The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือสวดมนต์ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sira Luangaram, 2020-11-06 09:24:13

คู่มือสวดมนต์ล่าสุด

คู่มือสวดมนต์ล่าสุด

วดั พระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน 187

การเปล่ียนท้าย พ.ศ. ๒๕ ...
ไทย มคธ ไทย มคธ
๖๓ เตสฏฺฐี ๗๐ สตตฺ ติ
๖๔ จตุสฏฐฺ ี ๗๑ เอกสตตฺ ติ
๖๕ ปญฺจสฏฺฐี ๗๒ เทฺวสตฺตติ
๖๖ ฉสฏฐฺ ี ๗๓ เตสตตฺ ติ
๖๗ สตฺตสฏฐฺ ี ๗๔ จตสุ ตตฺ ติ
๖๘ อฏฺฐสฏฐฺ ี ๗๕ ปญจฺ สตตฺ ติ
๖๙ เอกนู สตฺตติ ๗๖ ฉสตฺตติ

ไทย การเปลย่ี นวนั
วนั อาทิตย์ มคธ ไทย มคธ
วันจนั ทร์ รวิวาโร วันพฤหัสบดี ครุวาโร
วันอังคาร จนทฺ วาโร สกุ รฺ วาโร
วันศุกร์ โสรวาโร
วนั พุธ ภุมมฺ วาโร วันเสาร์

วธุ วาโร

ไทย การเปล่ียนเดือน มคธ
มกราคม มคธ ไทย มาฆมาสสฺส
มนี าคม ปสุ ฺสมาสสฺส กุมภาพนั ธ์ จติ ตฺ มาสสสฺ
พฤษภาคม ผคคฺ ณุ มาสสสฺ เมษายน เชฏฐฺ มาสสสฺ
กรกฎาคม เวสาขมาสสฺส มถิ นุ ายน สาวณมาสสสฺ
กันยายน อาสาฬฺหมาสสสฺ สิงหาคม อสสฺ ยชุ มาสสสฺ
พฤศจกิ ายน โปฏฐฺ ปทมาสสฺส ตุลาคม มิคสิรมาสสฺส
กตฺตกิ มาสสสฺ ธันวาคม

188 ค่มู อื สวดมนต์

การเปล่ยี นวันท่ี

ไทย มคธ ไทย มคธ
๑ ปฐมํ ๑๖ โสฬสมํ
๒ ทุตยิ ํ ๑๗ สตตฺ รสมํ
๓ ตตยิ ํ ๑๘ อฏฐารสมํ
๔ จตุตถฺ ํ ๑๙ เอกนู วีสติสมํ
๕ ปญฺจมํ ๒๐ วีสตสิ มํ
๖ ฉฏฐฺ ํ ๒๑ เอกวสี ติสมํ
๗ สตตฺ มํ ๒๒ ทวฺ าวีสติสมํ
๘ อฏฺฐมํ ๒๓ เตวสี ตสี มํ
๙ นวมํ ๒๔ จตวุ ีสตมิ ํ
๑๐ ทสมํ ๒๕ ปญฺจวีสตมิ ํ
๑๑ เอกาทสมํ ๒๖ ฉพฺพสี ติมํ
๑๒ ทวฺ าทสมํ ๒๗ สตตฺ วีสติมํ
๑๓ เตรสมํ ๒๘ อฏฐวีสติมํ
๑๔ จตทุ ทฺ สมํ ๒๙ เอกนู ตสึ มํ
๑๕ ปณณฺ รสมํ ๓๐ ตึสมํ
๓๑ เอกตึสมํ

วดั พระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน 189

ระเบยี บการตั้งนโม ฯ

นโม ช้นั เดยี ว

นโม ชนั้ เดยี วนี้ ใชใ้ นเวลา สวดมาตกิ าแบบสงั โยค พระทเ่ี ปน็
ประธานน�ำขึ้นกอ่ นว่า นโม ตสสฺ ภควโต รปู ทีส่ องรบั ว่า อรหโต ฯ
แล้วสวดพร้อมกันเรื่อยไปไม่หยุดที่สังโยคว่าเป็นร้อยแก้ว จนกระท่ัง
จบ ๓ หน จะเขียนเต็มรปู ดงั น้ี

หัวหน้าขน้ึ : นโม ตสฺส ภควโต
รปู ที่สองรับ : อรหโต สมฺมาสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ นโม ตสสฺ ภควโต
อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ นโม ตสสฺ ภควโต
อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสสฺ .

นโม ๓ ชน้ั

นโม ๓ ชัน้ นี้ ใช้ในเวลา ให้ศลี อ่านพระวนิ ยั เป็นตน้ นโม
ชนดิ นี้ มีเสยี งขาดลงเปน็ พากย์ ดังน้ี
(๑) นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธฺ สสฺ .
(๒) นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ .
(๓) นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมพฺ ุทธฺ สฺส.

นโม ๕ ชั้น

นโม ๕ ชั้นน้ี ใช้ในเวลา แสดงธรรม สวดพระปาฏโิ มกข,์
สวดกฐนิ , สวดนาค กอ่ นทจี่ ะท�ำสังฆกรรม ดงั ว่ามานี้ ท่านตั้ง นโม
กอ่ น นโมชนดิ น้ี มีเสยี งขาดลงเป็นพากย์

190 ค่มู ือสวดมนต์

(๑) นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ นโม ตสสฺ
(๒) ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพทุ ฺธสสฺ
(๓) นโม ตสสฺ ภควโต
(๔) อรหโต สมมฺ า
(๕) สมฺพทุ ฺธสฺส

นโม ๙ ช้ัน

นโม ๙ ชัน้ นี้ ใชใ้ นเวลา เจรญิ พระพุทธมนต์แบบสงั โยค
นโมชนดิ นี้ เนน้ สังโยคหนา้ ไมเ่ นน้ สงั โยคทีต่ ิดกัน ถ้าเขียนเปน็ รูป
คงไดร้ ปู ดงั นี้

หวั หน้าข้นึ : (๑) นโม ตสฺส ภควโต
รูปท่ีสอง สาม รบั : (๒) อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ฺ
(๓) ธสฺส นโม ตสฺ
(๔) ส ภควโต อรหโต สมฺมาสมพฺ ุทฺ
(๕) ธสฺส นโม ตสฺ
(๖) ส ภควโต
(๗) อรหโต สมฺมา
(๘) สมพฺ ทุ ฺ
(๙) ธสสฺ

วดั พระศรมี หาธาตุ เขตบางเขน 191

กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์
น่งั คกุ เขา่

จงั หวะที่ ๑ :
ยกมอื ข้นึ ประนมอยู่ระหว่างอก กม้ ศีรษะลงมารับ
(กบั จงั หวะที่ ๒)
จังหวะที่ ๒ :
ยกมอื ประนมขน้ึ จรดหนา้ ผาก ใหน้ ว้ิ หวั แมม่ อื ทง้ั สองอยรู่ ะหวา่ งควิ้
ปลายน้วิ ช้ีจรดหน้าผาก
จังหวะที่ ๓ :
กม้ หมอบลงใหห้ น้าผากจรดพน้ื (อยา่ ใหก้ ้นโดง่ )
ศอกทงั้ สองตอ่ กบั หัวเขา่ ทงั้ สอง (สำ� หรบั ชาย)
ศอกทงั้ สองอยขู่ า้ งตวั แบบชดิ กบั ขาพบั ทั้งสอง (สำ� หรับหญิง)
น�ำมอื ขวาลงก่อน มือซา้ ยลดลงตามระยะไล่เล่ียกันลงไป
ฝา่ มอื ท้งั สองแบราบลงกับพืน้
ให้มือท้งั สองแยกหา่ งกนั ประมาณ ๔ นว้ิ
นว้ิ มอื ทงั้ ๕ แนบชดิ สนทิ กันกราบโดย ๓ จังหวะ
ดงั กลา่ ว โดยไมห่ ยดุ ชะงกั เป็นระยะๆ จนครบ ๓ คร้งั
แลว้ ยกมือประนมขึ้น จรดอยู่ระหว่างค้ิว จงึ เสรจ็ พิธีกราบ.

192 ค่มู อื สวดมนต์

ขอ้ ควรสำ� เหนยี ก

ส�ำหรับพระภกิ ษุสามเณรผูม้ าใหม่
ของ สมเดจ็ พระมหาวรี วงศ์ (พมิ พ์ ธัมมธโร)

ขนบธรรมเนยี มจารตี ประเพณขี องประชาชนแตล่ ะทอ้ งถน่ิ ยอ่ ม
ไมเ่ หมอื นกนั มผี ดิ แผกแตกตา่ งกนั ไป ตามแตบ่ รรพบรุ ษุ ในทอ้ งถน่ิ นน้ั ๆ
นยิ มประพฤตปิ ฏบิ ตั กิ นั มาฝา่ ยผทู้ ส่ี ละเคหสถานบา้ นเรอื นออกบวชใน
พระพทุ ธศาสนา กม็ ขี นบธรรมเนยี มประเพณอี กี แผนกหนงึ่ ซงึ่ พระบรม
ศาสดาทรงบัญญัติไว้ เพ่ือให้สาวกของพระองค์ได้ประพฤติปฏิบัติ
สมำ�่ เสมอกนั ส่วนใหญซ่ ึง่ เรยี กว่า พระวนิ ยั ตา่ งกไ็ ด้ศกึ ษาเล่าเรียน
กนั มาแลว้ ยงั สว่ นปลกี ยอ่ มซง่ึ เรยี กวา่ อภสิ มาจาร หรอื จะเปลย่ี นเปน็
ภาษาไทยเสียใหม่วา่ “สมบัติของผดู้ ี” ยงั มีลักลน่ั กนั อย่บู ้าง ซ่ึงเป็น
เหตุให้ความงามของเหล่าศากยบุตรไม่สม่�ำเสมอกัน เป็นเหตุแห่ง
ความดูหมน่ิ ของมหาชน เป็นเหตุแหง่ ความรงั เกียจของกันและกันทง้ั
เปน็ เหตเุ หยยี ดหยามของเจา้ ลทั ธอิ น่ื ดงั นนั้ ควรทช่ี าวเราผเู้ ปน็ เผา่ พงศ์
ของพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ผเู้ ปน็ บรมศาสดาเอกในโลก ควรจะสำ� เหนยี ก
ขอ้ วตั รปฏบิ ตั เิ ล็กๆ นอ้ ยๆ ใหม้ าก โดยเฉพาะพระภิกษแุ ละสามเณร
ผู้เข้ามาอยู่ ณ ส�ำนักวัดพระศรีมหาธาตุ อันเป็นวัดท่ีคณะรัฐบาล
สร้างขึ้น เพ่ือให้เป็นตัวอย่างในการสร้างวัดในอนาคต ท้ังพระภิกษุ
สามเณรผู้มาอยู่ก็ควรให้เป็นตัวอย่างท่ีดีของพระภิกษุสามเณร
ท่ัวไป อาศัยวัดน้ี ต้ังอยู่ระหว่างทางสัญจรของคนต่างประเทศด้วย
ฉะน้ัน ภิกษุและสามเณรท้ังหลายจึงควรศึกษาส�ำเหนียกสมบัติของ
ผู้ดีให้มาก ดังที่ยกมาต้ังไว้เป็นหัวข้อพอเป็นแนวทางบ้างเล็กน้อย
ดังต่อไปนี้

วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน 193
๑. สถานทีค่ วรเคารพ
วดั พระศรีมหาธาตุ มสี ถานท่ีควรเคารพอยู่ ๓ แห่ง คอื
ก. พระเจดยี ์ ข. พระอุโบสถ ค. ต้นพระศรมี หาโพธิ์
เขตท่ีควรท�ำความเคารพส�ำหรับพระเจดีย์ ก�ำหนดถนนวงกลมรอบ
พระเจดีย์ฯ พระอุโบสถด้านหน้าก�ำหนดเอาประตูโบสถ์ ด้านหลัง
ก�ำหนดเอาประตวู หิ ารคดฯ สว่ นตน้ พระศรมี หาโพธน์ิ ัน้ อยเู่ กาะกลาง
คลอง ก�ำหนดเอาบรเิ วณเกาะทั้งหมดฯ
ภิกษุสามเณรท่ีจะล่วงล�้ำเข้าไปภายในเขตก�ำหนดน้ัน
ไมค่ วรสวมรองเท้า กางรม่ หรือหม่ คลมุ จวี รเข้าไป เมื่อถงึ เขตกำ� หนด
จงถอดรองเทา้ หบุ รม่ หม่ จีวรเฉวียงบ่า เข้าไปโดยอาคารทเ่ี คารพฯ
๒. กุฏิ
พระภกิ ษสุ ามเณรรปู ใดไดร้ บั อนมุ ตั จิ ากเสนาสนคาหาปกะ
ใหอ้ ยู่ ณ กฏุ ใิ ดตอ้ งรกั ษากฏุ นิ นั้ ใหส้ ะอาดเรยี บรอ้ ย อยา่ ขดี เขยี นและ
คอยหา้ มเดก็ ไมใ่ หข้ ดี เขยี นฝาผนงั กฏุ ิ อยา่ นงั่ ผงิ ฝาผนงั อยา่ ลา้ งหนา้
ทางหนา้ ต่าง อยา่ นั่งบนหน้าต่าง อยา่ ตากผ้าทกุ ชนิดที่หน้ากฏุ หิ รอื
ทางหน้าต่าง อย่าท�ำราวตากผ้าหน้ากุฏิ อย่าเปิดปิดหน้าต่างแรง
เพราะจะท�ำให้บานประตูหน้าต่างและฝาผนังเสียหาย ทั้งก่อความ
รำ� คาญใหแ้ กผ่ ทู้ อ่ี ยรู่ ว่ มดว้ ย หนา้ ตา่ งเมอ่ื เปดิ แลว้ ตอ้ งสบั ขอใหเ้ รยี บรอ้ ย
และอยา่ ตดิ รปู ภาพตา่ งๆ ตามฝาผนงั อยา่ เขา้ หรอื ออกทางหนา้ ตา่ งฯ
๓. ผา้ องั สะ
ผา้ องั สะควรสวมอยทู่ ี่กฏุ ขิ องตน หรือไปกุฏใิ กลช้ ดิ ตดิ ต่อ
กันไมเ่ กนิ สองหลงั หรือเวลาท�ำงานบางอย่าง แตท่ ั้งนตี้ ้องดูกาลเทศะ
ถ้ามีแขกหรือมีงานซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน หรือไปกุฏิท่ีห่างไกลออกไป

194 คู่มือสวดมนต์
ไม่เกินสามหลัง หรือท�ำงานบางอย่างแล้ว ไม่ควรสวมเฉพาะอังสะ
ควรนงุ่ ใหเ้ รยี บรอ้ ย และผา้ องั สะควรรกั ษาใหส้ ะอาด อยา่ ปลอ่ ยใหส้ กปรก
เหมน็ สาบและเปน็ สขี าว ควรยอ้ มใหไ้ ดส้ ี ถา้ สวมองั สะลงั กา ตอ้ งสวม
องั สะธรรมดาทบั ข้างนอกอีกทีหนง่ึ ไมค่ วรสวมองั สะลงั กาตัวเดียวฯ
๔. ยา่ ม
ย่ามเป็นบริขารส�ำหรับใช้สอยส�ำหรับพระภิกษุสามเณร
เมอ่ื ออกนอกวดั ไปธรุ กจิ ตา่ งๆ ควรเอายา่ มหอ้ ยศอกทางแขนซา้ ย ไมค่ วร
สะพายย่ามเข้าไปในละแวกบ้าน ถ้าเป็นการเดินทางไกล เมื่อออก
จากละแวกบา้ นไปแล้ว จะสะพายบ้างกไ็ ดฯ้
๕. จีวร
ผ้าสบง จวี ร สังฆาฏิ ควรรกั ษาใหส้ ะอาดอย่าปลอ่ ยให้
สกปรก เหม็นสาบ และควรย้อมให้ได้สีอยเู่ สมอ ส่วนพระภกิ ษเุ วลา
มกี จิ ธรุ ะเขา้ ไปในบา้ น ควรซอ้ นจวี รและหม่ ใหเ้ รยี บรอ้ ย ไมค่ วรเวกิ ผา้
จีวรขนึ้ พาดบ่าในละแวกบา้ น ควรกลัดลูกดุมหรือผูกชายจีวรขา้ งล่าง
เพ่ือไม่ให้จีวรเวิกออกจากกาย ไม่ควรห่มจีวรเฉลียงบ่าออกนอกวัด
อยใู่ นวดั หม่ จวี รเฉลยี งบา่ แลว้ ไมค่ วรตวดั ชายจวี รขา้ งหนงึ่ มาคลมุ บา่
อีกข้างหน่ึง
๖. การฉนั อาหาร
ภกิ ษไุ มค่ วรหงุ ตม้ ฉนั เอง ควรใชส้ ามเณรหรอื เดก็ จดั ให้ ฉนั อาหาร
อยู่ท่ีกุฏิของตนก็ดี ฉันอยู่ท่ีกุฏิของรูปอ่ืนก็ดี ควรนุ่งห่มสบงจีวรให้
เรยี บร้อย ไม่ควรใสแ่ ต่องั สะเทา่ น้ันฉนั ขา้ ว เวลาฉนั ต้องมีช้อนกลาง
ส�ำหรับแบ่งอาหารด้วยและเวลาฉันไม่ควรคุยกัน ไม่ควรยืนหรือเดิน
เคย้ี วอาหารดว้ ย ควรพจิ ารณาไดฉ้ นั อาหารโดยอาการสำ� รวมและเคารพฯ

วดั พระศรมี หาธาตุ เขตบางเขน 195
๗. การสบู บหุ ร่ี
บหุ ร่ีควรสบู อย่ใู นกฏุ ิหรือในที่เขาจัดถวาย ไมค่ วรเดนิ สูบ
บหุ รไี่ ปบณิ ฑบาตหรอื เดนิ สบู บหุ รไี่ ปตามถนนหลวงนอกวดั หรอื สบู บหุ ร่ี
ในขณะโดยสารยานพาหนะในระยะเวลาใกลๆ้ และไมค่ วรเอาบหุ รท่ี ดั หู
ไม่ควรสูบบุหรี่ในทปี่ ระชมุ เวลาฉนั อาหารรวมกนั เมือ่ รปู อืน่ ๆ ยงั ฉนั
อยู่ก็ไมค่ วรสูบบหุ รเี่ ชน่ กนั
๘. การออกนอกวัด
ภิกษุสามเณรผู้ยังอยู่ในนิสัย เมื่อมีกิจที่จะไปนอกวัด
(เวน้ กจิ นิมนต)์ ควรลาอุปัชฌาย์อาจารยต์ ามวนิ ยานญุ าต ส่วนภกิ ษุ
ผู้มีพรรษาพ้นนิสัยแล้ว ก็ควรบอกลาภิกษุรูปอื่นให้รับรู้ไว้ด้วย และ
ตอ้ งมเี ดก็ สามเณรหรอื พระภกิ ษไุ ปเปน็ เพอ่ื นไมค่ วรไปแตล่ ำ� พงั รปู เดยี ว
๙. การใชจ้ ่ายรูปิยะ
รปู ยิ ะ เป็นของทรงหา้ มไม่ให้ภิกษสุ ามเณรถกู ต้อง แตใ่ ห้
มีไวยาวัจกรจับจ่ายแทนได้ ดังนั้นเม่ือมีความต้องการส่ิงใดจงบอก
ไวยาวัจกรจัดหาให้ หรือมีธุระเดินทางไปในท่ีใดๆ ก็ควรมีเด็กเป็น
ไวยาวจั กรตดิ ตามไปดว้ ย อย่าใชย้ า่ มเปน็ ไวยาวจั กร
๑๐. การไปบณิ ฑบาต
การไปบณิ ฑบาตเปน็ กรณยี กจิ ของสมณะ ผทู้ ไ่ี ปบณิ ฑบาต
รว่ มทางเดยี วกนั ตงั้ แต่ ๒ รปู ขน้ึ ไป ไมค่ วรเดนิ เคยี งบา่ เคยี งไหลก่ นั ไป
หรอื เดนิ คยุ กนั ไปตามถนนเพราะผดิ จากสมณสญั ญา ควรเดนิ ไปตาม
ลำ� ดบั หนา้ หลงั และสำ� รวมระวงั ตามนยั แหง่ เสขยิ วัตรฯ

196 คู่มอื สวดมนต์
๑๑. การลงท�ำวัตร
การลงท�ำวตั รเชา้ เยน็ เปน็ กจิ จำ� เป็นของสมณะ ดงั น้ัน
ภกิ ษสุ ามเณรควรถอื เปน็ หนา้ ทท่ี ตี่ นจะตอ้ งทำ� ทกุ ๆ วนั เพราะบวชมา
กม็ กี จิ วตั รทพี่ งึ กระทำ� กค็ อื ทำ� วตั รศกึ ษาเลา่ เรยี นและปฏบิ ตั ไิ มค่ วรเกย่ี งกนั
เพราะการท�ำดีใครท�ำใครได้ ท�ำด้วยจิตเลื่อมใส ได้ผลมากกว่าถูก
บงั คบั ใหท้ ำ� และตอ้ งลงใหท้ นั ตามเวลา เวลานน้ั คอื ภายหลงั ตรี ะฆงั แลว้
๑๐ นาทีเปน็ อยา่ งช้า ไม่ควรให้ผใู้ หญไ่ ปคอย ทีถ่ ูกผนู้ ้อยต้องไปคอย
ผใู้ หญ่ เวลาหวั หนา้ จดุ ธปู เทยี นควรสำ� รวมจติ บชู าคณุ พระศรรี ตั นตรยั
ไมค่ วรคยุ กนั สวดจบอนสุ สตจิ บหนึ่งๆ ไมค่ วรทำ� เสยี ง มีไอ กระแอม
และหกั ข้อมือเป็นตน้ ควรระลกึ ถึงเนอ้ื ความในปาฐะท่ีสวดมา เวลา
เลกิ ควรกราบใหพ้ รอ้ มเพรยี งกนั อยา่ ทำ� คนละทสี องทเี พราะเปน็ กริ ยิ า
ไม่งามตาของผู้ทแ่ี ลดฯู
๑๒. วันธรรมสวนะและวันอโุ บสถ
วนั ธรรมสวนะ วนั อโุ บสถ เปน็ วนั สำ� คญั ในพระพทุ ธศาสนา
ผเู้ ปน็ พทุ ธศาสนกิ ชนตอ้ งพกั กจิ ของตนไว้ แลว้ มาประชมุ กนั ณ อโุ บสถ
เพอื่ บำ� เพญ็ สมณะธรรม ภกิ ษสุ ามเณรซง่ึ เปน็ ศาสนทายาทตอ้ งถอื เปน็
วันส�ำคัญยิ่งเม่ือไม่มีกิจจ�ำเป็นจริงๆ แล้ว ไม่ควรออกนอกวัดใน
วนั ธรรมสวนะและวนั อโุ บสถ ควรลงทำ� วตั รฟงั ธรรมอยา่ ใหข้ าด ชาวบา้ น
เขายังสละการงานของเขามาได้ พวกเราผู้รักษาขนบธรรมเนียมจะ
เป็นผ้เู มินเฉยเสียมิสมควรฯ
๑๓. การกราบไหว้
คารวตา ความเคารพ คอื การกราบไหวเ้ ปน็ มงคลอนั อดุ ม
ในทางพระพุทธศาสนาถือเป็นส่ิงส�ำคญั กอ่ นที่จะเขา้ รับการบรรพชา

วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน 197
อุปสมบทต้องได้รับการศึกษาให้ถูกต้องตามวิธีเสียก่อน จึงบรรพชา
อปุ สมบทได้ ดงั นน้ั ควรทำ� ใหถ้ กู ตอ้ งตามวธิ ที เ่ี รยี นมาอยา่ ถอื แตค่ วาม
มักงา่ ย กราบไหว้อย่างไรจึงถกู ตอ้ ง การศกึ ษาจากทา่ นผู้รหู้ รอื คอยดู
อย่างของท่านผู้ใหญ่เราเป็นผู้สั่งสอนฆราวาสต้องท�ำให้ถูก ให้เป็น
ตัวอย่าง มิฉะน้ันจะอายต่อฆราวาสผู้ท่ีเขาสนใจท�ำเป็นและถูกต้อง
อนึ่ง เวลาทผ่ี ใู้ หญก่ ำ� ลังท�ำธุระ ฉนั อาหาร เปลือยกาย ไม่ควรกราบ
เพราะผดิ วินยั ฯ
๑๔. แว่นตาด�ำ
ภกิ ษสุ ามเณรผมู้ ตี าเปน็ ปกติ ไมค่ วรสวมแวน่ ตา แมโ้ ดยสาร
ไปในยานพาหนะ ถา้ นง่ั ในทมี่ อี ะไรปดิ บงั ฝนุ่ แลว้ กไ็ มค่ วรจะสวมแวน่ ตาดำ�
สว่ นการเดนิ โดยเทา้ ไมค่ วรสวมเปน็ อยา่ งยง่ิ นอกจากเวลาเจบ็ ตา หรอื
สายตาส้นั จะสวมกค็ วร แต่ตอ้ งให้แพทย์ตรวจสายตาและแว่นตาให้
เรยี บรอ้ ยจึงควรใช้ฯ
๑๕. ของสงฆ์
ของสงฆ์ทุกชนิด จะเป็นครุภัณฑ์ หรือลหุภัณฑ์ก็ตาม
ทัง้ ทตี่ นเปน็ ผไู้ ด้รับมอบหมายจากคณะสงฆใ์ ห้รกั ษากด็ ี ทง้ั ทไี่ มไ่ ด้รบั
มอบหมายใหร้ กั ษากด็ ี ตอ้ งชว่ ยกนั รกั ษาถนอมใช้ จงถอื วา่ เปน็ สมบตั ิ
ท่ีมีค่ามากกว่าสมบัติของตนเพราะเป็นของที่ตกน�้ำไม่ไหล ตกไฟ
ไม่ไหมฯ้
๑๖. สมณโวหาร
ถ้อยคำ� ของสมณะ ใชเ้ รียกส่ิงของบางส่ิงบางอย่าง ต่าง
จากถอ้ ยค�ำของฆราวาสก็มี บางทีผู้เป็นเหล่ากอของสมณะ เรยี กไม่
ถูกต้องตามสมณะโวหาร ชาวบ้านผู้มิใช่บรรพชิต แต่เขาสนใจ

198 คมู่ ือสวดมนต์

เขาใชเ้ รยี กไดถ้ กู ตอ้ งกม็ ี ฉะนน้ั ผทู้ เี่ ปน็ บรรพชติ ควรสำ� เหนยี กถอ้ ยคำ�
ของตนใหด้ ี ยกมาเป็นอทุ าหรณ์ในทีน่ ี้เพียงบางอย่าง เชน่
โวหารของฆราวาสว่า โวหารของบรรพชติ
“นอน” “จำ� วัด”
“อาบนำ�้ ” “สรงนำ�้ ”
“เชิญ” “นิมนต”์
“เงนิ ” “กบั ปิยภัณฑ์”
“รับประทาน” “กนิ ” “ฉัน”
“ไปซ้อื ของ” “ไปตอ้ งการของ”
และถอ้ ยคำ� อื่นใดอกี ทไ่ี ม่ใช่สมณโวหาร ควรเปลีย่ นใหเ้ หมาะ
แกส่ มณะและเรียกใหถ้ กู ต้องฯ
๑๗. อโคจรสถาน
อโคจร คอื สถานทบี่ รรพชติ ไม่ควรไป (เว้นแต่กรณยี กจิ
พเิ ศษ เชน่ ได้รบั นมิ นตเ์ ปน็ ตน้ ) เพราะเปน็ สถานทีท่ ฆี่ ราวาสเขาไป
พกั ผ่อนหยอ่ นใจ หาความสำ� ราญตามโลกียวิสยั สว่ นบรรพชติ เปน็ ผู้
ถงึ แลว้ ซงึ่ การเสยี สละความเพลดิ เพลินในโลกยี ์ มีแต่แสวงหาที่วเิ วก
คือ สถานที่สงบระงบั กายใจ เปน็ การแสวงหาความสขุ ในทางตรงกนั
ขา้ มกบั ฆราวาส ฉะนน้ั ควรสงั วรสถานทที่ ที่ างคณะสงฆป์ ระกาศหา้ ม
มใิ หบ้ รรพชิตเขา้ ไป เช่น เขาดนิ วนา สวนอัมพร สวนลมุ พินี หรือ
สถานที่มีมหรสพนอกวัด หรือมีการเดินขบวนสวนสนามของเหล่า
นกั รบเป็นตน้ นอกจากน้นั สถานทีม่ รี ะบไุ ว้ในพระวนิ ัยวา่ ด้วยอโคจร
กค็ วรเอาใจใส่เป็นพิเศษดว้ ย ฯ

วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน 199
๑๘. การถา่ ยรปู
การยืนถ่ายรูปติดกับปูชนียวัตถุบางอย่าง เช่น ยืนให้
ช่างภาพถ่ายรูปหน้าพระประธานในพระอุโบสถหรือหน้าพระพุทธรูป
อืน่ ๆ นอกพระอุโบสถ เปน็ การไม่สมควรแกส่ มณะ เพราะขาดการ
คารวตาตอ่ องคพ์ ระปฏมิ า ซงึ่ เราเคยเคารพสกั การบชู ากราบไหวแ้ ทน
องค์สมเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจ้า ผ้เู ปน็ ท่ีเคารพสักการะของชาวโลก
เมอื่ เราเปน็ ศษิ ยท์ ใ่ี กลช้ ดิ ไมแ่ สดงความเคารพสกั การะ แลว้ จะใหผ้ อู้ นื่
เคารพสกั การะอยา่ งไร
ถ้ามคี วามประสงค์ อยากได้รูปของตนติดกับปูชนียวัตถุ
เช่นนั้น ควรแสดงความเคารพต่อปูชนียวัตถุ เช่น นุ่งห่มให้เป็น
ปรมิ ณฑล น่ังให้เป็นระเบยี บเรียบรอ้ ยสำ� รวมกิรยิ าอาการให้เปน็ ทนี่ า่
เลอ่ื มใส แล้วจงึ ให้ชา่ งถ่ายรปู รูปทถ่ี า่ ยไปโดยอาการอย่างน้ี จะเปน็
อนสุ สตานตุ ตรยิ ะ เปน็ อดุ มมงคลแกต่ วั เราเองและเปน็ เนตตแิ กบ่ คุ คล
ทั่วๆ ไปฯ
๑๙. การใช้พัด
งานพธิ ีต่างๆ ในสว่ นกลางนี้ นิยมใชพ้ ดั กันเป็นสว่ นมาก
ผู้จะไปในงานพึงทราบว่าเป็นงานชนิดไหน ถ้าเป็นงานมงคล เช่น
ท�ำบุญวันเกิดท�ำบุญบ้าน และงานแต่ง เป็นต้น ควรเลือกเอาพัด
ให้เหมาะแก่งานนั้นถ้าเป็นงานอวมงคล เช่น ท�ำบุญ ๗ วัน
๕๐ วนั ๑๐๐ วัน เปน็ ต้น ควรเอาพดั ทีใ่ ช้ในงานศพไป อย่าเอาพดั
งานมงคลไปใช้ในงานอวมงคล และอย่าเอาพัดที่ใช้ในงานอวมงคล
ไปใชใ้ นงานมงคล เพราะจะถกู เจา้ ภาพหรอื ผทู้ เ่ี ขาสนใจในพธิ ี ตเิ ตยี น
หาว่าพระไม่รูจ้ ักพธิ ีอะไร ทงั้ น้ยี กไวแ้ ตง่ านพระราชพธิ ที ตี่ ้องใช้พัดยศ

200 ค่มู ือสวดมนต์
เพราะในงานพระราชพธิ ไี ม่วา่ จะเป็นงานมงคลหรอื อวมงคล ท่านให้
ใชพ้ ัดยศเป็นประจำ�
อน่งึ การจับพดั ในเวลาสวดปาฐะตา่ งๆ กด็ ี เวลาอนุโมทนา
ก็ดี ให้ใช้มือขวาจับพัดท่ีใต้นมพัด (ต่�ำกว่าพัดประมาณ ๒ น้ิว)
น้วิ แม่มือต้ังข้ึนจดนมพัดพอดี และต้งั พดั ใหต้ รงได้ระดับกันกับผู้เปน็
ประธาน เวลาชกั บังสุกุลให้เปลี่ยนเอามือซ้ายจับพดั เอามือขวาจับ
ได้สายสิญจน์หรอื ผา้ เวลาชกั เสรจ็ แลว้ ให้เปล่ยี นเอามือขวาจบั พัด
ตามเดมิ ฯ
๒๐. ด้ายสายสิญจน์
ดา้ ยสายสญิ จน์ เขานยิ มกนั วา่ เปน็ ดา้ ยมงคลอนั ศกั ดส์ิ ทิ ธิ์
บางคนเม่ือจับเสร็จแล้ว ถึงกับเอาไปให้อาจารย์ผู้ทรงคุณปลุกเสก
ใหก้ ม็ ี ในงานพธิ สี ว่ นมากจงึ เหน็ ดา้ ยสายสญิ จนท์ เ่ี ขาวงรอบบา้ นแลว้
โยงเขา้ หาพระพทุ ธรปู และขนั น้�ำมนต์ สว่ นทเ่ี หลือใส่พานไว้ ส�ำหรับ
ใหพ้ ระจบั เมอ่ื เวลาเจรญิ พระพทุ ธมนต์ ฉะนนั้ จงึ ไมค่ วรเหยยี บยำ่� หรอื
เดนิ ขา้ มสายสญิ จน์ ในขณะทจี่ บั ดา้ ยสายสญิ จนอ์ ย ู่ ไมค่ วรเออื้ มมอื
ขา้ มดา้ ยสายสญิ จนไ์ ปหยบิ สงิ่ ของขา้ งนอก หรอื รบั สง่ิ ของทเี่ ขานำ� มาถวาย
ก่อนจะหยิบหรือรับของ จงสอดมือลอดด้ายสายสิญจน์ออกไปหยิบ
หรอื รับเอามา เวลาเจรญิ พระพุทธมนต์ไปถึงบทวา่ ภวตุ สพฺพมงคฺ ลํ
ผอู้ ยสู่ ดุ แถวใหม้ ว้ นดา้ ยสายสญิ จนส์ ง่ ตอ่ ๆ กนั มา เพอื่ ใหผ้ เู้ ปน็ ประธาน
วางไวใ้ นพานตามเดิมฯ
๒๑. การรับของ
การรบั สงิ่ ของ จะเปน็ ของเคย้ี วของฉนั กด็ เี ปน็ ของสำ� หรบั
ใช้สอยก็ดีจากฆราวาสที่เป็นผู้ชายก็ตาม ผู้หญิงก็ตาม จงรับให้ถูก

วดั พระศรมี หาธาตุ เขตบางเขน 201
ตอ้ งตามวนิ ยั นยิ ม คอื รบั ของจากผชู้ าย ใหร้ บั ตอ่ มอื ได้ ถา้ รบั ของจาก
ผหู้ ญงิ ใหท้ อดผา้ ไปจบั ชายผา้ ไวข้ า้ งหนงึ่ ใหเ้ ขาวางของทบั ชายผา้ อกี
ข้างหน่ึง ผา้ ที่ทอดสำ� หรับรับประเคนน้ี ผูใ้ หญน่ ิยมใช้ผา้ กราบ ฉะนนั้
ควรปฏิบัติตามท่านผู้ใหญ่ และควรมผี า้ กราบติดย่ามไว้เสมอ ถงึ แม้
งานในวดั กค็ วรมผี า้ กราบตดิ ตวั ลงไปดว้ ย เพอ่ื ใชร้ บั สง่ิ ของดงั กลา่ วแลว้
อน่ึงการรับประเคนของควรให้องค์ของการรับประเคนและดูภาชนะ
ที่เขาใส่มาด้วย ถ้าเป็นเงินทองเป็นของที่ต้องห้าม ไม่ควรรับ
ควรแนะนำ� ใหเ้ ขาหาภาชนะอนื่ เปลย่ี นเสยี กอ่ น อยา่ ยอมอาบตั เิ พราะ
เกรงใจเจา้ ภาพ เมอ่ื เขาเขา้ ใจเรอ่ื งพระวนิ ยั ดแี ลว้ เขาจะเคารพนบั ถอื
ยิง่ กว่าเดมิ ไปเสยี อกี ฯ
๒๒. ปฏิสันฐาน
ปฏิสนั ฐาน คอื การตอ้ นรับแขกผู้มาสู่ถิน่ ของตน ถ้าเจา้
ถิ่นฉลาดต้อนรบั ปราศรยั ดี ใหค้ วามสะดวกสบายแกแ่ ขกทมี่ า กเ็ ป็น
สิริมงคลอันอุดม ถา้ เจ้าถนิ่ ไม่แสดงความเออื้ เฟ้อื ไมย่ มิ้ แยม้ แจ่มใส
ไมใ่ หค้ วามสะดวกแกแ่ ขกผมู้ า กเ็ ปน็ อปั มงคลตนทส่ี ดุ ฉะนน้ั เมอื่ แขก
มาหาตอ้ งการพบผหู้ นงึ่ ผใู้ ดกด็ ี มคี วามประสงคจ์ ะเขา้ นมสั การพระพทุ ธ
รูปในพระอุโบสถก็ดี ไหว้พระบรมมาสารีริกธาตุในพระเจดีย์ก็ดี
จงน�ำแขกไปให้พบผู้ท่ีต้องการ “เว้นแต่ผู้น้ันไม่อยู่น�ำ” ทางให้ได้
นมัสการพระพุทธรูปและพระบรมมาสารีริกธาตุตามความปรารถนา
อย่าปฏิเสธอย่างแสดงอาการไม่พอใจ อย่าเป็นเพียงแต่ช้ีน้ิวบอก
เพราะธรรมดาแขกผู้มาสถู่ น่ิ ยอ่ มน�ำเหตุ ๒ ประการคอื สริ ิมงคล
และอปั ปมงคล มาให้ ดงั นน้ั จงดำ� เนนิ ตามปฏปิ ทา พระเวสสนั ดร
ต้อนรับชูชกพราหมณ์ และภาษิตท่ีว่า “เม่ือแขกไทยใครมาหา

202 คูม่ อื สวดมนต์
จงพูดจาให้ลออพออ่อนหวาน อันหวานอ่ืนถึงจะล�้ำเพียงน้�ำตาล
ไหนจะปานหวานถอ้ ยวาทีดี” ดงั นเ้ี ป็นแนวปฏบิ ตั ิ อยา่ ใหห้ นักไปจน
เปน็ การประจบสอพลอ และอย่าใหเ้ บาไปจนถงึ กลบั ไม่เอาใจใส่ฯ
ส่วนแขกผทู้ ีม่ าพักอาศยั ด้วย จะเปน็ พระภกิ ษสุ ามเณรก็ตาม
เป็นเพศฆราวาสก็ตาม จงแจ้งให้เจ้าอาวาสทราบในวันท่ีแขกมาพัก
ดว้ ยนนั้ พรอ้ มทง้ั นำ� แขกไปใหร้ จู้ กั กบั เจา้ อาวาสดว้ ย และอำ� นวยความ
สะดวกแก่แขกตามสมควร แม้เวลาแขกจะจากไป ก็ควรน�ำไปลา
เจา้ อาวาสเชน่ กนั เขา้ ทำ� นองทีว่ ่า “ไปลา มาบอก” อยา่ ประพฤติใน
ท�ำนองทว่ี า่ “อยู่ก็ชา่ ง ไปก็ช่าง” ไม่เหมาะ เพราะแขกผูม้ าพักอาศยั
เขาจะเหน็ วา่ วัดไมม่ ขี ่อื มแี ป จงพากนั ใสใ่ จไวใ้ หด้ ี
ภกิ ษสุ ามเณรผมู้ าใหม่ พงึ ประพฤติปฏิบตั ิตามข้อวตั รทีก่ ล่าว
มานใ้ี หด้ ี นอกจากจะเปน็ มิ่งมงคลแกต่ นแลว้ ยังเป็นการขจัดความ
รงั เกยี จ ความดหู มนิ่ เหยยี ดหยามซง่ึ กนั และกนั เปน็ การเบาอกเบาใจ
ของผู้ใหญ่ เป็นการธ�ำรงไว้ซึ่งความสง่างามน่ากราบน่าไหว้ของ
ประชาชนท่ัวไป และยังเป็นการเชิดชูพระพุทธศาสนาให้ดีเด่น
สถิตสถาพรอยูต่ ลอดกาลนานอีกโสดหน่งึ ดว้ ยประการฉะน้ีแลฯ
๒๓. วธิ ีรักษาผา้ ไตรจีวร (ผ้าครอง)
ผา้ ไตรจีวรท่ีเราจะต้องรกั ษาโดยกวดขนั มีอยู่ ๓ ผนื คอื
๑. สังฆาฏิ ผ้าพาด
๒. จีวร ผา้ ห่ม
๓. สบง ผ้าน่งุ
และผา้ นอกจากนกี้ ร็ กั ษาเหมือนกัน เหมอื นอยา่ งเป็นผ้า
ที่เรารักษาอยู่ท่ัวๆ ไป อย่าให้หายไปเสีย ถ้าหายแล้วต้องหาใหม่

วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน 203
เฉพาะไตรจวี ร เมอ่ื เรากลบั ขึ้นจากโบสถ์แลว้ พระอาจารยก์ จ็ ะสอนให้
อธิษฐาน พนิ ทุ ครง้ั แรกกใ็ หใ้ ช้ดนิ สอวงๆ เปน็ จุด แลว้ ก็เปลง่ วาจา
อธษิ ฐาน ทา่ นเี้ รยี กวา่ ผา้ ไตรครอง ไตร แปลวา่ สาม คอื สามผนื นนั่ เอง
ไดแ้ ก่ สบง จีวร สงั ฆาฏิ
มสี กิ ขาบทวางไวว้ า่ ภกิ ษอุ ยปู่ ราศจากไตรจวี รแมค้ นื หนงึ่
ตอ้ งนสิ สคั คียปาจิตตยี ์ ปราศจากคือ อยู่ห่าง ไม่ไดอ้ ยู่ในทเี่ ปน็ เขต
รกั ษาของเรา
วธิ รี กั ษาทา่ นใหก้ ำ� หนดเอาอยหู่ า่ งจากตวั ของเราประมาณ
๑ ศอก ถา้ หากวา่ อยู่ห่างกวา่ กำ� หนดนี้ อรณุ ของวนั ใหม่ขึ้นมาทา่ น
เรียกว่าขาดครอง เป็นนิสสัคคียปาจิตตีย์ ถ้าขาดครองเราบวชใหม่
ยังท�ำไม่เป็นถ้าอาบัติอย่างนี้เกิดขึ้น ก็ให้รีบบอกแก่อาจารย์หรือ
พระพ่ีเล้ียงให้รู้ ท่านจะไดท้ �ำให้
วธิ รี กั ษาผา้ ไตรครอง ทา่ นใหอ้ ยใู่ นทใี่ กลต้ วั ของตน ใหห้ า่ ง
จากตวั ประมาณ ๑ ศอก อาบัตินจ้ี ะเกดิ ข้นึ เม่ือเวลาใกล้รุ่ง คอื ใกล้
ทจ่ี ะสว่าง แตต่ อนหวั คำ�่ ยงั ไม่ได้อรณุ ไม่เปน็ ไร พอเวลาทเี่ ราจะนอน
กไ็ ปรวบรวมไตรจีวรมาไว้ในทใ่ี กล้ตวั ประมาณหนึง่ ๑ ศอก แลว้ ก็
นอนอยู่กับผ้า ตามแบบโบราณของท่านมีผ้าส่ีเหลี่ยม แล้วเอาผ้า
ส่เี หลี่ยมห่อผา้ ไตรจีวรไว้ เรยี กวา่ หอ่ ผ้าไตร เวลาจะนอนทา่ นก็เอาไว้
ใกลใ้ กลต้ วั หรอื วา่ ขา้ งหมอนหรอื จะทำ� เปน็ หมอนเลยกไ็ ด้ ทา่ นไมห่ า้ ม
ถา้ หากวา่ ทำ� เชน่ นนั้ แมอ้ รณุ วนั ใหมจ่ ะขน้ึ มากไ็ มเ่ ปน็ อาบตั ิ ถา้ หากวา่
อรณุ ของวนั ใหมข่ น้ึ มา ผา้ ไปอยไู่ กลจากตวั ของเรา ไกลจากหนง่ึ ๑ ศอก
เชน่ นนั้ เรยี กวา่ ขาดครอง

204 คมู่ ือสวดมนต์

รายนามเจา้ ภาพรว่ มจดั พิมพค์ มู่ อื หนังสือสวดมนต์

พระมหาศรณั ย์วัตร์ กิตฺติวชิโร (อินหล่ม) คุณอษุ า สุพมิ ศรี
พระมหาทนงศกั ดิ์ อคคฺ ปญโฺ  (แสนทวสี ขุ ) นางสาวศรวี รรณ หม่นื ประทุม
พระมหาปิยณฐั กฺวิวโํ ส (กองเกดิ ) คณุ ทัศนยี ์ หงษ์เหม
พระมหาภานวุ ฒั น์ อภโิ รจโน คุณธนกร เอย่ี มสอาด
พระวนิ ยั ปิยวณฺโณ (ชุณห์ขจร) นางสาวพิมพว์ ารยี ์ ชัยยะ
อบุ าสกอบุ าสิกาวดั พระศรีมหาธาตุ คณุ นิพนธ์ สกุ รี
ด.ช.ยศวชั ร ขนั ต,ี คณุ สมาน เทพทับ
ด.ญ.ปิยธารา ขนั ตี พรอ้ มครอบครวั นางสาวพรรณนภา นา่ นโพธศ์ิ รี
คุณบญุ มา นารี นางสาวจรรยา งามวาจา
คุณพลู ศกั ด์ิ สุโคตรภมู ิ คุณณภัส สิงหด์ ี
คณุ จกั รพนั ธ์ นาคพันธ์ คุณสขุ ุมาภรณ์ เสยี วงศ์ ณ อยธุ ยา
ผูใ้ หญ่สรุ นิ ทร์-คณุ แมพ่ นัก ขนั ตี คณุ ภาวนิ ี ปู่สงู เนนิ
คณุ ปรชี า ภาคอทุ ัย คุณรวิสรา-คณุ ธนวณิ สุวรรณบุผา
คณุ รงั สนิ นั ท์ องึ้ บำ� รงุ พนั ธ์ุ และครอบครวั คณุ ณฐอร ใจประสาท
คุณสชุ าดา อัศวรักษ์ และครอบครวั คณุ สุจิตรา คริสต์รักษา
คุณประเทอื ง สมุ่ สวุ รรณ คณุ สคุ รธร ราชบัณฑิต
คุณฉลาด เภตราจนิ ดารตั น์ คณุ หฤทัย เมี้ยนทอง
คุณธนสาร ชื่นชมุ พล คุณธงไชย แมคอนิ ไตย์
นางสาวพรทพิ ย์ ภาระพล คุณพรพชิ ิต พัฒนถาบตุ ร
คุณณัฐวฒุ ิ สงู ดี คุณจีรนันท์ สิงหม์ ะโน
คณุ วาทนิ ทับขวา คุณสุมนา มลัยกัป
นางสาวเอ้ือนทพิ ย์ รื่นจติ ร คณุ ร�ำไพ กุมารสงิ ห์

วดั พระศรมี หาธาตุ เขตบางเขน 205

คณุ สมพงษ์ พงศ์เกรียงไกร ครอบครวั วเิ ศษชาติ
คุณวนั ทนา มโนมัยวิบลู ย์ คุณยงยุทธ จิรฏั ฐติ ิกาล
คณุ ยวุ ดี พรรตั นพนั ธุ์ คณุ สมพร มาทอง และครอบครวั
ครอบครัวสมประสงค์ คณุ วรวรรณ วิริยะอาภา
พลโท ชยั มนตร-ีพ.อ.หญงิ พรพมิ ล โพธทิ์ อง คณุ ปณั ณวชั ร์ ลลี ะศาสตร์ และครอบครวั
คณุ สพุ รรณรตั น์ พากเพยี รทรัพย์ คณุ กอ้ งกรณั ย์ หอมวเิ ศษ และครอบครวั
คณุ สุทธนิ ีกาญจน์ ทองศรีอน้ แม่หุน อรณุ รงุ่
คณุ จินดา พึง่ เงนิ คุณแม่ล�ำดวน โพธิ์รอด
Harald - Douangchay thiel ร.ต.พฒั นพงศ์ นัยนา
คณุ จกั กฤษ ศรสทิ ธิ์ ธนพฒั น์ ธรรมภาค
คณุ เกษราภรณ์ นอกเมอื ง พ่อหมน้ั แมท่ องเหลี่ยม พามา
คณุ กิจจา ศรสิทธ์ิ คณุ พีรยศ สนุ ีย์ นัทธี
คณุ วสนุ ทรี ไตรอุโฆษ คุณวรายุทธ นัทธี
คณุ ญาณ์ศกิ าญจน์ สมประสงค์ คณุ ณฐั พล จฬุ างกรู บ.นกแอร์ จำ� กดั
คุณพนิ ติ ไตรอโุ ฆษ คุณพอ่ สุวรรณ สนุ ทรวิภาค
คณุ ลดั ดาวลั ย์ ชุณหข์ จร คณุ แมส่ มพิศ สุนทรวิภาค
คณุ พัชรา กาญจนากาศ คุณสุนทรี สนุ ทรวิภาค,
คุณบบุ ผา อาบสนี าค และบตุ รธดิ า คุณตนิ าถ สาสตราภยั
คณุ แมบ่ ญุ เรอื น สทิ ธไิ ชย และบตุ รธดิ า คณุ ทิพาพร สนุ ทรวิภาค
อทุ ิศกศุ ลแมบ่ ุญมา วงคพ์ รมมา คุณปรีชา เดชะค�ำภู
คุณอษุ า อิ่มจติ ร คณุ ดวงรตั น์ กาลพงษว์ าร และครอบครวั
คุณภิตนิ นั ท์ รมยะรูป คณุ สรุ ยี พ์ ร กาลพงษว์ าร และครอบครวั
คณุ ชาญสทิ ธิ์ รมยะรปู และครอบครวั คณุ พรรนพร คำ� ตา่ ย พรอ้ มครอบครวั
คุณประวิทย์ รุยาพร และครอบครัว

206 คูม่ อื สวดมนต์

คณะผูจ้ ดั ท�ำ

พระพรหมมุน ี ประธานทปี่ รกึ ษา
พระเทพวราลังการ ทป่ี รึกษา
พระประสิทธิสารโสภณ ท่ปี รึกษา
พระกิตติวราภรณ ์ ท่ปี รึกษา
พระครศู รีมหาเจติยาภมิ ณฑ ์ ทปี่ รึกษา
พระครูพิสณฑ์วิหารกจิ ทป่ี รึกษา
พระมหาจามร พฺรหฺมจาโร กองบรรณาธกิ าร
พระมหาสุพรรณ์ อรยิ วณฺโณ กองบรรณาธกิ าร
พระมหามานิต าณกาโร กองบรรณาธิการ
พระมหาศรณั ย์วัตร์ กิตตฺ ิวชโิ ร กองบรรณาธิการ
พระมหาธนัสนนั ท์ วฑฒฺ นวํโส กองบรรณาธิการ
พระมหาบญุ ทวี ปญุ ฺวฑฒฺ โน กองบรรณาธกิ าร
พระมหาเทวา ชินเทโว กองบรรณาธิการ
พระมหากติ ตทิ ศั น์ ธนิสฺสโร กองบรรณาธิการ
พระมหาเถลงิ ศกั ดิ์ ณฏฺธมมฺ โิ ก กองบรรณาธกิ าร
พระมหาไพบลู ย์ จริ ฏฺโิ ก กองบรรณาธกิ าร
พระมหาภานวุ ฒั น์ อภิโรจโน กองบรรณาธกิ าร
พระมหาปิยณฐั กฺววิ ํโส กองบรรณาธิการ
พระมหาทนงศักด์ิ อคฺคปญโฺ  กองบรรณาธิการ
พระวินัย ปยิ วณฺโณ กองบรรณาธิการ

วดั พระศรมี หาธาตุ เขตบางเขน 207

208 คู่มอื สวดมนต์


Click to View FlipBook Version