The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชชาจรณสัมปันโน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bhiddaya007, 2020-04-02 04:23:47

วิชชาจรณสัมปันโน

วิชชาจรณสัมปันโน

282

โครงสราง Matrix 9 ทําใหยกระดับอธิปญญาข้ึนสูระดับญานปญญาดังมีในวิปสสนา

ญาณ 9 อันเปน ญาณชวงกลางของญาณ 16 (โสฬสญาณ) ดวยการทําระเบียบวิธีวิจัย

ในระดับโครงสรางลึกเปน Matrix น้ีทําใหไดชุดองคความรูที่สัมพันธกับจรณะ 15 วิชชา 8

แลว จะทาํ ใหพ ัฒนาเขา สสู วนสัมมาญาณของผลสอง ดังปรากฏในบทที่ 5 ขอ 5.1.5

(4.2.2) หลกั อริยสัจ 4 มีกิจสาํ คญั คือ ทุกขค วรรู สมุทยั ควรละ นิโรธควรแจง

มรรคควรเจริญ นั้นในกระแสหลัก ยกใหมรรค (4) เปนตัวทํางานเพ่ือไปถึงเปาหมายคือนิโรธ (3)

โดยหลักปญญา ศีล สมาธิเพื่อละตนเหตุ (สมุทัย) (2) คือความอยาก (ตัณหา) จนถึงดับทุกข (1) ได

ส้ินเชิง เปนกระสวน pattern (4)(3)(2)(1) หรืออาจจะเปน (4)(2)(1)(3)

ตามลําดับ ทั้งที่ในคําสอนของพระพุทธองค คือ ทรงย้ําวาเมื่อกลาวถึงอริยสัจ 4 ตองกลาวโดยลําดับ

อยากลาวโดยสลับกัน ซ่ึงโครงสรางของจรณะ 15 วิชชา 8 เปนคําสอนของพระองคที่เปนไป

ตามลําดับของโครงสรางของอริยสัจ 4 อยางแทจริง อยูในกระสวน (1)(2)(3)(4) จริง ๆ

กลาวคือ

หมวดที่ 1 จรณะ ขอ 1 - 4 เมื่อดาํ เนินกจิ รกู เิ ลสไดเปน ทุกขสัจจ

หมวดท่ี 2 สทั ธรรม เมอื่ ดาํ เนินกจิ ละตณั หาไดเ ปน สมทุ ยั สัจจ

หมวดที่ 3 ฌาน เม่อื ดาํ เนินกจิ ใหแ จงสลายอปุ าทานในจิตไดน โิ รธสัจจ

หมวดที่ 4 มรรค เม่ือดําเนินกิจใหเจรญิ พน อาสวะไดม รรคสัจจ 

ย่ิงกวาในจรณะ 15 วิชชา 8 ยังมีโครงสรางลึกเปน MATRIX 16

ของอริยสัจ 4 ตามที่พระพุทธองคทรง แสดงหลักสําคัญของอริยสัจ 4 ท่ีเนื่องกัน จนเห็นแตอริยสัจ

เดียวไมไดในมหาวาร สํ: ๑๙/๕๔๖/๑๗๑๑ คือ ผูใด เห็นทุกข ผูน้ันยอมเห็นแมซ่ึงเหตุใหเกิดทุกข

(สมทุ ยั ) ยอมเห็นแมความดบั ไปเหลือแหงทุกข (นิโรธ) ยอมเห็นทาง ดําเนินใหถึงความดับไมเหลือ

แหง ทุกข (มรรค)

ผใู ดเหน็ เหตใุ หเกิดทุกข (สมุทยั ) ผูนัน้ ยอ มเห็นทกุ ขย อม

เห็นนิโรธยอมเหน็ มรรค

ผใู ดเหน็ ความดับไมเหลอื แหงทุกข ผนู ้ันยอ มเหน็ ทกุ ข

(นิโรธ) ยอมเหน็ สมทุ ยั ยอ มเหน็ มรรค

ผใู ดเหน็ ทางดาํ เนนิ ใหถ ึงความดับ ผูน้ันยอมเห็นทุกขยอมเห็น

สมุทัย

ยอมไมเหลือแหงทุกข (มรรค)

เหน็ นโิ รธ

ดงั ปรากฏในตาราง Matrix 16 ดงั นี้

283

ตารางท่ี 8.4 โครงสรา ง Matrix 16

มรรค เจรญิ เจโตปริยญาณ บุปเพนิวาสนุสสติญาณ จตุ ปู ปาตญาณ อาสวกั ขยญาณ
วิปสสนาญาณ มโนมยทิ ธญิ าณ อิทธวิ ิธญาณ ทพิ พโสตญาณ
นิโรธ แจง ฌาน 2
สมุทยั ละ ฌาน 1 วิริยะ ฌาน 3 ฌาน 4
พาหสุ ัจจะ หริ ิ สติ ปญ ญา
ทกุ ข รู ศรทั ธา สํารวมอินทรีย โอตตัปปะ พาหสุ จั จะ
สังวรศีล โภชเนมัตตัญุตา ชาครยิ านุโยคะ

รู ละ แจง เจรญิ
(ปริญญา) (ปหานะ) (สัจฉิกิรยิ า) (ภาวนา)
สมทุ ยั มรรค
ทุกข นโิ รธ

ความรูอ ริยสจั 4 ที่มีโครงสรางลึกเปน Matrix 16 นี้ชวยใหงานวิจัยไดความรูลึกละเอียด
ของอริยบุคคล 4 เหลา ที่สามารถมีพัฒนาการความกาวหนาของอริยบุคคล 4 อยางละเอียดไดถึง
16 ลําดับ อนั เปน องคความรูระดบั วชิ ชาทศั นเชงิ บูรณาการในงานวจิ ยั ตอยอดตอ ไปภายหนา

8.2.3 ศึกษาวิจัยแนวทางบูรณาการท่ีเหมาะสมกับองคความรูวิชชาจรณสัมปนโน
จรณะ 15 วิชชา 8 ชั้นสูงนั้นสมควรศึกษาโฮลอนบูรณาการ (integral holonics) ข้ันสูงย่ิงขึ้นเพิ่มเติม
พรอ มกับจตรุ ภาคในทฤษฎีของทุกสรรพสง่ิ

แนวทางบูรณาการที่ศึกษาตอยอดดังกลาวมาน้ีคือ องคความรูในกระบวนขั้น
ความคิดข้ันท่ี 3 ที่เปนโฮลอนท่ีทําใหความรูเร่ืองสสาร (matter) กาย (body) ใจ (mind) จิต (soul)
วิญญาณ (spirit) ไปถึงระดับท่ีทําใหเปนผูมีวิชชาจรณสัมปนโน คือ พนความไมรูเร่ืองอริยสัจ 4
และพน ความไมรูเรอ่ื งปฎจิ จสมุปปาท

จากองคความรูของโฮลอนท้ัง 5 ในแผนภาพ The Great Chain in Various
Wisdom Tradition (ดูภาพประกอบ)

284

ภาพที่ 8.4 The Great Chain in Various Wisdom Tradition. Compiled by Huston Smith; graphic
layout by Brad Reynolds. จาก Integral Spirituality (KW, 2006)

จะเห็นวามีการแบงเปน 2 ซกี คือ ซีกลางเปนระดับของตวั ตน (level of selfhood) ซีกบนเปนระดบั
ของความเปน จริง (level of reality) โดยในซกี ลา งไดแ ก

ในสวนของกาย (body) คอื ประสาทสมั ผัสทั้ง 5 หรือวญิ ญาณ 5 (five-vijannas)
ในสวนของใจ (mind) คอื ประสาทสัมผสั ที่ 6 หรอื มโนวญิ ญาณ (mano-
vijannas หรอื gross mind)
ในสวนของจติ (soul) คอื อลยวิญญาณ (alaya-vijannas หรอื subtle mind)
ในสวนของวญิ ญาณ (spirit) คอื ธรรมชาตพิ ทุ ธะ (Buddha-nature)
ในทฤษฎีของทกุ สรรพส่งิ ของกลุม Ken Wilber มีพื้นฐานองคค วามรขู อง
พราหมณใ นเรอ่ื งอาตมนั และการพฒั นาเปนวงจรครบรอบ ดงั รปู ประกอบ

285

ภาพท่ี 8.5 ทฤษฎีของทุกสรรพสงิ่ ของกลมุ Ken Wilber โดย Reynolds Brad, 2004
เหลานี้เปนรองรอยของขอมูลท่ีนาคนควาเพิ่มเติมวาแนวทางบูรณาการ

โดยเฉพาะในภาคบนซายหรือภาคฉัน (Q-“I”) ทางตะวันตกสนใจศึกษาปรัชญาตะวันออกใน
หนังสือชื่อ โครงการอาตมัน (The Atman Project) แสดงถึงจติ วิญญาณช้นั สงู สุดของพฺรหฺมนฺ

286
(อา นวา พรัมมัน – Brahman) สวนของพระพุทธเจาไดตรัสรูถึงอนัตตาธรรมชั้นสูงสุดแลวประกาศ
ความจริงเรื่องอริยสจั 4 และปฎจิ จสมปุ ปาท จงึ เปน เรอื่ งที่ตอ งศึกษาและนาํ เสนออยา งละเอียดลึกซึ้ง
ใหเ หน็ เขาใจความจรงิ ชน้ั สูงสุดหรือสัจจะอันตมิ ะของพุทธโดยเฉพาะภาคความเปนกระแสของเหตุ
ปจจยาการของปฎิจจสมุปปาท เปนองคความรูระดับวิชชาทัศนเชิงบูรณาการท่ีสัมพันธกับ
อรยิ มรรคมอี งค 8 ในขั้นอนาสวะท่ีเปนภาคสมบูรณในมหาจัตตารีสกสูตรกันตอไปภายภาคหนาดัง
สรุปประเด็นสําคัญในแผนภาพ “ประโยชนที่คาดวาจะไดรับในการวิจัยอนาคต” ในเร่ืองจตุรภาค
รวมกับโฮลอนบูรณาการแลวสงผลใหสามารถตรัสรูตามเปนผูมีวิชชาจรณสัมปนโน คือ
อาริยบคุ คล 4 ระดับไดในท่ีสดุ

ภาพที่ 8.6 ประโยชนท ่คี าดวาจะไดรบั ในการวจิ ยั อนาคต โดยผวู จิ ยั พ.ศ.2555
8.3 ตวั บงชห้ี ัวใจของความสาํ เรจ็

ความสําเร็จในการทํางานวิจัยนี้จะมากหรือนอย มีตัวช้ีวัดอยูที่ผลสัมฤทธ์ิในการเรียนรู
ฝกฝนหรือสิกขาสามท่ีปฏิบัติหยั่งลงไปถึงและดําเนินไปในกิจของอริยสัจ 4 อันคือหัวใจของจรณะ
15 วิชชา 8 และเขาสูวิถีชีวิตใหมของอริยะในครรลองของปฏิจจสมุปบาทท่ีเปนองคความรูสําคัญ
สูงสุดท่ีพระพุทธเจาไดทรงยํ้าเนนใหปฏิบัติควบคูกันไปอยางแยกออกจากกันมิได แตความสําคัญ

287

ขอน้ีไดเลือนหายไป จึงทําใหผลสัมฤทธิ์ของการเกิดข้ึนแกอริยสาวกภูมิเหลือนอยลง กลาวคือ
ในชาวพุทธกระแสหลักเรียนรู จากส่ิงที่ไดรับการสอนกันมาในอริยสัจ 4 แตไมไดเขาถึงกิจของ
อริยสัจ 4 ท่ีระบุชัดเจนวาตองทํากิจของอริยสัจแตละขอชนิด “ตัวตอตัว” (one on one) ใหครบทั้ง
4 ขอ ซ่ึงในงานวิจัยก็ไดแสดงและเนนยํ้าตลอดวาการดําเนินจรณะ 15 วิชชา 8 ตองเปนการปฏิบัติ
กิจของอริยสัจ 4 ดวยการช้ีชัดลงไปที่แตละหมวดไดแก จรณะ 4 สัทธรรม ฌานและวิชชา ตองทํา
จนครบ 4 หมวดใหญน นั่ เอง และสง ผลใหการปฏิบัติกิจของอริยสัจ 4 น้ี เปนการเขามาอยูในวิถีของ
อริยสจั 4 ได จึงเทา กับดาํ เนนิ ในเสนทางโลกตุ ตระตลอดสาย

การเกิดข้ึนของโลกุตตระตลอดสายอยูที่การปหานกิเลสตามครรลองของปฏิจจสมุปบาท
ซึ่งมีในมหานิทานสูตรไดขยายการปหานกิเลส ตองปหานเปนลําดับข้ันตอนจากหยาบไปละเอียด
โดยเริ่มเจาะลึกเขาไปถึงตนเหตุของกิเลส คือความอยากหรือตัณหา 3 (ดวยหมวดสัทธรรม) ในขั้น
กายและเวทนา หรือ “body” สวนกิจใน “mind” น้ี ถาจะขยายใหตรงคือบทบาทการกาวขามพนออก
จากนิวรณ 5 อันเปนความลึกของเวทนาหรือที่เรียกกันวาเวทนาในเวทนา คือดับหรือกาวขามพน
นิวรณ 5 ซึ่งการเนนยํ้าตรงน้ีสําคัญมากเพราะเปนที่ตั้งของสติ (จากหมวดจรณะ ขอที่ 1 - 4)
สมั ปชัญญะ (จากหมวดสัทธรรม) เปน คุณภาพหยง่ั ลึกถงึ ระดับเปน ฐานของปญญา (ไดที่มาจากจรณะ
ขอ 1-11) จึงครบพรอมในการกาวขามออกจากนิวรณ 5 และน่ีคือขั้นตอนการพัฒนา mind ใหเปน
mindfulness ทางโลกุตตระ เพราะเปนฐานแหง “สติปญญา” ที่พาเขาถึงธรรมหรือ (ดับ) นิวรณ 5
อนั เปน ขอ แรกในหมวดธมั มานปุ ส สนาสติปฏ ฐาน

แทบจะกลาวได มนษุ ยเกอื บ 7,000 ลานคนในโลกนี้ ผา นเขา สูโลกตุ ตระไมไ ด เพราะมา
ติดอยูท่ีคอขวดของนิวรณ 5 นี่เอง เพราะโลกุตตระเกิดข้ึนที่จิตบริสุทธิ์เปนพ้ืนฐาน แตนิวรณ 5
เปนส่ิงที่กางก้ันกุศลไมใหเขาถึงจิต หรือทําใหจิตไมบริสุทธ์ิดวย ผานนิวรณ 5 ไมได ก็เทากับหมด
สทิ ธ์เิ ขา ถงึ โลกตุ ตระ ความสําคัญขอนี้พระพุทธองคทรงขยายผลสัมฤทธิ์ของการพนนิวรณ 5 ไวใน
สามญั ญผล ดว ยการมีสติสมั ปชัญญะและสันโดษอนั เปนอริยะเปนฐาน โดยยกอุปมาแสดงโทษของ
นวิ รณ 5 และอปุ มาแสดงอานิสงสของการพน นวิ รณ 5 อยางสําคัญ การพนนิวรณ 5 ได ก็ตองเรียนรู
ภาคมรรคปฏิปทาหรอื จรณะ 15 วชิ ชา 8 ซง่ึ ขยาย 4 หมวด ออกเปน 6 ชดุ กลาวคือ

หมวดจรณะชุดท่ี 1 หรือ (จรณะ ขอ 1-4) เพ่ือสรางฐานแหงสติที่เกิดมีขึ้นหลังจากดับ
ความดิ้นรนรา ยแรงหรือสกั กายะของกิเลสได

หมวดสัทธรรมใน (จรณะ ขอ 5-8) เปนจรณะชุดท่ี 2 เพ่ือสรางฐานแหงสัมปชัญญะ
ที่ไดมาจากการหม่ันพิจารณาโทษภัยของความอยากใหมากขึ้น พิจารณาคุณประโยชนของตัว
สภาวะทุกขน อ ยลง เพราะความอยากลดนอ ยลง

288

การอยูดวยความอยากหรือเพ่ิมพูนความอยากเปนความจริงท่ียอมรับรวมกันของปุถุชน
ท่ีเรยี กวา สมมตุ สิ ัจจะ

การอยูดวยการลดละความอยากหรือกาวขามพนความอยากเปนความจริงของการเดิน
เขา สูอ รยิ ชนเรียกวา ปรมตั ถสัจจะ

อาหารของสมมุติสัจจะที่เปนโทษภัย คือทุจริต 3 และเปนอาหารของนิวรณ ซ่ึงเปน
อาหารของอวิชชา

อาหารของปรมัตถสัจจะที่เปนคุณ (ของ) ธรรม คือสุจริต 3 (หรือธรรมจริยา) และเปน
อาหารของสตปิ ฏฐาน 4 ซ่ึงเปนอาหารของวิชชา

หมวดสัทธรรมในจรณะขอ 9 - 11 เปนจรณะชุดท่ี 3 เพื่อสรางฐานแหงปญญาท่ีเกิดจาก
จรณะขอท่ี 1-11 ท่ีเปนโฮลอนตลอด ไมไดแยกแบงชั้นเด็ดขาด เปนปญญาท่ีรูเรื่องอาหารของ
อวิชชาและของวิชชา ดงั กลา วขางตน และวัดผลสัมฤทธิ์ฝกฝายโลกุตตระข้ันแรกดวยการพนนิวรณ
5 คือ การเกิดขึ้นอยางชัดจริงของปญญาอันเปนจรณะ ขอที่ 11 ท่ีพรอมจะพาดําเนินไปดวยความมี
ปญญาตลอดไปในปฏิบัติการขั้นตอนของฐานจิตหรือ “soul” ความตางท่ีตองขยายคอขวดของฝง
ตะวันตกของกลุม Ken Wilber คือพัฒนาการขั้นตอนของจิตสํานึก 3 ระดับ คือ subconscious แลว
เปน self-conscious จนถึงข้ัน superconscious สัมพันธกับขั้นตอนของการพัฒนาตน 3 ระดับ คือ
prepersonal, personal, transpersonal แตของพระพุทธเจาในจรณะขอ 1 - 11 (หรือจรณะชุดท่ี 1 - 3)
สรา งสตสิ มั ปชัญญะปญ ญาที่ตนอาศยั ไดเปน ระดับจิตสาํ นกึ ท่ีเรียกวา self - conscious

หมวดฌาน พระพุทธเจาใชจรณะขอที่ 12 - 15 (หรือจรณะชุดที่ 4) สรางสติปญญา
ช้ันกลางใหฌานจิตที่มีจิตสํานึกขึ้นเพราะสามารถกําจัดชําระความยึดติดม่ันหรืออุปาทานท่ีมีอยู
ในจติ ใตสํานึก (subconscious)

หมวดวชิ ชา พระพุทธเจาใชจรณะ 15 วิชชา 8 (หรือจรณะ ชุดที่ 5-6) สรางสติปญญาขั้น
สูงสุดหรือวิชชาที่เปนญาณทัสสนะรูการพนความไมรูหรืออวิชชาขั้นละเอียด หรืออนุสัยอาสวะ
ท่ีเปนจิตไรสํานึก (unconscious) ใหผุดเกิดปรากฏขึ้นมาปหานในช้ันสูงจนถึงระดับสลัดออกได
หรือนิสสรณปหาน จึงเกิดสติชั้นสูงที่พระพุทธองคเรียกวาเปนสติวินัยท่ีเปนจิตสํานึกช้ันสูงย่ิง
ท่มี คี ณุ ภาพระดับ super conscious ของวิญญาณขั้นสงู สดุ หรอื อนั ติมะ (ultimate spirit)

ความสําเร็จทางโลกุตตระที่เกิดข้ึนในจิตวิญญาณของมนุษยแตละคนน่ีเอง ท่ีจะนําสู
ชัยชนะแหงการพัฒนาคือความสงบผาสุก และเจริญอยางย่ังยืน บรรลุเปาหมายการพัฒนาตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะเขาถึงไดจริงดวยเปนครรลองตามสามัญญผลของพระพุทธเจา
ดวยการขยายรายละเอียดทางปฏิบัติหรือมรรคปฏิปทาที่อยูในหลักสิกขาสาม ดวยความเจริญสูงขึ้น
หรือสิกขาสามข้ันอธิดวยการปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 อันเปนแนวทางบูรณาการที่สงเสริม

289

พัฒนาการของอริยธรรมของชาวพุทธ เพื่อรวมแรงในวิถีโลกบูรณาการชวยลดวิกฤตโลกและจะทํา
ใหการพัฒนาชุมชนสูโลกุตตระได ซึ่งก็คือ เปนชุมชนพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ระดับโลกตุ ตระได แลวมีผลยอนกลับเปน สังคมส่ิงแวดลอมดี หรือสัปปายะอุปมาดังสนามพลังงาน
ละเอียดขน้ั สงู ทชี่ ว ยใหม นุษยห รอื สมาชิกแตละคนสามารถพัฒนาจิตวิญญาณสูโลกุตตระ เปนเรื่อง
มนุษยชวยมนุษยตามหลักกรรมนิยามท่ีเปนโลกุตตระ จึงพนเทวนิยม (theism) เปนอเทวนิยม
มีความรูรักสามัคคีของมวลหมูมนุษยชาติใหกันเองท่ีจะแกวิกฤตตาง ๆ โดยการลดละกิเลสตัณหา
ของมนุษยดวย 4 วิถี คือวิถีธรรม วิถีชุมชน วิถีพอเพียง และวิถีโลกบูรณาการ ที่เปนหน่ึงเดียวกัน
เปนจตุรพักตรของจิตวิญญาณ (The Four Faces of Spirit) ที่พึงประสงคของกลุม Ken Wilber
จุดประกายความจริงใหแกชาวโลก โดยมีความจริงของผลสําเร็จของวิถีชีวิตตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงระดับโลกุตตระ ดวยภาวะเชิงประจักษไมใชแคหน่ึงหรือสิบ แตเปนรอยหรือ
พันคนในวิถีชุมชนโลกุตตระท่ีพรอมใหเขาไปสํารวจวิจัย พิสูจนในหมูชุมชนชาวอโศกท้ังมวล
ซึ่งยังมศี กั ยภาพของพัฒนาการไปไดอกี กวางไกลในอนาคต

8.4 ประมวลผลสารตั ถะสาํ คัญในงานวิจัย

โลกทุกวันน้ีเต็มไปดวยวิกฤตรายแรงดานพลังงาน ดานเศรษฐกิจสังคมการเมือง
ดานโลกสิ่งแวดลอมที่ถูกกระพือโหมดวยบริโภคนิยมอันเปนผลจากลัทธิทุนนิยม อันเปนการใช
“พลังงานดานมืด” หรือพลังของความโลภและราคะ โทสะ โดยเฉพาะความหลงหรือโมหะ ท่ี
มนุษยซ่ึงหมายถึงผูมีจิตใจงาม จะไมประหลาดใจตอเหตุปจจัยที่นําไปสูหายนะดวยพลังอํานาจมืด
แตธรรมชาติของจิตวิญญาณท่ีเกิดมาพรอมกับความเปนมนุษย จะไมยอมจํานนกับปญหาและ
อุปสรรค ไมวายุคใดสมัยใดจะตองคนหาแสวงรูหรือวิชชา ท่ีเปล่ียนแปลงความไมรูหรืออวิชชา
ดว ยจดุ ประสงคหลักคอื การพนทกุ ข

เพราะตรรกะคูโลกคือ มนุษยชาติตองประสบความทุกขเพราะอวิชชาของมนุษยเอง
ความรูท่ีถึงระดับวิชชาจึงวัดท่ีการพนทุกขไดถึงระดับใด วิชชาสูงสุดก็คือพนทุกขสูงสุดหมายถึง
ทุกขดับสนิทสิ้นเชิงทั้ง 3 แดน โลกธาตุ คือโลกกามวัตถุ อันเปนแดนของกาย (realm of the body)
โลกของรูปจิต อันเปนแดนของจิต (realm of the soul) โลกของอรูปและธรรมธาตุท้ังหลาย อันเปน
แดนของวิญญาณ (realm of the spirit) ซ่ึงความรูหรือวิชชาสูงสุดนี้คือ องคความรูที่ชื่อวาวิชชา 3
หรือเตวิชโชท่ีทําใหเจาชายสิทธัตถะตรัสรูเปนพระพุทธเจาอุบัติเปนผูถึงพรอมดวยความรูและ
ทางประพฤติหรือวิชชาจรณสัมปนโน ดวยองคความรูของหลักประพฤติ เพ่ือใหเกิดความรูหรือ
จรณะ 15 วิชชา 8 มีผลเกิดเปนสมณะหรือสามัญญผลของบุคคลผูถึงแลวคือผูพนแลวจากพลัง

290

ดานมืดท้ังปวง ภายในจิตวิญญาณจึงมีชีวิตอยูกับ “พลังงานดานแสงสวาง” ทั้งชีวิตที่เหลืออยู
ทํางานเก้ือกูลอนุเคราะหมนุษยชาติและดําเนินไปพรอมกับสรางสมดุลโลกส่ิงแวดลอมเปนจิต
วิญญาณทน่ี า เคารพบชู า เปนทีพ่ ่ึงของโลกหรือโลกนาถ

อาจกลาวไดวาอารยธรรมของโลกทุกสมัยมุงคลี่คลายปญหาความทุกขเข็ญของแตละ
ยุคใหบรรเทาเบาบางมาตลอด แตดวยอํานาจของความไมรูหรืออวิชชาทําใหเกิดปญหาและความ
ทุกขใ หม ๆ เกดิ ขึ้นตามมาเสมอ ความเคราะหร ายของยคุ กาลศตวรรษท่ี 20 อาจพลกิ ผนั มาเปนโชคดี
ในศตวรรษท่ี 21 ท่ีเปนโอกาสใหมนุษยชาติหวนกลับมาร้ือฟนเรียนรู “วิชชาของพลังดานแสง
สวาง” อยางไมมีทางเลือกอ่ืนหรือไมมีทางอื่นท่ีแกไขตนเหตุของปญหาคือความโลภ ความโกรธ
ความหลงอนั มาแตค วามไมรหู รืออวิชชาไดตรงจุดและท่สี าํ คัญมีประสทิ ธิผล

ผลสัมฤทธ์ิท่ีรวดเร็วในการออกจากทุกขของ 3 แดนโลกธาตุขางตน อยูท่ีจรณะ 15
วิชชา 8 ทีม่ ีโครงสราง 4 หมวดใหญ (รายละเอยี ดมอี ยใู นงานวิจัยแลว ) กลา วคือ

หมวดแรก คือ จรณะขอ 1-4 มีประสทิ ธผิ ลตีกรอบดบั ไฟทกุ ขรอนแรงดุจขุมนรกหรือที่
เรียกวาอบายภูมิ ท่ีเปนดานกามภูมิที่มากเกินไประดับที่เรียกวา สามานย ซ่ึงจะรอดพนดวยจรณะ
ขอ 1 - 4

หมวดท่ีสอง คือ สัทธรรมหรือหมวดธรรมที่ทําใหจิตใจสูงดุจเทพเปนเทวธรรม วัดที่
ความละอายใจ เกรงกลัวตอบาปหรือหิริโอตตัปปะ เปนหมวดสําคัญในการกาวออกโลกกามวัตถุ
ซึ่งเปรียบเหมือนยานอวกาศที่จะตองออกจากสนามแรงดึงดูดของโลก น่ันก็คือสนามแรงดึงดูด
ของนิวรณ 5 สนามแรงดึงดูดไมใชวัตถุมองเห็นฉันใด สนามดึงดูดใหจมปลักกับกามโลกก็มอง
ไมเห็นไดงาย ๆฉันน้ัน กามภูมิในอริยวินัยวัดท่ีพลังชีวิตในรอยตอเขตแดนท่ีทวาร 5 คือ หู ตา จมูก
ลิ้น กาย จึงตอ งสรา งความเปนใหญข องพลงั ชีวติ ที่ออกจากอํานาจการเสพยสุข ทกุ ขที่ครอบงํา หู ตา
จมกู ลิ้น กาย การกา วขา มออกมาไดน ้ี จึงเปนการปฏิบัติอินทรีย 6 โดยเพ่ิมใจที่ทํางานหรือมนสิการ
กาวขามหรือเนกขัมมะออกมาได เปนการปฏิบัติชอบในแดนของกาย ออกจากอํานาจครอบงํา
ของโลกกามวัตถุไดจริง วัดผลไดที่พลังชีวิตของความอยากในกามภพ หรือกามตัณหาลดนอย
เบาบางลงจนหมดไดจริง จึงออกจากแดนของกาย (realm of body) ไดจริง เปนผูมีศีลท่ีพระอริยเจา
พอใจ เปนแดนของมนุษยผูมีใจประเสริฐตองทํางานหนัก มีเร่ืองราวมากมายท่ีตองชําระสะสาง
ออกจากใจหรือสํานึกที่เรียกวา mind ไดสูงยิ่งขึ้น ก็ย่ิงชวยลดปญหามายาของโลกวัตถุไดมากยิ่งขึ้น
เทานั้น ๆ

หมวดท่สี าม คือ ฌานเปนหมวดที่เจาะลึกในอินทรียที่ 6 คือใจ หรือมนินทรียที่จะ
ทํางานหรือมนสิการโดยการพิจารณาอยางแยบคายหรือโยนิโสผานเคร่ืองกางก้ันกุศลของจิตหรือ
นิวรณ 5 มาแลว จึงหย่ังลึกเขามาจนเปนการสํารวมอินทรียข้ันสูงข้ึน ในการลดละการเสพยในภพ

291

ของจิตเปนรูปราคะ อรูปราคะ การเสพยระดับนี้ไมใชหยาบใหญแบบรสอรอยหรืออัสสาทะใน
ทวาร 5 แลวแตยังติดเสพยในความเพลิดเพลินหรือนันทิเปนความยินดี พึงใจ หรือฉันทราคะท่ีพระ
พุทธองคระบุวาอุปาทานนี้คือฉันทราคะ ดังน้ันการกาวขามอุปาทานหรือฉันทราคะจึงตองสลาย
ตนเหตุคือความเพลดิ เพลินหรือนันททิ ม่ี อี ยูในกามอุปาทาน มีในความเหน็ หรือทิฏุปาทาน มีในขอ
ประพฤตปิ ฏบิ ัติหรอื ศีลลพั พตุปาทาน มใี นความรยู ิ่งแตย งั เขา ไมถึง ยังไมเ ปนจริงขึ้นในตนหรืออัตต
วาทุปาทานใหไดตามจริง การทํางานของจิตท่ีไมมีอุปาทานในความรับรูหรือเวทนาในความ
กําหนดหมายจําไดโดยไมมีอุปาทานหรือพนสัญญาวิปลาส ไมมีความเพลินหรือนันทิในอุปาทาน
ระหวางการปรุงแตงนึกคิดหรือสังขาร จึงเรียกวาดับอุปาทานในสังขารขันธ (จึงไมใชดับการปรุง
แตง หรือดบั ตวั สังขารขนั ธไมใหทํางาน) จึงเปนการกาวขามพนอุปาทานในวิญญาณขันธ จึงเรียกวา
พน ปญ จุปาทานขนั ธไดถ ูกทางหรอื เปนสมั มามรรคไดจริง

หมวดท่ีส่ี คือ วิชชาเปนหมวดที่ดําเนินท้ัง 3 หมวดมาอยางไดผลสัมฤทธิ์สูงข้ึน แม
สํารวมอินทรียที่พัฒนามาถึงระดับวิชชานี้ก็เปนระดับสุดยอดหรืออนุตตราอินทรียภาวนาในข้ันปฎิ
ปสสัทธิปหานจนแกกลาย่ิงขึ้นเปนความสามารถขั้นสลัดคืนไดอยางรวดเร็วหรือนิสสรณปหานได
อยางน้ีจึงเปนปญญาขั้นสูงสุดรูถึงความหลุดพนหรือวิมุต 5 ท่ีไดมาตามลําดับ และอยูบนฐานจิตท่ี
บริสุทธิ์ พรอมดวยคุณสมบัติ 5 ประการหรือองคคุณ 5 ของอุเบกขา ที่รวมท้ังหมดลงในคุณสมบัติ
ขอท่ี 5 คือ มีแสงสวางดวยอธิปญญาหรือปภัสสราท่ีเจริญสูงยิ่งข้ึนในวิถีดําเนินชีวิตประจําวัน ดวย
สัมมาอริยมรรคมอี งค 8 จนเขา ถงึ อริยสจั 4 อยา งสมบรู ณ เปนผมู วี ิชชาจรณสัมปนโนไดแทจ ริง

อน่ึงทางกลุม Ken Wilber ไดพูดถึง 3 ดวงตาเปนความรูที่ยังไมพนโลกียะ แตองค
ความรูของจรณะ 15 วิชชา 8 ทั้ง 4 หมวด ดําเนินในเสนทางโลกุตตระทั้ง 3 ระดับ ไดแก หมวด
จรณะขอที่ 1 - 4 และหมวดสัทธรรมเปนดวงตาของกาย (the eye of flesh) หมวดฌานเปนดวงตา
ของจติ (the eye of soul) หมวดวชิ ชาเปนดวงตาของวิญญาณ (the eye of spirit)

ผูมีวิชชาจรณสัมปนโนจึงเปนผูมีดวงตาที่ 3 ท่ีมีความรูของดวงตาโลกุตตระทั้ง 3
ระดับ ครบพรอมสมบูรณแจมแจงชัดเจน ไมใชแคระดับอิทธิปาฏิหาริยหรือหยั่งรูนอกตนทายใจ
ผูอื่น (อาเทสนาปาฏิหาริย) แตเปนความรูที่แจมแจงในตนเปนปจจัตตังที่พรอมจะมอบใหทุกคนที่
สนใจไมวามากหรือนอยก็ตามอยางเสมอภาคตามฐานอินทรียพละของผูรับอยางไดผลจริงหรือท่ี
เรียกวาเปนอนุศาสนีปาฏิหาริยที่พระพุทธเจาทรงสรรเสริญและนําพาเหลาสาวกใหดําเนินอยาง
งดงามทั้งเบ้ืองตน ทา มกลาง และบนั้ ปลาย ตามลาํ ดบั

องคความรูจรณะ 15 วิชชา 8 อันเปนวิถีพอเพียงใหเห็นผลสัมฤทธ์ิรวดเร็วในพฤติกรรม
รวมหมูหรือวิถีชุมชนสูโลกุตตระไดดีกวาปลีกเดี่ยว (หรือปจเจกนิยมท่ีนับวันจะมากข้ึนในโลกของ
ทุนนิยมมายาท่ีกระพือโหมความไรระเบียบในโลกใหมากย่ิง ๆ ขึ้น) วิถีชุมชนมีชีวิตเรียบงายตาม

292

หลักดําเนินชีวิตของผูที่นานับถือและพึงประสงค 9 ประการ หรือวรรณ 9 คือเปนคนเล้ียงงาย
(สภุ ระ) บํารงุ งาย (สโุ ปสะ) เปลย่ี นเข็มทิศชวี ติ มามกั นอยกลาจน (อัปปจฉะ) พอใจสันโดษ (สันตุฏฐิ)
เพราะขัดเกลาตน (สัลเลขะ) และกําจัดกิเลสดวยศีลเครงครัด (ธูตะ) จนมีอาการนาเลื่อมใส
(ปาสาทิกะ) มีชีวิตพอเพียงไมสะสม (อปจย) ไดจึงมุงม่ันปรารภความเพียร (วิริยารัมภะ) สูโลกุตระ
ทงั้ 9 ขอ น้เี มื่อรวมลงแลว มีผลตามทีพ่ ระพุทธองคทรงกลาววา บคุ คลลวงทกุ ขไ ดด วยความเพียร

วิถีชุมชนท่ีมีการปฏิบัติตอโลกวัตถุภายนอกเห็นเปนรูปธรรมคือวรรณะ 9 และมีการ
ปฏิบัติตอโลกภายในคือจิตวิญญาณอันเปนนามธรรมดวย จรณะ 15 วิชชา 8 จึงเปนเหตุปจจยาการ
แหงความสาํ เร็จของวิถีพอเพียงตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรง
มุงหวังใหเกิดชัยของการพัฒนา มีผลถึงขั้นเปนความสงบและความเจริญยั่งยืนของประเทศชาติและ
เปนเยี่ยงอยางใหนานาประเทศนําไปใชได นับเปนเพชรน้ําหนึ่งในอาริยธรรมโลกท่ีกําลังสนธิ
พลงั กันชว ยกอบกวู กิ ฤตโิ ลกอนั เปน ภาระกจิ หลักและจําเปนเรงดวนในวถิ ีโลกบรู ณาการ

อาจกลา วไดว า ความเจรญิ ของการพัฒนาแบบโลกาภิวัฒนนําหนามาโดยโลกตะวันตกที่
ท่ัวโลกดําเนินตาม แลวมีปญหาวิกฤตโลกอันเกิดจากการพัฒนาผิดทางเปนมิจฉาทิฏฐิ จึงไดรับ
ความสนใจจากนักรูนักคิดนักทํานักพัฒนาทั่วโลกอาทิเชน แนวทางบูรณาการ (integral approach)
ของกลุม Ken Wilber ไดนําเสนอทฤษฎีของทุกสรรพสิ่งท่ีมีพื้นฐานหลักอยูที่จตุรภาคและโฮลอน
โดยรวมลงในการพัฒนาทุกภาคทุคระดับ (AQAL) เพราะมีการศึกษาแนวคิดแกนธรรมของทุก
ลัทธิศาสนา เชน พุทธ คริสต อิสลาม ยิว ยูดาย เตา ขงจ้ือ เปนตน ไดรับความสนใจและพัฒนา
ปรับปรุงใชกันหลากหลายกลุมมากมายท่ัวโลก บนพ้ืนฐานหลักคิดรวบยอดคือทุกคนคิดถูกตอง
แลว (everybody is right) แตเปนความถูกควรที่ควรนํามาบูรณาการชวยโลกใหได แตละหมูกลุม
จึงสามารถออกแบบพฒั นาวิถีบูรณาการของตนเองข้นึ ไดและใหเหมาะสมกับบริบทของตนเองและ
มปี ระสทิ ธิผลอยางแทจรงิ

อยางไรก็ตาม กลุม Ken Wilber ไมมีการนําเสนอองคความรูจรณะ 15 วิชชา 8 ท้ังท่ีมี
เปาหมายไปใหถึงคุณสมบัติของจิตวิญญาณขั้นสูงสุดหรือ ultimate spirit ไดแก พุทธะข้ันอันติมะ
ธรรมะขั้นอันติมะ สังฆะขั้นอันติมะ ซึ่งความจริงวิญญาณข้ันสูงสุดทั้ง 3 ประการก็คือวิญญาณ
ของผูมวี ิชชาจรณสัมปน โนน่ันเอง

ดังนั้นงานวิจัยน้ีจึงเห็นเปนโอกาสที่ดีในการศึกษาคนควาวิจัยและนําเสนอวิชชา
จรณสัมปนโนเพ่ือการหลุดพน อันมีภาคผลหรือสามัญญผลดวยรูปธรรมของวิถีชีวิตตามปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง และมีภาคมรรคหรือจรณะ 15 วิชชา 8 เปนภาวะเชิงประจักษได ในระดับ
ชุมชนเขมแข็งชาวอโศก ท่ียืนยันการปฏิบัติชุมชนฝกฝนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ทีม่ หาวิทยาลัยอุบลราชธานีและชุมชนชาวอโศกหลายแหงท่ัวประเทศ มีสมาชิกหลายรอยหลายพัน

293

และแนวรวมในการนําไปปฏิบัติดวยอีกนับหมื่น เปนองคความรูของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา
และนํามาเสนอในแนวทางการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยพระบาทสมเด็จ
พระเจาอยูหัวที่มีพสกนิกรนอมนํามาสูภาคปฏิบัติอยางจริงจังดวยหลักจรณะ 15 วิชชา 8 ไดแกกลุม
ชาวอโศก น้ีแหละที่จะตอยอดองคความรูตะวันตกโดยแนวทางของกลุม Ken Wilber ใหสมบูรณ
เขา สเู ปา หมายโลกตุ ตระไดจริง

องคความรูในงานวิจัยต้ังแตแรกจนถึงบทท่ี 6 จะดําเนินดวยความระมัดระวัง โดยการ
นําเสนอตามแหลงขอมูลโดยตรง เพ่ือผูอื่นจะไดพิจารณาเหลี่ยมมุมอ่ืน ๆไดดวย การเรียงรอย
ตามความสัมพนั ธข องขอ มลู ตาง ๆ ที่ผุดขึน้ มาเองระหวา งการวิจัย โดยทผ่ี วู ิจยั ไมไ ดคาดหมายมากอน
และสิ่งที่สําคัญที่สุดเปนไปตามกรอบของกิจในอริยสัจ 4 และทายสุดทําการเทียบเคียง ตรวจสอบ
กับธรรมวินัยพรอมดวยหลักธรรมและพุทธวจนะอีกมากมายที่อางอิงในพระไตรปฏก ซึ่งถือเปน
ความพยายามยดึ หลักไมป ระมาทและรอบคอบปลอดภัยไดระดับหนงึ่ บนเสนทางโลกตุ ตระ

สวนในบทท่ี 8 สรุปงานวิจัยน้ี ในสวนของการสรุปแบบปลายเปดใหเห็นอนันตังของ
พุทธะและกวางไกลลึกลํ้าของจักรวาฬธรรมท่ีผูปฏิบัติถึงพรอมเปนชีวิตนิพพานไดดังบทสวดท่ีวา
“พุทธังอนันตัง ธัมมังจักรวาลัง สัมฆังนิพพานัง ปจจโยโหตุ” โดยผูวิจัยแยกประเด็นตาง ๆ
ทั้งหลักการ หลักเกณฑ ความเห็นแนวคิดที่หลากหลาย อันเปนประโยชนบนพื้นฐานทางวิชาการ
ในการคนควาวิจัยเพื่อไดรับความรู ความจริง และอัตถสาระที่สามารถนํามาใชประโยชนตอโลก
สังคม สิ่งแวดลอมและมนุษยชาติใหอยูรวมกันอยางมีศานติสุข สงบ เจริญย่ังยืน อันเปนการบรรลุ
ชัยชนะของการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ท่ีเปนการเดินทางของมนุษยชาติออกสู
มหาสมุทรแหงความรู และเปนความรูท่ีอุดมในมหาสมุทรแหงธรรมดังเชน โพธิปกขิยธรรม
(เปนดุจรัตนะลํ้าคามากมายในมหาสมุทร) และชีวิตมิอาจดําเนินไปโดยไรธรรมและธรรมสูงสุด
ก็ดํารงอยูที่อื่นใดไมได นอกจากในชีวิตของมนุษยหรือผูมีจิตวิญญาณอันประเสริฐ ความสมบูรณ
ครบพรอ มทัง้ กาย (body) ใจ (mind) จิต (soul) และวิญญาณ (spirit) ลวนประมวลผลสัมฤทธ์ิหยั่งลง
ในวิชชาจรณสัมปนโนเพ่ือการหลุดพน เปนความพยายามหน่ึงของผูวิจัยท่ีรวมเฉลิมฉลองวันที่
พระองค ตรัสรู บรรจบครบ 2,600 ป ในวาระมหาอุดมมงคลของ “สัมพทุ ธชยนั ตี” เปนขวัญกําลังใจ
ในการดําเนินอุดมการณและพันธกิจของชาวพุทธโดยเฉพาะอยางย่ิงในฐานฆราวาส ใหกลับคืน
ความแขง็ แรงและชว ยสบื สานพทุ ธชีวีใหเจริญรุงเรอื งยง่ิ ๆ ขึ้นสืบไป

294

8.5 สรุปปด งานวจิ ยั เพ่อื ประโยชนส ุขสาํ หรับมนษุ ยชาติ

การศึกษาเร่ือง “วิชชาจรณสัมปนโนเพ่ือการหลุดพนในกระบวนทัศนเชิงบูรณาการ”
เปนการคนควาท่ยี ึดถือแนวทางพุทธธรรม เพ่ือเพิ่มการเกิดสติปญญาในการพัฒนาของมนุษยชาติ ใน
ศตวรรษท่ี 21 อนั สามารถชวยทําใหก า วขา มหลุดพน จากหายนะภัยของโลก คือ วิกฤตโลกรอน วิกฤต
พลังงาน วิกฤตเศรษฐกิจการเมือง สังคมอันเปนผลสืบเนื่องจากลัทธิทุนนิยมท่ีสงเสริมวัฒนธรรม
บริโภคนิยม ซงึ่ ลวนมีตน เหตมุ าจากความโลภ อนั เปนผลจากความไมร หู รอื อวิชชาของมนุษย

กระบวนทัศนใหมในงานวิจัยนี้ไดศึกษาจากกลุมของเคน วิลเบอร (Ken Wilber) ซึ่ง
เปนความคิดจากตะวันตกและมีสวนท่ีเช่ือมตอกับพุทธธรรมมาแลวในระดับหนึ่ง ประกอบกับ
แนวคิดบูรณาการเกลียวพลวัต (Integral Spiral Dynamics) อันเปนแนวทางพหุนิยมบูรณาการ
(Integral Pluralism) ซึ่งวิเคราะหความเปนจริงในการดําเนินชีวิตอยางเปนองครวม โดยผานการ
เรยี นรูฝก ฝนแบบบูรณาการ (Integral Practices) ในชีวิตประจําวนั อยางตอเน่ือง ในจตุรภาคของการ
พฒั นามนษุ ยชาติ ไดแ ก ภาคจิต ภาคพฤติกรรม ภาคสังคมสงิ่ แวดลอม ภาควัฒนธรรมโลก

งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคหลักเพื่อศึกษาองคความรูของผูมีวิชชาจรณสัมปนโนที่
สัมฤทธิผลดวยการดําเนินจรณะ 15 วิชชา 8 อยางเปนลําดับ ในระดับกระบวนทัศนตามแนวทาง
บูรณาการ โดยมีคําถามวจิ ยั หลกั วา ดว ยองคความรูจรณะ 15 วิชชา 8 ระดับใดท่ีสงเสริมยกระดับจิต
วิญญาณมนษุ ยเขา สูอ ริยชนขัน้ ตนได

การประมวลผลการวิจัยบงช้ีวาทางออกจากวิกฤตโลกจําตองมีปญญารูชัดถึง
ขั้นปรับเปลี่ยนกระบวนทัศนท่ีมีการปฎิบัติไดจนถึงขั้นปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหมที่เปนวิถีแหง
ปญญาญาณ (The Path of Wisdom) ในแนวทางพุทธธรรม 4 ประการ ประกอบดวย “วิถีโลกบูรณา
การ – วิถีพอเพียง – วิถีชุมชน - วิถีธรรม” ที่มีองครวมเปนหนึ่งเดียวกันประดุจดังพรหม 4 หนา
ซึง่ เปน ประโยชนต อ การพัฒนาโลกวตั ถุและจิตวญิ ญาณของมนุษยชาติใหเ ก้ือกูลกนั ดงั นี้

1. การดําเนินชีวิตวิถีโลกบูรณาการควรเปนกระบวนทัศนใหมของศตวรรษที่ 21 ท่ีมี
กระแสขับเคล่ือนการพัฒนาจิตสํานึกรักษโลกส่ิงแวดลอมในวิถีชีวิตเรียบงายและเปนมิตรกับเพ่ือน
มนุษยดวยกัน ดวยความรูท่ีพนอวิชชาและมีขอปฎิบัติใหถึงพรอมหรือวิชชาจรณสัมปนโนนี่เองที่
จะพฒั นากระบวนทัศนใ หมใ หเปน สมั มาทฎิ ฐแิ ละชวยใหว ิกฤตโลกลดนอยลงได

2. วิถีพอเพียงเปนรูปธรรมของวิถีชีวิตที่พึงประสงคในศตวรรษที่ 21 และชวยโลกได
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู ัว ภมู ิพลอดุลยเดชของประเทศไทย มี
เปาหมายชีวิตท่ีพึงประสงค ไดแก ความยั่งยืน ความสมดุล และความมั่นคง ซ่ึงมีประโยชนสุขหรือ
ความรมเย็นเปนสุขแกมนุษยชาติ และจะเกิดเปนจริงไดเมื่อมี “ใจพอ” ตามพุทธสุภาษิตวา สันโดษ

295

เปนทรัพยอยางย่ิง วิถีพอเพียงมีท้ังในระดับโลกียะและพัฒนาตอไดถึงระดับ โลกุตตระดวยหมวด
ธรรมในสามญั ญผลสูตร ซ่งึ แสดงถึงผลอันทาํ ใหเปน สมณะได

3. วิถีชุมชนไดเลือกศึกษาชุมชนชาวอโศกอันเปนรูปธรรมของชุมชนเขมแข็งตาม
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พัฒนาไปไดถึงระดับโลกุตตระมีผลเปนสมณะไดตามหลัก
สามญั ญผล อนั มีภาคมรรค คอื จรณะ 15 วิชชา 8 ในเสขปฎิปทาสตู ร ซึ่งเปน การฝกฝนไตรสกิ ขาขัน้
สูงขึ้นเปนอธิศีล อธิจิต อธิปญญา ดวยการถือศีล 5 เปนชุมชนปฎิบัติธรรม รวมท้ังละอบายมุขจึงทํา
ใหปดอบายภูมิได และสามารถเปนชุมชนที่มีภูมิคุมกันตอวัฒนธรรมบริโภคนิยมของลัทธิทุนนิยม
ไดและสามารถพัฒนาตอเปนชุมชนบุญนิยมในฐานศีล 8 ชุมชนสาธารณโภคีในฐานศีล 10 และ
สามารถเจริญตอไปเปนชุมชนสาราณียธรรมบนฐานท่ีสูงกวาศีล 10 หรือโอวาทปาฎิโมกขศีลไดใน
อนาคต

4. วิถธี รรมไดคนควา เจาะลกึ หมวดธรรมที่เนนย้ํานําสโู ลกุตตตระได เชน วชิ ชา 8 เปน
หลักสําคัญเพราะมีความเช่ือม่ันหรือศรัทธาในปญญาตรัสรูของพระพุทธเจาตามที่พระองคตรัส
รับรองหลกั พทุ ธธรรมตา ง ๆ ดวยพระองคเ อง (อิตวิ ุ. ข. 25/321/293 อา งจากพระศึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล,
2553 พทุ ธวจนะฉบับที่ 1 ตามรอยธรรม : 35) วา

“ภิกษุ ท. นับต้ังแตราตรีท่ีตถาคตไดตรัสรูอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณจนกระทั่ง
ถึงราตรีท่ีตถาคต ปรินิพพานดวยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ตลอดเวลาระหวางนั้น ตถาคตไดกลาว
สอน พรํ่าสอนแสดงออกซ่งึ ถอยคาํ ใด ถอ ยคาํ เหลา นน้ั ทง้ั หมดยอ มเขากนั ไดโดยประการเดียวท้ังสิ้น
ไมแยงกนั เปน ประการอนื่ เลย ภกิ ษุ ท. ตถาคตกลาวอยางใดทาํ อยา งน้ัน ทําอยา งใดกลาวอยา งน้ัน”
นับแตอดีตจวบจนปจจุบันมักมีความเขาใจวา วิชชา 8 เปนอิทธิปาฎิหาริย เชน มโนมยิทธิ อิทธิ
วธิ ญาณและการดกั รทู ายใจผอู ื่นหรอื อาเทสนาปาฎิหารยิ  คอื เจโตปรยิ ญาณ หรอื ความสามารถพิเศษ
ทางจิตนอกตน เชน หูทิพยหรือทิพพโสตญาณ ตาทิพยหรือจุตูปปาตญาณ แมระลึกชาติกอนหรือ
บุพเพนิวาสานุสสติญาณซึ่งก็ลวนเปนโลกียธรรมถึง 7 ขอ มีเพียงวิชชาขอสุดทายเปนโลกุตตระ คือ
ญาณรูวาจบส้ินอาสวะของความไมรูหรืออาสวักขยญาณท่ีทําใหบรรลุอรหัตตผลได ซึ่งเปนการ
สอนที่ยังไมแสดงถึงการลดละตัดกิเลสหยาบกลางละเอียดเขาถึงจิต หรือจิตสัมปทาท่ีไมชัดแจงพอ
จงึ ไมเ ขาถงึ ปญญาหรือปญญาสมั ปทาทชี่ ัดจริงเปนญาณทัสสนะไดต ามลําดบั ในวิชชา 8 ท่เี ปนโลกตุ
ตระท้ัง 8 ขอ เพราะ ตามรายละเอียดที่แสดงในวิชชา 8 มีรูปรอยใหเห็นไดวาความจริงแลววิชชาทุก
ตัวก็สามารถไปบรรจบถึงผลสําเร็จขั้นสุดทายดวยกันทั้งส้ิน เชน อิทธิวิธญาณขอสุดทายเปนอิสระ
ไมถูกผูกติดในฐานเทวดา พรหมไดทุกชั้น ในสวนปลายสุดของเจโตปริยญาณ 16 ก็มีวิมุต – อวิมุต
เปนตัววัดความหลุดพน อาสวักขยญาณในข้ันสุดทายก็หลุดพนจากอวิชชาสวะเปนวิชชา ดังน้ัน
ผปู ฎบิ ัติไดผ ลจรงิ ก็จะมพี ฒั นาการของวชิ ชาทุกตัวอยูอยางรวมกันตลอดไปเปนองครวมไมแยกขาด

296

จากกันจนบรรลุในที่สุด ซึ่งตรงกับคําตรัสรับรองวา พระธรรมของพระองคยอมเขากันไดโดย
ประการเดียว ทั้งสิ้นไมแยงกันเปนประการอื่นเลย และพระองคยังตรัสวาวิชชา ขอถัดมายอมดีกวา
ประณีตกวาท่ปี ระจกั ษใ นขอกอน ๆ มาโดยลาํ ดับ

ขอคนหาในประเด็นวิถีธรรมจึงอยูในงานวิจัยท่ีคนควาเจาะลึกถึงข้ันสามารถ
อธิบายตีความเชื่อมโยงหมวดธรรมสําคัญตาง ๆ ที่นําพายกระดับสูโลกุตตระแบบเขากันไดโดย
ประการเดียวและไมแยงกันเปนประการอ่ืนไดอยางไร เชน ไตรสิกขา วิปสสนาภาวนารูปนาม กิจ
ของอริยสัจ 4 ใหประสานกับองคความรูของจรณะ 15 วิชชา 8 โดยเร่ิมจากวิชชาขอแรกคือ วิปสสนา
ญาณในโครงสรางของญาณ 16 หรือโสฬสญาณ ซ่ึงเปนปญญาสัมปทาท่ีเกิดจากการปฎิบัติจรณะ 15
วิชชา 8 ไดไปตามลําดับของความเจริญข้ึนทางจิตวิญญาณในชีวิตประจําวันของฆราวาสฐานศีล 5
บนเสนทางเอกของขอปฎิบัติมีสติเปนประธานหรือสติปฎฐาน 4 ในสัมมาอริยมรรคมีองคแปด จน
เขาถึงผลสอง คือ รูชอบหรือสัมมาญาณและหลุดพนชอบหรือสัมมาวิมุตติดวยธรรมที่เปนองคแหง
การตรัสรู หรือโพชฌงค 7 ที่พัฒนาคลี่คลายใหสมบูรณข้ึนทั้งโลกจิตวิญญาณ (ในตน) ออกมาถึง
ความสมดุลลงตัวกับการพัฒนาโลกวัตถุ (นอกตน) ไดตามหลักธรรมอันเปนฝกฝายแหงความตรัสรู
หรือโพธิปกขิยธรรม 37 ที่ทําไดไมเฉพาะปจเจกบุคคล แตเปนชุมชนหรือหมูกลุมสังฆะใหสมบูรณ
ในกําลังปญญา 4 พนภัย 5 มีศีล 5 ละอบายมุขเปนภูมิคุมกันเบื้องตนได เพราะเปนเสนทางโลกุตตระ
ดวยมีการลดละกิเลสตัณหาอุปาทาน อนุสัย อาสวะอันเปนหัวขอปฎิบัติตามขั้นตอนท่ีระบุใน
หลักปฎิจจสมุปปาท ในมหานิทานสูตรโดยเนนท่ีสวนผัสสะปจจุบันใหมีสติระลึกรูกิเลสหยาบกลาง
ละเอียดไดแลว มีเวทนาท่ีพัฒนาการดับตัณหาสามลงจริงอยางตอเนื่องจึงไดเวทนา 108 ครบถวน
จนพนอุปาทานส่ี ในภพท้ังสามมาตามลําดับคือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ จึงดับชาติโลกียะท่ีเปนทุกข
ดวยความเปนอริยภูมิ 4 ระดับของอริยบุคคล 4 เขาถึงอริยสัจ 4 ท้ังสัจจญาณ กิจญาณ กตญาณ จึงเปน
พ้ืนฐานองคความรู ทําใหเปนผูมีวิชชาจรณสัมปนโนไดในฐานศีล 5 ของฆราวาสเบื้องตน คือ พระ
โสดาบันใหเห็นเปนปริยัติท่ีชัดเจน เห็นภาพรวมอันเปนประโยชนตอการปฎิบัติและทําใหเขาถึงผล
ของธรรมหรือปฎเิ วธเบ้อื งตน ไดคอื การเรม่ิ เขากระแสนิพพานไดส ําเร็จ

งานวิจยั นีเ้ ปน งานวจิ ยั เชิงคุณภาพในแนวทางปรากฎการณวิทยา (Phenomenology)
และแนวทางบูรณาการญาณวิทยา (integral Epistemology) ของตะวันตกและของแนวทางพุทธธรรม
ตะวันออกท่ีมีระบบการศึกษาครบพรอมทั้งปริยัติ ปฎิบัติ ปฎิเวธ ตามหลักทางสายกลางบนพื้นฐาน
ไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปญญา เพ่ือใหไดผลเปนความปรกติสุขในชีวิตประจําวัน โดยมีกรอบวิธีวิจัย
แบบผสมผสานในแนวทางบูรณาการองคความรูที่ไดจากการใชระเบียบวิธีวิจัยในการคนหาความ
จริงอยางเปนวิทยาศาสตร จะชวยใหองคความรูพุทธธรรมยกระดับจากความเชื่อศรัทธาท่ีสูงกวา
ความงมงายใหมีเปนศรัทธาที่ประกอบดวยปญญาที่พนจากสมมุติสัจจะ จนกระทั่งสามารถมี

297

ประสบการณของญาณทัสสนะกาวขามผาน (Transcend) อํานาจกิเสลมูลคือ โลภ โกรธ หลง เพื่อ
ชว ยเหลือจิตวิญญาณของตนเองและหมกู ลุม ชุมชนไปจนถึงมนุษยชาติทั้งปวง

งานวิจัยนี้นําเสนอวิถีแหงปญญาญาณตามแนวพุทธพจน (ทุก. อํ 20 / 92 / 292
อางแลว : 1 - 2) ที่วา “สุตตันตะที่เปนบทกวีรอยกรองหรือกาพยกลอนมีอักษรสละสลวยมี
พยญั ชนะอนั วจิ ิตรแตเปน เร่อื งนอกแนวเปนคาํ กลาวของสาวกแลว เธอจักไมฟงดวยดีไมต้ังจิตเพื่อรู
ท่วั ถงึ ไมสาํ คญั วา เปนสง่ิ ท่ตี นควรศกึ ษาเลา เรยี น

สว นสตุ ตนั ตะเหลาใดเปนคําของตถาคตเปนขอความลึกมคี วามหมายซง้ึ เปนขั้นโล
กตุ ตระวาเฉพาะเร่ืองสุญญตา เมื่อมีผูนําสุตตันตะเหลาน้ันมากลาวอยูเธอยอมฟงดวยดี ยอมเง่ียหูฟง
ยอมตั้งจิตเพ่ือรูท่ัวถึง และยอมสําคัญวาเปนสิ่งที่ตนควรศึกษาเลาเรียน จึงพากันเลาเรียนไตถาม
ทวนถามแกกนั และกันอยูวา “ขอนเ้ี ปน อยา งไร ? มีความหมายกี่นัย ?” ดังนี้ ดวยการทําดังนี้เธอยอม
เปดธรรมที่ถูกปดไวได ธรรมท่ียังไมปรากฎ เธอก็จะทําใหปรากฎได ความสงสัยในธรรมหลาย
ประการท่ีนาสงสัย เธอก็บรรเทาลงได... ดวยการสอบถามแกกันและกันหาใชดวยการชี้แจงโดย
กระจางของบุคคลภายนอกเหลาอน่ื ไมนีจ้ ัดเปน บรษิ ัททเ่ี ลศิ แล”

ขอเสนอแนะเพื่อเปนแนวทางการศึกษาวิจัยทางวิชาการในอนาคต เพื่อขยายผลเปน
รูปธรรมในข้นั การประยกุ ตใ ชง านพัฒนบรู ณาการอยางเปน ระบบใหมีผลสัมฤทธิ์ยิ่งขึ้น 4 ประการ

(1) ในวิถีโลกบูรณาการมีการนําเสนอองคความรูวิชชาจรณสัมปนโน 3 ระดับท่ี
สัมพนั ธต ะวันตก ซึ่งจัดระดับขั้นของความคิด (Tier of Thinking) ไว 3 ขั้นอันเปน
กรอบการยกระดับจติ สํานึก (Basic Levels of Consciousness) 10 ระดับ

(2) ในวิถีพอเพียงมีภาพรวม ของแนวทางการพัฒนาทางโลกวัตถุและโลกจิตวิญญาณ
ของมนุษยชาตติ ามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงถึงระดบั โลกตุ ตระได

(3) ในวิถชี ุมชนไดเสนอตวั แบบบูรณาการของพัฒนาการสโู ลกุตตระของชาวอโศก
(4) ในวิถธี รรมมีปญญาญาณสกู ารตรสั รูไดใ นแผนภมู พิ ัฒนาการของอรยิ บุคคล 4 โดย
ลําดับ กบั แผนภมู ิผูมวี ชิ ชาจรณสมั ปน โนที่มญี าณ 3 แบบองครวมในการเขาถึงอรยิ สัจ 4

ประโยชนของงานวิจัยน้ีอยูที่การจุดประกายของการคนหาความจริงในพุทธธรรม
อันเปนพลังบริสุทธ์ิท่ีมีอยูหรือประกอบดวยสติปญญาญาณทัสสนะที่ไดจากการฝกฝนปฎิบัติจริง
แลวมีผลชวยเหลือตนเอง และเพ่ือประโยชนสุขสําหรับมนุษยชาติใหสามารถกาวขามพนปญหา
ของวิกฤตโลกรายแรงพนจากการติดหลมของความไมรู หรืออวิชชาของมนุษยชาติไดทันกาลใน
ศตวรรษที่ 21 นี้

เอกสารอา งองิ

299

เอกสารอา งองิ

กองตาํ ราคณะธรรมทาน (แปลและรอยกรอง). ธรรมโฆษณของพุทธทาส : อริยสัจจากพระโอษฐ
ภาคตน. พิมพค รง้ั ที่ 6. กรุงเทพมหานคร : ธรรมทานมูลนธิ ิไชยา, 2551.

กองตาํ ราคณะธรรมทาน (แปลและรอ ยกรอง). ธรรมโฆษณข องพทุ ธทาส : อรยิ สจั จากพระโอษฐ
ภาคปลาย. พมิ พค ร้งั ที่ 6. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมทานมูลนิธไิ ชยา, 2551.

กลมุ นบั หนึง่ . ความจรงิ เกย่ี วกับความรัก ความโกรธ และความเมตตา. กรุงเทพมหานคร :
สาํ นกั พิมพสภุ า, 2553.

กติ ติกร สนุ ทรานรุ กั ษ. การพัฒนาชมุ ชนพ่งึ ตนเอง : กรณีศกึ ษาชมุ ชนศรี ษะอโศก.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั , 2543.

คงศักด์ิ ตนั ไพจติ ร. พุทธอจั ฉรยิ ะ. กรงุ เทพมหานคร : สาํ นักพมิ พดเี อ็มจี, 2552.
คณะกรรมการอํานวยการจดั งานฉลองสิรริ าชสมบตั คิ รบ 60 ป. เหนอื เกลาชาวไทย.

กรงุ เทพมหานคร : พิฆเณศ พรน้ิ ทต ง้ิ เซน็ เตอร, (ม.ป.ป.).
คณะบรรณาธกิ ารหนังสือเฉลมิ พระเกียรตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั . เอกกษตั รยิ อ ัจฉรยิ ะ.

กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพชวนพิมพ, 2540.
จรัสเรือง ศริ ิวฒั นรกั ษ. การพฒั นาแบบพ่งึ ตนเองกับการพัฒนาในเชงิ พุทธ : กรณศี กึ ษาชมุ ชนศรี ษะ

อโศก. กรงุ เทพมหานคร : มหาวิทยาลยั รามคําแหง, 2542.
ชาย โพธสิ ติ า. ศาสตรแ ละศลิ ปแ หง การวิจยั เชิงคณุ ภาพ. พมิ พค ร้งั ที่ 3. กรงุ เทพมหานคร : อัมรินทร

พรนิ้ ต้งิ ฯ, 2550.
ชยั วัฒน ถิระพนั ธ.ุ ทฤษฎไี รระเบียบกบั ทางแพรง ของสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : สาํ นักพมิ พ

อุดมปญ ญา, 2553.
ฌาน ตรรกวิจารณ. การพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ยเ ชงิ พุทธ. กรงุ เทพมหานคร : วิทยานพิ นธป รญิ ญา

ปรชั ญาดุษฎีบณั ฑติ : มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง, 2550.
ณฐั สมา วงษร กั ไทย. การพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ยต ามแนวทางสาํ นกั สนั ตอิ โศก. มหาวิทยาลัย

ราชภัฎวไลยลงกรณ ในพระบรมราชปู ถัมภ, 2549.
วลั โปละ ราหลุ ะ และสุนทร พลามินทร. What the Buddha Taught พระพุทธองคท รงสอนอะไร.

กรงุ เทพมหานคร : สํานกั พิมพจ ันทรเ พญ็ , 2552.
ดังตฤณ. มหาสตปิ ฎ ฐานสูตร เลม 1. กรงุ เทพมหานคร : สาํ นกั พิมพธรรมดา, 2546.
_________. มหาสตปิ ฎ ฐานสูตร. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัท ไพบูลออฟเซต จาํ กดั , 2551.

300

เอกสารอางอิง (ตอ )

ไสว บญุ มา และนภาพร ลิมปป ย ากร. กะลาภิวัฒน. กรงุ เทพมหานคร : บริษัท อัมรินทร บคุ เซน็ เตอร
จํากดั , 2550

มิชโิ อะ คาก.ุ จักรวาลของไอนส ไตน. กรงุ เทพมหานคร : ศนู ยหนังสอื จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั ,
2550

สม สุจีรา. ความลับของจกั รวาล ทางแหงนพิ พาน. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ทั โพสต พับลิชชง่ิ
จาํ กัด (มหาชน), 2555.

ทฤษฎใี หมในหลวง. ชวี ิตทพ่ี อเพยี ง. กรงุ เทพมหานคร : สาํ นักพิมพรว มดวยชวยกัน, 2543.
ทิพวัลย คาํ คง. การจดั การศกึ ษาที่สะทอนแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพยี ง : กรณีศึกษาโรงรยี นสัมมา

สิกขาสันตอิ โศก. กรงุ เทพมหานคร : บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร, 2552.
ธนภณ พนั ธเสน. กระบวนการเปลี่ยนแปลงสูก ารพัฒนาอสังหาริมทรพั ยแบบย่งั ยนื : จากกระบวน

ทศั นอ ตั ตาสูบ รู ณาการ. วทิ ยานิพนธปรญิ ญาปรัชญาดุษฎบี ัณฑิต
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร, 2549.
ธรรมทานมลู นธิ ิ. อานาปานสติ ภาวนา. พมิ พครงั้ ท่ี 7. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมทานมลู นธิ ไิ ชยา,
2518
_________. อตัมมยตาประยกุ ต. กรงุ เทพมหานคร : สวนอศุ มมูลนิธ,ิ 2533.
_________. สญุ ญตาปรทิ รรศน เลม 1. พมิ พคร้งั ท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมทานมูลนิธิ
ไชยา, 2546.
_________. ธรรมโฆษณของพุทธทาส : มนุสสธรรม. กรุงเทพมหานคร : ธรรมทานมลู นธิ ิ ไชยา,
2546.
ธรรมสภา และ สถาบันบนั ลือธรรม. พอ : หลกั ธรรมแหงความพอเพยี ง. กรงุ เทพมหานคร :
ธรรมสภา ศนู ยห นงั สอื พระพุทธศาสนา. (ม.ป.ป.).
ธรรมทศั นสมาคม. สจั จะชวี ติ ของสมณะโพธริ ักษ ภาค 2 โลกยี ะสูโลกตุ ระ. กรงุ เทพมหานคร :
อษุ าการพิมพ, 2549.
ธมั มสาวก. โสดาบัน. กรุงเทพมหานคร : สาํ นักพิมพบ พุ นมิ ติ , 2534.
ธรี ยุทธ บุญมี. ความคดิ หลังตะวนั ตก. กรงุ เทพมหานคร : สาํ นักพิมพส ายธาร, 2547.
_________. โลก Modern & Post Modern. กรุงเทพมหานคร : สาํ นักพมิ พสายธาร, 2552.

301

เอกสารอา งอิง (ตอ )

นิคม จาตรุ นั ต (บรรณาธกิ าร). แนวปฏบิ ตั ิในสตปิ ฏฐาน : พระนพิ นธ สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเด็จ
พระสังฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก. กรงุ เทพมหานคร : พระพทุ ธศาสนาประกาศ,
2552.

นิศา ชโู ต. การวจิ ยั เชิงคณุ ภาพ. พมิ พค รั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : พร้นิ ตโพร, 2551.
บุญดี บุญญากิจ และคณะ. การจัดการความรู จากทฤษฎสี ูการปฏบิ ตั ิ. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ทั

จิรวัฒน เอก็ ซเ พรส จาํ กัด, 2537.
บ.ี อลนั วอลเลซ และเพชรรตั น พงษเจรญิ สขุ . ศาสตรแหงภาวนา การหลอมรวมพทุ ธศาสนากับ

ประสาทวทิ ยา. กรุงเทพมหานคร : บริษทั แปลนพริน้ ติง้ จํากัด, 2555.
บรรจง อมรชีวิน. สอนใหค ดิ การเรียนรหู ลักการ แนวทาง และเครื่องมอื การสอนคดิ ช้ันนํา สูการ

เปนโรงเรยี นสอนใหคิด. กรงุ เทพมหานคร : หจก. ภาพพมิ พ, 2554.
ประภาส สุระเสน. จักรวาลกับสัจธรรม แควนตมั จติ วญิ ญาณ. กรงุ เทพมหานคร : สํานักพิมพก รนี

พีช, 2538.
_________. จิตกบั จกั รวาล. กรุงเทพมหานคร : โครงการจดั พิมพคบไฟ, 2540.
_________. พระศรอี รยิ เมตไตรย ฉบบั ตน แบบ (ตน แบบพทุ ธประวตั ยิ ุคพระศรอี ารย). มูลนิธมิ หา

มกุฎราชวทิ ยาลยั , 2550.
ภัทรพร สิรกิ าญจน. สาํ นกั สนั ติอโศก : ความเปนมาและบทบาททางศาสนาในสังคมไทย.

กรุงเทพมหานคร : ศูนยพุทธศาสนศกึ ษา จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลัย, 2540.
พระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล. พทุ ธวจน ฉบับ 2 คูม อื โสดาบนั . ปทุมธานี : วัดนาปาพง, 2554 ก.
_________. พุทธวจน ฉบบั 8 อินทรยี สังวร (ตามด!ู ไมตามไป). ปทมุ ธานี : วดั นาปา พง, 2554 ข.
พระธรรมปฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื . พมิ พครง้ั ที่ 12. กรุงเทพมหานคร : มลู นธิ โิ กมล

คมี ทอง, 2552.
พระปราโมทย ปาโมชโฺ ช. ทางเอก. พิมพครั้งที่ 2. กรงุ เทพมหานคร : สาํ นกั พมิ พธรรมดา, 2549.
พระพรหมคณุ าภรณ (ป.อ. ปยุตโฺ ต). พทุ ธธรรม (ฉบบั ปรบั ปรงุ และขยายความ). พมิ พค รง้ั ท่ี 11.

กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพม หาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, 2552.
_________. พจนานุกรมพุทธศาสตร (ฉบบั ประมวลธรรม). พมิ พค รง้ั ท่ี 18. กรุงเทพมหานคร :

เพม่ิ ทรพั ยก ารพมิ พ, 2553ก.
_________. พจนานกุ รมพุทธศาสน (ฉบับประมวลศพั ท). พิมพครั้งที่ 14. กรุงเทพมหานคร : ธนธัช

การพมิ พ, 2553ข.

302

เอกสารอางองิ (ตอ)

พระพรหมคณุ าภรณ (ป.อ. ปยตุ โฺ ต). พุทธธรรม (ฉบับเดมิ ). พิมพค รงั้ ท่ี 25. กรุงเทพมหานคร :
เพมิ่ ทรัพยก ารพมิ พ,2553 ค.

พระพุทธโฆษะ. พระวสิ ทุ ธิมัคค พระคัมภรี ประจาํ ครอบครัวชาวพุทธ. กรุงเทพมหานคร : มลู นธิ ิ
ภมู ิพโลภกิ ขุ, (ม.ป.ป.).

พระพทุ ธปฎภิ าณ. ฉลาดเยยี่ งพุทธ. กรุงเทพมหานคร : สถาบนั วิถที รรศน, 2552.
พระปราโมทย ปาโมชฺโช. ประทีปสองธรรม. กรงุ เทพมหานคร : สํานักพิมพธรรมดา, 2548.
พระอบุ าลคี ณุ ปู มาจารย (สริ จิ นฺโท จันทร) . บันทึกพระธรรมเทศนา. กรุงเทพมหานคร, 2537.
พระธรรมวสิ ุทธมิ งคล หลวงตามหาบัว ญาณสมั ปนโน. ประวตั ทิ า นพระอาจารยม ั่น ภูริทตั โต.

อดุ รธานี : ไทยชบา กราฟฟค เฮาส เอเจนซ,่ี 2554.
พระพรหมคณุ าภรณ และนายลอเรนส แวน เดน มวิ เซนเบิรก. พระพุทธศาสนากับโลกธุรกจิ .

กรงุ เทพมหานคร : บริษทั อมรินทรพ รน้ิ ติ้งแอนดพ ับลชิ ชิ่ง จาํ กัด (มหาชน), 2552.
พระพรหมคณุ าภรณ (ป.อ.ปยตุ โฺ ต). จะอยเู ปนเหยอื่ หรอื ขึ้นเหนอื ไปนาํ เขา พิมพคร้งั แรก พ.ศ. 2539.

กรงุ เทพมหานคร : กองบก.รมิ โพธแิ์ กว , 2550.
_________. ธรุ กิจฝา วิกฤต ตอบปญ หา – สนทนาธรรมกบั คณุ อานนั ท ปนยารชนุ และคณะ.

กรงุ เทพมหานคร : มลู นิธพิ ทุ ธธรรม, 2544
_________. ธรรมนูญชวี ติ . กรงุ เทพมหานคร : สาํ นักพมิ พจ นั ทรเ พ็ญ, ม.ป.ป.
_________. สุขภาวะองคร วมแนวพุทธ. กรงุ เทพมหานคร : มลู นิธิพุทธธรรม, 2551.
_________. กาลานกุ รม พระพุทธศาสนาในอารยธรรมโลก. กรงุ เทพมหานคร : สํานกั พมิ พผ ลิธมั ม,

2552.
_________. พระไทย ใชเ ขาใชเ รา นิพพาน-อนัตตา (ฉบบั เพยี งเพ่ือไมป ระมาท). กรงุ เทพมหานคร :

มลู นิธิพทุ ธธรรม, 2553
_________. กรณเี งอ่ื นงําพระพทุ ธเจาปรนิ พิ พานดว ยโรคอะไร ?. กรงุ เทพมหานคร : มูลนิธิพุทธ

ธรรม, 2553
พระภาสกร ภรู ิวฑฺฒโน (ภาวไิ ล). ปฎิจจสมปุ บาท สาํ หรบั คนรนุ ใหม. กรุงเทพมหานคร :

สาํ นักพิมพบ านหนงั สือโกสนิ ทร, 2551.
พระไพศาล วสิ าโล. พทุ ธศาสนาไทยในอนาคตแนวโนม และทางออกจากวกิ ฤต. กรงุ เทพมหานคร :

บริษัท แปลนพริน้ ทติง้ จาํ กดั , 2552

303

เอกสารอา งองิ (ตอ )

พระราชสทุ ธิญาณมงคล (หลวงพอ จรญั ฐติ ธมั โม). รวมพระธรรมเทศนา. กรุงเทพมหานคร :
ธรรมสภาจัดพิมพเ ผยแพร, 2542.

พทุ ธทาสภิกข.ุ คูม ือพน ทกุ ข ฉบบั สมบรู ณ. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภาจดั พมิ พเผยแพร, มปป.
_________. คูมือมนุษย ฉบบั สมบรู ณ. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมสภาจดั พมิ พเผยแพร, มปป.
_________. พทุ ธจริยา. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมทานมูลนิธิ, 2515.
_________. ฆราวาสธรรม. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมสภา, 2518.
_________. วปิ ส สนาในอิริยาบถ ยนื . กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา, 2542.
_________. วปิ ส สนาในอริ ยิ าบถ เดนิ . กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา, 2542.
_________. วิปส สนาในอิริยาบถ นอน. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา, 2542.
_________. วิปสสนาในอิรยิ าบถ นั่ง. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา, 2542.
_________. ตวั กู – ของกู ฉบับสมบูรณ. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมสภา, 2545.
_________. มนุสสธรรม. กรุงเทพมหานคร: ธรรมทานมูลนิธ,ิ 2546.
_________. พระพุทธคุณบรรยาย. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมทานปริวรรตน, 2547
_________. เศรษฐศาสตรพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : สํานกั พมิ พส ขุ ภาพใจ, 2549.
_________. สนั โดษเปน ทรัพยยิ่ง. กรุงเทพมหานคร : บริษทั ตถาตา พับลเิ คชัน่ จาํ กดั , 2551
พระคกึ ฤทธ์ิ โสตถฺ ผิ โล. ธรรมทาน พุทธวจน (ฉบับที่ 1) ตามรอยธรรม. กรงุ เทพมหานคร : มูลนธิ ิ

พทุ ธโฆษณ, 2553.
พระเอฮารา พระโสมเถระ และพระเขมนิ ทเถระ. วมิ ุตติมรรค ประอุปตสิ สเถระรจนา.

กรุงเทพมหานคร : สํานักพมิ พศยาม บรษิ ัทเคลด็ ไทย จาํ กดั , 2541.
พระธรรมสงิ หบรุ าจารย (หลวงพอจรญั ฐติ ธมั โม). ธรรมะ พระธรรมสิงหบรุ าจารย.

กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา, ม.ป.ป.
พระธรรมวสิ ุทธมิ งคล (หลวงตาพระมหาบวั ญาณสัมปน โน). ไมมาเกิดมาตายเรียกวา “ชาติ

สุดทาย”. กรุงเทพมหานคร : บริษทั ศิลปสยามบรรจุภณั ฑและการพมิ พ, 2554.
พระอาจารยม น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต. มตุ โตทยั พระอาจารยม่นั ภทิ ตฺโต. กรุงเทพมหานคร : บริษัท ไพลิน

บุค เน็ต จํากดั , 2541.
พระสุทธธิ รรมรงั สีคมั ภีรเมธาจารย. ทานพอลีสอนกรรมฐาน. กรงุ เทพมหานคร : พ.ี เพรส, 2554.
พิพฒั น ยอดพฤตกิ าร. การใชการสรางตวั ช้วี ดั เพื่อวเิ คราะห เศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยเปรยี บเทียบกบั

พุทธเศรษฐศาสตร. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, 2550.

304

เอกสารอางองิ (ตอ )

พพิ ัฒน พสุธารชาติ. องครวม Holism. กรงุ เทพมหานคร : สํานักพิมพส ยาม, 2552
พศิ ิษฐ โจทยก ่งิ (ผูร วบรวม). 209 คาํ สอนพอ เศรษฐกจิ พอเพียง. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมสภา

ศูนยหนงั สอื พระพทุ ธศาสนา, ม.ป.ป.
ฟรติ จอฟ คาปรา . จุดเปล่ียนแหงศตวรรษ เลม 3 มองความจริงดว ยทัศนะใหม The Turing Point.

กรุงเทพมหานคร : สาํ นกั พมิ พม ลู นธิ โิ กมลคีมทอง, 2550
มหามกฎุ ราชวทิ ยาลยั ในพระบรมราชูปถัมภ. พระไตรปฎก ฉบับประชาชน ยอความจาก

พระไตรปฎกฉบบั ภาษาบาลี 45 เลม . กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พม หามกฎุ
ราชวทิ ยาลยั , 2515.
มาเรยี เลนา และเฮกิลา โฮรน. มองพทุ ธศาสนาดว ยสองตาเปด : ความเชื่อและการปฏิบตั ขิ องสนั ติ
อโศก, 2540.
มูลนธิ ิพระดาบส. คาํ สอนพอ . กรุงเทพมหานคร : มลู นิธพิ ระดาบส, 2551.
_________. คําพอสอน ประมวลพระบรมราชโชวาทและพระราชดาํ รสั เกยี่ วกับความสุขในการ
ดาํ เนินชวี ติ . กรงุ เทพมหานคร : มูลนิธิพระดาบส, 2549.
_________. คาํ พอสอน ประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดํารสั เกีย่ วกับเศรษฐกจิ พอเพยี ง.
กรุงเทพมหานคร : มลู นิธพิ ระดาบส, 2552.
มูลนิธิธรรมสันต.ิ ทางเอก (ภาค 1-3). กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพหองภาพสวุ รรณ, 2522.
รกิ าร, มาติเยอ และ ตริน ซวน ตวน. ควอนตัมกับดอกบวั : การเดินทางสพู รมแดนทว่ี ิทยาศาสตร
และพุทธศาสนามาบรรจบ. (แปลและเรยี บเรยี ง โดยกุลศริ ิ เจรญิ ศภุ กลุ และบัญชา
ธนบญุ สมบัต)ิ . กรงุ เทพมหานคร : สวนเงนิ มีมา, 2552.
รนิ ธรรม อโศกตระกลู . การใชห ลกั พทุ ธศาสนาในการปกครองชมุ ชนสันตอิ โศก. กรงุ เทพมหานคร:
สถาบันบณั ฑติ พฒั นบริหารศาสตร, 2547.
_________. ระบบบญุ นยิ มในชมุ ชนราชธานีอโศก จงั หวดั อบุ ลราชธาน:ี นวตั กรรมสงั คมจากภูมิ
ปญ ญาพุทธ. สาํ นักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหง ชาติ, 2549.
รอฮีม ปรามาท. ประวัตยิ นยอ ของ “กาลเวลา” A Briefer History of Time”. กรุงเทพมหานคร :
สํานักพมิ พม ตชิ น, 2548.
ลีลาภรณ บวั สาย (บรรณาธกิ าร). เศรษฐกจิ พอเพยี ง : รว มเรียนรู สานขาย ขยายพล.
กรงุ เทพมหานคร : สํานกั งานกองทุนสนบั สนนุ การวจิ ัย, 2549.

305

เอกสารอา งองิ (ตอ)

ว.วชริ เมธ.ี กเิ ลส MANAGEMENT. นนทบรุ ี : ปราณ, 2555.
วีระ สมบูรณ. แบบแผนและความหมายแหง องคร วม. กรงุ เทพมหานคร : สํานกั พิมพม ลู นิธโิ กมล

คีมทอง, 2550
ศุภวรรณ พิพฒั พรรณวงศ. กรีน, ไอนส ไตนถามพระพทุ ธเจาตอบ จากคําถามที่ครอบจกั รวาลสู

คาํ ตอบท่เี ปนอมตะ. กรุงเทพมหานคร : สาํ นักพมิ พ ฟรมี ายด, 2550.
ปรีชา ชางขวญั ยนื . ปรัชญากบั วถิ ีชวี ติ . กรุงเทพมหานคร : โครงการจดั ทําตาํ ราเพ่ือการพฒั นา

คุณภาพการศกึ ษาในระดบั อดุ มศึกษา หจก.อรุณการพมิ พ, 2549.
ระวี ภาวิไล. อภิธรรมสําหรับคนรุน ใหม. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัท พมิ พส วย จํากดั , 2548
สถาบนั บัณฑติ ยพฒั นบรหิ ารศาสตร. เอกสารประกอบการสมั มนา : ทฤษฎใี หมในแงมมุ ของการ

บรหิ ารการพฒั นา. กรงุ เทพมหานคร : สถาบันบณั ฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร, ม.ป.ป.
สมณะโพธริ ักษ. ถอดรหสั นพิ พาน อัตตา อนัตตา นริ ตั ตา. กรุงเทพมหานคร : ฟา อภัย, 2542.
_________. อคี ิว โลกุตตระ : เรียนรอู ารมณอ ันวเิ ศษของพทุ ธ. กรงุ เทพมหานคร : ฟา อภัย, 2543.
_________. คูม อื ปฏิบัติธรรม เลม 3 คน้ั ออกมาจากศีล (ฉบบั ปรบั ปรุงใหม). พิมพค ร้งั ที่ 7.

กรงุ เทพมหานคร : ฟาอภยั , 2545.
_________. พุทธเทวนยิ มหรอื พทุ ธอเทวนยิ ม, กรุงเทพมหานคร : บริษทั ฟา อภยั จํากดั , 2545.
_________. คนคอื อะไร? ทาํ ไมสําคญั นัก?. พมิ พครัง้ ท่ี 13. กรุงเทพมหานคร : ฟาอภยั , 2547.
_________. พุทธเปน “อเทวนิยม” อยา งน้ี. พิมพครง้ั ที่ 2. กรุงเทพมหานคร : ฟาอภัย, 2548.
_________. เปดโลกเทวดา : สุขภาวะจิตวญิ ญาณ. กรุงเทพมหานคร : ฟา อภยั , 2550 (ก).
_________. สาธารณโภคี เศรษฐกจิ ชนดิ ใหม. กรุงเทพมหานคร : ฟาอภยั , 2550 (ข).
_________. ถาไมอ อกรบจะไมพบสัจจะ. กรงุ เทพมหานคร : สํานกั พมิ พกลัน่ แกน , 2554.
สมศรี ปทุมสูตร, ปยงค วริ ยิ ะวิทย, และอาภรณ พกุ กะมาน. รายงานการวิจยั : จรณ 15 ทางเอก

แหง การบรรลธุ รรมอยา งพระพทุ ธเจา มีผลจริง พสิ จู นไ ด แมในปจ จปุ น. พิมพครัง้ ที่ 2.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพแ ละทําปกเจรญิ ผล, 2525.
สงั คม คุณคณากรสกลุ . วิทยาลัยนวตั กรรมสังคม ระเบยี บวิธวี ิจยั ทางสงั คมศาสตร. พมิ พครง้ั ที่ 2.
ปทมุ ธานี : สาํ นกั พิมพม หาวทิ ยาลยั รังสิต, 2551.
สิรอิ ัญญา. วมิ ตุ ตะมิติ : มหศั จรรยแ หงโลกภายใน. พมิ พค รัง้ ท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมนิติ
เพรส, 2548.

306

เอกสารอางอิง (ตอ)

สุนยั เศรษฐบ ญุ สราง. แนวทางปฏิบตั ิ 7 ขั้น สวู ิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง : จากแนวปฏบิ ตั สิ ูแ นวคิดทาง
ทฤษฎีของเศรษฐกิจพอเพยี ง. พมิ พค ร้ังท่ี 2. กรุงเทพมหานคร : ออกแบบสบายใจ,
2550.

สุภางค จนั ทวานิช. การวเิ คราะหข อมูลในการวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ. พิมพค รั้งท่ี 9. กรงุ เทพมหานคร :
โรงพมิ พแหง จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั , 2552 ก.

_________. วิธีการวจิ ยั เชิงคณุ ภาพ. พมิ พค ร้ังที่ 17. กรุงเทพมหานคร : สํานกั พิมพจฬุ าลงกรณ
มหาวิทยาลยั , 2552 ข.

_________. ทฤษฎีสงั คมวทิ ยา. กรุงเทพมหานคร : สาํ นักพมิ พแหง จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลัย, 2553.
สุวินยั ภรณวลัย. ยอดคนปฏิบัติการเรยี นรู. กรงุ เทพมหานคร : มังกรบูรณา, 2552.
สุรเธียร จกั รธรานนท. สนั ตอิ โศก สามทศวรรษทท่ี า ทาย. กรุงเทพมหานคร : สํานักพมิ พมติชน,

2550.
สเุ มธ ตนั ติเวชกลุ . หลกั ธรรมทาํ ตามรอยพระยุคลบาท. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพด านสทุ ธา

การพิมพ, 2549.
สายธาร ศรทั ธาธรรม. พระผสู มถะ นักมงั สวิรตั ิ พระยานรรตั นร าชมานติ . กรงุ เทพมหานคร :

สํานกั พิมพสรอยทอง, 2538.
สาํ นกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพ่อื ประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ (สํานกั งาน

กปร.). การบรหิ ารธรุ กิจตามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง. กรงุ เทพมหานคร :
สํานักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดําริ
(สํานกั งาน กปร.), 2555.
สม สจุ ีรา. ไอนส ไตนพ บ พระพุทธเจาเห็น. กรงุ เทพมหานคร : สาํ นักพิมพอมรินทร, 2551.
สมัคร บรุ าวาศ. ปญ ญา จดุ กาํ เนิดและกระบวนการพฒั นาทางปญญาของมนุษยชาต.ิ
กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพศยาม, 2552.
_________. ปรัชญาพราหมณใ นสมยั พุทธกาล บอ เกดิ ภมู ิปญ ญาตะวนั ออก. กรงุ เทพมหานคร :
สาํ นกั พมิ พศยาม, 2554.
สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเดจ็ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก. พระพทุ ธเจา ทรงสัง่ สอนอะไร.
กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภา
สรุ พล สายพานิช และคณะ. ประมวลธรรมเทศนาของหลวงพอ ปราโมทย ปาโมชฺโช.
กรงุ เทพมหานคร : สาํ นักพมิ พธรรมดา, 2552.

307

เอกสารอา งองิ (ตอ)

สนุ ัย เศรษฐบญุ สราง. อุดมการณท างการเมืองในพุทธศาสนา : ศึกษากรณีแนวคดิ ของสาํ นกั สนั ติ
อโศก. กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร, 2533.

สุนทรี จีนธรรม. การศกึ ษาองคป ระกอบทส่ี ัมพันธก บั พฤตกิ รรมในการอนุรกั ษส ่ิงแวดลอมของ
ประชาชนในหมูบ านโครงการปฐมอโศก ตําบลพระประโทน อาํ เภอเมอื ง จังหวดั
นครปฐม. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัยมหิดล, 2531.

สมหมาย สาตทรัพย. ความเขม แขง็ ของชุมชนตามแนวทางพฒั นาเศรษฐกจิ พอเพยี งของชาวพทุ ธ:
ศกึ ษากรณชี มุ ชนศีรษะอโศก อําเภอกนั ทรลกั ษณ จงั หวดั ศรสี ะเกษ. กรงุ เทพมหานคร :
สถาบันพัณฑติ พัฒนบรหิ ารศาสตร, 2542.

สุวดิ า แสงสหี นาท. ภูมปิ ญ ญาบูรณาการบนฐานคิดพทุ ธปรัชญายุทธศาสตรท างเลือกการพัฒนา
สงั คมไทย. วทิ ยานิพนธปรญิ ญาปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑิต : มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร, 2549.

สูดนิ ชาวหนิ ฟา . การสอ่ื สารเพือ่ การพัฒนาสขุ ภาวะภายในระบบบญุ นยิ ม. กรุงเทพมหานคร :
บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั เกรกิ , 2549.

หลวงพอทลู ขปิ ฺปปโฺ ญ. ทวนกระแสโลก พบกระแสธรรม. พมิ พค ร้ังที่ 2. กรงุ เทพมหานคร :
อมรินทรธรรมมะ, 2552.

หลวงตาพระมหาบวั ญาณสัมปน โน. สติปฎฐาน 4. กรงุ เทพมหานคร : บจก.ศิลปส ยามบรรจภุ ณั ฑ
และการพมิ พ, 2552.

หลวงพอ คาํ เขยี น สวุ ณฺโณ. ผูด ู ผูเปน . กรงุ เทพมหานคร : สํานกั พมิ พธรรมดา, 2548.
หลวงพอ เทยี น จิตตฺ สโุ ภ. คนแบกโลก. กรงุ เทพมหานคร : นาํ ทองการพมิ พ, 2552.
หลวงพอปราโมทย ปาโมชโฺ ช. อริยสัจ เพอ่ื ความพน ทกุ ข. กรุงเทพมหานคร : แปลน พรน้ิ ทต ง้ิ ,

2555.
หลวงพอ ชา สภุ ัทโท. พระธรรมเทศนา. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมสภาธรรมสภาจดั พมิ พเผยแพร,

2542.
หลวงพอ พธุ ฐานโิ ย. พระธรรมเทศนา. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภาจดั พิมพเผยแพร, มปป.
หลวงพอ มิตชโู อะ คาสวโก. อานาปานสติ วถิ แี หง ความสุข. กรงุ เทพมหานคร : สาํ นกั พิมพแ สงแด

เพอ่ื นเดก็ , 2554.
หลวงปทู ูล ชปิ ฺปปโฺ ญ. สัมมาทฎิ ฐ.ิ กรงุ เทพมหานคร : บริษัทอมั รินทรพร้ินตง้ิ แอนดพับลิชชิง่

จาํ กัด, 2552.

308

เอกสารอางอิง (ตอ )

อ.ป.. พุทธประวัตจิ ากพระโอษฐ. พมิ พค รง้ั ท่ี 17. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมทานมลู นิธิไชยา, 2552.
อภิชยั พนั ธเสน, สรวิชญ เปรมชนื่ และพิเชษฐ เกยี รติเดชปญญา. การประยกุ ตพ ระราชดาํ ริ

เศรษฐกจิ พอเพียงกับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดยอ ม. กรุงเทพมหานคร :
สาํ นักงานกองทุนสนับสนนุ การวจิ ยั , 2546.
อภชิ ัย พนั ธเสน. พทุ ธเศรษฐศาสตร : วิวฒั นาการ ทฤษฎี และการประยกุ ตกับเศรษฐศาสตรส าขา
ตาง ๆ. พิมพค รั้งท่ี 3. กรุงเทพมหานคร : อมรนิ ทร, 2547.
_________. สงั เคราะหองคค วามรเู กยี่ วกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง. กรงุ เทพมหานคร : สํานกั งานกองทนุ
สนบั สนุนการวิจัย (สกว.), 2549.
อิสระพร บวรเกดิ . นิพพาน...ท่นี .่ี ..เดี๋ยวน.้ี พมิ พค รั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร :
อมั รนิ ทรธรรมะ, 2554.
องอาจ นัยพฒั น. การออกแบบการวจิ ัย : วธิ กี ารเชิงปรมิ าณ เชิงคุณภาพ และผสมผสานวธิ ีการ.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพแหง จฬุ าลงกรณ, 2551.
อัจฉรยี  ทองคาํ เจรญิ . รูปแบบการทํากสกิ รรมธรรมชาตเิ พ่อื การพงึ่ ตนเองของกลมุ สันติอโศก:
กรณศี ึกษาชุมชนศีรษะอโศก อําเภอกนั ทรลักษณ จังหวดั ศรีสะเกษ. เชยี งใหม :
มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม, 2542.
อภิชัย พนั ธเสน และคณะ. พุทธเศรษฐศาสตร ฉบับนสิ ิต นักศึกษา และประชาชน.
กรุงเทพมหานคร : สํานักพมิ พด อกหญา วิชาการ, 2549.
_________. เหลยี วหลงั เพอื่ การขับเคล่อื นเศรษฐกจิ พอเพียงในทศวรรษหนา (2556 – 2565).
กรงุ เทพมหานคร : สาํ นกั งานกองทุนสนับสนุนการวจิ ยั (สกว.), ม.ป.ป.
อาภรณ พกุ กะมาน (ผเู รยี บเรยี ง). สมาธพิ ทุ ธ (อริโย สัมมา สมาธ)ิ . กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ
มลู นิธิธรรมสันติ, 2526.
อาภรณ พกุ กะมาน, ชยั พร วชิ ชาวุธ และเกยี รติ เปมกติ ติ. รายงานผลการวจิ ยั : การศกึ ษาการสอน
ศีล เพอ่ื สรางเสรมิ พทุ ธธรรมจรยิ าในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพแ ละทาํ ปก
เจรญิ ผล, 2528.
อรณุ ประดับสนิ ธุ. วาทะธรรม นิพพานยงั ไมส ญู 2 (หลวงปูมนั่ ภรู ทิ ตั ตะเถระ). กรุงเทพมหานคร :
บริษัท พสธุ าพับลชิ ชิง่ จํากดั , 25555.
อนชุ อาภาภริ ม. บทสัมภาษณพเิ ศษบางคาํ ถามในปจจบุ นั ถึงอนาคตในศตวรรษที่ 21. นิตยสาร GM.
เมษายน, 2552

309

เอกสารอา งองิ (ตอ )

Howard Barry Lear. Global Alienation and Community System Response. The Fletcher School
of Laws and Diplomacy, 1999.

Juliana Essen. Right Development. The Santi Asoke Buddhist Reform Movement of Thailand.
Michael Edwards. Future Positive International. Co-operation in the 21st Century London:

Earthscan Publication Ltd, 1999.
Philip Kotler, Hermawan Kartajaya and Iwan Setiawan. Marketing 3.0. John Wiley & Sons,

INC, New Jersey, USA: 2010.
Roderick Mackenzie. An Analysis of the Wat Phra Dhammakaya and Santi Asoke Movements

and their Approaches to Spiritual Development. University of Sunderland, 2005.
Robert Kegan, The Evolving Self problem and Process in Human Development New Yorker. The

New Yorker Magazine Inc., 1975.
Reynolds, Brad. Embracing reality: the integral vision of Ken Wilber: a historical survey and

chapter-by-chapter guide to Wilber’s major works. USA: Penguin Group, 2004.
Wilber, Ken. Integral Spirituality: A starting New Role for Religion in the Modern and

Postmodern World. Boston & London: Integral books, 2006.
Wilber, Ken. A theory of everything: an integral vision for business, politics, science, and

spirituality. Boston: Shambhala Publications, 2000a.
Wilber, Ken. A brief history of everything. 2nd ed. Boston: Shambhala, 2000b.
Wilber, Ken. Integral Psychology: consciousness, spirit, psychology, therapy. Boston & London:

Shambhala, 2000c.

310

ภาคผนวก ก
พระราชดํารสั พระเจา อยูห วั เกี่ยวกบั
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งทส่ี อดคลอ งกับหลักจรณะ 15

หนงั สอื อางองิ ในต
1. หนงั สอื “การใชก ารสรา งตัวช้ีวัดเพอื่ วเิ คราะหเ ศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยเปรียบเทียบ

“อ.พพิ ัฒน”
2. หนังสอื “คาํ พอ สอน” ประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดํารัสเก่ยี วกับควา
3. หนงั สือ “๒๐๙ คําสอนพอ เศรษฐกจิ พอเพียง” หนังสอื เฉลมิ พระเกยี รตเิ ฉลมิ ฉลอ

เรียกยอ ๆ วา “๒๐๙ คําสอนพอ ”

ตารางชดุ นี้ มี 3 เลม คือ
บกับพทุ ธเศรษฐศาสตร ” ของ ดร.พพิ ัฒน รอดพฤติการณ เรียกยอ ๆ วา

ามสขุ ในการดาํ เนินชวี ิต เรยี กยอ ๆ วา “คําพอ สอน 1”
องพระชนมายุ 81 พรรษา รวบรวมเรียบเรียงโดย ดร.พิศิษฐ โจทยก่ิง

311



312



313



314



315



316



317



318



319



320


Click to View FlipBook Version