The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by benzoic1993, 2021-11-17 22:51:01

Water supply_Kowit_72130359

Water supply_Kowit_72130359

Keywords: Water supply and sanitation

3.00 = 9.55ม. ซ่งึ ไมพ< อเพยี งกับค<าความดนั ต่ำสุดทีก่ ำหนด ก็อาจจำเป'นตอ7 งเพม่ิ ขนาดของทอ< ให7
ใหญ<ข้นึ

ประการท่ีสอง ไดแ7 กค< <าความสญู เสยี เน่ืองจากอุปกรณทO ่ตี ดิ ตงั้ ในระบบท<อ เชน< ประตูนำ้ สาม
ทาง ข7อโคง7 ข7อลด ฯลฯ ความสูญเสยี นีเ้ รยี กว<าความสญู เสียรอง (minor loss) ซึ่งแปรผันตาม
ความเร็วของน้ำในทอ< ดังสูตร

(h L ) = KV2 / 2g
เม่ือ h L = ความสญู เสยี (Head loss) เมตร
V = ความเร็ว เมตร/วนิ าที

ประมาณ 0.6 K = สัมประสิทธคิ์ วามสญู เสีย ขนึ้ อยกู< บั ชนดิ ของอปุ กรณO เช<น สามทางจะมคี <า K

8.8 การออกแบบระบบทอS จาS ยนำ้ แบบวงรอบ (Grid System)
ซึ่งเปน' แบบการต<อทอ< ถงึ กันหมด

รปู ท่ี 8.8 การไหลของนำ้ ในท<อ
พลังงานสูญเสีย (LH) ของ ABC = พลังงานสูญเสยี (LH) ของ ADC

Q0 + Q0' = Q
LH ของ ABC จะเทEากับ LH ของ ADC ถาi ยังไมเE ทEากันหรือใกลiเคยี งกัน กต็ อi งมกี ารเพม่ิ

หรือลดคEาของ Q0 และ Q0' โดยคาE ที่เพ่มิ หรือลด (ΔQ) คำนวณไดจi าก

เคร่ืองหมายของ ΔQ จะเปนv + หรอื – ขน้ึ อยEกู บั การพิจารณาจาก loop แลวi กำหนดทศิ ทางของนำ้
ไหล

ตามเขม็ นาyิกา จะเปvน +
ทวนเขม็ นาyิกา จะเปvน –

5000 ฟตุ -12″

Q=11.7 C1=120 Q
mgd

3000 ฟตุ -16″
C =120

1

ตัวอยSางที่ 8.6 กำหนดให7 Q0 และ Q0' เป'น 4mgd และ 7.7 mgd ของทอ< ขนาด 12˝ และ
16˝ ตามลำดับ คำนวณหาปริมาณน้ำไหลในทอ< และคา< สูญเสยี พลังงานตามตารางที่ 12.7 การ
คำนวณหาค<า Q1

ตารางท่ี 8.7 การคำนวณหาค<า Q1

D L Assumed S, ft /1000 ft LH, ft LH / Q 0 Q Q1
Q mgd
3.15
12″ 5000 ฟุต 4.00 19.5 97.5 24.4 -0.85 -8.55

16″ 3000 ฟุต -7.70 -16.3 -48.9 6.4 -0.85

= +48.6 30.8

ΔQ = – ∑ (LH)
= - 1.8=5∑>(L.?H/Q๐)

@.>A(BC.>)

= - 0.85 mgd.

ตารางที่ 8.8 การคำนวณหาคา< Q2

DL Q1 mgd S, ft /1000 ft LH, ft LH / Q 1 Q Q 2
12.5 62.5 19.80 -0.06 3.09
12″ 5000ฟุต 3.15

16″ 3000ฟตุ -8.55 -19.8 -59.4 6.95 -0.06 -8.61
= + 3.1 26.75

ค<า ∑ LH มคี า< นอ7 ยเพียง +3.1 ft ทำใหค7 <า Δ Q = - 0.06 ซงึ่ ถอื ว<าน7อยมาก ดังนัน้ คา<
Q12 = 3.09 mgd.
Q16 = 8.61 mgd.

Cross Connection ไดแ7 ก<การต<อเสน7 ทอ< น้ำประปาเขา7 กับเสน7 ท<อน้ำโสโครกหรอื น้ำสกปรก
อน่ื ๆ หรืออาจจะเกดิ ขน้ึ ไดจ7 ากการวางเสน7 ท<อไวใ7 นที่ท่ไี มเ< หมาะสม เชน<

เสน7 ท<อแช<อย<ใู นนำ้ โสโครก หรอื ต<อเส7นทอ< ผ<านใกล7ๆบริเวณนำ้ โสโครก หรือเส7นทอ< นำ้ ประปา
พาดผา< น หรอื วางขนานคอ<ู ยา< งใกล7ชิดกันกับท<อน้ำโสโครก เมื่อท<อน้ำประปาเกิดการผุกร<อนชำรุด
เสียหายขนึ้ และในขณะทแ่ี รงดนั ของนำ้ ในเส7นทอ< น้ำประปาลดลงมีแรงดันตำ่ มาก ๆ หรือแรงดนั ใน
เส7นทอ< น้ำประปามนี 7อยกวา< ความดันภายนอกเส7นทอ< ก็จะทำให7ความสกปรกจากภายนอกเขา7
ปนเปúอõ นกับน้ำประปาในเส7นทอ< ได7

เคร่ืองสบู น้ำแบบแรงเหวยี่ งหนศี นู ยj
เครอ่ื งสบู นำ้ แบบแรงเหว่ยี งหนีศนู ยO หรอื เรียกอีกอยา< งหนึ่งวา< เคร่ืองสูบน้ำหอยโข<ง คือเคร่ืองสูบนำ้ ชนิดท่ี

ใชก7 ำลังเหวี่ยงหนศี ูนยO (centrifugal force) บงั คบั ใหน7 ำ้ ไหลหรือเปล่ียนระดบั ความสูงสำหรบั ในระบบประปา
เครอ่ื งสบู นำ้ หอยโขง< จะใชใ7 นการสูบน้ำดบิ จากแหล<งนำ้ ผวิ ดนิ และสบู น้ำดขี ึ้นหอถงั สงู (รปู ที่ 11.1 และ 11.2)

รปู เคร่ืองสบู นำ้ ทขี่ บั ดว7 ย Motor ชนิดตอ< มาเป'นชดุ เดียวกัน
(ท่ีมา: http://www.technopumps.net/Blog-blog.aspx)

รูป เคร่อื งสบู นำ้ ท่ีใช7เพลา และยอยต<อเขา7 กับตวั มอเตอรO
(ทมี่ า: http://www.technopumps.net/Blog-blog.aspx)

รปู เครื่องสูบนำ้ แบบซบั เมอรสO ลงบ<อลกึ (Submersible Pump) (Egu, 2019)

รปู เครอื่ งสบู น้ำแบบจม<ุ
เคร่อื งสูบนำ้ แบบเทอรjไบนj

1. มอเตอรOไฟฟvา ซ่ึงขบั เคลอ่ื นเครือ่ งสูบนำ้ แบบเทอรไO บนO
2. หัวจ<าย
3. ทอ< สง< น้ำ เป'นทอ< สง< น้ำข้ึนมาจากบอ< บาดาล

4. เพลาขบั ใบพดั เป'นชิ้นสว< นที่ไดร7 บั กำลงั ขับให7หมนุ โดยมอเตอรOหรือเคร่ืองยนตO เป'นท<อนเหล็กกลมตนั ไม<
เปน' สนิมมีเกลียวซา7 ยทีป่ ลายทั้งสองข7างไวส7 ำหรบั ขันกับข7อต<อ(5) ขนาดความยาว 10 ฟุต หรือ 5 ฟุต
ความโต 1/2 นว้ิ - 3/4นวิ้ (4 หุน – 6 หุน)

รูป ภาพตดั เครอ่ื งสบู น้ำแบบเทอรไO บนO
(ที่มา: https://www.sahakimmotor.co.th/ปม›ä นำ้ แนวต้งั เทอรO
ไบนO_Und__Und_Vertical_Und_turbine_Und_pump/59cdf8aadf89510001e657e0)
5. ขอ7 ตอ< เพลาขับใบพัด
6. ตกZุ ตา(สไปนOเดอร)O เป'นโครงจบั ศนู ยใO ห7แกนเพลาขับใบพดั อยูต< รงกลาง ถา7 ปล<อยให7เพลาดังกลา< วสน่ั อยา< ง
รนุ แรงจะทำใหเ7 กิดความเสยี หายกับเครอ่ื งสูบน้ำได7
7. หัวโบวOล เป'นชดุ เครือ่ งสูบนำ้ ซึง่ ด7านในมีใบพดั เครือ่ งต้งั ไว7ตามแนวตั้ง (แนวทอ< สง< นำ้ ) มีใบพัดหลายช้ัน
(สเตจ)
8. ใบพดั
9. ทอ< ดูดน้ำ
10. หวั กะโหลกหรือฟุตวาลวO

เครอื่ งสบู น้ำบาดาล
ก) เคร่อื งสูบนำ้ แบบเทอรOไบนO

วิธกี ารใช7เครื่องสบู น้ำแบบเทอรไO บนO
1.ข7อตรวจสอบกอ< นการเดินเคร่อื งสบู น้ำแบบเทอรไO บนO (ดูรูปที่ 11.6)

1)ในกรณที ่มี ีถังเติมน้ำ ใหต7 รวจสอบดวู <ามนี ้ำในถงั เตมิ น้ำหรือไม< หากไม<มตี 7องจดั หามา(อยา< งนอ7 ย
ประมาณ 50 ลิตร)

2) หมุนเพลาเครื่องสบู นำ้ ด7วยมือ จะต7องหมุนได7อย<างสบายโดยไมต< ิดขดั หากหมุนไม<ได7อยา< เดนิ เครื่องสูบ
เปน' อนั ขาด ควรแจง7 ผเ7ู ช่ยี วชาญมาแกไ7 ข

3) ตรวจดูระดับนำ้ มนั เกยี รO(ในกรณที ี่มหี ัวเกยี รO) จะต7องอยท<ู รี่ ะดับ “เอฟ” เสมอ หากต่ำกวา< ต7องเติมโดย
ใชน7 ำ้ มันสำหรับเตมิ หวั เกียรO โดยเฉพาะ (SHELL TELLUS เบอรO 40) ซง่ึ หาซือ้ ไมไ< ด7ในทอ7 งตลาดตอ7 งส่งั จากบริษทั
ในกรงุ เทพฯ ดงั นนั้ ควรสำรองไว7 อยา< ใช7น้ำมนั อนื่ แทนเดด็ ขาด

รปู การตรวจสอบก<อนการเดนิ เครื่องสบู นำ้ เทอรOไบนO

รูป เครอ่ื งสบู นำ้ แบบหอยโข<ง
(ที่มา: http://www.webub.com/8C-1569-69/)
วธิ กี ารใชYเครอ่ื งสบู นำ้ แบบหอยโขSง
ข7อแนะนำในการติดต้ัง การติดตั้งเคร่ืองสูบน้ำมคี วามสำคัญมาก เพื่อจะใหเ7 ครอ่ื งสบู นำ้ ทำงานไดอ7 ยา< งมี
ประสทิ ธภิ าพมากที่สุดควรพจิ ารณาและตรวจสอบการติดตง้ั อย<ูเสมอ โดยสถานท่ีตง้ั ควรตดิ ตง้ั ในท่ี ๆ ปลอดภัยจาก
การถกู นำ้ ท<วมถงึ และระยะความสงู ในแนวดงิ่ จากท<อทางดดู ของเคร่อื งสูบถงึ ฟุตวาลOวไม<ควรเกิน 5 เมตร

รูป สถานท่ตี ้ังเคร่ืองสบู น้ำ
เฮด (Head)

1) เฮดความดัน (Pressure Head, H) คือระยะสูงของน้ำเปน' เมตร ทมี่ ีผลมาจากความดันทเ่ี กิดข้นึ ซงึ่
อาจจะมาจากเคร่อื งสูบนำ้ โดยตรง หรือถงั ความดนั (Pressure tank)

2) เฮดความเร็ว (Velocity Head, Hv) เป'นพลังงานของน้ำทเ่ี กดิ ขนึ้ เน่ืองจากการไหลของนำ้ ที่มีความเรว็
เทา< กับ V โดยจะมหี น<วยของ Velocity Head เปน' เมตร

3) เฮดความฝõด (Friction Head, Hf) ขณะทขี่ องเหลวไหลผา< นระบบท<อบริเวณด7านทอ< ดูด และดา7 นท<อ
จา< ย พลงั งานหรอื เฮดในการไหลสว< นหน่ึงจะสญู เสียไปเน่อื งจากความฝดõ ระหว<างของเหลวกับผนังท<อ และ
ส<วนประกอบทอ< ต<าง ๆ ซึ่งรวมเรียกวา< เฮดความฝดõ

รปู ระบบทอ< เมือ่ ผิวแหลง< น้ำสูงกวา< เครือ่ งสบู น้ำ

รูป ระบบท<อเม่ือผิวแหลง< นำ้ ต่ำกว<าเครื่องสบู นำ้
การคำนวณเกยี่ วกบั เคร่ืองสูบนำ้

ขนาดของเครอื่ งสูบนำ้ บอกได7ดว7 ยอตั ราการไหลและแรงดนั (head) ในขณะทท่ี ำงาน
ในการคำนวณหาขนาดของเครื่องสูบนำ้ จำเปน' ท่จี ะตอ7 งคำนวณหาแรงดนั ทงั้ หมดในระบบของเครื่องสูบ
นำ้ เสียก<อน คำจำกดั ความของแรงดนั ตา< ง ๆ มีดงั น้ี
1. Static Head หมายถงึ ความสงู เป'นเมตร ซึ่งวัดระหว<างผวิ ของแหลง< น้ำไปจนถงึ ระดับที่ปลอ< ยน้ำออก
2. Suction Head หมายถงึ ความสูงเป'นเมตร ซึง่ วัดระหวา< งผิวของแหล<งน้ำไปจนถงึ แนวศูนยOกลางของ
เครื่องสบู น้ำ suction head นี้จะมีไดก7 ต็ <อเมือ่ ผิวของแหล<งน้ำอยส<ู ูงกว<าเครอื่ งสูบน้ำและเปน' แรงดนั ของนำ้ ท่ีช<วย

ในการสูบน้ำของเครอื่ งสูบน้ำ ในกรณที ี่เคร่ืองสบู นำ้ ต<อโดยตรงกับท<อเมนท่มี ีความดนั อยู< ความดันของทอ< เมน เมอื่
คิดเปน' ความสูงของนำ้ เปน' เมตร ก็คือ Suction Head นัน่ เอง

3. Suction Lift หมายถงึ ความสงู เปน' เมตร ซง่ึ วดั ระหว<างแนวศูนยกO ลางของเคร่ืองสูบน้ำ และผวิ ของ
แหล<งนำ้ ทอ่ี ย<ูตำ่ กวา< เครอ่ื งสูบนำ้ หรอื เปน' ระยะทางในแนวด่งิ ท่เี คร่ืองสูบน้ำจะตอ7 งยกนำ้ ขน้ึ มานน่ั เอง

4. Discharge Static Head หมายถงึ ความสงู เปน' เมตรซ่ึงวัดระหว<างแนวศนู ยOกลางของเครอ่ื งสบู นำ้ และ
ระดบั ท่ปี ล<อยนำ้ ออก

ในขณะทนี่ ำ้ ไหลไปภายในท<อยอ< มจะเกดิ ความดันลดอันเนอื่ งมาจากความเสยี ดทานภายในทอ< และความ
ดันลดอื่น ๆ เช<นความดนั ลดที่เคร่ืองกรองผง (Strainer) เป'นต7น ความดนั ลดเหลา< นี้ตอ7 งนำไปรวมกับแรงดนั อน่ื ๆ
ในการหาขนาดของเครอื่ งสบู นำ้ และเรียกแรงดนั ทัง้ หมดเหลา< นีร้ วมกันวา< แรงดนั สทุ ธิ (Net head)

ดงั น้ันจากรูปที่ 11.9 และ รูปท่ี 11.10 แรงดันสุทธิ (บางครง้ั เรยี กว<า Total dynamic head) คือ Static
head + ความดันลดอ่นื ๆ
เม่ือได7แรงดันสทุ ธิ และอตั ราการสบู น้ำท่ตี อ7 งการแล7วก็สามารถคำนวณหาขนาดของมอเตอรOทใ่ี ช7ขับเคร่ืองสูบนำ้ ได7
จากสมการท่ี 1 และ 2 คือ

เครื่องสบู นำ้

การเลอื กขนาด ควรเลือกให7เหมาะสมท้ังความสามารถในการสบู สง< ท้งั ปริมาณและความสงู
การจา< ยน้ำทส่ี มบูรณOควรติดต้งั เครื่องสบู สำรอง (Stand by) เผ่อื ไวอ7 ย<างน7อยหน่ึงชุด
ขนาดของเคร่ืองสบู นำ้ คำนวณไดจ7 ากสูตร
กำลังม7า = น้ำสบู ไดส7 ูงเปน' ft. × อัตราการสบู นำ้ (gpm) ……….(1)

3960×ประสทิ ธภิ าพของเคร่ืองสูบประมาณ 0.7

กำลงั ม7า หรอื แรงมา7 (Horse power) เปน' หนว< ยขนาดของมอเตอรO หรือเคร่ืองยนตO ซงึ่ ผูผ7 ลติ ไดก7 ำหนด
ไว7 เช<น ¼, 1/3, ½, 1, 2, 3 แรงม7าและอ่นื ๆ เมือ่ คำนวณไดแ7 ล7วก็เลือกเคร่ืองสบู ที่มีแรงมา7 สงู กว<า และมีผลติ ขาย
ในท7องตลาด

1 กำลงั มา7 = 745.7 วัตตO ……………. (2)
HP = QH
3960η

เมือ่ HP = แรงมา7 ของมอเตอรO …………(3)
Q = อัตราการไหลเป'น gpm
H = แรงดันสุทธิเปน' ฟุต
η = ประสิทธิภาพของเคร่อื งสบู นำ้
KW = QH
102η

เมื่อ KW = กโิ ลวตั ตขO องมอเตอรO
Q = อัตราการไหลเปน' lps
H = แรงดันสุทธิ เป'นเมตร

ในการเลอื กขนาดของมอเตอรOจะต7องเลอื กจากขนาดทมี่ กี ารผลิตออกมาเปน' มาตรฐาน ขนาดต<างๆ ของ
มอเตอรมO ีดังน้ี

0.37 KW (0.5 HP) 0.75 KW (1 HP) 1.12 KW (1.5 HP)

1.49 KW (2 HP) 2.24 KW (3 HP) 3.73 KW (5 HP)

5.60 KW (7.5 HP) 7.46 KW (10 HP) 11.19 KW (15 HP)

14.92 KW (20 HP) 18.65 KW (25 HP) 22.38 KW (30 HP)

29.84 KW (40 HP) 37.30 KW (50 HP) 44.76 KW (60 HP)

55.95 KW (75 HP) 74.60 KW (100 HP)

Total Dynamic Suction Lift ( hs ) คอื ค<ารวมกันของค<า Static Suction Lift คา< Velocity Head
ของทอ< ดดู และคา< Friction Head ของทอ< ดดู
ค<า hs นีส้ ามารถหาได7จากการทดสอบเครื่องสบู น้ำ
hs = Static Suction Lift+ Velocity Head ของทอ< ดดู

+ Friction Head ของท<อดูด
Total Dynamic Suction Head (hs) ค<านี้ใช7สำหรบั เครื่องสูบน้ำตดิ ตัง้ ไว7ต่ำกว<าระดับนำ้ ในถัง โดยคา< hs
นค้ี อื ค<า Static Suction Head ลบค<า Velocity Head ของท<อดดู และคา< Friction Head ของท<อดูด ค<า hs นี้
สามารถหาไดจ7 ากการทดสอบเครือ่ งสูบนำ้
hs = Static Suction Head-Velocity Head ของท<อดดู
- Friction Head ของทอ< ดูด

Total Dynamic Discharge Head (hd) คอื ค<ารวมกนั ของค<า Static Discharge Head คา< Velocity

Head ของทอ< จ<าย และคา< Friction Head ของท<อจา< ย
ค<า hd น้ีสามารถหาไดจ7 ากการทดสอบเครือ่ งสูบน้ำ
hd = Static Discharge Head + Velocity Head ของท<อจา< ย + Friction Head ของทอ< จ<าย

Total Head (H) หรอื Total Dynamic Head (TDH) คอื คา< รวมกันของคา< Dynamic Discharge
Head กับคา< Total Dynamic Suction Lift สำหรบั ระบบทต่ี ิดตั้งเครือ่ งสบู นำ้ ไวส7 งู กวา< ระดบั น้ำในถงั และคือคา<
ผลตา< งของคา< Total Dynamic Discharge Head กับค<า Total Dynamic Suction Head สำหรบั เครื่องสบู นำ้ ท่ี

ตดิ ต้ังไว7 ตำ่ กวา< ระดับน้ำในถัง
สำหรับเครื่องสูบน้ำทตี่ ิดตงั้ ไวส7 งู กวา< ระดับน้ำในถังใช7สมการ(4)
TDH = hd + hs ………….(4)

สำหรับเครอ่ื งสบู น้ำทีต่ ิดต้ังไว7ต่ำกวา< ระดบั นำ้ ในถงั ใช7สมการ(5)
TDH = hd - hs .………….(5)

ตวั อยSาง ต7องการใชเ7 คร่อื งสูบนำ้ แบบหอยโข<ง (Centrifugal pump) ในการสบู น้ำข้นึ ถงั เกบ็ น้ำบนดาดฟvา
ดว7 ยอตั รา 20 lps ระยะความสูงต<าง ๆ ในระบบทอ< มีดังนี้
ความสูงของถงั จากแนวศูนยกO ลางของเครอ่ื งสบู น้ำ 50 เมตร

แรงดันของนำ้ ในท<อด7านดดู 1 บารO
ถา7 สมมตุ ิใหค7 วามดันลดเนอื่ งจากความเสียดทานของระบบท<อเทา< กบั 12 เมตร อยากจะทราบวา< ทา< น
จะต7องเลือกชุดสบู น้ำ ขนาดเท<าใด ถา7 ประสิทธภิ าพของเคร่อื งสูบนำ้ เท<ากับ 70 %

วธิ ีทำ ปäญหานเี้ ทียบได7กบั ระบบท<อในรูปท่ี 11.9 ซ่ึงทำการคำนวณได7ดงั น้ี
Discharge static head = 50 เมตร
Suction head = 1 บารO = 10 เมตร

ฉะนั้น แรงดนั สุทธทิ ีต่ อ7 งการ = 50-10+12 = 52 เมตร
จากสตู ร KW = QH
102η

แทนค<า KW = 12002××05.72 = 14.56

ดงั นน้ั ตอ7 งเลือกเครื่องสบู นำ้ ขนาด 20 lps ความดนั สทุ ธิ 52 เมตร และขบั โดยมอเตอรOขนาด 14.92 KW

รปู ระบบทอ< เมื่อผิวแหล<งน้ำสงู กวา< เครื่องสูบน้ำ

ระบบถงั น้ำสงู (Elevated Tank System)

ถงั เก็บน้ำนจ้ี ะแยกเปน' อิสระจากอาคารหรอื เป'นสว< นหนงึ่ ของอาคารกไ็ ด7 เหมาะกบั อาคารท่มี ขี นาดความ
สูงตงั้ แต< 4 ชั้น เป'นต7นไป และมคี วามต7องการนำ้ มาก
ขนาดของถังน้ำสูงขึน้ อย<ูกบั อัตราความต7องการนำ้ สงู สดุ ทีอ่ าจจะเป'นไปได7 และระยะเวลาท่ีระบบต7องการอตั ราน้ำ
สงู สุดน้ีติดตอ< กัน ขนาดของถังควรทีจ่ ะสามารถจ<ายนำ้ ให7แก<ระบบไดอ7 ย<างนอ7 ย 1 ช่วั โมง เมื่อเครอ่ื งสบู นำ้ ขึ้นถงั
เกดิ ขดั ข7อง ถา7 จ<ายนำ้ เพอื่ การดับเพลงิ ควรเพ่มิ ความจขุ องถงั อย<างนอ7 ย 15 m3

โดยทวั่ ๆ ไปแล7ว กฎเหลา< นี้จะช<วยในการกำหนดขนาดของถังไดเ7 ปน' ทน่ี <าพอใจ คอื
1. ถา7 อัตราการสูบน้ำของเครื่องสูบน้ำไมเ< กนิ 380 lpm (100 gpm) ให7ความจุของถงั เกบ็ น้ำสูง มีขนาด
อย<างตำ่ 40 เท<าของอัตราการสูบตอ< นาที
2. ถา7 อตั ราการสูบนำ้ ของเคร่ืองสูบนำ้ เกิน 380 lpm ใหค7 วามจขุ องถงั เก็บน้ำสงู มขี นาดอยา< งตำ่ 30 เท<า
ของอัตราการสูบนำ้ แต<จะตอ7 งไมน< อ7 ยกวา< 15 m3
ปริมาณน้ำของถังเก็บนำ้ สูงรวมกับของถงั นำ้ ใตด7 ินควรจะสามารถสำรองน้ำเพอื่ การใชส7 อยปกตไิ ด7 ≈ 1 วัน

ตาราง ตวั ประกอบสำหรบั หาขนาดของเครอื่ งสบู น้ำ

No. of Fixtures lpm (gpm)/fixture Pump cap.lps (gpm)
Min. Max.

Apartments 2.27 (0.60) 0.63 (10) 0.95 (15)
1.89 (0.50) 1.00 (16) 1.58 (25)
1-25 1.32 (0.35) 1.89 (30) 2.21 (35)
26-50 1.14 (0.30) 2.52 (40) 3.79 (60)
51-100 1.06 (0.28) 4.10 (65) 7.25 (115)
101-200 0.95 (0.25) 7.60 (120) 12.60 (200)
201-400 0.91 (0.24) 13.20 (210) ………..
401-800
801-up 2.46 (0.65) 1.58 (25) 2.08 (33)
2.08 (0.55) 2.21 (35) 3.47 (55)
Hotels and Clubs 1.70 (0.45) 3.79 (60) 5.68 (90)
1.32 (0.35) 6.31 (100) 8.83 (140)
1-50 1.04 (0.28) 9.50 (150) 13.20 (210)
51-100 0.95 (0.25) 14.20 (225) 18.90 (300)
101-200 0.76 (0.20) 18.90 (300) ………..
201-400
401-800 3.79 (1.0) 1.58 (25) 3.15 (50)
801-1200 3.03 (0.8) 3.47 (55) 5.05 (80)
1201-up 2.27 (0.6) 5.36 (85) 7.60 (120)
1.89 (0.5) 7.89 (125) 12.60 (200)
Hospitals 1.51 (0.4) 13.20 (210) ………..

1-50 4.73 (1.25) 1.58 (25) 1.96 (31)
51-100 3.41 (0.90) 2.21 (35) 3.03 (48)
101-200 2.65 (0.70) 3.15 (50) 4.42 (70)
201-400
401-up

Office buildings

1-25
26-50
51-100

101-150 2.46 (0.65) 4.73 (75) 6.18 (98)
151-250 2.08 (0.55) 6.31 (100) 8.71 (138)
251-500 1.70 (0.45) 8.83 (140) 14.20 (225)
501-750 1.32 (0.35) 14.51 (230) 16.53 (262)
751-1000 1.14 (0.30) 17.03 (270) 18.90 (300)
1001-up 1.04 (0.28) 19.56 (310) ………..

Industrial buildings 5.68 (1.50) 1.58 (25) 2.40 (38)
3.79 (1.00) 2.52 (40) 3.15 (50)
1-25 2.84 (0.75) 3.79 (60) 4.73 (75)
26-50 2.65 (0.70) 5.05 (80) 6.62 (105)
51-100 2.46 (0.65) 6.94 (110) 10.22 (162)
101-150 2.27 (0.60) 10.41 (165) ……….
151-250
251-up 5.68 (1.50) 0.63 (10) 0.95 (15)
3.79 (1.00) 1.01 (16) 1.58 (25)
Schools 3.03 (0.80) 1.89 (30) 2.52 (40)
2.27 (0.60) 2.84 (45) 3.79 (60)
1-10 1.89 (0.50) 4.10 (65) 6.31 (100)
11-25 1.51 (0.40) 6.94 (110) ………..
26-50
51-100
101-200
201-up

รปู ระบบจ<ายน้ำโดยใช7ถงั สงู เหนือดาดฟvา

เมื่อใช7ในระบบดับเพลิงด7วย เครื่องสูบน้ำจะต7องมีอัตราการสูบ อย<างน7อย 4.10 lps. อัตราการสูบน้ำใน
ตารางไม<รวมถึงน้ำของห7องซักรีด สระว<ายน้ำ ระบบปรับอากาศ และเครื่องมือทางอุตสาหกรรมอื่น ๆ ถ7ามีห7องซัก
รีดด7วยให7เพิ่มอัตราการสูบน้ำอีก 10 % ถ7าผู7ใช7สอยส<วนใหญ<เป'นผู7หญิงให7เพิ่มอัตราการสูบน้ำอีก 15 % และถ7า

มีการใช7น้ำในถังเพื่อเติมให7กับหอระบายความร7อน (Cooling Tower) ให7เพิ่มความจุของถังเก็บน้ำสูงอีก 15 เท<า
ของอตั ราการเติมน้ำให7กบั หอระบายความรอ7 นต<อนาที
ตัวอยSาง โรงแรมแห<งหนึ่งมีจำนวนเครื่องสุขภัณฑOตั้งอยู< 500 ชุด ระบบการจ<ายน้ำเป'นแบบใช7ถังสูงตั้งอยู<

เหนือชั้นดาดฟvา ถ7าห7องซักรีดมีอัตราความต7องการน้ำเพื่อการซักรีดโดยเฉลี่ย 1.0 lps และอัตราการเติมน้ำให7หอ
ระบายความร7อนของระบบปรับอากาศเท<ากับ 1.2 lps โดยใช7น้ำจากถังสูงนี้ จงประมาณขนาดของเครื่องสูบน้ำข้ึน
ถังสูง และขนาดของถงั สูง ถ7าแรงดันสุทธิของเครอ่ื งสูบนำ้ เทา< กับ 30 m.

วธิ ีทำ จากตารางที่ 11.1 น้ำใช7ของอาคารเฉพาะเครือ่ งสุขภัณฑO
= 1.04 lpm/fixture
นำ้ ใช7สำหรับเครอื่ งสขุ ภัณฑOทัง้ หมด = 1.04 × 500

น้ำสำหรับหอ7 งซักรีด = 520 lpm
= 1 lps = 60 lpm
น้ำสำหรบั หอระบายความร7อน = 1.2 lps = 72 lpm

ฉะนน้ั ขนาดของเครื่องสูบน้ำ = 520+6600+72

= 10.87 lps
ความจุของถงั สูง = (520+60)(30)+(72)(15)
= 18.48 m3

ฉะน้ันควรใช7ถังสงู ซง่ึ มีความจอุ ย<างน7อย 20 m3
กำลังท่ใี ช7ขับเคร่ืองสบู นำ้ = QH = 10.87×30
102η 102×0.7

= 4.57 KW
ฉะน้ันเครอ่ื งสบู น้ำต7องมขี นาด 10.87 lps ความดันสทุ ธิ 30 m และขับโดยมอเตอรOขนาด 5.6 kw โดย
มีเครอ่ื งสบู น้ำขนาดเดยี วกันอีกชุดหนงึ่ เปน' ชุดสำรอง

ระบบวางทSอจSายน้ำ (Piping System)
การวางระบบทอ< จา< ยน้ำมี 2 รปู แบบ คอื
1.แบบแยกแขนง (Branching System)
2.แบบวงรอบ (Grid System)

การออกแบบระบบทSอจSายน้ำ (Design of Water Distribution System)
ไดแ7 ก<การคำนวณหาขนาดของท<อทเี่ หมาะสม คอื ต7องมีขนาดใหญเ< พียงพอ ที่จะทำให7ความเรว็ ของน้ำใน

ท<อไมเ< กินความเรว็ ทก่ี ำหนด ซง่ึ มกั นยิ มใชค7 า< 1 m/sec หรอื อนโุ ลมสูงสุดไมเ< กนิ 2 m/sec

ขัน้ ตอนในการออกแบบระบบทSอจSายนำ้
ขัน้ ตอนในการออกแบบระบบทอ< จ<ายนำ้ มดี งั นี้

1. ทำแผนที่ โดยระบุรายละเอยี ดท่จี ำเป'น เชน<
- แนวถนนท้งั ปจä จุบัน และ อดีต
- สะพาน
- แหล<งน้ำตา< ง ๆ
- อาคารขนาดใหญ< (โรงเรียน โรงงาน โรงแรม ศูนยOการค7า ฯลฯ)

ท่ีสำคญั ได7แก< การลงระดับพ้นื ดิน ตามแนวท่ีคาดวา< จะมกี ารวางทอ< ประปา
2. วางแนวเสน7 ท<อประปาลงบนแผนที่
3. กำหนดเกณฑO (Criteria)

-ค<าเกณฑทO ี่จำเป'นตอ7 งใชใ7 นการคำนวณ ไดแ7 ก< อัตราส<วนชั่วโมงใชน7 ำ้ สงู สุดต<อช่วั โมงใชน7 ำ้ เฉลยี่ คา< นอี้ ยู<
ระหว<าง 1.6 – 4.0 : 1

-กำหนดความสงู ของหอถงั จ<ายน้ำ หรอื ถงั ยืน (Stand pipe) โดยทัว่ ไปหอถังจา< ยน้ำจะมีความสูง ≈ 15-20
เมตร กำหนดคา< ความดัน (Head) ของเครื่องสูบนำ้ (High service pump)

-คา< ความเร็วของการไหลในเส7นท<ออาจกำหนดไว7ระหวา< ง 0.6-1.25 m/sec และคา< ความสญู เสยี จากการ
ไหล (hydraulic gradient) ระหวา< ง 0.001 ถงึ 0.003 m/m

-ความดันในทอ< จ<ายน้ำ จะแปรเปล่ียนไปตามระยะทางที่นำ้ ไหลไป คา< ความดนั ต่ำสุดในทอ< ไมค< วรนอ7 ยกว<า
1 bars หรอื เทา< กบั ความสงู ของน้ำ 10 เมตร แตถ< 7าอย<นู อกเขตเมืองอาจอนุโลมใหเ7 หลอื ความดนั 7-8 เมตรได7 การ
ออกแบบให7มีความดันสูงถึง 30-40 เมตรในย<านธุรกจิ เป'นสิ่งปกติ
4. คำนวณหาขนาดของทอ<
5. การเขยี นลงแบบจรงิ (Final draft)

รูป ถังเกบ็ น้ำขนาดใหญ< (Standpipe)
(ทมี่ า: https://tmicoatings.com/case-studies/tmi-paints-large-standpipe/)

รปู ระบบวางท<อจา< ยน้ำ (a) แบบแยกแขนง
(b) และ (c) แบบวงรอบ(d) แบบวงรอบทอ< ประธานค<ู

การคำนวณหาขนาดของทอS ประปา
ข7อมูลเบื้องตน7 ท่คี วรคำนวณหามาก<อนแล7วได7แก<

1. ปริมาณการไหลของนำ้ ในทอ< แตล< ะเสน7
2. ความยาวของเสน7 ทอ<
3. ความดนั แรกเริ่ม (ได7แก<ความสูงของหอถัง หรอื แรงดันจากเคร่ืองสูบน้ำ)
4. ความดนั ต่ำสุดในเสน7 ท<อ ความเร็วต่ำสุดและสูงสดุ ของน้ำในทอ< สูตรท่ีจะใช7ในการคำนวณ และ
สมั ประสทิ ธคิ์ วามเสียดทานของท<อกบั อุปกรณปO ระปาอน่ื ๆ
เมอ่ื นำ้ ไหลในทอ< จะเกิดความเสียดทานเน่ืองมาจากความไมเ< รยี บของผวิ ท<อดา7 นใน
– ผวิ ทอ< ขรขุ ระมาก จะมีความเสยี ดทานสงู ความเสยี ดทานท่ีเกดิ ขน้ึ นี้จะทำใหค7 วามดนั (head) ของน้ำใน
ท<อลดลง
– ระยะทางทน่ี ้ำไหล นำ้ ยิ่งไหลไปไกลเท<าใดความดันก็ลดลงตามลำดบั
– ท<อทมี่ ขี นาดเล็กเกินไป ความสญู เสยี จากการเสียดทานกอ็ าจมีคา< สูง จนกระทัง่ อาคารท่ีอย<ูปลายทางไกล
จะมนี ำ้ ไหลออ< น หรอื ไหลไม<ข้นึ ชัน้ สอง-สามได7

เอกสารอา2 งองิ

Egu, Daniel. (2019). Vaticinating Multiphase Flow Chattels of Electrical Submersible Pumps
Operating Points: an Impregnable Aberrant to Production Optimization in Low GOR
Reservoirs. International Journal of Engineering Research, 8.
doi:10.17577/IJERTV8IS120179.

บทที่ 9
กรณีศกึ ษา การบริหารจดั การนำ้ อย>างย่ังยืน

การบริหารจดั การน้ำผิวดนิ โครงการชลประทานคลองนำ้ หู สมาคมเพื่อนชมุ ชน
จังหวัดระยองได7รับการประเมินให7เป'นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระดับที่ 4 ในปj พ.ศ. 2562 ดำเนินการ

โดยท้ังสองพืน้ ที่ คือ เขตควบคุมมลพิษ และเขตประกอบการไออารOพซี ี โดยมคี วามจำเป'นตอ7 งมกี ารจัดการนำ้ และ
น้ำเสีย ซึ่งตัวชี้วัดนี้เป'นความจำเป'นเร<งด<วน และกำลังมีปäญหาสำคัญของการขาดแคลนน้ำ จึงต7องดำเนินการหา
แนวทางแก7ไขให7มีคุณภาพน้ำที่ดี และปริมาณเพียงพอต<อความต7องการการใช7น้ำทั้งในภาคประชาชน ภาครัฐ ภาค
เกษตรกรรม และภาคอตุ สาหกรรม

คลองจัดเป'นแหล<งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค การเกษตร การประมง และการอุตสาหกรรมที่สำคัญ หาก
คุณภาพน้ำในคลองมีปäญหาย<อมทำให7เกิดผลกระทบต<อสุขภาพอนามัยของประชาชนผู7ใช7น้ำ รวมทั้งผู7ใช7น้ำภาค
ส<วนอื่นๆ ได7แก< ภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรม จากข7อมูลของจังหวัดระยองพบว<ามีแหล<งกำเนิดมลพิษ
อยู<เป'นจำนวนมาก โดยเฉพาะแหล<งกำเนิดจากโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 1,704 แห<ง ในพื้นที่อำเภอเมือง
จังหวัดระยอง มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู<มากที่สุด จำนวน 585 แห<ง (ทั้งในนิคมอุตสาหกรรม และนอกนิคม
อุตสาหกรรม) ซึ่งจากรายงานผลการศึกษาคุณภาพน้ำคลองสาธารณะ เขตพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง โดย
สำนักงานสิ่งแวดล7อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) ที่ดำเนินงานโครงการเฝvาระวังคุณภาพน้ำคลองสาธารณะเขตพื้นที่จังหวัด
ระยอง ทำการติดตามตรวจสอบและเก็บตัวอย<างน้ำคลองสาธารณะ ได7มีการประเมินสถานการณOและวิเคราะหO
สภาพปäญหาคุณภาพน้ำในคลองสาธารณะเขตพืน้ ท่จี ังหวัดระยอง พบวา< มีสภาพเส่ือมโทรม ถงึ เสื่อมโทรมมาก
โครงการชลประทานคลองน้ำหูอยู<ภายใต7การบริหารจัดการของโครงการชลประทานจังหวัดระยอง มีความยาว
ทั้งสิ้น 5.2 กิโลเมตร ไหลผ<านพื้นที่ 3 ตำบล คือ เทศบาลตำบลเนินพระ เทศบาลเมืองมาบตาพุด เทศบาล
ตำบลทับมา โดยมีการใช7ประโยชนOจากโครงการชลประทานคลองน้ำหูในหลากหลายด7าน เช<น การอุปโภค-บริโภค
เพื่อการเกษตร และสำหรับภาคอุตสาหกรรม จากผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำจังหวัดระยอง ของกรมควบคุมมลพิษ
ปj 2562 พบว<า คุณภาพน้ำโดยรวมอยู<ในเกณฑOเสื่อมโทรมมาก เทียบได7เป'นน้ำผิวดินประเภทที่ 5 ที่สามารถเป'น
ประโยชนO เพือ่ การคมนาคม โดยมคี า< การตรวจวัดคณุ ภาพน้ำที่มปี äญหา ได7แก<

- ปรมิ าณออกซิเจนละลายนำ้ (Dissolved Oxygen : DO) แสดงถงึ ความเน<าเสยี ของแหลง< น้ำและไม<
เหมาะสมตอ< การดำรงชีวิตของสตั วOนำ้ ทว่ั ไป

- ความสกปรกในรูปสารอนิ ทรยี O (Biochemical Oxygen Demand: BOD) แสดงถงึ แหลง< น้ำมคี วาม
สกปรกในรปู สารอินทรียสO งู จากน้ำเสยี ของกจิ กรรมมนุษยO

- การปนเปúอõ นของแบคทีเรียกลุ<มโคลิฟอรมO ท้ังหมด (TCB) และการปนเปúõอนของแบคทเี รยี กลุ<มฟjคอลโคลิ
ฟอรมO (FCB) แสดงถึงความไม<สะอาดของแหล<งนำ้ และไม<ปลอดภยั ในการบริโภคโดยไมผ< า< นการฆ<าเช้ือก<อน

- คา< แอมโมเนยี (NH3) แสดงถึงแหลง< น้ำมีการปนเปúõอนจากนำ้ เสียของกจิ กรรมมนษุ ยOสูง

- สารหนู (As) แสดงถึงการไมป< ลอดภยั ตอ< มนุษยOในการบริโภคนำ้ ถ7าไม<ปรับปรงุ คณุ ภาพนำ้ เป'นพิเศษก<อน
ทั้งนี้ ในการดำเนินการศึกษาและแก7ไขปäญหาคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ของโครงการชลประทานคลองน้ำหู มีขั้นตอน
การดำเนินการ ดังน้ี

รปู ท่ี 13.1 ข้ันตอนการดำเนนิ งาน
1.1) ผลการศึกษาสภาพทวั่ ไปของโครงการชลประทานคลองน้ำหู

โครงการชลประทานคลองน้ำหู ระยะตั้งแต<หลังหมู<บ7านเพลินใจจนถึงประตูระบายน้ำของโครงการ
ชลประทานระยอง มีระยะทาง 5.2 กิโลเมตร (ส<วนระยะความยาวจนถึงจุดที่คลองน้ำหูบรรจบกับทะเลมีความยาว
ทั้งสิ้น 7.4 กิโลเมตร) ไหลผ<านชุมชนในพื้นที่ 3 เทศบาล คือ เทศบาลตำบลทับมาเทศบาลเมืองเนินพระ และ
เทศบาลเมืองมาบตาพุด ดังรูปที่ 13.1 โครงการชลประทานคลองน้ำหูเป'นคลองสำหรับรองรับน้ำทิ้งจากชุมชน จึง
พบว<ามีท<อระบายน้ำตลอดพื้นที่ลำคลองทั้งหมด 11 ท<อ ปริมาตรความจุของคลอง 400,000 ลูกบาศกOเมตร ตาม
ข7อมูลของโครงการชลประทาน จังหวัดระยอง ในปäจจุบัน พบว<า ความจุของปริมาณน้ำลดลงมากกว<าเดิม
เนื่องจาก คลองมีลักษณะตื้นเขินตลอดลำคลอง ลักษณะน้ำจากประตูระบายน้ำจนถึงบริเวณปากอ<าว น้ำมีลักษณะ
เปน' สีนำ้ ตาลออ< น อตั ราการไหลชา7 และระบายลงสทู< ะเล

รปู ที่ 13.2 เสน7 ทางคลองน้ำหูระยะทท่ี ำการศกึ ษา

-
- รปู ท่ี 13.3 สภาพท่วั ไปโครงการชลประทานคลองน้ำหู
-

- รปู ท่ี 13.4 แผนทแี่ สดงจดุ วางท<อระบายน้ำลงโครงการชลประทานคลองนำ้ หู
-

รูปท่ี 13.5 ภาพแสดงลกั ษณะท<อระบายนำ้ จากชมุ ชน

รูปที่ 13.6 ลักษณะทางกายภาพของโครงการชลประทานคลองนำ้ หู
1.2) ผลการวิเคราะหjคณุ ภาพน้ำ
- พื้นที่เปvาหมายสำหรับการเก็บตัวอย<างน้ำจากโครงการชลประทานคลองน้ำหู จำนวน 4 จุด เริ่มตั้งแต<ต7น
น้ำ ถึงท7ายน้ำ ก<อนไหลลงสู<ทะเล มีการกำหนดพารามิเตอรOสำหรับการตรวจวิเคราะหOที่ถูกประเมิยถึงความสำคัญ
และความเหมาะสมที่จะสามารถนำมาเป'นข7อมูลสำหรับการศึกษาแนวทางแก7ไขปäญหาที่เหมาะสมกับโครงการ
ชลประทานคลองนำ้ หู

รปู ที่ 13.7 แผนทีแ่ สดงจดุ เกบ็ ตัวอย<างของโครงการชลประทานคลองน้ำหู
จากแตล< ะหนว< ยงาน

รปู ท่ี 13.8 แสดงจดุ เกบ็ ตัวอยา< งนำ้ ของโครงการชลประทานคลองนำ้ หู

ตารางท่ี 13.1 ผลการตรวจวัดคุณภาพนำ้ โครงการศึกษาตดิ ตามคณุ ภาพนำ้ โครงการชลประทานคลองนำ้ หู

พารามเิ ตอรL ผลวิเคราะหคL ณุ ภาพนำ้ ครัง้ ที่ 1 ผลวิเคราะหLคุณภาพนำ้ คร้งั ที่ 2 ผลวิเคราะหคL ณุ ภาพน้ำคร้ังที่ 3 ค6า
ลำดบั ทั่วไป เกบ็ ตวั อยา6 งเมื่อวนั ที่ 21พฤษภาคม มาตรฐาน*
เกบ็ ตัวอยา6 งเมือ่ วันท่ี 19 กรกฎาคม เกบ็ ตัวอยา6 งเมื่อวนั ที่ 20 กันยายน
ท่ี (mg/l) 2563 2563 2564 (คณุ ภาพ
นำ้ ผวิ ดิน)

จดุ 1 จุด 2 จดุ 3 จดุ 4 จดุ 1 จุด 2 จุด3 จุด 4 จุด 1 จดุ 2 จุด3 จดุ 4

1 pH 6.91 6.76 5.72 6.33 6.8 6.7 7.1 7.01 6.91 6.74 7.06 6.93 5.0-9.0

2 COD 100.8 144.0 86.4 115.2 11.2 16.0 88.0 32.0 21 32 49 35 -
(Mg/L)

3 BOD(Mg/L) 47.0 77 64.5 51.5 15.3 8.5 15.01 13.2 1.80 3.17 3.75 3.29 <2

TCB
4 (MPN/100 1,034 1,022 1,027 1,132 1,234 1,982 1,048 1,223 8700 3400 2300 5600 <20,000

ml)

5 DO (mg/l) 3.94 4.11 3.10 4.13 3.3 5.8 6.2 6.0 6.3 6.5 6.8 6.5 >4

6 TDS (ppm) 187 211 335 325 273 335 343 358 419 189 390 830 -

7 Temp (C) 35.6 36.5 33.5 32.3 29.3 30.2 29.4 28.9 33.5 31.9 30.1 30.3 -

รูปท่ี 13.9 เกณฑกO ำหนดมาตรฐานคณุ ภาพน้ำ ตามประกาศคณะกรรมการสิง่ แวดล7อมแหง< ชาติ
ฉบบั ที่ 8 (พ.ศ.2537)

ผลการตรวจวัดค<า pH ของโครงการชลประทานคลองนำ้ หู แสดงดงั ตารางที่ 4.1 และรูปท่ี 4.9 ทงั้ 4 จุด
ตรวจวัด พบวา< ครง้ั ท่ี 1 มคี า< อย<ูในช<วง 5.72 – 6.91 คร้งั ที่ 2 มีคา< อยูใ< นช<วง 6.70 – 7.10 และ คร้ังที่ 3 มคี า< อย<ู
ในชว< ง 6.74 – 7.06 โดยมาตรฐานคุณภาพนำ้ ผิวดินประเภทท่ี 3 ของกรมควบคุมมลพษิ กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ7 ม กำหนดให7 pH มีค<า 5.0 – 9.0

ค่า pH

8
7
6
5
4
3
2
1
0

จดุ ที& ( จดุ ท&ี ) จดุ ที& * จดุ ที& +

ครัง/ ที& ( ครัง/ ที& ) ครัง/ ท&ี *

รปู ท่ี 13.10 สรุปผลการตรวจวัดค<า pH โครงการชลประทานคลองนำ้ หู

ผลการตรวจวัดค<า COD ของโครงการชลประทานโคลองน้ำหู แสดงดังตารางที่ 4.1 และรูปที่ 4.10 ทั้ง 4 จุด
ตรวจวัด พบว<าครั้งที่ 1 มีค<าอยู<ในช<วง 86.4 – 144.0 มิลลิกรัมต<อลิตร ครั้งที่ 2 มีค<าอยู<ในช<วง 12.1 – 88.0
มิลลิกรัมต<อลิตร และ ครั้งที่ 3 มีค<าอยู<ในช<วง 21.0 – 49.0 มิลลิกรัมต<อลิตร ทั้งนี้ค<า COD ไม<มีกำหนดค<า
มาตรฐานคุณภาพนำ้ ผวิ ดนิ ประเภทที่ 3 ของกรมควบคุมมลพษิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ7 ม

ค่า COD (Mg/L

200
150
100

50
0
จดุ ท&ี ( จดุ ที& ) จดุ ที& * จดุ ที& +

ครัง/ ที& ( ครัง/ ท&ี ) ครัง/ ท&ี *

รูปท่ี 13.11 สรุปผลการตรวจวัดค<า COD โครงการชลประทานคลองน้ำหู

ผลการตรวจวดั คา< ความสกปรกในรูปสารอินทรยี O (Biochemical Oxygen Demand: BOD) ของ
โครงการชลประทานคลองน้ำหู แสดงดงั ตารางที่ 13.1 และรูปท่ี 13.10 – 13.13 ท้งั 4 จุดตรวจวดั พบว<าครั้งที่ 1
มีค<าอยู<ในช<วง 47.0 – 77.0 มิลลกิ รัมต<อลิตร คร้งั ท่ี 2 มคี า< อยูใ< นชว< ง 8.5 – 15.3 มลิ ลกิ รัมตอ< ลติ ร และ ครง้ั ที่ 3
มีค<าอย<ใู นชว< ง 1.80 – 3.29 มลิ ลกิ รัมตอ< ลติ ร โดยมาตรฐานคุณภาพนำ้ ผวิ ดินประเภทที่ 3 ของกรมควบคมุ มลพิษ
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล7อม กำหนดใหม7 ีค<าบีโอดี ไมเ< กนิ 2.0 มลิ ลกิ รัมตอ< ลติ ร

ค่า BOD(Mg/L)

100
80
60
40
20
0
จดุ ท&ี ( จดุ ท&ี ) จดุ ท&ี * จดุ ท&ี +

ครัง/ ท&ี ( ครัง/ ท&ี ) ครัง/ ท&ี *

รปู ที่ 13.12 สรปุ ผลการตรวจวดั คา< BOD โครงการชลประทานคลองนำ้ หู

ผลการตรวจวัดปริมาณแบคทีเรียกลุ<มโคลิฟอรOมทั้งหมด (Total Coliform bacteria) ของโครงการชลประทาน
คลองน้ำหู แสดงดังตารางที่ 4.1 และรูปที่ 4.12 ทั้ง 4 จุดตรวจวัด พบว<าครั้งที่ 1 มีค<าอยู<ในช<วง 1,022 – 1,132
MPN/100 มล. ครั้งที่ 2 มีค<าอยู<ในช<วง 1,048 – 1,982 MPN/100 มล. และ ครั้งที่ 3 มีค<าอยู<ในช<วง 2,300 –
8,700 MPN/100 มล. โดยคร้งั ที่ 3 มคี <ามากกวา< เกณฑมO าตรฐานกำหนด โดยมาตรฐานคุณภาพนำ้ ผวิ ดนิ ประเภทท่ี
3 ของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล7อม กำหนดให7ปริมาณแบคทีเรียกลุ<มโคลิ
ฟอรOมท้ังหมดไมเ< กิน 20,000 MPN/100 มล.

ค่า TCB (MPN/100 ml)

10,000
8,000
6,000
4,000
2,000
0
จดุ ท&ี ( จดุ ท&ี ) จดุ ที& * จดุ ท&ี +

ครัง/ ที& ( ครัง/ ท&ี ) ครัง/ ที& *

รูปท่ี 13.13 สรุปผลการตรวจวดั ค<า TCB โครงการชลประทานคลองน้ำหู

ผลการตรวจวัดของออกซิเจนละลายในน้ำ (dissolved oxygen) ของโครงการชลประทานคลองน้ำหู ทั้ง 4 จุด
ตรวจวัด พบว<าครั้งที่ 1 มีค<าอยู<ในช<วง 3.10 – 4.11 มิลลิกรัมต<อลิตร ครั้งที่ 2 มีค<าอยู<ในช<วง 3.30 – 6.20
มิลลิกรัมต<อลิตร และ ครั้งที่ 3 มีค<าอยู<ในช<วง 6.30 – 6.80 มิลลิกรัมต<อลิตร โดยมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน
ประเภทที่ 3 ของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล7อม กำหนดให7มีค<าออกซิเจน
ละลายในนำ้ มากกว<า 4 มลิ ลิกรมั ต<อลิตร

ค่า DO (mg/l)

8
7
6
5
4
3
2
1
0

จดุ ท&ี ( จดุ ท&ี ) จดุ ที& * จดุ ท&ี +

ครัง/ ท&ี ( ครัง/ ที& ) ครัง/ ที& *

รูปที่ 13.14 สรุปผลการตรวจวัดคา< DO โครงการชลประทานคลองน้ำหู

ผลการตรวจวัดปริมาณของแข็งละลายน้ำของโครงการชลประทานคลองน้ำหู พบว<าครั้งที่ 1 มีค<าอยู<ในช<วง 187 –
335 ppm ครั้งท่ี 2 มีคา< อยูใ< นชว< ง 273 – 358 ppm และ คร้ังท่ี 3 มีค<าอยู<ในช<วง 189 – 830 ppm ทงั้ น้ีความข<นุ
ของน้ำไม<สามารถเทียบกับค<ามาตรฐานได7เพราะไม<มีกำหนดค<ามาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 3 ของกรม
ควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ7 ม

ค่า TDS (ppm)

1000
800
600
400
200

0
จดุ ท&ี ( จดุ ที& ) จดุ ท&ี * จดุ ที& +

ครัง/ ที& ( ครัง/ ท&ี ) ครัง/ ที& *

รูปท่ี 13.15 สรปุ ผลการตรวจวดั ค<า TDS โครงการชลประทานคลองนำ้ หู

อุณหภูมิของน้ำโครงการชลประทานคลองน้ำหู พบวา< คร้งั ท่ี 1 อุณหภมู ิของนำ้ มคี <าอยู<ในช<วง 32.3 – 35.6 องศา
เซลเซยี ส ครั้งที่ 2 อุณหภมู ขิ องน้ำมคี า< อยใ<ู นช<วง 28.9 - 30.2 องศาเซลเซยี ส และ ครงั้ ที่ 3 อุณหภูมิของน้ำมีค<า
อยใ<ู นช<วง 30.1 – 33.5 องศาเซลเซียส

อณุ หภูมิ (C)

40
35
30
25
20
15
10

5
0

จดุ ที& ( จดุ ที& ) จดุ ที& * จดุ ท&ี +

ครัง/ ท&ี ( ครัง/ ที& ) ครัง/ ที& *

รูปท่ี 13.16 สรุปผลการตรวจวดั อณุ หภมู โิ ครงการชลประทานคลองนำ้ หู

รูปที่ 13.17 ผลการวิเคราะหOโลหะหนัก
รปู ที่ 13.18 ผลการวเิ คราะหO Total petroleum Hydrocarbon
รูปที่ 13.19 คา< ดัชนีคุณภานำ้ WQI (water quality index)

1.3) การสำรวจความคิดเห็นและการจดั กจิ กรรมการมีสSวนรSวมกบั ชุมชน
การศึกษารวบรวมขอ7 มูลจากการตอบแบบสอบถาม และการรบั ฟงä ความคิดเห็นของชุมชน พบวา< โดยส<วนใหญ<
ประชาชนประสบปäญหาที่เกี่ยวข7องกับโครงการชลประทานคลองน้ำหู และมขี 7อเสนอแนะ ดังรายละเอยี ดต<อไปนี้

ตารางที่ 13.2 ผลการสำรวจความคิดเห็นชมุ ชน

ป†ญหาท่พี บ ขYอเสนอแนะ

- นำ้ ในโครงการชลประทานคลองน้ำหู มสี ภาพเน<า - ให7มกี ารติดตง้ั ระบบบำบดั นำ้ เสยี ใน
เสยี มีสขี ุ<น และมตี ะกอนสีดำกน7 คลอง สง< กลิ่นเหม็น โครงการชลประทานคลองน้ำหู

รบกวนในบางครงั้ - ควรมกี ารปรับปรงุ ภูมทิ ศั นบO รเิ วณคลอง
- ผปู7 ระกอบการร7านคา7 และโรงแรม ระบายนำ้ ทิง้ เช<น การปลูกพืช หรอื ต7นไมร7 ิมคลอง เพ่ือความ
ลงโครงการชลประทานคลองน้ำหูโดยไมม< ีการบำบดั ก<อน สวยงาม

- โครงการชลประทานคลองน้ำหูเป'นพนื้ ที่รองรบั - ควรส<งเสรมิ หรือกำหนดใหม7 ีการบำบดั นำ้
น้ำจากทอ< ระบายนำ้ ทมี่ าจากถนนสขุ มุ วทิ มีขยะปะปนมา ก<อนปล<อยลงสู<โครงการชลประทานคลองน้ำหู
กับนำ้ ท่รี ะบายลงคลอง ทำให7ปรมิ าณขยะในคลองมมี าก - ควรมกี ิจกรรมหรือสรา7 งจติ สำนึกคนใน

และส<งผลตอ< คุณภาพนำ้ รวมท้ังทำใหเ7 กดิ การอุดตนั ในท<อ ชมุ ชนให7ร7คู ณุ คา< ของโครงการชลประทานคลองน้ำหู
ระบายน้ำ - หนว< ยงานท่ีเกย่ี วข7องควรมีการออกกฎ
- มีบคุ คลนอกพนื้ ทเ่ี ขา7 มาจบั ปลาในโครงการ ขอ7 บงั คบั ห7ามจบั สตั วนO ำ้ และผทู7 ีม่ ีส<วนเกย่ี วขอ7 งควร

ชลประทานคลองน้ำหู และท้ิงเศษขยะลงในลำคลอง และ เข7ามาตรวจอย<างสม่ำเสมอ
บริเวณโดยรอบ ทำใหค7 ลองสกปรก ทำลายภมู ิทัศนOตลอด - ควรมกี ารกำหนดการเก็บขยะหรือทำความ
แนวลำคลอง สะอาดคลองเปน' ประจำ เพือ่ ลดปäญหาขยะและน้ำ

- ท<อระบายนำ้ จากถนนในชุมชนอุดตัน ไมส< ามารถ เนา< เสยี ในโครงการชลประทานคลองนำ้ หู
ระบายนำ้ ฝน ในกรณีทีม่ ฝี นตกหนกั ทำใหน7 ำ้ ไหลย7อนเขา7 - ควรส<งเสรมิ ใหโ7 ครงการชลประทานคลอง
บ7านเรอื นของประชาชนท่ีตงั้ อยร<ู มิ คลอง น้ำหูเปน' แหลง< พักผ<อนของชมุ ชน

- โครงการชลประทานคลองนำ้ หูมลี ักษณะตน้ื เขิน

รปู ท่ี 13.20 กจิ กรรมการสำรวจความคิดเหน็ และการจดั กิจกรรมการมสี ว< นร<วมกับชมุ ชน

1.4) แนวทางการปรับปรงุ คุณภาพนำ้ และฟÆน≠ ฟโู ครงการชลประทานคลองนำ้ หู
การกำหนดแผนงานการอนุรักษOและฟõúนฟูโครงการชลประทานคลองน้ำหูในระยะเร<งด<วน ระยะกลาง และ

ระยะยาว โดยมุ<งเน7น 1.) สร7างการมีส<วนร<วมจากทุกภาคส<วนในการรักษาคลองน้ำหู 2.) พัฒนาคุณภาพน้ำใน
คลองน้ำหู 3.) การปรับปรุงภูมิทัศนO 4.) การส<งเสริมเศรษฐกิจชุมชนริมคลอง โดยการเน7นเรื่องการบริหารจัดการ
โดยลดการเกิดน้ำเสียจากแหล<งกำเนิดด7วยการมีส<วนร<วมจากทุกภาคส<วน การเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสีย
โดยการใช7 Smart Technology ด7วยเครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ แบบ IOT เพื่อติดตามคุณภาพน้ำแบบออนไลนO
สามารถติดตามผลคุณภาพน้ำจากโทรศัพทOมือถือ และคอมพิวเตอรO ผ<านระบบอินเตอรOเน็ต โดยถูกพัฒนาให7ใช7
ระบบพลังงานแสงอาทิตยO เพื่อให7สามารถเคลื่อนย7าย และติดตั้งได7อย<างง<าย ทั้งยังไม<พึ่งพากระแสไฟฟvาของชุมชน
ทำให7สามารถติดตั้งได7ทุกพื้นที่และประหยัดพลังงาน (ที่มา: แผนงานการอนุรักษOและฟõúนฟูโครงการชลประทาน
คลองน้ำหู สมาคมเพ่อื นชมุ ชน)

รูปที่ 13.21 เครือ่ งมอื วดั คุณภาพน้ำแบบออนไลนO (IOT)
แผนการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐOด7วยผักตบชวา เพื่อบำบัดน้ำเสียเบื้องต7นตามหลัก
ธรรมชาติ โดยพัฒนาระบบกรองน้ำเสียด7วยระบบพลังงานแสงอาทิตยO ตลอดจนการรักษาสภาพแวดล7อมและภูมิ
ทัศนOริมคลองเพื่อส<งเสริมให7เกิดเศรษฐกิจชุมชนริมคลองโดยพัฒนาให7เป'นแหล<งท<องเท่ียวตลาดสินค7าชุมชนริม
คลองเพื่อส<งเสริมให7ชุมชนตระหนักและร<วมอนุรักษOลำคลองอย<างยั่งยืน (ที่มา: แผนงานการอนุรักษOและฟõúนฟู
โครงการชลประทานคลองนำ้ หู สมาคมเพอื่ นชมุ ชน)

รปู ท่ี 13.22 การออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐดO 7วยผักตบชวา

รู
ปที่ 13.23 การออกแบบระบบกรองน้ำเสยี ดว7 ยระบบพลังงานแสงอาทติ ยO

บทที่ 14
กรณีศึกษา การบรหิ ารจดั การนำ้ ใตด2 นิ

14.1 กรณศี กึ ษาการตดิ ตามตรวจสอบการปนเปÆ≠อนของนำ้ ใตดY นิ
การติดตามตรวจสอบการปนเปõúอนของน้ำใต7ดิน มีความสำคัญมากขึ้นในปäจจุบัน เนื่องจากการพัฒนาด7าน

อุตสาหกรรมของประเทศเป'นไปอย<างรวดเร็วและก<อให7เกิดการปนเปõúอนส<งผลกระทบต<อทรัพยากรธรรมชาติใน
หลายพื้นที่ เนื่องมาจากการรั่วไหลของระบบท<อ การทิ้งของเสีย และการจัดการสารพิษที่ไม<เป'นไปตามหลัก
วิชาการ

กรมควบคุมมลพิษได7ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำใต7ดิน (บ<อตื้น) ของประชาชนบริเวณชุมชนโขดหิน
ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ตั้งแต<ปj พ.ศ. 2551 จนถึงปäจจุบัน จำนวน 9 บ<อ พบการ
ปนเปõúอนสารอินทรียOระเหยง<าย (VOCs) ได7แก< 1, 2-ไดคลอโรอีเทน คารOบอนเตตระคลอไรดOและไตรคลอโรเอทธิ
ลีนเกินเกณฑOมาตรฐานคุณภาพน้ำใต7ดินอย<างต<อเนื่องซึ่งสามารถบ<งชี้ได7ว<ามีการปนเปõúอนเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล<าว
โดยตำแหน<งที่พบการปนเปõúอนในบ<อน้ำใต7ดิน (บ<อตื้น) ของประชาชน คือ บ7านคุณเหลี่ยน แว<วเสียง บ7านเลขท่ี
11/2 ชุมชนโขดหิน ถนนราษฎรOนิยม ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งปäจจุบันได7ขอความ
ร<วมมือให7งดใช7น้ำในบ<อน้ำใต7ดินดังกล<าวแล7ว ดังนั้น เพื่อเป'นการติดตามตรวจสอบการปนเปõúอนของน้ำใต7ดินอย<าง
ต<อเนื่อง และให7เกิดการบูรณาการข7อมูล รวมทั้งพิจารณาหาแนวทางการแก7ไขปäญหาและวิธีการฟõúนฟูการปนเปõúอน
สารอินทรียOระเหยง<าย (VOCs) ในน้ำใต7ดิน เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนต<อไปในอนาคตได7 ในปj
พ.ศ. 2564 จึงได7กำหนดตดิ ตามตรวจวดั จำนวน 17 ตำแหนง< ตามแผนท่ีดงั รปู ท่ี
-

-
รูปท่ี 14.1 แผนทีแ่ สดงจุดเก็บตัวอย<าง โครงการโขดหนิ ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จงั หวัดระยอง

-
ดำเนินการเก็บตัวอย<างน้ำใต7ดินและดินในบริเวณพื้นที่ศึกษาจำนวน 17 ตำแหน<ง 18 ตัวอย<าง เพื่อนำมาตรวจ
วิเคราะหOสารปนเปõúอนในตัวอย<างตามพารามิเตอรOที่กำหนดประกอบด7วย สารโลหะหนัก (Heavy Metals) จำนวน
10 ชนิด สารอินทรียOระเหยง<าย (Volatile organic compounds : VOCs) จำนวน 17 ชนิด สารประกอบ
ไฮโดรคารบO อนทง้ั หมด (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH) ดังแสดงรายละเอยี ดในตารางที่ 14.1

ตารางท่ี 14.1 ชนิดของสารปนเปõúอนท่ดี ำเนินการวเิ คราะหผO ล

โลหะหนกั สารอินทรยี jระเหยงSาย สารประกอบ
(Heavy (Volatile organic compounds: VOCs) ไฮโดรคารjบอนท้ังหมด
Metals) (Total Petroleum
Hydrocarbon, TPH)
แคดเมยี ม (Cd) เบนซนี (Benzene) สไตรนี (Styrene) C5 - C8

โครเมยี ม (Cr+6) คารบO อนเตตระคลอไรดO (CCl4) เตตระคลอโรเอทธิลนี (PCE) C>8 - C16
ทองแดง (Cu) 1,2 – คลอโรอีเทน (1,2-DCA) ไตรคลอโรเอทธลิ ีน (TCE) C>16 - C35
ตะก่ัว (pb) 1,1-ไดคลอโรเอทธิลีน (1,1-DCE) 1,1,1-ไตรคลอโรอีเทน

โลหะหนกั สารอินทรยี jระเหยงSาย สารประกอบ
(Heavy (Volatile organic compounds: VOCs) ไฮโดรคารบj อนทั้งหมด
Metals) (Total Petroleum
Hydrocarbon, TPH)

แมงกานีส (Mn) ซสิ -1,2 – ไดคลอโรเอทธิลนี (Cis-DCE) 1,1,2-ไตรคลอโรอีเทน

นกิ เกิล (Ni) ทรานสO - 1,2-ไดคลอโรเอทธลิ ีน (Trans -DCE) โทลอู ีน (Toluene)

สงั กะสี (Zn) ไดคลอโรมเี ทน (DCM) ไซลีนทง้ั หมด(Total Xylenes)

สารหนู (As) เอทธลิ เบนซีน (Ethylbenzene) พซี บี ี (PCBs)

ซิลีเนยี ม (Se) ไวนลิ คลอไรดO (VC)

ปรอท (Hg)

หมายเหตุ :

1) สารโลหะหนกั (Heavy Metals) วิธกี ารตรวจวิเคราะหO: การตรวจวิเคราะหOโลหะหนักสำหรบั ตวั อย<างนำ้
ใต7ดินด7วยเครอ่ื ง Inductively Coupled Plasma-Mass Spectrometry ( ICP/MS) ต า ม ม า ต ร ฐ า น
standard method for the examination of water and wastewater , APHA ,AWWA,WEF 22nd edition

2012 part 3000 Section 3030D,3030E,3030F and 3125B. ทั้งนี้เป'นไปตามประกาศคณะกรรมการ
สิ่งแวดล7อมแห<งชาติ ฉบับที่ 20 (พ.ศ.2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติส<งเสริมและรักษาคุณภาพ
สิ่งแวดล7อมแห<งชาติ พ.ศ.2535 เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำใต7ดิน การตรวจวิเคราะหOปริมาณโลหะหนัก

สำหรับตัวอย<างตะกอนดินด7วย ICP-OES (Inductively Coupled Plasma-Optic Emission Spectrometer
(ICP-OES) ต า ม ม า ต ร ฐ า น standard method for the examination of water and wastewater, APHA,
AWWA, WEF 22 nd edition 2012 part 3120B และการย<อยสลายใช7วิธีทดสอบ US.EPA. SW-846 Method

3050B Acid Digestion of Sediment, Sludge, and soils. ทั้งนี้เป'นไปตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล7อม
แหง< ชาติ พ.ศ.2564 เรือ่ ง กำหนดมาตรฐานคณุ ภาพดิน
2) สารอินทรียOระเหยง<าย (Volatile organic compounds: VOCs) วิธีการตรวจวิเคราะหOการตรวจ

วิเคราะหO Volatile Organic Compounds (VOCs) สำหรับตัวอย<างน้ำใต7ดินด7วยเครื่อง Gas Chromatography
(Mass Spectrometer) (GC/MS) และการย<อยสลายด7วยวิธี Solid Phase Micro Extraction (SPME) ตาม
มาตรฐาน US.EPA: Method 8015C Non Halogenated Organics by Gas Chromatography ทั้งนี้เป'นไป

ตามประกาศคณะกรรมการสงิ่ แวดลอ7 มแหง< ชาติ ฉบบั ที่ 20 (พ.ศ.2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ส<งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล7อมแห<งชาติ พ.ศ.2535 เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำใต7ดินการตรวจ
วิเคราะหO Volatile Organic Compounds (VOCs) สำหรบั ตัวอยา< งตะกอนดนิ ด7วยเครอ่ื ง Gas Chromatography

(Mass Spectrometer) (GC/MS) ตามมาตรฐาน US.EPA :5021: Volatile organic compounds in soils and
other solid matrices using equilibrium headspace analysis. และการย<อยสลายด7วยวิธี Solid Phase
Micro extraction (SPME) ต า ม ม า ต ร า ฐ า น US.EPA :Method 8265 Volatile Organic Compounds in

Water, Soil, Gas, By Direct Sampling Ion Trap Mass Spectrometry (DSITMS) ทั้งนี้วิธีการวิเคราะหOตาม
ประกาศคณะกรรมการสงิ่ แวดลอ7 มแหง< ชาติ พ.ศ.2564 เรอ่ื ง กำหนดมาตรฐานคณุ ภาพดนิ

3) สารประกอบไฮโดรคารOบอนทั้งหมด (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH) วิธีตรวจวิเคราะหO
การตรวจวิเคราะหO Total Petroleum Hydrocarbon (TPH) สำหรับตัวอย<างน้ำใต7ดินด7วยเครื่อง Gas
Chromatography (GC-FID) ตามมาตรฐาน US.EPA. SW-846 Method 8015B. Volatile Organic Carbon
Compounds in soils and other solid matrices using equilibrium headspace analysis. ก า ร ต ร ว จ
ว ิ เ ค ร า ะ ห O Total Petroleum Hydrocarbon (TPH) ส ำ ห ร ั บ ต ั ว อ ย < า ง ต ะ ก อ น ด ิ น ด 7 ว ย เ ค ร ื ่ อ ง Gas
Chromatography (GC-FID) ตามมาตรฐาน US.EPA. SW-846 Method 8015B. Volatile Organic Carbon
Compounds in soils and other solid matrices using equilibrium headspace analysis.
-

14.2 ผลการวเิ คราะหjสารปนเป≠ÆอนในตัวอยSางน้ำใตYดินในพ้ืนทศี่ ึกษา
จากการสำรวจและเก็บตัวอย<างน้ำใต7ดินเพื่อวิเคราะหOหาชนิดและปริมาณสารปนเปõúอนในพื้นที่ศึกษา

โดยเก็บตัวอย<างจำนวน 17 ตำแหน<ง ไม<พบการปนเปõúอนของสารโลหะหนัก (Heavy Metals) และสารอินทรียO
ระเหยง<าย (Volatile organic compounds : VOCs) ในตัวอย<างน้ำใต7ดิน แต<พบการปนเปõúอนของสารประกอบ
ไฮโดรคารOบอน (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH) ชนิด C5-C8 และ C>16-C35 ซึ่งไม<เกินค<ามาตรฐาน
คุณภาพน้ำใต7ดินตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดเกณฑOการปนเปõúอนในดินและน้ำใต7ดิน การ
ตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใต7ดิน การแจ7งข7อมูลรวมทั้งการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใต7
ดิน และรายงานเสนอมาตรการควบคุมและมาตรการลดการปนเปõúอนในดินและน้ำใต7ดิน พ.ศ.2559 ดังนั้น
ค<าปนเปõúอนที่ตรวจพบในตัวอย<างน้ำใต7ดินไม<เกินค<ามาตรฐานที่อาจส<งผลอันตรายต<อประชนที่อาศัยบริเวณโดยรอบ
พื้นท่เี กบ็ ตัวอย<าง

ตารางท่ี 14.2 ผลการวิเคราะห-ปริมาณสารโลหะหนกั (Heavy Metals) ในตวั อยDางน

GPS UTM

ล าดบท ํ จดั เกบี่ ตวุ อยา็ ง ั Latitude Longitude สถานท ี่ วนทวเครั าะหี่ิ แคดเมยม (Cd ี)

1 K1 0738626 1405454 บาน คณเหลยนุ แววเ่ี สยง ี 27-ก.ค.-64 ND

2 K2 0738557 1405466 บาน คณจ าลองุ หํอมหวน 27-ก.ค.-64 ND

3 K3 0738574 1405379 บาน คณอรทยุ หอมหวั น 27-ก.ค.-64 ND

4 K4 0738486 1405406 บาน คณขวญเมุ องั หอมหื วน 27-ก.ค.-64 ND

5 K5 0738499 1405719 บาน คณโชค คุลาวคลอง (รานขายของ) 27-ก.ค.-64 ND

6 K6 0738636 1405511 บาน คณสมหมุาย คลาวคลอง 27-ก.ค.-64 ND

7 K7 0738655 1405616 บาน คณประสทุ ธ สงสาิ ร์ิ 27-ก.ค.-64 ND

8 K8 0738783 1405867 บาน คณยทธนาุ ขุาวผอง 27-ก.ค.-64 ND

9 K9-1 0738626 1405321 บาน คณรงสญุ โพั ธเตั าทอง์ิ 27-ก.ค.-64 ND

10 K9-2 0738548 1405341 บาน คณสาล แุววเสยี ง ี 27-ก.ค.-64 ND

11 K10 0739036 1405310 บาน คณอาน ชุ วยผดง ุ 27-ก.ค.-64 ND

12 K11 0739483 1406076 บาน คณดารารุตน อนัทวรนนิ ท ิ 27-ก.ค.-64 ND

13 K12 0739456 1406123 บาน คณสทธมุา ชิญิหอโนทุ ย ั 27-ก.ค.-64 ND

14 K13 0737795 1405555 บาน คณประทปุ หอมหวี น 27-ก.ค.-64 ND

15 K14-1 0739345 1405115 บาน คณอบล บุ ารงุ พงษ ํุ 27-ก.ค.-64 ND

16 K14-2 0739334 1405141 บาน คณอบล บุ ารงุ พงษ ํุ 27-ก.ค.-64 ND

17 K15 0739393 1405052 บานเลขท 14 (มระี่ บบปรี บปรงคั ณภาุ พนุ )า(Befor้ํ e) 27-ก.ค.-64 ND

บานเลขท 14 (มระ่ี บบปรี บปรงคั ณภาุ พนุ )า ้ํ 27-ก.ค.-64 ND

Limit of detection (LOD) (ppm) 0.0001

คามาตรฐานคณภาพนุ าใตดน ํ้ ิ <0.003

หมายเหตุ คDามาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ใตHดิน : ประกาศคณะกรรมการสิง่ แวดลHอมแหงD ชาต
ส่ิงแวดลHอมแหDงชาติ พ.ศ.2535 เรือ่ ง กำหนดมาตรฐานคณุ ภาพนำ้ ใตดH ิน

นำ้ ใตHดิน จำนวน 17 ตำแหนDง

ผลการวเคราะหิปรมาณสาิ รโลหะหนก (Heavั y Metals) ในตวอยางนั าใตดน (ํ้ mg/ิ l) คาการน า ํ
ไฟฟา
เฮกซะวาเลนต คาความเปน (µs/cm)
โครเมยม (Cr6ี+) กรดดาง (pH)
โครเมยม (Cr)ี
ทองแดง (Cu)
ตะกว (Pb) ่ั
แมงกานส (Mn) ี
นกเกล ( ิNi) ิ
สงกะส ( ัZn) ี
สารหน (As) ู
ซลเนยม (ิ ิSe)ี
ปรอท (Hg)

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.19 452

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.94 312

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 6.18 317

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.32 199

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.8 123

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.22 219

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.76 219

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.88 59

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.61 157

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.68 271

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.46 194

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.33 437

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.7 788

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.74 94

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.85 206

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.18 206

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND 5.26 199

ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND

1 0.0002 0.0002 0.0004 0.001 0.0001 0.0005 0.0002 0.001 0.002 0.001

3 <0.05 <6.00 <1.0 <0.01 <0.5 <0.02 <5.0 <0.01 <0.01 <0.001

ติ ฉบับที่ 20 (พ.ศ.2543) ออกตามความในพระราชบญั ญัตสิ Dงเสรมิ และรกั ษาคุณภาพ

ตารางที่ 14.3 ปรมิ าณสารอินทรีย-ระเหยงDาย (Volatile organic compounds : VOC

GPS UTM

ล าดบท ํ จดั เกบี่ ตวุ อยา็ ง ั Latitude Longitude สถานท ่ี วนทวเครั าะหี่ิ Benzene
Carbon Tetrachloride (CCl4)
1,2-Dichloroethane (1,2-DCA)

1 K1 0738626 1405454 บาน คณเหลยนุ แววี่เสยง ี 18-ส.ค.-64 ND ND ND

2 K2 0738557 1405466 บาน คณจ าลองุ หํอมหวน 18-ส.ค.-64 ND ND ND

3 K3 0738574 1405379 บาน คณอรทยุ หอมหวั น 18-ส.ค.-64 ND ND ND

4 K4 0738486 1405406 บาน คณขวญเมุ องั หอมหื วน 18-ส.ค.-64 ND ND ND

5 K5 0738499 1405719 บาน คณโชค คุลาวคลอง (รานขายของ) 18-ส.ค.-64 ND ND ND

6 K6 0738636 1405511 บาน คณสมหมุาย คลาวคลอง 18-ส.ค.-64 ND ND ND

7 K7 0738655 1405616 บาน คณประสทุ ธ สงสาิ ร์ิ 18-ส.ค.-64 ND ND ND

8 K8 0738783 1405867 บาน คณยทธนาุ ขุาวผอง 18-ส.ค.-64 ND ND ND

9 K9-1 0738626 1405321 บาน คณรงสญุ โพั ธเตั าทองิ์ 18-ส.ค.-64 ND ND ND

10 K9-2 0738548 1405341 บาน คณสาล แุววเสยี ง ี 18-ส.ค.-64 ND ND ND

11 K10 0739036 1405310 บาน คณอาน ชุ วยผดง ุ 18-ส.ค.-64 ND ND ND

12 K11 0739483 1406076 บาน คณดารารุตน อนัทวรนนิ ท ิ 18-ส.ค.-64 ND ND ND

13 K12 0739456 1406123 บาน คณสทธมาุ ชิญิหอโนทุ ย ั 18-ส.ค.-64 ND ND ND

14 K13 0737795 1405555 บาน คณประทปุ หอมหีวน 18-ส.ค.-64 ND ND ND

15 K14-1 0739345 1405115 บาน คณอบล บุ ารุงพงษ ํุ 18-ส.ค.-64 ND ND ND

16 K14-2 0739334 1405141 บาน คณอบล บุ ารุงพงษ ํุ 18-ส.ค.-64 ND ND ND

17 K15 0739393 1405052 บานเลขท 14 (มระ่ี บบปรี บปรงคั ณภาุ พนุ )า(Beforํ้ e) 18-ส.ค.-64 ND ND ND

บานเลขท 14 (มระ่ี บบปรี บปรงคั ณภาุ พนุ )า ํ้ 18-ส.ค.-64 ND ND ND

Limit of detection (LOD) (ppm) 0.001 0.001 0.00

คามาตรฐานคณภาพนุ าใตดน ้ํ ิ <5 <5 <5
หมายเหตุ คDามาตรฐานคุณภาพนำ้ ใตดH นิ : ประกาศคณะกรรมการส่งิ แวดลHอมแหDงชาต
สง่ิ แวดลHอมแหงD ชาติ พ.ศ.2535 เร่ือง กำหนดมาตรฐานคณุ ภาพน้ำใตHดนิ

1,1-Dichloroethylene (1,1-DCE)Cs) ในตวั อยDางน้ำใตHดนิ จำนวน 17 ตำแหนงD
cis-1,2-Dichloroethylene (Cis-DCE)
trans-1,2-Dichloroethylene (Trans- DCE)ผลการวเคราะหิปรมาณสาิ รอนทรยระิ เหยี (Volatile organic compou0s : VOCs) ในตวอยางนั าใตดน (ํ้ µg/Lิ )

DichloromethaneD ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
EthylbenzeneD ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
StyreneD ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
Tetrachloroethylene (PCE)D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
TolueneD ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
Trichloroethylene (TCE)D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
1,1,1-TrichloroethaneD ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
1,1,2-TrichloroethaneD ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
XyleneD ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
Vinylchloride (VC)D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
Polychlorinated biphenyl (PCBs )D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
D ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND ND
01 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001 0.001
5 <7 <70 <100 <5 <700 <100 <5 <1,000 <5 <200 <5 <10,000 <2 < 0.5

ติ ฉบับท่ี 20 (พ.ศ.2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติสDงเสริมและรักษาคณุ ภาพ

ตารางท่ี 14.4 ปริมาณสารประกอบไฮโดรคาร-บอน (Total Petroleum Hydrocarbo

ล าดบท ํ จดั เกบ่ี ตวุ อยา็ ง ั GPS UTM สถานท ่ี วนทวเครั า
Latitude Longitude

1 K1 0738626 1405454 บาน คณเหลยนุ แววเ่ี สยง ี 18-ส.ค.-6

2 K2 0738557 1405466 บาน คณจ าลองุ หํอมหวน 18-ส.ค.-6

3 K3 0738574 1405379 บาน คณอรทยุ หอมหวั น 18-ส.ค.-6

4 K4 0738486 1405406 บาน คณขวญเมุ องั หอมหื วน 18-ส.ค.-6

5 K5 0738499 1405719 บาน คณโชค คุลาวคลอง (รานขายของ) 18-ส.ค.-6

6 K6 0738636 1405511 บาน คณสมหมุาย คลาวคลอง 18-ส.ค.-6

7 K7 0738655 1405616 บาน คณประสทุ ธ สงสาิ ริ์ 18-ส.ค.-6

8 K8 0738783 1405867 บาน คณยทธนาุ ขุาวผอง 18-ส.ค.-6

9 K9-1 0738626 1405321 บาน คณรงสญุ โพั ธเตั าทองิ์ 18-ส.ค.-6

10 K9-2 0738548 1405341 บาน คณสาล แุววเสยี ง ี 18-ส.ค.-6

11 K10 0739036 1405310 บาน คณอาน ชุ วยผดง ุ 18-ส.ค.-6

12 K11 0739483 1406076 บาน คณดารารุตน อนัทวรนนิ ท ิ 18-ส.ค.-6

13 K12 0739456 1406123 บาน คณสทธมุา ชิญิหอโนทุ ย ั 18-ส.ค.-6

14 K13 0737795 1405555 บาน คณประทปุ หอมหวี น 18-ส.ค.-6

15 K14-1 0739345 1405115 บาน คณอบล บุ ารงุ พงษ ํุ 18-ส.ค.-6

16 K14-2 0739334 1405141 บาน คณอบล บุ ารงุ พงษ ํุ 18-ส.ค.-6

17 K15 0739393 1405052 บานเลขท 14 (มระ่ี บบปรี บปรงคั ณภาุ พนุ )า(Beforํ้ e) 18-ส.ค.-6

บานเลขท 14 (มระ่ี บบปรี บปรงคั ณภาุ พนุ )า ้ํ 18-ส.ค.-6

คามาตรฐานคณภาพนุ าใตดน ํ้ ิ

หมายเหตุ คาD มาตรฐานคณุ ภาพน้ำใตHดนิ : ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม เรอื่ ง กำหน

ขHอมลู รวมทงั้ การจดั ทำรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพดนิ และน้ำใตดH ิน และรายงาน

on, TPH) ในตวั อยาD งนำ้ ใตดH นิ จำนวน 17 ตำแหนDง

าะห่ีิ ผลการวเคราะหิปรมาณสาิ รประกอบไฮโดรคารบอนรวม (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH) ในตวอยางนั าใตดน m้ํ g/Lิ (ppm)

C5 - C8 C>8 - C16 C>16 - C35

64 0.03 ND ND

64 0.03 ND ND

64 0.03 ND 0.01

64 0.07 ND 0.33

64 0.15 ND 0.44

64 0.06 ND ND

64 0.06 ND ND

64 0.04 ND 0.01

64 0.01 ND 0.09

64 0.09 ND 0.33

64 0.02 ND ND

64 0.02 ND ND

64 0.03 ND ND

64 0.04 ND 0.07

64 0.01 ND ND

64 0.08 ND ND

64 0.69 ND 0.27

64 0.07 ND ND

<1.4 <1.4 <1.4

นดเกณฑ-การปนเปxwอนในดินและนำ้ ใตHดิน การตรวจสอบคณุ ภาพดินและนำ้ ใตHดิน การแจHง

นเสนอมาตรการควบคุมและมาตรการลดการปนเปwอx นในดินและน้ำใตดH ิน พ.ศ.2559

รปู ที่ 14.2 ผลการวิเคราะหส- ารโลหะหนกั (Heavy Metals) ของน้ำใตดD ิน จำนวน 17 ตำแหนJง
รูปที่ 14.3 ผลการวิเคราะหส- ารอินทรียร- ะเหยงาJ ย (Volatile Organic Compounds : VOCs)

ของนำ้ ใตDดนิ จำนวน 17 ตำแหนJง

รูปที่ 14.4 ผลการวเิ คราะหส- ารประกอบไฮโดรคารบ- อน (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH)
ของน้ำใตDดิน จำนวน 17 ตำแหนงJ
-

- รปู ท่ี 14.5 กราฟแสดงผลการวิเคราะห-สารประกอบไฮโดรคาร-บอน
- (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH) ชนดิ C5-C8 ของน้ำใตดD นิ จำนวน 17 ตำแหนJง

-
รปู ท่ี 14.6 กราฟแสดงผลการวิเคราะห-สารประกอบไฮโดรคารบ- อน (Total Petroleum Hydrocarbon,
TPH) ชนิด C>16-C35 ของน้ำใตDดนิ จำนวน 17 ตำแหนJง

รปู ที่ 14.7 กราฟแสดงผลการวิเคราะห-สารประกอบไฮโดรคาร-บอน (Total Petroleum Hydrocarbon,
TPH) จดุ เก็บตัวอยาJ งน้ำใตDดนิ จุดที่ K15 กJอนและหลงั ผJานการปรบั ปรุงคุณภาพน้ำ

-
14.3 ผลการวิเคราะหส: ารปนเป>=อนในตวั อยDางดนิ ในพื้นท่ศี ึกษา

จากการสำรวจและเก็บตัวอยJางดินเพื่อวิเคราะห-หาชนิดและปริมาณสารปนเปuvอนในพื้นที่เก็บตัวอยJาง
จำนวน 17 ตำแหนJง ผลการวิเคราะห-สารปนเปuvอนสารโลหะหนัก (Heavy Metals) พบการปนเปuvอนในตัวอยJาง
ดิน 2 พารามิเตอร-คือ เฮกซะวาเลนต-โครเมียม (Cr6+) และ นิกเกิล (Ni) ซึ่งไมJเกินคJามาตรฐานตามประกาศ
คณะกรรมการสิ่งแวดลDอมแหJงชาติ พ.ศ.2564 เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพดิน ผลการวิเคราะห-สารอินทรีย-

ระเหยงJาย (Volatile organic compounds : VOCs) ในตัวอยJางน้ำดินไมJพบการปนเปuvอนทุกพารามิเตอร- และ
ผลการวิเคราะห-สารประกอบไฮโดรคาร-บอน (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH) พบการปนเปuvอนใน
ตัวอยJางดินเปนชนิด C5-C8 และ C>16-C35 ซึ่งไมJเกินคJามาตรฐานประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง
กำหนดเกณฑ-การปนเปuvอนในดินและน้ำใตDดิน การตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใตDดิน การแจDงขDอมูลรวมทั้ง
การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใตDดิน และรายงานเสนอมาตรการควบคุมและมาตรการ
ลดการปนเปuvอนในดินและน้ำใตDดิน พ.ศ.2559 ดังนั้นคJาปนเปuvอนที่ตรวจพบในตัวอยJางดินไมJเกินคJามาตรฐานที่
อาจสJงผลอันตรายตJอประชนที่อาศัยบริเวณโดยรอบพื้นที่เก็บตัวอยJาง รายละเอียดผลวิเคราะห-ปริมาณสาร
ปนเปvuอนในแตJละพน้ื ทแ่ี สดงในตารางท่ี


Click to View FlipBook Version