The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชา เคมี 1 ว 30221
ม.4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อะตอมและตารางธาตุ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by New Nie'z, 2022-10-18 11:55:40

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อะตอมและตารางธาตุ

วิชา เคมี 1 ว 30221
ม.4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อะตอมและตารางธาตุ

47

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชแ้ี จง จงทำเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งตรงกบั คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคท์ ผ่ี ูเ้ รยี นแสดงออก
โดยจำแนกระดบั พฤตกิ รรมการแสดงออกไว้เป็น 3 คะแนน ดงั น้ี

3 คะแนน หมายถงึ ผู้เรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผ้เู รยี นมีพฤติกรรมการแสดงออกเปน็ คร้ังคราว
1 คะแนน หมายถึง ผู้เรยี นมีพฤตกิ รรมการแสดงออกนอ้ ยครั้ง
สถานะผปู้ ระเมนิ ผู้สอน  ผู้เรยี น 

รายการประเมิน

ช่ือ-นามสกลุ ความสนใจในการทำงาน คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
การเสนอความ ิคดเ ็หน รวม ประเมนิ
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน

3 3 3 3 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

48

เกณฑก์ ารประเมิน

ร้อยละ 70 ขึน้ ไป ( 8-12 คะแนน ) ผา่ นเกณฑ์
น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ( 0-7 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์

ลงช่อื ………………………………………
(................................................)
ตำแหน่ง......................................

วนั ท่.ี .....เดือน...............พ.ศ..........

49

ใบงานท่ี 6.1
เรอื่ ง อนภุ าคมูลฐานของอะตอมสัญลักษณ์นิวเคลยี ร์

ชือ่ …………………………………………………………………………………….ช้ัน…………………….เลขท…่ี ……………….

คำชแี้ จง ตอบคำถามใหถ้ ูกต้อง

1. เลขอะตอม คือ .............................................................................................................................................................

2. เลขมวล คือ ..................................................................................................................................................................
3. วิธกี ารเขยี นสญั ลกั ษณ์นวิ เคลียร์ตามข้อตกลงสากล คือ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. ธาตุชนิดหนึ่งมีจำนวนโปรตอน 14 ตัว และนิวตรอน 15 อยากทราบว่า ธาตุชนดิ น้ีจะมสี ัญลักษณ์นิวเคลียร์
เปน็ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

50

5. บอกจำนวนอนภุ าคมูลฐาน หรอื สญั ลกั ษณ์นิวเคลียร์ของธาตุในตารางต่อไปน้ี

สญั ลักษณ์ของ จำนวน จำนวน จำนวน เลขมวล เลขอะตอม
ธาตุ โปรตอน นวิ ตรอน อิเล็กตรอน

1361X 16 15 16 31 16

2410X 20 41 20

3179X 19 31 19

199X 9 10 9

175X 87 7

51

เฉลยใบงานท่ี 6.1

เรื่อง อนุภาคมูลฐานของอะตอมและสัญลกั ษณ์นวิ เคลยี ร์
นิวเคลยี ร์

คำชแี้ จง ตอบคำถามใหถ้ ูกต้อง

1. เลขอะตอม คือ ตวั เลขทีแ่ สดงจำนวนโปรตอนหรืออิเล็กตรอนในนิวเคลยี ส ใช้สญั ลกั ษณ์เป็น Z เลขอะตอม
จะมีค่าเป็นจำนวนเต็มเสมอ

2. เลขมวล คอื ตวั เลขที่แสดงจำนวนโปรตรอนและจำนวนนิวตรอนในนวิ เคลยี สใชส้ ัญลกั ษณ์เป็น A

3. วิธีการเขยี นสัญลักษณ์นิวเคลยี ร์ตามข้อตกลงสากล คอื เขยี นเลขอะตอมไว้มุมลา่ งซ้ายและเลขมวลไว้มุมบน

ซา้ ยของสญั ลกั ษณ์ของธาตุ ดังนี้ ZAX

4. ธาตุชนดิ หนึ่งมีจำนวนโปรตอน 14 ตัว และนวิ ตรอน 15 อยากทราบว่า ธาตชุ นดิ นี้จะมสี ัญลักษณ์นิวเคลียร์

เปน็ อยา่ งไร 2149X

5. บอกจำนวนอนุภาคมูลฐาน หรอื สัญลกั ษณ์นิวเคลยี ร์ของธาตใุ นตารางต่อไปน้ี

สญั ลักษณ์ของ จำนวน จำนวน จำนวน เลขมวล เลขอะตอม
ธาตุ โปรตอน นิวตรอน อิเล็กตรอน 31 16

3116X 16 15 16

4201X 20 21 20 41 20

52

3179X 19 18 19 31 19
199X 9 10 9 19 9
175X 7 8 7 15 7









57

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3

รายวชิ า เคมี 1 รหัสวชิ า ว30221 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทายาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

โรงเรยี นมัธยมเทศบาล 6 นครอดุ รธานี ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 อะตอมและตารางธาตุ เวลา 35 ชัว่ โมง

เรอ่ื ง การจดั เรียงอิเล็กตรอนในอะตอม เวลา 3 ชวั่ โมง

ผูส้ อน นางสาววธติ า แมดมงิ่ เหงา้ วนั ทสี่ อน : วนั ท่ี…………..เดือน………………….พ.ศ...................

1. สาระสำคัญ

การศึกษาสเปกตรัมการเปล่งแสงของอะตอมแก๊สทำให้ทราบว่า อิเล็กตรอนจัดเรียงอยู่รอบ ๆ
นิวเคลียสในระดับพลังงานหลักต่าง ๆ และแต่ละระดับพลังงานหลักยังแบ่งเป็นระดับพลังงานย่อยซึ่งมี
บริเวณที่จะพบอิเล็กตรอนเรียกว่า ออร์บิทัล ได้แตกต่างกัน และอิเล็กตรอนจะจัดเรียงในออร์บิทัลให้มี
ระดับพลงั งานต่ำทสี่ ุดสำหรบั อะตอมในสถานะพืน้

2. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี

1. เขา้ ใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบัติของธาตุพันธะเคมีและสมบัติของ
สาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำ
ความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้

ม.4/7 อธบิ าย และเขยี นการจัดเรียงอเิ ล็กตรอนในระดบั พลังงานหลักและระดับพลังงานย่อยเมื่อ
ทราบเลขอะตอมของธาตุ

3.จุดประสงค์
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
3.1.1 อธิบายการจัดเรยี งอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานย่อยได้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
3.2.1 เขยี นการจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในระดบั พลังงานหลักและระดับพลงั งานย่อยได้

58

3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
3.3.1 เป็นผู้มีความตงั้ ใจ และมีความรับผิดชอบต่อหน้าท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินยั
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
1) ทกั ษะการสังเกต
2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวิเคราะห์
4) ทกั ษะการตีความหมายและลงขอ้ สรุป
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

5. สาระการเรียนรู้

การจัดเรยี งอิเล็กตรอน หมายถึง อิเล็กตรอนในแต่ละอะตอมจะมีการจัดเรยี งตามระดับพลังงาน
หลักและระดับพลังงานย่อย โดยมีการแบ่งชั้นที่แน่นอน เรียงไปเรื่อย ๆ ตามเลขอะตอม การจัด
อิเล็กตรอนในแตล่ ะระดับพลังงานจะมอี ิเล็กตรอนได้ไมเ่ กินจำนวนสูงสุดที่จะมีได้ ถ้าพิจารณา K และ Ca
ซึ่งควรมีอิเล็กตรอนเป็น 2 8 9 และ 2 8 10 เนื่องจากในระดับพลังงานที่ 3 มีได้ถึง 18 อิเล็กตรอน แต่
จากการศึกษาพบว่าการจัดอิเล็กตรอนของ K = 2 8 8 1 และ Ca = 2 8 8 2 เนื่องจากอิเล็กตรอนใน
ระดบั พลังงานท่ี 3 ของท้งั สองธาตุมเี พยี ง 8 อิเลก็ ตรอน และสว่ นที่เพม่ิ ขึน้ มาอีก 1 หรือ 2 อิเล็กตรอนนั้น
เข้าไปอยู่ในระดับพลังงานที่ 4 เพราะการจัดอิเล็กตรอน อิเล็กตรอนชั้นนอกสุด ซึ่งเรียกว่า เวเลนซ์
อิเล็กตรอน ต้องไม่เกิน 8 จากการศึกษาสมบัติที่เป็นคลื่นของอิเล็กตรอน พบว่า อิเล็กตรอนอยู่ในระดับ
พลังงานหรือวง (shell) ต่าง ๆ กัน ซึ่งเรียกว่า ระดับพลังงานหลัก และ ในระดับพลังงานเดียวกันยังมี
ระดับพลังงานย่อย (sub shell) ต่าง ๆ อีก คือระดับพลังงานย่อย s , p , d และ f โดยในแต่ละระดับ
พลังงานยอ่ ยมีอเิ ล็กตรอนดังนี้

ระดบั พลังงานหลักที่ 1 (n=1) มี 1 ระดับพลังงานย่อยคือ s
ระดบั พลังงานหลกั ที่ 2 (n=2) มี 2 ระดับพลงั งานยอ่ ยคือ s , p
ระดบั พลังงานหลักที่ 3 (n=3) มี 3 ระดับพลังงานย่อยคือ s , p , d

59

ระดบั พลังงานหลกั ที่ 4 (n=4) มี 4 ระดับพลังงานยอ่ ยคอื s , p , d , f
อเิ ล็กตรอนมีการเคลอ่ื นทอี่ ยตู่ ลอดเวลา ความหนาแนน่ ของกลุ่มหมอกอิเลก็ ตรอนซ่ึงวัดออกมาใน
รูปของโอกาสที่จะพบอิเล็กตรอนซึ่งเคลื่อนที่รอบนิวเคลียสจะมีรูปร่างเป็น 3 มิติที่แตกต่างกันซึ่งเรียกว่า
ออร์บิทลั ซ่งึ เปน็ บรเิ วณทม่ี ีโอกาสสงู ท่จี ะพบอเิ ล็กตรอน หรือบริเวณที่อยู่ของอิเลก็ ตรอน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

 วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model

ชั่วโมงที่ 1

ขั้นที่ 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยการพูดคุยซักถามและทบทวนเกี่ยวกับแบบจำลอง

อะตอมและโครงสรา้ งอะตอม โดยใชค้ ำถาม ดงั นี้
คำถาม : แบบจำลองอะตอมมกี ี่แบบจำลอง
(แนวคำตอบ : 5 แบบ ได้แก่ แบบจำลองอะตอมของดอลตันแบบจำลองอะตอมของ

ทอมสัน แบบจำลองอะตอมของรทั เทอร์ฟอร์ด แบบจำลองอะตอมของโบร์ และแบบจำลองอะตอมแบบ
กลุ่มหมอก)

คำถาม : จากการศึกษาทดลองของนักวิทยาศาสตร์ สรุปได้ว่า อะตอมมีโครงสร้าง
ประกอบด้วยอนุภาคใดบ้าง (แนวคำตอบ : โปรตอน อเิ ลก็ ตรอน และนวิ ตรอน)

คำถาม : อนุภาคมลู ฐานของอะตอมจัดอยู่ในตำแหน่งใดบ้าง
(แนวคำตอบ : โปรตอนและนวิ ตรอนอย่ภู ายในนิวเคลียสทมี่ ขี นาดเล็กแต่มีมวลมาก ส่วน
อเิ ลก็ ตรอน เคล่อื นทอี่ ยรู่ อบ ๆ นวิ เคลียสเป็นชัน้ ๆ เรยี กวา่ ระดบั พลงั งาน)
1.2 ครูถามคำถามเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนเกี่ยวกับการจัดเรียงอิเล็กตรอน โดยการตั้งคำถามกระตุ้น
ความคิด ดงั นี้
คำถาม : จากการศกึ ษาของโบร์ ได้เสนอแบบจำลองอะตอมว่ามลี ักษณะอย่างไร แลว้ สมุ่
นกั เรียนออกมาเขยี นแบบจำลองบนกระดานดำและอธิบายลกั ษณะของแบบจำลองหนา้ ชนั้ เรียน

60

1.3 ครูยกตัวอย่างธาตุมา 1 ชนดิ แลว้ ถามคำถาม ดังน้ี
คำถาม : จากธาตุที่กำหนดให้ นกั เรียนคดิ วา่ มอี นุภาคมูลฐานอย่างไร
คำถาม : หากเป็นไปตามแบบจำลองอะตอมของโบร์ อิเล็กตรอนของธาตุที่กำหนดให้มี

การจดั เรียงตัวอยา่ งไร
ขั้นท่ี 2 การสํารวจและค้นหา (Explore)

2.1 ครูให้นักเรยี นศกึ ษาข้อมูลเก่ียวกับการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม จากหนงั สือเรยี นเคมี ม.
4 เลม่ 1 หน้า 41-43 และจากใบความรทู้ ่ี 7.1 เรื่อง การจดั เรียงอิเลก็ ตรอนในระดบั พลังงาน

2.2 ครูสุ่มนักเรยี น 2 คน ออกมาอภิปรายหนา้ ชั้นเรยี น
2.3 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานตามใบความรู้ที่ 7.1
เรือ่ ง การจัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลงั งาน
2.4 ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 7.1 เรื่องการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงาน 1 และใบงานท่ี
7.2 เรอ่ื งการจัดเรยี งอิเลก็ ตรอนในระดบั พลังงาน 2 โดยครคู อยแนะนำอยหู่ า่ งๆ

ชัว่ โมงท่ี 2

ขั้นที่ 2 การสํารวจและค้นหา (Explore)
2.1 ครูสุ่มนักเรียน 2 คน ออกมาเฉลยใบงานที่ 7.1 และ 7.2 หากมีนักเรียนคนใดที่ได้คำตอบไม่

ตรงกัน ให้นักเรียนทงั้ หอ้ งรว่ มกันอภปิ รายจนไดค้ ำตอบทตี่ รงกนั
2.2 ครเู ฉลยใบงานท่ี 7.1 และ 7.2 ให้นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้อง และเปดิ โอกาสให้นักเรียน

ซักถาม
2.3 ครูให้นักเรียนศึกษาหลักการจัดอิเล็กตรอนตามหลักการกีดกันของเพาลี หลักของอาฟบาว

กฎของฮนุ ด์ การบรรจอุ ิเลก็ ตรอนแบบเตม็ และบรรจคุ รึง่ จากหนงั สอื เรยี นเคมี ม.4 เลม่ 1 หนา้ 44-45

ขัน้ ที่ 3 การอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explain)

3.1 ครตู ัง้ คำถามใหน้ ักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ยี วกบั การจัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอนในอะตอม ดงั น้ี
คำถาม : การจัดเรยี งอิเล็กตรอนแต่ละหลกั การ มีสาระสำคญั ใดบ้าง

61

(แนวตอบ : หลกั การกดี กนั ของเพาลี กล่าวว่า ในการจัดเรียงอิเล็กตรอนลงในแต่ละออร์
บิทัล สามารถจัดเรียงอิเล็กตรอนได้มากที่สุด 2 อิเล็กตรอน และทั้ง 2 อิเล็กตรอน จะต้องมีสมบัติท่ี
แตกตา่ งกัน

หลักของอาฟบาว กล่าวว่า การบรรจุอิเล็กตรอนลงในออร์บิทัลต้องจัดเรียงลงในออร์
บิทัลที่มพี ลังงานตำ่ สดุ ก่อนแลว้ จงึ บรรจลุ งในออร์บิทัลถัดไปทม่ี ีพลงั งานสูงขน้ึ

กฎของฮุนด์ กล่าวว่า การบรรจุอิเล็กตรอนลงในออร์บิทัลที่มีระดับพลังงานเท่ากัน
จะต้องบรรจใุ หอ้ ยใู่ นลักษณะเดย่ี วใหม้ ากทส่ี ุด)

คำถาม : เพราะเหตุใดการจัดเรียงอิเล็กตรอนคู่ตามหลักการกีดกันของเพาลีจึงต้อง
จัดเรียง ดงั น้ี

(แนวตอบ : เนื่องจากตามหลักการกีดกันของเพาลี อิเล็กตรอน 2 อิเล็กตรอนที่นำมา
จดั เรียงต้องมี

สมบตั ิต่างกัน คอื อิเล็กตรอนค่นู นั้ ตอ้ งมที ิศทางของอิเล็กตรอนทต่ี ่างกัน ถา้ ตวั หนึ่งชีข้ นึ้ อกี ตวั หนึง่ ต้องชีล้ ง)

ชวั่ โมงที่ 3

ข้ันที่ 3 การอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explain)

3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปหลักการของการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม จนนักเรียนเกิดความเข้าใจที่
ตรงกนั ดังน้ีไดข้ ้อสรปุ ว่า อเิ ล็กตรอนทีเ่ คล่ือนท่รี อบ ๆ นวิ เคลยี สคลา้ ยกบั วงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวง
อาทิตย์ แต่ละวงมรี ะดับพลงั งานเฉพาะตวั และเรยี กระดับพลงั งานทอี่ ยู่ใกล้นิวเคลียสท่ีสดุ และมีพลังงาน
ต่ำที่สุดว่าระดับพลังงาน K และระดับพลังงานที่อยู่ถัดมาตามลำดับอักษร ระดับพลังงาน L M N
ตามลำดับ และแทนด้วยตัวเลขเป็น ระดับพลังงานที่ 1 2 3 4…..ตามลำดับ ปัจจุบันมี 7 ระดับพลังงาน
และ จำนวนอเิ ล็กตรอนในแต่ละระดบั พลังงานหลกั มจี ำนวนไม่เกนิ 2nn เมื่อ n คือ ระดบั พลังงาน หลกั ที่
1,2,3,...n

ระดบั พลงั งานหลกั K n = 1 มอี เิ ล็กตรอนไม่เกิน 2 อเิ ลก็ ตรอน
ระดับพลังงานหลกั L n = 2 มอี เิ ลก็ ตรอนไมเ่ กิน 8 อเิ ลก็ ตรอน
ระดับพลังงานหลกั M n = 3 มีอเิ ล็กตรอนไมเ่ กนิ 18 อิเลก็ ตรอน
ระดบั พลังงานหลัก N n = 4 มอี ิเล็กตรอนไม่เกิน 32 อิเลก็ ตรอน
ระดบั พลังงานหลกั O n = 6 มอี ิเล็กตรอนไม่เกนิ 72 อเิ ลก็ ตรอน

62

ระดบั พลงั งานหลกั Q n =7 มอี เิ ล็กตรอนไมเ่ กิน 98 อิเลก็ ตรอน

และเรียกอิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานชั้นนอกสุดว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอน และมีได้ไม่
เกิน 8 และอิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานที่ใกล้นิวเคลียสมากที่สุดจะมีความเสถียรมากที่สุด ระดับ
พลงั งานท่ีอยู่นอกสุดมีความเสถียรน้อยท่สี ุดเพราะนิวเคลยี สดึงดูดอิเล็กตรอนไดน้ ้อย จึงทำให้อิเล็กตรอน
หลดุ ออกไดง้ ่าย

นอกจากน้รี ะยะหา่ งระหว่างระดับพลงั งานวงในที่อยใู่ กลน้ ิวเคลียสจะอยู่หา่ งกนั มาก สว่ น
ระดับพลังงานวงนอกจะอยู่ใกล้กันมากขึ้นการจัดเรียงอิเล็กตรอนว่า อิเล็กตรอนจัดอยู่เป็นระดับชั้น
พลังงาน เรียงเป็นระดับพลังงานหลักท่ี 1 2 3 4.. ตามลำดับ และเมื่อทราบจำนวนอิเล็กตรอนของธาตุก็
สามารถนำมาจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในอะตอมได้ เช่น

Ca มีจำนวนอเิ ล็กตรอน 20 จัดเรียงอิเลก็ ตรอนไดเ้ ป็น 2 8 8 2 จัดอยู่ หมู่ 2 คาบ 4
3.3 ครูให้นักเรยี นนำใบงานท่ี 7.3 เร่ือง การจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลงั งาน 3

ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1 ครูตง้ั ประเด็นคําถามเพอ่ื ขยายความเข้าใจของนักเรยี นว่า “การจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนใน

อะตอมของธาตแุ ต่ละชนดิ สามารถบอกสมบัติตารางของธาตชุ นิดนัน้ ไดห้ รือไม่ อย่างไร” ใหน้ ักเรยี น
รว่ มแสดงความคดิ เหน็

4.2 นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั หดั ในแบบฝึกหัดเคมี ม.4 เล่ม 1

ข้นั ที่ 5 ประเมนิ ผล (evaluation)
- ครูประเมนิ ผล โดยการสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกนั ทำงานและการนำเสนอผลงานหน้า

ช้ันเรียน
- ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 7.1 เร่อื ง การจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลังงาน 1
-ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 7.2 เรื่อง การจดั เรียงอิเลก็ ตรอนในระดบั พลังงาน 2
- ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 7.3 เรือ่ ง การจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลังงาน 3
- ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หดั หัด ในแบบฝกึ หัดเคมี ม.4 เลม่ 1

63

7.สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
- หนังสือเรยี นเคมี ม.4 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 อะตอมและตารางธาตุ
- ใบความรู้ท่ี 7.1 เร่อื ง การจัดเรยี งอเิ ล็กตรอนในระดับพลังงาน
- ใบงานที่ 7.1 เรอ่ื ง การจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลงั งาน 1
- ใบงานท่ี 7.2 เรอ่ื ง การจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลังงาน 2
- ใบงานที่ 7.3 เรอื่ ง การจัดเรยี งอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งาน 3
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
- ห้องปฏบิ ัติการวทิ ยาศาสตร์

64

8. การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครือ่ งมอื วธิ กี ารวัด เกณฑ์การ
ประเมนิ
1.ดา้ นความรู้ (K) -แบบสงั เกตการตอบคำถาม -สังเกตการตอบ
- อธิบายการจัดเรียง รอ้ ยละ 70
อิเล็กตรอนในระดับพลังงาน - ใบงานที่ 7.1 เรื่อง การ คำถาม ขึ้นไปผา่ นเกณฑ์
หลกั และระดับพลังงานยอ่ ยได้
จัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับ -ตรวจใบงาน ร้อยละ 70
2. ดา้ นทกั ษะ ข้นึ ไปผ่านเกณฑ์
/ กระบวนการ (P) พลังงานหลัก -ตรวจแบบฝกึ หดั
- เขียนการจดั เรยี งอิเล็กตรอน ร้อยละ 70
ในระดับพลังงานหลักและ - ใบงานท่ี 7.2 เรื่อง การ ข้ึนไปผ่านเกณฑ์
ระดับพลังงานย่อยได้
จัดเรยี งอิเล็กตรอนในระดับ
3.ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์ (A) พลงั งานย่อย

เปน็ ผ้มู ีความต้ังใจ และมี - ใบงานที่ 7.1 เรื่อง การ -ตรวจใบงาน
ความรบั ผิดชอบต่อหน้าท่ีท่ี
ไดร้ บั มอบหมาย จัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับ -ตรวจแบบฝกึ หดั

พลงั งานหลัก

- ใบงานท่ี 7.2 เรอื่ ง การ

จัดเรยี งอิเลก็ ตรอนในระดบั

พลงั งานย่อย

-แบบฝกึ หดั เคมี

-แบบประเมิคณุ ลกั ษณะอัน -สงั เกตพฤตกิ รรม

พงึ ประสงค์

65

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คำชแ้ี จง จงทำเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งตรงกบั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ผ่ี ูเ้ รยี นแสดงออก
โดยจำแนกระดบั พฤตกิ รรมการแสดงออกไว้เปน็ 3 คะแนน ดงั น้ี

3 คะแนน หมายถงึ ผเู้ รียนมพี ฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถึง ผ้เู รยี นมีพฤตกิ รรมการแสดงออกเป็นครัง้ คราว
1 คะแนน หมายถงึ ผู้เรียนมีพฤตกิ รรมการแสดงออกนอ้ ยคร้ัง
สถานะผปู้ ระเมนิ ผู้สอน  ผู้เรยี น 

รายการประเมิน

ช่ือ-นามสกลุ ความสนใจในการทำงาน คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
การเสนอความ ิคดเ ็หน รวม ประเมนิ
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน

3 3 3 3 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

66

เกณฑก์ ารประเมิน

ร้อยละ 70 ขึน้ ไป ( 8-12 คะแนน ) ผา่ นเกณฑ์
น้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ( 0-7 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์

ลงช่อื ………………………………………
(................................................)
ตำแหน่ง......................................

วนั ท่.ี .....เดือน................พ.ศ.........

67

ใบความรทู้ ่ี 7.1
เร่อื ง การจัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลังงานหลกั

กรอบความรู้ท่ี 1

การจดั เรยี งอิเล็กตรอนในอะตอม จำนวนอิเล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงานหลักมีจำนวนไม่เกิน 2n2 เมื่อ
n คอื ระดบั พลงั งานหลักที่ 1, 2, 3, . . . n (โดยจำนวนระดบั พลังงานไมเ่ กนิ 7 ระดบั )

ระดับพลงั งานหลกั n = 1 มี 2 อิเล็กตรอน
ระดับพลงั งานหลกั n = 2 มี 8 อิเลก็ ตรอน
ระดับพลังงานหลัก n = 3 มี 18 อิเล็กตรอน
ระดับพลงั งานหลัก n = 4 มี 32 อเิ ล็กตรอน
ระดับพลังงานหลกั n = 5 มี 50 อเิ ล็กตรอน
ระดับพลงั งานหลัก n = 6 มี 72 อิเล็กตรอน
ระดบั พลงั งานหลกั n = 7 มี 98 อิเลก็ ตรอน
ตามความสัมพนั ธ์น้ีการจัดอเิ ล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงาน จะมอี เิ ล็กตรอนได้ไมเ่ กนิ จำนวนสูงสุดท่ีมีได้
ดงั นั้น เมือ่ พิจารณาการจัดเรยี งธาตุ K และธาตุ Ca เนื่องจากในระดบั พลังงานท่ี 3 มีได้ถงึ 18 อิเลก็ ตรอน จึงมี
การจดั เรยี งอิเลก็ ตรอนได้ ดงั น้ี
ธาตุ K จัดเรยี งอเิ ล็กตรอนเป็น 2, 8, 9
ธาตุ Ca จดั เรยี งอิเลก็ ตรอนเปน็ 2, 8, 10
แต่การศึกษา พบว่า อิเล็กตรอนชั้นนอกสุด ซึ่งเรียกว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอน ต้องไม่เกิน 8 การจัด
อเิ ล็กตรอนของธาตุ K และธาตุ Ca จงึ มีการจัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอนได้ ดังน้ี
ธาตุ K จัดเรียงอเิ ล็กตรอนเป็น 2, 8, 8, 1
ธาตุ Ca จัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอนเปน็ 2, 8, 8, 2

68

กรอบความรู้ท่ี 2

เทคนิคในการจดั เรยี งอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลัก มีดังน้ี
1. นำจำนวนอิเล็กตรอนทัง้ หมด ลบดว้ ย 2, 8, 18, 32 หรือ 18, 32 หรือ 18 ทลี ะตวั จนเหลืออเิ ลก็ ตรอน
1 ถงึ 10 ตัว (ถ้าเหลอื อเิ ล็กตรอนเกิน 10 ตวั แล้วลบตอ่ ไมไ่ ดใ้ หท้ ำขั้น 3.
2. ถ้าผลลบสุดท้ายเหลืออิเล็กตรอน 1–8 ตัว ให้นำตัวที่ใช้ลบทั้งหมด และผลลบที่เหลือสุดท้ายมาเรียง
เป็นคำตอบได้เลย

ถา้ ผลลบสุดท้ายเหลอื 9 ใหแ้ บ่ง 9 เปน็ 8, 1 แล้วนำไปตอ่ ท้ายตวั ทีใ่ ชล้ บทง้ั หมดแลว้ ใช้เป็นคำตอบ
ถ้าผลลบสดุ ท้ายเหลอื 10 ใหแ้ บ่ง 10 เปน็ 8, 2 แลว้ นำไปตอ่ ท้ายตวั ทใ่ี ช้ลบทัง้ หมดแลว้ ใช้เป็นคำตอบ
3. ผลลบสุดท้ายเหลือเกิน 10 แล้วไมส่ ามารถลบขั้นต่อไปได้ ให้ลบด้วย 2 แลว้ นำผลลบท่ีเหลือสลับที่กับ
2 แล้วนำไปตอ่ ท้ายตวั ลบก่อนหนา้ ทั้งหมดแลว้ ใชเ้ ป็นคำตอบ

ตัวอยา่ งเช่น
การจัดเรยี งอิเล็กตรอนของ 82Pb

82 - 2 - 8 - 18 - 32 - 18 4

เหลือ 80 เหลือ 72 เหลือ 54 เหลือ 22 เหลือ 4

82Pb จึงสามารถจดั เรยี งอิเล็กตรอนได้ ดังนี้ 2 8 18 32 18 4

การจัดเรยี งอเิ ล็กตรอนของ 39Y
39 - 2 - 8 - 18 11

เหลือ 37 เหลอื 29 เหลือ 11
เหลืออิเลก็ ตรอนเกิน 10 ตัว นำ 11 – 2 เหลือ 9

39Y จงึ สามารถจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอนได้ ดงั นี้ 2 8 18 11

69

ใบงานที่ 7.1
เร่ือง การจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดบั พลังงานหลัก

ชื่อ……………………………………………………………………………….ช้นั …………………….เลขที…่ ………

คำช้แี จง : ใหจ้ ดั เรยี งอิเล็กตรอนของอะตอมทมี่ จี ำนวนอิเลก็ ตรอนตามทีก่ ำหนดให้

1. 28 อเิ ล็กตรอน มีการจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอน ดังนี้
............................................................................................................................. ....................................

2. 39 อิเล็กตรอน มกี ารจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอน ดงั น้ี
............................................................................................................................. ....................................

3. 57 อเิ ล็กตรอน มีการจดั เรียงอิเล็กตรอน ดงั นี้
.................................................................................................................................................................

4. 18 อิเล็กตรอน มีการจัดเรียงอิเล็กตรอน ดังนี้
...................................................................................... ...........................................................................

5. 72 อิเลก็ ตรอน มีการจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอน ดงั น้ี
............................................................................................................................. ....................................

6. 20 อิเลก็ ตรอน มีการจดั เรียงอเิ ล็กตรอน ดังนี้
.................................................................................................................................................................

7. 82 อเิ ลก็ ตรอน มีการจัดเรียงอเิ ล็กตรอน ดงั น้ี
...................................................................................... ...........................................................................

8. 25 อิเล็กตรอน มีการจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอน ดังน้ี
............................................................................................................................. ....................................

9. 37 อิเลก็ ตรอน มกี ารจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอน ดังน้ี
............................................................................................................................. ....................................

10. 104 อเิ ลก็ ตรอน มีการจัดเรียงอเิ ล็กตรอน ดงั น้ี
............................................................................................................................. ....................................

70

ใบงานท่ี 7.2
เรอื่ ง การจดั เรียงอเิ ล็กตรอนในระดบั พลังงานย่อย

ชือ่ …………………………………………………………………….ชนั้ …………………….เลขท…ี่ ……………….
คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้

1. เตมิ ข้อมลู ลงในตารางใหถ้ ูกต้อง

ระดับพลังงานหลกั ระดับพลังงานยอ่ ย จำนวนออร์บิทัล จำนวนอิเล็กตรอน
ทสี่ ามารถบรรจไุ ด้
n=1
n=2
n=3
n=4

2. ถ้า ธาตุ A B C D มีการจัดอิเลก็ ตรอน ดงั น้ี

ธาตุ A : 1s2 2s2 2p6 ธาตุ B : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p4

ธาตุ C : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s1 3d0 ธาตุ D : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p1

1) ธาตุ A B C และ D มเี ลขอะตอมเทา่ กับ ………………………………………………………..

2) ธาตุ A B C และ D มกี ารจดั เรยี งอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลัก ดงั นี้

ธาตุ A = ……………… ธาตุ B = ……………… ธาตุ C = ……………… ธาตุ D = ………………

3. จงจัดอเิ ล็กตรอนในระดบั พลงั งานย่อยของธาตุต่อไปน้ี

ธาตุ เลขอะตอม แผนภาพการจดั เรยี งในออร์บทิ ัล จัดอิเล็กตรอนในระดบั พลังงาน
ยอ่ ย

Cl

C

P

Ca

Mg

71

เฉลยใบงานที่ 7.1
เร่ือง การจัดเรยี งอิเล็กตรอนในระดบั พลงั งานหลกั

คำชีแ้ จง : ให้จัดเรียงอเิ ล็กตรอนของอะตอมที่มีจำนวนอเิ ลก็ ตรอนตามทกี่ ำหนดให้
1. 28 อิเล็กตรอน มกี ารจัดเรียงอิเล็กตรอน ดงั นี้

2 8 16 2
2. 39 อิเล็กตรอน มกี ารจดั เรียงอเิ ล็กตรอน ดงั นี้

2 8 18 9 2
3. 57 อเิ ล็กตรอน มีการจัดเรียงอเิ ล็กตรอน ดงั นี้

2 8 18 18 9 2
4. 18 อิเลก็ ตรอน มีการจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอน ดังน้ี

288
5. 72 อิเล็กตรอน มีการจดั เรียงอเิ ล็กตรอน ดังน้ี

2 8 18 32 10 2
6. 20 อเิ ล็กตรอน มกี ารจดั เรียงอิเล็กตรอน ดงั นี้

2882
7. 82 อิเล็กตรอน มกี ารจดั เรียงอิเล็กตรอน ดังนี้

2 8 18 32 18 4
8. 25 อิเลก็ ตรอน มกี ารจัดเรียงอิเลก็ ตรอน ดงั น้ี

2 8 13 2
9. 37 อเิ ลก็ ตรอน มกี ารจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอน ดังนี้

2 8 18 8 1
10. 104 อิเล็กตรอน มีการจัดเรยี งอเิ ล็กตรอน ดังน้ี

2 8 18 32 32 10 2

72

เฉลยใบงานที่ 7.3
เรอ่ื ง การจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งาน
คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี ย่อย

1. เติมข้อมูลลงในตารางให้ถกู ต้อง

ระดบั พลงั งานหลัก ระดบั พลังงานย่อย จำนวนออร์บทิ ัล จำนวนอิเล็กตรอน
ท่ีสามารถบรรจไุ ด้
n=1 s 1
n=2 sp 1+3=4 2
n=3 spd 1+3+5=9 8
n=4 spdf 1 + 3 + 5 + 7 = 16 18
32

2. ถ้า ธาตุ A B C D มกี ารจัดอเิ ลก็ ตรอน ดงั น้ี

ธาตุ A : 1s2 2s2 2p6 ธาตุ B : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p4

ธาตุ C : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s1 3d0 ธาตุ D : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p1

1) ธาตุ A B C และ D มีเลขอะตอมเท่ากับ 10 16 19 และ 13 ตามลำดับ

2) ธาตุ A B C และ D มกี ารจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลัก ดังนี้

ธาตุ A = 2 8 ธาตุ B = 2 8 6 ธาตุ C = 2 8 8 1 ธาตุ D = 2 8 3

3. จงจดั อิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานยอ่ ยของธาตตุ ่อไปนี้

ธาตุ เลข แผนภาพการจัดเรียงในออรบ์ ิทลั จัดอเิ ล็กตรอนในระดบั
อะตอม พลังงานยอ่ ย

Cl 17 1s2 2s2 2p6 3s2 3p5

C6 1s2 2s2 2p2

P 15 1s2 2s2 2p6 3s2 3p3
Ca 20
Mg 12 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s2
3d0

1s2 2s2 2p6 3s2

K 19 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s1









77

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4

รายวิชา เคมี 1 รหสั วชิ า ว30221 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทายาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรยี นมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 อะตอมและตารางธาตุ เวลา 35 ชว่ั โมง

เรอื่ ง ตารางธาตุ เวลา 3 ชว่ั โมง

ผู้สอน นางสาววธิตา แมดม่ิงเหงา้ วนั ท่สี อน : วันท่ี……….เดอื น………………….พ.ศ...................

1. สาระสำคัญ

ตารางธาตุในปัจจุบันจัดเรียงธาตุตามเลขอะตอมและสมบัติที่คล้ายคลึงกันเป็นหมู่และคาบโดย
อาจแบ่งธาตุในตารางธาตุเป็นกลุ่มธาตุโลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ นอกจากนี้อาจแบ่งเป็นกลุ่มธาตุเรพรี
เซนเททีฟและกลุ่มธาตุแทรนซิชัน

2. มาตรฐานการเรยี นรู้/ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี

1. เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจดั เรียงธาตุในตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุพนั ธะเคมีและสมบัติของ
สาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำ
ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้

ม.4/8 ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ของธาตุเรพรเี ซนเททฟี และธาตุแทรน
ซิชันในตารางธาตุ

3.จุดประสงค์

3.1 ด้านความรู้ (K)
3.1.1 ระบหุ มู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะของธาตุในตารางธาตไุ ด้

3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
3.2.1 จำแนกกลุ่มของธาตุในตารางธาตไุ ด้

3.3 ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
3.3.1 ตง้ั ใจเรยี นและแสวงหาความรู้

78

4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวนิ ัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน

2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา

3) ทกั ษะการวเิ คราะห์
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

5. สาระการเรียนรู้
- ตารางธาตุในปจั จุบันจัดเรียงธาตุตามเลขอะตอมและสมบัติที่คลา้ ยคลึงกันเปน็ หมู่และคาบโดย

อาจแบ่งธาตุในตารางธาตุเป็นกลุ่มธาตุโลหะกึ่งโลหะ และอโลหะ นอกจากนี้อาจแบ่งเป็นกลุ่มธาตุเรพรี
เซนเททฟี และกลมุ่ ธาตุแทรนซชิ นั

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

 วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ชั่วโมงท่ี 1

ขัน้ ท่ี 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูให้นกั เรยี นพจิ ารณารปู ภาพตารางธาตุ จากหนังสือเรยี นเคมี ม. 4 เล่ม 1 หนา้ 46-47 และ

ศกึ ษาจากใบความรูท้ ี่ 8.1 เรื่อง ตารางธาตุ แล้วตอบคำถามต่อไปนี้
คำถาม : นักเรยี นคดิ ว่า ตารางธาตคุ อื อะไร
(แนวคำตอบ : ตารางธาตุคือ ตารางที่นำธาตุที่มีสมบัติคล้ายคลึงกันมาจัดเรียงไว้ในกลุ่ม

เดยี วกนั )
คำถาม : จากรปู ในปจั จุบนั มีธาตุทถ่ี ูกค้นพบแลว้ ทั้งหมดก่ีชนิด

79

(แนวคำตอบ : ในปัจจุบันมีธาตุที่ถูกค้นพบแล้วประมาณ 118 ธาตุ โดยมีเพียง 94 ธาตุ
แรกเทา่ นน้ั ทเ่ี ชอ่ื วา่ เกดิ ข้นึ เองตามธรรมชาติ นอกนน้ั เป็นธาตุทีเ่ กดิ จากการสงั เคราะห์ขึ้น)

คำถาม : จากรูปนักเรียนคิดว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการจำแนกธาตุออกเป็นโลหะหมู่ A
โลหะ แทรนซชิ นั ก่งึ โลหะ อโลหะ ธาตแุ ลนทาไนด์ และธาตุแอกทิไนด์

(แนวคำตอบ : ใชส้ มบตั เิ ป็นเกณฑใ์ นการจำแนก โดยธาตุที่มีสมบตั ิคล้ายคลงึ กันจะถูกจัด
ใหอ้ ยู่ในกลุ่มเดียวกัน)

ขัน้ ที่ 2 การสาํ รวจและค้นหา (Explore)
2.1 ครูให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิวัฒนาการของตารางธาตุ จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม

1 หน้า 48-49 และจากใบความรู้ที่ 8.1 เรื่องตารางธาตุ ควบคู่กับครูให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดของ
นักวิทยาศาสตร์ยุคต่างๆ ในการจัดจำแนกธาตุเป็นหมวดหมู่ โดยเริ่มจากโยฮันน์ เดอเบอไรเนอร์ จอห์น
นิวแลนด์ ดิมิทรี อิวาโนวิช เมเดเอฟ และเฮนรี โมสลีย์ จนได้ตารางธาตุที่เป็นพื้นฐานของตารางธาตุใน
ปจั จุบัน จาก Power Point

ช่ัวโมงท่ี 2

ข้นั ที่ 2 การสํารวจและคน้ หา (Explore)
2.1 ครูให้นกั เรียนศกึ ษาเกย่ี วกบั ตารางธาตุในปัจจุบัน จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 หนา้ 50-51

จากใบความร้ทู ่ี 8.1 เรือ่ งตารางธาตุ
ขั้นที่ 3 การอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explain)

3.1 ครูสุ่มนักเรยี น 2 คน ออกมาสรุปความรู้ เร่ือง ตารางธาตุ หนา้ ชัน้ เรยี น
3.2 ครูถามคำถาม ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกับตารางธาตุ

คำถาม : ตารางธาตทุ ใ่ี ช้ในปจั จบุ นั จัดเรยี งธาตุแบบใด
(แนวคำตอบ : ตารางธาตุที่ใช้ในปัจจุบนั จัดเรียงธาตุตามเลขอะตอม เพราะสมบัติต่างๆ
ของธาตมุ คี วามสมั พันธ์กับโปรตอนในนิวเคลยี สหรอื เลขอะตอม)
คำถาม : ธาตใุ นตารางธาตุแบ่งออกเป็นก่ีกลุ่มใหญ่ๆ อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ:2กลุ่มใหญๆ่ ไดแ้ ก่ ธาตุกลุ่มAหรอื ธาตเุ รพรีเซนเททีฟและธาตุกล่มุ Bหรอื ธาตแุ ทรนซซิ นั )

80

คำถาม : ธาตุหมู่ 1A 2A 7A และ 8A มีชอ่ื เรียกวา่ อย่างไร
(แนวคำตอบ (แนวตอบ : ธาตุหมู่ 1A เรยี กว่า โลหะแอลคาไล

ธาตหุ มู่ 2A เรยี กวา่ โลหะแอลคาไลน์เอริ ท์
ธาตุหมู่ 7A เรยี กวา่ ธาตแุ ฮโลเจน
ธาตุหมู่ 8A เรยี กวา่ แกส๊ เฉื่อย )
คำถาม : ธาตุท่มี ีเลขอะตอม 116 มีชอ่ื และสญั ลกั ษณว์ า่ อย่างไร
(แนวคำตอบ : Ununhexium (Uuh))
คำถาม : ธาตทุ ม่ี สี ญั ลักษณ์ Uut และ Ubp จะมีเลขอะตอมเทา่ ใด ตามลำดบั
(แนวคำตอบ : 113 และ 125 ตามลำดบั )
3.3 ครใู ห้นกั เรียนทำใบงานที่ 8.1 เร่อื ง ตารางธาตุ

ช่วั โมงที่ 3

ข้ันท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)

4.1 ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปความรู้ เร่ือง ตารางธาตุ จนนักเรยี นเกดิ ความเข้าใจทีต่ รงกนั
4.2 ครูใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัด ในแบบฝึกหดั เคมี ม.4 เล่ม 1
4.3 ครตู ัง้ ประเดน็ คําถามวา่ ความรู้เรอื่ ง ตารางธาตุสามารถนำมาใชป้ ระโยชนไ์ ดอ้ ย่างไร
คำถาม : ความรู้เร่อื ง ตารางธาตุสามารถนำมาใช้ประโยชนไ์ ด้อย่างไร
(แนวคำตอบ : มีประโยชน์ต่อการศึกษาสมบัติทางเคมีและทางกายภาพของธาตุต่างๆ เนื่องจาก
การเข้าใจเรื่องตารางธาตุ จะช่วยให้เข้าใจวิธีการศึกษาสมบัติดังกล่าว และการใช้ตารางธาตุได้อย่าง
ถูกต้องจะช่วยให้เข้าใจข้อมูลต่างๆ ของธาตุได้ดี ยิ่งกว่านั้นตารางธาตุจะทำให้สามารถทำนายสมบัติทาง
เคมขี องธาตุได้ เพราะผทู้ ี่ใช้ตารางธาตุได้อย่างถูกต้องจะสามารถทำนายได้ว่าธาตุชนิดหนึ่งควรจะมีสมบัติ
คล้ายคลึงกับธาตุใด และถ้าธาตุมีสมบัติคล้ายกันแล้วสารประกอบประเภทเดียวกันของธาตุเหล่านั้นก็
น่าจะมีสมบัติคล้ายคลงึ กนั ด้วย)

81

ข้นั ท่ี 5 ประเมินผล (evaluation)
- ครปู ระเมนิ ผลโดยการสังเกตการตอบคําถามและการรว่ มกนั ทำผลงาน
- ครปู ระเมนิ ผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม และการออกมาอภปิ รายหนา้ ชน้ั เรยี น
- ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 8.1 เรือ่ ง ตารางธาตุ
- ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหัดเคมี ม.4 เลม่

7.สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
- หนังสอื เรียนรายวชิ าเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี เล่ม 1
- ใบงานท่ี 8.1 เร่อื ง ตารางธาตุ
- จากใบความรู้ที่ 8.1 เร่ืองตารางธาตุ
- Power Point เร่อื ง ตารางธาตุ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
- ห้องปฏบิ ตั กิ ารเคมี

82

8. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมอื วธิ กี ารวดั เกณฑก์ าร
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ประเมนิ

1.ดา้ นความรู้ (K) -แบบสังเกตการ -สงั เกตการตอบ ร้อยละ 70
ข้นึ ไปผ่านเกณฑ์
- ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ ตอบคำถาม คำถาม
ร้อยละ 70
และกง่ึ โลหะของธาตุในตารางธาตุได้ -ใบงานท8่ี .1 -ตรวจใบงาน ขน้ึ ไปผา่ นเกณฑ์

เรื่อง ตารางธาตุ

2. ดา้ นทักษะ / กระบวนการ (P) - ใ บ ง า น ท ี ่ 8.1 -ตรวจใบงาน
- จำแนกกลมุ่ ของธาตุในตารางธาตุได้ เร่ือง ตารางธาตุ

3.ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) -แบบประเมิคุณ -สังเกตพฤติกรรม
รอ้ ยละ 70
- ตง้ั ใจเรียนและแสวงหาความรู้ ลกั ษณะอันพึง
ขึน้ ไปผ่านเกณฑ์
ประสงค์

83

แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คำชแ้ี จง จงทำเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งตรงกบั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ผ่ี ูเ้ รยี นแสดงออก
โดยจำแนกระดบั พฤตกิ รรมการแสดงออกไว้เปน็ 3 คะแนน ดงั น้ี

3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รยี นมพี ฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ ผเู้ รยี นมีพฤตกิ รรมการแสดงออกเป็นครัง้ คราว
1 คะแนน หมายถึง ผเู้ รียนมีพฤตกิ รรมการแสดงออกนอ้ ยคร้ัง
สถานะผปู้ ระเมนิ ผูส้ อน  ผู้เรยี น 

รายการประเมิน

ช่ือ-นามสกลุ ความสนใจในการทำงาน คะแนน ร้อยละ สรปุ ผลการ
การเสนอความ ิคดเ ็หน รวม ประเมนิ
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน

3 3 3 3 12 100 ผา่ น ไม่ผา่ น

84

เกณฑก์ ารประเมิน

ร้อยละ 70 ขึน้ ไป ( 8-12 คะแนน ) ผา่ นเกณฑ์
นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 ( 0-7 คะแนน ) ไม่ผา่ นเกณฑ์

ลงช่ือ………………………………………
(................................................)
ตำแหนง่ ......................................

วันท่ี......เดือน..........พ.ศ...........

85

ใบความรู้ที่ 8.1

เร่อื ง ตารางธาตุ

ความร้เู พ่ิมเติมเก่ียวกบั ตารางธาตุ

1. ตารางธาตุในปัจจุบนั มกี ารกาหนดหมู่ของธาตุดว้ ยระบบทต่ี ่างกนั ไดแ้ ก่ ระบบยุโรป และอเมรกิ า ซง่ึ
ทงั้ สองระบบยงั มกี ารกาหนดหม่ธู าตุท่มี คี วามแตกต่างกนั อยู่ ทาใหเ้ กดิ ความสบั สนกบั ผใู้ ชไ้ ด้ ดงั นัน้
สหภาพเคมีบริสุทธิแ์ ละเคมีประยุกต์ระหว่างประเทศ (International Union of Pure and Applied
Chemistry, IUPAC) จงึ ไดก้ าหนดหมู่ธาตุเพ่อื ใหเ้ กดิ ความเข้าใจทต่ี รงกนั เป็นสากล โดยกาหนดหมู่
ธาตดุ ว้ ยตวั เลขอารบกิ ทงั้ หมด ตงั้ แตห่ ม่ทู ่ี 1-18

2. เม่อื ปี พ.ศ. 2559 สหภาพเคมบี รสิ ุทธแิ์ ละเคมปี ระยุกต์ระหว่างประเทศ หรอื International Union of
Pure and Applied Chemistry (IUPAC) ได้ตกลงบรรจุธาตุท่คี ้นพบใหม่อีก 4 ธาตุ เข้าไปในตาราง
ธาตุ ดงั น้ี
• ธาตุท่มี เี ลขอะตอม 113 ไดร้ บั ช่อื ว่า นิฮงเนียม (nihonium) มสี ญั ลกั ษณ์เป็น Nh โดยธาตุชนิดน้ีถูก
คน้ พบในประเทศญป่ี ่นุ ซง่ึ เป็นธาตุชนิดแรกทค่ี น้ พบในประเทศทางเอเชยี อกี ดว้ ย
• ธาตุทม่ี เี ลขอะตอม 115 ไดร้ บั ช่อื ว่า มอสโคเวยี ม (moscovium) มสี ญั ลกั ษณ์เป็น Mc โดยตงั้ ช่อื ตาม
ช่อื ของเมอื งมอสโคว ในประเทศรสั เซยี ซง่ึ เป็นแหลง่ วจิ ยั คน้ ควา้ และสงั เคราะหธ์ าตชุ นดิ น้ี
• ธาตุทม่ี เี ลขอะตอม 117 ไดร้ บั ชอ่ื ว่า เทนเนสซนี (tennessine) มสี ญั ลกั ษณ์เป็น Ts โดยตงั้ ช่อื ตามช่อื
ของรฐั เทนเนสซี ในประเทศสหรฐั อเมรกิ า ซง่ึ เป็นบรเิ วณทต่ี งั้ ของศูนยว์ จิ ยั ต่าง ๆ ทค่ี น้ พบธาตุชนิด
น้ี
• ธาตุทม่ี เี ลขอะตอม 118 ไดร้ บั ช่อื ว่า โอกาเนสสนั (oganesson) มสี ญั ลกั ษณ์เป็น Og โดยตงั้ ช่อื ตาม
นายยูริ โอกาเนสเซยี น (Yuri Oganessian) นกั วทิ ยาศาสตรช์ าวรสั เซยี ผบู้ ุกเบกิ การสงั เคราะหธ์ าตุ
หนกั ตา่ ง ๆ

3. การเรยี กชอ่ื ธาตุโดยใชร้ ะบบตวั เลขตามภาษาละตนิ มาเรยี งตอ่ กนั แลว้ ลงทา้ ยดว้ ย –ium
• ถ้าตวั อกั ษรทน่ี ามาเรยี งต่อกนั เป็นสระซ้ากนั 2 ตวั ให้ตดั ออก 1 ตวั เช่น bi + ium เป็น bium เป็น
ตน้
• ถา้ ตวั อกั ษรทน่ี ามาเรยี งตอ่ กนั เป็นพยญั ชนะซ้ากนั 3 ตวั ใหต้ ดั ออก 1 ตวั เชน่ enn + nil เป็น ennil
เป็นตน้

ใบงานที่ 8.1 86
เรือ่ ง ตารางธาตุ

ช่ือ…………………………………………………………………….ช้ัน…………………….เลขที่………………….

คำชีแ้ จง : ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1. ปจั จบุ นั ใชส้ งิ่ ใดเป็นเกณฑ์ในการจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุ

............................................................................................................................. ....................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ธาตุทมี่ สี มบัตคิ ล้ายกับธาตไุ นโตรเจน (N) มากท่ีสุดคือธาตุใด เพราะเหตุใด
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
3. ธาตกุ ลุ่ม f ออรบ์ ทิ ัล ประกอบด้วยธาตใุ นกลมุ่ ใดบา้ ง
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
4. ตารางธาตุสามารถบอกขอ้ มลู ใดบ้างเกี่ยวกับธาตุ
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................

5. แก๊สเฉอื่ ยในตารางธาตุคือธาตุในหมใู่ ด เพราะเหตุใดจงึ เรียกเช่นนน้ั
.................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................... ......................
.................................................................................................................................................................

87

6. ธาตุ A B C D E และ F มีเลขอะตอม 4 7 13 31 55 และ 88 ตามลำดับ ธาตุใดที่มีสมบัติเป็นโลหะ
และมีความเป็นโลหะแตกต่างกันอยา่ งไร

ธาตุ เลขอะตอม การจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลังงานหลัก คาบ หมู่
A

B

C

D

E

F

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

88

เฉลยใบงานท่ี 8.1
เร่อื ง ตารางธาตุ

คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. ปัจจุบนั ใชส้ งิ่ ใดเปน็ เกณฑ์ในการจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ

เลขอะตอม และสมบตั ิทางเคมี
2. ธาตทุ ี่มสี มบัติคล้ายกับธาตไุ นโตรเจน (N) มากทส่ี ดุ คือธาตใุ ด เพราะเหตุใด

ธาตุ P As Sb และ Bi เพราะมีจำนวนเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอนเทา่ กับธาตไุ นโตรเจน
3. ธาตกุ ลุ่ม f ออรบ์ ทิ ัล ประกอบด้วยธาตใุ นกลมุ่ ใดบ้าง

ธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ และกลุม่ แอกทไิ นด์
4. ตารางธาตสุ ามารถบอกข้อมลู ใดบ้างเกีย่ วกับธาตุ

เลขมวล เลขอะตอม สญั ลกั ษณ์ของธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ เชน่ ความเปน็ โลหะ ขนาดของธาตุ จดุ เดอื ด จุด
หลอมเหลว
5. แก๊สเฉอ่ื ยในตารางธาตุคอื ธาตุในหมู่ใด เพราะเหตุใดจงึ เรียกเช่นนนั้
ธาตุหมู่ 8A เน่อื งจากเป็นกลุ่มแก๊สทไี่ มม่ คี วามว่องไวตอ่ การทำปฏิกริ ยิ ากบั สารอื่น
6. ธาตุ A B C D E และ F มีเลขอะตอม 4 7 13 31 55 และ 88 ตามลำดับ ธาตุใดที่มีสมบัติเป็นโลหะ
และมีความเป็นโลหะแตกต่างกันอย่างไร

ธาตุ เลขอะตอม การจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลัก คาบ หมู่
A4 22 22
B7 25 25
C 13 2 83 33
D 31 43
E 55 2 8 18 3 61
F 88 2 8 18 18 8 1 72
2 8 18 32 18 8 2

ธาตุทม่ี ีสมบัตเิ ปน็ โลหะ คือ ธาตุ A C D E F ซงึ่ ความเปน็ โลหะมคี วามแตกตา่ ง ดังนี้
E>F>D>C>A









93

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5

รายวิชา เคมี 1 รหสั วชิ า ว30221 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ายาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรยี นมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 อะตอมและตารางธาตุ เวลา 35 ช่ัวโมง

เรื่อง สมบัติของธาตตุ ามหมู่และตามคาบ เวลา 6 ช่ัวโมง

ผสู้ อน นางสาววธิตา แมดมิง่ เหง้า วันทสี่ อน : วนั ที่……….เดอื น………………….พ.ศ...............

1.สาระสำคัญ
ธาตุเรพรีเซนเททีฟในหมเู่ ดยี วกนั มีจำนวนเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอนเท่ากัน และธาตุทีอ่ ยู่ในคาบเดยี วกัน

มีเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลักเดยี วกันธาตเุ รพรีเซนเททีฟมสี มบตั ิทางเคมีคล้ายคลึงกันตามหมู่
และมีแนวโน้มสมบัติบางประการเป็นไปตามหมู่และตามคาบ เช่น ขนาดอะตอม รัศมีไอออนพลังงานไอ
ออไนเซชนั อเิ ลก็ โทรเนกาติวติ ีสมั พรรคภาพอเิ ล็กตรอน
2. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ผลการเรียนรู้
สาระเคมี

1.เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบัติของธาตุพันธะเคมีและสมบัติของ
สาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำ
ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้
ม.4/9 วิเคราะหแ์ ละบอกแนวโน้มสมบัตขิ องธาตุเรพรเี ซนเททีฟตามหม่แู ละตามคาบ

3.จุดประสงค์
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
3.1.1 อธบิ ายสมบัติตา่ ง ๆ ของธาตุเรพรีเซนเททฟี ตามหมู่และตามคาบได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคดิ (P)
3.2.1วิเคราะห์และบอกแนวโน้มสมบัติต่าง ๆ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟตามหมู่และตาม

คาบได้
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
3.3.1 ตงั้ ใจเรียนและแสวงหาความรู้

94

4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวิเคราะห์
4) ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมูล
5) ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

5. สาระการเรียนรู้
ธาตุเรพรีเซนเททีฟในหมู่เดียวกันจะมีจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากัน และธาตุที่อยู่ในคาบ

เดียวกันมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักเดียวกัน ธาตุรีพรีเซนเททีฟมีสมบัติคล้ายคลึงกันตาม
หมแู่ ละตามคาบ เชน่ ขนาดอะตอม รัศมีไอออน พลังงานไอออไนเซชนั อเิ ล็กโทรเนกาตวิ ิตี สมั พรรคภาพ
อเิ ลก็ ตรอน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
 วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ชว่ั โมงท่ี 1

ข้นั ท่ี 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครถู ามคำถามเพือ่ กระตุ้นความสนใจของนกั เรยี นเก่ียวกับเรอ่ื งทีจ่ ะเรียนในชัว่ โมงน้ี

95

คำถาม : นักเรียนคิดว่า ธาตุในตารางธาตุส่วนที่เป็นสีเขียวและส่วนที่เป็นสีแดงมีสมบัติแตกต่าง
กนั หรอื ไม่

(แนวคำตอบ : แตกตา่ ง)
คำถาม : นักเรียนคิดว่า นักเรียนคิดว่าในตารางธาตุส่วนที่เป็นสีเขียวนั้นมีสมบัติเหมือนหรือ
ตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ : ธาตุในส่วนที่เปน็ สีเขียวจะมีสมบัตทิ างเคมใี กล้เคียงกันตามหมู่จากบนลง
ล่าง และธาตุแต่ละหมู่กจ็ ะมสี มบตั ทิ างเคมีท่ีแตกต่างจากหมู่อื่น)
คำถาม : เพราะเหตุใดธาตุในหมู่เดยี วกนั จงึ มีสมบัติคลา้ ยคลงึ กนั
(แนวคำตอบ : เพราะมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากนั )
คำถาม : นักเรียนคิดว่าธาตุที่อยู่ในคาบเดียวกันจะมีสมบัติเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ : ธาตุที่อยู่ในคาบเดียวกันจะมีสมบัติคล้ายคลึงกัน เนื่องจากมีเวเลนซ์
อิเล็กตรอนอยใู่ นระดบั พลังงานหลกั เดยี วกนั )
ขนั้ ท่ี 2 การสํารวจและคน้ หา (Explore)
2.1 ครูใหน้ ักเรียนทุกคนศึกษา เรือ่ ง ขนาดอะตอมและรัศมีไอออน จากหนงั สอื เรียนเคมี ม.4 เล่ม 1
หน้า 52-55 แล้วสรปุ ความรู้ท่ไี ดล้ งในสมดุ บนั ทึกของนักเรยี น
2.2 ครสู ุ่มตัวแทนนกั เรยี น 2 คน ออกมาสรปุ ความรู้เรือ่ ง ขนาดอะตอมและรศั มีไอออน ใหเ้ พอ่ื นฟงั หน้า
ชน้ั เรยี น

96

ขนั้ ที่ 3 การอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explain)
3.1 ครูถามคำถามใหน้ กั เรียนร่วมกันอภปิ ราย เร่ือง ขนาดอะตอมและรศั มไี อออน
คำถาม : ธาตุเรพรีเซนเททีฟมีแนวโน้มของขนาดอะตอมตามหมู่และตามคาบเป็นอย่างไร
(แนวคำตอบ : ในหม่เู ดยี วกัน อะตอมจะมขี นาดใหญข่ ้นึ เมอ่ื เลขอะตอมเพิ่มข้ึน
ในคาบเดยี วกนั อะตอมจะมีขาดเล็กลง เม่อื เลขอะตอมเพ่ิมข้ึน )
คำถาม : ธาตุเรพรเี ซนเททฟี มแี นวโนม้ ของรศั มไี อออนเป็นอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : เมื่อมีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากันไอออนบวกจะมีขนาดเล็กกว่าไอออนลบ

และไอออนบวกทีมีประจุมากจะมีขนาดเล็กกว่าไอออนบวกทีมีประจุน้อย แตไ่ อออนลบท่ีมีประจุมากจะมี
ขนาดใหญก่ วา่ ไอออนลบที่มีประจนุ อ้ ย)

3.2 ครูสรุปเนือ้ เพิ่มเตมิ เรือ่ ง ขนาดอะตอมและรศั มไี อออน ดังน้ี
- อะตอมของธาตุในหมู่เดียวกันจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น เพราะการ

เพม่ิ ของจำนวนระดบั พลงั งานมีผลต่อขนาดอะตอมมากกว่าการเพิม่ จำนวนโปรตอนในนิวเคลยี ส
- อะตอมของธาตใุ นหมู่เดียวกันจะมีขนาดเล็กลง เม่ือเลขอะตอมเพ่ิมขน้ึ เพราะมีเวเลนซ์

อเิ ล็กตรอนอยู่ในระดับพลังงานเดยี วกัน แต่มโี ปรตอนในนิวเคลยี สมากข้ึนธาตุที่มีจำนวนโปรตอนมากกว่า
จะดงึ ดูดเวเลนซ์อิเล็กตรอนใหเ้ ข้าใกล้นวิ เคลยี สได้มากกว่า ขนาดอะตอมจึงเล็กกว่า

- ไอออนบวกจะมีขนาดเล็กกว่าอะตอมเดิมเนื่องจากอะตอมเสียอเิ ล็กตรอนไปแรงดึงดูด
ระหว่างประจใุ นนวิ เคลียสกับอิเลก็ ตรอนจงึ เพมิ่ ข้นึ

- ไอออนลบจะมีขนาดใหญ่กว่าอะตอมเดิมเนือ่ งจากมีจำนวนอเิ ล็กตรอนเพิ่มขึ้นขอบเขต
กลมุ่ หมอกอิเลก็ ตรอนจงึ ขยายออกไปจากเดมิ

- รศั มไี อออนของธาตุในหมู่เดยี วกนั จะมีขนาดใหญ่ข้นึ เมอ่ื เลขอะตอมเพ่มิ ขึ้น
- เมอื่ มกี ารจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนเหมอื นกันไอออนบวกทม่ี ีประจุมากจะมีขนาดเล็กกวา่
ไอออนบวกท่ีมปี ระจุนอ้ ย แตไ่ อออนลบทม่ี ปี ระจุมากจะมีขนาดใหญ่กว่าไอออนลบท่มี ปี ระจุน้อย


Click to View FlipBook Version