97
ช่ัวโมงที่ 2
ขั้นที่ 2 การสํารวจและค้นหา (Explore)
2.1 ครูทบทวนเกี่ยวกับการเกิดสเปกตรัม ว่าเส้นสเปกตรัมเกิดจากพลังงานที่อิเล็กตรอนคาย
ออกมาเมื่อจะเปลี่ยนระดับชั้นพลังงานจากระดับสูงไประดับตํ่า แต่อิเล็กตรอนไม่ได้หลุดไปจาก
อะตอมด้วย ซึ่งการจะทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกไปจากอะตอมได้ ต้องใช้พลังงานที่สูงกว่าการทำให้
อิเล็กตรอนเปล่ียนระดับช้นั พลงั งาน เรยี กว่า พลงั งานไอออไนเซชัน
2.2 ครใู หน้ กั เรยี นจบั คู่กับเพ่ือนท่ีน่ังขา้ งกัน ศึกษา เรื่อง พลังงานไอออไนเซชนั จากหนังสือเรียน
เคมี ม.4 เล่ม 1 หนา้ 55-57 แล้วสรุปความรู้ทไ่ี ด้ลงในสมุดบนั ทกึ ของนกั เรยี น
2.3 ครูสุ่มตัวแทนนักเรยี นอกี 2 คู่ ออกมาสรปุ ความรู้ เร่ือง พลงั งานไอออไนเซชนั ใหเ้ พอื่ นฟงั หน้าชั้นเรยี น
ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explain)
3.1 ครอู ธิบาย เน้อื เพ่มิ เติม เรอื่ ง พลังงานไอออไนเซชนั
(เนือ้ หาทค่ี รใู ชอ้ ธบิ ายเพ่ิม มีดังน)้ี
พลงั งานไอออไนเซชัน (Ionization energy : IE) หมายถึงพลงั งานทน่ี อ้ ยท่ีสดุ ทีใ่ ช้ในการ
ดึงอเิ ล็กตรอนให้หลดุ ออกจากอะตอมในสภาวะแกส๊ เชน่ พลงั งานไอออไนเซซนั ของธาตุไฮโดรเจนอะตอม
เปน็ ไปตามสมการ ดงั นี้
II (g) II+ (g) + e-
IE1 ของไฮโดรเจน มีคา่ เทา่ กบั 1,312 kJ/mol
จากสมการ กล่าวได้ว่า การทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากอะตอมของไฮโดรเจนจะต้องใช้
พลังงานอย่างน้อยที่สุด 1,312 กิโลจูลต่อโมล นั่นคือ พลังงานไอออไนเซชันของไฮโดรเจนอะตอมเท่ากับ
1,312 กิโลจูลต่อโมล
ไฮโดรเจนมี 1 อเิ ลก็ ตรอน จึงทำให้มีค่าพลังงานไอออไนเซชันเพียงค่าเดียว แต่หากเป็นธาตุที่มี
หลายอิเล็กตรอนก็จะมีค่าพลังงานไอออไนเซชันได้หลายค่า โดยพลังงานที่น้อยที่สุดที่ใช้ในการดึง
อิเล็กตรอนให้หลุดออกจากอะตอมในสภาวะแก๊ส เรียกว่า พลังงานไอออไนเซชันลำดับท่ี 1 เขียนย่อเป็น
98
IE1 สว่ นพลงั งานในลาดบั ต่อๆไป จะเรยี กวา่ พลงั งานไออไนเซซันลาดบั ท่ี 2,3,4,… เขยี นย่อเป็น IE2 , IE3 , IE4 ,….
ตามลาดบั ตวั อยา่ งเชน่
ธาตุแมกนีเซียมมีจำนวนอิเล็กตรอน 12 อิเล็กตรอน จึงมีค่า IE 12 ค่า ซึ่งสามารถเขียนสมการ
แสดงได้ ดังนี้
Mg (g) Mg+(g) + e- …………………………IE1
Mg+(g) Mg2+(g) + e- ………………………. IE2
Mg2+(g) Mg3+(g) + e- ………………………. IE3
.
Mg11+(g) Mg12+(g) + e- ………………………. IE12
3.2 ครถู ามคำถามให้นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย เรอ่ื ง พลังงานไอออไนเซชัน
คำถาม : พลังงานไอออไนเซชันคอื อะไร
(แนวคำตอบ : พลังงานไอออไนเซชัน คือ ค่าพลังงานที่น้อยที่สุดที่ใช้ดึงอิเล็กตรอนให้
หลดุ จากอะตอมในสภาวะแก๊ส )
คำถาม : ธาตเุ รพรเี ซนเททฟี มีแนวโน้มของพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 (IE)1 ตามหมู่
และตามคาบเป็นอย่างไร
(แนวคำตอบ : ในหมเู่ ดียวกนั (IE)1 จะลดลงเมอื่ เลขอะตอมเพ่มิ ขึน้
ในคาบเดยี วกนั (IE)1 จะเพมิ่ ขน้ึ เมอ่ื เลขอะตอมเพ่มิ ข้ึน )
3.3 ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายเกีย่ วกับพลังงานไอออไนเซชัน นักเรียนควรสรุปสาระสำคัญ
ได้ ดงั นี้
-พลังงานไอออไนเซชันเป็นพลังงานปริมาณน้อยที่สุดที่ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจาก
อะตอมในสถานะแก๊ส ซึ่งพลังงานไอออไนเซชันจะมีค่ามากหรอื น้อยข้ึนอยู่กับแรงดึงดูดระหวา่ งโปรตอน
ในนวิ เคลยี สกับอเิ ล็กตรอน ถา้ อเิ ลก็ ตรอนไดร้ บั แรงดงึ ดูดจากนิวเคลียสมาก พลงั งานไอออไนเซชันกจ็ ะสูง
99
-ธาตุที่มีหลายอิเล็กตรอนจะมีพลังงานไอออไนเซชันได้หลายค่า โดยพลังงานไอออไนเซชัน
ลำดบั ท่ี 1 จะมีคา่ นอ้ ยกวา่ ลำดบั สงู ขน้ึ ไป
-อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานเดียวกันจะมีค่าพลังงานไอออไนเซชันใกล้เคียงกันแต่ถ้า
อยู่ในระดบั พลงั งานตา่ งกนั ค่าพลงั งานไอออไนเซชนั ก็จะต่างกนั มาก
-พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 ของธาตุในหมู่เดียวกันจะมีค่าลดลง เมื่อเลขอะตอม
เพิม่ ข้นึ เนอ่ื งจากอะตอมมีขนาดใหญ่ขึ้นเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอนอยู่หา่ งจากโปรตอมากข้นึ
-พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 ของธาตุในคาบเดียวกันจะมีค่าเพิ่มขึ้น เมื่อเลขอะตอม
เพิ่มขึ้น เนอ่ื งจากแรงดึงดูดระหว่างโปรตอนและอิเล็กตรอนมีค่ามากขึน้
ชั่วโมงท่ี 3
ข้นั ที่ 2 การสาํ รวจและค้นหา (Explore)
2.1 ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับการรวมตัวของอะตอมของธาตุเกิดเป็นโมเลกุลของสารประกอบ
โดยการใชอ้ เิ ลก็ ตรอนรว่ มกัน
2.2 ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่กับเพื่อนที่นงั่ ข้างกัน แล้วศกึ ษาเรอื่ ง อิเลก็ โทรเนกาตวิ ิตี จากหนังสือเรียน
เคมี ม.4 เลม่ 1 หนา้ 57-58 แลว้ สรุปความรู้ทไ่ี ด้ลงในสมดุ บันทกึ ของนักเรยี น
2.3 ครูสุ่มตัวแทนนักเรยี นอีก 2 คู่ ออกมาสรุปความรู้ เรื่อง อิเล็กโทรเนกาติวิตี ให้เพื่อนฟังหน้า
ชนั้ เรียน
ขั้นที่ 3 การอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explain)
3.1 ครูต้ังคำถามใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเรื่อง อเิ ล็กโทรเนกาตวิ ติ ี เชน่
คำถาม : อิเล็กโทรเนกาติวติ ีคืออะไร
(แนวตอบ : อเิ ล็กโทรเนกาตวิ ติ ี คือ ค่าความสามารถของอะตอมในการดงึ ดูดอเิ ล็กตรอน
ของอะตอมคู่ทเ่ี กดิ พนั ธะ)
คำถาม : ธาตุเรพรีเซนเททีฟมีแนวโน้มของค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีตามหมู่และตามคาบ
เปน็ อย่างไร
(แนวตอบ : ในหมู่เดยี วกนั คา่ อิเล็กโทรเนกาติวติ ี (EN) จะลดลง เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขนึ้
ในคาบเดียวกัน คา่ อเิ ลก็ โทรเนกาติวติ ี (EN) จะเพ่ิมขนึ้ เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น)
100
3.4 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตี ซึ่งเมื่อเรียนจบหัวข้อนี้แล้ว
นักเรียนควรสรปุ สาระสำคญั ได้ ดงั น้ี
- คา่ อิเลก็ โทรเนกาตวิ ิตีของธาตุจะข้ึนอย่กู ับแรงดึงดูดระหวา่ งนิวเคลียสกบั อิเล็กตรอนคู่ท่ี
ใช้ร่วมกันของอะตอมคู่หนึง่ ๆ
- ค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีของธาตุในหมู่เดียวกันจะมีค่าลดลง เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น
เน่ืองจากอะตอม มีขนาดใหญ่ข้ึน
- ค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีของธาตุในคาบเดียวกันจะมีค่าเพิ่มขึ้น เมื่อเลขอะตอมเพิ่มข้ึน
เนอ่ื งจากอะตอมมขี นาดเลก็ ลง
ชัว่ โมงท่ี 4
ขัน้ ที่ 2 การสาํ รวจและคน้ หา (Explore)
2.1 ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 หน้า
58-59 แลว้ สรุปความรู้ทไ่ี ด้ลงในสมดุ บันทกึ ของนกั เรยี น
2.2 ครูสมุ่ ตัวแทนนกั เรยี น ออกมาสรปุ ความรู้ เรือ่ ง สมั พรรคภาพอเิ ล็กตรอน ใหเ้ พ่ือนฟงั หนา้ ชนั้ เรยี น
ขน้ั ท่ี 3 การอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explain)
3.1 ครถู ามคำถามเพ่ือให้นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเรื่อง สมั พรรคภาพอิเล็กตรอน
คำถาม : สมั พรรคภาพอเิ ล็กตรอน คอื อะไร
(แนวตอบ : สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน คือ ค่าพลังงานที่คายออกมาเมื่ออะตอมในสถานะ
แก๊สไดร้ บั อิเล็กตรอน 1 อิเล็กตรอน)
คำถาม : ธาตุเรพรีเซนเททีฟมีแนวโน้มของสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนตามหมู่และตามคาบ
เป็นอย่างไร
(แนวตอบ : ในหมู่เดียวกัน ค่าสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน (EA) จะลดลง เมื่อเลขอะตอม
เพ่มิ ขน้ึ ในคาบเดยี วกนั ค่าสัมพรรคภาพอเิ ลก็ ตรอน (EA) จะเพ่ิมขึ้น เม่ือเลขอะตอมเพิม่ ขึ้น)
3.2 ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเกีย่ วกบั สมั พรรคภาพอิเลก็ ตรอน ซ่ึงเม่ือเรยี นจบหัวข้อนี้
แล้วนักเรียนควรสรุปสาระสำคญั ได้ ดังนี้
- ค่าสมั พรรคภาพอิเลก็ ตรอนเป็นคา่ ความสามารถในการรบั อิเล็กตรอนของธาตุ ซ่ึงคอื
พลังงานคายออกมาเมอ่ื อะตอมในสถานะแก๊สไดร้ บั อิเลก็ ตรอน 1 อิเล็กตรอน
101
- อะตอมที่รับอิเล็กตรอนได้ดี จะคายพลังงานออกมามาก ทำให้มีค่าสัมพรรคภาพ
อิเล็กตรอนเป็นลบมาก ส่วนอะตอมที่รับอิเล็กตรอนได้ยาก จะคายพลังงานออกมาน้อย ทำให้มีค่าสัม
พรรคภาพอิเล็กตรอนเปน็ ลบน้อย หรือเป็นบวก
- เมื่อพิจารณาตามหมู่ ธาตุหมู่ 1A และ 2A มีแนวโน้มรับอิเล็กตรอนได้ยากจากบน
ลงล่าง ส่วนธาตุหมู่ 7A มีแนวโน้มรับอิเล็กตรอนได้ง่าย แต่การรับอิเล็กตรอนจะยากขึ้นจากบนลง
ล่าง ส่วนธาตุหมู่อื่นยังมีแนวโน้มไม่ชัดเจน
- เมื่อพิจารณาตามคาบ ธาตุหมู่ 1A-3A มีแนวโน้มรับอิเล็กตรอนได้ยาก โดยธาตุหมู่ 2A จะรับ
อิเล็กตรอนได้ยากที่สุด ส่วนธาตุหมู่ 4A-7A มีแนวโน้มรับอิเล็กตรอนได้ง่าย โดยธาตุหมู่ 7A จะรับอิเล็กตรอนได้
ง่ายทส่ี ุด
3.3 ครูให้นกั เรยี นทำใบงานท่ี 9.1 เร่ือง สมบตั ิของธาตใุ นตารางธาตุ
ช่วั โมงที่ 5
ข้ันที่ 2 การสาํ รวจและคน้ หา (Explore)
2.1 ครูอธิบายว่า โมเลกุลของสารจะมารวมตัวอยู่ร่วมกันกันจะต้องมีแรงยึดเหน่ียวซ่ึงกันและกนั
ซึ่งจะมีค่ามากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสารจะมีผลต่อจุด
เดือดและจุดหลอมเหลวของสาร
2.2 ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง จุดเดือดและจุดหลอมเหลว จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 หน้า
59-61 แล้วสรปุ ความรู้ที่ไดล้ งในสมุดบันทกึ ของนกั เรียน และรว่ มกนั ตอบคำถาม ดังน้ี
คำถาม : เพราะเหตุใดจดุ เดือดและจดุ หลอมเหลวของธาตุหมู่ 4A จงึ มแี นวโน้มท่ไี ม่ชดั เจน
(แนวตอบ : เน่อื งจากธาตหุ มู่ 4A มีโครงสร้างและแรงยดึ เหน่ยี วระหว่างอะตอมที่แตกต่างกัน
จงึ ไม่สามารถสรปุ แนวโน้มของจดุ เดือดและจุดหลอมเหลวได้)
2.3 ครูนำเข้าสู่การเรียนเรื่อง เลขออกซิเดชัน โดยทบทวนความรู้เกี่ยวกับการให้และรับ
อิเลก็ ตรอนเกดิ เปน็ ไอออน การใชอ้ เิ ลก็ ตรอนร่วมกันเกดิ เปน็ โมเลกลุ โคเวเลนต์ และค่าอิเล็กโทรเนกาตวิ ติ ี
2.4 ครูให้นักเรียนศกึ ษาเรื่อง เลขออกซิเดชนั จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 หน้า 61-62 แล้ว
ร่วมกันตอบคำถาม ดังนี้
102
คำถาม : ไฮโดรเจนมีเลขออกซิเดชันไดก้ ่คี า่ อะไรบ้าง
(แนวตอบ : 2 ค่า คือ เมื่อรวมกับธาตุอโลหะ หรือกลุ่มของไอออนลบ จะมีเลข
ออกซเิ ดชัน +1 แต่ถ้ารวมกับธาตุโลหะ จะมเี ลขออกซิเดชนั -1)
ข้นั ท่ี 3 การอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explain)
3.1 ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายเนื้อหาเร่ือง จดุ เดือด จุดหลอมเหลว และเลขออกซิเดชัน ซ่ึง
เมอ่ื เรียนจบหวั ขอ้ นแ้ี ล้ว นกั เรียนควรสรุปสาระสำคญั ได้ ดงั นี้
- ในหมู่เดียวกัน ธาตุหมู่ 1A-3A จุดเดือดและจุดหลอมเหลวจะมีแนวโน้มลดลง เมื่อเลขอะตอม
เพ่มิ ขึ้น ธาตหุ มู่ 4A จดุ เดอื ดและจดุ หลอมเหลวมีแนวโนม้ ไม่ชดั เจน สว่ นธาตุหมู่ 5A-8A จดุ เดือดและจุด
หลอมเหลวจะมแี นวโน้มเพ่ิมขนึ้ เมื่อเลขอะตอมเพม่ิ ขนึ้
- ในคาบเดยี วกนั ธาตุหมู่ 1A-4A จุดเดอื ดและจดุ หลอมเหลวจะมแี นวโนม้ เพิม่ ขึ้น เมือ่ เลขอะตอม
เพิ่มขึ้น โดยธาตุหมู่ 4A จะมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูงที่สุด ส่วนธาตุหมู่ 5A-8A จุดเดือดและจุด
หลอมเหลวจะมีแนวโนม้ ลดลง เมื่อเลขอะตอมเพม่ิ ขน้ึ
- เลขออกซิเดชันเป็นตัวเลขที่แสดงถึงค่าประจุไฟฟ้าของอะตอมของธาตุในโมเลกุลของ
สารประกอบ หรอื ไอออนของสารนน้ั
3.2 ครใู ห้นักเรียนทำใบงานท่ี 9.2 เรอ่ื ง เลขออกซิเดชนั
ชัว่ โมงท่ี 6
ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง สมบัติของธาตุตามหมู่และตามคาบ จนนักเรียนเกิด
ความเข้าใจท่ตี รงกนั
4.2 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน สรุปความรู้เรื่อง สมบัติของธาตุตามหมู่และตามคาบ
โดยนำเสนอในรูปแบบท่นี า่ สนใจ แลว้ นำผลงานท่ไี ดม้ าติดทบ่ี อรด์ หนา้ ชั้นเรยี น
4.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด ในแบบฝึกหัดเคมี ม.4 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อะตอมและ
ตารางธาตุ
103
ขั้นที่ 5 ประเมิน (evaluation)
- ครปู ระเมินผลโดยการสังเกตการตอบคำถาม และการรว่ มกนั ทำผลงาน
- ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 9.1 เร่อื ง สมบัตขิ องธาตุในตารางธาตุ
- ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 9.2 เร่ือง เลขออกซเิ ดชัน
- ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝึกหัดเคมี ม.4 เล่ม 1หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 อะตอมและตารางธาตุ
- ครูวัดและประเมนิ ผลจากชน้ิ งานท่นี กั เรยี นไดส้ ร้างขึน้ จากขั้นขยายความเข้าใจ
7.สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
- หนังสอื เรียนรายวิชาเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี เลม่ 1
- ใบงานท่ี 9.1 เรอ่ื ง สมบัตขิ องธาตุในตารางธาตุ
- ใบงานที่ 9.2 เร่อื ง เลขออกซเิ ดชัน
- แบบฝกึ หัดเคมี ม.4 เล่ม 1หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อะตอมและตารางธาตุ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
- ห้องปฏิบัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์
104
8. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครอ่ื งมือ วธิ ีการวดั เกณฑ์การ
ประเมนิ
1.ดา้ นความรู้ (K) -แบบสังเกตการตอบ -สังเกตการตอบ
ร้อยละ 70
- อธิบายสมบัติต่าง ๆ ของธาตุเรพรี คำถาม คำถาม ขนึ้ ไปผา่ นเกณฑ์
เซนเททฟี ตามหมแู่ ละตามคาบได้ - ใบงานท่ี 9.1 เรือ่ ง - ตรวจใบงานที่ รอ้ ยละ 70
ขึ้นไปผ่านเกณฑ์
สมบตั ิของธาตใุ น 9.1 เร่อื ง สมบตั ิ
รอ้ ยละ 70
ตารางธาตุ ของธาตุในตาราง ขน้ึ ไปผ่านเกณฑ์
- ใบงานที่ 9.2 เรื่อง ธาตุ
เลขออกซิเดชัน - ตรวจใบงานท่ี
- แบบฝึกหัดเคมี ม. 9.2 เร่ือง เลข
4 เล่ม 1หน่วยการ ออกซเิ ดชัน
เรียนรู้ที่ 2 อะตอม - ตรวจแบบฝึกหดั
และตารางธาตุ
2. ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ (P) - ใบงานท่ี 9.1 เรือ่ ง - ตรวจใบงานที่
- วิเคราะห์และบอกแนวโน้มสมบัติ สมบตั ขิ องธาตุใน 9.1 เรอ่ื ง สมบตั ิ
ต่าง ๆ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟตาม ตารางธาตุ ของธาตุในตาราง
หมู่และตามคาบได้ - ใบงานที่ 9.2 เรื่อง ธาตุ
เลขออกซเิ ดชัน - ตรวจใบงานที่
- แบบฝึกหดั เคมี 9.2 เรอ่ื ง เลข
ออกซิเดชนั
- ตรวจแบบฝึกหัด
3.ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) -แบบประเมิคุณ -สังเกตพฤตกิ รรม
- ตงั้ ใจเรยี นและแสวงหาความรู้ ลักษณะอันพึง
ประสงค์
105
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง จงทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่องตรงกับคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ท่ผี ูเ้ รียนแสดงออก
โดยจำแนกระดบั พฤตกิ รรมการแสดงออกไวเ้ ปน็ 3 คะแนน ดังนี้
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รียนมพี ฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ ผู้เรียนมีพฤตกิ รรมการแสดงออกเป็นคร้งั คราว
1 คะแนน หมายถึง ผูเ้ รียนมพี ฤตกิ รรมการแสดงออกน้อยครั้ง
สถานะผปู้ ระเมิน ผสู้ อน ผเู้ รียน
รายการประเมนิ
ชอ่ื -นามสกลุ ความสนใจในการทำงาน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
การเสนอความ ิคดเ ็หน รวม ประเมิน
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไม่ผ่าน
106
เกณฑ์การประเมิน
ร้อยละ 60 ข้นึ ไป ( 8-12 คะแนน ) ผ่านเกณฑ์
นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60 ( 0-7 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์
ลงชื่อ………………………………………
(....................................................)
ตำแหน่ง......................................
วันท่.ี .....เดือน................พ.ศ...........
107
ใบงานที่ 9.1
เรอ่ื ง สมบัติของธาตุในตาราง
ธาตุ
ชอื่ …………………………………………………………………….ช้นั …………………….เลขท…่ี ……………….
คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. ธาตุในหมู่เดยี วกันจะมแี นวโน้มของขนาดอะตอมเปน็ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
2. ธาตุ A B และ C เป็นธาตุหมู่ 1A 2A และ 3A ตามลำดับ และอยู่ในคาบเดียวกัน จงเรียงลำดับสมบัติ
ตอ่ ไปนจี้ ากมากไปน้อย
2.1 จุดหลอมเหลว ………………………………………………………………..………………………..………………………..
2.2 พลังงานไอออไนเซชนั ลำดบั ท่ี 1 ………………………………………..………………………..……………………….
2.3 รศั มีไอออน ………………………………………………………………..………………………..……………………………
3. K M N O P และ Q เปน็ ธาตทุ อ่ี ยใู่ นหมเู่ ดียวกนั จากบนลงล่าง จงทำนายสมบัติของธาตตุ อ่ ไปน้ี
3.1 ธาตใุ ดควรมีขนาดอะตอมเล็กทีส่ ดุ ……..………………………………………..……..………………………………
3.2 ธาตุใดควรมคี ่าอิเล็กโทรเนกาตวิ ิตสี ูงทสี่ ุด ……..………………………………………..……..………………………
3.3 ธาตุ P ควรมพี ลงั งานไอออไนเซชนั ลำดับที่ 1 สงู หรอื ตำ่ กว่าธาตุ F ……………………………………………
4. จงเรยี งลำดับขนาดไอออนของไอออนตอ่ ไปน้ี 12Mg2+ 16S2- และ 19K+ จากเล็กไปใหญ่
…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
5. ธาตุชนิดหนึ่งมีค่าพลังงานไอออไนเซชัน ดังนี้ 0.79 1.57 2.23 14.13 17.23 20.08 23.56
26.67 27.95 29.91 32.52 80.25 90.29 MJ/mol
5.1 ธาตุน้นี ่าจะเปน็ ธาตใุ ดในตารางธาตุ เพราะเหตุใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5.2 ธาตุนมี้ ีจำนวนอเิ ลก็ ตรอนทง้ั หมดเทา่ ใด ………………………………………………………….……..…………………
5.3 ธาตุน้มี เี ลขอะตอมเทา่ ใด ……………………………………………………………..………………………..……..……
6. ค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีของธาตุอโลหะเป็นอย่างไร ธาตุอโลหะใดที่มีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงที่สุด ใน
ตารางธาตุ………………………………………………………………………………………………………………………………..
108
เฉลยใบงานท่ี 9.1
เรอ่ื ง สมบตั ิของธาตใุ นตาราง
ธาตุ
คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ี
1. ธาตุในหม่เู ดียวกนั จะมีแนวโน้มของขนาดอะตอมเปน็ อย่างไร
ธาตุที่อยู่ในหมู่เดียวกัน จะมีขนาดอะตอมใหญ่ขึน้ เมอื่ เลขอะตอมเพ่ิมข้ึน
2. ธาตุ A B และ C เปน็ ธาตหุ มู่ 1A 2A และ 3A ตามลำดบั และอย่ใู นคาบเดยี วกัน จงเรยี งลำดับสมบตั ิ
ตอ่ ไปน้จี ากมากไปน้อย
2.1 จดุ หลอมเหลว C > B > A
2.2 พลงั งานไอออไนเซชนั ลำดับท่ี 1 C > B > A
2.3 รัศมไี อออน A > B > C
3. K M N O P และ Q เป็นธาตทุ ่อี ย่ใู นหมู่เดยี วกันจากบนลงล่าง จงทำนายสมบัตขิ องธาตุต่อไปนี้
3.1 ธาตุใดควรมีขนาดอะตอมเลก็ ที่สุด K
3.2 ธาตุใดควรมีคา่ อเิ ล็กโทรเนกาตวิ ติ สี ูงท่ีสุด K
3.3 ธาตุ P ควรมีพลงั งานไอออไนเซชันลำดบั ที่ 1 สูงหรอื ตำ่ กว่าธาตุ F สูงกว่า
4. จงเรยี งลำดับขนาดไอออนของไอออนต่อไปนี้ 12Mg2+ 16S2- และ 19K+ จากเลก็ ไปใหญ่
12Mg2+ < 19K+ < 16S2-
5. ธาตุชนิดหนึ่งมีค่าพลงั งานไอออไนเซชนั ดงั นี้ 0.79 1.57 2.23 14.13 17.23 20.08 23.56
26.67 27.95 29.91 32.52 80.25 90.29 MJ/mol
5.1 ธาตุน้นี ่าจะเป็นธาตุใดในตารางธาตุ เพราะเหตุใด ธาตอุ ะลูมเิ นียม ซ่ึงสามารถอธบิ ายได้จากผลต่าง
ของค่าพลังงานไอออไนเซชันในแต่ละระดับชั้นพลังงานได้ ดังนี้ 0.79, 1.57, 2.23, / 14.13, 17.23,
20.08, 23.56, 26.67, 27.95, 29.91, 32.52, / 80.25, 90.29 MJ/mol ซึ่งสามารถจัดเรียง
อเิ ลก็ ตรอนไดเ้ ปน็ 2, 8, 3 ธาตุน้ีจึงอย่หู มทู่ ี่ 3 คาบที่ 3
5.2 ธาตุนี้มจี ำนวนอิเล็กตรอนทัง้ หมดเทา่ ใด 13
5.3 ธาตนุ ้ีมีเลขอะตอมเท่าใด 13
6. ค่าอเิ ล็กโทรเนกาตวิ ิตีของธาตุอโลหะเป็นอยา่ งไร ธาตุอโลหะใดที่มีคา่ อเิ ลก็ โทรเนกาติวติ ีสูงท่สี ุดใน
ตารางธาตุ
ธาตุอโลหะส่วนใหญ่จะมีค่าอิเลก็ โทรเนกาติวิตีสูง โดยฟลูออรนี เป็นธาตุท่มี ีค่าอิเล็กโทรเนกาตวิ ติ สี ูงท่สี ุด
109
ใบงานท่ี 9.2
เร่ือง เลขออกซิเดชนั
ช่อื ……………………………………………………………………….ช้ัน…………………….เลขท…่ี ………………
คำชีแ้ จง : จงหาเลขออกซเิ ดชนั ของธาตุทุกตัวในสารประกอบหรอื สมการเคมีท่กี ำหนดให้
สารประกอบ/สมการเคมี เลขออกซิเดชัน
Mn ใน MnO-4
P ใน (NH4)2HPO4
Pb ใน PbCrO4
Co ใน Na2[CoCl4]
Na3[Fe(CN)6]
[Cr(NH3)4Cl2]
[Co(NH3)4SO4]NO3
HBrO2
K2SO4 + 2AgNO3 → 2KNO3 + Ag2SO4
3NH4Br + CrPO4 → CrBr3 + (NH4)3PO4
Zn3Sb2 + 6H2O → 3Zn(OH)2 + 2SbH3
Sb2S3 + 12HCl → 2H3SbCl6 + 3H2S
110
เฉลยใบงานท่ี 9.2
เรือ่ ง เลขออกซิเดชัน
คำชีแ้ จง : จงหาเลขออกซเิ ดชนั ของธาตุทุกตัวในสารประกอบหรือสมการเคมีท่ีกำหนดให้
สารประกอบ/สมการเคมี เลขออกซเิ ดชนั
Mn ใน MnO-4 Mn = +7
P ใน (NH4)2HPO4
Pb ใน PbCrO4 P = +5
Co ใน Na2[CoCl4]
Pb = +2
Na3[Fe(CN)6]
[Cr(NH3)4Cl2] Co = +2
[Co(NH3)4SO4]NO3 Na = +1 Fe = +3 C = +2 N = -3
HBrO2 Cr = +2 N = -3 H = +1 Cl = -1
K2SO4 + 2AgNO3 → 2KNO3 + Ag2SO4 Co = +3 N ใน NH3 = -3 H = +1 S = +6 O = -2
3NH4Br + CrPO4 → CrBr3 + (NH4)3PO4 N ใน NO3 = +5
H = +1 Br = +3 O = -2
Zn3Sb2 + 6H2O → 3Zn(OH)2 + 2SbH3
Sb2S3 + 12HCl → 2H3SbCl6 + 3H2S K = +1 S = +6 O = -2 Ag = +1 N = +5
N = +3 H = +1 Br = -1 Cr = +3 P = +5 O = -
2
Zn = +2 Sb = -3 H = +1 O = -2
Sb = +3 S = -2 H = +1 Cl = -1
115
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6
รายวชิ า เคมี 1 รหัสวิชา ว30221 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทายาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรียนมธั ยมเทศบาล 6 นครอดุ รธานี ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อะตอมและตารางธาตุ เวลา 35 ชัว่ โมง
เรอ่ื ง ธาตแุ ทรนซิชนั เวลา 2 ชัว่ โมง
ผสู้ อน นางสาววธติ า แมดมิง่ เหง้า วันท่ีสอน : วันท่ี………เดอื น……..….พ.ศ...............
1.สาระสำคญั
ธาตแุ ทรนซิชันเปน็ โลหะ มีขนาดอะตอมใกล้เคยี งกัน มจี ดุ เดือด จดุ หลอมเหลว และความ
หนาแนน่ สูง เมอื่ เกิดเปน็ สารประกอบส่วนใหญ่จะมีสี
2. มาตรฐานการเรียนรู/้ ผลการเรียนรู้
สาระเคมี
1. เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุพนั ธะเคมีและสมบัติของ
สาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำ
ความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
ม.4/10 บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซิชัน และเปรียบเทียบสมบัติกับธาตุโลหะในกลุ่มธาตุ
เรพรีเซนเททีฟ
3.จดุ ประสงค์
3.1 ด้านความรู้ (K)
3.1.1 อธบิ ายสมบัตขิ องธาตุแทรนซิชันได้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
3.2.1 เปรียบเทยี บสมบตั ิของธาตุแทรนซิชันกับธาตโุ ลหะในกลุ่มธาตเุ รพรีเซนเททีฟได้
3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
3.3.1 ตง้ั ใจเรยี นและแสวงหาความรู้
116
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้
1) ทกั ษะการสังเกต 3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทกั ษะการวิเคราะห์
4) ทักษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู
5) ทักษะการตคี วามหมายและลงขอ้ สรปุ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
5. สาระการเรยี นรู้
ธาตุแทรนซิชันเป็นโลหะที่ส่วนใหญ่มีเวเลนซอ์ ิเล็กตรอนเท่ากับ 2 มีขนาดอะตอมใกล้เคียงกัน มี
จุดเดอื ด จุดหลอมเหลว และความหนาแน่นสูง เกดิ ปฏกิ ิริยากับน้ำไดช้ ้ากว่าธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรพรีเซน
เททีฟ เมื่อเกดิ เป็นสารประกอบส่วนใหญ่จะมสี ี
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ข้ันท่ี 1 การสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครทู บทวนความรเู้ ดิมเกี่ยวกับธาตใุ นตารางธาตุ โดยการถามคำถาม ดังนี้
คำถาม : ตารางธาตุแบง่ ออกเปน็ กหี่ มู่ กค่ี าบ
(แนวคำตอบ : ตารางธาตุแบ่งออกเปน็ 18 หมู่ 7 คาบ )
1.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า “ตารางธาตุท่ีใช้อยูใ่ นปัจจุบันแบง่ ธาตใุ นแนวตั้งออกเป็น 18 แถว โดย
เรยี กแถวในแนวตงั้ วา่ “หมู”่ ธาตุในแนวตง้ั ยงั แบง่ ออกเป็นธาตุกล่มุ A และธาตกุ ล่มุ B
- กลมุ่ A มี 8 หมู่ คือ 1A ถึง 8A เรียกว่า ธาตเุ รพรเี ซนเททฟี
- กล่มุ B มี 8 หมู่ คือ 1B ถงึ 8B (โดยหมู่ 8B จะมี 3 แถว) เรยี กว่า ธาตแุ ทรนซิชัน
117
1.3 ครูให้นักเรียนพิจารณาตารางธาตุจากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 หน้า 63 แล้วครูถาม
คำถามนกั เรียน ดงั นี้
คำถาม : นักเรยี นคิดว่า ธาตุกลุ่ม B ทปี่ รากฏในตารางธาตุ มีสมบตั ิแตกต่างจากธาตุกลุ่ม A
หรอื ไม่
(แนวตอบ : แตกต่างกนั )
คำถาม : นักเรียนคิดว่า ธาตุกลุ่ม B ทกุ ธาตจุ ะมสี มบตั เิ หมอื นหรอื แตกตา่ งกัน อยา่ งไร
(แนวตอบ : มีทั้งเหมือนและแตกต่างกัน เช่น ทุกธาตุในกลุ่ม B จะเป็นโลหะ ส่วนใหญ่
จะมเี วเลนซ์อเิ ลก็ ตรอนเทา่ กบั 2 ยกเว้นธาตุโครเมียม และทองแดง ที่มีเวเลนซอ์ เิ ล็กตรอนเป็น 1 เปน็ ตน้ )
ขน้ั ท่ี 2 การสํารวจและค้นหา (Explore)
2.1 ครทู บทวนเก่ียวกับตารางธาตุในปัจจุบนั และให้สังเกตการจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ จากนั้น
ถามคำถามกระต้นุ ความคิดของนักเรียน ดงั นี้
คำถาม : ตารางธาตุที่นกั เรยี นเห็นมีลักษณะอย่างไร และมีการจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ
อยา่ งไร
(แนวตอบ : ตารางธาตแุ บ่งออกเปน็ 18 หมู่ 7 คาบ ซ่งึ แบง่ เปน็ ธาตุหมู่ A หรอื ธาตุเรพรี
เซนเททีฟ คือ ธาตุหมู่ 1A ถึงหมู่ 8A และธาตุหมู่ B หรือธาตุแทรนซิชัน ซึ่งตารางธาตุจะจัดเรียงตามเลข
อะตอมของธาตุจากซ้ายไปขวา)
2.2 ครูอธิบายเสริมเกี่ยวกับธาตุแทรนซิชนั วา่ คาบท่ี 6 แบ่งเป็น 2 กล่มุ กลุ่มแรกมี 18 ธาตุ คือ
Cs ถึง Rn กล่มุ ทสี่ องมี 14 ธาตุ คอื Ce ถงึ Lu ซ่ึงมชี ื่อเรยี กว่า กล่มุ ธาตแุ ลนทาไนด์ และคาบที่ 7 แบง่ เปน็
2 กลุ่ม กลุ่มแรกเริ่มจาก Fr เป็นต้นไป และมีการค้นพบเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา ส่วนกลุ่มที่สองมี 14 ธาตุ
คอื Th ถงึ Lr ซ่งึ มชี ื่อเรียกว่า กล่มุ ธาตุแอกทิไนด์
2.3 ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับสมบัติของธาตุแทรนซิชัน โดยใช้คำถามว่า “นักเคมีจัดธาตุแทรน
ซิชันไว้ในกลุ่มของธาตุที่เป็นโลหะ แต่ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกับธาตุหมู่ 1A 2A และ 3A เพราะเหตุใด”
จากนนั้ ทิ้งช่วงใหน้ กั เรียนคดิ
2.4 ครใู ห้นกั เรยี นศึกษาขอ้ มูลเก่ยี วกบั สมบตั ิของธาตแุ ทรนซชิ นั ตามรายละเอียดในหนังสอื เรียนเคมี ม.4
118
ขน้ั ท่ี 3 การอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explain)
3.1 ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายเกีย่ วกับสมบัตขิ องธาตุแทรนซชิ ัน โดยพิจารณาตารางที่ 2.9
จากหนงั สอื เรียนเคมี ม.4 เลม่ 1 หนา้ 64 ประกอบการอภปิ ราย เพ่อื ให้ได้ขอ้ สรุป ดังนี้
• ธาตุแทรนซิชันมีค่า IE1 และคา่ EN ตำ่ คล้ายธาตุ K และ Ca แต่มีจดุ หลอมเหลว จดุ เดือด
และความหนาแนน่ สงู กว่า K และ Ca ซงึ่ เปน็ โลหะ ดงั นั้น ธาตุแทรนซิชันจึงมีสมบตั เิ ปน็ โลหะ
• ธาตแุ ทรนซิชันมีขนาดอะตอมใกลเ้ คียงกัน
3.2 ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมเก่ยี วกับการจัดเรยี งอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักของธาตุแทรนซิชนั ดงั น้ี
• ถา้ จดั เรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลงั งานแล้วลงทา้ ยเปน็ 11 ถงึ 20 จะเปน็ ธาตแุ ทรนซชิ ัน
• ธาตุหมู่ B จะมีเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอนเท่ากับ 2 ยกเว้น 24Cr และ 29Cu จะมีเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน
เท่ากับ 1
• อิเล็กตรอนถัดจากวงนอกสดุ เขา้ มา 1 ระดับ ไม่จำเป็นต้องเป็น 8 หรือ 18 เป็นเลขอะไรก็
ได้ เล่ม 1 หนา้ 63-65
3.3 ครูยกตัวอย่างการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักของธาตุแทรนซิชัน เช่น 26Fe
มีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น 2 8 14 2 ซึ่งจะเห็นว่าระดับพลังงานที่ 3 มีอิเล็กตรอนเกิน 8 อยู่ 6
อเิ ล็กตรอน
3.4 ครูถามคำถาม H.O.T.S จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 หน้า 65 ว่า “ธาตุแทรนซิชันใน
คาบท่ี 4 มีสมบตั ิใดคลา้ ยกนั และสมบตั ใิ ดแตกต่างตา่ งจากโพแทสเซียมและแคลเซยี ม”
(แนวตอบ : ธาตแุ ทรนซิชันในคาบที่ 4 ส่วนใหญ่มีเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอนเท่ากับ 2 ยกเว้น
Cr และ Cu มีเวเลนซ์อเิ ลก็ ตรอนเท่ากบั 1 เชน่ เดียวกบั K
จำนวนอิเล็กตรอนในระดับพลังงานถัดเข้ามาของธาตุแทรนซิชันมีค่าไม่เท่ากัน เพราะ
อิเล็กตรอนในระดบั พลงั งานยอ่ ย 3d ไมเ่ ทา่ กนั
ธาตุแทรนซชิ ันสว่ นใหญม่ ีสมบตั ิคล้ายคลึงกนั ตามคาบ เพราะในคาบเดียวกนั จะมีเวเลนซ์
อิเลก็ ตรอนเทา่ กันและขนาดอะตอมใกลเ้ คียงกัน )
3.5 ครูอธิบายสรุปเกี่ยวกับสมบัติของธาตุแทรนซิชัน และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถามใน
ส่วนที่มีข้อสงสัยและครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่า ธาตุแทรนซิชันมีเลขออกซิเดชันได้หลายค่า ซึ่งสีของ
สารประกอบกับเลขออกซิเดชันของธาตุแทรนซิชันจะมีความสัมพันธ์กัน โดยการที่ธาตุแทรนซิชันมีเลข
119
ออกซิเดชันได้หลายค่า เพราะการจัดเรียงอิเล็กตรอนมีลักษณะพิเศษ ซึ่งต่างจากการจัดเรียงอิเล็กตรอน
ของธาตุกลุ่ม A โดยถ้าเป็นธาตุแทรนซิชันในคาบที่ 4 ความพิเศษจะอยู่ที่ 3d กับ 4s (คาบที่ 5 อยู่ที่ 4d
กับ 5s และต่อ ๆ ไป) เช่น โครเมยี ม (Cr) เมอื่ อยู่ในภาวะปกติ และเมอ่ื อยู่ในสารประกอบต่าง ๆ จะมีการ
จัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอน ดังนี้
โครเมยี ม การจดั เรยี งอิเลก็ ตรอน เลข ตวั อยา่ งสาร
24Cr ออกซิเดชนั
24Cr+ 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 3d5 4s1 Cr
24Cr2+ หรอื [Ar] 3d5 4s1 0
ไม่พบใน
1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 3d5 4s0 +1 ธรรมชาติ
หรอื [Ar] 3d5 4s0
+2 CrO
1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 3d4 4s0
หรอื [Ar] 3d4 4s0
24Cr3+ 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 3d3 4s0 +3 CrCl3
หรอื [Ar] 3d3 4s0 +4 CrI4
+5 CrF5
24Cr4+ 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 3d2 4s0 +6 CrO3
หรอื [Ar] 3d2 4s0
24Cr5+ 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 3d1 4s0
หรอื [Ar] 3d1 4s0
24Cr6+ 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 3d0 4s0
หรอื [Ar] 3d0 4s0
จากตาราง จะเห็นว่า โครเมียมมีเลขออกซิเดชันได้ตั้งแต่ 0 ถึง +6 อะตอมจะเสียอิเล็กตรอนใน
ระดับพลังงานนอกสุด คือ 4s ก่อน จากนั้นจึงเสียอิเล็กตรอนที่ระดับพลังงาน 3d ทำให้โครเมียมมีเลข
ออกซิเดชันหลายค่า ธาตุแทรนซิชันอื่น ๆ ก็จะมีสมบัติทำนองเดียวกันนี้ จึงมีเลขออกซิเดชันได้หลายค่า
และเกดิ สารประกอบได้หลายชนิดเช่นกนั
120
ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
4.1 ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรูเ้ รอ่ื ง สมบัตขิ องธาตแุ ทรนซชิ ัน จนนกั เรยี นเกิดความเขา้ ใจ
ที่ตรงกัน
4.2ครูใหน้ กั เรยี นทำใบงานท่ี 2.9 เร่ือง ธาตแุ ทรนซชิ นั
4.3 ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั ในแบบฝกึ หัดเคมี ม.4 เล่ม 1
4.4 ครูมอบหมายให้นกั เรียนแต่ละคนทำผงั มโนทัศน์สรุปความร้เู ร่ือง ธาตุแทรนซชิ ัน แล้วส่งเป็น
การบ้านในคาบเรียนต่อไป
ขน้ั ที่ 5 ประเมนิ ผล (evaluation)
- ครปู ระเมนิ ผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม และการรว่ มกนั ทำผลงาน
- ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 2.9 เรอื่ ง ธาตุแทรนซิชัน
- ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หดั
- ครูวัดและประเมนิ ผลจากช้ินงานที่นกั เรียนไดส้ ร้างข้นึ จากขน้ั ขยายความเข้าใจ
7.สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
- หนงั สอื เรยี นเคมี ม.4 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 แบบจำลองอะตอม
- ใบงานที่ 2.9 เรื่อง ธาตแุ ทรนซชิ ัน
7.2 แหล่งการเรียนรู้
- ห้องปฏบิ ัตกิ ารเคมี
121
8. การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือ วธิ กี ารวดั เกณฑ์การ
จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ประเมนิ
-สังเกตการตอบ
1.ด้านความรู้ (K) -ใบงานที่ 2.9 เรือ่ ง คำถาม ร้อยละ 70
- ตรวจใบงานท่ี 2.9 ขึน้ ไปผ่านเกณฑ์
อธิบายสมบัติของธาตุแทรนซิ ธาตแุ ทรนซิชนั เรอื่ ง ธาตุแทรนซิชัน
ชนั ได้
2. ด้านทักษะ / กระบวนการ -ใบงานที่ 2.9 เร่อื ง - ตรวจใบงานที่ 2.9
เรอ่ื ง ธาตแุ ทรนซชิ ัน
(P) เปรียบเทียบสมบัติของ ธาตแุ ทรนซิชนั
-สังเกตพฤติกรรม
ธาตุแทรนซิชันกับธาตุโลหะใน ร้อยละ 70
ขน้ึ ไปผ่านเกณฑ์
กลุ่มธาตุเรพรีเซนเททีฟได้
ร้อยละ 70
3.ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึง -แบบประเมิคณุ ขึ้นไปผา่ นเกณฑ์
ประสงค์ (A) ลักษณะอนั พึง
เปน็ ผมู้ ีความตงั้ ใจ และมี ประสงค์
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รบั
มอบหมาย
122
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง จงทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่องตรงกับคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ท่ผี ูเ้ รียนแสดงออก
โดยจำแนกระดบั พฤตกิ รรมการแสดงออกไวเ้ ปน็ 3 คะแนน ดังนี้
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รียนมพี ฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ ผู้เรียนมีพฤตกิ รรมการแสดงออกเป็นคร้งั คราว
1 คะแนน หมายถึง ผูเ้ รียนมพี ฤตกิ รรมการแสดงออกน้อยครั้ง
สถานะผปู้ ระเมิน ผสู้ อน ผเู้ รียน
รายการประเมนิ
ชอ่ื -นามสกลุ ความสนใจในการทำงาน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
การเสนอความ ิคดเ ็หน รวม ประเมิน
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไม่ผ่าน
123
เกณฑก์ ารประเมิน
ร้อยละ 70 ข้นึ ไป ( 8-12 คะแนน ) ผา่ นเกณฑ์
นอ้ ยกว่าร้อยละ 60 ( 0-7 คะแนน ) ไม่ผ่านเกณฑ์
ลงชื่อ………………………………………
(................................................)
ตำแหนง่ ......................................
วนั ท่ี......เดอื น................พ.ศ..........
124
ใบงานท่ี 9.1
เรอื่ ง ธาตุแทรนซชิ ัน
คำชี้แจง : ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. จงอธบิ ายความหมายของธาตแุ ทรนซิชนั
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………..
……..…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ธาตุแทรนซชิ ันแบ่งออกเปน็ กีห่ มู่
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………..
……..…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ธาตแุ ทรนซิชนั มคี วามแตกต่างจากโลหะหมู่ 1A อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………..
……..…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. ธาตุแทรนซิชนั หมู่ 8B มที ัง้ หมดกธ่ี าตุ
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………..
……..…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. ธาตุแทรนซิชันมคี ุณสมบัติอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………..
……..…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………
125
6. แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสมบัติต่าง ๆ ของธาตุแทรนซิชันในคาบเดียวกันจะเหมือนหรือแตกต่าง
จากธาตุเรพรีเซนเททฟี อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………..
……..…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
……..……..…………………………………………………………………………………………………………………………..…………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………………..
7. ธาตุอนุกรมแทรนซิชันท่ี 1 มอี ะไรบ้าง และขนาดของอะตอมมีแนวโน้มเป็นอย่างไรจากซา้ ยไปขวา
…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………..
……..…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
……..……..…………………………………………………………………………………………………………………………..…………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………………..
126
เฉลยใบงานท่ี 9.1
เรื่อง ธาตแุ ทรนซิชนั
คำช้แี จง : ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงอธิบายความหมายของธาตแุ ทรนซชิ ัน
ธาตุแทรนซิชัน คือ กลุ่มธาตุที่มีตำแหน่งอยู่ระหว่างธาตุหมู่ 2A และ 3A ในตารางธาตุ โดยเป็น
ธาตใุ นบลอ็ ก-ดี (d-block) โดยธาตุทง้ั หมดนจี้ ะมอี ยา่ งน้อย 1 รปู แบบ ทม่ี ี 1 ไอออน ทอี่ ยู่ในวงโคจร-ดี
(d shell of electrons)
2. ธาตแุ ทรนซชิ นั แบ่งออกเป็นก่หี มู่
ธาตแุ ทรนซิชนั แบ่งออกเปน็ 8 หมู่ โดยเริ่มจาก 3B จนถงึ 2B ในตารางธาตุ
3. ธาตแุ ทรนซชิ ันมคี วามแตกตา่ งจากโลหะหมู่ 1A อย่างไร
ส่วนใหญ่เน้อื โลหะจะแข็งกวา่ ธาตุหมู่ 1A (ยกเวน้ ปรอท) และปฏกิ ิรยิ าจะไมร่ นุ แรงเทา่ กับหมู่ 1A
4. ธาตแุ ทรนซิชันหมู่ 8B มที งั้ หมดกธ่ี าตุ
หมู่ 8B (ธาตุหมชู่ ดุ สาม หรอื ไทรแอด) มีทั้งหมด 9 ธาตุ ซึ่งมีสมบัติใกล้เคยี งกนั มาก จึงจดั ไวใ้ นหมู่
เดยี วกัน
5. ธาตแุ ทรนซิชนั มีคณุ สมบัตอิ ย่างไร
มีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง ยกเว้นปรอทเป็นของเหลว มีจุดหลอมเหลว จุดเดือด และ
ความหนาแน่นสูง นำไฟฟ้าได้ดี ซ่ึงในโลหะแทรนซิชัน ธาตุท่ีนำไฟฟ้าได้ดีท่ีสุด คือ เงิน และรองลงมา
คือ ทอง นำความร้อนไดด้ ี สารประกอบของธาตุแทรนซิชนั สว่ นใหญ่จะมีสี
127
6. แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสมบัติต่าง ๆ ของธาตุแทรนซิชันในคาบเดียวกันจะเหมือนหรือแตกต่าง
จากธาตเุ รพรเี ซนเททีฟอย่างไร
ธาตุเรพรีเซนเททีฟซึ่งอยู่ใน s-block หรือ p-block ในตารางธาตุ ธาตุทางซ้ายมือจะเป็นโลหะ
ส่วนธาตุทางขวามือจะเป็นอโลหะ ส่วนธาตุแทรนซิชันจะไม่พบแนวโน้มดงั กล่าว เพราะธาตุทุกตวั เป็น
โลหะท้งั หมด
7. ธาตุอนกุ รมแทรนซชิ ันที่ 1 มอี ะไรบ้าง และขนาดของอะตอมมแี นวโน้มเปน็ อย่างไรจากซ้ายไปขวา
ธาตุอนุกรมแทรนซิชันท่ี 1 เริ่มตั้งแต่ธาตุที่มีเลขอะตอม 21 ถึง 30 ดังนี้ Sc Ti V Cr Mn Fe
Co Ni Cu และ Zn รัศมีอะตอมของธาตุเหล่านี้โดยทั่วไปแล้วมขี นาดเล็กลง เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น แต่
รัศมีอะตอมของธาตุต่าง ๆ ตั้งแต่โครเมียม (Cr) ถึงทองแดง (Cu) จะมีขนาดใกล้เคียงกันมาก ทั้งน้ี
เนื่องจากแม้ว่าธาตุในแถวเดียวกันจะมีประจุนิวเคลยี สเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้หมอกอิเล็กตรอนเลก็ ลงก็ตาม แต่
3d อิเล็กตรอนมีจำนวนมากขึ้นและมีแรงต้านการหดขนาดของหมอกอิเล็กตรอน จึงทำให้ขนาดอะตอม
ของธาตุในอนกุ รมแทรนซิชนั น้ไี มค่ อ่ ยเปลีย่ นแปลงมากนัก และจะลดลงอยา่ งชา้ ๆ เท่าน้ัน
132
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7
รายวชิ า เคมี 1 รหสั วชิ า ว30221 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ายาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอดุ รธานี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 อะตอมและตารางธาตุ เวลา 35 ชวั่ โมง
เรื่อง ธาตุกัมมนั ตรังสี เวลา 2 ชว่ั โมง
ผ้สู อน นางสาววธิตา แมดม่ิงเหงา้ วนั ทส่ี อน : วนั ท่ี…….เดอื น……………….พ.ศ...................
1.สาระสำคัญ
ธาตุกัมมันตรังสีเป็นธาตุที่ทุกไอโซโทปสามารถแผ่รังสีได้ โดยครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสี
เปน็ ระยะเวลาท่ีไอโซโทปกมั มนั ตรังสีสลายตัวจนเหลอื ครึ่งหนงึ่ ของปรมิ าณเดมิ
2. มาตรฐานการเรยี นรู้/ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี
1.เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบัติของธาตุพันธะเคมีและสมบัตขิ อง
สาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำ
ความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
ม.4/11 อธบิ ายสมบัติและคำนวณครึง่ ชีวิตของไอโซโทปกมั มันตรงั สี
3.จดุ ประสงค์
3.1 ด้านความรู้ (K)
3.1.1 อธิบายสมบตั ิของธาตกุ มั มันตรงั สีได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคิด (P)
3.2.1 คำนวณครึ่งชวี ิตของไอโซโทปกมั มันตรงั สีได้
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
3.3.1 ตัง้ ใจเรียน แสวงหาความรู้ และมคี วามรับผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
133
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวนิ ยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวิเคราะห์
4) ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมลู
5) ทกั ษะการตีความหมายและลงขอ้ สรุป
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. สาระการเรยี นรู้
ธาตุแต่ละชนิดมีไอโซโทป ซึ่งในธรรมชาติบางธาตุมีไอโซโทปที่แผ่รังสีได้ เนื่องจากนิวเคลียสไม่
เสถยี ร เรยี กว่า ไอโซโทปกัมมนั ตรังสี สำหรบั ธาตกุ ัมมันตรังสีเป็นธาตุท่ีทุกไอโซโทปสามารถแผ่รังสีได้รังสี
ที่เกิดขึ้น เช่น รังสีแอลฟา รังสีบีตา รังสีแกมมา โดยครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรังสีเป็นระยะเวลาที่
ไอโซโทป กัมมนั ตรังสีสลายตัวจนเหลือครง่ึ หนงึ่ ของปริมาณเดิม ซงึ่ เป็นค่าคงที่เฉพาะของ แต่ละไอโซโทป
กมั มันตรงั สี
134
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ขน้ั ท่ี 1 การสร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูถามคำถามนกั เรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ
คำถาม : ในชีวิตประจำวันนกั เรยี นเคยเห็นอะไรบ้างทีส่ ามารถเปลง่ แสงออกมาได้บ้าง
(แนวคำตอบ : ดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว หงิ่ ห้อย หลอดไฟ ฯลฯ)
คำถาม : นกั เรียนคดิ ว่าแสงเหล่านั้น เกดิ ข้ึนเองหรอื ไม่
(แนวคำตอบ : มีบางชนิดสามารถเกิดได้เองตามธรรมชาติและบางชนิดเกดิ จากการกระทำ
ของมนุษย์)
คำถาม : นักเรียนเคยฉายรังสีหรอื ฉายเอ็กซเรย์หรือไม่ (แนวคำตอบ : เคย)
คำถาม : แล้วรสู้ ึกเจ็บหรือไม่ (แนวคำตอบ : ไม่เจ็บ)
คำถาม : ทำไมถึงไม่เจ็บ
(แนวคำตอบ : เพราะว่ารังสีสามารถผา่ นรา่ งกายของเราได)้
1.2 ครตู ง้ั ประเดน็ คำถามเพือ่ เชือ่ มโยงเข้าสู่บทเรียน
คำถาม : นักเรียนคดิ วา่ แสงหรอื รงั สที ่ีผ่านตัวเราในการฉายเอ็กซเรย์นนั้ มาจากไหน และ
ธาตุสามารถเปล่งแสงไดห้ รอื ไม่
(แนวคำตอบ :ให้นกั เรียนคน้ หาคำตอบในเรอื่ งธาตุกมั มันตรังสี)
ขน้ั ท่ี 2 การสํารวจและค้นหา (Explore)
2.1 ครูถามคำถามนักเรียน
คำถาม : นักเรียนรู้จักธาตุกัมมันตรังสีหรือไม่ ธาตกุ ัมมันตรังสีคืออะไร
(แนวคำตอบ : ธาตุกัมมันตรงั สี คือ ธาตทุ ี่มสี มบตั ิในการแผ่รังสไี ด้เอง)
คำถาม : นักเรียนคิดวา่ กัมมันตรงั สกี ับกัมมนั ตภาพรงั สีมีความหมายเหมือนหรือตา่ งกนั อย่างไร
(แนวคำตอบ : มมนั ตภาพรังสี หมายถึง ปรากฏการณท์ ่ีธาตุสามารถแผร่ ังสไี ด้เองอย่าง
ตอ่ เนื่อง)
2.2 ครอู ธิบาย เร่ือง ธาตกุ ัมมนั ตภาพรังสี โดยใช้ Power point ประกอบการสอนอธบิ ายเก่ียวกับการ
ค้นพบของธาตุกัมมันตรังสี ว่า “ในปี ค.ศ. 1896 อองตวน อองรี เบ็กเคอเรล นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
135
พบว่า เมื่อเก็บแผ่นฟิล์มถ่ายรูปที่หุ้มด้วยกระดาษสีดำไว้กับสารประกอบยูเรเนียม ฟิล์มกระจกมีลักษณะ
เหมือนถูกแสง และเมื่อทำการทดลองกับสารประกอบยูเรเนียมชนิดอื่นๆ ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน จึงสรุปได้ว่า
น่าจะมีรังสีแผ่ออกมาจากธาตุยูเรเนียม ต่อมาปีแอร์ และมารี กูรี ได้ค้นพบว่า ธาตุพอโลเนียม (Po) เรเดียม
(Ra) และทอเรียม (Th) ก็สามารถแผ่รังสีได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงสรุปได้ว่า ธาตุกัมมันตรังสี คือ ธาตุ
ที่มสี มบัติในการแผ่รังสี และรังสีท่ีธาตุกมั มันตรังสีแผ่ออกมา เรียกวา่ กัมมันตภาพรังสี
ขน้ั ที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรปุ (Explain)
3.1 ครูอธิบายการแผ่รังสีของธาตุ “ธาตุที่อะตอมมีนิวเคลียสไม่เสถียร เพราะมีพลังงานส่วนเกิน
ภายในนวิ เคลยี ส อะตอมจึงถ่ายเทพลงั งานออกมาในรูปการณ์แผ่รังสี
3.2 ครูถามคำถามนักเรยี น
คำถาม : รังสีทแ่ี ผ่มาจากธาตกุ ัมตรังสีแบง่ ออกเป็นกช่ี นิดและมรี งั สีอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ : มี 3 ชนิด ได้แก่ รงั สีแอลฟา รังสีบีตา และรังสีแกมมา)
3.3 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถงึ รังสีท่ธี าตุแผ่ออกมามี 3 ชนิด ได้แก่
1. รังสีแอลฟา ( α หรือ 24He ) คือ นิวเคลียสของอะตอมธาตุฮีเลียม มีปะจุไฟฟ้า +2 มีมวล
มาก ความเร็วต่ำ อำนาจทะลุทะลวงน้อย เม่ืออยู่ในสนามไฟฟ้าจะเบนเข้าหาขั้วลบ มีพลงั งานสูงมากทำให้เกิด
การแตกตวั เป็นไอออนได้ดีทส่ี ุด
2. รังสีบีตา ( β หรือ -01e ) เป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า -1 มีมวลเม่ากับมวลของอิเล็กตรอน
สามารถวิ่งผ่านไปในอากาศได้ประมาณ 0.5 เมตร อำนาจทะลุทะลวงมากกว่ารังสีแอลฟาประมาณ 100 เท่า
เม่ืออยใู่ นสนามไฟฟ้าจะเบนเข้าหาขัว้ บวก
3. รงั สแี กมมา ( ) มีสมบตั ิเปน็ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูง เปน็ รังสีไม่มีมวลและไมม่ ีประจุ
ไฟฟา้ ไม่เบย่ี งเบนในสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า มีอำนาจในการทะลุทะลวงไดส้ ูงท่สี ดุ
3.4 ครแู สดงรปู เปรยี บเทียบการทะลุทะลวงผ่านของรังสีแอลฟา บีตาและแกมมา ให้เรียนดู
136
3.5 ครูถามคำถามเก่ียวกับการแผ่รงั สีของธาตุ
คำถาม : รังสชี นดิ ใดมีอำนาจในการทะลุทะลวงผ่านมากท่สี ุด
(แนวคำตอบ : รงั สีแกมมา)
คำถาม : รังสีประเภทใดไม่สามารถทะลุทะลวงผา่ นกระดาษได้
(แนวคำตอบ : รังสีแอลฟา)
คำถาม : ให้นักเรียนเรียงลำดับความสามารถในการทะลุทะลวงจากน้อยไปหามาก
(แนวคำตอบ : รังสีแอลฟา รงั สบี ตี า รังสีแกมมา)
3.6 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายตารางเปรียบเทียบความแตกตา่ งของรังสี
สมบัติทแี่ ตกต่าง รงั สี α หรือ 24He β หรือ -01e รงั สี
ความสามารถในการทำ ดี ปานกลาง ตำ่
ให้แตกตวั เป็นไอออน
อำนาจทะลผุ ่าน ดี ปานกลาง สงู มาก
ความเบี่ยงเบนใน เบนเป็นทางโค้ง เบนเป็นทางโค้งมาก ไม่เบน
สนามแม่เหล็ก ท่ีสุด
3.7 ครูอธบิ ายเรื่องคร่ึงชวี ติ ของธาตุกัมมันตรังสี
ธาตุกัมมันตรังสีสามารถเกิดการสลายตัวปลดปล่อยรังสีได้เองตลอด แต่จะช้าหรือเร็ว
แตกต่างกันไปตามธาตุแต่ละชนิด นักเคมีจะบอกปริมาณของการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสีด้วยตค่าครึ่ง
ชีวิต ซ่งึ เปน็ ระยะเวลาท่ีสารกัมมันตรงั สสี ลายตวั เหลือเพียงครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม ใชสญั ลกั ษณ์เปน็ t1
2
การหาค่าครึ่งชีวิตและเวลาในการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสีสามารถคำนวณได้จากสูตร
ดงั นี้
Nเหลอื = Nเริม่ ต้น
2n
n = T
t1
2
137
Nเหลือ = ปริมาณของกัมมันตรังสที ีเ่ หลือ
Nเริ่มตน้ = ปริมาณของกัมมนั ตรงั สีทเี่ หลอื
= จำนวนครง้ั การสลายตวั
N
= เวลาท่ีใช้ในการสลายตัว
T
= คร่ึงชวี ติ
t1
2
ตวั อย่าง Ra-226 มีคร่ึงชีวิต 1,620 ปี ถ้าเริ่มต้นมี Ra-226 อยู่ 16 กรัม ในเวลา 4,860 ปี Ra-226 จะ
สลายตัวไปก่ีกรัม
=วธิ ที ำ n T = 4,860 =3
t1 1,620
2
= = =Nเหลอื = Nเ2ร่มิnต้น16 16
23 8 2 กรัม
ดงั นน้ั เม่ือเวลาผ่านไป 4,860 ปี ธาตุ Ra-226 จะสลายตวั ไป 16 – 2 = 14 กรัม
ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
3.8 ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัด เร่ือง ธาตกุ มั มนั ตรงั สี ในแบบฝึกหัดเคมี ม.4 เลม่ 1 หน้า 36-37
3.9 ครูและนักเรียนรว่ มกนั กันอภิปรายเรื่อง ปฏกิ ริ ิยานวิ เคลยี ร์ ดังน้ี
ปฏิกิรยิ านิวเคลียร์
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ เป็นกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นที่นิวเคลียสของธาตุ แล้วทำให้เกิดธาตุใหม่ข้ึน
และให้พลังงานจำนวนมหาศาล ซึ่งต่างจากปฏิกิริยาเคมี เพราะปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นที่อิเล็กตรอนรอบๆ
นวิ เคลยี ส ไมท่ ำให้เกิดธาตใุ หม่ แต่ได้สารใหม่ที่แตกต่างจากสารเดิม รวมท้งั มีพลงั งานเก่ียวข้องไม่มาก
ปฏิกิริยานิวเคลียร์อาจจะเกอดจากการแตกตัวของนิวเคลียสของอะตอมขนาดใหญ่เรียกว่า
ปฏกิ ิรยิ าฟิวชนั หรือ อาจจะเกิดจากการรวมตวั ของนวิ เคลยี สของอะตอมขนาดเลก็ เรียกว่า ปฏกิ ริ ิยาฟชิ ชนั กไ็ ด้
138
1.ปฏิกิริยาฟิชชัน (Fission reaction)
ปฏิกิริยาฟิชชันเป็นกระบวนการที่นิวเคลียสของธาตุหนักบางชนิด แตกตัวออกเป็นไอโซโทปของ
ธาตทุ เ่ี บา
กว่าในปี พ.ศ. 2482 นักวิทยาศาสตร์พบว่าเมื่อใช้นิวตรอนยิงไปที่นิวเคลียสของ U – 235 จะทำให้เกิดการ
แตกตัวได้ธาตุใหม่ คือ Ba – 139 , กับ Ba – 142 กับ Kr – 91 การใช้นิวตรอนยิงไปที่นิวเคลียสจัดว่าเป็น
ปฏิกริ ิยาฟิชชัน ที่สำคญั ปฏิกิริยาฟิชชันสามารถเกิดได้กับนวิ เคลยี สของธาตหุ นัก เช่น U – 233 , U – 235, U
– 238, และ Pu – 239 เป็นตน้ เมอ่ื เกดิ ปฏกิ ิริยาฟชิ ชันจะมีความร้อนคายออกมาจำนวนมหาศาล
2. ปฏกิ ริ ยิ าฟิวชัน (Fusion reaction)
ปฏกิ ริ ิยาที่เกดิ การรวมตวั กันของไอโซโทปท่มี ีมวลอะตอมตำ่ เกิดเป็นไอโซโทปใหม่ท่ีมมี วลมากข้ึน
กว่าเดมิ และปลดปล่อยพลงั านจำนวนมหาศาลแออกมา ซ่งึ โดยทั่วไปจะใหพ้ ลังงานมากกว่าปฏิกริ ยิ ากริ ิยาฟิชชัน
3.10 ครถู ามคำถามนักเรียน ดังน้ี
คำถาม : ในการเรียนเร่ืองธาตุกัมมันตรังสี เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง
(แนวคำตอบ : การผลิตไอโซโทปกัมมันตรังสี เพื่อนำมาใชท้ างการแพทย์ การเกษตร และ
อุตสาหกรรม )
ขนั้ ที่ 5 ประเมินผล (evaluation)
- ครปู ระเมินผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม
- ครุตรวจผลจากการทำแบบฝึกหดั เคมี ในหนังสือเรียนเคมี ม.4 เลม่ 1
- ครูสังเกตความสนใจ ความกระตือรอื รน้ ในการเรยี นรขู้ องนกั เรียน
7.สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรยี นรู้
- หนังสอื เรียนเคมี ม.4 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 ปฏิบัติการเคมเี บื้องต้น
- Power Point เร่อื ง ธาตุกัมมันตรังสี
7.2 แหล่งการเรียนรู้
- ห้องปฏบิ ตั ิการเคมี
139
8. การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมอื วธิ ีการวัด เกณฑ์การ
จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ประเมนิ
1.ดา้ นความรู้ (K) -แบบสังเกตการตอบ -สงั เกตการตอบ ร้อยละ 70
ข้นึ ไปผ่านเกณฑ์
อ ธ ิ บ า ย ส ม บ ั ต ิ ข อ ง ธ า ตุ คำถาม คำถาม
รอ้ ยละ 70
กัมมนั ตรงั สีได้ -แบบฝึกหดั เคมี -ตรวจแบบฝกึ หดั ขึ้นไปผ่านเกณฑ์
2. ด้านทักษะ / กระบวนการ -แบบฝึกหัดเคมี -ตรวจแบบฝึกหดั
(P)
คำนวณครึ่งชีวิตของไอโซโทป
กมั มันตรังสีได้
3.ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ -แบบประเมิคณุ ลกั ษณะ -สังเกตพฤติกรรม
ประสงค์ (A) อนั พึงประสงค์
ร้อยละ 70
เปน็ ผู้มีความต้งั ใจ และมี ข้นึ ไปผา่ นเกณฑ์
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รบั
มอบหมาย
140
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง จงทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่องตรงกับคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ท่ผี ูเ้ รียนแสดงออก
โดยจำแนกระดบั พฤตกิ รรมการแสดงออกไวเ้ ปน็ 3 คะแนน ดังนี้
3 คะแนน หมายถึง ผเู้ รียนมพี ฤติกรรมการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ ผู้เรียนมีพฤตกิ รรมการแสดงออกเป็นคร้งั คราว
1 คะแนน หมายถึง ผูเ้ รียนมพี ฤตกิ รรมการแสดงออกน้อยครั้ง
สถานะผปู้ ระเมิน ผสู้ อน ผเู้ รียน
รายการประเมนิ
ชอ่ื -นามสกลุ ความสนใจในการทำงาน คะแนน รอ้ ยละ สรปุ ผลการ
การเสนอความ ิคดเ ็หน รวม ประเมิน
ีมความ ุ่มง ั่มนการทำงาน
ความ ่รวม ืมอในการทำงาน
3 3 3 3 12 100 ผ่าน ไม่ผ่าน
141
เกณฑ์การประเมิน
ร้อยละ 70 ข้ึนไป ( 8-12 คะแนน ) ผา่ นเกณฑ์
นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 70 ( 0-7 คะแนน ) ไมผ่ า่ นเกณฑ์
ลงชอ่ื ………………………………………
(................................................)
ตำแหนง่ ......................................
วันท่.ี .....เดือน...............พ.ศ........
146
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8
รายวิชา เคมี 1 รหัสวชิ า ว30221 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทายาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรียนมธั ยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 อะตอมและตารางธาตุ เวลา 35 ช่วั โมง
เรือ่ ง ธาตุและสารประกอบในส่งิ มชี วี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม เวลา 2 ชั่วโมง
ผูส้ อน นางสาววธติ า แมดมิ่งเหง้า วนั ทส่ี อน : วันท่ี……..เดือน……………….พ.ศ...................
1.สาระสำคญั
สมบัติบางประการของธาตุแต่ละชนิด ทำให้สามารถนำธาตุไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้
หลากหลาย
2. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี
1.เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบัติของธาตุพันธะเคมีและสมบัติของ
สาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำ
ความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
ม.4/12 สืบคน้ ขอ้ มลู และยกตัวอยา่ งการนำธาตุมาใช้ประโยชน์ รวมทง้ั ผลกระทบตอ่ ส่ิงมีชีวิตและ
สง่ิ แวดล้อม
3.จดุ ประสงค์
3.1 ด้านความรู้ (K)
3.1.1 ยกตัวอยา่ งการใช้ประโยชนข์ องธาตุต่าง ๆ และบอกผลกระทบตอ่ สงิ่ มีชีวิตและ
สิ่งแวดล้อมได้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคดิ (P)
3.2.1 เปรียบเทียบและประเมินประโยชน์และผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต และ
สิ่งแวดล้อมของธาตุได้