96
กจิ กรรมนกั เรียน
กิจกรรมนักเรยี นเปน็ กิจกรรมทสี่ ง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนได้เข้ารว่ มกจิ กรรมตามความถนดั และความสนใจโดย
เน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรมความมีระเบียบวินัยการไม่เห็นแก่ตัวความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดีความรับผิดชอบการ
ทำงานร่วมกันการรู้จักแก้ปัญหาการตัดสินใจความมีเหตุผลการช่วยเหลือแบ่งปันกันและความเอื้ออาทรและ
สมานฉันท์
การจดั กิจกรรมนักเรยี นควรดำเนินการดงั นี้
๑. จดั ให้สอดคลอ้ งกับความสามารถและความสนใจของผเู้ รียน
๒. เนน้ ใหผ้ ้เู รยี นได้ปฏิบตั ดิ ้วยตนเองในทุกข้ันตอน
๓.เน้นการทำงานรว่ มกันเป็นกลมุ่ ตามความเหมาะสมและสอดคลอ้ งกับวุฒิภาวะของผูเ้ รยี นตลอดจน
บริบทของสถานศึกษาและท้องถ่นิ
วตั ถุประสงค์
๑. เพอ่ื พฒั นาผู้เรียนให้มรี ะเบียบวินยั มีความเป็นผนู้ ำผู้ตามที่ดีและมีความรับผิดชอบ
๒.เพ่ือพฒั นาผเู้ รยี นให้มที ักษะการทำงานร่วมกนั ร้จู ักการแกป้ ญั หามีเหตุผลมีการตัดสินใจทีเ่ หมาะสม
ชว่ ยเหลือแบง่ ปนั และเอ้อื อาทรและสมานฉนั ท์
๓. สง่ เสรมิ สนับสนนุ ให้ผเู้ รยี นมีคุณธรรมจริยธรรมและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๔. สง่ เสริมและสนับสนุนใหผ้ ู้เรียนได้ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ
ขอบข่าย
กจิ กรรมนักเรียนประกอบด้วย
๑. กจิ กรรมลกู เสือ – เนตรนารี
๒. กิจกรรมชุมนุมสง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รยี นจดั กจิ กรรมอยา่ งหลากหลายและเขา้ ร่วมกจิ กรรมตามความถนดั
และความสนใจ
๓. กิจกรรมกิจกรรมเพ่อื สงั คม และสาธารณประโยชน์
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
97
กิจกรรมลูกเสือ
กระบวนการลูกเสือคือกระบวนการพฒั นาเยาวชนมวี ตั ถปุ ระสงค์เพอื่ ฝึกอบรมให้การศึกษาและพฒั นา
เยาวชนให้เป็นพลเมอื งดีโดยไม่คำนึงถึงเช้อื ชาตศิ าสนาทงั้ น้ีเปน็ ไปตามความมุ่งประสงค์หลักการและวิธกี ารซงึ่
ลูกเสือโลกได้กำหนดไว้ปจั จุบนั กระบวนการลูกเสือถือเป็นกระบวนการทางการศึกษาสว่ นหนงึ่ ซ่งี มงุ่ พัฒนา
สมรรถภาพของบุคคลทัง้ ทางสมองรา่ งกายจติ ใจและศีลธรรมเพ่ือใหเ้ ป็นบคุ คลทมี่ ีความประพฤตดิ งี ามไม่
กระทำตนใหเ้ ปน็ ปญั หาต่อสงั คมและดำรงชีวติ อย่างมคี วามหมายและสุขสบาย
หลกั การจดั กิจกรรมลกู เสอื
กระบวนการลกู เสือ มหี ลักการสำคญั ๕ ประการ ดงั น้ี
๑. มศี าสนาเป็นทีย่ ดึ ทางจิตใจ จงรักภักดตี ่อศาสนาทีต่ นเองนับถือ และพงึ ปฏบิ ัติศาสนกิจด้วยความ
จริงใจ
๒. จงรกั ภักดีต่อพระมหากษตั ริย์ และประเทศชาติของตน พร้อมดว้ ยการส่งเสริมและสนับสนุนสันติ
สุข และสันติภาพ ความเข้าใจที่ดีต่อกันและกัน และความร่วมมือซึ่งกันและกัน ตั้งแต่ระดับ
ท้องถนิ่ ระดบั ชาติ ระดบั นานาชาติ
๓. เข้าร่วมพัฒนาสังคม ยอมรับและให้ความเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้อื่น และเพื่อนมนุษย์
ทุกคน รวมทัง้ ธรรมชาติ และสรรพส่ิงทั้งหลายในโลก
๔. มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ การพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนือ่ ง
๕. ลกู เสอื ทุกคนตอ้ งยดึ ม่นั ในคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสือ
วตั ถปุ ระสงค์ของกิจกรรมลูกเสือ
พระราชบัญญัติลูกเสือ พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาตร ๘ได้กำหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมลูกเสือ
เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วย
สร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคี และมีความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของ
ประเทศชาติ ตามแนวทางดังนี้
๑. ให้มีนิสยั ในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพง่ึ ตนเอง
๒. ให้มีความซื่อสัตย์ สุจรติ มีระเบยี บวนิ ัย และเหน็ อกเห็นใจผูอ้ น่ื
๓. ใหร้ จู้ กั บำเพ็ญตน เพอ่ื สาธารณประโยชน์
๔. ให้รู้จกั ทำการฝีมอื และฝึกฝนการทำกจิ กรรมตา่ งๆ ตามความเหมาะสม
๕. ให้ร้จู ักรักษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม และความม่ันคงของประเทศชาติ
ขอบขา่ ยกิจกรรมลูกเสอื
กิจกรรมลูกเสือ เป็นกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังระเบียบวินัย และกฎเกณฑ์ เพื่อการอยู่ร่วมกันให้รู้จักเสียสละ
และบำเพ็ญประโยชนต์ อ่ สังคม และวถิ ีชวี ิตตามระบบประชาธปิ ไตย การจัดกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ให้เป็นไป
ตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้
กำหนดหลักสูตรออกเปน็ ๓ ประเภท คอื
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
98
1. ลูกเสอื สำรอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓
- เตรยี มลูกเสอื สำรอง และดาวดวงท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
- ดาวดวงท่ี ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๒
- ดาวดวงที่ ๓ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๓
2. ลกู เสือสามัญ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ – ๖
- ลกู เสือสามัญ ตรี ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๔
- ลูกเสอื สามัญ โท ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
- ลูกเสือสามัญ เอก ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖
แนวทางการจดั กิจกรรมลูกเสอื
การจัดกิจกรรมลูกเสือ มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวิธีการทางลูกเสือ มีองค์ประกอบ ๘ ประการ
คือ
๑. คำปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่ลูกเสือทุกคนให้คำมั่นสัญญาว่าจะปฏิบัติตาม กฎลูกเสือ
เป็นหลักในการปฏิบัติ ไม่ “ ห้าม” ทำหรือ “ บังคับให้ทำ” แต่ถ้าทำจะเกิดผลดีแก่ตนเอง เป็นคนดี ได้รับการ
ยกย่องเปน็ ผมู้ เี กยี รตเิ ชอื่ ถือได้
๒. เรียนรู้จากการกระทำ เป็นการพัฒนาสว่ นบุคคล ความสำเร็จหรือไม่สำเร็จของผลงานเกิดจาก
การกระทำของตนเอง ทำให้มคี วามรทู้ ่ชี ัดเจน สามารถแก้ปญั หาต่างๆ ได้ด้วยตนเอง และท้าทายความสามารถ
ของตนเอง
๓. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของการลูกเสือ เปน็ พื้นฐานในการอยู่รว่ มกัน การยอมรับซ่ึงกัน
และกัน การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการเรียนรู้การใช้ประชาธิปไตย
เบอื้ งต้น
๔. การใชส้ ญั ลกั ษณร์ ่วมกัน ฝกึ ใหม้ ีความเปน็ หน่ึงเดยี วในการเป็นสมาชิกลูกเสอื เนตรนารี โดยใช้
สญั ลักษณร์ ่วมกนั ได้แก่ เครอ่ื งแบบ เคร่ืองหมาย การทำความเคารพ รหสั สญั ญาณชว่ ยให้
๕. ผูเ้ รียนตระหนักและภาคภูมใิ จในการเป็นสมาชิกขององศ์การลูกเสือโลก เพราะลูกเสือเป็นองศ์
การทม่ี ีสมาชิกมากทส่ี ดุ ในโลก
๖. การศกึ ษาธรรมชาติ สง่ิ สำคญั ของการลูกเสือ คือ ธรรมชาติ เป็นทป่ี รารถนาอย่างยงิ่ ในการทำ
กจิ กรรม ปา่ เขา ชายทะเล พ่มุ ไม้ การปนี เขา การผจญภัย การบกุ เบกิ การอยู่คา่ ยพักแรม การเดนิ ทางไกล เป็น
ท่เี สนห่ าแก่เดก็ ทุกคน ถ้าขาดส่งิ เหล่าน้ีแลว้ กไ็ มเ่ รยี กวา่ การใช้ชวี ติ แบบลกู เสอื
๗. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่างๆ ที่จัดให้เด็กทำต้องมีความก้าวหน้าและ
ดึงดูดใจ สร้างให้เกิดความกระตือรือร้น การเล่นเกมที่สนุกสนาน การแข่งขันกันเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจและเป็นการ
จงู ใจที่ดี
๘. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เป็นผู้ชี้แนะหนทางที่ถูกต้อง เพื่อให้เขาเกิดความมั่นใจ เด็ก
ตอ้ งการใหผ้ ้ใู หญ่ชแ้ี นะ ผใู้ หญ่ก็ต้องนำพาไปสู่หนทางทด่ี ี ให้ได้รบั การพัฒนาอยา่ งถูกต้องและดีที่สุดจึงเป็นการ
ร่วมมือกนั ท้งั สองฝ่าย
หลักสตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
99
เงอ่ื นไข การจดั กิจกรรมลกู เสอื
๑. เวลาในการจดั กจิ กรรม
จัดกิจกรรมตามระดับชั้น ตามหลักสูตร ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑– ๖ อัตราเวลาเรียน ๑ ชั่วโมงต่อ
สัปดาห์ หรือ ๔๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษา การจัดกิจกรรมเครื่องหมายวิชาพิเศษ หรือพิธีประดับดาว พิธีเข้า
ประจำกอง ของลูกเสือ เนตรนารี อาจใช้เวลาปกติ หรือนอกเวลาเรียนก็ได้ลูกเสือ เนตรนารีทุกคนแต่ง
เครื่องแบบ ทุกคร้ังเม่อื มกี ารฝกึ อบรมและถูกต้องตามประเภทของตนเอง
๒. การจดั กจิ กรรม
การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีทุกครั้ง จัดให้มีพิธีเปิดประชุมกอง เพื่อฝึกความมีระเบียบวินัยในตนเอง โดย
ปฏบิ ตั ิตามข้นั ตอน คือ
- ลกู เสอื สำรอง การทำแกรนดฮ์ าวล์ และเปดิ ประชุมกอง เรียนตามหลกั สูตร และการ
ทำแกรนดฮ์ าวล์ และ ปิดประชมุ กอง
- ลกู เสือสามัญ เนตรนารี ทำพิธเี ปดิ ประชุมกอง เรียนตามหลักสูตร และทำพิธีปดิ ประชมุ กอง
- การจดั กจิ กรรมอย่คู า่ ยพกั แรมและเดนิ ทางไกลมวี ตั ถุประสงค์เพ่ือฝึกให้ลูกเสือ เนตนารี
ความอดทน อยใู่ นระเบียบวนิ ัย รู้จกั ชว่ ยเหลือตนเอง รจู้ ักการอยู่และทำงานรว่ มกบั ผูอ้ ่ืน
- การนำลูกเสือสามญั เนตรนารี ไปอยูค่ า่ ยพักแรมนอกสถานทโี ดยพักคา้ งคนื อยา่ งน้อยปีละ
หนง่ึ ครั้ง ลูกเสอื สำรองอยคู่ า่ ยพกั แรมในสถานที่ หรือเดินทางไกล ไมพ่ ักคา้ งคนื อยา่ งนอ้ ยปลี ะหน่ึง
ครงั้
- จัดกจิ กรรมทางศาสนา พธิ กี ารทางลูกเสอื พิธเี ข้าประจำกอง พธิ ีทบทวนคำปฏิญาณการสวน
สนาม พิธีถวายราชสดุดี พิธีประดับเคร่อื งหมายวชิ าพิเศษ เพื่อให้เกดิ ความภาคภูมใิ จ เหน็ คณุ ค่าใน
การเปน็ ลกู เสือ
- จดั กจิ กรรมอนื่ ๆ ตามความเหมาะสม เชน่ การนำลูกเสือ เนตรนารเี ข้าร่วมงานชุมนมุ ลูกเสอื ใน
ระดบั ตา่ งๆ การนำนายหม่ลู ูกเสือไปอบรมนายหมู่ลูกเสือ การประกวด ระเบยี บแถว และกิจกรรม
อื่นๆ ตามความเหมาะสม
- กิจกรรมบำเพญ็ ประโยชน์ ส่งเสริมสนบั สนุนใหล้ ูกเสอื เนตรนารไี ดบ้ ำเพ็ญประโยชนต์ ามวัน
สำคัญของชาติ หรือกิจกรรมอ่ืนตามความเหมาะสม เพ่ือสนองตามอดุ มการณข์ องลูกเสอื
๓. ผู้บังคับบัญชาลูกเสือทุกคนในสถานศึกษาผ่านการฝึกอบรมหลักวิชาผู้กำกับลูกเสือขั้นความรู้
เบ้ืองต้น ตามประเภทของตนเอง ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ผ่านการฝกึ อบรมหลักสตู รความรูช้ ้นั สูง ระดับ
ผูน้ ำ และผ้บู ังคับบัญชาลกู เสอื ทกุ คนแตง่ เคร่ืองแบบทกุ ครั้งท่ีฝึกอบรม ตามประเภทของตนเอง
๔. สถานศึกษา จัดตั้งกอง กลุ่มลูกเสือ ตำแหน่งทางลูกเสือ ให้ผู้บังคับบัญชาทุกคนอย่างถูกต้องตาม
ประเภทของลูกเสอื
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
100
กิจกรรมชุมนุม
กิจกรรมชุมนมุ เป็นกจิ กรรมที่ผ้เู รยี นรวมกลุ่มกนั จดั ข้นึ ตามความสามารถ ความถนดั และความสนใจ
ของผู้เรยี น เพื่อเติมเต็มความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทักษะ เจตคติเพื่อพัฒนาตนเองตามศกั ยภาพ
หลักการ
กจิ กรรมชมุ นมุ มีหลกั การทสี่ ำคัญดังน้ี
๑. เป็นกิจกรรมทีเ่ กดิ จากการสร้างสรรค์และออกแบบกจิ กรรมของผเู้ รยี นตามความสมัครใจ
๒. เป็นกิจกรรมท่ีผเู้ รียนรว่ มกนั ทำงานเป็นทมี ชว่ ยกันคิด ช่วยกันทำ และช่วยกันแกป้ ัญหา
๓. เปน็ กิจกรรมทสี่ ง่ เสรมิ และพัฒนาศกั ยภาพของผเู้ รยี น
๔. เปน็ กิจกรรมที่เหมาะสมกับวยั และวฒุ ิภาวะของผู้เรยี น รวมทง้ั บริบทของสถานศึกษาและท้องถิน่
วตั ถุประสงค์
๑. เพ่อื ให้ผู้เรียนได้ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน
๒. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นได้พัฒนาความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ ให้เกดิ
ประสบการณ์ทั้งทางวิชาการและวชิ าชีพตามศักยภาพ
๓. เพื่อสง่ เสริมให้ผู้เรียนใชเ้ วลาใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม
๔. เพ่อื ให้ผู้เรยี นทำงานรว่ มกับผู้อื่นไดต้ ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย
ขอบขา่ ย
กิจกรรมชมุ นุม มขี อบขา่ ยดังนี้
๑. เปน็ กจิ กรรมจัดตามความสนใจของผู้เรยี น
๒. เปน็ กจิ กรรมที่จดั เสรมิ หลักสตู รสถานศึกษาในด้านความรูแ้ ละทักษะปฏบิ ตั ิ ของผู้เรียน
๓. สามารถจัดไดท้ ้งั ในและนอกสถานศึกษา และทัง้ ในเวลาและนอกเวลาเรยี น
จดุ หมาย ของกิจกรรมชุมนุม
๑. เพือ่ ใหส้ อดคล้องกับหลกั สตู รพ้ืนฐานสถานศึกษา
๒. เพอ่ื ใหม้ ีทักษะในการทำงานรว่ มกัน
๓. เพ่อื ใหน้ ักเรียนมีทกั ษะกระบวนการในการทำงาน
๔. เพื่อใหร้ ู้จักการใช้เวลาว่างให้เกดิ ประโยชน์
๕. เพอ่ื ให้มีความรบั ผดิ ชอบ ขยนั ประหยัด อดทนและมีจิตใจเอ้ือเฟ้ือเผอ่ื แผ่
ขัน้ ตอนการจัดต้ังชุมนุม ๒. ปฐมนิเทศนักเรยี น
๑. รับสมคั รสมาชิกชุมนมุ ตามความสนใจ ๔. ส่งผ้แู ทนรา่ งระเบียบ การจัดชุมนุม
๓. เลอื กตง้ั กรรมการ ชมุ นมุ ๖. ประชาสมั พันธ์ / เผยแพร่
๕. ขออนมุ ัติ ผู้บริหาร
ประเภทของกจิ กรรมชุมนุมกิจกรรมชุมนุมมี ๒ ประเภท ดงั นี้
๑. กจิ กรรมกลุ่มเสริมทักษะดา้ นวิชาการ ได้แก่กลมุ่ สาระ ๘ สาระ
๒. กิจกรรมชุมนมุ เลอื กตามความถนัด และความสนใจ
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
101
กจิ กรรม เพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
จุดหมายของกิจกรรม เพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
๑. เพื่อให้นักเรียนบอกประโยชน์ไดร้ บั จากการร่วมกิจกรรมเพื่อสงั คม และสาธารณประโยชนไ์ ด้
๒. เพื่อสร้างคณุ ลกั ษณะคือ ทำความดี รู้จกั เสียสละ ขยันหม่ันเพยี รและการเป็นสมาชกิ ท่ีมีของ
ครอบครวั โรงเรียน ชุนชน
๓. เพื่อสรา้ งคุณลักษณะการมีวินัยในคนของและความรับผดิ ชอบ
๔. เพื่อสร้างคุณลักษณะ คือ การรู้จกั ทำงานร่วมกับผอู้ ่นื ปรับตวั เขา้ กบั ส่งิ แวดลอ้ ม
๕. เพื่อสร้างมวี ินยั ความอดทนเสียสละการสงั เกต การรว่ มมอื กบั คนอื่น รักการทำงาน มีความคิด
รเิ ริ่มสร้างสรรค์ และการเป็นผูน้ ำ ผตู้ าม
โครงสรา้ งและอัตราเวลาจัดกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
ระดับประถมศึกษา
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ป. ๑ ระดับประถมศึกษา ป. ๖
๔๐ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ๔๐
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒. กิจกรรมนกั เรียน ๔๐ ๔๐
๓๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๓๐
๒.๑ ลกู เสือ – เนตรนารี ๑๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐
๒.๒ กจิ กรรมชมุ นุม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
๓. กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ ๑๒๐ ๑๒๐
สาธารณประโยชน์ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
เวลาเรยี นรวม
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
102
คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน กิจกรรมแนะแนว
ชั้นประถมศึกษาปที ี ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี
รูจ้ ักและเข้าใจตนเอง รกั และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อน่ื มีวุฒภิ าวะทางอารมณ์ มีเจตคติที่ดี
ต่อการมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข รูจ้ กั ตนเองในทกุ ดา้ น รู้ความถนดั ความสนใจ และบคุ ลิกภาพของตนเอง รแู้ ละเขา้ ใจโลกของงาน
อาชีพอย่างหลากหลาย มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต รู้ข้อมูลอาชีพ สามารถเลือกตนแนวทางในการประกอบ
อาชีพได้อย่างเหมาะสม มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามท่ีตนเองมีความถนดั
และสนใจ มีคุณลักษณะพื้นฐานทีจ่ ำเปน็ ในการประกอบอาชพี และพัฒนางานให้ประสบความสำเรจ็ เพื่อสร้าง
ฐานะทางเศรษฐกิจใหก้ ับตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนและประเทศชาติ
พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มศักยภาพ รู้จักแสวงหาความรู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนให้เป็นคนดีมี
ความรู้และทักษะทางวิชาการ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ มวี ิธีการเรยี นรู้ มีทกั ษะการคิด แกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ คิดเป็น ทำเปน็ มีคุณธรรม
จริยธรรม เอ้ืออาทรและสมานฉันท์ เพ่อื ดำรงชีวิตอยู่รวมกันอย่างสงบสขุ ตามวถิ ชี วี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง
เพื่อให้นักเรียนเรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จัก เข้าใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น เกิดการ
เรียนรสู้ ามารถวางแผนการเรียนรู้ อาชพี รวมทัง้ การดำเนนิ ชีวติ และมีทกั ษะทางสงั คม เกิดการเรียนรู้สามารถ
ปรับตัวได้อย่างเหมาะสม อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข พึ่งตนเองได้มีทักษะในการเลือกแนวทาง
การศึกษา การงานและอาชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภาพจิตที่ดีและจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อครอบครัว
สังคมและประเทศชาติตามวิถชี ีวิตเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั
๑. เพอ่ื ผ้เู รียนค้นพบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผูอ้ ่ืน
๒. เพื่อให้ผู้เรยี นแสวงหาความรู้จากข้อมลู ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพส่วนตัว สังคม
เพื่อนำไปใชใ้ นการวางแผน เลอื กแนวทางการศกึ ษาอาชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสมสอดคลอ้ งกับศักยภาพของตนเอง
๓. เพ่อื ให้ผเู้ รยี นเกิดการเรยี นรู้ สามารถปรับตวั ไดอ้ ย่างเหมาะสม และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ นื่ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
๔. เพือ่ ให้ผ้เู รยี นมีความรู้ มที ักษะ มีความคดิ สร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคตทิ ี่ดตี อ่ อาชีพสจุ ริต
๕. เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รียนมคี ่านยิ มทีด่ ีงามในการดำเนนิ ชวี ิต สร้างเสริมวนิ ยั คุณธรรมและจรยิ ธรรมแก่นกั เรยี น
๖. เพือ่ ให้ผู้เรียนมจี ติ สำนึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครวั สงั คม และประเทศชาติ
๗. สามารถประยุกต์ใชป้ รชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงได้
รวมท้งั หมด ๗ ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
103
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี ๓ กิจกรรมนักเรียน (ลกู เสือสำรองดาวดวงท่ี ๓)
เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี
เปิดประชมุ กอง ดำเนินการตามกระบวนการของลกู เสือ และจดั กิจกรรมให้ศึกษา วเิ คราะห์
วางแผน ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบตั ติ ามคำปฏญิ าณ คตพิ จนแ์ ละกฎ
ของลูกเสอื สำรอง ศึกษาเรียนรูจ้ ากการคิดและปฏบิ ัติจริงใชส้ ญั ลักษณ์สมาชิกลูกเสอื สำรองทีม่ ีความเป็น
เอกลักษณร์ ่วมกนั ศกึ ษาธรรมชาติในชมุ ชนดว้ ยความสนใจใฝร่ ตู้ ามวถิ ีเศรษฐกจิ พอเพยี ง สรปุ ผลและปฏิบตั ิ
กิจกรรม ปดิ ประชุมกองในเร่ืองต่อไปน้ี
ลกู เสอื สำรองดาวดวงท่ี ๓ นยิ ายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสอื การทำความเคารพหมู่
(แกรนฮาวล)์ การทำความเคารพเปน็ รายบคุ คล การจบั มือซา้ ย ระเบยี บแถว คำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสำรอง อนามยั ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การคน้ หาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรใน
ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ความปลอดภัย บริการ การผกู เง่ือน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝมี อื ทีใ่ ชว้ ัสดเุ หลือใช้ใน
ทอ้ งถิน่ กิจกรรมกลางแจง้ การบนั เทงิ ท่สี ง่ เสริมสุขภาพกายสขุ ภาพจติ และอนรุ ักษ์ภูมิปญั ญาท้องถิน่ อนรุ ักษ์
ทรัพยากรธรรมชาตสิ ง่ิ แวดล้อมลดภาวะโลกร้อน
เพอื่ ใหน้ กั เรยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลกู เสอื สำรองดาวดวงที่ ๓ สามารถปฏิบตั ติ าม
คำปฏญิ าณ กฎและคติพจน์ของลกู เสือสำรอง มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจำ เชอ่ื ฟังและพงึ่ ตนเอง มีความ
ซ่อื สัตย์สุจริต มีระเบยี บวนิ ยั และเหน็ อกเห็นใจ รู้จักบำเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รูจ้ ักทำการ
ฝมี อื และฝึกฝนทำกจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รกั ษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิ
ปัญญาท้องถน่ิ อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตสิ ิง่ แวดลอ้ ม ความมัน่ คงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใช้
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั
๑. มีนิสัยในการสงั เกต จดจำ เชื่อฟงั และพ่ึงตนเองได้
๒. มีความซ่อื สตั ย์ สจุ รติ มีระเบยี บวนิ ัย และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่นื
๓. บำเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
๔. ทำการฝมี อื และฝึกฝนทำกจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรมภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ และความม่นั คงของชาติ
๖. อนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น สามารถประยุกตใ์ ช้
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
104
คำาอธิบายรายวิชา กิจกรรมชุมนมุ
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
105
คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน กจิ กรรมชุมนมุ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที ๓ เวลา ๓๐ ชัว่ โมง/ปี
กิจกรรมชุมนมุ ภาษาไทย ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖
หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยมภี าษาไทยเปน็ ภาษาประจำชาติ อนั เปน็ เอกลักษณท์ สี่ ำคัญอย่างหน่ึงของชาติ สมควรจะ
ได้รับการทำนุบำรุงส่งเสริม และอนุรักษ์ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป ทั้งนี้ในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ
ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเกิดเทคนิคใหม่ ๆ ในการติดต่อสื่อสาร ที่มุ่งเน้นความสะดวกรวดเร็ว ส่งผลให้
ภาษาไทยซึ่งเปน็ สื่อกลางสำคัญในการติดต่อและผูกพันต่อการดำรงชีวิตประจำวันของคนไทยได้รบั ผลกระทบ
ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ทำให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง ภาพ
การณ์เช่นนี้หากไม่เร่งรีบหาทางแก้ไขและป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ การใช้ภาษาไทยของเราก็จะยิ่งเสื่อมลง จะ
ส่งผลเสียหายต่อเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยเป็นทวีคูณ อ่านและเข้าใจความหมายของคำ ประโยค
ข้อความและจดั ทำแบบฝกึ เปน็ รูปเลม่ จัดทำพจนานุกรมฉบบั จวิ๋ ศึกษา คน้ คว้า เก่ยี วกับ ขา่ ว บทความจากส่ิง
ตพี มิ พป์ ระเภทต่างๆ และประดษิ ฐท์ ีค่ ั่นหนงั สอื ประเภทต่างๆ
เพือ่ ใหส้ มาชิกมคี วามคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ รจู้ กั คน้ ควา้ และแกป้ ญั หาในการทำงานอย่างมีระบบ เพื่อให้
สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพื่อให้สมาชิกมีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่และสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพื่อใหส้ มาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณค่า ดำรงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์วฒั นธรรมอันดีงามของชาติ
ไทยเพื่อให้สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพื่อให้สมาชิกได้รับการส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกาย
จิตใจ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อให้สมาชิกรู้จักบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความ
มน่ั คงของชาติเพ่ือใหส้ มาชิกมีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม เพอ่ื ให้สมาชิกพฒั นาตนเองตามวตั ถุประสงค์ของการจัด
การศกึ ษา สามารถนำความรูไ้ ปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยุกตใ์ ช้กบั ชีวิตประจำวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒. อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ ร้อยกรองได้อย่างถกู ต้องตามอกั ขระวิธี
๓. เขียน ไดถ้ ูกต้องตามหลกั ภาษาไทย
๔. ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
๕. นักเรยี นมีความตระหนักและเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย ในฐานะภาษาประจำชาติ
๖.นกั เรียนสามารถเป็นตวั แทนเขา้ ร่วมแข่งขันกจิ กรรมทางคณิตศาสตร์
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
106
คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน กิจกรรมชุมนุม
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที ๓ เวลา ๓๐ ชวั่ โมง/ปี
กิจกรรมชุมนุมคณติ ศาสตร์ ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๖
หลกั การและเหตผุ ล
คณติ ศาสตร์เปน็ วชิ าทม่ี ีความเกี่ยวข้องกบั สิ่งที่อยรู่ อบตัวและชีวติ ของเรา คณิตศาสตรส์ ามารถอธิบาย
สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราได้ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองคณิตศาสตร์นั้น ยาก ซับซ้อน น่าเวียนหัว ท ำให้เกิด
ความเครียด และความวติ กกังวลในการเรยี นชุมนุมน้ีจึงจัดขึ้นมาเพ่ือให้นักเรียนในชุมนุมได้มองเห็นมุมมองอีก
ด้านหนึ่งของคณิตศาสตร์ โดยการรวบรวมด้านสนุกสนานของคณิตศาสตร์ตลอดจนเกร็ดน่ารู้ต่างๆ มากมาย
รวมถึงเกร็ดแปลกๆ เกี่ยวกับตวั เลขที่อาจจะทำใหน้ กั เรียนเกิดหลงรกั ตัวเลขขึ้นมาก็ได้ และน าความรู้ไปใช้ให้
เกิดประโยชน์โดยในหลักปรั ชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ในกับชีวิตประจ ำวันได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. เพื่อใหน้ กั เรยี นมองเหน็ ความสำคัญของคณติ ศาสตร์ในชีวิตประจำวนั
๒. เพ่อื ใหน้ กั เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ มีความสขุ และความสนกุ สนานในการเข้ารว่ ม กจิ กรรม ในวชิ า
คณติ ศาสตร์
๓. เพ่อื ใหน้ ักเรียนได้ปฏบิ ัติกิจกรรมตามที่ตนเองถนดั และสนใจ
๔. เพื่อส่งเสรมิ นกั เรยี นให้มที ัศนคติทดี่ ีตอ่ วิชาคณิตศาสตร์
๕. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวนั ไดเ้ ป็น และไดใ้ ชเ้ วลาว่างให้เปน็
ประโยชน์
๖. นกั เรยี นสามารถเปน็ ตวั แทนเขา้ ร่วมแข่งขันกิจกรรมทางคณิตศาสตร์
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
107
คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน กิจกรรมชุมนุม
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี ๓ เวลา ๓๐ ชวั่ โมง/ปี
กิจกรรมชุมนมุ สรา้ งสรรค์ด้วยลีลามือ ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖
หลกั การและเหตผุ ล
รู้จักชื่อ และบอกลักษณะของเส้นต่าง ๆ ซึ่งมาประกอบเป็นพยัญชนะ ตัวเลขและเป็นภาพต่างๆ ที่ใช้
ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
สามารถนำไปใช้ในชวี ติ ประจำวันได้
เพื่อให้สมาชกิ มีความคดิ ริเรมิ่ สร้างสรรค์ รจู้ กั ค้นควา้ และแก้ปัญหาในการทำงานอย่างมี
ระบบ เพื่อให้สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพื่อให้สมาชิกมีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่และสิทธิ
ภายในขอบเขตของกฎหมายเพื่อให้สมาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณค่า ดำรงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์
วัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยเพื่อให้สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพื่อให้สมาชิกได้รับการ
ส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกาย จติ ใจ และรู้จักใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์เพื่อใหส้ มาชิกรู้จักบำเพ็ญประโยชน์
ต่อสังคม และสร้างเสริมความมั่นคงของชาติเพื่อให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้สมาชิกพัฒนา
ตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กบั ชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒. มคี วามรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ให้เกดิ ประสบการณ์ ทั้งทางวิชาการและ
วชิ าชพี ตามศักยภาพ
๓. ใชเ้ วลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
๔. ม่งุ ม่นั ในการท างานและท างานร่วมกับผู้อ่นื ไดต้ ามวิถีประชาธิปไตย
๕. ประยุกต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างเหมาะสม
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
108
คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น กจิ กรรมชุมนุม
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี ๓ เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ปี
กจิ กรรมชุมนมุ เศรษฐกิจพอเพยี ง ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๖
หลกั การและเหตุผล
ฝึกทักษะนักเรยี นเรียนร้หู ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงใน ๓ หลักการ คอื ความพอประมาณ
ความมีเหตผุ ล และการสรา้ งภมู คิ ุ้มกันในตวั ที่ดี และ ๒ เง่ือนไข คอื คุณธรรมและความรู้ โดยนักเรยี นฝึกเรยี น
เกษตรพอเพียง ไดแ้ ก่ การเลี้ยงไก่ การเลย้ี งปลาดุกในบ่อซีเมนต์ และการปลูกพืชผักสวนครัว เพอ่ื สามารถนำ
ความรู้ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวนั และสง่ เสรมิ อาชพี ในอนาคต
ผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวัง
๑. เพื่อฝึกทักษะการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพยี ง ไดแ้ ก่ การเล้ียงไก่ การเลี้ยงปลาดุกในบอ่ ซีเมนต์ และ
การปลกู พืชผักสวนครวั
๒. เพอ่ื ฝกึ นสิ ัยรกั การทำงาน อยอู่ ย่างพอเพยี ง ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๓. เพ่ือสง่ เสรมิ และปลูกฝังวธิ กี ารคิดในการปฏบิ ัตติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
109
คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น กิจกรรมชุมนุม
ช้ันประถมศึกษาปีที ๓ เวลา ๓๐ ชัว่ โมง/ปี
กจิ กรรมชุมนุมรักการอา่ น ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖
หลกั การและเหตุผล
อา่ นและเขา้ ใจความหมายของคำประโยค ข้อความและจดั ทำแบบฝึกเปน็ รูปเล่ม จัดทำพจนานุกรม
ฉบบั จิ๋ว ศกึ ษา ค้นควา้ เก่ยี วกับ ขา่ ว บทความจากสง่ิ ตพี ิมพ์ประเภทตา่ งๆ และประดิษฐ์ท่ีคั่นหนงั สือประเภท
ตา่ งๆเพ่ือใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจและเห็นคุณคา่ เก่ียวกบั การจัดทำแบบฝึกเปน็ รปู เล่ม จดั ทำพจนานุกรมฉบบั จว๋ิ
และประดิษฐท์ คี่ ั่นหนังสือประเภทต่างๆ สามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้
เพอ่ื ให้สมาชกิ มีความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ ร้จู กั คน้ ควา้ และแกป้ ญั หาในการทำงานอย่างมีระบบ เพ่ือให้
สมาชิกเป็นผมู้ รี ะเบยี บวนิ ัยเพื่อให้สมาชิกมคี วามเขา้ ใจและเลอ่ื มใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพ่ือให้สมาชกิ มีความรบั ผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าท่แี ละสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพ่ือให้สมาชิกมีความสงบซาบซ้งึ ในคณุ ค่า ดำรงไว้และส่งเสริมเอกลกั ษณ์วฒั นธรรมอนั ดงี ามของชาติ
ไทยเพ่อื ใหส้ มาชกิ เกดิ ความรักและสามัคคใี นหมคู่ ณะเพ่ือให้สมาชิกได้รับการส่งเสรมิ การพฒั นาทางรา่ งกาย
จติ ใจ และรูจ้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์เพ่ือให้สมาชิกรู้จักบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสรา้ งเสริมความ
ม่ันคงของชาตเิ พื่อใหส้ มาชกิ มีคณุ ธรรมและจริยธรรม เพอ่ื ใหส้ มาชิกพฒั นาตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัด
การศกึ ษาสามารถนำความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชนโ์ ดยใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยุกตใ์ ช้กับชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒. มีความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ใหเ้ กดิ ประสบการณ์ ทั้งทางวิชาการและ
วชิ าชีพตามศักยภาพ
๓. ใช้เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม
๔. มงุ่ มน่ั ในการทำงานและทำงานร่วมกบั ผอู้ ื่นไดต้ ามวถิ ปี ระชาธิปไตย
๕. ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้อยา่ งเหมาะสม
รวม ๕ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
110
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน คำอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
ช้ันประถมศึกษาปที ี ๓ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
เวลา ๑๐ ช่ัวโมง/ปี
ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ฝึกการทำงานที่สอดคล้องกับ
ชีวิตจริง ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สำรวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่าง
เป็นระบบ เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อ
ตนเองและส่วนรวม เสริมสร้างความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง
ครอบครัวและสังคม คิดออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จติ อาสา เพอื่ แสดงความ
รบั ผดิ ชอบต่อสังคมตามแนวทางวิถชี ีวติ เศรษฐกิจพอเพียง
โดยการจดั กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ผู้เรียนสามารถเลือกจดั กจิ กรรม หรือเขา้ ร่วม
กิจกรรมได้ดังนี้ จัดแทรกในกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี อาจจัดภายในโรงเรียนภายนอกโรงเรียน ลักษณะ
บรู ณาการใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้กจิ กรรมลักษณะโครงการ/โครงงาน/กจิ กรรม ซ่งึ มีระยะเวลาเร่ิมต้น และ
สิ้นสุดท่ชี ัดเจน และจัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอ่ืน
เพื่อให้นักเรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและ
ประเทศชาติ สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความ
ถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตาม
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีจิตสาธารณะและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวงั
๑. เพื่อให้ผู้เรียนบำเพญ็ ตนให้เป็นประโยชนต์ ่อครอบครวั โรงเรยี น ชุมชน สงั คมและ
ประเทศชาติ
๒. เพื่อให้ผเู้ รียนออกแบบการจดั กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์
ตามความถนัดและความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร
๓. เพอ่ื ใหผ้ ้เู รียนสามารถพฒั นาศักยภาพในการจดั กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
๔. เพอ่ื ให้ผู้เรยี นปฏบิ ตั ิกจิ การเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจ์ นเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๕. เพื่อใหผ้ เู้ รยี นสามารถประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
111
สว่ นที่ ๔
หน่วยการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
112
๔.๑ รายวชิ าพื้นฐาน
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
โครงสรา้ งรายวิชา 113
รหสั วชิ า ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เวลา 200 ช่วั โมง/ปี
หน่วยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้ เวลา
๑ การเรยี นรู้ ตัวช้วี ดั (ชั่วโมง)
ปฏิบตั กิ าร ท ๑.๑ ป๓/๓ - การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของ
สายลับจวิ๋ ท ๑.๑ ป๓/๔ คำ คำคล้องจอง ขอ้ ความและบทร้อยกรองง่ายๆ ๑๓
ท ๑.๑ ป๓/๖ ที่ประกอบดว้ ยคำพืน้ ฐานเพ่มิ จาก ป.๒ ไม่น้อย
ท ๒.๑ ป.๓/๒ กว่า ๑๒,๐๐๐ คำ
ท ๓.๑ ป.๓/๔ -มารยาทในการอา่ น
ท ๓.๑ ป.๓/๕ - การคัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัดตามรูปแบบ
ท ๔.๑ ป.๓/๑ การเขียนตัวอักษรไทย
ท ๔.๑ ป.๓/๓ - การเขียนแสดงความคดิ เหน็
- เขียนเรื่องจากภาพ
- การพดู สอ่ื สารในชีวติ ประจำวัน
-พดู รายงาน
-การอ่านสะกดคำ
-การแจกลูก
-การอา่ นเป็นคำมาตราตัวสะกดท่ีตรงตามมาตรา
-การอา่ นเปน็ คำมาตราตัวสะกดท่ไี มต่ รงตาม
มาตรา
หลักสตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
114
๒ แต่เดก็ ซ่ือไว้ ท ๑.๑ ป๓/๑ - การอ่านจับใจความสำคญั จากสื่อ ๑๓
ท ๑.๑ ป๓/๓ ต่างๆ
ท ๑.๑ ป๓/๔ - การอ่านบทร้อยกรอง
ท ๑.๑ ป๓/๖ - การอา่ นข้อเขียนเชิงอธบิ ายและปฏบิ ัติตามคำสั่ง
ท ๒.๑ ป.๓/๒ หรือคำแนะนำ
ท ๒.๑ ป.๓/๕ - การเขยี นบรรยายเก่ยี วกบั ลักษณะ
ท ๓.๑ ป.๓/๔ ของคน สัตว์ สิง่ ของ สถานที่ นทิ าน การต์ นู เรอ่ื ง
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ขบขัน รายการสำหรบั เด็ก ข่าวและเหตกุ ารณใ์ น
ท ๔.๑ ป.๓/๓ ชวี ิตประจำวนั
ท ๔.๑ ป.๓/๔ - การผันอกั ษรกลาง
- อักษรสูง
- อกั ษรต่ำ
- คำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ
- คำทีม่ ีอักษรนำ
- คำที่ประวสิ รรชนยี ์
- คำท่ีไมป่ ระวชิ สรรชนีย์
- พูดแสดงความคิดเห็น พูดรายงาน
๓ ปา่ น้มี คี ุณ ท๑.๑ ป.๓/๑ - การอา่ นข้อมูลจากแผนภาพ ๑๒
ท๑.๑ ป.๓/๓ - แผนท่ี
ท๑.๑ ป.๓/๔ - แผนภูมิ
- การเขยี นบันทึกประจำวัน
ท๒.๑ ป.๓/๒ - เร่อื งเล่าและสารคดสี ำหรับเด็ก
ท๒.๑ ป.๓/๕ - เขียนเรอื่ งจากภาพ
ท๓.๑ ป.๓/๔ - การฟงั รายงาน
-ฟงั สัมภาษณ์แลว้ พูดตอบคำถาม
- อ่านบทอาขยาน
- อ่านบทร้อยกรองตามที่กำหนด
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
115
๔ อาหารดี ท๑.๑ ป.๓/๑ - ขา่ วและเหตุการณ์ในชวี ติ ประจำวนั ในทอ้ งถน่ิ ๑๒
ชีวีมสี ขุ
ท๑.๑ ป.๓/๓ และชมุ ชน
ท๑.๑ ป.๓/๔ - การเขยี นเรื่องตามจินตนาการ
- การเขียนเรอ่ื งจากคำ ภาพและหวั เรื่องท่ีกำหนด
ท๑.๑ ป.๓/๖ - การแนะนำตนเอง
- การแนะนำสถานท่ีในโรงเรียนและในชมุ ชน
ท๒.๑ ป.๓/๒ - การแนะนำ/เชญิ ชวนเกี่ยวกับการปฏิบตั ติ นใน
ท๓.๑ ป.๓/๔ ดา้ นต่างๆ เช่น การรักษาความสะอาดของ
ท๔.๑ ป.๓/๑
ร่างกายชนดิ ของคำไดแ้ ก่
- คำนาม
- คำกิริยา
- คำสรรพนาม
สรปุ ทบทวน/สอบกลางเทอม ๒
๑๒
๕ ทำดี.... ท๑.๑ ป.๓/๑ - การอา่ นจับใจความจากสอ่ื ตา่ งๆ
อย่าหว่ันไหว ท๑.๑ ป.๓/๓ -อ่านข่าวและเหตกุ ารณใ์ นชวี ิตประจำวนั ใน
ท๑.๑ ป.๓/๔ ทอ้ งถน่ิ และชมุ ชน
- การเขยี นเรือ่ งตามจนิ ตนาการ
ท๑.๑ ป.๓/๖ -การเขียนเร่ืองจากคำภาพ
- การเขียนเร่ืองจากภาพ
ท ๒.๑ ป.๓/๒ - การเขยี นเร่อื งตามหัวข้อที่กำหนด
ท๒.๑ ป.๓/๕ - การแนะนำตนเอง
ท๓.๑ ป.๓/๔ - การพดู เล่าเร่ือง
ท๓.๑ ป.๓/๕ - การตอบคำถาม
ท๔.๑ ป.๓/๑
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
116
๖ พลังงาน ท๑.๑ ป.๓/๑ - เขยี นแสดงความคิดเหน็ ๑๒
คือชวี ติ ท๑.๑ ป.๓/๒ - เขยี นแผนภาพ
ท๑.๑ ป.๓/๓ - เขยี นโครงเรอ่ื ง
- เขยี นอา่ นคำพ้องรปู
ท๑.๑ ป.๓/๔ - เขยี นอ่านคำพ้องเสียง
- การอ่านสะกดคำ
ท ๒.๑ ป.๓/๒ - การอา่ นแจกลูก
ท ๒.๑ ป.๓/๕
ท ๓.๑ ป.๓/๔
ท ๔.๑ ป.๓/๑
ท ๔.๑ ป.๓/๔
๗ ความฝัน ท๑.๑ ป.๓/๑ - เขยี นแสดงความคิดเหน็ ๑๐
เป็นจรงิ ได้ ท๑.๑ ป.๓/๓ - เขียนแผนภาพ
ท๑.๑ ป.๓/๔ - เขยี นโครงเรือ่ ง
ท๒.๑ ป.๓/๒ - เขยี นอ่านคำราชาศัพท์
ท๒.๑ ป.๓/๕ - การอ่านสะกดคำ
ท๓.๑ ป.๓/๔ - การอา่ นแจกลกู
ท๔.๑ ป.๓/๑ - ฟังการสมั ภาษณ์
ท๔.๑ ป.๓/๗ - ฟงั การรายงานพร้อมตอบคำถาม
ท๔.๑ ป.๓/๔
๘ ภมู ิใจ ท๑.๑ ป.๓/๑ -การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรปู แบบการ ๑๒
ภาษาไทย ท๑.๑ ป.๓/๒ เขียน
ของเรา ท๑.๑ ป.๓/๓ -ตัวอักษรไทย
ท๑.๑ ป.๓/๔ -เขียนแสดงความคิดเห็น
ท๑.๑ ป.๓/๖ -เขียนเรอ่ื งจากภาพ
ท๒.๑ ป.๓/๒ -การพดู สือ่ สารในชีวติ ประจำวนั
ท๒.๑ ป.๓/๕ - พดู รายงาน
-การอ่านสะกดคำ
ท๓.๑ ป.๓/๑ -การอ่านแจกคำ
ท๓.๑ ป.๓/๔ - ฟังการสมั ภาษณ์
ท๔.๑ ป.๓/๑ - ฟงั การรายงานพร้อมตอบคำถาม
สรุปทบทวน/สอบกลางภาค ๒
หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
๙ คดิ ไปรู้ไป ท๑.๑ ป.๓/๑ - เขยี นแสดงความคิดเหน็ 117
ท๑.๑ ป.๓/๓ - เขียนแผนภาพโครงการ ๑๓
ท๑.๑ ป.๓/๔ - พดู สอ่ื สารในชีวิตประจำวนั
ท๑.๑ ป.๓/๖ - พูดรายงาน ๑๒
ท๒.๑ ป.๓/๒ - การอา่ นสะกดคำ
ท๒.๑ ป.๓/๕ - การแจกลกู ๑๒
ท๓.๑ ป.๓/๑ - ฟงั การสมั ภาษณ์
ท๓.๑ ป.๓/๔ - ฟังการรายงาน
ท๔.๑ ป.๓/๑ - ตอบคำถาม
๑๐ นอกเมือง... ท๑.๑ ป.๓/๑ - เขียนแสดงความคิดเหน็
ในกรุง ท๑.๑ ป.๓/๓ - เขยี นแผนภาพโครงการ
ท ๑.๑ ป.๓/๔ - พูดสอื่ สารในชีวิตประจำวนั
- พดู รายงาน
ท ๒.๑ ป.๓/๕ - การอา่ นสะกดคำ
ท ๓.๑ ป.๓/๔ - การแจกลกู
ท ๔.๑ ป.๓/๑ - ฟังการสมั ภาษณ์
ท ๔.๑ ป.๓/๓ - ฟงั การรายงาน
ท ๔.๑ ป.๓/๔ - ตอบคำถาม
ท ๕.๑ ป.๓/๔
๑๑ ส่งข่าว...เล่า ท ๑.๑ ป.๓/๑ - เขยี นแสดงความคิดเห็น
เรอ่ื ง ท ๑.๑ ป.๓/๓ - เขียนแผนภาพ โครงการ
ท ๑.๑ ป.๓/๔ - เขียนจดหมาย
- พดู สื่อสารในชีวติ ประจำวัน
ท ๒.๑ ป.๓/๒ - พูดรายงาน
ท ๒.๑ ป.๓/๕ - การอา่ นสะกดคำ
ท ๓.๑ ป.๓/๔ - การอ่านแจกลูก
ท ๔.๑ ป.๓/๑ - ฟงั การสัมภาษณ์
ท ๔.๑ ป.๓/๓ - ฟังการรายงาน
ท ๕.๑ ป. ๓/๕ - ตอบคำถาม
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
๑๒ ประชาธิปไตย ท๑.๑ ป.๓/๑ - เขียนแสดงความคิดเห็น 118
ใบเลก็ ท๑.๑ ป.๓/๓ - เขยี นแผนภาพ โครงการคำกริยา ๑๒
- พดู ส่ือสารในชวี ติ ประจำวัน
ท๑.๑ ป.๓/๔ - พูดรายงาน ๒
- การอา่ นสะกดคำ ๑๒
ท ๒.๑ ป.๓/๒ - การแจกลูก
ท ๒.๑ ป.๓/๕ - ฟงั การสัมภาษณ์ ๑๒
ท ๓.๑ ป.๓/๔ - ฟงั การรายงาน
- ตอบคำถาม
ท ๔.๑ ป.๓/๑
ท ๕.๑ ป.๓/๕
สรปุ ทบทวน/สอบกลางเทอม
๑๓ ของดี ท ๑.๑ ป.๓/๑ - เขยี นแสดงความคดิ เหน็
ในตำบล - เขยี นแผนภาพ โครงการคำวิเศษณ์
ท ๑.๑ ป.๓/๓ - พูดส่ือสารในชวี ิตประจำวัน
ท ๑.๑ ป.๓/๔ - พดู รายงาน
- การอ่านสะกดคำ
ท ๒.๑ ป.๓/๒ - การแจกลูก
- ฟงั การสัมภาษณ์
ท ๒.๑ ป.๓/๕ - ฟงั การรายงาน
ท ๓.๑ ป.๓/๔ - ตอบคำถาม
ท ๔.๑ ป.๓/๑
ท ๔.๑ ป.๓/๕
ท ๕.๑ ป.๓/๔
๑๔ ธรรมชาติ ท ๑.๑ ป.๓/๑ - เขยี นแสดงความคิดเหน็
เจ้าเอย ท ๑.๑ ป.๓/๓ - เขยี นแผนภาพ โครงการ ประโยค
ท ๑.๑ ป.๓/๔ - พดู ส่ือสารในชีวติ ประจำวนั
ท ๒.๑ ป.๓/๒ - พูดรายงาน
ท ๒.๑ ป.๓/๕ - การอา่ นสะกดคำ
ท ๓.๑ ป.๓/๔ - การแจกลูก
ท ๔.๑ ป.๓/๑ - ฟงั การสัมภาษณ์
ท ๔.๑ ป.๓/๕ - ฟงั การรายงาน
ท ๕.๑ ป.๓/๔ - ตอบคำถาม
หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
๑๕ เล่นทายคำ ท ๑.๑ ป.๓/๑ - เขียนแสดงความคดิ เห็น 119
๑๒
ท ๑.๑ ป.๓/๒ - เขยี นแผนภาพ โครงการ การใช้เคร่อื งหมาย
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ตา่ งๆ ๑๒
ท ๑.๑ ป.๓/๔ - พูดสอื่ สารในชีวติ ประจำวัน
ท ๑.๑ ป.๓/๖ - พูดรายงาน ๒
ท ๒.๑ ป.๓/๒ - การอา่ นสะกดคำ ๑๐๐
ท ๒.๑ ป.๓/๕ - การแจกลกู ๒๐๐
ท ๓.๑ ป.๓/๔ - ฟังการสมั ภาษณ์
ท ๔.๑ ป.๓/๑ - ฟงั การรายงาน
- ตอบคำถาม
๑๖ บนั ทกึ ท๑.๑ ป.๓/๑ - เขียนแสดงความคิดเห็น
ความหลงั ท๑.๑ ป.๓/๓ - เขียนแผนภาพ โครงการ สำนวนโวหาร คำ
ท๑.๑ ป.๓/๔ คล้องจอง
ท๒.๑ ป.๓/๒ - พดู ส่อื สารในชีวติ ประจำวัน
ท๒.๑ ป.๓/๕ - พดู รายงาน
ท๓.๑ ป.๓/๔ - การอ่านสะกดคำ
ท๔.๑ ป.๓/๖ - การแจกลูก
- ฟังการสมั ภาษณ์
ท๕.๑ ป.๓/๔ - ฟังการรายงาน
- ตอบคำถาม
สรุปทบทวน/สอบครั้งที่ ๔
รวมภาคเรยี นที่ ๒
รวมตลอดปกี ารศึกษา
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
120
โครงสร้างรายวิชา
รหัสวิชา ท ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา 200 ชัว่ โมง /ปี
หน่วยท่ี ชอื่ หนว่ ย มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้ เวลา
๑ จำนวนนับไม่เกิน ตวั ช้วี ดั จำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ เรยี น
๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ ค๑.๑ ป๓/๑ - การอ่าน การเขียนตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ตัวเลข ๒๕
ค๑.๑ ป๓/๒ ไทยและตวั หนังสือแสดงจำนวน
- หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลักและ การ
เขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย
- การเปรียบเทียบและเรยี งลำตบั จำนวน
๒ - ค ว า ม ห ม า ย ค๑.๑ ป๓/๓ เศษส่วน ๒๐
เศษส่วนการเขียน - เศษสว่ นท่ีตวั เศษนอ้ ยกว่าหรือเทา่ กับ
และการอา่ นเศษสว่ น ค๑.๑ ป๓/๔ ตวั สว่ น
- เปรียบเทียบและ - การเปรียบเทียบและเรยี งลำตับเศษส่วน
เรียงลำตับเศษส่วนที่
ตัวเศษเท่ากัน โดยที่
ตัวเศษน้อยกว่า หรือ
เท่ากับตวั ส่วน
๓ การบวก การลบ ค๑.๑ ป๓/๕ การบวก การลบ การคูณ การหารจำนวนนับ ๓๐
การคูณ การหาร ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
จำนวนนบั ไม่เกน ค๑.๑ ป๓/๖ - การบวกและการลบ ๓๐
๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ ค๑.๑ ป๓/๗ - การคณู การหารยาวและการหารสัน้ ๕
ค๑.๑ ป๓/๘ - การบวก ลบ คณู หารระคน
- การแก้โจทย์ปัญหาและการสร้าง โจทย์
ค๑.๑ ป๓/๙ ปัญหาพรอ้ มทงั้ หาคำตอบ
-
๔ การบวก และการ ค๑.๑ ป๓/๑๐ การบวก การลบเศษส่วน
ลบเศษส่วนที่มีตัว - การบวกและการลบเศษสว่ น
ส่วนเทา่ กัน ค๑.๑ ป๓/๑๑ - การแกโ้ จทย์ปัญหาการบวกและ โจทยป์ ัญหา
การลบเศษสว่ น
๕ แบบรูปของจำนวนท่ี ค๑.๒ ป๓/๑ แบบรูป
เกิดจาก การคูณ การ - แบบรูปของจำนวนทีเ่ พม่ิ ข้นึ หรือลดลงทีละ
หารดว้ ยจำนวนเดยี วกนั เท่าๆ กนั
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
121
๖ - เงนิ ค๒.๑ ป๓/๑ เงนิ ๓๐
- เวลา - การบอกจำนวนเงินและเขียนแสดง จำนวน
ค๒.๑ ป๓/๒ เงนิ แบบใชจ้ ุด ๑๕
๗ การวดั ความยาว ๑๕
๘ นำ้ หนกั - การเปรยี บเทยี บจำนวนเงนิ และการแลกเงนิ ๑๕
๙ ปรมิ าตร - การอา่ นและเขียนบันทกึ รายรับ รายจา่ ย
- การแก้โจทย์ปัญหาเกยี่ วกับเงิน เวลา
และความจุ - การบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที
- การเขียนบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.)หรือ
ทวิภาค (☺ และการอ่าน
- การบอกระยะเวลาเปน็ ชั่วโมงและนาที
- การเปรียบเทยี บระยะเวลาโดยใช้
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งช่วั โมงกับนาที
-การอ่านและการเขยี นบนั ทึกกิจกรรมทีร่ ะบุเวลา
- การแกโจทย์ปญั หาเกยี่ วกบั เวลาและระยะเวลา
ค๒.๑ป๓/๓ ความยาว
- การวดั ความยาวเป็นเซนติเมตรและ
ค๒.๑ป๓/๔ มิลลิเมตร เมตรและเซนตเิ มตร
ค๒.๑ป๓/๕ กโิ ลเมตรและเมตร
ค๒.๑ป๓/๖ - การเลอื กเครือ่ งวัดความยาวที่เหมาะสม
- การคาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเป็น
เซนติเมตร
- การเปรยี บเทียบความยาวโดยใช้
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างหนว่ ยความยาว
- การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกยี่ วกับความยาว
ค๒.๑ป๓/๗ น้ำหนัก
- การเลอื กเคร่อื งช่ังท่ีเหมาะสม
ค๒.๑ป๓/๘ - การคาดคะเนน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและเป็นขีด
ค๒.๑ ป๓/๙ - การเปรียบเทียบนำ้ หนักโดยใชค้ วามสัมพันธ์
ค๒.๑ป๓/๑๐ ระหวา่ งกิโลกรมั กับกรัม เมตริกตันกบั กโิ ลกรัม
- การแกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั นำ้ หนัก
ค๒.๑ป๓/๑๑ ปริมาตรและความจุ
- การวัดปริมาตรและความจุเป็นลติ ร และ
ค๒.๑ป๓/๑๒ มิลลิลิตร
ค๒.๑ป๓/๑๓ - การเลอื กเครอ่ื งตวงท่เี หมาะสม
- การคาดคะเนปริมาตรและความจุเป็นลติ ร
- การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุ
โดยใชค้ วามสมั พนั ธ์ระหว่างลิตรกบั มลิ ลลิ ติ ร
ชอ้ นชา ช้อนโตะ๊ ถ้วยตวงกับมลิ ลลิ ิตร
- การแกโจทย์ปญั หาเกย่ี วกบั ปรมิ าตรและ
ความจทุ มี่ หี นว่ ยเป็นลิตรและมิลลลิ ติ ร
หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
122
๑๐ รปู เรขาคณติ ค๒.๒ ป๓/๑ รปู เรขาคณติ สองมิติ ๕
- รปู ทม่ี ิแกนสมมาตร
การเขียนตารางทาง ค๓.๑ ป๓/๑ การเก็บรวบรวมข้อมลู และการนำเสนอขอ้ มูล
เดยี ว - การเกบ็ รวบรวมข้อมูลและจำแนกข้อมลู
๑๑ ค๓.๑ป๓/๒ - การอ่านและการเขียนแผนภมู ิรูปภาพ ๑๐
การอา่ นและการเขยี นตารางทางเดยี ว
รวม ๒๐๐
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
123
รหัสวิชา ว 1๓101 วทิ ยาศาสตร์ฯ โครงสรา้ งรายวิชา
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
เวลา ๔0 ช่วั โมง / ปี
ลำดบั ช่ือหน่วย มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ เวลา
ที่ การเรียนรู้ ตวั ชี้วดั ( ชั่วโมง)
๑ ปัจจัยท่ี ว๑.๒ ป๓/๑ • มนุษย์และสตั ว์ต้องการอาหารนำ้ และอากาศเพื่อการ ๓
จำเป็นตอ่ ว๑.๒ ป๓/๒ ดำรงชวี ิตและการเจรญิ เติบโต
การ ว๑.๒ ป๓/๓ • อาหารชว่ ยให้ร่างกายแข็งแรงและเจริญเตบิ โตนำ้ ช่วย
เจรญิ เตบิ โต ว๑.๒ ป๓/๔ ให้รา่ งกายทำงานไดอ้ ย่างปกติอากาศใชใ้ นการหายใจ
ของคนและ • สตั วเ์ ม่ือเปน็ ตวั เต็มวัยจะสืบพันธ์มุ ีลกู เมื่อลูก
สัตว์ เจรญิ เตบิ โตเป็นตัวเตม็ วยั กส็ ืบพันธุ์มีลกู ต่อไปได้อกี
หมนุ เวียนตอ่ เนอ่ื งเป็นวัฏจกั รชวี ิตของสัตวซ์ ง่ึ สัตวแ์ ต่ละ
ชนดิ
๒ มวลของวัตถุ ว๒.๑ ป๓/๑ • วัตถุอาจทำจากชนิ้ สว่ นย่อย ๆ ซง่ึ แตล่ ะชน้ิ มลี กั ษณะ ๔
ทมี่ ผี ลต่อการ เหมอื นกันมาประกอบเขา้ ดว้ ยกนั เม่อื แยกชิน้ ส่วนย่อย ๆ
เปล่ียนแปลง แตล่ ะชิ้นของวัตถุออกจากกันสามารถนำช้ินสว่ น
เหลา่ นั้นมาประกอบเป็นวตั ถุชนิ้ ใหม่ได้ เชน่ กำแพงบา้ น
มกี อ้ นอิฐหลาย ๆก้อนประกอบเขา้ ด้วยกนั และสามารถ
นำก้อนอฐิ จากกำแพงบ้านมาประกอบเป็นพ้ืนทางเดนิ ได้
๓ สมบตั ทิ าง ว๒.๑ ป๓/๒ • เมื่อใหค้ วามร้อนหรอื ทำใหว้ ัสดรุ อ้ นขึ้น และเมอ่ื ให้ ๔
กายภาพ ความรอ้ นหรือทำใหว้ ัสดุรอ้ นขนึ้ และเม่ือการ
ของวสั ดุ เปลี่ยนแปลงได้
๔ แรงและ ว๒.๒ ป๓/๑ • การดงึ หรือการผลักเปน็ การออกแรงกระทำต่อวัตถุ ๔
การเคล่อื นที่ แรงมีผลตอ่ การเคล่ือนท่ขี องวัตถุแรงอาจทำใหว้ ตั ถเุ กดิ
การเคลอ่ื นทโ่ี ดยเปลี่ยนตำแหน่ง
• การเปล่ยี นแปลงการเคลื่อนทีข่ องวัตถไุ ด้แก่วัตถุทอี่ ยู่
น่ิงเปลย่ี นเปน็ เคลอ่ื นที่วัตถทุ ่ีกำลังเคล่อื นที่เปล่ียนเปน็
เคล่อื นทเ่ี ร็วขน้ึ หรือชา้ ลงหรอื หยดุ น่ิงหรือเปล่ยี นทิศ
ทางการเคลอ่ื นท่ี
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
124
ว๒.๒ ป๓/๒ • การดึงหรอื การผลกั เป็นการออกแรงทีเ่ กดิ จากวัตถุ ๓
หน่ึงกระทำกับอกี วตั ถุหน่ึง โดยวัตถทุ ั้งสองอาจสมั ผสั ๔
หรือไม่ต้องสมั ผสั กันเชน่ การออกแรงโดยใชม้ ือดงึ หรือ
การผลักโตะ๊ ใหเ้ คลอ่ื นท่เี ปน็ การออกแรงท่ีวตั ถุตอ้ ง
สมั ผัสกนั แรงนจี้ ึงเป็นแรงสมั ผัส ส่วนการทแี่ ม่เหล็ก
ดงึ ดูดหรอื ผลักระหว่างแม่เหล็กเป็นแรงท่ีเกิดขน้ึ โดย
แม่เหล็กไมจ่ ำเปน็ ต้องสัมผสั กันแรงแม่เหล็กนจ้ี ึงเป็นแรง
ไม่สัมผัส
๕ สนุกกับ ว๒.๒ ป๓/๓ • แมเ่ หล็กสามารถดึงดูดสารแมเ่ หลก็ ได้
แม่เหล็ก ว๒.๒ ป๓/๔ • แรงแม่เหลก็ เป็นแรงท่เี กิดข้ึนระหวา่ งแม่เหลก็ กบั สาร
แม่เหลก็ หรือแมเ่ หลก็ กบั แมเ่ หลก็ แม่เหลก็ มี ๒ ขว้ั คือ
ข้วั เหนือและข้ัวใตข้ ้ัวแมเ่ หลก็ ชนดิ เดียวกันจะผลักกนั
ต่างชนดิ กนั จะดึงดูดกัน
๖ สนกุ กับ ว๒.๓ ป๓/๑ • พลงั งานเปน็ ปรมิ าณที่แสดงถงึ ความสามารถในการ
พลงั งาน ว๒.๓ ป๓/๒ ทำงานพลงั งานมีหลายแบบ เช่นพลงั งานกลพลังงาน
ไฟฟ้า พลงั งานแสงพลังงานเสียง และพลงั งานความร้อน
โดยพลังงานสามารถเปลย่ี นจากพลังงานหนง่ึ ไปเป็นอีก
พลังงานหน่ึงได้
ว๒.๓ ป๓/๓ • ไฟฟา้ ผลติ จากเคร่ืองกำเนิดไฟฟา้ ซึ่งใชพ้ ลงั งานจาก
แหล่งพลงั งานธรรมชาตหิ ลายแหล่ง
• พลงั งานไฟฟ้ามคี วามสำคัญตอ่ ชีวติ ประจำวนั การใช้
ไฟฟา้ นอกจากตอ้ งใช้อย่างถกู วิธีประหยัดและค้มุ ค่าแล้ว
ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยดว้ ย
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
125
๗ ปรากฏการณ์ ว๓.๑ ป๓/๑ • คนบนโลกมองเห็นดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นทางด้านหนงึ่ ๓
๓
ของโลก และ และตกทางอกี ด้านหนงึ่ ทุกวันหมนุ เวียนเปน็ แบบรูปซ้ำๆ
ดวงอาทติ ย์ • โลกกลมและหมุนรอบตวั เองขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์
ว๓.๑ ป๓/๒ ทำให้บรเิ วณของโลกไดร้ ับแสงอาทติ ย์ไม่พรอ้ มกันโลก
ดา้ นที่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์จะเปน็ กลางวนั ส่วนด้าน
ตรงขา้ มที่ไม่ได้รบั แสงจะเปน็ กลางคืนนอกจากนีค้ นบน
โลกจะมองเห็นดวงอาทติ ย์ปรากฏขึ้นทางด้านหนึง่ ซ่ึง
กำหนดให้เปน็ ทิศตะวันออก และมองเหน็ ดวงอาทติ ยต์ ก
ทางอีกด้านหนึ่ง ซง่ึ กำหนดให้เปน็ ทิศตะวนั ตกและเม่ือให้
ดา้ นขวามอื อยู่ทางทิศตะวนั ออกดา้ นซ้ายมืออยู่ทางทิศ
ตะวันตกดา้ นหนา้ จะเปน็ ทิศเหนอื และดา้ นหลังจะเป็น
ทิศใต้
• ในเวลากลางวนั โลกจะไดร้ บั พลังงานแสง และพลงั งาน
ความรอ้ นจากดวงอาทติ ยท์ ำใหส้ ิ่งมีชีวิตดำรงชีวติ อย่ไู ด้
๘ ความสำคัญ ว๓.๒ ป๓/๑ • อากาศโดยทัว่ ไปไมม่ สี ี ไม่มีกลิน่ ประกอบดว้ ยแกส๊
ของอากาศ ไนโตรเจนแก๊สออกซิเจนแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์แก๊ส
อ่ืนๆรวมทั้งไอน้ำ และฝนุ่ ละออง อากาศ ความสำคัญต่อ
สง่ิ มีชีวิตหากสว่ นประกอบของอากาศไม่เหมาะสม
เนื่องจากมีแกส๊ บางชนดิ หรือฝุ่นละอองในปริมาณมาก
อาจเปน็ อันตรายตอ่ ส่ิงมีชีวิตชนดิ ต่าง ๆ จดั เป็น
มลพษิ ทางอากาศ
ว๓.๒ ป๓/๒ • แนวทางการปฏบิ ัติตนเพอ่ื ลดการปลอ่ ยมลพิษทาง
อากาศเชน่ ใชพ้ าหนะรว่ มกนั หรอื เลือกใชเ้ ทคโนโลยที ่ี
ลดมลพิษทางอากาศ
ว๓.๒ ป๓/๓ • ลม คืออากาศที่เคลอื่ นที่เกิดจากความแตกตา่ งกนั ของ
อุณหภูมิอากาศบริเวณที่อยูใ่ กลก้ นั โดยอากาศบริเวณท่ีมี
อณุ หภูมิสงู จะลอยตัวสูงข้นึ และอากาศบริเวณทม่ี ี
อณุ หภมู ติ ำ่ กว่าจะเคล่อื นเข้าไปแทนท่ี
ว๓.๒ ป๓/๔ • ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลงั งานทดแทนในการ
ผลติ ไฟฟ้า และนำไปใชป้ ระโยชน์ในการทำกิจกรรม
ตา่ งๆ ของมนษุ ย์ หากลมเคล่ือนที่ด้วยความเร็วสงู
อาจทำใหเ้ กดิ อันตราย และความเสยี หายตอ่ ชีวติ และ
ทรพั ยส์ นิ ได้
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
126
๙ ขนั้ ตอน ว๔.๒ ป๓/๑ • อลั กอรทิ ึมเป็นขัน้ ตอนท่ีใช้ในการแก้ปัญหา ๒
๒
การแก้ปัญหา • การแสดงอัลกอรทิ ึม ทำไดโ้ ดย ๒
การเขยี นบอกเลา่ วาดภาพหรอื ใช้สญั ลกั ษณ์ ๒
• ตวั อย่างปญั หา เช่น เกมเศรษฐี เกมบันไดงูเกม
Tetrisเกม OX การเดนิ ไปโรงอาหารการทำความ
สะอาดห้องเรยี น
๑๐ การเขยี น ว๔.๒ ป๓/๒ • การเขียนโปรแกรมเป็นการสรา้ งลำดบั ของคำส่งั ให้
โปรแกรม คอมพวิ เตอร์ทำงาน
• ตวั อย่างโปรแกรม เช่น เขยี นโปรแกรมทสี่ ั่งให้ตวั
ละครทำงานซำ้ ไมส่ ้นิ สุด
• การตรวจหาข้อผิดพลาดทำไดโ้ ดยตรวจสอบคำส่ัง
ทแี่ จง้ ข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธไ์ มเ่ ปน็ ไปตามท่ี
ตอ้ งการใหต้ รวจสอบการทำงานทลี ะคำสั่ง
• ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใชใ้ นการเขยี นโปรแกรม เช่นใช้
บตั รคำสัง่ แสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org
๑๑ การใช้ ว๔.๒ ป๓/๓ • อินเทอร์เน็ตเป็นเครือขา่ ยขนาดใหญช่ ่วยใหก้ าร
เครือข่าย ตดิ ต่อส่อื สารทำได้สะดวกและรวดเรว็ และเป็น
อนิ เทอรเ์ นต็ แหลง่ ข้อมูลความร้ทู ่ชี ่วยในการเรียน และการดำเนิน
ในการเรยี น ชีวติ
และการ • เวบ็ เบราว์เซอรเ์ ปน็ โปรแกรมสำหรับอ่านเอกสาร
ดำเนินชีวติ บนเว็บเพจ
• การสบื คน้ ขอ้ มลู บนอินเทอร์เน็ต ทำไดโ้ ดยใช้
เวบ็ ไซตส์ ำหรับสบื ค้น และต้องกำหนดคำคน้ ที่
เหมาะสมจึงจะไดข้ ้อมลู ตามต้องการ
• ข้อมลู ความรู้ เช่น วิธที ำอาหาร วิธีพับกระดาษเปน็
รูปตา่ ง ๆ ขอ้ มูลประวัติศาสตรช์ าติไทย
• การใช้อินเทอรเ์ นต็ อย่างปลอดภยั ควรอยใู่ นการ
ดูแลของครู หรือผปู้ กครอง
๑๒ วธิ ีการ ว๔.๒ ป๓/๔ • การรวบรวมข้อมูล ทำไดโ้ ดยกำหนดหวั ขอ้ ที่
รวบรวมขอ้ มูล ตอ้ งการเตรยี มอปุ กรณ์ในการจดบันทึก
• การประมวลผลอยา่ งง่าย
• การนำเสนอข้อมูลทำไดห้ ลายลักษณะตามความ
เหมาะสมเช่น การบอกเล่าการทำเอกสารรายงาน
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
127
การจัดทำป้ายประกาศ
• การใชซ้ อฟตแ์ วรท์ ำงานตามวตั ถุประสงค์ เช่นใช้
ซอฟต์แวรน์ ำเสนอหรือซอฟต์แวร์กราฟกิ สร้าง
แผนภมู ิรปู ภาพ ใชซ้ อฟต์แวรป์ ระมวลคำทำป้าย
ประกาศหรือเอกสารรายงานใชซ้ อฟตแ์ วรต์ าราง
ทำงานในการประมวลผลข้อมูล
๑๓ การใช้ ว๔.๒ ป๓/๕ • การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เช่น ๒
เทคโนโลยี ปกปอ้ งขอ้ มลู ส่วนตัว ๒
๔๐
สารสนเทศ • ขอความช่วยเหลือจากครหู รือผูป้ กครอง เมื่อเกิด
อย่างปลอดภัย ปญั หาจากการใชง้ าน เม่ือพบขอ้ มลู หรือบุคคลที่ทำ
ให้ไมส่ บายใจ
• การปฏิบตั ิตามข้อตกลงในการใช้อนิ เทอร์เนต็ จะทำ
ให้ไม่เกิดความเสยี หายต่อตนเองและผู้อื่นเชน่ ไม่ใช้
คำหยาบ ลอ้ เลยี นด่าทอทำให้ผู้อนื่ เสียหายหรอื
เสยี ใจ
• ข้อดแี ละข้อเสยี ในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและ
การสื่อสาร
ทบทวน /ทดสอบ
รวมตลอดปี
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
128
รหสั วิชา ส 1๓101 สงั คมศึกษาฯ โครงสร้างรายวชิ า
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เวลา ๔0 ชว่ั โมง/ปี
ช่ือหน่วย มาตรฐาน/ เวลา
ลำดับ การเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้ (ชัว่ โมง)
ท่ี
๑ รายรบั – รายจา่ ย ส ๓.๑ ป.๓/๑ -๓ ความต้องการและความจำเปน็ ในการใช้ ๑๐
ต้องเรยี นรู้ สนิ ค้าและบริการในการดำเนินชวี ิต
รายรบั – รายจ่ายของครอบครวั และชุมชน
การวางแผนการใชจ้ า่ ยเงินของตนเอง
ความหมายของผูผ้ ลติ ผบู้ รโิ ภค
ปัญหาพืน้ ฐานทางเศรษฐกิจ
ทรพั ยากรกับความต้องการของมนุษย์
ผู้ผลิต ผ้บู รโิ ภค
๒ สนิ ค้าและบรกิ าร ส ๓.๒ป.๓/๑-๓ สินคา้ และบรกิ ารของรัฐ ๑๐
ความหมายและความสำคัญของภาษี
บทบาทหนา้ ที่ของประชาชนในการเสยี ภาษี
ความสำคญั และผลกระทบของการแข่งขัน
ทางการค้า
๓ ข้อมูลทาง ส๕.๑ ป.๓/๑- ๒ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในชมุ ชน ๑๐
ภมู ิศาสตร์ในชุมชน แผนทแี่ ผนผงั และภาพถ่าย
ความสมั พนั ธข์ องตำแหน่ง ระยะ ทิศทาง
ตำแหนง่ ท่ตี ง้ั ของสถานที่สำคัญในบรเิ วณ
โรงเรยี นและชุมชนเชน่ สถานทีร่ าชการ ตลาด
โรงพยาบาล ไปรษณีย์
๔ สง่ิ แวดลอ้ มของ ส ๕.๒ ป.๓/๑ -๖ส่ิงแวดลอ้ มของชมุ ชนในอดีตกบั ปจั จุบนั ๑๐
ชมุ ชน - ส่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ
- ส่งิ แวดลอ้ มท่ีมนุษยส์ ร้างข้นึ
การใช้ประโยชน์จากส่งิ แวดล้อมในการ
ดำรงชวี ติ ของมนุษย์ เชน่ การคมนาคม
บา้ นเรือน และการประกอบอาชพี ในชมุ ชน
หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
129
การประกอบอาชพี ทีเ่ ป็นผลมาจาก ๔๐
สง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติในชมุ ชน
ความหมายและประเภทของมลพิษ
โดยมนุษย์
สาเหตุของการเกิดมลพิษที่เกดิ จาก
การกระทำของมนษุ ย์
ลกั ษณะของเมืองและชนบทเช่น ส่ิงปลูกสร้าง
การใชท้ ด่ี ินการประกอบอาชีพ
ภมู ิประเทศ และภูมิอากาศทม่ี ีผลต่อการ
ดำเนนิ ชีวติ ของคนในชมุ ชน
ผลกระทบของการเปล่ียนแปลงสง่ิ แวดล้อมที่
มตี ่อชมุ ชน
การจัดการส่งิ แวดลอ้ มในชุมชน
รวม
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
130
รหสั วิชา ส 1๓102 ประวัตศิ าสตร์ โครงสรา้ งรายวชิ า
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เวลา 40 ชั่วโมง/ปี
ชื่อหน่วย มาตรฐาน/ เวลา
(ช่ัวโมง)
ลำดบั ท่ี การเรยี นรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้
๑ ๑๐
๒ เวลาและ ส๔.๑ ป.๓/๑ –๒ การเทยี บศักราชทส่ี ำคัญตามปฏิทินที่ใช้ใน
๑๖
๓ เหตกุ ารณ์ ชวี ติ ประจำวนั
๑๔
วิธีการสบื ค้นเหตกุ ารณ์สำคัญของโรงเรียน
๔๐
และชุมชน
มรดกไทยน่ารู้ ส๔.๒ ป.๓/๑ –๓ ปัจจยั ทม่ี อี ิทธพิ ลตอ่ การตงั้ ถิน่ ฐานและ
พฒั นาการของชมุ ชน
ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมของ
ชมุ ชน
เปรียบเทยี บความแตกตา่ งทางวัฒนธรรมของ
ชุมชนตนเองกบั ชมุ ชนอน่ื
พระมหากษัตรยิ ์ ส๔.๓ ป.๓/๑- ๓ พระราชประวัติพระราชกรณยี กจิ ของ
และบรรพบุรุษ พระมหากษัตรยิ ไ์ ทยทีเ่ ป็นผู้สถาปนาอาณาจักร
ของไทย ไทยจากอดีตถึงปจั จบุ ัน
วีรกรรมของบรรพบรุ ุษไทย
รวม
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
131
โครงสรา้ งรายวิชา
รหสั วิชา พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษา และพลศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษา และพลศึกษา
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๔o ชวั่ โมง/ปี
หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ เวลา
๑. เรียนรู้ตวั เรา (ชว่ั โมง)
๒. ชวี ติ และ ตวั ชว้ี ัด
ครอบครัว ๕
พ. ๑.๑ ป. ๓/๑- การเจรญิ เตบิ โต ๕
๓. เพ่ิมพูนทักษะ
การเคล่อื นไหว ป. ๓/๓ ๑๕
๔. ใสใ่ จสขุ ภาพ พ. ๒.๑ป. ๓/๑- ลักษณะและความแตกต่างของครอบครวั ๑๐
๕. ชวี ติ ปลอดภัย ป. ๓/๓ ไทย ๕
การสรา้ งสมั พันธภาพ ๔๐
การป้องกันการถูกลว่ งละเมิดทางเพศ
พ. ๓.๑ป. ๓/๑, ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกาย
ป. ๓/๒ การเลน่ เกม
พ. ๓.๒ป. ๓/๑, การละเลน่ พนื้ เมอื ง
ป. ๓/๒
พ. ๔.๑ ป. ๓/๑- การปอ้ งกันโรค
ป. ๓/๕ อาหารหลกั ๕หมู่
การกินอาหารตามธงโภชนาการ
การแปรงฟนั อย่างถกู วธิ ี
การสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
พ. ๕.๑ป. ๓/๑- อุบตั ิเหตใุ นบา้ น โรงเรยี น และการ
ป. ๓/๓ เดินทาง
การขอความชว่ ยเหลอื เมื่อเกดิ อุบตั เิ หตุ
การปฐมพยาบาล
รวม
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
132
โครงสร้างรายวชิ า
รหสั วิชา ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ เวลา
๑ การเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั การวาดภาพระบายสสี ่งิ ของรอบตัวด้วยสเี ทียน (ชั่วโมง)
สร้างสรรคง์ านศิลป์ ศ๑.๑ป.๓/๔ ดนิ สอสีและสโี ปสเตอร์
๒ การใชเ้ ส้นรปู รา่ งรูปทรงสแี ละพน้ื ผิววาดภาพถา่ ย ๒
๓ สร้างสรรค์งานศลิ ป์ ศ.๑.๑ป.๓/๖ ทอดความคิดความร้สู ึก
๔ สร้างสรรคง์ านศิลป์ วสั ดอุ ปุ กรณ์เทคนิควิธีการ ๒
๕ สรา้ งสรรค์งานศิลป์ ศ.๑.๑ป.๓/๗ ในการสรา้ งงานทัศนศลิ ปว์ สั ดุอุปกรณ์ ๑
งานศิลปถ์ ่นิ ไทย การแสดงความคดิ เห็นในงานทัศนศลิ ป์ของตนเอง ๑
๖ ศ.๑.๑ป.๓/๘ การจัดกลมุ่ ของภาพตามทัศนธาตุ ๓
๗ ลกั ษณะและเสียง ศ.๑.๑ป.๓/๙ รูปร่างรูปทรงในการออกแบบ
ของเคร่อื งดนตรี ศ.๑.๑ป.๓/ ๓
๘ โนต้ ดนตรี -ท่ีมาของงานทัศนศลิ ป์ในทอ้ งถิ่น ๓
๑๐ -วสั ดุอปุ กรณ์และวิธกี ารสรา้ งงานทัศนศิลป์ใน
๙ เพลงพา ศ.๑.๒ป.๓/๑ ท้องถิ่น ๓
เพลนิ ใจ ศ.๑.๒ป.๓/๒ -รปู รา่ งลักษณะของเคร่ืองดนตรี
๑๐ -เสียงของเครื่องดนตรี ๓
ทักษะการขบั รอ้ ง ศ๒.๑ป.๓/๑ สัญลกั ษณแ์ ทนคุณสมบตั ขิ องเสยี ง
และการบรรเลง (สูง – ตา่ ดงั – เบา ยาว – สน้ั ) ๒
การฟังและการ ศ.๒.๑ป.๓/๒ -สัญลักษณแ์ ทนรปู แบบจงั หวะ
วเิ คราะห์เพลง บทบาทหนา้ ท่ีของบทเพลงวนั สำคญั
ศ.๒.๑ป.๓/๓ - เพลงชาติ
- เพลงสรรเสริญพระบารมี
ศ.๒.๑ป.๓/๔ - เพลงประจำโรงเรยี น
ศ.๒.๑ป.๓/๕ - การขับร้องเดย่ี วและหมู่
- การบรรเลงเครอื่ งดนตรีประกอบเพลง
ศ๒.๑ป.๓/๖ - การเคล่ือนไหวทางอารมณ์
การแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับเสียงร้องและ
เสียงดนตรี
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
133
-คณุ ภาพเสียงร้อง คณุ ภาพเสียงดนตรี
๑๑ ดนตรีใน ศ.๒.๑ป.๓/๗ การใช้ดนตรีในโอกาสพิเศษ ๓
๒
ชีวิตประจำวัน - ดนตรีในงานรนื่ เริง ๒
๓
- ดนตรีในการฉลองวันสำคญั ของชาติ
๒
ศ.๒.๒ป.๓/๒ - ดนตรกี ับการดำเนนิ ชวี ิตในท้องถน่ิ
๒
- ดนตรีในชีวิตประจำวนั
- ดนตรใี นวาระสำคญั
๑๒ ดนตรีในท้องถนิ่ ศ.๒.๑ป.๓/๓ เอกลกั ษณ์ของดนตรีในท้องถ่ิน
-ลกั ษณะเสียงร้องของดนตรีในทอ้ งถิน่
-ภาษาและเนอื้ หาในบทร้องของดนตรีในทอ้ งถน่ิ
-เครื่องดนตรีและวงดนตรใี นทอ้ งถ่นิ
๑๓ หลักและวิธีการ ศ๓.๑ป.๓/๒ หลกั และวธิ กี ารปฏิบัตนิ าฏศลิ ป์
ปฏบิ ัตนิ าฏศลิ ป์ - การฝึกภาษท่าสื่ออารมณข์ องมนษุ ย์
- การฝึกนาฏยศัพท์ในส่วนขา
๑๔ สรา้ งสรรค์ ศ.๓.๑ป.๓/๑ การเคล่อื นไหวในรปู แบบต่างๆ
การเคล่อื นไหว - ราวงมาตรฐาน
- เพลงพระราชนิพนธ์
- สถานการณ์ส้ันๆสถานการณท์ ่กี ำหนดให้
ศ.๒.๒ป.๓/๒ - หลักและวิธีการปฏิบัตนิ าฏศิลป์
การฝึกภาษาท่าสือ่ อารมณ์ของมนษุ ย์
- การฝกึ นาฏยศพั ทส์ ่วนขา
๑๕ รำวงมาตรฐาน ศ.๓.๑ป.๓/๑ การเคลอ่ื นไหวในรูปแบบต่างๆ
- ราวงมาตรฐาน
- เพลงพระราชนิพนธ์
- สถานการณส์ ้ันๆ
- สถานการณ์ท่ีกำหนดให้หลักและวิธีการปฏบิ ตั ิ
นาฏศิลป์
หลกั และวธิ ีการปฏบิ ัตินาฏศลิ ป์
- การฝกึ ภาษทา่ ส่ืออารมณข์ องมนษุ ย์
- การฝกึ นาฏยศัพทใ์ นสว่ นขา
๑๖ นาฏศลิ ปพ์ ้นื เมือง ศ.๓.๒ป.๓/๑ การแสดงนาฏศิลป์พืน้ บ้านหรือท้องถิน่ ของตน
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
๑๗ การแสดง ศ.๓.๑ป.๓/๓ หลักในการชมการแสดง 134
นาฏศลิ ปไ์ ทย ศ.๓.๑ป.๓/๔ - ผู้แสดง ๓
- ผชู้ ม ๔๐
- การมสี ่วนร่วม
รวมทั้งปี
หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
135
โครงสรา้ งรายวิชา
รหสั วชิ า ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา 40 ชวั่ โมง/ปี
ลำดบั ที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน / สาระการเรยี นรู้ เวลา
ตัวชี้วดั (ชว่ั โมง)
๑ งานบ้าน
๑.๑ บา้ นน่าอยู่ ง.๑.๑ - วิธีการจัดบา้ นแประโยชน์ ในการทำงานบ้าน ๑๕
๑.๒ สงิ่ ของเคร่อื งใช้ ป.๓/๑, ใชเ้ วลาว่างในการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ตาม ๕
๑.๓เส้ือผ้านา่ สวมใส่ ป.๓/๒ กระบวนการทำงานบา้ น
๑.๔อาหารดมี ี ป.๓/๓ - วธิ ีการจดั เก็บสง่ิ ของเคร่อื งใช้ และประโยชน์ ๔
ประโยชน์
ของการจดั เกบ็ ส่งิ ของเครื่องใช้ ๓
๒. งานเกษตร - วธิ ีการจัดเกบ็ เส้ือผ้า และประโยชน์ของการ
- การปลูกพืช จดั เกบ็ เสอ้ื ผา้ อยา่ งมีขัน้ ตอน ๓
สวนครวั - วิธีการทำอาหารและประโยชนท์ ำอาหารและมี ๕
- การปลูกพชื ไม้ กระบวนการทำงานอย่างมีข้ันตอน ๒
ดอกไม้ปะดบั
ง๑.๑ , ๒
ป.๓/๑ - วธิ ีการปลูกพืชผกั สวนครวั ไม้ดอกไม้ประดับ ๑
ป.๓/๒ - ประโยชน์ของการปลูกพืชสวนครัว ไมด้ อกไม้
ป.๓/๓ ประดับ
- ใชเ้ วลาวา่ งในการทำงาน อยา่ งเปน็ ข้นั ตอน
๓ สนุกกบั งานประดิษฐ์ ๒๐
๓.๑เรียนรูง้ าน ง.๑.๑ - ตามกระบวนการปลูกพชื ผักสวนครัว และไม้ ๑๐
ประดิษฐ์ ป.๓/๑, ดอกไมป้ ระดบั
๓.๒ ประดษิ ฐด์ ี มี ป.๓/๒ - วิธีการและประโยชนข์ องการประดิษฐ์ เป็นของ ๕
ของเล่น เล่นของใช้
๓.๓ ประดษิ ฐ์ไวไ้ ด้ - ใชเ้ วลาว่างในการทำงานประดิษฐต์ ่าง ๆ อยา่ ง ๕
ใช้สอย มีขน้ั ตอนตามกระบวนการประดิษฐ์สงิ่ ของ
รวมตลอดปี ๔๐
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
136
รหัสวชิ า อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ โครงสรา้ งรายวิชา
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง/ปี
ลำดบั ช่ือหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
ที่ เรยี นรู้ เรียนรู้ / ตวั ชว้ี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
1 My Self ต.1.1ป.1/2 ระบตุ วั อกั ษรและเสียง อ่านออก ๓๕ 15
25
ต1.2ป1/3 เสียงและสะกดคำงา่ ยๆถูกตอ้ งตาม 20
20
ต1.2ป1/4 หลักการอ่าน บอกความต้องการ 20
ต1.3ป1/1 พดู ขอและให้ข้อมลู ง่ายๆเกย่ี วกบั 100
ตนเองและเรือ่ งใกลต้ วั
2 My Family ต1.1ป1/3 ตอบคำถามเลือกภาพตรงตาม ๔๐
ต1.1ป1/4 ความหมายของคำ กลมุ่ คำ เรอ่ื งท่ี
ต1.3ป1/1 ฟงั พูดใหข้ ้อมลู เก่ยี วกับตนเองใช้
ต4.2ป1/1 ภาษาต่างประเทศเพ่ือรวบรวม
คำศัพทท์ ี่เกีย่ วขอ้ งใกล้ตัว
3 My School ต1.1ป1/1 ฟงั พดู ปฏิบัติตามคำส่งั ง่าย ๆท่ี ๔๐
ต1.2ป1/2 เกิดข้นึ ในห้องเรียน ทำท่าทาง
ต2.1ป1/1 ประกอบ ตามวัฒนธรรม ของ
ต4.1ป1/1 เจา้ ของภาษาใชภ้ าษาตา่ งประเทศ
ต4.2ป1/1 เพื่อรวบรวมคำศัพท์ทเี่ ก่ียวขอ้ งใกล้
ตวั
4 Life Style ต1.1ป1/2 ระบตุ วั อักษรและเสียงตวั อักษรของ ๔๐
ต1.2ป1/1 ภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย
ต2.1ป1/1 ปฎบิ ตั ติ ามคำสั่งท่ีฟัง การพดู
ต2.2ป1/1 โต้ตอบดว้ ยคำสน้ั ๆงา่ ยๆ
5 Special Time ต1.1ป1/3 เลอื กภาพตรงตามความหมายของ ๔๕
ต2.1ป1/2 คำและกลุ่มคำทฟี่ ัง บอกช่ือคำและ
ต2.1ป1/3 คำศัพทท์ ่ีกบั เทศกาลสำคัญของ
ต3.1ป1/1 เจา้ ของภาษาและกลุม่ สาระการ
เรียนร้อู น่ื เขา้ รว่ มกิจกรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรมทีเ่ หมาะสมกบั
วัย
รวมท้งั สิน้ ๒๐๐
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
137
๒. รายวิชาเพ่ิมเตมิ
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
138
รหัสวชิ า ว ๑๓๒๐๑ คอมพิวเตอร์ โครงสรา้ งรายวชิ า
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลาเรยี น ๔๐ ชัว่ โมง/ปี
ลำดบั ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ที่ (ชั่วโมง) คะแนน
ค้นหาขอ้ มูลอย่างมขี ั้นตอน
1 การค้นหาข้อมลู และ และนำเสนอขอ้ มลู ในลักษณะ * ขั้นตอนการค้นหา 4
ต่างๆได้
การนำเสนอข้อมูล ข้อมลู
* การนำเสนอข้อมูล
ลักษณะตามความ
เหมาะสม
2 เทคโนโลยีสารสนเทศ 1 . บ อ ก ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง เทคโนโลยีสารสนเทศ 2
เ ท ค โ น โ ล ย ี ส า ร ส น เ ท ศ และองค์ประกอบของ 2
2
องค์ประกอบของเทคโนโลยี เทคโนโลยสี ารสนเทศ 2
2
สารสนเทศ 4
2. ศกึ ษาข้อมลู กับเทคโนโลยี
สมัยใหม่
3 อง ค์ ป ร ะกอบ ของ อธิบายถึงองค์ประกอบของ องค์ประกอบของ
คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ได้ คอมพวิ เตอร์
4 ก า ร ท ำ ง า น ข อ ง อธิบายถึงการทำงานของ ก า ร ท ำ ง า น ข อ ง
คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ได้ คอมพิวเตอร์
5 อุปกรณ์รับข้อมูลและ บอกถึงอปุ กรณร์ ับขอ้ มูล อุปกรณ์รับข้อมูล
อปุ กรณ์แสดงผลข้อมูล อุปกรณ์แสดงผลข้อมูล อุปกรณ์แสดงผล
ข้อมูล
6 การดูแลรักษาอุปกรณ์ บอกวธิ ีดแู ลรกั ษาอปุ กรณ์ วธิ ดี แู ลและรักษา
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
7 การจัดการแฟ้มข้อมูล สามารถบันทึกข้อมูล เปิด การบันทกึ ข้อมลู เปดิ
แฟ้มข้อมูล และพิมพ์เอกสาร แฟ้มข้อมูล และพิมพ์
ได้ เอกสาร
8 สอบกลางภาคเรียน 2
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
139
ลำดบั ท่ี ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
9 (ช่ัวโมง) คะแนน
10 การใช ้งานโ ปรแก ร ม ใช้งานโปรแกรม Microsoft Word การใช้งานโปรแกรม ๑8
Microsoft Word ในการจัดทำเอกสาร สร้างชิ้นงาน Microsoft Word ใ น
และประยุกต์ใช้ โปรแกรมให้ การจัดทำเอกสาร สรา้ ง
สอดคล้องกับกลุ่มสาระต่างๆ ช ิ ้ น ง า น แ ล ะ
ประยุกต์ใช้ โปรแกรม
ให้สอดคล้องกับกลุ่ม
สาระตา่ งๆ
สอบปลายภาคเรยี น 2
รวม ๔0
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
140
โครงสรา้ งรายวชิ า
รหัสวิชา ส๑๓๒๐๑ การปอ้ งกนั การทุจริต กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี
ลำดบั หน่วยการเรียนรู้ เร่ือง จำนวนชั่วโมง
๑๖
๑. การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ น
ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม ตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
- การคดิ แยกแยะ
- ประโยชนส์ ่วนตนและประโยชนส์ ่วนรวม
- ระบบคิดฐาน๒
- ระบบคิดฐาน๑๐
๒. ความละอายและความไม่ทนต่อการ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ ๑๐
ทจุ รติ - การทาการบ้าน
- การทาเวร
- การสอบ
- กจิ กรรมนกั เรียน
๓. STRONG / จิตพอเพียงต่อต้าน STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทจุ รติ ๔
การทจุ ริต - ความพอเพียง
- ความโปรง่ ใส
- ต้านทจุ ริต
- ความเออ้ื อาทร
๔. พลเมอื งกับความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม พลเมอื งกับความรับผิดชอบต่อสังคม ๑๐
- เร่อื งการเคารพสทิ ธหิ นา้ ที่ต่อตนเองและ ๔๐
ผอู้ ่นื
- การเคารพสิทธหิ นา้ ทต่ี ่อชมุ ชนและสงั คม
- ระเบยี บกฎกติกากฎหมาย
- ความรับผดิ ชอบ (ต่อห้องเรียน)
- คุณลกั ษณะของพลเมืองทดี่ ี
- หน้าทข่ี องพลเมืองทีด่ ี
รวม
หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
141
๓. กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
142
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนว
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา 40 ชว่ั โมง
ท่ี เร่อื ง จุดประสงคช์ ั้นปี จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จำนวน
ชว่ั โมง
๑ บอกหน่อย ๑.๑.๑ บอกประโยชนข์ อง ๑. บอกส่วนตา่ งๆ ของร่างกายได้ ๒
ไดไ้ หม สว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายได้ ๒. บอกหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของร่างกายได้
ถูกต้อง ๓. บอกประโยชน์ส่วนต่างๆ ของรา่ งกายได้
๒ อะไรที่ ๑.๑.๒ รับรู้การ ๑. บอกสว่ นตา่ งๆ ของร่างกายที่มกี ารเปลี่ยนแปลงได้ ๒
๒
เปลย่ี นแปลง เปลย่ี นแปลงของรา่ งกาย ๒. รู้เกณฑ์มาตรฐานของร่างกายตามวยั
ตามวัย ๓. เปรียบเทยี บน้ำหนักและส่วนสูงของตนเองกบั
เกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามยั
๔. สรุปไดว้ า่ ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย
๓ รู้แลว้ ๑.๕.๑ ยอมรับการ ๑. บอกสาเหตุการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวยั
ยอมรับ เปลยี่ นแปลงของรา่ งกาย ๒. มคี วามรสู้ ึกทด่ี ีตอ่ การเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
ตามวัย
๔ ทำไม? ๑.๒.๑ ระบุสาเหตุของการ ๑. บอกสาเหตุการเกดิ อารมณแ์ ละความรูส้ ึกของ ๒
๓
ทำไม? เกดิ อารมณ์ความรู้สึกของ ตนเองได้
๓
ตนเองและเพื่อน ๒. บอกสาเหตุการเกิดอารมณแ์ ละความร้สู กึ ของเพอ่ื น
ได้
๕ เพราะวา่ ... ๑.๕.๒ ยอมรับความ ๑. บอกอารมณ์ของตนเองท่ีเกดิ ขน้ึ ในสถานการณ์
แตกตา่ ง แตกตา่ งด้านอารมณ์ จิตใจ ต่างๆ ได้
ของตนเองและเพอ่ื น ๒. ระบคุ วามแตกตา่ งดา้ นอารมณ์ของตนเองและเพื่อน
ในสถานการณเ์ ดยี วกัน
๓. บอกเหตุผลทีบ่ ุคคลมีอารมณแ์ ตกต่างกนั
๔. สรุปได้ว่าบคุ คลมีอารมณ์แตกต่างกันในดา้ นอารมณ์
และจิตใจ
๖ หนูชอบแบบ ๑.๑.๓ รับรู้อารมณ์ ๑. บอกอารมณ์และความรสู้ ึกของครูจากพฤติกรรมที่
น้เี พื่อนชอบ ความร้สู กึ ของครู เพ่ือน แสดงออกได้
แบบน้นั ตา่ งห้องเรยี น และสมาชกิ ๒. บอกอารมณ์และความรสู้ กึ ของเพื่อนตา่ งห้องเรยี น
ในครอบครวั จากพฤติกรรมทีแ่ สดงออกได้
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
143
๓. บอกอารมณ์และความร้สู ึกของสมาชิกในครอบครัว
จากพฤติกรรมท่แี สดงออกได้
๗ เปน็ เช่นนี้ ๓.๓.๑ แสดงความคดิ และ ๑. รบั รูอ้ ารมณ์ของตนเองในสถานการณ์ตา่ งๆ ได้อย่าง ๒
๔
นเี่ อง แสดงออกดา้ นอารมณท์ มี่ ี เหมาะสม ๒
๓
ตอ่ สถานการณ์ต่างๆ ได้ ๒. แสดงพฤติกรรมของตนเองท้ังทางบวกและทางลบท่ี
๓
อย่างเหมาะสม มีตอ่ สถานการณ์ต่างๆ ได้อยา่ งเหมาะสม ๓
๘ สอื่ สารดีมี ๓.๔.๒ รู้จักเอาใจเขามาใส่ ๑. ยอมรบั ผ้อู ่ืนในสง่ิ ทเ่ี ขาเปน็
เพือ่ น ใจเรา ๒. ไมท่ ำกบั ผอู้ ื่นในสง่ิ ที่ไม่อยากให้ผู้อน่ื ทำกบั เรา
๓.๔.๓ คำนงึ ถงึ ความรสู้ ึก ๓. ไมใ่ ช้การสื่อสารทที่ ำร้ายจิตใจของผูอ้ น่ื
ของผู้อืน่ ในการส่ือสาร
๙ กระจกหก ๑.๓.๑ ระบุความสนใจ ๑. บอกความสนใจ ความถนัด ความสามารถด้านการ
ดา้ น ความถนดั ความสามารถ เรยี นของตนเองได้
ด้านการเรียนของตนเอง ๒. บอกเหตุผลทส่ี นบั สนนุ ความสนใจ
พร้อมเหตุผล ความถนดั และความสามารถดา้ นการเรยี นของตนเอง
ได้
๑๐ หลากหลาย ๑.๓.๒ รับรคู้ วามสนใจ ๑. บอกความสนใจ ความถนัด ความสามารถดา้ นการ
มิติ ความถนัด ความสามารถ เรยี นของเพอื่ นพร้อมเหตุผล
ด้านการเรยี นของตนเอง ๒. จัดกลุ่มผู้ท่มี ีความสนใจ ความถนัด ความสามารถ
พรอ้ มเหตผุ ล ด้านการเรียนท่ีเหมือนกันของสมาชกิ ในห้องเรียน
๑.๖.๑ ยอมรบั ความ ๓. สรา้ งสรรค์งานจากความแตกต่างของตนเองและ
แตกตา่ ง ด้านความสนใจ เพ่อื นได้
ความถนัด ความสามารถ
ดา้ นการเรยี นของตนเอง
และเพื่อน
๑๑ รบั รู้สู่ ๑.๗.๑ ยอมรับความ ๑. บอกความหมายของคำวา่ บคุ ลิกภาพ ได้
มติ รภาพ แตกต่างด้านบคุ ลกิ ภาพ ๒. บอกบคุ ลิกภาพทดี่ แี ละไม่ดขี องตนเองและเพือ่ นได้
ของตนเองและเพื่อน ๓. ไมป่ ฏิเสธเพ่ือนท่ีมบี ุคลิกภาพไมเ่ หมือนกบั ตน
๑๒ หลากหลาย ๒.๑.๑ บอกอาชีพที่ ๑. บอกชอ่ื อาชพี ในท้องถน่ิ
อาชีพ หลากหลาย ๒. บอกช่อื อาชพี ได้อย่างหลากหลาย
๓. บอกข้อมลู อาชพี ไดต้ ามสมควร
หลักสูตรโรงเรยี นบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
144
ที่ เร่อื ง จุดประสงคช์ นั้ ปี จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จำนวน
ช่วั โมง
๑๓ เตรยี มพร้อม ๓.๑.๑ บอกพฤติกรรมของ ๑. ระบวุ ิชาทตี่ นเองมผี ลการเรียนอยูใ่ นระดับดี
๓
สเู่ ปา้ หมาย ตนเองทชี่ ่วยใหผ้ ลการ ๓. บอกพฤติกรรมของตนเองที่ทำให้มผี ลการเรียนในวิชานน้ั
๓
เรยี นดี อย่ใู นระดับดีข้ึนไป
๓
๔. สรปุ พฤตกิ รรมท่จี ะช่วยให้ผลการเรียนอยู่ในระดบั ดที ุก
๔๐
รายวชิ า
๑๔ เรยี นดมี ีวิธี ๓.๑.๒ ระบพุ ฤติกรรมท่ีจะ ๑. ระบุแนวทางในการปรับตัวเพอ่ื ผลการเรยี นในระดับดีข้ึน
อยา่ งไร นำมาใชใ้ นการปรับตัวด้าน ๒. บอกความสำคัญของการประเมนิ ระดับชาติ
การเรยี นใหม้ ผี ลการระดับ ๓. ปฏบิ ัติตนเพือ่ ผลการเรยี นที่ดีและเตรยี มความพร้อม
ดีข้นึ ไป และมีความพร้อม สำหรับการประเมนิ ระดบั ชาติ
สำหรบั การประเมนิ
ระดับชาติ
๑๕ ทำอย่างไรดี ๓.๔.๑ ประเมินสถานการณ์ ๑. วเิ คราะหค์ วามสมเหตสุ มผลของสถานการณ์ต่างๆ ได้
หนอ และนำไปประยุกตใ์ ช้ใน ๒. ประเมนิ ผลท่อี าจเกดิ ข้ึนจากสถานการณต์ า่ งๆ
ชวี ติ ประจำวนั ๓. อธบิ ายวิธกี ารคิดและตัดสินใจ เม่ือเผชิญกับสถานการณ์
ต่างๆ
รวม
หลักสูตรโรงเรียนบ้านหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน 145
โครงสรา้ งกิจกรรมลกู เสือ (ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๓) เวลา ๔0 ชั่วโมง
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓
ช่ือหน่วย สาระการเรยี นรู้ เวลา(ชั่วโมง)
หนว่ ยที่ 1 อนามยั ๓
หนว่ ยที่ 2 ความสามารถในเชิงทกั ษะ ๓
หน่วยท่ี 3 การสำรวจ ๓
หน่วยท่ี 4 การคน้ หาธรรมชาติ ๓
หนว่ ยท่ี 5 ความปลอดภยั ๓
หนว่ ยที่ 6 การบริการ ๓
หนว่ ยที่ 7 ธงและประเทศตา่ งๆ ๓
หน่วยที่ 8 การฝีมือ ๓
หน่วยท่ี 9 กจิ กรรมกลางแจง้ ๔
หน่วยที่ 10 การบนั เทิง ๓
หนว่ ยท่ี 11 การผูกเงื่อน ๔
หน่วยท่ี 12 การปฏบิ ัติตามปฏญิ าณ กฎ และคติพจน์ ๓
ของลกู เสือสำรอง
เลือกสอบวชิ าพิเศษ ๒
จำนวน 2 วิชา
รวม ๔๐
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นหนองยางหนองไผ่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑