แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค14101 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙๒ (ชุมชนนาข่า) นางสาวสิริวรรณ ยังวรรณะ รหัสประจำตัวนักศึกษา 61100140202 สาขาวิชาคณิตศาสตร์ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 2 รหัสวิชา ED18502 (INTERNSHIP IN SCHOOL 2) คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
ก คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 รหัสวิชา ค14101 เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และให้นักเรียนบรรลุ ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาสาระการเรียนรู้พื้นฐานให้เข้าใจ อย่างถ่องแท้ และนำปัญหาที่พบจากประสบการณ์ และความรู้ที่ได้จากการอบรมสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ เทคนิคและวิธีการสอน การวัดผลประเมินผล จิตวิทยาการเรียนรู้ ตลอดจนความรู้ที่ได้ จากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง มาจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในครั้งนี้ แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ประกอบไปด้วยหน่วยการจัดการเรียนรู้ที่9 รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก จะมีรายละเอียดของกิจกรรมการเรียนการสอน สื่อ แหล่งการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล รวมทั้ง ยังมีใบกิจกรรมประกอบด้วย สามารถนำไปให้นักเรียนทำประกอบกับการสอนได้ นอกจากนี้ยังมี เฉลย ใบกิจกรรมไว้ให้สำหรับครูผู้สอน ซึ่งจะทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไปอย่าง ราบรื่น เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพอย่างแท้จริง ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้สอนเองและ เป็นประโยชน์ต่อผู้สอนในรายวิชาเดียวกัน และผู้สอนแทนเป็นอย่างมาก หากผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ สิริวรรณ ยังวรรณะ 10 มกราคม 2566
ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 1 ทำไมต้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 1 เรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์ 1 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 2 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 3 คุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์สำคัญของผู้เรียน 4 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 5 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน 10 ตารางวิเคราะห์หลักสูตร 12 โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน 13 กำหนดการสอน 22 หน่วยการจัดการเรียนรู้ที่ 9 รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 26 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 55 ทดสอบก่อนเรียน 26 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 56 ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (1) 33 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 57 ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (2) 38 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 58 เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม (1) 42 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 59 เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม (2) 48 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 60 การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากโดยใช้ไม้ฉาก 53 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 61 การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากโดยใช้ไม้โพรแทรกเตอร์ 58 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 62 ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 64 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 63 ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 70 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 64 ความยาวรอบรูปของรูปหลายเหลี่ยม ที่สามารถแบ่งเป็น รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 75 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 65 พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 81
ค เรื่อง หน้า แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 66 หน่วยของพื้นที่ 87 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 67 การหาพื้นที่โดยใช้การนับตาราง 93 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 68 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 99 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 69 พื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยมที่สามารถแบ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยม มุมฉาก 105 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 70 โจทย์ปัญหารูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (1) 111 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 71 โจทย์ปัญหารูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (2) 117 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 72 โจทย์ปัญหารูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (3) 123 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 73 ทดสอบหลังเรียน 128
1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ทำไมต้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เนื่องจาก คณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถ วิเคราะห์ปัญหาหรือ สถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่น ๆ อันเป็น รากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพ และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ให้ทัดเทียมกับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยคำนึงถึง การส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ นั่นคือ การเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิด สร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารอย่างปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขันและ อยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้ ทั้งนี้การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องเตรียม ผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษาหรือสามารถ ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้นสถานศึกษาควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน เรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จัดเป็น 3 สาระ ได้แก่ จำนวนและพีชคณิต การวัดและ เรขาคณิต และสถิติและความน่าจะเป็น จำนวนและพีชคณิต เรียนรู้เกี่ยวกับ ระบบจำนวนจริง สมบัติเกี่ยวกับจำนวนจริง อัตราส่วน ร้อยละ การประมาณค่า การแก้ปัญหาเกี่ยวกับจำนวน การใช้จำนวนในชีวิตจริง แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน เซต ตรรกศาสตร์ นิพจน์ เอกนาม พหุนาม สมการ ระบบสมการ อสมการ กราฟ ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน ลำดับและอนุกรม และการนำความรู้เกี่ยวกับจำนวนและพีชคณิต ไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ
2 การวัดและเรขาคณิต เรียนรู้เกี่ยวกับ ความยาว ระยะทาง น้ำหนัก พื้นที่ ปริมาตรและ ความจุ เงินและเวลา หน่วยวัดระบบต่าง ๆ การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัด อัตราส่วนตรีโกณมิติ รูปเรขาคณิตและสมบัติของรูปเรขาคณิต การนึกภาพ แบบจําลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททาง เรขาคณิต การแปลงทางเรขาคณิตในเรื่องการเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมุน และการนําความรู้ เกี่ยวกับการวัดและเรขาคณิตไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ สถิติและความน่าจะเป็น เรียนรู้เกี่ยวกับ การตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวบข้อมูล การคำนวณค่าสถิติ การนําเสนอและแปลผลสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ หลักการนับ เบื้องต้น ความน่าจะเป็น การใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นในการอธิบายเหตุการณ์ ต่าง ๆ และช่วยในการตัดสินใจ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนุกรม และนำไปใช้ มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ และเมทริกซ์ อธิบายความสัมพันธ์หรือช่วยแก้ปัญหา ที่กำหนดให้ สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด และนำไปใช้ มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่าง รูปเรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้ สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจหลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็น และนำไปใช้
3 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เป็นความสามารถที่จะนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน การเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในที่นี้ เน้นที่ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จําเป็น และต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ได้แก่ความสามารถต่อไปนี้ 1. การแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผน แก้ปัญหา และเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสม โดยคคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบ พร้อมทั้ง ตรวจสอบความถูกต้อง 2. การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์เป็นความสามารถในการใช้รูปภาษา และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และนําเสนอได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน 3. การเชื่อมโยง เป็นความสามารถในการใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ เนื้อหาต่างๆ หรือศาสตร์อื่นๆ และนําไปใช้ในชีวิตจริง 4. การให้เหตุผล เป็นความสามารถในการให้เหตุผล รับฟังและให้เหตุผลสนับสนุน หรือ โต้แย้งเพื่อนําไปสู่การสรุป โดยมีข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์รองรับ 5. การคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถในการขยายแนวคิดที่มีอยู่เดิม หรือสร้างแนวคิดใหม่ เพื่อปรับปรุง พัฒนาองค์ความรู้ คุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เมื่อผู้เรียนจบการเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้เรียนควรจะมีความสามารถดังนี้ อ่าน เขียนตัวเลข ตัวหนังสือแสดงจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง อัตราส่วน และร้อยละ มีความรู้สึกเชิงจำนวน มีทักษะการบวก การลบ การคูณ การหาร ประมาณผลลัพธ์และ นำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ อธิบายลักษณะและสมบัติของรูปเรขาคณิต หาความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปเรขาคณิต สร้างรูปสามเหลี่ยมรูปสี่่เหลี่ยม และวงกลม หาปริมาตรและความจุของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและ นำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ นำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิแท่ง ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่ง แผนภูมิรูปวงกลม ตารางสองทาง และกราฟเส้น ในการอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ และตัดสินใจ
4 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียนคณิตศาสตร์ ในหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ดังต่อไปนี้ 1. ทำความเข้าใจหรือสร้างกรณีทั่วไปโดยใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษากรณีตัวอย่าง หลาย ๆ กรณี 2. มองเห็นว่าความสามารถใช้คณิตศาสตร์แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ 3. มีความมุมานะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 4. สร้างเหตุผลเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนเองหรือโต้แย้งแนวคิดของผู้อื่นอย่าง สมเหตุสมผล 5. ค้นหาลักษณะที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และประยุกต์ใช้ลักษณะดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจหรือ แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
5 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลข ไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับ 2. เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับ ที่มากกว่า 100,000 จากสถานการณ์ต่าง ๆ จำนวนนับที่มากกว่า 100,000 และ 0 - การอ่านการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือแสดงจำนวน - หลัก ค่าประจำหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย - การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวน - ค่าประมาณของจำนวนนับและการใช้เครื่องหมาย ≈ 3. บอกอ่านและเขียนเศษส่วนจำนวนคละ แสดงปริมาณสิ่งต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามเศษส่วนจำนวนคละที่กำหนด 4. เปรียบเทียบเรียงลำดับเศษส่วนและจำนวน คละที่ตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของ อีกตัวหนึ่ง เศษส่วน - เศษส่วนแท้เศษเกิน - จำนวนคละ - ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนคละ และเศษเกิน - เศษส่วนที่เท่ากัน เศษส่วนอย่างต่ำ และเศษส่วนที่เท่ากับจำนวนนับ - การเปรียบเทียบเรียงลำดับเศษส่วน และจำนวนคละ 5. อ่านและเขียนทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง แสดงปริมาณของสิ่งต่าง ๆ และแสดงสิ่ง ต่าง ๆ ตามทศนิยมที่กำหนด 6. เปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่งจากสถานการณ์ต่าง ๆ ทศนิยม - การอ่านและการเขียนทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่งตามปริมาณที่กำหนด - หลัก ค่าประจำหลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลักของ ทศนิยม และการเขียนตัวเลขแสดงทศนิยมในรูป กระจาย - ทศนิยมที่เท่ากัน - การเปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยม
6 สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้(ต่อ) ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 7. ประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารจากสถานการณ์ ต่าง ๆ อย่างสมเหตุสมผล 8. หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยคสัญลักษณ์ แสดงการลบของจำนวนนับ ที่มากกว่า 100,000 และ 0 9. หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน หลายหลัก 2 จำนวนที่มีผลคูณไม่เกิน 6 หลัก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัว ตั้งไม่เกิน 6 หลักตัวหารไม่เกิน 2 หลัก 10. หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวน นับ และ 0 11. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนับที่มากกว่า 100,000 และ 0 12. สร้างโจทย์ปัญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนับ และ 0 พร้อมทั้งหาคำตอบ การบวกการลบการคูณการหารจำนวนนับ ที่มากกว่า 100,000 และ 0 - การประมาณผลลัพธ์ของการบวกการลบการ คูณการหาร - การบวกแถบการลบ - การคูณและการหาร - การบวกลบคูณหารระคน - การแก้โจทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์ปัญหา พร้อมทั้งหาคำตอบ 13. หาผลบวกผลลบของเศษส่วนและ จำนวนคละที่ตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณ ของอีกตัวหนึ่ง การบวก การลบเศษส่วน - การบวกการลบเศษส่วนและจำนวนคละ - การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหา การลบเศษส่วนและจำนวนคละ
7 สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้(ต่อ) ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 14. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและ โจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนและ จำนวนคละที่ตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณ ของอีกตัวหนึ่ง 15. หาผลบวกผลลบของทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง 16. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การ ลบ 2 ขั้นตอนของทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง การบวก การลบทศนิยม - การบวกการลบทศนิยม - การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ทศนิยมไม่เกิน 2 ขั้นตอน สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนุกรมและนำไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง (มีการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นพื้นฐานแต่ไม่วัดผล) แบบรูป - แบบรูปของจำนวนที่เกิดจากการคูณ การหารด้วยจำนวนเดียวกัน สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพันธ์ หรือช่วยแก้ปัญหาที่กำหนดให้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง - -
8 สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด และนำไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ เวลา เวลา - การบอกระยะเวลาเป็นวินาทีนาทีชั่วโมง วันสัปดาห์เดือน ปี - การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเวลา - การอ่านตารางเวลา - การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา 2. วัดและสร้างมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์ การวัดและสร้างมุม - การวัดขนาดของมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์ - การสร้างมุมเมื่อกำหนดขนาดของมุม 3. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยม มุมฉาก รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก - ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก - พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก - การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาว รอบรูปและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่าง รูปเรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. จำแนกชนิดของมุมบอกชื่อมุมส่วนประกอบ ของมุมและเขียนสัญลักษณ์แสดงมุม 2. สร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเมื่อกำหนดความ ยาวของด้าน รูปเรขาคณิต - ระนาบจุดเส้นตรงรังสีส่วนของเส้นตรงและ สัญลักษณ์แสดงเส้นตรงรังสีส่วนของเส้นตรง - มุม o ส่วนประกอบของมุม o การเรียกชื่อมุม o สัญลักษณ์แสดงมุม o ชนิดของมุม - ชนิดและสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก - การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
9 สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่งตารางสองทาง ในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา การนำเสนอข้อมูล - การอ่านและการเขียนแผนภูมิแท่ง (ไม่รวมการย่นระยะ) - การอ่านตารางสองทาง (two-way table) สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจหลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็น และนำไปใช้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง - -
10 คำอธิบายรายวิชา รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค14101 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา 160 ชั่วโมง/ปี ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณ และฝึกการแก้ปัญหาในเนื้อหาต่อไปนี้ การอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือแสดงจำนวนที่มากกว่า 100,000 หลัก ค่าประจำาหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนใน รูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรียงลำาดับจำนวน ค่าประมาณของจำนวนนับและการใช้ เครื่องหมาย ≈ การบวกและการลบจำนวนที่มากกว่า 100,000 การคูณและการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหาร การแก้โจทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์ปัญหาพร้อมทั้งหาคำาตอบ แบบรูปของ จำนวนที่เกิดจากการคูณ การหารด้วยจำนวนเดียวกัน เศษส่วนแท้ เศษเกิน จำนวนคละ ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนคละและเศษเกิน เศษส่วน ที่เท่ากันเศษส่วนอย่างต่ำา และเศษส่วนที่เท่ากับจำนวนนับ การเปรียบเทียบและเรียงลำดับเศษส่วน จำนวนคละการบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหา การลบเศษส่วนจำนวนคละ การอ่านและการเขียนทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่ง หลัก ค่าประจำาหลัก ค่าของเลขโดดในแต่ ละหลักของทศนิยม และการเขียนตัวเลขแสดงทศนิยมในรูปกระจาย ทศนิยมที่เท่ากัน การเปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยม การบวก การลบทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ทศนิยมไม่เกิน 2 ขั้นตอน การบอกระยะเวลาเป็นวินาที นาที ชั่วโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปี การเปรียบเทียบระยะเวลา โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเวลา การอ่านตารางเวลา การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา ระนาบ จุด เส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรงและสัญลักษณ์แสดงเส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง มุมส่วนประกอบของมุม การเรียกชื่อมุม สัญลักษณ์แสดงมุม ชนิดของมุม การวัดขนาดของมุม โดยใช้ โพรแทรกเตอร์ การสร้างมุมเมื่อกำาหนดขนาดของมุม ชนิดและสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและ พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การอ่านและการเขียนแผนภูมิแท่ง (ไม่รวมการย่นระยะ) การอ่านตารางสองทาง โดยจัด ประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากการปฏิบัติจริง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดคำนวณ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับ
11 การแก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และ การคิดสร้างสรรค์ สามารถทำางานอย่างเป็นระบบมีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อมั่นในตนเองรวมทั้งตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ การวัดและประเมินผล เน้นการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิธีการ ที่หลากหลายโดยให้สอดคล้องกับบริบท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด รหัสตัวชี้วัด ค 1.1 ป.4/1, ป.4/2 ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8 ป.4/9, ป.4/10, ป.4/11 ป.4/12, ป.4/13, ป.4/14 ป.4/15, ป.4/16 ค 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 ค 2.2 ป.4/1, ป.4/2 ค 3.1 ป.4/1 รวมทั้งหมด 22 ตัวชี้วัด
12 ตารางวิเคราะห์หลักสูตร รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค14102 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 2.0 หน่วยกิต สาระหลัก หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต 6 เศษส่วน ค 1.1 ป.4/3 ค 1.1 ป.4/4 ค 1.1 ป.4/13 ค 1.1 ป.4/14 ค 1.1 ป.4/15 ค 1.1 ป.4/16 สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต 7 ทศนิยม ค 1.1 ป.4/5 ค 1.1 ป.4/6 สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต 8 มุม ค 2.1 ป.4/2 ค 2.2 ป.4/1 สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต 9 รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ค 2.1 ป.4/3 ค 2.2 ป.4/2 สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น 10 การนำเสนอข้อมูล ค 3.1 ป.4/1
13 โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค14102 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 2.0 หน่วยกิต หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 6 เศษส่วน ค 1.1 ป.4/3 ค 1.1 ป.4/4 ค 1.1 ป.4/13 ค 1.1 ป.4/14 ค 1.1 ป.4/15 ค 1.1 ป.4/16 • เศษส่วนและจำนวนคละเป็นจำนวน ที่ใช้แสดงปริมาณของสิ่งต่าง ๆ • เศษส่วนที่มีตัวเศษน้อยกว่าตัวส่วน เรียกว่า เศษส่วนแท้ • เศษส่วนที่มีตัวเศษเท่ากับหรือ มากกว่าตัวส่วน เรียกว่า เศษเกิน • จำนวนคละเป็นจำนวนที่เขียนในรูป จำนวนนับกับเศษส่วนแท้ • การเขียนจำนวนคละในรูปเศษเกิน ทำาได้โดย นำตัวส่วนคูณกับจำนวนนับ แล้วบวกกับตัวเศษ ผลลัพธ์ที่ได้ เป็นตัวเศษของเศษเกิน โดยมีตัวส่วน คงเดิม • การเขียนเศษเกินในรูปจำนวน คละทำาได้โดย นำาตัวส่วน ไปหารตัวเศษ ผลหารที่ได้เป็น จำนวนนับ เศษที่ได้เป็น ตัวเศษ โดยมีตัวส่วนคงเดิม • จำนวนนับทุกจำนวนสามารถเขียนใน รูปเศษส่วนได้โดยที่ตัวส่วนหารตัวเศษ ได้ลงตัว ซึ่งผลหารที่ได้เท่ากับ จำนวนนับนั้น 22 11
14 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน • จำนวนนับทุกจำนวนสามารถเขียนใน รูปเศษส่วนได้ ถ้าตัวเศษเป็นจำนวนนับนั้น ตัวส่วน จะเป็น 1 • การทำเศษส่วนให้เท่ากับเศษส่วนที่ กำหนด อาจทำได้โดย นำจำนวนนับ จำนวนเดียวกันคูณทั้งตัวเศษและ ตัวส่วน • การทำเศษส่วนให้เท่ากับเศษส่วน ที่กำาหนด อาจทำาได้โดยนำจำนวน นับจำนวนเดียวกันหารทั้งตัวเศษและ ตัวส่วน ซึ่งจำนวนนับนั้นต้องหารทั้งตัว เศษและตัวส่วนได้ลงตัว • การเปรียบเทียบเศษส่วนที่มีตัวส่วน ไม่เท่ากัน อาจทำได้โดย ทำตัวส่วนให้ เท่ากัน เมื่อตัวส่วนเท่ากันแล้ว จึงเปรียบเทียบตัวเศษ เศษส่วนใดมีตัว เศษมากกว่า เศษส่วนนั้นจะมากกว่า • การเปรียบเทียบจำนวนคละ ให้เปรียบเทียบจำนวนนับก่อน - ถ้าจำนวนนับของจำนวนคละใด มากกว่าจำนวนคละนั้นจะมากกว่า - ถ้าจำนวนนับของจำนวนคละ เท่ากัน ให้เปรียบเทียบเศษส่วน เศษส่วนใดมากกว่า จำนวนคละนั้นจะ มากกว่า
15 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน • การเรียงลำดับเศษส่วนที่มีตัวส่วน ไม่เท่ากัน อาจใช้วิธีทำเศษส่วนทุก จำนวนให้มีตัวส่วนเท่ากัน แล้ว เรียงลำดับโดยพิจารณาจากตัวเศษ • การบวก หรือ การลบเศษส่วนที่มีตัว ส่วนไม่เท่ากัน ต้องทำาตัวส่วนให้ เท่ากันก่อน แล้วจึงนำตัวเศษมาบวกกัน หรือลบกัน • การบวก หรือ การลบจำนวนคละ อาจทำได้โดย เปลี่ยนจำนวนคละให้ เป็นเศษเกินก่อน แล้วจึงหาผลบวก หรือผลลบ • การแก้โจทย์ปัญหาเริ่มจาก การทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ดำเนินการตามแผน และตรวจสอบ 7 ทศนิยม ค 1.1 ป.4/5 ค 1.1 ป.4/6 • ทศนิยมเป็นจำนวนชนิดหนึ่งที่ใช้ แสดงปริมาณต่าง ๆ มี . เป็นจุดทศนิยม โดยตัวเลขที่อยู่หน้าจุดทศนิยมแสดง จำนวนนับหรือศูนย์ ตัวเลขที่อยู่หลังจุด ทศนิยมแสดงจำนวนที่น้อยกว่า 1 • การอ่านทศนิยม ตัวเลขที่อยู่หน้าจุด ทศนิยมอ่านเช่นเดียวกันกับจำนวนนับ หรือศูนย์ตัวเลขหลังจุดทศนิยม อ่านเรียงตัว 19 10
16 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน • การเปรียบเทียบทศนิยมใช้วิธีการ เดียวกับการเปรียบเทียบจำนวนนับ โดยเปรียบเทียบจำนวนที่อยู่หน้าจุด ทศนิยมก่อน ถ้าจำนวนที่อยู่หน้าจุด ทศนิยมเท่ากัน จึงเปรียบเทียบจำนวน ที่อยู่หลังจุดทศนิยมทีละหลัก โดยเริ่ม จากหลักส่วนสิบ จำนวนที่มีค่าของเลข โดดมากกว่า จำนวนนั้นจะมากกว่า • การบวกและการลบทศนิยมใช้ หลักการเดียวกันกับการบวกและ การลบจำนวนนับ โดยนำจำนวนใน หลักเดียวกันมาบวกหรือลบกัน • การแก้โจทย์ปัญหาการบวก และการลบทศนิยม เริ่มจาก ทำความเข้าใจปัญหา วางแผนการ แก้ปัญหา ดำเนินการตามแผน และตรวจสอบ 8 มุม ค 2.1 ป.4/2 ค 2.2 ป.4/1 • มุม คือ รังสี 2 เส้นที่มีจุดปลายเป็น จุดเดียวกัน รังสี 2 เส้นนี้ เรียกว่า แขน ของมุม และจุดปลายที่เป็นจุดเดียวกัน นี้ เรียกว่า จุดยอดมุม • หรือ เป็นสัญลักษณ์แสดงมุม • การวัดขนาดของมุมโดยใช้ โพรแทรกเตอร์ ทำได้โดยวาง โพรแทรกเตอร์ให้จุดกึ่งกลางของ โพรแทรกเตอร์ทับจุดยอดมุมของมุมที่ ต้องการวัด และให้แนวศูนย์องศา 10 5
17 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ของโพรแทรกเตอร์ทาบไปบนแขนข้าง หนึ่งของมุม จากนั้นอ่านขนาดของมุม โดยนับจาก 0 องศาที่ตรงกับ แขนของมุมข้างหนึ่ง ไปจนถึงรอยขีด บอกองศาที่ตรงกับแขนของมุมอีกข้าง หนึ่ง รอยขีดนั้นจะบอกขนาดของ มุมที่ต้องการวัด • มุมต่าง ๆ จำแนกตามขนาดได้ดังนี้ มุมศูนย์มีขนาด 0 องศา มุมแหลม มีขนาดมากกว่า 0 องศา แต่น้อยกว่า 90 องศา มุมฉาก มีขนาด 90 องศา มุมป้าน มีขนาดมากกว่า 90 องศา แต่น้อยกว่า 180 มุมตรง มีขนาด 180 องศา มุมกลับ มีขนาดมากกว่า 180 องศา แต่น้อยกว่า 360 องศา • การสร้างมุมให้มีขนาดตามที่ต้องการ มีขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ลากรังสี 1 เส้นเป็นแขนของ มุมพร้อมทั้งกำหนด จุดปลาย ขั้นที่ 2 วางโพรแทรกเตอร์ให้จุด กึ่งกลางทับจุดปลายและแนวศูนย์องศา ทาบไปบนรังสี ขั้นที่ 3 นับจำนวนองศาจาก 0 องศา ไปจนถึงขนาดของมุมที่ต้องการ โดย เขียนจุดกำกับไว้ แล้วลากรังสีจาก จุดปลายให้ผ่านจุดที่เขียนกำกับไว้ จะได้มุมมีขนาดตามต้องการ
18 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 9 รูปสี่เหลี่ยม มุมฉาก ค 2.1 ป.4/3 ค 2.2 ป.4/2 • รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่มุมเป็นมุมฉาก เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านยาวเท่ากัน ทุกด้าน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านตรงข้ามยาว เท่ากัน 2 คู่ โดยด้านที่อยู่ติดกัน ยาวไม่ เท่ากัน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านที่ สั้นกว่าเรียกว่า ด้านกว้าง ด้านที่ยาวกว่า เรียกว่า ด้านยาว • ในรูปสี่เหลี่ยมใด ๆ ส่วนของเส้นตรงที่ ลากจากจุดยอดมุมจุดหนึ่งไปยังจุดยอด มุมอีกจุดหนึ่ง ซึ่งส่วนของเส้นตรงนั้น ไม่ใช่ด้านของรูปสี่เหลี่ยม เรียกว่า เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากันแบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันเป็นมุมฉาก • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากันแบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันไม่เป็นมุมฉาก • การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก เป็นการ สร้างตามลักษณะของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก แต่ละชนิด ซึ่งต้องอาศัยทักษะการวัด ความยาว การใช้ไม้ฉากหรือ โพรแทรกเตอร์ 19 10
19 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน • การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก เป็นการ สร้างตามลักษณะของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก แต่ละชนิด ซึ่งต้องอาศัยทักษะการวัด ความยาว การใช้ไม้ฉากหรือโพร แทรกเตอร์ • ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยม เป็น ผลบวกของความยาว ของด้านทุกด้านของรูปสี่เหลี่ยม • พื้นที่ เป็นบริเวณภายในที่ถูกปิดล้อม ด้วยขอบของรูปหรือบริเวณภายในของ รูปปิด • การหาพื้นที่ของรูปเรขาคณิตสองมิติ อาจหาได้จากการนับจำนวนรูปสี่เหลี่ยม จัตุรัสที่เรียงติดกันและไม่ซ้อนทับกัน จนเต็มพื้นที่ของรูปเรขาคณิตสองมิตินั้น • รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีความยาวด้านละ 1 หน่วย มีพื้นที่ 1 ตารางหน่วย • รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีความยาวด้านละ 1 เซนติเมตร มีพื้นที่ 1 ตารางเซนติเมตร ใช้อักษรย่อ ตร.ซม. • รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีความยาวด้านละ 1 เมตร มีพื้นที่ 1 ตารางเมตร ใช้อักษร ย่อ ตร.ม. • รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีความยาวด้านละ 1 กิโลเมตร มีพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร ใช้อักษรย่อ ตร.กม. • รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีความยาวด้านละ 1 วา มีพื้นที่ 1 ตารางวา ใช้อักษรย่อ ตร.ว.
20 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน • การหาพื้นที่โดยประมาณ ให้นับพื้นที่ ส่วนที่เต็มตารางหน่วย รวมกับพื้นที่ส่วน ที่ไม่เต็มตารางหน่วย โดยพื้นที่ส่วนที่ไม่ เต็มตารางหน่วยให้นำมารวมกัน ให้ได้ 1 ตารางหน่วยหรือใกล้เคียง 1 ตาราง หน่วยก่อน สำาหรับพื้นที่ส่วนที่เหลือ ถ้าเหลือตั้งแต่ครึ่งตารางหน่วยขึ้นไปให้ นับเป็น 1 ตารางหน่วย ถ้าเหลือไม่ถึงครึ่ง ตารางหน่วยให้ตัดทิ้งไม่ต้องนำมารวม • การหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากอาจ หาได้จากพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า = ความกว้าง × ความยาว พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส = ความยาว ด้าน × ความยาวด้าน • การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาว รอบรูปและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก อาจใช้กระบวนการแก้ปัญหาตามขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ทำาความเข้าใจปัญหา ขั้นที่ 2 วางแผนแก้ปัญหา ขั้นที่ 3 ดำาเนินการตามแผน ขั้นที่ 4 ตรวจสอบหรือมองย้อนกลับ 10 การนำเสนอ ข้อมูล ค 3.1 ป.4/1 • ตารางสองทาง (two-way table) เป็น ตารางที่จำแนกข้อมูลเป็น 2 ลักษณะ โดยการอ่านตารางสองทางให้อ่านข้อมูล ในแนวตั้งและแนวนอนที่สัมพันธ์กัน • แผนภูมิแท่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ การนำเสนอข้อมูลที่ใช้รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก แสดงจำนวนของแต่ละรายการโดยการ 8 4
21 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน อ่านแผนภูมิแท่งทำาได้โดยเทียบส่วน ปลายสุดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูป กับจำนวนบนเส้นแสดงจำนวน ส่วนประกอบของแผนภูมิแท่ง ได้แก่ ชื่อแผนภูมิและตัวแผนภูมิ • ชื่อแผนภูมิ เป็นส่วนที่แสดงให้ทราบว่า เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใด เวลาใด • ตัวแผนภูมิ ประกอบด้วย เส้นแสดง จำนวนเส้นแสดงรายการ และรูปสี่เหลี่ยม มุมฉากที่แสดงจำนวนของแต่ละรายการ ซึ่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปต้อง มีความกว้างเท่ากัน เริ่มต้นจากระดับ เดียวกันที่ 0 และระยะห่างระหว่างรูป สี่เหลี่ยมมุมฉากควรเท่ากัน สอบปลายภาคเรียนที่ 2 2 10 รวมภาคเรียนที่ 2 80 50
22 กำหนดการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์ ค14102 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 2.0 หน่วยกิต เวลา 80 ชั่วโมง หน่วย การเรียนรู้ สัปดาห์ ที่สอน วันที่สอน ลำดับ ที่แผน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง หมายเหตุ หน่วยที่ 6 เศษส่วน 1 2 พ.ย. 65 1 ทดสอบก่อนเรียนและเตรียมความพร้อม 1 3 พ.ย. 65 2 เศษส่วนแท้ เศษเกิน 1 4 พ.ย. 65 3 การเขียนจำนวนคละในรูปเศษเกิน 1 2 7 พ.ย. 65 4 การเขียนเศษเกินในรูปจำนวนคละ 1 9 พ.ย. 65 5 เศษส่วนที่เท่ากับจำนวนนับ 1 10 พ.ย. 65 6 จำนวนนับที่เท่ากับเศษส่วน 1 11 พ.ย. 65 7 เศษส่วนที่เท่ากัน (1) 1 3 14 พ.ย. 65 8 เศษส่วนที่เท่ากัน (2) 1 16 พ.ย. 65 9 เศษส่วนอย่างต่ำ (1) 1 17 พ.ย. 65 10 เศษส่วนอย่างต่ำ (2) 1 18 พ.ย. 65 11 การเปรียบเทียบเศษส่วน 1 4 21 พ.ย. 65 12 การเปรียบเทียบจำนวนคละ 1 23 พ.ย. 65 13 การเรียงลำดับเศษส่วน จำนวนคละ (1) 1 24 พ.ย. 65 14 การเรียงลำดับเศษส่วน จำนวนคละ (2) 1 25 พ.ย. 65 15 การบวก ลบเศษส่วน ที่ตัวส่วนเท่ากัน 1 5 28 พ.ย. 65 16 การบวก ลบเศษส่วน ที่ตัวส่วนไม่เท่ากัน 1 30 พ.ย. 65 17 การบวก ลบจำนวนคละ 1 1 ธ.ค. 65 18 การบวก ลบเศษส่วน และจำนวนคละ 1 2 ธ.ค. 65 19 โจทย์ปัญหาเศษส่วน 1 6 7 ธ.ค. 65 20 โจทย์ปัญหาจำนวนคละ 1 8 ธ.ค. 65 21 โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ (1) 1 9 ธ.ค. 65 22 โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ (2) 1
23 หน่วย การเรียนรู้ สัปดาห์ ที่สอน วันที่สอน ลำดับ ที่แผน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง หมายเหตุ 15 ธ.ค.65 23 ทดสอบหลังเรียน 1 รวมจำนวน 23 ชั่วโมง หน่วยที่ 7 ทศนิยม 7 16 ธ.ค. 65 24 ทดสอบก่อนเรียน 1 8 19 ธ.ค. 65 25 เตรียมความพร้อมทศนิยม 1 21 ธ.ค. 65 26 การอ่าน การเขียนทศนิยม 1 ตำแหน่ง 1 22 ธ.ค. 65 27 การอ่าน การเขียนทศนิยม 2 ตำแหน่ง 1 23 ธ.ค. 65 28 ทศนิยม 3 ตำแหน่ง (1) 1 9 26 ธ.ค. 65 29 ทศนิยม 3 ตำแหน่ง (2) 1 28 ธ.ค. 65 30 หลัก ค่าประจำหลัก และการเขียนในรูป กระจาย (1) 1 10 4 ม.ค. 66 31 หลัก ค่าประจำหลัก และการเขียนในรูป กระจาย (2) 1 5 ม.ค. 66 32 การเปรียบเทียบทศนิยม 1 6 ม.ค. 66 33 การเรียงลำดับทศนิยม 1 11 9 ม.ค. 66 34 การบวกทศนิยมที่ไม่มีการทด 1 11 ม.ค. 66 35 การบวกทศนิยมที่มีการทด 1 12 ม.ค. 66 36 การลบทศนิยมที่ไม่มีการกระจาย 1 12 18 ม.ค. 66 37 การลบทศนิยมที่มีการกระจาย 1 19 ม.ค. 66 38 การบวก การลบทศนิยม 2 ขั้นตอน 1 20 ม.ค. 66 39 โจทย์ปัญหาทศนิยม (1) 1 13 23 ม.ค. 66 40 โจทย์ปัญหาทศนิยม (2) 1 25 ม.ค. 66 41 โจทย์ปัญหาทศนิยม (3) 1 26 ม.ค. 66 42 โจทย์ปัญหาทศนิยม (4) 1 27 ม.ค. 66 43 ทดสอบหลังเรียน 1 รวมจำนวน 20 ชั่วโมง หน่วยที่ 8 มุม 14 30 ม.ค. 66 44 ทดสอบก่อนเรียน 1 1 ก.พ.66 45 เตรียมความพร้อมมุม 1
24 หน่วย การเรียนรู้ สัปดาห์ ที่สอน วันที่สอน ลำดับ ที่แผน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง หมายเหตุ 2 ก.พ.66 46 จุด เส้นตรง รังสี และส่วนของเส้นตรง (1) 1 3 ก.พ.66 47 จุด เส้นตรง รังสี และส่วนของเส้นตรง (2) 1 15 6 ก.พ.66 48 มุม ส่วนประกอบของมุม และการ เรียกชื่อของมุม 1 8 ก.พ.66 49 มุมฉาก มุมตรง มุมแหลม มุมป้าน (1) 1 9 ก.พ.66 50 มุมฉาก มุมตรง มุมแหลม มุมป้าน (2) 1 10 ก.พ.66 51 การวัดขนาดของมุม และการจำแนกชนิด ของมุม (1) 1 16 13 ก.พ.66 52 การวัดขนาดของมุม และการจำแนกชนิด ของมุม (2) 1 15 ก.พ.66 53 การสร้างมุมโดยใช้ไม้โพรแทรกเตอร์ 1 16 ก.พ.66 54 ทดสอบหลังเรียน 1 รวมจำนวน 11 ชั่วโมง หน่วยที่ 9 รูปสี่เหลี่ยม มุมฉาก 17 ก.พ.66 55 ทดสอบก่อนเรียน 1 17 20 ก.พ.66 56 เตรียมความพร้อมสี่เหลี่ยมมุมฉาก 1 22 ก.พ.66 57 ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (1) 1 23 ก.พ.66 58 ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (2) 1 24 ก.พ.66 59 เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม (1) 1 18 27 ก.พ.66 60 เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม (2) 1 1 มี.ค. 66 61 การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากโดยใช้ไม้ฉาก 1 2 มี.ค. 66 62 การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากโดยใช้ไม้โพร แทรกเตอร์ 1 3 มี.ค. 66 63 ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 1 19 8 มี.ค. 66 64 ความยาวรอบรูปของรูปหลายเหลี่ยม ที่สามารถแบ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 1 9 มี.ค. 66 65 พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 1
25 หน่วย การเรียนรู้ สัปดาห์ ที่สอน วันที่สอน ลำดับ ที่แผน เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง หมายเหตุ 10 มี.ค. 66 66 หน่วยของพื้นที่ 1 13 มี.ค. 66 67 การหาพื้นที่โดยใช้การนับตาราง 1 17 15 มี.ค. 66 68 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและพื้นที่รูป สี่เหลี่ยมจัตุรัส 1 16 มี.ค. 66 69 พื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยมที่สามารถ แบ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 1 17 มี.ค. 66 70 โจทย์ปัญหารูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (1) 1 18 20 มี.ค. 66 71 โจทย์ปัญหารูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (2) 1 22 มี.ค. 66 72 โจทย์ปัญหารูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (3) 1 23 มี.ค. 66 73 ทดสอบหลังเรียน 1 รวมจำนวน 19 ชั่วโมง หน่วยที่ 10 การนำเสนอ ข้อมูล 19 74 ทดสอบก่อนเรียน 1 75 การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจำแนก ข้อมูล 1 76 ตารางสองทาง (1) 1 20 77 ตารางสองทาง (2) 1 78 แผนภูมิแท่ง 1 79 การเขียนแผนภูมิแท่ง 1 80 ทดสอบหลังเรียน 1 รวมจำนวน 7 ชั่วโมง สอบปลายภาคเรียนที่ 2 2 รวม 80
26 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 55 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค14101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2/2565 หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก เวลาเรียน 19 ชั่วโมง เรื่อง ทดสอบก่อนเรียน เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. ผู้สอน นางสาวสิริวรรณ ยังวรรณะ 1. สาระสำคัญ ทดสอบความรู้พื้นฐาน เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 2. จุดประสงค์การเรียนรู้เมื่อเรียนจบบทเรียนนี้แล้วนักเรียนสามารถ 2.1 ตรวจสอบความรู้พื้นฐาน เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากได้ (K) 2.2 แสดงพฤติกรรมการมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 3. สาระการเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 15 ข้อ 4.กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นนำ 1. ครูชี้แจงการทดสอบก่อนเรียน ให้นักเรียนทำแบบทดสอบเต็มความสามารถ โดยกากบาท เลือกข้อที่ถูกที่สุดเพียงหนึ่งข้อลงในกระดาษคำตอบ มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง และผู้อื่น ไม่ดูเพื่อน และไม่ให้เพื่อนดูมีความเชื่อมั่นในตนเอง ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 2. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง มุม แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 15 ข้อ โดยใช้เวลาประมาณ 50 นาที ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 3. บอกให้นักเรียนทราบว่า ผลการสอบก่อนเรียนบทนี้จะนำไปเปรียบเทียบกับคะแนนสอบ หลังเรียน เพื่อดูว่านักเรียนมีความรู้พื้นฐานเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด วินิจฉัยหาจุดบกพร่อง และ ปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน และพัฒนาผู้เรียน
27 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 5.1 สื่อการเรียนรู้ 5.1.1 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 15 ข้อ 5.2 แหล่งการเรียนรู้ 5.2.1 ห้องสมุดโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙๒ (ชุมชนนาข่า) 5.2.2 เว็บไซต์ สืบค้นโดยใช้ Google.com ซึ่งใช้คำว่า “รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ป.4” 6. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์ ตรวจสอบความรู้พื้นฐาน เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ได้ (K) ตรวจแบบทดสอบ เรื่อง รูปสี่เหลี่ยม มุมฉาก แบบทดสอบเรื่อง รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20 แสดงพฤติกรรมการมีความ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน แบบสังเกต พฤติกรรมการมี ความมุ่งมั่นในการ ทำงาน ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ ระดับดีขึ้นไป หมายเหตุ การประเมินพฤติกรรม ใช้การสังเกตต่อเนื่อง และประเมินในแผนที่ 73
28 บันทึกหลังการสอน 1. ผลการจัดการเรียนการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางแก้ไขปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..........................................ผู้บันทึก ( นางสาวสิริวรรณ ยังวรรณะ ) วันที่……...เดือน…....................พ.ศ.........
29 ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง 1. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 2. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... ลงชื่อ................................................ ( นางสุนันทา โสสีทา ) ครูพี่เลี้ยง วันที่….....เดือน.......................พ.ศ............. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรียน 1. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 2. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... ลงชื่อ.................................................. ( นายวีระพันธ์ พรหมบุตร ) ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙๒ (ชุมชนนาข่า) วันที่….…..เดือน…....................พ.ศ.............
30
31
32
33 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 56 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค14101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2/2565 หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก เวลาเรียน 19 ชั่วโมง เรื่อง เตรียมความพร้อมสี่เหลี่ยมมุมฉาก เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. ผู้สอน นางสาวสิริวรรณ ยังวรรณะ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ ระหว่างรูปเรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.4/2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้ 2. สาระสำคัญ รูปสี่เหลี่ยม คือ รูปเรขาคณิตปิดที่มีด้านทั้งหมด 4 ด้านและมุมทั้งหมด 4 มุม 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบบทเรียนนักเรียนสามารถ 3.1 ระบุรูปสี่เหลี่ยมได้ (K) 3.2 ให้เหตุผลรูปสี่เหลี่ยมได้ (P) 3.3 แสดงพฤติกรรมการมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A) 4. สาระการเรียนรู้ รูปสี่เหลี่ยม 5. กิจกรรมการเรียนการสอน (วิธีการสอนนิรนัย) ขั้นเตรียม 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับรูปสี่เหลี่ยมในชีวิตประจำวัน 2. ครูแจ้งจุดประสงค์ในการเรียนแต่ละครั้งให้นักเรียนทราบ ขั้นสอน 3. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างสี่เหลี่ยมที่นักเรียนพบเจอในชีวิตประจำวันมาคนละ 1 ชนิด
34 4. ครูถามนักเรียนว่า “เพราะเหตุใดเราจึงรู้ว่าสิ่งที่นำเสนอมาในห้องเรียน มันเป็นรูป สี่เหลี่ยม” 5. ครูบอกกับนักเรียนว่า “รูปสี่เหลี่ยม คือ รูปเรขาคณิตปิดที่มีด้านทั้งหมด 4 ด้านและมุม ทั้งหมด 4 มุม” พร้อมนำเสนอตัวอย่าง 6. ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 คน เพื่อตอบคำถาม สำหรับตรวจสอบความเข้าใจ ขั้นสรุป 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนในชั่วโมงว่า “รูปสี่เหลี่ยม คือ รูปเรขาคณิตปิดที่มี ด้านทั้งหมด 4 ด้านและมุมทั้งหมด 4 มุม” ขั้นนำไปใช้ 8. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง การเตรียมความพร้อมสี่เหลี่ยมมุมฉาก ในหนังสือเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2 ของ สสวท. หน้า 136 จำนวน 1 ข้อ 6. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อการเรียนรู้ 6.1.1 สื่อภาพประกอบจาก Power Point 6.1.2 หนังสือเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2 ของ สสวท. 6.2 แหล่งการเรียนรู้ 6.2.1 ห้องสมุดโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙๒ (ชุมชนนาข่า) 6.2.2 เว็บไซต์ สืบค้นโดยใช้ Google.com ซึ่งใช้คำว่า “รูปสี่เหลี่ยม”
35 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์ ระบุรูปสี่เหลี่ยมได้ (K) ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง การเตรียม ความพร้อมรูป สี่เหลี่ยม แบบฝึกหัด เรื่อง การเตรียมความ พร้อมรูปสี่เหลี่ยม ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ให้เหตุผลรูปสี่เหลี่ยมได้ (P) ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง การเตรียม ความพร้อมรูป สี่เหลี่ยม แบบฝึกหัด เรื่อง การเตรียมความ พร้อมรูปสี่เหลี่ยม ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 แสดงพฤติกรรมการมีความ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน แบบสังเกต พฤติกรรมการมี ความมุ่งมั่นในการ ทำงาน ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ ระดับดีขึ้นไป หมายเหตุ การประเมินพฤติกรรม ใช้การสังเกตต่อเนื่อง และประเมินในแผนที่ 73
36 บันทึกหลังการสอน 1. ผลการจัดการเรียนการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางแก้ไขปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..........................................ผู้บันทึก ( นางสาวสิริวรรณ ยังวรรณะ ) วันที่……...เดือน…....................พ.ศ.........
37 ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง 1. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 2. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... ลงชื่อ................................................ ( นางสุนันทา โสสีทา ) ครูพี่เลี้ยง วันที่….....เดือน.......................พ.ศ............. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรียน 1. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 2. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... ลงชื่อ.................................................. ( นายวีระพันธ์ พรหมบุตร ) ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙๒ (ชุมชนนาข่า) วันที่….…..เดือน…....................พ.ศ............
38 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 57 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค14101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2/2565 หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก เวลาเรียน 19 ชั่วโมง เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (1) เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. ผู้สอน นางสาวสิริวรรณ ยังวรรณะ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ ระหว่างรูปเรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.4/2 สร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเมื่อกำหนดความยาวของด้าน 2. สาระสำคัญ - รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่มุมเป็นมุมฉาก เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก - รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านยาวเท่ากันทุกด้าน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส - รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน 2 คู่ โดยด้านที่อยู่ติดกัน ยาวไม่ เท่ากัน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านที่สั้นกว่าเรียกว่า ด้านกว้าง ด้านที่ยาว กว่า เรียกว่า ด้านยาว - ในรูปสี่เหลี่ยมใด ๆ ส่วนของเส้นตรงที่ลากจากจุดยอดมุม จุดหนึ่งไปยังจุดยอด มุมอีกจุดหนึ่ง ซึ่งส่วนของเส้นตรงนั้น ไม่ใช่ด้านของรูปสี่เหลี่ยม เรียกว่า เส้น ทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม - เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันเป็นมุมฉาก - เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันไม่เป็นมุมฉาก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบบทเรียนนักเรียนสามารถ 3.1 จำแนกชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากได้(K) 3.2 บอกสมบัติเกี่ยวกับด้าน มุม และเส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากได้ (K) 3.3 ใช้สัญลักษณ์เกี่ยวกับด้าน มุมและเส้นทแยงมุมได้ให้เหตุผลรูปสี่เหลี่ยมได้ (P) 3.4 แสดงพฤติกรรมการมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A)
39 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 4.2 สมบัติของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากทั้ง 2 ชนิด 5. กิจกรรมการเรียนการสอน (วิธีการสอนนิรนัย) ขั้นเตรียม 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับรูปสี่เหลี่ยมที่ได้เรียนผ่านมาในชั่วโมงที่แล้ว 2. ครูแจ้งจุดประสงค์ในการเรียนแต่ละครั้งให้นักเรียนทราบ ขั้นสอน 3. ครูแสดงรูปสี่เหลี่ยมให้นักเรียนสังเกตบนกระดาน และถามนักเรียนว่า “รูปใดบ้างมีมุม 1 มุม 2 มุม และ 3 มุม ตามลำดับ” 4. และถามนักเรียนต่อว่า “รูปสี่เหลี่ยมใดบ้างที่มีด้านทั้ง 4 ด้านยาวเท่ากัน และรูปสี่เหลี่ยม ใดบ้างที่มีเฉพาะด้านตรงข้ามที่ยาวเท่ากัน” 5. ครูบอกกับนักเรียนว่า • รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่มุมเป็นมุมฉาก เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านยาวเท่ากันทุกด้าน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน 2 คู่ โดยด้านที่อยู่ติดกัน ยาวไม่ เท่ากัน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านที่สั้นกว่าเรียกว่า ด้านกว้าง ด้านที่ยาว กว่า เรียกว่า ด้านยาว • ในรูปสี่เหลี่ยมใด ๆ ส่วนของเส้นตรงที่ลากจากจุดยอดมุม จุดหนึ่งไปยังจุดยอด มุมอีกจุดหนึ่ง ซึ่งส่วนของเส้นตรงนั้น ไม่ใช่ด้านของรูปสี่เหลี่ยม เรียกว่า เส้น ทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม
40 • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันเป็นมุมฉาก • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันไม่เป็นมุมฉาก” 6. ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 คน เพื่อตอบคำถาม สำหรับตรวจสอบความเข้าใจ ขั้นสรุป 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนในชั่วโมงว่า • รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่มุมเป็นมุมฉาก เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านยาวเท่ากันทุกด้าน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน 2 คู่ โดยด้านที่อยู่ติดกัน ยาวไม่ เท่ากัน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านที่สั้นกว่าเรียกว่า ด้านกว้าง ด้านที่ยาว กว่า เรียกว่า ด้านยาว • ในรูปสี่เหลี่ยมใด ๆ ส่วนของเส้นตรงที่ลากจากจุดยอดมุม จุดหนึ่งไปยังจุดยอด มุมอีกจุดหนึ่ง ซึ่งส่วนของเส้นตรงนั้น ไม่ใช่ด้านของรูปสี่เหลี่ยม เรียกว่า เส้น ทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันเป็นมุมฉาก • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันไม่เป็นมุมฉาก” ขั้นนำไปใช้ 8. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (1) ในหนังสือเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2 ของ สสวท. หน้า 141 จำนวน 4 ข้อ 6. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อการเรียนรู้ 6.1.1 สื่อภาพประกอบจาก Power Point 6.1.2 หนังสือเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2 ของ สสวท. 6.2 แหล่งการเรียนรู้ 6.2.1 ห้องสมุดโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙๒ (ชุมชนนาข่า) 6.2.2 เว็บไซต์ สืบค้นโดยใช้ Google.com ซึ่งใช้คำว่า “ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม”
41 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์ จำแนกชนิดของรูป สี่เหลี่ยมมุมฉากได้(K) ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูป สี่เหลี่ยม (1) แบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม (1) ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 บอกสมบัติเกี่ยวกับด้าน มุม และเส้นทแยงมุมของ รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากได้ (K) ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูป สี่เหลี่ยม (1) แบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม (1) ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ใช้สัญลักษณ์เกี่ยวกับด้าน มุมและเส้นทแยงมุมได้ให้ เหตุผลรูปสี่เหลี่ยมได้ (P) ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูป สี่เหลี่ยม (1) แบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม (1) ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 แสดงพฤติกรรมการมีความ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน แบบสังเกต พฤติกรรมการมี ความมุ่งมั่นในการ ทำงาน ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ ระดับดีขึ้นไป หมายเหตุ การประเมินพฤติกรรม ใช้การสังเกตต่อเนื่อง และประเมินในแผนที่ 73
42 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 58 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค14101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2/2565 หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก เวลาเรียน 19 ชั่วโมง เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (2) เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. ผู้สอน นางสาวสิริวรรณ ยังวรรณะ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ ระหว่างรูปเรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.4/2 สร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเมื่อกำหนดความยาวของด้าน 2. สาระสำคัญ • รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่มุมเป็นมุมฉาก เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านยาวเท่ากันทุกด้าน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน 2 คู่ โดยด้านที่อยู่ติดกัน ยาวไม่ เท่ากัน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านที่สั้นกว่าเรียกว่า ด้านกว้าง ด้านที่ยาว กว่า เรียกว่า ด้านยาว • ในรูปสี่เหลี่ยมใด ๆ ส่วนของเส้นตรงที่ลากจากจุดยอดมุม จุดหนึ่งไปยังจุดยอด มุมอีกจุดหนึ่ง ซึ่งส่วนของเส้นตรงนั้น ไม่ใช่ด้านของรูปสี่เหลี่ยม เรียกว่า เส้น ทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันเป็นมุมฉาก • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันไม่เป็นมุมฉาก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบบทเรียนนักเรียนสามารถ 3.1 จำแนกชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากได้(K) 3.2 บอกสมบัติเกี่ยวกับด้าน มุม และเส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากได้ (K) 3.3 ใช้สัญลักษณ์เกี่ยวกับด้าน มุมและเส้นทแยงมุมได้ให้เหตุผลรูปสี่เหลี่ยมได้ (P) 3.4 แสดงพฤติกรรมการมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A)
43 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก 4.2 สมบัติของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากทั้ง 2 ชนิด 5. กิจกรรมการเรียนการสอน (วิธีการสอนนิรนัย) ขั้นเตรียม 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับชนิดและสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมที่ได้เรียนผ่านมาในชั่วโมง ที่แล้ว 2. ครูแจ้งจุดประสงค์ในการเรียนแต่ละครั้งให้นักเรียนทราบ ขั้นสอน 3. ครูถามนักเรียนว่า “จากชั่วโมงที่แล้วครูได้ให้แบบฝึกหัดไป วันนี้เราจะมาเฉลย แบบฝึกหัดกัน” พร้อมนำเสนอบนจอภาพ 4. และถามนักเรียนต่อว่า “จากที่ครูได้เฉลยแบบฝึกหัดไป นักเรียนจำสมบัติของรูป สี่เหลี่ยมมุมฉากได้หรือไม่” พร้อมทั้งทบทวนชนิดและสมบัติอีกครั้ง
44 5. ครูบอกกับนักเรียนว่า “ • รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่มุมเป็นมุมฉาก เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านยาวเท่ากันทุกด้าน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน 2 คู่ โดยด้านที่อยู่ติดกัน ยาวไม่ เท่ากัน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านที่สั้นกว่าเรียกว่า ด้านกว้าง ด้านที่ยาว กว่า เรียกว่า ด้านยาว • ในรูปสี่เหลี่ยมใด ๆ ส่วนของเส้นตรงที่ลากจากจุดยอดมุม จุดหนึ่งไปยังจุดยอด มุมอีกจุดหนึ่ง ซึ่งส่วนของเส้นตรงนั้น ไม่ใช่ด้านของรูปสี่เหลี่ยม เรียกว่า เส้น ทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันเป็นมุมฉาก • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันไม่เป็นมุมฉาก” 6. ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 คน เพื่อตอบคำถาม สำหรับตรวจสอบความเข้าใจ ขั้นสรุป 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนในชั่วโมงว่า • รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่มุมเป็นมุมฉาก เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านยาวเท่ากันทุกด้าน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส • รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน 2 คู่ โดยด้านที่อยู่ติดกัน ยาวไม่ เท่ากัน เรียกว่า รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านที่สั้นกว่าเรียกว่า ด้านกว้าง ด้านที่ยาว กว่า เรียกว่า ด้านยาว • ในรูปสี่เหลี่ยมใด ๆ ส่วนของเส้นตรงที่ลากจากจุดยอดมุม จุดหนึ่งไปยังจุดยอด มุมอีกจุดหนึ่ง ซึ่งส่วนของเส้นตรงนั้น ไม่ใช่ด้านของรูปสี่เหลี่ยม เรียกว่า เส้น ทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยม • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันเป็นมุมฉาก • เส้นทแยงมุมของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามี 2 เส้น ซึ่งยาวเท่ากัน แบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน และตัดกันไม่เป็นมุมฉาก” ขั้นนำไปใช้ 8. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก (2) ในหนังสือเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2 ของ สสวท. หน้า 142 จำนวน 6 ข้อ
45 6. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อการเรียนรู้ 6.1.1 สื่อภาพประกอบจาก Power Point 6.1.2 หนังสือเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2 ของ สสวท. 6.2 แหล่งการเรียนรู้ 6.2.1 ห้องสมุดโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙๒ (ชุมชนนาข่า) 6.2.2 เว็บไซต์ สืบค้นโดยใช้ Google.com ซึ่งใช้คำว่า “ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม” 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์ จำแนกชนิดของรูป สี่เหลี่ยมมุมฉากได้(K) ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูป สี่เหลี่ยม (2) แบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม (2) ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 บอกสมบัติเกี่ยวกับด้าน มุม และเส้นทแยงมุมของ รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากได้ (K) ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูป สี่เหลี่ยม (2) แบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม (2) ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ใช้สัญลักษณ์เกี่ยวกับด้าน มุมและเส้นทแยงมุมได้ให้ เหตุผลรูปสี่เหลี่ยมได้ (P) ตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูป สี่เหลี่ยม (2) แบบฝึกหัด เรื่อง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม (2) ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 แสดงพฤติกรรมการมีความ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) สังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน แบบสังเกต พฤติกรรมการมี ความมุ่งมั่นในการ ทำงาน ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ ระดับดีขึ้นไป หมายเหตุ การประเมินพฤติกรรม ใช้การสังเกตต่อเนื่อง และประเมินในแผนที่ 73