พุทธศักราช ๒๕๖๖
หลักสูตรฐานสมรรถนะ โรงเรียนกุดจิกวิทยา พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) สำนักการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
ก ประกาศโรงเรียนกุดจิกวิทยา เรื่องการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยา พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ........................................................... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตามหลักสูตรแกนแกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)ให้โรงเรียนจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียน การสอนเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้และทักษะ ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต เพื่อให้เป็นไปตามเจตนาที่กระทรวงศึกษาธิการโรงเรียนกุดจิกวิทยา จึงได้จัดทำหลักสูตรฐาน สมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยา พุทธศักราช 2566 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษาของโรงเรียนต่อไป ดังนั้นเพื่อให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนเป็นไปตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สถานศึกษาขึ้นพื้นฐานโรงเรียนกุดจิกวิทยา ในการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนกุดจิกวิทยา ครั้งที่ 2/2566 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 การประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขึ้นพื้นฐาน โรงเรียน กุดจิกวิทยา จึงประกาศใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยาพุทธศักราช 2566 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 3 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2566 (นางรุ่งอรุณ บวรชัยเดช) ผู้อำนวยสถานศึกษาโรงเรียนกุดจิกวิทยา
ข คำนำ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นี้ ได้กำหนดสาระการเรียนรู้ออกเป็น ๔ สาระ ได้แก่สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ และสาระที่ ๔ เทคโนโลยีมีสาระเพิ่มเติม ๔ สาระ ได้แก่ สาระชีววิทยา สาระเคมีสาระฟิสิกส์ สาระโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ซึ่งองค์ประกอบของหลักสูตร ทั้งในด้านของเนื้อหา การจัดการเรียนการ สอน และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ให้มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จนถึงชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๖ สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้กำหนดตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ที่ผู้เรียน จำเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐานเพื่อให้สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการดำรงชีวิตหรือศึกษาต่อในวิชาชีพที่ต้องใช้ วิทยาศาสตร์ได้โดยจัดเรียงลำดับความยากง่ายของเนื้อหาแต่ละสาระในแต่ละระดับชั้นให้มีการเชื่อมโยง ความรู้กับกระบวนการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิด ทั้งความคิด เป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญทั้งทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้สามารถ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้โดย ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนกุดจิกวิทยา ตระหนักในความสำคัญของการพัฒนา หลักสูตรจึงได้มีการปรับปรุงหลักสูตร และพัฒนาการจัดการศึกษาตามแนวนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และใช้กรอบมาตรฐานและตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยได้ปรับเปลี่ยนมาตรฐานและตัวชี้วัดในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเริ่มใช้ หลักสูตรฉบับนี้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนถึง ปัจจุบัน และนำสมรรถนะหลัก 5 ประการ สู่การพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนรู้ฐาน สมรรถนะในชั้นเรียนให้เเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ที่จะนำไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการ จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะให้สมบูรณ์และเป็นประโยชน์แก่ผู้เรียนดียิ่งขึ้น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนกุดจิกวิทยา
ค สารบัญ หน้า ประกาศโรงเรียนกุดจิกวิทยา……........................................................................................ ก คำนำ......................................................................................................................... ................. ข สารบัญ........................................................................................................ ................................ ค ความนำ....................................................................................................................... .............. ๑ วิสัยทัศน์ของหลักสูตร...... ......................................................................................................... ๒ จุดมุ่งหมายของหลักสูตร....................................................................................................... ...... 2 เป้าหมายของหลักสูตร...................................................................................................... .......... ๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์.......................................................................................................... ๓ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน......................................................................................................... ๔ โครงสร้างเวลาเรียนรวมทุกชั้นปี................................................................................................. ๖ โครงสร้างเวลาเรียนรายชั้นปี...................................................................................................... ๘ โครงสร้างรายวิชาสมรรถนะชั้น ม.1-๓....................................................................................... ๑๑ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด (รายวิชาพื้นฐาน)............................................. ๑๓ ตารางวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ (รายวิชาเพิ่มเติม)......................................................................... 101 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี............................... 121 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี............................... 134 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ................................................................................................................ 145 การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้.......................................................................................... 149 เกณฑ์การจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา................................................................................... 152 เอกสารอ้างอิง................................................................................................................ ............. ภาคผนวก ............................................................................................................. .................... 153 ๑54
๑ หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยา พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความนำ วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับ ทุกคนทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมือเครื่องใช้และผลผลิต ต่าง ๆ ที่ มนุษย์ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน เหล่านี้ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับ ความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่น ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิด สร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่าง เป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็น วัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (K knowledge-based society) ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้อง ได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ และมีคุณธรรม
๒ วิสัยทัศน์ของหลักสูตร หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยา เป็นหลักสูตรมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้ เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึด มั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐาน ความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ หลักการของหลักสูตร หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยา มีหลักการเฉพาะ ดังนี้ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ใช้ผลลัพธ์นำสู่จุดมุ่งหมายการ เรียนรู้ได้กำหนดสมรรถนะหลัก 5 ประการ สำหรับการพัฒนาผู้เรียนอย่ำงเป็นองค์รวมทั้งด้านความรู้ทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะ ที่ผสมผสานเข้าด้วยกันเป็นความสามารถ นำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้การทำงาน การใช้ชีวิต และการแก้ปัญหาสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะหลัก 1.การรู้จักตนเอง รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถกำหนดเป้าหมายและนำตนเองในการเรียนรู้ทำงาน และใช้ชีวิตตามความสามารถ ความสนใจ และความถนัดของตน มีวินัยในตนเอง สามารถบริหาร จัดการเวลา ทรัพยากร และสุขภาวะ เพื่อบรรลุเป้าหมายได้อย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ 2.การรับและส่งสารบนความเข้าใจ ความเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่าง ให้บรรลุเป้าหมาย โดยใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสื่อดิจิทัลได้เป็นอย่างดี 3.การเป็นสมาชิกทีมที่ดีและมีภาวะผู้นำ ใช้กระบวนการทำงานแบบร่วมมือรวมพลังอย่างเป็นระบบ ด้วย ความโปร่งใสตรวจสอบได้มีการประสานความคิดที่แตกต่างสู่การตัดสินใจเป็นทีมอย่างรับผิดชอบร่วมกัน สร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีและจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธีจนทำให้งานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย จุดมุ่งหมายของหลักสูตร หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยา ตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ ปรับปรุง 2560) มุ่งพัฒนาสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีสุขภาพดีฉลาดรู้มี คุณธรรมและจริยธรรม มีสังคมและอารมณ์รวมทั้งมีศักยภาพในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็น จุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานดังนี้ 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต 3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีมีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย 4. มีความรักชาติมีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตาม ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะ ที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
๓ เป้าประสงค์ของหลักสูตร หลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยา พุทธศักราช 2566 มีเป้าประสงค์ที่สำคัญในการพัฒนา สมรรถนะของผู้เรียนดังนี้ 1. ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล (Personalization )การเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่าง ต่อเนื่อง (Life-long Learning) ผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของศักยภาพความพร้อม และความ สนใจส่วนตน ดังนั้น การเรียนรู้จึงต้องสอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล 2. พัฒนาให้ผู้เรียนเกิดสุขภาวะ (Well-being) พัฒนาทั้งในด้านสุขภาพ ความฉลาดรู้สังคมและ อารมณ์อย่างสมดุล รอบด้านและเป็นองค์รวม โดยยึดหลักความเสมอภาค (Equity) 3. พัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต การแก้ปัญหา ในสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และการสร้างประโยชน์ต่อสังคม สมรรถนะ คือ การผสมผสานการใช้ความรู้ทักษะ เจตคติและคุณลักษณะ เกิด เป็นความสามารถมาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้การทำงาน การใช้ชีวิต และการแก้ปัญหาสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน 4. พัฒนาผู้เรียนให้รู้เท่าทันและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและความก้าวหน้าทาง วิทยาการ โลกในปัจจุบันมีความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความสลับซับซ้อน (Complexity) และความคลุมเครือ (Ambiguity) หรือที่เรียกว่า VUCA World คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์(8 ประการ) 1. รักชาติศาสน์กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ 1.รักชาติศาสน์กษัตริย์เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อ บ้านเมือง ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์และยึด มั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในความถูกต้อง ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อ ตนเองและผู้อื่นทั้งทางกาย วาจาและใจ ยึดหลักความจริงและความถูกต้องในการดำเนินชีวิต มีความละอายและเกรง กลัวต่อการกระทำผิด
๔ 3.มีวินัย เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์และระเบียบข้อบังคับ ทั้งของตนเอง ครอบครัว โรงเรียนและสังคมเป็นปกติวิสัย และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น 4.อยู่อย่างพอเพียง เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผลรอบคอบ มี คุณธรรม อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบไม่เบียดเบียนผู้อื่น เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ มีการวางแผนป้องกัน ความเสี่ยงและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีภูมิคุ้มกันในบุคคลที่ดีและปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 5.มีจิตสาธารณะ เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ แก่ผู้อื่น ชุมชน และสังคม ด้วยความเต็มใจและกระตือรือร้นโดยไม่หวังผลตอบแทน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน การพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยา พุทธศักราช 2566 มุ่งเน้นพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามเป้าหมายที่หลักสูตรกำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะหลักและ สมรรถนะเฉพาะ ดังนี้ สมรรถนะหลัก 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอด ความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับ หรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดย คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์การคิดสังเคราะห์การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ เกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มี ประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันใน สังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การ ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผล กระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหา อย่างสร้างสรรค์ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม สมรรถนะเฉพาะ 1. สมรรถนะการจัดการตนเอง 2. สมรรถนะการสื่อสาร 3. สมรรถนะการรวมพลังท างานเป็นทีม
๕ 4. สมรรถนะการคิดขั้นสูง และ 5. สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6. การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน จุดเน้นหลักสูตรฐานสมรรถนะและกระบวนการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ หลักสูตรฐานสมรรถนะและกระบวนการเรียนรู้ฐานสมรรถนะโรงเรียนกุดจิกวิทยา มีการปรับปรุงตามความ เหมาะสม ดังนี้ 1.การจัดการตนเอง (Self-management) รู้จัก รัก เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มีเป้าหมายในชีวิต จัดการ อารมณ์และความเครียดได้แก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง ตลอดจนฟื้นคืนสู่ภาวะสมดุลหลังเผชิญวิกฤตได้และมีสุขภาวะ ที่ดี 2.การคิดขั้นสูง (Higher Order thinking) สามารถวิเคราะห์สังเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณ ด้วยเหตุผลรอบด้าน เข้าใจความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งที่อยู่ร่วมกันอย่างเป็นระบบ ใช้จินตนาการและองค์ความรู้แก้ไข ปัญหาที่ซับซ้อนได้ 3.การสื่อสาร (Communication) รับสารและส่งสารได้อย่างปราศจากอคติมีสติเคารพในความคิดเห็นที่ แตกต่าง เลือกใช้กลวิธีสื่อสารได้อย่างเหมาะสมโดยมีความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา 4.การรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork collaboration) จัดระบบและออกแบบกระบวนการทำงานทั้ง ของตนเอง และกระบวนการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้มีความเป็นผู้นำ โปร่งใส และตรวจสอบได้มีมนุษยสัมพันธ์ดีและ จัดการความขัดแย้งภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายได้ 5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Civic literacy) เป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลกที่มีความรับผิดชอบต่อ ตนเองและผู้อื่น เคารพกติกา และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจสาธารณะอย่างมีวิจารณญาณ ยึดมั่นในความเท่าเทียม ค่านิยมประชาธิปไตย และสันติวิธี 6.การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน (Sustainable coexistence with nature and science) เข้าใจปรากฏการณ์ของโลกและเอกภพ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และ ธรรมชาติในชีวิตประจำวัน สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืนได้
๖ โครงสร้างเวลาเรียนรวมทุกชั้นปี โรงเรียนกุดจิกวิทยา ปีการศึกษา 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้/ กิจกรรม เวลาเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้อน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6 รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย 120(3นก.) 120(3นก.) 120(3นก.) 260(6นก.) คณิตศาสตร์ 120(3นก.) 120(3นก.) 120(3นก.) 260(6นก.) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - การออกแบบและเทคโนโลยี - วิทยาการคำนวณ 120(3นก.) 40(1 นก.) 20(0.5นก.) 20(0.5นก.) 120(3นก.) 40(1 นก.) 20(0.5นก.) 20(0.5นก.) 120(3นก.) 40(1 นก.) 20(0.5นก.) 20(0.5นก.) 260(6นก.) 80(2นก) 40(1 นก.) 40(1 นก.) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 160(4นก.) 160(4นก.) 160(4นก.) 320(8นก.) - ประวัติศาสตร์ 40(1นก.) 40(1นก.) 40(1นก.) 80(2นก.) - ศาสนาศีลธรรม จริยธรรม 240(6นก.) - หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม 120(3นก.) 120(3นก.) 120(3นก.) - เศรษฐศาสตร์ - ภูมิศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา 80(2นก.) 80(2นก.) 80(2นก.) 120(3นก.) ศิลปะ 80(2นก.) 80(2นก.) 80(2นก.) 120(3นก.) การงานอาชีพ 40(1นก.) 40(1นก.) 40(1นก.) 60(1.5นก.) ภาษาต่างประเทศ 120(3นก.) 120(3นก.) 120(3นก.) 240(6นก.) รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) 880(22นก.) 880 (22นก.) 880(22นก.) 1,640(41นก.) รายวิชาเพิ่มเติม ปีละไม่เกิน 200 ชั่วโมง ไม่น้อยกว่า 1,600 ชั่วโมง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมแนะแนว - กิจกรรมนักเรียน - ลูกเสือ เนตรนารี 120 120 120 360 - ชุมนุม - กิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 120 120 360 รวมเวลาเรียน ไม่เกิน 1,200 ชั่วโมง/ปี รวม 3 ปี ไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง/ปี
๗ โครงสร้างเวลาเรียนรายชั้นปี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 รวม เวลา เรียน ภาคเรียนที่ 2 รวม เวลา เรียน รายวิชาพื้นฐาน (เน้นสมรรถนะหลัก) รายวิชาพื้นฐาน (เน้นสมรรถนะหลัก) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก. ชม. ชม. รหัสวิชา ชื่อวิชา นก. ชม. ชม. ท21101 ภาษาไทย1 1.5 3 60 ท21102 ภาษาไทย2 1.5 3 60 ค21101 คณิตศาสตร์1 1.5 3 60 ค21102 คณิตศาสตร์ 2 1.5 3 60 ว21101 วิทยาศาสตร์1 1.0 2 40 ว21102 วิทยาศาสตร์2 1.0 2 40 ว21181 การออกแบบเทคโนโลยี1 0.5 1 20 ว21182 วิทยาการคำนวณ1 0.5 1 20 ส21101 สังคมศึกษา1 1.5 3 60 ส21102 สังคมศึกษา2 1.5 3 60 ส21103 ประวัติศาสตร์1 0.5 1 20 ส21104 ประวัติศาสตร์2 0.5 1 20 พ21101 สุขศึกษา1 0.5 1 20 พ21102 สุขศึกษา2 0.5 1 20 พ21103 พลศึกษา1 0.5 1 20 พ21104 พลศึกษา2 0.5 1 20 ศ21101 ศิลปะ(ทัศนศิลป์1) 0.5 1 20 ศ21102 ศิลปะ(ทัศนศิลป์2) 0.5 1 20 ศ21103 ศิลปะ(ดนตรี-นาฎศิลป์1) 0.5 1 20 ศ21104 ศิลปะ(ดนตรี-นาฎศิลป์2) 0.5 1 20 ง21101 การงานอาชีพ1 1.0 2 40 ง21102 การงานอาชีพ2 1.0 2 40 อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 1.5 3 60 อ21102 ภาษาอังกฤษ 2 1.5 3 60 รวม 11.0 22 440 รวม 11.0 22 440 รายวิชาเพิ่มเติม (เน้นสมรรถนะเฉพาะ) รายวิชาเพิ่มเติม (เน้นสมรรถนะเฉพาะ) บังคับเลือก บังคับเลือก ส21201 หน้าที่พลเมือง1 0.5 1 20 ส21202 หน้าที่พลเมือง2 0.5 1 20 ว21201 สสารและการ เปลี่ยนแปลง 0.5 1 20 ว21202 บรรยากาศและการ เปลี่ยนแปลง 0.5 1 20 ว21282 การนำเสนอด้วยแอพลิเค ชันแคนวา 1.0 2 40 รวม 1.0 2 40 รวม 2.0 4 80 บังคับห้อง บังคับห้อง ศ20201 จิตรกรรมลายเส้น 1.0 2 40 ศ20203 เทคนิคการเป่าขลุ่ยรีคอร์ เดอร์ 1.0 2 40 ศ20203 เทคนิคการเป่าขลุ่ยรีคอร์ เดอร์ 1.0 2 40 ศ20201 จิตรกรรมลายเส้น 1.0 2 40 รวม 1.0 2 40 รวม 1.0 2 40 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 20 แนะแนว 20 ลูกเสือ/เนตรนารี 20 ลูกเสือ/เนตรนารี 20 ชุมนุมทางวิชาการ 20 ชุมนุมทางวิชาการ 20 รวม 60 รวม 60 รวมเวลาเรียนและหน่วยการเรียน 13.0 26 520 รวมเวลาเรียนและหน่วยการเรียน 14.0 28 560 หมายเหตุกิจกรรมจิตอาสา บูรณาการอยู่ในกิจกรรมของโรงเรียน โดย จะต้องมีเวลาเรียนนอกเวลาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง/ภาคเรียน หมายเหตุกิจกรรมจิตอาสา บูรณาการอยู่ในกิจกรรมของโรงเรียน โดย จะต้องมีเวลาเรียนนอกเวลาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง/ภาคเรียน
๘ โครงสร้างเวลาเรียนรายชั้นปี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 รวม เวลา เรียน ภาคเรียนที่ 2 รวม เวลา เรียน รายวิชาพื้นฐาน (เน้นสมรรถนะหลัก) รายวิชาพื้นฐาน (เน้นสมรรถนะหลัก) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก. ชม. ชม. รหัสวิชา ชื่อวิชา นก. ชม. ชม. ท22101 ภาษาไทย3 1.5 3 60 ท22102 ภาษาไทย4 1.5 3 60 ค22102 คณิตศาสตร์ 3 1.5 3 60 ค22102 คณิตศาสตร์4 1.5 3 60 ว22101 วิทยาศาสตร์3 1.0 2 40 ว22102 วิทยาศาสตร์4 1.0 2 40 ว22183 การออกแบบเทคโนโลยี2 0.5 1 20 ว21184 วิทยาการคำนวณ2 0.5 1 20 ส22101 สังคมศึกษา3 1.5 3 60 ส22102 สังคมศึกษา4 1.5 3 60 ส22103 ประวัติศาสตร์3 0.5 1 20 ส22104 ประวัติศาสตร์4 0.5 1 20 พ22101 สุขศึกษา3 0.5 1 20 พ22102 สุขศึกษา4 0.5 1 20 พ22103 พลศึกษา3 0.5 1 20 พ22104 พลศึกษา4 0.5 1 20 ศ22101 ศิลปะ(ทัศนศิลป์3) 0.5 1 20 ศ22102 ศิลปะ(ทัศนศิลป์4) 0.5 1 20 ศ22103 ศิลปะ(ดนตรี-นาฎศิลป์3) 0.5 1 20 ศ22104 ศิลปะ(ดนตรี-นาฎศิลป์4) 0.5 1 20 ง22101 การงานอาชีพ3 1.0 2 40 ง22102 การงานอาชีพ4 1.0 2 40 อ22101 ภาษาอังกฤษ 3 1.5 3 60 อ22102 ภาษาอังกฤษ4 1.5 3 60 รวม 11.0 22 440 รวม 11.0 22 440 รายวิชาเพิ่มเติม (เน้นสมรรถนะเฉพาะ) รายวิชาเพิ่มเติม (เน้นสมรรถนะเฉพาะ) บังคับเลือก บังคับเลือก ส22201 หน้าที่พลเมือง3 0.5 1 20 ส22202 หน้าที่พลเมือง4 0.5 1 20 ว22201 โครงสร้างของโลก 0.5 1 20 ว22202 สารในชีวิตประจำวัน 0.5 1 20 ง20201 การขยายพันธุ์พืชและการ เพาะเลี้ยง 1.0 2 40 ว22284 การจัดการธุรกิจไอที 1.0 2 40 รวม 2.0 4 80 รวม 2.0 80 บังคับห้อง บังคับห้อง ศ20206 จิตรกรรมสีน้ำ 1.0 2 40 พ20203 เกมและกิจกรรม นันทนาการ 1.0 2 40 พ20203 เกมและกิจกรรมนันทนาการ 1.0 2 40 ศ20206 จิตรกรรมสีน้ำ 1.0 2 40 รวม 1.0 2 40 รวม 1.0 40 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 20 แนะแนว 20 ลูกเสือ/เนตรนารี 20 ลูกเสือ/เนตรนารี 20 ชุมนุมทางวิชาการ 20 ชุมนุมทางวิชาการ 20 รวม 60 รวม 60 รวมเวลาเรียนและหน่วยการเรียน 14.0 28 560 560 14.0 28 560 หมายเหตุกิจกรรมจิตอาสา บูรณาการอยู่ในกิจกรรมของโรงเรียน โดย จะต้องมีเวลาเรียนนอกเวลาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง/ภาคเรียน หมายเหตุกิจกรรมจิตอาสา บูรณาการอยู่ในกิจกรรมของโรงเรียน โดย จะต้องมีเวลาเรียนนอกเวลาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง/ภาคเรียน
๙ โครงสร้างเวลาเรียนรายชั้นปี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 รวม เวลา เรียน ภาคเรียนที่ 2 รวม เวลา เรียน รายวิชาพื้นฐาน (เน้นสมรรถนะหลัก) รายวิชาพื้นฐาน (เน้นสมรรถนะหลัก) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก. ชม. ชม. รหัสวิชา ชื่อวิชา นก. ชม. ชม. ท23101 ภาษาไทย5 1.5 3 60 ท23102 ภาษาไทย6 1.5 3 60 ค23101 คณิตศาสตร์5 1.5 3 60 ค23102 คณิตศาสตร์6 1.5 3 60 ว23101 วิทยาศาสตร์5 1.0 2 40 ว23102 วิทยาศาสตร์6 1.0 2 40 ว23185 การออกแบบเทคโนโลยี3 0.5 1 20 ว23186 วิทยาการคำนวณ3 0.5 1 20 ส23101 สังคมศึกษา5 1.5 3 60 ส23102 สังคมศึกษา6 1.5 3 60 ส23103 ประวัติศาสตร์5 0.5 1 20 ส23104 ประวัติศาสตร์6 0.5 1 20 พ23101 สุขศึกษา5 0.5 1 20 พ23102 สุขศึกษา6 0.5 1 20 พ23103 พลศึกษา5 0.5 1 20 พ23104 พลศึกษา6 0.5 1 20 ศ23101 ศิลปะ(ทัศนศิลป์5) 0.5 1 20 ศ23102 ศิลปะ(ทัศนศิลป์6) 0.5 1 20 ศ23103 ศิลปะ(ดนตรี-นาฎศิลป์5) 0.5 1 20 ศ23104 ศิลปะ(ดนตรี-นาฏศิลป์6) 0.5 1 20 ง23101 การงานอาชีพ5 1.0 2 40 ง23102 การงานอาชีพ6 1.0 2 40 อ23101 ภาษาอังกฤษ5 1.5 3 60 อ23102 ภาษาอังกฤษ6 1.5 3 60 รวม 11.0 22 440 รวม 11.0 440 รายวิชาเพิ่มเติม (เน้นสมรรถนะเฉพาะ) รายวิชาเพิ่มเติม (เน้นสมรรถนะเฉพาะ) บังคับเลือก บังคับเลือก ส22201 หน้าที่พลเมือง3 0.5 1 20 ส22202 หน้าที่พลเมือง4 0.5 1 20 ว22201 โครงสร้างของโลก 0.5 1 20 ว22202 สารในชีวิตประจำวัน 0.5 1 20 ว๒๐๒๐๓ การจัดการอาหารท้องถิ่น ๑.๐ ๒ ๔๐ ว22284 การจัดการธุรกิจไอที 1.0 2 40 รวม ๒.0 ๔ ๘0 รวม 2.0 80 บังคับห้อง บังคับห้อง ศ20202 การออกแบบการ์ตูน 1.0 2 40 ศ20205 เทคนิคการเล่นกีตาร์ เบื้องต้น 1.0 2 40 ศ20205 เทคนิคการเล่นกีตาร์ เบื้องต้น 1.0 2 40 ศ20202 การออกแบบการ์ตูน 1.0 2 40 รวม 1.0 2 40 รวม 1.0 40 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 20 แนะแนว 20 ลูกเสือ/เนตรนารี 20 ลูกเสือ/เนตรนารี 20 ชุมนุมทางวิชาการ 20 ชุมนุมทางวิชาการ 20 รวม 60 รวม 60 รวมเวลาเรียนและหน่วยการเรียน 1๔.0 2๘ 5๖0 520 14.0 28 560 หมายเหตุกิจกรรมจิตอาสา บูรณาการอยู่ในกิจกรรมของโรงเรียน โดย จะต้องมีเวลาเรียนนอกเวลาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง/ภาคเรียน หมายเหตุกิจกรรมจิตอาสา บูรณาการอยู่ในกิจกรรมของโรงเรียน โดย จะต้องมีเวลาเรียนนอกเวลาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง/ภาคเรียน
๑๐ โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัสวิชา รายวิชา หน่วยกิต ชั่วโมง รหัสวิชา รายวิชา หน่วยกิต ชั่วโมง รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ว๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์๑ ๑.๐ ๒ ว๒๑๑๐๒ วิทยาศาสตร์๒ ๑.๐ ๒ ว๒๑๑๘๑ การออกแบบเทคโนโลยี๑ ๐.๕ ๑ ว๒๑๑๘๒ วิทยาการคำนวณ๑ ๐.๕ ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ว๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์๓ ๑.๐ ๒ ว๒๒๑๐๒ วิทยาศาสตร์๔ ๑.๐ ๒ ว๒๒๑๘๓ การออกแบบเทคโนโลยี๒ ๐.๕ ๑ ว๒๒๑๘๔ วิทยาการคำนวณ๒ ๐.๕ ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ว๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์๕ ๑.๐ ๒ ว๒๓๑๐๒ วิทยาศาสตร์๖ ๑.๐ ๒ ว๒๓๑๘๕ การออกแบบเทคโนโลยี๓ ๐.๕ ๑ ว๒๓๑๘๖ วิทยาการคำนวณ๓ ๐.๕ ๑ รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาเพิ่มเติม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ว๒๑๒๐๑ สสารและการ เปลี่ยนแปลง ๐.๕ ๑ ว๒๑๒๐๒ บรรยากาศและ การเปลี่ยนแปลง ๐.๕ ๑ ว๒๑๒๘๒ การนำเสนอด้วย แอพลิเคชันแคนวา ๑.๐ ๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ว๒๒๒๐๑ โครงสร้างของโลก ๐.๕ ๑ ว๒๒๒๐๒ สารในชีวิตประจำวัน ๐.๕ ๑ ว๒๒๒๘๔ การจัดการธุรกิจไอที ๑.๐ ๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ว๒๓๒๐๑ พันธุกรรมกับการอยู่รอด ๐.๕ ๑ ว๒๓๒๐๒ คลื่นและแสง ๐.๕ ๑ ว๒๓๒๘๖ ปัญญาสร้างสรรค์ ๑.๐ ๒
๑๑ การจัดทำโครงสร้างรายวิชาฐานสมรรถนะ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โครงสร้างรายวิชาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ สามารถนำมาจัดเป็นหมวด รายวิชาตาม 6 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ รายวิชา หมายเหตุ 1 ด้านที่ 1 การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ 2 ด้านที่ 2 การคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ ว212๐๑ สสารและการเปลี่ยนแปลง ว2๑2๐๒ บรรยากาศและการเปลี่ยนแปลง ว2๒2๐๑ โครงสร้างโลก ว2๒2๐๒ สารในชีวิตประจำวัน ว2๓2๐๑ พันธุกรรมและการอยู่รอด ว2๓2๐๒ คลื่นและแสง 3 ด้านที่ 3 การสื่อสารด้วยภาษา 4 ด้านที่ 4 การจัดการและการทำงานเป็นทีม 5 ด้านที่ 5 การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6 ด้านที่ 6 การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน ว2๑2๘๒ การนำเสนอด้วยแอพลิเคชั่นแคนวา ว2๒2๘๔ การจัดการธุรกิจไอที ว2๓2๘๖ ปัญญาสร้างสรรค์
๑๒ การจัดทำโครงสร้างรายวิชาฐานสมรรถนะ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 โครงสร้างรายวิชาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ตามหลักสูตรสมรรถนะสามารถนำมาจัดเป็นหมวดรายวิชา ตามด้าน 6 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ รายวิชา หมายเหตุ 1 ด้านที่ 1 การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ 2. ด้านที่ 2 การคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ 3. ด้านที่ 3 การสื่อสารด้วยภาษา 4. ด้านที่ 4 การจัดการและการทำงานเป็นทีม 5. ด้านที่ 5 การเป็นพลเมืองที่เข็มแข็ง 6. ด้านที่ 6 การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน
๑๓ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด (รายวิชาพื้นฐาน)
๑๔ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาศาสตร์1 รหัสวิชา ว21101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน ๑.0 หน่วยกิต เวลา ๔๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ มาตรฐานว1.2 เข้าใจสมบัติของ สิ่งมีชีวิตหน่วย พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้า และออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ ของระบบต่างๆของ สัตว์และมนุษย์ที่ ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ ของอวัยวะต่างๆของ พืชที่ทำงานสัมพันธ์ กันรวมทั้งนำความรู้ ไปใช้ประโยชน์
๑๕ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ม.1/1เปรียบเทียบ รูปร่างลักษณะและ โครงสร้างของเซลล์ พืชและเซลล์สัตว์ รวมทั้งบรรยาย หน้าที่ของผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ไซ โทพลาซึม นิวเคลียสแวคิวโอล ไมโทคอนเดรียและ คลอโรพลาสต์ ม.1/2ใช้กล้อง จุลทรรศน์ใช้แสง ศึกษาเซลล์ และโครงสร้างต่างๆ ภายในเซลล์ - เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิตสิ่งมีชีวิต บางชนิดมีเซลล์เพียงเซลล์ เดียวเช่นอะมีบา พารามีเซียมยีสต์บางชนิดมี หลายเซลล์เช่นพืชสัตว์ -โครงสร้างพื้นฐานที่พบทั้ง ในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ และสามารถสังเกตได้ด้วย กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ไซโทพลาซึม และนิวเคลียสโครงสร้างที่ พบในเซลล์พืชแต่ไม่พบใน เซลล์สัตว์ได้แก่ผนังเซลล์ และคลอโรพลาสต์ -โครงสร้างต่างๆของเซลล์มี หน้าที่แตกต่างกัน - ผนังเซลล์ทำหน้าที่ให้ความ แข็งแรงแก่เซลล์ - เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่ ห่อหุ้มเซลล์และควบคุมการ ลำเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ - นิวเคลียสทำหน้าที่ควบคุม การทำงานของเซลล์ -การ เปรียบเทียบ -การสังเกต -การระบุ/ใช้ -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถ ในการคิด -ความ สามารถ ในการ สื่อสาร
๑๖ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ - แวคิวโอลทำหน้าที่เก็บน้ำ - ไมโทคอนเดรียทำหน้าที่ เกี่ยวกับการสลายสารอาหาร เพื่อให้ได้พลังงานแก่เซลล์ - คลอโรพลาสต์เป็นแหล่งที่ เกิดการสังเคราะห์ด้วยแสง ว 1.2 ม.1/3อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่าง รูปร่างกับการทำหน้าที่ ของเซลล์ เซลล์ของสิ่งมีชีวิตมีรูปร่าง ลักษณะ ที่หลากหลายและมี ความเหมาะสมกับ หน้าที่ของ เซลล์นั้น เช่น เซลล์ประสาท ส่วนใหญ่ มีเส้นใยประสาท เป็นแขนงยาว นำกระแส ประสาทไปยังเซลล์อื่น ๆ ที่ อยู่ไกลออกไป เซลล์ขนราก เป็นเซลล์ผิว ของรากที่มีผนัง เซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์ยื่น ยาว ออกมาลักษณะคล้ายขนเส้น เล็ก ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการ ดูดน้ำและธาตุอาหาร -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร ว 1.2 ม.1/4อธิบาย การจัดระบบของ สิ่งมีชีวิต โดยเริ่มจาก เซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ จนเป็น สิ่งมีชีวิต พืชและสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิต หลายเซลล์ มีการจัดระบบ โดยเริ่มจากเซลล์ไปเป็น เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ และ สิ่งมีชีวิตตามลำดับ เซลล์ หลายเซลล์ มารวมกันเป็น เนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อหลายชนิด มารวมกันและทำงานร่วมกัน เป็นอวัยวะ อวัยวะต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเป็นระบบ อวัยวะ ระบบอวัยวะทุกระบบ ทำงาน ร่วมกันเป็นสิ่งมีชีวิต -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร
๑๗ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.1/5 อธิบาย กระบวนการแพร่และ ออสโมซิสจากหลักฐาน เชิงประจักษ์และ ยกตัวอย่าง การแพร่และ ออสโมซิส ใน ชีวิตประจำวัน เซลล์มีการนำสารเข้าสู่เซลล์ เพื่อ ใช้ใน กระบวนการต่าง ๆ ของ เซลล์ มีการขจัด สารบางอย่างที่ เซลล์ไม่ต้องการออกนอก เซลล์ การนำสารเข้าและออกจากเซลล์ มีหลายวิธี เช่น การแพร่ เป็นการ เคลื่อนที่ ของสารจากบริเวณที่มี ความเข้มข้นของ สารสูงไปสู่ บริเวณที่มีความเข้มข้นของ สารต่ำ ส่วนออสโมซิส เป็นการแพร่ของ น้ำ ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ จากด้านที่มี ความเข้มข้น ของสารละลายต่ำไป ยังด้านที่มีความเข้มข้นของ สารละลายสูงกว่า -อธิบาย-อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร ว 1.2 ม.1/6ระบุ ปัจจัยที่จำเป็นในการ สังเคราะห์ด้วยแสงและ ผลผลิตที่ เกิดขึ้นจาก การสังเคราะห์ด้วยแสง โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ของพืช ที่เกิดขึ้นในคลอโรพลาสต์ จำเป็นต้องใช้แสง แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์คลอโรฟิลล์ และน้ำ ผลผลิตที่ได้จากการ สังเคราะห์ด้วยแสง ได้แก่ น้ำตาล และแก๊สออกซิเจน -ระบุ -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร ว 1.2 ม.1/7อธิบาย ความสำคัญของ การ สังเคราะห์ด้วยแสงของ พืช ต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม การสังเคราะห์ด้วยแสง เป็น กระบวนการ ที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิต เพราะเป็นกระบวนการเดียวที่ สามารถนำพลังงานแสงมา เปลี่ยนเป็นพลังงานในรูป สารประกอบ อินทรีย์และเก็บ สะสมในรูปแบบต่าง ๆ ใน โครงสร้างของพืช พืชจึงเป็นแหล่ง อาหารและพลังงานที่สำคัญของ สิ่งมีชีวิตอื่น นอกจากนี้ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ยังเป็นกระบวนการหลักในการ สร้างแก๊ส ออกซิเจนให้กับ บรรยากาศ -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร
๑๘ มาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.1/8ตระหนักใน คุณค่าของพืชที่มีต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยการร่วมกันปลูกและ ดูแล รักษาต้นไม้ใน โรงเรียนและชุมชน กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ยังเป็นกระบวนการหลักในการ สร้างแก๊ส ออกซิเจนให้กับ บรรยากาศ -ตระหนัก -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ ว 1.2 ม.1/9บรรยาย ลักษณะและหน้าที่ของ ไซเล็มและโฟลเอ็ม ว 1.2 ม.1/10เขียน แผนภาพที่บรรยาย ทิศ ทางการลำเลียงสารในไซ เล็ม และโฟลเอ็มของพืช พืชมีไซเล็มและโฟลเอ็ม ซึ่งเป็น เนื้อเยื่อมีลักษณะคล้ายท่อ เรียงตัว กันเป็น กลุ่มเฉพาะที่ โดยไซเล็มทำ หน้าที่ลำเลียงน้ำ และธาตุอาหาร มีทิศทางลำเลียงจากราก ไปสู่ลำ ต้น ใบ และส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง รวมถึง กระบวนการอื่น ๆ ส่วน โฟลเอ็มทำหน้าที่ ลำเลียงอาหารที่ ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง มี ทิศทางลำเลียงจากบริเวณที่มีการ สังเคราะห์ด้วยแสงไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืช -บรรยาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร ว 1.2 ม.1/11อธิบาย การสืบพันธุ์แบบ อาศัย เพศ และไม่อาศัยเพศ ของ พืชดอก พืชดอกทุกชนิดสามารถสืบพันธุ์ แบบ อาศัยเพศได้และบางชนิด สามารถสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ได้ -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ ว 1.2 ม.1/12อธิบาย ลักษณะโครงสร้าง ของ ดอกที่มีส่วนทำให้เกิด การถ่ายละอองเรณู รวมทั้ง บรรยายการ ปฏิสนธิของพืชดอก การ เกิดผลและเมล็ด การ กระจาย เมล็ดและการ งอกของเมล็ด การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็น การสืบพันธุ์ที่มีการผสมกันของ สเปิร์มกับเซลล์ไข่การสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศของพืชดอก เกิดขึ้นที่ดอก โดยภายในอับเรณู ของ ส่วนเกสรเพศผู้มีเรณูซึ่งทำ หน้าที่สร้างสเปิร์ม ภายในออวุล ของส่วนเกสรเพศเมีย มีถุง เอ็มบริโอ ทำหน้าที่สร้างเซลล์ไข่ -อธิบาย -ตระหนัก -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร
๑๙ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.1/13 ตระหนักถึงความสำคัญ ของสัตว์ที่ช่วยในการ ถ่ายละอองเรณูของ พืช ดอก โดยการไม่ทำลาย ชีวิต ของสัตว์ที่ช่วยใน การถ่ายเรณู -การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นการสืบพันธุ์ที่พืชต้นใหม่ ไม่ได้เกิดจาก การปฏิสนธิ ระหว่างสเปิร์มกับเซลล์ไข่แต่ เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของพืช มี การเจริญเติบโตและพัฒนาขึ้น มา เป็นต้นใหม่ได้ -การถ่ายเรณูคือ การ เคลื่อนย้ายของเรณูจากอับ เรณูไปยังยอดเกสรเพศเมีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับลักษณะและ โครงสร้างของ ดอก เช่น สี ของกลีบดอก ตำแหน่งของ เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย โดยมีสิ่งที่ช่วยในการถ่ายเรณู เช่น แมลง ลมการถ่ายเรณูจะ นำไปสู่การปฏิสนธิซึ่งจะ เกิดขึ้นที่ถุงเอ็มบริโอภายใน ออวุล หลัง-การปฏิสนธิจะได้ ไซโกต และ เอนโอสเปิร์ม ไซ โกตจะพัฒนาต่อไปเป็น เอ็มบริโอ ออวุลพัฒนาไปเป็น เมล็ด และ รังไข่พัฒนาไปเป็น ผล -ผลและเมล็ดมีการกระจายออก จากต้นเดิม โดยวิธีการต่าง ๆ เมื่อเมล็ดไปตก ใน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะ เกิด การงอกของเมล็ด โดย เอ็มบริโอภายใน เมล็ดจะเจริญ ออกมา โดยระยะแรกจะ อาศัย อาหารที่สะสมภายในเมล็ด จนกระทั่งใบแท้พัฒนา จน สามารถ สังเคราะห์ด้วยแสงได้
๒๐ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.1/14อธิบายความสำคัญ ของธาตุอาหารบางชนิดที่มีผล ต่อการเจริญเติบโตและ การ ดำรงชีวิตของพืช ว 1.2 ม.1/15เลือกใช้ปุ๋ยที่มี ธาตุอาหาร เหมาะสมกับพืชใน สถานการณ์ ที่กำหนด -พืชต้องการธาตุอาหารที่ จำเป็นหลายชนิด ในการ เจริญเติบโตและการดำรงชีวิต พืชต้องการธาตุอาหารบาง ชนิดในปริมาณ มาก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และ กำมะถัน ซึ่ง ในดินอาจมีไม่เพียงพอสำหรับ การเจริญเติบโตของพืช จึง ต้องมีการให้ ธาตุอาหารในรูป ของปุ๋ยกับพืช อย่างเหมาะสม -อธิบาย-อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร
๒๑ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ การนำความรู้เกี่ยวกับปัจจัยที่ จำเป็น ต่อการเจริญเติบโตของ พืชมาใช้ในการเพิ่ม จำนวนพืช และทำให้พืชสามารถ เจริญเติบโตได้ในหลอดทดลอง ซึ่งจะได้พืชจำนวนมากใน ระยะเวลาสั้น และ สามารถนำ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อมาประยุกต์เพื่อการ อนุรักษ์ พันธุกรรมพืช ปรับปรุง พันธุ์พืชที่มี ความสำคัญทาง เศรษฐกิจ การผลิตยาและ สารสำคัญในพืช และอื่น ๆ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร ว 2.1 ม.1/1อธิบาย สมบัติทางกายภาพ บาง ประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ที่ได้จาก การ สังเกตและการทดสอบ และ ใช้สารสนเทศที่ได้ จาก แหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้ง จัดกลุ่มธาตุเป็นโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ธาตุแต่ละชนิดมีสมบัติเฉพาะตัว และมีสมบัติทางกายภาพบาง ประการเหมือนกัน และบาง ประการต่างกัน ซึ่งสามารถ นำมา จัดกลุ่มธาตุเป็นโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ธาตุโลหะมี จุดเดือด จุดหลอมเหลวสูง มีผิว มันวาว นำความร้อน นำไฟฟ้า ดึงเป็นเส้นหรือตีเป็นแผ่นบาง ๆ ได้และมีความหนาแน่นทั้งสูง และต่ำ ธาตุอโลหะมีจุดเดือด จุดหลอมเหลวต่ำ มีผิวไม่มันวาว ไม่นำความร้อน ไม่นำไฟฟ้า เปราะ แตกหักง่าย และมีความ หนาแน่นต่ำ ธาตุกึ่งโลหะมี สมบัติบางประการเหมือนโลหะ และสมบัติบางประการเหมือน อโลหะ -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร
๒๒ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.1 ม.1/1อธิบาย สมบัติทางกายภาพ บาง ประการของธาตุโลหะ อโลหะและกึ่งโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ที่ได้จากการ สังเกตและการทดสอบ และใช้สารสนเทศที่ได้ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ รวมทั้งจัดกลุ่มธาตุเป็น โลหะอโลหะและกึ่ง โลหะ ธาตุแต่ละชนิดมีสมบัติเฉพาะตัว และมีสมบัติทางกายภาพบาง ประการเหมือนกัน และบาง ประการต่างกัน ซึ่งสามารถนำมา จัดกลุ่มธาตุเป็นโลหะอโลหะ และกึ่งโลหะธาตุโลหะมีจุดเดือด จุดหลอมเหลวสูง มีผิวมันวาว นำความร้อน นำไฟฟ้าดึงเป็น เส้นหรือตีเป็นแผ่นบางๆได้ และมีความหนาแน่นทั้งสูงและ ต่ำ ธาตุอโลหะมีจุดเดือด จุด หลอมเหลวต่ำ มีผิวไม่มันวาว ไม่ นำความร้อน ไม่นำไฟฟ้า เปราะ แตกหักง่าย และมีความ หนาแน่นต่ำ ธาตุกึ่งโลหะมี สมบัติบางประการเหมือนโลหะ และสมบัติบางประการเหมือน อโลหะ -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร ว 2.1 ม.1/2วิเคราะห์ผล จากการใช้ธาตุโลหะ อโลหะกึ่งโลหะและ ธาตุกัมมันตรังสีที่มีต่อ สิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม จากข้อมูลที่รวบรวมได้ว 2.1 ม.1/3ตระหนักถึง คุณค่าของการใช้ธาตุ โลหะอโลหะกึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสีโดย เสนอแนวทางการใช้ ธาตุ อย่างปลอดภัย คุ้มค่า ธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ที่ สามารถ แผ่รังสีได้จัดเป็นธาตุ กัมมันตรังสี ธาตุมีทั้งประโยชน์และโทษ การ ใช้ธาตุโลหะอโลหะกึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสีควรคำนึงถึง ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม -วิเคราะห์ -ตระหนัก -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร
๒๓ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.1 ม.1/4 เปรียบเทียบจุดเดือด จุดหลอมเหลวของสาร บริสุทธิ์ และสารผสม โดยการวัดอุณหภูมิ เขียนกราฟ แปล ความหมาย ข้อมูลจาก กราฟ หรือสารสนเทศ -สารบริสุทธิ์ประกอบด้วยสาร เพียงชนิดเดียว ส่วนสารผสม ประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป สารบริสุทธิ์แต่ ละชนิดมี สมบัติบางประการที่ เป็นค่าเฉพาะตัว เช่น จุดเดือด และจุดหลอมเหลวคงที่ แต่ สารผสมมีจุดเดือดและจุด หลอมเหลว ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับ ชนิดและสัดส่วนของสาร ที่ ผสมอยู่ด้วยกัน -เปรียบ เทียบ -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร ว 2.1 ม.1/5อธิบาย และเปรียบเทียบ ความหนาแน่นของ สารบริสุทธิ์และสาร ผสม 2.1 ม.1/6ใช้ เครื่องมือเพื่อวัดมวล และปริมาตรของสาร บริสุทธิ์และ สารผสม สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมีความ หนาแน่น หรือมวลต่อหนึ่ง หน่วยปริมาตรคงที่ เป็นค่า เฉพาะของสารนั้น ณ สถานะ และ อุณหภูมิหนึ่ง แต่สาร ผสมมีความหนาแน่น ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับชนิดและสัดส่วนของ สาร ที่ผสมอยู่ด้วยกัน -อธิบาย -เปรียบ เทียบ -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร ว 2.1 ม.1/7 อธิบายเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ ระหว่างอะตอม ธาตุและ สารประกอบ โดย ใช้แบบจำลอง และสารสนเทศ -สารบริสุทธิ์แบ่งออกเป็นธาตุ และสารประกอบ ธาตุ ประกอบด้วยอนุภาค ที่เล็ก ที่สุดที่ยังแสดงสมบัติของธาตุ นั้น เรียกว่าอะตอม ธาตุแต่ ละชนิดประกอบด้วยอะตอม เพียงชนิดเดียวและ ไม่ สามารถแยกสลายเป็นสาร อื่นได้ด้วยวิธี ทางเคมี -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร
๒๔ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ในอัตราส่วน คงที่ มีสมบัติ แตกต่างจากธาตุที่เป็น องค์ประกอบ สามารถแยกเป็น ธาตุได้ ด้วยวิธีทางเคมี ธาตุและ สารประกอบ สามารถเขียนแทน ได้ด้วยสูตรเคมี ว 2.1 ม.1/8อธิบาย โครงสร้างอะตอม ที่ ประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และ อิเล็กตรอน โดยใช้ แบบจำลอง อะตอมประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โปรตอนมีประจุไฟฟ้าบวก ธาตุ ชนิดเดียวกันมีจำนวนโปรตอน เท่ากัน และเป็นค่าเฉพาะของ ธาตุนั้น นิวตรอน เป็นกลางทาง ไฟฟ้า ส่วนอิเล็กตรอนมี ประจุ ไฟฟ้าลบ เมื่ออะตอมมีจำนวน โปรตอนเท่ากับจำนวน อิเล็กตรอนจะเป็น กลางทาง ไฟฟ้า โปรตอนและนิวตรอน รวมกันตรงกลางอะตอมเรียกว่า นิวเคลียส ส่วนอิเล็กตรอน เคลื่อนที่อยู่ในที่ว่างรอบ นิวเคลียส -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร ว 2.1 ม.1/9อธิบาย และเปรียบเทียบ การ จัดเรียงอนุภาค แรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ของ อนุภาคของ สสาร ชนิดขณเดียวกันใน สถานะองแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจำลอง สสารทุกชนิดประกอบด้วย อนุภาค โดยสารชนิด เดียวกันที่มีสถานะของแข็ง ของเหล แก๊สจะมีการ จัดเรียงอนุภาคแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ ของอนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งมี ผลต่อรูปร่างและปริมาตร ของสสารอนุภาคของ ของแข็งเรียงชิดกัน มีแรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาคมาก -อธิบาย -เปรียบ เทียบ -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การสื่อสาร
๒๕ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาศาสตร์2 รหัสวิชา ว21102 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๑.0 หน่วยกิต เวลา ๔๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ มาตรฐานว2.2 เข้าใจธรรมชาติของ แรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อ วัตถุลักษณะการ เคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุรวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ม.1/1สร้าง แบบจำลองที่อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่าง ความดันอากาศกับ ความสูงจากพื้นโลก -เมื่อวัตถุอยู่ในอากาศจะมีแรง ที่อากาศกระทำต่อวัตถุในทุก ทิศทางแรงที่อากาศกระทำต่อ วัตถุขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของ วัตถุนั้นแรงที่อากาศกระทำตั้ง ฉากกับผิววัตถุต่อหนึ่งหน่วย พื้นที่เรียกว่าความดันอากาศ - ความดันอากาศมี ความสัมพันธ์กับความสูงจาก พื้นโลกโดยบริเวณที่สูงจากพื้น โลกขึ้นไปอากาศเบาบางลง มวลอากาศน้อยลงความดัน อากาศก็จะลดลง -การ ออกแบบ -การอธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด
๒๖ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ มาตรฐานว2.3เข้าใจ ความหมายของ พลังงานการ เปลี่ยนแปลงและ การถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานใน ชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียงแสง และคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้ง นำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ม.1/1วิเคราะห์แปล ความหมายข้อมูลและ คำนวณปริมาณความ ร้อนที่ทำให้สสาร เปลี่ยนอุณหภูมิและ เปลี่ยนสถานะโดยใช้ สมการ Q = mc ∆ T และ Q = mL ม.1/2ใช้เทอร์มอ มิเตอร์ในการวัด อุณหภูมิของสสาร - เมื่อสสารได้รับหรือสูญเสีย ความร้อนอาจทำให้สสาร เปลี่ยนอุณหภูมิเปลี่ยนสถานะ หรือเปลี่ยนรูปร่าง -ปริมาณความร้อนที่ทำให้ สสารเปลี่ยนอุณหภูมิขึ้นกับ มวลความร้อนจำเพาะและ อุณหภูมิที่เปลี่ยนไป -วิเคราะห์ -การคำนวณ -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด
๒๗ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ม.1/3สร้าง แบบจำลองที่อธิบาย การขยายตัวหรือหด ตัวของสสารเนื่องจาก ได้รับหรือสูญเสีย ความร้อน ม.1/4ตระหนักถึง ประโยชน์ของความรู้ ของการหดและ ขยายตัวของสสาร เนื่องจากความร้อน โดยวิเคราะห์ สถานการณ์ปัญหา และเสนอแนะวิธีการ นำความรู้มาแก้ปัญหา ในชีวิตประจำวัน -ความร้อนทำให้สสารขยายตัว หรือหดตัวได้เนื่องจากเมื่อ สสารได้รับความร้อนจะทำให้ อนุภาคเคลื่อนที่เร็วขึ้นทำให้ เกิด การขยายตัวแต่เมื่อสสารคาย ความร้อนจะทำให้อนุภาค เคลื่อนที่ช้าลงทำให้เกิดการ หดตัว -ความรู้เรื่องการหดและ ขยายตัวของสสารเนื่องจาก ความร้อนนำไปใช้ประโยชน์ได้ ด้านต่างๆเช่นการสร้างถนน การสร้างรางรถไฟ การทำเทอร์มอมิเตอร์ -การ ออกแบบ -การอธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด
๒๘ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ชีวิตประจำวันโดยใช้ ความรู้เกี่ยวกับการ ถ่ายโอนความร้อน - การถ่ายโอนความร้อนมี3 แบบคือ การนำความร้อนการพาความ ร้อนและการแผ่รังสีความร้อน การนำความร้อนเป็นการถ่าย โอนความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลาง ไม่เคลื่อนที่การพาความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ อาศัยตัวกลางโดยที่ตัวกลาง เคลื่อนที่ไปด้วยส่วนการแผ่ รังสีความร้อนเป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่ไม่ต้องอาศัย ตัวกลาง -ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอน ความร้อนสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ เช่นการเลือกใช้วัสดุเพื่อนำมา ทำภาชนะบรรจุอาหารเพื่อ เก็บความร้อนหรือ การออกแบบระบบระบาย ความร้อนในอาคาร -การ ออกแบบ -การ เชื่อมโยง -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การ นำไปใช้
๒๙ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ม.1/5 วิเคราะห์ สถานการณ์การถ่าย โอนความร้อนและ คำนวณปริมาณความ ร้อนที่ถ่ายโอนระหว่าง สสารจนเกิดสมดุล ความร้อนโดยใช้ สมการ Qสูญเสีย = Q ได้รับ -ความร้อนถ่ายโอนจากสสาร ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าไปยังสสาร ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจนกระทั่ง อุณหภูมิของสสารทั้งสอง เท่ากันสภาพที่สสารทั้งสองมี อุณหภูมิเท่ากันเรียกว่าสมดุล ความร้อน - เมื่อมีการถ่ายโอนความร้อน จากสสารที่มีอุณหภูมิต่างกัน จนเกิดสมดุลความร้อน ความร้อนที่เพิ่มขึ้นของสสาร หนึ่งจะเท่ากับ ความร้อนที่ลดลงของอีกสสาร หนึ่งซึ่งเป็นไปตามกฎการ อนุรักษ์พลังงาน -วิเคราะห์ -อย่างถูกต้อง -อย่างมี ประสิทธิภาพ - ความ สามารถใน การคิด ม.1/6สร้าง แบบจำลองที่อธิบาย การถ่ายโอนความร้อน โดยการนำความร้อน การพาความร้อนการ แผ่รังสี ความร้อน ม.1/7ออกแบบ เลือกใช้และสร้าง อุปกรณ์เพื่อแก้ปัญหา ใน
๓๐ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาการคำนวณ1 รหัสวิชา ว21182 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลา ๒๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิด เชิงคำนวณในการ แก้ปัญหาที่พบในชีวิต จริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารในการ เรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมี จริยธรรม -เข้าใจและใช้แนวคิดเชิง คำนวณในการแก้ปัญหาที่พบ ในชีวิตจริง ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารใน การเรียนรู้ การทำงาน และ การแก้ปัญหา -ใช้แนวคิด -คำนวณ -แก้ปัญหา -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี ม.1/1. ออกแบบ อัลกอริทึมที่ใช้แนวคิด เชิงนามธรรมเพื่อ แก้ปัญหาหรืออธิบาย การทำงานที่พบใน ชีวิตจริง -แนวคิดเชิงนามธรรมเป็นการ ประเมินความสำคัญของ รายละเอียดของปัญหา แยกแยะส่วนที่เป็น สาระสำคัญออกจากส่วนที่ ไม่ใช่สาระสำคัญ -ออกแบบ -แนวคิด -คำนวณ -แก้ปัญหา -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา
๓๑ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -ตัวอย่างปัญหา เช่นต้องการปู หญ้าในสนามตามพื้นที่ที่ กำหนดโดยหญ้าหนึ่งผืนขนาด ความกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 50เซนติเมตรจะใช้หญ้า ทั้งหมดกี่ผืน ม1/2 ออกแบบและ เขียนโปรแกรมอย่าง ง่าย เพื่อแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์หรือ วิทยาศาสตร์ -การออกแบบและเขียน โปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร เงื่อนไขวนซ้ำ -การออกแบบอัลกอริทึมเพื่อ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างง่ายอาจใช้ แนวคิดเชิงนามธรรมในการ ออกแบบเพื่อให้การแก้ปัญหา มีประสิทธิภาพ -การแก้ปัญหาอย่างเป็น ขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ -ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียน โปรแกรมเช่นScratch, python, java, c -ออกแบบ -ใช้แนวคิด -คำนวณ -แก้ปัญหา -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -รู้เท่าทัน -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี
๓๒ มาตรฐาน การเรียนรู้และ ตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณ ะอันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ควรรู้ -ตัวอย่างโปรแกรมเช่น โปรแกรมสมการการเคลื่อนที่ โปรแกรมคำนวณหาพื้นที่ โปรแกรมคำนวณดัชนีมวล กาย ม.1/3 รวบรวมข้อมูล ปฐมภูมิ ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอ ข้อมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดย ใช้ ซอฟต์แวร์หรือบริการ อินเทอร์เน็ตที่ หลากหลาย -การรวบรวมข้อมูลจาก แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ประมวลผลสร้างทางเลือก ประเมินผลจะทำให้ได้ สารสนเทศเพื่อใช้ในการ แก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้ อย่างมีประสิทธิภาพ -การประมวลผลเป็นการ กระทำกับข้อมูลเพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ที่มีความหมายและมี ประโยชน์ต่อการนำไปใช้งาน สามารถทำได้หลายวิธีเช่น คำนวณอัตราส่วนคำนวณ ค่าเฉลี่ย -การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการ บนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย ในการรวบรวมประมวลผล สร้างทางเลือกประเมินผล นำเสนอจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ อย่างรวดเร็วถูกต้องและ แม่นยำ -รวบรวม -ประมวลผล -ประเมินผล -นำเสนอ -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภา พ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถใน การใช้ซอฟต์แวร์ หรือบริการ อินเทอร์เน็ต
๓๓ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -ตัวอย่างปัญหาเน้นการ บูรณาการกับวิชาอื่นเช่น ต้มไข่ให้ตรงกับพฤติกรรมการ บริโภคค่าดัชนีมวลกายของคน ในท้องถิ่นการสร้างกราฟผล การทดลองและวิเคราะห์ แนวโน้ม ม.1/4 ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัย -ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัยเช่นการปกป้องความ เป็นส่วนตัวและอัตลักษณ์ -การจัดการอัตลักษณ์เช่นการ ตั้งรหัสผ่านการปกป้องข้อมูล ส่วนตัวผู้อื่นอนาจารวิจารณ์ ผู้อื่นอย่างหยาบคาย -ข้อตกลงข้อกำหนดในการใช้ สื่อหรือแหล่งข้อมูลต่างๆเช่น Creative, Commons -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างมี ประสิทธิภาพ -อย่าง ปลอดภัย -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี
๓๔ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาศาสตร์3 รหัสวิชา ว22101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน ๑.0 หน่วยกิต เวลา ๔๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.2/1ระบุ อวัยวะและบรรยาย หน้าที่ของอวัยวะที่ เกี่ยวข้องในระบบ หายใจ ว 1.2 ม.2/2 อธิบายกลไกการหายใจ เข้าและออก โดยใช้ แบบจำลอง รวมทั้ง อธิบายกระบวนการ แลกเปลี่ยน แก๊ส ว 1.2 ม.2/3ตระหนัก ถึงความสำคัญของ ระบบหายใจ โดยการ บอกแนวทาง ในการ ดูแลรักษาอวัยวะ ใน ระบบหายใจให้ทำงาน เป็นปกติ -ระบบหายใจมีอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จมูก ท่อลม ปอด กะบังลม และ กระดูกซี่โครงมนุษย์หายใจ เข้าเพื่อนำแก๊สออกซิเจน เข้าสู่ร่างกายเพื่อนำไปใช้ใน เซลล์และ หายใจออกเพื่อ กำจัดแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ออก จากร่างกาย อากาศ เคลื่อนที่เข้าและออกจาก ปอดได้เนื่องจากการ เปลี่ยนแปลงปริมาตรและ ความดันของอากาศภายใน ช่องอกซึ่งเกี่ยวข้องกับการ ทำงานของกะบังลม และ กระดูกซี่โครงกแลกเปลี่ยน แก๊สออกซิเจนกับแก๊ คาร์บอนไดออกไซด์ใน ร่างกาย เกิดขึ้น บริเวณถุง ลมในปอดกับหลอดเลือด ฝอย ที่ถุงลม และระหว่าง หลอดเลือดฝอยกับเนื้อเยื่อ การสูบบุหรี่การสุดอากาศ ที่มีสารปนเปื้อน และการ เป็นโรคเกี่ยวกับระบหายใจ บางโรค ทำให้เกิดโรคถุงลม โป่งพอง ซึ่งมีผลให้ความจุ อากาศของปอดลดลง ดังนั้นจึงควรดูแลรักษา ระบบหายใจ ให้ทำหน้าที่ เป็นปกติ -ระบุ -อธิบาย -ตระหนัก -อย่างชัดเจน -อย่างถูกต้อง -อย่างเป็น ระบบ -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต -ความ สามารถใน การคิด
๓๕ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.2/4ระบุ อวัยวะและบรรยาย หน้าที่ของอวัยวะใน ระบบขับถ่าย ในการ กำจัดของเสียทางไต ว 1.2 ม.2/5 ตระหนักถึง ความสำคัญของ ระบบขับถ่ายในการ กำจัด ของเสียทางไต โดยการบอก แนวทาง ในการปฏิบัติตนที่ ช่วยให้ระบบขับถ่าย ทำหน้าที่ ได้อย่างปกติ ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่ เกี่ยวข้อง คือ ไตท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อ ปัสสาวะ โดยมีไตทำหน้าที่ กำจัดของเสีย เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กดรยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกาย ไม่ ต้องการออกจากเลือด และควบคุมสาร ที่มีมาก หรือน้อเกินไป เช่น น้ำ โดยขับออกมาในรูป ปัสสาวะการเลือกรับประ ทาอาหารที่เหมาะสมเช่น รับประทานอาหารที่ไม่มี รสเค็มจัดการดื่มน้ำ สะอาดให้เพียงพอ เป็น แนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ ระบบขับถ่าย ทำหน้าที่ได้ อย่างปกติ -ระบุ -ตระหนัก -อย่างชัดเจน -อย่างถูกต้อง -อย่าง เหมาะสม -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต -ความ สามารถใน การคิด
๓๖ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.2/6 บรรยายโครงสร้างและ หน้าที่ของ หัวใจ หลอดเลือด และเลือดว 1.2 ม.2/7 อธิบายการทำงานของ ระบบหมุนเวียนเลือด โดยใช้แบบจำลอง -ระบบหมุนเวียนเลือด ประกอบด้วย หัวใจ หลอด เลือด และเลือดหัวใจของ มนุษย์แบ่งเป็น 4 ห้อง ได้แก่ หัวใจห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง ระหว่างหัวใจห้องบนและ หัวใจห้องล่าง มีลิ้นหัวใจ กั้นหลอดเลือด แบ่งเป็น หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอด เลือดฝอย ซึ่งมีโครงสร้าง ต่างกันเลือด ประกอบด้วย เซลล์เม็ดเลือด เพลตเลต และพลาสมา-การบีบและคลายตัวของ หัวใจทำให้เลือด หมุนเวียน และลำเลียงสารอาหาร แก๊ส ของเสีย และสารอื่นๆ ไปยังอวัยวะและ เซลล์ ต่าง ๆ ทั่วร่างกายเลือดที่มี ปริมาณแก๊สออกซิเจนสูง จะออกจาก หัวใจไปยัง เซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะเดียวกันแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์จาก เซลล์จะแพร่เข้าสู่เลือด และลำเลียงกลับ เข้าสู่ หัวใจและถูกส่งไป แลกเปลี่ยนแก๊ส ที่ปอด -บรรยาย -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -อย่างเป็น ระบบ -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต-ความ สามารถใน การคิด
๓๗ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.2/8 ออกแบบการทดลอง และทดลอง ในการ เปรียบเทียบอัตราการ เต้น ของหัวใจ ขณะปกติ และหลังทำ กิจกรรม ว 1.2 ม.2/9 ตระหนักถึง ความสำคัญ ของระบบหมุนเวียน เลือด โดยการบอก แนวทาง ในการดูแล รักษาอวัยวะ ในระบบ หมุนเวียนเลือด ให้ ทำงานเป็นปกติ -ชีพจรบอกถึงจังหวะการ เต้นของหัวใจ ซึ่งอัตราการ เต้นของหัวใจในขณะปกติ และ หลังจากทำกิจกรรม ต่าง ๆ จะแตกต่างกัน ส่วน ความดันเลือด ระบหมุน เวียนเลือด เกิดจากการ ทำงานของหัวใจและ หลอด เลือดอัตราการเต้นของหัวใจ มีความแตกต่างกัน ในแต่ละ บุคคล คนที่เป็นโรคหัวใจ และ หลอดเลือดจะส่งผลทำ ให้หัวใจสูบฉีดเลือด ไม่เป็น ปกติการออกกำลังกาย การ เลือกรับประทาน อาหาร การพักผ่อน และการรักษา ภาวะ อารมณ์ให้เป็นปกติ จึงเป็นทางเลือกหนึ่ง ในการ ดูแลรักษาระบบหมุนเวียน เลือดให้ เป็นปกติ -ออกแบบ -ทดลอง -เปรียบ เทียบ -ตระหนัก -อย่างถูกต้อง -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างมีคุณค่า -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต -ความ สามารถใน การคิด
๓๘ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.2/10ระบุ อวัยวะและบรรยาย หน้าที่ของอวัยวะใน ระบบประสาท ส่วนกลางในการ ควบคุม การทำงาน ต่าง ๆ ของร่างกาย ว 1.2 ม.2/11 ตระหนักถึง ความสำคัญของ ระบบประสาท โดย การบอก แนวทางใน การดูแลรักษา รวมถึง การป้องกันการ กระทบกระเทือน และ อันตรายต่อสมองและ ไขสันหลัง -ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วย สมอง และ ไขสันหลัง จะทำหน้าที่ ร่วมกับ เส้นประสาทซึ่ง เป็นระบบประสาท รอบ นอก ในการควบคุมการ ทำงานของ อวัยวะต่าง ๆ รวมถึงการแสดงพฤติกรรม เพื่อการตอบสนองต่อสิ่ง เร้าเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น หน่วยรับความรู้สึก จะเกิด กระแสประสาทส่งไปตาม เซลล์ประสาทรัความรู้สึก ไปยังระบบประสาท ส่วนกลาง แล้วส่งกระแส ประสาทมา ตามเซลล์ ประสาทสั่งการ ไปยัง หน่วยปฏิบัติงาน เช่น กล้ามเนื้อระบบประสาท เป็นระบบที่มีความซับซ้อน และมีความสัมพันธ์กับทุก ระบบในร่างกาย ดังนั้น จึง ควรป้องกันการเกิด อุบัติเหตุ ที กระทบกระเทือนต่อสมอง หลีกเลี่ยง การใช้สารเสพ ติด หลีกเลี่ยงภาวะเครียด และรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์เพื่อดูแลรักษา ระบบประสาทให้ทำงาน เป็นปกติ -ระบุ -บรรยาย -ตระหนัก -อย่างถูกต้อง -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างมีคุณค่า -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต-ความ สามารถใน การคิด
๓๙ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.2/12ระบุ อวัยวะและบรรยาย หน้าที่ของอวัยวะใน ระบบสืบพันธุ์ของ เพศชายและเพศหญิง โดยใช้แบบจำลองว 1.2 ม.2/13 อธิบายผลของฮอร์โมน เพศชาย และเพศหญิง ที่ควบคุม กา ร เปลี่ยนแปลงของ ร่างกาย เมื่อเข้าสู่วัย หนุ่มสาวว 1.2 ม.2/14 ตระหนักถึงการ เปลี่ยนแปลงของ ร่างกายเมื่อเข้าสู่วัย หนุ่มสาว โดยการดูแล รักษาร่างกายและ จิตใจของตนเองในช่วง ที่มี การเปลี่ยนแปลง -มนุษย์มีระบบสืบพันธุ์ที่ ประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ที่ ทำหน้าที่เฉพาะ โดยรังไข่ ใน เพศหญิงจะทำหน้าที่ผลิต เซลล์ไข่ ส่วนอัณฑะในเพศ ชายจะทำหน้าที่สร้างเซลล์ อสุจิฮอร์โมนเพศทำหน้าที่ ควบคุม การแสดงออกของ ลักษณะทางเพศ ที่แตกต่างกัน เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว จะมีการ สร้างเซลล์ไข่และเซลล์อสุจิ การตกไข่การมีรอบเดือน และถ้ามีการปฏิสนธิของ เซลล์ไข่และเซลล์อสุจิ จะทำ ให้เกิดการตั้งครรภ์ -ระบุ -บรรยาย -อธิบาย -ตระหนัก -อย่างชัดเจน -อย่าง ถูกต้อง -อย่าง เหมาะสม -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต-ความ สามารถใน การคิด
๔๐ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 1.2 ม.2/15 อธิบายการตกไข่ การมีประจำเดือน การปฏิสนธิและ การพัฒนาของไซ โกตจนคลอดเป็น ทารกว 1.2 ม.2/16เลือก วิธีการคุมกำเนิดที่ เหมาะสมกับ สถานการณ์ที่กำหนดว 1.2ม.2/17 ตระหนักถึงผลกระทบ ของ การตั้งครรภ์ก่อน วัยอันควร โดยการ ประพฤติตนให้ เหมาะสม - การมีประจำเดือน มี ความสัมพันธ์กับ การตกไข่ โดยเป็นผลจากการ เปลี่ยนแปลง ของระดับ ฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อเพศ หญิงมีการตกไข่และเซลล์ไข่ ได้รับ การปฏิสนธิกับเซลล์ อสุจิจะทำให้ได้ไซโกต ไซโก ตจะเจริญเป็นเอ็มบริโอ และฟีตัส จนกระทั่งคลอด เป็นทารก ผนังด้านในมดลูก รวมทั้งหลอดเลือดจะ สลายตัวและ หลุดลอกออก เรียกว่า ประจำเดือน การคุมกำเนิดเป็นวิธีป้องกัน ไม่ให้เกิด การตั้งครรภ์โดย ป้องกันไม่ให้เกิด การปฏิสนธิหรือไม่ให้มีการฝัง ตัวของ เอ็มบริโอ ซึ่มหลายวิธี เช่น การใช้ถุงยาง อนามัย การกินยาคุมกำเนิด -อธิบาย -เลือกวิธี -ตระหนัก -อย่างถูกต้อง -อย่าง เหมาะสม -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต-ความ สามารถใน การคิด
๔๑ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.1 ม.2/1อธิบาย การแยกสารผสมโดย การระเหยแห้ง การ ตกผลึก การกลั่นอย่าง ง่าย โครมาโทกราฟี แบบกระดาษ การ สกัดด้วยตัวทำละลาย โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ว 2.1 ม.2/2แยกสาร โดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่น อย่างง่าย โครมาโทก ราฟีแบบกระดาษ การ สกัดด้วยตัวทำละลาย -การแยกสารผสมให้เป็นสาร บริสุทธิ์ทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่ กับสมบัติของสารนั้น ๆ การ ระเหยแห้งใช้แยกสารละลาย ซึ่งประกอบด้วยตัวละลายที่ เป็นของแข็ง ในตัวทำละลายที่ เป็นของเหลว โดยใช้ความ ร้อนระเหยตัวทำละลาย ออกไป จนหมดเหลือแต่ตัว ละลาย การตกผลึก ใช้แยก สารละลายที่ประกอบด้วยตัว ละลาย ที่เป็นของแข็งในตัวทำ ละลายที่เป็นของเหลว โดยทำ ให้สารละลายอิ่มตัวแล้วปล่อย ให้ ตัวทำละลายระเหยออกไป บางส่วน ตัวละลายจะตกผลึก แยกออกมา การกลั่นอย่างง่าย ใช้แยกสารละลาย ท ี่ ประกอบด้วยตัวละลายและตัว ทำละลาย ที่เป็นของเหลวที่มี จุดเดือดต่างกันมาก วิธีนี้จะ แยกของเหลวบริสุทธิ์ออกจาก สารละลาย โดยให้ความร้อน กับสารละลาย ของเหลวจะ เดือดและกลายเป็นไอแยก จาก สารละลายแล้วควบแน่น กลับเป็นของเหลว อีกครั้ง ขณะที่ของเหลวเดือด อุณหภูมิของ ไอจะคงที่ โคร มาโทกราฟีแบบกระดาษ เป็น วิธีการแยกสารผสมที่มี ปริมาณน้อยโดยใช้แยกสารที่ มีสมบัติการละลาย -อธิบาย -จำแนก -อย่าง ถูกต้อง -อย่าง ชัดเจน -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต -ความ สามารถใน การคิด
๔๒ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ในตัวทำละลายและการถูก ดูดซับ ด้วยตัวดูดซับแตกต่าง กัน ทำให้สาร แต่ละชนิด เคลื่อนที่ไปบนตัวดูดซับได้ ต่างกัน สารจึงแยกออกจาก กันได้อัตราส่วนระหว่าง ระยะทางที่สารองค์ประกอบ แต่ละชนิด เคลื่อนที่ได้บนตัว ดูดซับกับระยะทาง ที่ตัวทำ ละลายเคลื่อนที่ได้เป็นค่า เฉพาะตัว ของสารแต่ละชนิด ในตัวทำละลายและ ตัวดูด ซับหนึ่ง ๆ การสกัดด้วยตัวทำ ละลาย เป็นวิธีการแยกสาร ผสมที่มีสมบัติการละลาย ใน ตัวทำละลายที่ต่างกัน โดย ชนิดของ ตัวทำละลายมีผล ต่อชนิดและปริมาณของ สาร ที่สกัดได้การสกัดโดยการ กลั่นด้วยไอน้ำ ใช้แยกสารที่ ระเหยง่าย ไม่ละลายน้ำ และ ไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำออกจาก สารที่ระเหยาก โดยใช้ไอน้ำ เป็นตัวพา -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต -ความ สามารถใน การคิด
๔๓ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.1 ม.2/3นำ วิธีการแยกสารไปใช้ แก้ปัญหาใชีวิตประจำ วัน โดยบูรณาการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและ วิศวกรรมศาสตร์ -ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการแยกสารบูรณา การกับคณิตศาสตร์ เทคโนโลยีโดยใชh กระบวนการ ทางวิศวกรรม สามารถนำไปใช้แก้ปัญหา ใน ชีวิตประจำวันหรือปัญหาที่พบ ในชุมชน หรือสร้างนวัตกรรม โดยมีขั้นตอน ดังนี้ระบุปัญหา ในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับ การแยกสารโดยใช้สมบัติทาง กายภาพ หรือนวัตกรรมที่ ต้องการพัฒนา โดยใช้ หลักการดังกล่าว รวบรวมข้อมูลและ แนวคิดเกี่ยวกับ การแยก สารโดยใช้สมบัติทาง กายภาพ ที่สอดคล้องกับ ปัญหาที่ระบุ หรือนำไปสู่ การพัฒนานวัตกรรมนั้น ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา หรือพัฒนา นวัตกรรมที่ เกี่ยวกับการแยกสาร ใน สารผสม โดยใช้สมบัติ ทางกายภาพ โดย เชื่อมโยงความรู้ด้าน วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและ กระบวนการทาง วิศวกรรม รวมทั้งกำหนดและควบคุมตัว แปร อย่างเหมาะสม ครอบคลุม -จำแนก -บูรณาการ -อย่างถูกต้อง -อย่าง เหมาะสม -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต -ความ สามารถใน การคิด
๔๔ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -วางแผนและดำเนินการ แก้ปัญหา หรือพัฒนา นวัตกรรม รวบรวมข้อมูล จัด กระทำข้อมูลและเลือกวิธีการ สื่อความหมายที่เหมาะสม ใน การนำเสนอผล ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุง วิธีการแก้ปัญหา หรือนวัตกรรมที่ พัฒนาขึ้น โดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์ที่รวบรวมได้ นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา หรือ ผลของ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น และผลที่ได้ โดยใช้วิธีการสื่อสารที่ เหมาะสมและ น่าสนใจ
๔๕ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลอง และทดลองในการ อธิบายผลของชนิด ตัว ละลาย ชนิดตัวทำ ละลาย อุณหภูมิที่มีต่อ สภาพละลายได้ของ สาร รวมทั้งอธิบายผล ของ ความดันที่มีต่อ สภาพละลายได้ของ สาร โดยใช้สารสนเทศ สารละลายอาจมีสถานะเป็น ของแข็งของเหลวและแก๊ส ประกอบด้วยตัวทำละลายและ ตัวละลาย กรณีสารละลายเกิด จากสารที่มีสถานะ เดียวกัน สารที่มีปริมาณมากที่สุด จัดเป็น ตัวทำละลาย กรณี สารละลายเกิดจากสาร ที่มี สถานะต่างกัน สารที่มีสถานะ เดียวกัน กับสารละลายจัดเป็น ตัวทำละลายสารละลายที่ตัว ละลายไม่สามารถละลาย ใน ตัวทำละลายได้อีกที่อุณหภูมิ หนึ่ง ๆ เรียกว่า สารละลาย อิ่มตัวสภาพละลายได้ของสาร ในตัวทำละลาย เป็นค่าที่บอก ปริมาณของสารที่ละลายได้ ในตัวทำละลาย 100 กรัม จนได้สารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมิและ ความดันหนึ่ง ๆ สภาพละลายได้ของสาร บ่ง บอกความสามารถในการ ละลายได้ของ ตัวละลายในตัว ทำละลาย ซึ่งความสามารถ ในการละลายของสารขึ้นอยู่ กับชนิดของ ตัวทำละลายและ ตัวละลาย อุณหภูมิและ ความดันสารชนิดหนึ่งๆ มี สภาพละลายได้ แตกต่างกัน ในตัวทำละลายที่แตกต่างกัน และสารต่างชนิดกันมีสภาพ ละลายได้ในตัวทำละลายหนึ่ง ๆ ไม่เท่ากัน -ออกแบบ การทดลอง - อธิบาย -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่าง ถูกต้อง -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต -ความ สามารถใน การคิด