The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมรรถนะสาระวิทยาศาสตร์ม.ต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by บำเพ็ญ แช่มสูงเนิน, 2023-05-06 20:41:12

สมรรถนะสาระวิทยาศาสตร์ม.ต้น

สมรรถนะสาระวิทยาศาสตร์ม.ต้น

Keywords: สมรรถนะสาระวิทยาศาสตร์ม.ต้น

๔๖ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สาร ส่วนมาก สภาพ ละลายได้ ของสารจะเพิ่มขึ้น ยกเว้น แก๊ส เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สภาพการละลายได้จะ ลดลง ส่วนความดันมีผล ต่อแก๊ส โดยเมื่อความดัน เพิ่มขึ้น สภาพละลายได้ จะสูงขึ้น -ความรู้เกี่ยวกับสภาพละลาย ได้ของสาร เมื่อเปลี่ยนแปลง ชนิดตัวละลาย ตัวทำละลาย และอุณหภูมิสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำน้ำเชื่อมเข้มข้น การสกัดสารออกจากสมุนไพร ให้ได้ปริมาณมากที่สุด


๔๗ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.1 ม.2/5ระบุ ปริมาณตัวละลาย ในสารละลาย ใน หน่วยความเข้มข้น เป็นร้อยละ ปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล และ มวลต่อปริมาตร ว 2.1 ม.2/6 ตระหนักถึง ความสำคัญของการ นำความรู้เรื่องความ เข้มข้นของ สารไป ใช้โดยยกตัวอย่าง การใช้สารละลาย ในชีวิตประจำวัน อย่างถูกต้องและ ปลอดภัย ความเข้มข้นของสารละลาย เป็นการระบุปริมาณตัว ละลายในสารละลาย หน่วย ความเข้มข้นมีหลายหน่วย ที่ นิยม ระบุเป็นหน่วยเป็นร้อย ละ ปริมาตรต่อ ปริมาตร มวลต่อมวล และมวลต่อ ปริมาตรร้อยละโดยปริมาตร ต่อปริมาตร เป็นการระบุ ปริมาตรตัวละลายใน สารละลาย 100 หน่วย ปริมาตรเดียวกัน นิยมใช้กับ สารละลายที่เป็นของเหลว หรือแก๊สร้อยละโดยมวลต่อ มวล เป็นการระบุ มวลตัว ละลายในสารละลาย 100 หน่วย มวลเดียวกันนิยมใช้ กับสารละลายที่มีสถานะ เป็นของแข็งร้อยละโดยมวล ต่อปริมาตร เป็นการระบุ มวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วย ปริมาตรนิยมใช้ กับสารละลายที่มีตัวละลาย เป็นของแข็งในตัวทำละลาย ที่เป็นของเหลวการใช้ สารละลาย ในชีวิตประจำวัน ควรพิจารณาจากความ เข้มข้นของ สารละลาย ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของ การใช้งาน และผลกระทบ ต่อสิ่งชีวิตและ สิ่งแวดล้อม -ระบุ -ตระหนัก -ยกตัวอย่าง -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่าง ถูกต้อง -อย่างชัดเจน -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต -ความ สามารถใน การคิด


๔๘ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาการออกแบบเทคโนโลยี2 รหัส ว22183 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลา ๒๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของ เทคโนโลยีเพื่อการ ดำรงชีวิตในสังคมที่มี การเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว ใช้ความรู้และ ทักษะทางด้าน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ศาสตร์อื่น ๆ เพื่อ แก้ปัญหาหรือพัฒนา งานอย่างมีความคิด สร้างสรรค์ด้วย กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้ เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสมโดยคำนึงถึง ผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม -เข้าใจแนวคิดหลักของ เทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต ในสังคมที่มีการเปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็วใช้ความรู้ และทักษะทางด้าน วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และ ศาสตร์อื่นๆเพื่อแก้ปัญหาหรือ พัฒนางานด้วยกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรมเลือกใช้ เทคโนโลยีโดยคำนึงถึง ผลกระทบต่อชีวิตสังคมและ สิ่งแวดล้อม -ใช้แนวคิด -คำนวณ -แก้ปัญหา -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการแก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๔๙ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ม.2/1 คาดการณ์ แนวโน้มเทคโนโลยีที่ จะเกิดขึ้นโดย พิจารณาจากสาเหตุ หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อ การเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยีและ วิเคราะห์ เปรียบเทียบ ตัดสินใจเลือกใช้ เทคโนโลยีโดย คำนึงถึงผลกระทบที่ เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม -สาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความก้าวหน้าของ ศาสตร์ต่าง ๆ การ เปลี่ยนแปลงทางด้าน เศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรม ทำให้เทคโนโลยีมีการ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา - เทคโนโลยีแต่ละประเภทมี ผลกระทบต่อชีวิตสังคม และสิ่งแวดล้อมที่แตกต่าง กัน จึงต้องวิเคราะห์ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และตัดสินใจเลือกใช้ให้ เหมาะสม -คาดการณ์ -พิจารณา -สาเหตุ -เปรียบ เทียบ -ตัดสินใจ คำนึงถึง ผลกระทบที่ เกิดขึ้นต่อ ชีวิต สังคม และ สิ่งแวดล้อม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ ทักษะชีวิต -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี ม.2/2 ระบุปัญหา หรือความต้องการใน ชุมชนหรือท้องถิ่น สรุปกรอบของปัญหา รวบรวมวิเคราะห์ ข้อมูลและแนวคิดที่ เกี่ยวข้องกับปัญหา -สาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความก้าวหน้าของ ศาสตร์ต่าง ๆ การ เปลี่ยนแปลงทางด้าน เศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรม ทำให้เทคโนโลยีมีการ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน จึงต้องวิเคราะห์เปรียบเทียบ ข้อดีข้อเสีย และตัดสินใจ เลือกใช้ให้เหมาะสม -ระบุ -ความ ต้องก -วิเคราะห์ -รวบรวม -แนวคิด -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ ทักษะชีวิต ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา


๕๐ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ม.2/3 ออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา โดย เปรียบเทียบ และ ตัดสินใจเลือกข้อมูลที่ จำเป็นภายใต้เงื่อนไข และทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทาง การแก้ปัญหาให้ผู้อื่น เข้าใจ วางแผน ขั้นตอนการทำงาน และดำเนินการ แก้ปัญหาอย่างเป็น ขั้นตอน -การวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่ จำเป็น โดยคำนึงถึงเงื่อนไข และทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมูลและ สารสนเทศ วัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ์ช่วยให้ได้แนว ทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม - การออกแบบแนวทางการ แก้ปัญหาทำได้หลากหลายวิธี เช่น การร่างภาพ การเขียน แผนภาพ การเขียนผังงาน - การกำหนดขั้นตอนระยะ เวลาในการทำงานก่อน ดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้ การทำงานสำเร็จได้ตาม เป้าหมาย และลดข้อ ผิดพลาดของการทำงาน ที่อาจเกิดขึ้น -ออกแบบ -เปรียบ เทียบ แนวคิด -คำนวณ -แก้ปัญหา -วางแผน -ขั้นตอน -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการคิด -ความ สามารถใน การแก้ปัญหา ม.2/4 ทดสอบ ประเมินผล และ อธิบายปัญหาหรือ ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้กรอบเงื่อนไข พร้อมทั้งหาแนวทาง การปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผล -การทดสอบและประเมินผล เป็นการตรวจสอบชิ้นงาน หรือวิธีการว่าสามารถ แก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ ภายใต้กรอบของปัญหาเพื่อ หาข้อบกพร่อง และ ดำเนินการปรับปรุงให้ สามารถแก้ไขได้ -ทดสอบ -ประเมินผล -เงื่อนไข -นำเสนอ -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๕๑ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -การนำเสนอผลงานเป็นการ ถ่ายทอดแนวคิดเพื่อให้ผู้อื่น เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ ทำงานและชิ้นงานหรือวิธีการ ที่ได้ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเขียนรายงานการ ทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ ม.2/5 ใช้ความรู้ และ ทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไกไฟฟ้า และ อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาหรือ พัฒนางานได้อย่าง ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย -การทดสอบและประเมินผล เป็นการตรวจสอบชิ้นงาน หรือวิธีการว่าสามารถ แก้ปัญหาได้ตาวัตถุประสงค์ ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อหาข้อบกพร่อง และ ดำเนินการปรับปรุงให้สามารถ แก้ไขปัญหาได้ -การนำเสนอผลงานเป็นการ ถ่ายทอดแนวคิดเพื่อให้ผู้อื่น เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ ทำงานและชิ้นงานหรือวิธีการ ที่ได้ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเขียนรายงานการทำ แผ่นนำเสนอผลงาน การจัด นิทรรศการ -ใช้ความรู้ -ทักษะ -แก้ปัญหา -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างรู้ เท่าทัน -มีจริยธรรม -ปลอดภัย -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ ทักษะชีวิต -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๕๒ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาศาสตร์4 รหัสวิชา ว22102 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๑.0 หน่วยกิต เวลา ๔๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.2 ม.2/1 พยากรณ์การเคลื่อนที่ ของวัตถุ ที่เป็นผลของ แรงลัพธ์ที่เกิดจาก แรง หลายแรงที่กระทำต่อ วัตถุ ในแนวเดียวกัน จากหลักฐาน เชิง ประจักษ์ แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์ เมื่อ มีหลาย ๆ แรง กระทำต่อวัตถุ แล้วแรงลัพธ์ที่กระทำต่อ วัตถุ มีค่าเป็นศูนย์ วัตถุจะไม่ เปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ แต่ ถ้าแรงลัพธ์ที่กระทำต่อ วัตถุมี ค่าไม่เป็นศูนย์ วัตถุจะ เปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ -พยากรณ์ -อย่างถูกต้อง -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต ว 2.2 ม.2/1เขียน แผนภาพแสดงแรง และ แรงลัพธ์ที่เกิด จากแรงหลายแรง ที่ กระทำต่อวัตถุในแนว เดียวกัน -เขียน แผนภาพ -อย่างถูกต้อง -ความ สามารถใน การคิด ว 2.2 ม.2/3 ออกแบบการทดลอง และทดลอง ด้วยวิธีที่ เหมาะสมในการ อธิบาย ปัจจัยที่มีผล ต่อความดันของ ของเหลว เมื่อวัตถุอยู่ในของเหลว จะมี แรงพยุง เนื่องจากของเหลวกระทำต่อ วัตถุ โดยมีทิศขึ้นในแนวดิ่ง การจมหรือการลอย ของวัตถุ ขึ้นกับน้ำหนักของวัตถุและ แรงพยุง ถ้าน้ำหนักของวัตถุ และแรงพยุงของของเหลว มี ค่าเท่ากัน วัตถุจะลอยนิ่งอยู่ใน ของเหลว แต่ถ้าน้ำหนักของ วัตถุมีค่ามากกว่าแรงพยุง ของ ของเหลว วัตถุจะจม -ออกแบบ การทดลอง -อย่างถูกต้อง -ความ สามารถใน การคิด ว 2.2 ม.2/5เขียน แผนภาพแสดงแรงที่ กระทำต่อวัตถุใน ของเหลว -เขียน แผนภาพ -อย่างถูกต้อง -ความ สามารถใน การคิด


๕๓ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.2 ม.2/6อธิบาย แรงเสียดทานสถิตและ แรงเสียดทานจลน์จาก หลักฐาน เชิงประจักษ์ -แรงเสียดทานเป็นแรงที่เกิดขึ้น ระหว่าง ผิวสัมผัสของวัตถุเพื่อ ต้านการเคลื่อนที่ ของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรงกระทำต่อวัตถุ ที่อยู่นิ่งบนพื้นผิวให้เคลื่อนที่ แรงเสียดทาน ก็จะต้านการ เคลื่อนที่ของวัตถุแรงเสียด ทานที่เกิดขึ้นในขณะที่วัตถุยัง ไม่เคลื่อนที่เรียก แรงเสียดทาน สถิต แต่ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ แรงเสียดทาน ก็จะทำให้วัตถุ นั้นเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่ง เรียก แรงเสียดทานจลน์ -อธิบาย -อย่าง ถูกต้อง -ความ สามารถใน การคิด ว 2.2 ม.2/ 7ออกแบบ การทดลองและทดลอง ด้วยวิธีที่เหมาะสมใน การอธิบาย ปัจจัยที่มี ผลต่อขนาดของแรง เสียดทานว 2.2 ม.2/8เขียนแผน ภาแสดงแรงเสียดทาน และแรงอื่น ๆ ที่กระทำ ต่อวัตถุ 2.2 ม.2/9ตระหนักถึง ประโยชน์ของความรู้ เรื่องแรงเสียดทาน โดย วิเคราะห์ สถานการณ์ ปัญหาและเสนอแนะ วิธีการลดหรือเพิ่มแรง เสียดทานที่เป็นประโยชน์ ต่อการทำ กิจกรรมใน ชีวิตประจำวัน -ขนาดของแรงเสียดทาน ระหว่างผิวสัมผัส ของวัตถุ ขึ้นกับลักษณะผิวสัมผัสและ ขนาด ของแรงปฏิกิริยาตั้ง ฉากระหว่างผิวสัมผัส กิจกรรมในชีวิตประจำวัน บางกิจกรรม ต้องการแรง เสียดทาน เช่น การเปิดฝา เกลียวขวดน้ำ การใช้แผ่นกัน ลื่นในห้องน้ำ บางกิจกรรมไม่ ต้องการแรงเสียดทาน เช่น การลากวัตถุบนพื้น การใช้ น้ำมันหล่อลื่นในเครื่องยนต์ ความรู้เรื่องแรงเสียดทาน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวันได้ -ออกแบบ -ทดลอง -เขียน แผนภาพ -ตระหนัก -อย่างถูกต้อง -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่าง เหมาะสม -ความ สามารถใน การคิด-ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต


๕๔ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.2 ม.2/10 ออกแบบการทดลอง และทดลอง ด้วยวิธีที่ เหมาะสมในการอธิบาย โมเมนต์ของแรง เมื่อ วัตถุอยู่ใน สภาพสมดุล ต่อการหมุน และ คำนวณโดยใช้สมการ M = Fl เมื่อมีแรงที่กระทำต่อวัตถุ โดยไม่ผ่าน ศูนย์กลางมวล ของวัตถุจะเกิดโมเมนต์ ของแรง ทำให้วัตถุ หมุนรอบศูนย์กลางมวล ของวัตถุนั้นโมเมนต์ของ แรงเป็นผลคูณของแรงที่ กระทำ ต่อวัตถุกับ ระยะทางจากจุดหมุนไปตั้ง ฉาก กับแนวแรง เมื่อ ผลรวมของโมเมนต์ของ แรงมีค่าเป็นศูนย์วัตถุจะ อยู่ในสภาพ สมดุลต่อการ หมุน โดยโมเมนต์ของแรง ในทิศทวนเข็มนาฬิกาจะมี ขนาดเท่ากับ โมเมนต์ของ แรงในทิศตามเข็มนาฬิกา ของเล่นหลายชนิด ประกอบด้วยอุปกรณ์ หลายส่วนที่ใช้หลักการ โมเมนต์ของแรง ความรู้ เรื่องโมเมนต์ของแรง สามารถนำไปใช้ ออกแบบและประดิษฐ์ ของเล่นได้ -ออกแบบ -ทดลอง -อย่างถูกต้อง -อย่างเป็น ระบบ -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต


๕๕ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.2 ม.2/11 เปรียบเทียบแหล่งของ สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนาม โน้มถ่วง และทิศทาง ของแรงที่กระทำต่อ วัตถุที่อยู่ในแต่ละสนาม จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 2.2 ม.2/12เขียน แผนภาพแสดงแรง แม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงที่ กระทำ ต่อวัตถุ -วัตถุที่มีมวลจะมีสนามโน้มถ่วง อยู่โดยรอบ แรงโน้มถ่วงที่กระทำ ต่อวัตถุที่อยู่ในสนาม โน้มถ่วงจะ มีทิศพุ่งเข้าหาวัตถุที่เป็นแหล่ง ของสนามโน้มถ่วงวัตถุที่มีประจุ ไฟฟ้าจะมีสนามไฟฟ้าอยู่โดยรอบ แรงไฟฟ้าที่กระทำต่อวัตถุที่มี ประจุจะมีทิศ พุ่งเข้าหาหรือออก จากวัตถุที่มีประจุที่เป็น แหล่ง ของสนามไฟฟ้าวัตถุที่เป็น แม่เหล็กจะมีสนามแม่เหล็ก อยู่ โดยรอบ แรงแม่เหล็กที่กระทำต่อ ขั้วแม่เหล็กจะมีทิศพุ่งเข้าหาหรือ ออกจาก ขั้วแม่เหล็กที่เป็นแหล่งของ สนามแม่เหล็ก -เปรียบ เทียบ -เขียนแผน ภาพ -อย่างชัดเจน -อย่างเป็น ขั้นตอน -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต ว 2.2 ม.2/13 วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่าง ขนาดของแรง แม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงที่ กระทำต่อวัตถุ ที่อยู่ ในสนามนั้น ๆ กับ ระยะห่าง จากแหล่ง ของสนามถึงวัตถุจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ -ขนาดของแรงโน้มถ่วง แรงไฟฟ้า และแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อวัตถุ ที่อยู่ใน สนามนั้น ๆ จะมีค่าลดลง เมื่อวัตถุ อยู่ห่างจากแหล่งของ สนามนั้น ๆ มากขึ้น -วิเคราะห์ -อย่าง สอดคล้อง -ความ สามารถใน การคิด ว 2.2ม.2/14 อธิบายและคำนวณ อัตราเร็วและ ความเร็วของการ เคลื่อนที่ -การเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นการ เปลี่ยน ตำแหน่งของวัตถุเทียบกับ ตำแหน่งอ้างอิง โดยมีปริมาณที่ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ซึ่งมีทั้ง ปริมาณสเกลาร์และ ปริมาตร -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -ความ สามารถใน การคิด


๕๖ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ของวัตถุ โดยใช้ สมการ = ⃑ และ ⃑ = จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ อัตราเร็ว ปริมาณเวกเตอร์ เป็นปริมาณที่มีทั้งขนาดและ ทิศทาง เช่น การกระจัด ความเร็วเขียนแผนภาพแทน ปริมาณเวกเตอร์ได้ด้วย ลูกศร โดยความยาวของ ลูกศร แสดงขนาด และหัว ลูกศรแสดงทิศทาง ของ เวกเตอร์นั้น ระยะทางเป็น ปริมาณสเกลาร์โดย ระยะทางเป็นความยาวของ เส้นทาง ที่เคลื่อนที่ได้ การกระจัดเป็นปริมาณ เวกเตอร์โดยการกระจัดมี ทิศชี้จากตำแหน่งเริ่มต้น ไปยังตำแหน่งสุดท้ายและมี ขนาดเท่ากับ ระยะทางที่สั้น ที่สุดระหว่างสองตำแหน่ง -ความ สามารถใน การ แก้ปัญหา ว 2.2 ม.2/15เขียน แผนภาพแสดงการ กระจัด และความเร็ว อัตราเร็ว ปริมาณเวกเตอร์ เป็นปริมาณที่มีทั้งขนาดและ ทิศทาง เช่น การกระจัด ความเร็วเขียนแผนภาพแทน ปริมาณเวกเตอร์ได้ด้วย ลูกศร โดยความยาวของ ลูกศร แสดงขนาด และหัว ลูกศรแสดงทิศทาง ของ เวกเตอร์นั้น -เขียน แผนภาพ -อย่างถูกต้อง -ความ สามารถใน การคิด


๕๗ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ระยะทางเป็นปริมาณส เกลาร์โดยระยะทางเป็น ความยาวของเส้นทาง ที่ เคลื่อนที่ได้ การกระจัดเป็นปริมาณ เวกเตอร์โดยการกระจัดมี ทิศชี้จากตำแหน่งเริ่มต้นไป ยังตำแหน่งสุดท้ายและมี ขนาดเท่ากับ ระยะทางที่ สั้นที่สุดระหว่างสอง ตำแหน่งนั้น ว 2.3 ม.2/1 วิเคราะห์หลักการ ทำงานของ เครื่องกล อย่างง่ายจากข้อมูล ที่รวบรวมได้ เมื่อออกแรงกระทำต่อวัตถุ แล้วทำให้วัตถุเคลื่อนที่ โดย แรงอยู่ในแนวเดียวกับ การ เคลื่อนที่จะเกิดงาน งานจะมี ค่ามาก หรือน้อยขึ้นกับขนาด ของแรงและ ระยะทางในแนว เดียวกับแรง งานที่ทำในหนึ่งหน่วย เวลา เรียกว่า กำลัง หลักการของงานนำไป อธิบายการทำงาน ของ เครื่องกลอย่างง่าย ได้แก่ คาน พื้นเอียง รอกเดี่ยว ลิ่ม สกรูล้อและเพลา ซึ่ง นำไปใช้ประโยชน์ด้าน ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน -วิเคราะห์ -อย่างถูกต้อง -ความ สามารถใน การคิด ว 2.3 ม.2/2 วิเคราะห์หลักการ ทำงานของ เครื่องกล อย่างง่ายจากข้อมูล ที่รวบรวมได้ -วิเคราะห์ -อย่างถูกต้อง-ความ สามารถใน การคิด ว 2.3 ม.2/3 ตระหนักถึงประโยชน์ ของความรู้ ของเครื่องกลอย่าง ง่าย โดยบอก ประโยชน์และการ ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน -ตระหนัก -บอก -อย่างถูกต้อง -อย่าง เหมาะสม -ความ สามารถใน การคิด -ความ สามารถใน การใช้ ทักษะชีวิต


๕๘ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะ ที่สำคัญ ของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว 2.3 ม.2/4 ออกแบบและทดลอง ด้วยวิธี ที่เหมาะสมใน การอธิบายปัจจัย ที่มี ผลต่อพลังงานจลน์ และ พลังงานศักย์โน้ม ถ่วง พลังงานจลน์เป็นพลังงานของ วัตถุที่เคลื่อนที่ พลังงานจลน์ จะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นกับ มวลและอัตราเร็ว ส่วน พลังงานศักย์โน้มถ่วง เกี่ยวข้องกับตำแหน่งของวัตถุ จะมีค่ามาก หรือน้อยขึ้นกับ มวลและตำแหน่งของวัตถุ เมื่อวัตถุอยู่ในสนามโน้มถ่วง วัตถุจะมีพลังงานศักย์โน้ม ถ่วง พลังงานจลน์และ พลังงานศักย์โน้มถ่วงเป็น พลังงานกล -ออกแบบ -ทดลอง -อย่างถูกต้อง -อย่าง เหมาะสม -ความ สามารถใน การคิด ว 2.3 ม.2/5แปล ความหมายข้อมูลและ อธิบายการเปลี่ยน พลังงาน ระหว่าง พลังงานศักย์โน้มถ่วง และพลังงานจลน์ของ วัตถุโดยพลังงานกล ของวัตถุ มีค่าคงตัว จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ผลรวมของพลังงานศักย์โน้ม ถ่วงและ พลังงานจลน์เป็น พลังงานกล พลังงานศักย์โน้ม ถ่วงและพลังงานจลน์ของวัตถุ หนึ่ง ๆ สามารถเปลี่ยน กลับไปมาได้โดยผลรวม ของ พลังงานศักย์โน้มถ่วงและ พลังงานจลน์มีค่าคงตัว นั่น คือ พลังงานกลของวัตถุ มีค่า คงตัว -แปล ความ หมาย -อธิบาย -อย่างถูกต้อง -ความ สามารถใน การคิด


๕๙ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาการคำนวณ2 รหัสวิชา ว22184 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลา ๒๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิด เชิงคำนวณในการ แก้ปัญหาที่พบในชีวิต จริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารในการ เรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมี จริยธรรม -เข้าใจและใช้แนวคิดเชิง คำนวณในการแก้ปัญหาที่พบ ในชีวิตจริง ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารใน การเรียนรู้ การทำงาน และ การแก้ปัญหา -ใช้แนวคิด -คำนวณ -แก้ปัญหา -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี ม.2/1ออกแบบ อัลกอริทึมที่ใช้ แนวคิดเชิงคำนวณใน การ แก้ปัญหา หรือ การทำงาน ที่พบในชีวิตจริง -แนวคิดเชิงคำนวณ -การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิด เชิงคำนวณ -ตัวอย่างปัญหา เช่น การเข้า แถวตามลำดับความสูงให้เร็ว ที่สุด จัดเรียงเสื้อให้หาได้ง่าย ที่สุด -ออกแบบ -คำนวณ -แก้ปัญหา -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา


๖๐ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ม.2/2ออกแบบและ เขียนโปรแกรม ที่ใช้ ตรรกะและฟังก์ชัน ใน การแก้ปัญหา -ตัวดำเนินการบูลีน -ฟังก์ชัน -การออกแบบและเขียน โปรแกรมที่มีการใช้ตรรกะ และฟังก์ชั่น -การออกแบบอัลกอริทึมเพื่อ แก้ปัญหาอาจใช้แนวคิดเชิง คำนวณในการออกแบบเพื่อให้ การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพ -การแก้ปัญหาอย่างเป็น ขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ -ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียน โปรแกรมเช่นScratch, python, java, c -ตัวอย่างโปรแกรมเช่น โปรแกรมตัดเกรดหาคำตอบ ทั้งหมดของอสม การหลายตัว แปร -ออกแบบ -แก้ปัญหา -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา ม.2/3อภิปราย องค์ประกอบและ หลักการทำงานของ ระบบ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี การสื่อสารเพื่อ ประยุกต์ใช้งานหรือ แก้ปัญหาเบื้องต้น -องค์ประกอบและหลักการ ทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ -เทคโนโลยีการสื่อสาร -การประยุกต์ใช้งานและ การแก้ปัญหาเบื้องต้น -อภิปราย -ระบบ -หลักการ ทำงาน -การสื่อสาร -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๖๑ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ม.2/4ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัย มีความ รับผิดชอบสร้างและ แสดงสิทธิ์ในการ เผยแพร่ผลงาน -ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย โดยเลือกแนวทาง ปฏิบัติเมื่อพบเนื้อหาที่ไม่ เหมาะสมเช่น แจ้งรายงาน ผู้เกี่ยวข้อง ป้องกันการเข้ามา ของข้อมูลที่ไม่เหมาะสมไม่ ตอบโต้ไม่เผยแพร่-การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมี ความรับผิดชอบเช่นตระหนัก ถึงผลกระทบในการเผยแพร่ ข้อมูล -การสร้างและแสดงสิทธิความ เป็นเจ้าของผลงาน -การกำหนดสิทธิ์การใช้ข้อมูล -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๖๒ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาศาสตร์5 รหัสวิชา ว23101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน ๑.0 หน่วยกิต เวลา ๔๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ มาตรฐาน ว1.1 ว1.1ม3/1อธิบาย ปฏิสัมพันธ์ของ องค์ประกอบของ ระบบนิเวศที่ได้จาก การสำรวจ -ระบบนิเวศประกอบด้วย องค์ประกอบที่มีชีวิตเช่นพืช สัตว์ จุลินทรีย์ และ องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต เช่น แสง น้ำ อุณหภูมิ แร่ธาตุ แก๊ส องค์ประกอบเหล่านี้มี ปฏิสัมพันธ์กัน เช่น พืช ต้องการแสง น้ำ และแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ ในการ สร้างอาหาร สัตว์ต้องการ อาหาร และ สภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมในการดำรงชีวิต เช่น อุณหภูมิ ความชื้น องค์ประกอบทั้งสองส่วนนี้ จะต้องมีความสัมพันธ์กัน อย่างเหมาะสม ระบบนิเวศจึง จะสามารถคงอยู่ต่อไปได้ เช่น พืช สัตว์ จุลินทรีย์ และองค์ประกอบที่ -อธิบาย - สำรวจ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๖๓ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว1.1ม3/2 อธิบาย รูปแบบความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งมีชีวิตรูปแบบต่างๆ ในแหล่งที่อยู่เดียวกัน จากการสำรวจ -สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมี ความสัมพันธ์กันในรูป แบบต่าง ๆ เช่น ภาวะพึ่งพา กัน ภาวะอิงอาศัย ที่ได้ ภาวะ เหยื่อกับผู้ล่า ภาวะปรสิต -สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัย อยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่ เดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน เรียกว่า ประชากร 1)กลุ่มสิ่งมีชีวิตประกอบด้วย ประชากรของสิ่งมีชีวิต หลาย ๆ ชนิด อาศัยอยู่ร่วมกันใน แหล่งที่อยู่เดียวกัน -อธิบาย - สำรวจ - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต ว1.1ม3/3 สร้าง แบบจำลองในการ อธิบายการถ่ายทอด พลังงานในสายใย อาหาร -กลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ แบ่งตามหน้าที่ได้เป็น๓ กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ ย่อยสลายสารอินทรีย์ สิ่งมีชีวิตทั้ง 3 กลุ่มนี้ มีความสัมพันธ์กัน ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้าง อาหารได้เอง โดยกระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสง -สร้าง แบบจำลอง -อธิบาย - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๖๔ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ผู้บริโภค เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ สามารถสร้างอาหาร ได้เอง และต้องกินผู้ผลิตหรือ สิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร เมื่อ ผู้ผลิตและผู้บริโภคตายลง จะ ถูกย่อยโดยผู้ย่อยสลาย สารอินทรีย์ซึ่งจะเปลี่ยน สารอินทรีย์เป็นสารอนินทรีย์ กลับคืนสู่ สิ่ง แวด ล้อ มทำใ ห้เ กิด การห มุน เวียนสารเ ป็น วัฏ จักร จำนวนผู้ผ ลิตผู้บ ริโภ คและผู้ ย่อยสลายสาร อินท รีย์ จะต้องมี ความเหมาะสม จึงทำให้กลุ่ม สิ่งมีชีวิต อยู่ได้อย่างสมดุล ว1.1 ม 3 / 5อธิบายการ สะสมสารพิษใน สิ่งมีชีวิตใน โซ่อาหาร ว1.1 ม 3 / 6ตระหนัก ถึงความสัมพันธ์ของ สิ่งมีชีวิต และ สิ่ง แวดล้อมในระบบ นิ เวศ โดยไม่ทำลาย สมดุลของระบบนิ เวศ 1 )พลังงานถูกถ่ายทอดจาก ผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค ลำดับ ต่าง ๆ รวมทั้งผู้ย่อยสลาย สารอินทรีย์ ในรูปแบบสายใย อาหาร ที่ประกอบ ด้ว ย โซ่ อาหาร หลายโซ่ที่สัม พัน ธ์ กัน ในการถ่ายทอดพลังงานใน โซ่ อาหาร พลังงานที่ถูก ถ่ายทอดไปจะลดลง เรื่อย ๆ ตามลำดับ ของการบริโภค


๖๕ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -การถ่ายทอดพลังงานใน ระบบนิเวศ อาจทำให้ มี สารพิษสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้ จนอาจก่อให้เกิด อันตรายต่อ สิ่งมีชีวิต และทำลายสมดุลใน ระบบนิเวศ ดังนั้นการดูแล รักษาระบบนิเวศ ให้เกิดความ สมดุล และคงอยู่ตลอดไปจึง เป็น สิ่งสำคัญ มาตรฐาน ว 1.1 ว1.3ม3/1 1.อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่าง ยีน ดีเอ็นเอ และ โครโมโซม โดยใช้ แบบจำลอง -ลักษณะทางพันธุกรรมของ สิ่งมีชีวิตสามารถถ่ายทอด จากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ได้ โดยมียีนเป็นหน่วย ควบคุมลักษณะทาง พันธุกรรม -โครโมโซมประกอบด้วย ดี เอ็นเอ และโปรตีน ขดอยู่ ในนิวเคลียส ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม มี ความสัมพันธ์กัน โดย บางส่วนของดีเอ็นเอ ทำหน้าที่เป็นยีนที่กำหนด ลักษณะของสิ่งมีชีวิต -อธิบาย - ใช้ แบบจำลอง - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๖๖ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -สิ่งมีชีวิตที่มีโครโมโซม 2ชุด โครโมโซมที่เป็นคู่กันมีการ เรียงลำดับของยีนบน โครโมโซมเหมือนกัน เรียกว่า ฮอมอโลกัสโครโมโซม ยีนหนึ่ง ที่อยู่บนคู่ฮอมอโลกัส โครโมโซม อาจมีรูปแบบ แตกต่างกันเรียกแต่ละรูปแบบ ของยีนที่ต่างกันว่า แอลลีล ซึ่ง การเข้าคู่กันของแอลลีลต่าง ๆ อาจ ส่งผลทำให้สิ่งมีชีวิตมี ลักษณะที่แตกต่างกันได้ -สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีจำนวน โครโมโซมคงที่ มนุษย์ มี จำนวนโครโมโซม23คู่ เป็นออ โตโซม22คู่ และ โครโมโซม เพศ 1คู่ เพศหญิงมีโครโมโซม เพศเป็นXX เพศชายมี โครโมโซมเพศเป็น XY - ว1.3ม3/2อธิบายการ ถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมจากการ ผสมโดยพิจารณา ลักษณะเดียวที่ แอลลีลเด่นข่ม แอลลีลด้อยอย่าง สมบูรณ์ -เมนเดลได้ศึกษาการ ถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมของต้นถั่วชนิด หนึ่ง และนำมาสู่หลักการ พื้นฐานของการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรม -อธิบาย - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร


๖๗ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว1.3ม3/3 3. อธิบายการเกิดจีโน ไทป์และฟีโนไทป์ของ ลูก และคำนวณ อัตราส่วนการเกิดจีโน ไทป์ และฟีโนไทป์ ของรุ่นลูก -สิ่งมีชีวิตที่มีโครโมโซม เป็น 2ชุด ยีนแต่ละ ตำแหน่งบนฮอมอโลกัส โครโมโซมมี ๒ แอลลีล โดยแอลลีลหนึ่งมาจากพ่อ และอีกแอลลีลมาจากแม่ ซึ่ง อาจมีรูปแบบเดียวกัน หรือ แตกต่างกัน แอลลีลที่แตกต่าง กันนี้ แอลลีลหนึ่งอาจมีการ แสดงออกข่มอีกแอลลีลหนึ่งได้ เรียกแอลลีลนั้นว่า เป็นแอลลี ลเด่น ส่วนแอลลีลที่ถูกข่ม อย่างสมบูรณ์ เรียกว่าเป็นแอล ลีลด้อย -เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ แอลลีลที่เป็นคู่กัน ในแต่ละ ฮอมอโลกัสโครโมโซมจะแยก จากกัน ไปสู่เซลล์สืบพันธุ์แต่ละ เซลล์โดยแต่ละเซลล์สืบพันธุ์ จะ ได้รับเพียง1แอลลีลและจะมา เข้าคู่กับ แอลลีลที่ตำแหน่ง เดียวกันของอีกเซลล์สืบพันธุ์ หนึ่ง เมื่อเกิดการปฏิสนธิ จน เกิดเป็นจีโนไทป์และ แสดงฟี โนไทป์ในรุ่นลูก -อธิบาย -คำนวณ - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร


๖๘ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว1.3 ม3/4 อธิบาย ความแตกต่างของการ แบ่งเซลล์แบบไมโทซิส และไมโอซิส -กระบวนการแบ่งเซลล์ของ สิ่งมีชีวิตมี 2แบบ คือ ไมโทซิส และไมโอซิสไมโทซิส และไมโอซิส -ไมโทซิส เป็นการแบ่งเซลล์ เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ ร่างกาย ผลจากการแบ่งจะได้เซลล์ ใหม่ 2เซลล์ ที่มีลักษณะและ จำนวนโครโมโซมเหมือนเซลล์ ตั้งต้น -ไมโอซิส เป็นการแบ่งเซลล์ เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ ผลจาก การแบ่งจะได้เซลล์ใหม่ 4 เซลล์ ที่มี จำนวนโครโมโซม เป็นครึ่งหนึ่งของเซลล์ตั้งต้น เมื่อเกิดการปฏิสนธิของเซลล์ สืบพันธุ์ ลูกจะได้รับ การ ถ่ายทอดโครโมโซมชุดหนึ่ง จากพ่อและอีก ชุดหนึ่งจากแม่ จึงเป็นผลให้รุ่นลูกมีจำนวน โครโมโซมเท่ากับรุ่นพ่อแม่และ จะคงที่ในทุกๆรุ่น -อธิบาย - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร


๖๙ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว1.3 ม3/5บอกได้ว่า การเปลี่ยนแปลงของ ยีนหรืโครโมโซมอาจ ทำให้เกิดโรคทาง พันธุกรรมพร้อมทั้ง ยกตัวอย่างโรคทาง พันธุกรรม -การเปลี่ยนแปลงของยีน หรือโครโมโซมส่งผลให้เกิด การเปลี่ยนแปลงลักษณะ ทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต เช่นโรคธาลัส ซีเมียเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงของยีน กลุ่มอาการดาวน์เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงจำนวน โครโมโซม -บอก -ยกตัวอย่าง - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ว1.3ม3/6 ตระหนัก ถึงประโยชน์ของ ความรู้เรื่องโรคทาง พันธุกรรมโดยรู้ว่าก่อน แต่งงานควรปรึกษา แพทย์เพื่อตรวจและ วินิจฉัยภาวะเสี่ยงของ ลูกที่อาจเกิดโรคทาง พันธุกรรม -โรคทางพันธุกรรมสามารถ ถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้ ดังนั้นก่อนแต่งงานและมีบุตร จึงควรป้องกันโดยการตรวจ และวินิจฉัยภาวะเสี่ยงจากการ ถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรม -ตระหนัก - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ ใช้ทักษะชีวิต ว1.3ม3/7อธิบาย การใช้ประโยชน์จาก สิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม และ ผลกระทบที่อาจมีต่อ มนุษย์สิ่งแวดล้อม โดย ใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ -มนุษย์เปลี่ยนแปลง พันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตตาม ธรรมชาติ เพื่อให้ได้สิ่งมีชีวิตที่ มีลักษณะตาม ต้องการเรียก สิ่งมีชีวิตนี้ว่าสิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม -อธิบาย ข้อมูล -ใช้ประโยชน์ -เผยแพร่ -โต้แย้ง -ตระหนัก -ผลกระทบ - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๗๐ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว1.3ม3/8ตระหนัก ถึงประโยชน์และ ผลกระทบของสิ่งมีชีวิต ดัดแปรพันธุกรรมที่อาจ มีต่อมนุษย์และ สิ่งแวดล้อม โดยการ เผยแพร่ความรู้ที่ได้ จากการโต้แย้งทาง วิทยาศาสตร์ซึ่งมีข้อมูล สนับสนุน -ในปัจจุบันมนุษย์มีการใช้ ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรมเป็นจำนวนมาก เช่น การผลิตอาหารการผลิตยา รักษาโรคการเกษตรอย่างไรก็ดี สังคมยังมีความกังวล เกี่ยวกับผลกระทบของ สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่มี ต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ซึ่งยังทำการ ติดตามศึกษาผลกระทบ -อธิบาย ข้อมูล -ใช้ประโยชน์ -เผยแพร่ -โต้แย้ง -ตระหนัก -ผลกระทบ - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต ว1.3ม3/9 เปรียบเทียบความ หลากหลายทาง ชีวภาพในระดับชนิด สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ ต่าง ๆ ว1.3ม3/10อธิบาย ความสำคัญของความ หลากหลายทาง ชีวภาพที่มีต่อการ รักษาสมดุลของระบบ นิเวศและต่อมนุษย์ - ความหลากหลายทาง ชีวภาพ มี 3ระดับ ได้แก่ ความหลากหลายของระบบ นิเวศ ความหลาก หลายของชนิดสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายทาง พันธุกรรม ความหลากหลาย ทางชีวภาพนี้มีความสำคัญต่อ การรักษาสมดุลของระบบ นิเวศที่มีความ หลากหลายทาง ชีวภาพสูง -เปรียบ เทียบ -อธิบาย -มีส่วนร่วม -ตระหนัก -ดูแลรักษา -คุณค่า - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๗๑ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว1.3ม3/10อธิบาย ความสำคัญของความ หลากหลายทาง ชีวภาพที่มีต่อการ รักษาสมดุลของระบบ นิเวศและต่อมนุษย์ ว1.3ม3/11แสดง ความตระหนักใน คุณค่าและความสำคัญ ของความหลากหลาย ทางชีวภาพโดยมีส่วน ร่วมการดูแลรักษา ความหลากหลายทาง ชีวภาพ จะรักษาสมดุลได้ดีกว่า ระบบนิเวศที่มีความ หลากหลายทางชีวภาพต่ำ กว่า นอกจากนี้ความ หลากหลายทางชีวภาพ ยังมีความสำคัญ ต่อมนุษย์ ในด้านต่าง ๆ เช่น ใช้เป็น อาหาร ยารักษาโรค วัตถุดิบ ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของ ทุกคนในการดูแลรักษาความ หลากหลายทางชีวภาพให้คง อยู่ -เปรียบ เทียบ -อธิบาย -มีส่วนร่วม -ตระหนัก -ดูแลรักษา -คุณค่า - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๗๒ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาการออกแบบเทคโนโลยี3 รหัส ว23183 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลา ๒๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของ เทคโนโลยีเพื่อการ ดำรงชีวิตในสังคมที่มี การเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว ใช้ความรู้และ ทักษะทางด้าน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ศาสตร์อื่น ๆ เพื่อ แก้ปัญหาหรือพัฒนา งานอย่างมีความคิด สร้างสรรค์ด้วย กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้ เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสมโดยคำนึงถึง ผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม -เข้าใจแนวคิดหลักของ เทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และ ทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์ อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือ พัฒนางานด้วยกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึง ผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ สิ่งแวดล้อม -ใช้แนวคิด -คำนวณ -แก้ปัญหา -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๗๓ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ม.3/1วิเคราะห์สาเหตุ หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อ การเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี และ ความสัมพันธ์ของ เทคโนโลยีกับศาสตร์ อื่น โดยเฉพาะ วิทยาศาสตร์ หรือ คณิตศาสตร์ เพื่อเป็น แนวทางการแก้ปัญหา หรือพัฒนางาน -เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน ซึ่งมีสาเหตุหรือปัจจัย มาจากหลายด้าน เช่น ปัญหา หรือความต้องการของมนุษย์ ความก้าวหน้าของศาสตร์ ต่างๆการเปลี่ยนแปลง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม -เทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กับ ศาสตร์อื่นโดยเฉพาะ วิทยาศาสตร์โดยวิทยาศาสตร์ เป็นพื้นฐานความรู้ที่นำไปสู่ การพัฒนาเทคโนโลยีและ เทคโนโลยีที่ได้สามารถเป็น เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ค้นคว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ ความรู้ใหม่ -วิเคราะห์ -แนวคิด -แก้ปัญหา -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี ม.3 /2 ระบุปัญหา หรือความต้องการของ ชุมชนหรือท้องถิ่น เพื่อพัฒนางานอาชีพ สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ ข้อมูลและแนวคิดที่ เกี่ยวข้องกับปัญหา -ปัญหาหรือความต้องการอาจ พบได้ในงานอาชีพของชุมชน หรือท้องถิ่น ซึ่งอาจมีหลาย ด้าน เช่นด้านการเกษตร อาหาร พลังงาน การขนส่ง -ระบุ -รวบรวม -วิเคราะห์ -แก้ปัญหา -คำนึงถึง ความถูกต้อง -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา


๗๔ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ โดยคํานึงถึงความ ถูกต้องด้านทรัพย์สิน ทางปัญญา - การวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาช่วยให้เข้าใจเงื่อนไข และกรอบของปัญหาได้ชัดเจน จากนั้นดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จาก ศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อ นำไปสู่การออกแบบแนว ทางการแก้ปัญหา ม.3/3 วิธีการ แก้ปัญหา โดย วิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือก ข้อมูลที่จําเป็นภายใต้ เงื่อนไขและทรัพยากร ที่มีอยู่ นําเสนอ แนวทางการแก้ปัญหา ให้ผู้อื่นเข้าใจด้วย เทคนิคหรือวิธีการที่ หลากหลาย วางแผน ขั้นตอนการทํางาน และดําเนินการ แก้ปัญหาอย่างเป็น ขั้นตอน -การวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่ จำเป็น โดยคำนึงถึงทรัพย์สิน ทางปัญญาเงื่อนไขและ ทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลาข้อมูลและสารสนเทศ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ ช่วยให้ได้แนวทางการ แก้ปัญหาที่เหมาะสม -วิธีการ -วิเคราะห์ -ปรียบเทียบ -ตัดสินใจ -นำเสนอ -แก้ปัญหา -วางแผน -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา


๗๕ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ - การออกแบบแนวทางการ แก้ปัญหาทำได้หลากหลาย วิธีเช่นการร่างภาพการเขียน แผนภาพการเขียนผังงาน -เทคนิคหรือวิธีการในการ นำเสนอแนวทางการ แก้ปัญหามีหลากหลายเช่น การใช้แผนภูมิตาราง ภาพเคลื่อนไหว -การกำหนดขั้นตอนและ ระยะเวลาในการทำงาน ก่อนดำเนินการแก้ปัญหาจะ ช่วยให้การทำงานสำเร็จได้ ตามเป้าหมายและลด ข้อผิดพลาดของ การทำงาน ม.3/4ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้ เหตุผลของปัญหา หรือข้อบกพร่องที่ เกิดขึ้นภายใต้กรอบ เงื่อนไข พร้อมทั้งหา แนวทางการปรับปรุง แก้ไข และนําเสนอ ผลการแก้ปัญหา -การทดสอบและประเมินผล เป็นการตรวจสอบชิ้นงาน หรือวิธีการว่าสามารถ แก้ปัญหาได้ตาม วัตถุประสงค์ภายใต้กรอบ ของปัญหาเพื่อหา ข้อบกพร่องและดำเนินการ ปรับปรุงโดยอาจ ทดสอบซ้ำเพื่อให้สามารถ แก้ไขปัญหาได้ -ทดสอบ -ประเมินผล -วิเคราะห์ -เหตุผล -เงื่อนไข ปรับปรุง -นำเสนอ -แก้ปัญหา -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๗๖ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -การนำเสนอผลงานเป็นการ ถ่ายทอดแนวคิดเพื่อให้ผู้อื่น เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ ทำงานและชิ้นงานหรือวิธีการ ที่ได้ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่นการเขียนรายงานการทำ แผ่นนำเสนอผลงานการจัด นิทรรศการการนำเสนอ ม.3/5 ใช้ความรู้ และ ทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ให้ ถูกต้องกับลักษณะของ งาน และปลอดภัยเพื่อ แก้ปัญหาหรือ พัฒนางาน -วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติ แตกต่างกัน เช่น ไม้โลหะ พลาสติก เซรามิก จึงต้องมี การวิเคราะห์สมบัติเพื่อ เลือกใช้ให้เหมาะสมกับ ลักษณะของงาน -การสร้างชิ้นงานอาจใช้ ความรู้เรื่องกลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์เช่น LED LDR มอเตอร์เฟืองคาน รอก ล้อ เพลา - อุปกรณ์และเครื่องมือในการ สร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการ มีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ ให้ถูกต้อง เหมาะสม และ ปลอดภัย รวมทั้งรู้จักเก็บ รักษา -ใช้ความรู้ -ใช้ทักษะ -แก้ปัญหา -อย่างถูกต้อง -ปลอดภัย -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา


๗๗ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาศาสตร์6 รหัสวิชา ว23102 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๑.0 หน่วยกิต เวลา ๔๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว2.3ม3/1วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่าง ความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และ ความต้านทาน และ คำนวณปริมาณที่ เกี่ยวข้องโดยใช้สมการ V= IRจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ ว2.3ม3/2เขียนกราฟ ความสัมพันธ์ระหว่าง กระแสไฟฟ้าและ ความต่างศักย์ไฟฟ้า ว2.3ม3/3 ใช้โวลต์ มิเตอร์ แอมมิเตอร์ ในการวัดปริมาณทาง ไฟฟ้า -เมื่อต่อวงจรไฟฟ้าครบวงจร จะมีกระแสไฟฟ้าออกจาก ขั้วบวกผ่านวงจรไฟฟ้าไปยัง ขั้วลบของแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งวัดค่าได้จากแอมมิเตอร์ -ค่าที่บอกความแตกต่างของ พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วย ประจุระหว่างจุด 2 จุด เรียกว่า ความต่างศักย์ซึ่งวัด ค่าได้จากโวลต์มิเตอร์ -ขนาดขอกระแสไฟฟ้ามี ค่าแปรผันตรงกับความ ต่างศักย์ระหว่างปลายทั้ง สองของตัวนำโดย อัตราส่วนระหว่างความต่าง ศักย์และกระแสไฟฟ้า มี ค่าคงที่ -วิเคราะห์ - คำนวณ -ใช้สมการ -หลักฐานเชิง ประจักษ์ -เขียนกราฟ -ใช้โวลต์ มิเตอร์ แอมมิเตอร์ -การวัด ปริมาณ - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๗๘ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ 2.3ม3/4วิเคราะห์ ความต่างศักย์ไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าเมื่อต่อตัว ต้านทานหลายตัวแบบ อนุกรมและแบบขนาน จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ ว2.3ม3/5 เขียนแผนภาพ วงจรไฟฟ้าแสดงการต่อ ตัวต้านทาน แบบ อนุกรมและขนาน -ในวงจรไฟฟ้าประกอบด้วย แหล่งกำเนิดไฟฟ้า ใน สายไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละชิ้นมี ความต้านทาน ในการต่อตัว ต้านทานหลายตัว มีทั้งต่อ แบบอนุกรมและแบบขนาน 1)การต่อตัวต้านทาน หลายตัวแบบอนุกรมใน วงจรไฟฟ้า ความต่างศักย์ ที่คร่อมตัวต้านทานแต่ละ ตัวมีค่าเท่ากับผลรวมของ ความต่างศักย์ ที่คร่อมตัว ต้านทานแต่ละตัว โดย กระแสไฟฟ้า ที่ผ่านตัว ต้านทานแต่ละตัวมีค่า เท่ากัน -วิเคราะห์ -หลักฐานเชิง ประจักษ์ -เขียน แผนภาพ - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต ว2.3ม3/6บรรยาย การทำงานของชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ ง่ายในวงจรจากข้อมูล ที่รวบรวมได้ -การต่อตัวต้านทานหลาย ตัวแบบขนานใน อย่าง วงจรไฟฟ้ากระแสไฟฟ้าที่ ผ่านวงจรมีค่าเท่ากับผลรวม ของ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัว ต้านทานแต่ละตัวโดย ความต่างศักย์ที่คร่อมตัว ต้านทานแต่ละตัว -บรรยาย -ข้อมูล -รวบรวม -เขียน แผนภาพ -ต่อชิ้นส่วน - -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๗๙ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว2.3ม3/7 เขียนแผนภาพและต่อ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่างง่ายในวงจรไฟฟ้า - ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีหลาย ชนิดเช่นตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ตัวเก็บประจุ โดยชิ้นส่วน แต่ละชนิดทำ หน้าที่แตกต่างกันเพื่อให้วงจร ทำงานได้ตามต้องการ -ตัวต้านทานทำหน้าที่ควบคุม ปริมาณกระแสไฟฟ้า ใน วงจรไฟฟ้า ไดโอดทำหน้าที่ให้ กระแสไฟฟ้า ผ่านทางเดียว ทรานซิสเตอร์ทำหน้าที่เป็น สวิตช์ ปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้า และควบคุมปริมาณ กระแสไฟฟ้า ตัวเก็บประจุ -เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างง่าย ประกอบด้วยชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดที่ ทำงานร่วมกัน การต่อวงจร อิเล็กทรอนิกส์โดยเลือกใช้ ชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ที่ เหมาะสมตามหน้าที่ของ ชิ้นส่วนนั้น ๆ จะสามารถทำ ให้วงจรไฟฟ้าทำงานได้ตาม ต้องการ


๘๐ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว2.3ม3/8อธิบาย และคำนวณพลังงาน ไฟฟ้าโดยใช้สมการ W= Ptรวมทั้งคำนวณ ค่าไฟฟ้าของเครื่องใช้ ไฟฟ้าในบ้าน ว2.3ม3/9ตระหนัก ในคุณค่าของการ เลือกใช้ครื่องใช้ไฟฟ้า โดยนำเสนอวิธีการใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง ประหยัดและปลอดภัย -เครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีค่า กำลังไฟฟ้าและความต่างศักย์ กำกับไว้กำลังไฟฟ้ามีหน่วยเป็น วัตต์ความต่างศักย์มีหน่วยเป็น โวลต์ ค่าไฟฟ้าส่วนใหญ่คิด จากพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมด ซึ่งหาได้จากผลคูณของ กำลังไฟฟ้าในหน่วยกิโลวัตต์ กับเวลาในหน่วยชั่วโมง พลังงานไฟฟ้ามีหน่วยเป็น -วงจรไฟฟ้าในบ้านมีการต่อ เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบขนาน เพื่อให้ความต่างศักย์เท่ากัน การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าใน ชีวิตประจำวันต้องเลือกใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความต่าง ศักย์และกำลังไฟฟ้าให้เหมาะ กับการใช้งาน และการใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ ไฟฟ้าต้องใช้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยและประหยัด • ว ง -อธิบาย -คำนวณ -ใช้สมการ -นำเสนอ -ตระหนัก -ประหยัด -ปลอดภัย -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๘๑ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว2.3 ม 3 /10 สร้างแบบจำลองที่ อธิบายการเกิดคลื่น และบรรยาย ส่วนประกอบของคลื่น 1 ) คลื่นเ กิดจากการ ส่ง ผ่าน พ ลังงานโดยอา ศัย ตัวกลา ง และไม่อาศัยตัวกลางในคลื่น กล พลังงานจะถูกถ่ายโอน ผ่านตัวกลางโดยอนุภาคของ ตัวกลาง ไม่เคลื่อนที่ไปกับ คลื่น คลื่นที่แผ่ออกมาจาก แหล่งกำเนิดคลื่นอย่าง ต่อเนื่องและมีรูปแบบที่ ซ้ำ กัน บรรยายได้ด้วยความ ยาวคลื่น ความถี่ แอมพลิจูด -สร้าง -บรรยาย -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต ว2.3 ม 3 /11 อธิบายคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าและ สเปกตรัมคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ว2.3ม3/12 ตระหนักถึงประโยชน์ และอันตรายจาก แม่เหล็กไฟฟ้าโดย นำเสนอการใช้ ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ และอันตรายจาก คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใน ชีวิตประจำวัน 1 )คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นคลื่น ที่ไม่อาศัยตัวกลางในการ เคลื่อนที่มีความถี่ต่อเนื่องเ ป็น ช่วงก ว้างมา กเคลื่อนที่ใน สุญญากาศด้วยอัตรา เร็ว เท่ากัน คลื่นแต่จะเคลื่อนที่ ด้วยอัตรา เร็วต่างกันใน ตัวกลางอื่น คลื่นแ ม่เห ล็กไฟ ฟ้า แ บ่งออกเ ป็น ช่วงความถี่ต่างๆ เรียกว่า สเปกตรัมของคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า แต่ละช่วง ความถี่มีชื่อ เรียกต่างกัน ได้แก่ คลื่นวิทยุไมโคร เวฟอินฟรา เร ด แสงที่มองเ ห็นอัลตราไวโอเล ต รังสีเอกซ์และรังสีแกมมา ซึ่ง สามารถนำไป ใช้ประโยชน์ได้ -อธิบาย -นำเสนอ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๘๒ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -เลเซอร์เป็นคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาว คลื่น เดียวเป็นลำแสงขนาน และมีความเข้มสูงนำไปใช้ ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการสื่อสาร มีการใช้ เลเซอร์สำหรับส่งสารสนเทศ ผ่านเส้นใย นำแสงโดยอาศัยหลักการการ สะท้อนกลับหมด ของแสง ด้านการแพทย์ใช้ในการผ่าตัด -คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านอกจาก จะสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ แล้ว ยังมีโทษต่อมนุษย์ด้วย เช่น ถ้ามนุษย์ได้รับรังสี อัลตราไวโอเลตมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง หรือถ้าได้รังสี แกมมาซึ่งเป็น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มี พลังงานสูง และสามารถทะลุ ผ่านเซลล์และอวัยวะได้ อาจ ทำลายเนื้อเยื่อหรืออาจทำให้ เสียชีวิตได้ เมื่อได้รับรังสี แกมมาในปริมาณสูง


๘๓ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว2.3ม3/13ออกแบบ การทดลองและ ดำเนินการทดลอง ด้วยวิธีที่เหมาะสมใน การอธิบายกฎการ สะท้อนของแสง ว2.3ม3/14.เขียน แผนภาพการเคลื่อนที่ ของแสง แสดงการเกิด ภาพจากกระจกเงา -เมื่อแสงตกกระทบวัตถุจะ เกิดการสะท้อนซึ่งเป็นไปตาม กฎการสะท้อนของแสงโดย รังสีตกกระทบเส้นแนวฉาก รังสีสะท้อนอยู่ในระนาบ เดียวกันและมุมตกกระทบ เท่ากับมุมสะท้อน ภาพจาก กระจกเงาเกิดจากรังสี สะท้อนตัดกันหรือต่อแนว รังสีสะท้อนให้ตัดกันโดยถ้า รังสีสะท้อนตัดกันจริง จะเกิด ภาพจริงแต่ถ้าต่อแนวรังสี สะท้อนให้ ไปตัดกัน จะเกิด ภาพเสมือน -ออกแบบ -อธิบาย -ทดลอง -อธิบาย -เขียน แผนภาพ -เหมาะสม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต ว2.3ม3/15อธิบาย การหักเหของแสงเมื่อ ผ่านตัวกลาง โปร่งใสที่แตกต่างกัน และอธิบายการ กระจายแสงของแสง ขาวเมื่อผ่านปริซึมจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว2.3ม3/16เขียน แผนภาพการเคลื่อนที่ ของแสงแสดงการเกิด ภาพ -เมื่อแสงเดินทางผ่าน ตัวกลางโปร่งใสที่แตกต่าง กัน เช่น อากาศและน้ำ อากาศและแก้ว จะเกิดการ หักเห หรืออาจเกิดการ สะท้อนกลับหมดใน ตัวกลางที่แสงตกกระทบ การหักเหของแสงผ่าน เลนส์ทำให้เกิดภาพที่มี ชนิดและขนาดต่าง ๆ -แสงขาวประกอบด้วยแสง สีต่าง ๆ เมื่อแสงขาวผ่าน ปริซึม -อธิบาย -หลักฐาน เชิงประจักษ์ -เขียน แผนภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๘๔ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ จะเกิดการกระจายแสงเป็นแสง สีต่างๆ เรียกว่า สเปกตรัมของ แสงขาว เมื่อเคลื่อนที่ใน ตัวกลาง ใด ๆ ที่ไม่ใช่อากาศ จะมี อัตราเร็วต่างกัน จึงมีการ หักเหต่างกัน ว2.3ม3/17อธิบาย ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวกับแสง และการ ทำงานของทัศน อุปกรณ์จากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ว2.3ม3/18เขียน แผนภาพการเคลื่อนที่ ของแสง แสดงการเกิด ภาพของทัศนอุปกรณ์ และเลนส์ตา 1)การสะท้อนและการหัก เหของแสงนำไปใช้อธิบาย ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับแสง เช่น รุ้ง มิราจ และอธิบาย การทำงานของทัศนอุปกรณ์ เช่นแว่นขยายกระจกโค้ง จราจร กล้องโทรทรรศน์ กล้องจุลทรรศน์แว่น สายตา 1)ในการมองวัตถุ เลนส์ตาจะถูกปรับโฟกัส เพื่อ ให้เกิดภาพชัดที่จอตา ความบกพร่องทางสายตา เช่นสายตาสั้นและสายตา ยาวเป็นเพราะตำแหน่งที่ เกิดภาพไม่ได้อยู่ที่จอตา พอดี จึงต้องใช้เลนส์ในการ แก้ไขเพื่อช่วยให้มอง เห็น เหมือนคนสายตาปกติโดย คนสายตาสั้นใช้เลนส์เว้า สายตายาวใช้นูน -อธิบาย -ข้อมูล -เขียน แผนภาพ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร


๘๕ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ ว2.3 ม 3 /19อธิบาย ผลของความสว่างที่มี ต่อดวงตาจากข้อมูล ที่ได้จากการสืบค้นว2.3ม3/20 วัดความ สว่างของแสงโดย ใช้ อุปกรณ์วัดความสว่าง ของแสงว2.3ม3 /21ตระหนัก ในคุณค่าของความรู้เรื่อง ความสว่างของ แสงที่มี ต่อดวงต าโดย วิเคราะ ห์สถานการณ์ ปัญหาและเสนอแนะ การจัดความสว่าง เหมาะสมในการทำ กิจกรรมต่าง ๆ -ความสว่างของแสงมีผลต่อ ดวงตามนุษย์ การใช้สายตา ในสภาพ แวด ล้อมที่มีความ ส ว่างไ ม่เหมาะสมจะเป็น อันตรายต่อดวงตา เช่น การ ดูวัตถุในที่มีความสว่างมาก หรือน้อยเกินไป การจ้องดูหน้าจอภาพเป็นเวลานาน ความส ว่างบนพื้นที่รับแสงมี หน่วยเป็นลักซ์ ความรู้ เกี่ยวกับความสว่างสามารถ นำมา ใช้จัดความสว่างให้ เหมาะสมกับ ให้การทำ กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัด ความสว่างที่เหมาะสม สำหรับการอ่านหนังสือ -อธิบาย -สืบค้น - ใช้อุปกรณ์ -วิเคราะห์ -เสนอแนะ -ตระหนัก -เหมาะสม -วัดความ สว่าง -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต ว3.1 ม 3 / 1อธิบาย การโคจรของดาว เคราะห์รอบดวง อาทิตย์ด้วย แรงโน้ม ถ่วงจากสมการ F = (Gm 1 m 2)/r 2 -ในระบบสุริยะมีดวงอาทิตย์ เป็นศูนย์กลางโดยมีดาว เคราะห์และบริวาร ดาว เคราะห์แคระดาวเคราะ ห์ น้อ ยดาวหา งและอื่นๆ เช่นวัต ถุ คอยเปอร์โคจรอยู่โดยรอบ ซึ่งดาวเคราะห์และวัตถุ เหล่านี้โคจรรอบดวงอาทิตย์ ด้วย แรงโน้มถ่วง แรงโ น้ม ถ่วง -อธิบาย -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร


๘๖ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ เป็นแรงดึงดูดระหว่างวัตถุสอง วัตถุ โดยเป็นสัดส่วนกับผลคูณ ของมวลทั้งสองและเป็น สัดส่วนผกผันกับกำลังสองของ ระยะทางระหว่าง วัตถุทั้งสอง แสดงได้โดย สมการ F = (Gm1m2)/r2 เมื่อF แทนความโน้มถ่วง ระหว่างมวลทั้งสอง G แทนค่านิจโน้มถ่วงสากล m 1 แทนมวลของ วัตถุแรก m2 แทนมวลของวัตถุที่ สอง และr แทนระยะห่าง ระหว่างวัตถุ ทั้งสอง ว3.1ม3/2สร้าง แบบจำลองที่อธิบาย การเกิดฤดู และ เคลื่อนที่ปรากฏของ ดวงอาทิตย์ การที่โลกโคจรรอบดวง อาทิตย์ในลักษณะที่ การแกน โลกเอียงกับแนวตั้ง ฉากของ ระนาบทางโคจร ทำให้ส่วนต่างๆ บนโลกได้รับ ปริมาณแสงจากดวงอาทิตย์ แตกต่างกันในรอบปี เกิดเป็น ฤดูกลางวันกลางคืนยาวไม่ เท่ากันและตำแหน่ง การขึ้น และตกของดวงอาทิตย์ที่ขอบ ฟ้าและเส้น ทางการขึ้นและ ตกของดวงอาทิตย์เปลี่ยนไป ในรอบปี ซึ่งส่งผลต่อการ ดำรงชีวิต -สร้าง แบบจำลอง -อธิบาย -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการสื่อสาร -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต


๘๗ มาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ A สมรรถนะที่สำคัญ ของผู้เรียน C ว3.1ม3/3สร้าง แบบจำลองที่อธิบาย การเกิดข้างขึ้นข้างแรม การเปลี่ยนแปลงเวลาการ ขึ้นและตกของดวงจันทร์ และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ดวงจันทร์โคจรรอบโลก โลกและ ดวงจันทร์โคจรรอบดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์รับแสงจากดวงอาทิตย์ ครึ่งดวงตลอดเวลา เมื่อ ดวงจันทร์ โคจรรอบโลกได้หันส่วนสว่างมายัง โลกแตกต่างกัน จึงทำให้คน บน โลกสังเกตส่วนสว่างของดวงจันทร์ แตกต่างไป ในแต่ละวันเกิดเป็น ข้างขึ้นข้างแรม - สร้าง แบบจำลอง -อธิบาย -ความสามารถใน การคิด -ความสามารถใน การสื่อสาร -ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต ว3.1ม3/4อธิบายการใช้ ประโยชน์ของเทคโนโลยี อวกาศและยกตัวอย่าง ความก้าวหน้าของ โครงการอวกาศ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ -เทคโนโลยีอวกาศได้มีบทบาทต่อ การดำรงชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน มาก มาย มนุษย์ได้ใช้ สำรวจประโยชน์ จากเทคโนโลยีอวกาศเช่นระบบนำ ทางด้วยดาวเทียม (GNSS) การ ติดตามพายุ สถานการณ์ ไฟป่า ดาวเทียมช่วยภัยแล้ง การ ตรวจคราบน้ำมันในทะเล -อธิบาย -ใช้ประโยชน์ -ยกตัวอย่าง -รวบรวมข้อมูล -ความสามารถใน การคิด -ความสามารถใน การสื่อสาร -ความสามารถใน การแก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี -ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต


๘๘ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -โครงการสำรวจอวกาศ ต่าง ๆ ได้พัฒนาเพิ่มพูน ความรู้ความเข้าใจต่อโลก ระบบสุริยะและเอกภพ มาก ขึ้นเป็นลำดับ ตัวอย่าง โครงการสำรวจอวกาศ เช่น การสำรวจสิ่งมีชีวิตนอก โลก การสำรวจ ดาวเคราะห์ นอกระบบสุริยะการสำรวจดาว อังคาร และบริวารอื่นของดวง อาทิตย์


๘๙ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา รายวิชาวิทยาการคำนวณ3 รหัสวิชา ว23186 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลา ๒๐ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิด เชิงคำนวณในการ แก้ปัญหาที่พบในชีวิต จริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารในการ เรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมี จริยธรรม -เข้าใจและใช้แนวคิดเชิง คำนวณในการแก้ปัญหาที่พบ ในชีวิตจริง ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารใน การเรียนรู้ การทำงาน และ การแก้ปัญหา -ใช้แนวคิด -คำนวณ -แก้ปัญหา -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -อย่างมี ประสิทธิภาพ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี ม.3/1 พัฒนา แอปพลิเคชันที่มี การบูรณาการกับวิชา อื่นอย่างสร้างสรรค์ -ขั้นตอนการพัฒนา แอปพลิเคชัน -Internet of Things (IoT) -ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพัฒนา แอปพลิเคชันชัน เช่น Scratch, python, java, c, AppInventor -ตัวอย่างแอปพลิเคชัน เช่น โปรแกรมแปลงสกุลเงิน โปรแกรมผันเสียง -แก้ปัญหา -ใช้ เทคโนโลยี -อย่างเป็น ขั้นตอน -รู้เท่าทัน -อย่าง สร้างสรรค์ -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๙๐ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ วรรณยุกต์ โปรแกรมจำลอง การแบ่งเซลล์ ระบบรดน้ำอัตโนมัติ ม.3/2 รวบรวม ข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอ ข้อมูลและ สารสนเทศตาม วัตถุประสงค์ โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือ บริการบน อินเทอร์เน็ตที่ หลากหลาย -การรวบรวมข้อมูลจาก แหล่งข้อมูลปฐมภูมิและ ทุติยภูมิประมวลผลสร้าง ทางเลือกประเมินผลจะทำ ให้ได้สารสนเทศเพื่อใช้ใน การแก้ปัญหาหรือการ ตัดสินใจได้อย่างมี ประสิทธิภาพ -การประมวลผลเป็นการ กระทำกับข้อมูลเพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ที่มีความหมายและ มีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ งาน -รวบรวม -ประมวลผล -ประเมินผล -นำเสนอ -ใช้ ซอฟต์แวร์ -อย่างเป็น ขั้นตอน -อย่างเป็น ระบบ -หลากหลาย -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี ม.3/3 ประเมิน ความน่าเชื่อถือของ ข้อมูล วิเคราะห์สื่อ และผลกระทบจาก การให้ข่าวสารที่ผิด เพื่อการใช้งานอย่าง รู้เท่าทัน -การประเมินความน่าเชื่อถือ ของข้อมูลเช่น ตรวจสอบ และยืนยันข้อมูลโดย เทียบเคียงจากข้อมูลหลาย แหล่งแยกแยะข้อมูลที่เป็น ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น หรือใช้PROMPT -การสืบค้นหาแหล่งต้นตอ ของข้อมูล -เหตุผลวิบัติ (logicalfallacy) -การ ประเมิน -วิเคราะห์ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ ทักษะชีวิต -ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี


๙๑ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ A สมรรถนะที่ สำคัญของ ผู้เรียน C ต้องรู้ ควรรู้ -ผลกระทบจากข่าวสารที ผิดพลาด -การรู้เท่าทันสื่อเช่นการ วิเคราะห์ถึงจุดประสงค์ของ ข้อมูลและผู้ให้ข้อมูลตีความ แยกแยะเนื้อหาสาระของสื่อ เลือกแนวปฏิบัติได้อย่าง เหมาะสมเมื่อพบข้อมูลต่างๆ ม.3/4 ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัยและมีความ รับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตามกฎหมาย เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ใช้ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดย ชอบธรรม -การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภัยเช่นการทำ ธุรกรรมออนไลน์การซื้อสินค้า ซื้อซอฟต์แวร์ค่าบริการสมาชิก ซื้อไอเท็ม -การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างมีความรับผิดชอบเช่นไม่ สร้างข่าวลวงไม่แชร์ข้อมูลโดย ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง -กฎหมาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ -การใช้ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดย ชอบธรรม (fairuse) -ใช้ เทคโนโลยี -ปลอดภัย -ประสิทธิ ภาพ -รับผิดชอบ -รู้เท่าทัน -มีจริยธรรม -ความสามารถ ในการคิด -ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต -ความสามารถ ในการ แก้ปัญหา


๙๒ ตารางวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ (รายวิชาเพิ่มเติม)


๙๓ ผลการเรียนรู้ ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ A สมรรถนะเฉพาะ C 1. อธิบายและเปรียบเทียบ การจัดเรียงอนุภาค แรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาค สสารในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊สมีการ จัดเรียงอนุภาค แรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาค และ การเคลื่อนที่ของอนุภาคของ สารแตกต่างกัน ส่งผลให้ ปริมาตรและรูปร่างของ สสารในแต่ละสถานะ แตกต่างกัน ซึ่งสามารถ อธิบายโดยใช้แบบจำลอง อนุภาค -อธิบาย - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา ๒.อธิบายการเคลื่อนที่ของ อนุภาคของสสารชนิด เดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้ แบบจำลองอนุภาค ปริมาตรและรูปร่างของ สสารในแต่ละสถานะ แตกต่างกัน ซึ่งสามารถ อธิบายโดยใช้แบบจำลอง อนุภาค -อธิบาย - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา ๓.อธิบายปริมาตรและ รูปร่างของสสารในสถานะ ของแข็ง ของเหลวและแก๊ส โดยใช้แบบจำลองอนุภาค ปริมาตรและรูปร่างของ สสารในสถานะของแข็ง ของเหลวและแก๊ส โดยใช้ แบบจำลองอนุภาค -อธิบาย - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา ๔.ลงความเห็นจากข้อมูล โดยนำข้อมูลที่ได้จาก แบบจำลองอนุภาคมาลง ข้อสรุปเกี่ยวกับปริมาตร และรูปร่างของสสารใน สถานะต่าง ๆ ปริมาตรและรูปร่างของ สสารในสถานะต่าง ๆ -ลงความเห็นข้อมูล - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา ๕.สร้างแบบจำลอง โดยใช้ แบบจำลองเพื่ออธิบาย เกี่ยวกับสสารในแต่ละ สถานะ แบบจำลอง โดยใช้ แบบจำลองเพื่ออธิบาย เกี่ยวกับสสารในแต่ละ สถานะ -สร้างแบบจำลอง - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา


๙๔ ผลการเรียนรู้ ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ A สมรรถนะเฉพาะ C ๖.วางแผนในการอภิปราย และสร้างแบบจำลองของ อนุภาคสารในแต่ละสถานะ แบบจำลองของอนุภาคสาร ในสถานะของแข็ง ของเหลวและแก๊ส -วางแผน -อภิปราย - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา ๗.อธิบายการเปลี่ยนแปลง สถานะ ของสสาร การเปลี่ยนแปลงสถานะของ สารเป็นการเปลี่ยนแปลง ทางกายภาพ มีหลาย ลักษณะของแข็งเปลี่ยนเป็น ของเหลว เรียกว่า การ หลอมเหลว (melting) - ของเหลวเปลี่ยนเป็นแก๊ส เรียกว่า การกลายเป็นไอ (vaporization) - แก๊ส เปลี่ยนเป็นของเหลว เรียกว่า การควบแน่น (condensation) -อธิบาย - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา ๘.บอกการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร ในชีวิตประจำวัน ของเหลว เป็น แก๊ส แก๊ส เป็น ของเหลว ของแข็ง เป็น แก๊ส ของแข็ง เป็น ของเหลว เพิ่มอุณหภูมิ การหลอมเหลว ของเหลว เป็น ของแข็ง -บอก - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา


๙๕ ผลการเรียนรู้ ความรู้ K ทักษะ S คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ A สมรรถนะเฉพาะ C ๙.บอกปัจจัยที่ทำให้สสาร เปลี่ยนสถานะ -ปัจจัยที่ทำให้สสารเปลี่ยน สถานะได้แก่ 1. ธรรมชาติของสารตั้งต้น 2. ความเข้มข้นของสารตั้ง ต้น 3.พื้นที่ผิวของสาร 4. อุณหภูมิ 5. ตัวเร่งปฏิกิริยาหรือตัว หน่วงปฏิกิริยา -บอก - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา ๑๐.อธิบายความร้อนทำให้ สสารเกิดการเปลี่ยนแปลง -เมื่อสสารได้รับความร้อน อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น อนุภาค ของสสารนั้นจะสั่นและ เคลื่อนที่เร็วขึ้น ส่งผลให้ สสารเกิดการขยายตัว เมื่อ สสารสูญเสียความร้อน อุณหภูมิจะลดลง อนุภาค ของสสารนั้นสั่นและ เคลื่อนที่ได้ -ช้าลง ส่งผลให้สสารเกิดการ หดตัว -อธิบาย - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา ๑๑.ออกแบบทำโมเดล จำลองอนุภาคของสสาร -จัดกลุ่มทำโมเดลจำลอง อนุภาคของสสาร โดยใช้ดิน น้ำมัน โฟมหรือวัสดุที่ สามารถหาได้ -ออกแบบ - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา ๑๒.ออกแบบและทดลองทำ น้ำยาล้างจาน สบู่เหลว เทียนเจล ใช้หลักการเรื่องสสารและ การเปลี่ยนแปลงมาทดลอง ทำน้ำยา -ล้างจาน สบู่เหลว -เทียนเจล -ออกแบบ -ทดลอง - - การคิดเชิง ระบบ - การคิด แก้ปัญหา


Click to View FlipBook Version