96 1.) หมั่นท าความสะอาดกีตาร์บ่อยๆ โดยเฉพาะสาย เป็นไปได้ควรท าทุกครั้งที่เล่นเสร็จ เพราะ ขณะที่เราเล่น จะมีเหงื่อไครติดอยู่ ซึ่งอาจท าให้เกิดความเสียหายได้ โดยเฉพาะสายกีตาร์ที่มักจะขึ้นสนิม ส่วนวิธีการท าความสะอาดนั้น ควรใช้ผ้านุ้มๆ ไม่ต้องชุบน ้าเช็ด ถ้าเป็นไปได้ควรใช้น ้ายาท าความสะอาด กีตาร์โดยเฉพาะ 2.) เก็บไว้ในที่ปลอดภัย ไม่ร้อนเกินไป ไม่ควรเก็บไว้ที่สูง และควรเก็บไว้ในกล่องหรือถุงส าหรับใส่ กีตาร์เพื่อป้องกันการกระแทกและรอยขีดข่วน 3.) ถ้ารู้ว่าจะไม่ได้เล่นกีตาร์นานๆ เช่นเป็นเดือน ควรผ่อนสายกีตาร์ให้หย่อน เพื่อเป็นการถนอม สายและคอกีตาร์ และลูกบิด วิธีกำรดแูลรกัษำประเภท เครื่องเป่ ำลมไม้ (ขลุ่ยรี คอร์เดอร์) การดูแลรักษาและท าความ สะอาดขลุ่ยรีคอร์เดอร์ที่ถูกต้อง จะช่วยให้อายุการใช้งานขลุ่ยรีคอร์เดอร์ได้นานขึ้น ผู้เล่นควรดูแลรักษาดังนี้ คือ 1. หลังจากเลิกปฏิบัติแล้วให้ถอดข้อต่อของขลุ่ยรีคอร์เดอร์ออกจากกันเป็น 3 ท่อน (ห้ามสะบัดเพื่อเอา น ้าลายออกเพราะอาจท าให้ส่วนประกอบทั้ง 3 ส่วนหลุดออกจากกันและหล่นแตกได้) จากนั้นให้น าแต่ละ ส่วนไปล้างด้วยน ้าอุ่นผสมด้วยสบู่อ่อน ๆ หรือล้างด้วยน ้าสะอาด
97 2. ใช้ผ้านุ่มเช็ดท าความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของขลุ่ยรีคอร์เดอร์ อาจใช้ผ้าคลุมไม้สอดเข้าไป ในขลุ่ยรีคอร์ เดอร์เพื่อท าความสะอาดขลุ่ยรีคอร์เดอร์ 3. เมื่อเช็ดจนแห้งดีแล้ว ควรใช้วาสลินทาตรงบริเวณข้อต่อ เพื่อให้ง่ายต่อการประกอบเข้าและถอดออก 4. ควรเก็บใส่ซองหรือกล่องที่ติดมากับตัวเครื่องให้เป็นระเบียบ และจัดเก็บวางไว้ในบริเวณที่ไม่ตกหล่น 5. ไม่ควรใช้ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ร่วมกับผู้อื่น ส่วนประกอบ ของขลุ่ยรีคอร์ เดอร์ วิธีกำรดแูล รักษำประเภท เครื่องเป่ ำ ทองเหลือง (ทรัมเป็ต) 1. การ ดูแลรักษา ตัวเครื่อง ( Body ) ควรระวังไม่ให้ตกหรือกระแทกกับของแข็ง ผ้าที่ใช้ท าความสะอาดควรเป็นผ้าที่ปราศจาก ฝุ่นผงและเป็นผ้าส าลีเนื้อแน่นอย่างดี และเนื่องจากเครื่องลมทองเหลืองจะชุบหรือเคลือบผิวในลักษณะต่าง ๆ กันออกไป ท าให้การเช็ดท าความสะอาดจะมีลักษณะต่างกันออกไปด้วย - ตัวเครื่องที่ชุบเงินและพวกที่ไม่ชุบอะไรเลยสามารถใช้ผ้าชุบน ้ายาขัดเงิน เช็ดแล้วล้างด้วยน ้า สะอาดอีกครั้งและเช็ดให้แห้ง - ตัวเครื่องที่ชุบนิกเกิลและโครเมียม ใช้ผ้าส าลีชุบกับ Metal Polish เช็ดแล้วล้างด้วยน ้าสะอาดแล้ว เช็ดให้แห้ง - ตัวเครื่องที่มีสีทอง ( เป็นสีทองเหลืองขัดเงาแล้วเคลือบด้วย Lacquer พิเศษ ) วิธีขจัดคราบใช้ผ้า ส าเร็จรูป ( Silcon Cloth ) หรือใช้ผ้าส าลีชุบ Lacquer Polish เช็ดแล้วล้างด้วยน ้าสะอาด แล้วเช็ดให้ สะอาด 2. ปากเป่า หลังจากใช้งานล้างด้วยน ้าสะอาดทุกครั้งแล้วเช็ดให้แห้งหรือใช้ Mouthpiece Bruch ช่วยขจัดคราบต่างๆ 3. ท่อต่าง ๆ เมื่อใช้งานเสร็จควรจะเป่าน ้าออกจากท่อปล่อยน ้าลายทั้งหมด และเช็ดท่อเสียงต่าง ๆ
98 สัปดาห์ละครั้ง ผ้าที่ใช้ควรเป็นผ้าโปร่ง ( Polishing Gauze ) กรณีที่ไม่มีขนไปติดและก่อนที่จะสวมท่อ เข้ากับตัวเครื่องต้องทาขี้ผึ้งหล่อลื่นที่ท่อก่อนเสมอ ( Slide Grease ) ส าหรับท่อเสียบเสียงควรใช้น ้ามัน หยด ( Tuning Slide Oil ) เพื่อความสะดวกในการเลื่อนท่อขณะเป่า 4. ลูกสูบ มีความส าคัญและจะแห้งไม่ได้ ต้องใช้น ้ามันหล่อลื่นอยู่เสนอ ควรหยอดสัปดาห์ละ ครั้ง การหยอดเพียงแต่เปิดฝาสูบและชักลูกสูบออกมาแล้วหยอดด้วย Valve Oil ในปริมาณ พอเหมาะ ลูกสูบเป็นส่วนที่บอบบาง เมื่อฝุ่นผงและเม็ดสนิมเกิดเพียงเล็กน้อยก็จะท าให้ลูกสูบขัดข้อง แล้ว ดังนั้น ผ้าท าความสะอาดควรเป็นผ้าโปร่ง ( Polishing Gauze ) เพราะไม่ท าให้เกิดรอย และก่อน ประกอบกลับคืนจะต้องตรวจดูต าแหน่งของลูกสูบให้ตรงและถูกต้อง 5. การล้างเครื่อง ควรล้างด้วยน ้าสะอาดกับน ้าสบู่ที่ใช้ในการล้างเครื่อง ( Brass Soap ) ตาม อัตราส่วน 1 : 5 อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อป้องกันและขจัดสนิมคราบไคลต่าง ๆ ส่วนที่เป็นท่อเสียงและ ภายในตัวเครื่องต้องใช้แส้ล้างแตร ( Flexible Cleaner ) ในส่วนของลูกสูบก่อนล้างต้องถอดส่วนที่เป็น สักหลาดแยกไว้ก่อนหากโดนน ้าจะท าให้แข็งและเสื่อมคุณภาพได้ ควรใช้อุปกรณ์ที่อ่อนนุ่ม เพราะไม่ท าให้ เกิดรอยเสียหายเมื่อล้างน ้าสบู่แล้ว ควรปล่อยน ้าที่ไหลจากก๊อกให้ไหลผ่านท่อต่าง ๆ จนสะอาด จากนั้น สลัดน ้าออกใช้ผ้าโปร่งเช็ดและน าไปผึ่งแดดให้แห้ง ในการประกอบตัวเครื่องหลังจากล้างควรจะประกอบท่อ เสียงต่าง ๆ เข้ากับตัวเครื่องก่อนประกอบด้วยลูกสูบเพราะเมื่อไม่มีลูกสูบแรงดันอากาศภายในก็จะไม่มี ด้วย หากประกอบลูกสูบเข้าไปก่อนจะต้องกดลูกสูบบ่อย ๆ ในระหว่างประกอบเครื่องบางครั้งอาจหลงลืม กดลูกสูบจนท าให้ลูกสูบบวมและเสียหายได้ ส่วนประกอบของทรมัเป็ ต ลูกสูบ (Valve) ห่วงนิ้ว (Finger rings) ล าโพง (bell) ก าพวด (Mouthpiece) ท่อสไลด์ (Valve Slide) ปุ่มปล่อยน ้าลาย (WaterKey) วิธีกำรดแูลรกัษำประเภทเครื่องลิ่มนิ้ว
99 โดยปกติจะใช้ผ้ำสกัหลำดหรือผ้ำแห้งเชด ็ ถทูี่ตวัเครื่องและบริเวณที่เป็ นลิ่มนิ้วให้สะอำด ปรำศจำกครำบไคล ระวังอย่ำให้มีน ้ำหกลงไปในตัวเครื่องเพราะสายเสียงอาจเกิดสนิม เมื่อเล่นเสร็จ ปิดด้วยฝำครอบแล้วใช้ผ้ำคลุมให้เรียบร้อยเช่น เปียโน คีย์บอร์ด(คีย์บอร์ดไฟฟ้า) อิเล็กโทน เป็นต้น ส่วนประกอบภำยนอก ฝาครอบ ลิ้มคีย์บอร์ด คันเหยียบ โครงส่วนนอก วิธีกำรดแูลรกัษำประเภท เครื่องตี ดูแลรักษาโดยใช้ผ้านุ่ม สะอาดเช็ดตัวเครื่องและ ส่วนที่ใช้ตีให้สะอาดก่อนและหลังการเล่นทุกครั้ง และเก็บเครื่องดรตรีใส่กล่องหรือใช้ผ้าคลุมทุกครั้งที่เล่น เสร็จแล้ว เช่น กลอง บองโก กลองคองกา เป็นต้น
100 ใบงำนที่ 11 เรื่อง หลักกำรใช้และบ ำรุงรักษำเครื่องดนตรีสำกล คำ ชี้แจง ให้นักเรียนเขียนตอบคำ ถำมต่อไปนี้ 1. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบที่ส าคัญของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย (กีตาร์) พร้อมบอกวิธีการท า ความสะอาดและเก็บรักษาเครื่องมาพอสังเขป (2 คะแนน) …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… 2. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบที่ส าคัญของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าลมไม้ (ขลุ่ยรีคอร์เดอร์) พร้อม บอกวิธีการท าความสะอาดและเก็บรักษาเครื่องมาพอสังเขป (2 คะแนน) …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………...................................………………………………… 3. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบที่ส าคัญของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าทองเหลือง (ทรัมเป็ต) พร้อมบอก วิธีการท าความสะอาดและการเก็บรักษาเครื่องมาพอสังเขป (2 คะแนน) …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… 4. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบที่ส าคัญของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลิ่มนิ้ว (เปียโน) พร้อมบอกวิธีการท า ความสะอาดและการเก็บรักษาเครื่องมาพอสังเขป (2 คะแนน) …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… 5. ให้นักเรียนบอกส่วนประกอบที่ส าคัญของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตี (กลองบองโก) พร้อมบอกวิธีการ ท าความสะอาดและการเก็บรักษาเครื่องมาพอสังเขป (2 คะแนน) …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………… ชื่อ.........................................นามสกุล.......................................ชั้น..........................เลขที่.....................
101 แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 31 กลุ่มสำระกำรเรียนร้ศูิลปะ (ดนตรี) ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ 1 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 5 เครื่องดนตรีและวงดนตรีสำกล เรื่อง วงดนตรีสำกล วันที่..........เดือน..........พ.ศ.......... เวลำ 1 ชั ่วโมง มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรี อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ศ 2.1 จัดประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกประเภทวงดนตรีสากลได้ (K) 2. นักเรียนสามารถเขียนอธิบายบอกเครื่องดนตรีสากลได้ (P) 3. นักเรียนตั้งใจเรียนขณะครูสอนในชั้นเรียน (A) สำระส ำคัญ ดนตรีสากลเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวตะวันตก เริ่มจากการที่ชาวยุโรปมีการบันทึกท านอง เพลงที่เป็นแบบแผนเดียวกันโดยใช้สัญลักษณ์ที่เรียกว่า โน้ตสากล และใช้กับเครื่องดนตรีสากลที่ได้รับการ พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน สำระกำรเรียนรู้ 1. ประเภทวงดนตรีสากล 2. เครื่องดนตรีสากล สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
102 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน ค ำถำมส ำคัญ นักเรียนรู้ไหมว่าประเภทวงดนตรีสากลมีอะไรบ้าง ภำระงำน ใบงาน 12 วงดนตรีสากล กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 1. ครูทักทายและเปิดการบรรเลงวงดนตรีสากลแล้วใช้ค าถามว่ารู้จักวงดนตรีสากลหรือ เปล่า 2. ครูตั้งค าถามกับนักเรียน นักเรียนเคยเห็นเครื่องดนตรีสากลไหมหรือไม่ อะไรบ้าง ขั้นสอน 1. ครูผู้สอนแจกใบความรู้เรื่อง วงดนตรีและเครื่องดนตรีสากล ให้กับนักเรียน 2. ครูผู้สอนอธิบายถึงเนื้อหาความส าคัญของวงดนตรีในแต่ละวง พร้อมเปิดวีดิโอให้ นักเรียนดู 3. ครูผู้สอนอธิบายเครื่องดนตรีในแต่ละวงมีอะไรบ้าง 4. ครูแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ให้นักเรียนท ากิจกรรมแข่งเขียนชื่อเครื่องดนตรีในวงที่ ก าหนดให้จนคบทุกคนในกลุ่ม โดนแต่ละคนให้เวลา 10 วินาที 5. ครูแจกใบงาน ให้นักเรียนท า จนพร้อมส่ง ขั้นสรุป 1. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหา ประเภทของวงดนตรีสากลและเครื่องดนตรีสากลเพิ่มเติมในส่วนที่ ขาดหายและ ให้ผู้เรียนถามในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ
103 กระบวนกำรวดัผลและประเมินผล เครื่องมือ 1. แบบสังเกตการมีส่วนร่วมและสนใจในการท างาน 2. ใบงาน วิธีกำร 1. สังเกตพฤติกรรม 2. ตรวจใบงาน เกณฑ์ 1.แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์ 2.นักเรียนท าได้ 5 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้ สื่อ 1. ใบความรู้ วงดนตรีสากล 2. ห้องดนตรี แหล่งกำรเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเตอร์เน็ต กิจกรรมเสนอแนะ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. บันทึกผลกำรใช้ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................
104 อุปสรรค ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ปัญหำ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. แนวทำงกำรแก้ไข ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... ( นายจตุรงค์ สุดตา ) ครูผู้สอน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
105 ควำมคิดเหน ็ ของครพูี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ( นายธวัชชัย ดีงูเหลือม) ครูพี่เลี้ยง วันที่...........เดือน.............พ.ศ.......... ควำมคิดเหน ็ ของรองผ้อูำ นวยกำรฝ่ำยวิชำกำร ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นายอภิรักษ์ สรรพโส) รองผู้อ านวยการสถานศึกษา ควำมคิดเหน ็ ของผ้บูริหำร/หัวหน้ำสถำบัน ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นางธนพร แก้วชารุณ) ผู้อ านวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 7รถไฟสงเคราห์
106 แบบสงัเกตพฤติกรรมของนักเรียน ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรมกำรประเมิน (คะแนน) รวม อ่ำนได้ (คะแนน) ถูกต้อง ( 5) มีควำม ตั้งใจ ( 5 ) ออกเสียงได้ ถูกต้อง (5 ) ร้องได้ ถูกต้อง ( 5 ) ข้อเสนอแนะ.............................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... (...........................................) ผู้ประเมิน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
107 ใบควำมรู้ เรื่อง วงดนตรีและเครื่องดนตรีสำกล ประเภทของวงดนตรีสำกล แบ่งได้เป็น 8 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 1.วงแชมเบอรม์ ิวสิค (Chamber Music) หมายถึง วงดนตรีประเภทบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีที่เหมาะส าหรับแสดงภายในห้องโถง หรือ สถานที่ที่จุผู้ฟังได้เพียงจ านวนน้อยในสมัยแรกเล่นกันในห้องโถงตามราชส านัก หรือ คฤหาสถ์ของขุนนางใน ยุโรปและนักดนตรีเล่นกันเองในหมู่เพื่อนฝูง ต่อมาคนเริ่มสนใจมากขึ้นท าให้สถานที่คับแคบ จึงเลื่อนไปเล่น ในห้องโถงใหญ่ และ ใน Concert Hall ซึ่งจัดไว้เพื่อการแสดงดนตรีโดยเฉพาะวงเดนตรีชมเบอร์มิวสิคเน้น ความส าคัญของนักดนตรีทุกคนเท่าๆกัน โดยปกติจะมีนักดนตรี 29 คน และ เรียกชื่อต่างๆกัน ตามจ านวน ของผู้บรรเลง ดังนี้ จ านวนผู้บรรเลง 2 คน เรียกว่า ดูโอ (Duo) จ านวนผู้บรรเลง 3 คน เรียกว่า ทรีโอ (Trio) จ านวนผู้บรรเลง 4 คน เรียกว่า ควอเตท (Quartet) จ านวนผู้บรรเลง 5 คน เรียกว่า ควินเตท (Quintet) จ านวนผู้บรรเลง 6 คน เรียกว่า เซกซ์เตท (Sextet) จ านวนผู้บรรเลง 7 คน เรียกว่า เซปเตท (Septet) จ านวนผู้บรรเลง 8 คน เรียกว่า ออกเตท (Octet) จ านวนผู้บรรเลง 9 คน เรียกว่า โนเนท (Nonet) การฟังเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิคต้องการความรู้ความเข้าใจเช่นเดียวกับการฟังเพลงคลาสสิค ประเภทอื่น ๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเพลงประเภทนี้ใช้ผู้เล่นเพียงไม่กี่คน ย่อมไม่สามารถสร้างอารมณ์ ความรู้สึกของดนตรีได้อย่างเพลงที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตร้า เช่น ความมีพลัง,สีสันหรือเสียงของวง ประสานเสียงที่ร้องไปกับวงออร์เคสตร้าท าให้รู้สึกยิ่งใหญ,่่มโหฬาร แต่สิ่งที่จะได้รับจากเพลงประเภทเชม เบอร์มิวสิคจะเป็นในลักษณะของเสียงดนตรีที่แท้จริงในด้านคุณภาพของการเล่น เพราะถ้ามีผู้เล่นผิดพลาด จะได้ยินอย่างเด่นชัดฉะนั้นการบรรเลงประเภทนี้ ผู้บรรเลงต้องมีความถูกต้อง และสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกของเพลงได้อย่างกระจ่างแจ่มชัดแจ้งจริง ๆ นอกจากนี้ความเป็นหนึ่งในการบรรเลงเพลงซึ่งเป็นความหมายของค าว่าEnsembleคือความพร้อม เพียงของผู้บรรเลงเป็นสิ่งที่การบรรเลงเพลงประเภทนี้ ต้องการเป็นอย่างยิ่งไม่ใช่เฉพาะความถูกต้องในการ บรรเลงของแต่ละคนเท่านั้นความถูกต้องความเป็นหนึ่งของทั้งวงย่อมจะต้องมีอยู่อย่างครบครันสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ได้จาการฟังเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิกซึ่งต่างไปจากเพลงที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตร้า โดยปกติ การผสมวงดนตรีแบบเชมเบอร์มิวสิคจะมีนักดนตรีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจนถึง 9 คนและ วงดนตรีจะมีชื่อต่าง ๆ ตามจ านวนของผู้บรรเลงเช่นการเรียกชื่อ จะต้องบอกชนิดของเครื่องดนตรีและจ านวนของผู้เล่นเสมอ ดังนี้
108 -วงสตริงทรีโอ (String Trio) มี ไวโอลิน 1 คัน วิโอลา 1 คัน และ เชลโล 1 คัน -วงสตริงควอเต็ท (String Quartet) มี ไวโอลิน 2 คัน วิโอลา 1 คัน และ เชลโล 1 คัน -วงสตริงควินเตท (String Quintet) มี ไวโอลิน 2 คัน วิโอลา 1 คัน เชลโล 1 คัน และ ดับเบิลเบส 1 คัน ถ้าการบรรเลงของแชมเบอร์มิวสิคเกิน 9 คน แต่ไม่ถึง 20 คน เรียก อังซังเบลอ (ensemble) เช่นวินด์อัง ซังเบลอกับดับเบิ้ลเบสของ โมสาร์ทเป็น Serenade ส าหรับเครื่องลม Bแฟลตวงแชมเบอร์มิวสิคยังไม่จ ากัด ประเภทของเครื่องดนตรีแต่ ตระกูลไวโอลินจะเหมาะที่สุดเพราะเสียงของเครื่องดนตรีตระกูลนี้กลมกลืนกัน ปัจจุบันแล้ววงแชมเบอร์มิวสิค ประเภทวงดนตรีเครื่องสาย และวงดนตรีเครื่องสายผสม ยังคงได้รับความ นิยมน าไปบรรเลงในงานแต่งงานอีกด้วย 2.วงซิมโฟนีออรเ์คสตร้ำ (Symphony Orchestra) วงดนตรีออร์เคสตร้า(Orchestra)เป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องดนตรีและผู้บรรเลงจ านวนมาก บทเพลงที่ใช้บรรเลงมีหลายประเภทเช่น ซิมโฟนคอนแชร์โตโอเวอร์เจอร์ ในสมัยนี้นิยมน านักร้องมาเสริม เพ่ื ่ื อสรา้งบรรยากาศใหด้ยีงิ่ขน้ึวงออรเ์คสตรา้จะเหมาะสา หรบังานทศกาลต่างๆ,งานสังสรรค์,งานEvent, งานคอนเสิร์ต, งานประกาศรางวัล และ งานแต่งานที่ต้องการความยิ่งใหญ่ให้เหมาะสมกับฐานะวงดนตรี ประเภทนี้จะประกอบด้วยเครื่องดนตรีครบทุกประเภท คือ เครื่องสาย, เครื่องลมไม้เครื่องลมทองเหลือง, เครื่องลิ้มนิ้วและเครื่องตี กระทบ เป็นลักษณะการประสมวงดนตรีที่สมบูรณ์ที่สุด ขนาดของวงดนตรี ออร์เคสตร้า(Orchestra)ได้ก าหนดโดยผู้บรรเลงดังนี้ -วงขนาดเล็ก ( Small Orchestra ) มีผู้บรรเลงประมาณ 40 – 60 คน -วงขนาดกลาง ( Medium Orchestra ) มีผู้บรรเลงประมาณ 60 – 80 คน -วงขนาดใหญ่ ( Full Orchestra ) มีผู้บรรเลงประมาณ 80 คนขึ้นไป การจัดวงออร์เคสตร้าค านึงถึงความกลมกลืนของเสียง ดนตรีกลุ่มเครื่องสายมีจ านวนมากที่สุดในวง ประมาณ 2 ใน 3 ของจ านวนผู้บรรเลงทั้งหมดวงออร์เคสตร้าจะเป็นส่วนส าคัญมากที่สุดของงานเพื่อให้งาน ของคุณดูยิ่งใหญ่อลังการ วงดนตรีประเภทนี้นิยมเป็นการบรรเลงอย่างเดียวหรืออาจจะมีการขับร้องสลับก็ได้ บทเพลงที่ใช้จะเป็นบทเพลงคลาสสิคเป็นส่วนใหญ่ส าหรับการบรรเลงจะมีการเตรียมพร้อมเพื่อซั้กซ้อม จัดระบบขั้นตอนของงานให้แน่นอนกันก่อนบรรเลง วงดนตรีประเภทนี้ที่ส าคัญก็คือผู้แสดงจะต้องมี ประสบการณ์กับความสามารถในการบรรเลงและร้องเป็นอย่างมาก ** ถ้าใช้เฉพาะเครื่องสายของวง Symphony Orchestra ก็เรียกว่า String Orchestra** 3.วงป๊อปปูลำมิวสิค (Popular Music) หรือ วงดนตรีลีลำศ ใชบ้รรเลงตามงานร่นืเรงิทวั่ ไปประกอบดว้ย เคร่อืงดนตรีกีลุ่มแซกโซโฟน, กลุ่มเครื่องทองเหลือง และกลุ่มเครื่องประกอบจังหวะ วงป๊ อปปูลามิวสิค ส่วนใหญ่ มี 3 ขนาด 1. วงขนาดเล็ก (วง 4x4) มีเครื่องดนตรี 12 ชิ้น ดังนี้ กลุ่มแซ็ก ประกอบด้วย อัลโตแซ็ก 1 คัน เทเนอร์แซ็ก 2 คันบาริโทน แซ็ก 1 คัน กลุ่มทองเหลือง ประกอบด้วย ทรัมเป็ต 3 คัน ทรอมโบน 1 คัน
109 กลุ่มจังหวะ ประกอบด้วย เปียโน 1 หลัง กีตาร์คอร์ด 1 ตัว เบส 1 ตัว กลองชุด 1 ชุด ( วง 4 x 4 หมายถึง ชุดแซก 4 ชุด ทองเหลือง 4 ชุดตามล าดับ ส่วนเครื่องประกอบจังหวะ 4 ละไว้ในฐานที่ เข้าใจ) 2. วงขนาดกลาง (5x5) มีเครื่องดนตรี 14 ชิ้น คือ เพิ่มอัลโตแซ็ก และ ทรอมโบน 3. วงขนาดใหญ่ (Big Band )(5 x 7) มี 16 ชิ้น เพิ่ม ทรัมเป็ต และ ทรอมโบนอย่างละตัวในปัจจุบัน ใช้กีตาร์เบสแทนดับเบิ้ลเบส และ บางทีก็ใช้ออร์แกนแทนเปียโนคะ 4. วงคอมโบ้ (Combo band) หรือ สตริงคอมโบ เป็นนวงที่เอาเครื่องดนตรีบางส่วนมาจาก Popular Music อีกทั้งลักษณะของเพลงและสไตล์การเล่นก็ เหมือนกัน จ าานวนเครื่องดนตรีส่วนมากอยู่ระหว่างประมาณ 3 –10 ชิ้นเครื่องดนตรีจะมี พวกริทึม (Rhythm) และพวกเครื่องเป่า ทั้งลมไม้ และเครื่องทองเหลืองเครื่องดนตรีที่ใช้เป็นหลักคือกลองชุด เบส เปียโนหรือมีเครื่องเป่าผสมด้วยจะเป็นเครื่องลมไม้หรือทองเหลืองก็ได้ไม่จ ากัดจ านวนแต่รวมแล้วต้องไม่ เหมือนกับวงป๊ อปปูลามิวสิควงคอมโบก็เป็นสมอลล์แบนด์ (small Band)แบบหนึ่ง ดังนั้นวงนี้จึงเป็นวงที่มี ขนาดไม่ใหญ่นักจึงเหมาะส าหรับเล่นตามงานรื่นเริงทั่วๆไปนอกจากนั้นยังเหมาะส าหรับเพลงประเภทไลท์ มิวสิคอีกด้วยและเพลงไทยสากลและเพลงสากลทุกยุคสมัยในปัจจุบันที่ใช้วงคอมโบเล่นตามห้องอาหารหรือ งานสังสรรค์ต่างๆประกอบด้วยเครื่องดนตรีดังต่อไปนื้ 1.แซ็กโซโฟน 2.ทรัมเป็ต 3. ทรอมโบน 4.เปียโนหรือออร์แกน 5. กีตาร์คอร์ด 6. กีตาร์เบส 7.กลอง 5. วงชำร์โด (Shadow) เป็นวงดนตรีขนาดเล็กเริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ 20 ปีมานี่เองในอเมริกาวงดนตรีประเภทนี้ที่ได้รับความนิยม สูงสุดคือคณะTheBeattleหรือสี่เต่าทอง เครื่องดนตรีในสมัยแรก มี4ชิ้น คือ1.กีตาร์เมโลดี้(หรือกีตาร์โซโล) 2. กีตาร์คอร์ด 3.กีตาร์เบส 4.กลองชุด วงชาโดว์ในระยะหลังได้น าออร์แกนและพวกเครื่องเป่าเช่น แซกโซโฟน ทรัมเป็ต,ทรอมโบนเข้ามาผสมและบางทีอาจมีไวโอลินผสมด้วยเพลงของพวกนี้ส่วนใหญ่จะเร่าร้อน ซึ่งได้รับ ความนิยมมากในหมู่วัยรุ่น โดยเฉพาะเพลงประเภท อันเดอร์กราว 6. วงแจ๊ส (Jazz) แบบของแจ๊สที่ควรรู้จักBlues Jazz เพลงบลูส์ เกิดขึ้นที่นิวออร์ลีนแถบปากแม่น ้ามิสซิสซิปปี แต่ สมัยแรกๆไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ต่อมาพ.ศ. 2467ได้มีการอัดแผ่นเสียงจ าหน่ายจึงแพร่หลายได้ รวดเร็วขึ้น รวมทั้งดนตรีได้มีโอกาสไปแสดงตามที่ต่างๆ ในสมัยแรกๆเพลงบลูส์ใช้กีตาร์เล่นน าและคลอเสียง ร้องเล่นกันตามข้างถนนตามย่านชุมชน คนผ่านไปมาก็ให้เงินบ้างไม่ให้บ้าง เนื้อร้องร้องไปคิดไปไม่มีการ เตรียมไว้ล่วงหน้ามาก่อน ดังนั้นร้องกี่ครั้งก็ไม่เหมือนกัน นึกจะจบก็จบเอาดื้อๆคล้ายกับเพลงฉ่อยของ ประเทศไทย เพลงบลูส์ได้รับอิทธิพลจากศาสนามาก ดังนั้นเนื้อร้องก็มีเกี่ยวกับเรื่องศาสนาเข้ามาปนอยู่ด้วย ต่อมาเพลงบลูส์ได้เจริญขึ้นก็น าไปเล่นกับวงแจ๊๊สก็กลายเป็นบลูส์์แจ๊๊ส เพลงประเภทนี้ส่วนมากจังหวะช้าๆ ครั้งแรกที่ไม่ค่อยนิยมเพลงบลูส์เนื่องจากโน้ตค่อนข้างยาก ต่อมาอาร์มาสตรองน ามาเล่นในปีพ.ศ.2472 จึง เป็นแรงหนึ่งที่ท าให้รับความนิยมNew orlean and dixieland style ทั้ง2แบบเหมือนกันมากจนแทบจะ
110 แยกกันไม่ออก เริ่มขึ้นในปลายศตวรรษที่19 และมาแพร่หลายในปีพ.ศ2473 ต่อมาอาร์มาสตรองน ามาเล่น ในปีพ.ศ.2472 ต่อมามีทรอมโบนและคลาริเ่็น็ท เบนโจ กีตาร์ ทูบา กลอง เปียโน แซ็กโซโฟน ปัจจุบันใช้ เบสแทนทูบา นิยมให้ทรัมเป็ตเป็นตัวน าก่อน แล้วจึงเล่นพร้อมกันทั้งวงและเล่นกันเฉพาะท านองเพราะยังไม่ มีใครรู้จักAdlibกันเท่าไหร่กลองก็เล่นจังหวะธรรมดา Modern Style โฉมหน้าของแจ๊๊สได้เปลี่ยนไปมากเมื่อ หลุยส์ อาร์มสตรองได้คิดวิธีเล่นใหม่คือมีท านองหลักแล้วผลัดกันเล่นทีละคนแต่ละคนAdlib กันอย่าง สนุกสนานและเล่นค่อนข้างเร็วมาก บางทีก็เล่นพร้อมๆกันฟังดูเหมือนต่างคนต่างเล่นแต่อยู่ในกรอบอัน เดียวกัน BopStyle ผู้ที่คิดขึ้น คือThe lonious Monk กับDizzy gillespieโดยเอาแบบของยุโรปมาผสมมีการ เปลี่ยนแปลงท านองและจังหวะ ใช้คอร์ดเป็นหลัก เล่นเร็วมาก ผลัดกันเล่นทีละชิ้นจังหวะของแจ๊๊สในยุคหลัง ก็ได้เกิดขึ้นใหม่ๆ Swing แบบนี้กู๊ดแมน เป็นผู้ให้ก าเนิดจังหวะนี้ เมื่อก่อนกู๊ดแมนเล่นคลาริเน็ทกับพวกผิว ด า ต่อมาได้แยกออกมาเล่นกับพวกผิวขาวด้วยกันและเขาได้แต่งเพลงใหม่ขึ้น และได้ให้ชื่อเพลงใหม่นี้ว่า Swing Rock n’ Roll ก็แตกแขนงจาก แจ๊๊ส เมื่อราวพ.ศ.2493 ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่วัยรุ่นและ แพร่หลายอย่างรวดเร็วในอเมริกา ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาเพลงร๊อคก็คือ เอลวิส เพรสลี่(เสียชีวิตเมื่อส.ค.2520) เพลงแจ๊๊สที่เราคุ้นๆหูก็คือเพลง When the saints to marching in เพลงนี้เป็นเพลงที่เก่าแก่มาก ไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้แต่งเป็นเพลงแจ๊สที่มีชื่อเสียงมาก ในการแสดงดนตรีแจ๊๊สทุกครั้งมักมีเพลงนี้เล่นด้วยเสมอ ตอน แรกเป็นเพลงสวดต่อมาเล่นแบบมาร์ชและในที่สุด ก็เล่นแบบ New orleans อาร์มสตรองเล่นเพลงนี้ได้ดีที่สุด เมื่อ พ.ศ. 2481 เครื่องดนตรีแจ๊สที่นิยมเล่นกันมี ดังนี้คือ 1. คลาริเน็ท 2. แซ็กโซโฟน(โซปราโน,อัลโต,เทเนอร์) 3. คอร์เน็ต 4. ทรัมเป็ต 5. ทรอมโบน 6. เบนโจ 7.เปียโน 8. กีตาร์ 9.เบส 10. กลองชุด ปัจจุบันแจ๊๊สได้เล่นอย่างมีแบบแผน มีการเรียบเรียงเสียงประสานส าหรับวงดนตรี เครื่องดนตรีที่ใช้เล่นมีการก าหนดแน่นอนซึ่งใช้แบบของวงดนตรีป๊ อปปูลามิวสิค 7.วงโยธวำทิต ( Military Band ) ประกอบด้วยเครื่องเป่าครบทุกกลุ่ม คือ เครื่องลมไม้ เครื่องทองเหลืองและกลุ่มเครื่องกระทบได้แก่ เครื่องดนตรีที่ให้จังหวะทั้งหลาย วงโยธวาฑิตมีมาตั้งแต่สมัยโรมัน ใช้บรรเลงเพลงเดินแถวเพื่อปลุกใจทหาร ในสมัยสงครามครูเสดได้ซบเซาไปพักหนึ่ง และเจริญอีกในสมัย14 ต่อมาในสมัยของนโปเลียนได้ปรับปรุงให้ มีเครื่องดนตรีอีกหลายชนิดเช่น พวกขลุ่ยผิว พวกปี่และแตรและ ต่อมาก็เป็นต้นแบบของวงโยธวาทิต ในราว กลางศตวรรษที่19เมื่ออดอลฟ์ แซกซ์ นักประดิษฐ์ชาวเบลเยี่ยมได้ประดิษฐ์แซกโซโฟนและแตรต่างๆใน ตระกูลแซกฮอร์น จึงได้น ามาไว้กับวงโยธวาทิตด้วย จึงสมบูรณ์ดังได้กล่าวมาแล้ว ปัจจุบันวงโยธวาทิต มาตรฐานของอังกฤษใช้เครื่องดนตรี 56 ชิ้น
111 8.แตรวง (Brass Band ) คือวงที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลืองและเครื่องกระทบแตรวงเหมาะส าหรับใช ่้บรรเลงกลางแจ้ง การแห่ต่างๆ เช่น ในประเทศไทยใช้ แห่นาค แห่เทียนพรรษา เป็นต้นแตรวงมาตรฐาน ของอังกฤษใช้เครื่องดนตรี 26 ชิ้น
112 ใบงำน เรื่อง วงดนตรีและเครื่องดนตรีสำกล ค ำชี้แจง : ให้นักเรียนยกตัวอย่างประเภทวงและประเภทเครื่องดนตรีสากลมาให้ละเอียดที่สุด 1. วง........................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………….. 2. วง........................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………...................................………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… ………………………….. ชื่อ...........................................นามสกุล........................................ชั้น..........................เลขที่.....................
113 แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 32 กลุ่มสำระกำรเรียนร้ศูิลปะ (ดนตรี) ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ 1 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 6 หลักกำรร้องและกำรบรรเลงเพลงสำกล เรื่อง ประเภทของกำรขับร้อง วันที่..........เดือน..........พ.ศ.......... เวลำ 1 ชั ่วโมง มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรี อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ศ 2.1 เปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกหลักการร้องได้(K) 2. นักเรียนสามารถเขียนอธิบายบอกประเภทการขับร้องได้(P) 3. นักเรียนตั้งใจเรียนขณะครูสอนในชั้นเรียน (A) สำระส ำคัญ การขับร้อง คือการท าให้เกิดเสียงดนตรีจากเสียงและเสริมด้วยถ้อยค าทั้งระบบเสียงสูงต ่าและจังหวะ คนที่ขับร้องเพลงเรียกว่านักร้อง และนักร้องจะแสดงการขับร้องเพลง สำระกำรเรียนรู้ 1. ประเภทของการขับร้อง 2. หลังการขับร้อง สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
114 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน ค ำถำมส ำคัญ นักเรียนรู้ไหมว่าประเภทการขับร้องมีอะไรบ้าง ภำระงำน ใบงาน 13 ประเภทของการขับร้อง กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 1. ครูถามนักเรียน ว่านักเรียนรู้จักการขับร้องหรือไม่ จากนั้นเปิดวีดิโอการขับร้องให้ผู้เรียน ดู 2. ครูถามต่อยอดจากค าถามเดิมว่า นักเรียนคิดว่า การขับร้องมีกี่ประเภท ขั้นสอน 1. ครูแจกใบความรู้ 2. ครูอธิบายความหมายของการขับร้อง 3. ครูบอกประเภทของการขับร้องว่ามี 4 ประเภท คือ การขับร้องแบบอิสระ การขับร้อง ประกอบดนตรีการขับร้องประกอบการแสดง การขับร้องหมู่ 4. ครูอธิบายท่าทางในการร้องเพลงไทย คือ ท่านั่ง ท่ายืน 5. ครูอธิบายหลักการปฏิบัติการขับร้องเพลงไทยดังนี้5.1 ร้องให้มีระดับเสียง สอดคล้องกับเสียงดนตรี 5.2 หายใจเข้า-ออก ให้สอดคล้องกับช่วงจังหวะ ท านอง และเนื้อเพลง 5.3 ออกเสียงพยัญชนะ สระ ค าควบกล ้า ตามอักขรวิธี 5.4 ร้องให้ถูกต้องตามวรรคตอนของเนื้อเพลง เพราะหากร้องไม่ถูกวรรคตอน อาจ ท าให้ความหมายคลาดเคลื่อนได้ 5.5 เนื่องจากเพลงไทยมีการเอื้อน ให้ระมัดระวังในเรื่องการออกเสียงควรเอื้อนให้ มีน ้าเสียงสม ่าเสมอตามจังหวะและท านองเพลง 6. ครูให้นักเรียนถามส่วนที่ไม่เข้าใจ
115 7. ครูแจกใบงาน ให้นักเรียนท า ขั้นสรุป 1. ครูอาจสรุปร่วมกันกับนักเรียนว่า ประเภทของการขับร้องว่ามี 4 ประเภท คือ การขับร้อง แบบอิสระ การขับร้องประกอบดนตรีการขับร้องประกอบการแสดง การขับร้อง กระบวนกำรวดัผลและประเมินผล เครื่องมือ 1. แบบสังเกตการมีส่วนร่วมและสนใจในการท างาน 2. ใบงาน วิธีกำร 1. สังเกตพฤติกรรม 2. ตรวจใบงาน เกณฑ์ 1.แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์ 2.นักเรียนท าได้ 5 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้ สื่อ 1. ใบความรู้เรื่อง ประเภทของการขับร้อง 2. ห้องดนตรี แหล่งกำรเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเตอร์เน็ต
116 กิจกรรมเสนอแนะ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. บันทึกผลกำรใช้ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. อุปสรรค ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ปัญหำ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. แนวทำงกำรแก้ไข ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... ( นายจตุรงค์ สุดตา ) ครูผู้สอน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
117 ควำมคิดเหน ็ ของครูพี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ( นายธวัชชัย ดีงูเหลือม) ครูพี่เลี้ยง วันที่...........เดือน.............พ.ศ.......... ควำมคิดเหน ็ ของรองผ้อูำ นวยกำรฝ่ำยวิชำกำร ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นายอภิรักษ์ สรรพโส) รองผู้อ านวยการสถานศึกษา ควำมคิดเหน ็ ของผ้บูริหำร/หัวหน้ำสถำบัน ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นางธนพร แก้วชารุณ) ผู้อ านวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 7รถไฟสงเคราห์
118 แบบสงัเกตพฤติกรรมของนักเรียน ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรมกำรประเมิน (คะแนน) รวม อ่ำนได้ (คะแนน) ถูกต้อง ( 5) มีควำม ตั้งใจ ( 5 ) ออกเสียงได้ ถูกต้อง (5 ) ร้องได้ ถูกต้อง ( 5 ) ข้อเสนอแนะ.............................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... (...........................................) ผู้ประเมิน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
119 ใบควำมรู้ เรื่อง กำรขับร้อง การขับร้องเป็นการสร้างสรรค์ทางดนตรีวิธีหนึ่งซึ่งใช้วิธีเปล่งเสียงออกมาให้เป็นเพลงต่าง ๆ โดย อาศัยองค์ประกอบทางดนตรีเพื่อท าให้เพลงที่ร้องมีความไพเราะขึ้น ประเภทของกำรขับร้อง แบ่งออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ 1. กำรขบัร้องอิสระ คือการขับร้องทั่วไปโดยไม่มีดนตรีประกอบผู้ขับร้องสามารถขับร้องตามที่ ตนเองถนัดหรือต้องการโดยไม่ค านึงถึงระดับเสียงของเครื่องดนตรี 2. กำรขับร้องประกอบดนตรีคือการขับร้องให้เข้ากับการบรรเลงเครื่องดนตรีโดยค านึงถึงท านอง จังหวะและรูปแบบของเพลง 3. กำรขับร้องประกอบกำรแสดง คือการขับร้องเพื่อบรรยายเนื้อเรื่องหรือเนื้อเพลงประกอบการ แสดงต่างๆ 4. กำรขับร้องหมู่ คือการขับร้องพร้อมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือการขับร้อง ท านองเดียวกันและการร้องประสานเสียง
120 ใบงำน เรื่อง กำรขับร้อง ค ำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. กำรขับร้องขับร้องมีกี่ประเภท คือ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. 2. กำรขบัร้องอิสระ คือ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. 3. กำรขับร้องประกอบดนตรีคือ …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………. . ................................. 4. กำรขับร้องประกอบกำรแสดง คือ …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… 5. กำรขับร้องหมู่ คือ …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อ...........................................นามสกุล.......................................ชั้น..........................เลขที่.....................
121 แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 33 กลุ่มสำระกำรเรียนร้ศูิลปะ (ดนตรี) ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ 1 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 6 หลักกำรร้องและกำรบรรเลงเพลงสำกล เรื่อง คณุสมบตัิของผ้ทูี่จะขบัร้องและกำรวำงท่ำทำง วันที่..........เดือน..........พ.ศ.......... เวลำ 1 ชั ่วโมง มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรี อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ศ 2.1 ระบุคุณสมบัติของผู้ที่จะขับร้อง และการวางท่าทางได้ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถระบุคุณสมบัติของผู้ที่จะขับร้องได้ (K) 2. นักเรียนสามารถอยู่ในท่าทางที่ถูกต้องได้ (P) 3. นักเรียนตั้งใจเรียนขณะครูสอนในชั้นเรียน (A) สำระส ำคัญ การวาท่าทางในการขับร้องทั้งในท่ายืนและในท่านั่งที่ถูกต้องนั้นมีความส าคัญ เพราะจะช่วยให้ ควบคุมลมหายใจได้ดี นอกจากนั้นยังต้องฝึกเปล่งเสียงขับร้องให้มีคุณภาพแบบต่าง ๆด้วย สำระกำรเรียนรู้ คุณสมบัติของผู้ที่จะขับร้องและการวางท่าทาง สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
122 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน ค ำถำมส ำคัญ นักเรียนรู้ไหมว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะขับร้องและการวางท่าทางเป็นอย่างไร ภำระงำน ใบงาน 14 คุณสมบัติของผู้ที่จะขับร้องและการวางท่าทาง กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 1. ครูถามนักเรียน ว่านักเรียนรู้จักการขับร้องหรือไม่ จากนั้นเปิดวีดิโอการขับร้องให้ผู้เรียน ดู 2. ครูถามต่อยอดจากค าถามเดิมว่า นักเรียนคิดว่า การขับร้องมีกี่ประเภท ขั้นสอน 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม แจกใบความรู้ให้นักเรียนศึกษาเป็นกลุ่ม 2. ครูแจกกระดาษให้นักเรียนเขียนแผนฝังความคิด ตามหัวข้อที่ครูก าหนดให้ โดย กลุ่มที่ 1 และ 4 ท าเรื่อง “คุณสมบัติของผู้ที่จะขับร้อง” กลุ่มที่ 2 และ 5 ท าเรื่อง “การวางท่าทางในการยืนขับร้อง” กลุ่มที่ 3 และ 6 ท าเรื่อง “การวางท่าทางในการนั่งขับร้อง” 3. ครูให้นักเรียนออกมาน าเสนอหน้าชั้นเรียน 4. ครูเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดหาย 5. นักเรียนฝึกยืนและการนั่งขับร้อง โดยครูแนะน า ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะขับร้อง และการวางท่าทางในการขับ ร้องและเปิดโอกาสให้นักเรียนถามในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ
123 กระบวนกำรวดัผลและประเมินผล เครื่องมือ 1. แบบสังเกตการมีส่วนร่วมและสนใจในการท างาน 2. ใบงาน วิธีกำร 1. สังเกตพฤติกรรม 2. ตรวจใบงาน เกณฑ์ 1.แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์ 2.นักเรียนท าได้ 5 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้ สื่อ 1. ใบความรู้เรื่อง คุณสมบัติของผู้ที่จะขับร้องและการวางท่าทาง 2. ห้องดนตรี แหล่งกำรเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเตอร์เน็ต กิจกรรมเสนอแนะ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. บันทึกผลกำรใช้ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................
124 อุปสรรค ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ปัญหำ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. แนวทำงกำรแก้ไข ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... ( นายจตุรงค์ สุดตา ) ครูผู้สอน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
125 ควำมคิดเหน ็ ของครพูี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ( นายธวัชชัย ดีงูเหลือม) ครูพี่เลี้ยง วันที่...........เดือน.............พ.ศ.......... ควำมคิดเหน ็ ของรองผ้อูำ นวยกำรฝ่ำยวิชำกำร ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นายอภิรักษ์ สรรพโส) รองผู้อ านวยการสถานศึกษา ควำมคิดเหน ็ ของผ้บูริหำร/หัวหน้ำสถำบัน ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นางธนพร แก้วชารุณ) ผู้อ านวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 7รถไฟสงเคราห์
126 แบบสงัเกตพฤติกรรมของนักเรียน ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรมกำรประเมิน (คะแนน) รวม อ่ำนได้ (คะแนน) ถูกต้อง ( 5) มีควำม ตั้งใจ ( 5 ) ออกเสียงได้ ถูกต้อง (5 ) ร้องได้ ถูกต้อง ( 5 ) ข้อเสนอแนะ.............................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... (...........................................) ผู้ประเมิน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
127 หลักกำรขับร้องเพลง การขับร้องเป็นการสร้างสรรค์ทางดนตรีวิธีหนึ่ง ซึ่งใช้วิธีเปล่งเสียงออกมาให้เป็นเพลงต่าง ๆ โดย อาศัยองค์ประกอบทางดนตรี เพื่อท าให้เพลงที่ร้องมีความไพเราะขึ้น 1. ประเภทของกำรขับร้อง แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1. การขับร้องอิสระ คือ การขับร้องทั่วไป โดยไม่มีดนตรีประกอบผู้ขับร้องสามารถขับร้องตามที่ ตนเองถนัดหรือต้องการ โดยไม่ค านึงถึงระดับเสียงของเครื่องดนตรี 2. การขับร้องประกอบดนตรีคือ การขับร้องให้เข้ากับการบรรเลงเครื่องดนตรี โดยค านึงถึงท านอง จังหวะ และรูปแบบของเพลง 3. การขับร้องประกอบการแสดง คือ การขับร้องเพื่อบรรยายเนื้อเรื่องหรือเนื้อเพลงประกอบการ แสดงต่าง ๆ 4. การขับร้องหมู่ คือ การขับร้องพร้อมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ การขับร้อง ท านองเดียวกันและการร้องประสานเสียง 2. กำรขับร้องเพลงไทย การขับร้องเพลงไทย ควรเริ่มจากท่าทางการร้อง เนื่องจากเพลงไทยมี ลักษณะเฉพาะ ผู้ขับร้องจะนั่งร้องเป็นส่วนใหญ่และมียืนร้องบ้างตามโอกาส ซึ่งผู้ขับร้องควรจะแสดงท่าทาง ให้เหมาะสม ดังนี้ 1. ท่านั่ง ผู้ขับร้องส่วนใหญ่จะนั่งราบกับพื้นเวทีเช่นเดียวกับนักดนตรีซึ่งจะต้องนั่งพับเพียบให้ เรียบร้อย ส ารวมกิริยา นั่งตัวตรงไม่กระดุกกระดิก หรือเคลื่อนไหวมากเกินไป ขณะร้องให้หันหน้าไปทาง ผู้ชมเสมอ 2. ท่ายืน ในบางโอกาสผู้ขับร้องอาจจะได้ยืนร้อง ซึ่งผู้ขับร้องควรยืนร้อง ซึ่งผู้ขับร้องควรยืนอย่าง ส ารวมกิริยาท่าทาง และระวังการเคลื่อนไหวมือ เท้า และล าตัว กำรขับร้องเพลงไทย มีหลักการปฏิบัติ ดังนี้ 1. ร้องให้มีระดับเสียงสอดคล้องกับเสียงดนตรี 2. หายใจเข้า-ออก ให้สอดคล้องกับช่วงจังหวะ ท านอง และเนื้อเพลง 3. ออกเสียงพยัญชนนะ สระ ค าควบกล ้า ตามอักขรวิธี 4. ร้องให้ถูกต้องตามวรรคตอนของเนื้อเพลง เพราะหากร้องไม่ถูกวรรคตอน อาจท าให้ความหมาย คลาดเคลื่อนได้ 5. เนื่องจากเพลงไทยมีการเอื้อน ให้ระมัดระวังในเรื่องการออกเสียงควรเอื้อนให้มีน ้าเสียงสม ่าเสมอ ตามจังหวะและท านองเพลง กำรขับร้อง การขับร้องเพลง เป็นกิจกรรมสร้างสรรรค์ทางดนตรีวิธีหนึ่ง ที่ท าให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่ผู้ ร้องและผู้ฟัง ซึ่งการขับร้องอาจจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ กำรขับร้องเดี่ยวและกำรขับร้องหมู่
128 กำรขับร้องเดี่ยว หมายถึง การร้องเพลงโดยบุคคลเพียงคนเดียวว อาจมีดนตรีประกอบหรือไม่มีก็ได้ กำรขับร้องหมู่ หมายถึง การร้องเพลงโดยบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป อาจมีดนตรีประกอบหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งการขับร้องแบบหมู่นี้อาจจะร้องแบบเป็นท านองเดียวกันหรือร้องแบบประสานเสียงกันก็ได้ การขับร้องเพลงประเภทต่าง ๆ ให้มีความไพเราะ ต้องอาศัยการฝึกฝนบ่อย ๆ จนเกิดความช านาญ และ ใช้หลักการขับร้องที่ถูกต้อง ดังนี้ กำรขับร้อง มีหลกัในกำรฝึกปฏิบตัิดังนี้ 1. การออกเสียง ในการขับร้องเพลงจะต้องออกเสียงให้เต็มเสียงตามจังหวะและท านองของเพลง ซึ่ง จะต้องมีความต่อเนื่องสม ่าเสมอ ไม่ขาดช่วง 2. การหายใจเข้าออก เนื่องจากการร้องเพลง ต้องอาศัยลมในการเปล่งเสียง ดังนั้น การหายใจเข้าออก จึงมีความส าคัญในการร้องเพลง เพราะเกี่ยวข้องกับการหมุนเวียนของลมในร่างกาย การหายใจเข้าออกให้ สอดคล้องกับการร้องเพลง จึงมีส่วนช่วยท าให้ร้องเพลงได้ดีขึ้น 3. การใส่อารมณ์กับเพลง เพลงที่ขับร้องมีหลายประเภท บางเพลงให้อารมณ์สนุกสนาน บางเพลงให้ อารมณ์เศร้า ผู้ขับร้องควรรู้ความหมายจังหวะและท านองเพลง เพื่อจะได้ปรับอารมณ์และความรู้สึกให้เข้า กับเพลงจะท าให้ร้องเพลงได้ดี 4. การเปล่งเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธี การเปล่งเสียงร้องเพลงควรให้ถูกต้องตามอักขรวิธี คือ ออก เสียงพยัญชนะ วรรณยุกต์ให้ชัดเจนตามหลักการออกเสียง โดยเฉพาะค าควบกล ้า 5. ท่าทางในการร้องเพลง การร้องเพลง ควรแสดงท่าทางให้เหมาะสมไม่ล้วง แคะ แกะ เกา ซึ่งเป็นการ สร้างความร าคาญให้แก่ผู้ฟัง และควรสร้างบรรยากาศร่วมกับผู้ฟัง ให้ผู้ฟังได้มีอารมณ์ร่วมกับเพลงที่ ร้อง พื้นฐานการขับร้อง การขับร้องของนักร้อง หรือนักร้องประสานเสียง ควรพัฒนาเทคนิคการขับร้องเป็นประจ าอย่างสม ่าเสมอ ตั้งแต่การวางท่าทางที่ถูกต้อง การใช้ลมอย่างสมบูรณ์ การเปล่งเสียงที่ถูกวิธี ซึ่งพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ ร้องมีเทคนิคการร้องที่ดี ป้องกันการร้องเพี้ยน ซึ่งจะท าให้เจ็บคอ เจ็บกล้ามเนื้อ จนไปถึงไม่สามารถร้อง เพลงได้
129 แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 34 กลุ่มสำระกำรเรียนร้ศูิลปะ (ดนตรี) ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ 1 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 6 หลักกำรร้องและกำรบรรเลงเพลงสำกล เรื่อง กำรควบคุมกำรหำยใจ วันที่..........เดือน..........พ.ศ.......... เวลำ 1 ชั ่วโมง มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรี อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ศ 2.1 ร้องเพลงและใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงด้วยบทเพลงที่หลากหลาย จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกวิธีการหายใจในการขับร้องได้ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถเขียนอธิบายบอกท่าทางในการหายใจได้ถูกต้อง (P) 3. นักเรียนมีความสนใจในเนื้อหาที่สอน (A) สำระส ำคัญ การร้องเพลงให้เสียงดีนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการหายใจที่ถูกต้อง ขณะหายใจลมจะผ่านหลอดเสียงเกิดเป็น เสียงต่าง ๆ ขึ้น ถ้าการหายใจสม ่าเสมอเสียงร้องเพลงก็น่าจะสม ่าเสมอด้วย การหายใจจึงเป็นองค์ประกอบที่ ส าคัญของการร้องเพลง สำระกำรเรียนรู้ 1. วิธีการหายใจในการขับร้อง 2. ท่าทางในการหายใจ สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
130 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน ค ำถำมส ำคัญ นักเรียนรู้ไหมว่าวิธีการหายใจในการขับร้องเป็นอย่างไร ภำระงำน ใบงาน 14 การควบคุมการหายใจ กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนพร้อมเปิด วีดีโอการร้องเพลง 2. ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนรู้จักลักษณะของบทเพลงไทยหรือเพลงสากล บ้าง หรือไม่ 3. ครูถามนักเรียนต่อว่าเคยร้องเพลงแล้วเสียงไม่ถึงบ้างหรือไม่ ขั้นสอน 1. ครูแจกใบความรู้เรื่องการควบคุมการหายใจ 2. ครูอธิบายว่าท าไม่ถึงต้องมีการควบคุมการหายใจในการร้องเพลงโดยมีหลังการ ยังไง 3. ครูอธิบายท่าในการฝึกการควบคุมการหายใจที่ถูกวิธีในการร้องเพลง 4. ครูสุ่มนักเรียนออกหน้าชั้นที่ละ 5 คนเพื่อมาเป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆดู จนคบทุก คนพร้อมให้คะแนน 5. ครูแจกใบงาน ให้นักเรียนท า 6. ครูและนักเรียนท าพร้อมกัน ครูอธิบายในส่วนนักเรียนยังท าไม่ถูกต้อง ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนช่วยกันอภิปราย ถึงข้อดีของการฝึกการควบคุมการหายใจ และ เปิดโอกาสให้นักเรียนถามในส่วนที่ยังไม่เข้า
131 กระบวนกำรวดัผลและประเมินผล เครื่องมือ 1. แบบสังเกตการมีส่วนร่วมและสนใจในการท างาน 2. ใบงาน วิธีกำร 1. สังเกตพฤติกรรม 2. ตรวจใบงาน เกณฑ์ 1.แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์ 2.นักเรียนท าได้ 5 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้ สื่อ 1. ใบความรู้เรื่อง การควบคุมการหายใจ 2. ห้องดนตรี แหล่งกำรเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเตอร์เน็ต กิจกรรมเสนอแนะ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. บันทึกผลกำรใช้ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................
132 อุปสรรค ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ปัญหำ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. แนวทำงกำรแก้ไข ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... ( นายจตุรงค์ สุดตา ) ครูผู้สอน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
133 ควำมคิดเหน ็ ของครพูี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ( นายธวัชชัย ดีงูเหลือม) ครูพี่เลี้ยง วันที่...........เดือน.............พ.ศ.......... ควำมคิดเหน ็ ของรองผ้อูำ นวยกำรฝ่ำยวิชำกำร ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นายอภิรักษ์ สรรพโส) รองผู้อ านวยการสถานศึกษา ควำมคิดเหน ็ ของผ้บูริหำร/หัวหน้ำสถำบัน ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นางธนพร แก้วชารุณ) ผู้อ านวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 7รถไฟสงเคราห์
134 แบบสงัเกตพฤติกรรมของนักเรียน ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรมกำรประเมิน (คะแนน) รวม อ่ำนได้ (คะแนน) ถูกต้อง ( 5) มีควำม ตั้งใจ ( 5 ) ออกเสียงได้ ถูกต้อง (5 ) ร้องได้ ถูกต้อง ( 5 ) ข้อเสนอแนะ.............................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... (...........................................) ผู้ประเมิน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
135 ใบควำมรู้ กำรควบคุมกำรหำยใจ กำรควบคมุกำรหำยใจ สำมำรถปฏิบตัิได้ดงันี้ 1. สูดลมหำยใจเข้ำด้วยแรงลมปกติแต่ให้ใช้ความรู้สึกตามทิศทางลมว่าผ่านรูจมูกเข้าสู่หลอดลม ท าให้ปอดขยายกว้าง ซี่โครงยืดออก และกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อยขยายออกกักลมไว้ในปอด 2 - 3 วินาที 2. หำยใจออกโดยวิธีผ่อนลมออกทีละน้อย ๆ ให้ช่วงหายใจออกมากกว่าช่วงหายใจเข้า โดย สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจออก เช่น ช่องท้องกะบังลม ปอด กล่องเสียง หลอดลม เป็นต้น ว่าเปลี่ยนแปงอย่างไร จากนั้นเพิ่มความยาวของการหายใจออกขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ครั้ง 1 : สูดลมหายใจเข้านับ 1 หายใจออกนับ 2 3 ครั้ง 2 : สูดลมหายใจเข้านับ 1 หายใจออกนับ 2 3 4 ครั้ง 3 : สูดลมหายใจเข้านับ 1 หายใจออกนับ 2 3 4 5 6
136 ใบงำนที่ 14 1. ให้นักเรียนอธิบำยกำรควบคมุกำรหำยใจในวิธีที่ถกูต้อง มำอย่ำงละเอียด ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................... ........................................... ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ชื่อ...........................................นามสกุล......................................ชั้น..........................เลขที่.....................
137 แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 35 กลุ่มสำระกำรเรียนร้ศูิลปะ (ดนตรี) ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ 1 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 6 หลักกำรร้องและกำรบรรเลงเพลงสำกล เรื่อง กำรเปล่งเลียงเพื่อเปิดช่องคอ วันที่..........เดือน..........พ.ศ.......... เวลำ 1 ชั ่วโมง มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรี อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ศ 2.1 เปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเปล่งเสียงได้ถูกวิธี(K) 2. นักเรียนสามารถเขียนอธิบายลักษณะของการเปล่งเสียงได้(P) 3. นักเรียนมีความตั้งใจเรียนในเนื้อหาและเห็นประโยชน์ของการขับร้องเปล่งเสียงที่ถูกต้อง (A) สำระส ำคัญ การร้องหรือการเปล่งเสียงที่ถูกวิธีมีดังนี้ คือ ท่าทาง การหายใจ การจับเสียงและเข้าจังหวะ คุณภาพของเสียงการออกเสียงของสระและพยัญชนะ สำระกำรเรียนรู้ 1. การร้องเพลงหรือการเปล่งเสียงที่ถูกวิธี 2. ลักษณะหลักการการเปล่งเสียงที่ถูกต้อง 3. ประโยชน์ของการขับร้องเปล่งเสียงที่ถูกต้อง สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
138 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน ค ำถำมส ำคัญ นักเรียนรู้ไหมว่าลักษณะหลักการการเปล่งเสียงที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ภำระงำน ใบงาน 15 การเปล่งเลียงเพื่อเปิดช่องคอ กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 1. ครูถามว่านักเรียนเคยร้องเพลงที่ถูกวิธีหรือไม่ หลังจากนั้นเปิดวีดีโอให้นักเรียนดู 2. จากนั้นครูโยงเข้าสู่เนื้อหาที่จะสอน เรื่องการเปล่งเสียงเพื่อเปิดช่องคอ ขั้นสอน 1. ครูแจกใบความรู้ เรื่องการเปล่งเสียงเพื่อเปิดช่องคอ 2. ครูอธิบายวิธีการเปล่งเสียงที่ถูกวิธีโดยใช้หลักการดังต่อไปนี้ ท่าทาง การหายใจ การจับ เสียง และเข้าจังหวะ คุณภาพของเสียง การออกเสียงของสระและพยัญชนะ 3. นักเรียนศึกษาข้อมูลจากใบความรู้ประกอบพร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย ในเนื้อหาได้ 4. ครูยกตัวอย่างการร้องเพลงหรือการเปล่งเสียง จากวีดีโอให้นักเรียนชม พร้อมสาธิต วิธีการเปล่งเสียงให้นักเรียนฝึกการขับร้องเพลงร่วมกับครู ในแต่ละขั้นตอน 5. ครูยกตัวอย่างการร้องเพลงหรือการเปล่งเสียง จากวีดีโอให้นักเรียนชม พร้อมสาธิต วิธีการเปล่งเสียงให้นักเรียนฝึกการขับร้องเพลงร่วมกับครู ในแต่ละขั้นตอน 6. ครูสุ่มนักเรียนออกมาสาธิตวิธีการเปล่งเสียงที่ถูกต้อง และเปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมกัน ซักถามข้อสงสัยในเนื้อหาที่นักเรียนน าเสนอ ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหา นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้เรียนรู้ จดบันทึกลงในสมุด นักเรียนสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้และน าความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้
139 กระบวนกำรวดัผลและประเมินผล เครื่องมือ 1. แบบสังเกตการมีส่วนร่วมและสนใจในการท างาน 2. ใบงาน วิธีกำร 1. สังเกตพฤติกรรม 2. ตรวจใบงาน เกณฑ์ 1.แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์ 2.นักเรียนท าได้ 5 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์ สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้ สื่อ 1. ใบความรู้เรื่อง การเปล่งเลียงเพื่อเปิดช่องคอ 2. ห้องดนตรี แหล่งกำรเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเตอร์เน็ต กิจกรรมเสนอแนะ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. บันทึกผลกำรใช้ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................
140 อุปสรรค ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ปัญหำ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. แนวทำงกำรแก้ไข ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... ( นายจตุรงค์สุดตา) ครูผู้สอน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
141 ควำมคิดเหนของครูพี่เลี้ยง ็ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ( นายธวัชชัย ดีงูเหลือม) ครูพี่เลี้ยง วันที่...........เดือน.............พ.ศ.......... ควำมคิดเหน ็ ของรองผ้อูำ นวยกำรฝ่ำยวิชำกำร ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นายอภิรักษ์ สรรพโส) รองผู้อ านวยการสถานศึกษา ควำมคิดเหน ็ ของผ้บูริหำร/หัวหน้ำสถำบัน ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................... (นางธนพร แก้วชารุณ) ผู้อ านวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 7รถไฟสงเคราห์
142 แบบสงัเกตพฤติกรรมของนักเรียน ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรมกำรประเมิน (คะแนน) รวม อ่ำนได้ (คะแนน) ถูกต้อง ( 5) มีควำม ตั้งใจ ( 5 ) ออกเสียงได้ ถูกต้อง (5 ) ร้องได้ ถูกต้อง ( 5 ) ข้อเสนอแนะ.............................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................... (...........................................) ผู้ประเมิน วันที่...........เดือน..............พ.ศ..........
143 ใบควำมรู้ เรื่อง กำรเปล่งเสียงเพื่อเปิดช่องคอ 1. ท่าทาง การปฏิบัติที่ถูกต้องควรจะให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ คือยืนตรง เท้าวางห่างกันประมาณ 1 ฟุต เท้าขวาอยู่หน้าเล็กน้อย ให้รู้สึกว่ากระดูกสันหลังรับน ้าหนักทั้งหมด ฝึกหัดยกหัว เชิดหน้า ไหล่ตรง แขม่วท้อง หดสะโพก หลังตรง ไม่เกร็งตัว วางตัวตามสบายแต่ให้อยู่ในลักษณะที่ถูกต้อง ควรยืนห่างจาก ไมโครโฟนประมาณ 12 - 15 นิ้ว ออกเสียงแต่พอควรไม่เบาหรือดังจนเกินไป ส าหรับผู้ใช้เสียงจากล าคอต้อง ยืนใกล้ไมโครโฟนมากเพราะเสียงจะออกกังวานต ่าและเบาแผ่ว จึงจ าเป็นต้องยืนใกล้ไมโครโฟนเหมือน ผู้ใช้ เสียงจากนาสิก ส าหรับผู้ใช้เสียงจากท้องเสียงจะดังมากไม่ต้องอยู่ใกล้ไมโครโฟนเกินไป 2. การหายใจ การร้องเพลงให้เสียงดีนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการหายใจที่ถูกต้อง ขณะหายใจลมจะผ่านหลอด เสียงเกิดเป็นเสียงต่าง ๆ ขึ้น ถ้าการหายใจสม ่าเสมอเสียงร้องเพลงก็น่าจะสม ่าเสมอด้วยส่วนของร่างกายที่ ช่วยบังคับลมหรือการหายใจเรียกว่ากระบังลม กระบังลมเป็นกล้ามเนื้อผืนใหญ่อยู่ใต้ปอด และอยู่เหนือ กระเพาะอาหารทางด้านหน้า ถ้าปอดแฟบแสดงว่าไม่มีอากาศ กระบังลมจะมีลักษณะเหมือนชามคว ่า ขณะที่ หายใจออกกระบังลมจะดึงขึ้นไปดันปอดท าให้อากาศกลับออกมาผ่านไปตามล าคอกระทบกับหลอดเสียงท า ให้เกิดเสียงขึ้นนอกจากการขยายกระบังลมแล้ว ผู้ร้องยังใช้อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยขยายโพรงอกคือการพองตัว ท าให้ซี่โครงกางออก การฝึกหายใจ เริ่มด้วยการยืดอกและยืนตัวตรงให้แขนแนบล าตัว ไม่ควรยกไหล่ หายใจเข้าทางปาก ครึ่งหนึ่ง จมูกครึ่งหนึ่งพร้อม ๆ กันจะท าให้ไม่เกิดเสียงดัง โดยกระบังลมจะท าหน้าที่ชะลอลมหายใจให้ออก ช้า ๆ คล้ายกับคาบูเรเตอร์ของเครื่องยนต์ ผู้ร้องจะต้องฝึกหัดหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็วแล้วปล่อยออกช้า ๆ ให้ได้นานที่สุด การหายใจเข้าท้องจะป่องเพื่อเก็บลมและการหายใจเข้าจะต้องหายใจก่อนเริ่มร้องพอดี พยายามรักษาสุขภาพอย่าให้เป็นหวัด เจ็บคอหรือต่อมทอมซินอักเสบ อย่าขากเสมหะแรงๆ หรือสั่งน ้ามูก แรงๆ อย่าดื่มสุราหรือสูบบุหรี่จัดจะท าให้ปอดและหลอดลมอักเสบ 3. การจับเสียงและเข้าจังหวะ ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ 1) นึกเสียงที่จะร้องในใจ หมายถึง ระดับเสียง เสียงสระ ความดัง - เบา 2) หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ เตรียมพร้อมที่จะเปล่งเสียงออกมา 3) ริมฝีปาก แก้ม และขากรรไกรปล่อยตามสบาย 4) ลิ้นไม่กระดกหรือเกร็ง ปล่อยตามสบาย ให้ปลายลิ้นแตะกับฐานฟันล่างเล็กน้อย 5) การส่งลม การปรับหลอดเสียง การบังคับปากและการร้องจะเกิดขึ้นวินาทีเดียวกัน 4. คุณภาพของเสียง ขึ้นอยู่กับหลอดเสียง กล่องเสียง ล าคอ กระพุ้งปาก ลิ้นและศรีษะ เมื่อสูดอากาศ ออก อากาศจะผ่านหลอดเสียงท าให้หลอดเสียงสั่นเกิดเป็นเสียงขึ้นมา และเสียงก็จะผ่านล าคอและปาก ดังนั้นทั้งในปากและในศรีษะจะท าหน้าที่เป็นช่องขยายเสียงในขณะที่ร้องเพลงจะรู้สึกเสียงพุ่งไปข้างหน้า และมี “จุด” ที่เสียงรวมกันอยู่ที่หนึ่งที่ใดบนใบหน้า พยายามให้ “จุด” นี้ อยู่ที่แถวฟันเหนือปลายลิ้น ไม่ควร ให้ “จุด” นี้อยู่ในล าคอหรือโคนลิ้น เพราะจะท าให้กล้ามเนื้อแถวนั้นเกร็งและเสียงที่ออกมาจะไม่น่าฟัง การ
144 ร้องเพลงควรคิดถึงบรรยากาศที่สวยงามเบิกบานใจ อย่าเกร็งคอหรือหน้า อย่าเกร็งลิ้นหรือกระดกลิ้นขึ้น เพราะจะไปบังล าคอ ท าให้เสียงที่ออกมาเกร็ง ฟังไม่ 5. การออกเสียงของสระและพยัญชนะ ในการร้องเพลง ผู้ร้องต้องค านึงถึงองค์ประกอบทั้งสอง คือการ ออกเสียงสระและพยัญชนะ ถ้าปราศจากอันหนึ่งอันใดจะร้องเพลงไม่ได้ดีถึงแม้จะมีเสียงไพเราะก็ตาม หลักการร้องสระ แบ่งออกเป็น 4 ข้อ คือ (1) ออกเสียงสระให้ตรงตัว อย่าท าเสียงอื่นปนหรืออย่าออกเสียงผิด ๆ (2) ในการขับร้องหมู่ ผู้ร้องทุกคนควรออกเสียงสระให้เหมือนกัน (3) ส าหรับค าที่มีสระผสม (เช่น ค าว่า “เดียว” มีสระ2 ตัว คือ สระอี และสระอู) ควรร้องสระเอา (ตัวหน้า) ตามค่าของตัวโน้ตไม่เน้นสระโอ (ตัวหลัง) จนเกินไป (ในกรณีนี้ไม่เน้นสระอู จะร้อง สระอีจนกว่าหมดค่าของโน้ตและสรุปค าด้วยสระอู) (4) ร้องต่อสระค าหนึ่งไปยังอีกค าหนึ่งให้ต่อเนื่องกัน อย่าร้องขาดเป็นห้วงๆ ส าหรับการออกเสียงพยัญชนะ ผู้ร้องอาจจะปฏิบัติดังนี้คือ พยายามร้องสระให้ยาวที่สุดและร้อง พยัญชนะให้สั้นที่สุดแต่ชัดเจน หลักการร้องพยัญชนะ แบ่งออกเป็น 5 ข้อคือ (1) ถ้าค าใดขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ ควรร้องพยัญชนะตรงจังหวะ อย่าร้องช้ากว่าจังหวะ (2) ควรจะเปล่งเสียงพยัญชนะ เช่น เชอะ ฟัก ก่อนจังหวะของมันเล็กน้อย เมื่อจังหวะของมันมา ถึงเสียงที่ร้องจะได้ตรงจังหวะพอดี แล้วร้องสระของค านั้นทีหลัง (พยัญชนะจะออกเสียงจาก ไรฟันและช่องข้างลิ้น) (3) เนื่องจากสระเป็นส่วนส าคัญยิ่งในการร้องเพลง ควรร้องพยัญชนะแต่ละตัวให้สั้น (4) เปล่งเสียงพยัญชนะทางส่วนหน้าของปาก เพราะสะดวกในการเปล่งเสียงมากกว่าที่อื่น และเพื่อ ให้ชัดเจนอย่าออกเสียงพยัญชนะจากโคนลิ้น (5) ออกเสียงพยัญชนะทุกตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่พยัญชนะเป็นตัวเดียวกันสองตัว เช่น หนักแน่น
145 ใบงำนที่ 15 เรื่อง ลักษณะกำรเปล่งเสียง ค ำชี้แจง : จงตอบค าถามต่อไปนี้ การเปล่งเสียงเพื่อเปิดช่องคอมีวิธีการอย่างไรบ้างจงอธิบาย ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................... ........................................... ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ชื่อ.........................................นามสกุล.....................................ชั้น..........................เลขที่.....................