The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

IQA โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chaiwut Piankhuntod, 2022-07-29 11:04:55

IQA โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์

IQA โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์

กจิ กรรมการเปดิ บ้านวชิ าการสบื สานวฒั นธรรม เลศิ ล้ำงานแผ่นดนิ สมเดจ็ พระนารายณ์
กิจกรรมการสอบธรรมศกึ ษา
กิจกรรมวนั สุนทรภู่

โครงการ “พัฒนาการอ่าน การเขยี น”
กิจกรรมภาษาไทยวนั ละคำ

กิจกรรมอ่านสะสมแต้ม

กิจกรรมพอี่ าสาพาน้องอา่ น
โครงการสง่ เสริมสขุ ภาพอนามัยนักเรยี น

กิจกรรมขยับกาย ขยายสมอง

โครงการศกึ ษาแหลง่ เรยี นรนู้ อกห้องเรยี น/ภูมิปัญญาท้องถน่ิ

โครงการ “สถานศกึ ษาสขี าวปลอดยาเสพติด”

s

กจิ กรรมวนั งดสูบบุหร่โี ลก

โครงการ “บริหารจดั การขยะอยา่ งครบวงจร”
กิจกรรม Big Cleaning Day
กจิ กรรมพธิ ีไหว้ครู

กิจกรรมวนั คริสมาสต์
กิจกรรมเขา้ วัดทำบุญเพ่ิมพูนศลี ธรรม นอ้ มนำ จติ ใจ ฝกั ใฝพ่ ระพทุ ธศาสนา

กิจกรรมการอบรมวนั ศุกร์ สุดสัปดาห์

4.2.4 พฒั นาครแู ละบุคลากรใหม้ คี วามเชี่ยวชาญทางวชิ าชพี
สถานศกึ ษาส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาครู บุคลากร ให้มีความเชี่ยวชาญทางวชิ าชีพ และจัดให้มีชุมชนการ
เรียนรู้ทางวชิ าชีพ มาใชใ้ นการพฒั นางานและการเรยี นรู้ของผเู้ รียน

การดำเนินการ
ครูโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ มีความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา
สามารถเชื่อมโยงเป้าหมายการจัดการศึกษา และมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กั บ
หลักสตู รสถานศกึ ษาและสามารถนำมาใชใ้ นการสง่ เสริม และพัฒนานักเรยี นเป็นรายบุคคล โดยดำเนินการดังนี้
1) อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา มีการวิเคราะห์ วางแผนพัฒนา
หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ฯ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของสถานศึกษา และมาตรฐานการเรียนรู้หลักสูตร
การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน
2) อบรมเชงิ ปฏิบัติการให้ความรู้การจดั ทำหลักสตู รสถานศกึ ษา นำผลการประเมนิ ไปใช้ปรับปรุง
และพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน มีความยืดหยุ่นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายเหมาะสมกับบริบท
และสภาพชมุ ชน
3) ส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาครูและบคุ ลากรเป็นมืออาชพี เข้าร่วมแสดงผลงาน ประกวดสอื่
นวัตกรรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพครู
4) มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคลในการดำเนินงานตามโครงการ
พัฒนานักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ และส่งเสริมสนับสนุนในการแข่งขันทักษะต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก
สานศกึ ษา
ผลการพฒั นา
ครูร้อยละ 80 ขึ้นไป เข้าใจและมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สามารถเชื่อมโยงเป้าหมาย
การจัดการศึกษาและมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกับหลักสูตรสถานศึกษาและสามารถ
นำมาใชใ้ นการส่งเสริมและพฒั นานกั เรยี นเปน็ รายบุคคล สง่ เสรมิ ใหค้ รูมแี ผนการจัดการเรียนรู้ ได้รบั การนิเทศการ
จัดการเรียนการสอนทกุ กลมุ่ สาระการเรียนรูด้ งั ขอ้ มูลต่อไปน้ี

1. ข้อมลู ท่มี ีแผนการจดั การเรยี นการสอน

ตารางแสดงข้อมูลครูที่มีแผนการจัดการเรยี นการสอน ภาคเรียนท่ี 1

ปกี ารศกึ ษา จำนวนครูท้ังหมด (คน) จำนวนครทู ี่มแี ผน คิดเปน็ ร้อยละ

2562 การจดั การเรียนการสอน (คน)
2563
2564 10 10 100%
เฉล่ยี
10 10 100%

8 8 100%

9.3

ปีการศกึ ษา 2. ข้อมูลครูทีม่ ีแผนการจัดการเรยี นการสอน
ตารางแสดงข้อมูลครูที่มแี ผนการจดั การเรยี นการสอน ภาคเรียนที่ 2
2562
2563 จำนวนครูทั้งหมด (คน) ท่ีได้รับการนเิ ทศการจดั การเรยี น คิดเปน็ ร้อยละ
2564 การสอน (คน)
เฉล่ยี
10 10 100%
10 10 100%
8 8 100%
9.3

ปีการศกึ ษา 3. ขอ้ มูลครูทไ่ี ด้รับการนิเทศการจัดการเรยี นการสอน
ตารางแสดงข้อมลู ครูทีไ่ ดร้ ับการนิเทศการจัดการเรยี นการสอน ภาคเรยี นท่ี 2
2561 จำนวนครทู ้ังหมด (คน) ทไ่ี ด้รบั การนเิ ทศการจดั การเรยี น คิดเปน็ ร้อยละ
2562
2564 การสอน (คน)
เฉล่ยี 10 10 100%
10 10 100%
8 8 100%
9.3

2. ครูมที ักษะและจัดการเรยี นการสอนอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและเน้นนักเรียนเป็นสำคญั
การดำเนนิ งาน
โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ได้ส่งเสรมิ สนับสนนุ และกำกับติดตามการจดั การเรียนการสอนของครูทกุ
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ และกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียนอย่างต่อเน่ือง เพือ่ ให้การจัดการเรยี นการสอนของครูทุกคนเป็นไป
อย่างมปี ระสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สงู สดุ ตอ่ ผูเ้ รียนดงั รายละเอียดตอ่ ไปน้ี
1) กำหนดใหค้ รู ศกึ ษาวเิ คราะห์นกั เรยี นเป็นรายบุคคลโดยใช้ข้อมูลอย่างหลากหลายและเปน็ จริง และ
นำผลการศกึ ษามาพัฒนานกั เรยี น
2) กำหนดให้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์
และลงมือปฏิบตั ิจริง โดยใช้แหล่งเรยี นรู้ทีห่ ลากหลาย รวมทั้งส่งเสริมใหม้ ีการบูรณาการการเรียนรูก้ ับกลุ่มวิชาอื่น
ๆ และหรือภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ินตามสภาพแวดล้อม
3) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูทุกคนใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และนำ
เทคโนโลยีมาชว่ ยสนบั สนุนการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาการเรียนรขู้ องนกั เรยี น
4) กำหนดใหม้ กี ารวัดผลประเมินผลท่ีสอดคล้องกับสภาพการเรียนรู้ทจี่ ัดใหน้ ักเรียน โดยอิงพัฒนาการ
ของนักเรียน และนำผลการประเมนิ มาพัฒนานกั เรียนใหเ้ กิดการพัฒนาสูงสดุ ตามศกั ยภาพของนกั เรยี น

5) สนับสนุนให้มีการจัดสอนซอ่ มเสริมให้แก่นกั เรียนที่มขี ้อบกพร่องทางการเรียน รวมทั้งส่งเสริมในมี
การวิจัยในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน หรือแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนรายกลุ่มหรือ
รายบคุ คล

6) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ดำเนินโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนา
นกั เรียนอยา่ งสม่ำเสมอ เช่น

- โครงการพฒั นาหลกั สตู ร และพฒั นาศกั ยภาพผูเ้ รยี นระดบั ประถมศกึ ษา
- โครงการพัฒนาการอา่ น-การเขยี น
- โครงการสง่ เสริมความเปน็ เลิศทางวิชาการ
- โครงการสง่ เสรมิ การศึกษาแหลง่ เรยี นรู้/ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน
ผลการพฒั นา
1. ครูร้อยละ 80 ขึ้นไป มีการศึกษาวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคลโดยใช้ข้อมูลอย่างหลากหลาย
และเป็นจริง เพื่อจำแนกผู้เรียนกลุ่มสูง กลุ่มกลาง และกลุ่มต่ำ ทุกภาคเรียน และนำผลการศึกษามาพัฒนา
นักเรียน ดังแสดงในรายงานการประเมินตนเองรายบุคคล (SAR) และครูที่ปรึกษาทกุ คนได้ประเมินเรียนเป็น
รายบุคคลและการประเมินความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนทุกคนอย่างการศึกษา ดังแสดงในรายงานผล
การประเมินพฤติกรรมผู้เรยี นเป็นรายบคุ คลและการประเมินความฉลาดทางอารมณ์

5. ข้อมลู ครทู ีส่ ่งรายงานผลการประเมินตนเองรายบุคคล (SAR)

ตารางแสดงขอ้ มลู ครูท่ีส่งรายงานผลการประเมินตนเองรายบุคคล (SAR)

ปีการศกึ ษา จำนวนครทู งั้ หมด (คน) จำนวนครทู ่ีส่งรายงาน คิดเปน็ ร้อยละ

การประเมินตนเอง (คน)

2562 10 7 70%

2563 10 8 80%

2564 8 8 100%

เฉลย่ี 9.3

2. ครูร้อยละ 80 ขึ้นไป จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นให้นักเรียนได้คิด
วิเคราะห์และลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย มีการบูรณาการการเรียนรู้กับกลุ่มวิชาอื่น ๆ
และภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังแสดงในรายละเอียดผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการเรียนรู้ตาม
หลักสตู รสถานศึกษา

3. ครรู ้อยละ 80 ขนึ้ ไป ใช้เทคโนโลยใี นการพฒั นาตนเองอยา่ งสมำ่ เสมอ เขา้ รว่ มการอบรม ออนไลนต์ าม
นโยบายสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน และนำเทคโนโลยมี าชว่ ยสนบั สนนุ การ จดั การเรียนการ
สอนและการพัฒนาการเรยี นรขู้ องนักเรยี น ดังรายละเอยี ดผลการนเิ ทศ ติดตาม และ ประเมินผลการจัดการ
เรยี นรูต้ ามหลกั สตู รสถานศึกษา

4. ครูรอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป มีการวัดผลประเมินผลทส่ี อดคล้องกับสภาพการเรยี นรู้ทีจ่ ัดให้ นักเรยี น โดยองิ
พฒั นาการของนักเรียน และนำผลการประเมนิ มาพฒั นานักเรียนให้เกดิ การพัฒนาสูงสุดตาม ศกั ยภาพของนักเรยี น
ดังแสดงในรายละเอยี ดผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการเรียนรู้ตาม หลักสตู รสถานศึกษา

5. ครรู ้อยละ 80 ขนึ้ ไป มีการจดั สอนซอ่ มเสริมให้แกน่ ักเรียนที่มขี ้อบกพรอ่ งทางการเรยี น รวมทงั้ มีการ
วิจัยในชน้ั เรียนเพื่อพัฒนาการจัดการเรยี นการสอน หรือแกไ้ ขปัญหาการเรยี นรู้ของนักเรียนรายกล่มุ หรือ
รายบุคคล ดังแสดงในทำเนียบงานวจิ ยั ในช้ันเรียนโรงเรียนวดั สว่างอารมณ์ ประจำปี 2562 – 2564

6. ข้อมลู ครูทข่ี ้อมูลครูทีท่ ำวจิ ยั ในชั้นเรียน

ตารางแสดงข้อมูลครูท่ที ำวจิ ยั ในชนั้ เรยี น

ปีการศกึ ษา จำนวนครูทงั้ หมด (คน) จำนวนครทู ่ีทำวจิ ัยในช้นั คิดเปน็ ร้อยละ
เรยี น (คน)
2562 10 8 80%
2563 10 9 90%
2564 8 8 100%
เฉลยี่ 9.3

3. ครมู ีความมงุ่ มนั่ ในการปฏิบัติงาน อุทิศตนในการพฒั นานักเรียน มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ตาม
จรรยาบรรณวชิ าชพี และเป็นแบบอย่างทีด่ ี

การดำเนนิ งาน

ครูโรงเรียนวดั สว่างอารมณ์ มีความตง้ั ใจ ทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ีและ รับผิดชอบ
กิจกรรม การเรียนการสอนพัฒนานกั เรยี น ปอ้ งกันแก้ไขปัญหานกั เรยี นเป็นรายบุคคลเหมาะสมตาม ศกั ยภาพ
เพ่ือให้นกั เรียนเกิดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น มีคณุ ลกั ษณะตามนโยบายทางการศึกษา และครูปฏิบตั ิ คน มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม เปน็ แบบอยา่ งท่ีดี ยึดม่นั ปฏิบตั ิตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู มคี วามสัมพันธ์ ท่ีดี กับนักเรียน
ผู้ปกครอง และชมุ ชน โดยดำเนินการ ดังน้ี

1) ด้านความต้ังใจ ทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการปฏิบัตหิ นา้ ทแ่ี ละรบั ผดิ ชอบกจิ กรรม การเรียน การสอน

เพื่อพฒั นานักเรียนโดยครูโรงเรียนวัดสวา่ งอารมณ์ ได้มกี ารจดั ทำแผนการจดั การเรียนการสอนและ มีการพฒั นา
สอ่ื นวัตกรรมเพอื่ ประกอบการจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ใู ห้มีความแปลกใหม่ กระตุน้ ให้ผเู้ รียนมีความ สนใจในการ
เรยี นมากข้ึน

2) ด้านการป้องกนั แก้ไขปัญหานกั เรยี นเป็นรายบคุ คลให้เหมาะสมตามศักยภาพ เพ่อื ให้ นกั เรยี นเกิด
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและมีคุณลักษณะตามนโยบายทางการศึกษา โดยครูโรงเรยี นวดั สวา่ งอารมณ์ ได้มีการ
จดั ทำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรยี น (SDQ) กจิ กรรมการเยย่ี มบา้ นนักเรยี น รวมถงึ การจัดทำ งานวจิ ยั ในชน้ั เรียน
เพ่อื แก้ไขปัญหานักเรียนเปน็ รายบุคคล

3) ดา้ นการปฏบิ ัติตน มีคุณธรรม จริยธรรม เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี ยดึ ม่นั ปฏิบตั ติ นตาม จรรยาบรรณวชิ าชพี
ครู ครโู รงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ไมเ่ คยถกู ลงโทษทางวนิ ัย และยงั มีการส่งเสริมการเปน็ แบบอย่างท่ดี ี

4) ดา้ นการมีความสัมพันธ์ทดี่ ีกับนักเรียน ผ้ปู กครอง และชุมชน (ประชมุ ผู้ปกครอง, เยย่ี ม บา้ นนักเรียน)
ซ่งึ ทางโรงเรียนวดั สว่างอารมณื ได้มีการจดั กิจกรรมการประชุมผปู้ กครองและการเย่ียมบ้านใน ระหวา่ งภาคเรยี น
เพอื่ เปน็ การแลกเปล่ยี นข้อมูล ปัญหา ความคิดเห็น ระหว่างครกู บั ผปู้ กครอง

ผลการพฒั นา

1. ครูรอ้ ยละ 80 ข้ึนไปมีความตง้ั ใจ ทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการปฏิบตั ิหนา้ ท่แี ละรับผดิ ชอบ กจิ กรรม
การเรียนการสอนเพ่ือพฒั นานักเรียน ดังข้อมูลต่อไปน้ี

2. ครูร้อยละ 80 ขึน้ ไป มีการจดั อบรมระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นและแก้ไขปัญหานักเรียน เปน็
รายบุคคลให้เหมาะสมตามศักยภาพ เพื่อใหน้ กั เรียนเกดิ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น และมคี ุณลักษณะตาม นโยบาย
ทางการศกึ ษา

3. ครรู อ้ ยละ 80 ข้นึ ไป มีความสัมพันธท์ ่ีดีกับนักเรยี น ผูป้ กครอง และชุมชน (ประชุม ผูป้ กครอง, เยี่ยม
บา้ นนักเรยี น) ดงั นี้

7. ข้อมลู การส่งบนั ทึกการเย่ียมบ้านนกั เรยี น ปี 2562 - 2564

ตารางแสดงข้อมูลการส่งบนั ทึกการเยี่ยมบ้านนักเรียน ปี 2562 – 2564

ปีการศึกษา จำนวนนักเรียนท้ังหมด จำนวนนักเรยี นท่คี รูออก คดิ เป็นรอ้ ยละ
(คน) เยย่ี มบ้าน คน)
2562 191 191 100
2563 180 180 100
2564 191 191 100
เฉลีย่ 187.33 187.33 100

(อ้างองิ : สรุปผลการเยีย่ มบา้ นนกั เรียน ปกี ารศึกษา 2562 - 2564)

4. ครมู กี ารพัฒนาตนเองสม่ำเสมอและการใชก้ ารวจิ ัยเพื่อพฒั นาการเรยี นรู้การดำเนนิ งาน

โรงเรียนวดั สวา่ งอารมณ์ ไดส้ ่งเสรมิ และสนบั สนนุ ใหค้ รูได้รับการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ แสวงหานวัตกรรม
ใหมๆ่ และเทคโนโลยีทางการศึกษามาใชใ้ นการปรับปรงุ ประสิทธิภาพ การเรยี นการสอน วางแผนและพัฒนา
ตนเองตามมาตรฐานวชิ าชีพครูอย่างต่อเนอ่ื ง โดยเนน้ วธิ ีการวจิ ยั เพ่ือพฒั นาการเรียนรขู้ อง นกั เรยี นใหเ้ ต็มตาม
ศกั ยภาพ จดั ทำแผนการจัดการเรยี นรู้ทเ่ี นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ โดยดำเนินการดงั นี้

1) จดั ทำโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน และการจัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้ และการ
วางแผนประเมินผล ให้กับครูทกุ คนในโรงเรยี น โดยจดั ทำแบบฟอร์มแผนการจัดการเรียนรู้ไวบ้ ริการครู บนเพจ
Facebook กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการของโรงเรยี น เพื่อความสะดวกในการใช้

2) จัดทำโครงการพัฒนาศกั ยภาพครูดว้ ยกระบวนการนิเทศ เพอ่ื พัฒนาบุคลากรท่สี ามารถทำ การนิเทศ
และมสี ่วนร่วมในการนิเทศอย่างกลั ยาณมิตร และพัฒนาครูและบคุ ลากรท้งั ระบบให้สามารถจดั การ เรียนการสอน
ไดอ้ ยา่ งมคี ุณภาพ

3) จัดทำโครงการส่งเสรมิ ครทู ำวิจัยเพอื่ พฒั นาคุณภาพการศึกษา สำหรับครูทีส่ นใจ

4) ส่งเสรมิ และสนับสนุนให้ครูเขา้ รบั การพัฒนาตนเองอย่างตอ่ เนื่อง ตามความสนใจ ท้ังภายใน ซึง่ จัดโดย
สถานศึกษา และภายนอก ท่ีจัดโดยหน่วยงานอน่ื ๆ

5) สง่ เสริมสนับสนนุ ให้ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ไปศึกษาดงู าน แหลง่ เรียนรแู้ ละ สถาบันทาง
การศกึ ษาอน่ื ๆ หรือหน่วยงานอ่ืน ๆ

ผลการพฒั นา

ครูร้อยละ 80 ขึ้นไป วางแผนและดำเนินการพฒั นาตนเองตามมาตรฐานวิชาชพี ครูอย่าง ต่อเนือ่ ง โดยเนน้
วิธกี ารวจิ ยั เพื่อพัฒนาการเรยี นรู้ของนักเรยี นใหเ้ ตม็ ตามศักยภาพ สง่ ผลให้ครมู ผี ลงานวจิ ัยใน ชนั้ เรยี น ดงั ตอ่ ไปน้ี

8. ข้อมลู ครมู ีการพัฒนาตนเองเฒ่าเสมอและใชก้ ารวจิ ัยเพื่อพฒั นาการเรยี นรู้
ตารางแสดงข้อมลู ครูมีการพัฒนาตนเองสมำ่ เสมอและใช้การวจิ ยั เพอ่ื พัฒนาการเรยี นรู้

ปกี ารศกึ ษา จำนวนครูท้งั หมด (คน) จำนวนครทู ่ีทำวิจัยในช้นั คดิ เป็นรอ้ ยละ
เรียน (คน)
2562 10 8 80%
2563 10 9 90%
2564 8 8 100%
เฉลยี่ 9.3

4.2.5 จัดสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพและสังคมทีเ่ อ้ือต่อการจดั การเรยี นรู้
สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพทั้งภายในและภายนอกห้องเรยี น และ สภาพแวดลอ้ มทาง
สังคมทเ่ี อือ้ ต่อการจดั การเรียนรู้ และมีความปลอดภยั
การบริหารงานอาคารสถานท่ีของโรงเรยี นวัดสว่างอารมณ์ เก่ียวกับการให้ บริการดา้ น อาคารสถานท่ี
วสั ดอุ ุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกประจำอาคาร การให้บริการ ด้านสาธารณูปโภคและ สง่ิ แวดลอ้ ม ตลอดจน
สามารถพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ มให้สวยงาม สามารถใหบ้ ริการแก่คณะครู นักเรียน บุคลากร ทางการศึกษา และผทู้ มี่ า
ติดตอ่ ราชการกบั โรงเรยี น ดงั นี้
1. อาคารสถานที่ทุกแห่งมีความสะอาดปลอดภยั ถูกสุขลักษณะ มน่ั คงแข็งแรงเหมาะสม แกก่ ารทำ

กจิ กรรม
การบริหารงานอาคารสถานท่ีจัดดำเนินการให้อาคารเรยี น อาคารประกอบและสถานท่ีมี หอ้ งเรียน หอ้ ง
สุขา โรงอาหารสะอาดถูกสขุ ลักษณะ ปลอดภยั อาคารมีความมน่ั คงแข็งแรง จัดสถานท่ีให้ นกั เรยี นไดท้ ำกจิ กรรม
เหมาะสม ทั้งเป็นรายบุคคล รายกลุ่ม อปุ กรณ์และสิ่งอำนวย ความสะดวกประจำอาคาร ประกอบด้วยโต๊ะ เก้าอี้
ป้ายนเิ ทศ อุปกรณ์ไฟฟ้าครบถ้วนปลอดภยั สวนหย่อมที่สามารถใหน้ ักเรยี นช่นื ชม พักผ่อน จดั กจิ กรรมตา่ ง ๆ อยู่
ในสภาพดี ปลอดภยั มีการซ่อมบำรงุ และดูแลรกั ษาอย่างเหมาะสมทนั ต่อเหตุการณ์ มรี ะบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า
ประปา อยูใ่ นสภาพใชก้ ารได้ดี ปลอดภัย มรี ะบบการปอ้ งกันอันตรายท่ีเตรียมพร้อม ใชง้ านไดต้ ลอดเวลา โดยมี
การมอบหมายหนา้ ที่การดแู ลรกั ษาความสะอาดอาคารเรียน สวนหย่อมประจำอาคาร เรียน โดยคำนึงถึงความ
สะอาด เปน็ ระเบยี บ ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย
2. อปุ กรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกประจำอาคารมีปริมาณเพียงพอ รอบบรเิ วณ อยู่ใน สภาพดี
สะอาดและปลอดภยั
การจดั การด้านอปุ กรณแ์ ละสง่ิ อำนวยความสะดวกประจำอาคารเรียนมีปรมิ าณเพยี งพอ อยู่ในสภาพดี
สะอาดและปลอดภยั เพยี งพอกบั จำนวนนกั เรียน นอกจากนีโ้ รงเรียนยังไดม้ อบหมายการดแู ล รักษาความสะอาด
การกำจัดขยะมูลฝอย ตลอดจนการแยกขยะอย่างถกู วธิ ี ปลกู ฝงั และ สรา้ งจิตสำนึกให้ทุก คนมีส่วนร่วมในการ
รักษาความสะอาด การดำเนินการกิจกรรม 5 ส ทุกอาคาร ส่งผลให้อปุ กรณ์ สิ่งอำนวย ความสะดวกประจำอาคาร
ได้รับการดูแลให้ใช้การไดด้ ี และมีปริมาณเพียงพอตามอาคารตา่ ง ๆ

โต๊ะ เก้าอี้ นักเรยี นมีโตะ๊ เกา้ อเ้ี พยี งพอสำหรับกจิ กรรมการเรียนการสอน

อ่างลา้ งมือ นักเรยี น ครู บุคลากร ทุกคนใช้อา่ งล้างมือ
พัดลม เคร่ืองปรับอากาศ มีพดั ลมและเครื่องปรบั อากาศท่เี ออื้ ต่อการเรียนขการสอน
ถงั ดับเพลงิ ประจำอาคารเรียน มีพรอ้ มใช้เพ่ือความปลอดภยั แก่นกั เรยี นและบคุ ลากรทุกอาคาร

3. การจดั ระบบซอ่ มบำรุงและดแู ลรักษาอย่างเหมาะสม ทนั ต่อเหตุการณ์

โรงเรยี นมีระบบการซ่อมบำรงุ อาคารสถานที่ วสั ดอุ ุปกรณอ์ ำนวยความสะดวกในหอ้ งเรยี นและ อาคาร
เรียน โดยครูผรู้ ับผิดชอบอาหารจะรายงานขอซ่อมปรับปรงุ อาคารสถานทใี่ ห้อยูใ่ นสภาพปกติ

จากการดำเนินการจดั ระบบการซ่อมบำรุงและดแู ลรกั ษาอยา่ งเหมาะสม ทนั ต่อเหตุการณ์ ทำ ให้โรงเรียนมี
วสั ดุอุปกรณ์ใช้งานได้อยา่ งสะดวกรวดเร็วทนั ตอ่ การใชบ้ ริการของนักเรียนและครดู งั รายละเอียด ตามตารางดังนี้

การซอ่ มแซม บำรงุ ดแู ลอาคารสถานท่ี

ปี พ.ศ. 2562 ปี พ.ศ. 2563 ปี พ.ศ. 2564

4. ระบบสาธารณูปโภคอยู่ในสภาพใช้การไดด้ ี ปลอดภัยและมรี ะบบป้องกนั อนั ตราย

การบรกิ ารดา้ นสาธารณูปโภคอยใู่ นสภาพใช้การไดด้ ี ปลอดภยั และมรี ะบบป้องกนั อันตราย การจัดการน้ำดื่ม
น้ำใช้โรงเรียนบรกิ ารน้ำดม่ื ทสี่ ะอาด งานอนามัยโรงเรียนร่วมกบั นกั เรยี นแกนนำคุ้มครอง ผบู้ รโิ ภคและ อย.น้อย
ตรวจสิ่งปนเป้อื นในน้ำด่ืม ทำใหน้ กั เรยี นมนี ำ้ ด่ืมสะอาดและมปี ริมาณเพียงพอ ผ่านการ ตรวจสอบวา่ มคี วาม
ปลอดภัย มกี ารตรวจซอ่ ม ระบบไฟฟา้ อย่างสม่ำเสมอ

น้ำดื่ม นักเรียนมนี ้ำดื่มสะอาดเพียงพอต่อการดม่ื

น้ำใช้ นกั เรยี นมีนำ้ ใช้ในการปฏิบัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ห้องนำ้ ห้องส้วม โรงอาหารสะอาด เพียงพอ

ไฟฟา้ โรงเรียนมีระบบไฟฟา้ ที่ไดม้ าตรฐานปอ้ งกันอัตราย สะพานไฟ อัตโนมัติ ปลก๊ั ไฟอยูใ่ นสภาพใช้การไดด้ ี
นกั เรียน บคุ ลากรใช้ไฟฟา้ อย่างประหยัดและเหมาะสมทำให้สะดวกสบายในการใช้งาน

โทรศพั ทภ์ ายในโรงเรยี น โรงเรียนมกี ารใชโ้ ทรศัพทม์ ือถือในการติดต่อส่อื สารไดอ้ ย่างรวมเร็ว ทนั เหตุการณ์

4.2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ สนบั สนนุ การบริหารจดั การและการจดั การ เรียนรู้
สถานศกึ ษาจัดระบบการจัดหา การพัฒนาและการบรกิ าร เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือใช้ใน การบริหาร

จดั การและการจัดการเรียนร้ทู เี่ หมาะสมกับสภาพของสถานศกึ ษา
การดำาเนนิ การ
โรงเรยี นวัดสว่างอารมณ์ มรี ะบบการจดั หาเทคโนโลยสี ารสนเทศโดยงานคอมพวิ เตอร์ ร่วมกับ

คณะกรรมการงานเทคโนโลยสี ารสนเทศดำเนินการแก้ปัญหาการใชท้ รพั ยากรสารสนเทศและ เทคโนโลยี
สารสนเทศกำหนดคุณลักษณะของฮารด์ แวร์และซอฟต์แวร์ให้มีคณุ ภาพสงู สุดเพื่อสนับสนนุ ครู นักเรียนได้ใช้
ทรพั ยากรสารสนเทศและเทคโนโลยสี ารสนเทศให้เกิดประโยชนส์ ูงสดุ โดยจดั การ HARDWARE และSOFEWARE
ให้มีความปลอดภัยใช้งานง่ายและเช่อื ถือไดข้ องอปุ กรณ์แสดงวธิ ีการทำให้มีความปลอดภัย เชื่อถือได้และวิธีการทำ
ให้ใช้งานงา่ ย

4.3 ระบบประกนั คณุ ภาพภายในมปี ระสทิ ธิผล กอ่ ให้เกดิ คุณภาพด้านกระบวนการจัดการ เรียนการสอน
ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อย่างเปน็ รูปธรรม ในระยะ 3 ปี ทส่ี ะท้อนการพัฒนาสงู ขน้ึ อย่าง ตอ่ เน่อื ง

4.3.1 จดั การเรียนร้ผู า่ นกระบวนการคดิ และปฏิบัติจรงิ และสามารถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ น
การดำเนนิ ชีวติ

การดำเนินการ
โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดของ หลักสูตรสถานศึกษาท่ี
เน้นใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ รียนรูโ้ ดยผา่ นกระบวนการคดิ และปฏบิ ัตจิ ริง มีแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี สามารถนำไปจัดกิจกรรม
ได้จริง มีรูปแบบการจัดการเรียนรู้เฉพาะสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นและต้องการความ ช่วยเหลือพิเศษ ผู้เรียนได้รบั
การฝึกทักษะ แสดงออกแสดงความคิดเห็น สรุปองค์ความรู้ นำเสนอผลงานและ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต
ได้ ดงั น้ี
ครูผู้สอนทุกคน ของโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ มีการจัดการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดของ
หลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง มีแผนการจัด การเรียนรู้ ที่
สามารถนำไปจดั กิจกรรมไดจ้ รงิ มีรูปปบบการจดั การเรยี นรู้ เฉพาะสำหรบั ผ้ทู จ่ี ำเป็นตอ้ งไดร้ ับ การชว่ ยเหลอื พิเศษ
ผู้เรียนได้รับการฝึกทักษะ แสดงออกความคิดเห็น สรุปองค์ความรู้ นำเสนอผลงานและ สามารถนำไปประยุกต์ใช้
ในชวี ติ ได้ โดยนักเรยี นไดค้ ิดวเิ คราะห์และลงมือปฏบิ ัติจรงิ ได้มาก มกี ารใช้ กระบวนการกล่มุ และแหล่งการเรียนรู้ท่ี
หลากหลายในการสอนได้มากจัดสอดคล้องกับแผนการเรียนรู้ ครอบคลุมทกุ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดำเนนิ ได้สอดรับ
กนั ทั่วทัง้ สถานศกึ ษา โดยเปน็ ท่ปี ระจกั ษ์จากผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน
1) มีการจดั การเรียนการสอนท่ีเน้นนกั เรยี นได้คิดวิเคราะหแ์ ละลงมือปฏบิ ตั จิ ริง

โรงเรียนได้มอบหมายนโยบายการจัดการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการคิดทั้งกิจกรรมและ เครื่องมือ
สำหรับการวัดและประเมินผล ครูจึงได้จัดการเรียนการสอนที่ให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์ และลงมือ ปฏิบัติจริง
ได้มาก มีการใช้กระบวนการกลุ่มและแหล่งการเรยี นร้ทู ่หี ลากหลายในการสอนได้ค่อนขา้ งมาก จัดได้ สอดคล้องกับ
แผนการเรียนรู้ ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ดำเนินการได้สอดรับกันกับทุกกลุ่มสาระ โดย ได้มีการจัดทำ
แผนการเรยี นรู้ที่ฝึกทักษะการคิดวเิ คราะหแ์ ละกระบวนการกลุ่มในรูปแบบกจิ กรรม แบบฝึกหดั แบบทดสอบ การ
ทำงานเป็นทีม การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย ฯลฯ ซึ่งมีผลงานนักเรียนเป็นที่ประจักษ์ และ ในการจัดการเรียน
การสอนท่ีใหน้ กั เรียนคดิ วเิ คราะหแ์ ละลงมอื ปฏบิ ตั ิจริงโดยใช้กระบวนการกลมุ่ และแหลง่ การเรียนรูท้ ่หี ลากหลาย

2) มีการใช้กระบวนกลมุ่ และแหล่งการเรียนรู้ท่หี ลากหลาย
การจัดการเรียนการสอนของครูกลุ่มสาระต่าง ๆ ได้มีการจัดการเรียนรู้โดยกระบวนการกลุ่ม เป็น

กระบวนการเรียนรู้ท่ีนักเรยี นได้รบั ความรู้จากการลงมือรว่ มกนั ปฏิบัติเป็นกลุ่มกลุ่มจะมีอทิ ธิพลต่อการ เรียนรู้ของ
นักเรียนแต่ละคน และสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มก็มีอิทธิพลและปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกันทั้งนี้เพื่อเ ปิด โอกาสให้
ผู้เรียนเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่มและมีบทบาทในการเรียนจะชว่ ยใหน้ ักเรียนมีความพร้อม มีความ กระตือรือร้น และมี
ความสุขในการเรยี นผูเ้ รยี นได้รับการพัฒนาทางดา้ นวิชาการและทักษะทางสังคม เช่น ทักษะมนุษย์สัมพันธ์ทักษะ
กระบวนการกลมุ่ และผเู้ รยี นมคี วามพรอ้ มสามารถดำรงชีวติ ในสังคมประชาธปิ ไตย ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ















ภาพการจัดการเรยี นรู้ และกิจกรรมตา่ งๆผ่านกระบวนการคดิ และลงมอื ปฏบิ ตั ิจรงิ
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจำวัน

แหล่งเรยี นรู้ภายในและภายนอกโรงเรียน

ขอ้ มูลการใชแ้ หล่งเรยี นรู้ภายในโรงเรยี น

แหล่งเรยี นรภู้ ายใน สถติ ิการใช้ เปา้ หมาย จดุ ประสงค์
(คน)
โรงเรียน จำนวนครั้ง/ปี 189 - เพื่อใหน้ ักเรยี นได้ศึกษาคน้ คว้าความรู้ในศาสตร์ต่างๆ
189 - เพอ่ื ให้นักเรยี นได้ศกึ ษาและฝึกกระบวนการกลุ่มในการสืบค้น
หอ้ งสมดุ โรงเรยี น ตลอดปีการศึกษา 189 และทำงานทไี่ ด้รับมอบหมาย
- เพ่อื ใหน้ ักเรียนไดเ้ รียนรู้เก่ยี วกบั การปลกู พืชผกั สวนครัว และ
สวนเกษตรพอเพียง ตลอดปีการศกึ ษา 189 การขยายพันธุต์ ้นไมช้ นิดตา่ งๆ
(ผกั สวนครัว) - เพ่ือนำผลผลิตท่ีได้ไปบรโิ ภคและแจกจ่าย
189 - เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นได้เรียนรู้เก่ยี วกบั ขั้นตอนและวธิ ีการเพาะเห็ด
โรงเพาะเห็ด ตลอดปีการศึกษา นางฟา้
189 - เพื่อนำรายไดจ้ ากการขายเห็ดนางฟ้าไปเปน็ ทุนการศึกษา
บอ่ ปุ๋ยหมัก เทอมละ 3 คร้งั 189 สำหรับนกั เรียน
- เพื่อให้นักเรียนไดเ้ รียนรู้ขน้ั ตอนและวธิ กี ารทำปุย๋ หมักจาก
ธนาคารขยะ เดอื นละ 1 ครั้ง อนิ ทรียว์ ัตถุ เชน่ ใบไม้ ก่ิงไม้ เศษอาหารท่เี หลือจากโครงการ
อาหารกลางวัน
ห้องคอมพิวเตอร์ ตลอดปกี ารศึกษา - เพือ่ ลดปริมาณขยะอนิ ทรีย์ภายในโรงเรยี น
ห้องวิทยาศาสตร์ ตลอดปีการศึกษา - เพอ่ื นำปยุ๋ หมักจากการทำกิจกรรมนี้ไปใช้ในงานเกษตรของ
โรงเรียน
- เพื่อให้นักเรียนได้เรยี นรู้กระบวนการการคัดแยกขยะให้
ถกู ต้องตามประเภท
- เพื่อนำรายได้จากการขายขยะรีไซเคลิ มาเปน็ ทนุ การศึกษา
สำหรบั นกั เรียน
- เพื่อให้นักเรยี นได้ฝึกทักษะท่ีเกยี่ วข้องกับการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ
- เพื่อให้นักเรียนมคี ุณสมบัตขิ องพลเมอื งในศตวรรษท่ี 21
-เพ่อื ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้
ฝกึ การใช้วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์

ข้อมลู การใชแ้ หล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียน

แหลง่ เรยี นรู้ภายในโรงเรียน สถติ ิการใช้ เปา้ หมาย จุดประสงค์
เข่อื นปา่ สักชลสทิ ธ์ิ จำนวนครัง้ /ปี (คน)
154 - เพอื่ ใหน้ ักเรยี นได้ศึกษาสายพันธุป์ ลานำ้ จืดทอ่ี าศัยอยใู่ นลุ่ม
1 น้ำป่าสัก ซง่ึ เป็นแหล่งนำ้ ท่ีอยู่ใกล้โรงเรยี น
189 - เพื่อใหน้ ักเรยี นได้รู้ถงึ ความสำคัญของเข่ือนปา่ สักชลสทิ ธิ์ ต่อ
สวนสตั วน์ ครราชสมี า 1 189 การเกษตรและการผลติ ไฟฟ้า
พิพธิ ภณั ฑ์ไม้กลายเปน็ หิน 1 90 - เพื่อให้นักเรียนไดเ้ รียนรเู้ กย่ี วกับสิ่งมีชวี ติ ชนดิ ต่างๆ
ศนู ย์วิสาหกจิ ชุมชนบา้ นโคกล้อ 2 - เพอื่ ใหน้ ักเรยี นไดเ้ รยี นรู้ระบบนเิ วศแบบต่างๆ
189 -เพ่อื ให้นักเรยี นไดเ้ รียนรเู้ กีย่ วกับความเป็นมาของโลกและสัตว์
วดั ราษฎร์ศรทั ธาธรรม 10 189 ชนดิ ต่างๆ
3 189 - เพอ่ื ให้นักเรยี นไดเ้ รยี นรู้เกย่ี วกับการทำก้อนเชื้อเหด็ และ
วัดนารายณ์ทรงธรรม 3 30 กระบวนการเพาะเหด็
1 - เพอื่ ใหน้ ักเรียนได้เรียนร้เู กี่ยวกบั การทำขา้ วเกรียบจากเห็ด
วัดโคกมะขามป้อม และผลติ ภณั ฑแ์ ปรรปู จากเหด็
- เพ่อื ใหน้ ักเรียนได้เรยี นรู้ถงึ ประเพณีวฒั นธรรมทอ้ งถิน่
สำนกั งานเกษตรอำเภอ - เพ่ือให้นักเรียนไดเ้ รียนรู้เกยี่ วกบั ศาสนพิธี
ชยั บาดาล - เพอื่ ใหน้ ักเรยี นไดเ้ รยี นรู้ถึงประเพณีวฒั นธรรมท้องถ่ิน
- เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นได้เรยี นรู้เกี่ยวกับศาสนพธิ ี
- เพือ่ ใหน้ ักเรยี นไดเ้ รยี นรู้ถึงประเพณีวฒั นธรรมทอ้ งถิ่น
- เพอ่ื ใหน้ ักเรียนไดเ้ รียนร้เู ก่ยี วกบั ศาสนพิธี
- เพอ่ื ให้นักเรียนไดเ้ รยี นรู้เกี่ยวกบั งานเกษตรในชวี ติ ประจำวัน
- เพอ่ื ใหน้ ักเรียนได้เรยี นรเู้ ก่ยี วกับการเพาะถวั่ งอกคอนโด

ปราชญ์ชาวบ้าน/ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวฒุ ิทส่ี ถานศึกษาเชญิ มาให้ความรแู้ ก่ครู นักเรียน

ท่ี ชื่อวิทยากร สถิติการใช้ เร่อื ง/หัวข้อ หมายเหตุ

จำนวนคร้งั /ปี

1 นายบัณฑติ น้อยเจริญ 4 การทำปยุ๋ หมักจากอนิ ทรียว์ ตั ถุ

2 อาจารยน์ ราศักด์ิ บญุ มี 6 การเพาะเหด็ นางฟา้ /เกษตร

(อาจารยจ์ ากมหาวทิ ยาลัยราชภัฎพระนคร) อนิ ทรีย์

3 อาจารย์ ดร.สุธาทิพย์ ทองเล่ม 1 การทำธปู สมุนไพร/ยาหม่อง

อาจารย์ ดร.วรวดี สุชยั ยะ สมุนไพร

อาจารย์ ดร.เจรญิ พร โชคบริบาล

(อาจารยจ์ ากมหาวิทยาลยั ราชภัฎพระนคร)

4 นางสาวสมพศิ รงุ่ เรือง 2 การทำข้าวเกรยี บ

นางสาวสอาด รุง่ เรอื งนางสาวศศิชา ศรสทิ ธิ์

5 นายยงยศ น้อยเจรญิ 1 การทำผลติ ภัณฑส์ มุนไพร

6 นางอภิญญา นอ้ ยเจริญ 1 การทำยาหม่องนำ้

7 นางนวลฉวี ตกึ ด่าน 1 การนวด/ฤาษดัดตน

8 นางสาวทวีรตั น์ ช้างร้าย 1 การนวน/ฤาษดี ัดตน

4.3.2 ใช้ส่อื เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหล่งเรยี นรู้มี่เอ้ือต่อการเรยี นรู้

มีการใชส้ ื่อ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหล่งเรยี นรู้ รวมทงั้ ภูมปิ ญั ญาท้องถิ่นมาใชใ้ นการจัดการเรยี นรูโ้ ดย
สร้างโอกาสใหผ้ ู้เรยี นได้แสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองจากสอื่ ท่ีหลากหลาย

สอื่ มบี ทบาทสำคญั ต่อการจัดการเรียนรูใ้ หก้ ับผ้เู รียน เพราะสงั คมปจั จุบันเป็นสังคมแห่งการเรียนรูแ้ บบไร้
พรมแดน ส่อื ประเภทเทคโนโลยสี ารสนเทศจึงเข้ามามีบทบาทมากขน้ึ ดงั นน้ั ครผู ูส้ อนจงึ จำเปน็ ทต่ี อ้ งวิเคราะห์
วินจิ ฉัยและตดั สนิ ใจเลอื กใชส้ ่ือใหเ้ หมาะสมกับวัยของผเู้ รียนและธรรมชาตวิ ชิ าทีส่ อนท้ังน้ีครูผู้สอนต้องจัดหาวสั ดุ
ในท้องถิน่ โดยเนน้ ใชส้ ื่อใกลต้ ัวและแหลง่ เรียนรทู้ ่ีเออ้ื ต่อการเรยี นรู้ของผ้เู รยี นมีการดำเนินการดงั น้ี

1. การสง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มในการวางแผนจัดหาและผลติ สื่อและเทคโนโลยเี พื่อการเรยี นรูร้ ะหวา่ ง
สถานศกึ ษากบั ครแู ละผ้ปู กครองหรอื ชุมชน

2. การใช้และพฒั นาสอื่ ในการจัดการเรยี นการสอน
3. ระบบการให้บริการ การใช้ และการบำรงุ รักษาส่ือและเทคโนโลยเี พื่อการบรกิ าร
4. การขยายผลการใช้สอ่ื ทม่ี ีคณุ ภาพและเผยแพรแ่ ก่ผสู้ นใจ

5. แหล่งเรียนรู้ท่เี อ้ือต่อการเรียนรู้

นอกจากนี้โรงเรียนยงั มีหอ้ งปฏิบตั กิ ิจกรรมต่าง ๆ เพอ่ื สง่ เสรมิ การเรยี นการสอนและเพอื่ ส่งเสรมิ
การใช้และการผลิตสื่อรวมทั้งการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญจึงได้เกิดแหล่งเรียนรู้ในการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนมากมายซึ่งแหล่งเรียนรู้เหล่านี้มีความพร้อมและเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งจะได้รับการ
ยอมรับจากนักวชิ าการและชุมชนเป็นอย่างมากซึ่งหอ้ งปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ห้องศูนย์วิทยาศาสตร์ ห้องศูนย์
ภาษาไทย ห้องศูนย์คอมพิวเตอร์ ห้องศูนย์ภาษาต่างประเทศ ห้องศูนย์คณิตศาสตร์ ห้องศูนย์อาเซียน ห้องศูนย์
แนะแนว ห้องสมุดโรงเรียน ห้องศูนย์อาชีพ ห้องศูนย์เรียนรวม ห้องคหกรรม สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน ศูนย์
การเรยี นรอู้ าชีพพอเพยี ง หอ้ งศนู ย์เศรษฐกจิ พอเพยี ง ห้องศูนยพ์ ันธุไ์ ม้ในโรงเรียน

4.3.3 มีการบรหิ ารจัดการชั้นเรียนเชงิ บวก
การดำเนนิ การ
ครผู ู้สอนทกุ คน ของโรงเรียนวัดสวา่ งอารมณ์ มีการบริหารจัดการชัน้ เรียน โดยเนน้ การมี
ปฏสิ ัมพนั ธ์เชงิ บวกให้เด็กรักครู ครูรกั เด็ก และเดก็ รักเด็ก เด็กรกั ทจ่ี ะเรยี นรู้ สามารถเรียนรู้ร่วมกันอยา่ งมีความสขุ
1. ครูมกี ารวิเคราะห์นักเรยี นเปน็ รายบุคคล
ครรู อ้ ยละ 90 ของโรงเรียนวดั สว่างอารมณ์ มกี ารศกึ ษาวิเคราะหนักเรียนเปน็ รายบคุ คล มีการติดตามและ
พัฒนาศักยภาพนักเรียนได้ครบถ้วนทุกคนและสม่ำเสมอ โดยในการจัดการเรียนการสอน ได้คำนึงถึงความ
แตกตา่ งของนักเรียนแต่ละคนที่มีพื้นฐานของชีวติ ท่ีไมเ่ หมือนกันพฤติกรรมมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านบวก และ
ด้านลบการศึกษาข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับตัวนักเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญท่ีจะช่วยให้ครูที่ปรึกษา/ครูประจำชั้นมีความ
เข้าใจนักเรียนมากขึ้น สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อการคัดกรองนักเรียน จะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริม
การป้องกนั และแก้ไขปญั หานักเรียนได้อยา่ งถูกทาง ซ่งึ เปน็ ขอ้ มูลเชิงประจักษ์ เพอ่ื ประโยชน์ในการออกแบบการ
จัดกจิ กรรมการเรียนการสอน และการดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี นได้อย่างเหมาะสมมีประสิทธภิ าพซึ่งครทู ่ีปรึกษาควรมี
ข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียนในด้านความรู้ ความสามารถได้แก่ ด้านการเรียน ด้านความสามารถอื่น ๆ ด้านสุขภาพ
ด้านร่างกาย และด้านจิตใจด้านพฤตกิ รรมดา้ นครอบครัว ด้านเศรษฐกจิ ด้านการเล้ียงดูดา้ นสังคมและด้านอนื่ ๆ ท่ี

ครูเห็นว่าควรจะศึกษาเพิ่มเติม เครื่องมือที่โรงเรียนแนะนำให้ครูใช้เป็นแนวทางสำหรับครูทุกคน มีการศึกษา
วิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล มีการติดตามและพัฒนาศักยภาพนักเรียนได้ครบถ้วนทุกคนและสม่ำเสมอ ทำ
ความรู้จกั นักเรียนเปน็ รายบคุ คลได้แก่

1.1 แบบบันทึกข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในรูปแบบของเอกสารเพื่อการเก็บ
รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยกับตัวนักเรียนโดยนักเรียนเป็นผู้กรอกข้อมูล และครูที่ปรึกษานำข้อมูลเหล่านั้นมาศึกษาทำ
ความรู้จักนักเรียนเบ้ืองต้นหากข้อมูลไม่เพยี งพอ หรือมีข้อสังเกตบางประการ ก็สามารถหาข้อมูลเพิม่ เติม วิธีการ
ต่าง ๆ เช่น กรสอบถามนักเรียนโดยตรง การสอบถามจากครูอื่น ๆ หรือเพื่อน ๆ ของนักเรียน ระเบียนสะสมเป็น
เอกสาร ทแ่ี สดงข้อมูลส่วนตัวของนกั เรียน จงึ ต้องเป็นความลบั และเก็บไวท้ ี่ครูทปี่ รกึ ษา/ครูประจำช้นั

1.2 การใช้การสังเกต คือ การมองลักษณะที่ปรากฏ กิริยา ท่าทาง พฤติกรรมของนักเรียน
อย่างเอาใจใส่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ในห้องเรียน กำลังเรียน อยู่กับเพื่อน อยู่คนเดียว ฯลฯ เพื่อหาข้อมูล
พฤตกิ รรมทส่ี งั เกต เช่น นง่ั เหมอ่ ลอย ไม่มีเพือ่ นสนิท ซึมเศรา้ ประหมา่ /เครียด ฉนุ เฉียว ปวดหวั บอ่ ย พดู ปด กลัว/
วิตกกังวลเกินเหตุ ประพฤติตนเหมอื นเพศตรงข้าม ข่มขู่เพื่อน ทำลายสิง่ ของ อยู่ลำพัง หลบ ๆ ซ่อน ๆ ซูบผอมลง
หรอื ทว้ มข้นึ นัง่ หลบั เวลาเรยี น ขาดเรยี นบ่อย มีรอยแผล/รอยชำ้ ตามร่างกาย การเรยี นตำ่ ลง ฯลฯ

1.3 แบบสอบถาม เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ครูที่ปรึกษาได้ข้อมูลมาและรวดเร็ว จากการตั้ง
คำถามในเรื่องที่ต้องการทราบ เพื่อสืบค้นหาความจริงจากคำตอบของนักเรียน อาทิ เช่น แบบสอบถามนักเรียน
ใหม่ แบบสอบถามท่ฝี า่ ยปกครองเกย่ี วกับตวั นักเรยี น แบบสอบถามเกี่ยวกบั ตนเอง ฯลฯ

1.4 การเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นภารกิจที่ครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษาปฏิบัติตามนโยบาย
ของโรงเรียน เพราะเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน ช่วยให้ครูที่ปรึกษา และผู้ปกครองได้
ทราบข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนร่วมกันทั้งในด้นการเรียน พฤติกรรมเมื่ออยู่ที่บ้านการช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง
ฐานะครอบครัว สัมพันธภาพของครอบครวั การคบเพ่ือน สภาพสงั คม และสิ่งแวดลอ้ มทางบ้าน ฯลฯ ตามสภาพที่
เป็นจริง ทำให้ครูที่ปรึกษารู้จัก เข้าใจ และยอมรับนักเรียนมากขึ้นซึ่งโรงเรียนจะกำหนดเป็นนโยบายให้ครูมีการ
เยี่ยมบ้านอย่างน้อยปีการศึกษาละ 2 ครั้ง และนำข้อมูลมาพิจารณามอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ขาดทุน
ทรพั ย์

1.5 การใผลการเรียนของรายวชิ าที่เกี่ยวข้อ เปน็ อกี วธิ กี ารหนึ่งทีโ่ รงเรียนได้มอบหมายให้ครู
นำไปใช้ในกรณีที่ครูต้องการข้อมูลในหลาย ๆ ด้าน ครูสามารถสอบถามผลการเรียนในรายวิชาที่ผ่านมาจาก
นกั เรยี นหรือเก็บข้อมลู จาก ป.พ.5 ได้ในทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้

1.6 การใช้แบบทดสอบก่อน-หลังเรยี น ในแตล่ ะรายวชิ าของครผู ู้สอน
จากข้อมูลที่ได้ ครูทุกคนมีการศึกษาวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล มีการติดตามและ
พัฒนาศักยภาพนักเรียนได้ครบถ้วน ทุกคนและสม่ำเสมอ จากการใช้เครื่องมืออย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
ครูนำไปใช้ในการจดั กลุ่มนักเรยี น และสามารถใชค้ รละกันในกลุม่ เพือ่ ใหม้ ีการเรียนรู้ร่วมกนั ช่วยเหลือกัน เสมือน
หนึ่งการจำลองสังคมให้นักเรียนเกิดทักษะชีวิตในการอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกันกับเพื่อน ครูจะมีความเข้าใจกรณี
นักเรียนมีปัญหาในการเรียนวา่ ปัญหาดังกล่าวน่าจะเกิดจากสาเหตุใดบ้าง และสามารถร่วมมือกับผู้ปกครองแก้ไข
ได้ จะสง่ ผลใหก้ ารเรียนการสอนเปน็ ไปตามปกติ

การประชมุ ผู้ปกครองนักเรียน
การเยย่ี มบ้านนักเรยี นโดยครูท่ีปรกึ ษา

2. มีการติดตามและพัฒนาศักยภาพนกั เรียนไดค้ รบถ้วนทุกนและสมำ่ เสมอ
กล่มุ บรหิ ารวิชาการ ได้มีการจดั ทำคำสง่ั แต่งตง้ั คณะกรรมการบรหิ ารวชิ าการ คณะกรรมการวดั และ
ประเมินผล ซ่งึ มหี นา้ ท่ตี ดิ ตามและพัฒนาศักยภาพนักเรียนในทกุ ๆ ดา้ น โดยเบ้ืองต้นได้มอบหมายให้หวั หน้ากลุ่ม
สาระกรเรยี นรู้ และครูทุกกลุ่มสาระ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น ไดใ้ หค้ วามดูแล ชว่ ยเหลือตดิ ตามและพฒั นาศักยภาพ
นกั เรียนจากครูในกลุ่มสาระ ซ่ึงเป็นระบบการบริหารของโรงเรยี นวดั สว่างอารมณ ดงั นั้น ครูประจำวิชาและ
หวั หน้ากลมุ่ สาระ จงึ ตอ้ งรว่ มมอื กนั ติดตามและพัฒนาศักยภาพนกั เรยี นอย่างต่อเน่อื ง ครแู ตล่ ะนจะต้องติดตาม
นกั เรยี นท่มี ปี ัญหาดา้ นการเรียนและให้ความช่วยเหลอื ทั้งในรูปแบบและนอกรปู แบบ ในระหว่างการเรยี นการสอน
ภายหลังการวดั และประเมนิ ผลนกั เรียน หากมนี กั เรยี นทมี่ ีผลการเรยี นติด 0 ร งานวดั ผลและประเมนผล กลมุ่
บรหิ ารวิชาการจะประสานกบั ครผู ้สู อน เพ่ือร่วมกนั ตดิ ตามและแก้ไข ดว้ ยการสอนเสรมิ หรอื สอบซ่อม

การสอนและการทดสอบเด็กพเิ ศษเรยี นร่วม

4.3.4 ตรวจสอบและประเมนิ ผู้เรียนอยา่ งมรี ะบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรยี น
มีการตรวจสอบและประเมนิ คณุ ภาพกรจดั การเรยี นรู้อย่างเป็นระบบ มีข้นั ตอนโดยใชเ้ คร่ืองมอื และวิธีการ
วัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้ และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนเพื่อนำไปใช้
พัฒนาการเรยี นรู้

การดำเนนิ การ
โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ มีการ่ใช้เครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและ
หลากหลาย ครอบคลุมกรประเมนิ พฤติกรรมของนักเรยี นทุกด้าน มกี ารกำหนดเกณฑ์กรตดั สนิ ผลการเรียนรายวิชา
เป็นรายภาพ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพนักเรียน มีระบบการรางานผลการเรียนต่อนักเรียน ผู้ปกครองและชุมชนท่ี
ชดั เจนและมีประสทิ ธิภาพ รวมทัง้ นำผลการเรยี นไปพัฒนานกั เรยี น พัฒนาการสอนและพฒั นาหลกั สตู ร
ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนจะได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัด
เพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้สะท้อนสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนซึ่งเป็น
เป้าหมายหลกั ในการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ โรงเรยี นจะใชผ้ ลการประเมนิ เปน็ ข้อมลู และสารสนเทศ ท่ีแสดง

พัฒนาการความก้าวหน้าและความสำเร็จทางการเรียนของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในระดบั ชั้นเรียนและ
ระดบั โรงเรียน

ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิของครกู ล่มุ สาระการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ จะตอ้ งปฏิบตั ิดงั น้ี
1. ศึกษาวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดจากหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัด
สว่างอารมณ์ กำหนดสดั สว่ นคะแนนระหว่างเรียนกบั คะแนนปลายภาคเกณฑต์ ่าง ๆ และคำนงึ ถงึ คุณลักษระอันพึง
ประสงค์การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งสมรรถนะต่าง ๆ ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในตัว
นกั เรยี น เพ่ือนำไปบูรณาการ สอดแทรกในระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยคำนึงถงึ ธรรมชาตริ ายวิชา
รวมถงึ จุดเน้นของโรงเรยี น
2. จดั ทำโครงสร้างรายวิชาและแผนการประเมนิ ผลรายวชิ า
2.1 วิเคราะห์ตวั ช้ีวัดในแต่ละมาตรฐานการเรียนรู้แล้วจัดกลุ่มตวั ชี้วัดเนื่องจากการวิเคราะห์
ตัวชี้วดั จะช่วยครูในการกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนานักเรยี นและประเมินใหค้ รอบคลุมทุกด้านที่ตัวช้วี ัด
กำหนดหากเปน็ รายวิชาเพ่มิ เติมใหว้ ิเคราะห์ผลการเรยี นรู้ตามทีโ่ รงเรียนกำหนด
2.2 กำหนดหน่วยการเรียนรโู้ ดยเลือกมาตรฐาน/ตวั ชี้วัดทสี่ อดคล้องสัมพันธ์กันหรือประเด็น
ปัญหาที่อยู่ในความสนใจของนักเรียนซึ่งอาจจัดเป็นหน่วยเฉพาะวิชา (Subject unit) หรือหน่วยบูรณาการ
(Integrated unit) แต่ละหน่วยการเรียนรู้อาจนำการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์มา
พัฒนาในหน่วยการเรียนรู้ดว้ ยก็ได้ในขณะเดียวกันครูจะวางแผนการประเมินที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนร้ดู ้วย
กรณที ่ตี ัวชวี้ ัดใดปรากฎอยหู่ ลายหนว่ ยการเรยี นรู้ควรพฒั นาตัวชี้วดั นน้ั ในทุกหนว่ ยการเรียนรู้ ด้วยวิธแี ละเคร่ืองมือ
ท่ีหลากหลายกอ่ นบนั ทึกสรปุ ผลเพื่อสามารถประเมิน นกั เรยี นได้อยา่ งครอบคลมุ
2.3 กำหนดสัดส่วนเวลาเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ตามโครงสร้างรายวิชาโดย คำนึงถึง
ความสำคัญ ของมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัดหรอื ผลการเรียนรู้และสาระการเรยี นรูใ้ นหน่วยการเรยี นรู้
2.4 กำหนดภาระงานหรือชิ้นงานหรือกิจกรรมที่เป็นหลักฐานแสดงออกซึ่ง ความรู้
ความสามารถทส่ี ะท้อนตัวชวี้ ัดหรือผลการเรียนรู้การกำหนดภาระงานหรอื ชนิ้ งานอาจมลี กั ษณะดังน้ี

1) บรู ณาการหลายสาระการเรียนรูแ้ ละครอบคลมุ หลายมาตรฐานการเรยี นรหู้ รือหลาย
ตัวชี้วดั

2) สาระการเรยี นรเู้ ดยี วแต่ครอบคลุมหลายมาตรฐานการเรยี นรู้ หรือหลายตวั ชวี้ ัด
2.5 กำหนดเกณฑส์ ำหรับประเมินภาระงาน/ชนิ้ งาน/กิจกรรมโดยใชเ้ กณฑ์การประเมนิ ผล

ด้วยวธิ ีการและเครอ่ื งมือทเี่ หมาะสม
3. ชแ้ี จงรายละเอยี ดของการวัดและประเมนิ ผลใหน้ กั เรยี นเข้าใจถึงวตั ถุประสงคว์ ธิ ีการ
เครื่องมอื ภาระงานเกณฑ์คะแนนตามแผนการประเมินทก่ี ำหนดไว้
4. การจดั การเรียนรู้ของแต่ละหนว่ ยการเรยี นร้คู วรวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้เปน็ ระยะ
ไดแ้ ก่ ประเมนิ วิเคราะห์นักเรยี นกอ่ นการเรียนการสอนประเมนิ ความก้าวหน้าระหว่างเรยี นและการประเมนิ
ความสำเร็จหลังเรียนโดยมแี นวปฏบิ ตั ิ ดังน้ี

4.1 ประเมินวิเคราะห์นักเรียน เป็นหน้าที่ของครูทุกคนกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อตรวจสอบ
ความรู้ทักษะและความพร้อมด้านต่าง ๆ ของนักเรียน โดยใช้วิธีการท่ีเหมาะสมแล้วนำผลการประเมินมาปรับปรงุ
ซ่อมเสริมหรือเตรียมนักเรียนให้มีความพร้อมและมีความรู้พื้นฐานซึ่งจะช่วยให้การจัดกระบวนการเรียนรู้ของ
นกั เรียนประสบความสำเร็จในการเรียนไดเ้ ปน็ อยา่ งดมี แี นวปฏิบตั ดิ งั น้ี

1) วเิ คราะห์ความรูแ้ ละทักษะท่เี ป็นพ้นื ฐานของเรอื่ งทจ่ี ะเรียนรู้
2) เลือกวิธีการและเครื่องมือสำหรับประเมินความรู้และทักษะพื้นฐานอย่าง
เหมาะสมเช่นการใช้แบบทดสอบการซักถามนักเรียนการสอบถามผู้สอน การพิจารณาผลการเรียนเดิมหรือ
พิจารณาจากผลงาน/ช้ินงานทผี่ ่านมา
3) ดำเนนิ การประเมินความรู้และทกั ษะพื้นฐานของนักเรียน
4) นำผลการประเมินไปพัฒนานักเรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียน เช่น จัดการ
เรียนรู้พื้นฐานสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและเตรียมแผนจัดการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนนักเรียนที่มี
ความสามารถพิเศษ
4.2 การประเมินความก้าวหน้าระหว่างเรียนเป็นการประเมินที่มุ่งตรวจสอบพัฒนาการของ
นักเรียน ในการบรรลุมาตรฐาน/ตัวชี้วัดผลการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้ ที่ครูได้วางแผนไว้เพื่อให้ได้ ข้อมูล
สารสนเทศไปพฒั นาปรบั ปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง และส่งเสริมนกั เรยี นใหม้ ีความรู้ ความสามารถ และเกิดพัฒนาการ
สูงสุดตามศักยภาพ นอกจากนี้ยังใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้ของผู้สอน การประเมิน
ความก้าวหน้า ระหว่างเรียนอย่างต่อเนื่องถูกต้องน่าเชื่อถือ โดยครูเลือกวิธีการวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกบั
ภาระงานหรือกิจกรรมที่กำหนดให้นักเรียนปฏิบัติวิธีการประเมินที่เหมาะสมสำหรับการประเมินความก้าวหน้า
ระหว่างเรียน ได้แก่ การประเมินจากสิ่งที่นักเรียนได้แสดงให้เห็นว่า มีการพัฒนาด้านความรู้ ความสามาถทักษะ
ตลอดจนมีคุณลัษณะอันพึงประสงค์ ที่เป็นผลจากการเรียนรู้ซึง่ ผู้สอนสามารถเลือกใช้วิธีการวัดและประเมินผลได้
หลากหลายดงั นี้
1) เลอื กวิธแี ละเครอื่ งมือการประเมินใหส้ อดคล้องกบั ตัวช้ีวัดหรือผลการเรียนรู้ เชน่ การ
ประเมินด้วยการสงั เกตการณซ์ กั ถามการตรวจแบบฝึกหดั การประเมินตามสภาพจริง การประเมินการปฏิบตั ิ
2) สรา้ งเครอ่ื งมอื วดั และประเมนิ ผลการเรยี นให้สอดคล้องกับวธิ กี ารประเมนิ ท่กี ำหนด
3) ดำเนนิ การวดั และประเมินผลการเรียนควบค่ไู ปกับการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
4) นำผลไปพฒั นานักเรยี น
4.3 การประเมินความสำเร็จหลังเรียนเป็นการประเมนิ เพ่ือมุ่งตรวจสอบความสำเร็จของ
นักเรียนใน 2 ลกั ษณะ คอื
1) การประเมนิ เม่ือจบหน่วยการเรียนรู้เปน็ การประเมินนกั เรยี นในหนว่ ยการเรยี นรู้ ที่ได้
เรียนจบแล้ว เพ่ือตรวจสอบผลการเรียนรู้ของนกั เรียนตามตัวชี้วดั หรือผลการเรียนรพู้ ัฒนาการของนกั เรียน เมอื่
นำไปเปรยี บเทยี บกับผลการประเมินวิเคราะห์นักเรียนทำให้สามารถประเมนิ ศักยภาพในการเรียนรู้ของนักเรียน
และประสทิ ธภิ าพในการจัดการเรยี นร้ขู องครู ข้อมลู ทีไ่ ดจ้ ากการประเมินความสำเร็จภายหลงั การเรียน สามารถ

นำไปใชป้ ระโยชนใ์ นการปรบั ปรงุ แก้ไขวธิ ีการเรียน ของนกั เรยี นการพฒั นากระบวนการจดั การเรียนร้ขู องครหู รือ
ซอ่ มเสรมิ นักเรียนใหบ้ รรลตุ ัวชว้ี ดั หรือผลการเรียนรู้

2) การประเมินปลายภาคเป็นการประเมินผลเพื่อตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนใน
การเรียนรู้ตามตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้และใช้เป็นข้อมูลสำหรับปรับปรุงแก้ไขซ่อมเสริมนักเรียนที่ไม่ผ่านการ
ประเมนิ ตัวชว้ี ดั การประเมนิ ปลายภาค สามารถใช้วิธกี าร และเคร่ืองมือประเมินไดอ้ ย่างหลากหลายและเลือกใช้ให้
สอดคล้องกับตัวชวี้ ดั อาจใชแ้ บบทดสอบชนดิ ต่าง ๆ หรือ ประเมนิ โดยใช้ภาระงานหรือกจิ กรรม

สำหรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนซึ่งเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้นักเรียนทุกระดับชั้นนั้นครูที่
ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบได้ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างมีเป้าหมายนักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามทโี่ รงเรียนกำหนด จงึ จะผ่านเกณฑ์การจบแต่ละระดบั การศึกษา และโรงเรยี นยงั
ได้จัดทำระเบี่ยบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์
และแนวปฏบิ ัตทิ ี่เปน็ ข้อกำหนดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐานเพื่อใหค้ รถู ือปฏบิ ตั ริ ว่ มกัน

4.3.5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการ
เรยี นรู้

ครูและผู้มสี ่วนเกยี่ วข้องร่วมกันแลกเปลยี่ นความรแู้ ละประสบการณร์ วมท้งั ให้ข้อมูลป้อนกลบั
เพอื่ นำไปใชใ้ นการปรับปรงุ และพฒั นาการจดั การเรยี นรู้

การดำเนนิ การ
โรงเรียนวดั สว่างอารมณ์ ได้ใช้ชมุ ชนแห่งการเรยี นร้ทู างวชิ าชีพอยา่ งสรา้ งสรรค์ มาแกป้ ัญหา
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคลา้ ยกัน โดยไดร้ วมกลมุ่ กนั วเิ คราะห์ปัญหา สาเหตุ และร่วมกนั หาทางออกได้
อยา่ งเหมาะสม และนำข้อมูลทีไ่ ดแ้ ลกเปล่ยี นเรียนร้รู ่วมกนั มาพฒั นาการเรยี นการสอนได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ

การรวมกล่มุ PLC
องค์ประกอบที่ 5 การเกดิ วัฒนธรรมคณุ ภาพทสี่ ะทอ้ นการพัฒนาท่ียง่ั ยนื (ประเดน็ พิจารณา 6 ประเดน็ )

คำอธิบาย : ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนกั ในคุณค่า
ของระบบการประกันคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาแสดงภาวะผนู้ ำและเปิดโอกาสให้ผูม้ ีสว่ น
เกย่ี วขอ้ งรว่ มขับเคล่ือนคุณภาพภายในสถานศกึ ษา ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาแสดงภาวะผ้นู ำ และเปิดโอกาสใหผ้ มู้ ีสว่ น
เกย่ี วข้องร่วมขับเคลื่อนคุณภาพสถานศึกษา โดยจดั โครงสร้าง กำหนดบทบาทหน้าที่ ผรู้ ับผดิ ชอบ จดั ทำคู่มือและ
แนวปฏิบัตติ ามระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ทพ่ี รอ้ มรับการเปลย่ี นแปลงและความเสี่ยงท่เี กิดข้นึ
ในอนาคต สรา้ งเครอื ขา่ ยร่วมพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา พัฒนาระบบสารสนเทศ เพ่ือใหม้ ีสารสนเทศท่ีถูกต้อง
ครบถ้วน ครอบคลุม เป็นปจั จุบัน และเพียงพอตอ่ การตัดสินใจ สง่ เสรมิ ให้ครูพฒั นาบทเรยี นร่วมกันผ่าน
กระบวนการ PLC และสรา้ งนวตกรรมการจดั การเรียนรใู้ หเ้ หมาะสมกบั ผ้เู รียนทกุ กลุ่มเปา้ หมายและสถานการณ์ท่ี
เปลีย่ นแปลง ส่งเสริมการประกันคณุ ภาพทัง้ ระดับห้องเรียนและระดับสถานศึกษา เพ่อื สะทอ้ นการเกิดวัฒนธรรม
คุณภาพอย่างต่อเนื่องท้งั ในสว่ นของคณะครูและองคก์ รในภาพรวม

5.1ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรแกนนำมีภาวะผ้นู ำ สามารถบริหารจดั การใหผ้ เู้ กีย่ วขอ้ งทุก
ฝา่ ยร่วมกันขบั เคล่ือนระบบประกันคุณภาพภายในที่สะท้อนการพัฒนาท่ีย่ังยืน

ผู้บรหิ ารและครปู ระชุมรว่ มกันจัดทำแผนงานประจำปี

5.2สถานศกึ ษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และบคุ ลากรสถานศกึ ษา
เปน็ บคุ คลแหง่ การเรียนรู้ ร่วมกนั พัฒนาระบบประกันคณุ ภาพภายใน โดยใชก้ ระบวนการสร้างชุมชนแห่งการ
เรยี นร้เู ชงิ วชิ าชพี (PLC) อย่างต่อเน่ือง

5.3การบรหิ ารจัดการคณุ ภาพเกดิ ขึ้นทงั้ ใดระดับสถานศกึ ษา ระดับกล่มุ สาระการเรยี นรู้ ระดับ
หอ้ งเรยี น และระดับรายบคุ คล สะท้อนถึงความตระหนักในคณุ คา่ และเกดิ วัฒนธรรมคุณภาพในตวั บุคคลและ
องคก์ รในภาพรวม

คณุ ภาพการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี น

ประเภท รางวลั ต่าง ๆ ทีไ่ ด้รับ หน่วยงานท่ีมอบ
สถานศกึ ษา รางวลั
ช่ือรางวัลทไี่ ด้รับ สพฐ.
สถานศึกษา
- โรงเรียนทีป่ ระสบผลสำเรจ็ ในการถอดบทเรียนและพัฒนา สพป.ลบ.2
นวตั กรรมความดี (Virtue Innovation Model) โครงการ สพป.ลบ.2
พัฒนายวุ ทตู ความดสี ่วู ิถีพลเมอื งโลกในศตวรรษที่ ๒๑ สพป.ลบ.2
ประจำปี ๒๕๖๔ สพป.ลบ.2

- รางวัลเกียรติบตั ร โรงเรียนผา่ นการรบั รองการดำเนินงาน สพป.ลบ.2
โรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ. ระดบั ๑ ดาว สพป.ลบ.2
สพป.ลบ.2
- รางวลั พฒั นาองค์การให้พร้อมบริการ จุดเนน้ ท่ี ๑ สพป.ลบ.2
“Resort Office” คุณภาพระดับ ๓ สพป.ลบ.2

- รางวัลพัฒนาองค์การให้พร้อมบริการ จุดเน้นท่ี ๒
“E-Office” คุณภาพระดบั ๓

- รางวลั พฒั นาองค์การให้พร้อมบริการ จดุ เนน้ ที่ ๓
“เครอื ขา่ ย/องคก์ าร/หน่วยงานสร้างสรรค์โรงเรียน”
คุณภาพระดับ ๓

- รางวลั พฒั นาองค์การให้พร้อมบรกิ าร จุดเน้นท่ี ๔
“เพม่ิ โอกาสทางการศึกษา” คุณภาพระดับ ๓

- รางวัลพฒั นาวิชาการเพ่ือการเรียนรู้ จุดเน้นที่ ๕
“ICT เพ่ือการเรยี นร”ู้ คุณภาพระดบั ๓

- รางวลั พฒั นาวิชาการเพื่อการเรยี นรู้ จุดเน้นที่ ๖
“พฒั นากระบวนการคดิ ” คุณภาพระดับ ๓

- รางวลั พัฒนาวิชาการเพื่อการเรียนรู้ จุดเนน้ ท่ี ๗
“พฒั นาการอ่าน การเขียน” คณุ ภาพระดบั ๓

- รางวัลพฒั นาวิชาการเพ่ือการเรยี นรู้ จดุ เนน้ ท่ี ๘
“หอ้ งเรียนคุณภาพ” คุณภาพระดบั ๓

ประเภท ชือ่ รางวัลท่ีได้รับ หนว่ ยงานท่มี อบ
รางวลั
ผู้บรหิ าร - รางวลั พฒั นาคณุ ภาพสู่มาตรฐานสากล จุดเนน้ ท่ี ๑๓ สพป.ลบ.2
“สรา้ งจุดขายทแี่ ตกต่าง” คุณภาพระดับ ๓ สพป.ลบ.2
ครู สพป.ลบ.2
ครู - รางวัลพฒั นาคณุ ภาพส่มู าตรฐานสากล จุดเนน้ ท่ี ๑๔ สพป.ลบ.2
“สร้างจดุ ขายที่แตกตา่ ง” คุณภาพระดับ ๓ สพป.ลบ.2

- รางวัลพัฒนาคณุ ภาพสมู่ าตรฐานสากล จดุ เนน้ ท่ี ๑๕ สพป.ลบ.2
“ดำรงคณุ ภาพอย่างยัง่ ยนื ” คณุ ภาพระดับ ๓
สกสค.
- รางวัลพัฒนาคุณภาพสู่มาตรฐานสากล จดุ เน้นท่ี ๑๖ สพป.ลบ.2
“การบริหารงานโดยใชโ้ รงเรยี นเป็นฐาน” คุณภาพระดบั ๓
สพป.ลบ.2
- นางรชั นีวรรณ์ แพรเมือง
รางวัลเกยี รตบิ ัตร ประเภทผบู้ ริหารสถานศึกษา
ห้าเรือ่ งประเทืองปัญญา ผ่านเกณฑ์คณุ ภาพระดับ ๓
ขับเคลือ่ นนโยบายกลยทุ ธท์ ี่ ๔ จดุ เน้นที่ ๙
สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาลพบรุ ี เขต ๒

- นางรชั นวี รรณ์ แพรเมือง
รางวัลเกยี รตบิ ตั ร ประเภทผ้บู ริหารสถานศกึ ษา
รางวลั “เสมาทองคำ” ผา่ นเกณฑ์คุณภาพระดบั ๓
ขับเคล่ือนนโยบายกลยทุ ธ์ที่ ๔ จดุ เน้นที่ ๙
สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาลพบรุ ี เขต ๒

- นางเกศรินทร์ แขวนสันเทียะ
ไดร้ ับรางวัล “พฤหัสบดี” ประจำปี ๒๕๖๔
ประเภทบุคคล กลุม่ ครูและคณาจารย์ ระดบั จังหวดั ลพบรุ ี
- นางเกศรินทร์ แขวนสันเทียะ
ไดร้ บั รางวัล “ครดู ีในดวงใจ” ครั้งที่ ๑๙ พ.ศ.๒๕๖๕
ครูผูส้ อนระดบั ปฐมวัย
รางวัลรองชนะเลศิ ระดับเหรียญทอง
- นางสาววรรณสร เสวกพนั ธ์
ได้รับรางวลั “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา”
ประเภทครผู ูส้ อน ระดบั ช่วงช้ันที่ ๒ ครั้งที่ ๑๘ พ.ศ.๒๕๖๕

ประเภท ชื่อรางวัลท่ีได้รับ หน่วยงานที่มอบ
ครู รางวัล
- นางเกศรนิ ทร์ แขวนสันเทียะ สพป.ลบ.2
- นางสาวธนวรรณ ยมิ้ อยู่
- นางสาววิภาดา รุจิระกุล สพป.ลบ.2
- นางสาววรรณสร เสวกพนั ธ์
- นางสาวอรอนงค์ คำแกว้ สพป.ลบ.2
- วา่ ทรี่ .ต.หญงิ สุกัญญา นากแกว้
- นายชาญณรงค์ แพรเมือง
- นายเฉลิมกาญจนา อปุ แก้ว
ไดร้ บั รางวลั ห้าเร่อื งประเทืองปัญญา
ผ่านเกณฑ์คณุ ภาพระดบั ๓ ขับเคลอ่ื นนโยบายกลยุทธท์ ่ี ๔
จดุ เนน้ ที่ ๙ สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษา
ลพบรุ ี เขต ๒
- นางเกศรินทร์ แขวนสันเทียะ
- นางสาวธนวรรณ ยม้ิ อยู่
- นางสาววภิ าดา รจุ ริ ะกลุ
- นางสาววรรณสร เสวกพนั ธ์
- นางสาวอรอนงค์ คำแกว้
- ว่าท่ีร.ต.หญิงสุกญั ญา นากแกว้
- นายชาญณรงค์ แพรเมือง
- นายเฉลมิ กาญจนา อปุ แก้ว
ได้รับรางวัล ๑ คน ๑ ปี ๑ นวตั กรรม ผ่านเกณฑ์คุณภาพ
ระดบั ๓ ขับเคลอ่ื นนโยบายกลยทุ ธท์ ่ี ๓ จุดเน้นที่ ๑๐
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบรุ ี เขต ๒
- นางเกศรินทร์ แขวนสนั เทียะ
- นางสาวธนวรรณ ยิ้มอยู่
- นางสาววิภาดา รจุ ิระกุล
- นางสาววรรณสร เสวกพันธ์
- นางสาวอรอนงค์ คำแก้ว
- วา่ ทรี่ .ต.หญงิ สกุ ัญญา นากแกว้
- นายชาญณรงค์ แพรเมอื ง
- นายเฉลิมกาญจนา อปุ แกว้
ได้รับรางวัล “เสมาทองคำ” ผา่ นเกณฑ์คณุ ภาพระดับ ๓
ขบั เคลือ่ นนโยบาย กลยุทธท์ ี่ ๓ จดุ เนน้ ที่ ๑๑

ประเภท ช่อื รางวัลทไี่ ดร้ บั หนว่ ยงานทีม่ อบ
รางวัล
สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาลพบุรี เขต ๒
- นางเกศรนิ ทร์ แขวนสันเทียะ สพป.ลบ.2
- นางสาวธนวรรณ ยิม้ อยู่
- นางสาววิภาดา รจุ ริ ะกุล
- นางสาววรรณสร เสวกพนั ธ์
- นางสาวอรอนงค์ คำแกว้
- ว่าท่ีร.ต.หญงิ สกุ ญั ญา นากแกว้
- นายชาญณรงค์ แพรเมือง
- นายเฉลิมกาญจนา อุปแกว้
ได้รบั รางวลั คุณธรรมนำความรู้ ผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับ ๓
ขับเคล่อื นนโยบายกลยุทธท์ ี่ ๓ จดุ เน้นท่ี ๑๒
สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาลพบรุ ี เขต ๒

๕.๔ สถานศกึ ษามีโครงสร้างการบรหิ ารจัดการ กำหนดบทบาทหน้าทผ่ี รู้ ับผดิ ชอบ มคี ู่มือและแนว
ทางการปฏบิ ัตงิ านตามระบบประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษา ท่พี รอ้ มรบั การเปล่ียนแปลงและความเสี่ยงที่
จะเกิดขึ้นในอนาคต

โครงสรา้ งการบรหิ ารโรงเรยี นวัดสว่างอารมณ์

ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น

คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน คณะกรรมการทปี่ รกึ ษา

คณะครู/บคุ ลากรทางการศึกษา

สภานักเรยี น เครอื ข่ายผ้ปู กครอง

งานบริหารวชิ าการ งานบริหารงบประมาณ งานบรหิ ารบุคลากร งานบริหารงานท่วั ไป

- การพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา - การจัดทำและเสนอขอ - การวางแผนอัตรากำลงั - การดำเนินงานธุรการ
- การพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ งบประมาณ และการกำหนดตำแหน่ง - การเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้
- การวดั ผล ประเมินผลและเทียบโอนผล - การจดั สรรงบประมาณ - การสรรหาและการบรรจแุ ต่งต้ัง พ้ืนฐาน
การเรยี น - การตรวจสอบ ตดิ ตาม - การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติ - งานพัฒนาระบบและเครือข่ายข้อมูล
- การวจิ ยั เพอื่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประเมินผล และรายงานผล ราชการ สารสนเทศ
- การพฒั นาสือ่ นวตั กรรมและ การใชเ้ งนิ และผลการ - วนิ ยั และการรักษาวนิ ัย - การประสานและพัฒนาเครอื ข่ายการศกึ ษา
ดำเนินงาน - การออกจากราชการ - การจดั ระบบการบรหิ ารและพัฒนาองค์กร
เทคโนโลยที างการศกึ ษา - งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
- การพัฒนาแหลง่ เรียนรู้ - การระดมทรัพยากรและ - การส่งเสริม สนับสนุนด้านวิชาการ
- การนเิ ทศการศกึ ษา การลงทุนเพ่ือการศึกษา งบประมาณ บคุ ลากรและบรหิ ารงานทั่วไป
- การแนะแนวการศึกษา - การดูแลอาคารสถานทแี่ ละสภาพแวดลอ้ ม
- การพัฒนาระบบการกประกบั - การบรหิ ารการเงนิ - การจัดทำสำมะโนนักเรยี น
- การบรหิ ารบัญชี - การรบั นกั เรยี น
คุณภาพภายในสถานศกึ ษา - การบรหิ ารพัสดแุ ละ - การส่งเสริมและประสานงานการศึกษาใน
- การสง่ เสรมิ ความรู้ดา้ นวิชาการ สนิ ทรัพย์ ระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
- การระดมทรพั ยากรเพือ่ การศึกษา
แกช่ ุมชน - งานส่งเสรมิ งานกิจการนกั เรยี น
- การประสานความร่วมมือในการพัฒนา - การประชาสัมพันธ์งานการศึกษา
วชิ าการกบั สถานศกึ ษาอื่น - การเสรมิ สนับสนนุ แลประสานงาน การศกึ ษา
- การสง่ เสริมและสนบั สนนุ งาน ของบุคคล ชุมชน องค์กร หน่วยงานและ
สถาบนั สงั คมอ่นื ที่จัดการศึกษา
วิชาการแกบ่ ุคคล ครอบครัว - งานประสานราชการกับเขตพื้นที่การศึกษา
องค์กร หน่วยงาน และ และหนว่ ยงานอ่ืน
สถาบัน อน่ื ทจ่ี ัดการศกึ ษา - การจดั ระบบการควบคุมในหนว่ ยงาน
- งานบริการสาธารณะ
- งานที่ไมไ่ ดร้ ะบไุ ว้ในงานอน่ื

ค่มู อื การบรหิ ารงานของโรงเรยี น

๕.๕ สถานศึกษามีการบรหิ ารจัดการระบบขอ้ มลู สารสนเทศท่ที ันสมัย มีข้อมลู ที่ถูกต้อง เชอ่ื ถือได้ ครบถว้ น
เป็นปจั จุบนั สมบรู ณ์เพียงพอ ครอบคลุมภารกิจของสถานศกึ ษา ที่พรอ้ มใชง้ านไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ มีการ
ปอ้ งกันและรกั ษาความปลอดภยั ของระบบ

ระบบจดั เกบ็ ขอ้ มลู นกั เรียนรายบคุ คล DMC ระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่อื การบรหิ าร EMIS

ระบบสนับสนนุ การบริหารจัดการ AMSS ระบบสนับสนุนการบริหารจัดการสถานศกึ ษา SMSS

ระบบ e-Money ระบบ e-SALARY

ระบบ e-budget ระบบ ITA

ระบบ MOE Safety Center เพจ Facebook สถานศกึ ษา


Click to View FlipBook Version