ไทยเป็นประเทศท่ีประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธ์ุหลายกลุ่มในแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันทาง
เชื้อชาติ และวัฒนธรรม แต่ละกลุ่มชาติพันธ์นั้นจะมีลักษณะเด่นอันแสดงถึงเอกลักษณ์ของตน อาทิเช่น
ชนเผ่าม้ง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในภูเขาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ชาวม้งอพยพ
ลงมาทางใต้เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่สงบทางการเมืองและหาพื้นท่ีที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก ในปัจจุบัน
ม้งได้ต้ังถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยตามภูเขาสูงหรือท่ีราบเชิงเขาในเขตพื้นที่หลายจังหวัด ได้แก่ เชียงราย
พะเยา น่าน เชยี งใหม่ แม่ฮอ่ งสอน แพร่ ลำ�ปาง กำ�แพงเพชร ตาก เลย สโุ ขทัย พษิ ณุโลก และเพชรบูรณ์
โดยบ้านเข็กน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหมู่บ้านชาวม้งท่ีมีขนาดใหญ่ท่ีสุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ท่ี
ต�ำ บลเขก็ นอ้ ย อ�ำ เภอเขาคอ้ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ซง่ึ ถอื วา่ เปน็ หมบู่ า้ นทมี่ ปี ระเพณี ภาษา และวฒั นธรรม ทมี่ กี ารสบื ทอด
และอนุรกั ษ์กันมาเปน็ เวลานาน ผูค้ นในทอ้ งถ่ินยงั คงมวี ิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณใี นแบบชนเผา่ มง้ ด้ังเดมิ
ตามกฎจารีตประเพณี และเปน็ ชนเผ่าท่มี ีความโดดเดน่ ในเร่ืองงานหัตถกรรมเครื่องแตง่ กายมากที่สดุ
สารบัญ
ความเปน็ มาและทอี่ ยอู่ าศยั 9
ต้นก�ำ เนิดม้ง 12
บา้ นเขก็ น้อย 20
วถิ ชี วี ติ 31
พธิ ีกรรม ประเพณี และความเชือ่ 35
เครอื่ งแตง่ กาย 53
ลวดลายปัก 77
ลวดลายผ้าเขียนเทยี น 89
ผา้ ทใี่ ช ้ 95
อปุ กรณ์การตดั เย็บ 105
การทอ่ งเท่ยี ว 111
ม้ง เปน็ ชนชาติที่ไดก้ ำ�เนดิ บนพน้ื โลกนี้มานานแล้ว มีรปู ร่างหน้าตา ประเพณี ขนบธรรมเนยี มวัฒนธรรมและวิถชี ีวิตเป็นของตนเอง
มีต�ำ นานนทิ านปรมั ปราเล่าว่า มง้ เคยอาศัยอยู่ ณ ดินแดนทหี่ นาวเย็น มกี ลางวนั หกเดอื นกลางคืนหกเดอื น มีหิมะตก น้�ำ จบั ตัวเปน็ นำ้�แขง็
ทกุ คนนงุ่ ห่มหนังสตั ว์และขนสัตว์ หรือทีค่ นม้งเรยี กวา่ “ดินแดนที่เงยี บสงบและหนาวเย็น” มง้ ไดอ้ าศยั อยบู่ ริเวณนัน้ เป็นเวลายาวนานแตด่ ว้ ย
ถกู รกุ รานจากสงครามท�ำ ใหม้ ง้ ตอ้ งอพยพหนลี ดลงมายงั ประเทศมองโกเลยี มบี างกลมุ่ ทอี่ าศยั อยทู่ น่ี นั่ และบางกลมุ่ กอ็ พยพลงมาทางใตม้ าอาศยั
อยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีนเพราะเกิดสงครามการสู้รบ แต่ก็ยังไม่สามารถท่ีจะทราบประวัติศาสตร์ของม้งได้อย่างชัดเจนมากนัก เพราะ
มง้ ไมม่ หี นงั สอื ทจี่ ะบนั ทกึ ประวตั ศิ าสตรข์ องมง้ เกบ็ ไว้ มเี พยี งแตน่ ทิ านปรมั ปราเลา่ เรอื่ งราวของมง้ เทา่ นน้ั จะใหท้ ราบประวตั ศิ าสตรม์ ง้ ตอ้ งศกึ ษา
ควบคู่ไปกบั การศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ของจีน
เรอ่ื งเลา่ เผา่ ม้ง | 10
เร่อื งเลา่ เผา่ ม้ง | 11
ม้ง เป็นชนชาติที่เกิดข้นึ ในทวปี เอเชยี ต�ำ นาน มองโกเลียเป็นประเทศแรกท่ีทราบแน่ชัดว่าม้งได้อาศัย
เล่าว่าม้งอยู่ในดินแดนอันเงียบสงบและหนาวเย็น อยมู่ ากอ่ นประเทศจนี มง้ บางสว่ นอพยพลงมาทางใตแ้ ละ
เป็นดินแดนท่ีหนาวเย็นมาก มีหิมะตก นำ้�ในแม่นำ้� อาศยั อยู่บนทส่ี ูงเพื่อป้องกนั การโจมตี
จับตัวแข็งเป็นนำ้�แข็ง มีกลางวัน 6 เดือน กลางคืน ชาวจีนชาวจนี เรียกมง้ วา่ “เหม่ียว” หรือ
6 เดือน ทุกคนนุ่งห่มหนังสัตว์ สมัยนั้นม้งมีษัตริย์มา “เหมี่ยวซือ” เป็นช่ือท่ีคนส่วนใหญ่ต้ังให้และชื่อท่ีคน
ปกครองตนเองเหมือนกับชนชาติอ่ืนด้วยสันนิษฐาน อ่ืนตั้งให้นั้นจะเป็นในลักษณะดูถูกดูแคลนแต่คำ�ท่ี
กันว่าม้งคงจะอพยพมาจากท่ีราบสูงธิเบตไซบีเรียและ ชาวจีนเลือกช่ือม้งว่าเหมี่ยวนั้นยังไม่สามารถที่จะ
มองโกเลีย เข้าสู่ประเทศจีน และตั้งหลักแหล่งอยู่ อธิบายความหมายได้อย่างชัดเจนบางท่านให้
แถบลุ่มแม่นำ้�เหลือง (แม่น�ำ้ ฮวงโห) เมอ่ื ราว 3,000 ปี ความหมายว่าคนที่อยู่พ้ืนที่ราบบางท่านให้ความหมาย
มาซ่ึงชาวเขาเผ่าม้งจะต้ังถิ่นฐานอยู่ในมณฑลไกวเจา ว่าเป็นลูกชาวนาหรือว่าคนพื้นเมืองบางท่านแปลว่า
ฮุนหนำ� กวางสี และมณฑลยูนาน ม้งอาศัยอยู่ใน ส�ำ เนยี งการพูดของม้งน้นั ชาวจนี ฟงั คล้ายเสียงแมวจาก
ประเทศจีนมาหลายศตรรษ จนกระท่ังคริสตศตวรรษ หนังสือประวัติศาสตร์เก่าแก่มุ้งซีได้ให้ความหมายไว้
ท่ี 17 ราชวงค์แมนจู (เหม็ง) มีอำ�นาจในประเทศจีน ว่าสำ�เนียงการพูดของม้งน้ันคล้ายเสียงหอนของอีแหน
กษัตริย์จีนในราชวงค์เหม็งได้เปล่ียนนโยบายเป็นการ แต่ถ้าจะให้ความหมายตามอักษรจีนน้ันให้ความหมาย
ปราบปรามม้งเลยอพยพถอยร่นหนีลงมาทางใต้มา ว่าเป็นคนต่างถิ่นหรือคนที่มิใช่ชาวจีนบางคร้ังก็แปลว่า
อาศัยอยู่ในประเทศมองโกเลียในปัจจุบันและม้ง ลูกชาวนา น่าจะใกล้เคียงความเป็นจริงท่ีสุด สำ�หรับ
ได้ถูกรุกรานทำ�สงครามกันอีกบางพวกบางกลุ่มก็ คำ�ว่าม้งนั้นความหมายคือเป็นคนที่รักอิสระอันเป็น
อพยพหนีสงครามมาอาศัยอยู่ในทางตอนเหนือของ ช่อื ท่ีม้งเรยี กตัวเองเสมอมาตลอด
ประเทศจีนปัจจุบันในประเทLมองโกเลียยังมีกลุ่มคนท่ี
ชอบยงิ หนา้ ไม้ ขมี่ า้ และชอบอาศยั อยบู่ นพน้ื ทเ่ี ปน็ ภเู ขา
เหมอื นเชน่ มง้ ทว่ั ไปในประเทศอน่ื ดงั นน้ั จงึ สนั นษิ ฐานได้
วา่ ในประเทศมองโกเลยี ยังมมี ง้ อาศัยอยู่
เร่อื งเลา่ เผา่ ม้ง | 13
การอพยพ ชาวนา จงึ ไดถ้ อยรน่ ลงมาทางใตใ้ กลก้ บั แมน่ �้ำ แยงซี 2 คนในตระกูลซังหรือแซ่โซ้ง คนท่หี นึง่ ชอื่ “ชง-ย”่ี
(Tangrse River) คนท่ีสองช่ือ “ซงจี” ปีค.ศ. 221 ได้มีชนกลุ่มชิน
การอพยพครั้งใหญ่ในอดีตของชนชาติม้ง ครั้งท่ี 2 อพยพออกจากบริเวณปกครอง (Chin) ได้เข้ามาต่อสู้แย่งชิงประเทศของกษัตริย์
ต้งั แต่อดตี จนถึงปัจจุบันมอี ย่ทู ้ังสนิ้ 4 ครง้ั ด้วยกัน ม้ง (San Miao) หลังจากท่ีชาวจู่ล่ีได้อพยพ จูจนพ่ายแพ้ ชาวม้งได้แตกระส่ำ�ระสายไปตาม
ครั้งที่ 1 อพยพออกจากบริเวณทางใตข้ อง ลงมาทางตอนใต้ได้มีการรวมกับชนพื้นเมือง ทต่ี า่ ง ๆ มกี ลมุ่ หนงึ่ ลกุ ขน้ึ ตอ่ สู้ อกี กลมุ่ หนง่ึ ถอยรน่
สองฝ่ังแม่นำ้�เหลืองหรือแม่น้ำ�ฮวงโห (Southern “ซานเมยี ว” (San Miao) ชาวมง้ และชนพ้ืนเมอื งมี ลงไปอย่กู ับกลุ่มมง้ ในมณฑลกวางโจ เสฉวน และ
Poition of the Yelow River) ราว ๆ 5,000 ปี ความรกั ใครอ่ ยา่ งแนน่ แฟน้ ชาวมง้ จงึ เรยี กกลมุ่ นว้ี า่ มณฑลยูนาน ต่อมาในปี ค.ศ. 1640-1919 ได้มี
ทผี่ า่ นมา มง้ ไดอ้ าศยั อยู่ 2 ฝง่ั ทางตอนใตข้ องแมน่ �้ำ “จนี ”(Suay) แตก่ ลมุ่ ฮนั่ ยงั คงตดิ ตามมารกุ รานคอย ชาวม้งกลุ่มหนึ่งอพยพลงมาอยู่ในกลุ่มประเทศ
เหลือง ในขณะนั้นม้งมีชื่อเรียกว่า จู่ล่ี (Tyuj Liv) ท�ำ ร้ายฆา่ ฟันชาวม้งหรอื จ่ลู ี่อยูเ่ รื่อยๆ ชาวม้งจงึ ได้ อนิ โดจนี (Indochina) ทางตอนใตข้ องจนี ซง่ึ กไ็ ดแ้ ก่
ชนกลุ่มจู่ลี่นี้เป็นชนกลุ่มแรกท่ีรู้จักใช้ทองสัมฤทธ์ิ แตกออกเป็น 3 กลุ่ม หนีลงทางใต้ ในปัจจุบันนี้ กล่มุ ประเทศเวยี ดนาม ลาว และไทย
(Brouze) รู้จักปลูกข้าวและเล้ียงปลาในนาข้าว คอื มณฑลกวางสี (Guang-ti) มณฑลกวางโจและ ครัง้ ท่ี 4 ค.ศ. 1970-1975 การอพยพออก
ประชากรทุกคนมีความผาสุขภายใต้การปกครอง มณฑลยูนาน (Yunnan) อีกส่วนหน่ึงหนีร่นลงมา จากประเทศลาว ระบบการปกครองคอมมิวนิสต์
ของกษตั รยิ ์ “ชิยู” (Chiyou) ในขณะเดียวกันไดม้ ี ทางตะวนั ตกม่งุ หน้าไปยังซานเหวย (San Wei) ซ่ึง ได้แผ่ขยายสู่กลุ่มประเทศอินโดจีน ทำ�ให้กลุ่มม้ง
ชนกลมุ่ หน่งึ คือ “ชาวฮั่น” (Huaj) ได้อพยพมาจาก กลบั กบั ประเทศมองโกเลยี และตอนหลงั กไ็ ดอ้ พยพ ในลาวต้องแตกกระจายไปทั่วโลก การอพยพของ
ทางทิศตะวันตกเข้ามาอยู่ในบริเวณของชนชาติจู่ ลงมาอยใู่ นมณฑลยูนาน (Yunnan) ชนชาติม้งในคร้ังน้ีนับได้ว่ามากท่ีสุดและอพยพ
ล่ี ผู้นำ�ของชนกลุ่มฮ่ันคือ ฮั่นหย่า (Hran Yuan) ครั้งที่ 3 อพยพออกจากการปกครองของ ไปไกลท่ีสุดเท่าท่ีเคยมีมาในประวัติศาสตร์ของ
ทั้งสองกลุ่มน้ีอยู่ด้วยกันไม่นานเกิดความขัดแย้ง กษตั รยิ จ์ ู (Chou Kingdom/Chou State) ประมาณ ชนชาตมิ ง้ ชาวมง้ มากมายไดอ้ พยพยา้ ยไปอาศยั อยู่
กันจนถึงขั้นสู้รบกัน ผลสุดท้ายชนชาติจู่ล่ีพ่ายแพ้ 1,000 ปีก่อนคริสตกาลประชาชนได้แก่กลุ่มชน ในประเทศสหรฐั อเมริกา และยุโรป
แก่ชนชาติฮั่น ท้ังน้ีเพราะชนชาติฮ่ันมีประชากร 7 กลุ่ม ซ่ึงแยกตัวเองออกเป็นประเทศปกครอง
เยอะกว่า ในขณะทชี่ นชาติจู่ลเี่ ปน็ เกษตรกร ชาวไร่ และในจำ�นวน 1 ใน 7 ประเทศเหล่านั้น มีม้ง
เป็นประเทศหน่ึง มีกษัตริย์ชื่อว่า “จู” ซึ่งมีอยู่
เร่อื งเลา่ เผา่ มง้ | 14
เร่อื งเลา่ เผา่ ม้ง | 15
270,000 คน
จำ�นวนปรใะนชปาจั กจรบุ มนั ้ง
เร่อื งเลา่ เผา่ มง้ | 16 9.5 ลา้ นคน
600,000 คน 1.7 ล้านคน
เร่อื งเลา่ เผา่ มง้ | 17
ไทยเป็นประเทศท่ีประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันทางเชื้อชาติ และวัฒนธรรม กลุ่มชาติพันธ์ุต่าง ๆ นั้น
จะมีลักษณะเด่นอันแสดงถึงเอกลักษณ์ของตน ชนเผ่าม้งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในภูเขาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในปัจจุบันม้ง
ได้ต้ังถ่นิ ฐานอยใู่ นประเทศไทยตามภเู ขาสูง หรือที่ราบเชงิ เขาในเขตพ้ืนทจ่ี งั หวดั เชียงราย พะเยา น่าน เชยี งใหม่ แม่ฮอ่ งสอน แพร่ ลำ�ปาง ก�ำ แพงเพชร ตาก เลย
สโุ ขทยั พิษณโุ ลก และเพชรบูรณ์
ชนชาติม้งกลุ่มแรกท่ีอพยพเข้าสู่ประเทศไทยน้ันไม่มีหลักฐานใด ๆ บ่งชี้ได้ชัดเจนแต่จากเอกสารของสถาบ้นวิจัยชาวเขาคาดว่าเริ่มต้นอพยพเข้ามาทาง
ตอนเหนอื ของประเทศไทย ในราวปี พ.ศ. 2387 – 2417 จุดทช่ี นเผ่ามง้ เข้ามามีอยู่ดว้ ยกัน 3 จุดคือ
1.1 เขา้ มาทางหว้ ยทราย – เชยี งของ อ�ำ เภอเชยี งของ จงั หวัดเชียงราย ซึง่ อยู่ทางทศิ เหนือสดุ เป็นจดุ ทเ่ี ข้ามาก่อน และเขา้ มามากท่ีสุด หลงั จากน้ัน
แยกย้ายกระจัดกระจายไปตามแนวทางของเส้นเขามุ่งไปทางทศิ ตะวันตกสูจ่ ังหวดั เชยี งใหม่ แม่ฮ่องสอน ตากและสุโขทยั
1.2 เขา้ มาทางไชยบรุ ี ปวั และทงุ่ ชา้ ง เขตอ�ำ เภอทงุ่ ชา้ ง จงั หวดั นา่ น แลว้ บางกลมุ่ ไดอ้ พยพลงสทู่ างใตแ้ ละทางตะวนั ตกเขา้ สจู่ งั หวดั แพร่ พษิ ณโุ ลก เพชรบรู ณ์
กำ�แพงเพชร และจังหวัดตาก
1.3 เข้าทางภคู า – นาแหว้ และด่านซา้ ย อำ�เภอนาแห้ว และอ�ำ เภอด่านซา้ ย จงั หวัดเลย แลว้ บางกล่มุ ได้เข้ามาสจู่ ังหวัดเพชรบรู ณใ์ นทีส่ ุด
นอกจากทั้งสามจุดนี้แล้ว จุดหนึ่งท่ีชาวม้งได้อพยพผ่านมาแต่ไม่มีใครกล่าวถึงคือ เข้ามาทางอำ�เภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยผ่านมาทางประเทศพม่า
ชอ่ งดอยอา่ งขาง ซ่งึ เปน็ ที่กล่าวขานกนั ว่ามง้ กลุ่มนคี้ อื กลุ่มที่หลงทางจากการอพยพจากจุดที่ 1
เร่อื งเล่า เผ่ามง้ | 18
ครอบคล1ุม5พืน้ 0ท,่ี01ม30า0จกังกหคววนัดา่
บ้านเขก็ นอ้ ย ตัง้ อย่ทู ่ีต�ำ บลเขก็ นอ้ ย อำ�เภอเขาคอ้ จังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้เวลาในการ
เดนิ ทางจากตวั เมอื งเพชรบรู ณป์ ระมาณ 1 ชว่ั โมง 30 นาที หรอื ประมาณ 82.62 กม. เปน็ หมบู่ า้ น
ชาวม้งท่ีมีขนาดใหญ่ท่ีสุดในประเทศไทย มีประเพณี ภาษา และวัฒนธรรม ที่มีการสืบทอด
และอนุรักษ์กันมาเป็นเวลานาน ยังคงมีวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีในแบบชนเผ่าม้ง
ดงั้ เดมิ ตามกฎจารตี ประเพณี มคี วามโดดเดน่ ในเรอื่ งงานหตั ถกรรมเครอื่ งแตง่ กายเปน็ อยา่ งมาก
เขตพืน้ ท่ี
ตั้งอยทู่ ี่ ต�ำ บลเข็กนอ้ ย อ�ำ เภอเขาคอ้ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
ทศิ เหนอื ติดกบั บ้านห้วยทราย ต.หว้ ยเฮ้ยี อ.นครไทย จ.พิษณโุ ลก
ทศิ ใต้ ตดิ กับ อทุ ยานแห่งชาตทิ ุ่งแสลงหลวง
ทิศตะวันออก ติดกับ ต�ำ บลแคมปส์ น อำ�เภอเขาคอ้ จงั หวัดเพชรบรู ณ์
ทิศตะวันตก ติดกบั อทุ ยานแห่งชาติทุง่ แสลงหลวง
บ้านเข็กนอ้ ยเป็นพน้ื ทที่ ม่ี คี วามหนาวเย็นตลอดปี พืน้ ทสี่ ว่ นใหญเ่ ป็นทรี่ าบสูง สงู จากระดับนำ�้ ทะเลประมาณ 600-800 เมตร มีถนนลาดยาง
จากบา้ นเขก็ น้อยถึงบ้านหว้ ยน�ำ้ ขาว 1 สาย จำ�นวนครวั เรือนท่มี ีไฟฟา้ ใช้ในเขต อบต. 1,566 ครัวเรือน คิดเปน็ รอ้ ยละ 90 ของพืน้ ท่ี
เร่อื งเลา่ เผา่ ม้ง | 21
เร่อื งเลา่ เผา่ ม้ง | 22
ลักษณะท่อี ยู่อาศยั
ชาวม้งนิยมสร้างบ้านบนพ้ืนท่ีราบสูง โดยสร้างข้ึน
จากวัสดุธรรมชาติเป็นหลัง ได้แก่ ไม้ไผ่สำ�หรับตัวบ้าน และ
หญา้ คา ส�ำ หรบั หลงั คา ซง่ึ เปน็ วตั ถดุ บิ ทส่ี ามารถหาไดใ้ นทอ้ งถน่ิ
ในปจั จบุ นั บา้ นเขก็ นอ้ ยยงั มกี ารสรา้ งบา้ นลกั ษณะนอ้ี ยู่ และทง้ั แบบ
สมยั ใหมด่ ว้ ยเชน่ กนั
ชาวม้งยังนิยมสร้างห้องนำ้�และห้องครัวแยกออกจาก
ตวั บา้ น โดยทกุ บา้ นจะมกี ารเลย้ี งสตั วส์ �ำ หรบั ใชป้ ระกอบพธิ กี รรม
และประกอบอาหาร ไดแ้ ก่ ไก่ หมู และววั
เกษตรกรรม
ชาวมง้ ท�ำ อาชพี เกษตรกรรม ท�ำ นา ท�ำ ไร่ และเลย้ี งสตั ว์ เปน็ อาชพี หลกั ในอดตี ชาวมง้ ท�ำ การเกษตรแบบ
ไรเ่ ลอ่ื นลอย โดยปลกู ฝน่ิ เปน็ พชื เศรษฐกจิ ในปจั จบุ นั ยงั มกี ารปลกู ขา้ ว ขา้ วโพด ขา้ วฟา่ ง ถว่ั อะโวคาโด แกว้ มงั กร
กลว้ ยน�ำ้ วา้ เมลด็ กาแฟ ทอ้ ผลไมเ้ มอื งหนาว ฯลฯ และเลย้ี งสตั ว์ ไดแ้ ก่ ไก่ เปด็ หมู ววั ควาย เปน็ ตน้ ชาวมง้
มกี ารท�ำ การเกษตรตลอดปจี นถงึ เดอื นธนั วาคมจะเปน็ ชว่ งพกั และเตรยี มประเพณปี ใี หม่
นอกจากน้ยี ังมีการทำ�อาชีพหัตถกรรมเคร่อื งแต่งกายและเคร่อื งเงิน โดยจะเป็นหน้าท่ขี องแม่บ้านหรือ
หญงิ สาวเปน็ หลกั หญงิ สาวชาวมง้ จะปลกู ฝงั ใหล้ กู สาวเยบ็ ปกั ถกั รอ้ ยและตดั ชดุ มง้ ตง้ั แตเ่ ดก็ มกี ารตดั เยบ็ ตลอด
ทง้ั ปี เพอ่ื ส�ำ หรบั แตง่ กายในประเพณปี ระจ�ำ ปี นน่ั คอื ประเพณปี ใี หมม่ ง้
เร่อื งเล่า เผา่ ม้ง | 32
หตั ถกรรม
หัตถกรรมผ้าปักม้ง เป็นอีกหน่งึ วิถีชีวิตท่แี สดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นอย่ขู องชาวม้งได้เป็นอย่างดี
มกี ารสบื ทอดกนั มารนุ่ สรู่ นุ่ มเี อกลกั ษณโ์ ดดเดน่ ไมเ่ หมอื นใคร มลี วดลายปกั ทห่ี ลากหลายผสมผสานและประยกุ ต์
ใหเ้ ขา้ กบั ยคุ สมยั ดว้ ยโทนสที โ่ี ดดเดน่ สะดดุ ตาและสวยงาม นยิ มน�ำ มาท�ำ เปน็ ชดุ เพอ่ื สวมใสใ่ นประเพณปี ใี หม่
ของทกุ ปี เปน็ ทน่ี ยิ มและสรา้ งเอกลกั ษณใ์ หก้ บั ชนเผา่ จนสามารถเปน็ อกี ชอ่ งทางหนง่ึ ในการสรา้ งสนิ คา้ และ
รายไดใ้ หก้ บั คนในชมุ ชนอกี ดว้ ย
หรอื พพิธิธีรีอักัวษเานโรง้ค
และคพวธิ าีกมรเชรมอ่ื ความเชอ่ื ในศาสนาพทุ ธ ความเชอ่ื ในศาสนาครสิ ต์
ความเชอ่ื ประเพณี และพธิ กี รรมตา่ ง ๆ ของมง้ มี 3 ความเชอ่ื ไดแ้ ก่
ความเช่ือในวิญญาณ หรือบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ม้งมีความเช่ือว่า การทำ�พิธี
ไสยศาสตรห์ รอื พธิ กี รรมจะชว่ ยปดั เปา่ สง่ิ ชว่ั รา้ ย หากมอี าการเจบ็ ปว่ ย กจ็ ะชว่ ยให้
วนิ จิ ฉยั โรคไดถ้ กู ตอ้ งและท�ำ การรกั ษาไดผ้ ล เพราะความเจบ็ ปว่ ยทง้ั หลาย ลว้ นแต่
เป็นผลมาจากการผิดผี ทำ�ให้ผีเดือดดาลมาแก้แค้นลงโทษให้เจ็บป่วย จึงต้องใช้
วิธีจัดการกับผีให้คนไข้หายจากโรค หากว่าคนทรงเจ้ารายงานว่าคนไข้ท่ลี ้มป่วย
เพราะขวัญหนี ก็จะต้องทำ�พิธีเรียกขวัญกลับเข้าสู่ร่างของบุคคลน้ันแต่
การทจ่ี ะเรยี กขวญั กลบั มานน้ั จะตอ้ งมพี ธิ กี รรมในการปฎบิ ตั มิ ากมาย จนบางครง้ั
บางพธิ กี รรมกม็ คี วามยงุ่ ยากในการปฎบิ ตั ิ แตช่ าวมง้ กไ็ มย่ อ่ ทอ้ ตอ่ อปุ สรรคเหลา่ นน้ั
ชาวมง้ เชอ่ื วา่ การทม่ี รี า่ งกายสมบรู ณแ์ ขง็ แรง โดยไมม่ โี รคภยั มาเบยี ดเบยี น นน่ั คอื
ความสขุ อนั ยง่ิ ใหญ่ ฉะนน้ั จงึ ตอ้ งท�ำ ทกุ อยา่ งเพอ่ื เปน็ การรกั ษาใหห้ าย ซง่ึ พธิ กี รรม
ในการรักษาโรคของชาวม้งน้นั มีอย่หู ลายแบบ ซ่งึ แต่ละแบบก็รักษาโรคแต่ละโรค
แตกต่างกันออกไป การท่ีจะทำ�พิธีกรรมการรักษาได้น้ันต้องดูอาการของผู้ป่วย
วา่ อาการเปน็ เชน่ ไร แลว้ จงึ จะเลอื กวธิ กี ารรกั ษาโดยวธิ ใี ดถงึ จะถกู ตอ้ ง
พิธีแตง่ งาน
พธิ แี ตง่ งาน ชาวมง้ มขี อ้ หา้ มทย่ี ดึ ถอื กนั มาก คอื หนมุ่ สาวจะไม่
เก้ียวพาราสี หรือแต่งงานกับคนแซ่หรือตระกูลเดียวกันเพราะเป็น
พ่ีน้องกัน แต่จะนิยมแต่งงานกันระหว่างญาติลูกพ่ีลูกน้องซ่ึงมี
แซต่ า่ งกนั เชน่ ลกู ของพห่ี รอื นอ้ งชายของเรา หรอื ลกู ของนอ้ งสาวของบดิ า
ชาวมง้ นยิ มแตง่ งานกนั ในระหวา่ งอายุ15-18 ปี พอ่ แมข่ องฝา่ ยชายจะเปน็
ผอู้ อกคา่ สนิ สอดใหแ้ กล่ กู ชายของตนในการแตง่ งาน สว่ นใหญส่ นิ สอด
จะเปน็ เงนิ ถา้ เปน็ เงนิ แทง่ กจ็ ะใชเ้ งนิ ทห่ี นง่ึ แทง่ มนี �ำ้ หนกั 25 บาท บางที
กใ็ ชเ้ รยี กเงนิ ฟรงั ค์ ซง่ึ หนง่ึ ฟรงั คจ์ ะหนกั 7 สลงึ โดยเจา้ บา่ วเจา้ สาวจะ
แต่งกายม้งแบบครบชุดในวันน้ี เม่ือแต่งงานกันแล้วฝ่ายหญิงจะย้าย
เขา้ มาอย่ใู นบ้านของฝ่ายชาย ซง่ึ นับเปน็ การเพม่ิ สมาชิกในครอบครัว
ชายชาวมง้ อาจมภี รรยาไดม้ ากกวา่ หนง่ึ คน และทกุ คนจะเขา้ มารวมกนั
ในบา้ นของฝา่ ยสามี
เร่อื งเล่า เผา่ ม้ง | 38
พธิ ีงานศพ
พธิ งี านศพจะใหญห่ รอื เลก็ นน้ั ขน้ึ อยกู่ บั วา่ ผตู้ ายมฐี านะและชอ่ื เสยี งมากนอ้ ยเพยี งใด หากผตู้ ายมฐี านะและชอ่ื เสยี ง ญาตพิ น่ี อ้ งจะจดั พธิ ใี หญโ่ ต เกบ็ ศพไว้
หลายวันจนกว่าญาติพ่นี ้องท่อี ย่แู ดนไกลจะมากันครบ บางคร้งั เก็บไว้ถึง 10 วันก็มี ส่วนพิธีฝังศพ ญาติพ่นี ้องจะดูฤกษ์งามยามก่อนว่าเวลาใดเหมาะท่จี ะฝังศพ
รวมทง้ั บรเิ วณทฝ่ี งั ดว้ ย สว่ นใหญจ่ ะน�ำ ไปฝงั เวลา 16:00 น. ขณะเคลอ่ื นศพไปยงั ทฝ่ี งั จะมองหาต�ำ แหนง่ บรเิ วณเพอ่ื ทจ่ี ะนดั หมายใหว้ ญิ ญาณกต็ ามมากนิ อาหารเมอ่ื ถงึ
หลมุ ฝงั ศพทเ่ี ตรยี มไวแ้ ลว้ กเ็ อาโลงศพวางไวใ้ นหลมุ ลกึ ประมาณ 1 เมตร น�ำ ศพวางไวใ้ นโลง ท�ำ พธิ สี วดชน้ี �ำ ทางบอกผตู้ ายวา่ ตรงไหนมนี �ำ้ มขี า้ ว กใ็ หไ้ ปหากนิ ไดแ้ ละ
ถา้ ฝงั ศพใกลก้ บั ศพใครใหผ้ ตู้ ายไปตสี นทิ หาพรรคพวกไว้ จากนน้ั กก็ ลบดนิ เปน็ อนั เสรจ็ พธิ ี หลงั จากฝงั ศพได้ 13 วนั ญาตพิ น่ี อ้ งจะรว่ มกนั ท�ำ บญุ ครบ 13 วนั ใหค้ รบให้
กบั ผตู้ ายอกี ครง้ั โดยทญ่ี าตไิ ปเรยี กวญิ ญาณของผตู้ ายใหก้ ลบั มาเยย่ี มบา้ นใหว้ ญิ ญาณของผตู้ ายสงิ สถติ อยทู่ ผ่ี บี รรพบรุ ษุ
การแตง่ กาย ในงานศพมง้ จะแตกตา่ งจากคนพน้ื ราบตรงทไ่ี มม่ ชี ดุ ไวท้ กุ ข์ ในกรณผี มู้ ารว่ มงาน แตส่ �ำ หรบั ญาตพิ น่ี อ้ งของผตู้ ายจะไวท้ กุ ขโ์ ดยผกู ผา้ ดบิ สขี าว
ไวร้ อบศรษี ะ สว่ นการแตง่ กายจะยงั คงแตง่ ชดุ ตามปกติ จะใสเ่ ครอ่ื งแตง่ กายมง้ แบบครบชดุ ส�ำ หรบั ศพเทา่ นน้ั
ประเพณปี ใี หมข่ องชาวมง้ มคี วามหมายมากกวา่ การจดั งานสนกุ สนานรน่ื เรงิ ขน้ั ตอนตา่ ง ๆ สะทอ้ นในทศั นคตทิ แ่ี ฝงไวด้ ว้ ย
ประเพณี คา่ นยิ ม โดยการตอกย�ำ้ อยใู่ นขน้ั ตอนพธิ กี รรมตา่ ง ๆ ของสงั คมชาวมง้ ทป่ี ลกู ฝงั และสบื ทอดกนั ตอ่ ๆ มาทง้ั ทางศลี ธรรม และ
ความกตญั ญู โดยการจดั เตรยี มเครอ่ื งเซน่ จดุ ตะเกยี งหรอื ธปู พธิ กี รรมเหลา่ นส้ี ะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ การนบั ถอื บรรพบรุ ษุ และตอกย�ำ้
ปีใหม่มง้ อกี ครง้ั โดยการท�ำ พธิ ดี �ำ หวั ผลู้ ว่ งลบั นอกจากนก้ี ารใหผ้ ใู้ หผ้ นู้ �ำ แซส่ ง่ั สอนและการนง่ั ดม่ื สรุ าตามล�ำ ดบั ผอู้ าวโุ ส สง่ิ เหลา่ นก้ี ย็ งั ไดส้ ะทอ้ น
ใหเ้ หน็ ถงึ การเคารพผอู้ าวโุ สดว้ ย นอกจากนง้ี านปใี หมก่ ย็ งั สะทอ้ นถงึ ความเปน็ เอกภาพ ความรว่ มมอื รว่ มในกนั ในครอบครวั นน่ั คอื การแบง่ หนา้ ทโ่ี ดยผชู้ ายจะเปน็
ผ้ยู งิ ปนื รับปีใหม่ ผหู้ ญงิ จะมีหน้าทต่ี ำ�ข้าวหงุ ข้าว ส่งิ เหลา่ นไ้ี ด้แสดงว่าสังคมของชาวมง้ ยังคงเปน็ สงั คมทเ่ี ป็นเอกภาพมีความสัมพนั ธซ์ ่งึ กันและกัน และการมหี นา้ ท่ี
ยงิ ปนื ของผชู้ ายนก้ี ย็ งั สะทอ้ นถงึ สถานะของผชู้ ายทส่ี งู กวา่ ผหู้ ญงิ ในสว่ นการดม่ื เหลา้ โดยการนง่ั เรยี งล�ำ ดบั ของผอู้ าวโุ สนน้ั แปน็ การแสดงถงึ การนบั ถอื ซง่ึ กนั และกนั และ
เหลา้ กเ็ ปน็ สญั ลกั ษณข์ องมติ รภาพอกี ดว้ ย
ประเพณปี ใี หมข่ องมง้ ตรงกบั เดอื นธนั วาคม
ถงึ มกราคมของทกุ ปี ซง่ึ เปน็ งานรน่ื เรงิ ของชาวมง้
ของทกุ ๆ ปี จะจดั ขน้ึ หลงั จากไดเ้ กบ็ เกย่ี วผลผลติ
ในรอบปเี รยี บรอ้ ย และเปน็ การฉลองถงึ ความส�ำ เรจ็
ในการเพาะปลูกของแต่ละปี ซ่งึ จะต้องทำ�พิธีบูชา
ถงึ ผฟี า้ ผปี า่ ผบี า้ น ทใ่ี หค้ วามคมุ้ ครอง และดแู ล
ความสุขสำ�ราญตลอดท้ังปี รวมถึงผลผลิตท่ีได้
ในรอบปีด้วย ซ่ึงแต่ละหมู่บ้านจะทำ�การฉลองกัน
อย่างพร้อมเพรียงกัน หรือตามวัน และเวลาท่ี
สะดวกของแตล่ ะหมบู่ า้ น ซง่ึ โดยสว่ นมากจะอยใู่ น
ชว่ งเดอื นธนั วาคมของทกุ ปี ประเพณฉี ลองปใี หมม่ ง้
ชาวม้งเรียกกันว่า “น่อเป๊โจ่วฮ์” แปลตรงตัวได้ว่า
“กนิ สามสบิ ”
เร่อื งเลา่ เผา่ มง้ | 40
ซ่ึงในวันปีใหม่น้ี ชาวม้งจัดเป็นงาน
ประเพณีท่ีรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เน่ืองจาก
เป็นการพบปะกันระหว่างญาติพ่นี ้อง มีประเพณี
ขอพรจากส่ิงศักด์ิสิทธ์ิและผู้อาวุโส เป็นวันท่ี
หนมุ่ สาวในหมบู่ า้ นจะไดเ้ ลอื กคู่ มกี ารจดั กจิ กรรม
การแข่งขันกีฬาประเพณีและการละเล่น เช่น
ตีลูกข่าง โยนลูกช่วง เป่าแคนม้ง และยังมี
การแข่งขันล้อเล่ือนไม้ นอกจากน้ีในปัจจุบัน
มีกิจกรรมการแสดงต่าง ๆ ของหมู่บ้าน และ
การประกวด Miss Hmong ประจ�ำ ปขี องหญงิ สาว
ชาวมง้
กลากู รชโย่วนง
ในวันน้ีจะเป็นวันท่ีหนุ่มสาวจะเลือกคู่กัน โดยใช้วิธีโยนลูกช่วง หนุ่มสาว
จะแตง่ กายดว้ ยชดุ มง้ เปน็ เตม็ ชดุ สวยงาม ฝา่ ยหญงิ จะเปน็ ฝา่ ยท�ำ ลกู ชว่ งซง่ึ ท�ำ จากผา้ เปน็
ลูกทรงกลม และวานให้เพ่ือนหญิงหรือจะเป็นหญิงท่ีแต่งงานแล้วเป็นผู้นำ�ลูกช่วง
ของตนไปมอบใหก้ บั ชายหนมุ่ ทต่ี นพงึ พอใจ และหญงิ สาวทท่ี �ำ หนา้ ทเ่ี ปน็ แมส่ อ่ื นจ้ี ะบอกกบั
ชายหน่มุ ว่าลูกช่วงน้นั เป็นของหญิงสาวคนใดเพ่อื ท่ชี ายหน่มุ จะได้นำ�ลูกช่วงน้ไี ปโยนหรือ
ขว้างเล่นกับหญิงสาวผ้เู ป็นเจ้าของลูกช่วงต่อไป หรือหากผ้ชู ายหมายตาหญิงสาวคนใด
ก็จะไปขอโยนลูกช่วงด้วย ถ้าฝ่ายหญิงไม่พอใจก็จะไม่โยนด้วย หากได้โยนด้วยกันแล้ว
ระหว่างโยนลูกช่วงจะพูดคุยทำ�ความร้จู ัก หรือเก้ยี วพาราสีกัน หากถูกใจก็สานสัมพันธ์
กนั ตลอดจนสขู่ อแตง่ งานกนั ในทส่ี ดุ ซง่ึ เปน็ ประเพณที ม่ี มี าแตโ่ บราณจนปจั จบุ นั และท�ำ กนั
ในเฉพาะวนั ปใี หมเ่ ทา่ นน้ั
เรื่องเล่า เผา่ ม้ง | 43
เร่อื งเลา่ เผา่ ม้ง | 44
บรรยากาศการจัดงานปีใหม่ของชาวม้งมีความคล้ายงานวัด
ของชาวไทย มีการจัดร้านค้าขายสินค้า อาหาร เคร่ืองด่ืม
ปีใหมม่ ง้ ซมุ้ ถา่ ยภาพ เวทกี จิ กรรม ลานกจิ กรรมส�ำ หรบั การโยนลกู ชว่ ง
เข็กนอ้ ย ลานกจิ กรรมส�ำ หรบั เครอ่ื งเลน่ เชน่ ชงิ ชา้ สวรรค์ มา้ หมนุ และ
เครอ่ื งเลน่ อน่ื ๆ
เร่อื งเลา่ เผา่ ม้ง | 46
เร่อื งเลา่ เผา่ ม้ง | 47
เร่อื งเลา่ เผา่ ม้ง | 50