The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรภาษาไทย

หลักสูตรภาษาไทย

หลกั สูตรสถานศึกษา

โรงเรียนวดั ธรรมโชติ

พุทธศกั ราช ๒๕๖๓

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสมุทรสาคร
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

1

ความนา

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมศิ าสตรใ์ นกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาส่ังกระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๐ และคาสง่ั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน ท่ี ๓๐/๒๕๖๑
ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ใหเ้ ปล่ียนแปลงมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวช้ีวดั กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ
วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคาสั่งให้โรงเรียนดาเนนิ การใช้หลักสตู รในปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ โดย
ใหใ้ ช้ในชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ และ ๔ ตงั้ แตป่ ีการศกึ ษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ใหเ้ ป็นหลกั สตู รแกนกลางของประเทศ
โดยกาหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมี
พัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ เพ่ือให้สอดคล้องกับนโยบายและ
เป้าหมายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานโรงเรียนวัดธรรมโชติ จึงได้ทาการปรับปรุงหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อ
นาไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผนและพัฒนาหลักสตู รของสถานศกึ ษาและจัดการเรยี นการสอน โดย
มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์
จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้าง
เวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียน
สามารถกาหนดทิศทางในการจัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมี
กรอบแกนกลางเป็นแนวทางท่ีชัดเจนเพ่ือตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคม
คณุ ภาพ มคี วามรู้อยา่ งแทจ้ ริง และมที ักษะในศตวรรษที่ ๒๑

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กาหนดไว้ในเอกสารน้ี ช่วยทาให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง ในทุกระดับเห็น
ผลคาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซ่ึงจะสามารถช่วยให้หน่วยงานที่
เก่ียวข้องในระดับท้องถ่ินและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจ ทาให้การจัดทาหลักสูตรในระดับ
สถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับต้ังแต่
ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีกาหนดไว้ใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม
ผู้เรียนทกุ กลุ่มเปา้ หมายในระดบั การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ ทุกฝ่าย ท่ี
เก่ียวข้องทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ และ
ต่อเน่ือง ในการวางแผน ดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือพัฒนาเยาวชนของ
ชาตไิ ปสู่คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กาหนดไว้

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

2

วิสยั ทัศน์หลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลกั สูตรโรงเรยี นวัดธรรมโชติ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็น

หลักสูตรท่มี ่งุ พัฒนาผูเ้ รยี นทุกคนใหเ้ ป็นบุคคลแหง่ การเรยี นรู้สมู่ าตรฐานสากลและเป็นมนุษย์ทมี่ คี วามสมดลุ ท้งั
ร่างกาย มคี วามรู้คคู่ ุณธรรม มคี วามเปน็ ผนู้ าของสังคมมีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกยึดม่นั
ในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความรูแ้ ละทกั ษะพ้ืนฐานสามารถใช้
นวัตกรรมและเทคโนโลยรี วมท้ังเจตคติที่จาเป็นต่อการศึกษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชวี ิตโดย
มุ่งเนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั บนพ้ืนฐานความเชอ่ื ว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ โดยใช้
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการดาเนินชวี ิตได้อยา่ งเหมาะสม

วิสัยทัศน์โรงเรยี น
โรงเรียนวัดธรรมโชติ จัดการศกึ ษาได้ตามเกณฑม์ าตรฐาน นักเรยี นสุขภาพดี มคี ุณลกั ษณะอนั พงึ

ประสงค์ มัน่ คงวฒั นธรรมไทย ใส่ใจส่งิ แวดลอ้ ม พรอ้ มใช้เทคโนโลยี มคี วามรสู้ ู่อาเซียน ชมุ ชนให้การสนบั สนนุ
พฒั นา ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

อตั ลกั ษณ์โรงเรียน
ลายมอื อาลักษณ์ เชิงประจักษเ์ งนิ ออม เพยี บพร้อมคารวะธรรม

เอกลกั ษณ์โรงเรยี น
โรงเรียนสะอาด สวยงาม นักเรียนสขุ ภาพดี

คาขวัญโรงเรียน
ธรรมโชติ สรรคส์ รา้ ง เด็กดี มคี วามรู้ คู่คุณธรรม

ปรัชญาโรงเรียน
ปญั ฺญา โลกสฺมิ ปชโฺ ชโต ปญั ญาเป็นแสงสวา่ งในโลก

พนั ธกจิ
1.จดั การศึกษาระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา และประถมศึกษาให้มีคณุ ภาพไดม้ าตรฐาน ตามหลกั สูตร

การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน
2.จัดการศึกษามงุ่ เนน้ ให้ผู้เรยี นมคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ สบื สานวัฒนธรรมไทย ปฏิบตั ิตนตามหลกั

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
3.ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนมสี ขุ ภาพกาย สุขภาพจิตทีด่ ี
4.พัฒนาสภาพสิ่งแวดลอ้ มในโรงเรยี นให้สะอาดร่มรน่ื ปลอดภัยและสามารถใชเ้ ปน็ แหล่งเรียนรู้
5.ใช้นวตั กรรมและเทคโนโลยใี นการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
6.สนับสนุนให้ชมุ ชนมีส่วนรว่ มในการจดั การศึกษา

ค่านิยม
1. รว่ มทา รว่ มตดั สินใจ อยา่ งสามัคคี มนี ้าใจ
2. ยอมรบั การเปลยี่ นแปลง
3. ซื่อสัตย์และรับผดิ ชอบ
4. ใชท้ รพั ยากรอยา่ งคุ้มคา่

หลักสตู รโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

3

เปา้ ประสงค์
๑. นักเรียนทกุ คนมีคณุ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน และสามารถใช้เทคโนโลยแี สวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง
๒. นกั เรยี นทุกคนมีคณุ ธรรม จริยธรรม รักษาขนบธรรมเนียม วฒั นธรรม ประเพณีไทย ใส่ใจสง่ิ แวดล้อม
๓. โรงเรียนมรี ะบบการบรหิ ารและจัดการเรยี นการสอนอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
๔. โรงเรยี นมบี รรยากาศ สภาพแวดลอ้ ม ภายในโรงเรยี นทเ่ี อ้ือต่อการเรียนรูข้ องผู้เรียน
๕. ชมุ ชนตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของการศึกษาให้ความรว่ มมอื ในการพฒั นาการศึกษาพรอ้ มทงั้

สนับสนนุ ด้านงบประมาณ วสั ดุอุปกรณ์ และภูมิปญั ญาท้องถิ่น
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเนน้ พฒั นาผู้เรยี นให้มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานท่ี
กาหนด ซึ่งจะช่วยให้ผ้เู รียนเกดิ สมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดังนี้

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
หลักสูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ มุง่ ให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา

ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก
เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วธิ ีการส่ือสาร ทีม่ ีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีมีต่อตนเอง
และสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความร้หู รือสารสนเทศเพ่ือ
การตดั สนิ ใจเก่ียวกบั ตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมีกาตัดสนิ ใจที่มปี ระสทิ ธภิ าพโดยคานึงถงึ ผลกระทบทเี่ กิดข้นึ ตอ่ ตนเอง สังคมและส่ิงแวดล้อม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนิน
ชวี ิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรยี นรู้อย่างต่อเนือ่ ง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมดว้ ยการสร้าง
เสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทัน
กบั การเปลยี่ นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรจู้ ักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผู้อ่ืน

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทางาน การ
แก้ปัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

หลกั สูตรโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

4

คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติ ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น

พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นใน
สงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสขุ ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ดงั นี้

๑. รักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซ่ือสัตย์สจุ ริต
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ ม่ันในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ติ เป็นสาธารณะ

หลักสตู รโรงเรียนวัดธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

5

โครงสรา้ งหลักสูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ

กลุ่มสาระการเรียนร้/ู กจิ กรรม เวลาเรียน(ชั่วโมง/ป)ี

 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ (รายวิชาพืน้ ฐาน) ระดับประถมศึกษา
ภาษาไทย
คณติ ศาสตร์ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
ประวตั ศิ าสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
 รายวิชาเพิ่มเติม ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
เทคโนโลยี สารสนเทศ
รวมเวลาเรยี น (เพ่ิมเตมิ ) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
 กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมนกั เรยี น
- กิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
- ชมุ นมุ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
รวมเวลาเรียน (กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

รวมเวลาเรยี นทั้งหมด ๑,๐๐๐ ชั่วโมง/ปี

จานวนช่ัวโมงท่ีจัดให้นักเรียนระดับประถมศึกษา ( ป.๑-ป.๖) เท่ากับ ๑,๐๐๐ ช่ัวโมง แผนการเรียนรู้/
จุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ คือกลุ่มสาระการเรียนรู้ทักษะภาษาไทย คณิตศาสตร์ เพ่ือ
พัฒนาการ อ่านออก เขียนได้ ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรคท์ ่ีดี มี
ประโยชน์ มีความสนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน โดยจัด การเรียนการสอนและวัดผลประเมินผลเป็นรายปี โดยใช้หลักสูตร
ทอ้ งถิ่น บรู ณาการการเรยี นการสอนหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอพียงในกิจกรรมการเรียนการสอน

หมายเหตุ การจัดโครงสร้างหลักสูตรเวลาเรียนของโรงเรียนวัดธรรมโชติมีจัดการศึกษาโดยนา สาระการ
เรียนรู้หน้าที่พลเมือง หลักสูตรต้านทุจริตบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
และหลักสูตรเพศวิถีศึกษา บูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพลศึกษา เพื่อให้ในการจัดการเรียน
การสอนสอดคลอ้ งกับหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ทกุ ช้นั ปี

หลักสูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสรา้ งหลักสูตร ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๑ 6
โรงเรยี นวัดธรรมโชติ
เวลาเรียน
รหสั กลุ่มสาระการเรยี นร้/ู กิจกรรม (ชม./ป)ี
(๘๔๐)
ท ๑๑๑๐๑ รายวิชาพืน้ ฐาน ๒๐๐
ค ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ว ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์
ส ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔๐
ส ๑๑๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐
พ ๑๑๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๔๐
ศ ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๒๐๐
ว ๑๑๒๐1 (๔๐)
รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐
เทคโนโลยี สารสนเทศ (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
๑๐
• ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐๐๐

• ชมุ นุม
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์

รวมเวลาเรยี นท้งั หมด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสรา้ งหลกั สูตร ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒ 7
โรงเรยี นวดั ธรรมโชติ
เวลาเรียน
รหสั กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม (ชม./ป)ี
(๘๔๐)
ท ๑๒๑๐๑ รายวชิ าพ้นื ฐาน ๒๐๐
ค ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ว ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์
ส ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔๐
ส ๑๒๑๐๒ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐
พ ๑๒๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๔๐
ศ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐
ง ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
อ ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ๒๐๐
ว ๑๒๒๐๑ (๔๐)
รายวิชาเพม่ิ เติม ๔๐
เทคโนโลยี สารสนเทศ (๑๒๐)
๔๐
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนกั เรยี น ๔๐
๑๐
• ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐๐๐

• ชมุ นุม
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์

รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสรา้ งหลักสูตร ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓ 8
โรงเรยี นวัดธรรมโชติ
เวลาเรียน
รหสั กลุ่มสาระการเรยี นร้/ู กิจกรรม (ชม./ป)ี
(๘๔๐)
ท ๑๓๑๐๑ รายวิชาพืน้ ฐาน ๒๐๐
ค ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ว ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์
ส ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔๐
ส ๑๓๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐
พ ๑๓๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๔๐
ศ ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐
ง ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
อ ๑๓๑๐๓ การงานอาชีพ ๔๐
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๒๐๐
ว ๑๓๒๐๑ (๔๐)
รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐
เทคโนโลยี สารสนเทศ (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
๑๐
• ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐๐๐

• ชมุ นุม
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์

รวมเวลาเรยี นท้งั หมด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสรา้ งหลักสูตร ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔ 9
โรงเรยี นวัดธรรมโชติ
เวลาเรียน
รหสั กลุ่มสาระการเรยี นร้/ู กิจกรรม (ชม./ป)ี
(๘๔๐)
ท ๑๔๑๐๑ รายวิชาพืน้ ฐาน ๑๖๐
ค ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ว ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์
ส ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐
ส ๑๔๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐
พ ๑๔๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๔๐
ศ ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๘๐
ง ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
อ ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๑๒๐
ว ๑๔๒๐๑ (๔๐)
รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐
เทคโนโลยี สารสนเทศ (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
๑๐
• ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐๐๐

• ชมุ นุม
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์

รวมเวลาเรยี นท้งั หมด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสรา้ งหลักสตู ร ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ 10
โรงเรียนวัดธรรมโชติ
เวลาเรยี น
รหสั กลุม่ สาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๕๑๐๑ รายวิชาพืน้ ฐาน ๑๖๐
ค ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ว ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์
ส ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐
ส ๑๕๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐
พ ๑๕๑๐๑ ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐
ศ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๘๐
ง ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
อ ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๑๒๐
ว ๑๕๒๐๑ (๔๐)
รายวิชาเพ่มิ เติม ๔๐
เทคโนโลยี สารสนเทศ (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
๑๐
• ลูกเสือ เนตรนารี ๑๐๐๐

• ชมุ นุม
กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์

รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด

หลกั สูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

โครงสรา้ งหลกั สตู ร ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ 11
โรงเรียนวดั ธรรมโชติ
เวลาเรยี น
รหสั กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๖๑๐๑ รายวิชาพื้นฐาน ๑๖๐
ค ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ว ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์
ส ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐
ส ๑๖๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐
พ ๑๖๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๔๐
ศ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๘๐
ง ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
อ ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๑๒๐
ว ๑๖๒๐๑ (๔๐)
รายวชิ าเพ่มิ เติม ๔๐
เทคโนโลยี สารสนเทศ (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรียน ๔๐
๑๐
• ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐๐๐

• ชมุ นมุ
กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์

รวมเวลาเรียนทงั้ หมด

หลกั สูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

12

กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย

ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและ
เสริมสรา้ งบุคลิกภาพของคนในชาติให้มคี วามเปน็ ไทย เป็นเคร่ืองมอื ในการติดตอ่ สือ่ สาร เพื่อสรา้ งความเข้าใจและ
ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดธรรมโชติจึงมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลังของชาติ
เป็นมนุษย์ท่ีมีความสมดุลท้ังร่างกาย ความรู้ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดม่ัน ในการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้มีความรู้ ทักษะและวัฒนธรรมการใช้ภาษา
ดังน้ันจงึ ตอ้ งสอนภาษาไทยเพอ่ื การสือ่ สาร สอนใหร้ ักการอ่าน การเขยี น แสวงหาความรแู้ ละประสบการณ์ สอนให้
ใช้หลักการใช้ภาษาได้ถูกต้อง สอนให้ผู้เรียนเกิดความช่ืนชมซาบซ้ึง เห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ให้มี
เจตคติท่ีดีต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งผู้เรียนเป็นสาคัญบนพื้นฐาน ความ
เช่ือว่า ทุกคนเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ เพ่ือพัฒนาความรู้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์และ
สร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจน
นาไปใช้ ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ
ด้านวฒั นธรรม ประเพณีและสนุ ทรียภาพ เห็นคณุ คา่ ภมู ิปญั ญา ไทย และภมู ิใจในภาษาประจาชาติวา่ เปน็ สมบตั ลิ ้า
คา่ ควรแก่การเรียนรู้ อนรุ ักษ์และสืบสาน ใหอ้ ยคู่ ู่ชาติไทยตลอดไป

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติ(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร

แกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรยี นให้มคี ุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด ซ่ึง
จะชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นเกิดสมรรถนะสาคัญและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดงั น้ี

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มุ่งให้ผเู้ รียนเกดิ สมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ดังนี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา

ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก
เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการส่ือสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง
และสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสูก่ ารสร้างองค์ความร้หู รือสารสนเทศเพ่ือ
การตดั สินใจเกีย่ วกับตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมกี าตัดสินใจทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขน้ึ ตอ่ ตนเอง สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนิน
ชีวิตประจาวนั การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรู้อย่างต่อเนือ่ ง การทางาน และการอยู่รว่ มกนั ในสังคมด้วยการสร้าง
เสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทัน

หลกั สตู รโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

13

กับการเปลีย่ นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลกี เลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ท่ีสง่ ผลกระทบต่อ
ตนเองและผู้อนื่

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทางาน การ
แกป้ ญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม

คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติพุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน

พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
อย่างมคี วามสขุ ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ดังน้ี

๑. รกั ษช์ าติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซอื่ สัตยส์ ุจรติ
๓. มวี ินยั
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มีจติ เป็นสาธารณะ

หลักการ
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน มีหลกั การทสี่ าคัญ ดงั น้ี
๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐาน การเรียนรู้เป็น

เป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม บนพื้นฐาน ของความเป็นไทย
ควบคู่กับความเป็นสากล

๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชนท่ีประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คณุ ภาพ

๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอานาจให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สอดคล้อง
กับสภาพและความตอ้ งการของท้องถน่ิ

๔. เปน็ หลักสูตรการศกึ ษาท่มี ีโครงสร้างยืดหยนุ่ ทั้งดา้ นสาระการเรยี นรู้ เวลาและการจัดการเรยี นรู้
๕. เป็นหลักสตู รการศึกษาทีเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สาคญั
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย ครอบคลุม ทุก
กลมุ่ เป้าหมายสามารถเทียบโอนผลการเรียนรแู้ ละประสบการณ์

จดุ หมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพ ใน

การศึกษาตอ่ และประกอบอาชพี จึงกาหนดเปน็ จดุ หมายเพ่อื ให้เกดิ กบั ผเู้ รยี นเมือ่ จบการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน ดังนี้
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นคุณค่าของตนเองมีวินัยและปฏิบัติตนตาม

หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทีต่ นนับถือยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

14

๒. มคี วามรู้ ความสามารถในการสือ่ สาร การคดิ การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชวี ิต
๓. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ดี ี มีสุขนสิ ยั และรักการออกกาลงั กาย
๔. มีความรักชาติ มีจติ สานกึ ในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวถิ ชี ีวติ และการปกครอง ตาม
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข
๕. มีจติ สานึกในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย การอนุรักษแ์ ละพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม มีจิต
สาธารณะทม่ี ุ่งทาประโยชน์และสรา้ งสิ่งทีด่ ีงามในสงั คม และอยรู่ ว่ มกันในสังคมอย่างมีความสขุ

คุณภาพผู้เรยี น

จบช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
๑. อ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้อง
คล่องแคล่ว เข้าใจความหมายของคาและข้อความท่ีอ่าน ตั้งคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์ คาดคะเน
เหตุการณ์ สรุปความรู้ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ปฏิบัติตามคาส่ัง คาอธิบายจากเรื่องท่ีอ่านได้ เข้าใจความหมาย
ของข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ อา่ นหนังสืออย่างสมา่ เสมอ และ มีมารยาทในการอ่าน
๒. มีทกั ษะในการคัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทดั เขยี นบรรยาย บนั ทึกประจาวนั เขียนจดหมายลาครู
เขียนเรอ่ื งเกีย่ วกบั ประสบการณ์ เขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการและมมี ารยาทในการเขียน
๓. เล่ารายละเอียดและบอกสาระสาคัญ ตั้งคาถาม ตอบคาถาม รวมทั้งพูดแสดงความคิดความรู้สึก
เก่ียวกับเรื่องท่ีฟังและดู พูดสื่อสารเล่าประสบการณ์และพูดแนะนา หรือพูดเชิญชวนให้ผู้อ่ืนปฏิบัติตาม และมี
มารยาทในการฟงั ดู และพดู
๔. สะกดคาและเขา้ ใจความหมายของคา ความแตกต่างของคาและพยางค์ หน้าทีข่ องคา ในประโยค
มีทักษะการใช้พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคง่ายๆ แต่ง คาคล้องจอง แต่งคา
ขวัญ และเลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ
๕. เข้าใจและสามารถสรุปขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีที่อ่าน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่น ร้องบท
รอ้ งเล่นสาหรับเด็กในทอ้ งถ่นิ ทอ่ งจาบทอาขยานและบทร้อยกรอง ท่มี ีคณุ ค่าตามความสนใจได้

จบผเู้ รยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖

๑. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทานองเสนาะได้ถูกต้อง อธิบายความหมายโดยตรง
และความหมายโดยนัยของคา ประโยค ข้อความ สานวนโวหาร จากเรื่องท่ีอ่าน เข้าใจคาแนะนา คาอธิบาย ใน
คูม่ ือต่าง ๆ แยกแยะข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริงรวมท้ังจับใจความสาคัญของเร่ืองท่ีอ่านและนาความร้คู วามคดิ จาก
เรอ่ื งทอี่ า่ นไปตดั สนิ ใจแกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชีวติ ได้ มีมารยาทและมนี ิสยั รกั การอา่ น และเหน็ คณุ คา่ ส่งิ ที่อ่าน

๒. มีทักษะในการคัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสะกดคา แต่งประโยคและเขียน
ข้อความ ตลอดจนเขียนส่ือสารโดยใช้ถ้อยคาชัดเจนเหมาะสม ใช้แผนภาพ โครงเรื่องและแผนภาพความคิด เพ่ือ
พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตัว กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนแสดงความรู้สึกและ
ความคิดเหน็ เขยี นเรื่องตามจินตนาการอยา่ งสรา้ งสรรค์และมีมารยาทในการเขยี น

๓. พูดแสดงความรู้ ความคิดเก่ียวกับเรื่องที่ฟังและดู เล่าเร่ืองย่อหรือสรุปจากเรื่องท่ีฟังและดู ตั้งคาถาม
ตอบคาถามจากเร่ืองท่ีฟังและดู รวมท้ังประเมินความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูด

หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

15

ตามลาดับขั้นตอนเรื่องต่าง ๆ อย่างชดั เจน พูดรายงานหรือประเดน็ ค้นคว้าจาก การฟัง การดู การสนทนาและพูด
โน้มนา้ วไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ลรวมทง้ั มีมารยาทในการดูและพดู

๔. สะกดคาและเข้าใจความหมายของคา สานวน คาพังเพยและสุภาษิต รู้และเขา้ ใจชนิดและหน้าที่ ของ
คาในประโยค ชนิดของประโยคและคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้คาราชาศัพท์และคาสุภาพได้ อย่าง
เหมาะสม แต่งประโยค แต่งบทรอ้ ยกรองประเภทกลอนสี่ กลอนสุภาพ และกาพยย์ านี ๑๑

๕. เข้าใจและเห็นคุณคา่ วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพื้นบ้าน ร้องเพลงพื้นบ้าน ของท้องถิ่น
นาข้อคดิ เหน็ จากเรอ่ื งท่ีอ่านไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริงและท่องจาบทอาขยานตามทกี่ าหนดได้

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพือ่ นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หา ในการ

ดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน

สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรอื่ งราวใน

รูปแบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่าง มีประสิทธภิ าพ

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคดิ และ

ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของ

ภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และ

นามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ

หลกั สตู รโรงเรียนวัดธรรมโชติ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

16

ตัวชวี้ ัดชั้นปี

ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑

สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ัญหา

ในการดาเนินชีวิตและมีนสิ ยั รักการอา่ น

ตัวชวี้ ัด ผู้เรยี นรอู้ ะไร ผเู้ รียนทาอะไรได้
๑. อา่ นออกเสียงคา คาคลอ้ งจอง หลักการอา่ นออกเสยี งคา ๑. อา่ นออกเสียงคา
คลอ้ งจอง ข้อความสน้ั ๆ ๒. อ่านคาคล้องจอง
และข้อความสนั้ ๆ ๓. อ่านข้อความสัน้ ๆ
รู้ความหมายของคาและข้อความ ๑. บอกความหมายของคา และ
๒. บอกความหมายของคา และ
ข้อความทอ่ี ่าน รู้และเขา้ ใจเร่ืองทอ่ี า่ น ขอ้ ความทอ่ี ่าน
๑.บอกความหมายของคา
๓. ตอบคาถามเก่ียวกบั เร่ืองท่ีอา่ น หลกั การเรยี งลาดับเหตุการณ์ ๒.บอกความหมายของข้อความ
และสรุปเรื่องทีอ่ ่าน
๔. เลา่ เรอ่ื งยอ่ จากเร่ืองที่อา่ น หลกั การคาดคะเนเหตกุ ารณจ์ าก ทอี่ า่ น
เร่อื งที่อ่านได้อย่างมีเหตผุ ล เลา่ เรอ่ื งยอ่ จากเร่ืองท่ีอ่านได้
๕. คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเร่ือง รู้วธิ ีการเลือกหนงั สือตามความ
ท่ีอ่าน สนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอ คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่าน
เร่ืองท่ีอา่ น
๖. อ่านหนงั สือตามความสนใจ รเู้ ขา้ ใจเคร่ืองหมายหรือ ๑. อา่ นหนงั สือตามความสนใจ
อยา่ งสม่าเสมอและนาเสนอ สัญลกั ษณ์ท่ีพบเห็น ใน อย่างสมา่ เสมอ
เร่ืองที่อ่าน ชีวติ ประจาวัน
๒.นาเสนอเร่ืองท่ีอ่าน
๗. บอกความหมายของ บอกความหมายของเครื่องหมาย
เครือ่ งหมาย หรอื สญั ลักษณ์ หรือสญั ลักษณ์สาคญั ท่ีมกั พบเหน็ ใน
สาคัญท่มี ักพบเห็นใน ชีวิตประจาวัน
ชวี ติ ประจาวัน

๘. มีมารยาท ในการอ่าน มารยาทในการอา่ น มีมารยาท ในการอ่าน
หมายเหตุ
ตวั ช้วี ัดตัวน้ีให้จดั
กิจกรรมรวมกับตวั ชวี้ ัดที่ ๑ – ๗

หลักสตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

17

สาระที่ ๒ การเขยี น

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรอื่ งราว

ในรูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ คว้า

อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

ตัวชีว้ ัด ผูเ้ รียนรอู้ ะไร ผู้เรยี นทาอะไรได้

๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด หลกั การเขียนด้วยตวั บรรจงตาม คดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็ม

หลักการคดั ลายมือช่วยให้การส่ือสารมี บรรทดั ได้

ประสิทธิภาพตรงตามวัตถุประสงค์

๒. เขียนสื่อสารด้วยคาและประโยค หลกั การเขยี นคา คาพน้ื ฐาน เขยี นสือ่ สารดว้ ยคาและ

ง่ายๆ คาคล้องจอง และประโยค ง่าย ๆได้ ประโยคงา่ ยๆ ได้

ถกู ต้องเป็นพนื้ ฐานในการสื่อสารใน

ชีวติ ประจาวัน

๓. มีมารยาทในการเขยี น หลกั การเขยี นอยา่ งมมี ารยาทเปน็ การใช้ มีมารยาทในการเขยี น

ภาษาและเทคนิคเฉพาะทีเ่ หมาะสมตาม

ประเภทของงานชว่ ยใหก้ ารส่ือสารมี

ประสิทธภิ าพยิ่งข้ึน

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิและความรสู้ กึ

ในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วดั ผ้เู รยี นรอู้ ะไร ผเู้ รยี นทาอะไรได้
๑. ฟังคาแนะนา คาส่งั ง่ายๆ ฟงั คาแนะนา คาสงั่ งา่ ยๆ และ
การฟงั อยา่ งตั้งใจ มีสมาธใิ น ปฏิบตั ติ ามได้
และปฏิบัตติ าม การฟังช่วยใหเ้ ขา้ ใจ และปฏิบัติ
ตามได้อยา่ งถกู ต้อง ตอบคาถามและเล่าเร่ืองที่ฟงั
๒. ตอบคาถามและเลา่ เรื่องท่ีฟงั และดู ทงั้ ท่ีเปน็ ความรูแ้ ละความ
และดู ทงั้ ทเ่ี ปน็ ความรแู้ ละ หลกั การฟัง และดูอย่างตงั้ ใจ บันเทิง
ความบนั เทิง มีสมาธิ จะทาใหต้ อบคาถามและ พูดแสดงความคิดเหน็ และ
เล่าเรอ่ื งที่ฟงั และดูได้ ความร้สู ึกจากเรื่องที่ฟงั และดู
๓. พดู แสดงความคิดเหน็ และ
ความรู้สกึ จากเรอื่ งที่ฟังและดู หลักการฟังและดูแลว้ สามารถจับ พูดสอ่ื สารในชีวิตประจาวันได้
ใจความสาคญั ของทฟี่ ังและดู ตามวตั ถุประสงค์
๔. พดู สอ่ื สารไดต้ ามวตั ถุประสงค์ ทาใหส้ ามารถพูดแสดงความ มมี ารยาทในการฟงั การดู และ
คิดเหน็ และความรสู้ กึ จากเรื่อง การพูด
๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และ ท่ีฟังและดูได้
การพดู
วธิ ีการพดู สื่อสาร
ในชีวิตประจาวัน

การมมี ารยาทในการฟัง การดูและ
การพูด เปน็ คุณลักษณะพ้นื ฐานใน
การอยู่รว่ มกนั ในสังคม

หลักสตู รโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

18

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา

และพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ

ตวั ช้วี ดั ผูเ้ รียนรู้อะไร ผเู้ รียนทาอะไรได้

๑. บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ หลกั การเขียนและรปู แบบการ บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ

วรรณยุกต์ และเลขไทย เขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ วรรณยุกต์ และเลขไทยได้

และเลขไทย ทถ่ี ูกต้อง

๒. เขียนสะกดคาและบอก รจู้ ักมาตราตวั สะกด การผนั เขยี นสะกดคาและบอก

ความหมาย ของคา วรรณยกุ ต์และความหมายของคา ความหมาย ของคาได้

๓. เรียบเรยี งคาเปน็ ประโยคง่าย ๆ โครงสรา้ งของประโยค เรยี บเรียงคาเป็นประโยคง่าย ๆ

ได้

๔. ตอ่ คาคลอ้ งจองง่ายๆ หลกั การหาคาท่ีมีเสียงสระ เขียนคาคล้องจองได้

เหมือนกัน ตัวสะกดแม่เดียวกัน ต่อคาคลอ้ งจองง่ายๆ

มาต่อกนั ให้เกิดเสยี งสมั ผัสคล้อง

จอง

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณค่าและ
นามาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ

ตวั ชวี้ ัด ผู้เรยี นรูอ้ ะไร ผเู้ รียนทาอะไรได้

๑. บอกขอ้ คดิ ที่ได้จากการอ่าน หลักการอา่ นหรือการฟัง บอกข้อคดิ ท่ีได้จากการอ่านหรอื
หรือการฟงั วรรณกรรม วรรณกรรม ร้อยแกว้ และ การฟงั วรรณกรรมร้อยแก้วและ
รอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรอง รอ้ ยกรองสาหรับเด็ก ร้อยกรองสาหรับเด็กได้
สาหรบั เดก็
การรแู้ ละเขา้ ใจแบบแผนภาษา ทอ่ งจาบทอาขยาน และ
๒. ทอ่ งจาบทอาขยาน และฉนั ทลักษณ์ ทาให้สามารถ บทรอ้ ยกรองไดท้ ่องจาบทอาขยาน
ตามทก่ี าหนด และ
บทรอ้ ยกรอง ตามความสนใจ ตามท่ีกาหนด และ
บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

หลกั สูตรโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

19

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หา

ในการดาเนนิ ชวี ิตและมีนิสยั รกั การอ่าน

ตวั ชว้ี ัด ผูเ้ รียนรอู้ ะไร ผู้เรียนทาอะไรได้

๑. อา่ นออกเสียงคา คาคลอ้ งจอง รวู้ ิธกี ารอ่านออกเสียงคา อ่านออกเสยี งคา คาคล้องจอง
ขอ้ ความ และบทร้อยกรอง คาคล้องจอง ข้อความ และ ข้อความ และบทความและ
บทร้อยกรองงา่ ย ๆ ได้ ร้อยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ง่ายๆ ไดถ้ กู ต้อง

๒. อธิบายความหมายของคา และ รูค้ วามหมายของคาและข้อความท่ี บอกความหมายของคาและ

ข้อความทอี่ ่าน อ่าน ความหมายของข้อความที่อ่าน

๓. ตัง้ คาถามและคาตอบเกีย่ วกบั รู้หลกั การในการตง้ั คาถาม ต้ังคาถามจากเรื่องที่อา่ นได้

เรื่องท่ีอา่ น จากเนอื้ เร่ืองท่ีอ่าน

๔. ระบุใจความสาคญั และ การอ่านจับใจความสาคัญ สรุปใจความของเรือ่ งที่อ่าน
รายละเอียดจากเรอ่ื งท่ีอา่ น
รหู้ ลกั การอา่ นในใจ และการอา่ น

จบั ใจความ

๕. แสดงความคดิ เห็นและ การอา่ นตามกระบวนการอา่ น แสดงความคิดเห็นและคาดคะเน
คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ือง จับใจความ ทาให้สามารถแสดง เหตุการณ์จากเรอื่ งที่อ่าน
ทอี่ ่าน ความคดิ เห็นและคาดคะเน
เหตุการณ์จากเรื่องทอี่ ่านได้

๖. อ่านหนังสอื ตามความสนใจ รู้วธิ กี ารพจิ ารณา หนังสือที่มีคุณคา่ รู้วธิ กี ารพิจารณา หนงั สอื ทม่ี ีคุณค่า
อย่างสมา่ เสมอและนาเสนอ
เรอื่ งท่อี า่ น และประโยชนข์ องหนงั สือ และประโยชนข์ องหนังสอื

๗. อา่ นขอ้ เขียนเชิงอธิบาย แล รลู้ กั ษณะและความหมาย อา่ นข้อเขียนเชงิ อธิบายและปฏบิ ตั ิ
ปฏิบัติตามคาส่งั หรือข้อแนะนา
ของข้อเขยี นเชงิ อธิบาย ตามคาสงั่ หรือข้อแนะนา
๘. มีมารยาท ในการอา่ น
หนงั สือเป็นสง่ิ ท่มี ีประโยชน์ให้ มีมารยาททดี่ ใี นการดู

ความรู้ การอ่านอย่างมมี ารยาท

และการดูแลรกั ษาหนังสอื ให้คงทน

ถาวรเป็นส่ิงท่มี ีประโยชน์และควร

ปฏบิ ัติ

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

20

สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียน เรือ่ งราวใน
รูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงาน การศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมี ประสิทธิภาพ

ตวั ชีว้ ัด ผู้เรยี นร้อู ะไร ผ้เู รียนทาอะไรได้
๑. คดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทดั คัดลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทัดได้
เขียนด้วยตัวบรรจงตามหลักการ
คัดลายมือชว่ ยใหก้ ารสื่อสารมี
ประสิทธภิ าพตรงตาม
วัตถปุ ระสงค์

๒. เขียนเรอ่ื งสัน้ ๆ เกีย่ วกับ การเรียงลาดบั เหตุการณโ์ ดยการ เขียนสนั้ ๆ เกี่ยวกบั ประสบการณ์

ประสบการณ์ เลา่ และเขยี นจากประสบการณ์ ของตนได้

๓. เขยี นเรื่องส้นั ๆ ตามจินตนาการ หลกั การเขยี นเรื่องจินตนาการ เขียนเร่ืองส้ัน ๆ ตามจินตนาการ

เพอื่ ส่ือความคดิ ของตน ของตนได้

๔. มีมารยาทในการเขยี น มารยาทในการเขียนทีเ่ หมาะสม นกั เรียนมมี ารยาทในการเขียนท่ีดี

ตามประเภทของงานเพอื่ สื่อสาร เพือ่ ส่ือสารทมี่ ีประสิทธิภาพ

ทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรสู้ กึ ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์

ตวั ชว้ี ัด ผูเ้ รยี นรูอ้ ะไร ผเู้ รยี นทาอะไรได้

๑. ฟังคาแนะนา คาสั่งที่ซับซ้อน การฟังอย่างต้ังใจ มีสมาธิใน ฟังคาแนะนา คาสง่ั ท่ซี บั ซอ้ น และ
และปฏิบตั ติ าม การฟงั ชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจ และปฏิบัติ ปฏิบัตติ ามได้
ตามได้อย่างถกู ต้อง

๒. เล่าเรือ่ งทีฟ่ งั และดทู ั้งที่เป็น การฟงั และดูอยา่ งตั้งใจ มสี มาธิ เลา่ รายละเอียดเกยี่ วกบั เร่ืองทีฟ่ งั
ความรูแ้ ละความบันเทิง
จะทาใหต้ อบคาถามและ ทง้ั ทเ่ี ป็นความรู้และความบนั เทงิ

เลา่ รายละเอียดเร่ืองที่ฟงั และดูได้

เลา่ รายละเอยี ดเกี่ยวกบั เรื่องทฟี่ ัง

และดูทง้ั ท่เี ปน็ ความรู้และความ

บนั เทงิ

๓. บอกสาระสาคญั ของเร่ืองท่ฟี ัง การฟัง และดูอย่างต้ังใจ มสี มาธิ บอกสาระสาคญั ของเรื่องทฟ่ี ัง
และดู จะทาให้สามารถบอ และดู
สาระสาคญั ของเรื่องจากการ
ฟังและดู

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

21

ตัวช้วี ดั ผเู้ รียนรูอ้ ะไร ผเู้ รียนทาอะไรได้

๔. ตง้ั คาถามและตอบคาถาม การฟัง และดูอย่างต้ังใจ มีสมาธิ ต้ังคาถามและตอบคาถามเก่ียวกับ
เกยี่ วกับเรอ่ื งท่ฟี ังและดู
จะทาให้ตั้งคาถามและตอบ เร่อื งท่ีฟงั และดูได้

คาถามเกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและดูได้

๕. พดู แสดงความคิดเห็นและ ฟงั และดูแลว้ สามารถ พูดแสดงความคิดเห็นและ
ความรสู้ ึกจากเรอื่ งท่ีฟังและดู
จับใจความสาคญั ของทฟี่ ังและดู ความรู้สกึ จากเร่ืองท่ีฟังและดู

ทาให้สามารถพูด

๖. พดู สื่อสารได้ชัดเจนตรงตาม การรจู้ กั วธิ ีพดู แนะนาตนเอง สามารถพูดสื่อสารได้ชดั เจนตรง
วตั ถปุ ระสงค์ ขอความชว่ ยเหลือ ขอบคุณ ตามวตั ถุประสงค์
ขอโทษ ทาให้สามารถพูดส่ือสาร
ท่ใี ช้ในชวี ติ ประจาวันให้ตรงตาม
วัตถปุ ระสงค์ของตน

๗. มมี ารยาทในการฟงั การดู มารยาททด่ี ีในการดู ฟัง พูด เพ่อื มมี ารยาทในการฟงั ดแู ละการพดู
และการพูด การส่อื สารที่ตรงตาม
วตั ถปุ ระสงค์

สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั

ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ตัวช้วี ดั ผู้เรยี นรูอ้ ะไร ผู้เรยี นทาอะไรได้

๑. บอกและเขียนพยัญชนะ สระ ลกั ษณะของพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ บอกและเขียนพยัญชนะ สระ
วรรณยุกต์ และเลขไทย
และเลขไทย วรรณยุกต์ และเลขไทยได้
๒. เขียนสะกดคา และบอก
ความหมาย ของคา วิธีการเขยี นสะกดคา และความหมาย เขยี นและสะกดคาและบอก

๓. เรียบเรียงคาเป็นประโยค ของคา ความหมายของคาที่กาหนดให้ได้
ไดต้ รงตามเจตนา ของ
การสือ่ สาร การเรียบเรยี งคาเปน็ ประโยค เรยี บเรียงคาเป็นประโยคได้ตรง

๔. บอกลกั ษณะคาคลอ้ งจอง ง่าย ๆ เป็นการนาคามาเรยี บเรียงให้มี ตามเจตนา ของการสือ่ สาร
๕. เลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐาน
ประธาน กริยา กรรม เพื่อ
และภาษาถิน่ ได้เหมาะสมกบั
กาลเทศะ ให้ได้ประโยคทีส่ มบูรณ์

สามารถสื่อสารไดต้ รงตามเจตนาของผู้

ส่งสาร

ลกั ษณะของคาคลอ้ งจอง บอกลกั ษณะของคาคลอ้ งจอง

วิธกี ารเลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐานและ เลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและ

ภาษาถนิ่ ทเี่ หมาะสมกบั สถานการณ์ ภาษาถิน่ ได้เหมาะกับกาลเทศะ

หลักสตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

22

สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคณุ คา่
และนามาประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง

ตวั ชว้ี ดั ผูเ้ รียนรอู้ ะไร ผู้เรียนทาอะไรได้

๑. ระบขุ ้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือ ขอ้ คิดจากวรรณกรรมสามารถ ระบุข้อคิดที่ไดจ้ ากการอา่ นหรือการ

การฟังวรรณกรรมสาหรับเด็กเพ่ือ แก้ปญั หาในชวี ิตจรงิ ได้ ฟังวรรณกรรมสาหรบั เด็กเพ่ือ

นาไปใช้ในชวี ิตประจาวัน นาไปใช้ในชีวิตประจาวนั

๒. ร้องบทร้องเลน่ สาหรับเด็ก บทรอ้ งเลน่ สาหรบั เด็กในท้องถิ่น ร้องบทร้องเลน่ สาหรับเด็ก

ในท้องถิ่น สร้างความความเพลิดเพลิน ในท้องถ่ิน

๓. ท่องจาบทอาขยานตาม บทอาขยานและ บทร้อยกรองทมี่ ี ทอ่ งจาบทอาขยานตามทีก่ าหนด

ที่กาหนด และบทร้อยกรอง คุณคา่ ตามความสนใจเปน็ และบทร้อยกรองที่มคี ุณคา่ ตาม

ทีม่ คี ณุ คา่ ตามความสนใจ การพฒั นาทกั ษะทางภาษาทั้งด้าน ความสนใจ

การฟงั การอ่าน การพูด การเขยี น

และการส่งเสรมิ

สนุ ทรยี ทางภาษา

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

23

ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓

สาระท่ี ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สินใจ

แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชวี ิตและมนี ิสัยรักการอ่าน

ตวั ช้ีวดั ผเู้ รียนรู้อะไร ผเู้ รียนทาอะไรได้

๑. อา่ นออกเสยี งคา ข้อความ หลกั การอ่านออกเสยี งคา ข้อความ อ่านออกเสียงคา ข้อความ

เร่ืองสั้นๆ และบทร้อยกรอง เรอื่ งส้นั ๆ และ เรอ่ื งสัน้ ๆ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ได้

ง่ายๆ ได้ถูกตอ้ งคลอ่ งแคลว่ บทร้อยกรองง่ายๆ ถกู ต้อง คล่องแคล่ว ตามหลกั การอา่ น

๒. อธิบายความหมายของคา ความหมายของคาที่อา่ น อธิบายความหมายของคาและข้อความที่

และข้อความทีอ่ า่ น อา่ นด้วยภาษา

ของตนเองใหผ้ ู้อ่ืนเขา้ ใจได้

๓. ตง้ั คาถามและตอบคาถาม รแู้ ละเขา้ ใจเรื่องทีอ่ ่าน ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผล
เชิงเหตุผลเกีย่ วกับเรอ่ื งที่ เกี่ยวกับเรือ่ งทอี่ ่าน
อา่ น
กระบวนการอ่านจบั ใจความสาคัญ ลาดับเหตกุ ารณ์และคาดคะเนเหตุการณ์
๔. ลาดับเหตกุ ารณแ์ ละคาดคะเน
เหตกุ ารณ์จากเร่อื งทีอ่ ่านโดยระบุ จากเรอื่ งท่อี า่ นโดย
เหตุผลประกอบ
๕. สรปุ ความรู้และข้อคดิ ระบุเหตุผลประกอบ

จากเรื่องที่อ่านเพ่ือ ความร้แู ละข้อคดิ ท่ีไดร้ ับ ๑.สรุปความรู้และขอ้ คดิ ที่ได้
นาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั
จากการอา่ น จากการอ่าน
๖. อา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ
อย่างสมา่ เสมอ และนาเสนอ ๒.เช่ือมโยงความรู้และขอ้ คิด
เร่อื งที่อา่ น
ที่ไดจ้ ากการอา่ นเพ่ือนาไปใช้
๗.อา่ นข้อเขยี นเชิงอธิบาย และ
ปฏบิ ัติตามคาส่งั หรอื ในชีวิตประจาวนั
ขอ้ แนะนา
การเลือกอา่ นหนงั สือทมี่ ีคุณค่า เลือกอา่ นหนังสือที่มีคุณคา่ ตามความ
๘.อธิบายความหมาย
ของขอ้ มลู จากแผนภาพ และประโยชนท์ ่ีไดจ้ ากการอา่ น สนใจอยา่ งสมา่ เสมอและสามารถ
แผนท่ี และแผนภูมิ
นาเสนอเรือ่ งทอี่ ่านได้
๙.มีมารยาทในการอา่ น
การอา่ นและเข้าใจความหมายของ อ่านข้อเขียนเชงิ อธบิ ายและปฏิบตั ติ าม

ข้อเขียนเชงิ อธบิ าย ข้อแนะนา การใช้ คาสั่งหรือข้อแนะนาได้อยา่ งถูกตอ้ ง

สถานทสี่ าธารณะ เครือ่ งใช้ประจาวนั

ในบ้าน และท่ีโรงเรยี น

ขอ้ มลู จากแผนภาพ แผนที่และ อธิบายความหมายของข้อมูล

แผนภมู ิเป็นข้อมลู ท่ีมีความสาคญั ใน จากแผนภาพ แผนท่ีและแผนภมู ิไดอ้ ยา่ ง

ชีวิตประจาวันจึงตอ้ งมีความรู้และ ถูกต้อง

ความเขา้ ใจภาพสญั ลกั ษณ์ ตัวย่อทใ่ี ช้

ในการเขียนและต้องอา่ นใหถ้ ูกต้อง

หนังสอื เป็นส่งิ ท่มี ีประโยชนใ์ หค้ วามรู้ ปฏิบตั ติ นอยา่ งมีมารยาทในการอา่ นและ

การอ่านอย่างมมี ารยาทและการดแู ล เป็นแบบอย่างแก่ผู้อ่ืน

รักษาหนังสอื ใหค้ งทน

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

24

สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่อื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี น

เรือ่ งราวในรูปแบบตา่ งๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงาน
การศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

ตวั ชวี้ ดั ผู้เรียนรอู้ ะไร ผเู้ รียนทาอะไรได้
๑. คดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั คดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด
รูปแบบการเขียนอักษรไทย
๒. เขียนบรรยายเกีย่ วกับส่ิงใด แต่ละแบบมลี ีลาการเขียนทแี่ ตกต่าง เขียนบรรยายเก่ยี วกับสงิ่ ใด
ส่งิ หน่ึงไดอ้ ยา่ งชดั เจน กันและหลกั ในการ สิง่ หนง่ึ ไดอ้ ย่างชัดเจน
คัดลายมือจะต้องใชร้ ูปแบบ
๓.เขยี นบันทกึ ประจาวัน ให้เหมือนกัน เขยี นบนั ทึกเรียบเรียงสิง่ ท่เี กดิ ข้ึน
๔. เขยี นจดหมาย ลาครู จากประสบการณ์ได้
การเขียนบรรยายเกี่ยวกับสง่ิ ใดๆ สื่อสารได้เข้าใจชัดเจนตรงกัน
จะต้องมขี ้อมูลเกย่ี วกับส่ิงน้ัน เขียนจดหมายลาครู
อย่างครอบคลุมจึงจะสามารถ
อธบิ าย,ยกตวั อย่างหรือตอบคาถาม
เกี่ยวกับส่ิงนั้นๆได้อยา่ งชดั เจน
การเขียนบันทึกประจาวัน เปน็ การ
เขียนเลา่ เรื่องจากประสบการณ์
การเขียนจดหมายลาครูเป็น
การเขียนที่อธิบายเหตผุ ล

๕. เขียนเรอื่ งตามจินตนาการ การเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการ เขยี นเรอื่ งตามจินตนาการได้
๖. มมี ารยาทในการเขยี น เป็นการสร้างสรรค์งานเขียน
อย่างอิสระเพ่ือส่ือถงึ ผู้อน่ื ได้รับรู้ การสื่อสารมีประสิทธภิ าพและ
ความคิดและเรือ่ งราวทแี่ ปลกใหม่ มมี ารยาทในการเขยี น

การเขยี นอยา่ งมีมารยาทเปน็ การ
ใช้ภาษาและเทคนคิ เฉพาะ
ทเี่ หมาะสมตามประเภทของงาน

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมวี จิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรสู้ กึ ในโอกาสต่างๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ตวั ชว้ี ัด ผ้เู รียนรอู้ ะไร ผเู้ รยี นทาอะไรได้

๑ เล่ารายละเอียดเกย่ี วกับเร่ืองที่ รู้รายละเอยี ดของเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องท่ี
ฟังและดทู ั้งที่เป็นความรู้และ ทัง้ ท่ีเป็นความร้แู ละความบนั เทงิ ฟังและดทู ้งั ท่ีเปน็ ความรู้และ
ความบนั เทิง ความบันเทิงได้

หลักสตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ตัวชว้ี ัด ผูเ้ รียนรู้อะไร 25
๒.บอกสาระสาคัญจากการฟัง รู้รายละเอียดของเร่ืองที่ฟังและดู
ทงั้ ทีเ่ ป็นความรู้และความบันเทิง ผู้เรยี นทาอะไรได้
และการดู เลา่ รายละเอยี ดเก่ียวกบั เรื่องที่
กระบวนการฟงั และดูอย่าง ฟงั และดูทง้ั ที่เปน็ ความรู้และ
๓. ต้ังคาถามและตอบคาถาม มีสมาธิ ความบนั เทงิ ได้
เกี่ยวกบั เรอ่ื งทีฟ่ ังและดู จบั ใจความสาคญั ของเรือ่ งท่ีฟัง
จบั ใจความสาคัญของท่ีฟังและดู และดู จากการตั้งคาถามและ
๔. พดู แสดงความคิดเหน็ และ ตอบคาถามได้
ความรู้สกึ จากเรือ่ งที่ฟงั และดู การเขยี นอย่างมีมารยาทเปน็ พดู แสดงความคิดเหน็ และ
การใช้ภาษาและเทคนิคเฉพาะท่ี ความรสู้ กึ จากเรื่องที่ฟงั และดู
๕. พูดส่ือสารได้ชดั เจนตรงตาม เหมาะสมตามประเภทของงานมี การสอ่ื สารมีประสทิ ธิภาพและ
วัตถุประสงค์ มารยาทในการฟัง การดูและ มีมารยาทในการเขียน
การพูด
๖. มีมารยาทในการฟัง การดู มีมารยาทในการฟัง การดู และ
และการพดู การพูด

สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ

ตวั ช้ีวัด ผู้เรียนรูอ้ ะไร ผู้เรียนทาอะไรได้
๑. เขยี นสะกดคาและบอก หลกั การสะกดคาในแตล่ ะมาตรา เขยี นสะกดคาและบอก
ตวั สะกด การผันวรรณยุกต์ ความหมายของคาได้
ความหมายของคา รคู้ วามหมายของคา
ชนดิ และหน้าท่ขี องคาประเภทตา่ ง ๆ ใชค้ าในประโยคไดถ้ ูกต้อง
๒. ระบุชนิดและหน้าทข่ี องคาใน เหมาะสม
ประโยค ใช้พจนานุกรมตามหลักการใช้พจนานุกรม
เรียงลาดับพยัญชนะ สระก่อนหลงั ค้นหาความหมายของคา ได้
๓. ใช้พจนานุกรมค้นหา ชนิดประโยคลักษณะ,ส่วนประกอบของ อย่างถูกต้องคลอ่ งแคลว่
ความหมายของคา ประโยคชนดิ ต่าง ๆ แต่งประโยค
แต่งประโยคไดถ้ ูกตอ้ งและ
๔. แต่งประโยคงา่ ยๆ ๑.ลษั ณะของคาคลอ้ งจองและคาขวัญ นาไปใชใ้ นการส่ือสารไดอ้ ย่างมี
๒.วธิ ีการแตค่ าคล้องจองและคาขวัญ ประสิทธภิ าพ
๕. แตง่ คาคล้องจองและคาขวญั แตง่ คาคลอ้ งจองและคาขวญั ได้
รูจ้ กั ภาษาไทยมาตรฐานกับ อยา่ งถูกตอ้ งและมีความหมาย
๖. เลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิน่ ของตนเอง ตรงตามวัตถุประสงค์
และภาษาถน่ิ ได้เหมาะสมกับ ๑.เลือกใชภ้ าษาไทยาตรฐานและ
กาลเทศะ ภาษาถิน่ ของตนได้อยา่ ง
เหมาะสมกับสถานการณแ์ ละ
บุคคล
๒.อนรุ ักษภ์ าษาถิ่นของตนเองไว้
ได้

หลักสูตรโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

26

สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณคา่
และนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ

ตวั ชว้ี ัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทาอะไรได้
๑. ระบขุ ้อคดิ ทไ่ี ด้จากการอ่าน แนวคิด/แนวปฏิบตั ทิ ดี่ ีจาก
วรรณกรรม วรรณคดีท่ีอา่ น นาเสนอแนวคดิ / แนวปฏิบตั ิที่ดี
วรรณกรรมเพ่ือนาไปใช้ใน จากการอา่ นวรรณกรรม วรรณคดี
ชีวิตประจาวัน รูจ้ กั เพลงพน้ื บ้าน และ ทีอ่ า่ นไปปรับใช้ในชวี ติ
เพลงกล่อมเด็กในท้องถิ่น ประจาวนั ได้
๒. รูจ้ ักเพลงพืน้ บา้ นและ
เพลงกลอ่ มเด็ก เพ่ือปลูกฝัง ช่ืนชมและเกดิ ความภาคภูมใิ จใน
ความชนื่ ชมวัฒนธรรม วัฒนธรรมทอ้ งถิน่ ของตน
ทอ้ งถนิ่
ร้คู ณุ คา่ วรรณคดีทีส่ ะทอ้ นสภาพชวี ิต แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับ
๓. แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับ
วรรณคดที อ่ี ่าน แง่มุมของสงั คม ความเชอ่ื และ วรรณคดีทอี่ ่านได้

๔. ทอ่ งจาบทอาขยานตามที่ ความจรงิ ในอดตี แต่ละยุค
กาหนดและบทรอ้ ยกรอง
ท่มี คี ณุ ค่าตามความสนใจ รู้ลักษณะคาประพนั ธ์ ของ อ่านออกเสยี งทานองเสนาะ

บทอาขยาน และบทรอ้ ยกรอง และทอ่ งจาบทอาขยาน และ

ท่มี ีคณุ ค่า บทร้อยกรองท่ีมคี ุณคา่ ได้ซาบซง้ึ

และเหน็ คุณคา่ ของบทอาขยาน

และบทร้อยกรองทอี่ า่ น

หลกั สตู รโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

27

ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิด เพือ่ นาไปใช้ตดั สินใจ

แก้ปญั หาในการดาเนนิ ชีวติ และมีนิสัยรกั การอ่าน

ตัวชีว้ ดั ผเู้ รียนรอู้ ะไร ผู้เรยี นทาอะไรได้
๑. อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้ว
หลักการอา่ นออกเสยี ง อ่านออกเสียงได้ถูกต้องตาม
และบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
บทรอ้ ยแกว้ และร้อยกรองที่ดี อักขรวิธี เวน้ วรรคตอนได้ถูกตอ้ ง
๒. อธิบายความหมายของคา
ประโยค และสานวน และมลี ลี าน้าเสยี งถูกต้องตามฉันท
จากเรอ่ื งทอี่ า่ น
ลักษณ์ของบทประพันธ์และเน้อื หา
๓. อา่ นเรอื่ งสั้น ๆ ตามเวลา
ที่กาหนดและตอบคาถาม ลลี าน้าเสยี งเหมาะสม
จากเรื่องที่อ่าน
รู้หลกั การใชบ้ รบิ ทหรือคาแวดลอ้ ม อธิบายความหมายของคาประโยค
๔. แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็น
จากเรื่องท่อี ่าน ช่วยในการตีความ แปลความ และสานวนจากเรอื่ งที่อ่านถูกต้อง

๕. คาดคะเนเหตุการณ์ ขยายความไดก้ วา้ งขวางสามารถ ชัดเจนขึ้น
จากเร่อื งทอี่ ่านโดยระบุ
เหตุผลประกอบ สร้างความเข้าใจไดล้ ึก

๖. สรปุ ความรู้และขอ้ คิด หลักการอา่ นคลอ่ งและเร็ว ๑.อา่ นคล่องและเรว็
จากเรื่องทอี่ ่านเพ่ือนาไปใช้
ในชวี ิตประจาวัน การอา่ นสารวจและบนั ทกึ ข้อความ ๒.ตอบคาถามจากเร่ืองที่อา่ นได้

๗. อา่ นหนงั สอื ทีม่ ีคณุ ค่าตาม สาคญั ของเร่ือง ๓.บนั ทึกขอ้ ความจากเร่ืองที่อ่าน
ความสนใจอย่างสม่าเสมอ
และแสดงความคิดเห็น การแยกแยะข้อเท็จจริงและ ๑.แยกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น
เกยี่ วกับเร่ืองทอี่ ่าน
ขอ้ คิดเหน็ จากเรื่องที่อ่าน ๒.เลอื กขอ้ มูลจากการอา่ นไป
๘. มมี ารยาท ในการอ่าน
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน

หลกั การอ่านจับใจความจากเรื่อง คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเรื่องทอ่ี า่ น

ต่าง ๆ อยา่ งเข้าใจ ไดอ้ ย่างมเี หตุผล

หลกั การสรปุ ใจความสาคญั และ ๑.สรปุ ความรู้และข้อคดิ จากเรอื่ งที่
ข้อคิดจากเร่ืองท่ีอ่าน อา่ น
หลกั การเลอื กหนังสอื ที่มีคุณค่า ๒.นาขอ้ คดิ ไปประยุกต์ใชใ้ น

มารยาทในการอา่ น ชีวิตประจาวนั

๑.ใชก้ ระบวนการอ่านสร้าง
ความรู้และความคดิ

๒.วเิ คราะห์เปรียบเทียบความ
เหมือนกนั ของสถานการณ์
ในหนงั สือกบั ชีวติ จริง

๓.แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับ
การอา่ นได้

มมี ารยาทในการอา่ น

หลักสตู รโรงเรียนวัดธรรมโชติ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

28

สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรอ่ื งราว

ในรูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นควา้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

ตัวชี้วดั ผู้เรยี นรอู้ ะไร ผู้เรียนทาอะไรได้
๑. คดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั คัดลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทัด
และครึง่ บรรทัด หลักการคดั ลายมอื ต้องบรรจง
๒. เขยี นสอื่ สารโดยใช้คาได้ เต็มบรรทดั เขียนคาขวัญ และ คาแนะนาได้
หลกั การ วตั ถุประสงคล์ ักษณะ
ถกู ต้อง ชดั เจน และเหมาะสม สาคัญ กระบวนการ เทคนคิ ๑.เขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง/
การเขยี นประเภทคาขวัญและ แผนภาพความคดิ
๓.เขียนแผนภาพโครงเรื่อง และ คาแนะนา
แผนภาพความคิด เพื่อใช้พัฒนา หลกั การ วัตถปุ ระสงค์ลักษณะ ๒.เขยี นเรือ่ งโดยใช้แผนภาพ
สาคญั กระบวนการ เทคนคิ การ โครงเรือ่ งแผนภาพความคิด
งานเขยี น เขียนแผนภาพโครงเรื่อง แผนภาพ เปน็ เคร่อื งมอื พฒั นางานเขยี น
และพฒั นางานเขยี น

๔. เขียนยอ่ ความจากเรือ่ งส้ันๆ หลักการและวิธีการเขียนย่อความ เขียนย่อความได้

๕.เขยี นจดหมายถงึ เพื่อนและ หลักการและวธิ ีการเขียนจดหมาย ๑.เขียนจดหมายถึงเพือ่ น
บิดามารดา แต่ละประเภท ๒.เขียนจดหมายถงึ บดิ า มารดา
เขยี นบนั ทกึ และ จากเขยี น
๖.เขียนบนั ทกึ และเขียนรายงาน หลกั การ วิธกี ารและความสาคญั รายงานการศึกษาค้นควา้
จากการศึกษาคน้ ควา้ ของการเขยี นบนั ทึก เขียนตามเร่ืองจินตนาการ

๗. เขยี นเร่อื งตามจินตนาการ หลกั การ/ลักษณะและเทคนคิ มมี ารยาทในการเขยี น
การเขียนเร่ืองตามจินตนาการ
๘. มีมารยาทในการเขียน
๑.ข้อสรุปเกีย่ วกบั การปฏบิ ัติตน
อยา่ งมมี ารยาทในการเขียน

๒.หลกั การประเมนิ มารยาท
ในการเขยี น

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

29

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และ
ความรูส้ ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ตวั ช้วี ดั ผเู้ รียนรู้อะไร ผ้เู รยี นทาอะไรได้
๑. จาแนกข้อเทจ็ จริงและ
หลักการสังเกต ข้อคดิ เห็น จาแนกข้อคิดเหน็ ข้อเท็จจรงิ จาก
ขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองท่ีฟงั และดู
๒. พูดสรุปความจากการฟังและดู ข้อเท็จจรงิ เรื่องที่ฟงั ทดี่ ู

๓. พดู แสดงความรู้ ความคิดเห็น หลักการพดู สรุปความจากการ ๑.การพูดสรุปความร้จู ากการฟัง
และความรู้สึกเกยี่ วกับเร่ืองทฟี่ ัง
และดู ฟังและการดู การดูเปน็ การหาคาสาคญั

๔. ต้ังคาถามและตอบคาถาม ประโยคสาคัญ โดยการทา
เชงิ เหตผุ ลจากเรื่องที่ฟังและดู
แผนภาพความคิดหรือการจด
๕. รายงานเรอ่ื งหรือประเดน็ ท่ี
ศึกษาค้นควา้ จากการฟัง การดู บันทกึ
และการสนทนา
๒.พดู สรุปความจากการฟงั และดู
๖. มมี ารยาทในการฟงั การดู และ
การพดู หลักการพดู แสดง ความคดิ เหน็ พูดแสดง ความคิดเห็น และ

และความรสู้ กึ จากที่ฟังและดู ความรสู้ กึ เก่ียวกับเรื่องทฟ่ี ังและดู

หลักการการต้ังคาถามและการ ตงั้ คาถามและตอบคาถามเชิง
ตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรอ่ื ง เหตุผลจากเร่ืองท่ีฟังและดู
ท่ฟี ังและดู

หลกั การรายงานเรื่องหรอื พดู รายงานหรือประเด็นท่ศี ึกษา
ประเด็นท่ีศกึ ษาคน้ ควา้ จากการ ค้นควา้ จากเรื่องที่ฟงั และดู ผู้พดู
ฟงั การดู และการสนทนา ตอ้ งศึกษาเรื่องท่ีฟัง การดูและการ

สนทนา

สรุปหลักเกยี่ วกบั มารยาทใน มีมารยาทในการฟัง การดู และ
การฟัง การดู และการพูด การพูด

หลักสตู รโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

30

สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

ตวั ชี้วัด ผู้เรียนรอู้ ะไร ผู้เรียนทาอะไรได้

๑. สะกดคาและบอกความหมาย หลกั การสะกดคาในแต่ละมาตรา ๑. สรุปหลักการเก่ยี วกับการ
ของคาในบริบทตา่ งๆ การผนั วรรณยุกตค์ าเป็น คา สะกดคา แม่ ก กา ,คาท่ี
ตาย คาพ้อง ความหมายของคา สะกดในแต่ละมาตรา,การผนั
จากบริบท วรรณยุกต์,คาเปน็ คาตาย,
คาพอ้ ง,ความหมายของคา
จากบรบิ ท

๒. ผลงานสร้างคาโดยใชห้ ลักการ
สะกดคา แม่ ก กา ,คาท่ี
สะกดในแต่ละมาตรา,การผัน
วรรณยุกต์,คาเป็น คาตาย,
คาพอ้ ง

๓.บอกความหมายของคาใน
บริบทต่าง ๆ

๒. ระบชุ นิดและหน้าที่ของคาใน รู้จกั ชนิดของคาและหน้าทีข่ องคา แตง่ ประโยคและวิเคราะหห์ น้าท่ี
ประโยค ในประโยค ของคาในประโยค
หลกั การใชพ้ จนานุกรม
๓ ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมาย ๑.สรปุ หลกั การใช้พจนานุกรม
ของคา หลกั การเขียนประโยค ๒.ใชพ้ จนานุกรมเพื่อค้นหา

๔.แต่งประโยคไดถ้ ูกต้อง ๑.หลกั การแตง่ บทร้อยกรอง ความหมายของคาได้ถูกต้อง
ตามหลักภาษา ๒.หลักการเขียนคาขวญั และรวดเรว็

๕. แต่งบทรอ้ ยกรองและคาขวัญ ๑. เขียนประโยค
๒. เปรยี บเทยี บประโยคสองส่วน

และประโยคสามสว่ น

๑. การเขียนบทรอ้ ยกรอง
๒. การเขยี นคาขวญั

หลักสูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

31

ตวั ชวี้ ัด ผู้เรยี นรู้อะไร ผู้เรียนทาอะไรได้
๖. บอกความหมายของสานวน บอกความหมายของสานวน
ความหมายของสานวนทเี่ ป็น
๗. เปรยี บเทยี บภาษาไทย สภุ าษติ และคาพงั เพย ๑. การเปรียบเทยี บคาภาษาไทย
มาตรฐานกบั ภาษาถิ่นได้ มาตรฐานกับภาษาถ่ิน
ลักษณะภาษาถ่นิ กบั ภาษาไทย
๒. พจนานกุ รมภาษาไทย-
ภาษาถ่ิน

สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ ค่าและ
นามาประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวช้วี ดั ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทาอะไรได้

๑. ระบขุ อ้ คิดจากนิทานพ้ืนบ้าน ๑.องคป์ ระกอบของนิทานพ้ืนบ้าน วิเคราะห์ข้อคดิ จากนทิ านพืน้ บ้าน
หรือนทิ านคตธิ รรม หรือนิทานคตธิ รรม หรือนทิ านคตธิ รรมและระบุข้อคดิ
๒.ความหมายและลกั ษณะ ได้

ของข้อคิดในนิทาน

๒. อธิบายขอ้ คดิ จากการอา่ น ลกั ษณะภาษาถน่ิ กบั ภาษาไทย อธบิ ายข้อคิดจากการอ่านเพื่อ
นาไปใชใ้ นชวี ิตจริง
เพ่อื นาไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ ข้อคิดจากการอา่ นวรรณกรรม ๑.รอ้ งเพลงพนื้ บา้ นได้
๒.วิเคราะหค์ ณุ ค่าของ
๓. ร้องเพลงพ้ืนบ้าน ๑.ประเภทและลกั ษณะของ
เพลงพืน้ บา้ นได้
เพลงพื้นบา้ น
ท่องจาบทอาขยานได้
๒.เนือ้ หา ประเพณี วฒั นธรรม

ความเช่อื คา่ นยิ ม ข้อคดิ ที่

แฝงไวใ้ นเพลงพ้นื บา้ น

๔. ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนด ๑.หลกั การอา่ นบทร้อยกรอง

และบทร้อยกรองที่มคี ณุ ค่าตาม ๒.หลักการวิเคราะหค์ ุณคา่

ความสนใจ บทร้อยกรอง

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

32

ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕

สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการ
ดาเนินชีวติ และมนี สิ ัยรักการอา่ น

ตัวช้วี ัด ผ้เู รียนรอู้ ะไร ผเู้ รียนทาอะไรได้

๑. อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และ หลักการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง อ่านออกเสียงได้ถกู ต้องตาม
บทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง อักขรวธิ ี เว้นวรรคตอนได้ถูกตอ้ ง
และมลี ลี านา้ เสยี งถูกต้องตาม
๒. อธบิ ายความหมายของคา หลักการใชบ้ รบิ ทหรือคาแวดลอ้ ม ฉันทลักษณข์ อง
ประโยค และข้อความที่เป็น ชว่ ยในการตคี วาม แปลความ บทประพนั ธ์และเนื้อหา
การบรรยายและการ ขยายความ อธิบายความหมายของคา
พรรณนา ประโยคและข้อความทเี่ ป็น
การบรรยายและพรรณนา

๓. อธบิ ายความหมายโดยนัยจาก ความหมายโดยนยั ๑.บอกความหมายโดยนยั
เรือ่ งที่อา่ นอย่างหลากหลาย ของคา
หลกั การแยกข้อเทจ็ จรงิ และ
๔. แยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ ขอ้ คิดเห็น ๒.รวบรวมคาที่มีความหมาย
จากเรือ่ งที่อา่ น หลักการวิเคราะห์ ตีความ การแสดง โดยตรงหรอื โดยนัย
ความคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน
๕. วิเคราะหแ์ ละแสดงความ ๓.แตง่ ประโยค เขยี นเรื่องโดย
คิดเห็นเกี่ยวกบั เร่ืองที่อ่าน ใช้คาทีม่ ีความหมายโดยนัย
เพ่อื นาไปใชใ้ นการดาเนินชวี ิต
๑.แยกขอ้ เทจ็ จริงข้อคดิ เหน็
จากเรื่องท่ีอ่าน

๒.เลอื กข้อมูลจากการอ่านไป
ประยกุ ต์ใช้ชีวิตประจาวัน

๑.วเิ คราะห์ ตคี วาม แสดง
ความคิดเหน็ เรอ่ื งที่อา่ น

๒.นาข้อคิดไปใชใ้ น
ชวี ิตประจาวนั

หลักสตู รโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ตวั ชว้ี ัด ผเู้ รียนรอู้ ะไร 33

๖. อา่ นงานเขียนเชงิ อธบิ าย คาสงั่ หลกั การอ่านงานเขยี นเชงิ อธิบาย ผเู้ รียนทาอะไรได้
ปฏบิ ตั ติ ามคาอธิบาย คาสง่ั และ
ข้อแนะนา และปฏิบตั ติ าม คาส่งั ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะได้ถูกต้อง

๗. อา่ นหนงั สอื ที่มีคุณค่าตาม หลักการเลอื กหนังสือ ๑.ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้าง
ความสนใจอยา่ งสมา่ เสมอ ความรู้และความคิด
และแสดงความคิดเหน็
เกยี่ วกับเรื่องที่อ่าน ๒.วิเคราะห์เปรยี บเทยี บความ
เหมือนกันของสถานการณ์
๘. มีมารยาทในการอา่ น มารยาทในการอ่าน
ในหนังสอื กับชวี ิตจรงิ ชว่ ยให้
ผอู้ ่านแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกบั
การอ่านได้
มมี ารยาทในการอา่ น

สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และ เขียนเรื่องราว

ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศ และรายงานการศกึ ษาค้นควา้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

ตวั ชว้ี ัด ผเู้ รียนรู้อะไร ผเู้ รยี นทาอะไรได้

๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด หลักการเลอื กหนงั สือ ๑.ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ ง
และครึ่งบรรทัด ความรแู้ ละความคดิ

๒. เขยี นสอื่ สารโดยใช้คาได้ หลักการ วัตถุประสงค์ ลกั ษณะ ๒.วิเคราะห์เปรยี บเทียบความ
ถูกต้อง ชดั เจน และ สาคัญ กระบวนการ และเทคนคิ เหมือนกนั ของสถานการณ์
เหมาะสม การเขยี นคาขวัญคาอวยพร ในหนังสือกับชวี ติ จรงิ ชว่ ยให้
คาแนะนาและคาอธิบายแสดง ผู้อ่านแสดงความคดิ เห็น
ขั้นตอน เก่ยี วกับการอ่านได้

เขยี นคาขวญั คาอวยพร คาแนะนา
และคาอธบิ ายแสดงข้ันตอน

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ตวั ชีว้ ดั ผ้เู รยี นรอู้ ะไร 34
๓.เขียนแผนภาพโครงเร่ือง และ หลักการ วัตถปุ ระสงค์ ลกั ษณะ
สาคัญ กระบวนการ เทคนิค ผเู้ รียนทาอะไรได้
แผนภาพความคดิ เพอ่ื ใช้ การเขียนแผนภาพความคิดเพ่ือ ๑.เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งและ
พัฒนางานเขียน ใช้พัฒนางานเขยี น
หลักการเทคนคิ เขยี นเรียงความ แผนภาพความคดิ
๔. เขียนยอ่ ความจากเรือ่ งที่อ่าน การพัฒนาการเขยี นที่ดี ๒.เขยี นเรอื่ งจากแผนภาพโดย

๕.เขียนจดหมายถึงผปู้ กครอง หลักการและเทคนิคของการ เร่ืองและแผนภาพความคิด
และญาติ เขยี นจดหมายแตล่ ะประเภท เขยี นเรียงความจากประเดน็
เหตกุ ารณ์ เร่อื งราว ทน่ี า่ สนใจ
ใกลต้ ัว
เขียนจดหมายส่วนตัว

๖.เขียนแสดงความรสู้ กึ และ หลักการ / ลักษณะและเทคนิค เขียนแสดงความร้สู ึกและแสดง
แสดงความคดิ เห็นไดต้ รง การเขยี นแสดงความร้สู กึ และแสดง ความคดิ เห็น
ตามเจตนา ความคิดเหน็

๗.กรอกแบบรายการตา่ งๆ ความสาคญั วัตถปุ ระสงคแ์ ละ บันทึก/กรอกขอ้ มลู ในแบบรายการ
วธิ กี รอกข้อมลู ในแบบรายการชนดิ ต่างๆได้ คาร้อง ใบสมคั รศกึ ษาต่อ
ต่างๆ แบบฝากส่งพสั ดุ และ

ไปรษณียภัณฑ์

๘.เขยี นเรือ่ งตามจินตนาการ หลักการ / ลักษณะและวิธี เขียนเรือ่ งจากจนิ ตนาการได้
๙.มีมารยาทในการเขียน
การเขยี นเรื่องตามจินตนาการ

ขอ้ สรุปเกีย่ วกับการปฏิบตั ติ นอยา่ ง มีมารยาทในการเขียน

มีมารยาทในการเขียน

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความรูส้ ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ตัวช้วี ดั ผเู้ รยี นร้อู ะไร ผู้เรยี นทาอะไรได้

๑. พดู แสดงความรู้ ความคิดเหน็ หลักการเกีย่ วกับพดู แสดงความรู้ พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น
และความรู้สกึ จากเร่ืองที่ฟงั ความคิดเห็น และความรู้สึกเกี่ยวกบั และความรู้สกึ เกีย่ วกับเร่ืองท่ี
และดู เร่อื งที่ฟงั และดู ฟงั และดู

หลกั สตู รโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

35

ตัวชว้ี ดั ผเู้ รียนรอู้ ะไร ผูเ้ รยี นทาอะไรได้
๒. ตั้งคาถาม และตอบคาถาม
หลกั การการต้ังคาถามและการตอบ ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิง
เชงิ เหตผุ ลจากเร่อื งท่ีฟงั และดู
คาถามเชิงเหตุผลจากเรือ่ งทฟ่ี ังและ เหตุผล
๓. วิเคราะห์ความน่าเชอื่ ถือจาก
เรอื่ งทฟี่ ังและดูอย่างมีเหตผุ ล ดู

๔. พดู รายงานเรอื่ งหรือประเด็นท่ี หลักการ วเิ คราะห์ความน่าเช่ือถอื ๑.สรปุ หลักการวิเคราะห์ความ
ศกึ ษาค้นคว้าจากการฟัง การดู จากเร่อื งท่ีฟังและดูอยา่ งมี น่าเชือ่ ถือจากเร่ืองท่ีฟงั และ
และการสนทนา เหตผุ ล ดูอย่างมเี หตผุ ล

๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และ ๒.วเิ คราะห์ความน่าเช่อื ถอื จาก
การพดู เรอื่ งที่ฟงั และดูอย่างมี
เหตุผล

หลกั การรายงานเรื่องหรอื ประเดน็ ท่ี พดู รายงานหรือประเด็นท่ี

ศกึ ษาค้นควา้ จากการฟัง การดู ศกึ ษาค้นคว้าจากเรื่องท่ฟี ังและ

และการสนทนา ดู ผพู้ ูดต้องศึกษาเรือ่ งท่ีฟงั

การดูและการสนทนา

มารยาทในการฟัง การดู และ มมี ารยาทในการฟัง การดู

การพูด และการพูด

สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลัง
ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

ตัวชว้ี ดั ผูเ้ รยี นรู้อะไร ผู้เรียนทาอะไรได้
๑. ระบชุ นดิ และหนา้ ทีข่ องคา
ร้จู กั ชนิดและหนา้ ที่ของคาบุพบท ระบชุ นิดและหนา้ ท่ีของคาบุพบท
ในประโยค
คาสันธาน และคาอุทาน คาสนั ธาน และคาอุทานในแต่ละประโยค
๒.จาแนกส่วนประกอบของ
ประโยค ได้

๑.ชนดิ ของประโยค ๑. เขียนประโยค

๒.สว่ นประกอบของประโยค ๒. เปรียบเทียบประโยคต่างๆ ได้

๓.หลกั การแตง่ ประโยค

หลักสูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

36

ตัวช้วี ดั ผู้เรียนรูอ้ ะไร ผ้เู รยี นทาอะไรได้
๓. เปรียบเทยี บภาษาไทย ลกั ษณะของภาษาไทยมาตรฐาน เปรยี บเทียบคาภาษาไทย
และลกั ษณะของภาษาถน่ิ ภาษา มาตรฐานกับภาษาถ่ิน
มาตรฐานกับภาษาถิน่ ถน่ิ กบั ภาษาไทย
๔.ใช้คาราชาศัพท์ หลกั การใชแ้ ละความหมาย ๑. ยกตัวอยา่ งการนาคาราชาศพั ท์ ไปใช้
คาราชาศพั ท์ ๒. การเปรยี บเทยี บการใช้ คาราชาศัพท์ที่
๕.บอกคาภาษาตา่ งประเทศใน เหมาะสมกบั บุคคล
ภาษาไทย ลักษณะของคาไทย คา ๑. สรุปลักษณะของคาไทย
ภาษาตา่ งประเทศ
๖. แตง่ บทรอ้ ยกรอง คาภาษาตา่ งประเทศ
หลกั การแตง่ บทร้อยกรอง ๒. การนาภาษาต่างประเทศไปใช้
๗. ใชส้ านวน ได้ถกู ต้อง ประเภทกาพยย์ านี ๑๑
ในการเขียนได้
ความหมายและหลกั การใช้ ๑. อธิบายหลกั การแต่ง
สภุ าษิต คาพังเพย
กาพยย์ านี ๑๑
๒. แตง่ กาพยย์ านี ๑๑
๑. สรปุ หลักการใช้ สานวน

สภุ าษิต คาพงั เพย
๒. นาสานวน สภุ าษติ ไปใชใ้ น

การพูด การเขียน ได้ถูกต้อง

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่าและ
นามาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง

ตวั ชว้ี ดั ผเู้ รียนรู้อะไร ผ้เู รียนทาอะไรได้

๑. สรุปเร่ืองจากวรรณคดี หลกั การการสรุปเรื่องจาก สรุปเรื่องจากวรรณคดแี ละ
หรือวรรณกรรมท่อี ่าน วรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอา่ น วรรณกรรมท่ีอา่ น

๒. ระบคุ วามรแู้ ละข้อคิดจาก เทคนคิ และวธิ ีการหาความรู้ ๑. ระบคุ วามรู้ ขอ้ คิดจากเรื่อง
การอา่ นวรรณคดแี ละ ขอ้ คิดทไ่ี ด้จากการอ่านวรรณคดี ทีอ่ ่านตอ้ งศึกษาข้อมลู อย่าง
วรรณกรรมที่สามารถ และวรรณกรรม
นาไปใช้ในชวี ติ จรงิ ๒. นาความรแู้ ละข้อคิดไปใชใ้ น
ชีวติ ประจาวัน

หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ตัวช้วี ัด ผู้เรยี นรู้อะไร 37

๓. อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดีและ วธิ วี เิ คราะหค์ ุณคา่ ของวรรณคดี ผู้เรียนทาอะไรได้
อธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดแี ละ
วรรณกรรม และวรรณกรรม วรรณกรรม

๔. ทอ่ งจาบทอาขยานตาม ๑.หลักการอา่ นบทร้อยกรอง ทอ่ งจาบทอาขยานอยา่ งเห็น
ท่ีกาหนดและบทร้อยกรอง ๒.หลักการวเิ คราะห์คุณคา่ คณุ คา่ ได้
ทม่ี คี ุณคา่ ตามความสนใจ
บทร้อยกรอง

ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพื่อนาไปใช้ตดั สนิ ใจ

แก้ปญั หาในการดาเนินชวี ติ และมนี ิสยั รักการอา่ น

ตัวช้ีวดั ผเู้ รยี นรู้อะไร ผเู้ รียนทาอะไรได้
๑. อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และ หลกั การอ่านออกเสยี ง อ่านออกเสยี งได้ถกู ต้องตาม
บทรอ้ ยกรองได้ถูกตอ้ ง บทรอ้ ยแกว้ และร้อยกรองท่ดี ี อกั ขรวิธี เว้นวรรคตอนไดถ้ ูกตอ้ ง
และมลี ีลานา้ เสียงถูกต้องตามฉันท
๒. อธบิ ายความหมายของคา หลกั การใชบ้ ริบทหรือคาแวดล้อม ลักษณข์ องบทประพันธแ์ ละเนอ้ื หา
ประโยค และขอ้ ความทเ่ี ปน็ ชว่ ยในการตีความ แปลความ อธบิ ายความหมายของคา
โวหาร ขยายความ ประโยคและข้อความท่ีเปน็ โวหาร
หลกั การอา่ นได้คลอ่ งและเร็ว
๓. อา่ นเรือ่ งส้นั ๆ ๑. อ่านสารวจและบันทกึ ข้อความ
อยา่ งหลากหลายโดยจับเวลา สาคัญ
แลว้ ถามเกยี่ วกับเร่อื งทอ่ี ่าน ๒.ตอบคาถามจากเร่ืองที่อา่ น

๔. แยกข้อเทจ็ จรงิ หลักการแยกข้อเท็จจริงและ ๑. แยกขอ้ เท็จจรงิ ข้อคดิ เห็น
และข้อคดิ เห็นจากเรอ่ื งที่ ข้อคิดเหน็ จากเร่อื งที่อ่าน
อ่าน
หลักการวิเคราะห์ ตคี วาม ๒. เลอื กขอ้ มูลจากการอ่านไป
๕. อธิบายการนาความรู้และ การและแสดงความคดิ เห็นจาก ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ความคิดจากเรื่องที่อา่ น เร่อื งที่อา่ น
ไปตดั สินใจแก้ปัญหา อธบิ ายการนาความร้แู ละความคิด
ในการดาเนินชวี ิต จากเร่อื งท่ีอา่ นไปใช้ในการ
ตัดสินใจแก้ปัญหา

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๖. อา่ นงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่ัง หลักการอา่ นงานเขยี นเชงิ อธิบาย 38

ขอ้ แนะนาและปฏบิ ัติตาม คาส่ัง ขอ้ เสนอแนะ ปฏบิ ตั ิตามคาอธิบาย คาส่ัง และ
ข้อเสนอแนะได้ถูกต้อง

๗. อธิบายความหมายของข้อมูล หลักการอา่ นแผนผงั แผนที่ อธบิ ายความหมายของข้อมลู จาก
จากการอา่ นแผนผงั แผนท่ี แผนภูมแิ ละกราฟ แผนผัง แผนท่ี แผนภูมิและกราฟ
แผนภมู ิ และกราฟ

๘. อ่านหนังสอื ตามความสนใจ หลักการเลือกหนังสอื ๑. ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ ง
และอธบิ ายคณุ ค่าที่ได้รับ ความร้แู ละความคดิ

๙. มมี ารยาทในการอา่ น มารยาทในการอ่าน ๒. วเิ คราะห์ เปรียบเทียบ
ความเหมอื นกนั ของ
สถานการณใ์ นหนังสือ
กบั ชีวิตจรงิ ชว่ ยใหผ้ ้อู า่ น

๓. อธิบายคณุ ค่าเก่ยี วกบั
เรอื่ งทอี่ ่าน

มีมารยาทในการอ่าน

สาระท่ี ๒ การเขียน

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ

ต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

ตัวชี้วดั ผเู้ รยี นรอู้ ะไร ผ้เู รียนทาอะไรได้

๑. คดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทดั หลักการคัดลายมอื ตัวบรรจง คัดลายมอื ได้

และครึง่ บรรทัด เต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด

๒. เขยี นสื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง หลักการ วัตถปุ ระสงค์ลกั ษณะ เขียนคาขวญั คาอวยพร คาประกาศ

ชัดเจน และเหมาะสม สาคญั กระบวนการ เทคนคิ

การเขยี นประเภท คาขวญั คาอวยพร

คาประกาศ

๓. เขียนแผนภาพโครงเร่อื งและ หลกั การ วัตถุประสงคล์ กั ษณะ ๑. เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง/

แผนภาพความคิดเพ่ือใช้ สาคัญ กระบวนการ เทคนคิ การ แผนภาพความคดิ

พัฒนางานเขยี น เขยี นแผนภาพโครงเรื่อง ๒.เขียนเรอื่ งจากแผนภาพ

แผนภาพ และพัฒนางานเขยี น โครงเร่อื ง / แผนภาพความคิด

๔.เขียนเรียงความ หลักการวธิ ีการเขียนเรียงความ เขยี นเรียงความจากประเด็น

การพฒั นางานเขยี นท่ีดี เหตุการณ์ เรือ่ งราวทน่ี ่าสนใจ

๕. เขยี นย่อความจากเร่อื งท่อี ่าน หลกั การและเทคนคิ การเขียน เขียนย่อความ

ยอ่ ความ

หลกั สูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

39

๖.เขยี นจดหมายสว่ นตัว หลักการและเทคนิคเฉพาะของ เขยี นจดหมายส่วนตัว

การเขียนจดหมายแต่ละประเภท

๗.กรอกแบบรายการต่างๆ ความสาคัญ วตั ถปุ ระสงค์และ บันทึก/กรอกขอ้ มลู ในแบบรายการ

วธิ กี รอกข้อมูลในแบบรายการชนดิ ต่างๆ เช่น คารอ้ ง
ตา่ งๆ ใบสมัครศึกษาต่อ แบบฝากส่ง

พสั ดแุ ละไปรษณยี ภณั ฑ์ได้

๘. เขยี นเรื่องตามจินตนาการและ หลักการ/ลกั ษณะและเทคนคิ เขียนตามเรื่องจินตนาการและ
สร้างสรรค์
สร้างสรรค์ การเขียนเร่ืองตามจินตนาการ

๙. มีมารยาทในการเขียน ขอ้ สรุปเกีย่ วกับการปฏบิ ัตติ นอย่าง มีมารยาทในการเขียน
มีมารยาทในการเขยี น

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และ

ความรสู้ กึ ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์

ตัวชี้วัด ผ้เู รยี นรู้อะไร ผู้เรยี นทาอะไรได้

๑. พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจ หลักการเกย่ี วกบั พดู แสดง พดู แสดงความรู้ ความคิดเห็น
จุดประสงคข์ องเรื่องท่ีฟัง
และดู ความรู้ ความคิดเหน็ และ และความร้สู ึกเกย่ี วกับเร่ืองที่ฟัง

ความรู้สกึ เก่ยี วกบั เรื่องที่ฟงั และ และดู

ดู

๒. ต้ังคาถามและตอบคาถาม หลักการการตั้งคาถามและการ ต้ังคาถามและตอบคาถามเชงิ
เชงิ เหตุผลจากเร่อื งทฟี่ ังและดู ตอบคาถามเชงิ เหตผุ ลจากเร่อื ง เหตผุ ล
ทฟ่ี งั และดู

๓. วิเคราะห์ความนา่ เชือ่ ถือจาก หลักการวเิ คราะห์ ความ วิเคราะห์ความน่าเช่อื ถือจาก
การฟงั และดูสื่อโฆษณา น่าเชือ่ ถือจากเร่ืองท่ีฟังและดู เรอื่ งท่ีฟงั และดอู ย่างมีเหตุผล
อยา่ งมีเหตุผล จากสือ่ โฆษณาอย่างมีเหตุผล

๔. พดู รายงานเรือ่ งหรือประเดน็ ที่ หลกั การพูดรายงานเรื่องหรอื หลกั การพดู รายงานเร่ืองหรอื
ศกึ ษาคน้ คว้าจากการฟัง การดู ประเด็นที่ศึกษาคน้ คว้าจากการ ประเดน็ ที่ศึกษาค้นควา้ จากการฟัง
และการสนทนา ฟัง การดู และการสนทนา การดู และการสนทนา

๕.พดู โนม้ นา้ วอย่างมเี หตุผล สรปุ หลกั การพดู โน้มนา้ วอย่างมี การพดู รณรงค์ การพูดโต้วาที
และนา่ เช่ือถือ
เหตุผลและนา่ เช่ือถือ การพูดหาเสยี ง

๖. มมี ารยาทในการฟัง การดู หลักและมารยาทในการฟัง มีมารยาทในการฟงั การดู และ
และการพูด
การดู และการพูด การพูด

หลกั สูตรโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

40

สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ

ตวั ช้วี ดั ผเู้ รยี นร้อู ะไร ผู้เรียนทาอะไรได้
มีมารยาทในการเขียนวิเคราะห์คาตามชนิด
๑.วิเคราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของ ร้จู กั ชนิดและหนา้ ที่ของคานาม ของคาและหนา้ ท่ขี องคาในประโยคได้

คาในประโยค คาสรรพนาม คากรยิ า คา ๑. สรปุ หลกั การใชค้ าราชาศพั ท์
ระดบั ภาษา ภาษาถ่นิ ทาให้
วิเศษณ์ คาบุพบท คาสนั ธาน การใชค้ าได้เหมาะสมกับ
กาลเทศะกับบุคคล
คาอทุ าน
๒. รายงานการใช้คาราชาศัพท์
๒.ใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะ หลักการใช้คาราชาศพั ท์ ระดับ รวบรวมและบอกความหมาย
ของคาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
และบุคคล ภาษา และภาษาถิน่

๓. รวบรวมและบอก ความหมายของคา
ความหมายของคา ภาษาตา่ งประเทศภาษาไทย
ภาษาตา่ งประเทศทใ่ี ช้ใน
ภาษาไทย

๔.ระบลุ ักษณะของประโยค ลกั ษณะของกลุ่มคา ประโยค เปรยี บเทียบกลุ่มคา ประโยค สามัญ
สามัญ ประโยครวม ประโยค ประโยครวม ประโยคซ้อน
๕.แต่งบทร้อยกรอง ซ้อน
แตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ
๖.วเิ คราะห์และเปรียบเทยี บ หลกั การแตง่ บทรอ้ ยกรอง
สานวนทเี่ ปน็ คาพังเพย ประเภทกลอนสภุ าพ ๑. เปรียบเทียบสานวนทีเ่ ปน็ คา
และสภุ าษิต พังเพยสภุ าษติ
หลกั การในการวิเคราะห์
เปรียบเทยี บสานวน คาพงั เพย ๒. วิเคราะห์สานวนท่เี ป็น
สุภาษติ คาพังเพยสุภาษิต

หลักสตู รโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

41

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณค่าและ
นามาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ

ตัวชวี้ ดั ผเู้ รยี นร้อู ะไร ผ้เู รียนทาอะไรได้
แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับ
๑. แสดงความคดิ เห็นจาก หลักการในการแสดงความคิดเห็น วรรณคดีวรรณกรรม

วรรณคดี หรือวรรณกรรม จากวรรณคดีและวรรณกรรม เล่านิทานพน้ื บา้ นท้องถนิ่ ตนเอง
และนทิ านพนื้ บา้ นของทอ้ งถ่ิน
ท่ีอา่ น อื่นได้
๑. บันทึกความรู้จากการอ่าน
๒. เลา่ นิทานพน้ื บา้ นท้องถิน่ หลกั การและวธิ กี ารเลา่ นิทาน ๒. รายงานการวเิ คราะห์คุณคา่

ตนเอง และนทิ านพนื้ บา้ น ของวรรณคดี
ทอ่ งจาบทอาขยานอย่างเห็นคุณคา่
ของท้องถน่ิ อนื่ ได้

๓. อธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดแี ละ รวู้ ธิ วี ิเคราะหค์ ณุ คา่ ของวรรณคดี

วรรณกรรมที่อ่านและนาไป และวรรณกรรม

ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ

๔. ทอ่ งจาบทอาขยาน ๑.หลกั การอา่ นบทร้อยกรอง

ตามท่กี าหนดและบทรอ้ ยกรอง ๒.หลกั การวเิ คราะห์คุณค่า

ทม่ี คี ุณคา่ ตามความสนใจ บทรอ้ ยกรอง

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

42

ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

คาอธบิ ายรายวิชา
ฝึกอ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง และข้อความสั้นๆ บอกความหมายของคาและข้อความ ตอบคาถาม

เล่าเร่ืองย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอ นาเสนอเรื่องที่อ่าน บอก
ความหมายของเคร่ืองหมายหรือสัญลักษณ์สาคัญที่มักพบเห็นในชีวิตประจาวัน มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัด
ลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนส่ือสารด้วยคาและประโยคง่ายๆ มีมารยาทในการเขียนทักษะในการฟัง
ฟังคาแนะนา คาสั่งง่ายๆและปฏิบัติตาม ตอบคาถาม เล่าเร่ือง พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเร่ืองท่ีฟัง
และดู พูดสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ เน้นมารยาทในการฟัง การดูและการพูดทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ
วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา เรียบเรียงคาเป็นประโยคง่ายๆ ต่อคาคล้อง
จองง่ายๆบอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรับเด็ก ฝึกท่องจาบท
อาขยานตามที่กาหนดและบทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกล่มุ กระบวนการ
คิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความ
คิดเห็น กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กบั ชีวิตประจาวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชวี้ ดั

หลักสูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

43

ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ฝึกอ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคาและ

ข้อความท่ีอ่าน ต้ังคาถาม ตอบคาถาม ระบุใจความสาคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเน
เหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองที่อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย
และปฏิบัติตามคาสั่งหรือข้อแนะนา มีมารยาทในการอ่านคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องสั้นๆ
เก่ียวกับประสบการณ์ เขียนเรื่องส้ันๆ ตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ทักษะการฟัง ฟังคาแนะนา
คาสั่งท่ีซับซ้อนและปฏิบัติตาม เล่าเรื่อง บอกสาระสาคัญของเร่ือง ตั้งคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดงความ
คดิ เหน็ ความรู้สกึ พูดส่อื สารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟงั การดูและการพูดจับใจความ
สาคัญจากเร่ือง ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสาหรับเด็ก เพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
ร้องบทร้องเล่นสาหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความ
สนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแส วงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏบิ ัติ อธิบาย บันทึก การต้ัง
คาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสร้างความคดิ รวบ
ยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้กับชวี ิตประจาวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

44

ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า
ฝึกอ่านออกเสียงคา ข้อความ เรื่องส้ัน ๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคาและ

ข้อความที่อ่าน ต้ังคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ ข้อคิด
จากเร่ืองท่ีอ่าน เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องท่ี
อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาสั่งหรือข้อแนะนา อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ
แผนท่ี และแผนภูมิ มีมารยาทในการอ่าน คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึก
ประจาวัน เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียด
บอกสาระสาคัญ ตั้งคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดส่ือสารได้ชัดเจนตรงตาม
วัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูดเขียนตามหลกั การเขยี น เขยี นสะกดคาและบอกความหมาย
ของคา ระบชุ นิด หนา้ ที่ของคา ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคงา่ ยๆ แตง่ คาคล้องจองและ
คาขวัญ เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
วรรณกรรม เพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน รจู้ ักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก เพื่อปลูกฝังความช่ืนชมวัฒนธรรม
ท้องถ่ิน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีที่อ่าน ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่า
ตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝกึ ปฏบิ ัติ อธิบาย บันทึก การตั้ง
คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ ักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบ
ยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนาไปประยุกต์ใชก้ บั ชีวติ ประจาวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชว้ี ดั

หลกั สูตรโรงเรียนวัดธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

45

ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า
ฝึกอ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและสานวนจากเร่ืองที่

อา่ น อ่านเรื่องส้ัน ๆ ตามเวลาท่ีกาหนดและตอบคาถามจากเรื่องที่อา่ น แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่
อ่าน คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่าน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน เพื่อ
นาไปใช้ในชีวิตประจาวัน เลือกอ่านหนังสือท่ีมีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกบั เร่ืองท่ีอา่ น มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมอื ด้วยตัวบรรจงเตม็ บรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสื่อสารโดย
ใชค้ าได้ถกู ตอ้ ง ชัดเจนและเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคิดเพอ่ื ใช้พัฒนางานเขียน เขยี น
ย่อความจากเรื่องสั้น ๆ เขียนจดหมายถึงเพ่ือนและมารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า
เขียนเร่ืองตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียนทักษะการฟัง การดูและการพูด จาแนกข้อเท็จจริงและ
ขอ้ คิดเห็นเรื่องที่ฟังและดู พูดสรปุ จากการฟังและดู พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเก่ียวกับเร่ืองที่
ฟังและดู

โดยใช้กระบวนการตั้งคาถามและตอบคาถามเชงิ เหตุผลจากเร่ืองที่ฟังและดู พูดรายงานเร่ืองหรอื ประเด็น
ท่ีศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลักการ
เขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ ระบุชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค ใช้
พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา แต่งบทร้อยกรองและคาขวัญ บอก
ความหมายของสานวน เปรียบเทยี บภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถน่ิ ได้

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้กับชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชว้ี ัด

หลักสูตรโรงเรยี นวัดธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

46

ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความท่ีเป็น

การบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความ
คดิ เหน็ อา่ นงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่ัง ขอ้ แนะนา และปฏบิ ัติตาม เลอื กอ่านหนังสอื ท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ
มมี ารยาทในการอ่านคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพโครงเรื่อง
แผนภาพความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น
กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียนทักษะการฟัง การดูและการพูด พูด
แสดงความรู้ ความคดิ เหน็ และความรู้สกึ ต้ังคาถาม ตอบคาถาม วิเคราะห์ความ พูดรายงาน มมี ารยาทในการ
ฟัง การดูและการพูด ระบุชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค จาแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบ
ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน ใช้คาราชาศัพท์ บอกคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย แต่งบทร้อยกรอง ใช้
สานวนได้ถูกต้องสรุปเร่ืองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและ
วรรณกรรมท่ีสามารถนาไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจาบทอาขยานตามที่
กาหนดและบทร้อยกรองทีม่ ีคณุ คา่ ตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ัง
คาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสรา้ งความคิดรวบ
ยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนาไปประยุกต์ใชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชีว้ ัด

หลกั สตู รโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

47

ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา
ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความที่เป็น

โวหาร อ่านเร่ืองสั้น ๆอย่างหลากหลาย แยกขอ้ เท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเร่ืองทอ่ี ่าน วิเคราะหแ์ ละแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองท่ีอ่านเพ่ือนาไปใช้ในการดาเนินชีวิต อ่านงานเขียน เชิงอธิบาย คาส่ัง ข้อแนะนา และ
ปฏิบัติตาม อธิบายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ เลือกอ่านหนังสือตาม
ความสนใจและอธิบายคุณค่าที่ได้รับ มีมารยาทในการอ่าน คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด
เขียนส่ือสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้
พัฒนางานเขียน เขียนเรยี งความ เขยี นย่อความจากเร่ืองอา่ น เขยี นจดส่วนตวั กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียน
เรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์ มีมารยาทในการเขียนทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้
ความเข้าใจจุดประสงค์ของเร่ืองที่ฟังและดู ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์
ความน่าเชอ่ื ถือจากเรื่องท่ฟี ังและดูสื่อโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดรายงานเร่อื งหรอื ประเด็นที่ศกึ ษาค้นคว้าจากการ
ฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลและน่าเช่ือถือ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูดชนิด
และหน้าที่ของคาในประโยค ใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและบอกความหมายของคา
ภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์เปรียบเทียบสานวนท่ี
เป็นคาพังเพยและสุภาษิตแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพ้ืนบ้านท้องถ่ิน
ตนเองและนิทานพื้นบ้านของท้องถิ่นอื่น อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านและนาไป
ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรอง

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ
กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้
เทคโนโลยีในการสื่อสาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบ
คาถาม ใช้ทกั ษะการฟัง การดูและการพูด พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้กับชวี ติ ประจาวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสรา้ งรายวชิ า 48

รหัส ท 11101 รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลาเรยี น ๒๐๐ ช่ัวโมง

หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ จานวน น้าหนกั
๑ ตา เรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั (ชั่วโมง) คะแนน
– เนอ้ื เรือ่ ง เร่ือง ตา
ท ๑.๑ ป. ๑/๑ – รจู้ กั พยญั ชนะ ๑๐ ๕
ท ๑.๑ ป. ๑/๒ – รู้จกั สระ
ท ๑.๑ ป. ๑/๓ – บทอา่ นเสริม
ท ๓.๑ ป. ๑/๑
ท ๓.๑ ป. ๑/๕
ท ๔.๑ ป. ๑/๑
ท ๔.๑ ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๔

๒ อกี าตาดี ท ๑.๑ ป. ๑/๑ – เนือ้ เรอ่ื ง เรื่อง อีกาตาดี ๑๐ ๕
ท ๑.๑ ป. ๑/๒ – รจู้ กั พยัญชนะ
ท ๑.๑ ป. ๑/๓ – รจู้ ักสระ
ท ๒.๑ ป. ๑/๓ – บทอ่านเสรมิ
ท ๓.๑ ป. ๑/๑
ท ๓.๑ ป. ๑/๓
ท ๔.๑ ป. ๑/๑
ท ๔.๑ ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๓
ท ๔.๑ ป. ๑/๔

หลกั สตู รโรงเรียนวัดธรรมโชติ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

หนว่ ยท่ี ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ จานวน 49
๓ เจา้ โบ เรียนรู้/ตัวช้วี ดั (ช่วั โมง)
– เนอ้ื เรอื่ ง เรื่อง เจ้าโบ นา้ หนกั
ท ๑.๑ ป. ๑/๑ – รู้จักพยญั ชนะ ๑๐ คะแนน
ท ๑.๑ ป. ๑/๒ – ร้จู กั สระ
ท ๑.๑ ป. ๑/๔ – บทอ่านเสรมิ ๕
ท ๑.๑ ป. ๑/๖
ท ๑.๑ ป. ๑/๗
ท ๒.๑ ป. ๑/๒
ท ๓.๑ ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๑
ท ๔.๑ ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๓
ท ๔.๑ ป. ๑/๔

๔ เจา้ สาลี ท ๑.๑ ป. ๑/๑ – เนื้อเรื่อง เรื่อง เจ้าสาลี ๘ ๔
ท ๑.๑ ป. ๑/๒ – รู้จกั พยญั ชนะ
ท ๑.๑ ป. ๑/๓ – รูจ้ ักสระ
ท ๑.๑ ป. ๑/๕ – บทอา่ นเสรมิ กลอนดอกสร้อย
ท ๒.๑ ป. ๑/๑ แมวเหมยี ว
ท ๓.๑ ป. ๑/๒
ท ๓.๑ ป. ๑/๔
ท ๔.๑ ป. ๑/๑
ท ๔.๑ ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๓
ท ๕.๑ ป. ๑/๑
ท ๕.๑ ป. ๑/๒

หลักสูตรโรงเรียนวดั ธรรมโชติ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑


Click to View FlipBook Version