนหมุนเวียน (ต่อ) หน่วย : ล้านบาท ที่มา : 1. ระบบบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (Non-Budgetary Management System : NBMS)ณ วันที่ 30 เมษายน 2566 2. รายงานการเงิน รายงานประจำปี ของทุนหมุนเวียนจำนวน 12 ทุนหมุนเวียน จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของทุนหมุนเวียน หมายเหตุ 1. ข้อมูลรายงานการเงินของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ได้จากรายงานการเงิน และรายงานประจำปีที่สามารถสืบค้นได้จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของทุนหมุนเวียน เนื่องจากข้อมูลในระบบ NBMS ผิดดุลบัญชี 2. กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพไม่ปรากฏข้อมูลงบการเงิน เนื่องจากยังไม่ ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์จัดตั้ง เงินสดและรายการ เทยีบเทา่เงินสด และเงินลงทนุ สินทรัพย์รวม รายได้ดอกเบี้ย จากสถาบันการเงิน รายได้รวม ทุนหมุนเวียนเพื่อการสนับสนุนส่งเสริม (ต่อ) กองทุนวิจัยและพฒันากิจการกระจายเสยีง กิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพอื่ประโยชน์ สาธารณะ 51,700.8838 93,380.4814 48,534.8175 44,845.6639 270.2197 4,787.3244 1,962.2662 2,825.0582 กองทุนสง่เสริมการค้าระหว่างประเทศ 1,298.4527 1,374.1409 59.0985 1,315.0424 - 247.2628 394.2467 (146.9839) กองทุนสง่เสริมการเผยแพร่พระพทุธศาสนา เฉลมิพระเกียรติ80 พรรษา 4.5216 7.7200 0.0125 7.7075 - 9.4402 15.3296 (5.8894) กองทุนสง่เสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 526.8937 541.5798 - 541.5798 0.3434 0.3434 0.1845 0.1589 กองทุนสง่เสริมงานจดหมายเหตุ 5.7586 10.9983 0.1114 10.8870 - 16.8921 15.5658 1.3263 กองทุนสง่เสริมงานวัฒนธรรม 11.4556 25.0027 0.0400 24.9627 - 77.3237 70.8372 6.4864 กองทุนสง่เสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด 5.1791 5.1824 - 5.1824 - - - - กองทุนสง่เสริมและพฒันาการศึกษาสา หรับคนพกิาร 237.6971 237.9629 0.0004 237.9625 0.0125 12.6748 106.6301 (93.9553) กองทุนสง่เสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม 6,110.0284 6,132.7889 288.4377 5,844.3513 34.7606 14,966.0506 12,282.6705 2,683.3800 กองทุนสง่เสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 9,157.6272 13,191.1673 5,134.5357 8,056.6316 44.8500 732.0160 945.1428 (213.1267) กองทุนสง่เสริมวิสาหกิจเพอื่สงัคม 0.0560 0.0560 - 0.0560 0.0560 - 0.0560 กองทุนสง่เสริมศิลปะร่วมสมัย 0.1632 0.1674 0.0400 0.1274 - 6.2717 6.2399 0.0317 กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสขุภาพ 2,462.1884 3,035.6537 283.7455 2,751.9082 21.6301 4,292.3094 3,991.5672 300.7423 กองทุนสา หรับผเู้ดินทางไปประกอบพธิีฮัจย์ 158.1705 309.9058 10.0000 299.9058 - - 0.0650 (0.0650) กองทุนสงิ่แวดลอ้ม 1,791.9708 1,911.0114 4.9389 1,906.0724 7.3471 81.5652 124.4412 (42.8761) กองทุนอ้อยและน้ าตาลทราย 2,036.6291 17,836.1488 2,546.7071 15,289.4417 10.6194 2,762.9773 607.8618 2,155.1154 เงินทุนหมุนเวียนการสงัคีต 7.8849 8.4274 0.4430 7.9844 0.000013 1.8496 5.6078 (3.7582) เงินทุนหมุนเวียนในการผลติเชอื้ไรโซเบียม 1.3962 3.2143 0.0276 3.1867 0.0011 0.8286 1.5871 (0.7585) เงินทุนหมุนเวียนยางพารา 54.4971 64.4506 1.3962 63.0545 - 6.8237 12.5353 (5.7116) ผลรวมทั้งหมด 4,096,799.5243 4,846,499.7954 2,122,265.8531 2,724,233.9423 84,886.4030 482,358.3842 644,470.4881 (162,112.1039) งบแสดงผลการด าเนินงานทางการเงิน รายได้ ค่าใชจ้่ายรวม รายได้สูง (ต่ า) กว่าค่าใชจ้่าย ประเภท/เงินทุนและทุนหมุนเวียน สินทรัพย์ หนี้สิน สินทรัพย์สุทธิ/ทุน งบแสดงฐานะทางการเงิน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 65 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ผู้ศึกษาใช้ข้อมูลจากแผนภาพที่ 11 และตารางที่ 7 ซึ่งมีที่มาจากระบบ NBMS และ รายงานการเงิน รายงานประจำปี ที่สามารถสืบค้นได้จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการศึกษาวิเคราะห์ สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียนในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ 4.1.1 วิเคราะห์โครงสร้างรายงานการเงิน 4.1.1.1 สินทรัพย์รวม หนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิรวม/ส่วนทุนรวมของ ทุนหมุนเวียน จากงบแสดงฐานะการเงิน ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์โครงสร้างงบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีส่วนประกอบ 3 ส่วนหลัก ตามสมการบัญชี (Accounting Equation) ดังนี้ ในภาพรวมทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ทั้งสิ้นจำนวน 4,846,499.7954ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีบัญชี 2564 จำนวน7,235.6784 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15 โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นเงินสดรายการเทียบเท่าเงินสดและเงินลงทุนสูงถึงจำนวน 4,096,799.5243 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 84.53 ของสินทรัพย์รวม การที่สินทรัพย์ส่วนใหญ่ของทุนหมุนเวียนเป็นเงินสดฯ สะท้อนให้เห็นถึงความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และการใช้จ่ายเงินตามหลักการจัดตั้งทุนหมุนเวียน สำหรับหนี้สินและสินทรัพย์สุทธิ/ทุน พบว่า ทุนหมุนเวียนมีหนี้สิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ทั้งสิ้นจำนวน 2,122,265.8531 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีบัญชี 2564 จำนวน 133,333.1511ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.70 แสดงให้ทราบถึงภาระผูกพันที่ทุนหมุนเวียนจำเป็น ต้องรับภาระเพิ่มขึ้นในอนาคต ขณะที่สินทรัพย์สุทธิ/ทุน จำนวน 2,723,519.3902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีบัญชี 2564 จำนวน 48,586.1926 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.71 เมื่อคำนวณสัดส่วน ของหนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิ/ทุน พบว่า มีสัดส่วนร้อยละ 21.89 และร้อยละ 28.11ตามลำดับ 4.1.1.2 รายได้และค่าใช้จ่ายของทุนหมุนเวียน จากงบแสดงผลการดำเนินงาน ทางการเงิน มีความจำเป็นและสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตในการคาดคะเนความสามารถ ของหน่วยงานและพิจารณาประสิทธิผลในการใช้ทรัพยากร ซึ่งมีส่วนประกอบ 2 ส่วนหลัก คำนวณจากสมการ กำไร (ขาดทุน) หรือ รายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่าย ดังนี้ ในภาพรวมทุนหมุนเวียนมีรายได้สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 รวมจำนวน 482,358.3842 ล้านบาท หากไม่นับรวมรายได้ที่ได้รับจัดสรรจากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีที่มีจำนวนรวม 195,370.4029 ล้านบาทแล้ว จะพบว่า ทุนหมุนเวียนมีรายได้จากการ ดำเนินงานสูงจำนวน 286,987.9813ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 59.50สะท้อนให้เห็นว่าทุนหมุนเวียน รายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่าย หรือ = รายได้ – ค่าใช้จ่าย กำไร (ขาดทุน) สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนทุน หรือ ส่วนทุน = สินทรัพย์ – หนี้สิน


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 66 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ส่วนใหญ่สามารถดำเนินงานได้โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณ ขณะที่ยังมีทุนหมุนเวียนเพื่อการสงเคราะห์ และสวัสดิการสังคมรัฐยังคงจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณให้อย่างต่อเนื่อง สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินงานพบว่า ทุนหมุนเวียนมีค่าใช้จ่ายรวม จำนวน 644,470.4881 ล้านบาท ส่งผลให้มีรายได้(ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายจำนวน (162,112.1039) ล้านบาท โดยกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) มีผลการดำเนินงานรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายถึง จำนวน 21,788.3995 ล้านบาท อาจสะท้อนให้ทราบถึงประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีผลการดำเนินงานรายได้(ต่ำ)กว่าค่าใช้จ่ายถึงจำนวน(138,590.8031)ล้านบาท หรือร้อยละ 85.90 เป็นผลที่เกิดจากค่าใช้จ่ายชดเชยจากกองทุนตามนโยบายด้านพลังงานของ คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน คณะกรรมการบริหารกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิง และปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงาน หรือคณะกรรมการ บริหารกอองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติกอองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 4.1.2 การวิเคราะห์งบการเงินทุนหมุนเวียน ผู้ศึกษาประยุกต์ใช้แนวคิดการวิเคราะห์งบการเงินของภาคเอกชนให้เหมาะสม กับการวิเคราะห์งบการเงินของทุนหมุนเวียนที่มีลักษณะไม่แสวงหากำไร โดยใช้ข้อมูลจากรายงาน การเงินสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 สามารถนำเสนอผลการวิเคราะห์ ได้ดังนี้ 4.1.2.1 อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) ผลการวิเคราะห์จะทำให้ ทราบว่า หน่วยงานสามารถชำระหนี้สินหมุนเวียนได้เพียงพอหรือไม่ ผลการวิเคราะห์อัตราส่วน สภาพคล่องในภาพรวมของทุนหมุนเวียน 115 ทุน ตามตารางที่8 ดังนี้ 1) ตารางที่ 8 อัตราส่วนสภาพคล่อง ปีบัญชี2561-2565 หน่วย :ล้านบาท รายการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 สินทรัพย์หมุนเวียน 4,869,741.9167 4,817,020.0473 4,795,694.6371 4,839,264.1170 4,846,499.7954 หนี้สินหมุนเวียน 2,078,443.4610 1,859,855.1147 1,865,196.5720 1,988,932.7019 2,122,265.8531 อัตราส่วนสภาพคล่อง 2.34 เท่า 2.59 เท่า 2.57 เท่า 2.43 เท่า 2.28 เท่า ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา จากตารางที่ 8 พบว่า ปี 2561–2565 ทุนหมุนเวียนมีอัตราส่วน สภาพคล่องในภาพรวมอยู่ระหว่าง2 –3 เท่า โดยปี 2565 มีค่าเท่ากับ 2.28 เท่า หมายความว่า ทุนหมุนเวียน ทั้ง 115 ทุน มีสินทรัพย์หมุนเวียนสูงมาก และสามารถชำระหนี้ได้อย่างเพียงพอ หากพิจารณาสภาพคล่อง จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน พบว่า สภาพคล่องของทุนหมุนเวียนขึ้นอยู่กับลักษณะของวัตถุประสงค์ อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) = สินทรัพย์หมุนเวียน (CA) /หนี้สินหมุนเวียน (CL) = เท่า หากค่าที่คำนวณได้สูง แสดงว่า ทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากว่าหนี้สินหมุนเวียน ทำให้คล่องตัวในการชำระหนี้ได้ค่อนข้างมาก โดยปกติอัตราส่วน 2:1 ถือว่าเหมาะสมแล้ว


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 67 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ของการจัดตั้งเป็นหลัก โดยทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมมีสภาพคล่องสูงที่สุด ถึงร้อยละ 213.28เนื่องจาก วัตถุประสงค์การจัดตั้งของทุนจำเป็นต้องมาสภาพคล่องสูงเพื่อสามารถดำเนินงานการตามภารกิจในการให้กู้ ขณะที่ทุนหมุนเวียนเพื่อการสนับสนุนมีสภาพคล่องต่ำที่สุดร้อยละ 1.66รายละเอียดตามตารางที่ 9 ดังนี้ ตารางที่ 9 อัตราส่วนสภาพคล่องปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน หน่วย : ล้านบาท ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา เมื่อพิจารณาสภาพคล่องจำแนกรายทุนหมุนเวียนที่มีอัตราส่วนสภาพคล่อง จำแนกรายทุนหมุนเวียน ปีบัญชี 2565เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก ตามแผนภาพที่12 ดังนี้ แผนภาพที่ 12 อัตราส่วนสภาพคล่อง ปีบัญชี 2565 จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก จากแผนภาพที่ 12 พบว่า ทุนหมุนเวียนที่มีอัตราส่วนสภาพคล่องสูงที่สุด คือ กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน มีสภาพคล่องสูงถึง 1,085,087.05 เท่า รองลงมาคือ กองทุนส่งเสริมและพัฒนา การศึกษาสำหรับคนพิการ กองทุนพัฒนาระบบสถานบันการเงินเฉพาะกิจ กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางาน ไปทำงานในต่างประเทศ และกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา มีสภาพคล่องเกิน 100,00 เท่าการที่ทุนหมุนเวียนมีสภาพคล่องสูงขนาดนี้ไม่ได้สะท้อนว่าทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์จำนวนมาก


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 68 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน เพียงอย่างเดียว การที่ทุนหมุนเวียนไม่มีหนี้สินหรือมีหนี้สินน้อยก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ทุนหมุนเวียน มีสภาพคล่องสูงได้เช่นกัน สำหรับหน่วยงานที่มีสภาพคล่องต่ำที่สุด คือ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีสภาพคล่อง เพียง 0.03 เท่า หากเป็นหน่วยงานภาคเอกชนการที่มีสภาพคล่องต่ำกว่า 1 เท่า ถือว่าขาดสภาพคล่อง แต่ทุนหมุนเวียนเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งรัฐมีหน้าที่ต้องสนับสนุนและอุดหนุนงบประมาณให้เมื่อทุนหมุนเวียน ขาดสภาพคล่องหรือไม่มีเงินทุนในการใช้จ่ายเพื่อดำเนินงานตามภารกิจ ซึ่งกรณีของกองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิงเป็นทุนหมุนเวียนที่มีหนี้สินอันเกิดจากค่าชดเชยราคาน้ำมันค้างจ่าย สำหรับทุนหมุนเวียนที่มีสภาพคล่องต่ำรองลงมา คือ กองทุนบริหารเงินกู้ เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศกองทุนคุ้มครองธุรกิจ นำเที่ยว กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และกองทุนประกันสังคมที่มีสภาพคล่องไม่เกิน 1 เท่า 4.1.2.2 อัตราส่วนเชิงประยุกต์ เป็นอัตราส่วนที่ผู้ศึกษาประยุกต์จากแนวคิด การวิเคราะห์งบการเงินของภาคเอกชน มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการวิเคราะห์งบการเงินของ ทุนหมุนเวียนที่เป็นหน่วยงานไม่แสวงหากำไร โดยใช้อัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ ดังนี้ 1) อัตราส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวม เป็นอัตราส่วนที่แสดงให้ทราบถึงความสามารถในการนำสินทรัพย์ที่นำมาใช้ในการดำเนินงาน และสะท้อนศักยภาพ ในการดำเนินงาน และการบริหารงานจนสามารถสร้างรายได้ของทุนหมุนเวียน 115 ทุน ตามตารางที่ 10ดังนี้ ตารางที่ 10อัตราส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวม ปีปัญชี2561-2565 หน่วย :ล้านบาท รายการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 เงินสด รายการเทียบเท่า เงินสด และเงินลงทุน 4,134,889.4146 4,038,969.9762 4,032,165.0110 4,067,582.2871 4,096,799.5243 รายได้รวม 385,588.5234 377,859.0043 372,339.6654 737,512.3258 482,358.3842 อัตราส่วนเงินสดฯ 10.72 เท่า 10.69 เท่า 10.83 เท่า 5.52 เท่า 8.49 เท่า จากตารางที่10 พบว่า ปีบัญชี2561-2565 ทุนหมุนเวียนมีอัตราส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวม ในภาพรวมมีค่าระหว่าง5-11เท่า โดยปีปัญชี2565 มีค่าเท่ากับ 8.49 เท่า หมายความว่า ทุนหมุนเวียนทั้ง 115 ทุน มีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และ อัตราส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวม = (เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด + เงินลงทุนระยะสั้นและระยะยาว)/รายได้รวม = เท่า 1. กรณีทุนหมุนเวียนที่ขอรับจัดสรรงบประมาณ : ผลการคำนวณไม่ควรสูงเกิน 1 เท่า เพราะหากมี เงินสดและเงินลงทุนสะสมอยู่จำนวนมาก อาจทำให้เสียโอกาสจากการนำงบประมาณไปใช้พัฒนา ประเทศด้านอื่น ๆ ทั้งนี้เหตุที่นำเงินลงทุนระยะสั้นและระยะยาวมาใช้ในการวิเคราะห์ เนื่องจาก เงินลงทุนระยะสั้นและระยะยาวส่วนใหญ่เป็นเงินฝากที่อยู่ในสถาบันการเงิน 2. กรณีทุนหมุนเวียนที่ไม่รับจัดสรรงบประมาณ : ผลการคำนวณควรสูงเกิน 1 เท่า เนื่องจาก ส่งผลดีต่อสภาพคล่องในการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 69 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน เงินลงทุนที่สามารถนำมาใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างเพียงพอ หรืออาจนำมาใช้สมทบงบประมาณ รายจ่ายประจำปีหรือใช้จ่ายในการดำเนินงานแทนการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทั้งนี้ การที่อัตราส่วนเงินสดฯ สูงไม่ได้หมายความว่าทุนหมุนเวียนจะมีเงินสดฯ สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก เสมอไป แต่อาจเป็นเพราะทุนหมุนเวียนมีรายได้จากการดำเนินงานน้อย หากพิจารณาอัตราส่วนฯ จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน พบว่า เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนของ ทุนหมุนเวียนขึ้นอยู่กับความสามารถในการหารายได้ของทุนหมุนเวียน โดยทุนหมุนเวียน เพื่อการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมมีอัตราส่วนเงินสดฯ สูงที่สุด 12.85 เท่า ขณะที่ทุนหมุนเวียน เพื่อการสนับสนุนส่งเสริมมีอัตราส่วนเงินสดฯ ต่ำที่สุด 1.83 เท่า รายละเอียดตามตารางที่ 11 ดังนี้ ตารางที่ 11 อัตราส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวมปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน หน่วย : ล้านบาท เมื่อพิจารณาอัตราส่วนเงินสดรายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565จำแนกรายทุนหมุนเวียนเรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรกตามแผนภาพที่ 13ดังนี้ ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา แผนภาพที่ 13 อัตราส่วนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565 จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 70 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน จากแผนภาพที่ 13 พบว่า ทุนหมุนเวียนที่มีอัตราส่วนเงินสด รายการ เทียบเท่าเงินสดและเงินลงทุนต่อรายได้รวม สูงที่สุด คือกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีค่าเท่ากับ 12,684,373.09 เท่า เป็นสัดส่วนที่สูงมาก ทั้งนี้ ทุนหมุนเวียนดังกล่าวมีรายได้หลักจากเงินที่รัฐจัดสรรให้ขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ที่ค่อนข้างต่ำส่งผลให้มีเงินเหลือจ่ายสะสมไว้ที่สถาบันการเงินจำนวนมาก แม้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทุนหมุนเวียนไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐ แต่ยังมีผลคำนวณที่สูงมากสำหรับทุนหมุนเวียน ที่มีอัตราส่วนเงินสดฯ รองลงมาคือ กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ เงินทุนหมุนเวียนศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ กองทุนส่งเสริม การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร มีอัตราส่วนเงินสดฯ เกิน 100 เท่า ของรายได้รวม สำหรับหน่วยงานที่มีอัตราส่วนเงินสดฯ ต่ำที่สุด คือ กองทุนส่งเสริม ศิลปะร่วมสมัย มีอัตราส่วนเท่ากับ 0.03 เท่า รองลงมา คือ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุน เพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม และกองทุนคุ้มครอง ธุรกิจนำเที่ยว มีอัตราสวนน้อยกว่า 1 เท่า 2) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม เป็นอัตราส่วนที่แสดงให้ เห็นถึงสัดส่วนรายได้และค่าใช้จ่ายของทุนหมุนเวียน ซึ่งจะสะท้อนให้รัฐบาลทราบถึงภาระ งบประมาณและประสิทธิภาพในการบริหารงานของทุนหมุนเวียน เป็นข้อมูลประกอบการกำหนด มาตรการวางแผนการดำเนินงาน การบริหาร ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ รวมไปถึงการปรับปรุง กระบวนการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน สะท้อนศักยภาพในการดำเนินงาน และการบริหารงานจน สามารถหารายได้ของทุนหมุนเวียน 115 ทุน ตามตารางที่ 11 ดังนี้ ตารางที่ 12 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2561-2565 หน่วย :ล้านบาท รายการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ค่าใช้จ่ายรวม 326,971.1109 328,435.4054 382,294.6205 724,940.7643 644,470.4881 รายได้รวม 385,588.5234 377,859.0043 372,339.6654 737,512.3258 482,358.3842 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายฯ ร้อยละ 84.80 ร้อยละ 86.92 ร้อยละ 102.67 ร้อยละ 98.30 ร้อยละ 133.61 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม = (ค่าใช้จ่ายรวม/รายได้รวม) x100 = ร้อยละ หากค่าที่คำนวณได้ยิ่งสูงยิ่งดีเพราะหมายความว่าหน่วยงานสามารถหารายได้เป็นเหตุให้ทุนหมุนเวียน สามารถดำเนินการได้โดยไม่พึ่งพางบประมาณ หรืออาจสามารถลดภาระงบประมาณได้ในอนาคต ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 71 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน จากตารางที่ 12 พบว่า ปีบัญชี2561 – 2565 ทุนหมุนเวียน มีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมระหว่างร้อยละ 84-134 ของรายได้รวม โดยปี 2565 มีอัตราส่วนฯ ร้อยละ 133.83 ของรายได้รวม หมายความว่า ทุนหมุนเวียนทั้ง 115 ทุน มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน สูงมากกว่ารายได้ถึงร้อยละ 133.61 หรือ 1 เท่า หรือเปรียบเทียบได้ว่าทุนหมุนเวียนมีรายได้ 1 บาท แต่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายสูงถึง 133 บาท หากพิจารณาอัตราส่วนฯ จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน พบว่า ทุนหมุนเวียนเพื่อการสนับสนุนส่งเสริมมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมสูงที่สุด ร้อยละ 175.64 ของรายได้รวม ขณะที่ทุนหมุนเวียนเพื่อการบริการ มีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด ร้อยละ 45.79 ของรายได้รวม รายละเอียดตามตารางที่ 13 ดังนี้ ตารางที่ 13 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม ปีบัญชี2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน หน่วย :ล้านบาท เมื่อพิจารณาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565 สามารถ จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรกตามแผนภาพที่ 14 ดังนี้ แผนภาพที่ 14 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565 จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 72 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน จากแผนภาพที่ 14 พบว่า ทุนหมุนเวียนที่มีค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวม สูงที่สุด คือ กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายร้อยละ868,924.44ของรายได้รวม เป็นสัดส่วนที่สูงมากเนื่องจากทุนหมุนเวียนดังกล่าว มีรายได้หลักจากเงินที่รัฐจัดสรรให้แต่ในปีบัญชี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงาน จำนวน 787.20 บาท ซึ่งเกิดจากดอกเบี้ยเงินฝากจากสถาบันการเงิน ขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงถึง 6,840,173.20 บาท เนื่องทุนหมุนเวียนมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสะสมฝากไว้ กับสถาบันการเงินสูงถึงจำนวน 9,985.1385 ล้านบาท ซึ่งทุนหมุนเวียนสามารถนำมาใช้จ่าย ในการบริหารจัดการทุนหมุนเวียนได้อย่างเพียงพอจึงไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณในปีบัญชี 2565 รองลงมาคือ เงินทุนหมุนเวียนศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ กองเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อรายได้รวมสูงเกิน 1,000 เท่า ของรายได้รวม ทั้งนี้ในภาพรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีบัญชี 2565 สูงกว่ารายได้รวมเป็นจำนวนมาก สำหรับหน่วยงานที่มีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายฯ ต่ำที่สุด คือ กองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้าง กองทุนจัดรูปที่ดิน กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งมีอัตราส่วน ค่าใช้จ่าย ร้อยละ 0–5 ของรายได้ 3) อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยรับต่อรายได้ซึ่งรายได้ดอกเบี้ย ประกอบด้วย ดอกเบี้ยรับจากผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งหน่วยงาน ดอกเบี้ยรับจาก ผลตอบแทนในการนำสินทรัพย์ไปลงทุน และหรือดอกเบี้ยรับจากกิจกรรมอื่น ๆ ของทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ สำนักงบประมาณของรัฐสภาไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่แสดงรายละเอียดงบการเงินที่สมบูรณ์ของ ทุนหมุนเวียนจากระบบ NBMS ผู้ศึกษาจึงได้สืบค้นข้อมูลรายได้ดอกเบี้ยจากระบบ CFS และ งบการเงินของทุนหมุนเวียนที่สามารถสืบค้นได้โดยเก็บข้อมูลเพียงเฉพาะตัวเลขรายได้ดอกเบี้ย เท่านั้น สำหรับข้อมูลอื่น ๆ ยังคงเป็นข้อมูลที่มาจากระบบ NBMS ทั้งหมด ยกเว้นทุนหมุนเวียน ที่บันทึกข้อมูลในระบบ NBMSผิดดุลบัญชีที่เก็บข้อมูลจากรายงานการเงิน และข้อมูลจากระบบ CFS เพื่อให้การศึกษาวิเคราะห์มีความครบถ้วนทุกประเด็น โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 อัตราส่วน ตามประเภทของทุนหมุนเวียนที่จำแนกตามแหล่งรายได้ คือ ทุนหมุนเวียนที่มีรายได้จากการดำเนินงาน และจากเงินภาษีที่รัฐอุดหนุนให้ และทุนหมุนเวียนที่จำเป็นต้องพึ่งงบประมาณเพื่อการดำเนินงาน ดังนี้ อัตราส่วนดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน = รายได้ดอกเบี้ย/ รายได้งบประมาณ หรือ ต่อรายได้งบประมาณ หรือ รายได้รวม รายได้รวม x100 = ร้อยละ ทุนหมุนเวียนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร บางทุนหมุนเวียนมีรายได้หลักจาก งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้ ขณะที่บางทุนหมุนเวียนสามารถพึ่งพาตนเองจากการดำเนินงานโดยไม่ต้อง พึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดังนั้น รายได้ดอกเบี้ยมาจากหลายแหล่งไม่มีแยกส่วนประกอบไว้อย่างชัดเจน ในงบการเงิน ดังนั้น ผู้ศึกษาเห็นว่าค่าที่คำนวณได้ไม่ควรสูงหรือต่ำจนเกินไป ดังนี้


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 73 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 3.1)อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้งบประมาณ ซึ่งทุนหมุนเวียนทั้ง 115 มีรายได้ดอกเบี้ยต่อรายได้รวม รายละเอียดตามตารางที่ 14 ดังนี้ ตารางที่ 14 อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้งบประมาณ ปีบัญชี 2561-2565 หน่วย :ล้านบาท รายการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 รายได้งบประมาณ 215,106.0085 184,758.4924 204,173.8957 223,024.7081 195,370.4029 รายได้ดอกเบี้ย จากสถาบันการเงิน 271.6309 483.0443 357.1778 326.0423 426.0211 อัตราส่วน รายได้ดอกเบี้ยฯ ร้อยละ 0.13 ร้อยละ 0.26 ร้อยละ 0.17 ร้อยละ 0.15 ร้อยละ 0.22 จากตารางที่ 14 พบว่า ปีบัญชี2561-2565 ทุนหมุนเวียนมีอัตราส่วน รายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้งบประมาณ ร้อยละ 0-0.5ของรายได้รวม โดยปีบัญชี2565 มีอัตราส่วนรายได้ฯ ร้อยละ0.22 ของรายได้งบประมาณ หากพิจารณาอัตราส่วนรายได้ฯ จำแนกตามประเภท ทุนหมุนเวียน พบว่า ทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมมีอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยฯ สูงที่สุด ร้อยละ 17.61ของรายได้งบประมาณ เนื่องจากลักษณะของการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง คือ การให้กู้ยืมโดยอาจคิดดอกเบี้ยหรือไม่คิดดอกเบี้ยจากบุคคลที่ขอกู้ยืมก็ได้ ซึ่งหากทุนหมุนเวียนมีรายได้ ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ขณะที่ ทุนหมุนเวียนเพื่อการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมมีอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยฯ ต่ำที่สุด ร้อยละ 0.20 ของรายได้งบประมาณ เนื่องจากลักษณะการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งเป็นการให้เงินทดแทน ช่วยเหลือ สงเคราะห์แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลด้วยโอกาสหรือประสบปัญหาความยากลำบาก - หากรายได้ดอกเบี้ยเกิดจากวัตถุประสงค์โดยตรงจากการจัดตั้งหน่วยงาน ค่าที่คำนวณได้ขึ้นอยู่กับ สัดส่วนการให้สินเชื่อและการคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อของหน่วยงาน และถือเป็นรายได้จากการดำเนินงาน - หากรายได้ดอกเบี้ยเกิดจากผลตอบแทนในการนำสินทรัพย์ไปลงทุน อาจจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ทุนหมุนเวียนมีรายได้หลักจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี ผลรวมของสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิด ดอกเบี้ยรับไม่ควรเกิน ร้อยละ 100 หรือ 1 เท่าของรายได้งบประมาณ เนื่องจากเมื่อทุนหมุนเวียน ได้รับจัดสรรงบประมาณแล้วใช้จ่ายงบประมาณไม่หมดสามารถเก็บสะสมไว้ที่หน่วยงานหรือสถาบัน การเงิน เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินงานได้โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน หากสะสมไว้มากเกินไป อาจทำให้รัฐเกิดค่าเสียโอกาสในการนำเงินงบประมาณไปใช้สำหรับพัฒนาประเทศในด้านอื่น 2. ทุนหมุนเวียนที่มีรายได้หลักจากการดำเนินงาน ไม่พึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ผลรวม ของสินทรัพย์เกิน 1 เท่าของรายได้ และมีดอกเบี้ยในสัดส่วนที่ยิ่งสูงยิ่งดีเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึง ศักยภาพในการหารายได้ และประสิทธิภาพของการใช้จ่ายเงินที่มีต้นทุนในการใช้จ่ายต่ำเป็นเหตุให้มี เงินคงเหลือสะสมไว้ที่สถาบันการเงินจนเกิดรายได้ดอกเบี้ยที่สูง ขณะที่บางทุนหมุนเวียนที่มีอัตราส่วน รายได้ดอกเบี้ยสูงฯ อาจเกิดจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นว่าทุนหมุนเวียนนั้น ไม่มีการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งจึงไม่เกิดต้นทุนในการดำเนินงาน ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 74 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ให้ได้รับประโยชน์จากภาครัฐ หากทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรรงบประมาณแล้วนำไปฝากไว้ที่สถาบันการเงิน จนมีรายได้ดอกเบี้ยฯ จำนวนมากอาจสะท้อนให้เห็นว่าทุนหมุนเวียนไม่ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การ จัดตั้ง รายละเอียดตามตารางที่ 15 ดังนี้ ตารางที่ 15 อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้งบประมาณ ปีบัญชี2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน หน่วย : ล้านบาท เมื่อพิจารณาอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้ งบประมาณ ปีบัญชี 2565 สามารถจำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก ตามแผนภาพที่ 15ดังนี้ แผนภาพที่ 15 อัตราส่วนรายได้ต่อเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้งบประมาณ ปีบัญชี 2565 จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก จากแผนภาพที่ 15 พบว่า ทุนหมุนเวียน 115 ทุน มีรายได้ดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากผลตอบแทนจากสินทรัพย์ เช่น เงินฝากธนาคารและเงินลงทุนต่าง ๆ โดยกองทุนการออมแห่งชาติ มีอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยฯ สูงที่สุดถึงร้อยละ 68.46 เนื่องจากลักษณะ ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 75 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งของทุนหมุนเวียนจำเป็นต้องเก็บรักษาเงินออมที่สมาชิกนำมา ฝากไว้ที่กองทุนแล้วต้องจ่ายคืนให้ตามเงื่อนไข กองทุนจึงมีรายได้ดอกเบี้ยที่เกิดจากการนำเงินฝากของ สมาชิกไปลงทุนจำนวนมาก แต่สำหรับกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย มีรายได้ หลักจากการงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่รัฐจัดสรรให้ การที่กองทุนมีรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินสูงอาจสะท้อนให้ เห็นว่ากองทุนได้รับจัดสรรงบประมาณแล้วไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ตามแผนการใช้จ่ายส่งผล ให้มีงบประมาณเหลือจ่ายเก็บสะสมไว้ที่สถาบันการเงินแล้วมีรายได้จากดอกเบี้ยสูงถึงจำนวน 7.74 ของรายได้งบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ขณะที่กองทุน จัดรูปที่ดินมีรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินเพียงร้อยละ 0.001 ของรายได้งบประมาณ สำหรับทุนหมุนเวียนที่มีรายได้ดอกเบี้ยฯ ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ได้รับจัดสรร อาจนำรายได้ดอกเบี้ยมาสมทบกับงบประมาณประจำปี 3.2) อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้รวม ซึ่งทุนหมุนเวียนทั้ง 115 ทุนมีรายได้ดอกเบี้ยฯ ต่อรายได้รวม รายละเอียดตามตารางที่ 16 ดังนี้ ตารางที่ 16 รายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินรับต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2561-2565 หน่วย : ล้านบาท รายการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 รายได้รวม 385,588.5234 377,859.0043 372,339.6654 737,512.3258 482,358.3842 รายได้ดอกเบี้ย จากสถาบันการเงิน 84,262.8414 84,464.1508 82,722.5671 79,235.5002 84,886.4030 อัตราส่วน รายได้ดอกเบี้ยฯ ต่อรายได้รวม ร้อยละ 21.85 ร้อยละ 22.35 ร้อยละ 22.22 ร้อยละ 10.74 ร้อยละ 17.60 จากตารางที่ 16 พบว่า ปีบัญชี2561-2565 ทุนหมุนเวียนมี อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้รวม อยู่ระหว่างร้อยละ 10-22 ต่อรายได้รวม โดยปีบัญชี2565 มีอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้รวม ร้อยละ 17.60 ของรายได้รวม หากพิจารณาอัตราส่วนรายได้ฯ จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน พบว่า ทุนหมุนเวียนเพื่อสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม มีอัตราส่วนรายได้ฯ สูงที่สุด ร้อยละ 29.13 ของรายได้รวม ขณะที่ทุนหมุนเวียนเพื่อการจำหน่ายและการผลิตมีอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยฯ ต่ำที่สุด ร้อยละ 0.20 ของรายได้รวม รายละเอียดตามตารางที่ 17 ดังนี้ ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 76 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ตารางที่17 อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้รวม ปีบัญชี 2565 จำแนกตามประเภททุนหมุนเวียน หน่วย : ล้านบาท เมื่อพิจารณาอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยฯ ปีบัญชี 2565 สามารถ จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก ตามแผนภาพที่ 16 ดังนี้ แผนภาพที่ 16 อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่อรายได้รวม จำแนกรายทุนหมุนเวียน เรียงลำดับสูงที่สุด/ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก จากแผนภาพที่ 16 พบว่า ทุนหมุนเวียน 115 ทุน มีรายได้ดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากผลตอบแทนในการนำสินทรัพย์ เช่น เงินฝากธนาคารและเงินลงทุนต่าง ๆ โดยกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา กองทุนเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและ เอกชน และกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศมีอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยฯ สูงที่สุดร้อยละ 100 เนื่องจากทุนหมุนเวียนไม่มีรายได้จาก การดำเนินงานขณะที่มีเงินฝากและเงินลงทุนในสถาบันการเงิน จึงมีรายได้ดอกเบี้ยเพียงแหล่งเดียว แต่เมื่อเทียบกับเงินทุนหมุนเวียนการบริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ทรัพย์สินมีค่าของรัฐและการทำของ อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยฯ ต่ำที่สุดเพียงร้อยละ 0.00027 ของรายได้รวม ประมวลผลโดย : สำนักงบประมาณของรัฐสภา


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 77 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน 4.1.3 การนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน จากข้อมูลในบทที่ 3 กระทรวงการคลังได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน เงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. 2561 และฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2565 โดยระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561–2565 กรมบัญชีกลาง ได้มีหนังสือให้ทุนหมุนเวียนนำเงินสะสมส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินรวมทั้งสิ้น 47,520.3121 ล้านบาท ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ จำนวนเงินสะสมสูงสุด = ประมาณการรายจ่าย 3 ปี (ปีปัจจุบัน+รายจ่ายย้อนหลัง 2 ปี) X ร้อยละเฉลี่ยของความสามารถในการจ่ายเงินย้อนหลัง 3 ปี ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าทุนหมุนเวียนที่ถูกเรียกให้นำเงินสะสมส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดินมีเงินสะสมไว้ที่ทุนหมุนเวียนไว้มากเกินความจำเป็นโดยระหว่าง พ.ศ. 2561–2565 ทุนหมุนเวียนที่มีเงินทุนสะสมฯ และนำส่งคลังสูงที่สุด 5 อันดับแรก คือ กองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงานนำส่งฯจำนวน 24,377.5734 ล้านบาท กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะนำส่งฯ จำนวน 7,881.2000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนการบริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ทรัพย์สินมีค่าของรัฐและการทำของนำส่งฯ 3,484.6926 ล้านบาท กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนนำส่งฯจำนวน 2,604.7642 ล้านบาท และกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลนำส่งจำนวน 2,094.3500 ล้านบาท สำหรับปีบัญชี 2565 ทุนหมุนเวียน 16 ทุน ได้นำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินจำนวน 16 ทุน รวมเป็นเงิน 22,838.5683ล้านบาท โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนำส่งทุนฯ สูงสุดถึง 14,377.5734 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 62.95 ของจำนวนนำส่งฯ ปีบัญชี 2565 รายละเอียดปรากฎตามแผนภาพที่17 ดังนี้ แผนภาพที่ 17 การนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินปีบัญชี 2565 ที่มา : มติคณะรัฐมนตรี


สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณของรัฐสภา 78 เงินนอกงบประมาณ : สถานะทางการเงินของทุนหมุนเวียน ข้อสังเกต 1. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นทุนหมุนเวียนที่มีผลการดำเนินงานที่มีรายได้(ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสูงถึงจำนวน (138,590.8031) ล้านบาท แต่กลับเป็นทุนหมุนเวียนที่มียอดการนำเงิน สะสมฯ ส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินสูงที่สุด 2. ทุนหมุนเวียนที่นำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินส่วน่ใหญ่ เป็นทุนหมุนเวียนที่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี รายได้ของทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ เกิดจากการดำเนินงาน มีรายได้จากการจัดเก็บจากประชาชนหรือภาคธุรกิจเป็นการเฉพาะ เช่น กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นต้น 4.1.4 การสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี จากการรวบรวมข้อมูลการสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ปรากฏในเอกสาร งบประมาณฉบับที่ 7 รายงานสถานะและแผนการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณของหน่วยรับ งบประมาณ ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2566 พบว่า ทุนหมุนเวียนมีรายได้เงินนอก งบประมาณรวมจำนวน 639,908.6289 ล้านบาท มีการนำเงินนอกงบประมาณสมทบงบประมาณ รายจ่ายประจำปีรวมจำนวน 3,366.8534 ล้านบาท โดยทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา สมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีสูงที่สุดถึง 1,480.7212 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 43.98 ของเงินสมทบ สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวน 30 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 206,819.3509 ล้านบาท มีการสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 3 กองทุน รวมเป็นเงิน 586.0000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.28 ของงบประมาณ ที่ได้รับจัดสรร ประกอบด้วย กองทุนจัดรูปที่ดิน จำนวน 10.0000 ล้านบาท กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา จำนวน 336.0000 ล้านบาท และกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 240.0000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบ เงินสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี กับเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุน ที่ทุนหมุนเวียนสะสมไว้เฉพาะในส่วนที่ไม่รวมทุนหมุนเวียนที่จำเป็นต้องสะสมไว้เพื่อจ่ายคืนให้แก่ สมาชิกกองทุนตามที่กฎหมายกำหนด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 จำนวน 586,879.9903 ล้านบาท พบว่า สมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพียงร้อยละ 0.10 รายละเอียดตามตารางที่ 18 ดังนี้


Click to View FlipBook Version