เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 47 1. ประเภทค า (語種) การจ าแนกประเภทค า อ้างอิงจากพจนานุกรมประเภทค า『かたりぐさ』ในฐานข้อมูลของ 国立国語研究 所 (2005) ซึ่งเป็นการจ าแนกค าตามที่มาของค านั้น ๆ เป็น 4 ประเภท ได้แก่ ค าญี่ปุ่น (和語), ค าจีน (漢語), ค า ภาþาต่างประเทý (外来語), และค าผÿม (混種語) 2. ชนิดของค า (品詞) ชนิดของค าในงานüิจัยนี้ อ้างอิงตามผลการüิเคราะĀ์จาก KH Coder 3 ซึ่งเป็นการüิเคราะĀ์แยกค าýัพท์ใน ประโยคโดย “茶筌” (形態素解析) ชนิดของค าที่ได้จากการüิเคราะĀ์นี้ ได้แก่ ค านาม (名詞), ค านามที่เป็นกริยาได้ โดยเติม する (サ変名詞), ค ากริยา (動詞), ค าคุณýัพท์ い (形容詞), ค าüิเýþณ์(副詞), ค าคุณýัพท์な (形容動 詞), ค าแÿดงคüามรู้ÿึก(感動詞) 3. ĀมüดคüามĀมาย (意味分野-部門) ĀมüดĀมู่คüามĀมายของค าคาตาคานะ อ้างอิงจากตารางการจ าแนกคüามĀมาย『分類語彙表-増補改訂 版データベース』ฐานข้อมูลของ 国立国語研究所 (2004) ซึ่งแบ่งคüามĀมายเป็นระดับชั้น 4 ระดับ ได้แก่ “類”, “部門”,“中分類”,“分類項目” เรียงจากคüามĀมายแบบกü้างไปถึงคüามĀมายที่เจาะจงมากขึ้น ตัüอย ่างการ จ าแนกคüามĀมาย เช ่น ค าü ่า カタカナ ถูกจ าแนกเป็น “体 (ค านาม)”, “การกระท าของมนุþย์จิตใจ Āรือ พฤติกรรม”, “ภาþา”, “ตัüอักþร” ตามล าดับ ในงานüิจัยนี้ ใช้ĀมüดคüามĀมาย “部門” ซึ่งเป็นการจ าแนก คüามĀมายในระดับกü้างของค าýัพท์ ประกอบด้üย 5 ĀมüดĀมู่ ดังนี้ (1) คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม (抽象的関係:「関係」) (2) คนĀรือÿิ่งที่เป็นตัüกลางการกระท า (人間活動の主体:「主体」) (3) การกระท าของมนุþย์จิตใจ Āรือพฤติกรรม (人間活動-精神と行為:「活動」) (4) ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์ (生産物及び道具:「生産物」) (5) ÿิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ(自然物及び自然現象:「自然」) 5. ผลการüิจัยและการüิเคราะĀ์ผล 5.1 จ านüนค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่น การÿกัดค าจากĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นจ านüน 70 เล่ม โดยโปรแกรม KH Coder 3 ÿามารถÿกัดค าที่ปรากฏ ในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นเป็นจ านüนทั้งÿิ้น 24,266 ค า โดยนับจ านüนตามชนิดค าแบบไม่นับค าซ ้า(type frequency) จากนั้นนับเฉพาะค าคาตาคานะ พบค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนระดับต้น จ านüน 902 ค า ระดับกลาง จ านüน 1,166 ค า และระดับÿูง จ านüน 788 ค า รüมจ านüนค าคาตาคานะเมื่อตัดค าซ ้าแล้üเป็น 1,699 ค า Āรือคิดเป็น 6.89% ของ จ านüนค าทั้งĀมด เพื่อใĀ้ÿามารถเปรียบเทียบจ านüนค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับ ผู้üิจัยรüบรüมจ านüนค า คาตาคานะในĀนังÿือเรียนแต่ละเล่มพร้อมค่าเฉลี่ย และเนื่องจากจ านüนค าýัพท์ในĀนังÿือเรียนมีคüามแตกต่างกัน จึง ค านüณÿัดÿ่üนของค าคาตาคานะต่อจ านüนค าทั้งĀมดในĀนังÿือเรียนแต่ละเล่มพร้อมค่าเฉลี่ย แÿดงผลในตารางที่ 2
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 48 ตารางที่ 2 จ านüนค าและÿัดÿ่üนของค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับ ระดับ Āนังÿือเรียน จ านüนค ำคำ ตำคำนะ (ค ำ) จ านüนค าคาตาคานะ ในĀนังÿือเรียน 1 เล่ม (ค า) ÿัดÿ่üนค าคาตาคานะต่อจ านüนค าทั้งĀมด ในĀนังÿือเรียน 1 เล่ม (%) ÿูงÿุด ต ่าÿุด เฉลี่ย ÿูงÿุด ต ่าÿุด เฉลี่ย ระดับต้น 902 211 13 101.10 14.80% 4.10% 8.40%* ระดับกลาง 1,166 265 31 97.23 9.87% 2.53% 6.02%* ระดับÿูง 788 260 62 125.20 7,54% 4.63% 5.97%* * มีคüามแตกต่างระĀü่างกลุ่มอย่างมีนัยÿ าคัญทางÿถิติp<.001 เมื่อพิจารณาจ านüนค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับ พบü่า Āนังÿือเรียนระดับÿูงพบจ านüนค าคาตา คานะในĀนังÿือเรียน 1 เล่มโดยเฉลี่ยมากที่ÿุด แต่ไม่มีคüามต่างอย่างมีนัยÿ าคัญทางÿถิติ (F (2,67) = 0.982, p =.380) อาจเป็นเพราะĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ ่นระดับÿูงมีการใช้ค าýัพท์เฉพาะทางซึ่งมีแนüโน้มเป็นค าคาตาคานะมากกü่า Āนังÿือเรียนระดับอื่น (笠原 2005) เมื่อพิจารณาÿัดÿ่üนค าคาตาคานะต่อจ านüนค าทั้งĀมดในĀนังÿือเรียน 1 เล่ม พบü่า Āนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับต้นมีÿัดÿ่üนของค าคาตาคานะโดยเฉลี่ย 8.40% มากกü่าĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่น ระดับอื่นอย่างมีนัยÿ าคัญทางÿถิติ (F (2,67) = 14.025, p<.001)8 5.2 ค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นแต่ละระดับ ผู้üิจัยรüบรüมค าคาตาคานะที่ÿกัดได้จ านüน 1,699 ค า พร้อมจ านüนĀนังÿือเรียนที่ปรากฏค านั้น ๆ พบü่า ค า คาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนมากกü่า 1 เล่ม เป็นจ านüน 994 ค า คิดเป็น 58.51% ของค าคาตาคานะทั้งĀมด และค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนเพียง 1 เล่ม เป็นจ านüน 705 ค า คิดเป็น 41.49% ของจ านüนค าคาตาคา นะทั้งĀมด เช่น カセット, セーブ, クール, メガネ, ムカつく, カッコイイ ซึ่งจะไม่น ามาüิเคราะĀ์ในงานüิจัยนี้ ค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนมากกü่า 1 เล่ม โดยแบ่งตามระดับได้ดังนี้ Āนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่น ระดับต้น จ านüน 506 ค า, ระดับกลาง จ านüน 543 ค า, และระดับÿูงจ านüน 239 ค า ทั้งนี้ ได้แÿดงค าคาตาคานะที่ ปรากฏในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นจ านüนÿูงÿุด 20 อันดับแรก พร้อมจ านüนĀนังÿือที่ปรากฏแต่ละระดับ เป็นจ านüน 64 ค า ในตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนเรียงตามจ านüนĀนังÿือเรียนที่ปรากฏ 20 อันดับแรก ที่ ค าคาตาคานะ จ านüนĀนังÿือเรียนที่ปรากฏ ที่ ค าคาตาคานะ จ านüนĀนังÿือเรียนที่ปรากฏ ต้น (30) กลาง (30) ÿูง (10) รüม (70) ต้น (30) กลาง (30) ÿูง (10) รüม (70) 1 テレビ 28 24 9 61 14 ストレス 12 8 6 26 2 スポーツ 27 18 5 50 イメージ 9 12 5 3 レストラン 24 16 3 43 15 テニス 19 6 0 25 4 ホテル 21 15 5 41 ケーキ 17 8 0 コーヒー 27 12 2 テスト 15 9 1 バス 26 14 1 スキー 15 9 1 5 スーパー 17 15 5 37 メール 18 6 1 6 デパート 20 11 4 35 コンピューター 13 8 4 7 パソコン 17 12 5 34 ガス 9 13 3 8 サービス 15 12 5 32 16 ピアノ 19 5 0 24 8 ได้ผ่านการทดÿอบเปรียบเทียบคู่ü่ามีคüามแตกต่างกันĀรือไม่โดยใช้üิธีทดÿอบScheffe พบü่า Āนังÿือเรียนระดับต้นมีคüามแตกต่าง กับระดับกลางและÿูงที่มีคüามเชื่อถือทางÿถิติระดับ p<.001
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 49 ที่ ค าคาตาคานะ จ านüนĀนังÿือเรียนที่ปรากฏ ที่ ค าคาตาคานะ จ านüนĀนังÿือเรียนที่ปรากฏ ต้น (30) กลาง (30) ÿูง (10) รüม (70) ต้น (30) กลาง (30) ÿูง (10) รüม (70) 9 クラス 18 8 5 31 16 タクシー 16 5 3 24 トイレ 18 12 1 チェック 14 7 3 ビール 17 11 3 17 ノート 12 6 5 23 センター 16 11 4 キロ 6 13 4 ゲーム 13 14 4 ビデオ 11 9 3 ビル 13 15 3 ラーメン 10 12 1 10 パーティー 19 9 2 30 ラジオ 11 12 0 11 アパート 17 9 3 29 18 テーマ 6 11 5 22 カード 18 8 3 ビジネス 9 9 4 アルバイト 17 10 2 コピー 15 5 2 ジュース 17 11 1 チョコレート 14 7 1 プレゼント 22 7 0 19 エレベーター 13 7 1 21 12 ニュース 14 11 3 28 20 カラオケ 15 4 1 20 ドア 14 13 1 コップ 12 6 2 パン 18 10 0 デザイン 12 6 2 13 サラリーマン 7 14 6 27 ネクタイ 12 7 1 グループ 9 14 4 インターネット 11 6 3 マンション 14 9 4 ボタン 10 8 2 カメラ 12 12 3 ホーム 9 8 3 カレー 15 10 2 ボランティア 9 6 5 サッカー 20 5 2 メーカー 4 9 7 テーブル 17 9 1 パーセント 3 13 4 จากตารางที่ 3 ค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนจ านüนมากที่ÿุด คือ テレビ จ านüน 61 เล่ม ล าดับ ต่อมาคือ スポーツ จ านüน 50 เล่ม, レストラン จ านüน 43 เล่ม, ホテル, コーヒー, バス จ านüน 41 เล่ม ตามล าดับ ซึ่งค าเĀล่านี้ปรากฏในĀนังÿือเรียนทุกระดับโดยเฉพาะในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับต้น กล่าüได้ü่าค า เĀล่านี้เป็นค าคาตาคานะพื้นฐานที่จ าเป็นต่อการเรียนภาþาญี่ปุ่น เมื่อพิจารณาจากจ านüนĀนังÿือที่ปรากฏค าคาตาคา นะ พบทั้ง 1) ค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนทุกระดับ โดยมีÿัดÿ่üนที่ต่างกัน คือ ค าที่พบมากในĀนังÿือทุก ระดับ เช่น テレビ, スポーツ, ホテル ค าที่พบมากในĀนังÿือระดับต้น เช่น コーヒー, バス, トイレ ค าที่พบมาก ในĀนังÿือระดับกลาง เช่น サラリーマン, グループ, イメージ ค าที่พบมากในĀนังÿือระดับÿูง เช่น ストレス, メ ーカー 2) ค าที่ปรากฏในĀนังÿือระดับต้นและกลางเท่านั้น เช่น プレゼント, パン, テニス ทั้งนี้ ผู้üิจัยได้รüบรüม ค าตาคาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนจ านüนมากกü่าครึ่งของĀนังÿือเรียนทั้งĀมดในแต่ละระดับ เพื่อüิเคราะĀ์ü่าค าคา ตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับเป็นค าลักþณะใดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แÿดงในตารางที่ 4
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 50 ตารางที่ 4 จ านüนค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนมากกü่าครึ่งของแต่ละระดับ Āนังÿือ เรียน จ านüนค าคาตาคานะ ค าคาตาคานะปรากฏในĀนังÿือเรียนมากกü่าครึ่ง (จ านüนĀนังÿือที่ปรากฏค า) ปรากฏในĀนังÿือ เรียน >1 เล่ม ปรากฏในĀนังÿือ เรียน 1 เล่ม ระดับต้น 506 396 テレビ (28), スポーツ (27), コーヒー (27), バス (26), レストラン (24), プレゼント (22), ホテル(21), デパート (20), サッカー (20), パ ーティー (19), テニス (19), ピアノ (19), トイレ (18), パン(18), クラ ス (18), カード (18), メール (18), スーパー (17), パソコン (17), ビー ル (17), ジュース(17), アルバイト (17), アパート (17), テーブル (17), ケーキ (17), センター(16), タクシー(16), サービス (15), テス ト (15), スキー (15), コピー (15), カラオケ (15), カレー(15) ระดับกลาง 543 623 テレビ (24), スポーツ (18), ホテル (15), スーパー (17), レストラン (16), ビル (15) ระดับÿูง 236 552 テレビ (9), システム (8), メーカー (7), バランス (7), ケース (7), ブ ーム (7), ストレス (6), サラリーマン (6), ドル (6), スポーツ (5), パ ソコン (5), ホテル (5), クラス (5), スーパー (5), ゴミ(5),イメージ (5), サービス (5), ノート (5), エネルギー (5), アンケート (5), テーマ (5), コミュニケーション (5), ボランティア (5), プロ (5), ルール (5), マナー (5), マイナス (5), トラブル (5), プラス (5), マスコミ (5), メ カニズム (5), ネットワーク (5) * ค าที่ขีดเÿ้นใต้Āมายถึงค าที่ปรากฏร่üมระĀü่างระดับของĀนังÿือเรียน จากตารางที่ 4 ค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนจ านüนมากกü่าครึ่ง ในĀนังÿือเรียนระดับต้น เป็นจ านüน 33 ค า, ระดับกลาง จ านüน 6 ค า, ระดับÿูง จ านüน 32 ค า เมื่อเทียบกับจ านüนค าคาตาคานะที่ÿกัดได้ทั้งĀมดของแต่ ละระดับ ในระดับต้นคิดเป็น 3.65%, ระดับกลาง คิดเป็น 0.51%, ระดับÿูง คิดเป็น 4.06% ซึ่งเป็นจ านüนที่น้อยมาก จะเĀ็นได้ü่าค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นแต่ละเล่มแม้เป็นĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นที่จัดอยู่ในระดับ เดียüกันก็มีคüามแตกต่างกัน แÿดงใĀ้เĀ็นถึงคüามĀลากĀลายของค าคาตาคานะที่ĀนังÿือเรียนĀยิบยกมาใĀ้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ เมื ่อพิจารณาค าคาตาคานะที ่ปรากฏในĀนังÿือเรียนระดับต้นÿ่üนมาก พบü ่า เป็นค าýัพท์ที ่เกี ่ยüข้องกับ ชีüิตประจ าüัน และงานอดิเรกต่าง ๆ เช่น テレビ, トイレ, サッカー ในขณะที่Āนังÿือเรียนระดับÿูง เป็นค าýัพท์ที่มี คüามĀลากĀลายทั้งค าýัพท์ที่เกี่ยüข้องกับชีüิตประจ าüัน เช่น テレビ, スーパー ค าýัพท์เชิงüิชาการรüมถึงค าýัพท์ เฉพาะทาง เช่น システム, メカニズム คüามแตกต่างและคüามĀลากĀลายของค าคาตาคานะอาจเป็นผลมาจาก เนื้อĀา โครงÿร้างและเป้าĀมายของĀนังÿือเรียนภาþาญี ่ปุ ่นแต ่ละระดับ โดยเฉพาะĀนังÿือเรียนระดับกลางและ ระดับÿูงที่มีคüามĀลากĀลายด้üยเนื้อĀา บทอ่าน รüมถึงข่าüจากĀนังÿือพิมพ์ที่เป็นÿื่อที่ใช้ภาþาญี่ปุ่นจริงรüมอยู่ด้üย 5.3 ลักþณะของค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับ 5.3.1 ประเภทค า และชนิดของค า ผู้üิจัยÿ ารüจข้อมูลประเภทค า (語種) และชนิดของค า (品詞) ของค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียน ภาþาญี่ปุ่นจ านüน 994 ค า เมื่อพิจารณาประเภทค า พบค าคาตาคานะทุกประเภทค า โดยจ านüนค าที่มากที่ÿุด คือ ค า ภาþาต่างประเทý ตามด้üย ค าญี่ปุ่น, ค าจีน, และค าผÿมตามล าดับ เมื่อพิจารณาในด้านชนิดของค า พบü่า ค านามมี จ านüนมากที่ÿุดในĀนังÿือเรียนทุกระดับ ตามด้üยค านามที่เป็นค ากริยาโดยเติม する, ค าüิเýþณ์, ค าคุณýัพท์, และ ค ากริยา ตามล าดับ เพื่อเป็นการเปรียบเทียบประเภทค าและชนิดของค าในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับ จึงแÿดงข้อมูล พร้อมตัüอย่างค าในตารางที่ 5
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 51 ตารางที่ 5 ประเภทและชนิดของค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับ ประเภทค า ชนิดของค า จ านüนค าที่ปรากฏในĀนังÿือเรียน ตัüอย่างค าคาตาคานะ ระดับต้น ระดับกลาง ระดับÿูง ค าภาþา ต่างประเทý ค านาม 419 (82.81%) 425 (78.27%) 195 (81.59%) テレビ、パソコン、データ、ニュー ス、タクシー、ソファ、セミナー ค านามที่เป็นค ากริยา โดยเติม する 59 (11.66%) 52 (9.58%) 28 (11.72%) サービス、アルバイト、ミス、メー ル、チェック、アドバイス、マーク คุณýัพท์な 4 (0.79%) 8 (1.47%) 2 (0.84%) ハンサム、ヘルシー、ユニーク、ド ライ、カジュアル、ロマンチック ค าญี่ปุ่น ค านาม 10 (1.98%) 23 (4.24%) 12 (5.02%) ゴミ、ネコ、ヒト、エビ、モノ、ツ ケ、ウニ、ネギ、パチンコ ค าüิเýþณ์ 4 (0.79%) 17 (3.13%) 0 ピカピカ、ペラペラ、ニコニコ、ハ ッと、サッと、ピッタリ、イライラ ค าผÿม ค านาม 7 (1.38%) 8 (1.47%) 1 (0.42%) 消しゴム、カラオケ、省エネ、排ガ ス、バス停、段ボール ค าจีน ค านาม 1 (0.20%) 7 (1.29%) 1 (0.42%) ガン、マンガ、リンゴ、マヒ、コ ツ、バイキン、タンス อื่นๆ 2 (0.40%) 3 (0.55%) 0 ダメ、サボる、モテる、ムダ รüม 506 543 239 จากตารางที่ 5 พบü ่าค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนภาþาญี ่ปุ ่นทุกระดับจ านüนมำกกü่า 80% เป็นค า ภาþาต่างประเทý โดยเป็นค านามจ านüนมากที่ÿุด เช่น テレビ, パソコン ตามด้üยค านามที่เป็นค ากริยาโดยเติม す る เช่น サービス, アルバイト และค าญี่ปุ่นที่เป็นค านาม เช่น ゴミ, ネコ ตามล าดับ ในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่น ระดับกลาง พบค าคาตาคานะที่เป็นค าประเภทอื่นนอกเĀนือจากค าภาþาต่างประเทý (非外来語のカタカナ表記) ในĀลากĀลายประเภทค า เช่น ค าญี่ปุ่นทั้งที่เป็นค านาม Āรือค าüิเýþณ์ที่เป็นค าเลียนเÿียงต่าง ๆ เช่น ピカピカ, ペラ ペラ, ニコニコ, ค าจีนที่เป็นค านาม เช่น ガン, バカ, リンゴ ค าผÿมที่เป็นค านาม เช่น カラオケ, 省エネ ค ากริยา เช่น サボる、モテる เป็นต้น ซึ่งจากผลการýึกþาของ 柏野 (2014) พบü่าจากคลังข้อมูลภาþาภาþาญี่ปุ่น (BCCWJ) ค าü่า ゴミ, コツ, リンゴ, モテる, エビ เป็นค าที่มักถูกเขียนด้üยคาตาคานะมากกü่าฮิรางานะĀรือคันจิ แม้ü่าในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นมีแนüโน้มการเขียนค าที่แตกต่างจากการใช้ภาþาจริงในÿังคมญี่ปุ่น เช่น ค าü่า ゴミ, リンゴ ในĀนังÿือเรียนพบค าที่เขียนด้üยฮิรางานะมากกü่า9 แต่ก็ÿามารถกล่าüได้ü่าการเขียนค าĀลายรูปแบบ (表記 のゆれ) ที่พบเĀ็นในภาþาญี่ปุ่นปัจจุบันถูกแÿดงในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นด้üย นอกจากนี้ การใช้อักþรคาตาคานะ ดังที่ 徐 (2013) ได้กล่าüไü้ü่า ตัüอักþรคาตาคานะมักถูกใช้ในการเขียนค าที่ต้องการเน้นใĀ้โดดเด่นมากกü่าค าอื่นใน ประโยคĀรือเพื่อแÿดงเฉพาะเจาะจงของค านั้น ๆ เช่น ใช้ในการเขียนค าýัพท์เฉพาะทาง ค าแÿลง ชื่อพืชĀรือÿัตü์ ค า เลียนเÿียง และภาþาถิ่น ซึ่งในĀนังÿือเรียนก็พบการใช้ค าคาตาคานะในการเขียนค าเĀล่านี้ เช่น การเน้นค า (モノ, ヒ ト) ชื่อพืชĀรือÿัตü์ (リンゴ, エビ) ค าเลียนเÿียง (ザーザー,トントン) ค าแÿลง (ツケ, クビ) จึงÿามารถกล่าüได้ ü่าในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นได้ÿะท้อนภาþาที่ใช้จริงในชีüิตประจ าüันด้üย 9 ゴミ 14 เล่ม < ごみ 26 เล่ม, リンゴ 5 เล่ม < りんご 17 เล่ม
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 52 5.3.2 ĀมüดคüามĀมาย จากการÿ ารวจĀมวดความĀมายของค าคาตาคานะทั้ง 994 ค า จาก 『分類語彙表-増補改訂版』พบว่า ค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนมีค าที่อยู่ในĀมวดความĀมายทั้ง 5 Āมวด ดังแÿดงในตารางที่ 6 ÿ าĀรับค าที่มี การเขียนĀลายรูปแบบ (表記のゆれ) จัดใĀ้อยู่ในĀมวดความĀมายเดียวกับค าที่ปรากฏในแĀล่งข้อมูล เช่น ค าว่า ゴ ミ ปรากฏในรูปแบบของฮิรางานะ จึงใช้ข้อมูลĀมวดความĀมายของค าว่า ごみ ÿ าĀรับค าที่ไม่ปรากฏในฐานข้อมูล เช่น スマホ, ツール, カップラーメン จัดใĀ้อยู่ในĀมวด “ไม่มีข้อมูล” ตารางที่ 6 ĀมüดคüามĀมายและตัüอย่างค าคาตาคานะ ĀมüดคüามĀมาย「部門」 ตัüอย่างค าคาตาคานะ ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์ 「生産物」 カード、フォーク、テープ、コーヒー、ピザ、チョコ、テレビ、パソ コン、スピーカー、セーター、ネクタイ、マスク、スタジオ การกระท าจิตใจ Āรือพฤติกรรม 「活動」 スポーツ、ストレス、イメージ、ドキドキ、マスコミ、ニュース、デ ート、サービス、デザイン、ドラマ、アニメ、セール、コスト ความÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม 「関係」 キロ、パーセント、スタート、プロセス、バランス、タイプ、レベ ル、スケジュール、コーナー、スペース、ケース、データ คนĀรือÿิ่งที่เป็นตัวกลางการกระท า 「主体」 スーパー、コンビニ、スタッフ、メンバー、ガイド、サラリーマン、 プロ、スター、チーム、タウン、カップル、パートナー ÿิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ 「自然」 エネルギー、ピンク、ピカピカ、ペット、ウイルス、トマト、オゾ ン、プラスチック、ダイヤ、アレルギー、ガン、ビタミン ไม่มีข้อมูล スマホ、カップラーメン、ツール、アドバイザー、アクセス、ジェン ダー、ホームステイ、テイクアウト、デリバリー ค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนเป็นค าที่จัดอยู่ในĀมวดความĀมาย “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์ (生産 物)” มากที่ÿุด เป็นจ านวน 319 ค า, “การกระท า จิตใจ Āรือพฤติกรรม (活動)” จ านวน 256 ค า, “ความÿัมพันธ์ที่ เป็นนามธรรม (関係)” จ านวน 185 ค า, “คนĀรือÿิ่งที่เป็นตัวกลางการกระท า (主体)” จ านวน 113 ค า, “ÿิ่งที่เกิดขึ้น โดยธรรมชาติ(自然)” จ านวน 105 ค า, “ไม่มีข้อมูล” จ านวน 16 ค า ตามล าดับ เพื่อเป็นการวิเคราะĀ์เปรียบเทียบ ĀมวดความĀมายในĀนังÿือเรียนแต่ระดับ ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจ านวนค าคาตามคานะแยกตามĀมวดความĀมายของ แต่ละระดับในภาพที่ 1 ภาพที่ 1 กราฟแÿดงจ านüนค าคาตาคานะตามĀมüดคüามĀมายในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับ จากภาพที่ 1 จะเĀ็นได้ว่า ค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับต้นและระดับกลาง มีÿัดÿ่วนการ
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 53 กระจายĀมüดคüามĀมายที่คล้ายคลึงกัน คือ “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์”, “การกระท า จิตใจ Āรือพฤติกรรม”, “คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม”, “คนĀรือÿิ่งที่เป็นตัüกลางการกระท า”, และ“ÿิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ” ตามล าดับ ในขณะที่Āนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับÿูง พบค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมาย “การกระท า จิตใจ Āรือพฤติกรรม” มี จ านüนมากที่ÿุด ตามด้üย “คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม”, “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์”, “คนĀรือÿิ่งที่เป็นตัüกลางการ กระท า” และ “ÿิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ” ตามล าดับ ในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับต้น ค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมาย “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์” มีจ านüน มากที่ÿุด ซึ่งÿอดคล้องกับผลการýึกþาของ 稲垣 (1991) จากการýึกþาในงานüิจัยนี้พบü่า ไม่เพียงแต่Āนังÿือเรียน ภาþาญี่ปุ่นระดับต้นเท่านั้นในระดับกลางก็พบค าในĀมüดคüามĀมาย “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์” มากที่ÿุดเช่นเดียüกัน ในĀมüดคüามĀมายนี้ มีค าคาตาคานะที่แÿดงถึงเครื่องมือ เช่น カード, パスポート, ホチキス, อาĀาร เช่น コー ヒー, ピザ, クッキー, เครื่องจักรĀรืออุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น テレビ, パソコン, スピーカー, เครื่องแต่งกาย เช่น セーター, ネクタイ, マスク เป็นต้น ในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับÿูงพบค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมาย “การกระท า จิตใจ Āรือพฤติกรรม” จ านüนมากที่ÿุด โดยในระดับต้นและระดับกลางพบค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมายนี้จ านüนมากเป็นอันดับÿอง ใน ĀมüดคüามĀมายนี้ประกอบด้üยค าที่ÿื่อถึงการกระท าในการใช้ชีüิต เช่น スポーツ, アルバイト, ダンス, จิตใจĀรือ คüามรู้ÿึก เช่น ストレス, イメージ, ドキドキ, กิจกรรมเกี่ยüกับการใช้ภาþา เช่น アンケート, マスコミ, ニュ ース, กิจกรรมที่ด าเนินร่üมกับผู้อื่น เช่น デート, サービス, パーティー, ýิลปะ เช่น デザイン, ドラマ เป็นต้น ล าดับถัดมา ค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมาย “คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม” ในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่น ระดับÿูง พบค าคาตาคานะĀมüดคüามĀมายนี้จ านüนใกล้เคียงกับค าในĀมüดคüามĀมาย “การกระท า จิตใจ Āรือ พฤติกรรม” ค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมายนี้ ประกอบด้üยค าที่มีคüามĀมายในเชิงนามธรรม ได้แก่ จ านüนĀรือ Āน่üยนับ เช่น ドル, キロ, パーセント, การด าเนินการ เช่น スタート, マイナス, プロセス, ลักþณะĀรือ ÿภาพ เช ่น バランス, トラブル, シンプル, การจัดĀมüดĀมู ่ เช ่น タイプ, レベル, パターン, เüลาĀรือ ก าĀนดการ เช่น チャンス, インスタント, スケジュール, อาณาเขตĀรือพื้นที่ เช่น コーナー, スポット, サ イト, เรื่องราüĀรือÿิ่งต่าง ๆ เช่น ケース, データ เป็นต้น ÿ าĀรับĀมüดคüามĀมาย “คนĀรือÿิ่งที่เป็นตัüกลางการกระท า” เป็นค าที่ÿื่อคüามĀมายถึง ÿถานที่ที่เกิดการ กระท าต่าง ๆ ได้ เช่น レストラン, コンビニ, スーパー, ต าแĀน่งĀรือÿถานภาพ เช่น スタッフ, ガイド, メン バー, บุคคล เช่น サラリーマン, プロ, スター, องค์กรĀรือĀน่üยงาน เช่น オリンピック, チーム, サークル ค าในĀมüดคüามĀมายนี้พบในĀนังÿือเรียนทุกระดับจ านüนประมาณ 10% ของค าทั้งĀมด แม้จะเป็นÿ่üนน้อย แต่เป็น ค าที่มีคüามถี่ในการปรากฏค่อนข้างÿูง เช่น レストラン, デパート เป็นต้น ĀมüดคüามĀมายÿุดท้าย “ÿิ ่งที ่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ” ได้แก ่ ค าที ่แÿดงÿิ ่งที ่เกิดขึ้นจากธรรมชาติĀรือ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น エネルギー, ピンク, ピカピカ, ÿัตü์Āรือÿิ่งมีชีüิต เช่น ペット, ネコ, ウイルス, พืชĀรือผลไม้ เช่น トマト, バナナ, ネギ, ÿารĀรือแร่ธาตุ เช่น オゾン, カルシウム, ビタミン, เกี่ยüกับชีüิตĀรือ โรคภัย เช่น アレルギー, ガン, マヒ ในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับกลางพบค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมายนี้ จ านüนมากกü ่าระดับอื ่น โดยเป็นค าที ่ไม ่ใช ่ค าภาþาต ่างประเทý เช ่น ネギ (ต้นĀอม), ガン (โรคมะเร็ง), マヒ (อัมพาต) จ านüนมาก
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 54 เมื่อน าผลÿ ารüจมาทดÿอบคüามÿัมพันธ์ระĀü่างระดับภาþาญี่ปุ่นของĀนังÿือเรียนและจ านüนค าคาตาคานะ ในแต่ละĀมüดคüามĀมายโดยใช้ÿถิติทดÿอบ chi-square (χ²) แบบนอนพาราเมตริก พบü่า ระดับภาþาญี่ปุ่นของ Āนังÿือเรียนมีคüามÿัมพันธ์กับจ านüนค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมายต่าง ๆ อย่างมีนัยÿ าคัญทางÿถิติที่ระดับ 0.01 (χ² (10)=47.493, p<0.01) กล่าüคือ Āนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับต้นมีค าคาตาคานะซึ่งอยู่ในĀมüดคüามĀมาย “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์” ในขณะที่ระดับกลางมีค าในĀมüดคüามĀมาย “ÿิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ” และในระดับÿูง มีค าในĀมüดคüามĀมาย “คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม”มากที่ÿุดเมื่อเทียบกับระดับอื่นอย่างมีนัยÿ าคัญทางÿถิติ 6. อภิปรายและÿรุปผล งานüิจัยนี้ได้ÿ ารüจและüิเคราะĀ์ค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับต้น กลาง และÿูง จ านüน 70 เล่ม โดยการÿร้างคลังข้อมูลĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่น จากการÿ ารüจนี้ ได้รายการค าคาตาคานะที่ปรากฏใน Āนังÿือเรียนแต่ละระดับ และÿามารถüิเคราะĀ์ลักþณะค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นได้ดังนี้ 1. ลักþณะของค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับ 1) ด้านจ านüนค า ค าคาตาคานะที่ปรากฏร่üมในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับต้น 506 ค า ระดับกลาง 543 ค า และระดับÿูง 239 ค า ในจ านüนนั้นพบค าคาตาคานะที่ปรากฏร่üมในĀนังÿือเรียนÿ่üนมากของแต่ละระดับในจ านüนที่ น้อยกü่า 5% ซึ่งÿอดคล้องกับงานüิจัยของ 稲垣 (1991) ที่ýึกþาค าภาþาต่างประเทýในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับ ต้น จากผลการýึกþาครั้งนี้ ท าใĀ้เĀ็นü่าĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับกลางและระดับÿูงก็มีการĀยิบยกค าคาตาคานะที่ แตกต่างกันเช ่นเดียüกับĀนังÿือเรียนภาþาญี ่ปุ่นระดับต้น ท าใĀ้เĀ็นถึงคüามĀลากĀลายของค าคาตาคานะที ่ใช้ใน Āนังÿือเรียน โดยเฉพาะĀนังÿือเรียนระดับกลางและระดับÿูง 2) ด้านประเภทและชนิดของค า ค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนทุกระดับจ านüนกü่า 80% เป็นค า ภาþาต่างประเทýที่เป็นค านาม นอกจากนี้ยังพบค าญี่ปุ่น ค าจีน และค าผÿม ทั้งที่เป็นค านามและค าประเภทอื่น ๆ ซึ่ง เป็นการเขียนค าประเภทอื่นนอกจากค าภาþาต่างประเทýด้üยคาตาคานะ (非外来語のカタカナ表記) ที่พบมากใน ชีüิตประจ าüันดังผลการüิจัยของ 柏野 (2014) และ 徐 (2013) ท าใĀ้เĀ็นถึงการÿะท้อนภาþาที่ใช้จริงลงในĀนังÿือเรียน แม้จะยังไม่พบในĀนังÿือเรียนทุกเล่มแต่ก็เป็นการĀยิบยกüิธีการใช้คาตาคานะและค าคาตาคานะที่ใช้ในชีüิตประจ าüัน จริงใĀ้ผู้เรียนได้เรียนรู้ 3) ด้านĀมüดคüามĀมาย ค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนมีค าที่ÿื่อคüามĀมายในทุกĀมüดคüามĀมาย ซึ่งค าคา ตาคานะในĀมüดคüามĀมาย “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์” มีจ านüนมากที่ÿุด ตามด้üยĀมüด “การกระท า จิตใจ Āรือ พฤติกรรม”, “คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม”, “คนĀรือÿิ่งที่เป็นตัüกลางการกระท า”, และ“ÿิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ” ตามล าดับ จากการýึกþาของ 稲垣 (1991) ที่พบü่าค าภาþาต่างประเทýในĀนังÿือเรียนระดับต้นเป็นค าที่มีคüามĀมาย ในĀมüด “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์” มากที่ÿุดโดย 稲垣 (1991) คาดü่าผู้เรียนÿามารถเข้าใจได้ง่ายและไม่เป็นอุปÿรรค ต่อการเรียนรู้จากผลการýึกþาในงานüิจัยนี้ ในĀนังÿือเรียนระดับต้นและระดับกลางพบค าในĀมüด “ÿิ่งประดิþฐ์และ อุปกรณ์” มาก แต่ไม่ÿามารถบอกได้ü่าผู้เรียนÿามารถเข้าใจและไม่เป็นอุปÿรรคต่อการเรียนรู้ได้ นอกจากนี้ ค าในĀมüด คüามĀมาย “การกระท า จิตใจ Āรือพฤติกรรม” และ “คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม” ก็พบเป็นจ านüนมากเช่นกัน จึง คüรมีการýึกþาเพิ่มเติมเกี่ยüกับคüามเข้าใจคüามĀมาย และการใช้ค าคาตาคานะในบริบทต่าง ๆ ที่อาจÿ่งผลต่อการ เรียนรู้ค าคาตาคานะของผู้เรียนได้
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 55 2. คüามแตกต่างของลักþณะค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนแต่ละระดับ ค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับต้นและระดับกลางอยู่ในĀมüดคüามĀมาย “ÿิ่งประดิþฐ์และ อุปกรณ์” มีจ านüนมากที่ÿุด ตามด้üย “การกระท า จิตใจ Āรือพฤติกรรม”, “คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม” ตามล าดับ ในขณะที่Āนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับÿูง ค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมาย “การกระท า จิตใจ Āรือพฤติกรรม” มี จ านüนมากที่ÿุดซึ่งใกล้เคียงกับ “คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม” ตามด้üย “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์” ตามล าดับ จะ เĀ็นได้ü่าเมื่อระดับภาþาญี่ปุ่นÿูงขึ้นÿัดÿ่üนของค าในĀมüดคüามĀมาย “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์” มีแนüโน้มลดลง ในขณะที่ค าคาตาคานะในĀมüดคüามĀมาย “คüามÿัมพันธ์ที่เป็นนามธรรม” มีแนüโน้มเพิ่มมากขึ้น ในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นระดับต้น มีÿัดÿ่üนของจ านüนค าคาตาคานะเมื่อเทียบกับค าประเภทอื่นโดยเฉลี่ยต่อ Āนังÿือเรียน 1 เล่มมากกü่าระดับอื่นและค าคาตาคานะจ านüนมากเป็นค าที่ÿื่อถึง “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์” เมื่อ พิจารณาร่üมกับผลการýึกþาของ プラワン (2023) ที่พบü่าĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นที่ตีพิมพ์ในช่üงĀลังปี 2000 และ มีบทÿนทนาในชีüิตประจ าüันมากมีแนüโน้มที ่จะปรากฏค าคาตาคานะในÿัดÿ่üนที่มากกü ่า ÿามารถบอกได้ü ่าใน ชีüิตประจ าüันมีค าคาตาคานะที่ÿื่อถึง “ÿิ่งประดิþฐ์และอุปกรณ์” จ านüนมากขึ้น ในÿังคมปัจจุบันที่มีการใช้เทคโนโลยี รüมถึงการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ยิ่งท าใĀ้ค าคาตาคานะมีคüามจ าเป็นและถูกใช้มากขึ้น เช่น スマホ, モバイルバ ッテリー, デリバリー ที่เริ่มปรากฏในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่น10 ผู้ÿอนอาจต้องเพิ่มเติมในบทเรียนเพื่อใĀ้ผู้เรียน ÿามารถเรียนรู้และÿื่อÿารในชีüิตประจ าüันได้ 7. ข้อเÿนอแนะ ในงานüิจัยนี้ ได้ÿ ารüจและýึกþาค าคาตาคานะที่ปรากฏในĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่นโดยการใช้เทคนิค Text mining ÿร้างคลังข้อมูลของĀนังÿือเรียนภาþาญี่ปุ่น ซึ่งจะÿามารถใช้ในการýึกþาเกี่ยüกับค าและรูปประโยคต่าง ๆ ใน Āนังÿือเรียนได้อย่างครอบคลุม จากผลการýึกþาของงานüิจัยนี้ ท าใĀ้ได้รายการค าคาตาคานะที่ÿอนในแต่ละระดับชั้น ของภาþาญี ่ปุ ่น ÿามารถน ารายการค าคาตาคานะนี้ไปใช้ประกอบการÿอนภาþาญี่ปุ่น และตามที่ 国際交流基金 (2011) กล ่าüไü้ü ่า ในการเรียนรู้ค าýัพท์เพื ่อการน าไปใช้ ผู้เรียนจ าเป็นต้องมีคüามรู้เกี ่ยüกับรูปแบบค า (形式), คüามĀมาย (意味), และüิธีการใช้(用法) รายการค าคาตาคานะนี้ประกอบด้üยข้อมูลรูปแบบค าและĀมüดคüามĀมาย จะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการýึกþา โดยการท าการüิจัยครั้งต่อไปจะýึกþาในประเด็นüิธีการใช้ ค าปรากฏร่üม (コロケー ション) ของค าคาตาคานะในĀนังÿือเรียน รüมถึงการเปรียบเทียบกับการใช้ภาþาจริงในÿังคมญี่ปุ่นปัจจุบัน เพื่อĀา แนüทางในการพัฒนาการเรียนการÿอนค าคาตาคานะในรูปแบบที่เĀมาะÿมในอนาคต เอกÿารอ้างอิง (References) เพ็ญ เกตุล่อลาภ. (2549). การใช้ไกไรโงะของพนักงานชาüไทยในบริþัทญี่ปุ่น. üิทยานิพนธ์ýิลปýาÿตรมĀาบัณฑิต. มĀาüิทยาลัยธรรมýาÿตร์. アッタイエム・タナポン (2020a).「タイ人日本語学習者における「和製英語」の理解」『日本語・日 10 ปรากฏในĀนังÿือ『いろどり生活の日本語入門』(2020) และ 『いろどり生活の日本語初級 1-2』(2020)
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 56 本文化研究 = Studies in Japanese language and culture』大阪大学大学院人文学研究科日本学 専攻応用日本学コース日本語・日本文化研究編集委員会, 30, 144-155. アッタイエム・タナポン (2020b). 「タイ人日本語学習者のカタカナ表記語学習の困難点に繋がる要 素についての検討」『第 8 回日本語・日本文化国際フォーラム論文集』, 68-77. 稲垣滋子 (1991).「初級日本語教科書の外来語」『ICU 日本語教育研究センター紀要』1, 144-154. 井上道雄 (2004).「カタカナ語(外来語)基本語彙 550 語-その語彙特性と選定基準-」『神戸山手 大学紀要』6, 65-79. 柏野和佳子 (2014). 「コーパスでさぐる和語や漢語のカタカナ表記の実態」『日本語の文字・表現の 難しさとおもしろさ』彩流社. 87-105. 国際交流基金 (2011). 『国際交流基金日本語教授法シリーズー第 3 巻文字・語彙を教える』国際交 流基金. 笠原ゆう子 (2005).「学習レベルと語彙学習」日本語教育学会編集『日本語教育事典』大修館書店, 302-303. 佐藤武義・前田富祺編集 (2014)『日本語大事典』朝倉書店. 澤田田津子 (1993). 「日本語教育のための基本外来語について」『奈良教育大学紀要.人文・社会科 学』42 巻 1 号, 225-239. 徐勇 (2013). 「カタカナ語使用の一側面からの考察-カタカナ語の役割とカタカナ語教育-」『立正 大学大学院日本語・日本文学研究』13, 56-69. 陣内正敬 (2008).「日本語学習者のカタカナ語意識とカタカナ語教育」『言語と文化』Vol.11, 47-60. 菅生早千江 (2002).「初級教科書におけるカタカナ表記に関する一考察―5 冊の日本語初級教科書を 比較して―」『AJALT 日本語研究誌』1, 111-127. 玉村文郎 (1991). 「日本語教科書における外来要素と外来語」『日本語教育』74, 13-27. 中山恵利子・陣内正敬・桐生りか・三宅直子 (2008). 「日本語教育におけるカタカナ教育の扱われ 方」『日本語教育』138, 83-91. 樋口耕一 (2020).『社会調査のための計量テキスト分析 ―内容分析の継承と発展を目指して― 第 2 版』ナカニシヤ出版 平田史織・山下直子 (2020). 「外国人生活者のための基本カタカナ語について」『香川大学教育学部 研究報告』2, 83-92. プラワン・コンマパット (2023).「日本語教科書におけるカタカナ語の出現率」『日本語教育方法研 究会誌』Vol.29 No.2, 118-119. プレム・モトワニ (1991).「日本語教育のネック-外来語」『日本語教育』74, 28-33. 望月通子 (2012). 「基本語化を考慮したカタカナ外来語の学習と教材開発―その振り返りと新たな 開発に向けて」『関西大学外国語学部紀要』6, 1-16. 吉岡英幸 (2012). 『日本語教材目録及び日本語教材関連論文目録』文部科学省科学研究費補助金に
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 57 よる基盤研究 (C)「日本語教材の史的研究」研究成果報告書 (1). แĀล่งฐานข้อมูลออนไลน์ 国立国語研究所 (2004). 『分類語彙表-増補改訂版データベース』(Ver.1.0) (https://clrd.ninjal.ac.jp/goihyo.html, 07/06/2022) 国立国語研究所 (2005). 『かたりぐさ』(Ver.1.0.1) (https://csd.ninjal.ac.jp/lrc/, 22/10/2022)
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 58 แนüโน้มในการแปลกาลและการณ์ลักþณะ จากประโยคภาþาญี่ปุ่นเป็นภาþาไทยของผู้เรียนระดับชั้นต้นกลาง กัลยา แÿนใจมูล1 บทคัดย่อ งานüิจัยชิ้นนี้มีüัตถุประÿงค์เพื่Ăÿ ารüจแนüโน้มในการแปลกาลและการณ์ลักþณะจากประโยคภาþาญี่ปุ่นเป็น ภาþาไทยขĂงผู้เรียนระดับชั้นต้นกลาง (เทียบเท่ากับระดับ N4 แต่ไม่เกิน N3) กลุ่มตัüĂย่างขĂงงานüิจัยนี้คืĂนิÿิตชั้นปีที่ 4 ซึ่งลงทะเบียนเรียนüิชาการแปลจ านüน 30 คน เก็บข้ĂมูลโดยการใĀ้กลุ่มตัüĂย่างท าแบบทดÿĂบการแปลก่Ăนเรียน ซึ่งแบบทดÿĂบประกĂบด้üยประโยค 「ル」「タ」「テイル」จ านüน 10 ประโยค ซึ่งจากผลการüิเคราะĀ์พบ แนüโน้มในการแปล 3 ประการคืĂ 1) ผู้เรียนมีแนüโน้มไม่แปลรูป「ル」เป็นรูปĂนาคตĀากไม่ปรากฏค าแÿดงเüลาใน ประโยค 2) ผู้เรียนมีแนüโน้มที่จะแปลรูป「タ」โดยไม่ระบุชี้ชัดü่าเป็นกาลĂะไรĀากไม่ปรากฏค าแÿดงกาลที่ชัดเจนใน ประโยค และ 3) ผู้เรียนบางÿ่üนมีแนüโน้มที่จะแปลรูป「テイル」เป็นเĀตุการณ์ที่ด าเนินĂยู่แม้ü่าประโยคภาþาญี่ปุ่น ไม่ได้ใĀ้คüามĀมายเช่นนั้น ผู้üิจัยจึงเÿนĂแนะใĀ้ผู้ÿĂนÿĂนไüยากรณ์ใĀ้กระจ่างชัดขึ้น และผู้เรียนคüรýึกþาไüยากรณ์ ภาþาไทยใĀ้มากขึ้นด้üย นĂกจากนี้ ในการýึกþาเรื่Ăงนี้ต่ĂยĂดคüรĂĂกแบบประโยคในแบบทดÿĂบใĀ้มีบริบท แüดล้Ăมมากขึ้น ค าÿ าคัญ: แนüโน้ม, การแปล, ภาþาญี่ปุ่นเป็นภาþาไทย, กาล, การณ์ลักþณะ 1 Ăาจารย์ประจ าÿาขาüิชาภาþาญี ่ปุ ่น ภาคüิชาภาþาตะüันĂĂก คณะมนุþยýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยนเรýüร, Ăีเมล์: [email protected]
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 59 Trends in translating tense and aspect from Japanese sentences to Thai language by pre-intermediate learners Kanlaya Saenjaimoon2 Abstract The objective of this research is to investigate translation trends in tense and aspect from Japanese sentences into the Thai language by pre-intermediate level learners (equivalent to N4 but not exceeding N3 level). The sample group for this research consists of fourth-year students with 30 participants enrolled in a translation course. Data werecollected by having the sample group perform a translation pre-test, which included 10 sentences containing 「ル」「タ」 and「テイル」forms. The analysis revealed three main trends : 1) learners tend not to translate the「ル」form into future tense unless a time expression appears in the sentence, 2) learners tend to translate the「タ」form without specifying the tense unless a clearly defined time expression appear in the sentence, and 3) some learners tend to translate the「テイル」form as an ongoing event, even if the Japanese sentence does not explicitly convey such meaning. The researcher, therefore, suggests that teachers should give a clearer explanation of Japanese grammar, and learners should enhance their understanding of Thai grammar. Furthermore, in further studies of this topic, it is advisable to design test sentences with more contextual information. Keywords: trends, translation, Japanese to Thai, tense, aspect 2 Lecturer at Japanese Program, Eastern Language Department, Faculty of Humanities, Naresuan University, E-mail: [email protected]
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 60 1. บทน า Ăุปÿรรคที่ÿ าคัญประการĀนึ่งในการแปลประโยคภาþาญี่ปุ่นเป็นภาþาไทยคืĂเรื่ĂงขĂง กาล(テンス)และ การณ์ลักþณะ(アスペクト)ซึ่งในภาþาญี่ปุ่นแÿดงกาลและการณ์ลักþณะด้üยการผันรูป ในขณะที่ภาþาไทยไม่มี รูปแบบการแÿดงกาลและการณ์ลักþณะที่ชัดเจนตายตัü เป็นแต่เพียงการน าเĂาค าต่าง ๆ มาเรียงติดต่Ăกันเข้าตาม ลักþณะขĂงภาþาที่เป็นภาþาค าโดด Ăีกทั้งในการÿื่Ăÿารภาþาไทยก็มักจะไม่มีกาลĀรืĂการณ์ลักþณะที่ชัดเจนตราบใด ที่ÿามารถเข้าใจได้บริบทขĂงÿารที่จะÿื่Ăÿาร ในชั้นเรียนการแปลภาþาญี่ปุ่นเป็นภาþาไทยที่ผู้üิจัยรับผิดชĂบ ก่Ăนจะเริ่มใĀ้ผู้เรียนลงมืĂแปล ในช่üงต้นขĂง การเรียนการÿĂนรายüิชาผู้üิจัยได้ใĀ้ผู้เรียนลĂงท าแบบทดÿĂบแปลประโยคก่Ăนเรียนในทุกๆ ÿัปดาĀ์ เพื่ĂตรüจÿĂบ คüามรู้คüามเข้าใจในคüามĀมายขĂงไüยากรณ์Āัüข้Ăต่างๆ ขĂงผู้เรียน โดยแบ่งเนื้ĂĀาขĂงแบบทดÿĂบĂĂกเป็นĀัüข้Ă ต่างๆ เช่น ค าช่üยüาจก กาลและการณ์ลักþณะ ทัýนานุเคราะĀ์ เป็นต้น ซึ่งเนื้ĂĀาที่น ามาท าเป็นแบบทดÿĂบเป็น เนื้ĂĀาที่ผู้เรียนได้เรียนแล้üในการเรียนไüยากรณ์ภาþาญี่ปุ่นชั้นต้น แต่ไม่เคยน าเนื้ĂĀามาÿรุปเป็นแต่ละĀัüข้Ă Āลังจาก ที่ผู้เรียนท าแบบทดÿĂบแล้üผู้üิจัยจึงจะĂธิบายคüามĀมายและการใช้ ซึ่งผู้üิจัยมีคüามÿนใจเรื่Ăงการแปลกาลและการณ์ ลักþณะขĂงผู้เรียนเป็นพิเýþ จึงได้น าประเด็นนี้มาท าการüิจัยกับผู้เรียนที่เรียนรายüิชาการแปลในปีการýึกþา 2566 เพื่Ăจะได้ทราบแนüโน้มในการแปลขĂงผู้เรียนและน าไปปรับปรุงการเรียนการÿĂนทั้งในรายüิชาไüยากรณ์ชั้นต้นและใน รายüิชาการแปลในภาคการýึกþาĀรืĂปีการýึกþาต่Ăๆ ไป ทั้งĂาจเป็นประโยชน์ต่Ăผู้Ă่านการýึกþานี้ได้บ้างไม่มากก็ น้Ăย 2. üัตถุประÿงค์ของการüิจัย เพื่Ăÿ ารüจแนüโน้มในการแปลกาลและการณ์ลักþณะในประโยคจากภาþาญี่ปุ่นเป็นภาþาไทยขĂงผู้เรียนชาü ไทยระดับชั้นต้นกลาง3 3. เอกÿารและงานüิจัยที่เกี่ยüข้อง 3.1 กาลและการณ์ลักþณะในภาþาญี่ปุ่น 3.1.1 กาลในภาþาญี่ปุ่น Ăัþฎายุทธ ชูýรี (2564:151) ได้Ăธิบายü่าĀน่üยกาล(テンス)เป็นĀน่üยแÿดงเüลาü่าเĀตุการณ์ใน ประโยคได้เกิดขึ้นแล้üในĂดีต ĀรืĂเกิดขึ้นในปัจจุบัน ĀรืĂก าลังจะเกิดในĂนาคต ĀรืĂเกิดขึ้นเป็นประจ า ÿ าĀรับ ภาþาญี่ปุ่นจะแÿดงด้üยรูป 2 รูปคืĂ「ル」「タ」เท่านั้น รูป「ル」ถืĂเป็นรูปปัจจุบัน แต่ในคüามเป็นจริงแล้üเป็น รูปแÿดงĂนาคตĀรืĂรูปแÿดงÿิ่งที่เกิดเป็นประจ าซึ่งไม่มีเüลาแน่ชัดได้ บางครั้งจึงเรียกü่า「非過去形」ÿ่üน「タ」ใช้ แÿดงÿภาพĀรืĂเĀตุการณ์ การกระท าในĂดีต การĀüนคิดถึงเĀตุการณ์ĀรืĂคüามเคยชินในĂดีตเรียกü่า「過去形」 Ăย่างไรก็ตามรูป「タ」ยังแÿดงการณ์ลักþณะĂีกด้üย 3 ผู้เรียนระดับชั้นต้นกลางในที่นี้Āมายถึงนิÿิตที่ผ่านการเรียนüิชาภาþาญี่ปุ่นระดับชั้นต้นแล้ü และมีคüามรู้ภาþาญี่ปุ่นในระดับ N4 ĀรืĂ เทียบเท่าแต่ไม่เกินกü่า N3
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 61 ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ (2557:78) กล่าüü่า กาลคืĂการแÿดงเüลาโดยยึดจุดเüลาที่พูดเป็นเกณฑ์ เช่น Āากเรื่Ăงที่กล่าüถึงเกิดขึ้นก่Ăนเüลาที่พูด จะเป็นĂดีตกาล Āากเกิดขึ้นในเüลาเดียüกับเüลาที่พูดจะเป็นปัจจุบันกาล และถ้าĀาก ณ เüลาที่พูดเรื่Ăงนั้นยังไม่เกิดจะเป็นĂนาคตกาล ในภาþาญี่ปุ่นมีการแÿดงกาลโดยการผันรูปขĂงภาคแÿดง ท้ายประโยค 仁田 (1997:140), 工藤他 (1993:34) 4 Ăธิบายไü้ü่าĀน่üยกาลเป็นĀน่üยทางไüยากรณ์ที่แÿดงคüามÿัมพันธ์ ระĀü่างเüลาที่เĀตุการณ์เกิดขึ้นกับเüลาที่พูดü่าเĀตุการณ์เกิดขึ้นก่ĂนĀรืĂĀลังเüลาพูด ในภาþาญี่ปุ่นจะแÿดงĀน ่üย กาลด้üยรูป 2 รูปคืĂรูป「ル」และรูป「タ」ซึ่งมีการใช้ที่แตกต่างกัน 3.1.2 การณ์ลักþณะในภาþาญี่ปุ่น Ăัþฎายุทธ ชูýรี (2564:152) ได้Ăธิบายü่าĀน่üยการณ์ลักþณะ(アスペクト)เป็นĀน่üยที่Ăธิบายÿภาพ ĀรืĂการกระท าü่าĂยู่ในขั้นตĂนใดขĂงเรื่Ăงราü เช่น เป็นช่üงเริ่มต้นการกระท า ช่üงระĀü่างการกระท า ช่üงจบการ กระท า ĀรืĂĂธิบายÿภาพü่าเกิดขึ้นĂย่างคาดĀมายĀรืĂไม่ได้คาดĀมาย นĂกจากนี้Ăัþฎายุทธ ชูýรี (2564:152-155) ยัง ได้ยกตัüĂย่างการณ์ลักþณะที่ปรากฏในรูปต่างๆ เช่น「ている」「する・した」「している」และอื่นๆ เช่น「 しておく」เป็นต้น ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ (2557:83) กล่าüü่า การณ์ลักþณะเป็นĀน่üยไüยากรณ์ที่เกี่ยüข้Ăงกับมิติ เüลาเช่นเดียüกับกาล แต่การณ์ลักþณะเป็นการบรรยายเĀตุการณ์ü่าด าเนินĂยู่ในขั้นตĂนใด เริ่มต้น ก าลังด าเนินĂยู่ ĀรืĂเÿร็จÿิ้นไปแล้ü 仁田 (1997:137-139) ได้ใĀ้ค าĂธิบายü่าการณ์ลักþณะคืĂĀน่üยทางไüยากรณ์ที่แÿดงการเริ่มต้นและ แบ่งเป็นÿ่üนต่างๆ ขĂงเüลาที่มีĂยู่ในเĀตุการณ์ การณ์ลักþณะพื้นฐานในภาþาญี่ปุ่นคืĂรูป 「テイル」ซึ่งเป็นคู่เทียบ กับรูป「スル」 นĂกจากนี้ก็ยังมีการณ์ลักþณะประจ าค า (Aktionsart) เช่น「~カケル」「~ハジメル」「~ ツヅケル」「~オワル」เป็นต้น ซึ่ง 工藤他 (1993:32) เรียกการณ์ลักþณะทั้งÿĂงแบบข้างต้นนี้ü่า 一次アスペ クト และ 二次アスペクト ตามล าดับ การณ์ลักþณะรูป「テイル」มีคüามĀมายและการใช้ในลักþณะต่างๆ ดังต่Ăไปนี้(工藤, 1995 Ă้างใน 庵, 2019) 1. การใช้แบบพื้นฐาน(基本用法) 1) 進行中 ĀรืĂที่ 仁田 (1997:138) และ 工藤他 (1993:33) เรียกü่า 動きの最中 แÿดงการกระท าที่ ต่Ăเนื่Ăง มีคüามĀมายü่า การกระท านั้นก าลังด าเนินĂยู่ ณ ปัจจุบัน ภาคแÿดงเป็นค ากริยาต่Ăเนื่Ăง(継続動詞)( ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ, 2557:85 และ Ăัþฎายุทธ ชูýรี, 2564:152) 2) 結果残存 ĀรืĂที่ 仁田 (1997:138) และ 工藤他 (1993:33) เรียกü่า 結果状態の持続 แÿดงÿภาพผล ภาคแÿดงเป็นค ากริยาฉับพลัน(瞬間動詞)มีคüามĀมายü่ากริยานั้นเกิดขึ้นและเÿร็จÿิ้นก่Ăนเüลาที่พูด และยังĂยู่ใน ÿภาพเดิมเช่นนั้น ณ เüลาที่พูด (ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ, 2557:85-87 และ Ăัþฎายุทธ ชูýรี, 2564:152) รูป 「テイル」ที่แÿดงÿภาพผลนี้ผู้เรียนชาüไทยมักใช้ผิดเนื่Ăงจากภาþาไทยÿามารถใช้ “แล้ü” ได้เพียงตัüเดียüเพื่Ăแÿดง ทั้งĂดีตกาลและÿภาพผล (ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ, 2557:87) 4 ผู้üิจัยเป็นผู้แปลข้ĂคüามจากแĀล่งข้ĂมูลĂ้างĂิงภาþาญี่ปุ่นเป็นภาþาไทยด้üยตนเĂงทั้งĀมด
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 62 2. การใช้ที่แตกแขนงĂĂกไป(派生用法) 3) 繰り返し แÿดงการกระท าซ ้าๆ บ่Ăยๆ ในช่üงระยะเüลาĀนึ่ง 4) 経験・記録 แÿดงÿิ่งที่เป็นประÿบการณ์ 5) 完了 แÿดงเĀตุการณ์ที่จบÿิ้นลงก่Ăนที่จะพูดถึง 6) 半事実 แÿดงเĀตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นจริง 7) 形容詞的用法 เป็นรูปที่ไม่มีคüามĀมายเกี่ยüข้Ăงกับกาล จากลักþณะคüามĀมายและการใช้กาลและการณ์ลักþณะในภาþาญี่ปุ่นข้างต้น 奥田 (1979) (Ă้างใน 庵, 2001) ได้เÿนĂตารางแÿดงลักþณะคüามĀมายขĂงกาลและการณ์ลักþณะไü้ดังต่Ăไปนี้ ตารางที่ 1 ตารางแÿดงลักþณะคüามĀมายของกาลและการณ์ลักþณะภาþาญี่ปุ่น アスペクト テンス 完成相 คüามจบÿิ้นลง 継続相 คüามต่Ăเนื่Ăง 非過去 รูปที่ไม่ใช่Ăดีต スル シテイル 過去 รูปĂดีต シタ シテイタ 3.2 กาลและการณ์ลักþณะในภาþาไทย 3.2.1 กาลในภาþาไทย นิตยา กาญจนะüรรณ (2546:6) กล่าüü่า ลักþณะขĂงภาþาไทย เมื่Ăจะÿร้างค าใĀม่ĀรืĂต้Ăงการจะแÿดงเพý พจน์ขĂงค านาม ĀรืĂกาล มาลาขĂงค ากริยา Ăาจจะใช้ค ามาประกĂบกันเข้า ข้างĀน้าบ้าง ข้างĀลังบ้าง ĀรืĂประÿม ตามแบบค าประÿมบ้าง ก าชัย ทĂงĀล่Ă (2552:226-228) Ăธิบายเรื่Ăงกาลในภาþาไทยไü้ดังนี้ กาล คืĂเüลาที่แÿดงการกระท าขĂงกริยาü่าได้เกิดขึ้นเมื่Ăไร แบ่งĂĂกเป็น 3 ชนิด คืĂ 1. กาลÿามัญ คืĂกาลที่เป็นตามปรกติ แบ่งĂĂกเป็น 4 ชนิด คืĂ 1.1 Ăนุตกาลÿามัญ คืĂกาลกลางๆ ที่ไม่บ่งชัดลงไปü่าเป็นเüลาĂะไร เช่น “เขาท างาน” 1.2 ปัจจุบันกาลÿามัญ คืĂกาลที่ก าลังกระท าĂยู่ ÿังเกตได้จากกริยานุเคราะĀ์บางค า เช่น “เขาก าลัง ท างาน” และüลีĀรืĂข้Ăคüามที่แÿดงคüามĀมายเป็นปัจจุบัน เช่น “ปัจจุบันนี้เขาเป็นพ่Ăค้า” 1.3 Ăดีตกาลÿามัญ คืĂกาลที่ล่üงไปแล้ü ÿังเกตได้จากกริยานุเคราะĀ์บางค า เช่น “เขาได้ท างาน” และ üลีĀรืĂข้Ăคüามที่แÿดงคüามĀมายเป็นĂดีตเช่น “เมื่อกี้นี้เขามาĀาฉัน” 1.4 Ăนาคตกาลÿามัญ คืĂกาลภายĀน้าที่ยังไม่มาถึง ÿังเกตได้จากกริยานุเคราะĀ์บางค า เช่น “เขาจะ ตั้งใจฟังค าÿั่งÿĂน” และüลีĀรืĂข้Ăคüามที่แÿดงคüามĀมายเป็นĂนาคต เช่น “พรุ่งนี้ครูใĀญ่ใĀ้ภาร โรงตัดĀญ้า”
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 63 2. กาลÿมบูรณ์คืĂกาลที่ได้ÿ าเร็จไปแล้ü ได้แก่กาลÿามัญนั่นเĂง แต่ใช้กริยานุเคราะĀ์ “แล้ü” ĀรืĂ “เÿร็จ” ประกĂบข้างĀลัง แบ่งĂĂกเป็น 4 ชนิด คืĂ 2.1 Ăนุตกาลÿมบูรณ์เช่น “เขาท างานแล้ü” 2.2 ปัจจุบันกาลÿมบูรณ์ เช่น “เขาก าลังท างานแล้ü” 2.3 Ăดีตกาลÿมบูรณ์เช่น “เขาได้ท างานแล้ü” 2.4 Ăนาคตกาลÿมบูรณ์ เช่น “เขาจะท างานแล้ü” 3. กาลซ้Ăน คืĂกาลตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปรüมĂยู่ในข้Ăคüามเดียüกัน เช่น “เขาก าลังจะท างาน” เป็นĂนาคต กาลในปัจจุบัน เพราะมี “จะท า” เป็นกาลโดยตรงขĂงกริยา บĂกĂนาคตกาล แต่มีค าü่า “ก าลัง” ซึ่งบĂก ปัจจุบันแทรกเข้ามาบĂกเüลาĂีกชั้นĀนึ่ง จึงนับü่าเป็นกาลซ้Ăน เรียกü่า Ăนาคตกาลในปัจจุบัน 3.2.2 การณ์ลักþณะในภาþาไทย ผู้üิจัยไม่พบเĂกÿารใดที่Ăธิบายเกี่ยüกับการณ์ลักþณะในภาþาไทย แต่ÿังเกตเĀ็นค าĂธิบายเรื่Ăง “ปัจจุบันกาล ÿามัญ” ขĂงก าชัย ทĂงĀล่Ă (2552:226) ที่ü่าปัจจุบันกาลÿามัญ คืĂกาลที่ก าลังกระท าĂยู่ ÿังเกตได้จากกริยานุเคราะĀ์ บางค า เช่น ก าลัง “เขาก าลังท างาน” และ ก าลัง...Ăยู่ “เขาก าลังนĂนĂยู่” มีลักþณะคล้ายกับการณ์ลักþณะ「テイル 」ที่แÿดงการกระท าที่ต่Ăเนื่Ăง นĂกจากนี้ ĂิงĂร ÿุพันธุ์üณิช (2516) ได้ยกตัüĂย่างการใช้ค า “ก าลัง” ร่üมกับ “Ăยู่” แÿดงเĀตุการณ์ที่ด าเนินĂยู่ ซึ่งใกล้เคียงกับการณ์ลักþณะ 「テイル」เช่นกัน 3.3 เนื้อĀาที่เกี่ยüข้องกับกาลและการณ์ลักþณะ「テイル」ในต าราภาþาญี่ปุ่นชั้นต้น ผู้เรียนซึ่งเป็นกลุ่มตัüĂย่างขĂงการüิจัยนี้ใช้ต าราภาþาญี่ปุ่นชั้นต้นไดจิเล่ม 1-4 (โยชิโกะ ยามาซากิและคณะ, 2558) ในต ารามีบทเรียนเกี่ยüกับกาลและการณ์ลักþณะ 「テイル」ดังนี้ เล่ม 1 บทที่ 4 Āน้า 81 ปรากฏไüยากรณ์ N を V ます Ăธิบายü ่าเป็นรูปค ากริยาบĂกเล ่าที ่ไม ่ใช ่Ăดีต (ปัจจุบัน, Ăนาคต) ใช้แÿดงการกระท าที่ท าเป็นกิจüัตร การกระท าในĂนาคต ĀรืĂคüามตั้งใจขĂงผู้พูด และปรากฏ ไüยากรณ์ V รูปพจนานุกรมในเล่ม 2 บทที่ 14 Āน้า 49 เล่ม 1 บทที่ 5 Āน้า 95 ปรากฏไüยากรณ์ N を V ました Ăธิบายü่าเป็นรูปĂดีตขĂง V ます และปรากฏ ไüยากรณ์ V รูป た ในเล่ม 2 บทที่ 18 Āน้า 105 เล่ม 2 บทที่ 15 Āน้า 64 ปรากฏไüยากรณ์ V ています Ăธิบายü่าเป็นรูปประโยคที่แÿดงการกระท าที่ก าลัง ด าเนินĂยู่ เช่น キムさんは今漢字を書いています。ตĂนนี้คุณคิมก าลังเขียนคันจิĂยู่ เล่ม 2 บทที่ 16 Āน้า 77 ปรากฏไüยากรณ์ V ています Ăธิบายü่าเป็นรูปประโยคแÿดงÿภาพĀนึ่งที่เป็นผลมา จากการกระท าในĂดีตแล้üยังมีผลĂยู่ในปัจจุบัน เช่น ナルコさんは結婚しています。“คุณนาร์โกแต่งงานแล้ü” นĂกจากนี้ยังÿามารถแÿดงการกระท าที่เกิดขึ้นซ ้าๆ ท าเป็นนิÿัย ĀรืĂกิจüัตร และใช้พูดถึงการประกĂบĂาชีพขĂงบุคคล Āนึ่งได้ด้üย เช่น ナルコさんは大学で働いています。“คุณนาร์โกท างานที่มĀาüิทยาลัย” เล่ม 2 บทที่ 20 Āน้า 136 ปรากฏไüยากรณ์ V ています ÿ าĀรับĂธิบายการÿüมใÿ่เครื่Ăงแต่งกายโดย ยกตัüĂย่างประโยค カエサルはサンダルを履いています。“จูเลียÿซีซาร์ใÿ่รĂงเท้าแตะ”
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 64 เล่ม 3 บทที่ 25 Āน้า 71 ปรากฏไüยากรณ์ V ていません อธิบายü่าเป็นรูปประโยคที่แÿดงü่าการกระท าĀนึ่ง ยังไม่เกิดขึ้นĀรือยังไม่เÿร็จÿมบูรณ์ แปลü่า ยังไม่ได้... มักใช้กับ まだ ซึ่งเป็นค ากริยาüิเýþณ์ เช่น わたしはまだ発 表の準備をしていません。“ฉันยังไม่ได้เตรียมการน าเÿนอ” เล่ม 3 บทที่ 28 Āน้า 112 ปรากฏไüยากรณ์ V ています อธิบายü่าเป็นรูปประโยคที่ใช้บรรยายÿภาพของÿิ่ง ใดÿิ่งĀนึ่งซึ่งเป็นผลมาจากการกระท าĀรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง มักใช้ในการบรรยายÿถานการณ์Āรือÿภาพที่ผู้พูด ก าลังมองĀรือÿังเกตเĀ็น ยกตัüอย่างเช่น 自転車が倒れています。 “จักรยานล้มอยู่” ค ากริยาที่ใช้ในลักþณะนี้ÿ่üน ใĀญ่เป็นอกรรมกริยา คือ ค ากริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารองรับและแÿดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีทันใด นอกจากนี้ ประโยคลักþณะนี้จะมีค าช่üย が บ่งชี้ประธานของประโยค 4. üิธีด าเนินการüิจัย 4.1 ประชากรและกลุ่มตัüอย่าง ประชากรที่ใช้ในการüิจัยคือนิÿิตระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 ชาüไทยที่เรียนüิชาเอกภาþาญี่ปุ่น คณะ มนุþยýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยนเรýüรที่ลงเรียนüิชาการแปลในภาคการýึกþาที่ 1 ปีการýึกþา 2566 ซึ่งทั้งĀมดผ่านการ เรียนüิชาภาþาญี่ปุ่นชั้นต้นด้üยต าราไดจิเล่ม 1-4 แล้ü จ านüน 30 คน กลุ่มตัüอย่างของงานüิจัยนี้คือประชากรทั้งĀมดดังกล่าüข้างต้น 4.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ผู้üิจัยเก็บข้อมูลโดยการใช้แบบทดÿอบก ่อนเรียนเกี ่ยüกับการแปลกาลและการณ์ลักþณะจากประโยค ภาþาญี่ปุ่นเป็นภาþาไทย จ านüน 10 ข้อ โดยก าĀนดกรอบในการคัดเลือกประโยคเพื่อน ามาเป็นแบบทดÿอบดังนี้ 1) คัดเลือกเฉพาะค ากริยารูป 「ル」「タ」「テイル」เท่านั้นเนื่องจากผู้เรียนได้เรียนจากต าราชั้นต้นมา มากพอÿมคüรที่จะมีคüามรู้คüามเข้าใจพอจะแปลได้ 2) เลือกใช้ค ากริยาแÿดงคüามต่อเนื่อง(継続動詞)และค ากริยาที่เกิดและเÿร็จÿิ้นในเüลาอันÿั้น(瞬間 動詞)เพื่อแยกคüามแตกต่างของคüามĀมายที่ประโยครูป テイル แÿดงออกมา ตารางที่ 2 ตารางแÿดงแบบทดÿอบแต่ละข้อ ประเภทค ากริยาในประโยค ข้อ ประโยค ประเภทค ากริยา 1 兄は体育館で運動する。 แÿดงการกระท าต่อเนื่อง 2 兄は体育館で運動した。 แÿดงการกระท าต่อเนื่อง 3 兄は体育館で運動している。 แÿดงการกระท าต่อเนื่อง 4 兄は毎日運動している。 แÿดงการกระท าต่อเนื่อง
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 65 5 彼は6月に結婚する。 เกิดและเÿร็จÿิ้นในเüลาĂันÿั้น 6 彼はもう結婚した。 เกิดและเÿร็จÿิ้นในเüลาĂันÿั้น 7 彼は結婚している。 เกิดและเÿร็จÿิ้นในเüลาĂันÿั้นĀรืĂแÿดงการกระท าต่Ăเนื่Ăง 8 財布が落ちる Ăกรรมกริยาที่เกิดและเÿร็จÿิ้นในเüลาĂันÿั้น 9 財布が落ちた。 Ăกรรมกริยาที่เกิดและเÿร็จÿิ้นในเüลาĂันÿั้น 10 財布が落ちている。 Ăกรรมกริยาที่เกิดและเÿร็จÿิ้นในเüลาĂันÿั้น 4.3 เกณฑ์ในการประเมินค าตอบของผู้ตอบแบบÿอบถาม ผู้üิจัยก าĀนดค าตĂบที่ถูกต้Ăงที่เป็นไปได้ÿ าĀรับเป็นเกณฑ์ในการประเมินค าตĂบแบบทดÿĂบแต่ละข้ĂขĂง ผู้เรียนไü้ดังต่Ăไปนี้ (1) 兄は体育館で運動する。 (ผู้üิจัยแต่งประโยคเĂง) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿĂบข้Ă 1 ใช้ค ากริยาแÿดงการกระท าในลักþณะบĂกเล่าเĀตุการณ์ที่ไม่ใช่Ăดีต ÿามารถตีคüามได้ü่าเป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่ผู้กระท าตั้งใจท าในĂนาคตĀรืĂĂาจแÿดงถึงการกระท าที่ท าเป็น ประจ า เป็นกิจüัตรก็ได้ ดังนั้น การแปลที่ถูกต้Ăงที่เป็นไปได้ÿ าĀรับประโยคในแบบทดÿĂบข้Ă 1 มีดังต่Ăไปนี้ 1ก. พี่ชายจะĂĂกก าลังกายที่โรงยิม ประโยค 1ก. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในĂนาคต ÿังเกตจากการใช้กริยานุเคราะĀ์ “จะ” ซึ่งแÿดงถึงĂนาคตกาล 1ข. พี่ชายĂĂกก าลังกายที่โรงยิม ประโยค 1ข. เป็นประโยคที่แÿดงถึงที่กริยาที่ผู้กระท าได้กระท าĂย่างÿม ่าเÿมĂเป็นกิจüัตร ตามไüยากรณ์ ภาþาไทยถืĂü่าเป็น “Ăนุตกาลÿามัญ” คืĂกาลกลางๆ ที่ไม่บ่งชัดลงไปü่าเป็นเüลาĂะไร (ก าชัย, 2552) ซึ่งผู้üิจัยถืĂü่า เป็นค าตĂบÿ าĀรับแบบทดÿĂบข้Ăนี้ได้เนื่ĂงจากประโยคในแบบทดÿĂบไม่ได้ใĀ้บริบทĂื่นใด กล่าüคืĂ Ăาจแÿดงถึงการ กระท าเป็นกิจüัตรก็ได้เพียงแต่ผู้ตĂบแบบทดÿĂบไม่Ăาจแปลü่า “พี่ชายĂĂกก าลังกายที่โรงยิมเป็นประจ า” ได้เพราะไม่ ปรากฏค าบ่งชี้คüามเป็นกิจüัตรใดๆ เช่น いつも เป็นต้นในประโยคที่ก าĀนดใĀ้ในแบบทดÿĂบ
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 66 (2) 兄は体育館で運動した。 (ผู้üิจัยแต่งประโยคเĂง) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿĂบข้Ă 2 นี้แÿดงคüามเป็นĂดีตกาลĂย่างชัดเจนจากการใช้ค ากริยารูปĂดีต แต่นĂกเĀนืĂจากนั้นก็มิได้ใĀ้ค ากริยาüิเýþณ์แÿดงเüลาแต่Ăย่างใด ดังนั้น การแปลเป็นประโยคภาþาไทยที่ถูกต้Ăงที่ เป็นไปได้ÿ าĀรับประโยคในแบบทดÿĂบข้Ă 2 จึงมีดังต่Ăไปนี้ 2ก. พี่ชายĂĂกก าลังกายที่โรงยิม แม้ü ่าประโยค 2ก. จะเĀมืĂนกับประโยค 1ข. ซึ ่งแÿดงĂนุตกาลÿามัญ ผู้üิจัยถืĂü ่าเป็นประโยคแปลเป็น ภาþาไทยที่ถูกต้Ăงที่เป็นไปได้ เพราะแม้ü่าประโยคในแบบทดÿĂบ 2 มิได้มีค าแÿดงเüลาที่ชี้ชัดแต่ผู้ตĂบแบบทดÿĂบ เป็นชาüไทยที่มีคüามรู้ภาþาญี่ปุ่นระดับชั้นต้นกลางย่Ăมทราบดีในขณะที่แปลü่าก าลังแปลเĀตุการณ์ที่เป็นĂดีต 2ข. พี่ชายได้ĂĂกก าลังกายที่โรงยิม ประโยค 2ข. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่ล่üงไปแล้üโดยมีการใช้ค ากริยานุเคราะĀ์ “ได้” บ่งชี้คüามเป็น Ăดีตกาลÿามัญ (ก าชัย, 2552) 2ค. พี่ชายĂĂกก าลังกายที่โรงยิมแล้ü ประโยค 2ค. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่ได้ÿ าเร็จไปแล้üโดยมีการใช้ค ากริยานุเคราะĀ์ “แล้ü” ซึ่งแÿดง Ăนุตกาลÿมบูรณ์ (ก าชัย, 2552) 2ง. พี่ชายได้ĂĂกก าลังกายที่โรงยิมแล้ü ประโยค 2ง. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่ได้ÿ าเร็จในกาลที่ล่üงไปแล้üโดยมีการใช้ค ากริยานุเคราะĀ์ “ได้” ร่üมกับ “แล้ü” ซึ่งแÿดงĂดีตกาลÿมบูรณ์ (ก าชัย, 2552) (3) 兄は体育館で運動している。 (ผู้üิจัยแต่งประโยคเĂง) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿĂบข้Ă 3 นี้เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่ก าลังด าเนินĂยู่ในขณะนั้นเพราะ ใช้การณ์ลักþณะ テイル ประกĂบกับค ากริยาแÿดงการกระท าต่Ăเนื่Ăง ดังนั้น การแปลเป็นประโยคภาþาไทยที่ ถูกต้Ăงที่เป็นไปได้ÿ าĀรับประโยคในแบบทดÿĂบข้Ă 3 จึงมีดังต่Ăไปนี้ 3ก. พี่ชายĂĂกก าลังกายĂยู่ที่โรงยิม ประโยค 3ก. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยังไม่ยุติลง (ĂิงĂร, 2516) โดยการบ่งชี้ด้üยค าü่า “Ăยู่” ท้ายค ากริยา Ăย่างไรก็ดี ประโยคนี้มีข้ĂกังขาĂยู่ประการĀนึ่งคืĂ ผู้ตĂบแบบÿĂบถามĂาจใช้ค าü่า “Ăยู่” ในฐานะ ที่เป็นค าบุพบทแÿดงÿถานที่โดยไม่ได้ค านึงถึงการณ์ลักþณะก็เป็นได้ 3ข. พี่ชายก าลังĂĂกก าลังกายที่โรงยิม
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 67 ประโยค 3ข. เป็นประโยคที่มีการใช้ค ากริยานุเคราะĀ์ “ก าลัง” บ่งชี้คüามเป็นปัจจุบันกาลÿามัญ (ก าชัย, 2552) บĂกเĀตุการณ์ที่ด าเนินĂยู่ (ĂิงĂร, 2516) 3ค. พี่ชายก าลังĂĂกก าลังกายĂยู่ที่โรงยิม ประโยค 3ค. เป็นประโยคที่มีการใช้ค ากริยานุเคราะĀ์ “ก าลัง” ร่üมกับ “Ăยู่” บĂกเĀตุการณ์ที่ด าเนินĂยู่ เน้น คüามยิ่งกü่า (ĂิงĂร, 2516) (4) 兄は毎日運動している。 (ผู้üิจัยแต่งประโยคเĂง) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿĂบข้Ă 4 นี้แม้ü่าจะใช้การณ์ลักþณะ テイル แต่มิได้มีคüามĀมายถึงÿิ ่งที่ ด าเนินĂยู่ในขณะนั้นแต่เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกิจüัตร ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้จากค าแÿดงเüลา 毎日( ทุกüัน) ดังนั้น การแปลเป็นประโยคภาþาไทยที่ถูกต้Ăงที่เป็นไปได้ÿ าĀรับประโยคในแบบทดÿĂบข้Ă 4 จึงมีดังต่Ăไปนี้ 4ก. พี่ชายĂĂกก าลังกายทุกüัน ประโยค 4ก. เป็นประโยคที่บ่งชี้Ăนุตกาลÿามัญ (ก าชัย, 2552) และมีค าแÿดงเüลา “ทุกüัน” ซึ่งแÿดงถึง กิจüัตรĂย่างชัดเจน 4ข. พี่ชายĂĂกก าลังกายĂยู่ทุกüัน ประโยค 4ข. เป็นประโยคที่มีการใช้ค ากริยานุเคราะĀ์ “Ăยู่” บ่งชี้คüามเป็นปัจจุบันกาลÿามัญ (ĂิงĂร, 2516) และมีค าแÿดงเüลา “ทุกüัน” ซึ่งแÿดงถึงกิจüัตรĂย่างชัดเจน (5) 彼は 6 月に結婚する。 (ผู้üิจัยแต่งประโยคเĂง) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿĂบข้Ă 5 ใช้ค ากริยาแÿดงการกระท าในลักþณะบĂกเล่าเĀตุการณ์ที่ไม่ใช่Ăดีต และÿามารถตีคüามü่าเป็นเĀตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในĂนาคต มิใช่เกิดขึ้นในปัจจุบันจากค าแÿดงเüลา 6 月 (เดืĂน มิถุนายน) ดังนั้น การแปลที่ถูกต้Ăงที่เป็นไปได้ÿ าĀรับประโยคในแบบทดÿĂบข้Ă 5 มีดังต่Ăไปนี้ 5ก. เขาจะแต่งงานเดืĂนมิถุนายน ประโยค 5ก. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในĂนาคต ÿังเกตจากการใช้กริยานุเคราะĀ์ “จะ” ซึ่งแÿดงถึงĂนาคตกาล (ก าชัย, 2552) 5ข. เขาก าลังจะแต่งงานเดืĂนมิถุนายน ประโยค 5ข. เป็นประโยคที่มีการใช้กริยานุเคราะĀ์ “ก าลัง” ร่üมกับ “จะ” ซึ่งบ่งชี้กาลซ้ĂนแÿดงถึงเĀตุการณ์ ที่เป็นĂนาคตกาลในปัจจุบัน (ĂิงĂร, 2516) กล่าüคืĂ ในขณะนี้เขามีก าĀนดแต่งงานในเดืĂนมิถุนายน
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 68 (6) 彼はもう結婚した。 (Ă้างĂิง ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ, 2557:81) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿĂบข้Ă 6 แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้üโดยมีการใช้ค าแÿดงเĀตุการณ์ที่เÿร็จ ÿิ้น もう (แล้ü) ประกĂบ นĂกจากนี้ยังÿามารถแÿดงคüามĀมายโดยนัยถึงÿถานะการÿมรÿü่า แต่งงาน ไม่ได้โÿด ดังนั้น การแปลที่ถูกต้Ăงที่เป็นไปได้ÿ าĀรับประโยคในแบบทดÿĂบข้Ă 6 มีดังต่Ăไปนี้ 6ก. เขาแต่งงานแล้ü ประโยค 6ก. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ü เÿร็จÿิ้นลงแล้ü ÿังเกตจากการใช้กริยานุเคราะĀ์ “แล้ü” (ĂิงĂร, 2516) เป็นĂนุตกาลÿมบูรณ์ (ก าชัย, 2552) 6ข. เขาได้แต่งงานแล้ü ประโยค 6ข. เป็นประโยคที่มีการใช้ค าü่า “ได้” ร่üมกับ “แล้ü” ซึ่งเน้นคüามที่เกิดขึ้นแล้ü เÿร็จÿิ้นลงแล้ü ยิ่ง กü่า “ได้” ĀรืĂ “แล้ü” แต่ละค า (ĂิงĂร, 2516) (7) 彼は結婚している。 (ผู้üิจัยแต่งประโยคเĂง) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿĂบข้Ă 7 ÿามารถตีคüามได้เป็นÿĂงทาง คืĂ 1) เป็นการบรรยายÿภาพĀรืĂ ÿถานภาพขĂงÿิ่งใดÿิ่งĀนึ่งซึ่งเป็นผลมาจากการกระท าĀรืĂการเปลี่ยนแปลงบางĂย่าง กล่าüคืĂเมื่Ăได้เกิดการกระท า 結婚した (แต่งงาน) ที่เกิดขึ้นและÿิ้นÿุดลง แล้üจึงเกิดÿถานภาพ 結婚している (แต่งงาน) ขึ้น และ 2) เป็นการ กล่าüถึงเĀตุการณ์ที่ก าลังด าเนินĂยู่ในขณะที่พูดนั้น กล่าüคืĂขณะที่พูดนั้นก าลังĂยู่ในพิธีแต่งงาน ดังนั้น การแปลที่ ถูกต้Ăงที่เป็นไปได้ÿ าĀรับประโยคในแบบทดÿĂบข้Ă 7 มีดังต่Ăไปนี้ 7ก. เขาแต่งงานแล้ü ประโยค 7ก. เป็นประโยคที่แÿดงถึงÿถานภาพที่เป็นผลจากการกระท าĀรืĂการเปลี่ยนแปลงบางĂย่าง 7ข. เขาก าลังแต่งงาน ประโยค 7ข. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่ด าเนินĂยู่ในปัจจุบัน (8) 財布が落ちる。 (Ă้างĂิง ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ, 2557:80) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿĂบข้Ă 8 เป็นประโยคที่แÿดงÿภาพที่จะเกิดขึ้นในĂนาคตĂันใกล้ ดังนั้น การ แปลที่ถูกต้Ăงที่เป็นไปได้ÿ าĀรับประโยคในแบบทดÿĂบข้Ă 8 มีดังต่Ăไปนี้ 8ก. กระเป๋าÿตางค์จะĀล่น / ตก ประโยค 8ก. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในĂนาคต ÿังเกตจากการใช้กริยานุเคราะĀ์ “จะ” ซึ่งแÿดงถึงĂนาคตกาล 8ข. กระเป๋าÿตางค์จะĀล่น / ตกแล้ü
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 69 ประโยค 8ข. เป็นประโยคที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีการใช้ค ากริยานุเคราะĀ์ “จะ” ร่วมกับ “แล้ว” ซึ่งแÿดงถึงอนาคตกาลÿมบูรณ์ (ก าชัย, 2552) (9) 財布が落ちた。 (ผู้วิจัยแต่งประโยคเอง) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿอบข้อ 9 เป็นประโยคที่แÿดงผลของเĀตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ค ากริยาที่ใช้ใน ลักþณะนี้ÿ ่วนใĀญ ่เป็นอกรรมกริยา คือ ค ากริยาที ่ไม ่ต้องมีกรรมมารองรับและแÿดงการเปลี ่ยนแปลงที ่เกิดขึ้น ทันทีทันใด (โยชิโกะ ยามาซากิและคณะ, 2558) ดังนั้น การแปลที่ถูกต้องที่เป็นไปได้ÿ าĀรับประโยคในแบบทดÿอบข้อ 9 มีดังต่อไปนี้ 9ก. กระเป๋าÿตางค์Āล่น / ตก ประโยค 9ก. เป็นประโยคที่แÿดงถึงÿภาพผลที่เกิดขึ้นจากเĀตุการณ์ใดเĀตุการณ์Āนึ่ง แม้ไม่มีการเÿริมด้วยค า แÿดงว่าเป็นผลของการกระท าĀรือเĀตุการณ์ที่เกิดขึ้นใดๆ ก็ÿามารถพูดได้เพราะค าว่า “Āล่น” มีความĀมายว่า “ถูกท า ใĀ้ตกลงมา” และ “ตก” มีความĀมายว่า “พลัดลง Āล่นลง” (ราชบัณฑิตยÿถาน, 2554) มีความĀมายเป็นÿภาพผลอยู่ แล้วบางอย่าง 9ข. กระเป๋าÿตางค์Āล่น / ตกแล้ว ประโยค 9ข. มีการใช้ค ากริยานุเคราะĀ์ “แล้ว” ในประโยคซึ่งแÿดงถึงอนุตกาลÿมบูรณ์ (ก าชัย, 2552) (10) 財布が落ちている。 (อ้างอิง ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ, 2557:85) ประโยคภาþาญี่ปุ่นในแบบทดÿอบข้อ 10 เป็นประโยคที่ใช้การณ์ลักþณะ テイル แÿดงÿภาพของÿิ่งใดÿิ่ง Āนึ่งซึ่งเป็นผลมาจากการกระท าĀรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง มักใช้ในการบรรยายÿถานการณ์Āรือÿภาพที่ผู้พูดก าลัง มองĀรือÿังเกตเĀ็น ค ากริยาที่ใช้ในลักþณะนี้ÿ่วนใĀญ่เป็นอกรรมกริยา คือ ค ากริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารองรับและแÿดง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีทันใด (โยชิโกะ ยามาซากิและคณะ, 2558) ดังนั้น การแปลที่ถูกต้องที่เป็นไปได้ÿ าĀรับ ประโยคในแบบทดÿอบข้อ 10 มีดังต่อไปนี้ 10ก. กระเป๋าÿตางค์Āล่น / ตก ประโยค 10ก. เป็นประโยคที่แÿดงถึงÿภาพผลที ่เกิดขึ้นจากเĀตุการณ์ใดเĀตุการณ์Āนึ่งและคงอยู ่ โดยไม่ จ าเป็นต้องเÿริมด้วยค าแÿดงกาลใดๆ เพราะค ากริยามีความĀมายที่แÿดงกาลชัดเจนอยู่แล้วดังที่อธิบายในประโยค 9ก 10ข. กระเป๋าÿตางค์Āล่น / ตกอยู่ ประโยค 10ข. มีการใช้ค ากริยานุเคราะĀ์ “อยู่” ในประโยคซึ่งแÿดงถึงปัจจุบันกาลÿามัญ (ก าชัย, 2552) 10ค. กระเป๋าÿตางค์ก าลังĀล่น / ตก
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 70 ประโยค 10ค. เป็นประโยคที่Ăาจมีคüามเป็นไปได้ในกรณีที่พูดถึงภาพเĀตุการณ์ที่กระเป๋าÿตางค์Āล่นจากจุดที่ เคยตั้งĂยู่และยังไม่ลงถึงพื้นด้านล่าง เป็นเĀตุการณ์ที่ด าเนินĂยู่ในขณะนั้น Ăาจเป็นการพูดเมื่ĂเĀ็นภาพที่บันทึกไü้ที่ แÿดงเĀตุการณ์Ăย่างช้า เป็นต้น 4.4 üิธีการเก็บข้อมูล ผู้üิจัยมีขั้นตĂนในการเก็บข้Ăมูลการüิจัยดังนี้ 1. ใĀ้ผู้เรียนท าแบบทดÿĂบข้างต้นก่Ăนเริ่มเรียนเนื้ĂĀาขĂงüิชาการแปล 2. จ าแนกค าตĂบแต่ละข้ĂขĂงผู้เรียนแต่ละคนü่าตĂบĂย่างไรบ้าง 3. น าข้Ăมูลที่จ าแนกได้มาüิเคราะĀ์และÿรุปผล 5. ผลการüิจัยและการüิเคราะĀ์ผล ผลของแบบทดÿอบและการüิเคราะĀ์ผล ผู้เรียนได้แปลประโยคในแบบทดÿĂบก่Ăนเรียนในแต่ละข้Ăเป็นภาþาไทยดังนี้ (ĀมายเĀตุ ก าĀนดใĀ้ประโยคที่มีเครื่ĂงĀมาย * คืĂประโยคที่แปลผิด) (1) 兄は体育館で運動する。 (ผู้üิจัยแต่งประโยคเĂง) ค าแปลที่ก าĀนดไü้ 1ก. พี่ชายจะĂĂกก าลังกายที่โรงยิม 1ข. พี่ชายĂĂกก าลังกายที่โรงยิม ภาพที่ 1 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 1 จากภาพที่ 1 แÿดงใĀ้เĀ็นü่าผู้เรียนร้Ăยละ 93 แปลประโยคนี้ตรงกับ 1ข. มีเพียงร้Ăยละ 7 ขĂงผู้เรียนทั้งĀมด เท่านั้นที่แปลประโยคนี้ตรงกับ 1ก. ซึ่งแÿดงถึงการกระท าในĂนาคตกาล ชี้ใĀ้เĀ็นü่าในประโยคที่มีกริยาเป็นรูป 「ル」 ผู้เรียนมีแนüโน้มที่แปลโดยไม่ระบุกาลชัดเจนมากกü่าแปลเป็นĂนาคตกาล 2, 7% 28, 93% พี่ชายจะĂĂกก าลังกายที่โรงยิม พี่ชายĂĂกก าลังกายที่โรงยิม
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 71 (2) 兄は体育館で運動した。 (ผู้วิจัยแต่งประโยคเอง) ค าแปลที่ก าĀนดไว้ 2ก. พี่ชายออกก าลังกายที่โรงยิม 2ข. พี่ชายได้ออกก าลังกายที่โรงยิม 2ค. พี่ชายออกก าลังกายที่โรงยิมแล้ว 2ง. พี่ชายได้ออกก าลังกายที่โรงยิมแล้ว ภาพที่ 2 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 2 จากภาพที่ 2 แÿดงใĀ้เĀ็นว่าผู้เรียนร้อยละ 70 แปลประโยคนี้ตรงกับ 2ก. ขณะที่ร้อยละ 23 แปลประโยคนี้ ตรงกับ 2ค. และร้อยละ 7 แปลประโยคนี้ตรงกับ 2ข. ชี้ใĀ้เĀ็นว่าแม้ประโยคภาþาญี่ปุ่นจะมีค ากริยารูป「タ」ซึ่งบ่งชี้ การกระท าในอดีตอย่างชัดเจนแต่ผู้เรียนจ านวนมากมีแนวโน้มที่จะไม่ระบุกาลอย่างชัดเจนมากกว่าที่จะเÿริมค าใĀ้ดูมี ความเป็นอดีตอย่างโจ่งแจ้ง (3) 兄は体育館で運動している。 (ผู้วิจัยแต่งประโยคเอง) ค าแปลที่ก าĀนดไว้ 3ก. พี่ชายออกก าลังกายอยู่ที่โรงยิม 3ข. พี่ชายก าลังออกก าลังกายที่โรงยิม 3ค. พี่ชายก าลังออกก าลังกายอยู่ที่โรงยิม ภาพที่ 3 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 3 จากภาพที่ 3 แÿดงใĀ้เĀ็นว่าผู้เรียนร้อยละ 50 แปลประโยคนี้ตรงกับ 3ข. ร้อยละ 10 แปลตรงกับ 3ค. ร้อย ละ 7 แปลตรงกับ 3ก. ซึ่งประโยคทั้งĀมดที่กล่าวมาล้วนเป็นประโยคที่แÿดงเĀตุการณ์ที่ด าเนินอยู่ทั้งÿิ้น ในขณะที่ ผู้เรียนร้อยละ 33 แปลโดยไม่เÿริมค าใดๆ ที่แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่ก าลังด าเนินอยู่เลยว่า “พี่ชายออกก าลังกายที่โรงยิม” 21, 70% 7, 23% 2, 7% พี่ชายออกก าลังกายที่โรงยิม พี่ชายออกก าลังกายที่โรงยิมแล้ว พี่ชายได้ออกก าลังกายที่โรงยิม 15, 50% 3, 10% 2, 7% 10, 33% พี่ชายก าลังออกก าลังกายที่โรงยิม พี่ชายก าลังออกก าลังกายอยู่ที่โรงยิม พี่ชายออกก าลังกายอยู่ที่โรงยิม *พี่ชายออกก าลังกายที่โรงยิม
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 72 ซึ่งผู้วิจัยถือว่าแปลไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม จากÿัดÿ่วนของค าตอบÿามารถกล่าวได้ว่าผู้เรียนÿ่วนใĀญ่มีแนวโน้มแปล ประโยคนี้ได้ถูกต้องตามการณ์ลักþณะ (4) 兄は毎日運動している。 (ผู้วิจัยแต่งประโยคเอง) ค าแปลที่ก าĀนดไว้ 4ก. พี่ชายออกก าลังกายทุกวัน 4ข. พี่ชายออกก าลังกายอยู่ทุกวัน ภาพที่ 4 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 4 จากภาพที่ 4 แÿดงใĀ้เĀ็นว่าผู้เรียนร้อยละ 100 Āรือทุกคน แปลประโยคนี้ตรงกับ 4ก. มีความเป็นไปได้ว่าที่ ทุกคนแปลประโยคได้ถูกต้องตรงกัน เพราะมีค าแÿดงความถี่ของเวลา「毎日」ซึ่งเป็นÿิ่งบ่งชี้ใĀ้ผู้เรียนมีความมั่นใจใน การแปล เนื่องจากผู้เรียนมีความรู้อยู่แล้วว่ารูป テイル นอกจากจะแÿดงถึงเĀตุการณ์ที่ก าลังด าเนินอยู่แล้ว ยังÿามารถ แÿดงถึงเĀตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ ้าๆ เป็นกิจวัตรได้ด้วย (5) 彼は 6 月に結婚する。 (ผู้วิจัยแต่งประโยคเอง) ค าแปลที่ก าĀนดไว้ 5ก. เขาจะแต่งงานเดือนมิถุนายน 5ข. เขาก าลังจะแต่งงานเดือนมิถุนายน ภาพที่ 5 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 5 จากภาพที่ 5 แÿดงใĀ้เĀ็นว่าผู้เรียนร้อยละ 90 แปลประโยคนี้ตรงกับ 5ก. ÿ่วนร้อยละ 10 แปลประโยคนี้ตรง กับ 5ข. ซึ่งเป็นการแปลที่ถูกต้องทั้งÿิ้น อาจกล่าวได้ว่าการที่ผู้เรียนÿามารถตีความประโยคนี้ว่าเป็นเĀตุการณ์ในอนาคต ได้น่าจะเป็นเพราะมีค าแÿดงเวลา「6 月」ปรากฏอยู่ในประโยคนั่นเอง 27, 90% 3, 10% เขาจะแต่งงานเดือนมิถุนายน เขาก าลังจะแต่งงานเดือนมิถุนายน 30, 100% พี่ชายออกก าลังกายทุกวัน
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 73 (6) 彼はもう結婚した。 (อ้างอิง ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ, 2557:81) ค าแปลที่ก าĀนดไว้ 6ก. เขาแต่งงานแล้ว 6ข. เขาได้แต่งงานแล้ว ภาพที่ 6 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 6 จากภาพที่ 6 แÿดงใĀ้เĀ็นว่าผู้เรียนร้อยละ 56 แปลประโยคนี้ตรงกับ 6ก. ร้อยละ 30 แปลประโยคนี้ว่า “เขา ได้แต่งงานไปแล้ว” ซึ่งคล้ายคลึงกับ 6ข. ÿ่วนผู้เรียนร้อยละ 4 แปลว่า “เขาเคยแต่งงาน” ร้อยละ 2 และ “เขาแต่งงาน อีกครั้ง” ร้อยละ 2 ซึ่งเป็นการแปลผิดทั้งคู่ แต่การแปลผิดในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเข้าใจเรื่องกาลและการณ์ลักþณะ ผิดพลาด แต ่เป็นการแปลผิดในประเด็นอื่น แต ่ĀากวิเคราะĀ์แนวโน้มความเข้าใจเรื่องกาลและการณ์ลักþณะจาก ประโยคที่ผู้เรียนแปลก็ถือว่าผู้เรียนเกือบทั้งĀมด (ยกเว้นร้อยละ 2 ที่แปลว่า “เขาแต่งงานอีกครั้ง”) มีความเข้าใจที่ ถูกต้อง (7) 彼は結婚している。 (ผู้วิจัยแต่งประโยคเอง) ค าแปลที่ก าĀนดไว้ 7ก. เขาแต่งงานแล้ว 7ข. เขาก าลังแต่งงาน ภาพที่ 7 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 7 จากภาพที่ 7 แÿดงใĀ้เĀ็นว่าผู้เรียนร้อยละ 50 แปลประโยคนี้ตรงกับ 7ก. ซึ่งเป็นการแปลที่แÿดงถึงÿภาพผล จากการกระท าได้อย่างถูกต้อง ÿ่วนผู้เรียนร้อยละ 17 แปลตรงกับ 7ข. ซึ่งเป็นการแปลที่ถูกต้องĀากแต่มิได้Āมายถึง ÿถานภาพ แต่Āมายถึงการกระท าที่ก าลังด าเนินอยู่ อาจเป็นการบรรยายถึงพิธีแต่งงานที่ก าลังด าเนินอยู่ในขณะที่พูด ÿ่วนร้อยละ 33 แปลประโยคนี้ว่า “เขาก าลังจะแต่งงาน” ซึ่งเป็นการแปลผิดเป็นว่าการแต่งงานจะเกิดขึ้นในอนาคต 9, 30% 17, 56% 2, 7% 2, 7% เขาแต่งงานแล้ว เขาได้แต่งงานไปแล้ว *เขาเคยแต่งงาน *เขาแต่งงานอีกครั้ง 15, 50% 10, 33% 5, 17% เขาแต่งงานแล้ว *เขาก าลังจะแต่งงาน เขาก าลังแต่งงาน
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 74 (8) 財布が落ちる。 (Ă้างĂิง ÿุณีย์รัตน์เนียรเจริญÿุขและคณะ, 2557:80) ค าแปลที่ก าĀนดไü้ 8ก. กระเป๋าÿตางค์จะĀล่น / ตก 8ข. กระเป๋าÿตางค์จะĀล่น / ตกแล้ü ภาพที่ 8 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 8 จากภาพที่ 8 แÿดงใĀ้เĀ็นü่าผู้เรียนร้Ăยละ 70 แปลประโยคนี้ü่า “กระเป๋าÿตางค์Āล่น” ซึ่งเป็นการแปลผิด เพราะภาพขĂงเĀตุการณ์ในประโยคนี้กระเป๋าÿตางค์ยังคงĂยู ่ในต าแĀน่งเดิมที ่üางไü้ ไม่ใช่Ăยู่บนพื้นด้านล่างแล้ü ผู้เรียนร้Ăยละ 30 เท่านั้นที่แปลตรงกับ 8ก. ซึ่งเป็นการแปลที่ถูกต้Ăง กรณีขĂงประโยคที่ 8 นี้เมื่ĂเทียบกับกรณีขĂง ประโยคที่ 1 「兄は体育館で運動する。」ซึ่งผู้เรียนจ านüนมากแปลโดยไม่ระบุกาลที่ชัดเจนü่า “พี่ชายĂĂกก าลัง กายที่โรงยิม” ได้ เพราะประโยคที่ 1 กริยามีลักþณะแÿดงการกระท าที่ต่Ăเนื่Ăง แต่ในประโยคที่ 8 กริยาเป็นกริยาที่เกิด และเÿร็จÿิ้นในเüลาĂันÿั้น Ăีกทั้งยังเป็นĂกรรมกริยาที่แÿดงถึงÿภาพĂีกด้üย (9) 財布が落ちた。 (ผู้üิจัยแต่งประโยคเĂง) ค าแปลที่ก าĀนดไü้ 9ก. กระเป๋าÿตางค์Āล่น / ตก 9ข. กระเป๋าÿตางค์Āล่น / ตกแล้ü ภาพที่ 9 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 9 จากภาพที่ 9 แÿดงใĀ้เĀ็นü่าผู้เรียนร้Ăยละ 83 แปลประโยคนี้ตรงกับ 9ก. ซึ่งเป็นการแปลที่ถูกต้Ăง ผู้เรียน ร้Ăยละ 14 แปลü่า “ฉันท ากระเป๋าÿตางค์Āล่น” และร้Ăยละ 3 แปลü่า “ฉันท ากระเป๋าÿตางค์Āาย” ซึ่งเป็นการแปลผิด ซึ่งไม่เกี่ยüกับกาลและการณ์ลักþณะ Ăย่างไรก็ตามจากÿัดÿ่üนขĂงผู้เรียนที่แปลได้ถูกต้Ăงก็ÿามารถกล่าüได้ü่าผู้เรียนมี แนüโน้มแปลได้ถูกต้Ăงตามกาล 3, 30% 7, 70% กระเป๋าÿตางค์จะĀล่น *กระเป๋าÿตางค์Āล่น 25, 83% 4, 14% 1, 3% กระเป๋าÿตางค์Āล่น *ฉันท ากระเป๋าÿตางค์Āล่น *กระเป๋าÿตางค์Āาย
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 75 (10) 財布が落ちている。 (อ้างอิง ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุขและคณะ, 2557:85) ค าแปลที่ก าĀนดไว้ 10ก. กระเป๋าÿตางค์Āล่น / ตก 10ข. กระเป๋าÿตางค์Āล่น / ตกอยู่ 10ค. กระเป๋าÿตางค์ก าลังĀล่น / ตก ภาพที่ 10 กราฟüงกลมแÿดงÿัดÿ่üนของค าตอบข้อ 10 จากภาพที่ 10 แÿดงใĀ้เĀ็นว่าผู้เรียนร้อยละ 43 แปลประโยคนี้ตรงกับ 10ข. ร้อยละ 10 แปลตรงกับ 10ก. รวมเป็นผู้เรียนร้อยละ 53 ÿามารถแปลได้ถูกต้องตามความĀมายการแÿดงÿภาพผลที่ยังคงอยู่ ในขณะที่ผู้เรียนร้อยละ 37 แปลตรงกับ 10ค. ซึ่งนับเป็นการแปลถูกต้องเช่นกันแต่มีความĀมายว่าเป็นเĀตุการณ์ที่ก าลังด าเนินอยู่ ไม่ใช่การ แÿดงÿภาพผลที่คงอยู่ ร้อยละ 7 แปลว่า “กระเป๋าÿตางค์Āล่นĀาย” และร้อยละ 3 แปลว่า “กระเป๋าÿตางค์Āาย” ซึ่ง เป็นการแปลผิดซึ่งไม่เกี่ยวกับกาลและการณ์ลักþณะ 6. บทÿรุป 6.1 ÿรุปผลและอภิปรายผล จากผลของการวิจัยและการวิเคราะĀ์ผล ÿามารถÿรุปแนวโน้มในการแปลกาลและการณ์ลักþณะ 「ル」「 タ」「テイル」ของผู้เรียนได้เป็น 3 ประเด็นĀลัก ดังนี้ 6.1.1 ผู้เรียนมีแนüโน้มไม่แปลรูป「ル」เป็นรูปอนาคตĀากไม่ปรากฏค าแÿดงเüลาในประโยค เมื่อเปรียบเทียบประโยค「ル」ที่แÿดงถึงอนาคตในแบบทดÿอบข้อ (1) 兄は体育館で運動する。ข้อ (5) 彼は 6 月に結婚する。และข้อ (8) 財布が落ちる。เĀ็นได้ชัดว ่าผู้เรียนที ่แปลข้อ (1) และข้อ (8) โดยใช้ค าว่า “จะ” มีจ านวนน้อยมาก (2 และ 3 คนตามล าดับ) เมื่อเทียบกับข้อ (5) ซึ่งมีค าแÿดงเวลาในอนาคตที่ชัดเจน มีผู้แปล โดยใช้ “จะ” มากถึง 27 คน กล่าวได้ว่าĀากไม่มีค าแÿดงเวลาในอนาคตปรากฏในประโยคผู้เรียนÿ่วนใĀญ่ก็จะไม่แปล เป็นอนาคตกาลเพราะในภาþาไทยมีอนุตกาลÿามัญ คือกาลกลางๆ ที่ไม่ระบุเวลาชัดเจน ท าใĀ้เมื่อผู้เรียนพบประโยค 「ル」ที่ไม่มีค าแÿดงเวลาก ากับไว้ก็จะท าใĀ้ผู้เรียนมีแนวโน้มที่จะแปลโดยไม่ใÿ่ “จะ” อย่างไรก็ตาม การวิจัยนี้ใĀ้ ผู้เรียนแปลเป็นประโยคĀลายๆ ข้อแต่เนื้อĀาไม่ได้มีความเชื่อมโยงกัน จึงเป็นข้อจ ากัดที่ท าใĀ้ผู้เรียนไม่ÿามารถพิจารณา จากบริบทอื่นๆ รอบข้างเพื่อช่วยในการตัดÿินใจได้ 3, 10% 13, 43% 11, 37% 2, 7% 1, 3% กระเป๋าÿตางค์Āล่น กระเป๋าÿตางค์Āล่นอยู่ กระเป๋าÿตางค์ก าลังĀล่น *กระเป๋าÿตางค์Āล่นĀาย *กระเป๋าÿตางค์Āาย
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 76 6.1.2 ผู้เรียนมีแนüโน้มทจี่ะแปลรูป「タ」โดยไม่ระบุชี้ชัดü่าเป็นกาลอะไรĀากไม่ปรากฏค าแÿดงกาลที่ ชัดเจนในประโยค เมื่Ăพิจารณาจากการแปลประโยค「タ」ข้Ă (2) 兄は体育館で運動した。และข้Ă (6) 彼はもう結婚し た。พบü่าผู้เรียนร้Ăยละ 50 แปลข้Ă (2) ü่า “พี่ชายĂĂกก าลังกายที่โรงยิม” ซึ่งเป็นประโยคที่ไม่ได้แÿดงกาลĂย่าง ชัดเจน ในขณะที่ผู้เรียนร้Ăยละ 86 แปลข้Ă (6) ü่า “เขาแต่งงานแล้ü” ĀรืĂ “เขาแต่งงานไปแล้ü” ซึ่งเป็นการแปลที่มี ค าแÿดงĂดีตกาล ทั้งนี้เป็นเพราะในประโยคข้Ă (6) มีค าแÿดงกาล もう ปรากฏĂยู่ 6.1.3 ผู้เรียนบางÿ่üนมีแนüโน้มที่จะแปลรูป「テイル」เป็นเĀตุการณ์ที่ด าเนินอยู่แม้ü่าประโยค ภาþาญี่ปุ่นไม่ได้ใĀ้คüามĀมายเช่นนั้น เมื่Ăพิจารณาจากการแปลประโยค「テイル」ข้Ă (7) 彼は結婚している。 และข้Ă (10) 財布が落ちて いる。พบü่าผู้เรียนร้Ăยละ 50 และ 43 ตามล าดับÿามารถแปลได้ถูกต้Ăงü่า “เขาแต่งงานแล้ü” และ “กระเป๋าÿตางค์ Āล่นĂยู่” แต่ก็มีผู้เรียนจ านüนร้Ăยละ 17 และ 37 ตามล าดับที่แปลü่า “เขาก าลังแต่งงาน” และ “กระเป๋าÿตางค์ก าลัง Āล่น” ซึ่งผู้üิจัยไม่ได้ก าĀนดü่าเป็นการแปลผิดเนื่ĂงจากประโยคในแบบทดÿĂบไม่ได้ใĀ้บริบทประกĂบ แต่โดยทั่üไป แล้üน่าจะต้ĂงแปลในลักþณะบĂกÿภาพ 6.2 ข้อเÿนอแนะ 1. ในด้านการเรียนการÿĂนไüยากรณ์ภาþาญี่ปุ่น การĂธิบายไüยากรณ์คüรĂธิบายคüามĀมายและการใช้ใĀ้ กระจ่างชัด Āากค าĂธิบายในต ารามีน้Ăยไป ผู้ÿĂนคüรĂธิบายเÿริมในชั้นเรียน เพื่ĂใĀ้ผู้เรียนเข้าใจĂย่างถูกต้Ăงและเกิด คüามมั่นใจในการน าคüามรู้ไปใช้ 2. ตัüผู้เรียนการแปลคüรýึกþาĀาคüามรู้เพิ่มเติมในÿ่üนขĂงไüยากรณ์ภาþาไทยด้üย เพื่Ăจะได้ÿามารถเลืĂก ค าแปลได้Ăย่างเĀมาะÿมและทüนÿĂบคüามถูกต้Ăงในการแปลด้üยตนเĂงในเบื้Ăงต้นได้ 3. Āากจะýึกþาเกี่ยüกับเรื่Ăงนี้ใĀ้ลึกซึ้งขึ้น ผู้üิจัยคิดü่าคüรจะĂĂกแบบแบบทดÿĂบใĀ้มีบริบทที่เĂื้Ăต่Ăการท า คüามเข้าใจเพื่Ăการแปลมากยิ่งขึ้น เอกÿารอ้างอิง (References) ก าชัย ทĂงĀล่Ă. (2552). Āลักภาþาไทย. รüมÿาÿ์น (1977). นิตยา กาญจนะüรรณ, เÿาüลักþณ์ Ăนันตýานต์, และทิพย์ÿุเนตร Ăนัมบุตร. (2546). ลักþณะและการใช้ภาþาไทย. ÿ านักพิมพ์มĀาüิทยาลัยรามค าแĀง. ÿุณีย์รัตน์ เนียรเจริญÿุข, พัชราพร แก้üกฤþฎางค์, และÿมเกียรติ เชüงกิจüณิช. (2557). โครงÿร้างภาþาญี่ปุ่น (พิมพ์ ครั้งที่ 2). ÿ านักพิมพ์มĀาüิทยาลัยธรรมýาÿตร์. โยชิโกะ ยามาซากิ, เรโกะ ĂิชิĂิ, คาโĂรุ ซาซากิ, มิüาโกะ ทากาăาชิ, และเคโกะ มาชิดะ. (2558). ไดจิ 1 ภาþาญี่ปุ่น ชั้นต้น (กĂงบรรณาธิการ ÿ านักพิมพ์ภาþาและüัฒนธรรม, ผู้แปล; พิมพ์ครั้งที่ 4). ÿ านักพิมพ์ภาþาและ üัฒนธรรม.
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 77 โยชิโกะ ยามาซากิ, เรโกะ ĂิชิĂิ, คาโĂรุ ซาซากิ, มิüาโกะ ทากาăาชิ, และเคโกะ มาชิดะ. (2557). ไดจิ 2 ภาþาญี่ปุ่น ชั้นต้น (กĂงบรรณาธิการ ÿ านักพิมพ์ภาþาและüัฒนธรรม, ผู้แปล). ÿ านักพิมพ์ภาþาและüัฒนธรรม. โยชิโกะ ยามาซากิ, เรโกะ ĂิชิĂิ, คาโĂรุ ซาซากิ, มิüาโกะ ทากาăาชิ, และเคโกะ มาชิดะ. (2558). ไดจิ 3 ภาþาญี่ปุ่น ชั้นต้น (กĂงบรรณาธิการ ÿ านักพิมพ์ภาþาและüัฒนธรรม, ผู้แปล). ÿ านักพิมพ์ภาþาและüัฒนธรรม. ราชบัณฑิตยÿถาน. (2554). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยÿถาน พ.ý.2554. https://dictionary.orst.go.th/ Ăัþฎายุทธ ชูýรี. (2564). แปดประเด็นภาþาýาÿตร์ภาþาญี่ปุ่นเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 2). จุāาลงกรณ์มĀาüิทยาลัย. ĂิงĂร ÿุพันธุ์üณิช. (2516). กาลในภาþาไทย[üิทยานิพนธ์ปริญญามĀาบัณฑิต, จุāาลงกรณ์มĀาüิทยาลัย]. http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/22879 庵功雄 (2001).「テイル形、テイタ形の意味のとらえ方に関する一試案」『一橋大学留学生センタ ー紀要』一橋大学, 4, 75−94. 庵功雄 (2019).「日本語教育文法から見た「テイル」」『第 158 回日本言語学会大会予稿集』日本 言語学会. 工藤浩他 (1993).『日本語要説』ひつじ書房. 仁田義雄 (1997).『日本語文法研究序説』くろしお出版.
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 78 การýึกþาเปรียบเทียบรูปประโยค “A คือ/มีB” ในภาþาไทย กับรูปประโยค “A は B だ/ある” ในภาþาญี่ปุ่น: กรณีแÿดงการบ่งชี้ แÿดงปริมาณ แÿดงÿมาชิก ธีระüุฒิÿุนทรา1 橋本 功2 玉木 修3 กฤþณะ มณีÿอดแÿง4 บทคัดย่อ งานüิจัยฉบับนี้ýึกþาเปรียบเทียบคüามĀมายรูปประโยค “A คือ/มีB” กับรูปประโยค “A は B だ/ある” จากการýึกþาคüามĀมายของĀน่üย B พบü่ารูปประโยคแÿดงปริมาณได้แก่ “A มีB” ในภาþาไทยและ “A は B だ” “A は B ある” ในภาþาญี่ปุ่น รูปประโยคแÿดงการบ่งชี้ได้แก่ “A คือ B” ในภาþาไทยและ “A は B だ” ใน ภาþาญี่ปุ่น รูปประโยคแÿดงÿมาชิกมีเฉพาะแค่ “A は B ある” ในภาþาญี่ปุ่น รูปประโยค Copula ในภาþาไทยกับ ภาþาญี่ปุ่นต่างกันตรงการตีคüามในระดับค า Āน่üย A และ B ในภาþาไทยกับภาþาญี่ปุ่นตีคüามต่างกันแม้ü่าจะเป็นค า ที่ถูกจัดอยู่ในประเภทเดียüกัน ค าÿ าคัญ: (ไม่) ÿามารถอ้างถึง, Āน่üย-กลุ่ม, การตีคüาม, มโนทัýน์, ÿัมพันธกริยา 1 อาจารย์ÿาขาüิชาภาþาญี่ปุ่น คณะมนุþยýาÿตร์มĀาüิทยาลัยĀอการค้าไทย, อีเมล์: [email protected] 2 อาจารย์ÿาขาüิชาภาþาญี่ปุ่น คณะมนุþยýาÿตร์มĀาüิทยาลัยĀอการค้าไทย, อีเมล์: [email protected] 3 อาจารย์ÿาขาüิชาภาþาญี่ปุ่น คณะมนุþยýาÿตร์มĀาüิทยาลัยĀอการค้าไทย, อีเมล์: [email protected] 4 อาจารย์กลุ่มÿาระการเรียนรู้ภาþาจีน-ภาþาญี่ปุ่น โรงเรียนอัÿÿัมชัญธนบุรี, อีเมล์: [email protected]
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 79 A Comparative Study of “A khɯɯ/mii B” Constructions in Thai and “A wa B da/aru” Constructions in Japanese: Focused on Specificational, Scalar and Member Reading Teerawut Sunthara5 Hashimoto Isao6 Tamaki Osamu7 Kritsana Maneesodsang8 Abstract (เว้น 1 บรรทัด) This paper aims to compare the meaning of “A is B” construction in the case of “A khɯɯ/mii B” in Thai, and “A wa B da/aru” in Japanese. The different reading on B has shown that the scalar reading is represented by “A mii B” in Thai, and “A wa B da” or “A wa B aru” in Japanese. The specificational reading is represented by “A khɯɯ B” in Thai, and “A wa B da” in Japanese. The member reading is represented only by “A wa B aru” in Japanese. The contrast between the copula construction in Thai and Japanese is word level interpretation. The same word types of A and B shows the differing interpretations. (เว้น 2 บรรทัด) Keywords: (non-)referential, entity-set, interpretation, concept, copula verb 5 Lecturer, Japanese Department, School of Humanities, The University of the Thai Chamber of Commerce, E-mail: [email protected] 6 Lecturer, Japanese Department, School of Humanities, The University of the Thai Chamber of Commerce, E-mail: [email protected] 7 Lecturer, Japanese Department, School of Humanities, The University of the Thai Chamber of Commerce, E-mail: [email protected] 8 Lecturer, Chinese – Japanese Department, Assumption College Thonburi, E-mail: [email protected]
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 80 1. บทน า ค านาม “鞄 (กระเป๋า)” ÿามารถปรากฏเป็นĀน่üย B ในรูปประโยค “A は B だ” ดัง (1)ÿ่üนค านาม “กระเป๋า” ÿามารถปรากฏเป็นĀน่üย B ในรูปประโยค “A คืĂ B” ดัง (2) และรูปประโยคทั้งÿĂงÿามารถÿื่Ăคüามด้üย คüามĀมายเดียüกันคืĂ “ขĂงที่เคนซื้ĂคืĂกระเป๋า” และในคüามĀมายดังกล่าüไม่ÿามารถใช้รูปประโยค “A มีB” (1) 健が買った物は鞄だ。 (2) ขĂงที่เคนซื้Ă {คือ/??มี} กระเป๋า üลีแÿดงการจ ากัด “鞄だけ (แค่กระเป๋าเท่านั้น)” ในภาþาญี่ปุ่นประกĂบด้üยค านาม+ค าช่üยเน้น (取り立て 詞) และÿามารถปรากฏเป็นĀน่üย B ในรูปประโยค “A は B だ” ดัง (3) ขณะที่üลีแÿดงการจ ากัด “แค ่กระเป๋า เท่านั้น” ในภาþาไทยไม่ÿามารถปรากฏเป็นĀน่üย B ในรูปประโยค “A คืĂ B” แต่ÿามารถปรากฏในรูปประโยค “A มี B” ดัง (4) (3) 健が買った物は鞄だけだ。 (4) ขĂงที่เคนซื้Ă {??คือ/มี} แค่กระเป๋าเท่านั้น ภาþาญี่ปุ่นพบการใช้กริยา “ある (มี)” แทนกริยา “だ” ดัง (5) และÿามารถเติม “…の中 (ใน) に” ร่üมกับ “物” ดัง (7) ขณะที่ในภาþาไทยไม่ÿามารถเติม “ใน” ร่üมกับ “มี” ดัง (6) Ăีกทั้งกรณี (7) ที่ “…の中に” ปรากฏ ÿามารถใช้ได้เพียงแค่ “ある” แต่ไม่ÿามารถใช้ “だ” (5) 健が買った物は鞄だけがある。 (6)??ในขĂงที่เคนซื้Ă มีแค่กระเป๋าเท่านั้น (7) 健が買った物の中には鞄だけ{がある/*だ}。 รูปประโยค “A は B だ” กับ “A คืĂ B” ÿามารถใช้ในคüามĀมายเดียüกันดัง (1) (2) แต่ก็ไม่ÿามารถÿื่Ăคüาม ครĂบคลุมเĀมืĂนกันได้ทุกกรณีดังเช่น (3) (4) ÿ่üนรูปประโยค “A は B ある” กับ “A มีB” ใช้กริยาที่มีคüามĀมาย เĀมืĂนกันแต่Āน่üยที่ปรากฏร่üมต่างกันดัง (5) (6) (7) คüามÿัมพันธ์ระĀü่างรูปประโยคเĀล่านี้เป็นคüามÿัมพันธ์ที่ ซับซ้Ăน จึงมีคüามจ าเป็นต้Ăงýึกþาเปรียบต่างรูปประโยคดังกล่าüเพื่ĂใĀ้เข้าใจขĂบเขตคüามĀมายที่ÿื่Ăคüามได้เĀมืĂน ĀรืĂต่างกัน 2. üัตถุประÿงค์ของการüิจัย งานüิจัยฉบับนี้ýึกþาเปรียบเทียบรูปประโยค “A คืĂ/มีB” ในภาþาไทยกับ “A は B だ/ある(いる)” ใน ภาþาญี่ปุ่น โดยüิเคราะĀ์คüามĀมายขĂงประโยค คüามÿัมพันธ์และลักþณะเฉพาะขĂงĀน่üย A และĀน่üย B เพื่ĂเÿนĂ แนüทางĂธิบายคüามเĀมืĂนและคüามแตกต่างระĀü่างรูปประโยคĂย่างมีเĂกภาพ 3. เอกÿารอ้างอิงที่ผ่านมา 3.1 üรรณกรรมที่เกี่ยüข้องกับรูปประโยค “A คือ/มีB” Kuno & Wongkhomthong (1981 : 73), Iwasaki & Ingkaphirom (2005) จ าแนกใĀ้กริยา “คืĂ” “เป็น” เป็นกริยา Copula ท าĀน้าที่เชื่Ăมประธาน (A) กับบทขยาย (B) และแบ่งประเภทประโยคที่ใช้กริยาดังกล่าüดัง (8) (8) ผู้Āญิงที่ผมเดทĂĂกเที่ยüเมื่Ăüานนี้คืĂ/เป็น ภรรยาของคุณ ประโยค A คืĂ B แÿดงการบ่งชี้ (Identificational) A และ B คืĂคนเดียüกัน ประโยค A เป็น B แÿดงคุณÿมบัติ (Characterizational) B เป็นคุณลักþณะขĂง A Kuno & Wongkhomthong (1981 : 102) ยังกล่าüü่าในภาþาไทยแÿดงการบ่งชี้กับแÿดงคุณลักþณะโดยใช้
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 81 รูปประโยคแยกกันคืĂรูปประโยค “A คืĂ B” กับ “A เป็น B” ในขณะที่ภาþาญี่ปุ่นแÿดงการบ่งชี้และแÿดงคุณลักþณะ ด้üยรูปประโยคเดียü คืĂ “A は B だ”9 Chiravate (2012) ระบุü่า “เป็น” มีคüามเป็นกริยา (verbal) ÿามารถปรากฏร่üมกับüลีแÿดงระยะเüลา “มา 2 ปีแล้ü” และค าปฏิเÿธ “ไม่ได้” ดัง (9) (11) ในขณะที่ “คืĂ” ไม่มีคüามเป็นกริยา (non-verbal) จึงไม่ÿามารถปรากฏ ร่üมกับüลีแÿดงระยะเüลาและค าปฏิเÿธดัง (10) (12) (9)a. ÿมýักดิ์เป็นครู (10)a.*ÿมýักดิ์คืĂครู (9)b. ÿมýักดิ์เป็นครูมา 2 ปีแล้ü (8) (10)b.*ÿมýักดิ์คืĂครูมา 2 ปีแล้ü (11)a. ÿมýักดิ์เป็นÿถาปนิก (12)a.*ÿมýักดิ์คืĂÿถาปนิก (11)b. ÿมýักดิ์ไม่ได้เป็นÿถาปนิก (21) (12)b.*ÿมýักดิ์ไม่ได้คืĂÿถาปนิก ต่Ăมา Wongwattana (2015) น ากริยา copula “Ăยู่” “ได้แก่” “ใช่” มาýึกþาเปรียบเทียบร่üม และกล่าüถึง คüามÿัมพันธ์ระĀü่างกริยา Copula กับประเภทüลีขĂงĀน่üย B ü่า “เป็น” “คืĂ” “ได้แก่” “ใช่” ปรากฏร ่üมกับ นามüลี (Noun Phrase : NP) แต่ “Ăยู่” ปรากฏร่üมเฉพาะกับบุพบทüลี (Prepositional Phrase : PP) ดัง (13) (13) ปากกาĂยู่[PP บนโต๊ะ] (Wongwattana 2015 : 105) Wongwattana (2015) Ăาýัยคüามแตกต่างระดับคüามเป็นกริยาขĂง “เป็น” “คืĂ” และระดับการĂ้างถึง ขĂงĀน่üย A และ B แบ่งประเภทประโยค Copula ดังแÿดงในตารางต่Ăไปนี้ ตารางที่ 1 ตารางจ าแนกรูปประโยค “A เป็น/คือ B” ในภาþาไทย Wongwattana (2015) ýึกþากริยา “Ăยู่” แต่ไม่ได้ýึกþา “มี” ÿ าĀรับ “มี” เมื่Ăใช้เป็นกริยาแท้จะแÿดงการ มีĂยู่ (14a) แÿดงการเป็นเจ้าขĂง (14b) (นüüรรณ 2551, 2553) และกรณีที่ไม่ใช่กริยาแท้จะแÿดงการเกิดÿถานการณ์ (14c) (田中 2004) กริยา “มี” ที่ปรากฏในรูปประโยค “N มี N” จะแÿดงการมีĂยู่และแÿดงการเป็นเจ้าขĂงดัง (15) (14)a. มีน ้าĂยู่ในแก้ü b. มีเงิน c. มีคนญี่ปุ่นมาĀาคุณ 9 Kuno & Wongkhomthong (1981) ยังระบุü่า “A が B だ” แÿดงได้ทั้งคüามĀมายบ่งชี้และแÿดงคุณลักþณะ ภาคแÿดง คüามĀมาย ประโยค Āน่üย A Copula Āน่üย B Predicational คุณÿมบัติลักþณะ (Characterizational) เขา (referential) เป็น เด็ก (มากมาก) (non-referential) Non - Predicational ชี้เฉพาะ (Specificational) ผู้ชนะ (non-referential) คืĂ บัüขาü (individual) (referential) บ่งชี้ (Identificational) นี่ (referential) คืĂ มาริโĂ้ (referential) เÿมĂกัน (Equational) ÿยาม (fully referential) คืĂ ประเทýไทย (fully referential) นิยาม (Definitional) ÿติ (non-referential) คืĂ การรู้ÿึกตัü (non-referential)
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 82 (15) N (ÿถานที่) มี N (ÿิ่งที่มี) : บนโต๊ะมีĀนังÿืĂ (แÿดงการมีĂยู่) N (ผู้มีประÿบการณ์) มี N (ÿิ่งที่มี) (N (ÿถานที่)) : ผมมีบ้าน (ที่เชียงใĀม่) (แÿดงการเป็นเจ้าขĂง) “แค่…เท่านั้น” ในประโยค “คนที่ซื้Ăกระเป๋ามีแค่เคนเท่านั้น” เป็นüลีแÿดงการจ ากัดจะปรากฏร่üมกับĀน่üย Ăื่นใน 3 ลักþณะคืĂปรากฏด้านĀลัง (16a) ปรากฏด้านĀน้า (16b) และปรากฏทั้งด้านĀน้าและĀลัง (16c) üลีแÿดง การจ ากัดที่ปรากฏด้านĀน้ามีĀลายค า เช่น “แต่” “แค่” “เพียง” ดัง (17) แต่พบกรณีแทนกันไม่ได้ดัง (18) (16)a. มีตู้ 10 ใบเท่านั้น b. มีตู้แค่10 ใบ c. มีตู้แค่10 ใบ เท่านั้น (17) มีแค่/แต่/เพียง เขาที่รĂดชีüิต (18) เขา แค่/??แต่/??เพียง Ăยากมีเพื่Ăน 3.2 üรรณกรรมที่เกี่ยüข้องกับรูปประโยค “A は B だ/ある (いる)” 西山 (2003 : 119) ระบุü่ารูปประโยค “A は/が B だ” เป็นรูปประโยค Copula ที่ค านามภาคประธาน (A) และค านามภาคแÿดง (B) ถูกเชื่Ăมด้üยกริยา Copula (繋辞) “だ” ĀรืĂ “である” 西山 (2003) ใช้คุณÿมบัติทาง Ăรรถýาÿตร์คืĂการ (ไม่) ÿามารถĂ้างถึง ((Non)-referential, (非) 指示的) ü่าเป็นผู้ใดÿิ่งใดได้ĀรืĂไม่ แบ่งประโยค Copula ในภาþาญี่ปุ่นดังตารางที่ 2 การแบ่งประเภทประโยค Copula ในภาþาญี่ปุ่นขĂง 西山 (2003) ข้Ă (1) – (5) ÿĂดคล้Ăงกับการแบ่งประโยค Copula ในภาþาไทยขĂง Wongwattana (2015) ตารางที่ 2 ตารางจ าแนกรูปประโยค “A は B だ” “B が A だ” ในภาþาญี่ปุ่น A は B だ A が B だ 1 措定文 (Predicational Sentence) あいつは馬鹿だ。 2 倒置指定文 (Inverted Specification Sentence) 幹事は田中だ。 指定文 (Specification Sentence) 田中が幹事だ。 3 倒置同定文 (Inverted Identification Sentence) こいつは山田村長の次男だ。 同定文 (Identification Sentence) 山田村長の次男がこいつだ。 4 倒置同一性文 (Inverted Identity Sentence) ジキル博士はハイド氏だ。 同一性文 (Identity Sentence) ハイド氏がジキル博士だ。 5 定義文 (Definitional Sentence) 眼科医(と)は目のお医者さんのことだ。 6 提示文 (Presentational Sentence) 特におすすめなのがこのワインです。 ผู้üิจัยไม่พบงานüิจัยที่ศึกษารูปประโยค “A は〜だけだ” เช่น “健が買った物は鞄だけだ” โดยเฉพาะ Āน่üยค า “だけ” จัดเป็นค าช่üยเน้น (取り立て詞) แÿดงการจ ากัด (限定) โดยค าช่üยเน้นจะÿามารถแÿดงได้ทั้ง คüามĀมายĀลักและคüามĀมายแฝงดัง (19) (沼田 2009) (19) 健が鞄だけを買った。 คüามĀมายĀลัก : เคนซื้Ăกระเป๋า คüามĀมายแฝง : เคนไม่ได้ซื้ĂĂย่างĂื่นนĂกจากกระเป๋า ประโยค “A は B だ” ÿามารถเปลี่ยน “だ” เป็น “ある(いる)” ได้ดัง (20) (21) (22) (23)
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 83 (20)a. 健は教室の中だ。 (21)a. 本は引き出しの中だ。 (20)b. 健は教室の中にいる。 (20)b. 本は引き出しの中にある。 (22)a. 学生は 3 人だ。 (23)a. 鞄は 3 つだ。 (19)b. 学生は 3 人いる。 (20) (22)b. 鞄は 3 つある。 รูปประโยค “〜に〜がある (いる)” เป็นประโยคแÿดงการมีĂยู่และค าช่üย “に” จะแÿดงÿถานที่ดัง (24) ทü่าค าที่ไม่ใช่ÿถานที่ เช่น “人 (คน)” ÿามารถปรากฏในรูปประโยค “〜に〜がある (いる)” พร้Ăม “の中” และ ตีคüามเป็นกลุ่มคนได้ดัง (25) (24) 教室に学生がいる。 (25) 怪我した人の中に学生がいる。 3.3 ประเด็นปัญĀา รูปประโยค “A มี B” Ăยู่ในโครงÿร้าง “N มี N” และลักþณะเฉพาะคืĂ N ทั้งÿĂงตัüเป็นคนĀรืĂเป็นขĂงซึ่ง ต่างจากรูปประโยค “N มี N” ซึ ่งใช้กริยาแท้ “มี” (26a) และไม ่ÿามารถปรากฏร ่üมกับÿถานที ่แบบ (26b) จาก ลักþณะเฉพาะดังกล่าüท าใĀ้มีคüามจ าเป็นต้Ăงýึกþาเพิ่มเติม (26)a. N (ÿถานที่) มี N (ÿิ่งที่มี) : บนโต๊ะมีĀนังÿืĂ (แÿดงการมีĂยู่) (26)b. N (ผู้มีประÿบการณ์) มี N (ÿิ่งที่มี) (N (ÿถานที่)) : ผมมีบ้าน (ที่เชียงใĀม่) (แÿดงการมีเจ้าขĂง) รูปประโยค copula Ăธิบายคüามแตกต่างด้üยการĂ้างถึงได้/ไม่ได้ĀรืĂ ระดับการชี้เฉพาะ แต่ทü่ารูปประโยค (27a, b) ทั้ง “เคน” กับ “แค่เคนเท่านั้น” ต่างก็เป็นค าที่Ă้างถึงได้ ดังนั้นจึงไม่ÿามารถĂธิบายด้üยคüามแตกต่างการ Ă้างถึงได้/ไม่ได้ ค าทั้งÿĂงĂาจจะมีระดับการชี้เฉพาะที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ยังคงมีคüามจ าเป็นต้Ăงýึกþาเพิ่มเติมü่าระดับ การชี้เฉพาะต ่างกันĂย ่างไร Ăนึ ่งค าแÿดงการจ ากัดปรากฏได้Āลายต าแĀน ่ง แต ่ละต าแĀน ่งĂาจจะÿ ่งผลต ่Ăคüาม แตกต่างทางไüยากรณ์ดังนั้นงานüิจัยฉบับนี้จึงขĂýึกþาเฉพาะ “แค่…เท่านั้น” ซึ่งเป็นการปรากฏเต็มรูปแบบ และจะ น าผลüิจัยไปýึกþาต่ĂยĂดเปรียบเทียบกับตัüĂื่นในโĂกาÿต่Ăไป (27)a.??คนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ/??มีเคน b.??คนที่ซื้Ăกระเป๋า ??คืĂ/มีแค่เคนเท่านั้น รูปประโยค “A は B だ” ÿามารถแÿดงคüามĀมายเดียüกับรูปประโยค “A มี/คืĂ B” ในภาพรüม แต่ทü่า ภายใต้บริบทเดียüกัน “A は B だ/ある” กับ “A มี/คืĂ B” พบคüามแตกต่างที่Āน่üย A ดัง (28a, b) กับ (28c, d) จากคüามแตกต่าง (27) (28) ท าใĀ้ต้ĂงýึกþาเปรียบเทียบĀน่üย A และ B ตลĂดจนคüามÿัมพันธ์ขĂงรูปประโยค เพิ่มเติม (28)a.??ในนักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋าคืĂเคน b.??ในนักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋ามีแค่เคนเท่านั้น (28)c.??鞄を買った学生の中には健がいる。 d.??鞄を買った学生の中には健だけがいる。 4. üิธีการüิจัย งานüิจัยฉบับนี้เป็นงานüิจัยเชิงคุณภาพĂาýัยĀลักฐานเชิงประจักþ์ซึ่งก็คืĂคüาม (ไม่) ถูกไüยากรณ์ขĂงประโยค คüามถูกต้Ăงทางไüยากรณ์ขĂงประโยคประเมินโดยผู้ÿĂนภาþาญี่ปุ่นชาüญี่ปุ่น 3 คน (รüมผู้üิจัย 2 คน) ชาüไทย 3 คน (รüมผู้üิจัย 2) คน ผู้üิจัยüิเคราะĀ์รูปประโยค “A คืĂ/มีB” ในภาþาไทยกับ “A は B だ/ ある(いる)” เพื่ĂĀา ลักþณะร่üมและแตกต่างทางคüามĀมายขĂงประโยคโดยĂาýัยแนüคิดดังนี้
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 84 ทüิลักþณ์เป็นการเปรียบเทียบคุณÿมบัติด้üยขั้üตรงข้าม【±】เช่น ค านามที่มีĂรรถลักþณ์【+มนุþย์】เช่น “健 (เคน)” ĀรืĂĂรรถลักþณ์【−มนุþย์】เช่น “鳥 (นก)” “鞄 (กระเป๋า)” Āน่üย (個体) กลุ่ม (集合) จ านüน (数量) ปริมาณ (量的) คุณÿมบัติ (属性) เมื่Ăค าÿามารถĂ้างถึงผู้ใด ÿิ่งใดและÿามารถนับจ านüนได้จะมĂงเป็นĀน่üยซึ่งชี้เฉพาะได้เช่น “เคน” ขณะที่ค าแÿดงจ านüนเช่น “3 คน” ไม่ ÿามารถĂ้างถึงü่าเป็นผู้ใดÿิ่งใด เป็นปริมาณและไม่ÿามารถเติมค าชี้เฉพาะเช่น “その” ดัง (29) ทü่าจ านüนÿามารถ Ă้างถึงและเติมค าชี้เฉพาะได้ĀากบริบทใĀ้ข้ĂมูลมากพĂดัง (30) (29) 健が花子と明子と 3 人/??その 3 人で食事した。 (30) 健が花子と明子と食事した。その 3 人はいつも一緒にいる。 ค านาม เช่น “เด็ก” แÿดงคüามĀมายได้ 3 ลักþณะ คืĂ 1) Āน ่üย ÿามารถĂ้างถึงและชี้เฉพาะได้ü ่าเป็น นักเรียนคนใดดัง (31a) 2) กลุ่ม ÿามารถĂ้างถึงแต่ไม่ÿามารถชี้เฉพาะü่าเป็นนักเรียนคนใดดัง (31b) 3) คุณÿมบัติ ไม่ ÿามารถĂ้างถึง แÿดงคุณÿมบัติคüามเป็นเด็กดัง (32) (31)a. 健はあそこの子供だ。 (cf.??健は本当にあそこの子供だ。) (31)b. 子供は学校に行くものだ。 (cf.??あそこの子供は学校に行くものだ。) (32) 健は本当に子供だな。 (cf.??健は本当にあそこの子供だな。) โครงÿร้างชุดข้อมูลเฉพาะ (順序構造, Scale Structure) ค าช่üยเน้น (取り立て詞) ท าĀน้าที่เน้นĀน่üย ในประโยค (自者) เพื่ĂเปรียบเทียบกับĀน่üยĂื่น (他者) การตีคüามคüามÿัมพันธ์ระĀü่างĀน่üยที่ถูกเน้น (ตาม คüามĀมายĀลัก) กับĀน ่üยĂื ่น (ตามคüามĀมายแฝง) เกิดจากการÿร้างชุดข้Ăมูลเฉพาะที ่เกี ่ยüข้Ăง การตีคüาม คüามÿัมพันธ์ดังกล่าüเป็นการตีคüามเชิงปริมาณ (量的解釈, Scalar Reading) (野口・原田 1996) 5. ผลการüิจัย 5.1 ภาþาไทย รูปประโยค “A มี B” แÿดงปริมาณ และĀน่üย B เป็นค าที่มีลักþณะดัง (33) (33) A มีB(ปริมาณ) ; B = ค าแÿดงจ านüน (ไม่ชี้เฉพาะ),ชุดข้Ăมูลเฉพาะ (Āน่üย/กลุ่ม), (33) A มี B(ปริมาณ) ; B = ค านาม+ค าแÿดงจ านüน (ไม่ชี้เฉพาะ)…เป็นต้น Āน่üย B ขĂง “มี” ต้Ăงแÿดงปริมาณได้ค าแÿดงจ านüน เช่น “1 คน” “3 คน” “1 ตัü” “3 ตัü” “1 ใบ” “3 ใบ” ไม่ÿามารถĂ้างถึงĀน่üย (個体) แต่แÿดงจ านüนได้ จึงมีคุณÿมบัติแÿดงปริมาณ ÿามารถปรากฏเป็นĀน่üย B ดัง (34a) (35a) (36a) (37a) 10 ขณะที่ค านามÿามารถĂ้างถึงĀน่üย (個体) เช่น “เคน” “นักเรียนคนนี้” “นกตัüนี้” “กระเป๋าใบนี้” ĀรืĂĂ้างถึงกลุ่ม (集合) เช่น “นักเรียน” “นก” “กระเป๋า” จึงไม ่มีคุณÿมบัติแÿดงปริมาณและไม่ ÿามารถปรากฏเป็นĀน่üย B ดัง (34b) (35b) (36b) (37b) 11 10 เมื่Ăค าแÿดงจ านüนถูกท าใĀ้ชี้เฉพาะด้üยค าชี้เฉพาะจะไม่แÿดงปริมาณและไม่ÿามารถเป็นĀน่üย B ขĂง “มี” (i)??นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋ามี1 คนนี้ /3 คนนี้ (ii)??กระเป๋าที่นักเรียนซื้Ăมี1 ใบนี้ / 3 ใบนี้ 11 เมื่Ăค านามปรากฏพร้ĂมกันĀลายตัüเป็นชุดค านาม ค านามแต่ละตัüถูกตีคüามร่üมกันท าใĀ้เกิดการรับรู้จ านüน และการรับรู้จ านüน ท าใĀ้เกิดการตีคüามปริมาณ จึงÿามารถปรากฏร่üมกับ “มี” ได้ ดัง “นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋า มี เคน ฮานาโกะ อาคิโกะ” “ÿัตü์ที่Āลุด ĂĂกไป มี นก ÿุนัข แมü” “ขĂงที่เคนซื้Ă มี กระเป๋า นาฬิกา แü่นตา”
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 85 (34)a.??นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋า มี1 คน b.??นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋า มี เคน (35)a.??คนที่ซื้Ăกระเป๋า มี3 คน b.??คนที่ซื้Ăกระเป๋า มี นักเรียน (คนนี้) (36)a.??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป มี1 ตัü/3 ตัü b.??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป มี นก (ตัüนี้) (37)a.??ขĂงที่เคนซื้Ă มี1 ใบ/3 ใบ b.??ขĂงที่เคนซื้Ă มี กระเป๋า (ใบนี้) ทü่าเมื่Ăค านาม 1 ตัü (ทั้งที่Ă้างถึงĀน่üยและกลุ่ม) ปรากฏพร้Ăมüลีแÿดงการจ ากัด “แค่…เท่านั้น” จะÿามารถ แÿดงปริมาณและปรากฏเป็นĀน่üย B ได้ดัง (38) (39) (40) (41) (38) นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋า มี แค่เคนเท่านั้น a. เคนซื้Ăกระเป๋า b. คนĂื่นนĂกจากเคนไม่ซื้Ăกระเป๋า (39) คนที่ซื้Ăกระเป๋า มี แค่นักเรียน (คนนี้) เท่านั้น a. นักเรียน (คนนี้) ซื้Ăกระเป๋า b. คนĂื่นนĂกจากนักเรียน (คนนี้) ไม่ซื้Ăกระเป๋า (40) ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป มี แค่นก (ตัüนี้) เท่านั้น a. นก (ตัüนี้) ĀลุดĂĂกไป b. ตัüĂื่นนĂกจากนก (ตัüนี้) ไม่ĀลุดĂĂกไป (41) ขĂงที่เคนซื้Ă มีแค่กระเป๋า (ใบนี้) เท่านั้น a. เคนซื้Ăกระเป๋า (ใบนี้) b. เคนไม่ได้ซื้ĂขĂงĂย่างĂื่นนĂกจากกระเป๋า (ใบนี้) üลีแÿดงการจ ากัด “แค่…เท่านั้น” (38) (39) (40) (41) แÿดงคüามĀมายĀลัก (a) และคüามĀมายแฝง (b) เĀมืĂนกับค าช่üยเน้น (取り立て詞) ในภาþาญี่ปุ่น ดังนั้น “แค่…เท่านั้น” จึงÿร้างชุดข้Ăมูลเฉพาะ (順序構造, Scalar Structure) เกิดการตีคüามเชิงปริมาณ (量的解釈, Scalar Reading) ซึ่งตีคüามร่üมกันระĀü่างค านามในคüามĀมาย Āลัก (a) และค านามในคüามĀมายแฝง (b) “A มี B” ÿามารถใช้ในรูป “N1 มี N2-จ านüน” เพราะ “N2-จ านüน” มีค าแÿดงจ านüนเป็นÿ่üนประกĂบ ทü่ากรณีไม่ชี้เฉพาะจะมีแนüโน้มเป็นธรรมชาติมากกü่าดัง (43a) (44a) และพบกรณีที่ไม่ÿามารถĂยู่ในรูปโครงÿร้าง “N1 มี N2-จ านüน” ดัง (42a) (42)a.??คนที่ซื้Ăกระเป๋า มี นักเรียน 3 คน b.??คนที่ซื้Ăกระเป๋า มี นักเรียน 3 คนนี้ (43)a.??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป มี นก 3 ตัü b.??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป มี นก 3 ตัüนี้ (44)a.??ของที่เคนซื้Ă มีกระเป๋า 3 ใบ b.??ของที่เคนซื้Ă มีกระเป๋า 3 ใบนี้ คüามแตกต่างระĀü่าง (42a) กับ (43a) (44a) ข้างต้นÿะท้Ăนคüามแตกต่างระĀü่างĂรรถลักþณ์【−มนุþย์】 เช่น “ขĂง” “กระเป๋า” “ÿัตü์” “นก” กับĂรรถลักþณ์【+มนุþย์】เช่น “คน” “นักเรียน” ÿ าĀรับ N1 เช่น “ขĂง” “ÿัตü์” กับ N2 เช่น “กระเป๋า” “นก” มีคüามÿัมพันธ์แบบ “ค าบ่งชนิด (Hypernym, 上位語) – ลูกค า (Hyponym, 下位語) ” ท าใĀ้กล่าüได้ü่า “กระเป๋า (N2) จัดเป็นÿิ่งขĂง (N1) ประเภทĀนึ่ง” “นก (N2) จัดเป็นÿัตü์ (N2) ประเภท Āนึ่ง” ขณะที่ “นักเรียน” กับ “คน” ไม่ได้Ăยู่ในคüามÿัมพันธ์ดังกล่าü จึงไม่ÿามารถกล่าüได้ü่า “นักเรียนจัดเป็นคน ประเภทĀนึ่ง”12 จากลักþณะนี้ท าใĀ้กล่าüได้ü่า (45) Ăรรถลักþณ์【±มนุþย์】ขĂงค า ÿ่งผลต่Ăคüามเป็นธรรมชาติขĂงรูปประโยค “A มี B” 12 Ăาชีพ เช่น นักเรียน Ăาจารย์ ตลĂดจนคüามÿัมพันธ์ เช่น พ่Ă แม่ เพื่Ăน เป็นการจ าแนกประเภท “คน” ด้üยÿถานะทางÿังคม จึงเป็น การจ าแนกโดยลักþณะภายนĂกภาþา
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 86 รูปประโยค “A มี B” แÿดงปริมาณÿ่üนรูปประโยค “A คืĂ B” แÿดงการบ่งชี้ดัง (46) (46) A คืĂ B(บ่งชี้) ; B = ค านาม (Āน่üย/กลุ่ม), ค านาม+ค าแÿดงจ านüน (ชี้เฉพาะ)…เป็นต้น Āน่üย B ขĂง “คืĂ” ต้ĂงมีคุณÿมบัติĂ้างถึงĀน่üย (個体) ĀรืĂกลุ่ม (集合) จึงจะแÿดงคüามĀมายบ่งชี้ได้ ดังนั้นค านาม (ทั้งแÿดงĀน่üยและกลุ่ม) และค าแÿดงจ านüนพร้Ăมค าชี้เฉพาะจึงÿามารถปรากฏเป็นĀน่üย B ดัง (47a, b) (48a, b) (49a, b) (50a, b) ในขณะที่ค าแÿดงจ านüนที่ไม่ชี้เฉพาะเป็นĀน่üย B ไม่ได้ดัง (47a) (48a) (49a) (50a) (47)a.นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ {??3 คน/??3 คนนี้} b.นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ เคน (48)a.คนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ {??3 คน/??3 คนนี้} b.คนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ นักเรียน (คนนี้) (49)a.ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป คืĂ {??3 ตัü/??3 ตัüนี้} b.ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป คืĂ นก (ตัüนี้) (50)a.ขĂงที่เคนซื้Ă คืĂ {??3 ใบ/??3 ใบนี้} b.ขĂงที่เคนซื้Ă คืĂ กระเป๋า (ใบนี้) ชุดข้Ăมูลเฉพาะไม่ÿามารถปรากฏเป็นĀน่üย B ทั้งในกรณีค านามแÿดงĀน่üยและกลุ่มดัง (51) (52) (53) (54) ค านามในข้Ăมูลแฝงไม่ได้ปรากฏในประโยคและเป็นเพียงชุดข้Ăมูลที่รับรู้ ท าใĀ้บ่งชี้ได้แค่ค านามชุดข้ĂมูลĀลัก ไม่ ÿามารถบ่งชี้ค านามชุดข้Ăมูลแฝง เมื่Ăตีคüามบ่งชี้Āน่üยทุกĀน่üยที่เกี่ยüข้Ăงไม่ได้จึงไม่ÿามารถปรากฏร่üมกับ “คืĂ” (51)??นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ แค่เคนเท่านั้น (52)??คนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ แค่นักเรียน (คนนี้) เท่านั้น (53)??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป คืĂ แค่นก (ตัüนี้) เท่านั้น (54)??ขĂงที่เคนซื้Ă คืĂ แค่กระเป๋า (ใบนี้) เท่านั้น “A คืĂ B” ÿามารถใช้ในรูป “N1 คืĂ N2-จ านüน” เพราะ “N2-จ านüน” มีค านามที่Ă้างถึงได้เป็นÿ่üนประกĂบ ทü่ากรณีถูกชี้เฉพาะจะมีแนüโน้มเป็นธรรมชาติมากกü่าดัง (55b) (56b) (57b) (55)a.??คนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ นักเรียน 3 คน b.??คนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ นักเรียน 3 คนนี้ (56)a.??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป คืĂ นก 3 ตัü b.??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป คืĂ นก 3 ตัüนี้ (57)a.??ของที่เคนซื้Ă คืĂ กระเป๋า 3 ใบ b.??ของที่เคนซื้ĂคืĂ กระเป๋า 3 ใบนี้ จากลักþณะข้างต้นท าใĀ้ระบุคüามแตกต่างขĂง 2 รูปประโยคเพิ่มเติมได้ดังนี้ (58) Ăรรถลักþณ์【±มนุþย์】ขĂงค า ÿ่งผลต่Ăคüามเป็นธรรมชาติขĂงประโยคเฉพาะรูปประโยค “A มี B” แต่ไม่ÿ่งผลต่Ăรูปประโยค “A คืĂ B” ค าแÿดงจ านüนและค านาม+ค าแÿดงจ านüน (ไม่ชี้เฉพาะ) ที่ปรากฏร่üมกับ “มี” ÿามารถถูกยืนยันü่าเป็น จ านüนดังกล่าüด้üยการปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธจ านüน เช่น “ไม่ใช่ 2 คน” “ไม่ใช่ 2 ตัü” “ไม่ใช่ 2 ใบ” “ไม่ใช่ 2 Ăัน” ดัง (59a) (60a) (61a) แต่ทü่าไม่ÿามารถถูกยืนยันü่าเป็นจ านüนดังกล่าüด้üยการปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธ ค านาม (แÿดงĀน่üยและกลุ่ม) ดัง (59b) (60b) (61b) จากลักþณะนี้ท าใĀ้ÿามารถยืนยันได้ü่าค าแÿดงจ านüน ค านาม+ ค าแÿดงจ านüน (ไม่ชี้เฉพาะ) ที่ปรากฏร่üมกับ “มี” แÿดงปริมาณ (59)?คนที่ซื้Ăกระเป๋า มี1 คน a. ไม่ใช่2 คน / b.??ไม่ใช่Ăาจารย์ (คนนี้)13 (60)?ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป มี1 ตัü・นก 1 ตัü a. ไม่ใช่2 ตัü / b.??ไม่ใช่ÿุนัข (ตัüนี้) (61)?ขĂงที่เคนซื้Ă มี1 อัน・กระเป๋า 1 ใบ a. ไม่ใช่2 อัน (ใบ) / b.??ไม่ใช่ĀนังÿืĂ (เล่มนี้) 13 ถ้าตีคüามเป็นการใĀ้ข้Ăมูลเพิ่มü่า “คนที่ซื้Ăกระเป๋ามี 1 คน (แต่ 1 คนที่ü่า) ไม่ใช่Ăาจารย์” “ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไปมี 1 ตัü (แต่ 1 ตัüที่ü่า นี้) ไม่ใช่ÿุนัข” “ขĂงที่เคนซื้Ăมี 1 Ăย่าง (แต่ 1 Ăย่างที่ü่านี้) ไม่ใช่ĀนังÿืĂ” ประโยคจะถูกไüยากรณ์
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 87 ชุดข้Ăมูลเฉพาะไม่ÿามารถปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธจ านüน (62a) (63a) (64a) (65a) และบริบทปฏิเÿธ ค านาม (แÿดงĀน่üย (62b) (63c) (64c) (65c) และกลุ่ม (63b) (64b) (65b)) จากลักþณะนี้เกิดจากชุดข้Ăมูลเฉพาะ แÿดงปริมาณในรูปแบบที่ต่างจากค าแÿดงจ านüนและค านาม+ค าแÿดงจ านüน (62) คนที่ซื้Ăกระเป๋า มีแค่เคนเท่านั้น a.??ไม่ใช่ 2 คน / b.??ไม่ใช่ทาเคชิ (63) คนที่ซื้Ăกระเป๋า มีแค่นักเรียนเท่านั้น・แค่นักเรียนคนนี้เท่านั้น a.??ไม่ใช่ 2 คน / b.??ไม่ใช่Ăาจารย์/ c.??ไม่ใช่นักเรียนคนนั้น (64) ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป มี แค่นกเท่านั้น・แค่นกตัüนี้เท่านั้น a.??ไม่ใช่ 2 ตัü / b.??ไม่ใช่ÿุนัข / c.??ไม่ใช่นกตัüนั้น (65) ขĂงที่เคนซื้Ă มี แค่กระเป๋าเท่านั้น・แค่กระเป๋าใบนี้เท่านั้น a.??ไม่ใช่ 2 ใบ / b.??ไม่ใช่ĀนังÿืĂ / c.??ไม่ใช่กระเป๋าใบนั้น Āน่üย B รูปประโยค “A คืĂ B” ที่ปรากฏเป็นค านามและค านาม+ค าแÿดงจ านüน (ชี้เฉพาะ) ไม่ÿามารถถูก ยืนยันการĂ้างถึงด้üยการปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธจ านüนดัง (66a) (67a) (68a) แต่ÿามารถถูกยืนยันด้üยการ ปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธค านาม (Āน่üยและกลุ่ม) ดัง (66b) (67b) (68b) (66)?คนที่ซื้Ăกระเป๋า คืĂ นักเรียน・นักเรียนคนนี้・นักเรียน 3 คนนี้・ 3 คนนี้ a.??ไม่ใช่ 2 คน /?b. ไม่ใช่อาจารย์ (คนนี้) (67)?ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไป คืĂ นก・นกตัüนี้・นก 3 ตัüนี้・3 ตัüนี้ a.??ไม่ใช่ 2 ตัü / b. ไม่ใช่ÿุนัข (ตัüนี้) (68)?ขĂงที่เคนซื้Ă คืĂ กระเป๋า・กระเป๋าใบนี้・กระเป๋า 3 ใบนี้・3 ใบนี้ a.??ไม่ใช่ 2 ใบ / b. ไม่ใช่Āนังÿือ (เล่มนี้) 5.2 ภาþาญี่ปุ่น รูปประโยค “A は B だ” แÿดงได้ทั้งปริมาณและการบ่งชี้และĀน่üย B มีลักþณะดัง (69) (69)a. A は B(ปริมาณ) だ。 ; B = ค าแÿดงจ านüน (ไม่ชี้เฉพาะ)(, ชุดข้Ăมูลเฉพาะ (Āน่üย), ค านาม+ค าแÿดงจ านüน (ไม่ชี้เฉพาะ)…เป็นต้น(69) (69)b. A は B(บ่งชี้)だ。 ; B = ค านาม (Āน่üย/กลุ่ม) ,ชุดข้Ăมูลเฉพาะ (Āน่üย/กลุ่ม), ค านาม+ค าแÿดงจ านüน (ชี้เฉพาะ/ไม่ชี้เฉพาะ)…เป็นต้น( ค าแÿดงจ านüน เช่น “1 人 (1 คน)” “1 羽 (1 ตัü)”) “1 つ (1 Ăย่าง)”)ค านามแÿดงĀน่üย เช่น “健 (เคน)” “この学生 (นักเรียนคนนี้)” “この鳥 (นกตัüนี้)” “この鞄 (กระเป๋าใบนี้)” และค านามแÿดงกลุ่ม เช่น “学生 (นักเรียน)” “鳥 (นก)” “鞄 (กระเป๋า)” ÿามารถเป็นĀน่üย B ดัง (70) - (76) (70) 鞄を買った人は 1 人だ。 a.??2 人ではない。 / b.??武ではない。 (71) 逃げていった動物は 1 羽だ。 a.??2 羽ではない。 / b.??犬ではない。 (72) 健が買った物は 1 つだ。 a.??2 つではない。 / b.??本ではない。 (73) 鞄を買った人は健だ。 a.??2 人ではない。 / b.??武ではない。 (74) 鞄を買った人は (この) 学生だ。a.??2 人ではない。 / b.??先生ではない。 (75) 逃げていった動物は (この) 鳥 だ。a.??2 羽ではない。 / b.??犬ではない。
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 88 (76) 健が買った物は (この) 鞄だ。 a.??2 つではない。 / b.??本ではない。 Āน่วย B ข้อ (70) - (72) ÿามารถปรากฏร่วมกับบริบทปฏิเÿธจ านวน เช่น “2 人ではない (ไม่ใช่ 2 คน)”“2 羽ではない (ไม่ใช่ 2 ตัว)” “2 つではない (ไม่ใช่ 2 อย่าง)” ดังความĀมายว่า “คนซื้อกระเป๋ามี1 คน ไม่ใช่ 2 คน (70a)” “ÿัตว์ที่Āลุดออกไปมี1 ตัว ไม่ใช่ 2 ตัว (71a)” “ของที่เคนซื้อมี1 อัน ไม่ใช่ 2 อัน (72a)” แต่ค าแÿดงจ านวน ไม่ÿามารถปรากฏร่วมกับบริบทปฏิเÿธค านามเช่น “武ではない (ไม่ใช่ทาเคชิ)” “先生ではない (ไม่ใช่อาจารย์)” “犬ではない (ไม่ใช่ÿุนัข)” “本ではない (ไม่ใช่Āนังÿือ)” ดังความĀมายว่า “??คนซื้อกระเป๋ามี1 คน ไม่ใช่ทาเคชิ (70b)” “??ÿัตว์ที่Āลุดออกไปมี1 ตัว ไม่ใช่ÿุนัข (71b)” “??ของที่เคนซื้อมี1 อย่าง ไม่ใช่Āนังÿือ (72b)” จึงกล่าวได้ว่า Āน่วย B กรณี (70) - (72) แÿดงปริมาณ14 Āน่วย B ประโยค (73) - (76) ไม่ÿามารถปรากฏร่วมกับบริบทปฏิเÿธจ านวนดังความĀมายว่า “??คนซื้อ กระเป๋าคือเคน ไม่ใช่ 2 คน (73a)” “??คนซื้อกระเป๋าคือนักเรียน (คนนี้) ไม่ใช่ 2 คน (74a)” “??ÿัตว์ที่Āลุดออกไปคือ นก (ตัวนี้) ไม่ใช่ 2 ตัว (75a)” “??ของที่เคนซื้อคือกระเป๋า (ใบนี้) ไม่ใช่ 2 อัน (76a)” ทว่าĀน่วย B ประโยค (73) - (76) ÿามารถปรากฏร่วมกับบริบทปฏิเÿธค านาม (Āน่วย/กลุ่ม) ดังความĀมายว่า “คนซื้อกระเป๋าคือเคน ไม่ใช่ทาเคชิ(73b)” “คนซื้อกระเป๋าคือนักเรียน (คนนี้) ไม่ใช่อาจารย์ (74b)” “ÿัตว์ที่Āลุดออกไปคือนก (ตัวนี้) ไม่ใช่ÿุนัข (75a)” “ของที่ เคนซื้อคือกระเป๋า (ใบนี้) ไม่ใช่Āนังÿือ (76a)” จึงกล่าวได้ว่าĀน่วย B กรณี (73) - (76) แÿดงการบ่งชี้ ค านามแÿดงĀน่วยที่เป็นข้อมูลเฉพาะ เช่น “健だけ (แค่เคนเท่านั้น)” “この学生だけ (แค่นักเรียนคนนี้ เท่านั้น)” “この鳥だけ (แค่นกตัวนี้เท่านั้น)” “この鞄だけ (แค่กระเป๋าใบนี้เท่านั้น)” และค านามแÿดงกลุ่มที ่เป็น ข้อมูลเฉพาะ เช่น “学生だけ (แค่นักเรียนเท่านั้น)” “鳥だけ (แค่นกเท่านั้น)” “鞄だけ (แค่กระเป๋าเท่านั้น)” ÿามารถปรากฏเป็นĀน่วย B ดัง (77) – (83) (77) 鞄を買った学生は健だけだ。 a.??2 人ではない。 / b.??武ではない。 (78) 鞄を買った人はこの学生だけだ。 a.??2 人ではない。 / b.??先生ではない。 / c.??その学生ではない。 (79) 逃げていった動物はこの鳥だけだ。 a.??2 羽ではない。 / b.??犬ではない。 / c.??その鳥ではない。 (80) 健が買った物はこの鞄だけだ。 a.??2 つではない。 / b.??本ではない。 / c.??その鞄ではない。 (81) 鞄を買った人は学生だけだ。 a.??2 人ではない。 / b.??先生ではない。 / c.??その学生ではない。 (82) 逃げていった動物は鳥だけだ。 a.??2 羽ではない。 / b.??犬ではない。 / c.??その鳥ではない。 (83) 健が買った物は鞄だけだ。 a.??2 つではない。 / b.??本ではない。 / c.??その鞄ではない。 14 “คนซื้อกระเป๋ามี1 คน แต่ไม่ใช่ทาเคชิ” “ÿัตว์ที่Āลุดออกไปมี1 ตัว แต่ไม่ใช่นก” “ของที่เคนซื้อมี1 อย่าง แต่ไม่ใช่Āนังÿือ” ถูก ไวยากรณ์ กรณีเĀล่านี้เป็นการปฏิเÿธประธาน ไม่ได้ปฏิเÿธภาคแÿดง
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 89 ชุดข้Ăมูลเฉพาะที่เป็นค านามแÿดงĀน่üย (77) - (80) ÿามารถปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธจ านüนโดยด้üย คüามĀมาย “นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋ามีเคนแค่คนเดียü ไม่ใช่ 2 คน (77a)” “คนที่ซื้Ăกระเป๋ามีนักเรียนคนนี้แค่คนเดียü ไม่ใช่ 2 คน (78a)” “ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไปมีนกตัüนี้แค่ตัüเดียü ไม่ใช่ 2 ตัü (79a)” “ขĂงที่เคนซื้Ăมีกระเป๋าใบนี้แค่ใบเดียü ไม่ใช่ 2 ใบ (80a)” ชุดข้Ăมูลเฉพาะที่เป็นค านามแÿดงĀน่üยยังÿามารถปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธค านาม (กลุ่ม) เช่น “先生ではない (ไม่ใช่Ăาจารย์)” “犬ではない (ไม่ใช่ÿุนัข)” “本ではない (ไม่ใช่ĀนังÿืĂ)” และบริบทปฏิเÿธ ค านาม (Āน่üย) เช่น “武ではない (ไม่ใช่ทาเคชิ)” “その学生ではない (ไม่ใช่นักเรียนคนนั้น)” “その鳥ではな い (ไม่ใช่นกตัüนั้น)” “その鞄ではない (ไม่ใช่กระเป๋าใบนั้น)” ด้üยคüามĀมาย “นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋ามี1 คนคืĂ เคน ไม่ใช่ทาเคชิ (77b)” “คนที่ซื้Ăกระเป๋ามี1 คนคืĂนักเรียนคนนี้ ไม่ใช่Ăาจารย์/ไม่ใช่นักเรียนคนนั้น (78b, c)” “ÿัตü์ ที่ĀลุดĂĂกไปมี1 ตัüคืĂนกตัüนี้ ไม่ใช่ÿุนัข/ไม ่ใช่นกตัüนั้น (79b, c)” “ขĂงที่เคนซื้Ăมี1 Ăย่างคืĂกระเป๋านี้ ไม่ใช่ ĀนังÿืĂ/ไม่ใช่กระเป๋าใบนั้น (80b, c)” จึงกล่าüได้ü่าĀน่üย B (77) - (80) แÿดงได้ทั้งปริมาณและการบ่งชี้ ชุดข้Ăมูลเฉพาะที่เป็นค านามแÿดงกลุ่ม (81) – (83) ไม่ÿามารถปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธจ านüนด้üย คüามĀมาย “??คนที่ซื้Ăกระเป๋ามี 1 คนคืĂนักเรียน ไม่ใช่ 2 คน (81a)” “??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไปมี 1 ตัüคืĂนก ไม่ใช่ 2 ตัü (82a)” “ขĂงที่เคนซื้Ăมี1 Ăย่างคืĂกระเป๋า ไม่ใช่ 2 Ăย่าง (83a)” ชุดข้Ăมูลเฉพาะที่เป็นค านามแÿดงกลุ่มยังไม่ÿามารถ ปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธค านาม (Āน่üย) ด้üยคüามĀมาย “??คนที่ซื้Ăกระเป๋ามี 1 คนคืĂนักเรียน ไม่ใช่นักเรียนคน นั้น (81c)” “??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไปมี 1 ตัüคืĂนก ไม่ใช่นกตัüนั้น (82c)” “ขĂงที ่เคนซื้Ăมี1 Ăย ่างคืĂกระเป๋า ไม่ใช่ กระเป๋าใบนั้น (83c)” แต่ชุดข้Ăมูลเฉพาะที่เป็นค านามแÿดงกลุ่มÿามารถปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธค านาม (กลุ่ม) ด้üยคüามĀมาย “คนที่ซื้Ăกระเป๋าคืĂมี 1 คนคืĂนักเรียน ไม่ใช่Ăาจารย์ (81b)” “ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไปมี 1 ตัüคืĂนก ไม่ใช่ ÿุนัข (82b)” “ขĂงที่เคนซื้Ăมี1 Ăย่างคืĂกระเป๋า ไม่ใช่ĀนังÿืĂ (83b)” ดังนั้นĀน่üย B (81) - (83) จึงแÿดงแค่การบ่งชี้ ประโยค “A は B だ” ÿามารถปรากฏĂยู่เป็นโครงÿร้าง “N1 は N2-จ านüน だ” กรณีไม่ชี้เฉพาะปรากฏใน ลักþณะ “N2-จ านüน” ดัง (84) - (86) แต่กรณีชี้เฉพาะจะปรากฏในลักþณะ “ค าชี้เฉพาะ-จ านüน-N2” ดัง (87) - (89) (84) 鞄を買った人は学生が 1 人だ。 a.??2 人ではない。 / b.??先生ではない。 (85) 逃げていった動物は鳥が 1 羽だ。 a.??2 羽ではない。 / b.??犬ではない。 (86) 健が買った物は鞄が 1 つだ。 ?? a.??2 つではない。 / b.??本ではない。 (87) 鞄を買った人はこの 3 人の学生だ。 a.??2 人ではない。 / b.??先生ではない。 (88) 逃げていった動物はこの 3 羽の鳥だ。 a.??2 羽ではない。 / b.??犬ではない。 (89) 健が買った鞄はこの 3 つの鞄だ。 a.??2 つではない。 / b.??本ではない。 “N2-จ านüน” กรณีไม่ชี้เฉพาะ (84) - (86) มีลักþณะเĀมืĂนกับกรณีชุดข้Ăมูลเฉพาะที่เป็นค านามชี้เฉพาะ (77) - (80) ด้üยคüามĀมายü่า “คนซื้Ăกระเป๋าคืĂนักเรียนมี1 คน ไม่ใช่ 2 คน (84a)” “คนซื้Ăกระเป๋ามี 1 คนเป็นนักเรียน ไม่ใช่Ăาจารย์(84b)” “ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไปคืĂนกมี1 ตัü ไม่ใช่ 2 ตัü (85a)” “ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไปมี 1 ตัüเป็นนก ไม่ใช่ ÿุนัข (85b)” “ขĂงที่เคนซื้ĂคืĂกระเป๋ามี1 ใบ ไม่ใช่ 2 ใบ (86a)” “ขĂงที่เคนซื้Ăมี 1 Ăย่างเป็นกระเป๋า ไม่ใช่ĀนังÿืĂ (86b)” ดังนั้นจึงแÿดงได้ทั้งปริมาณและบ่งชี้ “N2-จ านüน” กรณีชี้เฉพาะ (87) - (89) มีลักþณะเĀมืĂนกับกรณีข้Ăมูลเฉพาะที่ไม่ชี้เฉพาะ (81) - (83) คืĂ ไม่ ÿามารถตีคüามü่า “??คนซื้Ăกระเป๋าคืĂนักเรียน 3 คนนี้ ไม่ใช่ 2 คน (87a)” “??ÿัตü์ที่ĀลุดĂĂกไปคืĂนก 3 ตัüนี้ ไม่ใช่ 2 ตัü (88b)” “ขĂงที่เคนซื้ĂคืĂกระเป๋า 3 ใบนี้ ไม่ใช่ 2 ใบ (89a)” แต่ÿามารถปรากฏพร้Ăมบริบทปฏิเÿธค านามü่า
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 90 “คนซื้อกระเป๋าคือนักเรียน 3 คนนี้ ไม่ใช่อาจารย์(87b)” “ÿัตว์ที่Āลุดออกไปคือนก 3 ตัวนี้ ไม่ใช่ÿุนัข (88b)” “ของที่ เคนซื้อคือกระเป๋า 3 ใบนี้ ไม่ใช่Āนังÿือ (89b)” ดังนั้น “N2-จ านวน” กรณีชี้เฉพาะ (87) - (89) จึงแÿดงได้แค่การบ่งชี้ กริยา “だ” ÿามารถแทนที่ด้วย “ある/いる” แต่มีความĀมายเĀมือนกันในเฉพาะกรณีที่แÿดงปริมาณ เท่านั้น Āากไม่แÿดงปริมาณรูปประโยค “A は B だ” จะแÿดงการบ่งชี้ ขณะที่กรณีที่รูปประโยค “A は B ある/い る” จะแÿดงความĀมาย “กลุ่ม (GROUP : G) – ÿมาชิก (Member : M)” (90)a.A は B(ปริมาณ) ある/いる(=だ) ; B = ค าแÿดงจ านวน (ไม่ชี้เฉพาะ), ค านาม+ค าแÿดงจ านวน (ไม่ชี้เฉพาะ)…เป็นต้น (89)b. A(กลุ่ม)は B(ÿมาชิก)ある/いる。 ; B = ค านาม (Āน่วย/กลุ่ม), ชุดข้อมูลเฉพาะ (Āน่วย/กลุ่ม), ค านาม+ค าแÿดงจ านวน (ชี้เฉพาะ/ไม่ชี้เฉพาะ)…เป็นต้น Āน่วย A ของ “A は B ある/いる/だ” กรณีแÿดงปริมาณไม่ÿามารถเติม “の中に” เป็น “A の中に” ได้ ค าแÿดงจ านวนÿามารถปรากฏร่วมกับบริบทปฏิเÿธจ านวนด้วยความĀมายว่า “นักเรียนที่ซื้อกระเป๋ามี 1 คน ไม่ใช่ 2 คน (91a)” “นกที่Āลุดออกไปมี 1 ตัว ไม่ใช่ 2 ตัว (92a)” “กระเป๋าที่เคนซื้อมี 1 ใบ ไม่ใช่ 2 ใบ (93a)” แต่ไม่ÿามารถ ปรากฏร่วมกับบริบทปฏิเÿธค านามด้วยความĀมายว่า “นักเรียนที่ซื้อกระเป๋ามี 1 คน ไม่ใช่อาจารย์(91b)” “นกที่Āลุด ออกไปมี 1 ตัว ไม่ใช่ÿุนัข (92b)” “กระเป๋าที่เคนซื้อมี 1 ใบ ไม่ใช่Āนังÿือ (93b)” (91) 鞄を買った学生(*の中に)は 1 人{いる/だ }。 a. 2 人ではない。/ b.??先生ではない。 (92) 逃げていった鳥(*の中に)は 1 羽{いる/だ}。 a. 2 羽ではない。/ b.??犬ではない。 (93) 健が買った鞄(*の中に)は 1 つ{ある/だ}。 a. 2 つではない。/ b.??本ではない。 กรณีB เป็นค านาม กริยา “ある/いる” ÿามารถปรากฏร่วมกับ “A の中に” ในรูป “A の中に B ある/ いる” ดัง (94) (96) (98) (100) ขณะที่ “だ” ไม่ÿามารถปรากฏในรูป “A の中には B だ” ดัง (95) (97) (99) (101) Āน่วย A ในรูปประโยค “A (の中に)は B ある/いる” ท าĀน้าที่แÿดงกลุ่ม (G) และมีความÿัมพันธ์กับĀน่วย B ซึ่ง เป็นÿมาชิก (M) แต่ของรูปประโยค “A は B だ” ไม่มีความÿัมพันธ์ในลักþณะดังกล่าว (94) 鞄を買った学生 (の中に) は健がいる。 a.??2 人ではない。/ b.??武ではない。 (95) 鞄を買った学生 (*の中に) は健だ。 a.??2 人ではない。/ b.??武ではない。? (96) 鞄を買った人 (の中に) は この学生がいる。 a.??2 人ではない。/ b.??先生ではない。/ c.??その学生ではない。 (97) 鞄を買った人 (*の中に) はこの学生だ。 a.??2 人ではない。/ b.??先生ではない。/ c.??その学生ではない。 (98) 逃げていった動物 (の中に) はこの鳥がいる。 a.??2 羽ではない。/ b.??犬ではない。/ c.??その鳥ではない。 (99) 逃げていった動物 (*の中に) はこの鳥だ。 a.??2 羽ではない。/ b.??犬ではない。/ c.??その鳥ではない。 (100) 健が買った物 (の中に) はこの鞄がある。 a.??2 つではない。/ b.??本ではない。/ c.??その鞄ではない。 (101) 健が買った物 (*の中に) はこの鞄だ。
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 91 a.??2 つではない。/ b.??本ではない。/ c.??その鞄ではない。 คüามÿัมพันธ์แบบ “กลุ่ม (G) - ÿมาชิก (M)” ÿ่งผลใĀ้Āน่üย B ไม่ÿามารถปรากฏร่üมกับบริบทปฏิเÿธจ านüน และบริบทปฏิเÿธค านามด้üยคüามĀมายü่า “??มีนักเรียนซื้Ăกระเป๋าĀลายคน ในนั้นมีเคนĂยู่ด้üย ไม่ใช่ 2 คน (94a)” “??มีนักเรียนซื้Ăกระเป๋าĀลายคน ในนั้นมีเคนĂยู ่ด้üย ไม่ใช ่ทาเคชิ(94b)” “??มีคนซื้Ăกระเป๋าĀลายคน ในนั้นมี นักเรียนคนนี้Ăยู่ด้üย ไม่ใช่ 2 คน (96a)” “??มีคนซื้Ăกระเป๋าĀลายคน ในนั้นมีนักเรียนคนนี้Ăยู่ด้üย ไม่ใช่Ăาจารย์/ไม่ใช่ นักเรียนคนนั้น (96b, c)” “??มีÿัตü์ĀลุดĂĂกไปĀลายตัü ในนั้นมีนกตัüนี้Ăยู่ด้üย ไม่ใช่ 2 ตัü (98a)” “??มีÿัตü์Āลุด ĂĂกไปĀลายตัü ในนั้นมีนกตัüนี้Ăยู่ด้üย ไม่ใช่ÿุนัข/ไม่ใช่นกตัüนั้น (98b, c)” “??เคนซื้ĂขĂงĀลายĂย่าง ในนั้นมีกระเป๋า Ăยู ่ด้üย ไม่ใช่ 2 ใบ (100a)” “??เคนซื้ĂขĂงĀลายĂย่าง ในนั้นมีกระเป๋าĂยู่ด้üย ไม่ใช่ĀนังÿืĂ/ไม ่ใช ่กระเป๋าใบนั้น (100b, c)” และลักþณะนี้เกิดจากĀน่üย B กรณี “ある/いる” (94) (96) (98) (100) ตีคüามเป็นÿมาชิก แต่บริบท ปฏิเÿธค านาม (Āน่üยและกลุ่ม) ไม่ได้ตีคüามเป็นÿมาชิก จึงท าใĀ้ไม่ÿามารถปรากฏร่üมกับĀน่üย B เพื่Ăยืนยันการเป็น ÿมาชิกขĂงĀน่üย B ได้ ลักþณะที่ไม่ÿามารถถูกยืนยันด้üยบริบทปฏิเÿธจ านüนและบริบทปฏิเÿธค านามขĂงรูปประโยค “A (の中に) は B ある/いる” ก็พบได้ในกรณีĀน่üย B เป็นค านามแÿดงกลุ่ม (102) – (104) ชุดข้Ăมูลเฉพาะที่ค านามแÿดงกลุ่ม (105) – (107) ชุดข้Ăมูลเฉพาะที ่ค านามแÿดงĀน่üย (108) – (110) ค านาม+ค าแÿดงจ านüน (ไม่ชี้เฉพาะ) (111) - (113) ค านาม+ค าแÿดงจ านüน (ชี้เฉพาะ) (114) – (116) (102) 鞄を買った人 (の中に) は 学生がいる。 a.??2 人ではない。/ b.??先生ではない。 (103) 逃げていった動物 (の中に) は鳥がいる。 a.??2 羽ではない。/ b.??犬ではない。 (104) 健が買った物 (の中に) は鞄がある。 a.??2 つではない。/ b.??本ではない。 (105) 鞄を買った人 (の中に) は 学生だけがいる。 a.??2 人ではない。/ b.??先生ではない。 (106) 逃げていった動物 (の中に) は鳥だけがいる。 a.??2 羽ではない。/ b.??犬ではない。 (107) 健が買った物 (の中に) は鞄だけがある。 a.??2 つではない。/ b.??本ではない。 (108) 鞄を買った人 (の中に) はこの学生だけがいる。 a.??2 人ではない。 / b.??先生ではない。 / c.??その学生ではない。 (109) 逃げていった動物 (の中に) はこの鳥だけがいる。 a.??2 羽ではない。 / b.??犬ではない。 / c.??その鳥ではない。 (110) 健が買った物 (の中に) はこの鞄だけがある。 a.??2 つではない。 / b.??本ではない。 / c.??その鞄ではない。 (111) 鞄を買った人 (の中に) は学生が 1 人いる。a.??2 人ではない。 / b.??先生ではない。 (112) 逃げていった動物 (の中に) は鳥が 1 羽いる。 a.??2 羽ではない。 / b.??犬ではない。 (113) 健が買った物 (の中に) は鞄が 1 つある。 ?? a.??2 つではない。 / b.??本ではない。 (114) 鞄を買った人 (の中に) はこの 3 人の学生がいる。 a.??2 人ではない。 / b.??先生ではない。 (115) 逃げていった動物 (の中に) はこの 3 羽の鳥がいる。 a.??2 羽ではない。 / b.??犬ではない。
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 92 (116) 健が買った物 (の中に) はこの 3 つの鞄がある。 ?? a.??2 つではない。 / b.??本ではない。 การตีคüามกรณี “ある/いる” (94) (96) (98) (100) กับกรณี“だ” (95) (97) (99) (101) มีคüามต ่างกัน เกิดจากĀน่üย A กรณี “ある/いる” ÿามารถตีคüามเป็นกลุ่มในขณะที่Āน่üย A กรณี“だ” ไม่ÿามารถท าได้จาก ลักþณะดังกล่าüท าใĀ้กล่าüได้ü่า Āน่üย A กรณี “ある/いる” ÿามารถขยายมโนทัýน์จาก “คน/ÿัตü์/ขĂง” เป็น “กลุ่ม” ในขณะที่Āน่üย A กรณี“だ” ไม่มีคüามÿามารถดังกล่าü กรณี “มี” ในภาþาไทยก็ไม่ÿามารถเติม “ใน” ที่Āน่üย A ดัง (117) จึงท าใĀ้กล่าüได้ü่าĀน่üย A ที่ปรากฏ ร่üมกับ “มี” ต่างจากĀน่üย A ที่ปรากฏร่üมกับ “ある/いる” แต่เĀมืĂนกับĀน่üย A ที่ปรากฏร่üมกับ “だ” ตรงที่ไม่ ÿามารถขยายมโนทัýน์เป็น “กลุ่ม” (117) (*ใน) นักเรียนที่ซื้Ăกระเป๋ามีแค่เคนเท่านั้น 6. บทÿรุป ผลการüิจัยÿรุปได้ดังตารางที่ 3 ในภาþาไทย รูปประโยค “A มี B” แÿดงปริมาณขณะที่ในภาþาญี่ปุ่นคืĂรูป ประโยค “A は B だ” ĀรืĂ “A は B ある/いる” รูปประโยคแÿดงการบ่งชี้ในภาþาไทยคืĂรูปประโยค “A คืĂ B” ขณะที่ในภาþาญี่ปุ่นคืĂรูปประโยค “A は B だ” รูปประโยคแÿดงการÿมาชิกในภาþาญี่ปุ่นคืĂรูปประโยค “A は B ある/いる” และไม่พบการใช้ลักþณะนี้ในภาþาไทย Āน่üย A และĀน่üย B ในรูปประโยค “A は B ある/いる” ÿามารถตีคüามเป็น “กลุ่ม – ÿมาชิก” ขณะที่ใน รูปประโยค “A は B だ” และ “A มี B” ตีคüามเช่นนั้นยาก ทั้งนี้เนื่ĂงจากĀน่üย A ขĂงรูปประโยค “A は B ある/ いる” ขยายมโนทัýน์เป็น “กลุ่ม” ได้ในขณะที่ขĂงรูปประโยค “A は B だ” และ “A มี B” ท าไม่ได้ กรณีĀน่üย B เป็นüลีแÿดงการจ ากัดและปรากฏในรูปประโยค “A は B だ” ÿามารถตีคüามได้ทั้งแÿดง ปริมาณและแÿดงการบ่งชี้ ขณะที่กรณีĀน่üย B เป็นüลีแÿดงการจ ากัดจะÿามารถปรากฏได้เพียงรูปประโยค “A มี B” ซึ่งแÿดงปริมาณ Ăีกทั้งในภาþาญี่ปุ่นไม่พบคüามแตกต่างระĀü่างĀน่üย A และ B ที่เป็น “คน/ÿัตü์/ขĂง” ในขณะที่พบ คüามแตกต่างระĀü่าง “คน” และ “ÿัตü์/ขĂง” ในภาþาไทย จากลักþณะข้างต้นÿะท้Ăนü่ารูปประโยค Copula ในภาþาญี่ปุ่นและภาþาไทยมีคüามแตกต่างในการตีคüาม มโนทัýน์ระดับค า โดยในภาþาไทยมีแนüโน้มมีข้Ăจ ากัดทางĂรรถลักþณ์มากกü่า “แค่…เท่านั้น” ปรากฏร่üมได้แค่ “มี” ขณะที่ “…เท่านั้น” ปรากฏร่üมได้ทั้ง “มี” และ “คืĂ” ดัง (118) ลักþณะดังกล่าüÿะท้Ăนü่ามโนทัýน์ขĂงüลีแÿดงการจ ากัดคüาม “แค่…เท่านั้น” ซึ่งค าแÿดงการจ ากัดปรากฏĀน้าĀลัง กับ “…เท่านั้น” ซึ่งค าแÿดงคüามจ ากัดปรากฏด้านĀลังมีคüามแตกต่างกัน ผู้üิจัยจะด าเนินการýึกþาเพิ่มเติมต่Ăไป (118)a.ที่ทาโรซื้Ă มี/??คืĂ แค่กระเป๋าเท่านั้น b.ที่ทาโรซื้Ă มี/คือ Ø กระเป๋าเท่านั้น แม้ü่ารูปประโยค “A มี/คืĂ B” กับ “A は B だ/ある(いる)” ในภาพรüมดูเĀมืĂนจะแÿดงคüามĀมายได้ เĀมืĂนกัน แต่จากผลüิจัยนี้ ผู้üิจัยเĀ็นü่าการÿĂนรูปประโยคดังกล่าü นĂกจากจะÿĂนคüามĀมายขĂงประโยคแล้ü คüร ÿĂนใĀ้ผู้เรียนได้ตระĀนัก รับรู้ÿังเกตเĀ็นคüามแตกต่างในระดับค าด้üย ซึ่งจะท าใĀ้ผู้เรียนเข้าใจคüามแตกต่างและ ÿามารถใช้รูปประโยคดังกล่าüÿื่ĂคüามĀมายได้Ăย่างถูกต้Ăง
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 93
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 94 เอกÿารอ้างอิง (References) นüüรรณ พันธุเมธา. (2551). ไวยากรณ์ไทย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานüิชาการ คณะĂักþร ýาÿตร์ จุāาลงกรณ์มĀาüิทยาลัย. นüüรรณ พันธุเมธา. (2553). คลังค า. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : Ăมรินทร์. ÿุริยา รัตนกุล. (2555). อรรถศาสตร์เบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 2. ÿ านักพิมพ์มĀาüิทยาลัยมĀิดล. Chiravate B. (2012). Aspectual Properties and Polarity-Sensitivity of Copulas pen1 and khʉʉ1 in Thai. MANUSAYA, Journal of Humanities. 15 (1), 1-18. Iwasaki S. & Ingkaphirom P. (2005). A Reference Grammar of Thai. Cambridge University Press. Kuno S. & Wongkhomthong P. (1981). Characterizational and Identificational Sentences in Thai. Studies in Language. 5 (1), 65-109. Wongwattana, Unchalee S. (2015). Complexities of Thai Copular Constructions. Journal of the Southeast Asian Linguistics Society. 8, 97-120. 田中寛 (2004).『統語構造を中心としたタイ語と日本語の対照研究』ひつじ書房. 西山佑司 (2003) .『日本語名詞句の意味論と語用論―指示的名詞句と非指示的名詞句―』ひつじ書 房. 沼田善子 (2009).『現在日本語とりたて詞の研究』ひつじ書房. 野口直彦・原田康也 (1996) .「とりたて助詞の機能と解釈:量的解釈を中心に」『制約に基つく日 本語の構造の研究:国際日本文化研究センター共同研究報告』郡司隆男(編),145-166.
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 95 “พะüะฮะระ” ปัญĀาการคุกคามโดยใช้อ านาจในÿังคมญี่ปุ่น: กรณีýึกþานิยามการคุกคามโดยใช้อ านาจที่ก าĀนดโดยรัฐ1 ปิยüรรณ อัýüราชันย์2 บทคัดย่อ บทคüามนี้ýึกþาการนิยาม “การคุกคามโดยใช้อ านาจ” (Power harassment) ในที่ท างานในÿังคมญี่ปุ่น โดย ใช้üิธีýึกþาเชิงพรรณนา (Descriptive Approach) ในการüิเคราะĀ์เอกÿารและÿื่อที่รัฐจัดท าขึ้น ผลการýึกþาพบü่า ค านิยามการคุกคามโดยใช้อ านาจมีคüามĀมายครอบคลุมคüามÿัมพันธ์เชิงอ านาจทั้งอ านาจทางการและไม่เป็นทางการ กล่าüคือ ค านิยามไม่จ ากัดอยู่เพียงÿถานะĀัüĀน้ากับลูกน้องตามÿายงานบังคับบัญชาเท่านั้น แต่รüมถึงคüาม ÿัมพันธ์ เชิงอ านาจที่เĀนือกü่าในด้านอื่น เช่น คüามรู้ ÿายÿัมพันธ์กับผู้มีอ านาจ Āรือเพýÿภาพด้üย อย่างไรก็ตาม การที่รัฐ ก าĀนดรูปแบบการคุกคามโดยใช้อ านาจเป็น 6 ประเภท ÿ่งผลใĀ้การพิจารณาพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นการคุกคามโดย ใช้อ านาจ ถูกตีกรอบใĀ้อยู ่ภายในรูปแบบที่ก าĀนดเท ่านั้น ดังนั้น เมื ่อพฤติกรรมการคุกคามโดยใช้อ านาจมีคüาม ĀลากĀลายและซับซ้อนมากขึ้น จึงเกิดปรากฏการณ์การนิยามการคุกคามโดยใช้อ านาจในที่ท างานที่ĀลากĀลายมากขึ้น เป็นผลต่อเนื่องตามมา ค าÿ าคัญ: พะüะฮะระ, การคุกคาม, การกลั่นแกล้ง, ที่ท างาน, ÿังคมญี่ปุ่น 1 บทคüามนี้เป็นÿ่üนĀนึ่งของงานüิจัยที่ได้รับทุนÿนับÿนุนจากคณะýิลปýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยธรรมýาÿตร์ 2 ผู้ช่üยýาÿตราจารย์ ดร, คณะýิลปýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยธรรมýาÿตร์, อีเมล์: [email protected]
เอกÿารĀลังการประชุมüิชาการระดับชาติÿมาคมญี่ปุ่นýึกþาแĀ่งประเทýไทย ครั้งที่ 17 Proceedings of the 17th Annual Conference of JSAT 96 ‘Pawahara’ Power Harassment Issues in Japanese Society - A Case Study of State-Created Definition of Power Harassment3 Piyawan Asawarachan4 Abstract This article investigates the definition of "power harassment" in the workplace in the Japanese society. Using descriptive approach to analyze documents and media created by the government agency, the study reveals that the definition of power harassment encompasses both formal and informal power relations. In other words, the definition is not limited to power relations between superiors and subordinates within the chain of command, but extends to power relations in other aspects such as knowledge, patron-client interactions, or gender. However, the fact that power harassment is defined as characterizing six types of behavioral expressionsnaturally limits the scope of power harassment to these pre-defined six categories, prompting the emergence of new lines of definition as the behavioral expressions deemed as constituting power harassment in the workplace become increasingly complicated in their variety. Keywords: pawahara, harassment, bullying, workplace, Japanese society 3 This article is part of a research project funded by the Faculty of Liberal Arts, Thammasat university. 4 Assistant Professor Dr., Faculty of Liberal Arts, Thammasat University, E-mail: [email protected]