ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำพัทลุง เขต 1 ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร เอกสำรล ำดับที่ 1/2566 แผนปฏิบัติกำรนิเทศ ติดตำม และประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำ ปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๖
คำนำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ เป็นหน่วยงานทางการศึกษา ที่มีภารกิจหลักในการสนับสนุน ส่งเสริมสถานศึกษา ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาชาติ และโดยภารกิจ ตามอำนาจหน้าที่ของกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาที่ต้องดำเนินการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดทุกโรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อพัฒนาสถานศึกษา ให้สามารถขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนให้เป็นไปตามมาตรฐาน การศึกษาชาติดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ข้างต้น กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา จึงนำนโยบาย และจุดเน้นลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดทำแผนปฏิบัติการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ประกอบด้วย ๔ ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ ๑ บทนำ ส่วนที่ ๒ แนวทาง การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่วนที่ ๓ วิธีดำเนินการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา และส่วนที่ ๔ เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พัทลุง เขต ๑ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนปฏิบัติการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้นิเทศ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและขอขอบคุณคณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการนิเทศฯ ทุกท่านที่ได้ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
สารบัญ เรื่อง หน้า ส่วนที่ ๑ บทนำ 1 ความเป็นมาและความสำคัญ 1 วัตถุประสงค์ 3 ขอบข่ายการนิเทศ 3 ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๔ ส่วนที่ ๒ แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 5 2.1 ข้อมูลพื้นฐาน 5 2.2 นโยบาย จุดเน้น และแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 14 2.3 ขอบข่ายเนื้อหาการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา 2๙ ส่วนที่ 3 วิธีดำเนินการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ๔๐ 3.1 กระบวนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา 3๙ 3.2 รูปแบบการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ด้วยหลัก 5 ร่วม 4๒ ส่วนที่ ๔ เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ๔๕ 4.1 งานตามภารกิจโครงสร้างกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา 44 4.2 งานตามนโยบาย ๗๓ ภาคผนวก 1๒๒ - คำสั่งที่ ๓๖๑/๒๕๖๕ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ ติดตามและประเมินผล การจัดการศึกษา ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ๑๒๓ - คำสั่งที่ ๕๒/๒๕๖๖ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานตามโครงการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ ๑๒๖ - แบบนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ๑๓๐ - ตัวอย่างเครื่องมือทดสอบความสามารถด้านการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ ๓ ๑๓๓ - ตัวอย่างเครื่องมือทดสอบความสามารถเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ๑๓๗
ส่วนที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญ การศึกษาเป็นสิทธิพื้นฐานของคนไทยทุกคน ที่รัฐจะต้องจัดให้เพื่อพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัย ให้มีความเจริญงอกงามทุกด้าน เพื่อเป็นต้นทุนทางปัญญาที่สำคัญในการพัฒนาทักษะ คุณลักษณะ และสมรรถนะในการประกอบสัมมาชีพ และการดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างเป็นสุขอันจะนำไปสู่ เสถียรภาพ และความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติที่จะต้องพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ ในเวทีโลกท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกศตวรรษที่ ๒๑ ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญด้านการศึกษาในฐานะกลไกหลัก ในการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด จึงจัดทำ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ ฉบับนี้ขึ้น เพื่อวางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษา ของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษา ที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนากำลังคน ให้มีสมรรถนะในการทำงาน ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, ๒๕๖๐ : คำนำ) กอปรกับยุทธศาสตร์ชาติ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของประชากรไทย ทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ ซึ่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษา ทั้งสอดคล้องกับศักยภาพ ความสนใจ ความถนัด และการตระหนักถึงพหุปัญญา ของมนุษย์ที่หลากหลาย อาทิภาษา ตรรกะและคณิตศาสตร์ ด้านทัศนะและมิติ ดนตรี กีฬาและการเคลื่อนไหวของร่างกาย การจัดการตนเอง มนุษยสัมพันธ์ รวมถึงผู้มีความสามารถอันโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาทั้งระบบและปัจจัย ส่งเสริมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน ทั้งในส่วนของระบบการเรียนการสอน และทักษะฝีมือ รวมทั้งการให้ ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและ นวัตกรรมก้าวทันโลก ซึ่งการศึกษาและการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของคนให้มีทักษะ ความรู้ ทักษะอาชีพบนฐานพหุปัญญา มีสมรรถนะที่มีคุณภาพสูงรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ได้กำหนดให้การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการสร้างคน สร้างสังคม และสร้างชาติ การศึกษาเป็นกลไกหลักในการพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพ สามารถ ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างเป็นสุข ในกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกศตวรรษ ที่ 21 เนื่องจากการศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างความได้เปรียบของประเทศ เพื่อการแข่งขันและยืนหยัด ในเวทีโลกภายใต้ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นพลวัต ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจึงให้ความสำคัญและทุ่มเท กับการพัฒนาการศึกษา เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของตนให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ภูมิภาคและของโลกควบคู่กับการธำรงรักษา อัตลักษณ์ของประเทศ ในส่วนของประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของคนไทยให้มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ ภายใต้ แรงกดดันภายนอกจากกระแสโลกาภิวัตน์ และแรงกดดันภายในประเทศที่เป็นปัญหาวิกฤต ที่ประเทศต้องเผชิญ เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมไทย เป็นสังคมคุณธรรม จริยธรรม และประเทศสามารถก้าวข้าม
2 กับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษา ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID – ๑๙) ที่เป็นอยู่ ปัจจุบันและความผันผวนในอนาคตที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว ได้ส่งผล ผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และการจัดการศึกษาของประเทศไทย และโรงเรียนทั่วประเทศโดยเฉพาะด้าน กระบวนการการบริหารจัดการศึกษา ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอน ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยน รูปแบบการบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอนที่มีความหลากหลายวิธีการ และหลากหลายรูปแบบ การจัดการเรียนการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพที่จะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนในทุกมิติทั้งด้านการมี คุณลักษณะอันพึงประสงค์และมีสมรรถนะตามหลักสูตร พร้อมทั้งมีทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตอยู่ ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขในสถานการณ์จริงทั้งปัจจุบัน และอนาคต ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงเป็นภารกิจสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือ ประสานงานในการจัดการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดจึงมีภารกิจที่ต้องดูแลการจัด การศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดให้มีคุณภาพทัดเทียมกัน ภายใต้นโยบายและจุดเน้นแนวทางการพัฒนา “การศึกษาวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ” ใน ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ด้านโอกาส ด้านคุณภาพ และด้าน ประสิทธิภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญเกี่ยวกับ สภาพปัจจุบันและปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยเฉพาะการถดถ้อยด้านการเรียนรู้ ด้านความรู้ความสามารถ ด้านสมรรถนะ และด้านคุณลักษณะที่จำเป็น รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด ของหลักสูตรการศึกษา และตามวัยผู้เรียนในแต่ละระดับ จึงได้กำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไว้ในแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ ที่ว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ “เป็นองค์กรชั้นนำ ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา อย่างยั่งยืน” และกำหนดเป้าประสงค์(Goals) ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ดังนี้ ๑) ผู้เรียน ครู และ บุคลากรทางการศึกษามีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ ๒) ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับบริการการศึกษา ภาคบังคับ และประชากรกลุ่มอายุ ๓ - ๕ ปี ได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนการศึกษาภาคบังคับอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ๓) ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ ๔) ผู้เรียนมีศักยภาพและคุณภาพ มีสมรรถนะตามหลักสูตร มีคุณลักษณะ มีทักษะในทศวรรษที่ ๒๑ มีความเป็นเลิศทางวิชาการ และมีสมรรถนะตามศักยภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ๕) สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ข้างต้นกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาซึ่งเป็นกลุ่มงาน หนึ่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีหน้าที่หลักในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา กำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด ให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามหลักสูตร ครูและผู้บริหาร มีคุณภาพตามมาตรฐานตามวิชาชีพ โรงเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานตัวชี้วัดของต้นสังกัด ตามที่กำหนดไว้ ในแผนระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา จะเป็นกลไกที่สำคัญ ต่อการขับเคลื่อนกระบวนดังกล่าว ได้แก่การบริหารการศึกษา และกระบวนการเรียนการสอน หากทั้ง ๒ กระบวนการมีการขับเคลื่อนอย่างมีคุณภาพก็จะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนที่สูงขึ้นในทุกมิติ และบรรลุเป้าหมาย
3 ตามที่กำหนดไว้เพื่อเป็นเครื่องในการสร้างความเข้มแข็งของการนิเทศการศึกษา กลุ่มนิเทศ ติดตาม และ ประเมินผลการจัดการศึกษา จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา โดยใช้เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 256๖ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาโรงเรียนในสังกัดต่อไป วัตถุประสงค์ 1. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของคณะกรรมการ นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 2. เพื่อเป็นเครื่องมือในการออกนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของคณะกรรมการ นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ขอบข่ายการนิเทศ 1. ขอบข่ายประชากร โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ จำนวน 11๕ โรง 2. ขอบข่ายด้านเวลา ครั้งที่ ๑ นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด ระยะเวลาระหว่าง เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ - เมษายน ๒๕๖๖ ครั้งที่ ๒ นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด ระยะเวลาระหว่าง เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๖ - กันยายน ๒๕๖๖ ๓. ขอบข่ายเนื้อหา ๓.1 งานพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระบวนการเรียนรู้ ๓.1.1 งานส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย การศึกษาพิเศษ ผู้ด้อยโอกาสและ ผู้มีความสามารถพิเศษ ๓.1.2 งานส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๓.1.3 งานศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ๓.2 งานวัดและประเมินผลการศึกษา ๓.2.1 งานส่งเสริมการวัดและประเมินผลการศึกษา ๓.2.2 งานส่งเสริมและพัฒนาเครื่องมือวัดปละประเมินผลการศึกษา ๓.2.3 งานติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการวัดและประเมินผลการศึกษา ๓.2.4 งานทดสอบทางการศึกษา 3.๓ งานส่งเสริม พัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา 3.๓.1 งานส่งเสริม พัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา
4 3.๓.2 งานศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยการพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ทางการศึกษา ๓.4 งานนิเทศ ติดตาม และประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา ๓.4.1 งานส่งเสริมและพัฒนาระบบการนิเทศและการจัดกระบวนการเรียนรู้ ๓.4.2 งานส่งเสริมสนับสนุน เครือข่ายการนิเทศของเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชุมชน ๓.4.3 งานนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา ๓.4.4 งานศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยการพัฒนาระบบบริหารและการจัดการศึกษา ๓.5 งานส่งเสริมพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา ๓.5.1 งานส่งเสริมการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ๓.5.2 งานตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา ๓.5.3 งานส่งเสริมและประสานงานการประกันคุณภาพภายในและภายนอกสถานศึกษา ๓.5.4 งานศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา 3.6 งานนโยบายของต้นสังกัดทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานอื่นๆ ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ สามารถบริหารจัดการศึกษาให้มี คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา 2. กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษานำรูปแบบการนิเทศ ติดตาม และ ประเมินผลการจัดการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 3. สถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ มีคุณภาพตามมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา 4. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ 5. ผู้เรียนมีคุณภาพและสมรรถนะตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ และสถานศึกษาในสังกัดได้รับการ ยอมรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5 ส่วนที่ ๒ แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการนิเทศการศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๖ เพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การจัดการศึกษาได้ดำเนินการบนพื้นฐานข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง และนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด อันประกอบด้วยกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงทิศทาง ในการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๖๖ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ซึ่งได้นำเสนอตามลำดับ ดังนี้ ๒.๑ ข้อมูลพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 เป็นหน่วยงานทางการศึกษา สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบ กำกับ ดูแล ส่งเสริมและ สนับสนุน การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 จำนวน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอศรีบรรพต อำเภอป่าพะยอม และอำเภอศรีนครินทร์ มีสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 115 โรง ในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้กำหนดโรงเรียน เป็นกลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษา จำนวน 9 เครือข่าย ข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 14 หมู่ที่ 1 ตำบลเขาเจียก ถนนเอเชีย อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง รหัสไปรษณีย์ 93000 โทรศัพท์ 0 7467 1656 , โทรสาร 0 7467 1751 เว็บไซต์ https://www.phatthalung1.go.th/ ตารางที่ 1 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษา จำนวน ๙ เครือข่าย ลำดับที่ กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษา 1 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเมืองเก่าพัทลุง 2 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเมืองทักษิณ 3 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเมืองสวรรค์ 4 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาควนขนุน 5 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาจตุรมิตร 6 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาไตรภาคี 7 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาป่าพะยอม 8 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาศรีบรรพต 9 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาศรีนครินทร์
6 ตารางที่ ๒ จำนวนโรงเรียน จำแนกตามขนาดโรงเรียน ปีการศึกษา 256๕ ขนาดโรงเรียน จำนวนโรงเรียน ร้อยละ ขนาดที่ 1 (นักเรียนตั้งแต่ 1 – 120 คน) 63 54.31 ขนาดที่ 2 (นักเรียนตั้งแต่ 121 – ๖00 คน) 50 43.10 ขนาดที่ 3 (นักเรียนตั้งแต่ ๖01 – ๑,๕๐๐ คน) 2 1.73 ขนาดที่ ๔ (นักเรียนตั้งแต่ ๑,50๑ คน ขึ้นไป) 1 0.86 รวม 116 100 ที่มา : สารสนเทศทางการศึกษา ปีการศึกษา 256๕ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ข้อมูล ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 256๕ โรงเรียนวัดอัมพวนาราม มิตรภาพที่ 89 นับรวมอยู่ในขนาดที่ 1 ไม่มีนักเรียน (รอเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน) ตารางที่ ๓ จำนวนนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕6๔ - ๒๕6๕ ระดับ ปี 256๔ ปี 256๕ อนุบาล ๑ (3 ขวบ) 79 79 อนุบาล ๒ 1,488 1,479 อนุบาล ๓ 1,717 1,570 รวมระดับก่อนประถม 3,284 3.128 ประถมศึกษาปีที่ ๑ 1,914 1,840 ประถมศึกษาปีที่ ๒ 1,969 1,922 ประถมศึกษาปีที่ ๓ 2,067 2,022 ประถมศึกษาปีที่ ๔ 2,049 2,066 ประถมศึกษาปีที่ ๕ 2,065 2,040 ประถมศึกษาปีที่ ๖ 2,157 2,054 รวมระดับประถมศึกษา 12,221 11,944 มัธยมศึกษาปีที่ ๑ 321 324 มัธยมศึกษาปีที่ ๒ 320 296 มัธยมศึกษาปีที่ ๓ 320 296 รวมระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 961 916 รวมทั้งหมด 16,466 15,988 ที่มา : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ข้อมูล ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 256๕
7 ข้อมูลโรงเรียนประเภทต่างๆ ตารางที่ ๔ รายชื่อโรงเรียนศูนย์นักเรียนปฐมวัยต้นแบบ และโรงเรียนศูนย์นักเรียนปฐมวัยต้นแบบเครือข่าย ที่ โรงเรียนศูนย์นักเรียนปฐมวัยต้นแบบ โรงเรียนศูนย์นักเรียนปฐมวัยต้นแบบเครือข่าย ๑ อนุบาลพัทลุง บ้านไสถั่ว ๒ อนุบาลเมืองพัทลุง วัดบ้านสวน ๓ อนุบาลศรีนครินทร์ วัดร่มเมือง ๔ อนุบาลควนขนุน บ้านควนดินแดง ๕ อนุบาลศรีบรรพต บ้านเขาปู่ ๖ อนุบาลป่าพะยอม วัดคลองใหญ่ ตารางที่ ๕ รายชื่อโรงเรียนในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ที่ รุ่นที่เข้าร่วมโครงการ รุ่นที่ 1 (ปี กศ. 2554) รุ่นที่ 2 (ปี กศ. 2555) รุ่นที่ 3 (ปี กศ. 2556) รุ่นที่ 4 (ปี กศ. 2557) รุ่นที่ 6 (ปี กศ. 2559) รุ่นที่ 7 ขนาดเล็ก (ปี กศ. 2560) รุ่นที่ 8 (ปี กศ. 2561) รุ่นที่ 9 (ปี กศ. ขนาดเล็ก ขนาดปกติ 2562) 1 อนุบาลพัทลุง วัดบ้านสวน บ้านมะกอกใต้ วัดเขาแดง วัดดอนศาลา วัดปากสระ ชุณหะวัณ วัดแจ้ง ทุ่งยางเปล 2 อนุบาลควนขนุน วัดควนแร่ วัดอัมพวนาราม บ้านนาโหนด บ้านโหล๊ะเร็ด บ้านธรรมเถียร บ้านชายคลอง วัดไทรโกบ บ้านเนินทราย 3 วัดเกษตรนิคม บ้านควนขนุน วัดอภยาราม วัดบ่วงช้าง บ้านตลิ่งชัน บ้านโหล๊ะท่อม บ้านโหละหนุน วัดเขาอ้อ 4 วัดโงกน้ำ วัดนาโอ่ฯ บ้านไสถั่ว วัดทุ่งยาว วัดท่าสำเภาใต้ บ้านศาลาน้ำ บ้านไทรทอง บ้านเตาปูน 5 อนุบาลศรีบรรพต วัดนาท่อม วัดควนแพรกหา บ้านโตน บ้านลานข่อย วัดเขาป้าเจ้ บ้านไสเลียบ วัดกลาง 6 อนุบาลศรีนครินทร์ อนุบาลเมืองพัทลุง วัดลานแซะ วัดแหลมโตนด บ้านปากสระ วัดทุ่งขึงหนัง บ้านควนดินสอ บ้านขันหมู่ 7 วัดประดู่หอม บ้านระหว่างควน บ้านขัน บ้านสำนักกอ บ้านโคกโดน วัดใสประดู่ บ้านต้นไทร วัดเกาะยาง 8 บ้านปากเหมือง บ้านควนดินแดง วัดไทรงาม บ้านเหรียงงาม วัดพังดาน บ้านอ่างทอง บ้านห้วยกรวด วัดปากประ 9 วัดหัวหมอน วัดหรังแคบ บ้านควนพนางตุง ประชารัฐบำรุง 2 บ้านปรางหมู่ บ้านหัวป่าเขียว ชุมชนบ้านควนปริง 10 วัดตะแพน วัดทะเลน้อย วัดบ้านสวน(คง) บ้านห้วยน้ำดำ บ้านควนกุฏ วัดโคกชะงาย วัดโพธาวาส 11 วัดเขาทอง วัดพิกุลทอง วัดโพเด็ด บ้านใสอ้อย 12 บ้านควนพลี บ้านหยีในสามัคคี วัดควนถบ วัดควนอินทร์นิมิตร 13 วัดสุนทราวาส บ้านเตง วัดควนปันตาราม วัดสุวรรณวิหารน้อย 14 บ้านเขาปู่ วัดโพรงงู วัดท่าสำเภาเหนือ วัดโคกแย้ม 15 บ้านสวนโหนด บ้านหัสคุณ วัดประจิมทิศาราม วัดโคกศักดิ์ 16 บ้านบ่อทราย บ้านไสกุน วัดประดู่เรียง บ้านท่าช้าง 17 วัดคลองใหญ่ บ้านทุ่งชุมพล วัดประดู่ทอง วัดตำนาน 18 อนุบาลป่าพะยอม บ้านถ้ำลา วัดป่าตอ 19 วัดบ้านนา วัดลำใน วัดวิหารเบิก 20 วัดร่มเมือง บ้านนาวง หมายเหตุ โรงเรียนในสังกัด สพป.พัทลุง เขต 1 เข้าร่วมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยฯ จำนวน 115 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 100
8 ตารางที่ ๖ รายชื่อโรงเรียนที่ใช้นวัตกรรมการศึกษาปฐมวัย ที่ โรงเรียน นวัตกรรมการศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษา ที่เริ่มใช้นวัตกรรม ๑ วัดหรังแคบ Whole Language ๒๕๕๔ ๒ วัดสุนทราวาส Montessori ๒๕๕๙ ๓ วัดดอนศาลา Montessori ๒๕๕๙ ๔ วัดเขาแดง Montessori ๒๕๕๙ ๕ วัดร่มเมือง Montessori 2564 ๖ อนุบาลพัทลุง High Scope ๒๕๖๐ ๗ อนุบาลควนขนุน High Scope ๒๕๖๐ ๘ อนุบาลควนขนุน สนามนักเรียนเล่นที่สอดคล้องกับพัฒนาการของสมอง (BBL) : เล่นตามรอยพระยุคลบาท ๒๕๕๘ 9 อนุบาลป่าพะยอม สนามนักเรียนเล่นที่สอดคล้องกับพัฒนาการของสมอง (BBL) : เล่นตามรอยพระยุคลบาท ๒๕๕๘ ตารางที่ ๗ รายชื่อโรงเรียนโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา โดยมีโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์ พลังสิบ คือ โรงเรียนอนุบาลควนขนุน ที่ ชื่อโรงเรียนเครือข่าย ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูผู้ประสานงาน 1 โรงเรียนอนุบาลพัทลุง นายภักดี จำนงค์ นางสาวปริยา จิตรพัฒนากุล 2 โรงเรียนบ้านระหว่างควน นางจิดาภา เพ็งช่วย นางสาวมานิตา คงพูล 3 โรงเรียนวัดลานแซะ นายฐกฤติ อัชณาพิพัฒ นางสาวนิชาภา ปิ่นทองพันธ์ 4 โรงเรียนบ้านควนพนางตุง(สินประชา) นายระพิน ชูทอง นางสาวจิราพร หนูลาย 5 โรงเรียนวัดพังดาน นายคุณากร ชูสง นางสาวมยุรา รักรอด 6 โรงเรียนวัดหัวหมอน นางอัมพิกา อักษรสว่าง นางสาวศิริวรรณ จันทร์สุขศรี 7 โรงเรียนบ้านปรางหมู่(ศรีวิทย์ศึกษา) นางชื่นจิตร แก้วสุข นางกนกกาญจน์ โพธิกุล 8 โรงเรียนวัดควนแพรกหา นางจิราภรณ์ ศรีสุวรรณวิเชียร ว่าที่ร้อยตรีหญิงกฤตลักษณ์ คงเมือง 9 โรงเรียนบ้านโหล๊ะเร็ด นางกัลยา อินปาน นางจิระพร เวทยาวงศ์ ๑๐ บ้านหารเทา(จรุงราษฎร์ดำเนิน) นางสาวอุษา พันธุ์คีรี นางชนิกา ธัญญะอุดร ตารางที่ ๘ ข้อมูลโรงเรียนโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน (Science Technology Innovation (STI) : Smart intensive Farming) ที่ โรงเรียน หมายเหตุ 1 บ้านโหล๊ะเร็ด รุ่นที่ 1 2 บ้านตลิ่งชัน รุ่นที่ 2 3 วัดหัวหมอน รุ่นที่ 3 4 บ้านขันหมู่ รุ่นที่ 5 5 วัดตะแพน รุ่นที่ 5
9 ตารางที่ ๙ รายชื่อโรงเรียนวิถีพุทธทั่วไปและโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ โรงเรียนวิถีพุทธทั่วไป โรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ โรงเรียน รุ่นที่ ปี พ.ศ. ที่ผ่านการประเมิน 115 โรง 1. บ้านปากเหมือง 1 2553 2. บ้านบ่อทราย 2 2554 3. วัดลานแซะ 4 2556 4. วัดพิกุลทอง 5 2557 5. อนุบาลควนขนุน 7 2559 6. วัดโงกน้ำ 7 2559 ตารางที่ ๑๐ รายชื่อโรงเรียนภายใต้โครงการ CONNEXT ED ที่ โรงเรียน ลำดับ รุ่น 1 วัดบ้านสวน 2680 1 2 วัดแจ้ง(ปัญญาฐิปิตประชาสรรค์) 2681 1 3 วัดนาท่อม 2682 1 4 วัดควนถบ 2683 1 5 บ้านควนขนุน 2684 1 6 บ้านหยีในสามัคคี 2685 1 7 บ้านควนดินแดง 2686 1 8 วัดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) 2687 1 9 บ้านสํานักกอ 2688 1 10 วัดแหลมโตนด 2689 1 11 บ้านไสกุน 2690 1 12 อนุบาลศรีนครินทร์ 2691 1 13 บ้านอ่างทอง 2692 1 14 บ้านระหว่างควน 2693 2 15 วัดท่าสำเภาใต้ 2694 3 16 วัดตำนาน (วรพัฒนประชาสรรค์) 2695 3 17 วัดหัวหมอน 2696 3 18 วัดวิหารเบิก (กาญจนานุกูล) 2697 3 19 ทุ่งยางเปล(เทพบาลอนุสสร) 2698 3 20 วัดนาโอ่ปิปฺผลิกประชาสรรค์ 2699 1 และ 3 21 วัดควนแพรกหา 2700 1 และ 3 22 วัดเกษตรนิคม 2701 1 และ 3
10 ตารางที่ ๑1 รายชื่อโรงเรียนคุณภาพระดับประถมศึกษาและโรงเรียนเครือข่าย ที่ โรงเรียนคุณภาพระดับประถมศึกษา โรงเรียนเครือข่าย 1 บ้านควนพนางตุง(สินประชา) 1. บ้านชายคลอง 2. บ้านท่าช้าง 3. บ้านธรรมเถียร 4. บ้านหัวป่าเขียว 5. วัดโคกศักดิ์ 2 วัดวิหารเบิก(กาญจนานุกูล) 1. วัดโพเด็ด 2. บ้านเตาปูน 3. วัดปากประ 3 วัดลานแซะ 1. บ้านขันหมู่ 2. วัดเกาะยาง 3. บ้านใสอ้อย 4. วัดพังดาน 5. ชุมชนบ้านควนปริง 4 อนุบาลป่าพะยอม 1. บ้านเนินทราย 2. บ้านไสเลียบ 3.บ้านห้วยกรวด 5 บ้านเขาปู่ 1. ชุณหะวัณ 2. วัดใสประดู่ 6 วัดบ้านนา 1. บ้านควนดินสอ(กรป.กลางอุปถัมภ์) 2. วัดลำใน 3. วัดเกษตรนิคม 4. บ้านโหละหนุน
11 ตารางที่ ๑๒ โรงเรียนกลุ่มเป้าหมายของเขตพื้นที่การศึกษาการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ที่ รายชื่อโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ รายชื่อโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ รายชื่อโรงเรียน กลุ่มเป้าหมาย ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ๑. โรงเรียนบ้านโหล๊ะเร็ด โรงเรียนอนุบาลควนขนุน อยู่ระหว่างดำเนินการของ สพฐ. ๒. โรงเรียนวัดตะแพน โรงเรียนอนุบาลป่ าพะยอม ๓. โรงเรียนบ้านควนขนุน โรงเรียนวัดวิหารเบิก (กาญจนานุกูล) ๔. โรงเรียนบ้านควนพนางตุง โรงเรียนบ้านโตน ๕. โรงเรียนบ้านเกาะยาง โรงเรียนวัดอภยาราม ๖. โรงเรียนวัดแจ้ง โรงเรียนวัดดอนศาลา ๗. โรงเรียนวัดโคกชะงาย (ติสสโรอำนวย) โรงเรียนบ้านถ้ำลา ๘. โรงเรียนวัดนาท่อม โรงเรียนวัดใสประดู่ ๙. โรงเรียนวัดทุ่งยาว (สิริราษฎร์สามัคคี) โรงเรียนวัดพังดาน ๑๐. โรงเรียนบ้านปากเหมือง โรงเรียนวัดป่าตอ ตารางที่ ๑๓ รายชื่อสถานศึกษาพอเพียงและศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษา สถานศึกษาพอเพียง ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา 11๕ โรง วัดเขาทอง ตารางที่ ๑๔ รายชื่อโรงเรียนประเภทอื่น ๆ ที่ ประเภทโรงเรียน โรงเรียนเป้าหมาย 1 โรงเรียนคุณธรรม สพฐ. 115 โรง 2 โรงเรียนสุจริต 115 โรง 3 โรงเรียนสีเขียว อนุบาลพัทลุง 4 โรงเรียนในโครงการอารยเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามแนว พระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” วัดตะแพน ที่มา : กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1
12 ข้อมูลด้านคุณภาพการศึกษา ตารางที่ ๑๕ จำนวนและร้อยละของนักเรียนปฐมวัยที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ที่มีผลการประเมินพัฒนาการ จำแนกตามพัฒนาการ 4 ด้าน ระดับดี สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ปีการศึกษา 2564 พัฒนาการ จำนวนนักเรียน ทั้งหมด (คน) จำนวนนักเรียน ที่มีผลการประเมิน ระดับดี (คน) ร้อยละนักเรียน ที่มีผลการประเมิน ระดับดี ด้านร่างกาย 1,๙๑๔ 1,839 96.09 ด้านอารมณ์ จิตใจ 1,๙๑๔ 1,866 97.49 ด้านสังคม 1,๙๑๔ 1,856 96.96 ด้านสติปัญญา 1,๙๑๔ 1,730 90.37 ผ่านการประเมินระดับดีทั้ง 4 ด้าน 1,๙๑๔ 1,823 ๙๕.๒๓ ตารางที่ ๑๖ ผลประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ปีการศึกษา 256๓ – 256๔ ความสามารถ/ด้าน Mean % (ปีการศึกษา) 2563 2564 เพิ่ม(+) ลด(-) การอ่านออกเสียง 74.27 64.25 -10.02 การอ่านรู้เรื่อง 70.19 67.32 -2.87 รวม 72.23 65.81 -6.42 ตารางที่ ๑๗ ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ปีการศึกษา 25๖๐ – 256๔ ความสามารถ/ด้าน Mean % (ปีการศึกษา) 2560 2561 2562 2563 256๔ ด้านภาษา 60.25 62.15 ๐ ๐ ๐ ด้านคำนวณ 45.76 58.03 ๐ ๐ ๐ ด้านเหตุผล 51.11 55.54 ๐ ๐ ๐ ด้านคณิตศาสตร์ ๐ ๐ 56.44 48.88 58.72 ด้านภาษาไทย ๐ ๐ 52.85 53.59 57.01 เฉลี่ย 52.38 58.58 54.65 51.24 52.86
13 ตารางที่ 1๘ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ปีการศึกษา 2560 – 256๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ Mean % (ปีการศึกษา) 2560 2561 2562 2563 256๔ ภาษาไทย 55.77 64.41 57.16 64.09 60.02 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ภาษาอังกฤษ 41.28 42.08 36.53 44.84 41.30 คณิตศาสตร์ 46.75 48.54 41.41 35.13 41.82 วิทยาศาสตร์ 44.35 44.97 41.12 43.68 37.98 เฉลี่ย 47.04 50.00 44.06 46.94 45.28 ตารางที่ 1๙ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ปีการศึกษา 2560 – 2564 กลุ่มสาระการเรียนรู้ Mean % (ปีการศึกษา) 2560 2561 2562 2563 2564 ภาษาไทย 46.56 53.26 53.85 55.33 52.84 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ภาษาอังกฤษ 26.51 25.96 28.19 29.82 27.03 คณิตศาสตร์ 22.20 26.86 23.87 21.08 22.17 วิทยาศาสตร์ 30.65 35.15 27.60 29.07 32.24 เฉลี่ย 31.48 35.31 33.38 33.83 33.57 ตารางที่ ๒๐ จำนวนสถานศึกษาจำแนกตามระดับผลการประเมินคุณภาพภายในและร้อยละของระดับคุณภาพ ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2564 ระดับ คุณภาพ ผลการประเมิน ภาพรวม มาตรฐานที่ 1 คุณภาพนักเรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหาร และการจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ จำนวน(โรง) ร้อยละ จำนวน (โรง) ร้อยละ จำนวน (โรง) ร้อยละ จำนวน (โรง) ร้อยละ กำลังพัฒนา ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ปานกลาง ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ดี 19 16.38 16 13.79 23 19.83 19 28.45 ดีเลิศ 67 57.76 61 52.59 62 53.45 64 55.17 ยอดเยี่ยม 30 25.86 39 33.62 31 26.72 33 28.45 รวม 116 100 116 100 116 100 116 100
14 ตารางที่ ๒๑ จำนวนสถานศึกษาจำแนกตามระดับผลการประเมินคุณภาพภายในและร้อยละของระดับ คุณภาพ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 256๔ ระดับคุณภาพ ผลการประเมิน ภาพรวม มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหาร และการจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดการเรียนรู้ ที่เน้นนักเรียนเป็น สำคัญ จำนวน (โรง) ร้อยละ จำนวน (โรง) ร้อยละ จำนวน (โรง) ร้อยละ จำนวน (โรง) ร้อยละ กำลังพัฒนา ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ปานกลาง ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ดี 17 14.66 36 31.03 26 22.41 31 26.72 ดีเลิศ 63 54.31 63 54.31 63 54.31 63 54.31 ยอดเยี่ยม 18 15.52 17 14.66 27 23.28 22 18.97 รวม 116 100 116 100 116 100 116 100 ที่มา : กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ๒.๒ นโยบาย จุดเน้น และแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตระหนักถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนา นักเรียน ตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญหาของมนุษย์ที่หลากลาย และประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงกำหนดนโยบาย การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565 ดังนี้ นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องนโยบายการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564 และปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ไปแล้ว นั้น เนื่องจากในห้วงสถานการณ์ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ดังนี้
15 ภาพที่ 1 นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ หลักการตามนโยบาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นดำเนินภารกิจหลักตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนทุกแผนย่อยในประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยที่ 3 ในประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมทั้งแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) และนโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบายหลักด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย และนโยบายเร่งด่วน เรื่อง การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยเฉพาะจุดหมาย ที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคตแผนการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 รวมทั้งนโยบายและแผนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัย จะได้รับการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความปลอดภัยและมีสมรรถนะ ที่สำคัญจำเป็นในศตวรรษที่ 21 และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังนั้นในการเร่งรัดการทำงานภาพรวมกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจให้กับสังคมและผลักดันให้การจัดการศึกษามีคุณภาพและประสิทธิภาพในทุกมิติ กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้กำหนดหลักการสำคัญในการประกาศนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไว้ดังนี้ 1. สร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจให้กับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เรียนและประชาชน โดยให้ทุกหน่วยงานนำรูปแบบการทำงานโดยบูรณาการการทำงานร่วมกัน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
16 ๒. สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนดำเนินการตามภารกิจด้วยความรับผิดชอบต่อตนเอง องค์กร ประชาชนและประเทศชาติ โดยให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านกลไกการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา ๓. ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ประกาศและแถลงนโยบาย ไว้แล้ว เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เพื่อมุ่งเน้นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษา ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ นโยบายและจุดเน้นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 1.1 เร่งสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของสังคม และป้องกันจาก ภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่และภัยอื่นๆ โดยมีการดำเนินการตามแผนและมาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ ผู้เรียน ครู และบุคลากรในรูปแบบต่างๆอย่างเข้มข้น รวมทั้งดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตาม ประเมินผลการดำเนินการ และแสวงหาสถานศึกษาที่ดำเนินการได้ดีเยี่ยม(Best Practice) เพื่อปรับปรุง พัฒนา และขยายผลต่อไป 1.2 เร่งปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการอยู่ใน กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันควบคู่กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ พร้อมทั้งหาแนวทางวิธีการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา 1.3 เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และส่งเสริมคุณลักษณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 1.4 เร่งพัฒนาบทบาทและภารกิจของหน่วยงานด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ ในทุกหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินการอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษานำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปสู่การปฏิบัติ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน 2.2 จัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ค้นพบพรสวรรค์ ความสนใจ ความถนัดในอาชีพของตนเอง ด้วยการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในห้องเรียน สถานประกอบการ รวมทั้ง การเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มและห้องดิจิทัลให้คำปรึกษาแนะนำ 2.3 พัฒนาและบูรณาการกระบวนการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผลฐานสมรรถนะสู่ การปฏิบัติในชั้นเรียน เพื่อสร้างความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างตรรกะความคิด แบบเป็นเหตุเป็นผลให้นักเรียนไทยสามารถแข่งขันได้กับนานาชาติ
17 2.4 พัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) สำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลในโลกยุคใหม่ 2.5 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรมให้มี ความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและ การเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 2.6 จัดการเรียนรู้ตามความสนใจรายบุคคลของผู้เรียนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มที่หลากหลาย และแพลตฟอร์มการเรียนรู้อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการสอนคุณภาพสูง รวมทั้งมีการประเมินและพัฒนาผู้เรียน 2.7 ส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กองทุนการออม แห่งชาติ (กอช.) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน สหกรณ์ ฯลฯ ผ่านกระบวนการเรียนรู้โครงการ และ กิจกรรมต่างๆและการเผยแพร่สื่อแอนิเมชันรอบรู้เรื่องเงิน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเชิงพาณิชย์เพื่อให้ เกิดผลตอบแทนที่สูงขึ้น 2.8 ปรับโฉมศูนย์วิทยาศาสตร์และศูนย์การเรียนรู้ ให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สวยงาม ร่มรื่น จูงใจ ให้เข้าไปใช้บริการ โดยมีมุมค้นหาความรู้ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย มุมจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ของผู้เรียน หรือกลุ่มผู้เรียน และการร่วมกิจกรรมกับครอบครัว หรือจัดเป็นฐานการเรียนรู้ ด้านต่างๆ ที่ผู้เรียนและประชาชนสามารถมาลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม และได้รับเอกสารรับรองการเข้าร่วม กิจกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องหรือสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ได้ รวมทั้ง มีบริเวณพักผ่อนที่มีบริการลักษณะบ้านสวนกาแฟเพื่อการเรียนรู้ เป็นต้น 2.9 ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้มีการนำผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติไปใช้ใน การวางแผนการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน 2.10 พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย 3.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล ในการส่งต่อไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะระดับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อป้องกันนักเรียน ตกหล่นและนักเรียนออกกลางคัน 3.2 ส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อรับการพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ ตามศักยภาพ ตามวัยและต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการ ร่วมงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.3 พัฒนาข้อมูลและทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกลุ่ม NEETs ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ อย่างเท่าเทียม 3.4 พัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (Home School) และการเรียนรู้ที่บ้านเป็นหลัก (Home–based Learning)
18 4. การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 4.1 พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นแบบโมดูล (Modular System) มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาชีพเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษา ทั้งในระบบ นอกระบบและระบบทวิภาคี รวมทั้งการจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง(Block Course) เพื่อสะสม หน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาอย่างเข้มข้น เพื่อการมีงานทำ 4.2 ขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และยกระดับสมรรถนะ กำลังคนตามกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน และมาตรฐานสากล รวมทั้งขับเคลื่อนความเป็นเลิศทาง การอาชีวศึกษา (Excellent Center) โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการในการผลิต กำลังคนที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ 4.3 พัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจ โดยการ Re-skill Up-skill และ New skill เพื่อให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น พร้อมทั้งสร้างช่องทางอาชีพในรูปแบบ หลากหลายให้ครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผู้สูงอายุ โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ตามสมรรถนะที่จำเป็นในการเข้าสู่อาชีพ และการนำผลการทดสอบไปใช้คัดเลือกเข้าทำงาน ศึกษาต่อ ขอรับประกาศนียบัตรมาตรฐานสมรรถนะการใช้ดิจิทัล (Digital Literacy) การขอรับวุฒิบัตรสมรรถนะ ภาษาอังกฤษ (English Competency) 4.5 จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาการจัดตั้งธุรกิจ(ศูนย์ Start up) ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพ และการเป็นผู้ประกอบการ และพัฒนาศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อการส่งเสริม และพัฒนา ผู้ประกอบการด้านอาชีพ ทั้งผู้เรียนอาชีวศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยเชื่อมโยงกับกศน. และสถานประกอบการ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพในวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ 4.6 เพิ่มบทบาทการอาชีวศึกษาในการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและกำลังแรงงาน ในภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) และกลุ่มยุวเกษตรกรอัจฉริยะ (Young Smart Farmer) ที่สามารถรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ 4.7 ส่งเสริม และสนับสนุนการผลิตและพัฒนากำลังคนทุกช่วงวัยเพื่อการมีงานทำ โดยบูรณาการความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกับหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันสังคมอื่น 4.8 พัฒนาหลักสูตรอาชีพสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่นอกระบบโรงเรียนและประชาชน ที่สอดคล้องมาตรฐานอาชีพ เพื่อการเข้าสู่การรับรองสมรรถนะและได้รับคุณวุฒิวิชาชีพตามกรอบคุณวุฒิ แห่งชาติ รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนรู้และมวลประสบการณ์เทียบโอนเข้าสู่การสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ได้
19 5. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 5.1 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ Performance Appraisal (PA) โดยใช้ระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ระบบ Digital Performance Appraisal (DPA) 5.2 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการ พัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ตามกรอบระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอาชีวศึกษา 5.3 พัฒนาครูให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีและ นวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้เป็นผู้วางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล 5.4 พัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการพลเรือนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต 5.5 เร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ควบคู่กับ การให้ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้างวินัยด้านการเงินและการออม 6. การพัฒนาระบบราชการ และการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล 6.1 ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ 4.0 ด้วยนวัตกรรม และการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาเป็นกลไกหลัก ในการดำเนินงาน (Digitalize Process) การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล (Sharing Data) การส่งเสริมความร่วมมือ บูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก 6.2 ปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้งานเครือข่าย สื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับระบบราชการ 4.0 สามารถ ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกอุปกรณ์และทุกช่องทาง 6.3 ปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา โดยยึดหลักความ จำเป็นและใช้พื้นที่เป็นฐานที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ 6.4 นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งและสายงานต่าง ๆ 6.5 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานของส่วนราชการให้เป็นไปตามกลไกการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ 7. การขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษาและแผนการศึกษาแห่งชาติ เร่งรัดการดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรองและแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อรองรับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติควบคู่กับการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง
20 แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ๑.ให้ส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นำนโยบายและจุดเน้น ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ข้างต้น เป็นกรอบแนวทางในการจัดการศึกษา โดยดำเนินการจัดทำแผนและงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒.ให้มีคณะกรรมการติดตาม ประเมินผล และรายงานการขับเคลื่อนนโยบาย การจัดการ ศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ตรวจราชการ ติดตาม ประเมินผลในระดับ นโยบาย และจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการทราบตามลำดับ ๓. กรณีมีปัญหาในเชิงพื้นที่หรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ให้ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล และดำเนินการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ก่อน โดยใช้ภาคีเครือข่ายในการแก้ไขข้อขัดข้อง พร้อมทั้งรายงานต่อ คณะกรรมการติดตามฯ ตามข้อ 2 ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามลำดับ ๔. สำหรับภารกิจของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่ปฏิบัติในลักษณะงานในเชิงหน้าที่ (Function) งานในเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และงานในเชิงพื้นที่ (Area) ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว หากมีความสอดคล้องกับหลักการนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ข้างต้น ให้ถือเป็นหน้าที่ของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัด กำกับ ติดตาม ตรวจสอบให้การดำเนินการเกิดผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและจุดเน้นของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามีแนวทางการพัฒนา นักเรียนปฐมวัยให้มีพัฒนาการ สมรรถนะ และคุณลักษณะที่ดีสมวัยทุกด้านมีการปฏิรูปการเรียนรู้สำหรับ ศตวรรษที่ 2๑ ปรับบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ และ สร้างระบบการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติแผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ มีกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาค ในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด งานและการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ที่มีเป้าหมายการพัฒนา โดยเฉพาะหมุดหมายที่ ๑๒ ไทยมีกำลังคนสมรรถะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต รวมทั้งนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ
21 พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ได้กำหนดโดยสอดคล้องกับแผนระดับต่าง ๆของประเทศดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้ การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ จึงมี ความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ ได้กำหนดแนว ทางการพัฒนา "การศึกษาขั้นพื้นฐานวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ" ใน ๔ ด้าน ได้แก่ ต้านความปลอดภัย ต้านโอกาส ต้านคุณภาพ และต้านประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นการต่อยอดพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็น "วิถีอนาคต วิถีคุณภาพ" จึงกำหนดนโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังนี้ นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๑. ด้านความปลอดภัย ๑.๑ พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน พร้อมเสริมสร้างระบบ และกลไกในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาจากโรคภัยต่าง ๆ ภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ ๑.๒ ส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ๑.๓ สร้างภูมิคุ้มกัน การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี ในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal) ๒. ด้านโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ๒.๑ ส่งเสริม สนับสนุน ให้นักเรียนปฐมวัยที่มีอายุ ๓ - ๖ ปีทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษา สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้อง เพื่อให้มีพัฒนาการครบทุกด้าน โดยการมีส่วนร่วม ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒.๒ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถะสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ ๒.๓ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ๒.๔ ส่งเสริมนักเรียนพิการและผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหา ทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ เพื่อให้มีทักษะในการดำเนินชีวิตสามารถพึ่งตนเองได้ ๒.๕ พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคลเพื่อ ใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียนหลุดออกจากระบบ การศึกษา และช่วยเหลือนักเรียนตกหล่น นักเรียนออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบ
22 ๓. ด้านคุณภาพ ๓.๓ ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาที่มีความพร้อม ให้นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานที่เน้นสมรรถนะไปใช้ตามศักยภาพของสถานศึกษาให้สามารถออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสม กับความต้องการและบริบท ๓.๒ พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มีการคิด ขั้นสูงมีความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงานของตนเองและร่วมกับผู้อื่น โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม เป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการ อย่างยั่งยืน รวมทั้งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยืดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๓.๓ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ นำไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำ และส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ๓.๔ ส่งเสริม และพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียน ให้ควบคู่การเรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมทั้งส่งเสริมการนำระบบธนาคารหน่วย กิตมาใช้ในการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ของผู้เรียนในสถานศึกษา ๓.๕ พัฒนา ส่งเสริม ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากร ทางการศึกษา รวมทั้งบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐาน ตำแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ ๔. ด้านประสิทธิภาพ ๔.๑ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่ เป็นฐานที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักธรรมาภิบาลจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ของผู้เรียน ๔.๒ นำเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการฐานข้อมูล มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร ๔.๓ ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรม ในการขับเคลื่อนบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน และแสวงหาการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทุกระดับเพื่อให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ และโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ๔.๔ ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ ๔.๕ เพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และปรับกระบวนการ นิเทศ ติดตามและประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal และชีวิตวิถีปกติ ต่อไป (Next Normal)
23 จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๑. เร่งแก้ปัญหากลุ่มผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคโควิด- 19 โดยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss Recovery) ให้กับผู้เรียนทุกระดับ รวมทั้งลดความเครียดและสุขภาพจิตของผู้เรียน ๒. เสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยนักเรียน ด้วยระบบมาตรฐาน ความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform) ๓. ส่งเสริมให้นักเรียนปฐมวัยที่มีอายุ ๓ - ๖ ปี และผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และป้องกันการหลุดออกจากระบบ รวมทั้งช่วยเหลือนักเรียนตกหล่น นักเรียน ออกกลางคันและนักเรียนพิการที่คันพบจากการปักหมุดบ้านนักเรียนพิการให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ๔. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ เน้นสมรรถนะและการจัดทำกรอบหลักสูตร รวมทั้งจัดกระบวนการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้เหมาะสมตามวัยของผู้เรียน ๕. จัดการอบรมครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้าง วินัยด้านการเงินและการออม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ๖. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Leaming) มีการวัด และประเมินผลในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียน (Assessment for Leaming) ทุกระดับ ๗. ยกระดับคุณภาพของนักเรียนประจำพักนอนสำหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สูง ห่างไกล และถิ่นทุรกันดาร ๘. มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดีจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ ๙. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐาน เพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณ (Block Grant) ตามหลักธรรมาภิบาล ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา นโยบายเร่งด่วน (Quich Policy) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบนโยบายในที่ประชุมผู้อำนวยการสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 ใน 10 เรื่องเร่งด่วนดังนี้ 1. พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 ใน 4 ด้าน ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการจัดการศึกษาตามแนวพระบรมราโชบายรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ 2. ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คุณธรรม จริยธรรม ตัวชี้วัด ความสำเร็จของการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง คุณธรรมจริยธรรม 3. การศึกษากับการพัฒนาประชาธิปไตย ผ่านสภานักเรียน ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยใช้กระบวนการ สภานักเรียน
24 4. การจัดการศึกษาปฐมวัย ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ 5. Active Learning ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 6. พาน้องกลับมาเรียน ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการดำเนินการ "พาน้องกลับมาเรียน“ 7. โรงเรียนคุณภาพ ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก (โรงเรียนคุณภาพ) และการใช้ทรัพยากรร่วมกันได้สำเร็จตามเป้าหมาย 8. Learning loss ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการแก้ไขภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ของผู้เรียน 9. RT NT O-Net และเรื่องการอ่านออกเขียนได้ ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการนำผล RT หรือ NT หรือ O-NET หรือผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน อื่น ๆ ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 10. ความปลอดภัย ตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย และการบริหารสถานการณ์ ที่เกิดขึ้น ตัวชี้วัดเพิ่มเติม ระดับความสำเร็จของการค้นพบต้นแบบ นักเรียน ครู ผู้บริหาร ชุมชน ที่เป็นเลิศด้านการศึกษาและการสนับสนุนการศึกษา แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2560 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 34 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2540 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศไว้ถึงภารกิจ ข้อที่ 5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ และมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 3.1 จัดทำนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้อง กับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของ ท้องถิ่น 3.2 วิเคราะห์การจัดตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปของสถานศึกษา และหน่วยงานในเขตพื้นที่ การศึกษา และแจ้งการจัดสรรงบประมาณที่ได้รับให้หน่วยงานข้างต้นรับทราบ รวมทั้งกำกับ ตรวจสอบ ติดตาม การใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว 3.3 ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 3.4 กำกับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและในเขตพื้นที่การศึกษา 3.5 ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
25 3.6 ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริม สนับสนุน การจัด และพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 3.7 จัดระบบประกันคุณภาพการศึกษา และประเมินผลสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 3.8 ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รวมทั้งบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันอื่น ที่จัดการศึกษารูปแบบที่หลากหลายในเขตพื้นที่การศึกษา 3.9 ดำเนินการและประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 3.10 ประสาน ส่งเสริม การดำเนินงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน ด้านการศึกษา 3.11 ประสานการปฏิบัติราชการทั่วไป กับองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น 3.12 ปฏิบัติงานร่วมกับสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ได้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566 - 2570 เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด เนื่องจากนโยบายระดับต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่ตามภารกิจ ในการจัดทำนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้อง กับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของท้องถิ่น โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับนโยบาย และทิศทางการจัดการศึกษาที่เปลี่ยนแปลง จึงมีความจำเป็นต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ประเด็นกลยุทธ์ เป้าหมาย ตัวชี้วัด แนวทางการพัฒนาและกำหนดโครงการสำคัญ ให้สามารถรายงานในระบบการติดตามและประเมินผลแห่งชาติ eMENSCR ได้ รายละเอียดดังต่อไปนี้ วิสัยทัศน์ (Vision) “เป็นองค์กรชั้นนำ ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน” คำนิยาม เป็นองค์กรชั้นนำ หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 บริหารจัดการบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจ และมีผลสำเร็จที่เกิดจากการบริหารจัดการที่สำคัญ ดังนี้ 1. ผลการติดตาม ประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาตามตัวชี้วัดแผนปฏิบัติราชการ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมาตรฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในภาพรวม อยู่ในระดับดีเยี่ยม 2. ผลการประเมินตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (KRS) อยู่ในระดับคุณภาพ 3. ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาออนไลน์(ITA) อยู่ในระดับ AA
26 หลักการบริหารสู่การเป็นองค์กรชั้นนำ 1. บริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) 2. ขับเคลื่อนการศึกษาด้วยนวัตกรรม 3. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหาร ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน หมายถึง การบริหารและการจัดการศึกษาการ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน การจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning การนิเทศ กำกับ ติดตาม ของสถานศึกษา และหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสำหรับวิถีชีวิต ในศตวรรษที่ 21 มีสมรรถนะที่เหมาะสม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามช่วงวัย รวมถึงได้รับการส่งเสริม ความเป็นเลิศเต็มตามศักยภาพ โดยมีคุณลักษณะที่สำคัญดังนี้ คนดี : มีวินัย จิตอาสา ซื่อสัตย์ คนเก่ง : ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น เป็นเลิศทางวิชาการ และมีทักษะที่จำเป็น ในศตวรรษที่ 21 3Rs ประกอบด้วย 1. อ่านออก (Reading) 2. เขียนได้ (Writing) 3. คิดเลขเป็น (Arithmetics) 8Cs ประกอบด้วย 1. ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) 2. ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) 3. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) 4. ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and Leadership) 5. ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information and Media Literacy) 6. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) 7. ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills) 8. ความมีเมตตา กรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม (Compassion) มีความสุข : มีสุขภาวะที่ดี มีจิตสังคม มีความปลอดภัย และมีทักษะชีวิต พันธกิจ (Mission) 1. ส่งเสริม สนับสนุนการใช้ระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ 2. เพิ่มโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 3. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม มีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ
27 4. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตร มีทักษะในศตวรรษที่ 21 มีความเป็นเลิศทางวิชาการตามศักยภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 5. ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีสมรรถนะตามสายงาน มีจรรยาบรรณตามมาตรฐานวิชาชีพ 6. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 7. พัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมุ่งสู่องค์กรชั้นนำ โดยการมีส่วนร่วม วัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture) “ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล บริการด้วยกัลยาณมิตร มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ ร่วมคิดร่วมทำ” ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล : การทำงานโดยยึดหลักสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า บริการด้วยกัลยาณมิตร : การบริการด้วยกิริยาและวาจาที่สุภาพ สนองความต้องการ ของผู้รับบริการ อย่างจริงใจและเสมอภาค เมื่อเห็นว่าเรื่องใดไม่สามารถปฏิบัติได้ หรือว่าไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ของตน ต้องชี้แจงเหตุผลหรือแนะนำให้ติดต่อ ยังหน่วยงานหรือบุคคลที่ตนทราบว่ามีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องนั้นต่อไป มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์: การปฏิบัติงานที่ให้ความสำคัญของผลการดำเนินงานและการวัดผลสำเร็จ ในการดำเนินงาน ทั้งในแง่ของปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และผลลัพธ์ ซึ่งต้องกำหนดตัวชี้วัดการวัดผล การดำเนินงาน รวมทั้งกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายไว้ล่วงหน้า ร่วมคิดร่วมทำ : การทำงานร่วมกันเป็นทีม ติดต่อสื่อสาร และรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของส่วนรวม เป้าประสงค์ (Goals) 1. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ 2. ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับบริการการศึกษาภาคบังคับ และประชากรกลุ่มอายุ 3 – 5 ปี ได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนการศึกษาภาคบังคับอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 3. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ 4. ผู้เรียนมีศักยภาพและคุณภาพ มีสมรรถนะตามหลักสูตร มีคุณลักษณะ มีทักษะในศตวรรษ ที่ 21 มีความเป็นเลิศทางวิชาการตามศักยภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 5.ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีสมรรถนะตามสายงาน และมีจรรยาบรรณตามมาตรฐานวิชาชีพ 6. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 7. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา มีระบบบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน และมีประสิทธิภาพเพื่อมุ่งสู่องค์กรชั้นนำโดยการมีส่วนร่วม
5
29 2.3 ขอบข่ายเนื้อหาการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา การนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 กำหนดขอบข่ายในการนิเทศ ติดตาม ตามภารกิจการปฏิบัติงานของกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การจัดการศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ตลอดจนงานนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด ดังนี้ งานตามภารกิจโครงสร้างกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา งานตามภารกิจโครงสร้างในกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ซึ่งเป็นไป ตามคู่มือการปฏิบัติงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ในเรื่อง ดังต่อไปนี้ 1. การประสาน ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตร การศึกษาปฐมวัย และหลักสูตรการศึกษาพิเศษ 1.1 ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1) วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ อาทิ หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 2) ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทาง การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนวทางการวัดผลและประเมินผล แนวทางการวัดผลและประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในพื้นที่ รวมทั้งศึกษาสภาพปัญหา บริบททางสังคม และความต้องการของท้องถิ่น ชุมชน แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต 3) ดำเนินการจัดทำกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นด้วยกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม และเผยแพร่ให้สถานศึกษาในสังกัด นำไปใช้ในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา 4) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาและใช้หลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 5) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้อง กับหลักสูตรแกนกลาง กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น และความต้องการ จุดเน้นของสถานศึกษาด้วย กระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม 6) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่วมมือช่วยเหลือกันในการพัฒนาและใช้หลักสูตรสถานศึกษา 7) นิเทศ กำกับ ติดตาม ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน เพื่อให้เกิดการปรับปรุง/พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้มีคุณภาพ 8) ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพหลักสูตร 9) สรุปรายงาน และเผยแพร่ผลการใช้/การพัฒนาหลักสูตร 1.2 ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 1) วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ อาทิ หลักสูตร การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ทิศทางการพัฒนาการศึกษาปฐมวัย
30 รวมทั้งศึกษาศึกษาสภาพปัญหา บริบททางสังคม และความต้องการของท้องถิ่น ชุมชน แนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงในอนาคต 2) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาและใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 3) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ให้สอดคล้อง กับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ด้วยกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม และนำไปใช้ จัดประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกด้านอย่างสมดุล 4) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และชุมชนอย่างสม่ำเสมอเพื่อร่วมมือช่วยเหลือกันในการพัฒนา และใช้หลักสูตรสถานศึกษา ปฐมวัย 5) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ที่จัดการศึกษาปฐมวัย เช่น องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการศาสนา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น 6) นิเทศ กำกับ ติดตาม ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน เพื่อให้เกิดการปรับปรุง/พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพ 7) ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพหลักสูตร 8) สรุปรายงาน และเผยแพร่ผลการใช้/การพัฒนาหลักสูตร 1.3 ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาพิเศษ 1) รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ต่าง ๆ อาทิ แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาปฐมวัย นโยบายและแผนจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้อง กับการศึกษาพิเศษ 2) ประสานงาน ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานศึกษามีความพร้อมในการจัด การศึกษา สำหรับผู้เรียนตามประเภทเด็กที่มีความต้องการพิเศษในรูปแบบที่เหมาะสม 3) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากร ทางการศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการศึกษาพิเศษ ให้สามารถบริหารจัดการและวางแผนจัด การศึกษาสำหรับผู้เรียน ตามประเภทเด็กที่มีความต้องการพิเศษ 4) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่วมมือช่วยเหลือกันในการดำเนินการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียน ตามประเภทเด็กที่มีความต้องการพิเศษ 5) ประสานความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง กับการศึกษาพิเศษ เช่น สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ศูนย์การศึกษา พิเศษระดับเขตพื้นที่การศึกษา 6) นิเทศ กำกับ ติดตาม ให้ความช่วยเหลือแนะนำผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน เพื่อให้สามารถคัดกรองและวินิจฉัยผู้เรียนสามารถปรับปรุง/พัฒนาแผนจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลเพื่อพัฒนา ผู้เรียนเต็มศักยภาพตามความต้องการเฉพาะบุคคลตามประเภทเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้มีคุณภาพ 7) ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพหลักสูตร 8) สรุปรายงาน และเผยแพร่ผลการใช้/การพัฒนาหลักสูตร
31 งานนโยบายของต้นสังกัดทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานอื่น ๆ ดังนี้ ๑. การจัดการเรียนรู้บูรณาการตามแนวทาง STEM Educaton ,STEAM Education ,STI ,Coding และวิทยาศาสตร์พลังสิบการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) เป็นการจัดการ เรียนรู้ที่มีแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ใน 4 สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ โดยเน้นการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการ หรือผลผลิตใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และการทำงาน ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง 4 สหวิทยาการ กับชีวิตจริงและการทำงาน การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ไม่เน้น เพียงการท่องจำทฤษฎีหรือกฎทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่เป็นการสร้างความเข้าใจทฤษฎี หรือกฎผ่านการปฏิบัติให้เห็นจริงควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด ตั้งคำถาม แก้ปัญหาและการหาข้อมูล และวิเคราะห์ข้อค้นพบใหม่ พร้อมทั้งสามารถนำข้อค้นพบนั้นไปใช้หรือบูรณาการกับชีวิตประจำวันได้ จุดประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักและเห็นคุณค่า ของการเรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์การจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEAM Education) เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้โดยการบูรณาการวิชาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์(Engineering) ศิลปะ (Arts) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาจนเกิดทักษะในการแก้ปัญหา และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในการดำเนินชีวิต โดยมีปัจจัยสำคัญในการจัดการเรียนรู้ 3 ส่วน คือ การนำเสนอ สถานการณ์ (Presentation Situation) การออกแบบอย่างสร้างสรรค์(Creative Design) และการสร้าง ความจับใจ (Emotional Touch) ผ่านการเรียนรู้เเละสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบต่างๆ ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมี ทักษะ สมรรถนะ ตลอดจนบูรณาการการเรียนรู้สู่การดำเนินชีวิตประจำวัน เเละต่อยอดองค์ความรู้ด้วย นวัตกรรมเพื่อพัฒนาเเละตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในศตวรรษที่ 2๑ โครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน (Science Technology Innovation (STI) เป็นการจัดการเรียนรู้ STI (Science Technology & Innovation) ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมโดยใช้กระบวนการเรียนการสอน STI หรือสติ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนโลกในอนาคต การสร้างองค์ความรู้ทางด้านเกษตรกรรม โดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐาน เข้ามาใช้ประโยชน์ ในภาคการเกษตร หรือเรียกว่า Coding For Farm ซึ่งโรงเรียนเชียงดาววิทยาคมเป็นตัวอย่างความสำเร็จ ได้อย่างชัดเจน ในการสร้างองค์ความรู้ให้แก่นักเรียน ตั้งแต่กระบวนการคิด วางแผน และลงมือทำอย่างเป็น ระบบ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ให้เป็นทักษะชีวิต การจัดการเรียนรู้โดยใช้ Coding เป็นการเพื่อสร้างทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และเมื่อถึงระดับ ที่สูงขึ้นก็สามารถต่อยอดไปเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ตามความถนัด พิจารณาต่อยอดหลักสูตร Coding ให้ครอบคลุมประชากรไทยทุกคน อาทิ Coding สำหรับผู้ตกงาน Coding ในการเกษตร เพื่อเป็น การ UpskillReskill ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่สามารถติดต่อสื่อสารกับคนทั้งโลกได้ตามแนวทาง Coding for all, All for coding
32 การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์พลังสิบ เป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะนักเรียน (Competencies) ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีผ่านกระบวนการของหลักสูตร (Curriculum) และเครือข่าย การพัฒนาศักยภาพมหาวิทยาลัย โรงเรียน ผู้บริหาร ครูผู้สอน และนักเรียน (Peer Learning Network) เพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ ๒0 ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแผนการศึกษา ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) ๒. โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยและประถมศึกษา โครงการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” เป็นโครงการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริ ให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรตัวอย่างโครงการนี้ คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมนี เมื่อปีพ.ศ. 2552 คณะกรรมการโครงการ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย จึงได้ติดต่อกับมูลนิธิ Haus der kleinen Forscher เพื่อขออนุญาต นำกิจกรรมนี้มาทดลองทำในประเทศไทย โดยที่มาของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มาจากการ ประเมินผลนานาของโครงการ PISA พบว่า ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทย ยังอยู่ในระดับต่ำ กว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งยังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่จะร่วมมือขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยมุ่งปลูกฝังให้เด็กปฐมวัยเป็นผู้มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยกิจกรรมที่สร้างความสนุกความเพลิดเพลิน ความสนใจใคร่รู้และความกระตือรือร้น ฝึกทักษะการสังเกต รู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กปฐมวัยเติบโตขึ้นเป็นนักวิทยาศาสตร์ และวิศวกร หรือเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ๓. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการนำผลการประเมินไปใช้ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ ผู้เรียน มีส่วนร่วมในชั้นเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครู เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ ทำหน้าที่เป็นโค้ช และพี่เลี้ยง (Coach & Mentor) แสวงหาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย (Meaningful learning) ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ได้ มีความข้าใจในตนเอง ใช้สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่บ่งบอกถึงการมีสมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ 21 มีทักษะวิชาการทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ตามระดับช่วงวัย และนำผล การประเมินไปใช้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน Assessment for Learning (ALF) คือ การประเมิน ศักยภาพและความสามารถของตัวนักเรียนต่อเรื่องนั้นๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนเข้าใจและมองเห็น แนวทางการพัฒนาต่อของตนเองเป็นการประเมินเพื่อสร้างให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจในทักษะของ
33 ตัวเองเพื่อที่จะให้นักเรียนๆนำความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปพัฒนาตัวเองต่อไป จุดเด่นของการทำประเมินเพื่อการ เรียนรู้ หรือ AFL คือ การให้นักเรียนได้สะท้อนความคิดของตัวเองออกมา เราอยากทำอะไร อยากจะพัฒนาต่อ อย่างไร และ ควรแก้ตรงไหนดี ดังนั้นการทำ AFL จึงเป็นวิธีการประเมินที่จะพาตัวเขาไปตามหาคำตอบ ภายในใจของพวกเขาเอง เพื่อนำคำตอบที่หลบซ่อนอยู่มาพัฒนาตัวเขาเองต่อไป ๔. ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning loss Recovery) ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning loss Recovery) ประกอบด้วย 5 มาตรการสำคัญ ที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนกลับมาเรียน เพื่อช่วยฟื้นฟูการเรียนที่ถดถอยของเด็กได้ ได้แก่ (๑) การประเมิน สภาพแวดล้อมทั้งระบบ จะต้องตรวจสอบว่าเด็กมีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยขนาดไหน ทั้งในแง่ของสภาพ ครอบครัว ความเป็นอยู่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงทรัพยากรสำหรับการเรียนรู้ และสภาพความคล่อง ทางการเงินของครอบครัวเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ทราบว่าเด็กกำลังอยู่ในจุดไหน (๒) การวางแผนของโรงเรียน ทั้งระบบ หากทราบข้อมูลพื้นฐานของเด็กแล้วก็จะนำไปสู่ขั้นตอนของการวางแผน โดยข้อนี้จำเป็นจะต้อง กระทำร่วมกันเป็นทีมโรงเรียน เนื่องจากการฟื้นฟูการเรียนถดถอยไม่สามารถที่จะทำได้แค่ครูบางคน บางรายวิชา หรือบางชั้นเรียนเท่านั้น เพราะเด็กทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด ดังนั้นการร่วมมือกันวางแผน ระดับโรงเรียนจะสามารถช่วยกำหนดแนวทาง วางระบบการทำงาน รวมไปถึงทรัพยากรและงบประมาณ เพื่อดำเนินการทุกอย่างให้สอดคล้องกับการบริหารงานของโรงเรียนได้ โดยต้องมีผู้อำนวยการ ครู ชุมชน และผู้ปกครองร่วมกันวางแผน (๓) การสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครู ซึ่งการฟื้นฟูการเรียนที่ถดถอยนั้น จะต้องชัดเจนว่ากำลังวางแผนประเด็นใด สิ่งใดบ้างที่บ่งบอกว่ากำลังถดถอย พัฒนาการทางสังคมเปลี่ยนไป หรือไม่ เพราะเด็กบางคนอาจที่เป็นลูกคนเดียว เมื่ออยู่บ้านไปนาน ๆ แล้วกลับมาเรียนใหม่จะเกิดพฤติกรรมที่ เปลี่ยนไปหรือไม่ เป็นต้น ดังนั้น Learning Loss จึงไม่ได้หมายถึงการฟื้นฟูแค่ความถดถอยในเฉพาะในส่วนของ วิชาการเท่านั้น (๔) การช่วยเหลือนักเรียน เป็นการพัฒนาตัวเด็กผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เป็น การช่วยลดช่องว่างทางการเรียนรู้ ช่วยเหลือเด็กทางด้านสุขภาวะ โดยเราต้องให้ความสำคัญเป็นรายบุคคล เพราะพื้นฐานครอบครัวของเด็กแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกันและหลากหลาย ดังนั้นความต้องการของเด็ก แต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน ไม่สามารถเหมารวมได้ เช่น เด็กป.2 มีความต้องการเหมือนกัน แต่ต้องดูให้ลึกไปถึง สื่อการเรียนการสอน วิธีการ และโอกาสในการเรียนรู้ แรงสนับสนุนจากครอบครัวที่มีความต่างกัน โดย จำเป็นต้องเจาะไปที่รายบุคคล หรืออย่างน้อย ๆ ก็เป็นรายกลุ่ม (๕) การติดตามปรับปรุงและผลสะท้อนกลับ ท้ายที่สุดจะต้องประเมินผลว่าสิ่งที่ทำมาในมาตรการต่าง ๆ นั้นดีพอแล้วหรือยัง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สามารถจะ ทำให้สิ้นสุดภายใน 2 เทอม แต่จะต้องทำการประเมินควบคู่ไปกับการทำงาน เพราะการที่โรงเรียนจะกลับมา เปิดภาคเรียนใหม่อีกครั้งแบบออนไซต์ จะให้เปิดเรียนแบบปกติอย่างที่ผ่านมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นคงไม่ได้ ดังนั้นการเตรียมรับการเปิดภาคเรียนใหม่จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ดังนั้นการเปิดมาตรการฟื้นฟูใหม่ทั้ง ระบบ ผ่าน 5 กรอบมาตรการทำงานที่วางเอาไว้ ก็น่าจะเป็นตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้เด็กสามารถกลับมาเรียนรู้ ได้ดีอีกครั้ง
34 5. การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะ และการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง และศีลธรรม (จุดเน้นที่ 4) กระทรวงศึกษาธิการ มีจุดเน้นและนโยบายที่กำหนดให้สถานศึกษาจัดโครงสร้างสถานศึกษา 8 กลุ่ม สาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ เพื่อบ่มเพราะให้นักเรียนภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษา สืบสานและต่อยอดและนำมาปรับประยุกต์ใช้ ปัจจุบัน สอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดจุดเน้นข้อ 4 ให้มีการพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและการจัดทำกรอบหลักสูตร รวมทั้งจัดกระบวนการเรียนรู้ ทางประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรมให้เหมาะสมกับวัย จึงต้องดำเนินการขับเคลื่อนกระบวนการ จัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์วิถีใหม่ให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยบูรณาการแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นซึ่งจุดมุ่งหมาย สำคัญ คือ เพื่อให้ผู้เรียนวิชาประวัติศาสตร์มีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข สนุกกับการเรียนรู้ รวมไปถึงการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งและเห็นคุณค่าของความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีความหวงแหนคุณค่าในต้นทุนทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม ของท้องถิ่นและชาติไทย ในส่วนของการใช้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นมีแนวทางการดำเนินงานให้มีการบูรณาการ แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นกับหลักสูตรสถานศึกษา โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้นำมาเป็นสารสนเท ศ ใช้แหล่งเรียนรู้เป็นห้องเรียน โดยครูผู้สอนร่วมกับวิทยากรปราชญ์ชาวบ้านท้องถิ่นในการให้ความรู้หรือนำสู่การ ปฏิบัติโดยไม่ต้องจัดกิจกรรมในชั้นเรียนอีก 6. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ การใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนของโรงเรียนมาตรฐานสากล มุ่งพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อนำพาสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและสนองต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง การเรียนรู้เทคโนโลยีจะช่วย ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ปรับเปลี่ยนสังคมไทยไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ การประกัน โอกาส ของผู้เรียนให้เข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเชื่อมโยงสังคมไทยสู่สังคมโลก สนับสนุนความเป็น พลโลกของ คนรุ่นใหม่ สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาโดยการให้ผู้เรียนทุกคนมีโอกาสใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ อย่างมีประสิทธิภาพ พอเพียง และทั่วถึง ผู้เรียนมีความรู้ด้านเทคโนโลยีในระดับพื้นฐาน เพื่อสามารถเข้าถึง ค้นคว้า รวบรวม และประมวลผลจากแหล่งความรู้ต่างๆ นำไปสร้างองค์ความรู้ใหม่ ตลอดจนรู้จักบูรณาการ ความรู้ด้านเทคโนโลยีและการจัดการสารสนเทศ ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีและ พัฒนาจริยธรรมเชิงบวกในการใช้ เทคโนโลยี เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และพัฒนา กระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างยั่งยืน ๗. การส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาการคำนวณ จากการที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โดยกำหนดให้มีสาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ในกลุ่มสาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ซึ่งมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงจากสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยวิชาวิทยาการคำนวณมีเป้าหมายเพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบใช้เทคโนโลยี
35 สารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงานและการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันและมี จริยธรรม โดย Coding เป็นส่วนหนึ่งของวิชาวิทยาการคำนวณ วิชาวิทยาการคำนวณ ประกอบด้วยเนื้อหา 3 ส่วนได้แก่ กระบวนการคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหา พื้นฐานความรู้ทางดิจิทัลและพื้นฐานความรู้ ด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๘. การจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) พหุปัญญา เป็นความสามารถที่หลากหลายทางปัญญาของมนุษย์ ซึ่งมีหลายด้าน แต่ละด้าน ก็มีความอิสระ ในการพัฒนาตัวของมันเอง คนๆ หนึ่งอาจเก่งเพียงด้านเดียว หรือเก่งหลายด้าน หรืออาจไม่เก่ง เลยสักด้าน แต่ที่ชัดเจน คือ แต่ละคนมักมีปัญญาด้านใดด้านหนึ่งโดดเด่นกว่าเสมอ ไม่มีใครที่มีปัญญาทุกด้าน เท่ากันหมด หรือไม่มีเลยสักด้านเดียว ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนจึงมีความจำเป็นที่จะต้อง ส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้สอดรับกับปัญญาที่มีอยู่หลายด้าน เป็นการส่งเสริมศักยภาพ ของนักเรียนให้เหมาะสมแต่ละบุคคล เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนต่อ และประกอบอาชีพของนักเรียนใน อนาคต 9. การขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทั้งระบบสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ การเตรียมผู้เรียนให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 การเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ ๒๑ เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ใช้ทักษะและเชื่อมโยง องค์ความรู้นำไปปฏิบัติ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือประกอบอาชีพในอนาคต โดยมีหลักการจัดการเรียนการสอนที่ ส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน ด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย ในการออกแบบกิจกรรมการสอนหรือกิจกรรมต่าง ๆ ครูผู้สอนมีบทบาทอำนวยความสะดวกและ จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้นักเรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง จนเกิดเป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมาย (Meaningful Learning) แผนการศึกษาแห่งชาติมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและทักษะการ เรียนรู้ ในศตวรรษที่ ๒๑ (3Rs 8Cs) ประกอบด้วย ทักษะและคุณลักษณะต่อไปนี้ • 3Rs ได้แก่ การอ่านออก (Reading) การเขียนได้(Writing) และการคิดเลขเป็น (Arithmetics) • 8Cs ได้แก่ ทักษะด้านการคิดอย่างมี วิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้าน การ สร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวน ทัศน์ (Cross – cultural Understanding) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และการรู้เท่าทัน สื่อ (Communications, Information and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะ การเรียนรู้(Career and Learning Skills) และความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม (Compassion) 10. การขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา หมายถึง การดำเนินการส่งเสริม และสนับสนุนให้บุคลากรในภาคการศึกษาทุกระดับ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
36 มาใช้ ในชีวิตประจำวันและการปฏิบัติภารกิจ เช่น การบริหารการศึกษา การบริหารจัดการงบประมาณ การศึกษา การจัดสถานศึกษา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดกิจกรรม นักเรียน เป็นต้น เพื่อที่ท้ายที่สุดแล้วเกิดกระบวนการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิถีปฏิบัติ จนเป็นวิถีชีวิต เพื่อผลให้ เกิดการปลูกฝังและบ่มเพาะผู้เรียน เด็ก และเยาวชน ให้มีจิตสำนึกและอุปนิสัย “พอเพียง” (Sufficiency Mindset and Behavior) เพื่อจะได้สามารถดำรงตน และดำเนินชีวิตให้เจริญก้าวหน้าไปได้อย่างสมดุล และพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ 11. เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน ตามที่รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูปประเทศไทย ได้ประกาศยุทธศาสตร์ชาติ ๒0 ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - 2580) ซึ่งต้องนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อยกระดับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ กำหนดให้มี การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อศตวรรษที่ ๒๑ โดยปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เพื่อเตรียมประชากรสู่การเปลี่ยนแปลง ศตวรรษที่ ๒1 รวมทั้งตระหนักถึงพปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย มีเป้าหมายให้ผู้เรียนได้รับการศึกษา ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จำเป็นของโลกอนาคต สามารแก้ปัญหา รู้เท่าทันสื่อ ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต รวมทั้งเป็นพลเมืองดี รู้ สิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบและมีจิตสาธารณะ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการศึกษาขั้นพื้นฐาน การสร้างการเรียนรู้ แห่งศตวรรษที่ 21 นอกจากจะมีการเรียนรู้เนื้อหาสาระความรู้แล้ว ทักษะ การเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ ในการเรียนรู้ตลอดจนการกำเนินชีวิตโดยเฉพาะทักษะการสื่อสาร คือ "การอ่านออกเขียนได้ " นับเป็นทักษะ ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และเป็นเครื่องมือในการแสงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ในการพัฒนาความรู้ กระบวนการคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม ในปีการศึกษา ๒๕๖๔ นี้ เป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ให้เป็นไปอย่างเข้มแข็ง และเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดนโยบาย "เด็กไทยวิถีใหม่ อ่าน ออกเขียนได้ทุกคน" โดยตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้ที่ ๑) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 - ๓ ทุกคน อ่านออก เขียนได้ ๒) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ อ่านคล่องเขียนคล่อง และ ๓) นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๑ - ๖ มีสมรรถนะการอ่านขั้นสูง ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้การอ่านการเขียนเป็นเครื่องมือในการ เรียนรู้วิชาอื่นๆ และการดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป 12. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ สพฐ. จะต้องส่งเสริมสถานศึกษา จัดการศึกษา เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และเสริมสร้าง คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผ่านการจัดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิต การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแนวทางการพัฒนาการศึกษาเพื่อรองรับการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เน้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมจัดและสนับสนุนการจัด การศึกษาให้มีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 โดยเป็นการจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร
37 กับสิ่งแวดล้อมด้วยการส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติในการดำรงชีวิต มีองค์ประกอบย่อย สามประการที่สำคัญ ประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาให้เกิดความตระหนักเรื่องความหลากหลาย ทางชีวภาพ การจัดกิจกรรมส่งเสริม การเรียนรู้และการจัดปัจจัยที่ส่งเสริมการเรียนรู้โดยแนวทาง ของรูปแบบ เน้นผลลัพธ์เป็นฐาน ประกอบด้วย สมรรถนะการเป็นพลโลกที่ดีด้านการมีจิตสำนึกรักษ์ สิ่งแวดล้อม และความตระหนัก เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพ 13. โรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. เป็นการดำเนินงานเพื่อสืบสานพระราชปณิธานเดิน ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 ตามราชประสงค์ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โดยโรงเรียนแต่ละแห่งต้องวิเคราะห์คุณธรรม อัตลักษณ์ของตนเอง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียน รวมไปถึงการ พัฒนาผู้บริหาร ครูและนักเรียน ตามกรอบแนวคิดโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โครงการโรงเรียนคุณธรรม มุ่งปลูกฝังให้ผู้บริหาร สถานศึกษา ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการปลูกฝังคุณธรรมตามคุณธรรมอัตลักษณ์ หรือกรอบแนวคิดคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่1) ความพอเพียง 2) ความกตัญญู 3) ความซื่อสัตย์สุจริต 4) ความรับผิดชอบ และ 5) อุดมการณ์คุณธรรมเพื่อให้เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณธรรมและร่วมกันพัฒนา ประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้ามั่นคงตลอดไป 14. โรงเรียนสุจริต ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ.2560 – 2564) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต (Zero tolerance & Clean Thailand)” มีพันธกิจในการสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต ยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการทุกภาคส่วนแบบ บูรณาการและปฏิรูปกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งระบบ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปีพ.ศ.2556 เป็นต้นมา ในการพัฒนาผู้บริหาร ครูและนักเรียน ให้เกิดคุณลักษณะ 5 ประการของโรงเรียน สุจริต ได้แก่ ทักษะกระบวนการคิด มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียง และจิตสาธารณะ โดยดำเนินการ ตามแนวทางของปฏิญญาโรงเรียนสุจริตทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการป้องกัน ด้านการปลูกฝัง และด้านการสร้าง เครือข่าย ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายภายใต้ชื่อโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ในสถานศึกษา (โครงการโรงเรียนสุจริต) มีกิจกรรมสำคัญ 4 กิจกรรม ได้แก่ 1) การดำเนินกิจกรรรมตาม โครงการโรงเรียนสุจริต 2) การขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา 3) การดำเนินกิจกรรมสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาสุจริต และ 4) การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ 15. โรงเรียนวิถีพุทธตามแนวทางอัตลักษณ์ 29 ประการ โรงเรียนวิถีพุทธ เป็นโรงเรียนระบบปกติทั่วไปที่นำหลักธรรมพระพุทธศาสนามาใช้ หรือประยุกต์ใช้ในการบริหารและการพัฒนาผู้เรียนโดยรวมของสถานศึกษาเน้นกรอบการพัฒนาตามหลัก ไตรสิกขาอย่างบูรณาการ รูปแบบการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธ ดำเนินการพัฒนาผู้เรียนโดยใช้หลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างบูรณาการ ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการพัฒนา "การกิน อยู่ ดู ฟัง เป็น" คือ มีปัญญารู้
38 เข้าใจในคุณค่าแท้ ใช้กระบวนการทางวัฒนธรรมแสวงหาปัญญา และมีวัฒนธรรมเมตตาเป็นฐานการดำเนิน ชีวิต โดยมีผู้บริหาร และคณะครูเป็นกัลยาณมิตร ช่วยกันพัฒนาดำเนินการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีวิถี การทำงาน วิถีชีวิต วิถีการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมต่าง ๆ ตามหลัก "ไตรสิกขา" ที่นำไปสู่ "ปัญญา" วิถีชีวิตที่ดีงาม ตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิปัญญา ๑6. การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance Learning Television ; DLTV) เป็นการจัด การศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนในทุกห้องเรียน แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียน ขนาดเล็ก ครูสามารถจัดการเรียนรู้ในทุกสาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนและครูได้เข้าถึง สื่อเทคโนโลยี ที่ทันสมัย นักเรียนและครูมีเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษา อันเป็นการดำเนินการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทและสนองพระราชดำริในการที่จะพัฒนา การศึกษาไทยให้เจริญก้าวหน้า โดยวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน โดยใช้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมของโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนในโครงการ DLTV ในสังกัดให้ได้ มาตรฐานและสนับสนุนให้โรงเรียนในโครงการ DLTV ใช้อุปกรณ์ในการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๑7. เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต เป็นการเล็งเห็นความสำคัญที่ต้องการให้สถานศึกษาจัดการสอน เรื่องทักษะชีวิตและเพศศึกษา เพื่อให้วัยรุ่นได้รับความรู้และการปฏิบัติตัวในกลุ่มเพื่อน หรือสิ่งแวดล้อม ในสังคมได้ถูกต้องเพราะความหมายว่า “เพศศึกษา” มิใช่เป็นเพียงหน่วยการสอนเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ การปฏิสนธิและการคลอดเท่านั้น แต่รวมถึงกระบวนการทางการศึกษาที่ช่วยให้บุคคลได้นำความรู้เกี่ยวกับเพศ ไปผสมผสานกับการดำเนินชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตเพื่อช่วยให้เข้าใจพื้นฐานที่สำคัญทางเพศ เมื่อถึงวัย ผู้ใหญ่และเข้าใจถึงบรรทัดฐานทางเพศในสังคมที่แตกต่างกันตลอดจนสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นในสังคมได้ อีกทั้งเป็นการปลูกฝังให้บุคคลมีความสามารถในการตัดสินใจเกี่ยวกับการปฏิบัติทางเพศอย่างถูกต้อง และมีศีลธรรมจรรยาพร้อมกับมีทักษะชีวิต เป็นทางเลือก ความรับผิดชอบส่วนบุคคล เมื่อบุคคลต้องเป็นผู้ที่ รับผิดชอบในตัวเองบุคคลนั้น ๆ อยู่ในกระบวนการสร้างทางเลือก ที่จะทำให้ชีวิตของตนเองสมบูรณ์ และมีความสุขมากที่สุด ดังนั้นทักษะชีวิตจึงเป็นทักษะในการช่วยเหลือตนเอง (self-helping skills) หรือเป็นความสามารถที่บุคคลสามารถช่วยตนเองในด้านต่างๆ ในการจัดแจงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๑๘. พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตอบรับขึ้นทรงราชย์สันติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม 2559 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และได้มีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นครองราชย์ ความว่า “เพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง” กอปรกับพระราชปณิธานด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือการสร้างคนดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงทรงมีพระบรมราโชบายเพื่อสืบสานพระราชปณิธานแห่งองค์พระบรมชนกนาถในการสร้างคนดีให้แก่ บ้านเมือง โดยทรงมุ่งเน้นให้การศึกษาต้องเสริมสร้างพื้นฐานแก่นักเรียนทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย (1) การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง (๒) การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง (๓) การมีงานทำ มีอาชีพ และ (๔) การ เป็นพลเมืองดี
39 เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมมหาราชวงศ์ แห่งราชอาณาจักรไทย กระทรวงศึกษาธิการ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษามาเป็นหลักชัยในการสร้าง นักเรียนเป็นคนดี พัฒนาให้เป็นคนเก่ง สู่การปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาทอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการยกระดับ คุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีรูปแบบการพัฒนาผู้เรียน ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 มุ่งเน้นให้สถานศึกษาเกิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
40 ส่วนที่ ๓ วิธีดำเนินการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา การดำเนินการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พัทลุง เขต 1 ซึ่งเป็นการนิเทศ ติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาทั้งระบบ โดยการมีส่วนร่วม ของผู้เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการของเขตพื้นที่การศึกษา มีประเด็นและรายละเอียด ดังนี้ กระบวนการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา กระบวนการนิเทศการศึกษา เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการเรียน การสอนของครู โดยมุ่งให้เกิดการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพส่งผลถึงคุณภาพของผู้เรียน กระบวนการนิเทศ การศึกษาช่วยทำให้เกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน สร้างการประสานสัมพันธ์ และขวัญกำลังใจ ซึ่งต้อง ดำเนินงานให้ประสานสัมพันธ์กับกระบวนการอื่นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุตามเป้าหมาย ทำให้ เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนถาวร ทั้งนี้ การนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ของเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ดำเนินการโดยประยุกต์ใช้กระบวนการนิเทศ ของหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย ๕ ขั้นตอน ดังนี้ ๑. การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ ๒. การวางแผนการนิเทศ ๓. การสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ ๔. การปฏิบัติการนิเทศ ๕. การประเมินผลและรายงานผล ขั้นที่ ๑ การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ เป็นการกำหนดปัญหาและความต้องการในการแก้ปัญหาหรือพัฒนา ดังนี้ ๑.๑ ศึกษาข้อมูลสารสนเทศพื้นฐาน เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาวางแผนการดำเนินงาน เช่น ผลการประเมินพัฒนาการของนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (O-NET) ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน (NT) ผลการทดสอบเพื่อประเมินความสามารถในการอ่าน (RT) ผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา เป็น ต้น ๑.๒ ประชุมแลกเปลี่ยนระดมความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการวิเคราะห์สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น และความต้องการในการพัฒนา ตามบริบทของหน่วยงาน ๑.๓ จัดลำดับความสำคัญของปัญหาและเลือกปัญหาที่เป็นความจำเป็นหรือต้องการในลำดับ เร่งด่วนหรือลำดับที่เห็นว่าสำคัญที่สุด ๑.๔ สร้างการรับรู้ร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การประชุม การสัมมนา การสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ฯลฯ เพื่อสร้างวิสัยทัศน์หรือสร้างเป้าหมาย ร่วมกันในการดำเนินงาน
41 ขั้นที่ ๒ การวางแผนการนิเทศ เป็นการนำปัญหาและความต้องการมากำหนดรายละเอียดของกิจกรรมในการจัดทำแผน นิเทศ ดังนี้ ๒.๑ กำหนดแนวทาง/วิธีการในการพัฒนาที่หลากหลายตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ตามความต้องการและจำเป็น มีการใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) และการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาวิชาชีพครูและ การพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ๒.๒ เลือกแนวทาง/วิธีการในการพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ๒.๓ วางแผนการดำเนินงานพัฒนา ดังนี้ ๑) ประชุมเตรียมการนิเทศ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน ๒) จัดทีมคณะนิเทศ โดยแต่ละทีม ประกอบด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา และศึกษานิเทศก์ซึ่งรับผิดชอบงานในแต่ละกลุ่มงาน ๓) กำหนดประเด็นการนิเทศ โดยกำหนดประเด็นและเนื้อหาที่จะนิเทศ ตามความสำคัญ จำเป็นเร่งด่วน ซึ่งพิจารณาจากงานตามภารกิจโครงสร้างกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา และงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงาน อื่น ๆ 4) กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการนิเทศ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ทุกโรง มีการจัดกลุ่มโรงเรียนที่ต้องได้รับ ความช่วยเหลือตามสภาพและบริบท โดยดำเนินการนิเทศกลุ่มโรงเรียนที่มีความต้องการจำเป็นที่จะต้องดูแล และให้การช่วยเหลือก่อนเป็นลำดับแรก 5) กำหนดระยะเวลาในการนิเทศ โดยกำหนดระยะเวลาในการนิเทศที่เหมาะสมกับ สภาพปัญหาและการพัฒนา สัปดาห์ละ 3 วัน หรือตามความต้องการจำเป็นเร่งด่วน 6) กำหนดวิธีการนิเทศและกิจกรรมการนิเทศที่เหมาะสมตามสภาพปัญหา และความต้องการ โดยใช้รูปแบบการนิเทศทางตรง เช่น การประชุมสัมมนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสังเกต ชั้นเรียน การสาธิต การบันทึกวิดีโอและการถ่ายภาพ การสัมภาษณ์ การ Coaching & Mentoring ฯลฯ และ การนิเทศทางไกล ซึ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ในรูปแบบต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ให้ เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การประชุมทางไกลผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์อาทิ Zoom, Google Meet, Line, Facebook Live เป็นต้น ๒.๔ จัดทำแผนนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 บทนำ ประกอบด้วย ความเป็นมาและความสำคัญ วัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะ ได้รับ และขอบข่ายการนิเทศ ส่วนที่ 2 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประกอบด้วย ข้อมูลพื้นฐาน นโยบาย จุดเน้น และแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่วนที่ 3 วิธีดำเนินการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ประกอบด้วย กระบวนการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา และรูปแบบการนิเทศ ส่วนที่ 4 เครื่องมือนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ประกอบด้วย งานตามภารกิจโครงสร้างกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา และงานตามนโยบายต้นสังกัดทั้ง นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานอื่น ๆ
42 ขั้นที่ ๓ การสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ การสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศเป็นสิ่งที่จะช่วยให้การนิเทศมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ และเป็นสิ่งที่จะช่วยเก็บรายละเอียดที่ผู้รับการนิเทศไม่สามารถแสดงออกมาได้ สามารถเก็บข้อมูลนำมา เปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา และสร้างความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับ การนิเทศ ดังนี้ ๓.๑ สร้างสื่อนิเทศที่จะทำให้การนิเทศบรรลุวัตถุประสงค์ ช่วยให้ผู้รับการนิเทศ มีความเข้าใจ ในเรื่องนั้น ๆ มากขึ้น ง่ายขึ้น และเร็วขึ้น เช่น คู่มือ/แนวทางการดำเนินงาน แผ่นพับ ซีดี ที่ประกอบด้วยเนื้อหา ความรู้ ตัวอย่าง คำอธิบาย เป็นต้น หรือสื่อที่เน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ในรูปแบบ ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น E-Book, Webboard, Chat, Newsgroup, Power Point, Link ต่าง ๆ เป็นต้น ๓.๒ สร้างเครื่องมือนิเทศ เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนา ตรวจสอบ ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มี คุณภาพ ใช้ง่าย สามารถเก็บข้อมูลที่ตอบประเด็นปัญหาความต้องการ และเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหา ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ขั้นที่ ๔ การปฏิบัติการนิเทศ คณะผู้นิเทศดำเนินการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ตามวิธีการนิเทศและ กิจกรรมการนิเทศที่กำหนด ดังนี้ ๔.๑ ประชุมสร้างความเข้าใจแก่ผู้นิเทศ เพื่อให้การนิเทศติดตามและประเมินผลการจัด การศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ๔.2 สร้างการรับรู้ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การประชุม การพบกลุ่ม เป็นต้น ทั้งในรูปแบบของการติดต่อสื่อสารโดยตรงและการติดต่อสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ หรือสร้างเป้าหมายร่วมกัน ๔.3 นิเทศตามขอบข่ายประเด็นเนื้อหา กระบวนการ วิธีการ กลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และเครื่องมือนิเทศตามที่กำหนด ๔.4 สะท้อนผลการนิเทศให้กับผู้รับการนิเทศ โดยให้ข้อสังเกต จุดเด่น และข้อเสนอแนะ เพื่อการปรับปรุงพัฒนา 4.5 ติดตามผลการปรับปรุง พัฒนาตามข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ สำหรับโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย ที่ต้องดูแล ช่วยเหลือเป็นพิเศษ ๔.6 สะท้อนผลการนิเทศโดยใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานและการปฏิบัติการนิเทศ ขั้นที่ ๕ การประเมินผลและรายงานผล ๕.๑ ประเมินความก้าวหน้าในการดำเนินงานของผู้รับการนิเทศ เพื่อนำผลไปปรับปรุง พัฒนาการนิเทศในครั้งต่อไป ๕.๒ ประเมินผลการนิเทศเมื่อเสร็จสิ้นการนิเทศตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อนำผลไปใช้ใน การพัฒนาและเป็นแนวทางในการดำเนินงานในครั้งต่อไป ๕.๓ รายงานผลการนิเทศต่อผู้เกี่ยวข้อง ๕.๔ นำผลการนิเทศที่เป็นปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะไปพัฒนาการนิเทศ ติดตามและ ประเมินผลการจัดการศึกษาในปีการศึกษาต่อไป
43 ๓.๒ รูปแบบการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ด้วยหลัก 5 ร่วม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 โดยกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การจัดการศึกษา ได้กำหนดรูปแบบการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ที่ประยุกต์จากรูปแบบ การบริหารจัดการสร้างความเข้มแข็งให้แก่คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม (Participation) โมเดล 5 ร มาเป็นรูปแบบ 5 ร่วม คือ ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ ร่วมนิเทศ ติดตาม ร่วมประเมินผล และร่วมปรับปรุงพัฒนา ซึ่งเป็นการร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับเขตพื้นที่ การศึกษา ภายใต้บทบาทหน้าที่รายละเอียด ดังแผนภาพข้างล่าง แผนภาพ แสดงรูปแบบการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ด้วยหลัก 5 ร่วม 1. ร่วมคิด (Thinking Participation) การร่วมคิด เป็นการร่วมดำเนินการวางแผนของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหาร และการจัดการศึกษา เพื่อวางแผนการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัด เขตพื้นที่การศึกษา โดยดำเนินการ ดังนี้ 1.1ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่ม/ หน่วย และศึกษานิเทศก์ทุกคน ร่วมกันวิเคราะห์สภาพบริบท ในการบริหารและการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา เพื่อวางแผนการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาตามบทบาท หน้าที่ของแต่ละฝ่าย 1.2ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา โดยแบ่งคณะ นิเทศออกเป็น 3 คณะ แต่ละคณะประกอบด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ ทุกกลุ่มงานของกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา และผู้แทนคณะกรรมการติดตามตรวจสอบ (ก.ต.ป.น.) 1.3 ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันวางแผน ออกแบบกิจกรรม วิธีการ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัด ให้มีประสิทธิภาพตามบริบทของสถานศึกษาแต่ละแห่ง
44 1.4ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันจัดเตรียมเครื่องมือในการ พัฒนาและนิเทศ ติดตาม เช่น สื่อ เอกสารการดำเนินงาน คู่มือการดำเนินงาน เป็นต้น เพื่อส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และนิเทศ ติดตาม การจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัด ให้มีประสิทธิภาพ 1.5คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) พิจารณาเห็นชอบแผนปฏิบัติการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา 2. ร่วมปฏิบัติ (Implementing Participation) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ บุคลากร ทางการศึกษา เป็นต้น ร่วมส่งเสริม สนับสนุน การบริหารจัดการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา ตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละกลุ่มงาน ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การประชุมสื่อสารสร้างความเข้าใจ การอบรม สัมมนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสนับสนุนเอกสาร งบประมาณ สื่อ อุปกรณ์ เป็นต้น โดยใช้วิธีการ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Zoom meeting , line เป็นต้น 3. ร่วมนิเทศ ติดตาม (Supervision Participation) การร่วมนิเทศ ติดตาม ใช้หลักการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ คณะกรรมการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา และผู้แทนคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) เพื่อดำเนินการนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ เทคนิค วิธีการ ที่หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพบริบทและข้อจำกัดของแต่ละโรงเรียน เช่น เยี่ยมสถานศึกษาและให้ขวัญกำลังใจ นิเทศออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Google meet , Zoom meeting , line และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละเครือข่ายโรงเรียน เป็นต้น 4. ร่วมประเมินผล (Evaluation Participation) การร่วมประเมินผล เป็นขั้นตอนที่คณะกรรมการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา และผู้แทนคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) มีส่วนร่วมในการประเมินผลการดำเนินงานบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รวมถึงสะท้อนผลการดำเนินงานตามสภาพบริบท และข้อจำกัดของแต่ละสถานศึกษา ด้วยรูปแบบที่เหมาะสม 5. ร่วมปรับปรุงพัฒนา (Improve and develop Participation) การร่วมปรับปรุงพัฒนา เป็นขั้นตอนที่คณะกรรมการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัด การศึกษา และผู้แทนคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) ร่วมกันสรุปผลการการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา รายงานผู้บริหารเขตพื้นที่ การศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ และนำผลการประเมินมาปรับปรุงและกำหนดเป็นแนวทางการพัฒนา เพื่อการดำเนินงานในปีงบประมาณต่อไป
ส่วนที่ 4 เครื่องมือนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ตามแผนปฏิบัติการนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา ฉบับนี้สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ได้จัดทำเครื่องมือสำหรับผู้นิเทศเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือ ในการปฏิบัติงานของคณะทำงานและและโรงเรียนประกอบด้วย ๑. งานตามภารกิจโครงสร้างในกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา งานตามภารกิจโครงสร้างในกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ซึ่งเป็นไป ตามคู่มือการปฏิบัติงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ในเรื่อง ดังต่อไปนี้ 1. การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ทั้งในระดับก่อนประถมศึกษา การศึกษา ขั้นพื้นฐาน และการศึกษาพิเศษ 2. การวัดและประเมินผลการศึกษา ทั้งในส่วนของระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ 3. การประกันคุณภาพการศึกษา โดยมุ่งเน้นการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ที่เป็นไปตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 4. การนิเทศติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ที่มุ่งเน้นกระบวนการนิเทศภายใน และการจัดกระบวนการเรียนรู้ 5. การพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา สำหรับนำมาใช้ในการเรียนการสอน 2. งานนโยบายของต้นสังกัดทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานอื่นๆ ดังนี้ 1. การจัดการเรียนรู้บูรณาการตามแนวทาง STEAM Ed. STEM Ed. STI Coding และ วิทยาศาสตร์พลังสิบ 2. โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยและประถมศึกษา 3. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการนำผลการประเมินไปใช้ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) 4. ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning loss Recovery) 5. การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและการใช้แหล่งเรียนรู้ 6. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ 7. การส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาการคำนวณ 8. การจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) 9 การขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทั้งระบบสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการเตรียมผู้เรียนให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 10 การขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
46 11. เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน 12. การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 13. โรงเรียนคุณธรรม สพฐ. 14. โรงเรียนสุจริต 15. โรงเรียนวิถีพุทธตามแนวทางอัตลักษณ์ 29 ประการ ๑6. การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ๑7. เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต เครื่องมือสำหรับผู้นิเทศเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานของคณะทำงานและโรงเรียน เรียงลำดับดังนี้ ๑. เครื่องมือสำหรับงานตามภารกิจโครงสร้างในกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ประกอบด้วย - แบบนิเทศ ติดตามการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาสู่การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน - แบบนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย - แบบนิเทศ ติดตาม การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรวม - แบบนิเทศ ติดตาม การวัดและประเมินผลการศึกษา - เครื่องมือนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาการดำเนินงานการพัฒนา ระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา - แบบนิเทศติดตามการดำเนินงานการนิเทศภายในโรงเรียน - แบบบันทึกการนิเทศ ติดตามการใช้สื่อ นวัตกรรมสำหรับการเรียนการสอน 2. เครื่องมืองานนโยบายของต้นสังกัดทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานอื่นๆ ประกอบด้วย - แบบนิเทศ ติดตามโรงเรียนเครือข่ายวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา - แบบนิเทศ ติดตามผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย - แบบนิเทศ ติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา - แบบนิเทศ ติดตามการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 - แบบนิเทศ ติดตามการดำเนินการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านการคิดทางคณิตศาสตร์ - แบบนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานการส่งเสริมนิสัยการอ่านและพัฒนา ห้องสมุด - แบบนิเทศ ติดตามการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และการใช้แหล่งเรียนรู้ - แบบบันทึกการนิเทศ ติดตามการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ - แบบนิเทศ ติดตามการจัดประสบการณ์/การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทางพหุปัญญา ของผู้เรียน - แบบนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทั้งระบบ สู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการเตรียมผู้เรียนให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21