ตารางที่ 14.5 ผลการวิเคราะหส, ารโลหะหนกั (Heavy Metals) ของจดุ เก็บตัวอยาG งด
หมายเหตุ คาG มาตรฐานคุณภาพดิน : ประกาศคณะกรรมการสง่ิ แวดลอU มแหงG ชาติ พ.ศ
ดนิ จำนวน 17 ตำแหนGง
ศ.2564 เรอ่ื ง กำหนดมาตรฐานคุณภาพดนิ
ตารางที่ 14.6 ปริมาณสารอนิ ทรียร, ะเหยงGาย (Volatile Organic Compounds : VO
GPS UTM
ล าดบท ํ จดั เกบี่ ตวุ อยา็ ง ั Latitude Longitude วนทวเครั าะห่ีิ สถานท ี่ Benzene
Carbon Tetrachloride (CCl4)
1,2-Dichloroethane (1,2-DCA)
1 K1 0738626 1405454 18-ส.ค.-64 บาน คณเหลยนุ แวว่ีเสยง ี ND ND ND
2 K2 0738557 1405466 18-ส.ค.-64 บาน คณจ าลองุ หํอมหวน ND ND ND
3 K3 0738574 1405379 18-ส.ค.-64 บาน คณอรทยุ หอมหวั น ND ND ND
4 K4 0738486 1405406 18-ส.ค.-64 บาน คณขวญเมุ องั หอมหื วน ND ND ND
5 K5 0738499 1405719 18-ส.ค.-64 บาน คณโชค คุลาวคลอง (รานขายของ) ND ND ND
6 K6 0738636 1405511 18-ส.ค.-64 บาน คณสมหมุาย คลาวคลอง ND ND ND
7 K7 0738655 1405616 18-ส.ค.-64 บาน คณประสทุ ธ สงสาิ ริ์ ND ND ND
8 K8 0738783 1405867 18-ส.ค.-64 บาน คณยทธนาุ ขุาวผอง ND ND ND
9 K9-1 0738626 1405321 18-ส.ค.-64 บาน คณรงสญุ โพั ธเตั าทอง์ิ ND ND ND
10 K9-2 0738548 1405341 18-ส.ค.-64 บาน คณสาล แุววเสยี ง ี ND ND ND
11 K10 0739036 1405310 18-ส.ค.-64 บาน คณอาน ชุ วยผดง ุ ND ND ND
12 K11 0739483 1406076 18-ส.ค.-64 บาน คณดารารุตน อนัทวรนนิ ท ิ ND ND ND
13 K12 0739456 1406123 18-ส.ค.-64 บาน คณสทธมุา ชิญิหอโนทุ ย ั ND ND ND
14 K13 0737795 1405555 18-ส.ค.-64 บาน คณประทปุ หอมหีวน ND ND ND
15 K14-1 0739345 1405115 18-ส.ค.-64 บาน คณอบล บุ ารุงพงษ ํุ ND ND ND
16 K14-2 0739334 1405141 18-ส.ค.-64 บาน คณอบล บุ ารุงพงษ ํุ ND ND ND
17 K15 0739393 1405052 18-ส.ค.-64 บานเลขท 14 (มระ่ี บบปรี บปรงคั ณภาุ พนุ )า ND้ํ ND ND
คามาตรฐานคณภาพดุ น (mg/kิ g) <1 <7 <5 <
หมายเหตุ คGามาตรฐานคุณภาพดนิ : ประกาศคณะกรรมการส่งิ แวดลอU มแหGงชาติ พ.ศ
1,1-Dichloroethylene (1,1-DCE)OCs) ของจุดเกบ็ ตวั อยาG งดนิ จำนวน 17 ตำแหนงG
cis-1,2-Dichloroethylene (Cis-DCE)
trans-1,2-Dichloroethylene (Trans- DCE)ผลการวเคราะหิปรมาณสาิ รอนทรยระิ เหยี (Volatile organic compounds : VOCs) ในตวอยางดัน (mg/ิ kg)
DichloromethaneND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
EthylbenzeneND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
StyreneND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
Tetrachloroethylene (PCE)ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
TolueneND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
Trichloroethylene (TCE)ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
1,1,1-TrichloroethaneND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
1,1,2-TrichloroethaneND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
XyleneND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
Vinylchloride (VC)ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
Polychlorinated biphenyl (PCBs )ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
<227 <146 <1,460 <332 <3,264 <5,845 <80 <4,630 <1.5 <8,125 <1.5 <575 <0.06 < 0.4
ศ.2564 เรือ่ ง กำหนดมาตรฐานคุณภาพดิน
ตารางที่ 14.7 ปรมิ าณสารประกอบไฮโดรคาร,บอน (Total Petroleum Hydrocarbo
ล าดบท ํ จดั เกบี่ ตวุ อยา็ ง ั GPS UTM วนทวเครั าะห่ีิ สถานท ่ี ผลกา
Latitude Longitude
1 K1 0738626 1405454 18-ส.ค.-64 บาน คณเหลยนุ แววเี่ สยง ี
2 K2 0738557 1405466 18-ส.ค.-64 บาน คณจ าลองุ หํอมหวน
3 K3 0738574 1405379 18-ส.ค.-64 บาน คณอรทยุ หอมหวั น
4 K4 0738486 1405406 18-ส.ค.-64 บาน คณขวญเมุ องั หอมหื วน
5 K5 0738499 1405719 18-ส.ค.-64 บาน คณโชค คุลาวคลอง (รานขายของ)
6 K6 0738636 1405511 18-ส.ค.-64 บาน คณสมหมุาย คลาวคลอง
7 K7 0738655 1405616 18-ส.ค.-64 บาน คณประสทุ ธ สงสาิ ร์ิ
8 K8 0738783 1405867 18-ส.ค.-64 บาน คณยทธนาุ ขุาวผอง
9 K9-1 0738626 1405321 18-ส.ค.-64 บาน คณรงสญุ โพั ธเตั าทอง์ิ
10 K9-2 0738548 1405341 18-ส.ค.-64 บาน คณสาล แุววเสยี ง ี
11 K10 0739036 1405310 18-ส.ค.-64 บาน คณอาน ชุ วยผดง ุ
12 K11 0739483 1406076 18-ส.ค.-64 บาน คณดารารุตน อนัทวรนนิ ท ิ
13 K12 0739456 1406123 18-ส.ค.-64 บาน คณสทธมุา ชิญิหอโนทุ ย ั
14 K13 0737795 1405555 18-ส.ค.-64 บาน คณประทปุ หอมหวี น
15 K14-1 0739345 1405115 18-ส.ค.-64 บาน คณอบล บุ ารงุ พงษ ํุ
16 K14-2 0739334 1405141 18-ส.ค.-64 บาน คณอบล บุ ารงุ พงษ ํุ
17 K15 0739393 1405052 18-ส.ค.-64 บานเลขท 14 (มระ่ี บบปรี บปรงคั ณภาุ พนุ )า ้ํ
คามาตรฐานคณภาพดุ น (mg/kิ g)
หมายเหตุ คGามาตรฐานคณุ ภาพดนิ : ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม เร่อื ง กำหนดเกณ
รวมท้งั การจดั ทำรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพดนิ และน้ำใตUดนิ และรายงานเสนอม
on, TPH) ในตวั อยGางดิน จำนวน 17 ตำแหนงG
ารวเคราะหิปรมาณสาิ รประกอบไฮโดรคารบอนรวม (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH) ในตวอยางดัน mg/kิ g (ppm)
C5 - C8 C>8 - C16 C>16 - C35
0.65 ND ND
0.94 ND ND
0.80 ND ND
0.66 ND ND
0.81 ND ND
0.75 ND ND
0.71 ND ND
0.79 ND ND
0.57 ND 0.28
0.86 ND ND
0.85 ND ND
0.86 ND ND
0.73 ND ND
0.49 ND 0.22
0.73 ND ND
0.67 ND ND
0.64 ND ND
<25 <25 <25
ณฑก, ารปนเปtuอนในดนิ และน้ำใตดU ิน การตรวจสอบคุณภาพดนิ และนำ้ ใตดU นิ การแจงU ขอU มูล
มาตรการควบคุมและมาตรการลดการปนเปtuอนในดนิ และนำ้ ใตดU ิน พ.ศ.2559
รปู ท่ี 14.8 ผลการวิเคราะห-สารโลหะหนัก (Heavy Metals) ของดิน จำนวน 17 ตำแหนGง
รูปที่ 14.9 กราฟแสดงผลการวเิ คราะห-สารเฮกซะวาเลนตโ- ครเมียม (Cr+6)
เทียบกบั คาG มาตรฐานคณุ ภาพดนิ จำนวน 17 ตำแหนGง
รปู ท่ี 14.10 กราฟแสดงผลการวเิ คราะห-สารโครเมียม (Cr)
เทยี บกบั คGามาตรฐานคณุ ภาพดิน จำนวน 17 ตำแหนGง
รปู ที่ 14.11 กราฟแสดงผลการวิเคราะหส- ารนกิ เกิล (Ni)
เทียบกบั คาG มาตรฐานคุณภาพดนิ จำนวน 17 ตำแหนGง
รูปท่ี 14.12 ผลการวเิ คราะหส- ารอินทรยี ร- ะเหย (Volatile Organic Compounds : VOCs)
ของดนิ จำนวน 17 ตำแหนGง
รูปที่ 14.13 ผลการวเิ คราะหส- ารประกอบไฮโดรคาร-บอน (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH)
ของดิน จำนวน 17 ตำแหนGง
รปู ที่ 14.14 กราฟแสดงผลการวิเคราะห-สารประกอบไฮโดรคาร-บอน
(Total Petroleum Hydrocarbon, TPH) ชนดิ C5-C8 ของดนิ
เทยี บคาG มาตรฐานคุณภาพดนิ จำนวน 17 ตำแหนGง
รปู ท่ี 14.15 กราฟแสดงผลการวิเคราะห-สารประกอบไฮโดรคารบ- อน (Total Petroleum Hydrocarbon,
TPH) ชนดิ C>16-C35 ของดนิ เทยี บคาG มาตรฐานคุณภาพดิน จำนวน 17 ตำแหนGง
14.4 กรณศี ึกษาการเติมน้ำใตด? ินระดับต้นื
เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำโดยการรวบรวมน้ำฝนจากพื้นที่โรงงาน
อุตสาหกรรมเติมลงสูGใต}ดิน สGงเสริมให}อุตสาหกรรมตระหนักถึงความรับผิดชอบตGอสังคม โดยสละพื้นที่วGาง
ภายในโรงงาน เพ่อื เปนแหลงG รองรบั นำ้ ฝน และเตมิ ลงสูGชน้ั นำ้ ใต}ดินระดบั ตน้ื
รปู ที่ 14.16 แนวทางการเติมน้ำใต}ดนิ ระดบั ตนื้
บทที่ 15
การบรหิ ารจัดการนำ้ ในโรงงานอุตสาหกรรม
ปÄญหาการขาดแคลนน้ำอุตสาหกรรมในชGวงหน}าแล}งเกิดขึ้นเปนประจำในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งสGงผล
กระทบโดยตรงตGอการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งของชุมชนท}องถิ่นและของ
ประเทศชาติ เพอื่ ให}เกิดการพัฒนาอตุ สาหกรรมใหเ} ติบโตตอG เน่ืองอยGางยงั่ ยืน การจัดการน้ำอุตสาหกรรมอยาG ง
มีประสิทธภิ าพเปน แนวทางหน่ึงท่จี ะชวG ยบรรเทาปญÄ หานไ้ี ด}
การใชน? ้ำอุตสาหกรรมอยาL งมีประสทิ ธิภาพ
หลักสำคัญในการใช}น้ำอุตสาหกรรมอยGางมีประสิทธิภาพ ได}แกG การประหยัดน้ำและลดการสูญเสียที่
ไมGจำเปน การใชน} ้ำซำ้ ให}ค}มุ คาG ทสี่ ุดกGอนการปลอG ยท้ิง และการหมนุ เวียนน้ำท้ิงกลับมาใชใ} หมG
การประหยดั นำ้ และลดการสูญเสีย
โรงงานอุตสาหกรรมทุกแหGง มีการสูญเสียน้ำโดยไมGจำเปนเกิดขึ้นการบริหารจัดการน้ำอยGางมี
ประสิทธิภาพ ก็คือ การเข}าไปตรวจสอบเพื่อลด การสูญเสียน้ำเหลGานี้ ตัวอยGางของการสูญเสียที่พบบGอยและ
แก}ไขไดง} าG ย เชGน
ㆍ กอÉ กนำ้ ทปี่ ÑดไมGสนิท และทอG น้ำทม่ี กี ารรั่วซึม โดยเฉพาะจดุ ทเ่ี ช่อื มตอG กับอาคารถังนำ้ ใต}ดินท่ีรว่ั
ㆍ สุขภณั ฑแ- ละกอÉ กท่ไี มปG ระหยัดน้ำ โดยเฉพาะในพ้ืนท่ีที่มีการใช}อยGางตอG เนอื่ ง
ㆍ วาล-วเปดÑ -ปดÑ ท่ไี มอG ยGูในตำแหนGงท่ีสะดวกตอG ผปู} ฏิบัติ
ㆍ เครอ่ื งจกั รที่ไมไG ดร} ับการปรับตงั้ ใหป} ระหยัดน้ำ
ㆍ เครื่องจักรที่ไมGได}รับการดูแลรักษาทำให}ต}องทำความสะอาดบGอย ๆ การล}างโดยไมGระมัดระวัง ใช}
วิธีเดิมเตม็ แล}วเททิง้ หรอื ปลอG ยให}นำ้ ลนั แทนทจี่ ะทำการขดั ถู
ㆍ การใชน} ำ้ ฉีดลา} งทำความสะอาด แมใ} นกรณีท่ีควรใชก} ารกวาดและตกั
ㆍ พนกั งานที่ไมGใสใG จในการปฏิบัติงาน
ㆍ หวั หน}างานท่ีไมGใหค} วามสำคญั กบั การประหยดั นำ้
การใช?น้ำซ้ำ
น้ำที่แม}วGาจะผGานการใช}ประโยชน-ในกิจกรรมหนึ่งๆ แล}ว อาจมีความสะอาดเพียงพอที่จะนำไปใช}
ประโยชน-อื่น ๆ ได}อีก การใช}น้ำในลักษณะเชGนนี้เรียกวGา การใช}น้ำซ้ำ (Reuse) การใช}น้ำซ้ำอาจจะนำไปใช}ใน
กระบวนการเดิมจนกระทัง่ มีความสกปรกเพิ่มมากข้นึ จนถึงจุดทีอ่ าจสงG ผลตอG ผลิตภัณฑแ- ล}วจงึ ท้ิงไป ตงั ตัวอยาG ง
ใน รูปที่ 1 (ก) หรือ การใช}ช้ำอาจจะเปนการนำ น้ำทิ้งจากกระบวนการหนึ่งไปใช}ในกระบวนการผลิตอื่น ที่ไมG
ต}องการน้ำทม่ี คี วามสะอาดมากก็เปนไปได} ตงั แสดงใน รปู ท่ี 1 (ค) เพ่อื ใหก} ารใช}นำ้ ซ้ำสามารถหมุนเวียน
นำ้ ไดน} านข้นึ ในบางครง้ั ก็อาจมีการเพ่มิ การปรุงแตงG คุณภาพอยGางงาG ย เข}าไปด}วย ดังรปู ท่ี 1 (ช) เชนG การปรุง
แตงG คุณภาพนำ้ ในระบบน้ำหลGอเยน็ หรอื การปรงุ แตGงคุณภาพนำ้ ของระบบมGานนำ้ เปน ตน}
การล}างโดยใช}หลกั การทวนกระแส (Counter current) ซึ่งเปน การนำนำ้ จากการล}างขั้นทา} ย ซึ่งขึ้นงานมี
ความสะอาด กลบั มาใชล} }างในขั้นตอนกGอนหน}า(รปู ที่ 2) กเ็ ปนการใชน} ้ำซ้ำเชนG เดยี วกัน
การหมนุ เวียนนำ้
การหมุนเวยี นน้ำ คอื การนำนำ้ ทผ่ี Gานระบบบำบดั นำ้ เสีย กลับมาใชใ} นกระบวนการผลิตใหมG (ดู รปู ที่
3) ซ่งึ จะเปนการลดการใชน} ้ำจากแหลGงน้ำดิบไปได}เปนปริมาณมาก ในตGางประเทศ แหลงG น้ำหมุนเวยี นท่มี ี
ปริมาณมากและมคี ณุ ภาพดแี ละนยิ มนำมาใช}ในการหมนุ เวยี นในโรงงานอุตสาหกรรม ไดแ} กG น้ำทิ้งจากระบบ
บำบดั น้ำเสียชมุ ชน สำหรบั ในประเทศไทยในขณะนี้ แนวทางทีเ่ หมาะสมก็คอื การนำเอานำ้ ทิ้งจากโรงงาน
อตุ สาหกรรมกลับมาใช}ใหมใG นโรงงานนั้น ๆ
(ก) กระบวนการผลิต 1 ระบบบำบดั
แหล$งน้ำ กระบวนการผลติ 2 นำ้ เสีย
กระบวนการผลิต 3
ระบบบำบัด
(ข) กระบวนการผลิต 1 น้ำเสยี
แหล$งนำ้ การปรงุ แต)ง ระบบบำบัด
นำ้ เสยี
(ค) กระบวนการผลิต 2
กระบวนการผลิต 3
แหลง$ นำ้
กระบวนการผลิต 1
กระบวนการผลติ 2
กระบวนการผลิต 3
รูปที่ 1 การใช?นำ้ ซ้ำ
วัตถดุ บิ สกปรก
นำ้ เสีย
รูปที่ 2 การล,างโดยใชห, ลักการท
วตั ถดุ ิบสะอาด
น้ำสะอาด
ทวนกระแส (Counter-current)
แหล$งน้ำ กระบวนการผลิต 1 ระบบบำบัด
กระบวนการผลิต 2 นำ้ เสยี
กระบวนการผลิต 3
รูปที่ 3 การหมนุ เวยี นนำ้
ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมหลายๆ แห;งมีประสิทธิภาพดีสามารถผลิตน้ำทิ้งท่ี
มีคุณภาพสูงไม;แปรปรวนไดJอย;างสม่ำเสมอ น้ำทิ้งเช;นนี้อาจสามารถนำกลับไปใชJในบางกระบวนการไดJทันที
ยกตัวอย;างเชน; การลาJ งพน้ื และการใชใJ นชักโครก ในหลาย ๆ กรณี เพยี งแคเ; พม่ิ กระบวนการบำบัดเพม่ิ เตมิ
เขJาไป นำ้ หมนุ เวียนน้ี ก็สามารถนำไปใชJประโยชนPในการผลิตโดยตรงไดJอกี ดJวย
ประโยชนPของการใชนJ ้ำอย;างมีประสทิ ธิภาพ
Ø ประโยชนตP ;อโรงงานอุตสาหกรรม
ผลประโยชนทP จี่ ะเกดิ ขน้ึ แก;โรงงานอุตสาหกรรมเมอ่ื มีการดำเนินการ ใชนJ ำ้ อุดสาหกรรมอย;าง
มปี ระสทิ ธิภาพมีอย;ูหลายประการดJวยกัน
ü ลดคา; ใชJจา; ยในการจดั หาน้ำ
ü ประหยัดการใชพJ ลงั งาน
ü ดคา; ใชจJ ;ายในการบำบัดนำ้ เสยี
ü สรJางภาพลักษณขP ององคกP ร
ü ลดขJอขัดแยงJ กบั ชุมชน
ü เพิม่ ความสามารถในการแขง; ขนั
Ø ประโยชนตP อ; ชมุ ชนและสงั คม
การใชJน้ำอยา; งมีประสทิ ธภิ าพ จะสง; ผลดีต;อชมุ ชน และสงั คมโดยรอบหลายๆ ประการ อาทิ
เชน;
ü ลดปญS หาส่งิ แวดลอJ มจากการจัดหานำ้
ü ลดปSญหาส่งิ แวดลอJ มจากนำ้ เสยี
ü ลดขอJ ขดั แยJงจากชุมชน
ขอJ พจิ ารณาในการใชนJ ้ำซ้ำและการหมนุ เวียนน้ำ
Ø แหลง; น้ำ
เหลง; นำ้ ทจ่ี ะนำมาใชJในการหมุนเวยี นจะตอJ งมปี ริมาณเพียงพอ และใชJไดJอย;างตอ; เนือ่ งตลอด
ระยะเวลาท่มี คี วามตJองการโดยคุณภาพนำ้ ตอJ งคงที่ หรอื มีความแปรปรวนนอJ ย ทำใหงJ า; ยต;อการควบคมุ
คณุ ภาพและมีความมนั่ ใจในการนำไปใชJ นอกจากนีแ้ หล;งน้ำทจ่ี ะนำมาใชตJ อJ งไม;มีสารปนเปVWอนทสี่ ;งผลกระทบ
ต;อกระบวนการผลิตทจ่ี ะนำไปใชJ หรอื หากมสี ารปนเปWอV นกจ็ ะตอJ งมีแนวทางในการกำจดั ออกซง่ึ คุJมค;าในการ
ลงทนุ
แหลง; นำ้ ท่ีมีความเหมาะสมและนยิ มนำมาใชใJ หม; ไดJแก;
• นำ้ เสียหรือน้ำทงิ้ ของโรงงาน
• น้ำทง้ิ จากการฟนWV ฟรู ะบบผลติ น้ำอ;อน
• นำ้ ทิง้ จากระบบน้ำอารโP อ
• น้ำทิ้งจากการทำความเยน็ จากน้ำใชJซำ้ และนำ้ หมนุ เวยี น
Ø แนวทางการใชป8 ระโยชน;
การใชJประโยชนPจากนำ้ ซ้ำและนำ้ หมนุ เวียนไมไ; ดJจำกัดอยเู; พยี งแตภ; ายในโรงงานอุตสาหกรรม
เทา; น้ัน นำ้ ทิง้ อตุ สาหกรรมที่มีคณุ ภาพดี สามารถใชJในการเกษตรไดJ นอกจากน้ี ในบางกรณีในต;างประเทศ
หากน้ำท้งิ จากโรงงานหน่ึงมคี วามเขJากนั ไดกJ ับกระบวนการผลติ ของโรงงานอุตสาหกรรมอกี แห;งหนง่ึ ก็เปZนไป
ไดJท่จี ะนำนำ้ ตงั กลา; วมาใชJซำ้ กันไดJ อยา; งไรก็ใ ในประเทศไทยน้ำท่ีจะปล;อยออกสูภ; ายนอกโรงงานจะตอJ งมี
คุณภาพเปนZ ไปตามท่ีกฎหมายกำหนดไวJ ดงั น้นั จึงเปนZ การสะดวกกว;าที่จะทำการใชนJ ำ้ ซ้ำและหมุนเวยี นน้ำ
ภายในโรงงานนั้น ๆ
ตัวอยา; งของกิจกรรมในโรงงานอดุ สาหกรรมท่สี ามารถใชปJ ระโยชนPจากน้ำซำ้ และน้ำหมุนเวยี นไดเJ ปนZ
อยา; งดี อาทิเช;น
ü นำ้ หล=อเยน็ และ น้ำหม8อนำ้
ü ห8องนำ้
ü สวนหยอ= มและภูมทิ ัศน;
ü น้ำล8าง
ü นำ้ สำหรบั กระบวนการผลติ
Ø ปจH จยั คณุ ภาพ
ก;อนที่จะนำน้ำมาใชJช้ำหรือหมุนเวียน จะตJองมีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำว;ามีความเขJา
กันไดJกับกระบวนการที่จะนำน้ำนั้นไปใชJ ซึ่งแมJว;าปSจจัยที่สำคัญจะมีอยู;ดJวยกันหลายประการ แต;จะตJองพ่ึง
ระลกึ อยเู; สมอว;า น้ำน้ันควรมคี ุณภาพดีเพยี งพอสำหรบั เป\าหมายในปSจจยั ท่ีเกี่ยวเนื่อง สว; นปSจจยั ท่ไี มเ; ก่ียว
เนอื่ งกอ็ าจไมต; Jองมีการควบคุมก็ไดJ
ü การกดั กร=อนและการเกิดตะกรนั
ü สารละลาย
สารละลาย ไดแJ ก; เกลือแร; และ สารอนิ ทรยี ตP า; งๆ ซึง่ ละลายอยูใ; นนำ้ ซงึ่ มีผลตอ; การนำนำ้ ไป
ใชแJ ละหมุนเวยี นไดหJ ลายประการดวJ ยกนั
ü สารอนนิ ทรยี ;
น้ำที่มีปริมาณสารอนินทรียPไมเ; หมาะสม จะทำใหJเกิดการกัดกรต; ะกรันตงั ทไ่ี ดJกลา; วไปแลJว
ü สารอนิ ทรยี ;
นำ้ ทีม่ สี ารอนิ ทรียอP ยม;ู าก อาจมีลกั ษณะอันไม;พงึ ประสงคหP ลายๆประการ อาทเิ ชน; เกดิ เมอื ก
และฟอง เกดิ ฟล] มP จุลชพี ในเสJนท;อและภาชนะ เกดิ กลน่ิ และคราบสกปรก และเกิดการตดิ เชื้อเปนZ ตJน
ü สีและความขนุ=
นอกจากจะไม;น;าดแู ลวJ สีและความวนุ; อาจทำใหJการลJางไม;สะอาดเท;าทค่ี วร สีทไ่ี มส; อดคลJอง
กับผลติ ภัณฑP อาจทำใหJผลิตภณั ฑเP สียหายและเกิดปSญหาในการควบคุมคุณภาพ ความขุน; ถJามมี ากกอ็ าจ
ตกตะกอนในเสJนทอ; และภาชนะและยงั เปZนที่สะสมของจุลชพี ไดอJ กี ดJวย
ü จลุ ินทรยี ;
จลุ ินทรยี P ยกตวั อย;างเช;น แบคทเี รียและเชือ้ ราต;าง ๆ อาจทำใหเJ กดิ ปSญหาคณุ ภาพไตจJ ากการ
ติดเช้ือ เกิดเมือกและฟอง ตลอดจนการเกดิ กลิน่ เหม็น ไมพ; งึ ประสงคP
ดัชนขี ี้วดั ประสิทธิภาพการใชน8 ้ำ
ดัชนชี ้ีวดั ประสทิ ธภิ าพการใชJน้ำเปZนเครอ่ื งมอื ทส่ี ำคญั ซึง่ จำเปZนตJองใชเJ พอ่ื ท่จี ะไดJทราบถงึ
สถานภาพการใชJนำ้ ในปจS จบุ ันของโรงงาน หรือเพ่ือท่ีจะสามารถตรวจสอบความสำเรจ็ ในการดำเนนิ โครงการ
การใชJนำ้ อยา; งมีประสทิ ธภิ าพ โดยจะตJองคัดเลือกดัชนขี ว้ี ดั ทีใ่ ชJใหเJ หมาะสมกบั ความตอJ งการของโรงงาน
จำนวนของดัชนชี วี้ ัดจะตอJ งมเี พยี งพอเพอ่ื ใหJครอบคลมุ เป\าหมายในการดำเนนิ การ แตต; อJ งไมม; ากจนสบั สน
และยากต;อการปฏบิ ตั ิ
ตัวอย;างของดชั นีชว้ี ดั ประสทิ ธภิ าพการใชนJ ้ำ อาทเิ ช;น
• อัตราการใชนJ ้ำต;อหนว; ยการผลิต
• รายไดJหรอื กำไรต;อหนว; ยการใชนJ ำ้
• อตั ราการใชJนำ้ ตอ; เดอื นของโรงงาน
• อตั ราการใชนJ ้ำต;อเดือนของแผนก หรอื สายการผลิต
• อัตราการใชนJ ้ำต;อเดือนของแต;ละกะในสายการผลติ เดยี วกัน
• อตั ราการใชJนำ้ ตอ; บุคลากร
• สัดสว; นนำ้ ที่ใชซJ ้ำและน้ำที่หมนุ เวยี นตอ; นำ้ ท่ใี ชทJ ้ังหมด
• สัดส;วนน้ำที่สูญหาย
การทำสมดุลนำ้
ในการบรหิ ารจดั การน้ำอยา; งมปี ระสทิ ธภิ าพไดนJ ัน้ จะตJองทราบอยา; งแนช; ัดถึงกจิ กรรมท่ีใชJ
น้ำและปรมิ าณของนำ้ ทใ่ี ชไJ ปในแตล; ะกจิ กรรม ซึ่งสามารถทีจ่ ะรJูไตJดวJ ยการทำสมดลุ นำ้ (Water Balance)
ตามปกติแลJว น้ำทเี่ ขJาสโ;ู รงงานจะตJองมีปรมิ าณเท;ากับน้ำท่อี อกจากโรงงาน (รปู ที่ 5)
ตามสมการ
นำ้ เขาJ สูโ; รงงาน = นำ้ ในผลติ ภณั ฑP + น้ำทง้ิ + น้ำระเหย + รวั่ ไหล
การทำสมดลุ นำ้ คอื การตรวจสอบวา; ( 1) น้ำทเ่ี ขJามาส;ูโรงงาน ถูกนำไปใชใJ นกิจกรรมใดบาJ ง
(2)" น้ำทอ่ี อกจากโรงงาน ออกไปทางชอ; งทางใดบJาง และ (3) นำ้ ทีเ่ ขาJ และออกจากโรงงาน มีปรมิ าณเท;ากัน
หรือไม;
ระเหย
นำ้ ตดิ ไปกบั ผลติ ภณั ฑA
รั่วไหล นำ้ ทงิ้
รูปที่ 5 สมดุลนำ้
การทำสมดลุ น้ำ ชว; ยใหJสามารถบรหิ ารจัดการน้ำอย;างมี
เกิดการรว่ั ไหล และจดุ ทีส่ ามารถจะนำเอา
การผลิตประสทิ ธิภาพโดยทำใหทJ ราบถึงจุดท่ี
เทคนิคการประหยดั น้ำมาใชJไดJ
ขนั้ ตอนในการทำสมดุลน้ำ มีข้นั ตอน ตงั นี้
1. รวบรวมขอJ มลู ไดJแก; แผนผังโรงงาน ผังการไหลของน้ำ (flow diagram) ตำแหน;งของทอ; กzอกน้ำ
มาตรวัดนำ้ รางระบายน้ำ บ;อสูบฯลฯ อย;างคร;าวๆ
2. ตรวจสอบอย;างละเอียดถึงจุดทมี่ กี ารใชJน้ำ และจุดทป่ี ล;อยน้ำออก เพ่ือทำผงั การไหลของน้ำ ท่ีมี
รายละเอยี ดครบถJวน พิจารณาผัง การไหลทจี่ ดั ทำข้ึนว;าสามารถทจี่ ะตรวจสอบการไหลของนำ้ แตล; ะเสนJ ทาง
ไดหJ รอื ไม; ซง่ึ อาจตJองมกี ารตดิ ตั้งมาตรวดั น้ำ (รูปท่ี 6) หรอื เครือ่ งบันทกึ เวลาการทำงานของเครอ่ื งสบู เพ่ิมเตมิ
สำหรบั นำ้ เสยี อาจตอJ งวางแผนการวัดอัตราการไหลใหเJ หมาะสมกบั ลกั ษณะทอ; หรือลำรางเชน; ใชมJ าตรวดั
ช่ัวคราวแบบติตตง้ั ภายนอกท;อ หรอื ใหเJ วยี รวP ัดการไหลในลำราง เปZนตJน
3. วางแผนทำการตรวจวดั ใหคJ รอบคลมุ ทุกรูปแบบการผลิต เช;น ในชว; งเวลาที่ผลติ สินคJาหลกั แต;ละ
อย;าง ชว; งเวลาทีเ่ ปนZ การลาJ ง และรวมถึงชว; งเวลาท่ไี มไ; ดทJ ำการผลิตดวJ ย
4. ดำเนินการตรวจวดั ตามแผนท่ไี ดวJ างเอาไวJ
5. พิจารณาอัตราการไหลของน้ำที่ตรวจสอบไดJ น้ำที่เขJาสู;โรงงาน จะตJองใกลJเคียงกับน้ำที่ออกไปส;ู
นอกโรงงาน โดยไม;ควรแตกต;างกันเกินรJอยละ 10 นอกจากนี้ ยังควรพิจารณาสมดุลของน้ำที่จุดอื่น ๆประกอบ
กนั ไปดJวย อาทิเชน; น้ำทีไ่ หลเขJาสกู; ระบวนการผลิตจะตอJ งมปี รมิ าณสอดคลอJ งกับน้ำท่ีจัดซ้อื เขาJ มาในโรงงาน
6. ความคลาดเคลอ่ื นท่พี บ มักจะเกดิ จากสาเหตสุ องประการ คือ ตรวจสอบจดุ ใชJน้ำหรอื จดุ ปลอ; ยน้ำ
ไดJไม;ครอบคลมุ หรอื เกดิ การร่ัวไหลข้นึ ในเสนJ ทางการไหล ซึง่ จะตJองตรวจสอบใหJพบ
7. นำขอJ มูลท่ไี ดJรับไปพิจารณาหาทางใชนJ ้ำอย;างมีประสทิ ธภิ าพตอ; ไป
รูปท่ี 6 มาตรวดั ปรมิ าณน้ำ
ทมี่ า : https://www.mumkhao.com/view-4974.html
การตรวจสอบอัตราการไหลของนำ้
ในการทำสมดุลนำ้ น้ัน จำเปZนอย;างยง่ิ ทจ่ี ะตJองทราบถึงอัตราการไหลของน้ำ ณ จดุ ต;าง ๆ
ยกตัวอย;างจุดทีส่ ำคญั เช;น
ü อัตราการไหลของนำ้ เขาJ ส;ูโรงงาน
ü อตั ราการไหลของน้ำเขJาสูแ; ตล; ะกระบวนการผลิต
ü อัตราการไหลของนำ้ เสยี จากแต;ละกระบวนการผลติ
ü อตั ราการไหลของนำ้ เสียออกจากโรงงาน
ทางที่ดที ี่สุด ก็คอื จะตอJ งมมี าตรวดั อัตราการไหลของน้ำตดิ ตงั้ อย;ูในทกุ ๆจดุ ท่ีสำคัญ ซึ่ง
นอกจากจะชว; ยในเรือ่ งของการทำสมดุลน้ำแลJว ยงั เปนZ ประโยชนPในการควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพของ
การผลติ ดวJ ย อยา; งไรก็ดี หากไมม; ีหรอื ไม;สะดวกท่จี ะตดิ ตง้ั มาตรวัดอตั ราการไหลของน้ำ ก็จะตJองมีการสำรวจ
เพื่อเกบ็ ขอJ มูลอัตราการไหลของน้ำเปZนครัง้ ๆ ไป
การดำเนินการเกบ็ ขอ8 มลู อตั ราการไหล มีขอ8 ควรระวังดงั ตอ= ไปนี้
1. การเก็บขอJ มูลตอJ งกระทำในช;วงทีโ่ รงงานอุตสาหกรรมดำเนินการตามปกติไมใ; ช;ในชว; งทีเ่ ปZนการ
ผลิตมากหรือนJอยผิดปกติ
2. การเกบ็ ขอJ มลู ตอJ งกระทำอย;างต;อเน่ือง เปZนระยะเวลาทีน่ า; จะครอบคลุมการดำเนินการของโรงงาน
ตามปกติ เชน; เก็บขอJ มลู ทกุ ๆ 2 ชัว่ โมง เปนZ ระยะเวลาอย;างนอJ ย 24 ชม. เปนZ ตJน
3. จะตJองทำการเก็บขอJ มูลในชว; งท่ไี มม; กี ารผลติ ตัวย เพื่อใชJเปZนฐาน และใชตJ รวจสอบการรวั่ ไหล
ในกรณที ่ีจำเปZนจะตอJ งมีการดำเนนิ การเกบ็ ขJอมูลอัตราการไหล กต็ Jองเลอื กวธิ ีการตรวจวดั ใหJ
ถูกตอJ ง วธิ ที ีส่ ามารถใชJในการวัดการไหลของของเหลวมีอยหู; ลายวธิ ี แตว; ิธที ีเ่ หมาะสมกับการวดั อตั ราการไหล
ของน้ำทง้ิ จากโรงงานอุดสาหกรรม มดี งั นี้
• วิธีคำนวณจากความเรว็ ของการไหลในรางน้ำ
• วิธจี ับเวลาและวัดปรมิ าตรของนำ้ ท่ไี หลเขาJ ถงั
• วธิ ี Open End Pipe
• วธิ จี บั เวลาทำงานของเครื่องสบู นำ้
• การวัดอัตราการไหลของนำ้ ดJวยเวยี รP (Weir)
• การวัตโดยใชJมาตรวดั อัตราการไหลสะสม
-
Ø วธิ คี ำนวณจากความเรว็ ของการไหลในรางน้ำ
การวัดความเรว็ ของการไหลในรางน้ำอาจกระทำไดJโดยใชเJ ครือ่ งมือวัดกระแสนำ้ อตั ราเร็วท่ี
ไตJถอื เปนZ ความเร็วที่ผิวนำ้ ถาJ คูณความเร็วทไ่ี ดJดJวยแฟคเตอรP 0.80 ก็จะไดJความเรว็ เฉลีย่ ของการไหลของนำ้ ใน
รางนำ้ อตั ราหรอื ปริมาณการไหลคำนวณไตโJ ดยใชผJ ลคูณระหวา; งความเร็วของการไหลและพืน้ ท่ีหนาJ ตดั ของ
การไหล ในทางปฏบิ ัติ การวัดความเร็วของน้ำทไ่ี หลในรางระบายอาจกระทำไตJง;าย ๆโดยการโยนวัตถุเบา ๆ
ใหลJ อยและไหลไปตามน้ำ จากน้นั จบั เวลา เพอ่ื หาอตั ราเร็วของการเคล่ือนท่ีของวตั ถุนนั้ ควรเลือกวัดอัตราเรว็
ในรางทอี่ ยู;ในแนวเสJนตรง และไม;มสี ง่ิ กดี ขวาง การวัดน้คี วรกระทำ 4-5 คร้งั เปนZ อย;างนJอย จากนั้นจงึ
คำนวณหาคา; เฉลย่ี ถJาหากว;าความเรว็ ทวี่ ดั ไดแJ ตกตา; งกันมาก จะตJองวัดตรวจสอบดใู หมเ; พ่อื ใหใJ ตคJ ;าทใ่ี กลเJ คยี ง
กบั ค;าเฉลย่ี และใกลJเคยี งความเปนZ จรงิ มากท่สี ุด อน่ึง ตอJ งตระหนกั ไววJ ;า การวัดความลกึ และความเรว็ ของ
การไหลจะตอJ งทำพรJอมกนั วธิ นี ้ชี ว; ยใหผJ สJู ำรวจสามารถคาดคะเนอตั ราไหลของนำ้ ไตJอยา; ง
รวดเร็ว และไมต; Jองเสยี เวลาตดิ ตั้งอปุ กรณเP ลย
สมมุติใหรJ ะยะทางทีเ่ ศษไมJเคลอื่ นทใ่ี นรางนำ้ = L เมตร
และใชเJ วลาในการเคลอ่ื นท่ี = T วนิ าที
จะไดJความเร็วผวิ นำ้ = L / T เมตร/วนิ าที
และความเร็วเฉลยี่ ในราง = 80% ของความเร็วผวิ นำ้
= 0.8 L /T เมตร/วินาที
ถJา ความกวJางเฉลย่ี ของราง = W เมตร
และ ความลึกเฉลย่ี ของน้ำในราง = D เมตร
จะไดJ พนื้ ทขี่ องการไหล = WD ตร.ม.
ดังนั้น อัตราไหลของนำ้ ในราง = 0.8WDL/T ลบ.ม./วินาที
Ø วธิ ีจบั เวลาและวดั ปริมาตรของน้ำที่ไหลเขา8 ถงั
ในกรณีที่น้ำไหลในท;อป]ด การวัดอัตราไหลอาจใชJวิธีจับเวลาและวัดปริมาตรของน้ำที่ไหลเขJา
ถัง วิธีนี้ตJองการถังรองรับน้ำขนาตใหญ;ที่สุดเท;าที่จะหาไดJเพื่อเพิ่มความถูกตJองของขJอมูล อาจใชJถังพลาสติกใบ
ใหญ;ที่มีความจุตั้งแต; 50 - 100 ลิตรหรือมากกว;า หรืออาจใชJถังน้ำมันที่มีความจุขนาต 200 ลิตร ก็ไดJ
การเลือกขนาดถังใหJเหมาะสมตJองพิจารณาจากเวลาที่ใชJเติมน้ำใหJเต็มถังไม;ควรนJอยกว;า 1 นาที อัตราไหลของ
น้ำสามารถคำนวณไดดJ ังนี้
Q = V/T
เม่ือ Q = อัตราไหลของนำ้ (สิตร/นาท)ี
V = ความจุน้ำเต็มถงั (สิตร)
T = เวลาท่ีน้ำไหลเตม็ ถัง (นาที) ไมค; วรนJอยกวา; 1 นาที
ในระหว;างการสำรวจน้ำมกั พบว;าสามารถใชถJ ังรองรับนำ้ ในรูปแบบต;าง ๆเช;น บ;อพักนำ้ ถัง
บำบดั น้ำ ถงั ปรบั คณุ ภาพน้ำ (equalizing tank) เปนZ ตนั ถJาถงั มขี นาดใหญ;มากก็ไมจ; ำเปนZ ตJองจับเวลาที่น้ำ
เต็มถังเพราะจะใชเJ วลามากเกนิ ไปในกรณดี งั กล;าว การวัดอตั ราไหลของนำ้ สามารถทำไดโJ ดยการจับเวลาที่
ระดบั นำ้ สงู ขึ้นกว;าระดบั เรม่ิ ตJนภายในเวลาพอสมควร เช;น 10 นาที เปZนตนJ เม่ือวัดพืน้ ทขี่ องถังไดJและนำมา
คูณกบั ความสูงของนำ้ ทเี่ พ่มิ ขน้ึ กจ็ ะไดJปรมิ าตรของนำ้ ทีเ่ พ่ิมข้นึ ภายในเวลาท่จี บั ไวJ อัตราไหลของน้ำสามารถ
คำนวณไดจJ ากสตู ร ดังตอ; ไปนี้
Q = 60 x W x L x D / T
โดยที่ Q = อตั ราไหลของนำ้ ในท;อ, ลบ.ม./ชม.
W,L = ความกวาJ งและความยาวของถงั หรอื บ;อตามลำดับ,เมตร
T = ระยะเวลา (นาที) ทีร่ ะดบั นำ้ เพม่ิ ขน้ึ เทา; กับ D เมตร
D = ระดบั น้ำที่เพ่มิ ขนึ้ (จากระดบั เดิม) ในถัง, เมตร
Ø วิธี Open End Pipe
การวัดอัตราไหลของนำ้ ทไ่ี หลออกจากปลายท;อ (ไหลเต็มทอ; ) อาจกระทำไดโJ ดยใชJไมJบรรทัด
รปู ตัว L ทีม่ ีสเกล (เปZนนิ้ว) อย;ูบนแกน X ซึง่ เปนZ ตาJ นยาวและแกน Y ยาว 4 นิ้วพอดี (รปู ที่ 7)วัดแนวการพง;ุ
ของสายนำ้ วธิ วี ัดกระทำโดยวางไมJบรรทัดใหแJ กน X ทาบและขนานกบั ผวิ บนของทอ; เล่อื นไมJบรรทดั
จนกระทัง่ ปลายของแกน Y (ท่ยี าว 4 นิว้ ) แตะอย;ูบนผวิ ของสายนำ้ พอดอี ัตราไหลของนำ้ ขึน้ อยก;ู ับคา; X และ
ขนาดของท;อและสามารถคำนวณไดJ โดยดจู ากตารางที่ I วิธีใชJตารางนีใ้ หJดคู ;า X (นิว้ )ในคอสัมนPซาJ ยและตู
ขนาดทอ; (นว้ิ ) ในแถวบนคา; อัตราไหลของน้ำ (หนว; ยแกลลอนตอ; นาที) จะไดจJ ากการอา; นค;า X และขนาดท;อ
มาบรรจบกันในตาราง
วธิ ีนี้ไมส; ามารถใหคJ ;าอตั ราไหลทถี่ ูกตJองเหมือนกับการใชเJ วียรPหรอื เครอ่ื งวัดแบบอน่ื แต;
เน่ืองจากเปนZ วิธที ่ีวดั ไดงJ า; ย จงึ ไดนJ ำมาเสนอใหJพิจารณา ใชสJ ำหรับกรณีทไ่ี ม;ตอJ งการคา; ละเอยี ด
รปู ท่ี 7 วิธีวดั อตั ราไหลของน้ำจากปลายท=อแบบ Open End Pipe
Ø วธิ ีจับเวลาทำงานของเครอ่ื งสบู น้ำ
การวัดอัตราไหลของน้ำใหJใตJถูกตJองวิธีหนึ่งคือ วัดเวลาทำงานของ เครื่องสูบน้ำในแต;ละ
ชั่วโมงและนำมาคูณกับอัตราสูบของเครื่องสูบน้ำนั้นๆ การใชJวิธีนี้จะตJองมีอุปกรณPวัดเวลาทำงานของเครื่องสูบ
(hour-counter meter) ซึ่งมีราคาถูกและติดตั้งไดJง;ายและตJองมีการตรวจสอบอัตราสูบน้ำใหJไดJเสียก;อนซ่ึง
สามารถทำไดโJ ดยใชJวิธจี ับเวลาและวัดปริมาตรของนำ้ ท่ถี กู สบู ออกจากบอ; พกั
อัตราไหลของนำ้ ในแต;ละช่วั โมงสามารถคำนวณไดดJ งั นี้
Q = CT /60
เมอ่ื Q = อตั ราไหลของน้ำ, ลบ.ม./ชม.
C = อตั ราสูบของเคร่อื งสูบน้ำ, ลบ.ม./ชม.
T = เวลาทำงานของเคร่ืองสบู ใน 1 ชัว่ โมง, นาที/ซม.
Ø การวัดอัตราการไหลของนำ้ ด8วยเวียร;
การวดั อตั ราการไหลของนำ้ ดJวยเวยี รP (weir) เปนZ วธิ ีท่ใี ชกJ นั อยท;ู ว่ั ไป เน่ืองจากสะดวกในการ
ตดิ ตั้งและราคาถูก สามารถตดิ ตง้ั ไตทJ ี่ปลายท;อ บ;อตรวจระบาย และในรางเป]ด แผ;นเวียรอP าจสราJ งขึ้นมาเองไดJ
ในเวลาท่ีตJองการ ใชJวสั ดุอาจเปZนแผน; ไมหJ รือแผน; กระเบอ้ื งชนดิ แผ;นเรยี บทีม่ ีความแข็งแรง และทนต;อแรง
กระแทกจากการไหลของนำ้ คนงานทั่วไปสามารถตดิ ตัง้ เวยี รPไดภJ ายในเวลาอันสนั้ ดาJ นบน คอื สัน (crest)
ของเวยี รP อาจเปนZ เสนJ ตรงหรือบากเปZนชอ; งสีเ่ หลี่ยมผนื ผJา หรอื รปู ตวั V กไ็ ดJ สันของเวยี รPตJองมีลกั ษณะคม
คลาJ ยคมมดี อตั ราการไหลของนำ้ จะเปZนสดั สว; นกบั ความสูงของนำ้ เหนอื สนั เวยี รP แบบของเวยี รPท่ใี ชกJ ัน
โดยทวั่ ไปมี 2 ชนิด คือ เวยี รสP เี่ หลยี่ ม และเวียรPสามเหล่ยี ม (ดูรปู ท่ี8 และ รูปท่ี 9)
ตารางท่ี 1 อัตราการไหลของน้ำจากการวัด
ระยะ
X น้ิว 1” 2” 21/2” 3”
4 5.7 22.0 31.3 48.5
5 7.1 27.5 39.0 61.0
6 8.5 33.0 47.0 73.0
7 10.0 38.5 55.0 85.0
8 11.3 44.0 62.5 97.5
9 12.8 49.5 70.0 110
10 14.2 55.5 78.2 122
11 15.6 60.5 86.0 134
12 17.0 66.0 94.0 146
13 18.5 71.5 102. 158
14 20.0 77.0 109. 170
ตารางที่ 1 อัตราการไหลของน้ำจากการวัด
ระยะ 2” 21/2” 3”
X นิว้ 1”
ดแบบ Open End Pipe (แกลลอนตBอนาที)
ขนาดทBอ (น้วิ ) 5” 8” 10” 12”
4”
163 285 380
83.5 195 334 665 1060
104 228 380 750 1190
125 260 430 830 1330
293 476 915 1460
146 326 525 1000 1600
166 360 570 1080 1730
390 620 1160 1860
187 425 670
208 456
229
250
270
292
ดแบบ Open End Pipe (แกลลอนตอB นาที)
ขนาดทอB (นวิ้ ) 5” 8” 10” 12”
4”
15 21.3 82.5 117. 183
16 22.7 88.0 125. 196
17 93.0 133. 207
18 99.0 144. 220
19 110.0 148. 232
20 156. 244
21 256
22
23
24
312 490 710 1250 2000
334 520 760 1330 2120
355 550 810 1410 2260
375 590 860 1500 2390
395 620 910 1580 2520
415 650 950 1660 2660
435 685 1000 1750 2800
460 720 1050 1830 2920
750 1100 1910 3060
2000 3200
X ระดับสงู สดุ H max
X
เวียร&สเี่ หล่ียม L
รปู ท่ี 8 เวียรส, ่ีเหล่ยี ม
O
X H max
เวียร&สามเหลี่ยม X
L มากกว*า 3H max X มากกวา* 2H max
รูปท่ี 9 เวียรส, ามเหลยี่ ม
เวียร,ชนดิ สเี่ หล่ยี ม
เวียรช' นดิ นีอ้ าจจะเปน2 ชนิดท่ีมีสันตรงหรือสนั บากเป2นช>องสเ่ี หลี่ยมผืนผAากไ็ ดA (รูปที่ 8) กรณี
เปน2 สันบากจะตอA งไตAมาตรฐาน คือ มรี ะยะจากดAานขAางเวยี ร'ถงึ ช>องบาก (x) และกันเวียรถ' ึงสนั ไมน> Aอย
กวา> สองเท>าของความสูงของระดบั นำ้ สงู สดุ เหนอื สันเวียรเ' สมอ (จากรูป 8, x ตAองเท>ากับ หรอื มากกว>า
2Hmax)
Q = 1.84 LH3/2
เมือ่ Q = อัตราการไหลของนำ้ , ลูกบาศก็เมตร/วนิ าที
L = ความยาวของสันเวยี ร', เมตร
H = ความสูงของระดับนำ้ เหนือสันเวยี ร', เมตร
เวียรช, นดิ สามเหลี่ยม
เวียร'ชนิดนี้มีช>องบากเป2นรูปตัว V (รูปที่ 9) เหมาะสำหรับการใชAหาอัตราการไหลของน้ำที่มี
ปริมาณนAอยและสามารถหาอัตราการไหลของน้ำที่นAอยกว>าประมาณ 1.5 ลบ.ม./นาทีใตA แต>ไม>ควรใชA
สำหรบั อตั ราการไหลของนำ้ ทเ่ี กนิ 3-4 ลบ.ม./นาที โดยท่ัวไปนยิ มใชเA วียร'ชนิด 60* และ 90
เวียร'ชนดิ 60* ใชสA ูตรการคำนวณ ดังน้ี
Q = 0.85 H2.5
เวียรช' นิด 90* ใชAสตู รการคำนวณตงั นี้
Q = 1.47H2.5
เมอื่ Q = อัตราการไหลของน้ำ, ลูกบาศกเ' มตร/วนิ าที
เม่อื H = ความสูงของระดับนำ้ จากจดุ ยอดของสามเหล่ยี ม,เมตร
Ø การวัดโดยใช;มาตรวัดอัตราการไหลสะสม
มาตรวัดอตั ราการไหลสะสม เป2นอปุ กรณ'ทีว่ ดั ความเร็วของน้ำในเสAนทอ>
แลAวคำนวณเปน2 ปรมิ าณท่ไี หลผ>านไป มาตรวดั อตั ราการไหสมที ง้ั แบบทเี่ ป2นกลไกซงึ่ ใชใA บพดั และเพอื
งทด และแบบไฟฟาm ซึง่ อาจใชหA ลักการ ultrasonic.,doppler, หรอื electromagnatic การเลือกใชA
มาตรแบบใด กต็ อA งข้ึนอย>กู บั เปmาหมายของการนำไปใชA และลักษณะของของไหลในท>อ
การวดั อตั ราการไทลโดยใชAมาตรเปน2 วิธีท่ีสะดวกสำหรบั การวัดอัตรการไหล
อยา> งตอ> เนือ่ งเปน2 ประจำ เพราะสะดวกและงา> ยต>อการเก็บขอA มลู สำหรบั การเกบ็ ขAอมูลภาคสนามนน้ั
การใชเA ครื่องวดั อัตราการไหลมจี ดุ อ>อหลายประการทที่ ำใหยA ากตอ> การปฏบิ ัติงาน ดงั น้ี
1. ในการใชมA าตรวัดอัตราการไหล จะตอA งมีนำ้ อยเ>ู ต็มเสAนทอ> ตลอดเวลา
2. การตดิ ต้งั มาตรวัดอตั ราการไหลสว> นใหญ> จะตอA งมกี ารตดั ต>อท>อ
ซึ่งหากในจุดทเี่ ขาA ปฏิบตั งิ าน ไม>มีปÄญหาดงั กลา> วนี้แลAว กส็ ามารถใชAมาตรวัดอตั ราการไหลใน
การสำรวจปริมาณน้ำไดA
การพฒั นาโครงการใช;ทรัพยากรน้ำอยาF งมปี ระสิทธิภาพ
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมท่ตี อA งการจดั ทำโครงการเพอื่ ใชทA รัพยากรน้ำอุตสาหกรรมใหAมี
ประสทิ ธิภาพก็สามารถกระทำไดAตามขัน้ ตอนในการดำเนินการตงั ต>อไปนี้ (ดู รูปที่ 10)
1. อทุ ิศ ตง้ั เปMาหมาย
เช>นเดียวกับโครงการพัฒนาระบบการดำเนินการอื่นๆ ไม>ว>าจะเป2นการประยุกต'ใชAระบบ
คุณภาพ การใชA GMP หรือ HACCP เป2นตAน หากตAองการใหAโครงการใชAทรัพยากรน้ำอุตสาหกรรม
อย>างมีประสิทธิภาพประสบความสำเรจ็ ฝâายบริหารจะตAองแสดงความม>งุ ม่นั ในการดำเนนิ การ โดยการ
กำหนดนโยบายเป2นลายลักษณ'อักษร และตั้งเปmาในการลดการใชAน้ำ เช>น ลดการใชAน้ำเป2นสัดส>วนของ
การใชAน้ำในปÄจจุบัน ลดการใชAน้ำเป2นปริมาณ หรือ ลดการใชAน้ำ ต>อหน>วยผลผลิต นโยบายและ
เปmาหมายเหลา> นี้ กจ็ ะตAองมกี ารทบทวนและปรบั ปรุงเปน2 ระยะ ๆ ดAวย
2. จดั สรรทรพั ยากร
ฝâายบริหารจะตAองกำหนดใหAมีผูAจัดการโครงการ ซึ่งมีหนAาที่รับผิดชอบ ในการดำเนินงานใหA
บรรลุเปmาหมาย มีคณะทำงานซึ่งควรเป2นตัวแทนจากแผนกต>าง ๆ มาร>วมกันดำเนินโครงการเพื่อสรAาง
ความร>วมมือจากพนักงานทุกฝâาย โดยจะตAองมีการจัดเตรียมช>องทางการประชาสัมพันธ'จาก
คณะทำงานเพื่อไปสรAางแรงจูงใจในการประหยัดน้ำในหมู>พนักงาน และช>องทางการรับฟÄงความ
คิดเหน็ จากพนักงานทุก ๆ ส>วนดวA ย
อุทศิ ต้ังเป-าหมาย
จัดสรรทรัพยากร
ตรวจสอบการใช<นำ้
พจิ ารณาแนวทางการ
จดั การ
จัดทำแผนดำเนินการ
ติดตาม ตรวจสอบและ
เผยแพรDผล
รปู ที่ 10 ข้นั ตอนการพัฒนาโครงการใช;ทรัพยากรนำ้ อยาF งมปี ระสทิ ธภิ าพ
3. ตรวจสอบการใชน; ำ้
คณะทำงานจะตอA งดำเนนิ การตรวจสอบสภาพปจÄ จบุ นั ของโรงงาน เพอื่ คAนหาและสรุปปÄญหา
และสถานการณท' ่เี ปน2 อยใู> นปจÄ จบุ นั และจุดทนี่ >าจะสามารถปรบั ปรงุ แกไA ซไดA ยกตวั อย>างการ
ตรวจสอบการใชนA ำ้ อาทเิ ช>น
• ตรวจสอบการรั่วซึมที่จดุ ต>าง ๆ
• ตดิ ต้งั มาตรวดั น้ำที่แตล> ะหนว> ยการผลิต
• ศึกษาการใชAนำ้ ยอA นหลัง
• ศึกษาการใชนA ้ำตามช>วงเวลา
• ตรวจสอบการใชAน้ำจริงแต>ละหน>วยการผลิต
• ทำสมดลุ น้ำและผังการใชนA ำ้ ในโรงงานเพอ่ื ตรวจสอบการร่วั ไหล
• วิเคราะหป' ระสทิ ธภิ าพการใชนA ำ้ ของแผนกต>าง ๆ
• คดิ คา> น้ำต>อหนว> ยการผลิตและหน>วยการผลิตย>อย ซง่ึ ตAองรวมคา> สบู น้ำและคา> บำบดั น้ำเสีย
ดAวย
• บง> ช้กี ระบวนการหรืออปุ กรณท' ี่ใชAนำ้ มากหรือไมม> ีประสทิ ธิภาพ
• ศกึ ษาระดบั คณุ ภาพนำ้ ท่ตี อA งการจรงิ 1 สำหรบั กระบวนการผลติ จดุ ต>าง ๆ
พจิ ารณาแนวทางการจดั การ
หลงั จากทไ่ี ดAรวบรวมขAอมลู สถานการณก' ารใชนA ำ้ ในโรงงานแลวA ก็ตอA มกี ารระดมสมอง เพ่ือ
หาแนวทางประหยดั นำ้ ใชAน้ำซำ้ และหมนุ เวยี นนำ้ โดยเ นท่ี ซอ> มการรัว่ ซึมและหยุดการใชนA ้ำทไ่ี ม>
จำเปน2 พยายามใชนA ้ำใหAนAอยทลี่ ดเทา> ท่จี ะเปน2 ไปไดA ใชนA ำ้ ซ้ำและหมุนเวียนน้ำใหAมากทส่ี ดุ ตวั อย>างของ
แนวทางการดำเนินการตา> ง ๆ มีดังน้ี
ü ระบบหลอ> เยน็ และหมAอน้ำ (ดู รูปท่ี 11)
• หลกี เลยี่ งระบบหล>อเยน็ ทใ่ี ชนA ำ้ ครงั้ เดียว (single-pass cooling)
• ควบคมุ ปริมาณส่งิ เจอื ปนในน้ำ เชน> Ca, Mg, Na, CI, PO ฯลฯ
• การระบายน้ำออกจากหมอA น้ำตAองเปน2 ไปตามหลกั วชิ า
• ลดละอองนำ้ โดยทำผนงั กน้ั
• ระบบขนาดใหญค> วรมีระบบปรุงแตง> คณุ ภาพนำ้
ü การล;าง รปู ท่ี 11 ระบบหลอF เยน็
• ตAองมีการ "ลAางแหงA " ก>อนเสมอ
• ปèดน้ำเมอ่ื ไมใ> ชA วาล'วน้ำตอA งอยใ>ู นตำแหนง> ที่สะดวกตอ> การใชงA าน
• ใชAหัวฉดี ทีป่ ระหยัดนำ้ (ดูรูปที่ 12)
• เลือกชนิดของหัวฉดี ใหAตรงกบั งาน
• ใชนA ้ำแรงดนั สงู
• ปรบั ตงั้ หัวลAางถาวรใหตA รงเปmา
• ลาA งถงั ดวA ยการฉีดและขัด ไมเ> ติมเต็มแลวA เท
• ใชAพรมหรือแผน> พื้นเพ่อื ลดการลาA งพ้ืน
• ใชหA ลักการ Counter current
รปู ที่ 12 การลา; งแบบใชห; ัวฉดี ประหยัดน้ำ
ü แนวทางในการจดั การนำ้ อ่นื ๆ
• บำรุงรักษาเครื่องจกั รอย>างสม่ำเสมอ และปรบั แตง> ใหปA ระหยดั น้ำท่สี ดุ
• ใชอA ปุ กรณ'และเครอ่ื งจักรทป่ี ระหยดั นำ้
• ควบคมุ การดำเนินการใหAใชนA ำ้ อยา> งประหยัด
• ส>งเสริมจิตสำนึกการประหยัดนำ้ ใหAกับพนกั งาน
• ควบคมุ การรดน้ำสนามและตนA ไมA (พยายามใชAนำ้ หมนุ เวยี น)
5. จัดทำแผนดำเนนิ การ
ในข้ันตอนนี้ คณะทำงานจะตAองวิเคราะหข' อA ดี-ขอA เสียของแตล> ะแนวทางแลAวคัดเลือก
แนวทางท่มี ีความคมุA ทุนทีส่ ุดและนำเอาแนวทางทีเ่ หมาะสมทสี่ ดุ มาจัดทำแผนตำเนนิ การอย>าง
ละเอยี ด ซึง่ ตAองมีการกำหนดหนาA ที่รบั ผิดชอบ ระยะเวลาดำเนนิ การ อกี ท้งั ระบุเปmาหมายของแตล> ะ
แผนกอย>างชัดเจน ตลอดจนกำหนดชว> งเวลาในการตดิ ตามตรวจสอบประเมนิ ผลดAวย
6. ติดตามตรวจสอบและเผยแพรFผล
เมื่อไดAดำเนินการไปตามท่กี ำหนดไวแA ลวA ก็จะตAองมีการติดตามตรวจสอบและประเมนิ ผล
หากการดำเนินการไม>เปน2 ไปตามเปาm หมายท่ไี ดกA ำหนดไวA กต็ Aองมีการทบทวนแนวทางและเปmาหมาย
ใหม> หากการดำเนนิ การประสบผลสำเรจ็ ไปดAวยดี กต็ อA งมกี ารใหAรางวลั หรอื เครือ่ งจูงใจอ่นื ๆ และ
ปรบั ปรงุ เปาm หมายใหAสูงขน้ึ นอกจากนี้ โรงงานอุตสาหกรรมควรทจี่ ะตอA งมกี ารประชาสมั พนั ธ'
ความสำเร็จดังกล>าว ใหAสาธารณชนรับทราบ ตลอดจนมีการสง> ตวั แทนเขาA รว> มกิจกรรมส>งเสรมิ การ
ประหยดั น้ำของชมุ ชนหรอื โรงเรียนท่อี ยู>
ใกลAเคียงอีกดAวย
อตุ สาหกรรมที่ควรต;องพิจารณาการจัดการน้ำ
โรงงานอตุ สาหกรรมทุกประเภททีม่ กี ารใชAนำ้ ลAวนแตจ> ะไดAประโยชน'จ' กการใชAนำ้
อุตสาหกรรมอยา> งมีประสทิ ธภิ าพทง้ั สน้ิ โดยเฉพาะอย>างย่งิ โรงงานอดุ สาหกรรมที่มีลกั ษณะดงั ต>อไปนี้
• โรงงานอุดสาหกรรมท่ใี ชนA ้ำปริมาณมาก
• โรงงานอตุ สาหกรรมที่เสียค>าใชจA า> ยสงู ในการจัดหาและปรุงแต>งคุณภาท
• โรงงานอตุ สาหกรรมท่ีเสยี ค>าใชจA >ายสงู ในการบำบัดนำ้ เสียและกำจดั นำ้ ท้งิ
• โรงงานอุตสาหกรรมทม่ี ปี ญÄ หาในเร่ืองการท้ิงน้ำเสีย เชน> ไมไ> ดรA ับอนญุ าตใหAระบายนำ้ ทง้ิ
ออกนอกโรงงาน หรอื มีขอA พพิ าท
โดยทวั่ ไปแลวA อุตสาหกรรมท่ใี ชAน้ำในการผลิตปริมาณมาก จะไดปA ระโยชนเ' ป2นอย>างมาก
จากการพัฒนาโครงการการใชนA ้ำอยา> งมีประสิทธิภาพไดแA ก>
• โรงงานผลติ เยอื่ หรอื กระดาษ
• โรงงานประกอบกจิ การเกี่ยวกบั ยาง
• โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว' ซง่ึ มิใช>สัตวน' ้ำ
• โรงงานผลิตแกวA เสนA ใยแกAว หรือผลติ ภัณฑแ' กวA
• โรงงานประกอบกจิ การเกย่ี วกับสง่ิ ทอ
• โรงงานประกอบกจิ การเกี่ยวกบั การผลิตเหล็ก
• โรงงานประกอบกจิ การเกย่ี วกบั น้ำมัน จากพชื หรือ สตั ว'
• โรงงานประกอบกจิ การเกย่ี วกับมอลล'หรอื เบียร'
• โรงงานหอA งเย็น และ โรงงานประกอบกจิ การเก่ียวกบั สัตว'น้ำ
• โรงงานประกอบกิจการการตAม กล่นั หรอื ผสมสุรา
การพฒั นาแผนฉุกเฉิน
โรงงานอตุ สาหกรรมควรตAองมกี ารเตรียมการรบั มอื กับปญÄ หาภยั แจงA ที่อาจจะเกิดขน้ึ ไดA ดวA ย
การจดั ทำแผนฉกุ เฉินไวสA >วงหนาA เพ่ือท่ีจะสามารถนำมาใชAไดAอย>างทนั ทว> งทเี มอ่ื เกดิ ปÄญหาวิกฤตนำ้
ขน้ึ มา
แผนฉุกเฉินของโรงงานอุตสาหกรรมต;องประกอบไปด;วยหัวขอ; ดงั ตอF ไปนี้
• ความตอA งการนำ้ ใชขA องโรงงานตามปกติ
• จัดลำดับความสำคญั ของกิจกรรมต>าง ๆ
• กำหนดกจิ กรรมท่ีมีระดบั ความสำคญั นAอย และสามารถหยุดไดAเมอื่ จำเป2น
• ผลกระทบเมื่อตAองมีการลดการใชAนำ้ ลงรAอยละ 10 และ 20 ฯลฯ
• แนวทางการลดการใชนA ำ้ การใชนA ้ำซ้ำ และการหมนุ เวยี นนำ้ ในกรณ'ฉุกเฉนิ
• เครอ่ื งจกั รและอุปกรณท' ต่ี อA งใชใA นการดำเนนิ การดังกลา> ว และแนวทางการจดั หา
• ทราบถึงแผนฉกุ เฉินของผูผA ลติ และจดั สง> น้ำ ตลอดจนมสี ว> นรว> มในการจัดทำแผนของผAผู ลิต
และจดั สง> ดังกลา> ว
• รายชอื่ ของแหลง> น้ำเอกชนและรถส>งนำ้ ท่สี ามารถจัดสง> นำ้ ไดAในยามฉุกเฉนิ
• แนวทางการสอื่ สารกบั พนักงานในยามวิกฤตนำ้ ขาดแคลน
• แนวทางการประชาสัมพันธ'ถงึ ความสำเร็จในการลดการใชนA ำ้ ตอ> สาธารณชน
กระบวนการปรุงแตFงคณุ ภาพน้ำสำหรับการใช;ซ้ำและหมุนเวยี น
การปรงุ แตง> คณุ ภาพนำ้ เปน2 กระบวนการทางกายภาพ เคมี หรอื ชีวภาพทใ่ี ชใA นการปรบั
คณุ ภาพของนำ้ ใหAมีคุณสมบตั เิ หมาะสมตอ> การนำไปใชAประโยชน' ตัวอย>างของกระบวนการปรงุ แต>ง
คุณภาพนำ้ ที่สามารถนำไปใชAในการใชAน้ำซำ้ และหมุนเวียนน้ำไดA อาทเิ ชน>
• กระบวนการโคแอกกเู ลชนั
• กระบวนการตกตะกอนแขง็ ทางเคมี
• การตกตะกอน
• การกรอง
• การกรองดAวยเมมเบรน
• การดดู ตดิ ผวิ
• การแลกเปล่ียนออิ อน
• การฆา> เชอื้ โรค
จะเหน็ ไดวA >า กระบวนการปรงุ แตง> คณุ ภาพนำ้ เหลา> นี้ เปน2 กระบวนการท่ีคลAายคลึงกบั ทใี่ ชAใน
การบำบตั นำ้ เสยี โดยความแตกตา> งอยูท> ่ีเปmาหมายในการบำบดั น้ำเสยี คือ การปรับปรงุ คณุ ภาพน้ำใหA
มีลักษณะสมบัตเิ ป2นไปตามมาตรฐานน้ำทิง้ ที่กำหนด สว> นการปรงุ แต>งคุณภาพนำ้ เพ่ือการใชชA ำ้ และ
หมุนเวียน มเี ปาm หมายเพอ่ื ใหAคณุ ภาพน้ำเปน2 ไปตามระดบั ท่ีตAองการตามวตั ถุประสงค'เปmาหมาย ซึง่ อาจ
ดกี วา> หรือ ตอA ยกว>า มาตรฐานนำ้ ท้ิงก็เป2นไดA
กระบวนการโคแอกกูเลชนั
สารแขวนลอยในน้ำที่มีขนาดใหญ> อาจแยกออกจากน้ำไดAดAวยวิธีจกตะกอน หรือวิธี
กรอง หรือทง้ั สองวธิ ี แต>วิธดี งั กล>าว ใชไA มไ> ดผA ลกบั สารแขงนล ยขนาดเลก็ เช>น อนภุ าคคอลลอยต' หาก
ตAองการกำจัดสารแขวนลอยขนาดเจ็บออกไปโดยใชAเวลานAอย ๆ จึงตAองมีการทำโคแอกกูเลชันก>อน
การตกตะกอน หอการกรอง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในตAานการตกตะกอนใหAดีขึ้น คือ ทำใหAส เร
แขวนลอยมีขนาตใหญ>ขึ้น หรือทำใหAจับสารกรองไดAดีขึ้น เป2นตAน ดังนั้นกระบานการโคแอกกูเลชันจึง
มีบทบาทสำคญั ในการกำจดั สารขนาดเลก็ ต>าง ๆ ทอ่ี าศยั อยใู> นนำ้
ü สวF นประกอบของกระบวนการโคแอกกูเลชนั
โคแอกกูเลชัน มีส>วนประกอบสำคัญ 2 อย>าง (รูปที่ 13) คือ ถังกวนเร็ว า (Rapid
Mixing Tank) และถังกวนชAา (Floequiation Tank)ถังกวนเร็ว ซึ่งมีการเติมโคแอกกูแลนท'จะทำ
หนAาที่กระจายสารเคมีไปใหAส>วนต>าง ๆของน้ำอย>างรวดเร็ว เพื่อใหAมีการทำลายเสถียรภาพของอนุภ"
คคอลลอยด'เกิดขึ้น ถังกวนชAาซึ่งไดAรับน้ำต>อจากถังกวนเร็ว มีหนAาที่สรAางสัมผัสใหAกับอนุภาค
คอลลอยด' (ซึ่งถกู ทำลายเสถยี รภาพแลAว) เพื่อใหรA วมตวั กนั เปน2 ฟลAอค
สารส;ม/(เหล็ก/PACL) Polymer
นำ้ เสีย ถงั กวนเร็ว ถงั กวนชาC ถังตกตะกอน นำ้ ท้งิ
ตะกอนทง้ิ
รปู ที่ 13 ผังกระบวนการโคแอกกเู ลชัน
น้ำทม่ี ีอนุภาคซึ่งปราศจากเสถยี รภาพแลAวจะถูกส>งไปยงั ถังกวนชาA เพือ่ สราA งโอกาส
สัมผัสใหกA ับอนุภาคเหลา> นัน้ การกวนนำ้ ภายในถงั กวนชAากระทำโดยใชAใบพัดที่หมนุ ดAวยความเร็วตำ่
ทำใหAความปÄöนปวâ นเกดิ ข้ึนนอA ย สารเคมีซ่ึงเตมิ ลงไปในถังกวนชAาจะช>วยทำใหAคอลลอยด'ซ่งึ มาสมั ผสั กนั
เกิดการเกาะจบั กันจนกลายเป2นอนภุ าคท่ีมขี นาดใหญ> อนภุ าคทร่ี วมตวั กันเป2นกอA นใหญจ> นสามารถ
มองเหน็ รปู ร>าง 3 มติ ิไตAอย>างชัดเจนตัวยตาเปล>า เรยี กวา> ฟลAอค (Floc) โดยปกติการกวนน้ำมัก
กระทำโดยใชAใบพดั แตบ> างครงั้ อาจกระทำโดยอาศัยแผน> กนั้ นำ้ หลายๆ แผ>น หรอื ใชวA ธิ อี ื่น ๆ
แมAวา> ถงั กวนเร็วและถังกวนชำ้ จะทำใหเA กิดการรวมตัวของคอลลอยต'มีขนาดใหญ>
แต>การกำจัดความห>ุนจะเปน2 หนAาท่ีของถงั ตกตะกอนและถังกรอง ซงึ่ ตามมาทหี ลงั ตะกอนเหล>านีส้ >วน
ใหญ>จะจมตัวลงสก>ู ันถงั ตกตะกอนและสะสมตัวอย>ูจนกระทั่งมกี ารระบายท้ิงออกทางกนั ถังตกตะกอน
ตะกอนที่สะสมตัวน้ีมลี กั ษณะคลาA ยเลนหรือโคลนซึง่ เรยี กว>า สลัดจ' (Sludge) สำหรับฟลอA คบางส>วน
(นAอยมาก) ที่ไมต> กตะกอนจะไหลไปเขAาถงั กรองและถกู กรองอวกดAวยชน้ั ทรายหรือสารกรองอ่นื ๆ
เมื่อมกี ารลAางถังกรองฟลอA คสว> นนกี้ จ็ ะหลดุ ออกไปพรอA มกบั น้ำลAางเครื่องกรอ
ü สารเคมีทีใ่ ชใ; นกระบวนการโคแอกกูเลชนั
สารเคมีหลักที่ใชAในกระบวนการโคแอกกูเลชัน เรียกว>า โคแอกกูแลนท'(Coagulant)
หรืออาจเรยี กว>า ฟลอú คคูแลนท' (Flocculant) ก็ไดA สารเคมซี ่งึ ชว> ยทำใหโA คแอกกูแลนทม' ปี ระสิทธภิ าพ
ดียิ่งขึ้นเรียกว>า โคแอกกูแลนท'เอด (Coagulantaid) หรือ ฟลAอคคูแลนท'เอด (Focculant aid) ซ่ึง
สารเคมปี ระเภทที่ 2 นีไ้ มส> ามารถใชเA พียงลำพังในการกำจดั ความขนุ>
โคแอกกแู ลนท'ทนี่ ยิ มใชกA ันมากทสี่ ดุ ไดAแก> สารสมA ซึ่งเปน2 สารประกอบของอลูมิเนยี มท่ีมี
สูตรเคมีตังนี้ A (SO.) 18H.O (Aluminium Sulfate) สารเคมีที่ไดAรับความนิยมรองลงมาไดAแก>
สารประกอบของเหล็ก เช>น เฟอริกคลอไรด'(FecI) เป2นตAน และในปÄจจุบันไดAมีสารตัวใหม>ที่นิยมใชAกันมาก
ขึ้น คือ โพลิอะลูมิเนียมคลอไรด'(Poly Aluminium Chloride,PACI)ส>วนโคแอกกูแลนท'เอดที่ไดAรับความ
นิยมมากในปÄจจุบัน ไดAแก> สารอินทรีย'ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง ๆ ซึ่งเรียกว>า Polyelectrolyte หรือโพลี
เมอร' (Polymer) หรือ พีอี (PE) ซึ่งสารโพลีเมอร'นี้ มีราคาต>อน้ำหนักแพงกว>าสารสัมหรือโคแอกกูแลนท'
อื่นมาก แต>นับวา> ยงั โชคดที ี่ส>วนใหญ>ไมต> Aองการโพลีเมอร'จำนวนมาก
Ø การตกตะกอนแข็ง
การตกตะกอนแข็ง (Chemical Precipitation) สามารถจำแนกออกไดA เปน2 2
ประเภทใหญ> ๆ คือ แบบธรรมตาและการตกตะกอนแขง็ ร>วม (Coprecipitation)การตกตะกอนแขง็
แบบธรรมตาเปน2 ปรากฎการณท' ีช่ ับชอA นอนั เป2นผลมาจากสภาวะทอ่ี ่ิมตวั เกนิ ไปของสารละลาย ส>วน
การตกตะกอนแข็งร>วมเปน2 การตกตะกอนแข็งรว> มกับกระบวนการดูตตดิ ผิว ผลของการเกิดผลกึ รว> ม
ทำใหแA ยกอิออนออกจากนำ้ เกดิ ขึน้ ไตAมากกวา> ประสิทธภิ าพของการตกตะกอนแขง็ แบบธรรมดา
เม่อื พดู ถงึ การตกตะกอนแข็ง ขอใหAพิจารณาเรอื่ งกลไกของโคแอกเนกเู ลชัน คู>กนั ไป
จะทำใหเA ขาA ใจและจดจำไดงA >ายขึ้น ก>อนอืน่ ตAองรวAู >าโคแอกยทก' เู ลชนั ใชAบำบัดน้ำทใี่ ช>ต>อเน่ืองจากมี
คอลลอยด' อย>าลมื ว>าน้ำข>นุ ตามองเหน็ ไดAส>วนการตกตะกอนแข็งนน้ั ใชAบำนัดน้ำใส (ตามองไม>เหน็ )
กล>าวใหAชัดเจน คือการตกตะกอนแขง็ ใชAบำบัดสารละลาย ซึง่ ไดAแก> อิออนททง้ั บวกและลบในนำ้ เช>น
Ca", Mg, Pb2, SO., NO เปน2 ตนA อิออนต>าง ๆ เหล>านี้ ตามองไม>เห็นจึงกลา> วไดวA >า โคแอกกเู ลชนั นัน้
ใชAกำจัดความขน>ุ หรือคอลลอยด' สว> นการตกตะกอนแข็งใชกA ำจัดอิออน
ถงึ แมวA า> กระบวนการท้ังสองนจี้ ะมที ีใ่ ชAต>างกัน แตก> ม็ ีหลกั การรว> ม คอื การทำใหA
คอลลอยด'หรอื อิออนมีขนาตใหญข> น้ึ จนสามารถแยกออกจากน้ำไดAโดยใชAวิธตี กตะกอนหรอื วิธกี รอง
แต>เน่อื งจากอิออนมีขนาดเล็กกว>าคอลลอยดม' ากการตกตะกอนแขง็ จึงมกี ลไกท่ียงุ> ยากกวา> อนง่ึ
อาจจะมองไดวA า> การตกตะกอนแข็งมกี ลไก 2 สว> น คอื สว> นแรกเปน2 การทำใหAเกดิ สภาวะอม่ิ ตวั เกินไป
ของสารละลาย เพ่ือใหเA กิดการรวมตวั ของอิออนกลายเปน2 โมเลกลุ ของสารประกอบส>วนทสี่ องเปน2
กลไกโคแอกกเู ลชนั ยกตัวอย>างเชน> ตAองการกำจดั Ca"* ดAวยการตกตะกอนแข็งในรปู Caco, เป2นตนั
การสรAาง CaCO, หรือหินปูนจาก Cล" จึง
เป2นกลใกส>วนแรกดังกลา> ว หินปูนหลายๆ โมเลกลุ จะตกผลึกใหเA หน็ เปน2 ความวน>ุ กลไกแรก
ของการตกตะกอนแขง็ จึงคลาA ยกับการสราA งนำ้ ขน>ุ (จากนใ้ั ส) เพ่ือจะไดกA ำจัดความขุ>นดวA ยกลไกโคแอ
กฎเลชนั ซง่ึ เปน2 กลไกสว> นท่ีสองดึงการตกตะกอนแข็ง จงึ อาจสรุปไดAว>า
การตกผลึก = การสราA งคอลลอยด' + โคแอกกูเลชนั
ü ตัวอยFางการบำบัดน้ำโดยการตกตะกอนแขง็ ทางเคมี
ตวั อยา> งการบำบดั น้ำโดยการตกตะกอนแข็งทางเคมมี ีดงั นี้
• การกำจัดโลหะหนักในนำ้
• การกำจดั ความกระดAางในนำ้
• การกำจดั เหลก็ และแมงกานสี
• การกำจดั ฟลูออไรด'
• การกำจดั ฟอสเฟต
• การกำจัดซัลเฟต
• การกำจดั สารหนู (Arsenic)
Ø การตกตะกอน
การตกตะกอนเปน2 วิธแี ยกอนภุ าคของแข็งออกจากของเหลวดวA ยแรงตงึ ดูดของโลก
ผลจากการตกตะกอนทำใหไA ดAส>วนประกอบ 2 ส>วน คือ น้ำใส และตะกอนเหลวหรือสลัดจ' (Sludge)
ถาA จดุ มุ>งหมายของการตกตะกอนเปน2 ไปเพ่ือใหไA ดAนำ้ ใสการตกตะกอนจะเป2นแบบท่ีเรียกว>า
Clarification แต>ถAาจดุ มุ>งหมาย เปน2 ไปเพือ่ ใหAไตAสลดั จท' มี่ คี วามเขมA ชนั มากท่สี ดุ การตกตะกอนจะ
เป2นแบบท่เี รยี กว>า Thickening การตกตะกอนในกระบวนการปรุงแต>งคณุ ภาพน้ำเพ่ือการใชAซ้ำและ
หมนุ เวยี น มักมคี วามมง>ุ หมายเพ่ือใหไA ดนA ำ้ ใส มากกวา> เพ่ือทำใหA สลตั จ'เขมA ขAน
ถังตกตะกอนอาจแบงF ตามทศิ ทางการไหลของนำ้ ไดเ; ปนf 2 ประเภm
• แบบไหลในแนวนอน
• แบบไหลในแนวดง่ิ
ถงั ประเภทแรกมักเปน2 รปู สเี่ หลย่ี มผนื ผAา สว> นประเภทหลังมกั เป2นแบบถงั กลมหรอื
ถังสี่เหลย่ี มจตั ุรัส นอกจากน้ี ถงั ตกตะกอนยงั อาจแบง> ตามวตั ถุประสงคข' องการใชAงานไดA ดงั นี้
• ถงั ตกตะกอนแบบ Presedimentation
• ถังตกตะกอนแบบธรรมดา
• ถังตกตะกอนแบบ Solids Contact
-
- ถังแบบ Presedimentation มักเป2นบ>อดินขนาดใหญ> ซึ่งมีเวลากักน้ำนานมาก มี
หนAาที่ชังน้ำดิบ (ที่มีความขุ>นมาก) ใหAอยู>นิ่งเพื่อใหAตกตะกอนขนาดใหญ>ที่มีน้ำหนักจมลงกันบ>อ ทั้งน้ี
เพื่อเป2นการลดภาระของกระบวนการโคแอกกูเลชันและการตกตะกอนที่ตามมา ในบางครั้งถัง
Presedimention อาจหมายถึง ถงั กำจดั ทรายละเอียด หรือ Grit Chamber ก็ไดA ถังตกตะกอนแบบ
ธรรมดหมายถึง ถังตกตะกอนที่มีตำแหน>งตามหลังถังกวนชAา หรือ Flocculating Tanถังตกตะกอน
แบบโซลิตซ'ตอนแทคท' เป2นถังแบบพิเศษที่มี ถังกวนเร็วและถังกวนชำารวมอยู>ในถังตกตะกอนตAวย
ถงั แบบนน้ี ิยมใชAในกระบวนการกำจดั ความกระตาA งดวA ยปนู ขาวและโซดาแอช
ในปÄจจบุ นั น้ี ไดAมกี ารพฒั นาถังตกตะกอนแบบใหม> ที่เรียกว>าถงั ตกตะกงน
แบบทอ> (Tube Settler) ทำใหAสามารถลดขนาดของถังตกตะกอนลงไตAมาก ถังแบบน้ีอาศยั
แนวความคดิ ทวี่ า> การตกตะกอนไมข> ้นึ อยู>กบั ความลึกเปน2 หลักการในการออกแบบ
ü ถังตกตะกอนแบบทFอ
ดังไดAกล>าวแลAวว>า การสอดแผ>นต>างๆ เขAาไปในถังตกตะกอนเพื่อลดความลึกในการ
ตกตะกอนของอนุภาคความขุ>น (ไม>ใช>การลดความลึกของถังตกตะกอน) ช>วยทำใหAถังตกตะกอนมี
ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ในทำนองเดียวกัน การสอดท>อขนาดเล็กๆ จำนวนมากใหAกับถังตกตะกอน และ
บังคับใหAน้ำไหลผ>านท>อเหล>านั้น ถังตกตะกอนจะยิ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้นอีก ถังตกตะกอนที่มีการสอด
แผ>นแบนหรือลอน จำนวนมากเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของถังตกตะกอน เรียกว>าPlate Settler หรือถัง
ตกตะกอนแบบแผ>น (ดูรูปที่ 14) ส>วนถังตกตะกอนที่ไชAท>อแทนแผ>นต>างๆ เรียกว>า Tube Settler
หรือถังตกตะกอนแบบท>อ ดังนั้น จึงเห็นไดAว>าถังตกตะกอนทั้งแบบท>อ หรือแบบแผ>น คือ ถัง
ตกตะกอนแบบธรรมดาท่ีมกี ารใสแ> ผน> หรอื ท>อตกตะกอน
ชว> ยเพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการตกตะกอนนนั่ เอง
รปู ท่ี 14 ถงั ตกตะกอนแบบแผFน
ü ถงั ตกตะกอนแบบโซลดิ ซ,คอนแทคท,
ถังตกตะกอนแบบโซลิคซ'คอนแทคท' (Solids Contact Clarifier) หมายถึงถัง
ตกตะกอนที่มีกระบวนการโคแอกกูเลชัน รวมอยู>ภายในถังเดียวกัน ถังชนิดนี้อาจมีชื่อเรียกแตกต>างกัน
ไดAหลายอย>าง เช>น บางคนอาจเรียกว>า Sludge BlanketClarifier นอกจากนี้ยังมีชื่อเฉพาะอีกหลาย
อย>างตามแต> ผAูผลติ จะต้งั ขนึ้ เช>น Clariflocculator Turbocirculator, Pulsator ฯลฯ
ถังโชลิดซ'คอนแทคท' อาจแบ>งออกไดAเป2น 2 ชนิด คือ แบบหมุนเวียนสลัตจ' (Slurry
Recirculation) และแบบมีชั้นสลัดจ' (Sludge Blanket) ถังโซลิดซ'คอนแทคท'แบบหมุนเวียนสลัดจ'
เป2นแบบที่มีการหมุนเวียนสลัดจ'จากบริเวณตกตะกอนไปยังเขตกวนน้ำซึ่งเป2นทางเขAาของน้ำดิบและ
สารเคมีและเป2นที่เกิดโคแอกกูเลชัน การกวนน้ำอาจทำดยใชAใบพัด (วิธีกล) หรือใชAวิธีชลศาสตร'ก็ไดAถัง
โซลิตซ'คอนแทคท'แบบมีชั้นสลัดจ' เป2นแบบที่ไม>ตAองหมุนเวียนสลัดจ' แต>ตAองรักษาใหAมีชั้นสลัดจ'คงอย>ู
ตลอดเวลาในถังตกตะกอน โดยไม>แตกกระจายและไม>อัดตัวจนเกาะกันแน>นในกันถัง น้ำที่ผสมกับ
สารเคมีจนเกิด DestabilizationแลAว จะถูกบังคับใหAใหลผ>านชั้นสลัดจ'ทำใหAเกิดฟลAอคคูเลชันขึ้น
ภายในนน้ั น้ำท่ีผ>านออกมาจากชัน้ สลดั จ'จะมีแต>นำ้ ใสเท>านั้น
ภายในชั้นสลัดจ'หรือเขตที่มีการหมุนเวียนสลัดจ' สลัดจ'จะอยู>ในสภาวะแขวนลอย
และอยู>เป2นกลุ>มกAอนมากนAอยตามความถ>วงจำเพาะของสลัดจ' หรืออัตราเร็วของการไหลขึ้นของน้ำ
การอัดตัวของสลัดจ'ไม>ควรปล>อยใหAมีขึ้น สลัดจ'ในบริเวณดังกล>าวจะไม>ถูกระบายทิ้ง สลัดจ'ที่ตAองทิ้งจะ
ถูกระบายออกจากหลุมเก็บสลัดจ' (Sludge Hopper) หรือ Concentrator ซึ่งอยู>ที่กAนถังตกตะกอน
การอัดตัวของสลัดจ'ยอมใหAเกิดขึ้นไดAในหลุมเก็บสลัดจ' การทิ้งสลัดจ'ทำไดAโดยใชAวาล'ว หรือกาลักน้ำที่
ควบคมุ ดวA ยคนหรือดAวยเครื่องอัตโนมตั ิ
การใสท> อ> ตกตะกอนใหAกบั ถังโซลดิ ซ'คอนแทคท' ช>วยทำใหAอตั รานำ้ ลนั ผวิ ของถังมคี า>
เพมิ่ ขน้ึ ไดAหลายเทา> แตท> อ> ตกตะกอนจะตAองมีขนาดใหญ>พอเพยี งเพอ่ื ปmองกนั มใิ หมA กี ารอดุ ตนั เกดิ ข้ึน
บางครั้งจงึ นยิ มใชAแผ>นตกตะกอนมากกว>าสำหรบั ในถงั แบบหมนุ เวียนสลดั จ' ท>อหรอื แผน> ตกตะกอนจะ
ใส>ไวAในเขตสำหรตั กตะกอนหรอื ในบรเิ วณที่มีชน้ั สลตั จก' ไ็ ดA ถังโซลิตซ'คอนแทคท'เปน2 ถงั ตกตะกอนท่ี
นิยมใชกA บั กระบวนการกำจดั ความกระดาA งดAวยปนู ขาว-โซดาแอชเนอื่ งจากกระบวนการดงั กล>าวสรAาง
ตะกอนแขวนลอยเกดิ ข้ึนมามาก ทำใหA
สามารถควบคมุ ช้ันสลัดจ'ไดงA า> ยหรอื ทำใหAมี Slumy สำหรับหมุนเวียนไดงA >ายแต>ถงั โซลติ ซค' อนแทคทก' ็
สามารถใชใA ดAดกี ับระบบหมุนเวียนท่มี ีนำ้ ซึ่งมตี ะกอนแขวนลอยนAอย ซ่งึ ในกรณนี ี้อาจมคี วามยง>ุ กบาA ง
ในระหว>างเริม่ ใชเA ครอ่ื งเปน2 ครงั้ แรก (start Up) เนอื่ งจากขาดแคลนตะกอนแขวนลอยเพอื่ ใชสA ราA งช้นั
สลัดจ' (Sludge Blanket) หรือ Slury ในกรณีดงั กลา> ว จงึ อาจตAองเดมิ ผงดินเหนยี ว เช>น xaolin ฯลฯ
เพอ่ื เพิม่ สลดั จใ' หกA ับระบบจนสามารถสรAางชนั้ สลดั จ'ไดA
ข;อดขี องถังโชลติ ซ,คอนแทคท, มหี ลายประการ คือ
1. เนื่องจากเป2นการรวมโคแอกกเู ลชนั และการตกตะกอนไวดA Aวยกันถังโชลติ ซค' อน
แทคท' จึงมรี ปู รา> งกะทดั รดั กวา> และอาจมีราคาถูกกวา> ระบบธรรมดา
2. ในการควบคุมดแู ลรกั ษาเสยี คา> ใชAจา> ยต่ำ โดยปกติแลวA การใชAถังโซสิดซ'-คอน
แทคท'จะเสียค>าไฟฟmานอA ยกวา> เพราะไมจ> ำเป2นตAองกวนชาA ดAวยใบพดั เสมอไป
3. สามารถใชอA ัตราน้ำลนั ผวิ ไดAสงู กว>าถงั แบบธรรมดา ทำใหถA งั ตกตะกอนแบบนม้ี ี
ขนาดเล็กกวา> ถงั แบบธรรมดาจึงอาจมรี าคาถูกกวา>
Ø การกรอง
การกรองน้ำเกดิ ขน้ึ ไดA 2 ลักษณะ คือ การกรองแบบติดผิวชนั้ กรอ (Surtace Fitration) และ
การกรองแบบตติ คาA งในชั้นกรอง (In-Depth Filtration
ü การกรองแบบตดิ ผวิ
การกรองแบบตดิ ผิวเป2นแบบท่ีตะกอนแขวนลอยหรอื ความขุน> ถกู ตักจแั ละตดิ คาA งอย>ู
บนผวิ ของสารกรองซึ่งอาจเป2น ผAา แผ>นใยสงั เคราะห' แท>งกรอตวั อยา> งของถงั กรองท่ีอาศัยหลักการ
กรองแบบติดผวิ มีดงั นี้
• ถงั กรองแบบใชแA ผ>นกรอง
• ถังกรองแบบใชAแหง> กรอง (Porous Media)
• ถังกรองแบบทม่ี ีสารกรองช่วั คราว (Pre Coated Filter)