The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การประเมินด้านจิตใจและอารมณ์สังคม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การประเมินด้านจิตใจและอารมณ์สังคม

การประเมินด้านจิตใจและอารมณ์สังคม

“การประเมินดา้ นจิตใจและอารมณ์
สงั คม

อ.ธดิ ารัตน์ คณึงเพยี ร
วพบ.สุรินทร์



1.ผถู้ กู กกั กนั ผตู้ ดิ เชือ้ โควดิ
2.กลมุ่ เส่ยี งตอ่ ปัญหาสขุ ภาพจติ
3.บคุ ลากรทางการแพทยท์ ่ี
ปฏบิ ตั งิ านดา้ นการติดโควดิ -19 ท่ี
อผาปู้ จ่วจยะแเลกว้ิดผขลนึ้ ไจมาเ่ กปก็นาไรปใตหาก้ มาทรด่ี แู ล
คาดหวงั ไว้ เชน่ ผปู้ ่วยจะดีขนึ้ แต่
กลบั กลายเป็นเสยี ชีวติ หรอื มี
โอกาสติดเชือ้ เป็นความเครยี ดท่ี
เกิดขนึ้ อาจทาใหเ้ กิดภาวะหมดไป
ในการทางาน และ
4.ประชาชนท่วั ไป

“มนุษยประกอบดวย รางกาย จิตใจ อารมณและสังคม
ซง่ึ เปน

องคประกอบที่ไมสามารถแยกออกจากกันไดและมอี ิทธพิ ลตอกนั ”



“จติ เป็ นนาย กายเป็ นบา่ ว”

ภาวะจิตสงั คมคอื อะไร
•ภาวะจิตสังคม หมายถึง สภาพองค์ประกอบของบุคคลด้านร่างกาย
จิตใจอารมณ์และสังคมที่แสดงออกให้เห็นได้จากสีหน้า ท่าทาง แวว
ตา คําพูด น้ําเสียง กริยาท่าทาง และพฤติกรรมของบุคคล ซ่ึงท้ังหมด
มีความสมั พันธ์กนั และมอี ทิ ธพิ ลตอ่ กนั

(เชาวนี ลอ่ งชผู ล,2552)



สุขภาพใจคือหวั ใจสาคญั ของมนุษย์

•ชว่ งมี.ค.คนแห่โทรสายดว่ น 1323เพ่มิ ขนึ้ 15 เทา่ หว่นั ซา้ รอยวิกฤตติ ม้
ยากงุ้ อตั ราฆา่ ตวั ตายเพ่มิ 2 ตอ่ แสนประชากร
•สายดว่ นกรมสขุ ภาพจติ 1323 กบั โควดิ -19 เดอื นมี.ค. ซง่ึ เป็นช่วงท่ี
สถานการณโ์ ควดิ พบผปู้ ่ วยมากขนึ้ นนั้ มกี ารโทรรบั คาปรกึ ษา 600
สาย เพมิ่ ขนึ้ 15 เทา่ และเดอื นเม.ย.ครง่ึ เดอื นโทรปรกึ ษาแลว้ 315 สาย
3 อนั ดบั แรกท่มี กี ารปรกึ ษา คือ เครยี ดวติ กกงั วล 51.85% ผปู้ ่วยจติ เวช
เดิม 37.99 % และสอบถามขอ้ มลู 6.57 %

8 สัญญาณเตือนทบี่ ่งชี้ว่า บุคคลต้องได้รับการช่วยเหลือจากจิตพททย
หรือบุคลากรสุขภาทจิต

• 1.มคี วามสับสนรุนแรงรู้สกึ ราวกับว่าโลกนีไ้ ม่มอี ยู่จริง

เหมือนกาลังฝันไป ล่องลอย
• 2.รู้สกึ ถงึ เหตุการณน์ ั้นอย่ซู า้ ๆ บ่อยๆ หยุดไม่ได้ จาแต่ภาพโหดร้ายได้

ตดิ ตา ฝันร้าย ยา้ คดิ แต่เร่ืองเดมิ ๆ
• 3.หลีกหนีสังคมกลัวทก่ี ว้าง ไม่กล้าเข้าสังคม
• 4.ตนื่ กลัวเกนิ เหตุฝันร้ายน่ากลัว ควบคุมตนเองใหม้ สี มาธิไม่ได้

กลัวว่าจะตาย

8 สัญญาณเตือนทบ่ี ่งชี้ว่า บุคคลต้องได้รับการช่วยเหลือจากจติ พททย
หรือบุคลากรสุขภาทจิต

• 5.วิตกกงั วลมากเกนิ ไปจนทาอะไรไม่ได้ หวาดกลัวรุนแรง

มีความคิดฝังใจ ประสาทมนึ ชา
• 6.ซมึ เศร้าอย่างรุนแรงรู้สึกว่าตวั เองไร้ค่า ทอ้ แท้ ตาหนิตัวเอง หมด

ความสนใจในสิ่งทชี่ อบ อยากตาย
• 7.ตดิ สุราและสารเสพตดิ
• 8.มอี าการทางจติ หลงผิด ประสาทหลอน ฯลฯ











องคป์ ระกอบในการประเมนิ ภาวะจติ สังคม

องคประกอบในการประเมินภาวะจิตสังคม

• ข้อมูลทวั่ ไปเกย่ี วกบั การดาํ เนินชีวติ (Lifestyle information)

ไดแ้ ก่ อายุ อาชีพ ศาสนา สถานภาพสมรส สมาชิกในครัวเรือน ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
ผรู้ ับบริการและสมาชิกในครอบครัว บุคคลท่ีใหก้ ารสนบั สนุนช่วยเหลือ

• แบบแผนการเผชิญปัญหา (Normal coping pattern)

สงั เกตการเผชิญปัญหาของผรู้ ับบริการ เมื่อมีความเครียดเกิดข้ึนผรู้ ับบริการจดั การกบั
ความเครียดอยา่ งไร แบบแผนการแกป้ ัญหาโดยมุ่งเนน้ ที่ปัญหาหรือแกป้ ัญหาท่ีเกิดข้ึนโดยใช้
อารมณ์ (Problem solving & emotional solving)

องคประกอบในการประเมินภาวะจิตสังคม

ความเข้าใจในความเจ็บป่วยของตน (Understanding of current illness)

ผู้รับบริการมคี วามเขา้ ใจภาวะความเจบ็ ปว่ ยของตนเองอยา่ งไร ความเจ็บปว่ ยของตนมผี ลกระทบ
ตอ่ ตนเองและหน้าทีค่ วามรับผิดชอบอยา่ งไร กระทบกับต่อผ้อู ่นื และบุคคลท่ีเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง

บุคลกิ ลักษณะ (Personality style)

บุคลิกลกั ษณะของผรู ับบริการเปนอยางไร มแี นวโนมพฤตกิ รรมพงึ่ พา ไมเปนมติ ร หรือประเภท
เขมงวด ไมยดื หยุน

องคประกอบในการประเมินภาวะจิตสังคม

ประวัติความเจบ็ ป่วยทางจติ (History of psychiatric disorder)

ผู้รับบริการมีประวตั ิการเจบ็ ปว่ ยทางจติ หรือไม่ มภี าวะซมึ เศร้าหรือความคดิ ฆ่าตัวตายหรอื ไม่
หากประเมนิ ไดว้ ่าผู้รับบริการมคี วามเบย่ี งเบนจากปกติ ควรตรวจสภาพจิตเพ่ิมเตมิ

การเปลย่ี นแปลงทเี่ กิดขึ้นในชีวติ (Recent life change or stressors)

การเปล่ยี นแปลงทเ่ี กิดข้นึ ในวิถชี วี ิตทอี่ าจเปนสาเหตขุ องความเครยี ด แบงออกไดเปน 2 แบบ คอื
การเปลย่ี นแปลงในทางทดี่ ขี ึ้น เชน การเลอ่ื นตําแหนงทสี่ ูงขน้ึ การยายบานใหม และการเปล่ยี นแปลง
ในทางทแ่ี ยลง เชน การหยาราง ถกู ปลดออกจากงาน การตายของสมาชกิ ในครอบครัว เปนตน

องคประกอบในการประเมินภาวะจติ สังคม

• ผลกระทบที่เกิดจากการเจบ็ ป่วย (Major issues raised by current illness)
ผลกระทบทีเ่ กดิ จากความเจบ็ ปว่ ยครัง้ นี้ เชน่ เม่อื เกดิ ความเจ็บปว่ ยสง่ ผลกระทบต่อ

การทาํ งานทาํ ใหร้ ายได้ลดลงหรือถูกปลดออกจากงาน เกิดปญั หาสมั พันธภาพระหวา่ ง
สมาชิกในครอบครัว คู่สมรสขอหย่ารา้ ง มีหน้ีสนิ จากการขายทรัพย์สนิ เพ่ือใชใ้ นการรักษา
ในโรงพยาบาล เป็นต้น

องคประกอบในการประเมนิ ภาวะจติ สังคม

• การตรวจสภาพจิต (Mental status examination)
การตรวจสภาพจติ จะทําในกรณีท่สี งสัยเทา่ นั้น พฤติกรรมของผูร้ บั บรกิ ารท่มี ี

ความเบยี่ งเบน จําเป็นต้องไดร้ ับการตรวจสภาพจิตเพิ่มเติม เพ่ือวินจิ ฉัยว่ามีปญั หาด้าน
ความ บกพร่องของการทํางานดา้ นจิตใจ ปญั ญา และด้านพฤตกิ รรมอนื่ ๆ หรือไม่

ข้อมูลทเ่ี กย่ี วข้องกบั ภาวะจติ สังคม

ข้อมูลทเี่ กยี่ วข้องกบั ภาวะจิตสังคม

1. ประวัติส่วนตัว (Personal history)
ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ชื่อ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส

ประวัติการเจ็บปว่ ยในอดีต การเจบ็ ปว่ ยในปัจจุบัน ประวตั คิ วามเจ็บปว่ ยในครอบครัว
2. รปู ร่างลักษณะท่ัวไป (General appearance)

การปรากฏกาย และการแสดงออกที่บุคคลทั่วไปสังเกตได้ ส่ิงแรกที่ผู้ประเมิน
สังเกตเห็นได้แก่ การแต่งกาย ทรงผม การแต่งหน้า รูปแบบเส้อื ผ้าที่บุคคลสวมใส่ ลักษณะ
ที่ ปรากฏสามารถบอกได้ว่าบุคคลอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ปกติ เช่น การสวมเส้ือผ้า
หลายช้ัน การแต่งหน้าสีสันฉูดฉาดท้ังที่บุคคลนั้นไม่เคยแต่งมาก่อน ทรงผมยุ่งเหยิงรุงรัง
และสกปรก เป็นต้น



ข้อมูลทเี่ กย่ี วข้องกบั ภาวะจติ สังคม

3. พฤตกิ รรม (Behaviors)
พฤตกิ รรมท่วั ไป ลกั ษณะการแสดงออก ของพฤตกิ รรม การแก้ปญั หาในชวี ิตหรอื ขณะ

สัมภาษณ์ และรูปแบบการแกปญหาของผรู ับบริการเปนอยางไร
(มงุ เนนปญหาหรืออารมณ) รูปแบบการเผชญิ ปญหา(Coping) เปนลักษณะทช่ี วยทาํ ให
ปญหาคลคี่ ลายหรือทาํ ใหเกดิ ปญหาอืน่ ตามมา สุขภาพสมบรู ณ/สขุ ภาพดี (Healthy) หรอื
สุขภาพไม สมบูรณ / สขุ ภาพไมดี(Unhealthy)



ข้อมูลทเ่ี กย่ี วข้องกบั ภาวะจติ สังคม

4. บคุ ลกิ ภาพและความสามารถในดานการส่อื ความหมาย (Personality
style and communication ability)

บคุ ลิกภาพท่ีสงั เกตเห็นมี ลักษณะทส่ี ามารถอยูรวมกบั บคุ คลอื่นไดดีหรือลกั ษณะ
สรางปญหาใน การอยูรวมกับผอู ่นื

ข้อมูลทเี่ กย่ี วข้องกบั ภาวะจิตสังคม

4.1 บคุ ลกิ ภาพของบุคคล (Personality style)

• พยาบาลทาํ การประเมนิ บุคลิกภาพของผูรับบริการ เชน
เอาเปรียบผอู ่ืน (Exploited) เก็บกด (Depressed) พงึ่ พาผอู น่ื (Dependent) ไมเปนมิตร

(Hostile) เสแสรง (Dramatic) วิพากษวิจารณ (Critical) ตอตานไมใหความรวมมอื (Rebellious)
ปฏิเสธความจริง (Denial) ซงึ่ ลกั ษณะดังกลาวทําใหสามารถสรปุ ไดวาบุคคลอาจมีปญหาในการอยู
รวมกันหรอื การทํางานรวมกบั บุคคลอนื่

ถาบุคคลมีลักษณะกลาแสดงออก (Assertive) เปนมิตร (Friendly) อยใู นโลกของความเปนจรงิ
(Reality) กจ็ ะเปนลกั ษณะของบคุ คลที่มปี ญหาการอยรู วมกบั ผอู ืน่ นอยหรือการทาํ งานกบั บุคคลอ่นื ได
ดี

ข้อมูลทเี่ กย่ี วข้องกบั ภาวะจิตสังคม

• 4.2 ดานการส่ือความหมาย (Communication ability)

พยาบาลประเมินความสามารถพดู สอ่ื ความคิดความรูสึกของผรู ับบริการมีความผิดปกติ
ดานการส่ือความหมายหรือไม ความคดิ ถกู ขัดขวางทันทีทันใด (Blocking) พูดวกวนออมคอม
(Circumstantialities) ความคดิ เปลย่ี นแปลงเร็ว สังเกตไดจากการพดู หลายๆ เร่ืองในเวลาเดยี วกนั
(Flight of ideas) ไมพดู พดู ไมมเี สียง (Mutism) สรางภาษาใหม (Neologism) หรือพยายามจะบอก
บางสงิ่ บางอยาง (Perseveration) เปนตน https://youtu.be/3qrGWSGhb40

ข้อมูลทเ่ี กย่ี วข้องกบั ภาวะจิตสังคม

5. สภาวะและการแสดงออกทางอารมณ์ (Emotional state and affect)

ในขณะทพ่ี ยาบาลสมั ภาษณผ์ รู้ ับบรกิ ารมพี ้นื อารมณ์ และมกี ารแสดงออกทางอารมณ์อยา่ งไร
เหมาะสมกบั สภาพการณ์หรือเรือ่ งราวทบ่ี อกเลา่ หรือไม่

6. ความคิดและเนอ้ื หาความคิด (Thought and content of thought)

พยาบาลควรประเมนิ ความคดิ ของผรู ับบรกิ าร เน้ือหาความคดิ และกระบวนการคดิ มลี กั ษณะใด

ข้อมูลทเ่ี กย่ี วข้องกบั ภาวะจิตสังคม

ความคดิ หรอื ลกั ษณะเนอื้ หาความคิดทีส่ ามารถพบไดในผรู้ ับบริการที่มีปญหา
สขุ ภาพจิตหรือการเจ็บปวยทางจิตเวช ไดแก

• Hallucination ภาวะประสาทหลอน

• Illusion การแปลผลผดิ (การมองเหน็ การได ยนิ กลน่ิ รส สัมผัส)

• Delusion หลงผดิ

• Obsession การย้าํ คดิ

• Phobia กลัวในส่ิงท่ีไมควรกลัว

• Depersonalization บุคลกิ เปล่ียนไปเปนอีกคนหนง่ึ

• Magical thinking มคี วามคดิ วาตนเองเปนผวู ิเศษ

• Grandiosity หลงผดิ คดิ วาตนเองเปนใหญเปนโต

• Paranoid มคี วามหวาดระแวง

ข้อมูลทเ่ี กย่ี วข้องกบั ภาวะจติ สังคม

7. การรบั รูสงิ่ แวดลอม (Orientation)
การรับรูเวลา สถานท่ีและบคุ คล ของผรู ับบรกิ าร เชน ผูรบั บรกิ ารรูจักสถานท่ี

ขณะตรวจสภาพจิตหรอื ไม บอก วันทเ่ี วลาไดหรือไม บอกไดหรือไมวาบคุ คลทอ่ี ยูดวยคือ
ใคร สามารถจาํ บคุ คลที่ เคยรูจักไดหรอื ไม เปนตน โดยทัว่ ไป ผรู บั บริการจะสญู เสยี
ความสามารถในการรับรูเรื่องเวลา สถานท่แี ละบคุ คล ตามลําดับ

ข้อมูลทเ่ี กย่ี วข้องกบั ภาวะจติ สังคม

8. ความจํา (Memory)

พยาบาลประเมินระดบั ของการสญู เสยี ความจาํ ของผูรบั บริการ
เชน การสญู เสียความจําบางสวน การสูญเสยี ความจําเปนชวงๆ ความจําท่เี สีย
ไปเปน ความจาํ ระยะเวลาทเ่ี พิ่งเกดิ ขึ้น (Recent memory) หรอื สูญเสยี ความจํา
ท่ีเกดิ ข้นึ นานมาแลว (Remote memory) เปนตน

ข้อมูลทเี่ กยี่ วข้องกบั ภาวะจิตสังคม

9. ความสามารถดานสตปิ ญญา (Intellectual ability)
พยาบาล ประเมินความสามารถทางสตปิ ญญาของผูรับบริการ ไดแก

ระดับสตปิ ญญา ความสามารถดานการคดิ ความสามารถในการแกปญหาดวยสตปิ ญญา

ข้อมูลทเี่ กย่ี วข้องกบั ภาวะจิตสังคม

10. การหยัง่ รู (Insight)

พยาบาลประเมนิ การตระหนกั รใู นตนเองของผรู บั บรกิ าร ในสงิ่ ทเี่ กิดขนึ้ และเหตุการณรอบตัวท่ี
กระทบตอผรู บั บริการและผอู นื่ โดยเฉพาะความเจบ็ ปวยของผรู ับบริการ ผรู บั บริการทราบหรือไมวา
ตนเองไมปกติ รูและเขาใจสาเหตทุ ี่ทาํ ใหตนเองเกดิ การเจ็บปวยในปจจุบนั สามารถบอกถงึ ผลกระทบ
ของการเจ็บปวยตนเองและผอู ื่นหรอื ไมอยางไร

ข้อมูลทเี่ กย่ี วข้องกบั ภาวะจิตสังคม

11. การเปลีย่ นแปลงของระบบประสาทเนอ่ื งจากอารมณ (Neurovegetative
changes)

พยาบาลควรประเมินการเปลย่ี นแปลงดานอารมณสงผลกระทบตอรางกาย
เชน การนอนหลับ การรับประทานอาหาร การขบั ถาย ความตองการทางเพศ
บุคคลทมี่ ีภาวะซึมเศราจะมีแบบแผนการพกั ผอนนอนหลับทเี่ ปลีย่ นแปลงทัง้ มากและ
นอยกวาปกติ บุคคลทม่ี ีความเครียดและความวติ กกงั วลสงู จะมีอาการนอนไมหลบั เปนตน
https://youtu.be/f4AR4LWcMnw

ปจจัยดานชีวเคมที ี่มผี ลตอภาวะจิตสังคม

• ปจจัยทางชีวเคมที ่มี ผี ลตอพฤติกรรมดานจติ สงั คมของผูรบั บรกิ าร
เชน ความไมสมดลุ ของเกลือแรในรางกาย มีผลตอพฤติกรรมดานจิตสังคมและ

รางกาย ไดแก
- แคลเซียมสงู ทาํ ใหเกิดภาวะสบั สน ซมึ อยูไมนง่ิ
- แคลเซยี มตาํ่ ทําใหสมาธสิ นั้ สตปิ ญญาลดลง อารมณแปรปรวน ซมึ เศรา
- โซเดียมสูง ทาํ ใหอยูไมนง่ิ รูสกึ ตวั ลดลง

ปจจยั ดานชวี เคมที ี่มผี ลตอภาวะจติ สงั คม

ปจจัยทางชีวเคมที ี่มีผลตอพฤติกรรมดานจิตสังคมของผูรบั บรกิ าร

• - โซเดยี มตํา่ ทาํ ใหซึม รสู ึกตวั ลดลง ไมรูสึกตัวหรอื ถึงแกความตาย

• - ฟอสฟอรสั ตา่ํ ทําใหวนุ วาย อยไู มนงิ่ ไมรสู ึกตัว รบั รไู ดนอย

• - โพรแทสเซียมสงู ทาํ ใหออนเพลีย กลนื อาหารลําบาก

• - โพรแทสเซยี มต่าํ ทาํ ใหมีการเปล่ียนแปลงทางอารมณและบคุ ลิกภาพ สน้ิ หวัง อยากตาย

• - ภาวะเลอื ดเปนกรด ความสามารถทางปญญาลดลง งวงซึม สับสน วุนวาย อยไู มนิง่ สนั่ มีภาวะ
หลงผดิ และประสาทหลอน (Delirium) พดู จา สับสน

• - ภาวะเลอื ดเปนดาง ความสามารถทางปญญาลดลง ไมสนใจ สิ่งแวดลอม วุนวาย สั่น อยไู มนิง่
มภี าวะหลงผิดและประสาทหลอน พูดจา สับสน

แหลงขอมูลดานจติ สังคม

การเกบ็ รวบรวมขอมูลภาวะจิตสังคมมาจาก 2 แหลง คอื
1.แหลงขอมลู ปฐมภมู ิ (Primary Source) ไดแก ขอมูลทีไ่ ดโดยตรงจาก
ผูรบั บริการ
2.แหลงขอมลู ทตุ ยิ ภมู ิ (Secondary Source) ไดแก ขอมูลท่ีไดจากญาติ
ผูใกลชดิ เพอ่ื น เจาหนาทีใ่ นทีมสขุ ภาพและหลกั ฐานเอกสารตาง เปนตน

การเก็บรวบรวมขอมูลดานจิตสังคม

1. ขอมูลทางดานรางกาย (Physical dimension)

หมายถงึ ขอมลู ดานชวี ภาพและกายภาพท่ีเกี่ยวของสัมพนั ธกบั การเปลี่ยนแปลงของอารมณ
จิตใจ และสงั คม

ควรทาํ ไปพรอมๆ กับการซกั ประวตั ิและการประเมนิ ภาวะดานรางกาย

การเกบ็ รวบรวมขอมูลดานจิตสงั คม

การเกบ็ รวบรวมขอมูลดานจติ สังคม

ขอมลู ดา้ นรา่ งกายทค่ี วรประเมิน ไดแก
1.1 โรคหรอื ความผดิ ปกติทางดานรางกาย จิตใจ อารมณทเี่ กยี่ วของกับการถายทอดทาง
พันธกุ รรม เชน โรคทางจติ เวช ปญญาออน เปนตน
1.2 ประวัติการเจบ็ ปวยทางดานสขุ ภาพและการใชยา ตง้ั แตวยั เดก็ จนถึงปจจุบนั
เชน โรคเนื้องอกในสมอง อบุ ตั เิ หตุทางสมอง เปนตน
1.3 การปฏบิ ตั ติ นในชวี ิตประจาํ วัน เพ่ือคนหาความยงุ ยากในการดาํ เนินกจิ กรรมตางๆ
ของบุคคลได
1.4 ลกั ษณะทางรางกาย การแตงกาย ทาทาง การสบตา การเคล่ือนไหว ปฏิกริ ิยา
ตอการสมั ภาษณ/ การประเมนิ การพูดคุยหรือความพิการ

การเก็บรวบรวมขอมูลดานจติ สงั คม

2. ข้อมูลทางดา้ นอารมณ์ (Emotional dimension)
อารมณ์ของบคุ คล จะแสดงออกทาง สีหนา้ ทา่ ทาง การกระทํา และการบอกเลา่

เก่ียวกับความรสู้ ึกที่เกดิ ขึน้ ข้อมูลการประเมินภาวะอารมณข์ องผู้รับบรกิ าร พยาบาล
สามารถเกบ็ รวบรวมข้อมลู ทางด้านอารมณไ์ ดจ้ ากการสังเกตลกั ษณะท่าทางที่ แสดงออก
รวมถงึ อากัปกริ ยิ า ท่าทางอน่ื ๆ เปน็ ตน้

การเก็บรวบรวมขอมูลดานจติ สังคม

3. ขอมลู ดานสตปิ ญญา (Intellectual dimension)
เปนขอมูลทเี่ ก่ียวของกับการแสดงออกของสตปิ ญญา ไดแก การรบั รูผานประสาทสมั ผสั

ความทรงจาํ ในอดตี และปจจบุ ัน ความรูความเขาใจสง่ิ แวดลอมรอบตัว การติดตอสือ่ สาร
การยึดมน่ั ถือมน่ั และความยดื หยุนของความคิด

การเก็บรวบรวมขอมูลดานจติ สงั คม

4. ขอมลู ดานสงั คม (Social dimension) เปนขอมูลทีบ่ งบอกถึงความสัมพนั ธระหวาง
บคุ คลและส่งิ แวดลอมรอบตัวของบุคคล ไดแก

4.1 อตั มโนทัศน (Self concept) คือ การรบั รูการประเมินผลทีบ่ คุ คลมีตอตนเอง
ซึ่งเปนผลจากประสบการณท่ีสังคมมอบใหท้งั ในอดตี และปจจุบนั โดยเปน 2 ดาน ดงั นี้

4.1.1 ภาพลักษณทางกาย (Body image) หมายถึง ความรูสึกทางดานจติ ใจท่ี
บคุ คลมีตอรางกายของตนเอง ความรูสกึ น้มี กั เก่ยี วของกับความเจ็บปวยทางกาย

4.1.2 ความรูสกึ มคี ณุ คาในตนเอง (Self esteem) หมายถงึ การทีบ่ คุ คลมอง
ตนเองวาเปนอยางไรในแงมมุ ของคณุ ธรรมทสี่ งั คมยอมรับ คุณลักษณะหรอื อปุ นสิ ัย
ประจาํ ตวั ความคาดหวงั หรือความปรารถนาท่ีตนเองตองการ

การเกบ็ รวบรวมขอมูลดานจิตสงั คม

4. ขอมลู ดานสงั คม (Social dimension) (ต่อ)
4.2 สัมพนั ธภาพระหวางบคุ คล (Interpersonal Relationship) หมายถงึ

สัมพนั ธภาพของบคุ คลตอบุคคลอน่ื ในสงั คมทกุ ระดับ ต้ังแตบาน โรงเรยี น ทที่ าํ งานและ
ชมุ ชน รวมถงึ บคุ ลากรทีมสุขภาพ ซงึ่ อาจเกิดในลกั ษณะเขากันไดดี เปนมติ ร ไววางใจหรอื มี
ความขัดแยง ไมไววางใจกัน ความคาดหวงั ไมสอดคลองกัน พงึ่ พาตนเองหรอื พง่ึ พาผูอ่นื

การเก็บรวบรวมขอมูลดานจิตสงั คม

4. ขอมลู ดานสังคม (Social dimension) (ต่อ)
4.3 ระดบั สังคมประกติ (Level of socialization) เปนขอมูลทบ่ี อกถงึ การปรบั ตวั

ตอสภาวการณของสังคมทเ่ี ปลีย่ นแปลงไป เชน ผลกระทบของความเจ็บปวยตอบทบาท
ของการเปนมารดาและตออาชพี ของตนเอง เปนตน

4.4 ขอมูลทเ่ี กยี่ วของกับวฒั นธรรมและส่ิงแวดลอม (Cultural and
Environment factors) เชน คานิยม ความเชอื่ ประเพณี เปนตน ซึ่งเหลานี้ สงผลใหเกิด
ความเครยี ดหรอื สรางกาํ ลงั ใจตอบุคคลได



การเก็บรวบรวมขอมูลดานจติ สงั คม

5. ดานจิตวญิ ญาณ (Spiritual dimension) เปนการประเมินขอมลู เกี่ยวกับ

การคนหาความหมายของชีวิต ไดแก
5.1 ปรชั ญาชีวิต (Philosophy of life) เปนการใหความหมายของชีวติ ตามคานยิ ม

และความเชอื่ ของบคุ คล เชน ทําดีไดดที าํ ชว่ั ไดชว่ั
5.2 ความรสู ึกตอส่ิงเหนอื ธรรมชาติ (Sense of transcendence) เปนความรสู กึ

เกย่ี วกบั ความหวงั หมดหวังและความเช่ือมน่ั บางอยางในชวี ิตท่ีไมสามารถอธิบายได
5.3 แนวคิดเกีย่ วกับพระเจา พระพทุ ธเจา (Concept of deity) เปนความเชื่อใน

แนวคดิ ของบุคคลที่มีตอศาสนา ลัทธขิ องตนเอง
5.4 ความเช่ือม่ันทางจิตวิญญาณ (Spiritual fulfillment) เปน ความศรัทธา เชือ่ มน่ั

ในสง่ิ ดีงาม จะทําใหบคุ คลกลาหาญ มีกาํ ลังใจในการตอสู กบั สิง่ ตางๆ แมแตความตาย


Click to View FlipBook Version