The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่-ป.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kunnawut1991, 2021-09-02 04:04:52

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่-ป.3

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่-ป.3



หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑



ประกาศโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่
เร่อื ง ใหใ้ ช้หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐานพุทธศกั ราช ๒๕๕๑
---------------------------------------------------------

โรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒ ได้
ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเอกสารประกอบหลักสูตรขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางใน
การจัดการเรยี นการสอนของโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่

โดยจัดทำและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน คือกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็น
เป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรมมีจิตสำนึกใน
ความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง
เป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและ
การศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนา
ตนเองไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ

ทั้งนี้ หลักสูตรโรงเรียนได้รบั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ ๒๐
เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ จึงประกาศให้ใชห้ ลกั สตู รโรงเรียนตง้ั แตบ่ ัดนเี้ ปน็ ตน้ ไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

(นายนยิ ม พาลี) (นายอภิวัฒน์ ภูระวงษ)์
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑



คำนำ

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ตามคำส่ังกระทรวงศึกษาธิการ
ที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคำส่งั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ท่ี
๓๐/๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ใหเ้ ปล่ียนแปลงมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชวี้ ัด กลุม่ สาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคำสั่งให้โรงเรียนดำเนินการใช้หลักสูตรในปี
การศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ให้เป็น
หลักสตู รแกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจดุ หมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทาง
ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ ๒๑
เพ่ือให้สอดคลอ้ งกบั นโยบายและเปา้ หมายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน

โรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ จึงได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และสาระภูมิศาสตรใ์ นกลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และเป็น
กรอบในการวางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการ
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวัด โครงสรา้ งเวลาเรียน
ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถ
กำหนดทิศทางในการจัดทำหลักสตู รการเรียนการสอนในแตล่ ะระดบั ตามความพร้อมและจดุ เนน้ โดยมีกรอบ
แกนกลางเปน็ แนวทางท่ีชัดเจนเพือ่ ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการกา้ วสสู่ งั คมคุณภาพ
มคี วามรู้อย่างแทจ้ รงิ และมที กั ษะในศตวรรษที่ ๒๑

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ดั ที่กำหนดไวใ้ นเอกสารนี้ ชว่ ยทำใหห้ น่วยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ ง ในทุกระดับ
เห็นผลคาดหวังที่ต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ ทำให้การจั ดทำ
หลักสูตรในระดับสถานศึกษามคี ณุ ภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงขึ้น อีกทง้ั ยังชว่ ยให้เกิดความชดั เจนเรือ่ งการ
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนา
หลกั สูตรในทกุ ระดับต้ังแต่ระดับชาติจนกระท่ังถึงสถานศึกษา จะตอ้ งสะท้อนคณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
และตวั ชวี้ ดั ท่ีกำหนดไวใ้ นหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน รวมทัง้ เป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษา
ทกุ รูปแบบ และครอบคลุมผ้เู รยี นทุกกลุ่มเปา้ หมายในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้ ทุกฝ่าย ท่ี
เก่ยี วข้องทง้ั ระดับชาติ ชมุ ชน ครอบครวั และบุคคลตอ้ งรว่ มรับผิดชอบ โดยร่วมกนั ทำงานอย่างเป็นระบบ และ
ต่อเนื่อง ในการวางแผน ดำเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเยาวชน
ของชาติไปสู่คณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรทู้ ่ีกำหนดไว้

โรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

สารบญั ๔

เรือ่ ง หนา้
ประกาศโรงเรยี น
คำนำ ๑
สารบญั ๒
สว่ นท่ี ๑ บทนำ ๒

๑. ความนำ ๒
๒. วสิ ยั ทัศน์ ๓
๓. พนั ธกจิ ๓
๓. เป้าหมาย ๔
๔. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ๕
๕. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๕
สว่ นที่ ๒ โครงสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษา ๕
๑. ระดบั การศกึ ษา ๗
๒. การจัดเวลาเรียน ๗
๓. โครงสร้างเวลาเรียน ๑๔
๔. โครงสรา้ งหลกั สตู รชัน้ ปี ๑๕
๕. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ๑๖
ส่วนท่ี ๓ คำอธบิ ายรายวิชา มาตรฐานและตัวชี้วดั ๒๓
๑. รายวชิ าพนื้ ฐาน ๒๙
- กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ๓๙
- กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ๔๓
- กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๕๓
- กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๖๐
- กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ประวตั ศิ าสตร์) ๖๗
- กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา ๗๑
- กลุม่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ ๗๒
- กลุ่มสาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพ ๘๐
- กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ ๘๑
๒. รายวชิ าเพิม่ เตมิ ๘๒
- คอมพวิ เตอร์
- การปอ้ งกนั การทจุ รติ
๓. กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

สารบัญ (ตอ่ ) ๕

เร่อื ง หน้า

สว่ นท่ี ๔ หนว่ ยการเรยี นรู้ ๑๐๖
๑. รายวิชาพ้นื ฐาน ๑๐๗
๑๐๘
- กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ๑๑๕
- กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ๑๑๙
- กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐
- กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๓๑
- กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ประวัติศาสตร์) ๑๒๒
- กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา ๑๒๓
- กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ๑๒๖
- กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ ๑๒๗
- กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ ๑๒๘
๒. รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๒๙
- คอมพวิ เตอร์ ๑๓๐
- การปอ้ งกนั การทุจรติ ๑๓๑
๓. กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ๑๓๘
สว่ นที่ ๕ เกณฑก์ ารจบการศึกษา ๑๔๖
บรรณานกุ รม ๑๔๕
ภาคผนวก

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑



สว่ นท่ี ๑
บทนำ

หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑



สว่ นที่ ๑

บทนำ

๑. ความนำ
หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตาม

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นแผนหรือแนวทาง หรือข้อกำหนดของการ
จัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ ที่จะใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มี
คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ
และประกอบอาชพี ท่สี จุ ริต ตลอดจนการรจู้ ักอนุรักษว์ ัฒนธรรม ประเพณีทอ้ งถิน่ โดยมงุ่ หวังให้มีความสมบูรณ์
ทั้งดา้ นรา่ งกาย จิตใจ และสตปิ ัญญา อีกท้งั มีความรู้และทักษะท่ีจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต และมีคุณภาพได้
มาตรฐานสากลเพื่อการแขง่ ขันในยุคปจั จุบัน ดังนั้นหลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ช้ันประถมศึกษา
ปีที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๖๔ จึงประกอบด้วยสาระสำคัญของหลักสูตรแกนกลาง สาระความรู้ท่ีเกี่ยวข้องกบั
ชุมชนท้องถิ่น และสาระสำคัญที่โรงเรียนพัฒนาเพิ่มเติม โดยจัดเป็นสาระการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานตาม
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นรายปีในระดับ
ประถมศกึ ษา และกำหนดคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พุทธศักราช ๒๕๖๔
๒. วิสยั ทศั น์

“ภายในปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ มงุ่ จดั การศกึ ษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน
ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาของชาติ มงุ่ ปลกู ฝงั คณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มทพี่ งึ ประสงค์ ดำรง
ภูมปิ ญั ญาของท้องถนิ่ มุ่งสู่การปฏิรปู กระบวนการเรยี นรู้โดยยึดผเู้ รยี นเป็นสำคัญ และเน้นการมีส่วนร่วมของ
ทุกภาคสว่ น”
๓. พนั ธกจิ (Mission)

พฒั นาและส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจัดการศึกษาให้นักเรียนทุกคน ไดร้ บั การศึกษาอย่างมคี ณุ ภาพ
โดยพัฒนาผูเ้ รยี นให้เปน็ บุคคลทีม่ ีความรู้คูค่ ณุ ธรรม มคี วามสามารถตามมาตรฐานการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
ทั้งน้ีสามารถกำหนดประเดน็ สำคัญได้ดงั น้ี

๑. จัดการศกึ ษาระดบั ปฐมวัย และการศึกษาภาคบงั คับใหม้ ีคณุ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน

๒. พัฒนาบุคลากรให้มคี วามรู้ ความสามารถกา้ วทันเทคโนโลยี
๓. สง่ เสริมให้ผเู้ รียนดำเนนิ ชวี ติ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
๔. ส่งเสรมิ ให้ผู้เรียน อนุรกั ษ์ ศลิ ปะ ประเพณี วัฒนธรรมท้องถน่ิ
๕. สง่ เสรมิ ให้หนว่ ยงาน องค์กร และชมุ ชนมีสว่ นร่วมในการจดั การศกึ ษา
๔. เป้าหมาย
๑. นกั เรยี นได้รับบรกิ ารทางการศึกษาอย่างทัว่ ถงึ และมคี ุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
๒. โรงเรียนมีหลักสตู รสถานศึกษาทมี่ ีคณุ ภาพไดม้ าตรฐาน
๓. นกั เรยี นมคี วามสามารถในการนำเทคโนโลยไี ปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั
๔. บุคลากรได้รบั การพฒั นาส่มู าตรฐานวิชาชพี
๕. โรงเรียนมีภมู ิทศั น์สวยงามและแหล่งเรยี นรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงอย่างหลากหลาย
๖. โรงเรียนได้รบั ความร่วมมือจากชมุ ชนในการจดั การศกึ ษา

หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑



๕. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร

แกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มุง่ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั ๕ ประการ ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้

ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สกึ และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด
ปัญหาความขดั แย้งตา่ งๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตผุ ลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลือกใช้วธิ กี ารส่อื สาร ทีม่ ปี ระสิทธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่ีมตี ่อตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคดิ เปน็ ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ การคดิ สงั เคราะห์ การคดิ อยา่ ง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพอ่ื การตัดสินใจเก่ยี วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคต่างๆ ทเ่ี ผชิญ
ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และ
การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข
ปญั หาและมีการตัดสินใจทีม่ ปี ระสิทธิภาพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทเ่ี กิดขน้ึ ต่อตนเอง สงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน
การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันใน
สังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง
เหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง
พฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การ
ทำงาน การแกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม
๖. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้
สามารถอยู่รว่ มกับผู้อน่ื ในสงั คมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้

๑. รกั ชาตศิ าสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อย่อู ย่างพอเพียง
๖. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑



ส่วนท่ี ๒
โครงสรา้ งหลกั สตู ร

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

5

สว่ นที่ ๒
โครงสรา้ งหลักสตู ร

๑. ระดบั การศึกษา
หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พุทธศักราช ๒๕๖๔ จัดระดับการศึกษาเป็น ๑ ระดับ คือ

ระดับประถมศึกษา (ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑- ๖) การศกึ ษาระดบั นี้เปน็ ชว่ งแรกของการศึกษาภาคบงั คบั มงุ่ เนน้
ทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร กระบวนการ
เรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทั้งในด้าน
ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม โดยเน้นจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการ
๒. การจัดเวลาเรียน

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ได้จัดเวลาเรียนตามกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ ๘ กลมุ่ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยจัดให้เหมาะสมตามบริบท จุดเน้นของโรงเรียนและสภาพ
ของผู้เรียน คือ ระดับชั้นประถมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียน
วันละ ๕ ชั่วโมง ส่วนโครงสร้างหลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ประกอบด้วย
โครงสรา้ งเวลาเรยี นและโครงสรา้ งหลักสตู รช้นั ปี
๓. โครงสร้างเวลาเรียน

โครงสร้างเวลาเรียน เป็นโครงสร้างที่แสดงรายละเอียดในภาพรวม เวลาเรียนของแต่ละกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระที่เป็นเวลาเรียนพื้นฐาน เวลาเรียนรายวิชาเพิ่มเตมิ และเวลาในการจัดกิจกรรม
พฒั นาผ้เู รียนจำแนกแต่ละชน้ั ปี ในระดับประถมศึกษา

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้
ผสู้ อนและผู้ท่ีเก่ียวข้องในการจัดการเรียนรู้ตามหลกั สูตรของสถานศึกษามแี นวปฏบิ ัติ ดังนี้

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

6

ตารางโครงสรา้ งเวลาเรยี นระดับประถมศึกษา

กลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น
ระดับประถมศึกษา
 รายวชิ าพื้นฐาน ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
 ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศาสนาศีลธรรม จรยิ ธรรม
 หนา้ ทพ่ี ลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนิน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ชีวิตในสงั คม
เศรษฐศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
 ภูมศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศลิ ปะ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
การงานอาชพี
ภาษาต่างประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รายวิชาเพ่มิ เตมิ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
 คอมพิวเตอร์
 การปอ้ งกนั การทุจริต ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรียนรายวชิ าเพิ่มเตมิ
 กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
 กิจกรรมแนะแนว ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
 กจิ กรรมนักเรียน ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
- ลูกเสอื /เนตรนารี ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
- ชุมนมุ ๑,๐๔๐ ชว่ั โมง
 กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑,๐๔๐ ชว่ั โมง

รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

รวมเวลาทัง้ หมด

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

7

๔. โครงสรา้ งหลักสูตรช้ันปี

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น (ชม./สัปดาห์)
(ชม./ปี)
รายวิชาพนื้ ฐาน ๘๔๐ ๒๑
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐ ๕
ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๕
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑
ส๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ๔๐ ๑
ส๑๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๔๐ ๑
พ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๑
ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๔๐ ๑
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐ ๑
อ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐ ๕
๒๐๐ ๒
รายวิชาเพ่มิ เติม ๘๐ ๑
ว๑๓๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๔๐ ๑
ส๑๓๒๐๑ การป้องกันการทุจรติ ๔๐ ๓
๑๒๐ ๑
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๔๐ (๒)
๏ กิจกรรมแนะแนว (๘๐) ๑
๏ กิจกรรมนักเรยี น ๔๐ ๑
- ลูกเสือ/เนตรนารี ๓๐
- ชมรม/ชุมนมุ ๑๐ ๒๖
๏ กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑,๐๔๐

รวมเวลาเรยี นท้งั สิ้นตามโครงสรา้ งหลักสตู ร

๕.สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
๕.๑ มาตรฐานการเรยี นรู้
การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร

แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน จงึ กำหนดใหผ้ เู้ รียนเรียนรู้ ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ดงั นี้
๑. ภาษาไทย
๒. คณติ ศาสตร์
๓. วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๔. สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. สุขศึกษาและพลศกึ ษา
๖. ศลิ ปะ
๗. การงานอาชีพ
๘. ภาษาต่างประเทศ

หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

8

ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และลักษณะที่พึง
ประสงค์เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อน
พัฒนาการศึกษาท้ังระบบ เพราะมาตรฐานการเรยี นรจู้ ะสะท้อนให้ทราบว่าต้องการอะไร จะสอนอยา่ งไร และ
ประเมินอย่างไร รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการ
ประเมนิ คุณภาพภายในและการประเมนิ คุณภาพภายนอก ซงึ่ รวมถึงการทดสอบระดบั เขตพื้นท่ีการศึกษา และ
การทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกลา่ วเปน็ สิ่งสำคัญที่ช่วยสะท้อนภาพการจัด
การศกึ ษาว่าสามารถพัฒนาผเู้ รียนให้มคี ณุ ภาพตามที่มาตรฐานการเรียนรกู้ ำหนดเพยี งใด

๕.๒ ตัวชีว้ ดั

ตัวชี้วัดระบุสิง่ ทีน่ กั เรียนพึงรู้และปฏบิ ัติได้ รวมทง้ั คณุ ลกั ษณะของผ้เู รียนในแต่ละระดับชัน้ ซึ่งสะท้อนถึง
มาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นำไปใช้ ในการกำหนดเนื้อหา จัดทำหน่วย
การเรยี นรู้ จัดการเรียนการสอน และเปน็ เกณฑ์สำคัญสำหรบั การวดั ประเมินผลเพ่ือตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน

๑. ตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ
(ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ – มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓)

หลักสูตรได้มีการกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เพื่อความเข้าใจและให้สื่อสาร
ตรงกนั ดังน้ี
ว ๑.๑ ป. ๑/๒

ป.๑/๒ ตวั ชี้วัดชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ข้อที่ ๒
๑.๑ สาระที่ ๑ มาตรฐานข้อท่ี ๑
ว กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

๕.๓ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้

จำนวน ๕๓ มาตรฐาน ดงั น้ี

ภาษาไทย
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ัญหาในการดำเนนิ

ชีวติ และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี น เขียนส่อื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรือ่ งราวใน

รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมี
ประสิทธภิ าพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด ความรสู้ กึ ใน
โอกาสต่างๆ อย่างมวี ิจารณญาณ และสร้างสรรค์

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

9

สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั

ของภาษาภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณค่า

และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง

คณติ ศาสตร์
สาระท่ี ๑ จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน

ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการดำเนนิ การ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวเิ คราะห์แบบรปู ความสัมพันธ์ ฟงั กช์ ัน ลำดบั และอนกุ รมและนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธบิ ายความสมั พนั ธห์ รอื ชว่ ยแก้ปญั หาท่กี ำหนดให้
สาระที่ ๒ การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพื้นฐานเก่ียวกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ท่ีต้องการวดั และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะหร์ ปู เรขาคณติ สมบตั ิของรปู เรขาคณติ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งรปู

เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้
สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิและใช้ความร้ทู างสถิติในการแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค ๓.๒ เข้าใจหลกั การนับเบอ้ื งต้น ความนา่ จะเป็น และนำไปใช้

วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาระที่ ๑ วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแนวทางในการอนุรักษ์ทรั พยากรธรรมชาติและการ
แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสมั พันธข์ องโครงสรา้ ง และหน้าท่ขี องระบบตา่ ง ๆของสัตวแ์ ละมนุษยท์ ่ีทำงานสัมพันธ์
กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะ ต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน
รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม
การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและ
วิวฒั นาการของสงิ่ มชี ีวิต รวมทง้ั นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

10

สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง
สถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่
แบบตา่ ง ๆ ของวตั ถรุ วมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลี่ยนแปลงและการถา่ ยโอนพลังงานปฏสิ ัมพันธ์ระหว่าง
สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง
กับเสียง แสง และคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมทัง้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และววิ ัฒนาการของเอกภพกาแลก็ ซดี าวฤกษ์
และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการ
ประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก
รวมท้ังผลตอ่ ส่ิงมีชวี ิตและส่งิ แวดล้อม
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพ่ือ
แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ
สงิ่ แวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็น
ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหา
ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รูเ้ ท่าทนั และมีจริยธรรม

สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สาระท่ี๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส๑.๑ รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี

ตนนับถือและศาสนาอ่ืนมศี รัทธาทถ่ี กู ตอ้ ง ยดึ มั่น และปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม เพ่อื อยู่
รว่ มกันอยา่ งสนั ตสิ ุข
มาตรฐาน ส๑.๒เข้าใจตระหนักและปฏบิ ัตติ นเปน็ ศาสนิกชนทีด่ ีและธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรื
ศาสนาท่ีตนนบั ถอื
สาระท่ี๒ หนา้ ที่พลเมืองวฒั นธรรมและการดำเนนิ ชีวิตในสงั คม
มาตรฐานส๒.๑ เขา้ ใจและปฏิบตั ติ นตามหน้าทข่ี องการเป็นพลเมอื งดี มคี า่ นิยมท่ีดีงาม และธำรงรกั ษา
ประเพณีและวฒั นธรรมไทยดำรงชีวติ อยู่รว่ มกนั ในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสนั ติสขุ
มาตรฐานส๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจั จบุ ันยึดมั่นศรัทธาและธำรงรักษาไว้ซ่ึงการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

11

สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส.๓.๑เข้าใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภคการใชท้ รัพยากรทม่ี ี

อยู่จำกัดได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพและคมุ้ คา่ รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพอ่ื การดำรงชีวติ อย่างมีดุลยภาพ
มาตรฐาน ส.๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ และความจำเป็น
ของการร่วมมอื กันทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
สาระท่ี ๔ ประวัติศาสตร์
มาตรฐาน ส๔.๑ เข้าใจความหมายความสำคญั ของเวลาและยคุ สมัยทางประวตั ิศาสตร์สามารถใช้วิธกี ารทาง
ประวัติศาสตร์มาวิเคราะหเ์ หตุการณ์ตา่ งๆอย่างเป็นระบบ
มาตรฐาน ส๔.๒ เขา้ ใจพัฒนาการของมนษุ ยชาติจากอดตี จนถึงปจั จุบันในด้านความสัมพนั ธแ์ ละการ
เปลยี่ นแปลงของเหตุการณอ์ ยา่ งต่อเน่อื งตระหนกั ถึงความสำคญั และสามารถวิเคราะห์
ผลกระทบทเ่ี กดิ ขึ้น
มาตรฐาน ส๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรมภมู ปิ ัญญาไทยมคี วามรกั ความภมู ใิ จและธำรง
ความเปน็ ไทย
สาระที่ ๕ภูมศิ าสตร์
มาตรฐาน ส๕.๑ เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมผี ลตอ่ กนั ใช้แผนที่
และเคร่อื งมอื ทางภมู ิศาสตรใ์ นการคน้ หา วิเคราะห์ และสรปุ ขอ้ มลู ตามกระบวนการทาง
ภูมิศาสตร์ตลอดจนใช้ภมู ิสารสนเทศอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรคว์ ิถี
การดำเนนิ ชีวิต มจี ิตสำนกึ และมีสว่ นรว่ มในการจัดการทรพั ยากร และสิ่งแวดลอ้ มเพ่ือ
การพัฒนาทย่ี ง่ั ยืน

สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
สาระที่ ๑ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย์
มาตรฐาน พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
สาระที่ ๒ ชวี ิตและครอบครวั
มาตรฐานพ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคณุ ค่าตนเอง ครอบครวั เพศศกึ ษา และมที ักษะในการดำเนนิ ชวี ติ
สาระที่ ๓ การเคล่ือนไหว การออกกำลงั กาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เขา้ ใจ มที ักษะในการเคลือ่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า
มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกำลงั กาย การเลน่ เกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจำอยา่ งสม่ำเสมอ

มวี ินยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีนำ้ ใจนักกีฬา มจี ิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรยี ภาพของการกฬี า
สาระท่ี ๔ การสร้างเสรมิ สุขภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกันโรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เหน็ คณุ ค่าและมีทกั ษะในการสรา้ งเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การปอ้ งกันโรค
และการสรา้ งเสริมสมรรถภาพเพื่อสขุ ภาพ
สาระที่ ๕ ความปลอดภยั ในชีวติ
มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกันและหลกี เลยี่ งปจั จัยเสี่ยง พฤติกรรมเส่ยี งต่อสขุ ภาพ อบุ ตั ิเหตุ การใช้ยา
สารเสพตดิ และความรุนแรง

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

12

ศิลปะ
สาระที่ ๑ ทัศนศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลปต์ ามจินตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์

วจิ ารณค์ ุณคา่ งานทัศนศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ต่องานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ ช่ืนชม
และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขา้ ใจความสมั พันธ์ระหวา่ งทัศนศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณค่างาน
ทัศนศิลปท์ เ่ี ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณค์ ุณค่าดนตรี
ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคิดต่อดนตรอี ย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คณุ ค่าของดนตรที เ่ี ป็น
มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถนิ่ ภูมิปญั ญาไทยและสากล
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ ๓.๑เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณคา่ นาฏศิลป์
ถา่ ยทอดความร้สู กึ ความคิดอยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตรแ์ ละวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่า ของ
นาฏศิลป์ทีเ่ ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น ภูมปิ ัญญาไทยและสากล

การงานอาชพี
สาระท่ี ๑ การดำรงชีวิตและครอบครวั
มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มที ักษะกระบวนการทำงานทักษะ การจัดการ

ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทำงานรว่ มกัน และทกั ษะการแสวงหาความรู้
มีคุณธรรมและลักษณะนสิ ยั ในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร และ
สง่ิ แวดลอ้ ม เพื่อการดำรงชวี ติ และครอบครัว
สาระท๒่ี การอาชีพ
มาตรฐานง ๒.๑ เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชพี ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนา
อาชีพ มีคุณธรรม และมเี จตคตทิ ีด่ ตี อ่ อาชีพ

ภาษาตา่ งประเทศ
สาระที่ ๑ ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมี

เหตุผล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความ

คิดเหน็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต ๑.๓นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและ

การเขียน

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

13
สาระที่ ๒ ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง

เหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ

ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม
สาระท่ี ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กบั กลุม่ สาระการเรยี นรอู้ ืน่
มาตรฐาน ต ๓.๑ใช้ภาษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่ และเป็นพนื้ ฐาน

ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน
สาระที่ ๔ ภาษากบั ความสมั พันธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณต์ า่ งๆ ทั้งในสถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการ

แลกเปล่ียนเรยี นรู้กบั สงั คมโลก

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

14

ส่วนที่ ๓
คำอธบิ ายรายวชิ ามาตรฐานและตวั ชว้ี ดั

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

15

๑. รายวชิ าพื้นฐาน

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

16

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตดั สินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน
ชีวติ และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ
ตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่าง มปี ระสทิ ธิภาพ
สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ ความรสู้ ึก
ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและ
นำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ

คุณภาพผู้เรยี น
จบชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓

อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้อง
คล่องแคล่ว เข้าใจความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ตั้งคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์ คาดคะเน
เหตุการณ์ สรุปความรู้ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ปฏิบัติตามคำสั่ง คำอธิบายจากเรื่องที่อ่านได้ เข้าใจ
ความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ อ่านหนงั สืออย่างสมำ่ เสมอ และ มีมารยาท
ในการอ่านมีทักษะในการคัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย บันทึกประจำวัน เขียนจดหมายลา
ครู เขียนเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ เขียนเรื่องตามจินตนาการและมีมารยาทในการเขียนเล่ารายละเอียด
และบอกสาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม รวมทั้งพูดแสดงความคิดความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู
พูดสื่อสารเล่าประสบการณ์และพูดแนะนำ หรือพูดเชิญชวนให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม และมีมารยาทในการฟัง ดู
และพูดสะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ ความแตกต่างของคำและพยางค์ หน้าที่ของคำ ในประโยค
มีทักษะการใช้พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยคง่ายๆ แต่ง คำคล้องจอง แต่งคำ
ขวัญ และเลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่นิ ไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ

เข้าใจและสามารถสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวัน แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีที่อ่าน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ซึ่งเป็นวัฒนธรรม
ของทอ้ งถ่ิน รอ้ งบทร้องเล่นสำหรับเด็กในท้องถ่นิ ทอ่ งจำบทอาขยานและบทร้อยกรอง ที่มีคุณค่าตามความ
สนใจได้

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

17
จบชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖

อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง อธิบายความหมาย
โดยตรงและความหมายโดยนัยของคำ ประโยค ข้อความ สำนวนโวหาร จากเรื่องที่อ่าน เข้าใจคำแนะนำ
คำอธิบายในคู่มือต่างๆ แยกแยะข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริง รวมทั้งจับใจความสำคญั ของเรือ่ งที่อ่านและนำ
ความรู้ความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตได้ มีมารยาทและมีนิสัยรักการอ่าน
และเหน็ คณุ คา่ สิง่ ทอ่ี า่ น

มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสะกดคำ แต่งประโยค
และเขียนข้อความ ตลอดจนเขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคำชัดเจนเหมาะสม ใช้แผนภาพ โครงเรื่องและ
แผนภาพความคิด เพื่อพัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการ
ต่างๆ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น เขียนเรื่องตามจนิ ตนาการอย่างสร้างสรรค์ และมีมารยาทใน
การเขยี น

พูดแสดงความรู้ ความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู เล่าเรื่องย่อหรือสรุปจากเรื่องที่ฟังและดู ตั้ง
คำถาม ตอบคำถามจากเรื่องที่ฟังและดู รวมทั้งประเมินความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูโฆษณาอย่างมี
เหตุผล พูดตามลำดบั ขั้นตอนเร่ืองต่างๆ อย่างชดั เจน พูดรายงานหรือประเด็นค้นคว้าจาก การฟงั การดู
การสนทนา และพดู โนม้ น้าวได้อยา่ งมเี หตผุ ล รวมทงั้ มีมารยาทในการดแู ละพูด

สะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ สำนวน คำพังเพยและสุภาษิต รู้และเข้าใจ ชนิดและ
หน้าที่ของคำในประโยค ชนิดของประโยค และคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้ คำราชาศัพท์และคำ
สุภาพได้อย่างเหมาะสม แตง่ ประโยค แตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกลอนส่ี กลอนสุภาพ และกาพย์ยานี ๑๑

เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพื้นบ้าน ร้องเพลงพื้นบ้านของ
ทอ้ งถนิ่ นำข้อคดิ เห็นจากเรื่องท่ีอา่ นไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง และทอ่ งจำบทอาขยานตามที่กำหนดได้

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ า 18

รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี

ศึกษา การอ่านออกเสียงคำ ข้อความสั้นๆ บทร้อยกรองง่ายๆ การอ่านบทอาขยานการอ่าน
ความหมายของคำและข้อความ การอ่านหนังสือตามความสนใจ การอ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย การอ่าน
วรรณกรรม การอ่านสะกดคำ การอ่านประโยคง่ายๆ การอ่านคำคล้องจอง การอ่านคำขวัญ การเขียนคัด
ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด การเขียนสะกดคำ การแต่งประโยคง่ายๆ การแต่งคำขวัญ การแต่งคำคล้องจอง
การเขียนบรรยายเรื่อง การเขยี นบันทึกประจำวัน การเขียนรายงานจากการค้นคว้า การเขียนจดหมายลาครู
การเขียนจดหมายถึงเพื่อนและบิดามารดา การเขยี นเรื่องตามจินตนาการ การเลา่ รายละเอียดเกี่ยวกับเร่ืองที่
ไดฟ้ ังและดู การตั้งคำถามและตอบคำถามเกย่ี วกับเรื่องท่ีได้ฟังและดู การพูดแสดงความคิดเหน็ และความรู้สึก
ทไี่ ดฟ้ ังและดู การพดู สอ่ื สารได้ชัดเจน การเขียนสะกดคำ

โดยใช้ทักษะทางภาษาในสิ่งที่ฟัง ดูและพูด สามารถจับใจความสำคัญได้อย่างถูกต้อง แสดง
ความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู มีทักษะในการเขียน เขียนได้ถูกต้อง สวยงาม มีระเบียบ สื่อความได้รู้
หลักเกณฑ์การเขียนและการเขียนเชิงสร้างสรรค์ได้ อ่านออกเสียงได้ถูกต้อง ชัดเจนตามหลักเกณฑ์การอ่าน
สามารถตั้งคำถามและตอบคำถาม เลา่ เร่ืองท่ีอ่านได้

เพื่อให้นักเรียนได้ความรู้ ความเข้าใจ ความบันเทิง และความคิดจากสิ่งที่ได้อ่าน ฟัง ดูและ
เขยี น นำความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจำวันเกิดความภาคภูมใิ จในภาษาไทย

ตัวชีว้ ดั ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ท ๕.๑

รวมทง้ั หมด ๓๑ ตัวช้ีวดั

หลกั สตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

19

ตวั ชี้วัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓

สาระที่ ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพอ่ื นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดำเนิน

ชวี ติ และมีนิสยั รกั การอ่าน

รหสั ตัวชี้วัด ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ท๑.๑ป๓/๑ ๑. อา่ นออกเสยี งคำ ขอ้ ความ เรื่อง  การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของคำ

สนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง คำคลอ้ งจอง ข้อความ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ที่

คลอ่ งแคล่ว ประกอบดว้ ยคำพื้นฐานเพิ่มจาก ป.๒ ไมน่ ้อยกว่า

ท๑.๑ป๓/๒ ๒. อธิบายความหมายของคำและ ๑,๒๐๐ คำรวมทงั้ คำที่เรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่

ข้อความท่อี ่าน ประกอบดว้ ย

- คำทีม่ ตี ัวการันต์

- คำท่มี ี รร

- คำที่มีพยัญชนะและสระไม่ออกเสียง

- คำพอ้ ง

- คำพเิ ศษอื่นๆ เช่น คำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ

ท๑.๑ป๓/๓ ๓. ตัง้ คำถามและตอบคำถามเชงิ  การอา่ นจับใจความจากส่ือต่างๆ เช่น

เหตุผลเกยี่ วกบั เรือ่ งท่ีอา่ น - นทิ านหรอื เรื่องเกี่ยวกับท้องถนิ่

ท๑.๑ป๓/๔ ๔. ลำดบั เหตกุ ารณแ์ ละคาดคะเน - เรือ่ งเลา่ สั้นๆ

เหตุการณจ์ ากเร่อื งทีอ่ ่านโดยระบุ - บทเพลงและบทร้อยกรอง

เหตุผลประกอบ - บทเรียนในกลุม่ สาระการเรียนรอู้ ่ืน

ท๑.๑ป๓/๕ ๕. สรุปความรแู้ ละข้อคดิ จากเรอื่ งท่ี - ขา่ วและเหตุการณ์ในชวี ิตประจำวันในทอ้ งถิ่นและ

อ่านเพ่ือนำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน ชมุ ชน

ท๑.๑ป๓/๖ ๖. อา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ  การอา่ นหนังสือตามความสนใจเช่น

อยา่ งสมำ่ เสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน - หนงั สอื ท่ีนกั เรียนสนใจและเหมาะสมกับวัย

- หนังสือทค่ี รแู ละนักเรียนกำหนดรว่ มกนั

ท๑.๑ป๓/๗ ๗. อา่ นข้อเขียนเชิงอธิบายและปฏบิ ัติ  การอา่ นข้อเขยี นเชิงอธบิ าย และปฏบิ ตั ิตามคำสงั่

ตามคำสงั่ หรือข้อแนะนำ หรอื ขอ้ แนะนำ

- คำแนะนำตา่ งๆ ในชวี ติ ประจำวัน

- ประกาศ ป้ายโฆษณา และคำขวญั

ท๑.๑ป๓/๘ ๘. อธิบายความหมายของข้อมลู จาก  การอา่ นข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภมู ิ

แผนภาพ แผนท่ี และแผนภมู ิ

ท๑.๑ป๓/๙ ๙. มมี ารยาทในการอา่ น  มารยาทในการอ่าน เชน่

-ไมอ่ ่านเสยี งดังรบกวนผอู้ น่ื

-ไมเ่ ลน่ กนั ขณะทอี่ ่าน

-ไม่ทำลายหนังสือ

-ไม่ควรแยง่ อ่านหรือชะโงกหน้าไปอา่ นขณะที่ผู้อ่ืนกำลงั

อา่ น

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

20

สาระท่ี ๒ การเขยี น

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ
ต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

รหสั ตัวชี้วัด ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ท๒.๑ป๓/๑ ๑. คัดลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั  การคดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั ตามรูปแบบ
การเขียน ตวั อักษรไทย
ท๒.๑ป๓/๒ ๒เขียนบรรยายเก่ยี วกบั ส่งิ ใดสิ่งหนึง่
ได้อยา่ งชัดเจน  การเขยี นบรรยายเกีย่ วกับลักษณะของคน สตั ว์
ท๒.๑ป๓/๓ ๓. เขียนบันทกึ ประจำวัน สงิ่ ของ สถานที่
ท๒.๑ป๓/๔ ๔. เขียนจดหมายลาครู
ท๒.๑ป๓/๕ ๕. เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการ  การเขยี นบนั ทึกประจำวัน

ท๒.๑ป๓/๖ ๖. มมี ารยาทในการเขยี น  การเขียนจดหมายลาครู

 การเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการจากคำ ภาพ และ
หวั ข้อที่กำหนด

 มารยาทในการเขียนเชน่
- เขียนให้อ่านงา่ ย สะอาด ไม่ขีดฆา่
- ไม่ขดี เขยี นในที่สาธารณะ
- ใช้ภาษาเขยี นเหมาะสมกับเวลา สถานที่ และบคุ คล
- ไมเ่ ขียนลอ้ เลียนผู้อืน่ หรอื ทำใหผ้ อู้ นื่ เสยี หาย

สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ และความรูส้ กึ ใน

โอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์

รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ท๓.๑ป๓/๑ ๑. เลา่ รายละเอียดเกยี่ วกับเร่ืองที่ฟงั และ  การจับใจความและพดู แสดงความคิดเหน็ และ

ดูทงั้ ท่เี ปน็ ความรแู้ ละความบันเทิง ความรู้สกึ จากเรื่องท่ีฟังและดูทง้ั ทเี่ ปน็ ความรแู้ ละ

ท๓.๑ป๓/๒ ๒. บอกสาระสำคัญจากการฟังและการดู ความบนั เทิง เชน่

ท๓.๑ป๓/๓ ๓. ตงั้ คำถามและตอบคำถามเก่ียวกบั - เรือ่ งเลา่ และสารคดสี ำหรับเด็ก

เรื่องท่ีฟงั และดู - นทิ าน การต์ นู เร่ืองขบขนั

ท๓.๑ป๓/๔ ๔. พดู แสดงความคิดเห็นและความรู้สึก - รายการสำหรบั เด็ก

จากเรื่องท่ฟี งั และดู - ข่าวและเหตุการณใ์ นชีวติ ประจำวัน

- เพลง

ท๓.๑ป๓/๕ ๕. พดู สื่อสารได้ชดั เจนตรงตาม  การพดู สอ่ื สารในชวี ิตประจำวันเชน่

วัตถปุ ระสงค์ - การแนะนำตนเอง

- การแนะนำสถานทใี่ นโรงเรียนและในชมุ ชน

- การแนะนำ/เชิญชวนเกีย่ วกับการปฏิบัตติ นในด้าน

ต่างๆ เชน่ การรกั ษาความสะอาดของร่างกาย

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

21

ท๓.๑ป๓/๖ ๖. มีมารยาทในการฟงั การดู และการพดู - การเลา่ ประสบการณใ์ นชวี ติ ประจำวัน
- การพดู ในโอกาสต่างๆ เชน่ การพูดขอร้อง การพดู
ทกั ทาย การกลา่ วขอบคณุ และขอโทษ การพดู
ปฏิเสธ และการพดู ชักถาม

 มารยาทในการฟังเช่น
- ตง้ั ใจฟงั ตามองผู้พดู
- ไม่รบกวนผู้อ่นื ขณะทฟี่ ัง
- ไม่ควรนำอาหารหรือเครื่องดม่ื ไปรบั ประทาน
ขณะทฟ่ี ัง
- ไม่แสดงกริ ิยาทไ่ี มเ่ หมาะสม เชน่ โห่ ฮา หาว
- ให้เกียรตผิ ้พู ดู ด้วยการปรบมือ
- ไมพ่ ดู สอดแทรกขณะที่ฟงั
 มารยาทในการดู เช่น
- ต้งั ใจดู
- ไมส่ ง่ เสยี งดงั หรอื แสดงอาการรบกวนสมาธิของ
ผู้อ่นื
 มารยาทในการพูด เช่น
- ใชถ้ อ้ ยคำและกริ ยิ าท่สี ุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ
- ใช้น้ำเสยี งนุม่ นวล
- ไม่พดู สอดแทรกในขณะทผ่ี ู้อ่ืนกำลงั พดู
- ไม่พูดล้อเลียนใหผ้ ู้อืน่ ได้รับความอบั อายหรอื
เสยี หาย

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

22

สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ

รหัสตัวชี้วดั ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ท๔.๑ป๓/๑ ๑. เขยี นสะกดคำและบอกความหมาย  การสะกดคำ การแจกลูก และการอา่ นเปน็ คำ
ของคำ  มาตราตัวสะกดท่ีตรงตามมาตราและไมต่ รงตาม
ท๔.๑ป๓/๒ มาตรา
ท๔.๑ป๓/๓ ๒. ระบชุ นดิ และหน้าทขี่ องคำในประโยค  การผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรตำ่
ท๔.๑ป๓/๔ ๓. ใช้พจนานกุ รมคน้ หาความหมายของ  คำที่มีพยัญชนะควบกลำ้
คำ  คำที่มอี ักษรนำ
ท๔.๑ป๓/๕ ๔. แต่งประโยคงา่ ยๆ  คำทีป่ ระวิสรรชนีย์และคำที่ไมป่ ระวสิ รรชนยี ์
ท๔.๑ป๓/๖  คำที่มี ฤ ฤๅ
๕. แตง่ คำคล้องจองและคำขวัญ  คำทีใ่ ช้ บัน บรร
๖. เลอื กใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและ  คำท่ใี ช้ รร
ภาษาถนิ่ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ  คำทม่ี ตี ัวการนั ต์
 ความหมายของคำ
 ชนดิ ของคำได้แก่ – คำนาม- คำสรรพนาม
- คำกริยา
 การใช้พจนานกุ รม

 การแตง่ ประโยคเพื่อการสอ่ื สาร ไดแ้ ก่
- ประโยคบอกเลา่
- ประโยคปฏิเสธ
- ประโยคคำถาม
- ประโยคขอร้อง
- ประโยคคำส่งั
 คำคลอ้ งจอง
 คำขวญั
 ภาษาไทยมาตรฐาน
 ภาษาถน่ิ

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

23

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณคา่ และ

นำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จริง

รหัสตวั ช้ีวัด ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ท๕.๑ป๓/๑
๑. ระบขุ อ้ คิดทไี่ ดจ้ ากการอ่าน  วรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพื้นบ้าน
ท๕.๑ป๓/๒ วรรณกรรมเพ่ือนำไปใช้ใน - นทิ านหรือเร่ืองในท้องถ่นิ
ชีวิตประจำวัน - เรือ่ งสั้นง่ายๆ ปริศนาคำทาย
ท๕.๑ป๓/๓ ๒. รจู้ ักเพลงพ้นื บ้านและเพลงกลอ่ ม - บทร้อยกรอง
ท๕.๑ป๓/๔ เด็ก เพื่อปลกู ฝงั ความช่ืนชมวัฒนธรรม - เพลงพนื้ บา้ น
ทอ้ งถิน่ - เพลงกลอ่ มเดก็
๓. แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับวรรณคดี - วรรณกรรมและวรรณคดีในบทเรยี นและ ตาม
ที่อา่ น ความสนใจ

๔. ทอ่ งจำบทอาขยานตามที่กำหนด  บทอาขยานและบทร้อยกรองท่มี ีคุณคา่
และบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความ - บทอาขยานตามท่ีกำหนด
สนใจ - บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

24

กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ความสำคัญของสาระคณติ ศาสตร์
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เนื่องจาก

คณิตศาสตรช์ ว่ ยให้มนษุ ยม์ ีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอยา่ งมีเหตุผล เปน็ ระบบมแี บบแผน สามารถ วเิ คราะห์
ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณิตศาสตร์ยังเป็น
เครื่องมือในการศึกษาด้วยคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นๆ อันเป็นรากฐาน ในการพัฒนาทรัพยากร
บุคคลของชาติใหม้ ีคุณภาพและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ทดั เทียม กับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์
จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคมและความรู้
ทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้
แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับนี้ จัดทำขึ้น โดยคำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการ
เรียนรู้ในศตวรรษที่๒๑เป็นสำคัญนั่นคือการเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมี
วิจารณญาณ การแก้ปัญหาการคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสารและการร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลให้
ผู้เรียนรู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขัน
และ อยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้ ทั้งนี้การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จนั้นจะต้อง เตรียม
ผู้เรียนให้มคี วามพร้อมที่จะเรยี นรูส้ ิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมือ่ จบการศึกษาหรือ สามารถศึกษาต่อ
ในระดับที่สงู ขน้ึ ดงั นนั้ สถานศึกษาควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามศกั ยภาพของผเู้ รยี น

เรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จัดเป็น ๓ สาระ ได้แก่ จำนวนและพีชคณิตการวัดและ

เรขาคณติ และสถิตแิ ละความน่าจะเป็น
✧จำนวนและพีชคณิต เรียนรู้เกี่ยวกับ ระบบจำนวนจริง สมบัติเกี่ยวกับจำนวนจริง

อัตราส่วน ร้อยละ การประมาณค่า การแก้ปัญหาเกี่ยวกับจำนวน การใช้จำนวนในชีวิตจริง แบบรูป
ความสมั พนั ธ์ ฟงั ก์ชัน เซต ตรรกศาสตร์ นพิ จน์ เอกนาม พหนุ าม สมการ ระบบสมการ อ ส ม ก า ร ก ร า ฟ
ดอกเบี้ย และมูลค่า ของเงิน ลำดับและอนุกรม และการนำความรู้เกี่ยวกับจำนวนและพีชคณิตไปใช้ใน
สถานการณต์ ่างๆ

✧การวดั และเรขาคณติ เรยี นรูเ้ กยี่ วกับความยาว ระยะทาง น้ำหนัก พื้นที่ ปริมาตรและ
ความจุ เงินและเวลาหน่วยวัดระบบต่างๆ การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัด อัตราส่วนตรีโกณมิติ รูปเรขาคณิต
และสมบัติของรูปเรขาคณิต การนึกภาพ แบบจำลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิต การแปลงทาง
เรขาคณติ ในเรื่องการเล่ือนขนาน การสะทอ้ น การหมุน และการนำความรู้เกี่ยวกับการวัด และเรขาคณิตไปใช้
ในสถานการณ์ต่างๆ

✧สถติ แิ ละความน่าจะเปน็ เรียนรู้เก่ยี วกบั การตง้ั คำถามทางสถิติ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
การคำนวณคา่ สถติ ิการนำเสนอและแปลผลสำหรบั ขอ้ มลู เชิงคุณภาพและเชงิ ปรมิ าณ หลักการนบั เบื้องต้น
ความนา่ เปน็ การใช้ความรเู้ กี่ยวกับสถิตแิ ละความน่าจะเป็นในการอธิบายเหตุการณตา่ ง ๆ และช่วยในการ
ตดั สนิ ใจ

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

25

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระท่ี ๑ จำนวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวนระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผลที่

เกิดข้ึนจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนนิ การ และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะหแ์ บบรปู ความสัมพันธ์ ฟงก์ชัน ลำดับและอนุกรมและนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้นพิ จน์ สมการ และอสมการ อธบิ ายความสัมพันธห์ รือชว่ ยแก้ปญหาท่กี ำหนดให้

สาระที่ ๒ การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๑ เขา้ ใจพน้ื ฐานเกี่ยวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งทต่ี ้องการวดั และนำไปใช้
มาตรฐาน ค ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะหร์ ปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งรูป

เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้

สาระที่ ๓ สถิติและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิและใช้ความรู้ทางสถิตใิ นการแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค ๓.๒ เข้าใจหลกั การนับเบอ้ื งต้น ความน่าจะเป็น และนำไปใช้

คุณภาพผเู้ รยี น

จบช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
✧ อ่าน เขยี นตวั เลข ตวั หนงั สือแสดงจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ มีความรู้สกึ เชิงจำนวน มี

ทักษะการบวก การลบ การคูณ การหาร และนำไปใช้ในสถานการณต์ ่าง ๆ
✧ มีความรู้สึกเชิงจำนวนเกี่ยวกับเศษส่วนที่ไม่เกิน ๑ มีทักษะการบวก การลบ เศษส่วนที่ตัวส่วน

เท่ากนั และนำไปใชใ้ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ
✧ คาดคะเนและวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร ความจุ เลือกใชเ้ ครือ่ งมือและหนว่ ยทเ่ี หมาะสม บอก

เวลาบอกจำนวนเงนิ และนำไปใช้ในสถานการณต์ ่าง ๆ
✧ จำแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกล

ทรงกระบอก และกรวย เขยี นรูปหลายเหลย่ี ม วงกลม และวงรีโดยใชแ้ บบของรูป ระบรุ ูปเรขาคณิต
ที่มีแกนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร และนำไปใชใ้ นสถานการณ์ต่าง ๆ

✧ อ่านและเขยี นแผนภูมิรปู ภาพ ตารางทางเดียวและนำไปใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ

จบช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
✧อา่ นเขยี นตวั เลขตัวหนังสือแสดงจำนวนนับเศษสว่ นทศนิยมไม่เกิน๓ตำแหนง่ อัตราส่วนและร้อยละ

มคี วามรสู้ กึ เชงิ จำนวนมีทักษะการบวกการลบการคูณการหารประมวลผลลพั ธ์และนำไปใช้ในสถานการณ์ตา่ งๆ
✧อธบิ ายลกั ษณะและสมบัตขิ องรปู เรขาคณิตหาความยาวรอบรูปและพนื้ ท่ีของรูปเรขาคณิตสร้างรูป

สามเหลี่ยมรูปสี่เหลี่ยมและวงกลมหาปริมาตรและความจุของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและนำไปใช้ในสถานการณ์
ต่างๆ

✧ นำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิแท่งใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่งแผนภูมิรูปวงกลมตารางสองทางและ
กราฟเส้นในการอธิบายเหตกุ ารณต์ า่ งๆและตัดสนิ ใจ

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวิชา 26

รหสั วชิ า ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี

ศึกษา ฝึกทักษะและการคดิ คำนวณและฝึกการแกปัญหาในสาระตอ่ ไปน้ี
การอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวน การนับเพิ่มที
ละ ๓ และทลี ะ ๔ทลี ะ ๒๕ และทีละ ๕๐การนับลดทีละ ๓ทลี ะ ๔และทลี ะ ๕๐ หลัก และค่าของเลขโดด
ในแต่ละหลัก และการใช้ ๐เพื่อยึดตำแหน่งของหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การ
เปรยี บเทียบจำนวนและการใชเ้ ครอ่ื งหมาย = ≠ ><การเรยี งลำดบั จำนวนไมเกินหา้ จำนวน
การบวก การลบ การคูณจำนวนหนึ่งหลักกับจำนวนไมเกินสี่หลัก การคูณจำนวนสองหลักกับ
จำนวนสองหลัก การหารทต่ี ัวตัง้ ไมเกินสี่หลักและตัวหารมหี นึ่งหลกั การบวก ลบ คูณ หารระคนโจทยป์ ัญหา
การวัดความยาว (เมตร เซนตเิ มตร มลิ ลิเมตร) การเลอื กเคร่ืองมอื วัดความยาวทีเ่ หมาะสม การ
ชั่ง น้ำหนัก (กิโลกรัม กรัม ขีด) การเลือกเคร่ืองชัง่ ที่เหมาะสม การตวง (ลิตร มิลลิลิตร) การเลือกเครื่องตวง
ที่เหมาะสม การเปรียบเทียบความยาว น้ำหนัก การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุ (หน่วยเดียวกัน) การ
บอกเวลาเป็นนาฬิกากับนาที (ชวง ๕ นาที) การเขียนบอกเวลาโดยใช้จุดและการอ่าน ความสัมพันธ์ ของ
หน่วยความยาว ความสัมพันธ์ของหน่วยการชั่ง ความสัมพันธ์ของหน่วยเวลา การเขียนจำนวนเงินโดยใช้
จุดและการอ่านโจทย์ปัญหาบวก ลบเกี่ยวกับการวัดความยาว การชั่ง ปริมาตรหรือความจุ และเงิน โจทย์
ปัญหาเกี่ยวกับเวลา การอ่านและการเขียนบันทึกรายรับรายจ่ายการอ่านและเขียนบันทึกกิจกรรมหรือ เหตุ
การณท่ีระบุเวลา
รปู วงกลม รปู วงรี รูปสามเหลยี่ ม รปู ส่เี หลยี่ ม รปู หา้ เหลี่ยม รูปหกเหล่ียม รูปแปดเหลี่ยม รูปท่ีมี
แกนสมมาตร จุด เส้นตรง รังสี สวนของเส้นตรง จุดตัด มุม การเขียนรูปเรขาคณิตสองมิติ แบบรูปของ
จำนวนที่เพม่ิ ขึ้นทีละ ๓ ทีละ ๔ ทีละ ๒๕ และทลี ะ ๕๐
แบบรูปของจำนวนที่ลดลง ทีละ ๓ ทลี ะ ๔ ทลี ะ๕ ทลี ะ ๒๕ และทีละ ๕๐ แบบรปู ช้า แบบรูป
ของรูปทม่ี ีรูปร่าง ขนาด หรอื สีที่ สมั พันธก์ ันสองลักษณะ
การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจำแนกข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวที่พบเห็นใน
ชวี ิตประจำวันการอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพและแผนภมู ิแท่ง
การจัดประสบการณหรือสรา้ งสถานการณ์ท่ีอยู่ใกล้ตวั ใหก้ ับผเู้ รียนได้ศกึ ษาคน้ ควา้ โดยปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปัญหา การให้เหตุผล การ
สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณด้านองค์ความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ได
ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆและใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและเจตคติที่ดีต่อ
คณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบระเบยี บ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณ และเชื่อมั่น
ในตนเอง
การวดั ผลและประเมนิ ผล ใช้วธิ ีการหลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ของเนื้อหาและทักษะที่
ตองการวัด

หลกั สตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

27

ตวั ช้วี ัด
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ค ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓๒/๕, ป.๓/๖
ค ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ค ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ค ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ค ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ค ๖.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖

รวมทั้งหมด ๒๘ ตัวช้ีวดั

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

28

ตัวชวี้ ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓

สาระที่ ๑ จำนวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน

ผลที่เกิดขน้ึ จากการดำเนินการ สมบัตขิ องการดำเนนิ การ และนำไปใช้

รหัสตวั ชี้วดั ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ค๑.๑ป.๓/๑ ๑. อา่ นและเขียนตวั เลขฮินดูอารบิก จำนวนนบั ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐
ค๑.๑ป.๓/๒
ค๑.๑ป.๓/๓ ตัวเลขไทย และตัวหนังสือ แสดง - การอ่าน การเขียนตวั เลขฮินดอู ารบกิ ตวั เลขไทย
ค๑.๑ป.๓/๔
ค๑.๑ป.๓/๕ จำนวนนบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ และตวั หนังสอื แสดงจำนวน

ค๑.๑ป.๓/๖ ๒. เปรยี บเทียบและเรียงลำดับจำนวน - หลัก คา่ ของเลขโดดในแต่ละหลกั และการเขียน

นับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ จาก ตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย

สถานการณ์ต่าง ๆ - การเปรยี บเทียบและเรยี งลำดบั จำนวนเศษส่วน

๓. บอก อา่ น และเขียนเศษส่วนแสดง - เศษสว่ นท่ีตวั เศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตวั ส่วน

ปรมิ าณสิ่งต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ - การเปรยี บเทียบและเรียงลำดบั เศษส่วน

ตามเศษส่วนที่กำหนด

๔. เปรยี บเทยี บเศษส่วนที่ตัวเศษเท่ากนั

โดยที่ทีต่ ัวเศษน้อยกวา่ หรอื เท่ากบั ตวั

สว่ น

๕. หาคา่ ของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยค การบวก การลบ การคณู การหารจำนวนนบั ไม่

สัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยค เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐

สญั ลกั ษณ์แสดงการลบของจำนวนนับ - การบวกและการลบ

ไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ - การคูณ การหารยาวและการหารส้ัน

๖. หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยค - การบวก ลบ คณู หารระคน

สัญลักษณ์ แสดงการคณู ของจำนวน - การแกโ้ จทย์ปัญหาและการสร้างโจทยป์ ัญหา

๑ หลักกบั จำนวนไมเ่ กนิ ๔ หลัก และ พรอ้ มทั้งหาคำตอบ

จำนวน ๒ หลักกับจำนวน ๒ หลกั

ค๑.๑ป.๓/๗ ๗. หาคา่ ของตัวไมท่ ราบค่าในประโยค
ค๑.๑ป.๓/๘ สัญลักษณ์ แสดงการหารที่ตัวตัง้ ไม่
เกิน ๔ หลกั ตัวหาร ๑ หลัก
๘. หาผลลพั ธ์การบวก ลบ คูณ หาร
ระคนของจำนวนนับไมเ่ กนิ
๑๐๐,๐๐๐ และ ๐

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

29

๙. แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
ค๑.๑ป.๓/๙ ๒ ขั้นตอน ของจำนวนนับไม่เกนิ

๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
ค๑.๑ป.๓/๑๐ ๑๐. หาผลบวกของเศษส่วนท่ีมีตัวส่วน การบวก การลบเศษส่วน

เทา่ กนั และผลบวกไมเ่ กิน ๑ และหา - การบวกและการลบเศษสว่ น
ค๑.๑ป.๓/๑๑ ผลลบของเศษส่วนทม่ี ตี ัวสว่ นเทา่ กัน - การแกโ้ จทย์ปญั หาการบวกและโจทยป์ ัญหาการ

๑๑. แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ ลบเศษสว่ น
ปญั หาการบวกเศษส่วนที่มตี วั สว่ น
เท่ากนั และผลบวกไมเ่ กิน๑ และโจทย์
ปญั หาการลบเศษสว่ นทม่ี ีตัวสว่ น
เทา่ กัน

สาระท่ี ๑ จำนวนและพีชคณิต

มาตรฐาน ค ๑.๒ เขา้ ใจและวเิ คราะหแ์ บบรปู ความสมั พันธ์ ฟังก์ชัน ลำดบั และอนกุ รม และนำไปใช้

รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ค๑.๒ ป.๓/๑ ๑. ระบุจำนวนท่ีหายไปในแบบรปู ของ แบบรปู

จำนวนทีเ่ พิ่มขน้ึ หรือลดลงทีละเท่า ๆ - แบบรปู ของจำนวนท่ีเพม่ิ ขึ้นหรือลดลง

กนั ทลี ะเทา่ ๆ กนั

สาระที่ ๒ การวดั และเรขาคณติ

มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพืน้ ฐานเก่ียวกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิง่ ที่ต้องการวดั และนำไปใช้

รหสั ตัวชี้วัด ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ค๒.๑ป๓/๑ ๑. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา เงนิ

เก่ียวเงิน - การบอกจำนวนเงินและเขียนแสดงจำนวนเงิน

ค๒.๑ป๓/๒ ๒. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา แบบใช้จดุ

เกย่ี วกับเวลา และระยะเวลา - การเปรยี บเทียบจำนวนเงนิ และการแลกเงนิ

- การอ่านและเขียนบนั ทึกรายรับ รายจ่าย

- การแก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั เงนิ

เวลา

- การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที

- การเขยี นบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) หรอื

ทวภิ าค (:) และการอ่าน

- การบอกระยะเวลาเปน็ ช่วั โมงและนาที

หลกั สตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

30

- การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ความสมั พันธ์

ระหวา่ งชวั่ โมงกบั นาที

- การอา่ นและเขียนบันทึกกจิ กรรมทรี่ ะบุเวลา

- การแก้โจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั เวลาและระยะเวลา

ค๒.๑ป.๓/๓ ๓.เลือกใช้เคร่ืองมอื วดั ความยาวท่ี ความยาว

เหมาะสม วัดและบอกความยาวของ - การวัดความยาวเปน็ เซนติเมตร และมิลลิเมตร

สิ่งตา่ ง ๆเปน็ เซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนตเิ มตร กโิ ลเมตรและเมตร

เมตร และเซนตเิ มตร - การเลือกเครือ่ งวดั ความยาวทเี่ หมาะสม

ค๒.๑ป.๓/๔ ๔.คาดคะเนความยาวเป็นเมตรและ - การคาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร

เซนตเิ มตร - การเปรยี บเทยี บความยาวโดยใชค้ วามสมั พันธ์

ค๒.๑ป.๓/๕ ๕.เปรียบเทยี บความยาวระหวา่ ง ระหวา่ งหนว่ ยความยาว

เซนติเมตรกับมิลลเิ มตร เมตรกบั - การแก้โจทย์ปัญหาเกย่ี วกับความยาว

เซนตเิ มตร กิโลเมตรกับเมตร จาก

สถานการณ์ต่าง ๆ

ค๒.๑ป.๓/๖ ๖. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา

เกยี่ วกับความยาว ที่มหี นว่ ยเปน็

เซนติเมตรและมิลลเิ มตร เมตรและ

เซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร

ค๒.๑ป.๓/๗ ๗. เลอื กใชเ้ คร่ืองชัง่ ท่เี หมาะสม วดั น้ำหนกั

และบอกนำ้ หนักเป็นกิโลกรัมและขดี - การเลือกเคร่ืองชัง่ ท่ีเหมาะสม

กโิ ลกรมั และกรัม - การคาดคะเนนำ้ หนักเปน็ กิโลกรมั และเปน็ ขีด

ค๒.๑ป.๓/๘ ๘. คาดคะเนน้ำหนักเปน็ กโิ ลกรัมและ - การเปรยี บเทยี บนำ้ หนกั โดยใชค้ วามสมั พันธ์

เปน็ ขีด ระหว่างกิโลกรมั กบั กรัม เมตรกิ ตันกบั กิโลกรมั

ค๒.๑ป.๓/๙ ๙. เปรียบเทยี บนำ้ หนักระหว่าง - การแก้โจทยป์ ญั หาเก่ียวกับนำ้ หนัก

กิโลกรัมกบั กรัม เมตริกตันเป็น

ค๒.๑ป.๓/๑๐ กโิ ลกรัม จากสถานการณ์ต่าง ๆ

๑๐. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์

ปัญหาเกยี่ วกบั นำ้ หนักทม่ี หี น่วยเป็น

กิโลกรัมกบั กรัม เมตริกตนั กบั กิโลกรัม

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

31

สาระที่ ๒ การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขา้ ใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณติ สมบัติของรปู เรขาคณติ ความสัมพันธร์ ะหว่างรปู
เรขาคณิต และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้

รหัสตัวชี้วัด ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ค๒.๒ ป.๓/๑ ๑. ระบุรูปเรขาคณิตสองมติ ิท่ีมีแกน รปู เรขาคณิตสองมิติ
สมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร - รูปท่ีมีแกนสมมาตร

สาระท่ี ๓ สถิติและความน่าจะเปน็

มาตรฐาน ค ๓.๑ เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรู้ทางสถติ ิในการแก้ปญั หา

รหัสตัวช้ีวดั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ค๓.๑ป.๓/๑ ๑. เขยี นแผนภมู ิ และใชข้ ้อมูลจาก การเก็บรวบรวมข้อมูลและการนำเสนอข้อมลู

แผนภูมริ ปู ภาพในการหาคำตอบของ - การเก็บรวบรวมขอ้ มลู และจำแนกข้อมลู

โจทยป์ ัญหา - การอา่ นและเขียนแผนภมู ริ ูปภาพ

ค๓.๑ป.๓/๒ ๒. เขียนตารางทางเดยี วจากข้อมลู ที่ - การอ่านและเขียนตารางทางเดยี ว

เปน็ จำนวนนบั และใช้ข้อมลู จาก (One – Way table)

ตารางทางเดียวในการหาคำตอบของ

โจทย์ปญั หา

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

32

กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับทุก

คนทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมือเครื่องใช้ และผลผลิตตา่ ง ๆ ที่
มนุษย์ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน เหล่านี้ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์
ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่น ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยใหม้ นุษย์ได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็น
เหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นควา้ หาความรู้ มีความสามารถในการ
แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้
วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (K knowledge-based society)
ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและ
เทคโนโลยีท่ีมนุษยส์ ร้างสรรคข์ ึ้น สามารถนำความร้ไู ปใช้อยา่ งมเี หตผุ ล สรา้ งสรรค์ และมคี ณุ ธรรม

เรยี นร้อู ะไรในวิทยาศาสตร์
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผ้เู รียนได้เรียนร้วู ิทยาศาสตร์ ท่ีเนน้ การเชื่อมโยงความรู้กับ

กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแกป้ ัญหาที่หลากหลาย ให้ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในการเรยี นรทู้ กุ ขนั้ ตอน มกี ารทำกจิ กรรมดว้ ยการลงมือปฏิบัติ
จริงอย่างหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดบั ชั้นโดยกำหนดสาระสำคัญ ดงั น้ี

✧วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตการดำรงชีวิต
ของมนษุ ย์และสตั วก์ ารดำรงชีวิตของพืช พันธกุ รรม ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ฒั นาการของสงิ่ มีชีวิต

✧วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสารการเคลื่อนที่
พลงั งาน และคลน่ื

✧วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบ
สุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ
และผลตอ่ ส่งิ มีชวี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม

✧เทคโนโลยี
●การออกแบบและเทคโนโลยีเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิ ตในสังคมที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพ่ือ
แก้ปัญหาหรอื พัฒนางานอย่างมคี วามคิดสร้างสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยี
อย่างเหมาะสมโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ติ สังคม และส่ิงแวดล้อม
●วิทยาการคำนวณ เรียนร้เู กยี่ วกับการคดิ เชงิ คำนวณ การคดิ วเิ คราะหแ์ ก้ปัญหาเป็นขนั้ ตอนและเป็น
ระบบ ประยุกตใ์ ชค้ วามรดู้ ้านวทิ ยาการคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร ในการแก้ปัญหา
ที่พบในชวี ิตจรงิ ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

33

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ

มาตรฐาน ว ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสิง่ ไม่มีชวี ิตกับสิ่งมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง
แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดล้อม แนวทางในการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปญั หาสิ่งแวดลอ้ ม รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร
พนั ธกุ รรม การเปลีย่ นแปลงทางพันธกุ รรมท่มี ผี ลต่อสงิ่ มีชวี ติ ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการของ
สงิ่ มชี วี ติ รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ

มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสมบัติของสสาร
กบั โครงสรา้ งและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การ
เกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี

มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ
เคล่ือนท่ีแบบตา่ ง ๆ ของวัตถุ รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งานปฏิสัมพันธ์
ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชวี ิตประจำวนั ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณ์ที่เกีย่ วขอ้ งกับเสียง แสง
และคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ

มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และวิวฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใ ช้
เทคโนโลยอี วกาศ

มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง
ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล
ตอ่ สงิ่ มชี ีวติ และสิ่งแวดล้อม
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือ
พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง
เหมาะสมโดยคำนงึ ถึงผลกระทบตอ่ ชวี ิต สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม

มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทนั และมจี ริยธรรม

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

34

คุณภาพผเู้ รียน
จบช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓

- เขา้ ใจลกั ษณะทั่วไปของสงิ่ มชี วี ิตและการดำรงชีวติ ของส่ิงมชี ีวติ รอบตวั
- เข้าใจลกั ษณะทป่ี รากฏ ชนิดและสมบตั บิ างประการของวัสดทุ ี่ใช้ทำวตั ถแุ ละการเปล่ียนแปลงของวัสดุ

รอบตวั
- เข้าใจการดึง การผลัก แรงแม่เหล็ก และผลของแรงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ

พลงั งานไฟฟา้ และการผลติ ไฟฟ้า การเกิดเสยี ง แสงและการมองเห็น
- เข้าใจการปรากฏของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว ปรากฏการณ์ขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การ

เกิดกลางวันกลางคืน การกำหนดทิศ ลักษณะของหิน การจำแนกชนิดดินและการใช้ประโยชน์
ลักษณะและความสำคญั ของอากาศ การเกดิ ลม ประโยชน์และโทษของลม
- ต้งั คำถามหรือกำหนดปัญหาเก่ียวกับส่ิงทจ่ี ะเรียนรูต้ ามท่ีกำหนดใหห้ รือตามความสนใจสังเกต สำรวจ
ตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบด้วย
การเขียนหรือวาดภาพ และสื่อสารสิ่งที่เรียนรูด้ ้วยการเลา่ เรื่อง หรือด้วยการแสดงท่าทางเพื่อให้ผู้อื่น
เขา้ ใจ
- แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ขั้นตอนการแก้ปัญหา มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการ
สื่อสารเบอื้ งตน้ รักษาขอ้ มลู สว่ นตัว
- แสดงความกระตือรือร้น สนใจที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตามท่ี
กำหนดให้หรือตามความสนใจ มีสว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เห็น และยอมรับฟงั ความคดิ เห็นผ้อู น่ื
- แสดงความรับผิดชอบด้วยการทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัด ซื่อสัตย์ จน
งานลุลว่ งเปน็ ผลสำเร็จ และทำงานรว่ มกบั ผ้อู น่ื อย่างมีความสขุ
- ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ศึกษาหา
ความรู้เพมิ่ เตมิ ทำโครงงานหรอื ชิน้ งานตามทก่ี ำหนดใหห้ รอื ตามความสนใจ

จบชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖

- เขา้ ใจโครงสร้าง ลกั ษณะเฉพาะและการปรบั ตัวของส่ิงมชี ีวติ รวมทงั้ ความสัมพันธข์ องสิง่ มีชวี ติ
ในแหลง่ ทอ่ี ยู่ การทำหนา้ ท่ขี องส่วนต่าง ๆ ของพืช และการทำงานของระบบย่อยอาหารของมนุษย์

- เข้าใจสมบัตแิ ละการจำแนกกลมุ่ ของวัสดุ สถานะและการเปลย่ี นสถานะของสสารการละลาย
การเปล่ยี นแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงท่ีผนั กลับได้และผนั กลบั ไมไ่ ด้ และการแยกสารอยา่ งงา่ ย

- เขา้ ใจลกั ษณะของแรงโนม้ ถว่ งของโลก แรงลพั ธ์แรงเสียดทาน แรงไฟฟา้ และผลของแรงต่าง ๆ
ผลที่เกดิ จากแรงกระทำต่อวตั ถุความดัน หลกั การทม่ี ตี อ่ วตั ถวุ งจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย ปรากฏการณเ์ บื้องต้น
ของเสยี ง และแสง

- เข้าใจปรากฏการณ์การขึ้นและตก รวมถงึ การเปล่ยี นแปลงรปู รา่ งปรากฏของดวงจันทร์
องค์ประกอบของระบบสรุ ยิ ะ คาบการโคจรของดาวเคราะห์ความแตกตา่ งของดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษ์
การข้ึนและตกของกลมุ่ ดาวฤกษ์การใช้แผนที่ดาว การเกดิ อปุ ราคา พฒั นาการและประโยชนข์ องเทคโนโลยี
อวกาศ

หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

35

- เขา้ ใจลกั ษณะของแหลง่ น้ำ วฏั จกั รนำ้ กระบวนการเกดิ เมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำคา้ งแขง็ หยาดน้ำ
ฟา้ กระบวนการเกดิ หนิ วัฏจักรหิน การใช้ประโยชนห์ ินและแร่ การเกดิ ซากดกึ ดำบรรพ์การเกดิ ลมบก ลม
ทะเล มรสุม ลกั ษณะและผลกระทบของภยั ธรรมชาติธรณีพิบัตภิ ัย การเกิดและผลกระทบของรณ์เรอื น
กระจก

- ค้นหาข้อมูลอยา่ งมีประสิทธภิ าพและประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื ตัดสนิ ใจเลือกขอ้ มูลใช้เหตผุ ลเชิง
ตรรกะในการแกป้ ัญหา ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการทำงานรว่ มกนั เขา้ ใจสิทธิและหน้าที่
ของตน เคารพสทิ ธขิ องผูอ้ น่ื

- ต้ังคำถามหรอื กำหนดปญั หาเกย่ี วกับสง่ิ ท่ีจะเรียนรตู้ ามทก่ี ำหนดใหห้ รือตามความสนใจ
คาดคะเนคำตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานท่ีสอดคลอ้ งกับคำถามหรอื ปัญหาที่จะสำรวจตรวจสอบ
วางแผนและสำรวจตรวจสอบโดยใช้เครอื่ งมือ อปุ กรณ์และเทคโนโลยีสารสนเทศท่เี หมาะสม ในการเกบ็
รวบรวมข้อมลู ทั้งเชงิ ปริมาณและคณุ ภาพ

- วิเคราะหข์ ้อมูล ลงความเหน็ และสรุปความสมั พันธข์ องขอ้ มูลท่มี าจากการสำรวจตรวจสอบใน
รูปแบบทเี่ หมาะสม เพื่อส่ือสารความรจู้ ากผลการสำรวจตรวจสอบไดอ้ ย่างมเี หตผุ ลและหลักฐานอา้ งอิง

- แสดงถงึ ความสนใจ มงุ่ ม่นั ในสิง่ ท่ีจะเรียนรมู้ ีความคดิ สรา้ งสรรค์เก่ียวกบั เรอื่ งทีจ่ ะศึกษาตาม
ความสนใจของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตนเอง ยอมรบั ในขอ้ มลู ที่มหี ลักฐานอ้างองิ และรบั ฟังความ
คิดเห็นผู้อน่ื

- แสดงความรับผิดชอบด้วยการทำงานท่ไี ดร้ ับมอบหมายอย่างมุ่งม่ัน รอบคอบ ประหยดั ซ่ือสตั ย์
จนงานลลุ ่วงเป็นผลสำเร็จ และทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื อยา่ งสร้างสรรค์

- ตระหนกั ในคุณค่าของความรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยใี ชค้ วามร้แู ละกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต แสดงความชื่นชม ยกยอ่ ง และเคารพสิทธใิ นผลงานของผคู้ ดิ คน้ และศึกษาหา
ความรู้เพม่ิ เตมิ ทำโครงงานหรอื ชิน้ งานตามทีก่ ำหนดใหห้ รือตามความสนใจ

- แสดงถึงความซาบซง้ึ หว่ งใย แสดงพฤตกิ รรมเกย่ี วกบั การใชก้ ารดูแลรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมอย่างรู้คณุ คา่

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

36

คำอธิบายรายวิชา

รหัสวชิ า ว๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ปี

ศึกษา บรรยายสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ตระหนักถึง
ประโยชน์ของอาหารน้ำและอากาศโดยการดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสิ่งเหล่านี้อย่างเหมาะสมสร้าง
แบบจำลองท่ีบรรยายวฏั จักรชวี ิตของสัตวแ์ ละเปรยี บเทียบวัฏจักรชีวติ ของสัตว์บางชนิดและตระหนักถึงคุณค่า
ของชีวิตสัตว์โดยไม่ทำให้วัฏจักรชีวิตของสัตว์เปลี่ยนแปลงอธิบายว่าวัตถุประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนย่อย ๆ ซึ่ง
สามารถแยกออกจากกันได้และประกอบกันเป็นวัตถุชิ้นใหม่ได้อธบิ ายการเปลี่ยนแปลงของวสั ดุเมื่อทำให้รอ้ น
ขน้ึ หรือทำใหเ้ ย็นลงระบผุ ลของแรงท่ีมีต่อการเปลีย่ นแปลงการเคล่ือนท่ขี องวัตถุ เปรยี บเทียบและยกตัวอย่าง
แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ จำแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแม่เหล็กเป็นเกณฑ์
ระบุขั้วแมเ่ หล็กและพยากรณ์ผลทีเ่ กิดขึ้นระหว่างขัว้ แม่เหล็กเมื่อนามาเข้าใกลก้ ัน การเปลีย่ นพลังงานหนึ่งไป
เป็นอีกพลังงานหนึ่งการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบุแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้าตระหนักใน
ประโยชน์และโทษของไฟฟ้าโดยนำเสนอวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัยอธิบายแบบรูปเส้นทาง
การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์อธิบายสาเหตุการเกิดปรากฏการณ์การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์การเ กิด
กลางวันกลางคืนและการกำหนดทิศโดยใช้แบบจำลองความสำคัญและประโยชน์ของดวงอาทิตย์ต่อสิ่งมีชีวิต
ระบุส่วนประกอบของอากาศบรรยายความสำคญั ของอากาศและผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมชี วี ติ
ตระหนักถึงความสำคัญของอากาศโดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษทางอาก าศการ
เกิดลมประโยชน์และโทษของลมแสดงอัลกอริทึมในการทางานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ
สัญลักษณ์หรือข้อความเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อและตรวจหาข้อผิดพลาดของ
โปรแกรมใชอ้ นิ เทอร์เน็ตค้นหาความรู้รวบรวมประมวลผลและนำเสนอขอ้ มลู โดยใช้ซอฟตแ์ วรต์ ามวัตถุประสงค์
ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัยปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง มคี ุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

ตวั ช้วี ัด
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓,ป.๓/๔, ป.๓/๕

รวมท้ังหมด ๒๕ ตัวชี้วดั

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

37

ตัวช้วี ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓

สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัตขิ องสิง่ มชี ีวิต หน่วยพ้นื ฐานของสิ่งมีชวี ติ การลำเลยี งสารผา่ นเซลล์

ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์
กนั ความสัมพนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหน้าท่ีของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ท่ที ำงานสัมพนั ธ์กัน
รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

รหสั ตวั ชี้วัด ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๑.๒ป.๓/๑
๑. บรรยายสง่ิ ทีจ่ ำเป็นต่อการดำรงชวี ติ -มนษุ ย์และสตั ว์ต้องการอาหาร นำ้ และอากาศ
ว ๑.๒ป.๓/๒
และการเจริญเติบโตของมนษุ ยแ์ ละสัตว์ เพอ่ื การดำรงชวี ิตและการเจริญเตบิ โต
ว ๑.๒ป.๓/๓
โดยใช้ขอ้ มลู ที่รวบรวมได้
ว ๑.๒ ป.๓/๔
๒. ตระหนักถึงประโยชนข์ องอาหาร น้ำ - อาหารชว่ ยให้รา่ งกายแข็งแรงและเจริญเติบโต

และอากาศ โดยการดแู ลตนเองและสตั วใ์ ห้ นำ้ ช่วยใหร้ ่างกายทำงานได้อยา่ งปกติ อากาศใช้

ไดร้ ับ ส่งิ เหลา่ นอ้ี ยา่ งเหมาะสม ในการหายใจ

๓. สร้างแบบจำลองทบี่ รรยายวฏั จกั รชีวติ - สตั วเ์ มอื่ เป็นตวั เตม็ วยั จะสบื พันธุ์มีลูก เมื่อลกู

ของสตั ว์ และเปรียบเทียบวัฏจักรชวี ติ ของ เจรญิ เติบโตเปน็ ตวั เต็มวัยก็สืบพนั ธ์ุมลี กู ต่อไปได้

สัตว์ บางชนดิ อีกหมุนเวียนต่อเน่ืองเปน็ วัฏจกั รชีวติ ของสัตว์

๔. ตระหนกั ถึงคุณค่าของชีวติ สตั ว์ โดยไม่ ซง่ึ สัตว์ แต่ละชนดิ เชน่ ผเี สอื้ กบ ไก่ มนุษยจ์ ะ

ทำใหว้ ฏั จกั รชีวติ ของสตั ว์เปลี่ยนแปลง มวี ฏั จักรชวี ติ ท่ีเฉพาะ และแตกตา่ งกนั

สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสมบตั ิของสสารกับ

โครงสร้างและแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปลย่ี นแปลงสถานะ
ของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี

รหสั ตวั ชี้วดั ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ว ๒.๑ ป.๓/๑
๑. อธิบายวา่ วัตถุ - วัตถอุ าจทำจากชิ้นสว่ นยอ่ ย ๆ ซ่งึ แตล่ ะชิ้นมลี ักษณะเหมือนกันมา

ประกอบขึน้ จากช้ิน ประกอบเข้าดว้ ยกนั เมอื่ แยกชน้ิ สว่ นย่อย ๆ แต่ละชนิ้ ของวัตถุ

สว่ นยอ่ ย ๆ ซ่งึ สามารถ ออกจากกนั สามารถนำช้นิ สว่ นเหล่านนั้ มาประกอบเป็นวัตถชุ ิน้ ใหม่

แยกออกจากกนั ได้และ ได้ เชน่ กำแพงบา้ นมีกอ้ นอฐิ หลาย ๆ ก้อน ประกอบเข้าด้วยกนั

ประกอบกนั เปน็ วัตถุชน้ิ และสามารถนำก้อนอฐิ จากำแพงบา้ นมาประกอบเปน็ พื้นทางเดินได้

ใหมไ่ ด้ โดยใชห้ ลกั ฐาน

เชงิ ประจักษ์

หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

38

ว ๒.๑ ป.๓/๒ ๒. อธิบายการ - เมอ่ื ใหค้ วามร้อนหรอื ทำให้วัสดุรอ้ นข้ึน และเมอื่ ลดความรอ้ นหรือ

เปลี่ยนแปลงของวสั ดุ ทำใหว้ ัสดเุ ยน็ ลง วัสดุจะเกดิ การเปลีย่ นแปลงได้ เช่น สเี ปลี่ยน

เม่อื ทำใหร้ ้อนขนึ้ หรอื ทำ รปู รา่ งเปลี่ยน

ให้เย็นลง โดยใช้

หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทาต่อวตั ถุ ลักษณะการเคล่ือนที่

แบบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

รหัสตวั ช้ีวดั ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ว ๒.๒ป.๓/๑
๑. ระบผุ ลของแรงท่ีมตี ่อการ - การดึง หรอื การผลกั เป็นการออกแรงกระทำตอ่ วตั ถุ แรงมี

เปลีย่ นแปลง การเคล่ือนทข่ี อง ผลต่อการเคล่ือนที่ของวตั ถุ แรงอาจทำใหว้ ตั ถเุ กิดการ

วัตถุจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ เคลือ่ นทโี่ ดยเปลี่ยนตำแหน่งจากทีห่ นึง่ ไปยังอีกที่หน่งึ

- การเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนทข่ี องวตั ถุ ไดแ้ ก่ วตั ถุท่ีอยนู่ ง่ิ

เปลย่ี นเปน็ เคลือ่ นที่ วตั ถุทก่ี ำลงั เคลือ่ นทีเ่ ปลยี่ นเป็นเคล่ือนที่

เร็วขึ้นหรือช้ำลงหรอื หยดุ นิ่ง หรอื เปลย่ี นทศิ ทางการเคลื่อนท่ี

ว ๒.๒ป.๓/๒ ๒. เปรียบเทียบและยกตัวอย่าง - การดึงหรอื การผลกั เปน็ การออกแรงทเ่ี กดิ จากวตั ถหุ น่ึง
แรงสมั ผสั และแรงไมส่ ัมผัสที่มี กระทำกับอกี วัตถหุ นึง่ โดยวัตถุทั้งสองอาจสัมผัสหรอื ไม่ต้อง
ผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ สมั ผัสกัน เชน่ การออกแรงโดยใชม้ ือดึงหรือการผลักโต๊ะให้
โดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ เคลอื่ นทเ่ี ป็นการออกแรงที่วัตถตุ อ้ งสัมผัสกนั แรงนจ้ี งึ เปน็

แรงสัมผสั สว่ นการท่แี มเ่ หล็กดึงดูดหรือผลักระหวา่ ง
แม่เหล็กเป็นแรงทเ่ี กิดขึ้นโดยแมเ่ หลก็ ไม่จำเป็นต้องสัมผสั
กนั แรงแมเ่ หล็กนจ้ี ึงเป็นแรงไม่สัมผสั

ว ๒.๒ป.๓/๓ ๓. จำแนกวตั ถุโดยใช้การดงึ ดูด - แม่เหล็กสามารถดึงดดู สารแม่เหล็กได้
ว ๒.๒ป.๓/๔
กับแม่เหลก็ เป็นเกณฑจ์ าก - แรงแม่เหล็กเปน็ แรงท่เี กดิ ขึ้นระหว่างแม่เหลก็ กบั สาร

หลกั ฐานเชิงประจักษ์ แม่เหล็ก หรือแมเ่ หลก็ กบั แมเ่ หล็ก แม่เหลก็ มี ๒ ขว้ั คือ ขว้ั

๔. ระบขุ ั้วแม่เหล็กและ เหนอื และขวั้ ใต้ ขว้ั แมเ่ หล็กชนดิ เดยี วกันจะผลักกนั ต่างชนิด

พยากรณผ์ ลทเ่ี กดิ ขึ้นระหวา่ ง กนั จะดึงดูดกัน

ข้วั แม่เหล็กเมื่อนำมาเขา้ ใกล้

กนั จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

39

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏิสัมพันธ์

ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลน่ื ปรากฏการณ์ท่ี
เกย่ี วข้องกับเสียง แสง และคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมทง้ั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

รหัสตัวชี้วดั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ว ๒.๓ ป.๓/๑
๑. ยกตัวอย่างการเปล่ยี น - พลงั งานเปน็ ปรมิ าณทีแ่ สดงถงึ ความสามารถ ในการทำงาน

พลงั งานหนึง่ ไปเปน็ อีกพลังงาน พลงั งานมหี ลายแบบ เชน่ พลงั งานกล พลงั งานไฟฟ้า

หนงึ่ จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ พลงั งานแสง พลงั งานเสียง และพลังงานความร้อน โดย

พลงั งานสามารถเปลย่ี นจากพลงั งานหนง่ึ ไปเป็นอีกพลงั งาน

หนึง่ ได้ เชน่ การถมู ือจนรสู้ กึ ร้อน เป็นการเปล่ียนพลังงานกล

เปน็ พลังงานความร้อน แผงเซลล์สรุ ิยะเปลย่ี นพลงั งานแสง

เป็นพลังงานไฟฟ้าหรอื เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าเปล่ียนพลงั งานไฟฟา้

เป็นพลังงานอ่นื

ว ๒.๓ ป.๓/๒ ๒. บรรยายการทำงานของ - ไฟฟ้าผลติ จากเครื่องกำเนดิ ไฟฟา้ ซงึ่ ใช้พลังงานจากแหล่ง
ว ๒.๓ ป.๓/๓ เคร่อื งกำเนดิ ไฟฟา้ และระบุ พลังงานธรรมชาตหิ ลายแหลง่ เช่น พลงั งานจากลม พลังงาน
แหลง่ พลงั งานในการผลิตไฟฟ้า จากน้ำ พลังงานจากแกส๊ ธรรมชาติ
จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
๓. ตระหนกั ในประโยชนแ์ ละ - พลังงานไฟฟ้ามคี วามสำคัญต่อชวี ติ ประจำวัน การใช้ไฟฟ้า
โทษของไฟฟา้ โดยนำเสนอ นอกจากตอ้ งใช้อยา่ งถกู วิธี ประหยดั และคุ้มคา่ แล้ว ยงั ต้อง
วธิ กี ารใช้ไฟฟา้ อย่างประหยดั คำนึงถงึ ความปลอดภยั ด้วย
และปลอดภัย

สาระที่ ๓ วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ

มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และวิวฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี

ดาวฤกษ์ และระบบสุรยิ ะ รวมทัง้ ปฏิสมั พันธ์ภายในระบบสุรยิ ะท่ีส่งผลตอ่ สงิ่ มีชวี ิตและการ

ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยอี วกาศ

รหัสตัวช้ีวดั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ว ๓.๑ป.๓/๑ ๑. อธิบายแบบรปู เส้นทางการขน้ึ - คนบนโลกมองเหน็ ดวงอาทิตยป์ รากฏขนึ้ ทางดา้ นหนง่ึ และ

และตก ของดวงอาทิตยโ์ ดยใช้ ตกทางอีกด้านหน่งึ ทุกวัน หมุนเวียนเป็นแบบรปู ซำ้ ๆ

หลักฐานเชิงประจักษ์

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

40

รหัสตัวชี้วัด ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๓.๑ป.๓/๒ ๒. อธบิ ายสาเหตุการเกิด - โลกกลมและหมุนรอบตวั เองขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำ
ปรากฏการณ์การข้นึ และตกของดวง ใหบ้ ริเวณของโลกไดร้ ับแสงอาทติ ยไ์ ม่พร้อมกนั โลกด้านท่ี
ว ๓.๑ป.๓/๓ อาทติ ย์ การเกิดกลางวนั กลางคนื ได้รบั แสงจากดวงอาทิตยจ์ ะเป็นกลางวนั สว่ นด้านตรงขา้ มท่ี
และการกำหนดทิศ โดยใช้ ไม่ไดร้ ับแสงจะเป็นกลางคืน นอกจากน้ีคนบนโลกจะมองเหน็
แบบจำลอง ดวงอาทิตย์ปรากฏขนึ้ ทางดา้ นหนงึ่ ซึ่งกำหนดให้เป็นทิศ
ตะวันออก และมองเห็นดวงอาทิตยต์ กทางอีกด้านหน่งึ ซ่ึง
๓.ตระหนักถงึ ความสำคัญของดวง กำหนดให้เปน็ ทิศตะวันตก และเมอ่ื ให้ด้านขวามืออยทู่ างทิศ
อาทติ ย์ โดยบรรยายประโยชน์ของ ตะวันออก ดา้ นซ้ายมอื อยูท่ างทศิ ตะวันตก ด้านหน้าจะเป็น
ดวงอาทติ ยต์ ่อส่งิ มชี ีวติ ทศิ เหนือ และดา้ นหลงั จะเปน็ ทิศใต้
- ในเวลากลางวนั โลกจะไดร้ บั พลังงานแสงและพลังงานความ
ร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำใหส้ งิ่ มีชีวติ ดำรงชีวิตอยู่ได้

สาระท่ี ๓วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ

สาระที่ ๓ : วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ

มาตรฐาน ว ๓.๒ : เข้าใจองคป์ ระกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลง

ภายในโลก และบนผวิ โลก ธรณพี ิบัตภิ ัย กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟ้า อากาศ

และภมู ิอากาศโลก รวมทั้งผลตอ่ ส่งิ มีชีวติ และสง่ิ แวดล้อม

รหัสตวั ช้ีวดั ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ว๓.๒ ป.๓/๑ ๑. ระบุสว่ นประกอบของ • อากาศโดยทวั่ ไปไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ประกอบดว้ ยแก๊ส

อากาศบรรยายความสำคัญ ไนโตรเจนแก๊สออกซิเจน แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์แก๊สอื่น

ของอากาศและผลกระทบของ ๆรวมทง้ั ไอนำ้ และฝนุ่ ละออง อากาศ ความสำคัญต่อ

มลพิษทางอากาศต่อสง่ิ มีชีวิต สงิ่ มีชวี ิตหากสว่ นประกอบของอากาศไม่เหมาะสมเนื่องจาก

จากข้อมูลทร่ี วบรวมได้ มีแกส๊ บางชนิดหรือฝนุ่ ละอองในปรมิ าณมากอาจเป็น

ว๓.๒ ป.๓/๒ ๒. ตระหนักถงึ ความสำคัญ อนั ตรายต่อสง่ิ มชี วี ติ ชนิดต่างๆ จดั เป้นมลพิษทางอากาศ

ของอากาศ โดยนำเสนอ • แนวทางการปฏบิ ัติตนเพอ่ื ลดการปลอ่ ยมลพิษทางอากาศ

แนวทางการปฏิบัติตนในการ เชน่ ใชพ้ าหนะร่วมกัน หรอื เลอื กใชเ้ ทคโนโลยีทีล่ ดมลพิษ

ลดการเกิดมลพิษทางอากาศ ทางอากาศ

ว๓.๒ ป.๓/๓ ๓. อธิบายการเกิดลมจาก • ลม คอื อากาศที่เคล่ือนท่ีเกิดจากความแตกต่างกนั ของ

หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ อุณหภมู ิอากาศบริเวณที่อยใู่ กล้กนั โดยอากาศบรเิ วณท่ีมี

อณุ หภมู ิสูงจะลอยตัวสงู ขึน้ และอากาศบริเวณที่มีอุณหภูมิ

ต่ำกว่าจะเคลอ่ื นเข้าไปแทนท่ี

หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

41

ว๓.๒ ป.๓/๔ ๔. บรรยายประโยชน์และ • ลมสามารถนำมาใชเ้ ปน็ แหล่งพลังงานทดแทนในการผลติ
โทษของลมจากข้อมลู ท่ี ไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชนใ์ นการทำกิจกรรมต่าง ๆของ
รวบรวมได้ มนุษย์ หากลมเคล่ือนท่ีด้วยความเร็วสูงอาจทำให้เกิด
อนั ตราย และความเสียหายต่อชวี ิตและทรัพย์สินได้

สาระท่ี ๔เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใชแ้ นวคดิ เชิงคำนวณในการแก้ปญั หาท่ีพบในชีวติ จริงอย่างเป็นข้นั ตอนและเปน็

ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหา
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ร้เู ทา่ ทนั และมจี ริยธรรม

รหสั ตัวชี้วัด ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ว ๓.๒ป.๓/๑ ๑. แสดงอลั กอรทิ ึมในการทำงาน - อัลกอรทิ ึมเป็นข้ันตอนที่ใช้ในการแก้ปัญหา

หรอื การแกป้ ัญหาอย่างง่ายโดย - การแสดงอลั กอริทึมทำไดโ้ ดยการเขยี น บอกเล่า วาดภาพ

ใช้ภาพ สญั ลกั ษณ์ หรือข้อความ หรอื ใช้สญั ลกั ษณ์

- ตวั อย่างปัญหา เชน่ เกมเศรษฐี เกมบันไดงู เกม Tetris

เกม OX การเดินไปโรงอาหาร การทำความสะอาดห้องเรียน

ว ๓.๒ป.๓/๒ ๒. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดย - การเขยี นโปรแกรมเป็นการสร้างลำดบั ของคำส่ัง ให้
ใชซ้ อฟต์แวรห์ รอื ส่อื และตรวจ คอมพิวเตอร์ทำงาน
หำขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม - ตวั อย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมที่สง่ั ให้ ตัวละคร
ทำงานซำ้ ไมส่ ้นิ สุด
- การตรวจหาข้อผิดพลาดทำไดโ้ ดยตรวจสอบคำส่ังที่แจง้
ขอ้ ผดิ พลาด หรือหากผลลัพธ์ไมเ่ ป็นไปตามทตี่ ้องการให้
ตรวจสอบการทำงำนทลี ะคำสั่ง
- ซอฟต์แวรห์ รอื สื่อท่ีใช้ในการเขียนโปรแกรม เชน่ ใชบ้ ัตร
คำสั่งแสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

42

รหัสตัวชี้วัด ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๓.๒ป.๓/๓
๓.ใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตคน้ หาความรู้ - อนิ เทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ช่วยให้ การ
ว ๓.๒ป.๓/๔
ตดิ ตอ่ สือ่ สารทำได้สะดวกและรวดเรว็ และ เปน็ แหลง่ ข้อมูล
ว ๓.๒ป.๓/๕
ความรทู้ ่ีช่วยในการเรยี น และการดำเนินชีวิต

- เว็บเบราว์เซอร์เปน็ โปรแกรมสำหรบั อา่ นเอกสารบนเวบ็

เพจ

- การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตทำไดโ้ ดยใชเ้ วบ็ ไซตส์ ำหรับ

สบื ค้น และต้องกำหนดคำคน้ ท่เี หมาะสมจงึ จะไดข้ ้อมลู ตาม

ต้องการ

– ขอ้ มลู ความรู้ เชน่ วธิ ที ำอาหาร วธิ ีพับกระดาษ เป็นรปู .

ตา่ ง ๆ ข้อมูลประวัตศิ าสตร์ชาติไทย (อาจเปน็ ความร้ใู นวชิ า

อืน่ ๆ หรอื เรือ่ งทีเ่ ป็นประเด็นที่สนใจ ในช่วงเวลาน้นั )- การ

ใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ อย่างปลอดภัยควรอยู่ในการดแู ลของครู หรือ

ผู้ปกครอง

๔. รวบรวม ประมวลผล และ - การรวบรวมข้อมูล ทำไดโ้ ดยกำหนดหัวข้อที่ต้องการ

นำเสนอข้อมูล โดยใชซ้ อฟต์แวร์ เตรียมอุปกรณ์ในการจดบนั ทึก

ตามวัตถปุ ระสงค์ - การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรยี บเทียบ จดั กลมุ่

เรียงลำดบั

- การนำเสนอข้อมูลทำไดห้ ลายลกั ษณะตาม ความเหมาะสม

เช่น การบอกเล่า การทำเอกสารรายงาน การจัดทำปา้ ย

ประกาศ

- การใชซ้ อฟตแ์ วร์ทำงานตามวัตถุประสงค์ เช่น ใช้

ซอฟต์แวรน์ ำเสนอหรือซอฟต์แวร์กรำฟิก สรา้ งแผนภมู ิ

รปู ภาพ ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลคำ ทำปา้ ยประกาศ หรือ

เอกสารรายงาน ใชซ้ อฟตแ์ วร์ตารางทำงานในการ

ประมวลผลข้อมูล

๕. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ ง - การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น ปกปอ้ ง

ปลอดภัย ปฏิบตั ิตามข้อตกลงใน ขอ้ มูลสว่ นตวั

การใชอ้ นิ เทอร์เน็ต - ขอความชว่ ยเหลอื จากครู หรือผ้ปู กครองเมื่อเกดิ ปญั หา

จากการใชง้ าน เม่อื พบข้อมลู หรอื บคุ คลท่ีทำให้ไม่สบายใจ

- การปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงในการใช้อนิ เทอรเ์ นต็ จะทำให้ไม่

เกิดความเสยี หายต่อตนเองและผ้อู นื่ เชน่ ไมใ่ ช้คำหยาบ

ลอ้ เลียน ดำ่ ทอ ทำให้ผอู้ ืน่ เสยี หาย หรอื เสยี ใจ

หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

43

กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ความสำคัญของสาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ

วัฒนธรรม ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ว่ามนุษย์ดำรงชีวิตอย่างไร ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคล และการ
อยู่ร่วมกันในสงั คม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรพั ยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนี้ยังช่วย
ให้ผเู้ รียนเขา้ ใจถงึ การพัฒนา เปล่ียนแปลงตามยคุ สมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจยั ตา่ งๆ ทำให้เกดิ ความเข้าใจใน
ตนเอง และผู้อื่น มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนำความรู้ไปปรับใช้
ในการดำเนินชวี ติ เป็นพลเมอื งดขี องประเทศชาติ และสงั คมโลก

เรียนรอู้ ะไรในสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรมว่าดว้ ยการอย่รู ว่ มกันในสงั คม ที่มีความเช่ือม

สมั พันธ์กัน และมีความแตกต่างกนั อย่างหลากหลาย เพ่ือช่วยให้สามารถปรับตนเองกบั บรบิ ทสภาพแวดลอ้ ม
เปน็ พลเมืองดี มคี วามรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสมโดยได้กำหนดสาระตา่ งๆ
ไว้ ดงั นี้

• ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลักธรรม
ของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือ การนำหลกั ธรรมคำสอนไปปฏบิ ตั ิในการพฒั นาตนเอง และการอยู่
ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นผู้กระทำความดี มีค่านิยมทีด่ ีงาม พัฒนาตนเองอยูเ่ สมอ รวมทั้งบำเพ็ญประโยชน์ต่อ
สงั คมและสว่ นรวม

• หนา้ ท่ีพลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนนิ ชีวิตระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบันการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข ลกั ษณะและความสำคัญ การเป็นพลเมือง
ดี ความแตกตา่ งและความหลากหลายทางวฒั นธรรม ค่านยิ ม ความเช่อื ปลูกฝังคา่ นิยมด้านประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข สิทธิ หน้าที่ เสรภี าพการดำเนินชวี ติ อยา่ งสนั ติสุขในสังคมไทยและสงั คมโลก

• เศรษฐศาสตร์การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภคสินค้าและบริการ การบริหารจัดการ
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ การดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และการนำหลักเศรษฐกิจ
พอเพยี งไปใช้ในชวี ิตประจำวนั

• ประวัติศาสตร์เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์พัฒนาการของ
มนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ผลกระทบที่เกิดจาก
เหตุการณ์สำคัญในอดีต บุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆในอดีต ความเป็นมาของชาติไทย
วัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย แหล่งอารยธรรมทีส่ ำคญั ของโลก

• ภมู ศิ าสตร์ ลกั ษณะของโลกทางกายภาพ ลกั ษณะทางกายภาพ แหลง่ ทรัพยากร และภูมิอากาศ
ของประเทศไทย และภูมิภาคตา่ งๆ ของโลก การใช้แผนทแี่ ละเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ ความสมั พันธ์กันของสิ่ง
ตา่ งๆ ในระบบธรรมชาติ ความสมั พันธ์ของมนุษย์กบั สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสงิ่ ที่มนุษย์สรา้ งขน้ึ การ
นำเสนอข้อมลู ภมู ิสารสนเทศการอนรุ กั ษ์สงิ่ แวดล้อมเพ่ือการพัฒนาที่ย่งั ยืน

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

44

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทีต่ น

นับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกัน
อยา่ งสนั ติสุข
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัตติ นเปน็ ศาสนิกชนท่ีดี และธำรงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาที่ตนนบั ถอื
สาระท่ี ๒ หนา้ ท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชวี ติ ในสังคม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบตั ติ นตามหน้าทข่ี องการเปน็ พลเมอื งดี มคี ่านยิ มทีด่ งี าม และธำรงรกั ษา
ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชวี ิตอยู่รว่ มกนั ในสังคมไทย และ สงั คมโลกอยา่ งสันตสิ ุข
มาตรฐาน ส ๒.๒ เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจั จุบนั ยดึ ม่นั ศรัทธา และธำรงรักษาไวซ้ ่งึ
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส.๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช้ ทรพั ยากรทม่ี ี
อยู่จำกดั ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและคุม้ ค่า รวมทัง้ เข้าใจ หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง
เพ่อื การดำรงชีวติ อย่างมีดุลยภาพ
มาตรฐาน ส.๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเปน็
ของการรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
สาระท่ี ๔ ประวตั ศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา้ ใจความหมาย ความสำคญั ของเวลาและยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตร์ สามารถใช้วธิ ีการ
ทางประวัติศาสตรม์ าวเิ คราะห์เหตกุ ารณต์ ่างๆ อย่างเปน็ ระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาติจากอดตี จนถึงปจั จบุ ัน ในด้านความสมั พนั ธ์และการ
เปลยี่ นแปลงของเหตกุ ารณ์อย่างตอ่ เนือ่ ง ตระหนกั ถึงความสำคญั และสามารถ วเิ คราะห์
ผลกระทบท่เี กดิ ข้ึน
มาตรฐาน ส ๔.๓ เขา้ ใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มีความรัก ความภมู ใิ จและ
ธำรงความเป็นไทย
สาระที่ ๕ ภมู ิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา้ ใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิง่ ซึง่ มผี ล ตอ่ กนั และกันใน
ระบบของธรรมชาติ ใชแ้ ผนท่ีและเคร่ืองมือทางภมู ศิ าสตร์ ในการค้นหาวิเคราะห์ สรปุ และ
ใชข้ ้อมลู ภูมสิ ารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ ับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกดิ การสรา้ งสรรค์
วัฒนธรรม มีจติ สำนึก และมีส่วนรว่ มในการอนุรักษ์ ทรัพยากรและสงิ่ แวดล้อม เพื่อการ
พัฒนาทีย่ ัง่ ยืน

หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

45

คุณภาพผู้เรียน
จบชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓

๑. ได้เรยี นร้เู รอ่ื งเกยี่ วกบั ตนเองและผทู้ อ่ี ยู่รอบข้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมในทอ้ งถนิ่ ทีอ่ ยอู่ าศัย
และเชือ่ งโยงประสบการณไ์ ปส่โู ลกกว้าง

๒. ผู้เรยี นได้รับการพฒั นาให้มีทักษะกระบวนการ และมขี ้อมูลทจี่ ำเป็นตอ่ การพัฒนาให้เป็นผมู้ ี
คุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ มีความเป็นพลเมืองดี มีความ
รับผิดชอบ การอยู่ร่วมกันและการทำงานกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในกิจกรรมของห้องเรียน และได้ฝึกหัดในการ
ตดั สินใจ

๓. ได้ศึกษาเร่ืองราวเกย่ี วกับตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น และชมุ ชนในลกั ษณะการบูรณาการ
ผู้เรียนได้เข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับปัจจุบันและอดีต มีความรู้พื้นฐานทางเศรษฐกิจได้ข้อคิดเกี่ยวกับรายรับ -
รายจ่ายของครอบครวั เขา้ ใจถึงการเป็นผู้ผลิต ผ้บู ริโภค รจู้ กั การออมขัน้ ต้นและวธิ ีการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๔. ไดร้ ับการพฒั นาแนวคิดพื้นฐานเกยี่ วกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง เศรษฐศาสตร์
ประวตั ิศาสตร์ และภมู ิปญั ญา เพ่อื เปน็ พ้ืนฐานในการทำความเข้าใจในขนั้ ท่ีสูงต่อไป

๕. มีความรู้เก่ยี วกับลักษณะทางกายภาพของสง่ิ ต่างๆ ท่อี ยรู่ อบตวั และชุมชน และสามารถปรับตวั
เทา่ ทนั การเปล่ียนแปลงทางกายภาพ และมีสว่ นร่วมในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มใกลต้ ัว

จบชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๑. ได้เรยี นรูเ้ รื่องของจังหวดั ภาค และประทศของตนเอง ทง้ั เชงิ ประวตั ิศาสตร์ ลักษณะทาง

กายภาพ สังคมประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งการเมืองการปกครอง สภาพเศรษฐกิจโดยเน้นความเป็น
ประเทศไทย

๒. ได้รบั การพฒั นาความรูแ้ ละความเขา้ ใจ ในเรือ่ งศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม ปฏบิ ัตติ นตามหลกั คำ
สอนของศาสนาทต่ี นนบั ถือ รวมทั้งมสี ว่ นร่วมศาสนพิธี และพธิ ีกรรมทางศาสนามากยิง่ ข้ึน

๓. ได้ศึกษาและปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองดขี องท้องถิ่น จังหวดั
ภาคและประเทศ รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ของท้องถิ่นตนเอง
มากย่ิงข้นึ

๔. ได้ศึกษาเปรียบเทียบเรื่องราวของจังหวัดและภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
ได้รับการพัฒนาแนวคิดทางสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์
ประวัติศาสตร์ และภมู ิศาสตรเ์ พอ่ื ขยายประสบการณ์ไปสกู่ ารทำความเขา้ ใจ ในภมู ิภาค ซีกโลกตะวนั ออกและ
ตะวนั ตกเกย่ี วกบั ศาสนา คุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มความเช่ือ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การดำเนิน
ชวี ติ การจัดระเบียบทางสงั คม และการเปลย่ี นแปลงทางสงั คมจากอดตี ส่ปู ัจจุบนั

๕. มีความรเู้ กย่ี วกบั ลักษณะทางกายภาพ ภัยพบิ ตั ิ ลกั ษณะกจิ กรรมทางเศรษฐกิจและสงั คมในจังหวัด
ภาค และประเทศไทย สามารถเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพกับภัยพิบัติต่าง ๆ ใน
ประเทศไทย และหาแนวทางในการจดั การทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อม

หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑


Click to View FlipBook Version